Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Rough and Tender By DD. SP.สายสตอฯ ย่อมาจากอะไร: 14/9/16  (อ่าน 626942 ครั้ง)

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #60 เมื่อ11-01-2016 23:32:02 »

พี่พลชนะรักน้องฟ้าจริงๆใช่ไหมมม

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #61 เมื่อ12-01-2016 01:13:21 »

อีพี่กร มันร้ายมากคระ หัวหน้าาาาา 5555555  สงสารพี่พล แต่สงสารฟ้าสุดหัวใจ  :monkeysad: :monkeysad: :monkeysad:

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #62 เมื่อ12-01-2016 06:04:00 »

กรเลวมากอะ  สงสารพี่พล. รออ่านตอนต่อไปค้าบ

ออฟไลน์ Malimaru

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1546
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +299/-4
    • facebook
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #63 เมื่อ12-01-2016 10:46:06 »



รู้สึกเหมือนว่าเรื่องทั้งหมดมันมีเงี่ยนงำ...
อ่าน ๆ ไปก็มโนไปว่าหรือพี่พลเองก็ไม่ใช่คนดี?
ส่วนอีพี่กรนั้น... ร้ายมากค่ะ

ป้านี่รอเลย รอให้ฟ้าสู้คนจนเอาคืนไอ้คนชั่วได้!
(หืม... อารมณ์ล้างแค้นจัดเต็มไปไหมป้า?)
รออ่านตอนต่อไปนะคะ ^^  :pig4:



ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH6: p.2: 11/1/16
«ตอบ #64 เมื่อ12-01-2016 15:25:56 »

อมยิ้มกับพี่พลตอนได้ของแฮนด์เมดจากน้องฟ้า เฮียแกดูปลาบปลื้มมากจริงๆ นะคะ แต่หมั่นไส้นายกรจริงๆ เชียว เฮ้อ  :mew1: อยากได้แฮนด์เมดกับเขาบ้างล่ะซี้

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #65 เมื่อ13-01-2016 23:00:34 »

Rough and Tender 7

ขอบฟ้าตาเหลือกแทบถลนออกนอกเบ้าจ้องร่างสูงที่เดินสูบบุหรี่มาหยุดตรงหน้า คนที่เขาแน่ใจว่าเพิ่งเห็นว่าแยกไปคนละทางตอนออกจากร้านอาหาร ปฏิกิริยาแรกของเขาคือรีบก้มเก็บกุญแจและรีบไขประตูบ้านมือไม้สั่น หากต้องสะดุ้งเฮือกสุดตัวคำรบสองเมื่อกรทุบกำปั้นลงบนบานประตูอย่างแรง

“คิดหรือว่าจะหนีพ้น” ลมหายใจอวลกลิ่นบุหรี่กระซิบติดริมหู “คิดหรือว่าแม่ พี่ชายกับน้องสาวจะช่วยมึงได้ เสียใจด้วยนะ เพราะกูต้องขอบอกว่าไม่มีใครช่วยมึงได้หรอก”

ทั้งร่างโดนกระชากให้หันกลับไปแล้วใบหน้าถมึงทึงก็ฉกวูบลงมากดริมฝีปากเขาอย่างแรงจนลิ้มรสปร่าของคาวเลือดทันที หากความเจ็บนั้นยังน้อยนักเมื่อเทียบกับความตื่นตระหนกกับความจริงที่ว่าพวกเขายืนอยู่หน้าบ้าน ที่ซึ่งใครอาจโผล่หน้ามาเห็นในวินาทีใดวินาทีหนึ่งก็ได้ทั้งนั้น

เขาทั้งร้องทั้งดิ้นรนสุดแรงเพื่อหวังให้หลุดเป็นอิสระ หากกรกลับผละออกนิดหนึ่งเพื่อยิ้มร้ายกาจ “กูเอามึงตรงนี้แน่ถ้ายังดิ้นไม่เลิก”

จบประโยค ร่างที่ขัดขืนสุดชีวิตกลับแข็งทื่อเป็นก้อนหิน ปล่อยให้อีกฝ่ายกอดจูบลูบคลำตามใจชอบจนผ่านไปสักพัก กรจึงดึงต้นแขนเขาให้ออกเดินหัวซุน “จะ...จะไปไหน”

หากไม่มีคำตอบใดๆ นอกจากเสียงเปิดล็อครถสีดำทะมึนซึ่งจอดนิ่งสงบอยู่ลึกเข้าไปในซอย กรกระชากประตูที่นั่งข้างคนขับเปิดออกและยัดเขาใส่เข้าไป ส่วนตัวเองก็เดินอ้อมไปขึ้นตรงตำแหน่งคนขับ ขอบฟ้ารีบร้องโวยวายก่อนจะหมดโอกาส “พี่จะทำอะไร จะพาผมไปไหน ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น!”

“มึงนี่เรื่องมากว่ะ” กรหันมาด่าพร้อมทำหน้าเบื่อหน่าย “จำที่กูเคยบอกไม่ได้เหรอ ว่าถ้ามึงขัดขืนงี่เง่าจะโดนอะไรบ้าง”

“จำน่ะจำได้ แต่ใครมันจะบ้ายอมตามไปอีกเล่า ขืนตามไปมีหวังโดน...อีกแน่ๆ” เขาเถียงหน้าดำหน้าแดงและยิ่งหายใจลำบากหลังได้ยินคำตอบ

“ก็รู้นี่หว่าว่าจะโดนปล้ำอีกรอบ รู้อยู่แล้วจะถามทำไม” กรคว้าแขนที่เงื้อฟาดใส่หน้าไว้ได้ทัน หากยังไม่ทันจับให้ถนัดดี ขอบฟ้าก็หวดซ้ายป่ายขวาสู้ตายแบบจนตรอก ขณะที่ปากก็ร้องด่า

“ไอ้บ้า! ไอ้ชั่ว! ยังเป็นคนอยู่บ้างหรือเปล่า! ไอ้ทุเรศ! ไอ้สารเลว...!”

“โอ๊ย! บ้าไปแล้วหรือไง ไอ้...อย่าข่วนสิวะ!” สองคนในพื้นที่จำกัด คนหนึ่งสู้อย่างจนตรอก อีกคนพยายามจับให้อยู่นิ่งๆ ปลุกปล้ำกันจนหอบท่ามกลางเสียงก่นด่าไม่ได้ศัพท์ก่อนที่เสียงโทรศัพท์จะดังขัดจังหวะของทั้งคู่

กรรวบร่างที่หอบจนตัวโยนล็อคไว้ด้วยแขนข้างเดียวและหยิบโทรศัพท์มากดรับแบบไม่ดูว่าใครเป็นคนโทรด้วยอาการหัวเสีย “อะไร!”

หากพอได้ยินเสียงจากปลายสาย รอยยิ้มจึงค่อยปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่มขณะพูดช้าๆ ชัดๆ “อ้าว ป่านเองเหรอ”

กลายเป็นขอบฟ้าที่เงียบกริบจนแทบไม่กล้าหายใจแทน “โทษที พอดีกำลังทะเลาะกับลูกแมวน่ะ มันข่วนพี่เสียเลือดซิบเลย หืม... ก็เพิ่งเก็บได้จากข้างถนน คนที่บ้านช่วยดูให้ ...ใช่ มันเป็นแมวจรจัดเลยยังไม่เชื่องเท่าไหร่ อยากเห็นเหรอ อย่าเลย มันไม่ค่อยน่ารักหรอก พี่แค่อยากลองเลี้ยงเล่นแก้เบื่อดูสักพัก”

กรหัวเราะในลำคอพลางจูบไซร้ไปตามขมับและไรผมชื้นเหงื่อของร่างที่ดูจะกลายเป็นใบ้ไปเสียแล้ว “พรุ่งนี้เหรอ ไม่รู้สิ ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ ไว้ถ้าว่างจะโทรไปหาแล้วกัน ...ครับ กู๊ดไนท์”

“ไอ้บ้า...” สุดจะหาคำด่า ขอบฟ้ายึดแขนที่ล็อครอบคอไว้ กล่าวอย่างสุดกลั้น “ทำไมต้องเป็นผมด้วย มี...มีคนอยากนอนกับพี่ตั้งเยอะแยะ แล้วทำไมต้อง...”

“เพราะอะไรงั้นเหรอ” ฟันคมกัดผิวอ่อนบริเวณซอกคอจนขอบฟ้าร้องโอ๊ย เจ็บจนน้ำตารื้น “เพราะ...เบื่อล่ะมั้ง คนพวกนั้นน่าเบื่อ จะพูดจะทำอะไรก็เหมือนกันไปหมด ไม่อยากได้เซ็กส์ก็อยากได้เงิน ง่าย...เหมือนกันไปหมด”

พูดพลาง มือหยาบก็ลูบโลมไปทั่วผิวใต้ร่มผ้า ผิวบริเวณแผ่นอก หน้าท้องโดนลูบคลำซ้ำไปมาขณะปลายจมูกโด่งยังคงไล่สัมผัสผิวเนื้ออ่อนตรงซอกคอและลาดไหล่

“ถ้าเบื่อแล้วจะเลิกเหรอ” ขอบฟ้ากลั้นใจถาม รู้สึกแย่กับมือที่ลูบอยู่บนร่างกายตัวเองอย่างถือสิทธิ์ “ถ้าเบื่อ...แล้วจะเลิกยุ่งกับผมใช่ไหม”

“อืม” นิ่งคิดก่อนจะตอบง่าย “ก็คงงั้น”

กลืนน้ำลายเอื้อก นึกอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ขอบฟ้าได้แต่ยึดมือฝ่ายนั้นไว้ กระซิบลอดไรฟัน “ไปให้พ้นจากตรงนี้ก่อน...ได้ไหมครับ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” กรกดจูบลงบนริมฝีปากเขาเร็วๆ แล้วยังช่วยจัดที่ให้เขานั่งลงบนเบาะอีกด้วย “ไปที่บ้านแล้วกันนะ มันใกล้กว่าคอนโด”

จะไปลงนรกขุมไหนก็ไปเถอะ “ตามใจ”

“ว่าง่ายๆ แบบนี้...” กรพูดค้างไว้แล้วหันไปสตาร์ทรถ รอจนคนฟังคำครึ่งๆ กลางๆ หันมามองอย่างทนไม่ได้และค่อยต่อประโยคจนจบ “น่ารักกว่าเยอะเลย”

กรหัวเราะลั่นกับสีหน้าประมาณว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยได้แต่อมอ้วกไว้ในปากของคนนั่งข้างๆ

+++++++++

กรใช้เวลาในการขับรถมาถึงจุดหมายไม่นานเพราะถนนยามดึกโล่งจนแทบไม่มีรถ บ้านที่พูดถึงคือที่ที่เขาเคยมาครั้งก่อนนั่นเอง บ้านหลังใหญ่ สวยงามด้วยการตกแต่งดูแลอย่างดี ใหญ่โตจนสมควรจะมีครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ใช่เงียบเป็นป่าช้าแบบนี้

“อาบน้ำสิ นั่งโอ้เอ้อยู่ได้” เจ้าของบ้านสั่งหลังเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาจากห้องน้ำ ร่างสูงเหลียวไปมองคนนั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิกบนเตียงแล้วขมวดคิ้ว “หูหนวกหรือไง บอกให้ไปอาบน้ำ”

ขอบฟ้าเดินอ้อมตีวงกว้างให้ห่างจากเจ้าคนท่าทางบ้าเลือดเพื่อเดินเข้าห้องน้ำ เมื่อครู่ตอนอยู่คนเดียวในห้อง เขาก็คิดอยากลองเผ่นหนีอยู่หรอก แต่พอคิดได้ว่าจะหนีไปไหนได้ และจะยิ่งแย่กว่าถ้ากรตามไปลากคอเขาตอนอยู่กับคนอื่น หมอนั่นทำแน่ๆ
คิดจะขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ แต่กลับพบว่า...ไม่มีกลอนที่บานประตู บ้านช่องออกจะใหญ่โต ช่างดันลืมใส่กลอนเนี่ยนะ 

และเขาอยากให้กรเบื่อเร็วที่สุดด้วย ความสนุกสนานในการไล่ตามของกรคงลดน้อยลง ถ้าเขาทำตัวยอมแพ้แต่โดยดี เหยื่อที่ไม่ร้องไม่ดิ้นไม่ขัดขืน...น่าจะคล้ายๆ กับพวกที่ฝ่ายนั้นว่า เขาต้องทำตัวให้น่าเบื่อ ต้องง่าย... คงทำได้ไม่ยากนักหรอก แค่เป็นตัวของตัวเอง แค่เป็นขอบฟ้าธรรมดาๆ ก็น่าเบื่อได้แบบไม่ต้องเสแสร้ง

อาบน้ำแบบลวกๆ แล้วย่องออกมา ทีแรกเขามองไม่เห็นฝ่ายตรงข้ามในห้องที่มีเพียงแสงสลัวเช่นนี้ หากต้องร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ร่างทั้งร่างก็โดนช้อนอุ้มลอยหวือไปโยนโครมลงกลางเตียง กระเด้งกระดอนตะปบผ้าขนหนูรอบเอวแทบไม่ทัน

“จะทำ...!” เกือบหลุดร้องจ๊ากออกมาแล้วเมื่อผู้ชายตรงหน้าแสดงความหน้าด้านหน้าทนเหนือมนุษย์ด้วยการสะบัดผ้าที่พันเกาะเอวสอบแบบหมิ่นๆ ไว้แล้วโถมเข้ามาทับเขาไว้ทั้งตัว “เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว ช้า... ช้าๆ”

หากอีกฝ่ายจะยอมฟังก็หาไม่ ปากร้อนกดแนบลงกับซอกคอ ดูดดุนตรงรอยแผลที่ตัวเองทำไว้ก่อนหน้าขณะมือใหญ่พยายามกระตุกผ้าขนหนูที่ยังกั้นกลางพวกเขาไว้อยู่ ขอบฟ้าตะครุบปมไว้แน่น ร้องบอกซ้ำๆ อย่างไร้ผลด้วยประโยคพูดง่ายแต่ทำยาก

“มะ...ไม่ต้องรีบ ไม่หนี...”

“ไม่หนีแล้วจะถอยไปไหนเล่า มานี่” กรดึงร่างคนที่กระถดกายถอยจนแทบตกเตียงไว้และได้ผลตอบแทนคือเท้าที่ยกถีบปังเกือบเข้ากลางแสกหน้า “เฮ้ย! ไอ้ห...”

แต่ขอบฟ้าก็ไม่ได้อยู่ฟังเพราะกลิ้งโคโร่ตกลงไปหงายท้องอยู่ข้างเตียง ความโกรธที่โดนอีกฝ่ายยกเท้าถีบใส่เมื่อครู่หายวับ กรขยับมานั่งตรงขอบเตียง มอง...แต่ไม่ยื่นมือช่วย “เห็นว่าจะตกเตียงหรอกนะ ถึงจะช่วยดึงไว้ สมน้ำหน้า”

ฝ่ายคนกลิ้งตกโคโร่แบบหมดมาดแม้จะขัดยอกไม่น้อย แต่ไม่กล้าออกปากว่าเจ็บให้เสียหน้า ขอบฟ้าตะกายลุกขึ้นนั่ง มองกรแต่พอนึกขึ้นได้ว่าไม่อยากมองเลยเลื่อนสายตาไปทางอื่นต่อ

“หึ น่ารัก...ว่าง่าย” ปลายนิ้วกรเขี่ยผมยุ่งเหยิงให้พ้นจากใบหน้าขาวไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจเท่าดวงตาโศกคู่นั้น “ทำให้สมราคาคุยหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ”

มือข้างเดิมจับปลายคางขอบฟ้า บังคับให้หันหน้ากลับมาพร้อมกับที่ชายหนุ่มขยับเข้าใกล้เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสม “เร็วสิ รีบทำตัวว่าง่าย จะได้น่าเบื่อ พอฉันเบื่อแล้วก็เลิกยุ่งกับนายเองล่ะ อ้าปากเร็ว”

พอรู้ถึงจุดประสงค์ของคำสั่งแล้ว เขาก็ได้แต่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ฝันร้ายจะจบลงเร็วขึ้นถ้าเขาเป็นเด็กดีขึ้นอีกแม้จะแค่นิดเดียวก็ตาม

มือใหญ่กุมกระชับท้ายทอยด้านหลังและกดใบหน้าที่มีดวงตาคู่นั้นหลับปี๋ปิดสนิทลงเข้ากับความปรารถนาของตนเอง

+++++++++

นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างเตียงบอกเวลาเกือบสี่นาฬิกาในเช้าวันใหม่

ขอบฟ้าสะดุ้งตื่นหลังไม่แน่ใจว่าเผลอผล็อยหลับหรือหมดสติไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ ร่างซึ่งมีรอยจูบและรอยช้ำประปรายทั่วตัวกำลังยักแย่ยักยันจะลงจากเตียงให้ได้ท่าเดียว

เขากำลังยืนแต่งตัวในห้องมืดๆ ตอนได้ยินเสียงงัวเงียจากคนบนเตียง “จะไปไหน กลับมานี่”

“ผมจะกลับบ้าน” ตอบสั้นขณะกลัดกระดุมเม็ดสุดท้าย

“กี่โมงแล้ววะนี่” ฟังคำตอบเสร็จ กรก็ยิ่งเสียงดัง “ตีสี่! ไม่แหกขี้ตาไปส่งหรอกนะ กลับมานอนดีกว่า มา”

มองกิริยาตบที่นอนปุๆ แล้วเขาจึงตอบปฏิเสธ “ไม่ล่ะ พี่นอนไปเถอะ ผมกลับเองได้”

รีบเดินไปที่ประตูหลังได้ยินเสียงด่าไล่หลังไม่ได้ศัพท์ เนื่องจากมีไฟทางเดินเปิดไว้เป็นระยะเขาจึงพอคลำหาทางออกได้แม้จะช้าเพราะยังงงๆ อยู่บ้าง แต่พอเดินโซซัดโซเซออกทางประตูหน้าได้ เขาก็ได้ยินเสียงเปิดประตูปึงปังตามหลัง กรที่เพิ่งใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวเดินตรงมาด้วยใบหน้าบึ้งจัด

“มึงอย่าโง่นักเลย! ตอนเข้ามาไม่เห็นเหรอว่าซอยนี้มันลึก แล้วป่านนี้ก็ไม่มีรถวิ่งเข้าออกรับส่งมึงหรอก”

“งั้นผมจะ...”

“จะเดินงั้นเหรอ คงเดินถึงปากซอยตอนสว่างนั่นล่ะ! เลี้ยวมากี่เลี้ยวมึงจำได้งั้นสิ” เห็นอาการขึงตาปากแข็งแล้วกรก็ซ้ำไม่รอช้า “โง่ไม่พอ แม่งยังดื้ออีก”

รอบตัวทั้งสองคนยังมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหน้าบ้านส่องให้เห็นสีหน้าว่าคนหนึ่งทั้งหงุดหงิดทั้งหัวเสีย ส่วนอีกคนแค่หน้าเสียอย่างเดียว

“ถ้ายังอยากเดินก็ตามใจ แต่ถ้ามึงจะกรุณา...” กรเน้นเสียงคำว่ากรุณาลากยาว “กลับไปนอนต่อ รอให้เช้าแล้วกูจะขับรถไปส่งก็เลือกเอาเองแล้วกัน”

พูดจบ กรไม่รอฟังคำตอบ นอกจากเดินกลับทางเดิม ขึ้นไปนอนต่อได้สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องเบาๆ อย่างเกรงใจ

หากหลังจากรอเกือบห้านาทีก็ไม่รู้สึกว่ามีใครสักคนที่ดื้อชิบหายนั่นยอมคลานกลับขึ้นมานอนข้างๆ ชายหนุ่มจึงได้แต่นึกเข่นเขี้ยวว่าคู่นอนที่ผ่านมาทุกคนมีแต่คอยออเซาะ จะนั่งหรือจะนอนก็ต้องคอยเบียดอยู่ใกล้ๆ จนน่ารำคาญ แล้วไอ้เด็กนี่มันนึกว่ามันเป็นใคร สำคัญหรือก็ไม่ นิสัยทื่อๆ บื้อๆ แบบนั้นจะเรียกหยิ่งจองหองหรือก็เปล่า หรือว่าเขามันน่ารังเกียจจนไม่อยากอยู่ใกล้...

พอกันที! มันเรื่องอะไรที่ต้องไปสนใจหาสาเหตุว่าทำไมไอ้เด็กบ้านั่นถึงไม่กลับมานอนบนเตียง มันจะนอนบนพื้นหรือจะนั่งตรงส่วนไหนของโลกก็เรื่องของมัน! เขาจะนอนแล้ว!!

+++++++++

ระหว่างที่กรนอนหลับพร้อมกัดฟันด้วยความแค้น ฝ่ายอีกคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็นั่งกอดเข่าจุมปุ๊กอยู่บนโซฟาในห้องเดียวกันนั่นเอง

ขอบฟ้านั่งถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า ขยับร่างกายที่ยังปวดยอกหาท่าสบายที่สุดเท่าที่โซฟาจะอำนวย ขณะมองคนนอนหลับท่าทางสบายบนเตียงกว้าง นึกสับสนจนอยากบ้าให้รู้แล้วรู้รอด

ยอมรับว่าเขาเคยคิดว่ามันจะเลวร้ายกว่านี้ แต่กรกลับทำให้เขาแปลกใจ ชายหนุ่มอาจจะยังบังคับแต่ก็ไม่ได้ดึงดันเอาแต่ใจเช่นครั้งแรก ถึงจะยังเจ็บอยู่ยามฝ่ายนั้นเข้ามา แต่ก็ไม่ถึงขนาดเลือดตกยางออก แต่ก็อย่างว่านะ...มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งขอบใจหรือถือเป็นบุญคุณเสียหน่อย

พลชนะจะรู้หรือเคยนึกระแวงเพื่อนของตัวเองบ้างไหม หรือว่าต่อให้รู้ก็ไม่ว่าอะไร กรถึงได้มีท่าทีไม่สนใจว่าความลับจะแตกหรือไม่ ตรงกันข้าม กรมักจะยกมาข่มขู่ด้วยท่าทางเหนือกว่าเสมอ มีแต่เขานี่ล่ะที่เป็นฝ่ายกลัวโน่นกลัวนี่ ไหนจะพลชนะ ไหนจะป่าน ไหนจะเรื่องที่มหาวิทยาลัย

นึกถึงมหาวิทยาลัยแล้วพาลนึกไปถึงข้อสอบที่ทำไป เขาจะไม่แปลกใจเลยถ้าจะติดเอฟ และถ้าได้เอฟจริงๆ ทิวหมอกคงนั่งด่าเขาอีกเป็นเดือนๆ แน่นอน

ทำยังไงถึงจะฉลาดกับเขาขึ้นมาบ้าง ขนาดกรที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานยังด่าเขาว่าโง่มาตั้งไม่รู้กี่ครั้ง เรียนหนังสือก็โง่ ชีวิตส่วนตัวก็ยังโง่ไม่แพ้กัน แม้พลชนะจะบอกว่าเขามีหัวใจที่สวยงาม หากขอบฟ้าไม่อยากมีหัวใจที่สวยงาม เขาแค่อยากฉลาดเหมือนคนอื่นบ้างเท่านั้น อยากเรียนหนังสือเก่งๆ อยากมีวิธีรับมือกับการข่มขู่แบล็คเมล์ อยากใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องทนฟังคำดูถูกและไม่ต้องอับอายใคร

เขาเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ ทั้งเกลียด ทั้งสมเพช เกลียดแต่ทำอะไรไม่ได้ อยากได้ อยากเป็นแต่ไม่เคยสมหวังสักอย่าง ดูแต่หัวใจที่สวยงามอย่างที่พลชนะว่าเพราะไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆ ของเขาเป็นยังไงต่างหาก และยิ่งถ้ารู้ว่าเขามีอะไรกับเพื่อนสนิทของพลชนะอีกล่ะก็...

หัวใจของเขาไม่สวยงาม แต่มันแค่ขี้ขลาด...ก็เท่านั้นเอง

+++++++++

ตุบ...

ตุบอะไร...ขอบฟ้านึกไม่ออกแต่ไม่ยอมลืมตา ปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนไม่คิดอยากตื่น แต่เหม็นกลิ่นบุหรี่แสบจมูกจนต้องไอออกมา

“ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน” ตัวการผลิตสารก่อมะเร็งนั่งอยู่ตรงที่วางแขนของโซฟาตัวที่เขานอนซุกอยู่ “ไม่หิวบ้างหรือไง ตื่นไปกินข้าวกันเร็ว”

ขยับร่างกายที่ระบม ยกหัวปวดตุบๆ ขึ้นมองคนแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วกลืนน้ำลาย อ้าปากอยากปฏิเสธ “ผมไม่ค่อยหิว พี่...”

“แต่กูหิว รีบลุกมาอาบน้ำแต่งตัว เสื้อผ้าหยิบจากในตู้ได้เลย ให้เวลาสิบนาที เร็วๆ”

ฟังแล้ว ขอบฟ้าจึงได้แต่งัดตัวเองออกจากเตียง เดินแบบวูบๆ ติดจะโหวงๆ โซเซเข้าห้องน้ำเพื่อให้ทันเวลาสิบนาที ใช้เวลาห้านาทีในการอาบน้ำแต่กลับยืนอึ้งหน้าตู้เสื้อผ้าวอล์คอินจนกรเดินเข้ามาตาม “ชักช้า! คนหิวนะโว้ย จะโอ้เอ้อีกนานไหมเนี่ย”

“ก็...” เสื้อผ้าแต่ละตัวท่าทางจะแพงระยับจับไม่ติด กำลังคิดจะขอใส่ชุดเก่า “ถ้ายังไงผมใส่ชุดเดิมก็ได้...”

“กูโยนทิ้งไปแล้ว” พอเห็นหน้าคนฟังเริ่มเหยเก กรจึงค่อยกล่าวเสริมพร้อมรอยยิ้มขบขัน “แต่แม่บ้านเขาคงเก็บไปซักให้”

ร่างสูงยืนกอดอกทนมองเขาหยิบเสื้อผ้าด้วยปลายนิ้วอย่างระมัดระวังได้ไม่ถึงนาทีก็เดินแทรกเข้ามาดันหัวเขาให้หลบไปด้านข้าง

“มันจะใหญ่จะหลวมไปบ้างก็ใส่ไปก่อนน่า ทนๆ หน่อย เดี๋ยวกูซื้อชุดใหม่ให้” กรหยิบเสื้อผ้าโยนใส่คนหน้าเบ้แบบไม่สนใจ “แต่งตัวเข้าสิ หรืออยากให้ช่วย”

“ไม่ต้อง” เดินถือเสื้อผ้ากลับเข้าห้องน้ำ ค่อยๆ ใส่เสื้อและกางเกงด้วยความตั้งใจ ออกมาเจอคนหน้าขาวยืนหน้าบึ้ง ขอบฟ้าถึงเพิ่งสังเกตว่าขอบตาฝ่ายนั้นดูจะคล้ำนิดๆ จึงทักออกไปแบบไม่ได้คิดอะไร “นอนไม่ค่อยหลับเหรอพี่กร”

แค่คำถามธรรมดา ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเพิ่งเดินเข้าไปกระตุกหนวดเสือเล่น อาจจะเพราะดวงตาดำจัดที่หันขวับมาจ้องเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อนั่นก็เป็นได้ “ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบสิ ผมแค่...”

“เมื่อคืนทำไมถึงไม่ไปนอนบนเตียง” คนถามเสียงกรรโชกคว้าแขนเขาให้เดินเร็วๆ จนขอบฟ้าต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งให้ทัน กระเทือนท่อนล่างจนอยากประท้วงว่าเจ็บก้นแต่อายเกินกว่าจะบอก

“ไม่รู้เหมือนกัน” ขอบฟ้าหยุดใส่รองเท้า ใช้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บก้มลงผูกเชือกช้าๆ โดยพยายามไม่สนใจกรที่ยืนกระดิกเท้าเร่งยิกๆ ตรงหน้า “นั่งคิดโน่นคิดนี่เพลินๆ แล้วเผลอหลับไปมั้ง”

ตอบผิดตรงไหนไม่รู้ รู้แต่ผู้ชายอารมณ์ไม่ดีตลอดศกยิ่งทำตาขวางเหมือนหมาบ้า แต่ช่างเถอะ เพราะตั้งแต่เห็นหน้ามา ใช่ว่าเขาเคยเห็นกรอารมณ์ดีเสียเมื่อไหร่ ดีไม่ดีนี่อาจเป็นหน้าตาตามปกติของหมอนี่เสียมากกว่า

+++++++++
   
ทีแรก ขอบฟ้าคิดว่ากรจะพาเขาไปกินข้าวแถวบ้าน แต่รถคันหรูกลับแล่นเข้าลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จอดรถเสร็จ กรก็หันมาเร่ง “ลงมาเร็วเข้า จะล็อครถ”

ลงมายืนเก้งก้างข้างรถ ขอบฟ้าก็ตัดสินใจเดินตามร่างสูงซึ่งเดินลิ่วๆ ไปโน่นพลางพยายามร้องบอก “พี่กร ผมขอตัวกลับเลยแล้วกัน”

กรหยุดเดินเพียงเพื่อหันมาพูดสั้น ง่าย รวบรัด “จะเดินไปดีๆ หรือจะให้ลาก”

ผลคือขอบฟ้าเดินตามกรต้อยๆ เข้าร้านอาหาร รับเมนูจากพนักงานมาแล้วก็นั่งงมดูรายการอาหารกับราคาอยู่เป็นนานสองนาน พอตัดสินใจเลือกได้เงยหน้าจะสั่งบ้าง ก็พบว่ากรสั่งเสร็จเรียบร้อยและพนักงานก็เดินจากไปแล้วด้วย เขาจึงวางเมนูคืน มองโน่นมองนี่รอบร้านสักพัก แน่ใจว่าไม่เห็นคนรู้จักแล้วจึงหันมามองคนตรงหน้าบ้าง

ถ้าให้พูดตรงๆ เขายอมรับว่ากรเป็นผู้ชายที่ดูดีมากด้วยเครื่องหน้าทุกชิ้นที่รับกันเหมาะเจาะ ลำพังแค่คิ้วเข้มๆ กับตาคมๆ ก็ถือว่าสะดุดตามากแล้ว แถมยังตัวสูงบ่ากว้างและที่สำคัญคือมีมาดประจำตัวที่ใครก็เลียนแบบยาก ชายหนุ่มไม่สนใจใคร ต่อให้มีคนมองด้วยความสนใจขนาดไหน ดูแต่ขนาดผู้หญิงโต๊ะข้างๆ มองจ้องแบบออกนอกหน้าขนาดนั้น กรยังไม่แม้แต่จะปรายตามอง

ตรงกันข้าม พอหันมาเห็นว่าเขาจ้องอยู่ กรกลับจ้องตอบ และเช่นเคย ขอบฟ้าไม่หลบตา หากนั่งพิจารณาดวงตาคู่ที่เคยจ้อง ยังดำสนิทเหมือนเดิม แต่คล้ายจะฉายอารมณ์บางอย่างที่พอจะจับได้ลางเลือนในนั้น ผิดกับครั้งแรกที่เคยจ้องนิดหน่อย เพราะตอนนั้นดวงตาคู่นี้นิ่งสนิท ไม่บ่งบอกอะไรทั้งสิ้น

พวกเขานั่งจ้องตากันโดยไม่มีใครเอ่ยอะไร รอบข้างมีเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กและผู้คนนับสิบ แต่โลกส่วนตัวของพวกเขาก็หาได้โดนทำลายลงจนกระทั่งพนักงานทยอยเสิร์ฟอาหารหน้าตาน่ากินบนโต๊ะ

“ไม่จ้องต่อล่ะ” กรขัดจังหวะตอนขอบฟ้าหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมพร้อม

“ไม่แล้วครับ” ตัดปัญหาโดยการก้มหน้ามองแต่อาหารบนโต๊ะ ลังเลสักพักก่อนตัดสินใจขออนุญาต “ผมกินนี่ได้ไหม”

“เออ” ตอบเรียบแต่พอเห็นเขาคีบกินแต่ผักกับเครื่องเคียง กรก็ขมวดคิ้ว เริ่มเหวี่ยง “แดกปลาบ้างสิวะ มึงจะได้ฉลาดๆ ขึ้นบ้าง หรืออยากให้กูป้อน”

ก้มหน้าก้มตากินเงียบๆ ตามคำสั่งแต่แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขารีบรับอย่างตื่นเต้น “ฮัลโหล”

รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนหน้าเป็นครั้งแรกของวันก็ว่าได้ “ครับ ตื่นแล้วครับ กินข้าวอยู่ แล้วพี่พลล่ะ อื้ม ได้ครับ ดะ...”

อยู่ดีๆ กรก็ทุบโต๊ะสะเทือนจนจานชามสั่นกราว ใช่มีแต่เขาที่จ้อง คนในร้านที่ได้ยินก็หันมาจ้องเป็นตาเดียว ทว่ากรกลับเอ่ยแค่ “พ่อแม่ไม่เคยสอนหรือไงว่าห้ามคุยโทรศัพท์ตอนกินข้าว”

ปลายสายยังเรียกยังพูดอะไรมาแว่วๆ แต่หูของขอบฟ้าดูจะดับไปแล้ว ได้แต่ตอบเสียงสั่น “เปล่า เปล่าครับ แค่โดนดุไม่ให้คุยโทรศัพท์ตอนกินข้าว เอ่อ แค่นี้ก่อนนะครับ แล้วค่อยคุยกัน”

วางสายแล้วขอบฟ้าก็พยายามเร่งสปีดกินข้าวให้ทันคนสปีดเทพตรงหน้า กรทั้งกินเก่งและกินเร็ว เร็วขนาดกว่าจะหมดมื้อก็เล่นเอาขอบฟ้าเหนื่อย ...ไม่ไหวแล้ว ขืนให้เดินตามหรือกินตามสปีดของชายหนุ่มอีก เขาต้องหมดลานก่อนเวลาอันควรเป็นแน่ คิดดังนั้น เขาก็เตรียมแยกตัว “ขอบคุณครับที่เลี้ยง ผมไปก่อนนะ”

“เฮ้ย” ปฏิกิริยาแรกของเขาเมื่อได้ยินคือวิ่ง หากสาวเท้าไปได้แค่สองก้าวก็เปลี่ยนใจ ด้วยนึกกลัวว่าถ้ากรไล่ทัน เขาต้องโดนกระทืบแน่ และดูจากความน่าจะเป็นแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะวิ่งหนีพ้น

“พี่กรจะเอาอะไร” ขอบฟ้าเสียงอ่อย กลั้นหายใจยามร่างสูงเดินมาหยุดข้างๆ มองมือใหญ่ที่ยื่นแบออกมาแล้วเสียววาบ “จะเอาเงินค่าอาหารส่วนของผมเหรอ เอ่อ ตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่ามีพอไหม...”

“มึงอย่าปัญญาอ่อน” กรด่าเอือมๆ ขณะมองท่าทางลุกลี้ลุกลนควักกระเป๋าสตางค์หน้าตาแตกตื่น “เอาโทรศัพท์มา”

ส่งให้โดยไม่มีข้อแม้ กรรับไปกดๆ รอจนโทรศัพท์ของตัวเองดังแล้วโยนคืนให้ขอบฟ้าไล่ตะครุบ สั่งสั้นง่ายได้ใจความก่อนเดินจากไป

“โทรไปรับด้วย”

+++++++++

ออฟไลน์ milky way

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 495
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #66 เมื่อ13-01-2016 23:15:56 »

 :m15:  ขอบฟ้า น่าสงสารจริงๆนั้นแหละ
ตามที่คิดนั้นแหละ ว่าตัวเองอยากจะฉลาดๆ
รับมือกับการกระทำของหมาบ้า
แต่ก็ทำได้แค่ยอม

พี่พลน่ารักจัง
กร   :z6:

ออฟไลน์ jejiiee

  • cannot open this page
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 225
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #67 เมื่อ13-01-2016 23:42:49 »

ทำไมกรน่าตบงี้ละลูก555555555555 สงสารฟ้ามากเลย แต่คนแบบกรถ้าไม่ปล่อยให้บ้าก็หนีให้สุดมีแค่นั้นแหละ

ออฟไลน์ A-J.seiya*

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #68 เมื่อ13-01-2016 23:48:14 »

พี่กรโคตรเอาแต่ใจ ฮือออ
สงสารขอบฟ้า
แล้วขอบฟ้าก็แบบ... โอเค เดี๋ยวเขาก็เบื่อ
จะรู้ไหมว่าพี่กรไม่มีวันเบื่อออ
โอยๆๆๆ กดาเฟวหสดฟยำพาเยฟำสพาเ
เป็นกำลังใจให้ขอบฟ้านะะะ

ออฟไลน์ aorpp

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-3
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #69 เมื่อ14-01-2016 00:22:42 »

โธ่ๆๆๆ น้องฟ้าดาวพระศุกร์ของเจ้ ชีวิตต้องสู้เหลือเกิน
อ่านกี่รอบก็ยังอยากกระโดดขาคู่ใส่ไอ้พี่กรทุกครั้งไป

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
« ตอบ #69 เมื่อ: 14-01-2016 00:22:42 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #70 เมื่อ14-01-2016 00:29:26 »

อิพี่กรนี่มันซึนได้น่าตบจริงๆ หึหึ

ออฟไลน์ panitanun

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 492
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #71 เมื่อ14-01-2016 00:30:45 »

จะไปเบื่อน้องเมื่อไหร่ละเนี่ย55555

ออฟไลน์ ป๋า

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 101
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #72 เมื่อ14-01-2016 00:52:33 »

หาย! หายไปไหน?? ทำไมไม่มาต่ออ่ะ มันค้างงงงงงงงง :katai1:
สงสารพี่พล คนดีอย่างเราคงเป็นได้แค่พระรองอ่ะพี่ อิพี่กรมันคาบน้องฟ้าไปแดร๊กแล้วนั่น ฮืออออออ  :z3:
รอวันที่อิพี่กรมันจะเลิกซึนสักที ถึงวันนั้นน้องฟ้าเอาคืนแบบเจ็บๆเลยนะครับ

ออฟไลน์ Wordslinger

  • แป้งจี่รีรีข้าวสาร
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2466
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1180/-5
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #73 เมื่อ14-01-2016 06:53:22 »

คือ อิกร อิเด็กเรียกร้องความสนใจ! บางทีน้องฟ้าเองก็มีโมเม้นต์แอบด่าในใจเหมือนกันนะ ฮ่าๆ ถึงแม้ภายนอกจะดูยอมรับ แต่บางครั้งถ้ากรทำไม่ดีด้วย หรือเอาแต่ใจมากๆ น้องฟ้าก็มีเหวี่ยงมีมะโหบ้าง (ถึงจะเป็นแค่ในใจก็เถอะ) น้องฟ้าน่ารักตรงนี้แหละ

่ส่วนพลชนะ แววพระรองของพี่ฉายสว่างจ้ามากนะคะ อยากบอก  :mew5:

ออฟไลน์ fannan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2491
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +141/-6
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #74 เมื่อ14-01-2016 09:57:28 »

กรเอาไงเนี่ย


ทำงี้กับเพื่อนตัวเองได้ไง



อย่าไปยอมกรดิขัดใจจริงๆๆ

ออฟไลน์ mi22

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #75 เมื่อ14-01-2016 10:04:40 »

ชอบน้องฟ้า กอด


ออฟไลน์ drasil

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1734
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +95/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #76 เมื่อ14-01-2016 10:56:22 »

โอยยย สงสารน้องฟ้าา พี่พลเอะใจอะไรหน่อยเร้วว อีตากรนี่ก็ชอบเขาละยังไม่รู้ตัวอีก

ออฟไลน์ silverspoon

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2445
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +275/-12
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #77 เมื่อ14-01-2016 11:31:38 »

คือนายเอกหัวใจงดงามเกินจะอยู่บนโลกที่โสมมใบนี้ได้อ่ะ ไม่อยากจะเดาว่าต่อไปพอรู้ความจริง พลเสียใจ คนอ่านสงสารพล (แต่ก็แอบฟินเพราะคนอ่านชอบพระเอกหล่อโฉดในโลกแห่งการ fantasize something) เพื่อนแตกกัน คนมารุมนินทาด่านายเอก ครอบครัวด่านายเอก
อะไรก็ไม่เท่าอยากให้นายเอกมีพัฒนาการบ้าง คำว่าแสนดีกับอ่อนแอน่าจะแยกจากกันได้นะ ตอนนี้เธอเป็นเหมือนผ้าขี้ริ้วที่โดนคนนู้นคนนั้นเหยียบย่ำไปเรื่อย ก็ถ้าเราสู้สุดชีวิตไม่ยอมนอนให้ใครเหยียบเราก็ยืนเชิดหน้าอยู่ได้นะ fight back บ้างสิขอบฟ้า

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #78 เมื่อ14-01-2016 12:08:33 »

โอ๊ยย จะยังไงต่อ
พี่กรเลวเลยอะ ของเพื่อนก็ไม่เว้น  :katai1:

ออฟไลน์ mukmaoY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3957
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-7
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #79 เมื่อ14-01-2016 19:43:47 »

กรตลก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
« ตอบ #79 เมื่อ: 14-01-2016 19:43:47 »





ออฟไลน์ panari

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 554
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
Re: Rough and Tender By DD. CH7: p.3: 13/1/16
«ตอบ #80 เมื่อ14-01-2016 21:07:45 »

สงสารพี่พล T^T

เกลียดอิพี่กร

ออฟไลน์ Sakurazaka

  • เป็ดนักโพสมือดี
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-0
    • SakurazakaShop
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #81 เมื่อ15-01-2016 23:25:44 »

Rough and Tender 8

เกือบอาทิตย์ต่อมา ในเวลาเช้าตรู่ อากาศยังเย็นเยือก ขอบฟ้าเดินหาวพลางหิ้วข้าวของพะรุงพะรังตามหลังมารดาอยู่ในบริเวณตลาด เนื่องจากวันนี้มารดาเขาตัดสินใจจะทำขนมขายเพื่อช่วยลบตัวแดงในบัญชีรายรับรายจ่ายของช่วงปลายเดือน ปรือตามองคนอื่นกำลังจับจ่ายอาหารสด อาหารแห้งกันอย่างคึกคัก จนซื้อของครบ ทั้งคู่จึงพากันไปยืนรอรถเมล์ที่ป้าย

แม้จะแบ่งของส่วนใหญ่มาถือไว้ แต่แม่ของเขาก็ยังหิ้วของอีกหลายอย่าง ขอบฟ้าจึงเอ่ยอีกครั้งหลังจากเอ่ยมาแล้วรอบหนึ่งเมื่อครู่ “เรียกรถตุ๊กตุ๊กไปส่งดีกว่าไหม ของเยอะม้าหิ้วขึ้นลงไหวเหรอ”

“ฮื้อ แกก็เซ้าซี้ ม้าบอกว่าไหวก็ไหวสิ แกคงอยากสบายมากกว่าสิท่า” มารดาหันมาตำหนิเสียงขุ่น ขอบฟ้าจึงพึมพำตอบหน้าเสีย

“ผมห่วงม้าต่างหาก”

“แกน่ะไม่ต้องมาพูดดี ทำเป็นพูดว่าห่วงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยคิดจะดูแลม้าแบบที่เจ้าหมอกทำ วันก่อนก็หายหัวไปทั้งวันทั้งคืน ถ้าม้าไม่สบายเป็นลมหัวฟาด แกก็กลับมาเจอศพม้าพอดีนั่นล่ะ” มารดายังบ่นไม่เลิกกับเรื่องที่เขาหายไปทั้งคืนในวันสอบเสร็จโดยไม่บอกกล่าว

“ผมไม่รู้นี่ว่ายัยฝนจะไปค้างบ้านเพื่อน” คืนนั้น ปลายฝนก็ดันไปค้างข้างนอกพอดี ทิวหมอกที่กลับจากต่างจังหวัดมาในตอนเช้าจึงเจอมารดาเฝ้าบ้านตามลำพัง เมื่อขอบฟ้ากลับถึงบ้าน เขาจึงโดนด่ายับและไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างจะแก้ตัวอีกด้วย

“ฝนมันขอม้าไว้แล้ว อีกอย่างน้องมันเครียดเรื่องเรียนเรื่องสอบ ม้าก็อยากให้มันสนุกกับเพื่อนบ้าง” แก้ตัวแทนลูกสาวคนเดียวโดยอัตโนมัติแล้วก็วกกลับมาบ่นเรื่องเกรดของเขาอีกรอบ “แล้วแกล่ะ ว่าไง เจ้าหมอกมันเห็นคะแนนแกแล้วถึงกับนั่งกุมขมับเลยไม่ใช่เหรอ เฮ้อ ม้าก็ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมแกถึงโง่ผิดกับพี่ชายแกนัก แค่เรียนยังเอาตัวแทบไม่รอดแล้วอย่างนี้ เรียนจบมาจะหางานการดีๆ ทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ม้าก็เคยบอกแล้วว่าให้เลิกเรียนซะยังดีกว่า เจ้าหมอกมันก็บอกว่าแกเรียนไหวๆ ม้าฟังแล้วก็...”

ตลอดทางกลับบ้าน เขาได้ฟังมารดาเทศนาเรื่องเดิมวนเวียนไปมาจนเริ่มมึน ดังนั้นเมื่อถึงบ้าน ขอบฟ้าจึงเริ่มชาชินกับการเตรียมของทำขนมไปพร้อมๆ กับรับคำมารดาเป็นพักๆ พอดีกับที่โทรศัพท์สั่นในกระเป๋าดึงสติที่จมอยู่กับคำสั่งสอนของมารดาให้กลับออกมาเจอโลกภายนอก ขอบฟ้าจึงรีบขอเวลานอก “เดี๋ยวผมมา”

พอถึงบันได เขาถึงค่อยหยิบออกมาดูแต่ยังไม่กล้ารับ นอกจากรีบวิ่งเข้าห้อง “ฮัลโหล”

“รับช้าจัง ทำอะไรอยู่เหรอครับ” ฟังเขาตอบจนจบ พลชนะจึงหัวเราะ “อ้าว งั้นพี่ก็โทรมากวนสิ”

“ก็...แต่ถ้าคุยแป๊บเดียวก็ไม่เป็นไรครับ พี่พลกลับมากรุงเทพฯ แล้วเหรอ ที่เชียงใหม่เป็นไงบ้าง สนุกไหม” พลชนะไปเชียงใหม่ตั้งแต่หลังงานวันเกิด เจ้าตัวบอกว่ามีญาติอยู่ที่นั่นและมักจะบินไปเยี่ยมบ่อยๆ ซึ่งขอบฟ้ากลับถูกย้อนถามว่า

“ไว้พี่จะเล่ารายละเอียดให้ฟัง ว่าแต่ฟ้าจะเอาออกไปขายที่ไหนนะ เริ่มขายกี่โมง” หลังพลชนะได้รับคำตอบ ชายหนุ่มจึงตบท้ายว่า “แล้วจะไปอุดหนุนนะ”

วางสายไปแบบยังงุนงง จะมาอุดหนุนเนี่ยนะ ขนมเขาถึงจะอร่อยแต่ก็ไม่ได้เลิศหรูระดับขึ้นห้างเสียหน่อย 

“พี่ฟ้ามีมือถือใช้ตั้งแต่เมื่อไหร่” จู่ๆ ปลายฝนก็ผลักประตูที่แง้มอยู่เดินเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย คว้าโทรศัพท์ในมือเขาไปดูแล้วร้องวี้ดว้าย “โห สวยชะมัด พี่หมอกซื้อให้เหรอ ทำไมฝนไม่เห็นรู้เลยล่ะ ไม่ยุติธรรมนี่ ของฝนเก่าจะแย่อยู่แล้วพี่หมอกยังไม่ยอมซื้อเครื่องใหม่ให้ แต่มาซื้อเครื่องใหม่เอี่ยมให้พี่ฟ้าเนี่ยนะ ไม่ได้ละ เดี๋ยวฝนต้องไปขอบ้าง...”

“ไม่! นี่ไม่ใช่...” อย่าว่าแต่คำแก้ตัว เขายังนึกหาคำอธิบายไม่ออกนอกจากบอกตามตรง “อย่าไปพูดกับพี่หมอกเชียว เพราะพี่หมอกไม่ได้เป็นคนซื้อให้ คือ...พอดีว่าเพื่อนพี่...แบบมีอยู่สองเครื่องเลยให้ยืมใช้ชั่วคราว”

“ให้ยืมมือถือท่าทางแพงหูดับเนี่ยนะ” ปลายฝนร้องอย่างไม่อยากเชื่อ “ให้ยืมเฉยๆ เลยเหรอ”

“อืม ให้ยืมเฉยๆ ไม่มีอะไร” ถึงจะโงนเงนง่อนแง่น แต่ขอบฟ้ายังขอเป็นกระต่ายขาเดียวยืนยักแย่ยักยันมันต่อไป “ฝนไปช่วยม้าในครัวก่อน หายกันมาทั้งคู่เดี๋ยวก็โดนดุจนได้”

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งเฉไฉ” เด็กสาวเคาะโทรศัพท์ในมือ ยิ้มกริ่ม “ถ้าพี่ฟ้าอยากให้ฝนเชื่ออย่างที่บอก ฝนจะเชื่อก็ได้แล้วถ้าบังเอิญม้าหรือพี่หมอกรู้ ฝนก็จะช่วยยืนยันให้ว่าเพื่อนพี่ฟ้าให้ยืมเฉยๆ จริงๆ”

ไอ้คำเฉยๆ จากปากปลายฝนมันฟังดูไม่เฉยอย่างที่มันควรจะเป็น

“อืม รู้แล้วก็รีบลงไปช่วยม้ากันดีกว่า” ยืนขาเดียวนานๆ เขาก็ชักเมื่อยเหมือนกัน จึงรีบดันหลังน้องสาวออกจากห้องเพื่อไปเป็นลูกมือมารดาในครัวเพื่อทำขนมต่อเสียที

+++++++++
 
ตกบ่าย ขอบฟ้าก็เริ่มจัดข้าวของวางบนรถเข็นคันเก่าที่ใช้มาร่วมสิบปี หม้อบรรจุขนมหนักอึ้งถูกยกมาวางเรียงด้วยความระมัดระวังขณะที่ปลายฝนกระเตงถาดใส่ขนมห่อมาสมทบ จนเรียบร้อยดีแล้วเขาจึงค่อยบอกให้น้องสาวขี่จักรยานพามารดาซ้อนท้ายไปรอที่ตลาดล่วงหน้าเหมือนปกติ

“รีบๆ หน่อยนะ เจ้าฟ้า ครั้งก่อนกว่าแกจะออกไปถึง ม้าคิดว่าแกโดนรถชนล้มระเนระนาดไปหมดแล้ว” มารดาสำทับหลังจากเมื่อวานกว่าเขาจะเข็นรถไปถึงที่หมายก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะรถในซอยค่อนข้างเยอะ

มาวันนี้ ขอบฟ้าเลยตั้งใจทำเวลา ใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อวานเกือบครึ่งก็สามารถเข็นไปถึงบริเวณที่มารดานั่งรออยู่ได้ ขณะเตรียมจะนั่งลงพักเช็ดเหงื่อที่ไหลโซม มารดาก็เรียกเสียงดัง “เอ้า เจ้าฟ้า มาถึงแล้วก็รีบกางร่ม ยัยฝนกับแม่กางสองคนไหวที่ไหน อย่ามัวยืดยาด”

ปลายฝนส่งฐานเสียบร่มต่อให้แล้วช่วยมารดาจัดของแทน เขาเลยจัดการต่อคนเดียวหากแค่ยันไว้กับบ่า ยังไม่ทันใส่ฐานตั้ง ร่มคันใหญ่ก็เอียงกะเท่เร่เสียศูนย์ทำท่าจะล้มฟาดใส่หัวตัวเอง ขอบฟ้าหลับตาปี๋เตรียมตัวหัวแตกเต็มที่ ทว่าจู่ๆ น้ำหนักของร่มคันโตกลับหายวูบเบาโหวงจนตั้งตัวไม่ทัน

ลืมตามาเจอชายหนุ่มกำลังจับขาร่มยัดใส่ฐานบนพื้นและกางออกด้วยท่าทางไม่กินแรง เขายืนมองตาปริบ ขณะที่มารดาหันมามองท่าทางแปลกใจ ส่วนปลายฝนร้องทักอย่างจำได้ “พี่พลมาได้ไงคะนี่”

“สวัสดีครับ คุณน้า” พลชนะยกมือไหว้มารดาที่รับไหว้อย่างงงๆ แล้วค่อยยิ้มตอบเด็กสาว “เผอิญได้ยินมาว่ามีขนมอร่อยขายอยู่ที่นี่เลยจะมาขอพิสูจน์เสียหน่อย”

ปลายฝนหัวเราะคิก เล่นเอามารดาหันไปค้อนขวับใส่ลูกสาวหนึ่งที ก่อนจะหันมาถามชายหนุ่ม “อ้อ เป็นคนรู้จักยัยฝนมันหรอกเหรอ”

“คือ...ที่จริงผม...” พลชนะลังเลเล็กน้อยเพื่อเลือกหาคำตอบที่เหมาะสม “ผมเป็นเพื่อนกับป่านที่เป็นเพื่อนของฟ้าอีกทีน่ะครับ เราเคยเจอกันในงานวันเกิดของป่าน พอดีคุยกันถูกคอเลยคบกันต่อมาเรื่อยๆ”

ฟังจบปุ๊บ ปลายฝนก็ทำท่าเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดแจ่มแจ้ง มองสลับระหว่างพลชนะกับพี่ชาย “อ๋อ ที่แท้ก็...”

ไม่เข้าใจเลยว่าปลายฝนจะหาเรื่องใส่ตัวทำไม เพราะยิ่งแสดงพิรุธอะไรมาก เรื่องที่โดนลากมาตีแผ่ต้องมีเรื่องวันที่เรียกเขาออกไปรับจนโดนอัดน่วมกลับมาด้วยแท้ๆ หากขอบฟ้าไม่ต้องคิดนานเมื่อน้องสาวเจ้าปัญหายิ้มแย้มชักชวน “พี่พลจะกินอะไรดีล่ะคะ อร่อยๆ ทั้งนั้นเพราะฝนกับพี่ฟ้าช่วยม้าทำเองกับมือ ถ้าอันสวยๆ ฝนห่อ ถ้าเบี้ยวๆ บูดๆ ฝีมือพี่ฟ้า เอาแบบไหนดีคะ”

“เก็บสวยๆ ไว้ขายเถอะ พี่ขอลองฝีมือคนนี้เขาหน่อยดีกว่า”

ส่งขนมให้พลชนะแล้วออกปากให้พี่ชายพาพลชนะไปนั่งเล่นก่อน พวกเขาจึงพากันไปนั่งที่เก้าอี้ไม้ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กันนั่นเอง มองดูชายหนุ่มแกะห่อขนมกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วเขาก็อดยิ้มไม่ได้ “เอาอีกไหมครับ เดี๋ยวผมเอาอย่างอื่นมาให้”

“เดี๋ยวก่อนก็ได้ เกรงใจแม่ฟ้า ขืนรอพี่อิ่ม หมดถาดก็ไม่พอ ไว้พี่ค่อยซื้อกลับไปกินเยอะๆ ที่บ้านดีกว่า” กล่าวพลางควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อบนหน้าขอบฟ้า “เหงื่อโทรมเชียว ร้อนเหรอ ทำไมไม่หาหมวกใส่กันแดด”

“ร้อนเพราะเพิ่งเข็นรถออกมาถึงต่างหาก” เขารีบใช้แขนเสื้อตัวเองเช็ดหน้า กลัวจะทำให้ผ้าเช็ดหน้าหอมสะอาดเปื้อนแต่กลับโดนพลชนะกระเซ้า

“เอ้า ดูทำเข้า มานี่” มือของเขาโดนยึดไว้เพื่อพลชนะจะได้เช็ดหน้าให้อย่างสะดวก ขอบฟ้าเลยต้องอยู่นิ่งๆ และมองเห็นรอยเปื้อนบนเสื้อคนตรงหน้า

“เสื้อพี่เปื้อน... สงสัยจะเพราะช่วยผมกางร่มเมื่อกี๊แน่ๆ” เขาวิตก พยายามหาผ้าสะอาดๆ มาเช็ดให้แต่ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเปื้อนจนเริ่มหน้าเสีย หากชายหนุ่มกลับยิ้มกว้าง คว้ามือเขาไปจับไว้แทน

“ช่างมันเถอะ เสื้อแค่ตัวเดียว ดีกว่าเห็นเราโดนร่มฟาดหงายหลังตั้งเยอะ”

หลังจากนั้น พวกเขาก็นั่งคุยกันสักพักจนคนเริ่มเดินมาจับจ่ายของในตลาดหนาตา ขอบฟ้าจึงขอตัวลุกไปช่วย ซึ่งพลชนะก็ลุกตามทำตัวเป็นลูกมือเต็มที่ ทีแรกคิดว่าชายหนุ่มท่าทางคุณหนูจะหยิบจับขายของไม่ถนัด ทว่าพลชนะกลับคล่องแคล่วกว่าเขา มิหนำซ้ำ อาศัยใบหน้าหล่อๆ ยิ่งทำให้ร้านเขาขายดีกว่าที่เคย ชนิดที่ว่าฟ้ายังไม่ทันมืดก็เหลือขนมสำหรับขายอีกนิดหน่อยเท่านั้น

“แหม ดูสิม้า พอมีพี่พลมาช่วยขายก็มีทั้งสาวน้อยสาวใหญ่เรียงหน้ากันเข้ามาซื้อขนมไม่ขาดสาย วันหลังอย่าลืมมาช่วยอีกนะคะ ฝนจะได้กลับบ้านเร็วขึ้น” ปลายฝนสัพยอกร่าเริง ไม่สนใจมารดาที่จุปากห้าม

“อย่าพูดอะไรซี้ซั้วสิ ยัยฝน จู่ๆ จะไปรบกวนเขาได้ยังไง”

“ไม่รบกวนหรอกครับ และถ้าคุณน้าไม่คิดว่าผมทำตัวเกะกะแล้วล่ะก็ วันหลังผมก็อยากมาช่วยอีก” เอ่ยอย่างนอบน้อมและยิ้มจริงใจเสียจนมารดาของขอบฟ้ารีบโบกไม้โบกมือพัลวัน

“โอ๊ย พ่อคุณ ฉันต่างหากที่ไม่อยากรบกวน เอาเถอะๆ ถ้าอยากมาก็มา ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก” จากที่เคยไม่สนิทใจเท่าใด แต่เจอกิริยานอบน้อมของพลชนะเข้าไป ผู้เป็นแม่จึงเริ่มพูดคุยไต่ถามเรื่องทั่วไปบ้าง

“ที่แท้ก็เรียนมหาลัยเดียวกับหนูป่านนี่เอง น้าเองก็ไม่เจอหน้าแกมานานหลายปี ได้ยินข่าวคราวแค่จากทางเจ้าฟ้า ตอนนี้คงโตเป็นสาวสวยแล้วมั้ง”

“ป่านเขาสวยครับ เป็นถึงดาวมหาลัยเลยทีเดียว” ขอบฟ้าตะแคงตัวเงี่ยหูฟังคำตอบจากพลชนะแล้วชักเริ่มสังหรณ์ไม่ดี พอจะแทรกเข้าไปเปลี่ยนเรื่องก็ติดว่ามีลูกค้าเข้ามาซื้อขนมเสียก่อน

“อืม น้าจำได้ หนูป่านเขาหน้าสวยคมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หนุ่มๆ คงมารุมชอบกันเยอะแยะ น้ายังคิดเลยว่าลูกฉันนี่มันก็เหมือนหมาแหงนหน้ามองเครื่องบิน...” นอกจากคนพูดแล้ว คนที่เหลืออีกสามชีวิต อันได้แก่พลชนะ ขอบฟ้าและปลายฝนล้วนชะงักงัน สองพี่น้องสบตากันโดยพร้อมเพรียงก่อนที่ปลายฝนจะรับอาสาแทรกเข้าไปทลายวง

“ม้า ขนมเหลืออีกนิดเดียว ฝนว่าเราทิ้งให้พี่ฟ้าขายคนดียวก็คงได้มั้ง ม้าจะได้ไปอาบน้ำนอนพักสบายๆ ไง”

“นั่นสิ ม้าเข้าบ้านกับฝนไปก่อนดีกว่า ขนมแค่นี้ขายอีกแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หมด” ขอบฟ้าสนับสนุน

“คุณน้าไปเถอะครับ ผมอยู่เป็นเพื่อนฟ้าเอง”ชายหนุ่มยังคงยิ้มสุภาพ หากพอลับหลังพวกผู้หญิงปุ๊บ รอยยิ้มก็สลายหายราวกับไอหมอก ไม่ชำเลืองมาทางอีกคนที่นั่งกระสับกระส่ายใกล้ๆ

“พี่พลหิวไหม” เงียบ ไม่มีเสียงตอบ ขอบฟ้าพยายามใหม่ “พี่พลเป็นอะไร ร้อนไหม ผมพัดให้นะ”

พัดกระดาษเก่าๆ โบกพะเยิบพะยาบสักพัก คนพัดก็เอ่ยเสียงอ่อย หน้าเสียหนัก “ถ้าพี่เหนื่อยก็กลับบ้านเถอะ ผมอยู่คนเดียวได้”

“หนู มีอะไรเหลือบ้าง” ลูกค้าซึ่งเป็นสตรีวัยกลางคนกระเตงลูกน้อยไว้ข้างเอวเข้ามาหยุดถามหน้ารถเข็น เขาจึงรีบลุกไปขายของ พอรับเงินมาเสร็จก็หยิบพัดกระดาษพัดให้คนนั่งนิ่งไม่กระดุกกระดิกต่อ ลุกไปขายสลับกับนั่งพัดให้ไม่นาน ขนมก็หมดเกลี้ยง

“พี่กลับบ้านเถอะ ผมจะเข็นรถกลับแล้ว”

หากยังไม่ทันเริ่มเก็บข้าวของ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมาช่วยเก็บด้วยความรวดเร็ว บอกเสียงเรียบว่า “พี่เข็นให้เอง”

“ไม่ ไม่ต้อง ผมเข็นเอง” จะด้วยความน้อยอก ความน้อยใจหรือความท้อแท้ก็ตาม ขอบฟ้าปฏิเสธความหวังดีแล้วตั้งท่าเข็นลูกเดียว ฝ่ายที่โดนกีดกันจากสมบัติหากินก็ไม่ได้เซ้าซี้ในทีแรก แต่กลับต้องร้องบอกยามเห็นเขาเข็นรถลงถนนแบบไม่ดูทาง

“ระวังรถ!” เสียงบีบแตรแหลมยาวดังพร้อมเสียงร้องเตือน รถกระบะคันหนึ่งก็แล่นเฉี่ยวรถกับตัวขอบฟ้าไปอย่างน่าหวาดเสียว พลชนะเดินหน้าตึงมาดันเขาออกจากตำแหน่ง “มันอันตรายนะ ทำอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือ เกือบโดนรถชนเข้าแล้ว เห็นไหม”

เพราะรู้ตัวว่าผิด ขอบฟ้าเลยไม่เถียง แต่พลชนะกลับยังไม่หยุดด่า ไม่เหลือรอยยิ้มขณะบ่นเสียงหงุดหงิดโดยไม่มองหน้าเขา “โตๆ กันแล้วยังทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด ...ซุ่มซ่าม นี่ถ้าเมื่อกี๊หลบไม่ทันจะเป็นยังไง”

ขอบฟ้าหยุดเดิน เท้าเหมือนมีรากงอกยึดไว้กับถนน ส่วนร่างสูงที่เดินนำหน้าพอรู้ว่าเขาหยุดเดินก็หันมาดุใส่ “มัวทำอะไรอยู่! ฟ้า อย่ามายืนเหม่อกลางถนนนะ เดี๋ยวก็โดนรถชนจนได้!”

“...ฮึก” หลุดเสียงสะอื้นไปแล้วเขาก็รีบกัดปาก ก้มหน้าเดินมาแย่งรถคืน “ผมเข็นเอง พี่พลกลับบ้านไปเถอะ”

พลชนะไม่ตอบและไม่ปลอบ นอกจากถอนหายใจ ไม่แย่งรถคืนหากช่วยเข็นแทน พอขอบฟ้าเบียดให้หลบให้พ้นทาง คนตัวใหญ่กว่าก็เบียดกลับไม่ยอมแพ้ ยิ่งตอนหลังเขาออกอาการฮึดฮัดงอแงมากเข้า พลชนะจึงวางมือทับซ้อนบนมือเขาหน้าตาเฉย ขู่ริมหู “ถ้ายังงอแงอีก พี่จะกอดเรากลางถนนนี่ล่ะ”

หยุดทั้งอาการฮึดฮัดฟืดฟาดและอาการสะบัดหัวสะบัดหาง ใช้เวลาไม่นาน สองคนก็ถึงบ้านโดยมีปลายฝนวิ่งออกมารับ “มากันแล้วหรือคะ ม้าให้มาถามพี่พลว่าจะอยู่กินข้าวด้วยกันไหม ...อ้าว พี่ฟ้าจะรีบไปไหน”

ตะแคงหลบพี่ชายที่ตั้งท่าจะเดินดุ่มเข้าบ้าน หากปลายฝนก็ต้องกระพริบตาปริบเมื่อชายหนุ่มอีกคนคว้าแขนขอบฟ้าไว้แน่น “วันนี้พี่คงไม่รบกวนล่ะ เรียนคุณน้าว่าขอเป็นโอกาสหน้าแล้วกัน พี่ขอยืมตัวพี่ชายเราไปข้างนอกนะ เดี๋ยวจะเอามาคืน”

ขอยืมเหมือนขอยืมหม้อยืมไห ทว่าปลายฝนกลับพยักหน้าอนุญาตง่ายๆ “ตามสบายค่ะ เดี๋ยวฝนบอกม้าให้เอง”

“พี่จอดรถไว้ใกล้ๆ นี่เอง เดินไปไหวนะ” โดยรูปประโยคมันน่าจะเป็นประโยคคำถามหรือบอกเล่า แต่คนพูดกลับแสดงทีท่าว่ามันเป็นประโยคคำสั่งมากกว่า ช่างเถอะ เขามันเป็นประเภทใครลากไปไหนก็ไปมาแต่ไหนแต่ไร จะขัดขืนหรือปฏิเสธก็ไม่มีใครฟัง พูดไปก็ป่วยการ

“ไปหาอะไรกินแถวนี้นะ” อีกแล้ว ประโยคบอกเล่าออกแนวสั่ง ขอบฟ้าพยักหน้าหงึกหงักรับรู้ ไม่พูดอะไรจนมาถึงร้านอาหาร หน้าที่ก็มีแค่นั่งและเปิดเมนู ไม่ต้องสั่ง ฟังอย่างเดียว

“แค่นี้ก่อนครับ” ส่งเมนูคืนพนักงานตามพลชนะ จะกับใคร ที่ไหนก็ไม่ต่างกัน กับกรนั่นก็ไม่เคยถามเขา “ฟ้าเงียบจัง โกรธอะไรพี่เหรอ”

คำถามสั้นๆ เล่นเอาเขาเงยหน้าขวับ “ผมว่าคนที่ควรพูดแบบนั้นน่าจะเป็นผมมากกว่า”

“ฟ้า...” พลชนะยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบ นิ่งคิดก่อนพูดว่า “พี่รู้อยู่แล้วว่าฟ้าคิดยังไงกับป่าน”

ขอบฟ้าสูดหายใจลึก หันรีหันขวางหาทางออก “ผมกับป่านไม่ได้... เราไม่ได้...”

“ใจเย็นๆ พี่ไม่ได้บอกว่าฟ้ากับป่านเป็นอะไรกันสักหน่อย” รอยยิ้มจางๆ ทำเขาใจชื้นขึ้นอักโข แต่อยู่ได้แป๊บเดียวก็ต้องห่อเหี่ยวลงยิ่งกว่าเดิมยามฟังเสียงนุ่มเอ่ยต่อ “แล้วพี่ก็รู้ด้วยว่าป่านคิดยังไงกับฟ้า”

อาหารกินเล่นเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ พลชนะตักใส่จานให้เขาซึ่งตักกินอย่างว่าง่าย “ป่านเล่าให้พี่ฟังว่าฟ้ากับป่านเป็นเพื่อนกันมานาน รู้จักกันมาหลายปี ฟ้าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ทีแรกป่านก็ทำท่าไม่ค่อยสบายใจหรอกตอนที่รู้ว่าพี่คบกับเรา แต่หลังๆ มานี่ก็ดีขึ้นเยอะ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะไอ้กรด้วย...”

“แค่กๆๆ” สำลักจนน้ำตาเล็ด คว้าแก้วน้ำมายกซดและบอกกับพลชนะที่ตั้งท่าจะลุกมาหา “ผมไม่เป็นไร แค่สำลัก”

“ไม่ต้องรีบกินก็ได้ ค่อยๆ เคี้ยวสิ” พลชนะเปลี่ยนมาตักของกินเล่นรสอ่อนให้แทน พูดต่ออย่างไม่คิดอะไร “ไอ้กรอุตส่าห์ช่วยพูดแทนพี่ตั้งหลายครั้งจนป่านยอมอ่อนลง ปกติมันก็ไม่เคยช่วยพี่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรอก นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ สงสัยมันคงคิดว่าฟ้าเหมาะกับพี่...”

หลังจากนั้น ไม่ว่าพลชนะจะพูดอะไรอีก ขอบฟ้าก็แทบไม่เข้าใจความหมาย แค่พยักหน้ารับ ยิ้มตอบจนหมดมื้อ ระหว่างที่เขานั่งละเลียดเค้กนุ่มหวาน ชายหนุ่มซึ่งนั่งจิบกาแฟล้างปากก็เอ่ยอธิบายถึงท่าทีของตนเมื่อตอนเย็น

“บอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยพอใจ แต่ใครๆ ก็คงเป็นแบบพี่ทั้งนั้นที่คนรักของตัวเองทั้งคนจะมีปฏิกิริยากับชื่อคนอื่นขนาดนั้น ยิ่งเป็นชื่อของคนที่...เคยรักด้วยแล้ว อาจจะฟังดูใจร้ายถ้าพี่จะขอให้เราลืมเรื่องของป่านซะ แต่พี่ก็อยากให้เราปล่อยป่านไป เลิกยึดติดกับเธอแล้วหันมามองคนที่อยู่ข้างๆ หันมามองคนที่รอฟ้าอยู่แบบพี่ ...ฟ้าว่าพี่ขอเรามากไปหรือเปล่า”

เนื้อเค้กนุ่มเหมือนติดอยู่กลางคอ ต้องกล้ำกลืนอย่างยากลำบากเพื่อตอบเบา “ไม่มาก”

“แล้วฟ้าจะทำให้พี่ได้ไหม” คำถามรุกไล่ตามติด ดวงตาจับจ้องเขา ความรู้สึกมากมายในแววตาทำให้เขาละอายใจ

“ผม...จะพยายาม” เป็นคำตอบที่ไม่ดีเท่าไหร่ในความคิดของเขา แต่ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดเท่าที่จะคิดออก เหลือบดูพลชนะแล้วต้องแปลกใจเมื่อชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้ม คล้ายจะพอใจกับคำตอบของเขาในที่สุด

++++++++++

ก่อนนอนคืนนั้น เวลาใกล้ห้าทุ่ม ขอบฟ้าก็นั่งรอหน้าโทรศัพท์หน้าเครียดเหมือนทุกวัน พอมีสายเข้าปุ๊บ ก็หยิบรับทันที “ครับ”

“รับเร็วดีนี่” แหงแซะ ก็ใครกันที่เคยขู่จะมาทุบประตูหน้าบ้านหลังจากเขาบังอาจรับสายไม่ทันเพราะเข้าห้องน้ำอยู่ “ว่าไง วันนี้ทำอะไรบ้าง”

“ก็เหมือนเดิมครับ ตื่นนอนไปตลาดตั้งแต่เช้า กลับมาช่วยม้าเตรียมของ ทำขนม...” รายงานตามยถากรรม ตั้งแต่วันที่กดเบอร์เขาไป กรก็โทรมาเช็คเป็นระยะ บางครั้งโทรมาแค่เช็คว่าเขาอยู่บ้านแล้วก็วางหูไปเลย ตามไม่ทันจริงๆ ไม่รู้จะรีบไปไหน “ตอนเย็นพี่พลมาหา มาช่วยขายขนมจนหมดแล้วก็ออกไปกินข้าวด้วยกัน กินเสร็จก็มาส่งที่บ้าน... แค่นี้ล่ะครับ”

แค่เรื่องธรรมดา กิจวัตรประจำวันของเขาที่ซ้ำซากเหมือนเดิม ไม่รู้กรจะอยากรู้ไปเพื่ออะไร แต่ใช่ว่าขอบฟ้าจะไม่อยากเล่า เขาอยากเล่า เพื่อที่ว่ากรจะได้เบื่อเร็วๆ

“เห ไอ้พลกลับจากเชียงใหม่แล้วเหรอ” เสียงหัวเราะฟังดูมีลับลมคมในอย่างน่าแปลก ไม่ต้องเดา เขาก็รู้เลยว่าคนหัวเราะต้องกำลังยิ้มร้ายๆ อยู่เป็นแน่ “ก่อนจะแยกกัน มันทำอะไรบ้าง แค่จูบหรือว่า...”

“แค่...แค่จูบครับ” มันเรื่องบ้าอะไรที่เขาต้องมานั่งรายงานเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นฟังด้วยก็ไม่รู้ “พี่พลเขาไม่เคยบังคับผมมากไปกว่านั้น”

“แหงล่ะ คงเต็มคราบมาจากเชียงใหม่แล้ว มันถึงไม่กวนมึงไง” หัวเราะร้ายกาจก่อนกรจะเอ่ยเสียงทุ้ม “ผิดหวังเหรอ ที่ไอ้พลมันไม่ใช่เทพบุตรแสนดีอย่างที่คิด จะบอกให้เอาบุญนะว่าเด็กที่มันควงไปน่ะเป็นคู่ขาเก่ามันเอง รู้จักกันมาเกือบปีแล้ว ฝ่ายนั้นเขาก็เป็นเด็กผู้ชาย ...น่ารัก ไม่เรื่องมาก ที่สำคัญใจถึงเสียด้วย ไอ้พลก็ถูกใจแวะไปหาบ่อยๆ นานๆ ทีก็จะควงกันไปเที่ยวค้างคืนแบบนี้ล่ะ”

“พี่พลไปเยี่ยมญาติที่เชียงใหม่” ขอบฟ้าเบ้หน้าเถียง พยายามสู้ทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ เป็นดังคาด กรหัวเราะก๊ากราวขบขันเสียเต็มประดา

“แล้วมึงก็เชื่อมันสนิทใจเลยงั้นสิ โอ๊ย กูไม่อยากจะเชื่อ” ขำต่ออีกชุดใหญ่กว่าที่กรจะค่อยๆ พูดปนขำ “ไอ้พลมีญาติอยู่เชียงใหม่ก็จริง แต่น้ำหน้าอย่างมันเนี่ยนะจะไปขลุกอยู่บ้านญาติเกือบสัปดาห์ อย่างดี มันก็คงแวะเข้าไปกินมื้อเย็นด้วยกันสักมื้อแล้วเวลาที่เหลือก็คงนอนกกกับคู่ขามันอยู่ในโรงแรมนั่นล่ะ”

ครั้นไม่ได้ยินขอบฟ้าพูดหรือตะโกนเถียงสักคำ กรจึงกล่าวอย่างอารมณ์ดี

“ถ้าคิดว่ากูโกหกก็ตามใจ แต่ถ้าจะลองจับโกหกมันก็ไม่ยาก ลองถามรายละเอียดเรื่องไปเที่ยวมันดูสิ มันคงตอบได้แค่คร่าวๆ วกไปวนมาเหมือนพายเรือในอ่าง อ้างว่าไปมาหลายที่จำไม่ได้”

“ช่างเถอะ” วงจรความคิดเขาไม่ซับซ้อนจึงตัดสินใจได้ง่าย นึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อเย็น “ถ้าพี่พลมีความสุขก็ดีแล้ว”

“มึงนี่...” นิ่งคิดหาคำด่าจนท้ายสุด กรก็ไม่รู้จะด่าว่าอะไรดี นอกจาก... “โง่ชิบหาย”

ด่าเสร็จก็วางหูไม่มีคำล่ำลา ขอบฟ้าส่ายหน้า เดินไปปิดไฟกลางห้องแล้วล้มตัวนอน คิดเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อครู่ ...เขาไม่โกรธ ยืนยันหนักแน่นเลยว่าเขาไม่นึกโกรธพลชนะเลยถ้าชายหนุ่มจะไปทำอะไรอย่างทีกรว่ามาจริงๆ ตรงกันข้าม กลับนึกเห็นใจฝ่ายนั้นนิดๆ ด้วยซ้ำ เพราะเขาเองที่ไม่ยอม เพราะเขาทำให้พลชนะต้องโกหกและปิดบังเรื่องจริงเอาไว้ ถ้าพลชนะไม่อยากให้เขารู้ เขาก็ไม่คิดถาม 

เพราะเรื่องบางเรื่อง...ไม่รู้ยังดีเสียกว่า

เรื่องบางเรื่อง... ไม่บอกให้อีกฝ่ายรู้ยังดีเสียกว่า

ขอบฟ้าผล็อยหลับไปพร้อมกับความคิดดังกล่าว

+++++++++

ออฟไลน์ nevergoodbye

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-2
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #82 เมื่อ15-01-2016 23:42:38 »

มาแค่นี้หรอคะะะะะะะะะะะะ  :hao5:

--------------------

เฮ้อ ทำไมฟ้าน่าสงสารจัง
บอกตรงๆเราไม่เชียร์ใครทั้งนั้น ทั้งพี่พลทั้งอิพี่กร ไม่ได้ดีไปกว่ากันซักเท่าไรในความคิดเรา
คือ ฟ้าแบบ ทำอะไรตามที่ใจคิดไม่ได้เลย น่าสงสารนะ ไม่ว่าจะเพราะตัวเองไม่แสดงความต้องการออกไป หรืออะไรก็ตาม ยังไงก็น่าสงสารอยู่ดี

คนแบบฟ้ามักจะถูกเอาเปรียบและทำให้เสียใจเสมอแหละ ยิ่งหัวอ่อนแบบนี้ด้วยแล้ว
ทั้งพี่ น้อง แม่ ไม่มีใครดูแลฟ้าซักคนนนนน
โกรธธธธธ เราโกรธแทนนนนนนน

อยากให้ฟ้ามีความสุขแล้ว
ฮืออออออ ฟ้าที่น่าสงสารของเรา

รีบมาต่ออีกนะคะ ลุ้นมากกกกกกก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-01-2016 23:46:53 โดย nevergoodbye »

ออฟไลน์ yukiya

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 57
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #83 เมื่อ15-01-2016 23:46:27 »

//เข้ามากอดน้องฟ้า
ป้ารักหนูนะลูกกกกกกก ;_;

ออฟไลน์ aorpp

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1277
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +250/-3
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #84 เมื่อ16-01-2016 00:10:34 »

ใครไม่รัก แต่พี่รักและสงสารฟ้าที่สุดเลยนะ

ออฟไลน์ cho_co_late

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 344
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #85 เมื่อ16-01-2016 00:25:17 »

โอ้ยยย สงสารฟ้าจัง

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #86 เมื่อ16-01-2016 00:50:20 »

ฟ้าเอ๊ยยย  ไม่รู้จะสงสารยังไงแล้ววววว  :o12: :o12: :o12: :monkeysad: :monkeysad: :monkeysad:

ออฟไลน์ Freja

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +144/-4
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #87 เมื่อ16-01-2016 02:58:44 »

เพิ่งตามมาอ่านค่ะ
ถ้าหากว่าพลทำจริงตามที่กรว่าเราว่าเผลอๆเลวกว่ากรอีกนะ
เพราะอย่างน้อยกรก็แสดงความเลวออกมาตรงๆ ไม่ได้แอ๊บ
สงสารน้องฟ้ามากๆเลย ต้องมาอยู่ระหว่างสองคนนี้
เรารับพ่อแม่แบบม๊าของฟ้าไม่ค่อยได้เลย
นางไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าที่ตัวนางกำลังทำคือการกดลูกตัวเองให้จมดิน
รักลูกไม่เท่ากันนี่เข้าใจ 
แต่การแสดงจนออกนอกหน้านี่สิที่ทำให้เราเสียความรู้สึก
นี่แค่ตอนที่ 8  เรางี้อินจนอยากจะเข้าไปกัดหัวกรกับพล

ออฟไลน์ mi22

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 35
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #88 เมื่อ16-01-2016 03:09:36 »

น้องฟ้า  :mew6:


ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
Re: Rough and Tender By DD. CH8: p.3: 15/1/16
«ตอบ #89 เมื่อ16-01-2016 04:58:41 »

ตาบวมเพราะสงสารฟ้า เมื่อไรฟ้าจะสดใสสักที

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด