Hear, Me (ตอนพิเศษ 290414 : Forget? Me? Not!!
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Hear, Me (ตอนพิเศษ 290414 : Forget? Me? Not!!  (อ่าน 386335 ครั้ง)

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #90 เมื่อ12-01-2013 23:22:45 »

Hear, Me

=======
If I could, I would
======


ตอนที่ 11


เช้านี้ ผมตื่นขึ้นในห้องนอนใหญ่ เตียงคิงไซส์ของห้องชุดหรูคอนโดใจกลางเมือง บอกพิกัดขนาดนี้กูว่าดีเอสไอแม่งต้องสืบรู้แน่ๆ ว่าไอ้คนที่ผมอยากแจ้งจับมุดหัวอยู่ที่ไหน

ผมตื่นแล้วแต่ยังไม่ขยับตัวเพราะเอาแต่กระพริบตาปริบๆ มองหน้าคนที่นอนตะแคงจ้องผมตาไม่กระพริบ

“มองอะไรครับ”

“แทนที่จะพูดอรุณสวัสดิ์” เขาดุผมนิดหน่อยแต่ดีดหน้าผากแรงมาก แม่งไม่ออมแรงเลน แต่จะว่าไป ผมก็ควรรู้อยู่เต็มอกว่านายคฤณไม่เคยทำอะไรแบบออมแรงหรือครึ่งๆ กลางๆ

วัดจากเรื่องเมื่อคืนที่เขา...อึ่มมมม นั่นแหล่ะครับ ผมไม่รู้จะใช้คำไหนมาอธิบายวิธีการที่เขา อึ่มมมมม นั่นแหล่ะครับ

“หมดแรงดื้อแล้วหรอ? เมื่อคืนยังสู้พี่ได้อยู่เลย” เพราะใครล่ะครับ เพราะผีอำมันทับตัวกูเล่นทั้งคืนไม่ใช่รึไง! ผมไม่พูดอะไร ไม่ได้งอนเล่นตัวเป็นนางเอกเพิ่งเสียตัวหรอกครับ แต่ยังไม่ได้แปรงฟันนี่หว่า อายเขาอ่ะ!
“หือ?”

“ไม่หมด” แล้วผมก็พูดจนได้ นายคฤณคลี่ยิ้มให้ผมมอง ตอนนี้เพิ่งจะหกโมงเช้า แสงอาทิตย์เพิ่งเริ่มถักทอแสงมาถึงปลายผืนฟ้าเท่านั้น ผมมองเขาเท่าที่แสงจะเอื้อแต่ก็รู้ว่ารอยยิ้มเขาอบอุ่นมากๆ

“สู้กันอีกมั้ย?”

“ไม่เอา เจมมีแต่เสียกับเสีย พี่หนึ่งได้ตลอด” ผมเถียงฉับเลยครับ ผมไม่ได้คิดเองเออเองแล้วพูดว่าตัวเองเสียหาย 3 รอบเมี่อคืนมันพิสูจน์แล้วว่าผมเสียหายสุดๆ

“เจมอยากได้อะไรล่ะครับ เดี๋ยวพี่หนึ่งจัดให้” เห็นมั้ยว่าเขาเจ้าเล่ห์ ผมมองเขาตาขุ่นๆ พอเก็บอารมณ์หมั่นไส้ไม่ไหวผมก็ถีบแม่งเลย

“โอ้ยเจม! พี่เจ็บนะ”

“เมื่อคืนเจมก็พูดงี้ พี่ก็ยังไม่หยุด”

“ของแบบนี้มันหยุดกลางคันได้ซะที่ไหน ก็ต้องให้...เอ่ออออให้....” ทีงี้ล่ะหน้าแดง แค่พูดถึงจะมาหน้าแดงทำไม ตอนปฏิบัติจนผมเจ็บไปทั้งตัวล่ะไม่เสือกนึกอายบ้าง ผมเบ้หน้าใส่นายคฤณที่ยื่นเพียงคางมาเกยขอบเตียง ส่วนตัวเขายังนั่งอยู่กับพื้นห้อง พอเห็นว่าเขาคงไม่ลงสลักลายลักษณ์อะไรบนตัวผมอีก ผมก็ลุกขึ้นเพื่อเข้าห้องน้ำ

ปั่ก!
แล้วแม่งก็โง่เองอะไรเอง ผมกระโดดลงจากเตียงแต่ผ้าห่มที่พันขาพันแข้งผมอยู่มันไม่อยากไปด้วย สุดท้ายก็หน้าคว่ำลงข้างเตียงนั่นแหล่ะ ร้อนถึงนายคฤณต้องรีบกระโดดข้ามเตียงมาดึงผมขึ้นแล้วประคองไปห้องน้ำ ด้วยสภาพ...กางเกงนอนคนละตัว ย้ำว่าคนละตัวครับ เครื่องในไม่ใส่เพราะเมื่อคืนแม่งหายไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ คลำเจอแค่ไหนก็สวมแม่งแค่นั้นแหล่ะ   

พอมายืนแปรงฟันกันหน้ากระจก ผมก็อารมณ์ขึ้นอีกรอบ อารมณ์โกรธนะครับ ไม่ใช่อารมณ์อื่น ก็แม่งงงงงนิสัยไม่ดีอ่ะ ตัวผมเป็นรอยเยอะมาก รอยดูดนั่นแหล่ะ ไอ้ตรงหัวนมที่โคตรหวงไม่ชอบให้มันมาขบมาบดก็โคตรแดงช้ำ ไอ้เหี้ยพี่หนึ่ง! ถ้าฟังผมสักนิดผมคงไม่ช้ำขนาดนี้!

“มีอะไรครับเจม” ยังมีหน้ามาถามอีก ยื่นหน้ามาด้วย นายคฤณบ้วนปากแล้วก็อ้อมมือมาจับมือผมให้แปรงฟันให้เสร็จ นี่เขาไม่รู้เลยหรอว่าทำผมอารมณ์ขุ่น

“เจมทำเองได้น่า”

“ก็พี่อยากทำให้” เขาย้ำจุดยืนที่แม่งเฉียดจะเหยียบตีนผมนิดเดียว เมื่อคืนเขาก็ย้ำแบบนี้แหล่ะครับ ทั้งตอนหาขนมกินระหว่างดูทีวี ใช้คอมพิวเตอร์ส่งงาน กินข้าวเย็น ล้างชาม หาเสื้อผ้าใส่เพราะไม่ยอมให้ผมกลับคอนโดตัวเอง เขาอ้างคำนี้ตลอด พี่อยากทำให้ พี่อยากทำให้ เฮ้ย! ถามกูมั่งสิ!

แม้แต่ตอนที่เกยกันจนแยกขาแยกแขนใครเป็นใครไม่ออก เขาก็อ้างว่าพี่อยากทำให้ แล้วก็ทำให้ผมทุกอย่าง แน่นอนว่าทำผมทุกอย่างเช่นกัน ระหว่างที่ผมพลิกตัวหนีเพราะไม่ไหวแล้วจริงๆ ผมลองถามเขาไปแล้วว่า “ทำไมพี่หนึ่งถึงได้ชอบมากอดมาโอบเจมอ่ะ ไม่ร้อนหรอ? เจมร้อน” รู้มั้ยครับเขาตอบว่าอะไร “ก็พี่รักของพี่นี่ เจมอย่าดื้อสิ”

กูดื้อตรงไหน? ตรงไหนครับ? ตอบ!

“มื้อเช้าอยากกินอะไร?”

“น้ำเต้าหูแยกบางนา” หาให้ได้ก็ไม่ใช่คนแล้วครับ เราเกยหาดกันอยู่ที่ทองหล่อ จะถ่อไปถึงบางนาก็ไม่ใช่เรื่องที่ชีวิตควรมีประสบการณ์ นายคฤณหัวเราะหึเพราะรู้ว่าผมกวนตีน เขามองผมในกระจกแล้วใช้สายตาเกลี่ยตามตัวผม แม่งเอ้ย! ไม่เห็นรึไงว่าผมหน้าแดงเหมือนอาบเลือดแล้วเนี่ย!

“เมื่อคืนนี้”

“พี่หนึ่ง! อย่าพูดนะ เจมไม่ชอบให้เอาเรื่องอย่างว่ามาล้อ ลองแม่งโดนเองมั่งดิ!”

“พี่แค่จะบอกว่า เมื่อคืนนี้ ขอบคุณนะครับ” ไอ้เชี่ย มาเชื่อมตาใส่ผมทำไม เท่านี้ก็ต้านทานอะไรไม่ได้แล้ว! ผมมุบมิบปากแล้วก็เดินออกจากห้องน้ำ แน่นอนว่าเขาก็เดินตามผมมาติดๆ แหล่ะ

“พี่ทำมื้อเช้าให้นะ วันนี้เจมต้องไปทำงานรึเปล่าครับ”

“ทำสิ วันนี้ไม่ใช่เสาร์อาทิตย์นี่”

“อืม...ส่งงานจากข้างนอกก็ได้นี่”

“วันนี้ยังไม่ถึงกำหนดส่งหรอก พี่หนึ่งมีอะไรหรอครับ?” ผมพยายามทำตัวให้มีสติเหมือนเดิมเพื่อให้โต้ตอบกับเขาได้พ้นเรื่องที่ยิ่งนึกยิ่งอายเสียที

“ก็ ว่าจะชวนเจมอยู่ที่ห้องกันนี่แหล่ะ อยู่กัน 2 คน” รอบของความไม่ปลอดภัยแม่งเวียนมาถึงไวจัง ผมยังไม่ให้คำตอบเขาครับ ขอนึกภาพตามอีกนิดนึงว่าน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน
“ทำอะไรกิน หรือไม่ก็ออกไปกินข้างนอก แล้วไปหาที่เดินพักเล่นๆ กัน”

“นึกยังไง”

“ก็อยู่กับเจมพี่ผ่อนคลายดี เลยอยากอยู่กับเจมตลอดเวลาเลย”

“ปากนี่หวานเองหรืออมน้ำตาลมาพูดครับ”

“อยากให้แฟนรักก็ต้องทำตัวแบบนี้แหล่ะครับ”

“อ้วกกกกกกก”

“ท้องแล้วหรอครับเจม”

“ไอ้พี่หนึ่ง!” นายคฤณหัวเราะร่วนแล้วเดินมาส่งเสียงโอ๋ๆ พลางลูบหัวผมเพี่อปลอบ เอมใจแล้วเขาก็เดินออกจากห้องนอนไป  น่าจะไปทำมื้อเช้าตามที่บอกผม

ผมลองขึ้นเตียงอีกรอบแล้วดึงผ้าห่มเพื่อตรวจตรา ก็นะ ก็คนมันกลัวนี่หว่า ถึงผมจะผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว แต่กับผู้ชายนี่ ผมล่ะเวอร์จิ้นโคตรๆ ก็เลยหวั่นๆ ว่าจะมีเลือดออกอะไรแบบนี้

“ไม่มีว่ะ อืม หรือกูอึดมาก หรือเมื่อคืนนี้ฝันวะ?” ผมนั่งจุมปุ๊กบนเตียงเบลอๆ ไม่นานก็มองหาเสื้อนอนเจอ พอคว้ามันมาสวมกายหยาบได้แล้วก็รีบวิ่งตามกลิ่นกาแฟหอมๆ ไปนอกห้องนอนทันที

อื้มมม กูนี่เลี้ยงง่ายชิบหายเลย


เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตอนที่ผมล้างจานเสร็จ นายคฤณยืนมองผมแล้วก็วกกลับเข้าห้องนอนอีกห้องที่เขาไม่ได้ใช้ประโยชน์มัน แป๊บเดียวก็ออกมายื่นเสื้อ กางเกงยีนส์ และกางเกงในให้กับผมม

“พอใส่ได้มั้ยครับ? หรือเราจะออกข้างนอกไปซื้อเสื้อให้เจมก่อน”

“ถ้าออกไปเพื่อซื้อเสื้อก็พาเจมกลับคอนโดดีกว่า พร้อมพงษ์มันก็ไม่ไกลเลยนะครับ” ผมประชดนิดๆ นิดเดียวจริงๆ ขอบอก นายคฤณจึงได้ยิ้มแล้วยื่นเสื้อผ้าที่เขาเลือกมาให้ผมใส่

“ของพี่เอง แต่กางเกงในเพิ่งแกะ น่าจะใส่ด้วยกันได้ อาจจะหลวมนิดหน่อยนะ” ขอบคุณมากที่ย้ำกว่าคุณมึงเหนือกูทุกสิ่งอย่าง

ผมอาบน้ำตามที่เขาบอก ยอมรับว่ารู้สึกผ่อนคลายมากยามได้แช่น้ำอุ่นๆ ในห้องที่เปิดแอร์ 23 องศา และผมก็คงสบายตัวมากไปจนเผลอหลับ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มือเย็นๆ จับแก้มจับหน้าผากผมให้มั่วไปหมด

“หือ? อะไรครับ?” ผมถามเสียงงัวเงียถามแล้วจับมือเขาไว้ให้มันอยู่นิ่งๆ ซักที ผมเวียนหัว

“ก็เจมอาบน้ำนาน พี่เลยเข้ามาดู” หือ? เข้ามาดู? ผมกระดกหัวมองตัวเองแล้วหนีบขดตัวเองทันที นายคฤณมองผมแล้วก็ขำแล้วก็ตอกฝาโลงด้วยคำว่า “พี่เห็นหมดแล้ว ปิดไปก็นึกภาพเอาได้อยู่ดี”

ไอ้เชี้ย!

“เหมือนจะมีไข้นิดๆ เลย ตัวรุมๆ ขึ้นมาเถอะเจม กินยาดักไว้ก่อนดีกว่าเนอะ”

“แต่พี่หนึ่งบอกจะออกไปหาที่พักผ่อน่”

“ก็เจมเหมือนจะไม่สบาย พักในห้องก็ได้ พี่อยู่ที่ไหนก็ได้หมดแหล่ะ มีเจมอยู่ข้างๆ แล้วนี่” นายคฤณบ้ารึเปล่า? เขาจะจีบผมทำไมนักหนาให้ผมโคตรเขิน ก็เราเป็นแฟนกันแล้ว เราไม่มีเรื่องที่เข้าใจผิดหรือคิดไม่ตรงกัน แล้วเราก็มีอะไรกันแล้วด้วย เลิกจีบทีเถอะ ผมยังไม่อยากตัวเป็นเกลียว



ทั้งที่ผมสำรวจตัวเองและยืนยันกับเขาไปแล้วว่าผมไม่เป็นอะไร แต่มือปรอทเขาก็ยืนยันว่า “พี่ว่าเจมมีไข้นิดๆ” และจบลงด้วยคำว่า “นอนพัก สิ” สิอีกแล้ว ผมเองก็ไม่มีงานด่วนอะไร การไม่เข้าออฟฟิศไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับอาชีพอย่างผม ยอดชายนายชานนท์ก็เลยเอนตัวลงนอนบนเตียงเป็นทหารผ่านศึกอยู่นิ่งๆ ปล่อยให้เขาจัดจับปลายผ้าห่ม แล้วก็เปิดโน้ตบุ้คและโทรสั่งงานเลขาอยู่ในห้องนอน ครับ นายคฤณไม่ยอมห่างผมจริงๆ แล้วแม่งก็พันแข้งพันขามากกว่าไอ้ตัวหนึ่งซะอีก

ผมหลับสนิทจริงๆ มาตื่นอีกทีก็ตอนบ่ายสอง พอเห็นผมตื่น เขาก็วกออกจาห้องนอนไปยกชามซุปน่องไก่ใส่มะเขือเทศทั้งลูกมาประเคนผมถึงเตียง ผมเลยต้องบังคับให้เขายกกลับไปที่ครัวเหมือนเดิมด้วยการเดินออกมานั่งรออยู่ในห้องครัว คนเราไม่ควรกินข้าวในห้องนอนครับ จะกินก็กิน จะนอนก็นอน สิ่งที่กินได้ระหว่างนอนบนเตียงก็คือคนครับ โดนแดกไปแล้วเมื่อคืน ขอบอกว่ายังเข็ด

“ดีขึ้นมั้ยครับ”

“เจมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะครับ แต่ได้นอนแล้วก็ดีครับ ฮ่าๆ จริงๆ แล้วเจมขี้เซา”

“ครับ พี่เชื่อ” แม่งด่าผมอ่ะ! เขาเอาปากผมด่าผมอ่ะ ไอ้เจ้าเล่ห์! ผมหุบหน้านิดหน่อยแล้วก็ก้มหน้าซดซุปต่อ อร่อยอ่ะ กุ๊กคนนี้ขอพับเก็บใส่กระเป๋ากลับบ้านได้มั้ย? จะเอาไปอวดแม่

เออว่ะ! ไม่ได้โทรหาหม่อมแม่เลยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ป่านนี้เหงาปากแย่แล้วมั้ง
พอนึกได้ผมก็รีบอิ่มและดันถ้วยซุปให้ห่างหน้าไปและมองหามือถือตัวเองทันที
สารภาพตามตรงว่าผมไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน เพราะผมมักยัดมันใส่ในกระเป๋ากางเกง และตอนก่อน(หลับ)นอน ผมก็ไม่ได้เป็นคนถอดกางเกงตัวเองซะด้วยสิ แม่งอยู่ไหนวะ?

“หาอะไรครับเจม?”

“มือถือเจมล่ะครับ จะโทรหาแม่”

“ปรึกษาค่าสินสอดหรอ?”

“ตลกเหลือเกินนะครับคุณคฤณ” โดนผมค่อนขอดเขาก็ยิ้มกว้างแล้วเดินหายไปในห้องนอนอีกรอบ และกลับมาพร้อมมือถือผมเอง

ผมโทรหาแม่ ซึ่งเขาก็นั่งอยู่ไม่ห่าง มีการฉีกยิ้มแล้วกวักมือขอพูดกับแม่บ้างแต่ผมสั่งให้เงียบไว้แล้วก็รายงานตัวกับแม่ไปตามปกติ คำอ้างของการไม่กลับบ้านไม่กลับคอนโดเมื่อคืนนี้ก็คือ “เจมค้างกับเพื่อน”

และคำว่าเพื่อนก็ทำให้ผมถูกงอน โดยนายคฤณ ธีระเสถียร
งอนครั้งที่แล้วคุยกับกิ่งมังคุด รอบนี้เขาคุยกับกล้วยไม้ตรงระเบียงนอกห้องครับ สมอายุมากเถอะ
ผมก็ง้อสิ ก็ผมทำให้เขางอนนี่นา วิธีง้อของผมก็เบสิคมากครับ จิ้มเอวเล่นแล้วก็กอดแน่นๆ พลางซุกหน้าลงกลางอก เท่านี้นายคฤณก็ละลายเป็นขี้ผึ้ง แต่ผมนี่ละลายเป็นน้ำผึ้งไปแล้วครับ แฮะๆ

วันนี้ของผมผ่านไปเกือบหมดวันแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้ทำตัวไร้ประโยชน์ด้วยการนั่งนอนไปวันๆ หรอกนะครับ ผมก็ยืมโน้ตบุ้คเขามาเขียนงานส่วนของนายพิชญะเพิ่มจนเสร็จ ทีนี้ก็เหลือแต่เกลาภาษา ตบประเด็นให้เป็นไปตามเอาท์ไลน์ที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรก แล้วก็ส่งให้บก.ผมดูเป็นด่านสุดท้าย แต่ผมยังไม่ส่ง กั๊กไว้ก่อน อีกอย่าง ผมอยากอ่านทวนอีกรอบในเวลาที่อยู่คนเดียวด้วยครับ

นายคฤณกลับคอนโดพร้อมกับช้อปปิ้งแบ็คยี่ห้อที่ผมโคตรคุ้น พอคุ้ยๆ ดูก็รู้ว่าเขาออกไปซื้อของให้ผมทั้งนั้น แม่งแล้วทำไมไม่พาผมออกไปเลือก ปลูกเรือนยังต้องตามใจผู้อยู่ แต่ผมก็ไม่ได้แย้งภาษิตนี้ให้เขาฟังหรอกนะครับ กลัวเขาแย้งว่า ห่อตัวต้องตามใจผู้ถอด มันจะเข้าตัวซะเปล่าๆ

เอาล่ะ ผมมีชุดนอนที่ห้องเขา มีชุดอยู่บ้านๆ สบายๆ มีแปรงสีฟันของตัวเอง ผ้าเช็ดตัวของตัวเองก็มี รองเท้าแตะก็มี รองเท้าเดินเตาะแตะก็มี ขาดแค่ตุ๊กตาหมีผมก็จะเรียกเขาว่า “พ่อ” แล้วล่ะครับ

ระหว่างดูทีวีรอเวลาหิวข้าวเย็น เขาก็ลุกไปค้นๆ อะไรให้เก็บของ แล้วก็บอกกล่องเก็บของออกมาวางตรงหน้าผม นายคฤณกวักมือเรียกแล้วบอกผมว่า “รูปเก่าๆ ของพี่น่ะ อยากอวดเจม” หือ? อายุเท่าไหร่ครับเด็กชายคฤณ

ส่วนยอดชายนายชานนท์อายุ 10 ขวบและขี้เสือกมาแต่เล็กแต่น้อยครับ ผมหยิบรูปตอนเด็กของเขาดูไปดูมาแล้วก็ตาวาว

อดีตของนายคฤณไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลยครับ เด็กกางเกงน้ำเงินเหมือนผมนี่แหล่ะ  เขาอายุมากกว่าผม  4 ปีกว่าๆ สืบสาวราวรุ่นกันแล้วตอนผมเข้าม.1 เขาก็อยู่ม. 5 แล้วครับ อย่าถามว่าทำไมเรียนเร็ว คุณจะได้คำตอบที่วิชาการยังส่ายหน้า เพราะนายคฤณยึดเอาการเกิดและดับของโลกนี้เป็นเหตุผลของเขาด้วย ผมล่ะเชื่อเลย
 
“มิน่าล่ะ พี่ถึงไม่คุ้นหน้าเจมเลย”
 
“เจมก็ไม่คุ้นหน้าพี่หรือชื่อพี่หนึ่งเหมือนกัน พี่คฤณเนี่ย ถ้าดังจริงๆ น้องม.1อย่างเจมต้องรู้จักสิ”
 
“เจมไม่ใส่ใจคนอื่นเองต่างหาก พี่ก็ป๊อบปูล่าในหมูเพื่อนๆ พอสมควร” สันดานไอ้จิวชัดๆ เอาเถอะครับ ด๊อกขี้โนบอดี้ยกเทลให้ ฉันใดก็ฉันนั้น
 
ผมนอนคว่ำอยู่บนเตียง มองของในวัยเด็กที่เขาเก็บเอาไว้ในกล่องเหล็กใหญ่ๆ แบนๆ ของตัวเอง เจออะไรสงสัยก็ถาม แล้วผมก็ไปเจอกับล็อกเก็ตห้อยคอครับ นิสัยเสือกอย่างผมก็เปิดดูไม่รีรอเลย พอจ๊ะเอ๋กับเด็กและผู้หญิงในรูป ผมก็ถามอย่างชาญฉลาด
 
“รูปนี้แม่พี่หนึ่งหรอ?”
 
“ไหน? หือ? อืม แม่พี่เอง”
 
“ตอนเบบี๋พี่อ้วนน่าดูเลย”
 
“หึ! อืม ก็งี้แหล่ะ พี่มันเด็กอันเป็นที่รัก”
 
“ยอไป ยอไป อย่าได้แคร์ครับ” ผมแซวแล้วจิ้มจมูกดูรูปแม่ของเขา เธอไม่น่าจะใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์นะ
“แม่พี่หนึ่ง...ลูกครึ่งหรอครับ?”
 
“ลูกเสี้ยวน่ะ เชื้อเลยมาไม่ถึงพี่ เลยหล่อได้แค่อาตี๋ตาคม” โถๆ นี่คือหย่อนตัวแล้ว เอาเลยครับ เอาเลย ผมฟังไปขำไปแล้วก็ถามอีก
 
“แล้วแม่พี่อยู่ไหนล่ะ เจมไม่เคยเห็นพี่พูดถึงแม่เลย เออว่ะ เจมไม่เคยได้ยินพี่เล่าเรื่องครอบครัวพี่เลย”
 
“อืมมมมม” เขาลากเสียงยาวๆ แล้วก็ทุ่มตัวลงบนเตียงมานอนคว่ำเคียงคู่กับผม
“ครอบครัวพี่หรอ? เล็กๆ น่ะ มีป๋ากับแม่ พี่เป็นลูกคนเดียว ป๋าค่อนข้างขยัน บ้างานนั่นแหล่ะ พี่ก็ใช้ชีวิตอยู่กับแม่เป็นส่วนใหญ่ พี่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหย่ากัน มันเป็นเหตุผลของพวกเขาที่พี่ต้องยอมรับและเข้าใจในชีวิตส่วนตัวของเขาเอง”
 
“.........”
 
“พี่ก็โตตามปกตินะ สูงกว่าชาวบ้านเขานิดหน่อยเลยยืนหัวแถวแล้วก็เป็นหัวหน้าห้อง อะไรแบบนี้แหล่ะ เรียนก็...โอเค” แต่ยักคิ้วใส่ แม่งพวกล่าเกรด 4 แหงๆ
 
“เพื่อนๆก็โอเค ตอนนี้ก็ติดต่อกันอยู่เป็นระยะ มีพีชนี่แหล่ะที่ไล่ให้มันไปๆ ซะทีก็ไม่ไป”
“อือ! เรื่องนี้ขำมากเจม แฟนมันหาว่ามันกับพี่มีซัมติงกันเพราะมันติดพี่สุดๆ จะไปเที่ยวดูหนังฟังเพลง ไปวอเคชั่นต่างประเทศก็ต้องให้พี่เลือกโปรแกรม เลือกวัน ทั้งที่มันไปกับแฟนมัน ไม่ก็ไปกับที่บ้าน”
“ทะเลาะกันทีพี่ก็จะโดนแฟนมันโทรมาวีนใส่ บอกว่าเลิกยุ่งกับพีชซะทีสิไอ้หนึ่ง! ทำเสียงงี้ด้วยนะ” นายคฤณน่ารักอ่ะ เล่าเหมือนเด็กกำลังตื่นเต้นที่ตัวเองได้พูดความจริงที่โลกไม่เคยรู้มาก่อน ทำเสียงสูงเสียงต่ำประกอบด้วย ผมฟังเพลินจนยิ้มแก้มแทบแตก พอเขาจ้องกลับผมก็สะดุ้งแล้วกลบอาการด่วนๆ
 
“แล้วพี่หนึ่งบอกแฟนคุณพีชว่าไงครับ?”
 
“ไม่เคยตอบหรอก อยากพูดก็พูดไป เหนื่อยเดี๋ยวก็จิบน้ำแล้วก็ชวนพี่คุยอย่างอื่น นึกได้ใหม่ก็บ่นอีก หึหึ”
 
“คุณพีชคงรักพี่หนึ่งมากเลยนะครับ”
 
“อย่าใช้คำนี้สิเจม คำนี้เอาไว้ใช้สำหรับพี่กับเจมพอ ช่างหัวไอ้พีชมัน”
“นี่ยังโมโหไม่หาย จำได้มั้ย คราวที่แล้วที่เจมไปสัมภาษณ์มัน ครั้งแรกเลยน่ะ ก็วันที่เจมมาเจอพี่ที่ห้างกับเปรมนั่นแหล่ะ” คือ....หน้าผมเนี่ย อวดฉลาดตั้งแต่เขาเกริ่นว่าวันสัมภาษณ์ครั้งแรกแล้วครับ แต่นายคฤณก็ขยายความเพิ่มจนเข้าเนื้อกันเองแบบนี้
 
ผมพยักหน้าแรงๆ ให้เขารู้ว่าเออ กูจำได้แล้ว มึงพูดมาซักทีเถอะ นายคฤณก็เลยพูดต่อ
 
“ก็มันนะ พอให้สัมภาษณ์เจมเสร็จก็โทรบอกพี่ มันมาอวดว่ามันได้ออกเล่มหนังสือกับสำนักพิมพ์เจม แล้วก็ได้โชว์เดี่ยวด้วย ถึงจะออกเป็นเล่มเล็กๆ แต่มันก็มีเล่มเดี่ยวของมัน ไม่เหมือนพี่ที่ไปซ่อนอยู่หน้ากลาง ดูมัน!”
“พี่ก็ไม่อะไรหรอก จะฟังมันโดยดี แต่มันดันบอกว่าคนสัมภาษณ์มันน่ารักมาก น้องนักข่าวชื่อน้องเจม เป็นผู้ชายแต่หน้าโคตรใส น่ารักชิบหายว่ะที่หนึ่ง มันพูดมาแบบนี้ พี่นี่แทบจะไปเตะมันตอนเที่ยงคืน”
 
“........” ผมมองหน้าเขาแล้วก็กระพริบตาปริบๆ
“พี่หนึ่งหึงหรอ?”
 
“เอ้า! ก็ต้องหึงสิ มันมาชมแฟนพี่นี่ ชมได้ก็เท่ากับว่าแม่งมองจนซึมลึกลงเรตินามันแล้ว สึกหมด!” ฮ่าๆๆๆๆ ไอ้พี่หนึ่งติงต๊องไปแล้วครับ บ้าด้วย โอ้ยยย กูอยากจะบ้า เท่านี้ทำมาหึง
“หึ! แล้วพี่ทำไงรู้มั้ย?”
 
“ทำยังไงครับ?”
 
“พี่ก็บอกว่า ถ้ามึงมองเจมอีกรอบ มึงตายแน่”
“ฮ่าๆ มันก็คงรู้ลางๆ แล้วแหล่ะว่าพี่คิดยังไง แต่พี่ยังไม่ได้บอกมันหรอกว่าเจมยอมคบกับพี่แล้ว มาถามเจมก่อนว่าพร้อมเปิดตัวมั้ย?”
 
“.........”
 
“พร้อมมั้ยครับ?”
 
“เปิดตัวบ้าบออะไร เจมไม่ใช่หลินปิง!”
“เอ้อแล้ว....”ผมสายตาหาหัวข้อใหม่เลยครับ แม่งจ้องซะเขิน ห่า! เดี๋ยวกูก็ท้องประชดโลกซะเลย
“แล้ว...พ่อกับแม่พี่หย่ากัน แล้วพี่หนึ่งอยู่กับใคร บ้านพ่อหรือบ้านแม่”
 
“เปลี่ยนเรื่องไม่เก่งเลยครับคุณชานนท์”
 
“คิดซะว่ารู้ไม่ทันสิครับ คุณคฤณ” ผมเอนไหล่ไปกระทุ้งไหล่เขาแล้วก็จิ้มๆ ที่ล็อกเก็ตอันน้อยให้เขารู้ว่าอยากรู้เรื่องแม่เขามากกว่า
 
“อืม ตอนเรียนอยู่กับพ่อ ปิดเทอมทีก็ไปหาแม่”
“แม่พี่อยู่ออสเตรียน่ะ”
“ทำธุรกิจโรงแรม เล็กๆ”
“พ่อก็จ้างพี่ทำงานอยู่นี่ไง”
“อืม...เจมอยากไปหาแม่พี่มั้ย?”
 
“เฮ้ย! ไม่เอาดีกว่าครับ เจมกลัว”
 
“กลัวอะไร?”
 
“ก็...ก็เจมไม่ใช่ผู้หญิง แบบ...เดี๋ยวแม่พี่พ่อพี่จะคิดว่าเจมมาทำให้พี่ไม่ปกติซะเปล่าๆ”
“คบกันแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?”
 
“ก็พี่จริงจังนี่” เอาแล้ว อารมณ์มาคุของเขาก่อตัวอีกแล้วครับ ผมถอนหายใจแล้วก็เอียงหัวซบเตียงแล้วช้อนตามองเขา
 
“เจมไม่ได้ว่าพี่หนึ่งไม่จริงจัง เจมก็ไม่ได้เล่นๆ กับความรู้สึก”
“แต่ทุกอย่าง มันต้องอาศัยปัจจัยอื่นอีกมาก โดยเฉพาะเวลา”
“เรื่องของเรา ทำเท่าที่มีความสุขก็พอครับ พี่หนึ่งไม่ต้องคิดการณ์ไกลหรอก พี่คงไม่ได้อายุยืนหมื่นๆ ปีหรอกน่า”
 
“เจมก็เป็นซะแบบนี้” เขาบ่นๆ แล้วก็ขยับมาดึงผมไปกอด นายคฤณกวาดของทุกอย่างลงจากเตียงแล้วก็ตะครุบตัวผมไว้จนดิ้นหนีไม่ได้  ผมก็เลยนอนนิ่งๆ ให้เขาหอมหัวไหล่ ดมซอกคอ แป๊บนึงเขาก็จะเงยหน้ามาบอกว่า “หอม” เขาบ้าไปแล้วครับ บ้าแน่ๆ ที่เขาดมน่ะมันเสื้อที่เขาซื้อมาให้ใส่นั่นแหล่ะ แม่งยังไม่ได้ซักเลยด้วย
 
“พรุ่งนี้ทำงานเช้ามั้ย?” นายคฤณถามระหว่างที่ละปากจากไหปลาร้าผม ผมลืมตาแล้วงงเมื่อเห็นเพดาน ก็เมื่อกี้ผมยังนอนคว่ำอยู่เลยนี่หว่า
 
“ไม่มีเวลาเข้างานอยู่แล้ว ไม่มีนัด ไม่ใช่เวรประชุมด้วย แต่เจมก็อยากไปเร็วนะ จะไปแปะงานลงถังกลาง”
 
“แต่ก็คือไม่เช้าใช่มั้ย?”
 
“ครับ ไม่เช้า” ตอบปุ๊บถึงได้รู้ตัวว่าเสียรู้อีกแล้ว นายคฤณระดมจูบผมแรงขึ้นแล้วกำรวบข้อมือผม 2 ข้างให้ชูขึ้นหนือหัว รู้แล้วใช่มั้ยครับว่าเขาถามทำไม
 
“พี่ว่างทั้งวันเลยครับ” อื้อหืออออออออ เสียงแบบนี้ก็อารมณ์ล้วนๆ เหมือนกันครับ คงรู้ใช่มั้ยว่าอารมณ์อะไร แต่คือกูไม่มีอารมณ์ไงครับคุณมึง กูหิวข้าว!

“พี่หนึ่ง! พี่หนึ่ง เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว”
“เฮ้ยพี่หนึ่ง! ฟังเจมดิ อย่าเพิ่ง”
“เจมหิวข้าว!!”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2013 10:50:42 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #91 เมื่อ12-01-2013 23:26:30 »

โครกกกกกกกกกก
เสียงผมโวยวายไม่มีอิทธิพลเท่าเสียงท้องร้องครับ นายคฤณหยุดมือปลาหมึกแล้วยกหน้าขึ้นจากไหปลาร้าผมทันที เขาอมยิ้มหัวเราะคิกคัก ก่อนะจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ไอ้เชีjย อายที่จะถูกปล้ำแล้วยังต้องอายเพราะท้องร้องเสียงดังอีก พัง! ชีวิตผมพังหมดแล้ว!

เขาคืนร่างเป็นพี่ที่หนึ่งที่แสนดีโดยการยอมลุกออกจากตัวผมแล้วก็เดินเดาะลิ้นออกจากห้องนอนไป ผมถอนหายใจโล่งอกและยกความดีให้กับการกินข้าวตรงเวลาของตัวเอง หึหึ แม่กูเลี้ยงมาดีเว้ย!

“เจมครับ ไข่ดาวสุกมั้ย?” โถ! กุ๊กหมดวิชาแล้วสินะ เขาหัวเราะหึแล้วก็เดินอาดๆ ตามเข้าครัวไป เรื่องทำอาหารน่าจะเป็นเรื่องที่ผมชนะเขาได้ ตำราป้าพิศนี่ผมก็ลักจำมาเยอะ ทำไงได้ ก็ผมมันช่างจะหิวนี่นา

ค่ำคืนวนมาถึงอีกครั้งแล้ว ผมอยู่กับเขาแค่ 2 คนเกิน 24 ชั่วโมงแล้วครับ อาจจะเป็นช่วงโปรโมชั่น ช่วงดื่นน้ำชารสน้ำผึ้งล่ะมั้ง ผมถึงไม่รู้สึกอึดอัดกับการมีเขาวนเวียนในพื้นที่ส่วนตัว ผมมาห้องเขาเป็นครั้งแรก ค้างคืนคืนแรก ทั้งที่บ้านเพื่อนบางคนที่คบกันมาหลายปี ผมยังไม่เคยไปดมเยี่ยวหมาบ้านพวกมันเลย

หรือถ้าไม่ใช่ช่วงโปรโมชั่น หรือช่วงฮันนีมูนแล้ว ผมก็คิดว่าผมต้องรักเขาแล้วแน่ๆ

บ้าจริงไอ้เจม! ไม่กี่เดือนก็รักแล้วหรอ? คนปกตินี่เขาใช้เวลาศึกษานิสัยกันและกันนานแค่ไหน กว่าจะตัดสินใจว่าสิ่งที่ทำให้อยู่ใกล้กันได้ แชร์ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยกันได้กระทั่งเวลาส่วนตัว ก็คือความรัก

จะมีใครที่เรียกความรู้สึกดีๆ นี้ว่า “ความรัก” เร็วเท่าผมมั้ย? นี่ผมใจง่ายเกินไปรึเปล่า?

“คิดอะไรอยู่ครับ? โฮมซิคหรอ?” เขาอังมือเย็นๆ ที่แก้มผมแล้วก็บี้เล่นแบบที่ชอบทำ ผมแค่ยิ้มให้แต่ไม่ได้บอกไปว่ากำลังนิมิตเพ้อพกเรื่องความรักอยู่ เขาดันตัวผมให้ไปอาบน้ำเพื่อนอน ส่วนเขาบอกว่าจะปูเตียง.....อืม เราต้องคุยกันหน่อยแล้ว

“เดี๋ยวครับพี่หนึ่ง”

“ครับเจม”

“เรื่องเตียง”

“ครับ? ไม่ชอบเหรอ? เจ็บหลังหรอ? เดี๋ยวพี่เปลี่ยนได้”

“ไม่ใช่ครับ คือมันก็นอนสบายดี แต่ส่วนใหญ่ตอนที่นอนเตียงนี้จะถูกผีอำก็เถอะ แต่ที่เจมจะพูดก็คือ...”
“คือ.....”

“คืออออออออออออออ” เขาลากเสียงยาวแล้วเลิกคิ้วมองผม

“คือ พี่ไม่ต้องหักโหมทำเรื่องอย่างว่ามากนักก็ได้”
“เอาตรงๆ เลยนะ เจมยังเจ็บอยู่เลย แล้วเจมก็อยากนอนสบายๆ นอนจมเหงื่อมันไม่สบายตัวนี่หว่า”

“โธ่! คิดว่าเรื่องอะไร?”
“ไม่อยากทำก็บอกพี่ตรงๆ สิ พี่จะไปขัดเจมได้ไง ทำแบบนั้นก็ข่มขืน”
“แต่เมื่อคืนนี่พี่คิดดีแล้วว่ามันสมควรแก่เวลา” ปลิ้นได้อีกนะคนเรา
“อาบน้ำแล้วนอนให้สบายเถอะครับ พรุ่งนี้จะได้กระปรี้กระเปร่า”

“ครับ...ไม่โกรธกันนะที่เจม เอ่อ...ไม่ได้ยอมทุกครั้ง”

“เรื่องเล็กน่า ไปสิ อาบน้ำ” ผมเดินเข้าห้องน้ำอย่างสบายใจมากขึ้น ผมอาบน้ำอุ่นๆ จนตัวชุ่มๆ หัวเปียก ปอดฉ่ำหนำใจแล้วผมก็ออกมาเตรียมทุ่มตัวลงเตียง

แต่ว่า...นายคฤณหลับไปแล้วครับ เขาอาบน้ำแล้ว และก็หลับไปแล้ว
เขาคงเหนื่อยล่ะมั้ง ก็วันนี้เขาเอาแต่ดูแลผม ชวนผมคุย มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ แล้วก็เล่นกันเป็นเด็กๆ
ผมคิดว่าเขาคงไม่ใช่คนชอบวุ่นวายกับคนอื่นมากนัก นายพิชญะเองบอกว่าเขาเป็นคนมีโลกส่วนตัว
แต่วันนี้ทั้งวัน ไม่สิ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ จนถึงตอนนี้ ผมรู้สึกว่าผมก้าวเข้ามาอยู่ในโลกของเขา โดยที่ไม่เสียโลกของผมไป และรอยทับก็ไม่มีส่วนที่เหลื่อมกันเลย

แต่ก็อย่างที่บอกไว้ ที่รู้สึกดีไปหมดแบบนี้อาจจะเป็นเพราะช่วงโปรโมชั่น

ผมค่อยๆ เอนตัวลงนอนและจับหน้าเขาบ้าง ผิวเขานิ่มดี ตรงคางมีตอหนวดพอให้มือได้รู้สึกถึงความหยาบบ้าง นายคฤณเป็นคนหน้าตาโคตรดี ขนาดหลับก็ยังน่ามอง ผมก็เลยอดไม่ได้ที่อมยิ้มอยู่คนเดียวแบบนี้

“พี่หนึ่ง” ผมทดลองเรียก เขาครางรับและพยายามจะปรือตามอง เห็นแล้วก็สงสารผมก็เลยเอามือปิดตาเขาไว้และก้มลงจูบปากเขาเบาๆ อย่าถามว่าอายมั้ยเพราะคำขยายความว่ามากมันหมดโลกไปนานแล้วครับ

ผมห่มผ้าส่งเขาเข้านอน จากนั้นก็นอนลงข้างๆ และปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนล้าไม่แพ้กัน

ก่อนนอน ผมขอให้ทุกอย่างยังคงสภาพแห่งความสุข อุ่นๆ สบายๆ แบบนี้ไว้ในวันพรุ่งนี้ แม้ว่าเราจะก้าวออกจากโลกส่วนตัวที่ช่วยกันสร้างไว้ ไปเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่มีคนจอแจมากมายคอยสร้างความสับสนวุ่นวายให้

แต่คำขอของผมคงจะมากไปเสียหน่อย ผมเลยถูกทำโทษให้ฝันน่ากลัวจนสะดุ้งตื่นกลางดึก

ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจากหน้าปัดนาฬิกา ผมเบิ่งตากว้างและรีบลูบหน้าล้างภาพติดตาจากความฝันออกไป

ผมฝันว่าไอ้จิวชกหน้าผมแล้วก็เดินหันหลัง ร้องเรียกเท่าไหร่มันก็ไม่หันกลับมามอง


Cut


มาแล้วค่ะ ยังมีใครรออ่านอยู่หรือไม่คะเนี่ย?
อย่าเพิ่งทิ้งเรื่องนี้กันน้า  :monkeysad:

สำหรับวันนี้ เราขอนอนเอาแรงก่อนค่ะ บายยย  :t3:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-01-2013 10:32:17 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ Donaldye

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #92 เมื่อ13-01-2013 00:07:33 »

เจมฝันแบบนี้เป็นลางรึป่าว ไม่เอานะ ฮืออออออออออออออออออ :z3:

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #93 เมื่อ13-01-2013 00:34:58 »

เหอๆๆ พายุลูกใหม่สินะ
จิวอาจจะรับไม่ได้ อะไรแบบนั้นรึเปล่า
หรือจริงๆแล้วจิวเคยอาจมีเรื่องสมัยอยู่โรงเรียนกับพี่หนึ่ง
เจมไม่รู้เรื่อง ละจิวก็จำไม่ได้(จิวยังไม่เคยเจอหน้าพี่หนึ่งนี่นะ)

ตอนนี้พี่หนึ่งดีมาก น่ารัก แต่...เรามันพวกฝังใจอ่ะ ยังคิดว่าเค้าอาจมีเรื่องที่ปิดอยู่
เราฝังใจขนาดนี้ อย่าว่ากันนะ พี่หนึ่งเวลาน่ารักก็น่ารักเนอะ มุมเด็กๆอะไรงี้

ป.ล.ขอบ่น อ่านตอนที่แล้ว เราก็กินมาม่าอยู่ อ่านตอนนี้ก็กินมาม่า บ่นแค่นี้แหละ ฮา
แล้วก็ทำไมเรามาไม่เคยเป็นคนแรกซักทีนะ เอิ้กๆ

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #94 เมื่อ13-01-2013 01:05:07 »

เกลียดความฝันเจมอะ ฮือ
ชอบผชแบบพี่หนึ่งจัง ชอบผชเล่าเรื่องแล้วสนุก5555

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #95 เมื่อ13-01-2013 03:08:22 »

บรรยายได้ตลกมากเลยค่ะ เจมคิดฮาสุดๆ สนุกดี5555

กลัวจิวจะเป็นเหมือนในฝันจัง

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #96 เมื่อ13-01-2013 08:29:32 »

กำ ดันฝันไม่ดีซะงั้น

MangoBlue

  • บุคคลทั่วไป
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #97 เมื่อ13-01-2013 11:09:04 »

 :กอด1: พี่หนึ่งน่ารักมากๆ อยากได้แฟนแบบเนี้ยะมั้งอะ!


ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1597
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 11 - 12/1/13)
«ตอบ #98 เมื่อ13-01-2013 11:51:40 »

 :กอด1: อย่ามีดราม่ามาอีกเลยนะ พลีสสส

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #99 เมื่อ14-01-2013 22:58:21 »

Hear, Me

=======
If I could, I would
======


ตอนที่ 12


เจอไอ้แอมแต่เช้าไม่บรรลัยเท่าเจอไอ้แอมแต่เช้าตอนที่นายคฤณมาส่งครับ ไอ้ตัวดีมองผมตาโตแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรแปลกๆ ออกมา มันทักทายนายคฤณแล้วก็มองประเมิน ก่อนจะเดินจูบขอบแก้วกาแฟที่มันโปรดปรานขึ้นลิฟต์ไป ส่วนนายคฤณก็ไม่ได้ว่าอะไรมากมายครับเรื่องเจอไอ้แอม เขาลาผมเบาๆ ด้วยคำว่า “เดี๋ยวกลางวันพี่มารับไปกินข้าวนะครับเจม”

อื้ม เอาเลย ตามสบาย อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องแคร์กูหรอกว่าต้องมีสังคมของตัวเองบ้างอะไรบ้าง
ผมเลิกคิ้วมองหน้าเขาแล้วก็ยกกาแฟขึ้นจิบ กระพริบตาปริบอีกทีแล้วก็ลองถามแบบไม่อ้อมค้อม

“หึงหรอครับ?”

“ก็เขาชอบแฟนพี่นี่ครับ”


“แต่แฟนพี่คิดกับเขาแค่เพื่อนนะครับ”

“ก็หึงอยู่ดีแหล่ะครับ”

“เอาปี๊บมาคลุมหัวเจมมั้ยครับ?”

“ผมจะเสียทรงเอานะครับ” ไอ้พี่หนึ่งแม่งงง!!! ผมขยี้หน้าให้แม่งดูแล้วก็เดินเลี้ยวไปขึ้นลิฟต์ แต่ก็ต้องด้นถอยหลังกลับมาบอกเขาใหม่
“กลางวัน อยากกินแค่กระเพราไก่ไข่ดาว จะแดกให้มันสิ้นเผ่าพันธุ์ พี่หนึ่งกินได้ป่าว ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจมกินกับเพื่อน”

“ได้สิ เดี๋ยวพี่มารับ ชวนเพื่อนไปด้วยกันก็ดีนะ” หึ! ได้ เดี๋ยวยอดชายนายชานนท์จัดให้


ผมขึ้นมาถึงออฟฟิศก็เจอใหไอ้แอมกับไอ้ต้อมยืนคุยกันอยู่ที่ห้องพักเบรก ผมเห็นผมเดินผ่านมันก็แยกย้ายกันทันที ไอ้เหี้ย ไม่ส่อพิรุธเลยนะพวกมึง ผมเดินทำหน้าบ้องแบ๊วเข้าไปล็อคคอพวกมันไว้แล้วถามตรงๆ

“คุยไรกันวะ? รู้มั่งดิ กูเสือก”

“ไม่มีอะไรหรอก  ไม่มีอะไรเกี่ยวกับมึง อย่าเสือกเลย” ไอ้ต้อมบอกแล้วแงะมือผมข้างที่กอดคอไอ้แอมไว้ให้มันกอดมันแทน แต่ผมทนมือเหนียวเอาไว้เพราะผมไม่เชื่อว่ามันไม่เกี่ยวกับผม พอหันไปจ้องไอ้แอมก็ได้เห็นอาการถอนหายใจแล้วยอมจำนนกับความขี้เสือกของผมในที่สุด

“ก็...กูมาบอกต้อมเรื่องที่มึงมากับนายคฤณนั่นน่ะ พวกกูคิดว่ามึงจะกลับไปคบกับเขาอีก”

“อย่าเข้าใจผิดดิอ๋อมแอ๋ม กูกับเขายังไม่ได้เลิกกันเลย ที่ห่างๆ กันไปเดือนนึงนั่นพวกกูทบทวนตัวเอง” ฮ่าๆ ตอบได้ชิลมากไอ้เจม แต่ผมไม่ได้บอกพวกมันหรอกนะว่าเรื่องราวจริงๆ เป็นยังไง เพราะมันเป็นเรื่องของนายคฤณและคุณลูกแพร ส่วนที่ผมได้รู้ก็เพราะว่าเขาอยากเล่าให้ผมฟัง ส่วนไอ้ 2 ตัวนี้ ผมคิดว่านายคฤณคงไม่ต้องการให้ก้าวล่วงเข้าไปรู้เรื่องของเขา

พวกมันนิ่งไปแล้วก็มองหน้ากันเอง จากนั้นก็ไอ้แอมก็ถอนหายใจแล้วพยักหน้าเข้าใจ

“แล้ว เรื่องผู้หญิงที่เราเห็นกันวันนั้น เคลียร์รึยังวะ?”

“อือ แล้ว”

“แล้วเรื่องที่กูเคยบอกมึงล่ะ?”

“เรื่องอะไรวะ?” ผมถามเพราะยังงงๆ ไอ้พี่หนึ่งมันมีผู้หญิงเยอะหรอเนี่ย ทำไมผมถึงไม่คิดว่านี่เป็นประเด็นเลย

“ก็....ก็....” ไอ้แอมอ้ำอึ้ง ผมจ้องมันพักนึงก็รู้ว่ามันว่าไม่อยากพูดต่อหน้าไอ้ต้อม ผมก็เลยเปิดทาง ผมรู้ว่าเพื่อนผมก็อยากเสือก

“พูดมาเหอะสัด ต้อมมันก็รู้ทุกเรื่องนั่นแหล่ะ” เปล่าครับ ไอ้ต้อมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วนเรื่องที่คบกับนายคฤณ ไอ้แอมก็น่าจะเป็นคนบอก เพราะผมไม่ได้บอกใครเรื่องผมกับนายคฤณ แม้แต่คนที่บ้านก็ไม่ได้บอก ไม่รู้เหมืออนกันว่าทำไม

“เออ เออ! ก็เรื่องลูกแพร พีชญา ที่กูเคยบอกมึงไว้ไง ว่าเป็นแฟนเก่าเขา แล้วก็ว่ากันว่าตายเพราะเขานั่นแหล่ะ”
“มึงได้ถามอะไรเขารึยัง? เขาเล่าอะไรรึเปล่า”

“เปล่า” ผมโกหกโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังเลย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะอยากปิดบังเรื่องส่วนตัวของนายคฤณหรอกครับ
“ถ้าไง มึงถามเขาตรงๆ ก็ดีนะอัญ มึงจะได้เคลียร์ไง คือ กูก็ไม่อยากให้มึงฟังจากกูแล้วไปตัดสินเขา”

“...มึงชัวร์แค่ไหนล่ะ ที่บอกกูมาวันนั้นอ่ะ”

“ก็...เขาว่าว่ากันมาแบบนั้น”

“เขานี่ใครวะ? ใช่ที่คาดกะโหลกที่มึงใส่อยู่มั้ยควาย”

“ไอ้เหี้ยเจม นี่กูพูดกับมึงดีๆ แล้วนะ จริงๆ กูพูดให้มึงเลิกกับแม่งไปเลยก็ได้ กูจะได้จีบมึงอย่างสบายใจ แต่นี่กูแฟร์ไง ถึงได้บอกให้มึงมีเหตุมีผล ฟังอะไรก็เอาไปคิดๆ ดูก่อน”
“อีกอย่างนะ กูก็รู้เรื่องมากจากวงเหล้า พอไปจี้ๆ ถามพวกเฮียๆ แม่งก็ยอมรับว่าข่าวลือจากหน้าสังคมทั้งนั้น จริงหรือไม่จริงพวกเฮียแกก็ไม่รู้”

“หรอวะ?”

“เออ มึงก็..ถ้าอยากรู้ก็ถามเขาเถอะ”

“แล้วเขาจะบอกความจริงกับกูหรอวะ?”

“กูว่ามึงจะรู้ได้เองว่ามึงจะเชื่อหรือไม่เชื่อใคร” ไอ้ต้อมเป็นคนพูดแทรกขึ้นมา ผมไม่รู้ว่ามันรู้เรื่องผมตื้นลึกแค่ไหน แต่สิ่งที่มันพูดกลับเข้าท่ามากในสายตาผม
“มึงโตแล้วนี่หว่า ทุกคนนั่นแหล่ะ โตๆ แล้วกันทั้งนั้น”
“สิ่งที่มึงต้องระวังอย่างเดียวในไอ้เจม”

“อะไรวะต้อม”

“ความรักไงมึง อย่าให้มันบังตาจนมองไม่เห็นความจริง”
“ส่วนอะไรจริงไม่จริง มันก็แค่ 2 ช้อยส์ในชีวิต เลือกมองกันเอาเองก็แล้วกัน”

จากคำเตือนของมัน ผมจับใจความได้ว่าอย่ารักนายคฤณมากเกินไปจนมองข้ามความเป็นจริง
โอเค...ผมรับคำเตือนของมันไว้แล้ว

พอมีไอ้ต้อมมาถ่วงสติ ไอ้แอมก็ไม่โวยวายเรื่องที่ผมกับนายคฤณคบกันเหมือนเดิมมากนัก จะมีก็แค่อาการงอนแล้วบอกผมว่า “กาแฟมั้ยมึง? ชงแดกเองนะ กูไม่มีอารมณ์” อาฮะ สบายตัวกูมากอ๋อมแอ๋มเพราะกูไม่ได้เป็นง่อย

เที่ยงวันนี้ ผมลากพวกมันมาร้านสารพัดกระเพราครับ ร้านป้าแกแอบตัวอยู่ในซอกร้านอาหารจานตักและเซเว่นอีเลฟเว่นข้างๆ ตึกทำงานของพวกผม คือถ้าไม่ตาเสือกจะไม่เห็นร้านป้าแกเลย หน้าร้านมีรูแคบๆ ให้ตะแคงตัวไปนั่งเพราะว่ามีตู้ของสดวางเคียงกับเตาแก้สที่มีกระทะเบี้ยวๆ ดำๆ วางอยู่

เข้าไปในร้านก็อู้ฟู่กลิ่นมากครับ เรียกว่าออกมาแล้วใครเดากลิ่นไม่ได้ว่าไปกินอะไรมาก็โง่ชิบหายแล้ว
หย่อนตูดนั่งปุ๊บพวกมันก็สั่งกันแบบไม่ยั้งครับ ไอ้ต้อมนี่กระเพราะตับไก่ไข่ดาวสุก เบิ้ล 2 ไอ้แอมเอากระเพราหมูสับไข่เจียวทรงเครื่องเพิ่มพริก เบิ้ล 2 ส่วนตัวผมก็สั่งเบาๆ ก่อน กระเพราไก่สับไข่ดาวสุกจานเดียว ไม่อิ่มค่อยจกตับไอ้ต้อม ฮ่าๆๆ

ครืดดดดดด
สั่นเป็นเจ้าเข้าเชียวโทรศัพท์กู
ผมรู้แล้วแหล่ะว่าใครโทรมา แต่ก็ทำเป็นตกใจให้ไอ้สองตัวนี้มันสนใจอยากเสือก ฮี่ๆ

“กำลังกิน ใครวะ!” แอคติ้งเลิศมากกู
“อ่า...ช่างแม่ง” ไงล่ะ อยากรู้ขึ้นมาทันทีสิพวกมึง

“ทำไมไม่รับวะ ใคร?” กร๊ากกกก ไอ้ต้อมติดเบ็ดแล้วครับ ถ้าชาติหน้ามึงเกิดเป็นปลาหมอกูก็คิดว่ามึงก็ติดเบ็ดตายเพราะปากมึงเหมือนเดิมแหล่ะต้อม

“ช่างเหอะ กิน กิน ประสาเพื่อน”

“ใคร!” แน่ะ เสียงเข้มด้วย ฮ่า ไอ้ฟายยยยยยยย

“ก็...พี่หนึ่ง” ผมเฉลยแล้วก็ก้มหน้าดูดเป๊บซี่ ไอ้แอมวางช้อนทั้งที่เพิ่งกินได้ครึ่งจาน มันดูดเป๊บซี่แล้วก็เรอเอิ้กใหญ่ จากนั้นก็เงยหน้าจ้องผม

“แล้วไม? เขาจะมาเจอมึงหรอ?”

“อืม”

“ก็มาดิ”

“เดี๋ยวพวกมึงอึดอัด”

“ทำไม พี่หนึ่งของมึงจะมานั่งเหยียบเป้าพวกกูหรอ ถึงต้องกลัวพวกกูอึดอัดน่ะ”

“เออ งั้นให้มานะ”

“โอ้ย ตามสบาย มาดิ มาดิ กูอยากสัมภาษณ์” ไอ้ปลาหมอต้อมกระตุ้น ผมก็สนองทันที ผมรับสายแล้วก็บอกทันทีว่าอยู่ที่ไหน แลดูพวกมันอึ้งๆ นิดหน่อยที่ผมดูสบายอกสบายใจเหลือเกิน ฮ่าๆๆ มันยังไม่รู้ว่าเข้าแผนผมทุกอย่าง

ทีนี้ล่ะ พอนายคฤณมาเจอไอ้สองตัวนี้ ผมก็จะเฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมของเขาที่ปฏิบัติต่อคนอื่นไงครับ สำหรับใครที่ยังไม่เท่าทันความคิดผม ตอนนี้ผมกำลังทดสอบทฤษฎี การจะดูว่าเขาเป็นคนอย่างไร ให้ดูวิธีที่เขาปฏิบัติกับคนอื่น เป็นไง ฉลาดมาก!

การมาของเขาสร้างความตื่นเต้นให้ป้ากระเพรามากครับ แกเดินมาเอาผ้าเช็ดทุกสิ่งเช็ดเก้าอี้ให้นายคฤณนั่งด้วยอ่ะ ผมไม่แปลกใจหรอกเพราะการแต่งตัวของนายคฤณนับเป็นสิ่งแปลกปลอมของร้านกระเพราซอกหลืบมาก ซ้ำยังมีหน้าตาที่น่าจะถูกสเปคป้ากระเพราด้วย

“นั่งเลยจ้ะพ่อเทพบุตร” กร๊ากกกกกกกก โอ้ย!  กูอยากจะพ่นไก่แล้วขำให้ดังก้องโลก ป้าแกต้องเป็นลิเกเก่าแน่ๆ ศัพท์แสงฟังแล้วอยากตั้งวง
“รับประทานอะไรดีจ๊ะ” ตัวอย่างของ 99 มาตรฐานครับ พวกผมมาทีไรก็บอกแค่ว่า “หาที่นั่งเลยไอ้หนุ่ม กินไร ให้ว่อง คิวเยอะ”

“เอ่อ....” นายคฤณอ้ำอึ้งมองผมเพื่อขอความช่วยเหลือ ผมก็เลยชี้ที่จานตัวเอง
“เอาแบบเจมครับ”  ป๊าดดดดดดดดดด! แล้วป้าแกจะรู้มั้ยว่าเจมครับนี่คนไหน ผมหัวเราะหึนิดนึงแล้วก็ช่วยอีกแรง

“เอากระเพราไก่สับไข่ดาวสุกอีกจานครับป้า”

“รอพี่แป๊บเดียวนะพ่อเทพบุตร เดี๋ยวลัดคิวให้” ก้มลงกระซิบหูด้วยอ่ะ! โอ้ยยยย! ผมกลั้นขำท้องแข็งแล้วครับ นี่ผมไม่ได้ตั้งใจแกล้งเขาเลยนะ แต่ป้ากระเพราแกจัดให้แบบไม่ต้องบอกโจทย์

นายคฤณหน้าเจื่อนๆ แต่ก็ยิ้มให้แล้วเอนตัวมากระซิบผม
“มีน้ำเปล่ามั้ยเจม แล้ว...มันเผ็ดรึเปล่า?”

“กินเผ็ดไม่ได้หรอครับ?”

“ไม่ ไม่ กินได้ กินได้อยู่แล้ว” เออ ผมก็ว่าเขาน่าจะกินได้ เพราะตอนไปคอนโดผม ผมก็ทำของเผ็ดให้กินนะ ผมเดินไปหยิบน้ำเปล่าให้เขาขวดนึงพร้อมหลอด จากนั้นก็ละเลียดกินข้าวโดยที่ไอ้สองตัวแอมต้อมยังไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ

แล้วกระเพราจานพิเศษก็มาถึงครับ ผมจะไม่ขำเลยถ้าอีไข่ดาวจะไม่แสดงจิรตแปลงกายเป็นรูปหัวใจแบบนี้ ทีของผมล่ะวงไข่แดงแม่งเบี้ยวซ้าย ไอ้ต้อมนี่ไข่แดงแตกเลย

“รับประทานให้อร่อยนะพ่อเทพบุตร”

“เอ่อ..ครับ ขอบคุณครับ” ไอ้พี่หนึ่งเบียดผมหนักเลยทีนี้ ผมดันตัวเขากลับแล้วก็จัดแจงหยิบช้อนกับส้อมมาเช็ดแล้วส่งให้ แล้วก็ต้องแถมทิชชู่สีชมพูแห้งๆ ให้เขาเพิ่ม เอาไว้ซับเหงื่อครับ เห็นสภาพเขาในสถานที่ไม่เหมาะเท่าไหร่ก็สงสารเหมือนกัน แต่ก็นะ...นี่มันก็ส่วนหนึ่งของชีวิตผม เขาก็ต้องเข้ามาสัมผัสในซักวันอยู่ดี วันนี้เลยแล้วกัน

“ใส่น้ำปลาเพิ่มมั้ยครับ?” ไอ้แอมถามแล้วดันถ้วยน้ำปลาพริกมาตรงหน้านายคฤณ ผมเห็นเขาเงยหน้ามองไอ้แอมด้วยแววตาที่เดาได้ถึงความคิด

เขาหึงไอ้แอม

“ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณ”

“ครับ ตามสบาย คิดว่าจะชอบกินเค็มเหมือนเจม” เท่านั้นแหล่ะ พ่อคุณก็ตักน้ำปลาใส่เพิ่มไปช้อนนึง อื้มมม อารมณ์ไม่ช่วยให้ข้าวอร่อยขึ้นหรอกนะครับ ผมการันตี

ไอ้แอมมองนายคฤณตาโต มุมปากที่ตกๆ ของแม่งยกขึ้นนิดนึงด้วย ไอ้เหี้ยแอม หน้ามึงชั่วร้ายมาก ไม่รู้สาวๆ มาร์เก็ตติ้งชอบมึงกันเข้าไปได้ยังไง

“เจมกินเผ็ดมากด้วยนี่ ใช่มั้ย?” เมื่อไอ้แอมไม่จบ นายคฤณก็ไม่จบครับ เขาควานหาพริกในน้ำปลาพริกมาราดใส่กระเพราตัวเอง อูยยย เห็นแล้วแสบท้องแทน เห็นหน้าไอ้แอมมันสะใจโคตรๆ แล้วอยากตบกะโหลกมาก แม่งแกล้งอ่ะ ไอ้ห่า! เกิดมึงโดนแกล้งบ้างจะรู้สึกยังไง นี่ผมไม่ได้ปกป้องนายคฤณเกินไปใช่รึเปล่า?

“พี่หนึ่ง กินเถอะครับ แต่ถ้ากินไม่ได้เดี๋ยวเจมพาไปอีกร้านนึงก็ได้นะ”

“พี่กินได้ กินได้อยู่แล้ว” ฟังดูก็รู้ว่าเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน นายคฤณคลุกๆ กระเพราแล้วก็ขยี้ไข่ดาวจนหัวใจสิ้นสารรูป ตักคำแรกเข้าปากเท่านั้นแหล่ะ โลกรอบตัวผมก็เหมือนหยุดหมุน

ไอ้แอมลุ้น ไอ้ต้อมก็ลุ้น ผมนี่โคตรลุ้นเลย

แล้วเขาก็กลืนลงท้องแบบไร้อาการใดทั้งสิ้น ดูเหมือนเขาจะกินได้จริงๆ ผมเป่าปากโล่งอก ส่วนไอ้แอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะเหมือนขัดใจแล้วก็ดูดเป๊บซี่จนหมดแก้ว แล้วแม่งก็พาลมาคว้าแก้วผมไปดูดเป๊บซี่โดยไม่บอกกล่าว กรรมก็ตกกับผมสิครับ เพราะนายคฤณหันมองแบบไม่ชอบใจสุดๆ

ระหว่างที่กินกันใกล้อิ่ม ไอ้ต้อมก็เลียบๆ เคียงๆ ถามนั่นนี่นายคฤณไปเรื่อยๆ แรกๆ ก็คุณคฤณ พอเขาให้เรียกชื่อเล่นมันก็เรียกคุณหนึ่ง แล้วพอรู้ว่าเขาก็สาวกกางเกงน้ำเงิน มันก็เรียกพี่หนึ่งทันทีครับ

ไอ้ต้อมก็จบมัธยมที่เดียวกับผม แต่มันเอนท์ไม่ติดเลยไปเรียนเอกชน กลับมาเจอกันอีกที่ที่ออฟฟิศนี้ แล้วแม่งก็เป็นฝ่ายจำผมได้ก่อนแล้วกระโดดกอดทันที ขอบอกว่าผมอายมากกับท่ากอดของมัน

“พี่หนึ่ง แล้วพี่หนึ่งจำผมได้ป่าว ต้อมอ่ะ ต้อม”
“ผมอยู่ชมรมดนตรีสากลกับไอ้จิว ไอ้เจมนี่อยู่ชมรมวาดรูปครับ พี่หนึ่งล่ะ?”
“ผมประกวดมารยาทด้วยนะ ฮ่าๆๆ แพ้ตลอด”
“แล้วพี่หนึ่งเจอไอ้จิวรึยังครับ ไอ้เหี้ยนั่นแสบผิดกับไอ้เจมเลย”

“ยังไม่เคยเจอกันจริงจังเลย กำลังหาเวลาอยู่ แต่เจมบ่ายเบี่ยง”

“หึ! ที่บ้านไม่ยอมรับหรอเจม” อา...ไอ้ปากมากปัญหาอ๋อมแอ๋ม ผมตกเป็นเป้าสายตาหลังจากที่เฝ้าสังเกตุนายคฤณมองไอ้ต้อมพูดไม่หยุดมาพักใหญ่ ผมฉวยน้ำเปล่าของเขามาดูดแล้วก็อมเล่น ทำเป็นไม่ตอบคำถามชั่วๆ ของไอ้แอม และโชคดีที่ไอ้ต้อมยังสวมวิญญาณเจ้าขุนทองอยู่ ผมเลยปล่อยมันขับขานไปตามเรื่องตามราว

ไอ้ต้อมให้บทสรุปเกี่ยวกับนายคฤณหลังจากมันเจอเขาและได้คุยกันแบบถึงเนื้อถึงตัว (ก่อนจะเรียกเขา มันจะสะกิดหลังมือเขาทุกครั้งครับ) ประมาณ 40 นาที มันก็บอกผมว่า “มึงโชคดีมากที่เขาชอบมึงว่ะเจม พี่ที่หนึ่งแม่งโคตรของโคตรดีอ่ะ เลิสเลอจนกูยกให้เป็นไอดอล คนเหี้ยไรวะ มีทุกอย่างที่มนุษย์พึงมี แล้วแม่งเสือกมีในอัตราที่ล้นด้วย มึงขึ้นดอกเบี้ยตัวเองคุมเงินเฟ้อในอนาคตได้เลย”

สารภาพนะต้อม คือกูงงตั้งแต่มึงพูดว่า คนเหี้ยอะไร โคตรดีแล้วอ่ะ ความขัดมันควรมีคำว่าแต่ไว้บอกเมนไอเดียมั้ยมึง?

“กูไปส่งเขาก่อนนะ”

“เออๆ มึงดูพี่ที่หนึ่งของกูดีๆ ด้วย ไอดอลกูไม่ควรเผชิญโลกปลวกๆ แบบมึงเลยจริงๆ”
“อย่าให้ตัวไรไต่ตอมนะเจม” เออ มึงไปเถอะ ห่า กูจะแร่เนื้อตัวเองมากางแผ่เป็นผ้าบังแดดให้แม่งอยู่แล้วเนี่ย ผมโบกมือไล่มันและไอ้แอมให้แยกเดินกลับออฟฟิศไป ส่วนผมก็หันมองเขาอย่างรู้งานแล้วถามว่า “กาแฟมั้ยครับ?”

“ดีเลย พี่ต้องการแอร์มากตอนนี้”

“กินไม่ได้ทำไมไม่บอกล่ะครับ” ผมคาดคั้นระหว่างเดินนำเขาไปร้านอุบลพัน ฮ่าๆ โอบองแปงแหล่ะครับ สาขามันมางอกที่ตึกถัดจากออฟฟิศไปนิดเดียว

พอเจอแอร์เย็นๆ หน่อยนายคฤณก็ดูโอเคขึ้น เขาถอดเสื้อสูทออกพาดเก้าอี้ไว้แล้วก็ปลดกระดุมเสื้อตัวเองอออก 2 เม็ด

“พี่หนึ่งกินเผ็ดไม่ได้หรอ? แล้วทำไมไม่บอกเจม”

“พี่กินได้ บอกว่ากินได้ไงครับ แต่กินได้แบบไม่เผ็ดมาก แต่เห็นเพื่อนเจมกินกันโคตรเผ็ด พี่ก็ไม่อยากน้อยหน้าไง”
“พี่คงไม่ดูน่าสังเวชมากถ้าร้านมีแอร์”

“หัดกินร้านข้างทางไว้ก็ดีนะ เจมติดดิน”

“เจมเห็นพี่มีพรมแดงปูเดินส่วนตัวรึเปล่าครับ?”
“เอาเป็นว่า พี่ไม่ได้ฝืน ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ครั้งหน้าบอกพี่ก่อนเรื่องอากาศ สูทนี่มันร้อนกว่าที่เจมคิดมากเลย” พูดจบก็เอากระดาษทิชชู่มาซับเหงื่อและพับเป็นพัดเล็กๆ กระพือลมไปมาตรงหน้าตัวเอง ผมใช้มือเป็นพัดให้เขาด้วยอีกแรง นั่งรอให้เขาหายร้อนแล้วผมก็ถาม

“กินขนมอะไรมั้ย เดี๋ยวเจมไปสั่งให้”

“ขอบคุณนะ พี่ขอแค่กาแฟเย็น ก็พอ...เย็นๆ นะ” โอเค นายคฤณไม่ถูกกับอากาศร้อนมากๆ นี่ถ้าเรื่องถึงป้ากระเพรา ผมคงได้ยกระดับครัวทางเลือกเป็นร้านอาหารติดแอร์แน่ๆ เออ อานิสงนี่ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

ผมจัดแจงส่งกาแฟให้เขาและชามะนาวให้ตัวเอง โอ้ย! เครื่องดื่มหวานเฝื่อนเปรี้ยวแซม แดกอะไรหน่อมแน้มมาก ผมเลยเพิ่มเวลาหน่อมแน้มด้วยปังช็อค ฮ่าๆๆ พี่หนึ่งมองผมแล้วก็หัวเราะเพราะผมบิใส่ปากก่อนที่ตูดจะแตะเก้าอี้เสียอีก

เขาผ่อนคลายกับกาแฟเย็นและแอร์ฉ่ำๆ ของร้านมากขึ้นแล้วก็รายงานกับผมว่า เขาจะกลับไปประชุมก่อน ยาวเลย กว่าจะเลิกประชุมก็ราวทุ่ม เพราะงั้นวันนี้ “เจมกลับบ้านเองนะ”

หมดโปรแล้วหรอเนี่ย? ฮ่าๆๆ ผมไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอกครับ กลับบ้านก็ดีเหมือนกัน

“เออพี่หนึ่ง รถเจมอยู่คอนโดพี่อ่ะ”

“เดี๋ยวพี่ขับออกมาพรุ่งนี้ ไปรับที่บ้าน แล้วเดี๋ยวพี่กลับออฟฟิศเอง”

“เทพบุตรจะไหวหรอ? อากาศร้อนนะ”

“เถอะน่า!”
“กินเข้าสิ เอาแต่เล็ม หรือว่าอยากอยู่กับพี่นานๆ”

“อืม” พอผมรับคำแบบไม่บ่ายเบี่ยง นายคฤณก็อายหน้าแดงแล้วก็ยื่นมือมาจับหัวผมโคลงไปโคลงมา โอเค กูอายเป็นเพื่อนแล้วครับบคุณมึง หยุดหยอกกันหน่อมแน้มเดี๋ยวนี้นะ!

ของคาวของหวานตกถึงก้นท้องแล้ว ผมก็โบกมือส่งท้ายให้เขาที่เรียกแท็กซี่กลับออฟฟิศไป ผมไม่ได้ถามหรอกว่าทำไมไม่ขับรถมาเอง จะเพราะอะไรมันก็เรื่องของเขา และผมก็เชื่อว่าทางนี้คงสะดวกสุดสำหรับการมาหาผมในช่วงเวลาพักกลางวันของคนกรุงเทพทั้งเมือง

เป็นอันว่า นายคฤนได้ไอ้ต้อมเป็นผู้สนับสนุนไปแล้วเรียบร้อย ไอ้คนที่เพิ่งเตือนผมว่าอย่ารักนายคฤณแบบหน้ามืดตาตัวกำลังเชียร์นายคฤณสุดตัวเลยครับ ส่วนไอ้ฝ่ายค้านอ๋อมแอ๋มก็หน้าเป็นตูด มุมปากแม่งจะคว่ำไปจูบส้นตีนตัวเองแล้ว แต่แม้จะไม่ชอบใจเรื่องไอ้ต้อมแปรพรรค แต่มันก็ไม่เอาต้วเองออกห่างจากผม และก็ยังทำตัวดีกับผมเป็นบางเวลา แต่มันก็เพลาๆ เรื่องการมาก้อร่อก้อติกไปมากเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2013 23:10:18 โดย kajidrid »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
« ตอบ #99 เมื่อ: 14-01-2013 22:58:21 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #100 เมื่อ14-01-2013 23:01:15 »

วันนี้ผมหมกตัวอยู่หน้าโน้ตบุ้คตัวเองถึง 2 ทุ่ม ไอ้จิวโทรหาเพื่อถามว่า “คืนนี้จะไปกางเต้นท์นอนโลกไหน บอกแม่ด้วย บอกกูด้วย” ฮาๆ ไอ้ห่านี่เซ้นส์ดีชิบหาย พอผมบอกว่ากลับบ้าน มันก็นัดเวลาให้ผมไปรับมันก่อน ขี้เกียจขับรถ ผมเลยนิ่งไปเพื่อคิดข้ออ้าง แล้วก็อ้าปากปดไปว่า “รถเจมอยู่กับเพื่อน จิวนั่นแหล่ะแวะมารับที กลับพร้อมกันนะ” ไอ้พี่ชายที่เกือบดีมันก็รับปากครับ แต่บ่นผมยืดยาวเรื่องที่ว่า “มึงคิดจะเป็นน้องกูไปตลอดชีพเลยหรอห่า! หัดดูแลตัวเองบ้าง!” ผมก็เถียงว่า “ก็มึงเสนอหน้ากับหมอก่อนกูทำส้นตีนอะไรครับพี่จิว”


แม่ยิ้มแฉ่งมารอรับพวกผมที่หน้าประตูบ้าน ไอ้ตัวหนึ่งกับตัวสองสลอนกระโดดแด๊กๆ อยู่ไม่ห่างขาแม่ อา....คิดถึงพวกมันจัง พอลงจากรถได้ผมก็พุ่งไปสวัสดีแม่ กอดแป๊บนึงแล้วก้มลงฉกหมามากอดมาฟัดเล่นให้หายคิดถึง เวอร์เนอะ ทำเหมือนห่างบ้านไปหลายปี นับกันดีๆ แล้ว ผมก็ไม่ได้นอนบ้านแค่ 2 คืนเอง

“กินข้าวกันมารึยังเจม จิว”

“ยังครับ” พวกผมตอบพร้อมกัน ไอ้จิวลูบท้องประกอบ ส่วนผมก็ทิ้งหมาลงพื้นแล้วประจบแม่ทัน

“เจมอยากกินแกงจืด”

“หน้าจืดไม่พอหรอเจม” แม่รักผมอีกแล้ว เซ็งฉิบ ฮ่าๆๆ ไอ้จิวยื่นหน้ามาเกยไหล่แม่ไว้เพราะมันกอดแม่ไว้จากข้างหลัง มันยักคิ้วใส่ผมแล้วอ้อนอวด

“จิวอยากกินกุ้งกระเทียมอ่ะแม่”

“ทำสิลูก ยืนขาตายกันแบบนี้ กระทะ ตะหลิวมันจะกระดิกกันเองมั้ย? หือ?” ครับ แม่รักไอ้จิวมากเหมือนกัน พวกผมเดินเกาะกลุ่มกัน 3 คนแม่ลูกเข้าบ้าน ปล่อยหมาเล่นกระโดดทับหัวกันไปตามประสา

มื้ออาหารง่ายๆ ของบ้านผมอร่อยโคตร!
แต่แม่งจะไม่เอมใจก็ตอนที่ผมต้องเป็นคนล้างจานทั้งหมดนี่แหล่ะ ส่วนไอ้จิวทำอะไรน่ะหรอ? นวดแม่ครับ ไอ้พี่เลว เอาเปรียบ มือกูจะเปื่อยเท่าหมูตุ๋นแล้วสัด! 

ล้างเสร็จก็ต้องไปเอาหน้า ผมไปเสนอหน้าดูละครหลังข่าวกับแม่ที่หน้าทีวีบ้าง ไอ้จิวนั่งข้างล่างโซฟาแล้วเอามือแม่ไปบีบๆ นวดๆ แม่งดูดทรัพย์อีกแล้วอ่ะดิ

“อื้อเจม”

“ไร?”

“แล้วรถเจมไปไหน?”

“จอดไว้บ้านเพื่อนนั่นแหล่ะ เมื่อเช้าเขามาส่งที่ออฟฟิศ”

“เพื่อนที่ไปค้างด้วยน่ะหรอ?”

“อือ”

“ตัวไหนวะ?”

“........” เอาไงดีว่ะกู ผมเอนตัวนอนซบหัวไหล่แม่อยู่ก็เลยฝโชคดีที่ไม่ต้องสบตากับไอ้จอมจับผิด ผมเงียบไปแป๊บเดียวก็สะดุ้งเพราะเสียงแม่หัวเราะฉากตลกในทีวี ผมก็เลยได้โอกาสเฉไฉทำเป็นไม่ได้ยินที่มันถามแล้วหัวเราะไปกับแม่บ้าง ดูเหมือนไอ้จิวจะหมดความสนใจจากผมเพราะมันหันไปมองทีวีบ้าง แล้วก็ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาพร้อมกับตบเข่าฉาดใหญ่ มันขำได้ผมก็ดีใจ แต่ถ้ามันเสือกนึกขึ้นมาได้ใหม่ ผมซวยแน่!

ห้าทุ่มกว่าแม่ผมก็ขึ้นห้องนอนแล้วครับ ไอ้จิวก็ขึ้นไปอาบน้ำห้องมัน ผมเลยรับหน้าทีลาหมา ตบหัวพวกมัน 2 ปุก่อนเข้านอน ล็อคบ้าน ปิดไฟแล้วก็สลายตัว

“อุ่ย! ไอ้เหี้ย ตกใจหมด!” ผมสะดุ้งโหยงเมื่อเปิดห้องนอนเข้ามาแล้วเห็นไอ้จิวนั่งอยู่บนเตียง ไอ้เหี้ยนี่เล่นบ้าๆ  ผมโคตรกลัวผีมันก็รู้ แล้วยังเสือกมานั่งมืดๆ ในห้อง เปิดแต่โคมไฟตรงโต๊ะคอมฯ
“สัดพี่จิว กูตกใจชิบหาย ถึงเราจะขาวแต่เราก็ไม่ได้เรืองแสงนะไอ้เหี้ย”

“ตกลงกูเป็นพี่มึงหรือกูเป็นเหี้ย ห๊ะ หมาเจม!”

“พี่กูเป็นเหี้ยไงสัด  มีไร? ไมไม่นอน”

“มีเรื่องที่มึงยังไม่ตอบกู ไอ้หมาน้องเจม”

“เรื่องไรครับสัดพี่จิว”

“มึงค้างกับเพื่อนตัวไหนมา?” ไอ้เหี้ยนี่เซ้นส์แรงมากผมบอกแล้วใช่มั้ย? ผมแอบถอนหายใจแล้วเปิดไฟให้มันสว่างโล่งทั้งห้องนอน จากนั้นก็เดินไปนั่งบนเตียงแล้วเอาหมอนมากอดไว้

“ก็เพื่อน”

“ไปแดกผู้หญิงมาหรอ? ใคร แฟนหรอ? ไม่เห็นรู้เรื่อง”

“เปล่า เจมไปค้างห้องเพื่อน”

“แม่บอกบ้านเพื่อน บ้านหรือห้อง หรือรูที่ไหน”

“เรื่องของกูมั้ยจิว”

“กูพี่มึงมั้ยเจม”

“แล้วน้องมึงไม่มีสิทธิ์มีเรื่องส่วนตัวหรอสัดพี่จิว”

“มีได้ แต่มีตอนโลกนี้ไม่มีพี่มึงแล้ว รีบหรอ? กูจะได้รีบตาย”

“เจมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น”

“งั้นก็บอกมา ถ้ามันเพื่อนปกติ เจมต้องบอกจิวได้แล้วว่าเพื่อนคนไหน เพื่อนเจมก็เพื่อนจิว แต่นี่บอกชื่อไม่ได้ แสดงว่าไม่ใช่เพื่อน”

“..........”

“ใคร?”

“พี่หนึ่ง”

ไอ้จิวเงียบไป มันมองหน้าผมอึ้งๆ นิดหน่อย แล้วก็ถอนหายใจ แล้วก็หันมองหน้าผมอีก ดูมันครุ่นคิดอะไรอยู่บางอย่างและก็ใช้เวลาคิดนานมากจนผมเกือบหลับ ตอนที่กำลังไหลตัวนอนแล้วตัดสินใจเลิกสนใจมัน ไอ้จิวก็คว้าคอผมหมับแล้วถามเสียงเฉียบ

“มึงกับเขา เป็นอะไรกัน?”
“เอาตรงๆ เจม เอาความจริง”

“...........”

“หมาเจม”

“เออ...เจมกับพี่หนึ่งก็....คบกัน”

“คบกัน?!?”
“สัด! แบบไหน คบอะไร? มึงคบเขาเป็นพี่ใช่ป่าว ไอ้หมาเจม ตอบกู!”

“โอเค โอเค เป็นแฟน”
“พี่หนึ่งเป็นแฟนกู กูเป็นแฟนเขา เราเป็นแฟนกัน คบกัน ศึกษานิสัยกัน มึงเก็ทป่ะ?!”


“มึงเป็นเกย์หรอ?”

“แล้วกูจะเป็นน้องมึงไม่ได้ใช่มั้ย ถ้ากูเป็นเกย์ขึ้นมา” ไอ้จิวอึ้งไปอีกครั้ง ครั้งนี้ผมก็อึ้งด้วยเหมือนกัน ผมไม่เคยถามคำนี้กับใครเลย ผมไม่เคยสนเลยว่าตัวผมเป็นเกย์รึเปล่า พี่หนึ่งเป็นเกย์รึเปล่า ผมรับรู้แค่ว่าเขามีความรู้สึกดีๆ ให้ผม เขาดูแลผม เขาทำให้ผมอบอุ่นและเกิดความรู้สึกดีมากๆ ต่อเขา

ซึ่งนั่นหมายถึงผมเป็นเกย์งั้นหรอ?

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผมเป็นกย์ ผมจะไม่มีพี่ชายฝาแฝดอีกต่อไปงั้นหรอ? ทำไมมีความรักแล้วแม่งเสียอะไรเยอะจัง ผมไม่เข้าใจตรรกะนี้จริงๆ

จิวถอนหายใจแล้วมองผมเครียดๆ

“แล้วถ้าน้องกูเป็นเกย์ กูต้องเลิกเป็นพี่มันรึเปล่า?” ผมว่ามันก็ตันๆ เหมือนกันแหล่ะ เราไม่เคยเผชิญเรื่องอะไรแบบนี้มาก่อน ผมกับจิวไม่เคยทะเลาะกัน ถ้าคิดเห็นไม่ตรงกันมันจะเข้ามาคุยกับผมเพื่อทำความเข้าใจในเหตุผลของผม และแก้ปัญหาด้วยการทำให้ผมเข้าใจตรงกับมัน แม้จะเหมือนถูกบังคับให้คิดมาตลอดชีวิต แต่ผมก็ไม่อึดอัด เพราะมันเป็นพี่ผม ทุกสิ่งที่มันพูดมันต้องหวังดีกับผมอยู่แล้ว

แต่เรื่องนี้ ผมไม่อยากให้มันบังคับ จะดีจะเลวยังไง หรือลงท้าย หวยจะออกมาว่าผมโดนหลอกฟันฟรี โดนปั๋นหัว ผมก็จะรับความเสียใจนั้นไว้เอง มันจะอนุญาตผมมั้ย?

“จิว”

“จิวรู้แล้ว จิวเข้าใจ”
“แต่เจมล่ะ เข้าใจแค่ไหน?”

“เจมเข้าใจว่ามันไม่ได้สวยงาม มันไม่เหมือนคนอื่น มัน...ไม่ใช่ความรู้สึกที่แม่เอาไปอวดใครได้ แต่มัน..มันเป็นความจริงนี่”
“เจมรักเขา”

“แล้วความรู้สึกเขาล่ะ ตลอดไปรึเปล่า? หรือฉาบฉวย”

“ถามตอนนี้เจมก็ต้องตอบว่าตลอดไป แต่จิวก็รู้ทันว่าเจมก็ไม่ได้แน่ใจ ใช่มั้ยล่ะ?”

“รู้ว่าเถียงไม่ชนะ เจมก็จะเถียง เป็นแบบนี้ทุกที”
“มันจะลำบากมากมั้ยวะ? จิวไม่เคยมีเพื่อนหรือใครๆ ที่...ที่มีรูปแบบความรักที่พิเศษแบบเจม เพราะฉะนั้น จิวดูแลเจมเรื่องนี้ไม่ได้นะ จิวคิดแทนเจมเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ”

“เจมจะคิดเอง เจมจะดูแลตัวเอง”

“แต่ถ้าเสียใจ....”

“ช่างมัน เสียใจไม่ตายหรอก ให้เจมได้ทุ่มเทเหอะ”
“จะดีหรือร้าย เจมจะเรียนรู้เอง”

“มึงก็เชื่อแต่ตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้วหมาเจม”
“งั้นพรุ่งนี้ จิวจะลางาน เจมพาเขามาเจอจิวหน่อย”

“จะทำอะไร?” ผมถามไอ้พี่ชายแบบหวาดๆ ไอ้จิวเป็นคนดี คนเก่ง คนกล้า แต่วิธีการมันไม่สามารถเรียกได้ว่าธรรมดาหรอกครับ

“เออ ลากมาเหอะน่า กูไม่จับมันทำเมียหรอก เดี๋ยวน้องกูสับสนหมดว่าจะมีสถานะเป็นอะไรดี” ไอ้เหี้ยพี่ชายพูดจบก็ตบหัวแล้วเดินออกจากห้องนอนผมไป

ว่าแต่ว่า มันรู้ได้ไงว่าระหว่างผมกับพี่หนึ่ง พี่หนึ่งไม่ได้ถูกผมจับทำเมีย? หน้ากูบอกความสมยอมขนาดนั้นเลยหรอ?


เป็นอันว่าสถานะไม่โสดของผมตอนนี้ พี่ชายผมรู้แล้วเรียบร้อย และดูเหมือนมันจะรับมือกับความจริงได้ดี....รึเปล่า? ส่วนมันจะพอใจแฟนของน้องชายแค่ไหน ผมคงต้องให้ทดสอบและให้คะแนนเอง และก็ได้แต่หวังว่านายคฤณจะทำให้โจทย์ใหญ่ของเรา มีคำตอบที่น่าประทับใจสำหรับพี่ชายคนเดียวที่ผมมี


Cut


ตอนต่อๆ ไป เราคงลงได้แบบวันเว้นวันนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ  :try2:



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-01-2013 23:47:46 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ nunnuns

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1999
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +114/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #101 เมื่อ14-01-2013 23:34:55 »

แล่วๆๆๆ ใกล้เปิดตัวจ้า

ออฟไลน์ พลอยสวย

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1657
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +232/-5
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #102 เมื่อ15-01-2013 02:07:27 »

 :z2:  ซักทีๆ

ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #103 เมื่อ15-01-2013 02:55:28 »

พี่หนึ่งกับจิวต้องเคยรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ ในความคิดเรานะ
ส่วนพี่หนึ่งก็ดูดีขึ้นในสายตาเรา ตามที่ต้อมเชียร์
แบบมีคนเชียร์เพิ่ม(ซึ่งรู้จักพี่หนึ่งในอดีต) เราก็เลยวางใจมากขึ้น
คราวนี้ก็รอดูว่าพี่หนึ่งกับจิวเจอกันแล้วจะเป็นยังไง ลุ้นๆๆ

เป็นกำลังใจให้น้า

ออฟไลน์ indy❣zaka

  • กระซิกๆ เบื่อดราม่า...
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4608
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +625/-26
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #104 เมื่อ15-01-2013 06:32:33 »

ให้พี่หนึ่งกับเจม ผ่านฉลุยทุกด่านแล้วกัน
ไม่อยากอ่านดราม่าแว้ว

ออฟไลน์ Noo_Patchy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-4
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #105 เมื่อ15-01-2013 10:44:13 »

 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ Donaldye

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #106 เมื่อ19-01-2013 01:08:28 »

หายไปไหนนนนนนนนอยากอ่านนนนนนนนนนนน :z2:

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #107 เมื่อ21-01-2013 00:07:40 »

Hear, Me

=======
If I could, I would
======


ตอนที่ 13



“น้องชา น้องชาคะ” เด็กชายงุนงงเมื่อไม่สามารถวิ่งเข้าโรงเรียนได้ เขาเงยหน้ามองพี่เลี้ยงที่เขาสูงเกือบทันแล้ว แล้วก็ก้มมองแขนเสื้อตัวเองที่ถูกดึงไว้

“อะไรครับ?”

“รอน้องรชาด้วยสิคะ”
“เข้าโรงเรียนพร้อมกันสิคะ รอพี่เขาด้วย”

“..........” เด็กชายชั้นม.1 ไม่ตอบอะไร เพียงชะเง้อมองข้ามรถเพื่อรอคนที่ลงจากอีกฝั่งของประตู

“น้องรชาคะ”

“รู้แล้ว รู้แล้ว เรียกอยู่นั่นแหล่ะ” เด็กชายที่หน้าเหมือนกันเดินมายืนเคียงข้างเด็กชายคนแรก พี่เลี้ยงสำรวจความพร้อมในการมาโรงเรียนวันแรกทั้งที่โรงเรียนเปิดเทอมแล้วเกือบอาทิตย์ เธอส่งยิ้มให้ แล้วก็ดันเด็กทั้งสองให้เดินเข้ารั้วโรงเรียน

“ทำไมพี่เก๋ไม่เรียกเจมว่าเจมซักที” เด็กคนตัวผอมกว่าไม่สวมแว่นพูดขึ้นก่อนระหว่างเดินเก้กังเข้าโรงเรียนที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าห้องเรียนมันหลบอยู่ซอกไหนกันแน่

“ก็พี่เขาบอกว่าสับสน เจมอย่าเรื่องมาก จิวยังชินกับเชื่อรชาเลย”

“ก็รชายาวกว่าชาเฉยๆ นี่”

“เจมเรื่องมากชิบหาย จะเบื่อแล้วนะ”

“จิวขี้โมโหเกินไปเอง ไหนอ่ะห้องเจม พาไปสิ เป็นพี่นะ”

“ก็เกิดพร้อมกัน มาพร้อมกัน จะรู้ได้ยังไง”

“แต่ตัวเป็นพี่ไง ตัวฉลาดกว่าไม่ใช่หรอ?”

“เออ เราฉลาดแต่เรายังไม่อยากใช้สมองตอนนี้ มีไรป่ะ?”
“หมาเจม”

“หมาพี่จิว”

“ไอ้ส้นตีน”

“ไอ้พี่ส้นตีน”  เด็กแว่นหันมองน้องชายแล้วเขกหัว จากนั้นก็ลากคอมากอดล็อคไว้แล้วพาเดิน

“ถามพวกพี่ๆ เขาเอาก็แล้วกัน”
“พี่ครับ พี่”
“ตึกม.1 ไปทางไหนครับ” เด็กแว่นวิ่งนำน้องชายหน้าเหมือนไปถามกับรุ่นพี่ที่เดินผ่านมาพอดี รุ่นพี่ที่ถูกดึงเสื้อด้านหลังเอาไว้ก้มมองเด็ก 2 คนด้วยความสนใจ แล้วก็ยิ้มใจดีให้ พร้อมกับชี้ตึกม.ต้นให้ได้รู้

เด็ก 2 คนวิ่งตามกันไปด้วยท่าทางตื่นๆ แต่แฝดพี่ก็ยังจูงมือน้องชายไว้ตลอดเวลา

“ไอ้ที่หนึ่ง มองไรวะ?”

“อ๋อ ฝาแฝดว่ะ น่ารักดี”

“ช่างหัวแฝดก่อน มึงอ่ะเร็ว บราเดอร์มงคลรอ”

“เออๆ ไปแล้ว ไปแล้ว” นายที่หนึ่งเร่งฝีเท้าตามเพื่อนอีกคนไป แต่ก็ยังไม่วายหันหลังมองเด็กแฝดที่ยืนเกาหัวกลมๆ พลางเงยหน้ามองตึกสูงอย่างงงงวย



ฝาแฝดรชานนท์ กับชานนท์
ใครๆ ก็เรียกพวกเขาแบบนี้ เด็กชายรชานนท์ไม่รู้สึกเก้อเขินอะไรนักที่ถูกเรียก แต่น้องชายเขากลับไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เจมเอาแต่ทำปากมุบมิบจนแก้มมันขยับพุ่ม พี่ชายอย่างเขามองจนเก็บความรำคาญไม่ไหวจึงยื่นมือไปตบปากแดงสดนั่นซะ

“เจมเจ็บนะ!”

“ก็ตัวบ่นอะไรอยู่ได้ หึ่งๆ อยากเป็นแมลงวันหรอ?”

“จิวชั่ว!”

“ขอบใจ” เขาหัวเราะอารมณ์ดี แต่ก็ยังจูงมือน้องชายไปซื้อนมที่ร้านค้า พวกเขาไม่ได้เรียนห้องเดียวกัน แต่เพื่อนเจมก็เหมือนเพื่อนเขา ส่วนเพื่อนเขาไม่ค่อยได้ยลโฉมน้องเจมของเขาเท่าไหร่ เขาไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับน้องเขา

“เฮ้ย! นั่นเฮียคลิน!”
“เจมกินนมแล้วเดี๋ยวตัวขึ้นห้องไปเลยนะ บ่ายๆ มีเลือกชมรม เราจะอยู่ชมรมดนตรี จะเล่นกีตาร์!”
“ตัวล่ะ? มากับเรามั้ย?”

“ไม่เอา เจมจะนั่งเฉยๆ” เขาไม่ว่าอะไรเพราะรู้ว่าแฝดน้องของเขาไม่ชอบทำอะไรที่มันเปลืองพลังงาน ถ้ามีชมรมนั่งหลับไอ้เจมก็จะต้องรี่ไปสมัครแน่ๆ

“งั้นเราไปหาเฮียคลินก่อน”

“ใครอ่ะ เราไม่เห็นรู้จัก”

“ก็ตัวมันไม่ลืมตาดูใครนี่”
“เหอะน่า  ไปได้แล้ว” เขาไล่ส่งแล้วก็วิ่งถลาไปหาพี่ม.5 ที่เป็นคนช่วยเขาหาห้องเรียนให้เจอ และยังเป็นคนจุดประกายให้เขาอยากรู้จักเครื่องดนตรีสากลอีกด้วย

“เฮียคลิน”

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้ไข่คู่”

“ชื่อรชานนท์ เรียกดิเฮีย”

“เออ! ไอ้ไข่คู่”

“ไอ้เฮีย!” เขากระโดดขึ้นขี่คอเฮียคลินไว้และบิดหูเฮียให้หายแค้นเรื่องไม่ยอมเรียกชื่อ เฮียเล่นด้วยแป๊บเดียวก็เริ่มเจ็บแล้วอ้อมมือมาดีดกะโหลกไอ้แฝดแสบ เขาลงจากหลังเฮียแล้วยิ้มยิงฟันขาวใส

“แล้ววิ่งมาแบบนี้ได้ไง ทิ้งน้องหรอไอ้รชา”

“น้องผมไม่ได้ง่อยนะ เฮียเฮีย ผมอยู่ชมรมด้วยนะ นะ น้า”

“มึงจะเล่นอะไร?”

“กีตาร์!”
“ตีกลองปังๆๆๆๆ”

“สัด! ตีกลอง ไม่ใช่ยิงปืน”

“นั่นแหล่ะเฮีย นะ นะ ให้จิวเข้าชมรมนะ”

“เออเออ เดี๋ยวบอกไอ้พีชไว้ให้ แล้วน้องแฝดล่ะ เข้าด้วยกันมั้ย? ทิ้งน้องหรอมึง”

“ถามแล้ว ชามันไม่เล่น มันจะเข้าชมรมอยู่นิ่งๆ”

“ส้นตีน พ่องมึงตาย ชมรมห่าไรนั่นไม่มีหรอก”

“อย่าพูดงี้นะเฮีย พ่อผมตายแล้วหนักส่วนไหนเฮียหรอ?” เด็กแฝดใส่แว่นเถียงหน้าขึงขัง และนั่นก็ทำให้รุ่นพี่ม.5 ชะงักปากไปครู่หนึ่ง

“ไอ้รชา พ่อมึง....”

“ตายแล้ว”
“แม่บอกรีบ” เขาตอบแล้วยิ้มเจือความเศร้า แต่เมื่อรุ่นพี่ตีหน้าเครียดเขาก็หัวเราะใส่แล้วก็กระโดดเล่นอยู่ใกล้ๆ รุ่นพี่ที่เริ่มจับกลุ่มเตะบอล

เขาอยากมีพี่ชาย
และเฮียคลิน ก็เป็นพี่ชายที่เขาอยากได้


ขึ้นม.2 แล้ว
เด็กชายรชานนท์ยังคงเดินนำหน้าน้องชายฝาแฝดที่มักเดินตามด้วยการก้มหน้าคิดอะไรคนเดียวเงียบๆ เขาไม่ค่อยได้ไต่ถามอาการน้องชายว่าเป็นอะไร ทำไมชอบมองหาขี้หมานัก เพราะเขาติดพี่ชายที่เขาไม่เคยมี เฮียคลิน...แต่เพราะเฮียคลิน เขาถึงไม่เคยละเลยน้องชายได้เลยสักวัน

“ไอ้รชา น้องล่ะ” เฮียคลินที่อยู่ม.6 แล้วและควรคร่ำเคร่งกับการเตรียมเอนทรานส์ยกคอเสื้อเขาเอาไว้ทำให้เขาวิ่งลงสนามบอลไม่ได้

“ชามันวาดรูปอยู่ชมรม”

“น้องมึงไม่ชอบออกกำลังกายหรอ? ไม่ดีนะเว้ย ไปลากมาเตะบอลดิ เดี๋ยวเฮียสอนให้ก็ได้”

“ชาไม่มาหรอกเฮีย”

“เฮียบอกให้ไปลากมาไง จะให้อุดอู้อยู่ในห้องชมรมได้ไง ห่า เดี๋ยวก็ใบ้แดก!”

“ผมเคยลากมาแล้ว ชามันไม่มา”

“กูจะบอกครบล้านครั้งแล้วนะไอ้ห่า ไปดิ เดี๋ยวเฮียรอตรงนี้”

“เออ เออ เฮียแม่งขี้เสือกว่ะ”
“รอด้วยนะ!”

“เออ!” เขาเซ็งนิดๆ ที่ถูกบังคับให้ไปลากตัวน้องชายมานั่งหน้าเป็นตูดอยู่ข้างสนามบอลเล็ก แฝดพี่รู้ดีว่าน้องชายเขามองว่าเป็นเรื่องเสียกับเสีย ทั้งเสียเหงื่อ เสียเวลานั่งเหม่อของมันอีก

หาไม่นานก็เจอเด็กผู้ชายหน้าเหมือนเขาแต่ไม่ใส่แว่น เขาวิ่งไปดึงกระดาษวาดรูปออกจากบอร์ดวาดตรงหน้าน้องชายเล้วก็ส่งยิ้มกวนตีน

“อะไร? ยังไม่ถึงเวลากลับเลย จิวจะกลับก่อนหรอ? ไม่รอพี่เก๋หรอ?”

“ยังไม่กลับ มาลากชาไปเล่นบอล เฮียคลินจะสอนให้”

“ช่างหัวเฮียคลินของมึงสิ กูไม่ไป ขี้เกียจ”

“มาเหอะน่า เฮียอยากสอนชานี่”
“เร็วดิ กูจะไปเล่นกับเพื่อน”

“กูไม่ไปไง ต้องให้บอกกี่รอบ”

“เฮียบอกกูจะครบล้านรอบแล้ว กูถึงต้องมาตามไง ถ้ามึงบอกจะครบล้านรอบเท่าเฮีย กูก็จะไปให้ไอ้เฮียมันมาตามมึงเอง เร็วดิ เร็ว เร็ว!”

“หมาจิว อย่ายุ่งกับกูได้มั้ย เบื่อแล้วนะ”

“หมาเจม เร็ว! มากับพี่จิวเร็วเด่ะ!”

“ไอ้เหี้ย ไอ้ขี้บังคับ ไอ้พี่กว่า ไอ้เกิดก่อน สัสหมา แม่ไม่รักมึงใช่มั้ย ห่า! บังคับแต่กู ไอ้เหี้ย หิ้วกระเป๋ากูให้ด้วย!” เขายิ้มสมใจแล้วก็ยัดๆ ของทุกอย่างของน้องชายลงกระเป๋าแล้วลากข้อมือน้องชายไปทันที เด็กชายรชานนท์ชะงักปลายเท้าแล้วหันมองน้องชายที่ตัวสูงไล่ๆ กัน

“ชาผอมลงอีกแล้วนะ ไม่ชอบกินข้าวก็กินอย่างอื่น เดี๋ยวแม่เป็นห่วงแล้วร้องไห้อีก อยากเห็นแม่ร้องไห้หรอ?”

“เออ เดี๋ยวแดกให้อ้วนเป็นหมูเลย ปล่อยดิ มึงอ้วนตายแหล่ะจิว”

“แต่กูก็ไม่ได้แห้งเหมือนมึง นี่มึงอยากเป็นนักเขียนมากจนต้องทำไส้แห้งให้สมคุณสมบัติหรอ แดก ข้าว เยอะ เยอะ กับไม่ต้อง กูจะแดกเผื่อเอง ฮ่าๆๆ”

“ไอ้เหี้ยพี่จิว!”

ลากมาตามคำสั่งเฮียแล้วเขาก็วิ่งถลาลงสนามบอลแล้วเสียบตำแหน่งกองหน้าทันทีแม้ไม่มีใครมอบหมายให้ก็ตาม เขาเหลียวมองน้องชายเป็นระยะ แล้วก็เห็นนั่งอยู่ที่ม้าหินข้างสนาม โดยมีเฮียคลินอยู่อีกโต๊ะนึงกำลังนั่งอ่านหนังสือ เขาไม่รู้ว่าเฮียคลินสอนน้องเขาเล่นบอลด้วยวิธีไหน แต่ไอ้เจมก็ไม่เคยเล่นบอลเลยสักครั้ง

เขาขึ้นม.3 แล้ว
โรงเรียนนี้ไม่มีเฮียคลินแล้ว แต่ก็มีรุ่นน้องม.1 ม.2 เรียกเขาว่าเฮียรชาแทน เขาเล่นดนตรี เล่นกีฬา ตั้งใจเรียน และเป็นเด็กดีของแม่ ของบราเดอร์ ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นพี่ชายที่ดีกับน้องชายมากๆ ตามคำสั่งของเฮียที่เขารัก

“ไม่ว่ายังไง มึงก็ห้ามทิ้งน้องมึงนะไอ้รชา”
“ต่อให้น้องมึงใบ้แดก นั่งรากงอกอยู่ที่ม้าหินได้เป็นชั่วโมงๆ มึงก็อย่ารำคาญ น้องมึงไม่ชอบอะไรเหมือนมึง แต่มันก็ชอบมึง ชอบเป็นน้องมึง มึงก็ต้องเป็นพี่ที่ดีให้มันตลอดชีวิต”


“เฮียแม่งขี้เสือก” เขาปากเบาด่าเฮียไปแบบนั้นในวันสุดท้ายที่ได้เจอกัน เขาไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อ ไม่ได้ถามว่าบ้านอยู่ไหน ไม่ได้ติตามข่าวด้วยว่าเฮียคลินเอนท์ทรานส์ติดที่ไหน ใช่ที่ที่อยากได้รึเปล่า ใช่ว่าเขาไม่สนใจเฮียแล้ว แต่เพราะเขามั่นใจว่า ไม่ว่าเฮียคลินของเขาจะเดินต่อไปในเส้นทางไหน เฮียก็จะทำให้มันเป็นเส้นทางที่เจ๋งได้เสมอ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-01-2013 22:53:28 โดย kajidrid »

ออฟไลน์ kajidrid

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 188
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +241/-3
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #108 เมื่อ21-01-2013 00:12:53 »






“จิว จิว!”
“ไอ้จิว!” จะนอนให้บ้านหายทั้งหลังหรอห่า! เจมจะไปทำงานแล้วนะ!” ผมเรียกไอ้พี่ชายที่นอนหลับลึกผิดปกติ เอาตีนสะกิดตูดมันอยู่อีกพักใหญ่ ไอ้หมาจิวก็ยอมลืมตา มันงัวเงียลุกขึ้นนั่งแล้วหันมองหน้าผม

“ชา” มันไม่ได้เรียกชื่อผมแบบนี้มานานแล้ว ตอนเด็กคนชอบเรียกมันว่าเฮียรชา แล้วเรียกผมว่าน้องแฝด แฝดรชา ไอ้ไข่คู่ ไอ้แฝด หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พวกเขาคิดว่าผมจะชื่นชอบและอยากได้รับการเรียกขาน อ้อ! มีไอ้รุ่นพี่อีกคนที่มันเรียกผมว่า “ชา” เหมือนที่ไอ้จิวเรียกตามเด็กๆ แต่ผมจำเขาไม่ค่อยได้หรอก รู้แค่ว่าไอ้จิวคลั่งพี่คนนี้มาก นั่งรถกลับบ้านก็พูดถึงทุกวี่วัน แต่ชื่อแม่งประหลาด คนห่าอะไรชื่อกลิน จะกินก็กิน กลิ่นก็กลิ่น เอาสักทาง!

“อะไรของมึงเนี่ย? เป็นไรป่าวจิว?” ผมดีดแก้มมันเบาๆ แล้วมองหน้ามัน  ไอ้จิวไม่ได้ว่าอะไรผม แต่กลับมองผมนิ่งๆ แล้วก็ยิ้มให้พร้อมกับยื่นมือมาบีบแก้มจนปากผมบี้เหมือนที่มันชอบแกล้งผมตอนเด็ก

“ไม่ได้เรียกจิวว่าชานานแล้วว่ะ เลิกเรียกเมื่อไหร่วะ? ตั้งแต่เฮียคลินเรียนจบใช่ป่าววะ?”

“ใครวะ? เฮียอะไรนะ?”

“เฮียคลินไง จำไม่ได้หรอ? เฮียคลินที่เก่งแม่งทุกอย่างไง อยู่ๆ ก็ฝันถึง หรือว่าเฮียแม่งตายแล้วมาเข้าฝันจิววะ?”

“งั้นก็ทำบุญไปให้พรุ่งนี้ เออ ชวนแม่ใส่บาตรก็ดีเนอะ เอาป่าว เดี๋ยวบอกป้าพิศให้ทำกับข้าวแล้วแบ่งใส่บาตรก่อน”

“ก็ดี...แล้วเมื่อเจมบอกว่าจะไปทำงานหรอ? ได้ไงไอ้ห่า! แล้วที่ให้นัดไอ้พี่หนึ่งมาเจอกูล่ะ? มึงอย่ามาบ่ายเบี่ยง”

“เบี่ยงห่าเหวอะไร? เขาไม่ว่างช่วงเช้า มีประชุม ว่างบ่าย เขาบอกว่าเคลียร์คิวเพื่อเจอมึงเลย มึงนั่นแหล่ะนอนแดกประเทศ! ลุก!”

“เออ เออ ลุกแล้ว” มันยอมลุกออกจากเตียงในที่สุด ผมเดินออกจากห้องมัน แต่ก็ทิ้งสายตามองนาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียง 9 โมงกว่าแล้ว แม้จะไม่ใช่วันทำงาน แต่ไอ้จิวก็ไม่ชอบตื่นสายเพราะมันบอกว่าระบบขับถ่ายมันรวน ขี้เกียจฝึกลำไส้ใหม่ แต่วันนี้มันหลับลึกจนตื่นตอน 9 โมง ซ้ำยังไม่แสดงอาการเซ็งโลกด้วย แสดงว่ามันฝันดีมากๆ พอมั่นใจว่ามันตื่นชัวร์ๆ แล้วผมก็เดินด๊อกแด๊กกลับห้องเพื่อปั่นงานต่อ


แม้จะยังคงไม่มั่นคงทางอารมณ์อยู่ ผมก็สูบสติคืนจากพื้นแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานของผมต่อไป พิมพ์งานต๊อกแต๊กอยู่แป๊บนึงไอ้จิวก็เข้ามาในห้องด้วยสภาพหล่อเหมือนผม

“กินไรยังเจม ข้าวเช้านี่ต้องกินนะ ไม่งั้นมึงจะโง่กว่านี้อีก”

“กินแล้ว จิวแหล่ะไปกินข้าวแล้วล้างด้วย บ่ายๆ ค่อยไปหาพี่หนึ่งที่ร้านกาแฟแถวออฟฟิศเขา”
“แล้วจิว จะเจอเขาไปทำไมหรอ?”

“ก็อยากดูหน้าคนที่เอามึงอยู่หน่อย จะดูหน่วยก้านด้วยว่าจะตายก่อนมึงมั้ย ไม่งั้นกูคงไม่ไว้ใจให้แม่งดูแลน้องกู”

“เจมแค่มีแฟนเหอะจิว ประหลาดหน่อยตรงที่พี่หนึ่งมันตัวผู้เหมือนไอ้ตัวหนึ่งเท่านั้นเอง”
“อย่าทำเหมือนกูจะออกเรือน”

“ตกลงมึงเป็น....ข้างล่าง?” หือ? ข้างล่าง? หมายถึงกูโดนกดขี่หรอ? ผมไม่เข้าใจมันนัก พอทำหน้างงใส่มันก็ตบหัวผมแล้วทำให้ผมกระจ่างด้วยเสียงอู้อี้เพราะมันเอามือขยี้ปลายจมูกตัวเอง

“ต้องให้กูพูดหรอสัด? มึงไม่ได้เสียบใช่มั้ยไอ้ห่า”

“อ้อ...อือ ครั้งแรกไม่ได้เสียบ แต่ไม่เป็นไร ครั้งต่อไปกูจะก้าวหน้า” ฮ่าๆๆ  พูดไปงั้นแหล่ะ ไม่รู้จะทำได้รึเปล่า เอาน่า ชีวิตคนเรามันเกิดมาเพื่อพัฒนาและเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งนั้น

“ของแบบนี้ ว่ากันว่ามึงเปลี่ยนเตตัสไม่ได้ง่ายๆ เหมือนใช้เฟสบุ้คหรอกนะไอ้เจม มึงพลาดแล้ว มึงต้องเป็นข้างล่างตลอดชีวิต”

“เหี้ย แช่งกู”

“เออ กูแช่งเหี้ย” ไอ้หมาจิวด่าผมกลับแล้วเดินผมพลิ้วออกจากห้องไป ไอ้พี่เวร แม่งมาด่ากันถึงถิ่นเพื่อ พอมันไปแล้วโลกของผมก็สงบอีกครั้ง ผมเขียนงานของผมตามเอาท์ไลน์ที่ผมกำหนดเอาไว้ แต่มันยังไม่ผ่านบก.ใหญ่หรอกนะครับ แต่ไม่ได้เป็น แก้ก็ไม่เป็นไร ดีกว่าไม่มีอะไรไปเสนอบก.เลย

ราวเที่ยง ไอ้จิวก็ขึ้นมาตามผมไปหาอะไรกินข้างนอก มันบังคับให้แต่งตัวดีๆ ดูมีสกุล เพื่อ “กูมีระดับ น้องกูก็ต้องมี ถึงจะไปดูตัวแฟนมึงแต่มึงก็ต้องดูดีเพื่อกู เปลี่ยนชุด!”

หมาจิวแม่งชอบบังคับตั้งแต่เด็กยันโต ผมผละออกจากคอมพิวเตอร์แล้วยอมเปลี่ยนเสื้อเปลี่ยนกางเกงตามที่มันบอก จากนั้นเราก็ออกไปกินข้าวเที่ยงกันครับ อย่าคิดว่าร้านที่มันพาแวะจะเข้ากับเสื้อผ้าที่ห่อตัวพวกผมนะครับ มันหักรถเลี้ยวเข้าร้านตามสั่งข้างทางที่ห่างจากปากซอยบ้านผมไม่มาก

อิ่มกันจนเรอคำเล็กๆ แล้วก็เคลื่อนย้าย ไอ้ดาวราหูจิวมันเคลื่อนตัวไปยังทิศที่มีตัวประเด็นนั่งรออยู่ทันทีโดยไม่ปล่อยให้ผมได้มีโอกาสลีลาเลยครับ

ชื่อร้านที่พี่หนึ่งนัดผมไว้เข้าหูไอ้จิวครั้งเดียวมันก็เก็ทเส้นทาง ระหว่างที่นั่งแช่ตูดในบีเอ็มของมัน ไอ้จิวก็ถามผมขึ้นมาดื้อๆ

“เจม ถ้าจิวไม่ชอบแฟนเจมล่ะ จะเลือกใคร”

“หือ?”

“เลือกแฟน หรือเลือกพี่”

“ไม่เลือกอ่ะ พอเลือกปุ๊บแฟนกับพี่ก็ได้กัน สูตรสำเร็จ”

“ไอ้เหี้ย! หมาเจม เพื่อมึงจะไปจีบน้ำเพชรแก้แค้นกูใช่มั้ยล่ะ?”

“ควาย!! เมียมึงกูจะเอามาเฝ้าบ้านทำห่าอะไร”
“ชะลอได้แล้ว เดี๋ยวก็เลย แค่หลังสวน”

“รู้แล้วน่า เอ้าตอบก่อนดิ! เลือกใคร เลือกจิวใช่ป่ะ?”

“ไม่รู้”

“เอาดีๆ ถ้าจิวบอกให้เลิกคบ เจมจะเชื่อจิวมั้ย”

“ไม่”

“รักกูจังนะมึง”

“ก็ถ้ามึงรักกูบ้าง มึงจะไม่ถามในสิ่งที่มึงไม่มีวันทำหรอกหมาจิว” มันหันมายิ้มเก็กหล่อให้แล้วอาศัยจังหวะรอเลี้ยวเข้าซอยทอดสายตามองผมอย่างอ่อนโยน

พี่ผมเป็นคนดีครับ อ่อนโยน เอาใจใส่ หล่อด้วย และมันรักผม
ในชีวิตมันมีแต่แม่และผม แฟนมันมันเอาไว้ลำดับสุดท้ายเลยครับ ดีว่าน้ำเพชรเข้าใจมันก็เลยไม่เคยเอาตัวเองมาใส่ตาชั่งวัดน้ำหนักเทียบกับแม่และผมรวมกัน

“ชาเอ้ย มึงมันเป็นคนพิเศษแต่ไหนแต่ไร เพราะงั้นกูถึงต้องดูแลมึงอย่างดีไง”
“เฮียคลินสอนกูไว้ดิบดีเรื่องอย่าทิ้งมึง ต้องเป็นพี่ให้มึงตลอดชีวิต และกูก็จะเป็นให้ได้”


“เดี๋ยวนะ!” ผมเอะใจกับชื่อที่ผมคุ้นดี แต่ไม่คุ้นตรงที่มันออกมาจากปากไอ้จิวนั่นแหล่ะ
“เฮียอะไรนะ?”

“เฮียคลินไง ห่า! มึงจำฮีโร่กูไมได้หรอ? เขาดีกับมึงมากนะ ให้กูไปตามมึงทุกเย็นเพื่อให้มึงออกมาสังเคราะห์แสงตรงโต๊ะม้าหินทุกวัน”
“คิดถึงเฮียว่ะ ไม่รู้มาเข้าฝันกูได้ไง แต่กูขอให้เขายังไม่ตายนะ”

คลิน? คฤณรึเปล่าวะ?
ใจผมหวาดหวั่นยังไงบอกไม่ถูก
พี่หนึ่งเองก็จบมัธยมที่เดียวกับผม แต่มันจะใช่คนเดียวกันหรอวะ? ไม่หรอกมั้ง มันคงมีคลินที่หนึ่ง คลินที่สอง คลินที่สามแหล่ะ...มั้ง

ผมไม่ได้ถามอะไรต่อด้วยสรุปในใจไปแล้วว่าไม่ใช่คนเดียวกันชัวร์ๆ
ร้านกาแฟหรูหราชูป้ายเด่นอยู่ตรงหน้า พอไอ้จิวเห็นปลายทางมันก็เอาหน้ารถไปเสียบจอดแล้วลงจากรถพร้อมกับกระดิกนิ้วชักชวนผมทันที ไอ้ห่านี่จะรีบไปไหน? ไม่รู้หรอว่าน้องมึงตื่นเต้น

ผมเมียงมองที่ที่จอดรถของร้านที่มีอยู่ไม่กี่ซอก เห็นรถนายคฤณจอดรออยู่ก่อนแล้วก็ใจวูบหล่นทันที ผมแอบเดินง่อยๆ เพื่อให้ไอ้จิวนำหน้าไปก่อน ส่วนผมก็โทรหานายคฤณเพื่อขอฟังเสียงนิดหน่อย กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญครับ ตั้งแต่เกิดมา พี่ชายผมมาดูตัวแฟนผมครั้งนี้ครั้งแรก ที่ผ่านมาผมไม่ได้คบใครจริงจังถึงขั้นที่บ้านรู้จักเลย

“ครับเจม” เสียงอุ่นดีจังฟังแล้วอุ่นใจ ผมยิ้มให้เสียงนั้นแล้วก็บอกเขาสั้นๆ ว่า “ไอ้จิวเข้าร้านไปแล้วครับ”

ผมยืนทำใจแป๊บนึงก็เดินเข้าร้าน ไอ้พี่ชายยังไม่หย่อนก้นตรงโต๊ะที่นายคฤณนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แหงล่ะ มันไม่เคยเห็นหน้านายคฤณเลย มันจะฉลาดรู้ได้ไงว่าคนไหนแฟนผม ผมเดินไปสมทบมันแล้วก็ชี้มือ

“เขารออยู่นั่นไง ยืนทำไรตรงนี้ ไปดิ”

“โต๊ะไหน? ทำไมมาก่อนวะ? กูกะมาถึงก่อนแล้วจะดูแม่งตั้งแต่ท่าลงจากรถเลย”

“ทำไม? ถ้าเขาไม่ลงท่ายากมึงจะไม่ชอบขี้หน้าเขาหรอ?”

“ห่า! ก็สังเกตไง ท่าทางคนมันบอกอะไรได้เยอะ แม่ง เสียแผนเลย เพราะมึงแหล่ะ!”
“นำดิ แล้วนี่เขารู้ป่าวว่ามึงมีแฝด ไม่ใช่เห็นหน้ากูแล้วเกิดอยากเปลี่ยนใจนะ”

“ห่า! รู้ เขายังบอกเลยว่าแม่เราทำบุญให้โลกเพราะให้ลูกหน้าตาน่ารัก 2 คนจากท้องเดียว”

“เออ ปากเข้าท่า แต่โทษนะ กูหล่อ มึงอยากน่ารักก็เรื่องของมึงเถอะเจม” กูเปล่า กูไม่ได้อยากน่ารัก แต่เขาก็บอกรักกูทั้งที่กูยังคิดว่ากูหล่ออยู่นี่แหล่ะ ผมส่ายหัวแล้วสบตากับนายคฤณที่ส่งยิ้มมาให้ พอเดินไปใกล้ เขาก็ลุกขึ้นยืนต้อนรับผมและไอ้จิว

“จิว...” ผมเรียกพี่ชายตัวเองแล้วผายมือไปทางนายคฤณที่ยืนส่งยิ้มหล่อๆ มาให้
“นี่ พี่หนึ่ง...แฟนเจมเอง”
“แล้วพี่หนึ่งครับ...นี่พี่จิว”

“เฮีย.....” ไอ้จิวมองคนตรงหน้าตาค้าง มันเดินขมวดคิ้วเลยผมไปหานายคฤณแล้วก็เรียกอีกรอบ
“เฮียคลิน?”
“ใช่มั้ยครับ?”

“เอ่อ...ครับ”  นายคฤณตอบงงๆ แต่ก็มองหน้าไอ้จิวไม่วางตา ผมเห็นเขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจด้วย

“เฮียจำผมไม่ได้หรอ? รชาไง”

“หือ? ไอ้รชา!”
“เฮ้ย!!!”
“ไอ้รชาหรอเนี่ย เฮ้ย! เฮียเอง!”

“เฮ้ย! เฮีย!”
“เฮียคือ....คือแฟนไอ้ชาหรอ?”

“เฮ้ย!!”
“นะ...นี่น้องมึงที่เฮียกลัวจะเป็นใบ้หรอ?!”

หือ?
ตกลง คลินกับคฤณ คนเดียวกัน?
ไอ้รุ่นพี่ฮีโร่ของไอ้จิว คือนายคฤณที่เป็นแฟนผมหรอเนี่ย?
โลกนี้มันจะแคบเกินไปรึเปล่าวะ?





cut





ขอโทษที่หายไปนานมาก พอดีเดินทางไกลนิดหน่อยค่ะ
สำหรับตอนต่อไป ขอให้เราผ่านช่วงสอบ(เสาร์-อา) นี้ไปก่อนนะคะ T^T
แล้วจะกลับมาอัพให้อย่างต่อเนื่อง รอเค้าหน่อยน้า T^T

ออฟไลน์ akera

  • I love him anymore. but he love him.
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
«ตอบ #109 เมื่อ21-01-2013 00:32:50 »

ค่า  เป็นกำลังใจให้นะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 12 - 14/1/13)
« ตอบ #109 เมื่อ: 21-01-2013 00:32:50 »





ออฟไลน์ hello_lovestory

  • >>I'm C-Z@<<
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 889
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #110 เมื่อ21-01-2013 01:29:38 »

เฮ้ยและแล้วก็รู้จักกันมานานจริงๆ

ออฟไลน์ Donaldye

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 563
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #111 เมื่อ21-01-2013 06:56:08 »

โอ้ยฮาตอนจิวเจอเฮียคลิน555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-01-2013 07:09:18 โดย Donaldye »

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4204
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #112 เมื่อ21-01-2013 08:22:18 »

โอ้ รู้จักกันจริงจริงด้วยแฮะ แต่ไม่ใช่ว่าจิวแอบคิดรัยกะพี่หนึ่งอะป่าว อิอิ

ออฟไลน์ chancha

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +32/-0
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #113 เมื่อ21-01-2013 10:03:27 »

ท่าทางเจมจะได้กองหนุนเพิ่มแล้วหล่ะ

ออฟไลน์ arisa_sa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #114 เมื่อ21-01-2013 10:29:37 »

น่ารัก น่าลุ้นดีแท้ แต่เก่งมากเลย ขำตลอด พี่น้อง โครตฮา ชอบอะ   :laugh: :laugh: :laugh: o13

ขอบคุณจ้า  :L1: :pig4: :L1:

ออฟไลน์ Rukki

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +48/-2
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #115 เมื่อ21-01-2013 10:53:37 »

เรื่องนี้สนุกมากกกกกกกกกกกก เราพลาดไปได้ยังไงตั้งนานแหน่ะ >"<
พี่หนึ่งเหมือนจะมีความหลังเรื่องลูกแพรเยอะนะคะ สงสารตรงนี้อยู่เหมือนกัน ; ;
เราชอบน้องเจมมากกกกกก ชอบตรงที่น้องเป็นคนพูดตรงๆ ไม่ค่อยเก็บไปคิดมาก
ถึงบางทีเจมจะใจร้อนไปหน่อย ส่วนพี่หนึ่งนี่ก็โคดพระเอก นิสัยแบบนักธุรกิจมาก 55555
อย่ามีอะไรปิดบังน้องเขาอีกนะคะ
พี่หนึ่งเหมือนจะมีกองกำลังเสริมละนะ โฮะๆๆๆๆ
รอตอนต่อไปค่าาาา

ออฟไลน์ Noo_Patchy

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1066
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +123/-4
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #116 เมื่อ21-01-2013 11:03:17 »

 :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[ :-[

ชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลย   คนเขียนตั้งใจสอบนะ 

ออฟไลน์ akera

  • I love him anymore. but he love him.
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #117 เมื่อ21-01-2013 18:44:07 »

รออยู่นะคะ

รอ เจม จิว  เฮียคลิน


ออฟไลน์ AeRoMoZa

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 436
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #118 เมื่อ21-01-2013 22:29:13 »

อ่า รู้จักกันมาก่อนจริงๆด้วยสินะ
อย่างนี้เรื่องพี่หนึ่งกับเจมคงฉลุย
แต่ต้องมีปมอะไรต่อแน่ๆเลย เพราะมันคงไม่จบแค่นี้...

เป็นกำลังใจให้ตลอดนะ
สู้ๆๆ อ่านหนังสือเตรียมสอบเยอะๆนะ555

ออฟไลน์ quiicheh.

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1747
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +73/-9
Re: Hear, Me (อัพเดท ตอนที่ 13 - 21/1/13)
«ตอบ #119 เมื่อ22-01-2013 23:48:14 »

เงี้ยแหละ โลกกลมพรหมลิขิต555555555555555

ตอนแรกก็ว่าจะมาเม้นว่าคิดถึงอยากอ่านแต่พอเข้ามาดูแบบอ่าว.... อัพแล้วนี่นา  พลาดมาก5555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด