Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ  (อ่าน 2388 ครั้ง)

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ 13.1
«ตอบ #30 เมื่อ29-10-2021 14:31:08 »

Episode 13  รักก็คือรัก (1/2)




สวัสดีวันอาทิตย์ที่แสนสดใส สดใสแค่ตอนนี้นะครับ วันนี้ไอ้แต็งค์มันบึ่งรถจากคอนโดมันมารับผมที่คอนโดตั้งแต่แปดโมงเช้าเพื่อที่จะไปบ้านมัน ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ไกลอะไร แต่เสือกแหกหูแหกตามารับแต่เช้า จะด่ามันก็ไม่ได้ พอเห็นสีหน้าจริงจังที่เจือปนความกังวลของมันก็เลยต้องทำเป็นลูบหัวลูบหางให้อารมณ์มันได้ผ่อนคลาย ส่วนมันพอเห็นผมยอมให้จับมือจับมือก็เสือกดึงมือผมไปกอบกุมไว้ตลอดระยะทาง มือข้างนึงขับรถ อีกข้างก็กอบกุมบีบกระชับมือผมอยู่อย่างงั้น เห็นยอมหน่อยก็เอาใหญ่เลยนะมึง ตอนนี้รถของมันกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่โรงจอดรถในบ้านของมันอย่างเรียบร้อย ผมมองสำรวจไปรอบๆบ้าน บ้านมันเป็นบ้านสองชั้นขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์น ตกแต่งแบบตะวันตกผสมจีนหน่อยๆ ผมแอบรู้มาว่าบ้านมันทำธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้าง พอดีก่อนจะมาไปแอบถามพี่แทนแกมา อยากรู้ซอกแซกเกี่ยวกับบ้านมันบ้างจะได้วางตัวหาทางหนีทีไล่ถูก
 
“น้ำ นั่นแม่กู” มันชี้มือไปทางหญิงวัยกลางคนที่ยืนจัดแต่งกิ่งดอกไม้ตรงสวนหน้าบ้าน
“แม่ หวัดดีครับ” แล้วมันก็พยักหน้ามาทางผม “นี่น้ำ”
“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แล้วฉีกยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดไปให้แม่มัน แม่ของมันก็คลี่ยิ้มหวานๆส่งกลับมา
“ดีจ้ะ” แม่ของไอ้แต็งค์วางกรรไกรลง แล้วเดินเข้ามาจับตัวผมสำรวจพลิกไปพลิกมาเหมือนกำลังหาจุดสึกหรออะไรแบบนั้น “โห ตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีกนะเนี่ย” ผมเลยต้องคลี่ยิ้มยอมรับในความหล่อตัวเอง คริคริ “เข้าบ้านกันก่อนลูก ข้างนอกมันร้อน”
“ครับ”พอพากันเข้ามายังในบ้าน ก็พบกับการตกแต่งที่ต้องอ้าปากค้าง เพราะทุกอย่างที่ประดับประดาอยู่ในบ้านมันเนี่ย อย่างกับยกสวนต้นไม้ขนาดย่อมมาตั้งในบ้าน เหมือนมันจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ มันเลยเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วยื่นหน้ามากระซิบ

“แม่กูชอบต้นไม้” เออดูก็รู้ ถ้าไม่ชอบคงไม่ยกมาไว้ในบ้านเยอะขนาดนี้
“เหมือนพ่อกูเลย แต่ไม่ถึงขั้นนี้ว่ะ”
“หึๆ”
“พี่แต็งค์!!” หญิงสาววัยใสที่หน้าละม้ายคล้ายไอ้แต็งค์ วิ่งลากเสียงสดใสมาแต่ไกล แต่ก็ต้องหยุดชะงัก “พี่น้ำ!!” เธอทำหน้าตาตื่นเต้นเหมือนได้เจอสิ่งมหัศจรรย์ แล้วก็ปรี่ตัวมาแทรกกลางระหว่างผมกับไอ้แต็งค์ทันที ไม่พอยังเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาเกาะแขนผม “หนูชื่อแตงกวาเป็นน้องสาวพี่แต็งค์ค่ะ หนูเป็นแฟนคลับพี่ด้วยนะคะ” พูดจบเธอก็ดึงแขนผมมานั่งตรงโซฟาห้องรับแขก
“ครับ?”
“ก็พวกเพจ cute boy ของโรงเรียนแตงกวาชอบเอารูปพี่มาลงบ่อยๆ แตงกวาเลยสถาปนาตัวเองเป็นแฟนคลับพี่ซะเลย แล้วก็เป็นมาหลายปีแล้วด้วย” พูดไปเธอก็ทำตาปริบๆ แล้วลุกวาวขึ้น “พี่น้ำตัวจริงนี่หล่อออร่ากระฉูดมากเลยอ่ะ”
“แตงกวา” ไอ้แต็งมันคงเห็นแตงกวาเกาะแกะผมมากเกินไปมันเลยดึงมือน้องมันออกแล้วแทรกตัวมานั่งอยู่ระหว่างผมกับน้องมัน
“ขี้หวง”
“แตงกวา อย่าไปเกาะแกะพี่เค้าสิลูก” แม่ของไอ้แต็งค์หันมาดุน้องสาวมัน แต่ดุแบบไม่ได้จริงจังอะไร “เข้าไปบอกแม่บ้านให้เอาของว่างมาให้พี่เค้ากันหน่อยสิลูก”
“พี่น้ำอยากกินอะไรคะ ”เธอหันมาทำตาลุกวาวใส่ผม
“อะไรก็ไปเอามา” แล้วไอ้พี่ชายตัวดีก็เอื้อมมือไปผลักหัวน้องสาวเบาๆ ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ด้วยกัน เรานั่งคุยนั่งถามสารทุกข์สุกดิบ เรื่องเรียน เรื่องชีวิตประจำวันกัน แม่ของไอ้แต็งค์ไม่ได้มีท่าทีกดดันรึไม่พอใจอะไร ตรงกันข้ามเธอมีแต่ท่าทีที่ผ่อนคลายและเป็นกันเอง


ครืด ครืด


“แม่ขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะ” เธอหันมายิ้มอ่อนโยนให้ผม แล้วลุกออกจากโซฟาไป
“แต็งค์” เหมือนมันจะรู้ว่าผมจะพูดอะไร มันเลยยื่นมือมากุมมือผมไว้
“แม่กูรู้เรื่องมึงกับกูนานแล้ว” มันบีบกระชับมือผม “แต่เค้ารับได้” มันดึงมือผมไปวางไว้บนตักมัน “ตอนแรกเค้าก็ไม่ได้รับได้ในทันทีหรอก แต่พอกูไม่ค่อยกลับบ้าน เอาแต่หนีไปคลุกตัวอยู่บ้านปู่ แม่กูก็เริ่มเปิดใจมากขึ้น คงเป็นเพราะเค้ากลัวว่ากูจะหนีจากเค้าไปตลอดชีวิต เค้าเลยพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องของกูทีละนิดๆจนเริ่มยอมรับได้อย่างที่เห็น” มันหันมายิ้มบาง “ตอนนี้ดูเหมือนจะหลงมึงแล้ว ทั้งแม่ทั้งน้อง กูคงตกกระป๋องแล้วล่ะ”
“เวอร์” ผมหันไปคลี่ยิ้มให้ไอ้คนที่ทำเป็นพูดน้อยใจแต่สีหน้าตรงกันข้ามกับคำพูดสุดๆ
“พี่แต็งค์!!” แตงกวาเธอวิ่งลากเสียงมาจากหน้าบ้าน “ทายสิใครมา?” ผมกับไอ้แต็งค์หันไปมองที่ประตูหน้าบ้าน พบชายสูงวัยที่ยังดูแข็งแรงเดินเข้ามาตรงที่ผมนั่งกันอยู่
“ปู่” ไอ้แต็งค์มันรีบลุกจากโซฟาทันที แล้วเดินเข้าไปกอดปู่มันไว้ ดูเหมือนมันจะสนิทกับปู่มากเป็นพิเศษ ผมยกมือขึ้นไหว้ปู่มัน ส่วนปูมันก็ส่งรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นกลับมาให้ แล้วไอ้แต็งค์มันก็ผละตัวออกทันทีเมื่อเห็นชายวัยกลางคน เดินดุ่มๆมาหยุดอยู่ตรงที่เราอยู่กัน

“หวัดดีครับพ่อ” นี่พ่อมัน ผมได้แต่อ้าปากพูดอะไรไม่ออกเมื่อพ่อของมันหันมามองผม สายตาสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า
“สวัสดีครับ” ผมยกมือขึ้นไหว้และส่งเสียงอย่างแผ่วเบา ทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอสายตากดดันแบบนั้น ชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางจะใจดีแต่ใบหน้าและแววตากลับดูเคร่งขรึมน่ากลัวเมื่อเห็นไอ้แต็งค์มันเดินกลับมานั่งข้างๆผม บรรยากาศในตอนนี้อึมครึมและอึดอัดมาก ผมแทบอยากจะร้องไห้ขอตัวกลับบ้านทันที

“อ้าว คุณตั้มกลับมาแล้วหรอคะ” กลายเป็นคุณแม่ที่แสนดีเข้ามาทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ “สวัสดีค่ะคุณพ่อ”ปู่ของไอ้แต็งค์หันมาพยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งยิ้มให้
“พ่ออยู่คุยกับแตงกวาไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปดูสวนหลังบ้านซักหน่อย” อ่ะ นั่งหัวโด่กันอยู่สองสามคน ให้นั่งคุยกับแตงกวาคนเดียว เห้อออ ผมจะผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไร ยังมองไม่เห็นหนทาง แม่ของไอ้แต็งค์คงเห็นสีหน้าหงอยเหงาของผมเธอเลยเดินเข้ามาโอบไหล่ผมไว้หลวมๆ แล้วหันไปพยักหน้าให้ไอ้แต็งค์ นี่คงเป็นการบอกว่า ไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล ใช่รึป่าว
“แตงกวา เดี๋ยวเราไปช่วยแม่บ้านเตรียมอาหารกับแม่”
“โอเคค่ะ” แตงกวาเธอหันมามองผมด้วยสีหน้าอ้อนวอน ก่อนจะหันบอกทำหน้าจริงจังใส่พี่ชายตัวเอง “ห้ามพาพี่น้ำหนีกลับนะ!!”
“เยอะ” ไอ้แต็งค์มันก็ยื่นมือไปดันหน้าน้องมันให้หันไปทางที่แม่พึ่งเดินไป “ไม่เป็นไร”มันหันกลับมามองผมแล้วดึงมือผมไปบีบเบาๆ
“อ่ะ แฮ่ม” เอ่อ เกือบลืมไปเลย ว่ามีปู่มันนั่งอยู่ด้วย เลยต้องส่งยิ้มเขินๆให้ปู่มันไปแล้วดึงมืออกจากมือมันทันที “ไม่เป็นไร อยู่กับปู่ทำตัวตามสบายกันเถอะ ฮ่าๆ” ปู่แกหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนได้อยู่กับคุณประณตยังไงยังงั้น “หล่อเหลาเอาเรื่องแบบนี้นี่เองเจ้าแต็งค์ถึงได้หลงจนโงหัวไม่ขึ้น”ผมที่กำลังกินน้ำอยู่ถึงกับสำลักทันที หันไปมองหน้าไอ้คนข้างๆก็ลอยหน้าลอยตา น่าถีบ

“เอ่อ คือ..”
“ไม่ต้องเกร็ง ความรักความชอบมันเป็นเรื่องธรรมชาติ เรื่องของความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้หรอก” พูดจบปู่แกก็เดินมานั่งแทรกกลางระหว่างผมกับไอ้แต็งค์พร้อมทั้งยกแขนทั้งสองข้างขี้นโอบไหล่ผมไว้ข้างไหล่ไอ้แต็งค์ไว้ข้าง “ความรักมันไม่มีผิดไม่มีถูก รักมันก็คือรัก” ปู่กอดผมสองคนโยกไปมาเบาๆ “เราทั้งสองคนต้องจับมือกันแน่นๆแล้วช่วยกันพิสูจน์ให้ไอ้คนหัวรั้นอย่างลูกชายปู่มันได้เห็นว่า ความรักมันไม่ได้มีกำหนดกฎเกณฑ์ให้แค่ผู้ชายกับผู้หญิงเท่านั้นที่คู่กัน แต่ความรักมันคือการที่คนสองคนมีความรู้สึกตรงกัน ประคับประคองกันไป อยู่เคียงข้างกันไป ผ่านวันผ่านเวลาที่ทั้งทุกข์ทั้งสุขไปด้วยกัน”
“ขอบคุณครับ” ผมยกแขนทั้งสองข้างกอดปู่แกไว้หลวมๆเพื่อซึมซับความอบอุ่นนี้ไว้ ส่วนไอ้แต็งค์มันก็เอื้อมมือมาเขกหัวผม
“นี่ปู่กู”
“ทำไมหวงรึไง” ปู่หันไปปามไอ้แต็งค์ “เรากอดมาบ่อยแล้วให้น้ำได้กอดบ้าง”
“ปู่”
“นี่คงจะหวงน้ำไม่ใช่หวงปู่หรอก” พูดจบปู่ก็หัวเราะเบาๆ แต่ผมเนี่ยดันเขินไม่เบา “มาเป็นหลานปู่อีกคนนะ”
“ครับ” ผมคลี่ยิ้มอย่างจริงใจ
“แต็งค์ไปช่วยปู่เลือกต้นไม้ตรงหน้าบ้านหน่อย ”ปู่ละแขนทั้งสองข้างออกจากตัวผมกับมัน “ปู่เอาต้นไม้มาเยอะแยะเลย ว่าจะเอาไปให้พ่อเราปลูกตรงสวนหลังบ้าน”
“ให้ผมช่วยด้วยมั้ยครับ”
“งั้นเราไปรออยู่ที่สวนหลังบ้านแล้วกัน”
“ครับ”
“แต่ ปู่..” ไอ้แต็งค์มันหันทำสีหน้ากังวลใส่ปู่ ส่วนปูก็ได้แต่ยิ้มอ่อนโยน แล้วยกมือขึ้นมาลูบหัวผม
“มันคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ” คำพูดของปู่ผมเข้าใจความหมายดี ใช่ครับ ในเมื่อผมเลือกที่จะชอบมันแล้ว ผมก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมต้องเผชิญกับทุกอุปสรรคเพื่อที่จะหาหนทางผ่านด่านมันไปให้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวผมเอง แต่เพื่อตัวไอ้แต็งค์มันด้วย ผมจะไม่มีวันปล่อยมันต้องเผชิญกับอุปสรรคเพียงคนเดียวเด็ดขาด


ผมเดินลากตีนมายังสวนหลังบ้านเดินไปสำรวจไป แล้วก็แอบมองหาพ่อไอ้แต็งค์ไป จะได้ตั้งตัวทันถ้าต้องเผชิญหน้ากันอีกรอบ แต่เดินมาจนถึงสวนแล้วแทบจะทะลุสวนออกยังรั้วบ้านแล้วก็ยังไม่เห็นใคร สงสัยพ่อมันจะเข้าไปข้างในบ้านแล้วมั้ง
“มาทำอะไร!”ผมสะดุ้งโหยงหลังจากได้ยินน้ำเสียงเข้มขรึม หันหลังกลับไปก็สบตากับดวงตาคู่เกรี้ยวกราดของชายวัยกลางคนที่รับบทบาทเป็นพ่อของไอ้แต็งค์ กำลังยืนถือกรรไกรตัดแต่งต้นไม้อยู่


“เอ่อ คือ..” ระหว่างที่อ้ำอึ้งอยู่ พ่อไอ้แต็งค์ก็ส่งสายตามากดดันผมอีกระรอก “ปู่”แล้วกูจะอำอึ้งติดอ่างทำไม ไอ้ปากไม่รักดี “ปู่ให้ผมมารอหลังบ้านครับ เห็นบอกว่าจะเอาต้นไม้มาลงที่สวน”ปลายเสียงค่อนข้างแผ่วเบา พ่อไอ้แต็งค์ไม่ได้ตอบอะไรผม นอกจากพยักหน้า ส่วนสีหน้าและแววตายังคงเคร่งขรึมอยู่เหมือนเดิม ผมเลยตัดสินใจทำลายความอึดอัดด้วยการ “ให้ผมช่วยไหมครับ”
“ทำเป็น?” พ่อแกหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“ไม่เป็นครับ”แล้วแกก็หันมาขมวอดผูกโบว์ใส่ผม ให้เดาคงหาว่าผมกวนตีนอยู่แน่ๆ ผมเลยต้องปัดฝุ่นความคิดพ่อแกออก “แต่ถ้าพ่อช่วยสอนผมก็น่าจะทำได้ครับ”
“เหอะๆ” เสียงหัวเราะแบบตัวร้ายในละครไทยเลยครับ “จะมาช่วยรึมาเป็นภาระ” นั่นไง

หนึ่งดอก ชาๆอย่างกับโดนฉีดยาชาที่หน้า ผมไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไร เหลือบตาไปเห็นกรรไกรอีกด้ามเลยรีบหยิบขึ้นมา แล้วสังเกตการกระทำทุกย่างก้าวของพ่อแกแล้วทำตาม ตลอดเวลาที่ผมช่วยตัดแต่งต้นไม้ ผมกับพ่อไอ้แต็งค์เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย นอกจากตั้งหน้าตั้งตาเอากรรไกรละเลงต้นไม้ ผมพยายามชะโงกหน้ามองหาปู่กับไอ้แต็งค์ที่ไม่ยอมมากันซักที ชะโงกไปชะโงกมาก็ต้องหันกลับมาสนใจต้นไม้ต่อเพราะเจอสายตาดุๆของคนตรงหน้าไป เดี๋ยวจะหาว่าไม่ใส่ใจเลยต้องกลับมาละเลงต้นไม้ต่อ

เราสองคนงุ่นง่านอยู่นานสองนานจนตัดแต่งเสร็จเรียบร้อยตามวัตถุประสงค์ของพ่อแก เห็นท่าทีของพ่อแล้วผมเลยเดินไปหยิบขวดน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ๆตัวมาให้แกดื่ม “คิดยังไงกับแต็งค์”เปิดประเด็นมาอย่างตรงเผลง จนผมต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาที่จ้องเขม็งมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน จะตอบยังไงดีๆ ถ้าตอบตรงๆจะโดนหักคอมั้ย ถ้าตอบอ้อมๆล่ะ

“คือ..”
“รู้ตัวอยู่ใช่ไหมว่ามันชอบ”
“ครับ..”
“เหอะ” พอแกได้คำตอบก็เบี่ยงหน้าออกไปอีกทาง “พ่อแม่รู้รึป่าวว่าเป็นแบบนี้”
“รู้ครับ”
“เค้ารับได้?”
“พ่อผมรับได้ครับ” ผมตอบด้วยเสียงค่อนข้างแผ่วเบา
“แล้วแม่ล่ะ”
“แม่ผมเสียไปนานแล้วครับ” คำตอบของผมทำให้คนตรงหน้าชะงักเล็กน้อย พ่อไอ้แต็งค์หันมามองหน้าผมแล้วก็หันกลับไป แววตายังคงเกี้ยวกราดไม่เปลี่ยน “ผมอยู่กับพ่อแล้วก็พี่ชายอีกสองคนครับ”
“แปลก” แกหันมามองผม แล้วเดินไปนั่งตรงโต๊ะไม้ใกล้ๆผมก็ต้องลากตีนเดินตามไปหย่อนตูดด้วย “ทั้งๆที่บ้านมีแต่ผู้ชาย แต่..”
“แต่ทำไมผมถึงชอบผู้ชายใช่มั้ยครับ”

ผมรู้ว่าสิ่งที่พูดออกไปมันอาจจะทำให้พ่อแกรู้สึกไม่ดี แต่การที่ผมไม่พูดหรือไม่ตอบโต้อะไรเลยมันอาจจะทำทุกอย่างแย่ลงก็ได้ เพราะดูแล้วพ่อแกคงจะเอาแต่คิดเองเออเองเป็นส่วนใหญ่ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมระหว่างแกกับไอ้แต็งค์ถึงห่างเหินกันเพราะเรื่องนี้ คนนึงก็เอาแต่ยึดติดกับความคิดตัวเองส่วนอีกคนก็ไม่ชอบอธิบายอะไร มันคงต้องเป็นหน้าที่ผมแล้วแหละที่ต้องช่วยประสานรอยร้าวของสองพ่อลูก

“ความจริงบ้านผมก็เลี้ยงผมมาแบบผู้ชาย ส่วนผมเองก็โตมาแบบเด็กผู้ชายทั่วไป มีเกเรบ้าง ชกต่อยบ้าง ไม่เคยมีท่าทีเบี่ยงเบนอะไรจนถึงตอนนี้ก็ไม่มี ผมยังคงเตะบอลกับเพื่อน ยังคงทำอะไรๆในแบบที่ผู้ชายเค้าทำ”ผมลอบมองใบหน้าของพ่อแกที่ยังบึ้งตึงอยู่ “ผมไม่เคยชอบผู้ชาย แล้วก็ไม่คิดที่จะชอบชาย จน..”
“จนมาเจอไอ้เจ้าแต็งค์” แกหันหน้ามาเลิกคิ้ว ทำตาเขม็งกับผม
“ตอนแรกผมก็ไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำว่าชอบมันตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็ชอบมันไปแล้ว”
“พวกนายยังเด็ก มันอาจเกิดขึ้นเพียงเพราะแค่ถูกใจ ในอนาคตหากเจอใครที่ถูกใจกว่า พวกนายก็จะลืมความรู้สึกทั้งหมดในตอนนี้”
“สำหรับผมมันไม่ใช่ความถูกใจครับพ่อ” ผมหันหน้าไปคลี่ยิ้มบางๆ “ตัวเราเองมักจะรู้ใจเราดีที่สุดว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่มันเรียกว่าอะไร ผมไม่เคยกังวลเลยว่าในอนาคตมันจะเป็นยังไง เพราะผมเลือกมองแค่ตอนนี้ ตอนที่มีมันอยู่”
“นายอยากให้ฉันยอมรับ?”
“ใช่ครับ” แล้วพ่อแกก็หันมาจ้องตาเกรี้ยวกราดใส่ผมอีกรอบ จนผมต้องรวบรวมความกล้าเพื่อจะง้างปากพูดต่อ “ผมทราบดีว่าสำหรับพ่อแม่บางคนมันเกินที่จะรับได้”
“ใช่นายก็รู้”
“ครับ” ผมยังคงยิ้มบางๆเพื่อกดความรู้สึกกังวลของตัวเอง “พ่อผมก็เช่นกัน ผมรู้ว่าท่านไม่สามารถรับได้ในทันทีหรอกครับ แต่ท่านก็เลือกที่จะรับฟัง และก็เลือกที่จะอยู่ข้างผม”พอคิดถึงพ่อผมก็รู้สึกตื้นตันในความอบอุ่นของคุณประณตทันที “ท่านบอกกับผมว่าความเสียใจที่สุดในชีวิตของท่านคือการสูญเสียแม่ไป เพราะแม่คือหัวใจครึ่งดวงของท่าน ส่วนผมเป็นเหมือนหัวใจทั้งดวงของท่าน” ผมลอบมองหน้าพ่อไอ้แต็งค์ที่เอาแต่จ้องมองไปยังต้นไม้ที่พึ่งตัดแต่งเสร็จ “หากต้องสูญเสียผมไปอีกคนเพียงเพราะไม่สามารถยอมรับในสิ่งที่ผมชอบได้ ท่านคงจะเสียใจมากว่าตอนที่เสียแม่ไปอีก”
“ในขณะที่คนเป็นพ่อแม่กลัวการสูญเสียลูกไป แล้วคนเป็นลูกล่ะเคยคิดอะไรบ้าง” พูดจบก็เหยียดยิ้มเป็นตัวร้ายโชว์ผม ไอ้ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งกับประโยคตอกกลับของแก
“คิดสิครับ ทั้งคิด ทั้งกังวล ทั้งเสียใจที่ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พ่อหวัง แต่กลับเป็นพ่อผมที่มาพังทลายความคิดทั้งหมด ด้วยประโยคที่ว่าผมคือลูกของท่านต่อให้ผมจะชอบผู้หญิงหรือผู้ชายผมก็ยังคงเป็นลูกของท่าน” ผมเอนกายพิงพนักผ่อนคลายตัวเองซักพัก “มีคนคนนึงบอกผมว่าความรักมันไม่มีผิดไม่มีถูก รักมันก็คือรัก ขอแค่คนสองคนมีความรู้สึกตรงกัน ประคับประคองกันไป อยู่เคียงข้างกันไป ผ่านวันผ่านเวลาที่ทั้งทุกข์ทั้งสุขไปด้วยกัน”
“เหอะ” ตอบรับแค่นั้นแหละครับ แกก็เดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งไว้แต่ผมกับหัวใจเหี่ยวๆที่ไม่รู้ว่าพูดอะไรไปต้องหลายอย่างเนี่ยมันช่วยให้แกใจอ่อนบ้างได้ไหม เห้ออออออออ
   


และแล้วเวลาอาหารเย็นก็มาถึง ผมแอบดีใจนิดๆที่จะได้หลุดพ้นจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดซักที ตั้งใจว่าจะรีบกิน รีบอิ่ม จะได้รีบกลับ

“เราสองคนจะนอนนี่รึป่าวลูก” หญิงใจดีหันมาถามผมกับไอ้แต็งค์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“นอนคอนโดครับ” อันนี้ไอ้แต็งค์มันตอบ
“ไม่คิดจะนอนบ้านบ้างหรอ แตงกวายังมีเรื่องอยากจะถามพี่น้ำเยอะแยะไปหมด”
“งั้นถามปู่แทนมั้ยลูก ปู่ว่าจะที่นี่นะ”
“ปู่อ่ะ มันไม่เหมือนกัน”
“อยู่นี่มันคงอึดอัด” พ่อไอ้แต็งค์ปรายตามามองผมกับมัน “มันคงทำอะไรๆไม่สะดวกเหมือนที่คอนโดสินะ” ไอ้แต็งค์มันคว้ามือผมไปจับแล้วบีบกระชับ “แต่ก็ดีแล้ว เพราะฉันคงรับไม่ได้ที่ผู้ชายสองคนจะมาทำบัดสีในบ้านหลังนี้”
“ผมกลับแล้วนะครับแม่ ปู่” พูดจบมันก็ดึงผมออกมาจากเก้าอี้ทันที แล้วดิ่งตีนมายังโรงจอดรถอย่างเร็ว โดยไม่ได้สนท่าทีตกใจของคนอื่น ส่วนผมก็ได้แต่หันหลังกลับผงกหัวหงึกหงักเป็นกล่าวลา
“คุณตั้ม คุณพูดอะไรออกมา ทำไม่นึกถึงความรู้สึกลูกบ้าง”
“แล้วมันล่ะ เคยนึกถึงความรู้สึกผมมั้ย” เสียงพ่อกับแม่ไอ้แต็งค์เถียงกันออกมาลั่นบ้าน จนผม...
“กูไม่น่าพามึงมาอึดอัดด้วยเลย” มันหันมากอดกระชับตัวผมไว้ ใบหน้าซุกลงมุ่นอยู่บนบ่าของผม “ขอโทษ”
“ไม่เป็นไร” ผมลูบหลังมันเบาๆเพื่อให้มันรู้สึกว่าผมไม่เป็นอะไรจริงๆ
“ต่อไปเราจะไม่มาที่นี่อีก กูจะพาไปบ้านปู่แทน”
“แต็งค์ มันคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ” ผมหยุดลูบหลังมันแล้วเปลี่ยนเป็นกระชับกอดแทน “ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน กูจะยังอยู่ตรงนี้ ข้างๆมึง”
“จูบได้มั้ย”
“ไอ้แต็งค์!! ”หน้าร้อนวูบวาบทันทีที่นึกถึงตอนที่จูบแบบสูบวิญญาณกับมันครั้งแรก
“ไม่ได้หรอ”
“มึงรีบออกรถเดี๋ยวนี้เลย” นอกจากมันจะไม่รีบแล้วยังมีหน้ามาหัวเราะผมอีก ดีนะที่อยู่บนรถเลยลดความสุ่มเสี่ยงที่คนอื่นจะได้ยิน
“หน้าแดง” เพราะใครล่ะ เพราะมึงทั้งนั้นเลยไอ้ตัวดี ว่าแล้วก็ถลึงตาใส่มันไป ทำได้แค่นี้จริงๆ



โดย อีช้อย

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ 13.2
«ตอบ #31 เมื่อ29-10-2021 14:47:04 »

Episode 13 รักก็คือรัก (2/2)



[พ่อตั้ม]

หลังจากเหตุการณ์วันที่ไอ้เจ้าแต็งค์พาคนที่ชอบมาบ้านผ่านไปได้อาทิตย์นึง ทั้งๆที่มันผ่านไปแล้วแต่ทำไมมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผม คงเป็นเพราะความรู้สึกผิดกับคำพูดของตัวเอง ผมพูดแรงกับลูกต่อหน้าคนที่ลูกชอบ

‘คุณตั้ม คุณพูดอะไรออกมา ทำไม่นึกถึงความรู้สึกลูกบ้าง’

ใช่ผมไม่เคยนึกถึงความรู้สึกของลูกเลย มันเองก็เช่นกันไม่เคยนึกถึงความรู้สึกผมเหมือนกัน

‘คุณรับได้รึไง ที่มันวิปริตผิดเพศ’

‘ฉับรับไม่ได้’ ใบหน้าสวยเริ่มเปื้อนหยาดน้ำตา ‘ฉันไม่สามารถรับเรื่องนี้ได้ และไม่มีวันรับได้เลย แต่ลูกก็คือลูก ไม่ว่าเค้าจะเป็นยังไงเค้าก็คือลูก’หยาดน้ำตาเริ่มพลั่งพลูออกมาไม่หยุด ‘ฉันทำใจไม่ได้หรอกนะที่ต้องเห็นลูกห่างเหินออกไปทุกที’ใช่ ลูกกำลังห่างเหินออกไปจากผมเรื่อยๆ ‘ฉันรักลูก รักเค้ามาก และฉันก็เชื่อว่าลูกก็รักฉันมากเหมือนกัน แล้วก็เชื่อว่าเพราะเค้านึกถึงความรู้สึกของเราไงเค้าถึงไม่กลับบ้าน เค้ารู้ว่ากลับมาแล้วมันจะตอกย้ำให้เราผิดหวังที่เค้าไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง’เธอยื่นมือมาโอบเอวผมไว้ แล้วเอาหัวพิงมาที่ไหล่ของผม ‘เปิดใจให้ลูกบ้างคุณตั้ม ความรักความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ เราเป็นพ่อเป็นแม่ควรที่จะคอยโอบประคองเค้าและก้าวเดินไปพร้อมกับเค้าในทางที่เค้าเลือก ไม่ใช่ไปเดินนำเค้าแล้วเลือกเส้นทางให้เค้า’

‘แต่ผม...’ ผมอิงหัวตัวเองไว้กับหัวของเธอ

‘ฉันรู้ ฉันก็รับไม่ได้ในทันทีหรอก ฉันก็เริ่มจากการพยายามทำความเข้าใจทีละนิดทีละหน่อย พยายามจนรู้ว่าทุกอย่างมันไม่ได้มีอะไรเลวร้ายเลย ถ้ามันเป็นความสุขของลูกฉันก็มีความสุขด้วย ลูกรักใครชอบใครฉันก็รักก็ชอบกับลูกด้วย อะไรที่ลูกเลือกแล้วฉันจะไม่ห้ามเค้า แต่ฉันจะทำหน้าที่ยืนเป็นโค้ชให้เค้า สำหรับแม่อย่างฉันขอแค่อยู่ตรงนี้ตรงที่เค้าจะหันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ก็เพียงพอแล้ว’

‘คุณเป็นแม่ที่ดี’ ผมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดเธอไว้หลวมๆ ‘เด็กคนนั้นบอกผมว่า พ่อของเขาก็ไม่สามารถรับได้ในทันทีหรอก แต่พ่อของเค้าก็เลือกที่จะรับฟัง และก็เลือกที่จะอยู่ข้างเค้า สำหรับผม พ่อของเค้าเป็นพ่อที่ดี’
 
‘คุณก็เป็นพ่อที่ดี’ ผมกอดเธอแล้วโยกไปมาเบาๆ
 
‘เด็กนั่นช่างพูด ช่างคิด จนผมเกือบใจอ่อน หึ’ คิดไปก็แอบยิ้มไป นึกถึงหน้าเจ้าเด็กนั้นตอนพยายามหาเรื่องคุยกับผม ดูก็รู้ว่าเป็นคนไม่ชอบเค้าหาใครก่อน แต่ก็เลือกที่จะพยายามเพื่อลูกชายของผม

‘หลงเสน่ห์ว่าที่ลูกสะใภ้แล้วสิ’ เธอหันมายิ้มอ่อนโยนให้ผม

‘คงยังงั้น’ อีกไม่นานผมคงจะหลงเจ้าเด็กนั่นหัวปักหัวปำไม่ต่างจากทุกคนในบ้าน แต่คงไม่ได้หลงเพราะหน้าตาที่หล่อสมบูรณ์แบบของเค้า แต่น่าจะเป็นหลงเพราะกริยาท่าทาง รอยยิ้ม และการพยายามเอาอกเอาใจของเด็กนั่นมากกว่า


“ลมอะไรหอบเจ้าลูกชายหัวรั้นของฉันมาถึงนี่ได้” คนสูงวัยที่ดูแข็งแรงกว่าคนวัยเดียวกัน เดินยิ้มแย้มมาจากสวนหลังบ้าน
“ผมคิดถึงพ่อน่ะสิ” พ่อหันมาทำหน้าไม่เชื่อใส่ผม
“จริงๆเลย คงจะมาดักรอเจ้าแต็งค์ที่นี่สินะ”
“ครับ เห็นกิ่งบอกว่าวันนี้ลูกจะมาเอาของที่นี่ ผมอยากคุยกับลูก”
“ทำใจได้แล้ว?”
“ก็ยังหรอกครับ”
“ตั้มเอ้ย” พ่อนั่งลงข้างๆผม พร้อมโอบไหล่ผมไว้ “สำหรับลูกแล้วพ่อแม่เป็นเหมือนที่พักพิงที่ดีที่สุดสำหรับเค้า เมื่อเค้าทุกข์ใจ ไม่สบายใจ เค้าก็อยากหันมาพึ่งพิงเรา แต่ถ้าความทุกข์ใจความไม่สบายใจของเค้ามันเกิดจากเรา แล้วลูกจะหันไปพึ่งพิงใครล่ะ” พ่อผมพ่นลมหายใจเบาๆ “อะไรที่มันเป็นความสุขของเค้า เค้าทำแล้วมันไม่ได้ทำให้ใครได้รับความเดือดร้อน เราก็ควรจะปล่อยเค้า ชีวิตมันเป็นของเค้าไม่ใช่ของเรา เค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกมันเอง เราทำได้แค่คอยเป็นกำลังเสริมให้เค้าเท่านั่นก็พอ”
“ครับพ่อ” ผมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดกระชับตัวพ่อ
 “ไม่ต้องมาทำซึ้ง” พ่อดึงผมให้ลุกขึ้น “ฉันมีอะไรจะให้แก รีบๆตามมา”
“ครับ”
“เร็วๆ ก่อนเจ้าแต็งค์จะมา”
พ่อยื่นกล่องสีน้ำตาลใบใหญ่มาให้ผม พอสังเกตที่กล่องดูดีๆกล่องใบนี้มันคุ้นตามากคับคล้ายคับคลายว่าเคยเห็นมาก่อน
“กล่องอะไรหรอครับพ่อ”
“ลองเปิดดูสิ” สิ้นคำพูดของพ่อผมก็เปิดฝากล่องใบนี้ออกทันที ข้างในกล่องเต็มไปด้วยรูปของเด็กผู้ชายคนนึงคนที่ผมคุ้นหน้าเป็นอย่างดี คนที่ทำให้ลูกชายของผมตกหลุมรักเมื่อสามปีที่แล้ว “เด็กคนนี้ ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป เค้าก็ยังคงทำให้หลานชายของฉันตกหลุมรักได้ซ้ำๆ และดูเหมือนจะปีนขึ้นจากหลุมไม่ได้แล้ว หึๆๆ” พ่อหันมาตบบ่าผมเบาๆ “สามปีที่ผ่านมาเจ้าแต็งค์น่าจะพิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วนะว่ามันคือความรักจริงๆ” ครับ ผมได้เห็นแล้วว่ามันคือความรักจริงๆ เห็นจากการที่เด็กสองคนนี้พยายามปกป้องความรู้สึกของกันและกัน “และต่อจากนี้ก็ให้เค้าทั้งสองได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเค้ารักกันและสามารถประคับประครองซึ่งกันและกันได้จนตลอดรอดฝั่ง” พ่อถอนหายใจเบา “เปิดใจให้ลูกได้แล้ว”
“ผมเปิดใจแล้วครับ ผมถึงได้มารอลูกถึงที่นี่ ผมไม่อยากทำพลาดอีกแล้ว ไม่อยากทำให้ลูกต้องห่างเหินออกไป” ผมโอบกอดพ่อไว้ด้วยความขอบคุณ ขอบคุณจริงๆที่คอยเป็นที่พักพิงให้ลูกชายของผมในตอนที่ผมไม่สามารถเป็นให้เค้าได้ ผู้ชายคนนี้ทำหน้าที่พ่อและปู่ได้ดีที่สุดสำหรับผม “ขอบคุณนะครับที่อยู่ข้างเจ้าแต็งค์มาตลอด” พ่อยกมือขึ้นลูบที่หลังผมเบาๆ
“ไม่เป็นไรๆ ต่อไปนี้เริ่มต้นกันใหม่นะ” เราโอบกอดกันแล้วโยกไปมาเบาๆ




ผมนั่งถือกล่องสีน้ำตาลใบใหญ่อยู่ตรงโต๊ะไม้หน้าบ้านของพ่อเพื่อรอเจ้าลูกชายตัวดี รอที่จะปรับความเข้าใจกัน ว่าแล้วก็เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาคว้ากล่องใบนี้ออกไปจากตักผมทันทีโดยไม่เอ่ยคำทักทายใดๆ มันคงกลัวผมจะเอาไปเผาน่ะสิ มันจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลกเพราะสิ่งที่ผมทำเมื่อสามปีที่แล้วมันทำร้ายความรู้สึกของคนเป็นลูกไม่ใช่น้อย กว่าจะมาคิดได้ทุกอย่างก็แทบจะสายเกินไป พอได้ของแล้วเจ้าลูกชายของผมก็ทำท่าจะเดินกลับไปยังที่รถ

“จะไม่คุยกับพ่อซักหน่อยรึไง” คำพูดของผมทำให้เจ้าลูกชายหยุดชะงัก แล้วก็แอบถอนหายใจ แต่ก็ยังคงเดินกลับมานั่งลงข้างๆผม
“มีอะไรครับ” นำเสียง สีหน้าและท่าทีที่เริ่มห่างเหินออกไปทุกที
“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง”
“เรื่องไหนหรอครับ”
“ก็เรื่องเรียน เรื่องความเป็นอยู่ แล้วก็เรื่องคนคนนั้น..” ปลายเสียงของผมค่อนข้างแผ่วเบาลง เพราะไม่สามารถเดาอารมณ์จากหน้านิ่งๆของคนที่นั่งข้างกันได้เลย
“ก็ดีครับ ดีทุกเรื่อง”
“งั้นก็ดีแล้ว” ผมหันไปมองหน้าลูกชายที่เอะใจเล็กน้อย “วันอาทิตย์หน้ามากินข้าวที่บ้านด้วยกันสิ” และคงจะไม่คิดว่าผมจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา “ชวนเจ้าน้ำมาด้วยสิ”
“พ่อ..” ลูกชายของผมยังคงขมวดคิ้วยุ่งอยู่ไม่ยอมคลายออก ผมเลยเอื้อมมือไปที่บ่าของมันแล้วตบเบาๆ
“ไม่ใช่พ่อแม่ทุกคนหรอกนะที่จะเข้มแข็งกับเรื่องของลูกได้ทุกเรื่อง และพ่อก็เป็นหนึ่งในนั้น” ผมถอนหายใจออกเบาๆ “พ่อเอาแต่กลัว เอาแต่กังวลว่าคนอื่นเค้าจะมองลูกว่าเป็นตัวประหลาด กลัวว่าเค้าจะรังเกียจในสิ่งลูกชอบ กลัวว่าลูกจะต้องมาเจ็บปวดกับคำนินทาว่าร้ายจากคนอื่น กลัวหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง กลัวจนเอาความกลัวเหล่านั้นมาทำร้ายลูกซะเอง เพราะเอาแต่กลัวทั้งที่มันยังไม่ทันได้เกิดขึ้น”
“ผมขอโทษ”
“เรื่องอะไร”
“ผมทำให้พ่อผิดหวัง”
“แต็งค์” มือของผมเริ่มเคลื่อนไปโอบกระชับไหล่ของคนข้างๆ “จำเอาไว้นะ พ่อไม่เคยผิดหวังที่มีเราเป็นลูก ไม่เคยคิดว่าผิดหวังเลยซักครั้ง” ผมโอบกอดไอ้ลูกชายแล้วโยกไปมาให้มันได้ผ่อนคลาย “เรามาเริ่มกันใหม่ลูก” มือทั้งสองของของเจ้าคนอายุน้อยกว่าโอบกอดผมตอบ
“ครับพ่อ”
“พ่อขอโทษนะลูก ขอโทษที่ให้รอมาถึงสามปี ขอโทษที่พ่อเอาแต่แคร์สายตาคนอื่น จนลืมแคร์ความรู้สึกของลูก พ่อขอโทษจริงๆ”

น้ำตาของผมพลั่งพลูออกมาเพราะรู้สึกผิดต่อลูกจริงๆ เจ้าลูกชายไม่ได้ตอบอะไรผมและผมก็ไม่ได้ต้องการให้เค้าตอบอะไร แต่ผมก็รับรู้ได้จาการกอดตอบกลับของเค้าว่าเค้ารู้สึกดีใจกับทุกประโยคที่ผมพูดออกไป ผมต้องการเพียงแค่ให้เค้ารับรู้ว่าผมเปิดใจให้เค้าแล้ว และต่อจากนี้ไม่ว่าอนาคตของเค้าจะเป็นยังไง มันจะดีขึ้นหรือว่าแย่ลง ผมก็จะอยู่ข้างๆเค้า เป็นที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดให้เค้า ผมผละออกจากลูกชายแล้วลุกขึ้น เตรียมจะเดินไปยังรถตัวเอง “แกกับเจ้าน้ำไปถึงขั้นไหนกันแล้ว”

“ยังไง” มันเลิกคิ้วถามผม
“เป็นแฟนกันรึยัง”
“ยังเลย”
“ยัง?” ผมหันหลังให้เจ้าลูกชายตัวดี แล้วก็อดคิดไม่ได้พาเค้าไปเปิดตัวขนาดนั้นแต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน ไก่อ่อนจริงๆ “แกนี่มันไม่ได้พ่อไปซักนิดเลย”
“ยังไงอีก?”
“ไก่อ่อน” พูดจบผมก็ทิ้งให้มันนั่งหน้าไก่อ่อนอยู่คนเดียว จนมันตะโกนกลับมา
“พ่อก็สอนผมหน่อยสิ” หึๆ ไอ้ลูกชายตัวดี
“อาทิตย์หน้าจะสอนให้” ผมตะโกนกลับไป ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆของไอ้เจ้าลูกชาย มันคงมีจะความสุข และผมเองก็มีความสุขที่เได้เปิดใจ ได้ยอมรับมันจากใจจริงๆ

ผมหวังว่าการเปิดใจระหว่างผมกับมันครั้งนี้มันจะทำเราเข้าใจกันมากขึ้น และกลับมาสนิทกันมากกว่าเดิม และก็ต้องขอบคุณพ่อของผม ภรรยาของผม ที่ช่วยพูดดึงสติของผม และต้องขอบคุณเจ้าเด็กอีกหนึ่งคน คนที่ทำให้ผมรู้ว่า รักมันก็คือรัก แค่คนสองคนรักกันมันก็เพียงพอแล้ว

[End Part]



วันนี้ผมพาไอ้ตัวดีกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ตอนแรกมันก็ทำท่าเหมือนว่าไม่อยากจะมา แต่พอผมเล่าถึงเหตุการณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่ผมกับพ่อได้คุยเปิดใจกัน มันถึงยอมมาด้วย แต่ผมก็ยังเห็นสีหน้าเป็นกังวลของมันอยู่ เลยต้องยื่นมือไปบีบกระชับมือมันเผื่อจะช่วยคลายกังวลได้บ้าง

“จะไม่ลงรถ?” มันหันมามองหน้าผม แล้วมองมือผมที่ยังจับมือมันอยู่
“ก็ปล่อยมือดิ” แล้วก็ต้องหันมาทำหน้าหงุดหงิดใส่กันก่อนลงจากรถ
“ปล่อยแค่มือ” ผมปล่อยมือมันแล้วลงจากรถ เดินอ้อมไปหามันที่พึ่งลงมาจากฝั่งข้างคนขับ “แต่ไม่ปล่อยให้ไปเป็นของคนอื่นแน่นอน”
“เดี๋ยวนี้พูดยาวๆได้” เขินจนหน้าแดงหูแดงไม่พอ มันก็เลยเอามือมาตีที่แขนผม ระบายความเขินอีกที
“มากันแล้วหรอลูก” แม่ของผมเธอเดินมาต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้อย่างอารมณ์ดี
“หวัดดีครับแม่”
“สวัสดีครับ” พูดจบมันก็ลอยหน้าลอยตาเดินเข้าไปโอบกอดแม่ผม เหอะ “เป็นไร” จะให้เป็นอะไรล่ะ
“มึงกอดคนอื่น” มันทำหน้าระอาใส่ผม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันระอาอะไรของมัน ก็มันกอดคนอื่นจริงๆ และก็กอดต่อหน้าผมด้วย
“นั่นแม่มึง” กับแม่ก็ไม่ได้ กูหวง
“ไปข้างในกันได้แล้ว” แม่เอามืออีกข้างมาจูงผมเข้าไปในบ้าน ส่วนอีกข้างก็จูงไอ้ตัวดี
“พี่น้ำ” เสียงเจือยแจ้วของยัยเด็กวัยใสที่ดีใจออกนอกหน้านอกตาวิ่งมาเกาะแขนไอ้น้ำไปนั่งโซฟาที่มีปู่นั่งอยู่ด้วย จากนั้นก็พากันคุยยาวเลยครับ ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกันนักหนา เดี๋ยวก็พากันไปดูนั่นดูนี่บ้าง กินนั่นกินนี่บ้าง ส่วนผมก็ถูกแยกตัวออกมาช่วยปู่เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่จะตกแต่งบ้านใหม่ วันนี้ทั้งวันผมกับไอ้น้ำแทบไม่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเลยครับ คิดแล้วก็เซ็งอยากจะพามันกลับคอนโดทันที แต่ก็ไม่ได้เพราะถูกพ่อขีดเส้นตายว่าต้องอยู่รอกินข้าวเย็นด้วยกัน ว่าแล้วก็มาพอดีเลย หอบของกินมาพะรุงพะรัง
“หวัดดีครับ”
“ดีๆ” แล้วพ่อก็หันไปทักทายปู่ “ทำอะไรกันอยู่หรอครับปู่หลานคู่นี้”
“เลือกของตกแต่งห้องกันอยู่” ปู่ตอบไปแต่ไม่ได้สนใจคนถามเพราะมัวแต่สนใจสิ่งที่อยู่ในไอแพด
“น้ำไม่มา?” แล้วพ่อก็หันมาเลิกคิ้วถามผม
“อยู่ในครัวกับแม่กับน้องครับ” พูดจบก็พากันเดินถือจานอาหารออกมาทันที
“สวัสดีครับ” มันผงกหัวทักทายพ่อผมด้วยความเกร็งๆ ไม่รู้ว่าเกร็งเพราะถือจานอาหารอยู่ หรือว่าเกร็งเพราะพ่อผมเลย
“ไปๆช่วยกันตั้งโต๊ะเลย พ่อหิวแล้ว” พ่อผมหันไปพูดกับมัน คงหวังว่าจะให้มันคลายความเกร็งลง แต่ป่าวเลย มันยังคงทำหน้าหวาดระแวงอยู่ มันนี่ยังไม่วางใจจริงๆ

พอช่วยกันจัดโต๊ะอาหารเสร็จ พวกเราก็พากันทานอาหารทันที กินไปก็คุยกันไป ถามถึงสารทุกข์สุกดิบชีวิตประจำวันไป พ่อผมก็พยายามชวนไอ้น้ำมันคุย ถามนั่นถามนี่มัน จนมันเริ่มพูดคุยแบบสบายๆขึ้น ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นภาพเหล่านี้ ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆทีเข้าใจผมและยอมรับผมกับมัน วันนี้คงเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดในชีวิต และหวังว่าทุกๆวันของผมต่อจากนี้จะมีความสุขแบบวันนี้

“กินเยอะๆนะน้ำ อันนี้อร่อยมาก ร้านประจำพ่อเลย พ่อตั้งใจซื้อมาให้เราลองเผื่อถูกใจรอบหน้ามาบ้านจะได้ซื้อมากอีก” พ่อผมตักอาหารที่ตัวเองชื่นชมว่าอร่อยนักอร่อยหนาใส่จานให้ไอ้น้ำมันไป ส่วนมันก็เอาแต่ผงกหัวขอบคุณครับ
“ถ้าอร่อยถูกใจ คงต้องให้แต็งค์พามากินข้าวที่บ้านบ่อยๆแล้วล่ะ” แม่ผมคลี่ยิ้มส่งมาให้ไอ้น้ำ ทุกคนตอนนี้เอาแต่ตักนั่นตักนี่ให้ไอ้น้ำอย่างเดียว ดูท่าจะพากันหลงมันเข้าแล้ว ผมคงกลายเป็นหมาหัวเน่าเต็มตัวแล้ว
“คืนนี้พากันนอนที่นี่นะ” พ่อหันมามองผมแล้วขยิบตาให้ “พ่อไม่ได้ดูหนังกับเจ้าแต็งค์มานานแล้ว กว่าจะดูจบมันก็น่าจะดึก ขับรถกลับดึกมันอันตราย เรานอนนี่ได้มั้ย” พ่อผมหันไปคุยกับไอ้น้ำ “ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เอาไว้รอบหน้าก็...”
“ได้ครับ” พอได้คำตอบพ่อผมก็หันมาขยิบตาใส่ผมอีก พ่อจะบอกอะไรผม


หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็พากันมานั่งดูหนังกองกันที่โซฟาห้องรับแขก พอดูไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพ่อก็ทำท่าเป็นหาวแล้วหันมากระซิบข้างๆหูผม

“คืนนี้แกก็ขอเจ้าน้ำเป็นแฟนเลย พ่อจัดการสถานที่ให้แล้ว” พ่อหันมายักคิ้วให้ผม จนผมต้องอ๋อ ที่ขยิบตายุบยิบชวนไอ้น้ำนอนนี่คือต้องการให้ผมขอมันเป็นแฟน ฮ่าๆ ผมเลยต้องยิ้มเจ้าเล่ห์ให้พ่อแล้วเอี้ยวตัวไปกระซิบข้างหู
“ขอบคุณครับพ่อ” พ่อเอื้อมมือมาตบบ่าผมแล้วส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ต่างจากผมกลับมา
“พ่อง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ พวกเราก็พากันขึ้นไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปเรียนกัน ไปแตงกวาไปนอนได้แล้ว” พูดจบพ่อก็เอามือปิดปากหาวเดินขึ้นชั้นไป แต่ก็ยังมามาขยิบตาให้ผม จนผมต้องขยิบตาส่งกลับ เป็นอันว่ารับรู้กัน
“ไปนอนกัน” ผมทำท่าปิดปากหาวตามพ่อ แล้วดึงไอ้น้ำขึ้นตามมาบนห้องนอน ผมเดินเข้าไปหาผ้าเช็ดตัวผืนใหม่กับเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวแล้วเอามายื่นให้มัน “จะอาบก่อนรึอาบพร้อมกัน”
“ไอ้แต็งค์!!” มันหันมาถลึงตาใส่ผม ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าจากมือผมแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ระหว่างรอมันอาบน้ำ ผมก็เดินออกมานอกระเบียงห้อง แล้วพบว่า ระเบียงห้องของผมวางเรียงรายไปด้วยเทียนหอมเต็มราวระเบียง แถมยังมีช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่อยู่บนโต๊ะไม้ริมระเบียง ผมเลยเดินเข้ามาหยิบไฟแช็คแล้วเดินกลับไปยังระเบียงเพื่อจุดเทียน พอมองไปรอบๆแล้วให้บรรยากาศเหมือนจะขอมันแต่งงานยังงัยยังงั้น พ่อผมนี่โรแมนติกจริงๆ พอได้ยินเสียงมันเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมก็รีบดึงตัวมันออกมาที่นอกระเบียงห้องทันที

“มึงจะเผาบ้าน?” มึงเอาอะไรคิด ผมเลยถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับการขัดความโรแมนติกของมัน
“กู..”


ตึง ตึ่ง ตึง ตึ้ง


ไม่ทันต้องพูดอะไร สายเรียกเข้าของมันก็ดังระงมจนมันต้องเดินเข้าไปรับโทรศัพท์ ซักพักมันก็เดินออกมา
“ไอ้เหน่งกับพี่นนท์มันพากันบ่นกูหูแทบแตก บอกว่าตามหากูกันให้วุ่น แล้วนี่ยังจะมาตามกูที่บ้านมึงอีก วุ่นวายกันชิบหายหึๆ” มันหันมามองหน้าผมแล้วหัวเราะ
“ทำตัวเป็นพ่อตาหวงลูกสาว” ผมหันไปเลิกคิ้วใส่มัน
“เหอะ เหอะ” มันหันมามองหน้าผมแล้วหันกลับไปยิ้ม

ผมลอบมองหน้าคนข้างๆด้วยความอ่อนโยน ใบหน้าของมันตอนนี้ดูมีความสุขและผ่อนคลายมาก รอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของมัน มันช่างดึงดูดให้ผมหลงใหลเหลือเกิน ไม่ว่าจะได้เห็นมันยิ้มแบบนี้มาแล้วกี่ครั้งผมก็ยังคงหลงมันแบบโงหัวไม่ขึ้นอยู่ดี ผมเอื้อมมือไปหยิบช่อดอกกุหลาบมาถือไว้ในมือ

“น้ำ”
“เราผ่านด่านนี้กันแล้วใช่มั้ย ”มันหันมายิ้มให้ผม ส่วนผมก็พยักหน้ารับให้มันรู้ว่าผมกับมันผ่านด่านนี้ของพ่อผมแล้วจริงๆ
“น้ำ..”

ผมที่พยายามจะพูดขอมันเป็นแฟน แต่ไม่ทันได้พูดอะไร ไอ้น้ำมันก็เคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้แล้วประทับริมฝีปากบางสีแดงอมชมพูของมันลงมาที่ริมฝีปากผม จากนั้นก็ผละออก ความอุ่นร้อนที่ได้รับมันยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากผม ทำให้ผมโหยหาสัมผัสนั้นอีก ผมเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กับใบหน้าของมัน แล้วประกบจูบกลับอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะดูดดึงริมฝีปากล่างของมัน พยายามที่จะสอดลิ้นเข้าไปในช่องปาก มันเผยอปากเพื่อต้องการหายใจผมเลยใช้โอกาสนี้สอดลิ้นเข้าไปในปากของมัน ผมใช้ลิ้นร้อนของผมสำรวจไปทั่วปากของมัน จนลิ้นของอีกคนเริ่มเข้ามาพันพัวเกี่ยวตวัดกันไปมา ผมดึงมือทั้งสองข้างของมันมาคล้องคอผมไว้ จากนั้นก็เลื่อนมือทั้งสองข้างขึ้นมาโอบรอบเอวมัน เบียดกายเข้าหากันจนแนบชิด ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยแสงรำไร และกลิ่นหอมอ่อนๆจากเทียน พร้อมทั้งรสชาติหอมหวานภายในปากของเราทั้งสอง ทุกอย่างตอนนี้มันดีมากจริงๆ ดีจนลืมในสิ่งที่กำลังจะพูดออกไปเลย เอาไว้หาจังหวะใหม่แล้วกัน ตอนนี้ขอกอบโกยความสุขตรงหน้าไว้ก่อนแล้วกัน


ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะทำแบบนี้ไปทั้งคืน หรือว่าจะทำมากกว่านี้ดี


ไม่ได้ ไม่ได้ ไอ้แต็งค์ ใจเย็นๆ มึงต้องขอเค้าเป็นแฟนก่อน


ใจเย็นไว้ไอ้เสือ ชู้ว ชู้วว


โดย อีช้อย

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #32 เมื่อ29-10-2021 15:39:02 »

 :pig4:
 :3123:

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 14
«ตอบ #33 เมื่อ05-11-2021 18:47:38 »

Episode 14  ในเมื่อใจตรงกันแล้ว




หลังจากเรื่องเครียดๆทุกอย่างผ่านไป ชีวิตของผมก็กลับมาดำเนินไปตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นไอ้พี่ชายตัวดีกับเพื่อนตัวเวร ที่พากันมาจ้องหน้าผมเขม็งตั้งแต่กลับจากบ้านไอ้แต็งค์จนมามหาลัย สองคนมันก็ยังเอาแต่ตามติดตูดมาจ้องหน้าผมราวกับว่าผมไปทำอะไรผิดมา


“ทำไมเมื่อคืนมึงถึงไม่กลับมานอนคอนโด” ไอ้พี่นนท์มันเปิดประเด็นมาด้วยคำถามเดิมๆ รอบนี้น่าจะรอบที่สิบแปดแล้ว
“ก็พ่อไอ้แต็งค์เค้าชวนให้นอนนั่น” แล้วผมก็ตอบแบบเดิมเป็นรอบที่สิบแปดแล้วเหมือนกัน
“ใจง่าย!!” ผลั๊วะ ไอ้เหน่งไอ้ปากขยะเปียก “เชี้ยยยย น้ำ”
“มึงไปถึงขั้นไหนกันแล้ว” ไอ้พี่นนท์มันยังไม่เลิกจ้องหน้าผม ส่วนผมก็ไม่ได้ตอบอะไรพี่มัน นอกจากหยิบขวดน้ำขึ้นมากระดกกิน
“นี่มึงเสียตัวให้มันแล้วหรอ”

พรวดดด

น้ำที่อยู่ในปากผมยังไม่ทันจะได้ไหลลงคอก็พุ่งกระจายเต็มหน้าพวกมันสองคนทันทีที่ได้ยินประโยคๆนี้ของไอ้เหน่ง

“จริงๆหรอวะ” ไอ้พี่นนท์กูยังไม่ได้ตอบอะไรเลยนะ  “ให้ตายเหอะ กูอุตส่าห์เฝ้าประคบประหงม เฝ้าอบรมฟูมฟักมึงมาอ้อนแต่ออก มึงทำอย่างนี้ได้ยังไง นังลูกไม่รักดี นังใจง่าย นังใช้ร่างกายเปลือง” เอาเข้าไปพี่มึง กูล่ะอยากจะบ้าตาย
“มึงได้ป้องกันรึป่าว!” อ่ะ ไอ้นี่ก็อีกตัว จนผมต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาห้ามพวกมันสองคนก่อนที่มันจะพากันคิดเลยเถิดไปมากกว่านี้
“หยุดเลย หยุดทั้งคู่” ผมจ้องหน้าพวกมัน “ดูปากกูนะ กูกับไอ้แต็งค์ ยัง ไม่ ได้ มี อะ ไร กัน” แล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือก
“ยังไม่ได้ แปลว่าต่อไปต้องได้?” ไอ้เวรเทมส์ อยู่ดีๆมันก็ทะเล่อทะล่ามาเสือก ผมได้แต่เอามือกุมขมับพร้อมส่ายหัวอย่างระอา ยิ่งพูดอะไรออกไปยิ่งเหมือนเปิดประเด็นให้พวกมันมโนกันไปเรื่อย
“กูยังไม่ได้เป็นแฟนกันจะคิดเรื่องแบบนั้นได้ไง” ปลายประโยคเสียงผมเริ่มแผ่วเบาลง จะว่าไงดีล่ะ คือยังไม่ได้เป็นแฟนกันแต่ก็แอบจูบกันไปสองทีแล้ว และที่สำคัญแบบดูดดื่มด้วย ถ้าไอ้พี่นนท์กับไอ้เหน่งมันรู้คงพากันกร่นด่าว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบที่พวกมันชอบด่ากันจนผมหูไหม้แน่
“กูเห็นหิ้วกันไปนู่นไปนี่จนเป็นเทอม มึงยังไม่เป็นแฟนกันอีกหรอ” ไอ้ตัวเสือกหน้าใหม่ที่พึ่งเสนอหน้าเข้ามา เป็นไอ้แคมป์เองแหละครับ
“เออ ก็รอ…”
“ถ้ามึงรอมันขอนะ ชาติหน้าคงได้เป็นแฟนกัน มึงก็รู้ ไอ้แต็งค์มันเป็นพวกชอบทำมากกว่าพูด”ไอ้เหน่งมันหันมาพูดกับผม หลังจากที่ซักไซ้เรื่องไร้สาระไปพักใหญ่ “แต่ถ้ามึงจะบอกว่ารอเวลา มึงจะรอเวลาไหนอีก ปัญหาหนักใจหลักๆก็เคลียร์กันไปหมดแล้ว”
“มึงจะบ่นอะไรยาวๆนักหนาเนี่ย”
“จะรีบทำอะไรก็รีบทำซะ กูขี้เกียจตามหวงมึงเป็นพ่อตาหวงลูกสาวแล้ว” ไอ้เหน่งมันเอื้อมมือมาผลักหัวผมเบาๆ พอไอ้พี่นนท์มันได้ยินไอ้เหน่งพูดแบบนั้น พี่มันก็
“มึงจะแปลพักหรอไอ้เหน่ง” พูดจบพี่มันก็จัดการล็อกคอไอ้เหน่งทันที

“โอ๊ยๆ พี่ขัดขวางความรักคนอื่นมันบาปนะพี่” แล้วมันสองตัวก็ตีกันทันที

“คิดยังจะขอมันเป็นแฟนยังไง” ไอ้เทมส์มันทำหน้าทำเสียงระริกระรี้ถามผม
“ให้กูช่วยคิดป่ะ”

แล้วไอ้แคมป์มันก็เสนอหน้ามาอีกตัว ซึ่งผมเองก็ต้องยอมรับเลยว่า ผมไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความรัก เลยไม่รู้ว่าจะขอยังไง จะพูดยังไง เริ่มอะไรยังไงบ้าง สงสัยคงต้องพึ่งพวกมันจริงๆ ผมเลยพยักหน้าตอบรับพวกมันอย่างขัดไม่ได้
 
“มึงคิดถูกแล้วที่ให้พวกกูช่วย หึๆ” สีหน้ามึงนี่ไว้ใจไม่ได้เลยไอ้ห่า ไอ้เทมส์มันลุกจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามมานั่งหย่อนตูดข้างๆผมแล้วเอาแขนข้างหนึ่งกอดคอผมไว้ “จะขอใครซักคนคบทั้งทีมันต้องเอาให้โรแมนติกและแอ๊ดวานซ์สุดๆเว้ย” แล้วมันก็ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ผม “เริ่มจาก... มึงต้องหาสถานที่โรแมนติกๆ”
“เรือสำราญไง กูเห็นเคยเห็นในหนัง” ผลั๊วะ ไอ้เหน่งมันวิ่งมาแสกกระบาลไอ้แคมป์หลังจากที่มันไล่พี่นนท์กลับไปเรียนได้ซักที “เชี้ยเหน่ง ตบกูทำไมเนี่ย”
“ตบเรียกสติมึงไงไอ้ห่า คิดออกมาได้” พูดจบไอ้เหน่งมักก็ผลักหัวไอ้แคมป์ต่ออีกที
“ทำไม เรือสำราญไม่ดีตรงไหนวะ”
“ดี!!”ไอ้เหน่งมันโวยวายใส่ไอ้แคมป์ “แต่มันจะเอาปัญญาที่ไหนไปหามา ทุกวันนี้ยังเกาะพ่อมันแดกอยู่เลย” ใช่ครับ ทุกวันนี้กูยังเกาะพ่อแดกอยู่ เพราะฉะนั้นอะไรที่มันหรูหราตัดทิ้งออกให้หมดเลย
“พอๆ เลยมึงสองตัว กูคิดออกแล้ว” ไอ้เทมส์มันยกมีขึ้นปัดป่ายให้ไอ้สองคนมันเลิกต่อปากต่อคำกัน แล้วก็หันมามองผมพร้อมกับส่งยิ้มระรื่นมา “มึงกับมันชอบไปกินข้าวเย็นบ่อยๆด้วยกันใช่มั้ย” ผมพยักหน้ารับ “งั้นเย็นนี้มึงก็เลือกร้านที่มันบรรยากาศดีๆ ไม่ต้องหรูหรามาก เอาสมวัยพวกมึงอ่ะ แล้วก็จัดการขอมันคบเลย”
“โอเค วิธีไอ้เทมส์กูว่าเวิร์ค” ไอ้เหน่งมันหันมาพยักพเยิดหน้าเห็นด้วย
“กูช่วยเลือกร้านมั้ย”
“ไม่ต้องเสือกเลยมึง”
“โห่”




ขณะนี้ผมกับไอ้แต็งค์ได้ขับรถแล้วเข้ามาจอดหน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง ร้านนี้เป็นร้านอาหารริมแม่น้ำ ไอ้เหน่งมันแนะนำมา บอกว่าร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดี ซึ่งมันก็ดีจริงๆ มีแสงไฟนวลๆสีส้มจากหลอดไฟดวงเล็กๆที่ติดเรียงรายห้อยต่องแต่งเต็มร้าน ผมพามันเดินตรงเข้ามาในร้านมายังส่วนที่อยู่ริมน้ำที่ได้ทำการจองโต๊ะไว้แล้ว และคนจองก็เป็นพวกเพื่อนตัวดีของผมเองที่มีส่วนร่วมด้วยช่วยกันสนับสนุนภารกิจครั้งนี้ แค่นั้นไม่พอ พวกมันยังแอบมารอกันอยู่ที่ร้านแล้ว แอบมารอชื่นชมผลงานของพวกมันทั้งห้าตัว

“ทำไมถึงชวนมาร้านนี้”
“เรียนมาเหนื่อยๆก็อยากให้ผ่อนคลายบ้าง”
“จริง?”
“เออน่า”

ผมไม่ปล่อยให้มันเซ้าซี้อะไรมากมาย เลยจัดการสั่งอาหารเครื่องดื่ม เตรียมเริ่มแผนการตามที่ไอ้สี่ห้าตัวมันช่วยวางไว้ ส่วนพวกมันก็พากันนั่งสังเกตุการณ์สลอนหน้าอยู่ใกล้ๆ ถามว่าไอ้แต็งค์มันรู้ตัวมั้ยว่ามีไอ้พวกเพื่อนรักผมอยู่ด้วย บอกเลยว่ารู้ครับ เอิ่มมม ไอ้แต็งค์จำพวกมันได้ตั้งแต่เดินลงรถมาแล้วแหละครับ แค่ใส่หมวกใส่แว่นตาเนี่ยมันไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอกหน้าพวกมันเด่นหรามาแต่ไกลแล้ว ดูหนังกันมากพวกมันอ่ะ พออาหารมาเสิร์ฟผมกับมันก็ต่างคนต่างละเลียดอาหารลงกระเพาะอย่างสบายอารมณ์ใต้เสียงไฟนวลและเสียงเพลงคลอเบาๆ ฟินสุดๆ บรรยากาศได้แล้วอารมณ์ก็ได้แล้ว ผมจึงต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อเปล่งเสียงจากความรู้สึกแล้วเอื้อนเอ่ย

“แต็งค์” มันเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารแล้วสบตากับผม “คือกู...” มันจ้องเข้ามาในตาผมลึกเข้ามา ลึกเข้ามา ทำให้ผมเกิดความประหม่าจนต้องกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ พอเหลือบไปมองเห็นพวกเพื่อนรักที่พากันนั่งลุ้นระทึกไม่ติดเก้าอี้ก็ยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่
“กู...” กูล่ะอยากตีปากตัวเอง มึงเป็นห่าอะไร ไอ้ปากเวร “เชี่ย แต็งค์” ผมตกใจสุดขีดรีบลุกจากที่นั่งไปคว้าแขนมันไว้เพราะพนักงานเสิร์ฟที่ดันทะเล่อทะล่าทำน้ำจากหม้อไฟหกใส่แขนมัน ยังไม่ทันได้พูดสิ่งที่อยากจะพูดเลย ต้องหยุดความคิดแล้วหันมาสนใจที่แขนมันแทน “เป็นอะไรมากมั้ย”

“ไม่เป็นไร”
“แน่ใจ?” ผมถามมันด้วยความห่วงใยกลัวว่ามันจะเจ็บจะแสบร้อน ส่วนมันก็อมยิ้มกรุ่มกริ่มสบายใจทั้งๆที่เจ็บตัวอยู่ ไอ้เวร “ไปล้างแขนก่อนมั้ย”มันพยักหน้าเสร็จผมก็ดึงมันไปจัดการล้างแขนที่ห้องน้ำทันที
ภารกิจขอมันเป็นแฟนครั้งนี้ ล้มเหลวครับ




 
แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้หรอก ต้องแก้มือใหม่ ยังไงก็ต้องขอมันคบให้เป็นเรื่องเป็นราวให้ได้ ไอ้ไม้มันเดินมาตบบ่าผมแล้วทำสีหน้าระเหี่ยใจกับความล้มเหลวของเหตุการณ์เมื่อวานตอนเย็น

“กูคิดแผนใหม่มาให้มึงแล้ว”
“แผนอะไรวะ”
“ถ้าร้านอาหารมันไม่เวิร์ค” มันหันมาทำหน้ามุ่งมั่นใส่ผม “ก็สนามบอลไปเลย คลาสสิกใสๆ”
“มึงจะให้มันไปตะโกนขอไอ้แต็งค์เป็นแฟนกลางสนามหรอ” ห๊ะ!! ถ้าจะให้คนหน้าบางแบบผมไปทำอะไรแบบนั้น บอกเลยว่าพัง พังตั้งแต่คิดแล้ว เหอะ เหอะ
 
“ใครบอก” ไอ้ไม้มันหันมาผลักหัวไอ้โชคเบาๆ “กูแค่ให้มันเอาสิ่งที่มันชอบทำและชอบไปกันในชีวิตประจำมาใช้ให้เกิดประโยชน์เว้ย เรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่อัดเต็มเหนี่ยวไปที่หัวใจ จึกๆ” ขอเกลียดคำว่าจึกๆของมึงหน่อย
“ยังไง” ไอ้โชคมันเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ส่วนไอ้ไม้มันก็เอาแต่ยิ้มกรุ่มกริ่ม เตรียมนำเสนอแผนการ
“กูขอตั้งชื่อภารกิจนี้ว่า” มันทำตาวิบวับเป็นประกาย “เตะบอลแมนๆเป็นแฟนกันนะ อิอิอิ”
“อิอิอิ”
“อิอิอิ” อิอิอิ พ่อง!! ผมล่ะไม่อยากจะคาดคิดกับสิ่งที่พวกมันเสนอมาเลย จะรอดรึจะล่วง คิดหนัก



สนามฟุตบอล

“ไอ้แต็งค์ขวาๆ”
“ไอ้น้ำ ไอ้เวร!!”
“มึงสิไอ้โต้ง ไอ้กาก”

ฟุบ

เฮ้!!!!

“หนึ่งศูนย์ แมนๆคราบบบ”
“ฝากไว้ก่อนห่า เดี๋ยวๆมึงเจอกู”
“น้ำ” ไอ้ไม้มันวิ่งดิ่งตีนดิกๆ มาหาผมที่กำลังเลี้ยงลูกบอลอยู่ “มึงเริ่มแผนได้เลย กูเคลียร์ทางให้แล้ว”ผมพยักหน้ารับมันอย่างเข้าใจ และแผนที่ว่านี่ก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อลังการบานตะไทอะไรหรอก มันก็แค่วางแผนให้ผมเลี้ยงลูกบอลไปหาไอ้แต็งค์จากนั้นก็แกล้งทำเป็นถูกมันฟาดแข้งล้มบาดเจ็บเรียกร้องความสนใจพอมันหันมากระวนกระวายสนใจก็ให้ทำหน้าตาน่าสงสารแล้วพูดว่า ‘มึงต้องรับผิดชอบโดยการเป็นแฟนกู’ตามที่ไอ้ไม้มันให้สคริปไว้ จะวอดรึวายมาเอาใจช่วยผมกันด้วยนะครับ เหอะ เหอะ
“น้ำทางนี้ๆ”ไอ้โชคมันเรียกผมให้เลี้ยงลูกบอลไปยังมันโดยที่มีไอ้แต็งค์ประกบหลังมันอยู่ ผมไม่รีรอร่ำไรอะไรทั้งนั้นรีบเลี้ยงลูกกลมๆสีขาวดำไปยังเป้าหมาย แล้ว....


“เชี้ยยยยยย”

ผิดคิวครับ!!

เหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยในละคร เหอะ เหอะ ไอ้บิว ไอ้เลว อยู่ๆนึกจะโผล่มาก็โผล่ จากที่จะต้องแกล้งเจ็บคราวนี้เป็นเจ็บจริงเลยไอ้ห่า น้ำตาผมแทบไหลทันที จะอะไรล่ะ ก็ไอ้บิวมันเล่นพุ่งมาสกัดบอลจนเกิดเหตุหน้าคว่ำคมำกอดกันกลมเกลียวประหนึ่งคนๆเดียวกันทั้งผม ทั้งไอ้โชค แล้วก็ไอ้บิว

ภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวครับ เพราะมึงตัวเดียว ไอ้บิว ไอ้นรกส่งมาเกิด!!!
ผมได้แต่หันไปมองรอยยิ้มแหยๆจากไอ้ไม้ แล้วกร่นด่าไอ้บิวในใจ แผนไม่สำเร็จไม่พอยังต้องมาเจ็บตัวอีก




“เอาน่ามึง เดี๋ยวกูช่วยคิดแผนใหม่” ไอ้เหน่งมันมานั่งกอดคอปลอบผมอยู่ที่ห้องตั้งแต่กลับจากสนามบอลมา “โรงหนังสื่อรักเป็นไง?”
“ยังไง?”
“มึงก็เลือกดูหนังรักโรแมนติก ซึ้งๆ ซักเรื่อง”
“แล้วไงต่อวะ” มันหันมาถอนหายใจใส่ผม
“มึงก็ใช้จังหวะที่กำลังเคลิ้มๆกับหนังขอมันคบเลย จบ ง่ายๆแต่ตราตรึงใจ เชื่อกู” พูดจบมันก็ส่งรอยยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่องมาให้ผม และผมก็หวังว่าแผนของไอ้เหน่งเพื่อนรักเนี่ย มันคงจะไม่ล้มเหลวเหมือนครั้งที่ผ่านมา



“นึกไงชวนมาดูหนัง”
“อยากดู”
“อยากดู?” มันเลิกคิ้วหันมาถามผมด้วยความสงสัย ผมก็ได้แต่พยักหน้าน้อยๆแล้วหันไปสนใจโปรมแกรมหนังที่จะฉาย ซึ่ง
ดูแล้วไม่มีรอบหนังรักโรแมนติกซักเรื่อง เวรแล้วไง ผมเลยหันซ้ายหันขวามองหาไอ้เหน่งที่แอบตามมาหลบอยู่แถวซอกมุม แล้วส่งสัญญาณบอกมันว่าเอาไงดี ส่วนมันก็ชี้นิ้วไปยังโปสเตอร์หนังเรื่องหนึ่ง


หนังผี

หนังผีสยองขวัญสั่นประสาทซะด้วย ตาย กูตายแน่ๆ จากที่กลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว งานนี้จะรอดมั้ยยยย

“เรื่องไร?”ไอ้แต็งค์มันชี้ไปที่โปรแกรมเพื่อถามว่าจะดูเรื่องอะไร ผมเลยชี้ไปที่โปสเตอร์หนังผี “หนังผื”ผมพยักหน้าหงึกๆตอบรับมัน

 
บรรยากาศในโรงหนังตอนนี้ทั้งมืด ทั้งเงียบ และโหวงเหวงจนทำให้หนังสยองขวัญนั้นสยองขวัญสั่นประสาทมากขึ้นเป็นเท่าตัว

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

ผีโผล่ออกมาที คนที่มาดูก็กรี๊ดที ส่วนผมถึงจะไม่กรี๊ดแต่เหงื่อแตกซะเต็มหน้าเต็มมือ บอกเลยตรงนี้ ไม่มีกระจิตกะใจจะพูดอะไรกับไอ้แต็งค์เลยนอกจากเอามือข้างนึงปิดตาไว้ส่วนอีกข้างก็ขยำกล่องป็อปคอร์นจนแทบจะเละคามือ ส่วนไอ้แต็งค์นะหรอ เหอะ เหอะ มันก็นั่งขำไอ้อาการกลัวผีของผมตั้งแต่หนังเริ่มฉายยันหนังจบ สรุปการมาดูหนังครั้งนี้ของผม นอกจากจะไม่ได้ทำตามแผนที่จะขอมันคบแล้ว ยังจะดูหนังไม่รู้เรื่องอีก เวร เวรมาก

“กลัว?”
“ใครกลัว” ยัง ยังจะมาหัวเราะกูอีก แล้วมือนี่ก็อยู่ไม่เคยสุขเอะอะขยี้หัว ลูบหัวอยู่นั่นแหละ
“หงุดหงิดอีก” หงุดหงิดสิ แผนที่วางมาตั้งกี่แผนล้มเหลวไม่เป็นท่าซักแผน เห้ออออออ หรือว่าจะต้องพูดโผล่งตรงๆไปเลยดีวะ ฮึบบ ผมรวบรวมความกล้าอีกครั้งเพื่อที่จะ..
“แต็งค์”

ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

โทรศัพท์เวร ใครมันโทรมา ถ้าไม่มีสาระนะกูจะแดกหัวให้ ฮึ่มมมม
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าสายที่เรียกเข้ามานั้นเป็นสายคุณประณตนั่นเอง เลยรีรอไม่ได้ต้องสะบัดไล่ความคิดทุกอย่างแล้วกดรับสาย พอคุยสารทุกข์สุขดิบเสร็จ ก็หันไปหาไอ้แต็งค์ที่ยืนเล็มป็อปคอร์นที่เหลืออยู่ ดูสภาพแล้วมันคงหิวมากเพราะว่าเรียนเสร็จผมก็ลากมันมาดูหนังทันทีเลยไม่ได้ยัดห่าอะไรกันก่อนมา ผมจึงต้องลากมันไปหาอะไรกินก่อนที่มันจะรับประทานกล่องป็อปคอร์นเข้าไป


สรุปภารกิจครั้งนี้ ก็ล้มเหลวอีกเช่นเคย เฮ้ออออออออออ



“ไม่ต้องเศร้าไป เดี๋ยวกูคิดแผนให้ใหม่” ไอ้เหน่งมันมานั่งกอดคอปลอบใจผมที่ห้องเหมือนเดิม ส่วนผมก็ได้แต่ถอนหายใจปลงตกเหมือนเดิม
“กูว่าบางทีที่กูกับมันเป็นอยู่ทุกวันนี้มันก็เหมือนเป็นแฟนกันแล้วป่าววะ จะขอรึไม่ขอมันก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป กูก็ยังคงสำคัญกับมัน แล้วมันก็ยังสำคัญกับกูเหมือนเดิม”
“มึงคิดงั้น?” ผมพยักหน้าตอบ
“แต่ไม่ใช่ว่ากูจะไม่ขอมันคบ แค่อาจจะรอจังหวะเหมาะๆที่ไม่ต้องใช้แผนการ ปล่อยให้มันเป็นไปแบบธรรมชาติๆ”
“อือแบบนั้นก็ดีอยู่” มันกระชับแขนที่กอดคอผมให้แน่นกว่าเดิมเล็กน้อย “ปล่อยให้มันเป็นไปแบบธรรมชาติๆ แต่ขอเป็นในชาตินี้นะ ถ้าชาติหน้ากูขี้เกียจตามไปเสือก ฮ่าๆ” ไอ้เพื่อนเวร




“เย็นนี้ว่างกันไหมคราบบบ” เสียงแรดๆของไอ้บิวมันวิ่งแสดเข้ามาในหูผมจนต้องหยุดชะงักมือที่กำลังหยิบช้อนจ้วงข้าวเข้าปากทันที
“มีอะไรคราบ” แล้วก็เป็นไอ้เหน่งที่ตอบมันด้วยแสงแรดๆไม่ต่างกัน
“แดกเหล้า!!” อ่ะ หูผึ่งกันทุกตัว
“ที่ไหน?”
“ชนกัน”
“ดีๆเลย ไปช่วยอุดหนุนพี่มันกัน ป่านนี้แดกกันเองจนร้านเจ๊งแล้วมั้ง” ผล๊วะ โทษฐานพูดไม่เข้าท่า นั่นน่ะแหล่งกู้ยืมเพื่อการศึกษากูเลยนะไอ้ห่าเหน่ง “ระบายอารมณ์กับหัวกูซะให้พอใจ” มันทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่ผม มันนี่น่าถีบจริงๆ
“ห้ามปฏิเสธ!!” ไอ้บิวมันชี้หน้าห้ามไอ้ไม้ที่กำลังจะง้างปากพูด “สามทุ่มเจอกัน กูไปล้ะ บรั๊ยยย” แล้วมันก็ลากตีนกลับไปยังที่ของมัน
“ไอ้ห่าบิวใจคอมันจะไม่พักตับบ้างหรอวะ แดกมันแม่งทุกวัน” ไอ้ไม้มันบนหงุงหงิงๆให้ไอ้โชคฟัง
“บ่น แต่ก็ไปทุกรอบ” ผมเลยหันไปกระแนะกระแหนมัน เห็นมันทำบ่นๆแบบนี้ พอเหล้าเข้าปากเท่านั้นแหละครับ งอแงชักดิ้นชักงอจะไม่ยอมกลับบ้าน ไอ้เพื่อนระยำ





21.00 น. ณ ชนกัน คลับ ครับผม

“กว่าจะเสด็จกันมาได้นะมึง” ไอ้บิวมันเอ่ยทัก “อ้าว พี่นนท์ มากับเค้าด้วย มาคุมน้องหรอ” ใครบอก มันมารีดไถพี่น่านมันต่างหาก ช่วงนี้พี่มันเอาเงินไปถลุงกับโปรเจ็กหมด เลยต้องมาเกาะพี่น่านกิน
“เออ” พูดยังไม่ทันจบพี่มันก็มายืนขั้นกลางระหว่างผมกับไอ้แต็งค์ทันที อะไรของมึงอีกไอ้พี่นนท์ “มึงอยู่ห่างๆน้องกูเลย”
“นี่พี่ยังไม่เลิกเล่นบทพ่อตาหวงลูกสาวอีกหรอวะ” ผลั๊วะ จัดไปหนึ่งโบกจากพี่นนท์ให้ไอ้โต้ง
“อย่าพากันแดกล้างแดกผลาญกันมากล่ะ กูขี้เกียจหามไปส่ง” พี่แทนแกเดินมาผลักหัวทักทายไอ้พี่นนท์มัน
“แหมมมมม นานๆทีพี่”
“นานพ่อง กูเห็นไอ้เทมส์ลงสตอรี่ไอจีว่าแดกกันทุกเย็น” แล้วพี่น่านแกก็เดินเข้ามาสะกิดหัวไอ้แคมป์ด้วยฝ่ามือเบา เบา
“สีสันชีวิตน่า”
“เหรออออ”
“กินไรมายัง” ผมหันไปถามไอ้แต็งค์ที่ยืนหน้านิ่งแผ่รังสีอัมหิตอยู่ข้างๆพี่นนท์ ถ้าไอ้พี่นนท์มันไม่ใช่พี่ผมมันคงแดกหัวไปแล้ว ดูจากสายตาเอานะครับ
“ยัง” ว่าจบก็ทำหน้าทำตางอดๆจะเดินมาข้างๆผม แต่ไอ้พี่นนท์มันเอาส้นตีนกันไว้ก่อน ผมล่ะเหนื่อยหน่ายกับพี่มัน
“กูยืนหัวโด่อยู่เนี่ย เกรงใจกันบ้าง”
“เหอะ เหอะ” เกรงใจห่าอะไรแค่จะมายืนข้างๆกันนี่มันจะอะไรนักหนา ไอ้เจ้ากรรมนายเวร ไอ้มารความรัก ไอ้ ไอ้ ฮึมมม
“แต็งค์” อยู่ๆไอ้บิวมันก็เดินมากอดคอไอ้แต็งค์ แล้วก็ลากกันไปไหนไม่รู้ แต่ก็ดีไปนานๆหน่อยจะได้ถือโอกาสนี้กระดกเหล้าลงคอซักหน่อย จะกินตอนมันอยู่ก็ไม่ได้จ้องแต่จะขัดคอขัดใจ น่ากระทืบ
“เห็นเด็กในร้านบอกกูว่าคืนนี้มีเซอร์ไพร์สว่ะ” พี่แทนแกโผล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“เซอร์ไพร์สอะไรวะ” พี่น่านมันหันไปถามพี่แทน แต่พี่แทนแกก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากยิ้มกรุ่มกริ่มแล้วบุ้ยหน้าไปทางเวทีที่พวกนักดนตรีของร้านกำลังทำการแสดงอยู่ แล้วพี่มันสองคนก็สบตากัน ยักคิ้วหลิ่วตาใส่กันพักนึงก่อนจะหันมามองผม
“อะไรกัน” พี่มันพากันบุ้ยหน้าไปทางเวที ผมเลยเลยหันมองตามพวกพี่มัน แล้วก็เห็น....



ไอ้แต็งค์มันกำลังยืนเสนอหน้าจับไมค์อยู่บนเวที ตาทั้งสองข้างของมันกำลังมองมาที่ผม

เสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงท่วงทำนองจังหวะรื่นหูขึ้น

ก็ไม่รู้ว่าคุณทำบุญด้วยอะไร ถึงดูดีอย่างนี้
ก็ไม่รู้ว่าคุณทาครีมอะไร ผิวคุณจึงดีแบบนี้
ก็ไม่รู้ว่าคุณน่ะมากับใคร ขอเข้าไปจอยได้มั้ย
แต่ที่รู้คือคุณได้ใจไปหมดแล้ว


ไหนบอกไม่ชอบเป็นเป้าสายตาไง แล้วที่ทำอยู่นี่มันคืออะไร ไอ้ตัวดี

ไม่อยากเชื่อ (ไม่อยากเชื่อ) ว่าสายตา (ว่าสายตา)
จะได้พบคนที่กำลังตามหา
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้คนนี้เป็นแฟนก็ดี
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้เธอนั้นเป็นแฟนก็ดี
ผมบอกกับคุณเลยนะ อย่างคุณน่ะเต็มสิบ
เพราะแค่คุณนั้นเดินเข้ามานะ ทำทุกคนน่ะเงียบกริบ
อยากรู้คุณชื่ออะไรฮะ รู้มั้ยคุณทำผมหวั่นไหว
เฮ่ อย่าเพิ่งเดินไปไกล มารับผิดชอบด้วยสิ


ผมแทบจะไม่ได้ฟังเพลงที่มันร้องเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้จับใจความ รึตั้งใจฟังความหมายอะไรมันเลย

ก็ที่ผมให้คุณเต็มสิบ เหมือนตัดสินโอลิมปิก
ถ้าผมได้คุณเป็นแฟน จะคอยดูแลคุณอย่างดี
จะหยุดคุยกับทุกคนในทันที ผมสัญญาว่าต่อจากนี้
จะมีแค่คุณเพียงคนเดียว จะยอมปรับตัวเป็นคนดี
เห็นผมเงียบ ๆ แบบเนี้ย ผมก็รักเป็น
จะไปรับ จะไปส่ง จะไม่เถียง จะไม่บ่น ผมไม่ได้ล้อเล่น
จะรับโทรศัพท์ทุกเวลา
จะพิมพ์ตอบเธอ ไม่มีเบื่อค่า
และต่อจากนี้ขอสัญญา จะอยู่กับเธอเป็นคู่เหมือนลิปตา


เพราะผมในตอนนี้ เหมือนถูกดูดเข้าไปอยู่ในวังวนสายตาที่หวานเยิ้มของมัน

คุณอาจจะเคยเจอคนไม่ดี หรือคนที่เจ้าชู้
แค่อยากให้รู้ว่า อย่าเอาคนเดียวมาตัดสิน
แค่อยากให้คุณเปิดหัวใจ
รักรักกันไป เดี๋ยวก็ชิน
รับรู้ได้ว่ามันกำลังจะสื่ออะไร
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้คนนี้เป็นแฟนก็ดี
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้เธอนั้นเป็นแฟนก็ดี
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้เธอนั้นเป็นแฟนก็ดี
อยากจะได้คนนี้เป็นแฟน ก็ฉันนั้นอยากจะได้คนนี้เป็นแฟน
ถ้าหากได้เธอนั้นเป็นแฟนก็ดี




ตอนนี้ผมไม่รู้หรอกว่าตัวเองแสดงสีหน้าหรือท่าทางแบบไหนออกไป รู้แค่ว่า

“น้ำ” ผมคลี่ยิ้มออกอย่างกว้าง กว้างที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา “เป็นแฟนกันนะ”

ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววว

“เป็นเลย เป็นเลย เป็นเลย”

เสียงเชียร์ที่ดังสนั่นจากคนทั่วทั้งร้าน ยังไม่ทำให้ใจผมสั่นได้เท่าเสียงของคนคนนี้

“จะเป็นแฟนกูได้ยัง” หึ หึ ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาผมพยายามที่จะพูดประโยคนี้กับมันแต่ดันล้มเหลวทุกครั้ง แล้วกลับกลายเป็นมันที่เป็นฝ่ายพูดแทน ทั้งๆที่ผมไม่เคยคาดคิดเลยว่ามันจะต้องเป็นฝ่ายขอ

ผมทำได้เพียงพยักหน้าตกลง เพราะจะให้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้คงทำไม่ได้แล้ว แค่นี้ก็เขินจนจะระเบิดตัวทิ้งแล้ว

“ได้ไงวะไอ้แต็งค์!!”
“มานี่เลยพี่อ่ะ”

พูดจบไอ้เหน่งมันก็จัดการลากคอไอ้พี่นนท์ไปไหนก็ไม่รู้ แต่ถ้าให้เดาคงจะไปหาซัดเหล้าลงคอกันแน่นอน ส่วนผมอ่ะหรอ ตอนนี้ก็ยืนจ้องตากับไอ้คนที่มันพึ่งจะเอ่ยขอผมเป็นแฟนเมื่อซักครู่นี่แหละ จ้องกันได้ซักพักมันก็ฉุดกระชากลากผมออกมาตรงโซนเอาท์ดอร์ของร้าน โซนเอาท์ดอร์ในตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คนเพราะทุกคนมัวแต่เข้าไปออกันอยู่ด้านหน้าเวทีตามเสียงเพลงจังหวะคึกครื้น จึงมีแค่ผมกับมันที่ยืนตากลมกันท่ามกลางแสงไฟสลัวๆจากหลอดไฟกลมๆที่ห้อยต่องแต่งอยู่ทั่วบริเวณ ทำให้บรรยากาศชวนใจเต้นแรงขึ้นมาทันที

“ยังไม่เลิกเขิน?”
“ใครเขิน” ผมที่คิดว่าตัวเองเก็บอาการเก่งมาตลอด พอเจอสายตาหวานเยิ้มในตอนนี้ของมัน ใจก็อ่อนยวบแล้วอ่อนยวบอีก
“หน้าแดง” ใช่หน้าแดง และดูเหมือนว่าจะแดงทั้งตัวแล้ว และก็อาจจะแดงมากขึ้นอีกเมื่อมันเลื่อนใบหน้าฟ้าประทานมาของมันเข้ามาใกล้ ใกล้ ใกล้มาก จนใจผมแทบหยุดเต้น
“หยุดเลยมึง” ผมเอามือดันหน้ามันให้ออกห่าง กลัวว่าถ้าใกล้กันกว่านี้ ได้หัวใจวายตายแน่ๆ
“จูบไม่ได้หรอ” ไอ้แต็งค์!! ใจคอมึงจะทำให้กูเขินไปถึงไหน แค่นี้ตัวกูก็แดงเป็นมะเขือเทศแล้ว “เป็นแฟนกันแล้วนะ” แล้วผมจะต้องทำยังไงต่อ บอกตามตรง ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เจอไอ้แต็งค์ในเวอร์ชั่นอ้อนๆแบบนี้ 

แพ้ แพ้ราบคาบ

ปล่อยให้ในใจคร่ำครวญอยู่ได้ซักพัก ไอ้แต็งค์มันก็เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ ใกล้จนปลายจมูกของผมกับมันชนกัน หัวใจของผมในตอนนี้สั่งว่าห้ามขยับหนีมันไปไหน ไม่ใช่แค่หัวใจ แต่เป็นตัวผมเองด้วย ผมยังคงยืนอยู่นิ่งๆเพื่อรอรับสัมผัสจากมัน แต่สุดท้ายก็รอไม่ไหว ผมจึงเป็นฝ่ายเลื่อนริมฝากของตัวเองเข้าไปประกบปากมันซักพักแล้วผละออก
 
“ไปข้างในกัน หายออกมานานแล้ว เดี๋ยวเหล้าหมด”
“ไม่ได้อยากกินเหล้า”

พูดจบมันก็ดึงผมเข้าไปชิดตัวมัน จากนั้นก็ประกบปากของมันลงที่ปากของผม ดูดดึงริมฝีปากล่างด้วยความนุ่มนวลและอ่อนโยน จนผมเคลิ้มไปกับรสจูบของมัน ผมเผยอปากออกเพื่อให้มันได้สอดลิ้นเข้ามาภายในปาก ลิ้นของเราทั้งสองคนเกี่ยวตวัดผลัดกันลิ้มลองรสชาติความหวานของกันและกันอยู่นานเนิ่น ไม่อาจผละออกจากกันกันได้ จูบครั้งนี้มันไม่ได้แค่หวานอย่างเดียว แต่มันให้ความรู้สึกที่แสนจะสุข สุขล้นหัวใจ สุขจนร่างกายของผมเริ่มร้อนระอุ แขนทั้งสองข้างต้องหาที่เกาะเกี่ยวเพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนระทวยของตัวเองไว้ ผมเลื่อนแขนทั้งสองข้างขึ้นมาคล้องคอคนตรงหน้าคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟน ทำให้ร่างกายของเราแนบชิดกันมากขึ้น มือหนาของคนเป็นแฟนก็เลือนมาโอบรัดช่วงเอวไว้ เราทั้งสองต่างมอบจูบที่แสนจะหวานฉ่ำให้กันอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดที่จะหยุดมัน ทุกอย่างมันกำลังดำเนินไปด้วยดี และดีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า....


“ไอ้แต็งค์!! ไอ้น้ำ!!” ไอ้เวร ผมรีบผละออกจากไอ้แต็งค์ทันทีที่ได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกของไอ้บิว
“ไร!!” ไอ้แต็งค์มันขานรับด้วยความหงุดหงิด หน้านี่ยุ่งเชียว จนผมอดหัวเราะไม่ได้ ก็ดูมันสิทำหน้าเป็นหมาโดนขัดใจ ผมเลยต้องเลื่อนมือไปแตะแขนมันเบาๆกลัวมันจะปรี่ไปกระทืบไอ้บิวเอา
“เข้ามาข้างในกันได้แล้ว มาแดกเหล้า” ไอ้แต็งค์มันหันมามองหน้าผมแล้วส่งสายตาอ้อนวอน
“คืนนี้ไปนอนคอนโดกู” ผลั๊วะ ผมเลยฟาดไปที่แขนมันแรงๆหนึ่งที ได้คืบจะเอาศอก พอเห็นมันทำหน้ากระเง้ากระงอด ก็ต้องขำออกมา เนี่ยนะหรอ ไอ้คนที่ชอบทำหน้านิ่งๆไม่บอกบุญกับใคร ตอนนี้ทำไมมีหลายสีหน้าเหลือเกิน
“ไปข้างใน” ผมพูดไปหัวเราะไป แล้วดึงแขนคุณแฟนป้ายแดงกลับไปโซนข้างใน โดยไม่สนว่ามันทำสีหน้ายังงัย กลัวว่าถ้าสนแล้วจะต้องได้ใจอ่อนยอมไปนอนคอนโดกับมันแน่




ไม่ได้ไอ้น้ำ ถ้าไป ได้ถลำลึกกว่านี้แน่


ไม่ได้ ไม่ได้ ตอนนี้มึงยังไม่พร้อม


ต้องไปศึกษามาให้ดีก่อน
.
.


โดย อีช้อย

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #34 เมื่อ05-11-2021 19:18:53 »

 :pig4:
 o13
มาอย่างยาวเลย ขอบคุณมากค่ะ  :3123:

ออฟไลน์ Namm12141

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ Ep 15
«ตอบ #35 เมื่อ12-11-2021 16:27:07 »

Episode 15 คนเป็นแฟนกัน เค้าทำอะไรกันบ้าง


[Part Teetuch Thank]


‘เป็นแฟนกันยัง’
‘ยังพี่’
‘ลีลาว่ะ เดี๋ยวหมาก็คาบไปแดกหรอก’
‘ถ้ามีหมาตัวไหนมันกล้า ก็ลองดู’
‘ทำโหด หึหึ’
‘พี่แทน..’
‘ไม่รู้จะขอมันคบยังไงใช่มั้ย’ผมพยักหน้ารับ ‘อ่อน’
‘ก็...’
‘ให้กูช่วยมั้ย’พี่น่านแกเดินมาตบบ่าผม
‘พี่อยู่คนละทีมกับพี่นนท์หรอ’ไอ้บิวมันเสนอหน้าเสนอตัวมาถามพี่น่านแก
‘สู่รู้’แกดันหัวไอ้บิวที่บังหน้าผมอยู่ออกไปไกลๆ ‘ว่าไงมึง’
‘ช่วยมันหน่อย’พี่แทนแกพูดกับพี่น่านจบก็เดินมากอดคอผม
‘ถ้าให้กูช่วย มึงจะต้องยอมหน้าหนาหน่อยนะเว้ย’
‘ยังไงพี่’
‘จะขอน้องกูเป็นแฟนทั้งที มันต้องพิเศษและน่าจดจำเว้ย’
‘แห่ขันหมากไปขอเลยดีมั้ย’ผลั๊วะ พี่แทนแกง้างฝ่ามือแสกกระบาลไอ้บิวไปหนึ่งที
‘ให้ผมทำอะไรผมก็ยอม ขอแค่มันยอมตกลงเป็นแฟนกับผมพอ’
‘ให้มันได้อย่างนี้ดิวะ ไอ้น้องเขย’
จากนั้นพี่แทน พี่น่าน ไอ้บิว ไอ้โต้ง และก็ไอ้อาร์ตก็พากันรวมหัวคิดแผนเซอร์ไพร์สขอไอ้น้ำเป็นแฟนให้ผม ตบตีความคิดกันอยู่เป็นอาทิตย์ จนท้ายที่สุดพี่น่านแกก็เสนอว่าให้ผมร้องเพลงขอไอ้น้ำมันเป็นแฟน แกบอกว่าวิธีนี้มันโครตจะโรแมนติก และยังแสดงออกให้เห็นว่าเพื่อมันแล้ว ผมสามารถยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยคิดจะทำเลยในชีวิตได้
พี่น่านกับพี่แทนแกเลยจัดการเป็นด่านหน้าเตี๊ยมกับวงดนตรีพร้อมกับจัดการเคลียร์พื้นที่ให้ผมเสร็จสับ ส่วนเพลงที่ใช้นั้นก็เป็นผมที่เลือกเอง ผมเลือกเพลงที่ตรงกับใจตัวเองที่สุดและสามารถสื่อสารให้มันรับรู้ได้ชัดเจนที่สุด
ผลตอบรับออกมาก็ดีที่สุดเหมือนกัน เพราะนอกจากจะทำให้ไอ้น้ำมันเขินจนตัวแดงเป็นลูกตำลึงแล้ว ยังเป็นการประกาศให้ใครหลายๆคนได้รู้ว่ามันกับผมเป็นแฟนกันอย่างสมบูรณ์ คนอื่นๆที่จ้องจะเข้าหามันจะได้ล้มเลิกความคิดซักที แต่ถ้ายัง ผมคงต้องจัดการเรียกคุยเป็นรายๆไปให้มันรู้ไปเลย ว่าคนนี้ผมทั้งรักทั้งหวงมาก หึหึ
“ยะ ยะ ตั้งแต่เค้าตกลงปลงใจให้ใช้สถานะแฟนนี่ ดูมีประกายวิ๊งวับๆรอบตัวเลยว่ะ”
“ราศรีความรักเด่นหราเต็มน่าเลย”
“แล้ววันนี้แฟนไม่มากินข้าวด้วยหรอวะ”
“มันกินกับเพื่อนมันแล้ว”
“อ๋อ...”แล้วไอ้บิวมันก็ทำตาระยิบระยับเป็นเชิงแซวผม “แล้วมึงจะย้ายไปอยู่ด้วยกันตอนไหนวะ”
พรวดดดด
น้ำที่อยู่ในปากผมก็พุ่งกระจายเต็มหน้าไอ้พวกเพื่อนเวรทันที
“เหี้ยอะไรเนี่ยไอ้แต็งค์!”
“โทษๆ”ผมพูดไปหัวเราะไป
“ว่าไงวะ ที่กูถามอ่ะ”
“กู”ผมพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายกับพวกมัน “ยังไม่ได้คุยเรื่องนั้นกับมัน”
“ช้าว่ะ”
“กูอยากค่อยๆเป็น ค่อยๆไป”
“แต่การกระทำมึงนี่ตรงข้ามกับที่พูดมากกก”
“เทียวไปเฝ้าเค้าเช้าเย็น ตามเกาะติดเป็นปิงควายขนาดนี้ สาบานว่ามึงคิดแบบที่พูดจริงๆ”
“เออ”ผมปัดมือไอ้บิวที่เกาะไหล่ผมอยู่ “กูก็อยากอยู่ใกล้ชิดมันตลอดเวลาแหละ อยากนอนหลับไปพร้อมกับมัน แล้วก็อยากตื่นมาเจอมันเป็นคนแรก อยากทำอะไรหลายๆอย่างด้วยกัน”
“เช่นเรื่องอย่างว่า...”ผลั๊วะ!! คิดออกมาได้ไอ้ห่าบิว “กูพูดผิดตรงไหนเนี่ย”ยัง มันยังไม่รู้ตัว
“สาบานว่าไม่คิด”อ่ะ ไอ้โต้งมันเอาตัวเข้ามาเสือกอีกตัว ไอ้คิดมันก็คิดแหละครับ พออยู่ใกล้มันทีไรก็อยากสัมผัส อยากกอด อยากจูบ อยากทำไปหมด แต่ก็ยังอยากให้เวลามัน ให้มันให้ด้วยความเต็มใจ
“เสือก”
“เอาน่า”ไอ้บิวมันเอื้อมมือมากอดคอผมไว้ แล้วหันมองหน้าผม “จะคิดไม่คิดก็หัดศึกษาไว้ก่อน เกิดอยู่ๆมีอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมามึงจะได้ไม่ทำให้ไอ้น้ำมันเจ็บ”ผลั๊วะ!! “ตบกูอีกแล้ว ตบจนหัวกูจะเป็นลูกวอลเล่แล้วไอ้ห่า”
ก็ตบมันไปงั้นแหละครับ ในหัวก็คิดตามที่มันพูดทุกอย่าง จริงของมัน ผมต้องหัดศึกษาไว้บ้าง เพราะมั่นใจเลยว่าครั้งแรกไอ้น้ำมันต้องเจ็บมากแน่ๆเพราะเคยไปแอบเสิร์ชกูเกิ้ลมาบ้างแล้วนิดหน่อย


วันนี้ไอ้น้ำมันเลิกเรียนช้ากว่าผม ผมเลยต้องมานั่งหน้าละห้อยรอมันอยู่ใต้ตึกคณะคนเดียว เพราะพวกเพื่อนตัวเวรมันรีบดิ่งตีนกลับกันก่อน ที่รีบๆเนี่ยไม่ได้กลับไปพักผ่อนกันหรอกครับ มันรีบกลับไปก๊งเหล้ากัน เป็นแบบนี้ทุกวัน ส่วนตัวผมไม่ค่อยจะได้ไปกับพวกมันหรอกนอกจากจะมีไอ้น้ำไปด้วยถึงจะเสนอหน้าไป แล้วไม่ต้องถามนะครับว่าทำไมเพราะคำตอบก็น่าจะรู้ๆกันอยู่ว่าติดเมียมาก ติดตั้งแต่ยังไม่ทันบอกชอบเค้าเลยด้วยซ้ำ เป็นไงล่ะคลั่งรักเค้าสุดๆไปเลย รออยู่ได้ซักพักฝนก็เริ่มเทลงมาเบาๆ เบาๆ จนเริ่มหนักขึ้น แล้วก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหยุดเลย สงสัยผมกับไอ้น้ำต้องได้วิ่งตากฝนกันไปโรงจอดรถแน่นอน พูดถึง ก็เดินแผ่ออร่ามาแต่ไกลเลย ให้ตายเถอะ แฟนใครเนี่ยทำไมมันถึงน่ารักน่ากอดน่าหอมแบบนี้
“รอนานมั้ย”นาน นานมาก นานจนตะคริวแดกตีนไปสิบรอบแล้วครับ แต่ก็ต้องบอกว่า..
“ไม่นาน”
“ต่อให้นานก็ต้องบอกว่าไม่นานป่าววะ”ไอ้แคมป์โผล่หัวมากอดคอผมหลังจากที่มันวิ่งมาจากซอกมุมไหนของโลกไม่รู้
“เทียวรับเทียวส่ง เสมอต้นเสมอปลายแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้ว”
“อิจฉาจรุมมม”
“เหม็นๆความรัก”แล้วไอ้พวกเพื่อนรักของไอ้น้ำมันก็พากันแซว พากันกระแนะกระแหนผมกับมันอยู่ซักพักใหญ่ๆ
“ไปเหอะ หิวข้าวแล้ว”ไอ้น้ำมันหันมาทำมุ้ยใส่ผม มุ้ยแค่ไหนก็น่ารักกก
“ฝนตก”ผมเลยชี้ไปที่สายฝนกำลังกระหน่ำลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน
“ฝ่าไปแปบเดียว”
“แน่ใจ?”มันพยักหน้างึกๆตอบผม
ผมเลยต้องพามันวิ่งฝ่าฝนที่กระหน่ำลงมาไปยังที่รถ กว่าจะมาถึง เปียกโชกไปยันกางเกงใน ส่วนมันก็นั่งสั่นงักๆอยู่บนรถ ผมเลยต้องปิดแอร์รถแล้วเอี้ยวตัวไปเบาะหลังเพื่อหยิบเสื้อคลุมแขนยาวที่ชอบพกติดรถไว้ มาให้มันห่มคลายหนาว

พอมาถึงคอนโดมัน มันก็ไล่ให้ผมไปอาบน้ำทันที บอกว่าเดี๋ยวจะไม่สบาย ส่วนตัวมันแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็มานอนแผ่หราอยู่บนโซฟา
“รีบไปอาบ หิวแล้ว”มันพูดจบ ผมก็เดินเข้าไปหามันที่โซฟาแล้วคร่อมตัวมันไว้ จากนั้นก็ประกบปากจูบมันไปโดยไม่ได้รุกล้ำเข้าไปด้านใน ซักพักก็ผละออกแล้วมองมันด้วยสายตาหวานเยิ้ม จนหน้ามันขึ้นสีแดงระเรื่อ
“หิวเหมือนกัน”
“หิวข้าว”มันก็เอามือเรียวของมันดันตัวผมออกด้วยความเขิน ดูก็รู้ว่าเขินมาก
“หิวอย่างอื่น”
“ไอ้แต็ง!!”พอได้ยินแบบนั้นไอ้น้ำมันก็กระเด้งตัวลุกขึ้นทันที เตรียมจะฟาดผม ผมเลยต้องยื่นจมูกไปสูดดมที่แก้มขาวๆของมันที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงแล้ว หนึ่งฟอดดด แล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนมันเพื่อใช้ห้องน้ำที่อยู่ด้านใน

อาบน้ำเสร็จผมก็พันผ้าเช็ดตัวคาดเอวไว้ลวกๆ เอาไว้อ่อยไอ้น้ำมัน เดินโฉบออกมาจากห้องนอนมาดูลาดลาวว่าไอ้คนที่นอนแผ่หราตรงโซฟาเมื่อก่อนหน้านี้มันยังอยู่ที่เดิมรึป่าว
มันยังคงนอนแผ่หราอยู่ที่เดิม นอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ผมเลยก้าวเท้าฉับๆเตรียมจู่โจมเป้าหมายในทันที

ฟุบ!!

“หนัก...”

ผมที่ในตอนนี้ล้มตัวลงทบตัวมันไว้อยู่ ก็ผงกหัวขึ้นมาแล้วจู่โจมที่แก้มซ้าย แก้มขวา หน้าผาก จมูก และปากของมัน อย่างหมั่นเขี้ยว ทั้งรักทั้งหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว

“หอม”
“ยังไม่ได้อาบน้ำ มันจะหอมตรงไหน”

ไอ้น้ำมันพูดด้วยเสียงงัวเงีย ก่อนจะดันตัวผมให้ออกห่าง ทำท่าทำทางโงนเงน ลุกออกจากโซฟาไป พอเห็นอย่างนั้นผมก็ลุกเดินตามประกบเดินคลอเคลียมันไปด้วย จนมันหันหน้ากลับมาสบตากับผม และยกมือทั้งสองข้างยื่นมาจับหน้าผมเข้าไปใกล้ จนริมฝีปากของเราแนบชิดกัน แล้ว...

จุ๊บ

“ขออาบน้ำก่อน .....แล้วจะทำอะไรต่อค่อยว่ากันอีกที”

ได้ยินแบบนั้นหัวใจของผมมันก็เต้นลิงโลดทันที ช่วงเวลาแห่งความหวาบหวามกำลังเดินทางเข้ามาหามึงแล้วไอ้แต็งค์ ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนแล้วฉีดน้ำยาปรับอากาศทั่วทั้งห้อง แล้วปรับอุณหภูมิแอร์ให้เย็นฉ่ำกว่าปกติ หยิบจับทุกอย่างเปรียบเสมือนเป็นห้องตัวเอง จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมก็ย่างสามขุมไปยังกระเป๋าเป้ของตัวเอง และหยิบหัวใจสำคัญของช่วงเวลาอันแสนพิเศษออกมา

แทแด๊นนนนนน

ถุงยางอนามัย และเจลหล่อลื่นสูดพิเศษ ที่ลื่นปื๊ด ลื่นปี๊ด อย่างกับน้ำมันหล่อลื่น

หึ หึ หึ แต็งค์น้อยหนูพร้อมรึยังลูก ส่วนพ่อพร้อมแล้วน๊า
 
พูดจบก็ยิ้มแบบเสี้ยวพระจันทร์แล้วเหลือกตามองบน มีความสุขจริงๆ โว้ยยยย

แกร็กกกกกกก

เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกช้าๆ ผมเลยรีบกระเด้งขึ้นเตียงตัวแล้วนอนตะแครงข้างหันเพื่อมองคุณแฟนที่สุดแสนจะรักสุดแสนจะหวงย่างกายออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดคลุมอาบน้ำที่ผูกเชือกไว้หลวมๆจนเผยให้เห็นอกขาวนวลเนียนและลอนกล้ามหน้าท้องนิดๆ ฮึ่ยยยย นี่มันจงใจยั่วกันชัดๆ

ฟุบบบบ

ผมดึงคนที่เอาแต่ยืนเช็ดผมอยู่ปลายเตียงลงมานอนกกกอดและจัดการฟัดที่แก้มทั้งสองข้างของมันรัวๆจนมันหัวเราะร่า

“จงใจยั่วหรอ หึมม”

ฟอดดดด

“แล้วยั่วขึ้นป้ะ?”
“ขึ้นแล้ว... จะดูไหม”

ไอ้คนปกติมักจะเขินหน้าแดงหูแดงทุกครั้งเวลาเจอหยอด ตอนนี้ก็ยังคงเขินเหมือนเดิม แต่ก็ยังทำใจกล้ายั่วกันต่อ หึมมมมมม
ไอ้ตัวดีเคลื่อนใบหน้าของมันเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ แล้วเอ่ย

“ให้ดูอย่างเดียวเองหรอ?”

ยั่วกันเข้าไป ให้มันตายกันไปข้าง

และแล้วก็เป็นผมเองที่ทนความยั่วของคนตรงหน้าไม่ไหวเลยจัดการพลิกตัวเองขึ้นไปคร่อมทับร่างของคนขี้ยั่วเอาไว้

“เตรียมตัวสลบคาเตียงได้เลย”

พูดจบผมก็เคลื่อนริมฝีปากลงไปบดเบียดริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน ค่อยๆดูดดึงริมฝีปากล่างเบาๆและขบกัดเล็กน้อย ใช้เวลานัวเนียอยู่ที่ริมฝีปากได้ไม่นานคนขี้ยั่วของผมก็ยอมเปิดริมฝีปากให้เข้าไปฉกชิมความหวานในโพรงปาก ลิ้นของเราสองคนหยอกล้อกันอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน มือของผมข้างหนึ่งยกขึ้นมาประคองใบหน้าของคนใต้ร่างเอาไว้ ส่วนอีกข้างก็ลูบไล้ไปตามผิวกายที่ขาวซีดและนุ่มนิ่มน่าสัมผัสไปหมด ผมผละริมฝีปากออก แล้วสบเข้าไปในดวงตาของคนใต้ร่าง

“น้ำ... แต็งค์รักน้ำนะ ที่บอกไม่ใช่เพราะออดอ้อนในเรื่องที่จะทำ”

ผมจับมือมันมาสัมผัสที่หน้าออกข้างซ้ายของผมที่มีจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงและสม่ำเสมอ

“สัมผัสที่หัวใจแล้วลองจ้องเข้ามาในตาของแต็งค์ น้ำจะได้เห็นว่าแต็งค์รักน้ำมากแค่ไหน”
“รู้แล้วว่ารักมาก... น้ำก็รักแต็งค์เหมือนกัน”

จุ๊บ

ผมผละตัวออก และจัดการปลดผ้าคลุมอาบน้ำของคนตรงหน้าออกอย่างเชื่องช้า สายตาก็สบกับดวงตาคู่แวววาวของคนรักตลอดทุกๆการกระทำ พอคนตรงหน้าเปลือยเปล่าไร้สิ่งบดบังสายตาแล้ว ใจผมก็เต้นระรัวเป็นกลองเพล ไม่ว่าจะจ้องมองไปตรงส่วนไหนของร่างกายคนตรงหน้า มันชั่งดูสวยงามไปหมด ผิวที่ขาวซีดนวลเนียนตัดกับสีของผ้าคลุมเตียงสีเทาได้อย่างชัดเจน  มันชั่งเพิ่มเสน่ห์ให้คนใต้ร่างของผมเหลือเกิน อดทนชื่นชมร่างกายของคนรักได้ไม่นาน ก็ต้องโน้มตัวลงไปพรมจูบ ทั่วใบหน้า ลำคอ ไล่ลงมาที่เนินออก และตุ่มไตสีชม และลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องที่มีลอนกล้ามเล็กน้อย ลงมาเรื่อย เรื่อย เรื่อย จนถึงแกนกลางกายสีชมพูอ่อนของคนขาวจัด
 
ผมใช้ลิ้นเลียตวัดปัดป่ายลงบนหัวหยักของแกนกลางกายอย่างช้าๆ ไล่เลียขึ้นตามแนวเส้นเลือดที่กำลังปูดนูนจากการขยายใหญ่ของแกนกลางกาย ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่เอาแต่หลับตาพริ้มด้วยความเสียวซ่าน แล้วกลับมาสนใจเจ้าแท่งสีชมพูที่อยู่ตรงหน้าต่อ ใช้ลิ้นเลาะเล็มได้ซักพัก ผมก็ใช้ปากครอบเจ้าแท่งสีชมพูนี้ไปจนสุดแท่งแล้วรูดเข้าออกช้าๆ ทำตามในคลิปที่แอบไปศึกษามา ฮี่ๆๆ

“อ๊ะ...”

คนใต้ร่างที่ตอนนี้เริ่มเปล่งเสียง พร้อมกับสวนสะโพกเข้ามาในโพรงปากของผมอย่างอดไม่ได้

“แต็งค์...”
“หืมมม”
“จะแตกแล้ว...”
“อึ่มมม ...ปล่อยมาเลย”

ทันทีที่สิ้นเสียงตอบรับของผม เจ้าตัวก็ปลดปล่อยน้ำหวานกลิ่นหอมเข้ามาเต็มโพรงปากของผมจนไหลเยิ้มออกมาจากริมฝีปาก ด้วยความเสียดายผมเลยใช้ลิ้นเลียตวัดเก็บเกี่ยวทุกหยาดหยดเข้าไปในปากแล้วกลืนลงคอ ผมผละออกจากเจ้าแท่งสีชมพูตรงหน้าเพื่อขึ้นมาสบตากับคนรัก คนใต้ร่างที่นอนมองตาผมหวานเยิ้ม วาดแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอผมไว้ แล้วดึงให้ลงมาประกบฝีปาก แล้วเล่นสงครามลิ้นกันอีกรอบ

ระหว่างที่เรามอบจูบดูดวิญญาณให้กันอยู่ มือของผมทั้งสองข้างก็ลูบไล้และบีบเค้นไปทั่วเรือนร่างของคนใต้ร่าง จนไปถึงสะโพก สาละวนอยู่แถวนั้นเป็นพักใหญ่ ก็ผละจูบออกมาสบตากัน
“น้ำ...”
“...พร้อมแล้ว”

จุ้บ

พอได้รับคำตอบหัวใจของผมก็พองโตแทบระเบิด ทั้งน้ำเสียง ทั้งสายตา ยั่วอารมณ์ไอ้แต็งค์สุดๆ เมื่อเค้าเปิดทางให้แล้ว เราก็เตรียมเบิกได้เลย ผมเอื้อมไปหยิบขวดเจลหล่อลื่นที่วางอยู่บนหัวเตียงมาใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ ผมเทเจลหล่อลื่นใส่มือแล้วป้ายลงไปที่ช่องทางสีแดงสดด้านหลังของคนข้างใต้ ใช้นิ้วหัวแม่มือกดคลึงแล้วลูบไล้ช่องทางเบาๆเรื่อยๆช้าๆ แล้วก็เงยหน้ามองคนรักเพื่อสังเกตการณ์ด้วย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของเราทั้งคู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันต้องเจ็บมากแบบไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ผมตั้งใจว่าหากน้ำมันบอกว่าไม่ไหวผมก็พร้อมจะหยุดทันที ต่อให้อารมณ์ในตอนนี้จะหยุดไม่อยู่แล้ว แต่ถ้าหากมันทำให้คนที่รักเจ็บผมคงจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ระหว่างที่คิดอยู่ คนใต้ร่างก็เอื้อมมือมาจับมือผมไว้แล้วเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิว

“แต็งค์ ...ไม่เป็นไร มันจะไม่เป็นไรแค่แต็งค์กอดน้ำไว้”

สิ้นเสียงพูดของคนตรงหน้าผมก็เผยรอยยิ้มน้อยๆออกมา คนที่รู้ตัวว่าตัวเองจะเจ็บแต่กลับไม่มีความกลัวอยู่เลย เพราะน้ำมันเชื่อใจ เชื่อว่าผมจะทำทุกอย่างด้วยความรัก ซึ่งผมก็ทำแบบนั้นจริงๆ ผมก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบาแล้วบดเบียดริมฝีปากกันอีกครั้ง

นิ้วที่ลูบคลึงอยู่ช่องทางด้านหลังก็เปลี่ยนเป็นสอดใส่เข้าไป ผมหมุนควงนิ้วอยู่ในช่องทางด้านหลังของคนรักอย่างนุ่มนวล ค่อยๆชักเข้าออกด้วยจังหวะเนิบนาบ พอเราสาละวนกันอยู่กับรสจูบผมก็ใช้จังหวะนี้เพิ่มนิ้วเข้าไปอีกหนึ่งนิ้ว แต่เหมือนคนใต้ร่างจะชะงักด้วยความจุก แต่สักพักก็กลับมาจูบกันอย่างดูดดื่มต่อ ยิ่งผมเพิ่มจังหวะการชักเข้าออกของนิ้วมากเท่าไร รสจูบของคนใต้ร่างผมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น จนผมเพิ่มนิ้วที่สาม มันให้ความรู้สึกอึดอัดไปหมด เพราะแกนกลางกายของผมที่มันขยายตัวมานานเนิ่นตั้งแต่ตอนที่น้ำมันออกมาจากห้องน้ำแล้ว ในตอนนี้ผมเริ่มปวดหนึบที่กลางกายจนทนแทบไม่ไหว และเหมือนคนใต้ร่างจะสัมผัสได้ถึงได้เอ่ยออกมา

“แต็งค์ ...ไม่ต้องอดทนแล้ว”

จุ้บ

“ขอบคุณครับ..”
หลังจากตอบรับแล้วผมก็สะบัดผ้าเช็ดตัวที่ผูกเอวไว้อยู่ออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นแกนกลางกายอันใหญ่โตมโหฬารที่กำลังผงาดหัวชูชันชี้หน้าคนรักอยู่ คนใต้ร่างผมใต้แต่กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่
 
หึ หึ หึ

เป็นไงเจอแต็งค์น้อยที่ไม่น้อยเข้าไปถึงกับเครื่องค้างเลย

รอช้าไม่ได้แล้ว ผมรีบโถมตัวเองเข้าใส่คนใต้ร่างแล้วจัดการคลุกวงในนัวเนียกันอีกรอบจนคนใต้ร่างเริ่มเคลิบเคลิ้ม ผมนำเอาเจ้าแต็งค์น้อยที่ไม่น้อยของผมค่อยๆสอดใส่เข้าไปในช่องทางด้านหลังของคนรักอย่างนุ่มนวลที่สุด ผมค่อยๆขยับขเยื่อนดันหัวเข้าไป แต่ภายในของน้ำมันทั้งตอด ทั้งบีบ และรัดแน่นเกินไป ทำให้ผมเคลื่อนเจ้าแต็งค์น้อยเข้าไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คนใต้ร่างผมก็เริ่มหน้าถอดสีจนผมต้องผละออกมาพรมจูบไปทั่วใบหน้า และลำคอ แล้วก็กลับไปประจบริมฝีปากเพื่อมอบจูบดึงความสนใจออกจากช่องทางด้านหลัง จากนั้นผมก็ค่อยๆดันแกนกลางกายเข้าไปจนสุด แช่ไว้ซักพักแล้วเริ่มขยับด้วยจังหวะเนิบนาบ
คนใต้ร่างที่ถูกความเจ็บปวดเล่นงานก็จิกเล็บมือลงที่หลังผมจนเลือดซิบ ผมค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆและออกมาจูบซอกไซร้ที่ลำคอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และเหมือนจะได้ผล ความเจ็บปวดในคราแรกคงเปลี่ยนเป็นเสียวซ่าน คนใต้ร่างของผมถึงได้หลับตาพริ้มและเริ่มส่งเสียงครางแผ่วเบา เป็นเสียงที่ออกมาจากความสุข

“อ๊ะ......”
“อึ่มมม”

ผับ ผับ ผับ

“อื้ออออออ”
“อึ่มมมม”
“ซีดดดดด”

จุ้บ

จังหวะรักของเราทั้งสองดำเนินไปเรื่อยๆ จากนุ่มนวล เริ่มเพิ่มระดับขึ้น

ผับ ผับ ผับ

เพิ่มขึ้นจนถึงระดับรุนแรง

ผับ ผับ ผับ ผับ ผับ

เมื่อผมรู้สึกว่าเองเริ่มถึงปลายทาง คนใต้ร่างผมก็ปลดปล่อยออกมาเป็นรอบที่สอง จนทำให้ด้านในของน้ำมันบีบรัดแต็งค์น้อยของผมแน่นจนผมสั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดผมก็ปลดปล่อยออกมาจนเต็มช่องทางด้านหลังของคนรัก ไหลเยิ้ม หยดลงบนเตียงเป็นดวงๆ เสียงหอบหายใจของเราทั้งสองดังคลอเคล้ากันไปทั่วห้อง

จุ้บ

ผมจูบลงที่ริมฝีปากบางแล้วผละออกมาสบตากับคนรัก มองดวงตาคูหวานชื่นที่มักจะทำให้ผมตกหลุมรักทุกครั้งที่ได้สบดวงตาคู่นั้น

“ลืมใส่ถุงยาง”

“…”

“งั้น.. ขอแก้ตัวอีกรอบ..”

“ไอ้คนหื่น”

จุ้บ

จุ้บ

จุ้บ

จุ้บๆๆๆๆ


“คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้นอน”
“แต็งค์!!!”


สิ้นเสียงร้องด้วยความตกใจ ผมก็โถมตัวเข้าใส่เพื่อเริ่มบทรักบทต่อไป

“แต็งค์ อ๊ะ..”
“อึ้มม”

ผับ ผับ ผับ

“ฮ๊า...”
“ซีดดด”

ผับ ผับ ผับ ผับ


หึ หึ หึ คืนนี้ยังอีกยาวไกล

โดย อีช้อย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-11-2021 16:01:08 โดย Namm12141 »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +58/-1
Re: Today,I have you วันนี้ฉันมีเธอ
«ตอบ #36 เมื่อ15-11-2021 16:12:38 »

 :pig4:
 :3123:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด