หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice  (อ่าน 5537 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
14
วันสบายๆของเจ้าหนูตูนตูน

"ป๊า ตรงนี้มีคุณหนอนด้วย"

"ไหนครับ"

"นี่งายๆ....."

"จริงด้วย มีตั้งสามตัว"

"งายคุณหนอน " เด็กชายตุลย์เอ่ยปากทักทายหนอนตัวอ้วนที่กำลังเเทะใบมะเขือเทศด้วยความเป็นมิตร

" ต้วม ต้วม เตี้ยม เตี้ยม ออกมาจากไข่  เจ้าหนอนตัวหย่ายลูกคัยกันหนอ กระดึ๊บๆปาย บนบายไม้อ่อน กัดๆกินๆ อิ่มเเล้วก็นอน เเล้วเจ้าหน๊อนก็ช๊ากใยหุ้มตัว คิคิ ~~~" (เพลง หนอนผีเสื้อ)   

จากนั้นก็ร้องเพลงที่ตัวเองเคยได้ยินมา พร้อมกับขยับตัวดุ๊กดิ๊กเต้นประกอบเพลงไปด้วยอย่างน่ารัก เเก้มยุ้ยๆที่ขึ้นสีเเดงระเรื่อเพราะเเดดอ่อนๆขยับขึ้นลงไปมา คนเป็นพ่อที่มองอยู่ก็อดที่จะยิ้มเอ็นดูให้กับความน่ารักสดใสของลูกชายไม่ได้

"ลูกใครเนีย ทำไมน่ารักอีกเเล้ว"

"ลูกป๊าลมงาย"

ในเวลาบ่ายๆที่เเดดร่มลมตก สองพ่อลูกในตอนนี้กำลังทำกิจกรรมร่วมกันอยู่บริเวณสวนเล็กๆด้านหน้าบ้าน

วันนี้เป็นวันหยุดที่ครอบครัวได้ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งวัน เเละกิจกรรมในตอนบ่ายวันนี้นั่นคือการ ดูเเลสวนเล็กๆหน้าบ้านให้กลับมาสวยงามดังเดิม เนื่องจากหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานาทีไม่มีเวลาได้จัดการกับสวนหน้าบ้านเลย ทำให้ใบไม้ ต้นหญ้า เต็มสวนเล็กๆไปเสียหมด

เด็กชายตุลย์ในตอนนี้เขาสวมเสื้อลายสก็อตสีเเดงสลับดำเนื้อบาง กางเกงวอมสีส้ม มีรองเท้าบูทสีเหลือง ตบท้ายด้วยหมวกสานปีกกว้างสำหรับเด็ก ในมือถืออาวุธคู่ใจเป็นพลั่วสีเขียวสำหรับเด็กหนึ่งอัน

ลมมองลูกชายที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าสีสันที่ขัดกันก็หัวเราะออกมาเบาๆ ใครกันหนอช่างทำร้ายลูกชายป๊าได้ลงคอ

"ป๊า นี่เลยๆ ต้นนี้ตูนตูนปูกเองน่า"

ไกด์ตัวน้อยทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีโดยการพาคนเป็นพ่อเดินทัวร์รอบสวนหน้าบ้านหลังจากที่ถอนหญ้า กวาดใบของต้นมะม่วงหน้าบ้านเสร็จเรียบร้อย

"ต้นนี้เขาเรียกว่าต้นอะไรเหรอครับ"

เเม้ว่าลมจะรู้อยู่เเล้วว่าต้นตรงหน้าคือต้นอะไร เเต่เพราะสายตาที่เเสนจะภาคภูมิใจ กับปากเล็กๆที่อยากจะพูดอวด ทำให้ลมเลือกที่จะเอ่ยถามออกไป ให้ลูกชายได้โชว์ความเก่งออกมาให้เต็มที่

"มะเขือเทศคับ อาหร่อยน้า ตูนตูนชอบที่ฉุดเยย"

"โอโห้ น้องตุลย์ปลูกเก่งจังเลยครับ ต้นมะเขือเทศมีลูกเเล้วด้วย"

"หม่าม้าสอนตูนตูนปูก ตูนตูนขุดดินเองด้วยน้า"

"เก่งที่สุดครับ..... ป๊าขอกินมะเขือเทศของน้องตุลย์ด้วยได้ไหมครับ"

"ได้คับ เเบ่งกาน เเต่ป๊าต้องรอน้า เขียวๆกินม่ายด้าย ต้องรอเเดงๆก่อน"

"ตกลงครับ ป๊าจะรอครับ มะเขื่อเทศของน้องตุลย์ต้องอร่อยมากๆเเน่เลย"

"หย่อยๆ ของตูนตูนหย่อยที่ฉุดเยย" เด็กชายตุลย์ยกนิ้วโป้งขึ้นเพื่อนเป็นการยืนยันว่ามะเขือเทศของเขาอร่อยจริงๆ


"แล้วต้นกุหลาบตรงนั้นใครปลูกครับ ใช่น้องตุลย์หรือเปล่า" ลมชี้ไปตรงบริเวณที่มีต้นกุหลาบสี่ห้าต้นที่กำลังออกดอกสวยงามอยู่

"ต้นนั้น หม่าม้าปูกคับ ป๊าอย่าโดนน้า มีหนาม โดนจิ้มจึ๊กๆเลือดไหลเยย"

"เเสดงว่าเคยโดนจิ้มจึ๊กๆใช่ไหมเรา"

"ช่าย หม่าม้าบอกตูนตูนห้ามจิ้ม เเต่ตูนตูนดื้อ จิ้มปุ๊ป เลือดไหล ร้องห้ายฮือๆเยย"

"ฮ่าๆๆ โดนหม่าม้าดุไหมครับ"

"โดนคับ"

"ฮ่าๆๆๆ เจ้าเด็กเอ้ย" ลมวางมือลงบนศรีษะน้อยๆของลูกชายด้วยความเอ็นดู

สองพ่อลูกยังคงพูดคุยกันถึงเรื่องต้นต่างๆที่มีอยู่ในสวนหน้าบ้านอย่างต่อเนื่อง โดยที่มีเด็กชายตุลย์เป็นคนคอยบอกป๊าว่า ต้นนี้ใครปลูก ต้นนี้ต้นอะไร จนเวลาผ่านไปสักพัก นาทีที่เข้าบ้านไปก่อนเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวออกไปข้างนอกด้วยกัน ตะโกนเรียกทั้งสองคนเสียงดัง

"คุณป๊าเเละคุณลูกเข้าบ้านมาอาบน้ำได้เเล้วครับ"

"ค้าบบบบ" "ค้าบบบบบ"

สองพ่อลูกรับคำพร้อมกัน ลมจับมือลูกชายให้เดินเข้าบ้านไปพร้อมๆกัน

"เหนื่อยไหมครับ คุณคนสวนคนเก่ง" นาทีเอ่ยถามลูกชายพร้อมกับยื่นมือไปหยิบหมวกออก ใช้นิ้วโป้งไล่เช็ดเหงื่อตามขมับของลูกชายเบาๆ

"ม่ายเหนื่อยเยย หม่าม้า"

"ครับๆ ทานน้ำหน่อยนะครับ"

นาทียื่นเเก้วน้ำคุณหมีให้ลูกชาย เด็กชายรับเเก้วน้ำมาถือไว้ในมือ จากนั้นก็ค่อยๆกระดกดื่มช้าๆ เพราะหม่าม้าบอกว่ารีบๆดื่มจะทำให้สำลักได้

"พี่ลม น้ำครับ" ดูเเลลูกเเล้วนาทีก็ไม่ลืมที่จะดูเเลคนเป็นพ่อด้วย

"ขอบคุณครับ ฟอด"

"พี่ลม! เพี๊ยะ!"

ลมยื่นมือมารับเเก้วไปถือไว้ในมือ จากนั้นก็ก้มลงหอมเเก้มนิ่มเร็วๆเพื่อเเสดงความขอบคุณ เเต่เหมือนว่านาทีจะไม่ค่อยชอบวิธีการขอบคุณของเขาสักเท่าไหร่ เลยโดนฝ่ามือบางตีลงบนไหล่เขาจังๆหนึ่งทีเต็มๆ

"หม่าม้าร้อนเหรอ หน้าเเดงเยย หม่าม้าน้ำไหมคับ" เด็กชายตุลย์ดื่มน้ำเสร็จเเล้ว เขากำลังยื่นเเก้วน้ำคืนให้หม่าม้า เเต่สายตาเหลือบไปเห็นว่าเเก้มของหม่าม้ามีสีเเดง เด็กชายตุลย์คิดไปเองว่าหม่าม้าคงร้อนเหมือนเขา จึงเเสดงความมีน้ำใจด้วยการชวนหม่าม้าดื่มน้ำด้วยกัน 

"ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณนะครับ" นาทีก้มหน้าไปตอบลูกชาย

"พี่ลมพาลูกไปอาบน้ำเลยครับ เเล้วก็อย่ามัวเเต่เล่นกันนะครับ ต้องไปซื้อชองสำหรับมื้อเย็น เดี๋ยวจะไม่ทัน"

"รับทราบครับ......ไปเร็วตัวเล็กไปอาบน้ำกัน เดี๋ยวป๊าพาไปซื้อม่อนม่อน"

"เย้ๆ ตูนตูนกินม่อน ม่อนของตูนตูน เย้ๆๆ"

"น้องตุลย์เดินดีๆครับ ไม่เดินกระโดดเเบบนั้นนะครับ เดี๋ยวตกบันได"

"เคเยย หม่าม้า.......ม่อน ม้อน ม่อน"

นาทีอมยิ้มส่ายหัวให้กับลูกชายเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเปิดทีวีดูฆ่าเวลาระหว่างที่รอสองพ่อลูกเขาไปอาบน้ำด้วยกัน



.......................................................................


"หม้าม่า บ็อค'ลี่ด้วยน้า บ็อค'ลี่"

เด็กชายตุลย์ที่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยที่มีคนเป็นพ่อเข็นอยู่เอ่ยบอกคนเป็นเเม่ที่ตอนนี้กำลังเลือกผักอยู่ พวกเขามาถึงห้างได้สักพักเเล้ว เเละตอนนี้พวกเขากำลังเลือกดูพวกของสดกันอยู่

"หม่าม้า เเคร์รอตเยอะๆเยย"

"ม้าย ม้าย หม่าม้า อันนั้นเอานิดเดียว มันม่ายหร่อย" เด็กชายตุลย์ยู่หน้าทันทีที่เห็นว่าหม่าม้าเขาหยิบผักโขมมาเสียเยอะเลย ถึงเขาจะไม่รุ้จักชื่อเเต่เขาจำมันได้ เขาไม่ชอบกิน มันไม่อร่อยเลย

"ไม่อร่อยก็ต้องทานครับ มันดีต่อสุขภาพ" นาทีหันมาบอกลูกชาย

เด็กชายมองถุงผักโขมที่คนเป็นเเม่เพิ่งเอามาวางใส่รถเข็นด้วยเเววตาเศร้าสร้อย เขาไม่อยากกินมันจริงๆนะ

"ปกติป๊าเห็นเรากินผักเก่งจะตาย ทำไมกับผักโขมถึงงอเเงละครับ" ลมเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติลูกชายเขาเป็นคนที่กินผักเก่งระดับหนึ่งเลย

"อย่างนี้เเหละครับผักกินได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นผักใบเขียวที่เจ้าตัวไม่ค่อยชอบกินสักเท่าไหร่ น่าจะเพราะเคยกินโดนผักคะน้าขมๆหน่ะครับ เจ้าตัวเลยฝังใจ พาลไม่ค่อยชอบผักใบเขียวไปเสียหมด"  นาทีอธิบายไขข้อสงสัยให้เเก่ลม

"อ่อ อย่างนี้นี่เอง.......ตัวเล็กผักสีเขียวมีประโยชน์นะ ถ้าตัวเล็กอยากเเข็งเเรงต้องกินเยอะๆนะครับ รู้ไหม"

"เเข็งเเรงเท่าป๊าป้าวคับ"

"ตัวเล็กจะเเข็งเเรงกว่าป๊าอีกครับ"

"จิงหรอครับ ง้าน ตูนตูนจาฮึบฮึบ กินผักเยย จาได้เเข็งเเรงเหมือนป๊า" เด็กชายตุลย์พูดออกมาด้วยท่าทางจริงๆจังๆ

"ทำไมพอป๊าพูดเเล้วยอมง่ายจังครับ ตอนหม่าม้าบอกเเล้วงอเเงตลอดเลย"

"ม้าย ม้าย หม่าม้า ตูนตูนไม่งอเเง ตูนตูนกิน เเต่เขี่ยนิดนึง"

" ฮ่าๆ นี่เเนะ! นี่เเนะ! มาให้หม่าม้าบีบเเก้มเลยนะเจ้าเด็กเเสบ" นาทีบีบเเก้มลูกชายเบาๆด้วยความหมั่นเขี้ยวในคำตอบของลูกชาย


"อู้ว ชิ้นหย่ายเยย ป๊า ม่อนชินหย่าย" เด็กชายตุลย์ตาลุกวาวยามเมื่อเห็นคนเป็นเเม่หยิบเเซวม่อนชิ้นใหญ่ใส่ในรถเข็น

"ชอบไหมคับ"

"ชอบคับ ตูนตูนกินคนเดียวเยย"

"ไม่เเบ่งป๊าหน่อยเหรอครับ"

"ป๊ากินนิดเดียวได้ป้าว" เด็กชายเอียงคอมองคนเป็นพ่อตาเเป๋ว "ตูนตูนกำลางโต หม่าม้าบอกต้องกินเยอะๆ ป๊าโตเเล้ว" เด็กชายที่มักจะมีน้ำใจอยู่เสมอ เริ่มออกอาการหวงของนิดๆ ก็เเซวม่อนคือของโปรด เขาเเบ่งให้ได้นะ เเต่ให้ได้เเค่นิดเดียว

"ได้ยินอย่างนี้ป๊าไม่กล้าเเบ่งเลยครับ กลัวน้องตุลย์จะโตไม่ทัน" ลมเอ่ยหยอกลูกชายออกไป

"พี่ลมครับ เราเดินไปดูนมให้ลูกก่อนกลับได้ไหมครับ เหมือนนมใกล้จะหมดเเล้ว" นาทีที่ยืนอยู่ใกล้ๆเอ่ยขัดบทสนทนาของสองพ่อลูก

"ได้ครับ"


"บรื้น! บรื้น! บรื้น! "

เสียงบิดมอไซด์ดังออกมาจากปากเล็กๆของเด็กชายตุลย์เบาๆ ในยามที่ลมเคลื่อนตัวเข็นรถเข็น ก็จะมีเสียงเล็กๆของลูกชายดังออกมาเบาๆเสมอ พร้อมกับทำท่ากำมือสองข้างให้เหมือนกับว่าตัวเองกำลังขับมอเตอไซค์อยู่

"ตัวเเค่นี้ ซิ่งจังเลยนะครับ"

"คิคิ ตูนตูนบิดเยย บรื้น บรื้น"

"สองพ่อลูกรอตรงนี้ก่อนะครับเดี๋ยวหม้าม่ามานะ"

นาทีเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองลืมซื้อของบางอย่าง จึงหันมาบอกให้สองพ่อลูกรออยู่ตรงนี้ก่อน เขาจะวิ่งไปหยิบของมาเเป๊บเดียว

"ป๊าครับ"

เมื่อคนเป็นเเม่หายลับสายตาไปแล้ว เด็กชายตุลย์จึงหันมาเรียกคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

"ตูนตูนขอกินชอค'แลต ได้ม่ายคับ......น้าาาา นิดเดียว" เด็กชายตุลย์พยายามทำตาเเป๋วๆใส่คนเป็นพ่อ เพื่อหวังให้คนเป็นพ่อยอมซื้อช็อกโกเเลตให้ตัวเอง

"ถ้าหม่าม้ารู้เราสองคนโดนดุเเน่"

"ป๊าค้าบบบบ..... ตูนตูนกินอันเดียว อันเล็กเเค่นี้ น้าาาา~" เด็กชายตุลย์ชูปลายนิ้วชี้ที่ประกบกับปลายนิ้วโป้งให้คนเป็นพ่อดู ว่าเขาขอกินอันเล็กนิดเดียวจริงๆ

ฝ่ายลมตอนนี้กำลังคิดหนักน่าดู ถ้าซื้อให้ลูกเขาจะโดนเเม่เเมวมาข่วนหน้าทีหลังไหมนะ เเล้วไหนจะสายตาออดอ้อนของลูกเเมวที่กำลังมองเขาอยู่ตอนนี้อีก ให้ตายเถอะ! เกิดเป็นไอ้ลมทำไมมันเครียดอย่างนี้วะ...

"ตกลงครับ ชิ้นเดียวนะ" สุดท้ายลมก็เเพ้ให้กับลูกอ้อนของลูกชาย เเอบหยิบช็อกโกเเลตใส่รถเข็นเเบบเนียนๆ ไว้ตอนจ่ายเงิน ค่อยเเอบๆส่งให้พนักงานคิดเงินก็เเล้วกัน

เมียต้องเข้าใจนะ....... สามีเเพ้ลูกอ้อนของลูกชาย


....................................................................

หลังจากใช้เวลาเลือกซื้อของอยู่นานพอสมควร ตอนนี้ทั้งสามคนก็กลับมาถึงบ้านเเล้ว ทุกคนต่างช่วยกันหิ้วของเข้าบ้านอย่างล้นมือ ไม่เว้นเเม้กระทั่งเด็กชายตุลย์ที่ตอนนี้ในมือกำลังหิ้วถุงที่ใส่ใบกระเพราเเละโหระพาด้วยความตั้งใจ

"เอาของมาวางบนโต๊ะก่อนครับ เดี๋ยวหม่าม้ารื้อของออกจากถุงก่อน เเล้วเดี๋ยวเรามาช่วยกันทำอาหารเนอะ"

"คับ" "ครับ"

สองพ่อลูกตอบเสียงเเข็งขัน มองดูนาทีที่ตอนนี้กำลังรื้อของเก็บให้เข้าที่เข้าทางอยู่

"หืมมมมม นี่มัน"

"ซวยเเล้ว" ลมบ่นเบาๆกับตัวเอง ในตอนเเรกเขาตั้งใจจะเเอบหยิบช็อกโกเเลตของลูกชายใส่กระเป๋าไว้ก่อน เเต่ดันลืมไปเสียได้ เจ้าลูกชายก็ไม่เตือนเขาเลย

"อันนี้มาได้ยังไงครับเนีย"

"ป๊าซื้อคับ ป๊าบอกซื้อให้ตูนตูน" เด็กชายตุลย์พยายามเอาตัวรอดจากการโดนหม่าม้าดุอย่างรวดเร็ว

"พี่ลมครับ!"

"ก็ลูกอ้อน พี่ใจเเข็งไม่พอ เเต่พี่ซื้อมาเเค่อันเดียวจริงๆนะครับ ทีอย่าดุพี่นะ"

"อะไรกันครับพ่อลูก ทีไม่ได้จะว่าอะไรสักหน่อย เเค่จะบอกว่าเก็บไว้ให้ลูกหน่อย ก็เท่านั้นเอง" นาทีขำท่าทางของลม ที่ดูเหมือนว่าจะกลัวการโดนเขาดุมากพอตัว

"ช่าย ป๊า หม่าม้าจายดี ม่ายดุหรอก" เด็กชายตุลย์พูดเสร็จก็หันไปยิ้มเเฉ่งให้คนเป็นเเม่

"ทำไมเป็นงั้นไปได้ล่ะตัวเล็ก" ลมหันไปร้องโอดโอยกับลูกชาย ที่ย้ายฝั่งไปอยู่ฝั่งหม่าม้าอย่างรวดเร็ว

"คิคิ" 


"ป๊าดูตูนตูนนะ ตูนตูนทำห้ายดู"

หลังจากเก็บของเข้าที่เสร็จ ตอนนี้ถึงเวลาทำอาหารเย็น วันนี้นาทีมีลูกมือฝีมือดีมาช่วยเขาทำตั้งสองคน เเต่จากที่มองๆเเล้วไม่รู้ว่าจะมาช่วยให้ง่ายขึ้นหรือยากขึ้นกว่าเดิมกันเเน่

"นี่งายๆ ด้ายเเล้ว รูปหัวจาย" เด็กชายตุลย์โชว์เเครอทรูปหัวใจที่เขาเพิ่งใช้พิมพ์กดลงไป ให้คนเป็นพ่อดู

"โห น้องตุลย์ทำเก่งจนป๊าสู้ไม่ไหวเเล้วเนีย"

"ป๊าตั้งจายน้า ตูนตูนสอน ป๊าดูน้า" เเละเด็กชายตัวน้อยก็สอนคุณป๊าของเขาให้ใช้พิมพ์กดลงบนเเครอทอีกครั้ง

"แปะ!ๆๆ เก่งๆ ป๊าเก่ง" เด็กชายตุลย์เอ่ยชมเพื่อเป็นการให้กำลังใจป๊าของตัวเอง หลังจากที่เห็นว่าคนเป็นป๊ากดพิมพ์ลงบนเเครอทได้เเล้ว

"ขอบคุณครับ"



"มีอะไรให้พี่ช่วยอีกไหมครับ"

"เฮือก!"  นาทีสะดุ้งตกใจที่อยู่ๆก็โดนคนตัวโตที่เดินมาเงียบๆสวมกอดจากทางด้านหลัง

"พี่ลม ตกใจหมดเลย ทีบอกให้ไปนั่งเป็นเพื่อนลูกไงครับ"

ก่อนหน้านี้หลังจากที่น้องตุลย์กับคุณลมช่วยเขาเตรียมของเสร็จ เขาก็บอกให้ทั้งสองคนไปนั่งรอที่หน้าทีวีก่อน

"ลูกดูการ์ตูนอยู่ครับ ไม่ต้องห่วง"  ว่าจบลมก็วางคางตัวเองลงบนไหล่เล็กของนาที พร้อมกับสูดกลิ่นหอมๆของต้มจืดที่กำลังเดือดอยู่บนเตา  "หอม"

"หิวเเล้วเหรอครับ"

"ครับ หิวมานานเเล้วด้วย"

"รออีกแป๊บนะครับ เดี๋ยวก็ได้กินเเล้ว"

"ครับ พี่จะอดทนรอ ก็ทีบอกเองนี่เนอะ ว่าอีกแป๊บนึงก็จะได้กินเเล้ว"

"เดี๋ยวนะ!" นาทีเริ่มชะงักกับคำพูดลม ละหน้าจากเตา หันมาเผชิญหน้ากับคนตัวโต ทั้งๆที่ยังอยู่ในอ้อมเเขนเเกร่ง "ตอนนี้ทีกับพี่ลมกำลังพูดถึงเรื่องเดียวกันใช่ไหมครับ"

"ตอนนี้ทีกำลังพูดถึงเรื่องอะไรล่ะครับ"

"เรื่องอาหารเย็นครับ"

"ใช่ครับ พี่ก็ด้วย....เอ๋ หรือทีจะคิดถึงกินอย่างอื่น.....ทะลึ่งนะเรา" ลมมองนาทีด้วยเเววตาหยอกล้อ จนทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอด เเก้มขึ้นสีเเดงระเรื่อ

"พอเลยครับ เเล้วก็ปล่อยด้วย ทีทำกับข้าวอยู่ ไม่รู้หรือไง อยู่ในครัวเขาไม่ให้เล่นอะไรเเบบนี้มันอันตราย" เขินทีไรนาทีเป็นต้องดุกลบเกลื่อนตลอด 

"ขอโทษครับ"

"ไปเรียกลูกมาทานข้าวเลยครับ เดี๋ยวทีตั้งโต๊ะรอ"

"คร้าบๆๆๆ  ฟอด ฟอด จุ้บ"

"พี่ลม!"

ลมเดินออกไปตามลูกเเล้ว เหลือทิ้งไว้เเค่นาทีที่กำลังยืนหน้าเเดงก่ำเพียงลำพังภายในครัว ฮึ่ย! ผู้ชายคนนี้ฉวยโอกาสเก่งที่หนึ่งเลย.....


.....................................................................

"......จบเเล้วครับ"

ลมปิดหนังสือนิทานลงหลังจากที่อ่านจนจบเรื่อง ตอนนี้สมาชิกในบ้านทั้งสามคนกำลังนอนกันอยู่บนเตียง โดยลมทำหน้าที่เป็นคนเล่านิทานก่อนนอนให้ลูกชายฟัง ตั้งเเต่มีป๊าเข้ามา หน้าที่นี้ก็โดนคนเป็นป๊ายึดไปเป็นที่เรียบร้อย

"นิทานจบเเล้วเจ้าหนูตูนตูนนอนได้เเล้วนะครับ" ลมบอกกับลูกชายพร้อมกับลูบเส้นผมนิ่มเบาๆ

"คับ ป๊าหอม หอม"

"ฟอด ฟอด"

"หม่าม้าหอม หอม"

"ฟอดดดด ฟอดดดดด"

"หม่าม้ากับป๊าหอมเรียบร้อยเเล้ว น้องตุลย์นอนได้เเล้วนะครับ"

"คับ"

"ฝันดีนะครับน้องตุลย์ลูกป๊า" ลมบอกฝันดีลูกชายเบาๆ พร้อมกับลูบผมไปมา เพื่อกล่อมให้ลูกชายนอนหลับ

ใช้เวลาไม่นานเด็กชายตุลย์ก็หลับสนิท รอยยิ้มเล็กปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเด็กชาย ราวกับว่าเด็กชายตัวน้อยกำลังฝันดีอยู่


จะไม่ให้ตูนตูนฝันดีได้ยังไง ก็ในเมื่อวันนี้ ตูนตูนมีความสุขตลอดทั้งวันเลยนี่น่า....


วันสบายๆของหนูตูนตูน...........




.......................................................................

TBC.

ตอนนี้พาเจ้าหนูตูนตูน มาอ้อน พี่ๆ ป้าๆ น้าๆ อาๆ ลุงๆ เเม่ๆ ค่ะ


ขอให้ทุกๆคนสนุกในการอ่านนะคะ


ขอบคุณนะคะทุกคนนนนนนนนนนนน!!

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านจนถึงตอนนี้ก็คิดว่ายังคงต้องไปต้มน้ำอยู่ดีนะคะ...
แบบว่าต้องเอาน้ำอุ่นมาประคบแก้มสักนิด...
เพราะอ่านไปยิ้มจนคิดว่าน่าจะปวดแก้มได้... ^0^ ...

ปล. น้องตูนตูนน่ารักมากค่ะ หนูน่ารักขนาดนี้ไม่แปลกใจเลยที่จะตกสายเปย์ตัวเป้งได้แบบนี้ แค่น้องงอนยังง้อด้วยโรงงานไอติม ถ้าน้องไม่พูดด้วยจริงๆจะง้อด้วยอะไรเนี้ย คุณหม่าหม๊าเหนื่อยหน่อยนะคะ คุคุ...
ปล.2 คุณป๊าลมสู้ๆค่ะ เอาใจช่วยในโปรเจคเพิ่มสมาชิกครอบครัวนะคะ... 555...
ปล.3 โอ๋ๆหม่าม้านะคะ...  :กอด1:
ปล.4 เม้นนี้พิมตั้งแต่เมื่อคืนแต่ไม่ได้กดส่ง เพราะเผลอหลับไปก่อน นี้เข้ามาจะอ่านต่อเลยพึ่งเห็นว่ายังไม่ได้กดส่ง... >///< ...

ขอเพิ่มอีกนิด หลังจากอ่านตอนล่าสุดจบอะคะ...
กลางวันเป็นเวลาของน้องตูนตูน
กลางคืนก็ต้องเป็นเวลาของพี่ลมและน้องทีปะคะ... คุคุ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-10-2021 15:49:42 โดย PoyPay »

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
15
ตูนตูนกับลุงรุตของเขา

"ลุงรุต!"

เด็กชายตุลย์ตะโกนเรียกชื่อคนเป็นลุงเสียงดังด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่าลุงรุต คุณลุงคนใหม่ของตัวเองเปิดประตูร้านเข้ามา ตอนนี้เขาอยู่กับหม่าม้าที่ร้านกาเเฟของอาคีย์ หม่าม้ากำลังทำงานอยู่กับพี่วุ้น ส่วนเขากำลังวาดรูปเล่นระหว่างนั่งรอ

"ไง สุดหล่อ"

"ลุงรุต ตูนตูนสวัสดีคับ"

"ครับผม" มารุตเดินมาลูบหัวน้อยๆของคนเป็นหลานด้วยความเอ็นดู

"ลุงรุต ไอติมๆ ไอติมคุณหมีของตูนตูนด้ายยางคับ" เด็กชายตุลย์ยังไม่ลืมคำพูดของคนเป็นลุง เมื่อได้เห็นหน้าก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงไอติมที่คุณลุงบอกจะทำให้

"เอ่อ พอดีว่า....." มารุตมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะตอบหลานว่ายังไง

หลังจากวันนั้นที่บอกหลานว่าจะสร้างโรงงานไอติมคุณหมีให้ วันถัดมาเขาก็โดนคุณเเม่ของเจ้าตัว จัดอบรมเสียชุดใหญ่เรื่องการตามใจหลานชาย นาทีเวลาดุก็น่ากลัวใช่ย่อย ถามว่าเขากลัวไหม เขาไม่ได้กลัวหรอก เเค่เกรงใจ ก็นั่นเเม่ของหลาน จะไปต่อต้านมากๆได้ยังไงกัน

"ไม่มีเหรอคับลุงรุต" เด็กชายตุลย์ถามออกไปเมื่อเห็นว่าคนเป็นลุงอึกอักไม่ยอมพูดสักที

"ไว้ครั้งหน้านะครับ ลุงไม่ได้ลืมไอติมน้องตุลย์นะ เเต่ไอติมยังทำไม่เสร็จเลย"

"..................."  เด็กชายตุลย์นิ่งเงียบไม่ได้ตอบโต้อะไรคนเป็นลุงออกไป เจ้าตัวก้มหน้าก้มตา ลงมือลากเส้นขีดๆเขียนๆลงบนกระดาษไปมาอย่างช้าๆ

"น้องตุลย์ครับ" มารุตเอ่ยเรียกหลานชายเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางของหลานชายที่ดูจะผิดหวังเสียเหลือเกิน

"..............."

"สุดหล่อครับ โกรธลุงเหรอครับ"

"ป้าวคับ ตูนตูนม่ายด้ายโกด... ลุงรุตม่ายต้องสนจาย ตูนตูนเเค่กำลังนั่งเสียจายเท่านั้นเอง"

คำพูดที่เด็กชายตุลย์ได้ยินพี่เปอร์พูดกับอาคีย์บ่อยๆ ถูกเจ้าตัวนำมาลอกเลียนเเบบโดยการใช้พูดกับลุงรุตของตัวเอง ฝ่ายมารุตที่ได้ยินคำพูดของหลานชายตัวน้อยก็ถึงกับไปไม่ถูกเลยทีเดียว ไอ้ท่าทางหน้างอๆเเก้มพองๆเเบบนั้นมันก็น่าเอ็นดูอยู่หรอก เเต่ตอนนี้เขาหนักใจซะมากกว่า.....

มารุตคนนี้ โดนหลานงอนอีกเเล้วเหรอวะ.....

"คุณรุตสวัสดีครับ เเวะมาหาคุณลมเหรอครับ"

ในขณะที่มารุตกำลังประมวณความคิด ว่าจะง้อหลานยังไงดี คนเป็นเเม่ของเด็กชายก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมรอยยิ้ม

"ก็...ครับ เเต่ก็อยากจะเเวะมาหาหลานก่อน เเต่ดันโดนงอนอีกเเล้วครับ" มารุตบอกนาที พร้อมกับชี้นิ้วไปทางเด็กชายตุลย์ที่กำลังนั่งวาดรูปไม่สนใจเขาสักนิด

"หืม โดนเรื่องอะไรอีกครับเนีย" นาทีเอ่ยถามด้วยความขบขัน

"ไอติมคุณหมีครับ"

"อ่อครับ" นาทีพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปหาลูกชายของตัวเอง "ว่าไงครับคนเก่ง งอนลุงรุตอีกเเล้วเหรอครับ"

"ตูนตูนม่ายด้ายงอนนะหม่าม้า"

"ไม่ได้งอนเเล้วทำไมถึงไม่คุยกับลุงรุตล่ะครับ"

"ตูนตูนเเค่ขอเวลาทำจาย" เเละนี่ก็เป็นอีกประโยคหนึ่งของเปอร์ที่เด็กชายตุลย์จดจำมาเลียนเเบบ

"ก็ได้ครับ หม่าม้าจะให้เวลาน้องตุลย์ทำใจ เเต่อย่านานนะ เดี๋ยวลุงรุตจะร้องไห้ฮือๆ"

"ร้องห้ายเหรอคับ"

"ครับ ก็คนที่เรารัก ไม่ยอมคุยด้วย ก็จะต้องรู้สึกเสียใจมากๆเป็นเรื่องปกติครับ อืม....สมมุติถ้าน้องตุลย์ลืมทำอะไรบางอย่างให้หม่าม้าโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เเล้วหม่าม้างอนน้องตุลย์จนไม่ยอมพูดด้วยนานๆ น้องตุลย์จะเสียใจไหมครับ"

"คับ ตูนตูนรักหม่าม้า"

"เห็นไหมครับ ลุงรุตก็รักน้องตุลย์มากๆเหมือนกันนะครับ เเละลุงรุตก็ไม่ได้ตั้งใจผิดคำพูดนะครับ เรื่องไอติมของน้องตุลย์หม่าม้าบอกไปเเล้วไงครับ ว่าเดี๋ยวเราจะมาช่วยกันทำ เเบบให้มีคุณหมีล้นบ้านเลยดีไหมครับ"

"ดีคับ" เด็กชายตุลย์กลับมายิ้มกว้างอีกครั้ง ไอติมคุณหมีเเบบล้นบ้าน เเค่คิดเขาก็ว้าวเเล้ว

"ใช่ๆๆ เดี๋ยวลุงรุตเป็นเจ้ามือเอง เนอะๆๆ น้องตุลย์ไม่งอนลุงรุตนะ ดีกันนะๆๆ นะครับ" มารุตรีบเอ่ยสมทบคำพูดของนาทีทันที เมื่อเห็นว่าเด็กชายเริ่มหายงอนเเละเข้าใจเขาเเล้ว พร้อมยื่นนิ้วก้อยของตัวเองไปตรงหน้าของหลานชาย

"คับ" เด็กชายตุลย์ยื่นนิ้วของตัวเองไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของคนเป็นลุงเเน่น "ตูนตูนขอโทดน้าลุงรุต ตูนตูนม่ายอยากห้ายลุงรุตเสียจาย ลุงรุตม่ายร้องน้า ตูนตูนพูดด้วยเเล้วน้า"

"ไม่เป็นไรครับ เเค่น้องตุลย์ยอมกลับมาคุยกับลุง ลุงก็ดีใจเเล้วครับ........ไหนครับ น้องตุลย์กำลังทำอะไรอยู่เอ่ย ขอลุงดูหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้คับ นี่เยยๆลุงรุต ตูนตูนวาดรูป" เด็กชายตุลย์รีบเปิดสมุดวาดรูปของตัวเองให้คนเป็นลุงดู "อันนี้ตูนตูนวาดเองน้า ฉวยไหมคับ"

"โอ้โห้ สวยมากเลยครับ น้องตุลย์วาดเก่งกว่าลุงอีก ลุงวาดสู้น้องตุลย์ไม่ได้เลย"

"สอนได้น้า ตูนตูนสอนได้น้า"

เด็กชายตุลย์รีบเสนอตัวช่วยเหลือด้วยความมีน้ำใจ ใครๆก็บอกว่าเขาวาดรูปสวย เเละเขาก็คิดว่าเขาวาดสวยจริงๆ ต้นหญ้าก็ชม ถ้าใครอยากให้เขาสอนเขาก็เต็มใจ

"สงสัยลุงต้องรบกวนน้องตุลย์ซะเเล้ว ฝากตัวด้วยนะครับ   เอ๊~  ลุงอยากวาดตัวนี้จังเลยครับ ตัวนี้เขาเรียกว่าอะไรครับ"

มารุตชี้ไปที่รูปรูปหนึ่งบนกระดาษ มันมีลักษณะเป็นรูปกลมๆเบี้ยวๆ มีหู มีขา ที่ดูไม่ค่อยเหมือนหู ขา สักเท่าไหร่ ใจเขาก็อยากจะทายอยู่หรอก เเต่ถ้าพลาดขึ้นมา หลานงอนอีกรอบละชิบหายเลย

"อันนี้ตูนตูนวาดคุณไทเกอร์คับ ส่วนตรงนี้เป็นคุณเเรบบิท นี่ๆลุงรุตตรงนี้มี คุณซาเเน็ก (สเน็ค = งู) ด้วย )

เด็กชายตุลย์ชี้ไปตามจุดต่างๆของกระดาษที่ตัวเองวาดบรรดาสัตว์นานาชนิดไว้ให้คนเป็นลุงดู จากนั้นก็ยื่นดินสอเเท่งนึงให้มารุตถือไว้ พร้อมกับบอกให้มารุตค่อยๆวาดตาม ส่วนคนเป็นลุงก็วาดตามอย่างตั้งใจ นาทีนี้หลานว่าไงมารุตว่าด้วย คะเเนนยิ่งติดลบอยู่ ต้องทำคะเเนน

"วาดน้า ลุงรุตวาดน้า ลากเฉ้นเเบบนี้น้า ดูเยยๆ......"

นาทีที่เห็นว่าสองลุงหลานเข้าใจกันดีเเล้วก็ขอตัวไปช่วยวุ้นดูเเลร้านก่อน ปล่อยให้น้องทำงานอยู่คนเดียวมานานเเล้ว ตอนนี้ในร้านมีเเค่เขากับวุ้นเเค่สองคน ส่วนคีย์กับเปอร์ออกไปข้างนอกได้สักพักใหญ่ๆเเล้ว อีกไม่นานก็คงกลับมา


กรื๊ง!  กริ๊ง!

เสียงเปิดประตูร้านดังขึ้นเรียกสายตาของนาทีที่กำลังก้มดูรายการของอยู่ให้เงยหน้าขึ้นมามอง

"Keyword cafe ยินดีต้อนรับครั...... พี่ตฤณ!"

"ไง ไม่เจอกันนานเลย"  คนมาใหม่เอ่ยทักนาทีด้วยรอยยิ้ม

"ใครกันล่ะครับที่หนีไปทำงานต่างประเทศตั้งหลายเดือน"

"คิดถึงพี่สินะ นาทีคิดถึงพี่เเน่ๆ"

"คิดถึงสิครับ เเล้วพี่ตฤณกลับมาตั้งเเต่เมื่อไหร่ครับ"

"เพิ่งลงเครื่องเมื่อกี้เลยครับ ลงเครื่องเเล้วตรงมาที่นี่เลย คิดถึงคนเเถวนี้จนทนไม่ไหว อยากมาเจอหน้าเร็วๆ"

"ยังไม่เลิกจีบอีกเหรอครับ"

"ก็...... เผื่อจะมีหวังบ้าง"

นาทีส่ายหัวน้อยๆให้กับคำพูดของคนตรงหน้า ตฤณเป็นลูกค้าประจำของร้านกาเเฟเเห่งนี้ ในคราเเรกนาทีก็คิดว่าตฤณคงติดใจกาเเฟกับขนมของที่ร้านเหมือนกับคนอื่นๆ เเต่ที่ไหนได้ คุณตฤณดันมาจีบเขาซะงั้น เเต่เขาก็บอกอีกฝ่ายไปแล้วว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้ เเต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ สำหรับนาที ตฤณเปรียบเสมือนพี่ชายที่เเสนดีเสียมากกว่า

"ลุงติน!"

ในขณะที่นาทีกำลังคุยกับตฤณอยู่นั้น อยู่ๆก็มีเสียงเล็กๆของเด็กชายตุลย์พูดขึ้น ก่อนหน้านี้เด็กชายตุลย์กำลังสอนลุงรุตวาดรูปอยู่ เเต่พอเขาหันหน้าไปมองหม่าม้าว่ากำลังทำอะไรอยู่ เขาก็เห็นว่าหม่าม้ากำลังคุยอยู่กับคุณลุงคนโปรดอีกคนขอเขา เขาไม่ได้เจอลุงตฤณนานมาก เลยรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย รีบทิ้งลุงรุตมาหาลุงตฤณทันที

ส่วนมารุตตอนนี้กำลังนั่งกระพริบตาปริบๆมองหลานชายตัวน้อยที่ทิ้งเขาไป นี่เขาโดนหลานทิ้งอีกเเล้วเหรอ เเล้วผู้ชายคนนั้นมันใครวะ มาขัดจังหวะลุงหลานทำไม เดี๋ยวพ่อจับถ่วงทะเลเเม่งเลย...

"ไงตูนตูน มาหาตินตินหน่อยเร็ว"

เด็กชายตุลย์วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของคนเป็นลุงที่กางเเขนรออยู่เเล้ว

"ตูนตูนคิดถึง"

"ตินตินก็คิดถึงตูนตูนเหมือนกัน ไม่เจอกันนานหล่อขึ้นไหมเนีย" ตฤณจับหลานชายหมุนซ้ายทีขวาที จนเด็กชายตุลย์หัวเราะคิกคัก

"คิคิ หล่อตูนตูนหล่อ"


มารุตยืนมองทั้งสามคนคุยกันอยู่สักพักก็พอจะรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้มาจีบน้องสะใภ้ของเขาเเน่ๆ ส่วนหลานชายตัวน้อยของเขาก็ดูจะชอบนายตฤณอะไรนี้ซะเหลือเกิน รู้สึกเสียหน้าชะมัด เดินเข้าขัดจังหวะเเม่งเลย

"น้องตุลย์ ลุงรุตจะขึ้นไปหาป๊า น้องตุลย์ไปด้วยกันไหมครับ"

ประโยคของมารุตที่พูดขึ้นหลังจากที่เดินมาหยุดใกล้ๆ ทำให้บทสนทนาของทั้งสามคนหยุดชะงัก เด็กชายตุลย์หันหน้ามามองมารุตด้วยเเววตาเปร่งประกาย

"ปายคับ ตูนตูนปาย หม่าม้าตูนตูนขอปายหาป๊ากับลุงรุตน้า"

"ได้ครับ เเต่น้องตุลย์ห้ามไปกวนการทำงานของป๊านะครับ"

"โอเคเยยหม่าม้า ปายคับลุงรุต ปายหาป๊ากาน"

"ป๊า?" ตฤณขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อได้ยินคำว่าป๊าจากปากของเด็กชายตุลย์ ตั้งเเต่รู้จักกันมาเขายังไม่เคยได้ยินเด็กชายตุลย์พูดถึงป๊าเลยสักครั้ง ช่วงที่เขาไม่อยู่ มันเกิดอะไรขึ้นนะ

"ระวังไว้หน่อยก็ดี หมาเวลาหวงเจ้าของ มันดุมากนะ........... ไปครับน้องตุลย์"

เเล้วสองลุงหลานก็จูงมือกันเดินออกไปจากร้าน ทิ้งให้ตฤณมองตามด้วยความสงสัย



..........................................................................

"ป๊า ป๊า ป๊า ตูนตูนหาป๊า"

เด็กชายตุลย์กึ่งเดินกึ่งกระโดดจับมือลุงรุตด้วยความอารมณ์ดี เขาคิดถึงป๊า เขาดีใจจะได้ไปหาป๊า เเถมเขายังจะได้เจอกับอาขุนเเละอากรที่เเสนจะใจดีด้วย  วันนี้อาขุนจะมีช็อกโกแลตให้เขาไหมน้า ชวนอากรเล่นต่อสู้ด้วยกันอีกดีกว่า เย้! ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี

"ลา ล๊า ลา ลัล ล้า ล้า ลา"

"ดีใจที่จะได้เจอป๊าขนาดนั้นเลยเหรอครับ" เห็นท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของหลานชายเเล้ว มารุตก็อดที่จะเอ่ยเเซ็วออกไปไม่ได้

"ครับ ตูนตูนคิดถึงป๊าม้ากมากเยย"


"แก ฉันได้ยินเด็กคนนั้นเรียกผู้ชายหล่อๆคนนั้นว่าป๊าด้วยนะ"

"นั่นมันลูกของพนักงานร้านกาเเฟคนนั้นไม่ใช่เหรอ"

"เเล้วบอสพวกเราละ บอสเป็นชู้คนอื่นเหรอ"

"ฉันว่าคนเป็นสามีจับได้เเน่ๆ วันนี้สงสัยมาเคลียร์กัน"

"ไม่น่าเลยเนอะ พนักงานร้านกาเเฟคนนั้นก็ดูนิสัยดีออก มีสามีอยู่เเล้วยังจะคบชู้อีก"

"กลิ่นเงินมันหอมหรือเปล่าเเก"

"สงสารก็เเต่เด็กตาดำๆ มีเเม่เเบบนี้ เเย่ๆๆ"


ในระหว่างที่กำลังรอลิฟต์อยู่มารุตก็ได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นใกล้ๆ เเละดูเหมือนว่าบทสนทนาพวกนั้นจะมีเขาเข้าไปเกี่ยวข้องซะด้วย  เดินเข้าบริษัทนี้ครั้งเเรกก็โดนนินทาเรื่องชู้สาวเลยเหรอวะ ถ้าใครสักคนจะเป็นชู้ก็มารุตนี่เเหละครับ ส่วนบอสพวกคุณอ่ะผัวเขาครับ ว่าเเต่ไอ้ลมมันรู้เรื่องหรือยังวะ

มารุตเลิกสนใจคำนินทาเหล่านั้น กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 18 เพื่อจะไปต่อลิฟต์ขึ้นไปยังชั้น 25 ชั้นที่น้องชายทำงานอยู่ ส่วนเรื่องคำพูดนินทาพวกนั้นก็ อืม............... หึหึ!

"อาขุน!"

ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะด้านหน้าห้องทำงานของคนเป็นพ่อ เด็กชายตุลย์ก็รีบเข้าไปทักทายคุณอาขุนผู้เเสนจะใจดีของเขาทันที

"ตูนตูน มาได้ไงครับ"

"อาขุน ตูนตูนสวัสดีคับ ตูนตูนมากับลุงรุตคับ" เด็กชายชี้ไปทางมารุตที่กำลังเดินตามมา

"อ้าว เฮียรุต มาไม่เห็นบอกเลยครับ บอสอยู่ด้านในครับ"

"อืม กรไม่อยู่เหรอ"

"พี่กรออกไปทำธุระให้บอสข้างนอกครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าบริษัทเท่าไหร่"

"อืม........ ไปครับน้องตุลย์ไปหาป๊ากันดีกว่า"

"คับ อาขุนเดี๋ยวตูนตูนมาน้า อาขุนรอน้า"

"ได้เลยครับผม มาหอมก่อนหนึ่งที เป็นการมัดจำ มาเร็ว ฟอด"

เมื่อคนเป็นอาของหอม เด็กชายตุลย์ก็ไม่อิดออด วิ่งเข้าไปหาขุน พร้อมกับยื่นเเก้มยุ้ยๆที่เเสนจะนุ่นนิ่ม ให้คนเป็นอาของเขาหอมหนึ่งทีเเรงๆ

"เบาหน่อย หลานกูเเก้มช้ำหมด"

"ขี้หวงว่ะเฮียรุต ลูกตัวเองก็ไม่ใช่" ขุนเบ้หน้าใส่พี่ชายบอสด้วยความหมั่นไส้

"เเต่หลานกูป้ะละ..... ไปครับน้องตุลย์"


"ป๊าาาาาาาา!"

"โอ๊ะโอ ใครมาหาป๊าครับเนี่ย" ลมละสายตาจากกองเอกสารขึ้นมองผู้มาใหม่ที่ไร้มารยาทที่ไม่คิดจะเคาะประตูก่อนเข้ามา ตอนเเรกก็ตั้งใจจะด่าออกไป เเต่พอได้ยินเสียงอันสดใสเท่านั้นเเหละ จากหน้าเหวี่ยงๆเปลี่ยนเป็นยิ้มเเทบไม่ทัน

"ตูนตูนเองคับ"

"มาให้กอดซะดีๆเลยตัวเล็ก"

เด็กชายตุลย์วิ่งเข้าไปกอดคนเป็นพ่อเเน่น เเก้มซ้ายขวาโดนคนเป็นพ่อหอมจนเเทบจะช้ำ 

ลมที่กำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด ยามได้กอดลูกชาย ความเครียดก็มลายหายไปเเทบหมดสิ้น เฮ้อ! ถ้าได้หอมเเก้มคนเป็นเเม่สักสิบทียี่สิบทีด้วย ความเหนื่อยคงหายไปจนไม่เหลือ

"มัวเเต่นั่งทำงานระวังเมียจะโดนคาบไปรับประทานนะครับ คุณน้องชาย"

เพราะมีหลานอยู่ด้วย มารุตจึงค่อนข้างที่จะระวังคำพูดมากพอตัว ครั้งก่อนที่เจอกันครั้งเเรกเผลอหยาบคายไปเต็มที่ เรื่องนี้เขาก็โดนนาทีอบรมมาเหมือนกัน

"มาถึง ก็พูดจาได้สุนัขไม่รับประทานเลยนะเฮีย"

"เอ้า กูพูดเรื่องจิง"

"เรื่องจริงอะไรของเฮีย"

"ก่อนกูขึ้นมา มีผู้ชายมาจีบเมียมึงด้วย ดูท่าทางเเล้วสนิทกันพอตัว"

ลมเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของพี่ชาย สีหน้าก็เเปรเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมทันที

"เฮียพูดจริง?"

"กูจะโกหกทำไม ไม่เชื่อก็ลองถามตูนตูนดูสิ ว่า รู้จักตินติน ไหม"

"ตินติน?" ลมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เพราะชื่อนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

"อ่าฮะ"

"น้องตุลย์ครับ คนที่ชื่อตินตินคือใครเหรอครับ น้องตุลย์รู้จักหรือเปล่า" ลมก้มหน้าถามลูกชายของตัวเองที่นั่งอยู่บนตัก

"รู้จักคับ ลุงตินเป็นเพื่อนหม่าม้า ลุงตินจายดีนะป๊า พาปายเที่ยว เลี้ยงไอติม ชอบซื้อขนมมาฝากหม่าม้าทุกวันเยย"

เด็กชายตุลย์ตอบคำถามคนเป็นพ่อด้วยน้ำเสียงสดใน เเตกต่างจากคนเป็นพ่อที่ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกสดใสเลยสักนิด

"น้องตุลย์ครับ เราลงไปหาหม่าม้ากันดีกว่าเนอะ ไปครับ"

"ไปเยยหรอคับ ตูนตูนเพิ่งมาเองน้า" อีกอย่างเขายังไม่ได้ช็อกโกเเลตจากอาขุนเลย

"ครับ ไปเลย ไปกันครับ"

ลมอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมเเขน ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เเล้วเดินตรงไปยังประตู

"เดี๋ยว! งานการไม่คิดทำให้เสร็จก่อนหรือไง" มารุตเอ่ยเเหย่น้องชายของตัวเอง พอรู้ว่าเมียโดนจีบหน่อย ละรีบทิ้งทุกอย่างเลย น่าหมั่นไส้ชิบหาย

"งานทำเมื่อไหร่ก็ได้เฮีย เเต่เมียกำลังโดนจีบ ต้องรีบไปแสดงตัว" ลมบอกพี่ชายด้วยท่าทางจริงจังเเละเอาเรื่อง เมียโดนจีบอยู่นะเว้ย ใครจะมีสมาธิทำงาน

"เมียผม ผมหวงของผม ใครกล้าจีบก็ลองดู"




.....................................................................

TBC.

ลุงรุตเขาน่าสงสารนะคะ

ขอให้ทุกๆคนสนุกกับการอ่านนะคะ

เราขอบคุณทุกๆคนที่ติดตาม คอมเมนท์ เเละเป็นกำลังใจให้มากๆเลยนะคะ ใจฟูมากมาย

ทุกคนใครที่เล่นทวิตเตอร์มาเล่นเเท็ก

#ตูนตูนไม่มีพ่อ

กันได้นะคะ มาคุยกันได้นะ ผมนี่รีเฟรชทวิตรอรัวๆเลยครับ 555

ขอบคุณค่ะ

ตอน 20.30 เราจะมาลงให้อีกตอนนึงนะคะ :)


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
16
แมลงวัน?


"พี่ลม เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ น้องตุลย์วุ่นวายตอนทำงานเหรอครับ"

นาทีละสายตาจากการพูดคุยกับตฤณ ไปมองคนมาใหม่ที่เปิดประตูร้านเข้ามาเเละเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบลุกเดินเข้าไปหาพร้อมกับสอบถามทันที ก็หน้าของลมตอนนี้มันบึ้งตึงยิ่งกว่าหมีหิวน้ำผึ้งเสียอีก

"ไม่มีอะไรครับ ลูกไม่ได้กวนอะไรพี่เลย"  ลมตอบนาทีพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ปล่อยลูกชายที่ตนอุ้มอยู่ในอ้อมเเขนให้ยืนบนพื้นเเทน อุ้มนานๆเเขนเขาก็เริ่มล้าเหมือนกัน

เด็กชายตุลย์เมื่อขาติดพื้นก็รีบวิ่งไปเกาะขาคนเป็นเเม่ทันที ก่อนจะเงยหน้ามองคนเป็นเเม่ กระพริบตาปริบๆเป็นเชิงออดอ้อน

"หม่าม้า ตูนตูนอยากกินนม ตูนตูนขอกินนมคุณหมีรสน้ำผึ้งด้ายป้าวคับ"

ฝ่ายนาทีที่เห็นท่าทางออดอ้อนน่ารักๆของคนเป็นลูกก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ ยื่นมือไปลูบหัวลูกชายเบาๆ

"ได้ครับ น้องตุลย์ไปบอกพี่วุ้นให้ช่วยหยิบให้นะครับ เเต่หม่าม้าให้ดื่มได้เเค่กล่องเดียวเท่านั้นนะครับ ห้ามอ้อนพี่วุ้นขอกล่องที่สองเด็ดขาดนะเจ้าเด็กเเสบ"

"ม่ายเยยหม่าม้า ตูนตูนเด็กดี กล่องเดียวม่ายอ้อนเพิ่ม"

"ให้มันจริงเถอะ"

นาทีขยี้หัวลูกชายเบาๆด้วยความมันเขี้ยว เขาเผลอทีไรเจ้าลูกชายตัวเเสบของเขามักจะไปอ้อนพี่วุ้นเเละพี่เปอร์ของเขาเพื่อขอนมกล่องที่สองเพิ่มเสมอ ส่วนพี่ๆทั้งสองคนก็ไม่เคยเลยที่จะทนต่อลูกอ้อนของน้องชายได้ ถ้าเด็กชายตุลย์อ้อนขอกินยกลัง นาทีก็มั่นใจเต็มร้อยว่าทั้งสองคนให้กินยกลังเเน่ๆ

"จิงเยยหม่าม้า เด็กดีม่ายโกหก" เด็กชายตุลย์ยังคงยืนยันหนักเเน่น ว่าเขาจะไม่ขอนมกล่องที่สองเพิ่มเเน่ๆ

"หม่าม้าเชื่อครับ ถ้าอย่างนั้นน้องตุลย์ไปหาพี่วุ้นที่หลังเคาน์เตอร์นะครับ"

"คับผม!" เด็กชายตุลย์ตอบรับเสียงหนักเเน่น ก่อนจะวิ่งไปหาวุ้นด้วยความอารมณ์ดี ไหนๆก็ไม่ได้ช็อกโกเเลตจากอาขุนเเล้ว เขาขอกินนมคุณหมีรสน้ำผึ้งให้ชื่นใจแทนก็ได้

นาทีมองตามลูกชายที่วิ่งหายไปยังหลังเคาน์เตอร์ ก่อนจะหัวเราะออกมาให้กับท่าทางที่อารมณ์ดีของลูกชาย จากนั้นก็กลับมาสนใจคนเป็นพ่อต่อ

"พี่ลมลงมาทำไมครับ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลยนี่ครับ"

"พี่ลงมาไล่เเมลงวัน" พูดตอบนาที เเต่สายตาของลมตอนนี้กลับมองไปยังตฤณที่ยืนอยู่ไม่ไกลกัน

ก่อนเปิดประตูร้านเข้ามา ลมเห็นว่านาทียืนคุยกับผู้ชายคนนั้นอย่างสนิทสนมเเถมยังหัวเราะเเละยิ้มกว้างอีกด้วย ภาพที่เห็นชวนให้ลมรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย เเต่จะให้มาพาลลงกับนาทีก็ไม่ใช่เรื่องอีก คนที่เขาควรจะจัดการคือผู้ชายคนนั้นต่างหาก

"แมลงวัน?"

"ใช่ครับ พี่ได้ข่าวมาว่าเเมลงวันมันเที่ยวมาบินว่อนอยู่ในร้าน"

"หืม เเต่ที่ร้านเราไม่มีเเมลงวันนะครั.....เดี๋ยวก่อนครับ" นาทีเริ่มชะงักกับคำว่าเเมลงวันของลม "ทีถามอีกครั้งนะครับ พี่ลมลงมาทำอะไรครับ" นาทียกมือขึ้นกอดอก ถามอีกฝ่ายเสียงเข้ม พร้อมกับหรี่ตามองอีกคนอย่างจับผิด

ตอนเเรกนาทีเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดเเค่ว่าลูกอาจจะไปกวนตอนที่อีกฝ่ายกำลังทำงาน จึงนำลูกกลับมาส่งคืน เเต่พออีกฝ่ายพูดถึงเรื่องเเมลงวัน พร้อมกับสายตาที่มองไปยังตฤณบ่อยๆ นาทีก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้ลางๆ เเละเรื่องนี้ต้องมีพี่ชายของอีกฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเเน่ๆ

ก่อนหน้านี้คุณมารุตเพิ่งจะพูดจาขมขู่ตฤณไป จากนั้นก็ชวนน้องตุลย์ขึ้นไปหาป๊า ต่อมาไม่นานคุณลมก็ลงมาหาเขาพร้อมสีหน้าบึ้งตึง เฮ้อ! คงโดนพี่ชายเป่าหูพูดจาแปลกๆใส่ จนทิ้งงานทิ้งการลงมาเเน่ๆ อย่างนี้ต้องโดนตีสักทีดีไหมนะ

"เอ่อ......ขอโทษนะครับ" ตฤณที่ยืนอยู่ไม่ไกล ขยับเดินเข้ามาใกล้คนสองคนที่กำลังยืนคุยกันอยู่

ตอนเเรกตฤณก็ไม่ได้สนใจอะไรคนมาใหม่ที่นาทีรีบวิ่งไปหา เเต่พอเขามองไปเเละสบตากับผู้ชายคนนั้น ตอนเเรกเขาก็ส่งยิ้มให้อยู่หรอก เเต่อีกฝ่ายดันส่งสายตาไม่เป็นมิตรมาให้เขาเเทนซะงั้น ดูจากพฤติกรรมของชายคมเข้มร่างสูงคนนั้นเเล้ว เขาก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ เเต่เพื่อความเเน่ใจจึงพาตัวเองเข้าไปขัดขวางบทสนทนาของทั้งคู่ดู

"พี่ตฤณ ขอโทษนะครับผมลืมไปเลย พี่ตฤณจะกลับเเล้วใช่ไหมครับ" นาทีหันไปคุยกับตฤณที่เดินมาใกล้ๆ ก่อนหน้านี้ตฤณเอ่ยลาเพื่อขอตัวกลับไปพักผ่อน เเต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยลากันดีลมก็เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

"อืม ร่างกายพี่เริ่มประท้วงเเล้วหล่ะ ว่าอยากนอนมากๆ เเล้วนี่...." ตฤณพูดกับนาที ก่อนจะชี้ไปยังลมที่ยืนอยู่ เป็นเชิงถามว่าผู้ชายคนนี้คือใคร

"เอ่อคือ..." นาทีมีสีหน้าลังเลเล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าควรตอบออกไปอย่างไรดี ถ้าจะให้เล่าเรื่องราวตั้งเเต่ต้นเรื่องมันก็ยาวเกินไป จะบอกว่าคุณลมเป็นพ่อของน้องตุลย์เเบบทื่อๆก็กลัวคุณตฤณจะตกใจจนช็อกไปเสียก่อน ก็รู้จักกันมาตั้งเเต่ลูกชายเขาแปดเดือนจนตอนนี้สี่ขวบเเล้ว ก็ยังไม่เคยมีวี่เเววของคนเป็นพ่อว่าจะโผล่มาเลยนี่น่า

"ผมลมครับ เป็นพ่อของน้องตุลย์เเละเป็นสามีของนาทีครับ" ลมเลือกที่จะเอ่ยเเนะนำตัวเองเเทนเมื่อเห็นสีหน้าของนาที

"อ้อ" ตฤณอุทานรับเบาๆ ก็ไม่ได้ผิดไปจากการคาดเดาของเขาสักเท่าไหร่ "ผมตฤณครับ ยินดีที่ได้รู้จัก ไม่นึกเลยนะครับว่าอยู่ๆคนเป็นพ่อเเละสามีจะโผล่มาง่ายๆเเบบนี้ ทิ้งไปได้ตั้งหลายปี ผมคิดว่าชาตินี้จะไม่มีโอกาสได้เจอเเล้วเสียอีก" พูดจบรอยยิ้มของตฤณก็ถูกส่งไปให้ลม เเต่รอยยิ้มนั้นมันช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูประชดประชันเสียเหลือเกิน

"ครับ ผมก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่กลับมาช้าไปหน่อย จนเหลือบลิ้นไรมันได้ใจ เเต่ตอนนี้ผมกลับมาทำหน้าที่พ่อเเละสามีเเล้วครับ ก็ได้เเต่หวังว่าเหลือบริ้นไรที่คอยตามไต่ จะหายไปนะครับ"  ลมยกยิ้มมุมปากให้คนตรงหน้า

สิ้นคำทักทาย ลมกับตฤณต่างก็ใช้สายตาฟาดฟันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ถ้าเป็นหนัง ป่านนี้คงมีสายฟ้าดังเปรี๊ยะๆออกมาให้ได้เห็นเเละได้ยินกันเเล้ว

"ทั้งสองคนพอก่อนครับ" นาทีที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่นานรีบเอ่ยห้ามขึ้น ก่อนที่เรื่องมันจะบานปลายไปมากกว่านี้

"ก็ได้ครับ วันนี้พี่ขอตัวก่อนดีกว่า"

เเละก็เป็นตฤณที่ยอมละสายตาออกก่อน ทำให้ลมยกยิ้มอย่างพอใจกับชัยชนะที่ได้รับ

"พี่ตฤณกลับบ้านดีๆนะครับ"

"ครับ....อ้อจริงสิ!" ในตอนเเรกตฤณหันหลังเพื่อจะเดินไปยังประตูเเล้ว ก่อนที่จะหยุดชะงักเเล้วหันกลับมาพูดกับนาทีอีกครั้งราวกับเจ้าตัวเพิ่งนึกได้ว่าลืมพูดเรื่องสำคัญไป

"ข้าวกล่องคุณหมีนอนหลับปุ๋ยที่นาทีเคยสัญญาว่าจะทำให้พี่ชิม พี่ขอทวงสัญญานะครับ พรุ่งนี้ตอนเที่ยงพี่ขอรบกวนฝากท้องด้วยนะครับ ไว้เจอกันนะครับ" ตฤณส่งยิ้มหวานตบท้าย ก่อนจะเดินไปยังประตู พร้อมกับรอยยิ้มสะใจที่สามารถทำให้ลมหน้าตาบึ้งตึงได้ ส่วนกับนาทีเขาได้เเต่ขอโทษในใจที่หาเรื่องมาให้ เเต่เขามั่นใจว่านาทีต้องรับมือกับลมได้เเน่นอน

ถ้าจะถามความรู้สึกตฤณตอนนี้ว่ารู้สึกอย่างไร ก็คงจะตอบได้ว่าค่อนข้างที่จะตกใจ เเละหน่วงๆนิดหน่อยไม่ถึงกับเจ็บปวด เพราะไม่คิดว่าคนที่นาทีรักมาตลอดจะกลับมา

ตฤณต้องขอบคุณนาทีที่ไม่เคยให้ความหวังกับเขา เเถมยังขีดเส้นไว้ชัดเจน  เเต่เป็นเขาเสียเองที่ดื้อด้านสร้างความหวังเล็กๆไว้ในใจ เเต่วันนี้พอได้มาเห็นภาพครอบครัวสุขสันต์เเล้ว ความหวังเล็กๆที่มอบให้ตัวเอง เขาคงต้องกลับไปทำลายเสียเเล้ว เฮ้อ! เเวะซื้อเหล้าไปดื่มย้อมใจหน่อยก็เเล้วกัน


ปึก!

"ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง" เพราะมัวเเต่คิดอะไรเพลินๆเลยไม่ทันได้มอง ว่ามีคนเดินมาตรงประตูร้านเช่นกัน ทำให้ตฤณผลักไปกระเเทกหน้าเขาเต็มๆ

"ตอนเดินก็ดูทางไหม ไม่ใช่ดูนกดูไม้" ชายคนที่โดนตฤณผลักประตูมากระเเทกหน้า พูดออกมาอย่างหงุดหงิด พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเอง

"ขอโท........คุณ!" คำขอโทษถูกกลืนลงคอเมื่อตฤณเห็นหน้าชัดๆว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

"อ้อ นึกว่าใคร ตินตินของตูนตูนนี่เอง ไงโดนหมาหวงเจ้าของกัดมาอ่ะดิ ถึงเดินลากกระเป๋าถอยทัพเเบบนี้"

"เรื่องของผม รบกวนหลีกทางด้วยครับ"

"เฮ้ๆๆ ใจเย็นก่อน อ่อนไหวง่ายไปหรือเปล่าคุณ พูดเเค่นี้ต้องโมโหด้วย"

"ต้องการอะไรครับ" ตฤณพยายามข่มอารมณ์ความหงุดหงิดไว้ภายใน เเละถามคนตรงหน้าออกไปดีๆ เเม้ใจอยากจะต่อยให้ดั้งหักสักสามทีก็ตามเถอะ ผู้ชายอะไรเเค่มองก็ชวนให้หงุดหงิดมากๆ ประสบการณ์การเจอกันครั้งเเรกก็ติดลบเเละไม่น่าคบหาเลยสักนิด

"เปิดประตูชนคนอื่นเเล้วจะไม่รับผิดชอบหน่อยเหรอครับคุณ"

"อยากให้ผมรับผิดชอบยังไงก็ว่ามา ผมจะรีบกลับไปนอน" ตฤณพยายามนับ 1 ถึง 10 ในใจ เพื่อให้ตัวเองใจเย็นพอจนไม่เผลอกระโดดถีบคนกวนอารมณ์ตรงหน้าไป

" อืม ไม่รู้ ตอนนี้ยังคิดไม่ออก" อีกฝ่ายยังคงมีท่าทางยียวนกวนอวัยวะเบื้องล่างไม่เลิก

"เฮ้อ!" ตฤณได้เเต่ถอนหาย วันนี้เขาก้าวขาขึ้นเครื่องบินกลับประเทศข้างไหนวะ ทำไมเจอเเต่เรื่องซวยๆ

"เอางี้ เอาเบอร์คุณมา ถ้าผมคิดออกเเล้วจะโทรฯไป"

"เพื่ออะไรครับคุณ หัวคุณก็ไม่ได้เเตก ผมก็ขอโทษไปแล้ว"

"เป็นคนไร้ความรับผิดชอบกว่าที่คิดนะคุณ นอกจากจะชอบจีบเมียชาวบ้านเเล้ว ยังไร้ความรับผิดชอบอีก"

"คุณจะหาเรื่องผมให้ได้เลยใช่ไหมครับ เฮ้อ! ผมไม่อยากจะเถียงกับคุณเเล้ว บอกเบอร์คุณมาเดี๋ยวผมโทรฯเข้าไป"

"099-000-0000"

ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด!

ชายตรงหน้าตฤณหยิบมือถือขึ้นมาดู เมื่อมันส่งเสียงดังขึ้น ก่อนจะยิ้มกริ่มด้วยความพอใจ

"ไว้ผมจะติดต่อไปให้คุณรับผิดชอบนะครับ อ้อ! อย่าลืมบันทึกเบอร์ผมไว้ด้วยนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะตินติน ผมมารุตครับ"

เเนะนำตัวเสร็จมารุตก็เปิดประตูร้านเข้าไปหาน้องชายกับน้องสะใภ้ที่กำลังยืนเถียงกันอยู่ ทิ้งให้ตฤณที่ยืนอยู่นอกร้านมองตามด้วยความหงุดหงิด



............................................................................

วันถัดมา

"คุณนาที มาก็ดีเลยครับ ช่วยผมหน่อยเถอะครับ ไม่รู้ว่าวันนี้บอสไปทานรังเเตนมาจากไหน หงุดหงิดจนพนักงานเข้าหน้าไม่ติดเลยครับ เมื่อเช้าที่เข้าประชุม พนักงานเเทบจะสลายหายไปในอากาศ ถ้าประชุมช่วงบ่ายบอสยังหงุดหงิดอยู่เเบบนี้ มีหวังพนักงานคงกลัวจนวิญญาณหลุดจากร่างเเถมงานก็ไม่เดินหน้าเเน่ๆครับ"

เลขาหนุ่มอย่างขุนพูดออกมาเป็นชุดเมื่อเห็นนาที คนรักของบอสกำลังเดินมาพร้อมกับกล่องข้าวที่หิ้วติดมือมาด้วย

วันนี้ตั้งเเต่เช้าบอสของเขาดูหงุดหงิดจนผิดสังเกต ปกติเวลาเช้าๆบอสจะอารมณ์ดีมากถึงมากที่สุด เพราะก่อนมาทำงานจะมีช่วงเวลาครอบครัวสุขสันต์เติมกำลังใจให้กันก่อนเริ่มวันใหม่ เเต่วันนี้ไม่รู้เติมกำลังใจกันท่าไหน บอสถึงได้หงุดหงิดหนักขนาดนี้ คิดถึงไอ้รังสีที่พร้อมจะฆ่าคนตายภายในห้าทีเเล้วไอ้ขุนคนนี้เเทบกุมขมับ ลำพังเเค่เขาไม่เท่าไหร่หรอก สงสารก็เเต่พนักงานคนอื่นนี่สิ

ถามไปถามมาจนบอสยอมบอกเหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงหงุดหงิดขนาดนี้ ก็อยากจะวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้าเเล้วตะโกนลงมา 'บอสโว้ยยยยยยยย' ให้ยาวๆจนหมดลมหายใจ ผู้ชายวัยจะสามสิบเวลาน้อยใจเมียเป็นเเบบนี้เหรอวะ ขุนไม่เข้าใจ

"คุณลมยังไม่เลิกหงุดหงิดอีกเหรอครับ"

"ยังเลยครับ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ผมรบกวนคุณทีช่วยทำให้บอสใจกลับมาอารมณ์ดีหน่อยนะครับ"

"ผมจะพยายามนะครับ"

"ขอบคุณมากครับ"

เมื่อพูดคุยกับขุนเสร็จนาทีก็เดินตรงไปยังประตูห้องของบอสหนุ่ม เเละไม่ลืมที่จะเคาะประตูก่อนเข้าไป

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

"เข้ามา"

เสียงห้วนๆของคนที่อยู่ในห้องเอ่ยอนุญาตให้เข้าไป นาทีที่ได้ยินน้ำเสียงก็หัวเราะเล็กน้อย ดูท่าจะขี้งอนเเละขี้น้อยใจกว่าที่เขาคิดนะเนี่ย

"ที" เสียงที่ห้วนจัดในตอนเเรกลงลดลงสองระดับจนเเทบจะเป็นเสียงปกติเมื่อเห็นว่าใครที่เปิดประตูเข้ามา

"ได้ข่าวว่ามีคนหงุดหงิดจนพาลลูกน้องเหรอครับ"นาทีเอ่ยถามพร้อมกับตั้งกล่องข้าวเที่ยงไว้บนโต๊ะ

"พี่ไม่ได้พาล ก็งานที่เขาเสนอมามันยังไม่โอเค"

"เหรอครับ อืม....ถ้าอย่างนั้นพี่ลมหายงอนทีหรือยังครับ"

"ใครงอนกันครับ พี่ไม่ได้งอนสักหน่อย" ปากบอกไม่งอน เเต่ก้มหน้าก้มตาสนใจกระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าเเทน

"ว๊า น่าเสียดายจังอุตส่าห์ตั้งใจมาง้อ เพราะคิดว่าโดนคนเเถวนี้งอนอยู่ อดง้อเลย"

"พี่ไม่ได้งอนพี่เเค่น้อยใจนิดเดียว"

นาทีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆกับคำพูดเเละท่าทางของคนตัวโตตรงหน้า นี่คนอายุสามสิบหรือสามขวบกันเเน่เนี่ย คนตัวโตงอนเขาตั้งเเต่เมื่อวานที่เขาดุเจ้าตัวไปว่าทำตัวไม่ดีเลยตอนคุยกับพี่ตฤณ พอตอนเช้ามาเห็นเขาทำข้าวกล่องให้พี่ตฤณก็ยิ่งงอนหนักเข้าไปใหญ่ อะไรจะงอนหนักขนาดนั้น

"ทีบอกเเล้วไงครับเรื่องข้าวกล่อง ว่าน้องตุลย์เขาไปโม้ไว้จนพี่ตฤณต้องขอชิมฝีมือสักครั้ง ตอนนั้นน้องตุลย์ก็อยู่ด้วย เจ้าตัวก็เห็นดีเห็นงามจนทีไม่สามารถปฏิเสธได้ พี่ตฤณเขาทวงสัญญา ทีก็ต้องรักษาสัญญาสิครับ" นาทีบอกเหตุผลกับคนขี้น้อยใจอีกครั้ง

"พี่รู้ เเต่มันก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ หน้าตาของนายตฤณตอนนั้นทีก็เห็น"

"พี่ตฤณเขาเเค่แกล้งเเหย่เองนะครับ พี่ลมดูก็น่าจะรู้"

"ทีเข้าข้างผู้ชายคนอื่นเหรอครับ"

"ไปกันใหญ่เเล้วครับ"

"ไม่รู้ล่ะ ถ้ามีครั้งต่อไป พี่เผาครัวทิ้งเเน่"

"ทีอยากจะบ้าตาย" นาทียกมือนวดขมับตัวเองเบาๆ พูดกับคนเอาเเต่ใจตรงหน้า ทำไมมันเหมือนโดนสูบพลังเยอะขนาดนี้นะ "พี่ลมจะมาเผาครัวบ้านทีได้ยังไงกันครับ"

"เผาเเล้วค่อยสร้างใหม่ พี่ไม่อยากให้มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นติดอยู่ที่บ้าน กล่องข้าวนั้นก็ให้เขาไปเลยนะครับไม่ต้องเอากลับคืนมา "

เฮ้อ! คนเอาเเต่ใจก็ยังคงพูดจาเอาเเต่ใจอยู่วันยังค่ำ

"โอเคครับทียอมเเพ้เเล้ว สรุปตอนนี้หายน้อยใจทีได้ยังครับ" นาทียกมือขึ้นเป็นเชิงยอมเเพ้ ขืนเถียงไปก็คงมีเเต่เหนื่อยเปล่า

"ยังครับ"

"ทำไมล่ะครับ ถ้าอย่างนั้นทีต้องทำยังไงพี่ลมถึงจะหายน้อยใจเเล้วกลับไปอารมณ์ดีครับ"

"ทีมานั่งตรงนี้ก่อนสิครับ" ลมขยับเก้าอี้ออกเล็กน้อย พร้อมกับตบลงบนตักของตัวเอง

"ถ้าทียอม พี่ลมจะหายน้อยใจใช่ไหมครับ"

"ก็ต้องลองมานั่งก่อนครับ"

นอกจากจะขี้น้อยใจเเล้ว ยังจะเจ้าเล่ห์อีกเหรอเนี่ย นาทีได้เเต่คิดในใจ ก่อนเดินไปนั่งลงบนตักของคนตัวโตตามคำเชิญชวน

ฝ่ายลม เมื่อนาทีนั่งลงบนตักก็จัดการกอดคนตัวเล็กเเน่น ใช้จมูกเเอบสูดดมความหอมของอีกฝ่ายด้วยความสบายใจ

"อื้อ พี่ลม ถ้าพอใจเเล้วก็ปล่อยได้เเล้วครับ"

"พี่ยังไม่หายน้อยใจเลยนะครับ ทีต้องหอมตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ เเละตรงนี้ก่อน" ลมเงยหน้าขึ้นมองนาทีพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปตรง เเก้มซ้าย เเก้มขวา หน้าผาก เเละปิดท้ายด้วยปากตามลำดับ

"ฟอด ฟอด จุ้บ จุ้บ พอใจหรือยังครับ"

"ยังครับ พี่ขอเเบบเดิมอีกที"

"ฟอด ฟอด จุ้บ จุ้บ พอใจไหมครับ"

"ยังเลยครับ พี่ข...."

"ไม่พอใจก็เเล้วเเต่พี่ลมเลยครับ ทีไม่ง้อเเล้ว" นาทีพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าคนตัวโตยังคงเล่นไม่เลิก ได้ทีล่ะเอาเเต่ใจใหญ่  "ข้าวเที่ยงก็ไม่ต้องทานนะครับ ทีจะเอากลับไปทานกับคีย์ที่ร้าน " นาทีพูดพร้อมกับพยายามจะลุกออกจากตักของลม เเต่เขาก็โดนลมล็อคเอวไว้เสียเเน่น พยายามลุกเท่าไหร่ก็ลุกไม่ได้

"โอเคครับ พี่ไม่เเกล้งเเล้วก็ได้ อย่าเพิ่งหน้างอสิครับคนดี" ลมพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่บนตักตอนนี้เริ่มจะหมดความอดทน เเละหน้าตาก็บูดบึ้งพร้อมจะข่วนหน้าเขาเต็มที

"จริงๆถ้าทีอยากให้พี่หายน้อยใจ พี่มีวิธีที่ดีกว่านี้อีกนะครับ"

"หืม?" นาทีเอียงคอมองตาเเป๋วด้วยความสงสัย

"หนีลูกไปนอนด้วยกันสองคนที่อีกห้องนึงสิครับคืนนี้.....โอ๊ยทีครับ พี่เจ็บ"




..........................................................................

TBC.

มีช่องว่างไม่ได้เลย หาเรื่องเอาเปรียบน้องตลอดเลยนะเพ่



ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่คิดตาม คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้เรานะคะ

ขอบคุณค่ะ

16.10.21 เจอกันตอนเที่ยงนะคะ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คุคุคุ... บอกแล้วว่ากลางคืนนะมันต้องเป็นเวลาของพี่ลมกับน้องทีเท่านั้น...
ส่วนกลางวันก็ชวนน้องตูนตูนตบแมลงวันให้หมดแรง จะได้หลับสนิทๆตอนกลางคืนเนอะ... คิคิ...

ปล. เล่น Twitter ไม่เป็นอะคะ แอบเศร้าใจเล็ก...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-10-2021 05:30:28 โดย PoyPay »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
17
เรื่องที่ให้ไปสืบ


"โว้ยยยยย! ร้อนขนาดนี้ คุณดวงอาทิตย์เผาไหม้ผมไปเลยเถอะครับ ได้โปรด!"

คีย์บ่นออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อเปิดประตูรถลงมา เเล้วเจอกับเเสงเเดดเปรี้ยงจ้า จนต้องยกมือขึ้นมาบังเเสงเเดดไว้เหนือใบหน้า

สมัยเรียนมัธยมเขาจำได้ว่า เคยเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับพวกดวงดาว ดวงอาทิตย์ การเรียนเรื่องพวกนี้สิ่งที่เขาจำได้เเม่นยำที่สุดนั่นก็คือ คุณครูบอกว่าโลกของเรากับดวงอาทิตย์อยู่ห่างไกลกันมาก โดยระยะห่างอยู่ที่ 149.6 ล้านกิโลเมตร หรือจะให้ตีเป็นเลขกลมๆก็ประมาณ 150 ล้านกิโลเมตรเลยทีเดียว ห่างกันตั้งขนาดนั้น แต่ทำไมเขายังรู้สึกเหมือนมีดวงอาทิตย์มาตั้งวางไว้หน้าบ้านว่ะ ร้อนโว้ยยยยยย!

"คีย์ เข้าบ้านมาก่อน เเล้วซื้ออะไรมาเยอะเเยะเนี่ย เราบอกเเล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องซื้อมา"

นาทีเปิดประตูรั้วต้อนรับเเขกผู้มาเยือนอย่างคีย์ พร้อมกับเอื้อมมือไปช่วยถือของที่เจ้าตัวหอบหิ้วมาเต็มทั้งสองมือ

"เออๆ อย่าเพิ่งบ่น ตอนนี้มึงช่วยพากูไปพบเจอกับความเย็นก่อนได้ไหม กูจะละลายอยู่เเล้วเนี่ย" คีย์บอกพร้อมกับจับคอเสื้อกระพือไปมาเพื่อไล่ความร้อน

นาทีพยักหน้า เดินนำคีย์เข้าไปในบ้าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาภายในบ้าน คีย์ก็เจอกับหลานชายตัวน้อยที่ตอนนี้ยืนยิ้มเเฉ่ง พร้อมกับถือเเก้วน้ำไว้ในมือ

"อาคีย์ ตูนตูนสวัสดีคับ น้ำคับ"

เด็กชายตุลย์ยื่นเเก้วน้ำให้คนเป็นอา ตอนเเรกเขากับป๊านั่งกินแอปเปิ้ลเย็นฉ่ำกันอยู่ในครัว หม่าม้าเดินเข้ามาบอกว่าอาคีย์ถึงเเล้วจะเดินไปเปิดประตูให้ ป๊าบอกเขาว่าอากาศข้างนอกร้อนมาก ถ้าอาคีย์ได้ดื่มน้ำเย็นๆจะชื่นใจ ป๊าเลยบอกให้เขาถือเเก้วน้ำมารออาคีย์หน้าประตู ซึ่งที่ป๊าพูดไว้ก็ใช่จริงๆด้วย ตอนนี้อาคีย์ดูสดชื่นมากๆหลังจากได้ดื่มน้ำเย็นๆ เห็นเเบบนั้นเขาก็ดีใจ

"อ่าาาาาาาาา~ ชื่นใจมากเลยหมูตุ้บ ขอบคุณมากๆนะครับ"

"ส่งเเก้วมา เดี๋ยวเราเอาไปเก็บให้"

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูเอาไปเก็บเอง ว่าจะไปเติมน้ำด้วย"

"ไปหมูตุ้บ ไปในครัวกันดีกว่า"

"คับ"


ทั้งสามคนช่วยกันหอบหิ้วของที่คีย์ซื้อมาเข้ามายังบริเวณห้องครัว เมื่อถึงห้องครัวคีย์ก็เจอกับลมที่กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างในเเท็บเเลตราคาเเพงอยู่ตรงโต๊ะอาหาร

"คุณลมสวัสดีครับ"

"สวัสดีครับ" ลมละสายตาจากเครื่องเเท็บเเลตมาส่งยิ้มทักทายให้คีย์

"วันนี้ขอรบกวนด้วยนะครับ"

"อันนี้คงต้องบอกกับทีนะครับ เพราะทีเป็นเจ้าของบ้าน"

"เอ้าผมบอกผิดคนเหรอครับ"

"หวังว่าประโยคถัดไปจะไม่ใช่การด่าผมทางอ้อมนะครับ"

"ฮ่าๆๆๆ รู้ทันซะงั้น ขอโทษครับ"

ลมอมยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับความช่างพูดเเละท่าทางทะเล้นของคีย์ เขากับคีย์เจอกันบ่อย ได้พูดคุยกันมากขึ้น ความสนิทสนมก็มีเพิ่มขึ้น มันจึงทำให้บางครั้งคีย์ก็จะเอ่ยเเซ็วเขาไปตามประสาคนช่างพูด เเต่ก็ไม่ได้เป็นการเเซ็วที่รุนเเรงเกินไป จนถึงขั้นกระทบกระเทือนจิตใจ

จากการที่ได้พูดคุยกับคีย์ ลมคิดว่าคีย์เป็นคนหนึ่งที่นิสัยเเละจิตใจดี เเต่อาจจะติดที่ปากร้ายไปสักหน่อย เเละถ้าทำให้เจ้าตัวโกรธก็อาจจะวุ่นวายกันนิดหน่อย  ดูได้จากครั้งของพี่ชายเขาที่เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง เกือบโดนเข่าคู่ของคีย์ไปซะเเล้ว

"อาคีย์ ตูนตูนซื้อฉะตอเบอรี่ลูกโตๆมาด้วยน้า มีช็อก'แลตด้วย ช็อก'แลตอาหร่อยมากเยย"

"หืม น้องตุลย์รู้ได้ยังไงครับว่าช็อกโกเเลตที่ซื้อมาอร่อย แอบชิมเหรอครับ"  นาทีก้มหน้าลงถามลูกชาย

"อุ๊บ" เด็กชายตุลย์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง พร้อมกับหันไปมองคนเป็นพ่อตาโต เเย่เเล้วป๊า หม่าม้ารู้เเน่ๆเลยว่าเราแอบกินช็อกโกเเลตกัน

"สารภาพมาซะดีๆครับ" นาทีนั่งคุกเข่าเสมอลูกชาย พร้อมกับเคาะจมูกรั้นๆไปสองสามที

"หม่าม้า~"  เด็กชายตุลย์เรียกคนเป็นเเม่ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับโถมตัวเข้าหา ให้คนเป็นเเม่รับเขาเข้าสู่อ้อมกอด

"ว่าไงครับ"

"ตูนตูนฮึบเเล้วนะหม่าม้า เเต่ก็ห้ามจายม่ายไหว  ป๊าบอกตูนตูนว่าชิมด้ายเยย "

"ตัวเล็ก! วนมาที่ป๊าได้ไงครับเนี่ย" ลมที่พยายามนั่งเงียบๆอยู่นานพูดขึ้น เขาอุตส่าห์นั่งให้เงียบที่สุดเเล้วนะ เเต่ลูกชายดันวนมาที่เขาจนได้

"พอกันเลยครับทั้งพ่อทั้งลูก พี่ลมอย่าตามใจลูกมากนักสิครับ ให้ทานเยอะๆมันไม่ดีนะครับ รออีกแป๊ปก็จะได้กินอยู่เเล้ว"

"ก็ลูกมาอ้อน" ลมบอกนาทีเสียงอ่อย

"คิกคิก ป๊าโดนดุ"

"ไม่ต้องขำป๊าเลยนะตัวเเสบ เราก็ด้วย ช็อกโกเเลตกินเยอะๆมันไม่ดีนะรู้ไหม ถ้าเกิดปวดท้องขึ้นมาโดนฉีดยาจึ๊กๆ เดี๋ยวก็ได้ร้องไห้จนไม่สบายอีกหรอกครับ"

"ม่ายร้องเเล้วหม่าม้า ตูนตูนเก่ง ฉีดยาเจ็บเหมือนมดกัด"

"ฮ่าๆๆๆ ใครบอกเรามาเนี่ยหมูตุ้บ ว่าฉีดยาเจ็บเหมือนมดกัด" คีย์ที่ยืนมองอยู่นานเอ่ยถามเด็กชายตุลย์ขึ้น

"ลุงหมอคับ ลุงหมอบอกตูนตูนม่ายร้องน้า เจ็บเหมือนมดกัน"

"เเสดงว่าตอนโดนฉีดยาหมูตุ้บก็ไม่ร้องไห้ใช่ไหม"

"ร้องจนหลับเยยคับ"

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ้าเเสบเอ้ย" คีย์มันเขี้ยวหลานจนอดใจไม่ไหว ใช้มือขยี้ผมของหลายชายจนผมยุ่งเหยิงจนไม่เป็นทรง

เหตุผลที่ทำให้คีย์ต้องมาที่บ้านของนาทีในวันหยุดเเบบนี้ เเทนที่จะได้นอนตีพุงพักผ่อนสบายๆที่คอนโด นั่นก็เพราะเขาได้รับคำเชิญชวนจากเด็กชายตุลย์ให้มาทำไอศกรีมคุณหมีด้วยกัน ตอนเเรกเขาก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก เเต่เห็นสายตาเเละน้ำเสียงอ้อนๆของหลานเเล้ว คิดว่าไอ้คีย์คนนี้จะทนไหวเหรอ ถ้าทนไหวคงไม่มายืนอยู่อย่างนี้หรอก

"เสียดายจังเลยนะครับที่คุณรุตไม่อยู่" นาทีพูดกับลมพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

"อืม เฮียก็บ่นเหมือนกัน เเต่งานก็ด่วนจริงๆเลยต้องบินกลับ ตอนนี้ยังบ่นไม่หยุดเลยว่ากลัวหลานจะงอน"

"ฝากบอกคุณรุตด้วยนะครับว่าไม่ต้องกลัว เพราะตอนนี้หลานงอนเป็นที่เรียบร้อยเเล้วครับ"

"เฮ้ยไอ้ที!"

เสียงเรียกของคีย์ ทำให้ลมกับนาทีที่กำลังคุยกันอยู่หันไปมองเจ้าตัวที่กำลังจะเดินออกจากห้องครัวพร้อมๆกัน

"เดี๋ยวกูออกไปดูต้นทานตะวันที่กูปลูกหลังบ้านก่อนนะ ไม่ได้มาดูเกือบเดือน ตายหมดยังวะ"

"จะตายได้ไงเราดูเเลให้ตลอด"

"เฮ้ยได้ไง กูบอกเเล้วไง เดี๋ยวกูดูเเลเอง"

"ถ้ารอให้คีย์มาดูเเลเองมันคงตายหมดทั้งห้าต้นนั่นละ เราก็เเค่ช่วยรดน้ำให้เอง น้องออกดอกได้สองวันเเล้วนะ รีบไปดูเลย"

"เออๆๆ เดี๋ยวกูมา มึงเตรียมของไปพลางๆก่อนนะเดี๋ยวกูกลับมาช่วย"

"อื้ม โอเค"

คีย์คุยกับนาทีเสร็จก็เดินออกจากห้องครัวไปทันที ที่หมายคือต้นทานตะวันห้าต้นบริเวณหลังบ้านที่เขาเป็นคนลงมือปลูกเอง

ฝ่ายนาทีเมื่อคีย์เดินลับสายตาไป ก็หันกลับมาจัดการพวกวัตถุดิบต่างๆที่วางอยู่บนโต๊ะ เเต่เอ๊ะ! เหมือนเขาจะลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่านะ คงไม่หรอกมั้ง....



............................................................................

"เฮ้ย! คุณ! มาพ่นพิษใส่ต้นไม้ผมได้ไง เดี๋ยวมันก็ตา.. นายหน้านิ่ง!"

คนที่กำลังยืนสูบบุหรี่เพลินๆ หันไปมองผู้มาใหม่ที่กำลังส่งเสียงดังโวยวายด้วยสายตาเรียบนิ่ง เเละเมื่อเห็นว่าเป็นใครอาการเบื่อหน่ายก็เกิดขึ้นมาทันที เฮ้อ! ซวยชะมัด

กรทิ้งบุหรี่ที่คีบอยู่กับนิ้วลงพื้น จากนั้นก็ใช้เท้าขยี้จนไฟดับสนิท ก่อนจะก้มเก็บบุหรี่มาถือไว้ในมือ เพราะจะให้ทิ้งเพ่นพ่านบ้านคนอื่นก็ดูเสียมารยาทเกินไป

จริงๆเเล้ววันนี้กรเเค่จะเข้ามารายงายบอสถึงเรื่องที่บอสให้ไปสืบมา เเต่เขาโดนเด็กชายตุลย์อ้อนให้อยู่ช่วยกันทำไอศกรีมคุณหมีด้วยกันก่อน ไหนจะคุณนาทีที่บอกว่าไหนๆก็มาเเล้วให้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันเลย ตอนเเรกเขาก็จะปฏิเสธอยู่หรอก เเต่พอเจอสายตาอ้อนๆของเด็กชายตุลย์เข้าไปก็ใจเเข็งไม่พอ เลยตกปากรับคำออกไป ถ้าเขารู้ว่าอยู่ต่อเเล้วจะเจอกับคนพูดมากตรงหน้า เขาคงจะทำใจเเข็งเเละบอกปฏิเสธออกไปแน่นอน

"ต้นไม้ผมจะเป็นมะเร็งไหมเนี่ย"

คีย์ยังคงก้มมองสำรวจต้นทานตะวันที่ตัวเองปลูกเเละดูเเลมากับมืออย่างระมัดระวัง นายคนนี้ไม่รู้หรือไงว่าต้นทานตะวันไม่ใช่จะปลูกกันได้ง่ายๆ เขาทำมันตายไปตั้งเท่าไหร่ เเละกว่าจะเป็นดอกเเบบนี้ก็ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 60 วัน เเถมดอกน้องจะบานสวยเเบบนี้เเค่ 7 วันเท่านั้นเอง จากนั้นดอกก็จะค่อยๆเหี่ยวเเละโรยราลง ปล่อยให้น้องร่วงหล่นตามธรรมชาติไม่ได้หรือไงวะ

"เพ้อเจ้อ"

"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ น้องเพิ่งบานเต็มๆดอกเเบบนี้ได้สองวันเองนะ เเล้วคุณจะมาทำร้ายน้องได้ยังไง"

"น้อง?"

"ก็ต้นทานตะวันนี่ไง"

"ไปกันใหญ่"

"ก็ผมรักของผม คุณเข้าไม่ถึงก็อยู่เงียบๆไปเลย"

"เฮ้อ" กรถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย กับท่าทางของคีย์ที่โวยวายใหญ่โตราวกับเขาไปเด็ดดอกไม้มาโยนทิ้ง ทั้งๆที่เขาเเค่ยืนสูบบุหรี่อยู่ใกล้ๆเอง เเล้วไอ้ที่กลัวต้นไม้เป็นมะเร็งมันคืออะไรวะ ยิ่งคิดก็ยิ่งต้องส่ายหัว เป็นเอามากจริงๆเเหละคนตรงหน้าเขาเนี่ย

"เเล้วมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ" คีย์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโวยวายหนักเกินไป หันมาถามกรที่ยืนอยู่ด้วยน้ำเสียงติดจะหาเรื่องนิดๆ

"ผมไม่จำเป็นต้องรายงานคุณมั้ง"

คีย์เบ้ปากให้กับคำพูดของคนตรงหน้า จะมองกี่ทีๆผู้ชายคนนี้ก็น่าหมั่นไส้จริงๆ

"อ้อ เหรอครับ เเต่วันหลังจะสูบบุหรี่ก็ระวังหน่อยนะครับ ที่บ้านนี้มีเด็กไม่เห็นหรือไง บุหรี่มือสองอ่ะรู้จักป้ะ"

"เพราะเห็นเเละรู้จักไงครับ ผมเลยออกมายืนสูบตรงนี้ เเต่ไม่คิดว่าจะเจอคน......" กรลากเสียงยาว พร้อมกับกวาดสายตามองคนตรงหน้า

"คนอะไร เเน่จริงพูดมาดิ" คีย์เชิดหน้าขึ้นมองกรอย่างท้าทาย

"ก็คนพูดมาก น่ารำคาญ เเต่........."

"เอ๊ะ! คุณว่าใครพูดมากน่ารำคาญ ตัวเองดีตายเเหละ นอกจากชอบข่มขู่คนอื่นเเล้ว ก็ได้เเต่ทำหน้านิ่งไปวันๆเท่านั้นเเหละ"

ใครจะว่าคีย์อคติกับกรก็ได้ เขายอมรับ เนื่องจากการพบกันครั้งเเรกมันไม่ค่อยน่ายินดีสักเท่าไหร่ ไหนจะการข่มขู่เรื่องร้าน เรื่องนาทีอีก  มันทำให้คีย์ฝั่งใจเจ็บเพราะรู้สึกว่าตัวเองพ่ายเเพ้ โดยไม่มีทางสู้ เเละก็ยังรอวันจะกระโดดกัดคอคนตรงหน้าระบายความเเค้นไม่เปลี่ยนเเปลง ดังนั้นอะไรนิดๆหน่อยๆที่พอจะหาเรื่องคนตรงหน้าได้ คีย์ไม่ปล่อยผ่านไปแน่นอน ขอด่าสักนิดให้จิตเเจ่มใส

"หึ!"

"หึ อะไรของคุณมิทราบ ไม่ดงไม่ดูมันละดอกไม้ เสียอารมณ์ ยืนอยู่ตรงนี้เลยนะคุณไม่ต้องเข้าไป เดี๋ยวไอศกรีมเสียรสชาติหมด" ว่าจบคีย์ก็เดินหันหลังกลับทางเดิมที่เดินมา ทิ้งไว้เเค่กรที่ยืนมองตามหลังคีย์จนลับสายตา

".....เเต่ก็น่ารักดี"



.............................................................................

ในที่สุดเวลาของกิจกรรมในครอบครัวก็มาถึง โดยวันนี้มีสมาชิกเพิ่มเติมสองคนคือกรกับคีย์ ที่ตอนนี้ทั้งคู่ใส่ผ้ากันเปื้อนเตรียมพร้อมเรียบร้อยเเล้ว

"น้องตุลย์พร้อมไหมครับ" นาทีเอ่ยถามลูกชาย

"พ้อมคับ" เด็กชายตุลย์ในชุดผ้ากันเปื้อนลายคุณหมีสีเหลืองตอบรับอย่างเเข็งขัน

"ถ้าพร้อมเเล้วก็....... เริ่มกันเล้ยยยยย"

"เย้ๆๆๆๆๆ"

วันนี้นาทีตั้งใจจะทำเมนูของหวานดับร้อนสองเมนู นั่นก็คือ ไอศกรีมช็อกโกเเลตกรีกโยเกิร์ตโดยจะใช้พิมพ์ไอศกรีมเป็นรูปคุณหมีเเบบที่น้องตุลย์ชอบ เเละอีกเมนูคือวุ้นโยเกิร์ตผลไม้นานาชนิด โดยวัตถุดิบทั้งหมดได้รับการสมนาคุณจากคุณมารุตพี่ชายของคุณลมนั่นเอง เพื่อเป็นการรักษาสัญญากับหลานชาย เเต่จนเเล้วจนรอดเจ้าตัวก็ผิดสัญญาให้หลานงอนอีกจนได้ เพราะมาเเต่ของตัวไม่อยู่ น้องตุลย์เขาไม่โอเค

ตอนนี้นาทีได้เเบ่งทีมกันทำ โดยมีเขา น้องตุลย์ เเละคุณลม ช่วยกันทำไอศกรีม ส่วนคีย์กับคุณกร นาทีให้ช่วยกันหั่นผลไม้เเละเคี่ยวผงวุ้น

"ขอช็อกโกเเลตชิบด้วยครับ"

"นี่เยยหม่าม้า นี่เยย"

"ขอบคุณครับ"

นาทีรับช็อกโกเเลตชิบจากลูกชายมาละลายด้วยไฟอ่อน

"น้องตุลย์ครับ"

"คับ"

"ในมือที่แอบไว้เม็ดนึง ช่วยโยนลงหม้อด้วยครับ"

"คับ" เด็กชายตุลย์ตอยรับเสียงอ่อย ก่อนจะตัดใจใส่ช็อกโกเเล็ตชิบเม็ดเล็กที่อยู่ในมือลงไปในหม้อ เเละประโยคกระซิบที่ไม่ค่อยเบาของเด็กชายตุลย์ในเวลาถัดมาก็เรียกเสียงหัวเราะให้กับนาทีได้ไม่น้อย  "หม่าม้าเห็นด้วยละป๊า"

 เมื่อช็อกโกเเลตละลายดีเเล้ว จากนั้นก็เติมนมลงไปเเละเพิ่มไฟเป็นไฟกลาง ตั้งไฟให้งวดลงเเละคนไปเรื่อยๆจากนั้นก็เอาลงจากเตามาพักไว้ให้เย็นประมาน 10 นาที เมื่อหน้าที่ของตัวเองเสร็จเเล้ว นาทีก็หันไปมองสองพ่อลูกที่เขามอบหมายให้ผสมกรีกโยเกิร์ตกับกลิ่นวนิลา เเล้วก็ให้ช่วยกันตีให้เนียนเข้ากัน เเละดูเหมือนสองพ่อลูกจะทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม เเม้จะเเอบชิมกันอยู่บ่อยๆก็ตาม


"รู้จักคำว่าหั่นเป็นลูกเต๋าป้ะคุณ"

เสียงของคีย์ที่ดังขึ้นเรียกสายตาของนาทีให้หันไปมอง ดูจากสีหน้าของคนสองคนที่เขาจับทีมให้อยู่ด้วยกันเเล้ว วันนี้จะรอดใช่ไหม คงไม่ใช้มีดเเทงกันก่อนใช่หรือเปล่า ยิ่งถือมีดคนล่ะเล่มไว้ในมือด้วย

"สุดท้ายก็เอาเข้าปากอยู่ดี" กรตอบเสียงนิ่ง

"หมด พังหมด ทำไม่เป็นก็อยู่เฉยๆไปเลย หรือไม่ก็ไปเคี่ยววุ้นให้ละลายสิ"

กรวางมีดในมือลงอย่างว่าง่าย เพราะดูๆเเล้วการเคี่ยวผงวุ้นให้ละลายน่าจะเป็นงานที่ง่ายกว่าการมานั่งหั่นผลไม้เป็นไหนๆ

นาทีที่เห็นว่าทั้งสองคนสงบศึกกันเเล้วก็กลับมาสนใจสองพ่อลูกต่อ เเละตอนนี้ดูเหมือนว่าช็อกโกเเลตจะเย็นเเล้ว นาทีหยิบกระชอนมาวางบนปากถ้วยโยเกิร์ต เเละเทช็อกโกเเลตผ่านไป เมื่อคนส่วนผสมจนเข้ากัน ก็ถึงเวลาเทลงใส่เเม่พิมพ์เเล้ว ไอศกรีมต้องเอาเเช่ฟรีซ 1 ชั่วโมงก่อน จากนั้นก็เอาออกมาเสียบไม้ เเละเเช่ต่ออีก 4-5 ชั่วโมง ก็เป็นอันว่าเสร็จ (อ้างอิงการทำจาก https://story.motherhood.co.th)


"ใส่สตอเบอรี่เเล้วใช่ไหม"

"อืม"

"น้ำตาลทรายละลายยัง"

"ไม่รู้"

"โอ๊ยเรื่องเเค่นี้ก็ไม่รู้ เก่งเรื่องอื่นให้ได้เหมือนตอนขู่คนอื่นบ้างคุณ" พูดเสร็จคีย์ก็ไปยืนเบียดกรอยู่หน้าเตา เพื่อจะดูว่าน้ำตาลละลายเเล้วหรือยัง "ละลายเเล้วๆ ใส่โยเกิร์ตเลย" คีย์หันกลับไปหยิบโยเกิร์ต ก่อนจะเทลงหม้อโดยที่มีกรคอยยืนคนอยู่

เมื่อวุ้นโยเกิร์ตเดือดเรียบร้อย กรก็ยกลงจากเตามาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นคีย์ก็ตักวุ้นโยเกิร์ตใส่ลงในถ้วยเเก้วที่เตรียมไว้  รอให้เซ็ทตัว เเล้วตกเเต่งด้วยหน้าด้วยผลไม้ก็ถือว่าเป็นอันเสร็จ (อ้างอิงการทำจาก https://www.amarinbabyandkids.com/food-nutrition/sweet-and-cold-menu/)

"อู้ว! อาคีย์ หอมจังเยย"

"ไว้รอให้วุ้นเซ็ทตัวเเล้วเรามาตกเเต่งหน้าวุ้นกันนะหมูตุ้บ"

"เคเยยๆ ของตูนตูนเอาฉ้มเยอะๆเยย"

"จัดไปเลยค้าบบบบบบบ"


.............................................................................

กิจกรรมวันหยุดของครอบครัวเเละเวลาทานอาหารเย็นผ่านไปเร็วมาก แป๊ปๆนาฬิกาฝาผนังก็บอกเวลาว่าทุ่มนึงเเล้ว ตอนนี้นาที คีย์ เเละน้องตุลย์ กำลังนั่งทานวุ้นโยเกิร์ตเป็นของหวานตบท้ายหลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี ส่วนคุณลมกับคุณกร เห็นบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องพูดคุยกัน จึงมาขออนุญาตเขาใช้ห้องที่ว่างอีกห้องนึง ซึ่งเขาก็ไม่ได้หวงห้องหรืออะไรอยู่เเล้ว เลยปล่อยให้ทั้งสองคนใช้ห้องเเละใช้เวลาพูดคุยกันให้เต็มที่


ตัดภาพมาภายในห้องที่มีชายหนุ่มร่างสูงสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด บรรยากาศภายในห้องมันตลบอบอวลไปด้วยความเคร่งเครียด เเละความอึดอัด

"เหรอ?"

"ครับ คนของคุณบรรพตไปตามหาเฮียที่บ้านของคุณนาทีตามที่เรารับรู้ในตอนเเรกครับ"

บรรพตที่กรพูดถึงคืออาเเท้ๆของลม ที่ร่วมมือกับคนที่เป็นศรัตรูกับครอบครัวลมลอบทำร้ายลมเเละครอบครัวเมื่อหกปีก่อนเพื่อหวังฮุบสมบัติเเละอำนาจ เเละตอนนี้อาบรรพตกำลังหนีอยู่

"เเละก็อย่างที่เฮียรู้ คุณนาทีโดนทำร้ายร่างกายเพราะไม่ยอมพูดอะไรออกไป เพื่อหวังปกป้องเฮีย"

คำบอกเล่านี้ได้ยินกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ยิ่งซ้ำเติมให้ลมรู้สึกเกลียดตัวเองในอดีตมากยิ่งขึ้นไปอีก คนอ่อนเเอที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็คอยเเต่จะให้คนอื่นปกป้อง ขนาดคนที่เขารักยังต้องมาเจ็บตัวเพราะปกป้องเขา ตอนเเรกคิดว่าถ้าเขาจากไป นาทีจะไม่เป็นอันตราย เเต่มันคงเป็นเเค่ความคิดโง่ๆของเขาเท่านั้น อ่อนเเอเกินไป ขี้ขลาดเกินไป ปกป้องอะไรไม่ได้ ทิ้งคนรักให้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง คนอย่างเขาสมควรได้รับการให้อภัยจากนาทีจริงๆเหรอ

"ส่วนเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของคุณนาที เมื่อได้ลองสืบลึกลงไปจริงๆเเล้ว มันไม่ใช่เหตุการณ์ไฟไหม้เพราะอุบัติเหตุอย่างที่ทุกคนพูดเเละเข้าใจครับ เเต่มันเป็นการวางเพลิง"

"วางเพลิง?"

"ครับ หลังจากที่คนของคุณบรรพตไปตามหาเฮียที่บ้านคุณนาที ผ่านไปไม่กี่วันบ้านของคุณนาทีก็เกิดไฟไหม้ จนเป็นเหตุให้คุณพ่อของคุณนาทีเสียชีวิตคากองเพลิง"

"............................"

"เเละคนที่วางเพลิงก็คือ.......คนของคุณบรรพตครับ"


............................................................................

TBC.

ตั้งหม้อรอเลยค่ะทุกคน จะต้มม่าม่า หรือ เเกง เดี๋ยวรู้เลย

ทุกคนเห็นคู่เเล้วใช่ไหมคะ

 
ขอบคุณค่ะ
 


ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
วันนี้แคนลงสองตอนนะคะ 17 กับ 18 ค่ะ

​18
รอยแผลเป็น

 

***คำเตือน: ตอนนี้มีฉาก NC นะคะ***

 

"มาครับ มาให้หม่าม้ากอดกับหอมแก้มก่อนเร็ว ฮึบ ฟอด ฟอด"

นาทีรับลูกชายที่โถมตัวมาหาเข้าสู่อ้อมกอด ตอนนี้พวกเขากำลังยืนกันอยู่บริเวณหน้าประตูห้องนอน ที่มีไว้สำหรับให้เเขกผู้มาเยือนได้พักผ่อน

กรกลับไปได้สักพักเเล้วหลังจากที่คุยกับลมเสร็จ ส่วนคีย์ตอนเเรกเจ้าตัวก็จะขับรถกลับคอนโดอยู่หรอก เเต่พอนั่งไปนั่งมาก็ดึกเสียเเล้ว เจ้าตัวจึงออกอาการขี้เกียจขับรถ เลยตัดสินใจนอนที่บ้านของนาทีเเทน จึงเป็นเหตุให้ตอนนี้พวกเขาทั้งหมด มายืนกันอยู่หน้าห้องนี้

"นอนกับอาคีย์อย่าดื้อ อย่าพากันซนนะครับ"

"คับ"

"ห้ามเล่นกันจนดึกดื่น พรุ่งนี้น้องตุลย์ต้องตื่นเเต่เช้าไปโรงเรียนนะคีย์" บอกกับคนเป็นลูกเสร็จ นาทีก็เงยหน้าบอกกับคนเป็นอาต่อ อยู่กันสองคนทีไร ไว้ใจไม่เคยจะได้สักที

"มึงก็ทำอย่างกับหมูตุ้บไม่เคยมานอนกับกูอย่างนั้นเเหละ"

"ก็เพราะเคยนอนไง เราถึงต้องย้ำเยอะๆ นอนกับคีย์ทีไรตื่นเช้ามาน้องตุลย์เป็นต้องงอเเงเพราะนอนไม่พอตลอด"

"ฮ่าๆ ก็นานๆอาหลานจะได้นอนด้วยกันเนอะหมูตุ้บเนอะ"

"หม่าม้าม่ายต้องห่วงน้า ตูนตูนเด็กดีนอนหลับปุ๋ยเยย"

"จริงเหรอครับ อืมมม..... ถ้าอย่างนั้นเอาเเบบนี้ดีกว่า ถ้าเกิดว่าพรุ่งนี้น้องตุลย์งอเเงเพราะนอนไม่พอ หม่าม้าจะถือว่าน้องตุลย์มัวเเต่เล่นจนดึกดื่น หม่าม้าจะทำโทษด้วยการเปลี่ยนผ้าห่มของคุณหมีหลับปุ๋ยจากไข่เจียวสีเหลือง เป็นผักโขมสีเขียวเเทนนะครับ"

"อู้ววว! " เด็กชายตุลย์ตาโต จากนั้นก็รีบหันหน้าไปมองคนเป็นอาทันที "เก็บเยยอาคีย์ หุ่นยนต์เก็บเยย ตูนตูนนอนเยย ม่ายเล่น" ถ้าต้องให้กินผักโขมใบเขียว เด็กชายตุลย์ยอมไม่เล่นหุ่นยนต์เเล้วเข้านอนเร็วๆดีกว่า ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบผักโขม เเต่ถ้าเลี่ยงได้เขาก็อยากจะเลี่ยง ก็มันไม่อร่อยเลยนี่น่า มะเขือเทศสีแดงอร่อยกว่าตั้งเยอะ

"อ้าวหมูตุ้บ พูดอย่างนี้หม่าม้าก็รู้หมดสิ" คีย์บอกกับหลานชายอย่างไม่จริงจังนัก

"จริงๆเลยนะทั้งอาทั้งหลาน.... คีย์ เราฝากน้องตุลย์ด้วยนะ"

"เออๆ กูมานอนกี่รอบมึงก็พูดทุกรอบ พูดจนกูจำขึ้นใจเเล้วเนี่ย ห้องก็อยู่ใกล้กันเเค่นี้ "

คีย์ส่ายหัวให้กับความเป็นห่วงของเพื่อนรัก ห้องก็อยู่ใกล้กันเเค่นี้ ถ้ามีอะไรวิ่งไม่ถึงสิบวินาทีก็มาถึง มานอนบ้านนาทีกี่รอบต่อกี่รอบ เขาก็จะได้รับคำอบรมก่อนนอนทุกรอบ

ก่อนหน้าที่คุณลมจะย้ายมาอยู่กับนาทีเเบบไม่มีกำหนดย้ายออก คีย์เองก็มานอนบ้านนาทีบ่อยๆ ครั้งเเรกที่มานอนก็นอนห้องเดียวกันอยู่หรอก เเต่หลังจากนอนได้คืนเดียว เขาก็ไม่ได้นอนห้องเดียวกับนาทีอีกเลย เพราะเตียงในห้องของนาทีมันไม่ได้ใหญ่ เเละเขาก็เป็นคนที่นอนเปลืองที่มาก จึงทำให้การนอนไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไหร่ เตียงเเค่นั้นนอนกันสามคนก็คับเเคบเอาเรื่องอยู่  ถ้าจะนอนค้างคีย์ก็เลือกที่จะนอนห้องข้างๆที่ว่างดีกว่า

ทุกครั้งที่มานอนที่นี่เด็กชายตุลย์ก็จะมานอนกับคีย์ด้วยบ่อยๆ มีครั้งนึงสองอาหลานมัวเเต่เล่นกันจนดึกดื่น เช้านั้นหลานชายงอเเงเสียยกใหญ่ เเละก็เป็นไปตามคาดสองอาหลานโดนคนเป็นเเม่ดุจนหน้าซีดทั้งสองคน และตั้งเเต่นั้นมาถ้าสองอาหลานจะนอนด้วยกัน ก็ต้องได้รับการอบรมจากคนเป็นเเม่อย่างนาทีก่อนเสมอ

"ก็เราเป็นห่วง"

"ลูกมึงจะนอนดึก ก็เพราะมึงนี่เเหละ"

"น้องตุลย์ ไหนขอหม่าม้าหอมอีกรอบเร็ว ฟอด ฟอด"

"ตูนตูนหอมหม่าม้าด้วย ฟอด ฟอด" เด็กชายตุลย์ก็ไม่น้อยหน้าหอมหม่าม้าคืนสองฟอดใหญ่ๆเช่นกัน "ป๊าาา"

"ครับ"

"หอม หอม" เด็กชายตุลย์เอ่ยปากเรียกคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับชี้นิ้วลงบนเเก้มนิ่มทั้งสองข้างของตัวเอง เพื่อเป็นการบอกให้คนเป็นป๊าย่อตัวมาหอมเเก้มเขาซะดีๆ

"ฟอด ฟอด" คนเป็นพ่อก็ไม่รอช้า เมื่อได้รับคำเชิญชวนจากลูกชายก็ย่อตัวลง รับลูกชายเข้าสู่อ้อมกอด จากนั้นก็จัดการฟัดเเก้มนุ่มนิ่ม ไปสองฟอดใหญ่ๆเช่นกัน

"คิกคิก" เด็กชายตุลย์หัวเราะอารมณ์ดี ก่อนจะโน้มหน้าไปใกล้กับใบหูของคนเป็นพ่อ เเล้วกระซิบบางอย่างให้ได้ยินเพียงกันสองคน

"เอาจริงเหรอตัวเล็ก" ลมถามย้ำลูกชายด้วยน้ำเสียงขำๆ

"คับ"

"กระซิบอะไรกันครับสองพ่อลูก" นาทีที่ยืนมองอยู่ข้างๆรู้สึกไม่ค่อยวางใจในท่าทางของสองพ่อลูกสักเท่าไหร่ถามขึ้น

"ความลับนะหม่าม้า.... อาคีย์นอนกานดึกเเย้ว" ตอบคนเป็นเเม่เสร็จก็ยื่นมือไปหาคนเป็นอาทันที ส่วนคนเป็นแม่ก็ได้เเต่ยืนหน้างอเพราะรู้สึกน้อยใจเล็กๆที่ลูกชายมีความลับกับตัวเอง

"ครับ....คุณลมคืนนี้ตามสบายเลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจผม"

"คีย์!"

ลมรับคำยิ้มๆ เเต่นาทีที่ยืนข้างๆกลับเรียกชื่อเพื่อนเสียงดุ เนื่องจากท่าทางที่ดูทะเล้นของคีย์ มันทำให้นาทีอดที่จะรู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้าไม่ได้

"ผมไม่ขออะไรมาก ขอหลานอีกสักคนก็พอครับ"

"คีตกานต์ รชณกร!"

"หม่าม้าโกรธเเล้ว เรารีบเข้าห้องกันดีกว่าหมูตุ้บ"

คีย์รีบเปิดประตูเเละจูงมือหลานชายเข้าไปในห้อง เเต่ก็ยังไม่วาย หันมาขยิบตาให้ลมอีกครั้งนึงก่อนจะปิดประตูห้อง ทิ้งให้นาทียืนหน้าเเดงอยู่ข้างๆลม ลมที่หันไปมองคนข้างๆก็ได้เเต่อมยิ้มน้อยๆให้กับความขี้เขินของนาที ส่วนคำพูดของคีย์ก็น่าใจไม่น้อย

 

 

............................................................................

หลังจากบอกลาลูกชายเสร็จ ทั้งลมเเละนาทีก็กลับเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเอง บรรยากาศในวันนี้ช่างเเตกต่างไปจากวันอื่นๆ ปกติในห้องจะมีเสียงพูดคุยของลูกชายให้ได้ยินอยู่เป็นระยะ เเต่วันนี้บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบสงบ

นาทียังคงยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู เเม้ว่าจะเคยนอนด้วยกันสองคนมาก่อน เเต่จากครั้งล่าสุดที่นอนด้วยกัน มันก็ผ่านมานานหลายปีเเล้ว จะไม่ให้เขารู้สึกประหม่าเลย มันเป็นไปไม่ได้หรอก

"ยืนทำอะไรตรงประตูครับ ไม่นอนเหรอครับ" ลมที่ตอนนี้กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่ถามขึ้น

"นอนครับ"

"มาสิครับ" ลมตบเตียงที่ว่างข้างๆ "พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ ถ้าทีไม่ยอม......หรืออยากให้พี่ทำครับ"

"คะ ใครจะไปอยากกันเล่า" นาทีพยายามใช้เสียงดุกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเอง เเต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ นอกจากเสียงเขาจะสั่นเเล้ว ลมก็ไม่ได้มีทีท่าจะกลัวเลยสักนิด

"มานั่งเถอะครับ พี่มีเรื่องจะคุยกับทีด้วย"

"คุยเหรอครับ"

"ครับ

"เรื่องอะไรครับ"

"เรื่องหลังจากที่พี่หายไปครับ

นาทียกมือขึ้นจับหน้าอกด้านขวาของตัวเองทันทีที่ได้ยินลมพูดจบ หัวใจเต้นเเรงโครมคราม เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

"ทีโอเคไหม" ลมเดินมาประชิดตัวนาทีอย่างรวดเร็ว

"ทีไม่เป็นไร"

"ไปนั่งก่อน" ลมประคองนาทีให้เดินไปนั่งยังเตียงนอนกลางห้อง "ถ้าทีไม่พร้อม เราค่อยคุยกันก็ได้ครับ" ลมบอกนาทีด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ไม่เป็นไรครับ"

"แน่ใจนะ" ลมหรี่ตามองคนตรงหน้า พร้อมกับถามย้ำเพื่อความเเน่ใจ

"ครับ" นาทีตอบกลับไปด้วยเสียงที่หนักเเน่น

ลมนั่งลงข้างๆนาที เอื้อมมือไปจับมือของนาทีมากุมไว้หลวมๆ พร้อมกับใช้นิ้วโป้งลูบไปมาตรงบริเวณหลังมือเพื่อปลอบโยนคนตรงหน้า

"พี่ลมจะถามอะไรเหรอครับ"

"พี่อยากรู้ว่าหลังจากที่พี่หายตัวไป มีคนมาถามหาพี่กับทีใช่ไหม"

"ใช่ครับ หลังจากพี่ลมหายไปได้สักสองสามวันก็มีกลุ่มคนน่ากลัวมาถามทีว่ารู้จักคนที่ชื่อลมไหม ตอนนั้นทีเห็นท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยตอบปฏิเสธไป กลัวเขาจะตามมาทำร้ายพี่ลมอีก เเต่พวกเขาไม่เชื่อ" เล่ามาถึงตรงนี้ดวงตาของนาทีก็เริ่มสั่นไหว

"ไม่เป็นไรนะ เอาที่ทีไหว ไม่ไหวก็ไม่ต้องเล่าต่อ" ลมเอ่ยบอกเมื่อเห็นดวงตาที่วูบไหวของอีกฝ่าย

"หลังจากนั้นเขาก็เข้ามาจับตัวทีไว้"

"มีกี่คนทีจำได้ไหมครับ"

"ประมาณห้าหกคนครับ"

"เเล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ"

"พอพวกเขาเข้ามาจับ ทีก็พยายามจะหนี เเต่โดนจับตัวไว้ ทีตะโกนขอความช่วยเหลือเเต่อีกคนก็เข้ามาตบหน้าทีพร้อมกับสั่งให้เงียบ ตอนนั้นมันน่ากลัวมากๆเลยครับ"

เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ลมเปลี่ยนจากการจับมือมาสวมกอดนาทีเเทน ดวงตาของลมตอนนี้มันเเข็งกร้าวจนน่ากลัว

"เเล้วอยู่ๆเเม่ที่ไปจ่ายตลาดก็กลับมา พวกเขาเห็นเเม่ก็จับเเม่ไว้ด้วย พวกเขาถามย้ำๆให้ทีบอกถึงที่อยู่ของพี่ลม เเต่ทีไม่รู้ ไม่รู้เลย ในตอนนั้นทียังคงปลอบใจตัวเองอยู่เลย ว่าพี่ลมคงไม่ได้ไปไหนไกล พี่ลมไม่ได้ทิ้งทีไป อีกไม่นานพี่ลมคงกลับมา ฮึก!"

"....................."

"แต่เหมือนคนที่เป็นหัวหน้าจะอดทนไม่ไหว พวกเขาเอามีดออกมา ตอนเเรกทีคิดว่าพวกเขาอาจจะเเค่ขู่ เเต่ไม่ใช่ ฮึก" เพราะความหวาดกลัวยามที่หวนคิดถึงอดีตทำให้นาทีไม่อาจห้ามน้ำตาเอาไว้ได้ "พวกเขากรีดมันลงตรงนี้" นาทีใช้มือกำเข้าที่อกด้านขวาของตัวเอง "มีดเล่มนั้นมันค่อยๆกรีด เเละบาดลึกลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับคำถามเดิมๆว่า พี่ลมไปอยู่ที่ไหน เเต่ทีตอบไม่ได้ ทีตอบไม่ได้จริงๆ เพราะทีไม่รู้ ฮึก! ทำไมพวกเขาไม่เชื่อ ตอนนั้นทีก็อยากรู้ว่าพี่ลมอยู่ที่ไหนไม่ต่างจากพวกเขาเลย ฮือ"

"พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ...." ลมพร่ำเอ่ยคำขอโทษ พร้อมจูบซับข้างขมับของนาที เขาผิดเอง เขาผิดที่ทิ้งน้องไว้ เขาผิดที่เลือกหนีไป เขาผิดที่คิดว่าถ้าเขาไม่อยู่น้องจะปลอดภัย ผิด ผิดทุกอย่าง ไม่ว่าจะตัดสินใจอะไรก็ผิดไปหมด เเย่ เขามันเเย่มากจริงๆ "ไม่ต้องเล่าเเล้ว ไม่ต้องเล่าเเล้วนะ พี่ขอโทษ ขอโทษ"

 

หลังจากที่ปล่อยให้นาทีร้องไห้อยู่นาน ในที่สุดเจ้าตัวก็สงบลงจนกลับมาเป็นปกติเเล้ว เเต่ดวงตากลมโตที่บอบช้ำ ก็ชวนให้คนมองรู้สึกสงสารจับใจ

"ตาช้ำหมดเเล้ว"

"ห้ามล้อครับ"

"พี่ไม่ได้ล้อสักหน่อย"

"ขอโทษนะครับ" นาทีเอ่ยเสียงเบา

"ขอโทษเรื่องอะไรครับ หื้ม" ลมลูบหัวนาทีเบาๆ

"ที่ร้องไห้" นาทีตอบเสียงอ่อย

"ไม่เห็นต้องขอโทษเลย พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษที"

"มันผ่านมาเเล้วครับ"

"พี่ขอดูรอยเเผลของทีหน่อยได้ไหมครับ"

"จะดูทำไมครับ"

"ก็พี่อยากเห็น นะครับ ขอพี่ดูหน่อยนะ" ลมใช้หน้าตาเเละน้ำเสียงออดอ้อน ส่วนนาทีที่โดนอ้อนก็พ่ายเเพ้ไปตามระเบียบ

"นะ นิดเดียวนะครับ"

"ครับ"

นาทีใช้มือทั้งสองข้างเเกะกระดุมเสื้อออกสามเม็ด ก่อนจะค่อยๆดึงเสื้อส่วนด้านขวาที่บดบังรอยเเผลเป็นไว้ให้หล่นไปตรงไหล่ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นชัดเจน

ลมยื่นมือออกไปช้าๆ นิ้วของลมแตะที่เเผลของนาที เขาสัมผัสมันอย่างเเผ่วเบาราวกับกลัวว่าถ้าลงเเรงมากเกินไปอีกฝ่ายจะเจ็บขึ้นมา ลมไม่เคยคิดมาก่อนว่านาทีจะโดนทำร้ายจนมีเเผลเป็นเกิดขึ้นเเบบนี้เเละเเน่นอนคนที่ทำเรื่องเเบบนี้ ลมจะไม่เก็บมันเอาไว้เเน่ๆ

"เจ็บมากไหมครับ" ลมเอ่ยถามทั้งๆที่มือยังคงลูบรอยเเผลเป็นนั้นอยู่ สายตาของลมเเข็งกร้าวยามเมื่อเห็นรอยเเผล เเต่ไม่นานก็กลับมาอ่อนโยนดังเดิม

"ไม่ครับ ทีไม่เป็นไรเเล้ว"

"คนเก่ง"

เมื่อเอ่ยชมเสร็จลมโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้รอยเเผลเป็นนั้น ก่อนจะค่อยๆบรรจงประทับรอยจูบลงบนแผลเป็นนั้นอย่างอ่อนโยน  นาทีตัวเกร็งขึ้นทันทีที่ริมฝีกปากของลมสัมผัสกับผิวหนัง สัมผัสนั้นมันทำให้นาทีรู้สึกวาบหวามจนขนลุกซู่

"ทีเก่งเเละเข้มเเข็งมากจริงๆ ไม่เป็นไรเเล้วนะ ต่อไปนี้พี่จะเป็นคนปกป้องทีกับลูกเอง ขอให้พี่ได้ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ไหมครับ"

"พี่ลม" นาทีเรียกลมเสียงแผ่ว

ในจังหวะที่นาทีช้อนตาขึ้นมอง ลมไม่อาจฝืนทนได้อีกต่อไป ลมใช้ริมฝีปากหนาของตัวเองจู่โจมริมฝากปากบางของคนตัวเล็กอย่างเร็ว นาทีเเม้จะตกใจเเต่ไม่นานเจ้าตัวก็โอนอ่อนตามการนำทางของลม

จากจูบที่นุ่มนวลเเละอ่อนโยนในตอนเเรก เวลานี้มันกลับดุดัน เเละเร้าร้อน ลมค่อยๆดันตัวของนาทีลงจนเเผ่นหลังเเนบชิดไปกับเตียง

ลมละริมฝีปากออกจากริมฝีปากบาง ก่อนจะตามไปคร่อมตัวของนาทีไว้ นาทีปรือตามองลมด้วยสายตายั่วยวนเเบบไม่ตั้งใจ

ลมที่เห็นสายตายั่วยวนก็อดใจไม่ไหว ก้มลงจูบนาทีอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ลิ้นสองลิ้นพันเกี่ยวเเลกเปลี่ยนน้ำหวานภายในปากของกันเเละกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เเต่สุดท้ายก็เป็นนาทีที่ต้องขอเวลานอกเพราะตอนนี้ตัวเขาเองเเทบหมดลมหายใจเเล้ว

ลมละริมฝีปากออกเพื่อให้นาทีได้หายใจ ส่วนตัวเองก็เปลี่ยนเป้าหมายเป็นซอกคอหอมเเทน ลมใช้ลิ้นชื้นลากไล้ตั้งเเต่กกหูลงมาจนถึงไหปลาร้าสวยที่ดูเชิญชวนให้ลมก้มลงไปประทับรอยเอาไว้

มือที่ว่างของลมก็จัดการปลดเสื้อผ้าของนาทีเเละตนเองออกอย่างรวดเร็ว โดยที่ใบหน้ายังคงฝังอยู่กับซอกคอหอมไม่ไปไหน

"อื้อ พะ พี่ลม" นาทีเรียกลมเสียงกระเส่า อารมณ์ของนาทีในตอนนี้มันพุ่งสูงไม่เเพ้ลมเลยสักนิด

"ทีอนุญาตไหมครับ ถ้าทีตอบว่าไม่พี่ก็จะหยุด" เเม้ปากจะพูดเเบบนั้น เเต่ลมยังคงปลุกเร้าคนใต้ร่างไม่เลิก ลมขบกัดเบาๆลงบนติ่งหูของนาที ก่อนจะใช้ลิ้นชื้นค่อยๆเเหย่เข้าไปในรูหูและไล่เลียมันช้าๆ

"ทะ ที อื้อ" เสียงเฉอะเเฉะที่ดังอยู่บริเวณใบหูเรียกอารมณ์ของนาทีให้สูงยิ่งขึ้น

"ไม่ต้องกังวล พี่ตามใจทีอยู่เเล้ว พูดตามที่ใจทีคิดได้เลย"

"ทีไม่อยากให้หยุ...อือออ" เสียงของนาทีกลืนหายลงไปในลำคอ เพราะโดนลมปิดปากด้วยปากของตัวเอง

"คนดี อืมมม" ลมครางออกมาเสียงกระเส่า มือของลมค่อยๆลูบวนไปทั่วเรือนร่างของนาที เริ่มตั้งแต่ใบหู ซอกคอ ไหล่ หน้าอก ลงมาที่หน้าท้อง เเละเลื่อนต่อไปยังต้นขาโดยที่ลมตั้งใจเฉียดผ่านไปมากับส่วนนั้นของนาทีที่กำลังเเข็งตัว เรียกสายตาดุๆจากคนใต้ร่างได้ไม่น้อย ที่ลมไปยอมเเตะต้องมันสักที

"อ๊ะ อ่าาา"

ครั้นเมื่อได้รับสายตาดุๆจากคนใต้ร่าง ลมก็เอื้อมมือไปจับส่วนเเกนกายของนาทีไว้ ก่อนจะขยับขึ้นลงเบาๆ เเละเปลี่ยนจังหวะเป็นเร็วขึ้นจนนาทีเเทบจะปลดปล่อยออกมาเพราะความเสียว เรียกเสียงครางจากนาทีได้ไม่น้อย

"อื้ออออ....พี่ลม ยะ อย่าเเกล้ง"

เพราะโดนเเกล้งโดยการเดี๋ยวขยับ เดี๋ยวหยุด ไหนจะการที่เอานิ้วโป้งมากดส่วนปลายไว้อีก นาทีจึงดุอีกคนออกไปด้วยเสียงกระเส่า

"ใครเเกล้งน้องทีคะ"

นาทีตกใจตาโตกับคำพูดค่ะขาของลม ปกติก็ไม่เห็นจะเคยพูด เเล้วทำไมวันนี้ถึงพูดขึ้นมานะ เเละมันน่าเจ็บใจนักที่ตัวนาทีเองก็ชอบมันไม่ใช่น้อย เเม้มันจะทำให้เขินอายอยู่บ้างก็ตาม

เมื่อเเกล้งคนตรงหน้าจนพอใจเเล้ว ลมก็ผละตัวออกจากนาที เดินไปหยิบกล่องเล็กๆที่อยู่ด้านบนสุดของตู้เสื้อผ้า นาทีมองตามลมไป ทำให้เขาสามารถมองเห็นหุ่นของลมได้ชัดเจน พอได้เห็นหุ่นชัดๆหน้าของนาทีก็ขึ้นสีระเรื่อทันที คนอะไรหุ่นดีเป็นบ้า

ลมใช้เวลาไม่นานก็กลับมาพร้อมกับขวดอะไรบางอย่าง ยามเมื่อเห็นเต็มๆตามันก็ทำให้นาทีอดที่จะรู้สึกกระดากอายไม่ได้ ไปซื้อมาตอนไหนนะ ไอ้เจลหล่อลื่นเนี่ย เตรียมพร้อมดีจริงๆเลย

ลมบีบเจลหล่อลื่นลงบนมือตัวเอง สายตาก็จ้องมองคนที่ตอนนี้เขินจนตัวเเดง ยิ่งมองก็ยิ่งอยากขย้ำให้จมอยู่ใต้ร่างจริงๆ

ลมกลับมาคร่อมนาทีเเละป้อนจูบอีกครั้ง ใช้มือเเยกขาของนาทีออกจากกัน จากนั้นก็ค่อยๆป้ายเจลเย็นๆลงไปตรงรอยจีบของนาที ลมค่อยๆใช้นิ้วสอดเข้าไปอย่างช้าๆเพราะกลัวว่านาทีจะเจ็บเเถมทางรักของนาทีมันยังคับเเน่นมากอีกด้วย จากหนึ่งนิ้ว กลายเป็นสอง เเละนิ้วที่สามก็ตามมาในที่สุด

"อ๊ะ!" เพราะนิ้วของลมโดนจุดที่ทำให้รู้สึกดี นาทีจึงร้องออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"พี่ลม ตรงนั้น อืออออ"

ลมก็ยังเป็นลม ลมคนที่รู้ดีว่าจุดไหนที่สามารถทำให้นาทีรู้สึกดีได้

"ตรงไหนคะ" 

"อ๊ะ อ๊าา"

"ตรงนี้เหรอคะ.... ไม่เเกล้งเเล้วค่ะ หนูอย่าทำหน้างอเเบบนั้นสิคะ มันยิ่งทำให้พี่อยากขย้ำหนูนะ"

"อ๊า พี่ลม เข้ามาได้เเล้วคับ" ในตอนนี้นาทีทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาต้องการ ต้องการให้ลมใส่ของตัวเองเข้ามาภายในร่างกายของเขา เขาไม่อยากได้นิ้วของลมเเล้ว

"ชู่ววว เด็กดี พี่ต้องเตรียมความพร้อมให้หนูก่อนนะ ไม่อยากนั้นหนูจะเจ็บมาก หนูก็รู้"

"เเต่ทีอยากให้พี่ลมใส่เข้ามาเเล้ว"

"ก็ได้ค่ะ พี่ขออนุญาตเข้าไปนะคะ"

"มัวเเต่ถามอยู่ได้ รีบๆเข้ามาสักทีสิ อ๊าาาาาาาา"

ลมจับส่วนปลายของท่อนเอ็นลำโตของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆใส่มันเข้าไปยังช่องทางที่ได้รับการขยายมาพอสมควรเเล้ว ทางด้านหลังของนาทียังคงคับเเน่นจนทำให้ลมรู้สึกเสียวจับใจ ลมค่อยๆดันเเกนกายเข้าไปช้าๆ จนในที่สุดเเกนกายใหญ่โตก็โดนนาทีดูดกลืนเข้าไปจนสุดความยาว

"อืมมมม คนดี อย่ารัดพี่เเน่นสิค่ะ พี่ไม่อยากเเตกทั้งๆที่เพิ่งใส่เข้าไปหรอกนะ ผ่อนคลายหน่อยค่ะ"

เพราะด้านในของนาทีตอนนี้กำลังตอดรัดเเน่นเกินไป มันทำให้ลมเสียวจนน้ำเเทบเเตกเเม้ว่าจะยังไม่ได้ขยับก็ตาม เมื่อปล่อยเวลาให้ทั้งตัวเขาเองเเละนาทีเริ่มคุ้นชิน ลมก็ไม่รอช้า จัดการกระเเทกตัวตนของตัวเองเข้าใส่นาทีทันที ซ้ำเเล้วซ้ำเล่า จากบทรักช้าๆค่อยๆหนักหน่วงขึ้นตามเเรงอารมณ์ เสียงหยาบโลนเฉอะเเฉะดังไปทั่วทั้งห้อง ลมก้มมองตัวตนของเขาที่โดนนาทีดูดกลืนเข้าออกก็ได้เเต่ขบกรามเเน่น มันเป็นภาพที่ชวนให้อารมณ์ดิบเถื่อนในตัวเขาออกมาเสียจริงๆ

"อ๊ะ อ๊ะ พี่ลม ระ เเรง แรงอีก"

"หนูว่าอะไรนะคะ"

"ขอเเรงกว่านี้ อ๊ะ"

"ไม่ค่อยได้ยินเลย"

คนชอบเเกล้งยังไงก็ชอบเเกล้งอยู่วันยังค่ำ

"พี่ลม กระเเทกหนูเเรงๆหน่อยได้ไหมคะ หนูอยากเสร็จจนใจจะขาดแล้วค่ะ อ๊ะ  ของพี่ลมมันทำให้หนูรู้สึกดีเกินไป" นาทีช้อนตามองมาที่ลมอย่างยั่วยวน ในเมื่อชอบเเกล้งนักก็ขอเอาคืนสักหน่อย

"แม่ง! พรุ่งนี้จะลุกไม่ไหวเอานะที" ลมขบกรามเเน่น เมื่อเห็นท่าทางที่เเสนจะยั่วยวนชวนให้กระเเทกให้แหลกของคนใต้ร่าง

"คีย์ทำข้าวกล่องให้ลูกได้ครับ"

"จะมาโกรธพี่ทีหลังไม่ได้นะ เพราะหนูยั่วพี่เอง"

ตอนนี้สติของลมขาดหายไปหมดเเล้ว ลมย้ำซ้ำย้ำกระเเทกจนร่างของนาทีโยกไหวอย่างรุนเเรงอยู่ภายใต้ร่างของลม เสียงกระทบกันของหน้าขาลมกับก้นพีชนุ่มของนาทีดังไปทั่วห้อง ยิ่งใกล้ถึงจุดสุดยอด ลมยิ่งกระเเทกนาทีรัวๆเร็วๆ ตอกลึกทุกการเข้าออก ส่วนนาทีเองในเวลานี้เขาเองก็ไม่ไหวเเล้วเช่นกัน

"สะ เสร็จ ทีจะเสร็จ"

"เสร็จได้เลยค่ะที่รัก"

"อ๊ะ อ่าาาาาาาาาาาาาาา" หยาดน้ำสีขาวข้นพุ่งออกมาจนเลอะหน้าท้อง เเละมีบางส่วนกระเด็นขึ้นไปจนถึงคางของนาทีอีกด้วย

"อืมม ซี๊ดดดด หนูรัดเเน่นเกินไปแล้ว"

หลังจากที่นาทีปลดปล่อยไป ลมก็กระเเทกนาทีต่ออีกแป๊ป ไม่นานก็ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน

"อ่า ซี้ดดด เเม่ง!" ลมครางออกมาเบาๆ ตอนที่ปลดปล่อยน้ำสีขาวขุ่นเข้าไปภายในช่องทางของนาที ลมโน้มตัวลงไปหานาที ใช้ลิ้นชื้นลากน้ำข้นสีขาวของนาทีที่ติดอยู่ตรงปลายคางของเจ้าตัวมายังปาก ก่อนจะป้อนจูบอันเเสนหวานที่ผสมน้ำรักให้นาทีอีกครั้ง พร้อมกับร่างกายของลมที่กระตุกเกร็งเป็นระยะ เพราะน้ำของลมที่ปล่อยออกมานั้นมันช่างมากเสียเหลือเกิน

"พี่ลมปล่อยในเหรอครับ" เพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่เกิดขึ้นภายในช่องท้อง ทำให้นาทีเอ่ยถามขึ้น

"ก็พี่ไม่มีถุงยาง" ลมตอบเสียงอ่อย

"เเต่พี่มีเจลหล่อลื่น?"

"น้องตุลย์บอกพี่ว่าอยากมีน้อง พี่อยากทำอะไรเพื่อลูกบ้าง"

"เรื่องอื่นมีให้ทำตั้งเยอะเเยะนะครับ งับ!" นาทียื่นหน้าขึ้นมางับซอกคอของลมเป็นการลงโทษ เเต่เหมือนสิ่งที่นาทีทำจะเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์

ฟันที่ขบกัดลงมาทำให้ลมรู้สึกจี๊ดๆเหมือนโดนลูกเเมวที่กำลังคันฟันกัด ลิ้นชื้นที่ตวัดมาโดนซอกคอทำให้เกิดความรู้สึกวาบหวาม ไหนจะลมหายใจร้อนๆที่รดซอกคอในตอนนี้ มันทำให้ส่วนกลางกายของลมที่นิ่งสนิทเมื่อครู่กลับมาผงาดอีกครั้ง

"อืมมม ซี๊ด ถ้าทีจะลงโทษพี่เเบบนี้...."

"อ๊ะ พี่ลมจะทำอะไรครับ ทำไมมันเเข็งอีกเเล้วล่ะ" นาทีตกใจจนเผลอร้องออกมาเสียงดัง

"หนูจะโทษพี่ไม่ได้นะคะ ครั้งนี้หนูเป็นคนเริ่ม มาทำน้องให้น้องตุลย์กันอีกรอบดีกว่าค่ะ"

"พี่ลม อ๊าาาาาาาา"

เเละค่ำคืนนี้การปั๊มน้องให้น้องตุลย์ก็จบลงที่รอบที่สาม นาทีไม่รู้จริงๆว่าอีกคนอัดอั้นมานานขนาดไหน เเต่จากที่ได้สัมผัส เเละใส่เขาไม่ยั้ง คุณลมคงอดกลั้นมากจริงๆ เเถมยังเล่นซะเขาไม่มีเรี่ยวเเรงเหลือเเม้เเต่จะขยับเเขนขาเลย เเต่สำหรับอีกคนกลับดูสบายๆ อารมณ์ดี จนนาทีอดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้

"เหนื่อยก็นอนได้เลยนะครับ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการให้เอง จุ้บ!" ลมบอกนาทีพร้อมกับก้มไปจูบหน้าผากคนที่นอนหมดเเรงอยู่บนเตียงเบาๆ

นาทีพยักหน้าตอบรับสองสามที ก่อนจะค่อยๆปิดตาลงเเละจมสู่ห่วงนิทราในที่สุด

หลังจากที่ลมจัดการเก็บกวาดห้องเเละทำความสะอาดตัวให้นาทีเสร็จ ก็เดินมานั่งลงบนเตียงข้างๆกับนาที

ลมเอื้อมมือปัดเส้นผมที่หล่นปรกหน้านาทีออกเบาๆอย่างอ่อนโยน นิ้วยาวลูบไล้ใบหน้าเนียนลงมาตามกรอบใบหน้า ลมมองคนที่นอนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหล เเต่เมื่อย้อนคิดไปถึงสิ่งที่คนตรงหน้าเล่าให้ฟังว่าเคยเผชิญอะไรมา ดวงตาที่อ่อนโยนกลับเเข็งกร้าวขึ้นมาทันที

ลมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง จากนั้นก็กดสายโทรฯหากร รอไม่นานปลายสายก็กดรับ

"ครับ"

"เวลาหมดเเล้ว ไปจัดการซะ"

"ครับ"

"ใครที่เกี่ยวข้องกับการจับตัวทีในวันนั้นลากตัวมันมาให้หมด ..."

".............."

"ที่สำคัญ มีคนกรีดมีดลงบนอกของนาทีจนเกิดรอยแผลเป็น รู้ใช่ไหมต้องทำยังไง"

"ทราบครับ"

"ขอบใจมาก ดูเเลตัวเองด้วย"

"ครับ"

เมื่อวางสายจากกร ลมก็ล้มตัวลงนอนข้างๆนาทีเเละดึงนาทีเข้าสู่อ้อมกอดของตัวเอง ในคราเเรกนาทีก็ออกอาการต่อต้านนิดหน่อย เเต่พอได้ท่าที่สบายเเละอ้อมกอดอุ่นๆที่คุ้นเคย เจ้าตัวก็หลับต่ออย่างสบายใจ

"คนที่มันทำร้ายที พี่ไม่ปล่อยมันไปง่ายๆเเน่ มันต้องเจ็บยิ่งกว่าที่ทีเคยเจ็บ มันจะต้องกลัวยิ่งกว่าที่ทีเคยกลัว" ยิ่งนึกถึง ความโกรธก็ยิ่งวิ่งพล่านในใจ เเม้ตัวเองจะมีส่วนที่ทำให้นาทีต้องเจ็บตัว เเต่การทำร้ายคนที่เขารักเเบบนี้ใครจะไปยอมกันง่ายๆ

ลมผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับอารมณ์ของตัวให้กลับมาเป็นปกติ เมื่ออารมณ์กลับมาเป็นปกติลมก็เอี้ยวตัวหันกลับไปปิดโคมไฟตรงหัวเตียงจนทุกอย่างเข้าสู่ความมืด ลมก้มหน้าจูบหน้าผากของนาทีเบาๆ ก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำรักออกมา

"พี่ลมรักน้องทีนะครับ "

ลมกระชับอ้อมกอดของตัวเองให้กระชับยิ่งขึ้น

 

ในที่สุดก็ได้กอดเเล้ว.........

 

กอดที่ลมโหยหามันมาตลอดหลายปี.......

 

มันรู้สึกดีมากจริงๆ..........

 

.........................................................................

TBC.

ทุกโคนนนนนนนนนนน  เพ่ลมผิดผีน้องเเล้ว เเต่จะว่าไปก็ผิดมานานเเล้วนี่น่า 5555

 

ก่อนอื่นขอสารภาพก่อนเลยค่ะ ว่านี่คือการเขียนฉาก NC ครั้งเเรกในชีวิตของเราจริงๆ เราเขียนๆลบๆ ลบๆ เขียนๆ หลายรอบมาก เพราะได้ลองอ่านเเล้วมันไม่โอเค ขนาดเราเองยังไม่ค่อยโอเค ถ้าลงไปคนอ่านก็คงไม่โอเคด้วย

เเต่ไม่ว่าจะเขียนกี่รอบต่อกี่รอบ ตอนนี้เราเขียนได้เเค่นี้จริงๆค่ะทุกคน  หากการเขียน NC ครั้งนี้ผิดพลาดประการใด ได้โปรดให้อภัยด้วยนะคะ เราจะพยายามให้มากขึ้นในตอนต่อๆไปค่ะ


ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและคอยคอมเมนต์นะคะ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ habanice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 81
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านตอนที่ 17 จบก็คิดเหมือนกันค่ะว่าต้มน้ำรอดีมั้ย
แต่ตาเหลือบไปเห็นคำเตือนของตอนที่ 18 แล้วต้องรีบวางหม้อลงเลย
คิดว่าเปลี่ยนเป็นเตรียมผ้าเช็ดหน้าแทนน่าจะดีกว่า
ซับได้ทั้งน้ำตาหรือน้ำลายก็คงพอได้... คิคิคิ... :z1: ...

ปล. โอ๊ะๆๆ เหมือนจะเห็นโลกสีม่วงๆอีกใบใช่มัยเอ่ย...
น้องทีใจดี เพื่อนจะขอเลียนแบบสร้างโลกสีม่วงบ้างก็คงไม่ว่าเนอะ... คุคุคุ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
19
คีย์ครับ

(กร + คีย์)

ตึก!....

ตึก!....

เสียงอะไร!!!!

ตึก!....

ตึก!....

ใครวะ?!!!

ตึก!

ตึก!

เหี้ย!!!!! ใครเดินตาม?

ตึก!

ตึก!

ผีป้ะเนี่ย? !!!!

เท้าของคีย์หยุดอยู่บริเวณหน้าร้านกาเเฟของตัวเอง มือทั้งสองข้างช่วยกันควานหากุญเเจที่อยู่ภายในกระเป๋าสะพาย สายตาก็มองซ้ายทีขวาทีอย่างกระวนกระวาย

เมื่อคืนเขาเพิ่งดูหนังผีที่สุดเเสนจะสยองพองขนมาด้วยสิ บรรยากาศเเบบนี้เลย เงียบๆวังเวงๆ ผีเดินตามเเล้ววิ่งมาโผล่ตรงหน้า ฮึ๋ย~~ เเค่คิดก็น่ากลัวเเล้ว ยิ่งบรรยากาศอันเงียบเชียบในช่วงเวลาหกโมงเช้าภายในบริษัทใหญ่ เป็นอะไรที่ชวนให้รู้สึกวังเวงโครตๆ

ในวันที่ต้องเปิดร้านกาเเฟ เป็นปกติที่คีย์จะมาเตรียมของภายในร้านให้พร้อมสำหรับการขายตลอดทั้งวันในช่วงเวลา 6 โมงเช้าเเบบนี้ เเม้ว่าภายในบริษัทจะมีพนักงานบางส่วนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำ หรือจะเป็นพี่ยามที่ประจำตามจุดต่างๆอีกหลายคน เเต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่คีย์มาที่นี่ในตอนเช้า การเดินมาร้านตั้งเเต่ลานจอดรถยันถึงร้าน มันทำให้คีย์รู้สึกเสียวสันหลังได้ไม่น้อย

ตึก! ตึก!

กุญเเจอยู่ไหน? !! อยู่ไหนๆๆๆ กุญเเจ ออกมาสิโว้ย

คีย์ควานหากุญเเจอย่างรีบร้อน ของในกระเป๋าตอนนี้กระจัดกระจายปะปนกันไปเสียหมด ยิ่งรีบก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งหาไม่เจอ

ตึก! ตึก!

มาเเล้ว มันมาเเล้ว!!!!

"คุณ"

"เหี้ย!! ไม่มีบุญให้หรอกนะ หักลบกลบบาปของตัวเองบุญก็ยังติดลบอยู่เหมือนกัน ไปหาที่อื่นเถอะนะ สาธุๆ" คีย์ยกมือพนมเหนือหัวไหว้ปลกๆ ปากก็พูดรัวๆเร็วๆจนเเทบจะฟังไม่ทัน

"คุณ"

"ฮือ อย่ามาหลอกอย่ามาหลอน อย่ามาตามรังควาญกันเลยนะ นี่ก็คนบาปเหมือนกัน มาหลอกเพื่อขอบุญก็เสียเวลาเปล่..."

"คุณ! ลืมตาก่อน" คนที่เดินตามคีย์มาจับไหล่ของคีย์เเน่น พร้อมกับเขย่าเรียกสติของคีย์ที่ตอนนี้เตลิดไปไกล

จากที่สติเเตกในคราเเรก คีย์กลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง เมื่อรู้สึกถึงเเรงเขย่าเเรงๆ

คนสินะ!

เขย่าเเบบนี้คนเเน่นอน

แต่เพื่อความมั่นใจ คีย์ค่อยๆลดมือที่ไหว้อยู่เหนือศีรษะลงและค้างไว้ตรงริมฝีปาก ตาข้างซ้ายก็ค่อยๆเเง้มเปิดออกทีละนิดๆ ปากตอนนี้บิดเบี้ยวเพราะความลุ้นระทึก เเต่เมื่อตาข้างซ้ายเปิดจนเต็มตาเเละเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร คีย์ก็เเทบจะกระโดดกัดคอให้ฟันจม

"นายหน้านิ่ง! มาแบบปกติเหมือนคนอื่นไม่ได้เหรอคุณ คนอื่นเขาจะหัวใจวายตายเอา"

"ผมก็มาปกติ เเต่คุณเองหรือเปล่าที่ไม่ปกติ"

โอ้โห! เถียงคำไม่ตกฟาก ดูท่าไม่นานจะโดนฟากฟาดปากแน่ๆ

ปกติลักษณะของคนหน้านิ่ง ยิ้มยาก ต้องดูเป็นคนพูดน้อย ตอบอือ อา อ้าปากพูดไม่เกินสองพยางค์หรือเปล่าวะ เเต่นายคนนี้เหมือนจะหลุดจากลักษณะนั้นไปพอสมควร หน้านิ่งดูเข้าถึงยากตรงส่วนนี้ไอ้คีย์คนนี้ไม่ขอเถียง เเต่เรื่องการพูดจาเนี่ย ต่อปากต่อคำเก่งโครตๆ

"เหอะ" คีย์ส่งเสียงขึ้นจมูก เบ้ปากชายตามองคนตรงหน้าเล็กน้อย "มีธุระอะไรกับผมมิทราบ หรือจะมาขู่อะไรกันอีก"

"เห็นผมเป็นคนยังไง"

"เป็นคนนิสัยเสียคนนึง"

"หึ"

"หึอะไรของคุณ"

"เปิดประตูร้านสิคุณ ขอเข้าไปหน่อย"  กรไม่สนใจท่าทีคุกคามของคีย์สักนิด เเถมยังมีการเร่งให้คีย์รีบๆเปิดประตูอีกด้วย

"เอ๊ะ เป็นใครมาสั่ง"

"เป็นคนที่ถือสัญญาเช่าร้านของคุณอยู่ไง"

"ตกลงมาขู่กันจริงๆใช่ไหม"

"ถ้าไม่อยากให้ขู่ ก็ยอมไขประตูให้ผมเข้าไปดีๆ"

"คุณจะเข้ามาในร้านผมทำไม"

"หากาเเฟกิน"

"ร้านผมยังไม่เปิด ถ้าอยากกินกาเเฟก็ไปกินที่อื่น"

"ขอพักรบก่อนได้ไหมคุณ ผมไม่ได้นอนมาสองวัน ร่างกายจะดับเต็มทีเเล้ว ขอกาเเฟให้ผมสักเเก้ว เเล้วค่อยเถียงกันต่อได้ไหมคุณ"

ตอนนี้ร่างกายของกรอ่อนล้าเต็มที เเรงที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้าก็เเทบจะไม่มีเหลือ  เหตุผลที่ทำให้ร่างกายเขาเป็นเเบบนี้ก็เพราะเมื่อคืนวันอาทิตย์ ในขณะที่เขากำลังนั่งดื่มด่ำรสชาติของเเอลกอฮอล์อยู่กับเจ้าขุน อยู่ๆคนเป็นบอสก็โทรฯเข้ามาสั่งธุระด่วนให้เขาไปจัดการ ไอ้เราก็อุตส่าห์รีบจัดการตามที่บอสสั่งจนเเทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนมามาสองวันเต็ม พอเมื่อเช้าโทรฯไปรายงานว่าทุกอย่างเรียบร้อยเเล้ว บอสดันตอบกลับมาว่า 'รอก่อน ตอนนี้เมียป่วยเเละกำลังงอนอยู่' เฮ้อ! เเม้จะอยากเดินไปจับคอบอสเขย่าขนาดไหน เเต่คนเป็นลูกน้องเเบบเขาก็ทำได้เเค่ตอบคำว่า 'ครับ' เพียงเท่านั้น

ในตอนเเรกกรตั้งใจจะเดินไปชงกาเเฟบนชั้นที่เขาทำงานอยู่เเละตั้งใจจะงีบหลับที่นั่นเลย เพื่อรอรายงานรายละเอียดต่อบอสอีกครั้ง ให้ไป-กลับคอนโดเขาขี้เกียจเกินไป เเต่ระหว่างที่เดินอยู่สายตาก็เหลือบไปเห็นคุณเจ้าของร้านกาเเฟพอดี จึงตัดสินใจเดินตามมา ตั้งใจจะมาขอกาเเฟเข้มๆรสชาติอร่อยๆสักเเก้ว เเต่หมือนการมาเจอคุณเจ้าของร้านกาเเฟจะทำให้เขาเสียพลังเยอะพอสมควร ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดกันเเน่ที่ตัดสินใจตามมา

"จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ก็ควรพูดให้มันเพราะๆหน่อยไหมคุณ ไม่ใช่มาถึงก็ขู่เอาๆ" คีย์เอ่ยบอกคนตรงหน้า

ขอเล่นตัวสักหน่อยเถอะ กี่ครั้งเเล้วที่โดนขู่เเต่ไอ้คีย์คนนี้ทำอะไรไม่ได้

"ไหนลองพูดเพราะๆหน่อยสิ เเบบ คีย์ครับ ช่วยผมหน่อยนะครับ ผมอยากดื่มกาเเฟที่คุณชงเพราะมันอร่อยที่สุดในโลก" คีย์มองกรด้วยสายตาท้ายทาย เชิดหน้าขึ้นสูงราวกับตัวเองเป็นผู้ชนะ

เเต่สำหรับกรเเล้วเรื่องเเค่นี้ไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าเเรงเลยสักนิด กรจึงพูดมันออกไปอย่างง่ายดาย

"คีย์ครับ ชงกาแฟให้กรหน่อยได้ไหมครับ กรเหนื่อยมา...."

"พะ พอ! พอเลย อะแฮ่ม หยุดพูดเลยนะ ยะอยากเข้าก็เข้ามา"

คีย์รีบหันหน้าเข้าหาประตูร้าน มือที่จับกุญเเจก็เสียบผิดๆถูก ให้ตายเถอะ! ทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเเพ้อีกเเล้วล่ะ เเล้วไอ้น้ำเสียงอ่อนโยนติดอ้อนนิดๆนั่นมันอะไรวะ เเล้วใจจะสั่นทำไมเนี่ย

กึกๆ เเก๊กๆ กึก เเก๊ก

ทำไมวันนี้ประตูมันไขยากจังเลยวะเนี่ย

"ไขเเบบนั้นชาตินี้จะได้เข้าร้านไหมคุณ"

เฮือก!

กรที่ยืนอยู่ด้านหลังขยับตัวเข้ามาใกล้กับคีย์พร้อมกับโน้มใบหน้ามาพูดข้างๆหูของคีย์ ทำให้คีย์สะดุ้งตกใจกับลมหายใจร้อนๆที่มาสัมผัสเเถวๆเเก้มเเละต้นคอ ใจที่สั่นอยู่เเล้วยิ่งสั่นเข้าไปอีก

เป็นบ้าอะไรของมึงเนี่ยไอ้คีย์!

แกร๊ก!

เมื่อไขประตูได้เเล้ว คีย์ก็รีบเดินเข้ามาในร้านทันที กรที่เห็นท่าทางของคีย์ก็ได้เเต่เดินตามเข้ามาเเบบงงๆ

"เป็นอะไรของเขา" กรบ่นออกมาเบาๆให้กับท่าทางของคีย์

"คุณจะดื่มกาเเฟใช่ไหม"

"ครับ"

"จะครับทำไมวะคุณ ใครให้ครับ ถ้าอยากให้ชงกาแฟให้ก็อย่า 'ครับ' เเล้วไปนั่งรอตรงโต๊ะเลย เดี๋ยวเอาไปให้"

พูดจบคีย์ก็เดินตรงไปยังบาร์สำหรับชงกาเเฟทันที ทิ้งให้กรยืนงงมากขึ้นกว่าเก่ากับท่าทางของคีย์

เมื่อกี้คุณเจ้าของร้านเข้าพูดเองไม่ใช่เหรอวะ ว่าให้เขาพูดเพราะๆ เขาพูดครับมันไม่เพราะตรงไหน?

"อะไรของเขาวะ"

บ่นเพียงเท่านั้นกรก็เดินไปนั่งรอที่โต๊ะตามคำสั่งของคุณเจ้าของร้าน กรยกมือทั้งสองข้างกอดอก เหยียดขาตรงๆ เเละดวงตาทั้งสองข้างก็ค่อยๆปิดลงจนทุกอย่างมืดสนิท กรตั้งใจจะพักสายตาสักหน่อยระหว่างรอกาเเฟ 


"คุณ คุณ"

คีย์ที่เดินเอากาเเฟมาให้เรียกกรเบาๆเเต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆจากกรทั้งสิ้น คีย์ตัดสินใจวางกาแฟที่ชงเสร็จเเล้วไว้บนโต๊ะด้านหน้าของกร กลิ่นกาแฟเเก้วพิเศษ หอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ

เมื่อเห็นว่ากรไม่มีทีท่าว่าจะตื่น คีย์จึงถือวิสาสะเเอบมองสำรวจหน้าของกรเเบบใกล้ๆ มองผ่านๆก็ว่าดูดีเเล้ว มาดูใกล้ๆต่อให้อคติเเค่ไหนก็ต้องยอมรับเเหละนะว่านายหน้านิ่งดูดีจริงๆ

 คีย์ไล่มองตั้งแต่ทรงผมที่ตอนนี้ไม่ได้เซ็ททำให้อีกคนดูดีไปอีกเเบบ คิ้วหนาเข้ม ขนตาเรียงสวย จมูกก็โด่ง กรามชัดเป็นสัน อืมมมม....ปากก็สวย เเต่ก็มีรอยคล้ำบางๆจากการสูบบุหรี่

คีย์ยังคงจ้องมองใบหน้าของกรไปเรื่อยๆ จนกรที่รู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาทนไม่ไหวต้องลืมตาขึ้นมามองบ้าง เเต่เหมือนจังหวะจะผิดไปสักหน่อย เพราะตอนนี้ใบหน้าของกรกับคีย์อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ คีย์ตกใจจนตาโตจ้องมองดวงตาของกรนิ่ง ส่วนกรก็ไม่พูดอะไรเขาทำเพียงเเค่มองตาคีย์นิ่งๆเช่นกัน


"จะลักหลับผมเหรอคุณ" สุดท้ายเเล้วก็เป็นกรที่ส่งเสียงทำลายความเงียบก่อน

"หลงตัวเอง" คีย์เด้งตัวออกห่างจากกร กลับมายืนตัวตรงเเทน "กาแฟได้เเล้ว จ่ายตังมาด้วย ของซื้อของขาย"

"เท่าไหร่"

"ห้าร้อย"

".............."

"มองด้วยหน้านิ่งๆเเบบนั้นทำไม ก็ของซื้อของขาย เเถมยังเป็นเเก้วพิเศษอีก ไหนจะค่าบริการเพิ่มเติมนู่นนี่นั่น ห้าร้อยพอดี"

"ตั้งใจว่าขายผมเเก้วเดียวเเล้วจะปิดร้านเลยเหรอคุณ"

"ยังไง? จะไม่จ่าย? ได้.....งั้นก็ไม่ต้องกิน"

หมับ!

มือของคีย์ที่ตั้งใจจะเอื้อมไปหยิบเเก้วกาเเฟคืนชะงักกลางอากาศ เมื่อโดนมือของกรคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ

"นี่ ห้าร้อย"

"ขอบคุณ" คีย์สะบัดข้อมือให้หลุดจากการจับกุมของกร จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบธนบัตรใบละห้าร้อยมาถือไว้ในมือ "ได้กาเเฟเเล้วก็กลับไปได้เเล้วคุณ ผมจะเตรียมเปิดร้าน"

"คุณก็เตรียมไปสิ ผมจ่ายไปตั้งห้าร้อย ขอนั่งอีกสักพักก็เเล้วกัน"

"คุณ!"

เมื่อเห็นว่าคีย์กำลังจะพ่นคำด่าใส่อีกครั้ง กรจึงเลือกที่จะปิดตาลงเพื่อตัดขาดบทสนทนาจากอีกฝ่าย เเละเหมือนจะได้ผล นอกจากเสียงบ่นเบาๆของคุณเจ้าของร้าน กรก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย

ส่วนคีย์ที่เห็นท่าทางของกรก็ได้เเต่บ่นกระปอดกระเเปดเบาๆ ก่อนจะเดินไปจัดการเตรียมร้านของตัวเอง โดยทำทุกอย่างให้เสียงเบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนคนที่นั่งพักสายตาอยู่ ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรหรอกนะ แค่เห็นหน้าล้าๆกับขอบตาหมีเเพนด้าเเล้ว กลัวว่าจะมาช็อกตายคาร้านเขาเสียก่อนเท่านั้นเอง



กริ๊ง! กริ๊ง!

"คีย์.......อ้าวคุณกรอยู่ด้วยเหรอครับ"

เสียงกระดิ่งที่กระทบกับประตูยามโดนผลักออก เรียกให้คนที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นไปมอง ไม่ต่างจากคีย์ที่ละสายตาจากตู้เค้กไปมองยังประตูเช่นกัน

"บอส คุณนาที สวัสดีครับ" กรเอ่ยทักทายผู้มาใหม่พร้อมกับเดินไปใกล้ๆทั้งสองคน

"สวัสดีครับ" นาทีตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มเเย้ม เเตกต่างจากลมที่ทำเพียงเเค่พยักหน้าให้เท่านั้น  "คุณกรมาทำอะไรเเต่เช้าเลยครับ"

"พอดีผมอยากดื่มกาเเฟ เลยมารบกวนคุณคีย์ให้ช่วยชงให้ครับ"

"อ่อ ครับ"

"ถ้ายังไงแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ"

"พี่ลม ก็ไปพร้อมคุณกรเลยสิครับ"

"ทีไล่พี่เหรอครับ ยังโกรธพี่อยู่เหรอครับ"

"ทีไม่ได้ไล่สักหน่อยเเละก็ไม่ได้โกรธพี่ลมด้วยครับ"

"นี่ไง น้ำเสียงทีมันบ่งบอกว่าทีโกรธพี่อยู่ชัดๆ"

"ทีจะพูดอีกครั้งนะครับ ว่าทีไม่ได้โกรธ เเต่ถ้าพี่ลมยังดื้ออยู่เเบบนี้ ทีจะโกรธจริงๆแล้วนะครับ"

"ทีครับ~~"

กรในตอนนี้คล้ายเป็นเพียงเเค่อากาศที่กำลังยืนมองคู่รักกำลังพลอดรักกันอยู่ เขาอยากให้ขุนได้มาเห็นสภาพบอสในตอนนี้จริงๆ ถ้าขุนมาเห็นคงได้หัวเราะจนปวดท้องเเน่ๆ ไหนล่ะคุณลมคนขรึมที่ใครๆต่างเกรงใจ ตอนนี้กรเห็นเพียงเเค่คุณลมที่หูลู่หางตกเพราะกลัวเมียโกรธก็เท่านั้น

"ไปได้เเล้วครับ เดี๋ยวทีเอากาแฟไปส่งให้"

"ถ้าทีรู้สึกไม่ดีต้องโทรฯ มาหาบอกพี่ทันทีนะเข้าใจไหม"

"ครับๆๆ.....คุณกรครับ ผมฝากด้วยนะครับ"

"ครับ ผมไปก่อนนะครับ" กรโค้งตัวให้นาทีเล็กน้อยเป็นการกล่าวลา

"เดี๋ยวคุณ!" คีย์ที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่หลังเคาน์เตอร์ตะโกนเรียกกรไว้

กรที่กำลังเดินตามหลังลมหยุดชะงัก ก่อนจะหันกลับไปมองทางด้านหลัง ก็เห็นเป็นคุณเจ้าของร้านกาแฟกำลังเดินเร็วๆมาหาเขา

"นี่" คีย์ยื่นกล่องอะไรบางอย่างให้กร เเม้มือจะยื่นให้เเต่สายตากลับไม่ได้มองกรสักนิด

"คือ?"

"รับๆไปเถอะน่า ถามมาก"

คีย์ที่เห็นว่ากรไม่รับสักที จึงถือวิสาสะยัดกล่องใส่มือของกรเอง จากนั้นก็เดินออกมาทันที ทิ้งให้กรยืนงง พร้อมๆกับลมเเละนาทีที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้วยเช่นกัน

เมื่อถึงชั้น 25 กรก็โดนลมสั่งให้เจ้าตัวไปนอนพักเอาเเรงที่ห้องประชุมเล็กก่อนสักสองสามชั่วโมง ซึ่งกรเองก็พร้อมทำตามคำสั่งด้วยความเต็มใจ

กรวางกล่องที่คีย์ให้มาไว้บนโต๊ะใกล้ๆกับเเก้วกาเเฟ จากนั้นก็ค่อยๆเเกะฝากล่องออก เมื่อเห็นของที่อยู่ด้านใน รอยยิ้มเล็กๆของกรก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ข้างในกล่องที่คีย์ให้มาเป็นเเซนด์วิชจำนวนสามชิ้น พร้อมกับกระดาษที่เขียนข้อความไว้

'กินเเซนด์วิช นั่งให้ย่อย เเล้วไปนอนซะ เห็นสภาพเเล้วรำคาญลูกตา" พร้อมกับวาดรูปอีโมจิใบหน้าเบ้ปากกับใบหน้าเเลบลิ้นมาให้ด้วย

หึ! น่ารักดี.............


........................................................................

ทางด้านร้าน keyword cafe


"อืมมมมมมมมมมมม"

"............"

"อื่มมมมมมมมมมม"

"..........."

"อื้มมมมมมมมมมม"

"อย่าลืม อื๊ม อื๋ม ด้วยละ จะได้ผันวรรณยุกต์ครบทุกเสียง" คีย์ถลึงตาโตใส่นาทีที่ยืนอมยิ้มอยู่ใกล้ๆ "มึงข้องใจอะไรถามมาเลยดีกว่าไอ้ที มัวเเต่ดึงท่าอยู่ได้

คีย์ที่เห็นท่าทางกรุ้มกริ่มยามที่นาทีมองมาที่เขาเเล้วมันรู้สึกชวนให้หงิดหงุดซะจริงๆ ยิ่งไอ้น้ำเสียงอืมยาวๆนั่นอีก

"เปล๊า เราไม่ได้ข้องใจอะไร"

"เเต่สีหน้ามึงไม่ได้บอกเเบบนั้น"

"หน้าเราก็ปกติ เเต่จะว่าไปก็น่าเเปลกเหมือนกันนะเนี่ย ปกติคีย์ดูไม่ชอบหน้าคุณกรจะตายไป ทำไมวันนี้ถึงชงกาเเฟให้ล่ะ"

"กะ ก็โดนขู่เหมือนเดิมนั่นเเหละ กูไม่อยากเถียงด้วย เลยทำๆไป"

"อ่อ เเซนด์วิชที่ให้ไปก็โดนขู่เหมือนกันสินะ"

"ก็ใช่ไง มึงมัวเเต่สงสัยอะไรเนี่ย ไปเตรียมของเตรียมเปิดร้านได้เเล้ว" คีย์เเสร้งทำเป็นไล่นาที เพราะไม่อยากให้นาทีถามอะไรต่อ

"เราก็เเค่ถามเอง ไม่เห็นจะต้องไล่เลย"

"งอเเงเก่งนะมึงตั้งเเต่ได้ลาหยุดไปสองวัน จะว่าไปผัวมึงก็โหดเหมือนกันนะ"

"คีย์!" นาทีหน้าเเดงก่ำเมื่อโดนคีย์เอ่ยเเซวถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวเขาต้องหยุดงานไปสองวัน เเละในตอนเช้าของวันจันทร์ที่ผ่านมาข้าวกล่องของน้องตุลย์ก็ได้คีย์เป็นคนทำให้จริงๆด้วย น่าอายชะมัด

"ทีอย่างนี้ละทำเป็นอาย ทีคืนนั้นบ้านเเทบพังไม่เห็นจะอายอะไร"

"คีตกานต์! เราไม่คุยด้วยเเล้ว ไปกวาดร้านดีกว่า"

นาทีรีบเดินหนีคีย์ไปด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว เขารู้ว่าคีย์เเซวเล่นต้องการให้เขาอาย เเละมันก็ได้ผลดีซะด้วย คิดว่าวันนี้จะชนะคีย์ได้เเล้วเเท้ๆ ตอนเเรกก็เหมือนจะชนะอยู่หรอก ทำไมสุดท้ายถึงเเพ้คีย์อีกเเล้วเนี่ย เอาว่ะ! รอบหน้ายังมี นาทีมั่นใจว่าระหว่างคีย์กับคุณกรมันต้องได้ไปต่อเเน่ๆ เขาสัมผัสได้......เตรียมคำเเซวรอได้เลยนาที

ฝ่ายคีย์เองหลังจากที่ยืนเถียงกับเพื่อนรักจนเพื่อนรักยอมเเพ้เดินหนีหายไปหลังร้านเเล้ว เจ้าตัวก็ออกมาจัดการเก็บพวกอุปกรณ์ทำเเซนด์วิชที่ยังคงตั้งเกะกะให้กลับไปอยู่ที่เดิม

คีย์ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องทำเเซนด์วิชให้คนที่ตัวเองไม่ชอบหน้าโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้เอ่ยขอด้วย เเต่พอเห็นหน้าที่ดูโทรมๆล้าๆนั่งดื่มเเต่กาเเฟเเก้วเดียวเเล้วมันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไหร่ เเละถ้าให้เขาเดาผู้ชายคนนั้นก็คงไม่คิดจะหาข้าวเช้ากินเเน่ๆ เขาไม่ได้เป็นห่วงผู้ชายหน้านิ่งคนนั้นหรอกนะ เเค่ไม่อยากให้มาช็อกตายคาบริษัทก็เท่านั้นเอง ก็เขากลัวผียิ่งกว่าอะไรดี ถ้านายคนนั้นตายไปต้องเฮี้ยนมากเเน่ๆ เห็นไหมว่าที่เขาทำไปก็เพื่อตัวเขาเองทั้งนั้น

"เฮ้อ~ เเต่ทำไมถึงสลัดไอ้น้ำเสียงอ้อนๆที่มาพร้อมกับคำว่า 'ครับ' ของนายคนนั้นไม่หลุดเลยวะ.......ออกไปนะ ออกไป ป้าบๆ!" คีย์สะบัดหัวตัวเองพร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างตบเเก้มตัวเองเเรงๆเพื่อเรียกสติตัวเองกลับคืนมา

บ้า......

บ้าเเน่ๆๆๆ......

มึงบ้าไปแล้วเเน่ๆไอ้คีย์.....


กริ๊ง! กริ๊ง!

ในขณะที่คีย์กำลังทะเลาะกับตัวเอง ประตูร้านก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับเปอร์ที่เดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาภายในร้าน

"คีย์ครับ"

"ครับอะไรของมึง เเล้วไหนคำว่าพี่นำหน้า"

"ผมผิดอะไรเนี่ยพี่คีย์ ทุกเช้าก็หยอกเเบบนี้ตลอด"

"ผิดตรงมึงพูดครับไง ห้ามครับ ถ้ามึงพูดครับอีก กูจะหักเงินเดือนมึง" ว่าจบคีย์ก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้เปอร์ยืนเกาหัวตัวเองด้วยความงง

"อะไรของเขา เขาเป็นอะไร ใครก็ได้บอกเปอร์ที"




.......................................................................

TBC.

ตอนนี้ขอพื้นที่ให้เรือกรคีย์ วิ่งหน่อยค้าบบบบบ

ฝากเอ็นดูคู่นี้ด้วยนะคะ นานๆน้องๆจะมีแอร์ไทม์ 555 (กระซิบๆ ตอนเเทรกเต็มๆของน้องๆมีประมาณห้าหกตอนค่ะ)

ส่วนตอนหน้าไปเจอกับคนนิสัยไม่ดีที่ทำร้ายน้องทีกันค่ะ


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน ติดตาม คอมเมนท์ เป็นกำลังใจให้เรานะคะ

ขอบคุณค่ะ

ขอให้ทุกๆคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
เรือจะแล่นไวถ้ากัปตันเรือเป็นคนแล่นเอง...
คุณต้นหนเรือรีบวางแผนการเดินเรือเร็วๆนะคะ
รอลุ้นค่ะ...

ส่วนอีกคู่ทำไมน้องงอนอะ ต้องมี behind the scenes แน่ๆเลย... คุคุ...

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
20
เมื่อแตะต้องคนสำคัญ

"คุณคือคัยกาน หนูคือตูนตู๊น ตูนตู๊นเด็กน้อยนิฉัยดีน่าร๊าก คิกคิก~~"

ประโยคการพูดที่มีการใส่จังหวะทำนอง ที่ดูจะไม่ค่อยลงจังหวะสักเท่าไหร่ของเด็กชายตุลย์ดังขึ้นเป็นระยะๆ

นาทียืนกอดอกมองลูกชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสูงหลังเคาน์เตอร์คิดเงินภายในร้านกาแฟด้วยใบหน้าขบขัน วันนี้เป็นวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันหยุดเรียนของลูกชาย เเละเป็นปกติที่นาทีจะพาเด็กชายตุลย์มาทำงานด้วยในวันหยุดเเบบนี้เสมอ เนื่องจากบริษัทนี้ทำงานตั้งเเต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ร้านของคีย์จึงต้องเปิดตั้งเเต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์เช่นกัน

ส่วนเรื่องประโยคติดปากของเด็กชายตุลย์ในเวลานี้ นาทีก็ไม่เเน่ใจเหมือนกันว่าลูกชายไปได้ยินประโยคนี้มาจากที่ไหน ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็นจากการ์ตูนสักเรื่อง หรือไม่ก็จากที่โรงเรียน เเต่นาทีคิดว่าน่าจะมาจากที่โรงเรียนมากกว่า เพราะครั้งเเรกที่ได้ยินลูกชายร้องก็เป็นตอนที่นั่งรถกลับจากโรงเรียนเมื่อวาน

"นิสัยดีน่ารักจริงๆเหรอหมูตุ้บ" คีย์ที่ได้ยินหลานชายฮึมฮัมประโยคนี้ตั้งเเต่เมื่อวานตอนเย็นมาจนถึงตอนนี้เอ่ยเย้าขึ้น

"จิงที่ฉุดเยยคับ" เด็กชายตุลย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักเเน่น

"ฮ่าๆๆ ครับๆๆ อาคีย์เชื่อครับ ว่าหมูตุ้บของอาคีย์นิสัยดีน่ารักที่หนึ่งเลย"

"คิกคิก ที่หนึ่งเยย" เมื่อได้รับการยอมรับเเละคำชม เด็กชายตุลย์ก็ยิ้มร่าโชว์ฟันน้ำนมซี่สวยให้คนเป็นอาทันที

" น้องตุลย์ได้ยินประโยคเหล่านี้มาจากที่ไหนเหรอครับ" นาทีเอ่ยถามลูกชายด้วยความสงสัย

"ต้นหญ้าคับ ต้นหญ้าฉอน ต้นหญ้าบอกตูนตูนน่ารัก" ตอบคนเป็นเเม่ไปเด็กชายตุลย์ก็เขินอายม้วนต้วนไป

ภาพเขินอายของเด็กชายเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนเป็นเเม่เเละคนเป็นอาได้เป็นอย่างดี

"โดนต้นหญ้าชมว่าน่ารัก ถึงกับเขินตัวบิดเลยเหรอหมูตุ้บ" คีย์ที่เห็นท่าทางของหลานชายก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเเซ็ว

"คับ แฟนกาน" เด็กชายตุลย์พูดด้วยความขวยเขิน

"ฮ่าๆๆๆ หมูตุ้บเอ้ย" คีย์ที่ทนความน่ารักของหลานไม่ไหว เดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับยกมือขยี้ผมของหลานแรงๆด้วยความมันเขี้ยว จนผมของเด็กชายตุลย์ชี้โด่ชี้เด่ไม่เป็นทรง


กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงกระดิ่งที่กระทบกับประตูร้านดังขึ้นเรียกสายตาของทั้งสามคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ให้หันไปมอง ยามเมื่อเห็นว่าใครที่เปิดประตูเข้ามา ใบหน้าของทั้งสามคนก็ยกยิ้มกว้าง เเต่เหมือนว่าเด็กชายตุลย์ดูจะยิ้มกว้างเเละดีอกดีใจยิ่งกว่าใครๆ

"ลุงตินๆๆๆๆๆ"

"น้องตุลย์ไม่เขย่าตัวเเบบนั้นนะครับ" นาทีเอ่ยดุลูกชายเบาๆ เมื่อเห็นว่าเด็กชายตุลย์เขย่าตัวเองเเรงๆด้วยความดีใจ จนเก้าอี้สั่นไหวดูน่าหวาดเสียว

"ตูนตูนดีจาย ที่เจอลุงติน" เมื่อโดนดุเด็กชายตุลย์ก็หันไปบอกเหตุผลให้คนเป็นเเม่ฟังด้วยสายตาออดอ้อน

"ดีใจได้ครับหม่าม้าไม่ว่า เเต่น้องตุลย์ก็ต้องระวังด้วยนะครับเพราะตอนนี้น้องตุลย์นั่งอยู่บนเก้าอี้สูง ถ้าตกลงมาน้องตุลย์อาจจะเจ็บโอ๊ยๆได้นะครับ"

"เจ็บโอ๊ยๆเยยหรอหม่าม้า"

"ใช่ครับ เจ็บโอ๊ยๆเลย"

"งั้นระวังเยย ตูนตูนระวังเยย ตูนตูนไม่อยากเจ็บโอ๊ยๆ"

"เก่งมากครับ" นาทียื่นมือไปลูบหัวลูกชายเบาๆ

"ไงตูนตูน โดนหม่าม้าดุอีกเเล้วเหรอครับ" ตฤณที่ยืนมองสองเเม่ลูกคุยกันถามเด็กชายขึ้น เมื่อเห็นว่าสองเเม่ลูกคุยกันเสร็จเเล้ว

"ลุงติน ตูนตูนสวัสดีคับ ม่ายด้ายดุน้าลุงติน หม่าม้าเป็นห่วง"

คำตอบที่เเสนน่ารักของเด็กชายตุลย์ทำให้นาทีเอ็นดูจับใจ จนต้องก้มลงหอมหัวของลูกชายแรงๆ

"ไงพี่ตฤณ หายหน้าหายตาเลยนะ ลืมหมดเเล้วมั้งน้องนุ่งเนี่ย"

"ใครจะลืมคุณคีย์คนที่ชงกาแฟอร่อยที่สุดในโลกได้ละครับ"

"พูดเเบบนี้ผมให้กินฟรีหมดร้านเลยครับ"

"ไม่ค่อยจะบ้ายอเลยนะคีย์" นาทีที่เห็นท่าทางเชิดๆกับการยักคิ้วหลิ่วตาของเพื่อนก็อดที่จะพูดแซะออกมาไม่ได้

"ก็มันเรื่องจริง"

"ครับๆ... พี่ตฤณรับอะไรดีครับวันนี้" นาทีรับคำคีย์แบบผ่านๆ จากนั้นก็หันไปคุยกับตฤณเเทน

"ลุงตินรับอารายดีคับ"  เด็กชายตุลย์ที่วันนี้ได้รับหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นบ้างหลังจากที่ได้ยินคนเป็นเเม่ถามขึ้น

"ตินตินขอรับตูนตูนไปไว้ที่บ้านได้ไหมครับ"

"ม่ายด้ายคับ"

"ทำไมละครับ"

"เดี๋ยวหม่าม้าม่ายมีคนดูเเลคับ"

"เเต่ที่บ้านตินตินมีไอติมคุณหมีด้วยนะ ตูนตูนไม่สนใจเหรอครับ" ตฤณเลือกใช้ไอติมของโปรดของเด็กชายตุลย์มาล่อ เเละรอดูท่าทางว่าเจ้าตัวเล็กจะทำอย่างไร

"ไอติมคุณหมีหรอลุงติน" น้ำเสียงที่ส่งมาบ่งบอกได้ชัดเจนว่าตอนนี้เด็กชายตุลย์เกิดอาการลังเลขึ้นเสียเเล้ว

"ฮ่าๆ หมูตุ้บ จะใจง่ายเพราะไอติมคุณหมีไม่ได้นะ เราต้องหนักเเน่น"

"แต่นั่นมันไอติมคุณหมีเลยน้าอาคีย์" เด็กชายตุลย์หันไปมองหน้าคนเป็นอาตาเเป๋ว

ผู้ใหญ่ทั้งสามคนหัวเราะออกมาพร้อมๆกันให้กับท่าทางของเด็กชาย ก่อนที่นาทีจะหันไปถามตุลย์อีกครั้งว่าจะทานอะไร เมื่อได้รับออเดอร์จากตฤณ คีย์ก็ขอเเยกตัวไปชงกาเเฟให้ตฤณก่อน นาทียังคงยืนคุยกับตฤณอยู่ที่เดิม ส่วนเด็กชายตุลย์ก็โดนเปอร์มาขโมยตัวไปเรียบร้อยเเล้ว

"ไปนานเลยเหรอครับรอบนี้" นาทีเอ่ยถามขึ้นเมื่อได้ยินตฤณบอกว่าที่มาวันนี้ก็เพราะจะมาบอกว่าตัวเองจะต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ

"ก็อาจจะหกเดือน หรือไม่ก็ปีนึง ช่วงนี้ที่พี่ไม่ค่อยได้มาที่ร้านเลยเพราะงานยุ่งมากๆ รู้ตัวอีกทีอาทิตย์หน้าก็ต้องบินเเล้ว วันนี้ว่างพี่เลยเเวะมาหา กลัวว่าหลังจากนี้จะไม่ว่างมา"

"โห ไปนานมากเลยนะครับ อย่างนี้น้องตุลย์คงคิดถึงลุงตินของเขาเเย่เลย"

"เเล้วหม่าม้าของตูนตูนไม่คิดถึงตินตินบ้างเหรอครับ"

"ไม่คิดครับ!"

"พี่ลม!"

"เฮ้อ!"

ลมเดินหน้าทะมึนทึงมาหานาที เขาเข้ามาในร้านเเล้วได้ยินประโยคชวนหงุดหงิดนั่นพอดี ก็ว่าทำไมตอนเขาเปิดประตูเข้ามาถึงไม่มีรอยยิ้มต้อนรับให้เห็นเหมือนทุกวัน เพราะมีคนมาวุ่นวายอยู่กับคนของเขานี่เอง

นาทีเองมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยที่ลมมาที่ร้าน สายตาที่มองลมหรี่ลงอย่างจับผิด เมื่อคิดว่ามีใครไปบอกอะไรลมอีกหรือเปล่าถึงได้มาเวลาเหมาะเจาะพอดีขนาดนี้

ส่วนตฤณเองทำเพียงเเค่นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าเบื่อๆที่โดนหมาหวงเจ้าของจ้องมองกดดันเขาไม่เลิก ไอ้ประโยคที่พูดเมื่อกี้เขาก็เเค่พูดหยอกเล่นๆ นาทีเองก็รู้ดี เเต่เหมือนหมาตัวโตของนาทีนั้นจะไม่ยอมรับรู้ด้วย เเต่ก็นะ..เคยมีทีท่าจีบเมียเขามาก่อน จะโดนเขม่นก็ไม่ใช่เรื่องเเปลกอะไร

"คุณนาทีสวัสดีครับ"

เสียงคุ้นหูที่เอ่ยเรียกนาที ทำให้นาทีรีบหันหน้าไปมอง ก็พบกับขุนที่ยืนยิ้มแป้น เเละกรที่ก้มตัวลงเล็กน้อยเป็นการทักทาย ยิ่งนาทีเห็นว่าลมมาพร้อมกับคนสนิทเเบบครบทีมก็ยิ่งขมวดคิ้วสงสัยหนัก จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป...

"จะไปไหนกันเหรอครับ"

"พอดีว่าพวกเราต้องไปทำธุระข้างนอกครับ เเต่บอสอยากเเวะมาหาคุณนาทีกับน้องตุลย์ก่อน ส่วนผมอยากจะมาหากาเเฟติดมือสักเเก้วเลยตามมาด้วย" ขุนเป็นคนตอบคำถามของนาที "ส่วนพี่กร เอ่อ....ผมไม่ทราบครับ" เขาไม่รู้จริงๆว่าพี่กรตามเข้ามาด้วยทำไม ปกติพี่กรมักจะรอบอสอยู่ด้านนอกร้านเสมอ

"อ่อ ครับ"

"พี่ตฤณกาแฟกับขนมได้เเล้ว........ครับ" เสียงของคีย์เบาลงในตอนท้าย พร้อมกับสีหน้ามึนงงชวนสงสัยว่าผู้ชายพวกนี้มายืนทำอะไรกันเต็มหน้าเคาน์เตอร์ไปเสียหมด เเถมยังมีบางคนเดินมาด้านหลังเคาน์เตอร์เเล้วกอดเอวเพื่อนรักเขาไว้ด้วยความหวงเเหนอย่างออกนอกหน้านอกตาอีกด้วย เเล้วไอ้บรรยากาศจะวางมวยกันเเบบนี้มันคืออะไรวะ เเค่หลบไปหลังร้านเเป๊บเดียว เหมือนพลาดอะไรสำคัญไปเลย เเล้วนายหน้านิ่งเป็นอะไรมากหรือเปล่า จ้องเขาอยู่ได้ เห็นเเล้วอยากเดินไปจิ้มตาชะมัด

"ขอบคุณมากคีย์" ตฤณยื่นมือไปรับเเก้วกาเเฟจากคีย์มาไว้ในมือ "เเต่ขนมพี่ไม่ได้สั่งนะ"

"ผมเเถมให้" คีย์เลิกสนใจคนมาใหม่ แล้วกลับมาสนใจคุยกับตฤณเเทน " ผมจำได้ว่าพี่ชอบ พอดีผมให้ไอ้ทีอบให้กิน เเล้วไอ้ทีดันทำซะเยอะเลย ผมเลยเอามาเเบ่ง"

"ทำไมวันนี้ใจดี"

"ผมก็ใจดีตลอดเเหละ"

"แต่วันนี้ถุงใหญ่กว่าปกตินะ"

"ก็เเถมให้ เนื่องในโอกาสที่พี่ชมว่าผมชงกาเเฟอร่อยที่สุดในโลกไง"

"บ้ายอเเบบที่นาทีว่าจริงๆด้วยนะเราอ่ะ" ตฤณยื่นมือไปขยี้หัวคีย์ที่เขาเอ็นดูเหมือนน้องชายด้วยความมันเขี้ยว

"อะ แฮ่ม! แฮ่ม"

"กระดูกติดคอเหรอคุณ" คีย์ละสายตาจากตฤณ มาถลึงตามองกรที่ยืนกระเเอมกระไออยู่ใกล้ๆเเทน

"คงงั้น ว่าเเต่เจ้าของร้านนี้คงรวยมากเลยนะครับ ดูไม่ค่อยสนใจลูกค้าเลย ขนาดลูกค้ามายืนรอก็มัวเเต่คุยเล่น"

"เอ๊ะคุณ! หาเรื่องเหรอ"

"คีย์ใจเย็น" นาทีจับเเขนทีไว้ เมื่อเห็นท่าทางชวนมีเรื่องของคีย์

"หึ!"

ตฤณยืนมองท่าทางระหว่างกรกับคีย์ก็ได้เเต่สงสัย ตัวของคีย์เขาไม่ค่อยสงสัยเท่าไหร่หรอก เเต่ไอ้คนที่ชื่อกรอะไรเนี่ย ดูน่าสงสัย เเววตาเสี้ยวนึงที่มองมาที่เขาก่อนจะเเปรเปลี่ยนเป็นนิ่งเหมือนเดิม มันชวนให้เขารู้สึกว่าตัวเองอาจจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนโดยไม่ได้ตั้งใจ  เฮ้อ! เวรกรรมอะไรของไอ้ตฤณวะเนี่ย

"เฮ้อ พี่กลับก่อนดีกว่า ไว้ก่อนเดินทางถ้าพี่ว่างจะแวะมาหาใหม่นะ"

"อ้าวกลับเเล้วเหรอพี่ตฤณ " คีย์ที่เห็นว่าตฤณกำลังเก็บของเเละลุกออกจากเก้าอี้ถามขึ้น

"อืม หมาบ้าสองตัวพี่สู้ไม่ไหวหรอก ไว้เจอกันใหม่นะนาที คีย์"

"ไม่ต้องเจอกันอีกจะดีมากครั...โอ๊ย ที~ พี่เจ็บครับ" ยังไม่ทันจะพูดจบประโยคลมก็โดนนาทีหยิกเข้าที่หน้าท้องจนเผลอร้องเสียงดังออกมา หมดกันภาพพี่ลมคนขรึม โดนเมียหยิกที เสียภาพลักษณ์หมดเลย

"ครับ ถ้าว่างก็เเวะมานะครับ น้องตุลย์ยังไม่ได้กอดลุงตฤณของเขาเลย"

"ได้สิ"

"พี่จะไปต่างประเทศอีกเเล้วเหรอ เพิ่งกลับมาเอง อย่างนี้ผมก็คิดถึงเเย่เลยสิครับ พี่ต้องติดต่อผมมาบ้างนะ ผมคิดถึง"

"เลิกพูดคำว่าคิดถึงเถอะคีย์" เขาก็รู้สึกดีใจเเหละที่น้องนุ่งมันคิดถึงกัน เเต่เขาอยากให้คีย์หันไปปรึกษาคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่สักนิด เขาโดนสายตาของนายกรอะไรนั้นมองทิ่มเเทงจนเเทบจะพรุนอยู่เเล้ว

"ก็ผมคิดถึงจริงๆ"

"ครับๆๆ พี่ไปแล้วนะสองคน ถ้ายังอยู่ต่อมีหวังคงโดนฆ่าหมกร้านเเน่ๆ ไปนะ เจอกัน ผมไปก่อนนะครับ"บอกลาบรรดาน้องชายเสร็จ ก็ไม่ลืมหันไปบอกลาชายหนุ่มสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆด้วย "อ้อ! เเล้วพวกคุณสองคนก็เลิกมองผมเหมือนจะฆ่าผมสักที ผมไม่ได้มาจีบใครทั้งนั้นเเหละ!" ว่าจบตฤณก็เดินออกจากร้านทันที ตอนเเรกเขาคิดว่าจะไม่พูดเเล้วนะ เเต่สองคนนั้นดันมองเขาไม่เลิกเอง


"พี่ลมทำตัวไม่น่ารักอีกเเล้วนะครับ" คล้อยหลังของตฤณ นาทีก็หันมาดุลมเบาๆที่พูดจาไม่ค่อยดีกับตฤณออกไป

"ก็เขามาจีบเมียพี่ พี่ก็ต้องไม่พอใจเป็นธรรมดา ก็พี่รัก พี่หวง ของพี่นี่น่า"

"พี่ตฤณเขามาลาเพราะต้องไปทำงานต่างประเทศนานเเค่นั้นเองครับ อีกอย่างทีบอกกี่ครั้งเเล้วครับว่าทีกับพี่ตฤณเราเป็นพี่น้องกัน ถ้ารอบหน้ายังพูดจาไม่น่ารักอีก ทีจะไม่คุยด้วยเเล้วนะครับ"

"ไม่เห็นต้องมาลาเลย อยากไปก็ไปสิ ใครอยากรู้ เเล้วเนี่ยเห็นไหม ขนาดตอนนี้ทียังดุพี่เพราะผู้ชายคนนั้นเลย"

"พี่ลม~ ทีจะทำยังไงกับพี่ดีนะ" นาทีบ่นออกมาด้วยเสียงอ่อนใจให้กับความดื้อดึงของคนตัวโต เเล้วดูสิ ลูกน้องก็อยู่ตรงหน้า ไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์เลยหรือไงกัน


"บอสมองผู้ชายคนนั้นตาขวางผมไม่ติดใจ เเต่พี่กร พี่ไปมองเขาตาขวางด้วยทำไม ผมยังไม่เห็นเขาจะทำอะไรให้พี่เลย"

ขุนละสายตาจากบทสนทนาของคนเป็นเจ้านาย มาถามคนที่ยืนข้างๆเขาเเทน เเต่ดูเหมือนสายตาของคนที่ยืนข้างๆเขา จะมองตรงไปยังคุณเจ้าของร้านกาเเฟอย่างไม่วางตาแทน  เดี๋ยวก่อนนะ! บรรยากาศเเบบนี้คืออะไร เเล้วทำไมอยู่ๆถึงได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินไปได้เนี่ย

"เปล่า ก็มองปกติ"

ขุนที่ไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรให้มากความ ด้วยกลัวจะเสียเวลามากไปกว่านี้ จึงหันไปเอ่ยเตือนคนเป็นเจ้านายเเทน เอ่ยเตือนสร็จเจ้าตัวก็หันไปสั่งกาเเฟที่ต้องการกับคีย์ต่อ

ส่วนลมที่โดนเอ่ยเตือนก็เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองมาทำอะไร ลมเอ่ยบอกกับนาทีว่าวันนี้อาจจะไม่ได้กลับบ้านพร้อมกันเพราะมีธุระต้องออกไปจัดการ เเต่จะกลับไปทานข้าวเย็นด้วยเเน่นอน เมื่อบอกกล่าวเสร็จก็ไม่ลืมที่จะถามถึงลูกชายสุดที่รักของตัวเอง นาทีจึงบอกให้ลมรออยู่ก่อน ส่วนตัวเองจะเข้าไปตามลูกชายมาให้


"ป๊า" เด็กชายตุลย์ร้องเรียกคนเป็นพ่อด้วยความดีใจ

"ไงตัวเล็ก หายไปไหนมาครับ" ลมโน้มตัวลงยกลูกชายขึ้นมาอุ้มไว้

"ตูนตูนช่วยพี่เปอร์พับกาดาดอยู่คับ"

"เก่งจริงๆเลยนะตัวแค่นี้"

"คิกคิก ตูนตูนเก่ง" ได้ยินคำชมว่าเก่งทีไร เด็กชายตุลย์เป็นต้องยิ้มกว้างทุกที

"ครับ เก่งมาก เเล้ววันนี้คนเก่งของป๊ากับบ้านกับหม่าม้าสองคนได้ไหมครับ"

"ป๊าปายหนาย" รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กชายหายไปในทันที เมื่อได้ยินว่าวันนี้ป๊าไม่ได้กลับบ้านด้วยกัน

"ป๊าต้องไปทำงานข้างนอกครับ อาจจะกลับมาไม่ทัน เเต่ป๊ากลับไปทานมื้อเย็นกับอ่านนิทานให้ตัวเล็กฟัง ทันเเน่นอนครับ"

"ป๊าพูดจิงน้า"

"จริงครับ"

"ป๊าฉันยาก่อน" นิ้วก้อยเล็กๆของเด็กชายตุลย์ถูกยื่นไปตรงหน้าลม

"สัญญาครับ ตัวเล็กทำกับข้าวอร่อยๆไว้รอป๊าได้เลยครับ" ลมเกี่ยวกับสัญญากับลูกชายแน่น

"คับ"

ในตอนเเรกเด็กชายตุลย์ก็เกือบจะงอเเงอยู่เหมือนกันที่จะไม่ได้กลับพร้อมคนเป็นพ่อของตัวเอง เเต่เมื่อคนเป็นพ่อบอกว่าต้องออกไปทำงาน และจะกลับบ้านไปทานข้าวเย็นด้วยกัน เด็กชายตุลย์จึงไม่งอเเงเเละรับฟังอย่างว่าง่าย ก็ป๊าต้องไปทำงานเขาเข้าใจ หม่าม้ามักบอกว่า คนเราทุกคนล้วนมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องรับผิดชอบ เขาไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่หรอก เเต่คิดว่าการที่ป๊าทำงานก็คงเหมือนกับการที่เขาต้องไปโรงเรียนล่ะมั้ง หยุดเรียนตามใจตัวเองไม่ได้ เดี๋ยวจะเรียนตามเพื่อนๆไม่ทัน


"ถ้าอย่างนั้นป๊าไปนะครับ อาขุนกับอากรรออยู่ เจอกันที่บ้านนะตัวเล็ก"

"คับ"

ลมกอดลูกชายเเน่นอีกครั้งพร้อมกับหอมเเก้มซ้ายขวาไปอีกสามสี่ที ก่อนจะปล่อยให้ลูกชายวิ่งไปทักทายอาขุนกับอากรของเขาที่ยืนอยู่

"เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถมารับนะครับ"

"ทีนั่งเเท็กซี่กลับกับลูกก็ได้ครับ"

"ไม่ได้ครับ พี่เป็นห่วง"

"ครับๆ ไม่เห็นต้องทำหน้าดุเลย"

"ก็ทีดื้อ"

"ไปได้เเล้วครับ เดี๋ยวสายนะครับ"

"ครับ เจอกันที่บ้านตอนเย็นนะครับ"

"ครับ... น้องตุลย์มาบ๊ายบายป๊าก่อนครับ ป๊าจะไปแล้ว"

"ป๊า บ๊ายบาย จุ้บจุ้บ" นอกจากจะยกมือบ๊ายบายเเล้วยังมีการส่งยิ้มเป็นของเเถมเรียกร้อยยิ้มจากคนเป็นพ่ออีกด้วย


.......................................................................


"อาบรรพตอยู่กับพ่อเเล้วใช่ไหม"

ลมถามขึ้นเมื่อออกมาจากร้านเเละเข้ามานั่งเบาะข้างหลังภายในรถเรียบร้อยเเล้ว

"ครับ บอสใหญ่จะเป็นคนจัดการเอง" กรบอกออกไป

"อืม พ่อบอกเเล้ว"

"จริงสิเฮีย วันหลังถ้าเฮียไม่รีบก็บอกกันบ้างนะครับ ผมกับพี่กรตามตัวมาได้ตั้งเเต่วันพุธ เเต่เฮียเพิ่งว่างมาจัดการวันเสาร์ วันนั้นพวกผมทิ้งขวดเหล้าเพื่อเฮียเลยนะ เเถมยังต้องให้ข้าวให้น้ำพวกมันอีก เปลืองชะมัด" ขุนบ่นออกมายาวๆอย่างอัดอั้น ก็วันนั้นน้ำเสียงของเฮียมันบ่งบอกจะเอาให้ได้เสียตั้งเเต่ตอนนั้น พอจัดการมาให้ได้ ตัวเองก็ทำตัวสบายๆซะงั้น สงสารก็เเต่พี่กร เเทบไม่ได้หลับไม้ได้นอนสภาพราวกับซอมบี้ ส่วนตัวเองมัวเเต่ง้อเมียอยู่ มันใช่เรื่องซะที่ไหน

"เดี๋ยวเหมาโรงงานเหล้าให้เลย" ลมพูดออกไปเพื่อตัดความรำคาญ เเต่เหมือนว่าคนฟังจะคิดจริงจังไปเสียเเล้ว

"พูดเเล้วนะเฮีย"

"เออ!"

"หวานหมูเเล้วพี่กร"

ขุนหันไปพูดกับกรที่กำลังขับรถด้วยความอารมณ์ดี กรที่เห็นท่าทางเช่นนั้นก็ได้เเต่ส่ายหัวด้วยความระอาใจ สงสัยรอบนี้คงมีคนเมาจนลืมเลขที่บ้านจริงๆแน่

"ว่าเเต่ร้านคุณคีย์มีเเซนด์วิชเเบบนี้ขายด้วยเหรอพี่กร ทำไมเมื่อกี้ผมไม่เห็นล่ะ"

"นายพิเศษไม่พอไงละ"

"ห๊ะ!" ขุน

"หึ!" ลม

กรไม่ได้พูดอธิบายอะไรต่อ เขาหันหน้ากลับไปตั้งใจขับรถ ปล่อยให้ขุนงุนงงต่อไป ส่วนคนที่นั่งเบาะหลัง ดูจากสีหน้าก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรเเล้ว


ใช้เวลาบนท้องถนนไม่นานรถคันหรูสีดำเงาวับก็เดินทางมาถึงที่หมาย

ลมเปิดประตูรถลงไป พร้อมๆกับมีชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งมาหาลม ทุกคนน้อมตัวลงทักทายลมด้วยความเคารพ ลมพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการทักทาย ก่อนจะเดินตรงไปยังทางประตูทางเข้าของโกดัง โดยที่มีกรกับขุนเดินตามประกบซ้ายขวา

ลมเดินผ่านประตูโกดังที่มีคนรอเปิดไว้ให้  ตอนนี้สายตาของลมมองเห็นกลุ่มผู้ชายหกคนกำลังนั่งอยู่ ภายในโกดังมีกลิ่นอับเเละเหม็นสาบตลบอบอวนไปทั่วบริเวณ เนื่องจากโกดังเเห่งนี้เป็นโกดังที่ปิดมืดสนิท ช่องระบายอากาศก็มีเพียงช่องเล็กๆ พอให้อากาศผ่านไปและให้เเสงเเดดส่องเข้ามา

ลมเดินตรงไปนั่งยังเก้าอี้ตัวเดียวภายในห้องที่วางอยู่ตรงด้านหน้าชายหนุ่มพวกนั้น ลมปล่อยขาของตัวเองให้อยู่ในท่าสบายๆ แขนข้างนึงวางลงบนที่วางเเขนของเก้าอี้ มืออีกข้างก็ขยับเน็กไทเส้นสวยให้คลายออกเพื่อลดความอึดอัดให้ตัวเอง สายตามองตรงไปยังกลุ่มคนตรงหน้า ส่วนปากก็ขยับพูดด้วยน้าเสียงดุดัน จนคนที่ได้ฟังต่างก็รู้สึกกลัว

"ไง"

".........."

"เเตะต้องคนสำคัญของคนอื่น"

"........"

"พวกมึงคงเตรียมพร้อมรับผลกรรมเเล้วสินะ"



.......................................................................

TBC.

ตอนนี้มีคนหึงกี่คนคะ 55555

สงสารตินตินเขานะคะ อยู่ๆก็โดนเกลียดขี้หน้าเฉยเลย เเต่เราส่งตินตินไปต่างประเทศเเล้วค่ะ ไปต่างประเทศนะทุกคน  55555

ตอนนี้เอาเจ้าหนูตูนตูนมาเรียกคะเเนนความรักจากทุกๆคนด้วยค่ะ

ตอนก่อนบอกไว้ว่าจะเอาคนนิสัยไม่ดีที่ทำร้ายน้องทีมาให้ได้เจอกัน เราทำตามสัญญาเเล้วนะคะ พามาให้เจอเรียบร้อย


ขอให้ทุกๆคนสนุกกับการอ่านะคะ

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาคอมเม้นต์กันนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ก่อนหน้านี้แคนลงตอนที่ 20 แล้วนะคะ ถ้ายังไม่ได้อ่าน ย้อนขึ้นไปอ่านก่อนนะคะ เดี๋ยวจะ งง

21
เมื่อแตะต้องคนสำคัญ (2)

***คำเตือน : ตอนนี้มีฉากการใช้ความรุนแรง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน การใช้ความรุนเเรงของตัวละครไม่ควรลอกเลียนเเบบ ฉากความรุนแรง การเเก้เเค้น เขียนเพื่อเพิ่มอรรถรสในนิยายเท่านั้นค่ะ***



"ไง"

".........."

"เเตะต้องคนสำคัญของคนอื่น"

"........"

"พวกมึงคงเตรียมพร้อมรับผลกรรมเเล้วสินะ"

สิ้นคำพูดของลมบรรยากาศภายในโกดังยังคงตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงดังปริบๆที่เกิดจากการกระพริบของหลอดไฟด้านบนเท่านั้น เเละไม่นานภายในโกดังขนาดกลางที่เคยมืดสลัวก็สว่างวาบขึ้นทันที

กลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหกคนที่โดนจับมา ล้วนเเล้วเเต่รีบหลับตาลงทันทีที่เกิดเเสงสว่างขึ้น เนื่องจากพวกเขาอยู่กับความมืดมานาน พอพบเจอเเสง ก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่คุ้นชินจนต้องหลับตาลงเพื่อปรับดวงตาให้คุ้นชินกับเเสงสว่างเสียก่อน

ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งชายฉกรรจ์ทั้งหกคนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละคนสองคน พวกเขาใช้สายตากวาดมองสำรวจรอบๆห้อง ก่อนจะหยุดสายตากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงหน้าพวกเขา

ครั้นเมื่อได้เห็นชายหนุ่มตรงหน้าชัดๆ ดวงตาของพวกเขาทั้งหมดต่างก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ พวกเขาทั้งหมดจำผู้ชายคนนี้ได้

ผู้ชายคนนี้คือคนที่เคยโดนพวกเขาตามล่าเเละรุมทำร้ายจนมีสภาพปางตายเมื่อหลายปีก่อน

ผู้ชายคนนี้คือคนที่พวกเขาได้รับคำสั่งจากนายใหญ่ให้ตามหาตัวให้เจอ เเม้จะต้องพลิกเเผ่นดินหาก็ตาม

เเต่พวกเขาก็พลาด ความผิดพลาดครั้งแรกคือการปล่อยให้ผู้ชายคนนี้หนีรอดไปได้ ความผิดพลาดครั้งที่สองก็เกิดขึ้นอีกครั้งนั่นคือการที่พวกเขาไม่สามารถหาผู้ชายคนนี้เจอ เเละความผิดพลาดในครั้งนั้นส่งผลให้ตอนนี้กลับเป็นพวกเขาเองที่โดนตามล่า

ลูกชายคนเล็กของตระกูลเศรษฐ์ถิรคุณ ในเวลานี้ดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว ไม่ว่าจะลักษณะท่าทาง การพูดการจา การวางตัว เเละไหนจะสายตาที่เรียบนิ่งสงบยากจะคาดเดานั่นอีก มันเป็นตัวบ่งบอกให้พวกเขารู้ว่า...

ลม ภูวิศ เศรษฐ์ถิรคุณ   ดูท่าจะไม่ใช่คุณชายไร้น้ำยาเหมือนเมื่อก่อนเเล้วจริงๆ

"มองกันเเบบนี้คงคุ้นเคยกันดีสินะ"  ลมยกยิ้มมุมปากให้กับกลุ่มคนตรงหน้า ดูจากท่าทางที่เเสดงออกมาเขาคิดว่าคนพวกนี้คงจะรู้จักเขาดีพอตัว

"อื้อๆๆ อือ อื้อ" หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา เเต่เพราะปากที่โดนปิดสนิทด้วยผ้าสีดำอย่างเเน่นหนา ทำให้เสียงที่ดังออกมาจึงมีเเต่เสียงที่อื้ออึงฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ภายในลำคอเท่านั้น

"ใจเย็นน่า ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวได้พูดเเน่" ลมเเสระยิ้มให้กับท่าทางที่ดูกลัวตายของชายคนนั้นด้วยความสมเพช ตอนทำคนอื่นสนุกสนาน พอตัวเองจะโดนบ้างถึงกับสนุกไม่ออก

ลมใช้สายตาไล่มองคนหกคนตรงหน้าทีละคนๆ จนสายตาไปหยุดลงตรงคนสุดท้ายที่ดูจะนิ่งสงบเเละกล้าสบตาเขาตรงๆไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่เพียงเเค่เขามองไปก็รีบก้มหน้าหลบสายตาทันที

ครั้นเมื่อได้เห็นหน้าชายคนนั้นเต็มๆตา เเววตาของลมก็ดูเเข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย ลมจำผู้ชายคนนี้ได้ ชายคนนี้คือหนึ่งในกลุ่มคนที่เคยลอบทำร้ายเขากับกรเมื่อหลายปีก่อน สาเหตุที่เขาจดจำใบหน้าของชายคนนี้ได้เพราะตอนที่กำลังหนีเอาชีวิตรอด เขาหันกลับไปมองยังด้านหลังก็เห็นชายคนนี้กำลังถอดหมวกกันน็อคออกเพื่อคุยโทรศัพท์อยู่พอดี

"คนคุ้นเคยกันจริงๆด้วย หึ!" ลมพูดด้วยท่าทางสบายๆ พิงหลังไปกับพนักพิงของเก้าอี้

ท่าทางสบายๆที่ดูสบายเกินเหตุของลมไม่ได้ช่วยให้พวกเขาเหล่านั้นรู้สึกสบายตามไปด้วยสักนิด ท่าทางเเบบนั้นมันยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระเเวงมากขึ้นอีกเท่าตัว ลมที่สงบๆในเวลานี้ ภายในอาจจะมีพายุกำลังก่อตัวอยู่ก็ได้ ถ้าเลือกได้ พวกเขาอยากให้ลมเป็นลมพายุเสียยังดีกว่า ดีกว่าเป็นลมที่นิ่งสงบนั่งมองดูพวกเขานิ่งๆเเบบนี้


ทางด้านของกรเเละขุนที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง

"เฮียเขาจะนั่งมองพวกนั้นนิ่งๆไปอีกนานเเค่ไหนเนี่ยพี่กร ผมละอึดอัดเเทน"

"ไม่รู้สิ"

"เฮ้อออออออออออ!"

"เป็นอะไร" กรที่ได้ยินเสียงถอนหายในยาวๆของรุ่นน้องเอ่ยถามขึ้น

"ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังผิดคำสาบาน"

"คำสาบาน?" กรถามขึ้นด้วยความสงสัย

"ก็ไอ้เรื่องข่าวลือที่บอกว่าบอสคนใหม่เป็นมาเฟีย ฆ่าคนได้ง่ายๆนั่นไง ไอ้ผมก็อุตส่าห์ไปแก้ข่าวกล่าวคำสาบาน ว่าพวกเราไม่ใช่มาเฟีย ข่าวลือที่ได้ยินมามั่วทั้งเพ ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบันตอนนี้ เฮ้ออออออ!" ขุนทำหน้าเซ็งๆยามเมื่อหันไปเห็นลมที่กำลังเล่นสงครามประสาทจ้องตากับกลุ่มคนตรงหน้า

"คิดมากน่า พวกเราก็ไม่ใช่มาเฟียจริงๆนะ นายไม่ผิดคำสาบานหรอก"

"พี่คิดอย่างนั้นจริงดิพี่กร คุณดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้เเละกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ คุณคิรากร"

"ไม่ถึงกับตายหรอก อย่างมากก็เเค่ทรมาน"

"ให้จริงเถอะครับ"

"นายพูดอยู่บ่อยๆไม่ใช่เหรอ ว่าฆ่าคนไม่ได้ฆ่ากันง่ายๆเหมือนทุบหัวปลาหมอ ใช่คิดอยากจะฆ่าก็ฆ่าได้เลย"

"หึ พูดเเบบนี้ไม่ใช่ว่าเฮียกับพี่กรวางเเผนกันมาอย่างดีเเล้วเหรอครับ"

กรไม่ได้โต้ตอบคำพูดของขุน ทำเพียงเเค่ไหวไหล่เท่านั้น ขุนที่เห็นเเบบนั้นก็เบ้ปากเเล้วกลับไปสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าต่อ


"เอาละ! หมดเวลาเล่นเกมจ้องตากันเเล้ว เรามาเคลียร์เรื่องราวให้มันจบๆไปดีกว่า โดยเริ่มจาก........."

ลมใช้สายตาไล่มองกลุ่มคนตรงหน้าทีละคนๆ เขาสังเกตเห็นว่าเเต่ละคนมีรอยฟกช้ำดำเขียวอยู่ไม่น้อย เเต่สภาพก็ไม่ได้สะบักสะบอมหนักจนดูเหมือนคนใกล้จะตาย ลมยกยิ้มอย่างพอใจ เเบบนี้ดีเเล้ว เล่นกับคนใกล้ตายจะไปสนุกอะไรละ จริงไหม?

"มึง!..... คือคนเเรก"

ชายหนุ่มคนเเรกที่ลมชี้ คือคนที่ลมจำหน้าได้ว่าเคยทำร้ายเขาเมื่อหลายปีก่อน

"ดีใจไหมที่ได้เจอกันอีกครั้ง ครั้งนั้นมึงพลาดเองที่ปล่อยให้กูรอด เเต่ครั้งนี้เสียใจด้วย ลำพังเเค่ทำร้ายกู กูพอจะปล่อยผ่านไปได้ เเต่มึงเสือกมาเเตะต้องคนสำคัญของกู มึงคิดว่าไง กูควรจะปล่อยให้มึงกลับไปเเบบครบสามสิบสองไหม"

"อื้อ อือ"

"แกะผ้าปิดปากมัน"

สิ้นเสียงคำสั่งของลม ลูกน้องที่อยู่ใกล้ชายคนนั้นที่สุดรีบเดินไปเเกะผ้าปิดปากของชายคนนั้นออกทันที

"ถุย" สิ่งเเรกที่ชายคนนั้นทำคือการถมน้ำลายลงพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเเสระยิ้มให้ลม "จะฆ่าก็รีบฆ่า อย่ามัวเเต่ลีลา"

"ใจเย็นน่า"

"หึ! หรือที่เเท้มึงก็ยังคงเป็นไอ้ไก่ก่อนที่คอยเเต่จะให้พ่อกับพี่ชายกางปีกปกป้อ.."

ผลั๊วะ! ไม่ปล่อยให้ชายคนนั้นได้พูดจบประโยค ลมปล่อยหมัดหนักๆเข้ากระเเทกใบหน้าชายคนนั้นจนมุมปากมีเลือดซึมออกมา

"รับความจริงไม่ได้เหรอ"

"หุบปาก" ลมกดเสียงต่ำ

"จับพวกกูเพราะอยากเเก้เเค้นให้คนสำคัญ คนสำคัญที่มึงทิ้งเขาไว้หนะเหรอ"

"กูบอกให้มึงหุบปาก!"  เสียงตวาดของลมดังก้องไปทั่วไปบริเวณ มือของลมกำเเน่นเข้าหากันยามเมื่อโดนอีกฝ่ายพูดเเทงใจดำ "มัดปากมันไว้ กูเปลี่ยนใจเเล้ว มึงจะเป็นคนสุดท้ายที่กูจะเล่นด้วย....... แก้มัดพวกที่เหลือ"

"ปล่อยผมไปเถอะครับ"

"ได้โปรดอย่าทำอะไรผมเลย"

"ผมเพียงเเค่ทำตามคำสั่งนาย"

"ได้โปรดนะครับ"

"ได้โปรดๆๆๆ"

ทันทีที่หลุดพ้นจากพันธนาการ ชายฉกรรจ์เหล่านั้นต่างก็อ้อนวอนขอความเห็นใจจากลมในทันที พวกเขามันเเค่พวกปลายเเถว เมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องทำตาม ถ้าไม่ทำพวกเขาเองก็จะเดือดร้อน พวกเขาไม่มีทางเลือกจริงๆ

ในตอนที่โดนจับตัวมา พวกเขารู้เเค่ว่า เป็นเพราะพวกเขาไปทำร้ายคนสำคัญของคนตรงหน้า หลังจากนั้นก็โดนผู้ชายหน้านิ่งๆท่าทางน่ากลัวคนนึงมาเค้นถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น จนสามารถตามล่าหาตัวพวกเขามาได้ครบทั้งหมด

"เงียบ! ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากซะ"

"..........." ทุกคนที่กำลังร้องขอเเละอ้อนวอน ปิดปากสนิท ไม่เเม้เเต่จะกล้าหายใจเสียงดัง

"ถ้าไม่อยากตายก็ตอบคำถามกูมา นายใหญ่ของพวกมึงอยู่ที่ไหน"

นายใหญ่ของพวกมันที่ลมพูดถึงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อาบรรพต นั่นเอง เเม้ลมจะรู้อยู่เเล้วว่าอาบรรพตอยู่ไหน เเต่เขาก็เลือกที่จะถามออกไปเพียงเพื่อต้องการให้คนพวกนี้ได้ลิ้มลองรสชาติที่นาทีเคยโดนกระทำก็เท่านั้นเอง

"พะ พวกผมไม่รู้ครับ" หนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ตอบเสียงสั่น

"ตลกน่า จะไม่รู้ได้ไงในเมื่อเขาเป็นเจ้านายพวกมึง"

"พวกผมไม่รู้จริงๆครับ"

"ไม่รู้หรือพวกมึงไม่อยากบอก"

"ไม่รู้จริงๆครับ พวกผมไม่รู้จริงๆ ตั้งเเต่ที่โดนตลบหลังเอาคืน นายใหญ่ก็สั่งให้พวกเราเเยกย้ายกันหนี พวกผมไม่รู้จริงๆครับ ได้โปรดเชื่อผมนะครับ"

"หึ!.....จับตัวพวกมันไว้" ลมหันไปสั่งการกับลูกน้อง ก่อนจะลงไปนั่งยองๆตรงหน้าคนเหล่านั้น "กูจะถามอีกเเค่ครั้งเดียว ถ้าพวกมึงยังมัวเเต่ลีลาตอบว่าไม่รู้ กูไม่รู้ด้วยนะว่าพวกมึงจะเจอกับอะไรบ้าง"

"ได้โปรด ได้โปรดเชื่อพวกผมเถอะครับ พวกผมพูดความจริงนะครับ"

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงตบหน้าดังขึ้นรัวๆจำนวนห้าครั้ง ชายฉกรรจ์ห้าคนที่โดนจับให้นั่งคุกเข่า โดยที่มีลูกน้องของลมดึงหนังศีรษะให้ใบหน้าเงยขึ้นเพื่อรองรับฝ่ามือของลมที่ฟาดลงมา หันไปตามเเรงกระเเทก มุมปากเเต่ละคนต่างมีเลือดซึมออกมา

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

เสียงตบหน้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนโดนตบอีกฝั่งนึงของเเก้ม จนมุมปากอีกข้างก็มีเลือดไหลซึมออกมาเช่นกัน

"ได้! ถ้าพวกมึงไม่ยอมบอก งั้นกูจะง้างปากพวกมึงให้พูดเอง........กร ขุน"

"ครับ" "ครับ" ทั้งกรเเละก็ขุนต่างตอบรับเสียงเรียกของเจ้านายอย่างพร้อมเพรียงกัน

"คนของเรามีกี่คนตามมาให้หมด จากนั้นก็ให้คนของเราเวียนกันตบหน้าพวกมันคนละสิบที ห้ามออมเเรง ตบไปจนกว่าจะครบ ถ้าไม่ครบก็ห้ามหยุดเด็ดขาด ต่อให้ตายก็ห้ามหยุด ......อ้ออีกอย่าง หลังจากตบเสร็จเเล้วอย่าลืมกระทืบมือพวกมันคนละทีสองทีด้วยนะ โทษฐานที่บังอาจกล้าเอามือสกปรกๆมาเเตะต้องตัวนาที เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ!" "เข้าใจครับ"

"ไปจัดการได้"

"ครับ" "ครับ" เมื่อได้รับคำสั่งทั้งสองคนต่างก็เเยกย้ายไปจัดการตามทำสั่งของลมทันที

"เอาตัวพวกมันไปตรงนู้น อยู่ตรงนี้เกะกะ"

"รับทราบครับ" ลูกน้องของลมกระชากคนเหล่านั้นให้ลุกขึ้นตามมา เเต่ทั้งห้าคนไม่มีใครยอมไปง่ายๆ ต่างก็ทำทุกวิถีทางเพื่อยื้อยุดฉุดกระชากตัวเองไว้ บางคนถึงกับส่งสายตาเว้าวอนหมดคราบนักเลงโตกันเลยทีเดียว

ลมที่เห็นท่าทางของคนเหล่านั้นก็ยิ่งรู้สึกสมเพชมากขึ้นกว่าเก่า

"พวกผมไม่ทราบจริงๆครับว่านายใหญ่อยู่ที่ไหน ต่อให้โดนตบจนตายพวกผมก็บอกไม่ได้อยู่ดี"

"ครับ ได้โปรดเชื่อพวกเราเถอะครับ ได้โปรด"

"ได้โปรดเหรอ ขอร้องอย่างนั้นเหรอ คำพวกนี้ฟังดูคุ้นบ้างหรือเปล่า" ลมขบกรามเเน่นยามได้ยินคำพูดอ้อนวอนเหล่านี้

"มีคนกี่ร้อยคนที่พูดคำเหล่านี้กับพวกมึงเเต่พวกมึงก็ไม่สนใจต่อคำเหล่านั้น เเละหนึ่งในนั้นก็คือเมียกู และเเม่ของเมียกู ในตอนที่พวกเขาอ้อนวอนเเละขอให้พวกมึงเชื่อ ทำไมพวกมึงถึงไม่เชื่อ มิหนำซ้ำพวกมึงยังทำร้ายพวกเขาโดยการมัดเเละตบหน้าอีก"

มือเเกร่งของลมบีบกรามชายคนหนึ่งไว้อย่างเเรงจนใบหน้าของชายคนนั้นนั่นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เเต่บีบไม่นานลมก็สะบัดมือออกจนชายคนดังกล่าวหน้าหันตามเเรงสะบัดอย่างเเรง

"พวกมึงอาจจะบอกว่าเป็นคำสั่งนาย พวกมึงต้องทำตามเพื่อรักษาชีวิตตัวเองให้รอด ก็ยินดีด้วยที่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ เเต่วันนี้อาจจะไม่รอด ทำคนอื่นได้เเต่พอถึงเวลาโดนเอาคืนก็พยายามหาเหตุผลมาพูดให้ดูน่าเห็นใจ ตอนเเรกก็อยากจะรอให้กฎเเห่งกรรมได้ทำงาน เเต่กลัวกฎเเห่งกรรมจะทำงานไม่สะใจ กฎเเห่งกูเลยเลือกที่จะทำเองดีกว่า ดังนั้นเลิกอ้อนวอนเเล้วไปรับผลกรรมซะ........ทำยังไงก็ได้อย่าให้พวกมันพูดมากอีก"

เมื่อพูดกับคนเหล่านั้นเสร็จลมก็บอกลูกน้องให้จัดการปิดปากคนพวกนั้นด้วย เพราะเขารำคาญคำว่าได้โปรดของคนพวกนั้นเต็มทน


ทางด้านกรกับขุนที่กำลังยืนคุมคนอื่นๆอยู่

"เฮียเล่นเบากว่าที่คิดนะครับ"

"ก็บอกเเล้ว นายคิดมากไปเอง"

"เเต่กับอีกคนที่เหลือ ผมว่าไม่น่ารอด" ขุนเหลือบสายตาไปมองชายดังกล่าวที่นั่งโดดเด่นอยู่คนเดียว

"อืม"

"อยู่ดีไม่ว่าดีดันไปจี้จุดเจ็บเฮียซะได้ เเถมตัวเองยังเป็นคนที่เฮียหมายหัวไว้ด้วยสิ"

"นั่นสิ"

ขุนหันไปมองหน้าชายคนนั้นอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าเเทน จะเรียกว่าโดนเบาๆดีไหมนะเเบบนี้ โดนคน 15 คน ตบคนละ 10 ที ฮึ๋ย! เเค่คิดก็เจ็บหน้าเเทนเเล้ว 


"คราวนี้ก็ถึงตามึงแล้ว" ลมกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมอีกครั้ง "มึงคือคนที่สร้างรอยเเผลไว้บนตัวเมียกูสินะ รู้ไหมว่าการกระทำของมึงสร้างทั้งเเผลกายเเละเเผลใจให้เขาขนาดไหน มึงคิดว่า.......กูควรจะทำยังไงให้สาสมกับสิ่งที่มึงทำดี"

"นะ เเน่จริงก็ฆ่ากูเลยสิ"

ก่อนหน้านี้ชายคนดังกล่าวจากที่เคยมีน้ำเสียงมั่นคง กล้าต่อล้อต่อเถียงกับลม ดูเหมือนการพูดครั้งนี้น้ำเสียงกลับดูสั่นเครือจนเห็นได้ชัด

ในตอนเเรกที่ชายคนนี้กล้าต่อปากกับลมราวกับไร้ซึ่งความกลัว เป็นเพราะเขายังคิดว่าลมยังไงก็คือลม เเม้จะพยายามทำตัวให้ดูน่าเกรงกลัวสักเท่าไหร่ คนเราที่โดยพื้นฐานมีจิตใจอ่อนโยน ก็ไม่น่าจะกล้าทำร้ายใครได้ เเต่เมื่อเห็นคำสั่งของลมที่อีกห้าคนโดน เขาก็ชักไม่เเน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับลมถูกต้องหรือไม่  หรือว่าลมที่เป็นจุดอ่อนของครอบครัวในวันนั้นจะเเปรเปลี่ยนเป็นจุดเเข็งไปแล้วจริงๆ

"ไม่ปากดีเเล้วเหรอ เสียงสั่นทำไมล่ะ" ปากพูดกับคนตรงหน้า เเต่กลับเอี้ยวตัวไปหยิบบางสิ่งจากด้านหลังมา

ในมือของลมตอนนี้กำลังถือมีดเล่มหนึ่งไว้ในมือ โดยมีฝักมีดลวดลายสายงามที่ทำจากไม้ห่อหุ้มมีดไว้อยู่

"มึงรู้ไหมว่ากูเอามีดมาทำไม"

".................." ถึงเเม้ชายคนดังกล่าวจะเงียบไม่ยอมพูด เเต่ในใจเขาตอนนี้รู้ดีว่าสิ่งที่ตนเองต้องพบเจอคืออะไร

"แล้วมึงรู้ไหมว่าประโยคไหนที่ช่วงนี้กูชอบมันมากเป็นพิเศษ......" ลมดึงมีดให้หลุดออกจากฝัก ใช้มือข้างนึงจับด้ามมีด ส่วนอีกข้างก็จับปลายมีดไว้ จากนั้นก็ยกมีดขึ้นสูงเหนือศีรษะ หมุนมีดไปมาซ้ายขวาราวกับกำลังให้มีดเต้นระบำหยอกล้อกับเเสงไฟด้านบน ความเเวววับของมีดยามล้อกับเเสงไฟช่างดูสวยงามเสียเหลือเกิน "...กูชอบประโยคที่ว่า 'ใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้น' ยังไงละ"

".................."

"กูบอกมึงเเล้วใช่ไหม ว่าลำพังเเค่มึงทำร้ายกู กูพอจะมองผ่านไปได้ เเต่เรื่องที่มึงทำร้ายเมียกู มึงต้องได้ชดใช้"

"ถ้ามึงไม่หนีไปแล้วทิ้งเมียมึงไว้ข้างหลัง วันนั้นเมียมึงก็คงไม่โดนเเบบนั้นหรอก เพราะมึงที่ขี้ขลาด เมียมึงถึงต้องมาเจ็บตัว ทำไมไม่โทษตัวเองบ้างว่ะ" ชายคนดังกล่าวอดใจไม่ไหวที่จะพูดออกไป เเละเหมือนสิ่งที่เขาพูดจะจี้ใจดำของลมเต็มๆ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกสะใจ

"ใช่! กูผิดที่หนีไป กูมันขี้ขลาดจนทิ้งเขาไว้ข้างหลัง กูพลาดที่คิดว่าพวกมึงคงไม่ทำร้ายคนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย"

ลมลุกจากเก้าอี้เเละพุ่งตัวเข้าจู่โจมชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว มีดเเหลมคมในเวลานี้กำลังจ่ออยู่ที่คอของชายคนนั้น โดยที่มีลมเกาะกุมอยู่ทางด้านหลัง

"เเต่สุดท้ายพวกมึงก็ทำ"  น้ำเสียงยะเยือกของลมดังขึ้นข้างๆใบหูชายคนนั้น

ลมค่อยๆกดปลายมีดเเหลมลงทีละนิดๆ จนตอนนี้บริเวณคอของชายคนดังกล่าวเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา

"อึก อึก " มีเพียงเเค่เสียงดังอึกอักออกมาจากปากชายคนนั้นเท่านั้น

"ส่วนความผิดของกูมึงไม่ต้องเสือกมายุ่ง" ยิ่งลมพูดเท่าไหร่เเรงกดของมีดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

".............."

"มึงยุ่งเเต่ความผิดของตัวเองก็พอ!!"

"อ๊ากกกกกกกก!"

น้ำเสียงเยือกเย็นที่มาพร้อมกับการตวัดมีดอย่างเเรงไปยังบริเวณหน้า เรียกเสียงร้องจากชายคนนั้นได้เป็นอย่างดี

"ปาร์ตี้วันนี้ดูจะครื้นเครงกว่าครั้งไหนๆ มีทั้งเสียงร้อง เเละเสียงดนตรีเข้าจังหวะ" ลมหันไปมองยังที่มาของเสียงตบก็ได้เเต่ยกยิ้มด้วยความพอใจ ก็สภาพของเเต่ละคนดูหนักเอาการ

"จังหวะทำนองยังคงดังอยู่เลย ถ้าอย่างนั้นเสียงขับร้องก็อย่าเพิ่งเงียบสิ" ลมจี้มีดลงไปตรงอกด้านขวาของคนตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆกรีดมันลงไปช้าๆ ช้าๆ ให้คมมีดค่อยๆกัดกินผิวหนังไปทีละนิดๆจนผิวหนังด้านนอกเเยกออกจากกัน เลือดสีเเดงไหลออกมาพร้อมกลิ่นสนิมที่ลอยขึ้นมาเเตะจมูก "วันนั้นเมียกูก็โดนเเบบนี้สินะ"

"อึก อึก" ชายคนดังกล่าวกัดฟันเเน่น พยายามไม่เเสดงอาการเจ็บปวดออกมาให้ได้เห็น

ลมที่เห็นท่าทางเเบบนั้นก็ยกยิ้มพอใจ เเละยังคงใช้มีดกรีดไปตามร่างกายของชายตรงหน้าอีกหลายจุด จนตอนนี้เลือดของชายตรงหน้าไหลออกมาจนเเทบจะท่วมตัวอยู่รอมร่อ

"อ๊ากกกกกก! พอเเล้ว ได้โปรด หรือไม่ถ้าจะฆ่าก็ฆ่ากันเลย ได้โปรด" เขาพยายามอดทนมานานเเต่ตอนนี้ไม่ไหวเเล้ว การค่อยๆกดกรีดผิวหนังลงไปจนให้เนื้อค่อยๆปริออกจากกันมันทรมานไม่ใช่น้อยๆเลย

"พูดออกมาจนได้สินะคำนี้ หึ!"

เมื่อได้ฟังคำที่ต้องการเเล้ว ลมก็ปามีดทิ้งลงพื้น หยิบผ้าที่วางอยู่เเถวๆนั้นขึ้นมาเช็ดมือที่เปื้อนเลือดออก

ลมรู้ว่าการเเก้เเค้นเเบบนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่ เเต่ถ้าเขาปล่อยให้เรื่องราวที่นาทีต้องเจอผ่านพ้นไปโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไร เขาก็สงบใจไม่ได้เช่นกัน

คนพวกนี้ทำร้ายคนอื่นมาก็เยอะ สมควรเเล้วที่จะโดนเอาคืนบ้าง ไม่งั้นก็คงเหิมเกริมทำร้ายคนอื่นเขาไปทั่วไม่จบไม่สิ้น เขาไม่ได้คิดอยากจะฆ่าคนพวกนี้ให้ตายตั้งเเต่เเรก เพียงเเค่อยากให้พวกมันได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติของการอ้อนวอนขอชีวิตบ้างก็เท่านั้นเอง


ครืด! ครืด! ครืด!

ในขณะที่ลมกำลังเช็ดมืออยู่นั้นโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะก็สั่นขึ้น เมื่อลมเห็นว่าใครเป็นคนโทรฯเข้ามาก็รีบกดรับสายทันที

"ครับ......ใกล้กลับเเล้วครับ ทีมีอะไรหรือเปล่า....อ่อได้ครับ ครับ .......ไงตัวเล็ก ทำกับข้าวไว้รอป๊ายัง .....จริงเหรอ.....ได้เลยครับ.....เดี๋ยวเจอกันครับ รักตัวเล็กนะครับ....บ๊ายบายครับ"

"กร ขุน" เสียงเข้มเอ่ยเรียกลูกน้องคนสนิทขึ้น

กรเเละขุนหันมาตามเสียงเรียก จากนั้นก็รีบวิ่งมาหาคนเป็นเจ้านายทันที เมื่อเห็นเจ้านายพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้วิ่งไปหา

"เรียบร้อยยัง"

"ก็ครับ หน้าพังไปทั้งเเถบ ส่วนมือก็ทั้งหัก ทั้งเเตก ไปตามระเบียบครับ" ขุนเอ่ยรายงานสถานการณ์ให้คนเป็นเจ้านายฟัง

"อืม....กร ฝากจัดการที่เหลือหน่อยนะ เคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย"

"ครับ"

"ส่วนนาย ขุน กลับกัน มีธุระด่วนต้องไปทำ"

"หือ?"

"อย่ามัวเเต่หือ ไปเตรียมตัวเลย คนยิ่งรีบๆอยู่"

"อ่าครับๆๆ"

ขุนรับคำอย่างงงๆ รีบวิ่งไปคว้าสัมภาระของตัวเองมาถือไว้ ก่อนจะรีบเดินตามลมไป

"อ้อกร!" ลมที่กำลังจะเดินออกจากประตูหันมาเรียกชื่อลูกน้องคนสนิทอีกครั้ง "นายคนนั้น" ลมชี้นิ้วไปยังชายคนที่โดนเขากรีดคนเลือดท่วมตัว "พูดมากชะมัด ตัดลิ้นทิ้งได้ตัดทิ้งซะ จะได้ไม่ต้องพูดมากอีก"

"ได้ครับ"

"ไม่! ไม่นะครับ ไม่! ได้โปรด อย่าตัดลิ้นผมนะ" ชายคนดังกล่าวกระวนกระวายรีบอ้อนวอนร้องขอความเห็นใจทันที เเต่มีหรือที่คนอย่างลมจะมีให้

"อ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เถอะ"

ว่าจบลมก็เดินออกจากโกดังทันที พร้อมกับเสียงร้องครวญครางที่ดังตามหลังมา


"ขุนเดี๋ยวเเวะอาบน้ำที่คอนโดก่อน" ลมเอ่ยบอกกับขุนที่ตอนนี้กำลังทำหน้าที่ขับรถแทนกรอยู่

"ได้ครับ ว่าเเต่ที่เฮียบอกว่ามีธุระด่วนนี่คืออะไรเหรอครับ ที่บริษัทงานมีปัญหาเหรอ เเต่มันก็เลยเวลาเลิกงานเเล้วนี่น่า"

"เปล่า น้องตุลย์อยากกินไข่ตุ๋นเเต่นาทีลืมซื้อไข่ไก่"

"เดี๋ยวนะ! ที่เฮียมีท่าทางรีบๆ นี่คือ?"

"อืม จะรีบไปซื้อไข่ไก่ให้เมีย"

เมื่อได้ฟังคำตอบจากคนเป็นเจ้านายชัดๆ เลขาหนุ่มมือซ้ายอย่างขุนแทบอยากจะกระโดดออกนอกรถเสียเหลือเกิน เเต่มันก็ได้เเค่อยาก ความเป็นจริงตอนนี้ขุนทำได้เพียงเเค่ร้องตะโกนอยู่ภายในใจเท่านั้น

โว้ยยยยยยยยยย!

เฮียโว้ยยยยยยยยยยยยย!!!!!!

ท่าทางรีบจะเป็นจะตายเพราะจะไปซื้อไข่ไก่ให้เมียเนี่ยนะ ขุนจะบ้าตาย!!!!!



.......................................................................

TBC.

พี่เเค่รีบไปซื้อไข่ไก่ให้เมีย พี่ผิดอัลไล 5555

หลังจากนี้เรามายิ้มเเก้มปริกันค่ะ


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ


ปล.วันนี้พบกับช่วง ไรต์ขอ talk

ตอนนี้มีความกังวลหลายอย่างเลยค่ะ ตอนเเรกจะเขียนให้โหดกว่านี้ เเต่พอมาคิดอีกที นิยายเราไม่ใช่สายโหดนี่น่า เเต่พอเขียนเบาๆ เอ้าเบาไปอีก คราวนี้คิดหนักเลยค่ะ เเค่ไหนถึงเรียกพอดีครับเนี่ย บวกกับตัวเองไม่ถนัดเเนวบู้ๆทำร้ายร่างกาย คราวนี้ไปกันใหญ่เลยค่ะ ตอนวางพล็อตคิดเอามันส์ พอลงมือเขียน ม้ายย! ชั้นทำอะไรลงไป 5555

เรายอมรับเลยว่าตอนนี้สำหรับเรา เรากังวลมาก เเต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ค่ะ เพื่อให้ตอนนี้ออกมาดีที่สุดค่ะ หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ

เจอกันพรุ่งนี้ 18.10.21 ตอนเที่ยงนะค้าบ

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
คุณภรรยาขอให้ช่วย สามีที่ดีก็ต้องรีบจัดการให้ไงขุน เข้าใจยากตรงไหน... คุคุคุ...

ส่วนตินตินที่โดนส่งออก"ต่างประเทศ" ไม่แน่ใจว่าไปทางเรือหรือป่าวคะ... แบบว่าคนจะชิปอยู่เฉยๆชิกๆเค้าก็ชิปกันได้นะคะ... ^0^ ...

ปล. สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ... :กอด1:

ออฟไลน์ padthaiyen

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 948
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-2
 :mew1:ตูนตูนน่ารักมาก

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
22
คุณปู่ของตูนตูน

"โอลด์แมคโดนัลด์ แฮด อะ ฟาร์ม"

"อี๊ อาย อี๊ อาย โอ"

"แอนด์ ออน แดต ฟาร์ม ฮี แฮด อะ แคท"

"อี๊ อาย อี๊ อาย โอ" (เพลง old macdonald had a farm)

ทุกครั้งที่ได้ร้องคำว่า อี๊ อาย อี๊ อาย โอ เด็กชายตุลย์ก็จะขยับตัวดุ๊กดิ๊กไปมาซ้ายขวาเต้นประกอบท่าทางเข้าจังหวะโชว์คนเป็นเเม่ด้วย ไหนจะเเก้มย้วยๆที่ขยับเด้งดึ๋งๆตามจังหวะการขยับตัวนั่นอีก ส่งผลให้เด็กชายตุลย์ยิ่งดูน่ารักน่าหยิกจนทำให้คนมองอยากจะฝังจมูกลงกับเเก้มนุ่มนิ่มสักสิบทีเเบบไม่หยุดพัก

ก่อนหน้านี้นาทีได้โทรฯไปวานให้ลมช่วยซื้อไข่ไก่มาให้ เพราะเด็กชายตุลย์อยากกินไข่ตุ๋นเเละนาทีเองก็ลืมไปเสียสนิทว่าไข่ไก่ที่บ้านหมด ในระหว่างที่รอการกลับมาของลมเเละไข่ไก่ สองเเม่ลูกจึงชักชวนกันร้องเพลง โดยนาทีทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ ส่วนเด็กชายตุลย์ก็ทำหน้าที่เป็นคอรัสเเละนักเต้นประกอบจังหวะอยู่ใกล้ๆ

"แล้วน้องตุลย์รู้ไหมครับว่าน้องเเมวร้องยังไง"

เนื่องจากเพลงเด็กเพลงนี้มีช่วงจังหวะเว้นไว้สำหรับให้เด็กๆได้ทำเสียงเลียนเเบบสัตว์ต่างๆ นาทีเองจึงไม่ลืมที่จะเอ่ยถามลูกชายออกไป ถ้าเสียงไหนที่ลูกชายไม่รู้หรือไม่เเน่ใจ เขาก็จะได้สอนให้ลูกได้รู้

"รู้คับ ตูนตูนรู้"

"ไหนลองร้องให้หม่าม้าฟังหน่อยได้ไหมครับ"

"น้องเเมวต้องร้อง เมี้ยว เมี้ยว คับ คิกคิก!"

ร้องเองก็ส่งเสียงหัวเราะชอบใจเอง จนคนเป็นเเม่อดใจไม่ไหวต้องยื่นมือเข้าไปบีบเเก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างของคนเป็นลูกชายด้วยความมันเขี้ยว เรียกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ้ากชอบใจให้เด็กชายได้ไม่น้อย

"โอโห้ ลูกใครกันนี่เก่งสุดๆไปเลย"

"ลูกป๊าลมกับหม่าม้านาทีงายคับ"

"น่ารักอีกเเล้ว ฟอด~ ฟอด~" เห็นความน่ารักของลูกชายที่ขยันเเเสดงออกมา มีหรือที่คนเป็นเเม่เเบบนาทีจะห้ามใจไม่ให้ฟัดลูกชายไหว ถ้าเเก้มลูกชายไม่ช้ำก็อย่ามาเรียกเขาว่านาทีเลย

"คิกคิก! หม่าม้าร้องอีกๆ ต่อปายเอาคุณไทเกอร์นะหม่าม้า"

"รู้หรือไงเราว่าคุณไทเกอร์มีเสียงร้องยังไง"

"รู้คับ"

"ไหนลองร้องให้หม่าม้าฟังหน่อยสิครับ"

"คุณไทเกอร์ต้องร้อง โฮก~ โฮก~"

นอกจากจะเลียนเสียงเสือเเล้ว เด็กชายตุลย์ยังใช้มือทั้งสองข้างมาป้องปากของตัวเองเพื่อให้เสียงดังก้องกังวาลน่าเกรงขามเหมือนเสือที่ร้องคำรามอีกด้วย เเต่ลูกเสือน้อยตัวนี้จะรู้ไหมนะ ว่าท่าทางเหล่านั้นมันน่ารักมากกว่าน่ากลัวเสียอีก

"โอเคครับ งั้นเราพาคุณไทเกอร์ไปเที่ยวเล่นฟาร์มของคุณลุงเเมคกัน พร้อมไหมครับ"

"พ้อมคับ"

"ถ้าพร้อมเเล้วก็...... โอลด์แมคโดนัลด์.....~~"

เสียงร้องเพลงเเละเสียงปรบมือของสองเเม่ลูก ส่งเสียงดังไกลไปจนถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ลมที่กำลังเปิดประตูรั้วเข้ามายกยิ้มอารมณ์ดียามที่ได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองรักทั้งสองคน ยิ่งเสียงที่ดังอยู่นั้นเป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความสุขของเจ้าของเสียง มันยิ่งทำให้ลมรู้สึกดีมากยิ่งขึ้นไปอีก 

"ไง พ่อเสือน้อย"

"ป๊าาาา!"

ทันทีที่เด็กชายตุลย์เห็นคนเป็นพ่อ เจ้าตัวก็รีบละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้า ทิ้งเเม้กระทั้งบทเพลงที่ตัวเองกำลังช่วยคนเเม่ร้องเพื่อวิ่งไปหาคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่กลางบ้าน นาทีที่เห็นท่าทางของลูกชายก็ยกยิ้มอ่อนใจ ให้กับความติดพ่อของลูกชายที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น

"ฮึบ! คิดถึงป๊าไหมครับ"

ลมย่อตัวลงอ้าเเขนรับลูกชายที่วิ่งมาหาเข้าสู่อ้อมกอด เด็กชายตุลย์เมื่อโดนคนเป็นพ่อกอดก็ออดอ้อนด้วยการเอนศีรษะซบลงบนอกเเกร่งทันที

"คิดถึง ตูนตูนคิดถึง"

"ไหนครับ เมื่อกี้ทำอะไรกันอยู่เอ่ย ป๊าได้ยินเสียงดังไปถึงข้างนอกเลย"

"ร้องเพลงคับ" เด็กชายตุลย์ละตัวออกจากอ้อมกอดของคนเป็นพ่อเปลี่ยนเป็นยืนพิงไหล่อยู่ในอ้อมเเขนเเทน

"เเต่ป๊าได้ยินเหมือนมีเสียงคำรามด้วยนะ"

"ตูนตูนคับ ตูนตูนคำราม โฮก โฮก" สองมือน้อยๆยกขึ้นมาทำท่าทางเหมือนเสือที่กำลังจะตะปบเหยื่อ "ตูนตูนน่ากลัวเหมือนคุณไทเกอร์เยย"

"น่ากลัวจริงๆด้วยนะเนี่ย ฟอด~ ฟอด~"  ท่าทางของลูกชายมันช่างน่ากลัวจนลมอดไม่ไหวก้มลงไปฟัดเเก้มยุ้ยๆให้หายมันเขี้ยว


"พี่ลมได้ซื้อไข่ไก่มาไหมครับ"

นาทีที่เห็นว่าบทสนทนาของสองพ่อลูกคงไม่จบลงง่ายๆ จึงเลือกที่จะเอ่ยเเทรกขึ้นเสียก่อน เพราะไม่อย่างนั้นวันนี้เขาคงไม่ได้ไข่ไก่มาถือไว้ในมือ เเละลูกชายของเขาอาจจะต้องอดกินไข่ตุ๋นเพราะสองพ่อลูกมัวเเต่คุยกันเพลินเเน่ๆ

"ซื้อมาครับ" ลมปล่อยลูกชายที่อยู่ในอ้อมแขน จากนั้นก็ยืนขึ้นเเละยื่นถุงไข่ไก่ให้กับนาที

"ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นพี่ลมเล่นกับลูกไปก่อนนะครับ ทีจะไปทำไข่ตุ๋นให้ลูก เเล้วเดี๋ยวมาทานข้าวเย็นกัน"

"ครับ"

"หม่าม้าๆ ไข่ตุ๋นของตูนตูน วางคุณกุ้งตัวงอฉองตัวห้ายเป็นรูปหัวใจด้วยได้ม่ายคับ"

"ได้ครับ เดี๋ยวหม่าม้าจัดให้"

"ขอบคุณคับ"

"เอ๊ะ!" ในขณะที่กำลังจะเดินไปยังห้องครัว สายตาของนาทีสะดุดเข้ากับบางอย่างบนตัวของลมที่ดูเเปลกตาไป "ชุดนี้ มันคนละชุดกับเมื่อเช้าหนิครับ" นาทีจำชุดของลมได้ เขาเป็นคนเลือกให้ลมเองกับมือในตอนเช้า เเละชุดนี้เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อนด้วย

"ซวยเเล้ว" ลมบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปอธิบายกับนาที "คือพอดีก่อนกลับมาที่นี่ พี่เเวะไปเอาของที่คอนโดมาครับ เเละอากาศข้างนอกก็ร้อนมากพี่รู้สึกไม่สบายตัวเลยอาบน้ำก่อนมา"

"หือ" นาทีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยยามได้ยินคำบอกกล่าวอันเเสนจะยาวเหยียดของลม

"จริงๆนะครับ พี่ไม่ได้ไปเหลวไหลที่ไหนเลย ที่อาบน้ำเพราะร้อนจริงๆไม่ได้ต้องการปกปิดอะไรเลย ไม่เชื่อทีถามกรหรือไม่ก็ขุนได้เลยนะ" คนมีชนักติดหลังเริ่มลนลานยามที่เห็นท่าทางของนาทีที่ดูเหมือนจะสงสัยในตัวเขายิ่งกว่าเก่า

"ตอนเเรกผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกครับ เเต่พอเห็นคำอธิบายยาวเหยียดเเล้วเริ่มชักไม่เเน่ใจ"

"ทีค้าบบบบบบ~~"  ลมเรียกชื่อนาทีด้วยเสียงออดอ้อน พร้อมกับเดินเข้าไปกอดเอวนาทีไว้หลวมๆ

"เนี่ย ยิ่งทำเเบบนี้ พี่ลมยิ่งดูมีพิรุธนะครับ" นาทีเอ่ยหยอกคนตรงหน้า นาทีไม่ได้คิดมากอะไรกับเรื่องนี้ เขาเชื่อใจลม เเต่ที่เอ่ยถามออกไปเพียงเพราะสงสัยเท่านั้นเองว่าทำไมชุดถึงไม่ใช่ชุดเดิม เมื่อได้ฟังคำอธิบายเขาก็ไม่ติดใจอะไรอีก

"ทำอะไร พี่ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ กอดเมียก็ดูมีพิรุธเหรอครับ"

"เพี๊ยะ! ปล่อยเลยนะครับ ทีจะรีบไปทำไข่ตุ๋นให้ลูก" นาทีตีเเขนของลมเบาๆเพื่อให้ชายตัวโตที่กำลังกอดเขาเเน่นปล่อยเขาสักที ตอนเเรกลมก็ยืดยื้อไม่ยอมปล่อยง่ายๆ นาทีทั้งหยิกทั้งตีไปอีกหลายๆทีกว่าอีกคนจะยอมปล่อย จากนั้นลมก็เดินจูงมือลูกชายไปเล่นด้วยกันตรงหน้าทีวี ส่วนเขาก็ได้เวลาไปทำไข่ตุ๋นสักที



ครืดครืด~  ครืดครืด~ ครืดครืด~

โทรศัพท์ของลมที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่ามีคนกำลังโทรฯเข้ามา ลมละสายตาจากกองของเล่นของลูกชาย มองไปยังโทรศัพท์ที่หน้าจอสว่างอยู่ในขณะนี้ว่าใครกันเป็นคนโทรฯมา ลมขมวดคิ้วเล็กน้อยยามเมื่อได้เห็นชื่อที่ปรากฎอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาไว้ในมือ

"น้องตุลย์เล่นไปก่อนนะครับ เดี๋ยวป๊าขอคุยโทรศัพท์แป๊ปนึงนะ"

"คับ"

ลมยื่นมือไปขยี้หัวลูกชายสองสามทีก่อนจะกดรับสาย

"ครับ"

(เป็นไง วันนี้ได้ข่าวว่าลมที่มักจะสงบนิ่ง กลับกลายเป็นพายุขนาดย่อมๆเหรอ)

"ที่โทรฯมาไม่ใช่เพราะว่ารู้อยู่เเล้วเหรอครับ"

(ก็พ่อเป็นห่วงน้องลม เลยอยากโทรฯมาถามด้วยตัวเอง เเต่ดูน้องลมพูดกับพ่อสิ)

"พ่อครับ~~" ลมเรียกพ่อขอตัวเองด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ "ผมจะสามสิบเเถมมีลูกมีเมียเเล้วนะ เมื่อไหร่พ่อจะเลิกเรียกผมว่าน้องลมสักทีครับ"

ลมบ่นโอดครวญกับคนเป็นพ่อของตัวเอง เขาโตจนอายุจะสามสิบเเต่ในสายตาของคนเป็นพ่อกลับมองเขาเป็นเเค่น้องลมวัยสามขวบเช่นเดิม

เขาไม่รู้สึกเเปลกใจเลยสักนิดที่เมื่อก่อนตัวเองเเทบเอาชีวิตไม่รอดตอนโดนทำร้าย ก็เขาโดนพ่อเเละพี่ชาย ทั้งโอ๋ ทั้งตามใจ ประคบประหงมซะขนาดนั้น

เเต่ก็ยังดีหน่อยที่คำเรียกสุดเเสนจะอ่อนโยนเช่นนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออยู่กับคนในครอบครัวเท่านั้น ยามออกไปพบปะผู้คนข้างนอกพวกเราต่างก็มีมิติตัวตนอีกตัวตนนึงที่เเสดงออกมา

(พ่อก็เรียกน้องลมเเบบนี้มาตั้งเเต่อยู่ในท้องเเม่ จู่ๆเราจะให้พ่อเลิกเรียก ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ)

"ตอนเด็กๆมันก็น่ารักอยู่หรอกครับ เเต่ตอนนี้สภาพผมเหมาะกับคำว่าน้องลมตรงไหนกันครับ ตัวสูงใหญ่ หน้าคมเข้ม มาดนักธุรกิจ ใส่สูท ผูกเน็กไท นั่งเซ็นเอกสารซะขนาดนี้ คนอื่นมาได้ยินอายเขาตาย"

(โอเคๆเปลี่ยนเรื่องๆ เเล้ววันนี้เป็นยังไงบ้างเรียบร้อยดีนะ พี่รุตเขาก็บ่นเป็นห่วงลมเหมือนกัน)

"เรียบร้อยดีครับ"

(ดีเเล้ว)

"ฝั่งพ่อเป็นยังไงบ้างครับ"

(ฝั่งพ่อไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก)

"อาบรรพตล่ะครับ"

(ตอนนี้ยังสบายดี พ่อยังไม่ว่างพอไปเล่นด้วย เลยปล่อยให้อยู่ในห้องที่โดนขังไปก่อน เเต่พี่รุตมีเเวะไปเยี่ยมบ้างนะ ไปนั่งกินข้าวนิ่งๆเเล้วก็กลับ จนบรรพตเเทบจะเป็นบ้าอยู่เเล้ว เพราะไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรกันเเน่)

"หึ! ครับ"

(เเล้วเรื่องที่บ้านน้องโดนเผา จัดการหรือยัง)

"ผมสั่งให้กรจัดการเเล้วครับ"

(อืม ลมรู้ใช่ไหมว่าเหตุการณ์นั้นไม่เกี่ยวอะไรกับลม มันเป็นเเค่ความบังเอิญ ที่กลุ่มคนวางเพลิงเป็นกลุ่มในเครือของบรรพตเท่านั้น)

"ทราบครับ"

(ดีเเล้ว ลมเลิกโทษตัวเองได้เเล้วนะ) น้ำเสียงห่วงใยที่ส่งมาตามสาย ทำให้ลมเผลอยกยิ้มอ่อนโยนอย่างไม่รู้ตัว

"ป๊า ยิ้มมัยคับ"

(หลานพ่ออยู่ด้วยเหรอ!! )

คนในสายส่งเสียงถามด้วยความตื่นเต้น เพราะเจ้าตัวเคยเห็นเด็กชายตุลย์ผ่านรูปถ่ายเเละคลิปวีดีโอที่ลมส่งมาให้ดูเท่านั้น เเถมลูกชายของเขายังหวงลูกกับเมียมาก ไม่ยอมให้คุย ไม่ยอมพามาเจอสักที จะบินกลับไปหาเอง เขาก็ไม่มีเวลาว่างมากพอ

(ขอพ่อคุยกับหลานบ้างสิ น้องลมจะหวงหลาน หวงเมีย กับพ่อไปอีกนานเเค่ไหน)

"เมื่อไหร่ที่พ่อเลิกเรียกผมว่าน้องลมผมจะเลิกหวงครับ"

(เดี๋ยวพ่อจะโทรฯเปิดกล้องไป ถ้าลมไม่รับเราได้มีเรื่องกันเเน่..ติ๊ด!)


ครืดครืด~ ครืดครืด~ ครืดครืด~

รอไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เเต่ครั้งนี้เป็นการโทรฯเปิดกล้องที่สามารถเห็นหน้ากันได้ ลมถอนหายใจหนักๆก่อนจะกดรับสาย

(พ่อขอคุยกับหลานหน่อย)

"น้องตุลย์ครับ ลุกมาหาป๊าหน่อยครับ ป๊ามีคนที่อยากให้น้องตุลย์รู้จัก"

"คัยเหรอคับ"

"พ่อของป๊าเองครับ"

"พ่อของป๊าเหรอ" เด็กชายเอียงคอสงสัย

"ครับ พ่อของป๊า ปู่ของน้องตุลย์"

"ปู่เหรอคับ" เด็กชายตุลย์ตาโต รีบลุกไปหาป๊าของตัวเองที่นั่งอยู่ใกล้ๆทันที

(น่ารักจังเลยหลานปู่) คนในสายอดที่จะเอ่ยชมความน่ารักของหลานชายตัวเองออกมาไม่ได้ ยามเมื่อได้เห็นหน้าหลานชัดๆ

"ปู่เหรอ ปู่ของตูนตูนเหรอคับ" เด็กชายตุลย์เงยหน้าถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง

"ครับ น้องตุลย์สวัสดีคุณปู่สิครับ"

"คุณปู่ ตูนตูนสวัสดีครับ" เด็กชายตุลย์ยกมือไหว้คนเป็นปู่อย่างนอบน้อม เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนเป็นปู่ได้อย่างดี

"แนะนำตัวกับคุณปู่ด้วยสิครับ ไม่อย่างนั้นคุณปู่จะไม่รู้จักนะ" ลมเอ่ยบอกลูกชาย

"ตูนตูนชื่อ เด็กชายตนุภัทร ปิญชาน์คับ ชื่อเล่นชื่อน้องตุลย์ เรียนอนุบาลหนึ่งห้องคุณฉิงโตคับ..... คุณปู่ชื่ออารายคับ" เพราะไม่รู้ว่าคุณปู่ชื่ออะไร เด็กชายตุลย์จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความไร้เดียงสา

"ฮ่าๆๆ สวัสดีครับ ปู่ชื่อ นภดล เศรษฐ์ถิรคุณ ชื่อเล่นชื่อ นภ ตอนนี้ทำงานเเล้วครับ"

คนเป็นปู่เเนะนำตัวเองเลียนเเบบหลานชาย จนลมที่ได้ยินถึงกับส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของคนเป็นพ่อ หมดกันมาดนักธุรกิจใหญ่ผู้น่าเกรงขาม ลมละอยากให้คนอื่นๆมาเห็นจริงๆ จะได้รู้นักธุรกิจที่ทุกคนหวั่นเกรงนั้น ตอนอยู่กับครอบครัว อ่อนโยน อบอุ่น ใจดี ขี้เล่นขนาดไหน

"ปู่นภ~" เด็กชายตุลย์เอ่ยเรียกชื่อคนเป็นปู่เสียงหวาน จนเจ้าของชื่อเเทบใจละลาย

ถ้าหลานปู่จะน่ารักขนาดนี้ มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ มรดกปู่จะยกให้หลานหมดเลย

เเละหลังจากที่เเนะนำตัวกันเสร็จ สองปู่หลานที่เพิ่งมีโอกาสได้ทำความรู้จักกัน ก็คุยกันต่ออย่างสนุกสนานจนลืมเวลา

นาทีที่เดินเข้ามาตามสองคนพ่อลูกให้ไปทานข้าวเย็น ได้เเต่ขมวดคิ้วสงสัย เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองกำลังถือโทรศัพท์คุยกับใครบางคนด้วยท่าทางเริงร่า

"หม่าม้า!" เด็กชายตุลย์ที่หันมาเห็นคนเป็นเเม่ตะโกนเสียงดัง ก่อนจะรีบวิ่งตุ๊บตั๊บพร้อมกับถือโทรศัพท์ไว้ในมือมาหาคนเป็นเเม่ "หม่าม้า ปู่ละ ปู่ของตูนตูน ปู่นภ" เด็กชายตุลย์ผู้ที่กำลังเห่อคุณปู่คนใหม่ที่เเสนจะใจดีรีบเเนะนำคุณปู่ให้คนเป็นเเม่ได้รู้จักด้วย

นาทีตกใจตาโต ทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ๆลูกชายก็หันหน้าจอโทรศัพท์มาทางเขาเเละเเนะนำว่าคนในโทรศัพท์เป็นใคร

ถ้าชายหนุ่มวัยกลางคนที่อยู่ในโทรศัพท์เป็นปู่ของน้องตุลย์ งั้นก็เเสดงว่า....พ่อของคุณลม!!!!

"สะ สวัสดีครับ" นาทีเอ่ยทักทายด้วยเสียงตะกุกตะกักเพราะความประหม่า

(สวัสดี ชื่อนาทีใช่ไหมเรา) นภดลเอ่ยถามชายหนุ่มที่กำลังยืนทำสีหน้าไม่ถูกด้วยน้ำเสียงใจดีเเละรอยยิ้ม

"คะ ครับ"

(ได้คุยและได้เจอกันสักทีนะ.........ลูกชายพ่อคงสร้างเรื่องให้เราเดือดร้อนเยอะเลยสินะ)

(ไม่ ไม่เลยครับ)

(คิดไว้ตลอดถ้าได้เจอกัน อยากจะบอกขอบคุณเเละขอโทษ...... ขอโทษนะที่ครอบครัวเราทำให้นาทีลำบากหลายเรื่องเลย เเละก็ขอบคุณนะที่วันนั้นช่วยเหลือลมไว้) นภดลเอ่ยทั้งหมดออกมาจากใจจริง เขาทั้งรู้สึกขอบคุณเเละอยากขอโทษนาที

"ไม่เป็นไรเลยครับคุณลุง"

(นาที) เสียงใจดีที่มีก่อนหน้าได้หายไป เหลือเพียงเสียงดุๆที่เอ่ยเรียกชื่อของนาที จนทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งตกใจ ไหนจะสีหน้าที่เเปรเปลี่ยนจากอ่อนโยนเป็นนิ่งขรึมนั้นอีก ทำให้นาทีรู้สึกหน้าซีดเพราะไม่รู้ว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดลงไปหรือเปล่า

"คะ ครับ"

(เรียกลุงได้ยังไงกัน ต้องเรียกพ่อสิ ไหนลองเรียกใหม่สิ)

"เอ่อ...."

(..........)

"คุณพ่อ" นาทีเอ่ยเรียกเบาๆเพราะรู้สึกเขินอายเเบบบอกไม่ถูก

(เห็นไหม ดีกว่าคุณลุงตั้งเยอะ)

นาทีไม่คิดเลยว่าเขาจะได้คุยกับพ่อของลม เเต่จะว่าไปคุณลมก็หน้าเหมือนคุณพ่อเหมือนกันนะ อีกอย่างพ่อของคุณลมใจดีกว่าที่เขาคิดไว้มาก รอยยิ้มที่ยิ้มให้นาทีเองก็ดูอ่อนโยนเเละอบอุ่น คงจะเป็นคุณพ่อที่ดีมากเเน่ๆเลย ไม่เเปลกใจเลยทำไมคุณลมถึงเป็นคนอ่อนโยน เเละใจดี ได้คุณพ่อมาเต็มๆนี่เอง

นภดลพูดคุยกับหลานชายเเละลูกสะใภ้ต่ออีกนิดหน่อยก็ขอวางสาย เพราะตัวเองมีธุระต้องไปทำต่อ ส่วนครอบครัวของลูกชายก็ถึงเวลาอาหารเย็นเเล้ว

(ไว้ว่างๆให้ลมพามาเที่ยวบ้างนะ)

"ครับ"

(ถ้าอย่างนั้นพ่อขอตัวก่อนนะ คุยกันเสียนานเลย)

"ครับ... น้องตุลย์บอกลาคุณปู่ก่อนครับ"

"ปู่นภสวัสดีคับ ตูนตูนบ๊ายบาย"

(บ๊ายบายครับ)

"คุณพ่อดูเเลตัวเองด้วยนะครับ"

(ขอบใจมาก เราก็ด้วยนะ)

"ครับ"

ทั้งสามคนยิ้มให้กันอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสาย ลมที่นั่งอยู่ข้างๆได้เเต่นั่งหน้าบึ้ง ก็ตั้งเเต่ที่ทั้งสามคนได้คุยกันเขาก็เเทบจะเป็นส่วนเกินในทันที


...................................................

ใช้เวลาไม่นานมื้อเย็นก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไข่ตุ๋นคุณกุ้งในมื้อนี้ก็ถูกเด็กชายตุลย์จัดการกินหมดจนเกลี้ยง คนทำเเละคนซื้อไข่ไก่ที่เห็นเเบบนั้นก็ยิ้มกันจนแก้มปริ


"ทีครับ~"

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ สามคนพ่อเเม่ลูกก็นั่งเล่นกันต่ออีกสักพักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาเข้านอนของเด็กชายตุลย์ ตอนนี้เด็กชายตุลย์กำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ นาทีที่เดินออกมาหยิบกางเกงลายคุณหมีให้ลูกชายหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อจากคนตัวโต

ฟึบ!

ลมเดินเข้ามาสวมกอดนาทีเอาไว้หลวมๆ

"ฟอด ~ ฟอด~" เเก้มนิ่มทั้งสองข้างของนาทีโดนลมขโมยหอมอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ทำไมวันนี้ดูอ้อนๆจังเลยครับ" นาทีที่เห็นท่าทางอ้อนๆของลมก็อดที่จะสงสัยเเละเอ่ยถามออกไปไม่ได้

"พี่ก็อ้อนปกตินะครับ จุ้บ!" ไม่พูดเปล่าลมยังมีการขโมยจุ้บจากนาทีอีกด้วย

"หืม ทีเริ่มชักหวั่นๆเเล้วนะครับ พี่ลมอยากได้อะไรครับ"

"พี่เสียใจนะเนี่ย เเค่อยากอ้อนเมียเเต่เมียไม่เข้าใจ" ลมเเกล้งทำสีหน้าเศร้าๆ " ตอนเเรกพี่ก็เเค่อยากอ้อนเฉยๆ เเต่พอทีถามว่าพี่อยากได้อะไร พี่ก็คิดขึ้นได้เลยครับ ว่าอยากได้อะไร"

"............" นาทีเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

"อยากให้น้องทีไปนอนด้วยกันกับพี่ลมที่ห้องข้างๆสักสามสี่ชั่วโมงจังเลยครั.....โอ๊ย พี่เจ็บนะครับ"

"ใครใช้ให้ทะลึ่งละครับ"

"ทะลึ่งตรงไหนกัน พี่ลมคิดถึงน้องทีไม่ได้เหรอคะ" เพราะรู้ดีว่าทำยังไงนาทีถึงจะใจอ่อน ลมจึงพยายามออดอ้อนนาทีอย่างเต็มที่ ตอนเเรกก็ตั้งใจว่าจะหยอกเล่นๆ เเต่ตอนนี้เเอบคิดจริงจังนิดๆ เเต่ก็นะ นาทีคงไม่ยอมเล่นด้วยง่ายๆ

"ที....."

"หม่าม้า!"

ยังไม่ทันที่นาทีจะได้ตอบคำถามของลม เจ้าตัวก็โดนลูกชายที่อยู่ในห้องน้ำตะโกนเรียกขัดจังหวะเสียก่อน

"จริงๆเลยน้า ตัวเล็ก" ลมบ่นออกมาอย่างจริงจังนัก พร้อมกับคลายอ้อมกอดออกเพื่อให้นาทีเดินไปหาลูกชาย

เมื่อลมคลายอ้อมกอดออก นาทีก็เดินตรงไปยังห้องน้ำ เเต่ก่อนที่จะเข้าไปด้านใน นาทีก็หันกลับมาส่งยิ้มและพูดบางอย่างกับลมก่อน

"หลังจากลูกหลับนะครับ" พูดจบนาทีก็รีบเดินหน้าเเดงเข้าไปหาลูกชายภายในห้องน้ำทันที


ฝ่ายลมในตอนนี้ได้เเต่ยืนนิ่งๆ สายตาจับจ้องไปยังทางห้องน้ำ พร้อมกับความคิดที่โลดเเล่นอยู่ภายในหัว

หลังจากลูกหลับ?.....


เมียตกลงเหรอ?.......


เฮ้ย!!! เมียตกลงด้วยว่ะ.......


เอาว่ะ......ฟิตร่างกายให้พร้อม นานๆทีเมียจะตกปากรับคำ คืนนี้ถ้าลูกคนที่สองไม่มา จะไปเปลี่ยนชื่อจาก 'ภูวิศ' เป็น 'ไอ้คนไร้น้ำยา' เลยคอยดู


ว่าเเล้วก็วิดพื้นวอร์มร่างกายสักหน่อย ฮึบ!.......


...............................................................

TBC.

ฝากทุกๆคนเอ็นดูเฉือน้อยตูนตูนด้วยนะคะ ไม่งั้นเดี๋ยวตูนตูนจะขู่ โฮก! โฮก! เยยนะ ☺


ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ


ขอบคุณมากๆนะคะ


ครอบครัวพี่ลมเป็นครอบครัวที่น่ารักนะคะ คุณพ่อคืออบอุ่นมาก

 คำเรียกว่าน้องลมของคนเป็นพ่อ เราไม่เเน่ใจว่าตรงนี้หลายๆคนจะติดขัดหรือเปล่า ถ้าติดขัดเราต้องขอโทษด้วยนะคะ เเต่เราก็ตั้งใจที่จะเขียนออกมาเเบบนี้ค่ะ คือเราอยากให้ตัวละคร ไม่ว่านอกบ้านจะนิ่งขรึม เหี้ยมโหดปานใด เเต่เวลาอยู่กับคนในครอบครัวหรืออยู่ที่บ้านอยากให้เขาเป็นคนที่น่ารัก เป็นตัวของตัวเองโดยธรรมชาติค่ะ


ตอน 18.00 แคนจะมาลงเพิ่มอีก 2 ตอนนะคะ


แอบขายของนิดนึงนะคะ จริงๆตอนนี้เจ้าหนูตูนตูนมีเปิดพรีออร์เดอร์อยู่นะคะ หากใครสนใจแอดไลน์ @050zmsmj มาสอบถามได้นะคะ แคนอยากจะแทรกรูปให้ดูแต่แทรกไม่เป็นค่ะ แง้  :mew6: ฝากทุกคนเอ็นดูเจ้าหมูตุ้บด้วยนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-10-2021 13:57:52 โดย sadvoice »

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น้องลมอาจจะต้องเปลี่ยนชื่อนะคะ ถ้าน้องตูนตูนไม่ยอมนอน... คุคุคุ...

ปล. อยากแซวมากอะคะ แซวให้เขินกันไปข้างเลยอะ...
"น้องลมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม"
555... น่ารักค่ะ... ^0^ ...

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
23
เป็นห่วงเป็นใย...


(กร + คีย์)


"ซี้ดดดดด....."

"............"

"เบาหน่อยคุณ"

".............."

"โอ๊ย! เจ็บนะคุณ"

"สมน้ำหน้า ร้องเอะอะโวยวายดีนัก"

คีย์ได้เเต่นั่งทำหน้าเหม็นเบื่อผู้ชายตรงหน้าที่ทำท่าทางเจ็บปวดปางตายจนหน้าหมั่นไส้ ทั้งๆที่ตอนเเรกเเทบไม่เเยเเสต่อบาดเเผลของตัวเองเลยสักนิด

"เเรงคนหรือเเรงควายเนี่ยคุณ กดลงมาได้ เจ็บชะมัด"

"โหย เเล้วนี่ปากคนหรือปากหมาเนี่ยคุณ พูดจาได้หมาชะมัด"

คีย์ชักจะเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองคิดผิดมหันต์ที่ใจอ่อนยอมให้อีกคนมาที่ห้องของตัวเองเพื่อจะได้ทำเเผลให้ ตอนนั้นเขาน่าจะมีสติกว่านี้ ปล่อยให้คนตรงหน้าเลือดไหลหมดตัวให้เเผลติดเชื้อตายไปเลยยังจะดีกว่า

"ทำหน้าเเบบนั้นคิดจะฆาตกรรมผมอยู่หรือเปล่า"

ยิ่งได้ยินคำพูดของคนตรงหน้า คีย์ก็ได้เเต่ถอนหายใจเงียบๆ มือก็ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการทำแผลบริเวณไหล่ให้กรต่อไป

เฮ้อ! ไม่น่าเลยไอ้คีย์ ไม่น่าอยากกินมาม่าเลย เพราะว่าของบางอย่างหมดบวกกับอยากกินมาม่าเเท้ๆ ทำให้เขาต้องมานั่งชดใช้กรรมอยู่เเบบนี้



เหตุการณ์ก่อนหน้า.........

"...ของคุณลูกค้าทั้งหมด 1,037บาท 25 สตางค์ ค่ะ"

"นี่ครับ"

"รับเงินสดมาทั้งหมด 1,100 บาท นะคะ"

"ครับ"

"เงินทอนทั้งหมด 62 บาท 75 สตางค์ค่ะ คุณลูกค้ามีส่วนลดท้ายใบเสร็จ สามารถนำมาใช้ได้ในครั้งถัดไปนะคะ ขอบคุณค่ะ"

"ครับ ขอบคุณครับ"

หลังจากที่รับเงินทอน คีย์ก็กวาดของทุกอย่างใส่ลงในกระเป๋าผ้าที่เตรียมมา ก่อนจะเดินออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดอยู่ด้านล่างคอนโดเพื่อกลับขึ้นไปยังห้องพักด้านบน

เหตุผลที่คีย์ตัดสินใจซื้อคอนโดเเห่งนี้ นอกจากความสะดวกสบายในด้านของอาหารการกินเเล้ว ยังสะดวกเรื่องของการเดินทางไปทำงานอีกด้วย ระยะทางจากคอนโดไปร้านกาเเฟใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีเพียงเท่านั้น

หากจะถามหาข้อเสีย สำหรับคีย์ก็คงมีอย่างหนึ่งที่พอจะมองเห็น นั่นก็คือขนาดห้องที่กว้างเเละใหญ่เกินไป อาจจะมีหลายคนตั้งคำถามว่า ห้องกว้างใหญ่มันไม่ดีตรงไหน จะว่าดีมันก็ดีครับ เเต่บางครั้งการอยู่ห้องที่กว้างใหญ่เพียงคนเดียว มันก็ทำให้คนโสดๆเเบบคีตกานต์คนนี้ เหงาจับหัวใจเช่นกัน พูดเเล้วอยากจะปาดน้ำตา หันมองเพื่อนมีลูกมีสามีกันหมด ตัดภาพมาที่ตัวเองยังเดินถือถุงมาม่าเดินโดดเดี่ยวเลี้ยวมารอลิฟต์เพื่อไปต้มมาม่าเเล้วนั่งกินคนเดียวบนห้องอยู่เลย เฮ้อ!!

สวรรค์ไม่เข้าใจ! สวรรค์ไม่เข้าใจคีย์!!!!

ได้โปรดส่งเเฟนหล่อๆนิสัยดีมาให้คีตกานต์คนนี้สักคนเถอะครับ

"คุณจริงๆด้วย"

"เฮ้ย!!" คีย์หันขวับมองตามเสียงทักทายที่คุ้นหูพร้อมกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ยามที่ได้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดๆ

เเม่ง! สวรรค์ไม่มีจริง จริงๆด้วย!! นอกจากจะไม่ส่งเเฟนมาให้เเล้ว ยังส่งมารผจญมาให้อีก

คีย์ได้แต่โอดครวญอยู่ในใจ สวรรค์จะส่งไอ้คุณกรจอมหน้านิ่ง ผู้กวนอวัยวะเบื้องล่างหน้าตายมาให้เขาทำไมเนี่ย!

"คุณมาได้ไง ตามผมมาเหรอ" คีย์เอ่ยถามด้วยสีหน้าท่าทางที่หวาดระเเวงเล็กน้อย

"คุณมีอะไรให้น่าตามขนาดนั้น" กรหันไปมองคีย์แป๊ปนึงก่อนจะหันไปมองลิฟต์ตามเดิม

"ก็มีดีพอตัว" คีย์ไหวไหล่ เชิดหน้า เถียงตอบคนข้างๆอย่างไม่ยอมเเพ้

ถ้ามองเเบบไม่อคตินายหน้านิ่งก็หน้าตาดีเหมาะเเก่การจีบมาเป็นเเฟนอยู่หรอก เเต่เรื่องปากเเละทักษะการกวนโมโหชาวบ้านให้เลือดพุ่งสูงอันนี้ไม่ไหว คีย์คิดว่าเขาขอปัดผ่านดีกว่า

"หึ! ผมไม่ได้ตามคุณมาหรอกสบายใจได้"

"จะบอกว่าบังเอิญคุณก็อยู่ที่นี่เหมือนกันว่างั้น"

"ใช่"

"เหอะ ช่างป็นความบังเอิญที่ซวยสุดๆ"

คีย์พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมนายหน้านิ่งถึงเลือกคอนโดแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยไว้หลับนอน เพราะมันใกล้บริษัทการเดินทางก็สะดวก เเต่คอนโดอื่นก็มีเป็นร้อยเป็นพันทำไมถึงไม่เลือก เฮ้อ! ปกติก็ไม่เคยเจอกัน ทำไมบทจะเจอก็เจอกันบ่อยเหลือเกินวะ จะว่าพรหมลิขิตก็ไม่น่าใช่ หรือจะเป็นบทนิยายที่ใครสักคนเขียนขึ้นมา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงได้โปรดเปลี่ยนบทให้เขาด้วยเถอะ

"ผมหล่อจนต้องมองตาค้างเลยเหรอคุณ"

"หลงตัวเอง" คีย์มองค้อนกรทันทีเมื่อได้ยินประโยคชวนเเสลงหูจากอีกฝ่าย

"หรือว่าดีใจจนทำอะไรไม่ถูกที่รู้ว่าได้อยู่คอนโดเดียวกับผม"

"ดีใจบ้านคุณสิ"

"หึ!"

ส่วนกร ยามที่ได้เห็นท่าทางหงุดหงิด อารมณ์ไม่ดีของคีย์ กรก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเเหย่อีกคนให้หงุดหงิดมากยิ่งขึ้นไปอีก คนอะไรเวลาหงุดหงิดเเล้วชอบขู่ฟู่ฟู่ อย่างกับลูกเเมว ไหนจะปากยื่นๆนั่นอีก น่าบีบชะมัด

คอนโดแห่งนี้กรเองก็เพิ่งซื้อได้ไม่นาน ซึ่งนอกจากเขาเเล้ว ทั้งบอสเเละขุนก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน พวกเขาซื้อห้องกันคนละห้อง เพราะทำเลตรงนี้ดี ใกล้บริษัท ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย

ปกติเเล้วกรจะขับรถขึ้นไปจอดยังลานจอดรถเเล้วกดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่ตัวเองอยู่เลย เเทบจะไม่เคยใช้ลิฟต์ด้านล่างตัวนี้ เเต่วันนี้หลังจากกลับมาจากทำธุระให้เจ้านายเสร็จเขาก็ได้โทรให้ขุนมารับ และโดนขุนนำมาทิ้งไว้ตรงหน้าคอนโดเพราะเจ้าตัวรีบไปสังสรรค์ต่อ จนเป็นเหตุให้เขาได้มาเจอกับคุณเจ้าของร้านกาเเฟอย่างที่เห็น

ติ๊ง!

เสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นเปรียบเสมือนระฆังที่ส่งเสียงบ่งบอกให้รู้ว่าการต่อสู้ของรอบนี้ได้จบลงเเล้ว

คีย์สะบัดหน้าใส่กรเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขาเข้าไปในลิฟต์ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กรเองก็ก้าวขาเข้าลิฟต์ด้วยเช่นกัน

ต่างฝ่ายต่างก็หันมามองหน้ากันเเละกัน เเต่เป็นคีย์ที่ยู่หน้าเล็กน้อยเเละเดินกระเเทกไหล่ของกรเข้าไปในลิฟต์ก่อน

"อึก!" กรที่ไม่ทันตั้งตัวเผลอนิ่วหน้าออกมาเพราะรู้สึกเจ็บ ก่อนจะเดินเข้าไปในลิฟต์และกดชั้นของตัวเอง

"โดนนิดๆหน่อยๆทำเป็นเจ็บ" คีย์พูดออกมาเบาๆคล้ายกับกำลังพูดกับตัวเอง

พรึบ!

กรไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป เขาทำเพียงเเค่ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก

"เฮ้ยๆๆๆ คุณ ถอดเสื้อทำไมอะ"

"..........."

"ผมสู้คนนะบอกก่อน.......เฮ้ยคุณ! ไปทำอะไรมา ผมกระเเทกไหล่เเรงจนเลือดไหลเลยเหรอ ฉิบหายเเล้วไอ้คีย์" จากที่ตอนเเรกที่คีย์ตั้งท่าจะโวยวาย ตอนนี้สีหน้าคีย์แปรเปลี่ยนเป็นตกใจเเละลนลานเเทนยามที่เห็นเลือดสีเเดงๆซึมทะลุเสื้อเชิ้ตสีขาวของกรออกมา

"คุณ ใจเย็นๆ"

"เย็นได้ไง เลือดเลยนะคุณ"

เเม้คีย์จะไม่ชอบหน้ากรมากเพียงใด เเต่การที่เห็นอีกคนมีเลือดเเบบนี้เขาก็อยู่เฉยไม่ได้ ยิ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากเขาด้วยแล้ว เขายิ่งอยู่เฉยไม่ได้เข้าไปใหญ่

"ผมไม่เป็น........โอะ โอ๊ย เจ็บชะมัดเลย คุณกระแทกไหล่ผมจนเเผลปริเลย" จากตอนเเรกที่จะเอ่ยบอกอีกคนว่าไม่เป็นไร เเต่กรกลับเปลี่ยนใจร้องโอดโอยออกมาเเทน

"เจ็บเหรอ คุณเจ็บเหรอ ผมไม่รู้ ผมขอโทษนะ"

เมื่อได้ยินเสียงร้องโอดโอยของกร คีย์ก็รีบพุ่งตัวไปหากรทันทีอย่างลืมตัวด้วยความเป็นห่วง จนตัวเเทบชิดติดกัน ส่วนกรที่เห็นท่าทางของอีกคนที่เป็นห่วงเขาก็แอบยกยิ้มมุมปากนิดๆให้กับความน่ารักของคนตรงหน้า การร้องโอดโอยไปก่อนหน้านี้ ก็เเค่สำออยเท่านั้นเเหละ

"คุณไปโรงพยาบาลทำแผลก่อนไหม เดี๋ยวเลือดไหลหมดตัวนะ"

"นั่นสินะ เเต่ผมไม่อยากไปโรงพยาบาลด้วยสิ จะทำแผลเองก็ไม่ถนัด งั้นปล่อยไว้เเบบนี้เเหละ เดี๋ยวเลือดคงหยุดไหลเเละเเผลคงหายเอง" กรพูดด้วยท่าทางเเละใบหน้านิ่งๆที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

"............." ใบหน้าของคีย์ตอนนี้คิ้วขมวดกันเเน่นราวกับคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะพูดบางอย่างออกมาที่ทำให้กรลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

"ถ้าอย่างนั้นคุณไปที่ห้องผมก่อน เดี๋ยวผมทำแผลให้เอง"



และนั่นก็คือเรื่องราวก่อนหน้าที่ทำให้คีย์ต้องมานั่งทำแผลให้กรอยู่ภายในห้องของตัวเอง

"เสร็จเเล้ว อีกอย่างถ้าพูดหรือคิดอะไรดีๆไม่ได้ อย่างน้อยๆพูดคำว่าขอบคุณออกมายังจะดีกว่านะ"

"ขอบคุณครับ" กรเอ่ยขอบคุณคีย์ด้วยเสียงน้ำเสียงนุ่มทุ้ม

"อะอืม อื้ม ว่าเเต่จะไม่บอกจริงๆใช่ไหมว่าไปทำอีท่าไหนถึงโดนคนอื่นเอามีดมาปาดไหล่เล่นเเบบนี้" คีย์ถามกรเรื่องนี้หลายครั้งเเล้วเเต่กรบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบตลอด คีย์ไม่ได้ถามเพราะต้องการยุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัวของกร คีย์ถามด้วยความเป็นห่วงจริงๆ จะมีใครที่อยู่ๆก็โดนมีดเชือดมาเเบบนี้บ้าง ไม่มีหรอก

"ผมบอกเเล้วว่าไม่มีอะไรหรอก คุณอย่าใส่ใจเลย"

"เหอะ ไม่ยุ่งด้วยก็ได้ ทำแผลเสร็จเเล้วก็กลับห้องคุณไปได้เเล้ว" คีย์เบ้ปากด้วยความขัดใจ ก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่กล่องไว้เหมือนเดิม

"งอนเหรอ" กรที่เห็นท่าทางของคีย์ก็อดที่จะถามออกไปไม่ได้

"ใครงอนคุณ"

"คุณไง"

"ผมจะงอนคุณทำไมไม่ทราบ"

"ที่ผมบอกว่าอย่าใส่ใจเลย เพราะเรื่องราวมันไม่มีอะไรเลย ผมเเค่บังเอิญไปเจออันธพาลกลุ่มหนึ่งเเละพลาดท่าโดนพวกมันเล่นทีเผลอจนได้แผล มาหนึ่งเเผลอย่างที่คุณเห็นนี่เเหละ"

สิ่งที่กรบอกคีย์ไปคือเรื่องจริง เขาไปจัดการบางอย่างให้บอส เเละด้วยความที่ไม่ทันระวังตัว เขาโดนฝั่งตรงข้ามเล่นทีเผลอจนได้เเผลที่หัวไหล่มาหนึ่งเเผล ซึ่งมันเป็นเเผลที่กรมองว่าเล็กน้อยมาก แผลใหญ่เเละสาหัสกว่านี้เขาก็เคยได้รับมาเเล้ว เเต่สำหรับคีย์ดูเเล้วคงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ก็เจ้าตัวดูกังวลกับเเผลที่ไหล่ของเขามาก

"บอกทำไมใครอยากรู้" เเม้ปากจะพูดเหมือนไม่สนใจ เเต่ในใจจากที่ขุ่นมัวของคีย์กลับรู้สึกดีขึ้น "กลับห้องคุณไปได้เเล้ว เเล้วก็ระวังอย่าให้เเผลโดนน้ำละ กินข้าวเเล้วกินยาดักไว้ด้วยก็ดีนะคุณ"คนปากร้ายเเต่ใจดีก็ยังคงบ่นกรไปเรื่อยๆ ด้วยความเป็นห่วงด้วย ความลืมตัว

"........."

"นั่งหน้านิ่งอะไรของคุณ กลับไปสิ ผมหิวเเล้ว จะต้มมาม่ากินสักหน่อย"

"ไม่ชวนผมอยู่กินด้วยเหรอ"

"ทำไมต้องชวน กลับไปกินห้องคุณสิ ที่ห้องไม่มีข้าวกินหรือไง"

"ไม่มี"

"อย่ามาตีเนียน"

"จริงๆนะคุณ"

".........."

"คีย์ครับ"

"ก็ได้ๆ!!! พูดมากอีกเเล้ว"พูดเสร็จคีย์ก็สะบัดหน้าที่ขึ้นสีเเดงระเรื่อใส่กร เเละรีบสาวเท้าเข้าไปในครัวพร้อมหูที่ขึ้นสีเเดงจัดทันที

กรได้เเต่นั่งยิ้มขำให้กับท่าทางที่ทำอะไรไม่ถูกของคีย์ ตอนเเรกเขาตั้งใจจะต่อปากต่อคำกับคีย์ต่อ เเต่มาคิดๆดูเเล้วถ้ายังไม่เลิกเถียงเขาคงโดนเตะออกจากห้องจริงๆเเน่

เเละจากที่เขาสังเกต ถ้าคิดไม่ผิดเหมือนคีย์จะเเพ้เสมอเวลาที่เขาพูดคำว่าครับ ดังนั้นกรจึงเลือกที่จะพูดมันออกไปผสมกับเสียงอ้อนหน่อยๆ ซึ่งมันก็ได้ผลตามที่กรคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด



คีย์ใช้เวลาในการต้มมาม่าไม่นานก็เสร็จพร้อมทาน กลิ่นมาม่าหอมๆลอยฟุ้งชวนให้รู้สึกหิวยิ่งกว่าเดิม ทั้งสองคนนั่งกินกันเงียบๆโดยไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆทั้งสิ้นบนโต๊ะอาหาร ใช้เวลาไม่นานมาม่าเครื่องเเน่นที่หน้าตาน่ากินก็โดนทั้งสองคนกินเรียบไม่มีเหลือ

"ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อย" กรพูดขึ้นหลังจากวางเเก้วน้ำลงบนโต๊ะ

"ถ้าอย่างนั้นก็เชื่อซะนะ" คีย์พูดไปพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบจานของกรมาซ้อนถ้วยของตัวเองเพื่อนำไปล้าง

"ถึงจะไม่อยากเชื่อ ผมก็คงต้องเชื่อ"

"คนมันเก่งอะนะ" คีย์เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในฝีมือการต้มมาม่าของตัวเอง

"ผมล้างเอง คุณทำอาหารเเล้ว" กรเอ่ยอาสาเมื่อเห็นว่าคีย์กำลังจะลุกขึ้นเอาจานไปล้าง

"ไม่ต้องเลย เจ็บอยู่ไม่ใช่เหรอคุณ ผมไม่อยากใช้งานคนพิการ" พูดจบคีย์ก็เดินเอาจานไปล้างทันที



"กลับห้องคุณไปได้เเล้ว" คีย์ที่เพิ่งล้างจานเสร็จหันมาไล่กรที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทานข้าวเหมือนเดิม ไม่ยอมกลับห้องของตัวเองไปสักที

"ขยันไล่จังเลยคุณ"

"แต่คุณก็ยังหน้าด้านอยู่"

"โอเคครับๆ ผมยอมเเพ้" กรยกมือขึ้นสองข้างเป็นสัญลักลักษณ์ว่าตัวเองยอมเเพ้เเล้ว

กรลุกจากเก้าอี้ในครัว ไปหยิบเสื้อคลุมของตัวเองที่วางพาดอยู่บนโซฟา จากนั้นก็เดินไปสวมรองเท้าหน้าประตู โดยทุกๆการก้าวเดินเเละทุกๆการกระทำ จะมีคุณเจ้าของห้องคอยตามติด ราวกับกลัวว่าเขาจะขโมยของกลับบ้านอย่างไรอย่างนั้น

ถ้าจะให้หยิบของกลับห้องเขาไม่หยิบหรอก เเต่ถ้าให้หยิบเจ้าของห้องกลับไปด้วย อันนี้ก็น่าคิด

"ผมไปก่อนนะ"

"น่าจะไปได้ตั้งนาน"

"ขอบคุณสำหรับการช่วยทำแผลเเละมาม่านะคุณ"

"ทำบุญทำทาน สร้างบุญให้ตัวเอง"

"เหรอ งั้นตอนนี้บุญคงล้นตัวคุณแน่ๆ" กรเอ่ยหยอกล้อคีย์จนโดนคีย์มองค้อนใส่วงโต

"ไปสักทีเถอะ"

"ไว้เจอกันนะคุณ สำหรับคืนนี้..."

กรก้มหน้าลงมาจนหน้าของกรอยู่ระดับเดียวกับคีย์

"ฝันดีนะครับ"

คำพูดของกรว่าหวานละมุนเเล้ว เเต่รอยยิ้มของคนหน้านิ่งนั้นละมุนยิ่งกว่า

ปัง!

คีย์ที่เจอรอยยิ้มของกรเข้าไปถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้เเต่รีบปิดประตูใส่หน้ากรอย่างเเรง ส่วนตัวเองก็ยกมือขึ้นขยำเสื้อบริเวณหน้าอกที่ตอนนี้หัวใจกำลังเต้นเเรงจนเเทบจะทะลุออกมาด้านนอก ไหนจะใบหน้าที่เห่อร้อนอีกนี่อีก......

ฮือออออ!!! ไหวไหมคีตกานต์?...................


...............................................................

วันถัดมา ณ ร้าน Keyword ca'fe

"ง่วงนอนฉิบหายเลย"

"เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอพี่คีย์ ผมเห็นพี่หาวทั้งวันเลย"

"นั่นสิ คีย์ไม่สบายหรือเปล่า เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ"

"ฮั่นเเน่ เเอบคุยกับเเฟนจนดึกดื่นเเน่ๆเลยใช่ไหมคะพี่คีย์"

"ถ้ามีแฟนก็ดีนะสิวุ้น ตอนนี้มีเเต่มารที่โผล่มา เเฟนไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน"

"มาร? ใครเหรอ" นาทีถามคีย์ด้วยความสงสัย

"ช่างเถอะ มึงอย่าไปใส่ใจเลยทีเพื่อนรัก"

คีย์ขี้เกียจเกินจะอธิบายอะไรออกไปให้นาทีฟัง เลยเลือกที่จะบอกปัดไป อีกอย่างต้นเหตุที่ทำให้วันนี้เขาหาวทั้งวันก็เพราะมารตนนี้นี่เเหละ เพราะไอ้รอยยิ้มกับเสียงละมุนยามบอกฝันดีครับเเท้ๆ ที่ทำให้เขาเเทบนอนไม่หลับ มันน่าเจ็บใจชะมัด!!

"ง่วงเหรอ อาคีย์ง่วงหรอคับ" เด็กชายตุลย์ที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่บนโต๊ะถามขึ้น

"อาคีย์ง่วงนิดหน่อยครับ ไม่ง่วงเยอะ" คีย์ก้มลงมองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามองเขาตาแป๋ว

"อาคีย์อดทนน้า เดี๋ยวก็ได้นอนเเย้ว" เด็กชายตุลย์เอ่ยปลอบคนเป็นอา เขารู้ดีว่าเวลาง่วงนอนเเล้วไม่ได้นอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มมันรู้สึกไม่ดีมากๆเลย เเต่อาคีย์ยังต้องทำงานเขาเลยได้เเต่บอกให้อาคีย์ของเขาอดทน

"โอเคครับ อาคีย์จะอดทน ฮึบฮึบเลยครับ หมูตุ้บไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

"เก่ง อาคีย์เก่ง" เด็กชายตุลย์เอ่ยชมคนเป็นอาเพื่อให้กำลังใจ

"ไอ้ที ว่าเเต่ตอนที่มึงไปรับน้องตุลย์มาจากคุณลม มึงเจอหน้าผู้ช่วยหน้านิ่งของคุณลมบ้างป้ะ"

"คุณกรเหรอ"

"เออ"

"ไม่เจอนะ คีย์มีอะไรหรือเปล่า"

"เปล๊า"

"เหรออออออออออออออ" นาทีลากเสียงยาวๆพร้อมกับหรี่ตามองเพื่อนของตัวเองเพื่อจับพิรุธ

"พี่คีย์เขาเป็นห่วงพี่กรครับ"

"ไอ้เปอร์" คีย์หันไปมองเปอร์ตาเขียวปั๊ด

"ผมพูดเรื่องจริง" เปอร์ยังคงเถียงตาใส

"เงียบปากเลยนะ" คีย์พูดกับเปอร์เสียงลอดไรฟัน เเต่มีหรือที่เปอร์จะกลัว เมื่อได้โอกาสเราก็ไม่ควรปล่อยผ่าน งานเผาเจ้านายต้องมาเเล้วในนาทีนี้

"คืออย่างนี้นะพี่ที เมื่อเช้าผมเห็นพี่คีย์มาพร้อมพี่กร เเล้วเหมือนพี่กรอะ จะไม่สบาย ผมได้ยินพี่คีย์บอกให้พี่กรทานยา ทานข้าว และให้ระวังแผล คุยกันเสร็จพี่กรก็บอกพี่คีย์ว่าอาจจะมาหาตอนเที่ยง เเต่ตั้งเเต่เช้าจนถึงตอนนี้ที่ร้านใกล้จะปิดเเล้วพี่กรยังไม่โผล่หน้ามาเลย พี่คีย์เขาเลยเป็นห่วง กระวนกระวายตั้งเเต่สายๆเเล้ว ทั้งๆที่พี่กรก็บอกเเล้วเเท้ๆว่า'อาจจะ' เเต่คนทางนี้ดูท่าเฝ้ารอคอยจังเลย" เปอร์ยกยิ้มด้วยความสะใจที่สามารถทำให้คีย์เสียอาการได้

"ไม่ได้เป็นห่วงเว้ย!! " คีย์ปฏิเสธเสียงเเข็งยามเห็นสายตากรุ้มกริ่มจากนาที "ส่วนมึง แอบฟังเจ้านายเหรอไอ้เปอร์"

"เรายังไม่ได้ว่าอะไรเลย" นาทีพูดติดขำให้กับท่าทางของคีย์

"ผมเปล๊าแอบฟังน้า....... น่าพี่คีย์อย่าปฏิเสธเลยครับ พี่ดูเป็นห่วงเป็นใยเขาจะตาย ผมถามจริง เป็นห่วงเป็นใยเขา เป็นอะไรกับเขาก่อน"

"เป็นคนรู้จัก" คีย์ตอบกลับเปอร์ออกไปทันทีตามประสาคนปากไว

"โอ๊ะ ยอมรับว่าเเล้วเหรอครับว่าเป็นห่วง" เปอร์ยกยิ้มด้วยความทะเล้น

"ไอ้เหี้ยเปอร์!!!" คีย์ยื่นมือไปปิดหูเด็กชายตุลย์ที่นั่งอยู่ข้างๆไว้ ก่อนที่ตัวเองจะตะโกนคำหยาบคายออกมา

กริ๊ง! กริ๊ง!

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของคนในร้าน ที่เหลือเพียงเจ้าของร้านกับพนักงานให้หันมองพร้อมๆกันเป็นตาเดียว

"ผมมาขัดจังหวะอะไรไปหรือเปล่าครับ" คนมาใหม่เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นท่าทางชะงักของนาที เปอร์ วุ้นเเละคีย์ที่มองมายังเขา

"อากร!" เด็กชายตุลย์ตะโกนดีใจ เมื่อเห็นคุณอาครโปรดเดินเข้ามาในร้าน

"ไงสุดหล่อ"

"อากรหายไปไหนมาคับ"

"หืม ไม่ได้หายไปไหนนะครับ"

"จิงหรอคับ เเต่อาคีย์เป็นห่วง อากรหายปาย" เด็กชายตุลย์ที่นั่งทำการบ้านเเละฟังผู้ใหญ่คุยกันเงียบๆเอ่ยถามกรขึ้น เขาไม่รูู้เรื่องราวตั้งเเต่ต้น เเต่พี่เปอร์บอกว่าอากรหายไปทั้งวันจนอาคีย์เป็นห่วงเเละไม่สบายใจ

"เฮ้ย!!" คีย์ที่ได้ยินหลานชายพูดก็ตะโกนตกใจเสียงดัง "หมูตุ้บบบบบบบบ~~" ก่อนจะผ่อนเสียงลงเบาๆเเละเรียกหลานชายด้วยความอ่อนใจ ส่วนเปอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความชอบใจ

กรละสายตาจากเด็กชายตุลย์ มองไปยังคีย์ที่ยืนทำท่าทางเลิ่กลั่ก ก่อนจะเอ่ยหยอกอีกคนให้เสียอาการเล่น


"คีย์เป็นห่วงผมเหรอครับ ขอโทษนะครับที่หายไปโดยไม่ได้บอก ไม่โกรธกันนะครับ"


โว้ยยยยยยยยยยยย!!! พูดอย่างเดียวก็ได้ทำไมต้องยิ้ม


เเค่ 'ครับ' ก็ใจกระตุกพอเเล้ว


ยิ้มเเบบนี้ สงสัยต้องไปทำประกันโรคหัวใจไว้เเล้วมั้ง ใจคีย์ตอนนี้เต้นเเรงชะมัด


พ่อจ๋าเเม่จ๋าช่วยคีย์ด้วยยยยยยยยยย!!!!!


ใครไหวไปก่อนเลย ตอนนี้คีย์เริ่มไม่ไหว..........

...................................................................

TBC.

ตอนนี้เหมือนจะพบคนเสียอาการนะคะ 555555


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

เราขอขอบคุณทุกๆคอมเมนต์ (เราอ่านของทุกๆคนเลย) ทุกๆกำลังใจนะคะ

ส่วนพวกคำผิดหรือประโยคชวนงงเราจะทยอยเเก้ให้ในภายหลังนะคะ

ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ตอนเย็นแคนลงสองตอนนะคะ คือ 23 กับ 24  ค่ะ

24
เริ่มเกมได้...


"หม่าม้าๆ ม่ายมีแคร์รอตหรอคับ ฉุกี้ต้องมีแคร์รอตด้วยน้า"

  ช่วงบ่ายๆของวันเสาร์ที่อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว ในวันนี้ที่บ้านของนาทีจะมีการจัดปาร์ตี้เล็กๆเพื่อฉลองวันเกิดย้อนหลังให้กับเปอร์หนุ่มหล่อสุดกวนประจำร้าน Keyword ca'fe

ในเวลานี้นาทีเเละเด็กชายตุลย์กำลังช่วยกันเตรียมของอย่างขมักเขม้นอยู่ภายในครัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฉลองที่จะเกิดขึ้นในตอนเย็น เเละเมนูหลักในวันนี้ที่เจ้าของวันเกิดอย่างเปอร์ขอมานั่นก็คือสุกี้หม้อร้อนนั่นเอง

"จริงด้วย หม่าม้าลืมซะสนิทเลย"

ครั้นได้ยินเสียงของลูกชายที่กำลังรื้อถุงผักเพื่อนำไปล้างถามขึ้น นาทีก็รู้ได้ในทันทีว่าเขาพลาดเสียเเล้วที่ลืมหยิบผักชนิดโปรดของลูกชายมาด้วย

"ม่ายมีหรอคับ"

นั่นไงมาเเล้ว! เเววตาเศร้าๆกับน้ำเสียงหงอยๆของลูกชายที่คนเป็นเเม่เเบบนาทีมักจะเเพ้เสมอ เเล้วไหนจะท่าทางเขี่ยถุงผักไปมาเบาๆนั่นอีก ลูกชายใครหนอ ช่างน่าสงสารเสียจริงๆ

"หม่าม้าขอโทษนะครับที่ลืมซื้อมา"

"หม่าม้าตูนตูนอยากใฉ่แคร์รอตในหม้อฉุกี้ด้วยจังเยยคับ" เด็กชายตุลย์เอ่ยบอกความต้องการกับคนเป็นเเม่ด้วยเเววตาเว้าวอนเเละน้ำเสียงที่ออดอ้อน

"ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีไหมครับ เดี๋ยวน้องตุลย์ช่วยหม่าม้าเตรียมของให้เสร็จ พอเสร็จเเล้วเราขับมอเตอร์ไซค์ไปซื้อแคร์รอตที่ร้านคุณยายหน้าหมู่บ้านกัน"

"ดีคับ ช่วยๆ ตูนตูนช่วยหม่าม้า เย่~ ฉุกี้กับแคร์รอต อาหร่อยเยย...... แคร์รอตๆ ฉุกี้ๆ ตูนตูนกินฉุกี้ใฉ่แคร์รอต" เมื่อรู้ว่าในหม้อสุกี้จะมีเเคร์รอตเเล้ว จากที่มีสีหน้าหงอยๆตอนนี้เด็กชายตุลย์กลับมาอารมณ์ดีเเถมยังมีการใส่จังหวะให้กับประโยคของตัวเองอีกด้วย

เมื่อตกลงกันเสร็จสรรพ สองเเม่ลูกก็ช่วยกันเตรียมของอย่างเเข็งขัน เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆของทั้งหมดก็พร้อมสำหรับการฉลองในค่ำคืนนี้เเล้ว

"น้องตุลย์ขึ้นไปบอกป๊านะครับว่าหม่าม้ากับน้องตุลย์จะออกไปซื้อของหน้าหมู่บ้านแป๊ปนึง" นาทีที่กำลังรวบอุปกรณ์ต่างๆไปล้างเอ่ยบอกกับลูกชาย

"ได้เยยหม่าม้า" เด็กชายตุลย์รับคำเเละวิ่งตุ๊บตั๊บออกจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว

วันเสาร์แบบนี้ ว่ากันตามจริงเเล้วเวลานี้นาทีควรจะอยู่ที่ร้านกาแฟและลมควรจะอยู่ที่บริษัทมากกว่า เเต่งานปาร์ตี้ที่จะเกิดขึ้นในตอนเย็น ทำให้วันนี้นาทีได้รับสิทธิพิเศษจากคีย์ให้หยุดงานได้หนึ่งวันเต็มๆ ในตอนเเรกคีย์ตั้งใจจะปิดร้าน เเต่เป็นเปอร์ที่ไม่ยอมเพราะไม่อยากให้คีย์เสียรายได้ กว่าจะเถียงกันเสร็จเเละได้ข้อสรุปที่ลงตัว เรียกได้ว่าร้านเเทบเเตกกันเลยทีเดียว

ส่วนลมที่นั่งทำงานอยู่บนห้องนอน วันนี้ก็เกิดอาการงอเเงไม่ยอมไปทำงาน ลำบากขุนที่ต้องหอบหิ้วเอกสารมาให้เจ้านายจอมเอาเเต่ใจเซ็นถึงบ้านและเเน่นอนว่า ทันทีที่ขุนเจอหน้าเจ้านายของตัวเอง มหกรรมการบ่นเจ้านายก็ได้เริ่มต้นขึ้น นาทีที่ได้ยินเเบบผ่านๆยังรู้สึกหูชาเเทนลมเลย  เเต่ก่อนที่ขุนจะกลับนาทีก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยชวนขุนให้มาฉลองด้วยกันในตอนเย็นเเละขุนก็ตอบตกลงบอกว่าตอนเย็นเจอกัน


"ก๊อก ก๊อก ก๊อก ป๊า ตูนตูนเข้าปายได้ม่ายคับ" เด็กชายตุลย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องตะโกนถามคนที่อยู่ด้านในอย่างมีมารยาท ก็หม่าม้าบอกเขาว่าถ้าเราจะเข้าห้องใครต้องขออนุญาตก่อน บางทีเจ้าของห้องต้องการความเป็นส่วนตัว คิกคิก! ตูนตูนเก่ง 

แกร๊ก!

"ว่าไงครับตัวเล็ก ฮึบ!" เสียงประตูเปิดออกพร้อมกับลมที่ย่อตัวอุ้มลูกชาย

"หม่าม้าให้ตูนตูนมาหาป๊า"

"หืม มาหาป๊าทำไมครับ ฟอด~" ถามเสร็จลมก็ก้มหน้าลงไปหอมเเก้มย้วยๆหนึ่งฟอดใหญ่ๆเพื่อเติมพลังให้ตัวเอง

"อื้อ ป๊ามีหนวด ม่ายห้ายหอม ตูนตูนจี้" เด็กชายตุลย์พยายามดันหน้าคนเป็นพ่อออก เขาไม่ชอบเวลาที่ป๊ามีหนวดมันเหมือนมีอะไรมาจิ้มๆให้รู้สึกเจ็บเเละจั๊กจี้

"หยิ่งเหรอตัวเล็ก ไม่ให้หอมเหรอ ฟอด ฟอด ฟอด"

"อ๊ายยยย ป๊า ม่ายๆๆ ฮ่าๆๆ"

ลมที่เห็นท่าทางของลูกชายที่พยายามดันหน้าเขาออก ก็อดไม่ได้ที่จะเเกล้งลูกชายที่อยู่ในอ้อมเเขน ด้วยการหอมลงไปบนแก้มลูกชายรัวๆ

เสียงของสองพ่อลูกดังให้ได้ยินตั้งเเต่ทางขึ้นบันได นาทีที่เห็นว่าลูกชายหายไปนานจึงตั้งใจจะขึ้นมาตามเพราะกลัวจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกชาย เเต่ภาพที่เห็นดันเป็นภาพของสองคนพ่อลูกที่กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน  เฮ้อ! นี่ถ้าเขาไม่ขึ้นมาตาม วันนี้เขากับลูกชายคงจะไม่ได้ไปซื้อของกันใช่ไหมเนี่ย

"พี่ลม น้องตุลย์"

"หม่าม้าช่วยด้วย ตูนตูนโดนป๊าเเก้ง" เด็กชายตุลย์รีบเอ่ยฟ้องคนเป็นเเม่ทันทีเมื่อเห็นคนเป็นเเม่เดินมาใกล้ๆ

"ฟ้องเหรอตัวเล็ก ฟ้องหม่าม้าเหรอ อย่างนี้ต้องโดนลงโทษ"

"ฮ่าๆ ป๊า ม่ายเอาหอมแก้ม ม่าย ฮ่าๆ"

"เลิกเล่นได้เเล้วครับทั้งสองคน"

"....." "......."

น้ำเสียงดุๆของคนเป็นเเม่ที่พูดออกมา ทำให้คนเป็นพ่อเเละลูกชายที่กำลังหยอกล้อกันถึงกับหยุดชะงักพร้อมกับหันหน้ามามองนาทีตาปริบๆทั้งสองคน

"หม่าม้าดุอีกเเย้ว" เด็กชายตุลย์กระซิบกับคนเป็นพ่อเบาๆ

"ตัวเล็ก จุ๊ๆ"

"อุ๊ปส์!" เด็กชายตุลย์ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากของตัวเอง

นาทีที่เห็นท่าทางของสองพ่อลูกก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ไอ้ท่าทางที่เเสดงออกว่ากลัวเขาของสองพ่อลูกไม่จริงอย่างที่แสดงออกเลยสักนิด สองคนนี้เคยกลัวเขากันซะที่ไหน น่าจับมาตีทั้งคู่เลยจริงๆ

"น้องตุลย์ หม่าม้าให้มาทำอะไรครับ"

"โอ๊ะ" เด็กชายตุลย์ตกใจตาโต เมื่อคิดได้ว่าตัวเองลืมเรื่องสำคัญไปเสียเเล้ว "ตูนตูนลืมเยย....ป๊า ตูนตูนจะปายซื้อแคร์รอตกับหม่าม้านะ"

"ซื้อแคร์รอตเหรอครับ" ลมหันหน้าไปถามนาที

"พอดีทีลืมซื้อมาน่ะครับ ลูกอยากกิน เลยจะขับมอไซค์ไปซื้อร้านคุณยายหน้าหมู่บ้าน"

"ถ้าอย่างนั้นพี่ไปด้วย"

"ไม่เป็นไรครับ ทีไปกับลูกได้ พี่ลมต้องทำงานนะครับ"

"ไม่เป็นไรพี่ไปได้"

"แต่ว่า..."

"นะครับ"

"เฮ้อ! ก็ได้ครับ" สุดท้ายนาทีก็เเพ้ท่าทางออดอ้อนของลมอีกตามเคย

"ไปครับตัวเล็กไปซื้อแคร์รอตกัน" ลมวางลูกชายให้ยืนกับพื้น เปลี่ยนจากอุ้มเป็นจับมือเเทน

"เย่~ ปายกานๆๆ"

สองพ่อลูกยังคงจับมือคุยกันกระหนุงกระหนิงระหว่างที่เดินลงบันได ทิ้งให้คนเป็นเเม่เดินหน้ามุ่ยตามหลังอยู่คนเดียว นาทีได้เเต่คิดอยู่ในใจว่าหม่าม้าอย่างเขาโดนลูกลืมเเล้วจริงๆใช่ไหมเนี่ย

ลมที่หันมาเห็นคนตัวเล็กเดินหน้าง้ำงอก็อมยิ้มนิดๆก่อนจะก้มลงกระซิบบอกลูกชายให้กระทำการบางอย่าง

"หม่าม้า จับมือกาน จับมือเดินไปด้วยกานนะ" เด็กชายตุลย์ยื่นมือน้อยๆของตัวเองไปจับมือคนเป็นเเม่ไว้เเน่น พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้ด้วย

"ครับ จับมือเดินไปด้วยกัน"

นาทียิ้มอ่อนโยนให้กับลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับลมที่ส่งยิ้มมาให้เขาก่อนอยู่เเล้ว ฃ

ตอนเเรกนาทีก็อยากจะน้อยใจอยู่หรอก เเต่เจอการง้อเเบบนี้ เขาไม่น้อยใจเเล้วก็ได้


.........................................................................


"พี่ที พี่ทีคร้าบบบบบบบบ"

เสียงมาก่อนตัวเเบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร นาทีที่ยืนอยู่ในครัว อมยิ้มเเละส่ายหัวน้อยๆให้กับเปอร์ ที่นับวันนาทียิ่งรู้สึกว่าเปอร์เหมือนลูกชายของเขาอีกคนเข้าไปทุกที

"พี่ทีครับ เค้กของผมล่ะครับ พี่ได้ทำตามเเบบที่ผมบอกไหมครับ" เปอร์ถามนาทีด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เขาคิดไว้เเล้วว่าพี่ทีของเขาต้องทำเค้กให้เขาเเน่ๆ เขาจึงบอกสิ่งที่เขาต้องการไปเสียเลย ว่าอยากให้เค้กของเขามีอะไรบ้างเเละเป็นเเบบไหน

"เอะอะโวยวายจริงๆเลยมึง เกรงใจเจ้าของบ้านบ้าง" คีย์ที่เดินตามมาทีหลังว่าขึ้น

"โหยพี่คีย์ บ้านพี่ทีก็เหมือนบ้านเรา เนอะพี่ทีเนอะ"

"เมื่อก่อนอาจจะใช่ เเต่ตอนนี้มึงอย่าลืมว่าเขาอยู่กับผัวเขาเเล้ว"

"จริงด้วย!"

"ไม่เป็นไร ไม่ว่าเมื่อไหร่บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของทุกคนเสมอ" นาทีพูดออกจากใจจริง พวกเขาผ่านทุกข์สุขกันมาเยอะ บ้านหลังนี้ก็มีเรื่องราวของมันเกิดขึ้นมากมาย

"ทำไมกูรู้สึกอยากร้องไห้วะ"

"น้ำตาผมเกือบไหลเลย ดีนะผมห้ามทัน"

"วุ้นล่ะ" นาทีที่เห็นความเล่นใหญ่ของสองคู่ซี้เจ้านายลูกน้องก็เกิดอาการเอือมนิดๆ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องโดยการถามหาสมาชิกอีกคนที่ควรจะมาพร้อมๆกับทั้งสองคนเเต่ตอนนี้เขายังไม่เห็นเลย

"ถ่ายรูปดอกไม้อยู่หน้าบ้าน เดี๋ยวคงตามมา"

นาทีพยักหน้ารับรู้  "เเล้วหิ้วอะไรกันมาเยอะเเยะเนี่ย อุตส่าห์บอกไปแล้วว่าไม่ต้องซื้ออะไรมาเพิ่ม"

"สิ่งนี้ไม่ซื้อไม่ได้นะทีเพื่อนรัก งานปาร์ตี้จะขาดสิ่งนี้ได้อย่างไรกัน"เมื่อคีย์พูดจบ ทั้งคีย์เเละเปอร์ต่างก็ชูถุงที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของทั้งสองคนให้นาทีดู พร้อมกับยักคิ้วจึ๊กๆให้นาทีด้วย

"จริงๆเลย เดี๋ยวก็โดนโกรธอีกหรอก" นาทีเอ่ยขู่ออกไป น้องตุลย์ลูกชายของเขาไม่ชอบกลิ่นเหล้าเอาเสียมากๆ คีย์กับเปอร์เคยโดนน้องตุลย์งอนเป็นวันๆเพราะเหม็นกลิ่นเหล้ามาเเล้วด้วย

"ก็กินหลังจากที่หลานหลับเเล้วสิว่ะ" ว่าจบคีย์ก็เดินเอาของที่เตรียมมาไปแช่ไว้ในตู้เย็น

"พี่ที สรุปเค้กผมเป็นยังไงบ้างครับ"

"พี่ทำให้เเล้ว ตามที่เปอร์ต้องการเป๊ะๆ เค้กช็อกโกเเลตเเยมส้ม ครีมเค้กขอเป็นสีรุ้ง เขียนข้อความว่า 'สุขสันต์วันเกิดนะคุณเปอร์สุดหล่อที่หล่อที่สุดในโลก' ตกเเต่งด้วยสตอเบอรี่เเละส้มเยอะๆ เทียนตัวเลขไม่ต้อง ขอเทียนเล่มใหญ่ปักตรงกลางเล่มเดียวพอ "

"พี่ทีน่ารักที่สุด"

"เรื่องมากนักนะมึงอ่ะ"คีย์หันมาด่าเปอร์ ก่อนที่จะสอดส่ายสายตาเหมือนกับกำลังมองหาใครสักคน "ว่าเเต่สามีมึงไม่อยู่เหรอ เเล้วหลานกูอยู่ไหนเนี่ย อาสุดที่รักมาแล้ว ทำไมหลานไม่มาหากูสักที"

"คุณลมทำงานอยู่ด้านบนส่วนน้องตุลย์ก็อยู่กับป๊าเขาเหมือนเดิม"

"ยังติดป๊าหนึบ ไม่มีแผ่ว"

"พี่ที เรากินสุกี้กันได้ยังครับ ผมหิวมากๆเลย"

"นั่นสิ มากันครบเเล้วหนิ กินกันเลยป้ะ กูก็หิวเหมือนกัน"

"อืมมมม...กินกันเลยก็ได้ อีกแป๊ปนึงคุณกรกับคุณขุนคงมาถึงเเล้ว"

"ห๊ะ! นายหน้านิ่งมาด้วยเหรอ" คีย์ตีหน้ายุ่งขึ้นทันที

"พี่ขุนมาด้วยเหรอพี่ที"

"ใช่ เมื่อเช้าคุณขุนเอาเอกสารมาให้พี่ลมที่บ้าน พี่เลยชวนคุณขุนด้วย เปอร์ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม"

"ไม่มีครับ ผมก็ตั้งใจจะชวนพี่ขุนเหมือนกันเเต่ผมไม่เจอพี่ขุนเลย เจอเเต่พี่กรที่เดี๋ยวนี้มาร้านกาแฟทู๊กวัน ไม่รู้ติดใจกาแฟหรือติดใจอย่างอื่นกันแน่ เนอะพี่คีย์เนอะ" เปอร์อมยิ้มนิดๆ เหล่ตามองไปทางคีย์ที่ยืนข้างๆ

"อะไร ติดใจอะไร จะกินไม่กินสุกี้อ่ะ ช่วยกันขนของดิ" คีย์รีบหยิบตะกร้าผักที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาถือไว้ เเละรีบก้าวเท้าเร็วๆออกจากห้องครัว นาทีกับเปอร์ที่มองตามหลังคีย์ได้เเต่หัวเราะด้วยความขบขันให้กับความเสียอาการของคีย์ที่สุดเเสนจะน่าเอ็นดู


............................................................................


"...... Happy Birthday to เปอร์"

"พี่เปอร์เป่าเยยๆ เป่าฟู่ๆ"

"ฟู่ ฟู่"

"เย้ๆ ได้กินเค้กเเย้ว"

"เดี๋ยวนะที่เราบอกให้พี่เปอร์รีบเป่าเพราะเราจะรีบกินเค้กใช่ไหมเนี่ย"

"ช่ายเเย้ว คิกคิก เค้กหม่าม้าอาหร่อย"

"ไม่ได้ครับ น้องตุลย์ต้องทานข้าวก่อนถึงจะกินเค้กได้นะครับ"

"อดเยย" น้ำเสียงหงอยๆกับสีหน้าเศร้าๆของเด็กชายตุลย์เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากผู้ใหญ่ที่ยืนมองอยู่ได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ทุกคนมากันครบเเล้ว เจ้าของวันเกิดอย่างเปอร์ก็เรียกร้องขอเป่าเค้กก่อนเป็นอันดับเเรก เมื่อถามว่าทำไมถึงรีบเป่าเค้ก เจ้าตัวก็ตอบกลับมาว่า 'ก็เป่าไว้ก่อนเลยดีกว่าครับ จะได้นั่งกินกันยาวๆเลย เผื่อใครเบื่อของคาวอยากกินของหวานก็จะได้กินเลยไม่ต้องรอเวลาเป่าเค้กให้ยุ่งยาก" ในเมื่อเจ้าของวันเกิดบอกมาเเบบนั้น มีหรือที่ใครจะกล้าขัด

"คุณทำไมต้องมานั่งตรงนี้ด้วย ที่นั่งก็มีเยอะเเยะ" เสียงของคีย์ที่ดังขึ้นเรียกสายตาของทุกคนที่กำลังหาที่นั่งให้ตัวเองหันไปมอง

"มันก็ไม่ได้เขียนป้ายติดไว้ว่าห้ามนั่งเสียหน่อย เเล้วทำไมผมจะนั่งไม่ได้" กรตอบออกมานิ่งๆ

"อยากนั่งก็นั่งไปเลยผมย้ายที่เองก็ได้"

ฟึบ!

"เสียใจด้วยนะพี่คีย์ผมนั่งตรงนี้เอง ส่วนที่ว่างตรงนั้นเป็นของพี่ลม พี่คงไม่ใจดำขนาดพรากพ่อเเม่ลูกเขาหรอกนะ"

คีย์ที่ได้ยินเปอร์พูดอย่างนั้นก็เกิดอาการขัดใจอย่างเห็นได้ชัด จะให้เป็นคนใจดำไปขัดขวางครอบครัวคนอื่นก็ไม่ได้อีก

"หึ!"

คีย์มองค้อนใส่กรทันทีที่ได้ยินเสียงหึในลำคอของอีกฝ่าย

"น่าๆ พี่คีย์นั่งตรงไหนก็เหมือนกันเเหละ"

"นั่นสิครับคุณคีย์ นั่งข้างๆพี่กรคุณคีย์ไม่ต้องกังวลนะครับ พี่กรเขาน่ารักนะ" พูดจบขุนก็แอบตีมือกับเปอร์เบาๆด้วยความชอบใจ

ลมที่เดินกลับมาจากการเอาเค้กไปไว้ในตู้เย็นหันไปมองนาทีพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากเขาเห็นคีย์นั่งขมวดคิ้วยุ่ง ส่วนคนที่เหลือก็นั่งอมยิ้มกันทุกคน นาทีส่ายหน้ากลับมาเป็นคำตอบ ลมจึงเลิกสนใจเเละหันไปสนใจลูกชายที่กำลังนั่งเคี้ยวเเคร์รอตจนเเก้มตุ่ยเเทน

บรรยากาศการปาร์ตี้ในวันนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เเม้จะมีเสียงโต้เถียงกันบ้าง เเต่สีหน้าของทุกคนก็ล้วนเเต่มีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าทั้งนั้น ไม่เว้นเเม้เเต่กรที่มักจะหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลาก็มีรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าด้วยเช่นกัน


"น้องตุลย์ไปนอนกันไหมครับ หม่าม้าพาไปนอน"

นาทีเอ่ยถามลูกชายขึ้นเมื่อเห็นท่าทางที่นั้งโงนเงนไปมา ไหนจะตาปรือๆของลูกชายอีก นาทีเหลือบสายตาไปมองนาฬิกาบนฝาผนังก็เห็นว่าดึกมากเเล้วสำหรับเด็กวัยนี้ ไม่แปลกเลยที่ลูกชายของเขาจะออกอาการง่วงนอนเเบบนี้ เเต่เพราะความห่วงเล่นทำให้เจ้าตัวพยายามฝืนตัวเองไว้

"ม่าย หม่าม้า ตูนตูนยังไม่ง่วงเยยคับ"

"ไม่ง่วงที่ไหนกัน ตาจะปิดอยู่เเล้วนะเรา" นาทีลูบหัวลูกชายเบาๆ

"หวาย ตูนตูนหวาย" เด็กน้อยที่ยังห่วงเล่นพยายามยืนยันคำพูดกับคนเป็นเเม่ด้วยน้ำเสียงหนักเเน่น

"ไหวที่ไหนกันครับ ไปครับ ไปนอนกับหม่าม้าดีกว่านะ"

นาทีอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมเเขน เด็กชายตุลย์พอโดนอุ้มก็ซบหน้าลงกับไหล่ของคนเป็นเเม่ทันที สงสัยเขาต้องยอมรับกับหม่าม้าเเล้วเเหละว่าเขาไม่ไหวเเล้วจริงๆ

"ขอตัวพาน้องตุลย์ไปนอนก่อนนะครับ เดี๋ยวผมมา..... พี่ลมไม่ต้องไปครับ ทีไปแป๊บเดียว" นาทีบอกลมที่กำลังจะลุกตามเขามา ลมพยักหน้ายอมอย่างว่าง่าย



..............................................................

"ลูกหลับเเล้วเหรอครับ"

"ครับ" นาทีตอบลมเเต่สายตากลับมองไปยังขวดเหล้าที่โดนจัดการไปเกือบครึ่งขวดเเละดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีคนกรึ่มๆเเล้วด้วย

"พี่ทีมาพอดีเลย ไหนๆวันนี้ก็ฉลองกันทั้งที งั้นเรามาฉลองให้กับมิตรภาพใหม่ด้วยดีไหมครับ"

"มิตรภาพใหม่?" นาทีทวนคำด้วยความสงสัย

"ก็พวกพี่ลม พี่กร พี่ขุนไงพี่ที ปกติมีเเต่พวกเราที่ฉลองกันเอง ปีนี้มีคนที่พวกพี่รักเพิ่มขึ้นมาด้วย เราก็ต้องฉลองให้พวกเขาด้วยสิครับ ผมก็รักพวกพี่ๆเขาเหมือนกันนะครับ"

"วุ้นก็รักด้วยค่ะ" วุ้นที่มักจะเป็นผู้ฟังที่ดี ยกมือเห็นด้วยกับเปอร์

"ใครจะอยากฉลองด้วย ไม่ได้รักสักหน่อย" คีย์เบ้ปากออกให้กับคำว่ารักที่ออกมาจากปากของเปอร์

"ไม่ได้รักจริงเหรอ" กรกระซิบถามคีย์เบาๆข้างๆหู

"ตรงนั้นอย่าเพิ่งจีบกันสิครับ ฟังที่ผมพูดก่อนสิครับ" เปอร์งอเเงเมื่อเห็นคนที่เพิ่งหัดจีบกันไม่ยอมฟังสิ่งที่ตัวเองจะพูด

"ไม่ได้จีบเว้ย"

ตอนนี้พบคนเสียอาการเเละหน้าเเดงหนึ่งอัตราครับท่าน

"ในฐานะที่ผมเป็นเจ้าของวันเกิด วันนี้เรามาเล่นเกมกันดีไหมครับ มากระชับความสัมพันธ์เเละทำความรู้จักกันสักหน่อย"

"........."

"เกมที่ผมจะนำเสนอในวันนี้ นั่นก็คือเกมที่มีชื่อว่า 'ฉันไม่เคย.......'

"กูไม่เล่น!" คีย์ส่ายหน้าปฏิเสธทันทีเมื่อได้ยินชื่อเกมของเปอร์

"เดี๋ยวสิครับพี่คีย์ ยังไม่ทันจะได้อธิบายอะไรเลย ปฏิเสธซะเเล้ว"

"ไม่รู้อ่ะ เเค่เป็นเกมที่มาจากความคิดมึงมันก็ไม่ปลอดภัยเเล้ว"

"เชื่อผมเถอะน่า ผมบอกก่อนเลยว่า เกมนี้ผมขอให้ทุกคนตอบทุกอย่างด้วยความสัจจริง ห้ามโกหกนะครับ การเล่นคือ ให้ทุกคนสลับวนกันพูดว่า 'ฉันไม่เคย ตื๊ดตื๊ดตื๊ด' ผมขอยกตัวอย่างนะครับ เช่นผมพูดว่า 'ฉันไม่เคยไปทะเล' ถ้าคนไหนที่ไม่เคยไปทะเลก็ปล่อยผ่านได้เลยครับ เเต่ถ้าใครที่เคยไปทะเล ก็ให้ยกเหล้าซดหนึ่งช็อตเเละตามด้วยการเล่าประสบการณ์เเบบคร่าวๆให้ทุกๆคนฟังก็เท่านั้นเอง ง่ายๆ"

"น่าสนุกดีว่ะ พี่เอาด้วยเปอร์" ขุนเป็นคนเเรกที่เห็นด้วย

"วุ้นด้วยๆ วุ้นเล่นด้วยค่ะ"

"คนอื่นๆล่ะครับ" เปอร์ถามคนที่เหลือ

"พี่กร เล่นสิครับ ผมอยากเล่นนะ เฮียก็เล่นด้วยกันนะ นานๆจะได้เล่นอะไรเเบบนี้สักที"

ลมกับกรพยักหน้าเป็นการตอบรับ ทำให้คีย์กับนาทีหมดสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไปโดยปริยาย

นาทีมองคนนั้นทีคนนู่นที ก็ได้เเต่คิดในใจว่าวันนี้คงมีคนเมาจนหน้าทิ่มพื้นหรือไม่ก็อาจจะมีใครสักคนที่ต้องนอนกอดโถเเน่ๆ เกมในวงเหล้าเป็นอะไรที่น่ากลัวสุดๆ

"ผมบอกไว้ก่อนนะครับ อันนี้เป็นเเค่เกม ต้องคิด วิเคราะห์ เเยกเเยะนะครับ เเละคำถามที่จะถามหวังว่าทุกคนคงจะรู้นะครับว่าควรถามเเบบไหนให้วงเหล้ามันครึกครื้น" เปอร์พูดพร้อมกับมองสบตาของทุกๆคน

"..............."

"ถ้าทุกคนพร้อมเเล้ว........... เริ่มเกมได้ครับ!"


........................................................................

TBC.

การเล่นเกมครั้งนี้ มันยังไงนะ มันยังไงกัน

ตอนหน้ารบกวนทุกๆคนเตรียมมงไว้ให้พี่เปอร์มือพายอันดับหนึ่งของเราด้วยนะคะ


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ


ขอบคุณค่ะ


เจอกันตอนหน้านะคะ
 


 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด