Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16  (อ่าน 627430 ครั้ง)

ออฟไลน์ myd3ar

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1544
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +111/-4
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #90 เมื่อ16-01-2016 05:54:24 »

น้องฟ้าชีวิตเศร้าจัง

ออฟไลน์ Roman chibi

  • Death is not the end. Death can never be the end. Death is the road. Life is the traveller. The soul is the guide.
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1234
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-3
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #91 เมื่อ16-01-2016 07:53:13 »

อ่านแล้วมันตื้ออยู่ในใจ สงสารฟ้ามาก :katai4: :ling1:

ออฟไลน์ imymild

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #92 เมื่อ16-01-2016 11:58:04 »

อ่านแล้วเครียดเบาๆ

ออฟไลน์ kdds

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1510
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #93 เมื่อ16-01-2016 13:01:41 »

อ่านแล้วอึดอัดแทนฟ้า
จะชีวิตในบ้าน ที่มหาวิทยาลัย เรื่องคนรักอีก ไม่มีดีซักอย่าง
เดี๋ยวพอเรื่องแดงขึ้นมา ไม่รู้ฟ้าจะทนกระแสกดดันจากรอบข้างได้ไหม
รอดูวันฟ้าจนมุม จะสู้ หรือโดนเหยียบย่ำเรื่อยไปจนตาย

ออฟไลน์ nut2557

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 112
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #94 เมื่อ16-01-2016 15:08:56 »

เฮ้อ...ชีวิตของขอบฟ้า.... :mew6:

ออฟไลน์ Banarot

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #95 เมื่อ16-01-2016 16:28:58 »

ทีมฟ้า ไม่ค่อยเข้าใจบ้านฟ้า

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #96 เมื่อ16-01-2016 16:53:23 »

โอยเครียดกับครอบครัวฟ้า
ฟ้าเคยคิดอยากวิ่งหนีไหมลูก  :ling2:

ออฟไลน์ bpyt

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #97 เมื่อ16-01-2016 20:31:12 »

สงสัยอิพี่กร แกแอบชอบฟ้าแล้วใช่ไม๊ พยายามเสี่ยมให้แตกกับพี่พลตลอด

ออฟไลน์ chisarachi

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +49/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #98 เมื่อ17-01-2016 20:23:52 »

กรี๊ดดดสามล้านรอบบบ  ดีใจที่เห็นเรื่องนี้อีกครั้งค่ะ
หวังว่าจะเป็นสัญญาณดีที่จะได้เห็นผลงานคุณDDอีกครั้ง งง
เข้ามาเชียร์  และรักสุดหัวใจจ จ  :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:
คิดถึงคุณDDมากก

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #99 เมื่อ17-01-2016 21:14:52 »

จะเอาอีกๆๆๆ กำลังเข็มข้นขึ้น รอๆๆๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
« ตอบ #99 เมื่อ: 17-01-2016 21:14:52 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ ป๋า

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #100 เมื่อ17-01-2016 21:22:24 »

พี่พลน่ารักนะ :mew1: แต่แอบร้ายอ่ะ  :mew5:

ออฟไลน์ A-J.seiya*

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #101 เมื่อ17-01-2016 23:11:38 »

ตั้งแต่อ่าน ก็คิดว่าฝนเป็นเด็กฉลาด แล้วก็น่ารัก
คือรักพี่ แต่ก็เอาแต่ใจอ่ะ
พี่กร ช่วยพูดกะน้องดีดีจะตายมั้ย
คอนเซ็ปท์พระเอกอ่ะ มีบ้างอะไรบ้าง ฮึ่มมมม
แล้วนี่ใส่ร้ายพี่พล หรือพูดจริง อยากรู้มากกก

ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1734
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #102 เมื่อ18-01-2016 01:31:31 »

พี่กรนี่โคตรจะ rough เลยจริงๆ

ออฟไลน์ noinha31

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #103 เมื่อ18-01-2016 13:08:00 »

ตามอ่านตั้งแต่เมื่อคืน สนุกมากเลยค่ะะะ มาต่อไวๆน้าาา
 :call: :call: :call:

ออฟไลน์ ciaiwpot

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #104 เมื่อ18-01-2016 18:58:57 »

ฟ้าน่าสงสารมาก
ทำอะไรผิดอ่ะ
ทำไมต้องเป็นอย่างนี้

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #105 เมื่อ18-01-2016 19:07:37 »

มารอค่ะ  :hao5:

ออฟไลน์ jinjin283

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #106 เมื่อ18-01-2016 21:03:01 »

เห็นชื่อคุณ DD มือสั่นรีบกดเข้ามาอ่านเลยค่ะ ฟ้าน่าสงสารจัง

ออฟไลน์ saotome

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 643
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #107 เมื่อ18-01-2016 21:05:22 »

อยากจะร้องไห้แทนฟ้าจัง

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #108 เมื่อ18-01-2016 22:20:02 »

Rough and Tender 9

หลังจากนั้น พลชนะก็โผล่หน้ามาให้ที่บ้านเห็นเป็นประจำ ซึ่งถ้าบังเอิญตรงกับวันที่ม้าทำขนมขาย ชายหนุ่มก็จะขันอาสาติดตามไปช่วยนั่งขายด้วย ระยะแรกแม่เขาเอ่ยทัดทานอย่างเกรงใจ หากนานเข้าก็เริ่มเคยชินกับการมีผู้ชายตัวโตอีกคนมาช่วยและถึงขั้นวางใจให้เขาอยู่ขายของกับพลชนะแค่สองคน ส่วนวันไหนที่ว่าง พลชนะมักจะชวนเขาไปกินข้าวหรือดูหนัง

วันนี้ก็เช่นกัน หลังจากออกไปกินข้าวเย็นด้วยกันและฟังเขาเล่าเรื่องตลกๆ ปลายฝนจนจบ พลชนะก็เงียบไปสักพักจึงค่อยเอ่ยอีกครั้ง

“ฟ้า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้พี่ต้องบินไปหาญาติที่ฮ่องกงอีกแล้วล่ะ คุณอาพี่เขามีครอบครัวอยู่ที่นั่นแล้วเปิดบริษัทด้วย ทุกซัมเมอร์ พ่อของพี่ก็มักส่งให้พี่ไปเรียนงานกับทางบริษัททางโน้น ตอนแรกพี่คิดว่าปีนี้ไม่ต้องไปแล้วเลยไม่ได้บอกเราก่อน แต่คุณอาเพิ่งโทรมาหาเมื่อวาน ท่านอยากให้พี่ไปช่วย...แค่ช่วงปิดภาคเรียนก็ยังดี”

“...เหรอครับ” ไม่ใช่ไม่เชื่อ แต่บางเสี้ยวในหัวใจกลับกระหวัดนึกถึงคำพูดของกรขึ้นมา “ไปคนเดียวหรือครับ”

“คนเดียวสิ” ตอบกลั้วหัวเราะก่อนจะทำหน้านิ่ง “ถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า ใคร...มาพูดอะไรให้ฟัง”

ส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธแล้วรีบชวนพลชนะคุยเรื่องอื่นต่อ จะไม่ใช่เรื่องจริงก็ดี จะเป็นความจริงก็ช่าง ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รับรู้ เขาก็จะไม่เซ้าซี้ไต่ถามเรื่องนี้อีก

“พรุ่งนี้พี่คงไม่มีเวลาแวะมา แต่เดี๋ยวจะโทรหาก่อนเครื่องออกนะ” พลชนะดึงเขาไปจูบอำลาอ่อนหวาน “ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ขอบฟ้าเดินเข้าบ้าน อาบน้ำเสร็จเรียบร้อย กำลังเตรียมตัวเข้านอนตอนโทรศัพท์ดังขึ้น แค่เห็นชื่อคนโทรก็เริ่มปวดมวนในกระเพาะเสียแล้ว

“ครับ... อะไรนะ” เขาหน้าเสียขณะเดินไปแหวกม่านดูแต่ก็มองภายนอกไม่ค่อยเห็น “เปล่า ผมยังไม่ได้พูดอะไร ...ก็ได้ ขอเวลาแต่งตัวห้านาที”

ห้านาทีต่อมา เขาออกมายืนหน้าบ้านอีกรอบ กระจกติดฟิล์มดำปิ๊ดปี๋ของรถสีดำที่จอดอยู่หน้าบ้านอย่างเย้ยฟ้าท้าดินเลื่อนลงพร้อมกับเสียงห้าวห้วนดังจากภายใน “ขึ้นมา”

หวนนึกถึงรายการโทรทัศน์ที่เคยดู ภาพของวัวนัยน์ตาเศร้าที่โดนต้อนขึ้นรถเพื่อส่งไปโรงฆ่าสัตว์ บางตัวรู้และพยายามขัดขืน แต่อีกหลายๆ ตัวกลับเดินก้มหน้าก้มตาขึ้นไปเบียดเสียดบนรถบรรทุกแต่โดยดี บางตัวร้องไห้ราวกับล่วงรู้ชะตากรรมที่ไม่มีทางเลี่ยง ราวกับล่วงรู้ว่ามันเกิดมาเพื่อตาย ชีวิตมันมีค่าเป็นเพียงอาหารสำหรับมนุษย์ เขาเคยพิศวงว่าทำไมมันถึงไม่ดิ้นรนต่อสู้ ทำไมถึงยอมเดินไปหาที่ตายง่ายดายแบบนั้น

เขาคิดว่าตนรู้คำตอบแล้วตอนที่ก้าวขึ้นไปบนรถหรูโดยไม่ปริปากเถียงสักคำ

+++++++++

เสียงหอบหายใจหนักกับเสียงผิวกายเสียดสีดังก้องสะท้อนในห้อง ร่างกายสูงใหญ่ขยับกระแทกกระทั้นเป็นจังหวะ ยึดเอวร่างข้างใต้ไว้แล้วบดเบียดเข้าลึกขึ้น รุนแรงขึ้นจนถึงขีดสุดของอารมณ์ ปลดปล่อยสั่นเทาในร่างที่รองรับ ก่อนจะถอนกายออก พลิกร่างอีกฝ่ายขึ้นมา แวะเวียนจูบไล้ไปตามข้างแก้มและซอกคอราวกับยังอาลัยอารมณ์หวามไหวเมื่อครู่

หากพอสังเกตสายตาทอดมองเหม่อของนัยน์ตาคู่โศกเข้า กรก็ตวัดเสียงขุ่นทันที “ใจลอยไปถึงไหน! คิดถึงไอ้พลมันอยู่ใช่ไหม กล้าดียังไง นอนอยู่กับกูแต่ดันคิดถึงผู้ชายอื่น...”

“ง่วงนอน” ขอบฟ้าเอ่ยขัดงัวเงีย ง่วงเสียจนไม่สนใจร่างกายที่ปวดระบม เขาอ้าปากหาวหวอด “ง่วงจัง เหนื่อยด้วย”

น่าแปลกที่หัวใจคนฟังอ่อนยวบลงทันตา กรถึงกับยอมลดเสียงตัวเองลง “อ้าว ง่วงหรอกเหรอ อืม นี่มันตีสองกว่าแล้วด้วย ปกติมึงเข้านอนตั้งแต่ห้าทุ่มนี่นะ”

มือใหญ่ดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้จรดคางร่างที่ขดซุกตัวกลม เอื้อมมือไปปิดไฟข้างหัวเตียงแต่ยังไม่วายบ่นพึมตอนขยับตัวลงนอน “ยังอยากทำต่ออยู่เลย มึงนี่ก็เหลือเกิน จะอนามัยไปถึงไหนวะ ทำเอากูพลอยอดไปด้วย เซ็งชิบ...”

บ่นพลาง มือก็ดึงคนที่นอนหันหลังแก้ตัวงึมงำให้เข้ามาซุกในอ้อมแขนจนได้ที่ดี กรจึงแตะริมฝีปากลงบนใบหูขอบฟ้า “จุ๊ๆ นอนได้แล้ว นอนซะ”

ขอบฟ้าเคลิ้มหลับลงแทบจะทันที เขาเคยชินกับการรับคำสั่งและยิ่งไม่คิดขัดเมื่อคำสั่งนั้นเป็นใจขนาดนี้ ก่อนที่สติจะดำดิ่งสู่นิทรา เขาก็เพิ่งรู้ว่าไออุ่นและคำสั่งง่ายๆ ให้เข้านอนจากคนข้างกายมันช่วยให้หลับง่ายเพียงใด

ในขณะเดียวกัน กรที่นอนฟังเสียงลมหายใจทอดยาวจนเริ่มง่วงบ้างก็เพิ่งตระหนักว่า เขาไม่เคยนอนฟังเสียงลมหายใจของคนร่วมเตียงและยิ่งไม่เคยนอนกอดใครสักคนเพียงเพื่อให้หยุดบ่น

แม้จะนึกแปลกใจ แต่กรก็ไม่ได้คิดจะปล่อยร่างอบอุ่นหลับสนิทในอ้อมกอด ก็แค่...มันนุ่ม มันหอมดี...เท่านั้นล่ะ

+++++++++

แสงแดดยามเช้าส่องผ่านม่านที่เปิดกว้างเข้ามาแยงลูกนัยน์ตาของคนนอนไม่ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นบนเตียง กรคำรามอย่างหงุดหงิด พลิกตัวหนีแสงแดดและควานหาร่างข้างกาย หากมีเพียงที่นอนเย็นชืดชวนให้หงุดหงิดหนักขึ้นจนต้องจำใจลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
เสยผมยุ่งเหยิงมองไปรอบห้อง ไม่มีสาวใช้คนไหนหรอกที่กล้าเข้ามาในห้องเขาตอนเช้าแล้วเปิดม่านเสียโจ่งแจ้งแบบนี้ ไม่มีใครเสียหรอกนอกจากเจ้าตัวการที่หายหัวไปไหนตั้งแต่เช้าก็ไม่รู้

จำใจอาบน้ำแต่เช้า แต่งตัวเสร็จก็รีบลงมามองหาไปทั่ว แต่หาไม่เจอจนต้องเรียกแม่บ้านมาถามนั่นล่ะ “เห็นเด็กที่มาเมื่อคืนไหม”

“อ๋อ คุณฟ้าเหรอคะ โน่นค่ะ ลงไปช่วยเจ้าเก่งพรวนดินแต่เช้า ป้าห้ามบอกว่าเดี๋ยวเสื้อผ้าเลอะก็ไม่ฟัง” กรเดินดิ่งตัดตรงออกสวนก่อนที่จะฟังแม่บ้านบรรยายจบ เดินย่ำผืนหญ้าที่ยังชุ่มฉ่ำจากการรดน้ำไปตามทางที่ได้ยินเสียงลอยมาตามลมแว่วๆ

“จับตรงที่จับมันกับตรงโคนนี่สิ ไม่ใช่ตรงนั้น...” เสียงของเก่ง ลูกหลานคนงเด็กรับใช้ในบ้านที่คอยดูแลสวนและรับใช้งานจิปาถะกำลังสั่งสอนอย่างตั้งอกตั้งใจตอนที่กรสังเกตเห็นคนทั้งคู่ แม้เก่งจะอายุน้อยกว่าหลายปีแต่ตัวกลับเท่าๆ กัน มิหนำซ้ำเจ้าคนจับเสียมอันย่อมท่าทางเก้งก้างนั่นยังผอมกว่าด้วยซ้ำ หากคิ้วเข้มเริ่มขมวดเมื่อมือเลอะเทอะของเก่งจับมือขอบฟ้าให้กำลงตรงตำแหน่งที่ถูกต้องบนเสียม “ต้องจับตรงนี้ ฟ้าจะได้มีแรงงัดพลิกขึ้นมาได้”

อารมณ์เสียจากไหนไม่รู้ประดังใส่จนต้องตวาดเสียงห้วน “พวกนายทำบ้าอะไรกันอยู่!”

คนสอนสะดุ้งโหยง ในขณะที่อีกคนทำหน้าแบบที่ชอบทำเป็นประจำคือหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่อง “คะ...คุณกร”

“ฉันถามว่านายใช้เขาทำอะไร”

เสียงตวาดซ้ำทำเอาเด็กหนุ่มหน้าเสีย ตอบอึกอักในลำคอ “ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้...”

“พี่กร ผมขอช่วยเอง ผมไม่รู้ว่าพี่หวงสวนของพี่ขนาดนี้” ขอบฟ้ารีบส่งเสียมคืนหน้าตาตื่น “นั่งรอเฉยๆ แล้วผมเบื่อ พอดีเห็นเขาทำสวนอยู่ก็เลย...”

รีบหุบปากฉับเมื่อสายตาคมกริบของคนหวงสวนตวัดกลับมาจ้อง ขอบฟ้าเริ่มเกะกะมือไม้ตัวเองจนไม่รู้จะพักจะวางไว้ตรงไหน แต่กรก็ช่วยหาที่ให้เมื่อกระชากข้อมือลากเขาหัวทิ่มจนแทบหน้าคะมำ

“ซุ่มซ่าม” ชายหนุ่มดุขณะคว้าบ่าไว้ไม่ให้ขอบฟ้าล้มลงแทบเท้า

“ขอโทษครับ” ตอบโดยอัตโนมัติเช่นกันโดยไม่หวนนึกสักนิดว่าคนดุนั่นล่ะที่กระชากให้เสียหลัก

กรตั้งท่าจะร่ายต่อ หากไม่มีแม่บ้านเดินแทรกเข้ามาถามอย่างนอบน้อม “คุณกรกับคุณฟ้าจะทานอาหารเช้าเลยไหมคะ ป้าจะให้เด็กรีบเตรียมให้”

ตั้งท่าจะตอบปฏิเสธ หากเหลือบเห็นคนข้างกายยืนตัวผอมโกรก ยกมือแตะท้องด้วยท่าทางคล้ายกับจะไม่รู้ตัว กรจึงพยักเพยิดหน้าแทน “จัดที่ศาลาก็ได้”

แม่บ้านอาวุโสรับคำแล้วรีบตุ้บตั้บไปเตรียมตามคำสั่ง ร่างสูงล้วงกระเป๋าเดินนำหน้าอ้อมไปทางด้านหลัง ซึ่งมีศาลาไม้สีขาวโปร่ง แวดล้อมด้วยต้นสนและซุ้มไม้ทรงเตี้ยตัดแต่งสวยงาม สวยเหมือนภาพจากหนังสือแต่งภาพ หากในขณะเดียวกันก็ดูไร้ชีวิตชีวาเหมือนไม่เคยถูกใช้งานด้วยเหมือนกัน

“มึงรอนี่ก็ได้ เดี๋ยวเด็กคงทยอยยกมาให้” กรว่าแล้วเดินต่อไปยังโรงรถแบบเปิดกว้างใกล้กัน ขอบฟ้านั่งเด๋อด๋าในศาลาได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องลุกเดินตามไปด้อมๆ มองๆ หาเจ้าบ้าน รถสีดำคันที่เคยนั่งบ่อยๆ จอดนิ่งสงบอยู่ด้านใน มันดูสวยสง่าแม้อยู่เฉยๆ และคล้ายกับจะเป็นลูกชายวัยคะนองของรถเก๋งขนาดใหญ่สีเขียวเข้มที่จอดอยู่ติดกัน แม้จะไม่รู้จักว่าเป็นรถอะไรแต่ที่รู้ได้แน่คือต้องแพงระยับจับไม่ติด มัวแต่กลืนน้ำลายเอื้อก ขอบฟ้าจึงไม่ทันตั้งตัวตอนได้ยินเสียงของกร

“มาตามเหรอ ไม่เป็นไร มึงกินไปก่อนเลย” เขาเจอร่างสูงกำลังเลื่อนตัวเองเข้าไปใต้รถหน้าตาโบราณที่แม้แต่เขายังรู้จัก ด้วยความสงสัยว่ากรมุดเข้าไปทำอะไรก๊อกๆ แก๊กๆ ใต้นั้นจึงพยายามตะแคงหน้าแนบพื้นดูบ้าง ผลคือโดนเอ็ดเสียงเขียว “หลบ! มาก้มๆ เงยๆ งุ่มง่ามแบบนี้มันเกะกะขวางทาง”

รีบถอยกรูดเพื่อหลีกทางให้กรเลื่อนตัวออกมามองหาของที่ต้องการจนเจอก็หายเข้าไปใต้ท้องรถโบราณอีกรอบ

ถึงจะไม่เคยสนใจรถหรือเครื่องยนต์มาก่อน แต่ด้วยสัญชาตญาณของเด็กผู้ชาย ขอบฟ้าก็อดที่จะเมียงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ อยากดูก็อยาก กลัวโดนดุก็กลัว ขอบฟ้าเลยเปลี่ยนมุมไปด้านหน้ารถแล้วก้มหน้าตะแคงตัวดูต่อ

สักพัก กรก็ถอนหายใจ เอี้ยวหน้ามาจนสบตาเขา บอกอย่างเหนื่อยหน่ายแต่ไม่มีแววโกรธเกรี้ยว “หลบไปด้านอื่น มึงอยู่ตรงนั้นมันบังแสง”

พยักหน้าหงึกหงักแล้วขอบฟ้าก็จัดแจงย้ายตัวเองไปอีกด้าน แต่ด้านนี้ติดกับผนังโรงรถ ไม่มีที่ให้เอนตัว เขาเลยหมุนต่อไปยังทิศสุดท้ายที่เหลือ หากด้านนี้มันย้อนแสงจากด้านหน้าโรงรถ สายตายิ่งไม่ค่อยดี ต่อให้เพ่งก็ยังมองเห็นเป็นแค่เงาตะคุ่ม ขอบฟ้าเลยวิ่งพล่านอยู่รอบรถเหมือนหนูที่โดนจับทดสอบไอคิวในเขาวงกต

ท้ายสุด หนูทดลองก็พาตัวเองกลับไปนั่งยองๆ อยู่ด้านแรก

“หึ หึ” จู่ๆ คนมุดอยู่ใต้ท้องรถก็หัวเราะออกมา ยื่นเท้ามาสะกิดให้หนูตัวใหญ่หลบให้พ้นทาง เพื่อเลื่อนตัวออกมา “อยากดูขนาดนี้เชียว ดูรู้เหรอ”

“ก็พอรู้” ตอบตามความสัตย์จริง ขยายความให้เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อถือ “รู้ว่านี่รถเต่า”

ขำพรืด ก่อนที่กรจะหัวเราะดังจนก้องไปทั้งโรงรถ ขอบฟ้าขี้เกียจจะมานั่งทำความเข้าใจว่าขำอะไรนักหนา นอกจากพยายามพาตัวเองเข้าไปใต้นั้นบ้าง “เฮ้ย รอก่อน เข้าไปข้างใต้ทั้งแบบนั้นเดี๋ยวเสื้อก็เปื้อนหรอก”

จากคำพูดดังกล่าว เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มสวมบางอย่างที่ดูคล้ายผ้ากันเปื้อนสีกะดำกะด่างอยู่ หากยังไม่ทันที่จะทำอันใดต่อ คุณแม่บ้านก็เดินมาเรียกพวกเขา “คุณกรมาอยู่ที่นี่เอง ป้าให้เด็กตั้งโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ”

กรพยักหน้ารับรู้ เอ่ยไล่อีกฝ่ายที่ทำท่าหายหิวดื้อๆ “เมื่อกี๊ทำหน้าหิวจะตายไม่ใช่เหรอ ไปกินข้าวก่อนไป๊ เดี๋ยวค่อยมาดู”

“งั้นเดี๋ยวค่อยกิน ขอดูนิดเดียว” น่าแปลก คนซึ่งเวลาซื้อกับข้าวยังไม่เคยกล้าต่อราคา มาตอนนี้ เขากลับกล้าต่อรองกับผู้ร้ายตัวเอ้ตรงหน้าได้

ทว่าต่อให้กล้าเอ่ยปาก ก็ใช่ว่าจะสมหวัง “อย่ามาเซ้าซี้ บอกให้ไปกินข้าว”

ไม่ว่าเปล่า กรถอดผ้ากันเปื้อนออก เดินไปล้างมือที่อ่างใกล้ๆ กันแล้วคว้าแขนเขาลากกลับทางเดิม จับให้นั่งลงไม่พอ ยังสั่งให้กินอีก “เอ้า เมื่อกี๊เห็นทำหน้าหิวซะเต็มประดา รีบกินเข้าสิ มึงยิ่งกินช้าอยู่ด้วย”

อาหารหน้าตาน่ากินแต่เพื่อนร่วมโต๊ะหน้าตาไม่ชวนเจริญอาหาร ขอบฟ้านั่งกินขณะลอบมองอีกฝ่ายจัดการอาหารหลากหลายตรงหน้าด้วยความเร็วปานพายุ ที่ร้ายคือกินเสร็จแล้วยังมีหน้ามาเร่งอีกต่างหาก “เสร็จหรือยัง ช้าว่ะ”

ขอบฟ้ากลืนอาหารที่เคี้ยวเสร็จดีลงคอแล้วพูดอย่างเกรงใจ “พี่กรไปก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมว่ากินเสร็จจะกลับบ้านเลย ไม่รบกวน...”

“กลัวบ้านวิ่งหนีหรือไง จะรีบกลับไปไหน” ย้อนหน้าตาก่อกวนต่อมอดทนเสร็จ กรจึงสั่งต่อ “วันนี้มึงไม่ต้องขายของ กูจำได้”

“แต่...” แค่คำเดียว กรก็จ้องหน้าเขากลับจนขอบฟ้าต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ คิดเสียว่าก็ดี จะได้ดูเวลากรซ่อมรถหน้าตาคลาสสิคคันนั้น แต่เขาน่าจะรู้ดีกว่านั้น เพราะหลังจากกลับมายังโรงรถได้ไม่กี่นาทีดี พวกเขาก็ลงมานอนคลุกกันบนเบาะหลังรถเสียแล้ว

“พี่...พี่กร ผมว่า...ไม่เหมาะมั้ง” คนพูดหอบฮั่กหน้าตาร้อนใจขณะพยายามเหลียวมองรอบกาย ผิดกับอีกคนที่นอนอยู่ข้างล่าง กำลังดึงเสื้อยืดเขาให้พ้นทางเพื่อฝังใบหน้าลงกับแผ่นอกขาวเรียบ “เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า... อึ๊ก เจ็บ”

เขาตัวงอลงยามโดนฟันคมแกล้งงับลงบนยอดอกแรงๆ คิดจะผละออกกลับโดนยึดเอวไว้แน่น “พี่กร ไม่เอา”

“นี่เป็นการลงโทษที่เมื่อคืนมึงดันหลับปุ๋ยก่อนที่กูจะเต็มอิ่ม” เสียงอู้อี้พูดเรื่อยโดยไม่สนใจอาการขัดขืน แถมยังดูสนุกสนานยามเห็นอาการร้อนอกร้อนใจของเขา จนหน้าเหยเกสุดกำลังนั่นล่ะ กรจึงถอนหายใจ ผลักหัวเขาให้พ้นทาง “มึงนี่เอาแต่ใจตัวเองชะมัด เฮ้อ ไม่ทำก็ไม่ทำวะ แค่นี้ทำหน้าอย่างกับจะโดนข่มขืนไปได้”

ฟังแล้วให้หนักใจ สรุปว่าเขาผิดที่เอาแต่ใจ สรุปว่าเขาไม่เคยโดนคนตรงหน้าใช้กำลังข่มขืนเอางั้นเหรอ พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ขอบฟ้าก็ชักท้อแท้หนัก เขาผิดเองที่เอาแต่กลัวหงอและยอมให้อีกฝ่ายแบล็คเมล์ แต่ครั้นจะให้ลุกขึ้นปฏิวัติตัวเองก็ไม่กล้า ทำได้แค่เฝ้ารอให้กรเบื่อ เบื่อจนยอมเลิกบังคับเขาให้หมุนตัวขยับตามแต่ต้องการสักที

เขาขยับถอยมานั่งหลบด้านหนึ่ง มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปที่อ่างล้างหน้าเพื่อเปิดน้ำลูบหน้าตาด้วยท่าทางเซ็กซี่แบบที่เจ้าตัวก็คงไม่ตั้งใจ

...เอาเถอะ คงอีกไม่นานนี้ล่ะ ก็ขนาดเขาเคยนั่งนิ่งๆ ยังโดนยัยฝนว่าเลยว่าน่าเบื่อ

ก่อนจะคิดย้อนไปไกลกว่านั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็สั่นดึงความสนใจ “ฮัลโหล”

“พี่โทรมาบอกว่าตอนนี้อยู่สนามบินแล้วนะ ฟ้าล่ะอยู่ไหน อยู่บ้านเหรอ”

“เอ้อ...ครับ อยู่บ้าน” เพียงแต่ไม่ใช่บ้านเขาเท่านั้นเอง “เครื่องจะออกเมื่อไหร่ครับ”

“กว่าเกทจะเปิดก็อีกประมาณชั่วโมงได้ มีเวลาคุยเหลือเฟือ” พลชนะว่า “อยากได้ของฝากอะไรเป็นพิเศษไหม นาฬิกาสักเรือน รองเท้าหรือว่า...”

“ไม่เอาครับ ไม่ต้อง ผมไม่อยากได้” เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองติดคำคำนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เอา ไม่อยากได้...อาจจะเป็นตอนช่วงที่เรียนรู้ว่าถ้าไม่อยากได้ อยากเป็น เขาก็จะไม่ต้องผิดหวังล่ะมั้ง “แค่อยากให้พี่พลเดินทางปลอดภัยก็พอ”

“อืม พูดจาน่ารักจัง แฟนใครเนี่ย” ปลายสายส่งเสียงกรุ้มกริ่มที่เล่นเอาเขาหน้าแดง ใจเต้นเร็วอยู่คนเดียว “พี่อยากจูบเราตอนนี้มากๆ ฟ้าว่าพี่จะทำไงดี”

“ผม... ผมว่า...โอ๊ย!” คำหลังเขาร้องออกมาเพราะจู่ๆ ก็โดนทุบหัวจากด้านหลัง หันมาเจอกรยืนเท้าเอว กระดิกเท้า ใช้สายตาแทนคำพูด

“ร้องทำไม ฟ้าเป็นอะไร ฟ้า...” เสียงเรียกดังแว่วออกมาจากโทรศัพท์ ขอบฟ้ากุมหัว กระถดตัวหนีโดยอัตโนมัติ

“เปล่าครับ พอดีโดน...” กลืนน้ำลายเอื้อก นึกไม่ออกว่าอยู่ดีไม่ว่าดี ไปเผลอเหยียบเท้ากรตอนไหนเข้า ดูจากสีหน้าบึ้งตึงขนาดหนัก คงไม่ใช่แค่เหยียบ น่าจะกระทืบแล้วขยี้ซ้ำด้วยมั้ง “เขาตีว่าให้วางหู”

“อ๋อ คนที่บ้านเหรอ แย่จริง ฟ้าคงทำธุระอยู่ล่ะสิแล้วก็ไม่บอกพี่ งั้นวางหูก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปถึงแล้วจะโทรมาหาใหม่นะ บายครับ”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาคุยโทรศัพท์กับพลชนะแล้วโดนกรเหวี่ยงใส่ เพียงแต่ครั้งที่แล้ว กรแค่ทุบโต๊ะ ไม่ได้ทุบหัวเขาแบบนี้ อีกอย่าง พวกเขาก็ไม่ได้กินข้าวอยู่ด้วย กรจะมาตีเขาด้วยเหตุผลเดิมไม่ได้

“ตีผมทำไม” ขอบฟ้าโพล่งทั้งน้ำตาที่รื้นขึ้นมาจากการโดนทุบโครมเมื่อครู่

“บุญแค่ไหนที่กูไม่ใช้ประแจแทนมือเปล่า” มองประแจอันโตในมือซ้ายคนพูดแล้วขอบฟ้าก็ถอยหนีอีกหลายคืบ กรมองท่าถอยลงรู ยิ้มเหี้ยม “อย่าทำอะไรข้ามหัวกูให้มันมากนัก อุตส่าห์นึกเอ็นดูว่าที่ผ่านมาทำตัวว่าง่ายมาตลอดหรอกนะถึงได้ไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร อย่างว่า...ใครรู้เข้าคงขำกันกลิ้ง เพื่อนสองคนมีเมียคนเดียวกัน สะดวกตายชัก”

มองดูท่าคอแข็งของเขาด้วยความพอใจก่อนที่กรจะหันกลับไปทางเดิม ขอบฟ้าจึงค่อยผ่อนลมหายใจที่กลั้นไว้ออก นั่งกำมือบนตักหน้าซีดเผือด นึกถึงวิบากกรรมที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต ที่เคยคิดว่าเลวร้ายที่สุดกลับยังต้องมีเลวร้ายยิ่งกว่าไปเสียทุกครั้ง ที่เคยอดทนมาได้โดยตลอดเพราะนึกปลอบใจตัวเองว่าสักวันคงมีโอกาสมีความสุขกับเขาบ้าง มาบัดนี้กลับมีแต่ความทุกข์กดทับจนแทบจะเป็นบ้า

ก้มลงมองดูตัวเอง นึกประหลาดใจอยู่เหมือนกันที่ยังเห็นเป็นคนอยู่ ไม่ได้กลายเป็นหมา เป็นแมวหรือตัวอะไรก็ไม่รู้อย่างที่คนอื่นปฏิบัติต่อเขา

ในความคิดของเขา โลกนี้มีคนอยู่แค่สองประเภท หนึ่งคือพวกที่อยู่เหนือคนอื่นโดยธรรมชาติ มีความสามารถ เก่งกาจ หน้าตาดี กับอีกพวกคือพวกที่อยู่ต่ำกว่า ต้องคอยหาทางดิ้นรนกระเสือกกระสนให้ตัวเองมีที่ให้เหยียบยืน ถึงไม่มีโอกาสเงยหน้ามองฟ้า แต่ขอแค่ได้ก้มหน้าแล้วยังเจอพื้นดินให้ยืนก็ยังดี ตัวเขาเองนั้นไม่ต้องขบคิดก็รู้ว่าอยู่ในประเภทหลัง แถมติดจะรั้งท้ายจนจวนเจียนจะตกขอบ หาข้อดีของตัวเองไม่เคยเจอ

ก่อนหน้าจะเจอกับพลชนะ ขอบฟ้าเคยคิดว่าในอนาคต เขาอาจได้เจอผู้หญิงสักคนที่พอจะยอมรับในตัวเขาได้ ไม่ต้องดีเลิศเลอแบบป่าน ขอแค่เข้าใจเขาบ้างก็พอ เขาเคยคิด...จะสร้างครอบครัวเล็กๆ ที่สงบสุข จะตั้งใจทำงาน จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ถ้ามีลูก เขาจะสอนลูก...ไม่ใช่ให้เป็นคนเข้มแข็งหรืออดทน แต่จะสอนให้เป็นคนดี

หากดูเหมือนว่าบัดนี้ ความฝันเหล่านั้นจะยิ่งห่างไกลและลางเลือนขึ้นทุกที ไม่ใช่แค่ว่าเขายังต้องตกเป็นเบี้ยล่างคนอื่น แต่จะมีผู้หญิงคนไหนยอมรับได้กับสิ่งที่เขาเคยเจอ ครั้นจะให้ปิดบังกันไปตลอดชีวิต ก็ไม่ผิดอะไรกับแผลเน่าร้ายที่รอคอยวันลุกลามเกินเยียวยา

เห็นที อนาคตของเขา คงต้องจบลงด้วยการอยู่ตามลำพังอย่างเงียบเหงาไปจนชั่วชีวิตกระมัง

+++++++++

เย็นวันนั้น ขอบฟ้ากินข้าวเร็วกว่าปกตินิดหน่อยและเร่งเวลาอ่านหนังสือให้เร็วขึ้นเพื่อหวังจะได้เข้านอนแต่หัวค่ำ หากต้องหมดหวังเมื่อกรโทรมาหาตอนเขาอาบน้ำเสร็จ จะแค่โทรมาเช็คหรือโทรมาเรียกให้ออกไปก็ไม่อยากรับสายทั้งนั้น

จะแกล้งหลับดีไหมนะ ถ้าแกล้งทำเสียงงัวเงียบอกว่าเข้านอนเร็ว กรจะยอมเชื่อง่ายๆ หรือเปล่า เขาไม่รู้คำตอบแต่รู้ดีอยู่อย่างว่าเขาเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวอยากนอนเต็มทีแล้ว “ฮัลโหล”

ปลายสายฟังเสียงเสแสร้งงัวเงียก่อนถาม “อะไร เพิ่งจะสองทุ่มเอง นอนแล้วเหรอ”

“อือ วันนี้ง่วง มีอะไรหรือเปล่า ผมจะนอนต่อแล้ว” คนไม่เคยโกหกถามรัวๆ หวังว่าอีกฝ่ายคงจับไม่ได้หากต้องขนลุกเกรียวยามได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะโหดๆ

“เดี๋ยวนี้ริอ่านโกหกเหรอ ห้องนายยังเปิดไฟสว่างโร่อยู่ไม่ใช่เหรอไง”

“พะ พะ พี่รู้ได้ไง” เสียงสั่นพั่บ ขนหัวลุกขณะพรวดพราดไปยืนจ้องผ่านหน้าต่าง แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากแสงสว่างรางๆ จากไฟถนน “พี่อยู่ตรงไหน”

“อยู่คอนโด” ตอบสั้นก่อนไขความกระจ่างให้รู้ว่าเขาเสียค่าโง่ขนาดไหน “สรุปว่าโกหกจริงๆ สินะ ทีแรกก็ว่าจะโทรมาถามเฉยๆ หรอก แต่เปลี่ยนใจแล้วว่ะ อีกครึ่งชั่วโมงเจอกันหน้าคลับที่ป่านเคยจัดงานวันเกิดนะ อ้อ ถ้ามึงกล้าเบี้ยวหรือมาสายล่ะก็ กูจะเอาคืนให้หนักขึ้นเรื่อยๆ”

ขอบฟ้ารีบเปลี่ยนเสื้อผ้ามือไม้สั่นทั้งใบหน้าเปื้อนน้ำตา นึกเกลียดชื่อกรขึ้นมาจับขั้วหัวใจ ไม่รู้ชาติก่อนเขาทำบาปทำกรรมอะไรเอาไว้ ชาตินี้ถึงต้องมาเจอคนพรรค์นี้

หลังจากกระหืดกระหอบมาถึงที่นัด ยกดูนาฬิกาข้อมือดูก็พบว่าเลยมาทันเวลาฉิวเฉียด เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นๆ ทิ้งทั้งที่หัวใจร้อนเป็นไฟ กวาดสายตามองหาร่างคุ้นตาแต่มองเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จึงพยายามสูดหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์และเดินไปยืนคอยตรงมุมหนึ่งเงียบๆ

หากกระทั่งเข็มสั้นกระดิกไปเกือบแตะเลขสี่ คนที่ออกคำสั่งก็ยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น เขาเลยจำต้องเป็นฝ่ายติดต่อไปหาเป็นครั้งแรก

“ว่าไง” น้ำเสียงเรียบๆ ทำให้เขาหงุดหงิดเล็กน้อย เจ้าตัวดูจะไม่เร่งรีบอะไรสักนิด ทั้งที่ให้เวลาเขาแค่ครึ่งชั่วโมง

“พี่กรอยู่ไหนแล้ว ผมรออยู่หน้าร้านมาเป็นชั่วโมงแล้วนะ” พยายามขึ้นเสียงหงุดหงิดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ หากฟังจากเสียงหัวเราะเอื่อยปลายสาย คนฟังคงคิดว่าไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิดด้วยซ้ำ

“กลับบ้านไปได้แล้ว วันนี้กูจะยอมยกโทษให้ แล้วอย่าริอ่านคิดโกหกกูอีก ไม่งั้นกูเอามึงตายแน่” ขู่จบก็ตัดสาย ทิ้งให้เขายืนงงอยู่ที่เดิมนานสองนานกว่าจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

ผู้ชายคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ ที่เรียกเขาออกมานี่แค่ต้องการสั่งสอนค่าที่กล้าโกหกว่านอนแล้วแค่นั้น

ระหว่างนั่งรถเมล์กลับบ้าน ขอบฟ้าก็ไม่รู้จะด่าว่ากรเลวหรือเขาโง่กันแน่ ลงท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจ สรุปว่าคงเป็นทั้งสองอย่าง
เนื่องจากเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว ทางที่เดินกลับบ้านจึงค่อนข้างเปลี่ยว เขารีบเดินเร็วๆ และหวังว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในห้อง โดยเฉพาะทิวหมอก ถ้าพี่ชายรู้เข้าคงไม่แคล้วโดนด่าจนหูชาอีกแน่

กระทั่งใกล้ถึงบ้าน เขาจึงสังเกตเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ริมทางและคงไม่ได้สนใจกับมันมากนัก ถ้าไม่ใช่เพราะทิวหมอกยืนอยู่ด้านข้างประตูคนขับและกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่ด้วยท่าทางฉุนเฉียว

ขอบฟ้าตกใจจนสะดุ้งโหยง ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ในใจคิดแค่ว่าซวยแล้ว หากขณะที่กำลังตื่นตระหนกกับชะตาชีวิตตัวเองอยู่นั้น ก็ต้องตกใจอีกรอบเมื่อผู้เป็นพี่ชายโดนคนขับที่เขายังมองไม่เห็นหน้ากระชากแขนโดยแรงจนทิวหมอกถลาหัวปักพร้อมกับโดนมืออีกข้างกดท้ายทอยลงประกบริมฝีปากแบบไม่ทันตั้งตัว

“ปล่อยนะ! อื๊อ!” เสียงร้องประท้วงด้วยความหัวเสียดังขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงครางด้วยความเจ็บเมื่อมือตรงท้ายทอยขยุ้มผมเพื่อปรามอาการขัดขืน “อึ้ก... พอ...ได้แล้ว”

คำห้ามไม่มีผลเมื่อฝ่ายบังคับยังคงไม่ยอมปล่อยมือ กระทั่งทิวหมอกยอมหยุดนิ่งนั่นล่ะจึงได้รับอิสระ

ขอบฟ้ายืนทื่อมองมือแข็งแรงเอื้อมมาลูบแก้มพี่ชายเขา พูดอะไรบางอย่างก่อนจะขับรถจากไป ทิ้งให้ทิวหมอกยืนมองตามและยกมือเช็ดริมฝีปากแรงๆ ด้วยสีหน้ารังเกียจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตระหนกเมื่อสังเกตเห็นเขายืนเซ่อมองค้างอยู่

“ฟ้า!” เป็นครั้งแรกที่ขอบฟ้าเห็นพี่ชายตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ทิวหมอกยืนอ้ำอึ้ง ใบหน้าซีดเผือด ปากอ้าแล้วหุบอยู่หลายรอบ “นาย... นาย...”

“ใครน่ะ พี่หมอก” หลุดปากถามงงๆ แล้วขอบฟ้าก็นึกเสียใจ เขาน่าจะทำเป็นไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่มากกว่า เพราะสีหน้าของทิวหมอกกำลังเปลี่ยนจากสีขาวกลายเป็นสีเขียว “เอ่อ ไม่ต้องบอกผมก็ได้ ผมแค่...”

“คุณรามิล...เจ้านายพี่เอง” ทิวหมอกตอบตามตรงแล้วหยุดตั้งสติพักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าพูดอีกครั้งเหมือนเพิ่งตั้งตัวติด “อย่ารู้เลย มันไม่ใช่แบบที่นายคิดหรอก”

ไม่รู้หรอกว่าแบบที่เขาคิดคืออะไรกันแน่ แต่ขอบฟ้าไม่คิดจะเซ้าซี้ต่อ จึงพยักหน้ารับแต่โดยดีและกลายเป็นฝ่ายยืนเกร็งอีกรอบเมื่อโดนถามนิ่งๆ “ว่าแต่นายไปไหนมา ทำไมถึงเพิ่งกลับ”

“ผม...” เขาโกหกไม่เก่ง ดูจากเมื่อสามชั่วโมงก่อนก็รู้แล้ว “ผมไป...”

ทว่าดูเหมือนคืนนี้ ทิวหมอกจะเหน็ดเหนื่อยเกินกว่าจะสั่งสอนยาวๆ จึงทำแค่ถอนหายใจ กล่าวเรียบ “พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปลงทะเบียนไม่ใช่หรือไง เงินค่าหน่วยกิตกับค่าหนังสือเรียนพี่เอาใส่ซองวางไว้ให้นายแล้ว ตอนเช้าอย่าลืมหยิบไปด้วยแล้วเก็บให้ดีๆ อย่าทำหายล่ะ รู้ไหม”

คำสอนเหมือนเห็นเขาเป็นเด็กๆ ไม่ได้ทำให้ขอบฟ้าโกรธ ตรงกันข้าม สีหน้าแววตาอ่อนล้าของพี่ชายกลับทำให้เขายิ่งรู้สึกผิด ก้มหน้างุดขณะเอ่ยว่า “ขอโทษครับ แล้วก็ขอบคุณด้วย”

“อืม” ทิวหมอกลูบหัวเขาขณะพากันเดินเข้าบ้าน “เดี๋ยวนี้รู้จักขอบคุณพี่ด้วย เมื่อก่อนเอาแต่ขอโทษลูกเดียว เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วนะเรา”

พลชนะเป็นคนสอนให้เขาขอบคุณแทนที่จะขอโทษ เขาอดนึกถึงใครบางคนที่อยู่ไกลไม่ได้ มันไม่ใช่ความคิดห่วงหาอาลัย เป็นแค่ความรู้สึกบางอย่างที่อุ่นอวลอยู่ในอก นึกภาพออกเลยว่าถ้าเล่าเรื่องนี้ให้ฝ่ายนั้นฟัง พลชนะคงลูบหัวเขาเหมือนที่ทิวหมอกลูบแล้วบอกว่า เห็นไหมล่ะ พี่บอกแล้ว พูดขอบคุณน่ะดีจะตายไป

สิ่งสุดท้ายที่คิดได้ก่อนจะผล็อยหลับไปในคืนนั้นคือ การพูดขอบคุณน่ะดีจะตายและการโกหกก็แย่ที่สุดเลยด้วย

+++++++++++

ออฟไลน์ Banarot

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 152
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #109 เมื่อ18-01-2016 22:32:41 »

อึมๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
« ตอบ #109 เมื่อ: 18-01-2016 22:32:41 »





ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #110 เมื่อ18-01-2016 22:50:48 »

แย่ๆๆๆๆๆๆๆๆมากๆๆๆ

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #111 เมื่อ18-01-2016 23:11:43 »

ฟ้าเอ๋อมากลูก เอ๋อจนกรหลง

ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #112 เมื่อ18-01-2016 23:15:09 »

พี่กรนี่น่าถูกทุบหัวบ้างจริงๆ ฮึ่มมมมมมม

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #113 เมื่อ18-01-2016 23:16:40 »

อิพี่กรรร แกมันแย่ที่สุดดด เกลียดด  :katai1:

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #114 เมื่อ18-01-2016 23:18:16 »

พี่พลนี่เหมือนพี่ชายเท่ห์ๆ เลย (เฮ้อ) ออร่าความเป็นพระเอกไม่มีเหลือเลยค่ะ ส่วนกร...หลงน้องฟ้าเหรอจ๊ะ หึหึ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #115 เมื่อ18-01-2016 23:44:55 »

อีกรชั่วเหมือนเดิม

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #116 เมื่อ19-01-2016 00:39:16 »

เข้ามาติดตาม เรื่องนี้ดีงามมาก /เอาทิชชูซับน้ำตา

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4549
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #117 เมื่อ19-01-2016 00:42:47 »

อยากให้ฟ้าหนีไปไกล ๆ จากคนพวกนี้ หาที่ดีจริงใจกับฟ้ายากเหลือเกิน

ออฟไลน์ ป๋า

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #118 เมื่อ19-01-2016 00:57:48 »

อิพี่กรนี่มันซึนจริงๆ :ruready

ออฟไลน์ Shonteen

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 503
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH9: p.4: 18/1/16
«ตอบ #119 เมื่อ19-01-2016 01:37:14 »

อ่านแล้วกรอกตามองบน ป้าชอบจริตหนูกร. มันน่าตบกระโหลก

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด