[เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.10[19/03]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [เรื่องสั้น] Cosplayer UP! P.10[19/03]  (อ่าน 59039 ครั้ง)

ออฟไลน์ Janemera

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #120 เมื่อ26-10-2018 02:39:15 »

ต้องจัดการไอ้โรคจิตตตตต :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #121 เมื่อ26-10-2018 13:53:54 »

เกิดอะไรขึ้น!!!

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #122 เมื่อ26-10-2018 14:01:31 »

 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ MinorMa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-2
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #123 เมื่อ27-10-2018 07:00:26 »

พระเอกโดนหมายหัวแล้ว​ น่ากลัวว

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #124 เมื่อ27-10-2018 09:14:38 »

ตัดฉับอารมณ์ด้วยโรคจิตเลยอะะะ  :katai1:

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-6
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #125 เมื่อ27-10-2018 23:48:00 »

หมาโง่โดนเล่นแล้ว น้องจินไม่ปลอดภัยยยย

ออฟไลน์ Noname_memi

  • 7 or never, 7 or nothing
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #126 เมื่อ28-10-2018 21:48:08 »

 :z3: งานเข้าทั้งคู่เลย

ออฟไลน์ MeiHT

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่2 [25/10/61]
«ตอบ #127 เมื่อ29-10-2018 00:46:32 »

ชุดที่ 3
“แล้วทำไมเขาถึงรู้ได้ละว่ามึงเป็นแฟนของฮิเมะซามะ ทั้งๆที่ในทวิตเตอร์ก็ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกัน” เสียงของชัยดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่ประชุมร่วมสายกัน ผมนั่งขัดสมาธิบนพื้นมองกล่องพัสดุเจ้าปัญหาที่ส่งกลิ่นเหม็นก่อนที่เคย์จะเอาถุงมาใส่มันและมัดไว้อย่างแน่นหนา
 
“เพราะกูไปงานคอสเพลย์แถมยังอุ้มจินวิ่งออกมาซะขนาดนั้น ไม่เห็นก็ควายแล้ว”

พวกเราได้รับโทรศัพท์ด่วนจากผู้ดูแลหอให้มาเอาพัสดุชิ้นนั้น แถมเขายังกำชับให้ระวังตัวและจะเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยในหอพักให้มากขึ้น ผมกับเคย์รีบไปแจ้งความแต่ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเพราะตำรวจบอกว่า ‘ก็ยังไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่เหรอ’

พูดมาได้ เฮงซวยเอ๊ย!!

แต่เพราะทำอะไรไม่ได้พวกเราจึงกลับมาตั้งหลักกันอีกที เคย์โทรหาเพื่อนโอตาคุเพียงหนึ่งเดียวของเขาที่สามารถเล่าเรื่องนี้ได้ และคนคนนั้นก็ได้คอลไลน์กับพวกผมอยู่ตอนนี้

สองคนนั้นโต้เถียงกันผ่านโทรศัพท์ ส่วนผมก็ลูบคางมองพัสดุที่ถูกสาดด้วยเลือด รวมทั้งรูปภาพของเคย์ที่ถูกกากบาทสีแดงทับไว้

เป็นการขู่แน่นอน เลือดก็เป็นเลือดจริงๆเพราะเหม็นคาวเป็นบ้า เพียงแต่ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นเลือดหมู

“มึงคิดว่าไอ้โรคจิตคนนั้นจะรู้ตัวจริงของจินรึเปล่า” เสียงหมาโง่พูดอย่างกังวล ผมเหลือบตามองเขา ครุ่นคิดในใจ

เพราะว่าในทวิตเตอร์ผมไม่เคยเปิดเผยหน้าตา เผยแต่เรือนร่าง และเพราะไม่ลงรายละเอียดส่วนตัว จึงไม่น่ามีใครรู้จักผมได้ คนที่รู้ตัวจริงของผมในวงการคอสเพลย์ก็ไว้ใจได้แน่นอน ผมรู้จักหล่อนมา3ปีตั้งแต่เป็นเลเยอร์มือใหม่ด้วยซ้ำ เพราะงั้นตัดเธอออกไปได้

ที่ผมสงสัยมากกว่าคือการที่พัสดุส่งมาถึงห้องนี้ คนคนนั้นรู้ได้ยังไงว่าเคย์อยู่ที่นี่ ถึงเคย์จะเป็นเดือนคณะนิติแต่ก็ไม่ได้โด่งดังอะไร ยิ่งด้วยนิสัยเก็บตัวของเจ้าตัวแล้ว ทำให้คนรู้จักเขายิ่งน้อยลงไปอีก เอาแค่ในคณะนิติก่อนเถอะ บางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเจ้าโง่ตัวโตนี่อยู่คณะเดียวกัน

“ถ้ารู้ตัวจริงของฮิเมะซามะคงส่งจดหมายมาหาฮิเมะซามะมากกว่ามึงอ่ะ” ชัยออกความคิดเห็น

ให้ตายสิ ผมเกลียดคำเรียกของเขาชะมัด แต่เอาเถอะ ท่องไว้ว่าแฟนคลับ

“อืม” เคย์ทิ้งตัวแผ่หรากับพื้น “แสดงว่าคนนั้นคงยังไม่รู้ตัวจริงจิน แต่รู้ตัวจริงกูสิน่ะ ค่อยสบายใจหน่อย”

“สบายใจได้ที่ไหนกัน!” ผมแหว ยันโครมเข้าให้ทีหนึ่ง “ช่วงนี้ไปไหนมาไหนให้เกาะกลุ่มกับเพื่อนเอาไว้ซะ เข้าใจมั้ย อย่าประมาท แกเป็นแค่ไอ้ตัวโตสมองเม็ดถั่ว ถึงเวลาคับขันจริงร่างเทอะทะของนายก็คงเงอะงะโดนเขาแทงตายก่อนจะได้ป้องกันตัว”

 เวร! ผมยกมือขึ้นตบหน้าผาก

จะมีสักครั้งที่แสดงความเป็นห่วงโดยไม่ปากเสียได้มั้ยวะกู

ผมเม้มปาก

“…ระวังตัวดีๆ” ผมพูดเสียงเบา

“รู้แล้วๆ ไม่ต้องห่วงหรอก” เขายิ้มกว้างตอบกลับมา

“กลับมาที่เรื่องนี้ก่อนได้มั้ย ถึงกูจะรู้เรื่องที่เป็นแฟนกันแล้วแต่ยังอดเจ็บในใจไม่ได้อยู่ดี” เสียงจากไลน์คอลดังแทรกขึ้น ผมสะดุ้งโหยง หน้าร้อนเพราะคำพูดของเขา

“กูว่าที่เขาไม่รู้เพราะว่าจินไม่ได้เปลี่ยนชุดกลับเป็นผู้ชาย วันนั้นจินใส่เสื้อฮู้ดกูกลับบ้าน เรากลับโดยใช้รถไฟฟ้าแล้วก็ต่อรถตู้ ช่วงรถไฟฟ้านี่ไม่แน่ใจว่าโดนใครตามมั้ย แต่ตอนรถตู้ไม่มีทางจะมีคนที่มาจากงานคอสเพลย์มานั่งด้วยแน่นอน” รูมเมทผมแจกแจง

“รู้ได้ไงวะว่าพวกนั่นไม่ได้มาจากงานคอส”

เขานิ่งคิดไปแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างจริงจัง

“รู้ ก็เหมือนผีเห็นผีอ่ะ ถ้ามีใครจ้องจินมากผิดปกติกูต้องสังเกตเห็นแล้ว”

“งั้น…แล้วทำไมเขาถึงตามได้ถึงห้องขนาดนี้ล่ะ” ผมถาม “ในเมื่อไม่รู้จักกู และไม่น่าจะรู้จักมึง แค่เห็นหน้าตาก็ตามได้ถึงห้องแล้วเหรอ”

“อ่า…”

พวกเรานิ่งเงียบกันไปชั่วครู่ก่อนผมจะโพล่งขึ้นมา

“อาจจะเป็นคนในมหาลัยเราก็ได้ เร็วๆนี้มหาลัยเพิ่งให้พวกเดือนไปถ่ายรูปโปรโมตงานมหาลัยนี่ แล้วมันก็เพิ่งติดทั่วมหาลัย อาจจะเป็นคนในมหาลัยเราที่เห็นแล้วจำได้”

“ก็จริง” เคย์รับคำ

“อืม แต่ฮิเมะซามะก็ต้องระวังตัวหน่อยน่ะครับ เพราะคนคนนั้นรู้แล้วว่าคุณเป็นผู้ชาย แถมคุณยังเป็นรูมเมทกับเคย์อีก ถ้าโรคจิตคนนั้นรู้ที่อยู่ของเคย์ เขาอาจจะรู้แล้วว่าใครเป็นรูมเมท และผมเดาว่าเขาคงเดาได้ไม่ยากถึงตัวจริงของคุณ”

ผมมีรูปร่างที่ค่อนข้างสะดุดตาอยู่แล้ว แบบว่า ถึงจะเป็นผู้ชายสูงโปร่งแต่ติดจะผอมบางกว่าคนทั่วไป แถมยังผิวขาวและหน้าติดหวานอีก

อืม…ถ้ารู้ละก็ ต้องเดาได้แน่

“มีใครที่รู้ว่ากูเป็นรูมเมทกับมึงบ้าง” ผมถาม

เขานับนิ้วก่อนจะตอบ “5คน เพื่อนในกลุ่มที่สนิทเท่านั้นแหละ ….แล้วก็ผู้หญิงอีกสองคนที่จินเคยเห็น”

“ของกู..มีประมาณ7คน อาจจะมากกว่าเพราะมีช่วงหนึ่งฮือฮาว่ากูอยู่ห้องเดียวกับมึง โดนใช้ให้ขนขนมกลับมาให้มึงเพียบ”

ผมลุกขึ้นปัดก้น ก่อนจะตัดสายชัยทิ้งโดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณ

“เรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ ยังไงก็แยกย้ายไปเรียนกันก่อน วันนี้รีบกลับมาแล้วกัน แล้วมาพูดกันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ”


เคย์ part

ผมนั่งอยู่ที่พื้นที่ใต้คณะตัวเอง สังเกตคนรอบข้างอย่างละเอียด

ผมไม่ได้บอกสิ่งที่คิดให้จินรู้ และไม่อยากให้เขากังวล

แต่ผมคิดว่าคนโรคจิตคนนั้นอาจจะตามผมอยู่ เขาอยากจะรู้ตัวจริงของจิน ดังนั้นเขาต้องมาหาผม ผมจะได้พาเขาไปหาจิน

ฝันไปเถอะ

ไม่นานนักพวกเพื่อนๆผมก็ทยอยปรากฎตัว ผมนิ่งคิดในใจ อยากจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆแต่ถ้าอย่างนั้นคงต้องสืบสาวราวเรื่องกันยกใหญ่ และเรื่องที่จินมีงานอดิเรกแต่งตัวเป็นผู้หญิงและผมที่เป็นโอตาคุก็อาจจะเปิดเผย

แค่คิดก็จินตนาการได้ถึงสายตาที่มองผมแปลกๆ

หลังจากผมเผยตัวออกไป จะถูกมองว่าเป็นพวกโอตาคุหมกมุ่นอยู่กับโลกที่ไม่มีอยู่จริง ติดอยู่ในจินตนาการ เป็นพวกไม่ดูแลตัวเอง ปล่อยให้อ้วนเหม็นและใส่แว่นหรือเปล่า

อ่า…บางทีการรับมือเรื่องนี้คนเดียวอาจจะไม่น่ากลัวเท่าไร

พวกเราขึ้นชั้นบนเพื่อเข้าคลาส ก่อนจะขึ้นไป ผมมั่นใจว่ามีคนมองตามผมอยู่


พวกเราเลิกคลาสกันโดยที่ผมแทบไม่ได้ฟังอะไรเลย ดีที่เพื่อนผมเห็นว่าผมใจลอยเลยอัดเสียงไว้ให้จนผมแทบหมอบกราบมัน พวกเราเดินลงมาถึงชั้นล่างของคณะซึ่งมีเก้าอี้นั่งอยู่ ก่อนที่ผมจะสังเกตเห็นร่างเล็กร่างหนึ่งซึ่งนั่งเท้าคางเล่นมือถืออยู่

นะ…นั่นมันจินนี่นา

แต่ตอนนี้แฟนผมอยู่ในชุดนักศึกษาหญิง กระโปรงทรงเอรัดช่วงสะโพกกลมกลึง ผมสีน้ำตาลดัดลอนตรงปลายซึ่งน่าจะเป็นวิกของเจ้าตัวรับกับปากซึ่งทาลิปกลอส และการแต่งหน้าบางๆทำให้เจ้าตัวน่ารักเป็นบ้า

โคตรน่ารักจนผมอยากพุ่งเอาเขาเข้าไปเก็บในห้อง

“ทำอะไร” ผมกระซิบถามเขาทันทีที่ผมก้าวเท้าเร็วๆเข้าถึงตัว

“รอนายไง” เขากระซิบด้วยเสียงธรรมดาซึ่งไม่ได้ผ่านการดัด

“มาที่นี่ไม่ได้” ผมตอบ จับแขนเขาให้ลุกขึ้น

“เดาว่าไอ้คนโรคจิตคงมาตามมึงที่นี่ กูเลยมาส่อง”

เวร…ผมควรจะนึกได้ว่าถ้าคนอย่างผมคิดได้ว่าจะโดนตาม จินก็คงคิดเหมือนกัน

“กลับห้อง มันอันตราย” ผมยังคงขมวดคิ้วมุ่น หันไปบอกลาเพื่อน แต่กันต์ส่งเสียงเรียกผมเสียก่อน

“เดี๋ยว…เคย์…เออ คุย…กับกูหน่อย” เขาลูบท้ายทอย มองหน้าจินแวบหนึ่งแล้วรีบหลบตา

อ่า…

ผมหน้าซีดกว่าเดิม เวรแล้วสิ ทำท่าอย่างนี้

ต้องจำจินได้แน่ๆเลย

ผมทิ้งเพื่อนคนอื่นๆของผมไว้กับจิน พวกนั้นโห่แซวถามใหญ่ว่าเป็นแฟนผมหรือ ซึ่งผมก็ได้แต่ตะโกนตอบไปว่าใช่โว้ย! แล้วเดินมากับกันต์

เพื่อนผมเกาแก้มอย่างประหม่า

“คือ…นั่น กูคิดว่าคนคนนั้นคือรูมเมทมึงใช่หรือเปล่า”

กันต์เป็นคนที่สนิทกับผมที่สุด เขาเห็นหน้าจินบ่อยที่สุด และเพราะอย่างนั้นถึงจำจินได้อย่างง่ายดาย

“…ใช่” ผมพยักหน้า ความจริงออกมาจากปากง่ายขึ้นเมื่อต้องบอกเพื่อนที่สนิทที่สุด มันไม่ใช่คนเหยียดใคร นั่นทำให้ผมสบายใจเวลาที่ต้องอยู่กับเขา กันต์คือนิยามของคำว่าหนุ่มป๊อบปูล่าของจริง เป็นextrovertที่รับผมเป็นเพื่อนแถมยังดันให้ผมเป็นเดือนอีก (ถึงแม้ว่าผมไม่ได้อยากเป็นก็ตาม)

“เอ่อ…” เพื่อนผมอึกอักกว่าเดิม “จะว่ายังไงดีล่ะ กูอ่ะ…รู้น่ะว่าจินเป็นแฟนมึง คือเห็นจากหลายๆตอน มันเกินคำว่าเพื่อนว่ะ”

ผมตกตะลึง ไม่คิดว่าเพื่อนจะรู้เรื่องนี้

“แต่เรื่องนี้มันออกจะ..ว่ายังไงดี เหนือความคาดหมายไปหน่อย?” กันต์พูดอย่างไม่แน่ใจ ก่อนจะละล่ำละลักบอกเมื่อเห็นสีหน้าผม “แต่ไม่ใช่ว่ากูไม่ชอบหรืออะไรน่ะ แค่แปลกใจเฉยๆ”

“มึงห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกกับใครน่ะ” ผมกดเสียงต่ำ ย้ำกับมัน

“เออๆ รู้แล้วๆ ไม่บอกหรอก” เขาตอบกลับมา เสียงหนักแน่นไม่แพ้กัน

ผมถอนหายใจพรู เหมือนยกเอาภูเขาออกจากอกไม่น้อย

เงยหน้ามองท้องฟ้าครั้งหนึ่ง นึกขอบคุณอะไรก็ตามที่ดลใจให้คนอย่างกันต์เข้ามาทักผมที่ได้แต่นั่งเงียบๆตอนรับน้อง

แล้วผมก็เริ่มเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง


สุดท้ายเราก็ลงเอยด้วยการมากินข้าวที่ห้างแถวมหาลัย ผมกลอกตาคิดถึงแผนการของกันต์

‘สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว’ เขากล่าวแล้วลากพวกผมมาที่นี่ ถึงตอนแรกจะอุ่นใจแต่ตอนนี้ชักหงุดหงิด

เพราะกันต์คุยกับแฟนผมมากเกินไปนี่แหละ

ผมมุ่ยหน้า วาดแขนดึงเอวจินเข้ามาให้ชิดติดผม

“อุต๊ะ มีคนขี้หึงแถวนี้หนึ่งคน กากว่ะ” เขาส่งเสียงแซว

“อือ…กากจริงด้วย” ไม่พอ ผมยังถูกซ้ำเติมโดยเจ้าของอีก
 
“โอตาคุกากๆที่คิดว่าตัวเองปกปิดเนียนแล้วแต่ความจริงคือกูรู้ตั้งนานแล้วว่ามึงเป็นโอตาคุ ไอ้ง่าว” เพื่อนผมหัวเราะไม่ปิดปากทั้งๆที่เคี้ยวข้าวอยู่ เวรเอ๊ย! สกปรก “มองการ์ตูนตาเป็นประกายเวลาเดินผ่านร้านขายหนังสือ แถมยังมีรูปการ์ตูนเต็มไอแพด ไม่พอ เน็ตฟลิกเรื่องล่าสุดที่ดูก็เป็นอนิเม คือกูคงไม่รู้อ่ะจ้ะว่ามึงชอบอ่ะ”

ผมหน้าร้อน ไม่คิดว่าจะถูกรู้ได้ง่ายๆขนาดนั้น

“แต่เรื่องที่พวกมึงเจอก็ร้ายแรงอยู่ ตกลงว่ามึงจะบอกคนอื่นมั้ยหรือให้กูบอก” กันต์เลิกคิ้วถามผม ผมได้แต่เม้มปาก

“ไม่บอกพวกมันได้มั้ย”

“เขากลัวว่าจะโดนแอนตี้เรื่องเป็นคุ” เป็นจินที่ตอบแทรกคำตอบของผมขึ้นมา กันต์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำตอบนั้นแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างทนไม่อยู่

“เชี่ย โคตรของโคตร” เขากุมท้อง “ก็รู้อยู่น่ะว่ามึงประสาทแดกเรื่องสายตาชาวบ้าน แต่ไม่คิดว่าขนาดนี้ ใครมันจะไม่ชอบมึงเพราะเรื่องที่มึงชอบการ์ตูนอ่ะถามจริง”

“ก็พวกมึงหัวเราะตอนน้ำพูดว่าโตแล้วยังอ่านการ์ตูนอีกเหรอ” ผมอ้อมแอ้มตอบ

“อ้าว เวร โทษที ตอนนั้นไม่คิดว่ามึงจะรู้สึกอะไร” เพื่อนผมเบิกตากว้าง “เออ พวกกูมันพูดไรไม่ค่อยคิดถึงใจคนอื่นไม่เหมือนมึง โทษจริงๆ”

“ไม่เป็นไร” ผมสูดจมูกฟืด รู้สึกโล่งอกขึ้นเป็นกอง สัมผัสที่มือทำให้รู้ว่าจินสอดมือมากุมมือผมไว้หลวมๆแล้วใช้ปลายนิ้วลูบหลังมือผมเบาๆ

เสียงหัวเราะที่ผมคิดว่าเป็นการหัวเราะเยาะในวันนั้นเบาลงจากความคิด


พวกเราแยกตัวจากกันต์เมื่อหมดมื้อค่ำ ผมเดินเล่นกับจิน วนไปชั้นนั้นชั้นนี้เพื่อดูว่าใครติดตามเราบ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่รู้สึกว่ามีใครมองตามหรือตามเรามาเลยสักนิด

ผมมองคนข้างกาย เขาน่ารักกว่าทุกที อ่า…แถมเขายังใส่ส้นสูงสีดำที่ทำให้เขาเกือบสูงเท่าตัวผมอีก

ส้นสูงนี่มันเหมาะกับเรียวขาเขาชะมัด

“มองอะไร ชอบตอนกูใส่ส้นสูงหรือไง” เขาเย้าเมื่อหันมาเห็นผมจ้องขาเขาไม่เลิก

“…ก็รู้นี่” ผมตอบเสียงเบา “วันนี้มึงน่ารักจะตาย คนมองเพียบเลย หึงมาก ไม่ใส่ให้กูดูคนเดียว”

เขาหน้าแดงกับคำพูดง่ายๆของผม

“หะ…หุบปากไปเลย”

แล้วผมก็คิดได้ถึงเรื่องที่จินเคยบ่น

เรื่องจับมือ…

ผมส่งมือไปประสานกับมือของเขา รู้สึกเขินยิ่งกว่าตอนทำเรื่องอย่างว่า ประหม่าจนมือผมชื้นเหงื่อ ผมรีบคลายมือออก เอามือเช็ดเสื้อตัวเอง

เวรล่ะ เขาจะรังเกียจเหงื่อผมป่ะวะ หรือจินอาจจะกำลังคิดว่าไอ้คุเวรคนนี้เหงื่อเยอะชะมัด

แต่จินกลับเอามือมาจับมือผม เขาก้มหน้าหลบตา เห็นเพียงใบหูแดงๆ

“…อย่าปล่อย”


ผมไม่แน่ใจว่าเขาหมายความถึงการจับมือหรือมีความหมายแฝงอื่นๆ แต่คำของเขาดาเมจแรงจนผมอดเขินอีกรอบไม่ได้

ใจเต้นแรงเสียจนเขาอาจจะรับรู้ผ่านการจับมือได้เลยด้วยซ้ำ

มือประสานมือ พวกเราต่างตื่นเต้นจนฝ่ามือชื้นเหงื่อทั้งคู่ แต่พวกเรากลับไม่มีใครคิดอยากจะปล่อยมือออกจากกันเลย


จินpart

เดินไปเดินมาก็มาจบอยู่ที่ร้านรองเท้า

เคย์ทำตัวป๋า อยากให้ผมใส่ส้นสูงหลายๆคู่ เลยพาเข้าร้านนี้ เจ้าตัวหยิบส้นสูงสีครีมและต่างๆอีกมากมายมาสวมใส่ให้ผมโดยที่ไม่พูดอะไร

“ฮึ่ยยย เธอดูดิ ผู้ชายคนนั้นอ่ะ หล่อมาก ละสวมรองเท้าให้แฟน ละมุนสุดด”

เสียงของพนักงานสาวข้างหลังทำเอาผมกลอกตา

พนันได้ว่าในหัวหมอนั่นตอนนี้ต้องอยากเห็นผมเปลือยโดยใส่เพียงส้นสูงแน่ๆ

สมองลามกจกเปรตของหมอนั่นก็ทำได้แค่นั้นหรอก ละมงละมุนอะไรกันล่ะ

“อันนี้ก็เข้ากับมึง สวยทุกอันเลย” เขาพูดอย่างจริงจัง จับเท้าผมใส่ส้นสูงสีดำที่มีโบว์เล็กๆสีขาวติดข้างหลัง ลูกเล่นน่ารักจนผมต้องยอมรับว่ามันน่ารักจริงๆ

“ก็เอาไปจ่ายตัง จะกลับห้องแล้ว ง่วง” ผมบอก ไขว้ห้างขึ้น ปล่อยให้หมารับใช้ของผมค่อยๆถอดรองเท้าออก

“งั้นเอาสี่คู่” เขายิ้มเริงร่า หยิบสามคู่นั้นใส่กล่องเอาไปคิดตังอย่างรวดเร็วจนผมห้ามไม่ทัน

ผมส่ายหน้าอ่อนใจ ขณะลุกขึ้นก็รับรู้ถึงสายตาเข้มข้นที่ชวนขนลุกจ้องมองมาที่ผม

ผมหันขวับมองหาที่มาของสายตานั่น แต่บริเวณโดยรอบไม่มีใครที่ใส่เสื้อนักศึกษามหาลัยเราเลย

ผมดึงเสื้อเคย์เมื่อเขาเดินกลับมาหลังจ่ายตังเสร็จ

“กูว่ามีคนตามเราอยู่”

รูมเมทผมปรับสีหน้าเคร่งเครียดทันที แต่เขายังคงทำตัวตามปกติเหมือนไม่รู้เรื่อง

“ไม่เป็นไร” เขาลูบหัวผม “กูจะดูแลมึงเอง”


พวกเรารีบก้าวเร็วๆออกจากห้าง ผมเบิกตากว้างอย่างแปลกใจเมื่อเห็นเพื่อนของเคย์ยืนรอเราอยู่ที่ทางออกห้าง

“อ้าว…ทำไมยังอยู่”

เขาทำมือเป็นเชิงออกไปคุยข้างนอก พวกเราสามคนรีบเดินขึ้นรถกันอย่างรวดเร็ว เคย์ล็อครถทันทีที่พวกเราปิดประตูกันหมดแล้วก่อนจะเอ่ยถาม

“ตกลงว่ายังไง”

“มีคนที่รู้จักอยู่ 3 คน เป็นนักศึกษามหาลัยเราแน่ๆ นอกนั้นก็ไม่เห็นมีใครจ้องอะไรเป็นพิเศษ”

“เอ่อ…โทษน่ะ แต่คุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ” ผมยกมือถามเมื่ออยู่ดีๆพวกเขาก็เปิดปากสนทนาเรื่องอะไรไม่รู้

“อ้อ กูให้กันต์มาคอยตามพวกเราอีกที กูว่าใครสนใจมึงเป็นพิเศษบ้าง”

“พอจินแต่งเป็นนักศึกษาสาวแล้วสวยดีน่ะเนี่ย” กันต์ลูบคาง ยิ้มกรุ่มกริ่ม “ทำเอาเคลิ้ม อยากจีบชะมัด”

โป๊ก!

มะเหงกจากเคย์กดลงตรงกลางหัวเพื่อนเขาพอดี ก่อนที่รูมเมทผมจะประกาศลั่นจนผมหน้าขึ้นสี

“มีแฟนแล้ว แฟนหวงมากด้วย เข้าใกล้ระยะสามเมตรกูกัดไม่เลี้ยง”

“ว้า สมกับเป็นหมาเลี้ยงจริงๆ” เขาเอ่ยแซวตบท้ายก่อนจะเข้าเรื่องจริงจัง “3คนที่ว่าเป็นผู้ชายหมด มีรุ่นพี่ปีสูงคนหนึ่งชื่อพี่ปาย อีกคนเพื่อนรุ่นเรา เคยทำงานสภาด้วยกัน ชื่อพฤกษ์ คนสุดท้ายเป็นคนเงียบๆในคณะเราชื่อติม”

“แน่ใจได้ยังไงว่าจะอยู่ในสามคนนั้น” ผมถามอย่างแปลกใจ เขาจึงเอารูปที่ถ่ายให้มาให้ดู

ชายทั้งสามคนที่กันต์ถ่ายล้วนจ้องมองผมนานกว่าที่คนปกติจะใช้จ้องมองเวลาเจอคนสวย ซ้ำยังหันกลับมามองซ้ำหลายรอบอีกต่างหาก

“เข้าข่ายหมดเลยแหะ” เคย์ลูบคาง “ว่าแต่คนคนนั้นอยู่ในคณะเราด้วยเหรอ”

“อ่า…อยู่สิ เป็นพวกโอตาคุเหมือนนายเลยด้วย”

เคย์ทำสีหน้าอึมครึมไปพักใหญ่ สงสัยเซนซิทีฟกับคำว่าโอตาคุที่ออกมาจากปากเพื่อนพอสมควร

“งั้นก็ต้องจับตาดูเจ้านี่แหละ” คนตัวโตเอ่ย “เดาไว้ก่อนเลยว่าเป็นประเภทเดียวกัน”

“นั่นสิน่ะ” เพื่อนเขาเสริม “กูเคยทำงานกับพฤกษ์ เป็นคนนิสัยโอเค แค่ออกจะกะล่อนหน่อยๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้ ส่วนพี่ปาย…ไม่รู้วะ แค่เคยไปกินเหล้าด้วยกันเฉยๆ”

พวกเรานั่งวิเคราะห์กันต่อสักพักก่อนที่เคย์จะสตาร์ทรถขับออกไปส่งกันต์ที่หอพัก วนรอบมหาลัยสองรอบจนแน่ใจวาไม่มีใครตามมาถึงได้วนกลับไปจอดที่หอตัวเอง


ผมนั่งพิจารณาส้นสูงหลายๆคู่ที่ได้มา ทั้งรองเท้าบู้ตสีดำ ส้นสูงสีชมพู สีดำและสีครีม แต่ละอันดีไซน์เรียบหรูไม่น้อย

เซนส์แฟชั่นหมอนี่ดีขึ้นเยอะนี่นา

เคย์เดินเข้ามาเจอกับผมที่กำลังใส่ส้นสูงอยู่พอดี เขาชูกล้องในมือขึ้น ถามซื่อๆ

“วันนี้ขอลองอะไรหน่อยน่ะ จะลองถ่ายภาพไปลงทวิตมึง นี่ไปอ่านวิธีมาแล้ว” เขาว่าพลางเดินมาเปิดโฟโต้บุ๊คของผม “เอาชุดนี้ มันต้องเข้ากับส้นสูงสีดำแน่ๆ”

เขาเดินเข้ามา วางกล้องในมือลงบนโต๊ะและหิ้วปีกผมให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบชุดออกมาจากลัง มือใหญ่ๆช่วยรูดเสื้อผมออก ก่อนที่จะเขาจะสวมบราให้ผมทีละข้างโดยผมมีหน้าที่แค่ยกแขนทีละข้างให้เขา มือใหญ่ๆไม่วายลูบไล้แขนของผม

เขาติดตะขอบราอย่างไม่เชี่ยวชาญนัก ผมยกยิ้มขำก่อนจะค้างแข็งเมื่อเคย์เกี่ยวขอบกางเกงผมลง

“ทำเองได้!” ผมหมุนตัวกลับไปผลักหน้าเขา ยันโครมจนชายหนุ่มถอยหลังไปหลายก้าว ผมฉวยชิ้นส่วนจากในมือเขาวิ่งเข้าห้องน้ำไป

กลับออกมาอีกที คราวนี้ผมปล่อยให้เขาเป็นคนติดตะขอระหว่างบรากับแพนตี้ นี่เป็นชุดชั้นในที่ค่อนข้างมีลูกเล่นพอสมควร มีทั้งสายรัดเอว สายรัดขา และสุดท้ายเคย์ก็เอาเสื้อคลุมลูกไม้โปร่งๆสีดำมาให้ผมสวมเป็นอันเรียบร้อย

สายตาเคย์ลุ่มลึก ไม่เจือแววกระหายอย่างปกติ ผมมองเขาหยิบส้นสูงสีดำสวมให้ผมอย่างใจเย็น หยิบวิกผมมาสวมให้ พิจารณาองค์ประกอบในร่างกายผมก่อนจะพยักหน้า

“คราวนี้นอนลง” ผมทิ้งตัวลงบนเตียง ยกมือขึ้นปิดหน้า บิดเอวเล็กน้อยจนร่างกายเกิดส่วนเว้าโค้งสวยงาม

เสียงกดแชะ แชะดังไม่หยุด เคย์เดินเปลี่ยนมุมอยู่หลายทีก่อนจะยกนิ้วโป้งให้ผม

เราเปลี่ยนท่าถ่ายกันหลายที ทั้งยืนและนั่ง บางทีผมขดตัวบนโซฟา บ้างก็ยืนหันหลังทำท่าสบายๆปล่อยให้เสื้อคลุมโปร่งบางที่ไม่ได้ช่วยปิดอะไรเลื่อนหลุดจากไหล่ข้างหนึ่ง บางรูปก็เป็นผมกำลังมองตัวเองในกระจก เอนหลังเสียจนก้นกลมๆเด่นชัด

ผมยืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ภาพสะท้อนในกระจกถ่ายชัดถึงคนรูปร่างสูงโปร่งซึ่งสวมชั้นในลูกไม้สีดำ ผ้าคลุมซึ่งทำหน้าที่ปกปิดกายกลับก่อให้เกิดเงารางๆของรูปร่างที่ชวนให้ค้นหา เคย์ยืนซ้อนหลังผม มือใหญ่ๆที่ไม่ได้ถือกล้องวางไว้บนเอว เขาถ่ายพวกเราผ่านกระจก

“เรทเอ็กซ์ไปแล้วแหะ” เคย์บ่น ยังไม่หยุดถ่าย “พวกนี้ให้กูดูคนเดียวพอ”

สุดท้ายมหกรรมถ่ายรูปก็จบลง ผมเปลี่ยนเสื้อกลับมาอยู่ในเสื้อยืดตัวใหญ่ของเจ้าหมาโง่ ปล่อยให้ร่างกายส่วนที่เหลือโล่งโจ่ง คนตัวโตนอนอยู่ข้างผม มองผมดูรูปในกล้อง

“สวยมั้ย” เขาถามอย่างกังวล

“ถ้าปรับแสงหน่อยน่าจะสวยกว่านี้ ดีน่ะที่มีโมเดลดี” เขาเอื้อมมือมาบีบจมูกผมอย่างหมั่นเขี้ยวกับคำกล่าวยกยอตัวเองชองผม สุดท้ายก็หันกลับไปเหยียดแขนอย่างเมื่อยล้า

“ชอบชุดนี้โคตรๆ โคตรอยากแฮ่กใส่เลย แต่คือเครียดจนไม่ตั้งแล้ว” เคย์หัวเราะแหะๆ พยายามพูดให้ขำ แต่จากคิ้วที่ขมวดมุ่นของเขาทำให้รู้ว่าเรื่องนี้มันจริงขนาดไหน

“ใจเย็นน้า กังวลไปก็ไม่ทำให้เรื่องจบหรอก” ผมตบหัวเขาแปะๆ “ช่วงนี้ก็รวมฝูงกับเพื่อนซะ อย่าไปไหนคนเดียวเด็ดขาด ห้ามประมาทด้วย”

“เป็นห่วงล่ะสิ”

“เปล่า แค่หารูมเมทพ่วงคนรับใช้มันยาก ถ้ามึงเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรีดผ้าให้กู?”

เคย์หัวเราะจนตัวโยน ผมนอนเท้าคางมองภาพนั้นอย่างอารมณ์ดี

“ไว้เรื่องบ้าๆเรื่องนี้จบ ใส่ชุดนี้มาหาป๋าอีกรอบน่ะ” เขาไม่วายหยอด มืออุ่นๆลูบไล้เอวผม

ผมสับมือลงกลางหัวเขา ด่าว่าไอ้หมาชีกอไปรอบหนึ่ง ก่อนจะเปิดกล้องเลือกรูป

ผมกดลงรูปในทวิตเตอร์ การรับมือกับโรคจิตที่ดีที่สุดคือการทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนว่าชีวิตเราดำเนินไปได้ตามปกติ ต้องไม่เล่นไปตามเกมของมัน….

แต่ผมก็อดกังวลนิดๆไม่ได้ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้ผมรู้ตัวว่าพรุ่งนี้จะมีเรื่องเกิดขึ้น และไม่มีทางใดที่ผมจะหยุดมันได้ สีดำลามเลียทั่วห้องพร้อมๆกับความกลัวที่แผ่ขยาย

ขออย่าให้มีเรื่องใดๆเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้เลย

 
วันรุ่งขึ้นพวกเราแยกย้ายกันไปเรียนตามปกติ กันต์ทำหน้าที่จับตามองเพื่อนร่วมคณะของเขาที่อาจต้องสงสัยว่าเป็นคนร้าย

ผมขมวดคิ้วจ้องมองข้อความในDMที่ดูมุ่งร้ายผิดปกติ เมื่อวานผมลงรูปที่พวกเราถ่ายด้วยกันหน้ากระจก ทำเอาฮือฮาพอสมควร แต่ส่วนใหญ่เมนชั่นก็ชื่นชม มีเพียงส่วนหนึ่งที่ดูจะคลั่งเป็นพิเศษ มีการโควตด้วยคำหยาบคายต่างๆ แต่เมื่อDMนี่ส่งมา ผมถึงกับนิ่งไปชั่วครู่

‘มันไม่เหมาะสมกับคุณ’

คือสิ่งที่เขาพิมพ์ไว้ ผมรีบกดเข้าไปดูแอคเคาต์ของเขาก่อนจะพบว่ามันว่างเปล่า มันเป็นแอคที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่และฟอลโลว์ผมคนเดียว

ผมรับรู้ได้ถึงความชื้นที่ไหลลงมาตามขมับ

มันไม่เหมาะสมกับคุณ…ประโยคนี้หมายความว่าอะไร หมายความว่าคนที่DMมารู้หรือว่าเคย์เป็นใคร หรือแค่พิมพ์ไปเฉยๆว่าไม่เหมาะสม

ผมร้อนรนจนนั่งไม่ติดพื้น โทรไปหาเคย์ อีกฝ่ายก็ไม่รับซึ่งเป็นปกติเวลาเขาเข้าเรียน ผมพยายามโทรไปหากันต์ ซึ่งก็ไม่รับสายอีกเช่นกัน

ผมกัดฟัน มองอาจารย์ที่บรรยายอยู่หน้าคลาส ยอมรับเลยว่าหัวสมองคล้ายกับมีเส้นด้ายยุ่งเหยิงพันไปทั่ว วุ่นวายในความคิดเสียจนตื้อไปหมด

เพื่อนผมเคาะหัวผมเรียกให้กลับมาตั้งสติ ผมได้แต่ขยับตัวอย่างอึดอัด ภาวนาให้คาบเรียนนี้จบไปเร็วๆ


หลังคาบเรียนจบ สิ่งแรกที่ผมทำอย่างแรกคือการโทรหากันต์ อีกฝ่ายบอกว่าเคย์ยังอยู่ดี เขากำลังจับตาเพื่อนร่วมคณะคนนั้นอยู่ และตอนนี้คนตัวโตกำลังไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นสอง

ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก กำชับว่าให้รีบบอกรูมเมทผมให้กลับห้องไวๆ ผมเองก็จะรีบกินข้าวแล้วกลับห้องเช่นกัน เพื่อนเคย์ส่งเสียงอืออาตอบกลับมาแล้ววางสายไป

ผมเดินลงไปกินข้าวกับเพื่อน ผมไม่ได้สนิทกับเพื่อนมหาลัยถึงขั้นเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังเท่าไรนัก จึงได้แต่บอกแค่ว่าช่วงนี้รู้สึกเหมือนมีใครตามอยู่ ซึ่งเพื่อนๆต่างก็เสนอความช่วยเหลือให้ แต่ผมเพียงรับไว้ด้วยรอยยิ้มพร้อมขอบคุณ

เสียงริงโทนโทรศัพท์ผมดังขึ้น เป็นกันต์นี่เอง ผมกดรับสายกรอกเสียงสวัสดีลงไป แต่อีกฝ่ายกลับส่งเสียงร้อนรนขึ้นมาแทน

“เคย์โดนทำร้าย! มีคนผลักมันตกบันได กำลังพาไปส่งโรงพยาบาล! ตามมาด้วย”

ว่าเสร็จปลายสายก็ตัดอย่างรวดเร็ว ผมมือสั่น พอเริ่มได้สติก็เขย่าแขนเพื่อนอย่างเอาเป็นเอาตาย พูดอะไรไม่รู้เรื่องจนเพื่อนผมตกใจ ได้ยินเสียงตัวเองพูดคำว่าโรงพยาบาลซ้ำไปซ้ำมา

---------------------------------------------------------------------------------------
ตอนหน้าก็น่าจะจบเรื่องโรคจิตแล้ว นิยายเรื่องนี้ใกล้จบเข้าไปทุกทีแล้ว เย้

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3479
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +126/-4
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #128 เมื่อ29-10-2018 02:49:10 »

 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Janemera

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #129 เมื่อ29-10-2018 03:03:09 »

จับมันนนให้ได้บังอาจจจมาทำเจ้าหมาโง่ของน้องจินนนนน :katai1: :katai1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
« ตอบ #129 เมื่อ: 29-10-2018 03:03:09 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 389
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #130 เมื่อ29-10-2018 07:51:18 »

เราว่าเราสงสัยกันต์อะ

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-6
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #131 เมื่อ29-10-2018 13:41:56 »

 :katai1: :katai1: :katai1:
ใครทำเคย์

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Noname_memi

  • 7 or never, 7 or nothing
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1471
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #132 เมื่อ29-10-2018 14:08:26 »

หืมมม  :katai1: อาจหนึ่งใน 3 คนนั้น หรือกันต์ หรือชัย.. แต่ไม่ๆ

ชัยน่าจะตัดออกได้เลย แต่ว่าใครกันนะ โรคจิต!

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #133 เมื่อ29-10-2018 16:03:07 »

ลุ้น..นนนนนนน  :katai1: :katai1: :katai2-1:

ออฟไลน์ ongard25

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #134 เมื่อ29-10-2018 18:53:33 »

เครียดแทนเลย มันคือใคร!! :fire: :fire:

ออฟไลน์ ดาวโจร500

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 663
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-3
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #135 เมื่อ29-10-2018 22:54:45 »

ทำไมฉันระแวงตากันต์เพื่อนน้องเคย์

ออฟไลน์ Quatree

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #136 เมื่อ29-10-2018 23:02:22 »

ใครทำน้องงงง :m31:

ออฟไลน์ yunnutjae

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 577
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #137 เมื่อ29-10-2018 23:14:23 »

กลัวจะเป็นคนใกล้ๆตัวอะ  :z3:
ลุ้นก็ลุ้นนะ แต่ก็ไม่อยากให้จบเลยยยยย  :ling1:

ออฟไลน์ Petit.K

  • Petit parapluie
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 860
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #138 เมื่อ30-10-2018 15:02:52 »

ลุ้นๆๆๆๆๆ เจ้าหมาโง่อย่าเปนไรน้าาาา รับกลับมาแฮ่กหนูจินเร้ววว

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4213
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-6
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #139 เมื่อ30-10-2018 19:50:02 »

เราสงสัยว่าคนนั้นจะเป็นกันต์  :z3:
ไม่อยากให้น้องจบเลยค่ะ ใครจะมาแต่งตัวให้เราดูอีกกก  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
« ตอบ #139 เมื่อ: 30-10-2018 19:50:02 »





ออฟไลน์ Ti0590

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 467
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #140 เมื่อ30-10-2018 21:39:19 »

คิดว่าน่าจะเป็นกันต์เนี่ยแหล่ะ​  - *-

ออฟไลน์ manami1155

  • ~I Still Love You~
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1798
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +99/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #141 เมื่อ30-10-2018 23:01:13 »

ลูกหมาโดนลอบกัดแล้ว
หนูจินไปดูใจเร็วเข้า

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #142 เมื่อ31-10-2018 02:46:52 »

แอบสงสัยกันต์แหะ

ออฟไลน์ CLShunny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #143 เมื่อ31-10-2018 09:50:56 »

กันรึป่าวววววววววววววววววว

ออฟไลน์ whistle

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 800
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-4
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #144 เมื่อ31-10-2018 10:55:33 »

คงไม่ใช่กันต์นะ.......

ออฟไลน์ MeiHT

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 56
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : ชุดที่3 [29/10/61]
«ตอบ #145 เมื่อ01-11-2018 16:32:35 »

Special : Halloween

ผมหยิบการ์ดเชิญสีดำลายฟักทองกับผีโยนใส่คนที่นอนดูอนิเมอยู่บนเตียง

“งานฮัลโลวีนของคนคอสเพลย์ มึงได้รับเชิญด้วยน่ะ ที่ไปช่วยจัดคิววันนั้นน่ะ” ผมพูดถึงวันที่ตัวผมไปขายโฟโต้บุ๊ค งานฮัลโลวีนที่พวกสตาฟจัดขึ้นจริงๆถึงจะบอกว่าเป็นงานแต้งกิ้วปาร์ตี้ แต่จริงๆแล้วคือมีตติ้งขำขันกันนั่นแหละ

“…ต้องไปด้วยเหรอ” มันทำหน้ายู่ “กลัวอึดอัดอ่ะ กูไม่ได้รู้จักใครสักหน่อย”

“เพื่อนๆกูเขารบเร้าให้ชวนมึงมาด้วย” ผมมองเพดานก่อนจะบอกออกมาลอยๆ “แล้วกูก็จะแต่งตัวเข้าธีมฮัลโลวีนด้วยน่ะ”

“ไป! ไปด้วยคน!”

เสียงตอบตกลงดังทันควันมาตามคาดทำให้ผมถอนหายใจ หลับตาลง

นี่ผมคิดผิดหรือเปล่าที่ตอบตกลงเป็นแฟนกับคนอย่างนี้


เคย์ part

พวกเรามาถึงที่งานก่อนเวลาหนึ่งทุ่ม จินหายไปในห้องแต่งตัว ทิ้งผมอยู่กับกลุ่มคนที่ไม่รู้จัก ก่อนที่ใครสักคนที่ผมจำได้ว่าเห็นในงานคอสเพลย์จะเดินมาลากตัวผม

“เราขาดคนอยู่พอดี เออ คืองานเราจัดกิจกรรมด้วยน่ะ แฟนจินใช่มั้ย ฝากไปเฝ้าห้องโบสถ์ที” ข้อมูลไหลจากปากเธออย่างรวดเร็วจนผมงง

“เออ…อะไรน่ะครับ”

“อ่า โทษที คืองานเรามีรางวัลใหญ่สำหรับคนที่ตามหาลูกอมฟักทองกับคำใบ้แล้วเอามาตอบคำถามได้อ่ะ ที่เธอต้องทำคือเฝ้าห้องห้องหนึ่ง สวมบทบาทเป็นบาทหลวงและถ้าใครผ่านก็ให้คำใบ้กับเขาไป”

ผมตกใจ แหงล่ะ มางานอยู่ดีๆกะจะกินให้พุงกาง อยู่ดีๆก็มีคนมาลากไปทำโน้นทำนี่ทั้งๆที่ไม่รู้จักใครเลย จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงล่ะ

“เออ ผมคงทำไม่ได้หรอกครับ” ผมปฏิเสธ ขืนตัวจากการจับกุมของแม่คุณ ก่อนที่คุณเธอจะหมุนตัวกลับมาน้ำตาคลอเบ้า

“ช่วยฉันหน่อยเถอะน่ะ สตาฟมันไม่พอจริงๆ”

อึก…บ้าเอ๊ย ผมโคตรแพ้น้ำตาเลย

สุดท้ายผมก็พยักหน้าอย่างฝืนๆก่อนที่คุณเธอจะร่าเริงเหมือนไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก่อน และลากผมไปยังห้องที่ตกแต่งคล้ายโบถส์

ผมกวาดสายตามองรอบห้อง ตอนนี้ผมเปลี่ยนชุดเป็นชุดบาทหลวงเรียบร้อยแล้วครับ แถมยังโดนเสยผมขึ้น ใช้เจลแต่งผมจนผมแข็งไปหมด แต่ดีน่ะที่มันเป็นบาทหลวงแบบโมเดิร์น เป็นเสื้อเชิ้ตกางเกงแสลคสีดำ ซึ่งตัวเสื้อมีคอปกตั้งๆแบบบาทหลวงที่เห็นกันในหนัง และที่คอผมมีผ้าสีม่วงพาด

เหมือนในหนังสุดๆ

ผมมองภาพตัวเองในกระจกด้วยความตื่นเต้น อดเข้าใจความรู้สึกของจินไม่ได้ เวลาได้เห็นตัวเองแต่งตัวแปลกๆแล้วมันชวนให้ตื่นเต้นจริงๆแหะ

อ่า…พูดถึงจิน…อยากเห็นชุดที่แต่งมากเลย

ผมกัดฟันอย่างเจ็บปวด

อุตส่าห์ถ่อมาถึงที่นี่เพื่อจะมองแฟนในธีมฮัลโลวีนให้เต็มสองตาแท้ๆ อยากรู้ชะมัดว่าจะแต่งตัวแบบไหน จะเป็นแม่มดน้อยหรือมัมมี่ที่มีเพียงผ้าคาดตามตัวกันน่ะ อ่า…ถ้าเป็นอย่างนั้นผมหิ้วเขากลับบ้านแน่ แต่ถ้าเป็นชุดหมาป่าก็ไม่เลว ใช่แล้วๆ มีหางน้องหมานี่คงสุดยอดไปเลย หรือจะเป็นชุดแคทวูแมน อยากโดนจินใส่ส้นสูงแล้วเหยียบผมชะมัด

เจ้าภัยสังคมเอ๊ย

ผมเขกกะโหลกตัวเองครั้งนึง เอาตัวเองกลับมาอยู่ปัจจุบัน มีคนคอสเพลย์ชุดต่างๆเข้ามาเรื่อยๆ มาขอคำใบ้จากผม และเนื่องจากไกด์คู่มือที่คุณสตาฟให้มาบอกให้ผมให้คำใบ้ยากๆ ผมเลยบอกให้สวดอิติปิโสสิบจบแล้วผมค่อยเฉลย

แต่อดทึ่งกับความเล่นใหญ่ของสตาฟงานนี้ไม่ได้ แต่งห้องเสียเหมือนยังไม่พอ ยังมีตู้สารภาพบาปตั้งไว้อีกต่างหาก ช่างลงทุนเสียจริง

กางหนังสือคู่มือไกด์แก้เบื่อได้ไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดอีกครั้ง ผมยิ้มอ่อนโยน(ตามที่คู่มือคุณไกด์บอก)ก่อนจะกล่าวทักทาย(ด้วยประโยคเลี่ยนๆที่เขียนไว้ในคู่มืออีกเช่นกัน)

“เชิญเข้ามาเลยเหล่าลูกแกะหลงทาง”

ก่อนที่จะชะงักค้างเมื่อเห็นคนที่เข้ามาใหม่ คนตัวเล็กที่เดินเข้ามาในชุดเดวิลนั่น

แม่ครับ…ฝังศพผมได้เลยผมตายตาหลับแล้ว

จินในชุดเสื้อไหมพรมสีดำตัวดังที่ปิดเพียงด้านหน้าและเปิดเปลือยแผ่นหลังเปลือยเปล่าซึ่งมีปีกเดวิลสีดำที่ดูอย่างไรก็เหมือนของจริงมากๆงอกออกมาจากหลัง คนตัวเล็กใส่กางเกงหนังขาสั้นสีดำซึ่งมีหางเดวิลงอกออกมา ที่ศีรษะคาดที่คาดผมเขาเดวิลสีแดงไว้

ผมยกมือขึ้นกุมจมูกอัตโนมัติเพื่อเช็คว่ามีเลือดกำเดาไหลหรือเปล่า

“เอ้า เอาคำใบ้มาได้แล้ว” จินยกสามง่ามในมือเคาะหัวผม

ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกมองความขาวที่เข้ามาประชิดตัว ก่อนจะเปล่งเสียงสั่นๆไป

“คุณพ่อบอกคำใบ้กับคนบาปไม่ได้หรอก ยกเว้นก็แต่จะสารภาพบาปเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

จินชักสีหน้าขึ้นมาแวบหนึ่งตามสไตล์คนขี้โมโห

“สารภาพ?...ให้สารภาพยังไงล่ะ”

ผมยกยิ้มมุมปาก สารพัดวิธีเล่นกับเดวิลตัวน้อยผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ

จะแกล้งจนร้องไห้ไปเลย


“สารภาพบาปให้จริงใจกว่านี้อีกหน่อยสิ” ผมบอกคนที่ซุกหน้าอยู่กับเป้ากางเกงผม มือนุ่มๆนั้นชักรูดความเป็นชายของผมไปมาไม่สัมพันธ์กับตาเฉียวๆที่มองผมขวางๆนั้นเลย

“ไม่ดีคุณพ่อก็บอกคำใบ้ไม่ได้หรอกน่ะ”

จินค่อยๆเริ่มไล่เลีย เม้มแค่ส่วนหัวแล้วใช้ปลายลิ้นตวัดเลียเบาๆ ก่อนจะส่งทั้งท่อนเข้าไปในโพรงปาก ผมสูดปากด้วยความเสียวกระสัน ในปากของจินยังคงอ่อนนุ่มและร้อนจัดจนทำให้รู้สึกดีเหมือนเคย

คนตัวเล็กดูดจนแก้มตอบพอๆกับผมที่จับท้ายทอยเขาดันเข้ามาจนใบหน้าเขาชิดโคนขาผม จินตีขาผมใหญ่ก่อนที่เขาจะปล่อยแล้วไอค่อกแค่ก

“ลึกไปแล้ว!” เขาแหวเสียงสั่น

“โทษที” ผมยิ้มแหะๆให้ “เร็ว กำลังรู้สึกดีเลย อีกนิดอาจจะบอกคำใบ้ก็ได้น่ะ”

เขาคุกเข่า ค่อยๆอ้าปากรับตัวตนของผมเข้าไปอีกครั้ง โยกหัวเข้าออกพร้อมๆกับใช้ลิ้นตวัดเลียทั่วท่อน ผมไม่ปล่อยให้เขาเล่นกับผมนาน หลังจากทนไม่ได้ ผมก็จับใบหน้าเขาให้อยู่นิ่งๆ สวนสะโพกเข้าเอียงๆจนกระพุ้งแก้มเขาถูกดันด้วยส่วนนั้นของผมจนนูนออก ผมระวังไม่ให้ตรงนั้นของผมล้วงลึกเข้าคอเขา เมื่อจับจังหวะได้แล้วจึงสวนเข้าออกถี่ๆจนกระทั่งเกือบปลดปล่อย

แกร๊ก!

เสียงประตูด้านหน้าเปิดทำเอาผมรีบถอนตัวออก อุ้มจินขึ้นและตรงไปเปิดตู้สารภาพบาปฝั่งซ้ายมือ พาตัวเองและเขาเข้าไปอยู่ในนั้น โชคดีที่ประตูติดขัดเล็กน้อย คนเข้ามาใหม่จึงต้องเปิดอยู่สองสามรอบจึงจะเปิดได้ ถึงตอนที่เขาเปิดแล้วผมก็ยืนซ้อนหลังจินในตู้สารภาพบาปทันท่วงที

“อ้าว คนใบ้หายไปไหนหว่า” เสียงเดินเข้ามาในห้องดังขึ้นในขณะที่ตัวผมจับสะโพกจินอย่างร้อนรน ปลดกางเกงหนังของเขาไปกองไว้ที่ขา

“แยกขาหน่อย” ผมกระซิบ แต่คนตัวเล็กส่ายหน้า

“ตอนนี้ไม่ได้” เขากระซิบตอบ ผมจึงเตะขาเขาเบาๆให้ขาเขาแยกออก จินเอื้อมมือมาข้างหลังหยิกขาผมเป็นการประท้วงแต่ผมไม่สนใจ ตอนนี้ร่างกายร้อนไปหมดจนรอไม่ไหวแล้ว

ผมใช้นิ้วเบิกทางให้เขา คว้านข้างในตัวจินจนพบจุดประจำที่ทำให้คนตัวเล็กบิดเร่าด้วยความกระสัน ผมกดย้ำซ้ำๆ ตัวเขาค่อยๆโค้งแอ่นจนทำให้เห็นแผ่นหลังกับปีกชัดขึ้นกว่าเดิม

เมื่อคิดว่าได้ที่แล้วผมก็กระทุ้งเข้าไปในตัวเขาอย่างแรงจนจินเกือบกรีดร้อง ถ้าไม่เพราะว่าผมเอื้อมมือไปอุดปากเขาก่อน เราน่าจะได้อับอายกันไปแล้ว ข้างในตัวจินบีบรัดผมแรงกว่าเคยด้วยความตื่นเต้น เขากัดฝ่ามือผมเบาๆเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดรอดออกไป

“อ้าว งี้ก็หาคำใบ้ไม่ได้ดิ” คนข้างนอกยังไม่ออกไปไหน แต่ผมจะไม่ทนจนกว่าเขาจะออกไปหรอก ตัวผมค่อยๆสวนสะโพกเข้าออก ท่อนลำซึ่งชุ่มด้วยสารคัดหลั่งจากร่างกายของพวกเราแทรกเข้าไปในก้นของคนตัวเล็กอย่างจาบจ้วง จินยันมือกับผนังตู้สารภาพบาป ร่างกายแอ่นโค้งกับสีหน้าบ่งบอกว่าตัวเขาเองก็ตื่นเต้นกับสถานการณ์นี้ไม่ต่างกัน

“เฮ้ย หรือว่าจะอยู่ในตู้นั้น”

ภายในจินรัดแน่นขึ้น เขาหันมาหาผมอย่างร้อนรน แต่ผมหยุดไม่ได้แล้ว ผมยังคงสาวเข้าออกอย่างหน้ามืดจนเกิดเสียงสวบสาบของการเสียดสีจากร่างกาย มือขย้ำบั้นท้ายกลมกลึงของอีกฝ่ายไม่หยุด

แอ๊ด!

โชคดีที่คนข้างนอกเปิดประตูฝั่งขวา ผมแช่ตัวค้างไว้ มืออุดปากจินให้เงียบ ก่อนที่คนข้างนอกจะปิดประตูลงและถอนใจกับการค้นหา จากนั้นผมได้ยินพวกเขาเปิดประตูและเดินออกไป

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

ทันทีที่เสียงประตูปิดแล้วผมก็ถอนตัวออกเกือบสุดแล้วกระแทกเข้าไปใหม่อย่างแรงจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องทั่วตู้ ผมกระแทกตัวตนเข้าไปไม่หยุดพร้อมๆกับที่ชักรูดส่วนนั้นของจิน

“อ่า…อือ….ไม่ไหว จะเสร็จแล้ว” คนตัวเล็กกรีดร้องเมื่อปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมา ผมเองก็กระทุ้งเข้าไปในตัวเขาแรงๆอีกไม่กี่ครั้งก่อนจะปลดปล่อยออกมาตามกัน

เสร็จแล้วผมก็จับตัวเขาหันมา จูบซับน้ำตาก่อนจะบอกคำใบ้

“คำใบ้คือ…ลูกแกะ17ตัว เก่งมากปีศาจน้อยของผม”


“ฉันควรถามมั้ยว่านายหายไปไหน”

แม่คุณสตาฟที่ลากผมมาช่วยงานหรี่ตามองผมที่ประคองจินออกมาจากในห้อง

“เออ…ไม่ควรครับ” ผมหัวเราะแหะๆก่อนที่เธอจะส่ายหน้า

“เออ ช่างมันเถอะ เกมจบแล้ว คุณเรนทายได้คนแรก อย่าลืมกลับมานั่งสังสรรค์กันต่อล่ะ”

ผมพยักหน้าแล้วพาพวกเราไปจัดการให้เรียบร้อย ระหว่างที่กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาให้คนตัวเล็กผมก็สะดุ้งเมื่อเห็นเขากัดฟันทำหน้าตาน่ากลัว

“เรนไปที่ห้องนั้นแล้วได้คำใบ้มาแล้วเหรอ”

“…ใครอ่ะ” ผมยิ้มเอาอกเอาใจเขาทั้งๆที่จำร่างอรชรนั้นได้แม่นทีเดียว เพราะเป็นคนเดียวกับที่จินสั่งให้เอาทวิตทุกอันมานั่งรีพอร์ตทวิตของคนคนนั้น สายแทรปซึ่งเป็นศัตรูกับแฟนผมมาตั้งแต่ช่วงคอสใหม่ๆ

“หมอนั่นทำอะไรนายหรือเปล่า” จินถามไม่หยุด ส่วนผมก็ได้แต่เหงื่อแตกพลั่กๆเพราะโดนอีกฝ่ายลวนลามจริงๆระหว่างที่อยู่ในห้องนั้น เขาเข้ามาประชิดตัวผมก่อนจะบีบเป้าผมจนผมตกใจวิ่งไปหลบในตู้สารภาพบาป แต่ฝ่ายนั้นก็ตามมาเปิดตู้(ซึ่งผมดันไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี) ก่อนจะขู่ว่าถ้าไม่บอกคำใบ้จะไม่ยอมออกไป

น่ากลัว…คนคนนั้นตัวเท่าๆจินแต่โคตรน่ากลัวเลย

“ปะ…เราออกไปข้างนอกดีกว่าเนอะ” ผมฉีกยิ้มและก็หิ้วปีกคนที่โวยวายไม่หยุดออกมาในงาน

จินนั่งหน้ายู่มองร่างผอมสูงที่เดินขึ้นไปรับถ้วยรางวัล เรนฉีกยิ้มในขณะที่เดินเฉียดผม เขายกยิ้มใช้ปลายนิ้วลูบไล้แผ่นอกใต้เสื้อเชิ้ตของผม ผมขนลุกเกรียวจนสะดุ้งเฮือก ตัวแข็งทื่อ

เขาหันไปมองหน้าจินก่อนจะบอกว่า

“เป้าแฟนนายแน่นดีน่ะ”

คนตัวเล็กเบิกตากว้าง ก่อนจะหรี่ตาอย่างดุร้าย

“ไปห่างๆเขา ไม่มีปัญญาหาแฟนเองรึไง อ้อออ ลืมไป ผมลืมว่าไม่มีใครทนคนปากเสียแถมยังนิสัยห่วยแตกอย่างนายได้นี่นา” จินยิ้มเยาะ

“ถ้าผมปากเสีย นายมันก็ไอ้เตี้ยฟอลโลว์น้อยนั่นแหละ”

เปรี๊ยะ!

ผมเห็นไฟในตาทั้งสองคนตีกัน ก่อนที่เรนจะสะบัดหน้ากลับไปนั่งที่โต๊ะ

คนตัวเล็กกัดฟันกรอดๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้มาทิ้งตัวลงบนตักผม สองแขนเอื้อมมือกอดคอผมแสดงความเป็นเจ้าของ

ผมสะดุ้ง เหลือบมองรอบกายเล็กน้อย แต่ไม่มีใครสนใจเราสักคน เหมือนกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา

“กลับไปนายโดนแน่ ไอ้หมาโง่! เขาเข้ามาลวนลามทำไมไม่ถีบแม่งซะเลยล่ะ” จินยกนิ้วขึ้นจิ้มหน้าผากผมแรงๆ

ผมยกมือขึ้นลูบหน้าผากป้อยๆ ก้มลงจุ๊บปากเขาเบาๆแล้วยกแขนขึ้นกระชับเอวอีกฝ่าย

คืนนี้สงสัยผมจะต้องรีบกลับไปง้อคุณปีศาจตัวน้อยเสียแล้ว


ส่งท้าย
จิน part

ผมไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจจริงๆ

เจ้าหมาโง่ตัวโตนั้นมีอะไรดีนักหนาคนถึงได้เข้าไปคุยกับเขาเรื่อยๆ ก็แค่ออลแบล็ค เสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงแสลค ไหล่กว้างเหยียดตรง แผ่นอกเรียบตึง แค่ตัวสูง แค่ดูสมาร์ทมากๆในชุดบาทหลวงนั้น แค่…

“หึงเหรอจ้ะกิ้วๆ” เสียงหยอกล้อจากเพื่อนดังข้างหูผม

“ใครหึง!” ผมหันกลับไปสวนทันควัน หยิบเอาแก้วน้ำพันช์จากมือเธอมาดื่ม

“ว้า แฟนเธอนี่หล่อสุดยอดไปเลย ยิ่งเสยผมยิ่งหล่อสุดยอดไปเลย หุ่นก็ดี น่าเอามาคอสจริงๆ”

“เงียบปากไปเลย” ผมพูดอย่างหงุดหงิดก่อนจะได้รับเสียงแซวจากคนรอบข้าง

“ขี้หึงน่ะจินเนี่ย”

“ก็แหงล่ะ น่าจะเป็นแฟนคนแรกและคนเดียวของเจ้าเตี้ยนี่ มีใครในโลกจะทนมันได้อีกเหรอ” เรน

อ่า…ไอ้ฟัคนี่ ไอ้ฟัคที่เหมือนโคลนของผมเป๊ะ รูปร่างหน้าตานิสัยและสเป็คคน เหมือนผมทุกอย่างจนหงุดหงิด แถมยังเป็นคนที่ตั้งแต่งานคอสก็เข้ามากระซิบบอกว่าสนใจเคย์ แถมบอกว่าจะแย่งไปอีก 

ผมหันกลับไปชูนิ้วกลางในเรน(ซึ่งเป็นนามแฝงในวงการคอสของเขา)ก่อนจะสาวเท้ายาวๆเข้าไปหาคนที่กำลังยืนหัวเราะกับเพื่อนนักคอสของผม จับท้ายทอยอีกฝ่ายดึงลงมาประสานจูบ แลกเปลี่ยนรสน้ำพันช์ในปากของผม

ได้ยินเสียงโห่ร้องแซวจากคนรอบข้าง

ผมยกยิ้ม พอใจกับการแสดงความเป็นเจ้าของต่อหน้าคนเยอะๆแบบนี้ เกี่ยวคอเขาลงมาจูบอีกรอบ ช่างคุ้มค่ากับที่พยายามล่อลวงเขาเข้ามาในสังคมประหลาดๆของผมจริงๆ
---------------------------------------------------------------------------------------

คลบาปปปป พยายามปั่นตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่แรคเปิดเลยเล่นแรคก่อน 5555555555555555555
นี่ชอบสังคมเด็กคอสเพราะเท่าที่สัมผัสมาค่อนข้างเปิดกว้างน่าดู
แวบไปเล่นแรคต่อก่อนนะคะ อิส

ออฟไลน์ Janemera

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : special Halloween [1/11/61]
«ตอบ #146 เมื่อ01-11-2018 17:06:02 »

สงสารเจ้าหมาโง่จังงงง อิอิ :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ Kx0806

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 108
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : special Halloween [1/11/61]
«ตอบ #147 เมื่อ01-11-2018 17:48:38 »

 :haun4:

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-0
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : special Halloween [1/11/61]
«ตอบ #148 เมื่อ01-11-2018 18:47:57 »

ตื่นเต้นแทนเลยอ่ะ   :z1: :z1: :z1:

ออฟไลน์ CLShunny

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
Re: [เรื่องสั้น] Cosplayer : special Halloween [1/11/61]
«ตอบ #149 เมื่อ01-11-2018 21:07:42 »

ไม่ดีต่อใจไม่ใช่เคย์55555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด