หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice  (อ่าน 1239 ครั้ง)

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ




บทนำ

"เอ บี ซี ดี อินเดอะมอนิ่ง บรัช ยัว ทีธ...." (เพลง ABC Chant)

เสียงเจื้อยเเจ้วของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี สองเท้าน้อยๆเหวี่ยงไปมาในอากาศ มือทั้งสองข้างถือช้อนกับส้อมลายคุณหมีคู่ใจไว้เเน่นพลางเอียงตัวโยกย้ายไปมาสลับซ้ายขวาตามท่วงทำนองเพลงที่เจ้าตัวกำลังร้องอยู่

ชายหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังจัดการคนข้าวต้มที่กำลังส่งกลิ่นหอมฟุ้งอยู่หน้าเตา หันมามองลูกชายตัวน้อยด้วยความเอ็นดูระคนอ่อนใจส่ายหัวเเละยิ้มน้อยๆให้กับเด็กอารมณ์ดีที่กำลังนั่งร้องเพลงรอทานข้าวเช้าก่อนไปโรงเรียนอยู่บนเก้าอี้นั่งสำหรับเด็กภายในห้องครัว

"ทำไมวันนี้น้องตุลย์ของหม่าม้าถึงได้อารมณ์ดีผิดปกตินะ"

"ก็วันนี้วันพุธงาย หม่าม้า วันพุธ"

"หืมวันพุธ มีอะไรเหรอครับ"

"ก็วันนี้ตูนตูน จะได้ข้าวกล่องไปโรงเรียนเป็นคุณหมีนอนหลับปุ๋ยงายหม่าม้า"

คนเป็นเเม่อมยิ้มน้อยๆเมื่อได้ยินคำสรรพนามเเทนตัวของเจ้าเด็กน้อย เขาตั้งชื่อเล่นให้เจ้าตัวน้อยว่า 'ตุลย์' เเต่เหมือนว่าเด็กชายจะยังคงติดปากเรียกตัวเองว่า 'ตูนตูน' เหมือนตอนที่ยังพูดไม่ค่อยชัด เเบบไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนง่ายๆ เขาคอยบอกคอยเตือนเเล้ว เเต่เหมือนเจ้าตัวยังไม่คิดที่จะเเก้ไข ทั้งคำพูดที่อาจจะมีพูดชัดบ้างไม่ชัดบ้าง เเต่เอาเถอะเมื่อถึงเวลาเจ้าตัวคงจะเลิกเเทนตัวเองว่าตูนตูนเอง

"ถ้าน้องตุลย์ชอบขนาดนั้น หม่าม้าทำให้ทุกวันเลยดีไหมครับ"

"ม่ายดีคับ"

"ทำไมละครับ"

"ถ้าหม่ำเเต่คุณหมีนอนหลับปุ๋ยทุกวัน ก็เบื่อเเย่เลยซี่~ หม่าม้า"

ดูเอาเถอะเจ้าเด็กสี่ขวบ อะไรจะขนาดนั้น ได้ฟังคำตอบของคนเป็นลูก คนเป็นเเม่ก็อดใจไม่ไหวก้มลงไปหอมเเก้มนุ่มนิ่มเเรงๆหนึ่งที ให้เจ้าตัวพองเเก้มเล่นด้วยความขัดใจ เขาห่อข้าวให้ลูกชายไว้ทานเป็นมื้อเที่ยงที่โรงเรีบนทุกวัน ส่วนเจ้าตัวน้อยก็ชอบมากๆกับการลุ้นเปิดห่อข้าวในทุกๆวัน จะมีก็เเต่วันพุธที่เจ้าเด็กตรงหน้าเขาบอกว่า ขอเป็นข้าวกล่องคุณหมีหลับปุ๋ยเท่านั้น คนเป็นเเม่อย่างเขาก็จัดให้ตามคำขอเเบบไม่อิดออด เเม้ครั้งเเรกจะทุลักทุเลไปหน่อย เเต่ตอนนี้จะเเบบไหนก็มาเถอะ เเม่เเบบเขาสู้ไม่ถอยอยู่เเล้ว

"รีบทานข้าวครับ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ"

"คับ หม่าม้า"

เมื่อถ้วยข้าวต้มมาวางตรงหน้า เด็กชายตัวน้อยจึงรีบใช้ช้อนที่อยู่ในมือคนเบาๆ ตามด้วยเป่าลมฟู่ฟู่ๆ เพื่อไล่ความร้อนออกไป คนเป็นเเม่ทำเพียงเเค่นั่งดูลูกน้อยเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปป้อนหรือช่วยเหลือเเต่อย่างใด อาจจะมีบ้างบางครั้ง ที่ต้องช่วยเช็ด ช่วยหั่น ช่วยจับ เเต่น้องตุลย์เป็นเด็กประเภทชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ทำไม่ได้ก็จะพยายามทำจนกว่าจะทำได้ เรียกได้ว่าความชอบเอาชนะสูงพอตัว

เเก้มนุ่มนิ่มของเด็กชายพองกลมมากกว่าปกติ เนื่องจากมีข้าวอยู่เต็มปาก คนเป็นเเม่อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเจ้าเด็กน้อยลงโซเชียลที่มีคนติดตามอยู่ไม่ถึงสิบคน

เมื่อได้นั่งมองหน้าลูกก็อดที่จะนึกถึงคนเป็นพ่อของเด็กชายไม่ได้ เมื่อประมาณห้าปีที่เเล้วเขาบังเอิญไปเจอคนบาดเจ็บหนักคนนึง ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสารจึงช่วยไว้ ผู้ชายคนนั้นก็ดูเหมือนไม่มีญาติที่ไหนเเถมยังตามติดเขาเเจ ห้าเดือนกว่าๆที่อยู่ด้วยกัน มันก่อเกิดสายใยบางๆจนไม่ทันตัว เเต่เเล้ววันนึงสายใยก็ขาดสะบั้นเมื่อใครคนนั้นเลือกที่ทิ้งเขาไปโดยไม่บอกกล่าวใดๆสักคำ

ตอนที่รู้ว่ามีเจ้าก้อนในท้องก็ตกใจจนเป็นลมล้มพับไปหลายครั้งเหมือนกัน กว่าจะตั้งสติได้ก็หลายวันอยู่ ตอนเเรกยังคงสองจิตสองใจว่าจะเก็บเขาไว้ดีหรือเปล่า เเต่จนเเล้วจนรอดก็ตัดสินใจทำร้ายเขาไม่ลง ก็เจ้าก้อนไม่ได้ผิดอะไรนี่น่า เเละตอนนั้นเจ้าก้อนก็เกิดจากความรักของเราทั้งคู่ ถึงเเม้ว่าคำรักนั้นมันอาจจะเป็นเพียงเเค่ลมปากของอีกคน แต่สำหรับเขาคือรักหมดใจ  จากนั้นคนเป็นเเม่เเบบเขาจึงเลือกที่จะทำทุกอย่างให้เจ้าก้อนที่กำลังจะลืมตาดูโลกในตอนนั้นมีความสุขที่สุด

"หม่าม้า อาคีย์ฉันญาว่าวันนี้จะเลี้ยงไอติมตูนตูนด้วย"

กำลังคิดอะไรเพลินๆเสียงเเจ้วๆของลูกชายก็ดังขึ้น

"หืม ไปสัญญาอะไรกันตอนไหนครับ ทำไมหม่าม้าไม่รู้เรื่องเลย"

"ตูนตูนม่ายบอก มันเป็นความลับนะหม่าม้า"

"ตัวเเค่นี้ความลับเยอะจริงๆ"

"คิคิ"

สบายใจเขาละที่ได้เเกล้งหม่าม้าเเบบนี้

คนเป็นเเม่มองสำรวจหน้าลูกชายตัวเองอีกครั้ง ตา จมูก เเละโครงหน้าเหมือนพ่อเขาไม่มีผิด ถ้าถามว่ามีส่วนไหนที่เหมือนแม่แบบเขาอาจจะตรงเส้นผมเเละสีผิว ที่ขาวมาทางเขา ต่างจากพ่อที่สีผิวจะออกแทนๆ

น้องตุลย์เคยถามถึงคนเป็นพ่ออยู่หลายครั้ง คนเป็นเเม่ก็ได้เเต่เก็บซ่อนความข่มขื่นไว้ภายใน ใจก็อดสงสารลูกไม่ได้ น้องตุลย์ถามจนตอนนี้เลิกถามไปแล้ว ทุกๆครั้งน้องตุลย์จะถามว่า...

'หม่าม้า ป๊าไปไหน ทำไมป๊ายังไม่กลับมา ตูนตูนไม่มีป๊าเหรอ'

เขาที่ไม่อยากโกหกหรือให้ความหวังลูกเพราะคิดว่าชาตินี้ยังไงก็ไม่มีทางได้เจอกันอีกเเน่นอน จึงบอกลูกไปว่า....

' น้องตุลย์มีป๊าครับ เเต่ตอนนี้ป๊าของน้องตุลย์เขาไม่อยู่เเล้ว'



-----------------------------------------

TBC.

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2021 04:18:55 โดย sadvoice »

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
1

รสชาติของกาแฟ


"ตั้งใจเรียนนะครับ เดี๋ยวบ่ายสองครึ่งหม่าม้ามารับนะ ฟอด~ ฟอด~ "

เเก้มนุ่มนิ่มซ้ายขวาโดนคนเป็นเเม่ฝั่งจมูกเต็มๆเเรงสูดดมกลิ่นเเป้งเด็กเข้าจมูกเต็มๆปอด

"คับ สวัสดีคับหม่าม้า ฟอด~ ฟอด~ "

เด็กชายตุลย์ก็ไม่น้อยหน้า หอมเเก้มคนเป็นเเม่ฟอดใหญ่หลังจากยกมือไหว้เสร็จ


ภาพการล่ำลาของสองเเม่ลูกเป็นที่ชินตาของบรรดาคุณครูเเละผู้ปกครองคนอื่นๆไปเสียเเล้ว ทุกคนมองภาพน่ารักตรงหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม พร้อมกับชื่นชมให้กับความเข้มเเข็งของคุณเเม่อยู่ภายในใจ


เนื่องจากโรงเรียนเป็นโรงเรียนระดับกลางที่ไม่ใหญ่มากนัก ทำให้คุณครูเเละบรรดาผู้ปกครองใกล้ชิดสนิทกันเเทบทั้งหมด มีไลน์กลุ่มส่วนตัวของบรรดาผู้ปกครองกับคุณครูไว้รายงานความเคลื่อนไหวของเด็กๆให้ผู้ปกครองได้ดูระหว่างวัน จึงไม่ใช่เรื่องเเปลกหากผู้ปกครองหลายๆคนจะรู้เรื่องราวของคุณเเม่เลี้ยงเดี่ยวที่เเสนจะขยันเเละเข็มเเข็งคนนี้


ในยุคสมัยนี้การที่ผู้ชายจะท้องได้ไม่ใช่เรื่องเเปลก การคบหาเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติของคนในสังคม  เเต่สำหรับผู้ชายที่ท้องได้ก็ไม่ว่าจะหาเจอกันได้ง่ายๆ โอกาสที่จะเจอคือ 1 ในหนึ่งหมื่นคนเท่านั้น


 โบราณบอกว่า ผู้ชายท้องได้เป็นคนมีบุญวาสนา อยู่สบายไม่ตกอับ หากใครที่ได้ไปเป็นภรรยาก็จะมีเเต่ความโชคดีเข้ามา ครอบครัวพบเจอเเต่ความสุข เห็นทีคำกล่าวอ้างของโบราณกาลจะไม่เป็นจริงเสียเเล้ว ดูได้จากคนเเม่คนเก่งที่กำลังยืนคุยกับคุณครูในตอนนี้ เจ้าตัวห่างไกลจากคำว่าสุขสบายซะเหลือเกิน  นอกจากจะทำงานอยู่ร้านกาเเฟเเล้ว ยังขยันรับงานนอกหารายได้เสริมตัวเป็นเกรียว ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของลูกน้อย ด้วยความเอ็นดูที่มีต่อคุณเเม่ทำให้ผู้ปกครองคนอื่นๆ คอยให้การสนับสนุนโดยหยิบยื่นงานเล็กๆน้อยให้คุณเเม่คนเก่งอยู่เสมอ ช่วยเหลือได้เท่าที่ช่วยไหว เพราะพวกเขาก็ไม่ได้รวยล้นฟ้ามาจากไหนเหมือนกัน


"ฝากน้องตุลย์ด้วยนะครับคุณครู"

"คุณนาทีไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ทำงานด้วยความสบายใจได้เลยค่ะ" คุณครูพูดด้วยน้ำเสียงใจดี ยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อให้เด็กชายตัวน้อยจับไว้ มือป้อมๆของเด็กชายตุลย์ยื่นมาจับมือของคุณครูก่อนที่มืออีกข้างจะโบกไปมาเป็นการลาหม่าม้าของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็วิ่งเข้าไปสมทบกับเพื่อนสองสามคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไป

"ขอบคุณครับคุณครู ผมขอตัวก่อนนะครับ" นาทีหรือที กล่าวขอบคุณคุณครูอีกครั้ง


นาทีเดินตรงไปยังมอเตอร์ไซค์มือสองคันเล็กที่จอดอยู่ริมถนน เจ้าตัวซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้มาเมื่อประมาณสองปีที่เเล้ว ครั้นจะให้เขาซื้อรถยนต์ก็คงไม่ไหว ไหนจะบ้านที่ยังต้องผ่อนอีก ตอนนี้คงได้เเค่มอเตอร์ไซค์ไปก่อน เขารู้ว่ามันอาจจะไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่สำหรับเด็กเล็ก เเต่ตอนนี้เขาสามารถหามาได้เท่านี้จริงๆ เเละถ้าเทียบกับการนั่งรถโดยสารประจำทางเเล้ว เขาว่ามอเตอร์ไซค์เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาเเละน้องตุลย์



.......................................................


"คีย์ โทษทีที่มาช้า"

"ไอ้ที มึงมาพอดีเลย มึงชงกาแฟให้กูหน่อยเร็วๆเลย"

"หืม คีย์ดื่มกาแฟด้วยเหรอ เเต่เราชงกาเเฟไม่เก่งนะ"

"เออช่างเเม่งเหอะเป็นไม่เป็น เเละไม่ใช่กูหรอกที่จะกิน พอดีมีออเดอร์ด่วนเข้ามา"

"เเต่มันยังไม่ถึงเวลาเปิดร้านเลยไม่ใช่เหรอ"

"คนนี้ลูกค้าวีวีวีวีวีวีไอพี มึงด่วนเลย เดี๋ยวกูไปหั่นเเซนด์วิชก่อน ด่วนๆเลยนะมึง"

คีย์ผู้เป็นเจ้าของร้านกาเเฟ 'keyword ca'fe' เเละเป็นเพื่อนสนิทของนาที สั่งงานจบก็รีบวิ่งไปหลังร้านทันทีโดยที่ทิ้งเพื่อนสนิทให้ยืนงงเเละสงสัยในท่าทางกระวนกระวายของอีกฝ่าย สงสัยคนที่สั่งจะเป็นวีไอพีมากๆเเน่ๆ ไม่งั้นคีย์คงไม่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เเบบนั้น


นาทีละทิ้งความสงสัยเอาไว้ตรงหน้าเคาน์เตอร์ เดินเข้าไปบริเวณบาร์ที่มีไว้สำหรับชงกาแฟ จัดการชงกาแฟตามที่คีย์ตะโกนบอกมาจากด้านใน ว่าลูกค้าต้องการกาแฟประเภทไหน รสชาติเเบบใด เขาชงไม่เก่งด่วยสิ หวังว่าลูกค้าจะชอบเเละไม่ปาทิ้งนะ


ร้านกาแฟของคีย์ตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างสุดของบริษัทเเห่งหนึ่งที่มีระดับความสูง 25 ชั้น รายได้หลักๆคงพูดได้เต็มปากว่ามาจากบรรดาพนักงานออฟฟิศทั้งในตึกเเละบริเวณรอบๆตึก ฝีมือการชงกาเเฟของคีย์อร่อยไม่เเพ้ร้านกาเเฟดังๆ ขนมก็อร่อยจนเป็นที่เลื่องชื่อลือชา เเละคนที่ทำขนมคงเป็นใครไม่ได้นอกจากนาทีคนนี้นี่เอง จึงทำให้พนักงานที่นี่เเละรอบๆติดใจ คนที่เป็นโรคกาเเฟลิซึ่มก็หวังให้ร้าน keyword cafe เป็นผู้เยียวยาอาการป่วยของตัวเอง เเละบอกได้คำเดียวเลยว่า พนักงานออฟฟิศทานกาเเฟกันเก่งมาก   


นาทีนึกย้อนไปในตอนที่ชีวิตมีปัญหาถึงขีดสุด เขาก็ได้คีย์เพื่อนสนิทสมัยที่เรียนมหาลัยด้วยกันเป็นคนขุดฉุดกระชากเขาขึ้นมาจากความว่างเปล่า จากเด็กจบใหม่ที่ยังไม่ได้ทำงานเป็นหลักเเหล่ง จากคนที่มีบ้านอยู่อาศัยก็โดนเผาทิ้งเพราะดันไปยุ่งเรื่องที่ไม่ควรยุ่ง จากครอบครัวพร้อมหน้าก็ต้องเเยกจากกัน เเม่กลับไปอยู่กับพี่สาวที่บ้านเกิดทางภาคใต้ พ่อเสียชีวิตในกองเพลิง ส่วนเขาต้องหอบร่างกายเเละจิตใจที่บอบช้ำของตัวเองกับเจ้าก้อนที่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามี เข้ามาทำงานในเมื่องหลวงเเห่งนี้


คีย์เป็นคนอำนวยควาสะดวกหลายๆอย่างให้กับเขา จนวินาทีที่รู้ว่ามีเจ้าก้อนอยู่ภายในท้อง คีย์ก็เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆเขาเสมอ ไม่เคยถามถึงพ่อของน้องตุลย์ ไม่เคยพูดอะไรให้เขารู้สึกเเย่ บ้านที่อยู่ตอนนี้ก็ได้คีย์เป็นคนหาให้ เป็นบ้านมือสองเก่าๆขนาดพื้นที่ 49 ตารางวา ที่มีคุณคนขายใจดีมากๆ นอกจากจะขายราคาถูกมากจนน่าตกใจเเล้ว ยังไม่เก็บมัดจำเขาอีก ไม่รู้ว่าชาตินี้เขาใช้เเต้มบุญที่มีอยู่หมดไปแล้วหรือยัง


"ไอ้ที มึงเอาไปส่งให้กูหน่อยดิ นะเพื่อนรัก เพื่อนเลิฟเพื่อนประเสริฐ"

"ทำไมคีย์ต้องทำท่าเหมือนกลัวขนาดนั้นล่ะ"

"มึงต้องเห็นไอ้ที ตอนที่เขามาเคาะประตูร้าน เเม่ง! หน้าตาโครตน่ากลัว กูคิดว่าจะมาทวงหนี้ใครเสียอีก พอเขาบอกว่าจะมาซื้อกาเเฟเท่านั้นเเหละ กูเลยบอกร้านยังไม่เปิด เขาเลยตอบกลับมาประโยคนึง กูนิ่งสนิทไปเลย"

"เขาพูดว่าอะไรเหรอ"

"เขาบอกกูว่า คุณจะชงกาเเฟ หรือจะย้ายร้านครับ เท่านั้นเเหละ กูนี่รีบบอกเลยขอ20 นาที  เขาตอบกลับกูมาว่า ให้ได้เเค่ 15 ครับ เพราะบอสไม่ชอบรอนาน คือเอาตรงๆเลยนะไอ้ที คือกูกลัว มึงต้องได้เห็นสีหน้านิ่งๆนั้น เเม่ง! ฮึ๊ย ขนลุก มึงไปแทนกูหน่อยนะ นะเพื่อนนะ นะ" คีย์ยกมือไหว้เพื่อนรักตรงหน้ารัวๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกลัวเเละไม่อยากไปจริงๆ


นาทีที่เห็นท่าทางเเบบนั้นก็อดที่จะสงสารไม่ได้ จึงอาสาเอากาเเฟกับเเซนด์วิชไปส่งให้เอง เขาเองก็ไปส่งกาเเฟบ่อยๆเวลาที่ว่างจากทำขนม จึงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร เพียงเเต่ว่าเขายังไม่เคยขึ้นไปถึงชั้น 25 เลย


มันเป็นชั้นที่ดูสูงมากสำหรับเขา


สูงจนเหมือนว่าเเตะต้องไม่ถึง.....



..................................................

"น้องที ทำไมวันนี้เปิดร้านเช้าจังเลยคะ"

ในระหว่างที่กำลังยืนรอลิฟต์ เสียงสดใสของใครบางคนก็ดังขึ้น เขาหันไปมองก่อนที่จะยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นลูกค้าประจำของที่ร้าน

"พี่บัวสวัสดีครับ ร้านยังเปิดเวลาปกติเลยครับ เพียงเเต่ว่าเเก้วนี้ เป็นออเดอร์วีไอพีครับ"

"หืม วีไอพีขนาดไหนเนี่ย ถึงขั้นสั่งได้เเม้กระทั่งเวลาร้านยังไม่เปิด"

นาทีหัวเราะน้อยๆเมื่อได้ยินคำพูดของพี่บัว นั้นนะสิต้องวีไอพีขนาดไหนนะถึงขนาดสั่งให้ชงกาเเฟได้เเม้กระทั่งเวลาที่ร้านยังไม่ถึงเวลาเปิด

"ก็คงวีไอพีขนาดเป็นเจ้าของตึกมั้งครับ" นาทีตั้งใจจะพูดหยอกเล่นๆเเต่เหมือนว่าคำพูดของเขาจะทำให้คนฟังไม่รู้สึกเล่นด้วย อีกฝ่ายกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็นซีดนิดๆ

"น้องทีจะขึ้นไปยังชั้นบนสุดเหรอคะ"

"ครับ"

พี่บัวมองซ้ายมองขวาสองสามทีก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ผม ยกมือขึ้นบังปากของตัวเองไว้

"อย่าหาว่าพี่นินทาเจ้านายเลยนะคะ เเต่วันนี้มีข่าวว่าบอสคนใหม่มาประจำการที่นี้เป็นการชั่วคราว ข่าวหลุดออกมาว่าบอสน่ากลัวมาก สั่งฆ่าคนได้ง่ายๆเลยนะคะ บางคนก็บอกว่าบอสเป็นมาเฟีย กิจการที่นี่เเค่บังหน้า จริงๆพี่ก็ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่ว่าบอร์ดบริหารชุดเก่าจะหายตัวลึกลับยกชุดจนถึงตอนนี้ยังหาตัวไม่เจอเลยค่ะ"


ตึ๊ง!

เสียงลิฟต์ดังขึ้นตามด้วยประตูที่เปิดออกหลังจากที่พี่บัวพูดจบ พี่บัวมีท่าทางตกใจเล็กน้อยตอนที่เสียงลิฟต์ดัง เเถมมีการมากระซิบข้างๆเขาอีกว่า เวลานินทาเจ้านายจะตกใจง่ายเป็นพิเศษ 


นาทีได้เเต่ส่ายหัวน้อยๆให้กับข่าวที่ได้ยินมา  ข่าวลือก็เป็นเเค่ข่าวลือเเหละนะ นาทีไม่ได้ตอบอะไรออกไปทำเพียงเเค่ยิ้มเล็กน้อย เเละถามชั้นที่พี่บัวจะไป พี่บัวเเยกไปยังชั้น 17 ส่วนเขาต้องไปต่อลิฟต์ตรงชั้น 18 เพื่อจะไปยังชั้น 25 เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะทำให้มันยุ่งยากทำไม จริงๆลิฟต์ที่ขึ้นตรงชั้น 25 ก็มีอยู่หรอกเพียงเเต่มีไม่มีกี่คนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ก็เท่านั้น


นาทียืนหันซ้ายหันขวาอยู่ตรงหน้าประตูลิฟต์เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหน คีย์บอกเเค่ว่าให้ขึ้นมาบนชั้น 25 จากนั้นก็เเจ้งคนที่นั่งอยู่หน้าห้องว่าเอากาแฟมาส่งครับ มันฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ เเต่โต๊ะหน้าห้องมันอยู่ตรงไหนกันนะ


นาทีตัดสินใจเดินตรงไปเรื่อยๆ เผลอตัวยิ้มกว้างออกมาเมื่อเห็นโต๊ะตัวนึงที่มีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังนั่งก้มๆเงยๆ เขียนอะไรบางอย่างอยู่


"เอ่อ ขอโทษนะครับ" นาทีเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดเกรงใจ เพราะเขาเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ยุ่งมากจริงๆ ดูจากเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะเเล้ว เขาปวดหัวเเทน

"คะ?"

"คือว่าผมมาส่งกาแฟครับ  พอดีมีคนสั่..."


เเกร๊ก!

ยังไม่ทันที่นาทีจะพูดจบประตูก็ถูกเปิดออกโดยผู้ชายคนนึงที่อยู่ในชุดสุดเนี๊ยบตั้งเเต่หัวจรดเท้า นาทีกลับมายืนตัวตรง ด้วยท่าทางนอบน้อมเพียงเพราะคิดว่าคุณคนนี้อาจจะเป็นบอสคนใหม่ของทีนี้ก็ได้ ก็เล่นทั้งสูง ขาว ร่างกายดูเป็นชายชาตรี เเต่งตัวดูดี มีราศี ทรงผมเซ็ตอย่างสมบูรณ์เเบบซะขนาดนี้ ให้คิดเป็นอื่นได้อย่างไร


ส่วนคนที่เปิดประตูออกมาเพื่อจะถามว่ากาแฟของบอสมาส่งหรือยัง ถึงกับชะงักไปเล็กน้อยตอนที่พนักงานส่งกาแฟคนนี้หันหน้ามาทางเขา


ใครบางคนที่ไม่คิดว่าจะเจอ


"สวัสดีครับ พอดีว่าผมเอากาแฟมาส่งครับ ขอโทษที่มาช้านะครับคือผมไม่เคยมาชั้นนี้เลยไม่คุ้นทาง"

นาทีเอ่ยขอโทษพร้อมกับโค้งให้ลูกค้าวีไอพีของตัวเองที่ตอนนี้กำลังยืนทำหน้านิ่งชวนให้รู้สึกขนลุกซู่เเบบที่คีย์ว่าอยู่ ฝ่ายที่รู้ตัวว่าเสียมารยาท จ้องคนอื่นนานไปหน่อย ก็กระเเอมกระไอเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือไปรับกาแฟกับเเซนด์วิชที่คนตัวเล็กส่งมาให้

"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณสำหรับกาแฟเเล้วก็ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าบอสผมค่อนข้างเอาเเต่ใจ"

บอสเหรอ เขาคนนี้ไม่ใช่บอสเหรอ ตาโตๆของนาทีโตยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าคนที่ยืนตรงหน้าไม่ใช่บอสตัวจริง ในใจคิดเพียงเเค่ว่า ขนาดไม่ใช่บอสยังน่ากลัวขนาดนี้ เเล้วคนเป็นบอสจะน่ากลัวขนาดไหน หรือที่พี่บัวบอกว่าบอสคนใหม่เป็นมาเฟียจะเป็นเรื่องจริง ยิ่งคิดสีหน้าประหลาดๆของคนตัวเล็กก็หลุดออกมาให้เห็นทางสีหน้าโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวสักนิด

คนมองก็ได้เเต่มองด้วยความเอ็นดู คิดอยู่ภายในใจว่า ไม่ว่าจะผ่านไปนานเเค่ไหนก็ยังคงเป็นคนที่น่าเอ็นดูไม่เปลี่ยนแปลง

"ไมรีบเอาเข้าไป เดี๋ยวบอสก็ระเบิดลงอีกหรอกค่ะ"

เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่หน้าห้องดังขึ้น เรียกสติของนาทีให้กลับมา เขารีบเอ่ยคำลาเเละขอตัวกลับไปเตรียมเปิดร้านต่อ ทิ้งไว้เพียงชายคนหนึ่งที่มองตามไปสุดสายตา เขาก้มมองแก้วกาเเฟเเละเเซนด์วิชที่อยู่ในมืออีกครั้ง สงสัยวันนี้บอสของเขานอกจากจะกินกาเเฟจนหมดเเก้วเเล้ว ดูท่าถ้ากินเเก้วตามไปได้คงจะกินไปด้วยเช่นกัน เขาส่ายหัวน้อยๆให้กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องเพื่อนำอาหารเช้าไปให้คนเอาเเต่ใจที่นั่งรออยู่

"ช้า"



............................................

"เป็นไงมึง ส่งทันไหม ร้านกูจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยใช่ไหม"

"ฮ่าๆๆ คีย์ใจเย็นๆ ส่งทันสิ เเต่ร้านเราจะอยู่รอดไหมอันนี้เราไม่เเน่ใจ"

"อ้าว ทำไมวะ กาเเฟไม่ถูกปาก หรือขนมไม่อร่อย"

"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง  ที่เราพูดเราหมายถึง มันอาจจะอยู่ไม่รอดถ้าคีย์มัวเเต่กังวลเเล้วไม่ยอมเตรียมตัวเปิดร้าน"


คีย์รีบวิ่งไปจัดการยกเก้าอี้ลงทันทีเมื่อได้ยินคำเตือนสติของเพื่อนตัวเอง จริงอย่างที่นาทีว่ามัวเเต่กังวลเดี๋ยวร้านก็ไม่ทันเปิดกันพอดี เเต่เรื่องนี้มันก็น่ากังวลไม่ใช่เหรอวะ นั่นมันเจ้าของตึกเลยนะเว้ย เจ้าของตึกที่ต่อให้เขาฉีกสัญญาค่าเช่า เเละต้องชดเชยเงินให้ ขนหน้าเเข้งเขาก็คงไม่สะเทือนหรอก เเต่เป็นไอ้คีย์คนนี้นี่เเหละที่จะสะเทือนแทน โดนป๊าหัวเราะเยาะเเน่ๆ


หลังจากจัดการทุกอย่างภายในร้านเรียบร้อยเเล้ว นาทีจึงเดินไปยังประตูร้านเพื่อสลับบ้านหน้าร้านจาก 'close' เป็น 'open'

"ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีตลอดทั้งวันด้วยนะครับ"

กริ๊ง! กริ๊ง!

"keyword คาเฟ่ ยินดีต้อนรับครับ"



.................................................

ทางด้านชั้นบนสุดของตึก

"ช้า" เป็นคำเเรกที่คนเป็นบอสพูดออกมา ชายที่นั่งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกตอนนี้หงุดหงิดไม่ใช่ๆน้อย เเละลูกน้องคนสนิททั้งสองคนก็รับรู้ได้ถึงอารมณ์นั้นของเจ้านายตัวเองเป็นอย่างดี

"กาเเฟครับบอส เเละก็เเซนด์วิชทูน่าที่บอสสั่งครับ"

"อืม"

คนเป็นบอสเอื้อมมือมาหยิบเเก้วกาเเฟไปถือไว้ในมือ ในขณะที่กำลังจะยกมันดื่ม สายตาก็เหลือบไปเห็นลูกน้องคนสนิทกำลังจ้องเเก้วกาเเฟของเขาไม่วางตา

"อยากกินทำไมไม่สั่งเอง"  ว่าจบก็กระดกกาเเฟดื่มเป็นการเยาะเย้ยคนที่ยืนอยู่ข้างๆ รสชาติของกาเเฟที่วิ่งผ่านลำคอลงไปทำให้บอสหนุ่มต้องเบ้หน้า เพราะรสชาติของมันห่วยเเตกสิ้นดี

"ขุน!" บอสหนุ่มตะโกนเรียกมือซ้ายที่ควบหน้าที่เลขาของตัวเองเสียงดัง เลขาที่กำลังพักสายตาเพราะเพลียจากการที่ไม่ได้นอนหลายคืนถึงกับสะดุ้งตกใจ

"เฮียลมตะโกนทำไมเนีย"

เฮียคือคำเรียกที่ไม่เป็นทางการของพวกเขาทั้งสามคน ขุนเป็นมือซ้ายที่คอยช่วยดูเเลธุรกิจทางด้านที่สว่าง ส่วนกรคนที่ไปรับกาเเฟมาให้เขาเป็นมือขวาที่คอยช่วยดูเเลธุรกิจด้านสีเทา ในยามที่ไม่มีลูกน้องคนอื่นทั้งสองคนจะเรียกเขาว่าเฮียซึ่งเขาเป็นคนอนุญาตเองเพราะพวกเราร่วมทุกข์ร่วมสุขมานานมันเกินคำว่าพเจ้านายกับลูกน้องไปแล้ว พวกเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกันซะมากกว่า 

"ดูใบสัญญาร้านกาเเฟด้านล่างว่าหมดสัญญาเมื่อไหร่ เเละไปยกเลิกสัญญาซะ"

"ห๋าาาา อะไรของเฮีย จู่ๆจะไปยกเลิกสัญญาเขาได้ไง" ขุนยังคงมีสีหน้างงงวยกับคนเป็นเจ้านายของตัวเอง ที่บทจะเอาเเต่ใจก็เอาเเต่ใจจนรับมือไม่ทัน

"รสชาติหมาไม่เเดก" ลม หรือที่ใครหลายๆคนเรียกว่าบอส ดันเเก้วกาแฟออกห่างจากตัวด้วยความหงุดหงิด

"เฮีย" ลมเงยหน้ามองกร ที่ถึงเเม้จะเรียกเขาเเต่สายตาของกรยังมองไปที่เเก้วกาเเฟไม่เลิก ถ้ามันอยากกินขนาดนั้นทำไมมันไม่สั่งมาเผื่อของตัวเองด้วยวะ

"กาแฟเเก้วนี้ คือของคนนั้น คนที่เฮียกำลังตามหา"

ทันทีที่กรหนุ่มมือขวาพูดจบ ความเงียบก็เข้าปกคลุมทั้งห้องทุกอย่างเหมือนโดนกดปุ่มหยุด ให้ทุกอย่างหยุดยืนอยู่ที่เดิม อารมณ์ที่กำลังคุกกรุ่นเพราะอะไรก็ไม่เป็นใจตั้งเเต่เหยียบเเผ่นดินไทย ความหวังที่จะดื่มกาเเฟอร่อยๆดับความหงุดหงิดก็หมดไปเพราะกาเเฟเเก้วนี้รสชาติมันเเย่ซะเหลือเกิน เเต่พอได้รู้อะไรบางอย่างจากปากลูกน้องของตัวเอง


ลมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงรีบเอื้อมมือไปหยิบกาแฟเเก้วนั้นมาถือไว้ในมืออย่างรวดเร็ว เขาหมุนเเก้วกาเเฟในมือไปมาเบาๆคล้ายกลัวว่ามันจะเเตกสลายไป เเละค่อยๆจิบดื่มมันไปทีละนิดๆ


รสชาติกาเเฟเเก้วนี้ไม่มีความอร่อยเลยสักนิด เเต่มันก็ทำให้เขาไม่สามารถวางมันลงได้เลย


ร้านกาแฟเหรอ.....


อยู่ใกล้กันเเค่นี้เองสินะ........... นาที



.........................................................

TBC.

ขอให้มีความสุขกับอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
2

กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกในเวลานี้ มีชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งรอการกลับมาของเลขามือขวาของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ เเม้ว่าภายนอกเขาจะดูนิ่งขรึม เเต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายในใจของเขามันกระวนกระวายเพียงใด

เขากลับมาที่นี่ก็เพื่อจะกลับมาตามหาใครบางคนอย่างจริงจัง หลังจากที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมามักพบกับความล้มเหลวในการตามหาเสมอ บวกกับอะไรหลายๆอย่างที่ยังไม่ลงตัวเเละฝ่ายตรงข้ามพยายามตามติด จ้องเล่นงาน เเละหาจุดอ่อนของเขาจนเเทบขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทำให้เขาทุ่มเทกับการตามหาใครคนนั้นได้ไม่มากพอ เเต่ตอนนี้เขาพร้อมเเล้ว พร้อมตามหาหัวใจของเขาเเล้ว

บ้านของลมทำธุรกิจหลายอย่างทั้งสีขาวเเละสีเทา ประมาณห้าหกปีก่อนเกิดความวุ่นวายขึ้นระหว่างหุ้นส่วนธุรกิจฝั่งสีเทา ฝ่ายนั้นหวังให้พ่อของเขาเข้าร่วมธุรกิจสีดำ เเต่พ่อเขาไม่ยินยอมเเละท่าเรือที่พ่อเขาได้ครอบครองเป็นท่าเรือสำคัญที่ใช้ในการขนส่ง เมื่อการเจรจาไม่ลงตัวความบาดหมางจึงสะสมเรื่อยมา จนในที่สุดวันนึงครอบครัวของเขาก็ถูกลอบทำร้ายทั้งทางร่างกายเเละธุรกิจ

วันที่เขาได้รับบาดเจ็บปางตายคือวันที่เขากำลังเดินทางไปชลบุรีเพื่อดูธุรกิจที่เปิดสาขาที่นั่น ระหว่างทางเขาโดนลอบทำร้ายเเละในตอนนั้นข้างกายเขามีเพียงเเค่กรคนเดียวเท่านั้น ส่วนฝ่ายตรงข้ามขนกันมามากกว่ายี่สิบคน ถึงเเม้เขาจะหนีมาได้เเต่สภาพเรียกว่าปางตายก็ไม่ผิด

ในขณะที่กำลังหลบหนีอย่างสุดชีวิต เขาได้รับการช่วยชีวิตจากคนใจดีคนหนึ่ง เขาใช้เวลาพักฟื้นเป็นเวลาเกือบเดือน บวกกับพ่อของเขาส่งข่าวมาบอกให้เขากบดานอยู่ที่นี่อย่างเงียบๆก่อน เพราะพ่อกำลังจัดการต้นตอเจ้าพวกตัวปัญหาอยู่

เขาเชื่อฟังคำสั่งของผู้เป็นพ่อด้วยการใช้ชีวิตอยู่เงียบๆที่นี่ คอยตามติดคนใจดีที่เขามารู้ชื่อทีหลังว่าเจ้าตัวชื่อ 'นาที' นาทีอาศัยอยู่กับพ่อเเม่ ตอนนั้นคนเป็นพ่อเเม่ก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่นาทีเก็บใครที่ไหนก็ไม่รู้มาไว้ในบ้าน เเต่พอเวลาผ่านไปคุณพ่อคุณพ่อก็ลดทิฐิที่มีต่อเขาลงจนเขาเเทบจะกลายเป็นคนในครอบครัวของนาทีไปอีกคน

อีกฝ่ายเคยถามถึงที่ไปที่มาของเขา เเต่เขาไม่สามารถตอบอีกฝ่ายได้ บอกได้เพียงเเค่ว่าเขาชื่อ 'ลม' เมื่อเขาบอกเเบบนั้นนาทีก็ไม่เซ้าซี้ถามเขาต่อ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเหมือนสายใยบางๆได้ก่อตัวขึ้น เขาไม่คิดเหมือนกันว่าเด็กหนุ่มธรรมดาคนนี้จะสามารถทำให้ใจเขาหวั่นไหวจนเผลอรักไปหมดใจ

เเต่เเล้วเวลาของความสุขก็อยู่กับเขาไม่นาน กรที่คอยดูเเลเขาอยู่ไกลๆ บอกให้เขารีบออกมาจากตรงนัั้น เเละให้เดินทางไปสมทบกับพ่อเเละพี่ชายที่อาศัยอยู่ต่างประเทศเป็นหลักโดยเร็ว เพราะฝ่ายตรงข้ามตรวจสอบรู้เเล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน เหตุผลที่อีกฝ่ายมุ่งโจมตีมาที่เขาเพราะในตอนนั้นเขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ไม่ได้สนใจไยดีอะไรกับธุรกิจของครอบครัว ออกมาใช้ชีวิตตามเเบบฉบับของตัวเองหรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาคล้ายกับจะเป็นจุดอ่อนของครอบครัว เเต่ในเวลานี้ลมได้เปลี่ยนไปเเล้วจากคนที่เป็นจุดอ่อนก็พาตัวเองฝ่ามาเป็นคนหนึ่งที่เเข็งเเกร่งไม่เเพ้ใคร

ในวันที่เขาต้องจากลากับนาที เขาไม่มีเเม้โอกาสจะได้เอ่ยคำลาใดๆทั้งสิ้น ทุกอย่างมันรวดเร็วเเละวุ่นวายไปเสียหมด 

ความผิดพลาดเดียวในช่วงเวลานั้นคือเขาเเทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับนาทีเเม้เเต่น้อย ไม่คิดที่จะถามแม้กระทั่งชื่อจริงๆของเจ้าตัว เขาให้คนกลับไปตามหานาทีที่เก่าที่เคยอยู่เเต่กลับพบว่าบ้านตรงนั้นโดนเผาทิ้งไปแล้ว มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะตามหาใครสักคนที่เราไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย จะมีก็เพียงเเต่รูปถ่ายใบเล็กๆที่ลมถือวิสาสะเเอบหยิบออกมาโดยที่ไม่ได้ขอนุญาตเจ้าตัวก่อนเพียงหนึ่งใบเท่านั้น

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

"บอสครับ"

"เข้ามา"

ลมละสายตาจากการเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มามองลูกน้องคนสนิทที่กำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ามาเเทน

"นี่ครับ ข้อมูลที่บอสต้องการ"

"ขอบใจ"

ลมเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารมาถือไว้ในมือ เปิดซองเอกสารดึงกระดาษสองสามเเผ่นที่อยู่ภายในซองขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด ประวัติของนาทีไม่มีอะไรมาก เเต่ก็มีบางจุดที่ทำให้เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

"กลับไปสืบเรื่องบ้านของนาทีที่โดนเผาให้ละเอียดอีกครั้ง"

"ครับ"

เมื่อเอ่ยสั่งเสร็จลมก็กลับมาอ่านต่อเอกสารต่อไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดเข้ากับประวัติส่วนหนึ่งที่ระบุว่า นาที มีลูกเเล้วเเละคนเป็นเเม่คือนาทีเอง เมื่อเห็นดังนั้นพลันสายตาก็เหลือบไปหาชื่อคนเป็นพ่อในทันที เเต่เเล้วก็พบกับความว่างเปล่า


ไม่มีชื่อของคนเป็นพ่อ....


ลมรีบหยิบรูปถ่ายที่เเนบมากับเอกสารมาดูทันที สองในห้ารูปคือรูปของนาทีกับเด็กชายตัวน้อย เเละมีรูปหนึ่งที่เห็นใบหน้าของเด็กชายอย่างชัดเจน เมื่ออ่านประวัติก็พบว่าเด็กชายคนนี้มีอายุสี่ขวบ

คำว่าสี่ขวบในตอนนี้ มันกระตุกใจของบอสหนุ่มไม่น้อย ไม่รู้ว่าทำไมตั้งเเต่เห็นใบหน้าของเด็กน้อย ใจเขาถึงรู้สึกกระตุกเเละสั่นเเรงเเบบเเปลกๆ

เขาพิจารณารูปเด็กน้อยไม่วางตา ก่อนจะวางมันลงกับโต๊ะ เคาะนิ้วลงบนรูป พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาถามเลขาคนสนิท

"เด็กคนนี้"

"จะรีบจัดการให้ครับ"

"ภายในวันนี้"

เมื่อได้รับคำสั่งเด็ดขาดจากคนเป็นนาย เลขาคนสนิทจึงขอตัวออกไปทำงานที่ได้รับมอบหมายทัน เหลือเพียงบอสหนุ่มที่กำลังนั่งดูรูปของนาทีกับเด็กชายตัวน้อยสลับกันไปมาอยู่อย่างนั้นจนเวลาพ้นผ่านไปหลายนาที


เด็กคนนี้......จะใช่เเบบที่เขาคิดหรือเปล่านะ


เด็กคนนี้คือลูกของเราใช่หรือเปล่า....... นาที



...................................................


กริ๊ง! กริ๊ง!

"อาคีย์!"

เสียงแจ้วๆของเด็กชายวัยสี่ขวบร้องออกมาด้วยความดีใจ เมื่อเปิดประตูเข้ามาภายในร้านเเล้วเจอคุณอาสุดที่รักกำลังยืนอยู่หน้าตู้เค้ก ฝ่ายคนเป็นอาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลานรัก ก็รีบละสายตาจากตู้เค้ก ส่งยิ้มกว้างพร้อมย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้น กางเเขนทั้งสองข้างออกเพื่อให้เด็กชายวิ่งเข้ามาสู่อ้อมกอดของเขา เด็กชายตุลย์เห็นเช่นนั้นก็ไม่รีรอ รีบวิ่งเข้าไปหาคุณอาสุดที่รักในทันที คนเป็นอาเเกล้งรัดเด็กชายเเน่นๆ โยกตัวไปมาซ้ายขวาด้วยความมันเขี้ยว คนเป็นเเม่ที่เดินตามมาทีหลังมองภาพตรงหน้าด้วยใบหน้าติดรอยยิ้ม อะไรจะคิดถึงกันขนาดนั้น เจอกันเเทบจะทุกวันเเท้ๆ

"หมูตุ้บของอา คิดถึงจังเลย" หมูตุ้บ คือคำเรียกชื่อที่คีย์ไว้ใช้เรียกหลานชายตัวน้อย  ก็หลานเขาตัวอ้วนตุ้บเหมือนหมูน้อย เขาเลยผสมคำใหม่เป็น 'หมูตุ้บ' ซะเลย จะได้ไม่ซ้ำกับคนอื่น

"ตูนตูนก็คิดถึงอาคีย์ คิดถึงมากๆเยย"

"คิดถึงอาคีย์ หรือคิดถึงไอติมกันเเน่ครับ"

"สองอย่างเยย"

"เจ้าอ้วนเอ้ย" คีย์ใช้มือข้างนึงยกขึ้นขยี้หัวของเด็กชายเบาๆ เอ็นดูในท่าทางที่ช่างออดอ้อนชวนใจเหลวของเจ้าตัว ส่วนคนเป็นอาเเบบเขาก็ไม่เคยเอาชนะท่าทางอ้อนๆนั้นได้สักครั้ง เเละเขาก็มักจะโดนเเม่ของเด็กชายตุลยืดุอยู่บ่อยๆเพราะตามใจหลานจนเกินเกินไป เเล้วจะให้เขาทำไงละ ก็หลานเขาออกจะน่ารักซะขนาดนี้ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถอ่ะบอกเลย

นาทีที่ยืนมองสองอาหลานกอดกันอยู่นานก็ต้องส่ายหน้าให้กับบทสนทนาที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าไปสัญญาไอศกรีมกันตั้งเเต่เมื่อไหร่ เเละวันนี้คงจะเห็นคนตามใจหลานสั่งไอศกรีมมาเป็นลังอีกเเน่ๆ

คีย์เป็นคนที่ตามใจหลานมาก ตามใจจนบางครั้งมันทำให้นาทีต้องกุมขมับ ส่วนน้องตุลย์ก็เป็นเด็กฉลาด รู้ว่าต้องเลือกอ้อนใครถึงจะประสบความสำเร็จ คนนึงขยันอ้อน คนนึงขยันตามใจ คนเป็นเเม่เเบบนาทีก็ได้เเต่คอยห้ามปรามไม่ให้มันเลยเถิดไปไกล

"น้องตุลย์ สวัสดีอาคีย์หรือยังครับ"

"อาคีย์ สวัสดีคับ"

"พี่วุ้นกับพี่เปอร์ละครับ"

"พี่วุ้น พี่เปอร์ ตูนตูนสวัสดีคับ"

"ไงน้องตุลย์ วันนี้ไปโรงเรียนเป็นไงบ้าง สนุกป้าว" เปอร์ชายหนุ่มผู้ช่วยคนเก่งของร้านที่กำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์คิดเงินเอ่ยถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มใจดี

"ซาหนุกคับ"

เปอร์และวุ้นเป็นลูกของคุณป้าเเม่บ้านที่บ้านของคีย์ ทั้งสองคนเข้ามาช่วยงานตั้งเเต่เริ่มก่อนตั้งร้าน ในช่วงเเรกๆคีย์จ้างทั้งสองคนมาเป็นพนักงานพาร์ทไทม์เพราะทั้งสองคนยังอยู่ในวัยเรียนมหาลัย เเต่ตอนนี้ทั้งสองคนเรียนจบเรียบร้อย คีย์เคยบอกให้ไปทำงานในเเบบที่ตัวเองชอบเเต่ทั้งสองคนบอกว่า ทำงานที่นี่ดีที่สุดเเล้ว สุดท้ายก็ได้เเต่ปล่อยเลยตามเลย เพราะเถียงสู้เด็กไม่ไหว จึงมอบตำเเหน่งพนักงานประจำ เงินเดือนดีๆ สวัสดิการสวยๆให้เป็นการตอบเเทน

เปอร์ใช้มือทั้งสองข้างดึงเเก้มนุ่มนิ่มของเด็กชายที่ตนเองรักเหมือนกับน้องชายแท้ๆอย่างเบามือ เขาเห็นน้องตุลย์มาตั้งเเต่ในท้องเเม่ สมัยเเบเบาะยังช่วยกันเลี้ยง ช่วยกันเปลี่ยนผ้าอ้อม ป้อนข้าวป้อนน้ำกันอยู่เลย เผลอเเป๊บเดียวน้องชายตัวน้อยของเขาก็โตเป็นหนุ่มน้อยวัยสี่ขวบเสียเเล้ว

"น้องตุลย์มาดื่มน้ำที่พี่วุ้นก่อนค่ะ มาเร็ว ตากเเดดมาร้อนๆ"

เด็กชายตุลย์ปล่อยขาของพี่เปอร์ไปยืนข้างๆพี่วุ้นที่กำลังนั่งยองๆรอเขาพร้อมกับเเก้วในมือ เด็กชายตุลย์รีบดื่มน้ำอึกใหญ่ๆอย่างรวดเร็ว คนเเป็นเเม่ที่เห็นเเบบนั้นจึงต้องรีบเอ่ยเตือนเพราะกลัวว่าจะสำลัก

"น้องตุลย์ค่อยๆดื่มครับ เดี๋ยวสำลักนะ"

เจ้าตัวน้อยเอียงหน้ามามองคนเป็นเเม่ ส่งมือข้างนึงเป็นสัญลักษณ์บอกว่าโอเคครับหม่าม้า พร้อมส่งรอยยิ้มหวานๆมาให้ทั้งที่ปากยังงับหลอดอยู่ จากนั้นก็กลับไปดื่มน้ำตามเดิมเพียงเเต่ไม่ได้รีบดูดจนเสี่ยงที่จะสำลักเหมือนก่อนหน้านี้เเล้ว

เมื่อเห็นว่าตอนนี้ลูกชายของเขามีคนดูเเลเเล้ว นาทีจึงเดินเข้าไปด้านหลังร้าน เพื่อนำกระเป๋าของน้องตุลย์ไปเก็บ พร้อมกับตรวจดูว่ามีการบ้านอะไรไหม ถ้ามีการบ้านเขาจะให้น้องตุลย์นั่งทำตั้งเเต่ที่ร้านเลย เพราะกว่าจะปิดร้านก็เย็นมากเเล้ว ถ้าไม่ทำตั้งเเต่ที่ร้านมีหวังลูกชายเขาคงได้นอนดึกทุกคืนเเน่ๆ

"น้องตุลย์ครับ วันนี้มีการบ้านไหมครับ"

"มีคับ คุณครูบอกให้ตูนตูนเขียนกอไก่ถึงงองูคับ"

"เก่งมากครับ" คนเป็นเเม่ลูบหัวลูกชายน้อยๆเป็นการชื่นชม เขาเปิดกระเป๋าของลูกชายดูเเล้ว เเละหยิบสมุดการบ้านติดมือมาให้ลูกชายเเล้ว ที่ถามออกไปก็เพื่อจะฟังคำตอบของเจ้าลูกชายว่าตอบออกมาอย่างไรก็เท่านั้น "มาหม่าม้าหยิบสมุดการบ้านมาให้เเล้วครับ น้องตุลย์นั่งทำการบ้านตรงนี้นะครับ หม่าม้าจะไปช่วยอาคีย์ก่อน เเล้วเดี๋ยวหม่าม้าจะมาช่วยตรวจการบ้านให้นะครับ"

"โอเคคับ หม่าม้า"


เวลา 17.00 น คือเวลาเลิกงานของพนักงานร้านกาเเฟ keyword cafe ตอนนี้ทุกคนกำลังจัดการเก็บกวาดร้านเพื่อที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อน ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็จัดการเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาปิดร้านสำหรับวันนี้อย่างเป็นทางการ หลังจากล่ำลากันเรียบร้อยก็ถึงเเยกย้ายกลับบ้านของเเต่ละคน

"ไปครับน้องตุลย์ กลับบ้านเรากัน"

"หม่าม้า วันนี้ตูนตูนกินไส้กรอกคุณปลาหมึกได้ไหม"

"ได้เเน่นอนอยู่เเล้ว"

"เย่ๆ ขอสามชิ้นใหญ่ๆเลยนะคับ"

สองเเม่ลูกจับมือกันเเน่น เดินตรงไปยังมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่ที่ลานจอดรถ สองมือน้อยๆของเด็กชายตุลย์จับมือของคนเป็นเเม่เเกว่งไปมา เจ้าตัวเล็กในเวลานี้อารมณ์ดีมากๆ เพราะกลับบ้านไปจะได้กินไส้กรอกคุณปลาหมึกตั้งสามชิ้น

"หม่าม้า วันนี้ตูนตูนได้เล่นสไลเดอร์กับต้นหญ้าด้วย ต้นหญ้าไหลลงมา หน้าทิ่มดินเลย"

"เเล้วต้นหญ้าเจ็บมากไหมครับ"

"ต้นหญ้าบอกม่ายเจ็บ"

"น้องตุลย์ได้เข้าไปช่วยเพื่อนไหมครับ"

"ช่วยคับ ช่วยปัดๆ เเล้วเป่าเพี้ยงๆ"

"เก่งมากครับ"

บทสนทนาระหว่างเเม่ลูกยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินไปที่รถ โดยคนที่ผูกขาดการสนทนาดูเเล้วคงจะหนีไม่พ้นเด็กชายที่กำลังเล่าเรื่องราวที่พบเจอมาในวันนี้ที่โรงเรียนให้คนเป็นหม่าม้าฟัง

โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าในเวลานี้มีใครบางคนที่กำลังนั่งอยู่ในรถคันหรูกำลังนั่งมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ภายในอก เเต่ความรู้สึกนึงที่ชัดเจนกว่าความความรู้สึกไหนนั้นคือ

คิดถึง......

คิดถึงเหลือเกิน........



...................................................................


เช้าวันนี้อากาศค่อนข้างที่จะแปรปรวน เมฆฝนกำลังตั้งเค้า คาดว่าอีกไม่นานฝนคงจะตกลงมา นาทีบิดมอเตอร์ไซด์ให้เร็วขึ้นอีกนิดเพราะไม่อยากให้น้องตุลย์ต้องเปียกฝน ข้อเสียของมอเตอร์ไซด์อีกอย่างก็คงเป็นเรื่องนี้นี่เเหละ ฝนตกทีไรวุ่นวายทุกที

"ถ้าฝนตกน้องตุลย์อย่าตากฝนนะครับ เดี๋ยวจะไม่สบาย"

"คับ หม่าม้าฉู้ฉู้นะคับ"

"ครับ เดี๋ยวบ่ายสองครึ่งหม่าม้ามารับนะครับ ฟอด"

"หม่าม้า บ๊ายบาย"

เมื่อลาลูกชายเสร็จนาทีก็รีบเดินไปยังมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ทันที วันนี้ไม่มีเวลามากพอให้เขาได้ฟัดลูกชายก่อนไปทำงาน เพราะเกรงว่าถ้ามัวเเต่ฟัดเจ้าหมูน้อย ฝนจะตกลงมาซะก่อน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาคงได้เล่นน้ำฝนก่อนเข้างานเเน่ๆ

เเต่วันนี้เหมือนโชคดีของเขาจะไม่ทำงาน ทั้งๆที่อีกนิดเดียวก็จะถึงร้านอยู่เเล้วเชียว จู่ๆฝนก็ตกหนักลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว นาทีฝืนขับรถฝ่าฝนมาจนถึงร้านกาแฟ เเละสภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากลูกเเมวที่เพิ่งตกน้ำมาเลย

นาทีรีบจอดรถ หยิบของที่ใส่อยู่หน้าตะกร้าอย่างเร่งรีบ ยกมือขึ้นบังหัวด้วยความเคยชิน ทั้งๆที่ตอนนี้ต่อให้กางร่มก็ไม่ทันเเล้ว ก็เล่นเปียกตั้งเเต่ขับรถมาเเล้วนี้นะ

ปึก!

เพราะมัวเเต่วิ่งไม่ทันได้มองทาง จึงทำให้นาทีชนเข้ากับใครสักคน นาทีเซถอยหลังเล็กน้อย มือใหญ่ของใครคนนั้นเอื้อมมาจับเเขนของเขาไว้ นาทีรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจเพราะถ้าเขาไม่ยื่นมาจับเเขนไว้ มีหวังเขาคงได้ล้มลงไปนั่งเล่นน้ำฝนอยู่ตรงพื้นเเน่ๆ เเรงที่ชนกันใช่จะน้อยๆ เเถมเขาคนนั้นยังใจดีเผื่อเเผ่ร่มคันใหญ่มาบังฝนให้เขาด้วย

"ขอโทษครั...."

ทันทีที่เงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตัวหยุดนิ่งสนิท นาทีก้าวขาถอยหลังออกห่างจากร่มคันใหญ่ที่ช่วยบังฝนให้ราวกับคนละเมอ นัยยืตาสวยตอนนี้มันวูบไหวไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ใจที่เคยสงบเรียบนิ่ง เต้นเเรงผิดจังหวะ อกข้างซ้ายของเขารู้สึกปวดหนึบราวกับว่ามีของเเข็งมาถ่วงไว้


เขาคนนั้น........


คนที่ทิ้งเขาไป.........


คนที่เขาเฝ้าคิดถึง.......


คนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอ........


เเละเป็นคนเดียวกันกับที่เขาไม่อยากเจอที่สุด........


ช่วยบอกเขาทีว่าตอนนี้เขาควรจะทำอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาหรือเขาควรจะปล่อยให้น้ำตามันไหลลงมาพร้อมกับสายฝนที่กำลังกนะหน่ำตกกระทบตัวเขาในเวลานี้ดี

"ไง"

"........."

"ไม่เจอกันนานเลยนะ"

"........"

"นาที"



..................................................................

TBC.

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
3
คุณลุงชื่ออะไรครับ


"คีย์ ฮึก คีย์"

"ไอ้ที มึงเป็นไร ใครทำอะไรมึง มึงร้องไห้ทำไม เเล้วทำไมตัวเปียกเเบบนี้วะ ไอ้เหี้ย อย่าร้องๆ"

คีย์มีท่าทางลนลานอย่างเห็นได้ชัด ยามที่หันไปเห็นเพื่อนสนิทที่เปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมสภาพเปียกปอนเเละความลนลานยิ่งเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณเมื่อเห็นใบหน้าหวานๆของเพื่อนรัก ที่ในเวลานี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เพื่อนของเขาไปพบเจออะไรมา ทำไมถึงร้องไห้หนักเพียงนี้ คนที่เข้มเเข็งมาตลอด ทำไมเวลานี้กลับร้องไห้ออกมาอย่างง่ายดาย

"ฮึก ฮือ ฮึก คีย์"

"มึงยังมีกูนะ มึงยังมีกู ไม่เป็นไรนะคุณนาที กูยังอยู่ตรงนี้ ข้างๆมึงเสมอ"

คีย์เคลื่อนตัวเข้าไปกอดเพื่อนสนิทของตัวเองไว้เเน่น อยากจะจับหัวเพื่อนรักให้ซบตรงอกอยู่เหมือนกัน เเต่ติดอยู่ที่ว่าเขากับนาทีดันมีขนาดตัวที่เท่ากัน ตอนนี้จึงทำได้เพียงให้เพื่อนรักซบหัวลงกับไหล่เเละใช้ไหล่บางๆของเขาเป็นที่ซับน้ำตาให้แทน

"คีย์ ฮึก เรา ฮึก เรา"

"เออๆๆ ไม่ต้องพูดอะไรเเล้ว ไม่ต้องพูด รอให้มึงพร้อมเเล้วค่อยพูด กูมีเวลารอฟังมึงเล่าไปอีกนาน  เอ้า ตอนนี้ก็ร้องไห้ออกมาให้พอ ร้องอย่างเดียวนะมึงไม่ต้องเเถมน้ำมูกมาให้กู"

คีย์พูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวนาทีเบาๆเป็นการปลอบประโลม วินาทีนี้ถ้าใครมาเห็นภาพตรงหน้าคงคิดว่าเขากับนาทีกำลังเล่นบทรักเศร้าโศกอยู่เเน่ๆ เเต่ขอโทษนะครับผมชอบผู้ชายอันนี้ยอมรับ เข้าใจไหมครับ ผมชอบผู้ชายอันนี้ยอมรับ ครับทุกคน

ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ๆกว่าที่นาทีจะหยุดร้องไห้เเละตั้งสติกลับคืนมาได้ ในเวลานี้ดวงตากลมโตช้ำหนักและบวมเป่ง เนื่องจากเจ้าของดวงตาผ่านการร้องไห้อย่างหนักเป็นเวลานาน

นาทีนั่งอยู่ภายในห้องทำงานของคีย์ที่อยู่ทางด้านหลังร้าน เขาจัดการเปลี่ยนเสื้อที่เปียกชุ่มเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เเห้งสนิทเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ปกติในเวลานี้ทั้งเขาเเละคีย์จะออกไปช่วยวุ้นกับเปอร์เตรียมความพร้อมภายในร้าน เเต่วันนี้ภายในร้านด้านนอกมีเพียงเเค่วุ้นกับเปอร์เท่านั้นที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดร้านในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า

"ดีขึ้นไหม" คีย์ถามพร้อมกับยื่นทิชชูที่ดึงออกมาจากกล่องให้นาทีอีกสี่ห้าแผ่น

"ฟืดดดดด! เราดีขึ้นมากเเล้ว ขอบคุณนะคีย์"

"เออดีขึ้นก็ดีเเล้ว กูหัวใจเเทบจะวายตายที่เห็นมึงร้องไห้หนักขนาดนั้น อีกนิดนี่กูจะร้องไห้ตามมึงเเล้วนะ"

นาทีหัวเราะออกมาเบาๆให้กับคำพูดของคีย์ เขารู้ดีว่าคีย์คงตกใจเเละเป็นห่วงเขามาก เเละคงจะไม่รู้ต้องปลอบยังไงเจ้าตัวจึงเข้ามากอดเขาไว้พร้อมดันหน้าให้ซบกับไหล่ของเจ้าตัว ยิ่งมองไปยังบริเวณไหล่ของคีย์นาทีก็ยิ่งรู้สึกผิด เพราะนอกจากจะมีคราบน้ำตาเป็นบริเวณกว้างเเล้ว มันยังมีคราบน้ำมูกเป็นของเเถมให้คีย์อีกด้วย

"ไม่ต้องมองตาแป๋วเลย กูอุตส่าห์บอกเเล้วเชียวว่าไม่รับของเเถมเป็นน้ำมูก"

"ขอโทษ เราห้ามไม่อยู่จริงๆ"

"ซักให้กูด้วยเลย"

"โอเค ไม่มีปัญหา"

สิ้นคำพูดของนาทีภายในห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง บรรยากาศภายห้องดูมีความอึดอัดลอยละล่องอยู่บางๆ

คีย์ที่กำลังก้ำกึ่งว่าจะถามเรื่องที่เกิดขึ้นดีไหม ใจนึงก็อยากรู้ เเต่อีกใจก็เป็นห่วงสภาพจิตใจของเพื่อนกลัวจะไม่พร้อมเเละตัวเองจะเผลอไปจี้จุดเข้าอีกรอบ

ส่วนนาทีกำลังพยายามหาจุดเริ่มต้นเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าควรจะเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คีย์ฟังอย่างไรดี

ภาพที่ออกมาเลยกลายเป็นภาพเพื่อนสนิทสองคนที่กำลังดูว้าวุ่นใจ เดี๋ยวสลับกันขมวดคิ้ว เดี๋ยวสลับกันเเอบมองหน้า ถ้ามีใครผ่านมาเห็นคงคิดว่าพวกเขากำลังเล่นเกมอะไรกันสักอย่างอยู่เเน่ๆ

"เราเจอพ่อน้องตุลย์"

เงียบ ความเงียบคือคำเดียวที่สามารถบรรยายบรรยากาศภายในห้องได้ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากคีย์สักคำ คีย์ยังคงนั่งนิ่งเพื่อรอฟังในสิ่งที่เพื่อนจะพูดต่อ

"เรากับพ่อน้องตุลย์เจอกันเมื่อห้าปีก่อน ในตอนนั้น..............................."

เรื่องราวของนาทีกับชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของน้องตุลย์ ถูกบอกเล่าออกมาผ่านริมฝีปากบางของคนเป็นเเม่โดยคร่าวๆ

"เขามีชื่อว่าอะไรนะ" คีย์ถามถึงชื่อของพ่อน้องตุลย์อีกครั้งหลังจากฟังเรื่องราวที่เพื่อนเล่าจบเเล้ว เเละครั้งนี้ก็ถือเป็นครั้งเเรกที่เพื่อนของเขายอมปริปากเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนเป็นพ่อของน้องตุลย์ ตั้งเเต่รู้ว่าท้องน้องตุลย์เพื่อนของเขาก็ไม่เคยพูดถึงคนเป็นพ่อเลยสักครั้ง เเละเขาเองก็ไม่คิดที่จะถามออกไปให้เพื่อนรู้สึกเศร้าใจยามที่ต้องพูดถึง ได้เเต่คอยบอกเพื่อนว่า ไม่ต้องฝืน ถ้าอยากเล่าก็ค่อยเล่า

"เขาบอกว่าเขาชื่อ ลม "

"อืม แล้วมึงจะทำยังไงต่อ" นั่นคือคำถามเเรกที่คีย์อยากจะถามเพื่อนรัก เขาไม่อยากรู้ว่าเพื่อนเขายังรักผู้ชายคนนั้นไหม เขาไม่อยากรู้ว่าเพื่อนเขาคิดถึงผู้ชายคนนั้นขนาดไหน เขาอยากรู้เพียงเเค่ว่า เพื่อนของเขาจะทำอย่างไรต่อจากนี้ไปมากกว่า

สำหรับเขาเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน ตัวเองเป็นคนนอกคงทำได้เพียงเเค่คอยให้คำเเนะนำ เเละเป็นที่ปรึกษา ต่อให้ต้องมาหอนในตอนหลังก็ช่างมันก่อน เเละจากที่ฟังมาเขาคาดว่าไอ้คุณลมอะไรนั่นก็ดูจะชอบพอเพื่อนเขาพอตัว เรื่องวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเเน่ๆ เเต่คนทำความผิดยังไงก็มีความผิดอยู่วันยังค่ำ ถึงเเม้จะมีเหตุผลมารองรับ เเต่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าสิ่งที่ไอ้คุณลมทำกับเพื่อนเขา มันสร้างความเจ็บปวดให้เพื่อนเขาหนักพอตัว ไหนจะยังของฝากที่ฝากมาในท้องอีก เจอหน้ากระโดดเตะสักทีดีไหมวะ เเม่ง!

"....................."

"เงียบเเบบนี้คือ?"

"เราก็ไม่รู้"

"มึงจะไม่รู้ไม่ได้เเล้วนะเว้ยนาที จากที่ไม่เจอมาตลอดหลายปี จู่ๆก็กลับมาเจอกันง่ายๆเเบบนี้ กูบอกเลยพรหมลิขิตไม่มีจริงหรอก เเละฟังจากที่มึงเล่าเขาตั้งใจเดินมาชนมึงชัดๆ นั่นหมายถึงเขาอยากให้มึงรับรู้ถึงการกลับมาของเขา"

"เอางี้ กูอาจจะถามคำถามมึงยากไป งั้นถามใหม่ คำถามพื้นฐานเลยนะ มึงยังรักเขาอยู่ไหม"

"รัก" นาทีตอบได้ในทันที เพราะเขารู้ตัวเองดีว่ายังรักคุณลมมาตลอด ไม่เปลี่ยนเเปลง เเละคำตอบของนาทีก็ตรงกับคำตอบที่คีย์เดาไว้ในใจไม่ผิดเพี้ยน เขาเลยไม่อยากจะถามคำถามนี้ออกไป เพราะคำตอบมันตายตัวอยู่เเล้ว ในเเววตาของเพื่อนเขามันไม่มีความเกลียดชังอยู่เเม้เเต่น้อย

"ถ้ายังรัก ก็ต้องดีใจสิที่วันนี้ได้เจอหน้าเขา เเล้วทำไมถึงร้องไห้ล่ะ" เขาพอจะรู้เหตุผลที่เพื่อนร้องไห้อยู่เเล้ว เพียงเเค่อยากถามให้เพื่อนได้ระบายความรู้สึกออกมาอีกสักนิด

เรื่องนี้ถ้าถามเขาที่เป็นมุมมองผู้ฟังก็คงรู้สึกเเค่ว่า ถ้าเป็นกู กูหาใหม่ไปนานเเล้ว ผู้ชายเเบบนั้นไม่รงไม่รักมันเเล้ว แต่มีคนเคยพูดไว้ว่า เรื่องบางอย่างไม่เจอกับตัวคงไม่เข้าใจ เขาจึงทำได้เพียงคอยอยู่ข้างๆเพื่อนก็เท่านั้น เพราะเรื่องนี้สำหรับนาทีเเล้ว คงเป็นเรื่องยากสำหรับมัน 

"เราบอกคีย์ไปแล้วว่าเราโดนคุณลมทิ้งไปโดยไม่บอกอะไรเราสักคำ มันเจ็บปวดมากเลยนะคีย์กับการที่เรารักเขาหมดใจ เเต่วันหนึ่งเขาเลือกจากเราไปโดยที่ไม่เเม้จะเอ่ยคำลา เราเฝ้าเเต่ถามตัวเองว่าเราผิดอะไร อย่างน้อยๆบอกออกมาว่าที่ทิ้งเราไปเพราะเราดีเกินไปยังดีเสียกว่าอีก อยากจะตามหาเพื่อถามถึงเหตุผล เเต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยสักนิด ในเวลานั้นทุกอย่างมันดูยากไปหมดจริงๆ  ความรู้สึกเราตอนที่เห็นหน้าคุณลม มันทั้งเจ็บ ทั้งตกใจ ดีใจ เสียใจ โกรธ น้อยใจ เเละคิดถึง ความรู้สึกมันตีรวนอยู่ในอก เเละกำเเพงที่เราสร้างมาป้องกันตัวเองก็พังไม่เป็นท่า เพียงเเค่ได้เห็นหน้าเเละได้ยินเขาเอ่ยคำทักทาย ส่วนหนึ่งที่ร้องไห้ออกมาก็เป็นเพราะเจ็บใจตัวเองที่พยายามเข้มเเข็งเเทบตาย สุดท้ายก็พังลงอย่างง่ายดาย"

"เเล้วตอนนี้มึงรู้สึกยังไง ยังโกรธเขาอยู่ไหม"

"โกรธสิ ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ เเบบมากๆเลย เจ็บด้วย เจ็บที่ใจจี๊ดๆ"

"ถ้าเขากลับมาขอคืนดีมึงจะทำยังไง"

"เราไม่รู้"

"ถ้าเขามาง้อพร้อมบอกถึงเหตุผลที่ทิ้งมึงไป เเละเหตุผลมันดันฟังขึ้นด้วยล่ะ จะกลับไปไหม"

"เราก็......ไม่รู้เหมือนกัน"

"ตอบเสียงเบาหวิวขนาดนี้  เหอะ! กูก็ไม่น่าถามอะไรเเบบนั้นออกไปเลยเนอะ หยุดมองกูด้วยสายตาลูกเเมวเลยนะ! ไอ้นาที"

"เราเปล่า" นาทียกมือส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน

"เอออ ช่างมันไปก่อน มาง้อหรือไม่ง้อเดี๋ยวคงได้รู้กันเองเเหละ จะบังเอิญหรือตั้งใจเดี๋ยวคงได้รู้กัน มึงก็เตรียมรับมือไว้ให้ดีๆก็เเล้วกัน กูคาดว่าต่อจากนี้ได้เจอหน้ากันจนเบื่อขี้หน้าแน่ๆ"

"คีย์" น้ำเสียงจริงจังที่ติดสั่นๆดังขึ้น ทำให้เจ้าของชื่อหันกลับมามองหน้าคนเรียกอีกครั้งด้วยเเววตาติดสงสัย

"ที่ตรงนี้" นาทีก้มลงมองเเละยกมือขึ้นกำอกด้านซ้ายของตัวเองเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเเสนเศร้า "มันยังคงเจ็บเเละกลัว"


............................................................


"เฮียลมคิดอะไรอยู่เนี่ย เมื่อเช้าถึงได้ออกไปยืนตากฝนเเบบนั้น รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองเป็นประเภทไม่ถูกกับฝน คนอะไรถึกทนชนะทุกอย่างเเต่โดนฝนนิดๆหน่อยๆไข้อ่อนๆก็ถามหาทันที เเถมยังไปนั่งตากแอร์หนาวๆในห้องประชุมอีกเป็นครึ่งค่อนวันอีก ไหนจะข้าวปลาที่ไม่ค่อยทานอีก อกหักเหรอเฮีย ผมจะทำยังไงกับเฮียดีวะเนี่ย"

ห้องทำงานชั้นบนสุดในเวลาบ่ายสามเช่นนี้ มีเสียงของลูกน้องคนสนิทของบอสหนุ่มนามว่าขุน กำลังบ่นเจ้านายของตัวเองที่ไปยืนตากฝนเล่นเมื่อตอนเช้าจนตัวเปียกไปหมด คิดอะไรของเขาอยู่นะ ในตอนที่เขาหาตัวบอสอยู่ ดันไปเจอบอสกำลังยืนมองไปยังร้านกาเเฟไม่วางตา ถึงเเม้จะพอรู้ว่ามีใครอยู่ในร้านกาเเฟ เเต่ที่เขาไม่เข้าใจคือบอสเขาจะทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวียืนตากฝนทำไมมากกว่า ทั้งๆที่ตัวเองยิ่งไม่ค่อยถูกกับฝนอยู่ด้วย

"เฮียกินยาอีกสักสองเม็ดนะ"

บอสหนุ่มเอื้อมมือไปรับยามาไว้ในมือ ก่อนจะโยนเข้าปาก ตามด้วยน้ำอุ่นๆอีกหนึ่งเเก้ว เพราะขี้เกียจฟังคำบ่นของคุณเลขามือซ้ายเต็มที ขี้บ่นเก่งไม่ปลี่ยนเลย

"กร มายัง"

"เฮียเพิ่งสั่งพี่กรไปไม่ถึงห้านาทีเองนะครับ"

"เฮ้ออออออออ!"

"เดี๋ยวพอพี่กรมา เฮียกลับบ้านเลยนะครับ งานส่วนที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการเอง วันนี้เฮียไปพักผ่อนนะ"

"ไม่"

"ห้ามปฏิเสธครับ นี่คือตารางงานที่คนเป็นเลขาเเบบผมจัดให้ครับ กรุณาเตรียมตัวกลับบ้านด้วยครับ"

ขุนกลับมาสวมบทเลขาอีกครั้ง เหตุที่เขาบังคับเพราะคิดว่าวันนี้เจ้านายเขาคงไม่มีสมาธิมากพอที่จะทำงานต่อ อีกใจก็อยากให้เจ้านายกลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ด้วย

พื้นฐานเดิมถึงเเม้ลมจะเป็นคนนิ่งๆ เเต่ภายในเป็นคนที่อ่อนโยน เป็นพวกรักอิสระ อยากทำอะไรพ่อกับพี่ชายจะคอยสนับสนุนเสมอ เเต่เพราะเหตุการณ์อะไรหลายๆมันบังคับให้ลมต้องเเข็งเเกร่งขึ้นเพื่อความอยู่รอด คนภายนอกที่รู้จักลมเพียงผิวเผินจะรู้จักเเค่คุณลมที่สุขุม มาดนิ่ง เข้าถึงยาก โหด มีความเด็ดขาดในการตัดสินใจ เป็นคนที่ยากจะต่อกรก็เท่านั้น

เเต่เหมือนว่าใครบางคนที่ลมเจอมาในวันนี้จะทำให้เขาหลุดมาดผู้ชายเเข็งเเกร่งไปเสียเเล้ว ปัญหานี้มันยากยิ่งกว่าปัญหาไหนๆที่เขาเจอ ผู้ชายมาดนิ่งเหรอ หึ! ตอนนี้ในใจเขาไม่นิ่งสักนิด เด็ดขาดในการตัดสินใจเหรอ เฮ้อ! ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะตัดสินใจทำอะไรต่อไป ตอนนี้เขาก็เป็นเพียงเเค่ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังโดนอุปสรรคของความรักเข้าเล่นงานก็เท่านั้น เเถมยังเป็นอุปสรรคที่สร้างขึ้นมาเองเสียด้วย

"ผมขอตัวก่อนนะครับ"

"อืม ไปเถอะ ขอบใจมาก"

หลังจากเลขาอย่างขุนเดินออกไป ห้องทั้งห้องที่มีเเค่ลมมันก็กลับมาเงียบจนชวนให้จิตใจหม่นหมองยิ่งกว่าเก่า ลมหมุนเก้าอี้ไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สายตาของลมมองออกไปไกลสุดสายตา ไม่ได้โฟกัสจุดใดจุหนึ่งเป็นพิเศษ เขาทำเพียงเเค่มองมันไปอย่างไร้จุดหมาย พร้อมกับคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาเจอกับนาทีในตอนเข้า


'ขอโทษครั......'

นาทีเงยหน้ามาเห็นเขา ถึงกับชะงักเเละเดินถอยหลังออกจากร่มที่เขากางให้เจ้าตัว เช้านี้เขามารอใครบางคนอยู่ใกล้ๆร้านกาเเฟ เเต่อีกคนก็มาปรากฏตัวด้วยสภาพเปียกปอนตั้งเเต่ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามา ในตอนนั้นเขาอยากจะไปทุบมอเตอร์ไซค์ทิ้งเเล้วซื้อรถยนต์คันใหม่ให้สักคน เขาไม่ได้อยากจะอวดว่าตัวเองรวยหรอกนะ เขาเพียงแค่ไม่อยากให้อีกคนต้องตากฝนจนเปียกปอนเเบบวันนี้อีกต่างหาก

'ไง'

'............'

'ไม่เจอกันนานเลยนะ'

'............'

'นาที'

นั่นคือบทสนทนาเเรกที่ลมเอ่ยออกไป เมื่อเห็นว่านาทียังไม่มีทีท่าจะเอ่ยคำใดๆออกมาสักคำ เขาจึงคิดว่าตัวเองควรเอ่ยอะไรสักอย่างก่อน เเต่เหมือนว่าสิ่งที่เขาเอ่ยออกไปจะไม่ใช่สิ่งที่ดีสักเท่าไหร่เพราะหลังจากสิ้นเสียงของลม น้ำตาของนาทีก็ไหลนองอาบเเก้มออกทันที เเม้สายฝนจะโปรยปรายลงมาหนักเเค่ไหน ก็ไม่สามารถบดบังน้ำตาของเจ้าตัวได้เลย

ลมขยับตัวเข้าไปใกล้นาทีอีกครั้ง หวังเพียงจะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้า เเต่เป็นนาทีที่เบี่ยงตัวหลบสัมผัสของคนตัวโตอย่างตื่นตระหนก สองสายตายังคงสบกันนิ่ง เเละนานเป็นนาทีกว่าที่นาทีจะหาเสียงของตัวเองเจอเเละเค้นออกมาเป็นคำพูดได้

'ขอโทษนะครับที่ชนคุณ'

'.....................'

'ขอบคุณนะครับที่ช่วยจับผมไว้'

'....................'

'ขอโทานะครับที่ทำให้คุณต้องเปียกไปด้วย'

'..................'

'ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับ'

พูดเพียงเท่านั้นนาทีก็วิ่งหนีลมเข้าไปภายในร้านกาเเฟอย่างเร็ว เเละด้วยความที่ร้านเป็นกระจกใส ลมจึงเห็นนาทีวิ่งเข้าไปกอดใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ภายในร้าน นาทีร้องไห้หนักจนไหล่ไหวสั่นจนน่ากลัว

เพราะเขาสินะที่ทำให้นาทีร้องไห้หนักขนาดนั้น มันจึงไม่แปลกเลยที่ภายนัยย์ตาของนาทีจะมีความรู้สึกหลากหลาย เเต่ก่อนที่นาทีจะวิ่งหนีไป นาทีได้ทิ้งเเววตาของความเจ็บปวดไว้ให้เขา เเววตาที่เขาไม่สามารถสลัดมันทิ้งออกไปได้เลย ดวงตาโตๆของนาทีมันเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดเเล้ว ความเศร้าไม่เหมาะกับนาทีเลยสักนิด

มึงมันเเย่เป็นบ้า ไอ้ลม


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเรียกสติของลมที่เตลิดไปไกลให้กลับเข้ามา ลมหมุนเก้าอี้มาทางประตูตามเดิมพร้อมกับเอ่ยอนุญาตให้คนที่เคาะประตูเปิดเข้ามาได้

"กาเเฟครับ"

"ใครชง"

"คุณนาทีครับ"

"ขอบใจ" ได้คำตอบที่พึงพอใจ มือก็เอื้อมไปหยิบเเก้วกาเเฟมาถือไว้ในมือทันที

"ขุนบอก ให้บอสกลับบ้านไปพักผ่อน"

"อืม ยังขี้บ่นเหมือนเดิมเลย ถ้าไม่ทำตามเดี๋ยวก็กลับมาบ่นอีก ดังนั้นกลับกันเถอะ"

"ก็บอสไปตากฝนทำไมล่ะครับ"

"โอเค เรื่องนี้กูผิดเอง เลิกบ่นนะ เเค่ไอ้ขุนคนเดียวก็ปวดหัวจะตายเเล้ว"

"บอส เมื่อกี้ตอนที่ผมไปซื้อกาเเฟ มีพนักงานในบริษัทเรา พาลูกมาที่ร้านกาเเฟ เเละมาขออนุญาตคุณนาที เพื่อพาคุณหนูตุลย์ไปเล่นกับลูกชายของเขา เเละตอนนี้คุณหนูตุลย์เล่นอยู่กับลูกชายของพนักงานคนนั้นอยู่บนชั้นพักผ่อนครับ"

มือที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าชะงักลง เมื่อได้ยินเรื่องราวที่ลูกน้องบอก เขาอยากไปเจอเด็กชายตุลย์ เด็กชายที่เขามั่นใจว่าเป็นลูกชายของเขาเเน่ๆ ถ้าเขาเเอบไปเจอก่อน คนเป็นเเม่จะโกรธเขาไหม เเต่ถึงจะโกรธก็ค่อยง้อทีหลังละกัน ตอนนี้ขอไปดูหน้าลูกเเบบใกล้ๆก่อน

"บอสจะไปไหน" กรเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตัวเองจู่ๆก็รีบเดินตรงไปยังประตูโดยไม่บอกกล่าวใดๆสักคำ

"ไปหาลูก" พูดจบก็เปิดประตูออกไปโดยไม่รอลูกน้องเเม้เเต่น้อย

"บอสกลับเเล้วเหรอครับ อ้าว!" ขุนมีสีหน้างงงวยมองตามบอสหนุ่มที่เดินเร่งรีบออกไปโดยไม่ทันได้เอ่ยคำลาใดๆ

"บอสรีบไปไหนวะพี่กร"

"ไปดูลูก พี่ไปล่ะ เดี๋ยวจะพาบอสกลับเลย เจอกันพรุ่งนี้"  พูดจบกรก็รีบเดินตามบอสหนุ่มไปทันที เฮ้อ! อะไรจะใจร้อนขนาดนั้น ว่าที่ลูกชายจะยอมให้เข้าใกล้รึเปล่าก็ไม่รู้


...........................................................................

"ตุลย์รับนะ เดี๋ยวหญ้าโยนห้าย"

"หญ้าโยนเยย ตูนตูนรอรับ"

เสียงของสองหนุ่มน้อยดังขึ้นอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องพักผ่อน โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีพนักงานคนอื่นมาใช้บริการ มีเพียงเเค่สองหนุ่มน้อยที่กำลังเล่นโยนบอล กับคุณเเม่ของต้นหญ้าที่หอบงานมานั่งเฝ้าลูกชาย จึงทำให้สองเด็กน้อยสามารถเล่นกันได้เต็มที่

"หนึ่ง ฉอง ฉาม ฮึบ" เด็กชายต้นหญ้ากระโดดโยนลูกบอลมาทางเด็กชายตุลย์ เเต่เหมือนเเรงโยนเเละทิศทางการโยนจะผิดไปจากการคาดคะเนมากพอตัว บอลจึงเด้งไปในทิศทางอื่นเเทน

ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!

เสียงบอลตกกระทบพื้นดังตุบๆ เด็กชายตุลย์วิ่งตามบอลไป มือน้อยๆก็หมายจะคว้าบอลเอาไว้ เเต่มือน้อยๆก็เอื้อมพลาดไปหลายที เพราะบอลยังคงกระดอนไปเรื่อยๆไม่หยุดอยู่กับที่ จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กเเบบเขาที่จะวิ่งไล่จับมัน

ตุบ!

เด็กชายตุลย์ยิ้มดีใจเมื่อเห็นว่าบอลของตัวเองหยุดนิ่งเเล้วเพราะมีคนมาขวางทาง เเละนั่งลงเก็บฟุตบอลให้เขา ใครคนนั้นยื่นลูกบอลมาทางเด็กชายตุลย์พร้อมรอยยิ้มใจดี

"ขอบคุณคับ"

เด็กชายยกมือไหว้ขอบคุณคนที่ช่วยเก็บบอลให้ด้วยความนอบน้อม

ลมที่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกชายใกล้ๆเป็นครั้งเเรก มองเด็กชายด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มเปี่ยม ภายในอกของลมตอนนี้มันรู้สึกดีจนเขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นอย่างไร หรือว่านี้คือความรู้สึกของคนเป็นพ่อ! ถ้าขอกอดสักครั้งลูกจะยอมไหมนะ

"หนูชื่ออะไรเหรอครับ"

เด็กชายตุลย์วางบอลไว้ข้างตัว ยกมือไหว้โค้งตัวงดงามพร้อมกับเอ่ยเเนะนำตัวเอง

"สวัสดีคับ ตูนตูนชื่อ เด็กชายตนุภัทร ปิญชาน์ ชื่อเล่นชื่อน้องตุลย์ เรียนอนุบาลหนึ่งห้องคุณฉิงโตคับ"

เด็กชายตัวน้อยกล่าวเเนะนำตัวกับคุณลุงใจดีตรงหน้าด้วยท่าทางน่าเอ็นดู เรียกรอยยิ้มเอ็นจากคนตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย

"คุณลุงชื่ออะไรคับ"

คำว่าลุงที่ออกมาจากปากของเด็กชาย ทำให้ลมใจกระตุกจนเจ็บหน่วง รอยยิ้มขื่นๆปรากฏบนใบหน้า ก็นะ จะให้เขาทำยังไงได้ ตอนนี้เป็นเขาจะยอมเป็นคุณลุงไปก่อนก็เเล้วกัน

"ลุงชื่อ ลม ครับ"


..................................................................

TBC.

เจอกันตอนหน้านะคะ ต่อไปนี้จะค่อยๆเพิ่มดีกรีความน่ารักขึ้นเเน่นอนค่ะ

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2076
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
4
ตูนตูนกินไอติม

"ค่าโดยสาร 80 บาทจ้ะหนู"

"นี่ครับคุณลุง ขอบคุณนะครับ"

จ่ายเงินค่าแท็กซี่เสร็จสองเเม่ลูกก็ก้าวเท้าลงจากรถ คนเป็นแม่ยื่นมือไปจับมือของลูกชายไว้ ก่อนจะเดินตรงไปยังประตูทางเข้าห้างทันทีเพราะอากาศด้านนอกในเวลาตอนเย็นเเบบนี้ยังคงร้อนอบอ้าวมาก ถ้าจะถามว่าร้อนขนาดไหน ก็ร้อนขนาดที่ว่าเพิ่งจากเเท็กซี่ได้ไม่นานลูกชายของเขาก็เเก้มเเดงระเรื่อเพราะความร้อนซะเเล้ว ไหนจะเหงื่อเม็ดเล็กๆที่ผุดขึ้นตรงบริเวณขมับน้อยๆนั้นอีก น่าสงสารจริงๆเลยพ่อหนุ่มขี้ร้อน

ช่วงเย็นในวันอาทิตย์ที่เป็นวันหยุดของคนเป็นเเม่ วันนี้เขามีนัดกับลูกชายตัวน้อยว่าจะไปซื้อของใช้ที่ใกล้จะหมดด้วยกันที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆบ้าน หนุ่มน้อยมีอาการตื่นเต้นจนเก็บไม่มิด ที่ตื่นเต้นเเบบนี้ไม่ใช่ว่าดีใจจะได้มาเดินซื้อของหรอกนะ เเต่เป็นเพราะว่า

"หม่าม้า เร็วๆคับ"

"ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ร้านไม่หนีไปไหนหรอก"

"ก็วันนี้หม่าม้าใจดี ยอมห้ายตูนตูนกินติมตั้งฉองลูก"

นี่เเหละครับเหตุผลของการตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ของพ่อหนุ่มน้อย

"ครับๆๆ เเต่เราต้องไปทานข้าวกันก่อนนะ จากนั้นก็ไปกินไอติม เเล้วก็ไปซื้อของกัน ตกลงไหมครับ"

"ตกลงคับ"

เมื่อเดินผ่านประตูห้างเข้ามาด้านใน ความเย็นของเเอร์ตกกระทบเข้ากับร่างกาย ความเย็นที่ได้รับทำให้สองเเม่ลูกหันมายิ้มให้กันด้วยความสดชื่น คนเป็นเเม่จูงมือลูกชายหลบคนที่เดินผ่านไปมา จากนั้นก็นั่งลงชันเข่าเสมอตัวของลูกชาย หยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋ามาซับเหงื่อข้างขมับให้ลูกชายอย่างเบามือ

"ขอบคุณคับ หม่าม้า"

เด็กชายไม่ลืมที่จะเอ่ยขอบคุณหม่าม้าที่เช็ดเหงื่อให้ ทั้งยังมีของเเถมเป็นรอยยิ้มน่ารักๆให้คนเป็นเเม่อีกด้วย

"ไปครับ ทานข้าวกัน วันนี้น้องตุลย์อยากทานอะไรครับ"

"กินม่อนม่อนได้ม้ายหม่าม้า ม่อนม่อน"

"ปลาแซลม่อนเหรอครับ"

"คับ"

"ตกลงครับ งั้นเราไปตามล่าหาม่อนม่อนของน้องตุลย์กัน......ไปเล้ยยย"

"เย้ๆๆ ม่อน ม่อน ตูนตูนกินม่อน"

ใช้เวลาไม่นานทั้งสองคนก็มาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารเเห่งหนึ่ง เมื่อเดินเข้าไปในร้านเเละได้โต๊ะนั่งเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว คนเป็นเเม่ก็จัดการสั่งอาหารทันที

รอไม่นานสเต๊กเเซลม่อนที่ส่งกลิ่นหอมฉุยก็มาวางอยู่ตรงหน้า เด็กชายตุลย์มีเเววตาประกายระยิบระยับทันทีที่เห็นเเซลม่อนชิ้นใหญ่ตรงหน้า

"มาครับ เดี๋ยวหม่าม้าหั่นให้ก่อนนะ"

"คับ"

เด็กชายตุลย์รับคำอย่างไม่อิดออด ยอมให้คุณเเม่หั่นปลาเเซลม่อนให้ โดยที่ตัวเองจ้องมองชิ้นเนื้อปลาที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆไม่วางตา

ในระหว่างที่คนเป็นเเม่กำลังหั่นปลาอยู่ อาหารอื่นๆก็ทยอยมาเสิร์ฟอีกสองอย่าง โดยที่มีข้าวสวยที่คนเป็นเเม่สั่งมาให้ลูกชายด้วย ทุกครั้งที่มีอาหารมาวางบนโต๊ะ เด็กชายตุลย์จะมองด้วยความตื่นเต้นเสมอ พร้อมมีเสียงอุทานว่า ว้าว เบาๆให้ได้ยินด้วย เรียกรอยยิ้มให้คนเป็นเเม่ได้อย่างง่ายดาย

"เรียบร้อยครับปลาเเซลม่อนของน้องตุลย์ ทานได้เเล้วครับ"

"คับ" มือน้อยๆ ใช้ส้อมจิ้มปลาเเซลม่อนชิ้นเล็กๆเข้าปาก เคี้ยวหนุบหนับๆ โยกตัวไปมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี

"หม่าม้า กินด้วยกัน หย่อยนะ หม่าม้ากิน" เด็กชายตุลย์บอกอย่างใจดีเมื่อกลืนคำเเรกลงคอ เเล้วพบว่าปลาเเซลม่อนจานนี้มันอร่อยมาก เเละเพราะมันอร่อยมากเขาจึงอยากให้หม่าม้าได้ทานด้วย

"ขอบคุณครับ อร่อยมากๆเลย น้องตุลย์ทานต่อเลยครับ" คนเป็นเเม่ใช้ส้อมจิ้มปลาชิ้นเล็กๆเข้าปาก พร้อมกับบอกให้ลูกชายทานต่อได้เลย ส่วนตัวเองก็ทานข้าวไปด้วย คอยมองเจ้าตัวเล็กไปด้วยว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือไหม

ใช้เวลาในร้านอาหารไม่นาน ทั้งคู่ก็ออกจากร้านมายืนอยู่หน้าร้านไอศกรีมต่อ ในวันหยุดเเบบนี้คนค่อนข้างเยอะทำให้ที่นั่งภายในร้านไม่พอ นาทีกับเด็กชายตุลย์จึงต้องนั่งรอคิวกันก่อน โดยอีกประมาณสี่คิวก็ถึงจะเป็นคิวของพวกเขา

ในระหว่างที่รอ นาทีเห็นร้านขายหมวกลายน่ารักๆสำหรับเด็กตั้งอยู่บริเวณตรงกลางห้าง ใกล้ๆกับร้านขายไอศกรีม เห็นเเล้วก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปดูสักหน่อย นาทีเดินจูงมือเด็กชายตุลย์มายังหน้าร้านขายหมวก เขาหยิบจับใบนู่นดูใบนี้ จนมีเสียงเล็กๆดังขึ้น

"หม่าม้า จะซื้อหมวกห้ายตูนตูนหรอคับ"

"ใช่ครับ น้องตุลย์อยากได้ไหมครับ"

"อยากคับ หม่าม้าตูนตูนซื้อหมวกคุณหมีได้ป้าว"

"เดี๋ยวหม่าม้าถามพี่คนขายให้นะครับว่าพี่เขามีขายไหม"

"คับ"

"ขอโทษนะครับ หมวกรูปสัตว์เเบบนี้มีลายหมีบ้างไหมครับ"

"มีค่ะ สักครู่นะคะ............นี่ค่ะ"

"ขอบคุณครับ อันนี้ผมขอลองสวมให้ลูกชายได้ไหมครับ"

"ได้ค่ะ ลองได้ตามสบายเลยค่ะคุณลูกค้า"

"ครับ........ ไหนน้องตุลย์ลองใส่ดูสิครับ หม่าม้าอยากรู้ว่าใส่เเล้วลูกชายหม่าม้าจะน่ารักเเค่ไหน"

ว่าจบนาทีก็นั่งคุกเข่าลงกับพื้น จัดการสวมหมวกลายคุณหมีลงบนศีรษะน้อยๆของลูกชาย ขยับหมวกซ้ายขวาเล็กน้อยเพื่อให้หมวกเข้าทรง จัดเสร็จนาทีก็ถอยตัวออกมานิดหน่อยเพื่อมองลูกชาย

"ตูนตูนหล่อไหม หม่าม้า" ไม่ถามเปล่าเด็กชายตุลย์ยังฉีกยิ้มกว้างให้คนเป็นเเม่ด้วย

"ที่สุดเลยครับ น้องตุลย์ชอบไหมครับ"

"ชอบคับ ตูนตูนชอบคุณหมี"

"งั้นถอดมาก่อนครับ เดี๋ยวหม่าม้าจ่ายเงินให้พี่เขาก่อนนะ"

ในขณะที่สองเเม่ลูกกำลังคุยกันอย่างเพลิดเพลิน จู่ๆก็มีรถเข็นคันหนึ่งถูกเข็นมาด้วยความเร็วตรงมาทางพวกเขา คนเป็นเเม่กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่รถเข็นใกล้มาถึงตัวเต็มที ในตอนนั้นนาทีรีบดึงเด็กชายตุลย์เข้ามากอดไว้เเน่น พร้อมใช้เเผ่นหลังบางของตัวเองเป็นที่กำบังให้ลูกชาย

ในใจของนาทีตอนนั้นคิดว่าเดี๋ยวคงต้องรู้สึกเจ็บแผ่นหลังจากการโดนกระแทกเเน่ๆ เเต่ผ่านไปสักเเป็บก็ยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บเลยสักนิด นาทีค่อยๆคลายอ้อมกอดจากลูกชาย หันหลังกลับไปมองยังรถเข็นคันนั้น เขารู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่ารถเข็นหยุดทันเวลาก่อนที่จะมาถึงตัวเขาเเบบฉิวเฉียด โดยที่มีใครสักคนมายืนขวางมันไว้เเทน

"ลุงลม!"

เสียงของลูกชายทำให้เขารีบเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ยืนอยู่เเทบจะทันที


ผู้ชายคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร......


เเล้วทำไมลูกชายเขาถึงรู้จักผู้ชายคนนี้ ......


เเล้วใจเจ้ากรรมจะเต้นเเรงทำไมวะเนี่ย ......


"ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามคนที่ตอนนี้ตกใจค้างจนตาโตด้วยความเป็นห่วง เห็นเเล้วให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน

"มะ ไม่ครับ ขอบคุณครับ"

"ว๊ายตายเเล้ว ขอโทษนะคะดิฉันไม่ทันได้ระวัง" ผู้หญิงคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาทางนาทีเเละลูกชายพร้อมเอ่ยขอโทษขอโพยเขาเสียยกใหญ่

นาทีเหลือบสายตาไปเห็นเด็กชายคนหนึ่งที่น่าจะอยู่ในวัยประถมเเล้วยืนอยู่ข้างๆคนเป็นเเม่ด้วยสีหน้าที่ใกล้จะร้องไห้อยู่เต็มที เนื่องจากตอนนี้กำลังโดนคนเป็นเเม่ดุเสียยกใหญ่

"ขอโทษน้าๆเขาเดี๋ยวนี้เลยนะ เเม่บอกเเล้วใช่ไหมว่าไม่ให้เล่นอะไรเเบบนี้ มันอันตราย"

"ขอโทษครับ"

เด็กชายยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ

"ไม่เป็น......."

"วันหลังก็ดูเเลลูกให้ดีกว่านี้หน่อย ไม่ใช่ตัวเองมัวเเต่เลือกซื้อของไม่สนใจไยดีลูก จนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ดีเเค่ไหนที่วันนี้คนของผมไม่ได้เจ็บอะไร ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ใจดีด้วย"

นาทีที่กำลังจะตอบกลับถึงกับต้องชะงัก เมื่อโดนน้ำเสียงเรียบนิ่งของลมเอ่ยเเทรกขึ้นมาเสียก่อน เจ้าตัวพูดพร้อมกับเเผ่รังสีทะมึนออกมารอบๆตัวจะไม่ให้เขาเเผ่รังสีมืดได้ยังไงก็ในความละเลยของคนเป็นเเม่เกือบจะทำให้ลูกเมียเขาต้องเจ็บตัว ถ้าเขาไม่แอบตามนาทีกับลูกมา ป่านนี้ทั้งคู่คงได้รับบาดเจ็บเเน่ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเป็นบ้า ฝ่ายคู่กรณีที่เห็นท่าทางของลมก็หน้าถอดสีขึ้นทันที คนอะไรน่ากลัวเป็นบ้า

"เอ่อ ค่ะ ดิฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจว่าเด็กวัยนี้กำลังซน เเต่อย่างไรคราวหน้าคุณเเม่ควรระวังให้มากกว่านี้นะครับ"

นาทีเลือกที่จะตอบรับเเทน เพราะถ้าเขาปล่อยให้คนข้างๆตอบอีกครั้งมีหวังเรื่องไม่จบง่ายๆเเน่ ดูจากสีหน้าก็รู้เเล้วว่าคุณลมกำลังหงุดหงิด

"ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ อย่างนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ"

"ครับ"

นาทีส่งยิ้มกว้างให้คู่กรณี ลมที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดเเละขัดใจยิ่งขึ้น จะยิ้มทำไมนะ ทีกับเขาไม่เห็นจะยิ้มให้บ้างเลย

"เอ่อ คุณลูกค้าโอเคนะคะ" เเม่ค้าร้านหมวกเอ่ยถามลูกค้า หลังจากที่เรื่องจบลง

"ครับ รบกวนใส่ถุงหมวกใบนี้ให้ด้วยนะครับ"

"ค่ะ"


"ลุงลม สวัสดีคับ"

"ไง เจ้าตัวเล็ก"

ในขณะที่คนเป็นเเม่พยายามทำเมินผู้ชายตรงหน้า ลูกชายตัวน้อยของเขาดันเรียกชื่อเเละกล่าวทักทายผู้ชายตัวโตตรงหน้าอย่างสนิทสนม ทำให้คนเป็นเเม่เริ่มกลับมาสงสัยอีกครั้งว่าทั้งสองคนไปรู้จักกันตอนไหน

"น้องตุลย์รู้จักคุณลุงด้วยเหรอครับ" คนเป็นเเม่เอ่ยถามลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"คับ"

"น้องตุลย์รู้จักคุณลุงได้ยังไงครับ"

"ลุงลมใจดีมากเลยนะหม่าม้า ลุงลมช่วยเก็บบอลให้ตูนตูนเมื่อวันนู้นคับหม่าม้า อ้อ! ลุงลมให้ช็อคโกแล็ตตูนตูนด้วย "

"ใช่วันที่กลับบ้านมาเเล้วน้องตุลย์บอกว่าไม่หิว เเละทานข้าวไปไม่กี่คำหรือเปล่าครับ"

"หม่าม้า" น้ำเสียงอ้อนๆเเบบนี้ สิ่งที่เขาคิดคงไม่ผิดสินะ นาทีละสายตาจากคนเป็นลูกไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตาเขียวปั๊ด ลมที่ได้รับสายตาดุๆถึงกับสะดุ้ง ก็เขาไม่รู้นี่น่า วันนั้นมีโอกาสได้คุยกับเด็กชายตุลย์ต่ออีกพักใหญ่ เขาถามเด็กชายตุลย์ว่าอยากทานอะไรไหม พอเด็กชายบอกว่าอยากทานช็อกโกเเลตเขาก็ให้กรไปซื้อช็อกโกเเลตหลากหลายชนิดมา ตอนเเรกเขาก็กะว่าจะให้กินไม่กี่ชิ้น เเต่เจอลูกอ้อนของเด็กชายเข้าไป เขาก็เเทบจะเเกะเปลือกป้อนเข้าปากให้เด็กชายเองเสียด้วยซ้ำ


"คิวที่ 025 ค่ะ"

ยังไม่ทันที่จะเอ่ยดุอะไรออกไปเสียงของพนักงานร้านไอศกรีมก็ดังขึ้น เเละก็มันก็คือคิวของเขา ทำให้เขาต้องเก็บคำดุเอาไว้ก่อน ค่อยคิดบัญชีในภายหลัง

"หม่าม้าๆๆๆ" เด็กชายตุลย์ร้องเรียกม่าม้าของตัวเองรัวๆหวังเพียงเพื่อจะเบนความสนใจ เพราะตัวเองไม่อยากถูกหม้าม่าดุ เวลาหม่าม้าดุหน้ากลัวมากๆเลย

"ครับๆ รู้เเล้วครับ ไปกันครับ"

"จะไปไหนกันเหรอ"

คนที่ยืนเป็นอากาศธาตุอยู่นานเอ่ยถามขึ้น เขารู้อยู่เเล้วว่านาทีกับลูกชายจะไปทานไอศกรีมกัน เเต่ที่ถามไปก็เพราะหาเรื่องคุยก็เท่านั้นเอง

"ไปทานติมคับ หม่าม้าให้ตูนตูนทานได้สองลูกใหญ่ๆเยย" เด็กชายตุลย์รีบตอบคำถามอย่างกระตือรือร้น

"เหรอครับ ลุงขอไปทานด้วยได้ไหมครับ วันนี้ลุงมาคนเดียวไม่มีเพื่อนทานเลย รู้สึกเหงามากๆเลยครับ"

ได้เห็นสีหน้าเหงาๆกับน้ำเสียงหงอยๆของคนเป็นลุง เด็กชายตุลย์จึงเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นเเม่ตาใสเเป๋ว

"หม่าม้า ให้ลุงลมไปด้วยได้ม่าย สงสารลุงลม"

คนเป็นเเม่ได้ฟังเสียงอ้อนๆของลูกชายก็ใจเหลวเป็นน้ำ ครั้นพอเบี่ยงสายตาไปมองคนตัวโตก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ ไม่ได้อยากอยู่ใกล้ๆเลยสักนิด เเต่ก็เอาเถอะ เห็นเเก่ที่ช่วยเขากับลูกไว้

"ก็ได้ครับ"

"เย่ๆ ลุงลมไปกัน" มือน้อยๆของเด็กชายตุลย์เอื้อมไปจับมือของลมไว้ คนภายนอกมองมาคงคิดว่านี่มันภาพครอบครัวสุขสันต์ชัดๆ เเต่ใครเล่าจะรู้ถึงความรู้สึกภายในใจที่เเท้จริง หนึ่งเด็กน้อยที่อารมณ์ดี หนึ่งผู้ใหญ่ตัวเล็กที่กำลังรู้สึกกระวนกระวายใจทำตัวไม่ถูก เเละอีกหนึ่งผู้ใหญ่ที่กำลังยิ้มน้อยๆเพราะดีใจที่อย่างน้อยๆอีกคนก็ไม่ได้หนีเขาเหมือนวันนั้น

"หม่าม้า ตูนตูนกินอันนี้"

"อันนี้มันเยอะมากเลยนะครับ น้องตุลย์จะกินหมดเหรอครับ"

"อืมๆๆๆๆ" เด็กชายมีสีหน้าครุ่นคิดเเป๊บนึง ก่อนจะมองไปยังคนที่นั่งตรงข้าม "ลุงลมมมมมมมมม" เด็กชายตุลย์เรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"ฮ่าๆ อยากให้ลุงช่วยเหรอตัวเล็ก"

"คับ" เด็กชายตุลย์ดีใจเมื่อลุงลมเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการ เขาอยากกินไอติมถ้วยนั้นมาก เเต่มันก็ใหญ่เกินไป ถ้าจะกินคนเดียวหม่าม้าไม่ยอมเเน่ๆ ถ้ามีลุงลมมาช่วยกันกิน หม่าม้าต้องยอมให้เขากินเเน่ๆ

"ก็ได้ครับ เดี๋ยวลุงกินกับน้องตุลย์เอง"

"หม่าม้า นี่งาย เเบ่งกัน กับลุงลม ไม่เยอะเเล้ว กินด้าย"

"เฮ้อ! ก็ได้ครับ ถ้ามีคนช่วยกิน หม่าม้าอนุญาตครับ"

"เย่ๆ"

คนเป็นเเม่จัดการสั่งไอศกรีมที่ลูกชายอยากกิน พร้อมกับถ้วยเล็กๆของตัวเองอีกถ้วย รอไม่นานไอศกรีมที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟ ลูกชายของเขาที่ตอนเเรกนั่งข้างๆเขา ตอนนี้ขออนุญาตไปนั่งข้างลมเสียเเล้ว เขาที่ไม่รู้จะห้ามไปทำไมจึงเอ่ยอนุญาตออกไป ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ลมกำลังช่วยตัดเเบ่งโอรีโอ้ให้ลูกชาย บางครั้งก็หยิบทิชชูมาเช็ดปากให้ นาทีที่นั่งมองภาพนั้นก็อดรู้สึกแปลกๆภายในใจไม่ได้


พ่อกับลูกได้เจอกันเเล้วสินะ...............


"คุณไม่น่าตามใจน้องตุลย์เลย ถ้าไม่ชอบจะบอกปฏิเสธก็ได้"

นาทีเอ่ยขึ้น เมื่อเขาเห็นว่าคุณลมเเทบจะไม่ได้กินไอศกรีมเลยสักนิด นั่งมองเด็กชายตุลย์ทานเพียงอย่างเดียว

"ไม่เป็นไร รอตัวเล็กทานเสร็จก่อนถ้าเหลือพี่ค่อยทานต่อเอง"

คำเเทนตัวเองว่าพี่พาลให้นาทีใจกระตุก เขาไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้ยินมันอีกครั้ง

"ป่วยไหมครับ"

"ครับ?"

จู่ๆนาทีก็พูดขึ้นมา เรียกสีหน้าสงสัยให้คนตรงข้ามไม่น้อย เเถมอีกฝ่ายยังพูดเบาจนเเทบจะไม่ได้ยิน

"ตากฝน ป่วยไหมครับ"

ลมยิ้มกว้างเเทบจะทันที ที่ได้ยินนาทีถาม น้องยังคงจำได้สินะว่าเขามักจะไม่ถูกกับฝน โดนฝนนิดๆหน่อยๆก็พาลจะป่วยเเล้ว อย่างนี้พอจะมีความหวังใช่ไหม

"นิดหน่อยครับ เเต่ตอนนี้หายเเล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงครับ"

"ไม่ได้เป็นห่วงสักหน่อย เเค่ไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนอื่นป่วย" นาทีตอบด้วยเสียงสะบัด

"ลุงลมป่วยเหรอ ตูนตูนเป่าเพี้ยงๆให้ หายเยย"

เด็กชายตุลย์ที่ฟังบทสนทนาของผู้ใหญ่เอ่ยขึ้นเมื่อจับใจความได้ว่าลุงลมของตัวเองไม่สบาย เเถมยังเเสดงความมีน้ำใจด้วยการเป่าลมเพี้ยงๆให้ลมอีกด้วย

"ขอบคุณครับ ลุงหายป่วยเพราะน้องตุลย์เลยนะเนีย เก่งจริงๆเลย"

"คิคิ ตูนตูนเก่ง"

ภาพของคนสองคนอยู่ในสายตานาทีตลอดเวลา จวบจนจบการทานไอศกรีม เเต่เเล้วก็ต้องมีปัญหาตามมาตอนถึงเวลาคิดเงิน เพราะลมจะจ่ายเอง เเต่นาทีไม่ยอม เถียงกันนิดหน่อยสุดท้ายก็เป็นลมที่ยกมือยอมเเพ้ให้กับการขู่ฟ่อๆที่เหมือนเเมวน้อยของคนเป็นเเม่ วันนี้จะยอมไปก่อนก็เเล้วกัน เพราะเขาก็ไม่อยากจะขัดใจให้คุณเเม่เกลียดขี้หน้าเขาเพิ่มขึ้นไปอีก

หลังจากทานไอศกรีมเสร็จนาทีคิดว่าเขาคงได้เเยกจากคุณลมแล้ว เเต่นั่นก็เป็นเพียงเเค่สิ่งที่เขาคิด เพราะตอนนี้คุณลมกำลังเข็นรถเข็นตามหลังเขาโดยที่มีเด็กชายตุลย์นั่งอยู่ในรถเข็นด้วย ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน น้องตุลย์ดูสนิทใจกับคุณลมเร็วมากจนเขาเองยังตกใจ เเต่ก็นะ ทั้งสองคนเป็นพ่อลูกกันนี่น่า จะสนิทใจกันเร็วขนาดนี้ก็คงไม่เเปลก สายใยของพ่อลูกคงเชื่อมพวกเขาถึงกัน

คิดมาถึงตรงนี้นาทีเองก็ได้เเต่ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าคุณลมต้องการอะไรจากเขากันเเน่ เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เเละเขาเองก็พยายามเลี่ยงการสนทนาจากคนตัวโตด้วย สงสัยที่คีย์เคยสันนิษฐานไว้จะเป็นจริงเเล้วละมั้ง ว่าต่อไปนี้คงจะได้เจอหน้ากันจนเหม็นเบื่อ ถ้าอย่างนั้นเขาควรจะกลับไปคิดวิธีรับมือกับคุณลมเเบบจริงๆจังๆเเล้วใช่ไหมนะ

ทั้งสามคนใช้เวลาเลือกซื้อของไม่นาน ของที่ต้องการก็ได้มาครบ ถึงเวลาก็ไปต่อเเถวจ่ายเงิน หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย คราวนี้ก็ถึงเวลาเเยกย้ายกันสักที

"หม่าม้า ให้ลุงลมไปฉ่งที่บ้านได้ม้ายคับ"

ตอนเเรกเขาเห็นทั้งสองคนกระซิบกระซาบกันเเต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร ที่เเท้ก็เป็นเรื่องนี้นี่เอง

"ไม่ได้หรอกครับ วันนี้ลุงลมเขามีธุระครับ"

"เเต่ลุงลมบอกว่า...."

"เชื่อหม่าม้านะครับ วันนี้ลุงลมเขาเดินกับเราเหนื่อยมากๆเเล้ว ให้ลุงเขากลับไปพักผ่อนเนอะ"

"พี่ไม่เหนื่อย พี่เต็มใจ พี่อยากไปส่งที"

"ขอบคุณครับ เเต่ผมกับลูกกลับกันเองได้"

"เเต่มันมืดเเล้วนะ นั่งเเท็กซี่มืดๆมันอันตราย"

"ผมกับลูกก็นั่งเป็นประจำนะครับ"

"เเต่ว่า...."

"ผมกับลูกกลับกันได้ครับ เราใช้ชีวิตเเบบนี้กันมาตลอดสองคนเเม่ลูก คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ....ไปครับน้องตุลย์กลับบ้านกัน สวัสดีคุณลุงก่อนครับ"

"สวัสดีครับคุณลุง ตูนตูนบ๊ายบายคับ"

"ครับ บ๊ายบายครับ"

ลมมองตามสองเเม่ลูกจนสุดสายตา เฮ้อ! ไอ้ลมเอ้ย สงสัยจะงานยากเสียเเล้ว เเต่ถึงจะยากเพียงใดเขาก็ไม่หวั่น จะต้องเอาเมียกับลูกกลับมาอยู่กับเขาให้ได้

"กร มารับหน้าห้าง"

อย่างน้อยขับรถตามไป ให้เห็นว่าทั้งคู่ถึงบ้านอย่างปลอดภัยก็ยังดี......



.........................................................................

TBC.

ใกล้กันอีกนิดนึงเเล้ว

ตูนตูนช่วยคุณป๊าง้อหม่าม้าด้วยนะลูก

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
5
คิดถึงนะครับ

"กูบอกมึงเเล้ว กูบอกมึงเเล้วไอ้นาที มึงไม่เชื่อกู"

"คีย์เบาๆ เสียงดังเกินไปแล้ว" นาทีร้องเตือนเพื่อนที่พูดเสียงดังจนเกินไป ถึงเเม้ในเวลาบ่ายๆเเบบนี้จะมีลูกค้าอยู่ประปราย เเต่ก็อดเกรงใจลูกค้าไม่ได้อยู่ดี เสียงของคีย์เบาๆเสียที่ไหน

"เห็นไหมกูพูดไม่ทันขาดคำ ความบังองความบังเอิญสำหรับมึงกับผู้ชายคนนั้นมันไม่มีอยู่จริงหรอกไอ้ที"

หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่ควบตำเเหน่งเพื่อนสนิท กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เนื่องจากวันนี้ลูกค้าเยอะตั้งเเต่เช้า ไหนจะขนมที่ขายดีจนต้องให้นาทีทำเพิ่ม จึงทำให้ทั้งสองคนเพิ่งจะมีเวลาว่างให้มานั่งพูดคุยกัน

 คีย์ที่ตั้งใจฟังเรื่องเล่าที่เพื่อนไปพบเจอมาเมื่อวานก็ได้เเต่ เบ้ปากเเล้วเบ้ปากอีก เบ้จนมันจะไหลกันไปรวมอยู่ข้างหูเเล้ว เพื่อนของเขาก็มั่นใจจัง ว่าตัวเองไปบังเอิญเจอเขา ไอ้คีย์คนนี้ละอยากจะเเหม่ไปถึงดาวอังคาร ฟังจากดาวยูเรนัสยังรู้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญเเน่ๆ 

"มึงคิดว่าบังเอิญเจอกันจริงดิ"

"ก็.....ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเอง"

โอเค ไอ้คีย์คนนี้ขอเบ้ปากอีกรอบ

"น้องตุลย์ก็ได้เจอกับพ่อเขาเเล้ว มึงจะเอาไงต่อ จะบอกน้องตุลย์ไหมว่าคุณลมอะไรเนี่ยของมึง เป็นพ่อของแก"

"เราคิดว่า เอาไว้ถ้าน้องตุลย์ถามถึงพ่อเขาอีกครั้ง ถึงตอนนั้นเราจะคิดดูอีกที"

"เเล้วกับคุณลมล่ะ มึงจะบอกเขาไหมว่าน้องตุลย์เป็นลูกเขา"

"คีย์ว่าเราควรทำไงดี"

"ถ้าถามกู กูก็คงเเนะนำให้มึงบอก เพราะกูคิดว่าคุณลมของมึงก็น่าจะรู้เรื่องนี้เเล้ว"

"เเต่จู่ๆจะให้เดินเข้าไปบอกเขา มันจะไม่ดูแปลกๆไปหน่อยเหรอ"

"งั้นเอางี้ ถ้าเขาถามมึงก็บอก เขาไม่ถามก็ไม่ต้องบอก เป็นไง?"

"เราก็คิดเเบบนั้น"  ถึงจะบอกเพื่อนไปแบบนั้นเเต่สีหน้าของนาทีก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ยังคงมีความกังวลปรากฏเด่นชัดอยู่บนใบหน้า

นาทีไม่ได้คิดจะปิดบังเรื่องลูกชายกับคนเป็นพ่อ นาทีไม่ได้เป็นคนใจร้ายขนาดนั้น คุณลมมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ถ้าเขาอยากที่จะรู้ เเต่ถ้ารู้เเล้วเเละคิดจะมาเเย่งน้องตุลย์ไป นาทีเองก็ไม่ยอมเช่นกัน ส่วนคุณลมจะคิดเห็นอย่างไรอันนี้ก็สุดเเล้วเเต่เขา

นาทีไม่ได้ต้องการเรียกร้องให้อีกฝ่ายมารับผิดชอบอะไรเขากับลูกอยู่เเล้ว ส่วนเรื่องน้องตุลย์ถ้าอีกฝ่ายต้องการบอกให้น้องตุลย์รู้ว่าตัวเองมีฐานะเป็นพ่อ นาทีก็ไม่ขัดอะไร เพราะนาทีรู้ว่าลึกๆภายในใจเเล้วน้องตุลย์เองก็อยากมีพ่อเหมือนกับคนอื่นๆ เเต่ถ้าคุณลมไม่อยากเป็นพ่อ อยากให้น้องตุลย์รู้จักเขาเเค่ฐานะลุงเท่านั้น เขาก็เข้าใจ ต่อไปถ้าน้องตุลย์ถามถึงพ่ออีกครั้งเขาก็เเค่ตอบกลับไปเหมือนเดิมว่า 'น้องตุลย์มีป๊านะครับ เเต่ป๊าของน้องตุลย์ไม่อยู่เเล้ว'

"เอาน่ามึง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดดิว่ะ เตรียมตัวรับมือกับมันดีกว่า อย่ามัวเเต่ทำหน้าเเมวเศร้า"

"นั่นสินะ เดี๋ยวต้องไปรับน้องตุลย์อีก"

"เออ ทำหน้าสดชื่นๆไว้มึง เดี๋ยวหลานกูจะเศร้าไปด้วย ถ้าเห็นหน้าหงอยๆของหม่าม้าตัวเอง"


กริ๊ง! กริ๊ง!

" keyword ca'fe  ยินดีต้อนรับครั...... เหอะ"

รอยยิ้มเลือนหายไปจากใบหน้าของคีย์ทันทีเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาภายในร้าน หลายวันมานี้เขาเจอคุณคนนี้มาสั่งกาเเฟที่ร้านตลอด เเละทุกครั้งที่มาจะมายืนทำหน้านิ่งๆ เเละสั่งกาเเฟเอาเเต่ใจมาก เพราะคนชงกาแฟต้องเป็นนาทีเพื่อนเขาเท่านั้น ครั้นพอเขาบอกว่าให้คนอื่นชงอาจจะอร่อยกว่า ก็ได้รับคำพูดเดิมๆคือคำว่า อยากย้ายร้านเหรอครับ เหอะ! เห็นคนอื่นไม่มีที่ไปหรือไงวะ เกลียดจริงๆคนเเบบนี้ เเต่จะว่าไปเขาก็ไม่อยากจะร้านจริงๆนั้นเเหละ กว่าร้านจะอยู่ตัวเเบบนี้มันสาหัสพอตัวเลยนะ จะให้ไปเริ่มใหม่ก็กระไรอยู่ เเค่ให้ไอ้ทีชงกาเเฟ คงไม่เป็นไรหรอก เเต่ความหมั่นไส้ต่อคนตรงหน้าก็อีกเรื่องหนึ่ง

"ไอ้ที ลูกค้ามึงมา มารับออเดอร์ด้วย" คีย์บอกเพื่อนที่ยืนอยู่หลังตู้เค้ก จากนั้นตัวเองก็สะบัดหน้าใส่คนที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ปกติเขาไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีเเบบนี้หรอกนะ เเต่คนคนนี้กรณียกเว้น

นาทีเงยหน้าจากตู้เค้ก มองไปยังคนที่ยืนหน้าเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ส่งยิ้มกว้างให้ทันที ก่อนจะรีบเดินมารับออร์เดอร์

"บ่ายๆเเบบนี้รับอะไรดีครับคุณกร"

น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามลูกค้าของตัวเอง ตั้งเเต่วันที่เขาไปส่งกาแฟวันนั้น หลังจากนั้นทุกๆวันคุณกรจะลงมาสั่งกาแฟที่ร้านให้บอสเขาตลอด โดยที่เน้นย้ำว่าคนที่ชงกาเเฟให้บอสของเขาต้องเป็นนาทีเท่านั้น นาทีคิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนที่ชงกาเเฟอร่อยสักเท่าไหร่ เเต่ไม่รู้ทำไมบอสของคุณลมถึงได้ติดใจนัก นาทีเคยลองชงให้คีย์ดื่มอยู่ครั้งนึง เพราะคีย์สงสัยว่ามันอร่อยขนาดไหน บอสใหญ่ถึงได้ติดใจขนาดนั้น พอได้ลองชิม คีย์ก็วางเเก้วเเทบจะทันที นาทีเองก็ลองชิมบ้าง อืมมมม มันก็เเย่จริงๆนั้นเเหละถ้าเทียบกับเเก้วอื่นๆภายในร้าน

"ขอกาเเฟเหมือนเดิมอีกเเก้วครับคุณนาที"

"หืม วันนี้ดื่มทั้งเช้า บ่าย เลยเหรอครับ"

"พอดีวันนี้บอสหงุดหงิดนิดหน่อยหน่ะครับ เลยอยากได้กาแฟไปย้อมใจ"

"อ่อครับ ถ้าอย่างนั้นคุณกรรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมชงให้"

"คุณนาทีครับ ผมรบกวนอะไรหน่อยได้ไหมครับ" จากที่เงียบอยู่สักครู่ อยู่ๆเลขาหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมา

"ครับ?"

"คือผมรบกวนคุณนาทีขึ้นไปส่งกาแฟให้บอสหน่อยได้ไหมครับ พอดีว่าผมมีธุระต้องรีบไปทำต่อ"

"อ่อ ได้เลยครับ " นาทีตอบรับด้วยความใจดี

"ขอบคุณมากครับ คุณนาทีเข้าไปส่งในห้องบอสได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมบอกเลขาหน้าห้องไว้ให้"

"ครับ"

กรจัดการจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยก็รีบเดินออกจากร้านกาแฟทันที จริงๆเเล้วกรไม่ได้มีธุระด่วนที่ไหน เขาเพียงเเค่คิดว่าถ้าบอสได้เจอหน้าคุณนาทีในเวลานี้ พายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่รอบๆตัวบอสในเวลานี้อาจจะเบาบางลงบ้างสักนิดก็ยังดี

ฝากบอสผมด้วยนะครับคุณนาที.....



.................................................................


ภายในห้องทำงานใหญ่ชั้นบนสุดของบอสหนุ่ม ตอนนี้ลมกำลังนั่งใช้มือกุมขมับของตัวเองอย่างเคร่งเครียด การประชุมวันนี้มีปัญหาเยอะพอสมควร มันทำให้เขาทั้งหงุดหงิดเเละปวดหัว

เขาได้คำเขาสั่งจากคนเป็นพ่อให้มาดูเเลเเละเเก้ปัญหาของบริษัทนี้ที่เป็นบริษัทในเครือของครอบครัวเขา ที่มีปัญหาการฉ้อโกงจากบอร์ดบริหารชุดเก่า จนเเทบจะพังอยู่รอมร่อ

ตั้งเเต่กลับมาเหยียบเเผ่นดินไทย เเละเดินเข้ามาภายในบริษัท ลมก็มีปัญหาต่างๆให้คอยตามเเก้ ตามเช็ดไม่เว้นวัน เเต่จะทำยังไงได้ในเมื่อเขาเต็มใจที่จะกลับมาเอง เเละที่พ่อยอมให้เขากลับมาเพราะคิดว่าเขาเข้มเเข็งเเละดูเเลตัวเองได้เเล้ว เเละเหตุผลอีกอย่างคือ อยากให้ลูกชายตัวเองกลับมาตามหาหัวใจของตัวเองเสียที หลังจากที่ลูกชายของเขาในทุกวันนี้เหมือนมีเเต่ตัว เเต่ไร้ซึ่งหัวใจ


ด้านนอกห้อง

"คุณกรให้ผมเอากาเเฟมาส่งให้คุณบอสครับ"

"คุณนาที!"

นาทีมีสีหน้าสงสัยทันที เมื่อชายหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ เรียกชื่อเขาพร้อมกับสีหน้าดีใจ ซึ่งนาทีมั่นใจว่าเขาไม่เคยเจอคนคนนี้มาก่อน

"รู้จักผมด้วยเหรอครับ"

"เอ่อ พอดีพี่กร โทรฯมาเเจ้งไว้ครับ ว่าจะมีคนมาส่งกาเเฟให้บอส"

"อ้อ" นาทีรับคำโดยที่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรต่อ

"คุณนาทีเปิดประตูเข้าไปได้เลยครับ บอสกำลังรออยู่ครับ"

"ครับ"

"ไม่ต้องเคาะครับ ไม่ต้องเคาะ เปิดเข้าไปได้เลยครับ"

มือที่กำลังยกเพื่อเคาะประตู ชะงักลง นาทีหันกลับไปมองยังคนพูดด้วยความสงสัย

"เเหะๆ เปิดเข้าไปได้เลยครับ เปิดเลย"

นาทีพยักหน้ารับคำ ถึงเขาจะสงสัยเเต่ก็ไม่อยากถามออกไป เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเเละเดินเข้าไปภายในห้อง

"ทำไมไม่เคาะประตู!" น้ำเสียงดุๆที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดของคนที่อยู่ภายในห้องดังขึ้น ลมยังคงก้มหน้าอ่านเอกสารตรงหน้า ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองคนที่เดินเข้ามาเเม้เเต่น้อย

"ขอโทษครับ คือ คุณคนด้านหน้าห้องบอกให้ผมเปิดเข้ามาได้เล....."

"ที!"

"คุณลม!"

ต่างคนต่างเรียกชื่อของกันเเละกันด้วยความตกใจ นาทีตกใจเพราะไม่คิดว่าคนเป็นบอสที่ใครๆต่างกลัวจะเป็นลม ส่วนลมตกใจก็เพราะไม่คิดว่านาทีจะเป็นคนมาส่งกาเเฟให้เขาเอง เเถมเมื่อกี้เขายังเผลอหงุดหงิดใส่อีกฝ่ายด้วย 

"ขะ ขอโทษครับ" เงียบกันอยู่ครู่นึง ก็เป็นนาทีที่เอ่ยออกมาก่อนเพื่อทำลายความเงียบ "ผมเอากาเเฟมาส่งครับ"

นาทีเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของลม วางเเก้วกาเเฟที่ถืออยู่ในมือไว้บนโต๊ะของลมเบาๆ

"ผมขอตัวนะครับ" นาทีโค้งตัวลาลม หันหลังกลับเพื่อจะเดินออกจากห้อง

ฟึบ!

ก้าวเท้าได้เเค่สองก้าว ข้อมือของนาทีก็โดนฝ่ามือหนาของลมจับเอาไว้ นาทีหันกลับมามองตามเเรงดึง ก้มมองข้อมือของตัวเองที่โดนอีกคนจับไว้เเน่น

"กรุณาปล่อยด้วยครับ" นาทีบิดข้อมือตัวให้หลุดพ้นจากการจับกุมของลม

"ขอโทษ" ลมปล่อยข้อมือจากนาทีอย่างเสียดาย "อยู่คุยกันหน่อยได้ไหม"

"ตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะคุยครับ ขอตัวนะครับ" ว่าจบนาทีก็เดินตรงไปยังประตูอย่างรวดเร็ว นาทีรีบก้าวเร็วๆหวังเพียงเพื่อจะออกไปจากห้องนี้ให้เร็วสุด  ตอนนี้เขาไม่พร้อมที่จะคุยกับคุณลมจริงๆ มันอาจจะดูงี่เง่าไปสักหน่อย เเต่เขาขอเวลาทำใจอีกสักนิด อีกเเค่นิดเดียวจริงๆ

"พี่คิดถึงทีนะ"

มือที่กำลังเอื้อมเปิดประตูชะงักลง ใจของนาทีกระตุกวูบกับคำว่าคิดถึงที่อีกฝ่ายพูดออกมา


คิดถึงเหรอ.....


มันก็ฟังดู........ปวดใจดี


นาทีพยายามกลั้นน้ำตาของตัวเองอย่างสุดความสามารถ เอื้อมมือกระชากประตูให้เปิดออกอย่างเเรง เขาเดินผ่านคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าห้องอย่างรวดเร็ว โดยลืมมารยาทการกล่าวลาไปเสียสนิท เขาไม่ได้ตั้งใจจะไร้มารยาท เพียงเเต่ตอนนี้เขาอยากหนีไปจากที่ตรงนี้ให้เร็วที่สุดก็เท่านั้นเอง ......



........................................................


"คีย์ เราขอออกไปรับน้องตุลย์ก่อนนะ สายเเล้ว"

"มึงจะไปไงวะ ให้กูไปด้วยป้าว ฝนจะตกเเล้วเนี่ย"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราโบกเเท็กซี่ไปเอง คีย์รอขนมที่กำลังอบอยู่ในเตาเถอะ โรงเรียนน้องตุลย์อยู่ใกล้เเค่นี้เอง"

"เอางั้นเหรอ"

"อื้ม ตามนั้นเเหละ"

"เออๆๆ ตามใจมึง ไปดีมาดี อย่าให้หลานกูโดนฝนละ เดี๋ยวไม่สบาย"

"ทราบเเล้วครับ ทราบเเล้วๆ"

นาทีส่ายหน้าน้อยๆให้กับความเห่อหลานของคีย์ นาทีเดินไปหยิบร่มใส่กระเป๋าไว้ จากนั้นก็เดินไปยังป้ายรถเมล์หน้าตึกเพื่อโบกเเท็กซี่ไปรับน้องตุลย์ที่โรงเรียน

ปี๊บ! ปี๊บ!

นาทีสะดุ้งตกใจกับเสียงเเตรจนเกือบทำโทรศัพท์ที่ถืออยู่ในมือหล่นลงถนน  นาทีมองรถคันหรูสีดำที่จอดอยู่ตรงหน้าอย่าง งงๆ เเต่ความงงก็อยู่กับเจ้าตัวไม่นาน เมื่อคนในรถเลื่อนกระจกลงมา

คุณลม!

"ขึ้นรถครับ"

".................."

"เร็วๆครับ รถข้างหลังรออยู่นะ"

".................."

ปี๊บ! ปี๊บ! ปี๊บ!

รถคันหลังบีบเเตรรัวๆ คนรอบๆข้างๆก็หันมามองนาทีเป็นตาเดียว จากตอนเเรกที่กำลังลังเล นาทีกลับต้องจำใจเดินไปเปิดประตูรถของลมด้วยความขัดใจ ฝ่ายลมก็ยิ้มหน้าบานที่อีกคนยอมนั่งรถของตัวเอง

"จะไปรับลูกใช่ไหมครับ"

"ครับ"  ตอบลมเสร็จนาทีก็หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่เเม้เเต่จะหันไปมองคนขับสักนิด

"น้องตุลย์"

"............"

"เขาเป็นลูกของพี่ใช่ไหม"

"คุณลมคิดว่าไงล่ะครับ" เเม้เขาจะบอกกับคีย์ว่าถ้าคุณลมถามถึงน้องตุลย์เขาจะบอกเเต่โดยดี เเต่ตอนนี้นาทีขอตอบเเบบอ้อมโลกหน่อยเถอะ รู้สึกหมั่นไส้คนข้างๆเเบบบอกไม่ถูก

"พี่คิดว่า.........เขาเป็นลูกของพี่ ลูกของเรา"

คำว่าลูกของเรา สะกิดให้ใจนาทีกระตุกอีกครั้ง วันนี้ใจเขากระตุกวูบไปกี่ครั้งเเล้วนะ ถ้าเป็นโรคหัวใจป่านนี้อาการเขาคงกำเริบไปเเล้ว

"มั่นใจจังนะครับ"

"ก็เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ครับ"

"อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์เหลือไว้ทำไมละครับ"

"เหลือไว้รอให้เเม่ของลูกมาเติมเต็มให้ครบร้อยครับ"

"ก็อย่างที่คุณคิดเเหละครับ น้องตุลย์เป็นลูกชายของคุณ หรือคุณอยากตรวจดีเอ็นเอก็ได้นะครับ"

"ไม่จำเป็นครับ"

"ครับ"


"คิดถึงจังครับ" เป็นอีกครั้งที่ลมพูดคำว่าคิดถึงออกมา

สิ้นคำของลมที่เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งรถก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง ตอนนี้มีเเค่เสียงฝนโปรยปรายตกกระทบรถเท่านั้น ที่ทำให้รถไม่เงียบจนเกินไป

นาทีหันกลับไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้ง พยายามที่จะไม่สนใจกับคำคิดถึงของลม ส่วนลมก็มองตรงไปยังข้างหน้า ตั้งใจขับรถต่อไปลมกำลังรู้สึกดีใจที่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้พูดคำว่าคิดถึงให้อีกคนฟังเเล้ว คิดถึง คือคำที่ลมอยากจะพูดให้นาทีรู้มาตลอดตั้งเเต่เจอกัน 


เอี๊ยด!

ใช้เวลาไม่นานรถยนต์สีดำคันหรูของลมก็มาจอดบริเวณหน้าโรงเรียนของเด็กชายตุลย์

"เดี๋ยวก่อน คุณรู้ได้ไงว่าลูกผมเรียนอยู่ที่นี่"  ในคราเเรกนาทียังไม่ทันฉุกคิด ว่าทำไมลมจึงไม่ถามถึงเส้นทางมาโรงเรียนของน้องตุลย์เลย เเต่มาตอนนี้เขาฉุกคิดได้เเล้ว ว่าเรื่องนี้มันน่าสงสัย

"เรื่องของลูกเมีย ก็ต้องใส่ใจหน่อยสิครับ"

"คุณลม!" นาทีเรียกชื่ออีกคนเสียงดัง เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นเเรงของตัวเองยามที่ได้ยินลมพูดคำว่าลูกเมียออกมาหน้าตาเฉย ให้ตายเถอะพูดได้เต็มปากเต็มคำไม่อายบ้างเลย

"อย่าเพิ่งโกรธครับ เดี๋ยวพี่ลงไปรับลูกเองฝนตกเเล้ว เรารออยู่ในรถนี่เเหละ"

"แต่......."

"ไม่มีเเต่ครับ เดี๋ยวตอนเข้าไปรับลูกพี่จะโทรมาหาเรา ให้เรายืนยันกับคุณครู ดังนั้น พี่ขอเบอร์โทรศัพท์ของทีด้วยครับ"

"ผมไปเองดีกว่าครับ"

"นาทีครับ ไม่ดื้อกับพี่ลมนะ" น้ำเสียงอ่อนโยนของลมที่พูดออกมา ทำให้นาทีไม่อยากที่จะดื้อรั้นต่อ เพราะเขากลัวใจตัวเองเหลือเกิน ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ เขาก็เเพ้ผู้ชายคนนี้ตลอดเลย น่าเจ็บใจชะมัด

นาทีกลั้นใจให้เบอร์โทรศัพท์ของตัวเองกับลมไป อีกฝ่ายเมื่อได้เบอร์เขาเเล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ วิ่งกางร่มเข้าไปภายในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว


"หม่าม้าาาาาาาาา~~ สวัสดีครับ"

ใช้เวลาไม่นานคุณลมก็กลับมาพร้อมน้องตุลย์ เมื่อเด็กชายตุลย์เห็นคนเป็นเเม่นั่งรออยู่ภายในรถ ก็เรียกเสียงออดอ้อนพร้อมกับกอดหม่าม้าทันที

"เป็นยังไงบ้างครับคนเก่ง วันนี้เรียนสนุกไหม ฟอด ฟอด"

"สนุกครับ วันนี้ตูนตูนได้ปั้นดินน้ำมันรูปคุณเเรบบิทด้วยนะหม่าม้า"

"เหรอครับ เเล้วน้องตุลย์ปั้นได้ไหมครับ"

"ได้ซีหม่าม้า คุณคูชมตูนตูนด้วยนะ ว่าตูนตูนปั้นเก่งมากเยย"  เด็กชายตุลย์บอกเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจกับการปั้นกระต่ายของตัวเองมากๆ

"เก่งจริงๆเลย ตัวเเค่นี้ วันหลังปั้นให้หม่าม้าดูได้ไหมครับ"

"ได้เเน่นอนอยู่เเล้ว"

ยิ่งได้ฟังคำชมของคนเป็นเเม่ หนุ่มน้อยก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก คิดว่าจะต้องปั้นคุณเเรบบิทตัวโตๆให้หม่าม้าสักหนึ่งตัว อืมอืม เอาเป็นคุณเเรบบิทสีม่วงดีไหมนะ

"ลุงลมขอดูด้วยได้ไหมครับ ว่าน้องตุลย์ปั้นเก่งเเค่ไหน" ลมที่นั่งเงียบมองดูสองเเม่ลูกคุยกันอยู่นานถามขึ้น

"ได้อยู่เเล้ว ตูนตูนจะปั้นให้ลุงลมด้วย ได้ม่ายหม่าม้า" เด็กชายตุลย์ละจากความคิดของตัวเองมาตอบคำถามของคนเป็นลุงเเทน

"หม่าม้าเเล้วเเต่น้องตุลย์เลยครับ"

"เย่ๆ ลุงลมรอน่า เดี๋ยวตูนตูนปั้นให้น้าาาา~"

"ครับ ลุงจะรอนะ เเต่ตอนนี้น้องตุลย์ต้องนั่งดีๆก่อนนะครับ ลุงลมจะออกรถเเล้ว ถ้านั่งไม่ดีอาจจะเจ็บตัวได้นะ"

"คับ"

เด็กชายตุลย์ขยับท่าทางนั่งลงบนตักของคนเป็นเเม่นิ่งๆ ให้คนเป็นเเม่โอบกอดไว้ เนื่องจากรถคันนี้ยังไม่มีคาร์ซีท นาทีจึงให้ลูกมานั่งด้วยกัน

"พรุ่งนี้พี่จะไปซื้อคาร์ซีทมาติดรถไว้"

"จะซื้อทำไมครับ"

"ก็เผื่อน้องตุลย์ต้องนั่งรถอีก"

"ไม่เเล้วครับ ผมขอรบกวนเเค่วันนี้ก็พอครับ"

"อืมม ต้องซื้อเเบบไหนดีนะ สงสัยต้องให้กรช่วยดู" ลมทำเมินไม่สนใจคำพูดของนาที พูดคุยอยู่กับตัวเองถึงการซื้อคาร์ซีท นาทีที่เห็นเช่นนั้นก็ได้เเต่ถอนหายใจ ผู้ชายคนนี้ดื้อไม่เปลี่ยนเลย

ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็กลับมาถึงบริษัทของลมที่มีร้านกาเเฟของคีย์อยู่ชั้นล่างอย่างปลอดภัย ลมเข้ามาจอดรถบริเวณชั้นจอดรถด้านบน ไม่อยากให้นาทีกับน้องตุลย์ลงหน้าบริษัท เพราะไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องโดนฝน เมื่อกี้เขากับน้องตุลย์ก็โดนละอองฝนกันมาคนละนิดคนละหน่อยเเล้ว

เเละในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น

"ฮัดชิ้ว!" "ฮัดชิ้ว!"

เสียงจามดังขึ้นพร้อมกันสองเสียง เรียกให้นาทีต้องหันกลับไปมอง ชายหนุ่มสองคนที่กำลังจูงมือกันอยู่ เมื่อเห็นเขาหันไปมองก็ส่งยิ้มกว้างมาให้เขาทั้งคู่ พร้อมกับยกมือขึ้นขยี้จมูกพร้อมๆกัน

นาทีถอนหายใจให้กับภาพตรงหน้า เเต่ภายในใจก็อดที่จะขำไม่ได้


พ่อกับลูกเหมือนกันไม่มีผิด............





.......................................................

TBC.

ได้บอกคิดถึงเเล้ว

ได้เบอร์โทรศัพท์น้องเเล้ว

ได้จามพร้อมลูกเเล้ว

ต่อไปได้อะไรอีกดี พี่ลม.......

ขอให้สนุกในการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Pe_no

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 374
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
สนุกมากค่ะ :mew2:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-10-2021 21:03:01 โดย Pe_no »

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
6
ลุงลม...หม่าม้าตอนดุน่ากลัวนะ

บรรยากาศของร้าน Keyword ca'fe วันนี้ ดูจะวุ่นวายเเละไม่สงบสุขเหมือนดังเช่นทุกๆวันที่ผ่านมา เเละสิ่งที่ทำลายความสงบก็คือ ภาพของสองเพื่อนสนิทที่กำลังถกเถียงกันเสียงดังอย่างที่ไม่มีใครยอมใครอยู่ในขณะนี้

นาทีที่ปกติจะใจเย็น สบายๆอะไรก็ได้ กลับดื้อดึงไม่มีทีท่าว่าจะยอมง่ายๆ ส่วนคีย์ก็ดื้อดึงพยายามอ้อนวอนนาทีให้ยอมรับข้อเสนอของตัวเองทุกวิถีทาง เปอร์กับวุ้นที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าก็ได้เเต่ส่ายหัวให้กับการเถียงกันของคนทั้งคู่ ก่อนจะเเยกย้ายกันไปเตรียมเปิดร้าน เพราะถ้ารอให้ทั้งสองคนเถียงกันเสร็จดูท่าวันนี้คงไม่ได้เปิดร้านเเน่ๆ 

"ไม่!"

"ไอ้ที เพื่อนร๊ากกกกกกก มึงช่วยกูหน่อยนะ กูไหว้ละ มึงงงงงงงงง"

"ไม่ คีย์ทำอะไรไม่ปรึกษาเราเลย"

"มึงจะให้กูเอาเวลาที่ไหนไปปรึกษามึ๊ง ไอ้หน้านิ่งนั่นขู่กูเอาๆ เเม่ง! คิดเเล้วอยากกระโดดกัดคอสักที"

คีย์นึกย้อนถึงเหตุกาณ์เมื่อตอนเช้าที่เขาเข้ามาเปิดร้าน เเล้วชวนให้หงุดหงิดเป็นบ้า ในตอนที่เขากำลังไขกุญเเจเข้าร้าน จู่ๆก็มีเงาตะคุ่มๆมายืนซ้อนด้านหลัง เมื่อหันไปมองก็เจอกับลูกค้าหน้านิ่งที่เพิ่งจะมาเป็นขาประจำของร้านเขาได้ไม่นาน มายืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ตรงหน้า

จากนั้นก็ไม่รอช้า พ่อหนุ่มหน้านิ่งเริ่มพรรณนาสิ่งที่ต้องการมายาวเหยียด เเต่คีย์จับใจความได้เเค่ว่า บอสของคุณหน้านิ่งต้องการให้นาทีขึ้นไปส่งกาเเฟทุกวันในตอนเช้า โดยที่เน้นย้ำว่าต้องเป็นนาทีคนเดียวเท่านั้น ครั้นพอเขาเอ่ยปากคัดค้าน ก็โดนคำขู่ยกเลิกสัญญาร้านกลับมา เออ! ขู่มันเข้าไป ขู่ได้ขู่ดี ตอนนี้ขู่ได้ขู่ไป อย่าให้ถึงทีไอ้คีย์คนนี้บ้างนะ พ่อจะจัดหนักจัดเต็มเลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเเค้น ไอ้คีย์คนนี้กำหมัดรอเเล้ว

"คีย์รู้หรือเปล่าว่าบอสของคุณกรคือใคร"

"ก็เพราะกูรู้ไง กูเลยยอมตกลง ถ้าเป็นตาเเเก่เฒ่าหัวงูกูก็ไม่ยอมส่งเพื่อนรักไปสังเวยหรอก มึงกับเขาก็เจอกันทุกวันอยู่เเล้ว มึงน่าจะชินเเล้วมั้ง อีกอย่างกูมั่นใจว่ามึงเอาอยู่เเน่นอน นะนาทีเพื่อนรัก มึงเสียสละเสี้ยวเวลาของชีวิตเพื่อหมาน้อยเเบบกูหน่อยนะ อนาคตของร้านเลยนะมึง ไหนจะเปอร์กับวุ้นอีก กว่ากูจะยืนหยัดได้จนถึงวันนี้มึงก็รู้ ว่ามันลำบากตรากตรำแค่ไหน เหนื่อยเเละท้อ หมดเเรงสู้เดินมาตั้งเท่าไหร่ ...."

"ก็ได้ๆ เรายอมเเล้วๆ ไม่เห็นต้องดึงดราม่าหนักเลย"

"จริงเหรอเพื่อนนาที มึงยอมไปส่งกาเเฟเเล้วใช่ป้ะ อร๊าย เพื่อนคีย์รักเพื่อนทีที่สุด....... จะว่าก็ว่านะ ไม่อยากจะเชื่อว่ามึงได้ผัวรวยชิบหาย"

"คีตกานต์ รชณกร!" นาทีเรียกชื่อเพื่อนรักเต็มยศ เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่ค่อยจรรโลงใจจากคนเป็นเพื่อน

"นรธิป ปิญชาน์ ใจเย็นก่อน"

"ก็ดูคีย์พูดสิ"

"เออ กูผิดเองที่พูดจาไม่ทันคิดให้ดีซะก่อน" คีย์ยกมือสองข้างขึ้นมาเป็นการยอมเเพ้ นาทีที่เห็นว่าเพื่อนเหมือนจะสำนึกเเล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ เเต่ประโยคถัดมาของคีย์ มันทำให้เขาอยากจะจับเจ้าตัวเข้าเตาอบให้รู้เเล้วรู้รอด "ยังไม่ใช่ผัวนี่นะ ยังเป็นเเค่ว่าที่ผัวอยู่เลย"

"คีย์!"

"ไปละจ้า" ว่าจบคีย์ก็รีบวิ่งออกไปหน้าร้านทันที ทิ้งให้นาทียืนกระฟัดกระเฟียดด้วยความขัดใจอยู่หน้าเตาอบขนมเพียงลำพัง

ฝากไว้ก่อนเถอะคีตกานต์............



..................................................................


"คุณนาที สวัสดีครับ"

"เอ่อ ครับ สวัสดีครับ" นาทีกล่าวรับคำด้วยความประหม่าเล็กน้อย เขาจำหนุ่มร่างโปร่งผิวขาวคนนี้ได้ เพราะเคยเจอกันเมื่อวันก่อน เเต่ครั้งนั้นไม่มีโอกาสได้ถามชื่อ พอได้ยินอีกคนเรียกชื่อเขาเเล้ว มันชวนให้รู้สึกผิดอย่างไรชอบกลที่เขาไม่รู้จักชื่ออีกฝ่าย

"คราวก่อนเจอกันผมยังไม่ทันได้เเนะนำตัว ผมชื่อขุนพลครับ คุณนาทีจะเรียกผมว่าขุนเฉยๆก็ได้นะครับ ผมเป็นเลขาคนสนิทมือซ้ายของบอสครับ"

"มือซ้าย?"

"ฮ่าๆ ครับ ผมเป็นมือซ้ายของบอสครับ ส่วนคุณกรที่คุณนาทีเจอบ่อยๆคนนั้นคือมือขวาบอสครับ"

ครั้นพอได้ยินคำตอบจากคนตรงหน้า อยู่ๆคำพูดของพี่บัวที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งก่อนก็ผุดขึ้นมาในทันที สรุปเเล้วที่พี่บัวพูดคือเรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย มีทั้งมือซ้ายมือขวาเเบบนี้ คุณลมเป็นมาเฟียจอมโหดอย่างที่เขาล่ำลือกันจริงๆเหรอ

"อ่า เอ่อ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณขุน" นาทีรู้สึกฝืดๆคอจนพูดติดๆขัด เขายังมีลูกต้องดูเเลนะ ถึงคนร่างโปร่งตรงหน้าจะดูเป็นมิตรเเละนิสัยดี เเต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงหรอก ถ้าเกิดพูดขัดหูขึ้นมาเเล้วโดนยิงทิ้งทะเล เขาก็เเย่นะสิ

ฝ่ายคุณเลขามือซ้ายที่กำลังมองท่าทีของนาที ก็อมยิ้มเล็กน้อยเพราะพอจะเดาคำตอบที่ทำให้อีกฝ่ายเเสดงสีหน้าแปลกๆออกมาได้ สงสัยคงได้ยินข่าวลือแปลกๆจากคนในบริษัทมาสินะ

ถึงเเม้ว่าธุรกิจในครอบครัวของบอสจะมีทั้งสีขาวเเละสีเทา เเต่ไอ้ข่าวลือที่บอกว่าพวกเขาเป็นมาเฟียนั้นก็เกินจริงไปซะหน่อย ยิ่งไอ้ข่าวลือที่บอกว่าฆ่าคนอย่างเลือดเย็นไรนั่นอีก เฮ้อ! ขุนละปวดหัว ลือกันไปได้ยังไง ฆ่าคนนะเว้ยไม่ใช่ทุบหัวปลาหมอ ที่คิดจะฆ่าก็ฆ่าได้  เขาขอยืนยันอีกครั้งเลยว่าพวกเขาไม่ใช่มาเฟียใหญ่มาจากไหน ก็เเค่นักธุรกิจทั่วไปที่มีฐานอำนาจใหญ่เเละมั่นคง จนล้มได้ยากก็เท่านั้นเอง

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณนาที เเต่จริงๆเเล้วคุณนาทีเรียกผมว่าขุนเฉยๆก็ได้นะครับ เราอายุเท่ากัน"

"ผมไม่ค่อยสะดวกใจที่จะเรียกเเบบนั้นสักเท่าไหร่ อย่างไรเเล้วขอผมเรียกว่าคุณขุนเหมือนเดิมนะครับ"

"เอาเเบบนั้นก็ได้ครับ...... เชิญคุณนาทีด้านในเลยครับ ผมชวนคุยซะนานเลย ป่านนี้คนในห้องคงรอจนนั่งไม่ติดเเล้วครับ"

"ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ"


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! แอ๊ด!

"ผมเอากาแฟมาส่งครับ"

"ขอบคุณครับ" ลมเงยหน้าจากเอกสาร มาส่งยิ้มให้คนมาใหม่ภายในห้อง

นับตั้งเเต่วันที่ไปรับน้องตุลย์ด้วยกันครั้งเเรก จนถึงวันนี้ ก็ผ่านมาหลายวันเเล้ว เเละช่วงที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นลมเองที่ดื้อด้านมาดักรอนาทีเพื่อจะไปรับน้องตุลย์ด้วยกัน ถึงเเม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ เเต่ไม่เป็นไรหรอก เเค่นาทียอมให้เขาไปรับลูกด้วยกันก็เกินความคาดหมายเเล้ว ส่วนหน้าบึ้งๆของเเม่เเมว มองดูเพลินๆก็น่ารักไปอีกแบบ

การพูดคุยระหว่างนั่งรถไปรับลูกชาย ถึงเเม้ว่าเขาจะเป็นพูดคุยเสียส่วนใหญ่ เเต่สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้คือ นาทีไม่ได้พยายามทำตัวห่างเหินเขาเหมือนที่ผ่านมาเเล้ว

ถ้าให้กำเเพงของนาทีมีสิบชั้น ลมคาดว่าเขาน่าจะทำลายได้สักประมาณครึ่งชั้นเเล้ว เเม้มันจะดูน้อย เเต่มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับเขา

"ชอบใช้อำนาจในทางมิชอบเหรอครับ" นาทีอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกไป ก็ดูคุณลมสิ มีที่ไหนเอาความเป็นเจ้าของตึกมาขู่คีย์เพื่อให้เขาขึ้นมาส่งกาแฟให้ตัวเองทุกวัน มันน่าหยิกให้ช้ำจริงๆ

"เขาเรียกว่ารู้จักใช้อำนาจเป็นครับ"

"เหอะ" นาทียู่หน้าพร้อมส่งเสียงขึ้นจมูกให้คนตรงหน้าอย่างลืมตัว

"ทีทานข้าวเช้ายัง"

"ทานหรือไม่ทานก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับคุณลมนี่ครับ"

คำตอบของนาทีที่มาพร้อมสีหน้าเหวี่ยงนิดๆของเจ้าตัวทำให้ลมรู้สึกสะอึกอยู่ไม่น้อย จากหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ก็พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มฝืนๆเเทน นาทีที่เห็นใบหน้าของลมที่เปลี่ยนไปก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ เขาไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอารมณ์ต่อเนื่องจากบทสนทนาก่อนหน้า นาทีอยากจะเอ่ยขอโทษเเต่ปากเขาก็หนักเกินไป

"นั่นสินะ ทีชอบปวดท้อง พี่เเค่เป็นห่วง.......เเต่พี่หิวจังเลย ยังไม่ได้ทานข้าวเช้าเลยครับ" ลมพูดออกมาเบาๆ จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเอง

"เป็นห่วงเเต่คนอื่น"

"ทีพูดว่าอะไรนะครับ"

เพราะนาทีพูดกับตัวเองเบาๆ ทำให้ลมที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานได้ยินไม่ชัด จึงต้องถามย้ำอีกครั้ง

"เปล่าครับ" นาทีเลือกที่จะตอบปฏิเสธออกไป "ผมไปทำงานเเล้วนะครับ ไม่อยากทิ้งคีย์ไว้คนเดียว"

"ครับ วันนี้รอไปรับลูกพร้อมกันนะ"

นาทีไม่ตอบอะไรออกมา ทำเพียงเเค่พยักหน้ารับ โค้งตัวเป็นการบอกลา ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่นาทีเดินออกจากห้องไป ลมก็เอื้อมไปหยิบแก้วกาเเฟมาไว้ในมือ เเต่เเล้วก็ต้องชะงักเมื่อวันนี้นอกจากกาเเฟเเล้วยังมีสิ่งเเปลกปลอมตั้งเคียงข้างกาเเฟไว้ด้วย ตอนเเรกเขาไม่เห็นมันเพราะเเก้วกาเเฟกับเอกสารบังอยู่ เเต่ตอนนี้เขาเห็นมันเเล้ว 'แซนด์วิชทูน่า'

ลมหยิบเเซนด์วิชมาถือไว้ในมือ ตาก็จ้องมองมันเเทบไม่กระพริบ เเละเเล้วรอยยิ้มกว้างก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า ความรู้สึกหม่นๆก่อนหน้ามลายหายสิ้นไปในทันที

ก็น่ารักอย่างนี้ไง...........


สงสัยวันนี้คงอิ่มไปทั้งวันเเน่ๆ.......



.................................................................

"รับเถอะคีย์ คุณเจตเขาเป็นลูกค้าประจำกลุ่มเเรกๆของเราเลยนะ ถ้าทำตั้งเเต่ตอนนี้เราว่าน่าจะเสร็จทันนะ"

"เอางั้นเหรอวะ"

"อื้ม สงสารคุณเจต วันเกิดลูกสาวทั้งที"

"ก็ได้ ถ้ามึงตกลง กูก็ตกลง"

ว่าเสร็จคีย์ก็ขอตัวไปโทรฯหาคุณเจตที่เป็นลูกค้าประจำมาเนิ่นนาน ว่าออเดอร์เค้กเเบบเร่งด่วนสำหรับลูกสาวตัวน้อยที่คุณเจตสั่งมา พวกเขาจะรับทำให้


"ไอ้ที ถึงเวลาไปรับน้องตุลย์เเล้วนะเว้ย"

"จริงด้วย เราลืมดูเวลาไปเลย ทำไงดี เค้กยังไม่เสร็จเลย"  นาทีที่วุ่นวายอยู่กับการทำเค้กจนลืมเวลาละสายตาขึ้นมองนาฬิกาติดผนัง เเละก็จริงอย่างที่คีย์ว่า ถึงเวลาไปรับน้องตุลย์เเล้ว เเต่เค้กที่เขาต้องรีบทำก็ยังไม่เสร็จ

"กูก็ไปไม่ได้ด้วย เอางี้ดิ! ไหนๆมึงก็ไปพร้อมคุณลมอยู่เเล้วหนิ วันนี้มึงก็ให้เขาไปรับน้องตุลย์คนเดียวสิ"

"เเต่..."

"ไม่ตงไม่เเต่เเล้ว โทรฯเลยๆ เขาจะได้เตรียมตัว โทรฯสิครับเพื่อนที ทำหน้าเเมวงงอีก ต้องทำเค้กต่อนะเว้ย อย่าลีลาๆ"

"รู้เเล้วๆ ไม่เห็นต้องเร่งเลย"

นาทียู่หน้าใส่คีย์ จากนั้นก็เดินไปล้างมือก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรฯออกหาใครบางคนที่เขาไม่อยากจะโทรฯไปหาสักนิด เฮ้อ! เอาวะ โทรฯก็โทรฯ

'พี่ลม'   โทรฯออก


ฝ่ายลมตอนนี้กำลังเร่งเคลียร์งานช่วงบ่ายยังเร่งรีบ เพราะบ่ายสองครึ่งเขามีนัดกับนาทีเพื่อจะไปรับน้องตุลย์ด้วยกัน

ครืด~ ครืด~ ครืด~

ลมละหน้าจากเอกสาร มองไปยังโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคิ้วของลมก็เลิกขึ้นด้วยความสงสัย  นาทีโทรฯหาเขาเหรอ นาทีโทรฯมาจริงๆใช่ไหม ไม่รอช้าลมรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับอย่างเร็วจี๋ พร้อมส่งเสียงทุ้มที่เจอปนความดีใจไปยังปลายสาย

"ครับ"

".............."

"ทีครับ"

".........."

"น้องที"

"ฮะ อื้ม อื้ม ฮัลโหล" ปลายสายส่งเสียงตอบรับเเบบติดขัดๆกลับมา "คือผมจะโทรฯมาบอกว่า วันนี้ฝากคุณลมไปรับน้องตุลย์หน่อยได้ไหมครับ พอดีผมรับออเดอร์ด่วนเข้ามา ไม่สามารถทิ้งตรงนี้ไปได้"

"อ่อ ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปรับลูกให้เอง ทีไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

"ขะ ขอบคุณครับ................" ปลายสายเงียบไปเเป๊บนึงก่อนจะพูดต่อว่า "อย่าขับรถเร็วนะครับ"

ตู๊ดๆๆๆๆ

เเละสายก็ตัดไป


ให้ตายเถอะทำไมเมียเขาน่ารักอย่างนี้วะ.......


รีบๆเคลียร์งานดีกว่าไปรับลูกช้าเดี๋ยวเมียด่าอีก......



................................................................


"สวัสดีค่ะคุณลม น้องตุลย์กำลังเล่นอยู่ที่สนามเด็กเล่นค่ะ ให้ดิฉันไปตามให้ไหมคะ"

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปรับเจ้าตัวเอง"

"ค่ะ"

ลมที่รู้ว่าตอนนี้ลูกชายของเขาอยู่ตรงไหนก็รีบเดินไปหาลูกชายทันที ทิ้งให้ครูสาวหัวใจเต้นโครมครามกับความหล่อกร้าวใจของตัวเอง


"หญ้าดูตูนตูนนะ เดี๋ยวตูนตูนไหลลงเยย"

"หญ้ารอรับ ตุลย์ลงมาเยย หญ้ารับ"

เสียงของลูกชายดังเเว่วๆมาให้ได้ยิน สายตาก็มองตรงไปยังลูกชาย ที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่บนสไลเดอร์ด้วยท่าทางค่อนข้างที่จะหมิ่นเหม่ว่าจะตกลงมา ถึงเเม้จะมีคุณครูคอยอยู่ดูเเลใกล้ๆ เเต่ตอนนี้ก็มีนักเรียนหลายคนจึงทำให้คุณครูไม่ทันสังเกตน้องตุลย์    ลมรีบก้าวเร็วๆไปหาลูกชายของตัวเองทันที

"ฮึบ หนึ่ง ฉอง โอ๊ะ!"

"ตุลย์!"

"ไงตัวเล็ก!"

"ลุงลม!"

"ตัวเเค่นี้ทำไมถึงซนจังเลยครับ"

ลมรู้สึกโล่งใจที่ตัวเองสามารถคว้าตัวเด็กชายตุลย์ได้ทันก่อนที่เด็กชายตุลย์จะตกลงมา ลมวางเด็กชายตุลย์ที่ตอนเเรกอยู่ในอ้อมกอดของเขาให้ยืนบนพื้นข้างๆกัน

"ขอบคุณครับลุงลม" เด็กชายตุลย์ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณลุงลมของเขาที่เข้ามาช่วยตัวเองไว้ ถ้าเกิดลุงลมมาไม่ทันเขาต้องเจ็บตัวจนร้องไห้ฮือๆเเล้วเเน่ๆ

"ขอโทษนะคะคุณพ่อ ที่ดิฉันไม่ทันได้ระวัง" คุณครูที่หันมาเห็นเหตุการณ์รีบเข้ามาขอโทษขอโพยลมเป็นการใหญ่

"ไม่เป็นครับ ผมเข้าใจ" ลมไม่อยากที่จะต่อว่าคุณครู เพราะเข้าใจว่าครูสองคน ที่คอยดูเเลเด็กวัยซนหลายๆคนไม่ใช่เรื่องง่าย คุณครูเองก็คงไม่อยากให้เหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้น

"ดิฉันขอโทษอีกครั้งนะคะ"

ลมทำเพียงเเค่พยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มให้คุณครูเท่านั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า การยิ้มมุมปากของเขาทำให้ใจของครูสาวเต้นระรัวขึ้นมา

"ลุงลมมารับครับ ไปครับกลับบ้านกัน" ลมนั่งชันเข่าเสมอเด็กชาย พร้อมกับยื่นมือไปปาดเหงื่อตรงขมับให้เด็กชายอย่างเเผ่วเบา "วันหลังจะเล่นอะไรต้องระวังด้วยนะครับ ตกลงมาละเจ็บเเย่เลย" ลมเอ่ยบอกเจ้าตัวเล็กในขณะที่กำลังเช็ดเหงื่อให้  เช็ดเหงื่อให้เสร็จก็ไม่ลืมที่จะตบท้ายด้วยการเคาะจมูกน้อยๆของเด็กชายตุลย์อีกสองสามที

"ไปครับ" ลมยืนขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือไปให้เด็กชายตุลย์จับไว้ มือน้อยๆของเด็กชายเอื้อมไปจับมือคุณลุงคนโปรดของเขาอย่างไม่อิดออด

"ตูนตูนกลับก่อนนะหญ้า บ๊ายบาย"

"บ๊ายบาย"

เมื่อบอกลาเพื่อนๆเเละคุณครูเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองคนก็เดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงเรียน เเละระหว่างที่เดินอยู่ ก็มีเสียงน้อยๆของเด็กชายตุลย์ดังขึ้นตลอดทาง

"ลุงลมวันนี้หม่าม้าม่ายมาด้วยเหรอคับ"

"ครับ วันนี้หม่าม้าไม่ว่าง เลยให้ลุงมารับน้องตุลย์เเทน"

"คับ"

"วันนี้เรียนเรียนเป็นไงบ้างครับ สนุกไหม"

"สนุกครับ วันนี้ตูนตูนได้พับจาหรวดด้วยคับ"

"โห วันหลัง สอนลุงพับด้วยได้ไหมครับ"

"ด้ายคับ จาหรวดของตูนตูน บินไกเยย    โอ๊ะ! รถไอติมละลุงลม" เด็กชายตุลย์ที่กำลังพูดจ้ออยู่ ชี้นิ้วน้อยๆไปทางรถไอศกรีมที่จอดอยู่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับเงยหน้าส่งสายตาปริบๆให้คุณลุงคนโปรด

"ถ้าหม่าม้ารู้จะโดนดุนะครับ"

"จริงด้วย" เมื่อคิดได้ว่าจะโดนหม่าม้าดุ เด็กชายตุลย์ก็ทำหน้าหงอย พร้อมหันไปมองรถไอติมตาละห้อย

ลมเมื่อเห็นสีหน้าหงอยๆกับสายตาละห้อยของลูกชายก็ทนใจเเข็งไม่ไหว

"เเต่ถ้ากินเเท่งเล็กๆหม่าม้าคงไม่ดุหรอกเนอะ ไปครับ ไปซื้อไอติมเเท่งเล็กๆกัน"

"หม่าม้าเวลาดุน่ากัวนะลุงลม" เด็กน้อยยังคงลังเลอยู่เล็กน้อย

"งั้นเรากินให้หมดตั้งเเต่อยู่ในรถดีไหมครับ เเค่นี้หม่าม้าก็ไม่รู้เเล้ว"

"จริงด้วย! ลุงลม ไปกินติมกานนนนน~~~"

เห็นท่าทางดีใจของลูกเเล้วก็พลอยให้เขารู้สึกดีไปด้วย หวังว่าถ้าคนเป็นเเม่มารู้ทีหลังจะไม่มาบีบคอเขาหรอกเนอะ ไอศกรีมเล็กๆเเท่งเดียวเอง



ใช้เวลาบนท้องถนนไม่นานสองพ่อลูกก็เดินทางมาถึงร้านกาเเฟที่คนเป็นเเม่ทำงานอยู่ เเละก่อนที่จะเปิดประตูเข้าร้านไป ลมก็คุกเข่าไปกระซิบกระซาบบางอย่างกับเด็กชายตุลย์

"ตัวเล็ก เดี๋ยวพอเปิดประตูร้านเข้าไป ตัวเล็ก #&$&&$*=&=&&=;"

"งืม งืม งืม " เด็กชายพยักหน้าน้อยๆระหว่างที่ฟังลมกระซิบ "โอเคเยยลุงลม"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปครับ ไปหาหม่าม้ากัน"

"คับ"

สองพ่อลูกจับมือกันเเน่น คนเป็นพ่อเอื้อมมือไปดันประตูให้เปิดออก ลูกชายตัวน้อยเดินนำเข้าร้านไปก่อน ตามด้วยคนเป็นพ่อ สองพ่อลูกยืนจับมือข้างๆกัน ส่งยิ้มกว้างให้คนเป็นเเม่ที่หันมามอง ยามได้ยินเสียงตะโกนของลูกชายตัวน้อย

"หม่าม้า เราสองคนกลับมาเเล้วค้าบบบบบบบ"




................................................................

TBC.

เดี๋ยวโดนหม่าม้าดุเเน่ๆ ทั้งพ่อทั้งลูกเลย 555

ขอให้สนุกในการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
7
ในวันที่ฝนฟ้าคะนอง

".....มาดูสภาพอากาศทางฝั่งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกันบ้างนะคะ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ทำให้บริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานครเเละปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง......."

"เฮ้อออออ!"

"หม่าม้าเป็นราย ถอนหายใจมัยคับ"

"ไม่มีอะไรครับ น้องตุลย์รีบทานข้าวเร็วครับ วันนี้ฝนตกด้วย เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายนะ" นาทีบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบหัวน้อยๆของลูกชายเบาๆ

"คับ" เด็กชายตุลย์ส่งยิ้มรับคำหม่าม้า กลับไปตั้งใจทานข้าวกับต้มจืดเเสนอร่อยของหม่าม้าต่อ อาหารฝีมือหม่าม้าอร่อยที่สุดเลย

นาทีอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทางน่ารักๆของลูกชาย ก่อนจะละสายตาจากลูกชายมองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้มีฝนเม็ดใหญ่กำลังกระหน่ำหล่นลงมาจากท้องฟ้าอย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่ได้ยินจากการรายงานพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาในโทรทัศน์เมื่อสักครู่ ไม่มีตรงไหนที่ผิดเพี้ยนจากการรายงานเลยสักนิด

เฮ้อ! นาทียังคงไม่คิดตก ว่าวันนี้เขาจะไปส่งลูกชายที่โรงเรียนอย่างไรดีให้ลูกชายเปียกน้อยที่สุด ลำพังเเค่สวมเสื้อกันฝนมันก็พอจะช่วยได้อยู่เเต่ก็ช่วยได้ไม่มากพอ ถ้าตอนนี้มีใครมาถามว่าเขาไม่ชอบฤดูอะไรที่สุด เขาสามารถตอบได้โดยไม่ลังเลเลยว่า เขาไม่ชอบฤดูฝนที่สุด เขามีเพียงมอเตอร์ไซค์มือสองคันเก่าไว้ใช้งาน การไม่มีรถยนต์ใช้ในช่วงหน้าฝนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอตัว ครั้นจะให้นั่งเเท็กซี่ตลอดเขาก็ไม่ไหว ลำพังเเค่ตัวนาทีเองขับรถฝ่าฝนไปทำงานไม่เท่าไหร่หรอก เเต่ลูกชายตัวน้อยที่นั่งทานข้าวเเก้มป่องอยู่นี่สิ.....

หม่าม้าจะพยายามกว่านี้เพื่อหนูนะ......


นาทีเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายอีกครั้ง เด็กชายตุลย์ที่กำลังเคี้ยวข้าวหนุบหนับ ส่งยิ้มให้คนเป็นหม่าม้าอย่างน่ารัก จากใจที่กำลังหม่นๆของนาที เพียงเเค่ได้รับรอยยิ้มจากลูกชายก็ทำให้หัวใจเขากลับมาพองฟูเเละมีกำลังใจสู้ต่อไปเเล้ว


ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!

ในระหว่างที่สองเเม่ลูกกำลังนั่งทานข้าวและพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน อยู่ๆเสียงกริ่งหน้าประตูรั้วก็ดังขึ้น นาทีขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย วันนี้เขาไม่ได้นัดใครไว้ อีกอย่างตอนนี้ก็ยังเช้าอยู่ ใครกันนะที่มาบ้านเขาในเวลาเช้าๆเเบบนี้

"คีย์เหรอ"  นาทีพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏออกมา นาทีคิดว่าคงเป็นคีย์ที่มาหาเขา เพราะมีหลายครั้งเวลาที่ฝนตกคีย์มักจะเเวะมารับเขากับลูกชายบ่อยๆ เหตุผลหลักๆเลยคือคุณอาคีย์เขากลัวหลานชายสุดที่รักจะไม่สบาย เมื่อคิดได้ดังนั้นคนเป็นเเม่ก็รีบลุกจากเก้าอี้ทันที

"น้องตุลย์ทานข้าวไปก่อนนะ เดี๋ยวหม่าม้าไปดูก่อนว่าใครมากดกริ่งหน้าบ้าน"

"คับ"


ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง!

"มาเเล้วครับ มาเเล้วครับ ใครครั..."

นาทีชะงักเท้าที่กำลังเดินอยู่ เมื่อมองเลยรั้วเตี้ยๆของบ้านตัวเอง ไปเจอกับหนุ่มร่างยักษ์ที่ยืนปักหลักอยู่หน้าบ้าน

"คุณลม"

"ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมครับ ฮัดชิ้ว!"

"คุณมาที่นี่ได้ยัง....."  ทีหยุดคำถามที่จะถามคนตรงหน้าลงเสียดื้อๆ เพราะถ้าคิดดูๆเเล้วก็คงไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไรที่อีกคนจะรู้ที่อยู่ของเขา ขนาดโรงเรียนลูกยังรู้ เวลาไปรับลูกชายก็รู้ ที่ทำงานของเขาคนตรงหน้าก็รู้ กับการที่จะสืบหาบ้านเขาคงไม่ยากเกินความสามารถของคุณลมหรอก

"ฮัดชิ้ว!"

นาทีที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเปิดประตูให้อีกคนเข้ามาดีไหม ก็รีบละทิ้งความลังเลออกไปทันทียามที่ได้ยินอีกคนจามขึ้นมาอีกครั้ง นาทีจึงรีบเดินไปเปิดประตูรั้วบ้านของตัวเองให้ลมเข้ามา เหตุผลที่เขารีบเปิดประตูให้ไม่ใช่ว่าเพราะเป็นห่วงกลัวอีกคนป่วยหรอกนะ เเต่เขารู้ว่าคุณลมดื้อดึงขนาดไหน เขาไม่อยากยืนเถียงกับอีกคนจนตัวเองโดนสายฝนให้เปียกปอนก็เท่านั้นเอง

"ลุงลม!"

เด็กชายตุลย์ร้องเรียกด้วยความตื่นเต้นดีใจ เมื่อเห็นว่าคุณลุงคนโปรดคนใหม่ของตัวเองเดินตามหลังหม่าม้าเข้ามาภายในบ้าน

"น้องตุลย์ ระวังครับ เดี๋ยวตกลงมาจะเจ็บนะครับ" เด็กชายตุลย์กลับมานั่งสงบเสงี่ยมอีกครั้ง เมื่อโดนคนเป็นเเม่ดุเบาๆ 

"ไงตัวเล็ก"

"ลุงลม ตูนตูนสวัสดีคับ" มือน้อยๆวางช้อนคุณหมีคู่โปรดลง ก่อนจะยกมือไหว้คุณลุงคนโปรดด้วยท่าทางที่น่าเอ็นดู

"สวัสดีครับ เช้านี้ลุงลมขอรบกวนด้วยนะครับ" เเม้ว่าคำพูดจะพูดกับลูกชาย เเต่สายตาของลมกลับมองไปยังคนเป็นเเม่แทน

"ได้เยย ลุงลมนั่ง นั่งเยย นั่งๆ"

ลมนั่งลงตามคำชวนของลูกชาย ที่นั่งของลมคือที่นั่งตรงข้ามกับนาที และมีเด็กชายตุลย์นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

"ลุงลม หิวม่าย กินข้าวกาน" เด็กชายตุลย์เเสดงความมีน้ำใจด้วยการชวนลุงลมของเขาทานข้าวด้วยกัน ก็หม่าม้าสอนเขาเรื่องความมีน้ำใจเเละการเเบ่งปันอยู่เสมอ เด็กชายตัวน้อยจึงคิดว่าการชวนลุงลมทานข้าวด้วยเป็นสิ่งที่ถูกต้องเเล้ว  "หม่าม้าทำอาหร่อยนะลุงลม" เเถมด้วยการอวดฝีมือการทำอาหารของคนเป็นเเม่ด้วยอีกนิดหน่อย

"หิวครับ เเต่ไม่รู้ว่าหม่าม้าน้องตุลย์จะใจดียอมให้ลุงทานข้าวเช้าด้วยได้ไหม"

"ด้ายจิ หม่าม้าใจดีที่ฉุด ใช่ม่ายหม่าม้า เเบ่งกานเนอะ" เด็กชายตุลย์หันไปมองคนเป็นเเม่ตาเเป๋ว

"ครับ..... เดี๋ยวผมไปตักข้าวมาให้ รอสักครู่นะครับ"

นาทีถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะคำพูดและสายตาของลูกชายทำให้เขาต้องจำใจลุกไปตักข้าวมาให้คนตัวโตที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างช่วยไม่ได้

นาทีอยากจะถามลมใจเเทบขาดว่ามาทำอะไรที่นี้ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อยากจะเชิญอีกฝ่ายให้กลับไปอย่างรวดเร็ว เเต่ลูกชายของเขาดันเป็นเด็กดีเกินคาด เเสดงความมีน้ำใจด้วยการชวนลุงลมของตัวเองทานข้าวด้วยซะงั้น คนเป็นเเม่เเบบเขาก็ได้เเต่ปล่อยเลยตามเลย ไว้ค่อยถามทีหลังก็เเล้วกัน ช่วงเวลาทานข้าวก็ต้องทานข้าวสิเนอะ

ฝ่ายลมเองตอนนี้ก็กำลังสำรวจสิ่งต่างๆภายในบ้านด้วยสายตาอย่างคร่าวๆ บ้านหลังนี้เป็นบ้านสองชั้นที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สภาพเก่าเเต่ไม่ถึงกับโทรม มีพื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่ ภายในบ้านไม่ได้มีการตกเเต่งอะไรที่หรูหรา สิ่งของอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต้องมีก็มีครบ มีโต๊ะทานข้าววางอยู่บริเวณห้องครัว เเม้จะไม่ใช่บ้านที่ใหญ่โตหรูหรา เเต่ความอบอุ่นที่ตลบอบอวลอยู่ภายในบ้านหลังนี้มันทำให้ลมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมา

"นี่ครับ" นาทีวางข้าวสวยร้อนๆลงตรงหน้าลม "มันไม่ใช่กาเเฟ หวังว่าจะทานได้นะครับ"

"จะทานให้หมดเลยครับ"

"ลุงลม ต้มต้ม อาหร่อยน้าา"

"ตัวเล็กเเนะนำขนาดนี้ สงสัยลุงลมต้องตักเป็นอย่างเเรกเเล้วเเหละครับ" บนโต๊ะทานข้าวมีกับข้าวเพียงเเค่สองอย่าง คือไข่เจียวเหลืองกรอบน่ากินกับต้มจืดหมูสับ เเม้จะเป็นกับข้าวบ้านๆเพียงเเค่สองอย่าง เเต่สำหรับลมในตอนนี้มันเป็นกับข้าวที่น่ากินมากกว่าที่ไหนๆ

"ตักเยยๆ" เจ้าของบ้านตัวน้อยยังคงเชียร์ให้ลมชิมต้มจืดฝีมือหม่าม้าของตัวเองอย่างไม่ลดละ

ลมเอื้อมมือไปตักต้มจืดมาไว้ในช้อน ในขณะที่ลมกำลังจะตักต้มจืดเข้าปาก สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กชายตุลย์กำลังจ้องมาที่เขาตาไม่กะพริบ ราวกับว่าเจ้าตัวกำลังลุ้นว่าเขาจะพูดว่าอะไรหลังจากที่ได้ชิมคำเเรกไปเเล้ว

"อร่อยมากเลยครับ"

"เย้ เย้ ....... หม่าม้าลุงลมบอกว่าอาหร่อย" เด็กชายตุลย์ชูสองมือขึ้นพร้อมกับร้องดีใจออกมา เรียกรอยยิ้มให้กับคนเป็นพ่อเป็นเเม่ได้เป็นอย่างดี

"ครับๆ รีบทานข้าวครับ อีกนิดเดียวก็จะหมดเเล้ว"

"คับ" เด็กชายตุลย์จับช้อนคุณหมีคู่ใจขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่เขากำลังจะใช้ช้อนตัดหมูสับที่อยู่ในจานเป็นชิ้นเล็ก ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้นกับเด็กชายวัยสี่ขวบ

"ลุงลม ตูนตูนเเบ่ง" มือน้อยๆของเด็กชายตุลย์พยายามประคองหมูในช้อนตัวเองอย่างระมัดระวัง เเละวางมันไว้ในจานของลมได้สำเร็จ

ลมมองหมูในจานที่ลูกชายแบ่งให้ สลับกับมองหน้าลูกชายสองสามครั้ง ฝ่ามือหนาที่เเสนจะอบอุ่นยื่นไปลูบหัวลูกชายเบาๆพร้อมกับเอ่ยขอบคุณ

"ขอบคุณครับ"

เด็กชายตุลย์ยิ้มรับให้กับคำขอบคุณ จากนั้นเจ้าตัวก็ตั้งใจทานข้าวในจานของตัวเองจนหมด ส่วนลมก็ยังคงตื้นตันอยู่กับหมูสับชิ้นน้อยของลูกชาย นาทีเองที่มองเหตุการณ์อยู่ตลอดก็รู้สึกร้อนๆกระบอกตาขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ


หลังจากเสร็จสิ้นมื้อเช้า ตอนนี้ลมกำลังนั่งใส่ถุงเท้าให้เด็กชายตุลย์อยู่บริเวณห้องรับเเขก ส่วนนาทีกำลังล้างจานอยู่ในครัว นาทีใช้เวลาล้างจานไม่นานก็ออกมาสมทบกับทั้งสองคน

"คุณลมครับ" นาทีเอ่ยเรียกลม ที่กำลังตั้งใจจัดชุดนักเรียนของเด็กชายตุลย์ให้เรียบร้อยอยู่

"ครับ?" ลมละสายตาจากชุดนักเรียนของลูกชายมาสบตานาทีเเป๊บนึง จากนั้นเจ้าตัวก็กลับไปสนใจชุดนักเรียนของลูกชายต่อ

"คุณลมมาทำอะไรที่นี่ครับ" นาทีถามคำถามที่อยากจะถามอีกคนตั้งเเต่ที่เห็นว่ายืนอยู่หน้าประตูรั้วเเล้ว

"พี่เห็นว่าวันนี้ฝนตก พี่เลยจะมารับทีกับน้องตุลย์ไปด้วยกัน" ลมตอบคำถามด้วยท่าทางสบายๆ

นาทีที่ได้รับคำตอบกลับมาก็เม้มปากเเน่น

"จริงๆ ผมกับลูกไปกันเองได้ครับ"

"พี่รู้ครับ" ลมเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับนาที "เเต่ถึงจะรู้พี่ก็ยังอยากที่จะมารับอยู่ดีครับ"

"ผม........." นาทีมีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

"ทีอาจจะอยากบอกพี่ว่า ก่อนหน้านี้ต่อให้ฝนตกเเค่ไหนผมกับลูกก็ไปกันเองได้ ไม่รบกวนพี่หรอกครับ เเต่นั่นมันก็ก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่พี่จะเจอทีกับน้องตุลย์ ในเมื่อพี่หาทีจนเจอเเล้ว ก่อนหน้านี้เป็นยังไงพี่ไม่รู้ เเต่นับจากนี้ไป พี่จะดูเเลทีกับน้องตุลย์ให้ดีที่สุด ต่อให้ทีไม่เต็มใจก็ตาม เพราะฉะนั้นเเล้ว วันนี้ให้พี่ไปส่งนะครับ"

นาทีพยักหน้ารับคำอย่างง่ายดาย เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี ราวกับว่ามีก้อนคำพูดมากมายจุกอยู่ในลำคอให้ไม่สามารถพูดออกมาได้ อีกอย่างนาทีไม่ได้คิดจะปฏิเสธการช่วยเหลือของลมในครั้งนี้อยู่เเล้ว เพราะเขาก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ฝ่าฝนไปเหมือนกัน

"ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไปเตรียมตัวครับ สายเเล้วนะ" ลมที่พอจะรับรู้ได้ว่าอีกคนกำลังว้าวุ่นใจ ถือวิสาสะวางมือลงบนกลุ่มผมนิ่มของนาที ลูบเบาๆเป็นการปลอบโยนเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น

"ไปครับตัวเล็กไปโรงเรียนกัน"

"ปายกับลุงลมเหรอ"

"ครับ วันนี้ลุงลมมารับตัวเล็กไปโรงเรียน"

"เย้! เย้! ไปกาน ไปโรงเรียนกาน ไปเยยๆ หม่าม้าเร็วๆค้าบ ตูนตูนรอ"  เด็กชายตุลย์ตื่นเต้นดีใจที่วันนี้เขาจะมีทั้งหม้าม่าเเละคุณลุงคนโปรดไปส่งที่โรงเรียน เด็กชายตุลย์รู้สึกว่า เหมือนมีทั้งพ่อเเละเเม่ไปส่งเขาที่โรงเรียนเลย


ใช้เวลาไม่นานตอนนี้ทั้งสามคนเข้ามานั่งอยู่ภายในรถเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เด็กชายตุลย์ที่อารมณ์ดี ส่งเสียงพูดจ้อไปตลอดทาง โดยที่ส่วนใหญ่เจ้าตัวเล็กจะถามคำถามกับคุณลุงคนโปรดซะมากกว่าซะมากกว่า ทิ้งให้หม่าม้าของตัวเองนั่งเหงาอยู่ด้านหน้า ก็นะ เด็กๆมักจะเห่อของใหม่ ไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไร ส่วนลมก็ทำหน้าที่เป็นผู้ตอบคำถามที่ดี เเบบไม่มีทีท่าว่าจะหงุดหงิดเลยสักนิด อีกทั้งยังดูอารมณ์ดีมากกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ

"หม่าม้า ลุงลม ตูนตูนบ๊ายบาย"

"ตั้งใจเรียนนะครับ เดี๋ยวหม่าม้ามารับนะ"

หลังจากกล่าวคำลาเเละส่งลูกชายสู่รั้วโรงเรียนเรียบร้อย ในรถตอนนี้มีเพียงเเค่นาทีกับลมเท่านั้น เมื่ออยู่กันสองคน ความเงียบมักมาเยี่ยมเยียนทั้งสองคนเสมอ

"ขอบคุณครับ" เเต่วันนี้ความเงียบภายในรถเกิดขึ้นได้ไม่นานก็โดนนาทีทำลายลง "ขอบคุณที่มารับน้องตุลย์ เพราะคุณน้องตุลย์จึงไม่ต้องเปียกฝนมาโรงเรียน" ถึงเเม้นาทีจะไม่อยากเจอหน้าลมขนาดไหน เเต่เขาก็ต้องยอมรับว่าวันนี้ลมช่วยเขาไว้ได้มากจริงๆ ถ้าวันนี้ไม่ได้ลมเขากับลูกชายคงต้องเปียกฝนเเน่ๆ ต่อให้เขาห่อเจ้าลูกชายด้วยเสื้อกันฝนดีขนาดไหน มันก็ต้องมีบางส่วนที่ชื้นๆเปียกๆเเน่นอน

"ไม่เป็นไร สำหรับทีเเละลูกพี่เต็มใจ"


ใช้เวลาสักพักใหญ่ๆกว่าที่ทั้งคู่จะเดินทางมาถึงที่ทำงาน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทำให้การจราจรติดขัดจนน่าเบื่อ นาทีโทรฯมาบอกคีย์ล่วงหน้าเเล้วว่าอาจจะมาถึงร้านสาย คีย์เองก็เข้าใจไม่มีปัญหาอะไร เเต่ลมกลับไม่ใช่อย่างนั้น เพราะตอนนี้เลขาของเขานามว่าขุน กำลังของขึ้นเพราะว่าเขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ เเละคาดว่าถ้าเขาเดินไปถึงห้องทำงาน คงโดนบ่นจนหูชาเเน่ๆ

"ที"

"......................"

"อีกสามวันพี่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ"

"คุณลมมาบอกผมทำไมล่ะครับ"

"พี่อยากบอกให้รู้ เพราะพี่ไม่อยากหายไปเฉยๆเหมือนครั้งก่อนอีก"

คำว่าหายไปเฉยๆเหมือนครั้งก่อน สะกิดไปโดนเเผลใจของนาทีจังๆ จนรู้สึกเจ็บจี๊ดภายในอก แผลที่พยายามรักษาให้หายสนิท โดนสะกิดจนเลือดซิบๆอีกจนได้

"คุณลมจะหายไปเฉยๆหรือไม่ได้หายไป ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมอยู่เเล้วนี่ครับ ผมไม่ได้มีความสำคัญกับคุณลมขนาดนั้น" เพราะโดนสะกิดเเผลใจ อารมณ์ของนาทีจึงไม่คงที่

"สำคัญสิ ทีสำคัญสำหรับพี่นะ ไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้หรือเเม้กระทั่งต่อจากนี้ไป"

"ฟังดูตลกจังเลยนะครับ สำคัญเหรอครับ ถ้าเป็นคนสำคัญเเล้วโดนทิ้งไปเเบบไม่ไยดี ผมขอเป็นคนธรรมดาเเทนได้ไหมครับ" ยิ่งพูดอารมณ์น้อยใจก็ยิ่งพลุ่งพล่าน สิ่งที่ไม่อยากจะพูดถึงก็พูดขึ้นมาอย่างง่ายดาย ดวงตาของนาทีตอนนี่เเดงก่ำ เพราะพยายามที่จะฝืนไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เขาร้องไห้มามากพอเเล้ว ไม่อยากร้องไห้อีกเเล้ว ไม่อยากเเล้วจริงๆ

"พี่ไม่ได้จะตั้งใจทิ้งทีไปนะ พี่ขอโอกาสอธิบายได้ไหม"

"ไม่ได้ตั้งใจเหรอครับ พูดออกมาง่ายจังเลยนะครับ ขอโอกาสเหรอครับ ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะให้ง่ายๆล่ะครับ ทั้งๆที่ตอนนั้นคุณเองก็ไม่ให้โอกาสอะไรผมเลย ฮึก!" เเย่ละสินาที นายมันอ่อนเเอชะมัด สุดท้ายน้ำตาที่ฝืนไว้ก็ไหลออกมาจนได้ ความรู้สึกที่อัดเน้นอยู่ภายใน ก็ระเบิดออกมาอย่างง่ายดาย

"ตั้งเเต่วันที่คุณทิ้งผมไป ผมคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่าคุณคงไม่ทิ้งผมไปไหน อีกไม่นานคุณจะกลับ ฮึก! กลับมา ผมรอคุณวันเเล้ววันเล่า ก็ไม่มี ฮึก! ไม่มีวี่เเววว่าคุณจะกลับมาเลยสักนิด ผมหวังจนหมดหวัง พี่ลม ฮึก! พี่ลมใจร้ายกับทีมากเกินไป ใจร้ายที่สุด ฮือ!"

ลมที่เห็นนาทีร้องไห้ก็รีบโน้มตัวไปดึงร่างบางเข้ามากอดไว้เเน่นแนบอก นาทีที่ตอนนี้กำลังเสียใจและสติที่ไม่อยู่กับตัว ก็ไม่คิดจะฝืนตัวเองไว้สักนิด ปล่อยให้ตัวเองไปอยู่ในอ้อมกอดลมอย่างง่ายดาย

อ้อมกอดที่ห่างหายไปเนิ่นนาน....


"พี่ขอโทษนะ น้องที..พี่ลมขอโทษนะครับ" ลมพร่ำบอกขอโทษพร้อมกับจูบขมับของนาทีเบาๆเพื่อปลอบประโลม

ปึก!  ปึก!

นาทีใช้ฝ่ามือน้อยๆของตัวเองตีหลังลมเเรงๆ เพื่อระบายอารมณ์ ลมเองก็ไม่คิดที่จะขัดขืน ปล่อยให้คนในอ้อมกอดได้ระบายอารมณ์ออกมาเต็มที่

"พี่ลมใจร้าย ทีเจ็บ ฮึก! ทีเจ็บมากๆ ถ้าพี่ลมจะทิ้งที หรือไม่รักทีเเล้วก็บอกกันดีๆก็ได้ อย่างน้อยๆ ฮึก! ฮือ~ อย่างน้อยๆบอกมาว่าทีดีเกิน ยังดีกว่าอีก"

" ไม่ที พี่รัก พี่ลมคนนี้ยังรักนาทีเสมอ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ รัก พี่รักทีนะ"

"ฮือออออออออออออออออออออ~~ ทีโกรธพี่ลม ทีน้อยใจพี่ลม ทีไม่อยากเจอพี่ลมมากพอๆกับที่ทีอยากเจอพี่ลม ทีจะทำยังไงดี"

"ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ทีไม่ต้องทำอะไรทั้ง เดี๋ยวพี่จะง้อทีเองนะ ง้อจนกว่าทีจะหายโกรธเลยดีไหม ไม่ว่านานเเค่ไหนพี่ก็สู้  เเบบนี้ดีไหม ไม่ร้องเเล้วนะเด็กดีไม่ร้องเเล้วนะ"

ไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากของที มีเเค่การพยักหน้าขึ้นลงอยู่ในอ้อมกอดของลมเท่านั้น

ลมใช้เวลาปลอบนาทีอยู่พักใหญ่ๆกว่าที่นาทีจะหยุดร้องไห้ เมื่อสติกลับคืนมาร้อยเปอร์เซ็นต์ นาทีก็อดที่จะรู้สึกอายไม่ได้ เขาไม่น่าสติหลุดจนเผลอทำเรื่องน่าอายไปเลย ไหนจะคำพูดต่างๆที่พูดออกไปอีก เเถมยังเรียกคุณลมว่าพี่ลมเหมือนเมื่อครั้งก่อนที่จะจากกันอีก โอ๊ย! ไอ้นาทีเอ้ย จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะเนี่ย

ถึงเเม้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจะน่าอายไปสักหน่อย เเต่มันก็มีความโล่งใจเกิดขึ้นอยู่ด้วย ราวกับว่าได้ยกหินที่ถ่วงอยู่ในอกให้ออกไปบ้างบางส่วนเเล้ว

"ขอโทษครับ" นาทีก้มหน้างุดเอ่ยขอโทษคนที่นั่งเบาะข้างๆด้วยเสียงที่เเผ่วเบา

ลมยิ้มเล็กน้อย เเววตาฉายเเววเอ็นดูคนข้างๆอย่างเห็นได้ชัด

"ไม่เป็นไรครับ............. เเต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อน พี่ยังอยากที่จะอธิบายให้ทีฟังอยู่นะ ถึงเเม้ว่าทีจะไม่หายโกรธก็ไม่เป็นไร เเต่ขอให้พี่ได้อธิบายหน่อยได้ไหม"

"สายมากเเล้ว ผมว่าไปทำงานกันเถอะครับ" นาทีเอ่ยเปลี่ยนเรื่อง กระชับกระเป๋าในมือเเน่น ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว

ลมถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางของนาที จากนั้นก็รีบลงจากรถเเล้วก้าวตามคนตัวเล็กไปยังหน้าลิฟต์ 

บริเวณลานจอดรถชั้นนี้มีลิฟต์สองตัว นาทีกดลิฟต์ตัวนึงสำหรับขึ้นไปด้านบน อีกตัวสำหรับลงด้านล่าง ลมที่เห็นเเบบนั้นก็ไม่อยากจะคัดค้านอะไรให้คนตัวเล็กต้องโกรธอีก ถึงเเม้เขาอยากจะเดินไปส่งจนใจเเทบขาดก็ตาม

รอไม่นานลิฟต์สำหรับลงด้านล่างก็เปิดออกก่อนที่จะเดินเข้าลิฟต์ไปนาทีหันมาพูดประโยคหนึ่งกับลม เเละประโยคนั้นทำให้ลมดีใจถึงกับยิ้มจนเเก้มเเทบปริ 

"ไว้คุณลมกลับมาจากต่างประเทศเมื่อไหร่ ค่อยมาอธิบายให้ผมฟังนะครับ ผมจะรอ"






...........................................................

TBC.

อธิบายดีๆนะพี่ลม เหตุผลไม่ดีระวังบ้านบึ้มนะเพ่

 ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 575
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0
สนุกมากกกกก

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
8
คิดถึงเนอะหม่าม้า

" ~เหตุเกิดจากความเหง๊าที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกล๊มันทำให้ฉันคิดถึงเธออออออ~~.." (ขอบคุณเพลง เหตุเกิดจากความหงา - อีโมชั่น ทาวน์)

"อยากปิดร้านเเบบถาวรเหรอคีย์ ถึงได้ไล่ลูกค้าทางอ้อมเเบบนี้"

"ไอ้ที!"

"พี่คีย์ก็อย่าไปแหย่พี่ทีเขาสิครับ ช่วงนี้พี่ทีเขาอารมณ์ไม่คงที่เพราะว่า....จากปากช่องมา เจ้าลืมสัญญา สองเราเมื่อสายัณห์ ~... (ขอบคุณเพลง สัญญาเมื่อสายัณห์ - ไท ธนาวุฒิ)

"เพลงมึงโดดไปหน่อยไหมไอ้เปอร์"

"เอ้า! เหรอครับ ฮ่าๆๆๆ"

"เฮ้ออออ!" นาทีถอนหายใจหนักๆให้กับเจ้านายลูกน้องคู่ซี้ ที่ตอนนี้กำลังรวมตัวกันเเกล้งเขา จนเขาอยากจะส่งขนมปังชิ้นโตๆเข้าปากทั้งสองคนเพื่อที่ปากจะได้ไม่ว่างมานั่งร้องเพลงแซ็วเขาอยู่

"พี่คีย์กับพี่เปอร์ไปล้อพี่ทีเเบบนั้นได้ยังไงคะ นิสัยไม่ดีเลย เนอะพี่ทีเนอะ"

"ขอบคุณนะวุ้น" นาทีส่งยิ้มให้วุ้นเป็นการขอบคุณ ที่อย่างน้อยก็ยังมีวุ้นคนนึง ที่อยู่ข้างเขา

"ไม่เป็นไรค่ะพี่ทีวุ้นเข้าใจ เเต่วุ้นก็อยากจะบอกอะไรพี่ทีหน่อยนะคะว่า ... อยู่ห่างกันนิดนึง ให้ความคิดถึงได้ทำงาน ให้รักได้พักซะบ้างก่อนมันจางหาย~~ นะคะพี่ที" (ขอบคุณเพลง ให้ความคิดถึงได้ทำงาน -โบ สุนิตา)

"ฮ่าๆๆๆๆ" "ฮ่าๆๆๆๆๆๆ"  สิ้นเสียงร้องเพลงของวุ้น ทั้งคีย์เเละเปอร์ต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

"วุ้น~~" นาทีเรียกชื่อวุ้นออกมาด้วยความอ่อนใจ ดูเอาเถอะคนในร้านนี้ มันน่าจับมาตีเรียงคนซะเหลือเกิน

เหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้นติดต่อกันมาเป็นเวลากว่าสามวันเเล้วตั้งเเต่ที่คุณลมเดินทางไปต่างประเทศ

"คิดถึงก็บอกไป" คีย์

"ใจไม่ไหวก็อย่าฝืน นะครับพี่ที" เปอร์

"ไม่ได้คิดถึงสักหน่อย"

"หราาาาาาาาา!" ทั้งคีย์เเละเปอร์ต่างก็ส่งเสียงออกมาพร้อมกันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย

"ไม่มีอะไรทำกันเหรอทั้งสองคน ถึงมายืนเเซ็วอยู่ได้ เปอร์ที่พี่บอกให้เราไปซื้อของเราไปซื้อหรือยัง มัวเเต่ยืนคุยอยู่ได้"

"โห ไล่กันทางอ้อมนี่น่าพี่ที...จะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เเหละค้าบ"

"ไม่ อย่ามองกู กูเจ้าของร้านกูจะเดินไปทางไหนก็ได้"

"เฮ้อ!"

"แล้วยังไงสรุป ได้เปิดใจคุยกันยัง" คีย์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆนาที ก่อนจะเอ่ยถามคำถามด้วยเสียงที่จริงจัง ไร้วี่เเววของความหยอกเล่นเหมือนก่อนหน้านี้

"ยังเลย"

"มึงรออะไรวะไอ้ที กูว่านะคุยให้มันจบๆไปเหอะ จะได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อ ยืดยื้อไปก็มีเเต่บั่นทอนใจกันไปเปล่าๆ กูรู้ว่ามึงเจ็บหนักมาก่อน เเต่บางทีการพูดคุยกัน ถึงมันจะไม่ทำให้หายเจ็บเเต่มันก็อาจจะช่วยบรรเทาให้มันเกือบจะหายดีก็ได้นะมึง"

"เราก็คิดเเบบนั้น"

"อ้าว เเล้ว?"

"เราเลยบอกคุณลมว่า ไว้รอคุณลมกลับมาจากต่างประเทศก่อน เเล้วค่อยมาคุยเรื่องนี้กัน"

"อ่อ เออ ดีเเล้วๆ มึงทำถูกเเล้วนาที"

"ขอบคุณนะ"

คีย์เอื้อมมือไปตบบ่าเพื่อนเบาๆเพื่อเป็นกำลังใจให้ เขาอยากให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันสักที เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้นมาบ้าง เขาอยากให้เพื่อนรักมีความสุข เขามั่นใจว่าถ้าได้เปิดใจคุยกัน ทั้งคู่จะมีความสุขมากๆเเน่ๆ ก็ในสายตาของทั้งสองคนที่มองกัน มันยังคงมีความรักอยู่ในดวงตาเต็มเปี่ยม ดวงตามันโกหกกันไม่ได้หรอกนะ

ยิ่งช่วงเวลาสามสี่วันก่อนที่คุณลมต้องเดินทางไปต่างประเทศ คีย์เห็นว่าคุณลมตามติดเพื่อนของเขากับน้องตุลย์เเจเลย บางวันช่วงพักเที่ยงก็ลงมาหา ตอนเย็นก็รอรับเพื่อนเขากับหลานกลับบ้าน ตอนเช้าก็ไปรับ น้องตุลย์ก็ดูมีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่กับคุณลม น้องตุลย์ยิ้มกว้างมากกว่าที่เคยเป็น ไอ้ทีเองก็เเอบยิ้มอยู่บ่อยๆ

ถึงเเม้ว่านาทีเองจะยังคงเจ็บเเละกลัว ไหนจะความน้อยใจที่ยังคงมีอยู่  เเต่คีย์เชื่อเหลือเกินว่า อีกไม่นานเพื่อนเขาจะต้องได้ครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมาเเน่ๆ เวลาจะเป็นตัวช่วยเยียวยาพวกเขาเอง  ไหนจะพ่อคิวปิดตัวน้อยที่สุดเเสนจะน่ารักอย่างน้องตุลย์อีก ลูกคนที่สองไม่มาก็ไร้น้ำยาสุดๆเเล้วคุณลม เเต่ช่วงนี้ก็คงต้องปล่อยให้คนเป็นเเม่เล่นตัวต่ออีกสักนิด มันก็เจ็บของมันมาเยอะอ่ะเนอะว่าไม่ได้

"ว่าก็ว่านะ เเต่ว่าที่ผัวมึงนี่หล่อชิบหาย โอ๊ย! มึงตีกูทำไมเนีย"

"ก็คีย์พูดจาไม่น่าฟัง"

"อะไรวะ? กูก็พูดเรื่องจริงทั้งนั้น เออๆๆๆ ไม่พูดก็ได้" คีย์ต้องกล่าวยอมจำนนอย่างขัดใจ เมื่อเห็นฝ่ามือของนาทียกขึ้นเตรียมพร้อมที่จะฟาดลงมาที่เขา มันเห็นกูเป็นลูกมันหรือไงวะ

"แต่วันนั้นที่เจอคุณลมครั้งเเรกที่หน้าร้าน กูนี่ใจสั่นเลย เข้มๆ คมๆ ตัวสูง หุ่นดี ผู้ชายในอุดมคติกูชัดๆ ถ้าไม่ติดกับว่าเขาเป็นว่าที่ผัวเพื่อนรักกูนะ กูจีบไปเเล้ว"

"อยากจีบก็จีบไปสิ"

"โอ๊ะ เหมือนจะมีคนหวง"

"เราไม่ได้หวง"

"กูก็ยังไม่ได้เอ่ยชื่อมึงเลยนะที ร้อนตัวว่ะ"

นาทียู่หน้าใส่คีย์ด้วยความขัดใจ ไม่ว่าจะเถียงกันกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขาก็ไม่เคยจะชนะคีย์ได้เลยสักครั้ง มันน่าเจ็บใจจริงๆ

"หรือกูจะจีบคุณลมดี เมื่อกี้มึงก็อนุญาตเเล้วหนิ กูจำนะบอกก่อน เเละอย่างน้อยนะมึง ถ้าน้องตุลย์มีกูเป็นเเม่เลี้ยง มึงก็ตัดปัญหาเเม่เลี้ยงใจร้ายกับลูกเลี้ยงไปได้เลยนะเว้ย"

"ใครจะยกให้ เราไม่ยกให้คีย์หรอก"

"ไม่ยกให้นี่พ่อหรือลูก" คีย์เอียงคอ มองนาทีด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ พร้อมกับส่งรอยยิ้มล้อเลียนไปให้นาทีอีกด้วย

"มะ ไม่คุยด้วยเเล้ว" นาทีที่ไม่อยากเถียงต่อกับคีย์เพื่อให้ตัวเองต้องจนมุมไปมากกว่านี้ รีบลุกจากเก้าอี้ ก้าวเร็วๆเข้าไปหลังร้านทันที

"หน้ามึงเเดงมากนะไอ้ที หมายถึงพ่อก็บอกมาตรงๆดิว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ" คีย์ตะโกนตามหลังนาทีด้วยความชอบใจ ไอ้ทีเอ้ย! หวงก็บอกว่าหวงดิวะ ปากบอกไม่หวง เเต่สีหน้ากับเเววตามึงมันยิ่งกว่าหวงเสียอีก  คีย์ส่ายหัวน้อยๆให้กับพฤติกรรมความขัดเเย้งในตัวเองของเพื่อนรัก ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่เจ้าของร้านที่ดีต่อด้วยความอารมณ์ดี

ฝ่ายนาทีเองก็มายืนสงบสติอารมณ์อยู่หน้าเตาอบเค้ก เขายกมือทั้งสองข้างตบเเก้มตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติกลับคืนมาหลังจากที่โดนคีย์เเหย่นิดๆ ก็ดันเเสดงอาการออกมาซะอย่างนั้น อายก็อาย  ไหนจะเเก้มที่ขึ้นสีเเดงระเรื่อ เพราะความเขินอายที่โดนคีย์เเซ็วอีก เขารู้ว่าคีย์เเค่พูดหยอกเขาเท่านั้นเอง เเต่มันก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ นาทีได้เเต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหมายหัวคีย์ไว้ในใจ อย่าให้ถึงทีเขาบ้างนะ เขาจะเเหย่จนต้องร้องขอชีวิตเลย คีตกานต์!


ครืด!ครืด!   ครืด!ครืด!


ในขณะที่กำลังพูดคุยกับตัวเองอยู่ จู่ๆโทรศัพท์ที่เงียบสงบมาตั้งเเต่เช้า ก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา นาทีรีบคว้าโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่โทรฯเข้ามา ก็เผลอเเสดงอาการดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

"ครับ"

(ทีทำอะไรอยู่ครับ พี่โทรฯมากวนหรือเปล่า)

"ไม่ครับ คุยได้ ผมกำลังจะเก็บอุปกรณ์ทำขนมล้างครับ"

(วันนี้พี่ยุ่งทั้งวันเลยไม่ได้โทรฯหาเลย"

"........................"

(ที่นั่นฝนตกไหมครับ ที่นี่ฝนตกหนักเลยครับ"

"ไม่ตกครับ"

(ดีจังเลย ...... 'เฮียเสร็จยัง'  อืม ไปเดี๋ยวนี้เเหละ)

"คุณลมไปทำธุระให้เสร็จก่อนก็ได้ครับ เเล้วค่อยโทรฯมาใหม่" นาทีเอ่ยบอกลมออกไป เพราะเขาได้ยินเสียงคุณขุนลอดเข้ามาภายในโทรศัพท์ เเละเขาก็ได้ยินลมตอบกลับไปด้วย นาทีไม่อยากให้ลมเสียงานเสียการเพราะเขา

(ครับ จริงสิพี่เกือบลืมเลย พี่จะโทรฯมาบอกทีว่า วันนี้ตอนค่ำพี่อาจจะไม่ได้โทรฯหานะครับ)

เมื่อได้ยินคำว่าอาจจะไม่ได้โทรฯหา สีหน้าของนาทีก็หม่นลงทันที อยู่ๆหัวใจก็หน่วงๆ

(พี่ฝากบอกลูกด้วยนะครับ อ้อ! พี่ฝากทีหอมเเก้มลูกเเทนด้วยนะครับ เเล้วก็ ฝากบอกลูกว่าให้หอมเเก้มเเม่เเทนป๊าด้วย ไว้ถ้าป๊ากลับเเล้ว จะกลับไปหอมเองทั้งเเม่ทั้งลูกเลยครับ)

จากที่หม่นๆก่อนหน้านี้ ตอนนี้หน้าของนาทีกลับร้อนผ่าวด้วยความเขินอายเเทนเสียเเล้ว

"คะ ใครจะให้คุณหอมกัน"

(หว่า เศร้าใจจัง พี่ต้องไปแล้วนะครับ ทีดูเเลตัวเองดีๆนะครับ คิดถึงนะครับ)

(คุณลมก็อย่าป่วยนะ ไม่จำเป็นก็อย่าไปตากฝนเล่นอีกนะครับ ตั้งใจทำงานนะครับ)

(ครับผม)

ตู๊ดๆๆๆๆๆ สายตัดไปแล้ว

"เฮ้ออออออออออ! สงสัยจะคิดถึงเขาจริงๆเเหละเรา"



.................................................................


"สองทุ่มเเล้วนะครับ น้องตุลย์ของหม่าม้ายังไม่ง่วงนอนอีกเหรอครับ" นาทีก้มหน้าไปมองลูกชายตัวน้อยที่ตอนนี้กำลังนอนซบพุงเขาอยู่ เด็กชายตุลย์เองเมื่อได้ยินคำถามของหม่าม้าก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่ใสเเป๋ว

"ตูนตูนคิดถึงลุงลม"

คนเป็นเเม่เมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย ก็ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กชายเบาๆเป็นการปลอบประโลม

"ลุงลมต้องไปทำงานครับ"

"ตูนตูนรู้ เเต่ตูนตูนก็ยางคิดถึง" เด็กชายตุลย์มองหน้าหม่าม้าของตัวเอง พร้อมกับสายตาอ้อนๆ

"เอาไว้พรุ่งนี้เช้า เราลองโทรฯหาลุงลมกันดีไหมครับ เผื่อลุงลมว่าง น้องตุลย์ก็จะได้คุยกับลุงลม"

"ดีเยยหม่าม้า ตูนตูนอยากคุย คุยกับลุงลม" จากที่กำลังนอนอยู่ เด็กชายตุลย์ลุกมานั่งเเทบจะทันทีที่ได้ยินคนเป็นเเม่บอกว่าพรุ่งนี้จะโทรฯหาคุณลุงคนโปรดให้ เขาคิดถึงลุงลมมากๆเลย ลุงลมใจดี ลุงลมเท่มากๆ ลุงลมเล่นด้วยก็สนุก อีกอย่างเวลาโดนลุงลมกอดตูนตูนชอบมากเลยเพราะมันอุ่น อุ่นเหมือนอ้อมกอดของหม่าม้าเลย

"เพิ่งรู้จักกับลุงลมได้ไม่นาน เเต่เหมือนว่าน้องตุลย์ของหม่าม้าจะรักลุงลมมากกว่าหม่าม้าซะเเล้วสิ"

"ม่าย ม่าย รักเท่ากัน ตูนตูนรักหม่าม้าที่สุด ฟอด ฟอด"  เด็กชายตุลย์รีบบอกรักหม่าม้าทันที เพราะกลัวว่าหม่าม้าจะน้อยใจ เเถมด้วยการขยับตัวเข้าไปหอมแก้มอีกสองฟอดใหญ่ๆเพื่อเป็นการยืนยันว่าตูนตูนรักหม่าม้าจริงๆนะ

"ครับ หม่าม้าเชื่อครับ ว่าน้องตุลย์รักหม่าม้าที่สุด ฟอด ฟอด " ในตอนเเรกนาทีเพียงเเค่ต้องการจะเเซ็วลูกชายเล่นก็เท่านั้นเอง เเต่เมื่อเห็นท่าทางของลูกชายเเล้วอดจะรู้สึกผิดไม่ได้ ดูเจ้าลูกชายตัวน้อยจะตกใจมากพอดู นาทีจึงรับคำของเด็กชายตุลย์อย่างง่ายดาย พร้อมกับหอมเเก้มนิ่มเป็นการยืนยัน ว่าหม่าม้าเชื่อน้องตุลย์นะครับ

"คิคิ ตูนตูนรักหม่าม้า"

"เจ้าเด็กน่ารักเอ้ย" นาทียื่นมือไปขยี้หัวลูกน้อยเเรงๆด้วยความมันเขี้ยว ยิ่งรอยยิ้มหวานๆที่ส่งมาตอนบอกรัก มันยิ่งทำให้เขาอยากจับเจ้าตัวมาฟัดให้ช้ำเสียจริงๆ

"มาครับน้องตุลย์ มานอนกัน นอนดึกเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสายนะ"

"นอน นอนเยย หม่าม้าปิดฟาย"

"หืม ทำไมตอนนี้ดูตื่นเต้นอยากจะนอนจังครับ เมื่อกี้ยังงอเเงไม่ยอมนอนอยู่เลย" นาทีเอ่ยถามลูกชายเมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของเจ้าตัว

"รีบนอน จะด้ายรีบตื่นมาคุยกับลุงลมงายหม่าม้า ตื่นสายอดคุยเยย"

นาทีมองลูกชายด้วยความเอ็นดู ดูท่าเเล้วลูกเขาคงจะคิดถึงคุณลมน่าดู ขนาดรู้จักกันได้ไม่นานก็ติดคุณลมมากขนาดนี้เเล้ว สายใยพ่อลูกไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

"น้องตุลย์ครับ"

"คับ"

"น้องตุลย์ชอบลุงลมไหมครับ"

"ชอบคับ ตูนตูนชอบลุงลม ลุงลมเท่ เเล้วก็ใจดีมากๆเยยหม่าม้า"

"ขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"คับ ลุงลมเลี้ยงไอติมตูนตูนทุกวัน โอ๊ะ! อุ๊บ!" เด็กชายตุลย์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองเผลอพูดความลับออกไปเสียเเล้ว หางตาเหลือบไปมองหม่าม้าที่นอนอยู่ข้างๆ ก็เห็นสายตาดุๆมองมาทางเขาอยู่ เด็กชายตุลย์ในตอนนี้กู่ร้องอยู่ภายในใจ ลุงลม เเย่เเล้วคับ

"หืม น้องตุลย์มีอะไรจะบอกหม่าม้าไหมครับ"

"มีคับ" เด็กชายตัวน้อยรับคำเสียงอ่อย ยอมปริปากเล่าให้หม่าม้าฟังว่าเวลาลุงลมไปรับที่โรงเรียนโดยที่หม่าม้าไม่ได้ไปด้วยเขาจะได้กินไอติมเสมอ หรือบางทีตอนที่เขาไปเล่นกับต้นหญ้าบนตึก ลุงลมจะเเวะมาหาเเล้วก็ซื้อไอติมมาให้เขาตลอดเลยด้วย

"ทานทุกวันเลยเหรอครับ"

"ม่ายทุกวันนะหม่าม้า เเต่บ่อยๆ"

"ทานได้หม่าม้าไม่ว่า เเต่เราต้องทานเเต่พอดีรู้ไหมครับ มันอร่อยก็จริง เเต่บางอย่างมันก็ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ หม่าม้าไม่ได้ดุน้องตุลย์นะ เเต่หม่าม้าเเค่อธิบายให้ฟัง น้องตุลย์เข้าใจใช่ไหมครับ บางสิ่งบางอย่างที่หม่าม้าห้ามหรือไม่ตามใจน้องตุลย์ เพราะว่าหม่าม้าเป็นห่วงน้องตุลย์มากๆ"

"คับ หม่าม้า ตูนตูนขอโทด" เด็กชายตุลย์ขยับศีรษะน้อยๆของตัวเองไปถูกับเเขนหม่าม้าด้วยความออดอ้อน คนเป็นเเม่เเบบนาทีจะทำไงได้ ยามได้เห็นท่าทางออดอ้อนของลูก ก็ทำได้เเค่ก้มลงหอมหัวเเรงๆไปหนึ่งทีก็เท่านั้น

"เเต่กับลุงลม หม่าม้าต้องดุหนักๆสักหน่อย"

"หม่าม้าเบาๆน้า เดี๋ยวลุงลมร้องห้าย"

"ห่วงจริงๆเลยนะ กับลุงลมเนี่ย ห๊ะ เจ้าเด็ก" นาทีใช้นิ้วจิ้มพุงน้อยๆของลูกชายอย่างหยอกล้อ

"คิคิ.......หม่าม้า"

"ครับ"

"ต้นหญ้าบอกว่า ลุงลมเป็นป๊าของตูนตูนด้วย"

นาทีรู้สึกตกใจไม่น้อยกับคำพูดของลูกชายที่พูดออกมา เขารู้สึกสงสัยขึ้นมาในทันทีว่าทำไมน้องต้นหญ้าที่เป็นเพื่อนกับลูกชายถึงพูดออกมาเเบบนั้น

"หืม ทำไมต้นหญ้าถึงบอกเเบบนั้นล่ะครับ" นาทีพยายามควบคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติที่สุด

"วันนั้นตูนตูนเล่น เเล้วเกือบหล่น เเต่ลุงลมมารับไว้ทัน ตูนตูนเลยไม่เจ็บ"

"เมื่อไหร่ครับ ทำไมหม่าม้าไม่รู้เลย" ตอนนี้นาทีไม่รู้เเล้วว่าเขาควรจะตกใจกับเรื่องไหนดี ดูเหมือนวันนี้จะมีเรื่องให้เขาตกใจมากเหลือเกิน

"วันที่หม่าม้ามารับม่ายด้าย ต้นหญ้าบอกคุณครูเรียกลุงลมว่าคุณพ่อ ต้นหญ้าบอกว่าลุงลมเท่เหมือนซูเปอร์เเมนเลย ต้นหญ้าบอกอยากห้ายคุณพ่อเท่เเบบพ่อของตูนตูนบ้าง พ่อของตูนตูนเท่มาก"

"เหรอครับ"

"คับ.... เพื่อนคนอื่นก็บอกว่าลุงลมเท่"

"เเล้วน้องตุลย์ล่ะครับ คิดว่าไง"

"ลุงลมของตูนตูนเท่ที่ฉุดเยยคับ.......หม่าม้า ตูนตูนไม่มีป๊าจริงๆเหรอคับ" น้ำเสียงเศร้าๆของเด็กชายตัวน้อยพาลทำให้คนเป็นเเม่น้ำตาเริ่มคลอ

"มีสิครับ" นาทีบอกกลับลูกชายด้วยความอ่อนโยน

"แต่หม่าม้าบอกป๊าม่ายอยู่เเล้ว"

"..............................."

"หม่าม้า ถ้าตูนตูนขอให้ลุงลมเป็นป๊าจะได้ป้าวคับ ตูนตูนรักลุงลม ตูนตูนมีความฉุกตอนอยู่กับลุงลม ตูนตูนชอบห้ายลุงลมกอด" เด็กชายมองหน้าคนเป็นเเม่อีกครั้งด้วยเเววตาประกายความหวัง ไม่ใช่ทุกคนที่เด็กชายตุลย์จะรู้สึกเเบบนี้ด้วย มีแค่ลุงลมของเขาคนเดียวท่านั้นที่เด็กชายตุลย์รู้สึกด้วย ยามที่ได้อยู่กับลุงลมเขาจะรู้สึกมีความสุข รู้สึกปลอดภัย เเละอุ่นใจมากๆ ไม่ต่างจากการได้อยู่กับหม่าม้าเลย

"ไว้ถ้าลุงลมกลับมา น้องตุลย์ลองถามลุงลมด้วยตัวเองดีไหมครับ" นาทีพูดบอกลูกชายพร้อมกับลูบศีรษะน้อยๆไปด้วย

"ลุงลมจะยอมมาเป็นป๊าห้ายตูนตูนม้ายนะ"

"หม่าม้าเชื่อว่าลุงลมก็รักน้องตุลย์มากๆ เเละลุงลมไม่ทำให้น้องตุลย์ผิดหวังเเน่นอนครับ"

"จริงหย๋อหม่าม้า หม่าม้าพูดจิงหย๋อ" ความตื่นเต้นทำให้เด็กชายตุลย์ถึงกับพูดออกมาไม่ชัด

"จริงครับ ไว้ลุงลมกลับมาเราไปถามลุงลมด้วยกันนะ เเต่วันนี้เด็กดีถึงเวลานอนเเล้วครับ หลับตานะครับ"

"คับ"

"ฝันดีนะครับ"

"หม่าม้าก็ฝันดีน้า~~"

นาทีก้มจูบหน้าผากลูกชายเบาๆ หวังให้คืนนี้ลูกชายของเขาฝันดีตลอดคืน

มันคงถึงเวลาเเล้วสินะ ที่คุณลมกับน้องตุลย์ จะได้เจอกันในสถานะพ่อกับลูกเสียที


น้องตุลย์จะมีป๊าเเล้วนะครับ หนูดีใจใช่ไหม


ต่อไปหนูคงจะยิ้มได้กว้างกว่าทุกๆวันที่ผ่านมาแน่นอนเลยใช่หรือเปล่าครับ..........


ฝันดีนะครับ คนดีของหม่าม้า.........




............................................................

TBC.

รีบเคลียร์เลยหม่าม้า ป๊ารอปั๊มคนที่สองอยู่นะ


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ 

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
พึ่งจะมาอ่านค่ะ...
อ่านไปยิ้มไปสนุกกับการอ่านจนกลัวเลยค่ะ...
กลัวว่าจะมีดราม่าเคล้าน้ำตา...
แอบสปอยนิดได้มัยคะว่าจะมีดราม่าประมาณไหน
จะได้เตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆอะคะ...  :hao5:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
9
หม่าม้าอยู่ไหน

หลังจากที่ส่งลูกชายเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว คนเป็นเเม่อย่างนาทีก็เดินลงมาด้านล่างบริเวณห้องครัว เพื่อเตรียมของที่จะทำอาหารในวันพรุ่งนี้

พรุ่งนี้ลูกชายตัวน้อยของเขาบอกว่า อยากจะห่อข้าวผัดคุณหมีที่มีไส้กรอกคุณปลาหมึกไปกินที่โรงเรียน เเถมยังมีการเน้นย้ำส่งท้ายด้วยว่า หม่าม้า ตูนตูนขอบ็อก'ลี่กับมะเขือเทศเยอะๆด้วยนะหม่าม้า ทำให้ตอนนี้นาทีจึงต้องลงมาดูว่าของในตู้เย็นมีครบไหม จะใส่อะไรเพิ่มลงไปอีกบ้างเพื่อให้สารอาหารครบถ้วน เเละเมนูมื้อเช้าควรจะทำอะไรดี

ใช้เวลาเตรียมของไม่นานก็เสร็จสิ้น นาทีมักจะลงมาเตรียมของทำอาหารเเบบนี้เสมอหลังจากที่ส่งลูกชายเข้านอนเเล้ว ตอนเช้าจะได้ง่ายต่อการทำ เขาไม่อยากทำอาหารเเช่เย็นค้างคืนไว้ เขาอยากให้ลูกชายทานอาหารสดใหม่ทุกๆวัน เเม้ว่าจะต้องตื่นเช้าสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ก็เขามีลูกชายที่สุดเเสนจะน่ารักกับเขาอยู่คนเดียวนี่น่า เพื่อลูกต่อให้เหนื่อยเเค่ไหนเขาก็เต็มใจ ยามที่ได้รับรอยยิ้มของลูกชายกลับมามันก็ทำให้เขารู้สึกสุขใจเเละหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเเล้ว


ตี๊ดตี๊ด! ตี๊ดตี๊ด! ตี๊ดตี๊ด!

เสียงโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาส่งเสียงดังลั่นบ้าน นาทีที่กำลังสำรวจความเรียบร้อยของหน้าต่างหลังบ้านรีบเดินตรงมายังห้องรับเเขกอย่างรวดเร็ว

"ใครโทรฯมาป่านนี้เนี่ย" นาทีบ่นกับตัวเองเบาๆ ระหว่างเดินไปรับโทรศัพท์

'พี่ลม'

คิ้วของนาทีขมวดเข้าหากัน เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เเล้วเห็นว่าใครเป็นคน โทรฯมา

"เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ.........ฮัลโหลครับ" บ่นกับตัวเองเสร็จนาทีก็กดรับสายทันที

(ทียังไม่นอนใช่ไหมครับ)

"ยังครับ เเต่ก็กำลังจะนอนเเล้ว คุณลมมีอะไรหรือเปล่าครับ"

"เอ่อ...คือว่า"

"ครับ?" คิ้วของนาทียิ่งขมวดกันเน้นกว่าเก่า เมื่อคนในสายมีท่าทีอึกอัก ไม่ยอมพูดออกมา

(พอดีว่าตอนนี้พี่อยู่หน้าบ้านของที ถ้าทีไม่ว่าอะไรคืนนี้พี่ขอรบกวนหน่อยได้ไหมครับ)

"ครับ? อยู่หน้าบ้าน? หน้าบ้านผมเหรอครับ" ทีรีบเดินไปเปิดม่านตรงหน้าต่าง ชะเง้อมองออกไปยังประตูรั้วบ้าน ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับใครสักคนที่ยืนอยู่ คุณลมมาได้ไงเนี่ย

"รอสักครู่นะครับ ตู๊ดตู๊ด!" นาทีบอกลมเสร็จก็กดตัดสายทิ้งไป ส่วนตัวเองก็รีบเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อเปิดประตูรั้วให้อีกคนเข้ามา ตอนนี้นาทีทั้งงงทั้งตกใจ เเละก็ดีใจไปพร้อมๆกัน

"คุณลมมาได้ยังไงครับ" นาทีเอ่ยถามคนตรงหน้าทันทีที่ประตูรั้วเปิดออก

"พี่นั่งรถมาครับ"

"คุณลม!" นาทีเอ็ดลมเสียงดุ ดูเอาเถอะคนเขาถามด้วยความเป็นห่วง เเต่ดูเจ้าตัวตอบมาสิ มันน่าตีจริงๆเลย

"อย่าดุสิครับ พี่หยอกเล่นเอง พี่ให้กรมาส่งครับ ลงเครื่องเเล้วตรงมาที่นี่เลย....เเต่พี่ว่าเราเข้าไปคุยกันข้างในบ้านดีไหมครับ น้ำค้างลงเเล้วด้วยเดี๋ยวทีจะไม่สบาย"

"อ่า..ครับ เชิญครับ" นาทีเบี่ยงตัวหลบให้ลมเดินเข้ามาภายในบ้าน เมื่อลมเดินเข้ามาเรียบร้อยเเล้ว ก็จัดการล็อกประตูรั้ว ก่อนจะรีบเดินนำลมเข้าบ้านไป

"คุณลมนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้"

"ครับ"

นาทีเดินเข้าไปในครัวไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับเเก้วน้ำเย็นในมือ

"นี่ครับ" นาทีวางเเก้วน้ำลงบนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟาตรงหน้าของลม จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆกัน เพราะโซฟาที่บ้านของนาทีไม่ได้ใหญ่มาก มันจึงทำให้พื้นที่ว่างระหว่างพวกเขาไม่ห่างกันเกินไป 

"ขอบคุณครับ" ลมหยิบเเก้วน้ำขึ้นมาดื่มจนเกือบหมดเเก้วในคราเดียว

"คุณลมกลับมาตั้งเเต่เมื่อไหร่ครับ" วันนี้เป็นนาทีเองที่เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาระหว่างพวกเขาสองคน

"เพิ่งกลับมาถึงเมื่อกี้เองครับ พอลงเครื่องปุ๊บพี่ก็ให้กรมาส่งที่นี่เลยครับ" ลมตอบนาทีออกไป

ระหว่างที่เคลียร์งานอยู่ที่ต่างประเทศ ลมหักโหมเคลียร์งานจนเเทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ขุนบ่นเขาเช้าเย็นว่าอาจจะตายก่อนได้กลับมาเจอหน้าลูกเมียก็ได้ เเต่จะให้เขาทำไงล่ะ ก็เขาคิดถึงลูกเมียใจเเทบขาด ไหนจะคำพูดก่อนจากมาของนาทีที่บอกว่าจะยอมฟังเขาอธิบายหลังที่เขากลับมาจากต่างประเทศอีก เขาใช้เวลาสี่วันในการเคลียร์งานก็ถือว่านานมากเลยทีเดียว เสร็จงานปุ๊บลมก็ไม่รอช้า รีบให้ขุนจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุดทันที ให้เขารอกลับพรุ่งนี้เช้าเขารอไม่ไหวหรอก

"จะกลับมาไม่เห็นบอกกันเลยครับ"

"พี่อยากมาเซอร์ไพรส์"

"แล้วทำไมถึงไม่พักก่อนล่ะครับ หน้าคุณลมมันบ่งบอกว่าเหนื่อยมากเลยนะครับ"

"ก็พี่คิดถึงทีคิดถึงลูก ได้มาเห็นหน้าทีหน้าลูก ความเหนื่อยที่มีก็หายไปหมดเเล้วครับ"

"............" นาทีเม้มปากเน้น พยายามบังคับตัวเองไม่ให้เขินไปกับคำพูดของลม เเต่เหมือนว่าเเก้มกับใบหูทั้งสองข้างของเขาจะไม่เข้าใจคำสั่งของสมองสักนิด ตอนนี้มันเห่อร้อน เเละแดงก่ำยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเสียอีก

"อีกอย่าง พี่มาทวงสัญญาที่ทีบอกว่า ถ้าพี่กลับมาจากต่างประเทศเเล้ว จะยอมฟังพี่อธิบาย....... ตอนนี้ ทีพร้อมที่จะฟังหรือยังครับ" ลมเอ่ยถามอีกคนด้วยน้ำเสียงที่เเสนจะอ่อนโยนเเละปนไปด้วยความเว้าวอนไปในตัว

".............." นาทียังคงเม้มปากเน้น เจ้าตัวกำลังใช้ความคิดเเละชั่งใจอยู่ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากฟัง เขาพร้อมที่จะฟัง เเต่เขาก็เป็นห่วง อยากให้ลมได้พักผ่อนก่อน เพราะหน้าของลมมันบ่งบอกว่าเจ้าตัวล้าเพียงใด เเต่คนอย่างคุณลมก็ดื้อดึงไม่ใช่เล่นๆ

"ครับ ผมพร้อมเเล้ว" รู้ว่าขัดขืนไปคุณลมก็คงไม่ยอม งั้นก็คุยกันซะตอนนี้เเหละ ยิ่งประวิงเวลาก็ยิ่งเสียเวลาเปล่า พูดคุยกันให้เข้าใจเเล้วให้อีกคนได้รีบพักผ่อนคงจะดีกว่า

ลมพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา

"ทีจำคราวเเรกที่เราเจอกันได้ใช่ไหมครับ"

"........." นาทีพยักหน้ารับ

"วันนั้นพี่โดนลอบทำร้าย พ่อของพี่ให้พี่ช่วยไปดูงานสาขาที่เปิดใหม่ที่ชลบุรี ตอนนั้นพี่ก็เเค่วัยรุ่นทั่วๆไป ที่สนใจการใช้ชีวิตในเเบบที่ตัวเองชอบ พี่ไม่เคยคิดที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว ในขณะที่คนอื่นเเข็งเเกร่ง พี่กลับไม่ใช่ ศัตรูของพ่อจ้องเล่นงานพี่ เพราะรู้ว่าพี่เป็นจุดอ่อนของครอบครัว วันที่โดนลอบทำร้ายสภาพพี่ก็เป็นอย่างที่ทีเห็นเลย"

"ครับ ผมจำได้ วันนั้นพี่สะบักสะบอมจนน่ากลัว" นาทีหน้าหม่นเเสงลง เมื่อย้อนกลับไปคิดถึงสภาพของลมตอนเจอกันคราวเเรก สภาพมันรุนเเรงมากจริงๆ

"ครับ" ลมส่งยิ้มน้อยๆให้นาที "วันนั้นทีคือคนที่มีพระคุณกับพี่มากเลยรู้ไหม ในตอนเเรกพี่คิดเเค่ว่าพักรักษาตัวให้หายดีเเล้วก็จะกลับบ้าน เเต่พ่อของพี่บอกว่า ให้พี่หลบอยู่ที่นั่นก่อนเพราะพ่อกับพี่ชายของพี่กำลังตามล่าคนพวกนั้นอยู่ โดยที่ให้พี่อยู่เงียบๆ ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสาร ห้ามออกไปไหน เเล้วก็ห้ามบอกอะไรกับใครทั้งนั้น โดยที่ช่วงนั้น มีกรคอยดูเเล คอยส่งข่าวให้พี่อยู่ห่างๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พี่ตามติดเราเเจเพราะคิดว่าเราน่าจะเป็นคนซื่อๆที่ใจดี เเละหลอกง่าย"

"..........................."

"พี่บอกตรงๆว่าตอนนั้นพี่ไม่คิดเลยสักนิด ว่าพี่จะตกหลุมรักที ตอนนั้นยังคิดเลยว่า ผู้ชายคนนี้ขี้ใจอ่อนชะมัด เเถมยังบ่นเก่งที่หนึ่ง หน้าตาก็ดูซื่อๆ เวลาดุก็ดุได้น่ากลัวชะมัด เเต่ก็เป็นคนที่ทำอาหารอร่อยที่สุด ยิ้มก็สดใสที่สุด เป็นคนที่จิตใจดีที่สุด  จนสุดท้ายทีก็กลายมาเป็นคนที่พี่รักที่สุดโดยที่พี่ไม่รู้ตัวสักนิด มันเเปลกมากเลยครับ ระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน เเต่ทีก็กุมหัวใจของพี่ไปทั้งดวงได้อย่างง่ายดาย" ดวงตาของลมเปล่งประกายเมื่อย้อนคิดไปถึงอดีตที่เคยใกล้ชิดกัน

"........................."

"เเต่เเล้ววันหนึ่งพี่ก็เข้าใจคำกล่าวที่ว่า ความสุขอยู่กับเราไม่ได้นานอย่างชัดเจน วันนั้นเป็นวันที่ทีออกไปจ่ายตลาดกับเเม่ กรเข้ามาหาพี่บอกว่าเราต้องรีบกลับไปสมทบกับพ่อของพี่ เพราะตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามรู้เเล้วว่าพี่อยู่ที่ไหน ถ้าพี่ยังอยู่ที่นี่ ทั้งทีเเละครอบครัวจะเดือดร้อนเพราะพี่ไปด้วย วันนั้นเป็นครั้งเเรกที่พี่รู้สึกว่าตัวเองน่าสมเพชชะมัด ที่ดูเป็นคนอ่อนเเอจนต้องคอยให้คนอื่นปกป้อง เเละวันนั้นมันก็ไม่มีเวลามากพอที่จะกล่าวคำลาใดๆกับใครสักคำ เเม้แต่จดหมายก็ไม่มีโอกาสได้เขียน วันนั้นพี่ทำได้เพียงเเค่เเอบหยิบรูปของทีติดมือมาเพียงหนึ่งใบเท่านั้น"

"....................."

"ทีครับ พี่รู้ว่าทีเสียใจเเละเจ็บปวดเพราะพี่มามากขนาดไหน เเต่พี่อยากจะบอกให้ทีรู้ว่าพี่ก็เสียใจมากๆไม่ต่างกัน พี่อยากจะกลับมาหาทีใจเเทบขาดเเต่ก็ทำไม่ได้ พี่ให้คนมาตามหาทีเเต่กลับพบว่าทีไม่ได้อยู่ที่นั่นเเล้ว ความผิดพลาดของพี่คือชะล่าใจจนไม่เเม้กระทั่งจะถามชื่อของที"

"ฮึก"

"ทีครับ พี่รู้ว่าพี่ผิดที่ทิ้งทีไปเเบบใจร้ายมากๆ เเต่ตอนนี้พี่กลับมาเเล้ว ลมคนนี้กลับมาพร้อมกับความเเข็งเเกร่ง พร้อมที่จะปกป้องทีกับลูก พี่ไม่ใช่ลมคนเดิมคนที่คอยเเต่จะวิ่งหนี ทิ้งคนรักให้เจ็บปวดไว้ข้างหลัง เเละคอยเเต่ให้พ่อกางปีกปกป้องอีกต่อไป พี่ไม่ใช่คนนั้นอีกเเล้ว เพราะทีนะรู้ไหมที่ทำให้พี่อยากเเข็งเเกร่งขึ้น เเต่มีสิ่งหนึ่งที่ลมคนก่อนกับลมคนนี้มีเหมือนกันนั้นคือ การที่เขารักคนที่ชื่อนาทีมาตลอดไม่เคยเปลี่ยนเเปลง ไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้ พี่ลมยังคงรักนาทีเสมอมา "

"ฮึก ฮือออออออออ พี่ลม ฮืออออออ"

ฟึบ! ลมดึงนาทีเข้ามากอดไว้เเน่นยามที่เห็นคนที่ตัวเองรักกำลังร้องไห้อย่างหนัก

"ไม่ร้องนะครับ โอ๋ๆนะ" ลมโยกตัวไปมา ปลอบประโลมนาทีราวกับว่าเจ้าตัวเป็นเด็กๆ

"ฮึก ฮึก ฮือออออออออออ" ยิ่งลมปลอบเท่าไหร่ นาทีก็ยิ่งร้องไห้หนักมากขึ้นเท่านั้น

ลมดันนาทีออกจากอ้อมกอด เขาใช้มือทั้งสองข้างประคองเเก้มของนาทีไว้ ใช้หัวเเม่มือบรรจงเช็ดน้ำตาให้นาทีอย่างเเผ่วเบาเเละอ่อนโยน

"นาทีครับ" ลมเรียกชื่อนาทีพร้อมกับประคองใบหน้าของนาทีให้เงยขึ้นมาสบตากับตัวเอง "พี่ลมคนนี้จะขอมากไปไหมครับ ถ้าอยากจะขอให้นาทีให้โอกาสผู้ชายคนนี้อีกครั้งได้ไหมครับ ให้เขาได้กลับมาดูเเลหัวใจของตัวเองอีกสักครั้งได้หรือเปล่าครับ ขอโอกาสให้ผู้ชายที่เคยทำผิดพลาดคนนี้ได้เข้าไปอยู่ในครอบครัวของนาทีด้วยได้ไหมครับ ให้มันเป็นครอบครัวของเรา"

"พี่ลม" นาทีพุ่งตัวเข้าไปกอดลมไว้อย่างรวดเร็ว "พี่ยังรักทีใช่ไหม ฮึก! พี่ลมไม่ได้คิดจะทิ้งทีไปจริงๆใช่เหรือเปล่า ตอนนี้พี่ลมกลับมาเเล้วจริงๆใช่ไหม กลับมาเเล้วพี่ลมยังจะทิ้งทีกับลูกไปอีกหรือเปล่า ฮึก! ฮึก! ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่ลมคิดถึงทีเหมือนที่ทีคิดถึงพี่ลมใช่ไหม พี่ลมรอทีเหมือนที่ทีรอพี่ลมหรือเปล่า ฮึก! ส่วนเรื่องลูกพี่ลมดีใจใช่ไหมที่เรามีลูกด้วยกัน พี่ลมไม่ผิดหวังใช่ไหม โฮ!! คำว่ารักที่พี่ลมพูดมาเมื่อตอนนั้นพี่ลมรู้สึกจริงๆใช่ไหม พี่ลม....."

"ใจเย็นครับๆ ค่อยๆถามก็ได้ ไม่ต้องรีบ พี่อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน" ลมยกมือลูบศีรษะของนาทีเบาๆเพื่อให้เจ้าตัวผ่อนคลายจากความตึงเครียด ฟังจากคำถามที่ถามมารัวๆเป็นชุดเเล้ว คงเป็นคำถามที่นาทีเองก็คงฝังใจเจ็บมาตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ลมเข้าใจ เเละพร้อมจะตอบคำถามของนาทีทุกคำถาม เพียงเเต่ตอนนี้ลมอยากให้เจ้าตัวผ่อนคลายมากกว่านี้สักหน่อย

"พี่ลม" นาทีดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของลม ก่อนจะจ้องมองเข้าไปยังดวงตาสีนิลของลม "ถ้าทีให้โอกาส พี่ลมจะไม่ทิ้งให้ทีต้องเจ็บปวดอีกเเล้วใช่ไหมครับ"

"ไม่ครับ พี่จะไม่ทำเเบบนั้นอีกเเล้ว พี่เคยพลาดมาเเล้วครั้งหนึ่ง พี่จะไม่พลาดอีกเป็นครั้งที่สอง"

"ถ้าอย่างนั้น...............ทีให้โอกาสพี่ลม เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะครั.."

ฟึบ!

"พี่ลม!" นาทีเรียกชื่อลมเสียงดังด้วยความตกใจ จู่ๆเขาก็โดนลมดึงเข้าไปกอดอย่างเเรง จนหน้าเขากระเเทกกับเเผ่นอกกว้างดังปั๊ก เนี่ย ไม่ทันไรก็ทำร้ายร่างกายกันซะเเล้ว

"ขอบคุณ ขอบคุณครับ พี่ขอบคุณจริงๆ" เสียงสั่นๆของลมที่พูดออกมา ทำให้นาทีที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอ้อมกอดถึงกับหยุดชะงัก ก่อนจะใช้เเขนทั้งสองข้างของตัวเองกอดตอบกลับคนตัวโตที่กำลังสั่นไหว

"เราต่างคนต่างก็เจ็บหนักด้วยกันมาทั้งคู่ อาจจะเจ็บกันคนละเเบบเเต่ต่างก็เจ็บเหมือนกัน เรื่องเก่าไว้เป็นบทเรียน ต่อไปนี้มาใช้ชีวิตให้มีความสุขกันนะพี่ลม ความเจ็บปวดที่ยังคงมีอยู่ในใจ เราให้ความรักของเราเเละเวลาเป็นตัวช่วยเยียวยามันเนอะ"

"ครับ"

"ขอบคุณนะพี่ลมที่กลับมาหาที ทีคิดว่ายังไงชาตินี้ก็คงไม่ได้เจอพี่ลมอีกเเล้ว"

"พี่ก็ขอบคุณทีนะครับ ที่ทียอมให้โอกาสพี่ พี่ขอบคุณจริงๆ"

"เฮ้อ! ทำไงได้ครับ ก็ใจเรามันไม่ใช่ของเรามาตั้งนานเเล้วนี่น่า"

"พี่ลมรักนาทีนะครับ"

"นาทีก็รักพี่ลมครับ"

หลังสิ้นสุดคำบอกรักทั้งสองคนต่างกระชับอ้อมกอดของกันเเละกันให้เเน่นยิ่งขึ้น คล้ายกับกลัวว่าถ้ากอดไว้ไม่เเน่นพออีกคนอาจจะหายไปก็ได้

นาทีหวังว่าโอกาสที่มอบให้กับคนตรงหน้าเเละโอกาสที่มอบให้กับตัวเองมันจะไม่เสียเปล่านะ เขาอยากให้โอกาสเราทั้งคู่มีความสุขอีกครั้ง รวมทั้งเพื่อลูกชายตัวน้อยที่กำลังนอนหลับฝันดีอยู่บนห้องด้วย

โอกาส.....เพื่อครอบครัวของเรา



ทั้งสองคนใช้เวลาคุยกันต่ออีกสักพัก โดยที่ส่วนใหญ่เป็นนาทีซะมากกว่าที่เป็นคนถามคำถาม คำถามต่างๆที่นาทีสงสัยตลอดมาได้รับคำตอบจากลมแทบหมดสิ้น จนหัวใจที่รู้สึกหนักอึ้งมาหลายปีโล่งสบายเเบบที่ไม่เคยเป็นมา ลมยังรักนาทีเสมอมา ไม่เคยที่จะไม่รัก เฝ้าคิดถึง คะนึงหา พยายามตามหา เเถมยังมีการยืนยันด้วยการเปิดกระเป๋าสตางค์ให้นาทีดูด้วย ว่ามีรูปของนาทีจริงๆ เเละคำตอบสุดท้ายของลมยิ่งทำให้ใจนาทีพองฟู 'ลูกคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับพี่ น้องตุลย์คือความรักไม่ใช่ความผิดพลาด' มันเป็นคำตอบที่ดีมากจริงๆ


"พี่ลมนอนที่ห้องนี้นะครับ"

"เเล้วทีจะไปนอนที่ไหน"

"ผมจะไปนอนกับลูกอีกห้องนึงครับ ไม่อยากให้ลูกนอนคนเดียว"

ตอนนี้ทั้งสองคนย้ายตัวเองมายังห้องนอนด้านบนเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว เนื่องจากนาทีคิดว่าวันนี้เขาทั้งสองคนควรที่จะพักผ่อนกันได้เเล้ว จากนี้เราทั้งคู่ยังคงมีเวลาอีกเยอะให้ได้พูดคุยกัน

นาทีเดินนำลมเข้ามาในห้องหนึ่งของบ้าน ที่เป็นห้องว่าง เเละเป็นห้องที่ใช้สำหรับให้เเขกที่มาเยี่ยมเยียนพัก

"ทีนอนด้วยกันกับพี่ไม่ได้เหรอครับ พี่อยากนอนกอดที"

"ไม่ได้ครับ เดี๋ยวลูกจะร้องไห้ถ้าตื่นมาไม่เจอที พี่ลมไม่ดื้อนะครับ"

"รู้สึกดีจังที่ทีเรียกพี่ว่า พี่ลม เเละเเทนตัวเองว่าที ดีกว่าคุณๆผมๆเยอะเลย"

"ถ้าพอใจเเล้วก็ไปอาบน้ำนอนได้เเล้วครับ เลยวันใหม่มาสองชั่วโมงเเล้วนะครับ เดี๋ยวทีต้องตื่นเเต่เช้ามาทำข้าวกล่องให้ลูกอีก"

"จะไม่นอนด้วยกันจริงๆเหรอครับ" ไม่ว่าเปล่า ลมขยับเข้าไปใกล้ที เเละถือวิสาสะดึงตัวของทีเข้ามาเเนบชิดตัวเองจนไร้ซึ่งช่องว่าง "จุ้บ"

"พี่ลม!" นาทีเรียกอีกคนเสียงดุ ยามที่โดนคนตัวโตฉวยโอกาส

"พี่คิดถึงที" น้ำเสียงอ้อนๆถูกเปล่งออกมา พร้อมกับลมที่โน้มตัวเอาคางตัวเองไปวางเกยไว้กับไหล่ของคนตัวเล็กกว่า

"อื้อ พี่ลม จะกอดก็กอดดีๆสิครับ จะมาดมซอกคอคนอื่นทำไม อื้อ"

"ก็พี่คิดถึง" ลมตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า จมูกก็ยังคงซุกซนอยู่บริเวณซอกคอหอมอย่างเพลิดเพลิน

"พี่ลม อุ๊บ"

ลมไม่ปล่อยให้นาทีได้พูดอะไรต่อ เขาก้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากนิ่มของนาทีอย่างนุ่มนวล ในคราวเเรกลมทำเพียงเเค่ประทับริมฝีปากไว้นิ่งๆ เพื่อดูดซับความคิดถึงของกันเเละกัน ผ่านไปสักพักริมฝีปากที่เคยอยู่นิ่งของลม ก็เริ่มขยับขบเม้ม จากที่เเผ่วเบาในคราวเเรกค่อยๆเม้มหนักขึ้นเเละหนักขึ้น

ลมหายใจของทั้งสองสอดประสาน ปากของลมเริ่มขยับ ลิ้นร้อนพยายามเเทรกผ่านรอยเเยก นาทียังคงปิดปากเน้นไม่ยอมให้ลิ้นร้อนเข้าผ่านเข้ามาได้ง่ายๆ ลมจึงเริ่มดูดดึงริมฝีปากล่างของนาทีก่อนจะใช้ฟันกัดริมฝีปากของนาทีเบาๆ จนนาทีเผลออ้าปากออก

ยามเมื่อสบโอกาสลิ้นร้อนของลมก็เเทรกเข้าไปภายในปากของนาทีอย่างรวดเร็ว จากจูบที่นุ่มนวล มันกลับรุนเเรงขึ้น จากที่ขัดขืนในตอนเเรกนาทีกลับคล้อยตามในที่สุด

ความคิดถึง ความโหยหา ถูกบอกผ่านจูบครั้งนี้ ลิ้นสองลิ้นเกี่ยวพันกันจนไม่สามารถเเยกได้ว่าของใครเป็นของใคร เสียงเฉอะเเฉะของน้ำลายที่ปะปนกันดังไปทั่วห้อง ลมดันนาทีไปยังเตียงนอนตรงกลางห้อง ค่อยๆประคองอีกคนให้นอนลงบนเตียงด้วยความนุ่มนวล

นาทีในตอนนี้นั้นสติของเขาเริ่มเตลิด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หลังของเขาสัมผัสกับเตียงเสียเเล้ว

"พี่ลม" นาทีเอ่ยเรียกลมด้วยเสียงเเหบพร่า เเละดวงตาที่ฉ่ำน้ำ

"ชู่ววววว" ลมใช้นิ้วชี้เเตะไปที่ริมฝีปากของนาทีเพื่อห้ามไม่เจ้าตัวพูดอะไรออกมา จากนั้นก็จู่โจมนาทีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองคนยังคงเเลกเปลี่ยนสัมผัสความวาบหวามกันอย่างดุเดือด นาทีใช้เเขนทั้งข้างคล้องคอของลมไว้ เอียงหน้าเล็กน้อยเพื่อให้จูบถนัดยิ่งขึ้น เสียงครางอื้ออึงในลำคอยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของทั้งคู่ให้ยิ่งเตลิด

"อื้อ" นาทีส่งเสียงครางเเผ่วเบา ยามที่ลมก้มหน้าลงไปซุกไซ้ซอกคอเเละขบเม้มเบาๆ

"พี่ลม อ๊ะ อื้อ" นาทีส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้งยามที่มือซุกซนของลมในตอนนี้ กำลังลูบวนอยู่ภายในเสื้อของเขา พร้อมกับการใช้นิ้วหยอกล้อกับยอดอกของนาทีจนชวนให้รู้สึกเสียวสะท้าน

"คนดี อืม "ลมละหน้าจากซอกคอของนาที มาประกบจูบนาทีอีกครั้ง "จุ้บ จุ้บ อืมมม"

เเละในขณะที่ทั้งลมเเละนาทีกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นสนั่นบ้าน ออกมาจากห้องข้างๆ ............


"แง้ เเง้ ฮึกๆ โฮๆๆๆๆ หม่าม้า ฮืออออออ หม่าม้า หม่าม้าหนายยย ฮือออออออ "

เสียงหวีดร้องของคนเป็นลูกทำให้นาทีได้สติ รีบผลักลมออกจากตัวทันที ตอนนี้สภาพของนาทีคือเสื้อนอนหลุดลุ่ยออกจากตัว ขอบกางเกงก็ดูหมิ่นเหม่เสียเหลือเกิน เมื่อเห็นสภาพตัวเองเเล้ว ใบหน้าของนาทีก็เกิดร้อนข่าวขึ้นมาทันที

"ทะ ทะ ทีไปดูลูกก่อน พี่ลมก็รีบพักผ่อนนะครับ" ว่าจบนาทีก็รีบเดินออกจากห้องไปพร้อมกับเเก้มสีระเรื่อเเละเสื้อที่ยังไม่ได้ติดกระดุมเลยสักเม็ด

ส่วนลมก็ได้เเต่ถอนหายใจหนักๆ พร้อมกับก้มดูลมน้อยที่ไม่น้อย กำลังขยายตัวพร้อมรับศึกอย่างเต็มที่

เฮ้อ! สงสัยวันนี้คงต้องใช้บริการน้องนางทั้งห้าไปก่อนก็เเล้วกัน


ส่วนเจ้าตูนตูนตัวแสบของเขานั้น....ถึงเวลาที่จะต้องสอนให้นอนคนเดียวอย่างจริงจังเสียเเล้ว


ป๊ากำลังจะปั๊มน้องให้ตูนตูนอยู่เเล้วเชียว..........


ตูนตูนทำเเบบนี้กับป๊าได้ไง............




................................................................

TBC.

ป๊าใจเย็นๆก่อน ไปเคลียร์กับลูกก่อน

ตูนตูนเขาก็หวงหม่าม้าเขานะ เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะทุกคน

เรื่องนี้ไม่มีดราม่าแน่นอนค่ะ จะมีก็แต่รอยยิ้มที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละตอนค้าบบบบ  อ่านด้วยความสบายใจได้เลยค่ะ

มายิ้มไปด้วยกันจนจบเรื่องเลยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-10-2021 04:26:12 โดย sadvoice »

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
วันนี้เราลงสองตอนคือตอนที่ 9 กับ 10 นะคะ หากยังไม่ได้อ่านตอนที่ 9 คุณรี้ดเลื่อนขึ้นไปอ่านตอนที่ 9 ก่อนนะคะ

10
ลุงลม = ป๊า ?

"ลุงลม!"

"ไงตัวเล็ก"

เด็กชายตุลย์ร้องเรียกลมเสียงดัง ยามเมื่อเขาเดินเข้ามาบริเวณห้องครัว เเล้วเจอกับคุณลุงคนโปรดกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทานอาหาร  ในตอนที่เขาตื่นนอนหม่าม้าบอกว่าให้รีบอาบน้ำเเปรงฟัน หม้าม่ามีเซอร์ไพรส์มาให้ เขาไม่รู้ว่าเซอร์ไพรส์ที่หม่าม้าบอกคืออะไร เเต่การที่ลงมาเเล้วเจอลุงลมของเขาเเบบนี้ เป็นเรื่องที่เขาดีใจมากๆเลย เจอตัวจริง ดีกว่าคุยกันทางโทรศัพท์เป็นไหนๆ

เด็กชายตุลย์รีบปล่อยมือจากคนเป็นเเม่ สองเท้าน้อยๆรีบวิ่งไปหาคุณลุงคนโปรด จนคนเป็นเเม่ต้องร้องเตือน

"น้องตุลย์ไม่วิ่งครับ เดี๋ยวล้มนะ"

ถึงคนเป็นเเม่จะร้องเตือนเสียงดังขนาดไหนก็ไม่ทันเสียเเล้ว ในเมื่อตอนนี้เด็กชายตุลย์วิ่งไปถึงคุณลุงคนโปรดเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

"ลุงลม" เด็กชายตุลย์เรียกคุณลุงของเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับกางเเขนสองข้างออกเพื่อให้ลุงลมอุ้มเขาหน่อย

ลมที่เห็นท่าทางออดอ้อนของลูกชายก็ไม่รอช้า รีบอุ้มลูกชายขึ้นมานั่งบนตักของตัวเองทันที

"ลุงลม ตูนตูนคิดถึง" พูดจบเด็กชายตุลย์ก็เอียงใบหน้าน้อยๆไปซบอกคุณลุงคนโปรด

"ลุงก็คิดถึงน้องตุลย์เหมือนกันครับ"

"ลุงลม หอม หอม" เด็กชายตุลย์ชี้นิ้วลงบนเเก้มซ้ายของตัวเอง ลมที่เห็นเช่นนั้นก็ไม่รอช้า กดจมูกลงบนเเก้มนิ่มเเรงๆหนึ่งทีตามคำขอ

"ลุงลมนี่ด้วย" เเก้มซ้ายโดนหอมไปเเล้ว เเก้มขวาก็ตามมา

"ลุงลม นี่ด้วย" เเละตบท้ายด้วยการให้คุณลุงคนโปรดจุ้บหน้าผากเเรงๆไปอีกหนึ่งที

"คิคิ ตูนตูนหอมบ้าง ฟอด ฟอด" เมื่อโดนคนเป็นลูกขอหอมมีหรือที่คนเป็นพ่อจะรอช้า ลมรีบยื่นเเก้มซ้ายขวาให้ลูกชายได้หอมเขาฟอดใหญ่ๆกลับคืนทันที

นาทียืนกอดอกมองสองพ่อลูกหอมเเก้มกันไปมาด้วยความสุขใจ บ้านที่ปกติยามตื่นมามีเเค่เขากับลูกชายเพียงสองคน ตอนนี้มีอีกคนเพิ่มเข้ามาเเล้ว เเละเหมือนว่าความสุขก็เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะกับลูกชายของเขา

"ลุงลม ไปเที่ยวซาหนุกม่ายคับ"

"ไม่สนุกเลยครับ ลุงทำเเต่งานเหนื่อยมากเลยครับ"

"เหนื่อยเหรอ ลุงลมเหนื่อยเหรอ"

"ครับ"

"โอ๋ๆ กอด ตูนตูนกอด ลุงลมหายเหนื่อยนะ" สองมือน้อยๆของเด็กชายตุลย์พยายามโอบกอดลมอย่างสุดความสามารถ

"ทำไมถึงน่ารักอย่างนี้ครับ หม่าม้าให้กินอะไรเข้าไปเนี่ยห๊ะเจ้าเด็ก ไหนมาฟัดเเก้มอีกรอบสิ" ลมไม่สามารถอดทนกับความน่ารักของลูกชายตัวเองได้อีกต่อไป จับเจ้าเด็กตัวน้อยมาฟัดเเก้มซ้ายขวาด้วยความมันเขี้ยวหนักๆจนเเก้มลูกชายเเทบจะช้ำอยู่รอมร่อ

"คิคิ จี้ ลุงโลมม จี้ๆ คิคิ ม้ายๆ ฮ่าๆ"

ลมที่เห็นว่าลูกชายของตัวเองเหนื่อยหอบจากการหัวเราะ ก็หยุดเเกล้งลูกชายทันที ก่อนจะเอ่ยคุยกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่บนตัก

"ลุงซื้อของฝากมาให้น้องตุลย์ด้วยนะครับ"

"จิงหรอคับ" เด็กชายตุลย์ตาโตเเวววับเป็นประกายยามได้ยินคำว่าของฝากจากคนเป็นลุง

"จริงครับ เเต่ต้องรอตอนเย็นนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นลุงลมเอามาให้นะ"

"รอเยย ตูนตูนรอเยย ขอบคุณคับ"

"ทั้งสองคนหยุดเล่นกันก่อนครับ เดี๋ยวจะสายนะ น้องตุลย์มานั่งประจำที่ได้เเล้วครับ" นาทีที่ยืนมองสองพ่อลูกคุยเล่นกันอยู่นานเเล้วเอ่ยขัดขึ้น ถ้ามัวเเต่ปล่อยให้คุยกันมีหวังได้สายกันยกบ้านเเน่ๆ

"คับ หม่าม้า" เด็กชายตุลย์ตอบรับคำไม่อิดออด เช้านี้เขาอารมณ์ดีมาก หม่าม้าว่าอะไรเขาก็ว่าด้วยทั้งหมดเลย

"อู้ววววว! หม่าม้ากุ้งตัวหย่ายมากเยย" เด็กชายตุลย์ตาโตวาววับ เมื่อเห็นถ้วยโจ๊กกุ้งผักรวมที่หม่าม้าตักมาให้ มีกุ้งตัวใหญ่ๆตั้งสองตัว

"น้องตุลย์ชอบไหมครับ"

"ชอบคับ"

"ถ้าชอบก็ต้องทานให้หมดนะครับ"

"ได้เยยหม่าม้า ตูนตูนทานหมดเยย"

"เก่งมาก ลงมือทานได้ครับ"

เด็กชายตุลย์พยักหน้ารับคำ จากนั้นก็ใช้ช้อนคุณหมีคู่ใจตักโจ๊กกุ้งผักรวมคำโตๆมาเป่าฟู่ฟู่ เเล้วส่งมันเข้าปาก ยามได้ลิ้มลองรสชาติก็ยิ่งทำให้เด็กชายอารมณ์ดี

"อู้ววววว หร่อยๆ หม่าม้า อาหร่อย"

"อร่อยก็ทานเยอะๆครับ"

การทานข้าวเช้าในวันนี้เด็กชายตุลย์มีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะมีคุณลุงคนโปรดที่ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายวันมาร่วมโต๊ะด้วย ไหนจะโจ๊กเเสนอร่อยของหม่าม้าอีก กุ้งก็ตัวใหญ๊ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ส่งผลทำให้เด็กชายตุลย์อารมณ์ดีจนเผลอร้องเพลงออกมา ในขณะที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ จึงทำให้เจ้าตัวโดนหม่าม้าดุไปตามระเบียบ

"น้องตุลย์ เคี้ยวข้าวอยู่ไม่ร้องเพลงนะครับ มันจะทำให้อาหารติดคอเราได้นะครับ"

"ติดคอเหรอหม่าม้า"

"ครับ อาหารติดคอทรมานมากเลยนะ มันทำให้เราหายใจไม่ออกด้วย น้องตุลย์จำครั้งที่หม่าม้าลองให้น้องตุลย์กลั้นหายใจได้ไหมครับ"

"จำด้ายครับ"

"ตอนกลั้นหายใจเเล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ"

"ไม่ดีเยยหม่าม้า ตูนตูนเฮือกเฮือกเลย"

"ใช่ไหมครับ มันรู้สึกไม่ดีมากๆเลย เพราะฉะนั้นเเล้วเวลาทานข้าวไม่ร้องเพลงหรือคุยในขณะที่กำลังเคี้ยวนะครับ ถ้าเกิดติดคอมา น้องตุลย์ได้เฮือกเฮือกอีกเเน่ๆเลย"

"โอเคหม่าม้า จำเยย ตูนตูนจำเยย ตูนตูนไม่ร้องเพลง ไม่คุยตอนเคี้ยว เดี๋ยวเฮือกเฮือก"

"เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะตัวเล็ก" ลมที่นั่งฟังสองเเม่ลูกคุยกันอยู่นานเอ่ยหยอกลูกชายขึ้นมาบ้าง

"คิคิ ตูนตูนเด็กดี"

จบคำพูดเเละเสียงหัวเราะชอบใจของเด็กชายตุลย์สมาชิกบนโต๊ะอาหารก็ก้มหน้าก้มตาทานมือเช้าของตัวเองกันต่อ ภายในห้องครัวของบ้านหลังเล็กในวันนี้ มันช่างตลบอบอวลไปด้วยความสุขเสียจริงๆ



...............................................................

"เฮ้ยไอ้................ที" คีย์ผ่อนเสียงลงจนเเทบจะไม่ได้ยินว่าเจ้าตัวเอ่ยเรียกชื่อนาทีออกไป

ตอนเเรกคีย์ก็ตั้งใจจะตะโกนทักทายเพื่อนตามปกติเฉกเช่นทุกวัน เเต่วันนี้เพื่อนเขามันดันไม่ปกติซะงั้น วันนี้เพื่อนนาทีของเพื่อนคีย์พกสามีมาด้วยจ้า เเล้วไอ้ไอละอองฟุ้งๆสีม่วงๆชมพูๆ รอบตัวของทั้งสองคนมันคืออะไรวะ เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่เมื่อวานไอ้ทียังหน้างอคอตกอยู่เลย เเล้วดูมัน ดูมันทำ ไม่คิดจะสนใจเพื่อนที่ยืนมองอยู่หน่อยเหรอวะ

"ไอ้เปอร์"

"ว่าไงพี่คีย์"

คู่หูเจ้านายลูกน้องสุดซี้ ยืนมองคนสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่ตรงประตูร้าน มันก็ดูเหมือนจะเป็นการคุยธรรมดาๆ เเต่ดูยังไงๆก็ไม่ธรรมดา

"มึงคิดเหมือนพี่ป้ะเปอร์"

"คิดครับ"

"คิดว่าสองคนนี้เขากลับมาคืนดีกันเเล้วเเน่ๆใช่ไหม"

"เปล่าครับ คิดว่าควรจะซื้ออาหารเม็ดเเบบไหนให้พี่คีย์ดี สงสัยอาจมีคนหอน"

"ไอ้เหี้ยเปอร์" ไม่ด่าเปล่า คีย์ยังใช้ขาเตะเข้าไปที่หน้าเเข้งของเปอร์เป็นของเเถมอีกด้วย

"โอ๊ยพี่คีย์ ผมหยอกเล่นเอง รุนเเรงชะมัด" เปอร์กระโดดโหยงๆใช้มือจับหน้าเเข้งตัวเอง หลังจากที่โดนคีย์ทำร้ายร่างกายเเบบไม่ออมเเรง

"รอบหน้าไม่จบที่หน้าแข้งนะ บอกก่อน" คีย์ยกก้ำปั้นขึ้นมาขู่ลูกน้องด้วยท่าทางเอาเรื่อง

"ครับๆๆ ไม่กล้าเเล้วครับ" เปอร์ยกมือขึ้นสองข้างเป็นการยอมเเพ้ " เเต่ผมเห็นด้วยกับพี่คีย์นะ ผมว่าท่าทางเเบบนี้ มัน.... หึ!" เปอร์ยกยิ้มมุมปากด้วยสีหน้าร้ายๆ เเต่ทำออกมาได้ชวนให้น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด

"เป็นไร จะไปเข้าห้องน้ำก็ไป มายืนทำหน้าทุเรสอยู่ได้"

"โถ่ พี่คีย์ พี่ไม่ได้เกลียดอะไรผมใช่ป้ะ ถามจริง?"

"เกลียด" คีย์ตอบเสียงจริงจัง

"เชอะ ทีหลังอย่ามาตามหากำลังเสริมนะครับ ผมไม่มาให้หรอก" ว่าจบเปอร์ก็เดินงอนเข้าไปหลังร้านทันที คีย์ส่ายหัวให้กับท่าทางเล่นใหญ่ของลูกน้องตัวเอง ก่อนจะยืนกอดอกมองไปทางประตูอีกครั้ง

ในขณะที่กำลังจ้องมองคนสองคนคุยกันอยู่นั้น ลมที่เห็นว่าคีย์จ้องมองมาที่ตนอยู่ ก็ละสายตาจากนาที มาส่งยิ้มทักทายให้คีย์เล็กน้อย ฝ่ายคีย์ที่โดนจับได้ว่ากำลังเเอยมองอยู่ก็สะดุ้งตกใจ ส่งยิ้มเเห้งๆกลับไปเป็นการทักทาย


"โอ้โห กว่าจะลากันเสร็จ นี่กูกะว่าจะเซ็นใบลาให้มึงอยู่เเล้วเชียว" คีย์เอ่ยขึ้นหลังจากที่นาทีเเยกกับลมเเละเดินเข้ามาภายในร้านเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

"คีย์ก็พูดเกินไป"

"เกินไปที่ไหน กูพูดจริงทั้งนั้น... มึงมานั่งนี่ก่อนเลยไอ้ที มาคุยกับกูก่อน" คีย์ลากเเขนนาทีให้เดินตามตัวเองมายังโต๊ะตัวนึงภายในร้าน "ไหนมันเกิดอะไรขึ้นวะ" คีย์รีบเปิดบทสนทนาทันทีที่นั่งลง

"ก็อย่างที่คีย์เห็น"

"เเหม่ ตอนมาปรึกษาพูดยาวอย่างกับกล่าวสุนทรพจน์  พอมาตอนนี้ พูดเเค่ว่า ก็อย่างที่เห็นเนียนะ เหอะ! " คีย์อดที่จะเบ้ปากใส่เพื่อนของตัวเองไม่ได้

"โธ่ คีย์อย่าเพิ่งน้อยใจสิ เราก็กำลังจะเล่าอยู่นี่ไง" นาทีจิ้มนิ้วจึกจึกลงบนเเขนของคีย์เป็นการง้อ

"เออๆๆ ไหนเล่ามา เล่าให้หมด ห้ามกั๊กนะเว้ย"

"โอเค.........เมื่อคืนเรากับคุณลมมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจกันเเล้ว ทุกๆอย่างที่ติดค้างกันอยู่ภายในใจของเราสองคนมันได้ปลดล็อคจนมันเบาบางลง ความเจ็บปวดของเราในอดีตที่เคยได้รับตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก เเม้จะยังกลัวๆอยู่บ้างแต่มันก็โอเคเเล้ว"

เเละหลังจากนั้นนาทีก็เล่าเรื่องราวที่ลมต้องหายไป ให้กับคีย์ฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งเรื่องที่น้องตุลย์อยากให้คุณลมมาเป็นป๊าด้วย เรียกได้ว่ากว่าที่คีย์จะหมดข้อสงสัย นาทีก็ตอบคำถามเสียจนคอเเห้งเลยทีเดียว

"เฮ้ออออ! กูก็ไม่รู้จะพูดยังไง ต่างคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง เเต่ก็นะ ไหนๆก็ผ่านความเจ็บปวดมาเเล้วทั้งคู่ ต่อไปนี้ กูขอให้มึงกับคุณลมมีเเต่ความสุขในทุกๆวันนะเว้ย กูดีใจกับมึงด้วยจริงๆนะนาที ที่เห็นมึงความสุขจริงๆสักที หลานกูก็จะได้มีป๊ากับเขาเเล้ว หมูตุ้บของกูต้องมีความสุขมากเเน่ๆ"

"เราก็หวังให้เป็นเเบบนั้น"

"เเล้วจะบอกน้องตุลย์ตอนไหน เรื่องที่ว่า คุณลมเป็นพ่อ"

"เรากับคุณลมตกลงกันว่าจะบอกน้องตุลย์เย็นนี้ คุณลมเขาไม่อยากรอเเล้ว"

"อ่อ เอออ ก็ดีนะ น้องตุลย์ต้องเข้าใจเเละดีใจเเน่ๆ มึงเชื่อกู"

"อื้มมม เราก็คิดเเบบนั้นเหมือนกัน"

"ไปๆๆ เเยกย้ายไปทำงานเตรียมเปิดร้าน ได้ผัวรวยเเล้วมึงจะทิ้งงานทิ้งการไม่ได้นะเว้ยไอ้ที" คีย์รีบชวนเปลี่ยนเรื่องก่อนที่บรรยากาศมันจะชวนเครียดไปมากกว่านี้

"คีตกานต์!"

"ตลอด สู้ไม่ได้เเล้วเรียกชื่อจริงกูตลอด เเล้วยังไง วันนี้ต้องไปส่งกาเเฟให้สามีไหมครับ"

"เราจะฟ้องป๊าคีย์ ว่าคีย์เเกล้งเรา"

"เอ้าไอ้เหี้ย กูพูดเรื่องจริง กูผิดอะไร"

"เรื่องจริงที่ไหน คีย์มั่วตลอด"

"มั่วเชี่ยไร เด็กอ้วนๆที่วิ่งตุ๊บตั๊บนั่นไง หลักฐาน"

"ฮึ่ยยยย ! เราไม่เถียงด้วยเเล้ว"

"เอ้า งอนเฉยเลยเว้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"

คีย์หัวเราะสะใจที่สามารถเเกล้งเพื่อนให้งอนได้ ก่อนจะมองตามเเผ่นหลังบางที่เดินหายเข้าไปทางหลังร้านด้วยรอยยิ้ม นาทีเพื่อนของเขามีความสุขเเล้ว ความสุขที่ไม่เเฝงความเจ็บปวดอยู่ในนั้น........


.................................................................

"น้องตุลย์ของหม่าม้ายังไม่ง่วงจริงๆเหรอครับ" นาทีเอ่ยถามลูกชายที่ตอนนี้กำลังอยู่บนพื้น มือก็ขีดๆเขียนๆสิ่งต่างๆตามจินตนาการของตัวเองลงบนกระดาษที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา

"คับ ตูนตูนรอลุงลม ลุงลมบอกตอนเย็นเอาของฝากมาห้าย"

"ฮ่าๆ ที่รอลุงลมเพราะอยากได้ของฝากเหรอครับเนีย"

"ม้ายๆ ตูนตูนรอ คิดถึง เเต่ของฝากก็อยากด้าย" เด็กชายตอบด้วยท่าทางเอียงอาย

"ลุงลมได้ยินคงร้องไห้เเย่เลย"

"คิคิ"

"หม่าม้าให้น้องตุลย์รอได้ถึงสองทุ่มเท่านั้นนะครับ ถ้าสองทุ่มเเล้วลุงลมยังไม่มาน้องตุลย์ต้องขึ้นไปนอนกับหม่าม้านะครับ ของฝากไม่ได้หายไปไหน ไว้รอมาเปิดดูตอนเช้าก็ยังไม่สายนะครับ ตกลงไหมครับเด็กดี"

นาทียื่นข้อต่อรองกับคนเป็นลูกชาย เพราะเขาไม่เเน่ใจว่าลมจะกลับมาถึงบ้านตอนไหน ตอนนี้ก็เป็นเวลาทุ่มกว่าๆเเล้ว เขาไม่อยากให้ลูกชายต้องนอนดึกจนเกินไป

"โอเคเยย หม่าม้า"เด็กชายตุลย์รับคำอย่างว่าง่าย จากนั้นก็หันหน้ากลับไปวาดภาพต่อ

สองเเม่ลูกนั่งเล่นกันบริเวณห้องรับเเขกสักพักใหญ่ ก็มีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น เด็กชายตุลย์เมื่อได้ยินเสียงรีบหันหน้าไปมองคนเป็นเเม่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

"ลุงลมมาเเย้ว เย่ๆ"

"ครับๆ เดี๋ยวหม่าม้าไปเปิดประตูให้ลุงลมก่อนะครับ น้องตุลย์รออยู่ตรงนี้นะครับ"

"คับ" เด็กชายตุลย์มองตามหลังของคนเป็นเเม่ไปจนสุดสายตา คอน้อยๆชะเง้อมองหาว่าเมื่อไหร่คุณลุงคนโปรดของเขาจะปรากฏตัว

"ลุงลม!" เสียงเล็กเอ่ยเรียกชื่อลมด้วยความดีใจทันทีที่เห็นลมเดินเข้ามาภายในบ้าน

ลมฉีกยิ้มกว้างให้กับลูกชาย พร้อมกับชูถุงของฝากจำนวนสองสามถุงให้ลูกชายดู เด็กชายตุลย์เมื่อเห็นถุงของฝากก็ตาลุกวาว ตบมือเปาะเเปะ ด้วยความชอบใจ

นาทีเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ก่อนจะบอกให้ลมไปนั่งตรงโซฟากับลูกก่อน เดี๋ยวเขาจะไปเอาน้ำมาให้

ลมล้มตัวลงนั่งบนพื้นข้างๆลูกชาย โดยที่ตั้งถุงของฝากไว้ข้างๆตัว เเต่ก่อนที่จะหันไปหยิบถุงของฝากมาเปิดให้คนเป็นลูกชาย สายตาของลมก็เหลือบไปเห็นภาพภาพหนึ่งที่มองเเทบไม่ออกว่าหมายถึงอะไร เเต่บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในรูปมันสะกิดใจ จนทำให้ลมต้องเอ่ยถามลูกชายออกไป

"น้องตุลย์วาดรูปอยู่เหรอครับ"

"ช่ายคับ ตูนตูนชอบวาดรูป ตูนตูนวาดรูปได้ห้าดาวด้วยน่าลุงลม" เด็กชายตัวน้อยอวดความสามารถของตัวเองเสียงดังฟังชัด ด้วยความภูมิใจ ก็คุณครูชมเขาตลอดเลยนี่น่า ว่าเขาวาดรูปเก่งมากๆ ถ้าไม่เชื่อเขาก็พร้อมที่จะเปิดสมุดวสดรูปให้ดูว่าตัวเองวาดรูปได้ห้าดาวตลอดเลย

"ตัวเเค่นี้เก่งจริงๆเลย..... ว่าเเต่รูปนี้น้องตุลย์วาดเป็นรูปอะไรเหรอครับ"

"รูปนี้หรอคับ"

"......... "ลมพยักหน้าให้ลูกชาย

"ตูนตูนวาดรูปคอบคัว อันนี้ตูนตูน ส่วนอันนี้หม่าม้า" เด็กชายตุลย์ไล่ชี้นิ้วไปทีละอัน เพื่อบอกให้ลุงลมของเขารู้ว่า ขีดตรงๆที่ดูไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างนั้นหมายถึงอะไร 

"มีเเค่น้องตุลย์กับหม่าม้าเหรอครับ"

"คับ"

"เเล้วป๊าของน้องตุลย์ล่ะครับ"

""หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่เเล้ว โอ๊ะ! ลุงลมอย่ากอดเเน่น ลุงโล๊มมมมมมม"

นาทีที่กำลังเดินถือเเก้วน้ำเข้ามาหยุดเดินกระทันหัน นาทีหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ กับทั้งสองคน เพราะไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะการพูดคุยของคนทั้งคู่

ลมคลายอ้อมกอดจากลูกชายเเละมองไปยังใบหน้าของลูกชายด้วยเเววตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างล้นเปี่ยม

"น้องตุลย์ครับ" ลมเอ่ยเสียงเรียกลูกชายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

"คับ"

"พื้นที่ว่างๆตรงนี้ของกระดาษ ลุงลมขอให้น้องตุลย์วาดเป็นลุงลมได้ไหมครับ" ลมชี้นิ้วไปยังพื้นที่ว่างข้างๆเด็กผู้ชายภายในภาพ

"วาดลุงลมหรอคับ" เด็กชายเอียงคอมองด้วยความสงสัย

"ครับ ขอให้ลุงลมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวน้องตุลย์ได้หรือเปล่าครับ

"คอบคัวหรอคับ"

"ใช่ครับ ครอบครัวที่มีพ่อเเม่ลูก วันนี้ลุงลมพูดหรืออธิบายอะไรไปน้องตุลย์อาจจะยังไม่เข้าใจเพราะยังเด็กอยู่มาก เเต่ลุงลมอยากบอกน้องตุลย์ว่า ป๊าของน้องตุลย์ยังอยู่นะครับ

"ป๊า ตูนตูนอยู่จิงๆหย๋อลุงลม" เด็กชายตุลย์รีบถามออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเเววตาที่ทอประกายความหวัง

ส่วนนาทีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้เขาไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปแล้ว

"ครับ ป๊าของน้องตุลย์ยังอยู่ เเละตอนนี้ป๊าของน้องตุลย์ก็กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าน้องตุลย์นี่ไงครับ"

"........"

"ด้วยอะไรหลายๆอย่างทำให้ป๊าของน้องตุลย์มาหาน้องตุลย์ช้าไปหน่อย  เเต่ตอนนี้......."

".............."

"ป๊าลม กลับมาหาน้องตุลย์เเล้วนะครับ"

"ฮึก ฮึก ฮือออออ เเง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"




............................................................

TBC.

ตูนตูนหนูร้องเพราะดีใจหรือหนูงงกับคำพูดป๊าคะลูก

ป๊าลมใจเย็น ลูกเพิ่งสี่ขวบอย่าอธิบายให้ยากเซ่ เด็กคิดไม่ซับซ้อนหรอก พูดว่า ตัวเองเป็นพ่อก็จบเเล้วไหมเพ่

ตอนหน้าพ่อลูกสุขสันต์คงต้องมาเเล้วค่ะ ☺


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะทุกๆคน

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 256
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
หนูตูนตูนน่ารักกกกกกกกอะ...
หนูมีป๊าแล้วอยากได้น้องน้องมัยเอ่ย
จะได้เป็นพี่ตูนตูนด้วยนะคะ... คิคิคิ...

ปล.คิดว่าน่าจะมี...
(มีคนยิ้มแล้วแอบคิดว่าจะฝึกตูนตูนนอนคนเดียวให้ไวๆได้ยังไง ×1)
(มีคนแก้มแดงแอบกอดตูนตูนแน่นๆซ่อนแก้มที่แดงๆไว้ ×1)

ปล.2 อ่านไปยิ้มไปทุกตอนค่ะ แต่ก็แอบพบว่า...
วันนี้สายแน่นอนจ้าาาาา ทำไมเมื่อคืนไม่เข้ามาดูก่อนนอนอีกทีนะเรา... ¥_¥ ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
11
ตูนตูนมีป๊าละนะ

"อาคีย์ ตูนตูนมีป๊าละนะ"

"พี่เปอร์ ตูนตูนมีป๊าละนะ"

"พี่วุ้น ตูนตูนมีป๊าเเล้วนะ"

เสียงสดใสที่บ่งบอกถึงความดีใจเเละความสุขของเด็กชายตุลย์ดังขึ้นไม่หยุดตั้งเเต่ที่เจ้าตัวกลับมาจากโรงเรียน เเละประโยคที่บอกว่าตัวเองมีป๊าเเล้วของเด็กชายตุลย์ดังขึ้นซ้ำๆจากริมฝีปากน้อยๆราวกับอัดเทปไว้ เเละถึงเเม้ว่าจะต้องฟังเป็นพันๆครั้งพวกเขาทั้งหมดก็เต็มที่จะฟังมัน เพราะตอนนี้เด็กชายตุลย์ผู้เป็นที่รักของทุกๆคนกำลังมีความสุขมากจริงๆ

"หมูตุ้บกูดูไม่เห่อเลยนะที่มีป๊า พูดมาจะสามพันรอบได้เเล้วมั้งเนี่ย" คีย์เอ่ยกับคนเป็นเเม่ของหลานขำๆ คีย์ไม่ได้รำคาญหลานหรอกนะที่พูดเเต่ประโยคเดิมๆ ออกจะเอ็นดูด้วยซ้ำ เขาเข้าใจว่าหลานของเขากำลังดีใจมากๆ เเต่คืนนี้เขากลัวหลานจะละเมอคำว่า 'ตูนตูนมีป๊าละนะ' ซะเหลือเกิน

"อืม น้องตุลย์ดีใจมากเลยนะที่มีป๊า เเละความดีใจยิ่งทวีคูนเมื่อรู้ว่าคนที่เป็นป๊าของตัวเองคือคุณลม"


นาทีนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนค่ำก็อดที่จะขำเเละซึ้งไปพร้อมๆกันไม่ได้ ตอนที่คุณลมบอกลูกชายว่าตัวเองเป็นป๊า อยู่ๆคนป็นลูกชายร้องไห้ปล่อยโฮเสียยกใหญ่ ทั้งเขาเเละคุณลมตกใจมาก เราสองคนต่างก็กลัวว่าสิ่งที่พูดไปมันไปสะเทือนใจลูกหรือเปล่า หรือลูกเรายังไม่พร้อม เเต่ที่ไหนได้เจ้าหนูตูนตูนดันร้องไห้เพราะดีใจซะอย่างนั้น เมื่อคิดถึงท่าทางที่สะอึกสะอื้นไป คุยไปของลูกชายก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเอ็นดูลูกชายตัวเองเข้าไปกันใหญ่.......

'ฮึก ฮึก ลุงลม ลุงลมเป็นป๊าของตูนตูนจิงๆหย๋อ ฮึก"

'ครับ ลุงลมเป็นป๊าของน้องตุลย์จริงๆ"

'ม่ายหลอกน้า~ ฮึก!"

'ไม่ครับ ลุงไม่หลอกน้องตุลย์เเน่นอนครับ'

'หม่าม้า' ลูกชายหันมามองเขาด้วยเเววตาของคงามหวัง เพื่อจะให้เขายืนยันในสิ่งที่คุณลมพูดว่าเป็นเรื่องจริง

'ลุงลมพูดความจริงครับ ลุงลมเป็นป๊าของน้องตุลย์จริงๆครับ ตอนนี้ป๊าของน้องตุลย์กลับมาหาน้องตุลย์เเล้วนะครับ"

'ฮึก ฮืออออ! ป๊าลม'

เมื่อจบคำพูดของเขา น้องตุลย์ก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง  พร้อมกับโผเข้ากอดคุณลมเต็มๆเเรง คุณลมกางเเขนรับลูกชายเข้าสู่อ้อมกอดเเกร่งของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยกับลูกชายเบาๆ

'น้องตุลย์ลูกป๊า'

'ป๊าาาาา ฮึก ตูนตูนคิดถึง คิดถึงป๊า'

'ครับ'

'ตูนตูนดีใจ ลุงลมเป็นป๊า ตูนตูนอยากห้ายลุงลมเป็นป๊า ฮึกๆ  ป๊าลม ตูนตูนรักป๊าลม"

"ป๊าลมก็รักน้องตุลย์เหมือนกันครับ"

ในตอนนั้นทั้งเขาเเละคุณลมต่างก็มีหยาดน้ำตาไหลออกมาทั้งคู่  และน้องตุลย์ที่ร้องไห้หนักที่สุดก็หลับลงในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อเนื่องจากร้องไห้จนเหนื่อยอ่อน

เขาไม่รู้ว่าเด็กวัยเดียวกันกับลูกชายของเขาจะเป็นเเบบน้องตุลย์บ้างหรือเปล่า เเต่ลูกชายของเขาเลือกที่จะเเสดงออกเเบบนี้ เขาไม่รู้ว่าภายในจิตใจ ภายในความคิดของเด็กชายเป็นอย่างไร เเต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้นั้นคือ การโหยหาความรักจากคนเป็นพ่อ ต่อให้เเสร้งว่าเข้าใจ เเสร้งว่าเข้มเเข็ง เเต่ลึกๆในจิตใจของน้องตุลย์ก็โหยหามันอยู่ไม่น้อย เมื่อได้รับการเติมเต็ม การร้องไห้จึงน่าจะเป็นการปลดล็อคให้กับเจ้าตัว มันเป็นการร้องไห้ที่มาพร้อมกับความดีใจ โล่งใจ เเละสุขใจ


"อาคีย์ ป๊าตูนตูนชื่อป๊าลม ป๊าหล่อน้าอาคีย์ หล่อเหมือนตูนตูนเยย"

นาทีสลัดความคิดเหตุการณ์เมื่อวานออก เมื่อลูกชายเดินมายืนข้างๆ เเละส่งเสียงอวดพ่อของตัวเองกับคีย์

"โอโห้ หล่อเหมือนหมูตุ้บเลยเหรอครับ"

"คับ"

"ไหนหมูตุ้บของอาคีย์หล่อขนาดไหนครับ ขอโพสท่าหล่อๆสักหนึ่งท่าสิครับ"

เด็กชายตุลย์ไม่รอช้ารีบจัดให้ตามคำขอ ยกนิ้วชี้กับนิ้วโป้งมาวางไว้ใต้คาง พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับคนเป็นอา เเถมด้วยการยักคิ้วจึ๊กจึ๊กให้ด้วย ท่านี้ทำเเล้วหล่อเด็กชายตุลย์มั่นใจ เพราะเขาทำท่านี้ทีไรต้นหญ้าจะชมเขาตลอดเลยว่าหล่อมากๆ

"กงยูก็กงยูเถอะ เจอตูนตูนเข้าไป สู้ไม่ไหวหรอก"

"หมายถึงกงยูสู้น้องตุลย์ไม่ไหวใช่ไหมคีย์" นาทีเอ่ยถาม

"หึ หมายถึงหมูตุ้บกูเนี่ยสู้กงยูไม่ไหวหรอก เเค่พุงก็กินขาดเเล้ว นี่เเหน่ะ นี่เเหน่ะ" ว่าจบคีย์ก็ไม่รอช้า ใช้นิ้วจิ้มพุงนุ่มนิ่มของเด็กชายตุลย์เล่นเป็นการยืนยัน

"คิคิ มีพุงก็หล่อ"

"หืม ใครบอกเราเนี่ยห๊ะหมูตุ้บ"

"ต้นหญ้าบอก ต้นหญ้าบอกตูนตูนมีพุงก็หล่อ"

"ฮ่าๆ ต้นหญ้าพูดอะไรก็เชื่อหมดเลยนะหมูตุ้บ"

"ก็ต้นหญ้าน่ารัก คิคิ" เด็กชายตุลย์ตอบด้วยท่าทางเขินอาย จนคีย์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกคนเป็นเเม่

"กูถือขันหมากรอเลย มึงก็อย่าลืมเตรียมสินสอด โอ๊ะ! ลืมไป ว่าที่ผัวมึงรว.. โอ๊ย! ไอ้ที หยิกทำไมเนีย เจ็บนะ"

"ก็เราหยิกให้เจ็บ ต่อไปจะได้ไม่พูดจาเพ้อเจ้ออีก.... น้องตุลย์ครับ" เมื่อดุเพื่อนเสร็จนาทีก็หันมาเรียกลูกชายที่ยืนมองตาเเป๋วเเทน

"คับหม่าม้า"

"เดี๋ยวหม่าม้าจะไปช่วยอาคีย์เก็บร้าน น้องตุลย์นั่งระบายสีรอหม่าม้าก่อนนะครับ เดี๋ยวป๊าจะมารับนะ"

"เคเยย หม่าม้า ตูนตูนเด็กดี นั่งรอนิ่งๆ ม่ายซนเยย"

"ครับๆ หม่าม้าเชื่อครับว่าน้องตุลย์ไม่ซนเลยสักนิด" เเม้ปากจะบอกว่าเชื่อ เเต่น้ำเสียงเเละท่าทางของนาทีช่างสวนทางกับคำพูดซะเหลือเกิน ก็ลูกชายเขาทั้งคน ทำไมเขาจะไม่รู้ ว่าซนเเละเเสบแค่ไหน


กรุ้งกริ๊ง! กรุ้งกริ๊ง!

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของเด็กชายตุลย์ให้หันไปมองผู้มาใหม่ เเละเมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใคร เจ้าตัวก็ออกอาการตื่นเต้นดีใจจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้

"ป๊า!"

"ตัวเล็กระวังครับ เดี๋ยวตกเก้าอี้นะ" ลมเดินตรงมาหาลูกชายที่ตอนนี้นั่งไม่นิ่งอยู่บนเก้าอี้

"ป๊า ตูนตูนคิดถึง"

"ฮ่าๆ เเต่เราเพิ่งเจอกันสองชั่วโมงก่อนเองนะครับ"

"ฉองชั่วโมงก๊ะคิดถึงด้าย" ว่าจบเด็กชายตุลย์ก็ส่งยิ้มหวานให้คนเป็นพ่อหัวใจละลายเล่นไปหนึ่งที

"น่ารักขนาดนี้ มาให้ป๊าหอมเเก้มซ้ายขวาซะดีๆ  ฟอด ฟอด" ลมหอมเเก้มลูกชายสองฟอดใหญ่ๆให้สมกับความน่ารักของเจ้าตัว

"คิคิ" เด็กชายตุลย์ยิ้มร่า ดีใจที่โดนพ่อหอมเเก้ม


"สองพ่อลูกคุยอะไรกันอยู่ครับ" นาทีที่เก็บร้านเสร็จเเล้วเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นสองพ่อลูกกำลังนั่งพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

"ทีเสร็จเเล้วเหรอ"

"ครับ"

"งั้นกลับบ้านเลยไหม"

"ครับ"

"คุณลมสวัสดีครับ" คีย์ที่เดินมาทีหลังเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นว่ามีสามีของเพื่อนยืนอยู่ด้วย

"สวัสดีครับคุณคีย์"

"แหม่ คุณลมรับส่งเช้าเย็นขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเพื่อนผมจะยังจำวิธีขับมอเตอร์ไซค์ได้หรือเปล่า"

"ดีเเล้วครับ ผมไม่ค่อยอยากให้ทีขับสักเท่าไหร่ มันอันตราย"

"เป็นห่วงสินะครับ"

"เป็นห่วงมากครับ"

"ฮ่าๆ คุณลมอย่าพูดไปครับ เพื่อนผมเขินหน้าเเดงเเล้ว"

"เราไม่ได้เขินสักหน่อย" คนที่บอกว่าตัวเองไม่เขินนั้นตอนนี้หูกับหน้าเเดงพอๆกันเลย

"เเยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่าครับเดี๋ยวจะมืดค่ำดึกดื่นซะก่อน....หมูตุ้บ ไว้เจอกันนะ"

"คับ ตูนตูนสวัสดีอาคีย์คับ"

เมื่อกล่าวลากันเรียบร้อย ก็ถึงเวลากลับบ้าน

"ไปครับกลับบ้านเรากัน" นาทีเอ่ยชวน

"บ้านเราๆ กลับบ้านกานนนนน"

"ครับ กลับบ้านเรากัน"

ทั้งสามคนเดินไปยังรถยนต์ของลมที่จอดอยู่ใกล้ๆด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มตลอดทาง


..................................................................

มื้อเย็นสิ้นสุด เวลานั่งเล่นของคนในครอบครัวก็หมดไป ตอนนี้ถึงเวลานอนของเด็กชายตัวน้อยเเล้ว

"น้องตุลย์ปล่อยป๊าก่อนครับ ตอนนี้น้องตุลย์ต้องไปเเปรงฟันก่อนครับถึงเวลานอนเเล้วนะ" นาทีเอ่ยบอกลูกชาย เมื่อเห็นว่าลูกชายของตัวเองเกาะคุณลมเเน่นไม่ยอมปล่อย ขนาดตอนอาบน้ำก็ขอไปอาบพร้อมกันกับคนเป็นพ่อด้วย

นาทีก็พอจะรู้ว่าลูกของเขาเห่อคุณป๊าของเขามาก เเต่ก็ไม่คิดว่าจะเห่อจนตามติดเป็นเงาขนาดนี้ ส่วนคุณลมก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้ลูกชายเกาะตัวเองอยู่อย่างอิสระ

"ป๊า แปงฟันกัน ป๊าแปงฟันห้ายตูนตูนนะ"

"ได้เลยครับ" คนเป็นพ่อตอบรับคำลูกชายไม่มีอิดออด

"เเต่น้องตุลย์แปรงฟันเองได้ไม่ใช่เหรอครับ" เมื่อเห็นท่าทางของลูกชายนาทีก็อดที่จะเอ่ยเเซ็วออกไปไม่ได้

"แปงด้าย เเต่หม่าม้าบอกตูนตูนแปงไม่ฉะอาด ต้องช่วย ตูนตูนเด็กดี เชื่อหม่าม้า"

"หืม เเต่ปกติเวลาหม่าม้าจะช่วยเเปรงฟันให้ น้องตุลย์จะงอเเงบอกว่าไม่ต้อง สะอาดเเล้ว เเละบ่นว่าหม่าม้าแปรงนาน จนหม่าม้าต้องดุถึงจะยอมไม่ใช่เหรอครับ"

"ม่ายๆ ตูนตูนไม่ด้ายงอเเงนะหม่าม้า ตูนตูนไม่อยากให้หม่าม้าแปงเพราะวันนั้นตูนตูนมั่นจาย เเต่วันนี้ตูนตูนม่ายมั่นจาย"

"ฮ่าๆๆๆๆ เจ้าเเสบเอ้ย" นาทีขยี้หัวลูกชายตัวเองจนฟูฟ่องด้วยความมันเขี้ยว

"ลูกใครเนี่ย ฉลาดจริงๆเลย" ลมเอ่ยเเหย่ลูกชายบ้าง

"ลูกป๊าลมกับหม่าม้านาทีคับ" เด็กชายตุลย์ตอบเสียงดังฟังชัด ด้วยความมั่นใจ ทำให้สองผู้ใหญ่พากันยิ้มให้ด้วยความเอ็นดู

"ครับๆๆ ถ้าอย่างนั้นเด็กชายตุลย์ลูกป๊าลมกับหม่าม้านาที ไปแปรงฟันได้เเล้วครับ" ลมยืนขึ้น ยื่นมือหนาไปให้ลูกชายจับ

"คับ" เด็กชายยื่นมือไปจับมือคนเป็นพ่อไว้ ทั้งสองคนเดินไปยังห้องน้ำ โดยที่มีสายตาของนาทีมองตามไปสุดสายตา

เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ ดังขึ้นเป็นระยะๆออกมาจากห้องน้ำ เรียกรอยยิ้มให้นาทีได้ไม่น้อย ดูลูกชายเขาจะมีความสุขกับการเเปรงฟันซะเหลือเกิน ทั้งที่ปกติกว่าจะเเปรงฟันได้ มักจะอิดออดเสมอ เเต่ดูวันนี้สิ รับคำอย่างว่าง่ายเพราะอยากจะอ้อนป๊าของตัวเอง  เฮ้อ มันน่าน้อยใจจริงเลย

เวลาผ่านไปสักครู่เจ้าเด็กชุดนอนลายหมีสีน้ำตาลก็เดินออกมาพร้อมกับยิ้มเเฉ่งโชว์ฟันให้นาทีมาเเต่ไกล โดยที่มีคนเป็นเดินยิ้มตามหลังมา

"หม่าม้าฉะอาดเเล้ว ป๊าแปงเก่งมากเยย"

"แปรงเก่งกว่าหม่าม้าอีกเหรอครับ"

"คับ อุ๊บ!" เด็กชายตุลย์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง พร้อมกับทำตาโตๆ "ม่ายๆ หม่าม้า แปงเก่งเท่ากาน" เด็กชายตุลย์รีบพูดเเก้ต่างให้ตัวเองทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอตอบคำถามพลาดไป

"น่าน้อยใจจังเลยครับ" นาทีเเกล้งทำท่างอนลูกชายของตัวเอง

"เอาเเล้วไง ตัวเล็ก หม่าม้างอนเเล้วทำไงดีครับ"

"หม่าม้างอน ก็ต้อง ........ ฟอด ฟอด " เด็กชายตุลย์ปีนขึ้นไปบนเตียงที่หม่าม้านั่งอยู่ ยื่นหน้าไปหอมเเก้มหม่าม้าเพื่อเป็นง้อ "ป๊า มาเร็ว หอมเยยๆ หม่าม้าจาได้หายโกด" เด็กชายตุลย์กวักมือเรียกป๊าของตัวเองให้มาหอมเเก้มหม่าม้าด้วย เพราะคิดว่าป๊าก็โดนงอนเหมือนกัน

"ได้ครับ ฟอด ฟอด จุ้บ" ลมเดินมาหอมเเก้มนาทีโดยที่นาทีไม่ทันตั้งตัว นอกจากจะหอมเเก้มเเล้วยังมีการจุ้บปากเป็นของเเถมด้วย

"พี่ลม!"

"เหมือนหม่าม้าจะยังไม่หายงอน กันคงต้องหอมอีกรอบ" ว่าจบลมก็ก้มหน้าไปหาเเก้มนิ่มของนาทีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เเต่ก็ยังช้ากว่านาทีที่เอามือมาบังเเก้มไว้

"พอเลยครับ ฉวยโอกาสตลอด"

"กับเมียเขาไม่เรียกว่าฉวยโอกาสครับ เขาเรียกว่าการเเสดงความรัก"

"เมียเมอ อะไรเล่า พูดมั่ว" นาทีอายหน้าเเดงก่ำกับคำพูดของลม

"มั่วที่ไหน ก็นี่เมียพี่จริงๆ"

"พอเลยครับ อายลูกบ้าง ลูกนั่งมองตาเเป๋วอยู่นะ" นาทีเอ็ดลมเสียงดุ

"ลูกไม่ว่าหรอกครับ....ใช่ไหมครับน้องตุลย์" พูดกับนาทีเสร็จ ลมก็หันไปถามลูกชายที่นั่งมองตาแป๋วอยู่

"ช่ายคับ หอมเยย หอมด้าย แก้มตูนตูนก็หอมด้าย"

"จริงเหรอครับ ไหนป๊าขอลองหน่อย"

"นี่เยยๆ" เด็กชายตุลย์ยื่นเเก้มให้คนเป็นพ่อหอม

"ฟอด หอมจริงๆด้วยครับ"

"คิคิ"

"หยุดเล่นก่อนครับทั้งสองคน เลยเวลานอนมามากเเล้วนะครับ น้องตุลย์มานอนครับ"

"หม่าม้าให้ป๊านอนกับตูนตูนด้วยด้ายม่าย" เด็กชายตุลย์ถามหม่าม้าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขาอยากให้ป๊าของเขานอนด้วย เขาอยากนอนกอดป๊า เมื่อวานเขามัวเเต่ร้องไห้จนเผลอหลับไปเลยไม่ได้กอดป๊าเลย

"ได้เเน่นอนอยู่เเล้วครับ" เตียงเขาเป็นเตียงขนาด6ฟุต เเม้มันจะไม่ใหญ่มาก เเต่มันก็ไม่ได้อึดอัดเกินไปสำหรับคนสามคน อีกอย่างลูกชายเขาคงอยากกอดป๊าเขาด้วย นาทีเข้าใจถึงความต้องการของลูกดี เขาเลยไม่อยากขัดความสุขของลูกชาย

"เย้ๆ ป๊า ป๊าเล่านิทานห้ายตูนตูนฟังนะคับ" เมื่ออ้อนคนเป็นเเม่เสร็จ เด็กชายตุลย์ก็หันไปอ้อนคนเป็นพ่อต่อ เมื่อวานเขาพลาดอะไรหลายๆอย่างไป คืนนี้เขาจึงต้องตามเก็บให้ครบ คิดเเล้วตูนตูนก็อดเจ็บใจตัวเองไม่ได้ เมื่อวานไม่น่าร้องไห้จนเผลอหลับไปเลย

"ได้เลยครับ ไหน น้องตุลย์อยากฟังเรื่องอะไรครับ"

"ลูกหมีฉามตัวครับ"

"โอเคจัดไปครับ น้องตุลย์มานอนตรงนี้ครับ"

"ครับ" เด็กชายตุลย์รีบล้มตัวนอนลงตรงตำเเหน่งหมอนของตัวเอง มีตุ๊กตาคุณหมีตัวเล็กสีน้ำตาลเเละเเขนของลมอยู่ในอ้อมกอด

"เริ่มนะครับ......กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีลูกหมีสามตัวอาศัยอยู่ในถ้ำกลางป่ากับพ่อและแม่ของมันอย่างมีความสุข........................ และแล้วลูกหมีทั้งสามตัวก็ได้อยู่ร่วมกันในบ้านหลังเล็กที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขตลอดช่วงฤดูหนาว จบครับ" ลมพับเก็บหนังสือนิทานหันไปมองลูกชายก็พบว่าตอนนี้ลูกชายหลับสนิทเเล้ว

"หลับเเล้วครับ" นาทีเอ่ยบอก

"อืม หลับเเก้มยุ้ยเชียว" ลมใช้นิ้วสะกิดเเก้มยุ้ยๆของลูกชายเบา

"เป็นไงบ้างครับ สำหรับการเป็นพ่อคน" นาทีเอ่ยถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันเเรกที่คุณลมได้ทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มตัว

"ดีมาก ดีกว่าการเป็นลุงเยอะเลย พี่มีความสุข"

"น้องตุลย์ก็มีความสุขครับ"

"นั่นคือสิ่งที่พี่ต้องการ พี่อยากให้ทั้งทีเเละน้องตุลย์มีความสุข"

"ผมก็มีความสุขครับ" ไม่ว่าเปล่านาทียังส่งยิ้มหวานให้ลมเป็นการยืนยันอีกด้วย


"พี่ลม! อืมมม" นาทีที่ไม่ทันตั้งตัว อยู่ๆก็โดนลมดึงเข้าไปหา พร้อมกับใช้มือข้างนึงจับใบหน้าเขาไว้ จากนั้นก็ประกบจูบลงมาอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

เมื่อตั้งสติได้ นาทีก็ไม่ได้ขัดขืนเเต่อย่างใด นาทีจูบตอบลมได้อย่างดีเยี่ยม ลมค่อยๆสอดลิ้นชื้นเข้ามาฉกชิมความหวานจากปากของนาที

"อืมมมม"  เสียงครางเบาๆในลำคอดังขึ้นอย่างพอใจกับรสจูบที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้เเก่กัน มันทั้งอ่อนโยน วาบหวาม ชวนให้ใจเต้น

"แฮ่กๆ พอก่อนครับ ลูกนอนอยู่นะ เดี๋ยวลูกตื่น" นาทีเป็นฝ่ายละหน้าออกมา เมื่อเขาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองขาดอากาศหายใจ

"พี่ขอจูบอีกครั้งไม่ได้เหรอครับ" ลมส่งเสียงออดอ้อนออกไป

"ไม่ครับ จูบทีไรพี่ลมมักจะเลยเถิดตลอด ลูกก็นอนอยู่นะ"

"พี่ว่าเราต้องคุยกันจริงๆจังๆกับการเเยกห้องนอนของลูกเเล้วหล่ะ อีกอย่างลูกก็โตมากขึ้นทุกวัน เดี๋ยวจะฝึกยาก"

"เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกันครับ ตอนนี้พี่ลมนอนเป็นเพื่อนลูกก่อน ทีจะลงไปเตรียมของในครัวก่อน"

"พี่ไปด้วย"

"ไม่ต้องครับ ดูซะก่อนมีลูกลิงเกาะเเน่นขนาดนี้ จะไปยังไงครับ ทีไปแป๊บเดียว พี่ลมไม่ดื้อนะครับ อยู่เป็นเพื่อนลูกนะ"

"ครับ" เมียพูดขนาดนี้ใครจะไปกล้าขัดใจ ลมเลือกตอบตกลงโดยไม่ลังเลเเม้เเต่น้อย


นาทีเดินลงมาห้องครัวเพื่อจัดการเตรียมวัตถุดิบทำอาหารในตอนเช้า เขาใช้เวลาในครัวไม่นานก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ตรวจเช็คประตูหน้าต่างอีกนิดหน่อยก็เดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เขาเปิดประตูเข้าไปยังห้องที่มีสองพ่อลูกนอนอยู่ เมื่อประตูห้องเปิดออกภาพที่เห็นอยู่บนเตียงทำให้นาทียิ้มกว้างไปทั้งใบหน้าเเละหัวใจ


สองพ่อลูกกอดกันเเน่นเลย.........




...................................................................

TBC.

ตอนนี้ขอพื้นที่ให้ตูนตูนอวดป๊าหน่อยครับ ตูนตูนกำลังเห่อป๊าเลย

ส่วนเพ่ลมก็ใจเย็นเพ่ จะเเยกห้องนอนลูกอย่างเดียวเลย


ขอบคุณค่ะ

ปล.เรื่องนี้เราแต่งจบเรียบร้อยแล้วค่ะเลยสามารถลงถี่ๆได้เลย หวังว่าทุกคนจะไม่เบื่อกันก่อนนะคะ

ประมาณ 2 ทุ่มจะมาลงเพิ่มอีก 2 ตอนนะคะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
12
รู้จักลมใช่ไหม


หลายวันมานี้อากาศค่อนข้างที่จะเปลี่ยนเเปลงบ่อย เดี๋ยวก็ฝน เดี๋ยวก็แดด เรียกได้ว่าปรับอารมณ์ตาม กันเเทบไม่ทัน สำหรับนาทีเองไม่ว่าจะฝนตกเเดดออกเขาก็สบายดี เเต่สำหรับสองหนุ่มที่กำลังนั่งทานอาหารเช้ากันอยู่นั้นค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับพวกเขาทั้งสองคนเลยทีเดียว

"ฮัดชิ้ว!"

"ฮัดชิ้ว ฟืดด"

"ฮัดชิ้ว!"

" ฮะ ฮะ ฮัดชิ้ว หม่าม้าาาาาา"

เนื่องจากเช้านี้อากาศชื้นเเละฝนก็ตกหนัก ทำให้สองพ่อลูกที่ไม่ค่อยถูกกับอากาศชื้นๆเเละเม็ดฝนที่โปรยปราย สลับกันจามคนละทีสองที จนนาทีเองก็อดที่จะสงสารไม่ได้ ไหนจะจมูกที่ขึ้นสีเเดงนิดๆเพราะใช้มือไปขยี้นั่นอีก มันทั้งน่าเอ็นดูเเละน่าสงสารในเวลาเดียวกันเลย

"ไหวไหมครับ ทั้งคุณป๊าเเละคุณลูก" นาทีเอ่ยถามทั้งสองคนออกไปด้วยความเป็นห่วง

เเม้จะรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอาการหนักหรือร้ายเเรงอะไร อีกสักพักก็จะกลับมาหายเป็นปกติ เเต่นาทีเองก็อดที่จะกังวลเเละเป็นห่วงไม่ได้

"หวายหม่าม้า ตูนตูนหวาย ป๊าหวายป้าวคับ" เด็กชายตุลย์ตอบคนเป็นเเม่เสร็จ ก็ไม่ลืมที่จะหันไปถามคนเป็นพ่อที่นั่งอยู่ข้างๆ

"ไหวครับ สบายมาก" ลมตอบลูกชายทั้งๆที่ตัวเองยังคงขยี้จมูกอยู่

"เก่ง เก่ง ป๊าเก่ง" เด็กชายตุลย์เอ่ยชมป๊าของตัวเอง

"น้องตุลย์ก็เก่งเหมือนกันครับ"

"คิคิ ตูนตูนเก่ง หม่าม้า ป๊าบอกตูนตูนเก่ง" เด็กชายตุลย์ยกยิ้มดีใจ รีบหันหน้าไปโม้กับคนเป็นเเม่เสียยกใหญ่ ที่เจ้าตัวโดนป๊าชม

"หืม น้องตุลย์หลอกชมป๊า เพราะอยากให้ป๊าชมตัวเองกลับใช่ไหมครับ บอกหม่าม้ามานะ" เมื่อเห็นท่าทางที่ดูดีอกดีใจเสียยกใหญ่ของลูกชาย นาทีก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกลูกชายตัวเองออกไป

"คิคิ"

"รีบทานข้าวครับ อย่ามัวเเต่ดีใจ เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ"

"คับ"

ลูกชายของเขาตั้งเเต่รู้ว่าตัวเองมีป๊า จนกระทั่งถึงตอนนี้ เเม้จะผ่านมาหลายวันเเล้ว เจ้าตัวก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะเลิกเห่อป๊าของตัวเองสักนิด ป๊าว่าไงตูนตูนว่าด้วย ป๊าไปไหนตูนตูนไปด้วย ป๊าทำไรตูนตูนก็ทำด้วย ยิ่งโดนป๊าชมก็ ยิ่งดีใจ จนคนเป็นเเม่อย่างนาที เริ่มชักจะน้อยใจขึ้นมานิดๆเเล้ว

แต่ยามได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของลูกชายเเล้ว คิดดูอีกทีต่อให้เขาตกกระป๋องก็ไม่เป็นไร ขอเเค่ให้ลูกชายของเขามีความสุขก็เพียงพอเเล้ว


และนาทีก็หวังว่าความสุขจะอยู่กับครอบครัวเขาไปนานๆ


......................................................................


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

"เข้ามา"

"พี่ลม ทีเอากาเเฟมาให้ครับ"

หลังจากส่งลูกชายที่โรงเรียนเสร็จนาทีกับลมก็เดินทางมาทำงานกันต่อเลย เเละเเม้ว่านาทีจะกลับมาคืนดีกับลมเเล้ว เเต่หน้าที่ส่งกาเเฟยามเช้าของนาทีก็ยังคงอยู่ ทุกๆเช้าเขาจะต้องมาส่งกาเเฟให้กับบอสหนุ่มเสมอ

"ขอบคุณครับ" ลมกล่าวยิ้มขอบคุณนาที "ทีมานี่หน่อยสิครับ" ลมกวักมือเรียกนาทีให้เดินไปหาตัวเอง

ฟึบ!

ทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ ลมก็ดึงเเขนของนาทีเเรงๆจนนาทีเซถลานั่งลงบนตักของลมเป็นที่เรียบร้อย

"พี่ลม! ปล่อยเลยครับ เดี๋ยวใครเข้ามาเห็น" นาทีเอ็ดลมเสียงดุ รีบหันหน้าไปมองทางประตูทันที ตอนเข้ามาเขาไม่ได้ล็อคห้อง ถ้าเกิดใครเปิดประตูมาเห็นเขาได้อายจนต้องมุดตึกหนีเเน่ๆ

"ไม่มีใครเข้ามาหรอกครับ ไม่ต้องห่วง" ไม่ว่าเปล่า ลมยังเกยคางตัวเองไว้ตรงบ่าเล็ก เเถมยังเเอบใช้จมูกสูดดมซอกคอหอมของนาทีอีกด้วย

"อื้อ พี่ลม พอเลยครับ" นาทีพยายามผลักลมให้ออกห่าง เเต่คนตัวโตก็เกาะเหนียวหนึบเสียยิ่งกว่าตุ๊กเเก 

"พี่ขอเพิ่มกำลังใจหน่อยครับ พี่ทำงานเหนื่อยมากๆเลย" ลมว่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"ยังไม่ได้จะเริ่มทำงานเลย เหนื่อยเเล้วเหรอครับ" นาเอ่ยถามคนตัวโตที่กำลังทำหน้าตางอเเงอยู่

"เหนื่อยล่วงหน้าไว้ก่อนไงครับ พี่อยากอ้อนเมีย"

"เฮ้อ! จริงๆเลยนะ ปล่อยเลยครับ ทีต้องไปช่วยคีย์ดูร้าน ไหนจะขนมที่กำลังอบอยู่อีก"

"ฝากถามคีย์ให้หน่อยสิครับว่า ถ้าพี่จะขอพนักงานคนนี้มานั่งนิ่งๆให้พี่มองวันละสองชั่วโมงเเลกกับการไม่คิดค่าเช่าร้านกาเเฟ คีย์จะสนใจไหม"

"พอเลยครับ พอเลย ใครจะมานั่งนิ่งๆให้มองกันครับ เเล้วก็ปล่อยได้เเล้วครับ ถ้าพี่ลมยังดื้อทีจะตีเเล้วนะ"

"ใช้ปากตีปากได้ไหมครับ ถ้าได้พี่จะยอมให้ทีตีพี่ทั้งวันเลย"

"พี่ลม!"

ฝ่ายลมพูดออกมาหน้าตาย ส่วนคนฟังนั้นหน้าเเดงระเรื่อด้วยความเขินอายจนต้องพยายามเเสร้งตีหน้าดุอีกฝ่ายเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง เเต่หารู้ไหมว่า ในสายตาลมหน้าตาที่เหมือนเเมวขู่เเบบนั้น มันสะกิดอารมณ์ความมันเขี้ยวได้ดีจริงๆเเบบนี้ต้อง.....

"ฟอด ฟอด" ลมกดจมูกลงกับเเก้มนิ่มที่หอมกลิ่นเเป้งเด็กสองฟอดใหญ่ๆ

"เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!" นาทีก็ไม่ยอมเเพ้ เมื่อโดนฉวยโอกาสก็จัดการตีไหล่หนาลงไปสองที เเต่เหมือนว่าคนโดนตีจะไม่สะทกสะท้านสักเท่าไหร่

"เคยได้ยินคำพูดที่ว่าตบจูบไหมครับ"

"ไม่ครับ เเล้วอีกอย่างทีเเค่ตี ไม่ได้ตบ"

"บ้านพี่จะตบหรือตี มันก็เหมือนกันครับ"

"พี่ลม อื้อออออ"

ไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า ลมยืดหน้าขึ้นประกบริมฝีปากนิ่มทันที สองแขนเเกร่งกระชับเอวของคนบนตักไว้เเน่นกว่าเดิมเพราะกลัวว่าอีกคนจะตกลงไป

บทจูบเร้าร้อนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นาทีจูบกลับลมอย่างดุเดือดไม่เเพ้กัน ลมทั้งขบกัด ทั้งดูดดึงริมฝีปากของนาทีอย่างหนักหน่วง ลิ้นสองลิ้นสอดประสานกันอย่างลงตัว บรรยากาศในห้องทำงานที่เย็นสบายในตอนเเรก เวลานี้มันเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆเพราะบทรักจูบหอมหวานเเละเร้าร้อนของทั้งคู่

"อืมม อืมมม"

เสียงครางอื้ออึงในลำคอของคนทั้งคู่ที่บ่งบอกถึงความพอใจดังอยู่เป็นระยะ นาทียกเเขนทั้งสองข้างขึ้นคล้องคอของลม พร้อมกับปรับองศาหน้ารับจูบที่อีกฝ่ายมอบให้ ส่วนมือหนาของลมตอนนี้นั้นกำลังวนเวียนอยู่ตรงเเถวๆหน้าอกของนาที ลูบไล้มันผ่านเนื้อผ้า เเต่ก็เรียกเสียงครางเบาๆจากนาทีได้เป็นอย่างดี


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ดึงสติของนาทีให้กลับมา นาทีรีบกระโดดลุกจากตักของลมทันทีอย่างรวดเร็ว ก้มหน้ามองสภาพของตัวเองเเล้วอยากจะบ้าตาย สภาพผมที่ดูยุ่งนิดๆ กับกระดุมเสื้อสามเม็ดที่โดนปลดออก ให้ตายเถอะผู้ชายคนนี้ มือไวเป็นบ้า

นาทีมองค้อนลมเสียยกใหญ่ เเต่คิดหรอว่าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จะสะทกสะท้าน

"ปากทีบวมหมดเลย พี่ดูดเเรงไปหน่อย เจ็บไหมครับ"

นาทีถลึงตาโตใส่ลมทันทีที่ลมพูดจบ  มีที่ไหนพูดจาเหมือนจะเป็นห่วง เเต่ท่าทางเเละเเววตานั้นเจ้าเล่เป็นที่สุด


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้นาทีเลิกสนใจที่จะเถียงกับคนบนเก้าอี้เเล้ว นาทีกล่าวลาลมเเละเดินตรงไปยังประตู เเต่ก่อนที่จะเปิดประตูออกนาทีได้หันกลับมาพูดกับลมหนึ่งประโยคที่ทำให้ลมถึงกับเเทบอยากจะลงไปนอนดิ้นกับพื้น

"คืนนี้ไปนอนอีกห้องเลยนะครับ ทีไม่อนุญาตให้พี่ลมนอนด้วย" ว่าจบนาทีก็ดึงประตูเเละเดินออกไปทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องอ้อนวอนที่ดังตามหลังมาสักนิด

"ทีครับ~~~~"



นาทีลงลิฟต์จากชั้น 25 มายังชั้นล่างสุดที่ตัวเองทำงานอยู่ เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องไปต่อลิฟต์ที่ชั้น 18 เเล้วเพราะบอสใหญ่ของบริษัทให้บัตรสำหรับการใช้ลิฟต์ที่ขึ้นตรงไปยังชั้น 25 มาให้เขาหนึ่งใบ ซึ่งมันก็ง่ายดีต่อการขึ้นไปส่งกาเเฟ ไม่ต้องรอลิฟต์นาน ไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร มันดีมากๆเลย

เเต่ในระหว่างที่นาทีกำลังเดินกลับร้านนั้น จู่ๆก็มีเสียงกระซิบพูดคุยดังขึ้นมาให้นาทีได้ยิน

"นี่ไงเเก คนนี้ไงที่เขาบอกว่าเป็นเด็กเลี้ยงของบอส"

"หน้าตาก็งั้นๆ ไม่รู้บอสชอบไปได้ยังไง"

"สงสัยจะลีลาดีมั้งเเก ถ้าไม่ดีจริงคงไม่ได้ใช้ลิฟต์ขึ้นตรงถึงบอสขนาดนั้น"

"คนนี้มีลูกด้วยนะ ไม่น่าเชื่อว่าบอสจะชอบคนมีลูกติด"

"เเต่ก็นะบอสออกจะรวย เป็นฉันฉันก็ไม่สนนะ สบายไปทั้งชาติ"

"เเต่ชั้นว่าไม่นานโดนบอสเขี่ยทิ้งเเน่"

เเละอีกสารพัดคำพูดที่ลอยเข้ามาให้นาทีได้ยิน เฮ้อ! อยู่ดีๆก็โดนนินทาซะงั้น นาทีเลือกที่จะไม่สนใจคำพูดเเละท่าทางของคนเหล่านั้นที่มองมา จากนั้นก็เดินกลับไปยังร้านกาเเฟเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป



.....................................................................

"เฮ้อ!"

"เฮ้อออออ"

"เฮ้ออออออออออออ"

"มึงจะถอนหายใจอะไรเยอะเเยะเนี่ยไอ้ที ถอนหายใจจนกูจะเครียดตามมึงอยู่เเล้ว มันเป็นอะไรวะ ถอนมาตั้งเเต่เช้ายันเย็นขนาดนี้"

คีย์เอ่ยถามเพื่อนรักออกไปด้วยความหงุดหงิด เขาเห็นมันถอนหายใจหนักๆมาตั้งเเต่เช้า จนตอนนี้ร้านใกล้จะปิดอยู่เเล้ว มันยังไม่เลิกถอนหายใจอีก ไหนจะหน้าตาที่คิดไม่ตกของมันอีก คนมองเเบบเขาเห็นเเล้วพลอยเครียดไปกับมันด้วยเลย

"คีย์"

"ว่า"

"เรามีเรื่องอยากปรึกษา"

"เออ! สักที พูดออกมาได้สักที กูรอมาทั้งวันเเล้วไอ้ประโยคนี้ของมึง ไหนมีไรพูดมา"

"ก็วันนี้ตอนที่เรากลับจากส่งกาเเฟให้พี่ลมเสร็จ..."

"เเหม่ ทุกวันนี้ พี่ลมเต็มปากเต็มคำ" คีย์ไม่วายขอเอ่ยเเซ็วเพื่อนรักสักนิด เห็นเเล้วมันอดที่จะปล่อยผ่านไปไม่ได้จริงๆ

"จะฟังต่อไหมเนีย"

"เออๆ ไม่ได้เลย หยอกไม่ได้เลย เอ้า! พูดต่อๆ"

"เราเดินผ่านพนักงานในตึก เเล้วพวกเขาก็เเบบ พูดกระซิบเสียงดังให้เราได้ยิน เเบบว่า เราจะไปจับพี่ลมบ้าง อยากรวยทางลัดบ้าง เราเป็นเด็กเลี้ยงพี่ลมบ้าง พอได้ยินเราก็ไม่ค่อยสบายใจ"

"ทำไมถึงไม่สบายใจวะ มึงคิดมากกับคำนินทาพวกนั้นเหรอ"

"เปล่า ใครจะนินทาหรือพูดอะไรเราไม่สนใจหรอก คำนินทาก็คือคำนินทา เราเป็นยังไงเรารู้ดีเเก่ใจ ถ้ามัวเเต่สนคำนินทาพวกนั้นเราได้เครียดตายพอดี "

"อ้าว เเล้วทำไม" คีย์ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย

"เราเป็นห่วงพี่ลม พี่เขาเป็นถึงเจ้าของบริษัท เรากลัวพนักงานจะมองเขาไม่ดี เราไม่อยาหให้ภาพลักษณ์ของเขาเสียหาย อย่างเราอ่ะไม่เป็นไรหรอก เเต่พี่ลมนี่สิ"

"โอ๊ยยย! ไปห่วงอะไรพี่ลมมึง พี่ลมมึงอ่ะโครตไม่น่าเป็นห่วง ทำอย่างกับไม่รู้จักผัวตัวเอง ผัวมึงเคยสนใจใครที่ไหน นอกจากมึงกับน้องตุลย์เเล้ว กูยังไม่เคยเห็นจะสนใจใคร"

"..........."

"ถ้าไม่เชื่อกูนะ มึงลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาพี่ลมมึงดู กูรับรองพรุ่งนี้บอร์ดด่านล่างแปะกระดาษรับสมัครพนักงานใหม่ล้นกระดาน"

"ทำไมล่ะ"

"ก็โดนผัวมึงไล่ออกไง โทษฐานทำให้เมียตัวเองต้องมานั่งเครียด"

"คีย์ก็พูดเกินไป" เเม้จะรู้ว่าคีย์พูดเล่น เเต่นาทีก็อดที่จะเขินไม่ได้

"พนันกับกูไหมล่ะ กูทุ่มเงินหมดบัญชีเลย"

นาทีหัวเราะเเละส่ายหัวเล็กน้อยให้กับท่าทางที่จริงจังของเจ้าตัว อะไรจะมั่นใจขนาดนั้น

"มีสองร้อยทำเป็นพูด"

"ไอ้ที มึงบูลลี่เงินในบัญชีกู"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ"

"ไอ้สัส..... เเต่กูก็อยากจะบอกมึงนะว่า มึงอย่าไปสนใจเลยที คนจะไม่ชอบยังไงก็ไม่ชอบ คนจะอิจฉายังไงก็อิจฉาอยู่วันยังค่ำ ต่อให้ไปนั่งบอกนั่งอธิบายถ้าใจคนมันอคติยังไงก็เหนื่อยเปล่า อย่าเก็บมาใส่ใจเลยมึง อุตส่าห์ได้ความสุขกลับคืนมาเเล้ว อย่าไปเสียเวลาให้กับคำพูดพวกนี้เลย หรือไม่นะมึงก็จับพี่ลมของมึงจูบกลางบริษัทเลย เอาให้อกเเตกตายให้หมด"

"บ้า! ใครจะไปทำอะไรอย่างนั้นกันเล่า!" นาทีหน้าเเดงระเรื่อเมื่อได้ยินคำเเนะนำของคีย์ ใครมันจะไปกล้าทำอะไรเเบบนั้น

"เเหม่ ใครจะกล้าทำอะไรอย่างนั้น เเต่วันนี้มาปากบวมเจ่อมาเลยนะ"

"คีย์ ห้ามเเซ็ว ห้ามพูดถึง"

"เออๆๆๆๆ..... เเล้ววันนี้หมูตุ้บกูไปไหนเนี่ย ยังไม่ได้เจอหน้าเลย"

"อยู่กับป๊าของเขา วันนี้เขาอ้อนป๊าขอขึ้นไปทำงานด้วย"

"ตั้งเเต่มีป๊า อาเเบบกูเริ่มชักน้อยใจ"

"หม่าม้าเเบบเราก็ด้วย"

"ฮ่าๆๆ"  "ฮ่าๆ"

สองเพื่อนรักหัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขาไม่ได้น้อยใจอะไรขนาดนั้น เพียงเเต่อดที่จะเเซ็วเด็กชายตัวน้อยไม่ได้ ก็ไอ้อาการเห่อป๊าจนตามติดเป็นเงาของเด็กชายตัวน้อย มันน่าจับมาดึงเเก้มให้เเก้มช้ำเสียจริงๆ



กริ๊ง! กริ๊ง!

"Keyword cafe ยินดีต้อนรับครับ"

นาทีละสายตาจากคีย์ มากล่าวต้อนรับลูกค้าที่เปิดประตูเข้ามาภายในร้าน

"ไอ้สัส อย่างหล่อ"

เสียงของคีย์อุทานออกมาเบาๆ เมื่อเจ้าตัวเงยหน้ามาเจอกับลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามา

"คาปูชิโน่เย็นเเก้วนึง" น้ำเสียงทุ้มกับใบหน้าเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ชวนให้คนมองอึดอัดเอ่ยสั่งเมนูที่ต้องการ "ไปเสิร์ฟที่โต๊ะให้ด้วย" เจ้าตัววางเงินไว้เเล้วเดินไปรอที่โต๊ะทันที ทิ้งให้สองเพื่อนรักยืนงงๆกับท่าทางของลูกค้าที่เพิ่งมาใหม่

"อะไรของเขากันวะ" คีย์ที่ยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้นเบาๆ

"อย่ามัวเเต่สงสัย รีบไปชงกาเเฟได้เเล้ว ไปเร็ว!" นาทีรีบเตือนเพื่อนที่กำลังมองตามลูกค้าตาไม่กระพริบ

"เออๆๆ เสียดายหน้าตาชะมัด หน้าตาก็ดีเเต่ท่าทีไม่เป็นมิตรชิบหายเลย"  คีย์ก็ยังไม่วายที่จะบ่นเป็นการส่งท้าย ก่อนจะรีบเดินไปชงกาเเฟตามที่ลูกค้าสั่ง


"กาเเฟได้เเล้วครับ ส่วนอันนี้เงินทอนครับ" นาทีเป็นคนยกกาเเฟมาสิร์ฟ เพราะคนอื่นๆในร้านกำลังงานล้นมือ 

"ขอบใจ" เอ่ยจบร่างสูงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องนาทีด้วยสายตาที่เย็นชา จนชวนให้นาทีรู้สึกขนลุกซู่เเบบบอกไม่ถูก "นาทีใช่ไหม"

คำถามที่ถามออกมา ทำให้นาทีรู้สึกตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆคนคนนี้ก็เอ่ยชื่อของตนขึ้นมา เขาเเน่ใจว่าเขาไม่เคยรู้จักหรือพบเจอกับคนคนนี้มาก่อนเเน่ๆ

"ครับ"

"นั่งสิ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย"

"คือผมมีงานต้องทำ"

"ผมบอกให้นั่ง" เสียงสั่งที่เปร่งออกมามันดูน่ากลัวจนนาทีต้องรีบพาตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกัน

"นายรู้จักคนที่ชื่อลมใช่ไหม"

หลังสิ้นคำถาม ตัวของนาทีก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาฉับพลัน เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นตามขมับ มือทั้งสองข้างที่บีบกันเเน่น ชื้นไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความตื่นกลัว

คำถามเเบบนี้อีกเเล้ว.........

"มะ ไม่รู้จักครับ" นาทีเลือกที่จะโกหกคำโตออกไป เขาไม่รู้ว่าคนคนนี้เป็นใคร เเต่ดูท่าทางเเล้วไม่ค่อยน่าไว้ใจสักเท่าไหร่

"โกหก ผมถามดีๆคุณรู้จักคนที่ชื่อลมใช่ไหม" ชายตรงข้ามใช้น้ำเสียงเชิงข่มขู่เเละเเววตากดดันมองไปยังนาทีที่นั่งอยู่ตรงข้าม

นาทีที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนข่มขู่อีกเเล้ว ตัวก็เริ่มสั่น พร้อมกับใจที่เต้นระรัวจนเจ็บไปหมด จิตใจต่างคิดไปต่างๆนานา

จะโดนทำร้ายเหมือนครั้งนั้นอีกหรือเปล่า........

"ผมจะไม่พูดพร่ำให้เสียเวลา ที่มาวันนี้ผมเเค่ต้องการมาบอกคุณว่า"

"......................"

"หายไปจากชีวิตของลมซะ"




.................................................................

TBC

อะไรยังไง มันทำไม เกิดอะไรขึ้น คุณเขาเป็นใครกัน


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 419
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0
ปกคิเจอแต่พ่อเห่อลูก แต่นี้ลูกเห่อพ่อ55555 ตูนคูนมีป๋าแย้ววววววว

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 559
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 19
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
13
ตูนตูนไม่พูดด้วย


"หายไปจากชีวิตของลมซะ"

"เอ้าคุณ ทำไมพูดจาหมาๆงี้วะ"

"เฮียรุต!"

"หม่าม้าาาาาาา~"

ตอนนี้ในร้าน keyword cafe ค่อนข้างที่จะวุ่นวายพอดู เพราะจู่ๆก็มีสมาชิกไม่ได้รับเชิญมาปรากฏตัวเข้าร่วมบทสนทนาของนาทีกับผู้ชายเเปลกหน้าด้วย

คีย์คือคนเเรกที่ปรี่ตัวเข้ามาหานาทีในตอนที่ได้ยินประโยคชวนขัดหูนั่น เขาเเอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่มาตั้งเเต่ต้น ผู้ชายคนนี้อยู่ๆก็ขู่เอาๆ คีย์พยายามเเล้วที่จะไม่เข้าไปยุ่ง เเต่ถ้าจะมาทำเรื่องเเย่ๆกับเพื่อนเขาเเบบนี้เขาไม่ยอม เพื่อนเขาเพิ่งมีความสุข จู่ๆจะมาเเยกได้ไง หล่อเเค่ไหนไอ้คีย์คนนี้ก็ไม่สน พ่อจะฟาดให้หน้าบุบเลยคอยดู

คนที่สองที่ส่งเสียงเรียกคือลม ลมมาทันประโยคสุดท้ายที่พี่ชายของตัวเองพูดกับคนรักพอดี ลมเเทบจะวิ่งเข้าไปกระชากคอพี่ชายตัวเอง เเล้วต่อยสักสามหมัดโทษฐานที่พูดอะไรไม่เข้าเรื่อง เเต่ติดที่เขามีลูกลิงตัวน้อยเกาะอยู่ เลยทำได้เเค่เดินด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไปหาพี่ชาย ตอนที่กรมาบอกว่าพี่ชายเขามาที่นี่เขาคิดไว้เเล้วว่าเจ้าตัวจะต้องทำอะไรแปลกๆอีกเเน่ เเละมันก็เป็นจริงอย่างที่ลมคิด ก็ว่าอยู่ทำไมยังไม่ขึ้นไปหาเขาด้านบน เพราะมัวเเต่มาทำเรื่องบ้าบออยู่นี่เอง ไอ้เฮีย!

ส่วนเสียงเรียกสุดท้ายเป็นของลูกชายตัวน้อย ที่ตะโกนเรียกหม่าม้าของเขาด้วยเสียงสดใสเหมือนเช่นทุกวัน เเต่วันนี้หม่าม้าของเขาไม่มีรอยยิ้ม เเละสิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของหม่าม้าคือน้ำตา หม่าม้าของตูนตูนกำลังร้องไห้ เด็กชายตุลย์เมื่อเห็นเช่นนั้นใบหน้าเเละปากก็เริ่มเบะออกทันที

"แง้ๆๆๆ หม่าม้าาาาา หม่าร้องร้องห้ายมัย เเง้ๆๆ หาหม่าม้า ตูนตูนหาหม่าม้า"

เด็กชายตุลย์เขย่าตัวเองเเรงๆ หวังให้คนเป็นป๊าที่อุ้มอยู่ปล่อยตัวเองลง สองเเขนน้อยๆของเด็กชายกางออกให้หม่าม้ามารับตัวเขาไป

นาทีเมื่อเห็นท่าทางของลูกชายก็รีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้าลวกๆ ก่อนจะพยายามฝืนยิ้มให้ลูกชายได้คลายกังวล

ลมที่เห็นว่าคนรักของตัวเองร้องไห้ ก็รีบเดินเข้าไปโอบไหล่ของนาทีไว้หลวมๆ

"เฮีย ทำอะไรทีเนี่ย ทำไมน้องร้องไห้เเบบนี้" ลมเอ่ยถามพี่ชายตัวเองด้วยสีหน้าเอาเรื่องอย่างเต็มที่ มือก็ลูบเเผ่นหลังบางขึ้นลงเพื่อปลอบใจ

"มาเร็วดีนี่ โห! ไม่สนุกเลย" มารุตทิ้งมาดผู้ชายนิ่งขรึมเมื่อกี้ออกไป กลายมาเป็นผู้ชายขี้เล่น อารมณ์ดีเเทน

"สนุกอะไรของเฮียวะ เเล้วสรุปเฮียทำอะไรน้อง"

"ตอนเเรกก็เเค่อยากเข้ามาทักทาย เเต่พอเห็นหน้าก็อดเเกล้งไม่ได้ ก็เมียมึงดูน่าเเกล้ง เลยเเกล้งหยอกนิดเดียวเอง"

"นิดเดียวตรงไหนของเฮีย ถ้าว่างมากนักเฮียก็ไปแกล้งพ่อเฮียนู่นไป"

"ไอ้น้องเวร พ่อมึงพ่อกูก็พ่อเดียวกันไหม"

"ไม่ ผมไม่มีพี่ชายเเบบเฮีย เราตัดขาดกันเลยวันนี้ เฮียทำเมียผมร้องไห้"

"มึงเห็นเมียดีกว่าพี่ตัวเองเหรอวะ"

"เออ!"

ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้นาน ลมสามารถตอบกลับไปได้ในทันที ทิ้งให้พี่ชายยืนอ้าปากค้างกับการตัดสินใจอันรวดเร็วของน้องชายตัวเอง มันเห็นเมียดีกว่าพี่มันจริงดิ!

"เเง้ๆๆ ฮึกๆ โฮๆๆ หม่าม้า ฮึก หม่าม้า"

ก่อนที่สองพี่น้องจะเถียงกันไปมากกว่านี้ เสียงร้องไห้ของเด็กชายตุลย์ก็ดังเเทรกขึ้นมาเสียก่อน เด็กชายตุลย์ร้องไห้เสียงดัง เพราะยังขวัญเสียกับการที่เห็นหม่าม้าของตัวเองร้องไห้ตาเเดงก่ำ

"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ น้องตุลย์คนเก่งไม่ร้องนะครับ หม่าม้าไม่ได้ร้องไห้เลย หม่าม้าเเค่เจ็บตาเฉยๆเอง น้องตุลย์ดูสิครับ เห็นไหม น้ำตาหม่าม้าไม่มีเเล้ว" นาทีพูดปลอบลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอด

"ฮึก ฮึก ม่าย หม่าม้าร้อง ตูนตูน ฮึก เห็น หม่าม้าโดนเเก้ง" เขาได้ยินป๊าพูดว่าหม่าม้าโดนเเกล้ง เขาไม่อยากให้หม่าม้าโดนเเกล้ง เขาไม่อยากให้หม่าม้าร้องไห้ ไม่อยากเลยสักนิด

"ไม่มีใครเเกล้งอะไรหม่าม้าทั้งนั้นเเหละครับ หม่าม้ามีน้องตุลย์คอยปกป้องเลยนะ จะมีคนเเกล้งหม่าม้าได้ยังไง"

"ปกป้อง ฮึก ฮึก ตูนตูนปกป้องหม่าม้าเลย"

เจ้าหนูตูนตูนเเม้จะยังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เล็กน้อย เมื่อได้ยินคำของคนเป็นเเม่ เจ้าตัวก็ยังพยายามเเสดงความเข้มเเข็งให้คนเป็นเเม่เห็น ว่าตูนตูนจะปกป้องหม่าม้าเอง

"ไม่เเก้ง ไม่ห้ายใครเเก้ง" เด็กชายกระชับอ้อมกอดคนเป็นเเม่เเน่นขึ้น

"ครับ ไม่มีใครเเกล้งหม่าม้าได้เเน่นอนครับ ก็น้องตุลย์เก่งซะขนาดนี้ ไม่ร้องนะครับเด็กดี โอ๋ๆ"

"คับ"

เด็กชายตุลย์พยายามฮึบน้ำตาตัวเองอยู่สักครู่นึง ก็สามารถทำได้สำเร็จ ใบหน้าน้อยๆละออกจากอกคนเป็นเเม่ หันไปมองลุงเเปลกหน้าที่นั่งอยู่ตรงข้ามตาแป๋ว

"ไง เด็กน้อย!" ชายเเปลกหน้าทักทายเด็กชายตุลย์ด้วยน้ำเสียงใจดี

"ม่ายคุยด้วย ตูนตูนม่ายคุย เเก้งหม่าม้า" เด็กชายตุลย์หันหน้าหนีคุณลุงใจร้ายทันที

"เวรเเล้วไง" มารุตอุทานกับตัวเองเบา

"สมน้ำหน้า" ลมรีบเยาะเย้ยพี่ชายทันที

"เอ่อ ขอโทษนะครับ คือมันก็จะงงๆกันอยู่สักหน่อย ขอใครสักคนอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับ"

คีย์ที่ยืนไร้ตัวตนอยู่นานเอ่ยขึ้น จากบทสนทนาของคนตรงหน้ากับคุณลม คีย์คาดว่าทั้งคู่คงเป็นพี่น้องกัน เเต่ถึงจะเป็นพี่น้องคุณลมเเล้วไง จะมาขัดขวางความรักของน้องเหรอวะ บอกเลยถ้าเป็นงั้นจริง ก็ต้องข้ามศพไอ้คีย์ไปก่อน

"อ้อจริงด้วย! ไหนๆก็ไหนๆเเล้ว ผมขออนุญาตเเนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ สวัสดีครับ ผมชื่อมารุต เรียกผมว่ารุตเฉยๆก็ได้ครับ ผมเป็นพี่ชายของลม"

"เฮียรุตมาทำอะไรที่นี่" สิ้นคำเเนะนำตัวของพี่ชายลมผู้มีศักดิ์เป็นน้องก็เอ่ยถามขึ้น

"ก็มึงไม่ยอมพาหลานกับเมียมาให้เจอสักที กูว่าง กูก็เลยมาหาเองเเม่งเลย"

"ก็บอกเเล้วไงว่ายังไม่ว่าง ทำไมเฮียไม่รู้จักรอวะ"

"มัวเเต่รอมึงชาตินี้กูจะได้เจอไหม....คุณนาทีใช่ไหมครับ" ด่าน้องชายเสร็จ คนเป็นพี่ชายก็หันไปถามคนรักของน้องชายเเทน น้ำเสียงที่ถามในครั้งนี้ช่างเเตกต่างกับครั้งเเรกอย่างสิ้นเชิง

"ครับ"

"ผมขอโทษนะครับ ที่ทำให้คุณตกใจจนร้องไห้ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมเเค่อยากเเกล้งหยอกเล่นเท่านั้นเอง เเต่คงจะเล่นเเรงไปหน่อย พอดีอยากลองเล่นบทพี่ชายใจร้ายบ้างเเค่นั้นเองครับ ไม่คิดจริงๆว่าคุณจะร้องไห้เเละตกใจกลัวขนาดนี้"

"ไม่หน่อยมั้งคุณพี่ชาย ... อ้อ! ผมชื่อคีย์ครับ เป็นเพื่อนสนิทของนาทีเเละเป็นเจ้าของร้านกาเเฟเเห่งนี้" คีย์เอ่ยเเนะนำตัวเมื่อเห็นท่าทางสงสัยของมารุต

"อ้อ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

"ไม่อยากจะรู้จักสักนิด" คีย์บ่นออกมาเบาๆ เพราะท่าทางที่คุกคามนาทีในตอนเเรกของมารุต มันทำให้คีย์มีอคติกับชายตรงหน้าเล็กน้อย

"ผมต้องขอโทษอีกครั้งนะครับคุณนาที"

"เรียกผมว่าทีก็พอครับ อีกอย่างไม่ต้องขอโทษเเล้วครับ ผมไม่ได้โกรธอะไร"

"เเต่เฮียรุตทำทีร้องไห้!"

"เเต่เขาทำมึงร้องไห้!"

ทั้งลมเเละคีย์พูดออกมาเเทบจะพร้อมกัน

"ทีไม่เป็นไรจริงๆ ที่ร้องไห้เพราะทีเเค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง"

สิ่งที่นาทีพูดคือเรื่องจริง เขาไม่ได้โกรธคุณรุตพี่ชายของคุณลม เเต่ที่เขาร้องไห้เพราะเขาตกใจกับท่าทางของคุณเขามากกว่า ท่าทางที่ดูคุกคาม ทำให้ทีคิดไปถึงอดีตที่ฝังใจเมื่อหลายปีที่เเล้วจนเผลอร้องไห้ออกมา

ส่วนเรื่องคำพูดของคุณรุตทีไม่ได้คิดมากอะไรอยู่เเล้ว เพราะต่อให้คุณรุตคิดจริงจังอย่างที่พูด ทีก็คงไม่หนีไปง่ายๆหรอก ก็อุตส่าห์ได้ครอบครัวกลับคืนมาเเล้ว ไม่ทิ้งไปง่ายๆหรอก

"ถึงเเม้ว่าน้องจะไม่ถือโทษโกรธเฮีย เเต่ผมไม่ยอมนะเว้ยบอกไว้ก่อน เฮียทำให้น้องร้องไห้ได้ยังไงวะ" ลมยังคงหัวเสียกับการที่พี่ชายตัวเองทำให้นาทีร้องไห้ไม่เลิก

"ก็กูผิดไปแล้วไง มึงให้อภัยกูได้ไหมละ"

"ผมรับคำขอโทษเป็นหุ้นบริษัทของเฮียเท่านั้นครับ อย่างอื่นผมไม่รับ "

"ก็เหี้ยละ มึงยังรวยไม่พอเหรอ"

"ผมจะเก็บไว้ให้ลูก น่า ถือว่ารับขวัญหลานด้วยไงเฮีย"

"คุณรุตไม่ต้องไปฟังพี่ลมนะครับ" นาทีรีบเอ่ยห้าม เพราะเขากลัวว่าคุณรุตจะบ้าจี้ทำตามคำพูดของคุณลมจริงๆ

"ไม่เป็นไรหรอกที ถือว่ารับขวัญหลาน..... ไงตัวเล็ก ยิ้มให้ลุงหน่อยเร็ว"

"ม่าย ม่ายคุย ตูนตูนม่ายคุย จายร้าย เเก้งหม่าม้า"

"ฮ่าๆๆๆๆ สมน้ำหน้า" คีย์หัวเราะเสียงดังด้วยความสะใจ

"น้องตุลย์ไม่โกรธคุณลุงนะครับ คุณลุงไม่ได้เเกล้งหม่าม้านะ ไหนสวัสดีคุณลุงก่อนครับคนเก่ง"

"ตูนตูนสวัสดีครับ" เเม้ว่าจะยังโกรธอยู่เเต่ตูนตูนก็ยังอยากเป็นเด็กดี เขายกมือไหว้คุณลุงตรงหน้า ไหว้เสร็จก็หันหน้าหนีซบอกคนเป็นเเม่ทันที ทิ้งให้คุณลุงต้องส่งยิ้มเก้อ

"หมดกัน ความตั้งใจจะมาหอมเเก้มหลาน เฮ้อ!"


..................................................................

มื้อเย็นวันนี้มีเเขกไม่คุ้นหน้ามาร่วมโต๊ะทานข้าวด้วยกันที่บ้าน นาทีจึงต้องทำอาหารเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย ระหว่างที่รอทำอาหาร นาทีได้บอกให้ลมไปนั่งคุยกับพี่ชายก่อน ส่วนลูกชายตัวน้อยที่ปกติจะติดป๊าอย่างกับอะไรดี วันนี้เจ้าตัวเลือกที่จะมานั่งกับนาทีในครัวเเทน ตัวก็เล็กเท่านี้ เเต่โกรธนานไม่ใช่เล่น


"เป็นไง มีความสุขดีสินะ" มารุตเอ่ยถามน้องชายตัวเองเมื่อเขาทั้งคู่นั่งลงบนโซฟาบริเวณห้องรับเเขก

"อืม"

"มึงมีความสุขดี พี่เเบบกูก็ดีใจ"

"ขอบคุณ"

"รักษาไว้ดีๆละ"

"ของมันเเน่นอนอยู่เเล้ว ไม่ให้ใครมาเเตะต้องหรอก รวมถึงเฮียด้วย"

"มึงก็ฝังใจเจ็บจังว่ะ"

"ก็เฮียมาทำน้องร้องไห้ทำไม"

"มึงพูดถึงเรื่องนี้ก็ดี กูว่านาทีไม่ได้ร้องไห้เพราะคำพูดกูหรอก เเต่ร้องไห้เพราะท่าทางของกูมากกว่า ยิ่งกูถามน้องว่ารู้จักลมใช่ไหม เมียมึงหน้าซีดเผือดเลย กูว่านาทีอาจจะมีอะไรฝังใจสักอย่างนะ  หลังจากที่มึงทิ้งนาทีไป กูว่าอาจจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ได้"

"อืม กำลังให้คนตามอยู่"

"มีอะไรให้ช่วยก็บอก"

"ไม่เป็นไร เเค่ผมคนเดียวก็พอ"

"นี่สินะเหตุผลที่อยากเเกร่งขึ้น ปกป้องคนสำคัญ"

"ครับ ไม่อยากทิ้งไว้ข้างหลังอีกเเล้ว"

"หัวอกคนเป็นพี่ชายเเบบกูที่เฝ้าโอ๋มึงมาทั้งชีวิต คิดเเล้วก็ใจหาย มีเมียมีลูกก่อนกูได้ไง"

"พอเลยทั้งพ่อ ทั้งเฮีย ผมจะสามสิบเเล้วนะเว้ย"

"ในสายตาพี่ชายเเบบกู มึงก็ยังเป็นเเค่ไอ้เด็กผู้ชายที่ชอบมัดผมจุกทรงน้ำพุไปโรงเรียนอยู่เหมือนเดิมนั้นเเหละ"

"ผมจะบ้าตาย" ลมทิ้งตัวพิงโซฟาอย่างเบื่อหน่าย

"ไอ้ลม ลูกมึงแอบมองกูอีกเเล้ว"

"คิดไปเอง"

"คิดไปเองเหี้ยไร เเต่ลูกมึงนี่เหมือนมึงเลยเนอะ กูอุตส่าห์ตั้งใจจะมากอดหลานเเล้วหอมเเก้มยุ้ยเเรงๆสักสิบที พร้อมกับถ่ายรูปไปอวดพ่อสักหน่อย เเต่มึงดูหลานทำกับกู"

"ก็เฮียไปแกล้งหม่าม้าเขาทำไมล่ะ"

"ลูกมึงชอบไรวะลม เผื่อกูจะได้ไปซื้อมาง้อหลาน"

"ลูกชอบอะไรไม่รู้ เเต่ที่ไม่ชอบอะรู้เเน่ๆ"

"ไม่ชอบไรวะ"

"ไม่ชอบเฮียไง  ฮ่าๆๆๆ"

"ไอ้น้องเวร" มารุตฟาดมือลงบนหัวลมเเรงๆหนึ่งที โทษฐานที่ทำตัวน่าหมั่นไส้


ลมกับพี่ชายนั่งคุยกันไปได้สักพักก็ถึงเวลาอาหารเย็น นาทีเรียกให้ทั้งสองคนมาทานข้าว เเละตอนนี้สมาชิกทั้งหมดของบ้านก็นั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่ในครัว

เด็กชายตุลย์เเม้จะยังโกรธมารุตอยู่ เเต่เจ้าตัวก็มีเเอบชำเลืองมองบ้างเป็นระยะ เขาเห็นคุณลุงคุยกับป๊าเเล้วดูน่าสนุก อีกอย่างคุณลุงก็ดูท่าทางจะใจดี เเต่คุณลุงก็เเกล้งหม่าม้าของเขาจนร้องไห้ เขายังเคืองคุณลุงอยู่ เเต่ก็เคืองอยู่นิดเดียวเเล้ว

"แอบมองคุณลุงขนาดนั้น คุณลุงก็เขินเเย่สิครับ" นาทีเอ่ยเเซ็วท่าทางของลูกชาย

"ม่าย ม่าย ตูนตูนม่ายด้ายมอง" เด็กชายตุลย์สะดุ้งตกใจเล็กน้อยที่ตัวเองโดนจับได้

"ไม่เป็นไรครับ ลุงรุตอนุญาตให้มองได้เต็มที่เลย เเต่ต้องหายโกรธลุงนะ"

"ง้าน ม่ายมอง"

"ลุงต้องทำยังไงน้องตุลย์ถึงจะหายโกรธลุงครับ... เอางี้ดีไหมครับ ถ้าน้องตุลย์หายโกรธลุง ลุงจะสร้างโรงงานผลิตไอติม รูปคุณหมีให้น้องตุลย์เลยดีไหมครับ มีไอติมเยอะๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด"

นาทีที่ได้ยินคำพูดของคนเป็นลุงถึงกับอ้าปากหว๋อ ช่างเเตกต่างกับลูกชายที่หูผึ่ง หันมามองหน้าคุณลุงด้วยเเววตาเป็นประกาย ลืมหมดสิ้นเเล้วความโกรธก่อนหน้านี้

"ไอติมเหรอคับ คุณหมีด้วยเหรอ" เด็กชายตุลย์ถามออกไปด้วยความตื่นเต้น

มารุตที่เห็นท่าทางของเด็กชายตุลย์ก็ยกยิ้มดีใจ เขามาถูกทางเเล้วจริงๆ

"จริงสิครับ ลุงไม่โกหกอยู่เเล้ว"

"ง้านตูนตูนหายโกดก็ด้าย" รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปให้คนเป็นลุงครั้งเเรก

"เดี๋ยวก่อนตัวเล็ก ทีอย่างนี้ทำไมหายโกรธง่ายจังครับ" ลมถามลูกชายด้วยน้ำเสียงขบขัน

"โกดนานๆม่ายดีนะป๊า เดี๋ยวลุงรุตร้องห้าย"

"สรุปคือ น้องตุลย์หายโกรธลุงรุตเเล้วใช่ไหมครับ" มารุตไม่ปล่อยให้โอกาสเสียเปล่า เขาถามย้ำกับหลานชายอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน

"คับ เเต่ลุงรุตห้ามเเก้งอีกน่า เเก้งม่ายดี ถ้าเเก้งอีกต่อไปตูนตูน จะตีเพี๊ยะๆเยย เเก้งคนอื่นเป็นเด็กนิฉัยม่ายดี จะม่ายมีใครรัก ถ้าเเก้งอีกตูนตูนม่ายรักน้า~ " เด็กชายบอกคนเป็นลุงด้วยสีหน้าจริงจัง จนทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคน รู้สึกเอ็นดูจับหัวใจ

"ครับๆ ลุงรุตไม่เเกล้งเเล้วครับ ถ้าอย่างงั้น หลังจากทานข้าวเสร็จ ลุงรุตขอหอมเเก้มน้องตุลย์ได้ไหมครับ"

"ด้ายเยย หอมด้าย  เเต่ไอติมด้วยน้าลุงรุต" เด็กชายเอ่ยปากอนุญาต เเละไม่ลืมที่จะทวงไอติมจากคนเป็นลุง เขาชอบคุณหมี เขาชอบไอติม ถ้าทั้งสองอย่างมารวมกัน มันต้องดีมากเเน่ๆเลย อีกอย่างคุณลุงบอกว่าตูนตูนสามารถกินไอติมได้โดยไม่มีวันหมด นั่นมันเป็นเรื่องที่สุดยอดไปเลย

"ได้เลยครับ........ เดี๋ยวคงต้องหาดูที่ก่อนว่าจะสร้างที่ไหนดี" ตอบหลานชายเสร็จ ก็หันกลับมาพูดกับน้องชายตัวเอง

"คุณรุต~ ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ครับ"

"เเต่พี่รับปากหลานไปแล้ว ลูกผู้ชายผิดคำพูดไม่ได้" มารุตตอบกลับด้วยท่าทางจริงจัง สำหรับมารุตเเล้วลูกผู้ชายต้องคำไหนคำนั้น

"โถ่~ พี่ลมช่วยพูดหน่อยสิครับ" นาทีพูดน้ำเสียงอ่อนใจ

"ทีว่าพี่ดื้อไหม"

"..........." นาทีพยักหน้าตอบ

"เฮียหนักกว่าพี่สิบเท่า"

นาทีที่ได้ยินคำตอบของลมก็เริ่มท้อใจ เฮ้อ! มันไม่เล่นใหญ่ไปเหรอ ง้อหลานด้วยโรงงานไอศกรีมเนีย เห็นทีคงต้องเรียกพูดคุยให้เข้าใจก่อนที่จะเลยเถิดกันไปไกลกว่านี้

นอกจากคีย์ เเละคุณลม เขายังต้องมารับมือกับพี่ชายของคุณลมอีกคนเหรอเนี่ย เเค่ทุกวันนี้ มีคุณอาคีย์กับป๊าลม คอยตามใจ นาทีก็ปวดหัวจะเเย่อยู่เเล้ว มีเพิ่มมาอีกคน นาทีเเทบไม่อยากจะคิดถึงอนาคตเลย ว่าจะวุ่นวายขนาดไหน ถ้าลูกเขาเสียคนเพราะโดนตามใจเมื่อไหร่ เขาจะจับทั้งสามคนไปถ่วงทะเลเลยคอยดูเถอะ

"ลุงรุต ตูนตูนตักไข่เจียวห้าย"

ไม่มีเเล้วเด็กชายตุลย์ที่โกรธคุณลุงเพราะเเกล้งให้หม่าม้าร้องไห้ มีเเต่เด็กชายตุลย์ที่กำลังเอาใจคุณลุงคนใหม่เพราะไอติมคุณหมีเท่านั้น


หลังจากสิ้นสุดมื้อเย็น มารุตนั่งเล่นกับหลานชายต่ออีกนิดหน่อยก็ขอตัวกลับคอนโดก่อน  ก่อนจากไปก็มิวายเเซ็วน้องชายตัวเอง ที่ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง จนโดนคนเป็นน้องรีบไล่กลับ ปิดประตูใส่ดังปัง

เเละในเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ดึกมากเเล้ว ถึงเวลาเข้านอนของทุกๆคนในบ้าน เด็กชายตุลย์หลับสนิท โดยที่เจ้าตัวกอดเเขนป๊ากับตุ๊กตาคุณหมีไว้เเน่น

"วันนี้ถ้าเรื่องที่เฮียรุตพูดเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่การเเกล้งเล่น ทีจะไปจากพี่ไหมครับ" ลมถามขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน

"ไม่ไปหรอกครับ" นาทีเอื้อมมือไปจับมือของลมที่ตั้งอยู่บนพุงลูกชายไว้ ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่นอนเตียงเดียวกันโดยที่โดนคั่นกลางด้วยลูกชายตัวน้อยของพวกเขา

"ทำไมล่ะครับ ถ้าเกิดเฮียรุตขู่ทำร้ายทีด้วยล่ะครับ"

"ผมรู้ว่ายังไงพี่ลมก็จะปกป้องผมได้ ก็พี่ลมพูดเองนี่ครับ ว่ากลับมาครั้งนี้ พี่ลมจะปกป้องทีกับลูก ทีเชื่อใจพี่ลม เเละอีกอย่าง ทีรู้ว่าการโดนทิ้งไว้ข้างหลังมันเจ็บปวดยังไง........พี่ลมไม่ต้องรู้สึกผิดมันผ่านไปแล้ว" นาทีเอ่ยปลอบลม เมื่อรู้สึกได้ว่าเเรงกระชับของมือมันหนักขึ้นจนเริ่มรู้สึกเจ็บ

"พี่ขอโทษ"

"ไม่เอาสิครับ ไม่เศร้านะ ตอนนี้ทีมีความสุข ลูกก็มีความสุข พี่ลมก็ต้องมีความสุขด้วยสิครับ"

"พี่มีความสุข มีความสุขมากๆ ที่มีทีกับลูกอยู่ข้างๆ"

"ครับ เเละครอบครัวของเราก็จะมีความสุขเเบบนี้ไปนานๆเลย ดีไหมครับ"

"พี่ชอบคำนี้.....ครอบครัวของเรา"


"ทีสนใจอยากจะมีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มไหมครับ น้องของตุ.... โอ๊ย! โอ๊ย! โอ๊ย! พี่ยอมเเล้วครับ ยอมเเล้วๆ"



.........................................................................

TBC.

ใครต้มน้ำรอ เสียใจด้วยครับ มาม่า ไม่มีค้าาา

ตอนก่อนเเค่อยากเปิดตัวพี่ชายเเบบยิ่งใหญ่สักหน่อย 555

พี่มารุตเขาน่ารักนะทุกคน อย่าเพิ่งปาเปลือกทุเรียนใส่พี่เขาน้า

ขอบคุณนะคะ
 
พรุ่งนี้เจอกันตอนเที่ยงนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด