The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 54 [ 21:09 น. - พฤ. 24 ธ.ค 63 หน้า 77 ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 54 [ 21:09 น. - พฤ. 24 ธ.ค 63 หน้า 77 ]  (อ่าน 324428 ครั้ง)

ออฟไลน์ noy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +188/-9

ออฟไลน์ lilchubby

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ติดตามค่าาาา

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
แน้ แอบไม่พอใจแน่ๆ สมุทรเอ๋ยยยย

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +170/-9
คิดถึงคุณไฟจังเลยค่ะ

ออฟไลน์ MaidenQueen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
รอคุณไฟกับสมุทรร

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4315/-15

คำแนะนำ:

เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน  รบกวนคนอ่าน (ย้อนไประลึกความหลัง) อ่านตอนที่ 51 (หน้า 74) กับตอนที่ 52 และ 53 (หน้า 76) ได้นะคะ  เดี๋ยวไม่อิน 5555++

.......


ตอนที่ 54
..ไฟ..



ค่ายมวย

เสียงอึกทึกและเสียงคำรามในช่วงเช้ายังคงเป็นกลิ่นอายเดิม ๆ ที่ผมเคยชินมาตั้งแต่เด็ก  รู้สึกสมบูรณ์ว่าได้กลับมาในที่ของตัวเอง...

“สวัสดีครับ” นักมวยที่กำลังซ้อมอย่างขยันขันแข็งพากันหยุดซ้อม หันมายกมือไหว้  ผมทักทายด้วยการพยักหน้ารับ  กวาดตามองไปทั่วบริเวณก่อนปัดมือกลางอากาศ  ส่งสัญญาณให้ทุกคนทำหน้าที่ต่อได้ตามสบาย

“สวัสดีครับคุณไฟ” นพยิ้มกว้าง  วิ่งมาพร้อมกับมือที่พนมไหว้

“โอ้ ดูสบายดีมาก” ผมชื่นชม  วางมือลงบนหัวมันทั้งสองมือและออกแรงบีบลงไปด้วย

“........” คนถูกกดหัวสีหน้าเหยเกแต่ก็ไม่ยอมส่งเสียงร้องหรือแสดงความเจ็บปวดออกมา  ผมแสยะหัวเราะ  บีบจนพอใจแล้วจึงปล่อยมือออก

“น้ำหนักเป็นไง” ผมถามถึงนักมวยรุ่นเล็กที่ซ้อมอยู่  พวกมันต้องขึ้นชกสุดสัปดาห์นี้

“ลงแล้วครับ” นพยิ้มตอบ

“ดี” ผมพยักหน้ารับ  ตบบ่านพสองสามทีก่อนตรงเข้าห้องประชุม  พนักงานตำแหน่งสำคัญอยู่กันพร้อมหน้า  ทุกคนลุกขึ้นยืนในทันทีที่เห็นว่าผมมาถึงแล้ว

“สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ”

“นั่งเถอะ” ผมทักตอบ  พี่ธานเลื่อนเก้าอี้หัวโต๊ะออก  ผมนั่งลงพลางเหลือบมองหน้าทุกคนที่ไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่ง

“เป็นไง สบายดี ?” ผมเลิกคิ้ว  ทุกคนอมยิ้มน้อย ๆ หลบสายตาและไม่ได้ตอบอะไรกลับมา
 
“เอาเรื่องสำคัญก่อนแล้วกัน” ผมเปิดประเด็น

“ค่ะ” พี่นีผงกหัวรับเสียงค่อย  เธอลุกขึ้น ตรงมานำแฟ้มสีดำวางลงตรงหน้าผม 

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปโดยทันที  ทุกคนจ้องมองมาที่ผมเป็นตาเดียวคล้ายรู้อยู่ก่อนแล้วว่าสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าผมนี้เป็นเอกสารอะไร  ในห้องเงียบสนิท  ผมเปิดแฟ้มออกก่อนกวาดตาอ่านทุกบรรทัดอย่างรอบคอบ 

“จากเสี่ยเจียนค่ะ ส่งมาได้หลายวันแล้ว เรารอแจ้งคุณไฟเลยยังไม่ได้ติดต่อกลับไป ทางนั้นเพิ่งเร่งมาว่าขอคำตอบภายในสองวันนี้น่ะค่ะ” พี่นีอธิบาย

“เร่งทำไม ถึงตอบช้ายังไงก็รออยู่ดี” ผมพูด  มีความไม่พอใจผสมอยู่นิดหน่อย

“........” ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นกลับมา  ผมเงยหน้าขึ้นมองทุกคนพลางใช้ความคิด

“รุ่นอนาคอนดาก็ส่งพี่ใหญ่ผมไปดีไหมล่ะ” ผมเสนอ  การตัดบทติดตลกจากผมไม่ได้เรียกเสียงหัวเราะได้มากนัก  คงเพราะรู้ว่าผมเองก็ไม่ได้อยากให้ขำ  แฟ้มถูกปิดลง  ในนี้เป็นจดหมายเชิญเข้าร่วมส่งนักมวยขึ้นชกเวทีใหญ่  ซึ่งเป็นรายการการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่ได้ถูกวางแผนมาเป็นปีแล้ว  ผมทราบเรื่องอยู่บ้างแต่ที่ผ่านมาไม่ได้ใส่ใจเป็นพิเศษ   

“ทางนั้นคงเห็นว่าเราเงียบมาตลอดครับ” พี่เอิร์ธพูดขึ้น 

“เอ่อ ส่วนตรงนี้เป็นรายชื่อนักมวยจากค่ายอื่นที่ส่งชื่อแล้วค่ะ” พี่นีวางกระดาษอีกแผ่นให้ผมดู 

“ส่วนนี่ เป็นรายชื่อของนักมวยค่ายเราที่สะดวกสำหรับลงแข่ง” เธอแจง  รายชื่อนักมวยทั้งไทยและต่างชาติที่สร้างรายได้ให้ค่าย ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับแนวหน้าถูกวางลงด้วย

รูปของโจเซฟ นักมวยจากค่ายของคนไทยที่ประเทศสเปนถูกวางอยู่ในรายชื่อนักมวยเช่นกัน  มันเป็นนักมวยต่างชาติที่คนในวงการยอมรับว่ามีฝีมือทางด้านแม่ไม้มวยไทยเป็นอย่างดี  ชนะมาหลายเวที  นักมวยชาวไทยที่ขึ้นชกกับมันแพ้ราบคาบมาแล้วหลายคน  ฝีมือของโจเซฟช่ำชองในระดับที่พวกผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือของจริง 

และนี่ไม่ใช่รายการมวยปาหี่  รางวัลค่าตัวนักมวยที่แพงหูฉี่  อีกทั้งคัดเฉพาะนักมวยรุ่นใหญ่จากค่ายดังทั้งไทยและเทศ  จะเป็นการจัดการแข่งขันที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเรื่องของศักดิ์ศรีเข้ามาร่วมด้วย...

“มีเงื่อนไขอื่นไหม” ผมถาม

“ไม่มีค่ะ” พี่นีตอบ

“งั้นผมจะส่งสมุทร”ผมพูดขึ้น  ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้มีชื่ออยู่ในรายการนี้

“........” ทุกคนชะงักงัน  เหลือบมองมาทางผมด้วยสายตาตกใจ  มีทั้งแบบที่ไม่เห็นด้วยและแสดงความลังเลที่จะออกความคิดเห็นออกมา

“เอ่อ คือ...” พี่เอิร์ธอ้ำอึ้ง  ทำท่าจะทักท้วง

“ตอบรับไปครับ เราจะส่งสมุทร” ผมยืนยันด้วยโทนเสียงเรียบง่ายเพื่อเป็นการตัดบทความคิดเห็นของทุกคน ว่าวันนี้ผมไม่มีอารมณ์มาเถียงด้วย

“ค...ค่ะ” พี่นีขานรับ

“ขออนุญาตครับคุณไฟ ผมกังวลว่า สมุทรจะเตรียมตัวทันเหรอครับ” พี่ธานพูดแทรก

“ก็ทำให้มันทันสิครับ” ผมตอบ

“แต่ว่าเขาเพิ่งเสียยายไป ผมเองก็ไม่คิดว่าจิตใจเขาจะพร้อมนะครับ นี่มันเวทีใหญ่มาก” พี่เอิร์ธสมทบทันที 

“ผมตั้งใจจะเปิดตัวเขา” ผมพูด  ละเว้นคำพูดต่อไปที่ว่า.. ไม่สนแม้จะถูกดูถูกดูแคลนต่อจากนี้ เพราะหมอนั่นต้องรับให้ได้

“รีบจัดทีมคนดูแลสมุทรมาให้ผมดู พร้อมแล้วให้นัดประชุม” ผมสั่ง

“........” ทุกคนปิดปากสนิท  สีหน้าที่ไม่พอใจพยายามเก็บซ่อนเอาไว้ แต่ก็ยังได้กลิ่นว่านั่นปิดไม่มิด

“ผมลงทุนกับหมอนี่ไปเยอะแล้ว ผมอยากได้คืน” ผมตัดบทด้วยโทนเสียงที่ปกติมักไม่ใช้

“แล้วก็นะ..” ผมเอ่ย  ช้อนตากวาดมองทุกคนตรงหน้า

“ช่วยทำหน้าที่ของตัวเองไปก็พอ” ผมตัดบทพร้อมลุกขึ้นยืน ก่อนเดินจากมา


- - - - - - - - - - - - - -


ช่วงนี้มีแต่ข่าวจับกุมการลักลอบค้ายาเสพติด เป็นข่าวครึกโครมไม่เว้นแต่ละวัน  ตามสูตรเดิม จบที่การจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ไม่ได้...

สูทสีดำหัวจรดเท้าของผมกับลูกน้องสะดุดตาเกินไปในงานพิธีศพเล็ก ๆ เช่นนี้  ผมเข้าห้องพระแต่เช้า  มีเรื่องต้องการใช้พื้นที่สงบใจ  รูปของพ่อและแม่ รวมถึงคนสนิทที่จากไปตั้งเรียงอยู่บนหิ้ง  อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตนเองที่ควรน่าจะตายก่อนใครกลับยังมีชีวิตอยู่

วันนี้อากาศร้อนเป็นปกติของประเทศไทย  แต่ยิ่งดูร้อนเข้าไปอีกเมื่อหันไปทางไหนก็เจอแต่คนใส่ชุดสีดำ  ผมไม่ค่อยถูกโรคกับเสื้อสีดำเท่าไหร่นัก  เห็นแล้วอึดอัดบอกไม่ถูก

เนื่องจากกำลังรอพิธีเผาในช่วงบ่าย  ด้านในค่อนข้างวุ่น  ผมจึงเลือกมานั่งที่ศาลานั่งเล่นแทน  สมุทรจัดเตรียมสถานที่ไว้อย่างสะอาด  กลายเป็นมุมส่วนตัวของผมและลูกน้องไปโดยปริยาย  ดูเหมือนเหล่าหลาน ๆ ของยายที่จากไปยังไม่ได้หยุดมือเลยตั้งแต่เช้า  ทำนู่นทำนี่เดินไปทั่วศาลา  ผู้หญิงที่ชื่อแก้มมีสีหน้าดูดีขึ้นกว่าวันแรกที่ผมพามาส่ง  มีรอยยิ้มให้เห็นอยู่บ้างและช่วยงานขยันขันแข็งดี 

“พี่ทัพโดนพักงานครับ” พี่ธานเดินมาบอก  นั่งลงขวามือของผม 

“เรื่อง ?” ผมเลิกคิ้ว

“เห็นว่าบุกเข้าไปในพื้นที่ของไอ้กริดเลยโดนอีกฝ่ายเล่นงานกลับไปทางหัวหน้าน่ะครับ”

“เหรอ” ผมขานรับไปที 

“ไม่โทรหาหน่อยเหรอครับ” พี่ธานถาม

“ร้อน” ผมปัด

“หึ ๆ” อีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ

“ผมอึดอัดเหมือนจะระเบิดเลย” ผมถอนหายใจ  คว้าแก้วน้ำกระเจี๊ยบขึ้นดื่มจนหมด  ขนาดพัดลมจ่อมาตรง ๆ ก็แทบต้านเหงื่อเอาไว้ไม่ได้

“หรือว่าแขนเรามันใหญ่ไปครับ” พี่ธานวิเคราะห์  ผมหลุดหัวเราะให้กับการวิเคราะห์ที่นิ่งสงบแต่ดูวิตกกังวลในประเด็นนี้
 
“ผมคุยกับเขาแล้วนะครับ” จู่ ๆ คนตรงหน้าก็เปิดประเด็นให้ทราบ

“อืม” ผมขานรับในลำคอ

“........” เราสองเงียบลงในขณะที่สายตาไม่ได้ละไปจากกัน  ผมหยิบน้ำเปล่าขึ้นดื่มด้วยความกระหายก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่คิด

“หมอนั่นว่าง่ายในหน้าที่นะว่าไหม”

“ครับ” พี่ธานตอบ

“หายากนะคนว่าง่ายในหน้าที่เนี่ย” ผมพึมพำไปงั้น

“ครับ เพราะเวลาที่คุณไฟไม่อยากชก คุณมักจะไล่ให้คุณท่านไปชกเอง” อีกฝ่ายตอบกลับนิ่ม ๆ ทำเอาผมหลุดยิ้ม 

“ถึงหมอนั่นแพ้ ยังไงก็จะดังอยู่ดี” ผมพูด

“แต่ผมว่าเขาไม่น่าชอบ..”

“อะไรดัง ๆ น่ะครับ” พี่ธานขยายความซะเอง

“หึ ๆ ๆ” ผมหลุดหัวเราะ

“กดดันเขาให้น้อยกว่านี้น่าจะดีกว่านะครับ อีกฝ่ายไม่เหมาะที่จะยืนอยู่ตรงนี้หรอกครับ”

“ไม่เหมาะกับไม่อยากเหมาะมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่นะ” ผมว่า

“........” พี่ธานเงียบ

“ขอโทษครับนาย ป๋าจงมาถึงแล้วครับ” ไอ้เด่นเดินมาขัดจังหวะ  ผมเงยหน้าขึ้นก็พบว่าป๋าจงกำลังเดินมา  ทั้งผมและพี่ธานต่างลุกขึ้นยืนเพื่อทักทาย

“ไง..” ป๋าเอ่ยทักพร้อมผายมือข้างหนึ่งมาโอบหลังผม

“นั่งก่อนสิครับ” ผมบอก  ผายมือไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ก่อนที่เราทั้งสองคนจะนั่งลงพร้อมกัน 

“พักหลังมานี้เดินสายแต่งานศพ” ป๋าเกริ่นพร้อมยิ้มอ่อน ๆ

“หึ..” ผมหลุดยิ้ม

“ลื้อถึงขนาดให้อั้วมาเอง ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้ว

“ก็ผู้ใหญ่ที่เคารพตายหนีกันไปเกือบหมดแล้วนี่ครับ” ผมกวนตอบเสียเลย

“หึ ๆ ๆ” ป๋าหัวเราะชอบใจ

“อยากให้มีผู้ใหญ่หน่อยน่ะครับ” ผมพูดบอกเป็นงานเป็นการ  ป๋าจงนิ่งลงคล้ายเข้าใจในความหมายก่อนจะขานรับนุ่ม ๆ ในลำคอ
บทสนทนาจบลง  ลมพัดมาระลอกหนึ่ง  ผมเหลือบมองไปยังเมรุที่อยู่กลางลานตรงหน้าที่รับแสงจากพระอาทิตย์เต็ม ๆ  เมรุเก่า สภาพทรุดโทรมไม่ต่างจากสภาพวัดนัก  ถึงแม้จะแวดล้อมไปด้วยชาวบ้านละแวกนี้  แต่สำหรับผมมันช่างเป็นงานที่เล็กที่สุดเท่าที่เคยไปมา  ไม่มีคนใหญ่คนโตเลยแม้แต่คนเดียว

แต่ก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมงานศพของเหล่าคนที่พ่อผมไปร่วมพิธีถึงดูใหญ่โตและวุ่นวายนัก  ความสงสัยนั้นหมดไปเมื่อตัวเองต้องมายืนอยู่หน้างานศพของพ่อตัวเอง  และผันตัวมาอยู่ในฐานะ “เจ้านาย” อย่างเต็มตัว  พ่อทิ้งทุกอย่างไว้มากมาย  ช่วยชีวิตทั้งคนเลวและคนดีไว้ทั้งต่อหน้าและลับหลัง  แขกที่มาด้วยความรักและเคารพ  หรืออาจจะทั้งรักทั้งเกลียด  ผมจำได้ว่าทุกวันของการฟังสวดศพ ไม่มีวันไหนที่แขกไม่ล้นศาลา  ทุกครั้งที่อยู่ในพิธีแบบนี้ก็อดนึกถึงอดีตไม่ได้ 

“หยุดช่วยคนอื่นสักทีได้ไหม โลกมันไม่เปลี่ยนเพราะพ่อคนเดียวหรอก !” คำพูดที่ต่อว่าพ่อตัวเองหวนกลับมาในความคิดของผมเกือบทุกครั้งที่อยู่ในพิธีศพของใครสักคน  ผมเคยเกลียดที่พ่อเป็นคนนิสัยแบบนั้น  ทั้งที่เกลียด แต่ก็เคารพทุกการตัดสินใจ...
 
“พ่อชอบพูดว่า เดี๋ยวก็ตายจากกันแล้ว” ผมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“หึ..” ป๋าจงพ่นหัวเราะนิด ๆ คล้ายเข้าใจ

“ไม่ค่อยว่างเลยนะ เพราะมัวแต่ช่วยคนอื่น” ป๋าจงแซวคนที่จากไปยิ้ม ๆ

“ไม่เข้าใจว่าจะรีบตายไปไหน” ผมพึมพำเห็นด้วย  อยากบ่นด่าแค่ไหน ถ้ามีชีวิตอยู่ต่อก็พร้อมที่จะรับฟังแท้ ๆ   


ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องเอาคนคนนี้ของผมไป...


การเคลื่อนศพเวียนรอบเมรุเต็มไปด้วยความเงียบสงบ  พี่คนโตถือรูปของคนเป็นยายด้วยใบหน้านิ่งขรึม  ไม่มีน้ำตา  หนวดเคราไม่ได้ถูกดูแลให้เรียบร้อยอย่างทุกครั้ง  ดวงตาที่มองลงต่ำเต็มไปด้วยความไม่ยินดียินร้ายต่อโลกใบนี้  เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่เขาสวมใส่เรียบร้อยหัวจรดเท้า  สันกรามของเขาบดแน่นบ้างครั้งคราว  เป็นภาพที่ผมเห็นชัดเจน 

แม้จะลำบากกายมากแค่ไหน  แต่การมีชีวิตอยู่มองญาติผู้ใหญ่ที่จากไปคือความเจ็บปวดที่ขาดที่พึ่งทางใจอย่างแท้จริง  เป็นความรู้สึกแบบที่ต้องเจอกับตัวเองเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นได้

ประชุมเพลิง


- - - - - - - - - - - - - -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2020 21:23:15 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2042
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4315/-15

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า  ในวงการสีเทา คนใหญ่คนโต  มีเงิน  มีอำนาจในบางกลุ่มอาจมีงานอดิเรกที่พิสดารต่างไปอย่างที่คนธรรมดามักคิดไม่ถึง  เหมือนกับว่าพวกมันไม่รู้ว่าควรเอาเงินไปลงทางไหนดีถึงจะหายตื่นเต้น

เสียงโทรทัศน์ถูกพี่ธานกดเร่งให้ดังขึ้นเมื่อพบว่าข่าวที่กำลังครึกโครมอยู่ตอนนี้  คือข่าวของการบุกเข้าตรวจค้นกิจการของครอบครัวไอ้กริด 


การตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย...

“ตัวมันไงครับ สิ่งผิดกฏหมาย” พี่ธานพูดขึ้นด้วยโทนเสียงที่แสดงความไม่พอใจ

“หึ ๆ ๆ ๆ” ผมหลุดหัวเราะ

“ปกติพวกมันประมูลสินค้ากันวันนี้ไม่ใช่เหรอ” ผมถาม  ปัดมือส่งสัญญาณให้พี่ธานปิดโทรทัศน์  อีกฝ่ายขานรับพร้อมกดปิดตามที่สั่ง

“คุณไฟจะเอายังไงต่อครับ เรื่องที่วัดวันนั้น พวกมันคงไม่จบแค่นี้” พี่เขาเอ่ย  ผมนิ่งมอง  นั่นไม่ใช่แค่ว่าการถูกข่มขู่ในคราวนี้เกิดจากการยียวนจากผม  แต่มันคือการที่ผมดันเข้าไปทราบความลับในสิ่งที่พวกมันไม่ต้องการให้ทราบ

“ขออนุญาตครับ”

ผมเหลือบมองไอ้เข้มที่เพิ่งกลับเข้ามา  มาพร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ...

“ข้อมูลผู้จัดการการชกในครั้งนี้ครับ” อีกฝ่ายนำซองมาวางลงตรงหน้า  รายละเอียดรายชื่อผู้จัดที่ทีมงานที่ค่ายมวยของผมนำมาให้ก่อนหน้านี้ยังไม่ใช่ตัวจริง  ในซองนี้ต่างหากที่เป็นของจริง

“แล้วเรื่องที่นายให้ไปจัดการ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ”

“อืม..” ผมพยักหน้ารับ

“ไปพักเถอะ” ผมอนุญาต

“ครับนาย” ไอ้เข้มโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจากไป

“วันนี้เป็นไงบ้าง” ผมถามถึง  สมุทรเริ่มกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นงานศพยายของเขา รวมถึงวันที่ผมให้เขาได้พัก  เราไม่ได้พบหน้ากันเลย  จะบอกว่าไม่พร้อมก็คงใช่ 

“ผมให้เขารู้รายละเอียดการซ้อมเบื้องต้นก่อนน่ะครับ ยังไม่ได้อัดหนัก ๆ ให้” พี่ธานตอบ 

“........” ผมเงียบฟัง  กวาดตามองเอกสารที่ไอ้เข้มเพิ่งนำมาให้

“อีกฝ่ายยังดูเครียดอยู่ครับ คิดว่าอีกสักสี่ห้าวันคงดีขึ้นแล้วค่อยเรียกมาคุยเรื่องโปรแกรมการซ้อมใหม่ รอทีมงานจัดตารางซ้อมพร้อมกับนักมวยคนอื่นด้วยครับ”

“แล้วก็ เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ไปเก็บตัวที่ประจวบฯ คุณไฟคิดว่ายังไงครับ ผมจะได้คอนเฟิร์มกับทุกคนไป” พี่ธานถาม

“อืม” ผมขานรับอนุญาต

“ถามรึเปล่าว่าหลังจากนี้จะเอายังไง” ผมพูดถึงเรื่องส่วนตัว

“ครับ” พี่ธานตอบ

“เห็นว่าทำประกันให้ยายไว้สองตัว จะได้เงินประกันประมาณสามแสนห้า”

“รวมแล้วสามแสนห้า ?” ผมละสายตาจากเอกสารขึ้นเหลือบมองว่าทำไมมันถึงได้น้อยนัก

“ครับ” พี่เขาพยักหน้าตอบ

“ยังดีนะครับ เห็นว่าทำให้ทุกคนในบ้าน ถึงแม้จะทำแบบถูกก็เถอะ เขาคงกังวลว่าจะดูแลคนในบ้านไม่ไหวหากเป็นอะไรมั้งครับ” พี่ธานวิเคราะห์ 

“ก็ยังดีที่ยังรู้จักทำ” ผมพูด  ถึงแม้จะตกใจในจำนวนเงินที่ได้รับ แต่ก็ยังเห็นข้อดีที่เขาทำไว้บ้างละนะ 

“ผมถามถึงเรื่องบ้านเขาด้วยครับ..”

“........” ผมเงียบ  วางเอกสารลงก่อนเอนหลังพิงพนักโซฟา

“เห็นสมุทรคิดอยากจะขายบ้านที่อยู่ตอนนี้น่ะครับ เขากังวลเวลาที่ไม่อยู่บ้านแล้วดาวกับเมฆไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วย แต่คิดว่าน่าจะขายได้ราคาไม่ดี ถ้าต้องรวมเงินที่คุณไฟให้ เงินซองที่งาน แล้วก็เงินประกัน สมุทรกังวลว่าขายไปแล้วอาจทำให้น้องลำบาก ถ้าต้องไปซื้อที่อื่นแล้วสุดท้ายผ่อนต่อไม่ไหวอะไรแบบนั้น เพราะเขารู้สึกว่าตอนนี้ เอ่อ.. งานที่ค่ายเรา ยังไม่มั่นคงสำหรับเขาน่ะครับ” พี่ธานค่อย ๆ ลดระดับเสียงลงในประโยคหลัง

นอกจากเงินช่วยเหลือพิธีศพที่ผมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดแล้ว  เงินจากค่ายจำนวนหนึ่งซึ่งมักจะให้พนักงานทุกคนตามเกณฑ์มาตรฐาน  ส่วนผมได้มอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง  ซึ่งเงินส่วนนี้ปกติก็จะให้นักมวยทุกคนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผมไปตามลำดับความสำคัญ  ไม่ได้ให้ในนามค่ายมวยเพราะไม่ต้องการให้การบริหารส่วนนี้มีปัญหาจุกจิกตามมา  ส่วนถ้าพวกคนที่ค่ายจะมอบซองให้ต่างหากรึเปล่านั้นก็แล้วแต่ว่าใครจะสะดวก   

“น่าจะขายได้สักเท่าไหร่” ผมถามส่ง ๆ

“ห้าแสนก็หรูมากแล้วครับ” พี่ธานตอบ  ผมช้อนตาขึ้นมอง   

“ให้ไอ้โปรดซื้อดีไหมล่ะ” ผมอมยิ้ม

“คนคนนั้นเนี่ยนะครับ คงบ่นยาวไปถึงชาติหน้าพอดีครับ” พี่ธานตอบหน้านิ่ง  รู้นิสัยของไอ้โปรดดีที่ไม่ชอบทำอะไรที่เห็นแล้วว่าน่าจะขาดทุน

“หึ ๆ ๆ งั้น...” ผมยิ้ม  เหล่หางตามองพี่ธาน

“ครับ ?” อีกฝ่ายเลิกคิ้ว

“พี่ก็ซื้อไปสิครับ” ผมว่า  มองไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหา

“ซื้อแล้วก็ขายขาดทุนไปซะ”

“ทางนั้นก็รู้พอดีครับ ขายได้เร็วขนาดนั้น” พี่ธานตอบ

“หมอนั่นซื่อบื้อน้อยเมื่อไหร่” ผมย้อนให้

“หึ ๆ ๆ” คนตรงหน้าหัวเราะ 

“เอ่อ งั้นเอาแบบนี้ดีไหมครับคุณไฟ ผมคิดว่าให้สมุทรลองไปอยู่คอนโดสักห้องนึงของคุณก็ดีนะครับ ที่ใกล้กับมหา’ลัยของดาว ระหว่างนี้เขาจะได้ไม่ต้องรีบใช้เงินเก็บที่มีอยู่ แล้วก็ได้เก็บเงินตั้งตัวด้วย ดีไหมครับ”

“ไม่ได้” ผมปัดทันที

“ผมไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่น” ผมขยายความพลางพ่นหัวเราะ  ถึงแม้ผมจะสนใจเขา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะต้องประเคนทุกอย่างให้ง่าย ๆ

“แต่ห้องที่ไม่มีคนอยู่มันจะเก่าเอานะครับ” พี่ธานสู้กลับ

“เพิ่งสึกมาเหรอ” ผมย้อนถามในความใจดีของพี่ใหญ่  ทำเอาอีกฝ่ายหลุดยิ้ม

“งั้น...เก็บค่าเช่าเป็นไงครับ” พี่เขายังไม่หยุดเสนอ

“เท่าไหร่ล่ะ” ผมเลิกคิ้ว  คอนโดส่วนใหญ่ของผมมีราคาค่อนข้างสูง  อย่างแรกคือสมุทรจ่ายไม่ได้แน่นอน  จึงอยากรู้ว่าตัวเองควรได้ค่าเช่าเท่าไหร่  และโดยปกติแล้ว การปล่อยห้องเหล่านี้ให้ชาวต่างชาติหรือนักธุรกิจก็ได้เงินดีและเป็นรายได้ที่แน่นอนกว่า

“........” พี่ธานเงียบไปและจ้องมองผมไม่วางตา  คงรู้แล้วว่าผมไม่ยอม

“พี่ก็พาไปห้องพี่สิ” ผมย้อน  คอนโดของพี่เขามีถมเถ  เหมาะสมกว่าที่จะให้มาอยู่ในที่ของผมเป็นไหน ๆ

“นั่นสิครับ ผมก็ลืมไป” พี่ใหญ่อมยิ้มเจ้าเล่ห์

“หรือไม่ก็...ถ้าใจดีนักก็ไล่เด็กของพี่ที่ให้อยู่ตอนนี้ออกไปแล้วก็ขายให้หมอนั่น” ผมเสนอแนะ

“คุณนี่...” พี่ธานอมยิ้มมุมปาก  ทำทีท่าว่าเหนื่อยอ่อนต่อการต่อปากต่อคำกับผม 
 
“เอาใจผมหน่อยไม่ได้รึไงเล่า” ผมพูดแทรกนิ่ม ๆ ก่อนที่คนตรงหน้าจะได้จบประโยค
 
“นั่นมันหน้าที่ผมอยู่แล้วนี่ครับ” พี่ใหญ่ไม่ปฏิเสธ

“งั้นผมขอตัวไปค่ายก่อนนะครับ”

“เชิญครับ” ผมอนุญาต  อีกฝ่ายลุกขึ้นพลางถอนหายใจเบาบางให้ได้ยิน

พ่อ ! ได้ยินไหม เมื่อกี้พี่ธานถอนหายใจล่ะ” ผมสบถขึ้นโต้ง ๆ จงใจกวน  เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอะไรทำนองนี้จากคนคนนี้  และก็ไม่ได้ยินเสียงเช่นนี้มาพักใหญ่แล้ว

“........” ผมอมยิ้มมุมปาก เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ยืนนิ่ง  ดูเก้อเขินเล็กน้อยที่ถูกผมแซว   

“นี่ก็ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วนะครับ จะไม่ไปหาเขาหน่อยเหรอครับ” พี่ธานพูด

“ไม่ยักรู้ว่าพี่ใหญ่ถอนหายใจด้วยเรื่องแค่นี้”

“คุณไฟครับ...”

“ก็นะ” ผมปัด 

“สมุทรเขาไม่มีใครแล้วนะครับ”

“ถึงไม่มีใครก็ไม่ได้แปลว่าหมอนั่นจะอยากเจอผมนี่” ผมตอบ 

“........” ทั้งผมและพี่ธานพร้อมใจกันเงียบอึดใจหนึ่ง  การที่ผมยังไม่ไปพบหน้าไม่ได้แปลว่าไม่ต้องการ  ตอนนี้ผมกำลังดันให้เขาทำหน้าที่ที่เขาควรต้องทำ  มากไปกว่านั้น ก็ตามที่พูด.. มันไม่ได้แปลว่าการไปของผมจะเป็นสิ่งที่ทางนั้นต้องการ  ซึ่งผมก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเอาใจอีกฝ่ายได้เกินเหตุด้วย 

“พี่ไม่คิดเหมือนผมเหรอ ว่าบางทีเราอาจไม่เหมาะที่จะเดินหน้าเรื่องพวกนี้น่ะ” ผมละสายตาจากหน้าของพี่ใหญ่  หลังจากที่ได้ถอยออกมาและมองเห็นอะไรต่อมิอะไรภายในของตัวเอง 

“คิดครับ..” พี่ธานตอบ

“แต่ผมก็แค่อยากเห็นคุณมีความสุข”


- - - - - - - - - - - - - -


23.10 น. : ย่านมารัต

“สิ่งที่กูทำอยู่นี่คืออิหยั่งวะ ?” เสียงของเพื่อนสนิทพึมพำติดตลกกับตัวเอง


ผมหยุดยืนอยู่หน้าปากซอยทางเข้าไปยังบ้านของสมุทร  รถยนต์ของไอ้โปรดจอดเทียบริมถนน  การที่ผมยังไม่เดินไปยังจุดหมายที่ต้องการเสียทีเพราะรถยนต์คันคุ้นตาที่จอดอยู่ใกล้ ๆ กันนี้  มันเป็นรถของผู้หญิงคนนั้น

กลิ่นบุหรี่จากคนที่มาด้วยกันลอยเตะจมูก  หงุดหงิด...

“กูว่าจะเลิกสูบแล้วอะนะ” มันพูดขึ้นคล้ายเกรงว่าการถูกเหล่จากผมจะถูกบ่นเรื่องเดิม ๆ

“แล้วนี่ มึงจะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม” ไอ้โปรดเบิกตา 

“เดี๋ยวมา” ผมตัดบท

“ครับ” อีกฝ่ายผงกหัวรับทราบส่ง ๆ ปนประชด 

ทุกการก้าวเดินเข้าไปในซอมมีสัญชาตญาณรับรู้ได้ถึงความผิดแปลก  รองเท้าผู้หญิงถูกถอดไว้ที่หน้าบ้านตรงปากประตูยืนยันว่าเจ้าของรถเป็นใคร  ประตูบ้านไม่ได้ล็อก  ปิดไว้เพียงประตูมุ้งลวด  ความเงียบสนิทภายในประกอบกับความมืด  มีเพียงไฟดวงเล็กที่เปิดไว้ตรงตีนบันไดเท่านั้นที่ให้ความสว่าง  ไร้เสียงของสิ่งมีชีวิต  เงียบสนิทขนาดที่ว่าแทบได้ยินเสียงก้าวเดินของตัวเองชัดเจน...


ฝีเท้าหยุดยืนอยู่ที่ตีนบันได  การชั่งใจไม่ให้ก้าวขาขึ้นไปเป็นการตักเตือนตัวเอง  รู้อยู่แล้วว่าข้างบนมีบางอย่างอยู่แน่นอน  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถยื้อความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ได้  เป็นประเภทชอบปะทะความจริง 

แม้กระทั่งทางเดินขึ้นบันไดก็ไร้แสงไฟ  ความมืดภายในตัวบ้านและบรรยากาศของการสูญเสียคล้ายว่ายังสดร้อนอยู่  แสงสว่างที่ลอดผ่านขอบประตูห้องห้องหนึ่งที่เปิดแง้มไว้บ่งบอกชัดว่ามีใครสักคนอยู่ในนั้น   


นี่เป็นครั้งแรกที่ขึ้นมายังพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต...

เสียงของการเคลื่อนไหวร่างกายจากคนภายในห้องวิเคราะห์ได้อย่างง่ายดายว่าเกิดอะไรขึ้น  ชีวิตที่ผ่านเรื่องราวมามากกว่าคนปกติธรรมดาในวัยเดียวกันหรือมากกว่า  จังหวะของการหายใจที่ได้ยินเป็นระยะและความพยายามกับการกลั้นเสียงไว้  ไม่จำเป็นต้องดูให้เห็นกับตาก็ทราบดีว่าใครกำลังทำอะไร 

ไม่มีเสียงของฝ่ายชายหลุดให้ได้ยิน  ประตูบ้านที่ไม่ถูกล็อกกับประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้บ่งบอกได้ถึงความเร่งรีบหรืออาจไม่ได้ตั้งใจ...

ปลายนิ้วแตะลงที่บานประตู  แม้จะเป็นการแตะที่เบาบางแต่ก็พอให้บานประตูเปิดออกกว้างมากขึ้นและมองเห็นภายในได้สะดวก  ชายหญิงกอดกันนัวอยู่บนโต๊ะทำงาน  ไม่ได้เป็นภาพที่ทำให้เห็นแล้วตกใจในวัยเท่านี้  หยานั่งอยู่บนโต๊ะ เดรสสั้นที่สวมอยู่ถูกถลกขึ้นเหนือสะโพกจากคนที่คร่อมอยู่  สมุทรปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนออกอย่างรีบร้อนในขณะที่ฝ่ายหญิงเองก็ช่วยด้วย  มือข้างหนึ่งประคองอยู่ที่ข้างแก้มขณะจูบอย่างรีบร้อน  การกระทำที่ปัดป่ายเข้าหากันชัดเจนว่าเห็นพ้องต้องกันทั้งสองฝ่าย  ชั้นในของเธอถูกปลดออก  ผมยืนมองอยู่ครู่ ก่อนเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ยาวที่อยู่ถัดจากห้องนี้ใกล้กับประตูหน้าต่าง  คล้ายเป็นที่นั่งพักระหว่างชั้น


ไม่ห้าม ไม่แสดงตัว เพราะไม่ได้มีสิทธิ์ในการทำอย่างนั้นอยู่แล้ว...

ถึงโกรธเคืองไปก็ไม่มีสิทธิ์ด้วยเช่นกัน  สิ่งเหล่านี้คือความจริงแท้ของความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคนในห้องนั้น

“อะ ~ สมุทร”

เสียงครางดังให้ได้ยินเป็นระยะกับความเงียบที่เกิดขึ้นบ้างครั้งคราว  แต่อย่างนั้นก็ยังคงรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายจากทั้งสองคน  นาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่บอกว่าดำเนินไปได้เกือบสิบนาทีหลังจากมาถึง  ครู่หนึ่งด้านในก็เงียบไปแบบฉับพลัน  คล้ายว่าทุกอย่างได้หยุดเคลื่อนไหวลงดื้อ ๆ

“...ขอโทษ...”

เสียงของฝ่ายชายพูดขึ้น  ท่ามกลางความเงียบสงบภายในบ้านหลังนี้จึงทำให้ได้ยินคำพูดนี้ค่อนข้างชัดเจน

“ทำไม...” ฝ่ายหญิงถาม 

“ทำไมคุณถึงเป็นคนแบบนี้”

“........” ไร้เสียงตอบจากฝ่ายชาย  ประตูห้องถูกเปิดออก  ผมช้อนตาขึ้นมองเจ้าของห้องที่เพิ่งเดินออกมา  อีกฝ่ายมองมายังซ้ายมือของตนในทันทีที่เดินออกจากห้อง  นั่นเป็นการกระทำที่ผิดวิสัย  เขาควรจะมองไปทางลงบันไดมากกว่าจะมองมาทางนี้  เหมือนกับรับรู้ได้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญอยู่ในบ้านด้วย

“........” ไฟในบริเวณนี้ไม่ได้ถูกเปิดไว้จึงค่อนข้างลำบากที่จะเห็นหน้ากันอย่างชัดเจน  อีกฝ่ายใส่กางเกงยีน ท่อนบนไร้เสื้อผ้า
 
“มีอะไรเหรอคะ” เสียงของหยาดังมาจากในห้อง  สมุทรไม่ตอบ  เขาจ้องมองผมด้วยใบหน้าที่เรียบสงบ  ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงเก็บของอย่างรีบร้อนจากผู้หญิงในห้อง

“พี่ชายทำตัวไม่เหมือนว่าที่นี่เพิ่งมีคนตายเลยนะ” ผมผลิยิ้ม  คำพูดเย้ยหยันจากการต้องการปะทะที่หักห้ามใจไว้ไม่ได้  กระทั่งตัวเองก็ยังแปลกใจ  สติก่อนหน้าที่คิดว่านี่ก็เป็นเรื่องธรรมดา  จู่ ๆ ก็หายวับไปเสียอย่างนั้น

“คุณ...” หยาเดินออกมา  เธอตกใจหน้าถอดสี  แต่แล้วเสี้ยววินาทีหนึ่งสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป  สายตาที่มองมายังผมเต็มไปด้วยความแน่วแน่และมั่นใจในสถานะที่ตนยืนอยู่  กำลังแสดงตนให้ผมเห็นว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องผิดต่อโลกนี้

“น่าทึ่ง” ผมเอ่ยปากชมสีหน้าของเธอพลางตั้งศอกข้างหนึ่งลงบนที่วางแขน  ผู้หญิงคนนี้ฉลาดดีจัง

“แน่ใจนะครับว่าไม่ได้ลืมใส่กางเกงในแล้วนะครับคุณหมอ” ผมยิ้มถาม 

“หึ มันก็เรื่องของฉันค่ะ แล้วคุณล่ะ ไม่คิดว่าตัวเองเสียมารยาทเหรอคะที่นั่งอยู่ตรงนี้” เธอย้อนพลางแสยะยิ้ม

“ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมคิดว่าผมมีสำนึกกว่าผู้หญิงที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่กลับมาอ้าขามีอะไรในบ้านของผู้ชายเก่าที่เพิ่งมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตน่ะ” ผมพูด  มุมปากเผยรอยยิ้มตอบให้เธอ

“คุณ !” อีกฝ่ายขึ้นเสียง  แสดงความไม่สบอารมณ์กลับทันที

“เดี๋ยวผมไปส่ง” สมุทรตัดบทบอกหยา  ใบหน้าของเขายังคงเดิม  ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ

“เลิกยุ่งกับสมุทรได้แล้ว เขาติดเงินคุณอยู่เท่าไหร่ ฉันจะรับผิดชอบเองทั้งหมด !”

“หยา” สมุทรปรามแทรกเสียงเข้ม

“หยาจ่ายได้ค่ะ” เธอตวัดหางตาใส่ฝ่ายชาย

“หึ ฟังแล้วปลื้มใจจังครับ” ผมพ่นหัวเราะ  ทำเอาเธอหันขวับมาทางผมทันที

“คุณผู้หญิงครับ ผมจะบอกอะไรให้ทราบ...”

“บางที มันก็ไม่ได้อยู่ที่ใครจ่ายไหวรึเปล่า.. แต่มันอยู่ที่ว่าใครจ่าย” ผมเลิกคิ้วพลางยิ้มกว้างที่ได้ยินอะไรแบบนั้น

“เพราะต่อให้คุณมีจ่ายให้ผมเป็นสิบล้าน ผมก็ยังจะเอาเงินจากกระเป๋าหมอนี่อยู่ดี ถ้าผมอยากจะเอา

“........” ความเงียบก่อตัวขึ้นระหว่างเรา  ผู้หญิงตรงหน้ามองมาและอยู่ ๆ ก็หยุดขยับไปเสียอย่างนั้น

“คุณเองก็เป็นผู้หญิง ในบ้านที่มีเด็กกับผู้หญิงอยู่ คุณไม่คิดว่าควรอดทนกับความอยากของตัวเองด้วยการปิดประตูให้มันมิดชิดสักหน่อยเหรอครับ คุณหมอ”

“หยุดเรียกฉันแบบนี้นะ” เธอแทบขึ้นเสียง

“หึ..” ผมพ่นหัวเราะพลางขยับตัวลุกขึ้นยืน 

“คุณไฟ” สมุทรพูด  โทนเสียงเป็นไปในเชิงห้ามปราม

“ทำไม ก็ไม่ใช่สัตว์สักหน่อย” ผมยิ้มกว้างมองหน้าสมุทร

“คุณ !!!” หยาฮึดฮัด  ทำท่าจะจ้ำเข้าหาผมด้วยความโมโหแต่ถูกสมุทรดึงแขนห้ามไว้ก่อน

“คุณเป็นเจ้านาย ฉันทราบ...” หยาพูด  พยายามข่มน้ำเสียงแข็งกร้าวของตนไว้

“แต่คุณกำลังล้ำเส้น” เธอสะบัดแขนออกจากสมุทรอย่างแรง 

“เรื่องอะไรล่ะ ?” ผมเลิกคิ้ว

“........” อีกฝ่ายไม่ตอบ  ดวงตาสะท้อนความลังเลที่อยู่ภายในกับการที่จะตอบคำถามนี้ 

“อยากรู้ไหมว่าผมล้ำเส้นไปถึงไหนแล้ว หึ ๆ ผมล้ำได้มากกว่าที่คุณคิดอีกครับ” ผมพูดพลางกวาดตามองหน้าของเธอ  สีหน้าที่กำลังซีดเผือดและจดจ้องผมไม่กะพริบตา 

“หยากลับเองได้” เธอตัดบทโต้ง ๆ  เดินจากไปด้วยการไม่หันกลับมามองสมุทรอีก  ส่วนตัวฝ่ายชายเองก็ไม่ได้มีท่าทีดื้อดึงที่จะตามไปเช่นกัน  เสียงฝีเท้าจากการเดินลงส้นของเธอค่อย ๆ ไกลออกไป  ความเงียบก่อตัวขึ้นอีกครั้ง  หงุดหงิด.. เกลียดคนเดินลงส้นฉิบหาย 

“คุณมีอะไรครับ” สมุทรถามทันทีที่เสียงประตูมุ้งลวดด้านล่างถูกปิดลงอย่างแรง  ถึงแม้จะมี “ครับ” ให้ได้ยิน  แต่โทนเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจในสิ่งที่เกิดขึ้น  มากไปกว่านั้นก็เหมือนขาดความยำเกรงกันในฐานะเจ้านายกับลูกน้องด้วย   

“ค่อนข้างเร็วอยู่นะ..” ผมตอบกลับคนละเรื่อง ทำเอาอีกฝ่ายจ้องไม่กะพริบตา

“ดูจากนาฬิกาน่ะ หึ” ผมยิ้มกว้าง

“หรือตามจริงแล้วไม่เสร็จ ? ฉันก็ไม่ได้ส่งเสียงรบกวนสมาธินายไม่ใช่เหรอ”

“ผมถามว่าคุณมีธุระอะไร” สมุทรกดเสียงลง  เขาเริ่มที่จะพยายามควบคุมทั้งสายตาและน้ำเสียงให้เป็นปกติ  แต่ไม่ใช่อย่างก่อนหน้า  เพราะครั้งนี้ไม่สงบแบบนั้น 

“ไม่เสร็จสินะ” ผมพูด  มองออกได้จากสิ่งที่ปรากฏ

“........” อีกฝ่ายไม่ตอบ  แต่แววตาเริ่มแสดงความไม่พอใจ

“แบบนั้นผู้หญิงเขาจะเสียความมั่นใจเอานะ อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะทำให้อีกฝ่ายเสร็จซะก่อนสิ”

“คุณไฟ !”   

“คนแบบคุณไม่มีสิทธิ์มายืนสอนคนอื่นหรอกครับ” สมุทรข่มโทนเสียงลง  ดวงตาถลึงโตแบบที่ไม่ได้เห็นในเวลาปกติ  ผมนิ่งเฉย  ไม่ได้ตกใจ  และเพราะสิ่งที่ได้ยินก็ถือว่าเป็นการย้อนที่น่ายอมรับได้อยู่ไม่น้อย

“โกรธอะไรล่ะ” ผมเดินเข้าหา

“สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ที่บ้านคุณไม่ได้สอนเหรอครับ” อีกฝ่ายแสยะยิ้มด้วยท่าทางเย้ยหยัน

“อย่าแตะต้องที่บ้านฉัน” ผมลดเสียงลง

“หึ !” สมุทรเงยหน้าขึ้นพร้อมพ่นหัวเราะออกมา

“คุณถือวิสาสะเข้าบ้านผม...”

“ดีออกนี่ ดีกว่าให้พวกน้อง ๆ ที่รักของนายมาเจอเป็นไหน ๆ” ทันทีที่ผมพูดจบ เราก็จับจ้องกันไม่กะพริบ  จู่ ๆ ความเงียบที่ก่อตัวขึ้นก็ทำให้ประเด็นเรื่องครอบครัวจบไปโดยง่าย 

“ช่างเถอะ ช่วยจัดการตัวเองให้เรียบร้อยสำหรับพร้อมเก็บตัวด้วยแล้วกัน” ผมตัดบทก่อนจะก้าวขาเดินจากมา

“ถึงผมไม่เสร็จมันก็ไม่ใช่ปัญหาของคุณไม่ใช่เหรอครับ” สมุทรพูดขึ้น  ผมหยุดเดิน  โทนเสียงของเขากลับมาเป็นปกติในประโยคนี้

“หรือว่าคุณมีปัญหา คุณต่างหากไม่พอใจอะไรครับ”

“อยากได้ยินว่าไงล่ะ” ผมหันกลับไป

“คาดหวังที่จะได้ยินอะไรจากฉัน” ผมต้อนถาม 

“หึ..” อีกฝ่ายพ่นหัวเราะ

“คิดว่าผมคาดหวังในตัวคุณเหรอครับ อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย”

“นายคิดไหมว่าเธอจะตาโตแค่ไหนถ้าได้รู้ว่านายเสร็จเพราะฉันภายในไม่กี่นาที ทั้งที่ยังใส่กางเกงในไว้ แถมมือก็ไม่ได้ใช้” ผมเบิกตา  ผลิยิ้มในประเด็นที่น่าสนุกนี้

“หุบปากเดี๋ยวนี้” อีกฝ่ายย้อนเสียงเย็น

“ทำไม ไม่พอใจอะไรล่ะ..” ผมยียวน  ตรงเข้าไปประชิดจนทำให้ใบหน้าของเราห่างกันเพียงแค่ฝ่ามือ

“ระวังปากหน่อย รู้สถานะตัวเองด้วย” ผมเตือน

“ก็ดีครับ” สมุทรย้อน 

“งั้นคุณเองก็ช่วยเคารพเรื่องส่วนตัวของผมด้วยแล้วกัน เพราะการที่ผมจะเอาของของผมไปมีอะไรกับใคร มันก็เรื่องของผมครับ เสร็จหรือไม่เสร็จ มันก็เรื่องของผม แล้วก็..อย่ายุ่งกับเธออีก

“อีกอย่าง บางที ผมอาจเสร็จเพราะมันจำเป็นต้องเสร็จก็ได้”

“หึ ๆ ก็จริง” ผมหลุดหัวเราะในประเด็นนี้  ลืมไปว่าเรื่องแบบนี้มันก็เกิดขึ้นได้น่ะนะ

“งั้นต่อไปนี้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจแล้วสินะ ในเมื่อคู่นอนอุตส่าห์เสร็จเพื่อฉันซะขนาดนี้” ผมยิ้มกว้าง  ยื่นหน้าเข้าไปใกล้  อีกฝ่ายฮึดฮัดแสดงความไม่พอใจ  ผลักผมออกเต็มแรง  ความหงุดหงิดผุดขึ้นโดยทันที

“ฉันจะทำอะไรกับนายก็ได้สมุทร...”

“เคารพเหรอ หึ..ถ้าไม่เคารพ ฉันทำได้มากกว่านี้อีก จะทำให้นายจำใจต้องเสร็จเพราะฉันอีกกี่ครั้งก็ยังได้” ผมหุบยิ้มลง  สายตาของคนตรงหน้าแสดงความดุดันมากกว่าเดิม  ขาที่ย่างเข้าหาทำให้สมุทรยกแขนขึ้นปกป้องตนเองตามสัญชาตญาณ  ผมปัดออก  ใช้หลังแขนกระแทกเข้าที่คอหอยอีกฝ่ายอย่างแรงจนเจ้าตัวเซถอยไปติดกำแพง 

“จะเอานายตรงนี้ก็ยังได้เลยถ้าฉันอยากจะเอา” ผมกวาดตามอง

“ออกไปจากบ้านผม”

“อย่าทำให้ผมต้องหมดความเคารพในตัวคุณไปมากกว่านี้เลยครับ”

“เมฆ พี่สมุทรนอนรึยัง !

เสียงดาวตะโกนถามดังมาจากชั้นล่างของบ้าน พร้อมกับเสียงเลื่อนบานประตูเบา ๆ  ผมกับสมุทรชะงัก  หันไปมองทางบันไดขณะที่ได้ยินเสียงวิ่งขึ้นมาทางนี้  เมฆชะงักทันทีที่เห็นผม  ตาจ้องมายังแขนของผมที่ดันอยู่ตรงคอพี่ชายของตน

“อย่าทำอะไรพี่สมุทรนะ !” อีกฝ่ายร้อง  รีบวิ่งตรงเข้ามากอดขาพี่ชาย 

“เมฆ มีอะไรเหรอ” ดาวถามหา  ผมผละตัวออก  สมุทรละสายตาจากผมแล้วก้มตัวลงอุ้มเมฆขึ้น

“พี่ไฟ...” ดาวทัก  หยุดยืนอยู่ตรงบันไดด้วยสีหน้างุนงง

“อย่ามาที่นี่อีกครับ” สมุทรพูดขึ้น  จ้องมองผมไม่กะพริบ

“อย่ามา...”



...............(ไฟ)..............


ผู้เขียน:

ต้องขอโทษด้วยที่หายไปนาน  ที่ผ่านมาไม่มีเวลาที่จะสะดวกมาต่อได้จริง ๆ ค่ะ  จะปีใหม่แล้ว  ขอให้ทุกคนมีความสุข  สุขสันต์วันปีใหม่ล่วงหน้านะคะ  รักษาสุขภาพด้วย  ขอบคุณทุกคอมเมนต์เลยค่ะ ^ - ^

ปล. ขออภัยที่ตอนนี้ช่างไม่น่ารัก 5555+  :mew2: :mew2: :mew2:

เบบี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24-12-2020 22:19:31 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1709
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-1
คุณเบบี้ใจร้ายยยยย  :ling3: นานๆ มาที ก็ไม่ให้เขาสวีทกันเลยยย  / แต่อย่างน้อยก็ได้รู้ พี่สมุทรไม่ได้เสร็จกับใครก็ได้นะจ๊ะ งือออออ

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่าาาา Merry Christmas & Happy New Year 2021 นะคะ สุขภาพแข็งแรงค่าา

ออฟไลน์ น้ำแข็งใส

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 272
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ MaidenQueen

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 103
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เมื่อไหร่ไฟกับสมุทรจะได้รักกันแบบหวานๆมั้งน้าาา

ออฟไลน์ jj

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 76
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-0
ยังมองไม่เห็นทางแห่งความสุขเลย
แต่ก็จะติดตามต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ Smirnoff

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1121
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +83/-1
ค้างมาก ฮืออออ เค้าหึงกันรึเปล่า หึงกันใช่มั้ยนยยยย


สวัสดีปีใหม่ค่ะเบบี้
ขอบคุณที่ยังกลับมาน้า ติดตามอยู่เสมอเลย

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2251
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +170/-9
ฉันเป็นพี่ไฟต้องรู้สึกยังไง
แกจะร้อง นี่ว่าพี่ไฟน้อยใจบ้างล่ะวะ ชอบเขามากแต่เขาไม่สนใจ ที่มาหาก็เพราะเป็นห่วงกลับเจอแบบนี้

หยาเธอควรเลิกยุ่งกับสมุทรได้แล้ววววว

ปล.อยากเห็นพี่ไฟมีความสุขแบบที่พี่ธานเคยบอกค่ะ / รักพี่ไฟ :)

สวัสดีปีใหม่เบบี้ ขอบคุณมากที่มาต่อยังรออ่านอยู่เสมอค่ะ ดูแลสุขภาพด้วยนะ

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2443
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +228/-3

ออฟไลน์ Nankoong

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 839
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +120/-5
ตามมาทันแล้วแล้ว หลังจากย้อนกลับไปอ่านมาหลายตอน
 มาถึงตอนนี้ ไม่รู้จะเข้าข้างใครดี เพราะลีลาท่าเยอะกันทั้งคู่
รอลุ้นตอนต่อไปนะคะว่าเค้าจะชัดเจนกันยังไง ดูๆแล้วคงสายประชดประชันกันเก่ง
สุขสันต์วันปีใหม่ล่วงหน้านะคะทุกคน


ออฟไลน์ mamacub

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1027
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-0
 :sad4: ไม่เข้าใจทั้งสองคนเลย
ไฟก็ดูไม่ชัดเจนว่าจะยังไงกับเค้า เด็กมันก็เลยไม่กล้าแสดงอาการเยอะก็เป็นเจ้านายอ่ะเนอะ :katai1:


สุดท้ายก็สวัสดีปีใหม่นะคะคุณเบบี้ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ปีนี้ก็ขอให้เป็นปีที่ดีค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ maminmeaw

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 206
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-1
รอๆๆๆๆๆจ้า มันค้างงงงงงคา

ออฟไลน์ sexysunn

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 53
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-0
กรีดร้อง  สมุทรกลับมาแล้ววววววววว ตอนกระทู้หายใจคือใจคอไม่ดีเลย   ขอบคุณเบบี้มากกก ที่ไม่ทิ้งกัน  ถึงขั้นลืมรหัสผ่าน  ตามล็อกอินมาให้กำลังใจเบบี้นะ  อิพี่ไฟเอาไปทิ้ง   น่าตีจริงๆ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +129/-5
หนทางช่างมีขวากหนาม

ออฟไลน์ oakman

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1477
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-0
กลับมาแล้วววววววววววววววววววววววว
คิดถึงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1485
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
อุ้ยยย พึ่งเห็นว่าเรื่องนี้กลับมา  ดีใจนะคะที่คุณเบบี้กลับมา :hao5:  :hao5:

ยังคงลุ้นกับพี่ไฟกับน้องสมุทรว่าจะเป็นยังไงกันต่อ  :กอด1:

ออฟไลน์ ♥แมวจอมซน♥

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 128
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
ดีใจที่พี่บี้มาต่อแล้วนะ แต่แบบว่า...
ค้างมากอ่าาาา แงงงงง อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 195
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
ทำไมเป็นอย่างนี้ไปละ... ทำม้ายย โน้วววว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด