อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤EP.27 (เฮียตั้นXเมย์) เอาคืนให้เฟย์ P1และP2
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤EP.27 (เฮียตั้นXเมย์) เอาคืนให้เฟย์ P1และP2  (อ่าน 6510 ครั้ง)

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
“หล่อนโกหก!” ผมหันไปมองคนที่มาบอกว่าพี่ปริมโกหกอีกครั้ง ผมเดาว่าเขาเป็นคนอเมริกัน เพราะว่าสำเนียงการพูดของเขา มันออกไปทางอเมริกันชัดเจนมาก ผมฟังได้อยู่แล้วเพราะว่าผมนะโตมาจากที่นั่น ส่วนคนอื่นยังยืนงงกันอยู่เลย แต่ยกเว้นเมย์น่ะผมว่าเขาเข้าใจ ส่วนพี่ปริมนื้ก็ยืนทำหน้าแบบว่าเดายากเลยว่านางจะเข้าใจไหม

“ทำไมคุณคิดว่าผู้หญิงคนนี้โกหก? ผมถามคนที่มาใหม่ทันที ด้วยภาษาอังกฤษ

“ไอเห็นเหตุการณ์อยู่ตรงมุมโน้น จังหวะที่ประตูลิฟต์มันเปิดออกมาพอดีไง และไอก็ได้ยินเสียงดังเหมือนมีเรื่อง ไอก็เลือกเดินออกมาดูและไอก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ตบ น้องผู้ชายคนนี้” ผมพยักหน้าก่อนจะหันไปมองพี่ปริม เธอทำร้ายคนของผม ปริมลุกขึ้นยืนมองผมกับคนที่บอกเล่าเห็นเหตุการณ์สลับกันไปมา

“มึงเป็นใคร!!” พี่ปริมถามคนมาคุยกับผมอยู่เป็นภาษาไทย แน่นอนเขาก็ต้องไม่เข้าใจพร้อมกับชี้ตัวเองด้วย

“แน่ล่ะ ขนาดภาษาไทยธรรมดา เขายังไม่เข้าใจเลย เจอพ่อขุนรามเข้าไปอีก ไม่งงก็เทพแล้วแหละไอ้ฝรั่งนี่น่ะ” ไอ้เปรดมิ์พูด ผมหันไปเหล่มัน มันยกมือขอโทษผมอีก

“แล้วนี่คุณเป็นใคร “ผมคนที่ยืนข้างๆ กลับ เขาหันไปมองหน้าเมย์ก่อนจะหันมาตอบผมว่า

“ไม่สําคัญหรอกไอคือใคร แต่ว่าไอเห็นทุกอย่าง ไอเห็นสิ่งที่เธอทํากับเด็กน่ารักคนนี้” มันไม่พูดเปล่ามันชี้ไปที่เมย์ มันทำให้ผมคิด ผมเริ่มจำได้แล้ว ไอ้คนนี้คือคนที่อยู่ข้างห้องผมเองที่มันยื่นมือมาขอเช็กแฮนด์ตัวเล็กของผม

“เฮ้ย มึง!!” ผมทำท่าจะขึ้นจับคอเสื้อมันแล้ว ดีที่ไอ้เปรมดิ์มันคว้ามผมไว้ได้ทัน คนที่ชี้เมย์มันก็หดนิ้วมันกลับตกใจไม่แพ้กัน

“ไอ้เฮียครับใจเย็นๆ ฟังเขาก่อนซิไอ้เชี้ย! เขาคือพยานปากเอกของเรา แหละถ้ามึงอัดเขาแล้วใครเล่าจะมาช่วยมึงครับ มึงจะเอาไหมพยานน่ะ ” ไอ้เปรมดิ์มันกระซิบกับผมให้ผมใจเย็นก่อน เออ จริงว่ะ ผมเลยต้องจัดคอเสื้อให้ใหม่ เมย์เหลือกตามองผมแว๊ปหนึ่ง

“เออ ไอขอโทษ ที่ไอไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นแฟนของคุณโอเค? “ผมเลยจำใจโบกมือให้มันไป จะได้เล่าเหตุการณ์ต่อ

“ไอยืนดูสักพักหนึ่งแล้วและผู้หญิงคนนี้ก็ตบหน้า เออ คุณเมย์แต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบเธอกลับเลยสักนิดและเธอตะโกนใส่หน้าเขา และเธอก็พยายามจะใช้รองเท้าของเธอตีเด็กที่น่ารักอีกครั้งแต่เธอก็ชะงัก….” ผมหันไปมองหน้าพี่ปริม เธอหันรีหันขวาง

“กูเดาว่าอีเจ้มันแปลไม่ออกว่ะ” ไอ้เปรมดิ์มันกระซิบกับผม ผมแค่ชำเลืองตาไปมองแค่นั้น ก่อนจะหันมามองเมย์ เมย์พยักหน้าเบาๆ ว่าที่เขาพูดมันถูกต้องทั้งหมด ผมถึงกับพยักหน้าตาม ผมเองก็ไม่อยากมีเรื่องกับพ่อของพี่ปริมมากหนัก ผมต้องยืนสงบอารมณ์ตัวเองก่อนเช่นกัน ผมถ้าผมทำอะไรรุนแรงไป คราวนี้เรื่องใหญ่แน่ๆ และผลกระทบเพื่อนผมคงโดนเต็มก็บริษัทพวกผมนี้แหละ

“ไอ้ตั้น ตกลงไอ้ฝรังดองนี้มันพูดว่าอะไรวะ” ไอ้เปรมดิ์มันกระซิบถามผม อีกที

“เอาไว้กูแปลรวดเดียวเลยแล้วกัน” ผมกระซิบตอบก่อนจะหันมาประจันหน้ากับพี่ปริม

“ตั้น ไอ้นี้มันพูดว่าอะไรอ่ะ “พี่ปริมถามผมเช่นกัน “อ้าวก็เห็นยืนนิ่งอยู่ตั้งนานผมก็นึกว่าเจ้ฟังรู้เรื่อง” ไอ้เปรมด์พูด ผมหันไปปรายตามองหน้ามัน มันก็แปลไม่ออก

“ก็เล่นพูดเร็วขนาดนี้กูจะฟังทันได้ไง ภาษาอังกฤษเด็กๆ แต่ต้อง สโล ...สโล!”

“ฟังไม่ทันหรือแปลไม่ออกก็บอกมาเถอะ” เบนซ์ยืนกอดอก “อีนี้!!” พี่ปริมทำท่าจะยกมือฟาดเบนซ์แต่ พอเขาหันมาเจอสายตาผมก็รีบ “โอ๊ย เจ็บอ่ะ” พี่ปริมที่พยายามกลับไปเสแสร้งอีกครั้ง จนสาวๆ แต่ละคนพากันเหลือกตามองบนกันเป็นแถว ผมเลยเลือกที่จะหันมาเอาความจริงจากคนที่บอกว่าเขาเห็นเหตุการณ์อีกครั้ง ผู้ชายคนนั้นหันไปมองพี่ปริมเป็นระยะๆ

“เล่าต่อเลยครับได้โปรด" ผมหันไปบอกคนที่ยืน เพื่อให้เขาเล่าเหตุการณ์ให้ผมฟังต่อ โดยไม่หันไปสนใจพี่ปริมที่แสดงอาการว่าเจ็บหนักหนา

“และต่อมาไอก็เห็นว่า ผู้หญิงคนนี้ เธอตบหน้าตัวเองด้วยมือของเธอเอง และพยายามทําร้ายตัวเอง เอาหัวโขกกับประตู ต่อยท้องตัวเอง จิกผมตัวเอง “ผมกับไอ้เปรมดิ์นี้หันไปมองเจ้ปริมพร้อมกันและก็ต้องส่ายหัวพร้อมๆ กัน คนที่เล่าเหตุการณ์ไม่ได้เล่าธรรมดามีท่าทางประกอบชัดมาก เจ้ปริมยืนนิ่งกลืนน้ำลายคงคอทันที

“โอ้!! ทำไปได้!!” ไอ้เปรมดิ์ “มึงแปลออกแล้วเหรอว่ะ” ผมกระซิบถามไอ้เปรมดิ์กลับ” ไม่หรอก กูเดาจากท่าที่มันเอามาประกอบ แม่งชัดเจนกว่าคำพูดขนาดนี้ เด็กอนุบาลก็ดูรู้ ว่าอีเจ้มันซ้อมตัวเอง!” ไอ้เปรมดิ์มันพูด พอคนที่เห็นเหตุการณ์พูดจบว่า เขาเห็นพี่ปริมทำอะไรบ้าง

“Are you crazy?!!! “เขาหันไปแบมือถามพี่ปริม และเธอก็รีบชี้หน้าตัวเอง “มึงด่ากูเหรอ?” พร้อมกับถามคนตรงหน้า คนยืนเล่าเหตุการณ์ให้พวกผมฟังทันที

“เยส!!! มึงนั่นแหละ” สาวๆ ประสานเสียงพร้อมกัน

“นี่พวกแก ลงทุนไปจ้างไอ้ฝรั่งนี้มาเป็นพยานหลอกๆ ตั้นไอ้นี่น่ะมันนกต่อพวกนี้แน่ๆ ฮือๆ พี่ไม่ได้รับความยุติธรรม “พี่ปริมพูดและทำท่าจะร้องไห้ ส่วนคนที่มาเป็นพยานก็ชี้ไปที่พี่ปริม ทำไมเธอร้องไห้ ผมค่อยๆ หันไปมองพี่ปริม ขนาดนี้แล้วนางยังดันทุรังแสดงต่ออีก

“ตั้น!!” พี่ปริมเรียกผม แต่ผมหันหน้าหนี (ผมเหมือนพ่อผมอยู่อย่างหนึ่งน่ะ ไม่ชอบผู้หญิงใช้มารยาเป็นที่ตั้ง แต่ก่อนพี่ปริมแกไม่ใช่แบบนี้เลย)

“พอได้แล้วพี่ปริม! เลิกเสแสร้งแกล้งทำได้แล้ว นี้ขนาดมีคนมาบอกว่าเขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ที่พี่ทำกับเมย์ แฟนผม พี่ยังจะพยายามโกหกผมอีกเหรอพี่ปริม!! “ผมตะคอกใส่หน้าพี่ปริม ก่อนที่ผมจะควักมือเรียกเมย์ให้เข้ามาหาผม เมย์ก็เดินเข้ามา และกอดผม ผมเอามือลูบหัวเบาๆ โดยไม่สนใจสายตาทุกคู่ที่มอง โดยเฉพาะพี่ปริม

“ตั้น!!”

“พอได้แล้ว พี่ปริม พี่มาทำแบบนี้กับคนของผมได้ยังไง!!!” ผมหันไปต่อว่าเธอและกอดเมย์เอาไว้ พี่ปริมมองหน้าผมกับเมย์สลับกันไปมา เธอกำลังจะพูดแต่

“ผมมีคลิปวิดีโอน่ะถ้าคุณต้องการจะดู ผมยืนถ่ายอยู่ ผมว่ามันต้องมีอะไรแปลกแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจถ่ายวิดิโอเอาไว้”

“ผมขอไม่ดูแล้วกัน ขอบคุณนะครับ คุณเพื่อนบ้าน” ผมหันไปพูดกับเพื่อนบ้านของผม

“ออกไปจากที่นี้ซะพี่ปริม และไม่ต้องกลับมาเหยียบอีก ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกับผมและเมียผมอีก “ผมหันไปพูดกับพี่ปริม ผมจะไม่ยอมให้เธอมาใช่มารยาทำร้ายเมย์ได้อีก

“ตั้น! พี่บอกตั้นแล้วใช่ไหมว่าตั้นคือคนของพี่”

“ผมไม่ใช่คนของพี่ ผมมีความคิด มีการตัดสินใจเองได้ว่าผมเลือกใคร ตอนนี้ผมเลือกเมย์ และผมก็ขอเมย์เขาแต่งงานแล้วพี่ปริม “ผมบอกพี่ปริมและโชว์นิ้วมือข้างซ้ายของเมย์ให้พี่ปริมดู เธอกำมัดแน่น

“พ่อผมรับรู้เรื่องเมย์ แต่กับพี่ผมไม่เคยบอก เพราะว่า พี่ไม่เคยเป็นอะไรกันกับผม มันแค่ คู่นอน นอนแล้วก็จบ อันที่จริงผมก็ไม่อยากพูดคำนี้ พี่ก็เสียหาย กลับไปเถอะพี่ปริมเราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว มันจบแล้ว” ผมพูดพี่ปริม พี่ปริมมองผมเธอกำมัดแน่น

“ออกไปซะพี่ปริม ผมขอล่ะ อย่าให้ผมต้องทำอะไรที่หนักไปกว่านี้ “ผมกอดเมย์โดยไม่มองหน้าพี่ปริม

“พี่รู้ไหมว่าผมเคยมีคดี ตบผู้หญิงคนหนึ่ง ผมทำร้ายร่างกายคนที่ผมเคยรัก ตอนนั้นผมอยู่ปีหนึ่งเองมันเกิดก่อนที่ผมจะเจอพี่ซิน่ะ และพ่อผมต้องอุดเงินเป็นล้านๆ เพื่อยุติคดีความ ไม่ต้องให้ผมบอกน่ะหนักแค่ไหน”

“และผมไม่อยากทำแบบนั้นอีก แต่ถ้าพี่ยังเข้ามายุ่งกับคนที่ผมรัก ผมก็จะปกป้อง โดยไม่สนว่าพี่คือใคร ผู้หญิงหรือผู้ชาย พ่อพี่ใหญ่แค่ไหน ถ้าพี่ไม่หยุด!! “ผมหันไปบอกพี่ปริม ไอ้เปรมดิ์มันรู้ดี พวกมันห้ามผมไม่ทัน ตอนนั้นพี่อิศเรศยังอยู่ดูแลผมและเรียกว่ายังคบกันในฐานะคนรัก พอเหตุการณ์วันนั้นพี่อิศเรศเริ่มมาหาผมน้อยลง ตามคำสั่งของพ่อผม ที่ผมรู้มา

“ได้ตั้น พี่นี่แหละที่จะทำให้ตั้น คลานกลับไปหาพี่ให้ได้ คอยดู!” พี่ปริมพูดก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นมาถือ

“ถ้าพี่คิดว่าสิ่งที่พี่ทำมันคุ้มค่ากับสายตาคนหลายๆ คน ที่มองว่าพี่เป็นคนบ้า ก็เชิญนะ ผมไม่อยากห้ามแล้ว แต่ผมจะทำหน้าที่ปกป้องคนรักของผมเอง พี่ออกไปเถอะ “ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้าเมย์ ที่มุมปากมีรอยถูกตบจริงๆ ด้วย

“ครั้งนี้ผมจะปล่อยพี่ไปพี่ปริมแต่ถ้าพี่กล้ามาอีก ผมไม่ยืนนิ่งๆ แบบนี้แล้วน่ะ ผมพูดเลย” พูดออกมาทุกคนเงียบกันหมด

“ได้!! ตั้นบีบพี่เองน่ะ พี่อยากจะรู้ว่าระหว่างตั้นกับบ้านมัน มันจะเลือกอันไหน” พี่ปริมพูด ผมหันมามอง

“บ้านมันอยู่กับพี่แล้ว เพราะว่าพี่ปฐวีย์ผิดสัญญาหมั้น”

“ผมเป็นคนเลือกให้พี่ปฐวีย์ปล่อยมันไปเองครับพี่ปริม “เมย์เป็นคนพูด

“ผมว่าพี่ออกไปวะเถอะพี่ปริม และอย่ามาวุ่นวายกับผมและเมย์อีก ไม่อย่างนั้น พี่อาจจะเห็นในมุมที่พี่ไม่อยากเห็นจากผม” ผมพูด

“ก็ได้ตั้น แล้วเราจะได้เห็นดีกัน นังเมย์!! ฉันจะคอยดูซิว่าแกจะทนเห็นบ้านแกถูกทุบได้ไหมและของของแก  ฉันก็จะเอาออกมาเผาให้หมดเลยคอยดูซิ” พี่ปริมพูดทิ้งท้่ายเอาไว้ก่อนจะสะบัดหน้า เดินแทรกพวกสาวๆ ออกไป เธอหันมามองผมกับเมย์ ผมเอามือลูบหัวเมย์เบาๆ เมย์เงยหน้ามองหน้าผม เขาพยักหน้าว่าเขาโอเค ผมคิดว่าคงจะต้องปรึกษาหารือกันแต่ว่าคนที่ช่วยผมได้ก็ไม่แวะมาออฟฟิศเลย ภาคิน

“โคล้ม!!” จู่ๆ ก็มีเสียงน้ำสาด ผมกลับไปมองที่ต้นเสียง พี่ปริมทื่ยืนนิ่ง โดยมีคนที่ยืนคว่ำกระป๋องบนหัวเธอ จนเกือบจะครอบหัวเธอ แบะพื้นรอบๆ ก็เอ่อหนองไปด้วยน้ำ ผมก็ต้องกุมขมับเพราะว่าพี่ปริมเขากำลังจะกลับแล้ว และแบบนี้เจ้แกจะกลับไหมล่ะ

“โคล้ม” จุ่ๆ ก็มีเสียงน้ำสาด ผมกลับไปมองที่ต้นเสียง พี่ปริมทื่ยืนนิ่ง โดยมีคนที่ยืนคว่ำกระป๋องบนหัวเธอ จนเกือบจะครอบหัวเธออยู่แล้วและพื้นรอบๆ ก็เอ่อหนองไปด้วยน้ำ ผมก็ต้องกุมขมับเพราะว่าเจ้ปริมแกกำลังจะกลับแล้ว และมาเจอแบบนี้เจ้แกจะยอมกลับไหม

เฮ้ย!!” สาวร้องอุทานออกมาพร้อมกัน รวมถึงไอ้อาร์มที่มาถึงพอดี และไอ้คนที่กระทำการอันอุกอาจนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นมันคือไอ้ทีนเพื่อนของผมเอง ใครไปบอกให้มันหามาทำครับ ผมแอบคิดในใจ

“งานนี้จบไม่สวยแน่ๆ ว่ะ” ไอ้เปรมดิ์ ผมหันมา

“กรี้ดดดดด” ส่วนพี่ปริมที่ยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง เมื่อเธอได้สติก็ส่งเสียงกรีดร้องจนทุกคนต้องเอานิ้วอุดหู

“เป็นอะไรไปเจ้” ไอ้ทีนมันถามเจ้ปริมกลับอีก

“กูซิควรจะถามมึงมากกว่า มึงเป็นบ้าอะไร?”

“และนี่มึงเอาอะไรมาสาดกู!!” พี่ปริมตะคอกถามไอ้ทีน เพราะว่ามันคงโกหกเจ้แกไม่ได้หรอกเล่นถือกระป๋องจ่ออยู่แล้วนั้น

“น้ำมนต์ ก็มีคนบอกว่ามีผู้หญิงผีเข้าหลุดมา อาการหนัก เลยไปขอมาจากวัดข้างๆ หลวงพ่อถามว่า หนักไหม ผมตอบไปว่าหนัก ท่านเลยให้มาหนึ่งกระป๋อง เพิ่งจะทำพิธีสดๆ ร้อนๆ มีเทียนลอยด้วยเจ้” ไอ้ทีนมันพูด พวกผมก็เห็นมันขาวไปหมดบนหัวพี่ปริม

“รู้สึกยังไงเจ้ ร้อนไหม” พี่ทีนถามพี่ปริม เธอยืนกำหมัดแน่น

“ร้อนเชี้ยอะไรละ กูเปียกขนาดนี้!!” พี่ปริม

“น้ำมนต์ยังเอาเจ้แกไม่อยู่ กูว่าเจ้มันควรจะไปขอรับยาเถอะว่ะ” ไอ้เปรมดิ์

“แหละนี่ มึงไปเอาน้ำมนต์ที่ไหนก็ไม่รู้มาสาดกูอีก มึงรู้ไหมว่าชุดกูซื้อมาเท่าไหร่!! “พี่ปริมตะคอกไอ้ทีน และหันกลับมามองหน้าทุกคน

“อ้าวผมจะไปรู้ได้ไงล่ะเจ้ เจ้ไม่ใช่เมียผมนิ “ไอ้ทีนมันพูด แต่ผมน่ะสะบัดหน้าไปมองไอ้ทีน แอบส่งนิ้วกลางเดี๋ยวเจ้แกย้อนมาหาผม

“แต่หนูรู้ค่ะว่าชุดเจ้แกเท่าไหร่” ทุกคนหันมามองหน้าน้องคนที่พูดกันหมดแม้กระทั่งพี่ปริมเอง

“รู้เพราะว่า ว่านี่ก็ไปซื้อมาเหมือนกัน” จู่ๆ เพื่อนของโบว์ก็พูดขึ้น

“ลายเดียวกัน”

“เฮ้ย!!” ไอ้เปรมดิ์

“แบบเดียวกันแถมยังสีเดียวกันด้วย แต่คนละไซ้ หนูใหญ่กว่า” พวกไอ้ทีน ไอ้เปรมดิ์ มันก็เอามือทาบอก เหมือนกับว่าโล่งอกไปตรงที่น้องบอกว่าไซ้ใหญ่กว่านี้แหละ

“แน่ละ เจ้ปริมแกหุ่นดีเสลนเดอร์ขนาดนี้ ไซ้มินิด้วย ส่วนน้องน่ะ น้องธิดาช้างดีดีนี้เอง ถ้าซื้อมาไซ้เดียวกันนี้น่ะ พี่ไม่อยากคิดว่าตอนสวมมันลงไป ใครจะกลั้นใจตายก่อนกันชุดหรือคนใส่” ไอ้อาร์มมันพูด

“ไอ้พี่อาร์ม!!!” เบนซ์

“เวรแล้วกู ยืนผิดฝั่ง ขอโทษนะเจ้น่ะ ผมว่าผมลงความเห็นผิดฝั่ง ผมขอไปฝั่งเมียผมน่ะเจ้ ผมลา” ไอ้อาร์มรียยกมือไหว้เจ้ปริม เมียมันก็รอบิดหูอยู่ด้วย

“ตกลงมึงซึ้อมาเท่าไหร่ก้อย บอกพี่เขาไป จะได้จ่ายเงินเจ้ปริมมันไปและแถมด้วย อีกห้าร้อยถ้ามันไม่ยอม” ไอ้เปรมดิ์มันสะบัดหน้าไปมองหน้าโบว์ทันที ที่ได้ยินว่าแถมอีกห้าร้อยบาท

“แต่ว่าห้าร้อยนี้คือค่าปรับน่ะ ขอไปจ่ายที่โรงพักน่ะแลกกับตบสักคนละที เพราะตอนที่มึงตบตัวเองน่ะ มันเบาไป อีเจ้!” มัดหมี่พูด

“ซื้อมา สองร้อยห้าสิบบาท”

“หึ หึ “เสียงหัวเราะในลำคอพี่ปริม “มึงซื้อมาตัวเดียวซิท่า กูซื้อมาสามตัว สองร้อยบาท” เจ้ปริมพูด

“ที่ไหนว่ะเจ้!!” ไอ้เปรมดิ์

“โบเบ้ “เจ้ปริม ก่อนจะสะบัดหน้ามามอง นางคงลืมตัว

“เออ เดี๋ยวน่ะ อีเจ้ เสื้อผ้าที่หรูของคุณเจ้ นี่มาจากโบเบ้เหรอ” ไอ้ทีนถามพี่ปริม

“เออ เออ “ทุกสายตามองที่เจ้ปริมกันหมด “ก็มันใกล้บ้านกู!!!”

“บ้านเจ้อยู่สะพานควาย” พี่เปรมดิ์พูด ผมหันไปมองหน้ามัน

“ก็กูจะผ่านทำไมล่ะ” ทุกคนมองหน้าเจ้ปริม พร้อมกับมองทุกอย่างที่เจ้แกถือ

“กูว่าเจ้แกไปสอยมาจากโบ้เบ้ทั้งหมดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ไม่ต้องไปถึงพาราก้อนหรอกครับมึง” ไอ้อาร์มพูด ผมหันมาปรายตามองหน้ามัน

“ตกลงจะเอาค่าชุดไหมเจ้ผมจ่ายเอง สองร้อยห้าสิบ “ไอ้ทีนมันกำท่าจะจ่าย

“ไม่ กูไม่อยากได้หรอก เก็บไปเลี้ยงเมียมึงโน้นแดกจนอ้วน”

“เฮ๊ย! พี่ทีนอีเจ้มันว่าหนูอ้วน”มัดหมี่

“ทีหลังก็ทำตัวให้ผอมซิ เจ้เขาจะได้ด่าว่าอีผอมแทน”ไอ้ทีน

“ผ่าม!!” ไอ้เปรมดิ์กับไอ้อาร์มอุทานออกมาพร้อมกัน

“กูว่ามึงก็ผิดฝั่งไอ้ทีน และก็หลบไป! ดูซิ นี้เชี้ยอะไรเนี๊ยะมาเลอะเทอะชุดกูหมด น้ำมนต์บ้าอะไรก็ไม่รู้ ฝากไว้ก่อนเถอะมึง “พี่ปริมหันมามองทุกคนด้วยสายตาอาฆาต

“คอยดูน่ะตั้น พี่จะทำให้ตั้นทิ้งมันและไปหาพี่” พี่ปริมหันมาบอกผมกับเมย์ ผมหันไปมองบรรดาเพื่อนๆ ผม นี้มึงช่วยหรือซ้ำผมกันแน่ว่ะ

“ยังจะฝากอีเหรอเจ้” ไอ้ทีน หันไปถามพี่ปริม

“เจ้ยังจะมาอีกเหรอ ผมว่าตอนขับกลับไปนี้แวะรับยาด้วยเจ้น่ะ”

“ยาพองมึงดิ “นั้นเจ้ปริมหันมายกนิ้วกลางให้

“เจ้!!”

“อะไร”

“ผิดทางเจ้ รถเจ้จอดด้านหน้า ส่วนทางนั้นน่ะมันไปด้านหลัง เจ้ออกไปนี่เจอที่พักพิงสุดท้ายของเจ้เลยนะ… พระเมรุ!!” พอได้ยินเช่นนั้นเจ้รีบหันหลังเดินไปอีกทางทันที ผมหันมามองหน้าไอ้ทีน

“มีด้วยเหรอว่ะ กูไม่เห็นรู้เลย” ผมถาม

“กูหรอกอีเจ้มัน” ไอ้ทีน ผมยืนมองเจ้ปริมที่เดินออกไปทางด้านหน้า ผมคิดว่านี้อาจจะแค่เริ่มต้นก็เองมั้ง ผมก็โบกมือว่าให้พากันขึ้นออฟฟิศเถอะ และผมคงต้องบอกให้คนทำความสะอาดมาเช็ดน้ำที่ไอ้ทีนมันสาดเจ้ปริมเอาไว้อีก ผมจับมือเมย์ และ ผมเดาว่างานนี้เจ้ไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ ผมหันมามองฝรั่งเพื่อนบ้าน ที่ยืนดูด้วยความงง คงไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ก่อนจะกางมือขึ้น ขอใครสักคนอธิบาย ผมเลยไม่อยากอธิบายด้วยผมว่าเมย์รู้สึกแย่ๆ เหมือนกัน

“Thank you so much”

“ผมยินดีครับ ผม และ คุณชื่อ?”

“ไทตั้น ยินดีที่รู้จัก”

“คุณชื่อเหมือนเพื่อนผมน่ะ แต่คงน่าจะใช่เพราะว่าคุณพูดภาษาไทยได้ งั้นผมไปก่อนนะครับ บายครับ” คุณเพื่อนบ้านของผมพูดก่อนจะเดินอกไปในทันที ผมก็ว่าหน้ามันคุ้นๆ น่ะ แต่นึกไม่ออก ผมพากันเดินไปที่ลิฟต์ เมย์เงียบไม่ได้พูดอะไรผมว่าเมย์คงคิดถึงเรื่องบ้าน ผมหันมาเอามือแตะหัวเมย์เบาๆ

“มึงไปเอาน้ำมนต์มาจากวัดไหนวะ ถ้าจะไม่ค่อยขรัง ดูอีเจ้ไม่รู้สึก” จู่ๆ ไอ้เปรมดิ์มันก็ถามไอ้ทีนถึงน้ำที่มีนเอามาสาดเจ้ ผมหันมามองหน้ามันเช่นกัน

“จากวัดกู กูทำเอง ข้างตึกนี่แหละ กูเห็นใครลองน้ำใส่กะละมังเอาไว้เลยตักมา จุดเทียนเวียนวนสองสามรอบ “ไอ้ทีนพูด

“กระป๋องสีฟ้าๆ ไหมว่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันถามไอ้ทีน

“ก็ใช่ไง มันมีน้ำอยู่แล้ว”

“ไอ้เชี้ย กูเห็นเด็กมันยืนยิงกระต่ายลงไป กูยังด่าเด็กมันอยู่เลย แม่งเล่นฉี่ลงไปจนหยดสุดท้าย” ไอ้เปรมดิ์มันพูด ผมสะบัดหน้าไปมอง ส่วนสาวๆ น่ะทำท่าขนลุกกันเป็นแถว เมย์เงยหน้ามองหน้าผม ผมต้องกุมขมับตัวเอง

“กูว่างานนี้เจ้ปริมแค้นฝังหุ่นแน่ๆ มึง” ผมก็หันไปมองไอ้ทีน ถ้าเจ้ปริมแกมามันรับผิดชอบเลยน่ะ ผมเดินออกมาจากลิฟต์ก่อนและตรงไปที่ห้องทำงานของผมทันที มีสาวเดินเม้าส์มอยเจ้ปริมไปตลอดทาง

“เมย์เป็นไงบ้าง “ผมก้มลงถามเมย์ ก่อนนจะค่อยๆ ใช้นิ้วแตะที่มุมปากเมย์เบาๆ

“โอ้ยย” เมย์ร้องออกมาทันทีที่ผมใช้นิ้วแตะที่มุมปากของเมย์

“สงสารพี่เมย์มากเลยเฮีย พี่เมย์โดยกระทำอยู่คนเดียวเลย พวกหนูอยากเข้าไปช่วยแต่อีเจ้มันเอาคนมาจับตัวพวกหนูไว้นะเฮีย” โบว์พูด ผมหันมามองหน้าเพื่อนๆ ของผม

“มึงก็ต้องพาเมย์ไปกับมึงดิว่ะ เวลาออกไปทำงานข้างนอก และอันที่จริงถ้าไม่ใช่งานยากเย็นอะไรพวกกูก็ทำกันเองได้ว่ะ มึงทำงานในออฟฟิศไปไอ้บอส!! “พี่ทีนพูด

“กูก็ไม่คิดว่าเจ้แกจะใจกล้าบุกมาทำร้ายกันขนาดนี้นี่หว่า “ผมพูด พร้อมกับเอามือลูบเมย์เบาๆ ก่อนจะพยักหน้าบอกเมย์ว่าเข้าไปในห้องทำงานผมดีกว่าผมจะทำแผลให้ก่อน

“ปึก “เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาด้วยความรีบร้อน

“เอี้ยด!” เสียงเบรกมาแต่ไกล พี่ธีมนั้นเองไปถืออะไรมาก็ไม่รู้เหมือนถังน้ำ

“อีเจ้ไปไหนละว่ะ” ไอ้ธีม

“มึงเอาอะไรมาว่ะ” ไอ้เปรมดิ์ถามที่มันถือมาด้วย

“น้ำมนต์ไง มีคนบอกอีเจ้ผีเข้าให้กูไปหาอะไรมาปราบ น้ำมนต์วัดหัวลำโพงเลย กูตั้งใจมากไปตักมาถังหนึ่ง ไปไหนแล้วว่ะ” ไอ้ธีมพูด

“และกูนี้กลับรถโคตรไกลเลยเพื่อสิ่งนี้ “ไอ้ธีมพูด

“โดนน้ำมนต์วัดกูไปแล้วครับ” และทุกคนก็เดินเข้ากันหมด

“วัดอะไรวะ วัดกู “ไอ้ธีม

“วัดกูนี้ทำเอง ทำน้ำมนต์น่ะ “ไอ้ทีนมัน

“แถมเด็กน้อยมันใส่ของดีมันลงไปด้วย มันฉีลงไปในน้ำให้อีเจ้อีกกูว่า ขลังกว่าของมึงอีกไอ้ธีมครับ” ผมดันร่างเมย์เข้าห้องทำงานส่วนตัวของผมทันที

“เฮียทายาให้น่ะครับคนดี” ผมบอกเมย์ เมย์นั่งลงที่ตรงเก้าอี้ ในห้องทำงานของผม ผมเปิดตู้ยาที่มีเอาไว้ในสำนักงาน ก่อนจะหยิบเอาที่เป็นหลอดยาทาฟกช้ำมา ผมนั่งลงที่เก้าอี้และหันมาลากเก้าอี้ที่เมย์นั่งอยู่เข้ามาชน ผมค่อยจับใบหน้าเมย์อย่างระมัดระวัง ก่อนจะบรรจงแตะยาและทาเบาๆ

“โอ๊ยะ โอ้ยย เฮีย เจ็บอ่ะ เบาๆ หน่อย “เมย์ร้องเจ็บ

“เฮียผมถามหน่อยซิ เรื่องจริงเหรอที่เฮียบอกพี่ปริมไปน่ะว่าเฮียมีคดีทำร้ายผู้หญิงน่ะ” เมย์ถามผม ผมก็หลุบตาลง

“จริง เขาเป็นลูกคุณหนูเหมือนกัน มาชอบเฮีย แต่เฮียมีพี่อิศเรศอยู่ นางก็รู้นางพยายามเข้าหาพี่แต่พี่ไม่เล่นด้วย นางก็เลยโมโห และนางก็มาดักทำร้ายพี่อิศเรศ ตอนนั้นพี่โกรธมาจนควบคุมตัวเองไม่อยู่นะเมย์  พี่รู้ว่าพี่ไม่ควรทำนะเมย์ แต่ พี่ก็ทำและผู้หญิงคนนั้นก็หายหน้าหายตาไปเลย คงไปอยู่ที่อื่นแล้วมั้ง “ผมพูด เมย์มองหน้าผม

“พ่อพี่เป็นคนอุดเงินเรื่องคดีเพราะว่าพี่เพิ่งจะเข้ามหาวิทยาลัยเองเมย์”

“เมย์จะพยายามไม่ให้เขาทำร้ายเมย์น่ะ เมย์ไม่อยากให้พี่ตั้นทำแบบนั้นอีก เมย์สัญญาจะดูแลตัวเอง ถ้าเมย์หลบได้เมย์จะหลบ ไม่ใช่กลัวเขาแต่เมย์ไม่อยากให้พี่ตั้นเดือดร้อน”

“นะครับ “เมย์พูดพร้อมกับโผมากอดผม ผมก็กอดเมย์ตอบ

“ขึ้นไปอาบน้ำดีกว่าจะได้ไปดูหนังกัน” ผมบอกเมย์ เมย์ก็ยิ้มให้ผม

“ถ้าพี่ต้องทำเพื่อปกป้องเมย์ พี่ก็คงต้องทำเมย์” ผมพูด ก่อนจะหันไปเก็บกล่องยาเข้าตู้ เพื่อจะได้พากันขึ้นห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและพาเมย์ไปทานข้าวด้วย ผมเดินออกมา ทุกคนหันมามองเมย์ด้วยสายตาที่เห็นใจกันหมด

“ปึก” เสียงประตูเปิดเข้ามาอย่างเร็ว

“ใครทำร้ายพี่เมย์ของเฟย์”

“เว้ยยย” เสียงพวกเพื่อนผมร้องด้วยความตกใจ ผมกับเมย์มองหน้ากัน ก็เฟย์มันแต่งสาวแตกขั้นทุกวัน มีกิ๊บติดผม ทำไฮไลผมมาบ้าง มันดูฟรุ้งฟริ้ง และไอ้กอล์ฟมันก็เดินเข้ามา มันพยักหน้าถามผม ผมพยักหน้าตอบมันก็คงรู้คำตอบว่าไม่มีอะไรร้ายแร้ง

“ไอ้กอล์ฟ มึงช่วยบอกเฟย์เมียรักมึงว่าให้กลับไปแอบแมนเหมือนเดิมเถอะว่ะ กูตกใจ อะไรมันติดหัวมันว่ะ ฟรุ้งฟริ้งไปไหมมึงครับ”

“เมียกูนี้ผู้หญิงแท้เห็นมึงแต่งแบบนี้ มันอายเลยมึง “ไอ้อาร์ม

“อะไรกัน นี้ธรรมดาแล้วน่ะ”

“ธรรมดาของมึงแต่แปลกประหลาดของพวกกูครับ น้องเฟย์ครับ “ไอ้ทีนอีกคน

“ไอ้ธีมครับ เมื่อกี้น้ำมนต์มึงอยู่ไหนวะ เอามาให้น้องเฟย์ดื่มสักแก้วสองแก้วเพื่อว่ากะเทยที่สิ่งอยู่จะเบาๆ ลงบ้าง “อาร์ม

“พี่อาร์มค่ะ กะเทยน่ะมันติดตัวหนูมาตั้งแต่เกิดค่ะ ไม่ได้เพิ่งมาสิงค่ะ โดนน้ำมนต์เข้าไปจะได้หาย”

“เออๆ เฮียกับพี่เมย์จะไปดูหนัง กินข้าวกัน คงไม่เข้ามาแล้วน่ะ วันนี้น้องๆ จะกลับกันเลยก็ได้น่ะ เพราะว่าวันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว จะได้กลับไปอ่านหนังสือกัน ใกล้สอบแล้วนิ “ผมพูดบอกน้องๆ น้องเขาก็พยักหน้า พร้อมกับเก็บข้าวของจะกลับบ้าน

“พี่เมย์ ดูหนังให้สนุกน่ะ ไม่ต้องไปคิดเรื่องอีเจ้แล้วน่ะ ต่อไปโบว์จะมาอยู่เป็นเพื่อน”

“แต่ช่วงนี้เบนซ์ต้องฝึกงานอ่ะ ถ้าเบนซ์ว่างจะมาอยู่ด้วยนะ” เบนซ์อีกคน

“เอาไว้มัดหมี่สอบก่อนน่ะ จะพาไปกิน”

“กินอีกแล้ว อีเจ้มันพึ่งด่าอยู่ ว่าแดกจนอ้วน “ไอ้ทีน

“ไม่กินก็ได้ แต่จะมาอยู่เป็นเพื่อนพี่เมย์” เมียไอ้ทีนรีบพูด

“พวกมึงก็ไม่ต้องอยู่กันดึกหรอกว่ะ เมียพวกมึงมากันแบบนี้ พาไปเที่ยวบ้างมึง งานน่ะไม่ค่อยรีบว่ะช่วงนี้ “ผมพูดก่อนจะพยักหน้ากับเมย์ ผมจองรอบหนังเอาไว้แล้วกลัวจะไม่ทัน

“ไปครับเมีย ไปกินชาบูกัน วันนี้บอสให้พี่กลับเร็วได้ แต่เมียพี่ก็เกือบได้ไปกินโอเลี้ยงกับข้าวผัดที่โรงพักเพื่อประชาชนอยู่แล้วเชียว” ไอ้เปรมดิ์พูด

“ปกติมึงก็กลับเร็วอยู่แล้วไอ้เปรมดิ์ครับ” ผมรีบพูด มันสะบัดหน้ามามองหน้าผม ขยิบตาด้วย

“อ้าวถ้ากลับเร็วทำไมถึงห้องมืดอ่ะ” โบว์ถาม

“ไอ้บอสครับ เมื่อกี้กูน่าจะให้อีเจ้มันลากมึงได้วย ไอ้เชี้ยปากมึงเหรอครับ” ไอ้เปรมดิ์

“กูไปน่ะ วันนี้เลิกเร็วเดี๋ยวพาเมียไปหาซื้อชุดสวยที่โบ้เบ้มาใส่แข่งกับเจ้ครับ สวยและถูกไปครับเมียวันนี้ผัวเปย์เต็มที่”

“ไม่ชอบซ้ำทางใคร จะไปพาราก้อน “เบนซ์พูด

“อู้ยยย!! จะไปพาราก้อน เงินเดือนยังไม่ออก ไปยูเนี่ยนมอล์แล้วกันหรูขึ้นมาหน่อย” ไอ้อาร์มพูด

“กูพาเมียไปหาครอสลดน้ำหนักก่อนว่ะ โดยอีเจ้มันด่าเอา อายแทนเลยกู” ไอ้ทีน

“ไอ้พี่ทีนเขาให้เจ็บแทน ไม่ใช่อายแทนเมีย “น้องมัดหมี่ และผมโบกมือว่าตามสบายก่อนจะเดินออกไปกับเมย์ ไอ้กอล์ฟมันหันมามองผม ยิ้มๆ

“เออ กูดูเอง ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวกูทำเอง “กอล์ฟบอกผม ปกติผมจะอยู่ทำจนดึกแต่พอมีเมย์มาอยู่ด้วยเลิกงานตามเวลาเป๊ะ


“มึงจะเอาอะไรไหมว่ะกอล์ฟ กูซื้อมาฝาก”

“ไม่เอาว่ะ วันนี้เฟย์เขาจะกินซูชิว่ะ เลยว่าจะสั่งแก๊ปฟู้ดมาส่งว่ะ ตามสบายเลยมึง พาเมย์ไปปลอบใจหน่อย” ไอ้กอล์ฟพูด เดินโอบเอวเมย์ออกไป ผมเห็นเมย์เงียบไม่ได้พูดอะอะไรอีกเลย ผมเดาว่าเมย์คงคิดเรื่องที่พี่ปริมเอามาขู่เรื่องบ้านแน่ๆ ผมควรจะจัดการเรื่องบ้านซะก่อน

TBC......

   ตอนหน้า พี่ตั้นต้องขอร้องใครสักคนช่วยเขาแล้วแหละที่นี้

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1545
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0
ยัยปริม  :m20: :pigha2: :pigha2: พี่ตั้นงานนี้ต้องยอมก้มหัวแล้วละ เพื่อบ้านเมย์ อิอิ  :katai5: 

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 662
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
 :laugh: :laugh:แอบสงสารเจ้ปริมอยู่น่ะ

ออฟไลน์ sompong

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 361
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ปริมนางคงเก๋็บกด มากน่าสงสาร

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ผมเห็นเมย์เงียบไม่ได้พูดอะไรอีกเลยตลอดจนผมกับเดินขึ้นไปถึงชั้นที่ผมพักอยู่ ผมเดาว่าเมย์คงคิดเรื่องที่พี่ปริมเอามาขู่เรื่องบ้านแน่ๆ ผมควรจะจัดการเรื่องบ้านซะก่อน ที่เจ้ปริมจะเอามาต่อรองอะไรกับเมย์มากไปกว่านี้ แค่วันนี้ผมก็รู้สึกแย่ ถ้าตอนนั้นผมเชื่อพี่ธันว่าไม่ควรไปยุ่งกับเจ้ปริมมันคงไม่เป็นแบบนี้ เพราะตอนแรกก็คุยกันตกลงกันดีน่ะแต่ทำไมตอนนี้นางอยากได้ผมขึ้นมา ผมนั่งลงที่โต๊ะในห้องครัว ที่สำหรับทานอาหารเช้ากัน เมย์เทน้ำเปล่ามาให้ผมหนึ่งแก้ว

“เมย์ ไปอาบน้ำก่อนนะครับที่รัก “ผมบอกเมย์ เมย์หันมาพยักหน้าตอบผม ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไป ผมก็ต้องหยิบมือถือขั้นมา ผมต้องกลั้นใจก่อนจะกดเบอร์โทร หาพี่อิศเรศ

“สวัสดีครับน้องตั้น”

“ผมขอคุยกับพ่อหน่อยได้ไหมครับพี่เรศ”

ได้ซิครับ ท่านรอคุณอยู่”

“ขอบคุณครับ” ผมพูด ผมถือส่ายรอแป๊บหนึ่ง

“ว่าไงตั้น” เสียงของพ่อผม มีคนบอกหลายคนว่าเสียงพ่อผมกับผมเหมือนกันจนแยกไม่ออก

“พ่อผม เออ ผม อยากจะ” ผมพูด  “ให้ช่วย พูดมาซิ ตั้น”แต่พ่อผมพูดขึ้นมาซะก่อนเหมือนกับว่าเขารออยู่แล้ว

“คือว่าผมอยากจะช่วยเมย์เขา ”

“ซื้อบ้านคืนมา” และนี่ก็ต้องทำให้ผม ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ถ้าพ่อผมรู้ขนาดนี้นั้นแปละว่าเขาต้องให้คนคอยจับตาผมอีกแล้ว

“พ่อรู้ได้ยังไงอ่ะ” ผมถามพ่อผมกลับในทันที

“รู้แล้วกัน รู้มากกว่านั้นด้วยตั้น และนี้ท่าจะให้พ่อซื้อให้เมย์ มีเหตุผลอื่นอีกไหมละตั้น  เพราะว่าการที่จะซื้อบ้านให้มันน่าจะเหตุผลที่สมควร” พ่อผมถามผม ผมเดาว่าเหมือนพ่อจะแค่อยากได้ยินคำยืนยันจากปากผมเท่านั้นเรื่องผมกับเมย์

“ผมขอเมย์แต่งงานแล้วครับพ่อ”ผมพูด

“แน่ใจแล้วเหรอว่าคนที่นายรักคือคนนี้จริงๆ” พ่อถามผม

“ผมแน่ใจพ่อ เมย์คือคนที่ผมรัก ผมยอมรับว่าผมอาจจะไม่ดีพร้อม ผมทำให้พ่อเดือดร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้ผม….”

“ได้จะซื้อให้แต่ขอข้อแลกเปลี่ยนนะตั้น เราต้องมาช่วยฉันดูแลกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่ ฉันกำลังมีโครงการใหม่ สำหรับเรากำลังก่อสร้างอยู่ ฉันต้องการให้เรามาดูแลตั้น”

“แล้วบริษัทผมละพ่อ”

“ให้เพื่อนทำต่อไปเลย”

“คือ….” หมดคำพูดเลยผม อย่างนี้เขาเรียกว่ามัดมือชกไหมว่ะ ผมแอบคิดในใจ บังคับให้ผมกลับไปอยู่ที่นั้น

“ให้เวลาไม่เกินปีนี้น่ะตั้น เคลียร์ทุกอย่าง และเตรียมตัวพาเมย์กลับมาอยู่เขาใหญ่ ถ้าพาเมย์มาอยู่ที่นี่ ผู้หญิงที่แกดันไปหลับไปนอนด้วยเข้าจะได้ไม่กล้า เข้าใจที่ฉันพูดไหมตั้น “พ่อผมพูด

“นี่พ่อให้คนตามติดผมตลอดเลยเหรอพ่อถึงได้รู้เรื่องทุกอย่าง!”

“ถ้าไม่ตามติดมันคงจะแย่ไปกว่านี้แล้วแหละตั้น ทำตามที่พ่อบอก “พ่อผมพูดก่อนจะวางสายไปทันที  ผมได้แต่ยืนเอามือประสานกัน ผมหันมาก็เจอแววตาของเมย์ที่ยืนมองผมอยู่ ผมยอมรับว่าผมใจหายที่ต้องทิ้งเพื่อนๆ ไป รูปถ่ายตอนรับปริญญานั้น ภาคิน ไอ้ธีม ผมสามคนตั้งใจสอบให้ติดที่เดียวกันและพอมาเจอไอ้ทีน ไอ้เปรมดิ์ ไอ้อาร์มและไอ้กอล์ฟ มาเป็นเพื่อนกันอีก เป็นพี่ว๊ากด้วยกันและช่วยเหลือกันจนเรียนจบมาพร้อมกัน และตั้งใจจะทำบริษัทด้วยกันแต่สุดท้ายผมกลับต้องเป็นฝ่ายทิ้งพวกมันไป

“พี่ไม่อยากทิ้งเพื่อนพี่ไปใช่ไหมครับ “เมย์ถามผม “หมับ”  ผมก็ดึงเมย์เข้ามากอด เมย์ก็กอดผมตอบ

“แต่พีก็ไม่อยากเสียเมย์ไป ถ้านี้คือสิ่งที่พี่จะทำเพื่อปกป้องคนที่พี่รัก” ผมพูดกระซิบกับเมย์

“พี่จะไม่มีวันเสียผมไป ผมเชื่ออย่างนั้น “เมย์เงยหน้าขึ้นตอบผม

“อาบน้ำกันไหมครับ”จู่ๆเมย์ก็ถามผมขึ้น มุมปากผมถูกกะตุ๊กขึ้นจนเป็นรอบยิ้มทันที

“จะดีเหรอ เดี๋ยวไปไม่ทันรอบหนังน่ะพี่จองไว้แล้ว”ผมพูด

“ก็แค่อาบน้ำ”คนที่ผมผมกอดอยู่ดันตัวเองให้คลายออกพร้อมกับทำปากยู่ ใส่ผม

“พี่คิดว่าพี่อาจจะทำมากกว่าอาบน้ำ” ผมพูด พร้อมกับปัดผมที่ปกหน้าผากนั้นอย่างเอ็นดู

“พี่เป็นผู้ชายที่ได้คีบแล้วจะเอาศอกตลอดเลย งั้นเมย์อาบคนเดียวก็ได้” เมย์พูดและรีบเดินกลับเข้าห้องไปทันที และผมก็ไม่รอช้า ที่ออกมาแบบนี้แสดงว่ามาชวนผมแล้วผมจะรออะไรล่ะ ก็รีบตามตัวเล็กเข้าไปติดๆ ประตูก็ไม่ล๊อกแบบนี้ แสดงว่าเมียเชื่อเชิญอยุ่เหมือนกัน ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับรีบถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว และตามเมย์เข้าไปติดๆในตู้อาบน้ำ ทำได้แค่อาบน้ำจริงๆเพราะว่าเวลาจำกัด


*****
   เจ้ปริมคนสวย เธอเดินหัวเสียออกมาพร้อมกับสภาพที่ดูไม่ได้ คนเดินผ่านไปก็หันมามองและซุบซิบกันใหญ่ บางคนก็พอเดินผ่านเธอก็เอามือปัดจมูกและหันมามองเธอด้วยสีหน้าแปลกเหมือนเธอมี เธอเองก็เริ่มจะได้กลิ่น เหม็นๆ มาจากเสื้อผ้าชุดแซกเข้ารูปเหมือนกัน กลิ่นมันฉุนๆ และทันทีที่เธอเดินออกมาด้านหน้า สิ่งที่ทำให้เธอต้องหัวเสียมากขึ้น นั้นคือ เหล่าบรรดาสมุนของเธอ นั่งเล่นหมากรุกกันหน้าตาเฉย

“เฮ้ยย!!” และเมื่อหันมาเห็นปริม ที่สภาพยัยเยินมาก

“คุณปริม ทำไมเป็นแบบนี้ละครับ เมื่อกี้ก่อนคุณปริมจะไล่พวกผมลงมา คุณซ้อมเขาแต่ทำไมตอนนี้คุณโดนเขาฟัดมาละครับ”

“ช่างมันเถอะกลับบ้าน พวกมึงก็ดีดี้ ทิ้งกูลงมาเล่นหมากฮอท เปิดประตูรถซิ จะได้ขึ้น! “ปริมเธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับคนของพ่อเธออีก เหนื่อยกับพวกนี้นแล้ว เธอรีบเปิดประตูเข้าไปนั่ง ที่เบาะหลังและตามมาด้วยขับรถชุดเดิมทัตทีที่ประตูเป็นลง กลิ่นทึ่คละคลุ้งจากเสื้อผ้าของเธอ ก็กระจายไปทั่วภายในรถ ปริมถึงกับต้องก้มลงดม

“นี้ไอ้ทีนมีนน้ำมนต์วัดไหนมาสาดเนี๊ยะ น้ำมนต์ค้างปีหรือไง “ปริมพูด ส่วนคนขับรถมองหน้ากันเลิกลัก ก่อนจะหันมามองหน้าของปริม

“คุณหนูครับ กลิ่นแบบนี้ผม ผมว่าไม่ใช้น้ำมนต์หรอกครับ”

“แล้วน้ำอะไรล่ะ”

“กลิ่นมันฉุนมากครับ ผมพูดเลย ผมว่ามันคือน้ำ ปัสสาวะครับ”

“กรี้ดดดด” เสียงกรี้ดลั่นรถอีกครั้ง

“ออกรถซิ ฉันจได้รีบกลับบ้าน อึ้ยยยย ไอ้ ไอ้ ทีนนนน กูจะถอนตอมึงออกเลย”

“ช้าทำไมล่ะออกรถซิ!!”

“คอยดูน่ะ จะกลับมาเอาคืนให้สาสมเลย”

“ยังจะมาอีกเหรอครับคุณปริม เมื่อวันก่อนก็น้ำยาฉีดห้องน้ำ เหม็นคลุ้งจนคุณพ่อคุณปริมยอมลงไปนั่งรถแทกซี่ต่อ และมารอบนี้เจอน้ำปัสสาวะด้วย เป็นผมน่ะครับ ผมไม่มาเหยียบอีกเป็นครั้งที่สองแน่นอนครับ ถ้าจำเป็นต้องผ่าน ผมเลือกย้ายไปอยู่ที่อื่นไกลๆ เลยล่ะครับ”


“คนอย่างอีปริม เป็นคนไม่ยอมใคร เรื่องแค่นี้…” ปริมทำท่าจะพูดแต่ว่ากลิ่นรอบตัวเธอนี่มันคละคลุ้งไปหมด

“แต่จะว่าไปเหม็นมากเลย มีอะไรฉีดไหมเนี๊ยะ! ฉีดให้หน่อยซิ จะอ้วกแล้วเนี๊ยะ” ปริมพูด พอเธอเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกใจ คนขับรถสวมหน้ากากสำหรับป้องกันสารเคมีเรียบร้อย

“อะไรน่ะ”

“หน้ากากครับคุณหนู เส้นนี้รถติดมาก ผมสองคนทนไม่ไหวหรอกครับ ขอใส่หน้ากากแล้วกันน่ะครับ ส่วนคุณหนูก็ดมไปเถอะครับ”

“กรี้ดดดดด” เสียงกรี้ดลั่นรถอีกครั้งแต่คนขับก็ทำเป็นไม่ได้ยิน และปริมเธอก็ต้องนั่งทนดมกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปจนถึงบ้าน ทันทีที่รถแล่นเข้ามาจอดเธอก็ต้องกระโดดลงจากรถและวิ่งแจ้นขึ้นไปบนบ้าน เพื่อตรงไปยังห้องน้ำ ครั้งที่สองแล้วที่เธอต้องขัดสีฉวีวันนานขึ้นอีกไม่ใช่เพื่อผิวพรรณแต่เพราะว่ากลิ่นที่มันติดตัวเธอมานี้แหละ เธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานเกือบชั่วโมง เมื่อเธอออกมาก็ต้องพบว่าพ่อของเธอเข้ามารอเธออยู่ห้องนอน

“พ่อเข้ามามีอะไรเหรอคะ” เธอถามพ่อของเธอ

“มึงไปไหนมาะ ปริม”

“ไปหาผัวเก่ามา แต่ดัน ซวยชะมัด “เธอพูดแต่ก็ต้องกำมัดแน่น ด้วยความแค้น

“กูจะหาผัวรวยให้มึงใหม่ คราวนี้อย่าพลาดเหมือนไอ้ปฐวีย์อีกน่ะ” ทันทีที่พ่อเธอพูดจบ ปริมหันขวับมามองพ่อเธอทันที


“ไม่เอาแล้วน่ะพ่อ ทำไมล่ะ ในเมื่อเราก็มีเงินมีทองมากพออยู่แล้ว ทำไมต้องให้หนูไปทนอยู่กับคนที่หนูไม่รักด้วย หนูไม่เอาหรอกน่ะ แค่คุณปฐวีย์ก็ อี้ อึดอัดจะตายไป เรือ่งว่าทำเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ”

“ทำไมนะเหรอ ก็ถ้ามึงสองคนแม่ลูกยังไม่มีปัญหาหาเงินเอง มีแต่แบมือขอเงินกูน่ะ มึงก็ทำตามที่กูบอก เข้าใจไหมปริม!!”

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงคนเคาะประตูห้องนอนของปริม และคนที่เปิดประตูเข้ามาก็คือคนสนิทของพ่อเธอ เขาคงรู้ดีว่าอยู่ในห้องนอนของปริม คุณดิเรกปรายตามามองบุตรสาวแค่นั้น ก่อนจะหันไปมองคนสนิทว่ามีเรื่องด่วนอะไร

“คุณดิเรกครับ มีคนมาขอพบท่านครับ ตอนนี้ และรออยู่ที่ห้องรับแขกครับ”

“ใคร???”

“เขาบอกว่าเขาชื่อคุณธรรพ์ณธรนะครับ และจะมาคุยเรื่องบ้านที่ไอ้รงค์มันเอามาจำนองไว้นะครับ เขาจะมาขอซื้อต่อในราคาที่คุณเคยให้กับคุณปฐวีย์น่ะครับ”

“เขาเป็นใคร คุณธรรพ์ณธร และนายมีข้อมูลไหม ”คุณดิเรกหันไปถามคนสนิท

“ผมพอจะทราบว่าเขาคือ พ่อเลี้ยงที่อายุน้อย ดูแล้วไม่น่าจะเกินห้าซะด้วยซ้ำ แต่มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นับไม่ถ้วนแถวเขาใหญ่ เป็นที่รู้จักและเกรงขาม มาตั้งแต่สมัยคุณพ่อเขานะครับ”

“นี่พ่อจะเอาบ้านนางเมย์ไปขายเหรอ พ่อขายไม่ได้น่ะ ปริมจะเอามาเป็นข้อต่อรองเอาผัวปริมคืน”

“ก็มึงมันโง่ไง ดังนั้น ขายไปซะอย่างน้อย กำขี้ดีกว่ากำตด และถ้าไอ้รงค์มันออกมาจะไม่ได้อะไรเลย รีบขายไปซะ” พ่อของปริมพูดก่อนจะก้าวเท้าลงออกไปจากห้องนอนของเธอเพื่อไปพบกับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านของเมย์

*****
      ธรรพ์ณธร พ่อเลี้ยงที่อายุน้อยที่สุดแห่งไร่ ศิริเมธานนท์ ผมเดินทางมากรุงเทพตั้งแต่เมื่อวานแล้ว มาคุยกับทนายเรื่องบ้านของเมย์ ทนายบอกถ้าใช้กฎหมายเข้าช่วยก็คงใช้เวลาสืบค้นนานเลยกว่าจะได้คืน ขนาดตอนที่พ่อกับแม่ของเมย์เสียยังใช้เวลาเกือบสิบปี ผมจึงเลือกที่จะเข้าไปคุยกับคนที่ถือโฉนดที่ดินกับบ้านก่อน นั้นคือ คุณดิเรก เป็นนักการเมืองที่ไม่ค่อยใสสะอาดเท่าไหร่ มีแต่ใช้อิทธิพลในทางไม่ค่อยดี และเป็นคนโลภมาก มีบุตรสาวหนึ่งคน ผมรู้ว่าเธอเป็นอะไรกับตั้น แต่ไม่ใช่แฟน มันยิ่งทำให้ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ด้วยความสมแพช ผมเกลียดผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด ผมเคยคิดว่าถ้าตั้นเลือกผู้หญิงคนนี้  ผมก็คงไม่ขอต้อนรับกลับเข้าเขาใหญ่แน่นอน แต่พอตั้นพาเมย์ไป ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้มีอะไรที่จะทำให้ตั้น ไม่ไปยุ่งกับสิ่งที่ไม่ดี ผมรู้ว่าตั้นยุ่งกับผู้หญิงคนนี้และมียาเสพติดเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย ต่อให้แม่ของตั้น เป็นเหมือนมีดกรีดกลางใจผม ทุกครั้งที่ผมได้ยินชื่อเธอก็ตามแต่ตั้นคือเลือดเนื้อของผม ภาพวัยเด็กที่ผมได้อุ้มชูมันก็ยังอยู่ในใจผม ส่วนตั้นเองก็คงจะจำมันไม่ได้ตลอดไป

   “มาแล้วครับคุณท่าน” คนสนิทชองผม ที่ดูแลผมและ รู้ใจผมไปซะทุกอย่าง จนเรียกว่าก้าวข้ามคำว่าคู่รักไปแล้ว ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อน จะหันไปมองคนที่เดินลงมาจากบันไดบ้านชั้นที่สอง เขาชื่อคุณดิเรก พ่อของผู้หญิงที่พยายามใช้มารยากับลูกชายผม พ่อที่โลภมากอยากได้เงินคนอื่นจนมองข้ามความถูกต้อง

   “สวัสดีครับคุณธรรพ์ณธร ถูกต้องไหมครับ”

   “ใช่ครับ  นี่คือคุณธรรพ์ณธร ส่วนผม อิศเรศเลขาฯของท่านครับ” อิศเรศเป็นคนแนะนำทั้งผมและเขา

   “เป็นเลขาฯ แล้วผมควรจะคุยกับคุณหรือว่าเขาล่ะ” คุณดิเรกพูด ผมหันไปมองอิศเรศ

   “เขาคือเลขาฯที่จัดการทุกอย่างแทนผมได้ ตามอำนาจที่ผมได้มอบหมาย ดังนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะคุยหรือตัดสินใจแทนผมได้ ทุกอย่าง ดังนั้นก็ไม่ต่างกัน” ผมพูดกันจะหันมองคนที่ยืนอยู่  ผู้ชายวัยกลางคนนั่งลงบนโซฟา ของภายในบ้านดูมีค่ามีราคาแต่มันได้มาแบบไม่ชอบธรรม ทำไมผมจะไม่รู้

   “เข้าเรื่องเลยนะครับ คุณธรรพ์ณธรต้องการจะขอซื้อบ้านของดอกเตอร์มธุรินและดอกเตอร์ธนิน  ที่มีคนนำมาจำนองไว้กับคุณดิเรก คุณท่านต้องการขอซื้อคืนในราตาสามสิบล้านบาทถ้วน ตกลงคุณจะขายหรือไม่ครับ” อิศเรศเอ่ยถามแทนผม

   “คุณรู้ข้อมูลบ้านนี้ได้ยังไง “ดิเรกถามก่อนจะปรายตามองผมสองคน

   “ผมรู้มากกว่านั้น แต่ผมต้องการที่จะซื้อมันคืนให้ลูกชายผม เป็นของขวัญ ที่เขาขอแฟนเขาแต่งงาน และแฟนของเขาก็คือลูกเจ้าของบ้านคนเดิม “

   “คุณเป็นใคร”

   “ไม่สำคัญว่าผมเป็นใคร ผมรู้ทุกเรื่องของคุณ แม้กระทั้งว่าคุณได้บ้านนี้มาได้ยังไง ถ้าผมจะทำให้คุณไม่ได้เงินเลยสักบาทผมก็ทำได้น่ะ และคุณก็ต้องคืนบ้านให้กับลูกเจ้าของเขา แต่ว่าผมเลือกที่จะเข้ามายื่นเงินก้อนโตให้เพื่อแลกกับ….”

   “ให้ลูกสาวคุณเลิกยุ่งกับลูกชายผม”

   “ลุกสาวผมไปยุ่งกับลูกชายคุณตอนไหน คุณจะบ้าเหรอ”คุณดิเรกพูดโวยวายขึ้นทันที  ผมหันไปขอรูปถ่ายตอนที่ สาวเขายังคงคบกับลูกชายผม ตอนนั้นกำลังออกจากผับ ด้วยอาการมึนเมา รูปมันถ่ายชัดเจนมาก

   “ใช่ลูกสาวคุณไหม” ผมถามคนที่ถือรูปสองสามใบในมือ

   “ใช่ลูกสาวผมเอง” คุณดิเรกตอบ “ไอ้คนนี้มัน คนที่เปิดบริษัท อะไรก็ไม่รู้ “ผมหันมามองอิศเรศ เขาแค่ยักไหล่ให้ผมแค่นั้น
   
   “ลูกชายผมคือคนทีเปิดบริษัทติดตั้งไมโครซอร์ฟที่ลูกสาวคุณไปวุ่นวายอยู่นี้ไง ลูกชายผมก็คือ… “

   “ตั้นเหรอคะ” เสียงที่ทำให้ผมต้องหันไปมองผู้หญิงที่เดินลงมา จากบ้าน เธออาจจะยืนดักฟังอยู่แล้ว

   “แก ฉันจำได้แก ที่มาหาตั้น “ เธอชี้นิ้วมาที่อิศเรศ ผมหันไปหันอิศเรศ

   “ก็วันนั้นคุณตั้นมีเรื่องและต้องขึ้นโรงพักไงครับ ผมไปแทนคุณท่านและเจอผู้หญิงคนนี้เข้า เธอยืนเอะอ่ะโวยวายราวกับคนไร้สติ ” อิศเรศพูด ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมามองเธอ

   “นี่แกมีหน้ามาด่าฉันเหรอ ในบ้านฉันด้วย”

   “รบกวนสอนมารยาทลูกคุณนิดนึงนะคุณดิเรก” ผมแค่ปรายตาหันไปมองแค่นั้น

   “ปริม ออกไป พ่อจะคุยธุระ ไม่เกียวกับแก ”

   “ไม่ค่ะ ปริมจะอยู่ เพราะว่าถ้าเรื่องตั้นมันก็เรื่องของปริม “

   “ ตกลงตั้นคือลูกคุณใช่ไหมค่ะก็ดีเลย มาก็ดี ฉันนี้น่ะ เมียตั้น ลูกสะไภ้คุณไง”

   “ขอโทษน่ะ ตั้นมันบอกฉันว่ามันจะแต่งงานกับผู้ชายที่ชื่อเมย์ และมันต้องการบ้านเป็น ของขวัญวันแต่งงาน แต่ตั้นไม่เคยพูดถึงคุณเลยน่ะ”

   แต่ผมรู้เองว่าคุณกับตั้นน่ะ อยู่ในสถานะไหนกัน ที่ไม่ได้เรียกว่าแฟน เพราะถ้าเป็นแฟนเขาคงพาคุณไปบ้านผมตอนที่ทำบุญให้แม่เขาแล้วแต่นี้เขาพาเมย์ไป และบอกกับทุกคนในบ้านผมว่าเมย์คือแฟนเขา  “ผมพูดโดยไม่ได้หันไปมองหน้าเธอ ผมคิดว่าเธอคงโมโหและมันก็ถูกซะด้วย

   “และผมทราบอีกว่า ตั้นมันก็มีเยอะแยะที่ผ่านมา แต่ว่า ณ ตอนนี้ตั้นเขาบอกกับผมว่า เขาหยุดแล้วที่คนนี้ เขาถึงได้ขอเมย์แต่งงาน” ผมพูด

   “เธอเองไม่ใช่เหรอที่ส่งเมย์ไปหาเขาเอง “ผมหันไปถามเธอ เธอมองหน้าผม

   “โทษตัวเองเถอะน่ะ ไม่ต้องโทษใคร และเธอควรจะจะยอมรับตามกติกาว่าเขาเลือกใคร “ผมพูดก่อนจะปรายตามามองสองพ่อลูก ที่ยืนมองหน้า คนพ่อคงคิดไม่ถึงว่าตั้นจะมีดีกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก แต่ว่ามันสายไปแล้ว ผมดักไว้หมดแล้วถ้าเขายึกยักนั้นคือเขาอาจะต้องเสียบ้านและที่ดินฟรีๆ เผลอจะซวยด้วยซ้ำถ้ายังจะเอาอะไรมาต่อรองกับผม ผมส่งคนไปคุยกับคนที่เอาบ้านมาจำนองแล้ว ต่อให้ไอ้คนนั้นมันอยู่ในคุกก็ตาม  แค่ใช้เงินก็ได้ความลับมาหมดแล้ว ว่าทุกขั้นตอนการพิจารณาคดีเขาใช้เงินอุดทั้งนั้น   

   “แต่หนูมาก่อนไอ้เด็กนั้น”

   “แหละคุณคิดว่าผมควรจะให้คุณเข้าไปอยู่ในบ้านผมหรือไง คุณทำอะไรกับลูกผมบ้าง ไม่มีผู้หญิงปกติทีไหนเขาทำกันแบบนี้ “

   “นี่คุณพูดเรื่องอะไรกันน่ะ”  พ่อของปริมหันมามองผมกับลูกสาวของเขา

   “ลูกสาวคุณเขาใช้ยาเสพติด จากพวกที่คุณหนุนหลังอยู่ กับคุณตั้น ” อิศเรศพูด

   “อีปริม! มึงหาเรื่องให้กูชัดๆ อีลูกไม่รักดี” พ่อของเธอหันไปตะหวาดใส่หน้าลูกสาว ผมหันมามองอิศเรศ

   “ผมจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ห้ามลูกคุณซะ และหลังจากได้บ้านแล้ว ตั้นเขาจะแต่งงานกับเมย์ ทันที” ผมพูด

   “เรื่องอื่นๆผมจะให้ทนายผมจัดการโดยเร็วที่สุด ดังนั้นคุณมีเวลาตัดสินใจแค่ไม่เกินสิ้นเดือนนี้  ผมมาแค่นี้ ผมหมดธุระ ดังนั้นผมขอตัวเลยแล้วกัน   “

   “ถ้าลูกคุณไม่หยุดวุ่นวายกับลูกผมกับคนรักของเขา คุณอาจจะไม่ได้อะไรเลยแต่อาจจะต้องเสียแทน เลือกเอาแล้วกันน่ะคุณดิเรกว่าจะเอาอย่างไหน”  ผมพูดก่อนจะหันไปพยักหน้ากับอิศเรศ และลุกขึ้นทันที ผมเดินออกมาจากบ้านหลังนั้นโดนไม่ได้หันหลังกลับไปมอง คนของผมยื่นอยู่ด้านนอกกันหมด ระหว่างที่อิศเรศกำลังเปิดประตูรถให้ผมเข้าไปก่อน

   “หยุดน่ะ คุณมาตัดสินแบบนี้ไม่ได้น่ะ ฉันต่างหากที่ควรจะได้ตั้น ไม่ใช่อีเด็กบ้านั้น ต่อให้คุณเป็นพ่อฉันก็ไม่สนน่ะ เพราะว่าตอนที่ตัน เขาอัพยาเขาพูดว่า เขาไม่มีวันให้อภัยคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อของเขา คุณทำให้แม่เขาเสียใจ ดังนั้นฉันไม่แคร์หรอกที่คุณจะไม่ชอบฉัน ”

   “ผมก็ไม่แคร์เหมือนกันว่าเธอได้ยินอะไรมา ตอนที่เขาไม่มีสติ แต่ว่าที่ผมรู้ตอนนี้ ตั้นเขาไม่ได้เลือกเธอ เขาบอกกับผมว่าเขาเลือกเมย์ และเขาเป็นคนมาขอร้องให้ผมช่วยเรื่องบ้านเมย์ นั้นคือคำตอบสุดท้ายแล้ว ว่าเขาไม่ได้เลือกคุณปริม “ ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอากับผู้หญิงคนนนี้เต็มที

   “ส่วนเหตุผลว่าทำไมเขาไม่เลือกคุณ แต่ที่ผมรู้ คุณคือผู้หญิงที่ไร้ยางอายที่สุด ผมเกลียดผู้หญิงที่ชอบใช้มารยาสาไถ บ้านเขาใหญ่ของผม ไม่ตอนรับผู้หญิงประเภทนี้ “


   “อีกอย่างน่ะ ผมต้องขอบคุณ ที่ทำให้ผมมีข้อเสนอที่ทำให้ตั้น กลับไปอยู่ดูแลกิจการที่บ้านของผมพร้อมกับเมย์“ผมพูดและทำท่าจะก้าวเท้าขึ้นรถแต่

   “ฉันจะทำให้เขาไม่กลับไป “ ผมกึงกับต้องชักเท้ากลับออกมา มองหน้าเธอ

   “ทำไมคุณไม่ไปทำตัวเองให้ดูมีค่ามากกว่านี้ล่ะ ผู้หญิงอย่างคุณ ไม่จำเป็นที่ต้องมานั่งไล่จับผู้ชายเพื่อความอยู่รอดหรอก จริงไหมครับ” ผมพูดโดยไม่ได้มองหน้าเธอ

   “เลิกยุ่งกับตั้นซะ และกลับไปทำตัวเธอให้มีค่าและเธอจะได้เจอคนที่เขารักเธอจริง เธอรู้ไหมว่าสิ่งที่เธอทำอยู่น่ะมันเหมือนการไล่จับอากาศแต่สุดท้ายเธอไม่ได้อะไรเลย เสียเวลาเปล่าๆ  “

   “แต่หนูรักตั้นเขา หนูรักเขาจริงๆนะคะ หนูไม่เชื่อว่าอีเด็กนั้นมันจะได้แทนทีหนูได้ ”

   “ถ้ารักจริงเธอจะกล้าใช้ยาเสพติดกับเขาเหรอ เธอแค่เห็นแกความสนุก อายุจะเธอก็สามสิบเข้าไปแล้วน่ะปริม เธอไม่เห็นเหรอว่าแม่ของเธอน่ะอยู่โดยที่ไม่มีปากไม่มีเสียง เพราะว่าเขาไม่รู้จะออกไปจากบ้านนี้ได้ยังไงและอยู่ยังไงถ้าไม่มีพ่อเธอคอยให้เงินใช้ไปวันวัน  พ่อเธอเองยังคิดกับเธอเหมือนกันเลย เลยพยายามส่งเธอไปหาคนที่เขามีเงินมาเลี้ยงเธอไง “ผมพูด เธอมองหน้าผม น้ำตาเธอรินไหล ผมรู้ว่ามันดูใจร้ายไป แต่ผมก็ต้องพูด

   “ถ้าผมจะให้ตั้นเขาเลือกเธอก็ได้น่ะ แต่เขาไม่ได้รักเธอ หัวใจมันบังคับกันไม่ได้ แต่ถ้าเธอทำให้เขาต้องเลือกเธอเพราะความจำเป็น คนที่ต้องตกนรกทั้งเป็นน่ะคือเธอ อยากได้แบบนั้นหรือไง  ” ผมหันมามองหน้า เธอนิ่งเงียบไม่มีคำพูดใดๆ อิศเรศก็พยักหน้าให้ผมขึ้น ผมก็ก้าวเท้าเข้าไปอยู่ในรถ โดยมีอิศเรศก้าวตามเข้าไปนั่งข้างๆผมทันที   และประตูรถปิดลงโดยการ์ดของผมเอง ผมไมได้หันไปมองเธออีกเลย จนรถขับออกมาพ้นประตูบ้าน

   “ตรงไปโรงแรมเลยไหมครับ คุณท่าน” อิศเรศถามผม ผมันมามองก่อนจะยิ้มอ่อนไปให้

   “นี่ชวนเข้าโรงแรมเหรอ” ผมหันไปถามคนที่นั่งเคียงข้างผม เขาหันมาแอบค้อนผม

   “แม้คุณท่านน่ะ ก็เห็นบอกว่าอยากจะลองพักโรงแรมเปิดใหม่ ผมก็จัดการให้แล้วไงครับ ห้องสวีทด้วยนะครับ เห็นโปรโมชั่นดีซะด้วย ผมทราบมาว่าเว๊ปไซต์ของโรงแรมนี้ คุณตั้นและเพื่อนๆเขาเป็นคนทำด้วยนะครับ “ อิศเรศพูด ผมแค่ปรายตาไปมองแอบยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

   “ตกลงอันไหนดีกันแน่ โรงแรมดีหรือว่าเว๊ปไซต์เขาดีล่ะ “ผมหันมาถามคนข้างๆ

   “น่าจะเป็นทั้งสองอย่างครับ เลยอยากลอง “

   “เห็นว่ามีอ่างน้ำสปาในห้องนอนเลยนะครับ แถมวิวดีเห็นกรุงเทพโดยรอบด้วย น่าไปลองดูนะครับ”คนข้างๆผมกระซิบกับผม


   “งั้นก็ไปเลยซิรออะไรล่ะ “ ผมพูดก่อนจะหันมามองคนข้างๆ พูดมาขนาดนี้ถ้าบอกไม่ไปนี้คงได้งอนกันบ้างล่ะ  คนข้างๆผมคลี่ยิ้มให้ผมก่อนจะก้มหน้าก้มตาอยู่กับไอแพตรุ่นใหม่ ดูท่าจะวุ่นวายกับการเลือกหาที่พักให้ผมกับคนขับรถด้วย  พักผ่อนให้เต็มที่และจะได้เดินทางกลับเขาใหญ่กันพรุ่งนี้

    ผมนั่งเงียบๆคิดไปถึง ผู้หญิงที่ผมไม่ได้รัก แต่ผมก็ต้องรับผิดชอบเขาเพราะว่า ผมทำให้เขาท้องจนผมได้ตั้นมาเป็นลูกชายผม และนั้นก็คือการชดใช้สิ่งที่เขาทำกับแม่ผม ถึงตอนนี้เธอจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ ถามว่าผมใจร้ายมากขนาดนั้นเลยเหรอที่จะไม่ได้ไปดูดำดูดีเธอขณะที่เธอนอนป่วย ไม่ใช่ ผมไปทุกครั้งที่เธอต้องเข้ารับคีโมแต่ว่าตั้นเขาไปโรงเรียนเขาจึงเคยไม่รู้และผมเองก็ไม่เคยบอกเขา ส่วนลลิลภัทร์เธออาจจะไม่เคยบอกตั้น   ผมเองก็เป็นคนโทรคุยกับคุณหมอที่ดูแลเธอทุกขั้นตอน ขนาดว่าผมเลือกหมอเก่งๆ ค่ายาแสนแพงผมหมดไปกับการรักษาลลิลภัทร์ไปเป็นสิบๆล้านผมยังไม่เสียดายเลย ทั้งที่หมอที่เป็นเจ้าของไข้เธอบอกกับผมแล้วว่า ร่างกายเธอไม่ตอบสนองฝืนไปก็เสียเงินเปล่าๆ แต่ผมก็ยังบอกหมอว่าให้ทำต่อไป แต่สุดท้ายมันก็ยื้อชีวิตลลิลภัทร์ไว้ไม่ได้อยู่ดี ถึงผมจะเกลียดเธอมากแค่ไหน แต่เธอก็ทำให้ผมมีทายาท ตั้น คือทายาทคนเดียวที่ผมมี ผมบอกกับลลิลภัทร์เอาไว้ครื้งล่าสุดที่ผมไปหาเธอว่า ผมสัญญาจะดูแลเขาแทนเธอให้ดีที่สุด

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 662
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1545
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0
อ๋อออออ อดีตอัน :mew4: พี่ตั้นก็ช่วยงานพ่อได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เมย์ก็ช่วยบริหารงาน แบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน มันดีออก อิอิ ปริมฉันเหน่ยกับเธอละเกิน 555 รอตอนต่อไป  :pig4:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
   รชานนท์  ผมพาเมย์มาดูหนัง แม้จะเป็นหนังรักโรแมนติกก็ตามแต่ว่าผมรับรู้ได้ว่าเมย์เงียบ ผมเองก็ไม่สบายใจเลย ที่เมย์เป็นแบบนี้ ผมอยากได้บ้านเมย์คืนมาให้เร็วที่สุด เพื่อว่าพี่ปริมจะได้ไม่มีอะไรมาทำร้ายจิตใจเมย์ได้อีก แต่ว่าผมเองต้องกลับไปอยู่ที่เขาใหญ่และทิ้งเพื่อนๆผมไป ถามว่าเลือกยากไหม มันก็ยากน่ะ ส่วนตัวผมเองก็ผิดที่ไปยุ่งกับพี่ปริม ทั้งที่มีคนเตือนผมหลายคนแล้ว แม้กระทั้งพี่อิศเรศก็ด้วย ผมยอมรับว่ามีเรื่องยาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ผมหันมามองเมย์ ที่นั่งดูหนัง เงียบๆ ไม่มีปฏิกิริยาอาการอะไรกับหนังรักสักนิด ผมเลยเดาได้ยากว่าเขาคิดอะไรอยู่ณะตอนนี้ มันก็เลยทำให้ผมนั่งเงียบๆเช่นกัน ผมนั่งคิดไปต่าง ๆนานา จนกระทั้ง

   “พี่ตั้นครับ” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือมาแตะที่แขนผม

   “หนังจบแล้วครับ “ ผมเงยหน้ามองที่หน้าจอ

   “พี่คิดอะไรอยู่เหรอครับ ผมสังเกตว่าพี่ไไม่ได้ดูหนังเลยนะครับ ” เมย์ถามผม 

   “ไม่มีอะไรนะครับ พี่แค่เพลียๆนะครับ”

   “แล้วชวนผมมาทำไมอ่ะครับ  แทนที่จะได้ไปนอนพัก เฮียนี้” คนพูดทำปากยู่ใส่ผมอีกแล้ว คิดในใจอย่าทำแบบนี้ได้ไหมมันยั่วเฮีย

   “ก็อยากจะมีโมเม้นแบบที่คนรักเขาทำกันบ้าง พี่ไม่เคยเข้าโรงหนังกับใครเลยน่ะ เมย์คือคนที่…”

   “สอง “เมย์ตอบผม

   “ใช่ครับ คนแรกคือพี่อิศเรศ และเมย์คือคน…สุดท้าย จะไม่มีคนที่สามแน่นอน” ผมพูดกับเมย์ เมย์หันมามองผม ตอนนี้คนกำลังทะยอยเดินออกกันกันแล้ว ผมเลยรีบดึงรั้งเมย์เข้ามาและจูบเมย์

   “สัญญาน่ะครับว่าผมจะเป็นผู้ชายอีกคนของพี่ที่พี่จะรัก ผมยอมให้พี่รักพี่อิศเรศได้อีกคน “

   “พี่เลิกรักเขาแล้ว ไปรักได้ไงของพ่อเดี๋ยวก็โดนเตะหรอก  “ผมพูด

   “ตั้งแต่มีเมย์  พี่เองก็ไม่เคยฝันถึงพี่อิศเรศเลย ในหัวพี่มีแต่เมย์ พี่คงไม่ได้รักเขาแล้ว” ผมพูด ก่อนจะจับมือเมย์ให้ลุกขึ้นและเดินออกไปตามทางเดิน เมย์จับกระชับมือผมไว้เช่นกัน ระหว่างที่ผมกำลังเดินออกมา มือถือถือผมสั่นพอดี เบอร์วิว ผมหันไปมองเมย์ ก่อนจะรับสายวิว

   //พี่ตั้น พี่เมย์ล่ะคะ วิวพยายามโทรหาพี่เมย์แต่พี่เมย์ปิดเครื่องนะคะ” วิวถามผม ผมหันมามองเมย์

   //เมย์ มือถือเมย์ล่ะ// ผมถามเมย์ เมย์มองหน้าผม ก่อนจะล้วงเอามันออกมา ส่งให้ผม หน้าจอมันแตก จนเรียกว่าทะลุก ผมดูแล้วมันจะมาจากของแหลม ผมเงยหน้าขึ้นมองเมย์อีกครั้ง อย่าบอกน่ะว่าฝีมือพี่ปริมน่ะ

   “เมย์คุยกับวิวก่อนน่ะ “ผมส่งมือถือผมให้เมย์ เมย์รับไปถือไว้และผมก็รับมือถือเมย์มาเช่นกัน เมย์คุยกับวิว ก่อนจะกดวางสายและส่งมือถือคืนมาให้ผม

   “ใครทำมือถือเมย์แตกครับ” ผมถามเมย์

   “คือ เออ พี่ปริม ครับ”

   “ทำไมเมย์ไม่บอกพี่เลยที่พี่ปริมยังอยู่”

   “ก็ผมไม่อยากให้ พี่ดูไม่ดีนี้ครับ ที่ต้องไปสู้รบปรบมือกับผู้หญิง ส่วนพี่ปริมเขา จริงๆเขา ผมว่าเขาน่าสงสารน่ะพี่ตั้น เขาอาจจะแย่กว่าผมอีก “ผมก็ต้องเลิกคิ้วสูงแย่ตรงไหนมีกินมีใช้ มีเงินซื้อยามาเสพติดนี้น่ะ

   “ช่างมันเถอะ แค่มือถือ ถ้าพี่จะซื้อเครื่องใหม่ให้ผม ผมขอเอาแบบธรรมดาพอน่ะ ไม่ต้องยี่ห้อเดิม ผมขอล่ะ “เมย์บอกผม

   “ทำไมล่ะ เมย์”

   “เพราะว่าผมไม่อยากให้พี่ต้องเสียเงินซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นนี่ครับ”

   “ ก็ได้พี่จะซื้อมือถือธรรมดาแต่พี่จะให้เราใช้เครื่องพี่และพี่ใช้เครื่องที่เมย์บอก โอเคน่ะ” ผมพูดพอเมย์ได้ยินเช่นนั้นก็ทำแก้มป่องทันที และผมก็จุงมือเมย์เดินออกไป ว่าจะไปดูร้านไอโฟนและดูเครื่องใหม่ให้เมย์เลยจะดีกว่า ผมเหลือบมองเวลาตอนนี้ก็เกือบจะสองทุ่มแล้วด้วย

   Rrrrr  สายเรียกเขาจากภาคิน ผมกดรับสายทันที เพราะว่าแทบจะไม่ได้คุยกันเลยมีแค่เรื่องงานไม่เกินยี่สิบนาที ยังไม่ทันได้อ้าปากถามเรื่องส่วนตัวมันชิ้งวางทุกที 

   “ฮัลโหล ว่าไงว่ะมึง” ผมถามคนปลายสาย

   “อยู่ไหนว่ะตั้น” ไอ้ภาคินมันถามผม ผมมหันไปมองเมย์”พี่ภ่าคิน”ผมพูดให้เมย์อ่านปาก เมย์พยักหน้า

   “กูพาเมียมาดูหนังว่ะ “ ผมบอกภาคิน 

   “เหรอ ทีกูชวนไม่ยอมไป อ้างนั้นอ้างนี้ “

   “กูขอโทษ “

   “เออ ๆช่างแม่งเถอะ กูจะโทรมาบอกว่ากูเจอพ่อมึงว่ะ เขามากับพี่อิศเรศและมาพักที่โรงแรมพี่ปฐวีย์ โรงแรมเปิดใหม่พี่เขาว่ะ” ไอ้ภาคินบอกผม  มันทำให้ผมคิดว่า ทำพ่อไม่บอกผมว่าเขาอยู่ที่กรุงเทพนี้ตอนนี้ 

   “จริงดิ กูเพิ่งจะคุยกับพ่อก่อนจะพาเมย์มาดูหนังและพ่อไม่เห็นบอกอะไรเลยว่ะ “ ผมพูด

   “แต่พ่อกูคงจะอยากเปลี่ยนบรรยากาศกับแฟนเขาแล้วมั้งว่ะ” ผมพูด

   “ว่าแต่มึงบอกว่าเห็นพ่อกูที่โรงแรมคุณปฐวีย์ มึงไปทำอะไรที่นั้นว่ะ ภาคิน” ผมหยุดเดินและถามไอ้ภาคิน

   “เออ กู  “ไอ้ภาคิน

   “บอกกูมาเลยไอ้ภาคิน และช่วงนี้มึงก็ไม่ค่อยเข้ามาที่ออฟฟิศอีก ยังไง “

   “กู ก็แค่”

   “บอกเลย ว่ายังไง หรือจะให้กูไปหา ตอนนี้อยู่ไหนเนี๊ยะ”

   “เออ กูบอกแล้วไอ้เชี้ย กูกับพี่ปฐวีย์กำลังคบกันอยู่”

   “ไอ้เชี้ย! “

   “กูไม่ได้เป็นมือที่สามและทำอีเจ้มันโดนปลดกลางอากาศ ถูกถอนหมั้นน่ะมึง แต่รู้สึกดีน่ะอาจจะช่วงที่พี่ปฐวีย์ยังไม่ถอนหมั้น แต่คบจริงๆ น่ะหลังจากนั้น ไอ้ตั้น” มันพูดอธิบายกุกๆกักๆ

   “เออๆ  กูว่าพี่เขาโอเคเลยว่ะ กูดีใจน่ะที่มึง เจอคนที่เขาดูแลมึงได้ดีว่ะ “

   “ดีใจที่เขาไม่อยู่เป็นคู่ต่อสู่มึงก็บอกมา”ไอ้ภาคินพูด แม้มันตรงดีแท้ สมแล้วที่เป็นภาคิน

   “รู้ทันกูอีก”  ผมพูด

   “กูเห็นพ่อมึงว่ะเขาอยู่ที่โรงแรมนี่ว่ะ”ไอ้ภาคินบอกผม ผมเหลือบไปมองเวลา

   “เดี๋ยวกูไปหาพ่อกูดีกว่าว่ะ กูมึเรื่องจะคุยกับเขา”ผมพูด ก่อนจะหันมาดึงมือตัวเล็กเอาไว้ ทำนิ้วว่ารอผมก่อน
   
   “จะมาเลยเหรอว่ะ”

   “ใช่ว่ะกูอยู่ไม่ไกล คงประมาณยี่สิบนาทีถึง”

   “โอเค เจอกันว่ะ กูยังไม่กลับ รอพี่ปฐวีย์ เพราะว่าเขามีแขกคนสำคัญมาพัก “

   “ตกลงนี้ไปเป็นนายหญิงให้เขาเลยหรือไง”

   “นายหญิงบ้านพองมึงดิ กูผู้ชาย เขาแค่ให้กูมาช่วยเรื่องการตลาดและพ่อกูก็ดันอนุญาติ “ไอ้ภาคินมันพูด

   “และห้ามแซว พอแล้ว ที่กับมึงกูยังบไม่แซวเลยน่ะ ไอ้สัส” ภาคินพูด ปนหัวเราะ

   “โอเค กูไม่แซวแล้ว แค่นี้น่ะ เดี๋ยวเจอกัน บายว่ะ”ผมพูด ก่อนจะหันมามองเมย์ เขายืนมองผมตาแป๋ว

   “พ่อพี่มาน่ะเมย์ ไปหาพ่อพี่กันที่โรงแรมพี่ปฐวีย์กัน “ผมบอกเมย์ เมย์ยิ้มตาหยีให้ผม

   “พี่อิศเรศมาด้วยไหมครับ” แต่ทำถามที่ทำให้ผมเบรกจนหัวทิ่ม

   “ทำไมถามหาพี่อิศเรศเลยล่ะ “ผมถามเมย์

   “ก็แค่ถาม ทำไมต้องทำหน้าดุด้วยเล่า” เมย์พูดและหลุบตาลงมองพื้น

   “ถ้ามีพ่อพี่ไม่มีพี่อิศเรศเป็นไปไม่ได้  อิมพอสซิเบิล!  นั้นแปลว่าเขามาด้วยกันอยู่แล้ว  ไปครับ เพราะว่าพี่จะไปเซอไพรส์พ่อพี่ด้วย เร็วนะครับ แต่ว่าโทรศัพท์เอาไว้มาซื้อให้พรุ่งนี้แล้วกัน”  ผมพูดและจูงมือเมย์ เดินไปชั้นที่เป็นลานจอดรถ และขึ้นรถคันหรูของผมและรีบขับออกมาทันทีเช่นกัน  ผมอยากรู้ว่าพ่อผมจะเอายังไง ผมเองก็ร้อนใจเรื่องเมย์ ผมเบื่อเล่นสงครามประสาทกับเจ้ปริมแล้วเหมือนกัน เพราะผมอดสงสารตัวเล็กของผมไม่ได้  เจอพี่ปริมกับเรื่องพี่ปฐวีย์มายังไม่ทันไรมาเจอพี่ปริมกับเรื่องของผมอีก ผมขับรถไปพร้อมกับเอามือลูบหัวเมย์ไปด้วยตลอดทาง 

   ทันทีที่ผมขับมาถึงโรงแรมพี่ปฐวีย์ ผมก็ส่งรถคันหรูผมให้พนักงานนำเข้าไปจอด โรงแรมนี้ไม่ได้ให้บริการแค่ห้องพักแต่มีห้องอาหารหรูไว้บริการเช่นกัน  ผมกับเมย์เข้าไปถึงก็เดินตรงไปที่ล๊อบบี้ ผมเห็นภาคินนั่งอยู่กับพี่ปฐวีย์ เอาไหล่ไปสะกิดเมย์ เมย์หันไปมองตามผม ก็ต้องหันกลับมาหาผมอีกครั้ง เพราะว่าทั้งคู่ดูนั่งใกล้ชิดกันขนาดนี้ ถ้าบอกไม่ใช่คนรักน่ะไม่มีใครเชื่อเด็ดขาด

   “พี่ภาคินกับพี่ปฐวีย์เขา” เมย์เงยหน้าขึ้นถามผมพร้อมกับชี้ไปที่คู่รักคู่ใหม่ที่ดูท่าจะ ข้าวใหม่ปลามัน อิงแอบกันขนาดนั้น

   “หึงเหรอ”

   “เฮียนี่ ผมจะไปหึงเขาทำไมล่ะ ผมมีคู่หมั้นแล้ว” คนตัวเล็กพูด

   “ดีดี ถ้าลืมบ่อยเฮียจับทบทวนให้และทบทวนกันตรงนี้ด้วย ในโรงแรมหรูเลยเหรอและคราวนี้ได้เป็นข่าวฉาวด้วยกันแถมโปรโมทบริษัทพี่ไปในตัวไม่ต้องจ้างบริษัทโฆษณา ” ผมกระซิบกับตัวเล็ก เขาก็ทำปากยู่ใส่ผม ผมพากันเดินเข้าไปหยุด

   “อะแฮม “ ผมเริ่มใช่เสียงทำลายความเงียบซะก่อน ทั้งคู่เงยหน้าจากมือถือ หันมามองผมสองคน ไอ้ภาคินมันก็ดันตัวเองขยับออกมาหน่อยคงเกรงใจผมกับเมย์

   “อ้าว! ภาคิน ไม่เห็นบอกพี่เลยว่าเพื่อนจะมา” พี่ปฐวีย์หันไปถามภาคิน

   “ก็ผมบอกพีไออุ่นว่าให้รอแป๊ปหนึ่งไง แต่ไม่ได้บอกว่าใครมาแค่นั้นเอง”ภาคินพูดแถมยังเรียกพี่เขาว่าไออุ่น เมย์แอบยิ้มเหมือนเขาจะรู้อะไรสักอย่าง แต่ผมไม่มายด์ อาจจะนิกเนมเอาไว้เรียกกันสองคนก็ได้

   “พี่วีย์ครับ ผมมาหาพ่อผมครับ ท่านมาพักที่โรงแรมพี่นะครับ” ผมพูด


   “หึ?” พี่ปฐวีย์ทำสีหน้าไม่แน่ใจ


   “ผมเห็นพ่อของตั้นเขาเดินอยู่ในนี้น่ะครับ น่าจะเข้าไปในห้องอาหารแล้วด้วยนะครับ ” ภาคินพูด พี่ปฐวีย์หันไปมองภาคินก่อนจะหันมามองผมและเมย์ แต่พี่เขาไม่เคยเจอพ่อผม แน่นอนเขาจะรู้ไหมว่าใคร

   “น่าจะบอกพี่นะตั้นว่าพ่อเราจะมาพักที่นี้  พี่จะได้ให้ส่วนลด ว่าแต่คนไหนล่ะตั้น” พี่ปฐวีย์ถามผม
   
   “ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ พ่อผมจ่ายได้สบายอยู่แล้ว เออ ถ้าอย่างนั้นผมสองคนไม่กวนพี่กับ เพื่อนผมเลยนะครับ “ ผมพูดก่อนจะชะเง้อมองมัน ไอ้ภาคินมันแอบส่งนิ้วกลางให้ผม อย่าแซวมัน

   “ถ้าอย่างนั้นกลับเลยไหมครับพี่ไออุ่น พี่น่าจะเหนื่อยแล้ว วันนี้พี่ก็วุ่นวายกับแขกคนสำคัญทั้งวันแล้วนะครับ”

   “ดีเลย พี่อยากกลับไปพักแล้วครับ เออ  งั้นพี่กลับก่อนน่ะตั้น  ถ้ามีอะไรบอกเลขาฯพี่ได้น่ะ เขาจัดการแทนพี่ได้ ส่วนพี่คงจะ รีบกลับไปแช่น้ำในอ่างสปาให้สบายๆซักหน่อย หาคนลงไปถูหลังให้ด้วย ” พี่ปฐวีย์พูดพร้อมกับปรายตามองคนที่นั่งอยู่ ภาคินมันก็ทำตาปลับเปลือกใส่ ผมว่ามันนี้แหละคนถูหลังให้พี่เขา

   “กลับไปนี้อาบน้ำอีกรอบน่ะ พี่อยากมีคนถูหลัง”ผมหันไปกระซิบกับเมย์ที่ยืนมองพี่ปฐวียืกับภาคิน คงแปลกใจเหมือนผมแต่พอได้ยินผมพูดเท่านั้นแหละหันมามองผมทำท่าจะหยิกผมด้วย

   “เออ คุณหุ้นส่วนครับ พรุ่งนี้เข้าบริษัทนิดนึงน่ะ กูมีประชุมด่วนกับเพื่อนๆ และห้ามชิ้งหนีน่ะมึง ถ้าไม่อยากโดนแบบไอ้กอล์ฟ ” ผมพูดก่อนจะลากแขนเมย์ไปกับผม ไอ้ภาคินหันมาโชว์นิ้งกลางใส่ผมอีกทีทันทีเช่นกัน

*******   
ตอนหน้าพ่อลูกเขาจะไปคุยกัน พ่อลูกจอมดื้อ ขอบคุณคอมเม้นให้กำลังใจคนแต่งค่ะ  ช้วงนี้คนแต่งวุ่นวายกับคริสมาสอาจจะไม่ได้มาลงทุกวันนะคะ  คนอ่านอย่าเพิ่งหนีหายไปไหนนะคะ 

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Tanthai23

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 242
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
   ธรรพ์ณธร สุดท้ายผมกับตั้นก็คุยกันได้ไม่นานจริงๆ และตั้นก็พาเมย์กลับไปในทันทีเช่นกัน เขาโมโหผมแค่เพราะว่าผมไม่ตอบคำถามเขา ว่าแม่เขาทำอะไรผิด ผมได้แต่ยืน

“ฟู่” พ่นลมหายใจออกมาจากปลายจมูกโด่งรั้นของผม ตอนนี้ผมกับอิศเรศพากันขึ้นมาที่ห้องพัก ผมเปลี่ยนเป็นสวมเสื้อคลุมอาบน้ำ ในห้องพักที่อิศเรศเลือกมีอ่างสปาน้ำวน ผมเปิดผ้าม่านเพื่อชมวิวรอบกรุงเทพ โรงแรมนี้จัดได้ตั้งอยู่ในย่านธุรกืจ  ทำเลดี วิวก็ดีมองเห็นกรุงเทพโดยรอบและเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องราตรี แต่คงจะต้องกระเป๋าหนักหน่อยถ้าจะพักที่นี้ และที่ดินตรงนี้ก็แพงมากแน่นอนที่คนโลภมากอย่างนายดิเรก อยากจะยกให้ลูกสาวเพื่อมาเป็นดองกับตระกูลนี้ แต่ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะใจกล้ารับหมั้นผู้หญิงคนนั้นเพียงเพราะว่า เพื่อบ้านของเมย์ในราคาแค่สามสิบล้านบาท มันน่าจะมีมากกว่านั้นไหม แต่มันก็คงไม่สำคัญแล้วเพราะว่าเขาก็ถอนหมั้นเธอไปแล้ว  และนี้ต้องมาคอยระวังนางจะกลับมาตั้นด้วยวิธีสกปรกอีก แต่ผมเชื่อว่าเขาเชื่อเมย์ และผมก็เห็นว่าเด็กคนนั้นน่าจะเอาตั้นอยู่

“คุณธรรพ์ณธร!” เสียงที่เรียกชื่อผมดังมาจากด้านหลัง น้ำเสียงที่บ่งบอกได้ว่าเขากำลังไม่พอใจผม ถึงได้เรียกชื่อซะเต็มยศขนาดนี้ เพราะปกติจะเรียกคุณท่าน หรือถ้าอยู่กันตามลำพังก็จะเป็นสามี ผมค่อยๆ หันไปมอง คนที่ยืนเพ้งเล็งมองมาที่นิ้วมือที่คีบแก้วบรั่นดีเอาไว้ด้วย

“ผมบอกคุณเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วน่ะ ว่าอย่าดื่มบรันดีหรือวิสกี้ ไวน์ได้นิดหน่อยน่ะครับ คุณนี้ดื้อมากกว่าคุณตั้นซะอีก “คนที่ยืนสวมเสื้อคลุมอยู่เดินตรงมาหาผมพร้อมกับคว้าแก้วไปจากมือผมแต่ผมยื้อเอาไว้

“แค่แก้วเดียว” ผมพูด สายตาผมมองคนที่ตรงหน้า ก่อนจะไปชำเลืองตามองน้ำในอ่างน้ำวน

“อันที่จริง ที่ไร่เราก็มีน่ะ ทำไมคุณภรรยาไม่ชวนลงไปแช่ที่นั่น แต่ดันมาชวนแช่ที่โรงแรมหรูแบบนี้ล่ะ” ผมถามคนตรงหน้าที่ยืนหน้าแดงก่ำ

“แถมวิวทิวทัศน์มองไปก็มีแต่ตึกสูงๆ มองไปก็มีแสงไฟนีออนส่องไปทั่วกรุง หึ” ผมพูดก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนอยู่

“แม้ก็อ่างน้ำวนที่ไร่คุณสามี เล่นเอาไปตั้งไว้ที่ตรงกลางแจ้งขนาดนั้น ผมจะกล้าได้อย่างไรละครับ ถึงคุณสามีผมจะบอกว่าไม่มีใครกล้ามองแต่ต้นไม้ก็มี อายนะครับ ภูเขาก็ล้อมรอบอีก” ผมยอมรับว่าผมเอาไปตั้งไว้ที่ระเบียงเหมือนที่บ้านพักของลลิลภัทร์ และมันก็เห็นวิว 360องศา มองไปเห็นวิวภูเขา เห็นไร่ชา แต่ว่าคนนี้กลับไม่กล้าออกไปแช่กับผมสักครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นกลับไปจะให้คนยกเข้าไปตั้งด้านในแล้วกัน คราวนี้ห้ามมีข้ออ้างน่ะ “ผมพูดก่อนจะกระดกบรั่นดีไปจนหมดแก้ว พร้อมกับส่งแก้วเปล่าให้คนที่ยืนตรงหน้าถือเอาไว้ ก่อนจะหันหลังและกระตุกเชือกที่คาดเอวเอาไว้ให้หลุด เสื้อคลุมก็หลุดร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมกับก้าวเท้าลงไปในอ่างน้ำวนนั้น ผมชำเลืองตามองคนที่ยืนมองผมผ่านกระจกตรงหน้า เขายืนมองผมจากด้านหลัง

“ลงมาซิครับคุณภรรยา เห็นบอกว่าโรงแรมเขาดี ดีเพราะว่าอ่างนี้หรือเปล่า “ผมหันกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและ ผมก็แบมือเรียกคนที่ยืนทำหน้าแดงอยู่ ตอนนี้ผมยืนโดยไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ ปกปิด แกนกายที่กำยำ ซีกแพคที่ได้มาจากการเล่นฟิตเน็ตมันทำให้คนที่ยืนอยู่ มองตาคางไปหลายวิ จนผมต้อง “หมับ” คว้าร่างนั้นเข้ามาใกล้

“คุณท่าน! “คนที่ยืนร้องเรียกผมเสียงหลง

“จะให้อุ้มหรือว่าจะเดินลงมาเองดีล่ะ เลือกเอาน่ะว่าต้องการแบบไหน” คนที่ถูกถามถึงบหน้าแดงทันที ก่อนจะค่อยๆ ดึงเชือกที่คาดเอวไว้ออก ฝ่ามือหนาของผมก็จับเสื้อคลุมนั้น ถอดออกไปทางหัวไหล่ และปล่อยให้ร่วงลงไปกองกับพื้น เผยให้เห็นถึงผิวพรรณที่ดูเรียบเนียนจนน่าลูบไล้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มที่เข้ามาแอบอยู่ในไร่ของผมวันนั้น ที่ดูมอมแมม มีแผลเต็มตัว จากการถูกทำร้ายและการหลบหนีมาและผมก็รับเขาเข้ามาดูแล ภาพเขาในวันนี้เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูมีเสน่ห์ ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น ก็กับตั้นลูกชายผมเองเขาก็คงรู้สึกเช่นเดียวกันกับผม แต่เขาคนนี้เลือกผม ไม่ใช่เพราะว่าผมมีบุญคุณแต่เขาเลือกเพราะว่าเขารักผมมากกว่าแต่ถ้าเขาจะเลือกตั้น ผมก็ยินดีนะ แต่อิศเรศบอกผมว่าเขาเลือกผมจากหัวใจของเขา

“ว่าไงครับ “ผมถามคนตรงหน้าอีกครั้ง เขาก็ก้าวเท้าลงมาช้าๆ ผมก็ค่อยย่อตัวลงนั่งในอ่างน้ำวนนั้น อ่างที่ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ผมกางมือให้เขาจับเพื่อย่อตัวลงนั่งเช่นกัน

“หมับ” สองมือประสานกันและคนที่ก้าวเท้าลงมาทีหลังก็ย่อตัวลงนั่งคร่อมร่างผมเอาไว้ ในท่านั่งย่องๆ มันทำให้ผมต้องกระหยิ่มยิ้มย่อง ผมก็จับมือเอาสองมือนั้นขึ้นมาครองรอบคอ

“ที่อย่างนี้ทำเป็นเขินอาย ที่ชวนนอนโรงแรมไม่เห็นเขินเลยน่ะ” ผมพูดแซวคนตรงหน้า เขาก็โผเข้ามากอด ริมฝีปากบางๆ นั้นขยับรอการจุมพิตจากผม ริมฝีหนาๆ ของผมประกบจูบหยอกเย้าเล่น ฝ่ามือเรียวดุจดังมือหญิงสาวลูบไล้ไปมาแผ่นอกชายชาตรี มือผมลูบไล้แผ่นหลังที่เรียบเนียน ไม่แพ้สตรีใด ต่อให้ผมไม่เคยสัมผัสก็ตาม มีแค่ผู้หญิงคนนั้นคนเดียวแต่มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไรเลย ทำแค่เพราะว่าผมต้องการแก้แค้นแค่นั้น

“แค่อาบน้ำน่ะ ไม่อยากทำในนี้ “ผมกระซิบบางคนที่นั่งคร่อมร่างผมเอาไว้ เขาก็ยิ้มพร้อมกับเทสบู่เหลวมาถูกไปตามแผ่นอกผม อย่างเบามือ ดูจากการลูบไล้นี่มันยั่วยวนหนุ่มที่สูงวัยอย่างผมมิใช่น้อย มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกฮึกเหิมเหมือนได้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง

“เวลาอยู่กับตั้น ทำแบบนี้ไหม” จู่ๆ ผมก็ถามอิศเรศขึ้นมา น้ำเสียงแอบหึง

“ผมบอกคุณสามีแล้วไงล่ะครับ ผมยอมให้แค่ภายนอก ไม่เหมือนคุณที่ผมยอมให้ทั้งกายและใจ แค่นี้ยังไม่เพียงพออีกเหรอครับ “คนที่นั่งลูบไล้ผมไปมา ช้อนตาขึ้นมามองผมก่อนจะหลุบตาลงและทำการควักน้ำมาราดรดกายผม

“หันหลังซิครับ ผมจะได้ถูหลังให้ “คนที่นั่งอยู่สั่งผม ผมก็ต้องเปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งหันหลังให้แทนและหันไปมองลอดช่องผ้าม่าน มองวิวกรุงเทพ เมืองหลวงศรีวิลัย ที่มีแต่แสงสีเสียง ตั้นเลยไม่อยากกลับไปที่ไร่ ไปอยู่ที่นั่น

“คิดอะไรอยู่ครับ ” คนที่ถูหลังให้ผมอยู่กระซิบกับผมเบาๆ

“คิดว่าทำไมตั้นถึงไม่ยอมกลับไปอยู่ที่ไร่กับฉัน”

“หนึ่งก็คือเพื่อน สองก็คง”

“ฉันอย่างนั้นหรือ อิศเรศ”

“ครับ คุณตั้นเขาเฝ้าถามผมเสมอว่า แม่เขาผิดอะไร ทำไมคุณไม่บอกเขาไปล่ะครับ ความจริงน่ะครับ”

“มันจะทำให้เขาเจ็บปวดเปล่าๆ ถ้าเขารู้ ปล่อยเอาไว้แบบนี้แหละเรศ “ผมหันมาตอบอิศเรศ ก่อนจะหมุนตัวมาพร้อมกับดึงร่างบางๆ มากอดกระชับและจูบอย่างเร่าร้อน

“ไปต่อกันที่เตียงน่ะ “ผมพูดคนที่กำลังล้างตัวอยู่พร้อมกับปรายตามองผมก่อนจะค่อยๆๆๆลุกขึ้นไปคว้าผ้าเช็ดตัวมาซับน้ำที่ตัวเองก่อนจะก้าวเท้าออกไป ผมก็ลุกขึ้นตามและก้าวเท้าออกไปเช่นกัน ผมยืนให้อิศเรศ เช็ดตัวให้ผม

“คราวนี้สะอาดหมดแล้ว คงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ” ผมถามคนที่กำลังเช็ดตัวผมให้แห้ง เขาก็เงยหน้าขั้นมองผม รอยยิ้มที่ปรากฎนั้นคือคำตอบว่าเขารู้ดี ผมเดินไปนั่งที่บนเตียงนอนค่อยๆ ถอยหลังไปให้พอมีที่สำหรับอีกคนที่จะตามมาคุกเข่าลงเพื่อจัดการปลุกเร้าความเป็นชายให้กลับมาซู่ซ่าอีกครั้ง ริมฝีปากเล็กที่ชำนาญการนั้น ผมยอมรับว่าผมมีอะไรกับเขาเมื่อเขาอายุ สิบแปดปีบริบูรณ์ ผมได้เอ่ยปากขอเขาเอาไว้ ว่าผมต้องการหลับนอนกับเขา เพราะว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงมาตั้งนานแล้วและนี่จึงทำให้พ่อผมกับผมไม่เคยลงรอยกัน คุยกันก็ทะเลาะกันเหมือนเช่นผมกับตั้นไม่มีผิดเพี้ยน แต่เหตุผลของผมนั้นพ่อไม่ยอมรับที่ผมเป็นเกย์ แต่เกย์คนนี้ก็ทำให้ผู้หญิงที่พ่อผมรักเป็นหนักหนาท้องมาแล้ว

“อยากเล่นคาวบอยไหม “ผมเอามือลูบหัวคนที่ใช้ลิ้นปลุกเร้าความเป็นชายผมอยู่ มันกำลังชูชันจนรู้สึกได้ว่าพร้อมรบแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองผม ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนๆ มาให้ผม และผมก็ค่อยเอนกายลงนอนราบลง คนที่นั่งคุกเข่าอยู่ก็ดันตัวเอง มานั่งย่องๆ คร่อมผมอยู่ มือที่ประสานกันระหว่างผมกับคนที่อยู่ด้านบน ผมแบมือไปรับเจลหล่อลื่นมาเทใส่นิ้วและทำการ สวนเข้าไปที่ช่องทางรักก่อน เพื่อสร้างความคุ้นเคย จนคนที่นั่งยองๆอยู่ แสดงอาการว่าต้องการมากกว่านั้น ผมจึงจับสะโพกให้ตรงยังแท่งร้อนของผมและคนที่นั่งยองๆ ก็ค่อยๆ ก้นสะโพกลงมาช้าๆ ใบหน้าหยเกนั้นบ่งบอกได้ว่ามันคับแน่นไม่แพ้ในทั้งแรก และค่อยลงทิ้งตัวลงมาช้าๆ เนิบๆ เล่นเอาคนสูงวัยอย่างผมหายใจไม่ทั่วท้องกันเลยทีเดียว มันหย่อนลงมาอย่างต่อเนื่องจนสุด และหยุดสักพัก ไม่นานเมื่อความรู้สึกที่อึดอัดเริ่มเปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกเสียวซ่านแทน คนที่คุมเกมอยู่ก็เริ่มขยับขึ้นลง จากช้าและเร็วขึ้น ไม่นานก็

"อ้าห์ อะ อ้าห์ โฮ้วว "เสียงร้องครางดังออกมา ไม่นานทุกอย่างก็เกร็งและกะตุ๊ก น้ำสีขาวขุ่นพุ้งอยู่ภายในกายนั้น คนที่คุมเกมอยู่ รีบหันคว้ากระดาษทิชชูมาซับส่วนที่ไหล่ย้อนออกมาซะก่อนที่จะถอนตัวเองออกช้าๆ ผมก็นอนให้คนที่กำลังเช็ดทำความสะอาดจัดการคราบน้ำกามออกจนหมดสิ้น ก่อนที่เขาจะกลับมาหา

“หมับ” ผมรีบคว้าร่างนั้นเอาไว้และดึงรั้งให้นอนลงข้างๆ ตรงหน้า

“ไม่ให้ผมสวมเสื้อผ้าก่อนเหรอครับ”

“นอนแบบนี้แหละ อยากกอดแบบไม่มีอะไรมาขวางเลย ได้ไหม”

“หึ ไม่ดีกว่ามั้งครับ ผม”

“อายอะไรอีกล่ะ นอนแบบนี้แหละ “ผมพูดกับคนที่นอนมองผม แววตาไร้เดียงสา เขายังเป็นเด็กน้อยของผมตลอดเวลา ไม่ว่าตอนนี้จะอายุเท่าไหร่แล้วก็ตาม

“เรศ” ผมเรียกชื่อเขา

“ฉันว่าจะ ให้สิทธิ์ ภรรยากับเรา” ผมพูดและอิศเรศก็หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที

“ผมว่า”

“มันถึงเวลาแล้วเรศ เธอควรได้สิทธิ์นันและฉันจะเชิญผู้หญิงคนนั้นออกแต่จะให้เงินและที่อยู่ให้เขาออกไปพร้อมกับลูกสาวของเขาซะทีเพราะว่ามันถึงเวลาแล้ว” ผมพูด ก่อนจะขมวดค้วมองคนที่ผมกอดเขาเอาไว้

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหรอกครับ แต่ผมกังวลเรื่องคุณตั้น เขายังแคลงใจเรื่องแม่ของเขาและยิ่งผมกับคุณแบบนี้ด้วย มันยิ่งทำให้เขา”

“ฉันเลือกแล้วเรศ และเราก็เลือกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าจะอยู่กับฉัน “ผมถามคนที่นอนใช้นิ้วเขี่ยตามไรขนที่แผ่นอกของผมเบาๆ

“ครับ ผมเลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่กับคุณท่านไปจนกว่าผมจะหมดลมหายใจ”

“ดังนั้น เธอคือภรรยาของฉัน ฉันจะจัดการเรื่องเอกสารและติดต่อทนายเพื่อให้เขาจัดการให้ รวมทั้งเรื่องจดทะเบียนคู่สมรสด้วย “ผมพูดบอกคนที่นอนตะแคงมองผม เด็กหนุ่มที่อายุห่างจากผมแถมรุ่นราวคราวลูกผมเลยก็ว่าได้ แก่กว่าตั้นแค่ห้าปีเอง

“เคยรู้สึกอายไหมที่มีแฟนแก่” ผมถามอิศเรศ

“ถามผม คุณไม่แก่เลยนะครับ พละกำลังเหมือนโคถึก ซะด้วยซ้ำ ดังนั้น ไม่เคยรู้สึกอายเลยนะครับ และผมก็ชอบแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าผมชอบผู้ชายที่ดูอบอุ่น แบบคุณท่านไงครับ”

“อื้มมมม” มันเป็นคำตอบที่น่าพึงพอใจจนผมต้องก้มลงไปจูบคนเบื้องล่างอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง

******

   รชานนท์ ผมขับรถกลับมาจากที่ไปนั่งให้ใจของผมสงบลงก่อน ผมชวนเมย์ไปนั่งเล่นทีท่าพระอาทิตย์ ไปนั่งดูเรือสำราญที่ผ่านไปมา ผมเองก็เคยไม่กล้านั่ง ผมรู้สึกกลัวแม่น้ำ กลัวที่ลึกๆ ถามว่าไปทะเลได้ไหมไปแต่จะไม่ล่องเรือไปกลางทะเลเด็ดขาด ผมรู้สึกกลัว การจมน้ำ น่าจะเป็นเพราะว่าตอนเด็กๆ ผมตกน้ำบ่อยมั้ง อันที่จริงก็จำไม่ได้หรอก แม่นมเคยเล่าให้ผมฟัง ว่าผมตกลงไปและพ่อผมไปช่วยผมเข้ามา แต่ผมกลับไม่รู้สึกผูกพันอะไรกับพ่อผมเลยสักนิด มันเหมือนกับว่ามันหายไปจากใจผม

“ตัวเล็ก อาบน้ำกันไหม พี่รู้สึกเหนียวตัวยังไงก็ไม่รู้”

“ก็แน่ล่ะเราไปนั่งตรงริมแม่น้ำแบบนั้น ผมก็รู้สึกน่ะ” ตัวเล็กพูดขณะที่กำลังถอดพวกเครื่องประดับออก ผมเดินเข้าไปช่วยตัวเล็กถอดเช่นกันพวกแหวน พวกนาฬิกาออก จะว่าไปชวนตัวเล็กเล่นอะไรในห้องน้ำดีกว่า ตัวเล็กเดินไปหยิบชุดนอนก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป เมย์หันมามองผมก่อนจะก้าวพ้นเข้าห้องแอบกัดปากนิดนึง นั้นไงเมียเชื้อเชิญ ผมก็รีบถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเรียกได้ว่าเดินโท่งๆ ตามเมย์เข้าห้องน้ำไปเช่นเดียวกัน เมย์แค่หันมามองผมก่อนจะก้าวเข้าห้องน้ำไปก่อน

“หมับ” ผมเข้าไปกอดเมย์จากด้านหลัง เมย์เปิดก๊อกน้ำ สายน้ำที่ราดรดลงมา

“ตามมาถูหลังให้เมีย” ผมกระซิบ เมย์แค่เหลียวมามองผมก่อนจะหันกลับไป ผมปล่อยให้สายน้ำราดรดที่ศีรษะของผม เมย์หันกลับพร้อมกับบีบยาสระผมใส่ฝ่ามือเล็กๆ นั้นและละเลงลงบนเส้นผมหนาๆ ผมเป็นคนที่ผมเส้นใหญ่และหนา ต้องขยันเข้าร้านตัดผมและต้องเป็นร้านประจำอีกต่างหาก ผมยืนนิ่งปล่อยให้เมย์เป็นคนสระผมให้ผม  เนื่องจากเมย์ตัวเล็กกว่าผม ผมเลยต้องย่อตัวลงและก้มหัวลงมาหน่อย ผมยืนใช้มือเท้ากำแพงจนเมย์สระผมให้ผมเรียบร้อย ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนสระผมตัวเองเช่นกัน

“ขอบคุณนะครับ” ผมกระซิบ ก่อนจะโอบตัวเมย์มากอด สายน้ำที่ราดรดตั้งแต่ศีรษะลงมามันทำให้คนตรงหน้าผมดูเซ็กซี ฟองจากยาสระผม ผมยืนมองเมย์ จนเขาล้างผมเสร็จ และเมย์ก็บีบครีมอาบน้ำใส่ฟองน้ำ ก่อนจะไล่ถูไปตามตัวผม มันเหมือนเมย์กำลังยั่วผมอยู่น่ะ

“ยั่วเฮียหรือเปล่า” ผมถามเมย์ เมย์ไม่พูดได้แต่ช้อนตาขึ้นมองผม ฟองน้ำที่มีสบูเหลวถูวนไปมาตามแผ่นอกของผมและไล่ลงไปตามหน้าท้อง ช่วงนี้ผมตื่นมาโหนบาร์ทุกวัน มีเมียเด็กกว่าต้องฟิตกันหน่อย ตอนนี้ฟองน้ำนั้นเริ่มต่ำลงไปเรื่อยๆ

“แกล้งยั่วเฮียใช่ไหมครับที่รัก" ถามคนที่ยิ้มที่มุมปาก และฟองน้ำมันต่ำลงไปขนถึงส่วนสงวนของผม ถ้ายั่วกันขนาดนี้ ตั้นคงจะไม่ทนเช่นกัน ผมดันเมย์ไปติดกำแพง เอื้อมมือไปกดปิดน้ำก่อนสบู่ที่เกาะตามลำตัวของผมเรียกว่าพองเลยจะดีกว่า ผมใช้มือดันกำแพงไว้ข้างลำตัวของเมย์ ริมฝีปากเมย์เผยอรอรับการจูบของผม ผมก็ไม่รอช้าประกบปากจูบ แบบนุ่มนวล ค่อยๆ เล็มจากริมฝีปากบนและลงมาที่ริมฝีปากล่าง เม้มเล่นบ้าง ก่อนจะครอบจูบริมฝีปากบ้างๆ นั้นมย์ก็จูบผมตอบ กายของผมเริ่มเบียดเสียดที่ร่างกายของเมย์ หน้าท้องของผมสองคนก็เสียดสีกัน ริมปากผมเริ่มซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอและไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงสองจุดเล็กๆ ที่แข็งขึ้นเป็นไต ยิ่งใช้ลิ้นตวัดเลียหยอกเล่นก็ยิ่งแข็งและแอนขึ้น

   ผมยอมรับว่าที่ผ่านมาเจอแต่อกตูม และแต่ละคน ก็สัมผัสได้เลยว่า ไม่ใช่ธรรมชาติให้มาสักคน มีบ้างเหมือนกันที่ไม่ได้ทำ ส่วนพี่ปริมน่ะ ทำหมดทั้งตัวเท่าที่ผมรู้ หน้าอกเธอก็ทำมา จับไปไร้ความรู้สึก ไม่เหมือนกับอกแบนๆแบบนี้เลย เล่นเอาผมไม่อยากหยุด ผมค่อยเลื่อนตัวเองลงไปหาหน้าท้องแบนๆ นั้น พรมจูบลงไป ผมเดาว่าเมย์คงหายใจไม่ทั่วท้อง เมย์เกร็งหน้าท้องเป็นครั้งคราว ผมค่อยเลื่อนลงไปจนถึงเมย์น้อยๆ

     (ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำให้ใครมาก่อนเลย แม้กระทั่งกับผู้หญิงก็ไม่เคยทำ ยิ่งผู้ชายผมก็ยังไม่เคยทำให้มาก่อน ทั้งที่ผมก็เป็นแฟนกับพี่อิศเรศอยู่ตั้งหลายปียังไม่เคยทำให้ และเมย์นี่ก็คือคนแรกเลยที่ผมยอมทำให้ขนาดนี้ )
     ผมค่อยๆ ครอบปากกับเมย์น้อย ที่ดูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม เมย์ก็เริ่มโยกเบาๆ ยิ่งทำก็ยิ่งเมามัน จนกระทั่งร่างของเมย์เริ่มกระตุกและน้ำสีขาวขุ่นก็พุ้งกระจายออกมา หลบแทบไม่ทันน่ะผม เห็นตัวเล็กๆ แบบนีพุ้งออกมาราวกับน้ำจากก๊อก ผมเงยหน้าขึ้นมองเมย์


“ตาเฮียบ้างแล้วน่ะเมีย” ผมพูดก่อนจะค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นมามองเมย์ ผมก็ยืนเปิดก๊อกน้ำอีกครั้ง เมย์ยืนมองผมกัดปากเซ็กซี่ก่อนจะบีบสบู่ใส่ฟองน้ำและถูตัวเองให้ทั่วเพื่อเพิ่มฟองสบู ผมถูกไปทุกส่วน พอเห็นว่าฟองหนาพอสมควรแล้ว ผมก็ปิดน้ำและโผเข้าไปกอดเมย ร่างกายผมเสียดสีกัน

“อ้าห์ “เมย์เริ่มคราวออกมาเบา ๆ ผมก็ดันเมย์ไปติดกับกำแพงพร้อมกับใช้ฝ่ามือจับเอวเมย์และยกขึ้นผมดันเมย์ไว้กับกำแพง เมย์มองหน้าผมตาแป๋วเลย

“พี่จะทำเบาๆ ครับ “ผมกระซิบบอกเมย์ เมย์ใช้แขนโอบรอบคอผมเอาไว้ ผมจับโคนขาเมย์ให้กางออกเพื่อให้สอดใส่แท่งร้อนของผมให้ตรงกับช่องทางรักของเมย์ ไม่มีเจลในห้องน้ำแต่สบู่ที่ผมใช้ถูตัว  ก็น่าจะช่วยให้เกมรักของผมสองคนไม่สะดุด ผมค่อยสอดใส่เข้าไปที่ช่องทางรักของเมย์ช้าๆ และดันเข้าไปเบาๆ

“อ้าห์ พี่ตั้น “เมย์ครางเรียกชื่อผม ผมเห็นมือของเมย์ข้างหนึ่งไปแปะไว้ที่กระจกตู้อาบน้ำ ผมก็โยกสวนเข้าออก

“เฮีย อ้าห์ อื้มม ซี้ด” มีแต่เสียงเมย์ที่ครางเพราะว่าผมมุ่งมั่นโยกอย่างเดียว และต้องทำกิจกรรมนี้อย่างระมัดระวัง เพราะถ้าผิดท่าขึ้นมานี้ได้รับบาดเจ็บเลยน่ะ และถ้าบาดเจ็บจนต้องไปโรงพยาบาลขึ้นมาและเหตุผลที่ต้องบอกหมออาจจะทำให้ผมโดนแก๊งของผม ที่ปากหมานเป็นหลัก พวกมันอาจจะทำให้ผมต้องแทรกแผ่นดินหนีไปเลยก็ได้ แค่คิดก็กลัว ดังนั้นอย่าพลาดจะดีกว่า ฮาๆ

“โอ้ววว โอ้วว อืมมม ซี้ด พี่ตั้น “ดีน่ะที่เป็นในห้องน้ำเมียครางน่าดู จนผมเองก็เริ่มจะทนไม่ไหว ร่างกายเริ่มกระตุก แท่งร้อนก็กระตุกตามเช่นกันและ

“ปึก” เสียงเด้งสวนเข้าไปรอบนี้ผมต้องค้างเอาไว้ เพราะว่าน้ำสีขาวขุ่นกำลังพวยพุ้งออกมา

“อ้าห์!!” เสียงครางลากยาวจากปากผม “ฟู่!” พร้อมกลับพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกโด่งๆ ของผม น้ำสีขาวขุ่นไหลย้อนลงไปที่โคนขาอ่อนของเมย์และไหล่ลงที่โคนขาอ่อนของผมเช่นกัน เมย์ก้มลงจูบผม ผมก็จูบเมย์ตอบ ยิ่งนับวันเมย์ก็ยิ่งเร่าร้อน ผมยอมรับเลยว่า พี่ปริมก็สู้ไม่ได้ ผมว่าพี่ปริมแกเซ็กจัดแล้วน่ะแต่ไม่ตอบสนองผมได้ถึงใจเหมือนเมย์เลยสักนิด

“ทำไมมองผมแบบนี้ล่ะเฮีย” เมย์ถามผม

“ขอบคุณน่ะครับ เมย์ทำให้พี่มีความสุขอ่ะครับ”

“จริงอ่ะ” เมย์ถามผมด้วยน้ำเสียงที่แปลกใจ

“จริงครับ มีความสุขมากกว่าทุกคนที่ผ่านมา พี่พึ่งจะรู้น่ะว่าที่ผ่านมาเฮียนี่เลือกเดินทางผิดมาตลอด” ผมพูดปนหัวเราะ ก่อนจะค่อยๆถอนแกนกายผมออกและค่อยๆ ปล่อยเมย์ลงมายืนจนทรงตัวได้ และจูบเมย์อีกครั้ง

“ผมไม่เคยอยู่ในห้องน้ำนานขนาดนี้เลยน่ะเนี๊ยะ นี้ครั้งแรกเลยจริงๆ “เมย์พูดปนหัวเราะ และผมสองคนก็ช่วยกันทำความสะอาดร่างกายอีกครั้ง ก่อนจะพากันออกมาจากห้องน้ำ ผมสวมแค่บอกเซอร์ ตั้งแต่มีเมย์มาอยู่ด้วย ผมสวมแค่นี้ ไม่สวมเสื้อนอน อยากให้เมย์กอดอกอุ่นๆ ของผม

“เมียจ๋าเอานมอุ่นๆ ไหมครับ เฮียทำให้ครับ” ผมถามเมย์

“ขอบคุณครับที่รัก” เมย์บอกผม “ที่รักอย่าลืมเช็ดผมให้แห้งๆ ด้วยน่ะครับ เพราะว่าเวลาที่รักนอนแล้วผมเปียกมันก็จะทำให้หมอนที่รักเปียกไปด้วย และมันจะชื้นไม่ดีน่ะครับ” เมย์บอกผม ผมก็คว้าผ้าขนหนูมาซับน้ำที่หัวผมไปด้วยผมเดินออกมาที่ด้านนอก ส่วนเมย์เขากำลังจัดที่นอนอยู่ และพอผมเดินออกมาก่อน

“เว้ยยย!!” ร้องเสียงหลง ให้กับแขกที่ไม่ได้รับเชิญมันมานั่งรอกับเฟย์ ตอนไหนวะ ไอ้กอล์ฟครับ มันหันมามองหน้าผม นั้งดูทีวีกันราวกับบ้านของตัวเอง

“กูมาได้สักพักหนึ่งแล้ว กดกริ่งแล้วไม่มีใครตอบเลยเปิดประตูเข้ามา และได้ยินเสียงเปิดน้ำคงอาบน้ำกันเลยไม่เรียกอ่ะรอ… และก็รอ รอ จน หนึ่งชั่วโมงพอดี” ไอ้กอล์ฟมันพูด ผมก็มองหน้ามันว่ามารอทำไมที่ห้องผมแบบนี่

“กูจะมาบอกว่างานมีปัญหา ให้มึงพากันไปแก้ระบบ ที่โรงพยาบาลว่ะ พรุ่งนี้ด่วน “ไอ้กอล์ฟบอกผม

“เฮีย ร้องทำไมอ่ะ มีอะไรเหรอครับ” เมย์รีบเดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดผมที่เปียกจากการสระออกมาด้วย แน่นอนมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าผมสองคนเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จกัน

“อ้าวพี่กอล์ฟ เฟย์ มาตอนไหนอ่ะ” เมย์ถามขึ้น

“พี่มา เมื่อ ประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้วครับ นั่งดูละครหลังข่าวจบไปหลายตอนแล้วครับแต่พี่มาไม่กล้าเรียกเห็นอาบน้ำกันอยู่ “ไอ้กอล์ฟมันพูด เมย์หันมามองหน้าผม ผมก็ยิ้มแหยๆ

“อาบน้ำกันนานเนอะ” เฟย์อีกคน

“โปรโมชั่นใช้น้ำฟรีเหรอ” ไอ้กอล์ฟมันแซวผมสองคน

“เรื่องของกู” ผมตอบมันไปแอบเขินไปด้วยก่อนจะเดินไปนั่งลงและดูเอกสารที่มันปริ้นซ์มาให้ผมดู เมย์ก็เดินไปทำนมอุ่นแทนผม

“พรุ่งนี้เมย์ต้องไปมหา’ลัยว่ะ กูไม่อยากให้เมย์ไปคนเดียวเลยว่ะ “ผมพูด แต่งานก็สำคัญ

“พรุ่งนี้มีสามที่เลยว่ะตั้น ต้องแก้ให้เสร็จว่ะ “ไอ้กอล์ฟพูด พอดีเมย์เดินมารพร้อมกับนมอุ่นๆ ไอ้กอล์ฟมันมองแก้วนมและหันมามองหน้าผม

“เปลี่ยนสไตล์แล้วเหรอ ปกติน้ำเมาเท่านั้นที่จะทำให้มึงหลับสบาย แต่นี่เปลี่ยนมาเป็นน้ำนมแทน” ไอ้กอล์ฟมันพูด ผมอยากจะหาอะไรปาใส่มันแต่ไม่มีเมย์เก็บเอาที่เข้าทางไปหมด

“คุยเรื่องอะไรกันอยู่เหรอครับ “เมย์ถามผมกับไอ้กอล์ฟ

“พรุ่งนี้พี่มีงานน่ะครับ แต่พี่ก็เป็นห่วงเมย์ ที่จะให้เมย์ไปมหา’ ลัยคนเดียว” ผมพูดเมย์หันมามองหน้าผมและกอล์ฟ

“พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าและวิชาเดียวครับ มีอีกทีตอนเย็นเลยครับ พี่ตั้นให้ผมไปเป็นเพื่อนพี่เมย์ไหมครับ” เฟย์พูดขึ้น ผมหันมามองหน้าเมย์

“ผมแค่ไปทำเรื่องก่อนนะครับพี่ตั้น ไม่นานหรอกเพราะว่าผมเคลียร์ทุกอย่างหมดแล้ว แค่ทำเรื่องและเขาก็จะนัดวันซ้อมรับแค่นั้นเองนะครับ” เมย์พูด

“ให้เฟย์ไปเป็นเพื่อนแล้วกันน่ะเมย์ พี่เป็นห่วงเรานะ พี่ไม่อยากให้ไปคนเดียว “ผมหันไปบอกเมย์ เมย์ก็พยักหน้าตอบผม

“โอเคถ้าอย่างนัน เฟย์มารับเมย์แล้วกันน่ะ”

“ขอบใจน่ะเฟย์ “ผมหันไปขอบใจเฟย์

“ไม่เป็นไรครับ เฮีย ผมน่ะรักพี่เมย์เหมือนพี่….” ผมก็เลิกคิ้วมอง

“พี่ชาย “ค่อยยังชัวผมหน่อย นึกว่าบอกว่าเมย์ผมเป็นพี่สาว

“ถ้าอย่างนั้นกูไปนอนน่ะ ดึกมากแล้ว ยังไม่ได้อาบน้ำเลย และถ้าอาบน้ำอีก คง ได้นอนประมาณเที่ยงคืนพอดี” นั้นไงยังไม่หยุดอีกยังแซวผมอีก ผมหันไปมองเวลาตอนนี้มันแค่สี่ทุ่มครึ้งเอง มันจะอาบนานเกินผมสองคนไปแล้ว

“แบบว่าไม่ต้องใช้ยากูอึดทนนานว่ะ” ไอ้กอล์ฟพูด แม้คนข้างๆ เอียงอายน่าดู

“เหรอ แซวกูตลอดนะพวกมึงน่ะ เดี๋ยวกูให้เฝ้าออฟฟิศอีกคืนเลยพรุ่งนี้น่ะ แซวกู” ผมพูด

“ไม่ได้น่ะ พรุ่งนี้จะพาเฟย์ไปเที่ยว ให้ไอ้พวกนั้นมาอยู่มั้งเลย” ผมพยักหน้าก่อนจะไปเปิดประตูส่งแขกกลับห้องมัน ผมหันมามองเมย์ ก่อนจะเดินกลับมากระดกดื่มนมอุ่นๆ ที่ผสมน้ำผึ้งที่เมย์ทำให้ผมดื่ม เมย์ก็เช็ดซับน้ำที่เส้นผมให้ผมจนแห้ง เส้นผมของผมเส้นใหญ่และหนา เมื่อก่อนขี้เกียจแม่ต้องคอยเช็ดให้ผมตลอด ผมหันมามองเมย์ก่อนจะเปลี่ยนเป็นผมนอนหนุนตักเมย์ เมย์ก็เอามือลูบหัวผมเบาๆ มันเหมือนตอนที่แม่ผมยังอยู่ ผมชอบนอนหนุนตักแม่ผมและให้แม่เอามือลูบหัวผมเล่นจนผมหลับบ้าง หรือบางที่ก็แค่เคลิ้มและแม่ถึงจะไล่ผมไปนอน ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเมย์ที่ก้มมองผม ทำไมผมถึงได้เห็นเป็นใบหน้าของแม่ผม แม่ลลิลภัทร์ซ้อนเข้ามา ผมค่อยพลิกมานอนหงายมองพร้อมกับยกมือขึ้นแตะใบหน้านั้นเบาๆ

“มัม” ผมเรียกคนที่ผมแตะ

“พี่ต้น นี้เมย์”นั่นแหละผมถึงได้สติ คนที่ผมแตะคือเมย์

“เออ เมย์พี่ขอโทษ

“พี่คิดถึงแม่เหรอครับ” เมย์ถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่ เพราะว่าวันนี้เอ่ยถามเรื่องแม่กับพ่อผมไป ผมถึงได้คิดถึงแม่ผมขึ้นมา

“พี่อยากบินที่นั้น เพื่อไปเอารูปเอาของทุกอย่างของแม่พี่กลับมา “ผมพูดกับเมย์

“งั้นเราก็ไปกันซิครับ พ่อพี่ยังไม่ได้ขายไม่ใช่เหรอครับ” เมย์บอกผม

“ไปตอนวันคริสต์มาสไหมครับและช่วงปีใหม่เราค่อยไปหาพ่อพี่กัน “เมย์บอกผม

“ถ้าผมไปกับพี่ ผมก็ต้องขอวีซ่าด้วยใช่ไหมครับ “เมย์ถามผม ผมพยักหน้าว่าใช่แต่ผมไม่ต้องเพราะว่าผมถือสองสัญชาติอยู่น่ะตอนนี้ แม่ผมได้สัญชาติอเมริกันนานแล้วก่อนจะมาอยู่กับพ่อผม

“ยื่นขอวีซ่านะไม่นานหรอกครับเมย์ เดี๋ยวพี่จัดการเอง พี่ให้พี่อิศเรศเขาจัดการให้ และหลังจากนั้นเราก็ไปฮันนี้มูนกันด้วยน่ะ”ผมพูด

“ผมยังไม่เคยไปอเมริกามาก่อนเลยอ่ะพี่ตั้น”

“นี่ไงครับไปกับพี่ เดี๋ยวพี่พาไปเที่ยวครับ “ผมบอกเมย์ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว นี่ผมจะได้พาเมย์ไปหาแม่ลลิลภัทร์ของผมด้วยซิน่ะ แม่ต้องชอบแน่ๆ เพราะว่าเมย์มีอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนแม่ของผม ผมใช้ฝ่ามือผมลูบไล้ใบหน้าของเมย์เบาๆ

“พี่คิดว่าแม่พี่ส่งเมย์มาให้พี่” ผมบอกเมย์ เมย์ก็ยิ้ม

“แม่ปริมนะซิ ส่งผมมาให้พี่น่ะ” เมย์พูด เบรกซะตั้นหัวทิ่มเลย

“ยอมรับว่าแม่ปริม แต่ตอนนี้ตั้นมีแม่เมย์คนเดียวจริงๆ ไม่ไปหาแม่คนไหนแล้ว “ผมพูดออดอ้อนเมย์ เขาก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ๋ให้ผม ผมนอนหนุนตักคุยกันกะหนุงกะหนิงคุยกันทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องเรียนที่อเมริกาของผมและเรื่องเพื่อนๆ ของผมที่อเมริกา ว่าผมมีเพื่อนคนหนึ่ง มันอ้วนมากและโดนบลูลี่บ่อยๆ จนผมทนไม่ไหว เลยช่วยมันและผมก็มีเรื่องชกต่อยกับคนที่บลูลี่เพื่อนผมคนนั้นจนผมเองก็เกือบโดนไล่ออก และนั้นทำให้ผมได้เห็นหน้าพ่อผมครั้งแรกตั้งแต่ย้ายไปอเมริกา และเพื่อนผมคนนี้ยังมีกรุปเลือดเดียวกับผมอีกน่ะ RH- และเพื่อนคนนี้มันเกิดอุบัติเหตุ ผมเลยเป็นคนที่บริจาคเลือดให้เพื่อนคนนี้อีก ตั้งแต่พอแม่ผมป่วยผมก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนผมคนนั้นอีก และก่อนที่ผมจะย้ายมาที่นี้ผมได้ยินพวกเพื่อนๆคนอื่นอบกผมว่า เพื่อนคนนั้นต้องย้ายบ้านไปอีกเมืองตามพ่อแม่ก็เลยขาดการติดต่อไปเลยและผมก็จำชื่อมันไม่ได้อีกด้วย จำได้แต่ว่ามีกรุปเลือดเดียวกับผมแค่นั้นเอง


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-12-2020 14:35:43 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 293
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1545
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0
คู่ใหญ่นี่แบบ  :oo1: :pighaun: 5555 คู่หลักก็หวานไม่ยอมกัน  :-[ รอกันตอนต่อไปเลย จะยังไงบ้าง  :pig4: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ KaitlyynDuff

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 20
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
การอัปเดตนี้ทำให้ฉันคิด !!! ฉันชอบมันมากและฉันแทบรอการอัปเดตอื่นไม่ได้ ฉันอยากรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป ฉันติดเรื่องนี้มากและฉันอ่านสองครั้งแล้วตอนนี้ฉันคิดว่า ทักษะที่ยอดเยี่ยมที่คุณมีฉันหวังว่าคุณจะเขียนต่อไป

ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1047
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +31/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
         รชานนท์   ผมนั่งทานอาหารเช้ากับเมย์เหมือนเช่นทุกวัน ช่วงนี้ความรักของผมกับเมย์ค้อนข้างหวานชื่นเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ผมเดินไปหยิบกล่องที่เป็นสร้อยคอที่แม่ผมให้เอาไว้ มันมีจี๋ที่บ่งบอกว่าผมคือใครเพราะว่ามีนามสกุลของปู่ผมอยู่ที่จี้นั้น แต่ผมไม่ได้ถามแม่ผมน่ะว่าใครให้มา พ่อผมหรือเปล่า แต่ก่อนที่แม่ผมจะทรดหนักแม่ให้เก็บสิ่งนี้เอาไว้ แม่บอกว่าให้ผมสวมให้กับคนที่ผมจะใช้ชีวิตคู่ด้วย ผมเลือกแล้วครับแม่นั้นคือ เมธานินท์

“เมย์ “ผมเรียกเมย์ วันนี้เมย์จะไปมหาวิทยาลัย ไปกับเฟย์ และไปนัดเจอเพื่อนๆ ของเขาที่นั้น

“ครับเฮีย” เมย์หันมามองผม ผมหยิบสร้อยออกมาจากกล่อง ก่อนจะสวมใส่ที่คอของเมย์ และติดตะขอให้จากด้านหลัง เมย์ยืนนิ่ง ก่อนจะหันมาหาผม

“อะไรเหรอครับเฮีย และนี้สร้อยพี่ให้ผมทำไมอ่ะครับ วันสำคัญอะไรเหอครับ จะว่าวันเกิดผมก็ยังไม่ถึงสักหน่อย จะว่ามันคริสต์มาสก็อีกตั้งเดือนหนึ่งแนะ ปีใหม่ยิ่งไม่ใช่ใหญ่เลย” เมย์พูดถามผม

“นี้จะไม่ให้เฮียพูดบ้างเลยใช่ไหมเนี๊ยะเรานะ พูดไปหมดเลย “ผมพูดปนขำคนตรงหน้า ทำปากยู่ น่ารักเชียวจนผมเองก็อดใจไม่ไหว้

“ก็ ผม …. “เมย์พูดแต่ว่าผมประกบริมฝีปากหนาๆ ได้รูปจูบและดันตัวเมย์ขึ้นไปอยู่บนซิงค์น้ำ รสจูบที่เร่าร้อนเริ่มไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงคอเรียวยาว

“เฮีย …” เมย์เอ่ยปากเรียกชื่อผม “ตกลงเฮียให้เมย์ทำไมอ่ะครับสร้อยเส้นนี้” เมย์ถามผมก้อนจะก้มลงมองที่สร้อยและพลิกดูที่จี้ที่ห้อยเอาไว้ด้วย เขากำลังอ่านตัวหนังสือเล็กๆ นั้น

“สร้อยเส้นนี้แม่พี่… เออ….ให้พี่ไว้น่ะครับ” ผมพูดก่อนจะหลุบตาลง

“อ้าว! งั้นพี่ก็ไม่สมควรจะเอามาให้ผมนะครับพี่ตั้น” เมย์เงยหน้าขึ้นมองผมและทำท่าจะถอดออกแต่ผมรีบจับมันเอาไว้ก่อน

“เมย์ฟังพี่ก่อน แม่พี่น่ะบอกว่าให้พี่สวมให้กับคนที่พี่มอบหัวใจให้ และคนนั้นคือคนที่พี่เลือกแล้วว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะอยู่กับพี่ไปตลอด พี่เลือกเมย์” ผมพูดบอกเมย์ เมย์มองหน้าผมก่อจะ

“หมับ” เมย์เข้ามาสวมกอดผม ผมก็กอดเมย์และหอมที่หน้าผากของเมย์

“เฮียสัญญาน่ะว่าจะอยู่กับเมย์ไปตลอดเลย ห้ามไล่เมย์ไปไหนน่ะเฮีย” เมย์พูดพร้อมกับใบหน้าที่ซบลงที่แผ่นอกของผม

“ตกลงไม่อยากไปจากเฮียแล้วใช่ไหมครับ” ผมถามเมย์ ผมจำได้เมย์เคยบอกว่าถ้าเขาเจอคนที่เขารักล่ะ

“ทำไมถามเมย์แบบนี้ล่ะ” เมย์ดันอกผมออกพร้อมกับเงยหน้ามองผมก่อนจะหลุบตาลงทันที

“ก็เมย์เคยบอกเฮียว่า ถ้าพี่ให้เมย์อยู่เป็นแฟนและวันหนึ่งเมย์เจอคนที่เมย์รักล่ะ แล้วเฮียก็บอกว่าเฮียยินดีให้ไปจำได้ไหมครับ “ผมถามเมย์

“ก็ตอนนั้น ผมยังโกรธเฮียนิแต่ตอนนี้ ไม่ไปไหนแล้วน่ะ เพราะว่าเมย์รักเฮียไปแล้วอ่ะ” มุมปากของผมกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“เฮียก็รักเมย์แล้วหมดหัวใจเลย “ผมพูดกับเมย์

“ลงไปรอเฟย์ด้านล่างด้วยกันน่ะเมย์” ผมพูดบอกเมย์ เมย์พยักหน้าก่อนจะหันไปกดเปิดเครื่องล่างจาน ผมก็เดินเข้าไปสวมนาฬิกา และแหวนหมั้นของผม จะว่าไปผมเองก็ยังไม่มีปาร์ตี่ฉลองงานหมั้นให้เมย์เลยน่ะ แต่แค่คิดถึงงานแต่งของผมกับเมย์ ผมก็อดยืนยิ้มเหมือนคนฝันกลางวันไม่ได้แล้ว ผมต้องไปคุยกับพ่อเรื่องงานแต่งของผมกับเมย์

“ไปถึงแล้วโทรบอกเฮียด้วยน่ะเมย์ เอียเป็นห่วง” ผมหันมาบอกเมย์ขณะที่กำลังก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ และจู่ๆ ลิฟต์ก็เปิดออก โดยมีสองหนุ่มต่างชาติเดินตามเข้ามา ผมจำได้หนึ่งในนั้นคือเพื่อนบ้าน แต่ว่าวันนี้มันมีเพื่อนมาด้วย

“ไฮ “มันทักทายผมและเมย์แต่ผมยืนนิ่ง ส่วนเมย์ยกมือทักทาย ไอ้คนที่ทักมันกึงเห็นว่าผมไม่ค่อยชอบหน้ามันเท่าไหร่เลยลดมือลงและหันไปยิ้มกับเพื่อนมันแทน

“ฮาวอาร์ยู เมย์”

“แอมฟายแธงกิว แอน ยู?” ผมหันมาเหล่ตามองตัวเล็ก

“ผม สาบายดี ครับ” มันพยายามพูดไทยด้วย

“กวนตีน” ผมพูดมัน ทั้งคู่หันมามองหน้าผมแบบ ไม่เข้าใจ

“What did you say?” มันยังถามผมอีก ผมก็หันไปบอกว่า “กวนตีน!” ผมพูดเน้นๆ และยิ้ม

“โอ๊ยยย” อันนี้ผมร้องแต่ไม่ดังพยายามกลั้นกลัวเสียฟอร์มต่อหน้าไอ้สองคนนี้ ก็เมียเล่นหยิกผมเข้า “หยิกพี่ทำไม” ผมหันไปกระซิบถามเมย์

“พี่แม่งไม่น่ารักเลย “เมย์กระซิบบอกผม

“จะให้พี่ทนได้ไง มันกำลังจะจีบเมียพี่อยู่ พี่ไม่ใช่พ่อพระนี้ครับ เมีย” ผมกระซิบกลับแต่ไอ้สองคนนี้มันก็มองหน้าผมกับเมย์สลับกันไปมาและค่อยถอยหลังไปอยู่อีกมุมหนึ่งของลิฟต์ ผมก็ยืนถลกแขนเสื้อรอ และ

“วอท เดอะ ฟั๊ก อาร์ ยู ดู อิ่ง?” มันคงคิดว่าผมจะต่อยมันแน่ๆ

“กูจะกดลิฟต์ข้างหลังมึง บังอยู่ได้” ผมพูดและกดเลขชั้นที่ผมจะลง มัวแต่มองหน้ากวนๆ ของมันสองคนอยู่ไงเลยไม่ได้กด ผมพูดทำหน้าเข้มจนมันไปยืนอยู่ที่มุม ผมเองก็อดกลั้นหัวเราะไอ้สองคนนี้ไม่ได้ จนกระทั่งลิฟต์เปิดออกที่ชั้นออฟฟิศของผม ผมหันมาดึงแขนเมย์ให้ออกไปทันที และประตูลิฟต์ก็ปิดลงช้า ๆ โดยมีไอ้เวรรนั้นโบกไม้โบกมือให้เมย์ตามหลัง

“ห้ามส่งยิ้ม ห้ามพูดคำหวานใส่ไอ้สองตัวนี้ ไม่อย่างนั้นเฮียจะทำโทษ “ผมพูด ตัวเล็กเหลือกตาขึ้นบนและเบ้ปากใส่ผมด้วย

“ก็เฮียกลัวว่าถ้าเจอคนที่ดีกว่าเฮียแล้วเมย์จะไปจากเฮียอ่ะ ทีรัก เขาหึง อ่ะ” ผมพูดและเดินคนที่เดินจั้มๆ ไม่ยอมรอผมพร้อมกับเปิดประตูเข้าไปในออฟฟิศ ผมเห็นเด็กมารอกันแล้วคนที่มาเปิดก่อนก็คือไอ้กอล์ฟ มันคงไปส่งเฟย์ที่มหาวิทยาลัยก่อน

“เฮียสวัสดีครับ อาซ้อ สวัสดีครับ” เด็ก ๆ ที่มาทำงานให้ผม ยกมอืไหว้ผมกับเมย์เหมือนเช่นทุกวัน

“พี่กอล์ฟยังไม่เข้ามาเหรอ” ผมถามทุกคน

“พี่กอล์ฟเข้ามาพักหนึ่งแล้วครับ และบอกว่าจะไปรับไอ้เฟย์นะครับเฮีย” ผมพยักหน้า

“เมย์เข้าไปนั่งในห้องทำงานพี่ก่อนนะ “ผมพูดพร้อมกับโอบเอวเมย์เข้าไป

“วี้ดวิว” เสียงแซวจากพวกเด็ก ๆ ผมพาเมย์เข้าไปในห้องทำงานของผมและเปิดคอมพิวเตอร์ทันที ผมลงทะเบียนเรียนให้เมย์แล้วผมลงบัญชีให้เมย์ เมย์ก็หันไปจะดึงเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ ผมแต่ว่าผม

“หมับ” ผมดึงรั้งเอวบาง ๆ นั้นเข้ามาและให้เขานั่งตัวเดียวกับผมและให้เขานั่งตัวผมจับเมย์ให้นั่งลงบนตักของผม และกดเข้าไปดูหน้าเว๊ปของสถานบันที่ผมลงทะเบียนเรียนให้เมย์ ผมสองคนกดไล่ดูไปเรื่อย ๆ ว่าต้องเรียนวันไหน วิชาอะไรบ้าง ระหว่างที่ผมกำลังไล่ดู ผมรู้สึกว่ามีสายตาคนแอบมองผมอยู่แต่ผมก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ และ

“ฟ๊อด” หอมแก้มเสียงดังเลย ทำเอาคนถูกหอม เอามือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองเบาๆ

“เห็นมองเฮียอยู่ เฮียรู้ว่าเฮียหล่อมาก และนี้ก็ให้รางวัลคนแอบมอง” ผมพูดพร้อมกับชำเลืองมองคนทำแก้มป่องน่ารัก

“WTF!” ผมกับเมย์หันไปมองคนที่เปิดประตูเข้ามาแบบไม่เคาะเลย มันนั่นแหละ ไอ้ธีม

“ทำอะไรกันน่ะ” มันยังมีหน้ามาถามผมกับเมย์อีกน่ะ

“ก็แค่นั่งดูคอมพิวเตอร์ด้วยกัน มึงนั่นแหละเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อนว่ะ ไอ้ไม่มีมารยาท!!” ผมพูดและด่ามันกลับทันที

“นี่กูกลายเป็นหุ้นส่วนที่ไม่มีมารยาทไปแล้วเหรอครับมึงครับ” ไอ้ธีมมันพูดและเอามือกุมหน้าอกตัวเอง

“เมื่อก่อนไม่เห็นต้องเคาะเลยเดี๋ยวนี้ต้องเคาะแล้วเหรอครับ ไอ้บอส!”

“ตอนนี้ช่วยเคาะนิดนึงนะครับมึงครับ “ผมพูดและเมย์หันไปยิ้มให้ไอ้ธีม

“เฟย์มาแล้วอ่ะ เห็นถามหาพี่สาวอยู่” ไอ้ธีมพูด

“เฮ้ยพี่ธีม! ผมเป็นพี่ชายต่างหาก” ผมหันไปหยิบกล่องเปล่าปาใส่ไอ้ธีมทันที

“ผัวเมียช่วยกันน่ะดูน่ะ ทำไมตอนอีเจ้มาไม่ช่วยกันแบบนีล่ะครับ แม้กอดกันกลมและเข้ามุมทันที “ไอ้ธีมมันพูด

“เฮียถ้าอย่างนันผมรีบไปเลยน่ะผมจะได้รีบกลับ” เมย์บอกผม ผมพยักหน้า ผมก็ลุกขึ้น พี่ตั้นก็ลุกขึ้นตามผม

“วันนี้มึงไปกับกูน่ะไอ้ธีม” ผมหันไปบอกพี่ธีม ไอ้ธีมก็พยักหน้า

“ไปที่ไหนน่ะวันนี้น่ะ” ไอ้ธีมถามผม

“โรงพยาบาลไงที่ตลิ่งชันอ่ะ “ผมพูด

“อ้อ กูจำได้แล้ว ที่มีเด็กเก่ามึงไปซั้มไว้ เขาเป็นพยาบาลอยู่ที่นั้น ที่วันนั้นน่ะเขามาเที่ยวที่ผับเพราะว่าอกหักรักคุดตุ๊ดแย่งผัวไป มึงเลยพาเขาไปซั้มปลอบใจเขาแทน ใช่ไหมว่ะ?” ไอ้ธีมพูด ผมสะบัดหน้าไปมองหน้ามันและพอหันมาเจอหน้าเมีย ผมก็ต้องเอามือแตะที่หน้าผากดตัวเอง ไอ้เวรธีม!!!

“นั้นมันอดีตไปแล้วไอ้เชี้ยธีม และพี่เขาก็แต่งงานไปแล้ว “ผมพูดและหันมามองเมย์ เดินจั้มอ้าวออกไปเลย ผมหันมาอยากจะ

“โทษทีว่ะ ช่วงนี้เมโมรีกูจำแต่อดีตว่ะ”

“แต่อดีตที่ดีดีกูก็มีทำไมมึงไม่จำว่ะ ไอ้สัสธีม! เมียกูงอนเลยเนี๊ยะไอ้เชี้ย!” ผมพูดและเดินสับเท้าตามเมย์ ออกมาก็เจอพวกไอ้เพื่อนๆ ผม วันนี้มันก็สวมเสื้อเชิ้ตเหมือนกับผมแต่งตัวดูมีความน่าเชื่อถือหน่อย ซึ้งปกติใส่กางเกงยีนเสื้อเชิ้ตกัน

“เมย์”

“ผมไปเลยนะครับ พี่ตั้น” เมย์หันมาพูดไม่เรียกเฮียแล้วแบบนี้แสดงว่างานเข้า พวกเพื่อนๆ ผมหันมามองหน้ากันหมด เหมือนมีคำถาม

“เฟย์ ไปเลยไหมพี่” เมย์ไม่หันมามองหน้าผมแต่ะหันไปเรียกเฟย์แทน

“แป๊ปหนึ่งนะเฟย์ขอพี่เคลียร์กับอาซ้อก่อน  “ผมพูดและดึงแขนเมย์ออกไปที่หน้าห้องก่อน

“เมย์ พี่ เออ พี่กับพี่แบม ที่เป็นพยาบาลน่ะเราแค่ มีอะไรกันครั้งเดียวและพี่ไม่ได้ติดต่อเขาอีกเลย พี่ก็รู้มาว่าเขากำลังจะแต่งงานกับแฟนจริงๆ ของเขาแล้ว เขากลับไปคืนดีกันแล้วหลังจากคืนนั้น”

“และที่สำคัญพี่มีอะไรกับเขาโดยไม่ได้รักไม่ชอบกัน เมย์ “ผมพูดและมองหน้าเมย์

“เมย์ เชื่อใจพี่น่ะ พี่หยุดแล้ว พี่มีแค่เมย์คนเดียว จริงๆ” ผมพูด กับเมย์ เมย์เงยหน้ามองผมก่อนจะ

“พี่เลือกเมย์ แค่เมย์คนเดียวเท่านั้น” ผมพูด

“ผมขอโทษอ่ะ ผมแค่ กลัว ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่กลัวผมหายไป ผมเองก็กลัวพี่ จะ”

“ไม่มีครับ แน่นอน พี่รักเมย์คนเดียว และพี่มีเจ้าของแล้ว “ผมพูดพร้อมกับชูแหวนที่ผมสวมเอาไว้ที่นิ้วมือของผมให้เมย์ดู เมย์ก็ยิ้ม

“เมย์ไปแล้วน่ะ และวันนี้พี่อยากกินอะไรอ่ะ ผมจะได้แวะซื้อเข้ามาทำ” เมย์เงยหน้ามองผม

“พี่ทานทุกอย่างที่เมย์ทำครับ และพี่รู้สึกว่าช่วงนี้พี่เจริญอาหารดีน่ะ พี่ทานได้แทบจะทุกอย่างแล้ว ทั้งที่พี่เป็นคนเลือกทานมาก” ผมบอกเมย์ เมย์เงยหน้าขึ้นมองผมและยิ้ม

“พี่ตั้น ผมอยากไปหาแม่ปิ่นอีกได้ไหมครับ”

“ได้ซิครับ เราไปหาแม่ปิ่นกัน ขอพี่ตามเคลียร์งานก่อนเพราะว่า เราจะไปเที่ยวหาแม่พี่ที่อเมริกาดังนั้นไปหาแม่ปิ่นก่อนไปด้วยดีไหมครับ” ผมบอกเมย์พยักหน้าและเข้ามากอดผม เฟย์เปิดประตูออกมาพร้อมกับไอ้กอล์ฟ

“เฟย์ดูพี่เมย์ให้พี่ด้วยน่ะ ขอบคุณครับ” ผมหันจไปบอกเฟย์ เฟย์ก็พยักหน้า

“เฟย์เขาจะนั่งแทกซี่ไปกับเมย์นะ เพราะว่าแถวนั้นรถเยอะเฟย์มันกลัวไม่กล้าขับน่ะ “ไอ้กอล์ฟมันบอกผม ผมพยักหน้า และทั้งคู่ก็เดินคุยกันลงไป ผมก็ยักไหล่ให้ไอ้กอล์ฟกลับเข้าห้องไปด้วยกัน

“งานเข้าเหรอมึง ไอ้ธีมมันพูดว่ามันดันหลุดพูดเรื่องเด็กที่มึงเคยนอนด้วยอ่ะ”

“ไม่ใช่เด็กเขาแก่กว่ากูตั้งห้าปี”

“กูลืมไปมึงชอบกินของที่บ่มนาน ยิ่งแก่ยิ่งดี” ไอ้กอล์ฟมันพูด

“คู่นอนน่ะไม่ใช่ไวน์ไอ้สัส! จะได้ยิ่งบ่มนานยิ่งเร้าใจ “ไอ้เปรมดิ์หันมาเอาเลยน่ะมึงะน่ะ มีช่องไม่ได้เลยน่ะไอ้พวกนี้ และก็ส่งนิ้วกลางให้เป็นรางวัลก่อนจะเดินเข้ามานั่งเพื่อจะได้วางแผนว่าใครจะไปกับใคร แต่ก่อนจะวางแผนขอโบกไอ้ธีมสักทีไอ้ตัววางกับดัก

“งานเข้านะมึงครับ อย่างนี้แหละ ชอบซั้มกับสาวๆ วัยทำงานไง สุดท้ายๆ ก็ไปเจอกันที่ทำงานอยู่ดี สู้พวกกูไม่ได้...” ไอ้อาร์มมันพูด

“วัยเรียนเลยไง เพราะมึงคงไม่ย้อนไปเรียนกันแล้วแหละแก่ซะขนาดนี้ ” นั้นไงคนที่คุณก็รู้ว่าใคร มาถึงพอดี นั้นคือภาคิน มันเปิดประตูเข้ามาก็เล่นไอ้พวกนี้แทนผมเลยไง

“แม้แม่ไอ้ตั้นมา และมาเพื่อช่วยลูกตั้นเลยว่างั้น ว่าแต่หายไปไหนมาครับมึงครับเพิ่งจะโผ่หัวมานี้ “ไอ้ธีมมันถามถึงทันที ผมหันไปมองหน้าไอ้ภาคิน

“วันนี้ว่างเปล่า ไปกับกูและไอ้ธีมกัน ไปแก้ระบบที่โรงพยาบาลกัน” ผมหันไปชวนไอ้ภาคิน

“อืม” ไอ้ภาคินพูด

“ไอ้กอล์ฟมึงไปกับไอ้ทีนว่ะ อันนี้ไม่เยอะ ส่วนไอ้เปรมดิ์ มึงไปกับอาร์มว่ะ” ผมหันไปบอกพวกมัน พวกมันก็พยักหน้า

“ว่าแต่ทำไมโรงแรมพี่ปฐวีย์แม่งระบบไม่มีปัญหามั้งว่ะ จะได้ไปอีกรอบ อยากไปดู” ไอ้เปรมดิ์

“ไปดูอะไร” ไอ้ทีนมันถามไอ้เปรมดิ์

“ไปดูวิว เห็นบอกว่าวิวสวย วิวน่ามอง”

“มึงก็ชวนแฟนไปดิ ห้องสวีทอ่ะ เปิดดูวิวกรุงเทพเลย แต่จ่ายหนักหน่อยน่ะมึง” ไอ้ภาคินพูด

“ไม่มีเปอร์เซนส่วนลดให้บ้างเหรอในฐานนะเพื่อนแฟนเจ้าของน่ะ” ไอ้อาร์มมันถาม

“มึงอยากได้ก็ไปถามหากับพี่ไออุ่นเขาดิว่ะ” ไอ้ภิคนพูด ผมหันไปมอง นี้แหละที่ผมลืมว่าจะถามอยู่

“ใครวะไออุ่น กูว่าจะถามตั้งแต่วันนั้นแล้วที่โรงแรมน่ะแต่เห็นมึงรีบ และพี่เขาอยากไปแช่น้ำให้มึงถูหลังเลยไม่ได้ถาม” ผมพูด ไอ้ภาคินมันสะบัดหน้ามามองผม และทำท่าจะโบกหัวผมด้วย และมีสายตามองมาที่มันกันหมด

“ไอ้เชี้ยตั้น! “ไอ้ภาคิน

“อ้อที่ไม่เข้าบริษัทเลยเพราะว่ายุ่งแบบนี้เหรอครับมึงครับ ทำหน้าทีถูหลัง มึงนี้เด็ดกว่าเจ้ปริมอีก  “ไอ้ธีมพูด

“อย่าไปแซวมันพอแล้ว  ตกลงใครวะพี่ไออุ่น” ผมเงยหน้าถามไอ้ภาคิน

“เออ พี่ปฐวีย์เขาชื่อเล่นว่าไออุ่นว่ะ” ไอ้ภาคินพูด

“ห๊ะ!!” น้องออกมาพร้อมกันหมดเลย ไม่อยากจะเชื่อ

“พี่เขาชื่อเล่นว่าไออุ่นเหรอว่ะ “ไอ้กอล์ฟถาม

“แล้วไปอยู่กันยังไงวะ มึงกับพี่เขาน่ะ ยิ่งกว่ามีพระอาทิตย์สองดวงอีกนะมึง” ไอ้กอล์ฟ พวกผมหันไปมองหน้ามันอีก

“พี่เขาชื่อไออุ่น ส่วนไอ้นี้น่ะไอร้อนเลยแหละมึง” ผมเงยหน้ามองหน้ามัน

“ผลัก” เน้นๆ จากไอ้ไอร้อน ไอ้ภาคินนี้แหละ

“ไอ๊ย ไอ้เชี้ย เห็นไหมล่ะ พูดแค่นี้หัวร้อนเลย” ไอ้กอล์ฟ

“เล่นไม่ดูหน้าไงมึงน่ะ กูยังไม่กล้าเลย มันมีความเป็นแม่ สมน้ำหน้ามึง” ไอ้เปรมดิ์

“มึงอยากโดนไหมไอ้เปรมดิ์” ไอ้ภาคิน พูด

“ไม่จ๊า” ไอ้เปรมดิ์รีบเชียวน่ะมึง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมพยักพยิดให้ใครสักคนเดินไปเปิดประตู เป็นน้องที่มาทำงานให้ผมนี้แหละ

“พี่ครับบุคคลในเครื่องแบบมาพี่”

“ฉิบหายแล้วกู มาทำไมว่ะ “ไอ้เปรมดิ์

“ตำรวจเหรอมึง เมื่อเช้ากูหรือเปล่าว่ะ กูรีบไปส่งภรรเมียเพราะว่ามันจะสายและชีวิตกูอาจจะสายไปด้วยถ้ากูไปส่งเมียช้า กูเลยตัดสินใจผ่าไฟแดงเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง” ไอ้อาร์มมันพูด ทุกคนมีสติกเกอร์บริษัทติดรถกันทุกคนเพื่อใช้ในการเข้ามาจอดที่จอดรถส่วนบุคคล

“ใครวะ และเครื่องแบบอะไรของมึง” ไอ้ธีมมันถาม

“แท็กซี่พี่” เด็กที่มันเดินไปเปิดหันมาบอกพวกผม

“กวนแล้วมึง แล้วเขามาทำไม” ไอ้ทีนมันถามน้องที่ยืนอยู่

“พี่มาทำไมอ่ะ มาหาพี่ตั้นเหรอ “มันหันไปคุยกับเขา

“เขาบอกว่ามาหาพี่ตั้นอ่ะ” ผมหันบอกผม พวกผมก็หันมามองหน้ากัน ตั้งแต่เกิดมาแทบจะไม่เคยนั่งแทกซี่เลย เพราะว่าพวกผมมีรถขับรถเองตลอด เมาก็ขับกลับกันเองทุกครั้งด้วย

“ให้เขาเข้ามาดิ” ผมบอกและเด็กที่เดินไปเปิดประตูก็เปิดให้คนที่มหาผมเข้ามา และคนที่เข้ามาก็มีเครื่องแบบจริงๆ ด้วย แต่เป็นเครื่องแบบแทกซี่ เขามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ผม

“น้องนั้นเองพี่ตามหาอยู่พี่อยากจะบอกว่า” พี่เขาชี้มาที่ผมว่าตามหาผมอยู่ ผมก็ชี้ตัวเองซิครับ ตามหาผมทำไม?

“มันค้างค่ารถพี่เหรอ?” ไอ้ทีน ผมหันไปมองกูไม่เคยนั่งแทกซี่ ถ้าพี่แกพูดเช่นนั้นก็แสกเมอร์แล้วสัส!

“ใช่ครับน้อง” พวกผมหันมามองหน้าพี่เขา

“เฮ้ย! หน้าอย่างมึงเบี้ยวค่ารถแทกซี่ ไม่เลวนะมึงน่ะ” ไอ้ธีมพูด “แต่เลวมาก!!” ดูมันต่อแบบนี้ผมควรกระทืบมันก่อนจะหันไปเอาความจริงจากพี่แทกซี่ไหมล่ะ

“มึงไปนั่งตอนไหนวะ มึงเคยนั่งแทกซี่ด้วยเหรอว่ะ หรือว่าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ” ไอ้ภาคิน มันยังไม่เชื่อผมเลย

“พี่ ผมไม่เคยนั่งแทกซี่น่ะ พี่ผิดคนหรือเปล่า” ผมรีบหันไปถามพี่คนขับแทกซี่

“นั้นไงโกหกแล้ว น้องนั่งรถแทกซี่พี่ วันนั้น น่ะ วันที่ เออ น้อง โดนอะไรน่ะ วางยาน่ะ” พี่เขาพูดผมก็ขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้ง

“จำได้แล้ว วันนั้นไง วันที่อีเจ้ปริมมันวางยามึงอ่ะ” ไอ้อาร์มมันชี้มาที่ผม มันหลายอาทิตย์แล้วน่ะ

“วันที่มึงโดนยาโด่ไม่รู้ล้มอ่ะ” ไอ้ทีนอีกคน

“ไม่ใช่ไอ้เชี้ย มันไม่ใช่ยาโด่ไม่รู้ล้ม อันนั้นกูลองแล้วมันคนละเรื่องกันกับที่เจ้ปริมให้กูกิน” ผมหันไปพูดไอ้โด่ไม่รู้ล้มของพวกมันก็คือไวอาก้า ผมลองใช้แล้ว พวกมันหันมามองผมกันหมด และผมเองก็ไม่เคยบอกพวกมันด้วย ฉิบหายแล้วผม ไอ้โด่ไม่รู้ล้มน่ะมันแค่แข็งอย่างเดียวแต่วันนั้นน่ะ มันเออ มันเหมือนยาเสียสาวที่ใครพูดกัน

“มึงลองมาด้วยเหรอว่ะ ตอนไหนและกับใครวะ” ไอ้เปรมดิ์ถามผม ถ้าบอกไปนี้ความลับถึงหูเมียผมอีก ไม่เอาว่ะ

“สาวกอีเจ้เลยดิมึง สั่งเว๊ปเดียวกันเปล่ามึงน่ะ” ไอ้ทีน ผมหันไปหยิบปากกาและพุ้งไปหามันทันที ดีที่มันรับทัน

“กูเคยแล้วกัน และอย่าถามเลยว่ากับใคร แค่นี้น่ะ “ผมพูดและรีบหันออก

“แค่นี้น่ะ! พูดยังกับจะวางสายโทรศัพท์น่ะไอ้เชี้ย” ไอ้เปรมดิ์ ผมหันมามองพี่แท็กซี่ว่ายังไงมาทำไม

“ตกลงพี่มาทำไมครับ”

“วันนั้นน่ะ น้องให้พี่มาสองพันห้า ค่ารถครับ” ตาโตเลยซิครับผม ให้ไปได้ยังไงวะสองพันห้าร้อยบาท

“มึงจ่ายค่าแทกซี่สองพันห้าร้อยบาท นั่งจากไหนเนี๊ยะ พัทยาเหรอ” ไอ้กอล์ฟมันพูด

“ผมนี่น่ะ เออ แล้วผมไปนั่งรถพี่ที่ไหน จากไหนอ่ะพี่”

“ก็จากโรงแรมที่น้องโดนสาววางยามาน่ะ และมาที่นี้แหละ”

“สองพันห้าร้อยบาทจากอโศกมาที่นี้ อิมพอสซิเบิ้ล!” ไอ้ธีมถาม

“น้องเขาเป็นคนให้นะครับ และพี่ว่าจะมา”

“ปกติพวกมึงนั่งกันคนล่ะเท่าไหร่ว่ะ จากอโศก ใกล้กับบ้านเมียมึงอ่ะ ไอ้ทีน” ผมหันไปถามไอ้ทีน มันเคยนั่งมาเพราะว่ารถมันเสีย

“ร้อยห้าสิบก็หรูแล้ว อันนี้ช้าระดับนับยอดหญ้าได้ เพราะรถติดมาก และถ้าขึ้นทางด่วนอีกก็ห้าสิบห้าเอา” ไอ้ทีนพูดผมก็จดหยิกๆ บวกลบคูณหารและเขียนใส่กระดาษ ก่อนจะส่งให้พี่เขาไปดู

“อะไรเหรอครับน้อง” พี่เขาถามผมกลับทันที

“ถอนผมมาไงพี่ ที่ผมให้พี่ไปสองพันห้าร้อยบาท หักค่ามิเตอร์ ผมให้พี่สองร้อยเลยใจปั้มมาก และค่าทางด่วนอีกหกสิบบาท บาทห้าบาทผมให้ติปพี่เพราะว่าท่างด่วนมันห้าสิบห้า พี่ก็ถอนผมมา สองพันสองร้อยสี่สิบบาทถ้วนพี่ เอาอย่างนี้ผมเอาแค่สองพันสองร้อยบาทพอเห็นไหมพี่ผมใจดี” ผมพูด พี่เขามองหน้าผมเหมือนจะร้องไห้

“แล้วกูมาทำไมว่ะเนี๊ยะ! มาให้มันทวงตังคืนซะงั้นน่ะ ” และพี่แกก็แอบหันไปบ่นด้านหลังคนเดียว พวกผมก็แอบมองว่าไงครับ พี่แกหันมาเห็นก็สะดุ้งเฮือก

“ทอนเขาไปซิพี่ไหนๆ พี่ก็มาแล้ว ค่าเหล้าพวกผมพอดีเลยคืนนี้” ไอ้เปรมดิ์พูด

“พี่แค่มาขอบคุณครับ ไม่ได้มาเอาเงินคืนอ่ะน้อง เงินก็ใช้หมดแล้วด้วย “พี่เขายืนเกาหัวแกรกๆ เลยที่นี้

“พี่ผมล้อเล่นน่ะ เมียผมบอกหมดแล้วว่าพี่เอาเงินไปรักษาลูกหมดแล้ว ว่าแต่พี่มาทำไมอ่ะ” ผมถามพี่เขากลับ แกล้งพี่เขาอยู่ตั้งนาน

“มาขอบคุณ อยากจะมาขอบคุณหลายครั้งแล้ว แต่ดักรอไม่ค่อยเจอและนี่เจอน้องเขาข้างล่าง น้องเขาเลยบอกให้ขึ้นมาหาที่นี้ “พี่คนขับแทกซี่พูด

“แล้วนี่พี่พักแถวไหนครับ” ผมถามพี่เขา

“ก็เลยอยากตรงนี้ไปหน่อย พี่พักอพาร์ทเม้นกับแฟนและลูกน่ะ”

“เอาอย่างนี้พี่ มีเบอร์ไหม ให้ผมมาเพื่อว่าผมต้องวางบิล บางทีงานยุ่งผมก็ไม่อยากขับรถไปเพื่อแค่เอาบิลไปส่ง ไอ้จะให้พวกผมจ้างเมสเซนเจอร์เพิ่ม ก็ไม่คุ้มกันอ่ะเพราะว่าไม่ได้มีส่งเอกสารทุกวัน ผมจะได้โทรตามพี่มาแทน ให้ค่ารถกันไป ว่าไงพี่” ผมถามพี่เขา

“ได้ๆ นี่เลยนามบัตร” พี่เขารีบควักนามบัตรส่งมาให้ผมทันที

“เจ๋งน่ะพี่น่ะ แท็กซี่มีนามบัตร”

“และเพื่อพวกนี้มันเมาจะได้ฝากไปรับมันกลับด้วย” ผมพูด พี่เขาพยักน่าดีใจจะได้งานเพิ่มว่างั้น ผมเหลือบมองเวลาที่นาฬิกาแอปเปิลรุ่นใหม่ล่าสุด

“พวกผมเป็นประเภทเมาไม่ขับแต่มึงต้องกลับถึงบ้าน เพราะว่าเมียพวกผมสายโหดครับพี่” ไอ้อาร์มพูด

“พี่พวกผมต้องไปแล้วมีงานกัน ขอบคุณนะพี่วันนั้นน่ะที่ช่วยผม ขอบคุณจริงๆ พี่ “ผมพูดและพากันลุกขึ้นจะได้ไปทำงานกัน พวกผมหันไปหยิบอุปกรณ์ที่ต้องพกพาไปด้วย ก่อนจะหันมาตบไหล่พี่เขา เป็นการขอบคุณที่ช่วยผมวันนั้นและวันนั้นก็สำคัญกับผมจริงๆ ถ้าผมพลาดไปผมคงไม่ได้เมย์มาเป็นคนรักของผมในวันนี้
************
ขอโทษทีน่ะ ช่วงนี้ตนแต่งวุ่นวายกับคริสมาส แต่หลังจากคริสมาสจะมาลงให้รัวๆนะคะ แต่จะพยายามมาลงเอาไว้สักตอนสองตอนก่อนปีใหม่   Merry Christmas กันทุกคนนะคะ มีความสุขมากนะคะ ขอบคุณยอดวิว และคอมเม้นค่ะ เป็นกำลังใจให้คนแต่งมากจริงๆค่ะ 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-12-2020 18:58:06 โดย Alessa »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1545
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0
ได้งานไปอีกเลยแท๊กซี่ ป๋าตั้นสายเปย์ 55555

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
       เมธานินท์ วันนี้ผมมากับเฟย์มาที่มหาวิทยาลัยตัวเอง ผมเดินตรงเข้าไปเพื่อติดต่อทำเรื่องขอเข้ารับปริญญาบัตร ผมถ่ายรูปใส่ชุดครุยเรียบร้อยแล้ว ผมยืนมองแอบเสียดายสี่ปีที่ผมทุ่มเทเพื่อให้ได้เกรดเฉลี่ยดีดีและผมก็กำลังจะได้เข้ารับเกียรตินิยมอันดับสองแต่ต้องมาจบลงเพราะว่าคืนนั้น แต่ถ้าผมไม่ทำ น้องผมก็คงยิ่งกว่าผมอีก

“เมย์” มีคนเรียกผมและวิ่งเข้ามาผม “หมับ” เขาสวมกอดผมโดยที่ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว แรงกอดทำให้ผมรู้ว่าเขาคิดถึงผมมากแค่ไหน ผมก้มลงมองคนที่เข้ามากอดผม คนนั้นก็คือ บรีส เพื่อนที่เข้ามาทักทายและพูดคุยกับผมคนแรกวันที่มารายงานตัวตอนเรียนปีหนึ่งและเป็นเพื่อนที่คอยปกป้องผม ตั้งแต่เกิดเรื่อง เพราะว่ามีคนเอาเรื่องผมไปคุยกันสนุกปากจนผมเองแทบจะไม่กล้าเข้าไปในนั่งในห้องเรียนเลยก็ว่าได้ และหลังจากจบผมก็ไม่ได้เจอบรีสอีกเลย

“บรีส มึงมาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมถามบรีส

“กูกลับมาได้สักพักแล้วว่ะ ไปอยู่ที่โน่นคิดถึงพวกมึงว่ะ “ไอ้บรีสพูด

“กูนึกว่ามึงจะย้ายไปอยู่ที่ออสเตรเลียถาวรกับแม่มึงซะแล้ว”

“กูอยากกลับไทยแล้วว่ะ แต่ถ้ากลับมาต้องหางานทำด้วย กูอยู่โน่น กูทำงานอะไรรู้ป่ะมึง” บรีสพูดด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดี

“ทำอะไรล่ะ” ผมถามบรีส

“ทำความสะอาดไง แบกเครื่องดูดฝุ่นหลังจะหักเอา งานอื่นอยากจะทำต้องไปเรียนเอาใบประกอบมาก่อน แค่เรียนสีปีจบจากนี้หัวก็จะผุอยู่แล้ว แต่ว่าพอไปถึงที่โน่นน่ะ ใบปริญญากูเหมือนกระดาษเปล่าเลยว่ะ” ไอ้บรีสบ่นผมยาวเลย ไอ้บรีสมันน่ารัก ตัวขาวๆ แม่เป็นคนเหนือแต่ว่ามันเลือกที่จะอยู่กรุงเทพกับพี่สาวมัน สวนแม่ของบรีส หลังจากที่พ่อเสียไปได้หลายปีก็พบรักกับชาวต่างชาติและแต่งงานกันก่อนจะย้ายไปอยู่ไปตั้งแต่ก่อนที่บรีสจะเรียนจบ

“ไงว่ะ แม้คิดถึงกันน่าดูนะมึงน่ะ” ไอ้มีนอีกคน ผมสามคนสนิทกันมาก ผมสามคนกอดกันเพลินจนลืมไปเลยว่าเฟย์ยืนอยู่

“มีน บรีส นี้น้องเฟย์ “ผมหันไปแนะนำเฟย์ให้เพื่อนๆ ผมรู้จัก

“น้องเขามาเป็นเพื่อนอ่ะ พี่ตั้นเขาไม่อยากให้กูไปไหนมาไหนคนเดียวช่วงนี้”

“มึงอย่าบอกน่ะว่าชะนีรังควานมึงอีกน่ะ “ไอ้มีนถามผมทันที ผมพยักหน้าเบาๆ

“มึงนี่แม่ง ดวงมึงมีแต่ชะนีรังควานว่ะ” ไอ้มีนมันพูด

“เขาไปกรอกเอกสารกันว่ะ “ไอ้บรีสหันมาอบกผม ผมพยักหน้า

“พี่เมย์ผมนั่งตรงโต๊ะนั้นก็ได้ครับ ผมจะได้หาที่คุยกับพี่กอล์ฟไปด้วยนะครับ” เฟย์บอกผม ผมพยักหน้าก่อนจะเดินไปกับบรีสและมีน ระหว่างที่กำลังยืนรอขอรับเอกสาร วันนี้มีคนมายื่นเรื่องเยอะเหมือนกันคงจะอยากจะลงรอบเดียวกัน

“เมย์” มีเสียงเล็กเรียกชื่อผม และผมก็หันไปมองตามเสียงนั้น คนที่เรียกผมเคยเป็นเพื่อนในกลุ่มผมเหมือนกันแต่หลังจากที่เกิดเรื่องก็แทบจะไม่ค่อยทักทายผมเลย จนกระทั่งตอนนี้

“สวัสดีนุช” ผมทักทายเธอกลับทันที

“ดีว่ะนุช “บรีสมันก็ทักทายแบบขอไปที ส่วนมีนมันก็แค่ยิ้มให้นุช เธอแต่งตัวดีสงสัยจะทำงานแล้วแน่ๆ

“มาได้ไงอ่ะ เมย์ นายยังเข้ารับปริญญาไอ้อีกเหรอ” นุชถามผมทันที

“ทำไมว่ะ ทำไมเมย์มันจะรับไม่ได้ว่ะนุช” บรีสถามนุชกลับทันที

“ก็เรื่องคลิปนั้นน่ะ “นุชพูด

“มันก็แค่คลิปป่ะวะ กูเชื่อว่าเมย์มันไม่ได้ทำและอาจารย์เขาก็บอกว่ามันรับได้แต่แค่ไม่ได้เกียรตินิยมอันดับสองแค่นั้นเอง “ไอ้มีนพูด

“เหรออืมม แต่ก็ดีใจด้วยน่ะที่เราจะได้รับพร้อมกัน” นุชหันมาพูดกับผมพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ แต่ทำไมเพื่อนผมสองคนมันถึงได้เบ้ปากออกมาพร้อมกันเลยก็ไม่รู้ นุชยังเข้ามากอดผมเหมือนเดิม

“แล้วตอนนี้ทำงานที่ไหนเหรอเมย์”

“เราทำงานอยู่กับแฟนเราน่ะ “ผมพูด นุชชักสีหน้าทันทีแต่ก็กลับมาเป็นปกติ

“คุณปฐวีย์นะเหรอ”

“ไม่ใช่นุช” ผมพูดเท่านั้นแหละเธอยิ้มออกมาทันที

“ดีใจเหรอเก็บอาการนิดนึงน่ะ” บรีสพูด ผมหันมามองเพื่อนรัก

“แม้ใครก็รู้ว่าเมย์กับอาจารย์ปฐวีย์น่ะ ไปทำอะไรกัน เอ๊ย มีอะไรที่พิเศษกันน่ะ เราขอโทษน่ะ ก็ตอนนั้นคนพูดกันหนาหูมากอ่ะ มันเลยทำให้นุชคิดว่าเมย์ทำแบบนั้นจริง” “นุชพูด

“เมย์ไปหาที่นั้งกันเถอะว่ะกรอกเอกสารและจะได้มายื่น กูอยากกลับแล้วว่ะ กลิ่นไม่ค่อยจะดี ไปเถอะ” บรีสพูด และดึงลากผมออกไปจากนุชทันที รวมทั้งมีนอีกคน ผมก็ไม่เข้าใจเลย ทั้งที่เมื่อก่อนนุชก็คือเพื่อนพวกผมเช่นกัน นุชได้แต่ยืนมองผมม จนกระทั่งผมพ้นออกมา

“มึงไม่รู้อะไร อีนุชนี่แหละที่เอาเรื่องมึงไปพูดประจานไปทั่วเมย์ ” บรีสมันพูดและมองหน้าผม

“เออ กูลืมไปว่ะ มึงไม่ได้มาเรียนอยู่พักหนึ่งแต่ดีน่ะที่เป็นช่วงสอบเสร็จแล้ว มึงเลยไม่รู้เรื่องและมึงก็เข้าไปทำงานกับพี่ปฐวีย์แล้วด้วย” ไอ้บรีสมันพูด

“แล้วเขาทำทำไมว่ะ ทั้งที่เราเป็นเพื่อนกันน่ะบรีส “ผมพูดก่อนจะหันมามองหน้าไอ้มีน

“อีนุชมันชอบคุณปฐวีย์ ตอนเรียนมันก็แข่งจะทำคะแนนวิชาที่คุณปฐวีย์สอน แต่มึงน่ะเก่งกว่ามัน และมันก็เข้าใจว่าคุณปฐวีย์หนุนมึงอีก พวกกูดูมันออก “มีนพูด ผมก็มองหาเฟย์ แต่ไม่เห็นแล้วไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนสงสัยจะไปหาซื้ออะไรมาทานแน่ๆ ผมก็พากันนั่งลง

ตื้ด //เฮียตั้น//
เฮียตั้น// ตัวเล็กเป็นไงบ้าง //
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // ผมกำลังรอยื่นเอกสารครับเฮีย//
เฮียตั้น// จะเสร็จกี่โมงเมียจ๋า แต่เฮียคงอีกยาวเลย ปัญหาเยอะ คงแก้กันอีกยาวเลย//
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // แน่น่ะเฮีย ไม่ใช่ เจอคู่ขาเก่าแล้ว// ผมจำได้ว่าที่เฮียไปทำวันนี้เป็นโรงพยาบาลและพี่ธีมพูดอีกว่าเฮียแกไปซั้มพยาบาลที่นั่นเอาไว้หนึ่งคน
เฮียตั้น// เมียจ๋า ไม่มีแล้วและพี่เขาไม่ได้ทำงานที่นี้แล้วสบายใจได้เลย
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // ถ้าอย่างนั้นก็แล้วไปครับ
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // ผมว่าจะไปหาซื้อของมาแต่งต้นคริสต์มาสอ่ะเฮีย ก่อนที่เราจะไปเที่ยวกัน
เฮียตั้น// ให้เฟย์ไปเป็นเพื่อนน่ะเมย์ อย่าไปคนเดียวน่ะ เฮียเป็นห่วง
เฮียตั้น // เมย์แค่นี้ก่อนน่ะ เฮียรักเมย์น่ะ รักมากด้วย
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // ผมก็รักเฮียมากด้วยครับ เฮียทำงานเถอะครับ เจอกันที่บ้านน่ะครับ
ตัวเล็ก (ของเฮีย) // เฮียรีบกลับน่ะ ผมอยากแช่น้ำในอ่างกับเฮียอีกอ่ะ (ผมพิมพ์ไปก็เขินไปด้วย เฮียไปสั่งอ่างอาบน้ำมาลงเพิ่มเอาไว้แช่กันสองคน
เฮียตั้น// เล่นแบบนี้เฮียอยากกลับไปเปิดน้ำรอเลยตัวเล็ก
ตัวเล็ก// เฮียจอมหื่น ทำงานต่อได้แล้ว แค่นี้นะครับ บายครับ


       ผมก็คุยกับพี่ตั้น ผมแอบเห็นสายตาไอ้เพื่อนซี้สองคนผมมันมองผมแอบมุบมิบกันใหญ่เลย และผมก็นั่งกรอกเอกสารคำขอ ผมกรอกข้อความแต่ทำไมในหัวผมกับคิดไปถึงเรื่องที่พี่ธีมพูด และที่ผมกังวลใจผมกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบที่พี่ปริมพยายามทำกับพี่ตั้นอีกยังไงก็ไม่รู้

“พี่เมย์” เฟย์เดินกลับมาพอดีพร้อมขนมเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะนั่งลง ผมก็รีบกรอกและจะได้รีบกลับ

“พี่เมย์ ผมว่าจะชวนพี่เมย์ไปหาพี่ตั้นที่ทำงานไหมครับ” เฟย์ถามผม ผมหันไปมองเฟย์

“และผมจะขับรถพี่กอล์ฟกลับครับพี่เมย์ “เฟย์บอกผม

“ไปกับน้องมันเถอะว่ะ และว่างๆ ออกมาหาอะไรทานกันพวกกูบ้างนะเมย์ “บรีสพูด ผมหันไปพยักหน้ากับมีนและบรีส ผมก็พากันเอาเอกสารไปยื่นและรอฟังข่าวว่าจะนัดเข้ามาซ้อมใหญ่วันไหนและวันนั้นก็จะเข้ามาถ่ายรูปกัน แค่คิดผมก็รู้สึกตื่นเต้นซะแล้ว เพราะว่าที่คนที่จะมาถ่ายรูปกับผมอีกคนก็คือพี่ตั้น ผมต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ผมได้เจอพี่เขา ถึงแม้ว่าจะเริ่มไม่สวยเอาซะเลยแต่ว่าตอนนี้ เขาคือผู้ชายคนเดียวที่ผมอยากจะใช้ชีวิตทั้งชีวิตของผมกับเขา ถ้าให้ผมเลือกใหม่กี่ครั้งผมก็ยังเลือกเฮียตั้น

“เมย์ไปก่อนน่ะ” มีนพูดและบรีสอีกคน พวกผมก็แยกกัน ก่อนจะเดินออกมาผมก็เดินมาเจอนุช เพื่อนผมอีกคน เธอหันมามองผมก่อนจะเดินเข้ามาแต่ว่า เฟย์กลับออกมายืนขวางเอาไว้ ทำท่าที่แมนมาก

“เฟย์เพื่อนพี่ครับ”

“นี้ใครเหรอ แฟนหรือว่ากิ๊กล่ะเมย์”

“เป็นอะไรก็ได้ที่จะคอยกันพี่เมย์จากชะนีที่มีหมาเน่าตายในปาก ให้อยู่ห่างๆ จากพี่เมย์” เฟย์พูดก่อนจะหันไปมองนุช ส่วนผมก็มองเมย์และนุชที่ประสานสายตากัน เพื่อนของนุชที่เพิ่งจะมาก็เข้ามาดึงแขนนุชออกไป ผมก็เลยต้องดึงเฟย์ออกมาและพากันเดินออกซะก่อน

“มีอะไรเฟย์ ทำไมไปพูดแบบนั้นล่ะ “ผมถามเฟย์

“ก็พอดีผมน่ะกำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ แต่ผมเจอพี่คนนี้ยืนคุยกับเพื่อนๆ เขา ตอนแรกผมก็ไม่สนใจหรอกน่ะพี่เมย์ เพราะว่าผมไม่รู้จักนาง แต่ว่า ผมได้ยินนางเอ่ยชื่อพี่เมย์ เท่านั้นแหละ ผมก็หยุดฟังและทำทีว่าผมโทรศัพท์คุยกับพี่กอล์ฟ” เฟย์พูดผมหันมามองหน้าเฟย์

“นางพูดว่า อุตส่าห์ไปหาภาพเด็ดมาได้เพื่อจะเอามาทำให้พี่เมย์ไม่สามารถเข้ารับปริญญาได้และทำให้พี่อับอายคนในมหา’ลัย ผมได้ยินเรื่องพี่เมย์มาจากพี่กอล์ฟอ่ะ ผมได้ยินแบบนี้แล้วอยากจะ”

“ตบแม่งเลยอ่ะ” อันนี้แต๋วแตกไปน่ะเฟย์ ผมรีบจับแขนเฟย์ก่อนจะหันไปมองรอบๆ ด้าน

“อุ้ยย ขอโทษครับพี่เมย์ แบบว่าผมอินน่ะ” เฟย์พูด

“ตกลงทุกอย่างเป็นเพราะเพื่อนพี่เองเหรอ พี่เสียใจว่ะเฟย์ นุชเคยเป็นเพื่อนในกลุ่มของพี่แต่มาช่วงหลังๆ ตั้งแต่พี่ปฐวีย์เข้ามาเป็นอาจารย์พี่ก็เริ่มสนิทกับพี่ปฐวีย์และจริงๆ ที่พี่สนิมกับพี่ปฐวีย์ก็เพราะว่า... “ผมพูดขณะที่ผมกับเฟย์กำลังยืนรอรถแทกซื่เพื่อจะไปหาพี่ตั้นที่โรงพยาบาลที่พี่ตั้นทำงานอยู่ แอบไปจะได้รู้ว่าไปกุกกิ้กกับใครหรือเปล่า แต่ระหว่างที่ผมคิดและทำท่าจะพูดกับเฟย์ ก็หันไปเจอกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ยืนเล็งพวกผมจากอีกฝั่ง

“เฮ้ย! ไอ้นี้มันเพื่อนไอ้ปอม ไอ้เด็กที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่มีเรื่องกับพวกเราวันก่อนนี้หว่า” ผมหันไปมองกลุ่มเด็กที่สวมเสื้อไหนวะป เกือบสิบคน เขาพูดคุยกันก่อนจะหันมามองเฟย์และผม ผมสวมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาแต่ว่าเฟย์น่ะสวมเสื้อช็อปของสถาบันที่พวกนั้นพูดถึง พวกนั้นเริ่มหันมามองผมสองคน เฟย์รีบ “หมับ” จับข้อมือผมทันที

“พี่เมย์ สงสัยงานจะเข้า” เฟย์พูด ผมก็พยักหน้าเบาๆ เฟย์ค่อยๆ กระตุกมือผมและผมกับเมย์ก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางคือหันหลังเดินออกทันที พวกนั้นก็เริ่มเดินเข้ามาหาผมสองคน

“พี่เมย์วิ่ง!” เฟย์บอกผมและกระตุกข้อมือผม ผมก็วิ่งตามเฟย์ทันที เฟย์พาผมวิ่งเข้าออกซอกซอยเพื่อหนีพวกที่วิ่งตาม ผมเองไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย นี้ครั้งแรกของผมจริงๆ

“แม่งเอ๊ยไอ้ปอมคนเดียวเลยอ่ะพี่เมย์” เฟย์พูดและวิ่งลากแขนผมไป มือถือผมก็สั่น เฮียตั้นแน่ๆ เลย จะมัวมากดรับก็ไม่ได้พวกนั้นวิ่งตามพวกผมไม่ยอมหยุด ผมวิ่งไปจนเข้าไปในซอย เฟย์ก็พยายามถ่วงเวลาเพื่อผมจะได้วิ่งออกไปหารถแทกซี่ได้ โดยการพยายามผลักของที่มีให้ล้มและขวางพวกนั้น แต่ว่าตอนนี้ วิ่งมาถึงทางแยก พวกนั้นก็ตามมาติดๆ

“พี่เมย์ไปหลบตรงนั้นก่อนน่ะ ไม่ต้องออกมาน่ะ เชื่อผมน่ะพี่เมย์” เฟย์พูด และดันผมเข้าไปแอบตรงมุมที่เป็นรถเข็นขายของที่ที่ตอนนนี้มีผ้าคลุมไว้เพราะว่าไม่ได้เปิด

“เฮ้ย กูอยู่นี้” เฟย์เขาลงทุนเอาตัวเองเป็นเป้าล่อและวิ่งไปอีกที พวกนั้นก็วิ่งผ่านผมไป ตัวผมสั่นไปหมด

“เฮ้ย มึงหนีไม่พ้นแล้ว ไอ้สัส วันนั้นเพื่อนมึงปากดีกับพวกกู วันนี้วิ่งหางจุกตูดเลย แล้วอีกคนไปไหนวะ แม่งเอ๊ย เออ กระทืบไอ้นี่ก่อนเลยว่ะ”

“ผัว ผลัก ผั๊วะ “ผมก็หลับตาปรี่เลย น้ำตาผมไหล ผมไม่อยากคิดเลยว่าเฟย์จะโดนอะไรบ้าง และจู่ๆ มือถือผมก็ดังขึ้นอีกรอบ เฮียตั้น ผมรีบกดรับสายทันที

//ตัวเล็ก //

//เฮีย เฮีย ฮึก ฮึก //
//เมย์เป็นอะไรน่ะ เมย์// พี่ตั้นตกใจมากที่ได้ยินเสียงของผม

//เฟย์อ่ะเฮีย ใครก็ไม่รู้ มาทำร้ายอ่ะเฮีย ฮือ” ผมร้องไห้ ผมไม่ได้ยินเสียงคนทุบตีกันแล้ว

//ตอนนี้เมย์อยู่ไหน// เฮียถามผมเสียงดังและร้อนรน

//ผมอยู่” ผมกำลังจะบอกเฮีย แต่ว่า

“นี้ไงมันอยู่นี้ไงอีกคนน่ะ สงสัยแม่งโทรบอกเพื่อนมันแน่เลยว่ะ “พวกนั้นมันเดินมาที่ผม

“ผลั๊วะ” เสียงไม้ฟาดลงมาที่ผม มันลงมาที่ใบหน้าผม ผมรับรู้ได้ถึงกลิ่นสนิมในปาก ปากผมแตก ผมเงยหน้ามองพวกมัน โทรศัพท์ผมกระเด็นไป และเสียงของเฮียตั้นยังดังอยู่ พวกมันก็ก้มลงมองมือถือผมแน่นอนมันมีรูปเฮียตั้นอยู่ที่หน้าจอ

“ฉิบหายแล้วมึง!! “ผมได้พยายามถอยหลังออกแต่ดูแล้วพวกนั้นตกใจที่เห็นรูปเฮียตั้นที่มือถือผม พากันหันมามองหน้ากันเลิกลัก ก่อนจะหันมามองหน้าผมอีกที มันเหมือนจะเดินมาหาผมและผมก็ยกมือแขนขึ้นป้องกันตัวเอง

“เฮ้ย ทำอะไรกันน่ะ เดี๋ยวกูแจ้งตำรวจเลย มาพังรถกูอีกแล้วเหรอพวกมึง” ผมได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนโหวกเหวกโวยวาย และพวกนี้ก็พากันวิ่งหนีออกไป ผมรีบลุกขั้นและคว้ามือถือ ของผมที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมา ผมก็วิ่งตรงไปดูเฟย์ทันทีซึ่งไม่น่าจะไกลจากที่เขาให้ผมแอบอยู่ ผมเห็นเฟย์นอนหมอบอยู่กับพื้น

“เฟย์ เฟย์ เฟย์ “ผมพยายามเรียกเขาแต่ดูท่าเขาจะเจ็บหนักพอสมควร เห็นไม้ที่กองอยู่รอบๆ

“อ้าวมีคนโดนทำร้ายรึ” ป้าคนตะโกนโหวกเหวกโวยวายลงมาเห็นเข้าและคนที่อยู่รอบๆ ก็ลงมา

“เพื่อนน้องโดนทำร้ายเหรอ งั้นพี่โทรเรียกรถพยาบาลให้น่ะ” พี่เขาพูดและกดโทรศัพท์ให้ ผมรู้สึกว่าเฟย์พยายามจับมือผม

“พี่เมย์เป็นอะไรไหม” น้ำตาผมไหลอีกครั้ง เจ็บขนาดนี้ยังมาห่วงผมอีกน่ะ เฟย์

“ไม่เป็นเฟย์ เฟย์ เขากำลังเรียกรถพยาบาลมาน่ะ” ไม่นานก็มีรถตู้มาจอดและมีเจ้าหน้าที่ลงมาผมก็ต้องถอยหลังให้เขาเข้าไปปฐมพยาบาลเฟย์ก่อน

“สงสัยจะหัก พาส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ นี้ก่อนเลย” ผมได้ยินเขาพูดกัน

“ขอโทษนะครับ ผมเป็นคนที่มากับน้องเขาครับ”

“อ้าวเหรอ! น้องน่าจะแขนหักครับ ถ้าอย่างนั้นนำส่งโรงพยาบาลเลยนะครับ คุณจะติดรถไปด้วยไหม” คนที่เป็นเจ้าหน้าที่หันมาถามผมทันที ผมพยักหน้าตอบรับและเขาก็พาร่างเฟย์ขึ้นไปบนรถผมก็ขึ้นไปนั่งเช่นกัน ระหว่างทางพี่ตั้นก็โทรมาหาผมอีก

//เมย์ เมย์อยู่ไหน พี่กำลังพากันออกมาแล้ว แล้วนื้เกิดอะไรขึ้นเมย์//
//ผมไม่รู้อ่ะเฮียผมได้ยินแค่ว่าพวกนั้นรู้จักปอมอ่ะเฮียและนั้นผมสองคนก็วิ่งหนีเลยแต่เฟย์ให้ผมหลบและเขาก็เจ็บอยู่คนเดียวเฮีย ฮือๆ” น้ำตาผมไหล

//โอเคเมย์ อย่าโทษตัวเองน่ะครับ ตอนนี้เมย์อยู่ไหนแล้วครับ

// ผมอยู่บนรถตู้ของกู้ภัย เขากำลังจะพาเฟย์ไปโรงพยาบาลนะพี่ตั้น//

//โรงพยาบาลอะไรบอกพี่ด้วยน่ะ พี่จะโทรบอกกอล์ฟมัน และนี่มันทำอะไรเฟย์หรือเปล่า

// เออ คือ เออ เปล่า ครับ” ผมเลือกที่จะโกหกเพราะว่าถ้าบอกไป พี่ตั้นต้องหัวร้อนแน่ๆ แค่เรื่องเฟย์ก็แย่แล้วนะผมว่า

//พี่ตั้นครับตอนนี้รถเลี้ยวเข้ามาที่โรงพยาบาลXXX แล้วครับ”

“โอเคงั้นพี่ไปหาที่นั้นน่ะ แค่นี้ก่อนน่ะเมย์พี่จะคุยกับกอล์ฟก่อนและรีบไปหาเราเลยตอนนี้” พี่ตั้นบอกผมก่อนจะกดวางสายไป ผมก็หันมามองเฟย์ที่นอนมองผม

“เฟย์ พี่ขอโทษน่ะ” ผมพูดแค่นั้นแหละจับมือเฟย์เอาไว้ เฟย์มองผมพร้อมกับฝืนยิ้มมาให้ผม

“ผม.... ต่าง.... หาก”

“ไม่ต้องพูดแล้ว ถึงโรงพยาบาลแล้วนะและพี่กอล์ฟกำลังมา” ผมพูดบอกเฟย์ แค่นี้เขาก็ยิ้มดีใจ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาผมก็รีบก้าวเท้าวลงจากรถก่อนเพื่อเขาจะได้ให้เขาเข็นนำเฟย์ลงมาจากรถและถูกนำเข้าไปด้านในห้องฉุกเฉินทันที ผมได้แต่ยืนรออยู่หน้าห้องไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ผมภาวนาขออย่าให้เฟย์เป็นอะไรมากเลยน่ะ ผมยืนอยู่ไม่นาน ผมก็หันไปเห็นพี่ตั้นที่วิ่งมาพร้อมกับเพื่อน พี่ธีม และพี่ภาคิน ผมหันไปมองพี่ตั้น พี่เขาตรงเข้ามาถึงก็

“หมับ” กอดผมก่อนเลย กอดแบบแน่นมาก ผมก็กอดพี่ตั้นตอบ ผมรับรู้ได้ว่าตรงอกเสื้อพี่ตั้นเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาของผม ฝ่ามือหนาๆ กำลังลูบเส้นผมของผมอยู่ เพื่อปลอบโยน

“เฟย์อยู่ไหน” พี่กอล์ฟที่ตามมาทีหลังพร้อมกับพี่เปรมดิ์ พี่ทีนและพี่อาร์มอีกคน เบนซ์ก็มาด้วย ก็เอ่ยถามถึงเฟย์ทันที ดูสีหน้าพี่กอล์ฟกังวลมาก ผมก็ดันดัวเองออกจากอกของพี่ตั้นก่อน

“เฟย์อยู่ในห้องฉุกเฉินครับพี่กอล์ฟ ผมไม่รู้ว่าเฟย์เป็นยังไงบ้าง แต่ที่เขาบอกก่อนจะนำส่งตัวมา เขาบอกว่าน่าจะหัก แต่ผมไม่รู้ว่าอะไรน่ะครับต้องรอให้เขาออกมาก่อน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เบนซ์เข้ามาแตะแขนผมและกอดผม

“โทรหาไอ้ปอมดิ ถามมันดิว่าใครที่มันไปมีเรื่องอ่ะ” พี่ตั้นพูดด้วยสีหน้าที่นิ่งมากจนผมรู้สึกกลัวว่าพี่ตั้นจะทำอะไร ผมสอดมือเข้าไปจับฝ่ามือหนาๆ นั้นและบีม ส่วนพี่กอล์ฟยืนกระวนกระวายอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ดูแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้นี้พี่กอล์ฟเขารักเฟย์มากเลยน่ะ พี่อาร์มกำลังโทรหาพวกปอม ก่อนจะหลบไปคุย พี่ตั้นหันมามองหน้าผม ผมก็ต้องรีบก้มหน้าลง

“ทำไมโกหกเฮียล่ะว่าไม่ได้โดนอะไร ดูซินี้ ปากแตกเลยเมย์” เฮียทำเสียงดุใส่ผมทันที ผมพยักหน้าว่าผมโกหกจริง ถ้าผมบอกไปเฮียคงได้รีบมาด่วนกว่านี้แน่ๆ เฮียใช้นิ้วมือแต่ที่มุมปากของผม

“โอ๊ย” ผมร้องออกมาเบาๆ

“ขอโทษนะคะใครเป็นญาติของนายพีรณัฐ  พิทักคุณากรกุล” พยาบาลคนหนึ่งออกมาถามหาญาติของเฟย์ พี่กอล์ฟยกมือก่อนคนแรก พี่เขาหันมามองและมาหยุดที่ผมกับพี่ตั้น

“ตั้น” เสียงที่เรียกพี่ตั้น พี่เขาก็ขมวดคิ้วพร้อมกับผม ผมก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ตั้น อย่าบอกน่ะว่าพี่มีคู่นอนอีกแล้วน่ะ

“พี่แบม” พ่อพี่ตั้นเรียกชื่อพยาบาลผมก็พยักหน้าเบา ก่อนจะพยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดแต่ว่าพี่ตั้นไม่ยอมปล่อย พี่แบมมองผมกับพี่ตั้น

“ผมเข้าไปดูแฟนผมได้หรือยังครับ” พี่กอล์ฟถามคุณพยาบาล

“เชิญค่ะ น้องอยู่เตียงด้านในสุดค่ะ” คุณพยาบาลพูดและทุกคนก็เดินเข้าไป พี่ภาคินหันมาทำนิ้วเฉือดคอใส่พี่ตั้นทันที แต่พี่ตั้นแอบส่งนิ้วกลางไปให้ พี่พยาบาลเดินมามองผมกับพี่ตั้น

“สบายดีไหมตั้น”

“สบาบดีครับ พี่แบม เออ พี่แบมนี้แฟนผมนะครับ ชื่อเมย์” พี่ตั้นแนะนำผมกับพี่แบม

“แม้กอดกันกลมขนาดนี้ พี่ดูไม่ออกมั้งตั้น”


“ผมไม่คิดว่าจะเจอพี่อีก”

“พี่ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะ ว่าแต่ ผู้หญิงที่ชื่อปริมล่ะ เลิกกันแล้วเหรอ”

“พี่รู้จักพี่ปริมได้ยังไงพี่แบม”

“ตอนแรกพี่ก็ว่าจะติดต่อเราน่ะ พี่คิดว่า ความสัมพันธ์ของเราน่าจะมากกว่าคืนนั้นแต่ว่าผู้หญิงคนนี้เขาไปอาละวาดพี่ที่โรงพยาบาล ไปด่าทอพี่ต่างๆนาๆ  จนพี่ทนไม่ไหว เลยย้ายมาทำที่นี้แทน” พี่แบมพูด

“ผมขอโทษนะครับพี่แบม”

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่คนนี้ล่ะ แฟนตัวจริงนะ”

“พี่แบมครับ ผมขอโทษน่ะครับ คือว่า ผมไม่ได้รู้สึกอะไรพิเศษกับพี่ตั้งแต่แรก และผมก็ทำเพราะสันดานผู้ชายอ่ะพี่พี่จะด่าผมก็ได้นะเรื่องคืนนั้นน่ะ  แต่ผมขอโทษจริงๆ ” พี่ตั้นรีบพูดเหมือนพี่เขารู้สึกผิดที่เผลอไปมีอะไรกับพี่เขาทั้งที่พี่เขาเพิ่งเลิกกับแฟน

“เอาเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว”

“และพี่ปริมน่ะไม่ใช่แฟนผมน่ะพี่”

“เขาก็เหมือนพี่ใช่ไหมคือตั้นไม่ได้จริงๆจังแต่ปริมเขาอยากได้ตั้นและไม่ยอมหยุดซะด้วยใช่ไหมล่ะ”พี่แบมถามพี่ตั้น

“ผมยอมรับครับ” พี่ต้นพยักหน้าก่อนจะก้มมองผม

“แล้วเขาไม่อาละวาดกับน้องคนนี้เหรอ”

“ขนาดพี่เขายังทำเลยพี่แบม แล้วเมย์น่ะไม่รอดหรอกครับ นี้ผมก็ต้องคอยตามดูแล ผมก็ทำอะไรมากไม่ได้เพราะว่า พี่ปริมเขาเป็นผู้หญิงอ่ะพี่แบม”

“นางนี้สุดยอดจริงๆ น่ะ พี่ว่า “พี่แบมพูดผมก็หลุบตาลง

“ไม่ต้องคิดมากนะคะ พี่กับตั้นน่ะเราไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าพี่น้องแล้ว และตอนนี้พี่แต่งงานแล้วค่ะ “พี่แบมพูดผมก็พยักหน้าเบาๆ

“แต่งงานแล้วเหรอพี่ ดีใจด้วยนะครับ” พี่ตั้นรีบพูด

“ทีอย่างนี้ดีใจเชียวน่ะ และใครจะไปรอพ่อคุณล่ะ หายหัวไปเลยขนาดนั้น” พี่แบมพูดปนหัวเราะ

“เรายังเป็นเพื่อนกันได้น่ะพี่แบม มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกผมน่ะครับ “พี่ตั้นพูดก่อนจะส่งนามบัตรไปให้ ผมเพิ่งจะเห็นนามบัตรใหม่ของพี่ตั้น [ตั้นและเมย์] ผมก็อดอมยิ้มไม่ได้

“เข้าไปดูเพื่อนเถอะค่ะ พอดีพี่จะลงเวรแล้วด้วย รักกันนานๆ นะคะ ตั้น “พี่แบมพูดก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ผมและเขาก็เดินออกไป ผมเห็นมีผู้ชายแต่งตัวดีและดูท่าจะทำงานในโรงพยาบาลนี่เช่นกันดูตากเครื่องแบบ เขาเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน พี่ตั้นหันมามองหน้าผม

“คราวนี้สบายใจแล้วซิ”

“พี่น่ะโชคดีน่ะที่พี่เขาไม่เหมือนพี่ปริม เพราะว่าถ้ามีอีกผมนี้สละเรือเลยน่ะ ปล่อยพี่ลอยไปคนเดียว” ผมพูดและดันเฮียแกออก เดินทำแก้มป่องเข้าไปด้านในทันที และเฮียก็วิ่งตามผมเข้าไปติดๆ
TBC.....
---------------------------------------------------------------------------------------
         คนแต่งต้องขอโทษจริงๆนะคะ ที่เข้ามาช้าไปหน่อย ยุ่งอยู่กับคริสต์มาสค่ะ และต่อไปก็ยุ่งกับปีใหม่อีก จะมาอีกทีหลังปีใหม่เลยนะคะ เก็บมาม่าชามโตโตไว้หลังปีใหม่่แล้วกันเนอะ

Happy New Year นะคะทุกคน ขออวยพรให้ทุกคนมีแต่ความสุข สมหวังในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ..ทั้งบ้านที่อบอุ่น ครอบครัวที่น่ารัก และเพื่อนร่วมงานที่ดี สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ ท่านค่ะ

เจอกันอีกทีหลังปีใหม่เลยนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งคนแต่งไปไหนกันน่ะ

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1545
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +117/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 67
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
รชานนท์ ตอนนี้ผมเดินตามเมย์เข้าไปในห้องฉุกเฉิน เพื่อเข้าไปดูเฟย์ ดูท่าเมียจะงอนผมนิดๆ ก็ดันโลกกลมเจอพี่แบมเข้าจนได้ ผู้หญิงที่ผมคุยกันในผับและชวนไปมีอะไรกันเลย แต่ไม่ได้พาไปที่คอนโด ผมไปเปิดโรงแรมนอนกัน พี่แบมเป็นผู้หญิงที่สวย ตัวเล็กๆ ขาวๆ แถมยังเป็นพยาบาลวิชาชีพอีกต่างหาก ตอนแรกผมก็ว่าจะลองคบต่อแต่ว่าผมก็ติดต่อพี่เขาไม่ได้และช่วงนั้นงานผมก็เริ่มยุ่งอีก แต่ดีที่การมาเจอกันอีกครั้งพี่เขาไม่เหมือนพี่ปริม เพราะว่าผมมีเมย์แล้วและพี่แบมก็เข้าใจผม แต่ว่าพี่เขาก็บอกอยู่แล้วว่าเขาแต่งงานไปแล้ว ค่อยยังชั่วหน่อยหายใจหายคอไม่สะดวกเลย ผมเองก็ไม่อยากทำให้เมย์เสียใจเพราะว่าอดีตของผมที่ทำอะไรลงไปโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง

“ไงว่ะมึง งานเข้าไหม” ไอ้ภาคินหันมาถามผม

“เกือบครับพี่ภาคิน” เมย์ตอบไอ้ภาคิน

“เมย์อ่ะ พี่แบมเขาก็บอกอยู่ว่าพี่กับเขามันจบไปแล้ว “ผมพูดเมย์หันมาค้อนผม

“เหลืออีกที่น่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันจู่ๆ ก็พูดขึ้นมา ผมหันไปมองพร้อมกับเมย์

“ที่ไหนอีกว่ะ” ไอ้อาร์มมันถามไอ้เปรมดิ์ให้ผม

“ครูอนุบาลอ่ะ จำได้ไหมว่ะ ที่ไปเที่ยวผับกับเพื่อนแล้วมึงเกิดไปชนเขาเข้าอ่ะ แม้ไม่รู้แกล้งชนหรือตั้งใจแต่สุดท้ายหายกันออกไปเลย ทิ้งเพื่อนทันที” ไอ้เปรมดิ์ ผมเองอยากจะ…..อื้มมมม เพื่อนกันมันควรช่วยกันปิดไม่ใช่ช่วยกันเปิดแบบนี้! ผมหันไปมองเมย์ ที่แค่ชำเลืองตามามองผมก่อนจะตวัดไปมองทางอื่น

“ยังไงก็ไม่มีทางไปเจอเพราะว่ากูไม่มีลูกและกูไม่เคยรับงานโรงเรียนมาก่อน และที่สำคัญ กูกับพี่เขาก็แค่คุยกันยามที่พี่เขาเหงาแค่นั้นเอง “ผมพูดก่อนจะหันมามองเมย์ ที่ยืนกอดอกอยู่ “มันก็จบไปแล้ว “ผมหันไปบอกไอ้เปรมดิ์ เมย์แค่หันมาชำเลืองตามองผมอีกที ก่อนจะหันกลับไปยืนกอดอก ดูท่าจะนำหนึ่งถึงสิบอยู่ รอเมียนับให้เสร็จก่อนแล้วค่อยงอแล้วกัน

“เออ ที่มึงบอกว่า โด่ไม่รู้ล้มหรือไวอากร้าน่ะ มึงสั่งกับพี่แบมเขาหรือเปล่าว่ะ มึงถึงได้เคยลอง” ไอ้ทีน ผมสะบัดหน้าไปมองมัน ไอ้เชี้ย พูดทำไม เมย์หันขวับมามองผมเต็มๆ เลยครับ ก่อนจะหันไปมองไอ้ทีนให้คนยิ่งคำถาม

“มึงไม่เคยเล่าให้เมย์ฟังเหรอว่ะ” ไอ้ธีมถามผม ผมแอบคิดในใจ ผมควรจะเลิกคบมันเลยดีไหม ผมหันไปยิ้มแหยๆ ให้เมย์ เมย์หันกลับไปอีกคราวนี้ผมว่าคงนับถึงร้อยแน่ๆ

“พลึบ” ผ้าม่านปิดรอบเตียงคนไข้ถูกเปิดออก ผมเห็นไอ้กอล์ฟมันกุมมือเฟย์เอาไว้ ผมเห็นสภาพเฟย์แล้ว ก็หันมามองหน้ากันนี่มันทำขนาดนี้เลยเหรอ ปากแตก คิ้วแตกจนต้องเย็บ แขนหักด้วย มีรอยเขียวช้ำตามใบหน้า ผมเดินไปอยู่รอบๆ เตียงคนไข้กันหมด เมย์จับมือเฟย์ ผมเห็นได้ว่าน้ำใสๆ มันเอ่อออกมาที่ขอบตา เมย์คงสงสารเฟย์ไม่แพ้กันกับพวกผม ไอ้กอล์ฟมันนิ่งจนผมนี้แอบกลัวมันจะทำอะไรขึ้นมา

“กอล์ฟ” ผมจับไหล่มัน

“ไอ้สัส! กูต้องรู้ให้ได้ว่าใคร แม่งทำเมียกูแบบนี้” ไอ้กอล์ฟ พวกผมถึงกับยืนกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอทันที

“เฮียสวัสดีครับ” ผมหันไปมองคนที่เข้ามาในห้องฉุกเฉิน คือพวกไอ้ปอม พวกมันยกมือไหว้ผมก่อนจะเดินมาดูเฟย์

“เฮ้ย มันทำมึงขนาดนี้เลยเหรอว่ะเฟย์” ไอ้ปอมถาม พวกผมมองหน้ากันก่อนจะหยักไหล่ให้ไอ้ปอมออกไปคุยด้านนอก ผมส่งสายตาว่าให้เมย์อยู่กับเฟย์ก่อน ผมเดินออกไปกันเงียบๆ ไอ้กอล์ฟ มันก้มลงหอมที่หน้าผากเฟย์ก่อนจะเดินตามพวกผมออกมาเช่นกัน เดินไปหามุมที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

“มึงไปมีเรื่องกับใครมาไอ้ปอม” ผมหันมาถามไอ้ปอม มันเป็นคนของพวกผมก็จริงแต่ถ้ามันผิด ผมก็จะไม่ช่วยแต่ถ้ามันไม่ใช่พวกผมถึงจะเข้าไปปกป้องพวกมันกัน

“เฮีย พวกผมมีเรื่องกับเด็กวิศวะมหาวิทยาลัยXXXX แต่ว่าตอนนั้นมันพูดจาลามปามที่น้องผู้ที่ไปกับพวกผม มันพูดทะลึ่งไม่ให้เกียรติน้องๆเขานะครับเฮีย ผมเลยต้องปกป้องน้องเขาครับเฮีย และ”

“พวกผมก็โดนทำทัณฑ์บนไปแล้วน่ะเฮีย พวกมันก็โดนเหมือนกันและเรื่องก็ควรจะจบแล้ว” ไอ้ปอมพูด ผมหันมามองหน้ากัน

“มันเป็นใคร “ไอ้ทีนถามพวกไอ้ปอม

“แหล่งกบดานมันอยู่ที่ท่าพระครับพี่ และพี่ที่หนุนมันอยู่ก็เคยเรียนที่มหาวิทยาลัยที่เดียวกับมันด้วยครับเฮีย” ไอ้เพื่อนไอ้ปอมมันบอกพวกผม

“เฮีย มันอยู่นี้กันเฮีย นี้เฟสบุ๊กเพื่อนมันเพิ่งจะโพสต์ “เพื่อนไอ้ปอมอีกคนยื่นโทรศัพท์มาให้พวกผมดู ผมรู้จักใกล้กับมหาวิทยาลัยที่พวกผมมีเรื่องกันประจำเหมือนกัน แต่พวกผมเคยช่วยคนหนึ่งที่โดนอีกสถาบันรุมทำร้ายและมันก็กะว่าจะเอาถึงตายเลย มันรุมกระทืบจนสลบและมัดมือมัดเท้าจะจับถ่วงน้ำโชคดีทีพวกผมผ่านไปเลยเข้าไปช่วยไว้และนั้นก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เลิกตีกัน หันมาเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าตอนนี้ผมคงต้องไปสั่งสอนมันสักหน่อย ผมหันมามองหน้ากันก่อนจะพยักว่าพร้อมไหม และพวกผมเข้าใจกันดีว่าจะทำอะไร ผมเดินกลับเข้าไปด้านใน พร้อมไอ้กอล์ฟ พวกนั้นก็ออกไปเตรียมอุปกรณ์ที่ผมต้องเอาไปด้วย

“เมย์” ผมเดินเข้ามากระซิบเรียกเมย์

“เมย์อยู่กับเฟย์ก่อนน่ะ พี่จะไป ทำธุระกัน ไม่นานครับ เดี๋ยวพี่มารับ พวกไอ้ปอมจะอยู่เป็นเพื่อนด้วยนะครับ” ผมบอกเมย์ส่วนไอ้กอล์ฟมันก็กระซิบอะไรกับเฟย์สักอย่าง พร้อมกับหอมแก้มเฟย์ ผมยักไหล่ว่าไปได้แล้วจะได้รีบกลับมาและเพื่อว่าพวกมันชิ้งหนีอีก ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินหันหลังออก พยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมจะเคลื่อนย้ายเฟย์ไปห้องพักคนไข้ แต่จังหวะนั้น เฟย์ดึงแขนไอ้กอล์ฟเอาไว้และกระฉากเข้าไปพร้อมกับจูบแบบดูดดื่ม ผมก็ต้องถลึงตามอง เมย์อีกคนทำเป็นหันไปมองทางอื่น แต่สายตาที่จับจ้องพร้อมอ้าปากหวอ พี่พยาบาลและบุรุษพยาบาล เวรเปลอีกล่ะ

“ผัวข้ากลับมาเร็วๆ น่ะ” โอ้วมายก๊อซ!

“อุ้ย!!” เหล่าพยาบาลร้องออกมาพร้อมกัน เมย์หันมาชำเลืองตามองผม ผมก็สงสายตาเอาแบบนั้นบ้างไหม เมย์ส่ายหัวทันทีว่าไม่เอา ผมก็ต้องหันไปพยักหน้ากับไอ้กอล์ฟว่าไปได้แล้ว และผมสองคนก็เดินออกมาพร้อมกัน ผมหันไปมองมัน

“กูบอกเฟย์ว่าไปแก้งานด่วนและจะรีบกลับมา เพราะว่าทิ้งงานกันมาดูเฟย์กันหมด “ไอ้กอล์ฟมันพูดและพวกผมก็เดินออกมาพร้อมกัน มาที่ลานจอดรถ พวกผมรอกันอยู่แล้ว พร้อมไม้เบสบอลกันทุกคน ของผมอยู่ในรถแล้ว วันนี้ผมขับรถกระบะคู่ใจไปทำงาน

“ไม่ต้องเอาไปหลายคันว่ะ แค่สองคันก็พอ “บอกพวกมัน มันก็พยักหน้ากัน พากันถลกแขนเสื้อเชิ้ตรอเลย กะว่าไปถึงลุยเลยและกลับ ผมก็พากันขึ้นรถ

“กูขับเองว่ะกูรู้มันอยู่ที่ไหน” ไอ้กอล์ฟมันบอกผม ผมพยักหน้า ผมให้มันมาขับรถผม ส่วนไอ้เปรมดิ์ ไอ้ทีน ไอ้อาร์ม มันไปคันเดียวกัน ไอ้ธีมและไอ้ภาคินมาคันเดียวกับพวกผม ไอ้กอล์ฟมันก็ขับแบบแซงซ้ายแซงขวาจนพวกผมหันมามองหน้า ไอ้ธีมมันมองหน้าผมและขยิบตา ว่าถ้าปล่อยให้มันซิ้งแบบนี้ งานจะเข้าพวกผมเอาไม่ชนคันอื่นก็โดนตำรวจซิวไปซะก่อน ผมเลย

“กอล์ฟ เบาหน่อยมึง” ผมแตะแขนไอ้กอล์ฟ เท่านั้นแหละมันก็ผ่อนลงทันที

“ฟู่!” พวกผมก็พากันพ่นลมหายใจออกมาจากจมุกโด่งๆ กัน และไม่นานรถก็แล่นมาจนถึงจุดหมายที่พวกผมตั้งใจกันเอาไว้ เป็นตึกแถวสองชั้นครึ้ง และมีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หลายคันเลย

“สาวกเวสป้าเหรอว่ะ” ไอ้อาร์มมันพูดขึ้น ผมพวกหันมามองหน้ากันและถือเอาไม้เบสบอลมาด้วยกันคนละอัน ก่อนจะหันมายิ้มและตรงไปที่รถพวกมัน ไอ้ทีนไปชะเง้อคอมองก่อนว่าไม่ผิดหลังแน่ๆ

“มันนั่งก๊งเหล้ากันอยู่ว่ะ” ไอ้ทีนพูด ผมพยักหน้าพร้อมกันและ พากันเดินไปที่รถเวสป้าพวกมันและง้างไม้เบสบอส


“ผลั๊ว ๆ ๆๆ โคล้ม!” เสียงฟาดไม้เบสบอสลงที่รถพวกนั้นอย่างไม่ปรานี เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนพวกนั้นต้องวิ่งกรูกันออกมาดูและมองพวกผมกัน

“ไอ้เชี้ย!! มึงทำเชี้ยอะไรกับรถพวกกู ไอ้สัส!!” มีคนตะโกนด่าพวกผม ผมหันไปมองหน้าพวกมัน เท่านั้นแหละ พอมันเห็นหน้าตาพวกผมที่ชัดเจนถึงกับถอยหลังกรูกันเลยทีเดียว พวกผมหันไปมองหน้ามัน บ้างก็ยกไม้เบสบอลขึ้นพาดไว้ที่หัวไหล่ ผมเดินไปหยุดที่ตรงหน้า พร้อมไอ้กอล์ฟ

“พี่ มาตีรถพวกผมทำไมอ่ะครับ” สุภาพขึ้นมากะทันหัน

“มึงไปทำเชี้ยอะไรเอาไว้ล่ะ ห๊ะ!!! “ผมถามพวกมัน มันหันมามองหน้ากัน

“มึงรู้ไหมพวกกูใคร” ไอ้ธีมมันเดินเข้ามาถาม พวกมันหันไปมองกันและกัน

“รู้พี่ “พวกมันพูด ผมพยักหน้าพร้อมกัน

“แล้วมึงกระทืบคนของพวกกูทำไม!!” ไอ้กอล์ฟมันตะคอกถามพวกนั้น

“พี่ผมไม่รู้ว่าเป็นคนของพวกพี่ ผมรู้แค่ว่ามันเป็นเพื่อนของไอ้ปอมอ่ะพี่ มันมีเรื่องกับพวกผมก่อนนะพี่” หนึ่งในนั้นมันตอบผมเสียงสั่นๆ

“โคล้ม” ไอ้กอล์ฟมันฟาดไม้เบสบอลลงที่กระถางต้นไม้ใกล้ๆ อย่างแรง จนพวกมันกระโดดไปยืนรวมกันเป็นก้อน

“มึงรู้ไหมว่าคนที่มึงทำร้ายน่ะ แฟนกู!!”

“และที่สำคัญ มันเป็นรุ่นน้องไอ้ปอมไม่ใช่เพื่อนไอ้ปอม และที่สำคัญอีก แฟนกูไม่เคยมีเรื่องกับพวกมึง ไอ้สัส!!” ไอ้กอล์ฟมันชี้หน้าพวกนั้นด้วยไม้เบสบอล ผมเห็นว่าไอ้กอล์ฟของขึ้นเกินไปแล้ว ผมเลยเดินไปจับแขนมัน สั่นหัวว่าพวกผมแค่มาสั่งสอนไม่ได้มาเล่นมันตรงๆ

“พวกผมไม่รู้พี่ พี่พวกผมขอโทษ” พวกมันคุกเข่าลงยกมือไหว้พวกผมกัน

“อ้อ กูถามอีกอย่างใครเป็นคนตบหน้าเมียกู “ผมนึกขึ้นมาได้ ผมจะขอสัดสักทีพอ พวกมันหันมามองหน้ากัน

“เมียกูอ่ะ ที่สวมชุดนักศึกษาไม่ได้ใส่เสื้อช็อปอ่ะ ตอนกูโทรหาเมียกู กูได้ยินเสียงพวกมึงอยู่แต่กูไม่รู้ว่าใครทำ” ผมพูดพวกมันกับมองหน้ากันเลิกลักไม่ยอมตอบ

“กูถามว่าใคร!!!” ผมตะเบ็งเสียงถามอีกครั้งและมองหน้าพวกมันเรียงตัว พวกมันหันมากระซิบกระซาบกัน (กูบอกแล้วว่าอย่าทำไอ้นั่นมัน) ผมได้ยินพวกมันเถียงกัน

“ว่าไง!!!” ผมถาม

“ไอ้เจพี่ แต่ว่ามันกลับไปแล้วอ่ะ ตอนแรกพวกผมก็บอกว่าให้พอแล้ว พวกผมตั้งใจที่ไอ้คนที่มีเรื่องกับผมแค่นั้น แต่ไอ้เจมัน ดันไม่ฟังพวกผมอ่ะพี่ “หนึ่งในนั้นรีบพูดสารภาพ และจู่ๆ ก็มีรถกระบะขับมาจอดเปิดไฟสูงใส่พวกผม และสองสามคนเดินลงมาจากรถ

“เฮ้ย พวกมึงมามีเรื่องอะไรกับพวกมัน “ผมได้ยินน้ำเสียงที่คุ้นหูพวกผม พอผมหันไปมอง

“เฮ้ย พวกมึง เป็นไงมาไงว่ะนี้ และนี้มึงถือไม้เบสบอลกันทำไมว่ะ “ใช่พี่โก้จริงๆ ด้วยที่พวกผมเคยช่วยเอาไว้ ผมหันมายกมือไหว้กันทุกคน เพราะยังไงพี่เขาก็แก่กว่าพวกผมปีหรือสองปีนี้แหละ

“พี่โก้สวัสดีครับพี่” พวกผมยกมือไหว้พี่เขา ถึงคนละสถาบันแต่ก็เคารพอย่างรุ่นพี่พวกผมเช่นกัน

“มึงอย่าบอกน่ะว่ามามีเรื่องกับไอ้เด็กพวกนี้น่ะ เฮ้ย มันไม่มีอะไรหรอกมันแค่เด็ก” พี่โก้พูด

“พี่โก้ มันซ้อมแฟนผมอ่ะ แฟนผมแขนหัก ปากแตก คิ้วแตกและที่สำคัญ แฟนผมไม่เคยมีเรื่องกับพวกมัน มันแค่เห็นว่าเรียนสถาบันเดียวกับคนที่มันมีเรื่องมาก่อน” ไอ้กอล์ฟพูด พี่เขาหันไปมองหน้าพวกที่นั่งอยู่

“มึงทำจริงไหม!!” พี่โก้หันไปถามพวกมัน

“คือพวกผม เคยเห็นมันเดินอยู่ด้วยกันกับคนที่พวกผมมีเรื่องนะครับเฮียโก้” หนึ่งในนั้นบอกพี่โก้

“พวกนี้มันเป็นเด็กของพี่เหรอครับ” ผมหันไปถามพี่โก้

“ใช่ว่ะตั้น แต่ถ้าพวกมันผิด กูก็ไม่เข้าข้างว่ะ ตั้น “พี่โก้พูด

“เฮียโก้ พวกผมผิดไปแล้วพี่”

“พวกไอ้ปอมมันบอกว่ามันก็โดนทัณฑ์บนไปแล้ว พวกมึงก็โดนไม่ใช่เหรอว่ะ แล้วทำไมไม่จบว่ะ ห๊ะ! “ไอ้เปรมดิ์มันถาม

“เอาอย่างนี้แล้วกัน พวกกูดัดนิสัยมันเอง พวกกูขอโทษแทนพวกมันว่ะ มันคงเลือดร้อนไปหน่อย “พี่โก้พูด

“ส่วนแฟนมึงน่ะให้พวกกูรับผิดชอบค่ารักษาไหมว่ะ” พี่โก้ถามไอ้กอล์ฟ

“ไม่เป็นไรพี่ น้องเขาทำงานกับพวกผม ผมรับผิดชอบเองพี่” ผมหันไปบอกพี่โก้

“แล้วเรื่องรถไอ้พวกนี้ล่ะว่ะ” ไอ้ภาคินมันถามถึงรถที่พวกผมกระหน่ำตีจนพังยับเยินไปทุกคัน

“ไม่ต้องหรอกพวกมึง ถือว่าเป็นบทเรียนให้พวกมันแล้วกัน ไปซ่อมกันเอง” พี่โก้พูด

“เข้าใจไหมพวกมึง!!!” พี่โก้หันไปถามพวกเด็กนั้น พวกมันก็พยักหน้าก่อนจะหันมามองหน้ากันเอง

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมลานะพี่ ขอบคุณพี่” ผมพูดและหันหลังจะเดินออกแต่ว่า

“พี่โก้ มีคนหนึ่งน่ะ ตบหน้าเมียผม เมียผมไม่ได้เรียนทีเดียวกับเด็กที่โดนทำร้าย แต่ก็ซวยไปด้วย โชคดีที่มีคนเห็นเหตุการณ์ร้องห้ามเอาไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นแฟนผมเจ็บหนักและผมคงเอามันถึงตายแน่! “ผมพูดพี่เขาก็หันไปมองพวกที่นั่งอีกครั้ง

“ไอ้เจเป็นคนทำครับเฮียโก้ ผมห้ามมันแล้วว่าอย่าไปทำพี่เขาแต่ไอ้เจมันไม่ฟังอ่ะ มันคิดว่าเป็นแฟนไอ้คนที่พวกผมซ้อมเลยเล่นไปด้วยเลยอ่ะครับ” ผมสะบัดหน้าไปมองคนที่พูด พอมันเห็นหน้าผมเท่านั้นมันรีบหดหัวทันที

“กูรู้จักมันดีไอ้ตั้น กูเล่นมันเอง “พี่โก้พูด ผมยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะพากันขึ้นรถ ขากลับนี้ผมขับเอง พวกผมไม่ได้พูดอะไรกันมาจนถึงที่โรงพยาบาล ผมกดโทรออกหาเมย์ ทันที

TBC.....

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด