Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ  (อ่าน 477 ครั้ง)

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
« เมื่อ05-08-2021 13:39:53 »

ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


อินโทร ฮัลโหล เทส เทส

สวัสดีครับ ผมชื่อ น้ำ ครับ ชื่อจริงชื่อ นายนัทนที เกียรติพิบูลย์ หน้าตาหล่อเหลาเอาการระดับ 10 ดาวเลยก็ว่าได้ คริคริ(ขอชมตัวเองซักนิดนะครับ) ส่วนสูงของผมก็ตามมาตรฐานชายไทยครับ 180 พอดีเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน ซึ่งคิดว่าปีหน้าอาจจะสูงเพิ่มอีกซัก 1-2 เซน และตอนนี้ผมก็อายุ 18 ปีแล้วกำลังก้าวเท้าเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว รู้สึกตื่นเต้นมากครับกับการอายุ 18 ครั้งแรก พอผ่านไปได้ซักวันสองวันทุกอย่างก็ปกติดี เด็ก 18 ....มันก็ไม่ได้ต่างจากอายุ 17 เลยแล้วกูจะตื่นเต้นเพื่อ!!! ผมเป็นลูกชายคนเล็กสุดของบ้านครับ มีพี่ชาย 2 คน ซึ่งหน้าตานี่ถอดกันมาอย่างกับคนคนเดียวกัน แต่อาจจะต่างกันตรงที่ช่วงวัย และแน่นอนว่าที่ถอดกันมาเนี่ยมาจากพ่อด้วยครับ หล่อกระชากใจกันทั้งบ้าน แบบผู้ชายในฝันของสาวๆหลายคน ที่มีทั้งความหล่อ สูงยาว ขาวโอโม่ สันจมูกที่พุ่งปรี๊ดอย่างกับยอดภูเขาไฟฟูจิ แต่ไอ้ความขาวโอโม่นี่แหละที่ผมเกลียดมาก คือผมเป็นคนที่ขาวที่สุดในบ้าน ขาวจัดๆชนิดที่ว่าสีเดียวกับกระดาษเอสี่เลยก็ว่าได้ เลยทำให้มักจะมีปัญหาเวลาถ่ายรูปรวมไม่ว่าจะกับเพื่อน หรือครอบครัว เพราะรูปที่ได้มันไม่เคยลงตัวเลยไง ถ้าปรับให้คนอื่นสว่างก็จะมองไม่เห็นผมแต่ถ้าปรับให้มืดลงก็จะมองไม่เห็นคนอื่นอีก มันเป็นปัญหาระดับชาติจริงๆ

‘มึงแมร่ง บดบังออร่าความหล่อกูตลอดดด’
‘มึงแดกผงซักฟอกเป็นอาหารรึไง’
‘น้ำ นี่ต่อให้เดินห่างกันสิบโลก็ยังรู้เลยว่าเป็นน้ำ’
‘ความขาวมึงนี่แบ่งให้กูบ้างได้มั้ยเหี้ยน้ำ’

ครับ...
ซึ่งคำพูดพวกนี้มักจะกระแทกกรอกหูผมตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่มเต็มตัว ซึ่งผมก็ไม่ซีเรียสหลอกครับเพราะมันก็ไม่รู้จะซีเรียสทำไม คริคริ ซึ่งพ่อบอกว่ามันคงเป็นเพราะผมเป็นลูกรักแม่เลยได้ความขาวจากแม่มาเต็มๆ ใช่ครับแม่ผมขาวมากแล้วก็สวยมากมาก ดีนะครับที่ผมเลือกเอาหน้าตาพ่อมาไม่งั้นผมคงจะเป็นไอ้หนุ่มหน้าหวานสันดานไพร่แน่ ฮ่าๆ พูดถึงตัวเองมานานจนลืมแนะนำบรรดาพี่ชายสุดที่รักที่รักกันสุดตรีนนน พี่ชายคนโตของผมชื่อ น่าน ครับ ชื่อจริง นายน่านนที เกียรติพิบูลย์ ตอนนี้มันเรียนจบแล้วครับ พึ่งขึ้นทะเบียนบัณฑิตไปหมาดๆปีนี้นี่แหละครับ พี่น่านมันเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เอกโยธาครับ ซึ่งตอนนี้มันก็มาช่วยงานที่บริษัทของพ่อกลายเป็นหนุ่มวิศวกรเต็มตัวแล้วล่ะมั้ง ส่วนพี่ชายคนรองของผมชื่อ นนท์ ครับ ชื่อจริง นายนนนที เกียรติพิบูลย์ ตอนนี้มันยังเรียนอยู่ ปีนี้มันขึ้นปี 3 แล้วครับ เรียนคณะเดียวเอกเดียวกับไอ้พี่น่านมันครับ เรียกว่ามันจ้องจะถอดแบบพี่น่านทุกอนุรูขุมขนเลยก็ว่าได้ ก็อย่างที่บอกว่าหน้าตัวพวกผมสามพี่น้องนี่ถอดกันมาเป๊ะๆ ความหล่อไม่ต้องพูดถึง พี่มันสองคนนี่ดีกรีเดือนมหาลัยเลยครับแถมพ่วงด้วยขวัญใจมหาชนสโมสรฟุตบอลมหาลัยอีก ตำแหน่งความหล่อต่างๆที่ได้มานี่ ซื้อเอาทั้งนั้น ฮ่าๆๆ ผมล้อเล่นครับ พี่มันสองคนเป็นที่เข้ากับคนง่ายครับอัธยาศัยดีๆที่เรียกว่ากวนตรีนครับนอกจากจะเรียกความสนใจจากสาวๆแล้วยังจะเรียกตีนจากคนอื่นๆได้อีก แล้วพี่มันสองคนมักจะชอบมีปัญหาถกเกียงกันเรื่องความสูงตลอด คือพี่นนท์มันสูง 189 ส่วนพี่น่านมันสูง 188 ซึ่งมันต่างกันแค่เซนเดียวแต่มันก็ชอบทำให้เป็นปัญหาระดับชาติเพราะที่ผ่านมาพี่น่านมันสูงกว่าพี่นนท์ไง แล้วพี่นนท์มันเสือกไปวัดมายังไงไม่รู้มันจนสูงกว่าพี่น่านมันเซนนึงที่นี้ก็มานั่งเถียงกันคอนเป็นเอ็นสามวันสามคืนเดือดร้อนหมอที่โรงบาลที่ต้องมาปวดหัววัดความสูงให้พวกพี่มันเพราะแมร่งบอกว่ามีแต่หมอเท่านั่นจะให้ความมาตรฐานที่สุดสำหรับพวกพี่มัน แล้วผมกับพ่อก็ต้องตามใจพวกพี่มัน เพราะรำคาน คำเดียวสั้นๆ สรุปหมอวัดออกมาแล้ว พี่นนท์มันสูง 189 จริง ส่วนพี่น่านก็ 188 คือถ้ามองตาเปล่ามันก็เท่ากันป้ะ แล้วพี่มึงจะอะไรกันหนักหนาหันมาดูกูนี่ไม่เคยเดือดร้อนอะไรกับความสูง 180 กูเลย ใช่ครับ...ผมเตี้ยสุดในบ้าน แต่ยังไงปีหน้าผมคาดว่าจะสูงเพิ่มขึ้นแน่นนอน แต่ถึงไม่เพิ่มขึ้นก็ไม่ซีเรียสอะไรครับเพราะผมมาตรฐานแล้วพวกพี่มันต่างหากที่ทะโหล่โถ่เถ่เกินมาตรฐาน จะเห็นแต่ว่าผมพูดถึงแต่พ่อกับเหล่าพี่ชายแม่ผมคงน้อยใจแน่ๆ แม่ผมไม่น้อยใจหรอกครับหรือน้อยใจรึป่าวก็ไม่รู้สิเพราะต่อให้ผมถามแม่ก็ไม่ตอบหรอก เพราะแม่ของผมเธอจากไปนานแล้วครับตอนนี้คงเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์แล้วเธอจากไปตั้งแต่ผมอายุแค่12 เองครับ แต่ผมก็รับรู้นะครับว่าเธอรักพวกเรามาก เท่านี้ก็พอแล้วครับเดี๋ยวจะพากันดราม่า
.   
.

“น้ำมึงตัดสินใจยังวะ ว่าจะเรียนต่อที่ไหน” เสียงจากไอ้เหน่งเพื่อนรักผมเองครับ คบกันมานานมากตั้งแต่สมัยอนุบาลสนิทกันที่สุดในบรรดาเพื่อนๆเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กันแล้วพ่อแม่ยังมาเป็นเพื่อนกันอีก มันรู้ใจผมทุกเรื่อง รู้จักผมดีกว่าผมรู้จักตัวเองอีก หน้ามันอ่ะหรอก็จัดอยู่ในหมวดหมู่พวกหล่อมากๆแหละครับ แถมความสูงมันก็ยังจะสลอนหน้าสลอนตาสูงกว่าผมอีก 7 เซน แต่ผมไม่ซีเรียสครับเพราะผมสูงตามมาตรฐานแล้ว!!!
“เอ้า เงียบไม่ตอบ หยิ่งหรอมึง” เอาสันหนังสือฟาดที่หัวผมเบาๆเพื่อเรียกร้องให้สนใจมัน
“กูสมัครม.เชียงใหม่ไปแล้ว” หยิบหนังสือเล่มที่มันฟาดผมเมื่อกี้ฟาดมันคืน มันทำหน้าทำเสียงฮึดฮัดอ้อนมืออ้อนตีน
“แล้วไม่บอกกูวะ! คิดว่ามึงจะเรียนที่เดียวกับพี่มึงซะอีก แล้วจะไปทำหอกอะไรไกลถึงเชียงใหม่พ่อมึงอยู่นั่นแง้ะ” ตอนแรกมันทำหน้าสงสัยแต่ตอนนี้ทำกวนส้นตีนแล้วครับ
“กูโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้ว กูก็อยากไปเผชิญโลกกว้างบ้างอยู่กับพวกพี่มันแมร่งมาสิบแปดปีแล้วให้กูห่างกันบ้างเห้อะ” ผมถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ไร้สาระที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่พี่มันเถียงกัน แหย่กันอย่างห้ำหั่นแล้วผมต้องเป็นฝ่ายยุติทุกครั้ง แล้วไอ้ที่ผมอยากไปเรียนไกลๆนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับผมแค่อยากไปใช้ชีวิตเท่ห์ๆคนเดียวในที่เงียบๆไกลๆไม่มีคนรู้จักไม่มีความวุ่นวาย แต่ยังงัยผมก็ยังคงเลือกเรียนคณะวิศวกรรมเจริญรอยตามพวกพี่มัน แต่เอกที่ผมเลือกเรียนนี่คงเป็นไฟฟ้าตามรอยพ่อมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปแล้วไปลับไม่กลับมานะผมก็แค่อยากไปทำอะไรใหม่ๆในที่ใหม่ๆก็แค่นั้นยังไงซะก็ต้องกลับมาหาทุกเดือนอยู่แล้ว แหม่พูดเหมือนกับว่าจะสอบติดพรุ่งนี้ยังงั้น ฮ่าๆ
“เออ แล้วพ่อกับพี่มึงรู้ยัง” มันทำหน้าแบบหมาสงสัย
“กูบอกพวกเค้าแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร” ผมหันกลับมาสนใจสมุดการบ้านที่กำลังทำต่อ
“หรอวะ ก็ดีแล้ว แต่มึงไปสอบเป็นเพื่อนกูหน่อยดิสอบที่ม.เดียวกับพี่มึงอ่ะ นะ นะนะ” ไอ้เหน่งทำหน้าตาดัดจริตเสียงเล็กเสียงน้อยเห็นแล้วน่ายกตีนขึ้นมาถีบ ผมพอจะรู้ไอ้ห่าเหน่งมันไปหยอดไปจีบสาวต่างห้องไว้ซึ่งสาวคนนั้นก็ดันเลือกที่จะเรียนต่อมหาลัยที่พี่ผมเรียน แล้วไอ้นี่ก็บ้ากะจะตามไปจีบเค้ายันมหาลัย กูล่ะยอมมึง
“ไม่” ผมยังคงสนใจแต่การบ้านต่อไป
“แต่กูเป็นเพื่อนที่รักมึงที่สุดนะน้ำ มึงจำได้มั้ยตั้งแต่อนุบาลแล้วที่เราสัญญากันไว้ตอนที่ร่วมกระบวนการขโมยยางลบสาวอนุบาลห้องข้างๆแล้วโดนคุณครูจับได้ไง ว่าเราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดไป มึงจำได้มั้ย” แล้วมันก็ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเดิมๆในอดีต เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมปฏิเสธมัน มันจะต้องหาเหตุผลในความทรงจำมาอ้างทุกครั้งแล้วผมก็ต้องจำนนต่อเหตุผลของมันทุกครั้ง เพราะว่ามันคือเพื่อนที่รักผมสุดตรีนนน
“เออ!!! ร่ำไรฉิบหาย แต่กูแค่ไปสอบเป็นเพื่อนนะติดหรือไม่ติดกูก็ไม่เรียนที่นั่นบอกไว้ก่อนเลย” ผมทำการตลกลงกับมันเสร็จสับมันก็ไม่ร่ำไรอะไรกับผมอีก

จนถึงวันสอบ

วันสอบผ่านไปด้วยดี

ผลออกมาว่าสอบผ่านกันทั้งคู่ รวมถึงสาวที่มันไปจีบไว้ด้วยติดเหมือนกันแต่คนละคณะ ผมกับไอ้เหน่งเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า ตามรอยคุณประณต พ่อผมเองครับ
ซึ่ง   วันสอบสัมภาษณ์ ไอ้ห่าเหน่งมันก็ลากผมมาด้วยพร้อมเหตุผลที่ความเป็นเพื่อนรักสุดตรีนนนน ยกมาอ้างสารพัดเหตุผลแล้วผมก็ต้องตามมันมาเหมือนเดิม เห็นหน้าระรี้ระริกของมันแล้วอยากกระโดดขาคู่ถีบหน้ามัน ไอ้สันขวานนนน
ส่วนวันประกาศสอบสัมภาษณ์เค้าบอกจะแจ้งผ่านเว็บไซต์มหาลัย
.
.
.

“เชี่ยยย ตื่นเต้นว่ะ มึงว่าเราจะผ่านมั้ยวะ” เสียงระรี้ระริกอ้อนตีนต้องแต่เมื่อว่านตอนหกโมงเย็น มันถามผมอย่างนี้ทุกครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ใช่ครับ มันมานอนบ้านผมพร้อมกับอ้างว่าอยากมาลุ้นด้วยกัน ซึ่งผมควรจะตื่นเต้นกับมันเหรอ เหอะ เหอะ เหอะ กูไม่ได้อยากเรียนที่นี่ วอทททท มีแต่มึงกับสาวสวยในดวงใจมึงแล้วกูจะต้องมาตื่นเต้นกับมึงเพื่อ!!! มันแหกขี้ตาปลุกผมตั้งแต่ตีสี่ครับ มารอผลประกาศที่เค้าจะประกาศตอน 10.00 น. เอิ่มมึง ไอ้ห่าราก ไอ้สันขวาน ไอ้ส้นตีน

...10.00 น. เวลาที่ตื่นเต้นระทึกใจของมัน ที่ไม่ใช่ของผม

พร้อมกับพ่อของผม และพี่ชายทั้งสองที่นั่งหน้าสลอนกันมาตั้งแต่ตีห้า ตีห้า ตีห้า ครับ!!!
ตื่นเต้นราวกับว่าผมไปแข่งบอลโลกรอบชิงแชมป์โลก
มือซ้ายของผมเลื่อนเมาส์ไปที่ช่องตรวจสอบสถานะการสมัครเรียน

นายนันทภัณฑ์ เหลี่ยมศิลา รหัสประจำตัวผู้สมัครสอบxxxxxx
กำลังดาวน์โหลด...
.
คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์

“โอ้วว เย่” เสียงแห่งความภาคภูมิใจของตัวมันที่ดังลั่นห้องผม แถมด้วยท่าเต้นกระเด้าอากาศแสดงความดีใจแบบสุดชีวิตของมัน
“ย่ะ ย่ะ คุณนันทภัณฑ์ ยินดีต้อนรับสู่รั้วมหาลัยxxxx ของเรา แปะ แปะ” ไอ้พี่นนท์มันปรบมือให้ไอ้เหน่งอย่างภาคภูมิใจมันคงหาทายาทอสูรที่จะคายตะขาบเรื่องระยำตำบอนให้ได้แล้วสินะ ส่วนผมก็ได้แต่ส่ายหัวเนือยๆ
“น้ำ ไม่ตรวจสอบชื่อของเราบ้างล่ะ” เสียงจากคุณประณต ที่มาพร้อมกับสายตาเป็นเชิงบังคับว่า มึงตรวจสอบของมึงเดี๋ยวนี้
“รู้แล้วน่ะพ่อ จะตรวจอยู่นี่ แต่บอกก่อนเลยนะติดรึไม่ติดผมก็ไม่เรียนที่นี่แน่นอน” ผมหันไปบอกทุกคนอย่างจริงจัง ก่อนที่พี่น่านมันจะเอ่ยปากขึ้นว่า
“ลีลาฉิบหาย” พร้อมทำหน้าหงุดหงิดเป็นหมาหิวข้าว
มือขวาผมกรอกรหัสบัตรประชาชน ส่วนมือซ้ายก็เลื่อนเมาส์มาคลิกช่องตรวจสอบสถานะการสมัครเรียน
.
.

นายนัทนที เกียรติพิบูลย์ รหัสประจำตัวผู้สมัครสอบxxxxxx
กำลังดาวน์โหลด [หมุนติ้ว ติ้ว ติ้ว อยู่อย่างนั้น ราวกับว่าบ้านลืมจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตวายฟาย]
.
.
คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์
รายละเอียดวันรายงานตัวพร้อมเอกสารดังนี้
Xxxxxxxxxxxxxx


แล้วไง ใครแคร์ ไม่มี บอกเลย
แต่หน้าพ่อกู
บอกว่า
มึงต้องแคร์

“ยินดีด้วยคุณนัทนที ขอต้อนรับสู่อ้อมอกอ้อมใจของรั้วมหาลัยxxxx แปะ แปะ” ไอ้พี่นนท์มันใช้น้ำเสียงเดิมพร้อมกับการตบมือแบบเดิมที่เห็นแล้วอยากลุกไปกระโดดถีบมันเหมือนเดิม
“พ่อ...” น้ำเสียงเสียงเว้าวอนจากหนุ่มน้อยตาใส ที่กำลังจะเอ่ยออกไปแต่ถูกขัดจังหวะด้วยไอ้ชายใหญ่ของบ้านเกียรติพิบูลย์
“มันต้องแบบนี้สิวะ สมกับที่กูแหกตาตื่นตั้งแต่ตีห้ามารอฝังผลกับมึงตอน 10 โมงเนี่ย” ตบบ่าผมเบาๆพร้อมดึงเข้าไปกอดเหมือนกับว่ากูได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ จังหวะนี้แหละผมต้องรีบออกตัวแล้ว!!
“ใครบอกว่ากูจะเรียนที่นี่พี่น่าน” ทำเสียงทุ้มๆแบบหนุ่มใหญ่พร้อมกับสีหน้าจริงจังที่แอบหวั่นใจกับสีหน้าที่บอกนัยๆของพ่อว่ากูไงที่จะบอกให้มึงเรียนที่นี่ แล้วผมก็ต้องหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับคำพูดที่พ่อพ่นออกมา
“พ่อให้เลือกระหว่างจะเรียนที่เดียวกับเหน่ง รึจะเรียนที่เดียวกับนนท์” สีหน้าจริงจังแต่คำพูดคือเล่นมุข แต่ไม่มุข ใช่ แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม
“แล้วเหน่งกับไอ้พี่นนท์นี่มันเรียนคนละม.กันมั้ง ไหนคุยกันแล้วไงพ่อ พ่อก็โอเคแล้วนี่” กูต้องทำหน้าเหรอหราเรียกร้องความสนใจก่อน
“ใครบอกโอเค พ่อไม่เคยพูดอะไรเลยนะ” ทำคิ้วขมวด ย่นหน้าผาก บอกให้รู้ว่าครุ่นคิดอยู่
“ก็ตอนถามพ่อบอก อือ ไง” กูจะไม่ยอมแพ้ขยั้นขยอต่อไป
“หรอพ่อพูดงั้นหรอ น่านวันนี้เรามีประชุมบ่ายนี่หว่า ป่ะๆไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้าบริษัทกัน เอ้อน้ำเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาซื้อชุดนักศึกษากันนะลูก พ่อว่างพอดี” ตัดสวาทแบบขาดเยื้อใย แบบไม่ให้โอกาสตอบโต้อะไรเลย ทำเหมือนกับว่าไม่เคยรับรู้เรื่องที่ผมขอไปเรียนเชียงใหม่ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบยาวๆ แล้วมองไปที่ไอ้พี่ชายตัวดีกับเพื่อนตัวเหี้ยที่นั่งดิ้นนอนดิ้นหัวเราะระริกระรี้ถูกใจกับสิ่งที่พ่อทำกับผม
“ไอ้สันขวาน” สั้นๆเพราะไม่รู้จะด่าอะไร
.
.

แล้วความฝันที่คาดหวังว่าจะได้ชีวิตแบบหนุ่มโตเต็มวัยหัวใจไกลบ้านก็ดับลงทันที ซึ่งผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากก้มหน้ายอมรับเพราะคนส่งเรียนคือพ่อ แล้วพ่อก็ให้เหตุผลว่า’ไม่อยากให้อยู่ไกลหูไกลตาพ่อ อีกอย่างแม่ชอบมาเข้าฝันพ่อว่าอยากให้ลูกทุกคนอยู่ใกล้ๆครอบครัวจะได้อบอุ่นครึกครื้น’เหอะ อบอุ่นครึกครื้นสุดๆไปเลย พออ้างถึงแม่ผมก็ต้องยอม อีกอย่างเพราะพ่อห่วงผมด้วยแหละเพราะผมตั้งแต่เกิดมานอกจากเรียนก็ทำห่าเหวอะไรไม่เป็นซักอย่างต้องมีคนทำให้ตลอดเลยกลัวผมลำบาก ส่วนไอ้พี่ชายทั้งสองมันก็มาช่วยย้ำเหตุผลอีกว่า’เวลามึงไปซัดใครแล้วเค้าสวนกลับกูจะได้ไปช่วยทัน’ใช่ครับวัยรุ่นเลือดมันร้อนตอนมัธยมนี่ผมเคยมีเรื่องกับเพื่อนต่างโรงเรียน ไอ้เหน่งกลัวผมจะสู้เค้าไม่ได้เลยโทรไปบอกพวกพี่ผม ไม่เกิน 20 นาที่ มันมาถึงที่ เรียกว่ารักน้องสุดตรีนกันจริงๆ ‘เวลามีสาวเข้ามากูจะได้ช่วยแสกนง่ายๆไง’อ่ะในเมื่อผู้เชี่ยวชาญเรื่องสาวๆเค้ายืนยันผมก็ไม่ขัดศรัทธา และหวังว่าชีวิตในรั้วมหาลัยของผมคงไม่มีอะไรที่ระยำตำบอกหรอกนะ สาธุรอเลยครับ
.
.

หลังจากรายงานตัวมอบตัวที่มหาลัย ที่ไม่ใช่คุกนะครับ

ผมก็เตรียมขนข้าวของมาอยู่คอนโดใกล้มหาลัยเพื่อที่จะสะดวกในการเดินทาง ถามว่าบ้านไกลมหาลัยหรอ ก็ป่าว แต่อยากสลอนหน้าออกมาอยู่นอกบ้านไงไกลบ้านนิดหน่อยแต่ก็ถือว่ายังไกล ไกลบ้านแต่ไม่ไกลไอ้พี่นนท์ แล้วก็ไอ้เหน่งด้วย ซึ่งคนโดที่ผมอยู่มันเป็นของพี่น่านตอนนี้พี่น่านมันทำงานเลยย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านกับพ่อที่นี่เลยตกเป็นของผมอย่างชอบธรรม และพ่วงมาด้วยพี่ชายสุดที่รักที่รักกันสุดตรีนอย่างพี่นนท์ที่พำนักพิงอยู่ห้องฝั่งตรงข้าม ตามมาด้วยไอ้เหน่งที่ใช้เส้นใช้สายพ่อมันซื้อคอนโดให้ได้อยู่ข้างๆห้องผม ซึ่งนับวันมันยิ่งทำเหมือนไอ้พี่นนท์กับพี่น่านขึ้นทุกวัน ใจคอพวกมึงจะไม่แยกจากกูกันเลยรึง๊ายยยย
นี่แหละครับจุดเริ่มต้นความระยำตำบอน ที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อผมย่างเท้าก้าวเข้าไปในมหาลัยในฐานะเด็กปีหนึ่ง



โดย อีช้อย

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-08-2021 11:07:35 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 1.1
«ตอบ #1 เมื่อ05-08-2021 13:54:42 »

Episode 1 มหา’ลัย ให้อะไรเรา (1/2)

ถ้าถามผมว่ามหาลัย ให้อะไรเรา
ผมคงตอบว่า
.
.

ให้ไอ้พวกพี่ห่ารากมาแหกปากด่านั่น ด่านี่ สั่งนั่น สั่งนี่ ตามใจพวกพี่มันนั่นแหละ ส่วนผมผู้น้องโต้แย้งใดๆไม่ได้ไม่งั้นจะโดนส้นตีนบวกกับไม่ผ่านกิจกรรม บนหน้าผมตอนนี้คงมีแต่คำว่า เซ็ง
“ปีหนึ่งครับ พวกมึงช่วยหุบปากกันซัก10นาทีได้มั้ยครับ” เสียงจากยมทูตแห่งขุมนรกที่ห้า แค่น้ำเสียงทุ้มเข้มที่น่าเกรงกลัวไม่พอ ใบหน้าพี่มันต้องเหี้ยมด้วยเหมือนไอ้พวกตัวร้ายในละครบู้ล้างผลาญด้วยครับ ต้องเถื่อน ตามฉบับหนุ่มวิศวกรรมคนเหี้ย(ม)
ซึ่งวันนี้ตั้งแต่ผมก้าวเท้าเขามาในคณะผมยังไม่เจออะไรที่จรรโลงใจเลยครับ เจอแต่อะไรที่ก็ไม่รู้ เห้อออ
“มึงงง อิ้งค์ที่อยู่เอกเคมีแม่งโครตน่ารักเลยว่ะ” เสียงไอ้ห่าเหน่งครับ มันกำลังส่องสาวๆในคณะโดยใช้สายตาแรดๆสอดส่องไปทั่ว มันคงจะลืมสาวที่มันไปขายขนมจีบไว้แล้วล่ะ เพราะตั้งแต่เข้าคณะมามันนี่ทำความรู้จักผู้หญิงในคณะแทบทั้งคณะแล้ว เผลอๆนี่คงทำความรู้จักข้ามคณะไปแล้วมั้ง
“อิ้งค์ไหนอีกว่ะ” ผมถามมันด้วยความสงสัยแบบแกล้งสงสัย หรือว่าสงสัยจริงๆวะ มันก็สะกิดแขนผมพร้อมกับชี้ไปยังเป้าหมาย
“นั่นไงๆ มึงเห็นป้ะ คนที่น่ารักๆกำลังหัวเราะคิกคักกับเพื่อนที่อวบๆน่ะ” พูดไปยิ้มไปราวกับเจอลิซ่าแบกพริก เอ้ย แบล็คพลิงค์ อิอิอิ อิงค์เธอน่ารักจริงคับ ตัวเล็กๆหน้าเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ปล่อยผมยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวเหลืองตามฉบับสาวหมวย น่ารักกก แต่ไม่ใช่สเป็คผมครับ
“สเป็คมึง” ผมหันไปถามไอ้เหน่ง ไอ้นี่ก็หน้ายิ้มกริ่มตลอดเวลา”กูรู้สึกว่าตั้งแต่ก้าวตีนเข้ามาที่นี่สเป็คมึงทั้งคณะแล้วป้ะ”ผมได้แต่ทำหน้ากวนส้นตีนใส่มันไป
“แล้วสเป็คมึงล่ะแบบไหนวะ” เสียงไอ้เทมส์ ไอ้นี่ผมพึ่งรู้จักมันเมื่อเช้านี้ครับตอนเจอกันหน้าคณะ มันทำหน้าเหรอหราเดินเข้ามาทักผมกับไอ้เหน่ง บอกว่ามันตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบอยากจะขอเป็นเพื่อนด้วย แล้วก็ทำเสียงกระซิก กระซิก ดราม่า ไอ้ห่านี่ก็เล่นซะใหญ่เลย ไอ้เทมส์มันเป็นคนหน้าตาดี จัดอยู่ในหมวดหมู่หล่อแต่ไม่ลากไส้ มันน่าจะเป็นประเภทหล่อไร้สาระพกแต่ความสาระแนมากกว่า พอมันนั่งตัวตรงๆความสูงมันนี่เบียดๆไอ้เหน่งเลยแต่ดูจะสูงกว่าซัก 187-188 มั้ง นั่นแหละครับมีแต่ผมที่คาบเส้นมาตรฐานชายไทยอยู่ แต่ก็ช่างเหอะ ไม่ซีเรียส มั้ง
“สเป็คไอ้น้ำอ่ะ มันชอบแบบสายฝอเว้ย แบบอาริน่า แกรนด์เด เว้ย” ไอ้เหน่งชะโงกออกมาตอบไอ้เทมส์พร้อมกับเลิกคิ้ว ซึ่งผมยังไม่เคยบอกสเป็คมันเลยว่าชอบแบบไหน คือถ้าผมบอกว่าผู้หญิงคนไหนสวยไอ้เหน่งก็ฟันธงว่าสเป็คผมหมด ไอ้ห่ารากนี่มันชอบยัดเยียดให้ผมชอบคนนั้นคนนี้ไปทั่วตลอด
“แล้วกูไปบอกมึงตอนไหนเรื่องสเป็คของกู” ผมหันไปถามไอ้เหน่ง มันเลิกคิ้วใส่ผม
“ก็วันนั้นที่กูเปิดMVเพลงของอาริน่าให้มึงดู มึงบอกคนนี้สวย” นั่นไงกูว่าแล้วไอ้ห่า ถ้ากูชมคนว่าสวยทั้งคณะนี่มึงไม่เดาว่าสเป็คกูทั้งคณะเลยหรอ
“รึว่าคนนี้สเป็คมึงวะ” เสียงไอ้เทมส์ที่ทำเป็นเสียงตื่นเต้นบวกกับสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมชี้ไปที่เป้าหมาย
“ใครวะ” ผมกับไอ้เหน่งมองตามนิ้วชี้ของไอ้เทมส์ที่ชี้ไปยัง ผู้ชาย ผู้ชาย ใช่ครับมันชี้ไปยังผู้ชาย ซึ่งไอ้ผู้ชายคนนี้มันน่าจะเรียนคนละเอกกับผมเพราะดูจากแถวที่ห่างไกลกัน หน้าตามันเข้าอยู่หมวดหมู่พวกหล่อ หล่อแบบหล่อฉิบหายวาดวอด หล่อแบบไม่เผื่อไม่แผ่ใคร หล่อจนผมคิดว่าเทพเจ้านี่คงตั้งใจปั้นมึงมาแน่ๆ ดูจากการนั่งตัวตรงวัดระดับความสูงกับเพื่อนๆมัน มันดูสูงมากกกก ใบหน้าและสันกรามของมันนี่ตามฉบับหนุ่มอปป้าเกาหลีเลย คิ้วก็หนาเข้ม ตาเรียวรีแต่มองไม่เห็นแววตาเพราะอยู่ไกลกัน สันจะมูกมันนี่พุ่งเป็นสันเขื่อน ปากสีแดงอ่อนๆแบบธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเข้มที่ขับผิวหน้ากับผิวตัวมันให้ดูสว่างไสว รวมๆดูแล้ว มันหล่อครับ หล่อจนผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ แล้วก็ถูกเรียกสติให้กลับมา
“ไง ถูกใจ ตาไม่กระพริบเลยมึง” ไอ้เทมส์มันเอามือหยาบกร้านของมันดึงใบหน้าผมกลับมามองมัน แล้วทำยักคิ้วหลิ่วตา เป็นบอกว่า กูรู้ว่ามึงสนใจ แต่ ห๊ะ!!!
ไอ้ส้นตีน อะไรที่ทำให้มึงคิดแบบน้านนน
“กูผู้ชายทั้งแท่ง” ย้ำให้มันมั่นใจด้วยน้ำเสียงนุ่มสุขุม รึป่าว
“เออกูรู้.. กูก็แซวไปงั้นแหละเห็นมันแมร่งอย่างหล่อชิบหาย ส่วนมึงก็หล่อเหี้ยๆ ถ้ากูเป็นผู้หญิงนี่กูคงเลือกลำบากว่ะ ฮิฮิ” หัวเราะอย่างมีความสุขนะมึง
“กูว่านะเชี้ยน้ำกับไอ้หล่อนั่นอ่ะต้องเป็นคนเลือก ไม่ใช่มึงไอ้ห่าเทมส์” ถูกแล้วเหน่งเพื่อนรัก ทำดีๆ แล้วมันก็เอื้อมมือควายๆมาผลักหัวไอ้เทมส์ด้วยแรงควายๆของมัน
“น้องๆคะ เดี๋ยววันนี้พี่จะปล่อยกลับที่พักเลยนะคะ แล้วพรุ่งนี้มาเจอกันตอนบ่ายโมง ห้ามเลทกันนะ เพราะว่าเราจะมีกิจกรรมจับสายรหัสกัน โอเคตามนี้นะทุกคน บรัยยย” เสียงจากยมทูตจากนรกอีกขุมแต่นุ่มนวลกว่าขุมที่แล้วเยอะ
.
.

“ไงไอ้รูปหล่อ จะกลับแล้วหรอวะ” เสียงแรดๆจากคนแรดๆอย่างไอ้แคมป์ครับ ผมพึ่งรู้จักกับมันตอนทำกิจกรรมรับน้องนี่แหละครับ ไอ้นี่มันอัธยาศัยดี ดีมาก บางทีผมก็คิดว่ามากเกิน เกินมนุษย์มะนา แต่แปลกนะครับที่วิศวกรรม ปีผมนี่มีแต่พวกหน้าตาดีเหมือนกับว่าใช้หน่วยคัดกรองคัดตัวมาโดยเฉพาะ คุณคงคิดว่าผมพูดดูเวอร์ ใช่ครับผมว่าผมก็เวอร์จริงๆ แต่ไอ้แคมป์เนี่ยมันก็หล่อเวอร์ๆจริงๆนะครับ หน้ามันนี่อย่างกับพระเอกซีรี่ย์เกาหลี ส่วนความสูงมันก็ฟาดไป 186 ละ มันนี่ดูเพอร์เฟ็คมากไม่ใช่แค่ในสายตาผมแต่เป็นสายตาทุกคน
“ยังว่ะ กูกับไอ้เหน่งไอ้เทมส์ว่าจะไปโฉบหาอะไรกินแถวๆหน้าม. ขี้เกียจรีบกลับห้องกัน” ผมหันไปตอบมัน พร้อมกับทำหน้าสงสัยใส่มันไปว่ามึงมีอะไรกับกูรึป่าว
“ก็ไอ้แคมป์มันจะมาชวนพวกมึงไปร้านนมหน้าม.อ่ะดิ” เสียงเข้มของไอ้โชคที่อะเลิทอะลาทลากเท้าวิ่งมากอดคอไอ้แคมป์ ไอ้โชคเพื่อนร่วมเอกไฟฟ้าอีกคนที่รู้จักกันที่หน้าคณะเมื่อตอนเช้านี่แหละครับ ไอ้นี่มันหล่อ หล่อแบบแบดๆแล้วมันก็ยังพกความสูงมาด้วย 185 เซน ซึ่งทั้งกลุ่มที่ยืนห้อมล้อมผมอยู่ 180 อัพทุกคน มันเลยทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กตัวน้อยทันที เหมือนอยู่ท่ามกลางเสาไฟฟ้าทั้งๆที่สูงห่างกันไม่ถึงสิบเซน
“ใจคอไม่คิดจะรอกูกันเลยพวกเหี้ย” เสียงนิ่งเรียบของไอ้ไม้ที่เดินเข้ามารั้งคอผมไว้ แล้วไอ้ไม้นี่แหละครับคือเพื่อนรักของผมเพราะมันดันพกความสูงมา 180 เป๊ะๆเท่ากับผมพอดี แต่มันอาจจะดูสูงเหลื่อมๆผมหน่อยเพราะทรงผมที่ชี้โด่ชี้เด่ของมัน ไอ้ไม้มันเป็นคนนิ่งๆพูดน้อยๆเรียบๆนิ่งๆ หน้ามันก็หล่อแบบนิ่งๆ มันเหมือนพวกพระเอกมาดนิ่งสุขุมไม่สุงสิงกับชาวโลกประมาณนั้น แต่อย่าให้ไอ้นี่มันได้ด่าใครเชียวเพราะคำด่าของมันนี่บาดทะลุถึงขั้วใจเลยก็ว่าได้
“มึงแม่งลีลากว่าจะย่างตีนมาได้แต่ละก้าว มัวแต่ย่างหนอ ยกหนอ เดินหนออยู่นั่นแหละห่า” ไอ้โชคมันบ่นโวยวายใส่ไอ้ไม้พร้อมกับผลักมันไปเบาๆ แต่เหมือนจะไม่เบา
“มัวแต่ร่ำไรกันอยู่นี่แหละพวกพวกมึง ไป” เสียงไอ้เหน่งยุติความร่ำไรของพวกเรา ดูจากอาการแล้วมันคงจะหิวมาก มากจนแดกหัวพวกผมได้ พวกเราก็เลยพากันปรี่มาที่โรงจอดรถกันทันที

“น้ำ” เสียงตะโกนดังลั่นโรงจอดรถ มันเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคย คุ้นหูมาสิบแปดปี
“อะไร” ผมตะโกนกับไปหาไอ้พี่ชายตัวดี พลางคิดว่ามันมีอะไรอีก ยังไงมึงกับกูก็ต้องเจอกันที่คนโดอยู่แล้วมึงจะสลอนหน้ามาทำเพื่อ!!!
“เพื่อนผู้หญิงเอกเดียวกับกูเค้าฝากของมาให้” มันยื่นถุงกระดาษในมือประมาณ 4-5 ถุงมาให้ผม แล้วก็เลิกคิ้วทำหน้ากวนส้นใส่ผม จนผมอยากเอาตีนขึ้นไปสะกิดคิ้วพี่มันมาก
“พี่ หวัดดีพี่” พวกเพื่อนผมก็พร้อมหน้าพร้อมยกมือหวัดดีพี่มัน ส่วนพี่มันก็ยกมือรับไว้พร้อมกับเตรียมหมุนส้นตีนกลับหลุมเดิมไป แต่ก็ต้องหันมาตอบคำถามผมที่ง้างปากรอยิงคำถามอยู่
“เนื่องในโอกาสอะไรวะ” ใช่ให้มาเนื่องในโอกาสอะไรวันเกิดก็ไม่ใช่ วาเลนไทน์ก็ไม่ใช่ เชงเม้งหรอ ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ผมขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่แวบนึง พี่มันก็ง้างปากตอบมา
“ต้อนรับสู่อ้อมอกอ้อมใจสาวๆชาววิศวะ ไง” น้ำเสียงทุ้มแต่ทำท่าทางดัดจริตซึ่งไม่เข้ากับมึงเลย นึกดูนะครับผู้ชายร่างควายๆแต่ทำท่าทางเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้มที่พึ่งสารภาพรักกับชายหนุ่มเพื่อนร่วมห้องไป
“ได้หรอวะพี่” ไอ้เหน่งมันได้พูดในสิ่งที่ผมคิดมาแล้ว ใช่มันได้หรอวะพี่มึง
“ได้ดิวะ มึงไม่รู้อะไร ตั้งแต่น้ำมันย่างส้นตีนก้าวเข้ามาในมหาลัย ทำเอาบรรดาสาวๆ ทั้งสาวจริง สาวเทียม กรี๊ด หวีด วิ๊ดว๊ายกันไปหมด มึงนี่มันฮอตสมกับที่กูถ่ายทอดความหล่อเหลาเอาเรื่องไปให้จริงๆ” พูดอย่างโอเวอร์เลยนะพี่มึง แล้วก็มองหน้าผมอย่างภาคภูมิใจราวกับผมเป็นลูกที่มันเบ่งออกมาเอง ไม่พอมันเอามือสากๆของมันมาตบที่บ่าเป็นการบอกผมว่าภูมิใจจริงๆ ส่วนผมก็ได้แต่ทำหน้า อิหยังวะ
แล้วพี่มันก็หมุนส้นตีน วิ่งระรี้ระริกกลับหลุมมันไป ทิ้งไว้แต่คำว่า อิหยังวะ บนใบหน้าผม
.
.

พอแยกจากไอ้พี่นนท์พวกผมก็พากันมานั่งหน้าสลอนอยู่ร้านนมหน้ามหาลัย โดยมีสาวน้อยมัธยมปลายยืนฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้มรับบทเป็นเด็กเสิร์ฟรอรับออเดอร์อยู่
“เอ่อ พี่เอาโอริโอ้ปั่น 2 โกโก้ปั่น 3 ช็อกโกแลตปั่น 1 แล้วก็ขนมปังปิ้งรวมมิตร 2 ชุด ครับ” ไอ้แคมป์รัวออเดอร์ใส่น้องเด็กเสิร์ฟไปหนึ่งยกครับ พร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจของมันโดยไม่สนใจเสียง คุก คุก คุก ที่ลอยอยู่รอบตัวมันเลย ไอ้ห่า
“มึงดูๆ ผู้หญิงโต๊ะนั้นมองมาโต๊ะเราพักใหญ่แล้วว่ะ” เสียงตื่นเต้นๆของไอ้เทมส์ที่เหมือนว่าชาตินี้ทั้งชาติมันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ทั้งที่มันเจอมาอยู่ทุกวัน
“เค้ามีใจ!! กูต้องรีบไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีก่อน” พูดจบไอ้เหน่งก็ทำหน้ากระดี้กระด้าจะลุกไปโต๊ะนั้นแต่ก็ต้องหยุดเพราะฝ่ามือพิฆาตของไอ้ไม้
ผลัวะ!
“เชี้ยยยยไม้” ไอ้เหน่งร้องด้วยความโอดครวญ ครวญคางเป็นหมาตกท่อ
 (เสียงเรียกเข้า)
“พี่น่านหรอวะ” ตัวเสือกที่หนึ่งครับ เสือกทุกเรื่องในชีวิตผม ถ้ามึงจะชะโงกหน้ามาดูที่จอโทรศัพท์กูจนรู้แล้วว่าใคร มึงยังจะถามทำเพื่อ!!! ไอ้ห่าเหน่ง
“เออ เดี๋ยวกูออกไปคุยกะพี่มันก่อน ข้างในแม่งเสียงดัง” มันพยักหน้าบอกผมเป็นนัยๆว่า ไปเหอะมึง

[เย็นนี้พ่อจะไปรับมึงกับนนท์ไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน]
“เนื่องในโอกาส?”
[ก็เลี้ยงฉลองการย่างตีนเข้าสู่รั้วมหาลัยของชายเล็กไง]
คำพูดพี่มึงคือพอตละครมาก
“เพื่อ!!!”
[เพื่อคุณประณต พ่อมึงไง]
พ่อกูกับพ่อพี่มึงก็คนเดียวกันป้ะ จากนั้นผมก็ปล่อยให้พี่น่านมันพล่ามต่อยาวๆโดยไม่สนใจอะไรมันอีก
เพราะผมเลือกที่จะสนใจ...

ไอ้หล่อที่ไอ้เทมส์มันชี้ให้ผมดูเมื่อตอนบ่ายซึ่งมันกำลังเดินหน้าเรียบพุ่งตรงมาหาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เคยสั่นไหว ทั้งที่เท้าก็ยังคงก้าวเรื่อยๆ แต่กลับเป็นผมเองที่สั่นไหว ไม่ใช่สั่นไหวแบบสาวน้อยที่กำลังถูกใจชายหนุ่มนะ แต่ดูหน้ามันตอนนี้สิ สีหน้าไม่บอกความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ทำให้ผมกังวลว่ามันจะปรี่มาซัดหน้าผมรึป่าว
มันเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

ใกล้จน

มาหยุดอยู่ตรงหน้า

ตุบ ตุบ ตุบ ‘หัวใจที่สั่นระรัวเป็นเสียงจังหวะกลอง’

ถึงมึงจะสูงกว่ากู ตัวหนากว่ากู แต่ใช่ว่ากูจะกลัวมึงนะ ซัดมากูซัดกลับอ่ะ มาดิ มาดิ

แล้วมันก็..
หยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากเป้ที่สะพายอยู่
ยื่นมาให้ผม มันยื่นถุงกระดาษมาให้ผม ห๊ะ!! อะไรของมัน
“ของมึง” ยื่นมาให้ผมพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นบอกว่ามึงรับไปเดี๋ยวนี้ แล้วคือกูต้องรับรึยังไงแล้วมึงให้กูทำไม กูงง งงในงง
“ของกู” ผมเอานิ้วชี้ ชี้มาที่หน้าตัวเอง แล้วทำหน้าเชิงสงสัยว่า อิหยังวะ
[ประมาณทุ่มนึงเดี๋ยวกูไปรับ เคนะ] ไอ้ห่าพี่น่านกูคิดว่าวางไปแล้ว นี่คงพล่ามจนน้ำลายแห้งสินะถึงวางได้ พอพี่น่านมันวางสายไปผมก็ต้องหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าต่อ
“มันวางอยู่บนเป้กู” ผมมองมันแล้วขมวดคิ้ว ยังไงก็ไม่เข้าใจว่าเป็นของกูได้ยังไง เหมือนมันจะอ่านความคิดผมออก มันล้วงมือไปในถุงกระดาษหยิบโพทอิทสีเหลืองอ๋อยยื่นมาให้ผม ในโพทอิทนั้นมันมีข้อความที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่า ‘ให้ น้ำ ปี 1 วิศวะ เอกไฟฟ้า พร้อมหัวใจยึกยือสองจึก’ ครับเอกไฟฟ้าปีหนึ่งก็มีผมคนเดียวนี่แหละที่ชื่อน้ำ แล้วมันรู้จักชื่อผมได้ไง ว่าแล้วก็ต้องง้างปากถามซักหน่อย
“มึงคิดว่ากูชื่อน้ำ”
“เออ” สั้นๆแต่ไม่ได้ใจความ ไม่ได้เหี้ยอะไรเลย ห่ามึง
“มึงไม่คิดจะอธิบาย?” ผมขมวดคิ้วถามมันโดยทำสีหน้าที่แสดงออกให้มันรับรู้ว่ากูต้องการคำตอบที่ยาวกว่านี้ คือมึงจะประหยัดคำพูดไปไหน รึว่าเวลามึงง้างปากพูดมันเหมือนมีอะไรมาแทงคอหอยมึงให้รู้สึกเจ็บปวดเลยต้องประหยัดคำพูด ใช่หรอวะ
มันถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วมองหน้าผมเหมือนจ้องจะซัดหน้า กูเริ่มจะกลัวมึงละ ไอ้ความหล่อที่มึงได้มานี่มึงจับฉลากมาหรอ หล่อแต่อัธยาศัยมึงนี่แทบจะไม่มีเลย
“กูเห็นพวกผู้หญิงในคณะเอาแต่กรี๊ดกร๊าดให้ความสนใจคนชื่อน้ำที่อยู่เอกไฟฟ้า กูก็ไม่รู้หรอกนะว่าแค่คนคนเดียวมันจะอะไรกันนักหนา แต่ไอ้พวกเพื่อนกูอ่ะมันก็ดันเสือกให้ความสนใจคนชื่อน้ำเหมือนกัน เอาแต่ชี้หาคนชื่อน้ำให้กูดูว่าหล่อยังงั้นยังงี้ อิจฉาหน้าเค้าผิวเค้าบ้าง แม่งไร้สาระ” นี่คงเป็นการพูดที่ยาวที่สุดในชีวิตมึงเลยสินะ มันได้แต่ส่ายหัวทำหน้าเหม็นเบื่อ เป็นการบอกว่ากูอธิบายแล้วพอใจยัง
“ความจริงมึงไม่ต้องลำบากเอามาให้กูก็ได้นะ ของใครก็ไม่รู้มันคงไม่ได้จำเป็นกับกูขนาดนั้นหรอก” อีกอย่างเกรงใจมันด้วยที่ไม่รู้ว่าถ้าวันนี้มันไม่มาเจอผมที่นี่มันจะต้องเก็บของชิ้นเอาไว้อีกนานเท่าไหร่
“แล้วความรู้สึกของเค้าล่ะ” เอ้าไอ้ห่ามาดราม่าเฉย เหี้ยยยของใครก็ไม่รู้ใครแป็นคนให้กูก็ไม่รู้ แล้วกูจะไปรู้สึกอะไรได้ล่ะ มึงคิดออกมาได้ยังไง๊
“เอาจริงป่ะกูไม่เคยคิดจะรับของจากคนที่กูไม่รู้จัก คนที่กูไม่เคยเห็นหน้า เกิดเค้าคิดไม่ดีกับกู เอาอะไรที่มันอันตรายต่อชีวิตกูมาให้ จะทำไงวะ”
“ดูหนังมาก” มึงจะว่ากูเพ้อเจ้อ แล้วมันก็หยิบไอ้ของที่อยู่ในถุงกระดาษออกมา มันเป็นลูกแก้วไขลานครับ ซึ่งข้างในลูกแก้วมันเป็นตุ๊กตาผู้ชายใส่สูทสีขาวมือดีดกีตาร์อยู่ มันมองมาที่ผมเลิกคิ้วใส่หนึ่งทีเป็นการบอกนี่นะอันตราย พอผมทำหน้าไม่เชื่อ มันก็จัดการไขลานโชว์ผม เพื่อเป็นการย้ำอีกทีว่าไม่มีระเบิด
เออจ้ามันไม่อันตรายเลยจ้า คือกูต้องรับใช่มั้ย ใช่ สายตามึงบอกว่าถ้ามึงไม่รีบรับไปกูจะกระทืบมึง แล้วกูจะทำอะไรได้ล่ะ
“เออ ขอบใจ”สุดท้ายผมก็ต้องยื่นมือไปรับลูกแก้วกลมๆลูกนั้นมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ มันมองหน้าผมพร้อมกระตุกคิ้วทีนึงอย่างกวนส้นตีน กวนส้นตีนซะจนตีนผมกระตุก ดิก ดิก
“เชี่ยยยยน้ำ มาคุยโทรศัพท์นานจังวะ ถ้าไม่ติดว่ามีไอ้เหน่งเป็นตัวประกันนะกูคิดว่ามึงหนีกลับไปแล้ว” เสียงทุ้มเข้มแต่ท่าทางดัดจริตของไอ้แคมป์ที่ลากตีนดิ่งๆเข้ามากอดคอผม
“กู...” ยังไม่ทันได้ง้างปากพูดอะไร ไอ้เพื่อนสันดานโจรอย่างไอ้เหน่งก็คว้าลูกแก้วกลมๆที่อยู่ในมือผมไปหมุนเล่นอย่างชอบใจ
“อะไรของมึงวะนะ” นอกจากทำสันดานโจรแล้วมันยังทำตัวขี้สงสัยอีก มึงก็เห็นอยู่ว่ามันคืออะไรยังจะถาม ควาย
ผลัวะ
เสียงฝ่ามือหยาบกร้านของไอ้โชคที่ตกกระลงบนหัวไอ้เหน่ง
“สาบานว่ามึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร” ใช่ครับเพื่อนโชคมึงรีบง้างเอาหมาข้างในปากมึงออกมากัดมันเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นจะเป็นกูที่ง้างปากแดกหัวมันเอง
ผมปล่อยให้พวกเพื่อนห่ารากมันยื้อแย่งชุดกระชากของเล่นชิ้นนั้นกันอย่างสนุกมือพวกมัน แล้วหันมาสนใจไอ้หล่อที่ยืนหน้าเรียบเหมือนถูกกาวตาช้างสตราฟหน้ามันไว้
มองหน้าผมแล้วก็เลิกคิ้วกวนส้นตีนแบบที่มันชอบทำ เพื่อเป็นการบอกว่ากูไปละ แล้วมันก็หมุนส้นตีนเดินกลับไปยังที่ที่มันจากมา
.
.

โดย อีช้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2021 11:54:30 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 1.2
«ตอบ #2 เมื่อ05-08-2021 13:58:26 »

Episode 1 มหา’ลัย ให้อะไรเรา(2/2)

หนึ่งทุ่มตรงพี่น่านกับพ่อก็ตรงดิ่งมาจอดรถรอหน้าคอนโดเพื่อรับผมกับพี่นนท์ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน หรือว่าข้าวค่ำวะ ซึ่งผมก็ลากเอาเหน่งเพื่อนรักไปด้วยเพราะกลัวจะมันเหงา พอพากันกินข้าวเสร็จพี่น่านมันก็ทำโอเวอร์แอ็คติ้งเล่นใหญ่รัชดาลัยว่ามีเซอร์ไพร์สแบบซุบเปอร์เซอร์ไพร์สให้พวกผม

แล้วรถของพวกผมก็มาจอดนิ่งอยู่ที่ลานจอดรถสถานเริงรมย์อะโรคาปาร์ตี้ ดูแล้วคงจะเป็นบาร์กึ่งเรสเตอร์รอง ซึ่งผมกำลังจะอ้าปากยิงคำถามใส่พี่มัน แต่ไม่ทันครับ

“ยินดีต้อนรับสู่ ชนกัน คลับ ครับผม” พี่น่านมันทำท่าผายมือเรียนเชิญให้ย่างตีนเข้าไปข้างใน สีหน้ามันนี่ภูมิใจนำเสนอสุดๆ พวกเราก็พากันเดินเข้ามาในร้านก็สำรวจภายในร้านกันไปเรื่อยๆ ร้านนี้ตกแต่งแบบสไตล์ยุค 90 อารมณ์แบบวินเทจ ไฟแสงสีข้างในร้านส่วนใหญ่จะเน้นสีเหลืองอุ่นๆ ให้ความรู้สึกสบายตายสบายอารมณ์ดี ประกอบกับบริเวณรอบตัวร้านส่วนใหญ่เป็นกระจกใส ทำให้เห็นบรรยากาศนอกร้านที่เต็มไปไฟจากถนน รถที่แล่นผ่านไปผ่านมาแบบเมืองวุ่นวายแต่มันกลับดูเพลินตาดีครับ ผมรู้สึกว่าชอบบรรยากาศของร้านนี้มากครับมันดูวุ่นวายแบบไม่วุ่นวายดี

แล้วเราก็มาหยุดอยู่ตรงเคาท์เตอร์บาร์ที่มีชายหน้าตาเจ้าชู้เจ้าเล่ห์ ยืนเหยียดตัวตรงเพื่อโชว์ความสูงประมาณ 188 ของตัวเองพร้อมกับฉีกยิ้มหวานหยดย้อย เตรียมอ้าปากทักทายลูกค้าด้วยเสียงทุ้ม นุ่ม สุขุม
“สวัสดีครับคุณประณต” ทักทายกันอย่างสนิทสนมเชียว พี่แกชื่อแทนครับเป็นเพื่อนสนิทของพี่น่านมัน คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายแล้ว สนิทกันชนิดที่ว่ารู้ไส้รู้พุงกันหมด สนิทกันสองคนไม่พอ พี่แทนแกยังเข้ามาตีสนิทกับคนทั้งบ้านรวมไปถึงไอ้เหน่งด้วย
แล้วพี่น่านมันก็ลากพวกผมมานั่งที่โต๊ะลูกค้าวีไอพีพร้อมกับนำเสนอเรื่องราวของร้านนี้อย่างกับมันกำลังพรีเซนต์โครงการที่บริษัท พี่มันบอกว่าร้านนี้เป็นร้านของมันที่หุ้นกับพี่แทน แล้วไอ้ร้านทีได้ชื่อว่า ชนกัน คลับ เนี่ย พี่มันบอกคิดออกตอนเมาเพราะมัวแต่สำมะเลเฮโลชนแก้วกัน เลยตั้งชื้อนี้มันซะเลย แล้วถ้าถามว่าทำไมพี่มันถึงเปิดร้านเหล้า คำตอบก็ง่ายๆครับ เพราะพวกพี่มันชอบกินเหล้า กินกันทีนี่เจ้าของร้านรวย กระดกกันเป็นน้ำเปล่าขนาดนั้นกินเท่าไหร่มันจะไปพอ แล้วนี่เสร่อมาเปิดร้านกันเองอีก ไม่ต้องถามหากำไรเลย รับรองเจ้าของร้านยัดห่ากันเองหมด เหอะ เหอะ  เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะครับ  สำหรับผมเฉยๆครับ เพราะตั้งแต่พี่มันเรียนจบมาเนี่ย พี่มันก็หาทำนั่นทำนี่หุ้นกับเพื่อนไปทั่วทีปทั่วแดนจนผมชินแล้วล่ะ
“มาๆ คุณประณต มาเจิมร้านให้ลูกหน่อยซิ” ไอ้พี่น่านมันทำท่าทำทางเกาะแขนพ่อเหมือนสาวน้อยที่ออดอ้อนขอเงินจากเสี่ยเลี้ยงอยู่
“ไหนล่ะช็อก ไปเอามาจะเจิมให้” พ่อผมตอบแบบทีเล่นทีจริงกับพี่มัน
“เจิมแบบนั้นพระเค้าเจิมไปแล้ว อย่างพ่อต้องเจิมเป็นเงิน ฮ่าๆ” เสียงกับสีหน้านี่เจ้าเล่ห์เลยนะพี่แท๊นนนนน
“กูบอกเลยคืนนี้ถ้าไม่เมาจนคลานเข้าห้องน้ำ กูไม่กลับ” เสียงยืนยันนอนยันนั่งยันอย่างจริงจังของไอ้เหน่ง แต่สีหน้ามึงนี่ตื่นเหล้าเหมือนไม่เคยกิน ทั้งๆที่ตอนอยู่มันมัธยมนี่พากูแอบแดกห่าแทบทุกวันหลังเลิกเรียน
“ย่ะ ย่ะ นี่กูยังไม่ทันคายตะขาบให้มึงก็แผลงฤทธิ์แล้วหรอวะ” พี่นนท์มันพูดแล้วก็เอื้อมมือมาผลักหัวไอ้เหน่งเบาๆ แต่สีหน้าพี่มันนี่ภูมิใจในตัวไอ้เหน่งมาก คงสมใจล่ะสิก็พี่มันพาผมกับไอ้เหน่งยัดห่าสุราปลาปิ้งแต่อยู่ม.1นู้น ระยำมั้ยล่ะ
“ถ้าคืนนี้สภาพกูไม่เหมือนหมา กูให้เอาตีนเหยียบหน้าเลย” ก็ต้องเอากับเค้าบ้างสิ้ ทำหน้าทำตากวนส้นตีนใส่พวกพี่มันไป ไหนๆก็ได้เป็นน้องชายเจ้าของร้านเหล้าละ ต้องใช้สิทธิ์กินเหล้าฟรีซักหน่อย
“มันต้องงี้สิวะไอ้น้องรัก” พูดจบพี่แทนแกก็ลากตีนดิ่งๆมากอดคอผม ก่อนจะเดินออกไปเพื่อสั่งเหล้าเบียร์กับพนักงาน
.

“โต๊ะเรานี่มันฮอตเป็นพิเศษเลยว่ะ ไอ้น้ำมึงดู มึงดู มีแต่สาวๆให้ความสนใจมึงทั้งนั้น” พี่แทนแกพูดพล่ามพร้อมกับกอดคอผมชี้มือชี้ไม้ไปทั่ว ซึ่งตั้งแต่ผมเข้ามาในร้านก็มีแต่สายตากับรอยยิ้มจากสาวจริง สาวเทียม คอยส่งความหวานหยาดเยิ้มมาให้ตลอด บ้างก็เข้ามาทักทายมาขอชนแก้ว บ้างก็มาขอสานความสัมพันธ์ ผมนี่มันฮอตเป็นบ้า ฮ่าๆ
“สงสัยกูต้องจ้างมันเป็นหน้าม้าคอยเรียกลูกค้าให้ร้านเราแล้วว่ะ” พี่น่านมันหันมามาพูดกับพี่แทน ซึ่งพี่มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นนางกวักทันที คงต้องซ้อมยกมือกวักแบบนางกวักแล้วล่ะ
“มึงดูไอ้นนท์น้องรักมึงนู้น เบาที่ไหนน่ะ ไปก้อร้อก้อติดผู้หญิงโต๊ะนั้นอยู่น่ะ” พี่แทนพูดขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่พี่นนท์มันไปเต๊าะสาวอยู่ พี่นนท์มันก็งี้แหละครับหว่านเสน่ห์ไปทั่ว ว่าไปก็อดเล่าไม่ได้เห็นพี่มันอย่างงี้มันไม่เคยมีแฟนนะครับ มันมีแต่เด็ก กิ๊ก คนคุย ซึ่งพี่มันไม่เคยจริงจังกับใครเลย ความสัมพันธ์ของมันมาไวไปไว โถไอ้หล่อเลือกได้ ที่มันเป็นแบบนี้เพราะมันไม่ชอบให้ใครมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของมันแหละ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งรถไฟของพี่มันชนกันตู้มม ตีกันสนั่นเมืองกลางร้านกาแฟเลยครับ และเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวแต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่มันเลิกนิสัยเจ้าชู้ได้ เพราะมันคงฝังรากลึกในสันดานแล้วล่ะ ผมก็ทำได้แต่ส่ายหัวเอือมระอากับพี่มัน
“น้ำ มึงดูนั่นดิวะ” ไอ้เหน่งมันหันมาพูดกับผมหลังจากที่ยกเหล้าขึ้นซัดเป็นน้ำเปล่าไม่ต่ำกว่าสิบแก้ว มันชี้มือชี้ไม้ไปยังเป้าหมายให้ผมมองตาม ไอ้ห่าเหน่งอย่าบอกนะว่ามึงจะยุยงให้กูไปชอบใครอีก เป้าหมายที่มันบอกให้ผมดูคือผู้หญิงชุดเกาะอกสีแดงแป๊ดนั่งอยู่ถัดจากโต๊ะไปประมาณ 4-5 โต๊ะได้ พอเธอเห็นผมมองก็ยกแก้วเป็นการเชิญชวน ซึ่งผมก็ได้แต่ยิ้มให้แล้วหันกลับมาสนใจไอ้เพื่อนตัวดี
“ทำไมวะ สเป็คมึง” ผมเลิกคิ้วถามมันอย่างสงสัย
ผลั๊วะ
มันตบมาที่หัวผมแบบไม่เบา
“กูให้มึงดูไอ้หล่อนู้น มันอยู่หน้าประตูร้านนู้น ควาย” มันบ่นอุบอิบ ก่อนจะชี้ไปยังเป้าหมายอีกที
หน้าประตูของร้านตอนนี้กำลังถูกสายตาของคนทั้งร้านจับจ้องอย่างสนใจ ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำปดกระดุมเม็ดบนสามเม็ดสวมทับด้วยกางเกงสแล็คทรงกระบอกสีดำขาเต่อ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวยี่ห้อดัง ใบหน้าเรียวรับกับทรงผมเปิดหน้าผาก เดินหน้าเรียบตรงเข้ามาที่โต๊ะขอผม ใช่ครับมาที่โต๊ะของผม

ไอ้หล่อ
มันมาทำอะไรที่นี่วะ
.
.

“อ้าวไอ้แต็งค์ กว่าจะโผล่หัวมาได้นะมึง” พี่แทนทักมันอย่างสนิทสนมพร้อมเข้าไปกอดคอลากมันมานั่งที่โต๊ะ เดี๋ยวนะ พี่แทนพี่รู้จักมันด้วยหรอวะ คนประเภทพี่แม่งรู้จักคนไปทั่วเลยหรอวะ แต่ก็เหลือเชื่อคนที่จะง้างปากทีเหมือนกลัวดอกพิกุลจะร่วงอย่างมันจะรู้จักกับพี่แทนคนที่พูดมากพูดจนน้ำไหลไฟดับแถมอัทธาศรัยพี่แกนี่ยังสาธารณะอย่างกับสส.ขวัญใจประชาชน
“หวัดดีพี่” มันส่งเสียงทักทายพร้อมยกมือไหว้พวกอาวุโสในโต๊ะนี้ รวมถึงพ่อผมด้วยที่อาวุโสสูงสุดของโต๊ะ
“เออพวกมึง นี่ไอ้แต็งค์น้องกูแต่ไม่ใช่น้องแท้ๆนะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พ่อมันเป็นน้องแม่กู” พี่แทนแกก็จัดการแนะนำและลำดับญาติให้พร้อม แกคงเห็นเครื่องหมายเควสชั่นมาร์กบนหน้าผมมั้ง เลยรัวคำตอบมาซะกระจ่างโดยไม่ต้องเปลืองน้ำลายถาม แต่กลับเป็นพี่แกที่ยิงคำถามมา “พวกมึงเรียนอยู่คณะเดียวกันด้วยนี่ รู้จักกันบ้างยังวะ” คือจะบอกว่ายังงัยดีวะพี่เหมือนจะรู้จักแต่ก็ไม่รู้จักว่ะ แต่ยังไม่ทันได้ง้างปากตอบคำถาม เหน่งเพื่อนรักก็โผล่งตอบไปก่อน
“ไม่รู้จักหรอกพี่ แต่ก็เคยเห็นหน้ามันทีสองทีที่คณะ” ตอบเสร็จก็ทำหัวสัพงก มันคงเมาได้ที่แล้วล่ะ
“เห้ยไงวะโต๊ะนี้ แม่งเหมือนโต๊ะรวมคนหน้าดีเหี้ยๆเลยว่ะ” เสียงแรดๆของพี่นนท์พร้อมกับการลากตูดมันกับมานั่งที่เดิมหลังจากหนีไปเต๊าะหญิงมาซักพักใหญ่
“ไอ้แต็งค์นี่ไอ้นนท์ นั่นไอ้น้ำ คงไม่ต้องบอกนะว่ามันน้องใครดูหน้ามึงคงจะรู้ ส่วนนี่ไอ้เหน่งเพื่อนรักเพื่อนทรหดของน้ำมัน นู้นก็คุณประณตพ่อของคุณชายทั้งสามเค้า” อ่ะพี่แทนแกก็ไล่แนะนำทุกคนให้ไอ้แต็งค์มันรู้จัก ทั้งที่มันรู้จักผมอยู่แล้วหมายถึงรู้จักชื่อนะ แต่เดี๋ยวนะมันรู้จักกับพี่น่านด้วยหรอวะ เออมันต้องรู้จักสิเพื่อนสนิทพี่มัน กูเนี่ยเมื่อไหร่จะเลิกงงเป็นไก่ตาแตกซักที
“ไหว้พ่อเพื่อนพี่มึงเถอะ” นั่นไง คุณประณตจัดไปหนึ่งดอก ต้อนรับเด็กมันซักหน่อย ไม่ต้องถามครับว่านิสัยเรียกตีนพวกผมได้มาจากใคร จากพ่อผมนี่แหละครับ
จากนั้นทุกคนก็ไม่มีใครสนใจใครสนใจแต่แก้วเหล้าของตัวเอง
“แดกเหล้าเป็นน้ำ” ผมนี่แทบจะบ้วนเหล้าที่กระดกไปเมื่อกี้คืนลงแก้วเลยครับ ไอ้แต็งค์มันพูดกับผม ใช่ครับมันพูดกับผม พูดแบบหน้าเรียบๆนิ่งๆตึงๆเหมือนคนพึ่งไปฉีดโบท็อกซ์มา

ซึ่งผมควรตอบมันว่ายังไง

แต่ไม่ทันได้ตอบ

พี่แทนแกเล่นยื่นเหล้าส่งให้ผมรัวๆหมดแล้วเติม วนลูปอยู่อย่างนั้น คงจะรีบมอมพวกผมให้เมาจะได้ปิดร้านกลับบ้านนอนน่ะสิ หรือว่าพี่แกจะอยากเห็นสภาพเหมือนหมาของพวกผมเต็มที
.
.

ภาพตัดครับ

เท่าที่จำได้ไอ้เหน่งนี่สภาพแย่กว่าหมาอีก ไอ้พี่นนท์กับพี่แทนนี่ถึงขั้นหามมันขึ้นรถ ส่วนพ่อกับพี่น่านสภาพดีสุดเพราะพรุ่งนี้เช้ามีประชุมเลยได้แค่จิบๆพอให้กลิ่นมันลงคอ ผมอ่ะหรอ เหอะ เหอะ หมาดีๆนี่แหละครับ นับว่าเป็นโชคดีของผมที่ไอ้แต็งค์มันช่วยแบกผมมาส่งที่รถแต่คงเป็นโชคร้ายของมันที่ต้องมาแบกผม นี่คงเป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมเป็นภาระมัน เกรงใจนะครับแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะว่าเมาเหมือนหมาจริงๆ
“ขอบใจมึง” ผมบอกมันไปแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะตอนนี้ภาวนาอย่างเดียวว่าขออย่าให้ตัวเองเสร่อสำลอกออกมา
“เออ” สั้นๆ แล้วก็ไม่ต้องไปถามหาใจความอะไรจากมัน ให้มันตอบแค่นี้แหละดีแล้ว

แล้วพวกเราก็แยกจากกันด้วยดี
.
.

“ไงมึง” เสียงไอ้พี่นนท์ที่ยืนโพสท่าอยู่หน้าประตูห้องนอนของผมกับสภาพบ็อกเซอร์ตัวเดียวเพียวๆ เพียวๆไม่มีเสื้อเลย คือพี่มึงเดินออกจากห้องตัวเองข้ามฝั่งมาห้องกูด้วยสภาพนี้จริงดิ มึงไม่แคร์สายตากล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หน้าห้องเลยหรอพี่มรึ๊งงง  แล้วที่พี่มันเข้ามาในห้องผมได้เพราะมันมีคีย์การ์ดห้องผมครับ มันเอาไว้มาลักของในตู้เย็นผมกิน ส่วนผมก็มีของพี่มันเหมือนกันแต่ผมเอาไว้คอยไปสำรวจพี่มันดูว่าตายห่าหรือยัง เพราะพี่นนท์มันเป็นคนหลับลึกมากครับลึกถึงขนาดที่ว่าเอาทอระโข่งมาจ่อหูเรียกพี่มัน พี่มันก็ยังไม่ยอมตื่น นอกจากสาดน้ำใส่มันถึงจะยอมเสด็จลุกจากเตียง
พอผมไม่หือไม่อือ พี่นนท์มันก็เดินดิ่งมาหาผมที่เตียงพร้อมกับถ้วยไม่รู้ว่าโจ๊กรึข้าวต้ม สันดานนน มาเอามาแนบหน้าผมให้รู้ว่าร้อนนะ แล้วทำหน้าประมาณว่า ลุกมาแดก โชคดีนะครับที่วันนี้ไม่มีเรียน แถมเข้าม.อีกทีก็เที่ยงเพื่อที่จะไปทำกิจกรรมตอนบ่าย กิจกรรมที่โครตน่าเบื่อมากกกกกกก สำหรับผม
.

ตอนนี้ผมกับไอ้เหน่งเพื่อนรักก็ได้พากันลากสังขารมายังคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่รัก
เพื่อมาจับสายรหัส
แล้วยังจะมีเซอร์ไพร์สจากพวกรุ่นพี่ที่รักว่าจะมีการจับบัดดี้ จับบัดดี้
คือชีวิตต่อจากนี้ของผมจะถูกเพิ่มภาระขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้นคือบัดดี้ แค่ตัวผมเองผมยังดูแลไม่ได้ จะให้ไปดูแลคนอื่น เหอะ เหอะ
ถ้าถามว่า มหาลัยให้อะไรผม ผมคงตอบว่า
.
.

ให้อะไรก็ช่างมันเถอะ

ตอนนี้ขอหาอะไรกินแก้แฮงค์ก่อน

โดย อีช้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2021 11:55:11 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 1.1
«ตอบ #3 เมื่อ05-08-2021 14:20:15 »

Episode 1 มหา’ลัย ให้อะไรเรา (1/1)
ถ้าถามผมว่ามหาลัย ให้อะไรเรา
ผมคงตอบว่า
.
.
ให้ไอ้พวกพี่ห่ารากมาแหกปากด่านั่น ด่านี่ สั่งนั่น สั่งนี่ ตามใจพวกพี่มันนั่นแหละ ส่วนผมผู้น้องโต้แย้งใดๆไม่ได้ไม่งั้นจะโดนส้นตีนบวกกับไม่ผ่านกิจกรรม บนหน้าผมตอนนี้คงมีแต่คำว่า เซ็ง
“ปีหนึ่งครับ พวกมึงช่วยหุบปากกันซัก10นาทีได้มั้ยครับ”เสียงจากยมทูตแห่งขุมนรกที่ห้า แค่น้ำเสียงทุ้มเข้มที่น่าเกรงกลัวไม่พอ ใบหน้าพี่มันต้องเหี้ยมด้วยเหมือนไอ้พวกตัวร้ายในละครบู้ล้างผลาญด้วยครับ ต้องเถื่อน ตามฉบับหนุ่มวิศวกรรมคนเหี้ย(ม)
ซึ่งวันนี้ตั้งแต่ผมก้าวเท้าเขามาในคณะผมยังไม่เจออะไรที่จรรโลงใจเลยครับ เจอแต่อะไรที่ก็ไม่รู้ เห้อออ
“มึงงง อิ้งค์ที่อยู่เอกเคมีแม่งโครตน่ารักเลยว่ะ”เสียงไอ้ห่าเหน่งครับ มันกำลังส่องสาวๆในคณะโดยใช้สายตาแรดๆสอดส่องไปทั่ว มันคงจะลืมสาวที่มันไปขายขนมจีบไว้แล้วล่ะ เพราะตั้งแต่เข้าคณะมามันนี่ทำความรู้จักผู้หญิงในคณะแทบทั้งคณะแล้ว เผลอๆนี่คงทำความรู้จักข้ามคณะไปแล้วมั้ง
“อิ้งค์ไหนอีกว่ะ”ผมถามมันด้วยความสงสัยแบบแกล้งสงสัย หรือว่าสงสัยจริงๆวะ มันก็สะกิดแขนผมพร้อมกับชี้ไปยังเป้าหมาย
“นั่นไงๆ มึงเห็นป้ะ คนที่น่ารักๆกำลังหัวเราะคิกคักกับเพื่อนที่อวบๆน่ะ”พูดไปยิ้มไปราวกับเจอลิซ่าแบกพริก เอ้ย แบล็คพลิงค์ อิอิอิ อิงค์เธอน่ารักจริงคับ ตัวเล็กๆหน้าเล็ก ปากนิด จมูกหน่อย ปล่อยผมยาวถึงกลางหลัง ผิวขาวเหลืองตามฉบับสาวหมวย น่ารักกก แต่ไม่ใช่สเป็คผมครับ
“สเป็คมึง”ผมหันไปถามไอ้เหน่ง ไอ้นี่ก็หน้ายิ้มกริ่มตลอดเวลา”กูรู้สึกว่าตั้งแต่ก้าวตีนเข้ามาที่นี่สเป็คมึงทั้งคณะแล้วป้ะ”ผมได้แต่ทำหน้ากวนส้นตีนใส่มันไป
“แล้วสเป็คมึงล่ะแบบไหนวะ”เสียงไอ้เทมส์ ไอ้นี่ผมพึ่งรู้จักมันเมื่อเช้านี้ครับตอนเจอกันหน้าคณะ มันทำหน้าเหรอหราเดินเข้ามาทักผมกับไอ้เหน่ง บอกว่ามันตัวคนเดียวหัวเดียวกระเทียมลีบอยากจะขอเป็นเพื่อนด้วย แล้วก็ทำเสียงกระซิก กระซิก ดราม่า ไอ้ห่านี่ก็เล่นซะใหญ่เลย ไอ้เทมส์มันเป็นคนหน้าตาดี จัดอยู่ในหมวดหมู่หล่อแต่ไม่ลากไส้ มันน่าจะเป็นประเภทหล่อไร้สาระพกแต่ความสาระแนมากกว่า พอมันนั่งตัวตรงๆความสูงมันนี่เบียดๆไอ้เหน่งเลยแต่ดูจะสูงกว่าซัก 187-188 มั้ง นั่นแหละครับมีแต่ผมที่คาบเส้นมาตรฐานชายไทยอยู่ แต่ก็ช่างเหอะ ไม่ซีเรียส มั้ง
“สเป็คไอ้น้ำอ่ะ มันชอบแบบสายฝอเว้ย แบบอาริน่า แกรนด์เด เว้ย”ไอ้เหน่งชะโงกออกมาตอบไอ้เทมส์พร้อมกับเลิกคิ้ว ซึ่งผมยังไม่เคยบอกสเป็คมันเลยว่าชอบแบบไหน คือถ้าผมบอกว่าผู้หญิงคนไหนสวยไอ้เหน่งก็ฟันธงว่าสเป็คผมหมด ไอ้ห่ารากนี่มันชอบยัดเยียดให้ผมชอบคนนั้นคนนี้ไปทั่วตลอด
“แล้วกูไปบอกมึงตอนไหนเรื่องสเป็คของกู”ผมหันไปถามไอ้เหน่ง มันเลิกคิ้วใส่ผม
“ก็วันนั้นที่กูเปิดMVเพลงของอาริน่าให้มึงดู มึงบอกคนนี้สวย”นั่นไงกูว่าแล้วไอ้ห่า ถ้ากูชมคนว่าสวยทั้งคณะนี่มึงไม่เดาว่าสเป็คกูทั้งคณะเลยหรอ
“รึว่าคนนี้สเป็คมึงวะ”เสียงไอ้เทมส์ที่ทำเป็นเสียงตื่นเต้นบวกกับสายตาเจ้าเล่ห์พร้อมชี้ไปที่เป้าหมาย
“ใครวะ”ผมกับไอ้เหน่งมองตามนิ้วชี้ของไอ้เทมส์ที่ชี้ไปยัง ผู้ชาย ผู้ชาย ใช่ครับมันชี้ไปยังผู้ชาย ซึ่งไอ้ผู้ชายคนนี้มันน่าจะเรียนคนละเอกกับผมเพราะดูจากแถวที่ห่างไกลกัน หน้าตามันเข้าอยู่หมวดหมู่พวกหล่อ หล่อแบบหล่อฉิบหายวาดวอด หล่อแบบไม่เผื่อไม่แผ่ใคร หล่อจนผมคิดว่าเทพเจ้านี่คงตั้งใจปั้นมึงมาแน่ๆ ดูจากการนั่งตัวตรงวัดระดับความสูงกับเพื่อนๆมัน มันดูสูงมากกกก ใบหน้าและสันกรามของมันนี่ตามฉบับหนุ่มอปป้าเกาหลีเลย คิ้วก็หนาเข้ม ตาเรียวรีแต่มองไม่เห็นแววตาเพราะอยู่ไกลกัน สันจะมูกมันนี่พุ่งเป็นสันเขื่อน ปากสีแดงอ่อนๆแบบธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเข้มที่ขับผิวหน้ากับผิวตัวมันให้ดูสว่างไสว รวมๆดูแล้ว มันหล่อครับ หล่อจนผมหยุดหายใจไปชั่วขณะ แล้วก็ถูกเรียกสติให้กลับมา
“ไง ถูกใจ ตาไม่กระพริบเลยมึง”ไอ้เทมส์มันเอามือหยาบกร้านของมันดึงใบหน้าผมกลับมามองมัน แล้วทำยักคิ้วหลิ่วตา เป็นบอกว่า กูรู้ว่ามึงสนใจ แต่ ห๊ะ!!!
ไอ้ส้นตีน อะไรที่ทำให้มึงคิดแบบน้านนน
“กูผู้ชายทั้งแท่ง”ย้ำให้มันมั่นใจด้วยน้ำเสียงนุ่มสุขุม รึป่าว
“เออกูรู้.. กูก็แซวไปงั้นแหละเห็นมันแมร่งอย่างหล่อชิบหาย ส่วนมึงก็หล่อเหี้ยๆ ถ้ากูเป็นผู้หญิงนี่กูคงเลือกลำบากว่ะ ฮิฮิ”หัวเราะอย่างมีความสุขนะมึง
“กูว่านะเชี้ยน้ำกับไอ้หล่อนั่นอ่ะต้องเป็นคนเลือก ไม่ใช่มึงไอ้ห่าเทมส์”ถูกแล้วเหน่งเพื่อนรัก ทำดีๆ แล้วมันก็เอื้อมมือควายๆมาผลักหัวไอ้เทมส์ด้วยแรงควายๆของมัน
“น้องๆคะ เดี๋ยววันนี้พี่จะปล่อยกลับที่พักเลยนะคะ แล้วพรุ่งนี้มาเจอกันตอนบ่ายโมง ห้ามเลทกันนะ เพราะว่าเราจะมีกิจกรรมจับสายรหัสกัน โอเคตามนี้นะทุกคน บรัยยย”เสียงจากยมทูตจากนรกอีกขุมแต่นุ่มนวลกว่าขุมที่แล้วเยอะ
.
.
“ไงไอ้รูปหล่อ จะกลับแล้วหรอวะ”เสียงแรดๆจากคนแรดๆอย่างไอ้แคมป์ครับ ผมพึ่งรู้จักกับมันตอนทำกิจกรรมรับน้องนี่แหละครับ ไอ้นี่มันอัธยาศัยดี ดีมาก บางทีผมก็คิดว่ามากเกิน เกินมนุษย์มะนา แต่แปลกนะครับที่วิศวกรรม ปีผมนี่มีแต่พวกหน้าตาดีเหมือนกับว่าใช้หน่วยคัดกรองคัดตัวมาโดยเฉพาะ คุณคงคิดว่าผมพูดดูเวอร์ ใช่ครับผมว่าผมก็เวอร์จริงๆ แต่ไอ้แคมป์เนี่ยมันก็หล่อเวอร์ๆจริงๆนะครับ หน้ามันนี่อย่างกับพระเอกซีรี่ย์เกาหลี ส่วนความสูงมันก็ฟาดไป 186 ละ มันนี่ดูเพอร์เฟ็คมากไม่ใช่แค่ในสายตาผมแต่เป็นสายตาทุกคน
“ยังว่ะ กูกับไอ้เหน่งไอ้เทมส์ว่าจะไปโฉบหาอะไรกินแถวๆหน้าม. ขี้เกียจรีบกลับห้องกัน”ผมหันไปตอบมัน พร้อมกับทำหน้าสงสัยใส่มันไปว่ามึงมีอะไรกับกูรึป่าว
“ก็ไอ้แคมป์มันจะมาชวนพวกมึงไปร้านนมหน้าม.อ่ะดิ”เสียงเข้มของไอ้โชคที่อะเลิทอะลาทลากเท้าวิ่งมากอดคอไอ้แคมป์ ไอ้โชคเพื่อนร่วมเอกไฟฟ้าอีกคนที่รู้จักกันที่หน้าคณะเมื่อตอนเช้านี่แหละครับ ไอ้นี่มันหล่อ หล่อแบบแบดๆแล้วมันก็ยังพกความสูงมาด้วย 185 เซน ซึ่งทั้งกลุ่มที่ยืนห้อมล้อมผมอยู่ 180 อัพทุกคน มันเลยทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กตัวน้อยทันที เหมือนอยู่ท่ามกลางเสาไฟฟ้าทั้งๆที่สูงห่างกันไม่ถึงสิบเซน
“ใจคอไม่คิดจะรอกูกันเลยพวกเหี้ย”เสียงนิ่งเรียบของไอ้ไม้ที่เดินเข้ามารั้งคอผมไว้ แล้วไอ้ไม้นี่แหละครับคือเพื่อนรักของผมเพราะมันดันพกความสูงมา 180 เป๊ะๆเท่ากับผมพอดี แต่มันอาจจะดูสูงเหลื่อมๆผมหน่อยเพราะทรงผมที่ชี้โด่ชี้เด่ของมัน ไอ้ไม้มันเป็นคนนิ่งๆพูดน้อยๆเรียบๆนิ่งๆ หน้ามันก็หล่อแบบนิ่งๆ มันเหมือนพวกพระเอกมาดนิ่งสุขุมไม่สุงสิงกับชาวโลกประมาณนั้น แต่อย่าให้ไอ้นี่มันได้ด่าใครเชียวเพราะคำด่าของมันนี่บาดทะลุถึงขั้วใจเลยก็ว่าได้
“มึงแม่งลีลากว่าจะย่างตีนมาได้แต่ละก้าว มัวแต่ย่างหนอ ยกหนอ เดินหนออยู่นั่นแหละห่า”ไอ้โชคมันบ่นโวยวายใส่ไอ้ไม้พร้อมกับผลักมันไปเบาๆ แต่เหมือนจะไม่เบา
“มัวแต่ร่ำไรกันอยู่นี่แหละพวกพวกมึง ไป” เสียงไอ้เหน่งยุติความร่ำไรของพวกเรา ดูจากอาการแล้วมันคงจะหิวมาก มากจนแดกหัวพวกผมได้ พวกเราก็เลยพากันปรี่มาที่โรงจอดรถกันทันที
“น้ำ”เสียงตะโกนดังลั่นโรงจอดรถ มันเป็นเสียงที่ผมคุ้นเคย คุ้นหูมาสิบแปดปี
“อะไร”ผมตะโกนกับไปหาไอ้พี่ชายตัวดี พลางคิดว่ามันมีอะไรอีก ยังไงมึงกับกูก็ต้องเจอกันที่คนโดอยู่แล้วมึงจะสลอนหน้ามาทำเพื่อ!!!
“เพื่อนผู้หญิงเอกเดียวกับกูเค้าฝากของมาให้”มันยื่นถุงกระดาษในมือประมาณ 4-5 ถุงมาให้ผม แล้วก็เลิกคิ้วทำหน้ากวนส้นใส่ผม จนผมอยากเอาตีนขึ้นไปสะกิดคิ้วพี่มันมาก
“พี่ หวัดดีพี่”พวกเพื่อนผมก็พร้อมหน้าพร้อมยกมือหวัดดีพี่มัน ส่วนพี่มันก็ยกมือรับไว้พร้อมกับเตรียมหมุนส้นตีนกลับหลุมเดิมไป แต่ก็ต้องหันมาตอบคำถามผมที่ง้างปากรอยิงคำถามอยู่
“เนื่องในโอกาสอะไรวะ”ใช่ให้มาเนื่องในโอกาสอะไรวันเกิดก็ไม่ใช่ วาเลนไทน์ก็ไม่ใช่ เชงเม้งหรอ ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ผมขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่แวบนึง พี่มันก็ง้างปากตอบมา
“ต้อนรับสู่อ้อมอกอ้อมใจสาวๆชาววิศวะ ไง”น้ำเสียงทุ้มแต่ทำท่าทางดัดจริตซึ่งไม่เข้ากับมึงเลย นึกดูนะครับผู้ชายร่างควายๆแต่ทำท่าทางเหมือนสาวน้อยวัยแรกแย้มที่พึ่งสารภาพรักกับชายหนุ่มเพื่อนร่วมห้องไป
“ได้หรอวะพี่”ไอ้เหน่งมันได้พูดในสิ่งที่ผมคิดมาแล้ว ใช่มันได้หรอวะพี่มึง
“ได้ดิวะ มึงไม่รู้อะไร ตั้งแต่น้ำมันย่างส้นตีนก้าวเข้ามาในมหาลัย ทำเอาบรรดาสาวๆ ทั้งสาวจริง สาวเทียม กรี๊ด หวีด วิ๊ดว๊ายกันไปหมด มึงนี่มันฮอตสมกับที่กูถ่ายทอดความหล่อเหลาเอาเรื่องไปให้จริงๆ”พูดอย่างโอเวอร์เลยนะพี่มึง แล้วก็มองหน้าผมอย่างภาคภูมิใจราวกับผมเป็นลูกที่มันเบ่งออกมาเอง ไม่พอมันเอามือสากๆของมันมาตบที่บ่าเป็นการบอกผมว่าภูมิใจจริงๆ ส่วนผมก็ได้แต่ทำหน้า อิหยังวะ
แล้วพี่มันก็หมุนส้นตีน วิ่งระรี้ระริกกลับหลุมมันไป ทิ้งไว้แต่คำว่า อิหยังวะ บนใบหน้าผม
.
.
พอแยกจากไอ้พี่นนท์พวกผมก็พากันมานั่งหน้าสลอนอยู่ร้านนมหน้ามหาลัย โดยมีสาวน้อยมัธยมปลายยืนฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้มรับบทเป็นเด็กเสิร์ฟรอรับออเดอร์อยู่
“เอ่อ พี่เอาโอริโอ้ปั่น 2 โกโก้ปั่น 3 ช็อกโกแลตปั่น 1 แล้วก็ขนมปังปิ้งรวมมิตร 2 ชุด ครับ”ไอ้แคมป์รัวออเดอร์ใส่น้องเด็กเสิร์ฟไปหนึ่งยกครับ พร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจของมันโดยไม่สนใจเสียง คุก คุก คุก ที่ลอยอยู่รอบตัวมันเลย ไอ้ห่า
“มึงดูๆ ผู้หญิงโต๊ะนั้นมองมาโต๊ะเราพักใหญ่แล้วว่ะ”เสียงตื่นเต้นๆของไอ้เทมส์ที่เหมือนว่าชาตินี้ทั้งชาติมันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ทั้งที่มันเจอมาอยู่ทุกวัน
“เค้ามีใจ!! กูต้องรีบไปสร้างสัมพันธ์ที่ดีก่อน”พูดจบไอ้เหน่งก็ทำหน้ากระดี้กระด้าจะลุกไปโต๊ะนั้นแต่ก็ต้องหยุดเพราะฝ่ามือพิฆาตของไอ้ไม้
ผลัวะ!
“เชี้ยยยยไม้”ไอ้เหน่งร้องด้วยความโอดครวญ ครวญคางเป็นหมาตกท่อ
 (เสียงเรียกเข้า)
“พี่น่านหรอวะ”ตัวเสือกที่หนึ่งครับ เสือกทุกเรื่องในชีวิตผม ถ้ามึงจะชะโงกหน้ามาดูที่จอโทรศัพท์กูจนรู้แล้วว่าใคร มึงยังจะถามทำเพื่อ!!! ไอ้ห่าเหน่ง
“เออ เดี๋ยวกูออกไปคุยกะพี่มันก่อน ข้างในแม่งเสียงดัง”มันพยักหน้าบอกผมเป็นนัยๆว่า ไปเหอะมึง
[เย็นนี้พ่อจะไปรับมึงกับนนท์ไปกินข้าวข้างนอกด้วยกัน]
“เนื่องในโอกาส?”
[ก็เลี้ยงฉลองการย่างตีนเข้าสู่รั้วมหาลัยของชายเล็กไง]
คำพูดพี่มึงคือพอตละครมาก
“เพื่อ!!!”
[เพื่อคุณประณต พ่อมึงไง]
พ่อกูกับพ่อพี่มึงก็คนเดียวกันป้ะ จากนั้นผมก็ปล่อยให้พี่น่านมันพล่ามต่อยาวๆโดยไม่สนใจอะไรมันอีก
เพราะผมเลือกที่จะสนใจ...
ไอ้หล่อที่ไอ้เทมส์มันชี้ให้ผมดูเมื่อตอนบ่ายซึ่งมันกำลังเดินหน้าเรียบพุ่งตรงมาหาผมด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่เคยสั่นไหว ทั้งที่เท้าก็ยังคงก้าวเรื่อยๆ แต่กลับเป็นผมเองที่สั่นไหว ไม่ใช่สั่นไหวแบบสาวน้อยที่กำลังถูกใจชายหนุ่มนะ แต่ดูหน้ามันตอนนี้สิ สีหน้าไม่บอกความรู้สึกอะไรทั้งนั้น ทำให้ผมกังวลว่ามันจะปรี่มาซัดหน้าผมรึป่าว
มันเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ
ใกล้จน
มาหยุดอยู่ตรงหน้า
ตุบ ตุบ ตุบ ‘หัวใจที่สั่นระรัวเป็นเสียงจังหวะกลอง’
ถึงมึงจะสูงกว่ากู ตัวหนากว่ากู แต่ใช่ว่ากูจะกลัวมึงนะ ซัดมากูซัดกลับอ่ะ มาดิ มาดิ
แล้วมันก็..
หยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลออกมาจากเป้ที่สะพายอยู่
ยื่นมาให้ผม มันยื่นถุงกระดาษมาให้ผม ห๊ะ!! อะไรของมัน
“ของมึง”ยื่นมาให้ผมพร้อมกับเลิกคิ้วเป็นบอกว่ามึงรับไปเดี๋ยวนี้ แล้วคือกูต้องรับรึยังไงแล้วมึงให้กูทำไม กูงง งงในงง
“ของกู”ผมเอานิ้วชี้ ชี้มาที่หน้าตัวเอง แล้วทำหน้าเชิงสงสัยว่า อิหยังวะ
[ประมาณทุ่มนึงเดี๋ยวกูไปรับ เคนะ] ไอ้ห่าพี่น่านกูคิดว่าวางไปแล้ว นี่คงพล่ามจนน้ำลายแห้งสินะถึงวางได้ พอพี่น่านมันวางสายไปผมก็ต้องหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าต่อ
“มันวางอยู่บนเป้กู”ผมมองมันแล้วขมวดคิ้ว ยังไงก็ไม่เข้าใจว่าเป็นของกูได้ยังไง เหมือนมันจะอ่านความคิดผมออก มันล้วงมือไปในถุงกระดาษหยิบโพทอิทสีเหลืองอ๋อยยื่นมาให้ผม ในโพทอิทนั้นมันมีข้อความที่เขียนด้วยตัวบรรจงว่า ‘ให้ น้ำ ปี 1 วิศวะ เอกไฟฟ้า พร้อมหัวใจยึกยือสองจึก’ ครับเอกไฟฟ้าปีหนึ่งก็มีผมคนเดียวนี่แหละที่ชื่อน้ำ แล้วมันรู้จักชื่อผมได้ไง ว่าแล้วก็ต้องง้างปากถามซักหน่อย
“มึงคิดว่ากูชื่อน้ำ”
“เออ”สั้นๆแต่ไม่ได้ใจความ ไม่ได้เหี้ยอะไรเลย ห่ามึง
“มึงไม่คิดจะอธิบาย?”ผมขมวดคิ้วถามมันโดยทำสีหน้าที่แสดงออกให้มันรับรู้ว่ากูต้องการคำตอบที่ยาวกว่านี้ คือมึงจะประหยัดคำพูดไปไหน รึว่าเวลามึงง้างปากพูดมันเหมือนมีอะไรมาแทงคอหอยมึงให้รู้สึกเจ็บปวดเลยต้องประหยัดคำพูด ใช่หรอวะ
มันถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วมองหน้าผมเหมือนจ้องจะซัดหน้า กูเริ่มจะกลัวมึงละ ไอ้ความหล่อที่มึงได้มานี่มึงจับฉลากมาหรอ หล่อแต่อัธยาศัยมึงนี่แทบจะไม่มีเลย
“กูเห็นพวกผู้หญิงในคณะเอาแต่กรี๊ดกร๊าดให้ความสนใจคนชื่อน้ำที่อยู่เอกไฟฟ้า กูก็ไม่รู้หรอกนะว่าแค่คนคนเดียวมันจะอะไรกันนักหนา แต่ไอ้พวกเพื่อนกูอ่ะมันก็ดันเสือกให้ความสนใจคนชื่อน้ำเหมือนกัน เอาแต่ชี้หาคนชื่อน้ำให้กูดูว่าหล่อยังงั้นยังงี้ อิจฉาหน้าเค้าผิวเค้าบ้าง แม่งไร้สาระ”นี่คงเป็นการพูดที่ยาวที่สุดในชีวิตมึงเลยสินะ มันได้แต่ส่ายหัวทำหน้าเหม็นเบื่อ เป็นการบอกว่ากูอธิบายแล้วพอใจยัง
“ความจริงมึงไม่ต้องลำบากเอามาให้กูก็ได้นะ ของใครก็ไม่รู้มันคงไม่ได้จำเป็นกับกูขนาดนั้นหรอก”อีกอย่างเกรงใจมันด้วยที่ไม่รู้ว่าถ้าวันนี้มันไม่มาเจอผมที่นี่มันจะต้องเก็บของชิ้นเอาไว้อีกนานเท่าไหร่
“แล้วความรู้สึกของเค้าล่ะ”เอ้าไอ้ห่ามาดราม่าเฉย เหี้ยยยของใครก็ไม่รู้ใครแป็นคนให้กูก็ไม่รู้ แล้วกูจะไปรู้สึกอะไรได้ล่ะ มึงคิดออกมาได้ยังไง๊
“เอาจริงป่ะกูไม่เคยคิดจะรับของจากคนที่กูไม่รู้จัก คนที่กูไม่เคยเห็นหน้า เกิดเค้าคิดไม่ดีกับกู เอาอะไรที่มันอันตรายต่อชีวิตกูมาให้ จะทำไงวะ”
“ดูหนังมาก”มึงจะว่ากูเพ้อเจ้อ แล้วมันก็หยิบไอ้ของที่อยู่ในถุงกระดาษออกมา มันเป็นลูกแก้วไขลานครับ ซึ่งข้างในลูกแก้วมันเป็นตุ๊กตาผู้ชายใส่สูทสีขาวมือดีดกีตาร์อยู่ มันมองมาที่ผมเลิกคิ้วใส่หนึ่งทีเป็นการบอกนี่นะอันตราย พอผมทำหน้าไม่เชื่อ มันก็จัดการไขลานโชว์ผม เพื่อเป็นการย้ำอีกทีว่าไม่มีระเบิด
เออจ้ามันไม่อันตรายเลยจ้า คือกูต้องรับใช่มั้ย ใช่ สายตามึงบอกว่าถ้ามึงไม่รีบรับไปกูจะกระทืบมึง แล้วกูจะทำอะไรได้ล่ะ
“เออ ขอบใจ”สุดท้ายผมก็ต้องยื่นมือไปรับลูกแก้วกลมๆลูกนั้นมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ มันมองหน้าผมพร้อมกระตุกคิ้วทีนึงอย่างกวนส้นตีน กวนส้นตีนซะจนตีนผมกระตุก ดิก ดิก
“เชี่ยยยยน้ำ มาคุยโทรศัพท์นานจังวะ ถ้าไม่ติดว่ามีไอ้เหน่งเป็นตัวประกันนะกูคิดว่ามึงหนีกลับไปแล้ว”เสียงทุ้มเข้มแต่ท่าทางดัดจริตของไอ้แคมป์ที่ลากตีนดิ่งๆเข้ามากอดคอผม
“กู...”ยังไม่ทันได้ง้างปากพูดอะไร ไอ้เพื่อนสันดานโจรอย่างไอ้เหน่งก็คว้าลูกแก้วกลมๆที่อยู่ในมือผมไปหมุนเล่นอย่างชอบใจ
“อะไรของมึงวะนะ”นอกจากทำสันดานโจรแล้วมันยังทำตัวขี้สงสัยอีก มึงก็เห็นอยู่ว่ามันคืออะไรยังจะถาม ควาย
ผลัวะ
เสียงฝ่ามือหยาบกร้านของไอ้โชคที่ตกกระลงบนหัวไอ้เหน่ง
“สาบานว่ามึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร”ใช่ครับเพื่อนโชคมึงรีบง้างเอาหมาข้างในปากมึงออกมากัดมันเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นจะเป็นกูที่ง้างปากแดกหัวมันเอง
ผมปล่อยให้พวกเพื่อนห่ารากมันยื้อแย่งชุดกระชากของเล่นชิ้นนั้นกันอย่างสนุกมือพวกมัน แล้วหันมาสนใจไอ้หล่อที่ยืนหน้าเรียบเหมือนถูกกาวตาช้างสตราฟหน้ามันไว้
มองหน้าผมแล้วก็เลิกคิ้วกวนส้นตีนแบบที่มันชอบทำ เพื่อเป็นการบอกว่ากูไปละ แล้วมันก็หมุนส้นตีนเดินกลับไปยังที่ที่มันจากมา
.
.
โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #4 เมื่อ05-08-2021 14:22:33 »

เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

สรุปข้อสำคัญดังนี้



1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท, หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย, ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้งสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกเล้าฯ ในเรื่องการเมือง เชื้อชาติ  เผ่าพันธุ์  ศาสนา และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงการตั้งชื่อเรื่องด้วยคำหยาบ คำไม่สุภาพ  ล่อแหลม และชี้เป้าให้เล้าฯ ถูกเพ่งเล็ง จากทางราชการ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่นี่หรือที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อขออนุญาตเจ้าของเรื่องก่อนนะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม

5.ขอให้นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ให้บอกว่าเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องแต่งให้บอกว่าเรื่องแต่ง  ให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตามเพราะมีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6. การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมฯทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.เมื่อนิยายจบแล้วให้แก้ไขหัวกระทู้ต่อท้ายว่าจบแล้ว


เวปไซต์แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่างประเทศ
การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม


กรุณาอ่านเพิ่มเติมที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0


อินโทร ฮัลโหล เทส เทส
Episode 1 มหา'ลัย ให้อะไรเรา 1.1
Episode 1 มหา'ลัย ให้อะไรเรา 1.2
Episode 2 บัดดี้ผมเป็นคนดี ดีจริงๆ 1.1
Episode 2 บัดดี้ผมเป็นคนดี ดีจริงๆ 1.2
Episode 3 เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ 1.1
Episode 3 เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ 1.2
Episode 4 โอ๊ย โอ๊ย
Episode 5 ทำไมหัวใจต้องเต้นแรง
Episode 6 มึงชอบมัน
Episode 7 กว่าจะรู้หัวใจตัวเอง


อินโทร ฮัลโหล เทส เทส


สวัสดีครับ ผมชื่อ น้ำ ครับ ชื่อจริงชื่อ นายนัทนที เกียรติพิบูลย์ หน้าตาหล่อเหลาเอาการระดับ 10 ดาวเลยก็ว่าได้ คริคริ(ขอชมตัวเองซักนิดนะครับ) ส่วนสูงของผมก็ตามมาตรฐานชายไทยครับ 180 พอดีเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน ซึ่งคิดว่าปีหน้าอาจจะสูงเพิ่มอีกซัก 1-2 เซน และตอนนี้ผมก็อายุ 18 ปีแล้วกำลังก้าวเท้าเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว รู้สึกตื่นเต้นมากครับกับการอายุ 18 ครั้งแรก พอผ่านไปได้ซักวันสองวันทุกอย่างก็ปกติดี เด็ก 18 ....มันก็ไม่ได้ต่างจากอายุ 17 เลยแล้วกูจะตื่นเต้นเพื่อ!!! ผมเป็นลูกชายคนเล็กสุดของบ้านครับ มีพี่ชาย 2 คน ซึ่งหน้าตานี่ถอดกันมาอย่างกับคนคนเดียวกัน แต่อาจจะต่างกันตรงที่ช่วงวัย และแน่นอนว่าที่ถอดกันมาเนี่ยมาจากพ่อด้วยครับ หล่อกระชากใจกันทั้งบ้าน แบบผู้ชายในฝันของสาวๆหลายคน ที่มีทั้งความหล่อ สูงยาว ขาวโอโม่ สันจมูกที่พุ่งปรี๊ดอย่างกับยอดภูเขาไฟฟูจิ แต่ไอ้ความขาวโอโม่นี่แหละที่ผมเกลียดมาก คือผมเป็นคนที่ขาวที่สุดในบ้าน ขาวจัดๆชนิดที่ว่าสีเดียวกับกระดาษเอสี่เลยก็ว่าได้ เลยทำให้มักจะมีปัญหาเวลาถ่ายรูปรวมไม่ว่าจะกับเพื่อน หรือครอบครัว เพราะรูปที่ได้มันไม่เคยลงตัวเลยไง ถ้าปรับให้คนอื่นสว่างก็จะมองไม่เห็นผมแต่ถ้าปรับให้มืดลงก็จะมองไม่เห็นคนอื่นอีก มันเป็นปัญหาระดับชาติจริงๆ

‘มึงแมร่ง บดบังออร่าความหล่อกูตลอดดด’

‘มึงแดกผงซักฟอกเป็นอาหารรึไง’

‘น้ำ นี่ต่อให้เดินห่างกันสิบโลก็ยังรู้เลยว่าเป็นน้ำ’

‘ความขาวมึงนี่แบ่งให้กูบ้างได้มั้ยเหี้ยน้ำ’

ครับ...
ซึ่งคำพูดพวกนี้มักจะกระแทกกรอกหูผมตั้งแต่เด็กจนโตเป็นหนุ่มเต็มตัว ซึ่งผมก็ไม่ซีเรียสหลอกครับเพราะมันก็ไม่รู้จะซีเรียสทำไม คริคริ ซึ่งพ่อบอกว่ามันคงเป็นเพราะผมเป็นลูกรักแม่เลยได้ความขาวจากแม่มาเต็มๆ ใช่ครับแม่ผมขาวมากแล้วก็สวยมากมาก ดีนะครับที่ผมเลือกเอาหน้าตาพ่อมาไม่งั้นผมคงจะเป็นไอ้หนุ่มหน้าหวานสันดานไพร่แน่ ฮ่าๆ พูดถึงตัวเองมานานจนลืมแนะนำบรรดาพี่ชายสุดที่รักที่รักกันสุดตรีนนน พี่ชายคนโตของผมชื่อ น่าน ครับ ชื่อจริง นายน่านนที เกียรติพิบูลย์ ตอนนี้มันเรียนจบแล้วครับ พึ่งขึ้นทะเบียนบัณฑิตไปหมาดๆปีนี้นี่แหละครับ พี่น่านมันเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์เอกโยธาครับ ซึ่งตอนนี้มันก็มาช่วยงานที่บริษัทของพ่อกลายเป็นหนุ่มวิศวกรเต็มตัวแล้วล่ะมั้ง ส่วนพี่ชายคนรองของผมชื่อ นนท์ ครับ ชื่อจริง นายนนนที เกียรติพิบูลย์ ตอนนี้มันยังเรียนอยู่ ปีนี้มันขึ้นปี 3 แล้วครับ เรียนคณะเดียวเอกเดียวกับไอ้พี่น่านมันครับ เรียกว่ามันจ้องจะถอดแบบพี่น่านทุกอนุรูขุมขนเลยก็ว่าได้ ก็อย่างที่บอกว่าหน้าตัวพวกผมสามพี่น้องนี่ถอดกันมาเป๊ะๆ ความหล่อไม่ต้องพูดถึง พี่มันสองคนนี่ดีกรีเดือนมหาลัยเลยครับแถมพ่วงด้วยขวัญใจมหาชนสโมสรฟุตบอลมหาลัยอีก ตำแหน่งความหล่อต่างๆที่ได้มานี่ ซื้อเอาทั้งนั้น ฮ่าๆๆ ผมล้อเล่นครับ พี่มันสองคนเป็นที่เข้ากับคนง่ายครับอัธยาศัยดีๆที่เรียกว่ากวนตรีนครับนอกจากจะเรียกความสนใจจากสาวๆแล้วยังจะเรียกตีนจากคนอื่นๆได้อีก แล้วพี่มันสองคนมักจะชอบมีปัญหาถกเกียงกันเรื่องความสูงตลอด คือพี่นนท์มันสูง 189 ส่วนพี่น่านมันสูง 188 ซึ่งมันต่างกันแค่เซนเดียวแต่มันก็ชอบทำให้เป็นปัญหาระดับชาติเพราะที่ผ่านมาพี่น่านมันสูงกว่าพี่นนท์ไง แล้วพี่นนท์มันเสือกไปวัดมายังไงไม่รู้มันจนสูงกว่าพี่น่านมันเซนนึงที่นี้ก็มานั่งเถียงกันคอนเป็นเอ็นสามวันสามคืนเดือดร้อนหมอที่โรงบาลที่ต้องมาปวดหัววัดความสูงให้พวกพี่มันเพราะแมร่งบอกว่ามีแต่หมอเท่านั่นจะให้ความมาตรฐานที่สุดสำหรับพวกพี่มัน แล้วผมกับพ่อก็ต้องตามใจพวกพี่มัน เพราะรำคาน คำเดียวสั้นๆ สรุปหมอวัดออกมาแล้ว พี่นนท์มันสูง 189 จริง ส่วนพี่น่านก็ 188 คือถ้ามองตาเปล่ามันก็เท่ากันป้ะ แล้วพี่มึงจะอะไรกันหนักหนาหันมาดูกูนี่ไม่เคยเดือดร้อนอะไรกับความสูง 180 กูเลย ใช่ครับ...ผมเตี้ยสุดในบ้าน แต่ยังไงปีหน้าผมคาดว่าจะสูงเพิ่มขึ้นแน่นนอน แต่ถึงไม่เพิ่มขึ้นก็ไม่ซีเรียสอะไรครับเพราะผมมาตรฐานแล้วพวกพี่มันต่างหากที่ทะโหล่โถ่เถ่เกินมาตรฐาน จะเห็นแต่ว่าผมพูดถึงแต่พ่อกับเหล่าพี่ชายแม่ผมคงน้อยใจแน่ๆ แม่ผมไม่น้อยใจหรอกครับหรือน้อยใจรึป่าวก็ไม่รู้สิเพราะต่อให้ผมถามแม่ก็ไม่ตอบหรอก เพราะแม่ของผมเธอจากไปนานแล้วครับตอนนี้คงเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์แล้วเธอจากไปตั้งแต่ผมอายุแค่12 เองครับ แต่ผมก็รับรู้นะครับว่าเธอรักพวกเรามาก เท่านี้ก็พอแล้วครับเดี๋ยวจะพากันดราม่า

.   
.
“น้ำมึงตัดสินใจยังวะ ว่าจะเรียนต่อที่ไหน” เสียงจากไอ้เหน่งเพื่อนรักผมเองครับ คบกันมานานมากตั้งแต่สมัยอนุบาลสนิทกันที่สุดในบรรดาเพื่อนๆเพราะว่าบ้านอยู่ใกล้กันแล้วพ่อแม่ยังมาเป็นเพื่อนกันอีก มันรู้ใจผมทุกเรื่อง รู้จักผมดีกว่าผมรู้จักตัวเองอีก หน้ามันอ่ะหรอก็จัดอยู่ในหมวดหมู่พวกหล่อมากๆแหละครับ แถมความสูงมันก็ยังจะสลอนหน้าสลอนตาสูงกว่าผมอีก 7 เซน แต่ผมไม่ซีเรียสครับเพราะผมสูงตามมาตรฐานแล้ว!!!
“เอ้า เงียบไม่ตอบ หยิ่งหรอมึง” เอาสันหนังสือฟาดที่หัวผมเบาๆเพื่อเรียกร้องให้สนใจมัน
“กูสมัครม.เชียงใหม่ไปแล้ว” หยิบหนังสือเล่มที่มันฟาดผมเมื่อกี้ฟาดมันคืน มันทำหน้าทำเสียงฮึดฮัดอ้อนมืออ้อนตีน
“แล้วไม่บอกกูวะ! คิดว่ามึงจะเรียนที่เดียวกับพี่มึงซะอีก แล้วจะไปทำหอกอะไรไกลถึงเชียงใหม่พ่อมึงอยู่นั่นแง้ะ” ตอนแรกมันทำหน้าสงสัยแต่ตอนนี้ทำกวนส้นตีนแล้วครับ
“กูโตเป็นหนุ่มขนาดนี้แล้ว กูก็อยากไปเผชิญโลกกว้างบ้างอยู่กับพวกพี่มันแมร่งมาสิบแปดปีแล้วให้กูห่างกันบ้างเห้อะ” ผมถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ไร้สาระที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่พี่มันเถียงกัน แหย่กันอย่างห้ำหั่นแล้วผมต้องเป็นฝ่ายยุติทุกครั้ง
แล้วไอ้ที่ผมอยากไปเรียนไกลๆนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับผมแค่อยากไปใช้ชีวิตเท่ห์ๆคนเดียวในที่เงียบๆไกลๆไม่มีคนรู้จักไม่มีความวุ่นวาย แต่ยังงัยผมก็ยังคงเลือกเรียนคณะวิศวกรรมเจริญรอยตามพวกพี่มัน แต่เอกที่ผมเลือกเรียนนี่คงเป็นไฟฟ้าตามรอยพ่อมากกว่า
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปแล้วไปลับไม่กลับมานะผมก็แค่อยากไปทำอะไรใหม่ๆในที่ใหม่ๆก็แค่นั้นยังไงซะก็ต้องกลับมาหาทุกเดือนอยู่แล้ว แหม่พูดเหมือนกับว่าจะสอบติดพรุ่งนี้ยังงั้น ฮ่าๆ

“เออ แล้วพ่อกับพี่มึงรู้ยัง” มันทำหน้าแบบหมาสงสัย
“กูบอกพวกเค้าแล้ว ก็ไม่เห็นมีใครว่าอะไร” ผมหันกลับมาสนใจสมุดการบ้านที่กำลังทำต่อ
“หรอวะ ก็ดีแล้ว แต่มึงไปสอบเป็นเพื่อนกูหน่อยดิสอบที่ม.เดียวกับพี่มึงอ่ะ นะ นะนะ” ไอ้เหน่งทำหน้าตาดัดจริตเสียงเล็กเสียงน้อยเห็นแล้วน่ายกตีนขึ้นมาถีบ ผมพอจะรู้ไอ้ห่าเหน่งมันไปหยอดไปจีบสาวต่างห้องไว้ซึ่งสาวคนนั้นก็ดันเลือกที่จะเรียนต่อมหาลัยที่พี่ผมเรียน แล้วไอ้นี่ก็บ้ากะจะตามไปจีบเค้ายันมหาลัย กูล่ะยอมมึง
“ไม่” ผมยังคงสนใจแต่การบ้านต่อไป
“แต่กูเป็นเพื่อนที่รักมึงที่สุดนะน้ำ มึงจำได้มั้ยตั้งแต่อนุบาลแล้วที่เราสัญญากันไว้ตอนที่ร่วมกระบวนการขโมยยางลบสาวอนุบาลห้องข้างๆแล้วโดนคุณครูจับได้ไง ว่าเราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดไป มึงจำได้มั้ย” แล้วมันก็ตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเดิมๆในอดีต เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมปฏิเสธมัน มันจะต้องหาเหตุผลในความทรงจำมาอ้างทุกครั้งแล้วผมก็ต้องจำนนต่อเหตุผลของมันทุกครั้ง เพราะว่ามันคือเพื่อนที่รักผมสุดตรีนนน
“เออ!!! ร่ำไรฉิบหาย แต่กูแค่ไปสอบเป็นเพื่อนนะติดหรือไม่ติดกูก็ไม่เรียนที่นั่นบอกไว้ก่อนเลย” ผมทำการตลกลงกับมันเสร็จสับมันก็ไม่ร่ำไรอะไรกับผมอีก

จนถึงวันสอบ

วันสอบผ่านไปด้วยดี

ผลออกมาว่าสอบผ่านกันทั้งคู่ รวมถึงสาวที่มันไปจีบไว้ด้วยติดเหมือนกันแต่คนละคณะ ผมกับไอ้เหน่งเลือกคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาไฟฟ้า ตามรอยคุณประณต พ่อผมเองครับ

ซึ่ง   

วันสอบสัมภาษณ์
ไอ้ห่าเหน่งมันก็ลากผมมาด้วยพร้อมเหตุผลที่ความเป็นเพื่อนรักสุดตรีนนนน ยกมาอ้างสารพัดเหตุผลแล้วผมก็ต้องตามมันมาเหมือนเดิม เห็นหน้าระรี้ระริกของมันแล้วอยากกระโดดขาคู่ถีบหน้ามัน ไอ้สันขวานนนน
ส่วนวันประกาศสอบสัมภาษณ์เค้าบอกจะแจ้งผ่านเว็บไซต์มหาลัย

.
.
.
“เชี่ยยย ตื่นเต้นว่ะ มึงว่าเราจะผ่านมั้ยวะ”เสียงระรี้ระริกอ้อนตีนต้องแต่เมื่อว่านตอนหกโมงเย็น มันถามผมอย่างนี้ทุกครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ใช่ครับ มันมานอนบ้านผมพร้อมกับอ้างว่าอยากมาลุ้นด้วยกัน ซึ่งผมควรจะตื่นเต้นกับมันเหรอ เหอะ เหอะ เหอะ กูไม่ได้อยากเรียนที่นี่ วอทททท มีแต่มึงกับสาวสวยในดวงใจมึงแล้วกูจะต้องมาตื่นเต้นกับมึงเพื่อ!!! มันแหกขี้ตาปลุกผมตั้งแต่ตีสี่ครับ มารอผลประกาศที่เค้าจะประกาศตอน 10.00 น. เอิ่มมึง ไอ้ห่าราก ไอ้สันขวาน ไอ้ส้นตีน
...10.00 น. เวลาที่ตื่นเต้นระทึกใจของมัน ที่ไม่ใช่ของผม
พร้อมกับพ่อของผม และพี่ชายทั้งสองที่นั่งหน้าสลอนกันมาตั้งแต่ตีห้า ตีห้า ตีห้า ครับ!!!
ตื่นเต้นราวกับว่าผมไปแข่งบอลโลกรอบชิงแชมป์โลก
มือซ้ายของผมเลื่อนเมาส์ไปที่ช่องตรวจสอบสถานะการสมัครเรียน
นายนันทภัณฑ์ เหลี่ยมศิลา รหัสประจำตัวผู้สมัครสอบxxxxxx
กำลังดาวน์โหลด...
.
คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์
“โอ้วว เย่”เสียงแห่งความภาคภูมิใจของตัวมันที่ดังลั่นห้องผม แถมด้วยท่าเต้นกระเด้าอากาศแสดงความดีใจแบบสุดชีวิตของมัน
“ย่ะ ย่ะ คุณนันทภัณฑ์ ยินดีต้อนรับสู่รั้วมหาลัยxxxx ของเรา แปะ แปะ”ไอ้พี่นนท์มันปรบมือให้ไอ้เหน่งอย่างภาคภูมิใจมันคงหาทายาทอสูรที่จะคายตะขาบเรื่องระยำตำบอนให้ได้แล้วสินะ ส่วนผมก็ได้แต่ส่ายหัวเนือยๆ
“น้ำ ไม่ตรวจสอบชื่อของเราบ้างล่ะ”เสียงจากคุณประณต ที่มาพร้อมกับสายตาเป็นเชิงบังคับว่า มึงตรวจสอบของมึงเดี๋ยวนี้
“รู้แล้วน่ะพ่อ จะตรวจอยู่นี่ แต่บอกก่อนเลยนะติดรึไม่ติดผมก็ไม่เรียนที่นี่แน่นอน”ผมหันไปบอกทุกคนอย่างจริงจัง ก่อนที่พี่น่านมันจะเอ่ยปากขึ้นว่า
“ลีลาฉิบหาย”พร้อมทำหน้าหงุดหงิดเป็นหมาหิวข้าว
มือขวาผมกรอกรหัสบัตรประชาชน ส่วนมือซ้ายก็เลื่อนเมาส์มาคลิกช่องตรวจสอบสถานะการสมัครเรียน
.
.
นายนัทนที เกียรติพิบูลย์ รหัสประจำตัวผู้สมัครสอบxxxxxx
กำลังดาวน์โหลด [หมุนติ้ว ติ้ว ติ้ว อยู่อย่างนั้น ราวกับว่าบ้านลืมจ่ายค่าอินเตอร์เน็ตวายฟาย]
.
.
คุณผ่านการสอบสัมภาษณ์
รายละเอียดวันรายงานตัวพร้อมเอกสารดังนี้
Xxxxxxxxxxxxxx

แล้วไง ใครแคร์ ไม่มี บอกเลย
แต่หน้าพ่อกู
บอกว่า
มึงต้องแคร์
“ยินดีด้วยคุณนัทนที ขอต้อนรับสู่อ้อมอกอ้อมใจของรั้วมหาลัยxxxx แปะ แปะ”ไอ้พี่นนท์มันใช้น้ำเสียงเดิมพร้อมกับการตบมือแบบเดิมที่เห็นแล้วอยากลุกไปกระโดดถีบมันเหมือนเดิม
“พ่อ...”น้ำเสียงเสียงเว้าวอนจากหนุ่มน้อยตาใส ที่กำลังจะเอ่ยออกไปแต่ถูกขัดจังหวะด้วยไอ้ชายใหญ่ของบ้านเกียรติพิบูลย์
“มันต้องแบบนี้สิวะ สมกับที่กูแหกตาตื่นตั้งแต่ตีห้ามารอฝังผลกับมึงตอน 10 โมงเนี่ย”ตบบ่าผมเบาๆพร้อมดึงเข้าไปกอดเหมือนกับว่ากูได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ จังหวะนี้แหละผมต้องรีบออกตัวแล้ว!!
“ใครบอกว่ากูจะเรียนที่นี่พี่น่าน”ทำเสียงทุ้มๆแบบหนุ่มใหญ่พร้อมกับสีหน้าจริงจังที่แอบหวั่นใจกับสีหน้าที่บอกนัยๆของพ่อว่ากูไงที่จะบอกให้มึงเรียนที่นี่ แล้วผมก็ต้องหายใจออกมาเฮือกใหญ่กับคำพูดที่พ่อพ่นออกมา
“พ่อให้เลือกระหว่างจะเรียนที่เดียวกับเหน่ง รึจะเรียนที่เดียวกับนนท์”สีหน้าจริงจังแต่คำพูดคือเล่นมุข แต่ไม่มุข ใช่ แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม
“แล้วเหน่งกับไอ้พี่นนท์นี่มันเรียนคนละม.กันมั้ง ไหนคุยกันแล้วไงพ่อ พ่อก็โอเคแล้วนี่”กูต้องทำหน้าเหรอหราเรียกร้องความสนใจก่อน
“ใครบอกโอเค พ่อไม่เคยพูดอะไรเลยนะ”ทำคิ้วขมวด ย่นหน้าผาก บอกให้รู้ว่าครุ่นคิดอยู่
“ก็ตอนถามพ่อบอก อือ ไง”กูจะไม่ยอมแพ้ขยั้นขยอต่อไป
“หรอพ่อพูดงั้นหรอ น่านวันนี้เรามีประชุมบ่ายนี่หว่า ป่ะๆไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้าบริษัทกัน เอ้อน้ำเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาซื้อชุดนักศึกษากันนะลูก พ่อว่างพอดี”ตัดสวาทแบบขาดเยื้อใย แบบไม่ให้โอกาสตอบโต้อะไรเลย ทำเหมือนกับว่าไม่เคยรับรู้เรื่องที่ผมขอไปเรียนเชียงใหม่ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบยาวๆ แล้วมองไปที่ไอ้พี่ชายตัวดีกับเพื่อนตัวเหี้ยที่นั่งดิ้นนอนดิ้นหัวเราะระริกระรี้ถูกใจกับสิ่งที่พ่อทำกับผม
“ไอ้สันขวาน”สั้นๆเพราะไม่รู้จะด่าอะไร

.
.
แล้วความฝันที่คาดหวังว่าจะได้ชีวิตแบบหนุ่มโตเต็มวัยหัวใจไกลบ้านก็ดับลงทันที ซึ่งผมทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากก้มหน้ายอมรับเพราะคนส่งเรียนคือพ่อ แล้วพ่อก็ให้เหตุผลว่า’ไม่อยากให้อยู่ไกลหูไกลตาพ่อ อีกอย่างแม่ชอบมาเข้าฝันพ่อว่าอยากให้ลูกทุกคนอยู่ใกล้ๆครอบครัวจะได้อบอุ่นครึกครื้น’เหอะ อบอุ่นครึกครื้นสุดๆไปเลย พออ้างถึงแม่ผมก็ต้องยอม อีกอย่างเพราะพ่อห่วงผมด้วยแหละเพราะผมตั้งแต่เกิดมานอกจากเรียนก็ทำห่าเหวอะไรไม่เป็นซักอย่างต้องมีคนทำให้ตลอดเลยกลัวผมลำบาก ส่วนไอ้พี่ชายทั้งสองมันก็มาช่วยย้ำเหตุผลอีกว่า’เวลามึงไปซัดใครแล้วเค้าสวนกลับกูจะได้ไปช่วยทัน’ใช่ครับวัยรุ่นเลือดมันร้อนตอนมัธยมนี่ผมเคยมีเรื่องกับเพื่อนต่างโรงเรียน ไอ้เหน่งกลัวผมจะสู้เค้าไม่ได้เลยโทรไปบอกพวกพี่ผม ไม่เกิน 20 นาที่ มันมาถึงที่ เรียกว่ารักน้องสุดตรีนกันจริงๆ ‘เวลามีสาวเข้ามากูจะได้ช่วยแสกนง่ายๆไง’อ่ะในเมื่อผู้เชี่ยวชาญเรื่องสาวๆเค้ายืนยันผมก็ไม่ขัดศรัทธา และหวังว่าชีวิตในรั้วมหาลัยของผมคงไม่มีอะไรที่ระยำตำบอกหรอกนะ สาธุรอเลยครับ

.
.
หลังจากรายงานตัวมอบตัวที่มหาลัย ที่ไม่ใช่คุกนะครับ
ผมก็เตรียมขนข้าวของมาอยู่คอนโดใกล้มหาลัยเพื่อที่จะสะดวกในการเดินทาง ถามว่าบ้านไกลมหาลัยหรอ ก็ป่าว แต่อยากสลอนหน้าออกมาอยู่นอกบ้านไงไกลบ้านนิดหน่อยแต่ก็ถือว่ายังไกล ไกลบ้านแต่ไม่ไกลไอ้พี่นนท์ แล้วก็ไอ้เหน่งด้วย ซึ่งคนโดที่ผมอยู่มันเป็นของพี่น่านตอนนี้พี่น่านมันทำงานเลยย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านกับพ่อที่นี่เลยตกเป็นของผมอย่างชอบธรรม และพ่วงมาด้วยพี่ชายสุดที่รักที่รักกันสุดตรีนอย่างพี่นนท์ที่พำนักพิงอยู่ห้องฝั่งตรงข้าม ตามมาด้วยไอ้เหน่งที่ใช้เส้นใช้สายพ่อมันซื้อคอนโดให้ได้อยู่ข้างๆห้องผม ซึ่งนับวันมันยิ่งทำเหมือนไอ้พี่นนท์กับพี่น่านขึ้นทุกวัน ใจคอพวกมึงจะไม่แยกจากกูกันเลยรึง๊ายยยย
นี่แหละครับจุดเริ่มต้นความระยำตำบอน ที่กำลังจะเกิดขึ้น เมื่อผมย่างเท้าก้าวเข้าไปในมหาลัยในฐานะเด็กปีหนึ่ง


โดย อีช้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-09-2021 13:57:20 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #5 เมื่อ05-08-2021 21:04:46 »

 :pig4:
 :3123:
ติดตามนะ สนุกดี

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #6 เมื่อ06-08-2021 09:34:42 »

 :pig4:

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 2.1
«ตอบ #7 เมื่อ12-08-2021 11:45:54 »

Episode 2 บัดดี้ผมเป็นคนดี ดีจริงๆ (1/2)

ตึ่ง ตึ่ง โป้ะ ตึ่ง  ตึง ตึ่ง โป้ะ ตึ่ง ตึ่ง

“น้องๆคะ วันนี้นอกจากจะมีการจับพี่รหัสแล้ว พี่ยังมีเซอร์ไพร์สสุดพิเศษมามอบให้อีกด้วยน๊า”

กรี๊ดดดดดด

วี้ดวิ้ววววว

วู้วววววว

เซอร์ไพร์สของพี่แกนี่เค้ารู้กันทั้งคณะแล้วมั้ง ถามว่ารู้ได้ไงอ่ะหรอ ก็พี่นนท์มันแอบกระซิบผมมาว่าจะมีการจับบัดดี้แบบนี้ทุกปีแล้วบัดดี้จะต้องดูแลเทคแคร์เอาใจใส่ชีวิตกันไปหนึ่งปีเต็มๆ เหอะ เหอะ ซึ่งผมตกลงกับไอ้เหน่งไว้แล้วว่าต่อให้จับได้ใครผมจะไปหาแลกมาจนได้คู่กับมัน ไม่ใช่ผมพิศวาสอะไรมันหรอกนะครับ แต่ผมเป็นประเภทที่ไม่ชอบดูแลใครเพราะชีวิตผมไม่เคยทำอะไรให้ใครแล้วก็ไม่คิดจะทำอะไรให้ใครด้วย อินดี้ใช่ป้ะ ฮ่าๆ ความจริงคือผมทำห่าทำเหวอะไรไม่เป็นนอกจากเรียนกับเล่นกีต้าร์ ใช่ครับผมเล่นกีต้าร์ซึ่งน่าจะเป็นความสามารถหลักแต่รองลงมาจากเรื่องเรียน เพราะฉะนั้นผมจึงไม่สามารถที่จะดูแลใครได้หรอกกลัวจะไปเป็นภาระให้เค้าต้องมาดูแลอีกด้วย สู้อยู่กับไอ้เหน่งนี่แหละดีสุด ส่วนสายรหัสก็ไม่ได้สนใจหรอกครับว่าจะได้ใคร ใครก็ได้ที่ไม่ร่ำไรกับชีวิตผม ไม่ล้ำเส้นชีวิตผมก็พอ

เมื่อไหร่จับกันเสร็จซักทีโว้ยยยยยย กูจะกลับไปนอน

“มึงอยากได้ใครเป็นพี่รหัสวะ” เสียงไอ้โชคกับแคมป์มันคุยกัน มันคงหมายมั่นปั้นมือที่จะได้พี่รหัสเป็นผู้หญิงน่ะสิ คงเตรียมมุขไว้จีบเค้าเพรียบ ถ้าไม่ได้นี่ ไอ้มุขที่เตรียมไว้คงต้องเอามาจีบกันเอง เหอะ เหอะ
“กูอยากได้พี่คนนั้นว่ะ ที่มัดผมหางม้า ปล่อยหน้ามาซีทรูอ่ะ” ไอ้เทมส์มันพูดไปชี้มือชี้ไม้ไป
“มึงล่ะน้ำ” ไอ้ไม้ที่มันปกติไม่ค่อยสนใจอะไรกับใครแต่วันนี้เสือกสนใจหันมาถามผม   
“กูได้ใครก็ได้แค่ไม่ใช่สายเดียวกับพี่กูพอ” นั่นแหละครับที่ผมภาวนามาตลอดตั้งแต่รู้ว่าต้องมาเรียนที่นี่
“ต่อไปเป็นคิวของเอกไฟฟ้าครับ ลุกขึ้นมาเลยครับน้อง”

วินาทีระทึกของใครหลายคนกำลังเกิดขึ้น รวมถึงผมด้วยที่ภาวนาว่าอย่าเป็นสายของพี่ชายตัวเอง
คนอื่นเริ่มเรียงแถวเข้าไปจับฉลากที่อยู่ในไหที่ถูกแบกโดยผู้ชายตุ้ยนุ้ยที่ตุ้งติ้ง ตุ๊งติ๊ง ติ๊งตุ๊ง

“น้องประสิทธิโชค ได้พี่รหัสเกียร์ 0519” กรี๊ดดดดดดด
“น้องธราเขต ได้พี่รหัสเกียร์ 0498” วร๊ายยยย
“น้องนันทภัณฑ์ ได้พี่รหัสเกียร์ 0510”วู้ววววววว

และแล้ววินาทีเนื้อเต้นของผมก็มาถึงซึ่งก็ไม่รู้ว่าเหล่านางฟ้าเทวดาฟังคำภาวนาผมรึป่าว

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

วีดวิ้ววววววววววววววววววววว

ยังไม่ทันจับเลยครับ แต่ก็มีคนตื่นเต้นแทนผมแล้ว

“น้องนัทนที ได้พี่รหัสเกียร์ 0525” กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

พี่รหัสของผมอ่ะหรอ นั่นไงครับมาพร้อมพวงมาลัยที่เค้าใช้ไหว้ศาลพระภูมิกัน

“กูล่ะยอม สายนี้แม่งมันลูกรักพระเจ้ารึป่าววะ”
“มรึงงง สายนี้มันรวมแต่พวกหน้าดีระดับสิบดาวไว้หรอวะ”
“สายนี้มีแต่เดือนกับดาวม.ทั้งนั้น อย่าลืมส่งน้องน้ำลงประกวดเดือนม.ด้วยนะจะได้ครบทุกชั้นปี อร๊ายยยย”

นั่นแหละครับเสียงแซงแซวให้ระงม ถ้าให้ผมเดาพี่รหัสผมแกคงเป็นเดือนมหาลัยสินะ เพราะดูจากโหงเฮ้งความหล่อลากเลือดของพี่แกกับความสูงราว190เลยมั้ง ถามว่ารู้ได้ไงก็พอยืนใกล้ๆผมแกดูสูงกว่าผมไปหลายคืบเชียว อยากจะถามจริ๊งงง กินอะไรเป็นอาหารครับ

“กูชื่อ เม่น อยู่เอกโยธา เดี๋ยวเลิกจากนี่เจอกันหน้าคณะ” พี่แกใช้โทนเสียงเข้มๆแต่นุ่มนวลแนะนำตัวเอง ส่วนผมก็ได้แต่พยักหน้าตกลงไป แล้วพี่แกก็หมุนส้นตีนกลับไปที่เดิมของแกเหลือไว้แต่ผมกับพวงมาลัยศาลพระภูมิที่แกคล้องคอผมไว้ก่อนหน้า

หลังจากจับสายรหัสกันเสร็จสับ

“ต่อไปเราจะมาทำเรื่องเซอร์ไพร์สๆกัน อยากรู้ไม่คะว่าเซอร์ไพร์สของพี่คืออะไรเอ่ย”
“อยากรู้ววววว”ตื่นเต้นกันสุดๆไปเลยครับ เหอะ เหอะ
“เซอร์ไพร์สของพวกพี่คือออ” ลีลากันก่อน 3 นาที
“วันนี้เราจะมีการจับบัดดี้กันครับ”กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด
อ่ะตื่นเต้น ตื่นเต้น
“ใครที่ได้เป็นบัดดี้กันต้องคอยดูแลกัน เทคกันไปตลอดหนึ่งปีเต็มๆ ถูกใจกันมั้ยครับ” กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ถูกใจใครไม่รู้ แต่ไม่ใช่กูแล้วหนึ่งคน
“เดี๋ยวเราจะให้พี่ๆเอาไหฉลากไปให้น้องๆได้จกกันถึงที่เลยนะครับ”
จากนั้นพวกเราชาววิศวะก็พากันจกไห
“ใครได้หมายเลขอะไรตรงกันจับคู่กันได้เลยครับ”

ตะเถร พี่มึงมีวิธีการแก้ปัญหาที่ดีกว่านี้มั้ย แล้วกูจะไปหาคนที่เลขตรงกับไอ้เหน่งยังไง
วิ่งกันให้วุ่นสิครับ
จนพี่คนนึงแสดงความคิดเห็นมาว่า
“ใครที่ตัวเลขขึ้นด้วย 1 มาตรงนี้ 2 ไปตรงนั้น 3...” แล้วพี่แกก็ไร่ตัวเลขไปเรื่อยๆ อ่า พี่แกค่อนข้างฉลาดดีครับ ขอชื่นชม
และแล้วก็ได้เวลาแผนการชั่วร้ายตามหาบัดดี้ตัวจริงของไอ้เหน่งกันครับ
ควับ!!!
ผมคว้ากระดาษฉลากไอ้เหน่งมาชื่นชมก่อนจะย่างตีนไปยังกลุ่มเป้าหมาย แล้วกำลังจะตะโกนแหกปากว่าใครได้หมายเลข 274 แต่...

“น้ำ”

ไม่ทัน

ครับ ไม่ทันได้ง้างปากก็ต้องหมุนส้นตีนหันไปยังต้นเสียง

“ไอ้เหน่งบอกว่ามึงได้หมายเลข 148” เวรตะไร มึงจะพูดทำไมไอ้ห่าแต็งค์ งี้แผนกูก็พังสิมรึ๊งงงง ไอ้เหน่งมึงนี่ก็เลวบอกเค้าไปหมด แล้วมึงนี่มีอะไรกะกูอีกนักหนา หงุดหงิดโว้ยยย
“มึงมีอะไร”
กวนส้นตีน นอกจากมันไม่พูดแล้วยังจะเลิกคิ้วหลิ่วตาใส่ผมอีก จะซัดหน้ามันก็กลัวมันสวนกลับแล้วจะสู้ไม่ไหว
มันยื่นร่ำไรซักสามนาทีได้ ก่อนจะหยิบกระดาษที่คาดว่าเป็นฉลากออกมาโชว์ให้ผมดู
“148”
“ห๊ะ!!!”
“หา”
“ห๊ะ”
“ไม่ต้องห๊ะแล้ว”
“แล้วมึงจะหาทำไม”
“หามึง”มันพูดแบบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ส่วนผมหยิบกระดาษฉลากออกมาคลี่ดูอีกครั้ง มองไปที่กระดาษฉลากมันอีกครั้ง ทำอย่างงั้นวนลูปไป 148 148 148 ชัดเจน เจนชัดระดับHD
เอาน่าไอ้น้ำนี่อาจจะเป็นบัดดี้ที่ดีที่สุดในชีวิตมึงตลอดปีหนึ่งก็ได้วะ ดูแล้วมันก็เป็นคนไม่ค่อยสนใจใครส่วนตัวมึงเองก็ไม่เคยใส่ใจใคร นี่แหละลงตัว พากันลงเหวดี ต่างคนต่างสนแต่ของโลกตัวเอง จบ วิน วิน พึมพรำกับตัวเองเสร็จก็ได้แต่ส่งยิ้มเจือนๆให้มัน
“ไง บัดดี้”
“ดีใจ”เสต็ปเดิมของมัน หน้าต้องนิ่ง คำพูดต้องประหยัด เดี๋ยวจะเปลืองพลังงานชีวิต
“อือ”
“เหอะ”มันหัวเราะยั่วส้นตีนก่อนจะหมุนตัวย่างตีนกลับไปหาเพื่อนมัน ทิ้งไว้แต่ผมกับรอยยิ้มเจือนๆให้กับเพื่อนในคณะที่เดินเข้ามาถามว่าได้บัดดี้ยัง? ได้แล้วครับ บัดดี้ของผม บัดดี้ผมเป็นคนดี แล้วในตลอดระยะเวลาหนึ่งปีเราจะสร้างแต่เรื่องราวดีๆให้กัน เหรออออออออออออออ

หลังจากแหวกว่ายออกมาจากฝูงชนผมก็ต้องปรี่มาหาไอ้เพื่อนตัวดีซักหน่อย
และก็ไม่ต้องแปลกใจทำไมไอ้ห่าเหน่งมันถึงบอกหมายเลขฉลากของผมกับไอ้แต็งค์ไป ก็ใช่สิ้บัดดี้มันเป็นผู้หญิงนี่ครับ แหนะๆยืนยิ้มปริ่มถูกใจกันอยู่สองคน ผมนี่อยากปรี่เข้าไปถีบยอดหน้ามัน

“เจอบัดดี้ยังวะ”แหม นอกจากเสียงจะตอแหลแล้วหน้ามึงก็ยังจะตอแหลอีกไอ้ควายเหน่ง
“สัด”สั้นๆ ไม่มีใจความ
“เอาน่ามึง ไอ้แต็งค์มันดูเหมาะกับมึงดี”ทำเป็นดึงกูไปปลอบไอ้เวร ได้หญิงแล้วสะบัดความสัมพันธ์ตั้งแต่อนุบาลของกูทิ้งเลยนะมึง แล้วที่บอกมันเหมาะกูนี่คือยังงัย เป็นพวกกร้านโลกเหมือนกันงี้หรอ เหอะ
“เออ”งอนมัน
พูดกับไอ้เหน่งได้ซักพักแก็งค์เพื่อนตัวเหี้ยกันพากันหน้าระรื่นมานั่งจุ้มปุ้กกระจุกกัน เพื่อรอแยกย้าย

ส่วนผมน่ะหรอ
ต้องรอพี่รหัสสุดที่รักสิครับ

 และต้องรอสืบสาวราวเรื่องว่ามีใครในสายบ้างเพราะเห็นพูดกันว่าในสายมีแต่ดาวเดือนนี่สายรหัสนักศึกษาหรือสายอวกาศจักรวาลนาซ่า อะไรดาวๆเดือนๆ ไร้สาระ เหอะ ผมก็ได้แต่กลัวหวยจะออกมาเป็นไอ้พี่นนท์สุดๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่อยากอยู่ในสายเดียวกับพี่ชาย มันออกจะดีด้วยซ้ำ เหมือนได้สิทธิพิเศษกว่าชาวบ้านชาวเมือง เหอะ เหอะ
ผมขอบอกตรงๆแบบไม่มีกั๊กเลยครับว่าสำหรับคนอื่นมันอาจจะดี แต่สำหรับผม ตั้งแต่เล็กจนโตถึงพี่มันจะดูแลรักใคร่กลมเกลียวผมเป็นอย่างดีก็จริง แต่พี่มันก็ยังมีความสันขวานอยู่มาก ไม่ว่าจะกิจกรรมอะไรที่เป็นหน้าตาของโรงเรียนมันจะลากผมไปทำตลอด ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมไม่อยากทำเพราะมันทำให้ชีวิตผมวุ่นวาย ไอ้ผมก็ไม่อยากจะชมว่าตัวเองหล่อเหลาเอาการหรอกครับ แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆ ฮ่าๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ผมทำตัวเป็นจุดสนใจมันมักจะมีเรื่องปวดหัวมาให้ผมเสมอ อย่างเช่น มันจะมีคนมาคอยดักเจอผมตามอาคารเรียน โรงอาหาร แม้แต่ห้องน้ำ มันทำให้ความเป็นส่วนตัวของผมทุกรบกวนตลอดเวลา และมันก็สาหัสมากขึ้นจนเกิดเรื่องร้ายกับผมขึ้น ผมจึงพยายามหลีกเลี่ยงการเป็นจุดสนใจมาตลอดแต่ก็ไม่เคยหนีได้

“รอนานมั้ยวะ” พี่เม่นแกย่างตีนดิ่งๆมาหาผมพร้อมกอดคออย่างสนิทสนม

ผมยังไม่ทันพร่ำพูดอะไรแกก็ลากผมมาขึ้นรถแกเพื่อพาไปเลี้ยงสายรหัส แกบอกว่าทุกคนในสายใจร้อนอยากเลี้ยงต้อนรับผมเร็วๆ ผมเองจะขัดก็ไม่มีโอกาสเพราะโดนพี่แกลากเหมือนเจ้าของหมาที่กำลังลากหมาตัวเองที่แอบหนีเที่ยวอยู่
แล้วพี่เม่นกับผมก็มาถึงร้านอาหารแถวๆมหาลัย พากันย่างเท้าไปยังโต๊ะหนึ่งที่มีผู้ชายหล่อเหลาเอาการระดับห้าดาวหนึ่งคนบวกด้วยหญิงสาวหน้าตาสะสวย สวยมากด้วยครับ อีกหนึ่งคน รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันทีที่ไม่มีไอ้พี่นนท์สลอนหน้ามาเป็นสายรหัสร่วมด้วย

“ไง น้ำ” สาวสวยหนึ่งเดียวของโต๊ะเอ่ยทักผมด้วยรอยยิ้มสดใส นี่แหละครับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามหาลัยนี้มานี่คงเป็นสิ่งเดียวสินะที่ทำให้ผมชื้นใจ สวยจนอยากจะบ้าตาย ตายแล้วตายอีกก็ขอเกิดมาเจอคุณ ง้อววววว
“นั่นพี่เป็ก เอกไฟฟ้าปีสี่ปู่รหัสมึง ที่สำคัญเสือกเป็นเดือนม.” ผมยกมือไหว้พี่แก พี่แกก็ส่งรอยยิ้มหล่อลากเลือดมาพร้อมกับพูดว่า
“อ่าๆ ไหว้พ่อมึง” อ่ะจัดให้กูแล้วหนึ่งดอก
“แล้วก็นี่พี่แพท เอกเคมีปีสาม สวยสะบั้นหั่นแหลกแถมป้าแกเป็นยังเป็นดาวม.อีกนะเว้ย” พี่แพทคนสวยเธอหันมาส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจให้ผมก่อนจะหันไปสบถคำด่าใส่พี่เม่นแกต่อ
“หมาในปากนี่แย่งกันออกมาวิ่งเล่นเลยนะไอ้น้องเม่น” นอกจากหน้าสวยแล้วเสียงยังเพราะจับใจอีก ไอ้บ้าเอ้ยยย
ระหว่างนี้เราก็นั่งคุยกันไปเรื่อยคุยไปทั่วทีปทั่วแดน จนกระทั่ง
“พวกมึงรู้อะไรมั้ย ปีนี้พวกปีสี่แม่งพนันกันเอาเป็นเอาตายเรื่องเดือนมหาลัย” พี่เป็กแกพูดไปเขี่ยข้าวในจานไป
“ไม่ใช่แค่ปีสี่หรอกพี่ เค้าก็พนันกันทั้งม.แหละ” เสียงใสใสของพี่แพทที่ฟังกี่ทีก็ระรื่นหู
“จะพนันกันเพื่ออะไร ไงก็รู้กันอยู่แล้วว่าน้ำมันต้องได้” พี่เม่นแกพูดอย่างมั่นใจราวกับว่านั่งทางในไปสืบในอนาคตมาแล้ว

แต่เดี๋ยวก่อน

คนชื่อ น้ำ นี่ใครวะ

คงไม่ใช่กูหรอกม้างงง

คนทั้งมหาลัยชื่อน้ำมีเป็นร้อย

“ก็พนันกันแดกตังกูนี่แหละ แม่งเสือกบอกกูว่าห้ามลงข้างหลานรหัสตัวเอง แต่พวกมันเสร่อลงข้างไอ้น้ำกันหมดรวมหัวแดกตังกูชัดๆ” เดี๋ยวนะพี่เป็ก มันตะหงิดๆว่ะ หลานรหัสพี่แก ชื่อน้ำด้วย ชื่อเหมือนกูเลย แต่เอ๊ะ

อ่ะ ชัดเลย

กู

“เดี๋ยวก่อนพวกพี่ ที่พนันกันน่ะไม่เกี่ยวกับผมใช่ปะ” ถามเพื่อย้ำว่ากูไม่ได้คิดไปเอง
“ไม่เกี่ยวกับน้ำหรอก แต่เกี่ยวกับกระเป๋าตังค์พี่เป็กมันทั้งนั้น” พี่แพทพูดไปยิ้มไปแล้วเอื้อมมือมาตบบ่าผมเบาๆ ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจอะไรอยู่ดี
“งงว่ะพี่”
“ไม่ต้องกลัวน้ำน้องรัก ใครๆก็รู้ว่ามึงอ่ะตัวเต็งเดือนม.ปีนี้”
“ห๊ะ!!” กูบอกตอนไหนว่าจะประกวดพี่มรึ๊งงง “เดี๋ยวก่อนพี่ ผมยังไม่ได้บอกว่าจะ..”

เชี้ยยยย

ไม่มีใครฟังกู

ฟัคคคค

“พี่กลับก่อนนะน้ำ แฟนพี่มารอละ บรัยยย” พี่แพทสุดสวยของผมโบกมือบ๊ายบายแล้วก็ยกตีนวิ่งลิ่วไปหาแฟน และนี่ก็คืออีกเรื่องฟัคของผม กูยังไม่ทันจะได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์ก็ถูกตัดสิทธิ์แล้ว ไอ้บ้าเอ้ยยย
“ป่ะๆกลับกัน”
แล้วพวกเราก็แยกย้ายกันโดยที่ผมยังทันไม่ได้คัดค้านอะไร
ไม่มีโอกาสแม้แต่จะง้างปากพูดเพราะพี่เม่นแกลากผมขึ้นรถแล้วดิ่งไปส่งคอนโด ปากก็พล่ามแต่เรื่องห่าอะไรไม่รู้ ส่วนผมก็ได้แต่คิดหาวิธีหยุดความคิดเรื่องเอาผมไปประกวดเดือนของพวกพี่แก



โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 2.2
«ตอบ #8 เมื่อ12-08-2021 11:53:39 »

Episode 2 บัดดี้ผมเป็นคนดี ดีจริงๆ (2/2)


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อะไรอีกวะ”ให้ผมทายดึกดื่นเที่ยงคืนแบบนี้มีอยู่ตัวเดียวที่จะถือวิสาสะมาเคาะห้องผม นับว่าเป็นดวงซวยของผมที่เสร่อตื่นมาหาน้ำกินในครัว ไอ้พี่นนท์แน่ๆนี่คงเมาเหมือนหมาหาทางเข้าห้องไม่ได้สิ หึ

แต่ผิดคาด

“แกเมา” เป็นไอ้แต็งค์ครับที่ถือวิสาสะมาเคาะห้องผม ไม่เคาะเปล่ามันลากสารร่างเละๆเน่าๆของไอ้พี่นนท์มันมาด้วย
“หมายังดีกว่าสภาพมัน” ผมได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆแล้วช่วยไอ้แต็งค์แบกพี่มันเข้ามาในห้องแล้วทิ้งพี่มันลงบนโซฟา “มึงไปเจอพี่มันที่ไหนวะ”
“ร้านเหล้า” มันคงเห็นเครื่องหมายเควสชั่นมาร์กบนหัวผม มันเลยพ่นออกมาอีกหนึ่งประโยคที่ทำผมต้องร้องออกมา       “เป็นลุงรหัสกู”
“ห๊ะ!!!”
“เออ” มึงก็ยังคงคอนเซ็ปประหยัดคำเหมือนเดิม ไอ้ห่า
“เลี้ยงสายกันวันแรกก็พากันแดกเหล้าเลยหรอวะ”
“แกอยากเลี้ยง” พูดจบมันก็ยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลหนาๆมาให้ผม
“อะไร”
“เปิดดู”
ผมยืนมองถุงกระดาษแต่ไม่ยอมรับมา จนมันถอนหายใจออกมาเฮือกนึง แล้วหยิบสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา มันเป็นนมตราหมีรสน้ำผึ้งครับ ใช่ครับนม ไม่ใช่นมธรรมดาแต่เป็นนมแพ็คนึงที่มีหกกล่องอ่ะครับ ยังไม่หมด มีขนมปังโฮมหวีด มีแยมรสสตอว์เบอรี่ด้วย

ให้กูเพื่อ!!!

แต่ยังไม่ทันได้ถามครับ

“ของเทค” ห๊ะ ห๊ะ ห๊ะ มันมีของเทคมาให้ผม เกินคาดว่ะมึง แต่มึงมาทงมาเทคกูตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะ เอาแล้วไอ้น้ำมันมีของมาเทคมึงมึงก็ให้น้อยหน้านะเว้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ากูจะจัดเต็มเหมาเซเว่นให้มึงเองไอ้แต็งค์ เหอะ เหอะ
“ขอบใจ”
“กูไม่รู้จะเทคอะไรมึง แต่พอเห็นพี่นนท์บอกว่ามึงทำห่าเหวอะไรไม่เป็นเลยไม่ค่อยได้กินข้าวเช้า กูเลยหาของที่ทำกินง่ายๆมาให้ จะได้ไม่ต้องเสี่ยงโรคกระเพาะ” นี่คงเป็นครั้งที่สองที่มันพูดกับผมยาวๆแบบไม่ประหยัดคำ
“มึงก็พูดยาวๆได้นี่หว่า” มันเลิกคิ้วใส่ผม กวนตีนนิดหน่อยพอให้ตีนผมได้กระตุก
“กูกลับล่ะ”
“ฝันดีมึง” ผมเดินไปส่งมันหน้าประตู แต่ไม่ยังทันจะปิดประตู มันก็สลอนหน้าหันกลับมาเพื่อบอกบางอย่างกับผมว่า..
“ฝันดี”
ปัง(เสียงปิดประตูนะครับไม่ใช่เสียงใครยิงกัน)

.
เช้านี้คงเป็นเช้าทรหดของผมเพราะนอกจากจะมีเรียนเช้าแล้วผมยังต้องหอบหิ้วของเทคมาให้ไอ้แต็งค์อีกเต็มสองไม้สองมือเพื่อไม่ให้น้อยหน้ามันที่เมื่อคืนจัดของเทคแบบรักสุขภาพให้ผม

“หมดเซเว่นยัง” เสียงนรกๆของไอ้แคมป์ครับ ไอ้ห่านี่เริ่มทำตัวเป็นตัวเสือกแบบไอ้เหน่งขึ้นทุกวัน
“ถ้ามึงจะเทคมันขนาดนี้มึงจัดบัตรเครดิตให้มันไปเลยจะได้ไม่ต้องลำบากหอบหิ้วมา ลำบากตัวเองไม่พอลำบากกูอีก” เสียงบ่นอุบอิบของไอ้เหน่งมันครับ แต่ผมไม่สนใจหรอกเพราะถือว่าเป็นการทำโทษมันที่มันเห็นผู้หญิงดีกว่าผม
“ถ้ากูให้มันแล้วกูจะเอาอะไรแดก” เอาส้นตีนสะกิดตูดมันเบาๆ
“มึงเอามาขายหรอ” เสียงไอ้โชคที่ลากยาวมาตั้งแต่หน้าคณะ มาพร้อมกับไอ้เทมส์ไอ้ไม้ที่พากับหอบของเทคบัดดี้มาไม่ต่างจากผม
“เดี๋ยวกูมา เอาของเทคไปให้มันก่อน” ผมคว้าพวกของจากไอ้เหน่งมาถือแล้วก็ย่างตีนเดินดิ่งๆไปยังช็อปโยธา

แล้วก็ไม่มีอะไรต้องรำไร่ให้เดินหาทั่วช็อปเหมือนพล็อตละครไทยครับเพราะไอ้แต็งค์มันนั่งเสนอหน้าอยู่กับเพื่อนที่หน้าช็อปพอดี

“มาทำไรครับเพื่อนน้ำ” เสียงเย้ายวนยั่วส้นตีนของเพื่อนมัน ไม่รู้ว่าเพื่อนมันเป็นคนสุภาพรึว่ากวนส้นตีน
“ไอ้แต็งค์” ผมเรียกมันแล้วยื่นของในมือทั้งหมดให้มัน มันก็เอาแต่ทำหน้านิ่งไม่บอกความรู้สึกใดแต่ก็ยังดีที่มันยังรีบรับของไปก่อนที่ผมจะเหวี่ยงให้มัน
“อะไร” ไอ้ห่าถามมาได้ มึงไม่แหกตาดูล่ะ ถุงที่สกรีนชื่อเซเว่นนี่มันไม่ทำให้มึงฉลาดรอบรู้เลยหรอวะ
“ของเทค”
“ต้องขนาดนี้เลยหรอวะ” พวกเพื่อนมันพูดแล้วก็ทำหน้าตกใจเหรอหรา ก็คงจะมีแต่ตัวมันแหละที่นิ่งเฉย ตอนมึงเกิดมานี่พกความรู้สึกมารึป่าววะ
“ขอบใจ” มันพูดไปพร้อมกับไร่เปิดดูในถุงว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะง้างปากพ่นคำพูดออกมาว่า “มึงไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้”ก็กูทำไปแล้วไง กูกลัวน้อยหน้ามึงเดี๋ยวจะหาว่าตัวเองโชคร้ายที่ได้กูเป็นบัดดี้
“กูเต็มใจ” พูดจบผมก็ย่างตีนออกมา โดยไม่ได้ฟังต่อว่ามีใครพูดอะไรบ้าง
.
“ไม่เคยแดกข้าวกันหรอวะ” ไอ้แคมป์มันบ่นอย่างหงุดหงิดเพราะโรงอาหารตอนนี้แน่นเอี๊ยดถึงขั้นเบียดเสียดจนไม่สามารถเอาตูดไปเบียดหาที่นั่งได้
“กูบอกแล้วว่าเที่ยงแล้วคนมันจะเยอะ เสือกมัวลีลากัน” ไอ้ไม้นี่หงุดหงิดกว่าใครพวก
“มึงนั่นแหละลีลาไอ้ห่า ห่วงแต่คุยกระหนุงกระหนิงกับบัดดี้” ไอ้โชคมันพูดจบก็เอาแขนมารัดคอไอ้ไม้อย่างเอาเป็นเอาตาย
พวกผมยืนเมื่อยตูดด่ากันเรื่องใครลีลากันซักพักก็ได้ยินเสียงใครบางคนที่ตะโกนเรียกชื่อผมดังลั่นโรงอาหาร
“น้ำ” ไม่เรียกเปล่ามันกวักมือให้ผมเดินไปหามัน “มานั่งนี่”เพื่อนไอ้แต็งค์ครับมันเอ่ยชวนมานั่งด้วย
“พวกมึงมานี่” ผมเอ่ยเรียกแก็งค์เพื่อนให้เอาตูดมานั่งที่โต๊ะด้วยกัน
“กูชื่อบิว” มันแนะนำตัวกับผม ผมก็พยักหน้าว่ารับรู้
“ไอ้แต็งค์ล่ะ”
“คิดถึงมันแง้ะ” ไอ้บิวมันยักคิ้วหลิ่วตา
“เออ” ซึ่งผมก็ตั้งใจตอบรับ เพื่อให้สมใจมันจะได้ไม่ต้องร่ำไรหาทางกวนตีนผม
“ประหยัดคำเป็นไอ้แต็งค์เลยนะมึง”
“ซิ้อข้าวกัน” ไอ้เทมส์พูดขึ้นก่อนจะพากันยกตูดไปซื้อข้าวกิน
“มึงรออยู่นี่แหละ” แต่ไอ้บิวมันดันเสือกรั้งผมไว้ ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากทำหน้าว่า ทำไม ใส่มันไป ส่วนมันกำลังง้างปากจะพูดแต่ไม่ทันได้พูดเพราะไอ้แต็งค์เดินเข้ามาก่อนพร้อมกับจานข้าวสองจาน แล้วยื่นให้ผมหนึ่งจาน
“ของมึง” ผมก็ยังคงทำหน้าว่า ทำไม ตามเดิม
“ไอ้แต็งค์มันเห็นกลุ่มพวกมึงยืนเมื่อยตูดอยู่เลยจัดการให้ไอ้บิวเรียกมา แล้วมันก็ดิ่งตีนไปซื้อข้าวเผื่อมึง มึงจะได้ไม่ต้องไปยืนรอข้าวให้เมื่อยตูดอีก” เป็นเพื่อนไอ้แต็งค์ที่อธิบายยาวๆเพื่อให้ผมเข้าใจที่มาของโต๊ะและข้าวจานนี้ รู้สึกซาบซึ่ง
“แล้วแม่งต้องไปยืนเบียดเสียดต่อคิวกับคนอีกเกือบร้อยเพื่อรอสั่งข้าวคะน้าหมูกรอบที่มึงชอบกินอ่ะ ทั้งๆที่ก่อนออกจากคลาสบอกกูว่าจะแดกก๋วยเตี๋ยวเพราะได้ไวดีขี้เกียจรอ” เพื่อนไอ้แต็งค์อีกคนมันบ่นพร่ำพรรณนายาวเหยียด
ผมหันไปมองไอ้แต็งค์ มันก็เลิกคิ้วกวนส้นตีนใส่ตามเดิม
พอพวกไอ้เหน่งกลับมา ไอ้บิวมันก็ทำการแนะนำเพื่อนมันอีกสองคนให้พวกผมรู้จัก
“นี่ไอ้โต้ง ส่วนนี่ไอ้อาร์ต” พวกผมก็พยักหน้าทำความเข้าใจ และผมก็ทำการแนะนำเพื่อนๆสุดที่รักของผมให้มันรู้จักเวลามันกวนส้นตีนกันจะได้ด่าถูกตัว เพราะดูจากหนังหน้าแล้วเลเวลสกิลการกวนตีนของแต่ละคนมันดูสูสีห่ำหั่นกันสุดๆ
“นี่ไอ้เหน่ง นี่ก็ไอ้ไม้ นั่นไอ้เทมส์ ส่วนนั่นไอ้โชค แล้วก็นั่นไอ้แคมป์”
“ตอนบ่ายพวกมึงมีเรียนกันป้ะ” ไอ้แคมป์ถามเปิดประเด็น ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะสรรหาประเด็นอะไรมาอีก
“มี ทำไมวะ” ไอ้บิวตอบไป ทำหน้าหมาสงสัยไป
“แดกเหล้ากันป้ะ” เปิดประเด็นตรงจุดไปอีกไอ้ห่าแคมป์
“ร้านไหนวะ”
“ร้านพี่ไอ้น้ำมันไง” ผมที่ไม่รู้เรื่องอะไรก็ต้องหันไปมองไอ้แคมป์เพื่อส่งสายตาที่บอกว่าทำไมต้องร้านพี่กูแล้วก็ตั้งท่าจะง้างปากถามแต่ไม่ทันไอ้เพื่อนรัก
“เอาดิวะ ไปอุดหนุนพี่มันกันหน่อยทุกวันนี้แม่งพากันแย่งลูกค้าแดกเองจนร้านจะเจ๊งแล้ว” ผลั๊วะ!! ผมได้ตัดสินใจนำฝ่ามือของตัวเองไปตกกระทบตรงท้าทอยไอ้เหน่ง
“เชี่ยยย น้ำ”
“มึงไปมั้ยไอ้แต็งค์” ไอ้อาร์ตหันไปถามมัน
“ไป”สั้นๆแบบประหยัดคำเหมือนเดิม
“สามทุ่มเจอกันเว้ย เดี๋ยวกูปักหมุดร้านให้” เรื่องเหล้านี่ให้ความสนใจจังนะมึง ไอ้ห่าเหน่ง

.
.
สามทุ่มตรง

พวกผมก็พากันย่างตีนมายังโต๊ะวีไอพีหลบมุมที่พี่แทนกับพี่น่านมันจัดการไว้ให้เพื่อที่จะได้เมาเหมือนหมากันเต็มที่ แถมพี่แทนแกยังบอกจะคอยสแตนบายรอไปส่งผมกับไอ้เหน่งเองเพราะคงเห็นสภาพในวันนั้นของผมกับมันแล้วเกิดสมเพสเวทนา

“แม่งกูอุตส่าห์สบายใจที่พรุ่งนี้มีเรียนแค่เช้า แต่พวกรุ่นพี่แม่งเสือกนัดตอนบ่ายอีก” ไอ้ไม้มันบ่นอุบอิบ
“นัดทำไมอีกวะ” ไอ้โต่งเอ่ยถามแต่ปากนี่กระดกเหล้าไม่หยุด
“ก็จะคัดดาวเดือนคณะไง”
ไอ้เหน่งหันหน้ามามองผมอย่างรู้ว่าในใจผมคิดอะไรอยู่
“มึงคงไม่คิดจะโดด” นั่นไงรู้ดีเป็นที่หนึ่ง
“มึงไม่มีโอกาสโดดหรอก เดี๋ยวพวกพี่แม่งก็พากันประกบมึงตั้งแต่ย่างตีนเข้ารั้วม.อ่ะ” ไอ้เทมส์พูดก่อนจะเดินมาตบบ่าผมเบาๆ เบามาก ไอ้ห่าไหล่แทบหลุด
พวกมันพูดขนาดนี้ผมจะทำไรได้นอกจากกระดกเหล้ารัวๆรอรับชะตากรรมที่จะมาถึง พอจะยกแก้วต่อไปไอ้แต็งค์ก็เอามือมาขวางแก้วไว้พร้อมกับสีหน้าหงุดหงิด หงุดหงิดส้นตีน กูนี่ต้องหงุดหงิด
ผมเลยยื่นหน้าไปใกล้ๆหูมันแล้วพ่นคำพูดน่ารักๆออกไป
“เป็นพ่อง!!” ไม่ทันได้เอาหน้าออกมามันก็รั้งไว้แล้วหันมาพ่นคำพูดน่ารักๆใส่ผมคืน
“กูไม่ได้เป็นพ่อง แต่มึงกำลังจะเป็นภาระกู”
“งั้นดีเลยกูจะได้เมาให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครไปส่งล้ะ” ผมดึงหน้าออกมายกมือกระดกเหล้าแล้วเฮฮาปาร์ตี้กับพวกเพื่อนต่อ
“เหอะ”

.
สรุปคืนนี้เมากันเหมือนหมาเหมือนเดิมครับ จนไอ้แต็งค์กับพี่แทนนี่ต้องลากสารร่างผมกับไอ้เหน่งมาขึ้นรถเพื่อไปส่งที่คอนโด โดยมีพี่แทนที่อาสาขับรถผมไปให้เพราะไม่อยากให้ทิ้งรถไว้เดี๋ยวตอนเช้าไม่มีขับไปเรียน ส่วนผมกับไอ้เหน่งก็ถูกยัดเข้ามาในรถไอ้แต็งค์เหมือนขยะเปียกที่ไม่มีวันแห้ง ไอ้เหน่งมันนอนเหยียดยาวอยู่เบาะหลังส่วนผมอยู่เบาะหน้าข้างคนขับแต่ถูกเอนเบาะจนหัวไปชนกับส้นตีนไอ้เหน่งแต่ก็ไม่สามารถคัดค้านได้เพราะเมา

“นี่เป็นครั้งที่สามแล้วป่ะ ที่กูเป็นภาระมึง” ผมพูดกับมันแต่มันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากโยนเสื้อกันหนาวที่เอามาจากไหนไม่รู้มาปิดหน้าผมไว้ไม่ให้โดนแอร์ ซึ่งผมก็ไม่ต้องการคำตอบอะไรจากมัน มันไม่ตอบน่ะดีแล้ว
แต่ผมกลับได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของมันก่อนจะพูดว่า
“กูเต็มใจให้มึงเป็นภาระของกู”

.
.
พอมาถึงคอนโดไอ้แต็งค์มันก็จัดการพาผมขึ้นมาที่ห้องอย่างทุลักทุเล กว่าจะเข้าห้องกันได้กินเวลาไปสิบนาทีเพราะมัวแต่ล้วงหาคีย์การ์ดห้องทั้งๆที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อแต่มันเสือกหาที่กระเป๋ากางเกง

“ไอ้เหน่งล่ะ” พอเข้าห้องได้ก็ต้องถามหาเพื่อนรักก่อนว่าเป็นตายร้ายดียังงัย
“พี่แทนจัดการแล้ว”
“จริงดิ” ไม่ได้นะเว้ยพี่แทนจะทำแบบนั้นไม่ได้ นี่เพื่อนรักกูต้องมาเสียตัวให้กับพี่ชายที่สนิทกันมาเป็นสิบๆปีหรอวะ
“คิดลึก” อ่ะรู้ความคิดกูอีก
“ขอบใจนะมึง” แล้วก็ไม่มีคำพูดอะไรจากมันตอบกลับมา ผมก็ได้แต่หลับตาพริ้มเตรียมพร้อมจะเข้านิพพาน รู้สึกก็แต่เพียงถูกห่มผ้าขึ้นมาปิดยันคอ
“ฝันดี” คำพูดเรียบๆกับการกระทำที่ธรรมดาของมัน แต่กลับทำให้ผมใจเต้น ตึก ตึก ตึก
“เออฝันดี”

ทุกอย่างเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงแอร์ แสดงว่ามันออกไปจากห้องผมแล้ว

ผมคิดว่าคืนนี้ผมคงนอนหลับสนิทเป็นพิเศษ

เพราะ

เมา
.
.
หรือเพราะ

มัน



โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 3.1
«ตอบ #9 เมื่อ19-08-2021 14:04:36 »

Episode 3 เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ (1/2)


เช้าอันแสนสดใส แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาเปรี้ยงปร้าง
.
.
เหมาะกับการลากสังขารมาเรียนในยามเช้าจริงๆ สารร่างของผมกับไอ้เหน่งตอนนี้คือซากศพเดินได้ดีๆนี่เอง ถึงสภาพหน้าจะดีแค่ไหนแต่สังขารไม่ไหวก็คือไม่ไหวจริงๆ ผมกับมันเดินมาหย่อนตูดอยู่โต๊ะหินอ่อนหน้าช็อปไฟฟ้าโดยมีฝูงเพื่อนอันเป็นที่รักนั่งหน้าสลดสารร่างไม่ต่างกันซักเท่าไหร่กำลังนั่งเสวยอาหารแก้แฮงก์กันอย่างละมุนละม่อมเพราะกลัวว่าไอ้ส่วนที่ยัดเข้าไปจะเสร่อสวนออกมา

ยังไม่ทันได้อ้าปากคุยกับใคร ใครบางคนก็เดินหน้านิ่งดิ่งตีนมาหาผมพร้อมกับเครื่องดื่มผสมเกลือแร่และคาดว่ายังมีของกินแก้แฮงก์อีกมากมาย มันมาถึงก็หย่อนตูดลงข้างๆผมพร้อมยื่นสารพัดของกินมากองไว้ตรงหน้า

“ทำไมบัดดี้กูไม่แสนดีแบบมึงบ้างวะไอ้แต็งค์” ไอ้โชคมันบ่นไป มือข้างนึงเขี่ยข้าว อีกข้างก็แย่งน้ำไอ้เทมส์มากิน
“แต็งค์กูขอเฟส ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ เบอร์โทรรึอะไรก็ได้ที่เอาไว้ติดต่อมึงหน่อยดิ” ผมยื่นโทรศัพท์ของผมไปให้มัน
ไอ้แต็งค์มันก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากยื่นโทรศัพท์ผมกลับมาให้ ในจอโทรศัพท์ของผมมันขึ้นหน้าไทม์ไลน์ของมันที่บอกว่าให้ตอบรับคำขอเป็นเพื่อน แปลว่ามันแอดผมมาแล้ว แต่ทำไมผมไม่รู้วะ กำลังจะง้างปากถามแต่ก็ไม่ทัน
“เบอร์กูอ่ะเมมไว้ให้แล้ว” พูดเสร็จแล้วมันก็ยกตูดเดินดิ่งๆกลับไป
.
.
Teetuch Thank คำขอได้รับการยอมรับแล้ว


บ่ายโมงตรง

ผมต้องมานั่งจุ้มปุ้กอยู่ใต้ตึกคณะ อุตส่าห์วางแผนการหนีเป็นอย่างดีแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อย่างส้นตีนออกจากคลาสมาก็เจอพวกรุ่นพี่ตามประกบตูดเป็นสิบชีวิต

“น้องๆครับ หลายคนคงรู้กันแล้วใช่มั้ยว่าวันนี้จะมีการคัดเลือกดาวเดือนคณะ งั้นพี่ขอให้เลือกตัวแทนสาขาออกมาด้านหน้าเลยครับ”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยย

วิดวิ้ววววววววววววววววว

วิ้วพ่อง!!

แต่ละสาขาเริ่มส่งเหล่าบรรดาตัวแทนไปยืนหน้าด้านที่ด้านหน้ากันแล้ว ส่วนผมไอ้คนหน้าบางก็นั่งอิดออดหาทางหนีทีไล่อยู่ พอเหลือบลูกกะตาขึ้นไป มองเห็นพี่เม่นแกยืนหน้านิ่วคิ้วชนกันอยู่ ผมเลยแอบส่งสายตาเว้าวอน อ้อนวอน วิงวอน ไปหาพี่แกหวังว่าแกจะเห็น

นั่นไง!!

แกเห็นแล้วครับ เดินหน้านิ่วคิ้วชนกันมาหาผมทันที

“เป็นไรวะ”   
“พี่.. ผมไม่อยากประกวดว่ะ จริงๆนะ พี่อยากได้อะไร จะถูก จะแพง จะหายากแค่ไหนผมจะสรรหามาให้พี่เลย รึจะให้ผมเป็นเบ๊ติดตูดพี่ยันจบปีสี่ผมก็ทำให้ได้ แต่ขอร้องล่ะช่วยผมหลุดพ้นจากการประกวดด้วยพี่ นะ นะ นะ” ตีหน้าเศร้าแบบเศร้าที่สุดในชีวิตแล้วหวังว่าพี่แกจะเห็นใจกัน สุดท้าย แกถอนหายใจออกมาเฮือกนึง
“น้ำ มึงทำเพื่อคณะไม่ได้หรอวะ” จัดซีนดราม่าให้กูซะงั้น ผมก็เลยต้องปล่อยให้พี่แกเล่นบทดราม่ารักคณะประหนึ่งพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงมา
แล้วผมก็หันไปเห็นบุคคลผู้ที่คิดว่าทรงอิทธิพลที่สุดกำลังย่างเท้าเข้ามายังใต้ตึกคณะด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม ควงคู่มากับสาวสวยขวัญใจผมเอง ใช่ครับพี่เป็กกับพี่แพทกำลังย่างตีนมา ผมเลยส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหา แกสองคนเลยปรี่เข้ามาหาผมอย่างทันใจ
“มีอะไรกันเม่น” พี่แพทแกทำหน้าสงสัยแบบน่ารักๆ
“ก็น้ำอ่ะดิพี่ มันจะไม่ยอมประกวดเนี่ย”
“ทำไมวะ” ถ้าพี่เป็กแกถามมางี้ ผมคงต้องจัดเหตุผลเจ็บๆซักเหตุผลเพื่อขอความเห็นใจแล้วล่ะ
“ก็ผมไม่อยากประกวด”
“อ่า เหตุผลดี แต่ไม่อนุมัติว่ะ” อ้าวพี่ ก็รู้กันอยู่ว่ากูไม่เต็มใจจะเอาอะไรกันอี๊กกกก
“น้ำ” พี่แพทแกถอนหายใจยาวๆใส่ผม “ไหนลองบอกเหตุผลเด็ดๆมาซักข้อซิ” ได้เลยครับ พี่จะไม่ผิดหวังแน่นอน ฮึ่มม
“ผมไม่อยากเป็นจุดสนใจของใครอ่ะพี่ ผมไม่ต้องการให้ชีวิตส่วนตัวของผมวุ่นวาย”
“แล้วทุกวันนี้ยังไม่เป็นจุดสนใจ?”
“แต่ก็ไม่อยากเป็นมากกว่านี้แล้วไงพี่ ผมไม่อยากเสนอหน้าไปทำกิจกรรมมหาลัย ไม่อยากมีหน้าขึ้นบนปกแผ่นพับแนะนำอาคารเงี้ย ให้ผมอยู่สงบๆผลุบๆโผล่ๆตามตึกคณะเถอะพี่” แล้วพี่แกก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเรียกใครบางคนมา
“นนท์” นั่นไง ไอ้คนโดนเรียกก็ดิ่งตีนมาอย่างเร็ว เร็ว แรง ทะลุ นรก
“เป็นไรกัน”
“น้ำดิ หาเหตุผลมาร้อยแปดเพื่อที่จะไม่ลงประกวดเนี่ย” อ้าวพี่แพททำไมบอกร้อยแปดล่ะ ผมบอกไปแค่ขอเดียวเด็ดๆตามที่ขอเองนะ แล้วไอ้พี่นนท์มันก็ขำกาก เหมือนมันดูหนังตลกอยู่
“มีอยู่วิธีนึงที่มันจะยอม” อ้าวมึงพี่กูจริงมั้ยเนี่ย “ต้องให้คุณประณตจัดการ ต่อให้มันจะอยากคัดค้านแค่ไหนมันก็ขัดไม่ได้ ฮ่าๆๆ” แล้วมึงจะไปชี้ช่องทางให้เค้าทำไมพี่
“กูขอล่ะพี่นนท์” ผมนี่ยกมือจรดศีรษะขอร้องพี่มัน แต่พอเห็นหน้าพี่มันยิ้มกริ่มในใจผมก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาทันที คนที่หล่อเหลาราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้นมามัน “ไอ้แต็งค์ไงพี่”
ทุกคนขมวดคิ้วครุ่นคิด เอาแล้วเว้ยยย กูจะรอดพ้นแล้ว
“จะว่าไปแต็งค์กับน้ำ นี่ เรื่องหน้าตาพี่ว่าพอสูสีกันนะ” พี่มาถูกทางแล้วพี่แพท “แต่ถ้าเรื่องออร่าพี่ว่าน้ำชนะขาด” อ่าวไหงเป็นงั้นล่ะพี่
“แต่ไอ้แต็งค์มันฮอตมากเลยนะพี่ ผมเห็นนะแต่ละวันมันมีสาวเอานั่นเอานี่มาให้ไม่ต่ำกว่าสิบคนอ่ะ จริงๆนะ”
“มึงก็มีเหมือนกัน หัวกะไดคณะไม่เคยแห้ง กูล่ะไม่อยากจะพูด” พี่เม่นผู้ขัดกูทุกย่างก้าว
“ไม่เหมือนพี่ ไอ้แต็งค์มันมาดนิ่งสุขุมนุ่มลึกเหมือนพระเอกซีรี่ย์อ่ะพี่ เป็นที่ต้องการของตลาดเลยนะเว้ย” ตอนนี้ผมต้องทำทุกอย่างอวยมันทุกวิถีทางเพื่อที่ตัวเองจะได้รอดพ้น
“มึงจะให้มันมาแทนมึง?” พี่เป็กแกหันมาถามผม
“ประมาณนั้นแหละ” ผมนี่ยิ้มกรุ่มกริ่มเลยครับพอเห็นสีหน้าเบิกทางของพี่เป็ก “พี่นนท์มึงเป็นลุงรหัสมันนี่ ไม่ลองคุยกับมันวะ”
“ทำไมกูจะไม่ลองคุยกับมัน กูคุยกับมันจนประสาทจะเสีย มันเสือกตอบกูแค่ว่า ‘ไม่’จะพูดอะไรแต่ละอย่างกับมันกูนี่ต้องควบคุมสติสุดๆ” ฮ่าๆ สม คนอย่างพี่มึงต้องเจอคนอย่างมันอ่ะถูกแล้ว
“มึงเป็นบัดดี้มันนี่น้ำ ถ้าอยากให้มันมายืนจุดนี้แทนมึง มึงก็ต้องจัดการเอง” พี่เม่นมันเริ่มเบิกทางให้ผมแล้วครับ
“เอ้อ ถ้ามึงทำให้มันลงประกวดแทนมึงได้ กูจะไม่ยอมให้ใครมาบังคับมึงลงประกวดเลย” แล้วกูจะไปทำยังไงกับมันได้ ขนาดพี่มึงเป็นลุงรหัส มันยังไม่ฟัง แล้วกูเป็นใคร วอททท มึงรู้ใช่มั้ยพี่นนท์ว่ากูต้องทำไม่ได้มึงเลยยื่นข้อเสนอนี้มา ห่าพี่มึง
“งั้นเอาตามที่นนท์บอกแล้วกัน” พี่แพทแกก็เห็นดีเห็นงามกับเค้า แล้วผมล่ะเหลือทางเลือกอะไรนอกจากแบกหน้าไปขอร้องอ้อนวอนมัน ไม่รู้จะได้ผลหรือได้ตีนไอ้แต็งค์เลย

เมื่อพี่เป็กแกให้เวลาผมจัดการโน้มน้าวไอ้แต็งค์ภายในหนึ่งชั่วโมงเพราะตัวแทนจากสาขาต่างๆเริ่มโวยวายแล้วที่ต้องไปยืนหน้าด้านข้างด้านหน้านานเกินไป ผมเลยต้องวิ่งแหวกตีนเพื่อนสาขาอื่นไปหาไอ้แต็งค์เพื่อทำภารกิจ

“แต็งค์”
มันหันมามองผมด้วยความสงสัย แล้วทำสีหน้าเป็นเชิงบอกว่า มีอะไรกับกู
“คือกู..” ขอเวลาสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อน “อยากให้มึงช่วยอะไรหน่อย” ตอนนี้ผมลุ้นกับสีหน้ามันมาก ลุ้นยิ่งกว่าตอนแกะซองอังเปาของปู่อีก
“ช่วย?” มันพูดสั้นๆขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มึงช่วยประกวดเดือนคณะได้มั้ยวะ” สีหน้ามันไม่แสดงความรู้สึกใดๆตามเดิม
“ประกวดแทนมึง” ไอ้ห่านี่ฉลาด รู้ทันกูอีก
“ใครบอก ความหล่อมึงทะลุตาพวกรุ่นพี่ไง เค้าเลยให้กูมาลองโน้มน้าวมึงเนี่ย” ตอนนี้ลูกกะตามันกำลังบอกผมว่า ไม่เชื่อ
“ปลอม” นั่นไง
“ช่วยกูหน่อยดิ้”
“ทำไมกูต้องช่วย” ถามมาแบบนี้ผมก็ต้องจัดเหตุผลแจ่มๆให้มันซักข้อ
“ก็เราเป็นบัดดี้กันไงมึง มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันไม่ใช่หรอวะ ถ้ามึงยอมลงประกวดนะ กูจะตามเป็นเบ๊มึงดูแลมึงอย่างดีทุกย่างก้าว จะตามติดมึงไม่ให้ห่างตูดจนกว่ามึงจะประกวดเสร็จเลยบัดดี้” น้ำเสียงกับสีหน้าผมตอนนี้บอกได้เลยว่าตอแหลกว่าตอนไอ้เหน่งมันว่าผมคือเพื่อนรักมันอีก
“เหอะ” สีหน้ามึงนี่ไม่ให้ความหวังกูเลย
“จริงๆนะเว้ย”
“ทำไมมึงไม่ประกวดเอง” มึงก็ขยันหาเหตุผลจากกูจัง
“กูไม่อยากเป็นจุดสนใจ ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใคร ไม่อยากถูกคุกคามความเป็นส่วนตัว”
“เหมือนกัน” คำตอบของมันทำให้ผมอ้าปากเหวอครับ เพราะมันบ่งบอกเลยว่ามันจะไม่ช่วยผม แต่ผมก็เข้าใจครับ ทุกคนก็หวงความเป็นส่วนตัวกันทั้งนั้น ผมคงต้องแบกหน้าบางๆของตัวเองกลับไปรับชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยงอีกตามเคย
“อือกูเข้าใจแล้ว” หงอยสิกู
“อือ”
“มันคงเป็นชะตากรรมของกู” เข้าซีนดราม่าละครไทยอีกกู “มันก็คงไม่แย่จากเดิมเท่าไหร่หรอกมั้ง กูอาจจะต้องถูกคุกคามพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าเดิมนิดหน่อย อาจจะต้องทำตัวผลุบๆโผล่ๆมากกว่าเดิมขึ้น อาจจะต้องรับมือกับพวกที่แวะเวียนอยากจะมาสร้างความสัมพันธ์ที่มากกว่าคนรู้จัก ถ้าเป็นพวกผู้หญิงก็พอจะรับมือไหวอยู่ แต่ถ้าเป็นพวกผู้ชายหนุ่มวายนี่กูไม่รู้จะรับมือยังไง แต่ก็ช่างเหอะกูเตรียมใจไว้แล้ว” พูดจบผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ กำลังจะย้ายส้นตีนออกมา แต่ไม่ทันได้ออกไปไหน ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ยาวๆของอีกคน
“เดี๋ยวกูจะประกวดแทนมึงเอง”
“ห๊ะ!!” น่าระรื่นเลยครับ เหมือนสวรรค์มาโปรด
“ไม่พูดซ้ำ” จ้า พ่อคุณ
“กูขอบใจมึงมากเลยเว้ย ที่บอกว่ากูจะเป็นเบ๊มึงตลอดจนประกวดเสร็จกูพูดจริงนะกูจะดูแลมึงอย่างดีแบบมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยว่ะบัดดี้สุดที่รักของกู” มันไม่พูดอะไรต่อนอกจากพยักหน้ายอมรับชะตาหายนะต่อจากผม คริคริคริ
แล้วผมก็ย่างตีนกลับมาหาพวกพี่ๆสุดที่รักที่รอคำตอบอยู่ ด้วยสีหน้ามีความสุขแบบสุดๆ

จากนั้นไอ้แต็งค์มันก็เดินลากตีนไปอยู่ด้านหน้าตรงที่เค้าจะทำการคัดเลือกดาวเดือนคณะ เพื่อเป็นตัวแทนของเอกโยธา เรียกเอาบรรดาเสียงกรี๊ดวีดว๊ายจากสาวๆชาวคณะไปเพียบ

“มึงไปพ่นลมอะไรใส่มันวะ มันถึงยอม” พี่นนท์มันทำหน้าเป็นหมางงโชว์ผม
ผมได้แต่ยกไหล่ ยักคิ้วใส่พี่นนท์มัน
“แล้วเอกไฟฟ้าจะส่งใครล่ะพี่” รุ่นพี่ที่คอยดูแลเอกผมเดินเข้ามาถามพี่เป็กอย่างเร่งเอาคำตอบ ส่วนพี่เป็กก็หันมามองผมพร้อมกับส่งสายตาเป็นนัยๆว่าเอายังงัย ผมจะทำอะไรได้นอกจากยกไหล่กับยักคิ้วบอกแกเป็นนัยๆว่า ‘กูรอดแล้วอย่ามายุ่งกับกู’
“ไอ้เหน่ง มึงไป!!”
“ห๊ะ!!” ไอ้เหน่งมันทำหน้าเหวอได้ซักพัก พี่เป็กแกก็เอาตีนสะกิดตูดมันเบาๆให้มันลุกขึ้น คริคริคริ หวยเลยไปออกที่ไอ้เหน่งเพื่อนรักทันที
.
.

ใช้เวลายาวนานกันเกือบห้าชั่วโมงในการคัดเลือกดาวเดือนคณะ ไม่ยาวได้ไงล่ะก็รุ่นพี่แม่งมัวแต่พากันแซวโห่หิ้วว พวกที่ประกวดกัน กว่าได้แสดงความสามารถ กว่าจะได้คัดเลือกกันจริงๆ เห็นแล้วเหนื่อยแทนไอ้แต็งค์มันครับ นี่มันก็ยืนหน้านิ่งเป็นรูปปั้นหินปูนลากยาวมาตั้งแต่บ่ายสองจนเกือบห้าโมงเย็นแล้ว

สรุปก็มันนี่แหละ เสือกชนะ ได้เป็นตัวแทนคณะไปประกวดเดือนมหาลัยต่อ โดยที่ไม่ต้องแสดงความสามารถห่าเหวอะไรเลยแค่ยืนหน้านิ่งๆอยู่เฉยๆ ความหล่อของมันก็ชนะทุกคนที่ยืนเรียงรายกัน แม้กระทั้งไอ้เหน่งเพื่อนรักของผมก็ไม่มีโอกาสได้เกิด

ได้ตัวดาวเดือนคณะแล้ว พวกรุ่นพี่ก็ทำการถีบหัวส่งพวกปีหนึ่งทันที รอไรล่ะครับ ก็วิ่งสิ!!!

“น้ำ” อีกและ ผมที่ยังไม่ทันจะก้าวตีนออกจากคณะ ก็ต้องหมุนตูดไปหาต้นเสียง
“ไร”
“พรุ่งนี้”
“กูรู้แล้ว กูไม่ผิดคำพูดหรอก”
“ดี”คอนเซปประหยัดคำพูดของมันนี่ขอซื้อทิ้งได้มั้ยวะ
แล้วผมกับมันก็แยกย้ายกัน
.

22.30 น.

ตึ๊ง!!

Teetuch Thank
พรุ่งนี้ตอนเย็น กูมีถ่ายรูปโปรโมท
Nutnatee Keartphibun
เค
แล้วต้องให้กูไปรับมึงถึงหน้าช็อปเลยป้ะ?
Teetuch Thank
ได้ก็ดี
Nutnatee Keartphibun
กี่โมง
Teetuch Thank
16.00 น.
Nutnatee Keartphibun
OK

.
.
ผมก้มมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ที่มันกำลังบอกเวลา 15.50 น.

“เดี๋ยวกูไปรับไอ้แต็งค์ก่อนนะ” ผมหันไปบอกไอ้เหน่งเพื่อนรักที่กำลังมุ่งมั่นกับการตอบแชทสาวๆอยู่
“มันไปเองไม่ได้หรอวะ” เป็นไอ้โชคที่วิ่งกระเสือกระสนมาเสือกเรื่องของผม
“ก็กูตกลงกับมันแล้ว ว่าจะคอยดูแลตามติดตูดมันยันจบการประกวด”
“เออแต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมันจะยอมประกวดแทนมึง” ไอ้เหน่งเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมาถามผม
“แต่ก็ต้องเชื่อว่ะ กูไปล้ะ ฝากบอกไอ้สามตัวด้วย”




โดย อีช้อย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 3.1
« ตอบ #9 เมื่อ: 19-08-2021 14:04:36 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 3.2
«ตอบ #10 เมื่อ19-08-2021 14:19:10 »

Episode 3 เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ (2/2)




รถผมเคลื่อนมาจอดรอที่หน้าช็อปโยธา เพื่อมารอบัดดี้ผู้เสียสละรับหายนะแทนผม

ปึก (เสียงเปิดประตูรถ)
“กูขับเอง” อ่ะ ผมก็ต้องย้ายตูดไปนั่งเบาะข้างคนขับ ต้องตามใจมันครับ ขัดใจไม่ได้ เดี๋ยวมันจะจับผมลงประกวดแทนมัน
“มึงกินไรมายังวะ”
“ยัง”
“ดีเลย กูซื้อของมาไว้เทคมึงตอนถ่ายรูป เพียบ” แล้วผมก็เอื้อมมือไปหยิบแซนวิชไส้กรอกแฮมจากเบาะหลังมายื่นให้มัน
“มือไม่ว่าง” ผมเลยจัดการป้อนให้มันซะ ป้อนทั้งแซนวิชป้อนทั้งน้ำ ดูแลประหนึ่งผมคลอดมันออกมา
“ถ่ายรูปใช้เวลานานป่าววะ”
“ไม่รู้” มันหันมามองหน้าผมแถมยังจะเลิกคิ้วกวนส้นตีนใส่ผมหนึ่งจึก “รอไม่ได้?”คำถามเชิงจิตวิทยา ให้ผมเดามันกำลังลองใจผมอยู่แน่ๆ ว่าผมเนี่ยจะทำตามที่พูดได้จริงมั้ย
“ถึงกูจะไม่เคยดูแลเทคแคร์ใคร แต่ถ้าเป็นมึงกูจะทำให้ดีที่สุด” พูดจบผมก็ยักคิ้วทำหน้ากวนส้นตีนใส่มัน บางทีก็อยากจากอ้วกกับคำพูดตัวเอง
“เหอะ” มันหันมาทำหน้าแบบ กูไม่เชื่อ ใส่ผม ใช่ ผมยังไม่เชื่อตัวเองเลย ฮ่าๆๆ
ผมกับมันพากันมาถึงสถานที่ ที่รุ่นพี่นัดไอ้แต็งค์มันมาถ่ายรูปโปรโมท ที่ถ่ายมีเยอะแยะเสือกนัดกันมาถ่ายตรงสะพานข้ามแม่น้ำ เสี่ยงตกน้ำตายไม่พอ เสี่ยงโดนรถชนตายกันอีก เอาอะไรคิดกันวะน่ะ
“อร๊ายยย น้องน้ำมาด้วยหรอ” ตั้งแต่มาเสียงกรี๊ดวีดวิ้วนี่ไม่เคยหยุดระงม อยากจะถามมากอะไรกัดตูดกันรึไง แต่ทำไม่ได้
“มาเป็นเพื่อนแต็งค์มันครับ” ตอบเสร็จผมก็ส่งรอยยิ้มที่คิดว่าพิมพ์ใจไปให้คนถาม พลางหันไปมองไอ้แต็งค์ที่มันกำลังแอคอาร์ทสมาร์ทคอนเทนเป็นนายแบบอยู่ หน้ามันตอนนี้เหมือนพร้อมลาตายจากโลกสุดๆ

“แต็งค์ ยิ้มซักหน่อยดิวะ” เสียงตากล้องโหวกเหวกโวยวาย ในขณะที่รุ่นพี่หลายคนกำลังบังคับให้ไอ้แต็งค์มันยิ้ม เป็นภาพผมเห็นแล้วอดขำไม่ได้ เหมือนแม่กำลังบังคับลูกน้อยวัยหนึ่งขวบให้ส่งยิ้มหวานแจกคนนั้นทีคนนี้ที
“น้ำ ช่วยหน่อยดิ” รุ่นพี่คนหนึ่งเดินทำหน้าทำตาสุดแสนจะเซ็งเข้ามาหาผม
“ช่วยอะไรพี่”
“ทำให้แต็งค์มันยิ้มหน่อย ซักนิดก็ยังดี”
“ผม” ผมเอานิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นมาชี้หน้าตัวเอง
“ใช่ ขืนเป็นแบบนี้ต่อนะ ถ่ายยันสี่ทุ่มก็ไม่ได้รูปหรอก จะเอารูปหน้านิ่งๆไปทำรูปโปรโมทมันก็จะยังไงๆอยู่ นี่พี่แอบไปเห็นรูปโปรโมทคณะอื่นมา เห็นมีแต่แข่งกันแจกยิ้มโชว์เหงือกแห้งๆทั้งนั้น”
“พี่เป็นรุ่นพี่ มันยังไม่ฟังเลย ฮ่าๆ”
“พี่แค่รุ่นพี่ แต่น้ำเป็นเพื่อน ดูแล้วก็คงสนิทกันมากด้วย” หรอวะ ดูตรงไหน “ถ้าไม่สนิทคงไม่มาด้วยกันหรอกมั้ง”ใช่ครับผมจะไม่ไปไหนมาไหนกับคนที่ไม่รู้จัก แต่นี่ผมมีพันธะสัญญาเบาริงฉบับพิเศษกับมันไง จะอึกอักบอกว่าไม่สนิทออกไปเดี๋ยวพี่แกจะถามต่ออีกว่า แล้วมากับมันทำไม จะบอกความจริงก็กลัวจะโดนมองว่าไม่รักคณะอีก เลยต้องทำหน้าอือออ กรรมเวรจริง
“ผมจะลองดูนะพี่”

พอผมรับปากพี่แกก็ลากผมไปยืนข้างๆตากล้องเพื่อเป็นเหยื่อล่อให้ไอ้แต็งค์มันยิ้ม ดูแล้วเหมือนไอ้แต็งค์เป็นหมา แล้วผมเป็นลูกบอลเล็กๆน่ารัก ที่เอาไว้หลอกล่อให้หมามันทำในสิ่งที่ต้องการยังไงก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ ผมต้องทำให้มันยิ้มไม่งั้นผมต้องรอมันจนเฉาตายพอดี ไม่รู้ว่าชาตินี้ทั้งชาติมันเคยยิ้มออกมาบ้างมั้ย ยิ้มตอนไหน ตอนแปรงฟันรึป่าว หรือตอนที่ไปหาหมอฟันแล้วเค้าขอตรวจฟันมัน

“แต็งค์” มันหันมามองผมด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ดูก็รู้ว่ามันอยากกลับแล้ว
“ไร”
“มึงมองหน้ากูแล้วทำตามนะ” พูดแล้วผมจัดการทำหน้ายิ้มหล่อ ยิ้มสดชื่น ยิ้มกระชากใจ สารพัดจะยิ้มให้มันทำตาม มันก็ทำตามนะครับ แต่ส้นตีนเถอะ กูทำหน้าทุเรศขนาดนั้นเลยหรอวะ สีหน้าของมันที่แสดงออกมานี่ไม่ได้เกรงใจใบหน้าหล่อเหลาลูกรักพระเจ้าของมันเลย ยิ่งดูยิ่งอยากเอาหัวโหม่งสะพาน หรือไม่ก็ดิ่งลงน้ำไปเลย มึงยิ้มหรือมึงเบ่งตดวะ
“ไอ้แต็งมันเล่นตลกอะไรโชว์เราวะ คริคริ” พี่ตากล้องแกหันมากระซิบกระซาบกับผม กลัวพูดโต้งๆไปมันจะเตะก้านคอเอา
“ไอ้แต็งค์ มึงนี่เป็นห่าอะไรยิ้มยากยิ้มเย็นจัง แค่มึงยิ้มเนี่ยโบทอกซ์ที่หน้ามึงมันไม่บูดหรอก รึจะต้องให้กูเล่นตลกโชว์” ผมพูดบอกมันไปหน้าตาก็หงิกงอยู่ยี่รำคาญใจมันสุดๆ ว่าแล้วเลยจัดหน้าแลบลิ้นปลิ้นตา ตาเข ตาเหล่ แลบลิ้น เหลือกตาใส่มัน

เอ้า

มันเสือกยิ้ม

แชะ

แชะ แชะ แชะ

พี่ตากล้องก็เลยจัดการรัวชัตเตอร์ซะ คงจะเป็นร้อยรูปเลยล่ะ

ถ่ายรูปโปรโมทกันเสร็จไอ้แต็งมันก็จัดการถีบหัวส่งพวกรุ่นพี่เลยครับ บอกว่าหิวข้าวแล้วมันก็ลากผมดิ่งๆมาที่รถแล้วก็ขับรถดิ่งไปหาอะไรยัดห่ากัน ทั้งๆที่ขนมก็อยู่เต็มเบาะหลัง แต่เสือกเรื่องมากจะไปร้านข้าว

“หน้ามึง” มันเปิดประเด็นมาคงจะเพราะภาพติดตาการแลบลิ้นปลิ้นตาของผม ซึ่งเชื่อว่าคงติดตารุ่นพี่อีกหลายคนที่มาด้วย
“ก็มึงไม่ยิ้ม กูก็ต้องหาวิธีทำให้มึงยิ้ม ไม่งั้นถ่ายยันเที่ยงคืนก็ไม่ได้รูปหรอก”
“อือ” ผมหันไปมองมัน เห็นเพียงแค่ใบหน้าด้านข้างที่กำลังอมยิ้มเล็กน้อยคงเพราะภาพติดตายังไม่หาย มันในตอนนี้ดูหล่อมากกว่าทุกวันที่ผ่านมา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเป็นเพราะว่ารอยยิ้มนั้นของมันยังติดตาผมอยู่ ตุบ ตุบ ตุบ
.
.

หลังจากกินข้าวกันเสร็จก็ปาไปเกือบสามทุ่ม มันเลยต้องรีบบึ่งรถกลับมาที่มหาลัยเพราะรถมันจอดทิ้งไว้ที่นั่น
“ขับรถดีๆ” มันหันมาบอกผมแล้วก็ลงจากรถไป ส่วนผมก็พยักหน้ารับรู้ตอบมัน แล้วก็เคลื่อนย้ายตัวเองมาเบาะคนขับ
“ฝันดีมึง” ผมลดกระจกรถลงแล้วยื่นหน้าออกไปบอกมัน
“ฝันดี”
.
.


“หอบอะไรพะรุงพะรังกันแต่เช้าวะ” ไอ้เทมส์มันเดินเข้ามาทักผมกับเหน่ง มือก็พลางลูบๆคลำๆของที่ผมถือมา
“ของเทคไอ้แต็งค์”
“นี่มึงซื้อมาเทค รึมาถมมันวะ”
“จะเทครึถมก็ช่างหัวมันเถอะ มึงมาช่วยกูถือดิ้ แม่ง” ไอ้เหน่งมันบ่นอุบอิบแบบนี้มาตั้งแต่ยกตูดขึ้นรถผมมาล้ะ “เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะเอารถมาเอง ดูสิมันจะระยำมาใช้กูถืออีกป่าว”
“เพื่อนป้ะ” ยักคิ้วใส่มันสองจึ้ก ก่อนจะพากันย่างตีนไปหาไอ้แต็งค์



“ยกโขยงกันมาขนาดนี้ จะมาสู่ขอไอ้แต็งค์กัน?” ดูไอ้บิวมันทัก
“เออมีแต่ขันหมากนะ ส่วนสินสอดขอติดไว้ก่อน” คนอย่างไอ้บิวต้องเจอไอ้แคมป์ถึงจะกวนตีนกันสมน้ำสมเนื้อ

ผลั๊วะ!!

ฝ่ามือพิฆาตของผมถูกวางบนหัวไอ้แคมป์ทันทีที่มันพูดจบ
“ทำไรวะ” ผมเดินมาหย่อนตูดลงนั่งข้างๆไอ้แต็งค์เห็นมันกำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารอะไรก็ไม่รู้
“งาน” มันหันมามองผมที่ยื่นถุงขนมให้ มันรับไปวางไว้แล้วก็ทำงานต่อ มันนั่งทำอย่างมุ่นมั่น ไอ้แต็งในเวลาที่ตั้งใจทำอะไรมันดูมีเสน่ห์มากๆเลยครับ ขนาดผมเป็นผู้ชายผมยังนั่งมองมันจนเพลินตา จนลืมเวลาเรียนไปเลย
“น้ำ เข้าเรียนกันได้แล้วไอ้ห่า”
“เออๆ” แล้วผมก็หันไปหาไอ้แต็งค์ “กูไปนะ” มันหันมาพยักหน้าตอบรับ จากนั้นผมก็ดิ่งตื่นไปเรียนทันที



“แต็งค์ ข้าวมึง” ผมตะโกนเรียกไอ้แต็งค์ที่ยืนเสนอหน้าอยู่ทางเข้าโรงอาหารคณะ วันนี้ผมตั้งใจว่าจะทำหน้าที่บัดดี้ที่แสนดีให้มันบ้าง เลยจัดการหาข้าวหาน้ำมารอมันตั้งแต่นาฬิกาตีเวลาเที่ยงเป๊ะ มันเดินขมวดคิ้วมาหาผมแล้วก็หย่อนตูดลงก่อนจะหันไปบอกเพื่อนมันให้ไปหาข้าวกิน แล้วหันมาขมวดคิ้วหน้านิ่วใส่ผมต่อ
“เป็นไข้”มันเอามือมาวางไว้บนหน้าผากผม ผมเลยดึงมือมันออก
“ก็กูบอกว่าจะดูแลมึงอย่างดีไง ลืม?”
“มึงไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้ เหอะๆ” ขนาดหัวเราะมึงยังประหยัดเสียง
“เออน่า กูเต็มใจ”

พอกินข้าวกันเสร็จผมกับมันก็แยกย้ายกัน

ตลอดเวลา 3 -4 วันที่ผ่านมา ผมทำหน้าที่ดูแลมันอย่างดี ดีสำหรับผมนะเพราะผมไม่เคยทำให้ใครเลยไม่รู้ว่ามันดีรึป่าว ผมคอยซื้อข้าว น้ำ ขนม ไปบริการมันตลอดเช้าเที่ยง หรือบ่ายถ้ามันมีเรียนถึงบ่าย มันไปซ้อมเดินประกวดเดือน ผมก็ตามตูดมันไปตลอดแม้กระทั้งเสาร์อาทิตย์ ตามไปเป็นเบ๊มันอย่างที่เคยพูดไว้ ผมคิดว่าการที่ได้ดูแลใครซักคนมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก มั้ง และที่ตามมันต้อยๆเนี่ยก็หวังอยากรู้ว่ามันจะแสดงความสามารถอะไรโชว์ แต่ไอ้แต็งค์เหมือนมันจะรู้ว่าผมกำลังเสือกอยู่ เลยกั๊กไว้ บอกแค่ว่าซ้อมไว้แล้วให้ผมคอยดูพร้อมคนอื่นทีเดียว
 
จนกระทั้งวันประกวดดาวเดือนมหาลัยมาถึง

ผมก็ยังตามติดตูดดูแลมันอย่างเคย

บรรยากาศในห้องเตรียมตัวของผู้เข้าประกวดเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทุกคนงุ่นง่านอยู่กับการแต่งหน้าทำผม ซ้อมพูดซ้อมเดิน ส่วนไอ้แต็งค์ก็ถูกเพื่อนๆสุดที่รักของมันจับล็อกคอแต่งหน้า มันก็งอแงเป็นเด็กไปเลยครับ อีกนิดคงจะยกตีนเตะก้านคอช่างแต่งหน้าแล้ว

“หล่อชิบหายไปเลยมึง” ไอ้บิวเอ่ยชมมัน แต่มันนี่หน้าตาบ่งเลยบอกว่าไม่พอใจกับการถูกแต่งหน้า
“ชิบหายนี่มันดีรึไม่ดีวะ” ไอ้โต้งเอ่ยทักท้วงก่อนที่จะโดนมือหยาบๆของไอ้อาร์ตโบกไปหนึ่งที มันก็นั่งเถียงกันพร้อมกับอวยไอ้แต็งค์ไป เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้ไอ้แต็งค์ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งมองใบหน้าหล่อๆของมัน ที่พอยิ่งแต่งหน้ายิ่งดูดีเข้าไปใหญ่ จนผมอยากเห็นแล้วว่ามันจะโชว์ความสามารถพิเศษอะไร

จนผู้เข้าประกวดของคณะต่างๆเริ่มทยอยขึ้นแนะนำตัวกัน เรียกเสียงกรี๊ดวีดว๊ายจากคนในหอประชุมมหาลัยเพรียบ นี่ก็คงกรี๊ดกันจนคอแทบแตก

จนถึงคิวของการแสดงความสามารถพิเศษ คนแล้ว คนเล่าผ่านไป จนมาถึงคิวของวิศวกรรม ไอ้แต็งค์มันก็เดินลากตีนหน้านิ่งๆขึ้นไปบนเวที ชุดไม่เปลี่ยน อุปกรณ์ในการแสดงไม่มี แล้วมันจะโชว์อะไร วอททท พวกรุ่นพี่ก็พากันประสาทเสียเพราะไม่รู้ไอ้แต็งค์มันจะทำอะไร จนพิธีกรเอ่ยถามมัน
 
“น้องแต็งค์จะโชว์อะไรดีคะ”
“ร้องเพลงครับ” หน้านิ่งๆตึงโบท็อกซ์ไปอีก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

สายสปอยของไอ้แต็งค์เริ่มพากันแหกปากแหกคออีกระรอก

“เดี๋ยวสาวๆช่วยเงียบๆกันก่อนนะคะ น้องแต็งค์จะได้เริ่มร้องเพลง” พอพูดจบเธอก็ยิ้มหวานแจกลงมาหน้าเวทีแล้วหันไปถามไอ้แต็งค์ต่อ “น้องแต็งค์จะร้องเพลงอะไรคะ”
“เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ครับ”

กรี๊ดดดดดดดดด

“ขอดนตรีค่ะ” พิธีกรหันไปบอกทางรุ่นพี่ที่ควบคุมระบบเสียง แต่ดนตรียังไม่ทันขึ้นไอ้แต็งค์มันก็เอ่ยขัดซะก่อน
“เดี๋ยวครับ” มันหันมามองผมที่ยืนอยู่กับเพื่อนมันตรงเสาริมหอประชุม “เพื่อนผมจะเป็นคนเล่นดนตรีให้ครับ”กรี๊ดดดดดด
“ใครวะ มึงหรอ” ผมหันไปถามไอ้บิวไอ้โต้งไอ้อาร์ต
“พวกกูเล่นห่าไรเป็นที่ไหนล่ะ” ไอ้อาร์ตมันเอ่ยตอบผม ผมเลยหันกับไปที่เวทีเหมือนเดิม ไอ้แต็งค์มันยังคงมองมาที่ผมอยู่ ก่อนที่มันจะพูดใส่ไมค์ว่า

“น้ำ”

ชัดเลยไอ้ห่าแต็งค์ ผมได้แต่เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างขึ้นมาชี้หน้าตัวเองเพื่อเป็นการบอกว่า กูหรอ แต่ก็ได้คำตอบมาเป็นสายตาว่าใช่ จากนั้นสายตากดดันจากคนทั้งหอประชุมหันมาที่ผมแล้วก็

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

จบงานต้องมีผ่าตัดกล่องเสียงกันบ้างล่ะ

“อ่ะ” เป็นลุงรหัสมันที่วิ่งหน้าแรดๆเอากีตาร์มายื่นให้ผม ไอ้ห่าต้องมึงแน่พี่นนท์ที่บอกมันว่ากูเล่นกีตาร์ได้ ไอ้นี่ก็ลงเหวคนเดียวไม่ได้ ต้องลากกูไปอีก หาเรื่องให้กูกันจริงๆ พวกเลว
“กูไม่ประกวดก็หาเรื่องให้กูยกตีนขึ้นเวทีกันจนได้” ผมหันไปบอกไอ้พี่ชายตัวดี มันก็ยืนยิ้มกริ่มยื่นมือมาดันหลังผมให้ออกไป ผมอยากจะทุ่มกีตาร์ในมือทิ้ง อยากวิ่งหนีกลับคอนโดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทำไม่ได้ เพราะนอกจากสายตากดดันของคนในหอประชุม ยังมีสายตากดดันของพวกรุ่นพี่ในคณะ รวมไปถึงพี่เม่น พี่แพท พี่เป็ก สายรหัสผมเอง ที่ร่วมวงกดดันกันกับเค้าด้วย

ผมทำอะไรไม่ได้เลย

นอกจากดิ่งตีน ถือกีตาร์ เดินไปขึ้นเวทีท่ามกลางเสียง

กร๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

วีดวิ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววว

วิ้วพ่อง

พอขึ้นมาบนเวทีก็มีทีมงานจัดเตรียมเก้าอี้ไว้ให้พร้อม ผมก็หย่อนตูดลงปรับจูนกีตาร์อยู่ประมาณห้านาที แล้วหันไปหาไอ้ตัวดีต้นเรื่องที่โชว์ยิ้มสแยะแบบตัวร้ายในละคร มึงนี่มัน!!!

“ประกวดเสร็จกูจะตัดสายบัดดี้มึง”
“เหอะ”

ผมเริ่มบรรเลงกีตาร์ ขึ้นอินโทรซักพัก แล้วหันไปมองไอ้แต็งค์ที่กำลังเอาไมค์จ่อปาก เตรียมเปล่งเสียงร้อง

ดาวนับล้านที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า
จะมีไหมหนาที่ลอยอยู่เองเฉยเฉย
ไม่ยอมโคจรหมุนไปไหนเลย
ไม่เคย ไม่เห็นเลยสักดวง


มันหันมามองผม พร้อมกับรอยยิ้ม ยิ้มที่สดใส สว่างไสวเหมือนแสงแดด เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆ

ดาวของฉันเธอว่าห่างไกลลิบลิบ
แต่ดาวไหนไหนมันก็อยู่ไกลกันทั้งนั้น
ดาวของเธอฉันว่าก็เหมือนกัน
กี่ปีแสงนั้นอย่านับเลย


เสียงร้องของมันนุ่มละมุนกว่าเสียงพูดของมันมาก จนทำให้ผมตกอยู่ในภวังค์ แต่ก็ต้องเรียกสติกลับมาเพื่อสนใจคอร์ด

เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน
ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร
เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน
เปลี่ยนไปจากเดิม
เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจให้ใกล้กัน
เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน


ผมไม่รู้ว่ามันเลือกเพลงนี้เพราะอะไร เพราะมันร้องง่าย หรือเพราะคอร์ดมันง่าย ผมน่าจะเล่นให้มันได้

ดาวนับแสนที่มีวงแหวนนับร้อย
ทั้งดาวเคราะห์น้อย ดาวฤกษ์ลอยคว้างคว้าง
ดาวทุกดวงนั้นย่อมจะแตกต่าง
มีเส้นทางหมุนของตัวเอง
ปาดับปา ปาดับปา
เมื่อดาวโคจรมาเจอะกัน
ฤดูก็เปลี่ยนผัน การหมุนก็ผันแปร
เมื่อเธอกับฉันมาเจอะกัน ชีวิตก็เปลี่ยนผัน
เปลี่ยนไปจากเดิม…
เปลี่ยนจังหวะหมุนของหัวใจให้ใกล้กัน


ผมหันไปสบตามันอีกครั้ง ปากก็เผลอ พึมพรำเพลงตามมัน

เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน
แล้วผมก็ยิ้ม ยิ้มแบบไม่รู้ตัว
ผมไม่เคยรู้สึกยินดีซักครั้งที่ต้องมาอยู่ท่ามกลางสายตาคนเยอะๆแบบนี้ ไม่เคยชอบเลย
หมุนรอบฉัน ฉันเธอหมุนรอบเธอ (ดาว ดาว)
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง (ดาว ดาว)
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ (ดาว ดาว)
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน (ดาว ดาว)
ดาดาดา โอ้ (ดาว ดาว)
ลาลันลา ลาละลาลันลา (ดาว ดาว)
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า (ดาว ดาว)

(ขอขอบคุณเพลง เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ - สครัป)

แต่วันนี้ผมกลับชอบ ชอบความรู้สึกนี้ที่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ ตรงท่ามกลางสายตาของคนหลายพันคน
เพราะอะไรอ่ะหรอ
.
.



ผมเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เหมือนกัน




โดย อีช้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26-08-2021 10:52:34 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 4
«ตอบ #11 เมื่อ26-08-2021 10:50:34 »

Episode 4 โอ๊ย โอ๊ย

หมุนรอบฉัน ฉันเธอหมุนรอบเธอ (ดาว ดาว)
แต่สองดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง (ดาว ดาว)
เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ (ดาว ดาว)
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามให้แก่กัน (ดาว ดาว)
ดาดาดา โอ้ (ดาว ดาว)
ลาลันลา ลาละลาลันลา (ดาว ดาว)
และสองดาวยังเปล่งแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า (ดาว ดาว)


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

“ขอเสียงปรบมือให้กับน้องทั้งสองคนด้วยค่ะ”
แปะ แปะ แปะ
ขณะที่ผมกำลังจะเปิดตูดหนี แต่พิธีกรสาวสวยกลับส่งเสียงรั้งผมไว้ก่อน เวรละ
“เดี๋ยวค่ะน้องน้ำ” รั้งแค่เสียงไม่พอ เธอยังเดินมาฉุดแขนผมให้ไปยืนข้างไอ้แต็งค์ “ขอพี่สัมภาษณ์หน่อยนะคะ”พร้อมส่งสายตากดดันมาที่ผม

ตุบ ตุบ ตุบ

“ครับ” คงทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับชะตากรรม

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

“ช่วยเบาเสียงกันก่อนซักพักนะคะ” เธอพูดไปก็แจกยิ้มลงไปที่ด้านล่างเวที แล้วหันมาพูดกับไอ้แต็งค์และผมต่อ “ถ้าพี่เป็นรุ่นพี่ในคณะพี่คงลำบากใจมากเลยนะคะ ที่ต้องเลือกให้ใครเป็นตัวแทนคณะ ระหว่างน้องน้ำ กับ น้องแต็งค์ เนี่ย”
“ไม่อยากเลือกเลย อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน”
อ่ะ เสียงแซวกระหึ่มจากด้านล่างเวที
“’งั้นพี่ขอถามเลยนะคะ” ให้เร็วเลยพี่ ผมรีบ “น้องน้ำกับน้องแต็งค์นี่เป็นเพื่อนกันจริงมั้ยคะ” ผมกับไอ้แต็งค์ขมวดคิ้วมองไปที่พี่แก ก่อนที่พี่แกจะพ่นออกมาอีกประโยค “ก็พี่เห็นสายตาที่น้องมองกันตอนร้องเพลงมันหวานหยาดเยิ้มมากเลยน่ะค่ะ”
อร๊ายยยยยยยยย

วอท เดอะ ฟัค อะไรทำให้พี่คิดแบบน้านนน
 
“เพื่อนกันครับ” พูดจบผมหันไปขอความช่วยเหลือจากไอ้แต็งค์ ให้มันถีบหัวส่งผมลงเวทีซักที
“เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อรึป่าวคะ” เหี้ยยยย พี่พอเถอะ กูขอร้อง ปล่อยกูกลับหลุมกูไปซักที๊
“เพื่อนสนิท”
กรี๊ดดดดด
อ่ะไอ้แต็งค์ ไอ้นี่มันก็ไปหาต่อความกับเค้าอีก

“เอ่อ พี่ครับ ผมลงไปได้ยัง”
กรี๊ดดดดดดดดดดดด
นี่ก็อะไรกันนักหนา จะกรี๊ดกันให้คอหอยพังเลยรึไง

“แหม น้องน้ำก็ งั้นขอเสียงกรี๊ดส่งท้ายสองหนุ่มของเราหน่อยค่ะ”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กว่าจะผ่านช่วงเวลาแห่งขุมนรกบนดินนั้นได้ เล่นเอาผมปาดเหงื่อจนตะคริวกินมือ และผลการประกวดดาวเดือนในวันนั้นไอ้แต็งค์มันชนะครับ มันคว้าตำแหน่งเดือนมหาลัยมาอย่างงงๆ แต่ที่ไม่งงก็คงเป็นพวกรุ่นพี่ในคณะที่มื่นชื่นกันถ้วนหน้า ว่าก็ว่าเถอะครับ สำหรับผมก็คิดว่าไอ้แต็งค์ยังงัยมันก็ชนะก็ดูคะแนนความนิยมมันสิครับ เดินไปไหนก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดให้ระงมทุกหนทุกแห่ง ไม่รู้ว่าที่กรี๊ดๆกันเนี่ยเพราะมันหล่อกระชากใจรึไปกระชากสร้อยเค้ามา เหอะ เหอะ
 
ตึ้ง (เสียงแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นเฟชบุ้ค)

Nonnatee Keartphibun ได้แท็กคุณในรูปภาพ
เกิดอาการเธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ ฮิ้วววววว

Neng Nantapphan ฮิ้ววววววว

ฮิ้วพ่อง!!

งานประกวดดาวเดือนมหาลัยจบ แต่ที่ไม่จบก็คือรูปภาพ และรูปภาพส่วนใหญ่ที่เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ไทม์ ก็คงต้องยกให้เป็นรูปที่ผมกับไอ้แต็งค์ร้องเพลงเล่นกีตาร์ส่งสายตาหยาดเยิ้มให้กันอยู่ รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆเลยครับ และรูปผมกับมันดันเสือกฮอตกระช่อนโซเชียลมากครับเรียกได้ว่าแฟนเพจแต่ละคณะของมหาลัยนี่ขยันไปหาขุดมาลงแข่งกันจริงๆ รูปที่ลงไปผมก็ไม่ได้อะไรหรอกครับเพราะคิดว่านานไปเดี๋ยวคนก็เลิกสนใจ ...แต่ไอ้คอมเม้นต์นี่สิ ผมล่ะอยากระเบิดตัวเองทิ้งทันที

Pan Pan ฟิลแฟน น่ารักกกกกกกก

Koyjai เพราะว่าสายตามันหรอกกันไม่ได้

สมหญิง ไม่ชอบวิ่งราว ชอบกันแหละ คนเค้าดูออก คริคริ

หวานตา หวานใจ หวานจัง ฟินเฟ่อ อั๊ยยย

“ฟินมากเลยครับ”ผมได้แต่กัดฟันกรอดๆ

Khon Men ถ้าเป็นปลากัด พวกมันคงท้องแล้วท้องอีก

“ไอ้เหี้ยพี่เม่น มึงนี่แม่ง”

Peg Ooh @Petty ไม่ได้เป็นเดือน แต่ได้เป็นผัวเดือนรึเมียเดือนดีวะ แต่เออก็ดี555

“สันขวานเหอะพี่มึง คิดได้ไง กูจะเลิกนับถือมึงเลยพี่ กูสาบาน”

Petty @Peg Ooh แซวน้อง!!

Nannatee Keartphibun ไหนบอกกูว่าให้ตายก็จะไม่มีวันทำอะไรแบบนี้ แล้วสลอนหน้าไปอยู่บนเวทีได้ไง

“กูเต็มใจที่ไหมล่ะพี่มึ๊งงง”

แทน แท่น แท๊นน @Teetuch Thank @Nutnatee Keartphibun เป็นเพราะคืนนั้นหรอวะ

“เหี้ยพี่แทน คืนนั้นคืนไหนวะ งี้คนเค้าจะเข้าใจผิดนะโว้ยยยย”

Moddang กรี๊ดดดดดด

รุ่งนภา ฉลาดเลิศ ปักเม้นต์รอจ้า

Nonnatee Keartphibun @แทน แท่น แท๊นน อุ๊ยๆเล่าหน่อยดิพี่

ไอ้โชค เพื่อนรัก @T E M S @แคมป์ ปัส @Neng Nantapphan @ไม้เมฆ สุขเจริญ คืนไหนไม่รู้ กูปักรอก่อน

“สัด”

โต้ง ทางตรงไม่ชอบ @Ak ART @Biw Biwwy เลิกลัก!!

คราวนี้ก็พากันแซวยาวเลยครับ ซักพักเดี๋ยวคนก็พากันลืมเองแหละ เหี้ยยยยยยยยยยยย ซักพักนี่มันนานแค่ไหนวะ ตั้งแต่ย่างส้นตีนเข้ามหาลัยมาชีวิตผมทำไมมันบัดซบขนาดนี้วะ คิดแล้วเศร้า เศร้าแล้ว เศร้าอีก ไม่มีแรงตอบโต้ จะตอบโต้อะไรได้ ในเมื่อตอนนี้ยอดคนกดไลค์ก็ปาไปเกือบล้าน ไหนจะคนแชร์อีกเป็นหมื่น คอมเม้นต์นี่ไม่ต้องพูดถึง ลากยาวไปเป็นล้านแล้วแต่ละเม้นต์นี่ดีๆทั้งนั้น จากที่หนีการเป็นจุดสนใจแทบตาย คราวนี้หนักกว่าเดิมเลยครับ แทบจะหมุดท่อระบายน้ำหนี

“น้ำๆ กรี๊ดดดดดดด”

อร๊ายยยยยยยยยยย

กรี๊ดดดดดดดดดดด

เอาเข้าไป ให้คอมันแตกไปข้าง

“ทำหน้าเหมือนอยากลาตายเลยมึง” ไอ้ไม้เพื่อนรักของผมวิ่งลากตีนมากอดคอเสือกแต่เช้าเลยครับ
“เธอหมุนรอบ ฉันหมุนรอบเธอ ฮู้ววว” ไอ้แคมป์มันร้องเพลงนี้กรอกหูผมมาตั้งแต่จากลงเวทีในวันนั้นมาจนถึงวันนี้ เป็นอาทิตย์แล้วครับ อยากถีบมัน

“สัด”
“เดี๋ยวนี้มีเลิกตามไปเทคไอ้แต็งค์มันแล้วหรอวะ”
“เออ กูตัดขาดความเป็นบัดดี้กับมันแล้ว”
“จริงดิ” ไอ้เหน่งมันแกล้งทำหน้าเหวอ แต่ดูก็รู้ว่ามันตอแหล
“น้ำ” มันมาอีกแล้วครับเสียงที่คุ้นเคย ไอ้ตัวต้นเรื่องทั้งหมด
“ไร”

มันก็ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จาเหมือนที่มันชอบทำ แล้วก็ยื่นถุงของกินมาให้ผม พอหลังจากวันประกวดเสร็จผมก็เลิกตามตูดมันแจ เพราะที่ว่าหมดหน้าที่แล้ว แต่ก็ยังเทคมันอยู่แต่แค่เฉพาะเรื่องสำคัญๆเท่านั้น ส่วนมันน่ะหรอก็เทคปกติแหละครับเช้าสายบ่ายเย็นค่ำมืดดึกดื่นเหมือนเดิม เทคจนผมจะเป็นลูกมันแล้ว ใครจะเชื่อว่าคนที่ไม่สนใจใครไปไหนผลุบๆโผล่ๆเหมือนผีจะพูดจะจาแต่ละทีก็กลัวดอกพิกุลล่วงแบบมัน จะมาคอยเทคแคร์เอาใจใส่ผมเป็นอย่างดีขนาดนี้ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ไอ้ห่าแต็งค์นี่มันคงอินกับคำว่าบัดดี้มากไปหน่อย ไม่หน่อยละ มากกกกกก เลยทีเดียว

“ขอบใจ”แล้วมันก็หมุนตูดหมุนตีนออกไปจากฝูงพวกผม
“แต่เหมือนมันยังไม่ตัดขาดความเป็นบัดดี้กับมึงนะ ฮ่าๆ” สัดเหน่ง
“เฮ้ยๆพวกมึง ตอนบ่ายพวกรุ่นพี่เรียกรวม รู้กันยังวะ” ไอ้เทมส์วิ่งหน้าแตกตื่นมาบอกข่าวร้ายพวกผม
“เรื่องอะไรอีกวะ” ไอ้โชคหันไปถามพร้อมถอนหายใจพลางๆ
“ก็กีฬาสีมหาลัยไงวะ”
“วันนี้คิ้วกูกระตุกแปลกๆว่ะ จะมีเรื่องนรกๆอะไรอีกป่าววะ” ไอ้เหน่งมันหันมาพูดแล้วก็ตบบ่าผม ซึ่งผมก็คิดแบบมันว่าต้องมีเรื่องนรกๆเกิดขึ้นแน่ๆ
.
.

“น้องๆหลายคนคงจะรู้กันแล้วนะครับว่าพี่เรียกมารวมกันเรื่องอะไร” ใช่ครับรู้แล้วครับพี่จะให้ทำห่าอะไรก็รีบสั่งมาเลย ถึงไม่อยากทำก็ต้องทำ
เพื่อคณะสุดที่รักกกก(แบะปากมองบน)

“ตะคิวแดกหน้ามึงหรอวะ”
“กูว่าสันนิบาดมากกว่า”

ผลั๊วะ ผลั๊วะ

จัดไปคนละโบกให้ไอ้โชคกับไอ้แคมป์มันครับ

“เนื่องจากมหาลัยของเราจะมีการจัดกีฬาสีมหาลัยในเร็วๆนี้ พี่เลยเรียกมารวมกะทันหันไปหน่อย ต้องขอโทษน้องๆทุกคนด้วยครับ” พี่แกก็ทำหน้าทำเสียงรู้สึกผิดไปเรื่อยเหมือนซีนดราม่าในซีรี่ย์วัยรุ่น “เดี๋ยววันนี้พี่จะทำการคัดตัวนักกีฬา หลีด แล้วก็จะแบ่งหน้าที่ต่างๆให้นะครับ”
“กูจะลงกีฬา มึงลงป้ะ” ไอ้ไม้มันหันมาถามพวกผม พวกผมก็เออออไปเพราะชอบเล่นกีฬากันอยู่แล้ว แล้วแต่ละตัวก็ตัวเต็งจากโรงเรียนมัธยมกันทั้งน้านนนน ไม่รู้เต็งแบบไหนนะครับ เต็ง เตงเต่งเต๊งงง แบบระนาดรึป่าว
“น้ำ มึงตีกลองชุดได้” นี่แหละครับสายสปอยของผม มันมาละ ไอ้ห่าพี่นนท์มึงนี่หาเรื่องมาให้กูอีกแล้ว
“ทำไม”
“มึงไปช่วยตีกลองให้พวกเชียร์ดิ้ ถ้ามึงตีนะ พากันขึ้นเต็มแสตนแน่ พวกปีสูงจะได้ไม่เหนื่อยไล่บี้ปีหนึ่งขึ้นแสตน”
“ไม่เหนื่อยปีสูง แต่เหนื่อยกู” ผมบ่นมันไป หาข้ออ้างไม่ตีไป “กูจะลงบอลด้วยเนี่ย ไม่มีเวลาหรอก”
“บอลมันไม่ได้เตะทั้งวันไม่ใช่หรอวะ” ไอ้เหน่ง ไอ้เพื่อนเวร
“ระดับน้ำแล้ว ไม่มีไรทำไม่ได้หรอกว๊า..” ไอ้พี่เม่น เรื่องที่พี่มึงเม้นต์รูปนี่กูยังไม่หายเคืองเลยนะ
“นั่นดิ” แล้วไอ้พี่นนท์กับพี่เม่นมันก็เตรียมล่อซื้อผม
“กูเห็นพวกสภามหาลัยเค้าลงความเห็นกันว่าจะให้มึงเป็นคทากรมหาลัยกันอยู่” น้านนนนน
“โครตเด่นเลยว่ะ น้องพี่อ่ะพี่นนท์” เด่นกับผีกูนี่
“จะเอาไงว่ามา” ผมหันไปถามพี่เม่นกับไอ้พี่นนท์อย่างปลงตก
“ก็ไม่เอาอะไร ก็แค่อยากให้มึงตีกลองชุดให้พวกเชียร์ ใช้เวลาไม่เกินสองชั่วโมงต่อวันหรอก” พี่ปิงเพื่อนไอ้พี่นนท์มันแกพูดจบก็เดินมารัดคอไอ้พี่นนท์ซึ่งเป็นการบอกนัยๆว่าถ้าผมไม่ทำพี่นนท์มันตาย ซึ่งผมคงบอกไปว่าให้พี่มันตายๆไปเหอะ
“แล้วถ้าผมปฏิเสธ?”
“กูก็จับจับมึงใส่พานให้พวกสภามหาลัย” นั้นไงกูคิดไว้ พวกพี่มึงจะต้องหาเรื่องบีบบังคับกู
“ตกลงคราบบบ” ไม่ใช่ผมตอบครับ แต่เป็นไอ้ห่าเหน่งไอ้เพื่อนรักเพื่อนร้ายของผม

แล้วใครว่าผมจะยอมลงนรกคนเดียว ผมเลยจัดการลากเพื่อนๆทุกตัวไปช่วยทีมเชียร์กันให้หมด ส่วนไอ้เหน่งนี่พิเศษหน่อยครับเพราะถูกจับให้ตีกลองทอมบ้าแก้ขัดช่วงผมพัก ทีนี้เวลาผมไปตีกลองให้พวกเชียร์จะได้มีหน้าพวกมันเสนอมาให้ชื่นใจกันซักหน่อย คริคริคริ

“น้องๆคงได้หน้าที่กันครบแล้วนะครับ ใครรับผิดชอบอะไรยังไงก็ขอให้เต็มที่นะครับทุกคนเพื่อคณะของเรา และตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปขอให้เรามารวมกันที่ใต้ตึกคณะหลังเลิกเรียนกันด้วยนะครับ แยกย้ายได้”
.
.

“น้ำ คืนนี้เจอกันที่ชนกันสามทุ่มเว้ยย” ผมยังไม่ได้ง้างปากตกลงเลยกับมันเลย ไอ้บิวมันก็วิ่งลากตีนไปไหนก็ไม่รู้
“แดกกันแม่งแทบทุกวัน” ไอ้ไม้มันเดินมาบ่นกับผมทำหน้ายู่ยี่เป็นหมากินข้าวไม่อิ่ม
“ไปเหอะน่า.. พี่น่านแกจะได้ได้กำไรบ้าง” ไอ้เหน่ง ไอ้เวร เรื่องเก่ายังไม่เคลียร์นะมึง
“ได้กับผี”
“เออได้กับผี แม่งไปกันทีพี่แทนแกก็จัดหนักลดแลกแจกแถม เหมือนเจอกันปีละครั้ง ทั้งที่พากันนั่งแดกจนสนิทกับการ์ดในร้านทุกคนแล้ว” พูดอีกก็ถูกอีกไอ้ไม้ กูยกให้มึงเป็นเพื่อนรักอันดับหนึ่งของกูเลย
“บ่นๆ ไอ้ที่บ่นๆนี่ไปมั้ย” ไอ้โชคเดินมากอดคอซุกไซร้ไอ้ไม้ หวือออ ขนลุกแทนเลยครับ
“โชคอย่า อ๊า อ๊ะ อ๊ะ” เอิ่มมม เอาซะเห็นภาพ
ผลั๊วะ ผลั๊วะ ไอ้เทมส์มันคงทนไม่ไหวเลยจัดการโบกไอ้ไม้กับไอ้โชคไปคนละที
“ไอ้แต็งค์ มึงจะไปไหนวะนั่น” แล้วผมกันหันไปตามเสียงของไอ้เหน่ง
“รถเสีย” มันหันมาตอบก่อนถอนหายใจออกมาเฮือกนึงสั้นๆ “ว่าจะกลับแท็กซี่”
“เพื่อนมึงไม่ไปส่งวะ”
“เกรงใจมัน”
“น้ำ” ไอ้เหน่งมันหันมามองผมเป็นเชิงบอกว่าให้เอาไอ้แต็งค์กลับด้วย
“เออ” ผมเป็นบัดดี้มันยังไงก็ต้องช่วยมันอยุ่แล้ว “แต็งค์ เดี๋ยวมึงไปคอนโดกูก่อนยังไงคืนนี้พวกมันก็นัดกันไปร้านพี่น่านกับพี่แทนอยู่แล้ว แดกเสร็จเดี๋ยวกูไปส่ง”
“ใครส่งใคร” แหนะรู้ดีอีกมึง
“ดูท่าแล้วน้ำมันไม่แดกหรอก พรุ่งนี้มันต้องตีกลองชุดให้พวกซ้อมเชียร์” ไอ้เหน่งมันก็โผล่งขึ้นทุกเรื่อง
“หรอวะ” มันทำหน้าไม่เชื่อ ผมเลยส่งสายตาบอกมันว่ามึงไม่เชื่ออ่ะถูกแล้วเพราะคนอย่ากูถ้าไม่ถูกมัดมือชกไม่มีทางทำแน่
“เออดิวะ แล้วกีฬาสีมึงทำไร พวกสภาจองตัวแล้วดิ”
“แม่นแล้วคราบบ พวกสภามาจองตัวมันไว้ถือธงม.แต่เช้ามืดแล้ว” ไอ้อาร์ตเสนอหน้ามาตอบแทนมัน
“เหยดดด แล้วมึงไม่ปฏิเสธ?” ไอ้เหน่งมันยังคงเสือกต่อ
“ปฏิเสธแล้ว แต่ไม่สำเร็จว่ะ ก็พี่นนท์น่ะดิ้…” ไอ้อาร์ตมันก็หันมามองผมแล้วพูดต่ออีกว่า “แกบอกว่าถ้ามันปฏิเสธจะบังคับมึงใส่พานให้พวกสภาแทน แม่งเหมือนรู้จุดอ่อนไอ้แต็งค์ชิบหาย เท่านั่นแหละมันก็ตกลงถือให้สมใจทั้งสภาทั้งพี่นนท์ลุงรหัสมันเลย”
ไอ้แต็งค์มันไม่ได้พูดอะไร ผมก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรต่อ ผมได้แต่มองหน้ามันแล้วคิดในใจว่าผมเนี่ยนะจุดอ่อนของมัน อะไรคือเหตุผลจริงๆที่ทำให้มันเลือกที่จะถือธงให้กับพวกสภา ผมไม่รู้หรอกแล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย รู้แค่ว่าผมหลุดพ้นจากพวกสภามหาลัยก็เป็นบุญแล้ว และนี่คงเป็นอีกครั้งที่ไอ้แต็งค์มันทำเรื่องที่ตัวมันไม่ชอบแทนผม
 
ตุบ ตุบ ตุบ

รถยนต์ของผมเคลื่อนมาจอดใต้คอนโด ผม ไอ้เหน่ง และไอ้แต็งค์ก็พากันลากตีนขึ้นมาที่ห้อง ไอ้เหน่งมันก็แล่นไปอาบน้ำเตรียมตัวอย่างเร็ว ส่วนผมก็เดินนำไอ้แต็งค์เข้าห้องแล้วรื้อหาผ้าเช็ดตัวผืนใหม่มายื่นให้มันพร้อมกับไล่ให้มันไปอาบน้ำ จากนั้นก็จัดการถือวิสาสะเข้าไปห้องพี่นนท์เพื่อขโมยเสื้อผ้าพี่มันมาให้ไอ้แต็งค์ใส่เพราะเสื้อผ้าผมกลัวไอ้แต็งค์มันใส่แล้วจะรัดเกินไปเพราะตัวมันดันเสือกหนากว่าตัวผม

พอผมได้เสื้อผ้าแล้วก็ลากตีนกลับมาห้องตัวเองแต่ก็ต้องผงะ เพราะไอ้แต็งค์มันอาบน้ำสร็จพอดี แล้วที่ผงะเนี่ยเพราะมันเสือกเปลือยท่อนบนเป็นนางเงือกเลยครับ ทำให้เห็นหน้าท้องที่เป็นลอนๆ เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ หุ่นมันจัดว่าดีครับ ดีจนผมต้องกลืนน้ำลาอึกใหญ่ แล้วก้มพิจารณาหุ่นตัวเอง ที่มีเพียงหน้าท้องแบนราบ ไร้ซึ่งกล้ามเนื้อใดๆดั่งหนังหุ้มกระดูก ไม่ได้การแล้ว ผมต้องจัดการเข้าคอร์ดเพาะซิกแพคแล้ว

“มองไร” แล้วผมก็ต้องดึงสติกลับมา
“หุ่นดีเนาะ”
“ชอบ?” ไอ้ห่าแต็งค์
“เออกูก็อยากมีหุ่นเหมือนมึง”
“อยากมี..” มันหันมายิ้มให้ผมซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่แวววาวเจ้าเล่ห์เหมือนตอนไอ้พี่นนท์มันจะล่อซื้อให้ผมทำอะไรซักอย่างให้มัน “หรืออยากได้” สัดแต็งค์
“อะไรทำให้มึงคิดแบบนั้นวะ” ผมถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่แบบใหญ่ที่สุดในชีวิต

มันก็ไม่พูดอะไรนอกจากทำหน้านิ่งๆแต่แววตามึงนี่ไม่เปลี่ยนเลยจากเมื่อกี้ มันเดินมาหยิบเสื้อผ้าจากมือผมไป ทำให้ตัวผมกับตัวมันที่เปลือยเปล่าท่อนบนอยู่ใกล้ชิดกันมาเกินไปจน
ตุบ ตุบ ตุบ

“กูไปอาบน้ำละ” ผมเลยต้องเบี่ยงตัวออกมาก่อนที่หัวใจจะวาย หัวใจจะวาย ห๊ะ!! กูหัวใจจะวายเรื่องอะไร ตุบ ตุบ ตุบ นี่ก็เต้นดีจัง มึงตื่นเต้นอะไรของมึงห๊า


หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จ ผม ไอ้เหน่ง และไอ้แต็งค์ก็พากันแรดๆไปที่ร้านชนกัน วันนี้ผมแทบจะไม่ได้แตะเหล้าเลยเพราะพรุ่งนี้ต้องไปตีกลองให้พวกเชียร์เลยต้องเบาแอลกอฮอล์ซักหน่อย แต่คนที่ไม่เบาก็คงจะเป็นไอ้เหน่งเพราะมันอาสากินส่วนของผม เป็นไงเพื่อนรักของผมเสียสละสุดๆ เหอะ เหอะ

“น้ำ ชนหน่อย” ไอ้บิวมันยื่นแก้วเหล้ามาทำท่าจะชน แต่ไม่ทัน ไอ้แต็งค์มันคว้าแก้วในมือผมไปชนแล้วก็กิน ครับมันกินเหล้าแทนผม เดี๋ยวนี้มันเริ่มทำตัวเป็นพ่อผมแล้วครับ
“นอกจากจะมีไอ้เหน่งเพื่อนรักรับผิดชอบแดกให้แล้ว ยังจะมีบัดดี้สุดที่รักรับหน้าแดกแทนอีก” เสือกจริงไอ้ห่าแคมป์

ผมไม่ได้พูอะไรต่อกับมันเพราะมัวแต่นั่งพิจารณาสภาพไอ้เหน่งว่าจะเอามันกลับยังงัย
สภาพไอ้เหน่งตอนออกจากร้านนี่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาถึงขั้นหามขึ้นรถ ผมเลยต้องบังคับให้เพื่อนๆตัวดีทุกตัวลากสังขารมาช่วยผมแบกไอ้เหน่งกลับห้องมัน แล้วค่อยวนรถไปส่งไอ้แต็งค์อีกรอบ
 
“ขอบใจมึง” มันเลิกคิ้วมองผม
“เรื่อง?”
“ก็ทุกเรื่องในวันนี้แหละ”
“ไม่เป็นไร” มันหันหน้ามามองผมด้วยสาตาหยาดเยิ้ม คงจะเมาเต็มที่แล้ว ไม่เมาได้ไงซัดเหล้าหมดไปเป็นโอ่ง “กูเต็มใจ...”
ตุบ ตุบ ตุบ
.
.

กว่าจะส่งไอ้แต็งค์ กว่าจะได้หลับได้นอนก็ล่อไปตีสามครับ เหอะ



“อรุณสวัสดิ์ เช้าอันแสนสดใสครับเพื่อนๆ” ไอ้โต้งมันวิ่งลากเสียงแรดๆจากหน้าลานคณะมาถึงหน้าตึก
“อรุณพ่อง มันบ่ายแล้ว..” ไอ้เหน่งมันหันไปตอบไอ้โต้ง พร้อมกับส่ายหัวเนือยๆ บอกเลยสภาพมันตอนนี้เหมือนเตรียมลาตาย
“แรงอ่ะ”
“ไม่มีไรทำก็มาช่วยกูประกอบกลองชุดนี่” ไอ้เหน่งมันหันไปสั่งไอ้โต้ง ก่อนจะอ้าปากกว้างๆหาวแบบกินโลกได้ทั้งใบ
“น้ำ มึงร้องเพลงให้พวกกูฟังหน่อยดิ เห็นไอ้เหน่งมันบอกมึงร้องเพลงเพราะ” ไอ้ไม้มันยื่นกีตาร์มาให้ผม ก่อนจะนั่งหย่อนตูดเตรียมตัวฟังเพลงจากผมโดยที่ผมยังไม่ได้อ้าปากตอบตกลงจะร้อง
“นะมึง ให้เป็นบุญหูเพื่อนหน่อย” ไอ้โชคมันโผล่มาจากไหนไม่รู้ครับ มาถึงก็มาทำสายตาเว้าวอนใส่ ผมก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกนึง
“เออๆ”

เออออจบผมหยิบกีตาร์ ขึ้นมาจับคอร์ดเตรียมบรรเลงเพลงให้ไอ้พวกเพื่อนตัวดีฟัง


ตั้งแต่วันที่ฉันได้คุยเพียงครู่สองคนกับเธอครั้งก่อน
กลับมานอนครวญครางละเมอคอยพร่ำหาเธอเหมือนจะอ้อนวอน
เกิดอะไรขึ้นมาละเออ มันอยากรู้นัก
เปลี่ยนฉันไปจากเดิม โอ๊ย


พวกมันก็พากันนั่งหน้าสลอนตั้งใจฟัง ตั้งใจยิ่งกว่าฟังอาจารย์สอนอีก

จะเป็นเพียงแววตาของเธอทั้งคู่ฉายมาสะกดรึเปล่า
อาจเป็นดาวดวงใดใช้เธอมาหลอกเล่นกลเป็นไปไม่ได้
ก็ตกลงคงเป็นเพราะเธอทำสับสน
โอ๊ยเดี๋ยวอยากรักเดี๋ยวอยากลืม
โอ๊ยโอ๊ย
ทุกสิ่งเปลี่ยนไปเพราะเธอ


แล้วอยู่ๆผมก็เหลือบตาไปมองที่หน้าตึก เห็นใครบางคนหอบถุงขนมพะรุงพะรัง เดินเข้ามา

เธอทำให้ฉันรักเธอก่อน
ไม่อาจถอน
หัวใจมันคอยแอบ ๆ มองแบบซึ้งซึ้ง
เธอทำให้ฉันหลงใจอ่อนนอนกอดหมอนทุกคืน
จะทนได้นานสักเท่าไหร่หากคิดถึง


เห็นหน้ามันทีไร ผมก็นึกถึงอะไรหลายๆอย่างที่มันทำให้ทุกที อดยิ้มไม่ได้ พอนึกถึง...

โอ๊ย โอย
อยากจะกินกลืนเธอทั้งตัวไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น
อยากได้ยินเพียงเสียงรักเธอเพรียกบอกรักเพ้อถึงฉันผู้เดียว
เกิดอารมณ์ทนไปไม่ไหวใจมันหวิววาบ
ไม่เจอคงขาดใจ
โอ๊ย โอ๊ย
โอ่ย โอ๊ย คิดถึงจังเธอ
                                                                               

 
                                                                                   (ขอบคุณ เพลง โอ๊ย โอ๊ย Cover ออม Pinto Chanel)
 
‘ไม่เป็นไร’
‘กูเต็มใจ’




โดย อีช้อย

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #12 เมื่อ26-08-2021 12:03:35 »

 :pig4:
 o13

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 5
«ตอบ #13 เมื่อ02-09-2021 13:34:54 »

Episode 5 ทำไมหัวใจต้องเต้นแรง

โอ่ย โอ๊ย คิดถึงจังเธอ

“ไอ้น้องรัก...”เสียงจากนรก
“อะไรพี่”
“ไป” เล่นเพลงไม่ทันจบดี นรกก็จะดึงผมลงขุมแล้วครับ “โชว์กลองหน่อย”

พูดไม่ทันจบไอ้เหน่งก็เลยจัดการยกกลองที่มันพึ่งตั้งเสร็จให้พี่เม่นแกดู

เลย...

ผลั๊วะ!!

“ก็พี่บอกให้โชว์กลอง”
“สาบานว่ามึงซื่อ” ไอ้เหน่งเลยส่งยิ้มแหยๆ เป็นคำตอบให้

ผมลุกขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งตรงกลองชุด แล้วจัดการรัวกลองโชว์พี่เม่นแกไปหนึ่งชุดเล็กๆ เอาให้สมใจแก

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

“มึงนี่มันสุดยอด แปะ แปะ แปะ” สีหน้าพี่เม่นแกดูภูมิใจสุดๆ แต่สีหน้าผมสุดๆของความเบื่อหน่าย ที่เบื่อหน่ายเพราะตั้งแต่วันนี้ไปผมต้องแบ่งเวลามาตีกลองให้ทีมเชียร์หลังเลิกเรียนทุกวัน วันละสองชั่วโมง พอมีข่าวออกไปว่าผมรับหน้าที่ตีกลองชุดให้ทีมเชียร์ของคณะ ก็พากันแห่มาชื่นชมกัน ชีวิตผมเลยเริ่มวุ่นวายเพิ่มอีกหนึ่งเลเวล

“พี่ว่าเราเริ่มซ้อมกันเลยดีกว่า” พูดจบพี่คนที่เป็นประธานเชียร์เธอก็เรียกเพื่อนๆเธอมานั่งจุ้มปุ้กตรงหน้ากลองชุดกับพวกเพื่อนผม  “วันนี้ซ้อมกับพวกคุมเชียร์ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยไปซ้อมขึ้นแสตน”

ผมกับพวกรุ่นพี่เราใช้เวลาซ้อมกลองกับเพลงที่จะใช้เชียร์บนแสตนเป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ ร้องกันจนเจ็บคอ ที่เจ็บคอเพราะว่าต้องแหกปากแหกคอร้องแข่งกับเสียงกรี๊ด เดือดร้อนพวกไอ้เหน่งต้องหาซื้อลูกอมฮอลมาให้กินแก้เจ็บคอกัน ส่วนพี่รหัสที่แสนดีของผมแกคงเห็นว่าผมเริ่มปวดแขนเลยให้พักก่อนซักพัก
 
“ไอ้แต็งค์ พวกสภามาตามหามึงอ่ะ”
“มีไร”
“ไม่รู้ว่ะ” พูดจบไอ้บิวมันก็ชี้ไปยังเป้าหมายที่กำลังเดินเข้ามา
“น้องน้ำคะ” ผล่าง!! ไหงวกมาหากูได้วะ
“ครับพี่”
“คือ...ทางสภาม.เราตกลงกันว่าจะให้น้องน้ำช่วย เอ่อ... ช่วยเป็น...เป็นคทากรของงานกีฬาม.ปีนี้อ่ะค่ะ”
“ห๊ะ”
“ห๊า”
“หา”

ตะเถร!!

“เอ่อพี่... คือ... เอ่อ...” ผมอ้ำอึ้งยาวๆเลยเมื่อเห็นสายตากดดันของพวกสภามหาลัย “พี่เม่น พี่” วินาทีนี้ผมต้องหันหาที่พึ่งพาถึงไม่เคยพึ่งหาได้เลยก็เหอะ
“อะไรว๊า” เสียงใสแจ๋วเลยนะพี่มึง
“ไหนพี่บอกว่าถ้าผมตีกลองให้คณะแล้วพวกสภาจะไม่มายุ่งกับผมไง” ผมหันไปกระซิบกระซาบ
“หรอ กูพูดแบบนั้นหรอ” อ้าวไอ้ห่าพี่ ไม่เหมือนที่คุยกันนี่หว่า
แล้วที่พึ่งพาที่พึ่งพาได้จริงๆก็มา สายสปอยที่แท้ทรูของผม
“พี่เป็ก” ผมโบกไม้โบกมือเรียกแก ทั้งๆที่แกก็ดูเหมือนตั้งใจเดินมานี่อยู่แล้ว “พี่คุยกับเค้าให้หน่อยดิ”ผมชี้ไปทางกลุ่มก้อนของพวกสภามหาลัยที่ยืนรายเรืองกันสิบกว่าชีวิต
“เออกูคุยแล้ว” นี่สิที่พึ่งพาตัวจริงของผม ฮ่า ฮ่า ฮ่า
“โอเค งั้นเริ่มซ้อมพรุ่งนี้ตอนเย็นเลย”
“ห๊ะ!!” ผมหันไปถามพี่คนที่พูด “ซ้อมอะไรพี่”
“ก็ซ้อมคทาไง” เดี๋ยวนะ พี่เป็กที่บอกคุยแล้วนี่คุยอะไรวะเนี่ย พี่มึงทำอะไรไม่ปรึกษากูกันอีกแล้ว
“ไหนพี่บอกคุยแล้วไงพี่เป็ก” ผมหันไปถามพี่เป็กแกอย่างสงสัยด้วยสีหน้า อิหยังวะ
“ก็คุยว่ามึงตกลงไง” วอทททททท กูตกลงตอนน๊ายยยย
“ไอ้พี่นนท์!!!!” เป้าหมายต่อไปเลยพี่มึง มาเคลียร์เดี๋ยวนี้
“อะไรวะ”
“ไหนบอกกูตีกลองให้แล้วไม่ต้องเป็นคทากรไงวะ”
“หรอ กูพูดแบบนั้นหรอ” พี่มึงนี่ก็อปปี้คำตอบพี่เม่นมันมาหรอ ส้นตีนนนน
เหรอหราเลยครับผม ทำได้แค่นี้ครับ
“เอาน่าน้ำ ทำเพื่อมหาลัยของเรา” ของเรากับผีสิพี่เป็ก รู้ว่ากูไม่ชอบทำก็ขยันหามาให้กูทำกันจริงงงงง
“กูขอร้องล่ะ” สีหน้าพี่มึงนี่ยิ้มสะใจกูมากกว่าขอร้องอีก กูจะตัดขาดมึงออกจาการพี่น้องเลย ไอ้ห่าพี่นนท์
“ให้พวกพี่กราบกันเลยก็ได้นะน้ำ..” อ่าพากันโอเวอร์แอคติ้งใส่กูกันอีก อะไรจะขนาดน๊าน ผมยังไม่ทันพูดอะไรพวกสภาก็พากันนั่งพับเพรียบเรียบร้อยเตรียมจะกราบผม แล้วพี่เป็กแกก็เอากับเค้าด้วย เหอะ เหอะ

แต่ เดี๋ยว

ไอ้ห่าเหน่งมึงจะนั่งพับเพรียบกับเค้าทำม๊าย!!!

โดนกดดันขนาดนี้ คือทั้งมหาลัยมีคนเยอะแยะไม่เลือก เสือกมาเลือกกู เหอะ แล้วผมจะทำอะได๊ นอกจาก

“เออก็ได้พี่” ถอนหายใจสิครับ “ลุกๆกันเหอะ ผมอายเค้า”

เย๊ะ!!!!!!!

“งั้นพรุ่งนี้ตอนห้าโมงเย็นเจอกันที่สนามกลางนะ”
“น้องแต็งค์ก็ด้วยนะ”
ไอ้แต็งค์มันก็พยักหน้าหงึกๆไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ในขณะที่ผมแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้น



ปะ โล่ง ปะ โล่ง โป่ง ฉึ่ง  ฉึ่ง ฉึ่ง โป๊ะ ฉึ่ง ฉึ่ง

“น้ำ” เสียงตะโกนแหกปากแหกคอลั่นแสตนของพี่รหัสตัวดีของผมเอง จะอะไรอีกล่ะ ก็ตอนนี้มันเป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้วไง เวลาที่ต้องลากสังขารไปลงนรกขุมที่ห้า
“เออรู้แล้วพี่”
“ให้เร็ว” เร่งกูอีก “เรียกไอ้แต็งค์ไปด้วย”
“เออ!!” ผมตะโกนกลับไปให้แกรู้ว่ารู้แล้ว
“กูพี่มึงนะ” แล้วแกก็หันมาทำหน้าเหวอใส่ผม ผมก็เลยหันไปไหวไหล่ยักคิ้วใส่แกสองจึ๊ก เป็นการกวนตีน
“ไอ้แต็งค์” มันหันมามองผม “ป่ะ”พยักหน้ารับ


สนามกีฬากลาง

“หวัดดีพี่” ผมกับไอ้แต็งค์ยกมือไหว้พวกรุ่นพี่ที่ยืนออกันเป็นกลุ่มก้อนเต็มสนามหญ้า   
“ดีๆ/ดีจ้า”
“เดี๋ยววันนี้พี่จะสอนน้ำควงไม้แบบง่ายๆทีละสเต็ปก่อนนะ”
“ครับ”
“ส่วนของแต็งค์ไม่มีไรต้องซ้อมมาก วันนี้พี่แค่ให้มาลองถือดูเฉยๆ วันต่อไปก็ไม่ต้องมาแล้ว รอมาวันงานจริงทีเดียว”
“ครับ”
“งั้นผมก็ต้องมาคนเดียวหรอพี่”
“จ้า” นรกแล้วไงกู “แต่ไม่ต้องกลัวเหงาหรอกน่า... เดี๋ยวพอคนรู้ว่าเรามาซ้อมที่นี่ก็พากันแห่มาดูเองแหละ”เหอะ เหอะ
“เดี๋ยวมาด้วย” ห๊ะ!! ไอ้แต็งค์มันหันมาบอกผมด้วยสีหน้าจริงจังมากกกก
“ไม่ต้องหรอกมึง” เกรงใจมันครับแค่ทุกวันนี้ที่ทำมันทำอยู่ก็มากพอสำหรับผมที่ไม่เคยดูแลใครแล้ว “เดี๋ยวกูลากไอ้เหน่งมาเป็นเพื่อนเอง”
“มันต้องช่วยคณะ”
“แต่กู...”
มันก็ไม่คิดจะฟังอะไรผม ทำหน้าตีมึนหยิบไม้ที่ผูกธงมาทำท่าโบกไปมาให้พวกรุ่นพี่ดู


“จะหกโมงอยู่แล้วมึงไม่คิดจะหุบบ้างหรอแดด” ผมได้แต่บ่นอุบอิบ ส่วนไอ้แต็งค์ที่ยืนดูผมซ้อมควงคทาอย่างใกล้ชิด มันก็มักจะยืนถือธงอีกมือก็ดึงผ้าที่ใช้ทำเป็นธงกลางออกบังแดดให้ผมแทบจะตลอดเวลาที่ซ้อม มึงนี่มันแสนดีจริงๆ
“ทำไร” ไอ้แต็งค์มันทิ้งธงลงกับพื้นทันทีแล้วทำหน้าหงุดหงิดเอามือมาดึงชายเสื้อซับที่ซ้อนอยู่กับเสื้อช็อปผมลง เพราะผมกำลังดึงชายเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่แตกซะๆเต็มหน้า อะไรของมึงอี๊กกก
“เหงื่อกูเต็มหน้า”
มันไม่พูดอะไรครับ แต่มันเสือกเลิกชายเสื้อช็อปของมันขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนหน้าผม เหอะ เหอะ จากที่เป็นเป้าสายตาอยู่แล้ว คราวนี้หนักเลย และก็คงหนักตรงที่ชายเสื้อที่มันเลิกขึ้นเนี่ยมันทำให้เห็นกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนๆของมัน ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ใจผมเต้นรัวเป็นกลองชุดเลยครับ วอทททท จะเต้นทำไม!!!

“ปรนนิบัติดีอย่างกับทาสในเรือนเบี้ยเลยนะมึง” เสียงแรดๆของไอ้เหน่งที่แหวดเข้ามาในหูผม ทำให้ผมต้องรีบดึงตัวเองออกห่างไอ้แต็งค์ทันที ผมรู้สึกร้อนที่หน้าที่หูวูบวาบ ร้อนเพราะอะไรวะ
“หน้าแดง” ไอ้ห่าแต็งค์!!!
“อ่าน้องน้ำคะ เดี๋ยววันนี้พอก่อนเนาะ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อ เวลาเดิมนะ” ดีที่รุ่นพี่แกมาตีระฆังเรียกสติผมไว้
“ครับ” ผมหันไปตอบรุ่นพี่ก่อนที่จะหันมาแค่นเสียงใส่ไอ้พวกเพื่อนตัวดี “มองห่าอะไร!! กลับ”
“เออๆ จะหงุดหงิดจะเขินเลือกซักอย่าง” ผมเลยยกตีนถีบไอ้ห่าเหน่งทันทีที่มันพูดจบ “เชี้ยยยยยน้ำ”
“มึงจะกลับมั้ย!!” ผมหันไปแค่นเสียงหงุดหงิดใส่ไอ้แต็งค์ ส่วนมันก็ทำหน้ามึนอมยิ้มกวนส้นตีนส่งกลับมาหาผม



“ไอ้เทมส์ มึงมาช่วยกูนี่เลย มาๆ” ไอ้เหน่งมันโบกมือเรียกไอ้เทมส์มาช่วยทำอุปกรณ์เชียร์
“ไอ้แคมป์ ไอ้ห่า” ไอ้ไม้กับไอ้แคมป์มันกำลังเอาพู่ของพวกเชียร์มาไล่ตีกันอย่างดุเดือด ซึ่งถ้าใครมาเห็นสภาพตอนนี้คงไม่มีใครคิดว่าพวกมันมาช่วยงาน น่าจะมาป่วนเค้ามากกว่า บรรยากาศมันช่างวุ่นวายชุลมุนที่สุด
“ไอ้โต้ง ไอ้แต็งค์ ทางนี้” ไอ้สองตัวก็ดิ่งตีนมาตามเสียงของไอ้โชคทันที
“อะไรวะ”
“มาช่วยกูยกลังนี่ดิ้”
“ทีเรื่องใช้กำลังนี่เรียกหากูเลยนะ” ไอ้โต้งกับไอ้โชคมันก็ยืนต่อปากต่อคำกันหลายนาทีกว่าจะพากันยกลังได้
“กินไรยัง” ไอ้แต็งค์มันเดินมาหย่อนตูดนั่งข้างผมแล้วยื่นถุงขนมถุงใหญ่มาให้ ตั้งแต่เป็นบัดดี้กันมามันก็คอยตามเทคผมด้วยของกินสารพัดไม่เคยขาดซักมื้อ จนผมเริ่มสงสัยแล้วว่าบ้านมันทำโรงงานผลิตขนมรึป่าว ทำไมมันซื้อได้ซื้อดีจริง “ไม่ซ้อมกลอง?”
“ซ้อมไปแล้ว”
“ไม่ทัน..” มันมาไม่ทันได้ดู
“ก็มึงเพิ่งเลิกเรียน”
“อยากดู”
“พรุ่งนี้” มันก็หันมาทำคอตกหน้าเศร้า ที่ผมเห็นแล้วหน้าถีบมากกว่า “ห้าโมงแล้วกูต้องไปซ้อม ตรี คทา จักร สังข์”
“มึงเป็นสี่ยอดกุมารหรอวะ”

ผลั๊วะ!!

ผมเลยจัดไปหนึ่งโบกให้ไอ้เทมส์

“ป่ะ” ไอ้แต็งค์มันจัดการลุกขึ้นปัดตูดแล้วยื่นมือดึงผมลุกขึ้น
“มึงจะไปด้วย?” มันพยักหน้าหงึกๆ ผมเลยถอนหายใจโชว์มันซะเลย “เออๆ” คดีเก่ายังไม่เคลียร์เลยนะมึง แต่ก็ขัดมันไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกว่าอุ่นใจทุกครั้งที่มีมันอยู่ด้วยในตอนที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายๆคนเพราะมันทำให้ผมลืมสายตาของคนพวกนั้น แต่กลับเลือกสนใจสายตาของมัน



ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาไอ้แต็งค์มันตามติดตูดไปปรนนิบัติผมทุกที่ ไม่ว่าจะไปซ้อมคทา ซ้อมกลอง รวมถึงช่วยงานของคณะ พอมันเรียนเสร็จมันก็ดิ่งตีนมาหาผมทันที ดูแลผมประหนึ่งลูกน้อยวัยสามขวบ จะกลับมืดกลับค่ำ ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง พายุจะเข้า ไม่เคยบ่นให้ได้ยิน ผมล่ะสงสารมัน ช่วยงานที่เอกตัวเองได้รับผิดชอบแล้วยังต้องมาช่วยงานในส่วนของเอกผมอีก พอบอกว่าไม่ต้องช่วยมันก็มาชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ บางทีก็อยากยกตีนขึ้นถีบหน้ามันแต่ก็ทำไม่ได้ กลัวมันสวนกลับแล้วจะสู้ไม่ไหว
วันนี้มันก็ยังคงตามติดตูดผมเหมือนเดิม

“น้ำพี่ว่าเราใช้คทาคล่องแล้ว เดี๋ยววันต่อๆไปมาแค่ซ้อมกับวงดุริยางค์ซักสองสามรอบพอเนาะ”
“ขอบคุณครับพี่”
“งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ บาย” เริ่มสบายขึ้นมาเลเวลนึง “บายจ้า แต็งค์” ส่วนคนที่ลำบากยังคงเป็นไอ้แต็งค์เหมือนเดิม
“แต็งค์ กูว่าจะไปกินข้าวข้างนอกแล้วค่อยกลับมาช่วยงานที่คณะ มึงไปกับกูป่ะ”
“อือ” มันพยักหน้ารับ แล้วก็เดินนำผมไปอย่างเร็ว ไม่รู้ว่าหิว รึเบื่อสนามหญ้าเขียวๆที่เหยียบอยู่แล้ว ก็น่าเบื่ออยู่หรอกครับ มันตามมานั่งเฝ้าผมตั้งแต่ห้าโมงจนนี่ก็ทุ่มนึง นั่งเอาตีนเขี่ยดินเขี่ยหญ้ามาสองชั่วโมงแล้ว ซึ่งก็เป็นแบบนี้ทุกวัน แต่มันก็ยังเสือกตามผมมา



“กูเอาคะน้าหมูกรอบ ไข่เจียว” ผมหันไปมองมันเป็นเชิงบอกมึงจะแดกอะไร
“เหมือนมึง” ก็อปกูตลอด ตั้งแต่กินข้าวด้วยกันมาสิบกว่ามื้อกูไม่เห็นมื้อไหนมึงจะใช้ความคิดตัวเองบ้างเลยไอ้ห่า
“ป้าครับ เอาคะน้าหมูกรอบ ไข่เจียว 2”
“จ้า พ่อรูปหล่อ” ป้าแกก็หันมายิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ผมกับมัน ดูแล้วรู้สึกชื่นใจ อืม ชื่นใจ
“แต็งค์กูว่ามึงไม่ต้องมาตามติดตูดกูแบบนี้ทุกวันก็ได้...”
“รำคาญ?” มันมองหน้าผมแล้วขมวดคิ้วยึกยือ
“ป่าว” ผมเลยต้องถอนหายใจโชว์ซักหนึ่งเฮือก “กูกลัวมึงเหนื่อย” แล้วก็อีกหนึ่งเฮือก “ทำนั่นนี่เสร็จแทนที่จะได้กลับบ้านแต่ต้องมารอกู...”
“ก็มึงสำคัญ”

ห๊ะ!!!
วอททททท
มึงว่าอะไรนะ
ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ

“ข้าวได้แล้วจ้าสองหนุ่ม”

จากนั้นผมกับมันก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่อ นอกจากต่างคนต่างโซ้ยคะน้าหมูกรอบกันอย่างเงียบๆ
พอกินเสร็จผมก็พามันมาเดินตลาดเปิดท้าย แหล่งรวบรวมสารพัดของกิน เป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับผมและเพื่อนรักทั้งห้าตัว บรรยากาศที่นี่มันให้อารมณ์เรื่อยเปื่อยดีครับ หลอดไฟสีส้มออมเหลือง ห้อยเรียงรายต่องแต่งอยู่เหนือแผงร้านค้านับร้อย ผู้คนเดินสวนไปสวนมากันให้ขวักไขว่ ควันขมุยขุยโขงจากร้านปิ้งลูกชิ้นที่ลอยล่องไปทั่วสารทิศ มันดูธรรมดาๆแต่ในความธรรมดา มันกับพิเศษกว่าทุกครั้งที่ได้มา ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน

“เดี๋ยวไปหาซื้อของกินให้พวกไอ้เหน่งกัน”
มันพยักหน้ารับผมแล้วเดินนำลิ่ว สรุปกูหรือมึงที่ตั้งใจมา

บอกตรงตรงตั้งแต่วันที่ได้พบเธอ
ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าเธอชื่ออะไร
ใจข้างในก็ยอมแพ้
แม้เธอไม่เคยบอก


อยู่ๆก็มีเสียงเพลงลอยมากระทบหู ผมเลยมองหาต้นเสียง พอมองๆแล้วก็เจอกลุ่มคนยืนมุงอะไรกันไม่รู้ กำลังจะเดินไป แต่..
“น้ำ” เจอเบรก “มาทางนี้” แล้วมันก็จัดการดึงมือผมให้เดินตามมันไปยังกลุ่มไทยมุงอีกกลุ่มหนึ่ง

ว่าเธอคิดกับฉันว่ายังไง

ผมเห็นกลุ่มนักเรียนม.ปลาย กำลังแสดงดนตรีสดกัน เห็นมีกล่องรับบริจาคอยู่กล่องหนึ่ง น่าจะทำโครงการจิตอาสากันอยู่

เป็นครั้งแรกที่มันรักใครไปโดยไม่ต้องคิด
เป็นครั้งแรกที่ไม่สนว่ามันจะถูกหรือผิด
แค่ได้รักเธอต่อไป เพราะทำอย่างไรก็ห้ามใจไว้ไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่มันรักใครไปโดยไม่ต้องคิด
ไม่สนว่าตอนสุดท้ายผลมันจะถูกหรือผิด



ผมกับไอ้แต็งค์ยืนฟังเพลงกันซักพัก มือมันก็ยังคงจับมือผมไว้อยู่ ราวกับกลัวว่าผมจะหาย

เธอไม่รู้ไม่เป็นไร
ขอแค่ให้ใจได้แสดงความจริงข้างใน


พอเห็นกลุ่มนักเรียนม.ปลายร้องเพลงเล่นดนตรีกันอย่างสนุกสนาน ทำให้นึกถึงตัวเองตอนอยู่ม.ปลายขึ้นมาทันที ตอนนั้นที่ได้ทำอะไรแบบนี้มันสนุกมาก และก็มีความสุขมาก
 
“แต็งค์” ผมเอี้ยวตัวไปพูดข้างๆหูมัน เพราะตอนนี้รอบตัวเสียงดังมากกลัวมันไม่ได้ยินที่ผมพูด “มึงเชื่อป้ะ ตอนกูอยู่มัธยมอ่ะ กูมาทำแบบเด็กพวกนี้โครตบ่อย”
“เชื่อ” มันเอี้ยวตัวมากระซิบที่ข้างหูผมคืน
“ตอนนั้นกูไม่เคยสนใจเลยว่ะ ว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าสายตา ไม่เคยสนด้วยว่าวันต่อๆมาจะมีใครมาตามวุ่นวายในชีวิตกู”
“ทำไม” มันเลิกคิ้วสงสัย

แม้เธอไม่เคยบอก
ว่าเธอคิดกับฉันว่ายังไง


“กูใส่หมวกกันน็อคร้อง”

พรื้ดดด

นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยินเสียงหัวเราะของมัน ที่เป็นเสียงหัวเราะจริงๆ


เป็นครั้งแรกที่มันรักใครไปโดยไม่ต้องคิด
เป็นครั้งแรกที่ไม่สนว่ามันจะถูกหรือผิด
แค่ได้รักเธอต่อไป เพราะทำอย่างไรก็ห้ามใจไว้ไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่มันรักใครไปโดยไม่ต้องคิด
ไม่สนว่าตอนสุดท้ายผลมันจะถูกหรือผิด


มันเปลี่ยนจากจับมือผม เป็นเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาจับที่ไหล่ แล้วดันผมให้เดินเข้าไปใกล้จุดที่พวกเด็กม.ปลาย กำลังร้องเพลงเล่นดนตรีสดอยู่

เธอไม่รู้ไม่เป็นไร
มันพาผมเข้ามาใกล้จนอยู่ด้านหน้าสุดของกลุ่มคน
ขอแค่ให้ใจได้แสดงความจริงข้างใน
ที่ฉันมีต่อเธอ
                                                         
(ขอบคุณเพลง กะทันหัน - ฟิล์ม บงกช/ รุจ ศุภรุจ/LOWFAT)


“รออยู่นี่”

มันพูดจบก็หยิบธนบัตรออกจากระเป๋าตังค์มัน เดินดิ่งตีนไปหากล่องบริจาคแล้วหย่อนธนบัตรลง
แต่เดี๋ยวนะ

แบงค์พัน

แบงค์พัน!!!!

มันหย่อนธนบัตรฉบับหนึ่งพันบาทลงกล่องอย่างไม่ใยดี หล่อ รวย สปอร์ตมากมึ๊งงง

มันหันมายักคิ้วลิ่วตาใส่ผม แล้วหันไปกระซิบกระซาบกับน้องที่เป็นคนร้องเพลง ก่อนจะหันกลับมามองผมอีกที แปลกๆว่ะ รู้สึกเหมือนได้รับไอนรกอยู่ใกล้ๆตัว แล้วมันก็เดินออกมายืนอยู่ข้างผมตามเดิม

“ต่อไป...เรามาพบกับนักร้องรับเชิญสุดพิเศษของเราดีกว่าครับ”

กรี๊ดดดดดด

วี๊ดดดดดดดด

วู้ววววววววว

มีนักร้องรับเชิญด้วย ดีๆว่ะ ผมหันไปมองไอ้แต็งค์ที่มันยิ้มมุมปากหน่อยๆ ก่อนมันจะหันมามองผม สายตาแบบนี้

มึงคงไม่...

“เชิญครับพี่น้ำ”

เวร!!!

กูว่าแล้วไอ้ห่าแต็งค์ ไอ้ส้นตีน

แล้วพวกน้องก็พากันส่งสายตามากดดันผม ไม่ใช่แค่พวกน้องสิ พวกกลุ่มไทยมุงที่ยืนมุงกันอยู่ด้วยเนี่ย เวรแล้วไงไอ้น้ำมึง
“ทำบุญ” มันหันมากระซิบข้างหูผม บุญกับผีมึงสิ หืมมมม
“มึงไม่ทำเองล่ะ”
“ทำแล้ว” จ้าๆ “ตั้งพันนึง” จ้าพ่อ ผมได้แต่เบะปากใส่มัน
“ขอเสียงให้พี่น้ำหน่อยครับ”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

ไอ้นั่นก็กดดันจัง ไอ้ห่านี่ก็น่าถีบจริง จะปฏิเสธก็ไม่ได้ มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมคงทำได้แต่ชูนิ้วกลางน่ารักๆให้ไอ้แต็งค์มันไป แล้วเดินไปตรงตำแหน่งที่น้องๆใช้แสดงกัน
“ร้องเพลงไรดีพี่” ทักทายเหมือนสนิทกันมาสิบปี

ผมหันไปมองไอ้คนตรงหน้า ที่ทำหน้านิ่งๆเรียบๆ และแอบอมยิ้มสะใจกับการกระทำตัวเองอยู่

“บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต” ทำไมผมถึงเลือกเพลงนี้วะ “ครับ”

ไม่ทันได้ตอบคำถามตัวเองในใจ อินโทรดนตรีก็ขึ้น

เป็นความต้องการจากฟ้า หรือความต้องการจากใคร
ที่มาทำให้สองเราได้มาเจอกัน
เธอเพียงแค่เดินผ่านพ้น ฉันเพียงแค่วนผ่านไป
แต่ทำไมหัวใจเราจึงผูกพัน


ทำไมผมถึงเลือกเพลงนี้อ่ะหรอ
 
หรือว่ามันคือพรหมลิขิต ที่ใครมาขีดไว้
แต่ก็ทำให้หัวใจ ได้ใช้รักใครสักคน


ไม่รู้สิครับ

บนโลกนี้ มีคนอยู่เป็นร้อยล้านคน
แต่วนมาได้พบเธอ ความบังเอิญ
เปลี่ยนชีวิตฉันไปแค่แรกเจอ
ที่พบเธอ ก็เหมือนเจอทุกสิ่งที่ฉันรอ


พอยิ่งได้ร้อง ยิ่งได้ยินทำนองดนตรี หลายๆอย่างในหัวผมมันก็ผลุดขึ้นมา

จะบินข้ามไปอีกฟ้า หรือว่าจะไปที่ใด
มันก็ยังไม่พ้น ให้เราต้องเจอกัน
ที่โลกมันกลมแบบนี้ คงมีเหตุผลของมัน
ที่ทำให้ฉันได้มาเจอเธอ
หรือว่ามันคือพรหมลิขิต ที่ใครมาขีดไว้
แต่ก็ทำให้หัวใจ ได้ใช้รักใครสักคน


สิ่งที่ผลุดขึ้นมา มีแต่ภาพของผมกับมัน ภาพตั้งแต่ตอนที่ไอ้เทมส์ชี้ให้ผมมองมัน ภาพที่มันวิ่งหอบของขวัญของใครก็ไม่รู้มาให้ผม ภาพที่ผมต้องหน้าเหวอตอนที่รู้ว่าเป็นบัดดี้กับมัน และอีกหลายๆภาพ มากมาย

บนโลกนี้ มีคนอยู่เป็นร้อยล้านคน
แต่วนมาได้พบเธอ ความบังเอิญ
เปลี่ยนชีวิตฉันไปแค่แรกเจอ
ที่พบเธอ ก็เหมือนเจอทุกสิ่งที่ฉันรอ


คิดแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ผมกับมัน จะมีภาพจำหลายภาพขนาดนี้

หรือว่ามันคือพรหมลิขิต ที่ใครมาขีดไว้
แต่ก็ทำให้หัวใจ ได้ใช้รักใครสักคน
บนโลกนี้ มีคนอยู่เป็นร้อยล้านคน
แต่วนมาได้พบเธอ ความบังเอิญ
เปลี่ยนชีวิตฉันไปแค่แรกเจอ
ที่พบเธอ ก็เหมือนเจอทุกสิ่ง
และเพราะเธอ คือสิ่งที่ฉันรอ

(ขอขอบคุณเพลง บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต - โปเตโต้)

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

“ขอบคุณครับ”

ร้องเสร็จผมก็วิ่งมาหาไอ้ตัวดีแล้วลากมันออกมาจากฝูงชน เพื่อหาซื้อของกินไปให้พวกไอ้เหน่งที่ป่านนี้คงนั่งหิวไส้กิ่วกันอยู่ที่ใต้ตึกคณะ

ปึง (เสียงปิดประตูรถ)

“มีความสุขจังนะมึง” ตั้งแต่ขึ้นรถมามันก็นั่งหน้านิ่งแต่แอบอมยิ้มอยู่ คงจะมีความสุขที่ได้กวนตีนผม
“อือ”
“กูจะตัดมึงออกจาการเป็นบัดดี้”
“เรื่อง?” มันถอนหายใจ “ถ้าเป็นเรื่องร้องเพลง” มันหันมามองผมแล้วก็หันกลับไปสนใจควงพวงมาลัยขับรถต่อ “มึงก็ดูมีความสุขดี”
“หน้ากูบอกแบบนั้นหรอวะ”
“อือ...” แล้วมันก็ง้างปากพูดต่ออีก “อะไรที่ทำแล้วมีความสุข ทำแล้วไม่ได้เดือดร้อนใคร ก็ไม่เห็นต้องไปแคร์คนอื่นเลยนี่วะ”
“มึงคิดงั้น?”
“กูรู้ว่ามึงไม่ชอบการตกเป็นเป้าสายตา กูเองก็ไม่ชอบ กูเข้าใจเรื่องนี้ดี” เข้าใจ แต่มึงแม่งก็ชอบหาเรื่องมาให้กู “ถ้าเราเอาแต่หนี เราไม่ต้องหนีกันไปตลอดชีวิตหรอ”

เหยดดดดด

พูดดี

“วันนี้ทำไมมึงอธิบายยาวๆได้วะ”
“ก็เพราะเป็นมึง...” ตุบ ตุบ ตุบ “มึงที่แม่งเข้าใจอะไรยากเย็นไง” ห่า เกือบจะหวั่นไหว
“เออๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนกูก็เอาแต่หนีอย่างที่มึงพูดแหละ” ผมถอนหายใจเบาๆ “ก็ไอ้เหน่งมันชอบสปอยกู ถ้ากูไม่โอเคมันก็หาทางหนีทีไล่ให้กูตลอด”
“ตอนนี้ก็ยังหนีอยู่”
“ก็หนีอยู่” มันหันมามองหน้าผม “แต่พอรู้ว่าตรงที่กูยืนอยู่มีมึงคอยมองอยู่กูก็ไม่คิดจะหนี” หันหน้าไปสบตามัน “ถึงจะคิดแค่แปปเดียวก็เหอะ”
“หึหึ” นี่คงเป็นการหัวเราะที่จริงใจที่สุดของมันผมรู้สึกได้
“ไอ้ห่าแต็งค์” มันมะเหงกมาที่หัวผมถึงจะเบาๆ แต่ก็อยากด่า

ตอนนี้ผมกับมันก็พากันแลกเปลี่ยนเรื่องราวที่ผ่านๆมาที่ต่างคนต่างพยายามหนีการเป็นจุดสนใจของคนอื่น มันขับรถไปหัวเราะไป ภาพไอ้แต็งค์ในตอนนี้มันไม่ได้หน้านิ่งๆไร้ความรู้สึกใดๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หน้ามันมีแต่รอยยิ้ม ยิ้มที่เป็นยิ้มจริงๆ
จนผมรู้สึกอยากจะเก็บรอยยิ้มนี้ไว้มองเพียงคนเดียว


ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ ตุบ


ทำไมหัวใจของผมต้องเต้นแรงขนาดนี้



โดย  อีช้อย

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #14 เมื่อ03-09-2021 19:49:11 »

 :pig4:
 o13

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 6
«ตอบ #15 เมื่อ09-09-2021 19:14:17 »

Episode 6 มึงชอบมัน

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ปะ โล่ง ปะ โล่ง โป่ง ฉึ่ง ฉึ่ง ฉึ่ง โป่ง ฉึ่ง ฉึ่ง

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

“แต็งค์” ฉีกยิ้มหวานหยดย้อยแล้วยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลถุงใหญ่ให้ ซึ่งไม่รู้ในถุงมีอะไรเพราะมองไม่เห็น
หญิงสาวรายที่ 17 ของวันนี้ ที่เข้ามาหาไอ้แต็งค์พร้อมมีของติดไม้ติดมือมาให้ ถามว่ารู้ได้ไง เหอะ เหอะ ผมไม่ได้จับตามองมันทั้งวันหรอก แต่มันน่ะ เสร่อมาอยู่ในสายตาผมทั้งวันเอง

“น้ำเหนื่อยมั้ยอ้ะ” หยิบทิชชู่มาเช็ดเหงื่อที่หน้าให้ “กินน้ำป้ะ เดี๋ยวเฟิร์นไปซื้อให้” ฉีกยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า
“ไม่เป็นไรเฟิร์น ขอบใจนะ” ยิ้มน้อยๆส่งกลับไป คนที่ปรนนิบัติผมราวกับลูกน้อยในวันนี้คือเฟิร์นครับ

เฟิร์นเป็นดาวคณะของผมเอง อยู่เอกเดียวกับผมด้วยคือเอกไฟฟ้า ถามว่าสนิทกับเธอหรอถึงได้มาคอยดูแลผม ไม่ ใช่ครับ ไม่สนิทกันเลย แต่เฟิร์นจะชอบมาตามติดเกาะแข้งเกาะขาผมแบบนี้ประจำทุกทีที่มีโอกาส ชอบบอกต่อหน้าคนอื่นๆว่าชอบผมมากกกกกก แต่เอาเข้าจริงผมว่าเธอไม่ได้ชอบผมแบบผู้หญิงชอบผู้ชายหรอก ดูเหมือนจะชอบแกล้งเย้าแหย่เพราะอยากสนิทมากกว่า ผมเองก็ไม่ว่ารึทำท่าทางไม่ชอบใจอะไร เพราะคิดว่ายังไงก็เพื่อนกันยังต้องเจอหน้ากันทุกวันอยู่ดี เฟิร์นเป็นผู้หญิงจัดว่าสวยเลยแหละ สูงน่าจะประมาณ 165 แหละมั้งครับ ผิวขาวเหลือง ปากสีชมพูแดงๆโดยไม่ต้องทาลิปสติก เธอสวยแบบธรรมชาติเลยครับแบบไม่ใช้เครื่องสำอางเลยก็ว่าได้

“น้ำ เดี๋ยวพักก่อน” เสียงจากสวรรค์
“กว่าจะได้พัก” ถอนหายใจเฮือกนึง “ดูสิพี่เม่น น้ำตีกลองจนมือจะหักแล้ว”
“เป็นอะไร” ไอ้เหน่งหันไปถามเฟิร์น “เป็นห่วงเป็นใยแต่ไม่ได้เป็นแฟน”

ผลั๊วะ

เฟิร์นเลยจัดการศอกท้องไอ้เหน่งไปหนึ่งที อืมทำดีๆ

“ไอ้แต็งค์นี่มันฮอตฮิตสไปร์ซี่ไม่เลิกเลยว่ะ” ไอ้แคมป์มันเดินมาพูดพร้อมส่ายหัวเบาๆข้างๆผม
“อิจฉา?”
“ถ้าอิจฉามัน กูอิจฉามึงไม่ดีกว่าหรอวะ ห้อมร้อมไปด้วยสาวแท้สาวเทียมยกโขยง”
“เหอะ เหอะ” ถึงกับต้องแค่นหัวเราะใส่หน้ามัน
“จะว่าไปเดี๋ยวนี้ไอ้แต็งมันอารมณ์ดีแปลกๆว่ะ” ไอ้บิวโผล่งขึ้นมาแล้วก็เสือกหน้ามากอดคอมผมพร้อมเป่าหูเบาๆ
“ไงว๊า” ไอ้เหน่งแว๊บกลับมาเสือกหลังตีกับเฟิร์นได้ซักพัก
“ก็ปกติแม่งจะหงุดหงิดเวลามีคนมายุ่งวุ่นวายกับชีวิตมัน” ยัง ยังไม่เลิกเป่าลมใส่หูกูอีก “แต่เดี๋ยวนี้ใครเอาอะไรมาให้ก็รับของเค้าไปหมด ทั้งที่ทุกทีจะผลักกูไปรับหน้าแล้วตัวเองวิ่งหนีไป”
“จริงดิ”
“กูว่าแม่งกำลังเปิดใจ” หรอวะ “หรือไม่มันก็อาจจะกำลังหาแฟน”
“ย่ะ ย่ะ ไอ้แต็งค์ของเรา” ไอ้แคมป์มันส่ายหน้าแบบภูมิใจ ภูมิใจเหมือนไอ้แต็งค์เป็นลูกมัน
“มันจะหารึไม่หามึงจะจับมาเป็นประเด็นทำไม มาช่วยงานกูนี่” แล้วก็เป็นไอ้ไม้ที่มายุติความเสือกเรื่องไอ้แต็งค์ของพวกมัน
“เออมึงลากพวกมันไปเลย พูดแต่เรื่องไร้สาระ กูไม่มีสมาธิตีกลอง” สาบานว่าผมไม่ได้หงุดหงิด
“ทำไม หึงหรอ” ไอ้บิว ไอ้ส้นตีน ผมเลยจัดลูกถีบเบาๆใส่ตูดมันไป ข้อหาพูดมั่วซั่ว
“เอาน่า... ไม่หึงเนาะ ไอ้แต็งค์มันสนใจแต่มึง มึงก็รู้” สัดเหน่ง

ผลั๊วะ

แล้วไอ้ตัวดีที่เค้ากำลังนินทามันอยู่ก็วิ่งลากตีนหอบของพะรุงพะรังมา คงจะเป็นของเซอร์วิสจากพวกสาวๆคนรักแต็งค์แหละครับ สาบานอีกรอบว่าไม่ได้หงุดหงิดแค่รู้สึกว่าวันนี้อากาศมันร้อนกว่าทุกวัน

“อ่ะน้ำ” มันยื่นขวดน้ำมาให้ผม เหอะ
“เฟิร์น!!!” ผมตะโกนไปยังเป้าหมาย “หิวน้ำอ่ะ”
“มาแล้วค่า” รวดเร็วทันใจ พร้อมหยิบหลอดป้อนถึงปาก เซอร์วิสดีไปอีก ส่วนไอ้คนตรงหน้าก็ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม และก็ยังยื่นขวดน้ำในมือมันยัดเยียดให้ผมเหมือนเดิม
“กูกินแล้ว” ยกขวดน้ำที่เฟิร์นเอามาให้โชว์
“เก็บไว้” มันก็ไม่ฟังอะไรเหมือนเดิม แล้วก็ยัดขวดน้ำใส่มือผม
“ไอ้แต็งค์ มึงมาช่วยทางนี้ดิ้” เสียงไอ้บิวเพื่อนรักมันเรียกตามตัวไปช่วยงาน
“ห้าโมงเจอกัน”
ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรมัน พยักหน้าหงึกหงักไปสองที ไม่อยากจะแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่มัน

แต่เดี๋ยว

ผมหงุดหงิดมันเรื่องอะไรเนี่ย


“แหม ใจคอจะไม่ยอมห่างกันเลยหรอ” แหม ใจคอก็จะทักแบบเดิมทุกวันเลยหรอ พี่ที่ซ้อมคทาให้ผมเองครับ ทักแบบนี้ทุกวัน ย้ำว่าทุกวัน ไม่เคยเปลี่ยนคอนเซปการทักเลย
“ครับ” ไอ้แต็งค์มันก็ครับแบบนี้ทุกวันเหมือนกัน โอเคคุยกับพี่แกได้
“งั้นเริ่มซ้อมกันเลยแล้วกัน ซักสามรอบพอ เสร็จจะได้กลับๆไว”
“ครับพี่”

ระหว่างที่ผมซ้อมอยู่ สายตาของผมไม่ได้สนใจไม้คทาที่ควงอยู่ หรือเสียงทำนองดนตรีที่วงดุริยางค์เล่น แม้กระทั่งพี่ที่คอยแหกปากบอกจังหวะบอกวงดุริยางค์

เพราะผมกลับเลือกสนใจ....

สนใจแต่บรรดาเหล่าสาวๆที่หอบหิ้วของน้อยใหญ่มาเซอร์วิสไอ้แต็งค์เนี่ย ไอ้นั่นก็นั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน เค้าให้อะไรก็รับไปหมด เห็นแล้วอยากขว้างไม้คทาเข้าไปกลางวงล้อมให้แตกกระเจิง หงุดหงิดโว้ยยยยยย แล้วกูจะหงุดหงิดทำไม

“เอ่อ... น้ำ”
“น้ำ”
“น้ำโว้ยยย”
“ห๊ะๆ พี่”
“วันนี้ดูไม่มีสมาธิเลย” ใช่ครับ ทำไมไม่มีสมาธิเลย หงุดหงิดตัวเอง วันนี้ผมไม่มีสมาธิอะไรเลย มัวแต่จดจ่ออยู่กับไอ้แต็งค์
“โทษครับพี่”
“อือๆไม่เป็นไร” แล้วแกก็ถอนหายใจใส่ผมเฮือกนึง “วันนี้พอก่อนแล้วกัน ป่ะๆแยกย้าย”
“หวัดดีพี่”
“วันนี้เลิกไว” เออถ้าเลิกช้ากูจะเดินออกมามั้ย
“อือ”
“เหนื่อย?”
“อือ”
“หิว?”
“อือ”
“หึง?”
“อือ” เดี๋ยวไอ้ห่าแต็งค์
ผลั๊วะ

“จริงป่ะ” ยังจะมาเลิกคิ้วใส่กูอีก
“จริงเรื่องอะไรล่ะ”
“ก็หึง” ยังไม่จบ
“กูจะไปหึงมึงเรื่องอะไร”
“หงุดหงิด?” ยัง มึงยังจะร่ำไรอีก
“ไอ้แต็งค์ มึงดูปากกูนะ กูเหนื่อย กูหิว กูอยากนอน!!”
“ไม่ช่วยงานคณะ?”
“ให้พวกไอ้เหน่งมันช่วยไป กูไม่ไปคนเดียวรุ่นพี่คงไม่พากันเผาคณะหรอก”
“รู้แล้วๆ” รู้ก็ดีร่ำไรกับกูอยู่นั่น “ไม่เห็นต้องหงุดหงิด”
“กูหงุดหงิด?” ผมหันไปมองมันแล้วเอานิ้วชี้หน้าตัวเอง
“อือ” คือหน้ากูดูหงุดหงิดหรอวะ แล้วมึงจะมาอมยิ้มเพื่อ!!
“กูหิวข้าว จะไปกินข้าว มึงกลับไปได้ละ”
“หมดประโยชน์ก็ถีบหัวส่ง” มันบ่นหงุงหงิงเหมือนจะเบาแต่จงใจให้ผมได้ยิน ผมเลยต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้มันได้ยิน
“ถ้าจะไปด้วยก็รีบเดิน แล้วก็ไม่ต้องง้างปากพูด” ทีนี้มันเดินนำลิ่วเลยครับ ไม่รู้กลัวไม่ได้ไปรึว่าแกล้งประชด หืมอยากถีบ

ติ๊งงงงงงงงง (เสียงเรียกเข้า)

“แต็งค์ รับสายให้กูหน่อย”
[ไง๊]
“น้ำมันขับรถอยู่พี่นนท์”
[แล้วมึงใคร ถือวิสาสะมารับโทรศัพท์แทนน้องกู]
“แต็งค์ พี่” ถอนหายใจ
[เออๆ กูรู้แล้ว หยอกเล่นไปนั่นแหละ ฮ่าๆ]
“มึงเปิดสปีกเกอร์โฟนดิ”
“แปป”
“มีเรื่องห่าเหวไรพี่นนท์”
[คำทักคำทายมึง]
“อย่าลีลา”
[คืนนี้สามทุ่มเจอกัน ชนกัน แดกเหล้า]
“แดกเนื่องในโอกาส?”
[เออน่า แดกก็คือแดกไม่ต้องรอโอกาส… แต็งค์มึงมาด้วยนะ]
มันพยักหน้ารับโดยที่ไม่รู้ว่าพี่นนท์มันจะเห็นหรือไม่เห็น
[เอาไอ้สี่ห้าตัวนั่นมาด้วย เอ้อ เอาเพื่อนมึงมาด้วยนะไอ้แต็งค์ หลายๆคนครื้นเครงดี]
“ครื้นเครงกับผีน่ะสิ เวลาเมาเหมือนหมาทุกตัว”
“มึงก็ด้วย”ไอ้ห่าแต็งค์
[ตามนี้นะ ใครไม่มากูตามไปลากคอถึงที่แน่]
“ร่ำไร”
[จุ้บๆ] เสียงนี่แรดมากพี่มึง


23.30 น.
“อ้าว พัทยา” มุข??
“ชนไม่ใช่หรอวะ”
“กูเล่นมุข ไอ้ห่าไม้” เอาที่มึงสบายใจกันเลย
“ชนๆ ชนนนนนน”

กริ๊งงงง กริ๊ง

“น้องคะ พี่ขอชนแก้วด้วยได้มั้ยคะ”

กริ๊งงงงงง

ครับ

แต่ผมไม่ได้ชนครับ ไอ้แต็งค์ไอ้ตัวดี เสือกหน้ามาชนแทน ผมล่ะอ่อนใจกับมัน นี่คงเป็นแก้วที่ 11 แล้วครับที่มันมาชนแทนผม เห็นสาวๆอกตู้มหน่อยไม่ได้ ต้องเสนอหน้า เห็นแล้วหมั่นไส้ อยากจะยกถังน้ำแข็งทุบหัวมันให้สลบ

“ใช่น้ำป้ะ ชนแก้วหน่อยดิ”

กริ๊งงงงงง

“จำพี่ได้มั้ย พี่อยู่เอกเครื่องกล ที่เคยช่วยเรายกลังกระดาษ...”

ครับ กริ๊งงงงงง

“ชนแก้วหน่อยค่ะ”

กริ๊งงงงง

แต่ละกริ๊งที่เข้ามาชนแก้ว ไม่เคยถึงแก้วผมเลยครับ ไอ้ห่าแต็งค์มันฟาดชนเรียบหมดทั้งชายและหญิง แก้วเหล้าผมแทบจะเป็นหมัน ถ้าไม่ได้ไอ้เหน่งกับโชคคอยหันมาชนด้วย คงเป็นหมันแน่

“หงุดหงิดอะไรวะ” ไอ้เหน่งมันหันมาคุยกับผม
“ไม่ได้หงุดหงิด”
“แต่หน้ามึงบอกว่าหงุดหงิด”
“กู ไม่ ได้ หงุด หงิด”
“หรอวะ” ก็เออสิวะ “มึงหงุดหงิดไอ้แต็งค์”
“ห๊ะ!!!” วอทททท “กูจะไปหงุดหงิดมันเรื่องอะไร?” ต้องถอนหายใจโชว์มันเลยจังหวะนี้
“หงุดหงิดที่มีแต่คนมาชนแก้วกับมันไง” เดี๋ยวนะไอ้เหน่งเค้ามาชนกลับกู แต่ไอ้ตัวเสือกนี่มันเสือกไปชนแทนกู
“เหอะ”
“มึงชอบมัน”
“ห๊ะ!!!” ไอ้เหน่ง มึงคิดได้ไง
“มึงชอบมัน”
“หา!!!”
“มึงชอบมัน” ไอ้ห่าเหน่ง มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลย
“กูไม่ได้ชอบมัน”
“มึงชอบ!!! ที่ทำหน้าหงุดหงิดแบบนี้ เพราะมึงกำลังหึงมันอยู่”
“กู...”
“มึงหึงมัน” มึงจะไม่ให้โอกาสกูพูดเลยหรอไอ้เพื่อนเลว
“ใช่ มึงกำลังหึงมัน” เหอะๆ ไอ้บิวมันมารับบทเป็นตัวเสือกเพิ่มอีกตัว หงุดหงิดกับพวกแม่ง
“มึงๆ มาช่วยกูพยุงไอ้แต็งค์ที เละชิบหาย”
“แม่งเล่นชนแก้วกับเค้าไปทั่ว คอทองแดงแค่ไหนก็เละ ไอ้สันขวาน” ไอ้เทมส์มันพยุงไอ้แต็งค์แล้วเอามือผลักหัวเบาๆ แต่ผมเห็นแล้วอยากเอาตีนผลักให้มากกว่า หงุดหงิดโว้ยยยยยย
“มึงอยากรู้ป้ะ ว่ามึงชอบมันมั้ย” สายตาแบบนี้ ไอ้บิวมันต้องมีเรื่องเวรๆให้ผมแน่
“กูไม่อยากรู้” ผมยื่นมือไปช่วยไอ้เทมส์มันพยุงไอ้แต็งค์ ไอ้ห่านี่ก็ตัวหนักเหลือเกิน แดกได้แดกดี แดกเหมือนพรุ่งนี้จะไม่มีให้แดก
“มึงดูนี่สิ” ไอ้บิวมันดึงคอเสื้อไอ้แต็งค์ออกมาให้ผมดู

พึบ

ตุบ

“เฮ้ยไอ้แต็งค์”

ผมปล่อยมือที่พยุงไอ้แต็งค์ทันที ทำให้มันร่วงลงไปสิโรราบกับพื้นดัง ตุบ
ไม่ปล่อยได้ไงล่ะ ผมกำลังอึ้งอยู่ อึ้งกับอะไรน่ะหรอ ก็ที่คอเสื้อมันไง มีรอยลิปสติกสีแดงแป๊ดประทับจูบอยู่ ทำไมผมรู้สึกหงุดหงิดได้ขนาดนี้ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีไอนรกแผ่รังสีอยู่รอบตัวเลย

“มีไรกันวะ” พี่นนท์มันเหลือบไปเห็นไอ้แต็งค์ที่นอนอยู่บนพื้นพอดี “โหไอ้แต็งค์มันโดนไปกี่ขนานวะน่ะ”
“เอ่อ... พี่นนท์พี่..” ผมหันไปมองไอ้อาร์ตที่มันอั้มอึ้งอยู่ ก่อนตวัดสายตาไล่มองเพื่อนที่รักทุกตัว ตั้งแต่ไอ้เหน่ง ไอ้โชค ไอ้ไม้ ไอ้แคมป์ ไอ้เทมส์ ไอ้โต้ง แล้วก็ไอ้บิว ไอ้ปากผีที่ยืนอมยิ้มชอบใจอยู่ ไม่รู้ว่าชอบใจอะไรของมัน
“กูกลับก่อนนะ”
“เออๆ เอาไอ้แต็งค์กลับไปด้วย”
“มึงก็เอามันกลับเองสิพี่นนท์ เป็นหลานรหัสมึงนี่พี่”
“แต่มึงก็เป็นบัดดี้มัน”
“กูเลิกเป็นแล้ว”
“ของแบบนี้มันเลิกกันได้หรอวะ” อยู่ๆไอ้ห่าเหน่งก็โผล่งขึ้นมา
“ทำให้มันแค่นี้ไม่ได้หรอวะ ทีมัน มันยังทำให้มึงตั้งเยอะแยะ” นี่กูน้องมึงจริงมั้ย
“เออ!!!” ผมไม่ได้หงุดหงิดเลยนะ “งั้นพวกมึงต้องกลับกับกูให้หมด ไปช่วยกันแบกไอ้แต็งค์ ไม่ต้องง้างปากถียง ใครเถียงกูจะเดินไปบอกพี่แทนให้สั่งการ์ดห้ามพวกมึงเข้าร้านนี้ตลอดชีวิต”
“หึงมันแล้วมาลงที่กู” ไอ้เหน่งมันบ่นอุบอิบเบาๆ เบาๆแต่ผมได้ยิน เลยหันไปถลึงตาใส่มันอย่างเครียดแค้น ไอ้ผีเจาะปากมาพูด

คืนนี้พวกผมตกลงกันว่าจะให้ไอ้พวกตัวดีเกือบสิบชีวิตมานอนที่คอนโดผม สาเหตุมาจากไอ้ตัวดีที่เมาเหมือนหมามันงอแงจะไม่ยอมกลับคอนโดตัวเอง ถ้าถามว่าคนนิ่งๆหน้าไม่บอกบุญอย่างมันงอแงเป็นด้วยหรอ เวลางอแงจะเป็นยังไงหรอ บอกเลยครับว่า นรกมาก

‘ไม่กลับ!! กูจะนอนกับมึง’ ตะคอก
‘กูจะนอนกับมึง’ โวยวายเสียงดัง
‘อย่ามาเตะตัวกู กูจะนอนกับมัน’ ถีบ ถอง ทุกคนที่เข้าใกล้
‘กูจะนอนกับมึงๆๆๆๆ’ รำคาน ที่สุด

สุดท้ายผมก็ต้องเสียสละเตียงนุ่มๆของตัวเองให้ไอ้ตัวเสือกที่เสนอหน้ารับชนแก้วกับคนอื่นไปทั่ว ชนจนคอพับไปข้าง ยิ่งเห็นรอยลิปสติกที่คอเสื้อมัน อารมณ์ฉุนเฉียวของผมก็เริ่มพุ่งพล่าน อยากเอาโคมไฟที่หัวเตียงทุ่มใส่หัวมัน แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งกอดอกมองสภาพมันที่ครางหงิงๆเป็นหมา

“นี่กูชอบมึงจริงๆหรอวะ” ถอนหายใจซักพรวด



[บิว เพื่อนรัก]

เหอะ เหอะ ผมได้แต่แอบลอบมองดูไอ้คนไม่รู้ใจตัวเองที่กำลังนั่งกอดอกหงุดหงิดงุ่นง่าน ดู ดูมัน มันยังไม่รู้ตัวอีกว่าชอบไอ้แต็งค์ แล้วก็เสือกไม่รู้ตัวอีกว่าไอ้แต็งค์ก็ชอบมัน ชอบถึงขนาดที่กันทุกคนที่เข้ามาเต๊าะมัน ยอมเสนอหน้าไปชนแก้วกับทุกคนที่เข้าหามัน ชนไปชนมา ชนจนคอแทบหัก เห้ออออ มันสองคนอ่ะรู้สึกเหมือนกัน ใครๆก็ดูออก มีแต่พวกมันแหละที่ดูไม่ออก คนนึงก็เอาแต่ตามหวง หวงเป็นจงอางหวงไข่ ส่วนอีกคนก็เอาแต่หึง หึงจนเลือดขึ้นหน้า

“มึงว่าไอ้น้ำมันจะรู้ตัวบ้างมั้ยวะ” ผมหันไปถามไอ้เหน่งเพื่อนรักของไอ้คนไม่รู้ใจตัวเอง ซึ่งไอ้เหน่งมันก็คิดแบบที่ผมคิด ว่ามันสองตัวอ่ะรู้สึกตรงกันแต่คนนึงมันดันซึน อีกคนก็ดันไม่รู้ห่ารู้เหวอะไร เลยเป็นแบบเนี๊ย
“เดี๋ยวกูจะทำให้มันรู้เอง แต่มึงก็ต้องช่วยกู”
“จัดไปคราบโผม”
“นี่ถ้ากูไม่จับตาดูเจ๊คนที่จ้องจะลวนลามไอ้แต็งค์ไว้ตลอดเวลานะ หือ..ไม่อยากจะคิด” อยู่ๆไอ้โต้งก็โผล่งขึ้นมา ถึงจะเมาแต่ต่อมเสือกยังทำงานอยู่
“ทำไมวะ”
“ก็จากที่รอยลิปสติกที่อยู่บนคอเสื้อ มันจะย้ายมาอยู่ที่แก้มมันแทนไง” อ๋อออออ
“กูว่าถ้ามันมาอยู่บนแก้มไอ้แต็งค์นะ... ไอ้น้ำแม่งต้องเอาถังน้ำแข็งทุบหัวไอ้แต็งค์แน่ ฮ่าๆ” แล้วไอ้อาร์ตมันก็เค้ามาเสือกอีกตัว
“เออว่ะ กูสังเกตแววตาน้ำมันตอนที่เห็นรอยลิปสติกนะ แม่งอย่างกับมีไอดำๆแผ่รังสีอยู่รอบตัวมันเลย”ไอ้โต้งถึงเมาอยู่แต่สติครบถ้วน จำได้ทุกเหตุการณ์ สุดยอดจริงๆมึง
“กูไม่กล้าพูดอะไรเลย กลัวมันแดกหัวกู” ใช่ครับไอ้อาร์ตมันกลัวจริง ผมเห็น ผมเป็นพยานได้
หลังจากวันนี้ผมคงต้องเร่งปฏิปัติการลับฉบับรักของแต็งค์น้ำแล้วล่ะครับ เห็นสภาพวกมันสองตัวแล้วหงุดหงิดทุกที ถ้ายังเป็นยังงี้อยู่แล้วเมื่อไหร่จะได้รักกัน ไอ้ต้าวบ้า
[End]






“ดีพี่” ฉีกยิ้มซักหน่อย “แหม ใจคอจะไม่ยอมห่างกันเลยหรอ” ต้องรีบชิงพูดก่อนแก พี่แกจะได้เปลี่ยนรูปประโยคบ้าง
“แหม เล่นงี้เลยหรอน้ำ” แกก็เอื้อมมือมาตีไหล่ผมเบาๆ “งั้นไปซ้อมกันเลยป่ะ”
“แต็งค์!!!” เสียงเรียกสดใส กับใบหน้าแสนสวยที่กำลังพุ่งตรงมายังเป้าหมาย “ตั้งแต่ประกวดดาวเดือนเสร็จเรายังไม่ได้ถ่ายรูปลงเพจด้วยกันเลยนะ”
“ไม่ค่อยว่าง” มันยังคงคอนเซปประหยัดคำกับทุกคน
“เห็นพูดแบบนี้ตลอด” แล้วเธอก็ทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ ดูน่ารักดีนะครับ
“น้ำ เร็ว!!!”
“อ้าว น้ำ” ปล่อยยืนหัวโด่อยู่ตั้งนาน เธอพึ่งจะมองเห็นผม “เราฝ้ายนะ”

ครับ

ฝ้าย ดาวมหาลัยปีนี้ เธอสวย หุ่นดี ผิวขาว ผมยาวสลวย ใบหน้ายิ้มแย้มร่าเริง บุคลิกค่อนข้างเป็นมิตร ดูเข้ากับคนง่าย และเธอก็
ดันเลือกเดินเข้ามาหาไอ้แต็งค์

ดาวมหาลัย กับ เดือนมหาลัย

ดูเข้ากันดีนะครับ

แต่


ทำไม


ใจโหวงเหวง แปลกๆ วะ



โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 14
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 7
«ตอบ #16 เมื่อ17-09-2021 15:13:28 »

Episode 7 กว่าจะรู้หัวใจตัวเอง


“เราฝ้ายนะ”
“อืม”
“น้ำโว้ยยยย รีบมาซ้อม”
“เออพี่!!!”

ทำไมวันนี้ยิ่งซ้อมยิ่งเหนื่อย ยิ่งซ้อมนานขึ้น ยิ่งอยากออกไปจากตรงนี้เร็วขึ้น เพราะอะไร
หรือเพราะเหตุการณ์ตรงหน้า....

ฝ้ายเธอฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่ตลอดเวลา ชวนไอ้แต็งค์คุยนั่นคุยนี่ ไอ้นั่นก็นั่งน่านิ่งให้เค้ากระซี้กระซิกเข้าหา เหอะ มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าฝ้ายชอบไอ้แต็งค์ แล้วผมเป็นไรเนี่ย เค้าชอบกันมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอวะ ผู้ชายกับผู้หญิง มันก็เป็นเรื่องปกตินี่วะ อีกอย่างสองคนนั้นก็ดูเหมาะสมกันดีทุกอย่าง จริงๆ

“น้ำวันนี้พอแค่นี้นะ”
“ครับ”
“วันนี้ดูเหนื่อยๆ มีไรรึป่าว”
“ป่าวพี่” หน้าผมแสดงออกขนาดนั้นเลยหรอ “เออพี่... ผมว่าผมซ้อมเป๊ะแล้ว ขอพักซักอาทิตย์นึงได้มั้ยครับ พอดีผมอยากไปช่วยงานที่คณะ สงสารพวกเพื่อนมันไม่ค่อยได้พักกัน”
“อืม เอาสิ พี่ก็สงสารน้ำ ไหนจะเรียน ไหนจะตีกลอง ไหนจะซ้อมคทา ไหนจะงานคณะอีก คงเหนื่อยน่าดู”
“ขอบคุณครับ”
“จ้า งั้นอาทิตย์หน้าเจอกัน”

ร่ำลากับพี่แกเสร็จ ผมก็ตั้งใจจะตรงไปคณะเลย กำลังจะไปเรียกไอ้แต็งค์ แต่พอเห็นมันกำลังงุ่นง่านคุยกับฝ้ายอยู่  เลยหมุนตูดเดินกลับออกมาคนเดียว ไม่อยากเข้าไปขัดมัน เผื่อมันจะยังอยากคุยกับฝ้ายต่ออีกซักพัก บางทีผมควรจะไปไหนมาไหน หรือทำอะไรคนเดียวบ้าง โดนตามสปอยจนเสียนิสัยนะมึงอ่ะไอ้น้ำ

“ไม่รอ” ไอ้ตัวดี กูอุตส่าห์เปิดโอกาสให้ มึงนี่มันโง่
“กูเห็นคุยกับฝ้ายอยู่”
“งาน”
“อือ”
“ไม่พอใจ?”
“กูจะไม่พอใจเรื่องไร” ผมถอนใจเบาๆ ก่อนจะอธิบาย “วันนี้กูเหนื่อยมาก กูอยากพัก ไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำ”
“ขี้หงุดหงิด” มันบ่นพึมพรำๆ แต่ผมก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะเหนื่อยจริงๆ “กินข้าวกัน”
“เอ้อ..กูลืมบอก วันนี้กูมีนัดกินข้าวที่บ้าน มึงไปชวนพวกไอ้บิวน่ะ มันยังอยู่ที่คณะแหละ”
“อือ”
“กูไปล่ะ” วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ที่คุยกับมันจริงๆ ยังไม่อยากอยู่ใกล้กับมันตอนนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ทำไมหัวใจมันโหวงเหวงแปลกๆ
[ไง ผีเข้าหรอวะ]
“คิดถึงนี่แหละ”
[เงินหมดแล้วใช่มั้ย]
“หึหึ พี่น่าน”
[จะงอแงเอาอะไร]
“เย็นนี้มากินข้าวด้วยกันเหอะ”
[เป็นไร ใครทำไร เสียงทำไมไม่มีความสุขเลยวะ]
“เออน่า บอกให้มาก็มา ตั้งแต่มาเรียนมหาลัยเนี่ยไม่ค่อยได้เจอเลยคิดถึง”
[สาบานเลยว่ากูไม่เชื่อ]
“จะมามั้ย”
[เออๆ ให้ลากไอ้นนท์ไปด้วยมั้ย]
“อือเอาพี่มันไปด้วย เดี๋ยวผมจะลากไอ้เหน่งไปด้วย”
[เคๆ งั้นเดี๋ยวกูไปรับที่คอนโด เดี๋ยวคืนนี้จะไปนอนด้วย คิดถึง]
“สาบานว่ากูไม่เชื่อพี่มึงเลย”
[ฮ่าๆ เจอกันจุ้บๆ] เหอะ

พอได้เวลาหนึ่งทุ่มตรงพี่น่านมันก็บึ่งรถมารับพวกผมสามน. น.น้ำ น.เหน่ง น.นนท์ ที่คอนโดทันที แล้วพี่มันก็ใส่ตีนผีพาผมมานั่งโซ้ยชาบูกันอย่างสบายใจเฉิบ ซึ่งผมก็สบายใจขึ้นจริงๆ

“ผีตัวไหนเข้าสิงมึงวะพี่น่านถึงพามาเลี้ยง”
“ตัวที่สิงน้องชายสุดที่รักมึงไงไอ้นนท์”
“ตัวไหนวะ” พี่นนท์มันหันมาถามผม แล้วยังจะเลิกคิ้วกวนตีนใส่
“แดกๆไปเหอะพี่มึง”
“กูนี่ใช่พี่มึงจริงป่าววะ” เออกูก็สงสัยเหมือนกัน
“พอๆเลย” ไอ้เหน่งมันเลยเสนอหน้ายุติฝีปากผมกับพี่ชายสุดที่รัก “แล้วคุณประณตไม่มาหรอพี่น่าน”
“ไม่ว่าง เห็นบอกว่ามีนัดก๊งเหล้ากับคุณอเนก เหลี่ยมศิลา”
“แหม เรียกพ่อผมซะเต็มยศเลยนะ”
“ฮ่าๆ”

Cutegirl&Cuteboy
น่ารัก!!! ดาว&เดือนปีนี้ เคมีเข้ากันสุดๆ
(แปะภาพแต็งค์กับฝ้ายนั่งคุยกันข้างสนามกลาง)
Pen Cree น่ารักอร๊า เหมาะสมกันจัง
ครับ เหมาะสมกันจัง
ดาวน้อย ไม่น้อย แอบกิ๊กกันชัวร์
Shyny ฉันอกหักดังเป๊าะ
Fon Fon ทำไมน้องแต็งค์ไม่เลือกพี่
รักนี้ หมี่เหลือง น่ารักทั้งคู่
น่ารักทั้งคู่จริงๆครับ ดูยังไงเค้าก็เหมาะสมกัน
Biw Biwwy @Teetuch Thank ยังไงๆ
F O E R N แบบนี้ก็ดี ตัดคู่แข่งออกไปได้ตั้งสองคน
เดี๋ยวนะเฟิร์น อะไรวะ งง งงหนักมาก
Neng Nantapphan @F O E R N ขายความที
F O E R N @Neng Nantapphan ขยายป้ะ?

“กูพามาแดก ไม่ใช่พามาเล่นโทรศัพท์”

ผลั๊วะ ผลั๊วะ

“เชี้ยยยย พี่น่าน”
“กำลังเสือกเหมือนกันเลยดิ” ไอ้เหน่งมันเอี้ยวตัวมามองโทรศัพท์ผม
“อือ”
“โอ๋เอ๋ๆ อย่าหึงเลยนะ” กูเนี่ยนะหึง “ดูๆไป.. ไอ้แต็งค์กับฝ้ายก็เหมาะสมกันดีนะ มึงว่าป้ะ”
“เออ” กูรู้ว่าเค้าเหมาะสมกัน ไม่ต้องย้ำ ไอ้ห่า





“แต็งค์” ฝ้ายเธอมาอีกแล้วครับ เดินแจกรอยยิ้มสดใสมาแต่ไกล “เราซื้อขนมมาฝากเพรียบเลย”
“ขอบคุณ”
“น้ำ กินด้วยได้นะ” แล้วเธอก็หันมาแจกยิ้มสดใสให้ผมอีกที
“อืม ขอบคุณ”
“น้ำๆ มึงมาช่วยกูทางนี้ดิ้” ตั้งแต่เลิกเรียนมาไอ้เหน่งมันก็ทำการจิกหัวใช้ผมเยี่ยงทาสในเรือนเบี้ยของมัน
“เออๆ”
“ทำหน้าหงุดหงิดอีกแล้วมึง” กูหงุดหงิดอีกแล้วหรอวะ “ปล่อยให้ไอ้แต็งค์กับฝ้ายเค้าได้อยู่สองต่อสองกันบ้าง ความสัมพันธ์เค้าจะได้พัฒนากันซักที” คราบบบบบเพื่อนรัก
“น้ำ มึงมาตีกลองนี่”
“น้ำมาช่วยกูยกลังเหี้ยนี่ดิ หนักชิบหาย”
“ไอ้น้ำไปหยิบกระป๋องสีให้กูดิ้”
“น้ำเอาพู่กันให้หน่อยว่ะ เร็วๆ”
“น้ำมึงช่วย..”
“ชิบหาย!!! จะให้กูทำอะไรเลือกให้กูซักอย่าง กูมีแค่สองมือสองตีน จิกหัวใช้กูเป็นลูกทาสเลยนะพวกมึง!!!”บอกเลยตอนนี้ผมหงุดหงิดกับพวกเพื่อนส้นตีนมากกกก
“ฮ่าๆๆ หยอกๆน่า”
“น่าพ่อง”
“เป็นไรเสียงดังกันวะ” พี่เม่นแกคงกลัวผมจะพังงานคณะ เลยตีนปรี่มาอย่างไว “อารมณ์ทำไมไม่ดีเหมือนหน้าตาเลยวะ”
“ช่วงนี้อารมณ์มันพุ่งพล่านง่ายอ่ะพี่ กวนนิดกวนหน่อยไม่ได้เลย” หรอออไอ้แคมป์
“กวนนิดหน่อย?” ผมหันไปทำหน้าแหยใส่ไอ้พวกเพื่อนตัวดี “จิกหัวใช้กูตั้งแต่เลิกเรียนจนหัวไม่วางหางไม่เว้นเนี่ยนะ”
“โห่เพื่อนรัก กูไม่อยากให้มึงว่างเดี๋ยวจะฟุ้งซ่าน” ฟุ้งซ่านห่าอะไรล่ะไอ้เหน่ง
“กูไม่ทำแม่งละ กูเหนื่อย กูจะกลับไปนอน” แล้วผมก็หมุนตีนออกมาจากวงสนทนา ก่อนจะเหลือบไปเห็นฝ้ายกับไอ้แต็งค์ที่ยังนั่งสนทนากันไม่หยุด คงจะชอบกันสินะ ตุบ ตุบ ตุบ
“กลับไปนอนนะไม่ใช่กลับไปร้องไห้”
เหอะ เหอะ กูจะร้องไห้เรื่องอะไรเนี่ย ผมเลยหันไปชูนิ้วกลางน่ารักๆกราดใส่พวกเพื่อนตัวดีทุกตัว

[แดกข้าวยังวะ]
“แดกแล้ว”
[แดกกับใคร]
“คนเดียวดิ แล้วมึงกลับยัง”
[กำลังกลับ ใกล้จะถึงแล้ว]
“เออ กินไรมายัง”
[ยังว่ะ มึงหาไรไว้ให้กูกินหน่อยดิ]
“เออๆ ภาระชิบหาย”
[น้ำ....]
“ไร”
[มึงไม่สบายป่าววะ เสียงไม่ค่อยดี]
“กูพึ่งตื่น”
[มึงมีอะไร มึงบอกกูได้นะ กูเพื่อนรักมึงนะเว้ย ไม่สบายใจอะไรก็เล่า เก็บไว้คนเดียวอกแตกตายพอดี]
“ถ้ายังอยากให้กูหาอะไรให้แดกอยู่ ก็รีบกลับมา แล้วไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น รำคาญ”
[แหนะๆ หงุดหงิด เป็นเมนส์หรอ]
“สัดเหน่ง”
[กูอยู่กับมึงมานานนะน้ำ กูรู้มึงมีเรื่องไม่สบายใจ]
“มึงนั่งทางในมาเสือก?”
[ก็เพราะรักไงถึงเสือก]
“ซึ้งว่ะ”
[ฮ่าๆๆ กูจะถึงแล้ว หิวชิบหาย รีบหาของแดกไว้ให้กูเลยนะ ไปถึงไม่ใช่ให้กูรออีก กูจะแดกหัวมึงแทน]
“หัวนิ้วโป้งตีน?”
[โอเค รู้เรื่อง]

คงจะมีแต่ไอ้เหน่งมั้งครับที่มันรู้ว่าผมมีเรื่องไม่สบาย  ผมคิดอะไร รู้สึกอะไร ไอ้เหน่งมันรู้ดีไปหมด มันรู้จักผมดีกว่าผมรู้จักตัวเองอีก แล้วมันก็มักจะเป็นอีกคนที่พร้อมจะโอ๋ผมทุกครั้ง นอกจากพ่อ พี่น่าน พี่นนท์แล้ว ก็มันนี่แหละครับที่อยู่กับผมทุกช่วงชีวิตที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเจออะไรมา ผมก็อุ่นใจขึ้นทุกครั้ง ถึงจะไม่มากแต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยก็หันมาแล้วยังเจอมัน




“แต็งค์” ฝ้ายมาอีกแล้วครับ “วันนี้เราว่าง ขอมานั่งเล่นที่คณะหน่อยนะ”

ไอ้แต็งค์มันไม่พูดอะไร แต่ก็พยักหน้ารับด้วยความเต็มใจ ช่วงสองสามวันมานี้ฝ้ายเธอตามติดประชิดตูดไอ้แต็งค์มันตลอด จนหลายคนคงคิดแล้วแหละว่าต้องแฟนกัน ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย คิดแล้วก็หน่วงๆในใจ เพื่อนมีความรักทำไมไม่ยินดีกับเค้าด้วยวะ ไอ้น้ำ

“น้ำจ๋า” ลากเสียงหวานเยิ้มมาแต่ไกลแบบนี้
“มีไรเฟิร์น”
“จะบ่ายแล้วเฟิร์นยังไม่กินข้าวเลย น้ำก็ยังไม่ได้กินไม่ใช่หรอ ไปด้วยกันป่ะ”
“ไป” ไม่ใช่ผมที่ตอบครับ แต่เป็นไอ้แต็งค์ เค้าชวนกู!!!
“’งั้นฝ้ายไปด้วยดิ” ฝ้ายเธอจะไปทุกที่ ที่มีไอ้แต็งค์ไปด้วย แล้วที่ที่ไอ้แต็งค์ไปก็มักจะเป็นที่ที่ผมต้องไป เพื่ออะไรกันวะ
“ขนกันไปให้หมดนี่แหละ” อ่ะไอ้บิว ได้ข่าวว่ามึงพึ่งแดกไปเมื่อซักพักไม่ใช่หรอ “ไอ้เหน่ง ไอ้เทมส์ แดกข้าว เรียกพวกเพื่อนเหี้ยมึงไปด้วย” อืมมันจะขนกันไปหมดจริงๆ
“แล้วไอ้พวกเพื่อนตัวเหี้ยกว่าของมึงเอาไปมั้ย”
“เอาไปๆ”
“จิ๊ ใจคอกะจะไม่ให้สวีทกันเลยหรอ อุตส่าห์แอบมาชวนน้ำเงียบๆ” เฟิร์นเธอจิ๊ปากจิ๊คอไม่พอใจไอ้พวกเสือกทั้งหลาย ฮ่าๆ ถ้าผมชอบเฟิร์นขึ้นมาจริงเนี่ย....

จะมีใครบางคนรู้สึกโหวงเหวงในใจเหมือนผมมั้ย เฮ่อ สลัดความคิดไร้สาระมึงออกเดี๋ยวนี้เลยไอ้คุณนัทนที

โรงอาหารคณะ
“กินไร” ไอ้แต็งค์มันหันมาถามผม แทนที่จะไปถามคนที่มันชอบ มันนี่โง่จริง
“ก๋วยเตี๋ยว”
“ไปด้วย” ยังจะเสือกตามอีก เดี๋ยวพากันตามยกฝูง
“กูจะไปกับเฟิร์น”
“กูไปด้วย” ผมล่ะอยากถีบหน้ามัน
“ฝ้ายไปด้วย” นั่นไง อีหรอบเดิม ชีวิตกูหรือคุณชายหม่อมราชวงศ์วะ ไปไหนก็ต้องยกกันไปเป็นขบวน จะทำอะไรได้ล่ะครับ นอกจากปล่อยเลยตามเลย ระหว่างย่างตีนไปสั่งก๋วยเตี๋ยวกัน กลุ่มนักศึกษาก็พากันทำตัวเป็นไทยมุงแตกตื่นที่เห็นพวกผมสี่คนมาซื้อก๋วยเตี๋ยวกัน คงไม่ต้องถามหรอกนะครับว่าแตกตื่นเรื่องอะไร

“นี่มันรวมตัวพวกหน้าดีป่าววะ”
“วันนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าแกคงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า”
“เค้ามากันเป็นคู่ๆอ่ะแก”
“อร๊ายยยยยยยยย”
“น้ำตัวจริงทำไมถึงหล่อบาดใจอีช้อยเยี่ยงนี้”
“น้ำๆๆ ช่วยรับแอดเราหน่อยดิ้”
“รับของพี่ด้วยสิ แอดมาตั้งแต่มัธยมแล้ว”

กรี๊ดดดดดดดดดดดด

เห้ออออ กว่าสั่งก๋วยเตี๋ยว กว่าจะได้ก๋วยเตี๋ยว กว่าจะฝ่าฝูงชนออกมา หูแทบจะแตกตาย ความจริงมันจะไม่วุ่นวายขนาดหรอกครับ ถ้าผมมาคนเดียว เพราะผมจะหาทางหนีทีไล่เร็วกว่าเดอะแฟลช แต่พอมีพวกหน้าตาดีมาด้วยอีกสามคนจะทิ้งเอาตัวรอดคนเดียวก็ไม่ได้อีก เดี๋ยวจะหาว่าใจดำ ก็เลยต้องพาลงขุมนรกไปด้วยกันซะเลย

“น้ำ กินนี่หน่อยดิ” เฟิร์นเธอตักหมูแดงชินใหญ่ในชามเธอมาใส่ชามผม
“เฮ้ยเฟิร์น เดี๋ยวไม่อิ่ม”
“อ่ะ” ผมหันไปมองไอ้แต๊งค์ที่มันคีบลูกชิ้นใส่ชามผม
“ให้” เดี๋ยว!!! ฝ้ายทำอะไรเนี่ย ไม่ต้องทำตามพวกนี้ทุกอย่างก็ได้ โอ้ยยยยยย ประสาทผมจะเสียกับทุกคน
“ขอบคุณครับ”
“น้ำไม่เห็นขอบคุณครับเราบ้างเลย” อ่าวเฟิร์น
“ขอบคุณครับเฟิร์น” ผมเลยฉีกยิ้มที่คิดว่าหวานสุดๆไปให้เธอ เอาใจซักหน่อย เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาเฟิร์นนี่ก็สายสปอยผมพอๆกับไอ้เหน่งเลย แล้วเฟิร์นเธอเอามือนุ่มๆของเธอมาหยิกแก้มผม ผมจะพยายามคิดว่ามันเป็นภาพที่น่ารัก เหอะ เหอะ
“น่ารักกกกกก” เอาที่เฟิร์นสบายใจเล้ยยยย
“แต็งค์ถ้าไม่กินเรากินนะ”
“เฮ่ย” แล้วผมก็หยุดสนใจเฟิร์น แล้วหันมาสนใจฝ้ายกับไอ้แต็งค์ที่ยื้อแย่งลูกชิ้นกัน ดูๆแล้วเหมือนคู่รักที่กำลังหยอกล้อกันเลยครับ เห็นแล้วจี๊ดๆในใจเหมือนโดนไฟช็อต
“มึงไปซื้อน้ำกับกูหน่อย” ไอ้เหน่งมันสะกิดผมให้ตื่นจากภวังค์พอดี ทำหน้าเหมือนมีอะไรอยากจะคุยด้วย
“เออๆ” แล้วผมก็ลุกตามตูดมันมา แต่มันไม่ได้ผมมาร้านน้ำ เสือกมาหลังโรงอาหาร ซึ่งเป็นที่ปลอดคนถ้าให้ผมเดามันคงจงใจเรียกผมมาคุยอะไรซักอย่างแน่ๆ
“เห็นแล้วหงุดหงิดว่ะ” มึงหงุดหงิอะไรของมึงห๊ะ
“หงุดหงิด?” มันถอนหายใจใส่ผมเฮือกใหญ่ๆ
“หงุดหงิดมึง”
“กู?” หงุดหงิดกูเรื่องอะไรของมึงอีก “เรื่องอะไร”
“มึงดูไม่ออกหรอวะ” ผมจ้องไอ้เหน่งด้วยความสงสัย “ว่าไอ้แต็งค์มันชอบ...”
“ชอบฝ้าย กูรู้...”
“จิ๊ มึงนี่แม่งโง่ โง่จริง” ด่ากูทำไมเนี่ย “เออไอ้แต็งค์มันชอบฝ้าย แล้วมึงล่ะ มึงชอบมันอ่ะรู้บ้างมั้ย” อ้าวไหงวนมาหากูล่ะ
“กู...”
“อย่าเถียงว่าไม่ได้ชอบ มึงดูตัวเองไม่ออกแต่กูดูออก กูเป็นเพื่อนรักมึงมาตั้งแต่อนุบาล รู้จักมึงดีกว่ามึงรู้จักตัวเองอีกน้ำ ไม่ชอบเหี้ยอะไรจะทำหน้าหงุดหงิดน้อยใจแบบนี้เวลาเค้าอยู่กับคนอื่นอ่ะ ใจโหวงเหวง หน่วงๆ หงอยๆ ซึมๆ เป็นหมาแบบเนี้ย” เอาซะยาวเลย ยาวไม่พอเสือกแทงทะลุอกกูอีก เห้ออ เออ กูชอบก็ได้!! แล้วยังไงวะ “ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้ ชอบก็บอกกว่าชอบ บอกไปเลย”
“แต่กูเป็นผู้ชาย”
“เป็นผู้ชายแล้วไงวะ ผู้ชายชอบกับผู้ชายมีเยอะแยะ มึงจะแคร์ทำไม แคร์ความรู้สึกตัวเองนี่” มันเอานิ้วจิ้มมาที่หัวนมผม
“แต่ไอ้แต็งค์มันชอบฝ้าย” ถอนหายใจ “มันคงไม่มาชอบผู้ชายแบบกู คงไม่มารู้สึกเหมือนที่กูรู้สึก” ถอนหายใจอีกเฮือก “ฝ้ายเป็นผู้หญิง ไอ้แต็งค์ก็เป็นผู้ชาย มันถูกต้องเหมาะสมที่สุดแล้ว.. ให้กูรู้สึกคนเดียวแบบนี้ดีแล้วจะได้ไม่เสียเพื่อน หรือบางทีวันหนึ่งกูอาจจะเลิกชอบมันไปเอง” มั้ง
“มึงคิดแบบนี้?” ผมพยักหน้ารับ แต่มันเสือกผลักหัวผมอย่างขัดใจ “แล้วอย่ามาแอบน้ำตาตกในให้กูปลอบนะมึง”
“เหน่ง...” มันเอามือยีหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด ไม่รู้หงุดหงิดอะไรนักหนา
“มึงแม่งโง่ โง่ชิบหาย” มันหันมามองหน้าผมถอนหายใจเฮือกนึงก่อนโวยวาย ผมเลยผลักหัวมันเบาๆ
“เหอะๆ กูเนี่ยที่สุดแห่งความฉลาด ฉลาดจนมึงต้องตามลอกการบ้านกูตั้งแต่อนุบาลยันปีหนึ่งเนี่ย มาด่ากูโง่ๆนี่สำเหนียกตัวเองบ้าง”
“เออเรื่องเรียนกูอาจจะโง่กว่ามึง แต่เรื่องความรู้สึกก็ฉลาดกว่ามึงเป็นร้อยเท่า” มันโวยวายใส่ผมแล้วย่างตีนจะกลับไปในโรงอาหาร
“หรอว๊า” ผมตะโกนตามหลังมันไป
“เออ!!! ไอ้โง่”
“ถ้ากูโง่ ทีหลังอย่ามาลอกการบ้านกูนะ”
“มันคนละส่วนกันโว๊ยยยย”

วันนี้เป็นอีกวันที่ผมต้องกลับมืดค่ำ ปาไปสี่ทุ่มแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววของเพื่อนตัวไหนที่ชวนกันกลับเลยครับ รักคณะยิ่งชีพกันทุกตัว ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่คณะนี้แต่เหมือนจะรักคนที่อยู่คณะนี้ก็ยังนั่งตาละห้อยเฝ้าไอ้แต็งค์อยู่ไม่ไปไหน เดี๋ยวชวนกันคุยบ้าง ชวนดูนั่นดูนี่บ้าง สวีทเชียว สวีทจนใจผมเจ็บจี๊ดๆ

“ฝ้าย ดึกแล้วกลับเหอะ” ไอ้ไม้มันเป็นห่วงเป็นใยเค้าเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรเรารอกลับพร้อมทุกคนดีกว่า อยู่หลายๆคนสนุกดี” แล้วก็หันมาแจกยิ้ม
“อยู่หลายคนสนุกดี หรือว่าอยู่กับไอ้แต็งค์แล้วมีความสุขดีห๊า” ไอ้บิวมันเอ่ยแซวจนเจ้าตัวส่งยิ้มเขินมาให้ทุกคน
“ไอ้แต็งค์ มึงไม่ขอฝ้ายเป็นแฟนซักทีวะ” เจ็บจังใจกู
“นี่ยังไม่เป็นอีกหรอวะ กูคิดว่าเป็นนานแล้วนะเนี่ย” ปัก อีกหนึ่งดอกจุกๆ
“บิวอ่ะ” แล้วเธอก็เขิน ตีแขนไอ้บิวไปที ตีไอ้บิว แต่ทำไมผมเจ็บวะ นี่สินะอาการของคนแอบชอบ
“ไปไหน” ผมกำลังลุกขึ้นจะออกจากวงสนทนาเพื่อกลับคอนโดแต่ไอ้ตัวดีเสือกรั้งไว้
“กลับคอนโด” ผมเลิกคิ้วให้มัน
“ไม่รอไอ้เหน่ง?”
“กูว่าจะทิ้งรถไว้ให้มัน”
“งั้นกูไปส่ง”
“เดี๋ยวกูบอกพี่นนท์มารับ” มันขมวดคิ้วนิ่วหน้าใส่ผม “มึงอ่ะไปส่งฝ้าย ดึกแล้วกลับคนเดียวมันอันตราย” มันไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมเลยเดินออกมาจากคณะ จะไปที่โรงจอดรถ มือก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเตรียมโทรหาไอ้พี่นนท์ แต่..
“รอด้วยดิ” ไอ้ห่าแต็งค์ที่กูพูดไปนี่ไม่เข้าหูมึงเลยหรอ
“มึง...”
“กูให้ไอ้บิวกับไอ้อาร์ตไปส่งฝ้ายแล้ว” ระหว่างที่พูดมันก็เดินมากอดคอผม อัพเลเวลความสนิทหรอมึง
“แต่..”
“กูจะไปส่งมึง” ไม่ให้กูได้มีโอกาสพูดอะไรเลย
“เออ” ผมถอนหายอย่างปลงตกกับมัน เปิดโอกาสขนาดนี้ไม่ยอมคว้า มึงนี่มันโง่ โง่จริงๆ “มึงไม่ไปส่งเค้าเค้าไม่น้อยใจหรอวะ”
“น้อยใจ?” มันหันมาถอนหายใจใส่ผม
“ก็เค้าชอบมึง”
“แต่กูไม่ได้ชอบเค้า” หรอวะ ไม่ชอบห่าอะไร ตามกันกันขนาดนั้นแต่ไม่เคยปฎิเสธ
“ถ้าเค้าได้ยินเค้าคงจะเสียใจ”
“แล้วไง” มันหันมามองผมอย่างหงุดหงิด มึงจะหงุดหงิดอะไรของมึง “ไม่ได้สำคัญกับกู”
“ไอ้ห่าแต็งค์” ผมหันไปถลึงตาใส่มัน คำพูดมันนี่ไร้หัวใจจริงๆ แต่พอคิดอีกทีถ้าผมยืนอยู่จุดเดียวฝ้ายทำแล้วมันคิดแบบนี้กับผมบ้าง ผมจะเจ็บกว่านี้อีกซักเท่าไหร่
“ให้มึงสำคัญแค่คนเดียวพอ” ห๊ะ!!!
“มึงพูดเชี้ยอะไรเนี่ย ขนลุกว่ะ” ขนลุกจนหน้าร้อน หูร้อนไปหมดเลยครับวินาทีนี้
“เขิน?” มันหันมาเลิกคิ้วกวนส้นตีนใส่ผม ใช่ผมเขิน เขินมากด้วย เถียงไม่ออกซักอย่าง
“พ่อง” เลยจัดการศอกท้องมันไปเบาๆ

ผมกับมันเดินตีข้างกันมาโดยไม่ได้พูดอะไรกันซักคำ บรรยากาศรอบตัวเราเงียบสนิท เงียบจนได้ยินแค่เสียงฝีเท้าของผมกับมัน ถึงจะเงียบขนาดนั้น แต่ประโยคสองประโยคยังคงดังก้องหูอยู่

‘กูไม่ได้ชอบเค้า’

‘ให้มึงสำคัญแค่คนเดียวพอ’

นอกจากจะรู้สึกดีแล้ว ยังทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะอีก

คืนนี้ผมคงจะหลับไม่ลง
เพราะคงจะมัวแต่...

นั่งเขินอยู่
นี่ผมชอบมันจริงๆใช่มั้ย ใช่ครับ ผมชอบมัน ชอบจริงๆ


โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 534
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #17 เมื่อ17-09-2021 15:24:44 »

 :-[ :o8:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด