หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: หม่าม้าบอกว่า ป๊าไม่อยู่แล้ว mpreg โดย sadvoice  (อ่าน 5536 ครั้ง)

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 611
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ว้าวๆๆๆๆ เค้าจะจัดงานอะไรกันหรอ ใช่อย่างที่คิดป่าวนะ... คุคุคุ...

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
35
หนึ่งวันที่มีความสุข


นี่มันเรื่องอะไรกัน!

นาทีได้แต่นั่งมึนงงอยู่ในดงกลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส โดยเฉพาะลูกชายตัวน้อยของเขาที่ดูจะมีความสุขเกินใคร

ในตอนที่เปิดประตูรั้วแล้วเจอกับแม่ของตัวเองที่กำลังยืนส่งยิ้มมาให้ พาลพาใจนาทีแทบหล่น แต่ในจังหวะที่ลูกชายของเขาเรียกชื่อใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆกันกับแม่ เป็นในตอนนั้นเองที่ใจของนาทีได้หล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คิดถึงตอนนั้นแล้วใจยังสั่นไม่หาย

แต่คงจะมีแค่เขาคนเดียวสินะที่ตกใจจนขวัญหนีหาย ส่วนคนอื่นๆนั้น...

"ตูนตูนได้ขึ้นปายเต้นบนเวทีด้วยน้า เดี๋ยวตูนตูนจะเต้นให้ดู ดูน้า ปู่นภดูน้า คุณยายก็ดูด้วยน้า"

"แล้วอาคีย์ดูด้วยได้ป้าวหมูตุ้บ" คีย์เอ่ยแซวหลานชายจอมเห่อที่ขยันโชว์นู่นโชว์นี่ให้คุณปู่กับคุณยายของตัวเองดูไม่หยุด

"ได้คับ ตูนตูนจะเต้นแย้วน้า"

"เจ้ากะต่ายๆ โดดทางขวา เจ้ากะต่ายๆ โดดไปมา เจ้ากะต่ายๆ เต้นสุดมันส์ เจ้ากะต่ายๆ ไปโด้ยก๊านนนน"

เด็กชายตุลย์กระโดดไปมาซ้ายขวา ส่ายสะโพกดุ๊กดิ๊ก เป็นที่เอ็นดูของผู้ใหญ่ทุกคนที่กำลังนั่งมองการแสดงของเด็กชายตัวน้อยอยู่

"...เพงพวกเรานั้นฉะหนุกจัง ดูตูนตูนฉิเต้นเก่งกว่าใคร หนึ่ง ฉอง ฉาม เฮ้ เฮ้ เฮ้ ฉี่ ห้า หก เอ๊ะ กะต่ายตัวที่หกหายเยย" เด็กชายตุลย์ทำท่าเมียงมองหากระต่ายซ้ายขวา "โอ๊ะ นั่นงาย" ก่อนจะปิดการแสดงด้วยการกระโดดแล้วพูดคำว่า "ฮูเร่"

แปะ! แปะ! แปะ!

เสียงปรบมือดังเกรียวกราวราวกับฟ้าถล่ม เปอร์ยกมือขึ้นแสร้งเช็ดน้ำตาของตัวเองเมื่อการแสดงของเด็กชายตุลย์จบลง ราวกับว่าการแสดงชุดนี้เป็นการแสดงสุดยิ่งใหญ่ที่สุดแสนประทับใจจนต้องร้องไห้ออกมา ส่วนคนเป็นปู่เป็นยายก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ชื่นชมประทับใจในความช่างพูดและกล้าแสดงออกของหลานชาย


เฮ้อ!... นี่มันเรื่องอะไรกันนะ ไม่มีใครคิดจะอธิบายอะไรเขาสักคน เจอหน้าแม่ นาทีก็ได้แค่พูดคุยกันนิดหน่อย พอจะชวนไปนั่งคุยกันแม่ก็บ่ายเบี่ยงบอกอยากจะคุยกับหลานก่อน ส่วนคุณพ่อของลมนาทีก็ได้แต่กล่าวทักทายยินดีต้อนรับกับพูดคุยด้วยนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น จากนั้นท่านก็ขอตัวไปเล่นกับหลานเช่นกัน ผู้ใหญ่ทั้งสองคนดูสบายๆ ราวกับว่าการมาของตัวเองเป็นเรื่องปกติที่พบเจอได้ในทุกๆ วัน ด้านของลมก็เหมือนจะธุระรัดตัวจนนาทีไม่มีโอกาสได้ถาม เหมือนทุกๆ คนพยายามหลบเลี่ยงเขาเพราะไม่อยากตอบคำถามเลย


ทั้งหมดนั่งพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อยจากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง แม่ของนาที น้องตุลย์ คีย์ วุ้นและเปอร์แยกไปทางฝั่งของห้องครัว คุณพ่อของลม กร และขุนแยกตัวไปนั่งพูดคุยกันยังบริเวณหน้าบ้านที่มีโต๊ะและเก้าอี้ตั้งอยู่ ลมแยกตัวขึ้นไปด้านบนได้สักพักแล้ว ส่วนตัวของนาทีนั้นกำลังนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก เนื่องจากโดนคนเป็นแม่สั่งไว้ว่าห้ามเข้าไปยุ่งวุ่นวายในครัวเด็ดขาด

"มานั่งทำอะไรเงียบๆ คนเดียวตรงนี้ครับ"

"พี่ลม" นาทีเรียกชื่อลมเบาๆ พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองลมที่มาหยุดยืนอยู่ตรงด้านหน้าตัวเอง

"ว่าไงครับ" ลมหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ นาที

"ทีโดนแม่ไล่ให้มานั่งนิ่งๆ อยู่ตรงนี้ครับ โดนสั่งห้ามเข้าไปช่วยในครัวเด็ดขาดเลย" ได้โอกาสนาทีก็รีบฟ้องลมด้วยสีหน้าง้ำงอยกใหญ่

"คุณแม่เขาเป็นห่วงทีไง เลยอยากให้ทีมานั่งสบายๆ ตรงนี้ ไม่ดีเหรอครับ"

"ไม่เห็นจะดีเลย ทีอยากไปช่วยแม่ทำกับข้าวมากกว่า"

"ถ้าอย่างนั้นถือซะว่านั่งเป็นเพื่อนพี่ได้ไหมครับ"

"พี่ลมไม่ออกไปหาคุณพ่อเหรอครับ"

"ตอนนี้พี่อยากอยู่กับทีมากกว่า"

"ว่าแต่พี่ลมไม่คิดจะบอกอะไรทีหน่อยเหรอครับ ว่าทำไมท่านทั้งสองถึงมาอยู่ที่นี่ได้ เรื่องราวเป็นมายังไงกันแน่ครับ ทีงงไปหมดแล้ว"

"อืม...จะว่ายังไงดี พี่เป็นคนบอกให้พ่อของพี่ไปรับแม่ของทีมาที่นี่เองครับ"

"รับแม่ของทีมาที่นี่?"

"ครับ"

"ทำไม?" น้ำเสียงแผ่วเบาของนาทีเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัย

"ก็จะขอลูกชายเขาทั้งทีก็ต้องให้ผู้ใหญ่มาคุยให้ก็ถูกแล้วนี่ครับ"

"หือ?... โอ๊ะ! พี่ลมลงไปนั่งทำอะไรที่พื้นครับ" นาทีที่กำลังงงกับประโยคของลม ถึงกับตกใจเมื่อจู่ๆลมก็ลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นตรงด้านหน้าของตัวเอง

"ทีครับ เรื่องพ่อของพี่กับแม่ของทีพี่จะอธิบายให้ฟังทีหลัง แต่ตอนนี้ทีช่วยฟังสิ่งที่พี่จะพูดหน่อยได้ไหมครับ"

นาทีพยักหน้ารับช้าๆพร้อมกับใจที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง

"พี่รู้ว่าพี่อาจจะไม่ใช่คนที่ดีเลิศ ความเห็นแก่ตัวก็มี เอาแต่ใจก็เยอะ ไหนจะเรื่องราวในอดีตที่พี่ได้สร้างบาดแผลไว้ให้ทีอีก"

"พี่ลมไม่เอาครับ ไม่พูดถึงมันแล้วนะ" นาทียื่นมือไปจับหน้าลมเบาๆ

"การที่ทียอมกลับมาคืนดีกับพี่ มันเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อมากเลยครับ ทั้งๆที่พี่ทิ้งทีไปตั้งนานแต่ทีก็ยังให้โอกาส ในตอนที่พี่รู้ว่าน้องตุลย์คือลูกของพี่ ในความรู้สึกคือ พี่ทั้งดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน พี่ดีใจที่มีลูกชายน่ารักๆอย่างน้องตุลย์ แต่พี่ก็เสียใจที่ตลอดระยะเวลาที่พี่ทิ้งทีไว้ข้างหลัง ทีต้องลำบากมากขนาดไหนกับการที่ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง"

"..."

"ขอบคุณมากนะครับที่ดูแลตัวเองและน้องตุลย์มาอย่างดี ทีเป็นหม่าม้าที่เก่งและเข้มแข็งมากเลยรู้ไหมครับ"

"พี่ลม" นาทีเรียกชื่อลมด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตาฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะไหลลงมาเต็มที

"แต่ต่อจากนี้ไปขอให้พี่เป็นคนดูแลที ดูแลน้องตุลย์ รวมทั้งเจ้าแฝดทั้งสองหน่อที่อยู่ในท้องด้วย ได้ไหมครับ"

ลมจ้องมองไปยังหน้าท้องของนาทีที่ป่องออกมาเพราะมีลูกของเขาสองคนอยู่ด้านในนั้น ในตอนที่ไปหาคุณหมอตามนัดและคุณหมอบอกว่าเขาได้ลูกแฝด ช่วงเวลานั้นมันเป็นอะไรที่พูดไม่ออกจริงๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เลื่อนตำแหน่งจากคุณพ่อลูกหนึ่งมาเป็นคุณพ่อลูกสามได้เร็วขนาดนี้

"น้องทีครับ" ลมมองสบดวงตาของนาทีด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง

"..."

"น้องทีแต่งงานกับพี่ลมนะครับ"

กล่องกำมะหยีสีแดงถูกยื่นมาตรงหน้าของนาที ภายในบรรจุแหวนเงินเรียบๆ มีเพชรเม็ดเล็กๆตรงกลางอย่างสวยงามสองวง

"พี่ลม~"

"ว่าไงครับ น้องทีจะให้เกียรติมาแต่งงานกับพี่ลมได้ไหมครับ" ลมถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้นาทีได้ใจสั่นเล่น

"ให้เกียรติอะไรกันละครับ พี่ลมนี่จริงๆเลย" นาทีเขินหน้าแดงจัดพร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา เขาจะไม่ยอมให้ภาพตรงหน้ามันพร่าเบลอเพราะน้ำตาแน่ๆ เขาอยากเห็นหน้าของลมชัดๆ

"หม่าม้าอย่าเพิ่งร้องไห้ ตอบป๊าก่อนสิครับ แหวนของป๊ารอหม่าม้าอยู่นะ"

นาทีโน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆกับใบหน้าของลม มือสองข้างโอบแก้มสากไว้ ก่อนจะส่งยิ้มหวานเยิ้ม ดวงตาสุกใสให้คนตรงหน้า

"แต่งครับ น้องทีตกลงแต่งงานกับพี่ลมครับ"


ปุ้ง! ปุ้ง! ปุ้ง!

"เย่! เย่! เย่!"

สิ้นเสียงตอบรับของนาที บุคคลทั้งหมดที่อยู่ภายในบ้านก็รวมตัวกันเดินมายังบริเวณที่ลมและนาทีนั่งอยู่ โดยที่ในมือถือพลุกระดาษกันคนละอัน ก่อนจะดึงจุกออกจนเกิดเสียงดังพร้อมกับกระดาษที่ปลิวว่อนกระจุยกระจายและตามมาด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจของทุกๆคน

"ไอ้ทีเอ้ย! กว่าจะตกลงได้นะมึง"

"พี่ทีจะมีผะ...เอ้ย จะมีสามีอย่างเป็นทางการแล้ว"

"วุ้นดีใจด้วยนะคะพี่ที"

"ผมดีใจด้วยนะเฮียลม ขอบคุณนะครับคุณนาทีที่ยอมแต่งงานกับเฮียของผม"

"ยินดีด้วยนะครับทั้งสองคน"

"พ่อยินดีต้อนรับลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการนะ"

"มาเป็นลูกชายแม่อีกคนนะลม"

ลมพยักหน้ารับคำพูดของคุณแม่นาที ก่อนจะหลุดขำให้กับท่าทางที่ตื่นเต้นจนเกินไปของคนอื่นๆแทน ส่วนนาทีนั้น น้ำตาได้เอ่อคลอเต็มดวงตาอีกครั้งด้วยความซึ้งใจ

"อู้ว แหวนฉวยจัง แหวนป๊าหรอคับ" เด็กชายตุลย์เดินเข้าไปหาคนเป็นพ่อ พร้อมกับก้มดูแหวนด้วยความสนใจ

"ครับ แหวนป๊าเอง ป๊าซื้อมาให้หม่าม้าของน้องตุลย์ครับ"

"หนายๆ มีของตูนตูนม่ายคับ"

"เอ่อ..."

"ม่ายมีหรอคับ ป๊าซื้อให้หม่าม้าคนเดียวหรอ" เด็กชายตุลย์หน้าเศร้าลงทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่มีแหวนแบบที่คนเป็นแม่มี

"พรุ่งนี้นะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ป๊าพาไปซื้อนะครับ วันนี้ให้หม่าม้าก่อนเนอะ"

"ป๊าซื้อให้น้องด้วยได้ป้าวคับ"

"ได้ครับ ซื้อให้น้องด้วย ของน้องตุลย์และของน้องๆ รวมสามวง โอเคไหมครับ"

"โอเคคับ" เด็กชายตุลย์กลับมายิ้มหน้าบานอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองและน้องๆทั้งสองในท้องของหม่าม้าจะได้แหวนสวยๆเช่นกัน

"ลมสวมแหวนให้น้องสิลูก" แม่ของนาทีที่เห็นว่าลมต่อรองกับลูกชายเรียบร้อยแล้วเอ่ยขึ้น

"ครับแม่...พี่ขอมือข้างซ้ายด้วยครับ"

นาทียื่นมือข้างซ้ายให้ลมอย่าว่าง่าย

"พี่ขอใช้แหวนจองไว้ก่อนนะครับ ไว้เจ้าสองแสบคลอดออกมาเมื่อไหร่เรามาจัดงานแต่งกันนะครับ"

ลมบรรจงสวมแหวนให้นาทีอย่างตั้งใจ เมื่อสวมเสร็จก็ไม่ลืมที่จะก้มลงประทับจูบแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของนาทีอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็เป็นนาทีที่สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของลมบ้าง และก่อนที่บรรยากาศจะหวานไปมากกว่านี้ เสียงประท้วงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น

"จ๊อก~ จ๊อก~ "

"หมูตุ้บ!" คีย์หันมามองหลานชายพร้อมกับเรียกด้วยความเอ็นดู

"แฮะ ตูนตูนหิ๊ว หิว" เด็กชายตุลย์บอกด้วยท่าทีเขินอาย ซึ่งท่าทีนั้นสร้างความเอ็นดูให้กับคนมองได้เป็นอย่างดี



"จริงเหรอครับป้าดา พี่ลมถึงขั้นคุกเข่าเลยเหรอครับ"

เปอร์ถามด้วยความตื่นเต้น ยามที่ฟังเรื่องเล่าที่แม่ของนาทีเล่าให้ฟัง

"มึงช่วยกลืนข้าวให้หมดแล้วค่อยตกใจได้ไหมเปอร์" คีย์ส่ายหน้าด้วยความระอา มือก็ดึงทิชชู่ส่งให้เปอร์ได้เช็ดปาก

ดารินนั่งมองหนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องที่แม้จะเถียงกันทุกคำแต่ก็ดูแลกันตลอดด้วยความเอ็นดู

ในตอนนี้ทุกคนมารวมตัวกันอยู่บริเวณกลางบ้าน ของกินมากมายถูกวางลงบนพื้นที่มีเสื่อผืนหนารองรับอยู่ การทานข้าวมื้อนี้ของพวกเขานั้นเป็นการล้อมวงกันนั่งลงบนพื้น เนื่องจากบ้านของนาทีไม่มีโต๊ะใหญ่พอสำหรับรองรับคนหลายคนขนาดนี้ การนั่งทานบนพื้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่เว้นแม้แต่คนแก่อย่างนภดลและดารินเอง ถึงจะมีปวดหลังไปบ้าง แต่ถ้าเทียบกับความอบอุ่นที่เกิดขึ้น ต่อให้เป็นตะคริวรอบที่ล้านก็ไม่เป็นไร ในส่วนของคนท้องอย่างนาทีนั้น ก็ดื้อรั้นที่จะนั่งบนพื้นด้วยเช่นกัน ในตอนนี้ลมจึงกลายเป็นที่พิงหลังให้กับคนท้องไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"จริงสิ เรื่องนี้ลุงเป็นพยานได้ น้องลม เอ้ย! ลมไปคุกเข่าอ้อนวอนมาจริงๆ" นภดลเป็นคนตอบคำถามของเปอร์แทนดาริน

"โธ่ พ่อครับ อย่าหลุดเรียกน้องลมสิครับ หมดกันภาพลักษณ์น่าเกรงขามของผม" ลมโอดพ่อตัวเองเล็กน้อย

"โทษทีๆ บรรยากาศพาพ่อไป" นภดลหัวเราะด้วยความชอบใจ

"ป้าดาครับ แล้วทำไมป้าดาถึงหายโกรธพี่ลมล่ะครับ" เปอร์ยังคงถามต่อ

"อืม... แววตาและความพยายามของลมจ้ะ... แววตาที่มุ่งมั่น จริงใจ ความพยายามที่จะขอโทษและแก้ไขในสิ่งที่ผิด อ้อ ความเสมอต้นเสมอปลายของลมด้วยที่ทำให้ป้าใจอ่อน แต่สิ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญคือนาที"

"ทีเหรอครับ" นาทีที่นั่งฟังเงียบๆอยู่นานถามขึ้น

"ใช่ หากเปรียบความสุขของทีเป็นหัวใจที่มีสี่ห้อง หนึ่งห้องทียกให้แม่ สองห้องทีอาจจะให้น้องตุลย์ และแม่มั่นใจว่าส่วนที่ขาดไปห้องนั้นคือลม ถึงทีจะมีความสุขในห้องที่หนึ่งถึงสาม แต่ห้องที่สี่ในบางเวลาอาจทำให้ทีเศร้า แม่ไม่อยากให้ทีเศร้า แม่อยากให้ทีมีความสุขเต็มหัวใจ"

"แม่" นาทีไม่รู้แล้วว่าวันนี้เขาอยากจะร้องไห้ออกมากี่ครั้งแล้ว

"เพราะแบบนั้น แม่เลยบอกกับลมว่า ไปง้อลูกแม่ให้สำเร็จแล้วค่อยกลับมาหาแม่อีกที สุดท้ายลมก็ทำสำเร็จจริงๆด้วย ก็นะ จะไม่สำเร็จได้ยังไงก็ในเมื่อลูกชายเรารักเขามากซะขนาดนั้น เฮ้อ!"

"แล้วที่บอกว่าคุณลุงก็คุกเข่าขอโทษด้วยอันนี้จริงไหมคะ"

"ฮ่า ฮ่า" ดารินหลุดขำออกมา ดวงตาเป็นประกาย "เล่าดีไหมค่ะคุณนภ" ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากนภดล

"ฮ่า ฮ่า เรื่องจริงสิ ไม่ใช่แค่ลุงนะที่คุกเข่า ทั้งลุง พี่ชายของลม และลม ต่างก็คุกเข่ากันทุกคน ลุงไม่ได้คิดว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นการเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด ที่ลุงทำไปเพราะรู้สึกอยากจะขอโทษและขอบคุณด้วยความจริงใจเท่านั้นเอง ถ้าไม่ได้คุณดากับครอบครัวช่วยลมไว้ในวันนั้น อาจจะไม่มีลมในวันนี้ก็ได้"

"ในตอนนั้นนะ ป้าหัวใจแทบวาย ลำพังแค่ลมกับพี่ชายเขามาคุกเข่าขอโทษน่ะไม่เท่าไหร่ นี่คนเป็นพ่อเล่นมาคุกเข่าด้วย ป้าคุกเข่าตามแทบไม่ทัน" ดารินเล่าไปขำไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น

"เพราะแบบนี้ใช่ไหม แม่เลยไม่สงสัยหรือถามอะไรออกมาในตอนที่น้องตุลย์หลุดพูดถึงป๊าของตัวเอง"

ดารินไม่ได้พูดอะไรออกไป ทำเพียงแค่ยิ้มให้ลูกชายเท่านั้น เพียงเท่านี้นาทีก็เข้าใจแล้ว

"ไม่เห็นมีใครบอกทีสักคน พี่ลมก็ด้วย ปล่อยให้ทีเครียดอยู่ตั้งนาน" นาทีมุ่ยหน้าพูดออกมาด้วยความน้อยใจ

"อย่าโกรธพี่เขาเลย แม่เป็นคนบอกให้พี่เขาเก็บไว้เป็นความลับเองแหละ ก็แม่อยากรู้ว่าลูกชายแม่จะทำอย่างไร จะบอกแม่ตอนไหน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่บอกสักที ขนาดมีหลานแม่ในท้องตั้งสองคนก็ไม่คิดจะบอกแม่สักคำ"

"คือที..."

"ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อยเลยนะ"

"คุณยายอย่าดุหม่าม้าน้า เดี๋ยวน้องตกจาย" เด็กชายตุลย์ที่เห็นว่าคนเป็นแม่โดนดุก็ออกโรงปกป้องทันที

"ค้าบๆๆ ยายไม่ดุแล้วครับ"

เมื่อเห็นว่าหม่าม้าของตัวเองไม่โดนดุแล้วเด็กชายตัวน้อยก็ยิ้มแฉ่งก่อนจะกลับไปสนใจไก่ทอดที่อยู่ในจานต่อ

"แล้วแม่นั่งเครื่องมาคนเดียวไม่กลัวเหรอ"

"คนเดียวอะไรละ แม่มาพร้อมคุณนภ"

"ใช่แล้ว ก่อนหน้าที่ลมจะขอนาทีแต่งงาน พ่อก็ไปสู่ขอนาทีจากคุณดามาเรียบร้อยแล้ว จะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ไม่ได้ ต้องคุยกันให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็เดินทางมาที่นี่ด้วยกัน อ้อ! ทั้งหมดเป็นแผนของเจ้าลมนะ ถ้าจะด่า ด่าเจ้าลมคนเดียวเลย คนอื่นๆโดนเจ้าลมบังคับกันทั้งนั้น"

นาทีหันขวับไปมองคนเจ้าแผนการอย่างเร็วจนคอแทบเคล็ด

"พ่อครับ" ลมที่เห็นสายตาของนาทีที่มองมาก็อดที่จะโอดครวญใส่คนเป็นพ่อไม่ได้ มีอย่างที่ไหน หาเรื่องให้ลูกโดนเมียด่าอยู่เรื่อย

"แล้วพี่ลมเหนื่อยไหมครับตอนนั้น เทียวไปเทียวมา ง้อทั้งพี่ที ง้อทั้งคุณป้า" เปอร์ยังคงทำหน้าที่เป็นพิธีกรได้อย่างดีเยี่ยม

"ถ้าให้พูดตามจริงก็เหนื่อยนะแต่เป็นเหนื่อยกายเพราะพี่มีงานต้องทำเยอะมาก บางทีแทบไม่ได้นอนเลย ส่วนเหนื่อยใจพี่ไม่เคยเหนื่อยเลย ไม่เคยคิดท้อหรือยอมแพ้ด้วย"

"พี่ลมรักพี่ทีมากเลยนะคะ"

"เพราะพี่ทีและหลานๆของวุ้น คือดวงใจของพี่"

"พี่ลม อย่าพูดอย่างนี้วุ้นเขินไม่ไหว ขอภาพผู้ชายนิ่งขรึมกลับคืนมาเถอะค่ะ วุ้นแพ้แบบนี้"

ในเวลานี้ไม่ได้มีแค่วุ้นที่แพ้ลมเพียงคนเดียวหรอก นาทีเองก็เขินแก้มแตกไม่ต่างกัน

"กินดีๆสิคุณ เลอะหมดแล้ว"

"เลอะตรงไหนอ่ะคุณ เช็ดให้หน่อย" คีย์รีบยื่นหน้าไปให้กรเช็ดให้

"คู่นั้นยังไงดี ไปขอเลยไหมกร ไหนๆอาก็อยู่นี่พอดี" นภดลเอ่ยหยอกคู่รักอีกคู่ที่ดูจะหวานแหววไม่แพ้กัน

"ครับ รบกวนด้วยนะครับ"

"แค่กๆๆๆ" คีย์สำลักน้ำต้มยำไอหน้าดำหน้าแดง จนกรต้องคอยลูบหลังและส่งน้ำให้ ซึ่งท่าทางของคีย์เรียกร้อยยิ้มจากผู้ชายหน้านิ่งได้ง่ายดายอย่างไม่น่าเชื่อ

"จริงสิพ่อ ผมอยากจดทะเบียนกับน้องก่อน ส่วนงานแต่งค่อยจัดตามทีหลัง พ่อว่าผมไปจดวันไหนดี"

"ไปจดวันที่เขาทำงานสิ ไปเสาร์อาทิตย์เขาไม่ทำงานกัน จะได้จดไหมล่ะ ถามอะไรแปลกๆนะน้องลม"

ลมนั่งอึ้งให้กับคำตอบของพ่อตัวเอง ซึ่งต่างจากคนอื่นๆที่หลุดขำออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

และจากนั้นทุกคนก็ต่างพูดคุยกันต่อชนิดที่ว่าไม่มีเหนื่อยเลยสักนิด เด็กชายตุลย์หลังจากที่กินอิ่มก็เขยิบตัวเองมานั่งใกล้ๆ คุณปู่คอยออดอ้อนจนคนเป็นปู่ใจเหลวเป็นน้ำ อยากที่จะยกมรดกให้หลานทั้งหมดมันเสียเดี๋ยวนี้



"พี่ลมครับ" นาทีที่เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วเอ่ยรั้งลมเอาไว้ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับไปร่วมวงกับคนอื่นๆต่อ

"ครับ"

"ก่อนจะกลับไปหาคนอื่นๆ ขอทีพูดอะไรหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้ครับ"

"ทีขอบคุณนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่าง ทีไม่รู้จะขอบคุณพี่ลมยังไงให้สมกับสิ่งที่พี่ลมทำให้เลย"

ทั้งเรื่องของแม่ที่นาทีเครียดมาตลอดและมีแอบน้อยใจว่าลมมองข้ามไป แต่ทุกอย่างดันผิดคาด ลมให้เกียรติเขา ให้เกียรติแม่ของเขามาก ไหนจะการที่คอยดูแลทั้งเขาและลูก ไหนจะความพยายามในเรื่องต่างๆอีก มันทำให้นาทีรู้สึกซาบซึ้งใจมากจริงๆ

"ทีไม่ต้องขอบคุณพี่ครับ ทุกๆอย่างพี่ตั้งใจทำและทำมันด้วยความเต็มใจ ทั้งหมดที่ทำไปก็เพื่อครอบครัวของเรา"

"พี่ลม"

เพราะความรู้สึกที่อัดแน่นกันมากเกินไปทำให้น้ำเม็ดใสไหลออกจากตาของนาทีอย่างง่ายดาย นาทีพยายามแล้ว พยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา แต่วันนี้มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน น้ำตาที่ไหลอยู่นี้ก็เป็นน้ำตาของความสุขไม่ใช่ความทุกข์แต่อย่างใด

"นาทีไม่ร้องครับ" ลมเช็ดน้ำตาที่อาบสองแก้มแผ่วเบา

"ทีตื้นตันใจจนห้ามมันไม่อยู่แล้วครับ"

"โอ๋ มา พี่กอดนะ ไม่ร้องนะหม่าม้า ป่านนี้ตัวแสบกับตัวซนคงตกใจแย่แล้ว โอ๋ๆ ยิ่งถ้าตัวเล็กมาเห็นทีร้องไห้แบบนี้พี่ต้องโดนดุแน่ๆเลย ไม่ร้องนะครับ"

"พี่ลมก็อย่าโอ๋สิครับ ยิ่งโอ๋ทียิ่งร้องไห้นะ" นาทีบอกเสียงอู้อี้

"งั้นถ้าอย่างนี้ล่ะครับ"

"ยังไ... อุ๊ปส์"

ลมทาบริมฝีปากลงบนริมฝีบางของนาที ก่อนจะขบเม้มเบาๆเป็นการปลอบโยน นาทีที่ตั้งสติได้ก็ปล่อยให้ลมทำตามใจ รสจูบครั้งนี้ของคนทั้งคู่เป็นรสจูบที่หวานปนเค็มแต่เต็มไปด้วยความรักและความสุข มันรู้สึกดีจนทำให้หัวใจพองโต



"เขาสองคนคิดว่าพวกเราจะไม่เห็นพวกเขาจริงๆเหรอครับ" เปอร์กระซิบถามคนอื่นๆในวง

"หมูตุ้บอย่าดูนะ" คีย์ยกมือขึ้นปิดตาของหลานชายไว้ "บัดสีบัดเถลิงจริงๆเลยนะเชียว

"อ่า ไว้ผมจะสั่งสอนลูกชายผมให้ดีกว่านี้นะครับ" นภดลหันไปบอกกับดาริน

"ฮ่า ฮ่า ขอโทษที่ลูกดิฉันยั่วตาใสนะคะ"

จบคำพูดของดาริน เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นพร้อมๆกันอีกครั้ง




.......................................................

"มายืนทำอะไรมืดๆคนเดียวตรงนี้เนี่ยคุณ"

เสียงของผู้มาใหม่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ๆ ทำให้กรต้องรีบโยนบุหรี่ที่คีบอยู่ในมือลงพื้นทันที ก่อนจะใช้เท้าขยี้จนควันและไฟดับมอดจนหมดสิ้น หลังจากกินข้าวเสร็จกรก็ผละตัวออกมายืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณหลังบ้าน

"แอบมาพ่นควันใส่ต้นทานตะวันผมอีกแล้วเหรอ น้องจะป่วยอีกหรือเปล่าเนี่ย" คีย์เดินหน้ายู่เข้ามาจับต้นทานตะวันของตัวเองที่ลงปลูกใหม่และกำลังจะเบ่งบานในอีกไม่นานด้วยความเป็นห่วง

กรหัวเราะในลำคอเบาๆให้กับประโยคคำพูดของคีย์ มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่เราทั้งสองคนยังชอบหาเรื่องทะเลาะกัน โดยในวันนั้นกรโดนคีย์โวยวายใส่เสียยกใหญ่เพราะกลัวว่าควันบุหรี่ของเขาจะไปทำให้เจ้าดอกทานตะวันของตัวเองเป็นมะเร็ง

"ผมไม่ได้พ่นใส่สักหน่อย ลมต่างหากที่พัดพามันไป"

"ยังจะเถียงอีก" คีย์ใช้จมูกดมฟุตฟิตเพื่อพิสูจน์ดูว่ามีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่หรือเปล่า หากใครมาเห็นเขาตอนนี้คงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆ แต่จะให้ทำไงล่ะ เขาเป็นคนที่หล่อเลี้ยงน้องให้เติบโตขึ้นมาเลยนะ มันก็ต้องรักเป็นธรรมดา

"เลิกสนใจต้นทานตะวัน แล้วมาสนใจผมดีกว่าไหมคุณ"

"คุณมีอะไรให้น่าสนใจกัน"

"อยากรู้ไหมล่ะ ถ้าอยากรู้คืนนี้ก็ไปนอนค้างที่ห้องผมสิ"

คีย์ยืนหน้าแดงแจ๋ยามที่ได้ยินเสียงทุ้มกระซิบแหบพร่าที่ข้างๆหู ฮึ่ย! คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ

"ทะ ทำไมต้องไปนอนห้องคุณด้วยเล่า!"

"ก็...ของที่ต้องใช้มันอยู่ที่ห้องผม"

"นี่คุณ! คิดอะไรทะลึ่งอยู่ใช่ไหม"

"ทะลึ่งอะไรของคุณ ผมหมายถึงผมจะโชว์ฝีมือทอดไข่เจียวให้คุณชิมต่างหาก ผมฝึกฝีมือมาแล้วนะ รับรองอร่อยแน่นอน น่าสนใจไหมล่ะ แต่ถ้า...คุณอย่างลองชิมอย่างอื่น ผมก็ไม่ขัดนะ"

"เลิกซะนะไอ้สายตาเจ้าชู้แบบนี้ ไม่เหมาะกับหน้านิ่งๆของคุณสักนิด"

"แต่ก็ทำให้ใครบางคนแถวนี้หน้าแดงได้"

"ผมร้อนเถอะ" คีย์แยกเขี้ยวขู่กรไปหนึ่งที โทษฐานที่ทำตัวน่าหมั่นไส้จนเกินไป

"แล้วคุณออกมาทำอะไร เดี๋ยวยุงก็กัดหรอก"

"แค่ออกมาสูดอากาศข้างนอกแป๊ปนึง อีกอย่างคืนนี้พระจันทร์ก็สวยด้วย ผมอยากออกมาดูสักหน่อย" คีย์แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เวลานี้มีดวงจันทร์สีนวลงามตากำลังส่องแสงสว่างอยู่

"วันนี้ช่างเป็นวันที่สวยงามจริงๆเลยนะ"

"นั่นสินะ" กรแหงนหน้ามองดวงจันทร์บ้าง ก่อนจะละสายตาจากพระจันทร์ดวงโตที่ส่องสว่างอยู่ตรงหน้า มามองคนที่เปร่งประกายข้างๆแทน

"คุณ" ท่ามกลางความเงียบสงบและสายลมที่พัดผ่าน กรเอ่ยเรียกคีย์ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

"อื้อ" คีย์รับคำทั้งๆที่ดวงหน้ายังคงมองดวงจันทร์เช่นเดิม

"เป็นแฟนกับผมนะ"

"0.0"

"ผมขอโทษ ที่ผมปล่อยเวลาให้มันผ่านมาเนิ่นนานกว่าที่จะได้พูดประโยคนี้กับคุณ แต่ผมอยากให้คุณรู้ไว้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมคิดว่าคุณเป็นแฟนผมเสมอมา คิดมาตั้งแต่ที่ผมเริ่มจีบคุณด้วยซ้ำ คีย์ครับ มันไม่สายไปใช่ไหมที่ผมจะพูดประโยคนี้กับคุณ"

"ไม่ ไม่เลย ไม่สาย ไหนคุณถามผมใหม่อีกครั้งสิ"

"คีย์ครับ เป็นแฟนกับกรนะครับ"

"แต่ง! แต่งครับ"

"เดี๋ยวคุณ ผมขอคุณเป็นแฟนนะ" กรหลุดขำให้กับประโยคตอบรับที่สุดแสนจะน่ารักของแฟนตัวเอง

"ไม่เป็นไร ต่อไปก็ต้องขอแต่งอยู่แล้ว ผมตอบตกลงไว้เลย ในหัวผมมีแผนเรื่องการแต่งงานตั้งแต่บอกรักคุณแล้วนะ ผมคิดไว้แล้วว่าไม่มีทางปล่อยคุณไปแน่ๆ อาจจะไม่ได้แต่งเร็วๆนี้ แต่ยังไงคนที่ผมจะแต่งด้วยต้องเป็นคุณเท่านั้น"

"..."

"จริงสิ สัปดาห์หน้าคุณว่างใช่ไหม เราไปหาป๊าของผมกันนะ" คีย์ทอดสายตามองกรด้วยแววตาออดอ้อนและประกายความหวัง

"ตกลงครับ" กรตอบรับอย่างไร้ความลังเล "สัปดาห์หน้าเราไปหาป๊าของคุณกัน อยากได้ลูกชายเขามาเป็นเมียก็ควรจะเข้าไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ให้ถูกต้องสินะ"

"เมียเมออะไรกันเล่า" คีย์เขินใบหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู

"ไม่อยากเป็นเหรอ คีย์ไม่อยากเป็นเมียกรเหรอครับ"

"ก็ ก็ คืนนี้ขอไปนอนห้องคุณด้วยได้หรือเปล่า" คีย์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามของกรแต่เปลี่ยนเป็นถามกรเสียงมุบมิบในลำคอแทน แม้มันจะเป็นเสียงที่บางเบาแต่กรก็ได้ยินมันชัดเจน

"ได้สิครับ"กรยิ้มขำให้กับคนตรงหน้าที่ปากกล้าแต่ใจบาง "แต่ก่อนที่จะไปค้างที่ห้องผม คุณช่วยตอบตกลงเป็นแฟนกับผมก่อนเถอะ ได้โปรด"

"เป็นสิ เป็นแน่นอนอยู่แล้ว" คีย์วาดแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของกรไว้ ก่อนจะออกแรงดันเบาๆให้ใบหน้าของกรโน้มลงมาใกล้ๆจนปลายจมูกสัมผัสกัน ส่วนเอวบางของคีย์ก็โดนกรกอดประคองไว้หลวมๆ "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ผมขอประกาศว่า คีตกานต์ได้เป็นแฟนของคิรากรอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ"

"ขอบคุณครับ"

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องแสงสว่างไปทั่วท้องฟ้า ในเวลานี้มีคู่รักคู่หนึ่งกำลังมอบจูบรสหวานซึ้งให้กันและกันท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอย่างดูดดื่ม โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า เวลานี้มีคนขี้อิจฉาสามคนกำลังเฝ้ามองพวกเขาทั้งคู่อยู่


"อ่า ผมรู้สึกอยากมีแฟนชะมัด"

"นั่นนะสิ ทำไมพี่ถึงยังโสดอยู่นะ"

"วุ้นจะมีโอกาสได้เจอรักดีๆแบบนี้บ้างไหมนะ"

"เฮ้อ!" เปอร์ ขุน และวุ้น หันมาสบตากันเงียบๆ ก่อนจะมองออกไปยังคู่รักที่ยังคงยืนจูบกันอยู่ แล้วถอนหายใจออกมาพร้อมๆกัน

"ลุงก็โสดนะ"

"ป้าก็โสดจ้ะ แต่อยู่คนเดียวก็สบายใจดีนะ"

"เฮ้ย!" สามเสียงร้องประสานพร้อมกันด้วยความตกใจเพราะผู้มาใหม่มาแบบเงียบๆ

"แต่ตูนตูนม่ายโฉดแย้วน้า ตูนตูนมีแฟนแย้ว แฟนตูนตูนชื่อต้นหญ้าคับ"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

จบประโยคของเด็กชายตุลย์ผู้ใหญ่ทั้งหมดที่ยืนอยู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

ให้ตายเถอะ... นี่พวกเขาแพ้เด็กสี่ขวบจริงๆเหรอเนี่ย... น่าอายชะมัดเลย



.......................................................

TBC.

คนมีคู่ก็หวานกันไป ส่วนแก้งคนโสดก็อิจฉาเขาต่อไปเช่นกันจ้า 555++

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ 

ขอบคุณค่ะ


ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
36
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! พวกเราพร้อมแล้วฮะ



"ผ้าอ้อม ผ้าห่อตัว เสื้อผ้า โลชั่น แอลกอฮอล์และสำลี อืม... เหมือนจะยังขาดอะไรอีกสักอย่าง"

"ป๊าๆ ถุงเท้างาย ถุงเท้า ป๊าใฉ่ถุงเท้าปายยังคับ"

"จริงด้วย ป๊าเกือบลืมเลย"

"ป๊าอย่าลืมฉิ อานนี้ตูนตูนซื้อให้น้อง"

"ครับๆๆ จะใส่กระเป๋าให้เดี๋ยวนี้เลยครับ" ลมลูบหัวลูกชายเบาๆ "อืมม...ของใช้ของคุณหม่าม้า ไหนดูสิ เอาชุดไปเพิ่มอีกสักสองชุดน่าจะดี แชมพู สบู่ ยาสระผม ส่วนเอกสารต่างๆครบ สมุดฝากครรภ์ "

"ป๊าๆ ป๊าอย่าลืมชุดคุณหมีของตูนตูนน้า ตูนตูนจะใฉ่ให้น้องดู"

"ป๊าใส่กระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้วครับ"

"เย่ ขอบคุณครับ"

นาทีนั่งมองสองพ่อลูกจอมเห่อที่กำลังช่วยกันเตรียมของใช้จำเป็นสำหรับการคลอดลูกอย่างขยันขันแข็งอยู่ตรงบริเวณหน้าตู้เสื้อผ้าก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจ

"พอเลยครับทั้งสองคน เก็บกระเป๋าไว้ที่เดิมแล้วเตรียมตัวนอนได้แล้วครับ"

"แต่พี่ยังจัดของไม่เสร็จเลย"

"พี่ลมจัดมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ยังไม่เสร็จอีกเหรอครับ"

"พี่อยากตรวจดูอีกรอบว่าลืมอะไรไปหรือเปล่า"

"วันนี้พอก่อนครับ ดึกแล้ว ถึงเวลานอนของน้องตุลย์แล้วครับ" นาทีบอกเสียงดุ พร้อมกับชี้นาฬิกาบนผนังให้ลมดูว่าตอนนี้มันดึกมากแล้วจริงๆ

"ครับ" ลมที่เห็นว่าดึกมากแล้วจริงๆยอมรูดซิปกระเป๋าแล้วยกไปเก็บที่เดิมแต่โดยดี

"ตัวเล็กไปเร็ว ไปนอนกัน" ลมตะโกนเรียกลูกชายที่กำลังนอนกลิ้งไปมาบนเตียง

เด็กชายตุลย์เมื่อเห็นคนเป็นพ่อยืนรออยู่ตรงหน้าประตูก็รีบลงจากเตียงวิ่งมาจับมือคนเป็นพ่อตัวเองทันที

ตอนนี้เด็กชายตุลย์ได้แยกห้องนอนกับคนเป็นพ่อแม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แรกๆที่ต้องแยกห้องนอนอาจจะมีอาการงอแงบ้าง แต่ตอนนี้เด็กชายตุลย์สามารถนอนคนเดียวได้แล้ว ก็ในเมื่อตอนนี้ตูนตูนเป็นพี่ชายแล้ว พี่ชายต้องเข้มแข็งจะได้ดูแลน้องได้ ดังนั้นการนอนคนเดียวสำหรับตูนตูนแล้ว สบายมาก แค่ก่อนนอนขอให้ป๊าเล่านิทานให้ฟังและให้หม่าม้าจุ้บหน้าผากของเขาก็พอ

"ทีรอที่ห้องนะครับ เดี๋ยวพี่พาลูกไปนอนเอง" ลมหันหน้ามาบอกนาทีที่กำลังเดินตามหลังตัวเองมา

"ไม่ครับ ทีไปด้วย ทีอยากพาลูกเข้านอน"

"แต่..."

"นะครับ พี่ลม น้า" นาทีส่งยิ้มสวยพร้อมกับสายตาที่ออดอ้อนให้กับลม

"เฮ้อ!" แล้วมีหรือที่คนอย่างลมจะต้านทานได้ "เดินดีๆนะครับ"

"ห้องลูกอยู่ตรงข้ามห้องเราเองนะครับ เป็นคุณป๊าที่ขี้กังวลจริงๆ" นาทีบ่นติดขำให้กับความขี้ห่วงของลม

"ก็พี่เป็นห่วง"

"ครับๆๆ ทีรู้ครับ ทีจะเดินระวังๆ จับมือพี่ลมไม่ปล่อยเลยดีไหมครับ" นาทียื่นมือไปจับมือลมข้างที่ว่างจากการกุมมือลูกชายมากุมไว้แน่น

"เก่งมากครับ" ลมยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจให้กับการกระทำของนาที

"จับด้วย ตูนตูนจับหม่าม้าด้วย" เด็กชายตุลย์รีบปล่อยมือจากป๊า มาจับมือของหม่าม้าแทน "หม่าม้าจับแน่นๆเลยน้า ระวังน้า" เด็กชายตุลย์ตีหน้าเข้มบอกคนเป็นแม่

นาทีหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดูให้กับท่าทางของลูกชาย จากตอนแรกที่มีลมอยู่ตรงกลาง ตอนนี้กลายเป็นเขาที่อยู่ตรงกลางแทนโดยที่มีคุณป๊ากับคุณลูกจับมือเขาซ้ายขวาแทน

"ครับ จับแน่นๆเลยครับ ไปครับไปนอนกัน"

นาทีอมยิ้มน้อยๆ เขารู้สึกขบขันกับเหตุการณ์ตอนนี้เสียเหลือเกิน แค่การเดินไปส่งลูกเข้านอน ทำไมมันถึงได้ดูวุ่นวายขนาดนี้นะ นาทีไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าเจ้าตัวเล็กสองคนในท้องลืมตาออกมาดูโลก คุณป๊าอย่างลมและคุณพี่ชายอย่างน้องตุลย์จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่นาทีพอจะคาดเดาได้ นั่นก็คือ ความวุ่นวายที่เพิ่มมากขึ้นเป็นอีกเท่าตัว แต่ก็นะ...ที่ทั้งสองคนทำอยู่ตอนนี้ก็เพราะรักเขากับเจ้าตัวเล็กทั้งนั้น ความวุ่นวายของสองพ่อลูกจึงแปรเปลี่ยนเป็นความน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของนาทีแทน



"ทีเมื่อยเหรอครับ"

เมื่อกลับมาจากส่งลูกเข้านอนเสร็จ นาทีก็มุ่งตรงลงไปนั่งบนเตียงนอนพร้อมกับใช้มือของตัวเองทั้งข้างทุบขาเบาๆ

"นิดหน่อยครับ นิดเดียว" นาทีพูดเสียงอ่อยพร้อมกับประกบนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เข้าหากันเป็นเชิงบอกว่าเขาเมื่อยนิดเดียวจริงๆ แต่ก็มิวายโดยสายตาดุๆของลมมองมาอีกจนได้

"พี่ควรต้องดุคุณหม่าม้าจอมดื้อสักทีดีไหมครับ" ลมว่าพร้อมกับนั่งลงบนพื้นตรงหน้านาที

"พี่ลมไม่ดุซี่"

"ไม่ต้องมาทำเสียงอ้อนเลยครับ ไหนครับเมื่อยตรงไหน พี่นวดให้" ลมยกเท้าของนาทีขึ้นมาพร้อมกับบีบนวดให้นาทีอย่างตั้งใจ

"พี่ลม ขอบคุณนะครับ" นาทีรู้สึกของคุณลมเสมอที่คอยดูแลเขาดีขนาดนี้

"ทีขอบคุณพี่อีกแล้ว"

"ก็ทีรู้สึกขอบคุณจริงๆนี่ครับ"

"มันเป็นสิ่งที่ทีควรได้รับครับ ทีเสียสละตัวเองตั้งหลายอย่างเพื่อลูกของเรา ดังนั้นการได้รับการดูแลที่ดีจากสามีคือสิ่งที่ทีควรได้รับมันอยู่แล้วครับ พี่บอกแล้วไง ปล่อยให้สามีได้ดูแลภรรยาเถอะนะครับ ไม่ต้องรู้สึกผิดหรือเกรงใจ ทุกๆอย่างที่พี่ทำลงไปมันคือความเต็มใจและเป็นสิ่งที่พี่อยากจะทำให้ที พี่อยากให้ทีรู้ว่าทีไม่ได้อยู่คนเดียว ทียังมีพี่ที่คอยอยู่ข้างๆนะ"

"พี่ลม" นาทีเรียกชื่อลมด้วยเสียงที่สั่นพร่า พร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอขึ้นมาจนเต็มดวง

"หม่าม้าจะร้องไห้อีกแล้ว ไม่ร้องสิครับ เดี๋ยวลูกก็ขี้แยพอดี อีกอย่างถ้าทีร้องไห้ตอนนี้พี่เช็ดน้ำตาให้ไม่ได้นะ เพราะนวดเท้าอยู่ เพราะฉะนั้นฮึบไว้นะครับ"

"ครับ ฮึบ ทีจะฮึบไว้" นาทีพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ทำตามที่ลมบอกอย่างว่าง่าย

"พี่ว่าเล็บเท้าของทียาวอีกแล้วนะ" ลมที่กำลังนวดฝ่าเท้าให้นาทีอยู่บ่นออกมาเบาๆ

"ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวทีค่อยตัดก็ได้ ตอนนี้ยังไม่ยาวเท่าไหร่เลย"

"ไม่ได้ครับ ทีรอพี่แป๊บนะ" ลมบอกพร้อมกับหยัดตัวยืนขึ้น

"พี่ลมจะไปไหนครับ"

"พี่จะไปหยิบกรรไกรตัดเล็บครับ"

"ไม่ต้องหรอกครับพี่ลม" นาทีบอกออกมาด้วยความเกรงใจ

"ทำไมคุณหม่าม้าถึงดื้อจังเลยครับ"

"ก็เล็บเท้ามันสกปรก ทีเกรงใ..."

"ถ้ายังพูดคำว่าเกรงใจออกมาอีกคำเดียวพี่จะลงโทษทีแล้วนะครับ"

"พี่ลมอย่าดุทีนะ" คุณหม่าม้าจอมดื้อหน้ายู่ขึ้นมาทันทีเมื่อโดนคุณป๊าเอ่ยดุ

"ถ้าไม่ดื้อก็จะไม่ดุครับ เพราะฉะนั้น คุณหม่าม้านั่งรอนิ่งๆ ห้ามซนนะครับ"

"ทีไม่ใช่น้องตุลย์สักหน่อย"

"ใช่ ทีไม่ใช่น้องตุลย์ เพราะน้องตุลย์ไม่ได้ดื้อเหมือนกับที"

"พี่ลม!"

ลมหัวเราะให้กับท่าทางขู่ฟ่อๆนาที ก่อนจะเดินไปหยิบกรรไกรตัดเล็บและกลับมานั่งที่พื้นตามเดิม

"อยู่นิ่งๆครับ เดี๋ยวจะเจ็บนะ"

"ฮึก ฮือ ฮึก"

"ทีร้องไห้ทำไมครับ" ลมถามด้วยความตกใจ "พี่ตัดโดนเนื้อเหรอครับ ไหน ขอพี่ดูหน่อย"

"ไม่ ฮึก ทีไม่ได้ร้องไห้เพราะเจ็บ"

"ถ้าอย่างนั้นทีร้องไห้ทำไมครับ"

"ก็พี่ลมดุที วันนี้พี่ลมดุทีหลายครั้งแล้วนะ" เพราะอารมณ์คนท้องที่ค่อนข้างจะอ่อนไหว นาทีที่โดนลมดุหลายๆครั้งก็อดที่จะน้อยใจและร้องไห้ออกมาไม่ได้

"พี่ไม่ได้ดุเลยนะ พี่แค่เห็นว่าเท้าของทีอยู่ไม่นิ่ง เลยกลัวว่าอาจจะพลาดตัดไปโดนเนื้อของทีจนทีเจ็บเท่านั้นเอง"

"ไม่ ฮือ พี่ลมดุที"

"ครับ ดุก็ดุ โอ๋ ไม่ร้องนะครับ ไม่ร้อง ไม่ดุแล้วครับไม่ดุแล้ว พี่ขอโทษ"

"ไม่ พี่ลมไม่ต้องขอโทษ ทีผิดเอง ทีดื้อเอง พี่ลมทำถูกแล้ว ที ฮึก!  ทีไม่ร้องไห้แล้ว ทีเข้าใจ พี่ลมเป็นห่วง แต่มัน มันร้องไห้ออกมาเอง"

ลมยิ้มเอ็นดูให้กับคนตรงหน้า อยากจะยกมือขึ้นลูบหัวคนท้องที่อ่อนไหวเพื่อปลอบโยนแต่ติดตรงที่เขายังไม่ได้ล้างมือ ตอนนี้จึงทำได้เพียงเข้าไปสวมกอดคนท้องไว้หลวมๆพร้อมกับโยกตัวไปมาเบาๆเป็นการปลอบโยนแทน

"เหลือเล็บเท้าอีกข้างนึง ให้พี่ตัดให้เสร็จนะคนดี แล้วเราเข้านอนกัน ทีนั่งนานแล้ว เดี๋ยวจะปวดหลัง นะครับ" ลมผละตัวออกมามองหน้านาทีที่ตอนนี้ดวงตาบวมแดงจากการร้องไห้ พร้อมกับใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดบอกกับคนอารมณ์อ่อนไหวตรงหน้า

นาทีพยักหน้ารับ อนุญาตให้ลมตัดเล็บเท้าของเขาต่อได้ เพราะเขาเองก็เริ่มรู้สึกปวดๆหลังอย่างที่ลมว่าแล้วเช่นกัน



"ไหนเจ้าสองหน่อ วันนี้ไม่บอกฝันดีป๊าเหรอครับ""

ลมที่กลับมาจากการล้างมือและปิดไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่งลงบนเตียงก่อนจะแนบใบหน้าลงกับหน้าท้องของนาทีที่ตอนนี้มันดูโตจนกลัวว่าจะแตกเข้าสักวัน และตั้งแต่ที่ลูกเริ่มดิ้น การพูดคุยกันก่อนนอนระหว่างพ่อกับลูกก็เกิดขึ้นเป็นประจำทุกค่ำคืน

ปึก! ปึก!

"อึก!" แรงถีบของเด็กน้อยที่อยู่ในท้องทำเอานาทีถึงกับต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บและจุก

"เบาๆหน่อยสิครับ หม่าม้าเขาเจ็บนะรู้เปล่า" ลมบอกลูกชายเสียงดุ "ทีเจ็บมากไหมครับ"

"ไม่ครับ"

"ดิ้นกันเบาๆเข้าใจไหมครับ เป็นเด็กดี ห้ามดื้อห้ามซน ห้ามทำหม่าม้าเจ็บนะ เข้าใจไหมเจ้าสองหน่อ"

ปึก! ปึก!

เด็กน้อยราวกับรับรู้คำบอกกล่าวของคนเป็นพ่อ เพราะยามที่คนเป็นพ่อพูดจบ ท้องของนาทีก็โดนถีบจากด้านในสองทีจุกๆเลยทีเดียว

"อึก!"

"ดื้ออีกแล้ว"

"พอแล้วครับ ถ้าพี่ลมยังชวนลูกคุย วันนี้ทีคงโดนลูกเตะจนจุกแน่ๆ เด็กดีทั้งสองคนก็นอนกันได้แล้วนะครับ " ดุคนเป็นพ่อเสร็จ ก็หันมาคุยกับลูกน้อยในท้องต่อ มือเล็กๆของนาทีลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆส่งต่อความอบอุ่นผ่านฝ่ามือของตัวเองและหวังว่าความอบอุ่นจากฝ่ามือจะส่งไปถึงลูกน้อยที่อยู่ในท้อง ให้ทั้งสองคนนอนหลับฝันดี

"ครับ ฝันดีนะเจ้าสองหน่อของป๊า จุ้บ จุ้บ" ลมก้มลงจูบหน้าท้องของนาที และปิดท้ายด้วยการจูบหน้าผากคนเป็นหม่าม้า เพื่ออวยพรให้ทั้งสามคนหลับฝันดีตลอดคืน

แต่การอวยพรของลมดูจะไม่ค่อยศักดิ์สิทธิ์สักเท่าไหร่ เพราะนาทีมักจะตื่นขึ้นมาในตอนกลางดึกตลอดเนื่องจากมีอาการปวดเมื่อย หรือบางครั้งก็เป็นตะคริวจนนอนไม่หลับ ลมรู้สึกสงสารนาทีจับใจ เขาทำได้เพียงคอยดูแลและอยู่ข้างๆเท่านั้น ตั้งแต่วันแรกที่นาทีท้องจนมาถึงตอนนี้ที่ใกล้จะคลอดแล้ว ลมยอมรับเลยว่า...

นาทีของเขาเป็นคุณหม่าม้าที่เก่งมากจริงๆ...




............................................................


"คุณลมไปทำงานด้วยความสบายใจได้เลยครับ ทางนี้เดี๋ยวผมดูแลให้เป็นอย่างดี แบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ผมจะตามเฝ้ายันในห้องน้ำเลยครับ"

วันนี้คีย์หยุดงานเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อนนาทีที่บ้าน เนื่องจากลมที่หอบงานมาทำที่บ้านตลอดตั้งแต่ที่นาทีเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ดันมีประชุมสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ครั้นจะให้นาทีเดินทางไปที่บริษัทหรือร้านกาแฟก็คงไม่สะดวก คีย์จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของลม และคีย์เองก็เต็มใจทำหน้าที่เป็นอย่างมาก ซึ่งกว่าจะได้หน้าที่นี้มา คีย์ต้องตบตีกับเปอร์อยู่เป็นเวลานานเลยทีเดียว เพราะเปอร์เองก็อยากทำหน้าที่นี้เช่นกัน

"พี่ลมไปทำงานได้แล้วครับ คุณกรรอนานแล้วนะครับ" นาทีบอกกับคนตัวโตที่ตอนนี้กำลังทำตัวงอแงราวกับเด็กๆ

"แต่พี่เป็นห่วงที" ลมยังคงตัดใจไปทำงานไม่ได้

"ทีรู้ครับ แต่พี่ลมก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบนะครับ คุณป๊าไม่ดื้อสิครับ เดี๋ยวไม่มีเงินเลี้ยงลูกๆนะ"

"ไม่เป็นไรครับ ปู่ของลูกเรารวยมาก"

"แบบนี้ก็ได้เหรอครับ"

"พี่ล้อเล่นครับ ทั้งเมีย ทั้งลูก พี่เลี้ยงได้สบายมาก เกิดอีกสักสิบคนก็ยังเลี้ยงไหว" ลมโอ้อวดตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

"ครับๆ ทีเชื่อครับ แต่ตอนนี้เลิกงอแง แล้วไปทำงานนะครับ แล้วก็อย่าลืมไปรับน้องตุลย์ด้วยนะครับ"

"ครับ พี่ไปทำงานก่อนนะครับ ถ้าทีรู้สึกไม่ดี แม้จะเป็นความรู้สึกที่น้อยนิด ทีก็ต้องรีบโทรหาพี่เลยนะครับ เข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้วครับ" ทีใช้มือประคองหน้าคนตรงหน้า ก่อนจะจับมันส่ายไปมาด้วยความมันเขี้ยว เรียกรอยยิ้มอารมณ์ดีให้กับลมได้เป็นอย่างดี

"ขอกำลังใจหน่อยครับ" ว่าจบก็ยื่นแก้มให้นาทีทันที

"ฟอด ฟอด ตั้งใจทำงานครับ เป็นไงครับกำลังใจเต็มหรือยังครับ"

"เต็มจนล้นเลยครับ ฟอด ฟอด พี่ไปแล้วนะ" ลมผละอ้อมกอดออกจากนาทีด้วยเสียดาย ถึงแม้ลมจะไม่อยากไปทำงานสักนิด แต่ก็ต้องฝืนใจทำ รีบไปรีบประชุมให้เสร็จ แล้วรีบกลับบ้านดีกว่า "กร ไปกัน!" คิดได้ดังนั้นก็หันไปสั่งกรเสียงเข้มทันที

"ครับ... ผมไปแล้วนะคุณ ตอนเย็นเดี๋ยวมารับ อย่าดื้อ อย่าซน ดูแลตัวเองและคุณนาทีให้ดี มีอะไรให้รีบโทรหาผมทันทีเข้าใจไหม"

"เข้าใจแล้วน่า บ่นเป็นตาแก่ไปได้"

"ผมเป็นห่วง" แม้กรจะพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วงจริงๆ

"ครับๆ เข้าใจแล้วครับ คุณก็ตั้งใจทำงานนะครับ เจอกันตอนเย็น"

"ครับ จุ้บ! เจอกันตอนเย็น" กรจูบหน้าผากคีย์เสียงดังจุ้บโดยที่คีย์ไม่ทันได้ตั้งตัว กว่าจะได้สติว่าต้องอ้าปากด่า กรก็เดินห่างไปไกลแล้ว หันไปมองนาทีที่ยืนข้างๆก็ได้รับรอยยิ้มกรุ่มกริ่มกลับมาชวนให้คีย์รู้สึกเขินเป็นที่สุด

"ยิ้มไรของมึง จะยืนอีกนานไหม เดี๋ยวก็เมื่อยอีกหรอก ไปๆๆ เข้าบ้าน"

"คีย์เป็นประเภทเขินแล้วชอบใช้ความรุนแรงแบบที่เปอร์บอกจริงๆด้วย"

"มึงก็ไปเชื่อไอ้เปอร์มัน"

"ว้าว น้องคีย์เขินน่ารักจัง"

"ไอ้เหี้ยที" คีย์เรียกเพื่อนรักเสียงอ่อน

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"


วันนี้ทั้งวันว่าที่คุณแม่ลูกสามและเพื่อนรักของเขา ต่างใช้เวลาได้อย่างเรื่อยเปื่อยและเหงาหงอยเป็นที่สุด จะมีช่วงคึกคักก็คงเป็นตอนที่ถึงเวลาการทำอาหารเย็นสำหรับทุกๆคน โดยที่วันนี้คีย์เป็นคนลงมือทำอาหารเอง และมื้อนี้คีย์จะฝากท้องไว้ที่นี่ด้วยเช่นกัน


"หม่าม้าๆ หม่าม้าอยู่หนายคับ หม่าม้าตูนตูนกลับมาจากโรงเรียนแย้วน้า"

เสียงลูกชายที่มาก่อนตัวเรียกร้อยยิ้มให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคนเป็นแม่อย่างนาทีได้เป็นอย่างดี นาทีตั้งใจที่จะประคองตัวเองที่มีท้องโตๆให้ลุกขึ้น แต่เสียงเด็กชายตุลย์ที่อยู่ไกลๆก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

"หม่าม้า ม่ายต้องลุกออกมาน้า เดี๋ยวตูนตูนเดินไปหาหม่าม้าเอง โอ๊ะ! หม่าม้า ตูนตูนเจออาคีย์ในครัวละ หม่าม้ารอก่อนน้า ตูนตูนขออยู่กับอาคีย์ก่อน"

จบคำพูดของลูกชายนาทีก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ลมเดินมาพอดี

"หืม วันนี้ทำไหมคุณหม่าม้าอารมณ์ดีจังเลยครับ"

"ขำลูกหน่ะครับ พี่ลมเป็นไงบ้างครับ วันนี้เหนื่อยไหม" ว่าจบนาทีก็กางแขนออก เพียงเท่านี้ลมก็รู้แล้วว่านาทีต้องการอะไร ลมพุ่งตัวเข้าสวมกอดนาทีทันที

"กลับบ้านมาเจอแบบนี้ก็หายเหนื่อยแล้วครับ ว่าแต่ทีเป็นไงบ้างครับวันนี้"

"วันนี้ปกติดีครับ คีย์ดูแลทีดีมาก แต่ตอนนี้พี่ลมไปดูแลน้องตุลย์ก่อนนะครับ ดูการบ้านลูกด้วยนะว่ามีไหม ถ้ามีให้ลูกทำก่อนเลยนะ ระหว่างที่รอคีย์ทำอาหารเย็น"

"รับทราบครับ เดี๋ยวพี่มานะครับ ฟอด"

"ครับ"



"หมูตุ้บ วันนี้ไปโรงเรียนเป็นไงบ้าง สนุกไหมครับ"

คีย์เอ่ยถามหลานชายในขณะที่พวกเขากำลังนั่งทานมื้อเย็นด้วยกัน

"ฉะหนุกครับ"

"สนุกสิ ต้องพูดว่าสนุก ไหนลองพูดสิ สนุก

"ฉะหนุก"

"สนุก"

"ฉะหนุก"

"โอเคฉะหนุกก็ฉะหนุก"

"คับ สนุกก็สนุก"

"หมูตุ้บ เอาจริงดิ" คีย์ถึงกับร้องโอดครวญเมื่อโดนหลานชายตัวแสบเล่นเข้าให้แล้ว

"คิกคิก"  เด็กชายตุลย์หัวเราะชอบใจที่สามารถแกล้งคนเป็นอาได้

"โดนเด็กเล่นเข้าให้แล้วไหมล่ะคุณ" กรหันไปพูดกับคีย์ที่นั่งอยู่ข้างๆพร้อมกับหัวเราะเยาะออกมา

"เงียบเลยนะคุณ" คีย์มองค้อนกรตาเขียวปั๊ด

"อาคีย์ ตูนตูนหยอกน้า ม่ายโกดน้า ตูนตูนรักงาย เพาะรักจึงหยอก ตูนตูนรักอาคีย์น้า"

"หืม ไปจำคำพวกนี้มาจากไหนเนี่ยหมูตุ้บ"

"พี่เปอร์คับ พี่เปอร์ฉอน" เด็กชายตุลย์บอกด้วยความภาคภูมิใจในตัวพี่ชายของตัวเอง ก็พี่เปอร์ของเขาเก่ง สอนอะไรเขาตั้งหลายอย่าง

"กูบอกมึงแล้วไอ้ที อย่าให้หมูตุ้บกูอยู่กับไอ้เปอร์มาก เป็นไงล่ะ ได้ไอ้เปอร์มาเต็มๆ" คีย์ป้องปากพูดกับนาทีเบาๆ

"น้องตุลย์จะได้เป็นเด็กขี้เล่นไง ไม่ดีเหรอคีย์" นาทีว่าขำๆ

"อ่ะจ้า แล้วแต่เลยจ้า"


"ทีอิ่มแล้วเหรอครับ" ลมที่เห็นว่านาทีวางช้อนแล้วเอ่ยถามขึ้น เขาอยากให้นาทีกินเพิ่มอีกสักหน่อย เพราะข้าวในจานของนาทีแทบไม่ลดลงเลย

"คือที อึก!"

"ทีเป็นอะไรครับ" ลมรีบวางช้อนทิ้ง แล้วขยับตัวเข้าหานาทีโดยเร็ว

"คือที อึก ที ปะ ปวดท้อง เหมือนจะคลอด ฮึก พี่ลม" นาทีช้อนตามองลมด้วยดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตา

เคร้ง!

หลังจากจบประโยคของนาที ความโกลาหลก็เกิดขึ้นทันที

ฟึบ!

"ทีอดทนไว้นะ พี่จะพาไปโรงพยาบาล" ลมรีบอุ้มนาทีขึ้นมาทันที "คีย์ผมฝากคุณขึ้นไปเอาเอกสารต่างๆมาให้หน่อยได้ไหม มันอยู่ในกระเป๋าสีดำที่อยู่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียง คีย์ คีย์!"

"ฮะ ห๊ะ เอกสาร เอกสารสินะ เดี่ยวผมไปเอาให้"

"กรไปเตรียมรถเร็ว"

"ครับ" กรรีบคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไปทันที

"ตัวเล็กเดินตามป๊ามานะ"

"ฮือ ฮึก ป๊า หม่าม้าเป็นอะราย" เด็กชายตุลย์วิ่งตามคนเป็นพ่อที่กำลังอุ้มแม่ของตัวเองมาติดๆ "หม่าม้าเจ็บหรอ ฮึก น้องดื้อหรอ ฮือ โฮๆ ป๊าพาหม่าม้าปายโรง'บาลเร็วๆ ฮือ หม่าม้าเจ็บ"

"น้องไม่ได้ดื้อครับ น้องแค่อยากออกมาเล่นกับพี่ชายแล้วครับ เดี๋ยวพอน้องออกมาหม่าม้าก็ไม่เจ็บแล้วครับ" ลมพยายามควบคุมน้ำเสียงตัวเองให้เป็นปกติที่สุดในการอธิบายให้ลูกชายฟัง ทั้งๆที่ตัวเองก็กลัวและเป็นห่วงนาทีมากไม่ต่างกัน ยิ่งเห็นนาทีเจ็บปวดแบบนี้ ใจของลมยิ่งปวดหนึบ

"อดทนไว้นะคนดี" ลมพูดในขณะที่วางนาทีลงบนเบาะรถ

"คุณลม ผมเอาเอกสารมาให้แล้ว แฮ่กๆ คุณไปก่อนเลยเดี๋ยวที่เหลือผมขับรถตามไปให้เอง หมูตุ้บมากับอาคีย์ครับ ให้หม่าม้าไปโรงพยาบาลก่อน แล้วเดี๋ยวเราขับรถตามไปทีหลังนะครับ"

"ตูนตูนจะปายกับหม่าม้า" เด็กชายตุลย์มีอาการดื้อดึงไม่ยอมง่ายๆ

"ตัวเล็ก ป๊ายังไม่ได้เอาถุงเท้าของน้องมาเลย ตัวเล็กไปหยิบถุงเท้าของน้องกับอาคีย์ แล้วตามเอาไปให้ป๊าที่โรงพยาบาลได้ไหมครับ ถ้าน้องไม่ได้ใส่ถุงเท้าน้องจะหนาวมากๆเลย"

ลมเองก็ไม่อยากทิ้งลูกชายคนโตไว้ข้างหลังเช่นกัน แต่ถ้าน้องตุลย์ไปด้วย ลมอาจจะดูแลได้ไม่ดีพอและอาจจะทำสิ่งต่างๆไม่สะดวกนักเพราะมัวแต่ห่วงหน้าพะวงหลัง การที่น้องตุลย์อยู่กับคีย์ไม่ใช่การผลักไส แต่เขาเชื่อใจคีย์ว่าคีย์จะสามารถช่วยดูแลและปลอบโยนลูกชายของเขาในเวลานี้ได้ แค่ขอให้พานาทีไปถึงมือหมอ แล้วหลังจากนั้นเมื่อน้องตุลย์ตามไปที่โรงพยาล ลมจะกอดปลอบลูกชายเอง

"ฮึก ถุงเท้าน้องเหรอ"

"ครับ"

"คับ ฮึก ตูนตูนจะเอาถุงเท้าปายให้น้อง"

"เก่งมากครับ ฟอด" ลมก้มลงหอมหัวลูกชาย ก่อนจะส่งยิ้มให้และปิดประตูรถอย่างแรงโดยที่ไม่สนใจสักนิดว่าประตูรถจะพังหรือเปล่า

"กร เหยียบให้จม แต่ต้องถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย"

"ครับ"


"อึก พี่ลม"

"ปวดมากไหมครับ ทนหน่อยนะคนดี เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้ว" ลมก้มลงจูบขมับที่ชื้นไปด้วยเหงื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า วงแขนที่กอดนาทีไว้ ก็แน่นขึ้นตามความกังวลของลมเช่นกัน



เจ้าสองหน่อของป๊า อย่าแกล้งหม่าม้าให้เจ็บขนาดนี้สิ ป๊าใจจะขาดตายอยู่แล้ว...


................................................

TBC.

ตอนนี้ก็คือ นั่งมองคนเขาดูแลกันค้า

ทุกคน ผ้าอ้อมพร้อมไหม ขวดนมพร้อมหรือเปล่า หลานๆกำลังจะมาเซไฮ แล้วนะคะ

พี่กรเหยียบให้ไวเลยยยยยย...


ขอให้ทุกคนสนุกกับการอ่านนะคะ

ขอบคุณค่ะ



ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น้องๆ!!!... พี่ตูนตูนจะได้เจอน้องแล้ว...

ปล. น้องจะชื่ออะไรเอ่ย แอบอยากรู้จัง... คุคุ...

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
37
ของขวัญที่แสนวิเศษและคำขอบคุณ


"หม่าม้าๆ น้องโดนห่อเหมือนคุณดักแด้เลย ต่อปายน้องจะกลายเป็นคุณผีเฉื้อหรือป้าวคับ ผมน้องก็มีอยู่นิดเดียวเอง หม่าม้าๆ ผมน้องจะยาวหรือป้าวคับ ทำไมจมูกน้องเล็กจัง ฮัลโหลๆ น้องเห็นพี่ม่าย ทำไมไม่ลืมตามองกันเลย ฮัลโหลๆ"

พี่ชายคนโตอย่างเด็กชายตุลย์พยายามโบกมือทักทายน้องน้อยสองคนที่ตอนนี้หลับตาพริ้มอย่างไม่ลดละ ก็เขาอยากให้น้องลืมตามามองกันบ้างนี่น่า แต่น้องเล่นหลับตาเสียสนิท ไม่ยอมมองกันเลย

"เป็นเด็กดีต้องม่ายนอนตื่นสายนะรู้ป้าว ถ้าตื่นสายแล้วโดนหม่าม้าดุ พี่ม่ายช่วยจิงๆนะ" ความพยายามของเด็กชายตุลย์ยังคงมีอยู่ เขาพยายามพูดโน้มน้าวน้องชายตัวน้อยที่โดนห่อด้วยผ้าเหมือนดักแด้ให้ลืมตาตื่นขึ้นมามองกันโดยเอาความดุของคนเป็นแม่มาขู่

นาทีที่ได้ยินเสียงสดใสพูดคุยกับน้องๆและคำขู่ของลูกชายคนโตก็หลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดู แม้ว่าการขำจะสะเทือนแผลบ้าง แต่เขาก็อดที่จะขำไม่ได้จริงๆ ก็ดูสิ...ไม่ทันไรพี่ชายสุดเท่ ก็ขู่น้องๆเสียแล้ว

นาทีพักฟื้นหลังการผ่าคลอดเป็นวันที่สามแล้ว และคาดว่าอีกไม่นานก็คงได้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ส่วนการคลอด นาทีเลือกวิธีการผ่าคลอดแบบบล็อกหลัง เพราะการผ่าคลอดแบบนี้ทำให้เขาสามารถเห็นหน้าลูกได้ทันทีและยังสามารถได้ยินเสียงร้องของเจ้าสองแฝดครั้งแรกอีกด้วย

แม้จะเป็นท้องที่สอง แต่นาทีก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในตอนที่ได้ยินเสียงลูกร้องจ้าทั้งเจ้าคนพี่และคนน้อง ในวินาทีนั้นมันรู้สึกตื้นตันจนไม่สามารถห้ามน้ำตาได้เลย แต่คนที่ดูจะตื้นตันกว่าใครคงหนีไม่พ้นคนเป็นพ่ออย่างลม ในตอนที่คุณหมอผ่าคลอดและใกล้จะนำตัวเด็กออกมา คุณหมอบอกให้คุณพยาบาลตามคุณพ่อเข้ามาได้ ในตอนที่เดินเข้ามาภายในห้องคลอดสีหน้าของลมเหลอหลาเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก ซึ่งเป็นท่าทางที่ชวนให้น่าเอ็นดูเป็นที่สุด

"ป๊า!"

"ชู่ว ไม่ตะโกนนะครับ เดี๋ยวน้องตกใจนะ" ลมที่เปิดประตูกลับเข้าห้องพักมา ปรามเด็กชายตุลย์เบาๆ ก่อนหน้านี้เด็กชายตุลย์งอแงนิดหน่อยเพราะอยากกินนมคุณหมี ลมจึงต้องเดินลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อด้านล่างโรงพยาบาลมาให้ พร้อมกับขนมและของกินต่างๆ อีกนิดหน่อย

"อุ๊บ! ตูนตูนลืมเยย พี่ขอโทษน้า น้องม่ายตกใจน้า" เด็กชายตุลย์รีบชะโงกหน้ามองน้องๆทั้งสองคนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงรถเข็นที่พี่ๆพยาบาลเข็นมาไว้ข้างๆเตียงของหม่าม้าและถือว่าเป็นโชคดีที่น้องๆไม่ตกใจอย่างที่คนเป็นพ่อบอก

"ลูกหลับไปนานหรือยังครับ" ลมชะโงกหน้าดูเจ้าสองแฝดน้อยที่กำลังหลับพริ้มด้วยสายตาที่อ่อนแสงลง

"หลังจากที่พี่ลมออกไปแป๊บนึงครับ กินนมอิ่มก็หลับปุ๋ยเลยครับ" นาทีบอกลมพร้อมรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

แม้การเอาลูกเข้าเต้าจะดูวุ่นวายไปเสียหน่อย แต่เจ้าสองแฝดก็เป็นเด็กดีเกินคาด ไม่ร้องไห้โยเยขอกินนมพร้อมๆกัน ไม่อย่างนั้นนาทีคงปวดหัวไม่น้อย

"ป๊าๆ นมคุณหมีรสน้ำผึ้งมีม้ายคับ"

"มีสิครับ เดี๋ยวป๊าเจาะให้นะ"

"ขอบคุณครับ" เด็กชายตุลย์รับนมมาจากคนเป็นพ่อ และก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณด้วย "จิงฉิ! ป๊าๆ ป๊าซื้อมาฉามก่องหรือเปล่า หนายๆ ฉามก่องไหม" เด็กชายตุลย์ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ พยายามชะโงกหน้าดูว่าในถุงที่ลมถืออยู่มีอะไรบ้าง

"ครับ ป๊าซื้อมาสามกล่องตามที่ตัวเล็กบอกเลย"

"เก็บเยย ป๊าเก็บเยย"

"ครับ ตัวเล็กจะเก็บไว้กินวันหลังใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นป๊าเอาไปแช่ตู้เย็นให้นะ"

"ม่ายๆ ของน้อง ตูนตูนแบ่งน้อง นมหมีอร่อย ตูนตูนอยากให้น้องกินนมอร่อยๆ"

"ฮ่า ฮ่า ตัวเล็ก น้องยังกินนมคุณหมีไม่ได้นะครับ" ลมยื่นมือมาลูบหัวลูหชายคนตัวเบาๆด้วยความเอ็นดูจับใจ

"0.0 จิงหรอหม่าม้า" เด็กตุลย์หันหน้าไปถามคนเป็นแม่ที่นอนอยู่บนเตียงตาโต

"จริงครับ ตอนนี้น้องกินได้แค่นมของหม่าม้ากับนมผงที่เหมาะกับน้องเท่านั้นครับ"

"แล้วน้องจะกินได้ตอนหนายคับ"

"ต้องรอให้น้องโตก่อนนะครับ"

"อืม ต้องโตก่อนสินะ ... รีบๆโตน้า น้องรีบโตน้า เดี๋ยวพี่ซื้อนมคุณหมีให้กินคนละฉองก่องเยย" เมื่อเข้าใจสิ่งที่คนเป็นแม่บอก เด็กชายตุลย์ก็รีบหันหน้าไปคุยกับน้องๆทั้งสองคนที่กำลังหลับอยู่ด้วยน้ำเสียงที่เป็นจริงเป็นจัง ช่างเป็นภาพที่น่าเอ็นดูเสียจริงๆ

"ทีเป็นไงบ้างครับ ยังเจ็บอยู่ไหมครับ ฟอด" ลมเอ่ยถามถึงอาการปวดแผลของนาทีด้วยความเป็นห่วง

"ยังปวดๆแผลอยู่ครับ แต่ไม่ได้ปวดอะไรมากมาย"

"ถ้าปวดมากๆ หรือรู้สึกไม่ดี ทีต้องรีบบอกพี่ทันทีเลยนะครับ ห้ามอดทน ห้ามเก็บเงียบ เข้าใจไหมครับ"

"ครับๆๆ เข้าใจแล้วครับ"

"เข้าใจแล้วรบกวนปฏิบัติตามด้วยนะครับ"

"คร้าบๆๆๆๆ"

"เก่งมากครับ...สวัสดีเจ้าสองหน่อของป๊า วันนี้เป็นยังไงบ้างครับ นอนกันเก่งจริงๆเลยนะ"ลมหันไปพูดคุยกับเจ้าสองแฝดที่กำลังหลับอยู่เบาๆ น้ำเสียงที่ใช้ก็ช่างอ่อนโยนนัก

ในตอนที่นาทีปวดท้อง เขายังจำความรู้สึกของตัวเองได้ดี ตอนนั้นทั้งความกลัว ความกังวล และอีกสารพัดความรู้สึกที่วิ่งถาโถมเข้าใส่ อยากที่จะเจ็บปวดแทนคนรักที่หน้าซีดเซียวเหงื่อท่วมตัว ไหนจะความรู้สึกตอนที่ได้เข้าไปในห้องคลอดอีก บอกตามตรงว่าตอนนั้นเขาทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ตรงไหน มือไม้ก็วางไม่ถูก มันเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นและประหม่ามากๆ

ในวินาทีที่ได้ยินเสียงลูกน้อยร้องไห้จ้าออกมา ความรู้สึกของลมในตอนนั้นมันตื้นตันมาก มันเป็นความสุขที่จุกอกอยู่ภายในใจ ไม่สามารถหาคำมาอธิบายได้ ลมจำได้ว่าเขาจับมือนาทีแน่นมาก พร้อมกับพรมจูบลงบนขมับและพร่ำบอกคำว่ารักและคำว่าขอบคุณแก่นาทีซ้ำๆอยู่อย่างนั้นเป็นสิบๆครั้ง

ส่วนความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นเจ้าสองหน่อนั้น สิ่งแรกที่เขาคิดคือ อ่า นี่สินะเจ้าสองหน่อตัวแสบกับตัวซนของป๊า ช่างน่าเกลียดน่าชังเสียเหลือเกิน จากนั้นกระบอกตาของเขาก็ร้อนผ่าว น้ำตาไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่นาทีเอ่ยแซวเขาพร้อมสายตาล้อเลียนจนเขาต้องรีบยกมือปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็วเพราะรู้สึกขัดเขินกับสายตาของทุกๆคนที่มองมานิดหน่อย

คิดไปคิดมาก็อดคิดถึงลูกชายคนโตขึ้นมาไม่ได้ ลมรู้สึกเสียใจไม่น้อยที่ไม่ได้มีโอกาสอยู่เคียงข้างนาทีในตอนที่เจ็บปวดขนาดนี้ ไม่ได้มีโอกาสได้เห็นเด็กชายตุลย์ตัวน้อยที่ตัวแดงแจ๋ แผดเสียงจ้าน่าเอ็นดู แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นอดีตและเขาไม่สามารถกลับไปแก้ไขมันได้ ในตอนนี้ลมจะทำหน้าที่สามีและคุณป๊าให้ดีที่สุด

จะคอยรัก คอยดูแลและปกป้องดวงใจทั้งสามให้ดีที่สุด...

"ป๊าดูฉิ น้องขี้เกียจมากเยย กินเสร็จก็นอนเยย น้องม่าย รอเล่นกับตูนตูนเยย พูดด้วยก็ม่ายพูดด้วย"

เสียงบ่นเล็กๆที่มาพร้อมกับหน้ายู่ๆทำให้ลมที่คิดอะไรเพลินๆหลุดออกจากภวังค์ หันมามองลูกชายคนโตแทน

"ว่าไปเถอะตัวเล็ก เดี๋ยวพอน้องพูดเก่ง วิ่งได้ เราก็เบื่อที่จะเล่นกับน้อง" ลมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกลูกชายคนโตออกไป

"ม่ายๆ ม่ายเบื่อ ตูนตูนม่ายเบื่อคับ"

"จริงเร้อ"

"จริงคับ!"

"แล้วตอนนี้พี่ชายสุดเท่จำได้ไหมครับ ว่าคนไหนชื่ออะไรกันบ้าง"

"จำได้คับ น้องของตูนตูน ตูนตูนจำได้"

"ถ้าจำได้จริง ไหนลองบอกป๊าหน่อยสิครับ ใครเป็นใคร"

"คนนั้นชื่อ น้องธัน เด็กชายธันวา เศรษฐิ์ถิรคุณ เป็นน้องของตูนตูน"

เด็กชายตุลย์ชี้ไปทางขวามือที่มีเด็กชายตัวอ้วนกลมหน้าตาละม้ายคล้ายกับลมนอนหลับอยู่

"ส่วนคนนี้ชื่อ น้องวิน เด็กชายธาวิน เศรษฐฐ์ถิรคุณ เป็นน้องของตูนตูนกับน้องธัน"

เด็กชายตุลย์ชี้ไปทางซ้ายมือที่มีเด็กชายตัวน้อยที่รูปร่างผอมกว่าคนพี่และมีหน้าตาค่อนไปทางนาทีเสียมากกว่านอนหลับอยู่

เจ้าหนูธันวากับธาวินเป็นแฝดคนละฝา หน้าตาจึงไม่ค่อยจะเหมือนกันสักเท่าไหร่ และดูเหมือนว่าต่อไปในอนาคต ทั้งคุณป๊า พี่ชายคนโตและลูกชายคนกลาง ได้ตามหวงน้องน้อยอย่างเจ้าธาวินแน่ๆ ก็น้องน้อยของพวกเขาช่างน่าเอ็นดูน่าปกป้องเสียเหลือเกิน

"เก่งมากครับ แล้วคนนี้ล่ะครับชื่ออะไร" ลมเอ่ยถามพร้อมกับจิ้มนิ้มลงบนแก้มยุ้ยๆของลูกชายคนโตเบาๆ

"คนนี้ชื่อ พี่ตุลย์ เด็กชายตนุภัทร เศรษฐิ์ถิรคุณ คับ"

"เก่งที่สุดครับ ฟอด" ลมก้มหน้าลงหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ "แล้วคนนี้ล่ะครับชื่ออะไร"ลมเปลี่ยนมาถามนาทีบ้าง

"ไม่ต้องมาถามทีเลย ทีไม่ตอบหรอก"

"อะไรกันจำชื่อตัวเองไม่ได้เหรอ"

"ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ ที่ทีใช้นามสกุลพี่ลมด้วย"

"ดีใจมากครับ ถือเป็นเกียรติแก่วงส์ตระกูลเลย" ก่อนหน้านี้เด็กชายตุลย์และนาทียังคงใช้นามสกุลของนาทีอยู่ แต่ตอนนี้ทั้งนาทีและเด็กชายตุลย์ได้เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของลมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เป็นเกียรติอะไรกันล่ะครับ พูดแบบนี้ป่านนี้คุณทวด คุณตาคุณยายพี่ลมร้องไห้แล้ว"

"ไม่เถียงครับ พวกเขาคงร้องไห้ดีใจที่พี่หาภรรยาและแม่ของลูกได้ดีและเก่งขนาดนี้ ผมภูมิใจของผมครับ"

"พอเลยครับ พอเลยๆ"

"ฮ่า ฮ่า โอเคครับ ทีนอนพักผ่อนนะ เดี๋ยวต้องให้นมเจ้าสองหน่ออีก ไปตัวเล็ก ไปนั่งกับป๊าตรงนู้น ให้หม่าม้ากับน้องพักผ่อนเยอะๆ จะได้กลับบ้านกันเร็ว ไปครับ ฮึบ" ลมอุ้มเด็กชายตุลย์ไว้ในอ้อมแขน

"เดี๋ยวป๊า เดี๋ยวก่อน ตูนตูนหอมหม่าม้าก่อน"

"โอเคครับ" ลมขยับเข้าไปใกล้ๆเตียง เพื่อให้เด็กชายตุลย์หอมหม่าม้าตามคำขอ

"ฟอด หม่าม้าพักผ่อนน้า"

"กำลังใจเต็มเปี่ยมเลยครับ ฟอด" นาทีหอมแก้มลูกชายกลับ

"ทำไมหอมกันสองคนล่ะครับ พี่หอมด้วย ฟอด ฟอด"

"ป๊า ทำไมหอมเยอะกว่าล่ะ หม่าม้า หอมใหม่ๆ ตูนตูนหอมใหม่ ฟอด ฟอด ฟอด"

"งั้นป๊าหอมใหม่ด้วย"

"พอเลยครับทั้งสองคน ถ้ามัวแต่แย่งกันหอมแบบนี้ทีไม่ได้พักผ่อนแน่ๆ"

"โอเคครับ ทีพักผ่อนนะ"

"หม่าม้าพักผ่อนน้า น้องรีบตื่นมาเล่นกันน้า พี่รออยู่น้า บ๊ายบาย" เด็กชายตุลย์บอกคนเป็นแม่เสร็จก็ไม่ลืมที่จะหันไปคุยกับน้องๆอีกครั้ง

จากนั้นในห้องพักผู้ป่วยก็ตกอยู่ในความเงียบสงบที่ตลบอบอวลไปด้วยความอบอุ่น มีเด็กชายตัวน้อยสองคนที่กำลังนอนหลับ หนึ่งคุณแม่ที่กำลังพักผ่อนเอาแรงไว้ต่อสู้กับสองแฝดที่ต้องกินนมทุกๆ 3-4 ชั่วโมง มีคุณพี่ชายที่นั่งกินช็อกโกแลตสบายใจเพราะคนเป็นแม่หลับอยู่ ส่วนคุณป๊าอย่างลมในตอนนี้ ก็ทำเพียงนั่งมองดวงใจของตัวเองทั้งสามคนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขจนล้นใจ



<< มีต่อ>>

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ sadvoice

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 40
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ต่อ ตอนที่ 37


11 เดือนต่อมา

"อั๊ย แอ้ อื้อ บูว บู้"

"ได้สิเล่นกันๆ น้องธันอยากเล่นกับพี่ใช่ไหมครับ"

"ดูว บา บะ แอะ "

"น้องวินก็จะเล่นด้วยใช่ไหมครับ"

"อือ อื้อ"

"โอ๊ย หม่าม้า น้องธันกัดตุลย์อีกแล้วครับ"

เด็กชายตุลย์ที่โดนเด็กน้อยผู้คันเหงือกอย่างเจ้าหนูธันวางับที่แขน ถึงกับร้องโอดโอยหันไปฟ้องคนเป็นแม่เสียยกใหญ่ แม้จะไม่เจ็บก็เถอะ แต่เขาโดนน้องธันกัดและเคี้ยวจนพรุนไปหมดแล้ว

"น้องธัน ไม่กัดพี่ตุลย์นะครับ พี่เขาเจ็บนะ นี่ครับ น้องธันกัดอันนี้นะ" นาทีบอกเด็กชายธันวาเสียงนุ่ม ก่อนจะยื่นยางกัดให้เด็กชายธันวาถือไว้

"อร๊าย ง่ำๆ งื้อ" เด็กชายธันวารับยางกัดมาถือไว้ในมือก่อนจะกัดลงซ้ำๆจนน้ำลายชุ่ม

"ปู๊ดดดด"

"โอ๊ะ หม่าม้าน้องวินปู๊ดใส่ตุลย์ด้วยละ หม่าม้าน้องวินแกล้งตุลย์อีกแล้วครับ"

นาทีมองความปั่นป่วนตรงหน้า ก็อยากจะยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง คนน้องก็ช่างแกล้งพี่ คนพี่ก็ช่างอ่อนไหวเสียเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะโดนน้องแกล้งแค่ไหนพี่ตุลย์ของน้องๆก็ยังใจดีและอ่อนโยนกับน้องๆเสมอ

การเลี้ยงเจ้าสองแฝดไม่ใช่เรื่องง่าย ก่อนหน้านี้ลมได้จ้างพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยนาทีเลี้ยงเจ้าสองแฝดแบบเช้าไปเย็นกลับ แต่เนื่องจากแม่ของพี่เลี้ยงที่จ้างมาเกิดป่วยกะทันหันทำให้ต้องหยุดงานเพื่อไปดูแลประมาณ 2 สัปดาห์ แม้ตอนแรกคุณพี่เลี้ยงจะเกรงใจ แต่นาทีก็เข้าใจและอนุญาตให้ลาได้ ทำให้ตอนนี้นาทีค่อนข้างที่จะหัวหมุนไม่น้อยในการที่จะต้องเลี้ยงเจ้าแฝดเพียงคนเดียวในช่วงกลางวัน ส่วนช่วงตอนเย็นกับกลางคืนหรือในวันหยุดอย่างวันนี้จะมีคุณป๊ากับคุณพี่ชายมาช่วยเลี้ยงเจ้าสองแฝดด้วย ไหนจะพี่ๆอาๆ อีกเป็นขบวนที่แวะมาเยี่ยมเยียนหลานๆกันไม่หยุดหย่อน

เห่อหลานกันจริงๆเลย...



"เจ้าหนูธัน หนูวินของอาคีย์"

"น้องธัน น้องวิน พี่เปอร์มาหาแล้วครับ"

นั่นไง นาทีพูดยังไม่ทันขาดคำ หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องร้าน keyword cafe ก็ส่งเสียงดังมาก่อนตัวแล้ว

"อาคีย์ พี่เปอร์ สวัสดีครับ"

"สวัสดีครับพี่ตุลย์สุดหล่อ"

"ไง หมูตุ้บ เลี้ยงน้องเหนื่อยป้าว"

"ม่ายหมูตุ้บฉิ อาคีย์ ตุลย์เป็นพี่ตุลย์สุดเท่แล้วน้า หมูตุ้บไม่เท่เลย"

พัฒนาการอีกอย่างของเด็กชายตุลย์ที่เปลี่ยนแปลงไปจนเห็นได้ชัดก็น่าจะเป็นเรื่องการพูดที่ชัดถ้อยชัดคำขึ้น อาจจะมีบ้างที่หลุดพูดไม่ชัดในเวลาที่ต้องพูดประโยคยาวๆเร็วๆ และก็การแทนตัวเองที่เปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้เจ้าตัวเลิกแทนตัวเองว่า ตูนตูน แล้ว เปลี่ยนมาแทนตัวเองว่าตุลย์เวลาพูกับคนอื่นๆแทน ส่วนกับน้องๆจะแทนตัวเองว่าพี่หรือไม่ก็พี่ตุลย์ ส่วนนาทีกับลมก็เปลี่ยนมาเรียกเด็กชายตุลย์ว่า พี่ตุลย์ เช่นกัน

"โอเคไม่เรียกหมูตุ้บแล้วเนอะ เจ้าหนูตูนตูน" คีย์เอ่ยแหย่หลานชายคนโตให้หน้าบึ้งเล่น

"ตูนตูนก็ไม่ได้น้า" เด็กชายตุลย์บอกคนเป็นอาด้วยท่าทางที่จริงจัง

"ตูนตูนก็ไม่ได้เหรอครับ เสียดายเลย ตูนตูนออกจะน่ารัก"

"ม่ายๆ ม่ายเอาน่ารัก เอาเท่ๆครับ พี่ตุลย์คนเท่นะอาคีย์"

"โอเคครับ เท่ก็เท่เนอะ ทั้งหล่อทั้งเท่"

"คับ" เด็กชายตุลย์ยิ้มกว้าง เมื่อเจรจากับคนเป็นอาได้สำเร็จ

"ไหน แล้วหลานอาคีย์อีกสองคนให้อาคีย์เรียกว่าอะไรดีครับ" คีย์ก้าวเข้าไปในคอกกั้นคอกใหญ่เพื่อเล่นกับหลานชายตัวน้อยที่นอนพ่นน้ำลายเล่นอย่างสนุกสนาน

"แล้วผัวมึงไม่อยู่เหรอ วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ ไม่มาช่วยเลี้ยงลูกหรือไง"

"พี่ลมทำงานอยู่ข้างบน พอดีมีงานด่วนเข้ามา เพิ่งขึ้นไปได้สักพักเอง"

"เออ จริงด้วย กรก็มาคุยงานด้วยนี่หว่า" คีย์พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปหาหลานๆแทน "ไหนเจ้าธันวา มาให้อาคีย์กอดหน่อยสิ"

"บูว บู้ มะ มะ อ๊าย"

"โอ๊ะ ตื่นเต้นอยากให้อาคีย์กอดขนาดนั้นเลย"

"โครตเข้าข้างตัวเองเลยพี่คีย์ ไม่เห็นเหรอว่าหลานดิ้นขนาดไหน เนอะน้องวินเนอะ นี่ต้องแบบผมนี่น้องวินอยู่นิ่งๆไม่มีดิ้นออก" เปอร์พูดด้วยท่าทางที่เหนือกว่า

"สัส" คีย์ถลึงตาส่งเสียงด่าเปอร์อยู่ในลำคอ

"พี่ที สวัสดีค่ะ"

"ไปไหนมาเหรอวุ้น"

"พอดีวุ้นเข้าห้องน้ำมาน่ะค่ะ สวัสดีค่ะเจ้าหนูตูนตูน"

"สวัสดีครับพี่วุ้น พี่วุ้นไม่ตูนตูนแล้วน้า" เด็กชายตุลย์ไม่เข้าเลยจริงๆเมื่อก่อนแทบไม่มีใครเรียกเขาว่าตูนตูนเลย พอเขาเริ่มเรียกชื่อเล่นตัวเองจริงๆ กลับมีคนชอบเรียกเขาว่าตูนตูนอยู่เรื่องเลย

"พี่วุ้นขอโทษค่ะ ก็ตูนตูนมันดูน่ารักดีนี่ค่ะ" วุ้นอมยิ้มน้อยๆให้กับท่าทางที่ขัดใจเล็กๆของเด็กชายตุลย์

"ไม่ลืมน้า ครั้งหน้าพี่วุ้นไม่ลืมน้า"

"รับทราบค่ะ...ไหนเจ้าสองแฝด มาให้พี่วุ้นฟัดพุงหน่อยสิ"

จากคอกกว้างขวางมีพื้นที่เหลือเยอะแยะในตอนแรก กลับดูเล็กและคับแคบลงทันตา เมื่อผู้ใหญ่สามสี่คนมาเบียดกันอยู่ข้างใน

"เออ เมื่อวันก่อนพี่ตฤณมาที่ร้านด้วยนะ" คีย์ที่ฟัดหลานจนหนำใจแล้วก็หันมาคุยกับนาทีแทน "หมูตุ้บมากอดหน่อยเร็ว" จากนั้นก็กวักมือเรียกหลานคนโตมากอดบ้าง

"จริงเหรอ พี่ตฤณกลับมาแล้วเหรอ ไม่เจอพี่ตฤณนานเลย"

"เออ เห็นบอกว่าอยากมาเยี่ยมมึงด้วย"

"ดีเลย เราอยากให้สองแฝดรู้จักพี่ตฤณเหมือนกัน"

"ก่อนจะรู้จักหลาน กูว่าพี่ตฤณโดนพ่อของหลานกระทืบก่อนมั้ง"

"คีย์ก็พูดไป ลูกสามขนาดนี้ พี่ลมคงไม่หึงแล้วมั้ง"

"น้อยไปสิ... โอ๊ะ คุณ มานี้เร็ว มาอุ้มหลานหน่อย หลานคิดถึงคุณแหนะ" คีย์ที่เห็นกรเดินมาทางตัวเองก็รีบกวักมือเรียกยิกๆให้กรเดินมาหา

"หลานหรือคุณกันแน่ที่คิดถึงผม"

คีย์ที่อุ้มเด็กชายธาวินไว้ในอ้อมแขนถึงกับชะงัก ท่าทางหยอกล้อกับหลานหายไปในพริบตา เมื่อเจอคำพูดนิ่งๆชวนสยิวใจของกรเข้าไป

"หลานสิ ผมจะคิดถึงคุณทำไม เพิ่งแยกกันตรงหน้าประตูเข้าบ้านเอง" สิ่งที่คีย์พูดเป็นเรื่องจริง เขามาบ้านนาทีพร้อมกับกรมีลูกพ่วงเป็นเปอร์กับวุ้น มีรถของขุนขับตามมา ก่อนที่กรและขุนจะขอแยกตัวไปหาลมในตอนที่เดินผ่านประตูเข้าบ้านมา

"เหรอ แต่ผมคิดถึงคุณนะ ไม่เจอหน้าแค่หนึ่งวิ ก็จะขาดใจตายแล้ว"

"โอ๊ย ถ้าจะจีบกันก็เอาหนูวินมาให้ผมเถอะ แล้วพี่จะเขินอะไรขนาดนั้นเนี่ยพี่คีย์"

"ใครเขิน บ้า ไม่มี้"

"จ้า ไม่เขินเลยจ้า หน้าเหน่อนี่แดงไปหมด... น้องวินมาหาพี่เปอร์ดีกว่ามาครับ อย่าไปสนใจพวกจีบกันเลยครับ"

เปอร์ยื่นมือออกไปหาเด็กชายตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของคีย์ และเหมือนเด็กชายธาวินจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เปอร์พูด เจ้าตัวน้อยรีบโถมตัวเข้าหาพี่เปอร์ทันที

"อื้อ อ๊าโวดู ยูว บู้" และปิดท้ายด้วยกันบ่นคุณอาคีย์ไปอีกหนึ่งยก

"เนี่ย เห็นไหม น้องวินยังเห็นด้วยกับผมเลย พี่กรครับ เชิญจีบกันต่อได้เลยครับ"

"เอาไงดีคุณ เรามาจีบกันต่อไหม"

"คุณ! ไปนั่งตรงนู้นเลยนะ" ให้ตายเถอะนายหน้านิ่งคนนี้ อายคนอื่นเขาบ้างเถอะ แล้วทำไมเราถึงไม่หยุดยิ้มสักทีเนี่ย ไอ้คีย์เอ้ย

"น้องธัน ทำไมไม่มองหน้าพี่วุ้นเลยล่ะคะ" วุ้นพยายามพูดคุยกับน้องน้อยที่คลานไปมุดตักคนเป็นแม่ แถมยังมีการโก่งก้นใส่หน้าอีกด้วย

"อร๊าย คิกคิก" เด็กชายธันวาเขินอายในยามที่วุ้นขยับหน้ามาใกล้ๆ รีบหลบหน้าลงกับตักแม่เสียยกใหญ่

"เขินวุ้นแน่ๆเลย น้องธันเขินพี่วุ้นเหรอครับ แพ้คนน่ารักๆเหรอเรา" นาทีเอ่ยแซวลูกชายที่กำลังเขินอายมุดตักเขาไม่เลิก

"อี๊ คิกคิก แอ๊ะ"

"มึงเตรียมตัวเลยไอ้ที โตไปเจ้าธันคงแสบน่าดู"

"ฮ่า ฮ่า นั่นสินะ ตัวแค่นี้รู้จักเขินคนน่ารักๆเสียแล้ว" นาทีก้มมองลูกชายด้วยความเอ็นดู

"อากร อากรคับ"

"ว่าไงครับสุดหล่อ"

"อาขุนมาด้วยป้าวครับ"

"มะ..."

"น้องตุลย์คิดถึงอาขุนเหรอคับ"

"อาขุน!" เด็กชายตุลย์ร้องด้วยความดีใจที่เห็นอาขุนกำลังเดินมาหา

"ที่ดีใจขนาดนี้เพราะคิดถึงอาขุนหรือคิดถึงช็อกโกแลตกันแน่ครับ"

"อาขุน ชู่วๆ" เด็กชายตุลย์รีบยกนิ้วทาบปากตัวเองเป็นสัญญาณบอกว่าไม่ให้อาขุนพูดเสียงดังไป เดี๋ยวหม่าม้าที่กำลังเล่นกับน้องจะได้ยิน แต่ในจังหวะที่เด็กชายตุลย์เหลียวหลังไปมองหม่าม้า เขาก็เจอกับสายตาดุๆกำลังมองมาที่เขาอยู่ก่อนแล้ว

"อ่า อาขุนว่า... เหมือนจะไม่ทันแล้วนะครับ"

"นิดเดียวหม้าม่า ตุลย์กินนิดเดียวครับ" เด็กชายตุลย์หน้าจ๋อยบอกคนเป็นแม่เสียงอ่อย

"ไม่ได้ครับ ช่วงนี้น้องตุลย์กินเยอะเกินไปแล้วนะครับ คุณขุนครับ ขอช็อกโกแลตทั้งหมดมาให้ผมด้วยนะครับ"

"อ่าครับ... ไว้รอบหลังนะครับ เดี๋ยวอาขุนซื้อให้ใหม่" ตอบรับคนเป็นแม่เสร็จ ขุนก็ก้มมากระซิบกับหลานตัวเองอีกที

"โอเคคับ" เด็กชายตุลย์ยิ้มร่าในตอนที่ได้ยินคำกระซิบชวนให้อารมณ์ดีจากคนเป็นอา

"ว่ายังไงคุณพี่ชาย โดนหม่าม้าดุอีกแล้วเหรอคับ" ลมที่กำลังเดินมารวมตัวกับทุกๆคนเอ่ยถามขึ้น ตอนที่เขากำลังเดินมาเขาได้ยินเจ้าตัวเล็กของเขากำลังโดนคุณหม่าม้าดุอยู่พอดี

"ป๊า!"

เด็กชายตุลย์ที่เห็นคนเป็นพ่อเดินมา ก็รีบปีนคอกอย่างรวดเร็วทันที ดูเป็นที่น่าหวาดเสียวของบรรดาผู้ใหญ่ ลมจึงรีบวิ่งเข้ามาอุ้มลูกชายไว้

"ระวังครับ"

"ป๊า" เด็กชายตุลย์เรียกคนเป็นพ่อเสียงอ้อน

"อ้อนแบบนี้จะเอาอะไรครับ"

"ป๊า หม่าม้าไม่ให้ตูนตูนกินช็อกโกแลตละ ตูนตูนขอกินได้ม่ายคับ" ในเวลาที่ต้องการออดอ้อนสรรพนามการแทนตัวเองว่า ตูนตูน ถูกนำมาใช้อีกครั้ง และในเมื่อลูกน่ารักแบบนี้คนเป็นพ่ออย่างลมมีหรือที่จะทนได้

"ไว้รอหม่าม้าเผลอ เดี๋ยวป๊าให้กินนะครั..."

"พี่ลม!"

"อ่า พี่ตุลย์กินเยอะแล้วนะครับ ไว้วันหลังดีกว่าเนอะ" ไม่ต้องพูดมากให้เหนื่อย เพียงแค่เมียเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงดุๆลมก็ไม่กล้าขยับตัวแล้ว

"พี่ลม พี่กลัวเมียขนาดนี้เลยเหรอ"

"หมดกันเฮีย ไอดอลของผม... พี่กร ไม่แซวเฮียหน่อยเหรอ" ขุนหันไปถามพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ

"ไม่วะ พี่ทีมเดียวกับเฮียลม"

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

จบคำพูดของกร เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าเด็กแฝดที่หัวเราะเอิ๊ก อ๊าก ราวกับเข้าใจในเรื่องที่ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยกัน



และนาทีหวังว่าทุกๆคนจะมีความสุขแบบนี้ไปตลอด





........................................................

"ลูกๆหลับกันหมดแล้วเหรอครับ" ลมเอ่ยถามนาทีที่กำลังนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บริเวณปลายเตียง

"ครับ หลับสนิททั้งสามคนเลย สงสัยวันนี้เล่นเยอะไปหน่อย"

"เหนื่อยไหมครับคนดี" ลมถามพร้อมกับล้มตัวนอนลงบนตักของนาที

"ไม่เหนื่อยเลยครับ ทีมีความสุข"

"พี่ก็มีความสุข" ลมจับมือของนาทีมากุมไว้แน่น ก่อนจะพลั่งพรูความในใจออกมา "พี่ขอบคุณทีมากนะครับ ขอบคุณทีในทุกๆเรื่อง ขอบคุณที่ทีดูแลตัวเองและน้องตุลย์มาอย่างดี ขอบคุณที่ยอมให้โอกาสคนไม่เอาไหนแบบพี่ ขอบคุณที่มอบลูกที่น่ารักๆให้พี่อีกสองคน ขอบคุณที่ทีเลือกวางหัวใจไว้ให้พี่ดูแลพี่สัญญาว่าจะดูมันอย่างดี พี่จะไม่ทำให้หัวใจของทีต้องเสียใจหรือเจ็บช้ำแน่นอน พี่จะไม่สาบานแต่พี่จะทำให้ทีเห็นเอง พี่รู้ว่าทีไม่อยากจะพูดถึงอดีต แต่ยังไงพี่ก็อยากขอโทษถึงสิ่งที่พี่ทำพลาดไปในอดีตอีกครั้งนึง ขอโทษที่ทิ้งทีไป ขอโทษที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกชายที่น่ารักๆอย่างน้องตุลย์ พี่ขอโทษนะครับ และพี่อยากบอกว่าน้องตุลย์ไม่ใช่ความผิดพลาด ทั้งตัวของทีเอง น้องตุลย์ เจ้าธัน เจ้าวิน ทั้งหมดคือของขวัญที่สุดแสนวิเศษของพี่ คือแก้วตา คือดวงใจ คือสิ่งที่มีค่ามากๆในชีวิตพี่ อดีตที่ผิดพลาดพี่กลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่มันเป็นบทเรียนที่สำคัญของพี่ว่าปัจจุบันควรใช้ชีวิตอย่างไร อนาคตควรไปในทิศทางไหน พี่จะรัก จะปกป้อง จะดูแล ครอบครัวของเราให้ดีที่สุดนะครับ พี่รักทีและเจ้าลูกหมูทั้งสามมากๆนะครับ"

"ฮึก พี่ลม ฮือ"

"คุณหม่าม้าร้องไห้อีกแล้ว" ลมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้คุณหม่าม้าจอมขี้แยที่ตอนนี้กำลังร้องไห้น้ำตานองหน้า แถมตอนนี้น้ำตาก็หล่นใส่หน้าของเขาด้วย

"ที ฮึก ทีก็ขอบคุณพี่ลม ฮึก ขอบคุณที่กลับมาหากัน แม้มันจะนานจนทีคิดว่าเราจะไม่มีทางได้เจอกันแล้ว แต่ทีก็อยากขอบคุณ ฮือ ขอบคุณนะครับ ทีกับลูกก็รักพี่ลมมากๆเหมือนกันนะครับ ฮึก มามีความสุขไปด้วยกันนะครับ ไม่ใช่แค่ทีกับลูกที่มีความสุข แต่พี่ลมก็ต้องมีความสุขด้วยนะครับ"

"แค่เห็นทีกับลูกมีความสุข พี่ก็มีความสุขแล้วครับ"

"ฮึก พี่ลม ครอบครัว ครอบครัวเดียวกัน"

"ครับ ครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวของเรา ครอบครัวที่มีพี่เป็นคุณป๊า มีทีเป็นคุณหม่าม้า มีพี่ชายสุดเท่อย่างน้องตุลย์ มีลูกชายคนกลางจอมแสบอย่างเจ้าธัน และมีน้องเล็กสุดเรียบร้อยอย่างเจ้าวิน ดีไหมครับ"

"ครับ ดีครับ"

"น่าเอ็นดูจริงๆเลยน้า คุณหม่าม้า อย่างนี้ต้องให้รางวัล" ลมดีดตัวขึ้นนั่งข้างนาทีอย่างรวดเร็ว

"รางวัล อะ อื้อ อืม"

ลมแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากของนาทีอย่างรวดเร็ว ขบเม้มริมฝีปากบางช้าๆ ส่วนลิ้นร้อนก็ค่อยๆเลาะเล็มช้าๆจนสามารถเข้าไปสำรวจในโพรงปากหวานได้สำเร็จ จูบครั้งนี้เป็นจูบที่รับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ละมุน และหอมหวานที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กัน จูบที่เปรียบเสมือนคำขอบคุณและคำบอกรัก และแน่นอนว่าจูบครั้งนี้ลมไม่คิดที่จะหยุดที่จูบแน่นอน ถ้าไม่ติดที่ว่าลูกชายจอมแสบร้องไห้จ้าขึ้นมาเสียก่อน

"แง้ ฮือ แง้ แง้ ฮือ"

ให้มันได้อย่างนี้สิน่า เจ้าธันจอมแสบ...





.....................................................

" ล้า ลัล ล้า ล้า ลั้ล ล้า ลั้ล ลา"

"ทำไมวันนี้น้องตุลย์ของหม่าม้าถึงอารมณ์ดีจังเลยครับ" นาทีที่กำลังเตรียมอาหารสำหรับเจ้าสองแฝดเอ่ยถามคุณพี่ชายที่วันนี้อารมณ์ดีเสียเหลือเกิน

"ก็วันนี้มีแซลมอนด้วย ตุลย์ชอบแซลม่อนที่สุดเล้ยยยย"

"แอ้"

"แอ้"

เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองร้องดีใจ ชูมือขึ้นสูง เจ้าสองแฝดก็ไม่รอช้ารีบเลียนแบบคุณพี่ชายทันที

"โอ๊ะ หม่าม้า น้องทำตามตุลย์ละ ฮ่า ฮ่า น้องน่ารักเนอะหม่าม้าเนอะ" เด็กชายตุลย์หันไปบอกคนเป็นแม่ และแววตาที่มองเหล่าน้องชายก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

"ครับ"

"หม่าม้าๆ ป๊าไปไหนครับ ทำไมป๊ายังไม่มาครับ วันนี้ป๊าไม่อยู่เหรอครับ"

"ป๊าอยู่ข้างบนครับ เดี๋ยวก็ลงมานะ"

"ใครคิดถึงป๊าครับ"

"ป๊า"

"ปะ"

"ปา"

"ไงเจ้าลูกหมูสามตัว คิดถึงป๊ากันเหรอครับ ฟอด ฟอด ฟอด" ลมเอ่ยทักทายเจ้าลูกหมูทั้งหลาย ก่อนจะก้มลงหอมแก้มเจ้าก้อนนุ่มนิ่มทั้งสามคน

"พี่ลม ทานข้าวกันครับ"

"ครับ ถ้วยไหนของเจ้าธันครับ วันนี้พี่ป้อนให้เจ้าธันเอง น้องตุลย์ทานเองได้ใช่ไหมครับวันนี้"

"ได้ครับ"

"เก่งมากครับ"

"พี่ลมทานข้าวดีกว่าครับ เดี๋ยวไปทำงานสาย เจ้าสองแฝดเดี๋ยวทีป้อนเอง"

"ไม่เป็นไรครับพี่ช่วย... ไหนเจ้าธันจอมแสบ อ้าปากเร็ว"

"อือ อื้อ" เด็กชายธันวาใช้มือปัดมือคนเป็นพ่อทิ้ง พยายามใช้มือน้อยๆของตัวเองแย่งช้อนมาถือเอง

"อยากกินเองเหรอคับ แต่เสียใจด้วยนะ เราคงต้องให้ป๊าป้อนไปก่อนนะ ไว้รอโตกว่านี้แล้วค่อยกินเองนะ อ้ามเร็ว ดูน้องวินสิ กินจะหมดถ้วยแล้วนะ"

"ปา อือ แอะ อือ บู้ บู ย้ะ"

"ครับๆ ป๊ารู้แล้วครับว่าเราอยากกินเอง ไว้วันหลังนะ วันนี้ให้ป๊าป้อนก่อน เก่งมาก"

ครั้งนี้เด็กชายธันวายอมอ้าปากรับอาหารเช้าเข้าปากแต่โดยดี แต่เจ้าตัวน้อยก็ยังมิวายส่งเสียงอ้อแอ้บ่นคนเป็นพ่อไม่หยุด

"พี่ว่า น้องธันขี้บ่นมากเลย"

"นั่นสิครับ บ่นเก่งที่หนึ่งเลย ส่วนน้องวินก็เรียบร้อยมากเลยครับ บางครั้งทีก็อยากให้น้องวินซนเหมือนน้องธันบ้าง อีกคำนะครับน้องวิน เก่งมากเลย"

"อื้อ อื้อ มะ "

"ครับ น้องวินเก่งมากๆเลย"

"ปะ บู้ บู้ แอะ อือ อือ"

"ขอโทษครับๆ ป๊าป้อนช้าใช่ไหม ทำไมบ่นเก่งจังเลยเนี่ยห๊ะ เจ้าแสบ"

"ป๊า อย่าดุน้อง น้องหิว ป๊าป้อนช้า น้องไม่ผิดนะครับ"

คุณพี่ชายสุดเท่ผู้ปกป้องน้องตลอดเวลา ออกโรงปกป้องน้องอีกแล้ว ถ้าจะมีใครให้ท้ายเจ้าสองแฝดที่สุดในบ้าน เห็นทีคงจะไม่พ้นพี่ตุลย์ของน้องๆนี่แหละ

"เอ้า ป๊าผิดซะอย่างงั้น" ลมพูดติดขำ

"ครับ ป๊าอย่าดุน้องนะ"

"ครับๆ ไม่ดุแล้วครับ"

"ป๊า อ้ามๆ" เด็กชายตุลย์จ่อช้อนของตัวไปตรงปากของลม

"หืม ป้อนป๊าเหรอครับ" ลมถามด้วยความแปลกใจ

"ครับ ก็ป๊าป้อนแต่น้อง ป๊ายังไม่ได้กินข้าวสักคำเลย ตุลย์ป้อนครับ"

"ตัวเล็กของป๊า ทีครับ พี่ฝากป้อนเจ้าธันต่อที ไม่ไหว ตัวเล็กทำพี่ใจเหลว ขอฟัดตัวเล็กสักหนึ่งที"

นาทียิ้มขำรับถ้วยข้าวของน้องธันมาถือไว้ในมือ

"ไหนตัวเล็ก ขอป๊ากอดหน่อย น่ารักไม่ไหว ขอฟัดแก้มด้วยนะ ฟอด ฟอด"

"ฮ่า ฮ่า ป๊า ป๊า ตูนตูนจี้ ตูนตูนจี้ ป๊าอย่าทำ คิกคิก"

"แอร๊ย อ๊าย ปา ปา ปา มะ"

เจ้าสองแฝดส่งเสียงเจี้ยวจ้าว หัวเราะเอิ๊กอ๊าก ยามที่เห็นพี่ชายของตัวเองหัวเราะเสียงดังเพราะโดนป๊าจับฟัดแก้มจนแทบช้ำ

"ตูน ตูน"

ภายในห้องครัวเวลานี้เงียบสนิท แม้จะได้ยินไม่ได้ชัดมากในคำที่เจ้าสองแฝดพูด แต่นาทีแน่ใจว่าคำนั้นมันคล้ายๆกับคำว่าตุลย์มาก ในขณะที่ลมเองก็ได้ยินเช่นนั้นเหมือนกัน ส่วนเจ้าของชื่ออย่างเด็กชายตุลย์ในตอนนี้นั้น...

"หม่าม้า ฮือออ น้องเรียกชื่อตุลย์ครับ ฮือ น้องเรียกชื่อตุลย์ด้วย ฮืออออ"

แม้จะไม่ชัดมาก แต่เด็กชายตุลย์ก็มั่นใจว่าเมื่อกี้น้องชายทั้งสองคนของเขาเรียกชื่อเขาแน่ๆ ดีใจ เขารู้สึกดีใจมาก มากจนต้องร้องไห้ออกมา

"แง้ ฮึก แง้ แง้" เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองร้องไห้ เจ้าสองแฝดที่ยิ้มร่าเมื่อสักครู่ก็แผดเสียงร้องไห้จ้าตามพี่ชายไปด้วย ใครทำอะไรพี่ชายของพวกเขา ทำไมพี่ตุลย์ของพวกเขาถึงร้องไห้นะ พี่ตุลย์อย่าร้อง ถ้าพี่ตุลย์ร้องพวกเขาก็จะร้องไห้เป็นเพื่อนพี่ตุลย์เอง

"แง้ แง้ แง้ ฮือ"

ลมกับนาทีหันมาสบตากันนิ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะหลุดขำออกมา เจ้าลูกหมูทั้งสามของพวกเขา ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ

"พี่ลมครับ" จู่ๆนาทีก็เอ่ยเรียกชื่อลมขึ้นมาเสียดื้อๆ

"ครับ"

"ทีรักพี่ลมนะครับ"

"พี่ก็รักทีครับ" แม้จะตกใจอยู่บ้างแต่ลมก็ยิ้มรับและบอกรักกลับทันที

"รักด้วย ตุลย์รักด้วยครับ รักทั้งป๊า ทั้งหม่าม้า แล้วก็น้องธันน้องวินด้วย ตุลย์รักหมดเลย"

"แอ้"

"แอ้"

"ฮ่า ฮ่า รู้เรื่องกับเขาด้วยเหรอเจ้าแฝด"

"แอ๊"

"อร๊าย"



ทั้งลมและนาทีต่างก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร จะมีเรื่องราวดีร้ายแค่ไหนที่แวะมาทักทายครอบครัวของพวกเขา แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองคนคิดเหมือนกันคือ ต่อให้เรื่องราวดีร้ายแค่ไหนที่แวะมาทักทาย พวกเขาก็จะคอยดูแล คอยปกป้องและอยู่เคียงข้างทุกๆคนที่รักตลอดไปตราบนานเท่านาน



'ตูนตูนมีป๊าแล้วนะครับ'
[/b]



END



.........................................................

ฮือ จบแล้วค่ะทุกคน เจ้าหนูตูนตูนจบแล้วค่ะ

รู้สึกใจหายมากๆเลย

เรื่องนี้เป็นเรื่องของเราค่ะ ผิดพลาดตรงไหรประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ตรงนี้นะคะ

หวังว่าตอนจบของเรื่องจะสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับทุกๆคนได้นะคะ
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันจนจบเรื่องนะคะ


ขอแจ้งข่าวสักนิดนนะคะ ตอนนี้เจ้าหนูตูนตูนมีเปิดให้พรีออเดอร์อยู่นะคะ ใครสนใจสามารถสอบถามได้ที่ line @050zmsmj  ได้เลยนะคะ

ราคา 690 บาทรวมส่ง เปิดพรีตั้งแต่วันนี้ -16 พย.64 ค่ะ
มีเนื้อเรื่องหลัก 37ตอน  ตอนพิเศษ 7 ตอนค่ะ
ตอนพิเศษประกอบด้วย ลมกับนาที 2 ตอน กรกับคีย์ 2 ตอน  เจ้าหนูตูนตูน 1 ตอน เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่นฟันน้ำนม 1 ตอน และสุด้ทาย แก้งป่วนก๊วนครอบครัวใหญ่อีก 1 ตอนค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-10-2021 21:51:01 โดย sadvoice »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 592
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 327
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ PoyPay

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 269
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
อ่านไปยิ้มไปตลอดจริงๆค่ะ...
ขอบคุณสำหรับนิยายที่ทำให้ยิ้มได้ตลอดๆนะคะ... ^_^ ...

ออฟไลน์ Wut_Sv

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 904
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +21/-1
ลงให้อ่านแบบสะใจมากเลยครับ แปบเดียวจบเลย สนุกมากครับ แต่ละตอนไม่ค่อยยืดเยื้อดี อยากให้กรกับคีย์มีลูกด้วยอะ

ออฟไลน์ patee

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3734
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +276/-3
น่ารักจัง :L2:

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +180/-8
รวดเดียวจบ ขอบคุณที่ต่อจนจบนะครัว

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด