Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16  (อ่าน 626946 ครั้ง)

ออฟไลน์ Kaemmiizz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-4
Re: Rough and Tender By DD. CH3: p.1: 4/1/16
«ตอบ #30 เมื่อ06-01-2016 12:39:45 »

สรุป พี่พลหรือพี่กรที่เป็นพระเอกอ่ะ

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH3: p.1: 4/1/16
«ตอบ #31 เมื่อ06-01-2016 16:19:54 »

ดราม่าหนักแน่เลย อ่านจากเมนท์555

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH3: p.1: 4/1/16
«ตอบ #32 เมื่อ06-01-2016 16:51:50 »

ฟ้าเป็นคนที่ถ่อมตัว และพยายามอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง เป็นคนที่ดูหัวอ่อน และลักษณะนิสัยข้อนี้เองที่ทำให้ถูกรังแก แต่โชคดีที่มีพลชนะเข้ามาคอยดูแลและเอาใจใส่

ขอบคุณสำหรับตอนที่สามค่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #33 เมื่อ06-01-2016 23:50:40 »

Rough and Tender 4

เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ซึ่งคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอ้อยอิ่งอยู่บนเตียงเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวัน ขอบฟ้ากลับตื่นนอน อาบน้ำแต่เช้าและใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าอยู่นาน ถึงเสื้อผ้าส่วนใหญ่ของเขาจะได้รับตกทอดมาจากทิวหมอกเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็ใช้อย่างทะนุถนอม สภาพจึงยังพอใช้ได้เลยทีเดียว

ตอนแรกผมยังเปียกจากการสระ มาตอนนี้กลับแห้งหมาดชื้นเพราะเจ้าตัวถอดๆ เปลี่ยนๆ เสื้อผ้ามาเกือบสิบชุดแล้ว

“ฟ้า ตื่นหรือยัง” ทิวหมอกส่งเสียงก่อนเปิดประตูเข้ามาเจอน้องชายยืนอยู่กลางเสื้อผ้าถอดทิ้งขว้างเกะกะจึงตำหนิ “ทำไมปล่อยให้ห้องรกแบบนี้ โตแล้วหัดเก็บกวาดห้องให้สะอาดหน่อยสิ ม้าตามเก็บให้แกไม่หวาดไม่ไหวหรอกนะ”

แทนคำตอบ ขอบฟ้ารีบเก็บเสื้อใส่ไม้แขวน พับกางเกงเก็บเข้าตู้และเลิกลังเลเรื่องการแต่งตัวในวันสำคัญวันนี้ไปโดยปริยาย “แล้วนี่จะออกไปไหนเหรอ พี่ว่าจะให้แกช่วยม้าถือของที่ตลาดสักหน่อย”

“คือ...นัดเพื่อนไว้น่ะครับ” ก้มหน้างุดๆ ตอบ นึกกลัวว่าอาจโดนทิวหมอกด่าและเตรียมคิดหาคำพูดเพื่อโทรศัพท์บอกยกเลิกนัดกับพลชนะ แต่ต้องผิดคาดเมื่อมีเพียงเสียงบ่นนิดหน่อย

“เออๆ จะไปไหนก็ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเอง แล้วอย่ากลับดึกล่ะ”

ดูเวลาแล้ว ขอบฟ้าตัดสินใจออกจากบ้านเพราะกลัวรถติด กลัวรถเมล์จะมาช้าเพราะเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องมารับ เนื่องจากกลัวว่าคนที่บ้านจะนึกสงสัยว่าเขามีเพื่อนรวยขนาดขับรถแพงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่

โชคดีที่การจราจรไม่ติดขัด เขาจึงมาถึงที่หมายก่อนเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง ด้วยความที่ไม่รู้จะทำอะไรฆ่าเวลาดี เขาเลยเดินเข้าห้องน้ำสำรวจสภาพตัวเองว่าดูตลกในเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ตัวหลวมหรือไม่ หากต้องตกใจแทนเมื่อเห็นสภาพหัวตัวเองในกระจก

ผมที่แห้งโดยปราศจากการหวีและไดร์ชี้โด่ชี้เด่ไปคนละทิศละทาง เขาพยายามเอาน้ำลูบๆ ตบให้มันเข้าที่แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าใด จึงตัดใจ คิดง่ายๆ ว่ายังไงก็ไม่หล่อไปได้มากกว่านี้

ครั้นเดินมาถึงจุดนัดก็เห็นร่างสูงยืนคอยอยู่ก่อนแล้ว พลชนะดูโดดเด่นสะดุดตาแม้แต่งตัวง่ายๆ หากใบหน้านิ่งเฉยนั้นก็ยิ้มกว้างยามหันมาเห็นเขา

“ฟ้า” คนที่ปกติก็หน้าตาดีเป็นทุนเดิม พอยิ่งอารมณ์ดี ยิ้มทั้งปากทั้งตาเลยยิ่งเจิดจ้าจนขอบฟ้าตาพร่า

“พี่พลมานานแล้วเหรอ รอนานหรือเปล่า ผมคิดว่าผมมาก่อนเวลานัดแล้วเสียอีก”

“ก็พี่ตื่นเต้น ออกเดทครั้งแรกกับฟ้าเลยรีบมาก่อน”

“เดทเดิทอะไร ผมเคยกินข้าวด้วยตั้งหลายครั้ง” เขาเถียงเสียงอ่อย ปล่อยให้อีกฝ่ายดึงข้อศอกออกเดิน

“นั่นมันจีบ นี่ต่างหากเดท”

พลชนะพาเขาไปกินข้าวก่อนและจัดแจงสั่งให้เอง โดยถามความเห็นเขาแค่กินนี่ได้ไหม กินนั่นได้ไหมหลังจากสังเกตเห็นว่าขอบฟ้าชอบสั่งแค่ของถูกๆ อย่างสองอย่างเท่านั้น

ระหว่างกินอาหาร มือใหญ่ก็เอื้อมมือมาลูบหัวเขาเล่นซะงั้น “วันนี้ทำผมมาซะเท่เชียว เห็นปกติไม่ค่อยเซ็ตอะไรเลยนี่”

ผมไม่เจอหวีกลายเป็นเท่ไปได้ ขอบฟ้าหัวเราะพลางยกมือลูบ “เปล่าครับ พอดีลืมหวี เพิ่งสระผมด้วย มันเลย...”

คนตั้งใจจะชมเลยเก้อ ตีหน้าไม่ถูกแทน แต่พอสบตา พวกเขาเลยหัวเราะให้กันแทน เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้ขอบฟ้าจะยังขัดเขิน วางตัวไม่ถูกอยู่บ้าง แต่ด้วยความสบายๆ ของพลชนะที่ทำตัวเหมือนก่อนหน้าพวกเขาจะตกลงคบกันทุกอย่าง ทำให้ขอบฟ้าผ่อนคลายและหัวเราะสบายใจไปด้วยไม่ยาก ถึงทีแรกจะนึกตะขิดตะขวงใจยามมือใหญ่จับข้อศอกหรือแตะมือเขาในบางครั้งก็ตาม

รถสีขาวจอดห่างจากบ้านของเขาออกมาเกือบสิบเมตรตามที่เขาขอ ยังไม่ทันจะขยับเปิดประตู เขาก็โดนดึงข้อมือไว้ “ฟ้า เดี๋ยว...”

เผลอเกร็งตัวยามนึกว่าพลชนะจะขอจูบลา ข้อหนึ่งเขาไม่ฝรั่งจ๋าขนาดนั้น ข้อสองที่สำคัญคือเขากลัวใครจะมาเห็นเข้า โดยเฉพาะคนในบ้านอย่างทิวหมอกหรือปลายฝน

“ไม่ต้องเครียด พี่แค่จะให้ไอ้นี่” ไอ้นี่คือโทรศัพท์มือถือใหม่เอี่ยมขนาดกะทัดรัด เล็กกว่าฝ่ามือเขาที่ถูกบังคับให้แบรับเสียอีก

“เก็บไว้ใช้โทรหาพี่นะ”

“แต่...แต่ว่า...”

“ไม่มีต่งมีแต่ บายครับ ไว้พี่จะโทรหานะ” พอเห็นเขายังรีๆ รอๆ พลชนะก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ “หรืออยากได้จูบลา...”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น” รีบตอบแต่ตัวก็ยังขยับขึ้นๆ ลงๆ ไม่รู้จะลงหรือหรือจะขึ้นดี เขาเลยโดนไล่ลงจากรถพร้อมโทรศัพท์เพื่อตัดปัญหา ขอบฟ้าเก็บเข้ากระเป๋าและเดินเข้าบ้านมาเจอปลายฝนที่นอนดูโทรทัศน์ไปพลาง คุยโทรศัพท์มือถือกับเพื่อนไปพลางอยู่ชั้นล่างคนเดียว “ม้าล่ะ”

“ม้าบ่นว่าเหงา พี่หมอกเลยขับรถพาไปเยี่ยมเพื่อนแถวๆ หลังตลาด” พยักหน้ารับรู้และเดินเลยขึ้นห้อง ควักโทรศัพท์ที่คงราคาแพงไม่น้อยออกมาดู ...ยังจำได้ดีเมื่อตอนทิวหมอกซื้อโทรศัพท์มือถือให้ปลายฝนเมื่อปีก่อนด้วยเหตุผลที่ว่า “น้องเป็นผู้หญิง กลับบ้านกลับช่องคนเดียวมันอันตราย ยังไงก็ควรพกโทรศัพท์ติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน”

ม้าคงกลัวลูกคนกลางน้อยใจจึงรีบพูดสนับสนุนลูกคนโต “แกมันโตแล้ว โทรศัพท์มันของเด็กๆ ใช้กัน แกก็เสียสละให้น้องมันเถอะ”

อันที่จริง เขาไม่อยากได้อยู่แล้วเพราะไม่มีเพื่อนให้โทรหานอกจากป่าน แต่พอฟังเหตุผลของม้าเข้า เขาก็รู้สึกน้อยใจไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้นี่เองที่ม้าช่วยออกเงินดาวน์รถให้ทิวหมอกเป็นหลักแสนแล้วทิวหมอกก็พูดถึงน้องชายขึ้นมาว่า “เดี๋ยวนี้เวลาจะไปเรียนก็เสียค่าเดินทางตั้งเท่าไหร่แล้ว ไหนจะค่ารถเมล์ ค่าวิน แถมเสียเวลาอีก ผมเลยว่าจะดาวน์มอเตอร์ไซค์ให้เจ้าฟ้าสักคัน...”

ทว่าม้ากลับแทรกขึ้นก่อนที่ขอบฟ้าจะทันดีใจด้วยซ้ำ “อย่าหาเรื่อง หาภาระมาเพิ่มเลย ขี่มอเตอร์ไซค์มันอันตราย ม้าเห็นพวกวัยรุ่นมันขี่กันแล้วหัวใจจะวาย น้องมันยังเด็ก ยังไม่มีความรับผิดชอบพอหรอก เอาไว้รอมันโตกว่านี้อีกหน่อยแล้วค่อยคิดอีกที”

ลูกคนกลาง เด็กเกินไปเมื่อเทียบกับพี่ โตเกินไปเมื่อเทียบกับน้อง ขอบฟ้าเลิกหวังไปนานแล้วว่าจะได้อย่างพี่อย่างน้อง แต่มาวันนี้ กลับมีใครคนหนึ่งยื่นสิ่งที่เขาไม่เคยได้มาก่อนในชีวิตให้ ความเอ็นดู การเอาใจใส่ ความห่วงใยในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รับฟังสิ่งที่เขาเล่าและให้คำตอบที่ไม่ใช่คำตำหนิหรือด่าทอ

เขาคงคิดถูกเรื่องพลชนะ และต่อให้เขาโง่แค่ไหนก็พอดูออกว่าแฟนคนแรกของเขาเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ด้วยรูปร่าง หน้าตาหรือฐานะ ชายหนุ่มคงเคยมีแฟนมากหน้าหลายตาก่อนหน้าที่จะมาเจอเขา แล้วขอบฟ้าเองก็คงไม่ใช่แฟนคนสุดท้ายที่พลชนะจะคบด้วยตลอดไป มันอาจจะเป็นแค่ระยะสั้นๆ ของความสนใจในสิ่งแปลกใหม่เช่นเขา คนที่คงมีค่าเฉลี่ยทุกด้านต่ำสุดในรายชื่อแฟน แต่ต่อให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่ยืนยาว อย่างน้อยเขาก็อยากจดจำได้ว่าครั้งหนึ่ง ตนเคยเป็นที่รักของคนอื่น

เป็นที่รักของใครสักคน...

+++++++++

ใครเคยว่าไว้ ชีวิตคนไม่ได้มีแค่ด้านเดียว ชีวิตขอบฟ้าก็เป็นเช่นนั้น

ผิดกันตรงที่ที่ผ่านมา เขาอาจจะมีด้านเลวร้ายมากหน่อยและเพิ่งจะเรื่องของพลชนะซึ่งพอจะนับได้ว่าเป็นเรื่องดีกับเขาได้บ้าง แต่ด้านร้ายก็ยังอยู่กับเขาไม่หลบลี้หนีหายหลงทางไปทิศอื่นอยู่ดี

ช่วงที่เขาเจอชายหนุ่มยังได้ยิ้ม ได้หัวเราะบ้าง ช่วงที่อยู่มหาวิทยาลัยก็ยังแย่เหมือนเดิม พลชนะเคยแนะให้เขาโอนหน่วยกิตไปเรียนที่อื่นหรือสอบเอนทรานซ์ใหม่ แต่ขอบฟ้าส่ายหน้าดิก เขาไม่อยากทำให้ที่บ้านเดือดร้อน ไม่อยากสิ้นเปลืองเงินทอง แถมไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าไปที่อื่นแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ต่อให้ไม่มีเรื่องฉาวโฉ่ตามไปถึง ทว่าด้วยนิสัยส่วนตัวของเขาที่เข้ากับคนยากเป็นทุนเดิม น่ากลัวว่าการโอนหน่วยกิตย้ายมหาวิทยาลัยจะส่งผลแย่มากกว่า

ถ้าเป็นปีหนึ่งเข้าไปใหม่ๆ ก็คงพอทำเนา แต่นี่กับนักศึกษาย้ายมากลางเทอม ถ้าไม่ได้มั่นใจสุดๆ หรือคิดว่าตัวเองอัธยาศัยดีสุดๆ หาเพื่อนใหม่ได้ไม่ยากคงทำไม่ได้ ซึ่งขอบฟ้าไม่มีทั้งสองอย่างที่ว่ามา นิดเดียวก็ไม่มี

แม้พลชนะจะเพียรหาข้อดีมาชักจูงเกลี้ยกล่อมสักเท่าใด ขอบฟ้าก็มักเอาแต่นิ่งเงียบจนอีกฝ่ายยอมแพ้ หันไปปลอบใจเขาแทน เช่นในวันนี้ที่พวกเขาพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์

“ฟ้าต้องเข้มแข็งนะ ในเมื่อมันไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ไม่ต้องสนใจ เราไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องกลัว” ชายหนุ่มให้กำลังใจหลังฟังเขาเล่าเรื่องที่โดนน้องปีหนึ่งมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากห้องพักอาจารย์หลังเลิกเรียนเพื่อสอบถามเนื้อหาวิชาส่วนที่ไม่เข้าใจ

“ผมรู้แต่...” กลืนคำพูดที่เหลือลงคอ เขาไม่คิดหรอกว่าจะมีใครสามารถช่วยแก้ปัญหาให้ได้ ที่เล่าให้พลชนะฟังก็เหมือนการเล่าเพื่อระบายเท่านั้น “ดึกแล้ว ผมไม่รบกวนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์ครับ”

ได้ยินเสียงพลชนะถอนหายใจมาตามสาย หากท้ายสุด ชายหนุ่มก็ยอมแพ้ “ก็ได้ ฝันดีนะครับ”

ลึกๆ ก็กลัวว่าอาจทำให้อีกฝ่ายเอือมเขามากไปหรือเปล่า หลายครั้งที่เขาวางตัวไม่ถูก ยังไม่เคยชินกับความสัมพันธ์แบบคนรัก ตกลงคบกันมาเกือบเดือน นอกจากจูบในรถตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว เขาก็ไม่เคยจูบกับแฟนคนนี้อีกเลย

แค่มือใหญ่ทำท่าจะโอบ ขอบฟ้ายังตัวแข็งทื่อเป็นไม้บรรทัด โชคดีที่ชายหนุ่มไม่ดึงดันและมักยอมถอยให้เสียทุกครั้ง ดังนั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้จึงใสสะอาดบริสุทธิ์สุดๆ นี่ถ้าไม่มีการโทรคุยกันทุกคืนหรือการแอบจับมือบนโต๊ะอาหารและในโรงหนัง ใครอื่นมาเห็นเข้าคงไม่เชื่อว่าเขาสองคนเป็นแฟนกัน

ถึงจะรู้ว่าตัวเองน่าเบื่อ ขอบฟ้าก็ได้แต่หวังว่าพลชนะจะเข้าใจว่าเขายังไม่พร้อมจริงๆ แฟนคนแรก...แถมเป็นผู้ชายเหมือนกันอีก อย่างน้อยก็ขอเวลาทำใจอีกหน่อย สักปีครึ่งปี...เขาคงชินกับมันได้เอง

+++++++++

เลิกเรียนวันต่อมา พลชนะก็โทรหาเขา “ฮัลโหล”

“ฟ้าเหรอ วันนี้มีธุระต้องไปทำที่ไหนหรือเปล่า”

“ว่าจะกลับบ้านไปอ่านหนังสือน่ะครับ ช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว” หมู่นี้เขาค่อนข้างเพลีย เพราะการแบ่งเวลาให้พลชนะกับหนังสือ ช่วงเวลาที่แบ่งให้แฟนคนแรกเอามาจากเวลานอน ไม่ใช่ตัดจากเวลาอ่านหนังสือทบทวน จึงเป็นเหตุให้เขานอนน้อยกว่าปกติ ในห้องเรียนบางครั้งตาแทบปิด จากที่ฟังอาจารย์ไม่ค่อยจะทันอยู่แล้วยิ่งไม่ทันเข้าไปใหญ่ ไม่ยักรู้ว่าการมีแฟนจะทำให้ลำบากขนาดนี้

“อืม แวะมาหาพี่แป๊บนึงได้ไหม นี่พี่อยู่ข้างล่างแล้ว”

“ล่างไหน” เลิ่กลั่กยามชายหนุ่มหัวเราะหึมาตามสาย

“เอาน่า ลงมาจากตึกเดี๋ยวก็เจอเอง”

ไม่จริงน่า... เขาวิ่งแซงพวกที่เดินอยู่ด้านหน้าลงจากตึกเรียนอย่างรวดเร็ว จนมาถึงชั้นล่างก็รีบมองหา แต่คนที่สะดุดตาจนเขาอ้าปากค้างหาใช่คนที่โทรหาเมื่อครู่ หากเป็น... “ป่าน! มาได้...”

ขอบฟ้าหยุดเดินกะทันหันเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน “พะ พี่พล” ส่วนอีกคน ตนไม่สนิทสนมพอจะเรียกชื่อได้จึงหุบปาก กลั้นหายใจหันไปมองพลชนะ “นี่...”

จริงอยู่ว่าขอบฟ้าไม่เคยเอ่ยปากตรงๆ ว่าไม่ให้บอกใคร แต่ก็ไม่คิดว่าพลชนะจะเอาเรื่องพวกเขาไปบอกคนอื่น เขาไม่ใช่แฟนที่น่าจะเอาไปอวดใครต่อใครและไม่เคยอยากป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ว่าพลชนะเป็นแฟน ต่อให้ชายหนุ่มจะหล่อจะเท่ขนาดไหนก็เถอะ แต่จากภาพตรงหน้า สายตาป่านที่มองมาก็แทบจะให้ขอบฟ้าหน้ามืด อยากจะอาเจียนเสียแล้ว

“ฟ้าเป็นอะไร ไม่ดีใจที่เจอป่านเหรอ” หญิงสาวเริ่มเป็นห่วงเพื่อนซึ่งทำหน้าผะอืดผะอมจนต้องเข้าไปจับแขนไว้ “ไม่สบายหรือเปล่า”

“ฟ้าไม่สบายเหรอ หน้าซีดมากเลยนะ” พลชนะคว้าแขนเขาอีกข้าง ออกแรงกระตุกเข้าหาตัวนิดๆ ซึ่งก็ได้ผล ป่านรีบปล่อยมือออกโดยแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

เขายังหายใจพะงาบๆ ใกล้ตาย แต่แล้วเมื่อผู้ชายอีกคนที่ยืนเงียบมานานโพล่งขึ้นมาประโยคแรก ขอบฟ้าก็นึกอยากให้ตนเองโดนธรณีสูบหายไปจากที่ตรงนี้ได้เลยยังจะดีเสียกว่า

“โธ่เอ๊ย สงสัยอยู่ตั้งนานว่าเด็กที่ไอ้พลมันกำลังหลงนักหลงหนาเป็นใคร ที่แท้ก็ไอ้หน้าจืดนี่เอง”

“ไอ้กร!”

“พี่กร!”

สองคนข้างตัวเรียกเสียงดัง ในขณะที่กรเพียงยักไหล่และเดินลงจากตึก “เออๆ ไม่แตะก็ได้วะ กูไปรอที่รถก่อนแล้วรีบๆ ตามไปล่ะ กูหิวแล้ว”

ขอบฟ้าโดนด่าจนเริ่มมีสติ ดึงแขนออกจากมือคนรักและหันไปมองป่าน “คือ...ป่าน ผม...”

“ใจเย็นๆ ฟ้า ป่านว่าเราย้ายที่กันก่อนที่เราจะดังกันไปมากกว่านี้ดีกว่านะ” ประโยคดังกล่าวทำให้ขอบฟ้าเพิ่งเหลียวสังเกตรอบตัว สายตาของนักศึกษาหลายสิบคู่จ้องมองมาที่พวกเขาอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อเห็นเขาไม่ยอมขยับเสียที หญิงสาวจึงเริ่มดึงเขาให้ออกเดินโดยไม่พูดอะไรอีก

+++++++++

ทั้งสามคนเดินมาถึงที่จอดรถ เจอกรกำลังสูบบุหรี่อย่างไม่อนาทรร้อนใจ พอหันมาเห็นพวกเขาก็เดินขึ้นรถและสตาร์ทเครื่องยนต์รอ

“ฟ้า ไปรถพี่” พลชนะดึงแขนเขาที่ตั้งท่าจะเดินตามป่านไปขึ้นรถสีดำตรงหน้า และดึงแรงขึ้นเมื่อเขาขืนตัวโดยอัตโนมัติ เรียกเสียงหนัก “ฟ้า”

แรงบีบจากมือใหญ่ทำเอาหน้าเบ้ด้วยความเจ็บ ฝ่ายพลชนะพอเห็นเขาหดตัวหงอลงก็ผ่อนแรง ดึงให้เดินตามเท่านั้น

หากขึ้นรถกันมาได้ แทนที่จะออกรถตามรถอีกคันไป ชายหนุ่มกลับนั่งนิ่งจนเขานึกกลัวเป็นครั้งแรก เวลาผ่านไปพักใหญ่กว่าเสียงเครียดจะเอ่ย “พี่เข้าใจนะว่าป่านเป็นเพื่อนเรา ฟ้าคงไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าคบกับผู้ชาย ไม่อยากโดนมองว่าเป็นเกย์...”

“ปะ เปล่านะ ผมไม่ได้...”

“อย่าพูดออกมาถ้าฟ้าไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ” เสียงเรียบส่งผลให้เขาสะดุ้ง นั่งบีบมือแน่นบนตัก ...เขาไม่อยากให้ใครรู้ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ครอบครัวและโดยเฉพาะป่าน

“ผมขอโทษ” เขาไม่อยากร้องไห้ แต่กับน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่นี่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมัน จะยกเช็ดก็ไม่กล้า ได้แต่ปล่อยให้มันหยดลงบนตัก นึกเกลียดความไม่เอาไหนของตัวเอง เขาเป็นคนเรียกร้องให้ใครสักคนมารัก หากพอถึงเวลา กลับไม่กล้าแสดงออกให้คนอื่นรับรู้ถึงตัวตนของพลชนะ

“อย่าร้อง” สองหูได้ยินคำสั่งชัดเจน ขอบฟ้าจึงพยายามกลั้นสะอื้น ยกมือปาดน้ำตาให้วุ่นวายในขณะที่พลชนะหยิบโทรศัพท์รุ่นเดียวสีเดียวกับที่ซื้อให้เขาออกมาโทรหากร บอกว่าพวกเขาคงไม่ตามไปที่ร้านแล้ว ก่อนจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยเงียบๆ และมาส่งเขาที่บ้าน แต่กลับหันมาดึงข้อมือไว้ไม่ให้ลงจากรถ

“พี่ขอโทษ” คนพูดกล่าวพลางถอนหายใจหนักหน่วง ปล่อยมือข้างที่ยึดไว้ละไปลูบหัวแทน “พี่ผิดเองที่ไม่ถามเราก่อน เพราะพี่ไม่เคยปกปิดเรื่องที่ตัวเองชอบผู้ชายพอๆ กับที่ชอบผู้หญิง เลยไม่ทันนึกถึงว่าเราอาจไม่อยากให้คนอื่นรู้ พี่แค่อยากอวดเราให้เพื่อนๆ รู้จักบ้าง... พี่ขอโทษ ฟ้ายกโทษให้พี่นะ”

รีบพยักหน้าแรงแต่ยังอดตัวเกร็งไม่ได้ยามชายหนุ่มชะโงกมากดจูบลงบนเส้นผม “บายครับ ไว้เจอกัน”

คืนนั้นเอง ป่านก็โทรศัพท์มาหาเขา “ดูสิ เมื่อเย็นอยู่ๆ พี่พลก็เบี้ยว เลยอดกินข้าวด้วยกันเลย”

“อย่าไปว่าพี่เขาเลย พอดี...เรารู้สึกไม่ค่อยสบายเองล่ะ” ตอบแล้วกลั้นหายใจรอสิ่งที่กำลังมาถึง แต่ขอบฟ้ากลับต้องแปลกใจแทนเมื่อปลายสายถามขึ้นว่า

“ฟ้าจ๋า เราเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้ว” ฟังคำตอบเขาเสร็จ ป่านก็หัวเราะร่วน “เก้าปี เก้าปีมันไม่ใช่น้อยๆ นะ แล้วทำไมฟ้าถึงยังไม่รู้อีกว่าป่านไม่เคยนึกโกรธหรือเกลียดฟ้าได้สักครั้ง ไม่ว่าเรื่องอะไร ขอแค่ฟ้ามีความสุข ป่านก็ยินดีด้วย พี่พลน่ะ...ถึงเขาจะมีข่าวเจ้าชู้เยอะไปบ้าง แต่เท่าที่รู้จักกันมา เขาก็เป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง”

“ป่าน...” แม้ใจหนึ่งจะนึกดีใจที่หญิงสาวไม่ได้รังเกียจ หากอีกด้าน เขากลับทำใจไม่ได้ว่าป่านคงไม่เคยคิดอะไรกับเขามากเกินกว่าคำว่าเพื่อน “ขอบใจนะที่ไม่รังเกียจเรา”

“พูดบ้าๆ ก็ป่านรักฟ้ามากที่สุดในโลกเลยนี่นา” ขอบฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา ถ้าอยู่ฐานะเพื่อนแล้วป่านรักเขามากที่สุด แค่นั้นก็ดีมากแล้ว “ทีแรกป่านก็งงที่พี่พลมาถามเรื่องฟ้าบ่อยๆ แต่ไม่กล้าถามอะไรพี่เขามาก จนมาตอนหลังพี่พลดูแฮปปี้มากๆ จนป่านกับพี่กรยังแซวกันอยู่เลย แล้วดูสิ จู่ๆ พี่พลบอกว่าจะพาแฟนใหม่ไปกินข้าวด้วยแล้วก็ขับรถมาที่มหาลัยฟ้า ป่านยังคิดในใจเลยว่างานนี้ชัวร์”

เขาอ้ำอึ้ง จะหัวเราะก็ไม่ออก จะร้องไห้ก็ไม่ได้ สุดท้ายจึงแค่รับคำ “อืม ก็...นะ”

“ไม่ต้องห่วงนะฟ้า พี่พลน่ะเจ้าชู้ก็จริง แต่ป่านจะคอยดูให้เอง รับรองว่าถ้าพี่พลออกนอกลู่นอกทางเมื่อไหร่ ฟ้าต้องรู้เป็นคนแรก...” หลังจากนั้น ป่านก็ชวนคุยเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ จนสังเกตว่าขอบฟ้าเริ่มเงียบเพราะง่วง หญิงสาวจึงค่อยวางหูไปโดยไม่ลืมย้ำว่าโอกาสหน้าจะต้องไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันให้ได้

“ครับ ราตรีสวัสดิ์” วางหูแล้วยกมือขยี้ตา ง่วงจนตาแทบปิดแต่ยังไม่ได้อ่านหนังสือสักตัว ขอบฟ้าฝืนตัวเองไปนั่งหน้าหนังสือได้เกือบสิบนาทีก่อนหัวจะพับโงก นั่งหลับอยู่บนเก้าอี้นั่นเอง

+++++++++

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #34 เมื่อ06-01-2016 23:59:44 »

ขอบคุณสำหรับตอนที่ ๔ ค่ะ

อ่านแล้วบางทีก็นึกสงสัยว่า ทุกคนจะมองคนๆ หนึ่งเพราะคนส่วนใหญ่มองเขาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยรู้จักกับใครคนนั้นจริงๆ แม้แต่น้อย นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว การถูกพิพากษาโดยสังคมทำให้ชีวิตคนหลายคนเขวมาแล้วนักต่อนัก น่าสงสารน้องฟ้า และน่ายกย่องที่น้องก็ผ่านช่วงเวลาเลวร้ายเช่นนั้นมาได้

พี่พลเป็นคนที่อบอุ่นจริงๆ นะ การคบกันของขอบฟ้ากับพลชนะอาจเร็วไปหน่อย แต่คิดว่าความรักที่พลชนะมีให้ขอบฟ้าก็น่าจะเป็นรักที่นุ่มนวลและหวังดีจริงๆ นั่นแหละ

รออ่านตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ parn11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #35 เมื่อ07-01-2016 02:06:24 »

น่าติดตามมากยค่าาาา

ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #36 เมื่อ07-01-2016 09:59:54 »

น้องฟ้านี่น่าสงสารและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกันเลยค่ะ ขอให้น้องมีความสุขมากๆเร็วๆนะคะ

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #37 เมื่อ07-01-2016 10:10:44 »

 :o12:

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH4: p.2: 6/1/16
«ตอบ #38 เมื่อ08-01-2016 21:27:32 »

พี่พลดูใจดี เข้าใจฟ้ามาก เรื่องจะพลิกตอนไหน ลุ้นๆๆๆ

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #39 เมื่อ08-01-2016 23:05:45 »

Rough and Tender 5

“ฮัล...ฮัดเช้ย!” แทนที่จะได้พูดรับสาย ขอบฟ้ากลับจามชิ้วใส่โทรศัพท์ก่อนพูดเสียงอู้อี้ “ขอโทษครับ”

“พี่ว่าพักอ่านหนังสือแล้วไปกินยา นอนพักผ่อนให้หายหวัดดีกว่า” พลชนะแนะหลังฟังเสียงจามมาหลายครั้งระหว่างคุยโทรศัพท์กับขอบฟ้าตั้งแต่สองสามวันก่อนหน้า “แล้วนี่ไปหาหมอหรือยัง”

เขาโดนเซ้าซี้เรื่องนี้มานับครั้งไม่ถ้วน และได้แต่โยกโย้โยเยเบี่ยงไปเรื่อย “เดี๋ยวว่าจะไปหา”

“เดี๋ยวมากี่ครั้งแล้ว เรานี่น้าทำไมถึง...” ประโยคบ่นพึมพำยาวพรืดแทบไม่ทะลุผ่านหัวสมองซึ่งยังเบลอด้วยพิษไข้ ขอบฟ้าฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ขานรับเป็นระยะ “ครับเคริบอะไร พี่ถามว่าวันสุดท้ายสอบกี่โมง พี่จะไปรับ”

รีบควักตารางสอบมาดูและอ่านส่วนของวันสุดท้ายให้ฟัง “อืม ดี ไว้พี่จะไปรับเรามาฉลอง”

“ฉลองทำไม นี่สอบมิดเทอมเอง” เขาค้านตามประสาคนไม่แก่ปาร์ตี้

“วันนั้นวันเกิดพี่ ปกติทุกปีจะจัดปาร์ตี้เล็กๆ กับเพื่อนไม่กี่คน ปีนี้ก็ว่าจะกินข้าว...” พลชนะยังวางแผนไม่จบ ก็โดนอีกฝ่ายที่หายจากอาการตกตะลึงโพล่งแทรก

“ฮะ...แฮปปี้เบิร์ธเดย์ครับ!”

“เอ่อ วันเกิดพี่อาทิตย์หน้าน่ะ ไว้อวยพรพี่ตอนนั้นดีกว่าไหม” เย้าอย่างอารมณ์ดีแล้วพลชนะก็กล่าวช้าๆ “รักษาสุขภาพด้วยนะ พี่ห่วงเพราะฟ้าชอบฝืนตัวเอง คืนนี้พี่ให้เราอ่านหนังสืออีกชั่วโมงเดียว ห้าทุ่มเมื่อไหร่แล้วรีบเข้านอนซะ รู้ไหม”

หลังวางสาย ขอบฟ้านั่งอ่านหนังสือต่ออีกชั่วโมงเดียวแล้วคลานขึ้นเตียงอย่างเชื่อฟัง เพื่อวันต่อมาซึ่งเป็นวันหยุดจะได้รีบตื่นแต่เช้ามาอ่านหนังสือจนถึงเวลาใกล้เที่ยง ตนจึงล้วงเอาธนบัตรที่พับเก็บไว้ในกล่องเหล็กใบเล็กยัดใส่กระเป๋าสตางค์และเดินออกจากบ้าน

เขาตรงไปยังแผนกสุภาพบุรุษในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ไล่ดูแต่ละร้าน มองหาของที่เหมาะสม เจอบางชิ้นสวยถูกใจแต่ราคาแพงเกินงบก็รีบวาง เดินวนอยู่สามรอบจนชักเมื่อยขาและเริ่มรู้ถึงอาการไข้กลับ จึงเดินไปหยุดตรงแบรนด์ที่เห็นพลชนะชอบใส่บ่อยๆ ทว่าขนาดเครื่องหนังชิ้นเล็กสุดอย่างพวงกุญแจก็ยังปาเข้าไปเป็นเลขสี่หลักอยู่ดี

“ไม่ทราบมองหาอะไรอยู่เป็นพิเศษอยู่หรือเปล่าคะ” พนักงานขายถามอย่างสุภาพ ตรงข้ามกับกิริยาตวัดตามองการแต่งตัวปอนๆ ของเขา “สอบถามราคาก่อนได้นะคะ”

วาจาเหน็บแนมส่งผลให้ขอบฟ้ายิ่งเก้กัง ตัดสินใจรีบหยิบสินค้าที่เขาหมายตาแล้วว่าพอซื้อไหว เอ่ยด้วยใบหน้าร้อนผ่าว “ผมซื้อผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ครับ แล้วก็...ช่วยห่อของขวัญให้ด้วยได้ไหมครับ”

“ห่อของขวัญ” พนักงานสาวรับผ้าเช็ดหน้าสีน้ำตาลมาและถาม...ด้วยจุดประสงค์ที่คนฟังก็ไม่แน่ใจนัก “ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียวนะคะ”

รีบพยักหน้า ควักเงินจ่ายแล้วรีบจนแทบจะวิ่งออกจากร้านเมื่อรับถุงใบเล็กมา แม้จะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นก็ตาม แต่ขอบฟ้าก็ยังยิ้มยามก้มลงมองกล่องเล็กๆ ห่อกระดาษสีสดแปะโบว์ทำจากสติกเกอร์ ในระหว่างที่ยังก้มหน้าก้มตาชื่นชมของในมือนั่นเอง เขาก็ได้ยินเสียงแหลมตะโกนดังมาจากในร้านกาแฟที่กำลังเดินผ่าน

“คนเฮงซวย!! คนอย่างพี่มันเลวที่สุด!” หลายคนในบริเวณนั้นรวมถึงเขามองผ่านกระจกใสเข้าไปเห็นเจ้าของเสียงสาดน้ำในแก้วใส่หน้าชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คนลงมือซึ่งเป็นสาวสวยมีสีหน้าโกรธจัด เดินฉับๆ ออกจากร้านโดยไม่เหลือบแลกลับไปด้านหลังอีกเลย

ฝ่ายชายหนุ่มที่บัดนี้กลายเป็นเป้าสายตาหลายสิบคู่กลับยังใจเย็น ยกมือลูบใบหน้าและเสยผมเปียกๆ คล้ายกับเจ้าตัวไม่เดือดร้อนสักนิด ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็ทำให้ขอบฟ้าจดจำชายคนดังกล่าวได้ทันที

หยุดลังเลชั่วครู่ ครั้นเห็นว่ายังไม่มีใครสักคนแม้แต่พนักงานเสิร์ฟคิดจะเข้าไปเสนอความช่วยเหลือ ขอบฟ้าจึงตัดสินใจเดินเข้าไปเอ่ยเรียก “พี่กร”

ใบหน้าขาวที่แม้จะเปียกโชกก็ยังดูดีไม่เปลี่ยนหันขวับมามอง คิ้วเข้มขมวดก่อนจะค่อยคลายยามจำหน้าคนเรียกได้ “คิดว่าใคร ที่แท้ก็เด็กไอ้พลนี่เอง ...ว่าไง มีอะไร”

“ผมชื่อขอบฟ้าครับ” รีบแก้สรรพนามฝ่ายตรงข้ามและหยิบกล่องของขวัญออกมาแกะ หยุดมองของขวัญวันเกิดของพลชนะนิดหนึ่งแล้วรีบส่งให้ “...ถ้าพี่กรไม่รังเกียจ”

คนนิ่งมองกิริยาของเขามาตลอดตั้งแต่ตอนที่ล้วงกล่องกระดาษมาแกะกุกกัก ทอดตามองผ้าเช็ดหน้าแล้วเหลือบตาขึ้นมองเขา หรุบตามองผ้าเช็ดหน้าอีกครั้งก่อนจะยื่นมือมารับ “ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรครับ” ตอบพลาง ขยับพับถุงเบาโหวงไปพลาง รอจนอีกฝ่ายเช็ดหน้าเช็ดตาเสร็จแล้วค่อยกล่าว “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

“เดี๋ยวสิ” กรขยับลุกเต็มส่วนสูง สูงจนขอบฟ้าต้องเงยหน้าเพื่อมองตาคนพูด “ฉันไม่ทนใส่เสื้อเหนียวๆ จนถึงบ้านหรอก จะไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ ไปด้วยกันหน่อย”

ยกนิ้วชี้อกตัวเอง ถามย้ำ “พี่พูดกับผมเหรอ”

“เออ ไม่ได้พูดกับนายแล้วจะพูดกับลูกหมาที่ไหน” ตอบอย่างหงุดหงิดเสร็จ กรก็วางเงินค่าเครื่องดื่มและค่าเสียหายบนโต๊ะ เดินเร็วๆ ออกจากร้านโดยไม่สนใจว่าเขาจะตามไปหรือไม่ ขอบฟ้าผงกหัวแทนคำขอโทษที่ทำเสียงดังกับคนในร้านเสร็จก็รีบวิ่งตามร่างสูงที่เดินลิ่วไปโน่นแล้ว

กว่าจะตามทัน กรก็เดินเลี้ยวเข้าไปในร้านที่เขาเพิ่งซื้อผ้าเช็ดหน้าไปเมื่อครู่ จะทักก็ไม่ทันแต่จะให้ห้ามก็ไม่มีเหตุผล เขาจึงได้แต่เดินตัวเกร็งตามไปอย่างไม่มีทางเลือก

พนักงานคนเดิมชะงักยามเห็นสภาพผมลู่เสื้อเปียกของกรแล้วเหลียวมองเขาอย่างจำได้ รีบเดินไปหยุดหน้าชายหนุ่มที่พลิกเสื้อดูลวกๆ “ไม่ทราบว่ากำลังหาอะไรอยู่คะ”

ดวงตาคมเหลือบมองผู้เสนอความช่วยเหลือแล้วไม่ตอบอันใด นอกจากเดินดูต่อ ข้างฝ่ายคนถูกเมินจึงชักเสียงแข็งนิดๆ ขณะไปหยุดยืนขวางราวแขวนกางเกง “หาอะไรบอกได้นะคะ เพราะว่าถ้าสินค้าเสียหายระหว่างที่คุณเลือก...”

หนนี้ถึงคราวกรชะงักบ้าง ตาคมกริบไล่มองตั้งแต่หัวจรดเท้าพนักงานขายแล้วถามกลับเสียงเย็น

“คุณชื่ออะไร”

คนโดนซักยืนเงียบกริบ หน้าเริ่มซีด หากร่างสูงก็ยังถามย้ำ รอยยิ้มเหยียดราวกับเจอเรื่องสนุก “ทำไม หรือเกิดความจำเสื่อมลืมชื่อตัวเองกะทันหัน ...ไม่เป็นไร เพราะถึงจะเสื่อมหรือจะเรื้อนก็โดนไล่ออกได้เหมือนกัน”

ขอบฟ้าสุดจะทน ถึงยังไงฝ่ายนั้นก็เป็นผู้หญิง เขาทนเห็นกรสับพนักงานหญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต่อหน้าต่อตาไม่ไหว

“เอ่อ พี่กรครับ” เรียกพลางกระตุกชายเสื้อเบาแสนเบา พออีกฝ่ายยอมหันมา เขาจึงรีบชวน “ยี่ห้อข้างๆ นี่ก็สวยนะ ถ้าไงเราลองไปดู...”

กำลังกลัวว่ากรจะหันมาสับเขาแทนหรือไม่ ร่างสูงกลับหันไปมองพนักงานดวงกุดอีกรอบเป็นการทิ้งท้าย ก่อนจะหันมาคว้ามือเขาเดินไปเคาน์เตอร์ยี่ห้อดังไม่แพ้กันซึ่งอยู่ติดกันแทน กวาดเสื้อเกือบหมดราวแขวน หยิบกางเกงเลือกไซส์แล้วส่งให้เขาหอบเต็มอ้อมแขน ควักกระเป๋าตังค์ หยิบเครดิตการ์ดส่งให้พนักงานขายซึ่งยังยืนอ้าปากค้าง “เอาหมดนี่”

สรุปว่า ขอบฟ้าไปยืนเกาะเคาน์เตอร์ ช่วยคุณคนขายแยกและพับเสื้อกับกางเกงมือเป็นระวิง คนขายมองเขาด้วยสายตาคำถาม ขอบฟ้าส่ายหน้าอย่างงงงวยพอกัน เสื้อผ้าเยอะขนาดนี้ เป็นเขาใส่สิบปียังไม่หมด อีกอย่าง ขืนเขาซื้อหมดนี่ ชาตินี้คงไม่ต้องซื้ออะไรอีกแล้ว...

“แล้วนั่นจะไปยืนเกะกะเขาทำไม เลือกมาให้ชุดนึงซิ จะเปลี่ยนเลย” เสียงห้าวประกาศิต เขาเลือกไม่ถูกหรอก โชคดีที่คนขายรีบเลือกและจัดการตัดป้ายออกให้เรียบร้อย หายเข้าห้องลองเสื้อไม่กี่นาทีก็กลับออกมา...หล่อเหมือนเดิม

เซ็นต์สลิปบัตรเครดิตเสร็จ คุณผู้ชายก็เดินตัวปลิวออกจากร้านโดยมีคนรับใช้หิ้วถุงพะรุงพะรังกะเล่อกะล่าตามหลังเกือบชนร่างสูงที่หยุดกึกเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก ครั้นขอบฟ้าหันไปมองตามก็เข้าใจ

เป็นเขา เขาก็คงหลบเหมือนกัน อย่าว่าแต่ทำทีก้มหน้าจัดของแบบที่พนักงานสาวในร้านแรกทำเลย ขอบฟ้าคงขุดหลุมมุดลงรูไปแล้ว รีบร้อนเอื้อมไปดึงข้อศอกร่างสูง “พอเถอะครับ เรารีบไปกันเถอะ”

กรยอมละสายตาหาเรื่องมาก้มมองตรงที่เขาดึงแทน ขอบฟ้ารีบปล่อยมือ ชักเข้าใจสัญญาณจากสายตาคนตรงหน้า คนอะไรไม่ยอมพูด ชอบจ้องเอาๆ อยู่นั่น “ผมขอตัวดีกว่า ของพวกนี้...”

“นายกำลังจะบอกว่าให้ฉันถือเอง...” ชายหนุ่มเอ่ย น้ำเสียงติดจะประหลาดใจกึ่งๆ ขบขัน “...อย่างงั้นเหรอ”

อีกสิบนาทีต่อมา ขอบฟ้าก็นั่งจุมปุ๊กเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ยังหอบสมบัติบ้าที่ไม่ใช่ของเขาสักชิ้นเต็มอ้อมแขน ไม่กล้าบอกทางเพราะยังไม่ได้ยินประโยคคำถาม สุดท้ายจึงได้แต่ตัดใจ คิดเสียว่าค่อยหาทางกลับบ้านเอาเองทีหลังก็ได้ ระหว่างทางนั่งรถหรูก็เจอกับแอร์เย็นๆ เป่าหน้าจนจามติดๆ กันอีก ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าคงโดนเหลือบหางตามองอีกแหงๆ

“ขอโทษ” ขอบฟ้าสูดจมูกพูดงึมงำ หดร่างกายที่เริ่มร้อนผ่าวด้วยพิษไข้ซุกลงกับเบาะหนังแล้วหลับตาพัก คิดว่าจะพักสายตาสักแป๊บ หากหลับวูบไปด้วยความเพลีย เขาฝันว่าตัวเองสอบได้เกรดเอรวด ได้รับรางวัลกิจกรรมดีเด่น มารดากับทิวหมอกชมเขาไม่ขาดปาก ปลายฝนเกาะแขนเขาอย่างภาคภูมิใจ และคนสุดท้ายที่เข้ามาแสดงความยินดีกับเขาคือหญิงสาวที่เฝ้าชื่นชมมาเกินครึ่งชีวิต

“อืม...” ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสยิ้มเอียงอายให้เขา ขอบฟ้ายิ้มตอบตาปรือ “ชอบครับ...”

สัมผัสจากบางอย่างแนบประกบริมฝีปากที่ยังครางอืออาไม่เป็นศัพท์ ความอุ่นร้อนแตะแต้มอยู่อย่างหยอกเย้าอีกสักพักก่อนจะรุกรานแทรกเข้ามาภายใน จากสัมผัสฉาบฉวยในตอนแรกเริ่มทวีความเร่าร้อนและดูดดื่ม เรียกร้องหนักจนเขาหายใจไม่ออก ต้องรีบเบือนหน้าหนีไปหอบหายใจ

สิ่งลึกลับถือโอกาสผละไปซุกไซร้ข้างลำคอที่เปิดโล่งแทน พอจะขยับหนีก็โดนกดทับไว้ทั้งตัวจนกระดิกกระเดี้ยไม่ได้ ขอบฟ้าครางด้วยความอึดอัด พยายามหดตัวหนีจากอะไรก็ตามที่กำลังล้วงเข้าใต้เสื้อ ลูบไล้ไปตามร่างกายอย่างจาบจ้วงถือสิทธิ์

“อยู่นิ่งๆ สิจะดิ้นหนีไปไหนเล่า” เสียงห้วนบ่งบอกความหงุดหงิดเป็นเสมือนระฆังที่ทุ่มใส่หัวเขาให้ลืมตาโพลง จ้องชายหนุ่มในระยะประชิด “เล่นตัวนิดหน่อยมันก็โอเคหรอก แต่อย่าสะดีดสะดิ้งให้เหมือนพวกผู้หญิงหน่อยเลย มันน่ารำคาญ”

ยังนิ่งค้างตกตะลึงจนโดนจูบอีกทีนั่นล่ะ ขอบฟ้าถึงได้ดิ้นรนขัดขืน ปาดป่ายสองมือทุบคนที่ทับเขาไว้ทั้งตัวและได้รับผลตอบแทนเป็นการกัดย้ำที่ริมฝีปากของตนเองจนได้กลิ่นคาวเลือดในโพรงปากทันที

“จะดิ้นหาหอกอะไรอีกวะ! กูเห็นมึงจ้องกูมาตั้งแต่แรกแล้ว! ที่ยอมตามต้อยๆ มาถึงบ้านก็เพื่อทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง” กรลุกขึ้นนั่งคร่อมทับไว้ตรงเอว ริมฝีปากได้รูปบิดเบ้ราวนึกดูถูก “ปกติกูไม่ชอบใช้ของร่วมกับเพื่อนหรอกเพราะมันยุ่งยาก แต่เห็นแก่ที่มึงยอมลงทุนเลยจะสนองให้อย่างที่ต้องการ ...ให้ถึงใจเลย”

กรไม่ถึงขนาดทุบตี แต่แค่ออกแรงกดเขาไว้ รอให้ดิ้นจนหมดแรงไปตามเวลาและพิษไข้แล้วชายหนุ่มก็ดึงเสื้อเขาขึ้นพร้อมกระตุกกางเกงท่อนล่างทั้งชั้นในชั้นนอกลงพร้อมกันไปกองตรงข้อเท้าก่อนจะขยับตัวแทรกเข้ามากลางหว่างขา นิ้วเปียกลื่นสอดเข้ามาในร่างกายอย่างกะทันหันและเอาแต่ใจจนเขากระตุกขึ้นทั้งตัว

“ไม่...มะ ไม่เอา ผมขอร้องล่ะ อย่า...” ระหว่างที่อ้อนวอนเสียงแหบแห้ง นิ้วเบื้องล่างก็ถอนออกไป หากยังไม่ทันถอนหายใจ ขอบฟ้าก็ร้องลั่น รู้สึกเหมือนร่างกายถูกฉีกยามสิ่งใหญ่โตแข็งขึงเบียดแทรกเข้ามาแทนที่นิ้วเมื่อครู่ คราวนี้เขาทั้งดิ้นทั้งร้อง พยายามพลิกตะแคงตะเกียกตะกายจะคลานหนีหากไร้ค่าเมื่อมือแข็งกระชากเขากลับไป ดึงดันสอดแทรกลึกเข้ามาจนสุด หยุดนิ่ง ขยับถอนและกระแทกกลับเข้ามาใหม่

ความเจ็บปวดที่ราวกับจะฉีกกระชากร่างกายทำให้เขาไม่มีแรงดิ้นรนขัดขืนหรือร้องขอความเมตตา ได้แต่นอนนิ่งให้อีกฝ่ายกระทำตามใจชอบ เจ็บจนชา มึนงงจนแทบไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ขอบฟ้าเบือนหน้าหลับตาหวังให้พ้นจากภาพตรงหน้า แต่ยากจะปิดกั้นไม่ให้ได้ยินเสียงหอบหายใจหนักและเสียงร่างกายกระทบกันที่ดังเป็นจังหวะอีกด้วย

ไม่รู้ตัวกระทั่งยามโดนพลิกตัวนอนคว่ำ ก่อนที่มือใหญ่จะลากเอวเขาให้ยกสูง แทรกตัวเข้ามาตรงกลางและสอดใส่ความปรารถนาเข้ามาอีกครั้ง กระแทกหนักหน่วงจนตัวโยน กระชั้นถี่ขึ้นทุกขณะ

ขอบฟ้าซบหน้าลงกับหมอน อยากให้ตัวเองหยุดหายใจไปซะตั้งแต่ตอนนี้ อยากหายไปจากตรงนี้ หายไปจากโลกนี้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ให้หมดทุกข์หมดโศก ถ้าไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องปวดอีกต่อไปได้ก็คงจะดี...

“อา...” ร่างเบื้องหลังครางลึกในลำคอ บดเบียดฝังกายเข้าเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนิ่งค้างภายในตรงส่วนที่ลึกที่สุด แม้สติจะลางเลือน กระนั้นเขายังอุตส่าห์รับรู้ถึงความร้อนที่ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งบังคับให้ตนกดใบหน้าลงกับหมอน ขณะที่อึดอัดเหมือนหัวจะระเบิด เส้นผมด้านหลังก็โดนขยุ้มกระตุกขึ้นโดยแรง

“มึงคิดจะฆ่าตัวตายหรือไง!” ชายหนุ่มถอนกายออก ผลักให้เขานอนหงาย ก่อนจะกระตุกกางเกงที่ร่นลงไปจากกิจกรรมเมื่อครู่ขึ้นแล้วค่อยขยับลงจากเตียง หยุดชะงักนิดหนึ่งและหันมาขมวดคิ้วถาม “นี่ไอ้พลมันยังไม่เคยนอนกับมึงเหรอ”

หากร่างบนเตียงไม่สนใจจะตอบคำถามนั้น ฝ่ายกรเองก็ไม่ได้เซ้าซี้อีก ทิ้งให้ขอบฟ้านอนมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า หัวสมองคิดถึงเรื่องวิชาที่จะสอบ เรื่องของขวัญวันเกิดของพลชนะที่ตั้งใจไปซื้อ คิดเรื่องโน้นเรื่องนี้ยกเว้นเรื่องที่เพิ่งจบลงไปและเขาก็ผล็อยหลับลงอย่างง่ายดาย

+++++++++

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
« ตอบ #39 เมื่อ: 08-01-2016 23:05:45 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ aorpp

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-3
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #40 เมื่อ09-01-2016 00:05:03 »

เกลียดไอ้พี่กรตอนนี้จริงๆเลย
น้องฟ้าสู้ๆ

ออฟไลน์ dragon123

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 746
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #41 เมื่อ09-01-2016 00:05:30 »

ฮือๆ สงสารน้องฟ้า  :sad4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #42 เมื่อ09-01-2016 00:17:17 »

ง่าาาาา. สงสารฟ้าอะ เฮ้อออ. ชีวิตน่าสงสารมากๆเลย  :o12: :o12: :o12:

ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #43 เมื่อ09-01-2016 00:26:04 »

ฮืออออออ สงสารน้องฟ้าเหลือเกินลูก T_T

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #44 เมื่อ09-01-2016 00:46:54 »

กรีดร้องงงงไอ้พี่กรเลวร้ายมากน้องฟ้าฮืออออ

ออฟไลน์ panari

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 554
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #45 เมื่อ09-01-2016 01:15:33 »

อิพี่กรคนเลวววว ทำน้องฟ้าได้

จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว แต่จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้ ขอตามอ่านทวนอีกรอบ อิอิ

ออฟไลน์ parn11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #46 เมื่อ09-01-2016 03:12:09 »

อยากอ่านต่อออออ
ขอตอนต่อไปเลยค่าาาาา
โอ๊ย คิดไว้แล้ว พี่พลเป็นtender ส่วนพี่กรก็ต้องเป็น rough

ออฟไลน์ kyungploy

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 353
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #47 เมื่อ09-01-2016 09:13:56 »

ไอ้พี่กรต้องการอะไรเนี่ย  :ling3:

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #48 เมื่อ09-01-2016 11:51:16 »

อ่านกี่ครั้งก็สงสารน้องฟ้า และกุมขมับกับกร  :z3:

ขอบคุณสำหรับตอนนี้นะคะ  :mew1:

ออฟไลน์ mi22

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #49 เมื่อ09-01-2016 22:29:21 »

อ่านรวดเดียวเลยค่ะ ตอนนี้สงสารน้องฟ้ามาก โอ้ย พี่กรช่างทำกันได้ลง
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้มาก่อน ตัวละครขอบฟ้าน่าสนใจค่ะ น้องซื่อเกินไป 555 เราชอบตัวละครที่ดูธรรมดาๆ แต่ดูมีอะไรอ่ะ

ขอลงชื่อติดตามด้วยคนค่ะ อ่านแล้วน่าติดตาม

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
« ตอบ #49 เมื่อ: 09-01-2016 22:29:21 »





ออฟไลน์ Kaemmiizz

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 740
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-4
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #50 เมื่อ10-01-2016 00:12:01 »

นี่สินะพระเอก แต่พระเอกเลวว่ะ ทำงี้กับน้องได้ไง
รู้ทั้งรู้ว่าแฟนเพื่อน แล้วจะต้องมาเสียใจทีหลัง

ออฟไลน์ kikkak

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #51 เมื่อ10-01-2016 02:57:27 »

พี่กรนิสัย...  :z6:

ออฟไลน์ aorpp

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-3
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #52 เมื่อ10-01-2016 03:28:10 »

มารอตอนใหม่ค่ะ

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1097
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +138/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH5: p.2: 8/1/16
«ตอบ #53 เมื่อ10-01-2016 09:01:26 »

พี่กรนี่ก็หาเรื่องพัวพันกับเขาเองก็ยอมรับมาเหอะ
แล้วน้องฟ้าจะกินยายังไงน้อ

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #54 เมื่อ11-01-2016 21:26:56 »

Rough and Tender 6

ขอบฟ้าสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อนอกหน้าต่างเริ่มกลายเป็นแสงสลัวของอาทิตย์ยามเย็น

เขาลุกพรวดขึ้นและรับผลที่ตามมาคือความเจ็บปวดระบมทั่วร่างกายเหมือนโดนใครเอาไม้มาทุบ มองสถานที่แปลกตารอบตัว สักพักจึงนึกออกว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่และความเจ็บปวดนั้นมาจากไหน

แม้ว่าจะต้องอาศัยเวลานาน แต่ในที่สุดเขาก็คลานลงจากเตียงสำเร็จ ไม่ใส่ใจกับคราบเลือดและคราบแห้งกรังตรงซอกขา พยายามแต่งตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพิ่งลุกสะโหลสะเหลลากขาไปได้สองสามก้าว ประตูห้องก็เปิดปัง

“อ้าว ตื่นแล้วเหรอ” กรถามด้วยอาการปกติขณะเดินเข้ามาหา “จะกลับหรือยัง จะขับรถไปส่ง”

หลังสิ่งที่เกิดขึ้น เขาสมควรจะโกรธหรือเกลียดชายตรงหน้าสุดชีวิต หากสิ่งเดียวที่ขอบฟ้ารู้สึกว่ามันเอ่อล้นแทบทะลักคอหอยคือความกลัว ตัวเขาสั่นพั่บยามมือใหญ่เอื้อมมาจับแขน รู้สึกได้เลยว่าเลือดหายไปจากสีหน้า แม้แต่ปลายนิ้วยังเย็นเยียบ

“กลัวอะไร ทำไมต้องตัวสั่นขนาดนี้” เสียงห้าวทุ้มทอดนุ่ม มืออีกข้างเชยคางให้เขาเงยสบตาดำจัดไร้ก้นบึ้งกับรอยยิ้มราวเทพบุตร “กลัวไอ้พลมันรู้เหรอ ไม่ต้องกลัวหรอก กูไม่คิดจะบอกใครตราบใดที่มึงยังทำตัวว่าง่าย”

อากาศที่สูดเข้าไปเหมือนกับจะติดอยู่แค่ที่คอ ขอบฟ้าคิดว่าสมองกับหัวใจเขาเย็นเฉียบพอๆ กับปลายนิ้วแล้วในเวลานี้ยามได้ยินคำพูดประโยคถัดไป “โดยเฉพาะป่าน มึงคงไม่อยากให้ป่านรู้ว่าเรานอนด้วยกันแล้วใช่ไหม”

ไม่ต้องตอบ อาศัยแค่ดูสีหน้าเขา กรคงได้รับคำตอบเรียบร้อย ชายหนุ่มยิ้มให้อีกครั้งและเอ่ยชักชวน “มาเถอะ ทางนี้”

อย่าว่าแต่สั่งให้หันซ้ายหรือหันขวาเลย ตอนนี้ถ้ากรสั่งให้ขอบฟ้าคลาน เขาก็คงต้องทำตาม ขาที่กะปลกกะเปลี้ยเหมือนไม่มีกระดูกออกเดินโผเผตามร่างสูง ขณะเพิ่งสังเกตว่าที่นี่หาใช่ห้องในคอนโดที่เคยไปมาอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นบ้านหลังใหญ่...ใหญ่มาก ขอบฟ้าเกาะราวบันไดลงมาชั้นล่างทีละขั้นๆ ด้วยความเชื่องช้า นึกอยากให้กรนึกรำคาญจนเปลี่ยนใจเรื่องไปส่งที่บ้าน แต่ต้องผิดหวังเมื่อเจอชายหนุ่มยืนสูบบุหรี่รอข้างรถ

...เขาควรขัดขืนเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าเลยจากจุดนี้ไปแล้วเรื่องทุกอย่างคงยากจะหวนคืน ไม่มีใครช่วยเขาได้และไม่เคยมีใครคิดช่วย แม้จะกลัว แม้จะสั่นขนาดไหน แต่จะปล่อยไปไม่ได้ “ไม่!”

คำสั้นๆ ดังเท่าที่เสียงเขาจะอำนวย ขอบฟ้าหวังว่าการตะโกนจะช่วยกลบเกลื่อนปลายเสียงสั่นพร่าได้ไม่มากก็น้อย เขายืนจ้องตาตอบคนที่เหลียวกลับมาเลิกคิ้วมอง “ผมไม่มีทางยอมให้พี่มาแบล็คเมล์กันง่ายๆ หรอก! ถ้าพี่บอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่น ไม่ใช่แค่ผมที่จะเดือดร้อนแต่ตัวพี่เองนั่นล่ะที่จะ...”

“มึงคิดเหรอว่ากูจะสน ทุกวันนี้คนอื่นก็พูดถึงกูกันสารพัดเรื่อง ทั้งเรื่องมั่วเซ็กส์ เล่นยา กูชินกับข่าวลือแล้ว” คนเดินล้วงกระเป๋าสบายๆ มาหยุดตรงหน้าเขาแสยะยิ้ม “กูเคยได้ยินมาว่ามึงเคยเป็นข่าวกับอาจารย์ผู้ชายมาทีแล้วนี่ ไงล่ะ ข่าวเก่ามันชักซาไปแล้วสิท่าเลยอยากได้ข่าวใหม่ไปกระพือชื่อเสียงตัวเอง”

กรทิ้งบุหรี่ลงบนพื้นและใช้ส้นเท้าบดขยี้ ชีวิตทั้งชีวิตของเขาก็คงไม่ผิดกันที่คิดจะกระทืบทิ้งเมื่อไหร่ก็ทำได้ “แต่ผมเป็นแฟนพี่พลนะ พี่พลเองก็เป็นเพื่อนพี่กร...แล้วทำไม...”

“นี่มึงแกล้งโง่หรือโง่จริงๆ วะ คิดเหรอว่าไอ้พลมันจะมีแค่มึงคนเดียว มันไปเที่ยวกับกูกี่คืนๆ กูไม่เคยเห็นมันหิ้วเด็กซ้ำหน้าสักครั้ง เลิกหลงตัวเองว่าสำคัญนักหนาเสียทีเหอะ มันน่าสมเพช รู้ตัวบ้างไหม” มือแข็งราวกับคีมเหล็กกระชากเขาที่ยังยืนตัวแข็งยัดใส่เบาะหน้ารถอย่างนึกรำคาญเต็มแก่ บาดแผลที่หว่างขาตอนกระแทกกับเบาะปวดร้าวก็จริง แต่หัวใจกลับเจ็บหน่วงหนักกว่าหลายเท่า

น่าสมเพช...คือสิ่งที่เขากลัวที่สุดแต่กลับเป็นมาตลอดชีวิต เขาหวังอยากให้ใครสักคนมารัก แต่ไม่เคยย้อนดูตัวว่าไม่สมควรได้รับ เหมือนพลชนะ...ที่สุดท้ายแม้ไม่ได้รักแต่ก็คงเป็นอย่างที่กรว่า... พลชนะอาจจะสมเพชหรือสงสารเขาก็แล้วแต่ ทว่าท้ายสุด ความใจดีนั้นก็ช่วยให้เขามีความสุข มีความหวังขึ้นมาบ้างไม่ใช่เหรอ

“บ้านอยู่ไหน” กรต้องถามย้ำรอบสองด้วยเสียงตวาด ขอบฟ้าจึงค่อยบอกเบาๆ และนิ่งฟังคนขับชำเลืองมองมาพลางยิ้มเยาะ “หรือว่าหลังจากนี้จะไปบอกเลิกไอ้พล ก็ดีนะ...จะได้ไม่ต้องปิดบังให้มันยุ่งยาก”

“ไม่” ดูท่าเขาคงชินกับการพูดสั้นๆ เสียแล้ว แต่ความหมายที่ต้องการสื่อก็อยู่ในนั้นครบถ้วนดี “ผมไม่เลิก”

อาศัยจังหวะที่รถติดไฟแดง กรหันมามองเขาทั้งตัวก่อนจะหัวเราะ “กล้าดีนี่ อย่างนี้ค่อยน่าสนุก”

ขอบฟ้าไม่ตอบโต้ด้วยอีก นอกจากมองข้างทางตลอดเวลาที่เหลือและบอกทางอีกนานๆ ครั้ง จนเมื่อรถจอดลงใกล้บ้าน เขาก็โดนดึงแขนไว้ “เอานี่ไปไว้ให้เป็นของขวัญวันเกิดไอ้พลมัน”

ถุงกระดาษโดนยัดใส่มือ คาดว่าชายหนุ่มคงซื้อจากร้านที่ระห่ำซื้อแหลกนั่นล่ะ อาจเป็นตอนเขายุ่งๆ เลยไม่ทันสังเกตว่ามันมีไอ้กล่องนี่มาด้วย “ไม่เอา ผมซื้อให้พี่พลเองได้”

“ซื้ออะไร ซื้อผ้าเช็ดหน้าอย่างวันนี้น่ะเหรอ” กรขำพรืด “ซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนทั้งที มึงมีปัญญาซื้อแค่ผ้าเช็ดหน้าเนี่ยนะ”

ใบหน้าคนฟังร้อนวาบ มือเขาโยนถุงในมือทิ้งโดยอัตโนมัติ แทบจะโยนใส่หน้าคนซื้อให้ด้วยซ้ำ “ของขวัญไม่ได้มีค่าที่ราคา แต่มันอยู่ที่ความจริงใจต่างหาก ขอแค่ให้ด้วยใจ... คนรับก็มีความสุขแล้ว”

ดูจากอาการกัดฟันกรอด คาดว่าถ้าตอนนี้ยืนประจันหน้ากันอยู่ กรคงชกเขาฟันร่วงไปแล้ว “เออ แล้วจะคอยดู”

มองตามไฟท้ายรถแดงโร่จนหายลับตาไปแล้ว ขอบฟ้าจึงค่อยถอนหายใจ ขมวดคิ้วยามข้างในหัวปวดตุบๆ แทบระเบิด เดินลากขาข้ามถนนมาถึงหน้าบ้านแต่แค่เงยหน้ามาก็สะดุ้ง “ฝน! มายืนอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่”

ปลายฝนเลิกคิ้วมอง “ฝนเพิ่งมานี่ล่ะ พี่ฟ้ามีอะไร ทำไมต้องตกใจขนาดนี้ด้วย”

“ปะ เปล่า พี่แค่ตกใจ...” แก้ตัวแล้วรีบเดินด้วยท่าทางปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ผ่านไปขึ้นบันได

“แล้วพี่ฟ้าจะกินข้าวเลยไหม ฝนจะได้เจียวไข่เผื่อ”

“พี่ไม่หิว” เมื่อเข้าห้องมาได้ ขอบฟ้ารีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันทีและเริ่มต้นอาเจียนจนตัวงอ กระทั่งคิดว่าคงไม่มีอะไรเหลือออกมาอีกนอกจากกระเพาะ จึงค่อยๆ ทรุดตัวลงซบหน้าลงกับเข่า กำกำปั้นทุบหัวกับลำตัวซ้ำๆ ราวกับต้องการปลุกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้ายเสียที

...เมื่อไหร่จะตื่นจากฝันร้ายเสียที 

+++++++++

เป็นการทำข้อสอบที่แย่ที่สุดในชีวิต

กระดาษข้อสอบเขาว่างเปล่าเกินครึ่ง เพราะสุดจะเค้นปัญญาเอามาตอบ ขอบฟ้านั่งคอตกผิดกับนักศึกษาส่วนใหญ่ซึ่งมีท่าทางสบายอกสบายใจหลังสอบเสร็จ ต่างหัวเราะเฮฮาระหว่างปรึกษาว่าจะไปเที่ยวที่ไหนต่อจากนี้ดี

โทรศัพท์สั่นในกระเป๋าเรียกร้องความสนใจของเขา จึงรีบกดรับ “ฟ้าสอบเสร็จแล้วใช่ไหม พี่รออยู่ตรงที่เดิม...”

“พี่พล” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้คุยกับพลชนะหลังวันเกิดเรื่อง แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขากลัวการพบหน้าอีกครั้ง “ผม...”

“หืม เป็นอะไร ข้อสอบยากมากเลยเหรอ” คำถามดังกล่าวทำให้เขายิ้มได้โดยไม่มีสาเหตุ

“อื้ม ยากมากๆ ผมทำไม่ได้ตั้งเยอะ เกรดเทอมนี้คงแย่น่าดู” ขอบฟ้าหัวเราะเสียงสั่น นึกไม่อยากเผชิญหน้ากับพลชนะขึ้นมาทันควัน วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของฝ่ายนั้นแท้ๆ เขาไม่ควรเอาเรื่องแย่ๆ กับตัวเขาเองที่แย่ยิ่งกว่าไปหาพลชนะอีก “ผมขอโทษนะครับ แต่เรื่องงานวันเกิดของพี่ ผมคง...”

“ฟ้าไม่อยากไปเหรอ” เพราะพลชนะไม่ได้ใช้น้ำเสียงหงุดหงิดใส่ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

“พี่ไปฉลองกับเพื่อนๆ คงสนุกกว่ามีผมไปด้วย” เพื่อนๆ ที่มางานในวันนี้ ต้องมีกรอยู่ด้วยแน่นอน ขอบฟ้าแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ “แต่ผมเตรียมของขวัญวันเกิดมาให้พี่พลด้วยนะ เดี๋ยวผมจะเอาไปให้ที่รถ...”

“ฟ้า” เสียงเรียกนั้นไม่ได้ดังมาจากโทรศัพท์ที่แนบหู หากดังมาจากตรงหน้า ร่างสูงทรุดลงคุกเข่าหน้าเขาที่ยังถือโทรศัพท์ค้าง เอื้อมมือมาถอดแว่นที่เขาใส่ตอนทำข้อสอบออกให้ “ถ้าเราไม่สบายใจเรื่องสอบจนไม่อยากไปปาร์ตี้ พี่ก็ไม่ว่าหรอก แต่เดี๋ยวขอพี่โทรยกเลิกกับเพื่อนก่อนนะ แล้วเราค่อยไปฉลองเงียบๆ กันแค่สองคน แบบนั้นฟ้าคงสบายใจกว่าเนอะ”

กว่าจะหายจากอาการตกตะลึง พลชนะก็กดโทรออกแล้ว “พี่พลๆ ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ผมไป ผมไปได้”

ไม่รู้ทำไมต้องพูดซ้ำซาก แต่ก็ได้ผลเมื่อพลชนะเลิกคิ้ว “แน่ใจ”

มองเขาพยักหน้าหงึกหงักหนักแน่น จึงค่อยพูดกับปลายสาย “เออ ไม่มีอะไรแล้วแค่จะโทรมาคอนเฟิร์มเย็นนี้”

นิ่งฟังสักพัก พลชนะก็หัวเราะ “ไม่ต้องเตือนกูหรอก มารับแล้ว... กำลังนั่งหน้าเศร้าตาโศกอยู่นี่ไง”

สังหรณ์ขั้นรุนแรงว่าไม่ใช่ใครอื่นหรอกที่พลชนะคุยด้วยอยู่ นอกเสียจาก... “ไอ้กร อย่ามาปากหมา เดี๋ยวเจอหน้ากูจะเตะให้ แค่นี้นะ”

พลชนะลุกยืนพร้อมดึงเขาขึ้นด้วย “ไปกันเถอะ พวกเพื่อนๆ พี่เริ่มทยอยไปที่ร้านกันแล้ว”

ลากขาหนักอึ้งราวแท่งตะกั่วไปขึ้นรถ พลชนะคงคิดว่าที่เขาทำหน้าเหมือนใกล้อ้วกเป็นเพราะกลุ้มใจเรื่องสอบจึงไม่เซ้าซี้ชวนคุยอะไรมากนัก จนมาถึงจุดหมายซึ่งเป็นร้านอาหารบรรยากาศดี ชายหนุ่มก็ยิ้มให้กำลังใจ “ทำหน้าร่าเริงหน่อยสิ ตอนเรายิ้มน่ารักจะตาย วันนี้วันเกิดพี่นะ ยิ้มให้พี่ดูหน่อยเร็ว”

ยิ้มหรือยิงฟันไม่รู้ หากพลชนะก็หัวเราะแล้วโอบบ่าเขาเข้าร้าน แค่เดินเลี้ยวเข้าไปยังไม่ทันได้กวาดตามองหา พวกเขาก็ได้ยินเสียงเรียก “ไอ้พล ทางนี้”

ปาร์ตี้เล็กๆ... ขอบฟ้านึกทวน ...ปาร์ตี้ที่มีคนเกือบสิบนั่งอยู่รอบโต๊ะที่เอามาต่อกันจนยาวกินที่ทั้งแถบนั้นไม่เล็กๆ ไม่เล็กสักนิดเดียว “พี่เหมาด้านนอกนี้ไว้หมดแล้ว เพราะเดี๋ยวอาจมีทยอยตามมาเรื่อยๆ ฟ้าไม่ต้องเกร็งหรอก เพื่อนๆ พี่ คนกันเองทั้งนั้น”
เล็กตรงไหน “พี่พลครับ ผมว่า...”

“ฟ้า มานี่ๆ” เสียงใสดังจากสตรีผมยาวสลวยในชุดแส็คสีสดใส เธอวิ่งรี่จากโต๊ะมาคว้าแขนขอบฟ้าไว้แล้วเขย่าอย่างตื่นเต้น “มานี่เลย ป่านมีเรื่องจะคุยด้วยตั้งเยอะ ว่าจะโทรหาฟ้าตั้งหลายรอบ แต่ได้ยินพี่พลบอกว่าช่วงนี้ฟ้าติดสอบเลยไม่อยากโทรไปกวน มหาลัยป่านน่ะสอบเสร็จไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว เกรดก็ออกแล้วด้วยซ้ำ ที่มหาลัยฟ้าสอบกันช้าจัง แล้วนี่เพิ่งสอบเสร็จมาใช่ไหม ทำได้หรือเปล่า อะ ไม่สิ กลับจากสนามสอบแบบนี้ต้องหิวแน่ๆ พี่พลหาอะไรมาให้กินรองท้องบ้างหรือยัง ถ้ายัง...”

 “ป่าน ใจเย็น ป่านยืนพูดคนเดียวมาตั้งสิบนาทีแล้ว ฟ้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำ” พลชนะเอ่ยกระเซ้าและได้รับสายตาค้อนควักตอบแทน

“พี่พลพูดซะป่านเสียเลย ไม่เอาละ เราไปหาอะไรกินกันเถอะ” มือเล็กขาวจับจูงเขาไปทางเก้าอี้ หากขอบฟ้ากลับหยุดเท้าโดยอัตโนมัติยามเห็นคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้า “มาสิ ฟ้า จะรีรออะไร เดี๋ยวพี่พลเขาก็ตามมาเองล่ะ”

ป่านทรุดตัวลงนั่งติดกับคนด้านในก่อนและดึงมือเขาให้นั่งตาม ขอบฟ้ามองแต่ด้านหน้า ไม่ยอมหันไปมองหน้าป่านอีก “หิวเหรอฟ้า ก้มหน้าก้มตากินใหญ่เลย กินยำไหม พี่กรคะ ช่วยส่งจานยำทะเลมาให้ที”

สักพัก จานอาหารก็ถูกเลื่อนส่งมาให้ตรงหน้าพร้อมเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะ “ทานเยอะๆ นะครับ น้องฟ้า อยากกินอะไรอีกบอกได้นะ พี่จะช่วยบริการ...แฟนของเจ้าพลเต็มที่”

เขาต้องบ้าแน่ๆ ที่ตกปากรับคำยอมมางานวันนี้ แค่ได้ยินเสียง...มือไม้เขาก็เย็นยะเยียบ ทำได้แต่นิ่งรอให้ฝ่ายนั้นเล่นงาน ทว่ากรกลับไม่ได้เอ่ยอันใดต่อและขอบฟ้าก็หมดความอยากอาหารในบัดดล นอกจากชวนป่านคุยเรื่อยๆ ผ่านไปสักพัก พลชนะก็สอดตัวเข้ามานั่งข้างเขา “พี่ไปสั่งให้เขาเตรียมอาหารอีกสองสามชุด เลือกแต่อาหารหวานๆ ที่ฟ้าชอบกินทั้งนั้น รอแป๊บนะครับ ของที่พวกนี้สั่งคงมีแต่พวกรสจัด อย่ากินดีกว่า”

หันไปพยักหน้ารับอยู่ดีๆ ก็มีเสียงลอยมา “เด็กมึงนี่เรื่องมากว่ะ ปกติคนมีเงินเขาถึงจะเลือกกินไม่ใช่เหรอ นี่อะไรวะ จนกรอบแล้วยังจะเสือก...”

“ไอ้กร” พลชนะลุกขึ้นและเรียกเพื่อนเสียงเข้ม “มึงเป็นเหี้ยอะไร พูดจาหาเรื่องกูตั้งแต่เย็นแล้ว บอกมาตรงๆ ดีกว่าว่ามึงจะเอาไง”

รอบโต๊ะเงียบกริบทันควัน บรรยากาศเฮฮาหายวับไปในพริบตา เพื่อนคนหนึ่งซึ่งใจกล้าหน่อยพยายามไกล่เกลี่ย “เฮ้ย ไรวะ พวกมึง ยังไม่ได้แดกเหล้าสักหยดดันจะต่อยกันเสียแล้ว ไอ้กรมึงก็เลิก...”

ทว่ากรกลับเตะส่งกรรมการที่พยายามไกล่เกลี่ยแยกพวกเขาออกจากกัน “มึงแน่ใจนะว่าอยากให้กูพูดตรงๆ”

ขอบฟ้าตะปบแขนพลชนะก่อนที่ชายหนุ่มจะผลักเก้าอี้ไปด้านหลังได้ทันท่วงที พูดระล่ำระลัก “ใจเย็นๆ ครับ อย่ามีเรื่องกันเลย ผมขอร้อง” อันที่จริง เขาไม่ได้อยากห้ามปรามการทะเลาะกันมากไปกว่ากลัวว่าการมีปากเสียงจะลุกลามบานปลายจนเรื่องนั้นแดงขึ้นมา “วันนี้เป็นวันเกิดพี่ พี่ควรจะมีความสุขมากๆ อย่าโกรธพี่กรเลย เพราะผมเป็นแบบที่เขาว่าจริงๆ”

จบประโยคทื่อๆ พลชนะก็มีทีท่าอ่อนลงทันตาและทรุดตัวลง ดึงมือเขาไปวางบนตักเงียบๆ พอเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายด้วยดี พวกที่เหลือจึงกลับมาพูดคุยเฮฮากันเหมือนเดิม ป่านเองก็พยายามชวนกรคุยเพื่อกันไม่ให้มาหาเรื่องขอบฟ้าอีก เขาจึงหันไปมองคนที่ลูบมือเขาเล่นอยู่และยิ้มให้

หากพลชนะกลับยิ้มตอบเศร้าๆ ชะโงกหน้ามากระซิบ “ออกไปเดินเล่นกับพี่หน่อยสิ”

เขาเดินตามคนจูงไปโดยไม่ได้คิดอะไรหรือแม้แต่จะคิดสงสัยว่าใครอีกคนที่มองตามพวกเขาจะบิดเบ้รอยยิ้มซึ่งบ่งบอกแววดูถูกเช่นไร

+++++++++

ร้านอาหารแห่งนี้แม้จะตั้งอยู่ริมถนนแต่ด้วยความความที่รอบข้างยังมีแต่พื้นที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ ลมเย็นๆ จึงพัดอู้ ตีผมจนกระเจิดกระเจิง ขอบฟ้าเอามือลูบผมไว้แล้วซุกปลายนิ้วที่เริ่มเย็นไว้กับซอกคอ เงยหน้าดูท้องฟ้าซึ่งเริ่มมองเห็นพระจันทร์ลางๆ

“พี่พล พระจันทร์ขึ้นแล้ว” เขาชี้ชวนให้อีกฝ่ายดู พลชนะเงยหน้ามองสักพักแล้วหันมาถอดเสื้อคลุมออก บังคับให้เขาใส่และถึงกับช่วยใส่ยามเขาบอกว่าไม่ต้อง “ถอดให้ผมใส่แล้วพี่พลก็หนาวสิ”

“ลมพัดแค่นี้พี่ไม่หนาวหรอก ไม่เหมือนฟ้า...ยิ่งขี้หนาวอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ” พลชนะดึงมือเขาไปกุมไว้จนปลายนิ้วเริ่มอบอุ่น หากขอบฟ้าก็เริ่มกระสับกระส่ายเพราะกลัวคนเห็น แม้ตรงที่พวกเขาหยุดยืนอยู่นี้จะเป็นบริเวณสวนหย่อมเล็กๆ ด้านหลังร้าน แต่ก็ยังมีพนักงานเดินผ่านไปมาเป็นระยะ

“เรากลับกันดีกว่าไหม พี่เป็นเจ้าภาพงานนี่นา มาหลบอยู่นี่จะดีเหรอ” ในเมื่อไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ เขาก็ทำได้แค่อ้อมๆ และต้องเริ่มใจไม่ดีเมื่อร่างสูงเอาแต่จ้องเขาเงียบๆ “พี่พลมีอะไรหรือเปล่า จ้องหน้าผมทำไม”

“บางครั้งพี่ก็รู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอสำหรับฟ้ายังไงก็ไม่รู้” พลชนะลูบหน้าเขาด้วยปลายนิ้ว ยิ้มนิดๆ “พี่อยากให้เราจำไว้ว่าฟ้าคือคนสำคัญสำหรับพี่ ...ฟ้ามีหัวใจที่สวยงามมากนะ สวยแบบที่คนหล่อ คนสวย คนเรียนเก่งทั้งหลายไม่มี และจุดนั้นเองที่ทำให้พี่รักเรา”

แม้จะคบกันมาได้หลายเดือน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มพูดคำว่ารักออกมาชัดๆ ขณะที่ขอบฟ้าเบิกตานิ่งอึ้ง ไม่รู้จะตอบรับยังไง พลชนะกลับกุมมือเขาไว้แน่น “ยังไม่ต้องรีบตอบอะไรทั้งนั้น พี่ไม่อยากบังคับให้เราตอบทั้งที่ไม่ได้คิดอย่างที่พูดจริงๆ มันอาจจะฟังดูแปลกนิดหน่อยในเมื่อเราก็เป็นแฟนกันอยู่แล้ว แต่พี่อยากบอกว่าพี่จะรอนะ จะรอจนกว่าฟ้าพร้อมจะพูดคำนั้นให้พี่ฟังด้วยหัวใจ”

“อื้ม” เขารับคำไว้ก่อน เพราะยังตามเรื่องที่พลชนะพูดไม่ค่อยทัน หากก่อนที่พวกเขาจะเดินย้อนกลับไป ขอบฟ้าก็นึกขึ้นได้และรีบควักของขวัญในกระเป๋าออกมาส่งให้ “สุขสันต์วันเกิดครับ ผมลืมให้”

แหงล่ะ หลังจากมองของขวัญราคาแพงทั้งหลายที่พลชนะได้รับ ขอบฟ้าก็เกิดอาการลืมของขวัญของตัวเองโดยกะทันหัน ดูแต่ตอนนี้ที่ยืนใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ขณะชายหนุ่มยกตุ๊กตาไม้ทำเองตัวเล็กๆ ห้อยพวงกุญแจขึ้นจ้องติดลูกตา รีบหาคำพูดมาบรรยายสรรพคุณประกอบทันที “ผมลองทำตามแบบที่เคยเห็นเขาวางขายมาน่ะครับ พวกนั้นมันดูหยาบๆ แถมแพงด้วย ผมเลยคิดว่าทำเองน่าจะดีกว่า แต่...จริงๆ มันก็ไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันก็เป็นอันที่ดีที่สุดที่ผมทำไว้ บางอันผมเจาะรูใหญ่เกิน บางอันหัวก็เบี้ยว... อะ อันนี้ก็เบี้ยวนิดหน่อยแต่มัน...”

จู่ๆ คนตรงหน้าก็รวบตัวเขาไปกอดและรัดแน่นๆ ไม่สนใจว่าเขาจะดิ้นรนขลุกขลักขนาดไหน ก่อนที่พลชนะจะดึงตัวเขาออกเอง ยิ้มกว้างสว่างสดใส “ขอบคุณครับ มันเป็นของขวัญวันเกิดที่มีค่าที่สุดสำหรับพี่เลย”

ราวกับจะยืนยันคำพูด พลชนะควักกุญแจรถมาดึงพวงกุญแจหนังสีสวยอันเก่าออกและจัดการคล้องเจ้าตุ๊กตาเสียกบาลห้อยด๊อกแด๊กแทน แล้วแกว่งโชว์ให้ดู “เป็นไงบ้าง เข้ากันดีเนอะ”

มองจากสายตาเขาที่นั่งงมแกะเองทั้งคืน ยังบอกได้แค่ว่าพอไปวัดไปวา แต่เห็นจากกิริยาดีใจออกนอกหน้า เขาก็อดที่จะยิ้มขัดเขินไม่ได้ หากแค่เดินกลับมาถึงโต๊ะก็ต้องยิ้มสลายเมื่อสายตาปะทะเข้ากับดวงตาลึกดำที่หรี่ตามองพวกเขาทุกฝีก้าว เขาแกล้งทำเป็นไม่แคร์และคุยอยู่แต่กับพลชนะและเพื่อนของชายหนุ่มที่นั่งตรงกันข้ามจนเกือบจะลืมไปเสียสนิทว่ายังมีใครอีกคนที่ไม่อยากเจอหน้านั่งอยู่ใกล้ๆ

กระทั่งพลชนะต้องลุกไปพูดคุยกับเพื่อนที่ตะโกนเรียกเจ้าภาพจากอีกด้านบ้าง ขอบฟ้าจึงแอบก้มหน้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ นึกสันนิษฐานเข้าข้างตัวเองว่ากรคงเลิกสนใจเรื่องของเขาแล้ว เพราะเขาไม่เห็นฝ่ายนั้นจะแสดงปฏิกิริยาใดๆ ให้เห็น หลงกลุ้มใจอยู่ตั้งนาน ที่แท้ชายหนุ่มอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ หากยังคิดไม่ทันจบก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ มีมือสอดผ่านเสื้อคลุมและลูบแผ่นหลังเขาผ่านเนื้อผ้าบางของเสื้อนักศึกษา

หันขวับกลับมามองก็ต้องผงะเมื่อพบคนที่ป่านสลับที่ให้เข้ามานั่งข้างเขาแทนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็สุดจะคาด “พะ พี่กร”

เจ้าตัวกลับแค่ปรือตามองตอบสั้นๆ “ไง”

ก่อนจะทันลุกหนี ป่านก็ชะโงกมาพูดกับเขา “ป่านขอเปลี่ยนที่มานั่งคุยกับเพื่อนแป๊บนะจ๊ะฟ้า ฝากพี่กรด้วย”

ขณะที่หญิงสาวพูด ผู้ชายตรงหน้าจะรีบร้อนชักมือกลับก็หาไม่ นอกจากวางแตะไว้บนเอวเขาเฉยๆ และทันทีที่ป่านหันกลับไป มือนั้นก็ลูบต่ออย่างใจเย็น ตรงกันข้ามกับเขาที่ใจร้อนเหมือนไฟ เพราะต่อให้ภายในร้านมืดสลัวจนมองจากด้านหน้าไม่เห็น แต่ถ้าหากมีใครสักคนที่ยืนอยู่หันมาสังเกตก็ต้องเห็นความผิดปกตินี้แน่ๆ

“ถ้ามึงหนี กูไม่รับรองความปลอดภัย” เสียงพูดลอยๆ ดังราวกับล่วงรู้ความคิดในหัว ขอบฟ้านั่งหน้าซีด กำแก้วในมือแน่นในขณะที่กรขยับตัวนิดๆ หามุมถนัดแล้วเริ่มสอดปลายนิ้วเข้าใต้ร่มผ้าเพื่อสัมผัสส่วนเอวด้านหลังของเขาโดยตรง คนลูบลูบเล่นเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ทำ แต่คนโดนลูบนั่งหน้าซีดจนเขียวและทำหน้าใกล้ร้องไห้ยามปลายนิ้วสากเริ่มลัดเลาะขอบกางเกงลงลึกขึ้น ทว่ากลับมีเสียงดังขึ้นเสียก่อน

“ฟ้า!” พร้อมกับที่พลชนะเดินเข้ามาใกล้ “เหงาหรือเปล่า อ้าว ไอ้กร มึงแกล้งอะไรน้องกูอีกหรือเปล่า มานี่มา”

ผละลุกพรวดถลาหัวปักโผไปหาชายหนุ่มที่ลูบหัวเขาอย่างปลอบใจ “โทษทีที่ปล่อยให้อยู่คนเดียว มัวแต่เอาของขวัญที่ฟ้าให้ไปอวดพวกนั้นอยู่”

“เห สุดที่รักมึงให้อะไรวะ ไม่เห็นเอามาอวดกูมั่ง” จากตอนแรกที่ไม่อาย ขอบฟ้าเริ่มนึกอับอายจนพยายามดึงไม้ดึงมือพลชนะที่ชูอวดพวงกุญแจตุ๊กตาไม้ให้กรดู

“แฮนด์เมดนะมึง เกิดมากูเพิ่งเคยได้ของแฮนด์เมดก็ครั้งนี้ล่ะ” พลชนะไม่สนใจเขาที่ตามแทะสีข้างแถมยังเหนี่ยวคอกันไม่ให้ขอบฟ้าตามไปแย่งคืนมาอีกด้วย “เป็นไง อิจฉาสิมึง”

ขอบฟ้ากลั้นหายใจรอฟังเสียงหัวเราะเยาะจากผู้ชายที่พลิกหน้าหลังดูของในมือ หากต้องประหลาดใจเมื่อกรส่งคืนและพยักหน้าให้ “ก็ดี”

“ใช่มะ” พลชนะหันมาตบรางวัลให้เขาด้วยการกดจูบแรงๆ ลงข้างแก้ม “ขอบคุณอีกรอบครับ”

นั่งหน้าตาแตกตื่นจนจบงาน รอให้พลชนะพาไปส่งบ้านตามเคย ตอบปฏิเสธต่อคำถามของอีกฝ่ายที่ว่าเขาลงเรียนซัมเมอร์หรือเปล่า จริงๆ ตามหลักเขาก็ควรลงสักตัวสองตัวอยู่หรอก แต่พอมาคิดถึงเรื่องค่าเดินทาง ค่ากินค่าใช้จ่ายถ้าต้องไปเรียนซัมเมอร์แล้วก็เปลี่ยนใจและมีเหตุผลอีกอย่าง

“ผมว่าจะไม่ลง ช่วงปิดเทอมนี้ม้าว่าจะทำขนมขาย แต่ถ้าม้าทำคนเดียวจะไม่ไหวเลยต้องรอพวกผมปิดเทอมกันก่อน พี่หมอกก็ว่าดีกว่าอยู่ว่างๆ”

“เหรอ ขนมอะไรล่ะ แล้วต้องทำขายทุกวันเลยเหรอ” พลชนะถามอย่างสนใจ

“แค่ขนมพื้นบ้านทั่วๆ ไปล่ะครับ ที่เขาทำขายเป็นหม้อใหญ่ๆ ขายแถวบ้านตอนเย็น”

ทำเสียงรับรู้ในคอแล้วพลชนะก็เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น จนมาถึงบ้าน ชายหนุ่มจึงหันมาขอดื้อๆ “ขอจูบหน่อยได้ไหม”

ขอบฟ้าเริ่มพิจารณาองค์ประกอบ หนึ่ง เวลานี้ก็ดึกมากแล้ว รอบด้านนอกจากแสงไฟถนนและแสงไฟสลัวจากหน้าบ้านแถวนั้นก็มืดสลัวพอดู สอง วันนี้วันเกิดของพลชนะ ของขวัญวันเกิดที่มอบให้ ถึงคนรับจะทำท่าดีอกดีใจนักหนา แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันน้อยนิดเกินไปอยู่ดี สาม ทำไมถึงจะยอมให้แฟนจูบไม่ได้ ในเมื่อทีคนอื่นยัง...

“ก็ได้ครับ มา” เอ่ยมุ่งมั่น ตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่พลชนะกลัวหัวเราะเบาและเอื้อมมือมาลูบคอเขา

“พี่ไม่ได้ขอท้าชกนะ ไม่ต้องจริงจังนักก็ได้” มือใหญ่เลื่อนมาลูบใบหน้าขณะเจ้าตัวค่อยๆ ชะโงกเข้ามาหา “ปล่อยตัวตามสบาย ไม่ต้องซีเรียส”

สัมผัสนุ่มแตะลงที่หน้าผากและค่อยละเรื่อยลงมาตามข้างแก้ม แตะแต้มบนริมฝีปากเขาแค่แผ่วๆ สองสามครั้งจนขอบฟ้าคุ้นเคย ก่อนที่เจ้าตัวจะกระซิบ “เปิดปากหน่อยสิครับ”

ทันทีที่เผยอปากตามคำสั่ง ปลายลิ้นร้อนอ่อนนุ่มก็แทรกเข้ามาในโพรงปากเขา ซอกซอนไปตามไรฟัน รุกไล่กับปลายลิ้นเขาคล้ายกับจะหยอกล้อสักพัก แล้วค่อยเพิ่มความดูดดื่มเรียกร้องหนักขึ้น มากขึ้นจนใกล้เคียงกับที่เคยโดนใครอีกคนจูบ

ขอบฟ้าชักเริ่มถอยหนี หากกลับโดนร่างสูงขยับตามจนหมดทางหนี หลังติดประตูจนมุมอยู่ตรงนั้นนั่งเอง “พะ พี่พล พอ...”
ร้องห้ามตะกุกตะกักได้แค่ไม่กี่คำก็โดนบดจูบหนักหน่วงอีกรอบ มือที่ยึดบ่ากว้างไว้เริ่มต้นทุบขัดขืนเมื่อมือหยาบใหญ่เริ่มเลื่อนลงไปลูบไล้บริเวณแผ่นอกและหน้าท้อง “อีกนิดเดียวนะ เด็กดีของพี่”

ทนฝืนอยู่นิ่งๆ ได้อีกแป๊บเดียว เขาก็ทนไม่ไหวเมื่อมือข้างนั้นเริ่มลูบลงต่ำไปป้วนเปี้ยนแถวกลางลำตัว “ปล่อยนะ! ไม่เอาแล้ว พี่พล ปล่อย...!”

หลับหูหลับตาดิ้นขลุกขลัก กำลังคิดว่าถ้าพลชนะเป็นแบบกรจะทำยังไง หากก็ต้องโล่งอกเมื่อชายหนุ่มยอมผละออกหากยังซุกซบใบหน้าลงหอบหายใจกับซอกคอเขาอยู่

ผงะนิดหนึ่งยามอีกฝ่ายเงยหน้าในที่สุดมาจ้องเขาในระยะประชิด พลชนะแตะหน้าผากลงกับหน้าผากเขาขณะพยายามสะกดลมหายใจ เอ่ยปลอบ “ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ฝืนใจเราหรอก ฟ้าสำคัญสำหรับพี่มากนะ” 

รอจนเขาพยักหน้ารับแล้วพลชนะจึงค่อยให้เขารีบไปอาบน้ำนอน ขอบฟ้ายืนรอจนไฟท้ายรถลับหายไปจึงตั้งท่าจะหมุนตัวเข้าบ้านหากต้องตกใจจนทำกุญแจบ้านตกยามเสียงทุ้มดังเอื่อยๆ จากด้านหลัง

“ร่ำลากันนานจริงนะ”

+++++++++

ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #55 เมื่อ11-01-2016 22:09:46 »

ตามมาโบกพู่เชียร์น้องฟ้า ไม่ว่าจะอ่านกี่รอบก็อินทุกรอบ สู้ๆนะลูก TvT

ออฟไลน์ parn11

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #56 เมื่อ11-01-2016 22:10:12 »

กรี้ดดดดด ตัด ฉับ!!!!
ค้างค่าาาาาา

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3601
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #57 เมื่อ11-01-2016 22:14:23 »

หมั่นไส้พี่กรอ่ะ ทำกับขอบฟ้าได้ไง สงสารพี่พลจังหาคู่ให้ด้วยน่ะ พี่กรเล่นคลุกวงไหนเลย อย่าบอกน่ะจะพาน่องไปไหนต่อ ลุ้นๆๆๆๆ

ออฟไลน์ jejiiee

  • cannot open this page
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #58 เมื่อ11-01-2016 22:53:25 »

ตัดได้แบบฮืออออออ  :ling1:

ออฟไลน์ meanmena

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 250
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #59 เมื่อ11-01-2016 22:59:48 »

ฝันร้ายของฟ้า

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด