อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤EP.27 (เฮียตั้นXเมย์) เอาคืนให้เฟย์ P1และP2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤EP.27 (เฮียตั้นXเมย์) เอาคืนให้เฟย์ P1และP2  (อ่าน 6301 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0
เมาแล้วมันคึก  :oo1: 555 ว่าแล้วคู่กอล์ฟคิดอยู่ว่าเหมาะกับเฟย์มากกว่านะ เห็นรังสีบางอย่างนานแล้ว ในที่สุดก็ยอมรับสักที 5555 สนุกๆ  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
                    เมธานินท์ วันนี้พี่ตั้นบอกว่าจะพาเมย์ไปงานเปิดโรงแรมใหม่ของพี่ปฐวีย์ ผมไม่ได้แจอพี่เขามาเกือบจะสองเดือนแล้ว ผมรู้สึกตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้ พี่ตั้นพาผมไปซื้อเสื้อสูท พี่ตั้นบอกผมว่าเราไม่ใช่แขกคนสำคัญคงไม่ต้องหรู ผมเองก็เห็นด้วยสวมแค่สูททับกางเกงยีนแค่นั้น วันนี้พี่ตั้นยังบอกอีกว่าจะพาไปเที่ยวผับของพี่ชายพี่ธีมด้วยกัน  ผมเองไม่เคยเข้าผับเลยจริงๆ อายุก็ปาเข้าไปยี่สิบเอ็ดแล้ว  ผับนี้เป็นผับประจำของพี่ๆเขา แต่พี่ตั้นเขาไม่ได้ไปมาจะสองเดือนแล้ว ตั้งแต่ผมมาอยู่ด้วย ก็แน่นอนพี่เขาเลิกงานขึ้นห้อง ช่วยผมทำอาหาร เก็บล้างทุกอย่างเขารู้ว่างานบ้านมันเหนื่อย ผมแอบยิ้มมีสุขทุกครั้ง และนี้ทำให้ผมคิดถึงคำพูดของพี่น้ำหวานที่บอกว่าถ้าให้เลือกอีกครั้งพี่น้ำหวานก็จะยังเลือกเฮียตั้ม และถ้าผมได้เลือกอีกครั้งล่ะ ผมก็จะเลือก .......
 "ฟ้อด!! "เสียงหอมแก้มผมดังมาก ผมรีบเอามือลูบแก้มผมเบาๆ "พี่เห็นจ้องมองความหล่อพี่นานแล้วเลยหอมซะเลย" พี่ตั้นพูด ผมทำปากยู่ใส่คนตรงหน้า



“เฮีย โอนเงินไปให้วิวเหรอครับ”จู่ๆผมก็ถามเฮียตั้น



“ใช่ครับ” เฮียตั้นตอบผม ขณะที่ผมกำลังจัดคอเสื้อให้อยู่



“แต่ในโทรศัพท์ผม มีแจ้งเตือนว่าเงินเข้าบัญชีผมอีกสามหมื่น เฮีย ถ้าเฮียโอนให้น้องผมแล้วเฮียไม่ต้องให้ผมแล้วน่ะ “ผมพูดทำหน้าดุใส่เฮีย



“ทำไมละในเมื่อ”



“ตอนนี้เฮียยังคิดว่าผมเป็นแฟนจ้างอยู่เหรอ ไม่ใช่แฟนจริงๆ ของเฮียเหรอ” ผมถามเฮียตั้น



“ที่เข้าบัญชีของเมย์นะคือเงินของพี่ ที่จะได้รับจากการทำงานพี่ไม่ได้รับเงินเข้าบัญชีพี่แล้ว เข้าบัญชีเมียคนเดียวเลย” เฮียตั้นพูด



“ไม่เอาเฮียทำงานเหนื่อย”



“เมียเหนื่อยกว่า ไหนจะดูแลบ้าน ดูแลเฮีย ทำอาหาร แถมยังทำให้เด็ก ๆ ที่มาทำงานกับพี่ทานกันอีก เหนื่อยขนาดนี้สามหมื่นก็น้อยไป “เฮียตั้นพูด



“แม่พี่เคยพูดเสมอ ก่อนจะไปดูแลคนอื่นควรจะดูแลคนในบ้านให้ดีซะก่อนที่จะออกไปดูแลคนข้างนอก เมย์คือคนในบ้านที่พี่ต้องดูแลและเป็นพิเศษของพี่ เรื่องแค่มันเบสิคครับ” เฮียตั้นพูดอีก



“ไปกันได้หรือยังครับ” เฮียตั้นถามผม ผมพยักหน้าว่าผมพร้อมแล้ว และผมสองคนก็เดินลงไปชั้นที่แปดก่อน เฮียตั้นจะไปหาเพื่อนๆ ก่อน



“เออ วันนี้เจอกันที่ผับพี่ธันเลยนะ” เฮียตั้นเปิดประตูไปบอกเพื่อนๆ และน้องๆ เฮียบอกว่าวันนี้น้องขอไปเที่ยวด้วย



“รับทราบ” พวกน้องๆ และเพื่อนๆ เฮียเขาแร๊พโย๊ะตอบออกมาพร้อมกันเพราะว่าแต่ละคนกำลังสวมหูฟังกัน ผมเดินลงมาที่ลานจอดรถ เฮียเอารถหรูของเฮียไปแทน และมันก็นั่งได้สองคน เฮียเปิดให้ผมเข้าไปนั่งก่อน ผมมองแววของผู้ชายคนนี้มันช่างอบอุ่น และพี่ตั้นก็เข้ามานั่งทำหน้าที่คนขับรถ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะหกโมงครึ้ง



“เมย์ไปเที่ยวไหนกันดีวันหยุดยาวปีใหม่นี้ “เฮียถามผม



“ไปเที่ยวบ้านเฮียซิ “ผมรีบหันมาบอก พี่ตั้นขมวดคิ้วเป็นปมทันที ก็คุณนมจิตเคยบอกว่าให้ผมชวนพี่ตั้นไปเที่ยวที่บ้านพ่อพี่ตั้นบ้าง



“ทำไมล่ะ แล้วปกติเฮียไปไหนกันอ่ะ” ผมถามเฮียตั้นกลับ



“พี่เหรอ เมาหัวราน้ำ เที่ยวผับตั้งแต่วันที่ส่งท้ายปีเก่าจนเลยปีใหม่ พวกพี่เมาแบบจำไม่ได้ว่ากลับมายังไง” เฮียตั้นพูด ผมหันมามองพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ



“แล้วเมย์ล่ะ” เฮียตั้นถามผมกลับบ้าง



“ผมไม่ได้ไปไหน ผมทำงานพิเศษ ยิ่งวันเทศกาลไม่ได้ไปน่ะครับต้องอยู่ และที่สำคัญผมไม่รู้จะไปไหนก็นัดแม่ปิ่นออกมาหาอะไรทานกันสักวันหนึ่ง “ผมพูดบอกพี่ตั้น



“อยากไปเที่ยวที่บ้านพี่เหรอ” พี่ตั้นถามน้ำเสียงดูกังวล



“อยากไปครับ” ผมหันไปตอบพี่ตั้น



“เอาอย่างนี้ไหม ชวนน้องๆ เมย์ไปด้วย เราไปกันทั้งหมด” พี่ตั้นหันมาบอกผม ผมหันไปมองหน้า



“จะดีเหรอ “ผมถามพี่ตั้นด้วยความเกรงใจ



“ดีซิครับ นะครับ”



“ผมคิดว่าพ่อพี่ตั้นก็อยากให้พี่ไปบ่อยๆ เหมือนกัน งั้นเราไปกันน่ะ “ผมพูด พี่ตั้นหันมามองหน้าผม ผมรู้ว่าเขาคิดหนักเรื่องนี้



“น่ะครับพี่ตั้น” ผมพูดและจับมือพี่ตั้นเอาไว้



“อันที่จริงพี่แพลนจะไปหาแม่พี่น่ะที่อเมริกา พี่ว่าจะไปเอาพวกรูปภาพของแม่กลับมาให้หมด” พี่ตั้นพูด



“ดีจัง ของผมนะยังอยู่ที่บ้านเก่าหมดเลย และผมก็เข้าไปเอาออกมาไม่ได้ ผมรู้แค่ว่าเขาเก็บไว้ที่ห้องใต้ดินทั้งหมด” ผมพูด ผมพยายามขอพ่อคุณปริมแล้วเขาก็ไม่ยอมให้ผมเข้าไป



“เมย์ยังไม่ได้บอกพี่เลยว่าใครคือคนที่ซื้อบ้านเมย์ไป เพื่อว่าพี่จะเข้าไปคุยกับเขาได้”



“เออ เมย์ไม่แน่ใจตอนนี้ ขอเมย์ถาม คุณปฐวีย์ก่อนได้ไหมอ่ะครับ”



“ทำไมละเมย์”



“พี่ตั้น คุณปฐวีย์เขา แต่งงานเพื่อบ้านของเมย์ครับ” ผมพูดบอกพี่ตั้น และพอพี่ตั้นได้ยินก็ถึงกับต้องสบัดหน้าหันมามองหน้าผม  ด้วยสีหน้าที่ตกใจมากพอสมควร ผมเองก็กังวลว่าเขาจะคิดว่าพี่ปฐวีย์มีบุญคุณกับผมจนผมจะเลือกเขา



"อย่าบอกพี่น่ะว่าบ้านของเมย์อยู่กับคุณปฐวีย์น่ะ” พี่ตั้นถามผม



“ผมไม่แน่ใจนะครับพี่ตั้น” ผมตอบ



“แล้วนี่เขาก็เอาบ้านมาต่อรองกับเมย์หรือเปล่า” พี่ตั้นถามผมอีกครั้งเขาหันมามองหน้าผม



“ไม่ใช่ครับ พี่ปฐวีย์เป็นคนเข้าไปคุยกับพ่อของคู่หมั้นเขา เพราะบ้านผมอยู่กับเขา และนั้นก็กลายเป็นว่าเขาเอาบ้านมาเป็นข้อต่อรองกับพี่ปฐวีย์ ถ้าพี่ปฐวีย์แต่งงานกับลูกสาวเขา บ้านจะตกเป็นของพี่ปฐวีย์ มันยังก้ำกึ่งอยู่ว่าเป็นของใคร ผมไม่รู้ข้อตกกันเพราะว่าผมไม่ได้เข้าไปคุยกับเขาเอง ผมทราบมาจากพี่ปฐวีย์แค่นี้อ่ะพี่ตั้น ผมรู้สึกผิดที่ทำให้คุณปฐวีย์เดือดร้อนขนาดนี้”



“คู่หมั้นเขาก็คือพี่ปริม ดังนั้นบ้านก็อยู่ที่พี่ปริมถูกไหมตัวเล็ก” พี่ตั้นหันมาถามผม นี่แหละที่ผมกลัวที่สุด ผมหลับตาปี๋ไม่อยากคิดถ้าพี่ตั้นจะเป็นคนเข้าไปทวงเอง ผมกลัวว่า



“ใช่ครับ” ผมตอบเสียงที่เบามากและมองหน้าพี่ตั้น พี่เขาดูมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที ผมจับแขนพี่ตั้น



“ผมไม่อยากได้แล้วแหละ ผมไม่อยากทำให้พี่ปฐวีย์เดือดร้อนอีก เขายอมทำเพื่อเมย์มากขนาดนี้ คือ เป็นบุญคุณที่ยิ่งใหญ่มากพี่ตั้น “ผมพูดกับพี่ตั้น
       ตอนนี้พี่ตั้นนำรถเข้ามาในสถานที่จัดเอาไว้ให้แขกที่มาฉลองงานเปิดตัวโรงแรมหรูเข้าจอด ตอนเช้าเขาทำพิธีทางสงฆ์ ผมกับพี่ตั้นไม่ได้สำคัญขนาดนั้นเลยมาแค่ฉลองตอนเย็นพอ และนี่ก็คนเยอะมาก แต่ละคนล้วนแต่แต่งตัวดีๆ กันทั้งนั้น ผมคลำเสื้อสูท เออ ผมลืมเอามือถือมาด้วย เลยไม่ได้ถ่ายรูปหล่อๆของผมกับพี่ตั้นเลย ผมดันใส่ไว้ในลิ้นชักในรถเก๋งคันหรูของพี่ตั้นซะนี่และกระเป๋าสตางค์อีกด้วย แต่ก็ไม่ต้องใช้สักหน่อย



“เมย์ “พี่ตั้นแตะเอวผม ก่อนจะหันมากระซิบกับผมว่า “อย่าแตะเหล้า แตะไวน์น่ะเมย์น่ะ”



“ทำไมอ่ะ” ผมหันไปถามพี่ตั้นแววตาไร้เดียงสา



“เฮียไม่อยากโดนเมียข่มขืนอีก” พูดแบบนี้แก้มผมแดงระเรื่อขั้นมาทันที (เฮียบอกผมข่มขืนเฮียไปวันที่ไปกินหมูกระทะและผมช่วยเฮียดื่มเหล้าจนหมดแก้วและนั้นผมก็จำอะไรแทบจะไม่ค่อยได้)



“พอแล้ว ผมอาย” ผมพูดกระซิบกลับกับพี่ตั้น ผมสองคนเดินแหวกผู้คนเข้าไปในงาน ไปหาที่ยืน ตอนนี้ค๊อกเทลฟู้ดส์เริ่มทยอยกันออกมาเสิร์ฟ



“น้ำพั้นซ์ได้ไหมอ่ะพี่ตั้น” ผมถามพี่ตั้น คนที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่หันมามองผม และพนักงานเสริ์ฟก็กำลังจะเดินเข้ามาพอดี ผมก็ว่าจะขอมาชิ้มสักแก้ว พี่ตั้นหันไปรับแก้วมาถือไว้ซะก่อนและชิ้มก่อนผมอีก พร้อมกับทำท่าคุ้นคิดหรี่ตาข้างหนี่ง ผมก็ทำหน้าเหมือนรอผู้ปกครองอนุญาต



“ได้ครับพี่ชิมแล้ว แอลกอฮอล์ไม่มากแต่อย่าเยอะน่ะครับ เมาแน่ๆ ” พี่ตั้นบอกผมก่อนจะส่งมาให้ผมรับไปจิบเบาๆ ส่วนพี่ตั้นเขาหันไปรับแก้ว แก้วเชมเปญมาดื่มแบบจิ๊บๆ ผมยืนกันไม่ใกล้ อยู่ห่างๆ มีคนคอยถ่ายรูปและพี่ปฐวีย์ก็อยู่ในนั้น ผมเห็นพ่อกับแม่ของพี่ปฐวีย์ด้วยแต่ไกลๆ และมีพี่ปริม เธอสวยมากวันนี้ เธอยืนคู่กับพี่ปฐวีย์ในฐานะคู่หมั้นเธอสวมราตรียาวแหวกอกลึกมากแต่มันกลับยิ่งทำให้เธอดูสวยสะดุดตาคนทั้งงานผมกันมามองพี่ตั้นที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงหนึ่งข้างและอีกข้างก็ถือแก้วจิบแชมเปญไปด้วย



“พี่ปริมเขาสวยดีน่ะครับพี่ตั้น” ผมหันมาพูดกับพี่ตั้น พี่เขาหันมามองหน้าผม



“พี่ปริมเขาเป็นคนสวย พี่ยอมรับ พี่สะดุดตาเธอตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ในผับพี่ธัน เธอสวยสะดุดตาชนิดที่พี่ต้องเดินเข้าไปจีบและเธอก็ตอบสนองพี่ในวันแรกที่คุยกัน “พี่ตั้นพูด



“แต่พี่ปริมเขาไม่อยากผูกมัดเขาพูดเลยพี่ก็โอเค สนุกสนานกันไป แถมเท่ด้วยได้สาวสวยที่ใครก็จ้องมอง พี่ยอมรับพอพี่ได้พี่ปริม หนุ่มๆ ต่างพากันเขม็นพี่กันทุกคน “พี่ตั้นพูดก่อนจะยกแก้วแชมเปญขึ้นมาดื่มและมองไปบนเวที



“แต่ พี่ปริมกับทำให้พี่รู้สึกอึดอัด ปากบอกว่าไม่จริงจังแต่ระราน คนที่พี่คุยด้วยและก็ซั้มกัน นางอาละวาดไปหมดแม้กระทั่งแฟนเพื่อนพี่นางยังเขม่นเลย พวกโบว์ มัดหมี่ เบนซ์ ยกเว้นแพร” ผมหันไปมองพี่ตั้นทำไมล่ะ



“แพรเขาไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนกับกอล์ฟพร้อมพวกพี่ไง และพี่ยอมรับว่าคู่นอนของพี่เยอะพอสมควร และส่วนใหญ่ได้มาจากผับทั้งนั้น และแต่ละคนก็มีงานการทำดีดี” พี่ตั้นพูด ผมได้ยิน ผมเองกับเป็นฝ่ายหลุบตาลง



“แต่ตอนนี้พี่ เจอแล้วเมย์ คนที่พี่อยากจะฝากหัวใจเอาไว้ “พี่ตั้นหันมามองหน้าผมสายคู่นั้นมันบ่งบอกว่าเขาจริงจังแค่ไหน



“เมย์เป็นแฟนคนแรกที่อายุน้อยที่สุดของพี่ ขนาดตอนที่พี่เรียนอเมริกา แฟนพี่ก็รุ่นเดียวกันทั้งนั้น อายุน้อยกว่าไม่มีน่ะ”



“ก็แน่ละ ผมเกิดหลังพี่ตั้งหลายปี”



“นี่ว่าพี่แก่เหรอ”



“ก็พี่พูดเองน่ะ” ผมพูดและหันไปเหล่ตามองคนข้างๆ ผมแอบยิ้มเล็กน้อย



“แก่แต่ ชอบทำตัวเหมือนเด็ก อ่ะ “ผมหันไปหาพี่ต้นเอียงคอนิดหน่อย "หมับ"ผมรีบจับมือพี่ตั้นเอาไว้ได้ชอบบีบจมุกอันน้อยนิดของผมจัง  ผมเหลือบมองไปบนเวที ตอนนี้พี่ปฐวีย์หายลงไปจากเวทีแล้ว ผมหันไปเห็นดาราหลายคนเลยที่มาร่วมงานฉลองโรงแรมใหม่ของพี่ปฐวีย์ ครอบครัวพี่ปฐวีย์เขาค่อนข้างจะเป็นที่รู้จักในกลุ่มไฮโซ



“เราเดินไปยืนกันตรงโน้นดีกว่าเมย์” พี่ตั้นหันมากระซิบพูดกับผม ก่อนจะจูงมือผมออกไป ผ่านผู้คนมากมายที่มาเป็นแขกรับเชิญ อาหารวันนี้ก็เป็นแบบค๊อกเทลฟู้ด คืออาหารเล็กๆ น้อยที่เขานำมาเสิร์ฟกัน



“ตั้น” เสียงอ่อนหวานเรียกชื่อพี่ตั้น ผมกับพี่ตั้นหันไปมอง คนที่สวมชุดราตรียาว แต่งหน้าทาปากสีแดงสดเด่นมาแต่ไกล ไม่ใช่ใคร คนนั้นคือพี่ปริม



“ตั้น เห็นพี่ปฐวีย์บอกพี่ว่าตั้นจะมา” พี่ปริมพูดพร้อมกับช้อนสายตามองตั้น ราวกับเจอของเฝ้ารอมานาน ผมบีบมือพี่ตั้นเอาไว้ อันนี้แหละที่ผมหึงแล้วน่ะ พี่ตั้นก้มลงมองมือผม



“ครับผมมา พร้อมกับเมย์ “พี่ตั้นพูดและกระชับเอวผมเข้าไปหา เธอถึงได้หันมามองผม



“อีเด็กนี้นะเหรอ” พี่ปริมพูดและไม่พูดเปล่าเธอยกกระเป๋าที่ห้อมล้อมไปด้วยเพชรเพื่อจะกว้าดผมแต่



“หมับ” พี่ตั้นคว้าข้อมือพี่ปริมเอาไว้ซะก่อน “ปีก” พร้อมกับผลักพี่ปริมออกจนเธอเกือบจะเซ่ล้มแต่ไม่ล้ม



“จะทำอะไรนะพี่ปริม” พี่ตั้นถามพี่ปริม พี่ปริมหันมามองหน้าพี่ตั้น



“นี้ปกป้องมันเหรอตั้น!” พี่ปริมถาม



“ก็เขาเป็นแฟนผมอ่ะพี่ปริม!”



“ไม่จริง! พี่ต่างหาก”



“พี่ปริม พี่จะบ้าเหรอ พี่จะแต่งงานแล้วน่ะ พี่จะเป็นแฟนได้ยังไง และผมเองก็ไม่เคยบอกว่าพี่คือแฟน”



“พี่จะไม่แต่งงาน และตั้นก็ต้องกลับมาหาพี่แต่รอบนี้ตั้นต้องเป็นแฟนพี่!”



“พอเถอะ ไปเมย์เราไปหาพี่ปฐวีย์และจะได้กลับกัน” พี่ตั้นพูดตัดบทและพยายามดึงผมออกไปจากตรงนั้น



“หมับ” พี่ปริมเข้ามาดึงแขนพี่ตั้นกระฉากให้ออกจากผม แต่พี่ตั้นเขาขืนตัวเอาไว้



“พี่ปริมปล่อยผม ผมมากับแฟน พี่เห็นไหม!”



“พี่นี้ต่างหากแฟนตั้น!!”



เอ๊ะ! พี่ปริมผมบอกให้ปล่อยไง” พี่ตั้นพยายามสะบัดอีกแขนออกจากพี่ปริมและอีกแขนก็จับมือผมไว้ด้วย คนก็หันมามองกันบ้างแล้ว



“ออกไปจากตั้นของฉันเดี๋ยวนี้น่ะไอ้เด็กเมื่อวานซืน “พอพี่ปริมดึงพี่ตั้นไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาดึงแขนผม เธอพยายามมาดึงผมออกแทนแต่พี่ตั้นกอดรั้งผมเอาไว้



“พี่ปริม!! ผมบอกให้พอไง” พี่ตั้นร้องห้ามแต่เธอไม่ฟัง



“หยุดน่ะปริม!” เสียงที่ทำให้พี่ปริมต้องปล่อยแขนผมและพี่ตั้นก็ดึงผมเข้าไปกอดแทน ผมหันไปมองพี่ปฐวีย์ พี่ปฐวีย์เดินมาหยุดตรงหน้าผมกับพี่ตั้นและพี่ปริม แต่พี่ปริมปรี่เข้ามาจับแขนพี่ตั้นอีกข้างอย่างไม่ยอมลดละ พี่ตั้นก็เลยสะบัดอย่างแรงจนหลุดไปและถึงผมถอยออกมา



“เฮ้อ! นี่คุณปริม คุณไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอว่าให้หยุด!!” พี่ปฐวีย์ขึ้นเสียงอีกครั้ง



“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของผม อย่าทำเรื่อง ที่มันน่าเกลียดแบบนี้ “พี่ปฐวีย์หันไปต่อว่าพี่ปริม



“ก็นี่ไงคะ มันยืนอยู่นี้คนที่พี่อยากได้ ไม่เอาไปล่ะคะ ปริมจะได้เอาคนของปริมออก” พี่ปริมพูด พี่ปฐวีย์มองหน้าผมกับพี่ตั้น ผมก็ค่อยแกะมือพี่ตั้นออกเช่นกัน



“สวัสดีครับพี่ปฐวีย์” ผมยกมือไหว้ พี่ตั้นก็ยกมือไหว้พี่ปฐวีย์เช่นกัน



“พ่อคุณเรียกหาอยู่นะคุณปริม” พี่ปฐวีย์พูด



“แต่”



“เขาต้องการให้คุณเข้าไปหาเขาตอนนื้!!”



“ส่วนผมมีเรื่องจะคุยกับคุณตั้นและเมย์” พี่ปฐวีย์หันไปบอกพี่ปริม เธอสะบัดหน้าไปอย่างไม่เต็มใจหนัก เธอหันมามองผมก่อนด้วยสายตาอาฆาตแค้นใส่ผม พี่ปฐวีย์หันมามองผมด้วยสายที่อบอุ่นเหมือนเคย แต่ผมไม่กล้าสบตาพี่เขาเลย ผมขาดการติดต่อพี่เขาไปเลยตั้งแต่วันที่พี่ตั้นให้คนมาจับตัวผมจนถึงวันนี้ ทั้งที่ผมจำเบอร์โทรพี่เขาได้ดีแต่ผมเลือกจะเงียบ



“ไปหาที่นั่งคุยกันไหมตั้น เมย์” พี่ปฐวีย์ถามผมกับพี่ตั้น พี่ตั้นหันมามองหน้าผม ผมบีบมือพี่ตั้นไว้แน่น





“ได้ครับ “พี่ตั้นเป็นคนตอบแทนผม พี่ปฐวีย์หันไปมองหาเลขาฯ ของพี่เขาและกระซิบกันอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะเดินกลับมาหาผมสองคนและผายมือให้ไปหาที่สำหรับคุยกัน ผมเดินตามหลังไป โดยมีตั้นที่มองผมตลอด จนมาถึงห้องหนึ่ง



“ผมว่าผมให้พี่คุยกันดีกว่าครับ ดูแล้วน่าจะเป็นธุระส่วนตัวของพี่กับเมย์ “พี่ตั้นพูด ผมหันมามองพี่ตั้น พี่เขายิ้มให้ผมพร้อมกับพยักหน้าให้ผมว่าเขาโอเค พี่ตั้นตัดสินใจเดินออกไป ตอนนี้เหลือแค่ผมกับพี่ปฐวีย์



“ไง ไม่เจอกันนานเลยนะ ดูผอมไปหรือเปล่าเมย์” พี่ปฐวีย์ถามผม ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้มีพระคุณของผมที่ รับเรื่องเดือดร้อนแทนผมมาไม่รู้กี่ครั้งและเข้าช่วยผมในสถานการณ์ที่เหลวร้ายก็หลายหน น้ำตาผมไหลมาเอ่อเกือบล้นที่ตรงขอบ ผมทรุดตัวลงก้มลงกราบพี่ปฐวีย์ทันที



“พี่วีย์ผมขอโทษทุกเรื่อง ฮือๆ”



“เมย์ไม่เอาน่ะ ลุกขึ้น ลุกมาคุยกับพี่ดีดี “พี่ปฐวีย์ก้มลงจับไหล่ผมไว้และเขาก็จับตัวผมให้ลุกขึ้น มายืนก่อนจะดันตัวผมไปหาที่นั่ง พี่ปฐวีย์ส่งผ้าเช็ดหน้ามาให้ผมสับน้ำตา



“สบายดีไหมเมย์ “พี่ปฐวีย์ถามผม



“ผมสบายดีครับพี่วีย์”



“ตั้นเขาดูแลเราดีไหม” พี่ปฐวีย์ถามผม แหละนั้นก็แปลว่าเขารู้ว่าผมอยู่ไหน แต่ทำไมเขาไม่ออกตามหาผมล่ะ



“พี่รู้เหรอครับว่าผมอยู่กับ”



“ใช่ครับ แต่พี่ไม่อยากดึงเราเข้ามาอยู่ในวังวนคนพวกนี้อีก” พี่ปฐวีย์พูด “ฟู่” พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมายาวๆ



“ผมขอโทษนะครับพี่วีย์ เรื่องทั้งหมด”



“พี่ถามหน่อย ว่าเราจะเอายังไงกับบ้านของเมย์”



“พี่วีย์” ผมไม่อยากได้บ้านแล้ว ผมไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนเพราะว่าผมอีก ผมกลัวว่าเขาจะเอาเรื่องบ้านมาต่อรองกับผมอีกและ”



“เรากลัวว่าจะเป็นตั้นใช่ไหม” พี่ปฐวีย์ถามผม ผมพยักหน้า น้ำใสๆ เริ่มไหลรินลงมาอาบแก้มของผมอีกครั้ง คราวนี้พี่ปฐวีย์เป็นคนใช้นิ้วเรียวๆ ปาดแก้มของผมแทนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นของเขาที่ผมถือเอาไว้



“ตอนนี้เมย์เจอคนที่เมย์รักแล้วใช่ไหมครับ”



“ผมขอโทษครับพี่ปฐวีย์ ผมขอโทษ”



“พี่เข้าใจแล้วเมย์ ดังนั้นพี่จะขอยุติเรื่องบ้านเมย์ไว้แค่นี้ เมย์เข้าใจพี่ไหมครับ”



“ผมเข้าใจครับพี่ปฐวีย์ “ผมพูดพี่ปฐวีย์เข้ามาสวมกอดผม ผมก็กอดพี่ปฐวีย์กลับ อ้อมกอดนี้อบอุ่นสำหรับผมเสมอแต่ไม่ใช่ในแบบคนรัก ฝ่ามือที่ลูบหัวของผมอย่างผู้มีเมตตา



“พี่คิดว่าเมย์เจอคนที่เมย์รักแล้วและพี่ก็เชื่อว่าเขาดูแลเมย์ ดูจากที่พี่ติดต่อให้เขามาเดินระบบคอมพิวเตอร์โรงแรมของพี่ พี่อยากรู้ว่าเขาจะดูแลเราได้ดีแค่ไหน พี่ว่าเขาใช้ได้ทีเดียว” ปฐวีย์พูดพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นนั้น



“ไปหาเขาเถอะเมย์ พี่รู้ว่าเรื่องหัวใจใครก็ขอกันไม่ได้ถ้าคนนั้นไม่ได้มีใจ ไปหาคนที่หัวใจเมย์ต้องการ มีเรื่องเดือดร้อนอะไรมาหาพี่ได้เสมอน่ะเมย์ พี่พร้อมจะเป็นพี่ชายที่ดี ของเมย์” พี่ปฐวีย์พูด ผมก็โผเข้ากอดพี่ปฐวีย์อีกครั้ง



******

            รชานนท์ ผมเดินกลับมาว่าจะถามว่าเมย์จะกลับหรือยัง แต่สิ่งที่ผมเห็นคือเมย์เขากอดกันกับพี่ปฐวีย์ ผมเดาได้แล้วว่าใจเขาเลือกอะไร ผมควรจะดีใจที่ได้มาส่งเขาถึงมือคนที่เขารัก ผมเดินออกมาจากงานพร้อมกับโทรหาเพื่อนๆ ผมทันที ผมเองก็ทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้เหมือนกัน ตอนนี้เพื่อนๆ ผมและแฟนเพื่อน ก็ไปรอกันที่ผับพี่ธันพี่ชายไอ้ธีมมันเรียบร้อยแล้ว



ผมก็ขับรถออกมาเลย ผมไม่กล้าเดินกลับเขาไปหาเมย์อีก ผมกลัวว่าผมเองจะทนไม่ได้ พอมาถึงก็ตรงไปยังโต๊ะประจำโซนเดิมๆ ของพวกผม ทุกคนหันมามองผมกันหมด เหมือนจะถามว่าเมย์ล่ะ ผมไม่ได้พูดอะไร ผมหยิบน้ำแข็งใส่แก้วและรินเหล้า บลูเรเบลใส่ไปทันที



“มาแบบจัดหนัก เรื่องมันเศร้าขอเหล้าเข้มๆ แบบนี้” ไอ้ธีมมันพูดและมองผมทีกระดกเหล้าดื่ม



“เกิด อะไรขึ้นว่ะ"ไอ้ธีมมันถามผม



“กู ส่งเขาให้คน ที่ดีพร้อมแล้วไง” ผมพูดและกระดกแก้วเหล้าติดๆ จนภาคินเดินเข้ามา มันมองหน้าผม เหมือนมันจะถามอะไรมผมสักอย่าง และจังหวะนั่นโทรศัพท์ผมดังขึ้น เบอร์พี่ปริม



“ว่าไงครับพี่ปริม" อยู่ดีดีผมก็กดสายเธอง่ายๆ ซะอย่างนั้น ไอ้ภาคินมันยิ่งขมวดคิ้วมองผม เพื่อนๆ แต่ละคนก็พากันส่ายหัวให้ผม



“ตั้นฮือๆ ตั้น ฮือๆ " เธอโทรพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ แต่ว่าเสียงเพลงมันดัง ผมเลยยกมือขอตัวออกไปคุยด้านอก ผมไม่ได้คุยกับพี่ปริมมาเกือบสองเดือนได้แล้วเหมือนกัน



“ครับพี่ปริม พี่เป็นอะไรครับ" ผมถามคนปลายสาย



“ตั้นฮือๆ พี่ปฐวีย์เขาถอนหมั้นพี่ เขาเลือกเด็กนั้น ฮือๆ เขาทิ้งพี่ ตั้น ฮือๆ " ผมถึงกับต้อง “พ่นลมหายใจออกมายาว มันเจ็บจนจุกที่ได้ยินว่าเมย์เลือกเขา ดังนั้นเขาเลยถอนหมั้นพี่ปริม



“แล้วพี่จะให้ผมช่วยอะไรล่ะพี่ปริม” ผมถามคนปลายสายกลับในทันที



“ตั้นฮือๆ พี่ไม่เหลือใครแล้ว เหลือแค่ตั้น พี่ว่าพี่รักตั้น เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมน่ะตั้น ตั้นอยู่ไหนพี่ไปหา นะตั้น" พี่ปริมพูด จะว่าไปชีวิตผมก็คงกลับสู่วังวนเดิมๆ อีกแล้ว





“ตั้นเด็กนั้นมันเห็นแกบ้านมันดีกว่าตั้นน่ะ ตั้น มันไม่ได้รักต้นน่ะ ดูพี่ซิพี่ยังไม่เห็นแก่ความหล่อความรวยของพี่ปฐวีย์เลยน่ะตั้น “พี่ปริมพูด



“แต่ผมไม่อยาก”



“ตั้นขอพี่ไปรื้อฟื้นก่อนได้ไหม พี่ว่าไม่มีใครรู้ใจตั้นไปกว่าพี่หรอกน่ะ อย่างน้อยก็เห็นแก่ว่าพี่เคยดูแลตั้นมาก่อนช่วงที่ตั้นรู้สึกแย่ๆ จำได้ไหม ตอนนี้พี่ก็รู้สึกแย่เหมือนกัน น่ะตั้น” พี่ปริมอ้อนผม



‘ก็ตามข้อตกลงเหมือนเดิมน่ะ พี่ปริม คือแค่…"



“ได้ซิตั้นพี่ไปหาเลยน่ะ คืนนี้ขอจัดหนักๆ น่ะ แบบถึงใจพี่ตั้นเคยให้" ผมกลั้นใจตอบไป” ก็มาแล้วกันแค่นี้นะพี่ ผมอยู่ผับพี่ธัน เจอกันข้างในเลย” ผมบอกคนปลายสายไป พี่ปริมรีบวางสายและก็คงจะรีบมา ผมหันมาเจอไอ้ภาคินมันยืนฟังผมอยู่



“มึงจะกลับไปหาดี่ปริมเหรอว่ะ ไหนมึงรักเมย์มันไง"



“พี่ปฐวีย์เขาถอนหมั้นพี่ปริมแล้วนั่นแปลว่าคำตอบคือ เมย์เลือกเขาไหมว่ะ”



“กูก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ชอบหรือไง" ผมเดินสวนไอ้ภาคิน



“พี่ปริมเขาจะมากูคงกลับไปกับพี่ปริมก่อนว่ะ วันนี้ พรุ่งนี้วันหยุดด้วย" ผมพูดและเดินกลับเข้าไปด้านในและผมก็กระดกดื่มถี่ๆ พวกนั้นมองหน้ากันโดยไม่กล้าถามอะไรผมสักคำ สาวก็สะกิดและพากันเดินไปหาที่เต้นโยกกัน เพื่อนผมก็ส่ายหัวและเดินออกไปเหลือไว้แค่ผมคนเดียว
------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณนะคะ คอมเม้นน่ารักแบบนี้มีกำลังใจมาลงบ่อยๆค่ะ :pig4:
ตอนนี้คงไม่ปวดใจกันนะคะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02-12-2020 21:15:05 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0
อะไร คิดเองเออเอง แล้วยังจะกลับไปโง่อีก โถ่ว้อยย ป๊อดชิบ :angry2:  :m16: :m31: :fire: :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
             เมธานินท์ ผมคุยกับพี่ปฐวีย์ ถึงเรื่องบ้านผมบอกแล้วว่าผมไม่เอาแล้ว ผมกลัวเหลือเกิน กล้วว่าผมจะได้มาและเสียพี่ตั้นไปเพราะว่าบ้านยังอยู่กับพี่ปริม และผมบอกพี่ปฐวีย์ให้ปล่อยมันไปเถอะ พี่ฐวีย์พูดเหมือนเขาก็เจอคนที่พี่เขารักแล้วแต่ใครนั้นผมก็ไม่กล้าถาม ผมเดินออกมาตามหาเฮียตั้นแต่ก็ไม่เจอ ผมล้วงกระเป๋าจะหยิบมือถือก็ไม่ได้เอามาอยู่ในรถพี่ตั้นอีกทำยังไงดีล่ะ ผมมองซ้ายมองขวา ไปไหนของเขาน่ะ ผมเดินวนหาพี่ตั้นไปรอบงาน ส่วนพี่ปฐวีย์เดินกลับเข้าไปคุยกับเลขาฯ คงเป็นเลือกที่จะยกเลิกหมั้นพี่ปริมแน่ๆ ผมเดินวนอยู่พักใหญ่ก็หาไม่เจอ เฮียน่ะเฮีย ไปอยู่ตรงไหนเนี๊ยะ



“ฮัลโหล ฉันจะไปที่ผับ The Bro ที่รัชดาฯ ฉันจะไปหาผัวฉัน ตั้นไง ก็ฉันเพิ่งจะโทรไปเขาบอกนะซิ วันนี้แหละฉันจะได้เขาคืนมาจากเด็กนั้น ฉันแคร์เหรอที่คุณปฐวีย์ถอนหมั้นฉันนนะ ดีใจซะด้วยบ้านก็ได้และจะไปเอาตั้นคืนมาด้วยและตั้นก็เป็นคนบอกให้ฉันไปหาเขาได้เลยตอนนี้ ร้องห่มร้องไห้นิดนึงตั้นก็เห็นใจฉันแล้ว งั้นแค่นี้น่ะแกฉันรีบ “ผมแอบได้ยินพี่ปริมเดินคุยโทรศัพท์ผ่านผมไป หรือว่าพี่ตันคิดว่าผมจะกลับไปหาพี่ปฐวีย์ และนี้ก็ทิ้งผมไปหาพี่ๆ ที่ผับ ชื่อผับ the bro ที่รัชดาฯ ไม่ได้น่ะผมต้องไปเอาของผมคืน ผมจะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาอยู่เหนือผมอีกพี่ปริม ตอนพี่ปฐวีย์ผมก็หนีเขาหัวซุกหัวซุน



“พี่ครับ ไปผับตรงรัชดา” ผมควักมือเรียกรถแทกซี่



“ไม่ได้น้องรถติดและพี่ต้องไปส่งรถ “รถแทกซี่ปฏิเสธผม เอาไงดี กลัวไปไม่ทันพี่ปริมผมเสียเขาไปแน่ๆ พี่ตั้น



“พี่ครับ พี่ครับ ผมไปผับ the bro ตรงรัชดาได้ไหมครับผมขอร้อง” ผมพูดขอร้องแทกซี่ที่ผมเรียก แต่ละคันบอกปฏิเสธผมหมดเลย



“ไม่ไปหรอกน้อง รถติดไม่คุ้ม” และผมเรียกไม่รู้กี่คันก็ไม่มีใครไปให้ผมเลย ผมกำลังจะยืนร้องไห้ ผมคงเสียเขาไปให้พี่ปริมจริงๆ แน่ๆ เฮียผมรักเฮียอ่ะ ฮือๆ ผมยืนมองรถแท็กซี่ที่เข้ามาและบางคันก็มีคนวิ่งส่วนผมไปขึ้น แต่ทำไมพอผมบอกจะไปไหนเขาปฏิเสธผมทันทีเลย



“น้อง!” มีคนมาเรียกผมเสียงดัง



“น้องใช่แฟนคนที่โดนยาโด่ไม่รู้ล้มหรือเปล่า พี่จำได้ “พี่คนนั้นเขามองหน้าผม ผมก็งง



“วันนั้นพี่เอาผู้ชายคนหนึ่งเขาโดนยาปลุกเซ็กส์ที่ตรงคอนโด พี่เห็นเราลงมารับเขาไปน่ะ พี่จำเราได้น่ะ “ผมก็ลำดับความก่อนเลย ใช่ซิวันนั้นพี่ตั้นนั่งรถแทกซี่กลับเพราะว่าเขาโดนพี่ปริมวางยา



“ใช่ครับ เออ พี่ผมจะไปหาแฟนผมน่ะ ที่รัชดา ผับชื่อ the bro พี่ช่วยผมหน่อยได้ไหม ถ้าผมไปไม่ทัน ผมเสียเขาไปแน่ๆ ฮือๆ”



“ร้องไห้เป็นเด็กเลย เอางี่พี่ช่วย ขึ้นรถเลย “พี่เขาบอกผม ผมหันไปมองรถแทกซี่ ผมตรงเข้าไปนั่งข้างคนขับทันที ปาดน้ำหูน้ำตา พี่เขาออกรถและหันมามองผมเป็นระยะๆ





“ทะเลาะกันเหรอน้อง แต่วันนันเขาก็รักน้องมากน่ะ ถึงได้ขืนตัวเองไม่มีอะไรกับคนที่วางยาเขาน่ะ” พี่คนขับรถแทกซี่บอกผม



“ไม่ได้ทะเลาะกันแต่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยและ ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นน่ะพี่ เขากำลังะจะไปหาแฟนผม อีกแล้ว ผมกลัวไปไม่ทัน ผมกลัวว่าเขาอาจจะ ฮือๆๆ”



“โอเค โอเค พี่มีทางลัด พี่พาไป” พี่เขาพูดและรีบเลี้ยวเข้าซอยทันที ผมหันมามองพี่เขา แน่น่ะไม่เอาผมไปขายน่ะ



“วันนั้นน่ะ แฟนน้องเขาให้พี่ไปสองพันห้าร้อยบาท เชื่อไหมว่าโคตรมีค่ากับพี่เลย กลับไปถึงบ้าน ลูกพี่ไม่สบาย ไข้ขึ้นสูง ปราฏกว่าเป็นไข้เลือดออก มีตั้งพาลูกไปนอนโรงพยาบาล พี่อยากไปขอบคุณเขาแต่พี่ไปไม่เคยเจอเขาเลย “พี่คนขับรถแทกซี่บอกผม พี่ขับแบบฉวัดเฉวียงมากผมแค่ภาวนาขอให้ไปให้ทันก็พอ





“พี่ครับผมขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมครับ ผมขอโทรหาแฟนผมหน่อยน่ะครับ” ผมบอกพี่เขา พี่เขาก็ส่งโทรศัพท์มาให้ผม ผมกดเบอร์โทรหาเฮียตั้น ติดแต่พี่เขาไม่ยอมรับ อย่าบอกน่ะว่าเบอร์แปลกไม่ยอมรับน่ะ หรือว่าพี่ปริมไปถึงแล้ว ไม่น่ะ ผมก็กดเบอร์ออฟฟิศดู เพื่อว่าจะมีคนอยู่เวรวันนี้ ที่ออฟฟิศพี่ตั้นต้องมีคนอยู่รอรับเรื่องถ้ามีที่ไหนมีระบบคอมพิวเตอร์ขัดข้อง พี่เขาจะได้ไปแก้ไขได้ถ้าด่วนจริงๆ



// ฮัลโหล//



// พี่เมย์น่ะ//ผมไม่รู้ว่าใครรับสายเหมือนกัน



// อาซ้อ ว่าไงครับ//



// มีเบอร์พี่ภาคินไหม พี่ขอหน่อย ด่วนน่ะ//



//ได้ครับอาซ้อ//



“พี่ครับผมขอปากกาหน่อยได้ไหมครับ” ผมถามพี่คนขับ พี่เขาก็หยิบปากกาส่งมาให้ผม



// นี้ครับอาซ้อ 04566454XXX //



//ใจนะ ตรูดดด// ผมรีบกดวางสายและกดโทรหาพี่ภาคินทันที ก่อนจะกดโทรไปผมส่งข้อความไปหาก่อน [พี่ภาคินเมย์จะโทรหาพี่น่ะเบอร์นี้รับสายผมหน่อย นะครับ]



// เมย์ ว่าไง//



// พี่ตั้นละพี่ภาคิน ฮือๆๆ //



//เฮ้ย! เมย์ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆ พูด //พี่ภาคินถามผมด้วยน้ำเสียงที่ตกใจแต่ว่าเสียงดังเพลงมันดังมากดังมาจากมือถือพี่ภาคิน



//ถือสายรอพี่แป๊บ//



//ผมเกรงใจพี่คนขับรถนะพี่ภาคิน กลัวเงินในโทรศัพท์พี่เขาหมดนะครับ//



//พี่โทรกลับเมย์// พี่ภาคินพูดก่อนจะวางสายไปและผมก็รออย่างใจจดใจจ่อรอสายพี่ภาคิน มือไม้สั่นไปหมดผมกลัวเหลือเกิน กลัวเสียพี่ตั้นไป คราวนี้ผมคงไม่ได้เขาคืนแน่ๆ



Rrrrr มือถือดังขึ้นและผมก็กดรับสายในทันที เสียงไม่ดังมากแล้ว



// เมย์อยู่ไหน//



//ผมอยู่ในรถพี่ภาคิน ผมกำลังจะไปหาพี่ตั้น พี่เขาทิ้งผมไว้กับพี่ปฐวีย์ ฮือๆ ทำไมเขาไม่เชื่อใจผมว่าผมไม่ได้เลือกบุญคุณมากกว่าหัวใจของผม ฮือๆ //



//โอเคเมย์ใจเย็นๆ น่ะ ใกล้ถึงหรือยัง//



//ผมกลัวพี่ปริม เขากำลังจะไปหาพี่ตั้นพี่ภาคิน//



//พี่ได้ยินอยู่น่ะว่านางชะนีนี้จะมา แต่พี่ปริมพี่จัดการเอง เรานะรีบมาน่ะ พี่จะให้คนไปรอรับเมย์ขึ้นมาหาตั้นมัน//



//พี่ภาคิน ผมไม่มีเงินติดตัวเลยอ่ะ ที่ผมจะจ่ายค่ารถแทกซี่นะครับ พี่ภาคิน เพราะว่ากระเป๋าสตางค์ผมกับโทรศัพท์อยู่ในรถเฮียหมดเลย //



//พี่จัดการให้เมย์ ให้เด็กเอาเงินไปรอส่วนพี่จะรอดักพี่ปริมเอง แค่นี้น่ะ //



--------------------------------------------------------------------------------------------------

     รชานนท์ ผมยืนดื่มเหล้าไปหลายแก้ว ออกอาการมึนๆ และสูบบุหรี่ด้วยพ่นควันคุ้งไปหมด ผมรอพี่ปริม เขาโทรมาบอกผมว่าคุณปฐวีย์เลือกที่จะถอนหมั้นเธอแล้ว นั้นแปลว่าเมย์เลือกเขาแล้วไง ผมควรจะดีใจใช่ไหมว่ะ ตั้น ผมหันมามองมือถือของผม แบทจะหมดเต็มทีแต่ว่ามีเบอร์แปลกๆ โทรเขามาหลายครั้งมาก



พี่ปริม//ตั้นพี่ใกล้ถึงแล้วน่ะ รอพี่นะคะคนดี พี่มีรางวัลให้เล่นน่ะวันนี้ของดี// ผมเหลือบมองข้อความในมือถือของผม ใช่บางครั้งผมก็เล่นยากับพี่ปริมแต่ก๋ไม่ติดเพราะว่าผมไม่เล่นบ่อยด้วย (แต่ว่าไม่ใช่ยาปลุกเซ็กส์แบบที่พี่ปริมแกใช้กับผมวันนั้น มันเป็นยาแค่ทำให้ผม มีความสุขเพื่อหลอกตัวเองเฉยๆ) แต่มันแปลกผมกับเมย์เรามีความสุขกันอย่างเป็นธรรมชาติ มันความสุขจนบอกไม่ถูก ผมเอามือประสานกันภาพผมกับเมย์เรามีสัมพันสวาทกัน มันเคลิ้มมาก แต่ว่าเขาเลือกคุณปฐวีย์ไปแล้ว



“ตั้น เปลี่ยนโต๊ะก่อนว่ะ” ไอ้ธีมมันเดินมาหาผม พวกเพื่อนๆ ผมเดินไปเต้นกับแฟนมันกันหมดแล้ว



“ทำไมว่ะ” ผมถามไอ้ธีม



“เออ น่ะ”



“กูนัดพี่ปริมเอาไว้”



“เชื่อกู “ไอ้ธีมมันพูดและหยิบของทุกอย่างบนโต๊ะ ผมก็เดินตามมันไปแบบมึน มึน ผมเหลือบมองโทรศัพท์ผม มันสั้นๆ พี่ปริมแน่ๆ แต่ไอ้ธีมมันแย้งไปถือให้ผม



“” ไปก่อนดิว่ะ” ไอ้ธีมเรียกว่าลากผมออกไปเลยจะดีกว่าพาผมไปอีกห้องหนึ่ง แบบส่วนตัว และเพลงมันก็เนิบๆ ช้าๆ ออกแนวอินดี้



“กูไม่ชอบห้องนี้ กูชอบเพลงมันส์ๆ” ผมทำท่าจะเดินออก “ปึก” ไอ้ธีมมันกระฉากผมกลับมา



“อยู่ห้องนี้เชื่อกู” ไอ้ธีมมันพูดทำน้ำเสียงดุใส่ผม ไม่บ่อยเลยที่คนกะล่อนอย่างมันจะทำแบบนี้กับผม





“มึงอยู่ที่นี้ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นมึงจะเสียใจถ้าไม่เชื่อกู” ไอ้ธีมพูด ผมหันมามองหน้ามันแบบไม่เข้าใจ ผมก็ต้องเดินไปหาที่นั่งเป็นโต๊ะกลมๆ และมันก็วางแก้วเหล้าให้ผม ส่วนมือถือผมไอ้ธีมก็ดันเสือกถือติดมือไปอีก แล้วพี่ปริมเขาจะโทรหาผมยังไง แต่ไม่มายด์ ผมว่าเจ้แกมีความสามารถ ผมก็กระดกเหล้าเข้าไปอีก





******



       เมธานินท์ ไม่ถึงครึ้งชั่วโมง รถแทกซี่ก็มาส่งผมที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ที่มีผับอยู่ชั้นบนสุดสูงเสียดฟ้าและมองเห็นวิวทั่วกรุงเทพ ผมออกมาจากรถแทกซี่ พอผมลงมาได้ก็มองหาว่าใครจะเอาเงินมาจ่ายค่ารถแทกซีให้ผม  ตามที่พี่ภาคินบอกกับผมเอาไว้ แต่มองแล้วก็ยังหาไม่เจอเลย



“พี่รอแป๊บหนึ่งนะครับพี่”



“ทำไมเหรอน้อง”



“คือผมนะลืมกระเป๋าสตางค์เอาไว้ที่แฟนผมนะครับและมือถือผมด้วย “ผมบอกพี่คนขับรถ



“ไม่เป็นไรไอ้น้อง พี่เต็มใจมาส่งเราว่ะ”



“ไม่ได้พี่ พี่เสียค่าน้ำมันมา”



“เอาไว้พี่ไปทวงที่คอนโดว่ะ จะไปขอบคุณแฟนเราด้วย ไปน่ะ โชคดี” พี่เขาพูดและออกรถในทันที ผมหันซ้ายแลขวา ผมเห็นมีเสียงเอะอะโหวกเหวกโวยวายอยู่ตรงทางเข้า ผมจำได้ดี นั้นมันเสียงพี่ปริมเขาเข้ามาถึงแล้ว มีรถออกมาจอดเกะกะขวางทางรถของพี่ปริมอยู่ ไม่ให้นางเข้า



“พี่เมย์” โบว์วิ่งมาแตะที่ต้นแขนของผม 



“เร็วพี่ พี่ธีมเขากันพี่ตั้นไปรออีกห้องหนึ่งแล้ว รีบไปน่ะ “โบว์บอกผม และลากแขนผมไป ส่วนพี่ปริมก็เดินหน้ามุ่ยลงมา ผมกับโบว์รีบวิ่งไปที่ลิฟต์ และกดลิฟต์กันแบบรัวๆ เลย แต่ลิฟต์ยังอยู่ที่ชั้นที่สิบกว่าอยู่เลย





“โง่จริงก็เอารถออกไปจอดข้างนอกก่อนซิถ้ามันเข้าไม่ได้น่ะ มีสมองไว้แค่กั้นหู เดี๋ยวกูก็ให้พ่อกูไล่ออกให้หมดเลย!!! “เสียงพี่ปริมตามมาติดๆ ลิฟต์กำลังลงมา ตอนนี้อยู่ที่ชั้นที่ห้า ผมก็ภาวนาะขอให้ลิฟต์มาถึงก่อนพี่ปริมเถอะ ได้โปรด!! โบว์ก็บีบมือผมไว้ด้วย



“เราต้องทันพี่เมย์” โบว์หันมาพูดกับผม



“คุณปริมคนสวย”



“ไม่มีเวลาคุย”



“คุยกับผมแป๊บหนึ่งนะคุณปริม วันนี้จะมาผับผมทั้งที ทำไมไม่โทรบอกผมล่วงหน้าละครับ ผมจะได้หาพรมเช็ดเท้าไปรอรับ เอ๊ย พรมแดงไปรอรับหน้าประตู”



“ก็บอกไม่มีเวลาไงออกไป ขวางอยู่ได้ นี้เป็นบ้าอะไร เมียมีงทิ้งหรือไง ”



“ตึ้ง” เสียงลิฟต์มาพอดีเลย ผมกับโบว์รีบวิ่งเข้าไปในลิฟต์



“ปึกๆๆๆ” โบว์กดปิดลิฟต์อย่ารัวมากเหมือนไม่กลัวว่ามันจะพัง ผมเห็นพี่ปริมพยายามเดินหนีใครสักคนที่กำลังดึงรั้งเธอไว้อย่างหัวเสีย แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ จนกระทั่งลิฟต์ปิดลง



“เฮ้อ!! หัวใจหนูจะวายพี่เมย์!!” ผมก็กุมหัวใจตัวเองเหมือนกัน



“รู้ไหมคนที่พยายามดึงรั้งอีเจ้ไว้นะใครรู้ไหมพี่”



“ใครเหรอ” ผมหันไปถามโบว์



“พี่ธีย์ พี่ชายของพี่ธีม ” ผมพยักหน้าคงเป็นเจ้าของผับซิน่ะตอนนี้ลิฟต์กำลังขึ้นไป แต่ดันมาหยุดรับคนอีกสองสามชั้น มือผมประสานกันไว้ ขออย่าให้พี่ปริมไปถึงก่อนเลย ผมได้แต่ลุ้นจนกระทั่ง มาถึงชั้นที่โบว์บอกผมว่าเป็นชั้นของผับพี่ธัน ผมกับโบว์เดินออกมาจากลิฟต์ทันทีที่ลิฟต์เปิดได้แค่ครึ้งเดียว คือผมกลัวจะไม่ทัน และทันใดนั้น ลิฟต์อีกข้างก็มาถึง และนั้นพี่ปริมเดินออกมาเธอเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเป็นแซกสั้นมากรัดรูป สั้นมากคลุมก้นเธอมาหน่อยเท่านั้นเอง เธอหันซ้ายแลขวา โบว์จับผมหันหลัง เพื่อไม่ให้พี่ปริมเห็น

TBC.....Soon!!!

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2002
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
                    เมธานินท์ ผมกับโบว์เดินออกมาจากลิฟต์ทันทีที่ลิฟต์เปิดได้แค่ครึ้งเดียว คือผมกลัวจะไม่ทัน และทันใดนั้น ลิฟต์อีกข้างก็มาถึง และนั้นพี่ปริมเดินออกมาเธอเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วเป็นแซกสั้นมากรัดรูป สั้นมากคลุมก้นเธอมาหน่อยเท่านั้นเอง เธอหันซ้ายแลขวา โบว์จับผมหันหลัง เพื่อไม่ให้พี่ปริมเห็น

“เจ้ปริม หวัดดีครับ”

“ตั้นอยู่ไหน!!” เสียงที่ทรงพลังของพี่ปริม ผมหันมามองหน้าโบว์เอาไงดี

“เออ เจ้ใจเย็นๆ”

“ฉันถามว่าตั้นอยู่ไหน!!”

“ก็อยู่ห้องเดิมไง มันชอบเพลงมันๆ เจ้ก็รู้ดังนั้นโซนเพลงอินดี้ไม่ต้องไปดูหรอกมันไม่เคยโผ่หัวไป “ผมหันมามองหน้าโบว์ จังหวะนั้นมีคนกลุ่มคนเดินผ่านมาพอดี โบว์ดึงแขนผมออกวิ่งแทรกเข้าไปรวมกับกลุ่มนั้นจนไปอยู่ตรงกลาง เขาก็มองผมสองคนแต่ก็ไม่ว่าอะไรคงเข้าใจสถานการณ์ดี จนผ่านพ้นไป โบว์ก็ดึงผมออกและวิ่งแยกไปอีกทาง โบว์วิ่งลากผมไปจนไปถึงโซนหนึ่ง มันเป็นเพลงแนวแบบ สบายๆ ผมหันมามองหน้าน้องโบว์

“หนูรักพี่เมย์น่ะ หนูว่าพี่เมย์เหมาะกับพี่ต้นมากกว่ายายเจ้นั้น โชคดีน่ะ อาซ้อของโบว์” โบว์บอกผม ผมพยักหน้าก่อนที่ ผมเดินเข้าไปในด้านใน เดินไปเรื่อยจนสุดห้องนี้เป็นห้องยาว มีโต๊ะนั่งดื่มและฟังเพลงเป็นมุมของคนรักซะมากกว่า ผมก็เห็นผู้ชายคนที่ผมตามหา เขาถอดเสื้อสูทออกแล้วเหลือแค่เสื้อยืดพอดีตัวแต่ผมก็ยังจำเขาได้ดี เฮียต้นที่ยืนกระดกดื่มเหล้าอยู่ ผมเดินไปเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ด้านหลัง และ

“หมับ” ผมกอดพี่ตั้นจากด้านหลัง

“เฮียทิ้งผมทำไม ฮือๆ” น้ำในตาผมมันพรั่งพรูออกมาจนรู้สึกเปียกชื้นที่เสื้อคนที่ผมยืนกอดเขาอยู่ พี่ตั้นกับนิ่งไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเขาปล่อยให้ผมกอดอยู่แบบนั้นหลายนาที

“เมย์ มาทำไม ไหนเมย์” พี่ตั้นถามผม

“ผมเลือกหัวใจตัวเอง ผมรักเฮีย ผมไม่อยากได้แล้วอ่ะ บ้านนั้นน่ะ ผมไม่อยากเสียเฮียไป อย่าทิ้งผมฮือๆ “ผมพูดไปก็ร้องไห้ไปด้วย

“ไหนเฮียบอกจะไม่ทิ้งผมไง ฮือๆ ตอนนี้ผมรักเฮียไปแล้วน่ะ ฮือๆ”

“ฟู่” เสียงคนที่ผมกอดอยู่เขาพ่นลมหายใจออกมายาวๆ

“ไหนเฮียบอกว่าให้ผมอยู่กับเฮียไง ฮือๆ” ผมพูดทั้งน้ำตา

“แน่ใจน่ะ ว่าเลือกเฮียน่ะ” เฮียตั้นถามโดยไม่ได้หันมามองหน้าผม

“ฮึกๆ” ผมพยักหน้ากับแผ่นหลังนั้น

“คราวนี้เฮียไม่ปล่อยให้ไปแล้วน่ะเมย์ ถ้าเลือกเฮียน่ะ” พี่ตั้นพูดก่อนจะหมุนตัวเองมาหาผม เฮียตั้นจับไหล่ผมไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมองน้ำตาก็หนองใบหน้า ผมรู้สึกว่ามีนิ้วมือมาปาดน้ำตาผมจนเหือดแห้งไป ภาพเฮียตั้นมันชัดเจนมากขึ้นผมก็โผเข้ากอดทันที และพี่ตั้นก็กอดผม พี่ตั้นใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าผมขึ้นมาและกดริมฝีปากไม่หนาไม่บาง ลงมาทาบทับที่ริมฝีปากบางๆของผม และผมเองก็เผยอปากรอรับอย่างไม่เขินอายเหมือนเช่นทุกครั้ง  ไม่รู้ว่านานแค่ไหนพี่ตั้นถึงได้ถอนริมฝีปากของเขาออก

“อย่าทิ้งผมอีกน่ะ ฮึกๆ”

“โอ๋ๆเฮียขอโทษ ก็เฮียเห็นเรากอดคุณปฐวีย์เฮียก็คิดว่าเมย์คงจะ…เลือกเขานะซิแถมพี่ปฐวีย์ก็ถอนหมั้นเจ้ปริมทันทีอีก เฮีย…. “พี่ตั้นพูดพร้อมกับกอดผม ฝ่ามือหนาๆ นั้นลูบหัวผมไปด้วย

“ผมกอดเขาก็ไม่ได้กอดอย่างคนรักซะหน่อย ฮึก ๆ” ผมยอมรับว่าผมคงเหมือนเด็กน้อย ณะ ตอนนี้

“ไม่ร้องนะตัวเล็ก เฮียขอโทษ เฮียแค่ กลัวมากไป กลัวเสียเมย์มากไป” พี่ตั้นพูด พร้อมกับกระชับผมเข้าไปกอด

“เฮียแค่ทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ เพราะว่าถ้าครั้งนี้เฮียต้องเสียเหมือนพี่อิศเรศเฮียคงแย่มาก ตัวเล็ก “พี่ตั้นพูดและกอดผมเอาไว้ ครั้งนี้มันแน่นจนผมรู้ถึงการเต้นของหัวใจของเฮียที่แรงมากผมเองก็พอๆ กัน

“ผมไปไหนไม่ได้นะเฮีย เพราะว่า “พี่ตั้นมองหน้าผม

“หัวใจผมอยู่ที่เฮีย และผมก็เลือกหัวใจผม เหมือนที่พี่อิศเรศเลือกหัวใจตัวเองเหมือนกัน และต่อให้ผมเลือกใหม่อีกกี่ครั้งผมก็ยังเลือก…” ผมพูดพร้อมกับ “ผู้ชายคนนี้ “ผมชี้ที่พี่ตั้น

“พอแล้ว เฮียไม่ยอมให้ตัวเล็กไปไหนแล้ว อยากไปก็ไม่ยอมแล้วคราวนี้ อื้อมมม” พี่ตั้นจูบผม ผมก็ยกแขนขึ้นโอบรอบคอพี่ตั้น ลิ้นนุ่มๆ ถูกสอดแทรกเข้าไปภายในช่องปากนั้น เพื่อควานหาความหวานที่มีรสชาติขมๆ ปะปนอยู่ ก็เหมือนความรักของผมกับเฮีย มีหวานบ้างๆ ขมบ้างแค่ผมกับเขาจะไม่ปล่อยมือกัน


“ตั้น!!” เสียงที่ทำให้ผมสะดุ้ง คนนั้นคือพี่ปริม เขาเข้ามายืนอยู่ด้านหลังผมสองคน

“นี่อะไรกัน ไหนตั้นบอกให้พี่มาหาไง แล้วไอ้เด็กนี้ล่ะ ตั้นออกมาจากเด็กบ้านี้น่ะ” พี่ปริมชี้มาที่ผม

“หมับ” แต่พี่ตั้นดันผมไปไว้ด้านหลังเขาแทน

“พี่ปริม ผม เออ ผมขอโทษ ตอนแรกผม .. “พี่ตั้นทำท่าจะพูด พี่ปริมมองหน้าผม เธอกำหมัดแน่น

“ไม่รู้ล่ะ ตั้นต้องไปกับพี่!!”

“พี่ปริม!!”

“ทำไมละตั้น พี่เป็นอิสระแล้วน่ะ ตั้นพี่พร้อมจะเป็นแฟนของตั้น ที่ผ่านมาพี่แค่ต้องยอมทำเพื่อพ่อจริงๆ แล้วพี่รักตั้นน่ะ พี่รักตั้นได้ดีกว่าไอ้เด็กนี้” พี่ปริมพูดและชี้มาที่ผม

“ผม เออ ผม ขอโทษครับพี่ปริม ตอนนี้ผม ผมมีเมียแล้ว เมย์เขาเป็นเมียผม ตอนนี้”

“แล้วพี่ล่ะ! ก็เมียตั้นน่ะ มาก่อนมันด้วย” พี่ปริมพูด

“พี่ปริม ผมมีมาก่อนพี่ตั้งหลายคนน่ะ พี่ไม่ใช่คนแรกของผม และที่ผมกับพี่คุยกันแค่ความสนุกแค่คู่ขา อย่างที่เราคุยกัน”


“แต่ตอนนี้ผมกับเมย์ มันคือ คู่ชีวิต ผมเลือกเมย์แล้วและเมย์ก็เลือกผมพี่ปริม “พี่ตั้นพูด

“ผมขอโทษพี่ปริม ผมผิดเอง แต่ตอนนี้ผมรักเมย์”

“พี่รักตั้นแล้วน่ะ พี่ยอมที่จะทำให้คุณปฐวีย์เขาโกรธและขอถอนหมั้นพี่ พี่ยอมให้พ่อพี่เสียหน้า เพื่อมารักกับตั้นอีกครั้ง! ทำไมตั้นทำกับพี่แบบนี้!”

“ที่ผ่านมาผมไม่ได้รักพี่ และอันที่จริงผมคบกับผู้หญิงแค่ เรื่องอย่างว่า เพราะว่าผมชอบผู้ชายมาตั้งนานแล้ว พี่ปริม” พี่ตั้นพูด

“พี่ไม่ยอม! พี่ไม่ยอม!”

“ไอ้เด็กนี่ใช่ไหม พี่จะเล่นงานมัน “พี่ปริมจะเข้ามาทำร้ายผมแต่พี่ตั้นเอาตัวกันผมไว้แบบกอดผม พี่ปริมก็ยิ่งโมโหมากขึ้น แต่เธอก็พยายามจะตีผมด้วยกระเป๋าถือที่เป็นเหมือนกล่องเหล็กแต่พี่ตั้นก็ใช้แขนปกป้องผม

“หยุด! “เสียงที่ทำให้พี่ปริมหยุดชะงัก จนต้องหันกลับไปมอง คนนั้นคือพี่ชายของไอ้ธีม เขาเดินเข้ามาหยุดมองผมกับพี่ปริม

“หยุดอาละวาดในผับของผมได้แล้ว คุณปริม!!”

“นี้คุณเป็นบ้าอะไรของคุณน่ะ คุณเมายามาหรือไง”

“คุณปริมผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วน่ะ ว่าห้ามมารบกวนแขกของผม เขาต้องการความสงบแม้จะในสถานบันเทิงแบบนี้ก็ตาม”

“ก็ฉันมาตามผัวฉัน”

“อายปากนิดหนึ่งน่ะชะนี “ภาคินพูดพี่ปริมหันไปมองพี่ภาคิน “เขาไม่ใช่ผัวเธอแล้ว” พี่ภาคินพูดอีก

“อ้อผัวเก่า และในตอนนี้ เขามีเมียใหม่แล้ว” คนที่เดินข้ามาคือพี่ภาคิน

“ฉันมาก่อนไอ้เด็กบ้านี้ มึงเองก็อยากได้ตั้นมัน มึงอย่ามาทำปากดีเลย ทำไมกูจะไม่รู้” พี่ปริมพูด พี่ภาคินกำหมัดและคงจะเข้าใส่แต่พี่อีกคนยกมือห้ามพี่ภาคินเอาไว้

““มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าไอ้ตั้นเลือกใคร ถ้าให้ไอ้ตั้นมันต้องมานั่งเรียงลำดับคนมาก่อนมาหลัง เพื่อยกตำแหน่งเมียของมันให้น่ะ มึงก็ไม่ได้อยู่ดี พี่ปริม เพราะว่ามึงนะคู่นอนลำดับที่หนึ่งร้อย” พี่ภาคิน ผมเงยหน้าขึ้นมองเฮีย เฮ้ย! พี่ตั้นยิ้มเจือนๆ มาให้ผม

“บัตรคิวลำดับที่ร้อยเลยเหรอมึง” พี่ที่เข้ามาห้ามหันไปถามพี่ภาคิน พี่ภาคินยักคิ้วให้

“หาผัวใหม่เถอะง่ายกว่า” พี่ชายพี่ธีมพูด


“ไอ้…” พี่ปริมทำท่าจะด่า ก่อนจะหันไปมองรอบ ผมก็นึกสงสารนางอยู่น่ะ นางกำลังโดนลุม


“อย่าได้คิดอยากลองกับพวกกูพี่ปริม ตอนนี้มึงอยู่คนเดียว “พี่ภิคนพูด พี่ปริมมองไปรอบๆ ประตูทุกด้านปิดหมดแล้ว พวก พี่ธีม พี่เปรมดิ์ พี่ทีน พี่กอล์ฟและพี่อาร์ม พวกสาวๆ และเฟย์ก็เดินเข้ามาเช่นกัน

“เอาไง มึงจะเดินสวยๆ ลงไปหรือว่ามึงจะให้ลูกน้องมึงมาหิ้วปีกลงไปเจ้ปริม” พี่ภาคินถาม

“กูยืนหันหลังนี่คือไม่เห็นอะไรนะโว้ย งดเป็นพยาน” พี่คนที่เป็นเจ้าของผับพูด

“ไอ้….กูไม่อยากเสียเวลากับมึง “พี่ปริมพูดก่อนจะหันมาคว้าและดึงแขนพี่ตั้น

“ไม่ ตั้น ต้องไปกับพี่!! วันนี้พี่มาแล้วพี่ต้องพาตั้นไปกับพี่!!” พี่ตั้นก็พยายามสะบัดนางให้ออก ผมรู้ว่าพี่ตั้น เองก็คงดื่มไปหลายแก้วอยู่ผมเลยต้อง

“ปึก” ผมเป็นฝ่ายกระฉากพี่ปริมออกแทนและ “เพี๊ยะ!” ผมฟาดฝ่ามือลงที่แก้มของเธอ

“ว้าว! “เสียงร้องว้าวพร้อมเพรียงกัน พี่ภาคินมองผมเขายกนิ้วโป้งให้ผม ผมเองควรจะออกมาปกป้องของที่ผมรักบ้าง เพราะว่าที่ผ่านผมก็ยอมไปหมด

“อีเมย์ นี่มึงกล้าตบกูเหรอ มึงรู้ไหมกูลูกใคร กูลูกคนที่กำโฉนดบ้านมึงอยู่” พี่ปริมพูด

“ผมไม่เอาแล้วบ้านน่ะ คุณอยากได้ก็เอาไปเลย แต่ผมไม่ยอมเสียพี่ตั้นไป “ผมพูด ตั้นเขาดึงผมเข้าไปกอดเหมือนจะห้ามผม “อย่าไปตบเขาตัวเล็ก เจ็บมือ” พี่ตั้นกระซิบกับผม

“ได้ วันนี้มึงได้เจอดีกับกูแน่ “พี่ปริมจะเข้ามาใส่ผมแต่ว่า

“ลองซิพี่ปริม!!” สาวๆ เดินมาขวางพร้อมกับง้างมือกันเป็นแถว ทำเอาพวกพี่เปรมดิ์ พี่ทีน พี่อาร์มหันมามองหน้ากัน

“พี่เมย์ไม่ต้อง!  เพราะถึงยังไงพี่เมย์ก็เป็นผู้ชาย มันน่าเกลียด ตบกับผู้หญิงด้วยกันนี่ มาซิ ที่ผ่านมาที่กูไม่ทำน่ะเพราะว่ากูเห็นแก่พี่ตั้น แต่วันนี้ มึงเจอมวยไทยพ่อกูแน่” เบนซ์พูด พี่ปริมลุกขึ้นมาได้ ก็ต้องหันไปมองซ้ายมองขวา

“วันนี้ขอเมียสวมบทนางร้ายคุณกิ๊ก สุวัจนีย์หนึ่งวันนะคะผัวขา  ซึ้งปกติไม่ทำ ปกติเป็นแอฟ ทักษอรค่ะ”

“แอฟเปลี่ยนไป ปกติไม่ใช่ไซ้นี่นะ ” พี่ทีนพูดและหันมามองมัดหมี่

“ถูกกักตัวช่วงโควิด19 น้ำหนักแอฟเลยขึ้น ” มัดหมี่พูด

“ไอ้เฟย์ออกมา เขาเอาแต่สาวๆ มึง” พี่เปรมดิ์เรียกเฟย์ที่มายืนกางมือรอเข้าแถวเรียวกับสาวๆ

“หนูก็สาวค่ะพี่เปรมดิ์ อันที่จริงหนูก็แอ๊บค่ะ แต่แอ๊บแมนค่ะ” เฟย์หันไปตอบพี่เปรมดิ์ “แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ” แตะมือกับสาวๆ

“โอ้พระเจ้าช่วย ใครก็ได้ช่วยเอากล้วยน้องไปทอดทีเถอะ” พี่ธีมพูด แต่คนฟังอย่างเฟย์ถึงกับหนีบขา

“ยังทำจิมิค่ะพี่ คุณพ่อยังไม่อนุญาตค่ะ  ขอเก็บเอาไว้ก่อน” เฟย์พูด

“ฉิบหายแล้วกูตกลงเมียมึงเป็นอะไรไอ้กอล์ฟ!!” พี่ทีน

“เมียกูเป็น กะเทยว่ะ ฮาๆ “พี่กอล์ฟพูดก่อนจะหันหัวเราะเพื่อนๆ ที่ยืนทำหน้าเหวอกันหมด

“เดี๋ยวขอฉันติดกิ๊ฟนิดนึงน่ะเธอ จะได้ตบแบบสวยๆ อ่ะ” เฟย์พูดพร้อมกรี้ดนิ้วงามๆ ติดกิ๊บที่หัว

“เติมปากหน่อยไหมอ่ะเฟย์ ปากซี้ด เพื่อว่ามีใครกำลังถ่ายคลิปตอนตบเจ้เขา เราจะได้สวยตอนอยู่บนยูทูป” โบว์ส่งลิปสติกให้และเฟย์ก็ไปทาปาก ทำปากจู๋ด้วย และสาวๆ ก็หันมาตั้งท่ารอ พี่ปริมค่อยๆ ถอยหลังออก กลืนน้ำลายลงคอด้วย

“เอ้าเจ้! ไม่เข้าไปละ น้องเขาพร้อมมาก เหมือนรอตบลูกวอลเลย์บอลหน้าเน็ตเลยเจ้! ฝ่ามือเรียงกันเป็นตับขนาดนี้” พี่อาร์มหันไปถามพี่ปริม

“เข้าไปให้พวกมันตบกูเหรอ ไอ้เชี้ย!” พี่ปริมหันไปด่าพี่อาร์ม

“เอายังไงครับพี่ปริม จะลงไปดีดีไหมครับ ถึงยังไงผมก็ยังเห็นแก่ว่าพี่ปริมเคยเป็นลูกค้าชั่นดีของผมแต่ถ้าพี่ปริมยังดึงดันจะมีเรื่อง ผมจะได้ให้ใครไปเลียก รปภ..มาพาพี่ลงไปแทน” พี่อีกคนผมจำได้เขาคือคนที่พยายามคุยกับพี่ปริมตอนที่อยู่ที่ชั้นล่าง

“ไอ้ธีม เรียกรปภ ให้กูทีดิว่ะ แล้วบอกเขาว่ามีคนเมาแล้วเสียสติอาละวาดมากลากลงไปทีดิว่ะ”

“เอางั้นเลยเหรอเฮีย” พี่ธีมถามพี่ชายตัวเอง

“ไม่ต้อง!! กูเดินลงไปเองได้” พี่ปริมพูด ก่อนจะหันมามองผมกับพี่ตั้น

“ตั้นจะต้องเสียใจที่ทำกับพี่แบบนี้ และเด็กนั้นมึงจะต้องเจอกูอีกเยอะ ไอ้เด็กบ้า”

“พวกมึงคอยดูพ่อกูจะมาจัดการพวกมึงแน่!!” พี่ตั้นกอดผมเอาไว้ และลูบหัวผมเบาๆ พี่ภาคินหันไปยกมือไหว้ขอบคุณพี่ชายพี่ธีมสองคนที่ยืนอยู่นี้

“กูเตือนมึงตั้งแต่แรกแล้วว่าอย่าไปยุ่งกับอีเจ้ปริมไอ้ตั้น เป็นไงล่ะ น่ากลัวฉิบหาย แม่งสวยแต่รูปจูบไม่หอมก็อีเจ้ปริมนี้แหละ”

“ดีนะที่กูห้ามเมียกูไม่ให้ลงมาอีกคน ไม่งั้น อีเจ้ปริมได้ถูกลากลงไปแน่ๆ” พี่ชายพี่ธีมพูด ก่อนจะเดินออกไปกัน

“ขอบใจว่ะพวกมึง” พี่ตั้นพูดขอบใจเพื่อนๆ

“เรารักอาซ้อน่ะ พี่ตั้น “มัดหมี่พูด

“เออ ต่อไปมึงคงต้องดูแลเมย์ให้มากขึ้นว่ะ นางนี้คงเริ่มออกฤทธิ์ได้แล้วว่ะ ที่ผ่านมันคงเกรงกลัวพี่ฐวีย์อยู่ “พี่ภาคินพูด ก่อนจะเดินหันหลังออกไป ผมหันมามองหน้าพี่ตั้น ผมกอดพี่ตั้นเอาไว้ ดูท่าพี่ตันจะมึนๆ

“ไหวไหมพี่ตั้น” ผมกระซิบถามพี่ตั้น พี่ตั้นพยักหน้าตอบผม

“จะอยู่ห้องนี้หรือว่าจะไปห้องโน้นว่ะมึง” พี่ธีมหันมาถาม พร้อมกับส่งมือถือมาให้พี่ตั้น ผมก็มองมิหน้าล่ะผมโทรหาพี่ตั้นไม่ติดเลย

“พี่เก็บเอาไว้เพื่อว่าอิเจ้มันจะโทรrมาถามหาตั้นน่ะ “พี่ธีมพูด พี่ตั้นโบกมือว่าไม่ไป พี่ธีมพยักหน้าก่อนจะเดินออกไปแทน ตอนนี้เหลือแค่ผมกับพี่ตั้นสองคน

“แล้วทำไมเมย์ไม่โทรหาพี่ล่ะ” พี่ตั้นถามผม

“ผมลืมเอาไว้ในรถพี่ตั้นอ่ะ ลืมกระเป๋าสตางค์ด้วย “ผมพูด พี่ตั้นทำสีหน้าตกใจ

“แล้วเมย์มายังไงครับ” พี่ตั้นถามผม ผมช้อนตาขึ้นมองพี่ตั้นก่อน

“พี่จำคนที่ขับรถแทกซี่ไปส่งพี่วันที่พี่เมย์วางยาพี่ได้ไหมครับ พอดีผมเจอเขาอ่ะ และถ้าไม่ได้เขาผมเสียพี่ไปให้พี่ปริมแน่ๆ เพราะว่าไม่มีรถแทกซี่คันไหนอยากมาให้ผมเลย ผมยืนร้องไห้เลยอ่ะพี่ตั้น” ผมพูด

“โธ่เอ๊ยเมย์” พี่ตั้นพูดพร้อมกับเอามือลูบหัวผม ผมก็กอดพี่ตั้น ตอนนี้เพลงรักกำลังถูกเปิดอีกครั้ง เขาหยุดไปสักครูช่วงที่มีเรื่องกัน เพลง All of me

“พี่ดื่มไปเยอะเหรอพี่ตั้น” ผมกระซิบถาม

“อืมม พี่ดื่มแบบเพรียวๆเลยอ่ะเมย์” พี่ตั้นบอกผม ฟังจากน้ำเสียงของพี่เขาบ่งบอกได้ว่าพี่เขาเมาแล้วแหละแต่ดีที่ยังพยายามเรียกสติตัวเอง

“น้ำเย็นว่ะ จะได้ดีขึ้น แม่งเล่นกระดกเพรียวๆ ไม่เกรงใจพวกกูเลย เหล้าหมดขวดอดแดกเลยกู” พี่เปรมดิ์เดินเอาน้ำเย็นจัดมาให้ ผมก็รับมาส่งให้พี่ตั้น

“ใจว่ะ” พี่ตั้นพูด ผมหันไปยิ้มให้พี่เปรมด์

“คนรักที่ดีมันต้องเกื้อหนุนกันว่ะ ทำให้มึงดีขึ้นไม่ใช่ทำให้มึงดิ่งลง แบบที่เจ้ปริมมันเคยทำกับมึงไอ้ตั้น มึงรู้ดี “ผมหันมามองหน้าพี่ต้น พี่ตั้นหันไปพยักหน้าตอบพี่เปรมดิ์ และหันมารับแก้วน้ำไปดื่ม

“จะกลับแล้วบอกพวกกูว่ะจะไปส่ง “พี่เปรมดิ์พูด พี่ตั้นกระดกแก้วน้ำเปล่าดื่มอย่างต่อเนื่อง

“เมย์รู้ไหมว่าทำไมพวกเพื่อนๆ พี่ไม่อยากให้พี่ไปยุ่งกับพี่ปริม”

“หึ” ผมส่ายหัว

“เวลาพี่ไปหาพี่ปริม พี่อัพยา” ผมก็ต้องสะบัดหน้ามามองพี่ตั้น

“แล้วยาปลุกเซ็กส์ที่พี่โดนไปวันนั้นล่ะ”

“ไม่ใช่ คนละอย่างกัน ยาที่พี่อัพแค่ทำให้พี่เคลิ้มๆ เหมือนอยู่ในโลกที่แปลกๆ มีความสุขแบบแปลกๆ แต่ไม่ใช่ต้องการมีเซ็กส์ แต่ที่ทำเพราะว่าก็น่ะ ผู้ชายพออยู่กับผู้หญิงสองต่อสองก็ต้องมีอารมณ์บ้าง” พี่ตั้นพูด ผมพยักหน้าแบบเข้าใจ "ยาปลุกเซ้กส์น่ะครั้งนั้นครั้งแรกในชีวิตพี่เลยน่ะ โคตรไม่ประทับใจเลย" พี่ตั้นพูด

“พี่ขอโทษนะเมย์ ที่พี่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเมย์  แต่มันแค่ความสุขที่หลอกลวงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เหมือนเวลาที่พี่อยู่กับเมย์ พี่ไม่แปลกใจเลยน่ะว่าทำไมพี่รักเมย์ เพราะว่าเมย์ทำให้พบความสุขที่มีอยู่จริงจาก “พี่ตั้นพูด มันทำให้ผมยิ้มให้คนตรงหน้า “คนตรงหน้าพี่” พี่ตั้นพูด ผมปาดน้ำตาเลยอ่ะมันซึ้งอ่ะ


“สัญญากับผมน่ะพี่ตั้น ว่าจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก ทำเพื่อผมน่ะ” ผมพูด

“พี่สัญญา” พี่ตั้นพูดและกอดผม ผมก็กอดพี่ตั้นตอบ

“พี่หาอะไรอ่ะพี่ตั้น” ผมถามพี่ตั้น พี่เขาหันซ้ายหันขวาและล้วงกระเป๋าด้วย

“พี่ไม่ได้เอาเสื้อสูทออกมาจากรถอะเมย์” พี่ตั้นพูด

“พี่หนาวเหรอ เอาเสื้อผมสวมทับไปก่อนก็ได้น่ะ พี่จะได้อุ่น” “ผมพูดและถอดเสื้อสูทผมออกไปคลุมให้พี่ตั้น พี่แกคงใส่ไม่ได้หรอกเพราะว่ามันไซ้มินิ แต่พอจะคลุมไหล่ได้บ้าง

*******
 :pig4: :pig4: :pig4:
ว่าจะลง NC ไปด้วยแต่ขอเอาไว้พรุ่งนี้จะดีกว่า ขอบคุณกำลังใจให้คนแต่งนะคะ อยู่ด้วยกันไปจนจบเลยนะคะ  :กอด1:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03-12-2020 21:13:36 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0
เมย์ทำไมบ่อน้ำตาตื้นจัง อะไรก็ร้องไห้ มันควรจะโกรธมากกว่าไหม ไหนว่ารักนักหนา แต่ไม่เห็นทำอะไรเพื่อรักเลย เอาจริงๆ ป๊อดมาก และมันเป็นการดูถูกความรักด้วย  :เฮ้อ: :เฮ้อ: :เฮ้อ:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
                รชานนท์ ผมยอมรับน่ะว่าผมกลัวที่จะเสียเมย์ไป เหมือนตอนที่ผมเสียพี่อิศเรศไปแต่ใจผมก็คิดว่าควรจะให้เขาอยู่กับคนที่ดีพร้อมดีกว่าไหมแต่สุดท้ายตัวเล็กก็เลือกที่จะกลับมาหาผม ร้องไห้ขี้มูกโป่งมาขนาดนี้ เฮียจะใจแข็งได้ยังไง และโชคดีที่ผมไม่ไปกับพี่ปริมซะก่อน ทั้งที่บอกให้เขามาหาผมแล้วน่ะ ถ้าผมไปกับเขา ในสภาพแบบนี้ ผมคงได้มีอะไรกับเขาอีก ผมโอบเอวตัวเล็กพิงอยู่ในลิฟต์ กอล์ฟมันขับรถผมพาผมกลับมาส่วนรถมันเองมันให้แฟนมันขับตามมา จะว่าไปวันนี้มันแต่งตัวแปลกๆ เอาอะไรไปติดผมฟุ้งฟริ้งก็ไม่รู้ หรือว่าผมคงเมามากจนตาลาย ผมดื่มไปแบบเพรียวๆ เลย



“ให้กูขึ้นไปส่งมึงก่อนไหมว่ะ ตั้น เพื่อว่ามึงฟุบไปเมย์เขาลากมึงเข้าห้องไม่ไหวนะโว๊ย!!” ไอ้กอล์ฟเพื่อนผม ผมโบกมือว่าผมยังพอเดินได้อยู่แค่ไม่เหมือนเดิม



“ไปนอนเถอะมึง พรุ่งนี้วันหยุดน่ะ ไม่ต้องเข้าไปนั่งทำงาน” ผมบอก



“ใจน่ะมึงที่ยังจำได้ว่ามันคือวันหยุดสุดสัปดาห์”



“ถ้าอยางนั้นแค่นี้น่ะ เมย์ด้วย เออ มีอะไรโทรหาพี่ได้เลยน่ะ ตลอดเวลา บายวะ”



“ขอบใจนะเฟย์” เมย์พูดขอบใจเฟย์



“ไม่เป็นไรค่ะ พี่เมย์ “เฟย์พูด ผมก็หรี่ตามอง ก่อนที่เฟย์จะเดินออกไป และประตูลิฟต์ก็ปิดลง



“เมื่อกี้พี่ได้ยินผิดไปป่ะ เฟย์มันพูดค่ะด้วยน่ะเมย์”



“เออ พี่คง เมามั้งครับเลยได้ยินผิดไป คิก คิก คิก” คนตัวเล็กพูดและหัวเราะผม



“เออ พี่ก็ว่างั้นแหละ “ผมพูดก่อนจะรวบเอวเมย์เข้ามากอดและทำท่าจะจูบ



“พี่ตั้น ไม่เอาดิ ไหนบอกว่าในนี้มีกล้องวงจรปิดไง ทำไมทำซะเองล่ะ “เมย์พูดพร้อมกับชี้ขึ้นไปกล่องสีขาวๆ ด้านบนศีรษะผม



“รอไปทำที่ห้องน่ะ” ผมกระซิบกับคนที่ยืนอยู่ จนกระทั่งลิฟต์มาถึงชั้นที่ผมพักอยู่ ตอนนี้มันจะตีสองแล้ว แน่นอนเงียบมาก เมย์เป็นคนเปิดประตูให้ผม ผมหันมามองเมย์ ผมรู้สึกอยากจะกอดเมย์อยากจะ จนกระทั่ง เมย์พาผมเข้าไปด้านใน ผมเดินแบบมึนๆเข้าไปในห้องนอนก่อน ส่วนคงทำธุระส่วนตัว ผมยืนครุ่นคิด ผมเคยไม่ดื่มจนเมาขนาดนี้เลย มีแค่ครั้งที่พี่อิศเรศเลือกที่จะทิ้งผมไปครั้งนั้นแหละ 



“ปีก” เสียงประตูห้องน้ำถูกปิดลง ตัวเล็กเดินมาก็มายืนมองผมที่ยังยืนอยู่  ผมหันไปมองตัวเล็กตาเหยิ้มๆ  เมย์มองหน้าผมก่อนจะหันมาคล้องคอผม ผมก็ดันร่างตัวเล็กขึ้นให้อยู่ในท่าหนีบเอวผมเอาไว้ เมย์จูบผมอย่างเร่าร้อน ผมก็จูบสนองเมย์กลับอย่างเร่าร้อนเช่นกัน เราสองคนแลกลิ้นกันพัลวัล เมย์เริ่มเก่งขึ้นจนผมเริ่มอยากจะใช้ท่ายากกับเมย์ได้บ้าง





“คืนนี้พี่ขอท่ายากนะครับ” ผมกระซิบกับเมย์ เมย์มองหน้าผมคงแอบกลัวละซิ ผมค่อยๆ วางเมย์ลงช้าๆบนเตียงนอนอย่างเบาเมือที่สุด ผมถอดเสื้อผ้าผมออกจนเกือบหมดเหลือไว้แค่ปราการสุดท่าย ส่วนเมย์ก็ถอดของตัวเองรอผมระห่างที่ผมเดินไปหยิบเจลมาวางไว้ใกล้ตัว ผมขึ้นไปครอมร่างเมย์เอาไว้ ประกบปากจูบ ทั้งจูบทั้งขบทั้งเม้ม และริมฝีปากนั้นซุกไซ้ลงมาตามศอกคอไล่ลงไปที่แผ่นอกของเมย์ ค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปหยอกเย้ากับสองจุดสี่ชมพูดระเรื่อ





“อ้าห์พี่ตั้น ซี้ด เมย์ “เมย์ดิ้นสายไปมา ผมก็ค่อยเลื่อนลงมาจนถึงหน้าท้องน้อย ขบและเม้มเล่นจนคนที่นอนเบื้องล่าง วันนี้ผมเร่าร้อนกว่าทุกครั้ง ลีลาการเล้าโลมเลยหนักหน่วงจนคนเบื้องล่างของผมดิ้นส่ายไปมาอยู่ไม่สุข ผมถอยหลังออกมายืนที่ปลายเตียง เมย์มองผมก่อนจะมานั่งอยู่ในท่าคุกเข่าและจับหนอนยักษ์ของผมมาโลมเลียอย่างเมามัน ผมก็ยืนเด่งสู้ ในกายตอนนี้มันมีแอลกอฮอล์ มันก็ยิ่งเพิ่มอารมณ์ในกายผมให้พลุ้งพล่านไปทั่ว



ทันทีที่ผมรู้สึกได้ที่ผมค่อยๆ ดันเมย์ ผมส่งยิ้มด้วยแววตาเหยิมๆ ให้เมย์พร้อมกับจับร่างเมย์พลิกไปอยู่ในท่าคุกเข่า เตรียมพร้อมที่ผมจะเล่นท่าดอกกี้กัน ผมหันไปหยิบเจลมาก่อน ก่อนจะบรรเลงเพลงรักของผมกับเมย์ ต้องเบิกทางก่อนทุกครั้ง



“อ้าห์ เฮีย “เมย์ครางออกมาทันทีนิ้วของผมล่วงล้ำเข้าไปในช่องทางรักนั้นของเมย์อย่างถนอม ช้าๆ และค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น



“ฮ้าห์ เฮีย ผมไหวแล้ว อยากได้แล้ว ให้ผมซะทีซิ” คนที่อยู่ในท่าพร้อมเหลียวหลังมามองผม ผมก็ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะจับสะโพกเมย์มาผมยืนที่ขอบเตียง ค่อยดันสิ่งนั้นสอดแทรกเข้าไปในกายของเมย์ช้าๆ ระหว่างทางก็คอยาถามเมย์ตลอดว่าเขาโอเคไหม เจ็บไหม ผมว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน พอเมย์บอกว่าโอเคก็ดำเนินต่อจนกระทั่ง



“ปัก ปัก ปัก “เสียงเนื้ออ่อนกระทบเนื้ออ่อนของผมกับเมย์ ไม่นานร่างผมก็กระตุกและคนตรงหน้าก็เกร็งเช่นกัน ผมกับเมย์สำเร็จไปพร้อมๆ กัน ผมค่อยๆ ถอนแกนกายออกมาช้าๆ และขึ้นไปนอนข้างๆ เมย์ ที่ทิ้งตัวเองลงนอน ผมค่อยดึงผ้าปูที่นอนมาคลุมร่างผมกับเมย์ครึ้งท่อน อยากนอนคุยกับเมย์



“ขอบคุณนะครับ ที่กลับมาหาพี่” ผมบอกเมย์



“เฮียสัญญาน่ะว่าจะไม่ไล่เมย์อีก ผมไม่ได้รักใครง่ายๆ น่ะ ผมกลัวการถูกทอดทิ้ง “แววตาคู่นั้นดูเหมือนเด็กน้อยของผม ผมพยักหน้า



“เฮียก็กลัวมาก เฮียยอมรับว่าภาพวันที่พี่อิศเรศเดินจากพี่ไปและเขาบอกพี่ว่าเขาเลือกใคร มันเจ็บที่สุดเมย์ แต่พี่ก็ขอโทษเกือบทำให้ความรักของเมย์ที่มีต่อพี่ศูนย์เปล่า พี่มันแย่ว่ะเมย์” ผมพูด เมย์พลิกร่างเขามากอดผมเอาไว้



“อย่าพูดอย่างนี้ดิพี่ตั้น พี่ไม่ได้แย่หรอก มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนนะผมว่า แต่เราสามารถที่จะเรียนรุ้กันได้อีกเยอะไม่ใช่เหรอ” เมย์บอกผม



“แต่ผมกลัวพี่ปริมอ่ะพี่ตั้น ผมกลัวว่าพี่ตั้นจะใจอ่อนกับเขาอีกอ่ะ ถ้าเขาพยายามจะเข้ามาหาพี่อีก ยิ่งตอนนี้เขาไม่ได้เป็นคู่หมั้นของพี่ปฐวีญ์แล้วน่ะ”



“พี่ขอโทษเรื่องคืนนี้ พี่เออ มันเหมือนคนไร้สติเข้าใจป่ะ พี่เลย ให้เขามาหาพี่ เอาจริงๆ พี่กับพี่ปริม ไม่ได้รักกันหรอกและทุกครั้ง ที่พี่จะสนุกกับเขาและพี่ก็อัพยาแต่พี่ไม่ติดน่ะเมย์” ผมพูด เมย์มองหน้าผม



“รังเกียจพี่ไหม คือมันเป็นความสุขจอมปลอมอ่ะพี่ยอมรับ และนี้พวกเพื่อนๆ พี่มันไม่อยากให้พี่ไปหาพี่ปริม เห็นพวกมันแบบนี้ไม่เล่นกันน่ะ” ผมพูด



“พี่เลิกยุ่งกับมันครับ พวกยาเสพติดนะครับ ขอได้ไหมเพื่อเมย์” เมย์บอกผม ผมพยักหน้า



“สัญญา ว่าพี่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันอีก พี่มีความสุขแล้ว ไม่ต้องไปหาตัวช่วยแล้ว มีแค่เมย์พอ” ผมพูด



“อยู่กับเมย์น่ะ สัญญา” เมย์พูดพร้อมกับชูนิ้วก้อยขึ้นมาให้ผมดู เขาพยักหน้า ผมก็พอจะเข้าใจได้ว่าให้ทำอะไร ผมเกี่ยวก้อยกับนิ้วเรียวๆ นั้น



“สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเมย์ไป อย่าทิ้งเมย์แบบวันนี้อีกน่ะ”



“อื้มมมม “ผมจูบเมย์ “Never and ever do again I promise!”



“เออ เมย์เห็นเสื้อสูทพี่ไหม เมย์เอามันออกมาจากรถให้พี่หรือเปล่าครับ” ผมถามเมย์



“ครับ เมย์หยิบติดมือมาด้วย และเมย์ก็แขวนเอาไว้แล้วนะครับ เมย์ว่าจะส่งซักให้  มีอะไรเหรอครับพี่ตั้น” เมย์ถามผม ผมส่งยิ้มให้เมย์ก่อนจะพาร่างตัวเอง ลุกขึ้น ร่างที่ไม่มีอะไรปิดบังเลย ผมหันไปหยิบผ้าขนมาพันกายเอาไว้ก่อนแบบหมิ่นๆ แและตรงไปยังห้องตู้เสื้อผ้า ผมเห็นมีเสื้อสูทแขวนเอาไว้ ผมล้วงมือเข้าไปหยิบเอากล่องกำมะหยี่ออกมา ผมเดินกลับมาเห็นเมย์ยังนอนอยู่บนเตียงมีผ้าปูที่นอนคลุมอยู่ครึ้งตัว



“เมย์ “ผมเรียกเมย์ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างๆ เมย์ ผมตั้งใจเอาไว้ว่าจะขอเมย์แต่งงานหลังจากไปงานพี่ปฐวีย์ แต่ว่าดันมีเรื่องซะก่อน แหละตั้งใจว่าจะขอเมย์ที่ผับซะด้วยซ้ำ ขอตอนนี้ก็จะทันอยู่ ผมเดินมาพร้อมกับเปิดกล่องรูปสี่เหลี่ยมๆ มีผ้ากำมะหยี่สีแดงหุ้ม เมย์มองด้วยแววตาแปลกใจและตกใจ ผมเปิดมันออก



“พี่จะขอที่โลเคชั่นมันดีกว่านี้แต่พี่ดันไม่ได้เอาเสื้อสูทขึ้นไปและพี่ก็ไม่คิดว่าเมย์จะกลับมาหาพี่อีกครั้ง พี่ขอที่นี้ก็ได้เนอะ”



“Will you marry me? ผมถามเมย์ เขาก็ยกมือขึ้นปิดปาก



“พี่ว่าพี่พร้อมแล้วแหละจะสามสิบแล้ว ควรจะมีเมียเป็นตัวตนซะที” ผมพูดไปก็ขำตัวเองไปด้วย



“ว่าไงครับ แต่งงานกับพี่ไหม” ผมพูดคนตรงหน้าผมยิ้มก่อนจะยื่นมือข้างซ้ายมาให้ผมนั้นคือคำตอบว่าใช่แน่นอน



“หมับ “ผมจับมือเมย์ข้างซ้ายและบรรจงสวม มันใส่ได้พอดีเลย ผมยอมรับว่าแอบวัดเอาไว้ตอนเมย์หลับวันที่เมย์เมาไม่รู้เรื่อง



“จะว่าไปความรักขอบผมกับพี่เริ่มจากบนเตียงไม่ใช่เหรอครับและมันก็โอเคอยู่น่ะถ้าพี่จะขอผมแต่งงานบนเตียงแบบนี้  “เมย์พูดผมเลิกคิ้วสูง ทะลึ้งหรือเปล่า





“ก็วันแรกไง แม้ว่าจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ว่า มันก็ทำให้ผมกับพี่ได้รู้จักกันและพี่ก็เปลี่ยนใจผม ที่ตอนแรกผมบอกว่าผมจะรักพีได้ไหมยังไม่รู้เลย ตอนนี้ผมรักพี่ได้หมดใจแล้วอ่ะ “เมย์พูดผมต้องก้มหน้าลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเมย์ ผมใช้ฝ่ามือเพื่อประคองใบหน้าหวานๆ นั้นและบรรจงจูบลงที่หน้าผากเมย์อย่า “จ๊วบ!!”



“ขอบคุณนะครับที่เมย์ทำให้พี่รู้ว่าหัวใจขอบเมย์มันสำคัญกว่าคำว่าบุญคุณของผู้มีพระคุณ”



“ขอบคุณที่ทำให้พี่อยากรักผู้ชายอีกครั้ง และขอเป็นแค่ตัวเล็กของเฮียคนนี้คนเดียว เท่านั้น”



“Forever and ever “เมย์พูด ผมพยักหน้า “Always in my heart my boy”



“ไปเช็ดล้างตัวเถอะพี่ตั้น แต่อย่าเพิ่งอาบน้ำน่ะ เขาบอกว่าคนเมาไม่ควรอาบน้ำนะครับ” เมย์บอกผม ผมสองคนลุกไปทำความสะอาดตอนนี้เป็นเวลาตีสามยังไม่ได้ล้มตัวลงนอนกันเลย พอเสร็จกิจทุกอย่างเมย์น่ารักมากเก็บทุกอย่างเข้าที่ก่อนที่จะเดินตามผมเข้าไปนอนด้วยกัน เขาเหมือนแม่ผมมาก ผมยอมรับว่าแม่ค่อนข้างเป็นระเบียบ เป็นผู้หญิงต้นแบบ แต่ทำไมกับพ่อผมถึงได้ไม่เคยแสดงความรักกับแม่ผมเลย คนที่ดีพร้อมขนาดนี้แต่กับไปเลือกผู้หญิงชั้นต่ำนั้นเข้ามาอยู่แทนแม่ผม และเป็นไงผมได้ยินมาว่านางไปเริงสวาทกับใครก็ไม่รู้ถึงได้ตั้งท้องมา ตอนนั้นผมอยู่เมืองนอกแล้วแต่ผมไม่สนใจหรอก ผมยังมีความคิดที่จะไปอยู่เมืองนอกกับเมย์สองคนอยู่ดี และยิ่งเมย์บอกว่าไม่ต้องการบ้านอีกผมว่าผมควรจะไปหาทำเลดีดีสร้างบ้านที่นั่น ทำธุรกิจเล็กอยู่ด้วยสองคนที่นั่น แต่ว่าตอนนี้ผมมต้องดูแลคนนี้ให้ดีที่สุดซะก่อน



“ฟ๊อด!!!” ผมสวมกอดเมย์จากด้านหล้ง คนตัวเล็กคงเหนื่อยมากเลยหลับสนิทแต่ก็ปล่อยให้ผมกอดเขา เอาคางเกยที่หัวไหล่นั้น

*****

เมธานินท์ ผมตื่นมาก่อนเฮียตั้น ผมก็รีบทำอาหารเช้าที่เบาๆ ไว้ให้เฮียก่อนเลย ตื่นมาจะได้ทาน นี้จะตื่นกี่โมงก็ไม่รู้ ตอนนี้เกือบจะสิบโมงแล้วด้วย เมื่อคืนเฮียเขาเมาผมรู้เลย แต่ก็ไม่ได้เมาแบบคนขาดสติ มีบ้างไม่มีบ้าง ตื่นมาจะจำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ว่าเฮียแกเขาขอผมแต่งงานไปแล้วน่ะ เมื่อคืนน่ะ ผมก้มลงมองแหวนหมั้นที่เฮียสวมให้ เมื่อคืน ผมยอมรับว่าผมร้องไห้เหมือนเด็กน้อย เพราะว่าผมกลัวการสูญเสียที่สุด เฮียทำให้ผมไว้ใจ ทำให้ผมรักและเกือบจะเสียเขาไปแบบนั้น



“เมย์” ผมได้ยินเสียงคนงัวเงียเรียกผม คงตื่นแล้วแหละ ผมเดินถือแก้วที่ชงrebocca เม็ดฟูเข้าไปด้วย พี่ภาคินส่งข้อความมาหาผม บอกว่าให้ชงให้พี่ตั้นทานด้วย พี่ภาคินเขาดีขนาดนี้ ผมจะไปห้ามเขาได้ยังไง



“เมย์” คนนอนคว่ำหน้าเริ่มอยู่กับหมอนทำน้ำเสียงออดอ้อน คงปวดหัวแน่ๆ เลย



“ว่าไงครับเฮีย”



“กี่โมงแล้วครับ”



“ก็เกือบสิบโมงแล้วครับ พี่โอเคไหมอ่ะ ปวดหัวไหมครับ”



“อืมม....แต่ไม่มากครับ “พี่ตั้นพูดก่อนจะตะแคงใบหน้ามามองผมที่นั่งอยู่ข้างๆ ก้มลงมองพี่เขาอยู่



“พี่กลับมายังไงครับเมย์” พี่ตั้นถามผม ผมก็เลิกคิ้ว เอาแล้วไง จำอะไรได้บ้างไหมเนี๊ยะ



“พี่กอล์ฟขับรถพี่มาไงครับ แล้วพี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ผมพูดและถามพี่ตั้น พี่เขากระดกศีรษะขึ้นมองผม และยิ้ม



“จำได้แต่ว่าท่าดอกกี้เมื่อคืนฟินดี” พี่ตั้นพูดพร้อมกับหรี่ตาขึ้นมองผมข้างหนึ่ง



“โอ้ยยยย!!!” ร้องลั่นเลย ผมหยิกเข้าที่ราวนมและทำท่าจะลุกหนี



“หมับ” มีคนดึงรั่งผมลงไปและขึ้นมาคร่อมผมเอาไว้ สองแขนถึงจับชึงไว้ข้างลำตัว คนตัวโตก้มลงบดขยี่ริมฝีปากผม ทันทีแขนผมวางแนบลงกับที่นอนนั้นแปลว่าผมได้จะขัดขืนเขา พี่ตั้นก็ปล่อยให้เป็นอิสระ ผมใช้แขนโอบกอดรอบคอพี่ตั้นไว้ ปากก็ดูดดื่มกัน พี่ตั้นถอนริมฝีปากออกเขาจับแขนข้างซ้ายผมลงมา มือพี่ตั้นลูบไล้ไปตามแขนจนไปหยุดที่มือของผม จู่ๆ ก็หยิบมาพลิกดู ที่หลังมือ ผมอ้มยิ้ม ก็ผมสวมแหวนที่เขาสวมให้ผมอยู่เมื่อคืน



“เฮ้ย!!! แอบไปแต่งงานกับใครมา” พี่ตั้นถามผมเสียงหลง ผมนี้ควรจะดีใจใช่ไหม แล้วเมื่อคืนขอผมได้ยังไงไม่มีสติหรือไง



“โอ๊ยยยย!!” อันนี้เจ็บจริงแน่ๆ ผมกัดที่หัวไหล่พี่ตั้นและ “ตุบ!!” ผลักคนที่เอามือกุมหัวไหลลงไปนอนด้านข้างหน้าตาเหยเก ด้วยความเจ็บของฟันผมนี่แหละ



“จำไม่ได้ใช่ไหม ดีเลยผมถอดแล้ว ตอนนี้ไม่มีแฟน ไม่มีคู่หมั้นโสดสนิท “ผมพูดและลุกขึ้นเดินออกเลยดีกว่าคนอะไรก็ไม่รู้



“หมับ!” มีคนวิ่งตามผมมา กอดผมจากด้านหลังและยังยกตัวผมขึ้นลอยเลย



“ปล่อยผมเลย ไอ้เฮีย”



“พอเมียเฮียงอน นี้เรียกเฮียซะเพราะเชียวน่ะ"



"เฮียล้อเล่น จำได้ ว่าขอใครบ้างคนแต่งงาน ไปอยู่เมื่อคืน นี่งอนเฮี่ยเหรอ” พี่ตั้นถามผม ผมแอบแลบลิ้นใส่ คนที่ยืนกอดผมอยู่ด้านหลัง



“วันนี้ไม่ไปไหนน่ะ อยากอยู่กับเมย์ทั้งวันเลย แต่ว่าอาทิตย์หน้างานเฮียแน่นมากเลย ต้องไปนอกสถานที่เอง” พี่ตั้นพูดผมหันมามอง



“ผมอยากช่วยเฮียอ่ะ”



“เออ เฮีย ขิมกับขิงจะปิดเทอมให้มาช่วยเฮียไหม จะได้หัดน้องชายผมทำงานบ้าง “ผมหันไปพูดกับพี่ตั้น



“ก็ได้น่ะ พี่ให้ค่าขนม”



“สองคนนั้นดีใจตายเลย” ผมพูด



“เฮียไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับ เพราะว่าเฮียไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่กลับมาแล้วน่ะ เหม็นอ่ะ” ผมพูดพร้อมกับเอานิ้วคีบจมูกตัวเองแกล้งเฮีย เฮียแกรีบด้มดมตัวเอง



“ผมล้อเล่นไปอาบน้ำและจะได้ทานอะไร เออ ก่อนอาบน้ำดื่มที่ผมวางไว้ตรงหัวเตียงก่อนนะเฮียจะได้ดีขึ้น” ผมพูด



“เมย์จะไปรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงนะครับ” ผมพูดพี่ตั้นพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไป จะว่าไปมันก็น่ารักดีน่ะ “ถ้าเลือกได้อีกครั้ง ผมก็เลือกผู้ชายคนนี้” คำพูดที่มันอยู่ในใจผม ขอบคุณนะ อุบัติเหตุวันนั้นทำให้ผมได้รู้จักเฮีย ถ้าไม่อย่างนั้น ผมจะได้โคจนมาเจอเขาเหรอ ในผับยิ่งไม่มีโอกาสแน่นอน



“ก๊อกๆ” เสียงเคาะกำแพงด้านข้างๆ ดังขึ้นขณะที่ผมกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ ผมหันไปเห็นฝรั่งเลยครับ กำลังชะโงกหน้ามองผม หล่ออ่ะ เขาชะโงกหัวมามองผม



“Good morning”



“Good morning , How are you?” ภาษาอังกฤษผมได้อยู่



“I’ m fine thank you . How’ s about you?”



“I’ m pretty good thank you .



“ผมเห็นคุณรดน้ำต้นไม้ทุกวันเลย อยากจะทักแต่ไม่กล้า”



“โอเค เออ คุณ?”



“ผมเพิ่งย้ายมาพักที่นี้ได้สองอาทิตย์แล้ว ผมเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนอินเตอร์แถวๆ นี้”



“เยี่ยม!!”



“ชื่ออะไรครับ ผมชื่อสตีเฟ่น ผมมาจากอเมริกาครับ”



“ชื่อเมย์ครับ”



“ว้าว ชื่อน่ารักดี ยินดีที่ได้รู้จักครับ เมย์” คนทักทายผมไม่พูดเปล่า ปืนเพื่อจะได้โน้มตัวมาหาผมและยื่นมือมาขอช็คแฮนด์กับผมอีกด้วย ผมก็ตามมารยาท เลยเดินไปเช็กแฮนด์กลับ



“ตัวเล็ก ทานอะไรกันเลยไหม” พี่ตั้นก็ออกมาพอดีเลย เขามองผมที่กำลังเช็กแฮนกับเพื่อนบ้านสลับกันไปมา ก่อนจะเดินชะโงกมองคนที่มีความพยายามชะโงกมาจากอีกฝั่งโดยไม่กลัวว่าจะตกลงไปสักนิด



“ใครอ่ะ” เอ่ยปากถามพร้อมกับชี้นิ้วแหลมไปยังคนที่ผมจับมือด้วย



“เพื่อนบ้านไงครับ” ผมตอบแทนก่อนจะดึงมือตัวเองกลับมา



“ฮ่ะ?” ทำไมต้องแปลกใจด้วย อยู่คอนโดแบบนี้ก็มีเพื่อนบ้านเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง



“ฮัลโหล!” คนที่มองผมอยู่ก็โบกมือทักทายพี่ตั้น



“มึงเป็นใคร?” ไปถามเขาไม่สุภาพอีก ผมหันมามองเฮียตั้น คนที่ได้ยินก็ทำหน้างงซิครับ



“เขาถามว่าคุณเป็นใครนะครับ” ผมพูดให้ไหมจะได้สุภาพขึ้นมาหน่อย แอบหันมาเหล่ตาคนตัวโตที่ยืนกอดอกมอง สร่างเมาแล้วหรือไง ผมแอบคิดในใจ



“ผมเพื่อนบ้านคุณไงครับ”



“ไม่อยากมีเพื่อนบ้าน เพื่อนมีเยอะแล้ว เมย์เข้าบ้านเลย” เฮียตั้นพูดภาษาอังกฤษใส่คนนั้น แถมไม่พูดเปล่าดันเอวผมกลับเข้าด้านในด้วยน่ะ



“เออ ยินดีที่รู้จักน่ะครับ เมย์” เพื่อนบ้านผมตะโกนตามมา



“กูไม่ยินดี!!” พี่ตั้นพูดภาษาไทยกลับไป และส่งนิ้วกลางให้เขาอีกด้วยก่อนจะเลื่อนประตูกระจกปิด ผมก็ยืนทำแก้มป่องรอไปซิ ไอ้คนตัวโต



“อะไรเนี๊ยะ!” ผมถามคนที่ยืนทำหน้า



“ขอแต่งงานเมื่อคืน นี้แอบไปจับมือถือแขนไอ้ตาน้ำข้าวซะแล้ว” พี่ตั้นพูด



“ผมไม่ได้จับมือถือแขนเขานะ ผมจับมือแบบว่าทักทายแบบ สากลต่างหาก” ผมพูดก่อนจะทำแก้มป่องอีกครั้งหันหลัง



“หมับ!!” มีคนมากอดเอวผมและยกตัวผมลอยเลย พาตรงไปทันทีเข้าห้องนอน ประตูถูกเท้าเขี่ยให้ปิดลงไม่ต้องถามน่ะว่าเมย์จะโดนอะไร่ ฮาๆ เฮียจอมหื่นขี้หึงแต่เมย์ก็ยังรักเฮียอยู่ดี ทีมเด็กเฮีย!!



ผมนั่งเอามือเท้าคางมองเฮียตั้น ที่ให้ผมนั่งเฉยๆ เฮียจัดการทำสปาเกตตีคาโบนาร่าเอง เป็นอาหารกลางวัน เพราะว่าผมงอนไม่ทำแล้วอาหารกลางวันน่ะ แถมได้กินอาหารเช้าและอาหารกลางวันพร้อมกันไปเลยอีก และที่งอนคือโดนเฮียกดไปอีกแล้ว



“ฮาๆ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะเมีย”



“งอน!!”



“เฮียป้อนป่ะ” ไม่พูดเปล่าเอาส้อมหมุนเส้นสปาเก็ตตี่ส่งมาให้ผม



“ชิมซิ สูตรนี้แม่พี่ชอบทำให้พี่ทานน่ะ พี่ว่าพี่คงพอจะได้ฝีมือแม่พี่มาบ้างแหละไม่มากก็น้อย “เฮียตั้นพูด ผมก็อ้าปากงับ อืมมันก็อร่อยดีน่ะ ผมก็เลื่อนจานมานั่งทานกันต่อ



“เมย์ โทรหามีนหรือยังครับ เรื่อง ไปติดต่อรับปริญญาน่ะ”



“เฮียว่าเมย์ควรจะไปใช่ไหมครับ” เมย์ถามผม



“เฮียว่าเมย์ควรจะไปน่ะ และวันถ่ายรูป เฮียจะไปด้วย เพื่อนๆ เฮีย และครอบครัวเมย์ ทุกคนรักเมย์นะครับ”



“แต่เพื่อนๆ เฮียเขาไม่รู้เรื่องของเมย์”



“เขารู้ พี่เป็นคนเล่าให้เพื่อนฟัง พี่ขอโทษนะเมย์ แต่ว่าพวกนั้นเห็นใจเมย์น่ะ เหมือนกับเฮียน่ะ อันที่จริงเมย์ควรจะให้เขาตรวจสอบที่มาที่ไปอีกครั้ง ว่าคนที่ทำนี้ทำเพื่อจุดประสงค์อะไร และคนที่ให้คำตอบได้กระจ่างคือพี่ปฐวีย์”



“ไม่เอาอ่ะเฮีย ผมว่าไม่จำเป็นสำหรับผมแล้ว ผมไม่ต้องไปหางานอื่นทำแล้ว ทำอยู่กับเฮียนี้แหละ ได้ไหมอ่ะ”



“ให้ทำกับเฮียตลอดชีวิตเลย ห้ามลาออก” พี่ตั้นพูด



“ถึงเฮียจะไล่ ผมก็ไม่ออก “ผมลอยหน้าลอยตา กับคนที่นั่งลงข้างๆ ผม และทานสปาเกตตีฝีมือพี่เขาเอง



“เมย์ ที่เฮียขอเมย์แต่งงานน่ะ เมย์คิดว่าเมย์อยากจะไปจัดงานที่ไหนดี แต่ใจพี่ก็อยากไปจัดที่อเมริกา เมืองที่แม่กับพี่อยู่ และหลุมฝังศพแม่พี่อยู่ที่นั่น เมย์ว่าไงครับ” พี่ตั้นถามผม ผมเงยหน้ามองพี่ตั้น คนที่รอฟังคำตอบอยู่



“เมย์ให้พี่ตั้นเลือก เพราะว่ามันไม่สำคัญว่าเมย์อยากเลือกไปที่ไหน แต่มันสำคัญว่าเมย์ไปกับใครมากกว่า ดังนันทุกที่ที่มีพี่ไป นั้นคือที่เมย์อยากไป “ผมพูดคำนี้ พี่ตั้นถึงกับหมุนเก้าอี้ผมหันไปหาเขาและประกบปากจูบผมทั้งที่ปากผมยังเลอะซอสพาสต้าอยู่เลย

******

มาฝากไว้ให้หวานๆ ชื่นใจหลังจากกินมาม่ามา มากอดคนอ่าน

คนแต่งจะมาต่ออีกทีนะคะ วันจันทร์ อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ ตอนหน้า ต้องหาแฟนให้พี่ภาคินด่วน!!

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0
อะไร เพิ่งเกือบจะไปกับนางปริมอยู่แมบๆ มาขอแต่งงานแหละ เมย์ก็ตกลงง่ายเกิ๊น มันเร็วไปไหมอ่ะที่จะคุยเรื่องนี้ ไปฝึกให้เป็นผู้เป็นคนก่อนทั้งสองคนเลย หมายถึงดูใจกันมากกว่านี้ก่อน เพราะยังดูอ่อนไหวอยู่เลย อะไรอุปสรรคมากระทบนิด นี่กระเจิงอ่ะ ใจไม่มั่นคง เห๊อะๆ  :เฮ้อ: :เฮ้อ: บทจะหวานก็เขินดีอะนะ ปรับความเข้าใจกันก็ดี  :กอด1: :-[  รอตอนต่อไปจ้า :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
             ภาคิน ผมนั่งจิบเหล้าอยู่กับเพื่อนๆ ที่พากันเต้นรำทำเพลง ตอนนี้เหล้าใกล้หมดแล้ว เพราะไอ้ตั้น มันดันกระดกเพรียวไปเกือบหมดขวด มันดันมีเรื่องผิดใจกับเมย์ อันที่จริงผมควรดีใจซะด้วยซ้ำแต่ผมทำไม่ได้ ก็ผมเห็นไอ้ตั้นมันมีความสุขกับเมย์ขนาดนั้น และเมย์น่ะทำให้มันไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ถึงมันจะไม่ติดก็เถอะ ก็อีเจ้น่ะพ่อเขาหนุนแก๊งค้ายาเสพติดอยู่ และวันนี้มันก็เกือบจะกลับไปหาอีเจ้อีก ดีที่เมย์โทรมาหาผม พวกผมเลยช่วย แสดงว่าพวกนั้นมันคงคิดเหมือนผม ถ้าตั้นมันเจอคนที่ดีแล้วก็ควรช่วยมันไหมว่ะ


“ช่วยเขาแล้ว ก็มานั่งเศร้าเอง “ไอ้ธีมมันเดินมา พร้อมกับสาวสวย ผมเห็นส่งยิ้มให้มันอยู่พักใหญ่ ผมมองน้องคนงามข้างๆ มัน


"น้องแก้มบุ๋มค่ะ” ผมพยักหน้า


“กูโอเคมึงไปเต้นกับเพื่อนมึงเถอะว่ะ และกูว่าจะกลับก่อน กูไม่อยากเมาแล้วขับว่ะ” ผมพูดตอนนี้แค่มึน ยังพอขับรถกลับได้ ไอ้ธีมมันพยักหน้า ผมเหลือบมองมือถือมีข้อความจากพี่ปฐวีย์หลายวันก่อน


“ภาคิน พี่จะเปิดโรงแรมใหม่พี่ช่วยตั้นกับเมย์มา ถ้าภาคินจะมาพี่ก็จะดีใจมากนะครับ พี่อยากเห็นภาคินในงานวันเปิดโรงแรมที่พี่ตั้งใจสร้าง

พี่ไออุ่น


“ลงชื่อไออุ่นทำไมว่ะ ชื่อนี้คุ้นๆ ว่ะ แต่ช่างแม่ง” ผมพูดกับมือถือก่อนจะวางลงมันลง ผมเลื่อนอ่านข้อความที่พี่เขาส่งมาคุย มาถาม ผมแทบจะไม่ได้ตอบแต่ก็อ่าน


//ผมอยู่ในรถพี่ภาคิน ผมกำลังจะไปหาพี่ตั้น พี่เขาทิ้งผมไว้กับพี่ปฐวีย์ ฮือๆ ทำไมเขาไม่เชื่อใจผมว่าผมไม่ได้เลือกบุญคุณมากกว่าหัวใจของผม ฮือๆ // คำพูดของเมย์มันวนเวียนอยู่ในหัวของผม ที่ผมไม่ไปเพราะว่าการที่พี่ปฐวีย์ให้ไอ้ตั้นมั้นพาเมย์ไปงานนั้นก็แปลว่าเขาต้องการให้มันพาเมย์ไปคืนเขา (เป็นใครก็คิดว่ะ ไอ้ตั้นมันก็คิดเหมือนที่ผมคิดแหละ


“ปึก” ผมลุกขึ้นพร้อมกับหหยิบมือถือผมติดตัวไปด้วยทันที


******


              ปฐวีย์ ผมนั่งอยู่ในห้องรับรองคนเดียวตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน งานเลิกแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันเก็บทำความสะอาด พ่อกับแม่ผมก็กลับไปบ้านแล้วตั้งแต่ผมขึ้นไปกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติ มีดารามากมายมางานของผมแต่ไม่มีใครสักคนที่ผมสะดุดตา นี่ผมยังนั่งรอเพื่ออะไร คนที่ผมอยากให้มาก็ไปเที่ยวกับเพื่อนๆของเขาแล้วแล้ว ผมได้ยินมาว่า ปริมจะไปทวงตั้นคืนที่ผับพี่ชายของธีม ผมเองได้ประกาศถอนหมั้นต่อหน้าพ่อแม่ผมและพ่อแม่ของปริม อย่างเป็นทางการไปแล้ว ส่วนเหตุผลนะผมบอกว่าทนายผมจะส่งรายละเอียดไปให้และมันก็น่าจะเพียงพอที่จะไม่เสียอะไรแม้แต่สตางค์เดียวแต่เรื่องบ้านผมไม่ได้แน่นอนเพราะว่าที่ตกลงกันคือแต่งงานเรียบร้อยแล้ว


“คุณวีย์ค่ะ ดึกแล้วนะคะยังไม่กลับอีกเหรอคะ” เลขาของผมเดินเข้ามาถามผม


“คุณกลับก่อนเลยครับ วรัญญา ผมจะนั่งสักพักค่อยกลับ”


“รอคนที่คุณวีย์อยากให้มาเหรอคะ “เลขาคนสวยของผมที่รู้ใจไปหมด ผมพยักหน้าเบาๆ


“แต่เขาคงไม่มา คุณเพิ่งจะบอกว่าเขาอยู่กับเพื่อนของเขาที่ผับ” ผมพูดก่อนจะใช่นิ้วเรียวๆ เคาะโต๊ะเป็นจังหวะ เหลือบมองเวลานี่มันเที่ยงคืนแล้วน่ะ ถ้ากินจนเมาแบบวันนั้น แต่ก็มีเพื่อนไปหลายคน แต่คิดอีกทีถ้าเขาไปมีเรื่องกับปริมล่ะ ยิ่งใจร้อนอยู่ด้วย


“บอกคนขับรถให้ผมหน่อยว่าผมจะกลับแล้วครับ คุณวรัญญา” ผมบอกเลขาของผม


“ค่ะ” วรัญญารับคำสั่งของผม ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ผมก็ลุกขั้นทำท่าจะเดินออกเช่นกัน ผมควรจะแวะไปดูเขาเหรอ


“ปึก” เสียงประตูเปิดเข้ามาโดยเลขาคนสวยของผม “คุณปฐวีย์ค่ะ มีคนมาแสดงความยินดีนะคะ ช้าไปหรือเปล่าคะตอนนี้” เลขาคนสวยผมพูดพร้อมกับรอยยิ้ม ผมก็ครุ่นคิดว่าใครเหรอ อย่าบอกน่ะว่ามาหาผมตอนนี้น่ะ มันทำให้รอยยิ้มที่ผมรอคอยปรากฏขึ้นในทันทีบนใบหน้าหล่อๆ ของผม


“ก็ได้อยู่น่ะ เพราะว่าเขาคือคนที่ผมรออยู่” ผมพูด ก่อนที่เลขาของผมจะถอยหลังออก คนที่ก้าวเท้าเข้าในห้องรับรองของผมนั้นคือ ภาคิน เลขาคนสวยของผมปิดประตูลงอย่างเบาที่สุด ผมก็ต้องทิ้งตัวนั่งลงทันที ไขว้ห่างมองคนที่ผมรอคอยเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม


“พี่นึกว่าจะไม่หาพี่ซะแล้ว “ผมพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาประสานกัน สายตาเพ็งมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม เขาสวมเสื้อสูททับเสื้อยืดพอดีตัวกางเกงยีนทรงทันสมัย รองเท้าผ้าใบน้ำเงินยี่ห้อDCรูปทรงทันสมัยดูน่าจะลายใหม่ล่าสุด สีเข้มขับกับกางเกงยีนทรงสกินนี่


“ตอนแรกผมคิดว่าผมไม่จำเป็นต้องมาเพราะว่าการที่พี่เชิญตั้นและให้มันพาเมียมันมานั้น ก็แปลว่าพี่อยากให้มันเอาเมย์มาคืน” คนตรงหน้าพูดโดยไม่มองหน้าผม


“พี่ยอมรับว่าพี่อยากให้ตั้นพาเมย์มาเจอหน้าพี่แต่พี่แค่ต้องการ” ผมพูดภาคินหันมามองหน้าผม


“คำตอบเรื่องบ้านของเมย์ และพี่ก็ได้คำตอบแล้วว่าเขาไม่ต้องการมัน เพราะว่าเขารักตั้นเขาอยากอยู่กับตั้น พี่ควรให้เขามีสิทธิ์เลือกคนที่เขาอยากจะฝากหัวใจไม่ใช่เหรอ “


“แต่พี่มีบุญคุณ”


“มันคนละส่วนกัน หัวใจกับบุญคุณ มันทดแทนกันไม่ได้หรอกนะครับภาคิน หัวใจถ้าเขาไม่มอบให้เราก็บังคับขอเขาไม่ได้ ส่วนบุญคุณ ไม่จำเป็นต้องตอบแทนด้วยการฝืนใจมารัก มันไม่ใช่การช่วยแต่มันก็การเพิ่มความทุกข์ ให้คนนั้นเปล่าๆ “ผมพูด


“พ่อพระดีน่ะ “ภาคินยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงมองผม


“ว่าแต่ภาคินมาแสดงความยินดีกับพี่ไม่เห็นมีของขวัญมาให้พี่เลยละครับ นี่พี่รอของจากเราอยู่น่ะ “ผมถามคนตรงหน้าผม


“ผมก็ไม่คิดจะมาเลยไม่ได้ทันได้เตรียม พี่อยากได้อะไรละครับ ผมจะได้จัดหามาให้พี่ถูก สาวๆ ผมก็มีเอเจ้นดีน่ะ เด็กเอ็นสวยๆ เยอะ ถ้าพี่อยากได้ผมจัดให้ จ่ายให้ด้วย “ภาคินหยิบมือถือขึ้นมาทำท่าโทรออกให้ผม


“พี่ไม่ชอบอ้อมค้อมน่ะครับ เพราะว่าพี่อายุจะใกล้หลักสี่แล้ว สามสิบห้ากว่าๆ “ผมพูดภาคินมองหน้าผม

“พี่อยากได้… “

“ภาคินเป็นของขวัญของพี่” ผมยิ้มที่มุมปาก

“ไม่ใช่ในฐานะที่พี่เปิดโรงแรมใหม่น่ะครับ ในฐานะที่พี่ถอนหมั้นปริมได้แล้ว นั้นแปลว่าพี่โสดสนิท” ผมพูด คนทื่ยืนมองผม มุมปากที่กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบนั้นมันเดาค่อนข้างยากอยู่น่ะ

“พี่ยอมรับน่ะที่พี่อยากให้เมย์มาหาพี่เพราะว่าถ้าพี่ยังคาเรื่องเมย์ภาคินก็คงยังไม่สบายใจ ถ้าพี่จะเดินหน้าจีบ เพราะว่าพี่สนใจในตัวภาคิน รู้สึกว่าใช่คนที่พี่ ตามหา” ผมพูดภาคินหันไปมองทางอื่นก่อนจะเก็บมือถือลงใส่กระเป๋าสูท

“ผมอายุไม่เยอะน่ะ แต่ผมเป็นคนที่ไม่ชอบรออะไรนานๆ งั้นผมคงจะไม่”

“เล่นตัว!”

“หมับ”

“อื้ม” มันรวดเร็วมากจนผมตั้งตัวแทบจะไม่ทัน คนที่ยืนอยู่ก็เดินมานั่งคร่อมผมทันทีและประกบปากจูบผม มือผมก็จับสะโพกภาคินเอาไว้ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่ว่ารสจูบมันร้อนแรงนั้นมันทำให้ผมไม่อยากจะถอนริมฝีปากแต่ก็ต้องพักก่อน ไม่อย่างนั้นผมเองอาจจะขาดอากาศหายใจตาย


“พี่แน่ใจแล้วเหรอครับ ที่บอกว่าต้องการผมเป็นของขวัญ ผมไม่ธรรมดานะครับ” ภาคินพูด ผมพยักหน้าว่าใช่ผมแน่ใจตัวเองแล้ว และตอนนี้สติสัมปชัญญะผมก็อยู่ครบ

“พี่รู้ว่าภาคินไม่ธรรมดามาพักหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่เลขาพี่เขาไป เที่ยวผับกับธีมแล้วแหละ” ผมพูด

“พี่ร้ายว่ะ เล่นลงทุนส่งเลขาพี่ไปให้ไอ้ธีมมันซั่มนี้น่ะ”

“เลขาพี่มีดีกว่านั้นอีก เพราะว่าเขารู้ใจพี่ว่าพี่ชอบแบบไหน “

“หึ”

“สาบานได้เขาแค่เลขา คุณวรัญญาเธอเป็นสาวสวยที่เก่งและฉลาด ส่วนพี่เองไม่ชอบเป็นสมภารกินไก่วัดซะด้วย “ผมพูดกับภาคิน ผมค่อยๆ ใช้นิ้วมือเรียวๆ ของผมแตะที่ริมฝีปากนั้นเบาๆ มันไม่หนาหรือบางกำลังดี

“มาหาพี่ดึกแบบนี้ ค้างกับพี่น่ะ ได้ไหมครับ” ผมพูดบอกภาคิน

“ผมว่าพี่น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ว่าผมจะให้พี่ไหม “ภาคินพูด

“ถ้าพี่จะบอกว่า โรงแรมนี้พี่มีห้องสำหรับคู่รักน่ะ พี่น่ะตั้งใจเอาไว้โรงแรมนี้น่าจะไปได้สวยสำหรับใช้จัดงานแต่งงานด้วย “ผมพูด ภาคินเลิกคิ้วสูง

“คือว่าพี่กำลังจะชวนผมไปดูหรือว่าชวนผมไปลองใช้ดูละครับ”


“ดูอย่างเดียวจะรู้ได้ยังไงล่ะว่ามันดีหรือไม่ดี ลองใช้ดีกว่า” ผมพูดก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือของผมมากดหาเลขาคนสวยของผม


//ค่ะ คุณปฐวีย์//


//คุณวรัญญาครับ ผมว่าจะลองใช้ห้องสวีทรูมดูนะครับ ที่มีอ่างสปาน้ำวน พร้อมวิวที่สามารถมองเห็นบรรยากาศรอบกรุงเทพได้ ผมจะพาคนพิเศษของขึ้นไปพักครับ// ผมเลขาคนสวยของผม


// ได้ค่ะคุณปฐวีย์ วรัญญาจัดให้ค่ะ พร้อมไวน์ด้วยนะคะ”


//ดีเลยครับ ผมดื่มได้เพราะว่าผมคงเมาไม่ขับอยู่แล้ว และฝากโทรบอกคุณพ่อคุณแม่ผมด้วยนะครับว่าผมจะค้างที่โรงแรมผมเลย ฝากบอกท่านด้วยนะครับว่า นักการตลาดเขาแนะนำมาว่าให้ผมลองก่อนถึงจะบอกกับลูกค้าได้ว่าดีหรือไม่ดี ขอบคุณนะครับคุณวรัญญา//
         
             ผมพูดก่อนจะวางสายไป มองคนที่นั่งคร่อมผมพูด ผมจับมือภาคินมาบีบคลึงเบาๆ ภาคินเป็นคนที่นิ้วมือเรียวยาว แม้จะไม่ได้สวยงามเหมือนสติแต่ถ้าเทียบกับผู้ชายถือว่าอ่อนช้อยเกินกว่ามือชายแท้ๆ


“ขึ้นห้องพักพี่กันน่ะครับคนดี “ผมพูดบอกภาคิน ภาคินก็ถอยหลังลุกขึ้นยืน ผมหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองที่วางลงเมื่อสักครู่ ก่อนจะเดินโอบเอวภาคินไปพร้อมกัน


*****

             ภาคิน หลังจากที่ผมนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องพี่ปฐวีย์ ผมเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสาที่จะดูไม่ออกว่าพี่ปฐวีย์ เขาคิดยังไงกับผม แต่ตอนแรกคือผมไม่แน่ใจว่าเขาต้องการใครกันแน่ เมย์หรือว่าผม แต่ตอนนี้มัน ชัดเจนมากขึ้นแล้วว่าเขาต้องการผม ผมเดินขึ้นมายังห้องพักคู่รักแบบวีไอพี ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไป บรรยากาศภายในห้องมีกลิ่นอโรมา ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้อย่างหรู ห้องนี้เหมาะมากสำหรับคู่รัก แน่ละถ้าพี่เขาบอกว่าน่าจะไปได้ดีสำหรับคู่แต่งงาน ผมว่าห้องสวีทนี้เหมาะมาก ผมยืนหมุดดูไปรอบๆ ก่อนจะหันมาเจอพี่ปฐวีย์ที่ยืนมองผม พี่ปฐวีย์ถอดเสื้อสูทออกก่อนจะพาดไว้ที่เก้าอี้ เนกไทถูกปลดและรูดออกผมก็ถอดเสื้อสูทของผมออกเช่นกัน เหลือไว้แค่เสื้อยืด ผมเป็นคนไม่ชอบน้ำเยอะ คือไม่ชอบลีลาเยอะนั้นเอง


             ผมกับพี่ปฐวีย์โผเข้าหากัน ปากก็จูบเหมือนคนหืดกระหาย มือผมก็ปลดหัวเข็มขัดกางเกงขอสแลคปลดกระดุมพร้อมกับรูดซิปลงชายเสื้อถูกดึงออกมา เสื้อยืดของผมถูกถอดออกไปทางศีรษะอย่างว่าง่าย กางเกงยีนก็ถูกปลดกระดุมแบบกระตุกเดียวหลุดหมดทั้งแพง

“แสดงว่าชำนาญเรื่องการถอด” ผมแซวพี่ปฐวีย์

“ก็ยอมรับว่าพี่ก็พอตัวแต่ต้องเต็มใจกับพี่ “

“พี่ว่าผมเต็มใจหรือขัดขืนล่ะ” ผมถามพี่ปฐวีย์

“อืมม” พี่ปฐวีย์ไม่พูดพล้ามทำเพลง เขาก็ดันผมเดินถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนถึงที่นอน แผ่นหลังผมสัมผัสความนุ่มของที่นอนโรงแรมหรู มันนิ่มจนเหมือนร่างผมลอยอยู่บนก้อนเมฆ พี่ปฐวีย์เริ่มซุกไซ้ไปตามลำคอของผมและไล่ลงมาที่แผ่นอก ลิ้นนุ่มๆ ค่อยๆ ลากลงมาผ่านกล้ามเนื้อช่วงอกไปสู่ หน้าท้อง ทำให้ผมถึงกับสยิวพร้อมกับแอ่นกายขึ้นมาสู้ลิ้นนั้น

“อ้าห์ พี่วีย์ ซี้ด” ผมเสียวซ่านจนต้องครางออกมาไม่ดังมาก มือก็จิกที่ผมพี่ปฐวีย์

“อ้าห์ อื้อม” ผมถึงกับไม่สุข ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องบนตียงของผู้ชายคนนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่เหมือนโปรไฟล์ ที่เคยมาให้ผมดู ตอนน้นผมเดาว่าคงแทบจะไม่มีประสบการณ์รักเลยก็ว่าได้แต่นี่กลับ

“อ้าห์” ผมต้องแอ่นขึ้นอีกครั้งเมื่อ ริมฝีปากพี่ปฐวีย์ กำลังเม้บขบกัดที่เนินเนื้ออ่อนที่อยู่เหนือขอบกางเกงในของผม มือที่เสยผมของพี่ปฐวีย์ ทั้มกุมและคลาย อยู่แบบนั้น ผมกำลังเม้มริมฝีปากรอลุ้นว่าเมื่อไหร่พี่ปฐวีย์จะเลื่อนลงไปตรงความเป็นชายของผมสักที

“ภาคิน “น้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นของพี่ปฐวีย์ เอ่ยเรียกชื่อผม พร้อมกับดันตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับผม คนที่นอนดิ้นส่ายไปมา

“ว่าไงครับพี่วีย์ “ผมถามพี่วีย์ด้วยเสียงที่บ่งบอกว่าผมอ่อนลงมากจนเกือบจะเรียกว่าออดอ้อน

“ก่อนที่พี่จะทำตรงนั้นให้ พี่ต้องถามเราก่อนน่ะว่า” พี่ปฐวีย์พูด

“คบกับพี่ได้ไหมครับ ในฐานะแฟนของพี่ “พี่ปฐวีย์ขอผมเป็นแฟน ผมก็ยิ้ม

“มาขนาดนี้แล้ว ก็คงไม่รอดแล้วผมน่ะ “ผมพูด

“หมับ” พี่ปฐวีย์หอมหน้าผากของผม “ตอนนี้พี่ขอเป็นแฟนแต่หลังจากนี้ พี่จะขอเป็นเมียพี่น่ะ “ผมก็ต้อง “หึ” จะอ้าปากถามแต่พี่เขาก็ดันตัวเองลงไปและเอาปากครอบส่วนสงวนของผมวะก่อน ภาคิน อ่อนระทวยอีกครั้ง กับการปรนเปรอของพี่ปฐวีย์

“จะให้ผมเป็นอะไรก็ยอม …ซี้ดด ….ผมไม่ไหว ซี้ดด อ้าห์ แล้วพี่วีย์ อ้าห์ “ผมดิ้นส่ายไปมา เด้งขึ้นเด้งลง เรียกว่าเพิ่งจะเข้าใจอาการอยู่ไม่สุข และมันก็ทำให้ผมนึกคิดถึงการมีเซ็กซ์ครั้งแรกของผมกับภาคิน มันสุขแม่งอยู่คนเดียวเลย ขย่มผมเสร็จก็หลับเลย แต่ว่าอันนี้แม่งโคตรจะสุขสมเลย ไม่นาน ร่างกายผมก็กะตุ๊กและน้ำสีขาวขุ่นก็พุ้งกระฉูดออกมา จนผมรับรู้ได้ ความเปียกชื้นเริ่มเข้ามา พี่ปฐวีย์ใช้ลิ้นโลมเลียจนหมดเกลี้ยง

             ผมนอนมองพี่ปฐวีย์ พี่เขาขึ้นมานอนข้างๆ ผม พี่ปฐวีย์ถอดปราการสุดท้ายออกไปแล้ว ผมก็พลิกมาจับแท่งร้อนพี่ปฐวีย์ พร้อมกับใช้ปากทำให้ ผมยอมรับว่าผมไม่เคยใช้ปากทำให้ใครเลย นี้คือคนแรก ถามว่าไม่มีใครเลยเป็นไปไม่ได้ เด็กทีผมหามาปรนเปรอจะต้องผ่านการตรวจสอบและเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ ผมหมดไปเยอะเหมือนกันกับเรื่องพวกนี้ แต่ผมเริ่มเบื่อไง เวลาอยากได้เงินก็โทรมาขอมามอบความสุขกับผม อ้อดอ่อนกับผม ผมเลิกพฤติกรรมแบบนี้ไปได้เกือบครึ้งปีแล้ว

“อ้าห์ ภาคิน พี่…พี่…” พี่ปฐวีย์ทำท่าจะพูดพร้อมกับหลับตาพริ้ม

“อยากจะส่งเสียงให้รู้ว่าพี่รู้สึกยังไงก็ทำเถอะพี่ ผมว่าบางที่มันอาจจะทำให้บทรักเตียงของพี่มีสีสันนะครับ” ผมพูดกับพี่ภาคิน ส่วนผมก็ก้มลงบรรจงใช้ลิ้นของผมต่อ

“อ้าห์ ที่รัก ซี้ด พี่เสียว และพี่ก็ชอบ อื้มมมม ทำเก่งแบบนี้ ซี้ด พี่ขอไม่ไปไหนแล้ว ซี้ด พี่ว่า”

“หึ” ผมส่งเสียงรอดแท่งร้อนของพี่ออกไป

“แต่งงานกับพี่เถอะ” ผมถึงกับค้าง

“อีอ่าอะไออ่ะ” ผมก็ยังเต็มปาก

“แต่งงานกับพี่เถอะ!!” พี่ปฐวีย์ถามผมดังๆ และชัดถ้อยชัดคำมาก

“แต่งไหมครับ”

“พี่วีย์ทำไมพี่ขอผมแต่งงานได้ เสียเซลฟ์มาก ขอตอนที่ผมกำลังโมคพี่อยู่นี้น่ะ” ผมถอนปากออกมาและมองหน้าพี่ปฐวีย์

“ก็มัน เออ ได้ฟิวพอดี ทำให้พี่ก่อน นะคนดี” ผมควรจะกลับไปทำให้ต่อดีไหมอ่ะ

“ไม่เอาน่ะ ที่รัก “พี่ปฐวีย์พูดปนหัวเราะก่อนจะบอกให้ผมกลับไปทำให้เขาต่อ ผมก็ทั้งดูดและเลียจนพี่ปฐวีย์เริ่มจะทนไม่ได้ไหว อาจจะด้วยวัย พี่เขาก็ดันผมให้ลงไปนอนราบ และพี่ปฐวีย์ขึ้นมาคร่อมร่างผมไว้ เขายกขาผมขึ้นมาตั้งฉาก ก่อนจะหันไปหยิบเอาเจลหล่อลื่นมาทาลงที่นิ้วมือและสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักของผม

“อ้าห์” ผมก็ต้องกระดกก้นขึ้นตามมันคับแน่นจน

“ฮ้าห์!  พี่วีย์ “ผมเรียกชื่อพี่ปฐวีย์ลากยาวเลย มันเสียวแค่สองนิ้วเองน่ะ

“พี่ขอน่ะครับที่รัก “

“ขอทำลายประตูผมเหรอครับ” ผมกระดกหัวมองพี่ปฐวีย์

“ขอให้ภาคินเป็นเมียพี่ครับ” พี่ปฐวีย์พูด ผมก็ต้องวางศีรษะลงราบกับที่นอน เออ ภาคิน ในวันเดียวเป็นหลายสถานะเลย ขอคบ ขอเป็นแฟน และยังมาขอแต่งงาน ยังไม่ทันรับปาก ขอเป็นเมียทันที

“อ้าห์” ผมก็ครางเสียงกระเซ่าอีกครั้งเมื่อช่องทางรักของผมกำลังจะมีบางสิ่งรุกล้ำเข้าไป เข้าไปช้า ๆ ช้าๆ ช้าๆ และ

“อื้มมม” ผมร้องครางอีกครั้งเมื่อแท่งร้อนของพี่ปฐวีย์เข้าไปพักอยู่ภายในกายผม พี่ปฐวีย์หยุดอยู่นิ่งมากจนผมเริ่มขยับเข้าหานั้นแปลว่าผมพร้อมมากแล้ว และพี่ปฐวีย์ก็เริ่มโยก เด้งสวนเข้าออกในกายผม เอวดีใช่เล่นน่ะพี่ปฐวีย์ ผมก็หลับตาพริ้ม พี่ปฐวีย์ก็เด้งเข้าออกจนเริ่มเร็วขึ้นและหนักหน่วงขึ้น ไม่นานผมกับพี่ปฐวีย์ก็เสร็จสบอารมณ์มหายและพากันไปล้างตัวก่อนจะกลับมานอนคุยกันบนเตียง พี่ปฐวีย์เขาเปิดผ้าม่าน ผมมองออกไปเห็นวิวกรุงเทพ แน่นอนไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาก็ต้องสวมเสื้อคลุมแทน พี่ปฐวีย์รินไวน์ใส่แก้วมาให้ผมแก้วหนึ่งและของพี่เขาหนึ่งแก้ว

“ฉลอง” พี่ปฐวีย์พูด ผมก็รับมาจิ๊บ ผมเคยดื่มบ้าง พ่อกับแม่ผมดื่มไวน์กันแต่ผมน่ะคอเหล้าเหมือนพวกเพื่อนผม

“รสชาติดีน่ะ พ่อผมชอบดื่มไวน์จากอิตาลี ส่วนผมน่ะไม่ใช่คอไวน์ ส่วนใหญ่จะคอ จอนนี่วอร์คเกอร์มากกว่า “ผมพูด

“ยี่ห้อนี้ก็ขวดเดียวกับที่ภาคินเกือบจะสาดใส่ปริมเขาน่ะ” พี่ปฐวีย์พูด

“โชคดีน่ะที่ไอ้ธีมมันห้ามผม เสียดายไวน์” ผมพูด

“หึ หึ” พี่ปฐวีย์หัวเราะผม

“หมับ” พี่ปฐวีย์โอบเอวผมขณะที่ผมกำลังดื่มไวน์อยู่ ผมหันมามองพี่เขา พี่ปฐวีย์ ก็ประกบปากผม มือพี่เขากึคว้าแก้วไวน์ไปจากมือผม ผมรับรู้ได้ถึงความหวานของเหลวที่เรียกว่าไวน์ ที่ถูกส่งเข้าไปในปากของผม และวิ่งพล่านไปทั่วในปากผมเพราะลิ้นที่ตวัดไปรอบๆ นั้นของพี่ปฐวีย์ จนพึงพอใจ มันทำให้ผมรู้สึกผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่ผู้ชายที่ดูจืดชืด เลยสักนิด

“สงสัยว่าผมควรจะเลิกดื่มเหล้าแหละหันมาดื่มไวน์แทน” ผมพูด

“ให้พี่เป็นให้เป็นคนป้อนให้ด้วยแต่พี่ชอบป้อนด้วยปาก” พี่ปฐวีย์พูด ผมเอนหัวไปพิงไหล่พี่ปฐวีย์ มองวิวกรุงเทพ

“โรงแรมของพี่วิวสวยดีจัง ผมแล้วที่พวกเพื่อนๆ ผม มันเรียกโรงแรมของพี่ว่า โรงแรมวิวร้อยล้าน” ผมพูด

“ที่ดินตรงนี้แพงมากน่ะภาคิน พี่พูดเลย และทำเลก็ดีมาก จนพ่อของปริมเขาถึงได้เสนอลูกสาวของเขามาเป็นคู่หมั้นพี่”

“แล้วพี่ไปหมั้นกับอีเจ้ เอ๊ย พี่ปริมทำไมอ่ะพี่ พี่ชอบพี่ปริมเหรอ” ผมถามพี่ปฐวีย์ พี่เขาก้มลงมองหน้าผม

“ถ้าพี่บอกเรา ภาคินจะมองว่าพี่นี้ งี่เง่าไหม ที่พี่ยอมหมั้นกับพี่ปริมเพียงเพราะบ้านของเมย์เขา “พี่ปฐวีย์พูด

“เมย์มีบ้านเหรอครับ”

“ใช่บ้านหลังนั้นพ่อแม่ของเขาสร้างเอาไว้ มันค่อนข้างถนัดสมัยในตอนนั้น แต่ว่าตอนนี้ มันเป็นทำเลทอง อยู่ในเมืองทองและเป็นแหล่งธุรกิจด้วย ตอนนี้มันมีมูลค่า สามสิบล้านบาท “พี่ปฐวีย์พูด ผมเองก็เฉยๆ น่ะ ถ้าผมอยากได้ พ่อผมควักตักจ่ายได้สบาย

“แต่ว่า เขาไม่ยอมขาย บ้านหลังนี้มีที่มาที่ไปแบบไม่โปร่งใส พี่เองก็หาหลักฐานมาไม่ได้ และพอพี่ไปคุยกับเขา เขากับยื่นขอเสนอ ให้พี่รับหมั้นลูกสาวเขาและถ้าพี่แต่งงานบ้านก็จะตกเป็นของพี่ ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไรที่มากกว่าบ้าน พี่น่ะรัดกุมไว้หมอแล้ว ถ้าพี่รออีกสักหน่อยกึคงจะได้บ้าน เพราะว่า ปริมเธอทำตัวได้ไม่น่าเชื่อว่าเธอคือลูกสาวของนักการเมืองชื่อดัง” พี่ปฐวีย์พูด ผมพยักหน้า

“แต่เมย์เขาบอกว่าไม่ต้องการแล้ว และเขาก็คงกลัวเรื่องปริมจะเอาบ้านมาต่อรองกับตั้น “พี่ปฐวีย์พูด

“ผมโคตรขยะแขยงผู้หญิงคนนี้เลยพี่วีย์”

“คิน ปริมเขาอาจจะน่าส่งสารก็ได้น่ะ ทุกอย่างที่เธอต้องทำเพื่อพ่อเธอจะได้มีเงินมีทองทั้งนั้น เขาแค่เป็นคนโลภมากจนไม่แคร์ ลูกไม่แคร์เมีย “พี่ปฐวีย์พูด

“ถ้าแคร์เขามากทำไม ถอนหมั้นเขาซะละ “ผมพูดและทำท่าจะลุกขึ้น แต่ว่า “หมับ” มีคนดึงรั้งผมไว้ซะก่อน

“หึงเหรอ ถ้าใช่พี่ดีใจน่ะ” พี่ปฐวีย์พูด

“ดีใจที่ผมหึงน่ะ “ผมถามพี่ปฐวีย์

“ถ้าหึงก็แปลว่ามีใจให้พี่แล้วไง รักถึงได้รู้สึกหึง “พี่ปฐวีย์พูด ผมก็ต้องหันหน้าหนี่พี่เขาทันที ไม่เคยอายก็ต้องอายละวันนั้

“รู้ไหมว่าทำไมพี่ให้ตั้นพาเมย์มาหาพี่ เพราะว่าพี่รอให้เมย์มาหาเองไม่ได้หรอก พี่อยากให้มันเคลียร์ไปเลย และนั้นพี่จะได้ค้นหาหัวใจคนที่ผมต้องการได้ และพี่ก็ได้แล้ว หัวใจภาคินนี้ไง คนที่พี่คิดว่าพี่ตามหามานาน แต่ไม่เจอสักที ฟ๊อด!!!” ผมก็ต้องกลับมากอดผู้ชายคนนี้อีกครั้ง

******

มาลงครึ้งแรกให้ก่อนนะคะ ครึ้งหลังจะมาพรุ่งนี้ คู่ต่อสู้ที่สูสีเขาจะปะทะกันอีกแล้ว ฝากอยู่เป็นกำลังใจให้คนแต่งก่อนนะคะ
ขอบคุณทุกคอมเม้นให้กำลังใจนะคะ  พี่ตั้นกับน้องเมย์ยังมีบททดสอบต่อไปอีกนะคะ อย่าเพิ่งหนีกันไปไหนนะคะคนอ่านที่น่ารัก  :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1538
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +116/-0
ร้อนแรงเร่าร้อนเว่อร์คู่นี้ป็นงานกันดี  :oo1: :jul1: 5555 ฟินไปอีกคู่  :-[ 

ออฟไลน์ sompong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
       ปฐวีย์ ตื่นเช้ามาก็เจอคนที่ผมรู้สึกว่าผมค้นหาเขามานาน ใครก็คงคิดว่าผมต้องชอบผู้หญิงที่สวย เรียบร้อย วาจาน่ารักอ่อนหวานแต่จริงๆแล้ว ผมชอบผู้ชายมานานแล้ว ตอนแรกผมก็ชอบเมย์น่ะ แต่พอไปนานๆ เข้า ผมคิดว่าผมอาจจะแค่สงสารเขาที่ชีวิตของเขาเจอแต่เรื่องร้ายๆ มา จนถึงขนาดยอมไปแต่งงานกับผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ คิดแล้วก็ต้องส่ายหัว

   ตอนนี้ผมมานั่งรอดูเอกสารที่เลขาฯคนสวยของผมฝากพนักงานเอาไว้ให้ผม เป็นเอกสารทั้งหมดปึกใหญ่พอสมควร และมันก็เพียงพอที่ผมจะให้ทนายจัดการเรื่องถอนหมั้นปริม โดยที่พ่อเธอไม่กล้าที่จะเรียกร้องอะไรจากผมได้เลย เพราะว่ามันผิดข้อตกลงของการหมั้นหมายทุกข้อแต่ยกเว้นเรื่องบ้านเท่านั้น

“พี่ปฐวีย์ ผมกลับเลยน่ะ เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับไปบ้าน ป่านนี้แม่ผมคงโทรไปถามเพื่อนๆ ผมกันหมดแล้ว” ภาคินบอกผมน้ำเสียงที่ดูไม่แข็งกร่าวเหมือนทุกครั้ง เหมือนเด็กออดอ่อนผู้ใหญ่ จนผมต้องเงยหน้ามองภาคิน ผมมานั่งดูเอกสารทั้งหดมในห้องเล็กๆสำหรับประชุมเล็กๆหรือการสนทนาที่เป็นส่วนตัว ผมก็ว่าจะกลับเข้าบ้านเหมือนกัน แต่จะว่าไปตอนนี้มันใกล้จะเวลาอาหารเที่ยงแล้วด้วยผมพลิกข้อมือดูนาฬิกาข้อมือราคาแพง  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหนุ่มหล่อตรงหน้าอีกครั้ง 

“น่าจะอยู่ทานอาหารกลางวันกับพี่ก่อนน่ะ “ ผมพูดพร้อมกับดันตัวเองไปพิงพนักเก้าอี้

“ไม่เอาอ่ะ เอาไว้ตอนเย็นค่อยไปหาพี่แล้วกัน “ภาคินพูด ก่อนจะหันหลังเดินออก

“ก็ได้ครับ “ผมบอกภาคินว่าว่าจะชวนไปทานอาหารที่บ้านพ่อกับแม่ผมอยู่บ้าน ผมจะพาไปเปิดตัวกับพ่อแม่ผมแล้วเช่นกัน ผมบอกพ่อแม่ของผมไปแล้วว่า ท่านได้ลูกสะใภ้คนใหม่แล้วในช่วงข้ามคืนและพ่อผมบอกว่ารู้จักครอบครัวภาคินดีซะด้วย

“ผมไปก่อนนะพี่วีย์ เจอกันตอนเย็นน่ะ” ภาคินเหลียวหลังหันมาบอกผมและโบกมือ

“ที่รัก” ผมเรียกภาคินเอาไว้สะก่อนพร้อมกับจะหมุนเก้าอี้มามองตามหนุ่มน้อยของผมที่ใจคอจะทิ้งให้ผมทานอาหารกลางวันคนเดียวได้ลงคอ ภาคินชะงักเท้าก่อนจะก้าวออกไปและาหันกลับมามองผม ผมชี้แก้มตัวเอง

“เป็นที่รักของพี่แล้ว เปลี่ยนจากไหว้มาเป็นหอมแก้มพี่แทนนะครับก่อนจะไป” ผมพูด ภาคินหันมาเหลือกตาขึ้นบนก่อนจะจะเดินกลับมาและโน้มตัวลง

“ฟ๊อด!!”

“พอใจไหมครับ ที่รัก” แต่ว่าอันนี้ยิ่งพอใจกว่า ภาคินเดินหันหลังออกไปทันที

      ผมก็นั่งดูเอกสารที่เลขาฯผมทำมาให้พร้อมที่จะมอบให้ทนายที่ดูแลครอบครัวผมมาช้านาน เพื่อนำไปใช้ในการถอนหมั้นปริม และผมก็จะไม่ต้องชดใช้อะไรทั้งสิ้นรวมถึงเขาและผม แต่ยกเว้นเรื่องบ้านเงินก็ไม่สามารถที่จะได้มาให้เมย์เช่นกัน ถ้าเขาเลือกที่จะเอาเงินตั้งแต่แรกผมคงควักจ่ายไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมกับเมย์เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว(ไม่เคยจะดีกว่า) และเขาก็เลือกที่จะไปรักกับคนที่เขารัก ดังนั้นผมคงไม่สามารถที่จะเจียดเงินถึงสามสิบล้านไปซื้อบ้านหลังนั้นได้ ผมเหลือบมองกุญแจรถของภาคิน ที่วางอยู่ตอนที่เขาก้มลงหอมแก้มผมและเจ้าของก็เดินออกไป แอบอมยิ้มตั้งใจลืมหรือเปล่าน่ะผมคิดว่ามารอบนี้คงจะให้อยู่ทานอาหารเที่ยงด้วยเลย



“ปึก” เสียงประตูถูกผลักเข้ามา ผมก็ก้มหน้าก้มตา เลยถามไปว่า “ลืมอะไรเหรอครับที่รัก” ผมถามก่อนจะเงยหน้าขั้นมอง ปรากฏว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ภาคินแต่เป็น ปริม ผมก็วางปากกาลง และมองผู้หญิงคนที่เดินเข้าหยุดมองผม

“อุ้ย! ลืมอะไรเหรอครับที่รัก แสดงว่าพี่เองนั่นแหละที่ผิดกฎเรื่องหมั้นกับปริม มีแฟนใหม่ทันทีหรือมีมานานแล้วกันแน่” ปริมพูดพร้อมกับยืนกอดอกมองมาที่ผม

“ผมว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วน่ะคุณปริม เชิญออกไปครับ ผมจะทำงาน” ผมพูด

“แต่ปริมคิดว่าเราควรจะมี” ปริมพูด

“มีอะไรอีกเหรอครับคุณปริม” ผมถามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองหน้าคนที่ยืนอยู่ เธอเป็นผู้หญิงสวยเหมือนจะดูแพงแต่หาคุณค่าและราคาไม่ได้ และทั้งหมดนี้มันก็มาจากความโลภของพ่อเธอ

“มีค่ะ ทำไมพี่ปล่อยให้ไอ้เด็กบ้านั้นมันไปหาคนของปริม”

“ถ้าเขาเป็นคนของปริมจริง เขาก็คงจะปฏิเสธเมย์แต่นี้เขาไม่ใช่ไงปริม ผมว่ายังไม่สายน่ะปริมที่ปริมจะทำตัวเองให้มีค่ามากกว่านี้” ผมพูด เธอมองหน้าผมแววตาเธอเจ็บแค้นมาก

“แต่ถ้าพี่ไม่ปล่อยมันไปปริมก็น่าจะได้คืนแล้ว”

“ผมไม่อยากเสียเวลามาอธิบายเรื่องพวกนี้น่ะ เพราะว่าปริมก็คงไม่เปิดใจรับฟัง เธอยังตาบอดอยู่ ปริม” ผมพูดก่อนจะหันไปเก็บรวบรวมเอกสารทุกอย่าง

“จนมองไม่เห็นอะไรคือเรื่องจริง” ผมพูดเธอยืนกำหมัดแน่น

“พ่อให้ปริมมา คุยกับพี่ใหม่ พ่อเขาอยากให้พี่ ยังคงหมั้นกับปริม “

“ปริมพี่ส่งทนายไปคุยกับพ่อของปริมเร็วๆ นี้ และพี่ขอยุติเอง พี่”

“ทำไมล่ะค่ะ พี่เสียใจเรื่องเด็กนั้นเหรอคะ”

“ไม่ใช่ครับปริม ผมไม่ได้งมงายเหมือนคุณปริมนี้ครับและ ผมมีแฟนแล้ว มีคนที่ผมรักแล้วครับคุณปริม “

“ส่วนเมย์เขาเลือกตั้นและพี่เดาจากที่เธอมายืนสั่นเป็นเจ้าเข้า อยู่ตรงนี้ ตั้นก็คงเลือกเมย์ ถูกต้องไหม “ผมพูดพร้อมกับปรายตามองเธอแบบเอื่อมระอาเต็มที และสิ่งที่ผมพูดมันก็คงจี้ใจดำเธออยู่มิใช่น้อย (ผมอาจจะเป็นผู้ชายปากร้าย ผมยอมรับแต่ไม่ทุกคน)

“เร็วเนอะ ใครละคะ”  เธอลอยหน้าลอยตาถามผม

“เขาคือคนที่ปริมไม่อยากรู้จักแน่นอน เพราะว่าเขาเคย ทำให้ปริมต้องกลับไปทำจมูกมาใหม่จำได้ไหมคะ”


“ดังนั้นปริมออกไปก่อนเถอะค่ะ ผมก็ขึ้นไปจัดการเอกสารส่วนตัวและกลับบ้าน แฟนพี่เขาจะมาทานข้าวกับพ่อแม่พี่ค่ะ” ผมพูด

“ได้ปริมจะทำให้พี่ต้องชดใช้เงินให้พ่อปริม “เธอไม่พูดเปล่าเธอกำลังเดินก้าวเท้าเข้ามาหาผม อย่าบอกน่ะว่าเธอจะทำเรื่องน่าเกลียดกับผมน่ะ

*****
             ภาคิน ผมเดินไปถึงรถแล้วกำลังจะเปิดประตูรถแต่ดันลืมกุญแจไว้ที่โต๊ะพี่ปฐวีย์ มัวแต่เขินอยู่ไง ผมก็รีบเดินกลับมาหาพี่ปฐวีย์ใหม่อีกครั้งจนได้ และมีหวังเขาคงคิดว่าผมตั้งใจและคงจะหาเรื่องให้ผมอยู่ต่อจนเที่ยง ไม่เอาอ่ะ ผมแอบคิดในใจ ระหว่างที่ผมกำลังเดินกลับไป ผมก็ไม่ลืมหยิบมือถือขั้นมาเพื่อกดโทรหาไอ้ธีม

// ว่าไงว่ะ มึง นี้มึงอยู่ไหนเนี๊ยะ”

// ทำไมว่ะ//

//แชร์โลเคชั่นมาเลย เพราะว่าแม่มึงน่ะโทรมาปลุกกูเนี๊ยะว่ามึงอยู่ไหน//


//ไม่แชร์// ผมพูดแชร์ไปมันก็รู้น่ะซิว่าผมมาเปิดโรงแรมใหม่ของพี่ปฐวีย์นอน

//แม้ แม้ ปากก็ว่าเขา ติเขาแต่สุดท้ายก็ไปนอนกับเขาไอ้เวร อยากลองโรงแรมหรูวิวร้อยล้านก็บอกมาดิ ชิ้งหนีเพื่อน //

// มึงรู้ได้ยังไง//

//เลขาพี่เขาอยู่กับกูว่ะ //

//ไอ้เชี้ย แล้วน้องแก้มบุ๋มมึงล่ะ//

//ผัวน้องเขามาสัส!! ดีที่กูชิ้งทัน ไม่เทพทำไม่ได้นะมึง // ชมตัวเองได้หน้าด้านสุดๆ ไอ้ธีมเพื่อนผม

//แค่นี้น่ะ ไอ้กะล่อนเอ๊ย// ผมรีบกดวางสายก่อนจะเดินมาที่ประตูผมคิดว่าพี่ปฐวีย์คงยังไม่กลับขึ้นไปแน่ๆ เพราะว่าผมเพิ่งจะออกไปไม่ถึงยี่สิบนาทีเอง ผมเห็นแม่บ้านกำลังเข็นรถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาดกำลังจะผ่านไป ผมจับที่จับประตูพร้อมกับบิดเพื่อดึงออกมาแต่สิ่งที่ผมเห็นคือเจ้ปริมกับพี่ปฐวีย์ ผมรีบปิดประตูลง (ไม่ต้องคิดว่าผมจะวิ่งออกไปนั่งร้องไห้ในรถเพราะว่ากุญแจก็ลืมไปที่พี่ปฐวีย์ จะให้หนีไปเรียกแทกซี่ไม่ใช่ผมแน่นอน)

“ขอโทษนะครับ อันนี้ใช้ฉีดทำอะไรน่ะครับ”

“สวัสดีค่ะคุณ เออ เป็นแขกที่นี้เหรอคะ”

“ใช่ครับ รบกวนบอกผมหน่อยว่าเอาไว้ฉีดอะไรครับนี้ “ผมหยิบสเปรย์ฉีดอะไรสักอย่างมันเขียนเอาไว้ว่า “Kill 99% Germ”

“อันนี้เหรอคะ คุณจะเอาไปทำอะไรเหรอคะ”

“จะขอไปฉีดสิ่งสกปรกที่ห้องรับรองคุณปฐวีย์สักหน่อยน่ะครับ”

“กลิ่นมันแรงมากค่ะ ปกติใช้ฉีดสุขภัณฑ์ในห้องน้ำค่ะ “

“อ้อ งั้นผมยื่มก่อน”

“เดี๋ยวค่ะคุณ!!! ” ผมพูดและหยิบมาติดมือมาทันที เดี๋ยวเจอกันพี่ปริม ผมเปิดประตูเข้าไปอีกครั้ง ผมก็นางปริมมัน เดินเข้าหาพี่ปฐวีย์ พี่เขามองผม ผมก็จุ๊ปาก ก่อนจะเดินย่องเข้าไปแบบเงียบๆ

“ปริมเองก็ไม่อยากทำหรอกค่ะ แค่คำสั่งพ่อของปริม อย่างน้อยพี่ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายให้ปริม ให้มันมากพอ”

“เดี๋ยวกูจ่ายให้พี่ปริม” ผมพูดและกระฉากนางออก กระเด็นไปข้างหลัง

“ตุบ! “ร่างบางๆ นั้นกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นทันที นางหันมามองผมด้วยสีหน้าที่ตกใจ

“อะไรของมึงอีกเนี๊ยะ ไอ้ภาคิน มึงมายุ่งอะไรกับกูอีก นี้กูมาหาคู่หมั้นกู” พี่ปริมพูด ผมหันมาเลิกคิ้วมองพี่ปฐวีย์ พี่เขาสั่นหัวว่าไม่ใช่

“เขาถอนหมั้นมึงแล้วพี่ปริม ความจำเสื่อมเหรอ เมย์มันตบเข้าให้ทีเดียว ความจำกระเด็นไปเลยเหรอ” ผมพูด พี่ปฐวีย์หันมามองผมอย่างไม่อยากจะเชื่อที่ผมพูด ว่าเมย์จะกล้าตบนางชะนีนี้

“ปริมครับ พี่กำลังจะบอกอยู่ว่าแฟนใหม่พี่น่ะ คือ ภาคินครับ” พี่ปฐวีย์พูด นางถึงกับถลึงตาใส่ผมทันที

“ไอ้นี้นี่น่ะ แฟนพี่!!! “พี่ปริมพูดและหันมาแสดงอาการตกใจ

“ใช่กูนี่แหละพี่ปริม คราวนี้แหละ กูคงได้สู้รบตบมือกับเจ้สนุกล่ะ เพราะว่าผมน่ะไม่ใช่เมย์” ผมพูดก่อนจะเดินก้าวเท้าไปหาเธอ แต่เธอกับถอยหลังหนี

“กูอยากจะกลับมาหาตายเลยแหละ จืดชืดจะตายมึงอยากได้ก็เอาไปเถอะ “พี่ปริมพูด พี่ปฐวีย์หันมามองผม

“ดีเลย ฉันจะไปเอาของฉันคืน ตั้นและก็ไม่ต้องไปเสนอหน้าทำเป็นหมาหวงก้างกับฉันล่ะ ส่วนเมย์มันน่ะไม่กล้ากับฉันหรอก คงได้แต่นั่งร้องไห้ขี้มูกโป้ง แต่คนอย่างฉันน่ะมันเป็นพวก…”

“ด้านได้อายอด” ผมพูดต่อท้ายให้ทันที

“ก็ใช่ไงกู …อ้ายยย ไอ้ ไอ้ ไอ้ตุ๊ด มึงด่ากูเหรอ” พี่ปริมถึงกับเดือดเป็นกิ่งกือโดนน้ำร้อนทันที ส่วนพี่ปฐวีย์ก็เอาแต่หัวเราะในลำคอ

“ไอ้ตุ๊ด!! ” ผมต้องพ่นลมหายใจออกมาเพื่อพยายามระงับความโกรธ ไม่อย่างนั้นฝ่ามือผมคงได้เอาขวดน้ำยาฉีดนี้ฟาดชะนีเข้าบ้างล่ะ

“พี่ปฐวียีครับ ผมว่าจะเข้ามาถามพี่ว่าน้ำยาฉีดยี่ห้อนี้ มันใช้ดีเหรอครับ”

“พี่ไม่แน่ใจน่ะ เพราะว่าพนักงานทำความสะอาดน่ะ พี่จ้างบริษัทนอกเข้ามาน่ะครับ เมียครับ” พี่ปฐวีย์พูด พี่ปริมได้ยินถึงกับเบ้ปาก

“ผมเห็นมันเขียนเอาไว้ว่าใช้กำจัด พวกแบคทีเรีย พวกเชื้อโรค แล้วมันสามารถกำจัดเชื่อบ้าได้ไหมครับ” ผมพูด ก่อนจะหันมามองหน้าพี่ปริม

“แกมองหน้าฉันแบบนี้ คืออะไร “

“ก็เจ้น่ะ มีเชื้อบ้าไง” ผมพูด “ฟิต ฟิต ฟิต “ผมฉีดสเปรย์ใส่เธอทันที และผมก็ต้องก้าวถอยหลัง เออ เหม็นจริงๆ ด้วย ส่วนคนที่ถูกฉีดใส่นี้ก็หันส่ายหันขวา

“กรี้ดดดด” เสียงกรี้ดราวกับโดยอะไรสักอย่างที่ทำให้นางถึงกับดิ้นพล่านไปเลย

“ไอ้ …”

“ด้ากูอีกที ขวดนี้ฟาดหน้ามึงแน่ และกูจะได้ไม่ต้องฉีดให้เมื่อยมือกูด้วย” ผมพูด

“พี่ปฐวีย์ พี่ ปล่อยให้ไอ้…. นี้มันทำกับปริมแบบนี้ไม่ได้นะคะ ไม่อย่างนั้นพ่อปริมไม่ยอมแน่ พี่ควรจะ”

“แล้วจะให้พี่ทำยังไงล่ะครับ ปริมด่า เมียพี่เอง และพี่ก็เป็นคนเกรงใจเมีย ให้เมียตัดสินเอาเลย พี่มีเวลามากพอจะนั่งดู” พี่ปฐวีย์พูดพร้อมกับเอามือเท้าค้าง มองผมกับพี่ปริมสลับกันไปมา ส่วนพี่ปริมเองก็ถอยหลังก่อนจะหันมามองผมกับขวดน้ำยาทำความสะอาด

“ดูท่าเชื้อบ้าจะเยอะไปน่ะ เจ้น่ะ ขวดนี้ก็เอาไม่อยู่ ไปหายาฉีดเถอะ ยาสำหรับพิษสุนัขบ้าน่ะ” ผมพูด

“กรี้ดดด ไอ้… ภาคิน คอยดูน่ะกูได้ตั้นคืนมาเมื่อไหร่มึงคนแรกเลยที่กูจะให้ตั้นตัดออกไปจากชีวิต อ้ายยย!!!! ”

“ยังอีก เดี๋ยวฉีดให้หมดขวดเลย” ผมพูดและทำท่าจะฉีดเพิ่ม

“แหละนี่แกเอาอะไรมาฉีดฉันเนี๊ยะ เหม็นฉิบหาย”

“เมื่อกี้ถามคนทำความสะอาดเขาบอกเอาไว้ฉีด สุขภัณฑ์ที่เรียกว่าสวม และมันเข้ากับพี่ปริม”

“กูไม่ใช่สวม!! ”

“เคยได้ยินคำพังเพยไหมครับพี่วีย์ ที่บอกว่า มีลูกสาวก็เหมือนมี ….”

“อ้อ สวมอยู่หน้าบ้านนะเหรอ “พี่ปฐวีย์ตอบ ผมหันมามองพี่ปริม เธอถึงกับกำหมัดแน่น (แน่นอนคำนี้เธอโดนพ่อเธอพูดใส่หน้ามาไม่รู้กี่ครั้ง “มีลูกสาวก็เหมือนมีสวมอยู่หน้าบ้าน”

“อันที่จริงยุกต์นี้ไม่มีใครเป็นแบบคำพังเพยนี้กันแล้วน่ะ ทำไมเจ้ยังใช้อยู่อีกล่ะ กลับไปทำตัวดีดีดีกว่าไหม คนเขาไม่รัก มึงจะดันทุรังทำไมว่ะ กูอยากรู้ และจะว่ามึงไม่มีปัญญาหาเหรอ ไม่ซิ มีเยอะแยะไป “

“เรื่องของกู “เจ้ปริมพูดก่อนจะเดินออกไป

“ปริม พี่หวังว่าปริมจะไม่มาทำเรื่องวุ่นวายในโรงแรมของพี่อีก เพราะว่าเรื่องของปริมกับพี่มันจบแล้ว หลักฐานที่ปริมทำตัวเองมันเพียงพอแล้วที่พี่จะถอนหมั้น “พี่ปฐวีย์พูดก่อนจะลุกขึ้นมายืนข้างๆ ผม

“และพี่ก็มีแฟนแล้ว ถ้าปริมยังมาหาเรื่องใส่ตัวพี่ก็คงห้ามอะไรภาคินไม่ได้ พี่เกรงใจเมีย “

“กลัวเมียดีกว่ามั้ง”

“คงจะใช่น่ะ” พี่ปฐวีย์พูด

“อยากจะมาหาตายเลย ถ้าพ่อไม่บังคับให้ปริมมา แต่ต่อไปปริมก็คงไม่ขอมาล่ะ เชิญกับตามสบายเลยน่ะ “พี่ปริมพูดไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ผมหันมามองพี่ปฐวีย์ที่ลุกขึ้นมายืนมองผม และแบมือขอกุญแจรถของผมด้วย

“อยู่ในกระเป๋ากางเกง” พี่เขาหันมาให้ผมล้วงลงไปเอง ผมก็ต้องเอามือนะล้วงลงไป

“หมับ” ผมจับเข้ากับบางสิ่งที่ยาวๆ “อันนี้กุญแจรถส่วนตัวพี่น่ะครับ เอาไว้ขับกันสองคน เอาออกไปขับท้องถนนไม่ได้เดี๋ยวโดนข้อหาอนาจารภาคิน” พี่ปฐวีย์พูด เล่นมุขตลกอีกน่ะ

“หมับ” มือพี่ปฐวีย์จับมือผมเอาไว้ ไม่ให้ควานหากุญแจต่อ “กลับมาแล้วรอทานอาหารกลางวันกับพี่เลย พี่นัดทนายคุยเรื่องพี่ปริมเอาไว้แล้วค่อยกลับบ้านพร้อมกัน” พี่ปฐวีย์พูด ก่อนจะโอบเอวผม นี้คือมัดมือฉกให้ผมอยู่ต่อเลยใช่ไหม ร้ายจริง ๆ แต่ก็ต้องยอมแหละ ผมบอกกับพี่ปฐวีย์ว่ายังไม่อยากแต่งน่ะ จะรีบไปไหน ลูกก็มีให้ไม่ได้ ว่าจะอยู่แบบนี้ไปก่อนแต่เป็นแฟนน่ะคงต้องยอมแล้วมั้ง
****

   ปริม เธอเดินหัวเสียออกมาจากห้องที่พี่ปฐวีย์นั่งอยู่แถมเธอยังได้รับเซอไพรส์ว่า ภาคินเป็นแฟนพี่ฐวีย์ แม้จะมีคำถามว่าไปเป็นตอนไหน เธอว่าจะเอามาต่อรองให้พี่ปฐวีย์ดึงนางเมย์กลับมาแต่นี้ เธอคงไม่กล้าไปตอแยแน่ๆ ก๋คนที่ทำให้เธอ เกรงกลัวดันมาอยู่ ณะ จุดที่เธอควรจะได้แต่เธอไม่แคร์ ระหว่างที่เธอกำลังเดินผ่านกลุ่มของคนงานทำความสะอาดที่กำลังคุยเรื่องงานกัน เธอก็ก้มลงมองชุดแซกสั้นเข้ารูปแต่ว่าตอนนี้กลิ่นน้ำยาที่ภาคินฉีดมันเริ่มคลุ้งไปหมด กลบกลิ่นน้ำหอมยี่ห้อดังขวาหนึ่งราคาเกือบหมื่นบาทก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้


“นี้ เอาน้ำยามาฉีดไว้แถวนี้หรือเปล่า ทำไมกลิ่นมันคลุงแถวนี้ล่ะ บอกว่าอย่ามาฉีดไง กลิ่นแรงมากเลยเนี๊ยะ! แขกมาได้กลิ่นเข้าเขาจะคอมเพลนเอาน่ะ”

“หนูไม่ได้ฉีดอะไรเลยนะคะ แต่ว่ากลิ่นน่ะเหมือนจะเพิ่งมา กลิ่นมีมาจาก “คนที่อยู่ใกล้เธอที่สุดหันมามองปริม เธอหันขวับไป อยากจะกรี้ดแต่ก็ ต้องระงับมันเอาไว้ และรีบเดินกึ่งวิ่งท่ามกลางสายตาของพนักงานทำความสะอาดต่างพากันมองตามเธอไป เธอวิ่งมาจนถึงด้านนอก เธอเห็นรถคันสีดำ รถประจำที่เธอนั่งมีคนสนิมของพ่อเธอ เป็นคนขับรถ เธอเดินมาถึงก็

“เปิดประตูรถ” เธอออกคำสั่งทันที ประถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วและเธอก็ก้าวเท้าขึ้นไปนั่งพร้อมกับดมกลิ่นตามตัวเธอ เหม็นมาก

“เร่งแอร์ให้ด้วยฉันร้อน!! ” ปริมออกคำสั่งคนทำหน้าที่คนขับรถ ก็ทำตามคำสังเธอ เปิดแอร์ในระดับสูงสุด และสิ่งที่ทำให้คนขับรถหันมามองหน้ากันนั้นคือกลิ่น

“อ้าว!! มองหน้ากันอยู่ได้ออกรถซิ! “ปริมแผดเสียงออกคำสั่งอีกครั้ง

“คุณปริมเปลี่ยนน้ำหอมเหรอครับ” คนขับรถถามเธอด้วยสีหน้าที่กลัวจะถูกลูกสาวของนายด่ากลับ

“เปลี่ยนบ้าอะไรล่ะ “

“คือกลิ่นมัน”

“ก็ไอ้บ้า โว้ย!! มันดันเอาอะไรก็ไม่รู้มาฉีดใส่ฉันเนี๊ยะ ออกรถไม่ต้องถามมาก”

“ผมก็ว่าแล้วมันไม่น่าจะใช้กลิ่นน้ำหอมมันเหมือนกลิ่น น้ำยา เออ น้ำยา”

“น้ำยาอะไร!!” ปริมตะคอกเสี่ยงดังถามกลับ

“น้ำยาที่เมียผมเอาไว้ฉีดห้องสวมน่ะครับ” เท่านั้นแหละ

“กรี้ดดด ห้ามพูดถึงสวม ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันอยู่ในสวม!! ”

“ออกรถซิ ฉันก็เหม็นเหมือนกันน่ะ” ปริมพูดพร้อมกับก้มลงดมกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ เธอก็ต้องทำหน้าตาเหยเกขึ้นมาทันที

“กรี้ดดดด!!!! ” เสียงกรี้ดลั่นรถอีกครั้ง

“ตอนเด็กๆ คุณปริมแกเผลอกลืนนกหวีดลงไปหรือไงว่ะมึง ร้องกรี้ดมาทีนี้แก้วหูจะแตก” คนที่นั่งข้างๆ คนขับรถ

“แล้วนี่เราจะต้องทนดมกลิ่นไปถึงบ้านไหมว่ะ” คนขับรถกับคนนั่งข้างๆ หันมามองหน้ากัน ปริมต้องเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูก เพื่อลดกลิ่นที่คละคลุ้งไปรอบๆ ตัวเธอ รถเธอแล่นมาได้สักพักขณะที่กำลังจอดติดไฟแดง

“คุณปริมครับกลิ่นมันแรงมากเลยนะครับ ผมว่าเราเปิดกระจกก่อนไหมครับให้กลิ่นมันได้ถ่ายเทออกไปบ้างนะครับ” คนขับรถยื่นขอ้เสนอให้ปริม เธอมองไปรอบๆ มีรถมอเตอร์ไซ้ที่จอดรอติดไฟแดง ล้อมรอบไปหมด ถ้าเปิดกระจกไป นี้พวกมันคงได้หัวเราะเธอกันแน่ๆ กลิ่นมันเหมือนนั่งอยู่ในห้องน้ำตลอดเวลาแบบนี้

“เปิดไปพวกนี้มันก็รู้ซิ อย่าเปิดเด็กขาดเลยน่ะ ถ้าไม่ ฉันจะไล่ออก”

“แล้วจะให้ผมสองคนดมไปจนถึงบ้านคุณปริมเหรอครับ”

“เออ!! ” แค่นั้นสองหนุ่มก็ต้องอดทนอดกลั้นไปจนถึงบ้านของปริม และทันทีที่รถคันสีดำเข้าไปจอด ประตูถูกเปิดออกราวกับใช้เท้าถีบแต่ละคนลงมาพร้อมกับอาเจียนและกลิ่นที่คลุ้งไปทั่วในรถก็เริ่มออกมาสู่ภายนอกรถ

“อ้วก!! ” ปริม

“เกิดอะไรขึ้น นี้แก เป็นอะไรน่ะ อย่าบอกฉันนะว่าแก ท้องน่ะปริม “ผู้เป็นพ่อของเธอเดินออกมาพอดี พอเห็นอาการลูกสาวแบบนั้น

“หนูนี้น่ะ จะท้อง พ่อไม่ต้องกลัวหรอก เพราะจากที่พ่อเลี้ยงดูปริมมา สภาพมันเป็นยังไงนั่นแหละที่ทำให้ปริมเองไม่อยาก มีลูก!! ”

“แล้วนี่ แกไปขอโทษคุณปฐวีย์หรือยัง “

“พ่อยังจะให้ไปขอโทษอีกเหรอ ไอ้นั่นน่ะมันมีเมียไปแล้ว”

“ฮ่ะ อะไรน่ะ มึงมันโง่จริงๆ กูน่าจะเอาขี้เทายัดปากตั้งแต่เกิด“

“ที่จริงพ่อก็ควรจะทำแบบนั้นน่ะ เพราะว่าปริมจะ ได้ไม่ต้องมาเจอเรื่องเฮงซวยแบบนี้ไง และปริมจะไม่ไปหาคุณปฐวีย์อีกเป็นอันเด็ดขาด “ปริมพูด เธอทำท่าจะหันหลังเพื่อเดินขึ้นบ้าน ท่ามกลางสายตาผู้เป็นแม่ที่ทำได้แค่มองเธอ

“ทำไม คราวนี้ไม่ไปสู้รบตบมือเข้าละ ที่กับไอ้เด็กเวรนั้นและไอ้เจ้าของบริษัทเฮ็งซวยนั้นล่ะกล้าหนัก” พ่อเธอพูดทำให้ปริมต้องชะงักเท้า

“กูบอกว่าให้มึงเอาเขามาทำผัวและส่วนเรื่องจะไปเล็กๆน้อยกับคู่มึง กูก็จะไม่ว่า แค่นี้มึงทำให้กูไม่ได้หรือปริม” พ่อของเธอพูด

“จ้างให้ปริมก็ไม่ไป เพราะว่าไอ้คนที่พี่ปฐวีย์เอาไปทำเมียน่ะ มันเคยฟาดดั้งปริมหักมาแล้วไง เลือดกบปากมาแล้วด้วย พ่อจำไม่ได้หรือไง “ปริมพูด

“นี้ไอ้ปฐวีย์มันเอาผู้ชายทำเมียเหรอ!! ”

“ใช่ ถ้าพ่ออยากได้หนักอยากได้หนาน่ะ คราวนี้ถ้าพ่อยังอยากได้คุณปฐวีย์อะไรนี้อยู่ละก่อ ไปเอาเองเลยเพราะว่าพ่อน่ะผู้ชายเหมือนกัน! ไปเอาเองเลย!!!”

“และปริมยกมือยอมแพ้! กับไอ้คุณปฐวีย์อะไรนี้แล้วด้วย ปริมจะไปเอาคนที่ปริมรักคืน “

“อีปริมมมม” เสียงเรียกชื่อเธอตามหลังมาแต่เธอหาได้แค่ไหม รีบเดินขึ้นห้องพร้อมกับตรงไปเข้าห้องน้ำ เธอคงจะต้องใช้เวลาชำระล้างกลิ่นน้ำยาบ้าๆ นี้อยู่หลายรอบทีเดียว

******

       ภาคิน สุดท้ายผมก็อยู่กับพี่ปฐวีย์อีกเต็มวันจนกระทั่งพี่เขาพามาทานอาหารเย็นที่บ้าน แปลกเนอะแม่ผมหรือพ่อผมก็ไม่โทรมาหาผมเลยทั้งวัน ไม่โทรมาบ่นเลยสักคำ แต่ก็ช่าง คืนนี้คงไม่ขอนอนค้างแน่นอน เพราะว่าการเป็นแฟนกันมันต้องมีช่องว่างให้กันบ้าง

“เชิญครับที่รัก” พี่ฐวีย์เป็นคนขับรถผมกลับมาบ้านของพี่เขา มันก็รู้สึกแปลกน่ะ มีคนรักขับรถให้ด้วย แถมยังนั่งกุมมือผมตลอดทางเล่นแบบนี้ ภาคินที่เขินแทบจะไม่เป็นเขินเป็นเลยคราวนี้ แต่ระหว่างที่ยืนอยู่ ผมเหลือบไปมองรถที่มาจอดอยู่หลายคันที่บ้านพี่ปฐวีย์ มันคุ้นตาผมมาก เหมือนจะเป็นรถพ่อแม่ผม รถพี่ชายผมอีก ผมหันกลับมามองหน้าพี่ปฐวีย์

“พ่อแม่พี่เขาเชิญพ่อแม่เรามาทานอาหารด้วยกันนะครับ”

“เฮ้ย! ทำไมอ่ะ”

“พี่เป็นคนเข้าตามตรอกออกตามประตูครับภาคิน พี่พาเรามานอนกับพี่แบบนั้นแล้ว และพี่เป็นคนจริงจังครับ และลูกผู้ชายพอที่จะกล้ารับผิดชอบดูแลคนที่ยอมให้พี่ขนาดนั้น ในฐานะคู่รักคู่ชีวิตของพี่”

“มันเร็วไปพี่ปฐวีย์” ผมพูดและทำท่าจะเดินออกไปเข้ารถขับกลับบ้านผมดีกว่า

“ภาคิน!!” นั้นไงแม่ผมเดินมาเรียกชื่อผม แล้วผมจะกล้าก้าวเท้าไปต่อได้อย่างไร นั้นไงคุณหญิงแม่ของผมเดินปรี่มาอย่างเร็ว หูชาแน่ๆ ผม

“สวัสดีครับ คุณแม่”

“สวัสดีค่ะ ไออุ่น แม้โตเป็นหนุ่มแล้วจำไม่ได้เลยลูก และนี่พ่อตัวดี ไปเมาหัวราน้ำมาอีกแล้วใช่ไหม” ผมถึงกับหันมามองหน้าแม่ผม ตอนที่เรียกพี่ปฐวีย์ว่าไออุ่น ผมชี้พี่กลับ

“พี่ไออุ่นไง เมื่อก่อนบ้านเรานะ มาสังสรรค์บ้านพ่อแม่พี่เขาบ่อยๆ พ่อเขากับพ่อพี่ไออุ่นน่ะ อยู่ชมรมตีกอล์ฟด้วยกัน มาตั้งแต่หนุ่มๆแล้ว ไป ไป เข้าบ้าน พี่ๆ เราก็มานั้น “ผมหันมามองพี่เขาแบบไม่น่าเชื่อ

“พี่ก็ไม่เคยรู้น่ะ จนพ่อแม่พี่เขาคุ้นๆ นามสกุลน่ะ และพอพ่อแม่ของพี่และพ่อแม่เราได้พูดคุยกัน ถึงได้รู้ว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อน “พี่ปฐวีย์พูด

“พี่ไม่เคยเชื่อเลยนะว่าโลกกลมๆ ใบหนี้จะเหวี่ยงคนที่เคยเจอกัน ให้กลับมาพบกันได้อีกในตอนนี้ หรือเรียกอีกอย่างน่ะว่าโลกกลมพรหมลิขิต”

“ที่เหวี่ยงเอาเด็กน้อยที่เคยวิ่งตามพี่มาหาพี่อีกครั้ง” พี่ปฐวีย์พูด ผมก็ชี้ตัวผมเองนี้น่ะเด็กน้อยที่วิ่งตามพี่เขา น่ะผมสั่นหัวไปมาว่าไม่จริงมั้ง จำผิดคนแล้ว

“แล้วพี่ชื่อไออุ่นเหรอ” ผมถามพี่ปฐวีย์กลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่อยากจะเชื่อ

“ใช่ครับ ชื่อเล่นพี่แต่ พี่จะให้พนักงานในโรงแรมเรียกพี่ว่าคุณไออุ่น มันดูไม่น่าเชื่อถือ เลยให้เรียกว่าคุณวีย์ก็พอ”

“แต่ถ้าภาคินจะเรียกพี่ว่าไออุ่น พี่ยินดีน่ะครับ เพราะว่าภาคินคือคนพิเศษของพี่ “พี่ปฐวีย์พูดก่อนจะเอามือมาโอบเอวผมเข้าบ้าน ผมก็สะบัดออกก่อน พี่เขามองหน้าผมทำไมล่ะ

“พี่…”

“หึ” พี่ปฐวีย์

“พี่ไออุ่น ผมอายพี่ชายผมอ่ะ “ผมพูด “หึ หึ โอเค เอาไว้ก่อน เข้าบ้านครับ ที่รัก” พี่ปฐวีย์พูด ผมเดินเข้ามาด้านใน วันก่อนมาพักนี้จำไม่ค่อยได้แต่ภายในบ้านตกแหล่งได้ดูคลาสสิคมาก พ่อผมกับพ่อพี่ปฐวีย์ ก็คุยกันออกรถออกชาติเหมือนเพื่อนเก่าแก่ที่มาเจอกันอีกครั้ง ส่วนพี่ชายคนโตของผมพี่ภาคิไนย์ และพี่คนที่สองพี่ภาคย์ และคนที่สามพี่ภูมิ ส่วนคนที่สี่คงไม่ได้มา พี่ภีมปภพ ผมก็นั่ง ก่อนจะหันไปมองหน้าพี่ๆ ผมทั้งหมด พี่คนโตหันมาหยักคิ้วให้ผม พี่คนที่สามทำนิ้วเฉือดคอให้ผมดู ประมาณว่าผมงานผมเข้า

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พ่อแม่พี่ปฐวีย์

“คนนี้หรือเปล่าคนเล็กนายน่ะ ที่เมื่อก่อนมาวิ่งเล่นที่บ้าน” พ่อพี่ปฐวีย์ถามพ่อผม ก่อนจะชี้มาที่ผม ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูงผมนี้น่ะ เคยมาวิ่งเล่นที่นี้ด้วย

“ใช่แล้วค่ะ คนนี้แหละ เมื่อก่อนมายังแค่สามสี่ขวบเองค่ะ”

“ตอนนั้นมายังเด็กอยู่เลย วิ่งตามพี่ไออุ่นเขาน่ะ ไม่มีเพื่อนเล่น พี่ๆ เล่นเกมกันหมด วิ่งร้องเรียกพี่ไออุ่น พี่ไออุ่นเมาเล่นกับผมหน่อยอยู่เลย ดูซิ ตัวโตแล้ว และนี่กลับมาเจอกันยังไงล่ะ” แม่พี่ปฐวีย์พูด ผมเองก็ต้องเกาหัว พี่ปฐวีย์หันมามองหน้าผม

“คืนนี้มีงเตรียมนั่งสารภาพบาปกับแม่เลยน่ะ ถึงเที่ยงคืนน่ะมึงน่ะ “ไอ้พี่ภาคย์พูด ผมหันไปจะหยิกให้ พี่ชายที่สอง พี่ชายคนแรกจะแต่งงานแล้วปีนี้แหละส่วนคนที่สองก็กำลังจะขอ และคนที่สามไม่รู้ว่าจะไปต่อไหม เพราะว่ารักๆ เลิกๆ พี่คนที่สามผมเจ้าชู้มาก และคนที่สี่อีกคนยังไม่มีท่าทีว่าจะมีแฟนเลยสักคน ผมก็ต้องนั่งฟังพ่อแม่ผมกับพ่อแม่พี่ปฐวีย์รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ผมเองเคยเจอพี่ปฐวีย์มาก่อน ยี่สิบสี่ปีได้ ใครจะไปจำได้ จะว่าไปชื่อเล่นว่าพี่ไออุ่นมันก็เข้ากับความอบอุ่นของพี่เขาเหมือนกัน เราก็คุยกันไปทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องของผมกับพี่ไออุ่น พ่อแม่ก็อยากให้ทำแบบถูกต้องตามประเพณีแต่ผมบอกว่ารอให้พี่ชายแต่งก่อนแล้วกัน ส่วนผมเองขอดูใจพี่เขาต่ออีกหน่อย และนี้พี่ปฐวีย์ยังขอพ่อแม่ผมว่าอยากให้ผมมาช่วยเรื่องการตลาดที่โรงแรมเต็มตัวอีก พ่อผมก็อนุญาตทันที พี่ไออุ่นเขาบอกว่าถ้ายังไม่อยากทิ้งเพื่อนก็ทำกับเพื่อนด้วยก็ได้ แต่ผมเองกับคิดว่าผมควรจะปล่อยมือไอ้แล้ว ผมยื้อมานานเกินไปแล้ว ผมว่าตั้นมันมีคนที่ใจมันต้องการแล้ว ผมเองก็คงอยู่ในฐานะเพื่อน เพื่อนกันตลอดไปอย่างที่ไอ้ตั้นมันเคยบอกผมไว้

*****
วันนี้มาฝากไว้อีกตอนนะคะ กำลังใจเห็นแล้วต้องยิ้ม วันนี้มาแค่ตอนเดียวก่อนค่ะ อยู่เป็นกำลังใจต่อนะคะจนจบเลย
ตอนหน้าเจ้ปริมแกยังไม่หยุดน่ะ (แอบสงสารเหมือนกันดันมาเจอแก๊งนี้โธ่เจ้ปริมคนสวย ฮาๆ )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-12-2020 06:02:48 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ sompong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
        เมธานินท์   วันนี้พี่ตั้นไม่อยู่บอกว่าจะไปแก้งานที่คลินิกไม่ไกลมากไปกับพี่ๆ ไปกันเกือบทั้งหมด เพราะโปรแกรมที่ให้ลงค่อนข้างซับซ้อน พี่ธีมกับพี่ภาคินไม่ได้ไป จะว่าไปผมก็ไม่ได้เจอพี่ภาคินมาหลายวันแล้ว ผมยังไม่ได้ขอบคุณเรื่องที่ช่วยผมกับพี่ตั้นเลยและถ้าวันนั้นถ้าผมไม่ได้พี่ๆ ผมคงเสียพี่ตั้นไปจริงๆ ผมนี่โชคดีมากแค่ไหน ที่มาเจอคนรอบข้างดีขนาดนี้ แต่ก็ยังโชคร้ายที่ต้องมาเจอคู่ต่อสู้อย่างพี่ปริม ผมกลัวว่าถ้าผมปะทะกับเธอขึ้นมา คนที่เดือดร้อนคือน้องๆ ผม โดยเฉพาะวิว ผมเลยเรื่องที่จะเลี่ยงและยอม เพราะว่าไอ้รงค์ก็คือสมุนของเธอคนหนึ่งเช่นกัน คิดแล้วก็ต้องถอนหายใจทุกที

      วันนี้พี่ตั้นเลยฝากให้สาวๆ มาอยู่เป็นเพื่อนผม และไหน ไหนก็มากันครบ โบว์และเพื่อน เบนซ์ และมัดหมี่ เลยพากันขับรถไปหาซื้อของกินกัน ก็ไม่พ้นร้านที่สาวชอบกัน ร้านส้มตำ น่าเสียดายเฟย์บอกที่มหาวิทยาลัยมีกิจกรรมเลยมาไม่ได้ เพราะว่าเฟย์เป็นพี่ปีสองต้องดูแลเทคแคร์น้องปีหนึ่ง

“พี่เมย์ ส้มตำร้านนี้อร่อยไหมพี่ เอาไว้ไปทานอีกน่ะ “โบว์หันมาบอกผม ขณะที่เพื่อนสาวของโบว์นำรถเข้ามาจอด โบว์ขับรถพี่เปรมดิ์ไป ผมเองก็ยังไม่กล้าขับรถพี่ตั้นหรอก แพงทั้งนั้นใครจะกล้าแต่พี่ตั้นบอกกับผมว่า  ผมต้องหัดขับรถแล้วน่ะ

“โอ๊ยจะไปทานส้มตำหรือทานลูกคนขายว่ะ” เพื่อนโบว์ที่ชื่อก้อยพูด ผมว่าน่าจะใช้แล้วแหละ เห็นส่งมุขจีบกันแต่ผมรู้ว่าเล่นๆ แต่คิดอีกทีเหมือนจะจีบให้เพื่อนก้อยซะมากกว่า ก้อยเป็นผู้หญิงที่รูปร่างค่อนข้างไปทางอ้วน อ้วนกว่ามัดหมี่อีก มัดหมี่ยังแค่อวบๆ แต่ก้อยเขามีความสวยในตัวของเขาเอง

“เห็นเล็งซะน้องมันเขินหรือน้องมันกลัวก็ไม่รู้” มัดหมี่ เดินลงมาจากรถของพี่อาร์ม เบนซ์ขับไปกับมัดหมี่

“พี่มัดหมี่อ่ะ “โบว์หันมาทำหยิ้มตาหยี

“แต่ก็นิดนึงนะ ก็มันทำให้มีชีวิตชีวา แต่ต่อหน้าพี่เปรมดิ์หนูไม่กล้านะ คงด้วยวัยที่ต่างกันและให้เกียรติน่ะ” โบว์พูด ผมก็พยักหน้าเบาๆ ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปในคอนโดผมเดินเข้าทางด้านหลังกันไม่ได้เข้าด้านหน้าเพราะว่าที่สำหรับจอดรถคนที่ทำงานกับพี่ตันอยู่ด้านหลังของคอนโดเขาแยกกัน นะระหว่างที่กำจะเดินเข้า

ตัวเล็ก// เฮียเสร็จหรือยังครับ วันนี้เรามีนัดดูหนังกันน่ะเฮีย//

ไทตั้น//ไม่ลืมเมียจ๋าของเฮีย นี่เฮียกำลังขับรถกลับกัน อีกสิบห้านาทีได้ เฮียเร่งพวกทาสสุดๆ เลยเพื่อเมีย//
เปรมดิ์// เมียจ๋ามาเต็มๆ //

ไทตั้น//เมียจ๋า นี้มันแชทกลุ่ม!! //

ตัวเล็ก//เฮ้ยผมส่งผิดอะเฮีย!! //

พี่ทีน//เร่งกูหน้าดู ที่แท้ทรูคือจะพาเมียไปดูหนัง ไอ้บอส!! //

อาร์ม//เร่งยังกะว่าเมียใกล้จะคลอดแล้ว โธ่! ไอ้เชี้ย!! //

ไทตั้น // มันรู้หมดเลยตัวเล็ก //

พี่กอล์ฟ// ไปดูโรงไหนจะไปดักรอ ไม่ขอนั่งใกล้ก็ได้น่ะ แต่ค่าตั๋วออกให้ด้วย สองใบ จะไปรับเมียแล้วเนี๊ยะ //

ไทตั้น// มารยาทนิดนึงครับไอ้กอล์ฟครับ กูจะไปดูหนังรักครับ ไม่พกเพื่อน และงานบริษัทเข้าห้ามไปไหนครับไอ้กอล์ฟ เมื่อวานมึงพาแฟนไปแรดมาแล้วอยู่ออฟฟิศไปเลย คืนนี้ด้วย //

พี่อาร์ม//นี้กอล์ฟมันจะไปรับเมียมัน ให้มันประจำการในออฟฟิศคืนนี้ คงเป็นได้มากกว่าออฟฟิศละครับคืนนี้//

พี่ไทตั้น //แค่ออฟฟิศ ห้ามทำอย่างอื่นน่ะไอ้กอล์ฟกูมีห้องนอนให้ไปใช้ห้องนอน หัดเกรงใจคอมพิวเตอร์กูมั้ง//


      ผมอ่านข้อความไปด้วยก็แอบหัวเราะคิกคักไปด้วย สาวก็แอบมาดูผมคุยกับเฮียและเพื่อนๆ เฮียกันอีก ผมเดินมาจนถึงหน้าประตูออฟฟิศ จังหวะนั้นเองพวกผมก็เหลือบไปเห็นสมุนของพี่ปริมที่ยืนอยู่ ผมคิดว่าไม่อยากมีเรื่องจะดีกว่า ก็ผมจะรับปริญญาแล้วถ้ามีเรื่องอีกรอบนี้ผมคงไม่ได้รับและต้องไปรับเอง รูปกับเพื่อนก็ไม่ได้ถ่าย โดยเฉพาะกับคนสำคัญของผม ครอบครัวผมและพี่ตั้น ผมหันมามองหน้ากัน และจังหวะนั้นพี่ปริมก็เดินออกมาจากห้องทำงานพอดีเลย

“เฮ้ย!!  พี่ปริมนี้หว่า มาทำไมว่ะ” โบว์พูดพร้อมชี้นิ้วไป นางหันมาเห็นผมก็รีบเดินปรี่ตรงมาหาผมในทันที

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าตั้นเป็นของฉัน”

“เพี๊ยะ!” เข้าที่ใบหน้าผมเต็มๆ จนสะบัดและมือถือของผมก็ร่วงหล่นตกลงพื้น พี่ปริมมองหน้าผม ก่อนจะก้มลงมองมือถือของผม ที่ตอนนี้มันกลับมาสู้หน้าจอที่มีรูปพี่ตั้นจูบกับผมในลิฟต์

“ปึก!!” รองเท้าสนเข็มเจาะลงไปตรงกลางจนหน้าจอแตก

“เฮ้ย เจ้ เจ้ทำแบบนี้มันเกินไปน่ะ” มัดหมี่พูด พี่ปริมหัดขวับไปที่มัดหมี่ แต่ดีที่เบนซ์ดึงแขนมัดหมี่เอาไว้ คือพวกผมก็ไม่อยากมีเรื่องกับพี่ปริม คนขวางโลกที่พวกน้องๆ เขาเรียกกัน

“นี่เจ้ เป็นบ้าอะไรอีกล่ะ มาทำเมย์มันทำไม “เบนซ์ถามพี่ปริม

“เสือกอะไรด้วย ไม่ใช่เรื่องของพวกมึง ทำไมเป็นทาสมันเหรอ “พี่ปริมพูดก่อนจะหันมาชี้หน้าทุกคน

“พี่เมย์เขาเป็นแฟนของพี่ตั้น ดังนั้นนี้มันก็เรื่องของพวกหนูเหมือนกัน เพราะว่าพวกเราเคารพพี่เมย์ เหมือนกับเป็นอาซ้อของพวกเราไม่เหมือนเจ้หรอกที่พวกไม่เคยให้ความเคารพสักนิด” โบว์พูด ทุกคนก็พยักหน้า ทำให้พี่ปริมยิ่งโกรธมากขึ้น

“อย่าเข้ามาทำร้ายพี่เมย์น่ะ ไม่อย่างนั้นน่ะ พวกเราจะฟ้องเฮียตั้น” เพื่อนของโบว์พูด

“คิดว่าฉันกลัวพวกหล่อนหรือไงล่ะ” พี่ปริมพูดก่อนจะหันไปพยักหน้ากับคนของเขา

“หมับ” สมุนของคุณปริมก็เข้ามาขวางไม่ให้ใครเข้ามาอยู่ใกล้ผม แต่ผมน่ะเป็นห่วง กล้วคนของพี่ปริมจะทำร้ายเหมือนกัน

“อย่าทำพวกน้องๆ เขานะครับคุณปริม ผมขอล่ะ เขาไม่เกี่ยว” ผมพูดขอร้อง

“กูไม่ทำมันหรอกแค่จับไว้เฉยๆ “พี่ปริมพูดและหันมาหาผม

“เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!” สามทีซ้อน

“อย่าทำพี่เมย์น่ะ อีเจ้บ้า อีเจ้โรคจิต พี่เมย์เขาไม่ใช่แค่แฟนเฮียแล้วน่ะ เฮียเขาจะแต่งงานกับพี่เมย์แล้วด้วย” โบว์พูดทำให้พี่ปริมหันไปมองหน้าโบว์และหันมามองหน้าผมอีกที

“จะแต่งกันใช่ไหม งั้นได้ อยากรู้หนักว่าหน้ามึงแหกแล้วจะแต่งกับมึงอีกไหม “พี่ปริมถอดรองเท้าสนเข็มออกมาถือและง้างรองเท้าส้นแหล่มขึ้นมาและทำท่าจะฝาดมาที่ผม ผมก็หลับตาปี๋ แต่จู่ๆ มือถือเธอก็ดังขึ้น มีสายเรียกเข้า

“อะไรน่ะ เออ แค่นี้แหละ” พี่ปริมกดวางสายและพยักหน้ากับคนของเขาให้ปล่อยพวกโบว์เป็นอิสระ โบว์ตรงมาหาผม

“ออกไป ไปแอบที่ไหนก็ไป ไม่ต้องโผ่หัวมา เข้าใจไหม” พี่ปริมบอกคนของเขาให้ออกไปหน้าตาเฉย ขนาดนั้นของนางยังทำหน้างง พร้อมกับส่ายหัวไปมาและพากันเดินออกไป

“พี่เมย์เจ็บไหม” โบว์ถามผม วิ่งเข้ามาถามผมทันที ทุกคนด้วยมากันผมไม่ให้พี่ปริมเข้ามาทำร้ายผมได้อีก

“เดี๋ยวก็รู้ว่า ว่าใครจะชนะ” พี่ปริมพูดก่อนจะ “เพี้ยะ! เพี้ยะ!” เสียงตบหน้าแต่ไม่ใช่ผมที่โดนตบ พี่ปริมเขาตบหน้าตัวเอง และพยายามทำร้ายตัวเอง

“เฮ้ย! อีเจ้มันผีเข้าหรือไง น่ะ “เพื่อนของโบว์ผมเองก็ตกใจ ดูเขาทำร้ายตัวเองซะหัวยุ่งไปหมด และลงไปนั่งกองกับพื้น สภาพที่เละเหมือนพวกผมลุมเขาเลย

“อีเจ้นี้มันดูละครหลังข่าวมาแน่ๆ เลยว่ะ แล้วนี่มันจะทำทำไมว่ะ “เบนซ์พูด พวกได้แต่ยืนเกาะกลุ่มมองกัน เจ้ทีทำร้ายร่างกายตัวเองไม่เลิก จนสะบักสะบอม

****

      รชานนท์ ผมขับรถกระบะคู่ใจไปกับไอ้เปรมดิ์ ส่วนไอ้กอล์ฟมันขอไปรับเฟย์แฟนมันก่อน ผมเองก็ต้องช๊อกซิครับรออะไร ที่รู้ว่าแฟนไอ้กอล์ฟน้องเฟย์น่ะ เป็นกะเทยครับ ออกไปทางเพื่อนสาวของบรรดาแฟนๆ พวกไอ้ทีน ไอ้เปรมดิ์ และไอ้อาร์ม เมย์ผมยังแมนกว่าเลยน่ะ

      และอีกอย่างช่วงนี้ผมไม่เจอไอ้ภาคินเข้ามาที่ออฟฟิศ ผมโทรหามันเหมือนกันมันบอกยุ่งๆ งานที่บริษัทพ่อมัน และภาคินมันบอกว่ากับผมแล้วว่ามันจะวางมือเร็วๆ นี้ ถามว่าใจหายไหม ใจหายครับ แต่ผมเองก็ควรจะปล่อยมันไปได้แล้วมั้ง ผมสัญญากันไว้ว่าความเป็นเพื่อนจะยังคงอยู่ ส่วนไอ้ธีมนี้ ช่วงนี้สาวตรึมเลยไม่ค่อยได้เห็นหน้ามันอีกคน และไอ้สองคนนี้ก็ไม่ขอรับส่วนแบ่งเยอะเอาแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และมันสองคนก็มีเหลือกินเหลือใช้อยู่แล้วด้วย ถามว่าแต่ละคนก็ไม่ได้ลำบากเลย ครอบครัวมีธุรกิจกันทุกคน

“กูไม่อยากจะคิดเลยว่ะ ถ้ามันต้องมีวันที่พวกเราต้องแยกไปมีชีวิตของตัวเองว่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันพูดขึ้น ผมเองก็ไม่เคยคิดถึงตรงนี้เพราะว่าผมไม่อยากออกไปจากตรงนี้ ต่อให้พ่อผมจะพร่ำบอกกับผมบ่อยแค่ไหนว่า ผมคือทายาทคนเดียวของเขาก็ตาม

“กูก็ไม่อยากจะคิดว่ะเปรมดิ์ ทุกวันนี้ชีวิตกูก็มีพวกมึงนี้แหละว่ะ และตอนนี้มีเมย์เข้ามาอีกคน กูไม่อยากขาดอะไรไปเลยว่ะ แต่ว่าทุกคนต้องมีวันที่ต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง”

“มึงยังจะมีความคิดที่จะไปอยู่เมืองนอกอีกไหมว่ะ อย่างที่มึงเคยบอกพวกกูเอาไว้ว่ะ ตั้น”

“ยังมีความคิดนั้นอยู่ว่ะ แต่เมย์เขาเป็นห่วงแม่และน้องๆ เขาว่ะและพ่อกู เขาก็จะขายบ้านแม่กูแล้วด้วย เขาไม่อยากให้กูกลับไปว่ะ “ผมพูด

“ทั้งผุู้หญิงคนนั้น เขาไม่ใช่แม่แท้ๆ เป็นแม่บุญธรรมน่ะเหรอว่ะ เมย์เขาเป็นห่วงขนาดนี้เลยเหรอว่ะ” เปรมดิ์มันถามผม พยักหน้าว่าใช่

“เมย์รักน้องสาวและน้องชายเขามากด้วยว่ะ รักจนลงทุนทำเรื่องไม่ได้ จนกระทั่งออกมาเป็นคลิปที่ทำให้เมย์ถูกปลดจากเกียรตินิยมอันดับสองได้ “ผมพูดไอ้เปรมดิ์มันพยักหน้า ตอนนี้ผมเลี้ยวรถเข้ามาในคอนโดขอบผมแล้ว

“ไอ้ตั้น นั้นพวกเจ้ปริมว่ะ” ไอ้เปรมดิ์พูดว่าพวกเจ้ปริม ตัวเล็กผมไม่รู้ว่ากลับมาถึงหรือยัง จากที่พิมพ์คุยและตัวเล็กก็ออฟไลน์ไป ผมนี้เป็นห่วงขึ้นมาในทันที ผมก็รีบนำรถกระบะเข้าจอดสักที่ตรงหน้าคอนโด ผมรีบก้าวเท้าลงมาคนที่ยืนอยู่ก็กำลังจะโทรศัพท์ ผมพอจะจำได้ดีว่าคนพวกนี้คือคนของพ่อพี่ปริม จังหวะนั้น

“เฮียแย่แล้ว! เจ้ปริมกำลังทำร้ายพี่เมย์เลย” เฟิร์นวิ่งลงมาหาผม ผมหันไปมองไอ้เปรมดิ์ ผมก็รีบวิ่งขึ้นไปทันที ผมวิ่งตามเฟิร์นไปแสดงว่าไปด้านในสุดเลยใกล้จะถึงตัวลิฟต์ เพราะพวกผมจะจอดรถไว้ที่จอดรถกันหมด ผมวิ่งไปถึงก็เจอกลุ่มสาวๆ ที่ยืนเกาะกันเป็นก้อนพร้อมกับเมย์ ผมมองจุดที่สาวๆ หันไปมองพร้อมกัน นันคือพี่ปริม ที่นั่งอยู่กับพื้น ในสภาพที่บ่งบอกได้ว่าเขาโดนทำร้าย แต่ว่าเฟิร์นวิ่งไปบอกผมว่าเมย์โดนรุมทำร้ายน่ะ

“หนูไม่เห็นเหตุการณ์น่ะเฮียเพราะว่าหนูรีบวิ่งไปดักรอเฮียก่อนอ่ะ แต่ว่าตอนนี้ สงสัยคดีจะพลิกน่ะเฮีย” เฟิร์นบอกหันมาผม

“เกิดอะไรขึ้น” ไอ้เปรมดิ์มันถามแฟนมัน โบว์

“ก็อีเจ้มาตบพี่เมย์และจู่ก็ตบตัวเอง อ่ะเฮีย” โบว์พูด ผมกับไอ้เปรมดิ์สะบัดหน้าไปมองสาวๆ และหันไปมองคนที่นั่งเอามือกุมหน้าตัวเอง แก้มนี้แดงไปด้วยรอยตบ

“กูนี้น่ะตบตัวเอง กูไม่บ้าขนาดนั้นหรอก พวกมึงนั่นแหละที่รุมตบกู" พี่ปริมพูด


  "ฮือๆ ตั้นพี่โดนรุมตบอ่ะ ฮือๆ ดูซิ ไอ้นี่น่ะมันตบพี่ ทั้งที่พี่เป็นผู้หญิงมันเป็นผู้ชายน่ะตั้น มันสมควรแล้วเหรอ ฮือๆ” พี่ปริมพูดไปร้องไห้ไปด้วย และชี้ไปที่เมย์

"แน่ใจแล้วเหรอโบว์ ไม่มีคนบ้า! ที่ไหนตบตัวเองหรอกน่ะ ต้องบ้ามาก! ด้วยน่ะโบว์น่ะ" ไอ้เปรมดิ์ถามโบว์แฟนมัน แต่มันเน้นคำว่าบ้าได้ชัดเจนมาก จนเจ้ปริมสะบัดหน้ามามองมันหลายรอบ

"จริงไหมเจ้" ไอ้เปรมดิ์หันไปถามเจ้


“ก็.. ก็...ก็ใช่นะซิ ใครจะบ้า....ตบตัวเอง" พี่ปริมพูด ผมว่ามันมีพีรุจน่ะ ไอ้เปรมดิ์มันพยักพเยิดกับผม

"โอ้ยเจ็บเนี๊ยะ ดูซิ เป็นรอยนิ้วมือด้วย  นี่ถ้าตั้นไม่จัดการให้พี่ พี่จะโทรบอกพ่อพี่และพ่อพี่คงโทรหา ลุงพี่ที่เป็นผู้กำกับมาจัดการ “พี่ปริมพูดผมก็ต้องเอามือกุมขมับนี่มันอะไรกันกับผู้หญิงคนนี้ ผมหันมามองหน้าเมย์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและบรรดาเมียเพื่อนๆ ผมอีก

“พี่จะโทรบอกพ่อพี่เดี๋ยวนี้”

“เดี๋ยวพี่ปริม “ผมรีบยกมือร้องห้ามพี่ปริมเอาไว้ก่อน

“เมย์เกิดอะไรขึ้น เมย์ไม่ได้ทำเขาใช่ไหม” ผมถามเมย์ เมย์เงยหน้ามองผม และสั่นศีรษะว่าไม่ได้ทำ

“ตั้นมันทำร้ายพี่น่ะ พ่อพี่ต้องโกรธมากแน่ๆ ฮือๆ ตั้น ประคองพี่หน่อยซิพี่ลุกไม่ได้ค่ะ พี่โดนทั้งตบและต่อย เจ็บไปหมดเลยค่ะ ตั้น” พี่ปริมเรียกผม เมย์หันมามองหน้าผม แต่ผมก็ไม่อยากให้พี่ปริมบอกเรื่องนี้กับพ่อของเขา ถ้าเป็นเช่นนั้นพ่อของพี่ปริมก็คงไม่ยอมและเรื่องคนไปกันใหญ่อีก คงได้ไปขึ้นโรงพักแน่ๆ และมันอาจจะมีผลกับเมย์ตอนนี้เมย์ไปทำเรื่องขอรับปริญญาแล้วด้วย

“เฮีย... ผมไม่ได้ทำร้ายเขาน่ะมีแต่เขาทำผมอ่ะ” เมย์เอ่ยปากพูด ผมพยักหน้าว่าผมเชื่อเมย์

“ตั้น ฮือๆ เจ็บเหลือเกิน พวกมันรุมตบพี่คนเดียวเลย พี่อุตส่าห์ว่าจะขึ้นมาคุยกันแบบลูกผุ้หญิง ไม่เอาการ์ดขึ้นมาสักคนแต่นี่นางเมย์มันดันให้ ฮือๆ เพื่อนมันรุมตบพี่ ฮือๆ “แต่ผมก็ไม่เห็นการ์ดของพี่ปริมอยู่บนนี้เลยน่ะ

“ตอแหลว่ะ” เบนซ์แฟนของไอ้อาร์มพูด ผมหันมามองหน้าไอ้เปรมดิ์ว่าไง มันเป็นนักวิเคราะห์

“ยากเลยว่ะ เพราะว่าอีเจ้แกตีบทแตกขนาดนื้ สภาพนี้ก็ไม่ต่างจากโดนฟัดมา ส่วนนั้นก็เมียมึงเมียกู เอาไงดีว่ะ โทรหาท่านเปาบุ้นจินเถอะมึง” ผมหันมามองหน้ามัน ไอ้เชี้ยมั้นไม่ใช่เวลาเล่นไหม และผมเองไม่เคยดูหนังจีนจะรู้ไหมใครที่มันพูดถึง?

“ทำหน้าแบบนี้ ไม่รู้จักละซิ”ไอ้เปรมดิ์พูด  "เออ กูไม่รู้จัก "ผมพูดก้อนจะหันมามองเจ้ปริมที่ร้องโอดครวญว่าเจ็บหนักหน้า ผมไม่ได้มองด้วยความเป็นห่วงเป็นใยมากไปกว่าเมย์ของผมแน่แต่ที่มองคือ

“แต่กูกลัวงานจะเข้าเมย์ ถ้าพ่อของพี่ปริมเอาเรื่องเมย์ขึ้นมาล่ะ และตอนนี้เมย์กำลังจะเข้ารับปริญญาอีก ถ้าเมย์มีเรื่องอีกคงไม่ได้รับแน่ๆ ” ผมกระซิบกลับไอ้เปรมดิ์

“โอ๊ย! ตั้น พี่เจ็บค่ะ”

“เจ็บขนาดนี้ โทรให้พี่ปอมารับไปเถอะเฮีย” โบว์หันมาบอกผม ผมถึงกับขมวดคิ้วเป็นโบว์ ปอไหนวะ

“กูไม่เคยมีแฟนชื่อปอ มีแต่ชื่อตั้น” พี่ปริมพูดก่อนจะหันมาหาผม ผมก็ต้องกุมขมับและพอหันไปเจอหน้าเมียอีกและยิ่งหันมาเจอหน้าไอ้เปรมดิ์ “เว๊ย!!” ร้องออกมาพร้อมกันอีก

“เดี๋ยวก็ได้มี แต่เป็นพี่ปอเต็กตึ้งน่ะ ถ้าไม่มีใครโทรนี่จะโทรเอง “โบว์พูด พร้อมกับจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร แต่ไอ้เปรมดิ์มันห้ามเมียมันซะก่อน

“อย่าให้ถึงมือพี่ปอเต็กตึงเลยโบว์ พี่ว่ากรมปศุสัตว์เถอะ เขาจะได้เอายาสลบมาด้วย” ไอ้เปรมดิ์ผมสะบัดหน้ามามองหน้ามันอย่าไปทำให้อีเจ้มันคลั้ง และผมเองก็ว่าจะเข้าไปหาเมย์ ไปดูว่าเมย์เจ็บตรงไหนบ้าง แต่ผมเลยต้องชะงักเท้าเอาไว้ก่อน

“โอ๊ย!! เจ็บ ทำไมพ่อไม่รับสายพี่น่ะ “พี่ปริมทำท่าจะโทร แต่ครั้งนี้ผมว่าจะไม่ห้าม ถ้ามีเรื่องขึ้นมาก็คงต้องเลยตามเลย ถ้าผมจะต้องมีปัญหาพ่อของพี่ปริมก็คงต้องยอมเพื่อปกป้องเมย์ เมย์ทำสีหน้ารู้สึกผิด ผมยืนเอามือเท้าเอวมองพี่ปริมที่กำลังจะกดไล่เบอร์เพื่อจะโทรหาพ่อของเธอ และตรงนี้ก็มีแต่พวกแฟนเพื่อนผมทั้งนั้น ซึ่งแต่ละคนก็ไม่ลงรอยกับพี่ปริมอยู่แล้ว น้ำหนักเลยไม่มากพอถ้าจะบอกว่าพี่ปริมเป็นคนมาทำร้ายเมย์ก่อนและกล่องวงจรปิดก็มาไม่ถึงแน่ๆ ตรงมุมนี้ นางเข้าใจเลือกเหมือนกันน่ะ คนเดินผ่านยิ่งไม่มีใหญ่เลย มันเป็นทางเดินไปที่จอดรถจองพวกผมเท่านั้น คนที่พักที่นี้เขาจะจอดกันด้านหน้ากันทั้งหมด จึงไม่มีคนเดินผ่านตรงนี้เท่าไหร่ นอกจากพวกผมที่ไปที่ลานจอดรถด้านหล้งเท่านั่น

“She’s lying!!” เสียงใครสักคนดังมาจากด้านหลังของผม พวกผมถึงกับต้องหันไปตามเสียง คนที่เดินเข้ามาทางพวกผม หน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนก่อน เป็นฝรั่งจ๋าซะด้วย เขาเดินข้ามาพร้อมกับเดินมาหยุดยืนและเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นหนึ่งข้าง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่พี่ปริมทันที

TBC.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-12-2020 18:49:08 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 295
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด