หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice  (อ่าน 5534 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มันจะน่ากลัวตรงที่ย้ำว่า "เป็นเเค่เกม ต้องเเยกเเยะ เเละควรถามเเบบไหนให้ครึกครื้น..."
หึหึหึ... ส่วนใครจะครึกครื้นก็อีกเรื่องนึงเนอะ...  :oo1: ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
25
ฉันไม่เคย...


 "พี่คีย์ ยังไงเนี่ย พี่ไหวไหมครับ"

"พูดอะไรของมึงวะไอ้เปอร์ ระดับนี้แล้ว หวายดิว่ะ!"

ดีกรีเเก้วเเล้วเเก้วเล่าที่คนอื่นๆในวงยกดื่ม ยังไม่น่าเป็นห่วงเท่าคีย์ ที่ยกดื่มเพียงไม่กี่เเก้วก็เริ่มมีอาการเมาแสดงออกมาให้เห็นเสียเเล้ว คนอะไรเมาเเล้วตาหวานเยิ้มเชียว คนมองอย่างเปอร์ได้เเต่ตั้งคำถามในใจว่าคีย์จะไหวแน่ๆตามที่ปากพูดใช่หรือเปล่า

 ทางด้านนาทีที่ดื่มน้ำเปล่าแทนเหล้าเพราะสามีไม่ยอมให้ดื่ม รายนั้นไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ กระดกดื่มอีกร้อยแก้วก็คงไม่มีทางเมาได้ แต่คืนนี้นาทีอาจจะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยสักหน่อย อ๊า! เเค่เห็นยังรู้สึกจุกท้องเเทน

เปอร์มองคีย์ก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่คิดจริงๆว่าเจ้านายของเขาจะคออ่อนมากขนาดนี้ ผิดกับคนอื่นๆที่ถึงเเม้จะดื่มไปหลายเเก้วเเต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเมาเลยสักนิด แม้กระทั่งวุ้นเองที่เป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวก็ยังคอแข็งกว่า

เกมที่เปอร์เป็นตัวตั้งตัวตีในการเล่น วนรอบหลายรอบจนเกิดคำถามหลายคำถามให้ทุกๆคนได้ตอบ บางเรื่องก็ชวนฮา บางเรื่องก็ชวนเศร้า เรื่อง 18+ 20+ ก็มีมาบ้างประปราย ยิ่งดึก บรรยากาศก็ยิ่งคึก คำถามก็ยิ่งลงลึกจนบางคนถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอ

ในครั้งนี้รอบการพูดวนมาที่เปอร์อีกครั้ง รอบนี้เปอร์ตั้งใจเเล้วว่าจะพูดสิ่งที่ตั้งใจมาตั้งเเต่ต้นเพราะมันอาจจะเป็นรอบสุดท้ายของเกมเกมนี้เเล้วก็ได้ พี่ทีไม่เท่าไหร่ เเต่พี่คีย์ของเขาจะไหวอีกสักแค่ไหนกันเชียว

เปอร์กับกำลังชั่งใจในประโยคที่จะพูดและในที่สุดเปอร์ก็ตัดสินใจเบี่ยงสายตาไปมองนาทีอีกหน ก่อนจะถามคำถามออกมา

"ถ้าพี่คีย์ยังไหว งั้นก็เล่นเกมกันต่อนะครับ ต่อไปตาผมนะ รอบนี้ผมจะไม่เคยอะไรดีน้า~ อ้อ! รู้เเล้ว รอบนี้เอาเป็นฉันไม่เคย.....มีแฟนมาก่อน! อ๊ะ! เดี่ยวก่อนครับทุกคน"

เปอร์ยกมือขึ้นห้ามทุกๆคนที่กำลังจะหยิบเเก้วขึ้นมาดื่ม การกระทำนั้นเรียกสีหน้าสงสัยจากทุกๆคนได้ไม่น้อย

"ขอผมอธิบายก่อนนะ แฟนในที่นี่ของผม ผมหมายถึง ไม่เขาก็เราโดนขอเป็นเเฟนอย่างเป็นจริงเป็นจัง มีคำขอเเบบเป็นกิจลักษณะให้รับรู้ถึงสถานะชัดเจน ไม่ใช่เเอบรัก แอบคุย กุ๊กกิ๊กกัน รักกันปานจะกลืนกิน ทุกคนรอบข้างรับรู้ เเต่ไม่เคยโดนขอเป็นเเฟนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ไม่เคยมีการพูดคุยถึงสถานะที่ชัดเจน เเบบนั้นไม่นับนะครับ....ถ้าทุกคนเข้าใจเเล้ว ยกดื่มได้ครับ!"

ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!

"อ๊าาาาส์....เอ้า! พี่ทีไม่ดื่มเหรอครับ" เปอร์ถามนาทีเมื่อหันไปเห็นว่าน้ำเปล่าในแก้วของนาทียังอยู่เต็มแก้วเหมือนเดิม

"เอ่อ คือ"

"หืม ทำไมเหรอครับ พี่ทีไม่เคยมีเเฟนเหรอครับ"

"คือ ว่า คือ" นาทีเหลือบสายตามองลมเล็กน้อย เเละในตอนนั้นเองที่นาทีเห็นว่าลมเองก็มองมาทางเขาด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกเช่นกัน

"คืออะไรเหรอครับ" เปอร์ถามด้วยเเววตาใสซื่อ

"ถ้าการเป็นแฟนเเบบที่เปอร์บอกมา พี่ไม่เคยมี พี่ยังไม่เคยโดนใครพูดอะไรทำนองนั้นด้วยเลย" นาทีพูดออกมาเสียงเบาๆ ทุกคนที่นั่งอยู่ก็พลอยเงียบสนิทไปด้วยเช่นกัน

แม้ลมจะเรียกนาทีว่าเมียหลายต่อหลายครั้ง เเต่ก็เป็นคำเรียกเย้าเเหย่หรือหยอกล้อเสียมากกว่า การพูดในลักษณะที่เปอร์บอกมานาทียังไม่เคยมีประสบการณ์จริงๆ

 เเม้เขาจะเคยชวนลมมาเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน เเต่มันก็คือการเริ่มต้น ไม่ได้ระบุอะไรที่ชัดเจนสักเท่าไหร่

แม้สุดท้าย แม้ลมจะเคยเเนะนำตัวเองว่าเป็นสามีของเขากับตฤณ เเต่นั่นก็เป็นการพูดเองเออเองของลมเพียงคนเดียว ถึงเเม้ในใจนาทีจะยอมรับเเต่เเบบนี้ก็คงไม่นับใช่หรือเปล่า

"จริงเหรอครับ! พี่ลมก็ไม่เคยขอพี่ทีเหรอครับ เเต่พวกพี่มีลูกด้วยกันเเล้วนะครับ" เเม้ว่าจะดูใจร้ายไปสักหน่อย เเต่เปอร์ก็เลือกที่จะถามคำถามนี้ออกไป

"อื้ม ยังไม่เคย"

"อ่าเหรอครับ แย่จังเลย ผมขอโทษนะครับพี่ที ผมคงทำพี่ทีรู้สึกเเย่เเน่ๆเลย"

"ไม่ ไม่เป็นไร พี่โอเค" นาทียิ้มบางๆให้เปอร์ รวมทั้งคนอื่นๆด้วย

"จริงๆ เเม้บทบาทที่มีทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ในสถานะไหน เเต่การพูดคุยกันให้ชัดเจนก็ดีไปอีกเเบบเนอะว่าไหมครับ อย่างน้อยเวลาใครถามถึงสถานะความสัมพันธ์ของเรา เราก็สามารถตอบออกมาได้เต็มปาก เดี๋ยวนี้สถานะเยอะเเยะจะตายไป มีอะไรกันทุกวันสุดท้ายเป็นได้เเค่พี่น้องก็มีให้เห็นกันเยอะเเยะ ฮ่าๆๆ ผมพูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย...รอบนี้ทุกคนไม่ต้องเล่าประสบการณ์การมีแฟนก็เเล้วกันเนอะ เพราะพี่ทีดันเล่าประสบการณ์การไม่มีเเฟนไปซะแล้ว" เปอร์พยายามพูดติดตลก เเต่ท่าทางของคนอื่นๆในวง เหมือนว่าจะตลกไม่ค่อยออก

บรรยากาศในวงเหล้าตอนนี้คล้ายๆกับมีก้อนของความกดดันเเละความอึดอัดลอยตลบอบอวลอยู่เหนือทุกๆคน ก็คุณลมของทุกๆคนดันนั่งทำหน้าขรึมราวกับกำลังวางเเผนฆาตกรรมใครสักคนอยู่อย่างไรอย่างนั้น ไม่รู้สึกกดดันก็เเข็งเเกร่งเกินไปแล้ว

เปอร์เองก็ได้เเต่กล่าวขอโทษนาทีเเละคนอื่นๆอยู่ภายในใจ เเม้เขาอยากจะนั่งดื่มต่ออีกยาวๆด้วยความสนุกสนาน เเต่ถ้ารอนานกว่านี้กลัวอีกคนจะน็อคไปเสียก่อน เพราะเปอร์ยังต้องจัดการคีย์อีกหนึ่งคน

เปอร์ละสายตาจากนาทีหันไปมองคีย์ที่นั่งตาเยิ้ม ก่อนจะละสายตาไปทางวุ้นเเละพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงบอกให้วุ้นเริ่มได้

"มาค่ะๆๆ ตาต่อไปตาวุ้นนะคะ เราไม่ควรเว้นว่างให้วงเงียบนะคะ ตานี้วุ้นจะไม่เคยอะไรดีน้า" วุ้นทำสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย

"นึกออกเเล้วค่ะ ของวุ้นเอาเป็น ฉันไม่เคย....ถูกแฟนนอกใจ"

"อึก"

หลังสิ้นเสียงของวุ้น คีย์ที่นั่งตาเยิ้มก็สะอึกออกมาเสียงดัง จนทุกคนที่นั่งอยู่ต้องหันไปมอง

"นอกใจเหรอ หึ! ฟึบ" คีย์ยกเเก้วเหล้ากระดกดื่มทีเดียวจนหมด "ไอ้เปอร์ ขออีกเเก้ว" และยังไม่วายหันไปตะคอกเปอร์ให้เทเหล้าเพิ่มให้ตัวเองอีกด้วย

ครั้นได้ยินเสียงตะคอกของเจ้านายเปอร์ก็ไม่รอช้ารีบเทเหล้าใส่เเก้วให้อย่างรวดเร็ว พลางคิดในใจ 'เมาหนักๆ เเล้วพูดมาให้หมดเลยนะพี่คีย์'

"อึก อึก ปัง" คีย์ยกเหล้ากระดกดื่มให้ความขมของแอลกอฮอล์ไหล่ลงสู่ลำคอ ก่อนจะวางเเก้วเหล้าลงอย่างเเรง เมื่อนึกถึงอดีตที่ฝังใจ

กรที่เห็นท่าทางของคนที่นั่งข้างๆกัน ก็หันมองด้วยความเป็นห่วงระคนสงสัยให้กับท่าทางของคีย์  เเละดูเหมือนรอบนี้จะมีเเค่คีย์คนเดียวที่ยกเเก้วเหล้าดื่ม

"พี่คีย์เอ่อ..สะดวกใจจะเล่าไหมคะ ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องเล่าก็ได้นะคะ"วุ้นถามเจ้านายของตัวเองด้วยน้ำเสียงติดเกรงใจ

"เล่าได้! เล่าได้สิ ตามกติกาต้องเล่าไม่ใช่เหรอ"

"ก็....ใช่ค่ะ"

"คีย์"นาทีเรียกคีย์ด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรน่า" คีย์ยิ้มฝืดให้นาทีก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง "เมื่อก่อนผมมีแฟนอยู่คนนึงเเละเป็นเเฟนคนเดียวที่เคยมีด้วย มันน่าตลกตรงที่ผมรักเขาฉิบหายยอมเเม้กระทั่งเป็นควายให้เขาหลอก วันที่ผมจับได้คาหนังคาเขา ตอนนั้นเขากำลังมีอะไรอยู่กับผู้ชายคนอื่น ผมถามเขาทั้งน้ำตาว่าทำเเบบนี้กับผมทำไม หึ!.มันน่าสมเพชมากตอนที่เขาตอบกลับมาว่า ไม่เคยรักผมเลย ที่ตามจีบผม ขอผมเป็นเเฟนก็เพียงเพราะบ้านผมรวย เพียงเพราะผมหน้าตาดี เพียงเพราะคบกับผมทำให้เขาดูดีไปด้วย เเละเป็นเพราะผมที่ให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ นั่นก็คือ เซ็กส์ เเม้จะเคยจับจูบลูบคลำ เเต่นั่นมันไม่พอสำหรับเขา ข้อหลังผมอาจจะมีส่วนผิดผมเข้าใจ เเต่เเล้วไงวะ รอกันหน่อยไม่ได้หรือไง! อ้อ! ผมถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ชายงี่เง่า น่ารำคาญ เเละจืดชืดด้วยนะครับ ฮ่าฮ่า" คีย์หัวเราะเย้ยหยันตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนอื่นๆ กวาดสายตาไปรอบวงพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางที่เป็นห่วงเขาของเเต่ละคน

"เหตุการณ์นั้นค่อนข้างมีอิทธิพลกับผมมากเลยครับ แม้ผมจะร่ำร้องอยากมีแฟน เเต่พอเอาเข้าจริงก็ทั้งกลัวเเละหวาดระเเวง กลัวว่าเขาจะรักเราจริงๆไหม เขาเข้ามาหาเราเพราะเหตุผลแอบแฝงหรือเปล่า ถ้าวันใดวันหนึ่งเราให้บางสิ่งบางอย่างกับเขาไม่ได้เขาจะผิดหวัง ทำร้ายจิตใจเรา เเละไปจากเราไหม คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว  ถ้ามีใครสักคนเข้ามา ผมอยากให้เขารักที่ผมเป็นผม หรือมีอะไรให้พูดคุยกัน ให้ปรับเปลี่ยนตรงไหนขอเเค่บอก ผมขออย่างเดียวอย่าหักหลังด้วยการนอกใจกันเลย แค่มาบอกเลิกผมตรงๆผมก็เข้าใจเเล้ว" คีย์ยิ้มเศร้าๆออกมาเมื่อพูดจบ

รอยยิ้มเศร้าๆของคีย์ทำให้ใจคนมองอย่างกรที่มองคีย์อยู่ตลอดตั้งเเต่คีย์ยกเเก้วเหล้าดื่ม รู้สึกกระตุกหน่วงเเบบเเปลกๆ อยากให้รอยยิ้มเศร้าๆบนใบหน้าของคุณเจ้าของร้านกาแฟหายไปชะมัด

"โหยพี่คีย์ อย่าเศร้าไปเลยนะ  ผ่านมาเเล้วก็ผ่านไป พี่คีย์ทั้งเก่งเเละเข้มเเข็งมากๆเลยนะครับที่ผ่านมาได้"

"นั่นสิครับคุณคีย์ คุณคีย์ออกจะน่ารัก ไอ้ผู้ชายคนนั้นตาถั่วเองมากกว่า"

คีย์ขำออกมาเล็กน้อยเมื่อสิ้นคำพูดของขุน

"จริงค่ะ พี่คีย์ของวุ้นทั้งน่ารักทั้งนิสัยดี ดีเเล้วค่ะที่เลิกกันไป พี่คีย์ของวุ้นควรได้พบใครสักคนที่ดีกว่า"

"นั่นสิครับ พี่คีย์ของผมถ้าไม่นับเรื่องปากร้ายปากจัด ก็เป็นคนที่น่ารักเเละนิสัยดีมากๆ ที่พี่คีย์มีท่าทียึกยักๆเวลาที่เหมือนมีใครมาสนใจตัวเองเพราะเเบบนี้สินะครับ กางปีกปกป้องหัวใจตัวเองสินะ แต่ผมเชื่อนะพี่คีย์ว่าสักวันพี่คีย์จะเจอคนที่ดี คนที่พร้อมจะรักพี่คีย์ที่เป็นพี่คีย์ เนอะพี่กรเนอะ" พูดกับคีย์เสร็จเปอร์ก็หันหน้าไปพยักเพยิดกับกรที่มองคีย์อยู่ตลอด

"อืม"

กรตอบรับเเบบนิ่งๆเเต่มันก็มากพอที่จะทำให้เปอร์ยิ้มกว้างออกมา เเละมากพอที่จะทำให้คีย์รู้สึกร้อนผ่าวบริเวณเเก้มของตนเอง เเต่ก็พยายามหลอกตัวเองว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป

"เอาละครับพักเรื่องเครียดๆไว้ก่อนดีกว่า มาครับมาเล่นกันต่อ ตาผมบ้างนะ"

"มาเลยพี่ขุนๆ ไอ้เปอร์คนนี้พร้อมเเล้ว"

"หึ! ถ้าอย่างนั้นของผมเอาเป็น  ฉันไม่เคย...มีเซ็กส์แบบโลดโผนมาก่อน"

พรูดดดดดด เปอร์ที่กำลังดื่มน้ำเปล่าเพื่อล้างคอถึงกับพ่นน้ำออกมาทันที

"คำถามอะไรของพี่เนี่ยพี่ขุน"

"ทำไมอะ พี่ถามไม่ได้เหรอ ว่าเเต่ในวงนี้ไม่มีใครเคยเลยเหรอ"

"ใครมันจะไปเคยว่ะพี่" เปอร์ยังคงโวยวายไม่หยุด

"ไม่เคยเลยจริงอะ โห ไอ้เราก็อุตส่าห์คิดว่าจะได้ฟังประสบการณ์จากผู้รู้สักหน่อย ผิดหวังชะมัด"

"อยากสอบถามผู้รู้เเบบนี้ พี่ขุนจะไปลองเองเหรอคะ" วุ้นถามขุนอย่างเย้าเเหย่

"ก็ประมาณนั้น" เเต่คนโดนเเหย่ดันตอบออกมาด้วยความจริงจังซะอย่างนั้น วุ้นที่คิดภาพตามก็ได้เเต่นั่งยิ้มหน้าเเดง

เกมในวงเหล้าดำเนินมาเรื่อยๆจนตอนนี้เลยวันใหม่มาได้ครึ่งชั่วโมงเเล้ว ทุกคนจึงมีความเห็นตรงกันว่าเกมควรยุติ การฉลองควรจบลงเเละเเยกย้ายกันไปนอนได้เเล้ว เเต่ก่อนจะจบก็ควรมีการส่งท้ายกันก่อน

"เอาละครับไหนๆงานเลี้ยงก็กำลังจะเลิก งั้นก่อนเลิกเกม ผมขอพูดอีกสักหนึ่งครั้งเพื่อปิดงานอย่างเป็นทางการนะครับ เเละประโยคไม่เคยของผมก็คือ........ฉันไม่เคย..... ชอบใครในวงเหล้านี้เลย อ๊ะ! เเม้ว่าตอนนี้จะยังชอบอยู่ก็นับนะครับ"

ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ ในครั้งนี้มีคนยกเเก้วขึ้นดื่มสี่คนได้แก่ ลม นาที คีย์และกร

"เดี๋ยวก่อนนะ พี่ทีกับพี่ลมยกเเก้วขึ้นดื่มผมไม่เเปลกใจ เเต่พี่คีย์กับพี่กรนี่ยังไงครับ เฮ้ยหรือพี่คีย์ชอบผม"

"ไปตายซะเปอร์" ไม่ว่าเปล่าคีย์ยังปาเข้าเกรียบใส่หน้าเปอร์ด้วย

"คีย์อย่าเอาของกินมาปาเล่นนะ" นาทีที่เห็นการปาของกินเเบบนั้นก็อดที่จะเอ่ยดุออกไปไม่ได้ มีที่ไหนเอาของกินมาปาเล่น ไม่น่ารักเลย

"โทษครับเเม่"

"อ่ะๆ ผมไม่ถามพี่คีย์ก็ได้ ผมถามพี่กรดีกว่า ยังไงครับพี่กร แอบชอบคนในวงเหล้าเหรอครับ"

"อืม"

"ใช่คนที่ผมคิดหรือเปล่าน้า~"

"......." กรไม่ตอบอะไร ทำเพียงเเค่ยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

"เฮ้ย! พี่เเม่งโครตคนจริง ผมตกใจนะเนี่ย" ท่าทางที่เเสร้งทำของเปอร์น่าหมั่นไส้จนกรและคนอื่นต้องส่ายหน้า  "แต่พี่กรพูดตรงเเบบนี้ เดี๋ยวใครบางคนเขาจะเขินจนตัวเเตกตายเอานะครับ"

"ไอ้เหี้ยเปอร์"

"อะไรครับพี่คีย์ ผมไม่ได้พูดชื่อพี่เลยสักคำนะ พี่มาด่าผมทำไมเนี่ย ฮ่าๆๆ " เปอร์หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

ส่วนคีย์ตอนนี้ทั้งหน้า ใบหู ลามไปจนถึงลำคอ เเดงไปหมดด้วยความเขินอายกับการกระทำของตัวเองเเละคำพูดตอบกลับของเปอร์

"ผมเอาใจช่วยนะพี่กร ขอให้สำเร็จนะครับ"

เปอร์พูดส่งท้ายเเละในที่สุดงานเลี้ยงก็ถึงคราวเลิกราสักที คีย์ที่ตอนเเรกยังคงนั่งนิ่งพอได้ลุกขึ้นยืนเท่านั้นเเหละถึงขั้นเซจนเกือบล้ม เเต่โชคดีมีกรที่ยืนอยู่ข้างๆเข้ามาประคองเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่คีย์จะล้มลงไปจูบกับพื้น

เปอร์ที่ตอนเเรกไม่เมาเท่าไหร่ก็มาตายในตอนจบ ก่อนที่จะเเยกย้ายเจ้าตัวเห็นเหล้าเหลืออยู่ในขวดนิดหน่อย จึงขอกระดกทิ้งท้าย สภาพจึงเมาเป๋ให้ขุนกับวุ้นต้องหิ้วปีกกันคนละข้าง


หน้าบ้านของนาทีตอนนี้มีเเท็กซี่จอดอยู่สองคันเพราะทั้งหมดยืนยันที่จะกลับบ้าน โดยคันเเรกมีขุน เปอร์เเละวุ้น  ขุนที่เห็นสภาพของเปอร์เเล้วดูท่าว่าวุ้นจะไม่ไหว เลยเสนอให้ไปนอนคอนโดของเขาก่อนเพราะมีสองห้อง ห้องนึงให้วุ้นนอนส่วนอีกห้องขุนจะนอนกับเปอร์เอง ซึ่งวุ้นก็เห็นด้วยเพราะถ้ากลับบ้านสภาพนี้เปอร์โดนเเม่ของเจ้าตัวฟาดยับเเน่ๆ เเละวุ้นก็คิดว่าเขาไว้ใจขุนได้ ส่วนจะถามว่าทำไมไม่นอนบ้านนาทีเหมือนปีก่อนๆ ก็ไอ้คนเจ้าแผนการที่เมาเเอ๋บอกมานะสิ ว่าไม่ว่าจะเมาเเค่ไหนก็ห้ามค้างบ้านพี่ที

ส่วนกรกับคีย์กลับเเท็กซี่อีกคันด้วยกัน ในตอนเเรกนาทีค่อนข้างที่จะกังวลเเละเป็นห่วงคีย์ เเต่คุณกรก็รับปากว่าจะดูเเลคีย์อย่างดีถึงห้องปลอดภัย เเละลมเองก็เอ่ยปากยืนยันว่ากรไว้ใจได้ นาทีจึงยอมให้กรพาคีย์กลับไปและภายในใจก็ได้เเต่ภาวนาว่าให้ทุกคนปลอดภัย ไม่มีเรื่องปั่นป่วนอะไรให้ต้องมานั่งกุมขมับกันทีหลัง



"เราเข้าบ้านกันดีกว่าครับ" ลมเอ่ยชวนนาทีที่ยังคงชะเง้อคอมองรถเเท็กซี่ที่กำลังขับออกไป

"ครับ"นาทีรับคำเเละทำตามอย่างว่าง่าย "พี่ลมจะอาบน้ำเลยไหมครับ" นาทีเอ่ยถามลมในขณะที่กำลังเดินเข้าบ้าน

"เดี๋ยวพี่ช่วยทีเก็บของก่อนดีกว่าครับเเล้วค่อยอาบ"

"ไม่เป็นไรครับ ทีเก็บคนเดียวก็ได้"

ของที่ลมพูดถึงหมายถึงพวกจานชามแก้วที่มีไม่เยอะเท่าไหร่กับพวกเปลือกถั่ว เศษขนมที่ต้องกวาด โต๊ะที่ต้องเช็ด ตอนเเรกทุกคนก็อาสาจะช่วยกันเก็บเเต่เป็นนาทีเองที่บอกว่าไม่เป็นไรเเละให้ทุกคนกลับไปพักผ่อน จะให้คนเมามาทำเรื่องพวกนี้นาทีกลัวว่ามันจะเละเทะมากกว่าเดิมนะสิ

"ไม่เป็นไรครับพี่ช่วย อีกอย่างพี่มีเรื่องจะคุยกับทีด้วย"

"คุยกับทีเหรอครับ"

"ครับ คุยกับที"

"เรื่องอะไรเหรอครับ"

"เรื่องของเราครับ"


......................................................................

บนเเท็กซี่ที่มีวุ้น เปอร์ และขุน

ในตอนนี้วุ้นกำลังนั่งคิ้วขมวดเมื่อนึกถึงคำถามที่ถามออกไป หวังว่าสิ่งที่เขาเเละเปอร์พยายามทำลงไปจะมีอะไรคืบหน้ากันบ้างนะ คิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้วุ้นนึกไปถึงเหตุการณ์ประมานสามสี่วันก่อนจะถึงงานฉลองวันเกิดของเปอร์

ในวันนั้นเปอร์บังเอิญได้ยินคีย์กับนาทีนั่งพูดคุยกัน ถ้าฟังผ่านๆเหมือนพูดคุยเรื่องทั่วๆไป แต่พอตั้งใจฟังดีๆ เรื่องที่พวกเขาพูดคุยกันเปอร์ไม่สามารถมองข้ามไปได้เลยจริงๆ


'เอาจริงดิ คุณลมไม่เคยขอมึงเป็นเเฟนเลยเหรอ'

'อืม'

'แล้วเเบบขอเป็นเมีย ขอเเต่งงาน ขออะไรก็ตามเเต่ละ'

'ยังเหมือนกัน'

'ไอ้เหี้ย นี่สินะพอพี่บัวถามว่ามึงเป็นอะไรกับคุณลมมึงเลยตอบไม่ถูก'

'ก็ประมาณนั้น เราไม่ค่อยมั่นใจว่าต้องตอบเเบบไหนถึงจะดี จะตอบว่าสามีก็ยังไม่ได้เเต่งงาน จะบอกว่าพ่อของลูกก็อาจจะมีคำถามเยอะเเยะตามมาอีก'

'กูเข้าใจมึงนะที บางทีการพูดสถานะออกมาให้ชัดเจนก็ดี  บางคนไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเมียก็มี ถึงเเม้จะเป็นเเม่ของลูกเขาก็ตาม ไหนจะคำพูดพร่ำพรรณนาบรรยายรักที่ใครๆก็พูดได้อีก ส่วนคุณลมกูว่าเขาอาจจะคิดว่าแค่เรารักกันเท่านั้นก็พอ จนอาจมองข้ามเรื่องเล็กๆเเบบนี้ไปก็ได้'

'พักเรื่องของเราไว้ก่อนดีกว่า มาที่เรื่องของคีย์ดีกว่า'

'อะไร เรื่องของกูมันทำไม'

'ก็คุณกรไง คีย์น่ะรู้สึกดีกับเขาใช่ไหมละ'

'รู้สึกดีเเล้วไงวะ เขาอาจจะไม่ได้ชอบกูก็ได้ กูปากมาก น่ารำคาญ งี่เง่า เเถมยังจืดชืด บางทีเขาเเค่นึกสนุกก็ได้ แบบเจอของเเปลกงี้'

'คีย์ไม่ว่าตัวเองเเบบนั้นสิ'

'กูว่าที่ไหน คนอื่นเขาว่ามา มึงก็รู้"

'ลืมๆไปได้เเล้วผู้ชายนิสัยเเย่คนนั้น คีย์ของทีน่ารักจะตาย'

'พอๆ แยกๆ ไปทำงานๆ อู้นะมึงอะ'

 สุดท้ายเเล้วสองเพื่อนรักก็เเยกย้ายกันไปทำงาน ทิ้งไว้เเต่หนุ่มหล่อสุดเท่อย่างเปอร์ที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเเละเเผนการแปลกๆก็ได้เริ่มขึ้นภายในหัว งานนี้ต้องหาเเนวร่วม คิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งไปหาวุ้นที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ทันที

'วุ้นนนนนนนนนนนนนนนนน'

......................................................................

 TBC.

พี่เปอร์ของเรา คือตัวเอกของเรื่องฮะ 555

คนอื่นๆเราให้เป็นได้เเค่ตัวประกอบ ว่าซ่านน

จริงๆอยากเล่น ฉันไม่เคย...ให้เยอะกว่านี้ค่ะ เเต่กลัวว่าจะน่าเบื่อไป เลยจัดเน้นๆเนื้อๆมาเลยค่ะ ตัดน้ำทิ้งให้หมด


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตาม ขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ที่มีให้กันนะคะ

ขอบคุณนะคะ
   

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เลือกไม่ถูกเลยค่ะว่าจะตามไปทางไหนดี...
ในบ้านก็อยากรู้ บนรถคันนั้นก็อยากตามไป
ส่วนรถอีกคันไว้ใจได้ชิมิ ไม่ต้องตามแน่ๆใช่มะ...
เลือกยากจัง...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
26
สถานะ

***คำเตือน ตอนนี้มีฉาก NC นะคะ ***


"อื้อ พี่ลมเดี๋ยวก่อนสิครับ"

"อืม ครับ"

"อ๊ะ ครับแล้ว มือก็หยุดเลื้อยด้วยสิครับ"

นาทีพยายามห้ามลมที่ตอนนี้กำลังซุกซนใช้จมูกโด่งๆของตัวเองซุกไซ้ซอกคอของเขาอยู่

สายน้ำเย็นจากฝักบัวที่ไหลผ่านตัวของพวกเขา ไม่ได้ทำให้อารมณ์ที่ร้อนระอุของลมเย็นลงได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากจัดการทำความสะอาดทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นาทีก็โดนลมพามาที่ห้องข้างๆทันทีเนื่องจากลมบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยนาทีไม่คิดติดใจอะไร ตอนนี้สิ่งที่เขาติดใจมีอยู่อย่างเดียวคือ เรื่องที่จะคุยด้วยอยู่ไหน ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นกิจกรรมสุดร้อนแรงภายในห้องไปน้ำระหว่างเขากับคุณลมไปได้ล่ะเนี่ย

"ก็ทีนุ่มนิ่มไปทั้งตัว นุ่มนิ่มจนพี่อยากจะจับทีปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องเลยละครับ" ลมพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า จมูกก็ยังคงทำหน้าที่ของมันในการดอมดมได้อย่างดีเยี่ยม มือทั้งสองข้างของลมขยำลงบนก้นลูกพีชนุ่มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว

"บ้า! กลืนอะไรกันล่ะครับ อือ~ ทีกินได้ซะที่ไหนล่ะ อ๊ะ"นาทีร้องออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกจี๊ดๆจากการที่โดนลมขบเม้มสร้างรอยรักไว้ตรงบริเวณไหล่บาง

"อยากให้พี่กินให้ดูไหมครับ " ว่าจบลมก็ไม่รอช้าจัดการก้มหน้าไปงับเม็ดทับทิมสีสวยตรงหน้าอกของนาทีทันที เรียกเสียงร้องสุดสยิวจากนาทีได้เป็นอย่างดี

"อ๊า~ อือ" มือข้างนึงของนาทีบีบไหล่ของลมแน่น ส่วนอีกข้างก็กำลังทึ้งผมของลมเบาๆเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ได้รับจากการที่เรียวลิ้นร้อนตวัดชิมเม็ดทับทิมสีสวยของเขาอย่างกระหาย

"พะ พี่ลม ไหนบอกว่า อือ มีเรื่อง มีเรื่องจะคุยกันไงครับ อ๊า"

"ตอนนี้ก็กำลังคุยอยู่นี่ไงครับ จุ้บ" ลมยื่นหน้ามาจุ้บริมฝีปากบางเบาๆ

"แบบนี้เขาเรียกว่าคุยซะที่ไหนล่ะครับ" นาทีบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงเคืองๆ

"ก็คุยกันด้วยภาษากายก่อนไงครับ ตอนนี้พี่ก็กำลังจะใช้ร่างกายบอกรักทีอยู่"

พูดจบ ลมก็ยื่นหน้าไปประกบริมฝีปากบางของนาทีทันที ก่อนจะใช้ฟันหน้าของตัวเองงับริมฝีปากล่างของนาทีเบาๆ ก่อนจะค่อยๆบดเบียดจูบลงไปหนักๆจนนาทีต้องเผยอปากขึ้น ซึ่งลมก็ใช้ช่วงจังหวะนั้นสอดเเทรกลิ้นชื้นของตัวเองเข้าไปในโพรงปากอุ่นของอีกฝ่ายทันที

ลิ้นร้อนชื้นของทั้งสองคนในเวลานี้ต่างก็โรมรันเกี่ยวพันกันอย่างดุเดือด แลกเปลี่ยนความหวานและความวาบหวามให้กันและกัน นาทีใช้สองแขนของตัวเองคล้องคอลมไว้แน่น ลมเองก็จับแผ่นเอวบางของนาทีไว้ แน่นขยับตัวเข้าเบียดชิดอีกฝ่ายจนไร้ซึ่งช่องว่างระหว่างกัน

ในเวลานี้ดูเหมือนว่าอารมณ์ของทั้งสองคนจะพุ่งสู่จุดสูงสุดด้วยกันทั้งคู่

"อืออ" นาทีส่งเสียงครางกระเส่า สายตาปรือปรอยหวานฉ่ำมองลมที่อยู่ๆก็ถอนจูบออกไป นาทีรู้สึกขัดใจนิดๆเพราะเขายังรู้สึกว่าตัวเองยังจูบลมไม่อิ่มเลย "พี่ลม" นาทีเรียกลมเสียงอ้อนๆ พร้อมส่งแววตายั่วยวนไปให้อีกฝ่าย ขยับตัวเข้าไปชิดลมอีกนิด ก่อนจะเขย่งเท้าขึ้น เชิดหน้าสูงจนริมฝีปากสัมผัสโดนคางสาก "จูบ ทีอยากให้พี่ลมจูบทีอีก นะ นะครั...อืมมม"

ไม่ต้องรอให้จบประโยคลมก็จัดให้ตามคำขอของอีกฝ่ายทันที จูบเร้าร้อนในห้องน้ำภายใต้ฝักบัวที่มีน้ำเย็นไหลผ่านมันช่างรู้สึกซาบซ่าซะเหลือเกิน

"อ๊ะ!" นาทีเผลอร้องออกมา ยามที่รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ที่วนเวียนอยู่บริเวณช่องทางด้านหลังของตัวเอง ก่อนจะสอดเข้ามาภายใน "อ๊า อือ "

"ชู่ว! คนดี ใจเย็นๆ" ลมเอ่ยห้ามนาทีที่กำลังร้องเสียงกระเส่าอยู่ข้างๆหูของตัวเอง ส่วนคำว่าใจเย็นๆนอกจากจะปลอบนาทีแล้ว ลมยังพูดเพื่อเตือนสติตัวเองว่าให้ใจเย็นๆด้วยเช่นกัน

"ก็มัน อื้อ มันอึดอัดและเสียว อ๊ะ อ๊ะ"

"ทีครับ ทีรู้ใช่ไหมว่าพี่ต้องเตรียมพร้อมให้ทีก่อนเพราะไม่อยากให้ทีเจ็บ แต่ถ้าทียังครางเสียงหวานข้างๆหูพี่อยู่แบบนี้ ทีอาจจะเจ็บตัวได้นะครับ" ลมกัดฟันพูดบอกนาทีออกไป เพราะเสียงครางกระเส่าของนาทีที่ดังข้างๆหูทำให้อะไรต่อมิอะไรของเขามันแข็งตัวจนปวดหนึบ อยากจะสอดใส่และกระแทกอีกคนให้จมอก แต่เพราะรักมาก ไม่อยากให้อีกคนต้องเจ็บตัว เขาจึงได้แต่ข่มใจตัวเองเอาไว้ แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่ให้ความร่วมมือกับเขาเอาเสียเลย

"ก็นิ้วพี่ลมทำให้ทีเสียวนี่น่า"

"ฮึ่มมมม!" ลมถึงกับคำรามในใจกับการยั่วตาใสของคนอ้อมกอดที่เงยหน้าขึ้นมามองกันตาใสแจ๋ว กะจะให้เขาความอดทนขาดผึงจริงๆใช่ไหม

ลมตัดสินใจก้มลงป้อนจูบให้คนช่างยั่วอีกครั้งเพื่อหวังจะกลืนกินเสียงครางหวานของอีกคนไว้ไม่ให้หลุดลอดออกมายั่วยวนอารมณ์เขาไปมากว่านี้

ใช้เวลาไม่นานช่องทางด้านหลังของนาทีก็พร้อมสำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ลมดันแผ่นหลังของนาทีไปชิดกับกำแพงเบาๆ ก่อนจะถอดถอนริมฝีปากออก ใช้นิ้วโป้งปาดน้ำลายใสที่ไหลออกมาตรงมุมปากออกให้นาทีและส่งมันเข้าปากของตัวเองแทน นาทีที่เห็นภาพนั้นก็รู้สึกหน้าเห่อร้อนจนแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ

ส่วนลมเองก็ไม่ปล่อยให้ช่วงอารมณ์ขาดห้วงนาน ลมเดินเข้าประชิดตัวนาทีพร้อมกับใช้มือยกขาด้านขวาของนาทีขึ้นมาพาดเอวสอบของตัวเองไว้ การกระทำของลมสร้างความผวาให้นาทีไม่น้อยจนเผลอยกแขนทั้งสองข้างคล้องคอลมไว้แน่น

"อ๊ะ อือ" นาทีส่งเสียงร้องพร้อมกับบิดเร่ายามที่ส่วนแข็งขื่นของลมค่อยๆเข้ามาภายในตัวของตัวเอง

"ซี้ดส์ แน่นชะมัด" ลมขบกรามแน่นให้กับความแน่นและการบีบรัดของช่องทางที่ทำให้เขาเสียวกระสันจนแทบจะปลดปล่อย

"ผ่อนคลายหน่อยครับคนดี" ลมจูบลงบนขมับของนาทีเบาๆเป็นการปลอบโยน

"ก็มันเสียว แถมท่าก็น่าอายจะตายไป"

"ไม่เห็นจะน่าอายเลยครับ แต่ถ้าเป็นน่าอย่างอื่นพี่เห็นด้วย" ลมพูดพร้อมกับยิ้มกรุ่มกริ่มให้นาที จนนาทีอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

"ถ้าผมลื่นล้มจนหัวร้างข้างเเตกขึ้นมาละน่าดู" นาทีเอ่ยขู่อีกคน

"ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายเลยค่ะ ถ้าน้องทีลื่นล้มหัวแตก พี่ลมจะพาไปโรงพยาบาลเองค่ะ" แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่สลดเลยสักนิด "แต่ถ้าหมอถามว่าไปทำอะไรมา อันนี้พี่คงต้องให้น้องทีเป็นคนตอบนะคะ"

"พี่ลม! อ๊ะ!"นาทีร้องออกมาเสียงดังยามที่ลมใส่ส่วนนั้นเข้ามาจนสุดทางในทีเดียว "เบาหน่อยครับ ทำเบาๆ"

"ครับ"

ลมทำตามคำสั่งของอีกคนอย่างว่าง่าย บทเพลงรักจังหวะเนิบช้ายังคงดำเนินมาเรื่อยๆโดยที่ลมไม่คิดจะปรับเปลี่ยนจังหวะสักนิด จนคนที่ร้องขอให้ทำเบาๆถึงกับกัดปากแน่นกับความอึดอัดที่อัดแน่นอยู่ภายใน

อยากได้แรงกว่านี้........

"ดีไหมคะ เบาๆแบบนี้น้องทีชอบไหมคะ" คนขี้แกล้งยังไงก็เป็นคนขี้แกล้งอยู่วันยังค่ำ ลมเองก็อึดอัดไม่น้อยกับความเนิบช้าแบบนี้ แต่เขาแค่อยากแกล้งหยอกเจ้าแมวน้อยของเขาก็เท่านั้นเอง

"มะ อ๊ะ ไม่ดี อือ ไม่ดีเลยครับ"

"ถ้าอย่างนั้นน้องทีต้องการแบบไหนเหรอคะ อืม.."

"แรงๆ พี่ลมช่วยรักทีแรงๆได้ไหมครับ" นาทีเอี้ยวหน้ามามองลมด้วยสายตาออดอ้อน

"ตามที่คนดีบัญชาเลยค่ะ จุ้บ"

ลมก้มหน้าไปจุ้บริมฝีปากบางหนึ่งที ก่อนจะกลับมาตั้งใจรักคนในอ้อมกอดแรงๆตามที่เจ้าตัวต้องการ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงเฉอะแฉะน่าอายที่ดังขึ้นก้องกังวาลทั่วห้องน้ำ ไม่สามารถสร้างความเขินอายให้กับคนทั้งคูู่ได้แม้แต่น้อย มีแต่จะสร้างอารมร์ความต้องการที่รุนแรงให้เพิ่มขึ้นมากว่าเก่า

"อ๊ะ อ๊ะ ไม่ไหว อ๊ะ ทีจะเสร็จ อ๊ะ อื้อออออ~"

ลมปรับเปลี่ยนท่าให้ร่างบางและกระแทกกระทั้นครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดร่างบางก็ปลดปล่อยออกมา เมื่อร่างบางปลดปล่อยเสร็จลมก็ไม่รอช้า รีบเร่งความเร็วถี่ยิบปลดปล่อยตามร่างบางไปติดๆ

"อืม ซี้ดส์ อืม ที~ อ่าาาาาาา"

ลมกระตุกตัวเกร็งสามสี่ทียามที่ปลดปล่อยน้ำขุ่นขาวเข้าไปภายในตัวนาที ก่อนจะก้มลงจูบซับไหล่บางของนาที และกระซิบคำวหวานข้างๆหู

"พี่ลมรักน้องทีนะครับ"

นาทีที่ได้ยินคำบอกรักก็ยิ้มกว้าง ใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมใบหน้าของลมไว้ ใช้จมูกของตัวเองถูไถกับจมูกโด่งๆของลมเบาๆ พร้อมกับเอ่ยคำรักออกมาเช่นกัน

"ทีก็รักพี่ลมนะครับ รักมากๆเลยครับ"  พูดจบก็ส่งยิ้มสวยชวนใจละลายให้คนตรงหน้าเป็นของแถมด้วย

แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มที่นาทีตั้งใจจะยิ้มให้ลมจะกลายเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ไปเสียแล้ว ก็ในเมื่อตอนนี้พ่อเสือตัวโต กำลังช้อนตัวเขาไว้แนบอก พร้อมกับรีบก้าวยาวๆออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

"ยิ้มของทีทำพี่ใจสั่น เราไปต่อที่เตียงกันดีกว่าค่ะ"

 ..................................................................



กว่าบทเพลงรักของนาทีกับลมจะสงบเรียกได้ว่าเกือบจะฟ้าสางกันเลยทีเดียว

หลังจากที่จัดการอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จ ตอนนี้นาทีกับลมกำลังนอนกันอยู่บนเตียง โดยที่นาทีกำลังนอนซบอยู่บนอกของลม

"ทีคิดเห็นยังไงกับคำถามของเปอร์วันนี้ครับ" ลมถามขึ้นพร้อมกับใช้มือสางผมนาทีเล่น

"คำถามไหนเหรอครับ" นาทีไม่ได้จะยอกย้อนลม แต่เพราะวันนี้มีคำถามเยอะแยะมากมายจนจำแทบไม่ไหว

"ไม่เคยมีแฟน"

"อ่อ เรื่องนี้ พี่ลมคิดมากเหรอครับ"

"พี่รู้สึกผิดมากกว่า ทีลุกแป๊บนึงได้ไหมครับ"

ลมประคองนาทีให้ลุกขึ้นนั่งแทน อีกคนก็ลุกนั่งอย่างว่าง่าย

"จากที่เปอร์พูดวันนี้ทำให้พี่ฉุกคิดอะไรได้หลายๆอย่าง" ลมเอื้อมมือไปจับมือของนาทีแน่น พร้อมกับใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ "พี่รู้สึกว่าพี่เป็นคนที่แย่มากๆในหลายเรื่องๆ ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนที่อยู่ด้วยกัน ตอนนั้นพี่พยายามไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตของทีจนเกินไป แต่สุดท้ายใจพี่ก็ทนเสียงเรียกร้องไม่ไหว กว่าจะพูดคำรักออกมาได้ก็แทบจะเป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่ด้วยกัน" ลมยิ้มบางเบาให้กับนาทีที่นั่งมองเขาตาแป๋ว

"กลับมาเจอกันครั้งนี้พี่ก็ยังไม่พูดอะไรให้มันชัดเจน คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียวว่าแค่การกระทำของพี่ที่แสดงออกว่ารักทีมาก กับคำว่ารักที่พี่พร่ำบอกทีไปมันคงจะเพียงพอแล้ว แต่พี่ก็ดันมองข้ามเรื่องสำคัญไปอีกจนได้"

"................"

"การพูดสถานะให้ชัดเจนเป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอครับ ถ้าอย่างนั้น...นาทีครับ" ลมเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

"............." นาทีทำเพียงแค่นั่งมองตาลมนิ่งๆ รอฟังสิ่งที่อีกคนจะพูดอย่างตั้งใจ

"พี่รักทีนะ เป็นแฟนกับพี่ได้หรือเปล่า" ลมใช้มือข้างนึงลูบไล้แก้มเนียนขาวที่ตอนนี้แดงนิดๆอย่างทะนุถนอม

"แต่เรามีลูกกันแล้วนะครับ" นาทีที่มึนงงอยู่ครู่นึงเอ่ยหยอกคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ยามที่ตั้งสติได้

"ไม่เป็นไรครับ มีลูกก็ขอเป็นแฟนได้ ก็พี่ยังไม่เคยขอทีเป็นแฟนเลยนี่ครับ คิดแล้วเจ็บใจตัวเองชะมัด อยากจะย้อนกลับไปต่อยหน้าตัวเองแรงๆสักสิบที ให้สมกับความโง่ของตัวเอง"

นาทีนั่งอมยิ้มให้กับท่าท่างกระฟัดกระเฟียดของคนตัวโต

"ไม่เป็นไรนะครับ" นาทียื่นมือไปลูบแขนลมเบาๆเพื่อปลอบโยน

"ทีครับ"ลมกลับมาเรียกนาทีเสียงอ้อนอีกครั้ง "ทียังไม่ตอบพี่เลย ว่าทีเป็นแฟนกับพี่ได้ไหมครับ"

"ได้สิครับ ได้แน่นอน ก็รักมากขนาดนี้ ไม่ตกลงก็บ้าแล้ว"

"ขอบคุณ ขอบคุณครับ" ลมโผตัวเข้ากอดนาทีแน่น โดยนาทีก็ไม่ลืมที่จะกอดตอบอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

"ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้เวลาใครถามว่าทีเป็นอะไรกับพี่ลม ทีก็สามารถตอบได้เลยใช่ไหมครับว่าทีเป็นแฟนของพี่ลม"

"ไม่ได้ครับ!"

"ทำไมละครับ"

"ห้ามตอบว่าเป็นแฟนครับ ให้ตอบว่าเป็นสามี ตอบไปชัดๆเลยครับว่าคุณลมคือสามีของผมเองครับ หรือถ้ามีคนมาจีบก็ตะโกนใส่หน้าไปเลยครับว่า มีผัวแล้ว ผัวหวงมาก"

เพี๊ยะ!

"โอ๊ย! ทีตีพี่ทำไมครับ"

"ก็ดูพี่ลมพูดสิครับ ทำเป็นเล่นไปได้"

"พี่ไม่ได้พูดเล่นสักหน่อย ใจจริงพี่ก็อยากจะขอทีแต่งงานเลยนะ แต่อะไรก็ไม่พร้อมสักอย่าง แหวนก็ไม่มี"

"ไม่มีก็ขอได้ครับ"

"ไม่ได้ครับ ทีรู้ใช่ไหมครับว่าถึงแม้วันนี้พี่จะขอทีเป็นแฟน แต่สถานะที่พี่มอบให้ไม่ใช่แฟนแน่นอน พี่ขอโทษนะที่ทำตัวไม่ให้เกียรติทีในการกล่าวขอและพูดถึงสถานะที่ชัดเจน พี่ไม่รู้ว่ามาพูดตอนนี้จะสายเกินไปหรือเปล่า"

"ไม่ครับ ไม่สายเกินไป"

"รอพี่ไปทำแหวนก่อนนะ แล้วพี่จะมาขอเราแต่งงาน เตรียมตัวไว้ให้พร้อมเลย"

"ครับ ทีจะรอนะ"

"ครับ คราวนี้เวลามีใครถามถึงสถานะของเราก็ตอบไปชัดๆเลยนะครับ "

"ตอบว่าเป็นคนที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกันได้ไหมครับ" นาทีเอ่ยหยอกคนตรงหน้า

"ไม่ดีครับ แต่ถ้าบอกว่า พี่เป็นทาสรักของทีอันนี้พี่โอเคครับ"

คิดจะแกล้งหยอกเขา แต่ดันโดนเขาหยอกกลับมาจนได้

"มะ ไม่คุยด้วยแล้ว นอนดีกว่า ฮัดชิ้ว!"

"หืม ทีจะป่วยหรือเปล่า" ลมรีบยื่นมือไปแตะหน้าผากนาทีทันที ความร้อนที่มากกว่าปกตินิดๆของร่างกายทำให้ลมขมวดคิ้วมุ่น

"ก็ใครกันล่ะครับ ที่เปิดน้ำรดตัวนานขนาดนั้น"

"แต่ทีก็ชอบไม่ใช่เหรอ"

"พอเลยครับ! ถ้าค่าน้ำขึ้นนะ ผมเอาเรื่องพี่แน่ๆ"

"ครับๆๆ แต่ก่อนอื่นคนเก่งนอนได้แล้วครับ" ลมหัวเราะน้อยๆให้กับคำขู่ของนาที คนอะไรขู่ได้น่ารักชะมัด

"พี่ลมอย่าลืมไปดูลูกนะครับ ลูกตื่นมาไม่เจอใครอาจจะร้องไห้โยเย"

"ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่ดูแลให้เอง ทีพักผ่อนก่อนนะ หลับฝันดีนะครับคนดี จุ้บ!" ลมดึงผ้าห่มขึ้นห่มให้นาที ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากนาทีให้เจ้าตัวหลับฝันดี

"ครับ พี่ลมก็ฝันดีนะครับ"

นาทีรู้สึกล้าเต็มที ไหนจะอาการปวดหัวตุบๆนั่นอีก เมื่อบอกฝันดีลมเสร็จเจ้าตัวก็หลับไปอย่างง่ายดาย โดยที่ไม่รู้เลยว่า ช่วงหัวรุ่งของวันนั้นเจ้าตัวจะไข้ขึ้นจนลมถึงกับวิ่งวุ่นคอยป้อนยาเช็ดตัวให้ตลอดแทบไม่ได้นอนเลย



.......................................................................

"ป๊า หม่าม้าไม่ฉะบายเยอะเยยหรอคับ"

เด็กชายตุลย์ที่กำลังถือถ้วยพลาสติกขนาดกลางไว้ในมือเงยหน้าขึ้นถามคนเป็นพ่อด้วยความสงสัย

วันนี้เขาตื่นนอนมาไม่เจอหม่าม้าอย่างเช่นทุกวัน ในตอนที่กำลังเบะปากร้องไห้ป๊าของเขาก็เดินเข้ามา กอดปลอบพร้อมกับบอกว่าหม่าม้าไม่สบายนอนอยู่อีกห้องนึง ป๊าบอกให้เขารีบอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวกัน จากนั้นจะได้ช่วยกันทำข้าวต้มให้หม่าม้าที่นอนป่วยอยู่ทาน

วันนี้ป๊าของตูนตูนเป็นคนทำอาหารเช้า เมนูก็คือข้าวผัดไข่ธรรมดา ที่เขาอยากจะบอกป๊าซะเหลือเกินว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าทำอีกเลยรสชาติไม่แย่แต่ถ้าเทียบกับฝีมือของหม่าม้าแล้วต่างกันลิบลับ เด็กชายตุลย์มองป๊าของเขาที่กำลังคนข้าวต้มอยู่ ก็ได้แต่คิดในใจ ว่าหม่าม้าของเขาจะทานได้ไม่เป็นอันตรายจริงๆใช่ไหม

"ครับ หม่าม้าไม่สบายเยอะเลย"

"แล้วหม่าม้าต้องกินยาด้วยป้าวคับ"

"กินครับ ถ้าไม่กินยาหม่าม้าก็จะไม่หาย"

"ป๊า~" เด็กชายตุลย์เดินเข้าไปกอดขาคนเป็นพ่อแน่นพร้อมกับเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"ว่าไงครับ" ลมย่อตัวลงนั่งเสมอลูกชาย

"ตูนตูนม่ายอยากให้หม่าม้าป่วยเยย ตูนตูนเป็นห่วง ยาก็ม่ายอาหย่อยเยย ฉงฉานหม่าม้าต้องกินยาขมๆ" เด็กชายตุลย์พูดอธิบายเหตุผลออกมาตามความรู้สึกของตัวเอง จนคนเป็นพ่ออดไม่ไหวต้องยื่นจมูกไปหอมแก้มยุ้ยๆของลูกชายฟอดใหญ่ๆไปหนึ่งฟอด

"หม่าม้า ม่ายป่วยไม่ด้ายหรอคับ"

"คนเราป่วยได้ไม่ใช่เรื่องที่แปลกครับ ที่เราป่วยอาจจะเพราะเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำงานหนักเกินไป ไม่ดูแลตัวเอง กินอาหารไม่มีประโยชน์ ไม่กินผัก และอีกหลายๆอย่างเลยครับที่ทำให้เราป่วยได้ ดังนั้นเราจึงควรดูแลตัวเองให้ดี กินอาหารที่ดีๆไงครับ"

"หม่าม้ากินอาหารไม่ดีหรอคับ ดุเยย ตูนตูนต้องดุ หรือหม่าม้าแอบกินช็อก'แลต เยอะเกินไปคับ"

"ฮ่าๆๆๆ ตัวเล็กเอ้ย! เรานี่มันจริงๆเลยนะ" ลมขยี้หัวลูกชายด้วยความมันเขี้ยวจนผมยุ่งเหยิงเสียทรง

"ป๊าต้องพักผ่อนนะ ทำงานหนักจะป่วย หม่าม้าบอกป๊าทำงานหนัก ตูนตูนม่ายอยากห้ายป๊าป่วย" เด็กชายตุลย์ซบหน้าลงกับบ่าแกร่งพร้อมกับใช้หัวทุยๆของตัวเองถูกไถไปมาด้วยความออดอ้อน

"ครับ ป๊าจะพักผ่อนเยอะๆ จะไม่ป่วยโอเคไหมครับ"

"โอเคคับ"

"แต่วันนี้เราต้องช่วยกันดูแลหม่าม้าก่อนนะครับ"

"คับดูแลเยย ตูนตูนดูแล"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวตัวเล็กถือกระปุกยาตามป๊ามานะ แต่เดี๋ยวป๊าขอตักข้าวต้มให้หม่าม้าก่อน"

"คับ"

ลมยืนขึ้นตักข้าวต้มร้อนๆใส่ถ้วย และไม่ลืมที่จะหยิบน้ำเปล่าติดมือมาด้วย ก่อนจะหันไปมองลูกชายที่ยืนใส่ผ้าปิดจมูก ในมือถือกระปุกยาเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว

"พร้อมไหมตัวเล็ก"

"พ้อมคับ"

"ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันครับ ไปดูแลคนที่เรารักกัน"

"คับ ปายดูแลคนที่เรารักกาน"

และวันนั้นทั้งวันสองคนพ่อลูกก็ช่วยกันดูแลคนเป็นแม่อย่างดีจนคนเป็นแม่แทบจะหายไข้เป็นปลิดทิ้ง

.....................................................................

TBC.

พี่ลมเขาไม่แผ่วเลยนะคะ  5555

แต่ง NC ทีไร เหมือนโดนกระชากวิญญาณทุกทีเลยค่ะ ถ้าฉาก NC ขัดๆ ต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แคนลง สองตอน 26 27 นะคะ

27
จีบคืออะไรครับ

(กร + คีย์)


"คีย์"

"......"

"คีย์!"

"......"

"คีตกานต์"

"......"

"คีตกานต์ รชณกร!"

"โอ้ยยยย..ไอ้ที มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย ยืนห่างกันหนึ่งวา ตะโกนหาเหมือนห่างกัน 500 เมตร"

คีย์ยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองพร้อมกับตวัดสายตาอาฆาตมองไปยังนาทีที่ตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังจนแก้วหูสั่นสะเทือน

"ก็เราเรียกคีย์ตั้งหลายครั้ง แต่คีย์ก็มัวแต่เหม่อ ไม่ยอมตอบสักที เป็นอะไรหรือเปล่า"

"เปล๊า"

"แน่ใจนะ"

"แน่ดิว่ะ กูก็ปกติทุกอย่าง แขนขาอยู่ครบ"

"แต่เราสังเกตมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ เราว่าคีย์ดูเหม่อๆจิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย"นาทียืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์มองไปยังเพื่อนรักของตัวเองอย่างจับผิด "หรือว่าวันที่กินเหล้า..."

"ไอ้เปอร์มันไปส่งกาแฟถึงไหนเนี่ย มัวแต่ไปจีบสาวแน่ๆเลย เดี๋ยวกูโทรตามแป๊บ ไอ้นี่ ขยันอู้จริงๆ"

ไม่ทันที่นาทีจะพูดจบ คีย์ก็รีบพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะทำท่าทำทางจิ้มโทรศัพท์เหมือนกำลังจะโทรหาเปอร์ และถือโอกาสในจังหวะนี้เดินหนีนาทีไปยังด้านหลังร้านแทน ทิ้งให้นาทีมองตามด้วยสายตาสงสัยระคนเป็นห่วง

หรือว่าคืนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับคีย์จริงๆหลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน

ทางด้านคีย์เมื่อปลีกตัวหนีมาจากการจับผิดของนาทีได้แล้ว ก็ยกมือขึ้นทาบอกพร้อมระบายลมหายใจออกมายาวๆอย่างโล่งใจ โทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็จัดการเก็บมันไว้ในกระเป๋ากางเกงตามเดิม

"ก็ว่าทำตัวปกติแล้วนะ เพราะนายหน้านิ่งคนเดียวเลย โว้ยยยยย!! อายตัวเองฉิบหายเลย"

คีย์ยกมือทึ้งผมตัวเองแรงๆพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนผ่าวยามเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของเปอร์จบลง




'คุณ เดินดีๆ'

'ก็เดินดีๆอยู่นี่งาย แต่พื้นมานเอียงอะ รับงานมาด้ายงายว่ะ ตอนตรวจไม่เห็นหรืองายว่าพื้นมันเอียง! เดินยากชะมัด'

'พื้นมันเอียงที่ไหนล่ะ คุณเมาต่างหาก'

'เฮ้ย! ว่าคายเมาวะ อ่อ เข้าข้าง คุณเข้าข้างพื้นเหรอ คุณอยากเป็นศัตรูกับผมช่าย...ป้ะ'

กรได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจให้กับท่าทีคุกคามของคนเมา ปกติก็ชอบชวนหาเรื่องทะเลาะอยู่แล้ว ยิ่งเมายิ่งชวนหาเรื่องทะเลาะเก่งขึ้นเป็นสิบเท่า คนคนนี้รอดมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไงว่ะ

กรประคองคนเมามาเรื่อยๆจนถึงห้องของเขาเอง ในตอนแรกกรตั้งใจจะไปส่งอีกคนที่ห้องของเจ้าตัวเอง แต่อีกคนดันทิ้งกุญแจไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง สุดท้ายกรเลยตัดสินใจพาคนเมาไปนอนที่ห้องของเขาก่อน รอให้สร่างเมาแล้วค่อยว่ากันอีกที

'ถึงแล้วคุณ นั่งรอที่โซฟาก่อน เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้'

คีย์ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างว่าง่ายเพราะรู้สึกว่าตอนนี้หัวของเขามันหนักมากๆเหมือนพร้อมที่จะทิ่มลงพื้นอยู่ตลอดเวลาเลย

'ดื่มน้ำสักหน่อย จะได้รู้สึกดีขึ้น'

คีย์เงยหน้าขึ้นมองกรที่ยืนยื่นน้ำมาให้เขาตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาถือไว้และยกกระดกดื่มหมดภายในทีเดียว

กรเห็นท่าทางอีกคนที่ดูนิ่งๆ จึงคิดเอาเองว่าอีกคนอาจจะเริ่มสร่างเมาแล้ว จึงตัดสินใจนั่งลงบนโซฟาข้างๆกัน เพื่อจะถามอีกคนว่าคืนนี้จะเอายังไง นอนที่นี่ไหม หรืออยากกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง แต่ถ้าอยากกลับไปนอนห้องของตัวเอง ก็คงต้องถามก่อนละนะว่ากุญแจอยู่ที่ไหน แต่เหมือนว่าสิ่งที่กรคิดจะผิดไปสักหน่อย คนอื่นดื่มน้ำแล้วพอจะสร่างบ้าง แต่สำหรับคีย์บอกเลยว่า'ไม่' เมาอย่างไรก็เมาอย่างนั้น

'คุณ"

ฟึบ!

กรชะงักเล็กน้อยยามที่เขากำลังหันหน้าไปถามคนข้างๆ เพราะมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนเมาอย่างคีย์ขยับเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างเร็วจนหน้าเกือบชนกัน

ฟึบ! มือทั้งสองข้างของคีย์ยกขึ้นมาตะปบแก้มซ้ายขวาของกรไว้ จากนั้นก็จับหมุนซ้ายหมุนขวาไปมา ราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่างด้วยความสงสัย

'หล่อนักเหรอเราอะ' น้ำเสียงชวนหาเรื่องของคนเมา ทำให้กรรู้สึกเอ็นดูอยู่ลึกๆ

'ก็พอตัว' ไม่มีหรอกความถ่อมตัว ก็นะ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ปฏิเสธไปก็เหนื่อยเปล่าๆ

'เหอะ! แต่เสียอย่างเดียว หน้านิ่งไปหน่อย'

'......'

'นี่!' คีย์ละมือทั้งสองข้างออกจากแก้มของกร เปลี่ยนมาเป็นใช้นิ้วจิ้มจึ๊กๆตรงต้นแขนแทน 'ยิ้มหน่อยสิ'

'ทำไมผมต้องยิ้ม'

'อยากเห็น ม่ายได้หรืองาย แค่ยิ้มเอง อย่างกดิ' จากเสียงที่ออดอ้อนในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นคุกคามทันทีเมื่อโดนขัดใจ

'ก็มันไม่มีเรื่องอะไรให้ผมต้องยิ้ม อยู่ๆจะให้ผมยิ้มได้ไง'

'ถ้าแบบนี้ล่ะ' คีย์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาตะปบแก้มตัวเอง พร้อมกับอมลมไว้ในปากนิดๆ กระพริบตาโตๆปริบๆ ก่อนจะพูดออกมา 'คีย์น่ารักไหม'

'.........'

'คีย์ม่ายน่ารักเหรอกร'

'..........'

'คีย์ม่ายน่ารักเหรอครับ'

'น่ารักครับ' กรตอบออกไปราวกับคนละเมอ นี่เขาโดนคนเมาใช้ความน่ารักโจมตีเหรอวะเนี่ย

แล้วไอ้ท่าทางเหมือนแมวแบบนั้นใครสั่งใครสอนให้ทำกัน ไหนจะคำแทนตัวที่แสนจะน่ารักนั่นอีก ตายแน่มึงไอ้กร!

กรละอยากรู้จริงๆว่ายามที่อีกคนสร่างเมาจะรู้สึกอย่างไรกับวีรกรรมของตัวเอง แต่ก่อนอื่น คุณเจ้าของร้านกาแฟช่วยเลิกทำแก้มป่องก่อนได้ไหม ไม่รู้ตัวบ้างเลยใช่ไหมว่าแก้มป่องๆแบบนั้นมันชวนให้รู้สึกอยากฝังจมูกลงไปหนักๆสักร้อยที

'คีย์น่ารักแล้วทำมายกรไม่ยิ้มล่ะ' คีย์พูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดงอนนิดๆ

กรที่เห็นท่าทางของคนเมาช่างงอน ก็อมยิ้มนิดๆพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปจับหน้าของอีกคนให้หันมามองกัน

รอยยิ้มกว้างสวยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกรให้คีย์ได้เห็นพร้อมกับสายตาที่มองไปยังคีย์ด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดู

'กรยิ้มแล้วครับ คีย์ไม่งอนกรนะ'

'อะ อื้อ อื้อ' คีย์พยักหน้ารับรัวๆ

คนเมาในเวลานี้คล้ายกับว่าจะสร่างเมาเต็มที ยามที่ได้เห็นรอยยิ้มสวยของกรเป็นครั้งแรก หัวใจของคีย์ก็เต้นแรงมากจนแทบจะกระเด็นออกมาด้านนอก

ไม่อ่อนโยนเลย...

ไม่อ่อนโยนต่อใจเลยสักนิด...

ชอบ ชอบไปแล้วจริงๆด้วย...

อยากเห็นรอยยิ้มนั่นอีกจังเลย...

'นี่'

'ครับ'

'แล้วทำมายถึงชอบพูดจาไม่ดีละ' คนเมาอย่างคีย์ยังคงมีข้อสงสัยมากมายที่อยากจะถามออกมา ถ้าเป็นในเวลาปกติคีย์คงไม่มานั่งถามกรแบบนี้ และกรคงไม่ตอบเขากลับมาดีๆแน่

'ผมแย่มากเลยเหรอ'

'อื้อ' คีย์พยักหน้าแรงๆเป็นการยืนยัน 'ชื่อคิรากรม่ายใช่เหรอ คิรากรที่แปลว่าพูดดี พูดน่ารักน่าฟัง แต่ทำมายเวลาพูดไม่เห็นน่าฟังเลย หนายลองพูดอะไรที่มันน่าฟังหรือดีต่อจายให้ฟังหน่อย'

'จะให้ผมพูดอะไร'

'อะรายก็ได้ ที่ฟังแล้วใจฟู น้า~ กรพูดห้ายคีย์ฟังหน่อยได้ไหม'

'อืม'

'.......' เมื่อกรตกลง คีย์ก็นั่งเงียบๆ รอลุ้นในสิ่งที่กรจะพูด

'ชอบ'

'........'

'ผมชอบคุณ'

'........'

'กรพูดน่าฟังพอจะให้คีย์ใจฟูได้ไหมครับ'

'อื้อ ใจฟูมากเลย' คีย์ตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างมากกว่าครั้งไหนๆ

คีย์เคยได้ยินใครต่อใครพูดกันว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันจะทำให้เราขาดสติและกล้าทำในสิ่งต่างๆได้มากขึ้น ซึ่งวันนี้คีย์คิดว่าสิ่งที่คนเหล่านั้นพูดเป็นความจริงไม่มีผิดเพี้ยน

คีย์ไม่อาจละสายตาของตัวเองไปจากดวงตาอันอ่อนโยนของกรที่มองมายังตัวเองได้

และในตอนนี้ความกล้าของคีย์ที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนกำลังวิ่งพล่านอยู่ภายในตัวเขา คีย์ค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ๆกรอีกนิด ก่อนจะนั่งคุกเข่าบนโซฟา ยืดตัวขึ้นจนใบหน้าอยู่สูงกว่าใบหน้ากรนิดหน่อย คีย์ยื่นมือออกไปประคองใบหน้าของกรให้เชิดขึ้นมามองตัวเอง ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าของตัวเองลงไป โดยที่เป้าหมายของคีย์คือริมฝีปากหนาที่มีรอยคล้ำนิดๆจากการดูดบุหรี่นั่นเอง

คีย์วางทาบริมฝีปากของตัวเองกับของกรเบาๆ ยามที่ริมฝีปากสัมผัสกันความรู้สึกบางอย่างแล่นปรี๊ดเข้าสู่หัวใจอย่างจัง คีย์ขบเม้มริมฝีปากของกรเบาๆก่อนจะค่อยๆผละใบหน้าออก แต่ในจังหวะนั้นเป็นกรเองที่ไม่ยอม ในตอนที่คีย์กำลังผละออก กรใช้มือของตัวเองกดท้ายทอยของคีย์ไว้แน่น และเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้าไปจูบคีย์เอง

จูบครั้งนี้ช่างแตกต่างจากครั้งแรกนัก ความนุ่มนวลในคราแรกที่ริมฝีปากสัมผัสกัน เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามและดุดันขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่มีใครยอมใคร

คีย์ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ที่เราสองคนจูบกัน เพราะอยู่ๆสติของคีย์ก็ดับวูบลง มารู้ตัวอีกทีก็เป็นช่วงสายของอีกวันที่เขานอนอยู่บนเตียงโดยที่มีกรกอดเขาไว้แน่น





"โว้ย! โว้ยย! โว้ยยย! ไอ้คีย์นะไอ้คีย์ มึงทำอะไรลงไปเนี่ย" ยิ่งคิดถึงเรื่องราวของค่ำคืนนั้นยิ่งทำให้คีย์รู้สึกอายจนทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่ทำได้ก็คงเป็นการตบตีตัวเองเพื่อระบายความอับอายออกมา

"เลิก เลิกเลย ต่อไปนี้จะไม่กินเหล้าแล้ว.....ฮือออ มึงไปจูบเขาก่อนได้ไงวะ อ๊ากกก!

ในระหว่างที่คีย์กำลังสติแตกกับเรื่องน่าอายของตนเองอยู่นั้น คีย์ไม่รู้เลยว่าในเวลานั้นนาทีที่ตั้งใจจะเข้ามาตาม ได้ยินทุกอย่างที่คีย์พูดอย่างชัดเจน

...................................................................


"คีย์ วันนี้คีย์ไปรับน้องตุลย์ที่โรงเรียนแทนเราได้ไหม เดี๋ยวเราโทรไปบอกคุณครูไว้" นาทีเอ่ยถามคีย์ที่กำลังยืนเช็ดแก้วอยู่

"มึงจะไปไหนอะ แล้วป๊าเขาล่ะ" คีย์ถามนาทีด้วยความสงสัย

"วันนี้คุณลมเขาติดประชุม เขาบอกเราไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนเราเมื่อกี้คุณจอยติดต่อมา บอกว่าจะขอเข้ามาคุยเรื่องรายละเอียดของขนมที่จะให้ทำในวันงานเลี้ยงของบริษัทป๊าคีย์หน่ะ"

"อ่อ จะถึงงานเลี้ยงบริษัทพ่อกูอีกแล้วเหรอวะ"

"เราไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่ป๊างอนคีย์บ่อยๆ"

"เออน่าๆ บ่นเป็นแม่กูเลย เดี๋ยวกูไปรับหมูตุ้บให้เอง ส่วนมึงคิดราคาแพงๆเลยนะ เรียกค่าจ้างเป็นหุ้นบริษัทป๊าทั้งหมดเลยก็ได้"

นาทีได้แต่ส่ายหัวให้กับท่าทางของเพื่อนรักตัวเอง ก่อนจะขอแยกตัวออกไปเตรียมรายชื่อขนมและรายละเอียดต่างๆด้านในห้องทำงานหลังร้านก่อน ปล่อยให้คีย์ยืนรับลูกค้าหน้าร้านแทน



กริ๊ง! กริ๊ง!

"Keyword ca'fe ยินดีต้อนรับครั.... เคร้ง! โอ๊ะ"

"หึ!" คนมาใหม่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางลนลานของคนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์

แค่เจอหน้าเขา ถึงขั้นทำช้อนตักผงชาเขียวหลุดมือเลยเหรอ

"คุณกรมาซื้อกาแฟเหรอครับ" นาทีที่เห็นท่าทางลนลานของเพื่อนก็พอจะเดาได้ว่าเพราะอะไร ไหนจะแก้มแดงๆนั่นอีก คงเขินมากสินะ นาทีจึงเลือกที่จะเอ่ยทักทายกรแทน

"เปล่าครับ พอดีบอสให้ผมมาขับรถให้คุณนาทีครับ"

"ขับรถให้ผม?"

"ครับ ไปรับน้องตุลย์"

"จริงสิ! ถึงเวลาแล้วนี่น่า" นาทีหันไปมองนาฬิกาแป๊บนึง ก่อนจะหันกลับมาคุยกับกรต่อ "แต่วันนี้ผมติดธุระ เลยจะให้คีย์ไปแทน ถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณกรไปเป็นเพื่อนคีย์หน่อยได้ไหมครับ"

"ไอ้ที้~" คีย์ที่ยืนฟังบทสนทนาระหว่างนาทีกับกรเงียบๆถึงกับตะโกนเรียกชื่อเพื่อนเสียงหลง และมิวายด่าเพื่อนรักอยู่ภายในใจ มึงมองหน้ากูก่อนไหมวะเพื่อนรัก ว่าหน้ากูอยากไปกับเขาไหม ไอ้เพื่อนเวร

"ได้ครับ" กรตอบรับนาที ก่อนจะหันไปมองคุณเจ้าของร้านที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างๆนาที

กรค่อนข้างมั่นใจว่าอีกคนจำเรื่องราวของคืนนั้นได้เป็นอย่างดีแน่ๆ ไม่อย่างนั้นวันสองวันมานี้อีกคนไม่พยายามหลบหน้าเขาแบบนี้หรอก

เขินหรืออายกันแน่ครับคุณเจ้าของร้าน...

..............................................................



"ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอคุณ เดี๋ยวขาดใจตายนะ"

กรเอ่ยหยอกคนข้างๆที่ตั้งแต่นั่งรถออกมาด้วยกัน คุณเจ้าของร้านก็ยังไม่ปริปากพูดสักคำ ถ้าเป็นปกติป่านนี้คงด่าเขาหูดับไปแล้ว

"ก็คนไม่อยากพูด อยากนั่งนิ่งๆบ้างไม่ได้หรือไง"

"คนอื่นก็คงได้ แต่กับคุณมัน......" กรลากเสียงยาว ละสายตาจากถนนมามองคีย์เสี้ยวนึง พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้คนมองรู้สึกเลือดร้อนขึ้นฉับพลัน

"ทำไม ผมมันทำไม มีปัญหาอะไรเคลียร์มาเลยดีกว่า"

ท่าทางของคีย์ตอนนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพยายามชวนหาเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเองขนาดไหน

"ทำไมเกรี้ยวกราดจังเลยคุณ"

"ผมก็ปกติ"

"จะว่าไป ไม่แทนตัวเองว่ากรกับคีย์แล้วเหรอครับ หึ!"

คีย์อ้าปากหวอยามที่โดนกรจี้จุดจังๆ ความอายและความเขินทำหน้าที่ของตัวเองจนแก้มทั้งสองข้างของคีย์ถึงกับร้อนผ่าวและแดงก่ำ มือทั้งสองข้างรีบยกขึ้นมาปิดปากตัวเองทันที

กรที่เห็นปฏิกิริยาตอบกลับของคนข้างๆก็รู้สึกเอ็นดูจับใจ อยากจะหยิบแก้มนิ่มๆสักสองทีให้หายมันเขี้ยว

"คุณหลบหน้าผมเหรอ" กรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติราวกับกำลังคุยเรื่องธรรมดาทั่วไปหลังจากที่ปล่อยให้ในรถไร้บทสนทนาอยู่ครู่หนึ่ง

"ทำไมผมต้องหลบหน้าคุณด้วย"

"ก็เรื่องคืนนั้น"

"ผมไม่รู้ ผมจำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นแหละ และผมก็ไม่ได้หลบหน้าคุณด้วย"

"เหรอ แต่ผมจำได้นะ... ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งการที่คุณจู่โจมผมก่อน"

"คุณ!!!!!" คีย์ตะโกนเรียกอีกคนด้วยใบหน้าแดงก่ำเพราะความเขินอาย

และหลังจากนั้นภายในรถของกรก็เกิดสงครามน้ำลายขนาดย่อมๆมาตลอดทางจนถึงโรงเรียนของเด็กชายตุลย์

"จะลงไปด้วยกันไหม" คีย์ถามกรเสียงสะบัดเพราะยังเคืองกรเรื่องที่กรมากวนโมโหตัวเองอยู่

"ไปสิ"

"เดินตามมาเอง" ว่าจบคีย์ก็ลงจากรถแล้วก้าวเข้าไปในโรงเรียนทันที


"อาคีย์!"

"หมูตุ้บ อาคีย์มารับแล้ว มากอดหน่อยเร็ว ฮึบ!" คีย์ย่อตัวลงรับหลานชายเข้ามากอดไว้แน่น

"เรียนเป็นยังไงบ้างครับวันนี้"

"ซาหนุกคับ วันนี้ตูนตูนได้ปั้นคุณหมีด้วยนะอาคีย์"เด็กชายตุลย์ที่ยืนพิงไหล่บางอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นอาเอ่ยเล่าสิ่งที่ตัวเองได้ทำในวันนี้ให้อาของเขาฟังอย่างตั้งใจ

"โห มันต้องสวยมากแน่ๆเลยใช่ไหม"

"ตูนตูนได้ฉิบดาวเลยคับ"

"เก่งสุดยอดเลยหลานอาคีย์"

"คิกคิก"

"สวัสดีครับสุดหล่อ"

"โอ๊ะ อากร อากร" เด็กชายตุลย์กระโดดโลดเต้นดีใจยามที่เห็นคุณอาคนโปรดอีกคนมารับเขาด้วย "อากร ตูนตูนสวัสดีครับ"

"ครับ" กรยื่นมือไปลูบผมหลานชายเบาๆ

"ไหนกระเป๋าล่ะหมูตุ้บ ไปหยิบกระเป๋าเร็ว จะได้กลับบ้านกัน หม่าม้ากับป๊าของหมูตุ้บรออยู่นะ"

"คับ อาคีย์รอก่อนน้า รอน้า ตูนตูนไปหยิบกระเป๋าแป๊บเดียว" เด็กชายตุลย์บอกกระชับคนเป็นอา ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบกระเป๋าของตัวเองและไม่ลืมที่จะเอ่ยลาเพื่อนๆและคุณครูด้วย

"ต้นหญ้า ตูนตูนกลับก่อนนะ"

"พุ่งนี้เจอกันนะตุลย์ บ๊ายบาย"

"บ๊ายบาย จุ้บ!"

"เฮ้ย!" คีย์ร้องลั่นยามที่เห็นหลานชายตัวดีของตัวเองแอบขโมยหอมแก้มลูกชายชาวบ้านเขา ก่อนจะรีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมากดอะไรบางอย่างทันที

"ทำอะไรคุณ" กรที่เห็นท่าทางคิ้วขมวดของคีย์ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

"ดูเงินในบัญชี"

"ดูทำไม"

"ก็หลานไปผิดผีลูกชายคนอื่น เผื่อต้องไปสู่ขอ ต้องดูก่อนว่าเงินพอไหม"

"คุณลืมไปหรือเปล่าว่าพ่อของหลานคุณรวยมาก"

"เออวะ" คีย์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะเห็นด้วยไม่ได้

คีย์เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะยื่นมือไปให้หลานชายตัวดีที่ยิ้มหน้าบานจับ

เฮ้อ! หม่าม้าของหลานรู้ไหมเนี่ย ว่าลูกชายตัวเองไปหอมแก้มลูกชายชาวบ้านเขา



"หมูตุ้บ แอบหอมแก้มต้นหญ้าเหรอ อาคีย์เห็นนะ"

เมื่อรถเริ่มออกตัว คีย์ก็เริ่มบทสนทนากับเด็กชายตุลย์ที่นั่งอยู่บนคาร์ซีทด้านหลังทันที

"ม่ายได้แอบนะอาคีย์ ตูนตูนหอมเยย"

"เราไปหอมแก้มลูกเขาได้ไง ลูกเขามีพ่อมีแม่นะ"

"หอมด้าย"

"ใครบอกครับว่าหอมได้" คีย์หันหน้าไปมองหลานชายที่นั่งทำตาแป๋วมองมาทางเขา

"ป๊าคับ"

"หือ ป๊าบอกว่าไงครับ"

"หอมแก้ม ฉะแดง(แสดง)ความรัก ตูนตูนรักต้นหญ้า ก็เยยหอม"

"โอ๊ย! ให้ตายเถอะ"

"หึหึ"

ผู้ใหญ่สองคนภายในรถมีท่าทีที่แตกต่างกันออกไป คีย์แทบจะลมจับยามได้ยินคำตอบหลาน ส่วนกรทำเพียงแค่หัวเราะน้อยๆให้กับความช่างพูดของลูกชายเจ้านายตัวเอง

"ไปหอมแก้มต้นหญ้าแบบนั้น ขอต้นหญ้าหรือยังครับ"

"ขอแย้วคับ ต้นหญ้าบอกหอมด้าย แฟนกาน"

"โอ๊ย ยอมแพ้" คีย์บ่นกับตัวเองเบาๆ "ตัวแค่นี้จีบเป็นแล้วเหรอเราอะ" สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวต้องขอแซวหลานสักหน่อย

"จีบคืออารายคับ"

"อ้าว" คีย์อ้าปากหวอเมื่อเจอคำถามของหลานไป

"อากร จีบคืออาลายคับ" เมื่อเห็นว่าคีย์ยังไม่พร้อมตอบ เด็กชายตุลย์ที่เกิดอาการใจร้อนอยากรู้คำตอบเร็วๆ จึงเลือกที่จะถามกรแทน

"จีบ คือ เวลาที่เราชอบใครมากๆจนอยากได้มาเป็นแฟน เราก็ต้องเข้าไปจีบเขาก่อนครับ เพื่อให้เขาชอบเรากลับมา"

"ง้าน ตูนตูนม่ายต้องจีบแล้ว ต้นหญ้าบอกชอบตูนตูนทุกวันเลย คิกคิก"

"สุดหล่อเก่งกว่าอากรอีกนะครับ"

อยู่ๆกรก็เอ่ยชมเด็กชายตุลย์ออกมาเสียดื้อๆ จนคีย์ได้แต่หันไปมองด้วยความงงๆ

"อากรจีบอยู่หรอคับ" เด็กชายตุลย์ถามออกไปด้วยความใสซื่อ

"ยังไม่ได้จีบครับ แต่คิดว่าจะจีบอยู่ครับ สุดหล่อพอจะช่วยอากรหน่อยได้ไหมครับ"

"ด้ายคับ ช่วยเยย ตูนตูนช่วย ตูนตูนจีบเก่ง คิก!" เด็กชายตุลย์บอกออกมาด้วยความมั่นใจ ถ้าเขาจีบไม่เก่งต้นหญ้าไม่บอกชอบเขาหรอก เพราะฉะนั้นอากรไว้ใจตูนตูนได้เลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าต้องจีบยังไงและเขาเผลอไปจีบต้นหญ้าตอนไหน แต่เขามั่นใจว่าเขาจะช่วยอากรได้แน่ๆ ขนาดจีบแบบไม่รู้ เขายังจีบต้นหญ้าสำเร็จเลยนี่น่า

"ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้สุดหล่อช่วยอากรจีบอาคีย์ได้ไหมครับ"

"อืมมมม.....อากรชอบอาคีย์หรอคับ"เด็กชายตุลย์มีสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะถามออกมา ก็อากรบอกว่าเพราะชอบจึงจีบ ถ้าอากรจะจีบอาคีย์ อากรก็ต้องชอบอาคีย์สิ

"ครับ"

"โอ้! ได้เยย ตูนตูนช่วยจีบอาคีย์เยย"เด็กชายตุลย์ชูนิ้วโป้งสองนิ้วเป็นการยืนยันให้กับกร ก่อนจะหันไปคุยกับคีย์ต่อ "อาคีย์ อากรชอบอาคีย์ละ อากรจะจีบอาคีย์ด้วย เดี๋ยวตูนตูนช่วยอากรจีบอาคีย์เองคับ"

"........"

คีย์ในตอนนี้คล้ายกับคนที่สติหลุดลอยไปเสียแล้ว ประสาทรับรู้ของคีย์มันดับไปตั้งแต่ที่กรบอกว่าจะจีบเขาแล้ว

กรลอบมองสีหน้าของคนข้างๆก็ได้แต่ขำในใจให้กับท่าทางที่เดี๋ยวก็อ้าปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง จากนั้นก็หุบลงตามเดิมราวกับไม่กล้าพูดมันออกมา ไหนจะสีหน้างงๆระคนไม่เข้าใจนั่นอีก แววตาที่มองมาที่เขาก็เต็มไปด้วยคำถามมากมายจนกรต้องพูดย้ำกับคีย์อีกครั้งว่าเขาไม่ได้พูดเล่น มันเป็นสิ่งที่เขาคิดไว้สักพักแล้ว ตอนแรกกะจะหาโอกาสดีๆบอกกับอีกคน แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้แหละจะเป็นโอกาสดีๆของเขาแล้ว แถมมีพยายานเป็นเด็กชายตัวน้อยที่แสนฉลาดและช่างจำด้วย

"ผมไม่ได้พูดเล่นนะคุณ... ชอบคีย์มาก กรขอจีบคีย์นะครับ"



ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงร้านกาแฟ Keyword ca'fe คีย์ที่ยังเบลอๆ เดินไปเปิดประตูแบบงงๆ และทันทีที่ประตูร้านเปิดเด็กชายตุลย์ก็รีบวิ่งไปหาแม่ของตัวเองพร้อมกับตะโกนพูดบางอย่างเสียงดังลั่นร้านจนทุกคนที่อยู่ภายในร้านหันมามองคีย์เป็นตาเดียว


"หม่าม้า อากรชอบอาคีย์ อากรบอกจะจีบอาคีย์คับ"


เฮ้ย! หมูตุ้บบบบบบบบบบบบบบบบบ  // คีย์

ทำดีมากสุดหล่อ หึ! // กร


...................................................................

TBC.

ไม่แผ่วกันเลยจริงๆค่ะ

ไม่มีแผ่วกันเลยสักคน


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ


เราขอขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ ทุกๆกำลังใจมากๆนะคะ


ตอนหน้ากันพรุ่งนี้ 20.10.21 ตอนเที่ยงนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-10-2021 22:08:41 โดย sadvoice »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ให้ 3 คำ กับเรือลำนี้... น่ารักอะ...
แต่น่ารักที่สุดยังยกให้น้องตูนตูนนะคะ (เดี๋ยวน้องจะน้อยใจ... คิคิ...) :mew1:

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
28
สัญญาณบ่งบอก


"อาทิตย์หน้าก็จะปิดเทอมแล้ว ดีใจไหมครับตัวเล็ก"

"ม่ายดีจายเลยครับ"

"ทำไมล่ะครับ ปิดเทอมได้อยู่บ้าน ไม่ต้องตื่นเช้าๆไปโรงเรียน ได้นอนดูการ์ตูนสบายใจเลยนะ"

"ตูนตูนม่ายอยากดูการ์ตูน ตูนตูนอยากเจอต้นหญ้า ปิดเทอมม่ายได้เจอต้นหญ้า ตูนตูนเฉ้าจาย"

"โธ่เอ้ยตัวเล็ก ที่แท้ก็คิดถึงแฟนนี่เอง"

"คิกคิก! แฟนกานๆ"

บทสนทนาของสองพ่อลูกที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทานอาหารในครัวดังขึ้นระหว่างที่รอคนเป็นแม่อย่างนาทีทำอาหารเช้าอยู่

สองพ่อลูกคุยกันได้ไม่นาน ข้าวต้มกุ้งร้อนๆที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ท้องร้องก็เสร็จพร้อมเสิร์ฟ

"ข้าวต้มของหม่าม้า ห๊อมหอม ท้องของตูนตูนร้องจ๊อกจ๊อกเยย จายเย็นน้าคุณท้อง เดี๋ยวก็ได้กินแย้ว" เด็กน้อยก้มหน้าพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างมาลูบพุงน้อยๆของตัวเองไปมา ไหนจะคำพูดจำจาที่สุดแสนจะน่ารักยามที่พูดกับพุงน้อยๆนั่นอีก เรียกรอยยิ้มจากคนเป็นพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี

"ใช่ไหมตัวเล็ก ป๊าเห็นด้วยเลย อาหารของหม่าม้าอร่อยที่สุด ไม่มีที่ไหนอร่อยเท่าเลย"

"ช่ายคับ"

นาทีหัวเราะน้อยๆให้กับสองพ่อลูกที่ชมเขาเสียยกใหญ่ ถ้าเกิดเขาเป็นคนบ้ายอสักหน่อย ป่านนี้คงได้ตัวลอยติดเพดานห้องครัวไปแล้ว

"พี่ลมเที่ยงนี้กินอะไรดีครับ" นาทีที่นั่งลงบนเก้าอี้หลังจากที่ตักข้าวต้มให้ทุกคนเสร็จเอ่ยถามลมขึ้น

ช่วงนี้ลมติดฝีมือการทำกับข้าวของนาทีหนักมาก นาทีก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม พอถามเจ้าตัวก็ได้คำตอบกลับมาว่า 'อาหารตามร้านทำไม่อร่อย มันมีกลิ่นเหม็นๆ พี่กินไม่ลงเลย พอกินก็อยากจะอ้วกออกมา แต่พอเป็นอาหารของทีกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ อร่อยจนต้องขอเพิ่มเลยครับ' นาทีที่ได้ยินคำตอบก็ไม่รู้จะทำยังไงได้แต่ทำกับข้าว เช้า เที่ยง เย็น ให้คนตัวโตแทน

"พี่อยากกินกะเพราเผ็ดๆแบบพริกสักร้อยเม็ดครับ"

"เกินไปครับ กินพริกขนาดนั้นเดี๋ยวก็ปวดท้องกันพอดี สิบเม็ดก็พอแล้วครับ" นาทีบอกอีกคนเสียงดุ

"ครับ" คนโดนดุก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงอยๆ

"โอ้โห! ป๊ากินพิกได้ร้อยเม็ดเลยหรอคับ ว้าว เก่ง ป๊าเก่ง ตูนตูนปบมือเยย ป๊าฉุดยอด" เด็กชายตุลย์วางช้อนคุณหมีคู่ใจที่ถืออยู่ลง จากนั้นก็ปรบมือเปาะแปะให้กับความเก่งของป๊าตัวเอง

"สองร้อยเม็ดก็ไหวนะตัวเล็ก"

"อู้ว" เด็กชายตุลย์ตกใจจนตาโต

ลมที่เห็นท่าทางของลูกชายก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดู

"เลิกเล่นได้แล้วครับสองพ่อลูก ทานข้าวครับ เดี๋ยวสายนะ" นาทีรีบเอ่ยเตือนทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าบทสนทนาของสองพ่อลูกชักจะไปกันใหญ่ ถ้าไม่รีบห้ามมีหวังคุยกันไม่จบแน่ๆ


ใช้เวลาไม่นานทุกคนก็จัดการหน้าที่ของตัวเองยามเช้าเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาของการออกไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว

"น้องตุลย์หม่าม้าใส่นมคุณหมีไว้ในนี้นะครับ" นาทีเอ่ยบอกลูกชายในขณะที่กำลังเดินออกจากบ้านเพื่อไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

"หม่าม้า มีของต้นหญ้าม้ายคับ ตูนตูนบอกต้นหญ้าจะเอานมคุณหมีมาฝาก"

"มีครับ หม่าม้าใส่ไว้สองกล่องแล้วครับ" นาทีบอกกับลูกชายด้วยน้ำเสียงใจดี จะว่าไปเขาคงไม่มีทางลืมนมคุณหมีอีกกล่องได้หรอก ก็เจ้าลูกชายตัวแสบของเขาคอยย้ำเขาแทบทุกชั่วโมง เฮ้อ! ไม่ทันไรก็รู้จักเปย์เสียแล้ว

"เย้! ขอบคุณคับ" เด็กชายตุลย์ยกมือไหว้ขอบคุณนาทีอย่างสวยงาม

"ด้วยความยินดีครับ" นาทียิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายที่เงยหน้าขึ้นมามองกัน

"มาเร็วตัวเล็กป๊าอุ้มขึ้นรถ ฮึบ" ลมอุ้มลูกชายขึ้นนั่งบนคาร์ซีทก่อนจะรัดเข็มขัดแน่นเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย "อ้วนขึ้นหรือเปล่าเรา ป๊าแขนแทบหัก ฟอด" ลมพูดหยอกลูกชายพร้อมกับก้มหน้าหอมแก้มยุ้ยๆไปหนึ่งที

"ม่ายๆ ม่ายอ้วน ตูนตูนแค่กำลางโต"

"ครับ กำลังโตก็กำลังโตครับ" ลมบอกกับลูกชายก่อนจะปิดประตู และเดินกลับไปทำหน้าที่คนขับรถเฉกเช่นทุกวัน

"น้องตุลย์ครับ"

"คับ"

"ยังแอบหอมแก้มต้นหญ้าอยู่หรือเปล่าครับ" นาทีเอ่ยถามลูกชายในขณะที่รถกำลังวิ่งไปตามท้องถนน

เมื่อไม่นานมานี้คีย์มาบอกเขาว่าลูกชายตัวแสบของเขาหอมแก้มต้นหญ้าดังฟอดใหญ่ ครั้นได้ยินเขาถึงขั้นยกมือกุมขมับ พอถามเจ้าลูกชาย เจ้าตัวก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ จนคนเป็นแม่แบบเขาต้องอธิบายให้ลูกชายฟังเล็กๆน้อยเท่าที่ลูกชายพอจะเข้าใจ ถึงความเป็นลูกผู้ชายและการให้เกียรติผู้อื่น

"ม่ายแอบนะหม่าม้า ตูนตูนทำตามที่หม่าม้าบอกเยย ตูนตูนต้องถามความฉะหมักจายต้นหญ้าด้วย"

"ดีมากครับ"

"พอตูนตูนถามต้นหญ้าก็บอก ตูนตูนหอมได้เยย กับตูนตูนต้นหญ้าเต็มจาย"

นาทีแทบจะสำลักอากาศยามที่ได้ยินคำบอกกล่าวของลูกชาย เฮ้อ! ทุกวันนี้โลกมันหมุนเร็วจริงๆ คนเป็นแม่แบบนาทีตามแทบไม่ทัน

"พี่ว่าเร็วๆนี้พี่น่าจะได้ลูกสะใภ้" ลมหันหน้ามาคุยกับนาทีด้วยน้ำเสียงติดขบขัน

"ผมคงต้องทำงานให้หนักกว่านี้ จะได้มีเงินไปสู่ขอลูกชายเขา"

"ฮ่าๆๆๆๆ" ลมหัวเราะเสียงดังให้กับคำพูดของนาทีและสีหน้าที่คิดไม่ตกของเจ้าตัว


ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงโรงเรียนของเด็กชายตุลย์

เด็กชายแก้มยุ้ยจับมือพ่อแม่ซ้ายขวาเดินกระโดดด้วยความอารมณ์ดีไปยังประตูทางเข้าโรงเรียน ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับคนในใจ จนรีบปล่อยมือแล้ววิ่งไปหาใครคนนั้นทันที

"หญ้า ตูนตูนมาแย้ว ป้ามล ตูนตูนสวัสดีครับ" ทักทายแฟนแล้ว เด็กชายตุลย์ก็ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้แม่ของแฟนด้วย

"ครับ สวัสดีครับ"

"สวัสดีครับพี่มล" นาทีเอ่ยทักทายแม่ของเพื่อนลูกชายอย่างสนิทสนม

"สวัสดีค่ะ เอ่อ บอส สวัสดีค่ะ" ธัญมลมีอาการประหม่าเล็กน้อยยามที่เห็นบอสของเธอยืนอยู่ข้างๆนาทีด้วย ธัญมลพอจะได้ยินข่าวลือมาบ้างในเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แต่ก็ไม่เคยคิดถามหรือเข้าไปยุ่งเพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่พอมาเจอบอสจังๆแบบนี้ก็อดที่จะประหม่าไม่ได้

"ทำตัวตามสบายเลยครับคุณธัญมล เวลานี้เป็นเวลาของพ่อแม่ครับ ไม่ใช่เวลางาน ไม่ต้องเกร็งครับ"

เหตุที่ลมบอกออกไปเช่นนั้นเพราะว่าลมไม่อยากให้การมาของเขาต้องทำให้ความสัมพันธ์ต่างๆของนาทีกับคนรอบข้างต้องเปลี่ยนไป เพียงเพราะความเกรงใจที่มีต่อเขา ส่วนในเวลางานก็อีกเรื่องนึง

"ขอบคุณค่ะ" ธัญมลมีสีหน้าที่ดีขึ้นยามที่ได้ยินคำบอกกล่าวของบอสตัวเอง แม้ท่าทางจะติดนิ่งๆ แต่ไอความดุที่มักจะแผ่ออกมาแทบไม่มีให้รู้สึก

"คุณลุงครับ สวัสดีครับ" เด็กชายต้นหญ้าสะกิดขาของลมพร้อมกับเอ่ยคำทักทาย เขาชอบพ่อของตุลย์มาก ทั้งหล่อและเท่ ตอนที่มาช่วยตุลย์ครั้งนั้นก็เหมือนคุณซูเปอร์แมนเลย

"สวัสดีครับลูกสะใภ้" ลมตอบกลับด้วยท่าทางใจดีและคำพูดหยอกล้อ เขาไม่เคยติดขัดที่เด็กชายตัวน้อยเรียกเขาว่าลุง แม้เขาจะอ่อนกว่าเเม่ของเจ้าตัวก็ตาม

"ลูกสะใภ้เหรอครับ" เด็กชายต้นหญ้าถามกลับมาด้วยสีหน้างงๆ

"พี่ลมครับ!" นาทีเอ่ยเรียกลมเสียงดุๆ "ขอโทษนะครับพี่มล" ก่อนจะหันไปขอโทษแม่ของเด็กชายต้นหญ้าด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

"ไม่เป็นไรที น่ารักดีออก ต้นหญ้าเองก็บอกพี่ตลอดว่าเป็นแฟนกับน้องตุลย์ ตุลย์น่ารักอย่างนั้น ตุลย์น่ารักอย่างนี้ พี่ฟังก็ได้แต่ขำ คิดว่าตัวเองโชคดีนะเนี่ยที่ได้ลูกเขยเร็วขนาดนี้"ธัญมลพูดออกมาติดตลก "ขอบคุณนะคะบอสที่เอ็นดูลูกชายดิฉัน" ธัญมลหันไปบอกเจ้านายตัวเองเธอรู้สึกซาบซึ้งมากๆที่เจ้านายเอ็นดูลูกชายของเธอ

"ลูกชายคุณเป็นเด็กน่ารักมากครับ" ลมชมออกมาจากใจจริง

"หญ้าๆ ตูนตูนเอานมมาฝากหญ้าด้วยน้า~ หม่าม้าใฉ่มาห้ายในกระเป๋า"

ในระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกันเสียงเล็กๆของเด็กชายตุลย์ก็ดังขึ้น เรียกสายตาของผู้ใหญ่ทั้งสามให้หันไปมอง และเงียบเพื่อตั้งใจฟังบทสนทนาของทั้งคู่

"จริงเหรอ ตุลย์น่ารักที่สุดเลย นมหมีของตุลย์อร่อยมากๆเลย เราชอบ"

"จิงฉิ ตูนตูนเอานมมาฝากแย้ว หญ้าต้องรักษาฉันยานะ"

"อื้อๆ เราไม่ลืมๆ"

"วันนี้หญ้าต้องห้ายตูนตูนหอมฉองทีน้า~"

ครั้นจบประโยคของลูกชายนาทีถึงขั้นกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับอีกรอบ

ตัวแสบ... นี่สินะเหตุผลที่ย้ำเขานักย้ำเขาหนาเรื่องเอานมมาฝากต้นหญ้า เพราะแบบนี้เองสินะ มันน่าจับมาดึงแก้มสักสิบที

.............................................................



วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดเรียนของเด็กชายตุลย์และในอาทิตย์หน้าเด็กชายตุลย์ไปโรงเรียนอีกแค่สามวันก็จะได้ปิดเทอมแล้ว

วันนี้เด็กชายตุลย์มาทำงานกับคนเป็นแม่ตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติเห็นทีจะเป็นป๊าของเขาที่มีท่าทางไม่สบายจนเขาและหม่าม้าต้องรีบขึ้นมาหา

"ฮึก ฮึก หม่าม้า ป๊าป่วยเหรอ ฮึก" เด็กชายตุลย์ร้องไห้สะอึกสะอื้นยามที่เห็นป๊าของตัวเองนอนอยู่บนโซฟาด้วยใบหน้าซีดเซียว เขาไม่เคยเห็นป๊าป่วย พอเห็นครั้งแรกก็อดที่จะตกใจจนร้องไห้ไม่ได้

"ป๊าไม่เป็นไรตัวเล็ก แค่พักแป๊บเดียวก็หายแล้วครับ" ลมยิ้มให้ลูกชายเพื่อให้ลูกชายคลายกังวล

"พี่ลมไปหาหมอไหมครับ ช่วงสองสามวันมานี้พี่ลมเวียนหัวบ่อยนะครับ ไปให้หมอตรวจสักหน่อย"

"พี่ไม่เป็นไรครับ อาจจะเพราะช่วงนี้พี่โหมงานหนักไปหน่อย"

"เฮ้อ! งานเยอะมากเลยเหรอครับ ถึงต้องฝืนตัวเองขนาดนี้" นาทีเองก็เบะปากออกเตรียมจะร้องไห้ออกมาเต็มที ช่วงนี้เขาก็อารมณ์อ่อนไหวง่ายแปลกๆ

"ป๊า ปายหาลุงหมอนะ ปายหาลุงหมอกาน ฉีดยาเจ็บเหมือนมดกัด ป๊าม่ายดื้อน้า ถ้าดื้อจะม่ายหาย ตอนที่ป๊าฉีดยา ตูนตูนจะจับมือป๊า ป๊าจะได้ม่ายกัว" เด็กชายตุลย์บอกคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับเอื้อมมือน้อยๆไปจับมือของคนเป็นพ่อแน่น

"ตกลงครับ แต่ป๊าขอทำงานให้เสร็จก่อนนะ แล้วตอนเย็นเราไปหาหมอกัน" ลมที่เห็นท่าทางเป็นห่วงของลูกเมียก็ยอมแพ้และยอมไปหาหมอแต่โดยดี

"ไปหาหมอตอนนี้เลยไม่ได้เหรอครับ"

"ขอโทษครับ แต่พี่ทิ้งการประชุมครั้งนี้ไม่ได้จริงๆ ทีไม่โกรธพี่นะครับ"

"ก็ได้ครับ แต่พอเสร็จงานแล้ว พี่ลมต้องไปหาหมอนะครับ ห้ามงอแง"

"รับทราบครับ"

"แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ ดีขึ้นไหม"

"พอได้กอดทีพี่ก็รู้สึกดีขึ้นจนหายเป็นปกติเลยครับ" ลมเอื้อมมือไปดึงนาทีมายืนตรงหน้าก่อนจะกอดเอวบางไว้หลวมๆ ใบหน้าก็ซุกอยู่กับหน้าท้องของนาที สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวนาทีเข้าเต็มปอดจนชื่นใจ

"ยังจะพูดเล่นอีกเหรอครับ"

"พี่พูดจริงๆนะครับ ไม่ได้พูดเล่น"

ถ้าจะพูดมาขนาดนี้ก็คงต้องยืนนิ่งๆให้คนตัวโตกอดจนกว่าจะพอใจละนะ

นาทีกับเด็กชายตุลย์ใช้เวลาอยู่กับลมต่ออีกสักพัก ก็ถึงเวลาที่ลมต้องเข้าประชุมแล้ว นาทีจึงขอตัวกลับไปรอที่ร้านกาแฟด้านล่างแทน



ร้าน Keyword ca'fe

"เฮ้ยที คุณลมเป็นไงบ้างวะ" คีย์เอ่ยถามทันทีที่เห็นเพื่อนของตัวเองกลับลงมาแล้ว

ในตอนที่ขุนลงมาตามนาทีด้วยสีหน้าร้อนรน คีย์เองก็ตกใจไม่แพ้นาทีเลย

"ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ยังไงตอนเย็นก็ต้องพาไปหาหมออีกที"

"แล้วทำไมอยู่ๆถึงจะเป็นลมได้วะ"

"น่าจะเป็นเพราะทำงานหนักหน่ะ"

"อ่อ เออ ก็ดีแล้วที่ไม่เป็นอะไรมาก ตอนเย็นก็ลองไปให้หมอตรวจดู"

"อื้อ"

"ไอ้ผมก็คิดว่าแพ้ท้องแทนเมีย"

".........."

"........."

เปอร์ที่เล่นอยู่กับเด็กชายตุลย์พูดขึ้นมาลอยๆราวกับไม่ได้คิดอะไร แต่ในขณะนี้เพื่อนรักสองคนกำลังยืนตัวแข็งค้างมองหน้ากันและกันไม่วางตา

"อะ ไอ้ที"

"ระ เราก็ไม่รู้"

"เฮ้ยพวกพี่ใจเย็นๆ ผมแค่พูดขึ้นเฉยๆ ก็เห็นพี่ทีชอบบ่นว่าพี่ลมเหม็นอาหาร กินได้เฉพาะอาหารที่พี่ทำเท่านั้น ไหนจะเรื่องที่เป็นลมง่ายๆทั้งๆที่แข็งแรงขนาดนั้น ผมเลยเดาไปเองเท่านั้นเอง"

"แต่ไอ้การเดาของมึงโครตจะใช่ แถมช่วงนี้กูก็ทักมึงออกบ่อยๆนะไอ้ที ว่าผัวเลี้ยงดีจนดูมีน้ำมีนวลขึ้น"

นาทีถึงกับตาโตให้กับคำพูดของคีย์ คีย์ทักนาทีว่าดูมีน้ำมีนวลขึ้นคือเรื่องจริง และเรื่องนี้นาทีก็รู้ตัวเองดีว่าเขาอ้วนขึ้นจากเดิม

"เฮ้ย จริงดิพี่คีย์!"

"ไหนๆวันนี้มึงก็ไปโรงพยาบาลแล้ว ลองตรวจดูก็ไม่เสียหายนะเว้ย เผื่อมึงจะท้องจริง"

นาทีขมวดคิ้วยุ่งกับข้อสันนิษฐานข้างต้น เนื่องจากนาทีไม่มีอาการอะไรเลยที่เป็นตัวบ่งบอกว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์ ไม่หน้ามืด ไม่เวียนหัว ส่วนเรื่องการแพ้ท้องแทนกันนาทีก็เคยได้ยินมาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมีจริงๆและจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นาทีจึงคิดว่าอาการของลมเกิดจากความเครียดและพักผ่อนน้อยเท่านั้น

ในนี้จะมีเจ้าตัวเล็กอยู่จริงๆไหมนะ นาทียกมือขึ้นมาลูบท้องตัวเองอย่างแผ่วเบา

"ท้องคืออาลายหรอคับ"

เสียงของเด็กชายตุลย์ทำให้นาทีหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเอง

"ท้องก็คือ...." นาทีย่อตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอลูกชาย "ที่ในนี้...." นาทีเอื้อมมือไปจับมือของเด็กชายตุลย์มาวางทาบบนหน้าท้องของตัวเอง "อาจจะมีน้องของน้องตุลย์อยู่ด้านในไงครับ"

"น้องหรอคับ"

"ใช่ครับ น้องของน้องตุลย์" นาทียิ้มให้ลูกชายด้วยความอ่อนโยน "ถ้าในนี้มีน้องของน้องตุลย์จริงๆ น้องตุลย์จะดีใจไหมครับ"

"ดีจายคับ ตูนตูนดีจาย ตูนตูนอยากมีน้อง อาคีย์บอกว่าถ้าตูนตูนมีน้อง ตูนตูนจะได้เป็นพี่ชาย"

"ใช่ครับ น้องตุลย์ก็จะได้เป็นพี่ตุลย์ไงครับ"

"จริงหรอคับ เป็นพี่เท่เยย"

"แต่ก่อนอื่นน้องตุลย์รับปากกับหม่าม้าได้ไหมครับ ว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ จะไม่บอกป๊า เพราะหม่าม้าอยากเก็บเรื่องนี้ไว้เซอร์ไพรส์ป๊า ได้ไหมครับ"

"ได้เยยคับ ความลับจุ๊จุ๊ ตูนตูนม่ายพูด ฉันยาเยย" เด็กชายตุลย์ยื่นนิ้วก้อยน้อยๆไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของคนเป็นแม่แน่น เรื่องเก็บรักษาความลับ ไว้ใจตูนตูนได้เลย

"เก่งมากครับ" นาทีลูบชายเบาๆเป็นการชมเชย

"หมูตุ้บอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายครับ"

"ตูนตูนอยากได้น้องผู้ชาย จะได้เย่นมวยป้ำกาน"

"ฮ่าๆๆ นี่คือเหตุผลของการอยากมีน้องเหรอเรา"

"ช่ายคับ คิกคิก!"

"ถ้ามีน้อง น้องตุลย์อยากให้น้องชื่ออะไรครับ" เปอร์ถามขึ้นบ้าง

"อืม.... พี่ชื่อตูนตูน น้องก็ต้องชื่อ...ตุ๊ต๊ะ"

"เอ่อ มีชื่ออื่นไหมครับ"

"ต้วมเตี้ยม"

"......."

"ง้านเป็น ต๋องแต๋ง ก็ได้น้าพี่เปอร์"

"ฮะ ฮาๆ ฮะ เรื่องชื่อไว้ค่อยคิดดีกว่าเนอะ มีเวลาอีกเยอะ"  ยามที่ได้ยินชื่อที่เด็กชายตุลย์เสนอมาเปอร์ก็ได้แต่ยิ้มฝืดๆ ถ้าเกิดพี่ทีท้องจริงๆแล้วหลานเขาต้องชื่อต๋องแต๋ง เฮ้อ แค่คิดก็สงสารหลานล่วงหน้าแล้ว

"หมูตุ้บ"

"คับ"

"แล้วหมูตุ้บรู้หรือเปล่าถ้าเป็นพี่แล้ว จะชื่อตูนตูนไม่ได้แล้วนะ มันไม่เท่"

"0_0"

"ถ้ามีน้อง ต่อไปเราต้องแทนตัวเองว่าพี่ตุลย์แล้วนะรู้ป้าว" คีย์เอ่ยเย้าหลานชายที่กำลังยืนตาโตอยู่ข้างๆคนเป็นแม่

"หม่าม้าๆ จิงหรอ มีน้องแล้ว จะตูนตูนไม่ได้แล้วหรอครับ"

"ตูนตูนได้ครับ"

เด็กชายตุลย์ยิ้มแฉ่งยามได้ฟังคำตอบจากคนเป็นแม่

"แต่มันก็จะดูไม่เท่ครับ ถ้าเรียกแทนตัวเองว่าพี่ตูนตูนจะฟังดูน่ารักครับ น้องตุลย์อยากเป็นพี่ชายสุดเท่ไม่ใช่เหรอครับ"

ในตอนนี้เด็กชายตุลย์กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ความเครียดแวะมาเยี่ยมเยือนจนคิ้วของเขาขมวดกันแน่น พี่ชายสุดเท่ก็อยากเป็น แต่ก็ยังอยากเรียกแทนตัวเองว่าตูนตูนอยู่ดี

"มันเครียดขนาดนั้นเลยเหรอหมูตุ้บ" คีย์หัวเราะน้อยๆด้วยความเอ็นดูให้กับท่าทางคิ้วขมวดของหลานชาย ดูเหมือนว่าคำบอกกล่าวของเขาจะทำให้เด็กชายคิดมากเสียแล้วสิ ฝากด้วยนะทีเพื่อนรัก

"หม่าม้าๆ หม่าม้าบอกน้องรอก่อนได้ม้าย ตูนตูนอยากขอเวลาทำจาย" เด็กชายตุลย์บอกคนเป็นแม่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน เขารู้ว่าสักวันเขาต้องแทนตัวเองว่าตุลย์ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ได้ไหมนะ

"โธ่ลูกชายใครเนี่ยน่าเอ็นดูจริงๆ มาให้หม่าม้ากอดหน่อยครับ ฮึบ!" นาทีรับลูกชายเข้ามากอดแนบอก ก่อนจะกดจูบกระหม่อมลูกชายรัวๆ "จะพี่ตุลย์หรือพี่ตูนตูนก็ได้หมดครับ หม่าม้าเชื่อว่าไม่ว่าจะแบบไหนน้องก็จะรักพี่ชายของเขาแน่ๆครับ เพราะพี่ชายของเขาเป็นพี่ชายที่แสนดีและรักเขามากไงครับ"

"รัก ตูนตูนรักน้อง"

"ยังไม่รู้เลยว่ามีน้องแน่ๆไหม ก็บอกรักแล้วเหรอหมูตุ้บ"

"คับ เป็นน้องตูนตูน มาตอนหนายก็ได้ ตูนตูนรักหมดเยยคับ"

"น้องตุลย์ของหม่าม้าเก่งที่สุดเลยครับ"นาทีโอบกอดลูกชายอีกครั้งอย่างเต็มรัก "หม่าม้ารักน้องตุลย์นะครับ"

"ตูนตูนก็รักหม่าม้าที่ฉุดในโลกเยยคับ"




ทางด้านชั้นบนสุดของตึก

หลังจากที่ประชุมเสร็จ ตอนนี้ลมกำลังนั่งพักอยู่ภายในห้องทำงานโดยที่มีกรและขุนนั่งอยู่ด้วย

"งานหนักกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว ทำไมจู่ๆถึงเป็นงี้ได้อะเฮีย" ขุนถามขึ้นอย่างสงสัย ช่วงนี้ร่างกายของเจ้านายเขาอ่อนแอจนน่าเป็นห่วง "ไม่แก่ขึ้นก็แพ้ท้องแทนเมียอะผมว่า"

กึก! ลมที่กำลังเซ็นเอกสารแผ่นสุดท้ายอยู่ถึงกับต้องชะงักเมื่อประโยคของขุนจบลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองคนสนิททั้งสองคนนิ่งๆ

"......."

"......"

"......."

ในเวลานี้ทั้งสามคนมองหน้ากันนิ่งโดยที่ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาแม้แต่คำเดียว ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสนิท

ขุนแค่พูดสุ่มเดาออกไปมั่วๆ อารมณ์ประมาณคำพูดติดปากเวลาจะแซะคนมีเมีย แต่พอมาคิดย้อนถึงอาการของเจ้านายตัวเองแล้ว...


เฮ้ย! เฮียยยยย...


แพ้ท้องแทนเมียจริงดิ....


.............................................................

TBC.

ตอนนี้กราบเรียนเชิญคุณอากรมาดูทักษะการจีบจากหลานชายด้วยค่ะ 5555

ทุกคนเตรียมรับขวัญหลานกันหรือยังคะ


ตอนนี้เอาเจ้าหนูตูนตูนมาโปรยเสน่ห์ใส่ทุกๆคนค่ะ

หวังว่าหลานจะสามารถสร้างร้อยยิ้มให้กับทุกๆคนได้นะคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านค่ะ

เราขอขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ ทุกๆกำลังใจ นะคะ

ขอบคุณค่ะ


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
29
ตูนตูนเป็นพี่ชายแล้วนะครับ


"คุณหมอว่ายังไงบ้างครับ"

นาทีที่นั่งอยู่กับลูกชายด้านนอกห้องตรวจเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นลมเปิดประตูออกมาจากห้องตรวจ

หลังจากที่ลมประชุมเสร็จ นาทีก็ขอเลิกงานก่อนเวลาเพื่อพาลมมาหาหมอ ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนจึงอยู่กันที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริษัทของลม

แม้ข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ที่นาทีได้พูดคุยกับคีย์และเปอร์จะฟังดูเข้าท่าและคาดว่าลมไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง แต่การมาตรวจดูให้แน่ใจ มันก็ทำให้นาทีรู้สึกสบายใจมากกว่า

"ป๊า โดนฉีดยาป้าวคับ" เด็กชายตุลย์ก็ไม่รอช้ารีบถามป๊าของตัวเองเช่นกัน

"ป๊าไม่ต้องฉีดยาครับ แค่กินยาสองสามเม็ดก็หายแล้ว"

"จิงน้า ไม่หลอกน้า กินยาฉามเม็ดแย้วป๊าจะแข็งแรงเหมือนเดิมจิงๆน้า" เด็กชายตุลย์เดินเข้าไปกอดขาคนเป็นพ่อไว้แน่น พร้อมกับช้อนตาใสขึ้นมองลมด้วยความเป็นห่วง

"ป๊าไม่หลอกตัวเล็กอยู่แล้วครับ ตอนนี้ให้ป๊าอุ้มตัวเล็กเดินกลับบ้านยังไหวเลย" ลมลูบหัวลูกชายเบาๆ

"ม่ายๆๆ ม่ายอุ้ม ป๊าม่ายฉะบาย ตูนตูนตัวหนัก ตูนตูนจับมือป๊าเดินเอง" เด็กชายตุลย์เปลี่ยนจากการเกาะขาคนเป็นพ่อมาจับมือหนาไว้แทน

"เจอแบบนี้พี่ไม่ไหว ถ้าลูกอยากได้ดาวอังคารพี่ก็จะหามาให้"

เมื่อได้ยินประโยคของลมที่หันมาพูดกับตัวเอง นาทีก็ขำออกมาเล็กน้อย เขาเข้าใจดีว่าเวลาเจอความน่ารักของลูกเข้าโจมตีมันรู้สึกยังไง ความรู้สึกตอนนั้นคือ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ ทุ่มหมดตัวเพื่อลูกได้ทุกอย่าง

"สรุปแล้วหมอว่าไงบ้างครับ พี่ลมยังไม่ตอบทีเลย"

"หมอบอกว่าอาจจะเป็นเพราะเครียดสะสม และพักผ่อนไม่เพียงพอครับ ร่างกายเลยส่งสัญญาณเป็นการประท้วงให้พี่พักบ้าง"

"อ่อ ครับ ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วครับ หมอบอกมาแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นต่อไปนี้พี่ลมห้ามแอบหนีไปนั่งทำงานกลางดึกแล้วนะครับ เข้าใจไหม!" นาทีบอกลมเสียงดุ

"ก็พี่..."

"ไม่เถียงนะครับ"

"ครับ จะพักผ่อนมากๆ ไม่แอบหนีไปทำงานแล้วครับ" ลมรับคำหงอยๆพลางคิดในใจเมียใครดุจังเลย

แต่จะว่าไป... ช่วงนี้เขาชักจะอารมณ์อ่อนไหวง่ายชะมัด

นาทีที่เห็นท่าทางของหงอยๆของคนตัวโตก็ลอบยิ้มออกมา ก่อนจะถามอีกคนต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "แล้วคุณหมอให้ยามาทานไหมครับ"

"ให้ครับ เดี๋ยวเราไปรอรับยากัน"

"ครับ น้องตุลย์ไปครับ ไปรอรับยาป๊ากัน" นาทียื่นมือไปหาลูกชาย แต่เด็กชายตัวน้อยกลับไม่ยื่นมือออกมาจับตอบ

"หม่าม้า ตูนตูนขอจับมือป๊าได้ม้าย จับสองมือจะได้แน่นๆ ป๊าจะได้ม่ายล้มอีก"

"ได้ครับ มีน้องตุลย์คอยดูแลป๊าแบบนี้หม่าม้าก็หายห่วง ฝากดูแลป๊าด้วยนะครับ" ในเมื่อลูกชายมีความตั้งใจที่จะดูแลป๊าของเขามากขนาดนั้น นาทีจะกล้าปฏิเสธความตั้งใจของลูกชายได้อย่างไรกัน

"คับ ตูนตูนดูแล ป๊าม่ายต้องห่วงน้า"

"ขอบคุณมากๆนะครับตัวเล็กของป๊า"

จากนั้นทั้งสามคนก็เดินออกจากบริเวณหน้าห้องตรวจเพื่อไปรอรับยา ใช้เวลาไม่นานทั้งสามคนก็เสร็จสิ้นภารกิจมาพบคุณหมอของลมและเดินทางกลับบ้านกันทันที



"พี่ลมครับ พรุ่งนี้เป็นวันหยุด พี่ลมมีธุระที่ไหนต้องไปทำหรือเปล่าครับ"

"พรุ่งนี้เหรอครับ อืม...ไม่มีนะครับ ทีมีอะไรหรือเปล่า" ลมถามกลับพร้อมกับเอื้อมมือไปรับจานผลไม้ที่นาทีถือมาจากในครัววางลงบนโต๊ะหน้าโซฟา

หลังจากอาหารมื้อเย็นจบลง ก็เป็นประจำที่ทั้งลม นาที และเด็กชายตุลย์จะมานั่งเล่นผ่อนคลาย รอเวลาอาหารย่อยและใช้เวลาของครอบครัวในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันตรงส่วนของห้องรับแขก

"พอดีว่าพรุ่งนี้ทีมีนัดต้องไปที่ที่นึง พี่ลมไปเป็นเพื่อนทีหน่อยไหมครับ"

"ทีจะไปที่ไหนเหรอครับ"

"ความลับครับ"

"อู้ว หม่าม้า ความลับหรอ" เด็กชายตุลย์ที่กำลังนั่งต่อเลโก้อยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นมามองนาทีตาโต ยามที่ได้ยินคำว่าความลับจากนาที "ตูนตูนรู้ จุ๊จุ๊เลย ม่ายบอกป๊าตูนตูนจะมีน้อ..."

"น้องตุลย์กินองุ่นไหมครับ!" นาทีรีบเอ่ยแทรกลูกชายอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลูกชายของเขาจะเผลอพูดคำต้องห้ามออกมา

ตัวแสบเอ้ย!...จะเก็บความลับรอดไปถึงวันพรุ่งนี้ไหมเนี่ย

"กินค้าบ"

"มาครับหม่าม้าป้อน" นาทีพยายามยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือลูกชายในการกินองุ่น เพราะอยากหลีกเลี่ยงสายตาสงสัยของลมที่มองมายังตัวเอง

"ทีจะไปกี่โมงครับ" ลมเลิกที่จะสงสัยและเลือกที่จะถามนาทีถึงเรื่องเวลาแทน ถ้านาทียังไม่พร้อมบอกเขาก็ไม่อยากที่จะคาดคั้นอะไรให้อีกฝ่ายอึดอัด อย่างไรเสียพรุ่งนี้เขาก็ได้รู้ความลับของเจ้าตัวอยู่แล้ว

"10 โมงครับ...เอ่อ พี่ลมไม่โกรธทีใช่ไหม ที่ทีไม่ยอมบอกว่าเราจะไปที่ไหนกัน" นาทีพูดเสียงแผ่วเบาพร้อมกับช้อนตาที่เริ่มมีน้ำตาเอ่อออกมาไปยังลมที่มองมาทางตัวเองอยู่

"เดี๋ยวก่อนครับ ทีจะร้องไห้ทำไม พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะครับ" ลมตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆนาทีก็น้ำตาเอ่อคลอ พร้อมที่จะร้องไห้อยู่รอมร่อ

"ทีก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆน้ำตาก็เอ่อขึ้นมาเอง แค่คิดว่าพี่ลมจะโกรธก็อยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว" นาทีก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมอ่อนไหวได้ง่ายถึงขนาดนี้ หรือจะเป็นอารมณ์ของคนที่กำลังตั้งท้องจริงๆนะ ในท้องของเขามีเจ้าตัวเล็กจริงๆใช่ไหม

"มาให้พี่กอดมา" ลมกางเเขนออกกว้างรับคนขี้แยเข้าสู่อ้อมกอด "พี่ไม่ได้โกรธจริงๆครับ ไม่ต้องคิดมากนะ ถึงยังไงพรุ่งนี้พี่ก็จะได้รู้แล้วไม่ใช่เหรอ"

นาทีพยักหน้ารับอยู่ในอ้อมกอดของลม

"ไม่ต้องคิดมากนะครับ"ลมเอ่ยปลอบคนในอ้อมกอด ที่ดูเหมือนว่าช่วงนี่จะอ่อนไหวง่ายแปลกๆ หรือที่ขุนสันนิษฐานจะเป็นจริง พรุ่งนี้หลังจากกลับมาจากทำธุระ คงต้องมานั่งจับเข่าคุยกันสักหน่อยแล้ว

"หม่าม้า!" เด็กชายตุลย์ร้องเรียกคนเป็นแม่เสียงดัง เมื่อเห็นคนเป็นแม่ของตัวเองดวงตามีสีแดงหน่อยๆเหมือนจะร้องไห้ ไหนจะมือที่ยกขึ้นมาเช็ดตานั่นอีก "หม่าม้าร้องไห้หรอคับ" เด็กชายตุลย์รีบวิ่งมาหานาทีทันที

"เปล่าครับ หม่าม้าแค่รู้สึกเคืองๆตานิดหน่อยครับ"

"จิงน้า~ หม่าม้าม่ายได้โกหกน้า ป๊าม่ายได้แก้งหม่าม้าใช่ไหมคับ"

"เดี๋ยวก่อนตัวเล็ก ป๊ายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"

"จิงน้า ป๊าอย่าแก้งน้า แก้งไม่ดี ถ้าแก้งตูนตูนจะเพี๊ยะที่แขนเยยนะ" เด็กชายบอกคนเป็นพ่อพร้อมกับพยายามเก๊กท่าดุเข้าไว้

"ทำไมดุอย่างนี้นะ ลูกชายใครเนี่ย"

"ลูกป๊างาย"

"ไหนลูกป๊า มาให้ป๊ากอดหน่อยเร็ว"

เด็กชายตุลย์ไม่รอช้าจบคำพูดของคนเป็นพ่อก็พุ่งตัวเข้าไปสวมกอดทันที

"ป๊ารักหม่าม้าของตัวเล็กจะตาย ไม่กล้าแกล้งหรอกครับ ป๊าก็ไม่ชอบเวลาที่เห็นหม่าม้าร้องไห้เหมือนกันครับ"

นาทีที่นั่งสบตากับลมในตอนที่ลมกำลังพูดอยู่ ถึงกับรีบพุ่งตัวเข้าไปกอดลมด้วยอีกคน แววตาอ่อนโยนที่แสดงออกว่ารักของลม มันทำให้นาทีรู้สึกดีมากจนอยากจะร้องไห้ออกมาอีกรอบด้วยความซึ้งใจ

อ่อนไหวเกินไปแล้วนาที...

"ป๊าๆ แน่นๆ ตูนตูนหายใจม่ายออก" เด็กชายตุลย์ที่อยู่ตรงกลางระหว่างพ่อกับแม่ส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเพราะเจ้าตัวโดนกอดแน่นมากจนแทบหายใจไม่ออก

นาทีผละออกจากสองคนพ่อลูก ยื่นมือไปลูบหัวลูกชายเบาๆพลางคิดในใจ...

หม่าม้าขอฉากซึ้งสักสองนาทีไม่ได้เลยใช่ไหมตัวแสบ



.................................................................


"หม่าม้าเร็วค้าบ"

"ครับๆ มาแล้วครับ...ไปกันครับ"

นาทียื่นมือออกไปจับมือลูกชายที่ยื่นมือส่งมา ก่อนจะจับจูงกันเดินออกไปยังหน้าบ้านที่มีคนเป็นพ่ออย่างลมยืนรออยู่ก่อนแล้ว

"ตื่นเต้นเกินไปไหมเนี่ยตัวเล็ก" ลมเอ่ยแซวลูกชายที่ดูจะตื่นเต้นอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษกับการออกไปทำธุระครั้งนี้

"จุ๊เยย จุ๊จุ๊"

ให้มันได้อย่างนี้สิน่า ตัวแค่นี้ก็เริ่มมีความลับกับคนเป็นพ่อแบบเขาแล้ว โตไปจะแสบขนาดไหนกันนะ แล้วไอ้ท่าทางที่โชว์เหนือนั่นมันอะไรกันล่ะนั่น อยากจะดึงแก้มย้วยๆให้ยืดเสียจริงๆเชียว

ใช้เวลาบนท้องถนนไม่นานตอนนี้ทั้งสามคนเดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่มีตัวตึกเป็นอาคารสีขาว มีผู้คนเดินเข้าออกขวักไขว่ ผู้ให้บริการใส่ชุดสีขาวสะอาด

"โรงพยาบาลหรอครับ" ลมถามในขณะที่กำลังเลี้ยวรถเข้าสู่โรงพยาบาล

"ใช่ครับ"

"ใครป่วยเหรอครับ"

"ไม่มีครับ"

"แล้ว..."

"โอ๊ะพี่ลม เลี้ยวไปจอดในตึกตรงนั้นเลยครับ" นาทีรีบเอ่ยตัดบทสนทนาของลมก่อนที่ลมจะได้ถามคำถามที่ตัวเองสงสัยออกมา

วันนี้เป็นวันที่นาทีเองก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ความหวังเล็กๆที่เกิดจากข้อสันนิษฐานเมื่อวาน ทำให้เมื่อคืนเขานอนแทบไม่หลับ

ในตอนแรกนาทีตั้งจะไปหาหมอเพื่อตรวจให้แน่ใจตั้งแต่เมื่อวาน แต่ติดที่ว่าคุณหมอที่ทำหน้าที่ดูแลเขาเมื่อตอนตั้งครรภ์แรกและยังเป็นญาติของคีย์ไม่ว่างเพราะติดนัดกับคนไข้เยอะมาก คุณอาหมอเลยบอกให้นาทีมาวันนี้แทน

ในใจของนาทีเองก็อยากจะบอกลมให้รับรู้เรื่องราวและสิ่งที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่เมื่อวานเช่นกัน ถ้าไม่ติดเสียว่าถ้าเขาบอกไปเจ้าตัวจะต้องนั่งไม่ติด นอนไม่สุข อยู่ไม่ถูก เป็นแน่ ดังนั้นการมาบอกในเวลากระชั้นชิดแบบนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วในเวลานี้

"พี่ลมครับ" นาทีเอ่ยเรียกลม ในตอนที่รถเข้าจอดตรงช่องจอดเรียบร้อยแล้ว

"ครับ?"

"ที่มาโรงพยาบาลวันนี้ไม่มีใครป่วยทั้งนั้นครับ แต่เป็นทีเองที่อยากจะมาหาคุณหมอ"

"ทีป่วยเหรอครับ ทำไมไม่บอกพี่ ไม่สบายตรงไหนครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" ลมลนลานยื่นมือไปจับตัวนาทีพลิกไปพลิกมาด้วยความกังวล

"ใจเย็นๆก่อนครับ" นาทีแกะมือลมที่เกาะอยู่ตรงบ่ามากุมไว้แทน "ก่อนจะไปหาหมอผมมีบางอย่างอยากจะบอกพี่ลมก่อน แต่พี่ลมห้ามลนลานนะครับ สัญญามาก่อนครับ" ก่อนที่จะไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกาย นาทีอยากจะทำความเข้าใจกับคนข้างๆ เสียก่อน

"ครับ"

"ผมสันนิษฐานว่าในนี้" นาทีจับมือลมมาวางไว้บนหน้าท้องตัวเอง "อาจจะมีลูก..."

"ที" ลมเอ่ยเรียกคนตัวเล็กเสียงแผ่ว

"แต่มันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานนะครับ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ วันนี้ทีเลยจะมาตรวจดู"

"......" ลมในตอนนี้คล้ายกับสติหลุดลอยไปเสียแล้ว

"พี่ลมครับ"

"ครับ"

"ถ้าเกิดวันนี้มัน..."

"ไม่เป็นไรครับ ถ้าเกิดวันนี้ยังไม่มี พี่ก็จะพยายามให้มากกว่าเดิม จะพยายามจนกว่าลูกจะมาอยู่กับเรา"

"พี่ลมจะไม่ผิดหวังใช่ไหมครับ"

"ถ้าให้ตอบจากใจอาจจะมีใจแป้วนิดหน่อยครับ แต่ก็อย่างที่พี่บอกทีไป วันนี้ลูกยังไม่มา พรุ่งนี้ลูกอาจจะมาก็ได้ครับ ทีไม่ต้องคิดมากหรือรู้สึกผิดนะครับ"

"พี่ลม"

"อย่าร้องไห้สิครับ เดี๋ยวน้องตุลย์ก็คิดว่าป๊าแกล้งหม่าม้าของเขาอีก"

"ป๊าแก้งหม่าม้าหรอคับ"

"นั่นไงไม่ทันขาดคำเลย...หวงจริงๆเลยนะตัวเล็กกับหม่าม้าเนี่ย"

"ตูนตูนฉันยาไว้ว่าจะปกป้องหม่าม้าคับ"

โธ่ลูก...จะน่ารักไปถึงไหนนะตัวเล็ก



"อาหมอสวัสดีครับ"

"ลุงหมอ ตูนตูนสวัสดีคับ"

"สวัสดีที สวัสดีครับตูนตูน ไม่เจอกันนานโตขึ้นหรือเปล่าเนี่ยเรา"

"ตูนตูนโตแย้ว มีแฟนแย้วด้วยนะลุงหมอ"

"ฮ่าๆๆ ตัวแค่นี้ไม่ธรรมดาเลยนะเรา" หมอชลธีหรือหมอชล ยื่นมือมาลูบหัวเด็กชายตุลย์เบาๆด้วยความเอ็นดู "แล้วนั่น..." หมอชลมองไปทางลมที่ยืนอยู่ด้านหลังนาที

"คุณลมครับ เป็นพ่อของน้องตุลย์"

"อ่อ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณลม" หมอชลยิ้มรับด้วยความใจดี เขาพอจะรู้เรื่องของนาทีมาบ้างจากคีย์และจากตัวของนาทีที่พูดออกมาเอง แต่ถ้านาทีมีพ่อของลูกมายืนอยู่ข้างๆแบบนี้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่คงกลับมาดีกันแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆเลยทีเดียว

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณหมอ"

"แล้วยังไงเรา มาหาอาวันนี้ มีน้องให้ตูนตูนแล้วเหรอ"

รอยยิ้มและคำพูดเอ่ยแซวของหมอชล ทำให้นาทีรู้สึกเขินจนหน้าแดงระเรื่อ

"มะ ไม่แน่ใจครับ จึงอยากลองมาตรวจดูครับ"

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวทีตามนางพยาบาลไปนะ เขาจะบอกเราเองว่าให้เราทำอะไรบ้าง ส่วนคุณพ่อนั่งรอก่อนนะครับ ตูนตูนนั่งรอหม่าม้าก่อนนะ"

"ครับ ตูนตูนนั่งเล่นนิ่งๆ ม่ายซนเยย "

ในระหว่างที่รอนาทีลมก็พูดคุยกับคุณหมอนิดๆหน่อยๆโดยที่มีเด็กชายตุลย์เข้าร่วมบทสนทนาด้วยเช่นกัน

คุยเล่นกันสักครู่นาทีก็เดินกลับมาพร้อมกับคุณพยาบาลที่ถือแฟ้มเอกสารไว้ในมือ ก่อนที่จะยื่นให้คุณหมอชลดู

"อืม อืมมม อืมมม" หมอชลอ่านไปพยักหน้าไป รอยยิ้มก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า

"ยินดีด้วยนะครับทั้งสองคน นาทีกำลังตั้งครรภ์ครับ จากการซักประวัติและตรวจปัสสาวะหมอว่าน่าจะประมาณ 11-12 สับปดาห์ แต่เพื่อความแน่ใจจะอัลตราซาวน์ดูไหม"

"0_0" ลม

"จริงหรอครับอาหมอ" นาทีถามพร้อมกับหัวใจที่กำลังเต้นรัว

"จริงแท้แน่นอน เตรียมตัวเป็นคุณแม่ลูกสองได้เลยนะนาที" หมอชลเอ่ยบอกนาทียิ้มๆ "ตูนตูน ได้เป็นพี่ชายแล้วนะเรา ดีใจไหม"

"น้องหรอคับ น้องหรอ ในนี้ของหม่าม้ามีน้องหรอคับ" เด็กชายตุลย์รีบยื่นมือไปจับท้องนาทีทันที

"ใช่แล้วครับ"

"น้องหล่ะ ตูนตูนมีน้องหล่ะ จะได้เป็นพี่ตูนตูนแย้ว เอ๊ะ! หรือจะเป็นพี่ตุลย์ดี  แง้ ตูนตูนเริ่มเคียดอีกแย้ว"

นาทีมองท่าทางเด็กชายตุลย์ที่กำลังจะกลายเป็นพี่ชายด้วยสายตาเอ็นดูจับใจ ก่อนจะยกมือขึ้นมาวางบนหน้าท้องตัวเองก่อนจะลูบเบาๆราวกับกำลังทักทายกับเจ้าเด็กน้อยที่กำลังนอนหลับอยู่ด้านในว่าคนเป็นแม่อย่างเขารับรู้แล้วนะว่ามีเขาอยู่ในนี้

"ยินดีต้อนรับนะครับ" นาทีเอ่ยบอกกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องเบาๆ "พี่ลมครับ" นาทีหันไปเรียกลมที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะเห็นว่าเจ้าตัวเงียบนานเกินไปแล้ว

"....."

"พี่ลม"

"....."

"พี่ลมครับ!"

"ฮะ ฮะ ครับ ครับ"

"พี่ลมโอเคไหมครับ" นาทีที่เห็นท่าทางของลมก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ดูท่าคุณพ่อจะสติหลุดลอยไปเสียแล้ว

"ครับ โอเคครับ พี่โอเค พี่แค่ดีใจจนพูดไม่ออก ทีท้องแล้ว ลูกของเรา ลูกมาอยู่กับเราแล้ว" ลมพูดออกมาเสียงสั่น

"ครับ ลูกมาอยู่เราแล้ว" นาทียิ้มกว้างจนเต็มปาก

"ขอบคุณครับ ขอบคุณมากๆนะครับ พี่รักทีนะ พี่รักที" ลมพุ่งตัวเข้าไปกอดนาทีแน่นพร้อมกับพร่ำบอกขอบคุณและรักไม่ขาดปาก

"กอดด้วย ป๊า ตูนตูนกอดด้วย กอดกาน" เด็กชายตุลย์ที่เห็นพ่อแม่กอดกันก็อยากที่จะมีส่วนร่วมด้วย รีบวิ่งเข้าไปเกาะขาคนเป็นพ่อแน่น จนคนเป็นพ่อต้องผละออกจากอ้อมกอดคนเป็นแม่ เพื่อมาอุ้มลูกชายแทน

"ครับ กอดกันครับ"


"อะแฮ่ม! อาขอขัดจังหวะหน่อยนะ ทีจะอัลตราซาวด์ดูลูกหน่อยไหม"

"อัลตราซาวน์ได้แล้วเหรอครับอาหมอ" นาทีถามออกไปด้วยความตื่นเต้น เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าอายุครรภ์เท่านี้จะสามารถอัลตราซาวด์ได้ เนื่องจากตอนที่ท้องน้องตุลย์กว่าจะรู้ตัวก็ปาเข้าไปสัปดาห์ที่ 17 แล้ว

"ได้สิ ถ้าอายุครรภ์ประมาณสัปดาห์ที่ 11-12 แล้ว ทารกในช่วงนี้ อวัยวะพัฒนาสมบูรณ์ มีดวงตา จมูก ปาก หน้าผาก ใบหู แขนขา นิ้วมือนิ้วเท้า เล็บมือเล็บเท้า สามารถขยับแขนขากำมือ เหยียดมือ อ้าปากได้แล้วนะ ส่วนขนาดตัว ทารกจะมีขนาดตัวยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตรแล้วนะ แต่ถ้าเรื่องเพศคงต้องรออีกหน่อย"

"ถ้าอย่างนั้นอัลตราซาวด์เลยครับคุณหมอ"ลมเอ่ยบอกคุณหมอ ก่อนจะหันไปทำสายตาออดอ้อนให้นาที "นะครับ พี่อยากเห็นว่าลูกของเราเป็นยังไงบ้าง"

"ตูนตูนด้วย ตูนตูนอยากเห็นน้อง"

"ตกลงครับ"

จากนั้นทั้งหมดก็ย้ายไปเตียงนอนข้างๆเพื่อทำการอัลตราซาวน์ทารกน้อยในครรภ์ของนาที ระหว่างที่หมอกำลังอธิบายลมก็ตั้งใจฟังทุกคำพูด ยามที่ได้เห็นก้อนเนื้อขนาดเล็กๆในท้องของนาทีดวงตาของลมก็เริ่มแดงก่ำ น้ำตาลูกผู้ชายแทบจะไหลออกมาเต็มที

มันเป็นความรู้สึกที่โครตจะรู้สึกดี มากจริงๆ...



.................................................................

"พ่อ น้องกำลังตั้งท้องครับ ผมกำลังจะมีลูกอีกคนครับ จริงสิครับ"

"คุณปู่คุณปู่ ตูนตูนกำลังจะเป็นพี่แย้วครับ หม่าม้ามีน้องอยู่ในท้อง"

"พ่อครับ เดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะครับ ผมโทรหาเฮียรุตก่อน ครับ ไว้ผมจะโทรหานะครับ"

"คุณปู่ ตูนตูนบ๊ายบายครับ"

 นี่คือภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่กลับมาจากโรงพยาบาล เมื่อสองคนพ่อลูกช่วยกันประคับประคองนาทีเข้ามาภายในบ้าน และบอกให้เขานั่งรอตรงโซฟา จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ดังที่เห็น

พ่อกับลูกขี้เห่อเหมือนกันไม่มีผิด...

"เฮียรุต ผมกำลังจะมีลูกอีกคนแล้วนะ จริงสิ เฮียเตรียมรับขวัญหลานเลยนะ"

"ลุงรุตๆ ตูนตูนเป็นพี่ชายแย้วน้า"

"เฮียไม่ต้องมาเป็ยห่วงเมียผมเลย ผมดูแลเองได้น่า แค่นี้นะ ผมโทรไปบอกแม่นมก่อน ตัวเล็กบอกลาลุงรุตหน่อยครับ"

"ลุงรุต คับ ตูนตูนก็คิดถึง ขอไอติมคุณหมีด้วยน้า คับ ตูนตูนบ๊ายบายคับ"

หลังจากนั้นสองคนพ่อลูกก็โทรหาคนนู่นทีคนนี้ที จนคนเป็นแม่แบบเขาชักจะเริ่มปวดหัวขึ้นมาซะแล้ว

"ป๊าๆ ยังม่ายได้บอกอาคีย์เยย ป๊าโทรหาอาคียได้ม้ายคับ ตูนตูนอยากจะบอกอาคีย์ ว่าตูนตูนได้เป็นพี่ชายจิงๆแย้ว"

"จัดไปเลยตัวเล็ก"

เฮ้อ! ไม่มีใครห้ามใครเลยจริงๆ

นาทีนั่งมองสองคนพ่อลูกที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยความสุขที่อัดแน่นอยู่ภายในอก

ครั้งแรกที่ท้องน้องตุลย์ ชีวิตของนาทีมันช่างเงียบเหงาเสียเหลือเกิน ต้องต่อสู้กับความเหงา ความอ้างว้างในจิตใจอยู่เพียงลำพังเพื่อลูกน้อยของตัวเอง จนในที่สุดเขาก็ได้ลูกชายที่แสนน่ารักอย่างน้องตุลย์มาเป็นแก้วตาดวงใจ

ส่วนครั้งนี้เนาทีมั่นใจว่าเขาจะไม่อ้างว้างและโดดเดี่ยวอย่างแน่นอน คงจะมีก็แต่ความวุ่นวายเกิดขึ้น จนเขาแทบไม่มีเวลาเหงาแน่ๆ

ก็ดูสองพ่อลูกสิ นี่แค่วันแรกนะ ยังวุ่นวายขนาดนี้ วันต่อๆไปจะวุ่นวายขนาดไหนกันนะ

แต่ถึงแม้ว่ามันจะวุ่นวายมากขนาดไหน นาทีก็เชื่อว่ามันจะเป็นความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยความสุขอย่างแน่นอน

"ตัวเล็ก ตัวเล็กเป็นพี่ชายแล้วนะ แม้ว่าจะมีน้องมาอยู่ด้วย แต่ความรักของป๊าและหม่าม้าที่มีให้ตัวเล็กก็ไม่ได้ลดลงเลยนะ ตัวเล็กรู้ใช่ไหม"

"รู้คับ"

"เก่งมากครับ แล้วพี่ชายสุดเท่อย่างตัวเล็กจะช่วยป๊าดูแลและปกป้องหม่าม้ากับน้องในท้องของหม่าม้าด้วยได้ไหมครับ"

"ได้คับ ตูนตูนจะดูแลหม่าม้าและน้องอย่างดีเยย ม่ายให้ใครแก้ง"

"ขอบคุณนะครับ เรามาช่วยกันดูแลคนที่เรารักกันนะครับ ป๊าก็จะดูแลตัวเล็กด้วยเช่นกัน ป๊ารักตัวเล็กนะครับ" ลมก้มหน้าลงจูบขมับลูกชายเบาๆ

"ตูนตูนก็รักป๊าคับ"


"โอ๊ะ!" ในขณะที่สองพ่อลูกกำลังซึ้งกันอยู่นั้น นาทีที่ตั้งใจจะลุกไปกินน้ำ เสียหลักนิดหน่อยตอนที่กำลังจะลุก จึงเผลอร้องอุทานออกมาเบาๆ แต่คนหูดีทั้งสองคนก็ยังได้ยิน

"ทีครับ!"

"หม่าม้า!"

สองพ่อลูกรีบวิ่งเข้ามาหานาทีตาตื่นทันที

"ทีเป็นอะไรครับ"

"หม่าม้าน้องดื้อหรอ"

"ทีเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

"น้องไม่ดื้อกับหม่าม้าน้า~ ม่ายง้านพี่จะดุเยานะ"

นาทีที่เห็นท่าทางเล่นใหญ่ของสองพ่อลูกก็ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยิ้มกว้างออกมา

เฮ้อ! ช่างเป็นสองพ่อลูกที่วุ่นวายจริงๆ แต่ก็เป็นความวุ่นวายที่ทำให้อุ่นใจมากๆเช่นกัน....


.................................................................

TBC.

มีตรงไหนที่เขาไม่ใช่พ่อลูกกันคะ เอาปากกามาวงได้เลยค่ะ 555

*** เรื่องขั้นตอนการตรวจการตั้งครรภ์ เราเองก็ไม่แน่ใจว่ามีขั้นตอนยังไงบ้างเลยเลือกที่จะเขียนภาพรวมออกมากว้างๆ ถ้าเกิดผิดพลาดประการใด เราต้องขอโทษด้วยนะคะ ***

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ


ขอบคุณค่ะ



ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แคนลง 29 30 นะคะ

30
ตัวละครใหม่


"มันเจิดจ้า มันเจิดจ้าเสียเหลือเกิน"

"อะไรเจิดจ้าเหรอคีย์"

นาทีเอียงคอถามด้วยความสงสัย กับคำพูดของเพื่อนที่อยู่ๆก็พูดโพล่งออกมา

"ก็ออร่าความเป็นพี่ชายของหมูตุ้บกูไง มันเจิดจ้าซะคนเป็นอาแบบกูแสบตาไปหมดแล้วเนี่ย"

"เรื่องนี้เราเห็นด้วย ตั้งแต่รู้ว่าตัวเองจะได้เป็นพี่ชายนะ ไม่มีได้หยุดพักเลย วางมาดเป็นพี่ชายสุดเท่ตลอดเวลาเลย"

นาทีทอดสายตามองลูกชายที่กำลังนั่งเล่นดินน้ำมันอยู่กับเปอร์ด้วยความเอ็นดู

"แล้วคนเป็นพ่อล่ะ"

"รายนั้นน่าปวดหัวกว่าคนลูกเป็นสิบเท่า"

"ฮ่าๆๆ กูเข้าใจๆ จากสิ่งที่กูเห็นเมื่อตอนเช้า ดูท่าแล้วมึงจะวุ่นวายน่าดู น่าๆๆ จะได้ไม่เหงาไงมึง" คีย์ว่าอย่างขำๆยามที่เห็นสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจของเพื่อนตัวเอง

เหตุการณ์เมื่อเช้าที่คีย์เห็น คือการที่คุณลมประคองนาทีเข้าส่งภายในร้าน ตอนนั้นถ้าอุ้มได้ก็คงอุ้ม แล้วกว่าที่คุณลมจะยอมขึ้นไปทำงาน ก็พันแข้งพันขา จนคีย์กลัวเหลือเกินว่าเพื่อนรักของตัวเองจะล้มคมำหน้าคว่ำไปเสียก่อน ดูท่าแล้วคนเป็นพ่อจะวุ่นวายไม่น้อยเลย แต่จะทำอย่างไรได้...ก็เป็นครั้งแรกของคุณลมที่มีโอกาสได้ดูแลนาทีตอนท้องแบบนี้ แถมคุณลมเขาก็รัก ก็หวง ก็ห่วง ก็เห่อ ของเขาละนะ

"ไม่เหงา แต่มึนหัวมาก" แม้คำพูดจะพูดเหมือนเหนื่อยใจ แต่แววตาและสีหน้าของนาทีกลับสะท้อนความสุขออกมาอย่างปิดไม่มิดแม้แต่น้อย

"ก็ดีกว่าครั้งก่อนไม่ใช่เหรอ ครั้งที่ท้องน้องตุลย์ แล้วต้องอยู่ตัวคนเดียว"

"อื้ม ครั้งนี้มีทั้งพี่ชายสุดเท่ คุณพ่อสุดวุ่นวาย ไม่มีเวลาให้ได้เหงาเลย"

"กูดีใจด้วยนะที" คีย์มองสบตานาทีอย่างหนักแน่น เพื่อจะสื่อความหมายให้รู้ว่าเขารู้สึกดังที่พูดจริงๆ

"ขอบคุณมากนะคีย์" นาทีเองก็มองกลับคีย์ด้วยแววตาของความซาบซึ้งใจเช่นกัน เพื่อนคนนี้ของเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยืนข้างๆเขาเสมอ

"พอเลยมึง พอเลย เลิกมองกูด้วยแววตาซาบซึ้งเดี๋ยวนี้ กูขนลุก ฮึ๋ย!" คีย์ยกมือทั้งสองข้างมาลูบแขนตัวเองเบาพร้อมเบ้ปากนิดๆ

"อะไร เราก็มองปกติ คีย์คิดมากไปเอง"

"เออ! กูคิดมากไปเอง เปลี่ยนเรื่องๆ ก่อนที่จะซึ้งน้ำตาแตกกันไปมากกว่านี้ อาการแพ้ทงแพ้ท้องของมึงล่ะ มีอาการอะไรบ้างไหม"

"เราไม่มีอาการอะไรเลย นอกจากกินเยอะขึ้นกว่าเดิม แต่พี่ลมค่อนข้างหนักอยู่" นาทีถอนหายใจเบาๆเพราะรู้สึกสงสารคนเป็นพ่อของลูกจับใจ ที่ต้องมาแพ้ท้องแทนตัวเองแบบนี้

"เออ...จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ ว่าคุณลมแม่งจะแพ้ท้องแทนมึงจริงๆ"

"นั่นนะสิ เราไม่คิดเหมือนกันว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเอง เคยได้ยินแต่คนอื่นๆเขาพูดมา"

"ก็เขารักของเขามากอะเนอะ"

"ช่าย เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ"

" เอาที่มึงสบายใจเลยจ้า" คีย์ว่าพร้อมทำหน้าเหม็นเบื่อให้กับความอวดสามีของเพื่อนตัวเอง "แล้วเรื่องแม่มึงล่ะ จะเอายังไง"

สิ้นคำถามของคีย์ เพื่อนรักทั้งสองคนต่างมีแค่การมองตากัน แล้วปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่รอบๆตัว

"มึงจะบอกแม่มึงเมื่อไหร่" เป็นคีย์ที่เลือกทำลายความเงียบลงโดยการถามคำถามกับนาทีอีกครั้ง

"เร็วๆนี้แหละ นาทีบอกเสียงแผ่ว

"ลองคุยกับแม่ดีๆ แม่มึงรักมึงมากนะไอ้ที เชื่อกูดิ ท่านต้องเข้าใจและยินดีกับมึงมากแน่ๆ ยินดีที่หมายถึงยินดีในทุกๆเรื่อง"

"คีย์คิดอย่างนั้นเหรอ"

"มึงน่าจะรู้จักแม่ตัวเองดีกว่ากูนะ"

"เรารู้ แต่เราก็กลัวใจแม่มากเหมือนกัน แม่โกรธพี่ลมมากเลยนะ"

สายตาละห้อยของนาทีที่มองมา มันทำให้คีย์อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบบ่าเพื่อนเบาๆเพื่อเป็นการปลอบประโลม

"ไม่ลองไม่รู้น่า หลานคนที่สองมาขนาดนี้แล้ว ไหนจะหมูตุ้บกูอีก ถ้าแม่มึงได้เห็นรอยยิ้มของมึงกับหลานแบบที่กูเห็น ต่อให้ใจแข็งแค่ไหน ไม่นานก็ใจอ่อน"

"ขอบคุณนะคีย์"

"ทำซึ้งกับกูอีกละ พอเลยๆ ยังไงมึงก็หาโอกาสคุยกับแม่ดู อย่าปล่อยไว้นาน เข้าใจไหม"

"เราเข้าใจ เราก็ตั้งใจไว้แล้วว่าเมื่อไรก็ตามที่อะไรๆเข้าที่เข้าทางเราจะคุยเรื่องพี่ลมกับแม่ สงสัยคงถึงเวลาแล้วจริงๆสินะ"

"ก็ตามนั้นละ นั่งคิดไปว่าจะทำยังไง แต่อย่าเครียดมากนะ เดี๋ยวหลานกูที่อยู่ในท้องมึงจะปวดหัว...กูไปละ ไปหาหมูตุ้บดีกว่า...หมูตุ้บ~~ " ว่าจบคีย์ก็เดินออกไปพร้อมกับตะโกนเรียกหลานรักเสียงดัง

ดีหน่อยที่ตอนนี้ภายในร้านไม่มีลูกค้าสักคน ไม่อย่างนั้นคงได้โดนลูกค้าแอบด่าในใจแน่ๆ โทษฐานที่เจ้าของร้านส่งเสียงดังรบกวน

ฝ่ายนาทีที่โดนทิ้งให้นั่งอยู่คนเดียว ได้แต่มองตามคีย์ที่เดินไปหาลูกชาย พร้อมกับความคิดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแม่ตัวเองวิ่งวนอยู่ภายในหัว ไหนจะความกังวลที่แสดงออกทางสีหน้าจนสามารถเห็นได้ชัดในตอนนี้อีก

ตั้งแต่ที่นาทีเริ่มมีลมกลับเข้ามาในชีวิต เขาไม่เคยพูดเรื่องของลมกับแม่ของตัวเองสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าแม่ของตัวเองโกรธลมมากแค่ไหน

ยามใดก็ตามที่คนเป็นแม่โทรมาหรือเป็นนาทีที่โทรไป นาทีต้องใช้พลังมากกว่าปกติในการเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าลูกชายตัวน้อยไม่ให้พูดถึงป๊าของตัวเอง แต่ก็มีหลายครั้งที่ลูกชายหลุดพูดออกไป นาทีก็ได้แต่หวังว่าแม่ของเขาจะไม่ทันสังเกตเห็น

แม่ของเขาไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่นะ

นั่งกังวลแบบนี้ก็คงมีแต่ทำให้ทุกข์ใจเสียเปล่าๆ คงถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้าแล้วสินะ เฮ้อ! เอาน่า อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด นาทีได้แต่นั่งให้กำลังใจตัวเอง

นาทีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนจะเดินไปกอดและหอมแก้มลูกชายที่กำลังหัวเราะเสียงสดใสแทน

ยาวิเศษณ์ของจริงเลยเด็กน้อยคนนี้...แค่ได้กอดก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลย



"ตัวเล็ก!"

"ป๊า โอ๊ะ!อากร อู้ว! อาขุน" เด็กชายตุลย์ที่กำลังยืนคุยกับเปอร์อยู่ร้องเรียกอย่างดีใจ เมื่อเห็นคนเป็นพ่อของตัวเองเปิดประตูเข้ามา

เด็กชายตุลย์วิ่งตรงตุ๊บตั๊บไปหาพ่อของตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้สัมผัสอ้อมกอดแกร่ง สายตาก็เหลือบไปเห็นคุณอาใจดีทั้งสองคนของตัวเองเสียก่อน และคนที่เรียกรอยยิ้มกว้างจากเด็กชายตุลย์ได้ดีที่สุดดูท่าแล้วจะเป็นอาขุนที่ถือช็อกโกแลตติดมือมาด้วย แบบนี้ทาสช็อกโกแลตแบบเขาจะต้านทานได้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจของช็อกโกแลต เอี้ยวตัวหลบจากอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ ไปหาอาขุนแทน ทิ้งให้คนเป็นพ่อที่อ้าแขนรอรับเก้อเสียอย่างนั้น

"รักแท้แพ้ช็อกโกแลตนะครับ" นาทีบอกกับลมขำๆ 

"พี่จะตัดเงินเดือนขุนสักสามเดือน จะได้ไม่มีเงินไปซื้อช็อกโกแลตให้ลูกเรา"

"ขนาดนั้นเลยเหรอครับ"นาทียิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าง้ำงอของคนตัวโตที่กำลังงอแงเพราะโดนคนอื่นแย่งความรักจากลูกชายไป "พี่ลมเป็นยังไงบ้างครับ ยังเวียนหัวหรืออยากจะอ้วกอยู่ไหม" นาทีเลือกที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของว่าที่คุณพ่อลูกสองที่เดี๋ยวนี้อารมณ์อ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษโดยการถามไถ่ถึงอาการของเจ้าตัวแทน

"อืม... พี่ดีขึ้นมากแล้วครับ ทีไม่ต้องกังวลนะ...ว่าแต่ทีเถอะ..." ลมขยับเข้ามาประชิดตัวของนาทีพร้อมกอดเอวเล็กไว้หลวมๆ "วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ เวียนหัว หน้ามืดบ้างหรือเปล่า เราไม่ได้ยกของหนักๆเองใช่ไหม ยืนอยู่หน้าเตาอบทั้งวันหรือเปล่า ได้นั่งบ้างไหมครับ เดินเยอะเกินไปหรือเปล่า ของวงของว่างล่ะครับได้ทานไหม ไม่ได้ปล่อยให้ทั้งตัวทีเองและลูกในท้องหิวใช่ไหมครับ ของหวานๆทีอย่าทานเยอะนะครับ ออกแรงทำสิ่งต่างๆเยอะไหม..."

และอีกสารพัดคำถามที่ลมถามออกมายาวเหยียด จนนาทีต้องรีบยกมือห้ามปราม เพราะคำถามมันเยอะเกินไปจนเขาตอบไม่ทันสักคำถาม

"พี่ลมเวอร์ชะมัดเลยเนอะพี่คีย์" เปอร์ที่ยืนมองเหตุการณ์ถามตอบของคู่รักตรงหน้า กระซิบพูดข้างหูคีย์เบา

"เออ กูคิดว่ากำลังดูการเล่นเกมถามตอบชิงแชมป์โลก" คีย์พยักหน้าเห็นด้วย

"อย่างนี้แหละ ที่เขาบอก คนไม่มี ไม่มีทางเข้าใจหรอก เราก็ว่าเขาไม่ได้"

"ก็คงงั้นแหละ แต่เมื่อกี้มึงว่าพวกเขาอยู่นะ"

"พี่ก็ด้วยแหละครับ"

"อะแฮ่ม!"

หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่ยืนกระซิบตัวติดกัน หันไปมองยังที่มาของเสียงกระแอมอย่างพร้อมเพรียงกัน ก็เจอกับหน้าดุๆของกรที่กำลังมองมายังคนทั้งคู่

"พี่คีย์ ผัวพี่จะฆ่าผมป้าว" เปอร์ที่เห็นหน้าดุๆของกร ก็ยังมิวายยื่นหน้ามากระซิบข้างหูคีย์อีกครั้ง

"ไอ้เหี้ยเปอร์!"

"โอ๊ย! พี่คีย์ ต่อยท้องผมทำไมเนี่ย" เปอร์ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองไปมาบริเวณที่โดนศอกของคีย์กระแทกลง

"ผัวพ่อมึงสิ" คีย์ด่าเปอร์พร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อได้ยินคำว่า 'ผัวพี่' จากปากของเปอร์

ผัวอะไรเล่า แฟนยังไม่ได้เป็นด้วยซ้ำ...คำพูดคำจาน่าต่อยให้ปากแตกจริงๆ

"จะยืนกระซิบกันอีกนานไหมครับ" แม้คำถามจะดูสุภาพ แต่น้ำเสียงและแววตาของกรไม่ได้สุภาพเรียบนิ่งเลยสักนิด

"โธ่ พี่กร พี่มาหึงอะไรผมเนี่ย" เปอร์พูดด้วยเสียงอ่อนใจ

"ไม่ขยับ?" กรเลิกคิ้วถามหน้านิ่ง

"ค้าบๆๆ ขยับออกเดี๋ยวนี้เลยครับ" เปอร์ยกมือขึ้นยอมแพ้ ขยับตัวออกห่างจากคีย์สามก้าว "พอใจหรือยังครับพี่"

"อืม"

เปอร์หน้ายู่ให้กับคำตอบของกร ปากก็บ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อย "แค่จีบยังขนาดนี้ ถ้าเป็นแฟน เป็นสามี ผมจะไม่โดนยิงจนพรุนเลยเหรอครับ"

"สั่งเสียไว้เลยไหมล่ะ"

"โธ่ พี่กรค้าบ~"

"นี่คุณ! มัวแต่ยืนพูดจาเพ้อเจ้ออยู่นั้นละ จะมาช่วยเก็บร้านไม่ใช่เหรอ"

คีย์แสร้งดุกร เพื่อหวังให้กรกับเปอร์เลิกพูดบทสนทนาชวนเขินนี้สักที แต่คีย์คงไม่รู้เลยว่าการกระทำแบบนั้นของตัวเองมันน่ารักแค่ไหน การพยายามทำหน้าดุๆ ทั้งๆที่เขินจนแก้มขาวๆขึ้นสีแดงระเรื่อ มันชวนให้กรอยากฝั่งจมูกลงบนแก้มนิ่มนั้นสักสิบทีแบบไม่หยุดพัก

ให้ตายเถอะ... คุณเจ้าของร้านจะขยันน่ารักเกินไปแล้ว

"เพ้อเจ้อตรงไหนคุณ แม้จะยังจีบอยู่แต่ผมก็หึงเป็นนะ" ปกติก็ไม่ค่อยแสดงบุคลิกด้านนี้ให้คนอื่นเห็นหรอก ส่วนใหญ่จะนิ่งๆแล้วปล่อยผ่าน ไม่พูดจาให้มากความ แต่พอเป็นคุณเจ้าของร้านทุกอย่างก็มีการยกเว้นในทันที

"หึงบ้าหึงบออะไรละ นั่นมันน้องผมนะ"

"พ่อคุณผมก็หึง...โอ๊ย เจ็บนะคุณ ทำไมชอบทำร้ายร่างกายผมจังเลย" กรก้มหน้าลงมองเท้าตัวเองที่โดนคีย์เหยียบเข้าจังๆ รอยรองเท้าของอีกคนยังเด่นชัดอยู่บนรองเท้าหนังเงาวับของเขาอยู่เลย แสบนักนะ

"สมน้ำหน้า"

"คีย์ครับ"

"จะ จะไปซื้อไหมของเข้าห้องอะ ถ้าจะไปก็อย่ามัวแต่ยืนพูดมาก" คีย์เขินจนเผลอพูดตะกุกตะกักออกไป เขาละเกลียดจริงๆกับไอ้การเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบนั้น ไม่ว่าได้ยินกี่ครั้งก็ไม่ชินสักที

"วี๊ดวิ้ว มีชวนกันไปซื้อของเข้าห้องด้วย แต่งเข้าบ้านกันแล้วเหรอครับ" เปอร์ที่เห็นท่าทางเขินจัดจนทำตัวไม่ถูกของคีย์ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวให้คีย์เขินยิ่งกว่าเก่า

"โว้ย ไปกันใหญ่แล้ว แยกย้ายไปเก็บของเลยไป้" คีย์แสร้งโวยวายเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง และรีบก้าวเท้าเร็วๆไปยังด้านหลังร้านทันที

"ฮ่าๆๆ พี่คีย์น่าเอ็นดูชะมัด โวยวายกลบความเขินแหละ ผมดูออก"

"อ่ะ แฮ่ม!"

"เฮ้ยพี่กร ผมชมพี่คีย์ก็ไม่ได้เหรอครับ"

"ห้าม!" กรยักคิ้วให้เปอร์ แล้วเดินตามคีย์ไปด้านหลังร้านติดๆ

"อะไรวะ" เปอร์ยืนบ่นกับตัวเองเบาๆ

"ทำใจนะเปอร์ ผู้ชายบ้านนี้แม้ภายนอกจะดูน่ากลัว แต่ภายในก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ  ฮ่าๆๆ"

"ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละพี่ขุน ฮ่าๆๆ"




.......................................................

"การที่คีย์เสียอาการแบบนั้น มันทำให้ทีอารมณ์ดีขนาดนี้เลยเหรอครับ"

"ปกติทีไม่ค่อยเห็นคีย์เสียอาการแบบนี้เลยครับ พอเห็นก็อดขำไม่ได้" นาทีว่าด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

บทสนทนาระหว่างการเดินทางกลับบ้านดังขึ้นในขณะที่รถกำลังจอดนิ่งเพราะติดไฟแดง ตอนเย็นหลังเลิกงานแบบนี้รถค่อนข้างที่จะหนาแน่น การพูดคุยกันของคนในรถสามารถช่วยให้หายเบื่อได้ไม่น้อย

วันนี้นาทีเดินทางกลับบ้านเร็วกว่าทุกๆวัน เนื่องจากมีคำสั่งตรงจากคนเป็นเจ้าของร้าน ให้เขางดอยู่ช่วยเก็บร้าน และรีบกลับบ้านไปพักผ่อน จนกว่าจะคลอดลูก ทำให้นาทีได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติกว่าหนึ่งชั่วโมง

 "แต่ทีชอบคุณกรนะครับ...หยุดเลยครับ อย่าเพิ่งโวยวาย ฟังทีพูดให้จบก่อน" นาทียกมือห้ามลมที่กำลังจะอ้าปากโวยวายออกมา ดูจากท่าทางก็รู้แล้ว คุณพ่อจอมขี้หวงและเอาแต่ใจจะพูดอะไร

"พี่ไม่ได้จะโวยวายสักหน่อย"

"ครับ ไม่โวยวายก็ไม่โวยวาย" นาทียิ้มเอ็นดูให้กับคนข้างๆ ที่ตอนนี้ทำหน้าหงอยจนเขาอยากจะเข้าไปกอดปลอบเสียเหลือเกิน "ที่ทีบอกว่าชอบคุณกร คือ หมายถึงชอบการกระทำครับ ตั้งแต่คุณกรบอกชอบคีย์ บอกว่าจะจีบคีย์ คุณกรก็เสมอต้นเสมอปลายทำตัวดีมาตลอด เวลาที่คีย์พูดถึงคุณกรก็มีแต่เรื่องราวดีๆทั้งนั้น ไม่มีเรื่องให้คีย์ต้องปวดหัวหรือไม่มั่นใจเลย ทีอยากจะขอบคุณคุณกรด้วยซ้ำ ที่เข้าใจคีย์"

"เจ้านายกับลูกน้องก็งี้แหละครับ เหมือนกันไม่มีผิด"

"ใช่เหรอครับ"

"ใช่สิครับ"

"หม่าม้าๆ" เด็กชายตุลย์ที่นั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันอยู่บนที่นั่งคาร์ซีทด้านหลังรถเอ่ยเรียกคนเป็นแม่เสียงใสแจ๋ว

"ครับผม"

"เป็นแฟนกาน ม่ายต้องจีบแย้วคับ"

"หืม ใครเป็นแฟนใครครับ"

"ก็อากรกับอาคีย์งายหม่าม้า แฟนกาน"

"น้องตุลย์ไปเอามาจากไหนครับว่าอากรกับอาคีย์เป็นแฟนกัน ใครบอกเหรอคับ" นาทีเอี้ยวตัวไปมองลูกชายที่นั่งอยู่ทางด้านหลังด้วยความสงสัย

"ม่ายมีใครบอกคับ ตูนตูนรู้เอง"

"น้องตุลย์ รู้ได้ยังไงครับ บอกหม่าม้าได้หรือเปล่าครับ"

"ตูนตูนเห็นอากรหอมแก้มอาคีย์คับ วันนั้นอากรหอมแก้มอาคีย์ฟอดใหญ่ๆหลายฟอดเยย แล้วก็จุ๊บจุ๊บด้วยคับ ฉะแดงความรักงายหม่าม้า"

นาทีตาโตกับคำบอกเล่าของลูกชาย รีบหันหน้าไปหาลมทันที

"เอ่อ น้องตุลย์เห็นที่ไหนเหรอครับ" ลมที่เงียบฟังอยู่นานเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง

"ที่ร้านอาคีย์คับ พี่เปอร์พาตูนตูนปายหยิบนมคุณหมี พี่เปอร์เปิดประตูออก ก็เห็นเยย พี่เปอร์บอกจุ๊จุ๊น้าตูนตูน ตูนตูนก็จุ๊จุ๊เยยคับ"

"เอ่อ พี่ลมครับ..." นาทีหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากลม

"พี่ว่าปล่อยให้น้องตุลย์เข้าใจไปแบบนั้นดีไหมครับ ยิ่งอธิบายพี่ว่ายิ่งยาว ลูกเราฉลาดน้อยเสียที่ไหน ยังไงอีกไม่นานสองคนนั้นก็เป็นแฟนกันอยู่แล้ว ส่วนเรื่องอื่นๆเราก็ค่อยๆอธิบายให้เขาเข้าใจ"

นาทีพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ลมพูด เขาได้แต่หวังว่าลูกชายเขาจะลืมมันไปเองเมื่อเวลาล่วงเลยไป แต่เพื่อความแน่ใจว่าลูกชายจะไม่พูดเรื่องนี้ที่ไหน เขาต้องย้ำเจ้าตัวอีกสักหน่อย

"น้องตุลย์ครับ เรื่องนี้น้องตุลย์รับปากหม่าม้าได้ไหมครับว่าจะไม่บอกใคร"

"ทำมายหรอคับ" เด็กชายตุลย์เอียงคอถามด้วยความสงสัย

"เอ่อ ถ้าน้องตุลย์บอกคนอื่น คนอื่นอาจจะล้ออาคีย์ แล้วทำให้อาคีย์อายได้ครับ น้องตุลย์ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราโดนล้อจะรู้สึกยังไง รู้สึกไม่ดีใช่ไหมล่ะครับ"

"ใช่คับ ง้านตูนตูนรับปากเยย ม่ายบอกใคร ตูนตูนม่ายอยากห้ายอาคีย์รู้สึกม่ายดี"

"ขอบคุณครับ น้องตุลย์ของหม่าม้าเก่งที่สุดเลยครับ"

"หม่าม้าๆ แล้วทำมายจุ๊บจุ๊บเสดแล้วอาคีย์ต้องตีเพี๊ยะๆอากรด้วยคับ" วันนั้นเขาเห็นอาคีย์ตีอากรแรงมากๆจนเขายังรู้สึกเจ็บแทนเลย แต่อากรกลับยิ้มดีใจ ตูนตูนไม่เห็นจะเข้าใจเลย

"เอ่อ..."

"เพราะอากรกัดปากอาคีย์แน่ๆเยยช่ายม้ายคับ" และนี่คือเหตุผลเดียวที่เด็กชายตุลย์พอจะคิดออก

"..."

"ทำมายอากรต้องกัดปากอาคีย์ด้วยคับ เพราะอาคีย์ดื้อหรอคับ"

"อ่า คงอย่างนั้นแหละครับ"

"ถ้าดื้อแล้วต้องกัดปากหรอคับ ถ้ากัดปากแล้วจะม่ายดื้อหรอคับ"

"..."

"ง้านที่ป๊ากัดปากหม่าม้า เพราะหม่าม้าดื้อหรอคับ" เด็กชายตุลย์เอียงหน้ามองคนพ่อของตัวเอง รอฟังคำตอบอย่างตั้งใจ

นาทีเองก็หันขวับมองค้อนวงโตใส่ลมทันทีที่จบคำถามของลูกชาย

"ครับ หม่าม้าของตัวเล็กดื้อ ป๊าเลยต้องลงโทษ"

ลมเคยคิดว่าการมีลูกช่างถามช่างสงสัยเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งการช่างสงสัยของลูกชายมักจะทำให้เขาปวดหัวอยู่ไม่น้อย

ฉลาดเกินวัยไปหรือเปล่าเนี่ยตัวเล็ก ป๊าจะโดนหม่าม้าฆ่าหมกรถอยู่แล้วนะครับ

"งืม งืม" เด็กชายตุลย์ใช้เวลาครุ่นคิดบางอย่างอยู่กับตัวเองครู่นึง ก่อนจะโพล่งประโยคที่ชวนให้พ่อและแม่กุมขมับออกมา "ง้านเวลาต้นหญ้าดื้อ ตูนตูนจะกัดปากเป็นการลงโทษเหมือนที่ป๊ากับอากรทำเยย"

"พี่ลม!"


กว่าจะพูดคุยทำความเข้าใจกับลูกชายได้สำเร็จ นาทีรู้สึกปวดหัวอยู่ไม่น้อย ความช่างจำ ช่างสงสัย ช่างถามของลูกชาย บางครั้งก็ทำให้คนเป็นแม่อย่างเขาต้องยกมือปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว นาทีหวังว่าลูกชายของเขาจะเข้าใจจริงๆ ไม่ไปลงโทษน้องต้นหญ้าแบบนั้นนะ ไม่อย่างนั้นละก็เขาคงได้เตรียมดอกไม้ไปขอขมาแม่น้องต้นหญ้าแน่ๆ

ส่วนของคนเป็นพ่อ คืนนี้คงต้องดุเสียให้เข็ด ชอบจริงๆกับทำอะไรแปลกๆให้ลูกเห็น รู้ทั้งรู้ว่าลูกอยู่ในวัยจดจำและเลียนแบบ ห้ามไม่เคยที่จะฟังเลย เฮ้อ!...

และที่ขาดไม่ได้ คือเจ้าเปอร์ คนนี้นาทีขอหมายหัวไว้จังๆ จดไว้ในกระดาษตัวโตๆเลย เปิดไปเห็นภาพแบบนั้นแทนที่จะรีบชวนน้องออกไปที่อื่น ดันชวนน้องแอบดู แถมยังบอกให้น้องเงียบๆอีก แม้จะแอบดูไม่นาน มันก็ไม่สมควรเลยจริงๆ น่าจับมาตีให้หลังลาย


....................................................................

"ทุกท่านคงทราบกันดีนะคะ เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น เนื่องจาก..."

เสียงของผู้ประกาศข่าวภาคค่ำในทีวียังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับข่าวที่สลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ข่าวเบาสมองจนถึงเรื่องเครียดชวนปวดหัว

หลังจากมื้ออาหารเย็นจบลง สองคนพ่อลูกก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อน นาทีที่นั่งอยู่บริเวณห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง เลือกที่จะเปิดทีวี เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาจนเกินไป ส่วนมือก็กำลังถือโทรสัพท์พิมพ์ข้อความคุยกับกลุ่มร้านกาแฟ ที่ตอนนี้มีเปอร์กับคีย์กำลังทะเลาะกันอย่างน่ารัก

"มากันที่ข่าวต่อไปนะคะ เกิดเหตุไฟไหม้โรงเลื่อยไม้ขนาดเล็กวอดยกหลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโรงเลื่อยไม้แห่งนี้มีการค้าขายไม้ต้องห้ามที่ผิดกฎหมาย และมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในกองเพลิงจำนวนหนึ่งราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายคมสันต์ ประสาน อายุ 53 ปี เป็นเจ้าของโรงงาน..."

ในตอนที่ผู้ประกาศข่าวเอ่ยชื่อของคนที่เสียชีวิตออกมา นาทีที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับโทรศัพท์ ถึงกับหุบยิ้มฉับ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเซียว นาทีค่อยๆเงยหน้ามองหน้าจอทีวีด้วยดวงตาที่แดงก่ำและใจที่กำลังเต้นอย่างบ้าคลั่ง

คมสันต์ ประสาน...

คือชื่อที่นาทีจำได้ไม่มีวันลืม


ครืดครืด~  ครืดครืด~ ครืดครืด~

ไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากมาย โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของนาทีก็สั่นขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่ามีใครบางคนโทรเข้ามา และใครคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

~~ แม่ ~~


................................................................

TBC.

เด็กอยู่ในวัยกำลังจดกำลังจำนะคุณป๊ากับอากร

ป๊ากับอา ต้องใจเย็นๆนะคะ

สำหรับเรา เปอร์คือสุดที่รักของเราเสมอค่ะ 555++


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ


ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เหมือนว่าจะต้องต้มน้ำรอยังไงก็มะรู้... - -" ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ตอนพิเศษ

ความตั้งใจของคนที่จะเป็นพี่ชาย

(ขอคั่นกลาง ด้วยตอนพิเศษ 1 ตอนนะคะ)


"หมูตุ้บ นี่ครับค่าตอบแทนสำหรับวันนี้ 15 บาทครับ ส่วนอันนี้ อาคีย์แถมให้ครับ อีก 5 บาท รางวัลตอบแทนสำหรับคนขยัน"

"ตูนตูนขอบคุณคับ"

เด็กชายตุลย์ยกมือไหว้คนเป็นอาอย่างสวยงาม ยามที่คนเป็นอายื่นเงินมาให้

สองมือน้อยๆของเด็กชายตุลย์ยื่นไปรับเงินจากคีย์มาถือไว้ในมือ ก่อนจะยิ้มกว้างให้กับเงินที่อยู่ในมือ

วันนี้เขาได้เงินเพิ่มมาอีกแล้ว...

"เก็บให้ดีๆนะหมูตุ้บ อย่าให้หายละ"

"คับ ตูนตูนเก็บใฉ่กะเป๋าอย่างดีเยย ม่ายให้หาย ถ้าหายคุณหมูจะหิว"

"น้องตุลย์ขยันทำงานเก็บเงินขนาดนี้ พี่เปอร์ว่า...ป่านนี้คุณหมูของน้องตุลย์น่าจะอิ่มจนท้องใกล้จะแตกแล้วนะครับ"

"ม่ายแตกฉิ คุณหมูต้องกินเยอะๆน้าพี่เปอร์"

"รู้สึกอิจฉาคุณหมูบ้านน้องตุลย์จังเลยครับ พี่เปอร์ฝากคุณหมูบ้านพี่เปอร์ไว้สักตัวได้ไหมครับ เพราะคุณหมูบ้านพี่เปอร์ผอมแห้งมากหยอดมาจะสิบปี ยังไม่เต็มสักกะที"

"พี่เปอร์ก๊ะอย่าแอบผ่าท้องคุณหมูฉิ ถ้าพี่เปอร์แอบผ่าท้องคุณหมู คุณหมูจะเต็มได้ยังงายละคับ"

เด็กชายตุลย์จำได้หม่าม้าบอกเขาว่าเราต้องหยอดเหรียญคุณหมูให้เต็มก่อนแล้วค่อยผ่าท้อง ถ้าหยอดไปผ่าท้องไป คุณหมูก็จะไม่เต็มสักที

"ฮ่าๆๆ ไปต่อไม่ถูกเลยเหรอวะไอ้คุณเปอร์" คีย์หัวเราะเสียงดังอย่างห้ามอยู่เมื่อเห็นหน้าตาปุเลี่ยนๆของลูกน้องจอมกวน ที่ไปไม่เป็นยามที่เจอประโยคพิฆาตของเด็กชายตุลย์เข้าไป

"ครับๆ กลับไปวันนี้พี่เปอร์จะจัดการทำแผลให้คุณหมู แบบเย็บปิดให้สนิทเลยดีไหมครับ"

"ดีคับ" เด็กชายตุลย์พยักหน้ารับหงึกๆ

"แล้วตอนนี้คุณหมูของน้องตุลย์ใกล้เต็มหรือยังคะ" วุ้นที่ฟังบทสนทนาเงียบๆอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

"ตูนตูนก็ม่ายรู้เหมือนกันคับ แต่ป๊าบอกว่าใกล้เต็มแย้วคับ"

"น้องตุลย์เก่งจังเลยค่ะ พี่วุ้นขอให้น้องตุลย์เก็บเงินสำเร็จเร็วๆนะคะ" วุ้นยื่นมือไปบีบแก้มยุ้ยทั้งสองข้างของเด็กชายด้วยความเอ็นดู

"ช่าย พี่เปอร์ก็เป็นกำลังใจให้นะ สู้สู้" เปอร์กำมือทั้งสองข้าง แล้วชูขึ้นมาเพื่อบอกให้น้องชายของตัวเองสู้สู้

"ตั้งใจทำงานเก็บเงินนะหมูตุ้บ" คีย์ยื่นมือลูบหัวหลานชายเบาๆด้วยแววตาอ่อนแสง

ก่อนหน้านี้เด็กชายตุลย์มาขอทำงานที่ร้านของคีย์ด้วยในช่วงปิดเทอม ตอนแรกคีย์ก็งุนงงนิดหน่อย แต่พอได้ฟังเหตุผลของหลานชายแล้ว มีหรือที่คนเป็นอาอย่างคีย์จะปฏิเสธได้ ซึ่งใจจริงคีย์อยากจะยกเงินทั้งบัญชีให้หลานชายด้วยซ้ำ

ในตอนแรกคีย์ตั้งใจจะให้ค่าแรงหลานชายวันละสองร้อย แต่คนเป็นแม่แบบนาทีมาห้ามปรามไว้ และตกลงกันได้ที่วันละ 15 บาท มีทิปเล็กๆน้อยๆบ้างตามประสาคนรักหลาน

แต่จะว่าไป...เขาจะไม่โดนข้อหาใช้แรงงานเด็กใช่ไหม หน้าที่ของเด็กชายตุลย์คือวิ่งวุ่นรอบร้าน หิวก็กิน ง่วงก็นอน ชวนลูกค้าคุยบ้างประปรายเท่านั้นเอง คงไม่โดนหรอก(มั้ง)เนอะ


"ตัวเล็ก! ป๊ามารับกลับบ้านแล้วครับ"

"ป๊า" เด็กชายตุลย์รีบวิ่งเขาไปสวมกอดคนเป็นพ่อที่ย่อตัวลงนั่งและกางแขนรออย่างเต็มรัก

"ฟอด ฟอด วันนี้เป็นไงบ้างครับ ซนเยอะไหมเรา" ลมถามพร้อมกับลูบหัวลูกชายเบาๆ

"ม่ายๆ ตูนตูนม่ายซน ตูนตูนตั้งใจทำงานเยย"

"จริงเหรอครับ"

"จิงคับ นี่งายๆ วันนี้ตูนตูนได้เงินปายให้คุณหมูด้วยน้า~"

ด้วยความที่กลัวว่าคนเป็นพ่อจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองพูด เด็กชายตุลย์จึงรีบรูดซิบกระเป๋ากางเกง แล้วล้วงมือเข้าไปหยิบเหรียญมาให้คนเป็นพ่อดู

"เก่งมากครับ" ลมเอ่ยชมลูกชายด้วยความภูมิใจ

"พี่ลม มานานหรือยังครับ ขอโทษนะครับที่ให้รอ พอดีทีเพิ่งเก็บของเสร็จ" นาทีที่เปิดประตูหลังร้านออกมา เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นลมกำลังยืนคุยกับลูกชายและคนอื่นๆภายในร้าน

"พี่เพิ่งมาถึงได้ไม่นานเองครับ เก็บของเสร็จแล้วเรากลับกันเลยไหมครับ"

"กลับเลยครับคุณลม รบกวนพาคุณแม่จอมดื้อไปพักผ่อนด้วยครับ ก่อนที่ผมจะไล่ออก วันนี้ดื้อทำขนมทั้งวัน ผมเบื่อที่จะบ่นแล้วครับ"

"คีย์ก็พูดเกินไป"

"เกินไปตรงไหน กูพูดเรื่องจริง กลับบ้านไปเลยมึงอะ...ฝากด้วยนะครับคุณลม" ด่าเพื่อนตัวเองเสร็จ ก็หันไปฝากฝังนาทีกับลมแทน

"ครับ"

จากนั้นทั้งหมดก็พูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่ลม นาทีและน้องตุลย์จะขอตัวแยกย้ายกลับบ้านก่อน



"หม่าม้าๆ วันนี้ตูนตูนได้เหยียนฉิบ หนึ่งเหยียน แล้วก็เหยียนห้าฉองเหยียนคับ"

เด็กชายตุลย์เอ่ยบอกคนเป็นแม่ในตอนที่กำลังยืนอยู่หน้ากระปุกอออมสินของตัวเอง

เวลานี้เป็นเวลานิทานและการนอนของเขาแล้ว แต่ก่อนนอนเขาไม่ลืมที่จะให้อาหารคุณหมูของตัวเองก่อน

"เก่งมากครับ" นาทีก้มหอมหัวลูกชายเบาๆ

"คุณหมูกินเยอะๆน้า จะได้โตวายวาย" พูดไปมือก็หยอดเหรียญลงไปจนครบสามเหรียญ ปิดท้ายด้วยรอยยิ้มสุขสดใสให้คุณหมูอีกหนึ่งที

"มาครับตัวเล็ก ให้อาหารคุณหมูเสร็จแล้วก็มานอนกันครับ" ลมที่นอนรอเล่านิทานให้ลูกชายฟังอยู่บนเตียงเอ่ยเรียกขึ้น

เด็กชายตุลย์ที่ได้ยินเสียงเรียกก็รีบปีนขึ้นเตียงไปหาคนเป็นคนพ่อ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนแขนแกร่ง ยื่นแขนน้อยๆโอบรัดคนเป็นพ่อไว้แน่น

ส่วนนาทีเองก็เดินตามมาล้มตัวลงนอนบนที่ว่างข้างๆลูกชายเช่นกัน

"วันนี้ฟังเรื่องอะไรดีครับ"

"ตูนตูนอยากฟังคุณหมีและฝูงคุณผึ้งคับ"

"จัดไปครับ"

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของลมดังขึ้นเป็นจังหวะน่าฟัง จนชวนเพลิดเพลินให้ง่วงนอน ไม่ใช่แค่คนเป็นลูกที่เริ่มง่วงงุน แต่คนเป็นแม่และเด็กน้อยในท้องก็ดูจะง่วงงุนไม่แพ้กัน

"จบแล้วครับ นอนได้แล้วนะครับ"

"คับ น้องก็รีบๆนอนน้า นอนดึกเดี๋ยวม่ายฉะบาย ฝันดีน้าน้อง"

เป็นปกติทุกค่ำคืนที่เด็กชายตุลย์มักจะพูดคุยกับน้องที่อยู่ในท้องของหม่าม้าและเอ่ยคำบอกฝันดีน้องก่อนนอน

"หม่าม้าคับ"

"ครับ"

"น้องจะดีจายไหมคับ ถ้าได้ของขวัญจากตูนตูน"

"ดีใจสิครับ ไม่ใช่แค่ดีใจธรรมดานะ แต่น้องจะดีใจมากๆเลย"

"ป๊า จริงป้าวคับ" แม้จะรู้ว่าคนเป็นแม่ไม่มีทางโกหก แต่เด็กชายตุลย์ก็อยากได้ยินคำยืนยันจากคนเป็นพ่ออีกคน

"จริงครับ"

"น้องจะชอบและใส่ถุงเท้าที่ตูนตูนซื้อห้ายจิงๆนะ"

"จริงสิครับ" ลมตอบลูกชายพร้อมลูบหัวด้วยความอ่อนโยน

"พี่ชายของเขาอุตส่าห์ตั้งใจทำงานเก็บเงิน เพื่อน้องขนาดนี้ น้องต้องรับรู้ได้ และดีใจมากแน่ๆครับ" นาทีเอ่ยบอกลูกชาย

"ตูนตูนซื้อฉองคู่เยย" เด็กชายตุลย์ชูนิ้วให้คนเป็นแม่ดู

"ทำไมถึงซื้อสองคู่ละครับ"

"ม่ายรู้คับ ตูนตูนแค่อยากได้ฉองคู่"

"โอเคครับ สองคู่ก็สองคู่ แต่ตอนนี้เด็กดีถึงเวลานอนแล้วนะครับ"

"คับ ป๊าหอมหอม"

"ฟอด~ ฟอด~ ฝันดีนะตัวเล็ก"

"คิกคิก" เมื่อได้ดั่งใจเจ้าตัวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หาท่าทางที่สบาย หลับตาพริ้ม ก่อนจะค่อยๆจมลงสู่ห้วงนิทราที่ฝันดีพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

เรื่องราวการทำงานของเด็กชายตุลย์เกิดขึ้นในตอนที่คนเป็นพ่ออย่างลมพูดถึงของขวัญที่จะซื้อรับขวัญลูก พูดไปพูดมากเจ้าเด็กน้อยที่ฉลาดเกินวัย ก็อยากที่จะซื้อของขวัญให้น้องของตัวเองบ้าง จึงโดนคนเป็นพ่อแซวว่ามีเงินหรือไง ถ้าไม่มีเงินก็ซื้อไม่ได้นะ จึงเป็นที่มาให้เด็กชายตุลย์ฮึกเหิมหาเงินมาซื้อของขวัญให้น้องของตัวเอง ซึ่งสิ่งที่เด็กชายตุลย์อยากซื้อให้น้องนั่นก็คือ

ถุงเท้า...

ลมและนาทีไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมลูกชายคนโตของพวกเขาถึงอยากซื้อถุงเท้าให้น้อง แต่ทั้งลมและนาทีสาบานได้เลยว่า ถุงเท้าคู่แรกของลูกน้อยในท้องที่จะได้สวมใส่ลงบนเท้าเล็กๆต้องเป็นคู่ของลูกชายคนโตของพวกเขาเท่านั้น

ตูนตูนของพวกเขา เป็นทั้ง...

พี่ตุลย์สุดเท่

และ

พี่ตูนตูนสุดน่ารักเลย


......................................................

เป็นยังไงกันบ้างคะกับตอนพิเศษ 555

ตอนนี้เป็นตอนที่อยู่ๆก็วิ่งเข้ามา และอยากเขียนฉากนี้แยกออกมาโดยเฉพาะ จึงเกิดเป็นเรื่องราวของตอนพิเศษตอนนี้ค่ะ

ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่ก็ตั้งใจแต่งมากๆเลยค่ะ

หวังว่าทุกคนจะชอบ และมีรอยยิ้มกันนะคะ


ขอให้สนุกกับการอ่านะคะ


ขอบคุณค่ะ


ประมาณ 2 ทุ่ม จะมาลงตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น้องแฝดหรอคะตูนตูน... คุคุคุ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
31
เรื่องราวที่ผ่านม


(คำเตือน : ตอนนี้มีการบรรยายเหตุการณ์ต่างๆค่อนข้างเยอะ คุณรี้ดท่านใดที่ไม่ชอบอ่านการบรรยายเยอะๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ)



~~ แม่ ~~

"ครับแม่"

นาทีหลับตาเรียกสติของตัวเองอยู่ครู่นึง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายของผู้เป็นแม่ที่โทรเข้ามา

(ทีทำอะไรอยู่ลูก กินข้าวหรือยัง)

เสียงจากปลายสายเอ่ยถามตามปกติเฉกเช่นทุกๆครั้งที่ได้คุยกัน

ไม่บ่อยครั้งนักที่ดารินจะโทรหาลูกชายก่อน เพราะส่วนมากจะเป็นลูกชายของเขาที่โทรมาหาเขาเสียมากกว่า

"ทีไม่ได้ทำอะไรครับ ส่วนข้าวทีกินแล้ว แม่ล่ะครับ กินอะไรหรือยัง วันนี้ทำอะไรกินครับ"

บทสนทนารูปแบบเดิมถูกถามกลับไปยังปลายสาย แม้นาทีจะพยายามทำเสียงของตัวเองให้ปกติเช่นไร ก็ไม่สามารถห้ามน้ำเสียงสั่นๆของตัวเองได้เลย

ยิ่งได้ยินเสียงของคนเป็นแม่ในเวลานี้ น้ำตาของเขาก็พาลจะไหลลงมาเสียให้ได้

ข่าวที่ผ่านไปเมื่อกี้...กับชื่อของบุคคลที่นาทีจำไม่เคยลืม

(แม่กินแล้วลูก วันนี้ป้านาแกได้ยอดมะพร้าวมา แม่เลยทำต้มกะทิใบเหลียงใส่กุ้งใส่สะตอ แล้วก็มีน้ำพริกกะปิไว้จิ้มผักสดริมรั้วด้วย)

"เมนูน่ากินจังเลยครับ ทีคิดถึงกับข้าวฝีมือแม่จังเลย"

(คิดถึงก็กลับมาหาแม่บ้างสิ)

"คือว่าตอนนี้ที..."

(เมื่อพร้อมก็มานะ แม่จะทำกับข้าวไว้รอ) ปลายสายบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน อยากจะสื่อให้ลูกรู้ ว่าแม่ยังอยู่ตรงนี้ ไม่ว่ามีเรื่องอะไร แม่พร้อมรับฟังและพร้อมอยู่เคียงข้างลูกเสมอ

"ครับ" นาทีตอบกลับเสียงแผ่ว ก้อนความจุกตีตื้นขึ้นมาอยู่บริเวณลำคอ

บทสนทนาระหว่างทั้งสองคนเงียบไปชั่วขณะ และเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างมีเรื่องที่อยากจะพูดออกมา จึงได้เปร่งเสียงเรียกคู่สนทนาของตัวเองออกมาพร้อมๆกัน

(นาที)

"แม่ครับ"

"แม่พูดก่อนเลยครับ" นาทีรีบเอ่ยบอกคนเป็นแม่

(เฮ้อ!) คำแรกที่ออกจากคนเป็นแม่ เมื่อลูกบอกให้เริ่มพูดเรื่องที่ตัวเองอยากจะพูดก่อนคือเสียงถอนหายใจเบาๆที่ระคนมาด้วยความหนักใจ (ก่อนหน้านี้ทีได้เปิดทีวีดูข่าวบ้างไหมลูก)

"ครับ ถ้าแม่จะพูดถึงข่าวไฟไหม้โรงงานเลื่อยไม้ ทีเห็นแล้วครับ"

(ตอนที่เห็นข่าวครั้งแรก แม่แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือเรื่องจริง สิ่งเดียวที่แม่คิดได้ในตอนนั้นคือรีบโทหาที)

"..."

(ในที่สุดเวรกรรมก็ตามเขาทันแล้วนะลูก)

"ครับ ฮึก!" น้ำตาที่นาทีอุตส่าห์ห้ามไว้ ในเวลานี้ไม่สามารถห้ามได้อีกต่อไป ดวงตาแดงก่ำจากการพยายามฝืนห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา มันดูน่ากลัวแต่ก็บ่งบอกถึงความเจ็บปวดของคนนึงได้เป็นอย่างดี

ร้องไห้...แบบไม่มีเสียง

มันเป็นความรู้สึกที่แม้แต่เจ้าของมันเองยังไม่สามารถบอกได้ว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร

เสียใจ?

เศร้าใจ?

ดีใจ?

หรือ...สะใจ?

คมสันต์ ประสาน หรือที่นาทีเรียกเขาว่า 'ลุงสันต์' ลุงสันต์เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของพ่อ ที่พ่อรักและไว้ใจมาก ทั้งสองคนต่างเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแทบทุกช่วงของชีวิต พ่อไม่ได้เห็นลุงสันต์เป็นแค่เพื่อน แต่ลุงสันต์สำหรับพ่อคือคนในครอบครัว

ยามพ่อมีปัญหาลุงสันต์พร้อมช่วยเหลือ ยามลุงสันต์มีปัญหาพ่อก็พร้อมช่วยเหลือ มีอยู่วันนึงลุงสันต์มาชวนพ่อไปร่วมหุ้นทำธุรกิจด้วยกัน นั่นก็คือธุรกิจค้าไม้แปรรูป เพราะลุงสันต์เขาทำงานทางด้านนี้อยู่แล้ว และอยากจะเปิดโรงงานเป็นเรื่องเป็นราว จนวันนึงกิจการมันรุ่งเรือง มีเม็ดเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องก็ได้ขาดสะบั้น ยามที่ความโลภเข้าครอบงำภายในจิตใจ จากที่ตกลงจะแบ่ง ก็ไม่อยากจะเจียดให้แม้แต่สตางค์เดียว

ก่อนที่พ่อของเขาจะเสียชีวิต ท่านเคยเล่าให้ฟังว่า ลุงสันต์สนิทกับผู้มีอิทธิพลในระแวกนั้น และได้รับคำยั่วยุให้ฮุบเอาโรงงานนั้นมาเป็นของตัวเองคนเดียว โดยที่มีมาเฟียกลุ่มนั้นคอยช่วยเหลือ และมีข้อแม้ว่า ต้องคอยรับไม้ที่เป็นไม้ผิดกฏหมายของพวกมันมาแปรรูปให้ด้วย ซึ่งตรงนี้พ่อเองก็คัดค้านมาตลอด

นาทีไม่แน่ใจว่าลุงสันต์ใช้วิธีสกปรกขนาดไหน เขารู้เพียงว่า สุดท้ายเงินลงทุนที่พ่อเขาลงทุนไปกลับสูญเปล่า ไม่ได้อะไรตอบแทนมาสักแดงเดียว และมันเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่พ่อยอมทุ่มใส่ เพราะหวังว่าครอบครัวจะได้สบายกว่าที่เคย สุดท้ายแล้วกลับไม่ใช่ดังที่พ่อหวังสักอย่าง นาทีและแม่ไม่เคยกล่าวโทษพ่อเลยสักครั้งในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ คนโกงไม่มีทางเจริญ พวกเราค่อยๆทำงาน ค่อยๆเก็บใหม่ก็ได้ นั่นคือคำที่นาทีเอ่ยบอกกับคนเป็นพ่อ

แต่เหมือนพ่อของนาทีจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นาทีพูด พ่อย้ำคิดย้ำทำย้ำรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนสติหลุดไปหลายครั้ง และครั้งหนักสุดคงจะเป็นในตอนที่พ่อกลับบ้านมา แล้วเพื่อนบ้านบอกว่านาทีกับแม่โดนทำร้ายร่างกายจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งจนต้องเข้าโรงพยาบาล

พ่อของนาทีตามไปโวยวายกับลุงสันต์เพราะคิดว่าเป็นพวกของลุงสันต์ที่มาทำร้ายเขา พ่อป่าวประกาศถึงความชั่วที่ลุงสันต์ทำไว้จนลุงสันต์โมโหนำพาให้มีเรื่องมีราวกัน

ครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่ทะเลาะกันคือตอนที่พ่อเขาไปหาลุงสันต์เพื่อพูดคุยขอทุนคืนสักครึ่งหนึ่งก็ยังดี แต่ลุงสันต์ไม่ยอมบวกกับตอนนั้นลุงสันต์พึ่งกลับจากการดื่มเหล้า ด้วยความมีโทสะจึงบอกว่าจะจัดการเผาบ้านของพวกเขาให้สิ้นซาก จะได้ไม่มีที่ซุกหัวนอนจนต้องไปอยู่ที่อื่นให้พ้นๆหน้าเสียที

นาทีไม่คิดว่าลุงสันต์จะทำจริงๆ ค่ำวันนั้นบ้านโดนวางเพลิง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝีมือใคร ตำรวจมาทำคดีก็เหมือนไม่อยากทำ มาเดินสองสามรอบก็กลับไป นาทีแจ้งความว่าเห็นตัวคนร้ายตำรวจก็บอกว่าไม่มีหลักฐาน การพูดลอยๆอาจจะโดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทได้ ไม่ว่าจะทำทางไหนก็ไม่มีวี่แววจะชนะได้สักทาง คนธรรมดาเดินดิน กับคนรวยที่มีคนใหญ่คนโตคุ้มกะลาหัว คุณค่ามันช่างต่างกันเสียจริงๆ

(แม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นมันทำให้ทีเจ็บแค้น แต่อโหสิได้ก็อโหสิให้แก่กันนะลูก ตอนนี้เขาก็รับกรรมไปแล้ว จะได้ไม่ต้องจองเวรจองกรรมกันต่อในชาติหน้า คนบางคนเจอแค่ชาติเดียวก็เกินพอแล้ว) ดารินรู้ดีว่าลูกชายของเขาฝังใจเจ็บเพียงใด (แถมวันนั้นก็เป็นพ่อเราเองที่เลือกจะวิ่งเข้าไปในกองไฟด้วยนะ) มันคือเรื่องจริงที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะคนของเราเองก็เลือกที่จะวิ่งเขาสู่ความตายเองเช่นกัน

"แต่ถ้าวันนั้น ฮึก! ถ้าวันนั้นลุงสันต์ไม่เผาบ้าน พ่อก็คงไม่ ฮือ ~ พ่อก็คงไม่ต้องตาย แม่บอกทีได้ไหม ของที่พ่อบอกว่าสำคัญจนต้องวิ่งเข้าไปคืออะไร ฮึก! บอกทีได้หรือเปล่า มันสำคัญ ฮือ~ สำคัญขนาดต้องทิ้งทีแล้ววิ่งเข้าไปในกองไฟทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองอาจจะต้องตายเลยเหรอ ฮือ~"

(แม่บอกทีไม่ได้หรอก เพราะแม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฮึก! ) ไม่จริง ดารินกำลังโกหก เขารู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งสำคัญที่สามีเขาพูดถึงคืออะไร แต่ที่เขาไม่อยากจะบอกลูกชายออกไป เพราะไม่อยากจะให้ลูกชายต้องโทษตัวเอง

นาทีเคยบอกว่ามีความฝันอยากเปิดร้านทำขนมเล็กๆสักร้านหนึ่ง คนเป็นสามีได้ยินดังนั้นก็เอ่ยคำสัญญากับลูกออกไปทันที ว่าเรียนจบเมื่อไหร่จะเป็นป๋าลงทุนทำร้านให้เองกับมือ

สามีของเขาขยันทำงาน เก็บเงิน หนักเอาเบาสู้ และไม่ลืมเก็บเงินในส่วนของลูกไว้ด้วย จนวันที่นาทีเรียนจบ พวกเขาช่วยกันนับเงินที่หยอดกระปุกไว้บวกกับเงินในบัญชีรวมกันประมาณแสนแปด วันนั้นจึงจับมือกันไปสองสามีภรรยาไปถอนเงินออกมาเพื่อเซอร์ไพรส์ลูกชาย แต่ลูกชายดันไปเก็บใครก็ไม่รู้เข้ามา ไหนจะปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการร่วมหุ้นกับเพื่อนไปก่อนหน้านี้อีก ทำให้เงินที่ถอนมายังถูกเก็บไว้อย่างดี เพราะเจ้าของมัวแต่วุ่นวายกับเรื่องราวต่างๆจนไม่มีจังหวะจะเข้าไปจัดการกับมัน

ในวันที่ไฟไหม้บ้านแล้วสามีของเขาบอกว่ามีสิ่งสำคัญอยู่ในนั้นเขารู้ทันทีว่ามันคืออะไร พยายามรั้งสามีไว้แล้วแต่สามีเขาก็รั้นเกินไป และสุดท้ายสามีก็ไม่กลับออกมา จุดที่สามีเขานอนเสียชีวิตอยู่ก็คือบริเวณตู้เสื้อผ้าที่พวกเขาใส่เงินก้อนนั้นไว้

ฟังดูอาจจะเป็นการกระทำที่งี่เง่าของคนคนนึง ถ้าได้ไปเล่าให้ใครฟัง คงมีหลายๆคนอาจจะตอบกลับมาว่า โง่เง่าสิ้นดี ก็แค่เงิน ทำไมต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ไม่ตายก็หาใหม่ได้ ลูกคงจะภูมิใจหรอกที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องตาย ใช่...มันเป็นเรื่องจริงที่ดารินก็เถียงไม่ออกเช่นกัน

แต่...การที่คนมีสถานะเป็นสามีและพ่อคนนึงคิดว่าตัวเองล้มเหลวในฐานะหัวหน้าครอบครัวอยู่แทบตลอดเวลาหลังเกิดเรื่องวุ่นวาย แต่ก็ยังคงมีสิ่งหนึ่งที่ยังเหลือไว้ นั้นก็คือก้อนความฝันของลูกที่แม้ชีวิตขัดสน ดิ้นรนปานใด ก็ยังรักษาฝันก้อนนั้นไว้ไม่ให้หายไป ฝันที่แม้แต่ลูกเองละทิ้งเพราะรู้สถานะทางบ้านตัวเองดี แต่คนเป็นพ่อมิเคยลืมเลือน ทำตามสัญญาของตัวเองที่ให้ไว้ เพื่อหวังว่าจะเป็นใบเบิกทางให้ลูกได้เดินไปข้างหน้า สามีเขาดูเห็นแก่ตัวมากใช่ไหมที่เลือกทำแบบนั้นออกไป

ในห้วงเวลานั้น...ถ้าไม่ใช่เราที่ประสบพบเจอกับตัวเอง เราก็ไม่มีทางรู้เลยว่ามันรู้สึกอย่างไร

ดารินเคยโกรธคนเป็นสามีที่ทำอะไรสิ้นคิด แต่ตอนนี้เขาไม่โกรธแล้ว  อยากขอบคุณที่ทำหน้าที่พ่อจนนาทีสุดท้าย แม้จะปกป้องความฝันลูกไม่ได้ แต่คุณก็ทำมันเต็มที่แล้ว

และเรื่องนี้ดารินไม่มีทางบอกลูกชายแน่ๆ ไม่อย่างนั้นนาทีจะจมอยู่กับการโทษตัวเองจนบางทีอาจจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยก็ได้ ดารินรู้นิสัยลูกชายดี ตรงส่วนนี้เหมือนพ่อเขาไม่มีผิด และดารินคิดว่าสามีเองก็คงจะเห็นด้วยกับเขาในข้อนี้ ก็ในเมื่อตลอดเวลา สามีของเขามักพูดเสมอ

'รอยยิ้มของลูกคือยาวิเศษณ์ของพี่ ยามที่ลูกมีน้ำตา คนเป็นพ่อแบบพี่ย่อมเจ็บปวดที่สุด'

'นาทีลูกชายของเราเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดแล้ว...'

ดังนั้นเรื่องนี้ปล่อยให้มันตายไปกับคนเป็นแม่อย่างเขาก็แล้วกัน

"ทีไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าตัวเองควรรู้สึกยังไง ทีจะดูเลวมากไหมถ้าทีรู้สึกดีใจที่ลุงสันต์ตายแบบเดียวกับที่พ่อตาย แต่แม่ก็บอกว่าเพราะพ่อวิ่งเข้าไปในกองเพลิงเอง ฮึก! แม่ แม่ครับ ฮือ"

(ทีไม่เป็นไรนะลูก ไม่ร้องนะ) แม้ตัวเองอยากจะร้องไห้ออกมาเพียงใด แต่ในยามนี้เขาเองต้องเป็นที่พึ่งให้ลูกชายที่กำลังอ่อนแอก่อน (ทีเก่งมากแล้วนะ ทีทำดีแล้ว)

"ไม่ ทีไม่เก่งเลย ทีทำไม่ดีด้วย ฮึก! ทำไมลุงสันต์ต้องโกงพ่อ เพราะลุงสันต์โกงพ่อ พ่อเลยนั่งโทษตัวเองตลอดเวลา พ่อไม่ผิดสักหน่อย หรืออาจจะผิดเพราะไว้ใจมากเกินไป แล้วทำไมลุงสันต์ต้องมาเผาบ้านเราจริงๆด้วย ไหนจะพวกตำรวจที่ไม่รับฟัง ไหนจะมาเฟียพวกนั้นที่คุกคามจนทำให้เราสองแม่ลูกต้องแยกย้ายกันมา ทีทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่สักอย่างเดียว ฮืออออ~"


"ที! ทีเป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ!"

เสียงตะโกนมาแต่ไกลของลมทำให้นาทีที่กำลังร้องไห้ สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ส่วนเราก็รีบก้าวเร็วๆมาหานาที ก่อนจะคว้าร่างบางมากอดซบอกตัวเองแน่น

"พี่ลม"นาทีเอ่ยเรียกชื่อลมเบาๆ "ฮึก! แม่ครับ" ก่อนจะเรียกแม่ตัวเองออกมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่าแม่ยังคงอยู่ในสาย

(ทีไม่ต้องพูดอะไรนะ ทีฟังแม่นะลูก นาทีลูกชายของแม่เก่งที่สุด ในทุกๆเรื่องลูกทำดีที่สุดแล้ว เรื่องพ่อก็อย่าไปโกรธพ่อเลยนะ ให้จดจำภาพพ่อแต่สิ่งดีๆที่พ่อทำเสมอมา ส่วนคนไม่ดีเขาก็ได้รับกรรมของเขาแล้ว นาทีของแม่เป็นแม่คนแล้วนะ มีครอบครัวที่ดีและอบอุ่น แม่อยากให้ทีค่อยๆปล่อยวางทุกอย่างลงนะลูก อยู่กับปัจจุบัน อย่าเอาอดีตที่เราแก้ไขไม่ได้ มาแย่งพื้นที่ความสุขในปัจจุบันของเราเลยนะ) น้ำเสียงใจดีเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน

"แม่ครับ"

(วันนี้ลูกชายของแม่คงจะเหนื่อยมากสินะ พักผ่อนนะ ส่วนเรื่องอื่นๆ แม่บอกแล้วไง เมื่อไหร่ที่ลูกพร้อม แม่รอได้เสมอ ไม่ต้องกังวล)

"ขอบคุณครับ" นาทีตอบกลับเสียงอู้อี้ เพราะจมูกเขาตอนนี้ฝังไปกับแผงอกของลมจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว

(แม่ไปก่อนดีกว่า นี่ก็ดึกมาแล้ว ทีก็รีบๆนอนนะลูก ดูแลตัวเองนะ ฝากความคิดถึงให้เจ้าตูนตูนด้วย บอกว่าเดี๋ยวคุณยายจะโทรไปหาใหม่)

"ครับ แม่ครับ..." นาทีรั้งคนเป็นแม่ไว้ สูดหายใจลึกๆจนเต็มปอด "ทีจะพยายามนะ แม่รอทีอีกไม่นานนะ ทีสัญญา ขอบคุณมากนะครับแม่ ทีรักแม่นะครับ ดูแลสุขภาพด้วย"

(จ้ะ แม่จะรอนะ แม่ก็รักนาทีนะลูก แม่ไปนะ)

"ครับ"


"ทีร้องไห้ทำไมครับ มีเรื่องอะไรบอกพี่มาเลยครับ ใครทำอะไรที"

ทันทีที่นาทีบอกลาคนในสายเสร็จ ลมก็รีบยิงคำถามรัวๆใส่คนในอ้อมกอด

"เดี๋ยวก่อนครับ" นาทีดันตัวเองออกจากอ้อมกอดที่ในเวลานี้ชักจะแน่นเกินไปจนเขาเริ่มหายใจไม่ออกเสียแล้ว "พี่ลมลงมาคนเดียวแบบนี้ แล้วน้องตุลย์ล่ะครับ"

"พี่ให้ตัวเล็กรออยู่บนห้อง พี่บอกว่าจะมาตามหม่าม้าให้เอง ทีตอบคำถามพี่ก่อนสิครับ"

ลมเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ยังค้างอยู่บริเวณหัวตาของนาทีออกเบาๆ การกระทำเช่นนั้นของลม กลับเรียกน้ำตาของนาทีให้เอ่อคลอเต็มดวงตาอีกครั้ง

นาทีพุ่งตัวเข้าไปสวมกอดลมแน่น พร้อมกับพลั่งพรูเรื่องราวต่างๆออกมาให้ลมฟัง ตั้งแต่เรื่องสมัยครั้งก่อน เรื่องข่าวที่ได้รับรู้ จนถึงเรื่องที่คุยกับแม่เมื่อสักครู่ น้ำตามากมายทะลักออกมาอย่างห้ามไม่ได้

"โอ๋ ไม่เป็นไรนะ น้องทีของพี่ลมไม่เป็นไรน้า~ พี่ลมอยู่ตรงนี้ ข้างๆน้องทีเสมอ" ลมลูบหัวปลอบโยนคนในอ้อมกอดเบาๆ

เรื่องราวของครอบครัวนาทีเขาก็รับรู้มาไม่น้อย เพราะได้ไปอาศัยบ้านนาทีอยู่ช่วงนึงและตอนนั้นลมเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มากเช่นกัน ทำได้แค่คอยช่วยทำงานตอบแทนความใจดีของครอบครัวนี้

"..."

"พี่ว่าที่แม่ทีบอกมาก็จริงนะ เรื่องราวมันผ่านมาแล้ว คนไม่ดีได้รับสิ่งที่ตัวเองทำแล้ว อีกอย่างถ้าคุณพ่อท่านรู้ว่าท่านเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีไม่มีความสุขท่านคงเศร้าใจแย่"

"..."

"เพราะตอนที่พี่ไปอาศัยอยู่ที่บ้านของที พ่อของทีพูดกับพี่เสมอ ว่าความปรารถนาเดียวของท่านคือการที่เห็นคุณแม่และนาทีมีความสุข"

"พี่ลม"

"ไม่ร้องแล้วนะ" ลมดันตัวนาทีออก ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างแก้มให้คุณแม่ขี้แย "ร้องหนักขนาดนี้เจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้อง คงตกใจแย่เลย ไหนจะตัวเล็กที่อยู่ด้านบนอีก ถ้าเห็นว่าหม่าม้าเขาร้องไห้ ไม่วายพี่ต้องโดนตัวเล็กเล่นงานแน่ๆ ฮึบนะครับฮึบ"

"ฮึบอะไรล่ะครับ ทีไม่ใช่น้องตุลย์นะ" นาทีหน้าง้ำงอทั้งที่ดวงตายังช้ำหนัก เพิ่มความน่าสงสารปนเอ็นดูได้ไม่น้อย

ลมยิ้มอ่อนโยนให้กับคนตรงหน้า มือก็ยื่นไปเช็ดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนแก้มใสเบาๆ

พอเขารู้สาเหตุการร้องไห้อย่างหนักของนาทีแล้ว ก็รู้สึกผิดอยู่ไม่ใช่น้อย มันเป็นเพราะลมเองที่อยากให้เรื่องนี้ออกข่าวดัง เพราะอยากให้นาทีรับรู้ถึงการตายของใครบางคน และความล่มสลายของใครบางกลุ่ม เพราะถ้าอยู่ๆเป็นลมที่เดินเข้าไปบอกเอง นาทีต้องสงสัยและซักไซร้เขาจนหมดตัวแน่ๆ เขาไม่อยากให้นาทีรับรู้ถึงด้านนี้ของตัวเองสักเท่าไหร่

แน่นอนว่าเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของนายคมสันต์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ในเมื่อเวรกรรมมาถึงชักช้าไม่ทันใจเพราะมัวแต่นั่งรถไฟสมัยร้อยปีที่แล้วมา เขาก็เลยเลือกที่จะนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาทำหน้าที่นั้นแทนเอง

ธุรกิจค้าไม้ที่เริ่มแย่ เงินทองที่เหลืออยู่น้อยนิดของนายคมสันต์คือตัวชี้นำอย่างดีให้นายคมสันต์เลือกทางของตัวเอง เขาสั่งให้เผาโรงงานก็จริง แต่ก็ไม่ใจดำพอที่จะเผาคนทั้งเป็น เขาเป็นคนใจดีพอ มีทางเลือกให้ผู้คนเสมอ เรื่องนี้เขาก็แค่ล่อนายคมสันต์ออกไป และจัดการเผาโรงงานซะ และแน่นอนโรงงานนั้นเป็นทั้งชีวิตของนายคมสันต์ ทรัพย์สิน และสมบัติที่เหลือไม่เยอะก็อยู่ในห้องทำงานที่โรงงาน เมื่อนายคมสันต์กลับมา เขามีสิทธิ์เลือกว่าจะวิ่งฝ่าเข้าไปหรือดูเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชนเฉยๆ แน่นอนว่าคนที่โลภมาก หน้าเงิน แทบไร้ซึ่งทางไป ก็เลือกเสี่ยงที่จะวิ่งเข้าไปอยู่แล้ว จะว่าเขาใจโหดไม่ได้ ในเมื่อทางนั้นเลือกวิ่งเข้าไปเอง

ก็สมควรแล้ว...ทำอะไรไว้ก็รับผลกรรมแบบนั้น มันก็เหมาะสมดี

แต่สิ่งที่พลาดอาจจะเป็นแค่เรื่องที่เขาไม่ได้เย็บปากนายคมสันต์ก่อนตาย โทษฐานที่ปากสว่างบอกที่อยู่เขากับคนของอาบรรพตซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้กลุ่มมาเฟียประจำถิ่นที่คุ้มกะลาหัวนายคมสันต์อยู่

ลมอาจจะใช้เวลาในการจัดการนานไปเสียหน่อย เพราะหนึ่งเขาไม่ได้รีบร้อน สองเขาต้องการหลักฐานเด็ดๆที่พอจะทำให้พวกมันไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ไปอีกนาน ค้ายา ค้ามนุษย์ ลักลอบขนของเถื่อน สารพัดความชั่วที่พูดออกมาคงไม่หมด ความพลาดของกลุ่มนี้คงจะเป็นการที่คิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครๆ หึ! ความมั่นใจอะไรผิดๆ ทำชีวิตฉิบหายมานักต่อนักแล้ว

ส่วนตำรวจที่รับใต้โต๊ะ แน่นอนว่าโดนกันเกือบทั้งโรงพัก ยื่นเรื่องอย่างมากก็โดนย้าย ศาลเตี้ยสักนิดหน่อยดีกว่า ถึงจะสาสม เสียดายที่เขาติดเมียมากไปหน่อยเลยไม่ได้ไปสนุกด้วยตัวเอง แต่ก็ฝากกรไปเรียบร้อยแล้ว และกรก็ทำหน้าที่ได้ดีเกินคาดตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

โบนัสปีนี้เอาเป็นการ เป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอคีย์ก็แล้วกัน...

"ขึ้นหาลูกกันไหมครับ ยาวิเศษณ์ของเราไง"

"ครับ ไปหาลูกกัน ทีอยากกอดลูก"

ลมจัดการเดินไปสำรวจประตูหน้าต่าง และปิดไฟด้านล่างทุกดวง ก่อนจะเดินมาจับจูงมือนาทีเดินไปหาลูกชายพร้อมกัน


"หม่าม้า!" เด็กชายตุลย์ที่นั่งเล่นตุ๊กตาครอบครัวคุณหมีอยู่บนที่นอนร้องเรียกด้วยความดีใจ เมื่อเห็นคนเป็นแม่เปิดประตูเข้ามา

"โอ๊ะ! หม่าม้าร้องห้ายหรอคับ ทำมายหม่าม้าตาแดง ป๊าแก้งหรอ ป๊าแก้งหม่าม้าหรอคับ" เมื่อเห็นดวงตาที่บอบช้ำของคนเป็นแม่ เด็กชายตุลย์ก็ละทิ้งของเล่นทุกอย่าง ลุกขึ้นยืนบนที่นอนยื่นแขนให้คนเป็นแม่ก้าวมาหา

"ป๊าไม่ได้แกล้งหม่าม้านะตัวเล็ก อย่ามองป๊าดุแบบนั้นสิ"

"พอดีว่าหม่าม้าดูละครมาครับ มันเศร้ามากเลย จึงเผลอร้องไห้ออกมา ตอนนี้หม่าม้าก็ยังเศร้าอยู่เลย น้องตุลย์ช่วยกอดหม่าม้าหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้เยย ตูนตูนกอดเยย" เด็กชายเดินเข้าไปสวมกอดคนแม่ แขนทั้งสองข้างโอบคอคนเป็นแม่ไว้แน่น "โอ๋น้า ตูนตูนโอ๋หม่าม้าน้า หม่าม้าไม่เฉ้านะ ตูนตูนอยู่ตงนี้งาย"

ครั้นได้ยินคำพูดปลอบโยนของลูกชาย ก็พาลให้น้ำตาที่เหือดแห้งรื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้นาทีสามารถกลั้นมันเอาไว้ได้

"โอ้โห กอดของน้องตุลย์เหมือนมีพลังวิเศษณ์เลยครับ กอดแล้วหม่าม้าหายเศร้าเลย"

"ง้านตูนตูนกอดให้แน่นกว่าเดิมเยย กอดกอด"

"ให้หม่าม้าไปอาบน้ำก่อนไหมตัวเล็ก แล้วค่อยมากอดกันใหม่ ดีไหมครับ ดึกมากแล้ว อาบน้ำดึกๆเดี๋ยวหม่าม้ากับน้องจะไม่สบายนะ" ลมยื่นมือมาลูบหัวลูกชายเบาๆ

"อู้ว จิงหรอคับ ง้านอาบน้ำเยย หม่าม้าอาบน้ำเยย อาบดึกม่ายดี น้องม่ายฉะบาย เดี๋ยวน้องโดนฉีดยาจึ๊กๆ แล้วน้องจะเจ็บ ตูนตูนม่ายอยากให้น้องเจ็บ"

คำพูดของลูกชายที่พ่วงตำแหน่งคุณพี่ชายทำเอาใจของคนเป็นพ่อแม่ละลายเหลวลงติดพื้น

ไม่เคยหลุดมาดพี่ชายเลยจริงๆ...

"โอเคครับ ถ้าอย่างนั้นหม่าม้าขอเวลาไปอาบน้ำแป๊บนึง แล้วมานอนกันนะครับ"

"คับ"


นาทีใช้เวลาในห้องน้ำไม่นานก็จัดการตัวเองเสร็จสรรพพร้อมนอน เวลาแห่งการเล่านิทานของลมดำเนินไปเรื่อยๆ

วันนี้เป็นวันที่ความรู้สึกเกี่ยวพันกันยุ่งเหยิงจริงๆเลยนะ...

"หม่าม้าๆ นิทานจบแย้ว นอนกันคับ"

เสียงของลูกชายเรียกสติของนาทีที่กำลังเหม่อลอยกลับคืนมา

"ครับ นอนกัน"

"หม่าม้า นอนหลับตา พุ้งนี้ก๊ะเช้าแย้ว" เด็กชายตุลย์พูดตามคำบอกของคนเป็นพ่อ

"ตัวเล็กพูดถูก คืนนี้นอนหลับ พรุ่งนี้ตื่นมาก็เป็นเช้าวันใหม่แล้วนะครับ เป็นเช้าวันใหม่ที่ให้เราได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ ทีว่าไหมครับ"

"ครับ" นาทีส่งยิ้มให้กับสองคนพ่อลูกที่มองมาที่เขาเป็นตาเดียว

ถึงเวลาปล่อยวางแล้วสินะ คงเป็นอย่างที่แม่บอก ความสุขก็อยู่ตรงหน้า จะดึงอดีตมาทำลายทำไมกัน

"จุ้บ จุ้บ ฝันดีครับ คุณหม่าม้า คุณลูก"  ลมยื่นหน้าไปจุ้บหน้าผากสองคนแม่ลูกคนละหนึ่งที

"ฟอด ฟอด ฝันดีครับคุณป๊า คุณลูก" นาทีหอมแก้มลมคืนและไม่ลืมที่จะหอมแก้มลูกชายด้วย

"หอมม้าง ตูนตูนหอมม้าง ฟอด ฟอด ฝันดีคับ คุณป๊า คุณหม่าม้า คิกคิก! ตูนตูนรักป๊า รักหม่าม้า รักน้อง ที่ฉุดในโลกเยย"


ตอนนี้ทีมีความสุขดีครับพ่อ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงแล้วนะ... ขอบคุณครับ สำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อที


ทีรักพ่อนะครับ...

.............................................................

TBC.

พายุฝนพัดผ่านไปแล้วค่ะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ตอนต่อไปเจอกันตอน เที่ยงตรงนะค้าบ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
32
ใจผมมีแค่คุณ


(กร + คีย์)

ความวุ่นวายภายในร้าน keyword cafe เกิดขึ้นให้ได้เห็นกันทุกวันจนเป็นเรื่องชินตาของคนในร้าน ไม่ว่าจะจากเจ้าของร้าน พนักงาน หรือแม้แต่จากตัวลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเองก็ตาม

วันนี้เหตุของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น มาจากการที่คุณเจ้าของร้านคนเก่งกำลังยืนโวยวายแสดงท่าทางที่เอาแต่ใจ ใส่เพื่อนรักที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน

ดีหน่อยที่ช่วงเวลานี้ไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในร้าน ไม่อย่างนั้นคนเป็นเจ้าของร้านคงโดนเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งพนักงานในร้านตีมือ  จนเป็นรอยช้ำแน่ๆ

"ไอ้ที รอบก่อนที่งานจัดเลี้ยงบริษัทป๊ากู มึงทำขนมอร่อยทำไมวะ" คีย์ตวัดสายตามองนาทีด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย

"เดี๋ยวก่อนนะ มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอที่เราทำขนมอร่อย คนอื่นจะได้ต่อว่าร้านของพวกเราและทีมงานของป๊าไม่ได้ไง"

"ไม่รู้อะ กูพาล" คนพาลหน้าง้ำงอด้วยความขัดใจจนจมูกกับปากแทบจะถึงกันอยู่แล้ว

"พาลเรา?" สีหน้าของนาทีในตอนนี้กำลังบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่เข้าใจในสิ่งที่คีย์กำลังโวยวายเลยสักนิด

"เออ เพราะมึงทำดี ป๊ากูเลยจ้างมึงตลอด แล้วเมื่อไหร่ที่ป๊าจ้างมึง กูก็ต้องไปช่วยมึงด้วย มันทำให้กูต้องไปงานเลี้ยงของบริษัทป๊าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"

"เอาละ ไหนว่ามาสิ ทำไมถึงงอแงขนาดนี้" นาทียืนกอดอกมองคีย์ที่ตอนนี้กำลังกลายร่างเป็นเด็กน้อยจอมเอาแต่ใจ

"มึงก็รู้กูไม่ชอบงานแบบนี้ ขนาดกูใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านไป ป๊ายังลากกูไปแนะนำกับคนนู้นที คนนี้ที กูไม่ชอบอะ"

"แต่ต่อไปคีย์อาจจะต้องกลับไปช่วยงานป๊า ซึ่งเรื่องการพบปะผู้คนมันเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ฝึกไว้ก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ"

"ไม่! บริษัทป๊าให้เฮียคีตดูแลไปอะดีแล้ว กูไม่ไหวหรอก สมองกูบอบบาง"

คีตหรือคีตะที่คีย์พูดถึง คือพี่ชายแท้ๆของคีย์ที่อายุห่างกัน 4 ปี

"เริ่มเอาแต่ใจอีกแล้วนะคีตกานต์ ไหนบอกความต้องการมาสิว่าอยากได้อะไร คีย์อยากให้เราปฏิเสธคุณจอยใช่ไหม ถ้าเกิดว่าเขามาติดต่อเรื่องงานอีกครั้ง"

"ไม่ได้ดิ จะปฏิเสธลูกค้าด้วยเหตุผลส่วนตัวได้ยังไง อีกอย่างป๊ากระเป๋าหนักจะตาย แหล่งทำเงินของร้านเลยนะ"

"..." นาทีตวัดสายตามองคีย์นิ่งๆ

"มึงอย่ามองแบบนั้นดิ กูก็แค่ไม่ชอบเวลาต้องเจอผู้คนเยอะๆเอง อีกอย่างถ้าแนะนำปกติทั่วๆไปก็พอไหว แต่อันนี้อะไรจ้องแต่จะหาลูกเขยให้ตัวเองอยู่เรื่อย ถามลูกก่อนไหมว่าอยากได้ไหม"

"อ่อ สรุปไม่พอใจที่ป๊าเป็นพ่อสื่อหาสามีให้ เลยมางอแงกับเรา"

"มันก็ไม่ใช่แบบนั้น" คีย์เอ่ยออกมาเบาๆไม่เต็มเสียงนัก

"เรื่องนี้ทางแก้ปัญหาง่ายมาก"

"ทำไงวะ" คีย์สีหน้าตื่นด้วยความอยากรู้

"ถ้าคีย์ไม่อยากให้ป๊าหาสามีให้ คีย์ก็บอกป๊าไปเลย ว่าคนที่ป๊าแนะนำคีย์ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้ในหัวใจของคีย์มีแค่คุณกรคนเดียว"

"ไอ้ที้~" 

"ฮ่าๆๆ" นาทีหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่สามารถแหย่คีย์ให้เขินได้

"มึงคิดว่าท้องอยู่ แล้วกูจะไม่กล้าทำอะไรเหรอ เดี๋ยวมึงเจอฝ่ามือพิฆาต นี่แนะ!"

"ฮ่าๆๆ คีย์เขินน่ารักจังเลย"

"มึง! กูจะหยิกมึงให้แก้มช้ำเลย มานี่!"

"พอแล้วคีย์ เราเจ็บนะ"

"เออ พอก็ได้ ถ้าไม่ติดว่ามึงท้องนะ โดนหนักแน่" คีย์ชี้นิ้วคาดโทษนาทีไว้ "ว่าแต่มึงเถอะ เป็นไงบ้าง ตอนนี้โอเคไหม โอเคไหมที่หมายถึงทุกๆเรื่อง" คีย์เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังยามที่เอ่ยถามเพื่อนรักออกไป

หลายวันก่อนคีย์ได้รับรู้เรื่องราวของนาทีมาบ้างพอสมควร ถามว่าเป็นห่วงไหม คีย์ยอมรับเลยว่าเป็นห่วงมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากคอยมอง ให้กำลังใจและยืนอยู่ข้างๆ

คีย์คิดอยู่นานว่าจะถามเรื่องนี้กับนาทีดีไหม บางเรื่องคีย์เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆจะให้ถามแบบตรงๆห้วนๆก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดี ไม่รู้ต้องถามแบบไหนเพื่อไม่ให้ไปสะกิดใจคนฟังจนบอบช้ำอีกครั้ง แต่ถ้าไม่ถามและไม่ได้รับการยืนยันจากเพื่อนความป็นห่วงก็จะไม่ลดลง

คีย์ละเกลียดช่วงเวลาแบบนี้เป็นที่สุด เรื่องช่วงเวลาที่ไม่รู้ว่าจะหันซ้ายหรือหันขวาดี ใครบอกว่าสนิทกันแล้วจะพูดอะไรก็ได้ ไอ้คีย์คนนี้ขอเถียงขาดใจ ยิ่งสนิทยิ่งต้องรักษาน้ำใจ ถนอมน้ำใจ และให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะบางเรื่องราวไม่ใช่เรื่องที่จะเอาความสนิทมาตัดสินใจแทนกันได้

คีย์ได้แต่หวังว่า คำถาม น้ำเสียงและแววตาของเขาที่ส่งไปยังนาที นาทีจะสามารถรับรู้และเข้าใจได้ ว่าสิ่งที่เขาจะสื่อคือเรื่องไหน

"ตอนนี้เราโอเคมากๆ โอเคที่หมายถึงโอเคในทุกๆเรื่อง ขอบคุณนะคีย์"นาทียิ้มตอบพร้อมเอ่ยคำขอบคุณ "น้องคีย์ไม่ต้องกังวลน้า~"

"หมดกันอารมณ์ซึ้งของกู ขอบีบปากมึงหน่อยเถอะ กูหมั่นไส้มาก" 


กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงกระดิ่งดังขึ้นยามที่กระทบกับบานประตูเมื่อโดนเปิดออก เป็นสัญญาณบ่งบอกให้สองเพื่อนรักที่กำลังตบตีกันอยู่สงบศึกและหันมาต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาใช้บริการร้านกาแฟแทน

"สวัสดีครับพี่บัว ไม่เจอกันหลายวันสวยขึ้นหรือเปล่าครับเนี่ย" คีย์เอ่ยทักทายลูกค้าสาวรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันดีด้วยท่าทางทะเล้น

"เหมาหมดร้าน คิดเท่าไหร่คะ" บัวชมพูเอ่ยหยอกกลับด้วยความอารมณ์ดี

"โธ่พี่บัว ผมชมจริงๆนะครับ วันนี้สีลิปสติกสวยมากเลยครับ"

"ถ้าน้องคีย์จะพูดขนาดนี้ พี่ขอโทรหาบอสแป๊บนึงนะคะ"

"โทรทำไมครับ" คีย์ถามด้วยสีหน้างุนงง

"จะซื้อตึกไว้ให้น้องคีย์ขายกาแฟค่ะ แลกกับการให้น้องคีย์ชมพี่ทุกวัน"

"ฮ่าๆๆ" ทั้งสามคนหัวเราะออกมาพร้อมๆกันเมื่อจบประโยคชวนขำของบัวชมพู

"วันนี้รับอะไรดีครับพี่บัว" นาทีเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าบัวชมพูพูดหยอกล้อกับคีย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

"พี่ขออเมริกาโน่เย็นแก้วนึงค่ะ"

"ครับ... คีย์ของพี่บัวอเมริกาโน่เย็นนะ" นาทีรับเมนูจากบัวชมพู ก่อนจะหันไปบอกคีย์ที่กำลังยืนรอออร์เดอร์อยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ

"ดื่มกาแฟเวลานี้ คืนนี้จะนอนหลับเหรอครับพี่บัว" นาทีถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่าแล้ว

"กาแฟไม่มีผลต่อการนอนของพี่ค่ะน้องที แต่จะมีผลต่อพลังงานในร่างกายมากกว่า ถ้าวันไหนดื่มกาแฟไม่ถึงสองแก้ว พี่มีความรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีแม้แต่แรงจะเดินเลยค่ะ" บัวชมพูอธิบายแบบติดตลก ทำให้นาทีที่ยืนฟังเผลอขำออกมาเล็กน้อย

"แต่อะไรที่มากไปมันก็ไม่ดีทั้งนั้นนะครับ ยังไงพี่บัวต้องดูแลสุขภาพด้วยนะครับ... จะว่าไป ฟังดูเหมือนผมยุ่งเรื่องส่วนตัวของคนอื่นเลย ขอโทษนะครับ"

"ไม่เลยค่ะ น้องทีไม่ต้องขอโทษ พี่รู้ว่าน้องทีเตือนด้วยความเป็นห่วงจริงๆ ขอบคุณนะคะ นี่พี่ก็ลดลงแล้วนะ เมื่อก่อนอย่างต่ำต้องสามแก้วต่อวัน"

"ครับ"

"ว่าแต่เจ้าหมูน้อยตูนตูนไม่อยู่เหรอคะวันนี้ ไม่เห็นวิ่งดุ๊กดิ๊กอยู่ในร้านเลย" ในขณะที่ถามนาทีสายตาของบัวชมพูก็กวาดหาเด็กชายตุลย์ไปด้วยจนทั่วร้าน

"ไปเข้าห้องน้ำกับเปอร์ครับ เดี๋ยวก็คงมาแล้วครับ"

"อ่อ ค่ะ"

"ป้าบัว!"

บัวชมพูถามหายังไม่ทันขาดคำเสียงเล็กๆก็ตะโกนเรียกมาแต่ไกล

"ตูนตูน"

"ป้าบัว ตูนตูนสวัสดีครับ" เด็กชายตุลย์ยกมือไหว้คุณป้าอย่างสวยงามตามแบบฉบับที่โรงเรียนได้สอนไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

"สวัสดีครับ ขอป้าบัวกอดหน่อยได้ไหมครับ คิดถึงจังเลย"

"คับ" ไม่รอช้าเด็กชายตุลย์วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของป้าบัวที่ย่อตัวรอรับอย่างเต็มแรง

เพราะรู้จักและเห็นหน้าค่าตากันมาตั้งแต่หนุ่มน้อยคนนี้ยังแบเบาะ บัวชมพูเทียวแวะมาเล่น เทียวซื้อของมาฝากให้ตลอดทุกครั้งที่มีโอกาส ความสนิทสนมของบัวชมพูและเด็กตุลย์จึงมีมากพอสมควร

"ป้าบัวคิดถึงตูนตูนจริงๆเลยน้า" บัวชมพูกอดเด็กชายแน่นโยกตัวไปมาสลับซ้ายขวา

"ตูนตูนก็คิดถึงป้าบัวจริงๆเลยน้า" เด็กชายตุลย์พูดตามคนเป็นป้าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำแบบนั้นมันยิ่งทำให้เด็กชายเองดูน่ารักและคนฟังก็ยิ่งหลงเข้าไปกันใหญ่

"โอ๊ยไม่ไหว น้องทีค่ะ พี่ขอขโมยกลับบ้านได้ไหมคะ"

"จะไหวเหรอพี่บัว ตัวแค่นี้แต่กินเก่งมากเลยนะ ผมบอกไว้ก่อน กลัวพี่หมดตัว" คีย์เอ่ยบอกในขณะกำลังวางแก้วกาแฟให้กับบัวชมพู " กาแฟได้แล้วนะครับ"

"ต่อให้หมดตัวพี่ก็ยอมค่ะ ไปอยู่กับป้าบัวไหมตูนตูน ไปไหมครับ"


"โอ๊ะ อากร"

ยังไม่ได้ทันที่จะได้ตอบคำถามของบัวชมพู เด็กชายตุลย์ก็โดนดึงความสนใจโดยชายผู้มาใหม่ที่เดินหน้านิ่งเข้ามาภายในร้าน ทิ้งให้ป้าบัวของเจ้าตัวยืนหน้าเศร้าอยู่คนเดียว เพราะยังเล่นกับหลานไม่สมใจเลย

"สวัสดีครับสุดหล่อ" กรเอ่ยทักทายเด็กชายตุลย์ที่ยืนยิ้มแป้นแล้นมองมาทางเขาอยู่ ก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวเด็กชายเบาๆด้วยความเอ็นดู

"ตูนตูนสวัสดีคับ... อากรป๊าม่ายมาด้วยหรอคับ"

"ป๊าของน้องตุลย์กำลังประชุมอยู่กับอาขุนครับ อีกสักพักถึงจะมานะ"

"อีกสักพักหรอคับ"

"ครับ อีกสักพัก"

เด็กชายตุลย์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาหม่าม้าของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์

"หม่าม้า อีกสักพักนานเท่าไหนคับ เท่าอีกสักแป๊บหรือป้าวคับ อากรบอกว่าอีกสักพักป๊าจะมา ตูนตูนจะได้รู้ว่าต้องทนคิดถึงป๊าอีกนานหรือป้าว"

"โอ๊ย! หมูตุ้บ อย่าพูดจาน่ารักอย่างนี้ดิ อาคีย์ใจไม่แข็งแกร่งพอหรอกนะ"

คีย์ที่ได้ยินคำพูดคำจาที่แสนจะน่ารักของหลานชายถึงกับทนไม่ไหวต้องร้องโอดครวญขึ้นมา ซึ่งไม่ต่างจากผู้ใหญ่คนอื่นๆที่ตอนนี้กำลังอมยิ้มให้กับความน่ารักช่างถามของเด็กชายตุลย์ ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อหนุ่มหน้านิ่งอย่างกร ที่ตอนนี้ก็ยืนอมยิ้มน้อยๆให้กับความน่ารักของหลานชายเช่นกัน


"เลิกงาานแล้วเหรอคุณ" คีย์เอ่ยทักเมื่อเห็นว่ากรกำลังเดินมาหาตน

"ใช่"

"คุณหาอย่างอื่นทำก่อนไหมอีกตั้งสองสามชั่วโมงกว่าร้านจะปิด"

"ไม่เป็นไร ผมตั้งใจมาหาคุณอยู่แล้ว... ไหนมีอะไรให้ช่วยบ้าง" กรพับแขนเสื้อตัวเองขึ้นจนถึงศอก มองหางานภายในร้านว่ามีอะไรที่ตัวเองพอจะช่วยได้บ้าง

"พี่กรกับพี่คีย์มีนัดกันเหรอครับ" เปอร์ที่ยืนอยู่ไม่ไกลและได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้

"ไม่ยุ่งสักเรื่องมึงจะตายไหม"

"คีย์มีนัดกับคุณกรเหรอวันนี้"

"ก็ประมาณนั้น"

การตอบคำถามที่แตกต่างกันของคีย์ ทำให้เปอร์ที่ได้ยินถึงกับหน้าง้ำงอเลยทีเดียว แบบนี้เขาเรียกว่าสองมาตราฐานชัดๆ

"ถ้าอย่างนั้นคีย์กลับบ้านก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวที่เหลือเรากับคนอื่นๆจัดการเอง คุณกรมารอแล้วด้วย ถ้ารอปิดร้านอีกนานเลย"

"เฮ้ย! ทำแบบนั้นได้ไง"

"ได้สิค่ะพี่คีย์ นานๆทีเลิกงานเร็วบ้างไม่เป็นไรหรอกค่ะ"

"นั่นดิพี่คีย์ ไม่ต้องห่วงร้านหรอก เดี๋ยวพวกผมช่วยดูแลเอง พี่ไปเดตกับพี่กรด้วยความสบายใจได้เลย"

"เดตบ้านมึงสิไอ้เปอร์"

"งั้นเอาใหม่ พี่ไปซื้อของเข้าเรือนหอได้ตามสบายเลย"

"ไอ้เหี้ยเปอร์" ไม่ด่าเปล่า ผ้าเช็ดโต๊ะที่ก่อนหน้านี้อยู่ในมือของคีย์ ตอนนี้ได้ปลิวไปปะทะกับหน้าของเปอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เขินทีไรรุนแรงกับน้องตลอด ถ้าหน้าหล่อๆของผมเป็นสิวขึ้นมาพี่จะรับผิดชอบยังไงไหว" เปอร์หยิบผ้าเช็ดโต๊ะที่คาอยู่บนหน้าของตัวเองออก แล้วโยนทิ้งไว้ตรงโต๊ะข้างๆ

"ขอให้ฝีขึ้นหน้ามึงแทนสิว"

"พอเลยทั้งสองคน" นาทีที่เห็นว่าศึกระหว่างเจ้านายและลูกน้องคงไม่จบลงง่ายๆ จึงรีบเข้าห้ามก่อนที่มันจะลามไปมากกว่านี้ "เถียงอะไรเกรงใจพี่บัวบ้าง"

"ไม่เป็นไรค่ะน้องที ตามสบายเลย" บัวชมพูอมยิ้มพร้อมผายมือเป็นเชิงบอกให้ทุกๆคนทำตัวตามสบายได้เลย

"เห็นไหมพี่บัวไม่ถือ" คีย์หันหน้ามาบอกนาที โดยที่มีเปอร์ยืนพยักหน้าช่วยยืนยันคำพูดคีย์อีกแรง

"เดี๋ยวเถอะทั้งสองคน" นาทีว่าเสียงดุ ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ เมื่อกี้ละเถียงกันจะเป็นอย่างตาย ทีอย่างนี้ละเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย "เลิกทำหน้าทะเล้น แล้วไปเก็บของเลย คุณกรรอนานแล้ว"

"ไม่เป็นไรครับคุณนาที ผมตั้งใจมารออยู่แล้ว" กรบอกกับนาทีด้วยความสุภาพ เพื่อจะบอกให้รู้ว่าเขารอได้จริงๆ

"ผมรู้ครับว่าคุณกรรอได้ แต่ผมก็อยากให้คีย์เลิกงานก่อนเวลา แล้วไปผ่อนคลายตัวเองบ้าง เพราะตั้งแต่เปิดร้านมา ผมยังไม่เห็นคีย์เลิกงานก่อนเวลาเลย ... ยังไม่ไปเก็บของอีกเหรอ" คุยกับกรเสร็จ นาทีก็หันกลับมาดุเพื่อนรักของตัวเองที่ยังยืนหน้างออยู่ที่เดิมอีกครั้ง

"เออๆ ก็ได้ ร้านนี้ใครเป็นเจ้าของกันแน่วะแม่ง ถ้ากูไม่เห็นว่ามึงเปรียบเสมือนแม่กูนะไอ้ที กูไม่ยอมหรอก" บ่นเสร็จคีย์ก็รีบเดินเข้าไปหลังร้านเพื่อเก็บของทันที

"ฝากพาคีย์ไปทานอาหารอร่อยๆด้วยนะครับคุณกร" นาทีขยิบตาให้กรหนึ่งที ก่อนจะพูดต่อ "เดตให้สนุกนะครับ"

"ขอบคุณครับ"


ใช้เวลาเก็บของไม่นานคีย์ก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเป้ของตัวเอง จากนั้นก็สั่งงานคนนู้นนิด คนนี้หน่อย ก็เดินออกประตูไป แต่ระหว่างที่กำลังเดินไปยังประตู คีย์ก็ได้ยินบทสนทนาแว่วๆลอยเข้ามาในหู

"น้องทีค่ะ จะว่าพี่ขี้เสือกก็ได้นะคะ แบบว่าคุณกรกับน้องคีย์เขาเป็น แบบ... เอิ่ม... เป็น..." บัวชมพูมีอาการพูดไม่ออก เพราะไม่รู้ว่าต้องถามแบบไหนดีให้ดูไม่หยาบคายและสอดรู้สอดเห็นจนเกินไป

"เป็นแฟนกาน อากรกับอาคีย์เป็นแฟนกานคับ"

ไม่ต้องถามให้หนักใจ ไม่ต้องลุ้นในคำตอบ เพราะ ณ เวลานี้เด็กชายตุลย์ได้ทำหน้าที่กระจายข่าวสารให้อาคีย์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนคนเป็นอาอย่างคีย์ก็ได้แต่กู่ร้องอยู่ภายในใจ...

หมูตุ้บบบบบ! เล่นอาคีย์อีกแล้วเหรอ...


.............................................

"คุณซื้อเนื้อไปด้วยสิ ผมอยากกินผัดกะเพราเนื้ออะ"

คีย์พยักหน้ารับ เอื้อมมือไปหยิบเนื้อมาไว้ในรถเข็นที่มีกรคอยเข็นอยู่จำนวนสองแพ็ก

ในตอนแรกกรตั้งใจที่จะพาคีย์ไปกินอาหารอร่อยๆตามที่นาทีแนะนำ แต่เป็นคีย์ที่บอกว่าไหนๆก็เลิกงานเร็วแล้ว อยากที่จะกลับไปทำกับข้าวกินที่ห้องมากกว่า ซึ่งกรก็ไม่ขัดใจอยู่แล้ว ว่าที่เมียว่าไง เขาว่าตาม เดินตามเมีย เขาว่าจะเจริญ

"คุณ ทำกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาด้วยได้ไหม"

"พูดมาขนาดนี้ ถ้าผมไม่ทำให้คงดูใจร้ายน่าดู" แม้ว่าปากจะบ่นเหมือนไม่พอใจ แต่มือก็กำลังเลือกหยิบกะหล่ำปลีเพื่อนำไปผัดให้กรอย่างตั้งใจ

"คุณกรจริงๆด้วย"

เสียงของคนมาใหม่ทำให้กรและคีย์ที่กำลังเลือกกระหล่ำปลีต้องหันไปมอง

"ผมเห็นคุณกรมาแต่ไกลเลย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่คุณกรไหม พอมาใกล้ๆจึงเห็นชัดว่าใช่จริงๆด้วย ดีใจมากๆเลยครับที่ได้เจอกันอีก"

"อ่าครับ คุณเทียน มาคนเดียวเหรอครับ" เพราะว่าเป็นคู่ค้าคนสำคัญของบอส ทำให้กรต้องรักษามารยาทเอาไว้

"ครับ พอดีผมมาซื้อของ แล้วคุณกรล่ะครับ มาคนเดียวเหมือนกันเหรอครับ"

"เปล่าครับ พอดีว่าผม..."

"อ่อ มากับเพื่อนนี่เอง สวัสดีครับ ผมเทียนครับ" เทียนเอ่ยทักทายคีย์ด้วยสีหน้าเป็นมิตร

"ครับ ผมคีย์ครับ" คีย์ทักทายพร้อมยิ้มตอบกลับไปตามมายาทที่ควรจะทำ

"ครับ ... คุณกรทานข้าวหรือยังครับ ถ้าไม่รังเกียจเราไปทานข้าวด้วยกันไหมครับ"

"กรจะกินผัดกะเพราใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคีย์ไปดูใบกระเพราตรงนู้นก่อนนะ" ก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดแทรก แต่พอได้ยินคำชวนแบบนั้นมันรู้สึกแสลงหูของคีย์ยังไงชอบกล จนเผลอทำนิสัยไม่ดีออกมา "ถ้ากรคุยเสร็จแล้วเดินตามมานะ จะได้ไม่เสียเวลาซื้อของ เดี๋ยวต้องกลับไปทำกับข้าวอีก มัวแต่ชักช้าได้ทานข้าวเย็นค่ำกันพอดี... ยังไงแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ เชิญคุยกันตามสบายเลย"

"เดี๋ยวก่อนคุณ" กรยื่นมือไปคว้าข้อมือของคีย์ไว้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไป " ผมต้องขอโทษคุณเทียนด้วยนะครับ พอดีว่าผมมีนัดทานข้าวกับแฟนแล้ว"

"แฟนเหรอครับ" เทียนถามออกไปด้วยสีหน้าจืดเจื่อน ยามเมื่อรู่ว่าคนที่ตัวเองชอบตั้งแต่แรกเจอมีแฟนแล้ว 

"ครับ คีย์เขาเป็นแฟนผมครับ เมื่อกี้ยังไม่ทันแนะนำให้รู้จักเพราะคุณเทียนแทรกขึ้นมาเสียก่อน ถ้ายังไงแล้ว ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ แฟนผมเขาชอบโมโหหิว ผมไม่อยากโดนงอน ไว้เจอกันนะครับ"

กรโน้มตัวลงเล็กน้อยเป็นการขอตัวลา ก่อนจะประสานมือของตัวเองเข้ากับมือของคีย์แน่น จากนั้นก็จับจูงกันไปเลือกซื้อใบกะเพราะที่วางขายอยู่ไม่ไกล ทิ้งให้เทียนมองตามตาละห้อย ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก

ยังไม่ทันจะได้เริ่ม ก็อกหักซะแล้วเรา ไอ้เราก็ไม่ใช่ประเภทชอบแย่งของใครด้วยสิ นัดเจรจากันครั้งหน้า คงไม่ต้องเลือกชุดให้เหนื่อยแล้วสินะ  เฮ้ออออ...



...............................................................

"เลิกหึงผมได้แล้วคุณ"

"ใครหึงคุณไม่ทราบ หลงตัวเอง"

"แล้วไอ้ที่หน้าบึ้งมาตั้งแต่ที่ห้างจนถึงห้องแบบนี้ หมายความว่าไงครับ"

"ผมแค่หิวเหอะ" คีย์ตอบเสียงขึ้นจมูก คนไม่ยอมรับความจริงยังคงเถียงอย่างไม่ลดละ

"โอเค ไม่หึงก็หึง ไหนคนไม่หึงมานั่งตรงนี้แป๊บนึงสิ"

กรดึงของที่อยู่ในมือคีย์ออกมาตั้งไว้บนโต๊ะภายในครัวแทน จากนั้นก็จูงมืออีกคนให้เดินตามมา แม้ตอนแรกคีย์จะมีอาการอิดออดบ้างตอนที่โดนดึงมือไปเดินตามไป แต่สุดท้ายคีย์ก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดี

"ไหนเป็นอะไรบอกผมหน่อย หรือมีอะไรจะถามผมไหม"

"ถามได้?"

"ทุกอย่างที่คุณต้องการรู้"

"ดี! คุณเทียนคนนั้นเป็นใคร แล้วรู้จักกันได้ยังไง เจอกันบ่อยไหม แล้วที่สำคัญ คุณรู้หรือเปล่าว่าคุณเทียนอะไรนั่นเขาชอบคุณ" คีย์ก็ไม่ได้อยากที่จะงี่เง่า แต่ยามที่เห็นสายตาของคุณเทียนเวลาที่มองมายังกร มันทำให้ใจมันคันยุบยิบ รู้สึกหวงคนตรงหน้าจนอยากจะประกาศให้ทั้งโลกรู้ว่า ไอ้คนหน้านิ่งๆคนนี้ เป็นคีตกานต์คนนี้คนเดียว

"มาเป็นชุดเลยนะคุณ"

"จะไม่ตอบ?" คีย์เลิกคิ้วถามอย่างเอาเรื่อง

"ใจเย็นสิคุณ ผมก็จะตอบอยู่นี่ไง คุณเทียนเขาเป็นคู่ค้าคนสำคัญของบอส ผมเจอเขาตอนที่ไปคุยงานกับบอส ถามว่าเจอบ่อยไหม ก็บ่อยอยู่นะ...ฟังก่อนสิคุณ อย่าเพิ่งแยกเขี้ยว" กรเอ่ยปรามคีย์ที่กำลังขู่ฟ่อๆเหมือนลูกแมวฝึกหัดอยู่ข้างๆ

"..."

"ผมจะบอกว่าเจอกันเฉพาะเวลามีนัดคุยกันเท่านั้น ไม่เคยเจอนอกเวลางานเลยสักครั้ง มีแค่วันนี้ที่บังเอิญเจอกัน ส่วนเรื่องที่เขาชอบผมนั้น ผมไม่ได้สนใจหรอก ชอบไม่ชอบก็เรื่องของเขา"

"..."

"รู้แค่ว่าผมไม่ได้ชอบเขาก็พอแล้ว และไม่มีวันที่จะชอบเขาด้วย"

"ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย" เมื่อได้รับคำตอบที่น่าพอใจ อารมณ์ครุกกรุ่นในตอนแรกก็เบาบางลงจนอารมณ์กลับมาเป็นปกติดังเดิม

"เลิกหึงผมได้แล้วนะคุณ"

"ก็บอกว่าไม่ได้หึงไงเล่า"

"ไม่หึงเลยเนอะ ก่อนหน้านี้ใครกันนะที่แทนตัวเองว่าคีย์ เรียกผมว่ากร ใครกันน้า~"

"หยุดเลยนะ ห้ามแซว"

"ผมไม่ได้จะแซวสักหน่อย แค่จะบอกว่าน่ารักดี ผมชอบนะเวลาที่คุณหึง" กรขยับหน้าเข้ามาใกล้คีย์ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน

"ถอยออกไปเลยนะ" คีย์เบี่ยงหน้าหลบ พยายามใช้มือดันหน้าของกรให้ถอยห่างออกไป แต่เหมือนว่ามันจะไม่เป็นผลสักเท่าไหร่ "อย่าหาเรื่องฉวยโอกาสนะคุณ ตอนที่คุณโมเมว่าผมเป็นแฟนคุณ ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ"

"โมเมที่ไหนกันคุณ ผมพูดเรื่องจริง"

"เรื่องจริงอะไรใครแฟนคุณไม่ทราบ"

"ตอนนี้ไม่ อีกไม่นานก็เป็น ผมขอเบิกสิทธิ์ล่วงหน้าก่อนไง ขนาดเงินเดือนยังเบิกล่วงหน้าได้เลยนะคุณ"

"ฮึ๋ย คุณนี่มันจริงๆเลย เพี๊ยะ" ด้วยความหมั่นไส้บวกกับตัวเองทำอะไรอีกคนไม่ได้ จึงเลือกที่จะตีต้นแขนอีกคนหนักๆ เพื่อระบายความอัดอั้นลงไป

"โอ๊ย! เจ็บนะคุณ คุณเป็นพวกเขินแล้วชอบใช้ความรุนแรงจริงๆสินะ"

"พูดมาก จะกินไหมข้าวอะ ถ้ากินก็มาช่วยกันทำ"

"เดี๋ยวคุณ ผมยังพูดไม่จบ"

คีย์ที่กำลังลุกยืน โดนกรดึงข้อมือโดยไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้คีย์เซถลาไปนั่งลงบนตักกรพอดิบพอดีเหมือนจับวาง

"ปล่อยนะคุณ" คีย์รู้สึกหน้าร้อนผ่าวอย่างไม่บอกไม่ถูก เมื่อเห็นท่านั่งชวนอายของตัวเอง

"อย่าดิ้นสิคุณ ผมแค่มีเรื่องจะพูดด้วย...เรื่องที่ผมโมเมว่าคุณเป็นแฟนในวันนี้ผมขอโทษ"

"..."

"มันอาจจะทำให้คุณไม่ชอบใจ"

"ก็ไม่ได้ไม่ชอบใจ" คีย์ก้มหน้าพูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"ขอบคุณครับ" กรยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูให้กับท่าทางของคีย์ "แต่ผมอยากจะบอกว่า ไม่ว่ายังไงผมก็จะขอคุณมาเป็นแฟนให้ได้ คุณบอกให้ผมรอผมก็จะรอ"

"..."

"เรื่องที่คุณหึงผมวันนี้ผมดีใจนะ ที่อย่างน้อยๆมันก็ทำให้ผมรู้ว่าคุณก็มีความรู้สึกดีๆให้ผมเหมือนกัน"

"..."

"และผมอยากจะบอกให้คุณรู้ไว้นะ... ไม่ว่าใครกี่คนที่เข้ามาหาผม ผมก็ไม่สนใจหรอก เพราะใจของผมตอนนี้มันเป็นของคุณไปทั้งหมดแล้ว"

"..."

"กรชอบคีย์นะครับ" น้ำเสียงทุ้มห้าวน่าฟังกระซิบอ่อนโยนใกล้ๆกับหูของคีย์ ชวนให้ใจคนฟังในเวลานี้เต้นตึกตักอย่างควบคุมไม่อยู่

"..."

"ไม่สิ ต้องบอกว่า กรรักคีย์นะครับ ถึงจะถูก...กรรักคีย์นะครับ"

คีย์ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับกรแม้แต่น้อย ทำได้แค่เพียงพยักหน้าบอกให้อีกคนรู้ว่าตัวเองรับรู้สิ่งที่อีกคนต้องการที่จะบอกแล้ว และในตอนนี้คีย์รู้สึกว่าตัวเองกำลังเขินกรอย่างหนักจนตัวแทบจะระเบิดกับคำบอกรักของกรที่อยู่ๆก็พูดมันขึ้นมาจนแทบตั้งตัวไม่ทัน

คีย์ใช้เวลารวบรวมความกล้าและสติของตัวเองอยู่ครู่นึงก่อนจะพูดบางอย่างออกมาจนทำให้กรถึงกับหูอื้อไปชั่วขณะ

"ชอบ"

"อะไรนะคุณ" เพราะเสียงที่เบาเกินไปของคีย์ทำให้กรต้องถามย้ำอีกครั้ง

"ชอบกร"

"..."

"คีย์ชอบกร"

"0_0"

"ไม่สิ ต้องบอกว่า คีย์รักกร ถึงจะถูก..."

เพราะคำพูดก่อนหน้าของกรที่บ่งบอกถึงความไม่มั่นใจ เนื่องจากคีย์ไม่เคยเอ่ยคำว่าชอบ ไม่พูดถึงคำว่ารัก ไม่มีการหารือเรื่องสถานะ ปล่อยให้เรื่องมันลื่นไหลไปตามทางของมัน จึงเป็นธรรมดาที่ฝ่ายวิ่งตามจะเหนื่อยล้าและไม่มั่นใจ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา กรดีกับเขาเสมอ ดูแลเอาใจใส่  พวกเราต่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันมากขึ้น  กรให้เกียรติเขาเสมอ ไม่เคยรีบเร่งจนทำให้เขาอึดอัด

คีย์รู้ตัวเองว่าเขาชอบกร ไม่สิ ต้องบอกว่าหลงรักกรเข้าเต็มๆ แต่ก็ยังทำเป็นปากแข็งไม่ยอมพูดมันออกไป มันเป็นเพราะความกลัวที่มีความเห็นแก่ตัวเล็กๆเข้ามาเป็นส่วนเกี่ยวข้อง

วันนี้คีย์ยังโชคดีที่กรยังเลือกเขาและมั่นคงกับเขาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ภายภาคหน้าใครจะรู้ ถ้าเขายังคงปากแข็งและมัวแต่กลัว เขาอาจจะต้องเสียสิ่งดีๆในชีวิตไปจริงๆก็ได้ เพราะใครๆก็อยากได้ความชัดและความมั่นใจ ไม่ใช่ความหวังริบหรี่ที่สร้างขึ้นมาปลอบประโลมตัวเองแต่มองไม่เห็นปลายทาง

เหตุกาณ์ของคุณเทียนในวันนี้อาจจะไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เรื่องราวระหว่างเรามันเปลี่ยนแปลงไป แต่เหตุการณ์เล็กๆเหตุการณ์นี้มันนำพาให้เราทั้งคู่ได้เปิดอกคุยกันและเข้าใจกันมากขึ้น

มันคงถึงเวลาแล้วสินะที่เขาจะต้องตอบแทนความรัก ความทุ่มเท สิ่งที่ดีๆที่กรมอบให้เขามาตลอด

คีย์ยื่นมือทั้งสองข้างไปประคองใบหน้าของกรไว้ เพื่อที่ทั้งตัวคีย์และกร จะได้มองเห็นกันและกันชัดเจน

"คีย์ก็รักกรเหมือนกัน"

จบคำพูดของคีย์ ริมฝีปากบางของคีย์ก็โดนริมฝีปากหนาของกรเข้าครอบครองทันที ไม่เว้นช่องว่างไว้ให้ได้หายใจ แม้จะเคยจูบกันมาแล้วหลายครั้ง แต่จูบครั้งนี้มันช่างมีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

ความรู้สึกดีใจ โล่งใจ มีความสุข รักใคร่ ทะนุถนอม ความครอบครอง ทุกอย่างมันผสมปนเปกันไปเต็มเสียหมด จูบครั้งนี้จึงมีทั้งจังหวะนุ่มนวลชวนเคลิบเคลิ้ม จังหวะเนิบช้าที่ชวนให้หลงใหล หรือจะเป็นบางจังหวะที่ดุดันจน ร้อนแรง จนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว

จุ้บ!

เสียงน่าอายดังขึ้นยามที่ริมฝีปากทั้งสองแยกออกจากกัน

"กรรักคีย์" กรกระซิบบอกคำรักกับคีย์อีกครั้ง ในขณะที่ริมฝีปากยังคงแนบชิดกันอยู่ไม่ห่างไปไหน

"คีย์ก็รักกร"

สิ้นเสียงบอกคำรักของคีย์ ทั้งสองคนเหมือนเป็นแม่เหล็กที่ดูดเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างมอบจูบสุดลึกล้ำให้แก่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

อ่า~ ดูเหมือนว่าวันนี้เมนูผัดกะเพราคงต้องยกเลิกไปก่อน ปากแตกและบวมเจ่อขนาดนี้ ถ้าจะให้กินผัดกะเพราคงไม่ไหว...ข้าวต้มไปก่อนก็แล้วกัน



..................................................

TBC.

พี่กร ให้น้องไปทำกับข้าวก๊อน เดี๋ยวผักเหี่ยวหมด

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
แคนลงตอน 32 33 สองตอนเลยนะคะ ไถ่โทษที่มาผิดเวลาไปสองชั่วโมงกว่าเลย

33
ข่าวลือที่ไม่สิ้นสุด

"แฮ่กๆ ไม่ไหว วิ่งต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ"

คีย์ที่วิ่งหนีมาเป็นระยะเวลานาน หยุดวิ่งลงกระทันหัน ก้มตัวใช้มือทั้งสองยันเข่าไว้ ปากอ้าออกกว้างเพื่อที่จะกอบโกยอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

"พี่คีย์ แฮ่กๆ ต้องไหวดิพี่ ไปเร็ว เราต้องรีบหนีกันต่อ ไม่อย่างนั้นพวกเราไม่รอดแน่ๆ"

เปอร์ที่เหนื่อยหอบไม่แพ้กัน เอื้อมมือไปพยุงคีย์ไว้เพื่อไม่ให้คีย์ล้มลงไป ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆให้คีย์ออกตัววิ่งต่อ หลังจากที่พักเหนื่อยได้ประมาณสิบวินาที

"ไม่! เปอร์มึงปล่อยกูไว้เถอะ แฮ่ก! ปล่อยให้กูตายตรงนี้ กูไม่ไหวแล้วจริงๆ"

"พี่พูดอะไรของพี่วะพี่คีย์ พี่จะให้ผมปล่อยพี่ให้ตายตรงนี้ได้ยังไง พี่เห็นผมเป็นคนยังไงวะ" เปอร์มีสีหน้ายุ่งยากด้วยความไม่ชอบใจในคำพูดของคนเป็นเจ้านาย

"เปอร์" ได้ยินคำพูดสุดซึ้งจากลูกน้องสุดที่รักที่มักจะกวนตีนอยู่เสมอ คนเป็นเจ้านายแบบคีย์น้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาจนแทบจะไหลลงอาบแก้ม แววตาที่มองไปยังคงตรงหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ

"ผมไม่ยอมให้พี่โดนจับปรับแพ้ แล้วตีเนียนไปนั่งออดอ้อนพี่กรสบายใจอยู่ภายในบ้านคนเดียวหรอกนะ"

"ไอ้เปอร์!"


วันนี้เป็นวันหยุดที่สมาชิกร้าน keyword cafe ยกขบวนกันมาป่วนที่บ้านของนาที รวมถึงกรกับขุนที่มีงานด่วนที่ต้องคุยกับลมก็หอบเอาเอกสารมาคุยกันที่นี่ด้วยเช่นกัน

บ้านที่เมื่อก่อนเคยดูกว้างสำหรับสองแม่ลูก ตอนนี้กลับดูคับแคบไปถนัดตา

ในช่วงบ่ายที่แดดร่มลมตก หลานชายตัวน้อยของบ้านเกิดอาการงอแงอยากเล่นการละเล่นแบบใหม่ที่ตัวเองเพิ่งเห็นมาจากในทีวี บรรดาอาๆพี่ๆที่ทนทานลูกอ้อนไม่ไหวก็ตามอกตามใจไปตามระเบียบ ทำให้ในตอนนี้บริเวณรอบๆบ้านมีการวิ่งวนและตะโกนกันไปมาไปขาดสาย พื้นที่บ้านก็มีอยู่นิดหน่อย แต่วิ่งเล่นกันเหมือนกับบ้านมีพื้นที่เป็นสิบไร่ก็มิปาน

การเล่นที่บุคคลด้านนอกกำลังเล่นกันอยู่นั่นก็คือ การเล่นตำรวจจับโจร การเล่นไม่มีอะไรซับซ้อนยุ่งยาก ฝ่ายหนึ่งเป็นโจร ฝ่ายหนึ่งเป็นตำรวจ  แบ่งทีมกันง่ายๆโดยวิธีการที่สุดแสนจะคลาสสิกอย่างการโอน้อยออก จากนั้นก็เริ่มวิ่งไล่จับกันได้

ฝั่งโจรในวันนี้ประกอบไปด้วย คีย์ เปอร์ และ...

"หมูตุ้บ ชู่ว์ๆ" คีย์หันไปบอกหลานชายที่ขยับตัวยุกยิกจนเกิดเสียงดังอยู่ข้างๆ ในเวลาที่หลบซ่อนแบบนี้ เราต้องอยู่ให้เงียบที่สุด

"คับ! ชู่ว์เยย ตูนตูนชู่ว์เยย ไม่ฉ่งเฉียงดัง"

เด็กชายที่กำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วบอกคนเป็นอาว่าจะไม่ส่งเสียงดัง ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้เสียงของตัวเองนั้นดังขนาดที่คนเป็นพ่อแม่ที่อยู่ภายในบ้านยังได้ยิน


ส่วนฝั่งตำรวจในตอนนี้ก็กำลังทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมไม่ขาดตกบกพร่อง โดยในทีมประกอบไปด้วยขุนกับวุ้นเพียงสองคน

"สารวัตรค่ะ ดิฉันคิดว่าโจรกลุ่มนั้นต้องหนีไปทางนี้แน่นอนค่ะ ดูจากรอยเท้าแล้ว" ใช่แล้วทุกคนฟังผิด แทนที่จะมีแต่รอยรองเท้า แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยเท้า เพราะผู้เล่นไม่มีใครสวมรองเท้ากันสักคน

"ดีมาก ไปกันเถอะหมวด ก่อนที่พวกนั้นจะหนีไปไกลว่านี้"

"รับทราบค่ะ"

จะเล่นทั้งทีธรรมดาได้ไง ไหนๆก็ไหนๆแล้วทั้งขุนและวุ้นต่างก็ขอแต่งตั้งยศและตำแหน่งให้ตัวเองเสียด้วยเลยจะได้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

สมบทบาทขนาดนี้หอแต๋วแตกภาค 20 ต้องมาทาบทามแล้วนะ


"รอยเท้าหายไปแล้วค่ะ" วุ้นรายงานด้วยสีหน้าที่สุดแสนจะจริงจัง ในขณะที่หยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่กองกำลังโจรที่มีหัวหน้ากองโจรเป็นเด็กสี่ขวบหลบซ่อนอยู่

"อืม แย่หน่อยนะ โอ๊ะ!" ขุนเผลอร้องอุทานออกมาเมื่อล้วงเข้าไปในกางเกงและเจอกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ข้างในนั้น "มีช็อกโกแลตอัลมอนด์ติดกระเป๋ามาห้าชิ้นด้วยเหรอเนี่ย"

"อู้ว ช็อกโกแลต" เด็กชายตุลย์ที่แอบอยู่ใกล้ตกใจตาโตกับช็อกโกแลตห้าชิ้นของขุน จนเผลอส่งเสียงร้องออกมา

"หมูตุ๊บ" คีย์หันขวับเรียกหลานเสียงหลง

"โอ๊ะ!" เด็กชายตุลย์ยกมือปิดปาก ตาโต

"น้องตุลย์ อย่าให้ช็อกโกแลตมาล่อลวงเราได้นะครับ ฮึบไว้ก่อนครับ" เปอร์หันมาบอกเด็กชายตุลย์ด้วยสีหน้าจริงจัง

"คับ!"

เสียงดังไม่มีแผ่วเลยจริงๆโจรน้อยคนนี้...


"หมวด ผมว่าเราไปทางนู้นกันดีกว่า สงสัยทางนี้จะไม่มีคนอยู่แล้ว" ขุนหัวเราะเบาๆให้กับโจรตัวน้อยที่โดนล่อลวงได้อย่างง่ายดายด้วยช็อกโกแลต ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางการเดินไปอีกทางหนึ่ง

"รับทราบค่ะ"

ไม่ต้องถามหาเหตุผลว่าทำไมตำรวจถึงยังจับโจรไม่ได้สักที ก็ในเมื่อตำรวจเห็นเท้าของโจรแล้ว แต่ยังทำเมิน วันนี้ทั้งวันก็ไม่มีทางจับได้ ก็หลานชายของพวกเขายังสนุกอยู่เลยนี่น่า ต่อเวลาอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร ถึงแม้คนเป็นอาๆและพี่ๆแทบจะเป็นลมล้มตึงกันแล้วก็ตาม



ทางด้านห้องครัว

"ทำอะไรอยู่ครับ"

"อ๊ะ! พี่ลม ตกใจหมดเลยครับ"

"พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ แค่กอดเอง"

ลมโอบกอดนาทีที่กำลังยืนล้างผักจากทางด้านหลังแน่น จมูกของคนตัวโตก็ซุกซนขยับเข้ามาสูดดมกลิ่นหอมบริเวณซอกคอของคนในอ้อมกอดราวกับกลิ่นหอมนั้นเป็นสิ่งเสพติด

"ก็มาไม่ให้สุ้มให้เสียงไงครับ ทีตกใจหมดเลย ลูกก็ตกใจด้วยนะครับ "

"โอ๋ๆ ไม่ตกใจนะครับ ป๊าขอโทษนะครับ วันหลังป๊าจะเป็นเด็กดีนะ ฟอด!" ลมลูบท้องของนาทีที่ยื่นนูนออกมาเล็กน้อยเบาๆเป็นการง้อลูกที่อยู่ในท้อง ส่วนคนเป็นแม่ก็ง้อด้วยการหอมแก้มนิ่มแรงๆด้วยความมันเขี้ยวไปหนึ่งที

"พรุ่งนี้หมอนัดใช่ไหมครับ" ลมพูดในขณะที่ยังกอดนาทีไม่ยอมปล่อย คางคมเกยลงกับไหล่บาง

"ครับ"

"นัด 9 โมงใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นส่งลูกเสร็จก็ไปหาคุณหมอกันนะครับ"

"ครับ"

"พี่ตื่นเต้นจัง ที่คุณหมอบอกว่านัดครั้งนี้จะสามารถบอกได้แล้วว่าลูกของเราเพศอะไร"

"พี่ลมมีไว้ในใจไหมครับ ว่าอยากได้หญิงหรือชาย"

"ไม่มีนะครับ จะเพศไหนพี่ก็รักหมดเลย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงก็ดีนะ พี่อยากถักเปียให้ลูกตอนไปโรงเรียนวันแรก เจ้าหญิงน้อยของป๊า"

"แล้วถ้าเป็นผู้ชายล่ะครับ"

"พี่ก็จะมัดจุกทรงน้ำพุให้ลูกในวันที่ไปโรงเรียนวันแรกเหมือนที่พี่ชอบมัดตอนเด็กๆครับ พี่ว่ามันเท่มากเลยนะ"

"ฮ่า ฮ่า เป็นคุณป๊าที่น่ารักจังเลยนะครับ" นาทีละมือจากการล้างผักมาลูบแขนของลมเบาๆ นาทีรู้สึกอบอุ่นใจกับคำพูดของลมเมื่อกี้จนอยากจะร้องไห้โฮออกมาเลยทีเดียว


ตั้งแต่เหตุการณ์ร้ายๆผ่านไป ก็ประมาณสองเดือนแล้วเห็นจะได้ อายุครรภ์ของนาทีตอนนี้คือ 20 สัปดาห์ เรียกได้ว่าเดินทางกันมาถึงครึ่งทางแล้ว อาการแพ้ท้องของนาทีมาเยือนช่วงประมาณตอนที่อายุครรภ์ย่างเข้าเดือนที่ 4 เหมือนกับว่าพอรู้ว่าท้องแล้วจิตใจสั่งให้แพ้ท้องอย่างไรอย่างนั้น


ในช่วงที่แพ้ท้องจมูกของนาทีจะมีความไวต่อกลิ่นบางชนิด เสพติดของหวานจนโดนคุณหมอและคุณป๊าของเจ้าตัวน้อยดุ เขาร้องไห้ออกมาเพราะอารมณ์อ่อนไหวทั้งๆที่เป็นการโดนดุที่เบามาก แต่สุดท้ายเขาก็พยายามลดของหวานลง เพราะรู้ดีว่ามันอาจจะเสี่ยงเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์และจะเกิดอันตรายได้ แต่เพราะคำว่า 'อีกคำนึง' แท้ๆ ที่ทำให้เขามีปัญหาอยู่เรื่อย สุดท้ายก็โดนคุณป๊าของเจ้าตัวน้อยควบคุมเรื่องการกินอย่างเคร่งครัดจนได้


นาทีคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีในเรื่องของการแพ้ท้องมาก ตั้งแต่ครั้งที่ท้องน้องตุลย์แล้วที่เขาจะแพ้ท้องน้อยมาก หรือถ้าแพ้จริงๆก็จะแพ้ไม่นาน แป๊บๆอาการก็จะค่อยๆดีขึ้น อาการอ้วกยามเช้าก็มีจนนับครั้งได้เลย อยากจะขอบคุณเจ้าตัวน้อยสักร้อยครั้งพันครั้งที่เป็นเด็กดีเสียเหลือเกิน อ้อ! ไม่นับสภาพของคุณป๊าตอนแพ้ท้องแทนนะ ตอนนั้นสภาพดูไม่จืดเลย


ส่วนน้องตุลย์ก็กลับไปเรียนตามปกติ เพราะโรงเรียนได้เปิดเทอมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เรื่องราวอดีตที่อยู่ในใจของนาที ในตอนนี้นาทีปล่อยวางเรื่องราวในอดีตได้มากขึ้นจนแทบไม่รู้สึกอะไรกับเหตุการณ์เหล่านั้นแล้ว นาทีเบี่ยงจุดสนใจมาที่ครอบครัวและปัจจุบันทั้งหมด รวมทั้งกำลังหาช่วงจังหวะดีๆในการบอกเรื่องราวของตัวเองกับลมให้แม่ได้รับรู้ พูดถึงเรื่องนี้ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ หลายครั้งเคยคิดไว้ว่าคลอดก่อน แล้วค่อยพาหลานไปหายายดีไหม เผื่อยายเห็นหลานแล้วจะใจอ่อนไม่ฆ่าพ่อของหลาน แต่มันคงเป็นความที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่


ส่วนลมเองก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย มีถามถึงแม่ของเขาบ้างบางครั้งว่าแม่สบายดีไหม ได้โทรหาแม่บ้างหรือยังอาทิตย์นี้ แต่ไม่มีสักครั้งที่จะถามว่าเรื่องของเราควรบอกแม่ไหม ไปหาแม่กันหรือเปล่า เฮ้อ! รู้สึกจะมีเรื่องอ่อนไหวเข้ามาในใจอีกแล้ว

"ทีถอนหายใจทำไมครับ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" ลมชะโงกหน้าผ่านไหล่เล็กเพื่อจะได้เห็นสีหน้าของนาทีชัดๆ

"เปล่าครับ ทีแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วเผลอถอนหายใจออกมา" นาทียิ้มน้อยๆให้กับสีหน้าที่ดูตื่นตะหนกจนเกินเหตุของลม

"แต่หน้าทีไม่ได้บอกแบบนั้นนะครับ มีเรื่องอะไรคุยกันนะครับ อย่าเก็บไปคิดมากอยู่คนเดียว พี่เป็นห่วง"

นาทีหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคุณพ่อขี้กังวล วางมือทั้งสองทาบอกหนาเบาๆ จากนั้นก็เขย่งปลายเท้าเล็กน้อย

"จุ้บ! จุ้บ!" จุ้บแรกที่ปลายคาง จุ้บที่สองตรงริมฝีปากหนา "ทีไม่ได้เป็นอะไรจริงๆครับ ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจจริงๆทีจะบอกพี่ลมทันที ตกลงไหมครับคุณป๊า" รอยยิ้มอ่อนหวานถูกส่งให้คนตรงหน้า ยามที่เอ่ยจบ

"ทีทำให้พี่อยากจูบที"

"ก็ไม่ได้ห้ามนะครั...อื้ม"

ริมฝีปากหนาฉกชิมริมฝีปากบางอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รอให้คนในอ้อมกอดได้พูดจบประโยค

ลมขบเม้มริมฝีปากล่างของนาทีเบาๆ ก่อนจะค่อยๆบดเบียดมันลงไปหนักขึ้น ลมละริมฝีปากออกมาเพียงชั่วพริบตา นาทีอาศัยจังหวะนั้นในการอ้าปากออกเพื่อที่จะกอบโกยอากาศเข้าปอด แต่ไม่ทันไรก็โดนคนตัวโตประกบปากลงมาอีกครั้ง และครั้งนี้ความร้อนแรงและความหนักหน่วงก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย

ลิ้นร้อนสองลิ้นเกี่ยวพันหยอกล้อกันอย่างรู้งาน ฝ่ายนึงรุก ฝ่ายนึงรับไม่มีขาดตกบกพร่อง น้ำหวานใสปะปนกัน ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าของใครเป็นของใคร ลมกระชับอ้อมกอดนาทีแน่นขึ้น องศาของใบหน้าปรับเปลี่ยนไปตามจังหวะจูบของคนทั้งคู่

"ผมให้จูบเบาๆนะครับ ไม่ใช่หนักหน่วงแบบนี้" นาทีบ่นหน้ายู่ ยามที่ปากของเขาเป็นอิสระ

"กับทีพี่เบาไม่ไหวหรอก ขออีกนิดนะครับ"

"ดะ...อื้ม"

ยังไม่ทันจะพูดคำว่าเดี๋ยวจบ คุณป๊าตัวร้ายก็จัดการปิดปากของนาทีอีกครั้ง แล้วอย่างนี้นาทีจะทำอะไรได้ นอกจากปล่อยเลยตามเลย ยืนให้เขาจูบจนกว่าจะพอใจด้วยความเต็มใจ


"ผมหิวน้ำชะมัดเลยพี่คีย์"

"เออ วิ่งเหนื่อยฉิบหายเลย เหี้ย!"

หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่เพิ่งเล่นเสร็จ ต่างต้องตกใจจนตาโตเพราะไม่คิดฝันว่าแค่การที่จะเข้ามาเอาน้ำดื่มจะทำให้เจอฉากเด็ดฉากดีแบบนี้

นาทีที่ได้ยินเสียงของคนมาใหม่ก็รีบผละออกจากลมอย่างรวดเร็ว ยกมื่อขึ้นเช็ดปากของตัวเองที่เปื้อนน้ำลายอย่างลนๆ ส่วนใบหน้าตอนนี้ก็แดงยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกเสียอีก

"ละ เล่นกันเสร็จแล้วเหรอ"

"เออ เล่นเสร็จแล้ว เลยกะจะมากินน้ำ แต่ไม่คิดไม่ฝันว่า..."

"หยิบเลย น้ำอยู่ในตู้เย็น คีย์หยิบได้เลย"

"กูรู้ว่าน้ำอยู่ในตู้เย็น มึงไม่ต้องบอกกูก็ได้นะ กูหยิบกินออกจะบ่อย อย่าเขินจนลนดิเพื่อนที" ยิ่งเห็นเพื่อนอาย เราต้องยิ่งซ้ำให้ตัวมันระเบิด นั่นคือสิ่งที่คีย์กำลังคิดอยู่ในตอนนี้

"นั่นสิครับพี่ที เรื่องแบบนี้เรื่องธรรมดา ผมจะทำเป็นมองไม่เห็นนะครับ เชิญเลยครับ เชิญต่อกันตามสบายเลยครับ ผมได้น้ำแล้ว ไม่รบกวนแล้วครับ ขอโทษที่มารบกวนนะครับ"

เปอร์พูดด้วยท่าทางทะเล้นจนคนฟังรู้สึกเขินอายมากกว่าเก่า ไหนจะท่าทางกวนๆอย่างการชูขวดน้ำขึ้นมาแล้วกระตุกยิ้มมุมปากกับการโค้งตัวลงขอโทษนั้นอีก วันนี้อาหารทุกจานเขาจะใส่แคร์รอตลงไปให้หมด

"ฮ่าๆ กูก็ไม่อยู่กวนละ" คีย์ส่งสายตาแซวแกมหยอกให้นาที ก่อนจะหันไปพูดกับลมต่อ "จะทำอะไรเชิญต่อได้ตามสบายเลยนะครับคุณลม ขออย่างเดียว ให้ไอ้ทีมันทำอาหารให้เสร็จก่อนนะครับ พวกผมหิว" ว่าจบคีย์ก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวทันที

"พี่ลม!" นาทีที่เห็นว่าคนอื่นๆออกไปหมดแล้ว เอ่ยเรียกชื่อลมเสียงเข้มพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษไปให้

"พี่ขอโทษ ก็เมียพี่น่ารักเกินไป ใจพี่ต้านไม่ไหวหรอกนะครับ"

"พี่ลม~" นาทีเรียกคนที่ยืนทำหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมด้วยความอ่อนใจ"ไปอาบน้ำให้ลูกเลยครับ ทีจะทำข้าวเย็น"

"ครับ" ลมรับคำอย่างง่ายดาย

เมียกำลังเพ่งเล็ง ดังนั้นแล้วเราต้องเป็นเด็กดี...



บรรยากาศมื้อเย็นของวันนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ ห้องครัวที่เคยกว้างก็ดูคับแคบจนแทบจะแออัด เพราะจำนวนแขกที่มากเกินไป แต่ทุกคนก็ไม่ได้ปริปากบ่นอะไรออกมา เพราะการได้ทานข้าวร่วมกัน มันเป็นช่วงเวลาดีๆที่สามารถมองข้ามเรื่องพวกนั้นไปได้

หลังจากทานอาหารเสร็จทุกคนก็มารวมตัวกันนั่งทานผลไม้อยู่ตรงบริเวณส่วนของห้องรับแขก ดีหน่อยที่ตรงส่วนนี้มีพื้นที่มากพอ การรวมตัวของกลุ่มคนเยอะๆจึงดูไม่อึดอัดเหมือนตอนที่นั่งทานข้าวในครัว

ในเวลานี้เด็กชายตุลย์ วุ้น และเปอร์กำลังช่วยกันต่อตัวต่อเลโก้อย่างขมักเขม้นอยู่ตรงบริเวณมุมหนึ่งของห้องรับแขก ส่วน ลม นาที กร คีย์และขุน กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ใกล้ๆ

"คุณดูพุงผมดิ ยื่นออกมาเยอะมาก ผมไม่น่ากินเยอะเลย อ้วนแล้วเนี่ย"

"ไม่เห็นจะอ้วนเลย น่ารักจะตาย" กรยื่นมือไปลูบแก้มคีย์เบา

"ถ้าผมอ้วนแล้วคุณยังจะรักผมอยู่หรือเปล่า" คีย์จับมือกรที่ลูบแก้มของตัวเองไว้ แนบแก้มของตัวเองกับฝ่ามือหนาจนแก้มล้น ปากยู่ พร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนให้กับคนตรงหน้า

"ทั้งชีวิตอุทิศให้เธอ"

"โอ๊ย ขอโทษเถอะครับคุณคิรากร คุณคีตกานต์ พวกคุณทั้งสองไม่ได้อยู่กันสองคนนะครับ เกรงใจอาหารเย็นที่เพิ่งกินไปด้วยครับ"

ขุนที่อดทนฟังวาจาชวนเลี่ยนไม่ไหวถึงกับต้องรีบเอ่ยขัดขึ้นมา ก่อนที่บทสนทนาของคู่รักระหว่าง คุณเจ้าของร้านกาแฟปากร้ายกับนายหน้านิ่ง จะเลยเถิดไปมากกว่านี้

"คนรักกันไม่อิจฉานะครับคุณขุน" ไม่มีแล้วนะครับ คีตการต์ผู้ปากแข็ง ตอนนี้มีแต่คีตกานต์ผู้คลั่งรักเพียงเท่านั้น

"ไม่ปากแข็งแล้วเหรอคีย์"

"โดนจูบทุกวันเอาอะไรมาเแข็งวะเพื่อนที ถ้าเจ่อก็ว่าไปอย่าง เหมือนมึงตอนนี้ไง"

อยากจะแซวเขาแต่ทำไมเหมือนตัวเองโดนเล่นงานกลับซะงั้น แล้วดูคำพูดคำจา ไม่มีคำว่าอายเลยจริงๆสินะ มันน่าจับมาตีปากสักสองที

"อ้อ! จริงสิครับ ผมว่าจะพูดเรื่องนี้ตั้งหลายครั้ง แต่ลืมตลอดเลย"

"เรื่องอะไรเหรอครับ"

"คือผมได้ยินข่าวลือแว่วๆผ่านหูมาบ้างน่ะครับ เรื่องที่คุณทีท้อง"

"ทีท้องแล้วทำไม" น้ำเสียงเข้มๆของลมถามขึ้น

"โธ่ เฮีย คนอื่นเขาพูดกันให้ทั่วว่าคุณทียอมปล่อยตัวปล่อยใจให้ท้องเพื่อหวังจะจับเฮีย เป็นหนูที่ตกถังข้าวสาร"

"พี่ลมทีไม่เป็นไร" นาทีลูบแขนลมเบาๆ เมื่อสัมผัสได้ว่าวงแขนที่กอดเขาอยู่มันกระชับแน่นขึ้นจนรู้สึกอึดอัด "ใครจะพูดอะไรก็เรื่องของเขานะ เดี๋ยวเขาเหนื่อยเขาก็หยุดพูดไปเอง"

"แหม่ พ่อคนดี ดีเหลือเกิน ประเสริฐกว่ามึงไม่มีอีกแล้วไอ้ที ตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วแม่ง! พูดแล้วหงุดหงิด มีเพื่อนเป็นคนดีแม่งลำบากใจ"

"คีย์ไม่เคยได้ยินพุทธพจน์ที่ว่า 'นัตถิ โลเก อนินทิ โต คนที่ไม่ถูกด่า ไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก'เหรอ เพราะฉะนั้นปล่อยไปเถอะ เก็บมาใส่ใจก็เครียดเปล่าๆ "

"แต่บางครั้งมึงก็ควรออกมาพูดอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเองบ้างนะ"

"ใช่ครับ เฮียก็ด้วย" ขุนเอ่ยสบับสนุนความคิดของคีย์

"ก็เราอยากอยู่เงียบๆนี่น่า ตราบใดที่พวกเขายังไม่ล้ำเส้นเข้ามา เราก็ไม่อยากทำอะไรให้มันยุ่งยาก ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างจิตใจ อีกอย่างเราก็ยังไม่เคยได้ยินใครมาว่าเราแบบจังๆเลย อยู่ๆให้ไปแก้ตัวมันจะดูแปลกๆไหม ส่วนที่พี่ลมเงียบเพราะผมเป็นคนบอกให้พี่ลมอยู่เฉยๆเองครับคุณขุน "

"แปลกเหี้ยอะไร! ไอ้ที มึงสนใจบวชสักพรรษาไหมกูเป็นเจ้าภาพให้เอง โอ๊ย! มึงปาหมอนมาทำไมเนี่ย"

"เราไม่พูดกับคีย์แล้ว ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะครับ พี่ลมปล่อยก่อนครับทีจะไปเข้าห้องน้ำ"

"ให้พี่ไปด้วยไหม"

"ห้องน้ำอยู่ตรงนี้เองครับ"

"ไม่ต้องล็อกประตูนะครับ เผื่อมีอะไรพี่จะได้เข้าไปช่วยทัน"

"ครับ"


"เฮียจะอยู่เฉยจริงดิ"

คล้อยหลังนาที ขุนก็ยิงคำถามใส่ลมทันที

"แค่เฮียบอกมา" กรเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแววตาของลมที่บ่งบอกว่าตอนนี้มีแผนการบางอย่างเกิดขึ้นแล้วภายในใจ

"ขอบใจ" ลมพยักหน้ากับกรอย่างรู้กัน

ครั้งก่อนที่ลมรู้เรื่องว่ามีคนพูดถึงนาทีในทางที่ไม่ดี ลมก็ตั้งใจที่จะป่าวประกาศถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาที แต่นาทีก็มาห้ามไว้ บอกให้ปล่อยไป เดี๋ยวคนก็เบื่อที่จะพูดไปเอง แต่ถ้าใครมาถามเราก็ค่อยบอกไป ลมเลือกที่จะตามใจนาทีและแสดงออกผ่านการกระทำของตัวเองแทน ไม่มีปิดบัง เปิดเผย ให้เกียรติ ใครถามเขาก็จะบอกเสมอว่านาทีและน้องตุลย์คือภรรยาและลูกของเขา ซึ่งมันก็จริงอย่างที่นาทีพูด เมื่อเวลาผ่านไปคนก็เบื่อที่จะพูดกันไปเอง

ส่วนครั้งนี้คงเป็นเพราะนาทีท้องขึ้นมาและสถานะความสัมพันธ์ของเขากับนาทียังไม่ได้รับการยืนยันจากปากเขาโดยตรง บางคนรู้เพียงเพราะได้ยินคนอื่นๆพูดต่อๆกันมา  จึงทำให้เกิดประเด็นต่างๆขึ้นมาอีกครั้ง ลมรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบนินทาและสอดรู้สอดเห็น แต่เราก็ต้องยอมรับว่าคนชอบนินทาและสอดรู้สอดเห็นก็มีไม่น้อยเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คงเป็นจังหวะดีที่จะประกาศให้คนอื่นได้รู้กันแล้วสินะ

แต่ถ้าประกาศกันโต้งๆอาจจะโดนเมียด่า

ถ้าอย่างนั้นก็... อืม เอาแบบนั้นละกัน



..........................................................

TBC.

อย่าเพิ่งเบ้ปากใส่พวกคลั่งรักนะคะ

ตอนนี้ก็จะเรื่อยๆนิดนึงนะคะ

หวังว่าทุกคนจะมีรอยยิ้มจากตอนนี้นะคะ
 ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1102
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
34
ประกาศให้ทราบโดนทั่วกัน


วันเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ตั้งแต่วันที่ขุนบอกกับนาทีว่าตอนนี้มีข่าวลือแปลกๆระหว่างเขากับคุณลม ในตอนที่ไม่รู้นาทีก็ไม่ได้สนใจรอบข้างสักเท่าไหร่ แต่พอได้รับรู้เรื่องราวแล้ว ความใส่ใจและสังเกตสิ่งรอบข้างมีมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้พอจะรับรู้ได้ว่ามีเรื่องราวแบบนั้นเกิดขึ้นจริงๆ

อาจจะมีบ้างบางคนที่มองมา แต่มันก็ไม่ได้ทำให้นาทีรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด ส่วนมากสายตาที่มองมาเป็นสายตาของความอยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่า ไม่ใช่สายตาของความเหยียดหยามหรือดูหมิ่น นาทีจึงเลือกที่จะมองผ่านเรื่องพวกนี้ไป

ก่อนหน้านี้ชีวิตของเขาพบเจอปัญหามากมาย แต่ในเวลานี้เขามีความสุขดีในทุกๆเรื่อง แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ความคิดแบบนั้นมันก็เป็นความรู้สึกนึกคิดของเขาในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่ความรู้สึกในวันนี้ ที่เขารู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกไปกว่าเก่าจนเขาสัมผัสได้และเริ่มไม่สบายใจกับบรรยากาศเหล่านี้

"คีย์ว่า...วันนี้บรรยากาศมันแปลกๆหรือเปล่า" นาทีเอ่ยถามคีย์เมื่อลูกค้าคนล่าสุดเดินจากไปแล้ว

"แปลกยังไงวะ" คีย์ถามในขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการตีฟองนมและชงกาแฟ

"ก็ลูกค้าในร้านเยอะจนผิดปกติ"

นาทีกวาดสายตามองลูกค้าที่นั่งอยู่ภายในร้านอีกครั้ง เขารู้สึกว่าวันนี้ลูกค้าเยอะจริงๆนะ พนักงานบริษัทนี้เขาไม่ทำงานกันหรือไงนะ ทั้งๆที่อีก 5 นาทีก็ถึงเวลาเข้างานคาบบ่ายแล้วแท้ๆ ไหนจะลูกค้าที่กำลังยืนรออยู่อีก จะว่าที่ร้านมีโปรโมชัน 1 แถม 1 ก็ไม่ใช่

"ลูกค้าเยอะๆดีแล้วค่ะพี่ที โบนัสปลายปีจะได้เยอะๆ"

"เท่าเดิมไม่มีปรับเพิ่มนะจ้ะ"

"พี่คีย์ใจร้าย"

"ทั้งสองคนฟังก่อน คือยังไงดี คือพี่รู้สึกว่ามีคนแอบมองมาที่พี่ตลอดเลย พอพี่เงยหน้าไปสบตาบางคนก็หลบสายตา บางคนก็ส่งยิ้มให้ บางคนก็ทักทายพี่เหมือนรู้จักกันมานาน แต่พี่ไม่รู้จักเขาเลยนะ"

"เออ ก็จริงอย่างที่มึงว่านะ เอาจริงๆกูก็รับรู้ได้นะว่าวันนี้มันแปลกๆ หรือผัวมึงใจดีแจกรางวัลเอาใจลูกน้องให้ขยันทำงาน โดยการเลี้ยงกาแฟที่ร้านกูว่ะ"

"หรือว่าพี่คีย์แอบไปเมาที่ไหนมา แล้วเผลอไปทำอะไรแปลกๆมาหรือเปล่าคะ แบบมีคลิปหลุดออกมาให้ดูในยูทูป"

"เฮ้ย ไม่มีทาง พี่ไม่ได้ไปเมาที่ไหนเลยนะช่วงนี้" ปากบอกไม่อย่างหนักแน่นแต่มือรีบเอื้อมไปหยิยโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดอะไรสักอย่างยุกยิกไปมา

"ทำอะไรคะพี่คีย์" วุ้นชะโงกหน้าดูด้วยความสนใจ

"ถึงพี่จะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรแปลกๆแน่นอน แต่ขอดูเพื่อความสบายใจหน่อยก็แล้วกัน"

"ฮ่าๆ พี่คีย์ วุ้นแค่แซวเล่นเองนะคะ"

"ถ้าพี่บัวมาก็คงดี" จู่ๆนาทีก็เอ่ยถึงบัวชมพูขึ้นมาเสียดื้อๆ

"เกี่ยวอะไรกับพี่บัววะ"

"บางทีเราอาจจะรู้อะไรสักเล็กน้อยเกี่ยวกับความแปลกประหลาดนี้ก็ได้"


กริ๊ง! กริ๊ง!

"พี่ที พี่ที้ พี่ทีๆๆๆๆๆๆๆๆ"

เสียงกระดิ่งดังขึ้น พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของเปอร์ที่ตะโกนเรียกชื่อของนาทีมาแต่ไกล ทำให้บทสนทนาก่อนหน้าของนาทีหยุดชะงักเพราะต้องหันไปมองคนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาภายในร้านแทน คีย์เองก็ถือโทรศัพท์ค้างนิ่งไว้ในมือเพราะตกใจกับท่าทางรีบร้อนของเปอร์เช่นกัน

"พี่ที แฮ่กๆ พี่ที"

"มึงจะเรียกพี่ทีๆอะไรหนักหนา แล้วแหกปากตะโกนมาแต่ไกล มึงเกรงใจลูกค้าที่นั่งกันอยู่เต็มร้านบ้าง"

"อ่า ขอโทษนะครับ" เปอร์ยิ้มเจื่อนรีบก้มตัวขอโทษลูกค้าที่นั่งอยู่ภายในร้านทันทีเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอทำตัวเสียมารยาทไปเสียแล้ว

"เปอร์มีอะไรหรือเปล่า กาแฟกับขนมที่ขึ้นไปส่งมีปัญหาเหรอ" นาทีรีบถามด้วยความเป็นห่วง

"กาแฟกับขนมเรียบร้อยดีครับ แต่พี่รู้อะไรไหมพี่ที ตอนที่ผมกำลังกลับจากส่งกาแฟ ผมได้ยินข่าวเด็ดมาด้วยแหละ แป๊บนะครับ"

เปอร์รีบเดินไปยังตู้ที่มีพวกนิตยสาร หนังสือ หนังสือพิมพ์วางอยู่ เมื่อเห็นหนังสือเล่มที่ต้องการ เปอร์ก็เผยรอยยิ้มกว้างรีบหยิบมันขึ้นมาแล้ววิ่งกลับมาหานาทีทันที

"พี่เปอร์อ่านหนังสือธุรกิจแบบนี้ด้วยเหรอคะ ปกติวุ้นเห็นอ่านแต่นิตยสารที่เขาให้ทายอักษรย่อ"

"จิ๊!"

"มาจงมาจิ๊ ไหนเรื่องตื่นเต้นของมึง ถ้าไม่เด็ดพอนะ พ่อจะตัดเงินเดือนให้"

"ผมกลัวว่าพี่คีย์จะต้องเพิ่มเงินเดือนให้ผมแทนมากกว่านะ"

"มันเด็ดขนาดนั้นเลยเหรอวะ"

"โอ๊ะ! เจอแล้ว" เปอร์กางหน้าหนังสือลงบนเคาน์เตอร์เพื่อให้ทุกๆคนมองได้ถนัด

นาที คีย์ และวุ้น ต่างก็ชะโงกหน้าเข้ามาดู ก่อนที่จะทั้งสามคนจะตาเบิกกว้างกับสิ่งที่เห็นในหน้าหนังสือ

"นี่มันพี่ลมหนิคะ" วุ้นจิ้มนิ้วลงไปบนรูปของลมที่อยู่ตรงมุมของหน้าหนังสือ

"รูปพี่ลมไม่ต้องไปสนใจหรอก เพราะความเด็ดมันอยู่ตรงส่วนนี้ต่างหาก" เปอร์ชี้ลงบนบทสัมภาษณ์หนึ่งของลม

ตรงส่วนที่เปอร์ชี้เป็นส่วนของบทสัมภาษณ์บทหนึ่งที่ถามถึงเรื่องราวความรักของลม โดยคำถามก็เป็นคำถามทั่วๆไป หัวใจตอนนี้เป็นอย่างไร มีคนในใจแล้วหรือยัง เรื่องราวจะไม่มีอะไรเลย ถ้าลมจะตอบคำถามแบบธรรมดา อย่างเช่น ครับ ผมมีแฟนแล้ว แต่ครั้งนี้ลมเล่นพูดหมดเปลือกว่ามีภรรยาและลูกแล้ว ลมยังเล่าถึงเหตุการณ์ตอนที่ต้องห่างกันจนได้กลับมาเจอกันอีกครั้งอีกด้วย แต่เป็นการเล่าถึงอย่างผิวเผินไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรมากมาย ทำให้คนอ่านสามารถอมยิ้มตามได้ ยิ่งอ่านไปจนถึงตอนท้ายๆของบทสัมภาษณ์นาทีก็เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมวันนี้ร้านกาแฟคนถึงเยอะและความรู้สึกแปลกๆนั้น เขาไม่ได้คิดไปเองจริงๆ

"...ภรรยาของผมชอบทำขนมมากเลยครับ ตอนนี้เขาก็กำลังสนุกกับการทำงานในร้านกาแฟที่ชื่อ keyword cafe ทั้งๆที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่แต่ก็ไม่ยอมหยุดงานเลยครับ เป็นหม่าม้าที่ดื้อมากทั้งๆที่ป๊าอย่างผมก็ออกจะรวยขนาดนี้ (หัวเราะ) ทุกคนกำลังคิดว่าผมอวดภรรยาอยู่ใช่ไหมครับ ผมยอมรับก็ได้ครับว่ากำลังอวดอยู่จริงๆ หากใครอยากลองชิมว่าขนมฝีมือภรรยาผมอร่อยจริงไหม สามารถไปแวะชิมได้นะครับ ร้านตั้งอยู่ตรงชั้น 1 ของบริษัทผมเองครับ แต่ช่วงนี้เขาอาจจะขยับตัวลำบากสักหน่อย ถ้าภรรยาของผมทำอะไรได้ไม่รวดเร็วทันใจ ได้โปรดเห็นใจและอ่อนโยนกับเขาด้วยนะครับ ผมรักภรรยาของผมมาก ถ้าหากเขาโดนรังแก ผมไม่อยู่เฉยแน่นอน หวังว่าจะรับทราบโดยทั่วถึงกันนะครับ"

" กรี๊ด พี่ที วุ้นเขินแทนเลยค่ะ" วุ้นยืนบิดตัวไปมาในตอนที่กำลังคีย์กำลังอ่านบทสัมภาษณ์ของลม ก่อนจะกรี๊ดออกมาเบาๆเพราะทนความเขินไม่ไหว

"โว้ย อิจฉาจริงๆเลยเว้ย ผัวมึงนี่เล่นใหญ่ไม่ธรรมดาเหมือนกันน้า" คีย์กระแซะไหล่ตัวเองกับนาทีเบาๆ "นี่ไงที่มา ว่าทำไมวันนี้ร้านกูคนถึงเยอะจนล้นร้าน เขาอยากมาดูหน้าภรรยาของคุณบอสนี่เอง กิ้วๆ"

"ไม่พูดมากให้เมื่อยปาก พูดครั้งเดียวแต่เคลียร์ชัดทุกประเด็น ที่สำคัญคือรู้เลยว่าพี่ลมรักเมียมาก มีการแอบขายของให้เมียและอวดเมียนิดๆด้วย แต่เหมือนเพื่อนเมียจะได้อานิสงค์ไปเต็มๆ จ่ายค่าโฆษณาให้เขาด้วยนะพี่คีย์"

"หักจากเงินเดือนมึงไง อีกอย่างมึงอ่านดีๆเขาอวดเมียนิดๆที่ไหน พูดเยอะกว่านี้อีกนิดก็จะเกิดการอวยยศเแล้วนะ เหม็นเบื่อพวกคลั่งรักจริงๆเลยเว้ย"

"พี่เหม็นตัวเองด้วยเหรอพี่คีย์"

"ไอ้เชี่ยเปอร์!"

นาทีรู้สึกเขินจนหน้าร้อนผ่าว หยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมาบดบังหน้าตาของตัวเอง พร้อมกับอ่านบทสัมภาษณ์ของลมซ้ำอีกครั้ง ยิ่งอ่านก็ยิ่งเขิน ยิ่งเขินก็ยิ่งหน้าแดง ไม่ไหว ใจของนาทีไม่ไหวแล้วจริงๆ ใจเต้นแรงจนเจ็บไปหมด

"ว่าแต่พนักงานบริษัทนี้เขาอ่านนิตยสารพวกนี้กันทุกคนเลยเหรอวะ เจ๋งว่ะ"

"เจ๋งอะไรละพี่คีย์ ก็ปากต่อปากส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือ พี่จำได้ป้ะตรงทางเข้ามันจะมีบอร์ดไว้ให้พนักงานหรือใครก็ตามแต่ที่มาใช้บริการที่นี่ เขียนระบายสิ่งต่างๆแล้วแปะกระดาษลงไปบนกระดาน ตรงนั้นละ มีบทความของพี่ลมแปะอยู่ตรงกลางเลย ใครไม่เห็นก็บ้าแล้ว" 

"โอ๊ย เหม็นกลิ่นคนคลั่งรัก อะ เขิน เขินเข้าไป กำหนังสือซะแน่นขนาดนั้นมึงไม่ขอหนังสือเล่มนี้กูกลับบ้านด้วยเลยละที"

"ขอบคุณนะคีย์ ใจดีจริงๆเลยน้าน้องคีย์เนี่ย" ลูบหัวเพื่อนรักเสร็จ นาทีก็กลับหลังหันเดินไปยังห้องพักด้านหลังร้านทันที

"ไอ้เหี้ยที กูประชด"



...........................................................

"พี่ลมครับ นี่อะไรครับ"

นาทีกางหน้านิตยสารที่มีบทสัมภาษณ์ของลมให้ลมดู หลังจากที่พวกเขาทั้งหมดกลับมาถึงบ้านและจัดการมื้อเย็นกันเรียบร้อยแล้ว

"อ่อ บทสัมภาษณ์ครับ"

"ทีรู้ครับ แต่ที่ทีถามคือตรงนี้" นาทีชี้ลงตรงจุดที่เป็นสัมภาษณ์เรื่องความรักของลม

"ทีอย่าเพิ่งงอนนะ ฟังพี่ก่อน คือทางนิตยสารเล่มนี้เขาติดต่อพี่มาหลายครั้งแล้ว แล้วช่วงนี้งานพี่ก็ไม่ได้ยุ่งมากก็เลยตอบตกลงไป ส่วนคำถามทีมงานเขาถามมา พี่ก็ตอบไปตามจริง ตอนแรกก็จะตอบสั้นๆ แต่ทีมงานถามว่าลงรายละเอียดอีกนิดหน่อยได้ไหมจะได้ไม่ห้วนเกินไป มันก็เลยออกมาเป็นอย่างที่ทีเห็นครับ พี่ไม่ได้โกหกนะ ทีก็รู้ว่าพี่โกหกไม่เก่ง"

คนโกหกไม่เก่งพยายามทำสีหน้าออดอ้อนจนสุดความสามารถ เพื่อกลบเกลื่อนคำโกหกที่เพิ่งพูดออกไปเมื่อสักครู่ ทางนิตยสารติดต่อมาคือเรื่องจริงแต่มันก็เมื่อนานมากๆแล้ว ส่วนครั้งนี้ลมเป็นคนให้กรไปจัดการเรื่องนี้เอง ส่วนเรื่องคำถามทีมงงทีมงานตั้งคำถามและขอร้องอะไรกัน มีแต่เขาเองนี่แหละที่ย้ำกรนักย้ำกรหนาว่าให้กำชับทีมงานให้ดีเรื่องการถามคำถามและการเขียนบทสัมภาษณ์ลงไป อย่าให้เนื้อหาขาดหายหรือเกินไปเด็ดขาด

ลมไม่ใช่บุคคลที่จะพูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองพร่ำเพรื่อ แต่ถ้าได้อวดเมีย เรื่องนี้เขาสู้ตาย

"เดี๋ยวก่อนครับ"

ร่างของคุณแม่ที่ตอนนี้มีพุงยื่นออกมาให้พอสังเกตเห็น เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆลมเนื่องจากยืนอยู่นานจนรู้สึกเมื่อยขา โดยที่มีสองมือของลมช่วยประคองรองรับ ช่วยจัดท่านั่งให้คุณแม่เสร็จสรรพ

"ทีไม่ได้จะว่าอะไรพี่ลมสักหน่อย เห็นทีเป็นคนยังไงครับเนี่ย"

"ก็พี่เห็นทียืนเท้าสะเอว คิ้วขมวดมองพี่อยู่นี่น่า"

"ทีไม่ได้เท้าสะเอวสักหน่อย ทีแค่ใช้มือประคองหลัง และที่คิ้วขมวดเพราะทีรู้สึกเมื่อยนิดหน่อยครับ"

"ทีเมื่อยเหรอครับ ไหนครับ เมื่อยตรงไหน เดี๋ยวพี่นวดให้" 

"หยุดก่อนครับ" มือของลมจับสะเปะสะปะไปมาจนนาทีต้องจับไว้เพื่อให้มันอยู่นิ่งๆ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่เขาจะพูดวันนี้ คงจะไม่ได้พูด "ฟังทีพูดก่อนครับ"

"ครับ"

"ที่ทีถาม ทีไม่ได้จะต่อว่าพี่ลมสักหน่อย ทีแค่อยากจะขอบคุณ"

"ขอบคุณ?"

"ครับ ทีรู้นะว่าพี่ลมไม่ใช่คนประเภทที่จะพูดเรื่องส่วนตัวของตัวเองแบบนี้ แต่ครั้งนี้ที่พี่ลมทำไปก็เพื่อทีใช่ไหมครับ เรื่องที่คุณขุนพูดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน"

"ก็...ครับ" ลมยอมรับออกมาอย่างจำนน

"ขอบคุณนะครับ" นาทีกุมมือลมไว้แน่น ดวงตาจ้องมองลมแน่วแน่อย่างมีความหมาย "ขอบคุณที่พี่ลมปกป้องที ปกป้องลูก และปกป้องครอบครัวของเรา ขอบคุณที่ทำเพื่อทีขนาดนี้นะครับ ทีอาจจะเห็นแก่ตัวไปบ้างในเรื่องที่บอกให้ทุกคนอยู่เงียบๆเพราะตัวเองไม่อยากวุ่นวาย แถมยังไปบังคับพี่ลมให้อยู่เงียบๆด้วยอีก โดยลืมคิดไปว่าบางครั้งการจัดการปัญหาของแต่ละคนนั่นย่อมต่างกัน ทีขอโทษนะครับ"

"ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจทีนะ และพร้อมจะเชื่อฟังทีเสมอ ขอแค่ทีบอกมา" ลมใช้มือข้างที่ว่างจากการจับกุม ลูบแก้มของนาทีเบาๆ

"ขอบคุณมากนะครับ"

"ไม่ต้องขอบคุณแล้วครับ เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นตรงนี้ดีกว่าครับ" ลมเอียงแก้มสากให้นาทีพร้อมกับจิ้มแก้มตัวเองซ้ำๆเพื่อบ่งบอกให้นาทีรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

นาทีหลุดขำออกมาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด " ฟอด ฟอด จุ้บ" นอกจากหอมแก้มแล้ว ยังมีการแถมจุ้บตรงริมฝีปากให้คุณป๊าของเจ้าตัวน้อยยิ้มแก้มแตกไปอีกหนึ่งที

"ชื่นใจจังเลยครับ"

"ยิ้มกว้างไปแล้วครับ...จริงสิ พี่ลมรู้ไหมครับ ตอนที่ทีได้อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ลมนะ บอกตามตรงเลยว่าตอนนั้นรู้สึกเขินมากเลยครับ ทียิ้มจนแก้มแทบแตกเลย"

"ฮ่า ฮ่า ขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"ทีพูดจริงๆนะครับ พี่ลมไม่เชื่อทีเหรอ"

"โอ๋ๆ หม่าม้าอย่าทำหน้ายู่สิครับ ป๊าเชื่อสิ ไม่เชื่อหม่าม้าจะให้ป๊าไปเชื่อใคร"

"พี่ลมไม่ต้องมาพูดดีเลย"

"ไหนยิ้มให้พี่ดูหน่อยสิครับ ว่าตอนนั้นทียิ้มกว้างขนาดไหน มันต้องน่ารักมากแน่ๆเลย"

"พอเลยครับ ใครจะไปยิ้มได้กัน อารมณ์ ณ ตอนนั้นกับตอนนี้ไม่เหมือนกันสักหน่อย"

"ถ้าอย่างนั้นให้พี่พูดให้ฟังใหม่ไหมครับ เอาแบบกระซิบเสียงหวานๆข้างๆหู" ลมขยับหน้าเข้าไปใกล้ๆใบหูของนาที ก่อนที่จะกระซิบเสียงพร่า

"พอเลยครับ ขยับออกไปเลยทีจั๊กจี้" เพราะลมหายใจร้อนผ่าวของลมที่ตกกระทบลงบนใบหู ทำให้นาทีรู้สึกจั๊กจี้จนต้องรีบดันใบหน้าของคนข้างๆให้ถอยออกไป "อื้อพี่ลม อย่าหอม ทีจั๊กจี้"


"ป๊า ป๊า ป๊าคับ"

เสียงเล็กๆของลูกชายดังมาแต่ไกล ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเล็กบอกว่าจะไปหยิบอะไรบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋าโรงเรียนมาให้ดู และตอนนี้ในมือของเจ้าตัวเล็กกำลังถือหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ คุณป๊ากับคุณหม่าม้าที่กำลังสวีตกันเมื่อสักครู่ ต้องรีบผละออกจากกัน เมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา

"น้องตุลย์ไม่วิ่งครับ เดี๋ยวล้ม" นาทีดุลูกชายที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาเบาๆ

"ว่าไงตัวเล็ก"

"ป๊า นี่ป๊าๆ ป๊าอยู่ในนี้" เด็กชายตุลย์ใช้นิ้วป้อมๆของตัวเองชี้ลงไปบนรูปของลมที่ถ่ายลงไว้ในนิตยสารตรงมุมด้านบน

"ใช่ครับ"

"ป๊าหล่อ รูปนี้ป๊าหล่อเหมือนตูนตูนเยย คิกคิก" เด็กชายตุลย์หัวเราะชอบใจให้กับคำพูดของตัวเอง

"เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ลูกชายป๊าหล่อที่สุด ฟอด" ลมอดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปหอมแก้มยุ้ยแรงๆหนึ่งที

"น้องตุลย์เอาหนังสือเล่มนี้มาจากไหนเหรอครับ"

"พี่เปอร์กับอาคีย์ให้มาคับ"

"อ่อ"

"อาคีย์บอกว่า ให้ตูนตูนเก็บไว้ดีๆ เอาไว้อ่านตอนโตคับ พี่เปอร์บอกว่าป๊าของตูนตูนเล่นใหญ่ บอกรักหม่าม้าให้คนทั้งประเทศรู้เยย"

"เอ่อ..."

"อาคีย์เลยบอกว่า เก็บไว้น้าตูนตูน เก็บไว้ โตมาจะได้รู้ว่าพวกคั่งรักเป็นยางงาย"

"ทีจะแอบเอาหนังสือเล่มนี้ไปซ่อน" นาทีเอียงตัวมากระซิบเบาๆข้างหูลม ลมที่ได้ยินคำพูดของนาทีก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

"ป๊าขำอารายคับ"

"ไม่มีอะไรครับ"

"หม่าม้าๆ พุ้งนี้ตูนตูนเอาหนังฉือเล่มนี้ไปโรงเรียนด้วยได้ม้ายคับ"

"น้องตุลย์จะเอาไปทำไมครับ"

"เอาปายอวดต้นหญ้ากับเพื่อนๆคับ ว่าป๊าของตูนตูนได้ปายอยู่ในหนังฉือด้วย นะคับ น้า~"

"ก็ได้ครับ"

"เย้~"

ตอนแรกนาทีก็อยากจะเอ่ยห้ามอยู่หรอก แต่พอเห็นท่าทางออดอ้อนกับแววตาที่แสนจะภาคภูมิใจที่ป๊าของตัวเองมีรูปในหนังสือแล้ว มันทำให้นาทีปฏิเสธคำขอนั้นไม่ลง ตอบตกลงไปในที่สุด

"อ้อจริงสิ อาทิตย์หน้าพวกพี่ กร และคีย์ นัดกันไว้ว่าจะมาจัดงานเลี้ยงกันที่นี่ ทีมีความเห็นยังไงบ้างครับ"

"งานเลี้ยงเหรอครับ... อืม จัดได้อยู่แล้วครับไม่มีปัญหา"

"แต่อาจจะมีคนมาเพิ่มคนสองคนนะครับ"

"เพื่อนพี่ลมเหรอครับ"

"จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ"

"ได้ครับทีไม่มีปัญหาอะไร อยากให้ทีทำอาหารอะไรเป็นพิเศษไหมครับ"

"เรื่องอาหารเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกทีครับ"

"ถ้ายังไงพี่ลมบอกทีล่วงหน้านะ จะได้ไปซื้อของกัน"

"ครับ ขอบคุณมากครับ... แล้วที่บอกว่ารู้สึกเมื่อยตอนนี้ยังเมื่อยอยู่หรือเปล่าครับ"

"ก็นิดหน่อยครับ แต่ทีเมื่อยขา เมื่อยเท้าซะมากกว่า"

"อู้ว เมื่อยเหรอ หม่าม้าเมื่อยหรอ ถ้าเมื่อยต้องบีบๆ ตงไหน หม่าม้าเมื่อยตงไหนคับ" เด็กชายตุลย์เลิกสนใจหนังสือที่มีคุณป๊าอยู่ด้านใน มาสนใจหม่าม้าที่บ่นว่าปวดเมื่อยแทน

"หม่าม้าเมื่อยตรงแก้มมากเลยครับ ถ้าได้น้องตุลย์มาหอมแก้มหม่าม้าสักสิบทีคงจะหายเมื่อย"

"หม่าม้าเอาแก้มมาเยย ตูนตูนหอมหอม ฟอด..."

"อื้อ ชื่นใจ หม่าม้าหายเมื่อยเลยครับ อ๊ะ พี่ลม"

นาทีเผลอร้องด้วยความตกใจ เพราะในขณะที่กำลังหยอกล้อกับลูกชาย ขาของเขาก็โดนลมยกขึ้นไปวางไว้บนตักของลมแทน

"พี่นวดให้ครับ"

"พี่ลมไม่เป็นไรครับ" นาทีพยายามดึงขาตัวเองกลับมา

"หม่าม้าไม่ดื้อนะครับ ปล่อยการนวดให้เป็นหน้าที่ของคุณป๊า ส่วนหม่าม้ามีหน้าที่แค่ผ่อนคลายก็พอครับ"

"ขอบคุณนะครับ"

"ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ"




...............................................................

วันเวลาผ่านไป วันนี้บ้านของนาทีก็มีงานเลี้ยงฉลองขึ้นมาอีกครั้งตามที่ลมเคยบอกไว้ งานเลี้ยงที่จนถึงตอนนี้นาทีก็ยังไม่รู้ว่าจัดขึ้นเนื่องในโอกาสอะไร

ในตอนนี้มีเด็กชายตุลย์และคีย์ที่ช่วยกันประดับตกแต่งห้องรับแขกอย่างขยันขันแข็ง ลูกโป่งก็ถูกประดับตกแต่งไปทั่วห้อง

นี่มันงานเลี้ยงอะไรกันเนี่ย ทำไมถึงได้ดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ

"หมูตุ้บ หยิบลูกโป่งสีขาวให้อาคีย์หน่อยครับ"

"สีขาวหรออาคีย์"

"ครับ สีขาว"

"อาคีย์เอากี่อันคับ"

"อาคีย์ขอ 5 ลูกคับ"

"หนึ่ง ฉอง ฉาม ฉี่ โอ๊ะ อาคีย์ตูนตูนถือห้าอันม่ายไหว ฉี่อันได้ป้าวคับ" เด็กชายตุลย์ที่ยืนหอบหิ้วลูกโป่งสีขาวเต็มแขน ยืนมองหน้าคนเป็นอาอย่างขอความคิดเห็น

"ฮ่า ฮ่า หมูตุ้บเอ้ย สี่ลูกก่อนก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับ มาครับมาช่วยอาคีย์ตกแต่งลูกโป่งตรงนี้"

"คับ!"

เด็กชายตุลย์ช่วยอาของตัวเองตกแต่งลูกโป่งบริเวณห้องรับแขกอย่างขยันขันแข็ง อาคีย์บอกให้ทำอะไรเด็กชายตุลย์ก็ทำตามอย่างว่าง่าย มีบ้างที่สมาธิหลุดหรือเผลอทำอะไรตามใจตัวเองไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่อย่างใด เสร็จจากตรงนี้ก็วิ่งไปตรงนู้น จนตอนนี้เด็กชายตุลย์เหงื่อซกเต็มตัว แก้มยุ้ยๆก็แดงก่ำเพราะความร้อนและเหนื่อยหอบจากการวิ่งไปมา


"พี่ที ของที่ให้ไปซื้อมาแล้วครับ" เปอร์ชูถุงที่หิ้วอยู่เต็มสองมือให้นาทีดูพร้อมกับเดินยิ้มร่าเข้ามาหานาที

"ซื้อมาครบตามที่พี่เขียนไปหรือเปล่า"

"พี่ที ระดับผมแล้ว"

"ครบแน่นอน?"

"ไม่แน่ใจครับ"

"..."

"ผมล้อเล่นครับ ครบแน่นอน"

ครั้นเมื่อเห็นท่าทางลิงหลอกเจ้าของเปอร์นาทีก็แทบจะเดินไปเด็ดก้านมะยมมาตีน่องสักที

"คุณนาทีครับ ของพวกนี้ผมเอาไปเก็บในครัวเลยนะครับ"

"ขอบคุณมากครับคุณขุน"

ขุนยิ้มรับแล้วขอตัวเดินเอาของไปไว้ในห้องครัว โดยที่มีเปอร์เดินตามไปติดๆ

"พี่ทีเดี๋ยววันนี้วุ้นเป็นลูกมือให้เองนะคะ"

"ขอบคุณนะวุ้น"

"ไม่เป็นไรค่ะ ไปค่ะ ไปในครัวกัน แล้วพี่ลมกับพี่กรยังไม่กลับกันมาหรอครับ"

"อื้อ แต่อีกเดี๋ยวก็คงจะมากันแล้วหล่ะ เมื่อกี้โทรมาบอกพี่ว่าเพื่อนลงจากเครื่องแล้ว "

"อ่อค่ะ"

 ลมกับกรในเวลานี้ไม่ได้อยู่ช่วยเตรียมของด้วยกัน เนื่องจากทั้งสองคนต้องไปรับเพื่อนที่สนามบิน นาทีจึงคิดเองเออเองว่างานเลี้ยงที่สุดแสนจะยิ่งใหญ่วันนี้ คงจัดขึ้นเพื่อเป็นการเลี้ยงต้อนรับเพื่อนของลมแน่ๆ สงสัยคงจะเป็นเพื่อนคนที่สำคัญมาก


อ๊อด! อ๊อด!

"ไอ้ที ใครมากดออดหน้าบ้านมึงอ่ะ ออกไปดูดิ"

"พี่ลมหรือเปล่า"

"ผัวมึงจะกดออดทำไมล่ะ"

"คีย์ออกไปดูให้หน่อยได้หรือป้าว เราล้างผักอยู่"

"กูไม่ว่างอะดิ มึงก็ให้ไอ้เปอร์ล้างไปดิ"


อ๊อด! อ๊อด!

"ไปเร็ว เขารอนานแล้ว"

"ก็ได้" นาทีละมือจากการล้างผัก ถอดผ้ากันเปื้อนที่สวมอยู่ออก ก่อนจะรีบเช็ดมือให้แห้งแล้วรีบเดินออกไปด้านนอกอย่างเร่งรีบ

"หม่าม้า ปายไหนคับ" เด็กชายตุลย์ที่เห็นหม่าม้าของตัวเองกำลังเดินอย่างเร่งรีบออกไปหน้าบ้านเอ่ยถามขึ้น

"หม่าม้าจะออกไปดูข้างนอกครับ ว่าใครมา"

"ตูนตูนปายด้วย" เด็กชายตุลย์รีบวิ่งมาจับมือคนเป็นแม่ไว้ "ตูนตูนพาปายคับ หม่าม้าจับมือตูนตูนไว้ดีๆน้า ม่ายต้องรีบๆ เดี๋ยวล้ม ป๊าบอกว่าให้ตูนตูนดูแลหม่าม้าดีๆ"

"ขอบคุณครับ" นาทีมองลูกชายที่ทำหน้าที่แทนคุณป๊าได้อย่างดีเยี่ยมด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ


อ๊อด! อ๊อด!

"มาแล้วครับๆ"

นาทีส่งเสียงบอกคนด้านนอกก่อนจะเปิดประตูรั้วออกกว้าง ยามที่ได้สบสายตากับแขกที่กำลังยืนส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ นาทีก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"แม่!"

"อู้ว ปู่นภ! คุณยาย!"




..........................................

TBC

จุนปู่กับจุนยาย มาแล้วจ้า ทั้งสองคนมาทำอะไรกันน้า

ส่วนป๊าลมก็...ไม่มีแผ่วจริงๆ เขารักของเขาอ่ะเนอะ

หวังว่าตอนนี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกๆคนได้นะคะ


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

น้องมี 37 ตอน นะคะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด