The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 53 [ 18.50 น. - อา. 12 ก.ค 63 หน้า 76 ]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: The Real Me อย่าท้าให้บ้ารัก ตอนที่ 53 [ 18.50 น. - อา. 12 ก.ค 63 หน้า 76 ]  (อ่าน 307269 ครั้ง)

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

ตอนที่ 52
..ไฟ..




บ้านเลิศประสงค์

“หิน ไอ้หิน” ผมเรียก เดินออกไปหยุดยืนอยู่ระหว่างระเบียงทางเดินหน้าห้องนอน

“ครับ !” เจ้าของชื่อที่อยู่ด้านล่าง กึ่งวิ่งกึ่งเดินมาหาก่อนหยุดยืน เงยหน้าขึ้นมองมายังผม

“สบู่อาบน้ำหมด” ผมพูด คิ้วขมวดชนกันด้วยความไม่ชอบใจที่อีกฝ่ายปล่อยปละละเลยสิ่งที่ผมควรจะใช้เป็นประจำ

“ขอโทษครับ เดี๋ยวผมจะรีบเตรียมให้นะครับนาย” มันบอก  ผมไม่ขานรับ เสร็จธุระแล้วจึงจะตรงกลับเข้าห้อง

“เอ่อ นายครับ !” ไอ้หินเรียกผมไว้ ครั้งนี้มันรีบวิ่งขึ้นบันไดมาคล้ายกลัวว่าจะไม่ทันผม

“........” ผมหันกลับไปมอง

“แม่บ้านบอกว่าสบู่ยี่ห้อนี้หมดแล้วนะครับ ปกติคุณพายุจะเป็นคนซื้อไว้ให้นาย เอ่อ คือ..” อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง

“อะไรก็เอามาเถอะ กูจะอาบน้ำ” ผมปัดอย่างรำคาญ

“ครับ” ไอ้หินผงกหัว  ผมเดินกลับเข้าห้องมา และก็เข้าใจดีว่าไอ้หินพยายามสื่อถึงอะไร  สบู่ที่พายุจัดเตรียมไว้ผมใช้หมดไปตั้งแต่เมื่อคืน  ทู่ซี้บีบจนหยดสุดท้ายเพราะขี้เกียจเรียกให้คนมาเปลี่ยน  คนดูแลเรื่องของใช้ส่วนตัวของผมได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องคือพายุ  ส่วนใหญ่แม่บ้านจึงไม่ได้รับหน้าที่ดูแลงานส่วนนี้เมื่อพายุอยู่  มันรู้ว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร กระทั่งกลิ่นสบู่ก็รู้ดีว่ายี่ห้อที่ผมชอบใช้คือแบบไหน กลิ่นอะไรด้วย


   ..

“เฮ้อ ~” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ให้หลังพนักงานที่มาจากค่ายมวย ตลาดและห้างฯ หอบเอกสารที่เสร็จแล้วนำกลับไป  พี่ธานขยับเข้ามาและเอื้อมมือหยิบเหยือกน้ำเปล่ารินเติมใส่แก้วให้  ผมนั่งมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่มีสายโทรเข้า หน้าจอโชว์ชื่อที่เห็นแล้วว่าจากใคร

“รับไหมครับ” พี่ธานถามพร้อมวางเหยือกลงที่เดิม

“อืม” ผมขานรับในลำคอ  อีกฝ่ายจึงหยิบโทรศัพท์และกดรับให้ก่อนจะยื่นมันมา

“ว่า...” ผมทัก

“กลับมาแล้วเหรอครับไอ้เหี้ย” ปลายสายส่งคำด่าย้อนมาในทันที  การทักทายอย่างกันเองที่ทำให้จู่ ๆ ผมก็หลุดยิ้ม  และรู้ได้เลยว่าคงมีเรื่องที่ทำให้คนที่โทรมาไม่สบอารมณ์อยู่แน่

“คิดถึงปะล่ะ” ผมทักตอบ  พี่ธานที่ก้มหน้าจัดเอกสารที่อยู่บนโต๊ะอมยิ้มมุมปากน้อย ๆ

“ฮึ !” ไอ้โปรดหัวเราะขึ้นจมูกประชดกลับ

“อีหงส์นมโตมันบอกว่ามึงหายดีแล้ว กูถึงได้โทรมา” ไอ้โปรดแทบสบถ

“หึ ๆ ๆ ๆ” ผมหัวเราะอย่างยั้งไม่อยู่

“หายดีแล้วเหรอ” ปลายสายลดระดับเสียงลงเป็นจริงจัง

“ดีแล้ว” ผมตอบ

“งั้นก็ดี...” ไอ้โปรดตัดบท  ผมเงียบลง รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญกำลังจะพูด

“ก็รู้หรอกนะว่ามึงคงอยากจะพักและนี่คงไม่ใช่เวลา แต่.. ที่สนามแข่งมีเรื่องนิดหน่อย”

“จัดการเองไม่ได้เหรอ” ผมสวนถามตามจริงว่ามันควรจะรับมือได้

“แต่มึงควรต้องมาตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าจะให้กูสามารถจัดการเองได้ไหม” ไอ้โปรดย้อนเรียบ ๆ 

“........” ผมเงียบ ได้กลิ่นผิดปกติแล้ว

“เหมือนว่าสนามเราจะถูกใช้เป็นที่เดินเงิน” ปลายสายพูดก่อนทิ้งเสียงลงหนึ่งอึดใจ

“ที่จริงเป็นมาสักพักแล้ว พี่สนแกแอบดูพฤติกรรม ไม่กล้าบอกเราแต่แรก แต่วันนี้การ์ดมาฟ้องกูเพราะวันก่อนพวกมันมีปากเสียงกับการ์ด เกือบจะลงไม้ลงมือกัน” ไอ้โปรดเล่า

“เข้าใจแล้ว” ผมตอบรับ

“กูจะอยู่สนามถึงค่ำ เห็นการ์ดบอกว่าปกติพวกมันจะเอารถมาเปลี่ยนตอนค่ำ ๆ อะนะ ถ้ามึงไม่ว่าอะไร กูก็อยากรีบทำให้มันจบ ๆ” ไอ้โปรดรวบรัด

“ได้ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ” ผมอนุญาต  ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

“เจอกันตอนเย็น” ผมตัดบท

“ขอบพระคุณ” ไอ้โปรดตอบรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ ก่อนตัดสายไป

“ไอ้โปรดพูดว่าขอบพระคุณ” ผมยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้พี่ธาน  ปกติไอ้โปรดก็ไม่ใช่คนที่ชอบมีปัญหาเรื่องทำนองนี้อยู่แล้วน่ะนะ

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ” พี่ธานถาม

“เห็นมันว่ามีคนใช้สนามเดินเงิน” ผมตอบ

“........” พี่ธานเงียบ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” ผมสบตาอีกฝ่าย แต่แท้จริงแล้วกำลังประชดบอกตัวเอง

“ยินดีต้อนรับกลับครับ” พี่ธานอมยิ้ม ตอบรับผมคล้ายเข้าใจในความหมาย...


- - - - - - - - - - - - - - -


19:05 น. : สนามแข่งรถ

การได้มีโอกาสออกมาเดินย่อยอาหารนอกบ้านหลังมื้อค่ำ ถือเป็นเรื่องที่ดี.. มั้งนะ

“พวกมันมาแล้วครับ” ไอ้เด่นที่ออกไปดูต้นทาง เดินกลับเข้ามารายงานให้ทราบ

ผมเดินทางมาถึงสนามได้เกือบยี่สิบนาทีแล้ว  บริเวณโรงรถฝั่งของทีมพวกผมยังคงเปิดไฟส่องสว่าง  ไอ้โปรดและพวกช่างเครื่องของทีมพวกผมอยู่ในนั้นพร้อมหน้า  สนามปิดห้าโมงเย็น  ดังนั้นจึงเงียบสงบ  ไม่มีใครในที่นี้ทราบว่าผมมา  รวมทั้งยังไม่ได้ปรากฏตัวให้ใครเห็นด้วย

“นั่นไอ้ดอยครับ ส่วนข้าง ๆ นั่นไอ้นัด” ไอ้เข้มแนะนำ มือข้างหนึ่งชี้ไปที่เจ้าของชื่อ  ชายรูปร่างท้วมและสูงใหญ่  กับชายรูปร่างสันทัด  ไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากเครื่องแต่งกายที่สวมใส่  แบรนด์เนมหัวจรดเท้า

“..น่าสงสาร” ผมพึมพำผ่านกระจกหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้า

“อะไรเหรอครับ” พี่ธานถามอย่างสงสัย

“ใช้ของแพงแต่ดันดูไม่แพงน่ะ” ผมตอบ

“ไอ้ดอยเหรอ จำไม่เห็นได้..” ผมพึมพำ

“คุณไฟเคยเจอมันแล้วนะครับ” พี่ธานพูด

“อ้อ งั้นเหรอ ก็มัน.. ไม่น่าจำ” ผมผลิยิ้มให้พี่ใหญ่  อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ 


แกรบ ~

เสียงแกะถุงเยลลีจากผมทำลายความเงียบสงบระหว่างเรา  ทุกคนจับจ้องมาที่ผมเป็นตาเดียว  เยลลีรสนี้คือรสที่ชอบที่สุด “รสโคล่า” เป็นขนมนำเข้าจากต่างประเทศ  หนึ่งห่อราคา 20 บาท มีเยลลีชิ้นเล็กเท่าขี้เล็บอยู่เพียง 8 ชิ้นเท่านั้น 

“เมื่อตอนบ่ายคุณก็กินไปแล้วถุงนึงนี่ครับ เอาถุงนี้มาด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับเนี่ย” พี่ธานออกปากบ่น
 
“ถุงเล็กนิดเดียว” ผมกระซิบพร้อมถลึงตาประกอบว่า มันนิดเดียวจริง ๆ 

“หึ..” พี่เขาส่ายหัวยิ้มอ่อน ๆ  ผมจึงหยิบเยลลีใส่ปากพี่ธานไปหนึ่งชิ้น  อีกฝ่ายรับไปกินอย่างเสียไม่ได้  ส่วนไอ้เข้มกับไอ้เด่นก็ได้รับไปกินอีกคนละชิ้นเล่นกัน

“แบ่งไปแล้วสาม เหลือห้า” ผมพูดเสร็จก็ยกถุงเยลลีกรอกปากทีเดียวหมดห้าชิ้น  ความเปรี้ยวที่ผสมไปกับรสโคล่าพุ่งขึ้น  เสียวมาตั้งแต่กระพุ้งแก้มยันหางตาทั้งสองข้าง “ซี๊ดดดดดด ~”

“โอ้ววว สุดยอด” ผมชม  ได้ลิ้มรสมาก็หลายยี่ห้อแล้ว ยี่ห้อนี้สุดจริง ๆ

“หึ ๆ ๆ” พี่ธานยิ้มกว้าง

ขนมที่อยู่ในปากถูกอมเลี้ยงเอาไว้เพราะยังไม่อยากกลืน  ขณะที่ขาก้าวเดินออกไปยังสถานที่ที่จะสามารถทำให้เห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ถนัด  นั่นห้องพักที่จำกัดบุคคลหลักเข้าออกได้เพียงไม่กี่คน  ความมืดในห้องถูกรักษาเอาไว้ เพราะไม่ต้องการให้ใครทราบว่าพวกผมมาถึงแล้ว  มีเพียงแสงไฟจากอาคารฝั่งของโรงรถสาดลอดหน้าต่างเข้ามา
 
“อะไหล่ตัวนี้เพิ่งสั่งเข้ามาใหม่เหรอ”

“ครับ เพิ่งมาถึงเมื่อเช้านี้เองครับ”

ผมฟังเสียงของไอ้โปรดที่พูดคุยอยู่กับทีมช่าง ไม่ไกลจากมุมห้องที่ผมนั่งอยู่มากนัก  จากนั้นจึงเลื่อนเก้าอี้นั่งลง  หันหน้าเข้าโรงรถ พลางเงยหน้ามองพี่ธานที่ยืนอยู่ตรงหน้า เยื้องกับประตูหน้าต่าง  อีกฝ่ายยืนล้วงกระเป๋ามองออกไปยังโรงรถ  หน้าต่างซึ่งเป็นกระจกแบบที่คนนอกไม่สามารถมองเข้ามาด้านในตัวห้องที่เราอยู่ได้  เยลลีที่อยู่ในปากถูกเคี้ยวจนหมดลง  ผมถอนหายใจเซ็ง ๆ

“คุณโปรดครับ มีคนมาขอพบครับ” เสียงของไอ้น้ำ  ลูกน้องคนสนิทของไอ้โปรดพูดขึ้น  ผมหลุดยิ้ม เมื่อเห็นว่าไอ้โปรดได้ยินสิ่งที่ไอ้น้ำพูดแล้ว แต่มันกลับยังมุดเข้าไปในตัวรถทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ใด ๆ 

“พ่อมันก็เป็นแบบนี้” ผมพูด  พี่ธานอมยิ้มเล็กน้อย 

ทีมงานของผมมองไปยังแขกที่มาถึงปะหลับปะเหลือก  ไอ้ดอยกับไอ้นัดยืนมองไอ้โปรดด้วยท่าทางไม่พอใจ 

“อีตุ๊ดเอ๊ย” ไอ้นัดพูดขึ้น 

“สนามนี้แม่งมีแต่พวกชอบของประหลาดรึไงวะ หึ” ไอ้นัดหันไปพูดกับไอ้ดอยที่มาด้วยกัน  ช่างเครื่องที่กำลังทำงานอยู่ต่างหยุดชะงัก  ไอ้โปรดขยับตัวออกจากตัวรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย  มันเท้าเอวและเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่สูงขึ้นไปหลายสิบเมตร  หลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมา  เป็นปฏิกิริยาที่ทำเอาพี่ธานที่ยืนอยู่แสยะยิ้มมุมปากคล้ายชอบใจ

“ไหงยิ้มอย่างนั้นล่ะครับพี่ใหญ่ นั่นเพื่อนผมนะ” ผมแซว

“คนอย่างเขา โดนซะบ้างก็ดีครับ” พี่ธานตอบ

“ใจร้ายจัง” ผมลดเสียงลง  กวาดตามองพี่ใหญ่

“มองผมแบบนั้นทำไมครับ” พี่ธานถามเสียงนุ่ม

“อย่าให้รู้ว่าแอบไปกินกันที่ไหนนะครับ” ผมกระดกคิ้วข้างหนึ่ง 

“พูดอะไรครับ” พี่ธานว่า

“ก็นะ ถ้าได้กันขึ้นมา บ้านอาจจะพังก็ได้นะครับ” ผมวิเคราะห์ด้วยความหนักใจ  พลังม้าด้วยกันทั้งคู่

“พรืดดด !” เสียงของไอ้เด่นที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหลังผมพยายามอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้

“เดี๋ยวจะโดน” พี่ธานช้อนตาขึ้นมองไอ้เด่นตาขวางทำเอาอีกฝ่ายเงียบปากไปสนิท  ผมอมยิ้ม ยอมตัดบทจบไว้เท่านี้

“สองคนนี้เขามาขอพบคุณโปรดน่ะครับ” ไอ้น้ำบอก

“มีอะไรคะคุณพี่” ไอ้โปรดดัดเสียง ทำจีบปากจีบคอประชดกลับ

“ฮึ ! เหมือนมันจะยอมรับด้วยว่ะว่ามันเป็นตุ๊ด !” ไอ้ดอยถลึงตา หัวเราะชอบใจยกใหญ่ 

“ค่ะ ว่าแต่.. ในโลกของพวกคุณพี่นี่คงคิดว่าผู้ชายชอบกันนี่เรียกว่าตุ๊ดหมดเลยสินะคะ ฮะ ๆ งงมากเลอะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ เข้าจายยย ~” ไอ้โปรดกะพริบตาพร้อมนำมือทาบอก  ผมกัดฟัน กลั้นหัวเราะไว้จนเริ่มรู้สึกอึดอัดท้อง


ครู่หนึ่ง โรงรถขนาดใหญ่ก็เงียบเสียงลงชั่วอึดใจ  ไอ้โปรดถอดถุงมือออกแล้วโยนลงตะกร้าสำหรับเก็บถุงมือใช้แล้วใกล้ ๆ

“ผมจะถือว่า พวกคุณกำลังชมรสนิยมอันสวยงามของผมก็แล้วกัน” เพื่อนรักกลับมาใช้โทนเสียงปกติ  ใบหน้าที่เรียบเฉยบ่งบอกว่าลึก ๆ แล้วไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก 


ไอ้โปรดสบตากับลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ประตูพร้อมผงกหัวครั้งหนึ่ง  พวกมันพากันเลื่อนปิดประตูโรงรถลง ทำเอาแขกที่มาถึงมีปฏิกิริยาเลิ่กลั่กให้เห็น...

“ตกลงว่ามีอะไรให้ช่วยไหมครับ เพราะนี่ไม่ใช่เวลารับแขก” ไอ้โปรดถาม

“ใครเปลี่ยนกุญแจโรงรถกู” ไอ้ดอยถาม

“ผมเอง” ไอ้โปรดตอบ

“เสือกอะไร เอากุญแจมา”

“คงไม่ได้หรอกครับ” ไอ้โปรดผลิยิ้มเล็กน้อย

“พี่สนไม่ได้สั่งสอนพวกมึงเหรอ ว่าอย่ามายุ่งกับโรงรถทีมของพวกกู” ไอ้นัดว่า  ไอ้โปรดยืนนิ่ง  ดวงตาเหม่อลอยมองไปยังผู้พูด
 
“คุณควรมาใหม่ในเวลางานครับ” ไอ้โปรดพูดบอก 

“โฮะ !” ไอ้ดอยแสยะหัวเราะ  เดินตรงเข้าหาไอ้โปรด

“เอากุญแจมา” อีกฝ่ายกระซิบพูด

“มาใหม่เวลางาน” ไอ้โปรดตอบ จับจ้องมองคนตรงหน้าที่สูงเสมอกันไม่กะพริบตา 

“การ์ดมึงยังทำอะไรกูไม่ได้เลย ตุ๊ดอย่างมึง ก็ไปอยู่ในที่ ๆ มึงควรอยู่ซะไป เอากุญแจมา...” ไอ้ดอยบดฟันกรามแน่น  ลูกน้องของไอ้โปรดพากันขยับตัวในทันทีที่เห็นว่าไอ้โปรดถูกว่าอย่างนั้น 

“ผมชื่อโปรด ถ้าพวกคุณพี่ยังไม่รู้ กรุณาเรียกชื่อด้วยครับ” ไอ้โปรดยิ้ม

“ฮึ ! ฮ่า ๆ ๆ อีตุ๊ดนี่มันจะให้กูเรียกชื่อมันว่ะ !” ไอ้ดอยหันหลังกลับไปหัวเราะให้ไอ้นัด
 
“........” ไอ้โปรดนิ่งไปพลางเหสายตาลงเล็กน้อย

“เอากุญแจมา” ไอ้โปรดพูด สบตาไปทางคนคุมความเรียบร้อยของสนามพร้อมแบมือออก  พนักงานวางกุญแจลงบนมือของมัน  ไอ้โปรดเงยหน้าขึ้นปะทะสายตากับไอ้ดอยอีกครั้ง รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทั้งคู่ 

“อยากได้ก็มาเอา” ไอ้โปรดไม่พูดเปล่า  มันยัดพวงกุญแจเข้าไปในเป้ากางเกงโดยทันที  ทำเอาช่างเครื่องพากันหัวเราะคิกคักชอบใจ 

“มาเอาสิคะคุณพี่ แต่ระวังงูฉกนะ ฉก ๆ ฉก ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ไอ้โปรดท้าทาย  กระดกเอวขึ้นลงสู้อากาศ

“เฮ้อออ..” เสียงพี่ธานถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ไอ้สัส !” ไอ้ดอยสบถและเดินเข้าหาไอ้โปรดหน้าดำหน้าแดง  ไอ้น้ำเคลื่อนตัวเข้าไปขวางไว้

“อย่าเสือก !” ไอ้ดอยผลักไอ้น้ำออก  ด้วยความที่เป็นคนรูปร่างสันทัดจึงเซไปตามแรง

“โกรธจนลมออกจมูกเลย ตายแล้ววววว ~~” ไอ้โปรดถลึงตา ยิ้มกว้าง

“มึง” ไอ้ดอยบดฟัน คว้าคอเสื้อไอ้โปรดขึ้นทันที

“ปล่อยคอเสื้อกูไอ้อ้วน หึ.. มึงนี่น่าจะเป็นผู้ชายคนแรกเลยที่กูเหม็นกลิ่นเหงื่อจากตัวมึงจนจะอ้วกอยู่แล้ว”

“กูไม่ปล่อย หึ.. ไม ? มึงนึกว่ากูกลัวพวกมึงเหรอ” ไอ้ดอยแสยะยิ้ม กวาดตามองไปยังการ์ดที่ยืนอยู่ไม่ไกล 

“ปล่อยคอเสื้อกู” ไอ้โปรดย้ำ 

“ฮึ.. ตุ๊ดอย่างมึงน่...”


ผลัวะ !!!

ไม่ทันให้ไอ้ดอยได้พูดจบประโยค ไอ้โปรดก็กระแทกหัวเข้าใส่จมูกของไอ้ดอยเต็มแรง  ไอ้นัดส่งเสียงโวยวายในทันทีที่เพื่อนของตนถูกจู่โจม 
 
“กูบอกให้เรียกชื่อกูไง ไอ้สัสสสสสส !!!” เพื่อนผมตวาด  เสียงของมันลั่นโรงรถจนก้องเข้ามาในห้องที่ผมอยู่ชัดเจน  หูของมันแดงด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้  มันหยิบประแจอันใหญ่ที่วางอยู่บนกล่องเครื่องมือ  ปรี่เข้าไปฟาดไอ้ดอยเต็มแรง 

แต่ด้วยความที่ไอ้ดอยเป็นคนร่างใหญ่  สภาพมันยังมีแรงพอที่จะถีบไอ้โปรดจนล้มลงไม่เป็นท่า..

“คุณไฟครับ” พี่ธานเตือน

“ปล่อยมัน” ผมบอก

“ฮ่า ๆ ๆ เอาเลยไอ้ดอย !” ไอ้นัดส่งเสียงเชียร์  ไอ้โปรดดันตัวเองให้ลุกขึ้นก่อนที่ไอ้ดอยจะพุ่งเข้าใส่  มันแทงประแจที่ถืออยู่ในมือเข้าไปที่คอหอยของไอ้ดอยทันที

“อ้ากกกกกก !”

“ไอ้ดอยยยย !!!”

ทั้งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากการต่อสู้  ทั้งเสียงตะโกนโหวกเหวกจากคนดูก้องไปทั่วบริเวณโรงรถ  ประแจที่อยู่ในมือของไอ้โปรดเต็มไปด้วยคราบเลือดจากใบหน้าของไอ้ดอย

“หยุดได้แล้ว !” ไอ้นัดตะคอก 

“........” ไอ้โปรดชะงัก  มองปากกระบอกปืนจากไอ้นัดที่จ่อมายังตน

“กูไม่สนุกแล้ว เสียเวลาฉิบหาย เอากุญแจมา” ไอ้นัดข่มเสียงลง  ปากสั่นด้วยความโมโห

“หึ..” ไอ้โปรดผลิยิ้ม  ขยับตัวลุกขึ้นในขณะที่ไม่ละสายตาไปจากไอ้นัด 

“พวกมึงรู้ไหม โลกนี้มีสิ่งที่กูกลัวอยู่สองอย่าง” ไอ้โปรดหันไปพูดกับพวกพนักงานทุกคนด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดัง

“กลัวตาย กับกลัวไม่ได้เย็x ไอ้เชี่ยยย นี่กูแม่งไม่รู้เลยว่ากูกลัวอันไหนมากกว่ากัน กร๊ากกก” เพื่อนรักยืนเท้าเอว อ้าปากหัวเราะลั่นอยู่คนเดียว

“แต่บางที...ก็คิดว่ากลัวไม่ได้เย็xมากกว่า” ไอ้โปรดเดินเข้าหาด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้า  ประแจได้ทำหน้าที่อีกครั้ง  มันฟาดเข้าที่ข้อมือของไอ้นัดไม่ทันตั้งตัว  ปืนกระเด็นหลุดมือเจ้าของออกไปไกล  ในขณะที่ไอ้นัดเอาแต่ร้องด้วยความเจ็บปวด

“มึง.. มึงรู้ไหมว่ามึงกำลังเล่นอยู่กับใคร !?” เสียงของไอ้นัดสะท้อนไปทั่ว  ทันทีนั้นความเงียบก็เข้ามาแทนที่  ผมลุกขึ้น เดินออกจากห้อง  ได้ยินเสียงคนที่โรงรถยังคงบอกสรรพคุณของลูกพี่ตน 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-06-2020 10:32:43 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15
ไอ้เข้มที่นำหน้าอยู่เปิดประตูออก  สายตาทุกคู่หันมาสนใจ  ผมตวัดปลายไม้เท้าขึ้นเพื่อดันตัวไอ้โปรดให้ออกห่าง...

“พวกนี้ใคร ?” ผมถาม  ก้มหน้าลงสบตากับไอ้ดอยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพื้น

“เพื่อนมึงเหรอ” ผมหันไปมองไอ้โปรด

“กูไม่มีเพื่อนโหงวเฮ้งเฮงซวยแบบนี้หรอก ที่บ้านกูถือ” ไอ้โปรดแทบกระแทกเสียงใส่หน้าผม

“หึ ๆ ๆ” ผมหัวเราะ ไอ้เหี้ยนี่ตลก..

“หึ สนามนี้แม่งแปลกฉิบหาย ได้ข่าวว่ามึงเองก็ชอบแดกตูดเหมือนกันนี่” ไอ้นัดแสยะยิ้ม

“ครับ เรียกว่าหมกมุ่นเลยดีกว่า” ผมผงกหัวน้อย ๆ  ขยับปลายไม้เท้าทิ่มลงที่คอหอยของไอ้ดอยในทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น

“แต่ไม่ยักรู้ ว่าเรื่องที่ผมชอบกินตูดเป็นอาหารจานหลักจะโด่งดังมากขนาดนี้” ผมยิ้มกว้าง  ถูกใจฉิบหาย “ชอบแดกตูด” พูดมาได้ไอ้เหี้ย กูเกือบลั่น

“ไอ้ ฟะ...อึก !” ไอ้ดอยเริ่มดิ้น  น้ำหนักของไม้เท้าที่ถูกกดลงทำให้หน้าผากของไอ้ดอยแดงก่ำ  เส้นเลือดปูดขึ้นชัดเจน 

“อยากช่วยไหมละ” ผมเสนอ

“ช่วยคิดหน่อยสิว่าเราควรจัดการยังไงต่อดี ให้คนของฉันปล่อยให้นายวิ่งไปหยิบไอ้โลหะโง่ ๆ นั่นขึ้นมา แล้วยิงพวกฉันเรียงตัวดีไหมนะ”

“แต่ถ้าตายเยอะขนาดนั้น ลูกพี่นายจะเหนื่อยเอานะ” ผมยิ้มให้
 
“ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร” ริมฝีปากของผมยังมีรสโคล่าจากเยลลีอยู่  ตอนนี้มันค่อนข้างแห้งจนรู้สึกกระหายน้ำขึ้นมา

“แล้วมึงไม่สงสัยเหรอว่าพวกเรากำลังเล่นอยู่กับใคร” ผมหันไปมองหน้าไอ้โปรดอย่างสงสัย

“เล่นอยู่กับพ่อออมันมั้ง !” ไอ้โปรดสบถด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่ยังไม่หายไป

“หึ.. กร๊ากกกก” ผมเงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่น 

“ฮือออออ ฮึ ! อึกกก !” เสียงร้องด้วยความทรมานดังขึ้นแทรกเสียงหัวเราะจากผม  คนที่ถูกกดคอหอยอยู่น้ำตาไหลเป็นทาง  มือของมันจับไม้เท้าของผมไว้แน่นทั้งสองข้าง

“ปล่อยเพื่อนกู” ไอ้นัดสั่งด้วยสายตาเลิ่กลั่ก

“ไม่ทำอะไรหรอกครับ มาดีขนาดนี้” ผมบอก พร้อมขยับไม้เท้าออกโดยทันที

“จริง ๆ แล้ว ที่นี่เราค่อนข้างมีมารยาทน่ะ..” ผมพูดให้ฟัง  เหล่หางตามองไปยังทีมงานทุกคนที่ยืนเรียงหัวอยู่นับครึ่งร้อย
 
“สุภาพ แล้วก็ไปมาลาไหว้ ไม่ได้ป่าเถื่อนอย่างนั้นหรอก เป็นวัฒนธรรมในองค์กรผมครับ” ผมยิ้มบอกพลางถอนหายใจ  ปลายไม้เท้าเปลี่ยนเป้าหมาย ขยับขึ้นแตะไปยังไหล่ของไอ้นัดที่ยืนอยู่...

“ลูกพี่ของพวกคุณคงใหญ่ขนาดที่ผมต้องเกรงใจเลยสินะ ถึงได้ทำอะไรไม่เกรงใจกันแบบนี้” ผมพูด  ลดน้ำเสียงลงเพื่อให้การสนทนาเป็นไปโดยปกติ   

“ใหญ่ขนาดที่จะขี้เยี่ยวที่ใครก็ได้งั้นใช่ไหม” ผมตวัดไม้เท้าลง พร้อมนั่งยองในระดับเดียวกันกับไอ้ดอย

“เปิดโรงรถให้กู” อีกฝ่ายพูด แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

“ลองพูดเพราะ ๆ ดูสิ” ผมขอ

“เปิดโรงรถให้กู ไอ้เหี้ย !” ไอ้ดอยตะคอก  ผมนิ่งมองครู่หนึ่ง  จู่ ๆ ก็เห็นเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาในความรู้สึก เม็ดเล็ก ๆ นั่นที่เป็นเหมือนความหงุดหงิดรำคาญใจและไม่อยากจะเข้าไปแตะต้อง

“นี่...”

“คืนนี้พวกผมจะดูแลของของพวกคุณเอง” ผมยิ้มพูด

“รับรองว่าจะดูแลให้อย่างดี ฝากไปบอกนายของพวกคุณด้วย ให้รีบมาเซ็นยินยอมยกเลิกสัญญาใช้สนามซะ แล้วขยับรถของพวกคุณออกไปให้หมด อย่ามาเหยียบที่นี่อีก ผมจะใจดี ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าพวกคุณคิดที่จะบุกเข้ามาเอาของเองละก็ ทีนี้...ทุกที่ที่มีกลิ่นของพวกคุณ ผมจะตามไปเองครับ จะตามไปขี้เยี่ยวบนที่ของพวกคุณบ้าง เอาให้ส้วมเต็มไปเลย แบบนี้ดีไหม”

“........” ไอ้ดอยไม่ตอบ เอาแต่จดจ้องผมเขม็งอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ว่าไง คุณดอย” ผมยิ้มถาม 

“ใช่ มึงทำตามหน้าที่ กูก็ทำตามหน้าที่.. ที่นี่กูคุม” ผมกลืนน้ำลายลงคอ  ขยับใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายจนได้กลิ่นคาวไม่พึงประสงค์

“ถ้ามึงทำแบบนี้ในที่ของกูอีก กูจะฆ่ามึง” ผมวางมือลงพร้อมช่วยจัดคอเสื้ออีกฝ่ายให้เรียบร้อย

“เจ้านายมึงจะช่วยอะไรมึงไม่ได้ เพราะต่อให้มึงฆ่ากูให้ตาย คนของกู.. ก็จะลากหัวมึงมาฆ่าอยู่ดี” ผมฉีกยิ้ม

“ไม่ใช่ที่นี่หรอก ไม่ใช่คนพวกนี้..” ผมกระซิบใกล้ ๆ

“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ ฮืม อยากเปิดศึกกับกูนักไม่ใช่เหรอ หึ ๆ” ผมตกใจที่อีกฝ่ายเงียบปากอย่างกับเป็นใบ้  กวาดตามองใบหน้าของมันเต็มตาอยู่หลายนาที

“รู้ไหม พวกมึงมันเกิดมาเปล่าประโยชน์ บนตัวมึงมีแต่กลิ่นสาบเปล่าประโยชน์เต็มไปหมด และต่อไปนี้.. นี่คือผลของการไม่เคารพสถานที่ของคนอื่น” ผมยิ้มพร้อมตบหลังมือลงบนหน้าอกของอีกฝ่ายสองสามทีก่อนจากกัน

“ส่งแขกด้วยครับ” ผมลุกขึ้นสั่งเสียงเรียบ  ประตูโรงรถถูกเปิดออกโดยทันที  ไอ้เข้มกับไอ้เด่นทำตามคำสั่ง  ไล่ต้อนไอ้ดอยและไอ้นัดออกจากพื้นที่ไป ประตูโรงรถจะเลื่อนปิดลง

“ตามมันไป คอยรายงานสถานที่ด้วย” ผมสั่งไอ้เข้ม

“ครับนาย” มันผงกหัวรับทราบ  ผมหันไปมอง สอดมือลูบไปที่ต้นคอของอีกฝ่ายอย่างเบามือ  ไอ้เข้มหลบตา ก้มหน้าลงเล็กน้อย

“อย่าให้พลาดล่ะ”

“ครับนาย” ไอ้เข้มขานรับก่อนจากไป  เสียงการทำงานเริ่มกลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง  ผมยืนนิ่ง จ้องมองอยู่ที่ประตูโรงรถ
 
“หิวน้ำ” ผมพึมพำ  ไอ้เด่นกุลีกุจอนำน้ำเปล่ามาให้  ผมรับมาดื่มจนอารมณ์กลับมาเป็นปกติ

“บอกคนของเราให้เตรียมตัวให้พร้อม” ผมบอก  ดูเหมือนก้นกระทะร้อนเต็มแก่แล้ว
 
“ได้ครับ” พี่ธานผงกหัวรับทราบ

“น่าเบื่อจริง” ผมก้มหน้าลง  ยื่นขวดน้ำคืนให้ไอ้เด่น

“Comfort zone ของกูหายไปไหนนะ” ผมรำพึงรำพัน 

“ถุ้ย ! Comfort zone พูดมาได้ มึงเคยมีกับเขาเหรอ !” เสียงไอ้โปรดประชดแทรกเข้างมา  ผมเท้าเอว ลืมไปแล้วว่ามาที่นี่ก็เพราะมัน  สีหน้าของเพื่อนสนิทเข้าขั้นหงุดหงิดสุด ๆ

“กลิ่นมันเป็นยังไงวะไอ้ Comfort zone ของมึงน่ะ เหมือนน้ำยาปรับผ้านุ่มไหม !” มันจงใจกวนตีน

“โกรธอะไร” ผมผลิยิ้มมุมปาก

“สักวันกูจะหนีไปอยู่ป่ากับอีหงส์” มันย้อนให้

“หึ คนอย่างมึงเนี่ยนะ” ผมแสยะปากรับไม่ได้  มันรักแสงสีในเมืองจะตายไปครับ

“มาเมื่อไหร่” ไอ้โปรดลดเสียงลง แต่ความห้วนยังมีอยู่ 

“........” ผมไม่ตอบ รู้ว่ากำลังถูกจับผิด

“กูไม่น่าเป็นเพื่อนกับคนอย่างมึงเลย” มันขมุบขมิบปาก

“หึ โกรธอะไรนักหนา ไหนดูหน่อยซิว่าเยี่ยวรดกางเกงรึเปล่า” ผมยิ้มกว้าง ตรงเข้าหาไอ้โปรดพร้อมล็อกเอวมันเข้ามา  เจ้าของร่างกายประท้วงหนี แต่มืออีกข้างของผมทำหน้าที่ล้วงเข้าไปในกางเกงของมันได้

“ไอ้ไฟ ไอ้ระยำ ! มึงล้วงเข้ามาทำไมวะ !” ไอ้โปรดโวยวายหน้าแดง ผละตัวหนีจากผมได้ก่อนที่ผมจะล้วงลึกไปมากกว่านี้  ทุกคนพากันหัวเราะ

“เอากุญแจมา” ผมพูด 

“เฮ้อ !” อีกฝ่ายถอนหายใจ  ล้วงมือเข้าไปในกางเกงของตน  ไม่ถึงวินาทีกุญแจเจ้าปัญหาก็ออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง  พี่ธานยืนจ้องไอ้โปรดเขม็ง  สายตาเรียบนิ่งแต่แฝงคำประณามหยามเหยียดไว้มากมาย

“อะไรรรร” ไอ้โปรดมองพี่ธานกลับปะหลับปะเหลือก  พี่เขาไม่ตอบ ยอมเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปเอง

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ผมหัวเราะ

“เอาไปล้างสิ” ไอ้โปรดสั่ง  ขยับกุญแจขึ้นตรงหน้าพี่ธานสองสามทีอย่างเจาะจง

“........” พี่ธานหันกลับมา เหล่หางตาใส่ไอ้โปรด

“หน้าที่พี่ไม่ใช่เรอะ” มันยักคิ้วหน้าซื่อ

“จิ๊ !” เสียงจิ๊ปากจากพี่ธานที่นานทีปีหนผมถึงจะได้ยิน ทำเอาผมหลุดหัวเราะอีกครั้ง  ปากของพี่เขาเผยอออกน้อย ๆ เหมือนเวลาที่หงุดหงิดลูกน้องและพร้อมจะด่า  แต่กลับไม่ด่าออกมา

“เดี๋ยวผมเอาไปทำความสะอาดให้เองครับ” ไอ้น้ำพูดแทรกเบา ๆ

“กูใช้พี่ธาน !” ไอ้โปรดขึ้นเสียง 

“จริง ๆ แล้วของกูก็ไม่ได้สกปรกสักหน่อย ไม่เห็นต้องเอาไปล้างเลยปะวะ” ไอ้โปรดต่อว่า  สุดท้ายพี่ธานก็จำยอม ใช้เฉพาะนิ้วชี้กับนิ้วโป้งหยิบกุญแจจากไอ้โปรดไปด้วยท่าทางไม่เต็มใจ

“แอลกอฮอล์อยู่ไหน” พี่ธานโพล่งขึ้นลอย ๆ กวนไอ้โปรดกลับ

“อ้อ ~” ไอ้โปรดถลึงตา มองตามหลังพี่ธานอย่างเหลือเชื่อ

“หึ ๆ ไอ้เชี่ย” ผมบ่น

“ตกลง เงินมากแค่ไหน” ผมถาม 

“ไปดูเอาเองเหอะ” มันปัดส่ง ๆ

“เอาไงต่อ” ไอ้โปรดถาม แววตามีความกังวลอยู่นิดหน่อย

“เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมตอบ

“เฮ้อ นี่มันเรื่องห่าอะไรอีกวะเนี่ย” อีกฝ่ายบ่นเซ็ง ๆ

“.........” ผมเงียบมอง 

“เดี๋ยวกูให้คนของกูมาเฝ้าเพิ่ม มึงติดต่อให้คนมาจัดการเรื่องสัญญาของพวกมันให้เรียบร้อยแล้วกัน”

“ครับนาย” ไอ้โปรดประชดตอบ

“หึ..” ผมยิ้ม

“มึงเองก็ระวังตัวด้วย อยากโดนลงแขกรึไง ไปท้าทายมันแบบนั้น” ผมบ่น

“ลงแขก ?” ไอ้โปรดเบิกตาโต ทำดื้อตาใส

“เชื่อกูไหมว่า กูออกแรงขมิบนิดเดียว ของไอ้ดอยกับไอ้นัดต้องกระจัดกระจายภายในห้าวินาทีแน่ ๆ มึงไม่รู้เหรอว่าขอบตูดกูแข็งแรงยิ่งกว่ายางรถยนต์ซะอีก” ไอ้โปรดผายมือประกอบด้วยท่าทางมั่นใจ

“น่าสงสารจังนะครับ” พี่ธานเดินกลับมา พร้อมยื่นกุญแจที่สะอาดเอี่ยมมาให้  ไอ้โปรดหุบปากทันที

“คนที่มั่นใจอะไรผิด ๆ น่ะ” พี่เขาขยายความ โดยเอาแต่มองหน้าผม

“ชิ..” ไอ้โปรดแสยะปาก

“ก็เพราะไอ้ช่องนี้ที่มันทนกับการเสียดสีเข้า ๆ ออก ๆ จนทำให้เสร็จสมอารมณ์หมายไม่ใช่รึไง ถ้าไม่ให้เรียกว่าแข็งแรงจะให้เรียกว่าอะไร ฮะ ?! พูดอย่างกับ ตัวเองนี่เป็น..คนดี” ไอ้โปรดเบ้มุมปาก  ใส่อารมณ์ประชดตรงคำว่า “คนดี” ทำเอาพี่ธานถึงกับเถียงไม่ออก

“ไอ้ใหญ่ ๆ ของพี่คงไม่ได้เอาแต่หลับหูหลับตากระแทกอย่างเดียวหรอกใช่ไหม ระวังนะครับ คู่นอนบางคนเขาก็แค่แกล้งครางไปงั้นอะนะ” ไอ้โปรดพูดพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ขอบคุณที่ชม ดูเหมือนว่าคุณกำลังยอมรับแล้วว่าของผมใหญ่” พี่ธานยียวน มองไอ้โปรดด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

“........” ไอ้โปรดนิ่งไปครู่หนึ่ง

“โว้ยยยยย ! เมื่อไหร่ไอ้พวกที่ชอบหลงกระเจี๊ยวตัวเองมันจะหมดไปจากโลกนี้สักทีวะ !” อยู่ดี ๆ ไอ้โปรดก็เงยหน้าขึ้นแหกปากพูดดังลั่น  ประเด็นกระเจี๊ยวทำเอาพนักงานหันขวับมาที่ไอ้โปรดเป็นตาเดียว

“ใหญ่อย่างเดียวไม่ใช่ความเสียวหรอกนะโว้ยยยยยย !” มันเดินหันไปพูดกับพนักงาน พร้อมผายมือออกกว้าง คล้ายต้องการชี้แจงให้โลกเข้าใจในเรื่องนี้ตรงกัน  แต่ละคนที่ได้ยินพากันหัวเราะร่วน  คงคิดว่าไอ้โปรดพูดเล่นพูดหัวไปอย่างนั้น  ไม่ได้สื่อถึงใครเป็นพิเศษ


ผมชำเลืองมองพี่ธานที่เอาแต่จ้องไอ้โปรดอยู่ไม่ลดละ... 

“โกรธเหรอ” ผมถามลอย ๆ

“ผมไม่โกรธให้เปลืองพลังงานหรอกครับ” พี่ธานตอบเสียงเรียบ  ผมยิ้ม ก็ไม่โกรธหรอก แต่คงไม่เชิงว่าชอบ

“มันก็พูดถูกของมันนะ..” ผมเอ่ย

“ถ้าไม่มีอย่างที่ไอ้โปรดว่า พวกเราก็ลำบาก” ผมย่นจมูก ยอมรับในทัศนคติของเพื่อนที่เป็นเรื่องถูกใจผม
 
“คุณไฟนี่ก็” พี่ธานขมวดคิ้วบ่น  คิ้วย่นเห็นชัดจนดูตลก   


- - - - - - - - - - - - - - -


00.15 น. : Safe House

“อาบน้ำก่อนนะ” ไอ้โปรดพูด เดินไปยังห้องนอนห้องหนึ่งที่ไม่ได้ถูกใช้งาน  มันกลับออกจากสนามแข่งมาด้วยกันกับผม

“ยังอยู่ในห้องเหรอ” ผมถามถึงผู้หญิงที่พาออกมาได้ตามเป้าหมายอีกอย่างหนึ่งของวันนี้  และวันนี้ทั้งวันที่ไม่ได้โผล่หน้าไปที่งานศพเลย

“ครับ เธอไม่ยอมออกมาเลย” ไอ้หินตอบ  ผมพยักหน้ารับส่ง ๆ

“คุณไฟอยากกินอะไรไหมครับ” พี่ธานถาม

“ไม่ครับ ขอบคุณ” ผมตอบ

“นี่.. ไม่มีของใช้เลย พวกลูกน้องของคุณเพื่อน” ไอ้โปรดโผล่หน้าออกมาพร้อมกับคำพูดกวนส้นตีนที่ทำให้ผมหลุดยิ้ม 

“เดี๋ยวผมเตรียมให้ครับคุณโปรด” ไอ้หินได้ยินรีบตอบรับทันควัน

“ขอบคุณนะ คืนนี้มานอนด้วยกันไหม” ไอ้โปรดยักคิ้วชวน  ไอ้หินไม่ตอบ เพียงยิ้มเขินน้อย ๆ ก่อนรีบหายตัวไปเตรียมของใช้จำเป็นให้  จริง ๆ แล้วคนของผมชอบไอ้โปรดกันอย่างกับอะไรดี

“คุณไฟน่าจะให้เพื่อนคุณกลับบ้านนะครับ” พี่ธานบ่น

“หึ ๆ ๆ” ผมหัวเราะ ไม่คิดสานความต่อ 

ผมเดินตรงไปยังห้องนอนที่ให้แก้มอยู่ตั้งแต่เอาตัวเธอมากับเงินที่จ่ายไปแล้ว  ประตูห้องถูกเปิดเข้าไป  ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนเตียงลุกขึ้นยืนอย่างระแวดระวัง...

“อาบน้ำแล้วเหรอ” ผมถาม

“ค่ะ” เธอผงกหัว  ผมปิดประตูห้องลง  จ้องมองใบหน้าของเธอโดยไม่พูด  แก้มขยับตัว  ถอดเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวออกช้า ๆ  เผยให้เห็นชุดชั้นในท่อนบนและท่อนล่างลายลูกไม้ที่เข้ากับรูปร่างของเธอเป็นอย่างดี

“........” ผมนิ่งมอง  อีกฝ่ายหลบตา มีท่าทีอึดอัดที่ผมไม่มีปฏิกิริยาใดตอบกลับ

“ใส่ซะ” ผมพูด  แก้มหน้าถอดสี  รีบคว้าเสื้อคลุมกลับขึ้นใส่เหมือนเดิมอย่างลุกลี้ลุกลน

“คุณ..” เธอช้อนตาขึ้น สบตาผมครู่หนึ่งแล้วรีบหลบตาลงอีก

“คุณ ซื้อฉันมาทำไมคะ”

“........” ผมไม่ตอบ

“ฉัน..ฉัน อึก จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ อย่า..อย่าเอาฉันไปขาย” เธอร้องขอด้วยแววตาหวาดกลัว  ปรี่ตรงเข้ามาหาผมและคลานเข่าลงตรงหน้า

“นอนซะ พรุ่งนี้เธอก็รู้เอง” ผมพูด  สภาพของเธอเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ที่บ่งบอกว่าผ่านอะไรมามาก ไม่ได้ทำให้ผมอยากอธิบายอะไรมากนัก  วันนี้มีแต่เรื่องน่าเบื่อมาทั้งวันแล้ว 

“ถ้าไม่อยากตายก็ช่วยทำให้สภาพมันน่ามองกว่านี้ด้วย” ผมตัดบทส่ง ๆ ก่อนเดินจากมา  ไม่รู้ว่าคนที่กำลังจะพาไปเจอจะรับสภาพนี้ได้แค่นี้

“เป็นยังไงบ้างครับ” พี่ธานถามถึงคนในห้อง

“คอยดูไว้แล้วกัน”




...............(ไฟ)..............


ผู้เขียน:

มีส่วนไหนผิดพลาดหรือตกหล่นต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่ค่อยมีเวลาเขียนและตรวจเท่าไหร่เลย  ขอบคุณทุก ๆ คอมเมนต์และกำลังใจค่ะ


เบบี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-06-2020 11:34:58 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-5
ตอนนี้ ยาวมาก เท่าๆ กับ ทุกตอน แต่ความรู้สึก ไม่อยากให้จบตอน อยากเห็นน้องหมุด จำน้องโปรด ไม่ได้ ต้องย้อนไปอ่าน ตอนเก่า แล้วล่ะ

ออฟไลน์ Mura_saki

  • แค่เรารู้จักกัน...มันก็ดีที่สุดแล้ว :)
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-9
โปรดกับพี่ธานนี่มวยถูกคู่แล้ววว 5555
ฉันล่ะชอบความมีอำนาจบารมีของพี่ไฟจริงๆ ความน่าเกรงขามนี้ !!!

ขอบคุณเบบี้ค่ะ :) หายคิดถึงคุณไฟได้บ้าง อิอิ

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2475
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +221/-3
คิดถึงสมุทรด้วย

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +35/-0

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
จำใครบางคนไม่ได้แล้วอ่ะ ไม่เป็นไรอ่านไว้ก่อน จดชื่อแล้วตามไปอ่านย้อนหลังแล้วกัน

ออฟไลน์ prympws

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1796
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-1
พี่สมุทร ค่าตัวแพง ตอนหน้าต้องให้พี่ไฟลวนลามชดเชยให้คนอ่านด้วยนะคะ 55555

ดีใจที่คุณเบบี๋กลับมาต่อนะคะ ยังรอติดตามอยู่เหมือนเดิมน้า จุ๊บๆๆๆ

ออฟไลน์ dekying kukkig

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-1
 ขอบคุณสำหรับตอนใหม่นี้ค่ะ /รออ่านเสมอ/  :กอด1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ rujaya

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1476
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +377/-1
มันรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่อ่าน เหมือนกำลังอยู่ในดงมาเฟีย 55

ออฟไลน์ noy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1311
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +188/-9

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1547
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +192/-0
สงสารสมุทร จะเป็นยังไงนะ

ออฟไลน์ ANIKI.

  • 兄貴
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
กลับมาก็มีเรื่องให้คุณไฟต้องฟาดฟัน รอคอยเสมอนะคะเบบี้

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

สวัสดีก่อนอ่าน ^ - ^
...
ข้อมูลเพิ่มเติม: จากตอนที่ 52 ก่อนหน้านี้ "โปรด" โปรดเป็นเพื่อนสนิทของไฟค่ะ  ออกหลายตอนอยู่นะคะ เช่น
- ตอนที่ 1
- ตอนที่ 39
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=49086.1440#gsc.tab=0
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=49086.1470#gsc.tab=0
- ตอนที่ 40
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=49086.1500#gsc.tab=0

ประมาณนี้ และมีตอนอื่น ๆ อีกนะคะ

...
ข้อมูลเพิ่มเติม: ในตอนที่ 53 นี้  ตัวละคร "พลอย" เป็นตัวละครเดิมนะคะ  เหตุการณ์หลัก ๆ ที่ทำให้ไฟกับสมุทรที่มีปากเสียงเรื่องพลอย เป็นก่อนที่ไฟจะถูกยิงและไปพักอยู่บ้านหงส์ คือตอนที่ 40 ค่ะ (และบางตอนก่อนหน้านั้น) 
- ตอนที่ 40
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=49086.1500#gsc.tab=0

อย่างไรลองย้อนกลับไปอ่านดูเพื่อเพิ่มอรรถรสได้นะคะ ~ 555++

...


ตอนที่ 53
..ไฟ..




08.30 น.

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ” ไอ้เด่นรายงาน  ไอ้บูรณ์ถึงมือคนของผมที่เพชรบูรณ์เรียบร้อยแล้ว  ที่นั่นปลอดภัย และอาจช่วยให้มันสงบจิตสงบใจลงได้บ้าง

“พวกมึงตื่นเช้ากันเกินไปไหมวะ” ไอ้โปรดบ่นหน้านิ่วคิ้วขมวด  เดินออกมาพร้อมขยี้ผ้าขนหนูที่เช็ดผมตัวเองยังไม่เสร็จดี  พวกผมและลูกน้องออกกำลังกาย อาบน้ำแต่งตัว จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่ 07.40 น. แล้ว 

“สายจนเลยเวลาอาหารกูแล้ว” ผมบ่นกลับ

“เฮ้อ ~” ไอ้โปรดถอนหายใจ เดินตามมาที่โต๊ะอาหาร  ผมอนุญาตให้คนอื่นกินอาหารเช้ากันก่อนแล้ว  น้อยครั้งที่พวกเราจะกินอาหารผิดเวลา  จึงเหลือแต่ผมที่ต้องรอกินพร้อมไอ้เพื่อนตัวดีที่ตื่นสายกว่าใครเพื่อน

“น้ำส้มจริง น้ำส้มปลอม ?” ไอ้โปรดขมวดคิ้วมองเหยือกน้ำส้มที่วางอยู่ขวามือของตน

“น้ำส้มปลอมครับ” ไอ้หินตอบ

“เกลียดฉิบหาย เอาไปไกล ๆ” มันบ่นพร้อมปัดมือไล่  ไอ้หินจึงรีบยกเหยือกน้ำส้มออกไปวางอีกมุมหนึ่งของโต๊ะ 

“ประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยผลไม้ แต่เสิร์ฟน้ำส้มปลอมให้กูนี่นะ” ไอ้โปรดต่อว่า

“ขอโทษครับ” ไอ้หินหลบตา  ผมหัวเราะน้อย ๆ

“ไอ้เถื่อนไปไหนอะ” ไอ้โปรดถามถึงพี่ธาน และเหลือบมองไปรอบ ๆ ห้อง

“อยู่ในห้อง” ผมตอบ พยักหน้าไปทางห้องของผู้หญิงคนนั้น 

“จัดแต่เช้าเลยเหรอ” มันถลึงตาโต ทำทะลึ่งทะเล้น

“กูให้เข้าไปเฝ้า” ผมส่ายหัวตอบอย่างเหนื่อยหน่าย  แค่ต้องการแน่ใจว่าคนในห้องกินอาหารเช้าเรียบร้อย ไม่กลั้นใจปิดชีวิตตัวเองเพราะความเครียดไปเสียก่อน

“นี่...” ไอ้โปรดเอ่ย  ผมเมินที่จะมอง  หยิบขนมปังโฮลวีตยัดใส่ปาก  ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าคงมีเรื่องสำคัญอยากจะพูด 

“กูว่าจะลาออกว่ะ”

“ทำไม” ผมถาม เอื้อมมือหยิบแอปเปิลแล้วกินตาม

“เบื่อ” อีกฝ่ายตอบขณะเหยาะซอสใส่ลงในแก้วไข่ลวกของตน 

“........” ผมเงียบ เคี้ยวแอปเปิลและขนมปังที่อยู่ในปากจนหมดก่อนหันไปมอง

“แล้วจะทำอะไรต่อ ขายตูด ?” ผมเลิกคิ้ว 

“ไม่อะ ชอบให้ฟรีมากกว่า” ไอ้โปรดยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ไอ้สัส” ผมด่า หลุดยิ้มที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกรู้สาใด ๆ ต่อการกวนจากผม

“ดีไหมนะ..” จู่ ๆ มันก็พึมพำคล้ายลังเลขึ้นมา

“เหนื่อยก็ออก” ผมแสดงความคิดเห็นส่ง ๆ  คาดว่าอีกฝ่ายน่าจะเหนื่อยมากกว่าเบื่อ 


ไอ้โปรดหยุดเคี้ยวและนั่งเหม่อ  ไม่ยอมขยับร่างกายอยู่หลายวินาที  ผมเท้าศอกข้างซ้ายลงบนโต๊ะ  มือขวาหยิบพริกไทยเทใส่ถ้วยข้าวต้มปลาของตัวเอง  มันไม่ยอมพูด ใบหน้าที่ตั้งตรงทำเพียงแค่เหล่ตาดำมาทางผมอีกครั้ง...

“หึ อะไร” ผมยิ้มถาม

“มึงนี่สมเป็นเพื่อนกูจริง ๆ” ไอ้โปรดพูดพลางยัดมะเขือเทศเข้าปาก

“เหม็น !” มันหันไปตวาดใส่คนเตรียมมื้อเช้าที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“ขอโทษครับ” ไอ้เด่นกับไอ้หินน้อมรับ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของพวกมัน

“ไปว่าคนปลูกสิ มาโทษคนของกูทำไม” ผมบ่นบ้าง

“มะเขือเทศต้องเหม็นขนาดนี้ปะ กูถาม” อีกฝ่ายหันมาถลึงตาใส่ด้วยความขัดเคือง  ผมหัวเราะในลำคอ  รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบกินมะเขือเทศเท่าไหร่ แต่ที่กลั้นใจกินก็เพราะต้องการรักษาสุขภาพตัวเอง

“เฮ้อ กูว่าแล้วว่ามึงต้องไม่ห้าม” มันวกกลับมาประเด็นก่อนหน้า

“........” ผมเงียบ ฟังเสียงเคี้ยวจากปากมัน 

“เคี้ยวเบา ๆ” ผมเตือน  รำคาญที่ได้ยินเสียง แจบ ๆ ดังเกินไป  ไอ้โปรดหัวเราะแล้วปิดปากลง  ทำให้เสียง แจบ ๆ หายไป แต่ก็ยังได้ยินเสียงสะท้อนจากการบดกัดมะเขือเทศในปากของมันอยู่ดี

“มึง...”

“อะไรของมึงอีก” ครั้งนี้ผมหันไปมองอย่างจริงจัง

“มีผู้ชายมาขอให้กูไปอยู่อังกฤษด้วยกัน ขอกูคบจริงจัง” ไอ้โปรดเล่า สีหน้าและอารมณ์เป็นไปอย่างค่อนข้างไม่แยแส

“เขาอยากให้กูไป settle down เป็นแม่บ้านแบ๊ว ๆ อยู่กับเขาที่อังกฤษ”

“พรืดดดด !” ผมกลั้นหัวเราะ แทบพ่นข้าวต้มที่เพิ่งกินเข้าไป 

“หึ.. กร๊ากกกกก !” ก็ว่าจะไม่ขำแล้วน่ะนะ แต่ภาพจินตนาการที่ปรากฏในหัว ทำให้อดไม่ได้จริง ๆ

“มึงไม่เรียกคนมาขำกูทั้งหมู่บ้านเลยล่ะ” ไอ้โปรดประชด ทำหน้าเอือมระอาใส่ผม

“นี่คือปรึกษา ?” ผมเบิกตา มุมปากหุบยิ้มไม่ลง

“แค่บ่นให้ฟังครับ” มันตอบ

“มึงก็เลยจะลาออกไปเป็นแม่บ้านแบ๊ว ๆ ดิ” ผมแซว

“พูดเหมือนไม่รู้จักกู” อีกฝ่ายสบถยิ้ม ๆ เห็นเป็นเรื่องตลกเช่นกัน  ผมชี้นิ้วไปที่ไอ้เด่นกับไอ้หินที่ยืนกุมมือสุภาพอยู่  ไอ้โปรดเหล่หางตาใส่ทั้งคู่  ดูก็รู้ว่าพวกมันกำลังกลั้นขำกันสุดชีวิต  ใครที่รู้จักนิสัยที่แท้จริงของเพื่อนผมคนนี้ ก็อยากขำกันทั้งนั้นแหละครับ
 
“มันเป็นใคร” ผมถามถึงไอ้ผู้ชายที่ว่า

“เป็นนักธุรกิจ ลูกครึ่งอังกฤษฮ่องกง โคตรรวย แถมหุ่นแซ่บสุด ๆ” เพื่อนสนิทเล่าพลางถอนหายใจคล้ายเสียดาย

“........” ผมเงียบ ก้มหน้าก้มตากินต่อ  เชื่อสรรพคุณที่มันเล่าอยู่หรอกครับ  ไอ้โปรดมันตาถึง และก็แปลกด้วยที่มันมักจะได้ผู้ชายโพรไฟล์ดีเข้ามาจีบเสมอ  แต่ที่อดตัวเองไว้ไม่ให้แสดงความคิดเห็นก็เพราะนึกภาพแม่บ้านแบ๊ว ๆ ไม่ออกจริง ๆ  มันทำเหี้ยอะไรเป็นที่ไหนล่ะ...

“กูว่ามึงน่าจะด่ากูออกมาเลยดีกว่านะ” ไอ้โปรดประชดเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่

“หึ ๆ ๆ ๆ” ผมหลุดหัวเราะเบา ๆ เพราะข้าวต้มคำใหม่ยังอยู่ในปาก

“ได้แล้ว ?” ผมพูดเชิงถาม

“อือ” อีกฝ่ายเบะปาก พยักหน้าตอบ 

“นอนกันแค่ครั้งเดียว แต่ออกไปกินข้าวกันสองสามครั้ง ยังไม่ทันรู้จักกูตัวจริงเลย มาขอให้กูไปอยู่ด้วยเฉย กูก็งงเหมือนกัน” มันบ่นอย่างเหนื่อยหน่าย น้ำเสียงขึ้น ๆ ลง ๆ  ถึงแม้สิ่งที่พูดนี้จะเป็นความจริง แต่ดูเหมือนเพื่อนผมเองก็ตัดไม่ขาด

“ไปอยู่กับมันสักอาทิตย์นึง กูว่ามันคงไล่กูกลับไทยแทบไม่ทัน” ไอ้โปรดวิเคราะห์นิสัยตัวเอง

“พรืดดดดดด !” ผมก้มหน้า พยายามกลั้นหัวเราะอีกรอบ

“มึงคิดว่ากูจะเผยธาตุแท้ให้มันเห็นไหมล่ะ แค่สองสามครั้งอะ” มันบ่นด้วยสีหน้าจริงจัง

“แล้วปรึกษาที่บ้านรึยังว่าจะลาออก” ผมถามเพราะเป็นห่วง ที่บ้านของมันไม่ได้อิสระเท่าชีวิตผม

“ไม่ปรึกอะ ออกแล้วค่อยบอก”

“อยากทำอะไรก็บอกแล้วกัน” ผมตัดบท 

“หึ..” อีกฝ่ายแสยะยิ้มน้อย ๆ และไม่สานหัวข้อนี้ต่อ  เสียงประตูห้องของแก้มเปิดออก  พี่ธานเดินออกมาพร้อมกับถาดอาหาร
 
“กินเรียบร้อยแล้วครับ” พี่เขาพูด  ผมพยักหน้ารับทราบก่อนที่อีกฝ่ายจะส่งถาดให้ไอ้เด่นนำเข้าไปเก็บในห้องครัว

“มึงต้องพาเธอไปส่งเหรอ” ไอ้โปรดถามไปกินไป

“อืม เดี๋ยวกูให้ไอ้หินไปส่งมึงละกัน” ผมบอก


   ..
ชาวบ้านละแวกนี้ที่มาในงานต่างสวมใส่ชุดสีดำมาร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของยายสมุทร  แก้มที่นั่งอยู่เบาะด้านข้างจ้องมองเข้าไปในศาลาอยู่นานโดยไม่ปริปาก... 

“หลังจากนี้เธอเป็นอิสระ” ผมพูด

“........” อีกฝ่ายหันมาสบตาด้วยสีหน้าแปลกใจ

“แต่ฉันไม่ได้จะให้เธอเป็นอิสระฟรี ๆ หรอกนะ..”

“ขนาดคนที่เธอไว้ใจว่าจะช่วยเธอได้ก็ยังทำให้เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ดังนั้น อย่าทำเรื่องให้ใครในนี้ต้องเดือดร้อนเพราะเธออีก ถ้าทำ.. ฉันจะส่งเธอคืนให้พวกมันด้วยตัวของฉันเอง” ผมพูด เสียงที่เย็นลงยังคงชัดเจน  ในรถเงียบสนิท ได้ยินกระทั่งเสียงจากเครื่องปรับอากาศ 

“อึก” เสียงสะอึกสะอื้นจากเธอดังขึ้นเบา ๆ  ผมไม่ได้หันไปมอง รู้เพียงแต่ร่างกายของคนข้าง ๆ สั่นเทาและพยายามที่จะกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องออกมาร่วมหลายนาที
 
“ไปได้” ผมเอ่ย

“ขะ ขอบคุณค่ะ” แก้มยกมือขึ้นพนม  ขณะเดียวกันก็เหลือบไปเห็นสมุทรที่สังเกตเห็นรถตู้ของผม  เขารีบละมือจากงานที่กำลังจัดเตรียมอยู่ เดินตรงมาทางนี้ 

ประตูสไลด์ทั้งสองฝั่งเปิดออก  ผมกับแก้มลงจากรถ  ทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่สมุทรละสายตาจากที่มองผมไปเห็นเธอพอดี  ทั้งคู่ต่างชะงักงัน...

“พี่สมุทร ~” เสียงเรียกเครือเบาบาง  เธอวิ่งตรงหาสมุทรทั้งน้ำตา  อีกฝ่ายสวมกอดตอบรับ  สีหน้าซีดเผือดคล้ายเหลือเชื่อว่าสิ่งที่เห็นนี้ใช่ความจริงหรือไม่  ผมเดินผ่านทั้งคู่ ได้ยินเสียงขอโทษจากผู้หญิงคนนั้นดังซ้ำ ๆ


ฝีเท้าของผมหยุดอยู่ที่บันไดหน้าประตูทางเข้าศาลา  เพราะเห็นคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอที่งานนี้นั่งอยู่ด้วย  พลอยหันมา  เธอผุดลุกขึ้นยืนในทันทีที่เห็นผม...

“มาทำไม” ผมถาม มองพลอยที่สวมชุดดำเรียบร้อยหัวจรดเท้า

“มาไหว้ศพสิ ถามแปลก” อีกฝ่ายยียวนตอบ

“........” ผมจ้องเขม็ง ไม่คิดว่านี่เป็นเหตุผลที่มากพอให้คนระดับเธอยอมมาด้วยตัวเอง  อีกอย่างเธอทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร
 
“ก็ฉันติดต่อคุณไม่ได้” พลอยพูดพร้อมเหสายตาหนีเล็กน้อย  ผมถอดรองเท้าออก เดินเข้าไปในศาลา  ดาวกุลีกุจอตรงเข้ามาต้อนรับในทันที

“สวัสดีค่ะพี่ไฟ” เธอยกมือไหว้  นำผมไปที่หน้าโลงศพและอำนวจความสะดวกต่าง ๆ ให้  การกราบศพเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย  พอผมกับพี่ธานกราบศพเป็นที่เรียบร้อยแล้วลูกน้องคนอื่นก็พากันทยอยเข้าไปกราบต่อ  ดาวจึงพาผมไปนั่งที่โซฟาตัวยาวแถวหน้าสุด ก่อนที่เธอจะนั่งแยกลงที่โซฟาอีกตัวข้าง ๆ กัน

“มีอะไรขาดเหลือรึเปล่า” ผมถามเธอพลางมองแก้วน้ำที่เพิ่งถูกเสิร์ฟให้
 
“ไม่มีค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้คนมาช่วยตลอดเลย” ดาวตอบเสียงเบา และพยายามที่จะยิ้มให้อย่างรักษามารยาท 

“ต่อจากนี้จะเอายังไงครับ” ผมถาม  ก็คล้ายว่าเป็นการหลอกถาม  การสูญเสียผู้ใหญ่อย่างกะทันหันในบ้านที่มีแค่เด็กกับผู้หญิงเป็นอะไรที่ค่อนข้างลำบาก  ไม่ปลอดภัยต่อการใช้ชีวิตในชุมชนแห่งนี้

“เอ่อ ก็.. ยังไม่รู้เลยค่ะ คงต้องรอพี่สมุทรอีกที” ดาวตอบตะกุกตะกัก

“มีอะไรก็บอกแล้วกัน” ผมพูด  เธอผงกหัวน้อย ๆ ด้วยท่าทางเกรงใจ ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากให้เธอไปทำหน้าที่ต่อได้ ไม่ต้องมาคอยดูแลพวกผม 

ผมยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม  กลิ่นน้ำหอมที่เตะจมูกทำให้ทราบว่าพี่ธานไม่ได้นั่งอยู่ด้านข้างผมอีก  ผมเหลือบมองพลอยที่ทิ้งตัวนั่งลงไขว่ห้างเบี่ยงมาทางผม...

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน” อีกฝ่ายถาม ด้วยทีท่าที่วางฟอร์ม

“........” ผมไม่ตอบ

“จะเหวี่ยงฉันทางอ้อมด้วยการไม่รับสายก็หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะ บางทีฉันอาจจะอยากโทรหาคุณเรื่องอื่นก็ได้”

“เรื่องอะไรล่ะ” ผมย้อนถาม แต่เธอกลับเงียบ

“ทำไม.. คุณโกรธฉันเรื่องที่คอนโดนั่นเหรอ” พลอยหันมา

“หึ กำลังจะบอกผมว่า คุณหลงตัวเองอยู่นะ” ผมแสยะยิ้ม กวนเธอกลับ 

“ชิ ~ นิสัย” พลอยขมุบขมิบปากเก้อเขิน  ผมยกน้ำเปล่าที่เหลืออีกครึ่งแก้วดื่มจนหมดด้วยนึกเสียดาย แต่คนข้าง ๆ คงสังเกตเห็นและเดาออกว่าผมกำลังจะทำอะไร

“จะกลับแล้วเหรอ” พลอยถามทันที  ผมหันไปจ้องเธอพร้อมวางแก้วลง  และเลือกที่จะไม่ตอบคำถาม

“น่าเบื่อจริง” อีกฝ่ายกัดฟัน จ้องผมกลับด้วยสายตาขัดเคือง 

“หึ” ผมหลุดยิ้ม

“ฉันก็กลับด้วยดีกว่า” พลอยลุกตาม

“คุณไม่ควรอยู่นี่ด้วยซ้ำ เสนอหน้า” ผมว่าให้

“ไฟ !”

“แล้วคืนนี้คุณจะมาฟังสวดไหมคะ” อีกฝ่ายเดินตามหลังมา  ผมไม่ตอบ  คนของผมพากันลุกจากเก้าอี้ในทันทีที่เห็นผมจะเดินออกจากศาลา  รองเท้าที่ผมถอดไว้ที่ตีนบันไดถูกวางหันกลับมาให้สำหรับพร้อมใส่ได้สะดวก  หางตาสังเกตเห็นพลอยเก้ ๆ กัง ๆ พยายามที่จะสวมใส่รองเท้าส้นสูงของตน  ทั้งกระโปรงรัดรูปและขั้นบันไดที่เป็นอุปสรรค  แต่อีกฝ่ายก็พยายามสวมใส่มันด้วยตัวเอง ไม่ยอมเอ่ยปากขอให้ผมช่วย 

พี่ธานเห็นว่าพลอยลำบาก และคงกลัวว่าเธอจะล้มไป  จึงเข้ามายืนขนาบข้างพร้อมผายแขนให้เธอได้เกาะ...

“ขอบคุณค่ะ” พลอยพูดยิ้ม ๆ วางมือลงที่แขนพี่ธาน

“ลำบากแล้วจะใส่มาทำไม” ผมว่า

“ไม่เป็นสุภาพบุรุษแล้วยังมาว่าคนอื่นอีก” พลอยบ่นอุบอิบ  ผมแสยะยิ้ม  ยอมรับว่าหลายครั้งก็ถูกใจที่พลอยมีนิสัยแบบนี้  ประมาณว่าจะไม่มีทางยอมง้อขอความช่วยเหลือจากคนอย่างผมอย่างเด็ดขาด

“อยากให้ช่วยก็บอกสิ” ผมบดฟันด้วยนึกหมั่นไส้ขึ้นมา  จับต้นแขนเธอกระชากจนหลุดออกจากพี่ธาน  อีกฝ่ายร้องเสียงหลง หน้าถอดสีที่ผมทำอย่างกะทันหัน

“พี่ธานคะ ฝากบอกเจ้านายสุดที่รักของพี่ด้วยว่าที่นี่มันเขตอภัยทานค่ะ” เธอแทบกระแทกเสียง ตาจ้องผมเขม็ง

“หึ ๆ” ผมหัวเราะในลำคอ

“ใส่เร็ว ๆ” ผมสั่งเสียงห้วน  พลอยได้สติ รีบก้มลงใส่รองเท้าอย่างรีบร้อน  ทันทีที่เธอสวมใส่เสร็จผมก็ปล่อยแขนเธอออกแล้วเดินจากมา

“ไฟ.. แล้วตกลงคืนนี้คุณจะมาไหม” เสียงพลอยถามไล่หลัง  ผมหยุดเดิน หันกลับไปพยักหน้าแทนคำตอบ

“อยากรู้แค่นี้แหละ” อีกฝ่ายเบะปากส่ง ๆ  ทำท่าเหมือนผู้ชนะแล้วสับฝีเท้าเดินเชิดจากไป

“ดูเหมือน...” พี่ธานเอ่ย แต่จู่ ๆ ก็ทิ้งเสียงลง

“อะไรครับ” ผมมองหน้าพี่แก

“เปล่าครับ” อีกฝ่ายปัด


ขณะเดียวกันก็เหลือบไปเห็นเมฆนั่งเล่นของเล่นอยู่ที่โต๊ะใต้เต็นท์ผ้าใบอยู่คนเดียว  ผมตรงไปนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ  อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา พอเห็นว่าเป็นผมก็หลบสายตา  แต่ยังดีที่ไม่ลืมยกมือขึ้นพนมไหว้น่ะนะ...

“ไม่เจอกันนานนะ” ผมทัก

“ชอบโรงเรียนใหม่รึเปล่า” ผมถาม

“........” เมฆไม่ตอบ สายตาที่กลอกไปมาแสดงถึงการใช้ความคิดอย่างหนัก

“ถ้าไม่ชอบก็บอก” ผมพูด  อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นก่อนจะพยักหน้ารับทีหนึ่ง

“ไปละ ดูแลพี่ ๆ เขาด้วยล่ะ” ผมตัดบท วางมือลงที่ศีรษะอีกฝ่ายก่อนจากมา


- - - - - - - - - - - - - - -
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-07-2020 22:17:24 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

ตกเย็น พลอยขับรถมาหาผมถึงบ้านโดยไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้า  ซึ่งดูเหมือนว่าเธอได้คาดคะเนเวลาเผื่อไว้สำหรับผมที่ต้องออกจากบ้านด้วย...     

ผมล้วงกระเป๋า หยุดยืนมองพลอยจากประตูบ้าน  ชุดที่เธอใส่เป็นคนละชุดกับเมื่อตอนกลางวัน แต่ก็สวยดี...

“ไปด้วยคนสิ” เธอพูดแกมสั่ง 

“........” ผมนิ่งเฉย มองอีกฝ่ายหัวจรดเท้า

“อะไร” พลอยเบิกตา

“ต้องการอะไร” ผมถาม

“ก็แค่เบื่อ” เธอตอบพลางยักไหล่เล็ก ๆ  ไอ้เด่นขับรถมาจอดเทียบที่ตีนบันไดหน้าประตูบ้าน  ผมเดินไปยังประตูฝั่งที่พี่ธานเปิดออก  พอเข้ามานั่งแล้วก็ดึงประตูปิดลงทันที 

“ไอ้บ้า !” พลอยชะงัก  เสียงต่อว่าแทรกเข้ามาในรถ

“หึ ๆ ๆ” ผมหัวเราะ  พี่ธานจึงรีบตรงไปเปิดประตูอีกด้านหนึ่งเพื่อให้พลอยขึ้นจากฝั่งนั้น

“กินอะไรมารึยัง” ผมถาม  เอนตัวพิงเบาะ เงยหน้าขึ้นพลางหลับตาลง

“ยัง” คนข้าง ๆ ตอบ  ผมเงียบฟัง  คำถามจบอยู่แค่นั้น เพราะอยากพักจึงไม่ชวนเธอคุยอีก
   
   ..
พิธีสวดศพเป็นไปอย่างเรียบง่าย แม้จะมีเรื่องเยิ่นเย้ออยู่บ้างตามประเพณี  คนที่มาฟังสวดส่วนใหญ่เป็นคนในชุมชน  บางคนดูเหมือนไม่ได้มาเพื่อฟังสวด แต่มาพูดคุย กินอาหารฟรีและหิ้วอาหารติดมือกลับบ้านไปด้วย 

คนในค่ายมวย รวมถึงคนสนิทของผมเป็นเป้าสายตาอย่างมาก  ถึงแม้ว่าเราจะแต่งตัวสุภาพและคงไว้ด้วยความเรียบง่ายไปตามกาลเทศะ  แต่สายตาที่ถูกมองมาปะหลับปะเหลือกคล้ายไม่ไว้ใจ กับมุมปากที่ซุบซิบนินทาได้เป็นมาอย่างต่อเนื่องจนจบพิธีค่ำวันนี้...

สมุทรจัดที่นั่งให้ผมนั่งที่เก้าอี้ยาวด้านหน้าสุด  ซ้ายมือเป็นพวกครูมวยที่ค่ายมวยของผม  ส่วนขวามือคือเหล่าเจ้าของค่ายมวยเก่าของเขา  การพบปะกันของสองค่ายเล็กและใหญ่ ผมคิดว่าฝั่งเจ้าของค่ายมวยเดิมของสมุทรก็คงมีคำถามอยู่ไม่น้อย

“ผมลาละครับ” ผมยกมือไหว้เจ้าของค่ายมวยค่ายเดิมของสมุทร  แขกเหรื่อทยอยกลับออกไปจนเกือบบางตา ในขณะที่ทั้งสมุทรและดาวคอยต้อนรับขับสู้อย่างดี 

“เชิญครับ” อีกฝ่ายยกมือรับไหว้  สายตาที่จดจ้องมาไม่ได้เป็นไปในเชิงเสียมารยาท  ถึงแม้จะเป็นเจ้าของค่ายมวยที่ตกต่ำลงไร้ชื่อเสียง แต่ยังคงมีมาดนักมวยเก่าที่มีบุคลิกน่าชื่นชมอยู่

“สมุทรเป็นคนมีฝีมือนะ” ลุงเสือพูดขึ้น   

“ครับ” ผมตอบ

“แต่เขามีเหตุผลที่ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ทำอย่างจริงจังในวงการนี้อยู่ ดูเหมือน.. คุณเองก็คงมีเหตุผลนั้นเหมือนกันใช่ไหม” เขาผลิยิ้มเล็ก ๆ

“........” ผมไม่ตอบ

“ผมแก่มากแล้ว แต่ก็ยังอยากเห็นเขามีโอกาสขึ้นชกเวทีใหญ่ ๆ สักครั้ง แต่เขาดื้อน่ะ”

“อันนี้ผมทราบ” ผมพูด

“หึ ๆ” อีกฝ่ายหัวเราะชอบใจในลำคอ

“ฝากด้วยแล้วกันนะ ยินดีที่ได้เจอ” ลุงแกตัดบท  ผมไม่ได้ตอบรับใด ๆ กลับไป ส่งคนแปลกหน้าไว้เท่านี้  สมุทรละสายตาจากแขกที่ตนกำลังพูดคุยอยู่เมื่อเห็นว่าผมกับลูกน้องทำท่าจะลงจากศาลา  เขาก็ปรี่เข้ามาเพื่อจะส่งในทันที

“กลับก่อนนะ” พลอยที่เดินตามหลังผมพูดกับสมุทร

“ครับ ขอบคุณที่สละเวลามานะครับ” สมุทรตอบกลับอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไร” พลอยพูด  ผมสวมใส่รองเท้าและเงยหน้าขึ้น สบตากับสมุทรพอดี

“ขอบคุณนะครับ” อีกฝ่ายพูดบอกผม  ผมเดินจากมาโดยไม่ได้ตอบรับ  ได้ยินเสียงพลอยเรียกไล่หลังเบา ๆ “ไฟรอด้วย” เท่านั้น

“ผู้หญิงคนนั้นใคร คุณรู้จักไหม” พลอยถามถึงหยา แฟนเก่าของสมุทรที่คืนนี้ก็มานั่งฟังสวดศพด้วย

“เมียเก็บหมอนั่น คุณไม่รู้เรอะ” ผมกวนตอบ

“เมียเก็บ !” พลอยกระแทกเสียง

“สมุทรมีแฟนด้วยเหรอ” เธอลดเสียงลงคล้ายแปลกใจและไม่ซักถามอะไรต่อ


รถยนต์ของพวกเราจอดอยู่ที่ลานจอดรถด้านหน้าวัด  ห่างจากที่ตั้งศาลามาไกลพอสมควร  ไม่ค่อยมีใครมาจอดรถในบริเวณนี้ เนื่องจากค่อนข้างมืด  บริเวณด้านหน้าศาลามีพื้นที่ถนนค่อนข้างขับแคบ  ผมจึงสั่งให้จอดตรงนี้และเดินเข้าไปแทน  ไม่อยากให้ใครเอิกเกริกด้วย แค่นี้ก็ถูกมองไม่วางตาแล้ว   

ที่วัดแห่งนี้เปิดไฟให้ความสว่างเป็นช่วง ๆ แม้จะมีพิธีในวัด  หากไม่ได้จัดพิธีกรรมใด ๆ เลย คิดว่าทางวัดคงแทบไม่เปิดไฟในจุดต่าง ๆ นี้อย่างแน่นอน  เส้นทางที่เดินเท้ามืดลงเรื่อย ๆ  แสงสว่างแทบไม่พอให้มองรอบตัวได้สะดวก  ความเงียบในบริเวณวัดทำให้ได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกผมทุกคนชัดเจน  ได้ยินกระทั่งเสียงรองเท้าส้นสูงของพลอยที่พยายามเร่งให้ทันพวกผม ...
 
“เดินช้า ๆ ไม่ได้เหรอ” พลอยบ่นอุบอิบ

“ขาสั้นก็งี้” ผมตอบ แอบอมยิ้มในความมืด  นอกจากส่วนสูงที่ต่างกันแล้ว ส่วนตัวผมไม่ใช่คนเดินช้า  การก้าวเดิน ณ ตอนนี้ถือเป็นความเร็วคงที่ปกติ  ไม่ใช่การเร่งเพื่อให้เร็วแต่อย่างใด
 


ปังงงงง !

เสียงปืนดังขึ้นในความเงียบ พวกผมหมอบลงด้วยความเร็วของสัญชาตญาณ  พลอยกรีดร้องด้วยความตกใจ  ผมหันกลับไปมองเธอที่ล้มตัวหมอบลงกับพื้นถนน  เสียงปืนดังขึ้นจากจุดเดิมอีกนัด  ทำให้แน่ใจว่าไม่ใช่การยิงอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า มีเป้าประสงค์เพื่อข่มขู่พวกผมอย่างแน่นอน  เมื่อได้จังหวะผมจึงรีบขยับตัวเข้าไปใกล้พลอยมากขึ้น... 


ปัง ! ปังงงงง !!

“อย่า..” ผมออกปากห้ามไอ้เด่นและทุกคนที่ชักปืนทำท่าจะสวนกลับ  นี่เป็นเขตชุมชน  เสียงมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องดังขึ้นจากหน้าประตูวัดคล้ายเยาะเย้ย  พบมือปืนสองคนอยู่ตรงนั้น  ไอ้หินวิ่งไปยังมอเตอร์ไซค์ของตน และขับตามมือปืนปริศนานั้นไปพร้อมกับไอ้รุ่งโดยทันที

“เป็นอะไรรึเปล่า” ผมถาม  พลอยหน้าถอดสี  มือข้างหนึ่งเท้าลงบนพื้นถนนเพื่อดันตัวเองขึ้นอย่างทุลักทุเล  กระโปรงที่ค่อนข้างรัดรูปทำให้เธอขยับตัวไม่ถนัด  เข่าถลอก เห็นเลือดซึมออกมา 

“เกิดอะไรขึ้นครับ !” สมุทรวิ่งมาหน้าตื่น  คนที่ค่ายมวยของผมที่อยู่ช่วยงานก็วิ่งกรูตามออกมาด้วย 

“รีบจัดแจงที่นี่ให้เสร็จ แล้วบอกให้ทุกคนกลับบ้าน” ผมสั่งสมุทร

“ได้ครับ” เขาขานรับ


ผมก้มลงจับแขนพลอยข้างหนึ่งแล้วออกแรงดึงตัวเธอเพื่อให้ลุกขึ้นยืน  เจ้าตัวร้องประท้วงในทันทีที่ผมทำอย่างนั้น...

“ฉันเจ็บนะ !” พลอยต่อว่า  ขาข้างหนึ่งของเธอดูเหมือนว่าส้นสูงได้ทำพิษเสียแล้ว  เธอเอียงตัวมาทางผมแบบเสียไม่ได้ เพราะไม่สามารถทิ้งน้ำหนักให้ยืนตรง ๆ ได้ทั้งสองข้าง

“อุ้มไปที่รถ” ผมสั่งสมุทรพร้อมปล่อยมือออก  อีกฝ่ายขานรับ ผงกหัวน้อย ๆ รับทราบและอุ้มพลอยตามมาที่รถ  เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางออกจากบริเวณวัด...

“ส่งคนมาเฝ้าด้วย” ผมพูด

“ครับ” พี่ธานขานรับ  ขณะเดียวกันก็เหลือบมองพลอยที่ก้มตัวลง พยายามที่จะถอดรองเท้าส้นสูงออกทั้งสองข้าง 

“โอ๊ย ! ไฟ ฉันเจ็บ !” อีกฝ่ายร้องเสียงหลงเมื่อถูกผมคว้าข้อเท้าข้างหนึ่งขึ้นอย่างกะทันหัน  ผมวางขาพลอยเทินไว้บนตัก มือสำรวจดูอาการว่าเธอบาดเจ็บแค่ไหน

“ไม่ได้เป็นอะไรนี่ ก็เพราะคุณใส่ส้นสูงนั่นแหละ” ผมว่า

“เหอะ ! ฉันจะเจ็บมากก็ตอนที่คุณกระชากนี่แหละค่ะ” พลอยเถียงกลับเสียงขุ่น

“หึ..” ผมยิ้ม ปัดขาเธอลงทันที

“นิสัยไม่ดีเลย” เธอบ่นอุบอิบ หันตัวกลับไปนั่งดี ๆ

“กระดาษทิชชูเปียกครับคุณพลอย เช็ดแผลที่หัวเข่าก่อนนะครับ” พี่ธานที่นั่งอยู่เบาะหน้าด้านข้างคนขับ หันมายื่นกระดาษทิชชูเปียกให้เธอ 

“ขอบคุณค่ะ”   


บรรยากาศในรถเงียบลง  พลอยเช็ดแผลที่หัวเข่าเรียบร้อยแล้ว  ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงถอนหายใจหลุดมาจากเธอเบาบาง...

“เหมือนมีคนตามฉันมาตั้งแต่ออกจากคอนโดแล้ว” เธอพูดขึ้น 

“........” ผมเงียบฟัง

“พวกมัน...” พลอยเอ่ย

“ไม่ได้ตามคุณหรอก” ผมแทรก  อีกฝ่ายนิ่งไป  ก่อนหน้านี้ก็คิดอยู่ว่าคนอย่างพลอยไม่ใช่คนที่จะยอมถ่อศักดิ์ศรีไปหาผมถึงที่บ้าน   

“ใช้ชีวิตแบบนี้ไม่ไหวมั้ง”


การตัดบทจบเป็นเพียงประโยคคล้ายต่อว่าประโยคนั้น  เราไม่มีบทสนทนาอีกเลยจนถึงบ้านของผม...

“คืนนี้คุณนอนนี่แล้วกัน” ผมหยุดยืนอยู่ระหว่างโถงทางเดิน  พลอยเหลือบมองรอบ ๆ ตัวคล้ายลังเลใจ แม่บ้านสองคนเดินออกมาต้อนรับ  พวกเธอต่างชะงักเมื่อเห็นว่าผมพาผู้หญิงมานอนบ้านด้วย ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก 

“จัดห้องนอนกับของใช้ให้เธอด้วย” ผมสั่ง

“ได้ค่ะ” แม่บ้านทั้งสองผงกหัวรับ 

“เชิญเลยค่ะ” หนึ่งในแม่บ้านผลิยิ้มให้พลอยพร้อมผายมือออก  พลอยหันมาสบตาผมเล็กน้อยก่อนเดินตามไป  ผมยืนมองอยู่กับที่จนพวกเธอพ้นสายตา 

“ให้แม่บ้านเตรียมที่ประคบเย็นแล้วก็ทำแผลให้เธอด้วยแล้วกัน” ผมพูดกับพี่ธานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“ครับ”

   ..
หลังจากที่ผมอาบน้ำจัดการตัวเองเสร็จแล้ว จึงเดินมาที่ห้องพักสำหรับรับรองแขกที่พลอยพักอยู่  กลิ่นแรกที่เตะจมูกเมื่อประตูเปิดเข้าไป คือกลิ่นของสบู่อาบน้ำ

“ว้ายยย !”

“ตกใจหมดเลย คุณควรเคาะห้องก่อนสิ” เธอบ่น กอดผ้าขนหนูที่อกไว้แน่น

“ก็เปิดรอผมไม่ใช่เหรอ ถ้ากลัวก็ควรล็อกไหมล่ะ” ผมว่าให้ 

“ฉันนึกว่าเป็นลูกน้องคุณนี่คะ”

“ลูกน้องผมไม่ทำเรื่องเสียมารยาทแบบนี้หรอกน่า” ผมบ่นกลับ เดินไปนั่งลงที่โซฟาปลายเตียง

“หึ ว่าตัวเองก็ได้ด้วย” พลอยเหน็บแนมปนหัวเราะ

“ผมมีสิทธิ์เด็ดขาดในบ้านหลังนี้ เสียมารยาทตรงไหนไม่ทราบ” ผมย้อนให้  อีกฝ่ายเหล่หางตาใส่นิดหน่อยแต่เถียงต่อไม่ได้  เธอหยิบชุดนอนที่วางอยู่เดินกลับเข้าห้องน้ำไป 

พลอยออกมาอีกครั้งพร้อมกับใส่เสื้อนอนแขนยาวสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นไซซ์ผู้ชาย  ชายเสื้อปิดเลยส่วนที่สงวนไว้โดยไม่สวมกางเกงนอน  เส้นผมของเธอถูกเป่าไปบ้างแล้ว  ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางแต่โครงหน้าเด่นชัดว่ายังสวยอยู่...

“นี่คืออะไร ?” พลอยถามตาใส  ชูกางเกงนอนขายาวที่เป็นกางเกงคู่กับเสื้อนอนที่อยู่บนตัวเธอให้ผมดู

“หึ..” ผมหลุดยิ้ม

“อย่างกับคุณลุงแน่ะ” เธอบ่นอย่างรับไม่ได้ พับกางเกงวางลงที่เดิม 

“นอกจากแม่บ้านก็ผู้ชายหมด” ผมพูดเป็นนัยว่า บ้านนี้ไม่มีชุดนอนสำหรับผู้หญิงหรอก

“ฉันควรดีใจดีไหมน้า ~” พลอยอมยิ้มแซวตัวเอง

“เปิดเพลงไหม” เธอหันมาถาม

“รำคาญ” ผมปฏิเสธ   

“ชิ” อีกฝ่ายเบะปาก 

“ประคบเท้ารึยัง” ผมถามถึง เห็นที่ประคบเย็นวางอยู่บนโต๊ะ

“ประคบแล้ว” พลอยตอบ

“งั้นคุณก็พักเถอะ” ผมตัดบทพร้อมลุกขึ้นยืน
 
“อ้าว นี่คุณจะปล่อยให้ฉันที่เพิ่งหลบกระสุนมาต้องนอนคนเดียวเหรอ !” เธอถลึงตา ทำเสียงจงใจกวนผม 

“........” ผมนิ่งมองครู่หนึ่ง  อีกฝ่ายเองก็จ้องเขม็งกลับไม่ต่างกัน  สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ย้อนกลับไป ว่าผมต้องเชื่อคำพูดของผู้หญิงที่ควบคุมตัวเองได้ค่อนข้างดีในสถานการณ์เช่นนั้นอย่างเธอด้วยอย่างนั้นหรือ  ผมเดินไปที่เตียง เลือกล้มตัวลงนอนด้านที่ตัวเองต้องการ  พลอยยิ้มกริ่ม  ตรงไปปิดไฟทุกส่วน  เหลือแต่โคมไฟหัวเตียงฝั่งของเธอ


ความเงียบก่อตัวขึ้นพักใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ต่างฝ่ายต่างก็ทราบดีว่ายังไม่มีใครหลับ...

“นี่คุณไม่คิดจะทำอะไรเลยจริง ๆ เหรอ”

“........” ผมไม่ตอบ  จู่ ๆ คนข้าง ๆ ก็ขยับตัวขึ้น กระโดดมานั่งคร่อมอยู่บนตัวผม 

“อยากรึไง” ผมนอนมอง

“ก็ดี งั้นทำกันไหมล่ะ” เธอย้อนอย่างต้องการเอาชนะ

“จริง ๆ ก็.. ไม่ได้หลงเสน่ห์ในตัวคุณเท่าไหร่แล้วอะนะ” ผมอมยิ้มตอบเสียงเรียบ  อีกฝ่ายฟาดมือลงมาที่กลางอกผมด้วยใบหน้าบึ้งตึง

เพียะ !

“หึ..” ผมยิ้มให้  วางมือข้างหนึ่งลงบนสะโพกของเธอ ก่อนที่เราสองคนจะนิ่งลงในความเงียบ

“ผมว่าช่วงนี้คุณดูเพี้ยนไปนะ” ผมวิเคราะห์  รู้สึกได้ว่าพลอยค่อนข้างล้ำเส้นพิกล  ถ้าเป็นคนอื่นผมคงตรงไปตรงมามากกว่านี้ แต่สำหรับพลอยอาจมีส่วนที่ยอมยกเว้นให้ได้บ้าง 

“ปกติออกค่ะ” เธอปฏิเสธ  ผมไม่ซักต่อ จับปลายเสื้อของเธอดึงลงต่ำ  จงใจให้เสื้อตึงแนบไปกับรูปร่างและหน้าอกที่ไร้ชุดชั้นใน  เจ้าของร่างกายขวยเขินอยู่บ้างแต่ก็ไม่ดึงดันห้าม  ปลายชายเสื้อถูกปล่อยออกก่อนที่ผมจะลูบมือขึ้นจับเอวของเธอไว้ทั้งสองมือ  มืออีกข้างลูบแผ่นหลังให้เจ้าของร่างกายโน้มตัวลงมา 

“Goodnight” ผมกระซิบบอก แตะริมฝีปากลงที่ข้างแก้มพลอยเบา ๆ

“ชิ !” เธอค้อนใส่อย่างไม่สบอารมณ์ และยอมกระโดดลงจากตัวผมกลับไปนอนที่เดิม 

“นี่...” พลอยเรียกพร้อมขยับหมอนของเธอเข้ามาใกล้

“คุณเคยคิดไหมว่าใช้ชีวิตแบบนี้แล้วใครจะทนคุณได้” คำพูดเชิงถามเป็นไปด้วยโทนเสียงที่เรียบสงบเหมือนกำลังชวนคุยมากกว่า 

ผมไม่ได้ยินดียินร้ายกับคำพูดนี้จากเธอ  ส่วนตัวก็ไม่เคยขอร้องหรืออยากให้ใครมาอดทนอยู่แล้ว  และที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีคนคนนั้นที่รู้สึกว่าอยากบังคับให้อดทนไปด้วยกันด้วย...   

“ฉันหมายถึง ถ้าคนนั้นดันเป็นคนที่คุณชอบขึ้นมาจริง ๆ” เธอขยายความ

“ผมจะทำให้เขาทนได้เอง” ผมตอบ 

“หึ เจอเข้าสักวันจะรู้สึก” เธอประชดอย่างหมั่นไส้  ผมเพียงแต่ยิ้ม  เราเงียบลงอีกอึดใจหนึ่ง

“ไฟ คุณน่ะ...”

“เป็นใครกันแน่”

น้ำเสียงที่ถามนั้น ลึก ๆ คล้ายกับว่าไม่ได้ต้องการคำตอบจากผม 

.
.
.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-07-2020 22:34:38 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ เบบี้

  • Take up an Hobby.
  • เป็ดนักเขียน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2040
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4308/-15

07.30 น.


“ปล่อยให้ฉันกินข้าวคนเดียวได้ยังไงกัน”

ผมช้อนตาขึ้นมองพลอยที่ยืนค้ำหัวผมอยู่ตรงเครื่องออกกำลังกาย  ใครสักคนหรี่ความดังของเพลงให้เบาลงในทันที  พวกผมตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสายกันตั้งแต่ตีห้าครึ่งแล้ว  กลับมาจากวิ่งรอบเช้าและกำลังซ้อมอย่างต่อเนื่อง...

“กินแล้วเหรอ” ผมย้อนถาม  เห็นเธอแต่งตัว ถือกระเป๋าเตรียมพร้อมกลับบ้าน   

“ค่ะ คนของคุณดูแลฉันอย่างดี ขอบคุณนะคะ” พลอยตอบ  ก่อนหน้าที่จะออกไปวิ่งผมได้สั่งแม่บ้านไว้ว่าให้ดูแลทั้งเรื่องเสื้อผ้าที่นำไปซักแห้งและเรื่องอาหารเช้าของเธอด้วย

“ฉัน...จะกลับแล้ว” พลอยพูด  ผมลุกขึ้นนั่ง หยิบผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อ สบตากับเธอที่เอาแต่จ้องมองผม

“มีอะไรจะพูดรึไง” ผมทัก เพราะทีท่าเธอดูเป็นแบบนั้น 

“........” พลอยไม่ตอบ ช้อนตามองไปทางอื่นและยังคงวางมาดแบบหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ  คนของผมทยอยทิ้งห่างออกไปเพื่อให้เราได้อยู่เป็นส่วนตัว 

“ให้คนของผมขับไปส่งไหม” ผมถาม คิดว่าเธอคงกังวลเรื่องของความปลอดภัยอยู่

“ไม่ต้องหรอก” พลอยปัด


แต่แล้วอยู่ดี ๆ บทสนทนาก็หยุดลงโดยที่คนตรงหน้าผมยังมีสีหน้าเหมือนอยากที่จะพูดมากกว่านี้...

“เป็นอะไรของคุณ เก้ ๆ กัง ๆ อย่างกับจะสารภาพรัก” ผมเลิกคิ้วบ่น

“........” พลอยชะงักงัน ดวงตาของเธอเปลี่ยนไปฉับพลัน 

“จะบ้าเหรอ ! ฉันแค่จะบอกว่าจะไม่อยู่ไทยสักพักใหญ่นะ จะกลับอเมริกาสักสองสามเดือน เบื่อไทยจะแย่แล้ว ไปล่ะ !” เธอตัดบทจบห้วน ๆ แล้วสับรองเท้าส้นสูงหนีทันที

“เอาจริงดิ ?” ผมลุกขึ้นยืน  ท้วงถามยิ้ม ๆ อย่างแทบไม่เชื่อสายตา  คำพูดปฏิเสธนั้นขัดกับความขัดเขินที่แสดงออกให้เห็นเป็นรูปธรรมโจ่งแจ้งเกินไป


อีกฝ่ายหยุดเดิน แต่ยังไม่ยอมหันมามองทางผมอยู่ดี.. มากกว่าความตกใจคือความแปลกใจ  นึกไม่ออกว่ามีการกระทำส่วนไหนของตัวเองที่จะทำให้เธอรู้สึกอย่างนั้นได้  เราหลับนอนกันและมันก็แค่นั้น  แม้กระทั่งเรื่องระหว่างเธอกับสมุทรที่เคยมีปากเสียงกัน ผมก็ไม่คิดที่จะซักถามจากมุมของเธอ  เมื่อครู่ก็แค่มีอะไรดลใจให้ทักออกไปตามที่ตาเห็นเท่านั้นเอง

“หึ คุณนี่มันโง่จริง ๆ” ผมพ่นหัวเราะ

“ฉันรู้อยู่แล้วล่ะน่า ! หลงชอบคนแบบคุณก็มีแต่ต้องโง่ทั้งนั้นแหละ !” พลอยหันกลับค้อนตาใส่  เหมือนเธอจะหงุดหงิดตัวเองมากกว่าจะหงุดหงิดผม  เธอหลบสายตาลงอีกครั้ง  ผมเงียบ มองอีกฝ่ายที่ยืนแช่นิ่งหยุดกับที่อย่างกับรูปปั้นอยู่พักหนึ่ง

“ตามตรงก็ไม่ถูกใครมาสารภาพรักนานแล้วแฮะ” ผมแสยะยิ้มรำลึกถึงความหลังในช่วงวัยรุ่นที่เต็มไปด้วยสีสันทำนองนี้ 

“........” พลอยแก้มแดง  ความแดงที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติเห็นชัดจนเกือบกลบเครื่องสำอางบนหน้าเธอ

“วันนั้นลากหมอนั่นขึ้นคอนโดเพราะเรื่องแค่นี้ ?” ผมสวนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย  พลอยไม่ตอบ  เธอรักษาความเงียบไว้อึดใจหนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรง ๆ

“การได้เห็นคุณมุมนั้นบ้างก็สนุกดีไม่ใช่เหรอ” พลอยยักไหล่เล็กน้อย   

“ก็แค่เอาคืนนิด ๆ หน่อย ๆ” เธอเสริม 

“........” ผมไม่ซักต่อว่าเอาคืนเรื่องอะไร  หรืออาจเป็นทุก ๆ เรื่องที่ผมปฏิบัติต่อเธอก็เป็นได้ 

“ตามตรงก็..” คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ด้วยการจงใจเลียนแบบคำพูดจากผมก่อนหน้านี้   

“คุณไม่ต้องหลงตัวเองล่ะ ฉันไม่ได้อยากจะสร้างสัมพันธ์รักกับคุณอะไรทำนองนั้นหรอกนะคะ ก็แค่.. รู้สึก พิเศษนิดหน่อย แค่นั้น ไม่มากกว่านี้” อีกฝ่ายขยายความตะกุกตะกัก วางฟอร์มด้วยโทนเสียงที่หนักแน่น

“เฮ้อออ ! น่าหงุดหงิดชะมัด” พลอยหลับตา ถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนสุดจะทนต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 

“โทษทีนะที่ฉันเป็นคนฉลาดมาก ไม่มีทางที่จะให้ความรู้สึกกับคุณมากไปกว่านี้แน่” เธอยืนยันหนักแน่น 

“หึ ๆ ๆ ๆ” ผมหลุดหัวเราะ

“ผมก็ไม่ได้เกลียดคุณนี่” ผมเลิกคิ้ว อดยียวนเธอไม่ได้ 

“........” พลอยชะงัก แววตาทำทีไม่ไว้ใจผม

“ทำไม คุณต้องการเห็นผมหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นงั้นรึไง ถึงจะยอมสานสัมพันธ์ที่ว่าน่ะ”

“ก็นะ” เธอขานรับห้วน ๆ

“คืนนั้น คุณก็แอบมีอาการโงหัวไม่ขึ้นนิด ๆ เหมือนกัน” พลอยยิ้มมุมปากเย้ยหยัน

“หึ..” ผมแสยะยิ้มพร้อมเดินเข้าหา  ใบหน้าของเธอที่มีความสูงอยู่ระหว่างอกผมทำให้อีกฝ่ายเลือกที่จะไม่เงยขึ้นมา 

“อยากจูบลาดูไหมล่ะ” ผมชวน 

“ไม่” คนตรงหน้าตอบแทบจะทันที

“หน่อยน่า ~” ผมบดฟันกรามด้วยนึกมันเขี้ยว รวบแก้มของเธอขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง

“ไฟ ! ตัวคุณมีแต่เหงื่อ !” พลอยโวยวายตีปรามผมยกใหญ่  แรงดิ้นจากเธอไม่สะทกสะท้านต่อแรงผม  เสียงกดจูบอย่างรุนแรงที่ผมตั้งใจ ทำให้เกิดเสียงสะท้อนขึ้นหลังจากเผยปากออก

“หึ ๆ ๆ” ผมยิ้มมองลิปสติกสีชมพูอ่อนที่เลอะไปตามขอบปาก ไม่สวยคงรูปปากอย่างเดิม

“ไอ้บ้า !!!” เธอขมวดคิ้ว ต่อว่าดังลั่น  ทันทีนั้นผมก็ก้มตัวลง แขนขวาช้อนตัวพลอยยกขึ้นพาดบ่า  ศีรษะของเธอทิ่มลงพื้น  ครั้งนี้เสียงร้องจากพลอยเลยดังกว่าเดิม

“ว้ายยย ! ไฟฟฟ ! ผมฉันเสียทรงหมดแล้ว ปล่อยฉันลงนะ !”

ผมพ่นหัวเราะ ยอมปล่อยตัวพลอยลงเมื่อถึงรถของเธอ  อีกฝ่ายเซตัวเอนไปมาเพราะไม่ทันได้ทรงตัวดี  อีกทั้งยังพยายามปัดตัวเองให้ออกห่างจากผมด้วย 

“ฉันคิดถูกแล้วแหละ !” พลอยเบิกตา เงยหน้าขึ้นคาดโทษ

“เรื่อง ? เรื่องที่ยอมรับว่าชอบผมอะนะ ?” ผมเลิกคิ้ว แสยะยิ้มตาใส  ดึงเอวเธอเข้ามากอดอีกครั้ง  เจ้าของร่างกายเอนตัวออกห่างโดยอัตโนมัติ

“ฉันจะนั่งสาปแช่งคุณทุกเช้าเลยคอยดู”

“หึ..” ผมยิ้ม ชอบใจที่ได้ยินอย่างนั้น

“ไม่ลองพูดออกมาตรง ๆ ดูล่ะ ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้กันแล้ว อุตส่าห์จะลงทุนเดินทางไปรักษาแผลใจถึงเมืองนอกเมืองนา” ผมกวน  จู่ ๆ ก็อยากได้ยินคำพูดแบบชัดเจนขึ้นมา  ขาก้าวเดินไปด้านหน้าเพื่อต้อน จนหลังของเธอชนเข้ากับตัวรถ 

“ฉันไปทำธุรกิจค่ะ เข้าใจซะใหม่ด้วย” พลอยย้อนยิ้ม ๆ

“เรอะ ! พูดก็พูดเถอะ ทำไมผมดันรู้สึกเหมือนกับว่า ผมน่าจะเป็นผู้ชายคนแรกที่คุณเคยสารภาพรักน่ะ” ผมกระซิบ  บรรยากาศรอบตัวทำให้สัมผัสได้อย่างนั้น 

“........” พลอยนิ่งไป  ปากของเธอเผยอออกเล็กน้อยคล้ายจะโต้ตอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำ

“ไฟ...” เธอปราม  มือทั้งสองข้างดันหัวไหล่ผมสู้แรงที่ผมพยายามแทรกตัวเข้าหาอยู่ตลอด 

“เดี๋ยวกระโปรงก็ขาดหรอก” ผมเตือน  เพราะถึงขืนไป นอกจากเสื้อผ้าเธอจะเสี่ยงแล้วก็คงเสียแรงเปล่าอยู่ดี 

พลอยยืนแช่นิ่งและไม่ห้ามผมอีก  เธอเหสายตาลง ยอมเผยริมฝีปากรับจูบจากผมอีกครั้งอย่างแผ่วเบา  เพียงไม่กี่วินาที  เราต่างก็พร้อมใจกันหยุดร่างกาย ไม่จูบต่อมากกว่านี้...

“ขอโทษนะ” ผมพูด  พูดบอกในหลาย ๆ ความหมาย  บางทีความรู้สึกรักใคร่มันก็เกิดขึ้นแบบทันท่วงที  สำหรับผมแล้วเธอไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าคนที่เคยหลับนอนกัน และมีความสัมพันธ์ที่ดีในเชิงคนรู้จัก  และก็ต้องยอมรับว่าผมมักเพิกเฉยต่อความรู้สึกของคนอื่นเสมอ  พลอยก็เช่นกัน  ผมไม่สนใจที่จะรับรู้ความรู้สึกที่เธอมีต่อผมตั้งแต่แรกแล้ว   

“ไม่ใช่เรื่องที่ต้องขอโทษสักหน่อย” เธอย้อนอย่างไม่จริงจังนัก

“ขอโทษสิ เพราะในชีวิตนี้คุณจะไม่ได้เจอผู้ชายที่น่ารักมากแบบผมอีกแล้วนะ เพียบพร้อมอะไรเบอร์นี้ ~” ผมยักคิ้วยิ้ม ๆ

“อายคำพูดตัวเองบ้างเถอะ !” อีกฝ่ายต่อว่าเสียงหลง

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ผมหัวเราะ

“โชคดีนะครับ มีอะไรก็ติดต่อมาแล้วกัน” ผมตัดบท ลูบหัวเธอก่อนผละตัวออก

“อืม” พลอยพยักหน้ายิ้มตอบ 

“แล้วก็ ชอบเขาทำไมไม่จีบเขาดี ๆ ล่ะ คุณเจ้านาย” จู่ ๆ อีกฝ่ายก็เปิดประเด็นขึ้นโต้ง ๆ

“ใคร ?” ผมเบิกตา ตีหน้าซื่อ

“........” พลอยกลอกตาใส่ผม ทำประชดโดยไม่ยอมขยายความ

“คนที่เพิ่งอกหักนี่แนะนำคนอื่นได้ด้วยเหรอ” ผมย้อนถาม

“คนอุตส่าห์หวังดี !” เธอขึ้นเสียงอีกรอบ

“คุณอยากรู้ไหมว่าผมจีบเขายังไง” ผมแสยะยิ้ม จ้องมองพลอยไม่วางตา  คนตรงหน้าแก้มแดง ปัดคำถามจากผมด้วยการหันตัวกลับไปปลดล็อกรถแล้วเปิดประตูออก 

“ฉันจะแช่งคุณทุกวันนะ ยังไงก็ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ” พลอยพูดลอย ๆ ไม่มองหน้า  ประโยคสุดท้ายที่บอกมามีใบหน้าที่แสดงความหวังดีแฝงอยู่ก่อนที่รถของเธอจะเคลื่อนจากไป 


ขณะเดียวกันหางตาก็สังเกตเห็นแขกอื่นยืนอยู่ด้านหน้าโรงฝึก  สมุทรอยู่ตรงนั้นเมื่อไหร่ไม่ทราบ  และไม่รู้ล่วงหน้าด้วยว่าเขามีธุระอะไรต้องมาที่นี่  พี่ธานที่ยืนอยู่ใกล้หันมาสบตากับผมพอดี  ผมจึงตรงกลับไปที่บริเวณโรงฝึกหลังจากที่เห็นว่าประตูรั้วบ้านกำลังปิดลง  สมุทรโค้งตัวทักทาย...

“มีธุระเหรอ” ผมถามเขา

“ครับ ลืมของไว้ในล็อกเกอร์น่ะครับ” สมุทรตอบ  ผมพยักหน้าอนุญาตก่อนที่เขาจะขอตัวเดินเข้าไปในห้องเก็บของใช้ส่วนตัวสำหรับทุกคน 

“ครึ่งหลังก็เห็นหมดเลยครับ” พี่ธานพูดขึ้นให้หลังสมุทร

“.........” ผมผลิยิ้มมองพี่ใหญ่ที่อีกฝ่ายรู้ใจโดยที่ผมไม่ต้องถาม

“คุณไฟครับ..” อีกฝ่ายลดเสียงลง

“คร๊าบ” ผมขานรับ

“คนรอบคอบอย่างสมุทร ผมไม่คิดว่าเขาจะลืมของสำคัญไว้ที่ล็อกเกอร์บ้านคนอื่น ถึงขนาดต้องเดินทางมาเอาในวันที่ยายตัวเองเสียหรอกครับ เขาคงเป็นห่วงคุณเรื่องเมื่อคืน”

“ผมไม่ได้รู้สักหน่อยว่าเขาจะมา” ผมยืนยันความถูกต้องในมุมตัวเอง

“แล้วจะไปหยอกคุณพลอยเธอทำไมล่ะครับ” พี่ธานขมวดคิ้ว

“หึ ก็ยัยนั่นน่ารักดี..” ผมตอบอย่างไม่คิดอะไร  ครั้งนี้พี่ใหญ่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกและยอมกดลมหายใจนั้นไว้ ไม่ปล่อยออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายให้เสียมารยาทต่อกัน   

“เดี๋ยวมันจะยิ่งไปกันใหญ่นะครับ ทางนั้นก็เป็นคนประเภทจะรับมือคุณในแบบของเขาน่ะ” พี่ธานพูดแกมบ่น  ประโยคนี้ทำเอามุมปากของผมแสยะขึ้น  ใจเต้นแปลก ๆ ขึ้นมา

“แล้วพี่ใหญ่อยากให้มันเป็นยังไงล่ะ” ผมย้อนถาม ผลิยิ้มมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ

พี่ธานไม่ตอบ  ดูเหมือนจะตอบไม่ได้มากกว่า...




...............(ไฟ)..............


 :laugh: :laugh: :laugh:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-07-2020 22:41:44 โดย เบบี้ »

ออฟไลน์ route rover

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +220/-7
เมื่อไหร่นะที่เค้าจะคบกันสักที คุณไฟนะคุณไฟ  :mew2:

ออฟไลน์ mamacub

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1080
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +145/-0

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +166/-7
เอ็นดูหนูโปรด  ขายออกแล้วเนอะ ส่งนอกด้วย  o18

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด