>>>ฝรั่งใจ ♥ รักนี้สาย ฝอ<<<Husband and Husband and Happy [The End] 27-04-20 P.8
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: >>>ฝรั่งใจ ♥ รักนี้สาย ฝอ<<<Husband and Husband and Happy [The End] 27-04-20 P.8  (อ่าน 40209 ครั้ง)

ออฟไลน์ MA_LEE

  • เป็ดหัดเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทุ้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเวปไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสอ้างอิงชื่อผู้โพสหรือเวปไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเวปไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสและเวปไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเวปไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพส
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++





ฝรั่งใจ ♥ รักนี้สาย ฝอ



สารบัญ

บทนำ
บทที่4 มึน! งง!
บทที่6 จีบ!
บทที่8 OH BABY I LOVE YOU!!
บทที่11 ใจบางๆ
บทที่14 จูบ
บทที่17 I NEED YOU
บทที่18 Go to uk
บทที่20 เจ้าหญิง



เรื่องอื่นๆ
เรื่องสั้น โปรดหันมาที่ผมสักครั้ง (Please)[ตอนเดียวจบ]
เรื่องยาว Love me Love my cat [จบแล้ว]







Introduction


     
คนเราถ้าเกิดมาคู่กันแล้วก็ย่อมไม่แคล้วกัน ถึงแม้จะอยู่คนละซีกโลก ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม
สุดท้ายโชคชะตาก็จะนำพาให้มาพบกัน!!

……………………………………..



“เพื่อน ณตคะ เพื่อนฟางมีเรื่องรบกวนให้ช่วยนิ๊ดนุงค่ะ” น้ำเสียงแบบนี้ช่างน่าสยดสยอง!!

“กูไม่ช่วย”

“เวร!!มึงฟังกูก่อนได้มั้ยล่ะ”

“2นาที จับเวลา”

“คืออย่างนี้ค่ะเพื่อนณต Mr.Jeremy บอสของ Paulสามีดิฉันจะมาประชุมกับบริษัทสาขาที่กรุงเทพเมืองฟ้าอมร เขาจะอยู่ที่กรุงเทพ3วันหลังจากนั้นเขาจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่ต่ออีก3วัน เขาอยากได้ไกด์ท้องถิ่นพาเที่ยว รบกวนเพื่อนณตเป็นไกด์ให้หน่อยได้มั้ยคะ”

“ไม่ได้!! กูจบถา’ปัตย์ แล้วก็ไม่ได้เป็นไกด์ อยากได้ไกด์ก็ไปหาที่บริษัททัวส์สิ”

“แต่แกเป็นคนเชียงใหม่ ภาษาแกก็ดีด้วยไง อีกอย่างพอลก็ไปโม้ให้บอสฮีฟังว่าฉันมีเพื่อนสนิทอยู่ที่เชียงใหม่” วุ่นวายจริงๆ ขนาดอยู่ลอนดอนยังตามมาวุ่นวายกูถึงเชียงใหม่!!

“แล้วไง?  อีกอย่างไม่ว่าง กูต้องเปิดร้านทุกวันมะ” ร้านที่ว่าคือร้านกาแฟครับ ผมมีเกสท์เฮ้าส์เล็กๆและเปิดร้านกาแฟเล็กๆด้านหน้าของเกสท์เฮ้าส์ พร้อมกับเป็นสถาปนิกฟรีแลนซ์ไปด้วย 108อาชีพครับ!!

“วันละเจ็ดพัน 3วันก็สองหมื่นเอ็ด!!” ถึงกับตาลุกวาว ต้องขายกาแฟเกือบ500แก้วถึงจะได้เงินสองหมื่น!! ไม่ตกลงก็ง่าวแล้ว!!

“ว่าง ส่งรายละเอียดมา” รีบตอบตกลงทันที ที่ร้านกับเกสท์เฮ้าส์มีพนักงานอยู่แล้ว ให้ช่วยๆกันดูไปก่อนไม่น่ามีปัญหา

“ดอกทองมากค่ะ พูดเรื่องเงินไวเลยนะมึงนิสัยงกไม่เคยเปลี่ยน!!”

“ถ้างั้นไม่ทำ แค่นี่นะ” ขอเล่นตัวนิดนึง ถ้าเกิดมันเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปละกัน!!

“โธ่ๆ เพื่อนณต หยอกค่ะหยอก ดีออก!!” โล่งใจ!! นึกว่าต้องฟาดเคราะห์แล้วซะอีก ปากผมมันไวไปหน่อย!!

“ส่งรายละเอียดมาละกัน ว่าแต่แกจะกลับมาเมื่อไหร่ เพื่อนฝูงน่ะลืมหมดแล้วละมั้ง”

“มึงก็พูดง่าย อังกฤษ-ไทย ไม่ใช่กทม.-เชียงใหม่นะมึง ฉันก็อยากกลับจะตายห่า ถ้าคิดถึงฉันก็ส่งตั๋วมาสิ”

“เดี๋ยวส่งตั๋วนครชัยแอร์ไปให้”

“ค่ะ คงถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ!!”

“ก็ดีสิชาติหน้าจะได้เจอแกอีก ซึ้งน้ำตาแทบไหล”

“ค่ะ ไม่คุยกับมึงละไร้สาระ ค่าโทรทางไกลมันแพงนะมึง วางละคิดถึงนะจ๊ะเพื่อนเลิฟ จุฟๆ” ไม่รอให้ผมได้ล่ำลามันวางสายไปละ

ผมกับไอ้ฟางเป็นเพื่อนสนิทกันตอนเรียนมหา’ลัย ความฝันของมันคืออยากมีผัวฝรั่งเลยลงทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษเพื่อหาผัวนะ เรื่องความรู้น่ะเรื่องรอง!! สุดท้ายนางก็ได้ฝรั่งสมใจ ผมเคยเจอพอลผัวมันแค่สองครั้งหลังจากที่มันแต่งงานได้สามปีนางจะกลับบ้านปีละครั้ง นี่ก็เกือบปีละที่ไม่ได้เจอกัน คิดถึงมันเหมือนกันแฮะ..


‘Mr.Jeremy Carson จะมาถึงเชียงใหม่วันเสาร์ ไฟท์บินจากกรุงเทพบ่ายโมงตรง ถึงเชียงใหม่ประมาณบ่ายสอง’ นี่คือรายละเอียดที่ไอ้ฟางส่งมาให้ ช่างเป็นรายละเอียดที่ชัดเจนซะเหลือเกิน!!

บอกแค่ชื่อ วันเวลาที่จะมาถึง แค่นั้น?! รูปของบอสผัวมันก็ไม่ส่งมาให้ดู เบอร์โทรอะไรก็ไม่ให้ หรือเอาเบอร์กูไปก็ได้ เกิดผิดพลาดอะไรจะได้ติดต่อกลับมา ติดต่อไลน์มันไปชาตินึงกว่าจะตอบกลับ โทรไปก็ไม่รับเวลาก็คนละเวลาอีก จะบ้าตาย!! 
สุดท้ายก็ต้องชูป้ายชื่อ

‘Mr. Jeremy Carson’ คาร์สันงั้นเหรอ สงสัยพ่อของพี่บอสมันผลิตถุงตีนขายแน่ๆ!!
ว่าแต่เป็นบอสเจ้าของบริษัทก็น่าจะมีอายุแล้ว อายุน่าจะสัก50 ฝรั่งมีอันจะกินก็น่าเป็นคุณลุงอ้วนพุงพลุ้ย หัวก็น่าจะล้านหรือหัวหงอกน่าจะประมานนี้

นี่ก็ใกล้บ่ายสองแล้วเดี๋ยวคงจะมาถึง ไม่นานนักก็มีเสียงประกาศจากสายการบินว่าไฟท์ที่มาจากกรุงเทพบ่ายโมงมาถึงแล้ว 
เมื่อเริ่มมีผู้โดยสารทยอยเดินออกมาผมเลยรีบชูแผ่นกระดาษเอสี่ เขียนด้วยปากกาเมจิกสีน้ำเงินว่า Mr.Jeremy Carson.

แล้วก็มีฝรั่งสุดเท่เดินตรงมายังผมด้วยรอยยิ้มแฉ่ง ยิ้มให้กูเหรอ?ไม่มั้ง หันไปดูข้างหลังก็ไม่มีใคร แล้วเค้าก็เดินมาหยุดตรงหน้าผม พร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม..ยิ้มสวยจังวะ หัวใจกระตุกไปกับรอยยิ้มนั้น0.3วิ!!

“ป้านด”

“...” ใครวะป้านด?! แถวนี้ก็ไม่มีผู้หญิงรุ่นป้าสักคน

“คุณป้านดใช่มั้ยครับ” ภาษาอังกฤชัดเป๊ะขนาดนี้ แต่สำเนียงภาษาไทยทำไมแป่งๆจังวะ ป้านดคงหมายถึง   ‘ปณต’ ชื่อกูแน่ๆ

“Mr. Jeremy?” ผมเลยถามกลับไป

“yes!!”  OMG!!  ลืมภาพลุงฝรั่งพุงพลุ้ยหัวล้านไปให้หมดสิ้น นี่มันนายแบบหลุดมาจากรันเวย์ชัดๆ โอ้แม่เจ้า ฝรั่งหุ่นนายแบบ สูงน่าจะสัก190ซม.!! ผมสีน้ำตาลเข้มยักโศกยาวระต้นคอ ดวงตาสีเทาสวย แต่งตัวก็โคตรจะสบายเสื้อยืดสีขาวล้วนกับกางเกงขาสั้นสีเทา พร้อมกับคีบอีแตะ สะพายกระเป๋าเป้ใหญ่เหมือนพวกแบ็คแพ็คเกอร์ ไม่มีภาพของคำว่าบอสอยู่เลย แถมยังดูเด็กอีกต่างหาก!!  แต่ดูรวมๆแล้วบอกได้คำเดียว Very handsome!!

“ผมเจเรมีครับยินดีที่ได้รู้จัก” แล้วคุณพี่บอสก็แนะนำตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับยื่นมือมาทางผม

“ผม ปณต(ปะ-นด) ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”ต้องออกเสียงชื่อตัวเองให้ชัดที่สุด อีตาบอสนี่จะได้ออกเสียงถูก

“ป้านดครับ..”

“เรียกผมว่า ณตก็ได้ครับ” เรียกชื่อเต็มแล้วสงสาร สงสารตัวกูนี่แหละ คนบ้าอะไรชื่อป้านด!!

“ณต วันนี้เราจะไปที่ไหนกันบ้างครับ”

“ก่อนอื่น ผมจะพาคุณไปเช็คอินที่โรงแรมก่อน แล้วเราจะไปหาอะไรกินกัน แล้วตอนเย็นไปช็อปปิ้งที่ถนนคนเดิน”

“น่าตื่นเต้นจังเลยนะครับ ผมมาเมืองไทยบ่อยมากแต่ไม่เคยมาเชียงใหม่เลย” อีพี่บอสพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง

“ครับรับรองว่าต้องสนุกแน่นอน!!”

“ครับ” แล้วอีพี่บอสก็หันมายิ้มกว้างให้ผม..ทำไมรอยยิ้มมันมีเสน่ห์แบบนี้วะ!!

“โอเค งั้นเชิญทางนี้ครับ” ผมเดินนำคุณบอสไปยังรถอีโคคาร์คันจิ๋วของผม รู้สึกเหมือนรถจะคันเล็กกว่าคน ไอ้กระป๋องของผมมันจะยัดอีพี่บอสฝรั่งตัวเบิ้มนี้ได้มั้ยวะ ขอเรียกพี่แกว่าพี่เบิ้มละกันนะ!!

       ..เหมือนจะเริ่มเห็นเค้าลางมาแต่ไกลว่าสามวันต่อจากนี้ชีวิตกูสนุก วุ่นวายแน่นอน!!



 TBC.




...

  ขอฝาก ป้านดกับพี่เบิ้ม ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ

  บทที่1 มาอาทิตย์หน้า ฝากติดตามกันด้วยนะคะ^^




Twitter - MA_LEE_01


Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-04-2020 19:15:17 โดย MA_LEE »

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
 :110011: :z7:
มารอจ้าาา ว่าแต่ป้านด อย่าเอาพี่เบิ้มไปทิ้งคูรอบเมืองเชียงใหม่ละ
เขาเอาไว้เล่นสงกรานต์นะ เดี๋ยวปลาเปอตายลอยไปหมด เสียดาย
เสียดายพี่เบิ้มนะแหละ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7623
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
ตาม  เห็นเค้าความปณต  เหมือนเพื่อนฟางและ
คือ.......แหะๆ......ได้ปั๋วฝาหรั่งตามเพื่อน   :z3: :z3: :z3:
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
 
ปณต(ประ-นด)  ----- ไม่ใช่ ปะ-นด  เหรอ

ออฟไลน์ MA_LEE

  • เป็ดหัดเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0


   ขอบคุณ คุณMAGNOLIAมากนะค่ะ  แก้ให้แล้วนะ ต้องเป็น ปะ-นด เน๊อะ   :pig4:

ออฟไลน์ holyhilly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :ling1: ปูเสื่อรอ  :hao7:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2653
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ skykick

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

 ป้านดได้หลัวฝรั่งแน่ๆ   :-[  :katai2-1:





ออฟไลน์ fairy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ มะเขือม่วง

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 450
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
น่าสนุกมากๆค่ะ  :L1: :L1:

ออฟไลน์ MA_LEE

  • เป็ดหัดเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0
 



บทที่ 1 ผู้ดี..อังกฤษ?!




       ขับรถไปก็คิดไปว่าจะพาพี่เบิ้มไปแดกอะไรดี เวลาบ่ายๆแบบนี้ ข้าวซอยละกันวะ

“คุณทานเผ็ดได้มั้ย” ผมถามพี่เบิ้มหลังจากพาไปเช็คอินที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว

“ได้นิดหน่อยครับ เรากำลังจะไปกินอะไรครับ” พี่เบิ้มถามด้วยสายตาตื่นเต้น

“ผมจะพาไปทาน ‘ข้าวซอย’ ”

“ข่าวซ่อย?!”  เอิม..ข่าวอะไรดีล่ะ ข่าวบันเทิงละกัน ถ้าเป็นข่าวอาชญากรรมคงแดกไม่ลง!! ถถถถถ

“ข้ า ว ซ อ ย เป็นอาหารขึ้นชื่อของภาคเหนือโดยเฉพาะที่เชียงใหม่ คล้ายๆก๋วยเตี๋ยวแต่เป็นซุปแกงมีรสเผ็ดนิดหน่อย”

“น่าอร่อยนะครับ”   


ผมพาพี่เบิ้มมาร้านข้าวซอยเจ้าดังของเชียงใหม่ พอเดินเข้ามาในร้านสายตาของสาวเล็กสาวใหญ่ก็ต่างจับจ้องมาที่พี่เบิ้ม..ไม่แปลกก็พี่แกหล่ออย่างกะนายแบบ!!

“มีไก่กับเนื้อคุณจะทานอะไรดีครับ”

“ผมขอทั้งสองเลยละกัน”

“ขอข้าวซอยไก่สอง กับข้าวซอยเนื้อหนึ่งที่ครับ แล้วก็น้ำลำใยสองแก้วครับ” ผมหันไปสั่งกับคุณป้าที่กำลังรอรับออเดอร์อยู่

“อ้ายฝรั่งคนนี้หยังมาหล่อแต้หล่อว่า แฟนน้องกะ” แล้วคุณป้าก็มากระซิบกระซาบกับผม

“บะใจ่ครับป้า!!” ตกใจแทบช็อก ผมกับพี่เบิ้มเนี่ยนะแฟนกัน ป้าคิดได้ยังไงเนี่ย!!

“ป้าเค้าพูดอะไรครับ ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น”

“ป้าถามว่าคุณเป็นแฟนผมรึป่าว” ที่บอกเพราะเห็นว่ามันเป็นเรื่องตลกและไม่น่าเป็นไปได้หรอกนะ..

“ทำไมเค้าคิดแบบนั้นล่ะ”

“นั้นนะสิ” ผมได้แต่ยักไหล่

“แต่ผมว่ามันก็ดีนะ คุณน่ารักดีออกผมชอบนะ” ไม่พูดเปล่าขยิบตาให้อีกต่างหาก!!

“...!!” No!!!  ไม่ดีอ่ะ คบกันจริงกูไส้แตกแน่!!

“น้ำอะไรครับ” พี่เบิ้มถามขึ้นทันทีเมื่อคุณป้าเอาน้ำลำไยมาเสิร์ฟ

“น้ำลำไยครับ ลองชิมดูครับ”

“หอมแล้วก็หวานดีนะครับ” แล้วพี่แกก็ดูดทีเดียวหมดแก้ว

“เอาไว้ดื่มแก้เผ็ดน่ะครับ”

“ของผมหมดแล้ว ช่วยสั่งให้ผมอีกแก้วนะครับป้านด” ก็หมดนะสิ มึงไม่ได้ดื่มแต่มึงสูบ นี่หรือผู้ดีอังกฤษ!! แล้วก็บอกไม่รู้จักจำให้เรียกณตๆ..ให้ตายสิ!!

     แล้วข้าวซอยสามถ้วยก็ถูกนำมาเสิร์ฟ

“ชิมก่อนนะครับแล้วค่อยปรุง ส่วนหอมแดงกับผักกาดดองก็กินแก้เลี่ยน” ผมเลื่อนจานเล็กๆที่มีมะนาว ผักกาดดองและหอมแดงไปตรงหน้าที่เบิ้ม

ก่อนชิมพี่แกก็ถ่ายรูปตามธรรมเนียมในยุคนี้ ก่อนจะค่อยๆดมแล้วพี่เบิ้มก็ตักน้ำข้าวซอยขึ้นมาซดเสียงดังซู้ดดด นี่มึงเป็นฝรั่งจริงป่าวเนี่ย ไอ้ฝรั่งเซินเจิ่น!!

“อืม เผ็ดนิดหน่อยแต่อร่อย หอมเครื่องแกงกับกะทิ” แล้วพี่เบิ้มก็หันไปยกนิ้วหัวแม่มือให้ป้าที่ยืนลุ้นเยี่ยวเหนียวไม่ต่างจากผม เฮ้อ!!ค่อยโล่งอกหน่อย  แสดงว่าพี่เบิ้มมีเซ้นส์เรื่องอาหารเหมือนกันนะเนี่ยถึงรู้ว่าใส่อะไรลงไปในน้ำแกงบ้าง

“คุณเคยไปเรียนต่อที่เมืองนอกมารึป่าว ผมว่าสำเนียงของคุณค่อนข้างดี” พี่เบิ้มถามขึ้นหลังจากซัดข้าวซอยถ้วยแรกหมดไปด้วยความไว กินเร็วมากโคตรผมกินยังไม่ถึงครึ่งถ้วยเลย!!

“ไม่เคยครับ แต่เคยไปเที่ยวบ้าง”

“งั้นคุณก็เก่งมาก”

“ไม่หรอกครับ คงเพราะผมต้องใช้ภาษาอังกฤษทุกวัน ลูกค้าส่วนใหญ่ของผมเป็นชาวต่างชาติ มันก็เหมือนได้ฝึกภาษาทุกวัน”
 
“ลูกค้า? คุณทำงานอะไรครับ ผมทราบแค่ว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทภรรยาของพอล”

“ผมมีเกสท์เฮ้าส์เล็กๆกับเปิดร้านกาแฟอยู่หน้าเกสท์เฮ้าส์น่ะครับ อยู่ใกล้ๆกับประตูท่าแพโซนนั้นนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างเยอะลูกค้าผม80%จึงเป็นชาวต่างชาติ”

“ถ้าผมรู้ว่าคุณมีเกสท์เฮ้าส์ผมมาพักกับคุณดีกว่า พอลน่าจะบอกผมสักหน่อย” ท้ายเสียงเหมือนจะตำหนิผัวไอ้ฟาง อีพี่เบิ้มกลับไปแล้วโดนด่าอย่ามาว่ากูนะ กูไม่เกี่ยว!!

“พักที่โรงแรมดีแล้วล่ะครับ อีกอย่างห้องพักก็เต็มด้วยตอนนี้”

“ผมอยากไปร้านกาแฟของคุณ”

“งั้นเดี๋ยวกินเสร็จแล้วผมจะพาไปครับ” ดีจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกคน

หลังจากกินข้าวซอยเสร็จเรียบร้อยก็ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง  ‘Dok Kaew Guest House’

“เกสท์เฮ้าส์ของคุณดูอบอุ่นน่าอยู่ดีนะครับ ร้านกาแฟก็ร่มรื่นดีผมชอบ โดยเฉพาะต้นดอกไม้สีขาวที่อยู่ตรงทางเข้ามันดูสวยสะดุดตา” พี่เบิ้มพูดพร้อมกับมองสำรวจไปรอบๆ

“ขอบคุณครับ ต้นไม้ที่คุณว่าคือที่มาของชื่อเกสท์เฮ้าส์และร้านกาแฟที่นี่ครับ”  เพราะมีต้นดอกแก้วต้นใหญ่อยู่ประตูทางเข้าของเกสท์เฮ้าส์  แม่ผมเลยใช้เป็นชื่อของเกสท์เฮ้าส์ซะเลย ง่ายดีมั้ยล่ะ..

“ดอกแก่ว” แก่วอะรายยยยพี่เมิง

“ด อ ก แ ก้ ว ครับ”

“ผมชอบ ช่วงนี้ห้องเต็มหมดเลยเหรอครับ”

“จริงๆพรุ่งนี้จะมีห้องว่างอยู่หนึ่งห้องครับ”

“ผมจองได้มั้ยครับ” พี่เบิ้มถามด้วยสายตาลุกวาว

“แต่คุณจองโรงแรมไว้แล้วนะครับ”

“ไม่เป็นไรผมแคนเซิลได้”

“...”

“ผมชอบที่นี่ งั้นผมจองเลยนะครับ”

    เข้าใจนะว่ารวย แต่พักที่โรงแรมห้าดาวมันก็ดีกว่าเกสท์เฮ้าส์เล็กๆแบบนี้มั้ยวะ...

“แต่มันน่าเสียดายนะครับ” คืออดเสียดายเงินไม่ได้ไง เงินไม่ใช่น้อยๆ

ถ้าไม่ได้พักที่นี่ต่างหากที่น่าเสียดาย ผมอยากพักที่นี่..กับคุณ

“...!!” มาอีกแล้วขยิบตาแบบนี้ มันหมายความว่าไงวะ กูชักจะเริ่มกลัวขึ้นมาละสิ!!

“มีเมนูอะไรแนะนำมั้ยครับ” แล้วพี่เบิ้มก็หันไปถามบีพนักงานที่ร้าน ดีนะเด็กที่ทำงานกับผมพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคนถึงจะไม่ดีมากแต่ขอสื่อสารได้ก็พอเพราะมันจำเป็นสำหรับการทำงานที่นี่

“กาแฟของเราจะใช้กาแฟท้องถิ่นที่ปลูกที่เชียงใหม่ เป็นกาแฟที่ปลูกโดยชาวเขา คุณอยากลองมั้ย?” ผมเป็นคนอธิบายเองเพราะบีกำลังยืนอึ่งกับความแฮนซ่ำของพี่เบิ้มอยู่!!

“อืม น่าสนใจงั้นผมขออเมริกาโน่เย็นแก้วหนึ่ง”

“รอสักครู่นะครับ”

“ป้านด” กูเกลียดชื่อเน้!!!!!!

“ปะ-นด ครับ”

“ปานด” โอเคพอไหว

“ครับ”

“คุณก็พักที่นี่เหรอครับ”

“ใช่ครับ ถ้าเดินไปตามทางเล็กๆนี้บ้านผมจะอยู่ด้านในสุด” ผมพูดพร้อมกับชี้ให้พี่เบิ้มดูทางเล็กๆที่ปูด้วยก้อนอิฐมอญเป็นทางยาว

“คุณอยู่กับครอบครัวเหรอครับ”

“เปล่าครับ ผมอยู่คนเดียว”

“แล้วครอบครัวคุณล่ะ”

“พ่อกับแม่ผมดูแลอีกเกสท์เฮ้าส์นึงซึ่งอยู่บนภูเขาครับ ส่วนผมก็ดูแลที่นี่”

“ผมหมายถึงภรรยา เอ่อ..คุณแต่งงานรึยัง”

“อ่อ ผมยังโสด”

“...” ไม่มีคำตอบ มีเพียงแต่รอยยิ้มสว่างจ้า..โอ้ยยยแสบตา!!

“แล้วคุณล่ะ แต่งงานรึยังครับ” ขอเดาว่าอีพี่เบิ้มคงแต่งงานมีลูกน้อยที่แสนน่ารักแล้วแน่นอน

“ผมเคยแต่งงานแต่หย่าได้สองปีแล้ว ตอนนี้ถือว่าโสด”

“...” ทำไมถึงหย่าออกจะเพอร์เฟคขนาดนี้  เอาเถอะไม่เสือกดีกว่า

“กาแฟรสดีนะครับ” พี่เบิ้มชิมกาแฟทันทีหลังจากที่บีเอามาเสิร์ฟ

“ถ้าคุณสนใจเรามีเมล็ดกาแฟขาย” ได้เวลาขายของแล้ววว อะไรที่เป็นเงินเป็นทองต้องเอาให้หมด ถ้าไอ้ฟางมันอยู่มันต้องว่าผมงกแน่นอน..แล้วไงใครแคร์!!

“งั้นผมขอสิบถุงนะครับ” เยส!! ตั้งสิบถุงแหนะ

“เดี๋ยวรอเย็นอีกสักหน่อยเราค่อยไปถนนคนเดินกันนะครับ จริงๆที่นี่ก็มีถนนคนเดินแต่มีวันพรุ่งนี้วันนี้ผมจะพาไปที่วัวลาย ที่นั้นขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเงินเผื่อคุณสนใจ”

“โอเค งั้นผมขอนั่งทำงานรอนะครับ” แล้วคุณพี่เบิ้มก็หยิบไอแพดมินิออกมาจดๆจ้องๆ สีหน้าตอนตั้งใจก็พอจะเริ่มเห็นเค้าลางของนักธุรกิจมาลางๆละ

“ตามสบายเลยนะครับ อยากได้อะไรบอกผมหรือเด็กที่ร้านได้เลย”

ไม่มีคำตอบ มีแต่รอยยิ้มขอบคุณที่ดูแล้วโคตรมีเสน่ห์ อย่างพี่เบิ้มใช้คำว่า ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์ไม่ได้ เพราะแค่ดูที่เดียวก็มีเสน่ห์แล้ว ยิ่งถ้าดูรวมๆแล้วต้องเป็นโคตรของโคตรมีเสน่ห์!!! นี่ไม่ได้เวอร์เลยนะเออ..

     ห้าโมงเย็นก็ได้เวลาไปเดินถนนคนเดินวัวลาย อาจจะมาเร็วไปนิดแต่ไม่อยากให้พี่แกเดินเบียดเสียดกับผู้คนมากเกินไปเลยรีบมาดีกว่า

“ถนนคนเดินวัวลายที่นี่จะมีพวกของแฮนเมด งานศิลปะ งานหัตถกรรม เสื้อผ้าพื้นเมืองต่างๆ และที่ชุมชนแห่งนี้ยังเป็นแห่งผลิตเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงของเชียงใหม่ด้วยครับ” ผมอธิบายให้พี่เบิ้มฟังคราวๆ จริงๆผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากหรอก คืออย่าลืมว่าผมเป็นไกด์จำเป็น!! พี่เบิ้มก็ฟังไปพยักหน้าไปพร้อมกับหยิบหมวกแก๊ปสีดำมาใส่ พอใส่หมวกแล้วยิ่งดูเท่ขึ้นไปอีก!!

เราเดินดูของกันไปเรื่อยๆ พี่เบิ้มก็หยิบกล้องถ่ายรูปมาถ่ายร้านค้าบรรยากาศต่างๆ แต่ทำไมผมรู้สึกเหมือนโดนแอบถ่ายยังไงก็ไม่รู้!! แล้วพี่เบิ้มก็มาหยุดอยู่ที่ร้านขายเครื่องเงินของคุณยายคนหนึ่ง

“ผมอยากซื้อของฝากไปฝากคนที่นู้นสักหน่อย คุณว่าอันไหนสวยกว่ากัน” พี่เบิ้มหยิบกำไลข้อมือที่อันนึงเป็นกำไลเงินที่สลักเป็นรูปนกตัวเล็กๆ ส่วนอีกอันนึงเป็นกำไลเงินที่ฉลุเป็นรูปดอกไม้

“สวยทั้งคู่ ซื้อทั้งสองอันเลยครับ ” รวยขนาดนี้จะเลือกไปทำไมซื้อๆไปเหอะน่า อยากให้คุณยายได้ขายของเยอะๆด้วย

“เปิ้นถามว่าเอาอันไหนดี ผมบอกหื้อเปิ้นซื้อตึงสองอันเลย” แล้วผมก็หันไปบอกคุณยายที่ฟังไม่ออกว่าผมกับอีพี่เบิ้มคุยอะไรกัน คุณยายก็ยิ้มดีใจที่ผมช่วยขายของให้แก

“โอเคงั้นก็เอาทั้งสองอัน แล้วก็เอาต่างหูสองคู่นี้ด้วยนะครับ” แล้วพี่เบิ้มก็หยิบต่างหูที่เข้าชุดกับกำไล ยื่นให้กับคุณยาย ของแบบนี้ต้องซื้อไปฝากผู้หญิงไม่ฝากแม่ก็ฝากสาวละว้า!!

“ขอบคุณน้องนักๆเน้อตี้จ้วยยายขายของ แฟนน้องหล่อขนาดเนาะ”

“...!!!” รอยยิ้มที่ยิ้มให้กับคุณยายถึงกับค้างเติ่ง  อารายกานนนน ทำไมพวกคุณป้าคุณยายถึงเข้าใจผิดว่าผมกับอีพี่เบิ้มเป็นแฟนกันวะ  บะเข้าใจ๋เลย!!

“คุณหิวรึยังครับ” ผมถามพี่เบิ้มหลังจากที่เราเดินกันมาได้พักใหญ่แล้ว

“นิดหน่อยครับ”

“ของกินจะเป็นพวกสตรีทฟู้ด งั้นเราไปเลือกซื้อแล้วไปหาที่นั่งกินกันนะครับ”

“โอเค”

     ไม่ว่าจะเห็นของกินอะไรพี่เบิ้มก็จะตื่นเต้นแล้วอยากลิ้มลองไปซะทุกอย่าง สรุปคือของกินเต็มโต๊ะ มีทั้งไข่ป่าม ข้าวเหนียว หมูทอด ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ที่น่าตลกคือขนมจีนน้ำเงี้ยวที่ใส่ผักจนล้นถ้วยโฟม เหตุผลเพราะอีพี่เบิ้มเห็นคนอื่นเค้าใส่ผักกันล้นถ้วย เลยหันมาถามผมว่าผักหลากหลายชนิดที่อยู่ในถาดใส่ฟรีรึป่าว ผมเลยตอบกลับไปว่าจะใส่หมดทั้งถาดก็ไม่มีใครว่า พี่แกเลยจัดมาซะล้นถ้วยแถบจะหาเส้นขมมจีนไม่เจอ..ได้ข่าวว่ารวยมากกกกก ไม่น่างกได้ขนาดนี้ เอ๊ะ..หรือว่าเค้าติดนิสัยงกมาจากผม!!

     จากที่สังเกตดูพี่เบิ้มดูจะเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แล้วก็ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ง่าย
ของกินที่ซื้อมาพี่แกก็ซัดจนหมดเกลี้ยงแถมยังตบท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง อีกสองถ้วย..แดกห่าขนาดนี้ทำไมมันไม่อ้วนวะ!!

“ทำไมคุณทานน้อยจัง”

“ผมทานปกติครับ”  hello!!มึงไงที่แดกไม่ปกติ

“ผมทานเยอะไปเหรอ? แต่มันอร่อยจริงๆนะ ผมชอบอาหารไทย” ยังมีน่ามาถามรู้แล้วล่ะว่าชอบ แดกซะเกลี้ยงขนาดนี้!!

“คุณทานขนาดนี้ แต่ทำไมคุณไม่อ้วนล่ะ?”

“ผมออกกำลังกายทุกวัน ปกติผมไม่ได้ทานเยอะขนาดนี้นะ แต่นี่มาเที่ยวถือว่าเป็นโบนัสทานอะไรก็ได้ที่อยากทาน แต่ผมว่าผมเริ่มอ้วนละนะ” ว่าแล้วพี่เบิ้มก็เปิดเสื้อโชว์ชิกแพคแน่นๆให้ผมดู!!

“...” แบบนี้ก็ได้เหรอ!!นึกอยากจะเปิดก็เปิด..แล้วอ้วนคือไร? กูเห็นแต่กล้าม  ถ้ากูหน้าด้านพอกูเปิดเสื้อโชว์พุงให้ดูแล้วล่ะจะได้รู้ว่าอ้วนที่แท้ทรู คือไร..ฮึมมม!!

“ผมยังไม่อยากกลับโรงแรม ขอกลับไปนั่งทำงานที่ร้านคุณได้มั้ยครับ”

“ร้านผมปิดทุ่มครึ่ง ตอนนี้ที่ร้านก็คงใกล้จะปิดแล้ว” ตอนนี้ก็ทุ่มนึงละ ไม่รู้ถูกใจอะไรนักหนาที่ร้านผม
อยู่ที่โรงแรมสะดวกสบายกว่าตั้งเยอะ

“ผมขอนั่งข้างนอกก็ได้ ได้มั้ยครับ Please” สายตาจะเว้าวอนไปไหน แล้วพูดเฉยๆก็ได้มั้ย ไม่ต้องจับมือกูก็ได้!!หัวใจถึงกับกระตุก!!

“โอเคๆ” กูยอม!!

“ขอบคุณครับ งั้นเรากลับกันเลยนะ” เกลียดไอ้รอยยิ้มแป้นแล้นนี่จริงๆ

ระหว่างเดินออกจากถนนคนเดินพี่เบิ้มก็ได้ของฝากเพิ่มมาอีกสองอย่าง คืองานไม้แกะสลักเป็นรูปช้างตัวเคืองสองตัว กับภาพวาดรูปต้นโพธิ์ขนาดไม่ใหญ่มากอีกหนึ่งภาพ



“ร้านคุณมีชามั้ยครับ” สุดท้ายก็ได้มาที่ร้านผมสมใจ ร้านปิดแล้วแต่พี่เบิ้มขอนั่งตรงระเบียงด้านนอกร้าน ชวนให้ไปนั่งข้างในร้านอยู่นะไม่ได้ใจดำขนาดนั้น แต่พี่เบิ้มแกไม่นั่งเองอยากนั่งรับลมข้างนอก

“มีครับ รับเป็นชาคาโมมายล์มั้ยครับ” ตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มละแดกชาที่มีคาเฟอีนคงได้นอนไม่หลับแน่ๆ

“ได้ครับ”

“ได้ละครับ” ผมว่างถ้วยชาลงตรงหน้าพี่เบิ้มที่กำลังอ่านอะไรสักอย่างในไอแพดอย่างตั้งใจ

“นั่งคุยด้วยกันก่อนมั้ยครับ”

“เชิญคุณทำงานตามสบายเลยครับ ผมไม่กวนดีกว่า”

“ผมทำเสร็จแล้วครับ”

“...”ทำตอนไหน? แล้วอีพี่เบิ้มก็ยื่นไอแพดที่มีแต่ตัวหนังสือยาวเหยียดให้ผมดู..กูไม่เข้าใจด้วยหรอกนะ

“นี่ไงงานผม แค่อ่านแล้วตอบกลับไปว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ผมอ่านเสร็จแล้ววันนี้ลูกน้องทำงานดีงานก็ไม่มีอะไรต้องแก้” อยากจะถามว่าพี่เบิ้มทำงานอะไรแต่ก็ไม่กล้าถาม..ผัวไอ้ฟางมันทำงานไรวะกูจำไม่ได้!!

ในเมื่องานพี่เบิ้มเสร็จแล้วผมเลยหย่อนก้นลงนั่งคุยเป็นเพื่อนตามคำชวนของฝรั่งผมยาวระต้นคอที่ตอนนี้รวบผมมัดเป็นจุก จากหนุ่มลุคเซอร์ทำไมตอนนี้รู้สึกว่าพี่เบิ้มมันดูเซ็กซี่จังวะ!! คนอะไรแม้กระทั้งต้นคอยังดูมีเสน่ห์!! โลกนี่ช่างไม่ยุติธรรม!!

“หน้าผมมีอะไรติดรึปป่าวครับ ป้านด”

“เออ..ไม่มีครับ” ตายห่า..เผลอจ้องนานไปหน่อย แล้วอีป้านดก็ยังตามมาหลอกหลอนกูไม่เลิก!!

“คุณอายุเท่าไหร่ครับผมยังไม่ทราบเลย”

“เดือนหน้าก็จะ26ปีแล้วล่ะครับ” รู้สึกเต้นตื่นจนบอกไม่ถูกเพราะไม่เคยอายุ26ปีมาก่อน!!ถถถถถ

“ยังเด็กอยู่เลยนะครับ”

“แล้วคุณล่ะอายุเท่าไหร่ครับ” ดูจากหนังหน้าพี่เบิ้มแล้วน่าจะอายุมากกว่าผมไม่เกิน5ปี

“35ครับ” ห่ะ..ขอนับนิ้วแป๊ป ห่างกับผม 9ปีเลยเหรอ ทำไมหน้าอีพี่เบิ้มมันเด็กจังวะ!!

“พรุ่งนี้เราจะไปไหนกันบ้างครับ”

“พรุ่งนี้เช้าเราจะขึ้นดอยสุเทพไปไหว้พระกัน ตอนบ่ายค่อยว่ากันอีกทีว่าจะไปที่ไหน หรือคุณอยากไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษรึป่าวครับ” เอาจริงๆก็ไม่รู้หรอกว่าจะพาพี่เบิ้มไปไหนบ้างคิดอะไรขึ้นมาได้ก็ไปตามนั้นแหละ ผมไม่ใช่ไกด์นี่นาอีกอย่างไม่ค่อยชอบเที่ยวด้วยเลยนึกโปรแกรมเที่ยวไม่ค่อยออก มันก็ช่วยไม่ได้ที่ไอ้ฟางมาขอร้องให้ผมช่วยเอง..

“ไม่มีครับแล้วแต่คุณเลย จริงๆไม่ต้องไปไหนก็ได้ขอแค่ได้นั่งทำงานอยู่ที่ร้านคุณ..กับคุณ”

“...!!” นี่มันอะไรกัน ‘ที่ร้านคุณ..กับคุณ’ วันนี้อีพี่เบิ้มมึงพูดสองรอบละนะ หมายความว่าไงวะ..ไปไม่เป็นเลยกู ทำตัวไม่ถูก!!

“พรุ่งนี้ผมจะได้มาพักที่นี่แล้วตื่นเต้นจัง” ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยพี่เมิง!! และได้โปรดอย่ายิ้มแป้นแล้นแบบนี้กูใจไม่ดี!!

     เมื่อเห็นถ้วยชาของอีพี่เบิ้มหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวก็ถึงเวลาที่จะชวนพี่มันกลับไปพักสักที

“ดึกแล้วกลับโรงแรมมั้ยครับ คุณจะได้พักผ่อน” หมายถึงกูด้วยที่จะได้พักผ่อน เหนื่อย..เหนื่อยใจ!!

“โอเคครับ งั้นพวกของฝากผมฝากไว้ที่เลยนะครับเพราะยังไงพรุ่งนี้ผมก็จะมาพักที่นี่..กับคุณอยู่แล้ว” จ๊ะแล้วแต่พี่มึงเลย ไม่ต้องย้ำมากก็ได้ว่าจะมาพักกับกู



จากเกสท์เฮ้าส์ผมไปโรงแรมที่พี่เบิ้มพักใช้เวลาประมาณ15นาทีก็ถึง

“พรุ่งนี้แปดโมงเช้า ผมจะมารับนะครับ เราจะขึ้นดอยสุเทพกัน” ผมย้ำบอกอีกครั้งก่อนที่พี่เบิ้มจะลงจากรถ

“โอเค ฝันดีนะครับป้านด” พูดจบอีพี่เบิ้มก็night kiss ลงมาที่แก้มผมทั้งสองข้างด้วยความไว แล้วก็ลงจากรถปิดประตูไม่ทันให้ผมได้พูดอะไร วินาทีนี้พูดได้คำเดียวว่า อึ้ง..

มันเกิดอะไรขึ้น..ใจหนอใจทำไมถึงได้เต้นแรงขนาดนี้ล่ะ มันก็แค่ธรรมเนียมของฝรั่งป่าววะ ไม่น่าจะมีอะไรมากกว่านั้นทำไมกูต้องหน้าร้อนด้วยวะ แต่สายตาของอีพี่เบิ้มแม่งกรุ้มกริ่มเหลือเกิน กูเกลียดสายตาแบบเน้!! กูเกลียดเมิงอีพี่เบิ้มมมมม!!





 TBC.


..........................................................................................

 มาแล้ววววบทที่1ของพี่เบิ้มกับป้านด มาแบบเบาๆสั้นๆไม่ยาวมากเน๊อะ

 ฝากติดตามพี่เบิ้มกับป้านดกันด้วยนะคะ ขอบคุณทุกๆกำลังใจและทุกๆคอมเม้นค่ะ^^


 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2018 12:20:31 โดย MA_LEE »

ออฟไลน์ เพียงเพื่อน

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
ฝรั่งหรือปลาไหล ค่ะ แหมมมมม ไหลลื่นจริงจริ้งงงง

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
อื้อหือออออ  เล่นไซส์ฝรั่งเลยเหรอค่ะะะะ  แหกแน่ๆป้านต!!! :katai5: :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1885
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
น่ารักจัง มุ้งมิ้งเหลือเกิน
อีกคนก็อ้อยซะเรี่ยราด ตั้งใจมาเพื่องานนี้ใช่ไหม
อีกคนก็กลัวไส้แตก เอ๊ะ เกี่ยวกันด้วยเหรอ
 :really2: :really2: :really2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-03-2018 08:53:27 โดย k2blove »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ zaneforest

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ป้านดเเกน่ารักกกก ลุงเจมีความรุกหนักมาก
 ทีม ลุงป้า จ้า 5555

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :laugh:

ป้านด ไม่ไหว 55

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
อิป้านดฉันหมั่นไส้แก

ออฟไลน์ Mayana

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
้ป้านด ..หนูน่าจะรอดยาก บอกเลย 555

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2723
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-4
อ่อยสุดพี่ท่านอ่อยสุด

ออฟไลน์ patompong888

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 113
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0


 #ทีมลุงป้าด้วยคนจ้า   :katai2-1:





ออฟไลน์ fanhy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ donut4top

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 401
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
โถป้านดของเรา โดนรถอ้อยลมทับใส่เสียแล้ว o18

ออฟไลน์ golove2

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4498
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +277/-6
เป็นฝรั่งที่อ้อยเก่งมากค๊าาาาาา

 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ fairy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ skykick

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0


เกลียดอะไรได้แบบนั้นนะป้านด  :hao3:
#พี่เบิ้มป้านด




ออฟไลน์ holyhilly

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :impress3: มะไหร่บทที่สองจะมา  :hao5:

ออฟไลน์ colorofthewind21

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1672
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-1
คุณบอสนี่ก็ชอบพูดให้คิดจัง อย่ามาเล่นๆกับป้านดนะ

ออฟไลน์ MA_LEE

  • เป็ดหัดเขียน
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 73
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +23/-0

บทที่2 ใต้แสงจันทร์กับชายผู้สวมผ้าพันคอสีฟ้า..



“ก๊อกๆ” 7:55นาที ผมมาก่อนเวลานัด5นาที ไม่รู้ว่าพี่เบิ้มเตรียมตัวพร้อมรึยัง

“Good morning” พี่เบิ้มเปิดประตูทักทายผมด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะหอมซ้ายหอมขวาตามธรรมเนียม                                                             
       ..เหรอวะ!? 

ด้วยความที่คิดว่าผมจะเดินตามเข้าไปในห้อง พี่เบิ้มจึงปล่อยมือที่จับประตูไว้ ทำให้ประตูค่อยๆปิดลงมา ไอ้ผมที่มัวยืนอึ้งอยู่เอามือดันประตูไว้แทบไม่ทัน   ไม่งั้นดั้งกูยุบแน่ๆ!!

พี่เบิ้มในวันนี้ยังมาในลุคเซอร์เหมือนเดิม ผมยาวระต้นคอถูกรวบมัดไว้อย่างดี หรือว่าพี่เบิ้มมันจะรู้ว่าผมแอบชมในใจว่าต้นคอมันมีเสน่ห์เซ็กซี่ วันนี้เลยมัดผมซะ..อ่อยกู?!  ผมว่าผมคงคิดมากไป พี่เบิ้มมันจะมารู้ความในใจผมได้ไง ว่ามะ..

กางเกงยีนส์ขาสั้นเท่าเข่า เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวส่วนแขนสีน้ำเงินสกรีนคำว่า’กระทิงแดง’ พร้อมกับรูปกระทิงสีแดงสองตัวหันหัวชนกัน มันคือกิมมิคที่ฝรั่งทุกคนที่มาเมืองไทยต้องมีสินะ เสื้อเครื่องดื่มชูกำลังกับเสื้อแบรนด์น้ำเมาทั้งหลาย

วันนี้ไม่ใส่อีแตะแฮะ ใส่คอนเวิร์สสีขาวรุ่นคลาสสิค ที่ดูแล้วสีไม่ขาวเท่าไหร่น่าจะผ่านการใช่งานมาพอสมควร เอาง่ายๆคือเน่า ไม่ต่างจากคอนเวิร์สแจ็คเพอร์เซลล์ที่ผมใส่อยู่ตอนนี้สักเท่าไหร่ เน่าพอๆกัน 
ช่างหัวรองเท้าเน่าๆมันไปก่อน สนใจอีพี่ฝรั่งตรงหน้าดีกว่าที่ตอนนี้กำลังยัดเสื้อใส่ในกระเป๋า เพราะวันนี้พี่แกจะไปนอนที่เกสท์เฮ้าส์ของผม สงสัยเหมือนกันว่าทำไมพี่มึงไม่เก็บตั้งแต่เมื่อคืน

“เมื่อคืนผมกลับมาก็เผลอหลับไป เลยไม่ได้เก็บของใส่กระเป๋า คุณรอแป๊ปนึงนะครับ” อีพี่เบิ้มหันมาบอกเหมือนรู้ว่าผมกำลังสงสัยอะไรอยู่ในใจ มึงเป็นริว จิตสัมผัส เวอร์ชั่นฝรั่งแน่ๆ!!

“ครับ ไม่ต้องรีบ” ไม่ถึง10นาทีพี่เบิ้มที่สะพายกระเป๋าเป้ใหญ่ก็พร้อมออกเดินทางด้วยเจ้ากระป๋องของผมที่ดูยังไงๆ คนก็ตัวใหญ่กว่ารถ เราแวะที่เกสท์เฮ้าส์ของผมก่อนเพื่อเก็บสัมภาระของพี่เบิ้ม

“คุณมีอะไรให้รองท้องบ้างมั้ยครับ ผมตื่นสายเลยไม่ได้ลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรม”

ที่เกสท์ของผมก็มีบริการอาหารเช้าให้กับลูกค้าเหมือนกัน แต่เนื่องด้วยที่นั่งทานอาหารตอนนี้ถูกจับจองเต็มหมดแล้ว ผมจึงต้องพาลูกค้าวีไอพีมาทานที่บ้านของผมแทน แล้วทำไมไม่นั่งทานที่ร้านกาแฟก็เพราะทานที่บ้านสะดวกกว่าในความคิดของผมอ่ะนะ

“น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก่ เป็นอาหารเช้าง่ายๆที่คนไทยนิยมกินในตอนเช้า” ผมอธิบายให้พี่เบิ้มฟังคราวๆกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า

“ส่วนนี่ก็ข้าวต้มหมูสับครับ ขนมปังปิ้งกับแจมก็นี้นะถ้าคุณต้องการเดี๋ยวผมไปเอามาให้”

“ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็พอแล้ว” รอยยิ้มแทนคำขอบคุณช่างแสบตาดีแท้ เออ..แว่นตากันแดดลืมได้ไงว่าแล้วก็ลุกไปหยิบแว่นตากันแดดที่วางไว้ในห้องนอน หยิบมาเหน็บไว้กับคอเสื้อจะได้ไม่ลืม

“บ้านคุณน่าอยู่จังเลยนะครับ เล็กๆแต่ดูอบอุ่น” บ้านของผมเป็นบ้านหลังเล็กๆมีแค่สองห้องนอน เป็นบ้านชั้นเดียวกึ่งปูนผสมไม้ เฟอร์นิเจอร์ก็เป็นของเก่าเก็บที่แม่กับพ่อสะสมไว้ บ้านหลังนี้จึงให้ความรู้สึกวินเทจหน่อยๆบวกกับต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี

“ขอบคุณครับ บ้านหลังนี้ค่อนข้างเก่า ผมอยู่บ้านหลังนี้ตั้งแต่จำความได้ ส่วนเกสท์เฮ้าส์เพิ่งสร้างได้สิบปี พอผมเรียนจบแม่ก็ยกให้ผมดูแลแทน ส่วนพ่อกับแม่ก็ไปดูแลอีกเกสท์เฮ้าส์นึงที่สร้างตอนก่อนที่ผมจะเรียนจบ”

ผมค่อนข้างโชคดีที่พ่อแม่ปูทางในเรื่องธุรกิจไว้ให้ แต่ใช่ว่าจะสบายซะทีเดียว เพราะผมต้องบริหารจัดการเองทุกอย่าง ต้องมีความรับผิดชอบและใส่ใจอย่างมากถึงจะดูแลธุรกิจด้านบริการนี้ได้

“คล้ายกับผมเลย ผมเรียนจบก็มาบริหารงานต่อจากครอบครัวเหมือนกัน ..ผมทานเสร็จละครับ” รอยยิ้มที่พี่เบิ้มส่งมาให้ มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนเข้าอกเข้าใจว่าผมรู้สึกยังที่ต้องแบกรับหน้าที่ต่อจากพ่อแม่ที่สร้างไว้ให้..อืม หัวอกเดียวกันสินะ 
แต่ไม่น่าเหมือนของผมมันแค่ธุรกิจขนาดย่อม ส่วนของพี่เบิ้มคงเป็นธุรกิจขนาดใหญ่มหึมา!!

“ครับ งั้นก็ออกเดินทางได้”

เจ้ากระป๋องค่อยๆพาผมกับพี่เบิ้มขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ1,000เมตร ได้อย่างปลอดภัย อึดมากลูกพ่อกลับลงไปข้างล่างแล้วพ่อจะพาไปเข้าศูนย์เช็คช่วงล่างให้แน่นเปี๊ยะเหมือนใหม่เลยไม่ต้องห่วง!!

“เดี๋ยวเราขึ้นไปไหว้พระข้างบนกันครับ”

“ข้างบน?”

“ครับ” แล้วผมก็ชี้ไปยังบันไดนาค ที่ยาวขึ้นไปสู่องค์พระธาตุด้านบน

“บันไดมีทั้งหมด306ขั้น คุณขึ้นไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวมีกระเช้าพาขึ้นไป”

“ผมไหวเพราะผมออกกำลังกายประจำอยู่แล้ว ว่าแต่คุณเหอะไหวรึป่าว” สายตานี้ช่างสบประมาท ดูถูกอย่าว่าแต่ขึ้นบันไดเลย
รับน้องขึ้นดอยวิ่งจากมหา’ลัยขึ้นมาบนนี้กูก็ทำมาแล้ว!! เออ..แต่นั้นก็น่าจะประมาณเจ็ดปีมาแล้ว เอาน่าสังขารผมยังไหว..

“ผมไหว เห็นแบบนี้ผมแข็งแรงนะครับ”


“แฮกๆๆ” เสียงหมาหอบแดดที่ไหน ไม่ต้องมองหาที่ไหนไกล..ผมนี่แหละ น่าอายชะมัดเดินขึ้นบันไดมายังไม่ถึงร้อยขั้นผมก็หอบแดกซะแล้ว!!

“นี่ครับ ค่อยๆจิบนะ” ที่เบิ้มยื่นขวดน้ำเปล่าที่เปิดฝาเรียบร้อยแล้วมาให้กับผม

“ขอบคุณครับ”  ผมค่อยๆจิบน้ำตามที่พี่เบิ้มบอก ตาก็แอบชำเรืองมองฝรั่งตัวเบิ้มที่ตอนนี้ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กที่พกมาช่วยพัดให้กับผม ดูๆแล้วก็อย่างกะพี่เลี้ยงนักกีฬา!!

มึงเป็นหุ่นยนต์แน่ๆถึงไม่มีความรู้สึกเหนื่อยใดๆ เหงื่อสักหยดก็ไม่มี การหายใจก็ปกติ ทั้งที่ตัวก็หนักมีกระเป๋าเป้ใบเขื่องสะพายอยู่ด้านหลัง ส่วนด้านหน้าก็มีกล้องถ่ายรูปที่คล้องคอไว้ด้วยสายคล้องกล้อง   

ส่วนผมเดินขึ้นมาตัวเปล่าเล่าเปือยมีแค่แว่นตากันแดดที่เหน็บอยู่ตรงคอเสื้อชิคๆ ที่ตอนนี้อยากจะช่างหัวชิคๆมัน!!แค่แว่นตาอันเดียวก็รู้สึกว่าเป็นตัวถ่วงในชีวิตกูเหลือเกิน  อย่าถามว่าเหงื่อผมออกมั้ย? ออกตั้งแต่หัวรามไปถึงง่ามดาก!! หึๆ

แต่ที่น่าโมโหคือหลังจากที่หยุดพัดให้ผมอีพี่เบิ้มเอาแต่ถ่ายรูปผมตอนที่นั่งพักหายใจพะงาบๆ หมดกันความชิค!!

“คุณนี่น่ารักจริงๆ” พี่เบิ้มบ่นพึมพำ ตาก็ก้มลงมองภาพในกล้อง ถึงจะพึมพำแต่กูได้ยิน..น่ารักกับผีนะสิ!! แรงเถียงก็ไม่มี ทำไมผมถึงปวกเปียกแบบนี่น้า เกลียดตัวเองจริงๆ ไม่ได้ละจากนี้ไปผมต้องฟิตร่างกายให้แน่นเปี๊ยะสักหน่อยแล้ว!!

“โอเค ผมพร้อมแล้ว” เมื่อนั่งพักพอหายเหนื่อยแล้วก็ต้องฝืนใจเดินขึ้นต่อไป

และแล้วก็เดินมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย 306ขั้นเองเหรอ จิ๊บๆแค่นี่สบ๊าย ก็แค่ขาสั่นพั่บๆเท่านั้นเอง           
บอกแล้วว่าผมน่ะแข็งแรง (หรา!!)

     เมื่อขึ้นมาถึงก็พาพี่เบิ้มมาสักการะองค์พระธาตุก่อนเป็นอันดับแรก พี่เบิ้มทำตามผมทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะจุดธูปเทียน นำเทียนไปตั้งตรงแท่นสำหรับวางเทียน จากนั้นก็นั่งคุกเข่าพนมมือโดยมีดอกบัวและธูปอยู่ในมือผมตั้งจิตอธิฐาน พอลืมตาก็เห็นพี่เบิ้มมองมาอย่างยิ้มๆ ก่อนจะถามผม

“ผมขอพรได้มั้ย”

“ได้สิ องค์พระธาตุเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คนที่นี่ก็ต่างเคารพนับถือ และก็มีหลายคนที่ขอพรกับองค์พระธาตุแล้วสัมฤทธิ์ผล”

เมื่อฟังผมพูดจบพี่เบิ้มก็พนมมือขึ้นไหว้ขอพรแบบเก้ๆกังๆ เห็นแล้วผมก็อดอมยิ้มตามไม่ได้ ฝรั่งที่พนมมือไหว้แบบไทยๆนี่ก็ดูน่ารักดี..หืมมม น่ารักงั้นเหรอ!?


ประวัติของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผมก็ไม่รู้หรอกให้พี่เบิ้มอ่านเอาเอง เค้ามีแปลเป็นภาษาอังกฤษไว้ให้เรียบร้อย สบายแฮเลยเรา!!   จากนั้นก็พาพี่เบิ้มไหว้พระภายในวัดจนครบ และให้พี่แกได้ถ่ายรูปจนหนำใจโดยเฉพาะวิวตัวเมืองเชียงใหม่ที่มองเห็นจากด้านบน พอหนำใจแล้วก็เดินลงไปยังลานด้านล่าง

ขาลงสบายหน่อยไม่เหนื่อยเท่าขาขึ้น อากาศตอนนี้ก็เย็นสบายกำลังดี เหมาะแก่การเดินลงแบบชิวๆ

“หิวรึยังครับ” ผมหันไปถามพี่เบิ้มที่ตอนนี้กำลังก้มดูรูปที่ตัวเองถ่ายด้วยใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ถ้าตาผมไม่ฝาดผมเห็นรูปตัวเองอยู่ในนั้น..

“นิดหน่อยครับ คุณละป้านด” ป้านดก็ยังคงตามมา มาไกลถึงดอยสุเทพ!!

“นิดหน่อยเหมือนกันครับ งั้นเราลงไปกินข้างล่างกันนะครับ ผมมีร้านแนะนำ”

“โอเค” พี่เบิ้มหันมายิ้มจนตาหยี  โอ้ยแสบตา..แว่นกันแดดมีประโยชน์ก็คราวนี้แหละว่าแล้วก็หยิบมาใส่สักหน่อย

ขับรถลงจากดอยสุเทพก่อนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ ผมพาพี่เบิ้มแวะนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ซึ่งที่นี่เค้าเรียกว่าตีนดอยทางขึ้นดอยสุเทพ อันที่จริงผิดแผนไปนิดความจริงเราต้องแวะนมัสการก่อนที่จะขึ้นดอยสุเทพแต่ผมเห็นคนเยอะเลยขับผ่านเลยไป ตอนนี้เห็นคนโล่งๆเลยเลี้ยวรถเข้าไป

“แวะที่นี่สักหน่อยนะครับ ตามจริงผมต้องพาคุณแวะตอนขาขึ้น”

“โอะ ชื่อนี้เหมือนในประวัติที่อ่านเมื้อกี้” พี่เบิ้มที่อ่านป้ายทางด้านเข้า แล้วหันมาถามอย่างสงสัย

“ใช่แล้วครับ นี่คืออนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ผู้ทำถนนขึ้นดอยสุเทพ”

“เค้าเป็นพระ?”

“ใช่แล้วครับท่านเป็นพระ ที่คนในท้องถิ่นรวมถึงคนนอกพื้นที่ศรัทธาเลื่อมใส”

“พระ สร้างถนนได้ด้วย?”

“ท่านช่วยระดมทุนและแรงงานจากชาวบ้านให้มาช่วยกันทำทางขึ้นดอยสุเทพ เพื่อจะได้ง่ายต่อการเดินทางขึ้นไปสักการระองค์พระธาตุ ไม่ใช่แค่ที่นี่นะท่านยังบูรณะวัดหลายวัดในแผ่นดินล้านนาหรือภาคเหนือในปัจจุบันด้วย” นี่ตกลงเมื่อกี้ได้อ่านประวัติจริงป่ะเนี่ย หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ?

“ว้าว ท่านและชาวบ้านมีน้ำใจและเสียสละดีจัง”

“เค้าเรียกว่าแรงศรัทธาครับ” ผมหันไปบอกพี่เบิ้มอย่างยิ้มๆ คนเราถ้ามีแรงศรัทธาต่ออะไรสักอย่างแล้วต่อให้ยากลำบากแค่ไหนก็สามารถฝ่าฟันไปถึง..

      หลังจากนมัสการอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยเสร็จแล้ว ก็มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่พาพี่เบิ้มไปร้านอาหารที่ผมคิดไว้ว่าน่าจะถูกใจ และสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมล้านนา มื้อนี้เลยพาพี่เบิ้มมาท่านอาหารเหนือแบบฟูลคอร์ส
ร้านที่ผมพามาเป็นร้านแนวขันโตก ตกแต่งด้วยสไตล์ล้านนา ไม่นานนักพนักงานเสิร์ฟสาวสวยที่แต่งกายด้วยชุดผ้าซิ่นล้านนาก็ยกขันโตกมาเสิร์ฟ

ในขันโตกเต็มไปด้วยสำรับอาหารเหนือ ทั้งแกงฮังเล แกงโฮะ ลาบหมูคั่ว น้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่มพร้อมกับผักนึ่งและแคบหมู
อืม..มีแต่อาหารรสเผ็ด แต่จากการสังเกตเมื่อวานพี่เบิ้มทานเผ็ดได้ ไม่น่าจะมีปัญหา

“ถ้าเรามาตอนเย็นที่นี้จะมีโชว์การแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคเหนือให้ดูด้วย เสียดายที่ผมไม่ได้พาคุณมาทานมื้อเย็น” ผมทำหน้าเสียดายอย่างที่พูดจริงๆ เนื่องด้วยเวลาจำกัดเพราะตอนเย็นต้องไปหลายที่ผมเลยตัดสินใจพามาทานมื้อเที่ยงแทน

“ไม่เป็นไรครับ ไว้คราวหน้าเราค่อยมาใหม่” พี่เบิ้มพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆไม่ได้ซีเรียสอะไร

 “...” หืม..คราวหน้า? เรา?  ยังจะมาอีกเหรอ!! พูดแบบนี้หมายความว่าผมต้องเป็นฝ่ายพามาอีกใช่มะ?!

       ..แต่ทำไมรู้สึกดีใจอยู่หน่อยๆแฮะ..

“อร่อยมั้ยครับ เผ็ดเกินไปรึป่าว”

“อร่อยครับ เผ็ดไม่มากแบบนี้ผมทานได้สบาย” ส่วนใหญ่ร้านอาหารที่เน้นบริการให้กับนั่งท่องเที่ยวอาหารจะทำออกมารสกลางๆรสไม่จัดเท่าไหร่ พี่เบิ้มที่พอทานเผ็ดได้ เลยทานได้สบายคิดถูกแล้วพี่พามาที่นี่..

“ผมต้องเช็คอินที่เกสท์เฮ้าส์คุณมั้ย”

“ไม่ต้องครับผมฝากเด็กจัดการให้แล้ว”

“อาหารอร่อย บรรยากาศดีผมชอบนะ กลับไปผมคงต้องคิดถึงอาหารเหนือมากๆแน่” แปลกๆแฮะ ตอนพูดคำว่าคิดถึงทำไมต้องจ้องนัยน์ตาผมนิ่งด้วยละ ..หรือกูมีขี้ตาติด!!

หลังจากซัดขันโตกจนเกลี้ยง ถ้าแดกขันโตกได้พี่เบิ้มคงแดกลงท้องไปแล้วแน่แท้
ก็พาแกมาย่อยโดยการพามาเดินชมวัดไหว้พระ  เนื่องด้วยเวลามีจำกัดผมจึงพยายามเลือกวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นแกจะได้ประทับใจ วัดแรกที่ผมพามาคือวัดเจ็ดยอด จากนั้นก็พาไปวัดอุโมงค์ และจบด้วยวัดพระสิงห์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกสท์เฮ้าส์ของผม  พี่เบิ้มก็ดูตื่นตาตื่นใจและสนอกสนใจภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นพิเศษ

“ผมชอบจิตรกรรมฝาผนังพวกนี้จัง และที่ผมสังเกตแต่ละวัดจะมีรูปไม่เหมือนกัน”

“ใช่แล้วครับแต่ละวัดจะเลือกใช้เรื่องราวที่ไม่เหมือนเหมือนกัน ลายเส้นแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับฝีมือของจิตรกร จิตรกรรมฝาผนังในวัดส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องราวของพุทธประวัติในช่วงเวลาต่างๆ รวมถึงพวกนิทานชาดกประมานนี้ครับ” ไอ้ผมคนอธิบายก็ไม่ค่อยรู้อะไรมากมายซะด้วยสิ คราวๆแบบนี้ไปก่อนละกัน

“เมื่อวานที่ถนนคนเดินผมเห็นมีภาพคล้ายๆแบบนี้ขายด้วย พอเห็นที่นี่แล้วผมอยากได้ขึ้นมาซะแล้วสิ”

“วันนี้มีถนนคนเดินท่าแพเดี๋ยวผมพาไปซื้อครับถ้าคุณอยากได้”

“ครับ”

“งั้นเรากลับกันนะครับ”

“ได้ครับ”



“จิ๊บพี่ขอกุญแจห้องพักหมายเลข1หน่อย”

“ให้แขกไปแล้วพี่”
“แขกไหน? ในเมื่อMr.jeremy อยู่กับพี่ เอาไปให้ตอนไหน”

“อ้าว แปปนะพี่” แล้วจิ๊บก็เข้าดูข้อมูลลูกค้าพี่มาพักในแล็ปท็อป

“ห้องพักหมายเลข1 ลูกค้าชื่อหย่าจิ้ง เป็นชาวจีนนะพี่ แล้วลูกค้าก็เช็คอินแล้วเรียบร้อยทั้งแต่บ่าย”

“เอกไม่ได้บอกไว้เหรอว่าพี่จองไว้ให้ลูกค้าแล้ว”เอกคือพนักงานกะเช้าที่ผมสั่งให้เจ้าตัวจัดการเรื่องห้องพักหมายเลข1ที่จะว่างในวันนี้หลังเที่ยงวัน แล้วทำไมมันไม่จัดการวะ  ไอ้เอกเล่นงานกูแล้ววว

“ไม่เห็นบอกอะไรเลยนะพี่ เปลี่ยนกะปุ๊บก็เห็นรีบออกไปเลยเห็นว่าจะไปซื้อของขวัญให้สาว”

ไอ้เอกมึงลืมได้ยังไงวะ  ตัดเงินเดือนเดือนนี้เลยดีมั้ย เอาไงดีกับฝรั่งตัวเบิ้มที่ยืนทำหน้าไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวนี่ดีวะ โรงแรมที่พี่แกพักก็เช็คอินออกมาแล้วซะด้วยสิ

“มีเรื่องอะไรรึป่าวครับ”

“พอดีเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย พนักงานผมไม่ได้จองห้องพักให้คุณ ความผิดผมเองแหละที่ไม่ได้ตรวจดูให้เรียบร้อย..งั้นคุณมาพักที่บ้านผมละกันครับถ้าไม่รังเกียจ”

“Lucky!” เสียงพี่เบิ้มพึมพำเบาๆ  อะไรกี้ๆนะ?

“อะไรนะครับ”

“เอ่อ ผมไม่ได้รังเกียจ ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้พักบ้านคุณ..กับคุณ” ประโยคทำนองนี้กลับมาหลอกหลอนกูอีกแล้ววว..

“โอเคครับ งั้นเราไปที่บ้านผมกัน” ผมพาพี่เบิ้มเดินลัดเลาะมาตามทางก้อนอิฐมอญที่วางเป็นทางยาวจากเกสท์เฮ้าจนมาถึงบ้านหลังน้อยๆของผม

“คุณพักที่ห้องของผมเลยละกันนะครับ ส่วนผมจะไปนอนห้องของพ่อกับแม่เอง” พักที่ห้องผมน่าสะดวกสบายกว่า โชคดีที่เพิ่งทำความสะอาดไปเมื่อวันก่อน

“ผมรบกวนคุณรึป่าว”

“ไม่ครับๆ มันเป็นความผิดผมเองผมต้องรับผิดชอบครับ”

“เรานอนห้องเดียวกันก็ได้นะครับ ผมไม่นอนดิ้น”

“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวคุณไม่สะดวก ตกลงตามนี้นะครับ” สายตามึงโคตรไม่น่าไว้ใจ ขืนนอนด้วยกลัวไส้แตก!!

   อ๊ะ..อย่าคิดลึกกันครับ ผมกลัวพี่แกจะมานอนทับผมจนไส้แตกต่างหากล่ะ!

“คุณพักตามสบายเลยนะครับ ผมขอตัวไปทำงานสักหน่อย แล้วเดี๋ยวห้าโมงผมจะมาเรียกนะครับ”

“ขอบคุณครับ”


สิ่งแรกที่ต้องทำ คือการโทรไปเทศนาไอ้เอกก่อนเป็นอันดับแรก สะเพร่าแบบนี้มันต้องโดน ฮึมมม

เกทส์เฮ้าส์ตอนนี้ก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหาอะไร ผมเลยมาช่วยบีที่ร้านกาแฟที่ลูกค้าตอนนี้มีอยู่พอสมควร
โดยปกติแล้วงานที่เกสท์เฮ้าส์ผมจะเข้าไปตรวจดูความเรียบร้อนในตอนเช้าและตอนค่ำ ส่วนเวลาที่เหลือผมก็จะอยู่ที่ร้านกาแฟเป็นหลัก

“คาปูชิโน่เย็นแก้วนึงครับ”

“ได้ครับ โอ๊ะ..ทำไมคุณไม่พักที่บ้านละครับ”

"ผมอยากมานั่งเล่นที่ร้านกาแฟของคุณมากกว่า"

พี่เบิ้มคงจะอาบน้ำถึงได้เปลี่ยนชุดใหม่ กางเกงยีนส์ขาสั้นตัวเดิมแต่เปลี่ยนเสื้อเป็นเสื้อกล้ามสีขาวล้วน แขนค่อนข้างเว้าลึกทำให้มองเห็นแผงหน้าอกแพลมๆ อกจะแน่นไปไหน กล้ามแขนก็เป็นมัดๆ ฮึมมม นี่คือครั้งแรกที่เห็นหุ่นผู้ชายด้วยกันแล้วนึกอิจฉา
ผมก็ยังหมาดๆปล่อยสยายเส้นผมหยักศกเป็นลอนสวยตามธรรมชาติอยากจะลองสัมผัสกลุ่มเส้นผมนั้นสักครั้งคงจะนุ่มมือน่าดู..

..เบรกกกก เอี๊ยดดดด.. มึงกำลังคิดอะไรอยู่วะไอ้ณต นั้นมันผู้ชาย อยากจะจับผมผู้ชายเนี่ยนะ!! บ้าแล้ววว

“ณต  ป้านด”

“อ่า ครับว่าไง” ตายห่า เผลอจ้องนานไปหน่อย น้ำลายไหลรึป่าววะ!!

“ผมขอชีสเค้กชิ้นนึงด้วยนะครับ”

“ได้ครับ รอสักครู่”

“พี่ณต คุณเจเรมีหุ่นแซบเน๊อะ เห็นแล้วน้ำลายแตก” บีที่กำลังชงกาแฟที่พี่เบิ้มสั่งไปเมื่อครู่หันมากระซิบกับผม กระซิบทำไมวะ พี่แกฟังภาษาเราไม่ออกเว้ย!!

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปพี่จะเข้าฟิตเนส” ผมพูดด้วยความมุ่งมั่น

“พี่ณตพูดคำนี้มาน่าจะ88รอบได้ละ” บีหรี่ตามองผมอย่างล้อๆ

“ครั้งนี้เอาจริงโว้ย” ผมสัญญากับตัวเองบนพระธาตุดอยสุเทพไว้แล้วว่าผมจะไม่อ่อนปวกเปียก ผมจะต้องแน่นเปี๊ยะ!!!!

“คำนี้ก็น่าจะประมาณ58รอบที่ได้ยิน”

“แล้วคำว่าหักเงินเดือนละ ได้ยินกี่รอบ”

“โธ่ พี่ณตสุดหล่อ หุ่นฟิตแอนด์เฟิม แถมยังใจดีอีกต่างหากน้องบีคนนี้จะเป็นกำลังใจให้และผลักดันให้เข้าฟิตเนสอย่างสม่ำเสมอค่ะ” คำพูดที่แข็งขันเหมือนทหารพร้อมทำท่าตะเบ๊ะ ทำให้ผมหลุดขำ

“ดีมาก แต่ว่าตอนนี้เอากาแฟไปเสิร์ฟได้แล้ว”

“รับทราบ” ยัง..ยังเล่นไม่เลิก

“นี่ครับ ชีสเค้ก”

“ขอบคุณครับ นั่งด้วยกันสิครับ” ลูกค้าเริ่มบางตาผมจึงลากเก้าอี้ลงนั่งตามคำชวน

“คุณคงเหนื่อยน่าดู พาผมไปเที่ยวทั้งวันยังต้องกลับมาทำงานอีก”

“ไม่เหนื่อยหรอกครับไม่ได้ใช้แรงงานอะไรมากมายสักหน่อย สนุกดีออก ว่าแต่วันนี้คุณไม่ทำงานเหรอครับ”

“ไม่ครับวันนี้ฟรี” ยิ้มซะกว้างเชียว  ขอซื้อรอยยิ้มนี้ทิ้งได้มะ มันทำให้หัวใจตุ๊มๆต่อมๆ



  ต่อหน้า2ค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-04-2018 12:23:40 โดย MA_LEE »

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด