อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤แจ้งขอรีไรท์นิยายค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: อุบัติ(เหตุ)จนได้รัก❤แจ้งขอรีไรท์นิยายค่ะ  (อ่าน 10499 ครั้ง)

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

Intro



ตั้น รชานนท์ ศิริเมธานนท์ อายุ 28 ปี เรียนจบวิศวคอมพิวเตอร์ เปิดบริษัทเขียนโปรแกรมและวางระบบคอมพิวเตอร์กับเพื่อนซี้อีก 6 คน


เมย์ เมธานินท์ จิระพัชรสกุล  อายุ 21 ปี เรียนจบมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ เมย์ไม่มีพี่น้อง พ่อแม่เขาเสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้ 5 ขวบ มีเพียงผู้หญิงที่เคยรับจ้างพ่อแม่เขาดูแล รับเขาไปเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรม


ปริม หรือ วนัสวรรณ เป็นคู่หมั้นของปฐวีย์ เป็นบุตรสาวคนเดียวของนักการเมืองชื่อดังเป็นผู้มีอิทธิพล


ปฐวีย์ อธิภัทราคุณากร  คู่หมั้นปริม

     
เมย์เด็กหนุ่มที่โชคร้าย ดันต้องมามีตราบาป เพราะผู้หญิงที่เสแสร้งใส่ร้ายเธอว่าเขาจะเข้ามาเป็นคนทำลายความฝันที่จะเป็นภรรยาของทายาทหมื่นล้าน และนั้นก็ทำให้ชีวิตของหนุ่มน้อยเปลี่ยนไป ตั้นเองก็ทำไปเพราะอยากช่วยให้ปริมหลุดไปจากชีวิตเขาซะที ถึงแม้ว่าปริมจะเป็นผู้หญิงที่สวยแต่เขากับไม่ได้รู้สึกอยากหยุดหัวใจไว้ที่เธอ แต่สุดท้ายเขากับหลงรักผู้ชายที่เขาได้สร้างตราบาปเอาไว้ซะเอง

คนแต่งขอฝากไว้อีกเรื่องนะคะ ขอกำลังใจให้คนแต่งด้วยนะคะ แนะนำได้นะคะ มีเม้นมีกำลังใจค่ะ 
ปล.ถ้ามีคำผิดแจ้งคนแต่งได้เลยนะคะ จะรีบแก้ไขให้ทันทีค่ะ 

Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 12:05:28 โดย Alessa »


ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
   
EP.1 ความโชคร้ายของเมย์

Part’s เมธานินท์

      ผมชื่อเมย์ หรือเมธานินท์ ผมเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย คณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ และผมก็ได้เข้าทำงานในโรงแรมชื่อดัง โดยการฝากฝังของพี่คนหนึ่งที่เขาแอบชอบผม พี่เขาเคยเจอผมตอนที่ผมไปทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในโรงแรมอีกสาขาหนึ่งของพี่เขา ผมเป็นคนสูง165 เซนติเมตร น้ำหนัก 45 กิโลกรัม ค่อนข้างผอมบาง เป็นคนผิวขาวออกชมพู ผมได้ทางแม่ผม ส่วนคิ้วที่คมเข้มนี้ผมได้มาจากพ่อผม ทำให้บุคลิกภาพของผมโดยรวมดูเนี้ยบและดูดีไปโดยปริยาย
“เมย์” ผมหันมาเจอผู้ชายที่ทำให้ผมได้งานทำที่นี่และเขาก็ช่วยผมบ้างในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนกระทั่งผมเรียนจบ แต่ว่าพี่เขามีคู่หมั้นที่จะแต่งงานด้วยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ คุณปฐวีร์หรือพี่วีร์ เป็นลูกชายของเจ้าของโรงแรมชื่อดังในย่านทำเลทอง ที่อยู่ใจกลางเมือง แถมพี่ปฐวีร์ยังเคยเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยและเคยสอนผมด้วยแต่มีเรื่องราวเกิดขึั้นทำให้พี่เขาต้องลาออกจากการเป็นอาจารย์และหันมาดูแลกิจการให้ครอบครัวแทนและเรื่องที่เกิดก็ผมคือต้นเหตุ ผมรู้สึกผิดแต่พี่เขาก็ยังให้การช่วยเหลือผมหลายเรื่องเรื่อยมาแม้กระทั้งเรื่องที่ไม่น่าจะช่วยจนตัวเองต้องเดือดร้อนและถูกพันธนาการโดยการหมั้นหมายกับผู้หญิงที่พี่เขาไมไ่ด้รัก พี่ปฐวีร์เป็นผู้ชายที่อบอุ่นและดูสุภาพแต่ผมเองคงไม่อาจเอื้อม ถึงแม้พี่เขาจะมีใจให้ผมก็ตาม
“สวัสดีครับ พี่วีร์”
“สวัสดีครับ เป็นไง ทำงานที่นี่ดีไหมครับ เหนื่อยไหมครับเมย์” พี่วีร์ถามผม
“ไม่เหนื่อยครับพี่วีร์”
“ถ้าเหนื่อยหรือหนักไปบอกพี่นะ”
“พี่วีร์ ถ้างานผมหนักก็ไม่ต้องไปทำอะไรแล้วครับ และผมโชคดีแค่ไหนที่จบมาแล้วได้งานทำเลยนะครับและนี่ก็เพราะพี่วีร์ช่วยผม เพื่อนผมบางคนยังตกงานอยู่เลย” ผมพูด ผมมีเพื่อนสามคนเพื่อนที่สนิทกันจริงๆ แม้กระทั้งมีเรื่องเกิดขึ้นเขายังไม่ทิ้งผมเหมือนคนอื่น นั้นคือบรีส แต่บรีสมันเองก็มีเรื่องราวมากมายในชีวิตมันและตอนนี้ก็บินไปอยู่ออสเตรเลียกับแม่ของบรีส อีกคนคือมีนตอนนี้ช่วยกิจการร้านสเต็กโคขุนที่บ้านเปิดสามสาขาแล้ว ผมว่ามันดีกว่าตรงที่เป็นนายตัวเอง
“พี่เต็มใจน่ะเมย์ มีอะไรให้พี่ช่วยบอกพี่นะ เมย์ พี่อยากช่วย”
“ขอบคุณครับ”
“พี่ไปก่อนนะ พี่ต้อง.” พี่วีร์พูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนใจไม่อยากจะไปแต่ก็ต้องไปตามคำเชิญของพ่อว่าที่คู่หมั้นให้ไปทานข้าวที่บ้าน
“ไปเถอะพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ “ผมพูดบอกพี่วีร์ ผมก็กำลังจะหันหลังไปทำงานต่อ ผมไม่เคยเห็นคู่หมั้นของพี่วีร์เลยสักครั้ง ผมทราบว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของนักการเมืองที่มีอิทธิพลมากและนางก็เอาแต่ใจที่สุด นางชื่อพี่ปริม แต่คนที่นี้เขารู้จักนางดี มีสมุนที่นางมาฝากทำงานหลายคนแต่ว่าวันนี้เขาไม่ได้อยู่กะเดียวกับผมเลยรอดตัวไป แต่ถ้าอยู่นี้น่ะพยายามพูดเหน็บแหนมผมตลอด ผมยืนทำงานรอเวลาจะกลับบ้าน ผมพักที่อพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง
“เมย์วันนี้อยู่ต่อให้พี่ฟ้าถึงสองทุ่มได้ไหมคะเพราะว่าพี่ต้องรีบกลับ พี่ฟ้าโทรมาบอกว่าฝนตกหนักมากอ่ะเมย์ นี่แฟนพี่ก็กำลังจะมารอรับแล้ว ถ้าอยู่ต่อม้นบ่นพี่แน่ๆเลย น่ะน้องเมย์ “ผมหันไปมองอันที่จริงผมควรจะลงเวรหนึ่งทุ่ม ส่วนพี่พรเทพเขาไปพักคงจะกลับมาอีกครึ่งชั่วโมง
“ได้ซิครับพี่โอ ผมอยู่แทนให้ได้ครับ”
“ขอบใจนะ”
“เออ พี่ฝากเรื่องของลูกค้าไว้หน่อยซิเมย์ เขาจะให้คนมาเอากล่องนี้น่ะ เป็นของที่ลูกค้าที่มาพักแล้วลืมเอาไว้นะ แต่จะให้คนมาเอาที่ด้านข้างน่ะตรงประตูทางออกนะเมย์ เมย์ก็เดินลงไปให้เขาหน่อย เขาจะมารับคืนตอนที่เขาโทรมานะคะ พี่ฝากด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ” พี่โอพูดผมพยักหน้า ก่อนจะหันไปทำรายละเอียด ลูกค้าต่อ
(เมย์สบายดีไหมลูก วันหยุดกลับมาทานอาหารกับแม่น่ะ) ข้อความที่ทำให้ผมยิ้มได้ในวันนี้
 แม่ปิ่นเป็นแม่บุญธรรมที่ดูแลผม แทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไป ด้วยอุบัติเหตุ แม่ปิ่นมีลูกสามคน เป็นผู้หญิงหนึ่งคนและผู้ชายสองคน ดังนั้น ผมเลยต้องทำงานและเรียนไปด้วย ส่งตัวเองเรียน ไม่อยากรบกวนแม่บุญธรรมผมมาก และที่ผมหางานพิเศษทำตลอดก็เพื่อช่วยแม่ปิ่นส่งน้องๆเรียน ต่อให้เขาสามคนไม่ใช่น้องสาวน้องชายแท้ๆของผมก็ตามแต่ผมก็รักและผุกพันกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ผมคิดถึงแม่ปิ่นมากแต่แม่ไม่ให้ผมไปอยู่ที่บ้านแม่ เพราะว่ามีเรื่องที่ทำให้คนทั้งซอยมองว่าผมกลายเป็นเด็กขายน้ำไปแล้ว แม่ปิ่นเลยให้ผมหาอพาร์ทเม้นอยู่แทนและนัดกันไปทานอาหาร ร้านอาหารใกล้ๆแทนเพื่อพูดคุยกัน
(ครับแม่ปิ่น ผมจะกลับไปนะครับ) ผมรีบตอบไปทันที
(แม่จะทำของโปรดไว้รอนะ มาทานที่บ้านน่ะเมย์) ผมก็ต้องยิ้มกว้างๆอีกครั้งแม่ชวนผมไปทานข้าวที่บ้านด้วย ผมอยากทานฝีมือแม่ปิ่นที่สุด
(ครับแม่ปิ่น ผมรักแม่ปิ่นนะครับ)
ผมนั่งทำงานในตำแหน่งรีเซฟชั่นของโรงแรมระดับห้าดาว แน่นอนต้องมีลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ ผมยืนนิ่งคิดจนกระทั่ง พี่ฟ้ามาถึงที่หน้าเคาน์เตอร์พอดี ผมหันไปมองพี่ฟ้าและยกมือไหว้
“ขอบใจนะเมย์ที่อยู่ต่อให้พี่ค่ะ อ่ะนี้ค่าขนม” พี่ฟ้าพูดและพี่ฟ้าคงเกรงใจผมที่อยู่เกินเวลาไปตั้งหนึ่งชั่วโมง พี่ฟ้าเลยควักแบงก์ร้อยให้กับผม
“ไม่เป็นไรครับพี่ฟ้าถึงยังไงผมก็ไม่รีบกลับอยู่แล้ว” ผมตอบพี่ฟ้า
“โอเค ถ้าอย่างนั้น วันไหนอยู่เวรตอนเช้าด้วยกันพี่ซื้อกาแฟเลี้ยงเรานะเมย์”
“ได้ครับพี่ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับเพราะว่าฝนตกรถเข้าซอยที่อพาร์ทเม้นของผมมันน้อยนะครับ” ผมหันมาบอกพี่ฟ้า
“เดินทางปลอดภัยน่ะ เจอกันเมย์” พี่ฟ้าพูดผมก็รีบหันเข้าไปหยิบกระเป๋าสะพายเดินจะออก
“ได้ค่ะ ด้านข้างนี้เหรอคะ ได้ค่ะ ค่ะ “ผมออกมาก็เห็นพี่ฟ้าทำหน้าขมวดคิ้วมองกล่องของที่พี่เขาบอกว่าลูกค้าจะมาเอา
“เมย์มีคนโทรมาบอกว่าให้เมย์เอากล่องนี้ออกไปส่งให้เขาทีนะคะ ที่ด้านข้างของโรงแรมนะคะ เมย์ออกทางนั้นพอดีใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ งั้นเมย์เอาไปให้แล้วกันนะครับพี่ฟ้า” ผมพูดและหยิบกล่องที่วางอยู่ ไม่หนัก ผมเดินออกมา ตอนแรกว่าจะโทรหาแม่ปิ่นเดินคุยไปสนถึงสถานีรถไฟก็ยังดี ระหว่างที่ผมเดินออกมาก็เห็นมีรถคันสีดำจอดอยู่ ผมคิวว่าน่าจะใช่แน่ๆ
“ขอโทษนะครับ คุณมารอรับพัสดุหรือเปล่าครับ”
“ใช่เมย์ป่ะ” น้ำเสียงที่ถามผมแบบห้วน ๆ คนที่มารับก็สวมหมวกแก๊ป ทำให้ไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน
“ใช่ครับ นี่ครับพัสดุ” ผมส่งกล่องให้เขาก็รับกล่องไปถือและ
“กูไม่เอาพัสดุ”
“แล้วคุณจะเอาอะไรละครับ”
“กูเอามึง”
“หมับ!” ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากทางด้านหลัง มีคนเข้ามาจู่โจมผมโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเอาผ้ามาปิดปากปิดจมูกผม ผมก็ดิ้นแต่จู่ ๆ ผมก็เริ่มอ่อนแรงลง และทุกอย่างก็มืดสนิท แต่ผมยังพอได้ยินเสียงรอบ ๆ
“เอาขึ้นรถไปเลย แม่งจะให้ไปเอาที่ไหนวะ มึงโทรหาไอ้ตั้นยัง ว่าจะเอาไอ้นี่ที่ไหน”
“ก็โกดังไง ไม่ต้องหรูหรอก เขาบอกเอาๆ แล้วก็ ปล่อยแม่งทิ้ง แค่นี้” ผมได้ยินเสียงการสนทนาแต่ว่าหนังตาผมหนังมากจนลืมไม่ขึ้น
“หน้าตามันก็ดีนะมึงแต่ดันเสือกไปยุ่งกับคนที่มีเจ้าของแล้ว เป็นผัวให้สาวๆเขาก็ดีอยู่แล้วไปเป็นเมียน้อยผู้ชายเขาทำไมและนี้กูก็ไม่เคยขมขื่นผู้ชายมาก่อนด้วยเวรจริงๆ กู”
“งั้นกูโทรบอกไอ้ตั้นไปเจอกันที่โกดังเลยนะมึง” ผมได้ยินแค่นั้น ก่อนสติสัมปชัญญะจองผมจะดับวูบไป และความฝันของผม คือผมกำลังนั่งเล่นอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง
 “น้องเมย์ค่ะ คุณพ่อคุณแม่กำลังจะบินกลับมาแล้วนะคะ มาทานอาหารก่อนไหมคะ” แววตาเด็กน้อยวัยห้าขวบที่กำลังรอพ่อแม่บินกลับมาจากไปดูงานต่างประเทศ ฐานะที่มั่นคง กับอาชีพการงานที่มั่นคงพ่อแม่เขา ผู้หญิงที่รับจ้างดูเขาในช่วงที่พ่อแม่เขาไปต่างประเทศนั้นคือน้าปิ่น ที่มาทำงานแลกเงินไปจุนเจือครอบครัว อีกสามชีวิตที่รออยู่
RRR เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ก่อนที่น้าปิ่นจะไปรับสาย และนั้นทุกอย่างในชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน เมื่อข่าวร้ายพ่อและแม่ของเขาประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักตกเหวที่ต่างประเทศ
“ฮือ ๆ พ่อ ฮือ ๆ แม่ ผมคิดถึงพ่อกับแม่”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 08:05:32 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
   EP.2 ตราบาป NC18+


   Part's เมธานินท์ ผมค่อยๆขยับตัวแต่ทว่ามันขยับไม่ได้ ผมคิดว่าผมถูกขึงพืดเอาไว้อยู่แต่อยู่ที่ไหนผมเองก็ไม่รู้ทุกอย่างมืดสนิท พวกนั้นเอาไอ้โม่งมาคุมหัวผมเอาไว้แต่ยังดีที่มีช่องให้ผมได้หายใจและปากไว้พูดได้บ้าง และผมเองก็ไม่รู้ว่าที่ไหน มีบางสิ่งคาดปิดตาผมไว้ด้วย ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายผมไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆติดตัวเลย ผมสัมผัสได้จากการเสียดสีของผิวหนังบนที่นอนหยาบๆ ใครกันทำไมทำกับผมแบบนี้ทั้งที่ผมเองไม่เคยไปมีเรื่องกับใครเลย
“ขอโทษนะครับ คุณ คุณ” ผมพยายามเรียกหาใครสักคน แต่ทว่ามันกลับเงียบสนิมไร้ซึ่งเสียงตอบรับแต่ผมได้ยินแต่เสียงคนคุยกันดังอยู่ห่างจากผมไปแต่ไม่ไกลมากหนัก แปลกที่พวกเขาไม่ขานรับเสียงเล็ก ๆ ของผมเลยสักคนฟังจากการสนทนา น่าจะเด็กเกรียนซะมากกว่า นี้ผมไปมีเรื่องกับคนพวกนี้ตอนไหน
“อยู่ไหนวะ” เสียงทุ่มๆนี้ทำให้ผมขนลุกขึั้นมาทันที ไม่อยากนึกถึงหน้าตาคงจะโหดผิดมนุษย์
“อยู่ในห้อง ขึงพืดแล้ว ใครจะเอาก็เอาว่ะ น้องกูไม่สู้”
“ก็นั้นมันผู้ชาย”
“และนี่ พี่ปริมเขาให้มึงทำกับเขาแบบนี้จริงๆ เหรอว่ะ” พี่ปริม ชื่อนี้ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ ทั้งที่ผมเองก็ไมเ่คยไประรานอะไรเขาเลยน่ะ
“เออ อะดิ ก็ไอ้นี่มันดันไปเกาะแกะแฟนพี่เขานี้หว่า”
“ทำไมไม่เป็นผู้หญิงวะ กูจะอาสาคนแรกเลยและนี้ผู้ชายทั้งแท่ง แก้ผ้าออกมาก็เจอหนอนแล้วสัส!” เสียงพวกนั้นเขาคุยกัน มันทำให้ผมเริ่มจะรู้ชะตากรรมของผม ผมพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างกายถูกมัดขึงเอาไว้จนตึง ยิ่งดิ้นก็เหมือนร่างผมจะฉีกออกจากกัน น้ำตาแห่งความกลัวเริ่มไหล่ออกจากหางตา
“ปล่อยผมไปเถอะ ฮือๆ ผมไม่ได้ทำอะไรพวกคุณ ฮือๆ” ผมพูดเชิงข้อร้องอ้อนวอน
“กึก” ผมรับรู้ได้ว่ามีคนเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านข้างของผม
“นี่เหรอวะ ที่บอกว่าชื่อเมย์อ่ะ “น้ำเสียงที่ดุดัน ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าหน้าจะประมาณไหน คงมีหนวดเคลารกรุงรังไปหมด หน้าตาคงดิบเถือนน่าดูแต่ว่า พยายาามใช้น้ำเย็นเข้าไว้ก่อน
“เออ ก็ตอนที่ไปเอาตัวกูถามแล้ว มันบอกชื่อเมย์”
“ผิวขาวดีนะ สองจุดนั้นก็อมชมพูดซะด้วยแต่….”
“มีเจ้าโลก กูขอผ่านว่ะ ตั้น”
“สัสเอ๊ย! แล้วใครละที่จะทำ” ไอ้คนที่เพื่อนมันเรียกว่าตั้น มันชื่อตั้น
“มึงไง ไอ้ตั้น มึงรับมาและมึงกับเจ้ก็น่ะเคยซั่มซิ่งรองกันมาก่อน… มึงก็จัดการให้เจ้เขาหน่อยแล้วกัน”
“แต่ว่าพวกกูขอนั่งดูบอลรอด้านนอกน่ะเพื่อน”
“หิวว่ะ กูสั่งข้าวมากินกันเลยนะมึง”
“เออๆ สั่งเผื่อกูด้วย”
“ปึก” เสียงประตูห้องถูกปิดลง
“คุณ คุณ ปล่อยผมไปเถอะนะ คุณอย่าทำแบบนี้กับผมเลย ผมเป็นผู้ชายนะคุณ”
“ปึก” ผมรับรู้ได้ว่ามีคนนั่งข้างๆ ผม เพราะว่าที่นอนด้านข้างผมมันยุบตัวลง ผมต้องกลืนน้ำลายลง
“ก็ไม่อยากทำนะแต่ นายเล่นไปเป็นชู้เขานี่หว่า “คนที่นั่งลงพูดไม่ดังมากอยู่ข้างๆ ผม
“ผมไม่ได้ทำ คุณปล่อยผมไปเถอะและใครกันที่ใช้คุณทำแบบนี้กับผม มันผิดกฎหมายนะคุณ” ผมพูดด้วยเสียงสั่นๆ ใจก็กลัวแต่ผมคิดว่าเอากฎหมายมาขู่มันอาจจะคิดได้บ้าง
“แล้วนายคิดว่า กฎหมายจะทำอะไรพวกผมได้ แต่ถ้าคลิปที่คุณโดนข่มขืนนี้อาจจะทำให้คุณ ไม่มีโอกาสในหน้าที่การงาน เอาไหมล่ะ” ผมก็ต้องกำมือแน่น
“พวกคุณมันชั่ว ชั่วยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ทำได้แม้แต่คนที่ไม่เคยทำอะไรพวกคุณ คุณมันเลว คุณมัน” สุดท้ายน้ำเย็นก็ไม่ได้ผลกับคนพวกนี้ผมว่าน่ะ
“อย่า!!” ผมร้องลั่นออกมาทันที ที่ผมรู้สึกว่ามีบางสิ่งที่ถูกละเลงลงที่ช่องทางรักของผม ผมรู้ว่ามันคือเจลหล่อลื่น นั้นแปลว่าเขากำลังจะข่มขืนผม
“หมับ “ฝ่ามือที่จับที่โคนขาของผมและจับมันตั้งขึ้น ผมพยายามขืนแต่ก็สู้แรงคนนั้นไม่ได้ เขาบีบโคนขาผมแน่นจนผมรู้สึกเจ็บ
“อย่า ผมขอร้องอย่าทำผมม ฮือๆ”
“โทษตัวเองแล้วกันนะ ที่ไม่รู้จักดูให้ดีว่า คนที่ตัวเองไปยุ่งด้วยนะเขามีเจ้าของแล้ว”
“ไม่ต้องร้องไห้เพราะหลังจากนี้จะเสียวอย่างเดียว”
“ไม่!!! อย่า”
“อ๊าก!! เจ็บ!! ไม่เอา!! ฮึกๆ เอาออกไป!!” ผมรับรู้ได้ถึงความคับแน่นและเจ็บจนจุก ตรงช่องทางรักของผม มันเหมือนกำลังอยู่ในนรกชัดๆ ไม่ใช่สวรรค์ สิ่งนั้นผมรู้ได้เลยว่ามันคือแกนกายที่ไม่ใช่เล็กๆ มันกำลังสวนเข้าไปในร่างกายผม มันเจ็บมากชนิดที่ผมต้องกำมือจับเชือกที่มัดผมไว้แน่นๆ กัดริมฝีปากตัวเอง
“โอ๊ย!!!!” ผมร้องออกมาดังลั่น ร่างกายเกร็งเหมือนจะพยายามต่อต้าน
“อย่าเกร็งซิวะ ดันไม่เข้า ทำๆ จะได้เสร็จๆ และเดี๋ยวจะได้เอาไปส่ง!”
“พอเถอะผมเจ็บ!!”
“อดทนหน่อย จะได้มีผัวสมกับที่อยากไปยุ่งกับแฟนคนอื่น”
“อย่า ฮือๆ โอ๊ย!!!” ผมก็ต้องร้องออกมาดังลั่นอีกครั้ง
“พล้วด!!” เหมือนร่างจะแยกออกจากกัน ร้องไม่ออกทีนี้ มันจุกแน่นจน รู้สึกผอืดผอม
“ปักๆๆๆ” เสียงเด้งสวนที่ตรงสะโพกของผม พร้อมกับ “โอ๊ย!! “โอดครวญของผมร้องดังไปพร้อมๆ กัน แต่คนที่กระทำกับผมไม่มีทีท่าว่าจะเห็นใจกับยิ่งเด้งสวนเหมือนพวกอดอยากปากแห้งมาจากไหน
“คับแน่นดีชิบว่ะ ซี้ดส์!!”
“อ่ะ…อ้าห์” ผมกลับเริ่มรู้สึกเสียวทั้งที่ผมก็รู้สึกเจ็บที่ตรงบั้นท้ายขอวผมเหลือเกิน ผมพยายามจะไม่ร้องคราวแต่มันก็ห้ามไม่ได้ ก็คนที่เด้งบั้นท้ายสวนผมไม่ยั้ง เขาใช้นิ้วมาบี้สองจุดบนหน้าอกแบนๆ ของผม
“เสียวล่ะซิ” เสียงพูดบอกผม
“ปึก! ปึก! ปึก! “เสียงกระแทกแบบออกเกือบสุดและเข้าเกือบสุด จนทำให้ผม งอตัวด้วยความจุก และมันก็ยาวนานแต่ผมก็ไม่รู้ว่านานแค่ไหน เพราะว่าสติสัมปชัญญะผมหลุดไปอีกครั้ง มันเจ็บปวดจนเกินกว่าที่ร่างกายผมจะทนได้ และผลสุดท้ายผมก็สลบคาไอ้คนที่มันสร้างตราบาปไว้กับผม

   Part's รชานนท์

             ผมชื่อตั้นหรือรชานนท์ ภัทรนิธโภคิน ผมเองก็ไม่อยากทำแบบนี้ แต่พี่ปริมเขาขอร้องผม เขากับผมเคยคั่วๆ กันอยู่ และพี่ปริมเขาก็เป็นสาวสวยไฮโซ ผมรู้จักพี่ปริมตอนไปผับเพื่อนผม ผับระดับไฮโซ โปรไฟล์ผมก็ไม่ธรรมดา แต่ว่าผมเองไม่ชอบอวด พ่อผมเป็นเจ้าของรีสอร์ตและอสังหาริมทรัพย์ที่เขาใหญ่เป็นพ่อเลี้ยงที่มีคนแถวนั้นรู้จักเป็นอย่างดี ที่ดินจำนวนมากที่ปู่ผมสร้างเอาไว้ให้พ่อผมดูแล พ่อผมเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของท่านแต่ที่ผมรู้มาอีกอย่างปู่ผมมีเด็กมามายเรียกได้ว่าเมียน้อยเยอะ ส่วนตัวผมเองชอบใช้ชีวิตอิสระ เลยมาเปิดบริษัทของตัวเองที่มีเพื่อนๆ ผมอีกหกคน และมีน้องๆ ที่จบมาจากที่เดียวกันมาทำงานด้วยรวมแล้วก็สิบห้าชีวิต
“เสร็จแล้วเหรอว่ะ มึง เป็นไงวะ เหมือนเอาหญิงป่ะวะ” ไอ้เปรมด์หันมาถามผมทันทีขณะที่ผมเดินออกมาจากห้อง ที่นี่เป็นโกดังสำหรับเก็บพวกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ผมสั่งเข้ามา มันก็จ้ะห้องพักมี วำหรับเวลาต้องมาเช็กสินค้ากัน
“อยากรู้ทำไมไม่ทำเองวะ” ผมถามไอ้เปรมดิ์กลับ ไอ้เปรมดิ์คือคนที่ไปจับตัวน้องเขามา ส่วนไอ้กอล์ฟ คือคนขับรถ ก่อนจะนั่งลงและหยิบกระป๋องเบียร์มากระดกย้อมใจ ก็เพิ่งจะขืนใจผู้ชายไปยกๆ
“ถ้าเป็นผู้หญิงกูไม่รอมึงหรอกครับ ตั้น” เปรมดิ์พูด ผมหันมามองหน้า แน่ละ ถ้าเป็นผู้หญิงผมไม่รับปากช่วยพี่ปริมแน่ๆ
“อาหารมาแล้วว่ะ” ไอ้ทีน คนที่ไปสั่งอาหาร เป็นร้านอาหารไม่ไกลจากนี้ ผมพยักหน้า
“สั่งมากี่กล่อง เอาเข้าไปให้เขากินกล่องหนึ่งนะ” ผมบอกไอ้ทีน
“มึงให้โม่งที่กูครอบหัวน้องเขาเอาไว้ออกหรือยังวะ” ไอ้เปรมด์มันถามผม
“ทำไมวะ “ผมก้มลงมองหน้าไอ้เปรมดิ์
“น้องเขาจะได้ไม่เห็นหน้า เชี่ย! พวกกูไม่อยากติดร่างแห แต่มึงนะ พ่อเส้นใหญ่ ยังไงก็รอด” ไอ้เปรมดิ์พูด
“ไอ้ทีนเลือกไปหนึ่งกล่องและมึงไปป้อนเขาด้วย กูยังไม่ได้แก้หมัด อย่าพึงเปิดผ้าปิดตาออกนะมึง “ผมพูดบอกไอ้ทีน มันก็ยักไหล่ ผมก็รับกล่องข้าวมาเปิดทานกัน พวกผมติดดินกันมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้วถึงครอบครัวจะมีอันจะกินก็เถอะ
“อาร์มละวะ มันไปไหน” ผมถามถึงเพื่อนอีกคน
“มันบอกว่าแฟนมันมาหาว่ะมันเลยกลับไปก่อน” ผมพยักหน้า อันที่จริงพวกนี้มันมีแฟนกันหมดแล้วเหลือแต่ผม ผมนะไม่อยากมีพันธ แค่แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว แม่ผมเสียชีวิตไปตั้งแต่ผมไปเรียนที่อเมริกา และกลับมาเรียนมัธยมปลายที่ไทย ดังนั้นตอนนี้ผมเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อที่มีสิทธิ์ได้มรดก แต่ผมเป็นคนชอบยั่วโมโหพ่อผมเลยหนีมาเปิดบริษัทแทน
“กอล์ฟ กินข้าวดิวะและจะได้พาน้องเขาไปส่งและกลับไปแก้งานกันอีก พรุ่งนี้ต้องเสร็จแล้วนะมึง” ผมหันไปบ่นไอ้กอล์ฟ
“สั่งจังไอ้บอส!!”
“ก็มันเป็นบอสนี่หว่า” ไอ้เปรมดิ์พูด
“ปึก” ไอ้กอล์ฟมันโยนอะไรสักอย่างมาให้ผม ผมหันไปหยิบขึ้นมาดู เป็นกระเป๋าสตางค์ ผมหยิบมาเปิดดู มีบัตรประชาชน และรูปคนที่ผมเอามา เขาชื่อนายเมธานินท์ ธาดาวรวงศ์ อายุ 21 ปี
“ตอนแรกกูว่าจะเอาไปส่งคืนแล้ว กูนึกว่ายังไม่สิบแปดแต่พอเห็นบัตรประชาชน ค่อยโล่งหน่อย แม่งไม่งั้นไอคุกๆ “ไอ้กอล์ฟมันพูด ผมก็นั่งทานผัดขี้เมาทะเลที่พวกมันสั่งมาให้ผม ของโปรด
“ใครเอาข้าวผัดต้มยำทะเลกูไปว่ะ” ไอ้กอล์ฟ มันบ่น
“สงสัยไอ้ทีนมันหยิบไปให้ป้อนเมียไอ้ตั้นว่ะ”
“แคร๊กๆ “ไอ้เปรมดิ์มันทำให้ผมสำลักทันที
“ไอ้เชี่ย!” ผมด่าและหาอะไรปาใส่มัน ผมเห็นเหมือนบัตรประจำตัวสถานพยาบาลมันมีโน้ตอยู่ ผมก็หยิบมาอ่าน คนไข้แพ้ อาหารทะเล ผมก็ต้องเพ้งดูอีกที
“มึงบอกว่าไอ้ทีนมันเอาอะไรไปป้อนน้องเขาว่ะ”
“ข้าวผัดต้มยำทะเลกูไง สัสเอ้ย! นี่เหลือข้าวผัดไข่ไว้ให้กู ไอ้เชี่ยทีน!” ผมก็ต้องลุกพรวด
“อะไรไอ้ตั้น “ไอ้เปรมดิ์
“เชี่ย! เขาแพ้อาหารทะเล “ผมพูดและวิ่งเข้าไปในห้อง ภาพที่ผมเห็นคือน้องเขานั่งมีผ้าปิดตาให้ไอ้ทีนมันป้อนอยู่
“กินๆ เถอะ “ไอ้ทีนมันบ่น
“แต่ผมว่ามันเหมือน อาหารทะเลนะผมว่า”
“ไอ้ทีนหยุด!!” ผมรีบร้องห้ามและวิ่งมาดูคนที่เคี้ยวข้าวอยู่ปาก
“ทำไมว่ะ ก็กูป้อนตามที่มึงบอกนี้ไง”
“เขาแพ้อาหารทะเล” ผมพูดแต่มันก็ดังพอสมควร
“นี่คุณเอาอะไรให้ผมทาน” น้องเขาถามขึ้น
“ข้าวผัดต้มยำทะเล แพงมากเลยนะ กุ้งตัวโตๆ เลยน้อง” ไอ้ทีนมันพูด
“ผมแพ้อาหารทะเล “น้องเขาพูดพร้อมกับส่ายพยายามหันซ้ายหันขวา
“แพ้มากไหม” ผมถาม
“มาก ล่าสุดผมหายใจไม่ออกอ่ะ น้ำ ขอน้ำผมหน่อย” ผมมองไอ้ทีนอยากจะเตะมันจริงๆ ผมหันไปหยิบขวดน้ำข้างมาเปิดฝาและโน้มลงไปเอาขวดจ่อปากที่ปากเรียวๆ นั้น
“อึกๆ” เสียงดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว
Rrrr โทรศัพท์ผมดังขึ้น เป็นเบอร์ของพี่ปริม ผมยกมือบอกทีนก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป และกดรับสาย
“ว่าไงครับปริม”
“จัดการให้ปริมแล้วใช่ไหมคะตั้น” พี่ปริมถามผม
“ครับ” ผมตอบแค่นั้น
“ให้ปริมเอารางวัลไปให้ไหมคะคืนนี้” ปริมถามผม
“ไม่ดีกว่าครับ ผมว่าเราสองคนไม่ควรจะเจอกันแบบเดิมๆ ไหน ไหน คุณปริมก็จะมีสามี เป็นทายาทโรงแรมดังแล้วก็ควรทำตัวดีๆ ดีกว่าไหมครับ”
“ทำไมละตั้น ปริมนะ ติดใจตั้นที่สุดน่ะ”
“พอเถอะครับคุณและนี้ผมก็จัดการคนที่คุณบอกว่าเป็นศัตรูให้คุณแล้วและคุณกับผมก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกนะครับ”
“ปริมจะคอยดูค่ะว่าตั้นจะตัดใจจากปริมได้จริงๆ หรือเปล่า” เสียงกระเซ้านั้นมันกลับยิ่งทำให้ผมรำคาญ
“ว่าแต่ใครเป็นคนทำคะ ไม่ใช่ตั้นใช่ไหมคะ แหละนี่ได้ถ่ายคลิปเอาไว้ไหมคะ เพราะว่าถ้ามันยังไม่ยอมเลิกยุ่งกับพี่วีร์ ปริมจะเอาไปประจานที่มหาวิทยาลัยมันค่ะ จากคราวนี้มันคงไม่มีหน้าโผ่ไปรับปริญญาบัตรแน่นอน” ผมยืนเอามือเท้าเอว ทำไมแรงเกลียดชังผู้หญิงนี่มันน่ากลัวขนาดนี้
“พอเถอะคุณ แค่นี้ผมก็ว่าสภาพจิตใจเขาก็แย่พอแล้ว และผมเองก็ไม่ชอบทำอะไรแบบนั้น ประเภทเอามาแบล็กเมย์เขาทีหลัง”
“ก็…” พี่ปริมทำท่าจะค้าน
“ผมดูแล้วเขาก็ไม่มีอะไรอย่างที่คุณบอกผมเลย ว่าเด็กคนนี้ร้ายกาจ เด็กน้อยดีดีนี่เองปริม “ผมพูดอย่างหัวเสีย ที่โดนผู้หญิงคนนี้หรอกให้ผมลากเอาเด็กคนนี้มากระทำ
“ทำไมละตั้น แค่นี้ช่วยปริมไม่ได้เหรอ”
“งั้นแค่นี้นะปริม ผมมีธุระ “ผมหันไปเจอ ไอ้ทีนมันส่งสัญญาณเรียกผมอยู่ ผมรีบกดวางสายและเดินตรงเข้าไป และสิ่งที่ผมเห็นคือ น้องเขากำลังหายใจไม่ออก หายใจติดๆ ขัดๆ นี่มันอาการคนแพ้อาหารทะเลแพ้แบบชนิดรุนแรงซะด้วย
“ทำไงดีว่ะ”
“บอกไอ้เปรมดิ์สตาร์ทรถ” ผมตะโกนออกไป
“เกิดอะไรขึ้น!!” ไอ้เปรมดิ์มันวิ่งเข้ามา
“น้องเขาแพ้อาหารทะเลว่ะ”
“ไปสตาร์ทรถดิว่ะไอ้เปรมดิ์!!” ผมหันไปตะคอกและเข้าไปแก้มัด ไอ้ทีนก็ช่วยผมอีกคน
“สตาร์ทรถรอนี่คือ จะหนีกันเหรอว่ะ” ไอ้เปรมดิ์มันถามผม
“พาน้องไปโรงพยาบาล!!” ผมพูด ถึงยังไงผมก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำขนาดนั้น ผมรีบอุ้ม คนตัวเล็ก ที่หายใจรวยริน ผมวิ่งออกไปด้านหน้าโกดังของผม อยู่ติดถนนแต่ว่ามันอยู่สุดซอยเลย ผมมองรถไอ้เปรมดิ์ที่มันสตาร์ทรถรอแต่ว่า รถมันอยู่ในสุด ผมลืมไปว่ากุญแจรถของผมห้อยอยู่ที่หูเข็มขัดกางเกงยีน ผมก็วิ่งไปที่รถกระบะโตโยต้ารุ่นใหม่ล่าสุด ตัวท๊อปเลย และผมก็ปรับเบาะให้เขานอนแต่ไม่นอนราบ ผมไม่รู้ว่าน้องแน่นหน้าอกไหม ผมปิดประตูและวิ่งไปที่นั่งคนขับ สตาร์ทรถและขับถอยหลังออกมาอย่างเร็ว
“F**k!!!!! “ผมสบถออกมาดังๆ แต่พอเหลือบไปมองคนที่นอนด้วยอาการทรมารอยู่ข้างแล้ว ผมก็อดตกใจไม่ได้ มันทำให้ผมเห็นภาพสุนัขที่ผมรักมากที่สุด มันถูกรถชนตายและมันกำลังจะสิ้นใจในอ้อมกอดผม และนั้นผมเองก็ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงอีกเลย ผมกลัว เหมือนเช่นเขาคนนี้เหมือนกัน ไม่รู้ตอนนี้เหยียบไปเท่าไหร่ รู้แต่ว่าผมเร็วทะลุไมล์ไปแล้ว เพื่อไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
TBC..

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 08:42:11 โดย Alessa »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ กฤตย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
   EP.3 ผมทิ้งเขาไว้ไม่ได้

   Part's เมธานินท์ ผมรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก มันเกิดขึ้นกับผมตอนผมอายุ 8 ขวบ ตอนนั้นผมไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวแม่ปิ่นและวันนั้นเขาก็ทำอาหารทะเลมาทานกัน และนั้นถึงทำให้ผมรู้ว่า ผมแพ้อาหารทะเลขั้นรุนแรงมากต้องได้รับยาฉีดทันทีที่ผมทานเข้าไป

แต่ว่าตอนนี้สิ่งที่รุนแรงที่สุดของผมกลับไม่ใช่อาการของการแพ้อาหารทะเล แต่มันคือสภาพจิตใจของผม ที่เพิ่งถูกผู้ชายคนหนึ่งย้ำยี ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้ชายก็ตาม มันเจ็บทั้งทางกายและจิตใจ หน้ามันผมก็ไม่ได้เห็น ได้ยินแต่ชื่อของมัน ไอ้ตั้น กับน้ำเสียงทุ้มๆ
“น้องค่ะ นี่ยากลับบ้านคนไข้นะคะ “ผมค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ด้วยอาการโงนเงนไปมา ผมอยู่ในห้องสังเกตอาการมาเกือบสองชั่วโมงได้แล้ว

“แล้วค่ายาละครับ” ผมถามพี่พยาบาล

“เพื่อนเราจ่ายให้แล้วนี่ค่ะและเห็นรออยู่ด้านนอกเต็มเลยค่ะแหมมีเพื่อนแต่ล่ะคน คนหล่อๆทั้งนั้นคะ “คุณพยาบาลพูดผมก็ต้องขมวดคิ้วจริงเหรอเขารอผมจริงๆ เหรอ อย่าบอกน่ะไอ้คนที่มันย้ำยีผมนะ ผมว่าไม่น่าจะใช้คนหล่อแน่ๆ

“ให้พี่ไปเรียกให้ไหมคะเพราะดูท่าน้อง…เดินไม่ไหว ยาที่คุณหมอฉีดให้นี้ทำให้ง่วงมากนะคะ” คุณพยาบาลบอกผม ผมส่ายหัวว่าไม่เป็นไร ผมก็ลุกขึ้นยืนแบบฝืนสุดๆ ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องดูอาการ จะว่าไป มันก็เบลอๆ อยู่นะ ผมเดินอ่านป้ายบอกทางที่จะออกไป เพื่อจะไปเรียกรถแท็กซี่ ผมเปิดถุงยาดูในนั้นมีกระเป๋าสตางค์ของผมอยู่และมือถือที่หน้าจอดำสนิท จะไปเดินหาตู้โทรหาแม่ปิ่นก็คิดว่าไม่จะดีกว่า ถึงไม่ใช่แม่แท้ๆ แต่แม่ปิ่นก็รักผมเหมือนลูก ดังนั้นผมจะทำให้แม่ปิ่นเป็นห่วงผมไม่ได้

   Part's รชานนท์ ผมขับรถออกมาโดยมีไอ้ทีน ที่นั่งมากับผมด้วยส่วนไอ้พวกนั้นมันไปรถอีกคันกันหมดเรียกว่าเพ่นออกมาก่อนผมซะด้วยซ้ำ ก็ผมเริ่มลังเล ไม่อยากทิ้งน้องเขาไว้ที่นั่น  พวกเพื่อนผมบอกว่าน้องเขาน่าจะโทรหาเพื่อนหรือพ่อแม่พี่น้องมารับได้  ก็จะใครล่ะ ก็น้องคนที่ผมพามาและทำแบบนั้นกับผู้ชาย ก็เพราะว่าพี่ปริม ผู้หญิงที่ผมเรียกว่าคู่ขา ไม่ได้มากกว่าการมีเซ็กส์ ถึงแม้ว่าพี่ปริมจะเคยช่วยผมหลายครั้งแล้วก็ตาม และตอนนี้เธอบอกว่าเธอเจอผู้ชายที่ดูดีและเธอก็ต้องการเขา ผมเองก็ไม่อยากจะเจอรักที่จริงจังสักทีผมเลยต้องรีบปิดความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ปริมทันที ถ้าพี่เขายังอยู่ก็รังควานคนที่ผมพยายามจะคบจนกระเจิงหายไปหมด แต่พี่เขาบอกว่าคนที่เขาจะแต่งงานด้วยดันมีผู้ชายมาติดพันกับแฟนพี่ปริม นางมาร้องห่มร้องไห้ให้ผมช่วย และนี่ผมก็ เสือกช่วยเขาอีก ไอ้ตั้นเอ้ย!!

“ปึก” ตอนนี้รถกำลังติดไฟแดง แต่สภาพที่ผมเห็นเขาตอนที่แพ้อาหาร มันยังติดตาผมอยู่เลย ผมจะทิ้งเขาไว้แบบนั้นอย่างนั้นเหรอ ไม่ได้

“บรื้น!!!” ผมหักพวงมาลัยกลับรถก่อนไฟแดง ดีที่ไม่มีรถอีกเลนส่วนมา

“ไอ้ตั้นนนนนน” เพื่อนที่นั่งมาข้างๆ ก็คงถึงกับฉี่เกือบจะราดกันบ้าง ผมขับรถกลับไปที่โรงพยาบาลทันที

“ทำอะไรของมึง นี้ไม่ใช่ทางกลับคอนโด” ไอ้ทีนมันถามผม

“กูจะกลับไปที่โรงพยาบาล”

“ไปทำไมกูไม่ป่วย!!” ไอ้ทีน

“มึงให้กูทิ้งเขาเหรอวะ กูไม่เลวไม่เลวขนาดนั้น”

“แต่มึงก็พังประตูหลังเขานะโว้ย! ยังไม่เลวพออีกเหรอ?"  "และมึงน่ะ เข้าข้างหลังโดนใบแดง มึงยังมีหน้ากลับไปหาเขาอีก กูละเชื่อเลย” ไอ้ทีนมันพูด และผมก็ต้องส่ายหัวให้ไอ้ทีน ผมขับรถกลับเข้าไปอย่างรวดเร็วและไปจอดด้านหน้าทางเข้าห้องฉุกเฉิน ผมรีบวิ่งลงจากรถ

“ไอ้ตั้น มึงจอดตรงนี้ไม่ได้!!”

“มึงขับวนไป กูจะไปดูเขาและกูจะโทรบอกมึงอีกที” ผมหันมาบอกไอ้ทีน ผมรีบวิ่งเข้าไปด้านใน ตอนนี้เป็นเวลา เกือบสี่ทุ่มกว่าแล้ว โรงพยาบาลนี้ ค่อนข้างเล็ก คนไข้ไม่เยอะและส่วนใหญ่ไม่ค้างคืนกัน ผมวิ่งไปที่ห้องฉุกเฉิน

“พี่ครับ เพื่อนผมที่แพ้อาหารนะครับ” ผมเรียกพยาบาลคนที่ผมฝากกระเป๋าสตางค์ใส่ไว้ในถุงยาไว้ให้เขา

“อ้าว! พี่นึกว่าเรารออยู่ด้านนอกและน้องเขาก็เดินออกมาเองนะคะ ยังมึนๆ งงๆ อยู่เลยนะเพราะยาฉีดนะคะ “พี่พยาบาลบอกผม ผมคิดว่าน่าจะเดินออกไปเพื่อเรียกรถแท็กซี่แน่ๆ ผมวิ่งตามออกไป ผมก็เห็นคนที่เดิน และหยุด สภาพก็บ่งบอกได้ว่าไม่ถึงจุดเรียกรถแท็กซี่หรอก

“น้อง!!” ผมวิ่งมาถึงก็จับแขน เขาหันมามองผม

“หมับ” ร่างนั้นเซถลามาที่อ้อมกอดผม ผมรีบหยิบมือถือขึ้นมาและ

“ซิรี โทรหา ทีน “ผมออกคำสั่งด้วยเสียงที่ไอโฟนรุ่นใหม่ ทันทีที่โทรออก คนปลายสายก็กดรับสายผมทันที

 //ว่าไงว่ะตั้น //
//มารับกูตรงที่ข้างโรงพยาบาลด้านหลังว่ะ // ผมบอกไอ้ทีน

   ผมก็อุ้มร่างที่หมดสตินั้นเอาไว้ น้องเขาตัวเล็กเบามาก ผู้หญิงบางคนผมยังอุ้มไม่ขึ้นเลย  ผมเหลือบมองไปรอบๆ จนเห็นรถกระบะวิ่งมาพร้อมกับส่องไฟสูงมาตรงที่ผมยืนอยู่ พอรถคันนั้นจอด

“ปึก” ผมเปิดประตูรถและวางร่างนั้นลงที่แค็ปหลังรถกระบะของผมทันที ก่อนจะวิ่งอ้อมไปนั่งผู้โดยสารอีกฝั่ง ผมขึ้นรถไปนั่งกับน้องเขาทันที

“เออ มึงจะให้กูนั่งเป็นคนขับเหรอว่ะ”

“เออ! รีบออกรถ “ผมบอกไอ้ทีน มันก็หันมาผมจากกระจกมองหลัง

“ออกรถซิไอ้ทีน!! หรือว่ามึงจะรอตีนกูก่อน ไอ้สนทีน! “ผมรีบด่าเพื่อนผมพร้อมกับเปลี่ยนชื่อให้เสร็จสรรพ นั่นแหละรถที่ผมนั่งถึงได้แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ผมค่อยๆยกศีรษะนั้นขึ้นมาวางพาดไว้ที่ตักของผม เด็กน้อยค่อยพลิกตัวเองมานอนตะแคงขดตัวงอ เหมือนจะหนาว ผมรีบถอดเสื้อยีนมาคลุมให้ทันที ท่ามกลางสายตาไอ้ทีน

“มึงอย่าบอกนะว่าติดใจน้องเขานะ” ไอ้ทีนพูดมันเหลือบมองผมผ่านกระจกมองหลัง ผมรีบชูนิ้วกลางให้มันทันที บังอาจมาแซวบอสอย่างผม

“หุบปาก!” ผมพูดและมันก็หันไปทำหน้าที่คนขับ

“พ่อครับ แม่ครับ ผมอยากไปหาพ่อกับแม่ “เสียงที่สั่นเครือนั้น

   ทำให้ผมต้องกุมขมับ นี้ผมทำอะไรลงไปว่ะเนี่ยะ!  ผมกอดอกมองคนที่ผมให้หนุนตักอยู่ จนถึงคอนโดหรูที่พ่อผมเป็นเจ้าของ ผมมีห้องพักและมีชั้นที่เป็นออฟฟิศสำหรับทำงาน มีห้องพักที่พวกเพื่อนๆผมจะมานอนพักได้หากต้องเลิกดึกมาก ส่วนใหญ่เกือบสว่างคาตาซะมากกว่า

“นั้นไงมาแล้ว” ทันทีที่รถของผมเข้ามาจอด ผมก็รีบลงมาจากรถ พวกไอ้เปรมดิ์มันน่าจะมาถึงกันได้สักพักหนึ่งแล้ว มันก็เดินตรงมาหาผมทันที

“ไปไหนมามึง”

“กูกลับไปรับเขา กูทิ้งเขาไม่ได้” ผมพูด ไอ้เปรมดิ์มันยกมือขึ้นเหนือหัว

“ไอ้เชี่ย คุกด้วยไหมมึง ที่จะตามมาติดๆ” ไอ้เปรมดิ์พูด

“เอาไว้ก่อนเรื่องนั้น…. ค่อยคิดกัน” ผมพูดและอุ้มร่างนั้นออกมา

“แล้วนี่จะเอาไปไว้ไหนวะ” ไอ้กอล์ฟมันถามผม

“ไปบนห้องกู” ผมพูดและเดินแทรกพวกมันออก อย่างที่ผมบอกไม่เคยมีใครได้สิทธิ์นั้น พวกมันก็ยืนอ้าปากค้างกันเป็นแถว

   ผมรีบเดินเข้าไปในลิฟต์กดไปยังชั้นที่ผมพักอยู่ ชั้นที่ สิบสอง ส่วนออฟฟิศจะอยู่ชั้นที่แปด ชั้นนั้นจะเป็นออฟฟิศและห้องพักของผมทั้งชั้นของผมทั้งชั้น มีห้องทำงานสองห้องใหญ่เชื่องต่อกันและห้องพักอื่นสำหรับพวกเพื่อนผมพักกัน งานผมบางที่ก็ต้องทำกันตอนกลางคืน ต้องแก้โปรแกรมกัน ยันสว่างคาตาก็มี แต่ว่าห้องพักของผมไม่มีใครได้สิทธิ์ขึ้นไปนอน แม้กระทั่งปริม ถ้าเธอมาผมเพื่อบำเรอความสุขผมก็จะจัดห้องที่อยู่ชั้นเดียวกับเพื่อนผมนี้แหละ เธอไม่ใช่คนที่ผมสำคัญสำหรับผม

“ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด “ห้องพักผมใส่รหัสล็อก มีแค่เพื่อนผมเท่านั้นที่รู้ ผมก็ค่อยๆ ว่างร่างนั้นลงบนเตียงนอน ห้องนี้มีห้องนอนแค่ห้องเดียว มีโซนสำหรับยิมเล็กๆ ห้องครัวที่ไม่เคยทำอาหารเลยสักครั้ง เพราะว่าส่วนใหญ่ทานกับเพื่อนๆ ผมที่ชั้นล่าง และมีสาวๆ แฟนพวกเพื่อนผมมาทำให้ทานกัน

“ฟุ๊บ” ผมวางร่างนั้นลงที่เตียงนอนอย่างเบามือที่สุด สังเกตจากลำคอที่ตอนแรกมันแดงจนน่ากลัวตอนนี้กลับมาเป็นสีขาวอมชมพูเหมือนเดิม
“จะว่าไปนายนี้น่ารักดีน่ะ ไม่แปลกใจถ้าคุณปฐวีร์จะชอบนาย ต่อให้เป็นผู้ชายก็เถอะ “ผมพูดกับคนที่หลับสนิทด้วยฤทธิ์ของยาฉีดที่เขาได้รับเพราะว่าแพ้อาหาร

Rrrr โทรศัพท์ผมดังขึ้น เบอร์ของปริม ผมกดวางสายทันที

Rrrr เธอยังคงพยายามโทรหาผมอีกครั้ง ผมก็กดตัดสายและปิดเครื่อง

   ผมเดินไปปรับแอร์คอนดิชั่นเนอร์ไม่ให้เย็นจนเกินไป ผมเดินออกจากห้องเพื่อจะลงไปดูว่าพวกนั้นเริ่มแก้งานให้ผมหรือยัง ผมไม่ลืมใส่รหัสล๊อกประตู ยังไงก็ยังไม่ไว้ใจที่จะปล่อยให้เขาออกไป ผมเองก็โดนคาดหัวเอาไว้แล้วว่า ถ้าทำผิดอีกผมก็โดนโทษหนักเหมือนกัน แต่ที่แย่ไปกว่านั้น ปริมคงไม่เอานายนี้ไว้แน่ๆ ดูท่าปริมจะไม่ยอมเลิกด้วยซ้ำ ผมรู้จักผู้หญิงคนนี้ดี
“เป็นไงว่ะมึง” ไอ้เปรมดิ์ ถามผมทันทีที่ผมเดินกลับเข้ามาในออฟฟิศ

“เฮีย หวัดดีครับ” ไอ้ปอม เป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันกับพวกผมที่จะจบปีหน้า มันก็จะมาช่วยงานผมเพื่อหาประสบการณ์แต่ถ้าจบแล้วมันอยากทำกับผม ผมก็ยินดี รุ่นน้องแต่ละคนก็จะเรียกผมเฮียกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าพวกผมจะจบกันมาหลายปีแล้วก็ตาม แต่ที่รุ่นน้องตามติดพวกผมก็เพราะว่าผมคือพี่ว๊าก และเพื่อนๆ ผมก็ทีมพี่ว๊าก เมื่อก่อนยังใช้ระบบโซตัสกันอยู่

“เฮีย ผมพาเพื่อนผมมาลองงานด้วย ที่ผมบอกเฮียไปวันก่อนนะ มันชื่อไอ้เฟย์” ไอ้ปอมมันบอกผม ผมหันไปมอง หนุ่มหน้าตาออกขาวตี๋ ยกมือไหว้ผม ผมพยักหน้า

“แก้ถึงไหนแล้ววะ” ผมถามทุกคน

“แม้ถามว่าแก้ถึงไหน ใกล้เสร็จแล้วแหละครับ ไอ้บอสครับ” ไอ้เปรมดิ์มันพูดและยักคิ้วให้ผมไอ้กอล์ฟอีกคน

“และนี่หายไปนานอย่าบอกนะว่าไปจัดน้องเขามาอีกนะครับ “ไอ้กอล์ฟ มันถามผม ผมหันไปยกนิ้วกลางให้

“น้องเขายังหลับอยู่ไอ้เชี่ย!” ผมพูดและเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของผม ผมเป็นบอสพวกมันอีกที

“เฮีย พี่ปริมโทรเข้าออฟฟิศอ่ะ เขาบอกให้เฮียโทรกลับหาเขาด่วนไม่อย่างนั้นเขาจะมาหาเฮียที่นี้น่ะ” ผมก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับ จะอะไรหนักหนาว่ะ

“เออ เดี๋ยวกูโทรเอง” ผมพูดและนั่งเปิดเช็กอิเมล ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในห้องมากดโทรออกหาปริมเพราะผมไม่อยากให้เธอมาวุ่นวายกับผมที่นี่เท่าไหร่ และนี่ถ้ารู้ว่าผมพาเด็กคนนั้นมาอยู่ที่นี้ผมว่าคงได้ปรี้ดแตกตามประสาผู้หญิงที่ไม่สนโลกอย่างปริมแน่นอน ปริมนะแก่กว่าผมสองปี

//ว่าไงครับพี่ปริม//
//ทำไมตั้นไม่รับสายปริมคะ//
//ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ พี่ปริม //
//แล้วนี่เอาไอ้เด็กบ้านั้นไปไว้ที่ไหนตั้น ตกลงใครเป็นคนทำ!!//
//ถามผมทำไมครับพี่ปริม แค่ผมทำกับเขาขนาดนี่พี่ยังไม่พออีกเหรอ พี่ปริม //
// ก็ดันมายุ่งกับของ ของปริมนี่ค่ะ แต่อย่าให้ปริมรู้นะว่ามันมายุ่งกับตั้นอีกคน ปริมเล่นหนักแน่//
//นี่คุณปริม ผมว่าเราคุยกันตั้งแต่ก่อนที่ผมกับคุณจะมีอะไรกันแล้วนะ ว่าเราจะไม่มีพันธะต่อกัน ดังนั้น คุณเลิกมาทำตัวแบบนี้กับผม อย่าให้ผมต้องเหลืออด ต่อให้พ่อคุณเป็นผู้มีอิทธิพลแค่ไหน แต่ถ้าคุณทำให้ผมเดือดขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณรู้เห็นมุมมืดของผมแน่นอน ดังนั้นอย่าลองของ//

   ผมพูดจบก็รีบกดวางสายไปทันที ผมเงยหน้าขึ้นมาก็เจอไอ้เปรมดิ์ มันยืนพิงประตูอยู่มันคงได้ยินการสนทนาของผมกับพี่ปริม พวกผมเรียกพี่ปริมว่าเจ้กันหมด แม้กระทั่งผมเอง

"ฟู่!" ผมพ่นลมหายใจออกมายาวพร้อมกับเอามือจับขอบโต๊ะทำงานในออฟฟิศของผม

“เจ้แกไม่ยอมปล่อยมึงใช่ไหมว่ะ ไอ้ตั้น”

“กูแม่งไม่น่าไปเล่นกับคนอย่างพี่ปริมเลยว่ะ น่าเบื่อฉิบหาย” ผมพูด

“กูจะกลับแล้ว พรุ่งนี้ม๊ากับอาม๊าจะชวนกูไปไหว้อากงว่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันพูด ผมยักไหล่

“กูออกไปดูเอง ใครอยู่ต่อมั้งว่ะ”

“ไอ้ทีนมันกลับไปแล้วแฟนมันมารออยู่ห้องพักมันโน้น ไอ้ปอมมันก็รีบกลับแล้วเพราะว่ามันมีสอบพรุ่งนี้”

“ตอนนี้เหลือไอ้กอล์ฟกับไอ้เฟย์ ไอ้เด็กใหม่ที่ช่วยทำงานวันนี้ว่ะ “ไอ้เปรมดิ์พูดผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนละจะลุกขึ้นไป ผมเดินออกมาเห็นไอ้กอล์ฟมันกำลังเข้าไปแก้ไข ข้อมูลในระบบอยู่

“ถ้าอย่างนั้นมึงก็กลับเถอะว่ะ ขับรถดีดีนะมึง ถึงแล้วส่งข้อความหรือโทรบอกกูด้วยว่ะ เป็นห่วง” ผมบอกไอ้เปรมดิ์ มันก็เอามือแตะที่ไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป

“แก้ข้อมูลเสร็จมึงก็ไปนอนกันเถอะว่ะไอ้กอล์ฟ แล้วไอ้น้องคนนี้มันนอนที่ไหนวะ มันดึกแล้ว” ผมออกมายืนมองไอ้กอล์ฟที่กำลังแก้ไขและสอนงานน้องมันไปด้วย

“ให้มันนอนห้องพักกูก็ได้ว่ะเพราะว่าไอ้นี่บ้านมันอยู่ไกล” ไอ้กอล์ฟมันพูดผมพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นกูขึ้นไปทำธุระก่อนนะโว้ย เดี๋ยวลงมา” ผมบอกพวกมันก่อนจะรีบเดินขึ้นไปที่ห้องพักของผม ผมเดินเข้าไปก็ยังเห็นคนตัวเล็กนอนขด สงสัยจะหนาว แต่พอผมคล้ำตัว ตัวร้อนเหมือนกันมีไข้ ผมหันไปปิดแอร์ก่อนเพื่อจะได้เช็ดตัวลดไข้ให้ เกิดมาก็ไม่เคยทำให้ใคร ผมก็ต้องเอามือถือมา ก็คงต้องพึ่งอากู๋ กูเกิลแล้วแหละครับ

   ผมจัดการทำตามที่อากู๋บอกทุกอย่างว่าเตรียมอะไรบ้าง มีผ้าขนหนูผืนเล็ก มีกะละมังใส่น้ำอุณหภูมิห้องไม่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป แอร์ก็ปิดไปแล้ว และจัดการถอนเสื้อผ้าน้องเขาออก ผมเปิดไฟในห้องนอน มันทำให้เห็นผิวสวยๆ ของเด็กที่นอนอยู่บนที่นอน ผมยอมรับว่าตอนที่ทำที่โกดังไฟมันไม่สว่างเท่านี้ แต่ตอนนี้ยิ่งเห็นยิ่ง….ตุงขึ้นมาทันที ผมก็จัดการเช็ดตัวทุกซอกทุกมุม ดูตามยูทูปไปด้วย และหยิบเอาชุดนอนแบบสบายๆ มาให้ใส่ไปก่อน มันหลวมหน่อยๆ

TBC..

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 09:45:40 โดย Alessa »

ออฟไลน์ กฤตย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
 :-[ :o8: :o8: :o8:
1. อุบัติ (เหตุ) จนได้รัก

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
:-[ :o8: :o8: :o8:
1. อุบัติ (เหตุ) จนได้รัก

ที่จริงอันนี้เป็นชื่อแรกเลยที่เราคิด แอบชอบตรงลูกเล่นมีวงเล็บ(เหตุ)  เข้ามาด้วย ขอบคุณน่ะ  :mew1:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
เฮียตั้น ดูแลน้องเมย์ด้วยน่ะ

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
   EP.4 ในฐานะสามีผมเหรอ (รีไรท์)

   Part's เมธานินท์ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกครั้ง ภาพสุดท้ายผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินกิ่งวิ่งมาหาผมและนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย จนกระทั่งตอนนี้ ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้น ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ตอนไหน และตอนนี้ผมอยู่ที่ไหนกัน ผมรู้แค่ว่าห้องสี่เหลี่ยมๆ ผมค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นนั่งและมองไปรอบๆ ห้อง ผมก้มลงมองเสื้อผ้าที่ผมสวมใส่ มันดูหลวมๆ แต่ไม่ได้หลวมโคล้งซะทีเดียว ผมพยายามควานหาโทรศัพท์ผมแต่ก็หาไม่เจอ ผมค่อยๆ ลุกขึ้นแต่ว่าความรู้สึกมันยังโคลงเคลงอยู่เลย

“หมับ” มีคนมารับผมไว้จากด้านหลัง

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มๆ นั่นผมจำได้ดี แต่ว่าใบหน้ามันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด เขาเรียกได้ว่าหล่อแต่ว่าเขาข่มขืนผมเมื่อวานซืน
 
“ผลัก!” ผมหันไปผลักเขาออกไปไม่ให้แตะต้องตัวผม

“อะไรกัน อุตส่าห์วิ่งเข้ามารับเลยน่ะ ไม่อย่างนั้น ล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว “คนที่โดนผมผลักออก ยืนมองผม เขาสวมแค่เสื้อยืดและกางเกงขาสั้น

“พากูมาที่นี่ทำไม” ผมถามคนตรงหน้า

“ก็เมื่อวาน แพ้อาหารทะเลและพาไปโรงพยาบาลมาหมอฉีดยาให้ ดูท่าจะง่วงมากเลยไม่ได้ถามว่าบ้านอยู่ไหน แล้วพี่ก็พามา…ที่นี่….” คนตรงหน้าตอบผม ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ

“เรือนหอ” ยังมีหน้ามาบอกผมว่านี้คือเรือนหอเหรอ คนตรงหน้าผมไม่พูดเปล่าเขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมแต่ผมถอย ผมหันไปมองซ้ายมองขวา หาตัวช่วยก็เห็นแต่หมอน ผมก็หยิบขึ้นมา ถ้าเข้ามาจะฟาดด้วยหมอน

“เฮ้อ!!”

“นี้เรียนวิชาป้องกันตัวมาจากไหน หมอนมันจะช่วยได้เหรอ “คนตรงหน้าถามผม

“หมับ” คนตรงหน้าคว้าข้อมือผมและหยิบเอาหมอนที่มือผมออกไป

“ออกไปหาอะไรกินก่อนจะได้กินยา ที่หมอเขาให้มาเมื่อวานน่ะ ยังต้องทานต่อน่ะ” เขาหันมาคว้าข้อมือผม แต่ผมขืนตัวไม่ยอมไป

“ถ้าดื้อน่ะ พี่จะอุ้มออกไปเลยหรือจะให้อุ้ม” คนตัวโตหันมากอดอกมองผม ผมก็หันหลังหนี คือทำไมต้องยอม

“หมับ” คนตรงหน้าผมก็ช้อนตัวผมขึ้นลอยละลิ่วไปตามแรงคนอุ้ม

“ปล่อย! ปล่อย! ปล่อย! ไม่ไป! วางลงเดี๋ยวนี้!” ผมพูดและพยายามขืนตัวเอง แต่ว่าตัวผมบอบบางเกินไป คนร่างใหญ่อุ้มผมออกมาด้านนอกและวางผมลงบนเก้าอี้

“ทานซะข้าวต้มหมู” เขาดันชามข้าวต้มส่งมาให้ผม

“อ้าว! หรือจะให้ป้อนด้วยละครับ คุณ…”

“หึ?”

“เมีย!” ผมก็ต้องรีบคว้าชามดึงกลับมาและหยิบช้อนมาเขี่ยๆ

“กินซะจะได้กินยา ยังมีไข้อยู่ไหมเนี่ยะ” จู่ๆ เขาก็เอาหลังมือมาอังที่หน้าผากผม ผมก็ต้องคว้าเอาไว้แต่ว่ามันช้าไป หลังมือเขาถึงหน้าผากผมแล้ว

“เมื่อคืนตัวร้อน พี่เลยเช็ดตัวให้” คนตรงหน้าบอกผม ว่าเขาเช็ดตัวให้ผม

“เช็ดยังไงอ่ะ” ผมถาม

“ต้องบอกละเอียดไหม…" พี่เขาพูดและหรี่ตาลงข้างหนึ่งทำท่าคิด " เริ่มจากจับแก้ผ้าก่อน” ผมสะบัดหน้าไปมอง กัดปากตัวเองด้วยความโมโห

“และ…. ใช้ผ้าชุบน้ำ บิดหมาดๆ “

“และค่อยๆ เช็ด ไล่จากลำคอลงมา จนถึง….” ผมดูจากการบรรยายจนแทบจะเห็นภาพ แถมสายตาที่บ่งบอกว่าเขาลูบคล้ำผมไปถึงไหน ไหน…

“พอแล้ว!” ผมรีบร้องห้ามและก้มหน้าก้มตาทานข้าวต้มต่อ

“อยู่แต่ในห้องนี่น่ะ อย่าไปไหน”

“ทำไมผมจะกลับ….”

“ไม่ให้กลับอยู่นี่”

“ผมไม่อยู่!”

“อยากออกไปให้ ชะนีคู่หมั้น ผู้ชายที่เราไปยุ่งด้วยมันเล่นเอาหรือไง และคงจะยิ่งกว่าที่พี่ทำ ดังนั้นจงอยู่แต่ในนี้ นี้คือคำสั่ง “หน้าตาที่ดูจริงจังของเขา

“แต่ผมต้องทำงาน”

“ก็ไม่ต้องทำ พี่เลี้ยงได้ พี่โทรไปลากออกให้แล้ว บอกฝ่ายบุคคลไปแล้วว่าลาออกมาอยู่กับแฟน” พี่เขาบอกผม

“เห้ย!! “ผมหันมากำหมัดแต่ว่าจะต่อยหรือจะทุบมันดีละผม ตัวมันโตกว่าผมอีก ทำไปมันก็ไม่เจ็บ ผมซิจะเจ็บมือเปล่าๆ

“หึ หึ” คนที่ยืนตรงหน้าหัวเราะชอบใจอยู่ในลำคอ

“แล้วเป็นอะไรกันละถึงจะต้องมาเลี้ยงดู”

“เป็นผัว พอใจยัง” หน้าผมรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมากะทันหัน ที่ได้ยินว่าเขาเป็นอะไรกับผม

“ทำตามที่พี่บอกและอย่าดื้อ …. กินข้าวและกินยาซะ ถ้าไม่ง่วง ก็ดูหนังดูทีวีไปแล้วกัน อินเทอร์เน็ตใช้ได้ตามสบาย แต่อย่าได้คิดหนีเพราะว่าถ้านายหนีออกไป พี่คงจะช่วยนายไม่ได้ พี่ปริมเขาไม่ปล่อยนายไว้ พี่รู้จักพี่ปริมดี” ผมก็ต้องผงะ คนที่ชื่อปริม คู่หมั้นพี่ปฐวีย์อย่างนั้นหรือ

“ตอนเที่ยงจะขึ้นมาทานข้าวด้วย จะอาบน้ำก็ได้น่ะ เสื้อผ้าในตู้มีตัวใหม่ๆ เอามาใส่ได้ “พี่เขาพูดและเดินออกไปผมได้ยินเสียงเหมือนกดรหัสอะไรสักอย่างที่ประตู จะว่าไป ห้องพักพี่เขานี้หรูมาก เรียกได้ว่าสมาร์ตรูมก็ว่าได้ ผมเห็นมีรูปที่แขวนเอาไว้เป็นรูปเขาสวมเสื้อครุยรับปริญญาด้วยกับเพื่อนๆ แต่ไม่มีกับครอบครัว ในห้องนี้มีแต่รูปพี่เขากับเพื่อนๆ แต่ไม่มีรูปคู่กับแฟน แล้วผมจะไปสอดส่องเรื่องของเขาทำไม ไอ้คนที่พรากความบริสุทธิ์ของผมไป ทั้งที่ยังไม่ได้บอกว่าจะให้เป็นแฟน แต่มันบอกอยู่นะว่ามันเป็นผัวอ่ะ ผมส่ายหัวตัวเองไล่สะบัด

   Part's รชานนท์ ผมเดินลงมาที่ออฟฟิศ วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมทำข้าวต้มหมูสับให้คนอื่นทาน แต่ก็ไม่ได้ถามนะว่าอร่อยไหม สูตรก็ถามอากู๋มาอีกทีเช่นกัน เมื่อผมแก้งานจนเกือบสว่างคาตา มีแอบงีบไปสองชั่วโมง ผมแอบนอนที่โซฟา ไม่กล้าเข้าไปนอนในห้องนอนกับน้อง แต่ก็เข้าไปเช็กดูว่ามีไข้อีกไหมแค่นั้น จะว่าไป ตัวก็นุ่มนิ่มดีจังตอนที่ผมอุ้มเขา

“สวัสดีครับเฮีย” เด็กที่มาทำงานให้ผมกัน ทยอยเข้ามานั่งแล้ว ผมยกมือรับไหว้ ผมเห็นพวกเพื่อนผมมากันพร้อมหน้า แต่งตัวเสื้อเชิ้ตผูกเนกไทกัน วันนี้จะเอาระบบที่ผมแก้ไขให้ไปลงให้ลูกค้ากัน ปกติผมไปเองแต่วันนี้ให้พวกมันไปแทน

“พร้อมกันยังพวกมึง” ผมถามพวกเพื่อนๆ ผมยกเว้นไอ้เปรมดิ์วันนี้มันขอเบี้ยว ผมเห็นพวกมันหันมามองหน้าพวกผมเหมือนมีเรื่องกันเลย
“มีอะไรวะ” ผมถาม

“ไอ้อาร์มบอกว่าไอ้ภาคิน มันกลับมาและมันก็พยายามโทรหามึงแต่มึงไม่รับสายมัน มันอยู่ใกล้ไอ้อาร์มที่สุดมันเลยไปหาไอ้อาร์มก่อน “ไอ้กอล์ฟพูดผมก็มองหน้าและพยักหน้าว่าแล้วไง

“ไอ้อาร์มเสือกบอกว่ามึงไปเอาผู้ชายที่พี่ปริมเขาบอกว่าจะแย่งสามีแห่งชาติเขานะ มาทำเมีย!! “ผมก็หันมามองไอ้อาร์ม มันก็พยักหน้า

“กูขอโทษว่ะ กูหลุดปากไปแต่กูคิดว่ามึงเอาๆและจบเลย แต่ไม่คิดว่าพวกมึงจะมีเรื่องกันยาวขนาดพาน้องเขามาด้วยว่ะ” ไอ้อาร์มพูด

“แล้วมันเป็นไง” ผมถามไอ้อาร์ม

“ไม่รู้แม่งไม่พูดสักคำ ขึ้นรถได้ มันก็เบิร์นซะถนนหน้าอพาร์ทเม้นต์กูเหม็นคุ้งไปด้วยกลิ่นยางไหม้”

“และมึงคิดว่ายังไงละว่ะไอ้ตั้น!” ไอ้อาร์มพูด ผมก็ต้องเอามือกุมขมับ ผมเจอพี่ปริมก็แย่แล้ว นี้ยังต้องมาเจอไอ้ภาคินเพื่อนซี้ผมอีกเหรอว่ะ ไอ้ภาคินมันชอบผมแต่ผมไม่ได้ชอบมันและตอนนั้น ผมยังสนุกกับการเอาผู้หญิงอยู่ แต่มันก็ไม่เคยว่าอะไรผมเลยนะแม้กระทั่งพี่ปริมเองที่มานอนกับผมที่นี่แต่นี่มันกลับหัวเสียใส่ผมเพราะว่าผมไปเอาเด็กที่ปริมให้ผมช่วย

“เออๆ กูจัดการเองว่ะ พวกมึงไปกันได้แล้วและ ตรวจเช็กระบบให้ชัวร์เลยนะมึง เขาจะเปิดทำการพรุ่งนี้วันแรก ทุกอย่างต้องพร้อมนะโว้ย!”

“และถ้าเสร็จจะพาไปเลี้ยงเหล้า” ผมพูดแม้พอเลี้ยงเหล้านี้หันมาทำนิ้วแร๊ฟโยะกันเป็นแถว

“เฮีย พวกผมด้วยไหมอ่ะ” ไอ้พวกเด็กของพวกผม

“เออ!!”

“รักเฮีย!!” ไอ้พวกนี้

ห้องทำงานของพวกผมแน่นอนก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ ยี่ห้อแบรนด์เนมที่มีความเร็วสูง ราคาแพงแต่ได้ผลงานที่คุ้มค่าผมก็เลือกที่จะลงทุน ผมเดินหันหลังเข้าไปด้านในออฟฟิศ เพื่อจัดการคีย์ข้อมูลวางบิลให้เรียบร้อย ผมก็ต้องทำเงินเดือนโดยเฉพาะไอ้หกคนนี้มันได้เงินเดือนประจำและเด็กๆ คนอื่นจะได้เป็นชั่วโมงพาร์ทไทม์ ผมเหลือบมองเวลาเกือบจะสิบเอ็ดโมงเช้าแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มจะเบลอๆแล้ว สงสัยว่าผมจะง่วง

“เออ เฮียขอขึ้นไปนอนก่อนว่ะ ไม่ไหวแล้วว่ะ เบลอไปหมดแล้ว” ผมพูด

“แม้ๆ เฮีย มีเด็กนอนอยู่บนห้อง ง่วงทันทีเลยนะเฮีย”

“เฮ้ย! พวกมึงรู้ได้ไงว่ะ” ผมหันมาถาม

“ก็พวกพี่กอล์ฟเขาพูดกันว่าเฮียมีเมียเป็นตัวตนแล้ว” ผมกำลังจะเดินออก พอได้ยินแบบนี้ หันไปหยิบเอาผลไม้ที่ซื้อมาวางไว้ไปปาใส่พวกที่แซวผมทันที ไม่ได้โกรธแต่เขิน

ภาคิน//กูเข้าออฟฟิศบ่าย อย่าไปไหนนะ กูมีเรื่องจะคุยด้วย// ข้อความเข้ามือถือผม คุสาดมาทันที ผมก็รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในลิฟต์ และตรงไปที่ห้องพักของผม ผมขยับประตู ประตูยังล๊อกอยู่แน่ละผมใช้รหัสล๊อก

“ตื้ด ตื้ด ตื้ด ตื้ด “ผมเปิดประตูเข้าไป ผมเหลือบไปมองที่โต๊ะทานข้าว ถูกเก็บเรียบร้อย ทุกอย่างที่อยู่บนเตาก็ถูกเก็บล้างคว่ำเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ผมเดินตรงเข้าไปในห้องนอนทันที ที่นอนถูกเก็บไว้อย่างเรียบร้อยและมันก็ว่างเปล่า

“ไปไหนแล้ววะ หรือว่า เขา ตัดสินใจ ปืนลงไปว่ะ ปืนจากหน้าต่างหนีเหรอว่ะ เฮ้ย! นี่มันชั้นที่ยี่สิบสองเลยนะ “ผมเองก็วิ่งไป ที่ตรงมุมรับแขก ก็ไม่มี รีบเปิดหน้าต่างกระจกออกไปก็ไม่มี ผมคิดว่าลองเดินไปที่ห้องฟิตเน็ต สภาพแบบนั้นเขาจะมีอารมณ์ไปฟิตหุ่นเหรอว่ะไอ้ตั้น ผมเถียงกับตัวเอง ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินไปที่เครื่องออกกำลังกายผมก็ต้องผ่านมุม ที่มีตู้หนังสือ มีโซฟา เห็นผมแบบนี้ผมชอบอ่านหนังสือ ผมต้องศึกษาทุกอย่าง แม้กระทั่งกฎหมาย และสิ่งที่ทำให้ผมต้องอมยิ้ม คนตัวเล็กมานอนอ่านหนังสือจนหลับไป เขาเอาหมอนผ้าห่มมาปูนอนกับพื้น

“ตกใจหมดเลยนึกว่าหายไปไหน “ผมพูดกับตัวเอง ก่อนจะเดินไป นั่งข้างๆ นี่แสดงว่าอาบน้ำแล้วแน่ๆ เขาสวมเสื้อกล้ามทีมบาสเกตบอลของผม ผมเป็นตัวแทนนักบาสเกตบอลของคณะวิศวคอมพิวเตอร์ตอนเรียนปีหนึ่งดังนั้นคงมีแค่ชุดนี่แหละที่ตัวเล็กที่สุด ผมอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน จะว่าไปก็ง่วงเหมือนกันแต่ไม่อยากเข้าไปนอนในห้อง ขอนอนกอดตัวเล็กมันตรงนี้แหละ ผมค่อยสอดแขนเข้าไปโอบคนที่หลับสนิทมาหนุนที่หัวไหล่ผม กลิ่นยาสระผมมันโชยมาแตะจมูก เส้นผมเล็กและนุ่ม

TBC…

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 10:41:34 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
ใครคือภาคิน!!! :hao7:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
EP.5 ผมเลือกที่ไม่ปล่อยเขาไป(รีไรท์)


   Part's เมธานินท์ ตอนแรกก็ว่าจะหนีแต่ประตูมันเปิดไม่ออก ใส่กุญแจเอาไว้หรือไงก็ไม่รู้ ไหนไหนผมก็ออกไปไหนไม่ได้และผมเองก็ขยะแขยงตัวเองตั้งแต่เมื่อวานก็เลยอาบน้ำและเอาเสื้อผ้าไอ้คนนั้นมาใส่ ลืมไปมันชื่อไอ้ตั้น และพอผมเดินสำรวจไปรอบๆ ก็ไปเจอมุมที่มีแต่หนังสือเอาไว้อ่าน ไม่อยากจะเชื่อว่านายนั้น ชอบอ่านหนังสือแบบนี้ด้วย หนังสือทุกเล่มเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดมันเก่งภาษาอังกฤษด้วยเหรอและดีที่ผมเอกภาษาอังกฤษตอนเด็กๆ พ่อแม่ผมจะพูดภาษาอังกฤษกันเฉพาะตอนอยู่บ้านแต่พอออกนอกบ้านก็ใช้ภาษาไทยปกติ ตอนแรกคิดว่าน่าจะเป็นพวกการ์ตูนหรือไม่ก็พวกหนังสือโป้ซะมากกว่า แต่เปล่า มันมีหนังสือกฎหมาย หนังสือเกี่ยวกับธุรกิจ บัญชีขั้นต้น ขั้นปลายเยอะแยะมากมาย ผมก็เอามาอ่าน อ่านไปอ่านมาหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ว่าตอนนี้รู้สึกอึดอัด เหมือนจะหายใจไม่ออก หรือว่าผม แพ้อาหารทะเลอีกแล้ว แต่ไม่ได้ทานจะแพ้ได้ไง

“อึม” ผมลืมตาโพลงขึ้น ผมถึงได้รู้ว่าที่ผมอึดอัดนะไม่ใช่ว่าผมแพ้อะไร ก็ดันมีคนมากอดรัดผมเอาไว้

“เอ้ย!! “ผมก็พยายามดันให้ออก แต่ไอ้คนตัวโตมันตัวหนักมาก ดันเท่าไหร่ก็ไม่ออก และยังกอดกระชับตัวผมเข้าไปอีกจนผมต้องยกแขนขึ้นตั้งฉากกั้นเอาไว้ ไม่แค่นั้นไอ้คนตัวโตยังทำท่าจะไซ้ซอกคอผมด้วย ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือละเมอกันแน่ คงต้องเป็นวิธีเดียว

“ปึ้ด!” ผมบิดเนื้อตรงหน้าอกแบนๆ ที่มีแต่กล้ามเนื้อ

“โอ๊ยย!!” คนที่ถูกบิดร้องลั่น พร้อมกับง้อตัวขึ้นนั่ง

“บิดทำไม!! เจ็บน่ะ! “ที่อย่างนี้ลุกขึ้นนั่งได้ ผมก็ถอยหลังหนี

“จะทำอะไรนะ” ผมถามสายตาก็มอง มือผมสั่น

“ก็…นอนเป็นเพื่อน”

“อย่าน่ะ อย่าเข้ามาน่ะ “ผมพูดถอยหลังหนี แต่พี่เขาก็คืบคลานเข้ามาหาผม ผมก็ยิ่งถอยหลังหนี

“อย่าถอยหลังไปเมย์!!!”

“ปึก!” ผมไม่รู้ว่าด้านหลังผมเป็นชั้นสูง แต่แผ่นหลังของผมไปชนเข้าเรียบร้อยแล้วและสิ่งที่อยู่ชั้นบนสุด กำลังจะหล่นลงมาผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรเพราะว่าผมหลับตาปี๋

“หมับ” มีคนเข้ามากอดผม

“ปึก ปึก ปัก” เสียงของหล่นลงมากระแทกคนที่เข้ามากอดผมเอาไว้ ผมเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมกลืนน้ำลายลงคอไป ลมหายใจคนตรงหน้ามันราดรดอยู่ที่ริมฝีปากของผมและมือผมก็กำเสื้อคนเบื่องบนเอาไว้แน่นด้วยความกลัว มีสิ่งที่ทำให้ผมหยุดชะงักจนไม่กล้าจะเอ่ยปากด่าหรือผลักเขาออกไม่ใช่แค่แววตาคู่นั้นแต่เป็นเลือดที่ไหลซึมออกมาที่ขมับของเขา เนื่องจากของแข็งที่หล่นลงมากระแทกเขาแทนผม

“ไอ้ตั้น กูมีเรื่อง…..” เสียงของใครสักคนที่เข้ามายืนอยู่ทางด้านหลัง เขายืนมองผมกับไอ้คนตัวโต

“นี่มึงทำอะไรกันนะ!!!”

“ไอ้ภาคิน มึงขึ้นมาทำไม!” ไอ้พี่ตั้นหันไปถามคนที่ยืนเอามือเท้าเอวอยู่ มองผมและพี่ตั้น แต่สายตาที่เขามองผมมันแตกต่างจากที่เขามองพี่ตั้น มันเหมือนพร้อมจะเข้ามาขย้ำผมตลอดเวลา

“เจ็บหรือเปล่าเมย์” พี่เขาถามผม ผมส่ายหัวและชี้ไปที่หัวพี่เขา มือผมก็สั่นจนพี่เขาต้องจับมันเอาไว้ ผมเองเป็นคนกลัวเลือดมากที่สุดเหมือนกัน

“ก็แค่เลือดไหลเอง” พี่ตั้นพูด แต่ไม่พูดเปล่าใช้มือแตะเลือดสีแดงสดมาชู้ให้ผมดูแบบใกล้ชิดแบบนี้ เท่านั้นแหละผมเริ่มหายใจติดขัดและทุกอย่างก็มืดไปหมด

“เมย์!!!!!!” เสียงที่ผมได้ยินก่อนจะรู้สึกหวิวๆ ร่างกายมันเบาๆ และแสงสว่างเริ่มหายไปจนมืดมิด ผมไม่รู้ว่าผมสลบไปนานแค่ไหน ผมรู้มีกลิ่นยาดมที่ตรงปลายจมูกของผมเป็นระยะ ผมค่อยลืมตาก็เห็นผู้ชายสองคน อีกคนกำลังทำแผลให้ คนที่หันหลังอยู่ คนนั้นคือพี่ตั้น

“ทำไมมึงต้องเป็นคนทำเอง”

“ทำไมว่ะ ก็พวกนั้นมันไม่ทำและกูก็รับปากพี่ปริมแล้ว”

“อีชะนีงูพิษนั้นอ่ะน่ะและมึงแน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปจากมึงซะที”

“ก็ถ้าเขาได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อลูกชายทายาทโรงแรมดัง”

“แล้วไม่เอาเขาไปส่งวะ เอามาทำไม”

“ทำไมวะ มันเรื่องของกูป่ะว่ะ ไอ้คิน”

“มึงอย่าบอกกูนะว่า มึงชอบเด็กนี้น่ะ”


“ถ้ากูบอกว่าใช่ละ”


“มึงลงไปดูงานข้างล่างกับพวกน้องๆ เดี๋ยวกูตามลงไป” คนที่นั่งอยู่ลุกขึ้นก่อนจะหันมาผมก็ต้องรีบหลับตา แกล้งว่ายังไม่ฟื้น ผมรู้สึกว่าเขาเดินมาใกล้ๆ กับผม

“ลงไปดิว่ะ ไอ้คิน!”

“และถ้าไม่มีเรื่องจำเป็น ไม่ต้องขึ้นมานี่มันห้องส่วนตัวของกู กูขอว่ะ”

“เด็กคนนี้สำคัญกับมึงเหรอวะ”

“ตอนนี้เขาคือคนของกูและมึงก็อย่ายุ่ง กูไม่อยากเสียเพื่อนอย่างมึง ภาคิน”

“ปึก” เสียงประตูปิดลง ผมค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองแต่ก็ต้องหลับตาพลึบลงอีกครั้ง เพราะว่ามีคนนั่งย่องๆ จ้องมองผมอยู่แบบประชิด

“แกล้งหลับแบบนี้ เดี๋ยวอุ้มขึ้นเตียงเลย” ผมลืมตาโพลงขึ้นและลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีเช่นกัน

“นอกจะแพ้อาหารทะเลแล้ว นี่ยังกลัวเลือดจนเป็นลมเลยหรือไง” พี่เขาเอามือลูบหัวผมแต่ผมปัดออก

“กินอะไรหรือยัง พี่ทำให้กินไหม”

“ไม่…” ผมรีบปฏิเสธแต่ว่าท้องผมซิไม่ยอมปฏิเสธตามแถมส่งเสียงดังตอบรับทันทีว่าผมหิวข้าวแล้ว “ครื้ด!!!” เสียงท้องมันร้องดังออกมาจนน่าอายจริงๆ

“หึ หึ” พี่เขาก็ลุกขึ้น ผมก็นั่งอยู่ที่โซฟา ดูคนตัวโต ทำอะไรให้ผมทาน เขาหยิบมาจากตู้แช่ช่องฟิต เอาใส่ไมโครเวฟ ผมก็นั่งมองไปรอบๆ

“อาหารโฟรเซ่นได้นะเพราะว่าพี่ไม่ได้ซื้ออะไรใส่ตู้เย็นเอาไว้เลย มีแต่ของแช่แข็งของซีพี” พี่เขาเดินมานั่งยองๆ มองจ้องผมตอนไหนผมก็ไม่รู้ ผมหันมาก็ต้องสะดุ้งและถอยหลังออก

“กลัวพี่ขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมหันไปปรายตามองยังมีนห้ามาถามอีกเหรอ

“คุณคิดว่าผมจะกลัวคุณไหมล่ะ สิ่งที่คุณทำกับผม” ผมถามเขากลับโดยไม่มองหน้าคนที่ถูกผมถามแต่ผมรู้ว่าเขาชะงักไปสักพักหนึ่ง

“ทานอะไรก่อนแล้วกัน” พี่พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งและจับต้นแขนผมให้ลุกไปนั่ง ผมนั่งลงตรงข้ามกับพี่เขา พี่เขาก็ก้มหน้าก้มตาทานโดยไม่พูดอะไร ผมคิดว่าเป็นเพราะว่าที่ผมพูดไป แต่

“ทำไมคุณทำแบบนั้นกับผมล่ะ” จู่ๆ ผมก็ถามขึ้น พี่เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม แค่ผมคิดน้ำใสๆ มันไหลออกมา

“ถ้าพี่ไม่ทำ พี่ปริมเขาก็หาคนอื่นทำกับนายและคนอื่นนี้มันอาจจะไม่ใจดีเหมือนพี่กับเพื่อนๆ พี่นะ เพื่อนพี่มันทำไม่ลงแต่ถ้าพี่…. “เขาพูด

“ถึงยังไงพี่ปริมก็ไม่ปล่อยนาย” พี่เขาพูด ผมเงยหน้าขึ้นมาพี่เขา

“พี่ไม่ได้พูดให้นายมองว่าพี่คือฮีโร พี่รู้ว่ามันเลวที่พี่ทำ “พี่เขาพูดและลุกขึ้นไปหยิบขวดน้ำในตู้เย็นพร้อมกับแก้วน้ำมาวางเอาไว้ให้ ก่อนจะรินน้ำใส่แก้วเอาไว้ให้ผม พี่เขายังยืนมองผม พี่เขาเอื้อมมือมมาจะปาดน้ำตาแต่ผมเบือนหน้าหนี

“วันนี้พี่จะสั่งอาหารขึ้นมาให้นะ และวันนี้พี่ยุ่งมากเพราะว่ามีเขียนโปรแกรมคงเลิกดึกหรือไม่ก็เช้าเลย”

“นี่เบอร์ที่ห้องทำงานพี่ จะเอาอะไรโทรลงไปนะ พี่ให้เด็กซื้อมาให้” พี่เขาพูดก่อนจะเดินออกไป ผมได้แต่นั่งทานไปเงียบๆ

********

Part's รชานนท์ ผมเดินลงมาที่ห้องทำงานผมไม่อยากให้เมย์ได้ยินและจะกังวล เรื่องไอ้ภาคิน ผมยอมรับว่ามันแอบชอบผมจนกระทั่งตามไปเรียนมหาลัยเดียวกันกับผม คณะเดียวกัน เป็นพี่ว๊ากด้วยกัน ทำกิจกรรมด้วยกันจนกระทั่งเรียนจบและวันที่พวกผมเรียนจบวันนั้น เราไปเที่ยวกันเพราะว่าชีวิตหลังจากทำงานอาจจะไม่ได้เที่ยวกันบ่อยแล้ว และคืนนั้น ผมเองก็ไม่ตั้งใจ

คืนนั้นผมกับไอ้ภาคิน ทุกคนเมากันหมดแม้กระทั่งผมเอง เรียกได้ว่าเมาเหมือนหมากันเลย นอนเกลื่อนไปหมด ส่วนแฟนพวกนี้ขึ้นนอนกันหมดแล้ว ผมไม่รู้ว่าไอ้ภาคินมันเมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมนะนอนอยู่บนโซฟา มันก็มาคร่อมร่างของผม เล้าโลมผม ยิ่งผมมีแอลกอฮอล์ในร่างกายที่เกินลิมิตมันก็ยิ่งพลุ่งพล่าน ผมเลยเผลอไปมีอะไรกับภาคิน ระยะเวลามันผ่านมา 7 ปีแล้ว ไอ้ภาคินมันไปเรียนต่อเมืองนอกสองปี และหลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผมบอกมันว่าผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันเกินกว่าเพื่อนจริงๆ และพอมันกลับมา ผมก็เรียนปริญญาโทNBAจบพอดี และผมเลยเปิดบริษัทกับเพื่อนๆ ทันที พวกเพื่อนผมมันก็มีประสบการณ์จากบริษัทมาแล้วด้วย มันก็ยิ่งง่ายขึ้น

“เฮียสวัสดีค่ะ” ผมหันมาเจอน้องโบว์ แฟนไอ้เปรมดิ์และเพื่อนๆ ที่มหาวิทยาลัยมานั่งอยู่ในห้อง

“สวัสดีครับ มารอเปรมดิ์เหรอครับ”

“ค่ะพี่เปรมดิ์บอกว่าจะเข้าออฟฟิศค่ะ”

“อืม” ผมพยักหน้า สาวๆ ก็ส่งยิ้มให้ผม แต่ผมเดินตรงไปที่ออฟฟิศทันที ผมรู้ว่าภาคินมันอยู่ในนั้น ผมปิดประตูห้องทันที

“มึงทำแบบนี้ได้ยังไงวะ ไอ้ตั้น”

“ถ้ามึงจะรื้อเรื่องเมื่อเจ็ดปี กูขอโทษ และวันนั้น กูไม่ได้ตั้งใจ กูเมา” ผมพูดกับมันไม่รู้ว่ารอบที่เท่าไหร่แล้ว

“แต่กูตั้งใจ” ไอ้ภาคินพูดมันมองหน้าผม “ฟู่” ผมพรั่งพรูลมหายใจออกมาจากปลายจมูดโด่งของผม

“มึงไม่คบกู กูไม่ว่าและจะไปเอาหญิงที่ไหนกูก็ไม่ว่า ทำไมนี้มึงเอาผู้ชาย เด็กคนนั้นที่ อีพี่ปริมมันบอกว่าจะแย่งผัวเขาด้วย”

“น้องเขาไม่ใช่!” ผมหันมา

“ออกรับแทนเลยเหรอ” ไอ้ภาคินมันหันมาพูดกับผม

“คิน กูไม่เคยรักมึงเกินกว่าเพื่อน!!”

“มึงเพื่อนกู เพื่อนคนแรกของกูเพื่อนคนแรกตั้งแต่กูย้ายมาจากอเมริกา แต่กูให้ได้แค่นี้จริงๆ ว่ะคิน! เพื่อนตาย! มึงเข้าใจกูไหมว่ะ”

“เด็กนั้นมีอะไรดี” ภาคินถามผม มันจ้องเข้ามาในแววตาอันคมกริบของผมเพื่อต้องการคำตอบ แต่ผมนิ่งเงียบเพราะคำตอบมันจะยิ่งเพิ่มไฟในอกมันเปล่าๆ

“ได้กูจะไปถามเด็กนั้น” มันเปลี่ยนเป็นจะขึ้นไปหาเมย์ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีกซิทีนี่

“อย่า!!” ผมห้ามภาคิน “หมับ” ผมคว้าแขนมันและกำแน่นมาก สายตาผมจ้องมองภาคิน

“มึงจะต่อยกูใช่ไหมถ้ากูยุ่งกับเด็กนั้น”

“กูก็ไม่อยากแต่อย่ายุ่งกับเขา กูก็ต้องทำคิน เขาคือของกู!”

“ปึก” ผมดันมันไว้กับกำแพง

“ปึก” เสียงประตูเปิดเข้ามา เพื่อนผมอีกคนคือไอ้ธีม มันไปต่างประเทศกับพ่อแม่มันมา พ่อแม่เป็นเจ้าสั่ว เป็นเจ้าของร้านทองหลายสาขาและยังมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากมาย ตึก อาคารพาณิชย์ไม่รู้กี่ที ธีมมีพี่น้องสีคนมันเป็นคนที่สี่ แถมยังเพิ่งจะเปิดผับโคตรหรูอยู่ชั้นบนสุดของตึกถึงยี่สิบสี่ชั้น ตอนนี้มันหยุดมองผมสองคนก่อนจะรีบปิดประตูลงทันที

“เกิดเรื่องเชี่ยอะไรกันมึงสองคน” ไอ้ธีมมันถามและผมก็ปล่อยคอเสื้อไอ้ภาคิน

“ไม่มีอะไร มึงกลับมาเมื่อไหร่” ผมพูดก่อนจะถามไอ้ธีมกลับ ไอ้ธีมมองหน้าไอ้ภาคิน

“พึ่งจะมาถึงว่ะและนี่ก็ได้ยินเด็กๆ มันบอกมึงมีเรื่อง เรื่องอะไรกันวะ” ไอ้ธีมมันยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงมองหน้าผม

“เฮียครับ มีอิเมลจากโรงแรมที่จะเปิดใหม่ที่ตรงอโศกครับเฮีย เขาอยากให้เฮียเข้าไปคุยเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์กับเขาวันนี้ตอนบ่ายสามโมงครับเฮีย” น้องที่มาช่วยงานผม ผมยกนาฬิกาโรเล็กซ์รุ่นใหม่ล่าสุด เรือนนี้ที่พ่อผมซื้อให้วันเกิด ซื้อให้ก็ใส่ ผมคิดแค่นี้ ของแพง รุ่นที่นักแข่งรถชื่นชอบแต่แพงหูฉี่ ผมเหลือบมองเวลาตอนนี้บ่ายสองกว่าๆ แล้ว

“ไปคุยงานกับกู แล้วคอยคุยกัน “ผมบอกไอ้ธีม มันก็พยักหน้าผมรีบขึ้นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที ผมหันไปเห็นเมย์นั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจอยู่ และเขาก็ไม่ทันได้สังเกตว่าผมเข้ามาตอนไหนและรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า

“เมย์” ผมกระซิบเขาก็สะดุ้งตกใจ

“พี่จะไปติดต่อเรื่องงานนะ พี่จะรีบกลับ”

“ครับ ถึงยังไงผมก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว”

“ถ้าหิวพี่ให้น้องเขาข้าวมาส่งให้นะครับ” ผมพูดบอกเมย์ เขาหันมามองหน้า

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมเห็นในตู้เย็นพอจะมีอะไรทานได้ผมก็ทานอันนั่นแหละครับ” เขาพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าผม

“โอเค ถ้าอย่างนั้นพี่ไปนะครับ”

“เชิญครับ” มันสั้นและห้วนมาก ผมก็เดินออกทันที ก็แน่ละผมทำกับเขาขนาดนั้น เป็นใครก็แค้นฝังหุ่นเป็นธรรมดาผมก็เดินออกและตรงไปยังชั้นล่างสุด ผมเห็นมันยืนรอกันที่รถคันหรูนำเข้า BMW I8

“ไปรถกูว่ะ “ไอ้ธีมพูดผมพยักหน้าและเข้าไปนั่งด้านหลังไอ้ภาคินมันก็ไปนั่งข้างไอ้ธีม เพราะว่าผมต้องอ่านรายละเอียดในรถเพื่อจะได้ตอบโจทย์ลูกค้าถูก ผมเปิดดูแต่ในหัวผมกลับมีแต่ใบหน้าของเมย์ จนกระทั่งถึงตำแหน่งที่ตั้งโรงแรมที่ติดต่อให้ผมเขียนโปรแกรมและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์พร้อมกับเขียนเว็บไซต์ให้ด้วย

//อยู่ไหนกันว่ะ// ไอ้เปรมดิ์มันโทรหาผม
//มาคุยงานว่ะ อาจจะได้ลุยงานกันคืนนี้ว่ะ มึงอยู่ป่ะ//
//เออ งั้นกูเอาแฟนไปหาอะไรใกล้ๆ กินก่อนว่ะ//
//ซื้อของไปใส่ตู้เย็นให้กูหน่อย นม น้ำผลไม้ ผลไม้อะไรก็ได้ //
//โอ๊ย!! ห่วงเมียเหรอครับมึงครับ//
// สัส!! ไอ้คินมันอยู่กับกู// อันนี้ผมพูดแบบลอดไรฟัน ที่จริงมันไม่ได้ยินหรอกแต่แค่หันมาเหล่ตามองเฉยๆ
//ฉิบหายแล้ว!! //
//แค่นี้น่ะ กูฝากดูน้องเมย์ให้ด้วยว่ะ//
//ครับบอส! นอกจากดูแลระบบคอมพิวเตอร์ งานดูแลเมียบอสก็ต้องมาเหรอครับ //ไอ้เปรมดิ์พูดผมก็รีบกดวางสายก่อนที่ไอ้คนข้างๆ ผมจะของขึ้นมากไปกว่านี้

พวกผมสามคนพากันเดินเข้าไปด้านใน โรงแรมหรูระดับห้าดาว แต่ว่ายังไม่เปิดคาดว่าน่าจะเปิดอีกสองเดือนข้างหน้า ผมสามคนยืนมอง สักพักก็เห็นผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวเดินมาหาผมสามคน ชุดแซกสั้นมากและเสื้อคลุมตัวสั้นรองเท้าสนเข็มเดินมาแบบมาดมั่นมาก

“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นเลขาคุณปฐวีย์ “ผมก็ต้องขมวดคิ้วชื่อคุ้นๆ น่ะ ชื่อปฐวีย์ แต่ผมไม่มายด์เพราะว่าลูกค้า

“สวัสดีครับผม คุณเลขาคนสวย อันที่จริงบริษัทผมก็รับเลขานะครับ” ไอ้คนที่ออกตัวก่อนก็มีแต่ไอ้ธีมนี้แหละ ไอ้เจ้าชู้ชนิดที่ตบตีกันมัวไปหมดคือมันเป็นไบไง มันได้ทั้งผู้หญิงและชาย น้องเขาก็ยืนมองและแอบยิ้มเอียงอาย แน่ละไอ้ธีมมันหล่อแต่งตัวเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“ไม่ลองมาส่งใบสมัครบริษัทพวกผมดูบ้าง ทำงานสบายดูแลเอา…. ใจใส่พี่อย่างเดียว…เรื่องอื่นพี่จัดให้หมด” ผมสองคนกับไอ้ภาคินหันมามองหน้ากันและยักไหล่พร้อมกัน ส่ายหัวเล็กน้อย

“งั้นพาผมไปเลยครับผมจะได้คุยเรื่องงานเพราะว่าผมก็จะเริ่มเขียนโปรแกรมให้เลย คืนนี้ครับ” ผมพูดตัดบทไอ้ธีมมันสะบัดหันมามองผมพร้อมกับทำนิ้วเฉือดคอให้ผมดู ผมหันไปมองหน้ามัน มันใช่เวลามาหยอดเขาไหม

“ไอ้หน้าม่อเอ๊ย!!”

“บ้านพี่อยู่หน้ามอนะครับมันเลยเรียกพี่ว่าหน้าม่อ เอ๊ย! หน้ามอ…. นิสัยจริงไม่มีนะครับ…” ไอ้ภาคินหันไปดึงเนกไทมันให้เดินออก ตามพวกผมเข้าไปและคุณเลขาก็เดินแทรกไปนำก่อนผายมือว่าไปทางไหน จนกระทั่งไปเจอ…..

“ถ้าอย่างนั้นน้องปริมก็กลับไปรอพี่ก่อนครับ”

“ทำไมพี่วีร์ต้องนัดมาคุยงานตอนบ่ายๆ แบบนี้ด้วยละคะ”

“งานต้องมาก่อนน่ะครับน้องปริม พี่ขอโทษนะครับ”

“ขอโทษนะคะท่านประธาน ตอนนี้บริษัท Friendgroup พร้อมเข้าห้องประชุมแล้วค่ะ”

“สวัสดีครับคุณปฐวีร์” ผมยกมือไหว้ และผมก็ต้องตกใจ ผู้หญิงที่หันมามองผม พี่ปริม

//ซวยฉิบหาย! // ไอ้ภาคินมันกระซิบกับผม ส่วนพี่ปริมเธอยิ้มให้ผมทันที แต่ห่างตานี้จิกไปมองภาคิน ก่อนจะเบ้ปากและมองบนใส่ ส่วนไอ้ธีมมันก็ยิ้มให้ปกติ แปลกมันไม่กล้าม่อใส่พี่ปริมเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ

“สวัสดีครับ เรียกพี่ว่าวีร์ก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปคุยธุระสักสิบนาทีนะครับ คุณเข้าไปรอในห้องประชุมเล็กกันได้เลยครับ” ผมยืนมองหล่อแบบนี้นี่เอง ดูสุภาพ สุขุมและเนียบแบบดูแพงอ่ะ ไม่แปลกใจทำไมเมย์ถึงได้ชอบ แล้วผมละลุยขนาดนี้ ดิบด้วยเถื่อนด้วย สงสัยจะสู้ไม่ไหว

“ไปเถอะว่ะ ซวยฉิบหายต้องมาเจออีชะนีนี้อีก” ไอ้ภาคินพูด

“กูเข้าห้องน้ำก่อนว่ะ” ผมพูดและเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำ ส่วนไอ้ธีมแม่งก็พยายามให้กลับไปแจกขนมจีบเลขาฯ เขาจริงๆ ผมทำธุระส่วนตัวเสร็จก็รีบออกมาแต่ต้องผงะตกใจ

“พี่ปริม” ผมเรียกพี่ปริม และมองว่านี้มันห้องน้ำชาย

“หมับ” เธอตรงเข้ามาหาผมอย่างกับอดกระหายแต่ว่าผมดันเธอออก ไม่ใช่แค่ดันผลักออกเลยดีกว่า และจัดแต่งเนกไท้ให้เข้าที

“อะไรกันตั้น”

“ผมบอกพี่แล้วไงว่า ผมไม่อยากกลับไปเล่นเกมสวาทกับพี่แล้ว พอแล้วโอเคน่ะ”

“อย่าบอกนะว่าไอ้เด็กนั้นน่ะ ตั้นเอามันไปไว้ที่ไหน นี่พี่ให้คนไปส่องที่บ้านมันมา มันไม่ได้เข้าบ้าน มันอยู่ไหน” ผมสะบัดหน้าไปมองพี่ปริม

“พี่ทำอย่างนั้นทำไม”

“ตั้นก็รู้จักพี่ดีนิว่าพี่เป็นคนยังไง”

“แต่ว่า คืนนี้พี่อยากได้แบบถึงใจอ่ะตั้น”

“หมับ” แต่ไม่ใช่ผมที่จับข้อมือเธอ เป็นภาคิน

“ชะนี ผัวที่มึงอยากได้นะอยู่ข้างนอกนั้น สามีแห่งชาติมึงนั้นน่ะ และนี่พวกกูมาคุยงาน” ไอ้ภาคินมันพูดและไอ้ธีมมันยืนกอดอก

“กูไปรอที่ห้องประชุม งานนี้ไม่ถนัดว่ะ จิกกัดชะนี” ไอ้ธีมมันรีบชิ้งทันที

“เสือกอะไรเนี่ยะ ผัวเมียจะคุยกัน”

“แล้วจะให้ผัวใหม่มึงได้ยินด้วยไหมล่ะ กูจะได้ส่งคลิปเสียงแม่งตอนนี้” ไอ้ภาคินมันพูด

“อื้ยยย! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”

“ตั้นก็ด้วย อย่าให้พี่รู้นะว่าเด็กนั้นมันมายุ่งกับตั้นของพี่ พี่ไม่ยอมหรอกนะ พี่จะเล่นมันให้หนักเลย คอยดูพี่ซิ”

“ผู้หญิงเชี่ยอะไรวะไม่มียางอายเลย ห้องน้ำชายแท้ๆ “ไอ้ภาคินพูดผมยักไหล่ ว่าพี่ปริมแกแคร์อะไรที่ไหนละ ผมแตะแขนมันเพื่อจะได้คุยงานและกลับบริษัทกันทันที แต่ที่ผมนั่งคิดไปด้วย คือเมย์ ยังไงผมก็ปล่อยเมย์กลับไปไม่ได้

TBC...
ฝากเรื่องใหม่ไว้ด้วยนะคะ ฝากเม้นได้นะคะ ถ้ามีคำหยาบมากเกินไปคนแต่งขออภัยด้วยนะคะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 11:22:12 โดย Alessa »

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
อีรุงตุงนัง งานจะเริ่มหรือจะร่วง   :a5: พี่ตั้นคะเรียกเขาว่าเมีย พร้อมจะดูแลเขาแล้วหรอคะ หืม ทั้งศึกนอกศึกใน เคลียร์ให้ดี ปกป้องคนที่ตัวเองเรียกว่าเมียให้ได้นะคะ หึหึ อิอิ สนุกดีค่ะ คำผิดประปราย รอตอนต่อไปเลยค่ะ ตามๆ  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อีรุงตุงนัง งานจะเริ่มหรือจะร่วง   :a5: พี่ตั้นคะเรียกเขาว่าเมีย พร้อมจะดูแลเขาแล้วหรอคะ หืม ทั้งศึกนอกศึกใน เคลียร์ให้ดี ปกป้องคนที่ตัวเองเรียกว่าเมียให้ได้นะคะ หึหึ อิอิ สนุกดีค่ะ คำผิดประปราย รอตอนต่อไปเลยค่ะ ตามๆ  :pig4: :pig4: :pig4:

ขอบคุณค่ะ ตอนนี้มาแก้คำผิดให้ก่อนแล้วค่ะ เพิ่งจะหาแอฟสำหรับช่วยตรวจทานคำผิดได้ค่ะ จะพยายามมีให้น้อยลงที่สุดค่ะ
 :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
ทำไมยิ่งอ่านเราก็ยิ่งชอบพี่ตั้นนะ แม้ว่าเปิดตัวมาจะ เร็ววววไปหน่อย

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
   
EP.6 พี่คงแย่ๆจริงว่ะเมย์ (รีไรท์)


   Part’s รชานนท์ ผมใช้เวลาคุยงานกันเร็วมาก เรียกว่ารีบคุยกันแบบมืออาชีพที่เพื่อจะรีบชิ่งหนีแบบมืออาชีพเช่นกัน  ก็เพราะพี่ปริมแกนั่งมองผม จ้องมองเหมือนจะกระโดดข้ามโต๊ะมางาบผมแย่แล้ว นางไม่แคร์สายตาพี่คู่หมั้นแกเอาซะเลยที่หันไปมองเธอทีหนึ่งและหันมาชำเลืองตามองผมอีกที แต่โชคดีที่พี่เขามีธุระด่วนและหลังจากคุยเสร็จผมเห็นเป็นจังหวะที่ดี ที่พวกผมพอจะชิ่งหนีกันได้ พวกผมก็รีบพากันวิ่งไปขึ้นรถโดยไม่ได้ร่ำลาอย่างเป็นทางการ ไอ้ธีมมันก็รีบขับมาส่งผมก่อนจะรีบออกรถไปพร้อมกับไอ้ภาคิน และมันสองคนนี้มันว่าจะไปทำธุระกันต่อด้วย มันจะมาเข้าบริษัทอีกทีพรุ่งนี้ ผมเห็นรถพวกเพื่อนผมอีกสี่คนจอดอยู่แล้ว คืนนี้คงได้ทำงานกันยันสว่างแน่ๆ  ธีมกับภาคิน ทำหน้าที่คุยติดต่อกับลูกค้าซะเป็นส่วนใหญ่ มันสองคนเก่งการตลาด ไอ้ภาคินนะจบปริญญาโทการตลาดมาโดยตรง ส่วนผมนั่งประจำออฟฟิศคอยแก้ปัญหากับเพื่อนและน้องๆ ที่มาขอทำงานกับพวกผม เพื่อหาประสบการณ์กัน (ผมสนิทกับอาจารย์ภาคเขาเลยอนุญาตให้น้องที่ต้องการหารายได้เสริมมาทำได้ เหมือนกับเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยและได้ค่าขนมด้วย)

“เฮียหวัดดีครับ” ผมเข้ามาก็เจอเด็กหน้าตาแบบตี๋ๆ ขาวๆ นั่งอยู่

“ไอ้เฟย์ไง มันมาเรียนงานเขียนโปรแกรมกับกูอีก “ไอ้กอล์ฟมันตอบ ผมพยักหน้า ไอ้กอล์ฟมันเซียนเลยแหละเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันมีพรสวรรด์ด้านนี้มันเลยเลือกมาเรียนวิศวคอมพิวเตอร์

“ไอ้สามตัวนั้นมันแอบไปหลบมุมคุยกับแฟนมัน “ผมพยักหน้าและรีบเดินเข้าไปในออฟฟิศ ผมเหลือบไปเห็นมือถือของเมย์ ที่ตกอยู่ในรถของผม ผมก็หยิบขึ้นมาดู ลองกดเปิดดูมันไม่ติดน่าจะแบทหมด ผมเลยเดินออกมา

“มีใครมีสายชาร์จโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้กันไหมวะ ขอเฮียยื่มหน่อย “ผมโชว์ พวกไอ้สามคนนั้น ไอ้เปรมดิ์ ไอ้ทีน และไอ้อาร์ต

“ผมมีครับ” มีคนยกมือขึั้น ทำเอาไอ้สามคนนั้นหันไปมองพร้อมกัน ผมก็แอบแปลกใจเพราะว่าเป็นรุ่นที่ไม่นิยมในหมู่วัยรุ่นแต่ใช้โทรเข้าโทรออกเล่นเน็ตได้แค่นั้น ธุรกรรมอย่างอื่นไม่น่าจะได้ แล้วทำไมเมย์เลือกใช้รุ่นนี้ ทำไมไม่ซื้อพวกยี่ห้อที่เขาฮิทกัน

“ผมมีสองเครื่องอ่ะครับ เอาไว้โทรและเล่นเน็ต” เฟย์มันยกมือตอบผมก่อนจะหยิบสายชาร์จมาให้ผมและผมก็เอาเข้าไปชาร์จ สักพักหน้าจอปรากฏขึ้น มีหลายสิบเลยทีเดียว และมีข้อความเข้า

// พี่เมย์โทรหาวิวด้วย แม่ป่วยแม่ไม่สบายพี่เมย์ //

//พี่เมย์ แม่ต้องผ่าตัด วิวไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน สองแสนนะพี่เมย์// อันนี้ซีเรียสแล้วผม

เมย์= พี่ขอโทษนะ พี่มีเรื่องนิดหน่อยนะวิว ว่าแต่แม่เป็นอะไรครับวิว
ผมส่งข้อความไปหาคนที่ชื่อวิว ไม่รู้ว่าแฟนหรือเปล่า
วิว = แม่เป็นเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันพี่เมย์ หมอรออยู่ถ้าเราไม่มีเงินเขาจะรีเฟอร์ไปที่อื่น ถ้ามีเขาจะผ่าตัดบายพาสให้เลยแต่ตอนนี้วิวและแม่ไม่มีเงินเลยพี่เมย์
วิว= พี่เมย์ช่วยแม่ด้วยนะ อันที่จริงแม่ไม่อยากให้วิวบอกพี่เมย์นะ แม่ไม่อยากให้พี่เดือดร้อนมาหาเงินอีก
เมย์=เอาเลขบัญชีมาพี่โอนให้เลย และไปบอกหมอว่าพร้อมผ่าตัดเลย

      ผมส่งข้อความไปบอกคนที่ส่งข้อความหาเจ้าของเครื่อง ผมไม่รู้ว่าทำไมผมเชื่อแต่ผมคิดว่าผมควรจะทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ปล่อยให้มันผ่านไปและเสียใจทีหลัง

วิว=วิวขอบคุณนะคะพี่เมย์ วิวรักพี่เมย์เหมือนพี่ชายแท้ของวิวนะคะ ถ้าวิวเรียนจบพยาบาลวิวจะคืนให้นะพี่เมย์
เมย์=เอาเลขที่บัญชีมาให้พี่ก่อนวิวพี่จะได้โอนให้ ตอนนี้
วิว = TKB
Acc 123457xx
BSB 5678xxx
นางสาววิลาวรรณ์ ใจซื่อตรง
 
   ขณะที่ผมกำลังรีบจะกดโอนเงินให้แต่ทำไมนามสกุลคนละนามสกุลกับเมย์  ผมชะงักไว้ก่อน ผมหันไปหยิบมือถือมากดเบอร์โทรในโทรศัพท์ของเมย์

//สวัสดีค่ะ//
// สวัสดีครับ พี่เป็นแฟนพี่เมย์นะครับ น้องใช่คนที่ส่งข้อความมาให้เมย์ช่วยหรือเปล่าครับ เมย์เขาติดธุระนะครับเขาให้พี่โอนเงินให้นะครับ//
//เป็นแฟนพี่เมย์เหรอคะ? วิวไม่เคยได้ยินพี่เมย์พูดเรื่องแฟนเลยนะคะ//
//อ้อเมย์เขาคงยังไม่กล้าบอกตอนนี้นะครับ เออเข้าเรื่องดีกว่าตกลงเราเป็นน้องสาวเมย์เหรอครับ//
// ใช่ค่ะ วิวเป็นน้องสาวค่ะ พี่เมย์เขาเป็นลูกบุญธรรมแม่ปิ่นแม่ของวิวนะคะ//
//อ้อครับ แล้วพ่อแม่พี่เมย์ละครับ พี่ขอโทษจริงที่พี่ถามนะครับ//
//พี่เมย์ไม่ได้บอกเหรอคะ ว่าพ่อแม่พี่เมย์เขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่พี่เมย์อายุได้ห้าขวบนะคะ วิวรู้แค่นี้นะคะ//
//ขอบคุณนะวิว … เออ พี่โอนไปแล้วนะครับ สองแสนห้าหมื่นบาทนะครับ // ผมบอกวิว (ผมโอนไปเผื่อค่าห้องพักด้วย)
//พี่ชื่ออะไรคะ//
//พี่ตั้นครับ//
// พี่ตั้น อันที่จริงแม่ไม่ให้วิวบอกพี่เมย์อ่ะ คือแม่ไม่อยากให้พี่เมย์เขาต้องมาเดือดร้อนหาเงินเหมือนทุกครั้ง แต่วิวไม่รู้ว่าพี่เมย์เขาได้เงินมาจากใครนะคะ คือว่าเยอะมากแล้ว วิวเกรงใจพี่เมย์ ทั้งที่พี่เมย์เขาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ปิ่นนะคะ //
//พี่เชื่อว่าเมย์เขามีความกตัญญูครับวิว และนี้พี่เต็มใจช่วยโอเคนะครับ เอาไว้พี่เมย์กลับมาแล้วพี่ให้พี่เมย์เขาโทรหานะครับวิว”
//พี่เมย์เขาไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปด้วยนะครับ //
//พี่ขอโทษนะครับที่พี่ละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวแบบนี้//
//ไม่เป็นไรหรอกค่ะแฟนกัน เออ พี่คือคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพี่เมย์เรื่องเงินตลอดเลยใช่ไหมคะ// ผมก็ต้องเงียบ
//พวกเราขอบคุณพี่มากนะคะ พี่ใจดีจังค่ะ //
//ถ้าอย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะครับ พี่ต้องทำงานก่อนนะครับ บายครับวิว// ผมพูดและกดวางสาย ผมมองหน้าจอมือถือโทรศัพท์รุ่นเก่าๆของเมย์ แสดงว่าเขาไม่ใช่คนที่อยู่สุขสบายเหมือนผม เหมือนพี่ปริม และแม่บุญธรรมเขาก็ป่วย ว่าเขาน่าจะเป็นเสาหลักให้ครอบครัวด้วย เพราะน้องเขาบอกถ้าเขาเรียนจบเขาคงมีโอกาสได้ใช้คืนเมย์ ผมก็เลือกที่จะกดโทรหาเพื่อนผมไอ้ธีม

// ไอ้ธีม มึงอยู่ไหนวะ// ผมส่งข้อความหาไอ้ธีมเพื่อนผม
//พาสาวที่กูเพิ่งเจอบนเครื่องมากินอาหารญี่ปุ่นว่ะ มีอะไรวะ//
//ซื้อไอโฟนรุ่นใหม่ให้กูหน่อยหนึ่งเครื่อง//
//จะเปลี่ยนมือถือเหรอครับเฮีย//
//กูจะซื้อให้...//
//เอาใจเด็ก ระวังนะมึง ถ้าไอ้เด็กโข่งของมึงรู้นี้แม่งออฟฟิศแตก//
//อย่าบอกดิว่ะ สัส! และแค่นี้น่ะ //

   ผมกดวางสายจากไอ้ธีม ผมหยิบมือถือมาดู ทำยังไงให้เมย์รับมือถือเครื่องใหม่ที่ผมจะซื้อให้ นั่นซิ เครื่องนี้ต้องพังแบบเปิดไม่ติดซิน่ะ ผมเป็นช่างคอมฯ ไปโดยปริยายคือตอนเรียนไม่ได้เรียนแค่ระบบคอมพิวเตอร์นะแต่พอเจอปัญหามันต้องแก้ไขซ่อมเอง เรียกว่าถอดประกอบกันได้เลย ดังนั้นมือถือก็พอได้อยู่แล้วที่จะทำให้มันไม่ติดได้เหมือนกัน

RRrrrrrrr เบอร์ที่ผมคุ้นเคยแต่ผมไม่เคยจะโทรหาตั้งแต่ผมรู้ความลับบางอย่างของพี่อิศเรศ เลขาฯ ของพ่อผมเอง พี่เขาแก่กว่าผม ห้าปี พี่อิศเรศดูแลผมตอนที่ผมกลับมาจากอเมริกาใหม่ๆ ด้วย
//ว่าไงครับพี่เรศ//
// คุณพ่อจะคุยด้วยครับคุณตั้น//
// ทำไมพ่อไม่โทรหาผมเองละครับพี่//
//ก็คุณตั้นไม่รับสายจากท่านและยังไม่โทรกลับอีกนะซิครับ//
//โอเคครับพี่เรศ//
//ถ้าอย่างนั้นรอสายพี่สักครูนะครับคุณตั้น พี่จะไปเรียนคุณท่าน//
ผมเองไม่เคยโทรหาพ่อก่อนเลย คงด้วยวัยที่ไม่ได้ห่างกันมาก,มั้ง พ่อผมเพิ่งจะ 46ปีเอง แต่เป็นพ่อเลี้ยงที่เขาใหญ่ที่ใครก็เกรงขามเด็กๆ ที่ทำงานที่นี่ยังไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าพ่อผมนอกจากเพื่อนสนิททั้งหมดหกคนของผม มันยังไม่อยากจะเชื่อผมเลย
//ตั้น//เสียงที่ผมไม่ได้ยินทุกวัน นานๆ ทีก็ว่าได้ นันคือเสียงของคุณธรรพ์ณธรพ่อของผมที่ยังหนุ่มเพราะว่าเขาพล้าดมีอะไรกับแม่ผมตอนที่ยังวัยรุ่น อายุแค่สิบแปดเองและพ่อผมก็ต้องทำหน้าที่ดูแลไร่และอสังหาริมทรัพย์นับร้อยล้านต่อจากคุณปู่ผมตั้งแต่อายุยี่สิบสามปี เพราะว่าคุณปู่ของผมประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ส่วนผมเองก็ย้ายไปอยู่อเมริกากับแม่ไปเรียนที่นั่น แต่พ่อผมส่งเงินให้ใช้ตลอด ผมเลยไม่ค่อยมีความผูกพันกับพ่อผมเท่าไหร่ และพอแม่ผมเสียเขาก็เรียกผมกลับมา …..ฟู่!!! เสียงพรูลมหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยปากทักทายบิดาตัวเอง
//ว่าไงครับ คุณธรรพ์ณธร//
//อย่ากวนฉันตั้น //
//ครับคุณพ่อ พอใจไหมครับ//
//ทำไมไม่กลับมาบ้านบ้าง//
//ไม่อยากไปเจออะไรที่มันอุจาดสายตา คุณ..พ่อ! ก็น่าจะรู้ดี//
//ฉันจะทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตแม่แก มาด้วยนะ ทำที่เขาใหญ่นี่//
//อืมม ผมจะไป//
//แกควรจะมาดูกิจการที่บ้านบ้างได้แล้ว สักวันหนึ่งแกก็ต้องดูแลมัน ตั้น อย่าให้เหมือนฉันที่ต้องมาดูแลทั้งที่ไม่พร้อมมันไม่ใช่ง่ายๆ นะตั้น! //
//ตอนนี้ผมยังไม่อยากไปผมรู้แค่นี้ //
//มึงมันดื้อเหมือนใครวะ ฉันอยากรู้…. ตื้ดๆๆๆ // และพ่อก็กดวางสายไปผมก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง

   ผมหันไปมองภาพที่พวกผมถ่ายรูปหมู่ ในวันที่เรียบจบพร้อมกัน อันที่จริงไอ้ทีนมันเกือบจะไม่จบ ครอบครัวไอ้ทีนมันทำธุรกิจแด่มาเจอพิษเศรษฐกิจฟองสบู่ทำให้ต้องล้มละลาย ผมเองก็ช่วยมันจนมันเรียนจบ พวกผมสัญญากันตั้งแต่วันที่ได้เป็นเพื่อนกันในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วว่าจะต้องเรียนจบพร้อม ๆ กัน จนพวกมันไปมีงานทำมีประสบการณ์พวกผมก็ยังติดต่อกันอยู่ และได้ตัดสินใจมาเปิดบริษัทร่วมกันหลังจากที่ผมเรียนจนจบปริญญาโทNBA และตอนนี้ผมกำลังเรียนไฟแนนท์ออนไลน์อยู่
Rrrrr เบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรมาหาผม
//สวัสดีครับผมรชานนท์//
// สวัสดีครับคุณตั้น นี่พี่ปฐวีย์นะครับ//
//สวัสดีครับพี่ปฐวีย์ //
// พี่อยากให้เราเอาระบบที่จะเขียนให้พี่มาให้พี่ดูอีกทีนะได้ไหมครับ อาทิตย์หน้าก็ได้ครับ แต่มาหาพี่ที่โรงแรมXXXX // ผมก็ต้องขมวดคิ้ว นั้นโรงแรมที่ผมให้พวกไอ้เปรมดิ์ ไปเอาตัวเมย์มานี่หว่า ผมคงต้องถามไอ้เปรมดิ์ก่อนว่ามีใครเห็นมันไหมตอนที่ไปพาตัวน้องเขามานะ
//พี่ไม่อยากไปใช่สถานที่โรงแรมใหม่นะครับเพราะว่ายังไม่เสร็จเรียบร้อยดี และไม่สะดวกสำหรับน้องๆ นะครับ //ปฐวีย์พูด
//ไม่สะดวกเหรอครับคุณตั้น// พี่ปฐวีย์ถามผมคงเห็นว่าผมใช่เวลาคิดตัดสินใจนานไปหน่อย
//เออ.... สะดวกครับพี่ ถ้าไม่เป็นการรบกวนแขกที่ไปพักมากจนเกินไปนะครับ//
//พี่มีห้องสำหรับประชุมโดยเฉพาะนะครับคุณตั้น ส่วนตัวแน่นอน//
//ถ้าอย่างนั้นได้ครับ//
//พี่ให้เลขาพี่ติดต่อคุณตั้นอีกทีนะครับ แต่ทำไมเบอร์ที่ให้พี่เอาไว้มันเป็นเบอร์คุณภาคินนะครับ//
//อ้อ เขามีหน้าที่ติดต่อและพูดคุยกับลูกค้านะครับ เพื่อนผมเองครับ//
//ตกลงพี่ติดต่อเขาหรือติดต่อเราล่ะ//
//ได้ทั้งหมดแหละครับพี่วีร์ ผมเปิดบริษัทในนามเพื่อนดังนั้นเพื่อนๆ ทุกคนของผมคือหุ้นส่วนครับ//
//ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นให้ผมจะให้เลขาผมติดต่อประสานงานอีกทีน่ะครับ ขอบคุณครับคุณตั้น บายครับ// แต่ถ้าให้เลขาฯ ติดต่อไอ้ธีมก็คงเสร็จมันแน่ๆ


   หลังจากที่ผมจบการสนทนากับพี่ปฐวีร์ ซีอีโอหนุ่มอายุยังน้อยแต่ก็แก่กว่าผมแหละ หน้าตาดี หุ่นดี เป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของเศรษฐีอันดับต้นๆ เป็นใครจะไม่อยากได้ แต่ผมเริ่มหวงตัวเล็กของผมแล้วซิ หรือว่าเราชอบเขาว่ะ พอคิดถึงตัวเล็ก ผมก็คิดว่าว่าจะแอบขึ้นไปหาตัวเล็กหน่อยดีกว่า ไปดูให้แน่ใจว่าทานอะไรแล้วจะดีกว่า และคืนนี้คงได้ทำงานกันทั้งคืนนี้แน่ๆ
ตื้ดๆ โทรศัพท์สั่นสะท้านอยู่บนโต๊ะทำงาน ผมก้มลงไปมองดู

วิว//พี่ตั้นค่ะ ช่วงนี้คุณหมอไม่อยากให้แม่เครียด พี่อย่าเพิ่งบอกพี่เมย์ได้ไหมค่ะ รอสักสองสามวันก่อน เพราะถ้าพี่เมย์มาเห็นแม่ตอนนี้พี่แม่ก็จะกังวลและเครียดค่ะ แต่คุณหมอบอกว่าแม่ปลอดภัยแล้วค่ะ วิวขอบคุณพี่ตั้นมากนะคะ //
ตั้น//ครับวิวพี่จะยังไม่บอกเมย์นะครับ ถ้าแม่ของวิวถามหาเมย์ก็บอกว่าเมย์เขาไปอบรมแล้วกันนะครับ”
ตั้น /// พี่จะหาทางไม่ให้เมย์ติดต่อแม่ช่วงนี้น่ะแต่ว่าวิวก็คงต้องเป็นคนบอกเมย์เอง เมื่อวิวพร้อมนะครับเพราะว่าเมย์เขาคิดถึงแม่ปิ่นของเขานะครับน้องวิว//
วิว//วิวทราบค่ะพี่ตั้น ขอบคุณอีกครั้งนะคะ //

“เดี๋ยวกูมานะกูจะไปเอาของที่ห้องและนี้รายละเอียดงานพวกมึงทำกันไปก่อนน่ะ นี้จะสั่งอะไรมาทานกันก็สั่งเลยน่ะ “ผมบอกพวกเพื่อนผม

“แม้จะขึ้นไป…กับเด็กก็บอกมา อ้างว่าไปเอาของ ไอ้หื่น!!” ไอ้เปรมดิ์มันแซวผม

   ตื้ดๆ เสียงกดรหัสห้องพักตัวเอง ผมเปิดประตูเข้าไป สิ่งแรกมองหาคนตัวเล็กว่าอยู่ที่ไหน ผมเดินตรงไปหาเขาที่มุมอ่านหนังสือของผม แต่ไม่มี หรือว่าอยู่ในห้องนอน พอผมเดินกลับไปก็ไม่เจอ ในห้องน้ำก็ไม่มี ทำไมผมเริ่มใจคอไม่ดีอีกแล้ว ผมเดินออกมาจากห้องนอน ผมเหลือบไปเห็นประตูกระจกบานเลื่อนตรงระเบียงมันเปิดแง้มอยู่ หรือว่าออกไปดูต้นกระบองเพชร (แคคตัส) ที่ผมปลูกเอาไว้

“เมย์!” ผมเดินออกไปเรียกหาเมย์  “เหวอ!!” เมย์เขายืนอยู่ที่ขอบระเบียงคอนโดของผม เหมือนกับว่าเขากำลังจะกระโดดดิ่งพสุธาลงไป
 
“หมับ” ผมก็รีบเข้าไป และคว้าร่างนั้นเอาไว้ได้ทัน เมย์หันมามองหน้าผมด้วยสีหน้าตกใจ ผมนี้อยากจะจับตีก้นดังๆ สักสองสามป๊าป! แต่ตอนนี้ผมจับคนตัวเล็กแบกขึ้นบ่าเข้าไปด้านในก่อน และไม่ลืมที่จะปิดประตูลงกลอน

“ตุ๊บ” ผมโยนคนร่างเล็กนั้นลงที่โซฟาด้วยความโมโห

“ทำบ้าอะไรนะห๊ะเมย์!”

“ผม…ทำอะไรอ่ะ” สีหน้าที่มองผมน้ำตาปริมๆ “ฟู่” ผมต้องพ่นลมออกมายาวๆ เพื่อให้ผมได้ใจเย็นลง

“ก็พี่เห็นอยู่ ว่าเรากำลังจะกระโดดตึกไง ชีวิตเมย์มันมีค่าน่ะไม่ใช่ไม่มี และทำแบบนี้ มันคุ้มแล้วเหรอ หาเมย์!!” ผมถามเมย์ พร้อมกับพยายามสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อนผ่อนอารมณ์โกรธตัวเองไปด้วย

“ผมไม่ได้จะกระโดด ผมแค่จะหยิบที่ครอบกันฝนต้นแคคตัสนั้นต่างหาก” เมย์ตอบผมเสียงอ่อยๆ “แต่มันหล่นลงไปแล้ว” ผมก็ต้องทำหน้าเหวอ ที่ดันตะคอกเสียงดังใส่ไปแล้ว

“ผมไม่ทำหรอก แบบนั้นน่ะเพราะว่าแม่ปิ่นคงเสียใจ” เมย์พูดเบาๆ ผมต้องเอามือกุมขมับตัวเอง

“พี่ขอโทษที่พี่เสียงดังใส่ พี่ตกใจน่ะ” ผมรีบขอโทษเมย์

“นี่เมย์ได้ทานอะไรหรือยัง”

“มีน้องผู้หญิงเอาขึ้นมาให้ผมแล้วครับ “เมย์ตอบผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เหมือนเดิม ผมค่อยย่อตัวลงมองใบหน้าหวานๆ นั้น ผมผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่ละคนก็สวยสะดุดตาผมจริงผมถึงจะจีบ แต่ทว่าคนนี้ไม่สวย หน้าตาหวานๆ เป็นหนุ่มน้อย หน้าอกก็ไม่มี แต่ตัวเล็กขาวๆ ปากก็นิดจมูกก็หน่อย เขาทำให้ผมไม่อยากละสายตาถ้ายิ้มเพิ่มมาอีกสักหน่อย อ้อนๆ สักนิดก็คงจะดี

“จะทำอะไรน่ะ” คนที่นั่งกับถอยหลังออกตัวสั่นขึ้นมาทันที เพราะผมทำท่าจะจูบเขา แต่ยังกลัวผมมากขนาดนี้อยู่เลย
“เมย์” ผมเรียกชื่อเขา

“ผมคิดถึงแม่ผม ผมอยากกลับบ้านแล้ว” เมย์พูดและขยับออกเขาไม่มองหน้าผม

“พี่…”

“กริ้งๆๆๆๆ “เสียงกดกริ่งรัวที่หน้าห้องผม ผมว่าไม่น่าจะใช่เพื่อนของผมแน่ๆ ใครกันน่ะ ผมรีบลุกไปเปิดดูมอนิเตอร์ ตาแมวสำหรับดูผู้มาเยือน

“พี่ปริม!!” ผมดูแล้วไม่ได้มาคนเดียว มากับเพื่อนๆ ผม ที่พยายามมาห้ามปรามพี่ปริม

กริ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ นางก็กระหน่ำกดซะจน

“ใครอ่ะ” เมย์เดินมาถามผม

“เออ…”

“เมีย…เหรอ” เมย์ถามผม

"เมียยืนอยู่นี่” ผมชี้ไปที่คนตรงหน้านั้นคือเมย์

“และที่กดกระหน่ำอยู่นี้ละ กิ๊กหรือไง” เขาถามผมกลับ

“คู่นอน” ผมพูดและยืนเอามือเท้าซะเอว

“แสดงว่ามั่วน่าดู นี้เรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนของผมใช่ไหม” เมย์หันมาพูดกับผม

“พี่ป้องกันตัวเองดีเมย์ “ผมหันมาพูดด้วยสีหน้าจริงจังกับเมย์

“และพี่ก็เลิกแล้วด้วย”

“เพราะอะไร” เมย์ถามผม

“มีเมียแล้ว” ผมพูดและหันมามองตัวเล็ก

กริ้งๆๆๆๆๆๆๆ ยังกระหน่ำกดกริงอีกผมเลยต้องกดเปิดไมล์

“พี่ปริมเป็นอะไร”

“เปิดประตูมาเดี๋ยวนี้นะตั้น นี้ถือดียังไงเอาไอ้เด็กบ้านั้นมาอยู่ในห้องนี้ ทั้งที่พี่ยังไม่เคยได้ขึ้นมาเลย ตั้น!! เปิดเดี๋ยวนี้!!!!” ผมหันมามองหน้าเมย์ เขาก็ยืนเหงื่อแตกหน้าซีดขึ้นมาทันที

“เขามาทำไมอ่ะ “เมย์เขาถามผมเสียงสั่นๆ

“เรื่องมันยาวเอาไว้พี่เล่าให้ฟังทีหลัง เข้าไปแอบในห้องนอนก่อนนะเมย์”

“เขาจะมาทำร้ายผมเหรอ”

“พี่ไม่ให้เขาทำร้ายเมย์เด็ดขาด เชื่อพี่ไหม” ผมพูดและเมย์ก็เดินเข้าไปในห้องนอนผม ผมพยักหน้าว่าปิดประตูด้วย

“กึก” ผมเปิดประตู

“ผลัก!” พี่ปริมผลักผมทันทีและสอดส่ายสายตามองไปรอบ จนไปหยุดที่ห้องนอนผม

“หมับ” ผมคว้าแขนพี่ปริมเอาไว้ พี่ปริมจะตรงไปที่ห้องนอนของผมแน่ๆ

“นี้ตั้นเอามันขึ้นมานอนมาอยู่ห้องนี้ด้วยเหรอ แล้วทำไมพี่ไม่มีสิทธิ์” "

“พี่ไม่ใช่แฟนผม”

“แต่พี่”

“เราตกลงกันแล้วว่าคู่นอน นอนแล้วจบ ต่อให้พี่จะไฮโซแค่ไหนก็ตาม”

“พี่เพิ่งจะรู้ว่าตั้นเป็นคนทำมันเหรอ ทำไม ไม่ให้เพื่อนทำ นี่อย่าบอกนะว่าติดใจมันอีกคนนะ พี่จะจัดการ พี่ไม่ปล่อยมันไว้เด็ดขาด”

"ไอ้เด็กนี้มันก็ไม่ต่างจากพี่หรอกตั้น ออกมาเดี๋ยวนี้ ไอ้เด็กบ้า!!!! "ผมก็ต้องเรียกว่าอุ้มร่างที่ไม่รู้อะไรเข้าสิงออกไปก่อน จนพ้นประตูไปและหันมาพยักหน้ากับเพื่อนผมว่าให้ปิดประตูทันที โชคดีที่นางไม่ได้พกสมุนพ่อเธอมาด้วย

“หยุดบ้าได้แล้วพี่ปริม!!”

“อายคนอื่นเขาบ้าง!! “มีคนเปิดประตูมามองผมกันหมด แต่ผมรู้ว่าพี่ปริมเขาไม่แคร์หรอก

“เอาเด็กบ้านั้นออกมาเดี๋ยวนี้นะตั้น นี่ประชดเพราะว่าพี่ไปกับพี่ปฐวีย์เหรอคะ”

“อึก!! ๆ ” เสียงพวกไอ้เปรมดิ์มันปิดปากหัวเราะกัน ที่พี่ปริมเขาคิดเองเออเองอีก

“ผมไม่ได้ประชด " "และผมยอมรับว่าที่ทำนะ เพราะว่าพี่ขอให้ผมทำ และตอนแรกผมที่ตกลงทำเพราะว่า” ผมทำท่าจะพูด

“ผมอยากให้พี่ไปจากผมซะทีไงเลยทำ! “ผมพูด พี่ปริมมองหน้าผมนิ่ง

“แต่ตอนนี้ ผมอยากดูแลเขา ดังนั้นตอนนี้เขาคือคนของผม ถ้าพี่ปริมเข้ามายุ่งกับเมย์ อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ” ผมพูด สายตาผมนะจริงจังมากแค่ไหน

“ชะนี ลงไปร้องแรกแหกกระเชอที่อื่นได้แล้วมั้ง “เสียงที่ทำให้พี่ปริมหันไปมองและพวกผมเช่นกัน ภาคิน มันมากับไอ้ธีม

“ไอ้กอล์ฟมันโทรมาบอกพวกกูว่ามีคนเมายามาหามึงว่ะ” ไอ้ธีมยืนกอดอกมองผมกับพี่ปริม แต่ไปหยุดชะงักที่พี่ปริม

“นี่ลงทุนหนีสามีแห่งชาติตัวเองมาเลยเหรอ “ไอ้ภาคิน

“ไอ้ตุ๊ด!”

“หมับ” ไอ้ธีมมันคว้าไอ้ภาคินแทบจะไม่ทัน

“อย่าหาเรื่องใส่ตัวพี่ปริม คราวก่อนผมห้ามได้แต่คราวนี้ผมคงห้ามมันไม่ได้นะแล้วนะ ถ้าพี่ด่ามันอีกน่ะ” ผมพูดกับพี่ปริม พี่เขาคงรู้ดีว่าไอ้ภาคินมันเป็นยังไง ก็โดนไปแล้วไง

“ก็ได้ แต่พี่ไม่ยอมให้ตั้นกับไอ้เด็กนั้นน่ะ ถึงยังไงพี่ก็หวงตั้นที่สุด ตั้นคงรู้จักพี่ดี “พี่ปริมพูดก่อนจะเดินหลังออก สายตาที่ประสานกับภาคิน ผมหันมายกมือขอโทษเพื่อนบ้านแต่ละคน

“ลงไปคุยกันข้างล่างเถอะว่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันบอกผม ผมพยักหน้า แต่ว่าผมคงต้องเดินเข้าไปในห้องก่อน ผมตรงไปที่ห้องนอน

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูห้องนอนที่ผมดันเมย์เขาไปแอบและให้เขาล๊อกประตูผมเคาะหลายทีเมย์ก็ไม่ยอมเปิดให้ผม

“เมย์พี่เองครับ” ผมตะโกนเบาๆ

“ทำไมชีวิตผมต้องมาเจออะไรแย่ๆ แบบนี้ด้วย ออกไป ออกไปเลย!!” แสดงว่าเขานั่งอยู่หลังประตู

“เมย์ฟังพี่ก่อน”

“ไม่! ไม่! กูไม่ฟัง! มึงเอากูมาเจอเรื่องแย่ๆ ทำไม ไปให้พ้น!!” ผมก็ต้องถอยหลังออก มายืนเอามือเท้าเอว

"ทำไมกูต้องมาเจอคนแย่ๆ อย่างมึงว่ะ ฮือๆ "

“พี่คงแย่จริง ๆ ว่ะเมย์” ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากห้องและคงปล่อยให้เมย์อยู่แบบนั้นเงียบๆ สักพัก แต่ถึงยังไงผมก็ต้องเร่งมือทำงานของคุณปฐวีร์ให้เสร็จก่อน ผมเองก็คงต้องหลบหน้าเมย์ไปสักสองสามวัน เพราะน้องสาวของเมย์ก็ยังไม่อยากจะให้เมย์รู้ว่าแม่ปิ่นของเขาเข้ารับการผ่านตัดบายพาสหัวใจอยู่ตอนนี้ มือถือก็ต้องเก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน ส่วนโทรศัพท์ ผมกดล๊อคเอาไว้แล้วว่าให้เขาโทรเบอร์ภายในได้อย่างเดียว โทรออกไม่ได้ และยิ่งเขารู้เรื่องแม่บุญธรรมอีก เขาจะยิ่งแย่มากไปกว่านี้ ผมคงต้องรอให้เขาจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้ได้ซะก่อน และนั่นแหละเขาถึงจะพร้อมรับรู้มัน ผมเคยผ่านมาแล้ว ผมรู้ดี

TBC...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 11:59:03 โดย Alessa »

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +55/-1

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
EP.7 สองทางเลือกอยู่หรือไป(รีไรท์)
   
       Part's เมธานินท์ ผมเหมือนถูกกักขังไร้อิสรภาพแต่ว่าผมกับได้นั่งคิดนอนคิด ทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง จะว่าไปเหมือนผมไม่ได้อยู่ลำบากอะไรเลย ตอนเช้าตื่นมามีอาหารเช้ามารอ พอตอนสายๆ ก็นั่งๆ นอนๆ ดูทีวีบ้างแต่ส่วนใหญ่ผมเอาเวลาไปนั่งอ่านหนังสือของพี่เขาซะมากกว่า ผมเป็นคนชอบอ่าน ผมเองอยากเรียนปริญญาโท ผมก็ไม่กล้าลงเรียนเพราะว่าผมไม่อยากรบกวนแม่ปิ่น ยิ่งมีน้องๆอีกสามคนที่ต้องเรียนต่ออีกละ บ่อยครั้งที่ผมเห็นแฟนแม่ปิ่นเมาและอาละวาดที่ต้องมาเลี้ยงผมอีกคนที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ตั้งแต่พ่อแม่จริงๆ ผมเสียไป ผมก็ไม่เคยกล้าขอเงินแม่ปิ่นพยายามหางานทำพิเศษตลอดและช่วงหลังแม่ปิ่นสุขภาพไม่ค่อยดีผมก็เลยหางานเพิ่มและช่วยส่งน้องเรียน

   ผมก็คิดว่าถ้าผมเรียนจบผมจะทำงานช่วยแม่ปิ่นส่งน้องๆ เรียนแต่นี่ผมดันมาซวยเจอ เรื่องที่เลวร้ายอะไรแบบนี้ และนี้เขายังให้ผมอยู่กับเขา ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จะรับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ ผมเองยังไม่ได้รักเขาเลย จะว่าไปผมเองก็ไม่ได้เห็นเขามาหลายวันแล้วนะ มีแต่อาหารมาให้ เช้า กลางวันและเย็น เปิดตู้เย็นมาก็มีนม น้ำผลไม้และผลไม้อยู่ในตู้เย็นไม่ขาด มันแปลกมากเขาไปไหนของเขานะ ผมคิดไปคิดมาก็หลับไปจนกระทั่ง

“ปึก” แขนผมเองที่พาดไปโดนบางสิ่งที่ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป นั้นคือแผ่นอกชายชาตรี ผมลืมตาโพลง มองไปรอบๆ จนหยุดที่นาฬิกาตั้งโต๊ะ นี้เจ็ดโมงเช้าแล้วเหรอ และผมหันกลับมามองมีคนมานอนกอดอกอยู่ข้างๆผม เขาหลับสนิท ผมก็จะดึงแขนกลับแต่คนที่นอนข้างๆผมเขาค่อยๆหันหน้ามามองผม นี่ผมไม่เจอเขามาสามวันได้ หลังจากเกิดเรื่องที่พี่ปริมมาอาละวาดวันนั้น

“ตื่นแล้วเหรอ” คำถามแรกของคนที่ดูเพลียจากการอดนอน

“มาตอนไหนนะ” ผมถามเขาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

“ตีสามกว่าแล้ว “พี่เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วคงเพลียจริงๆ ผมเองก็ไม่ใช่คนใจร้าย หรือเรียกว่าใจร้ายไม่ลงจริงๆที่จะด่าเขาต่อ

“ทำอะไรให้พี่กินหน่อยซิพี่หิวอ่ะ” ผมก็ต้องขมวดคิ้ว

“เร็วซิ ลุกไปทำให้หน่อยนะครับ เฮียโคตรหิวเลย “คนตัวโตทำน้ำเสียงอ้อนผม พร้อมกับพลิกมานอนตะแคงมองผม รอยยิ้มบางๆ นั้นมันดูรู้เลยว่าเขาเพลียมากจริงๆ ผมก็ต้องลุกขึ้นเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันซะก่อน นี้เขาเตรียมของใช้ส่วนตัวไว้ให้ผมหมดเสื้อผ้าก็ยังไปหาซื้อไซ้สำหรับผมมาไว้ในตู้อีก มันก็มีแว้ปหนึ่งนะที่ใจอ่อน แต่ว่าผมจะอยู่แบบนี้ในฐานะอะไรละ เอาว่ะไปทำอาหารให้คนตัวโตมันทานก่อน

   ผมเดินออกมาก็เห็นคนตัวโตหลับต่อ ผมเหลือบมองไปที่โต๊ะที่มีลิ้นชักข้างเตียงนอนฝั่งของผม มีถุงซิบล๊อกใส่มือถือของผมอยู่ ผมลืมไปเลยว่าจะถามไอ้พี่นั้น ผมก็หยิบมาแกะออกมากดเปิดเครื่อง และมือถือเครื่องนี้ผมซื้อเอง อันที่จริงพี่ปฐวีย์เขาจะซื้อไอโฟนให้ผม แต่ผมปฏิเสธและผมก็เลือกที่จะใช้แค่สมาร์ตโฟนธรรมดา ผมกดเปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ติด สงสัยพังแต่พังได้ยังไงวะ ช่างแม่งเพราะว่าชีวิตของเมย์คงไม่มีอะไรจะซวยไปกว่านี้อีกแล้ว ผมก็เปิดตู้เย็น หยิบของที่มีออกมากองเอาไว้

“ยังไม่เป็นอะไรกันเลย แม่งสั่งแหละ” ผมบ่นกับตัวเองและจัดการหันไปเปิดสมุดทำอาหารเช้าแบบง่ายๆ ผมไปเปิดเจอไข่ดาวไส้กรอก มีพอดีเลย ทำอันนี้แล้วกันง่ายๆ ผมยืนทำไปด้วยและคิดไปด้วยต่างๆ นานา ว่าผมมาทำอะไรที่นี่

“หมับ!” จู่ๆ ก็มีคนเอามือมาปิดตาผมจากด้านหลัง ไม่ต้องถามหรอกว่าใคร ผมยืนนิ่ง นับหนึ่งถึงสิบ

“เล่นบ้าอะไรเนี่ยะ” ผมถามที่ปิดตาผม (อายุก็ตั้งเท่าไหร่เข้าไปแล้ว)

“ก็คู่รักเขามักจะทำแบบนี้กันเวลาจะให้ของขวัญ” พี่เขาพูดทำหน้าเจียมเจี้ยม ผมนี้เลิกคิ้วมอง ประมาณว่าใครวะคู่รักมึงอ่ะ และไอ้คนตัวโตนี้มันจะทำหน้าตาเหมือนเด็กโดนดุทำไมว่ะ ผมหันไปเหล่มองของที่ไอ้คนตัวโตเอามาจ่อตรงหน้าผมด้วยมืออีกข้าง นั้นคือโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดแบรนด์เนมแอปเปิลถูกกัด ผมไม่เคยซื้อใช้เลยในชีวิต ถามว่าเคยอยากได้ไหมเคยคิดแต่นี้เขาให้ผมทำไม

“ไม่เอา” และผลักออก

“เอาไปซิ มือถือมันฟัง พี่ซื้อให้” เขาพูดผมหันมามองหน้า และตักอาหารในกระทะลงจานพร้อมกับเดินไปวางไว้ที่โต๊ะ พี่เขาก็เดินไปหยิบกล้องน้ำส้มคั้นออกมาพร้อมรินใส่แก้ว ไว้สองแก้ว

“ผมควรจะไปจากที่นี่ได้หรือยัง ผมมีภาระ ผมจะมาอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ และผมกับคุณก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน ต่อให้เรื่อง”

“รับมือถือเครื่องนี้ไปก่อน” พี่เขาบอกผมและส่งกล่องมือถือนั้นให้ผมรับไปให้ได้

“และพี่จะคุยกับเราตอนนี้ว่าทำไมพี่ไม่ให้เราไป” พี่เขาพูด

“เอาละ พี่จะให้เราอยู่ที่นี่และมีเงินเดือนให้ สามหมื่นบาท ต่อเดือน เยอะกว่าไปทำงานเป็นรีเซฟชั้นอีกว่าไหมล่ะ” พี่เขาพูด ผมต้องขมวดคิ้ว มันบ้าหรือเปล่าให้ผมอยู่กับมันโดยให้เงินเดือนผมตั้งสามหมื่นเลยนะ

“เงินเดือนสามหมื่นคืออะไร อยู่แบบไหน”

“เป็นแฟนพี่” พี่เขาพูด

“ไม่ต้องทำอะไรมาก ก็ทำอาหารให้พี่ทาน ดูแลห้องพักให้พี่ และถ้าเบื่อลงไปช่วยงานพี่ที่ออฟฟิศ ในฐานะเมียบอส” พี่เขาพูด

“แต่ผม…. ผม…”

“หึ?”

“ก็จะให้ผมอยู่เป็นแฟนคุณ ทั้งที่ผมเองก็ยังไม่ได้รักคุณนี้น่ะ จะรักหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย!” ผมพูดประโยคนี้ทำเอาคนที่ยืนฟังถึงกับออกอาการเหมือนหมาหง๋อย ผมเองไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้คนที่วันนั้นมันกระทำการอันป่าเถื่อนใส่ผมนะ แต่พอมาตอนนี้พอผมเอ็ดมันนี้มันทำหน้าเหมือนเด็กโดนดุเลย (แต่ยังไงก็จะไม่ใจอ่อน)

“ก็คือว่าถ้าให้ผมอยู่แล้วเกิดวันหนึ่งผมเจอคนที่ผมรักขึ้นมาละ” ผมถามพี่เขากลับ

“พี่ยินดีให้เราไปโดยไม่มีคำคัดค้าน แต่ตอนนี้ อยู่ในฐานะนะแฟนพี่”

“แล้วเรื่องอย่างว่าละ ผมเอง”

“พี่จะไม่ทำถ้าเมย์ไม่ต้องการ” พี่เขาพูดก่อนจะคว้าโทรศัพท์เครื่องเก่าของผมไปและแกะเอาซิมการ์ดออกมาแถมยังใส่เข้าไปให้อีก และส่งมาให้ผม ผมเงยหน้าขึ้นมอง

“คุณทำแบบนี้ทำไม หรือคุณแค่ต้องการรับผิดชอบที่คุณทำกับผมอย่างนั้นเหรอ” ผมถาม

“ยอมรับว่าใช่ด้วย” พี่เขาตอบ

“หรือมันอาจจะมีมากกว่าพี่ยังตอบไม่ได้ ตอนนี้ทานก่อนได้ป่ะ พี่โคตรหิวเลย ตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยงแล้ว กินแต่กาแฟกับขนมปัง “พี่เขาพูดก่อนจะเดินไปนั่งลงและหยิบจานอาหารเช้าที่ผมวางไว้มาทาน

“อืมม …อร่อยดีนะ” พี่เขาพูด

“ประชดหรือเปล่า ไม่ได้ใส่อะไรพิเศษเลยและก็แค่เอาลงทอดธรรมดาเอง”

“คงเพราะว่าคนทำใส่ใจมั้ง พี่ว่าแค่นี้มันก็อร่อย และพี่ว่ามันอร่อยเหมือน….” พี่เขาพูดและทำท่าคิด

“อร่อยเหมือนคนทำ” พี่เขาพูดทำไมผมต้องหน้าร้อนผ่านขึ้นมาทันทีด้วย

“รู้ได้ยังไงว่าคนทำอร่อย” ผมก้มหน้าก้มตาพูด

“ก็พี่กินมาแล้ว…. “พี่เขาหันมาทางผมและโน้มตัวมากระซิบกับผมไม่ดังแต่มันก้องในหูผม “ยืนยันเลยว่าอร่อย!” พี่เขาพูดก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเอาจานใส่ไว้ในอ่าง

“เดี๋ยวผมทำเองดีกว่าคุณไปทำงานเลยก็ได้นะครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ พี่เขาหันมาพยักหน้าก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน ผมก็จัดการนั่งทานอาหาร คือแบบยังแอบคิดน่ะมีแบบนี้ด้วยเหรอว่ะ ที่ให้เงินเดือนสามหมื่นในตำแหน่งแฟน

“นี่เป็นรหัสเข้าห้องพี่ ไม่มีใครรู้นะเมย์นอกจากเพื่อนสนิทของพี่แค่หกคนเท่านั้นและตอนนี้มีแค่เมย์ “พี่เขาหยิบกระดาษที่จดเอาไว้ส่งมาให้ผม

“เวลามีใครมากดกริ่งหรือเคาะประตู ดูที่มอนิเตอร์ก่อนนะถ้าเมย์ไม่แน่ใจ หรือไม่รู้จักอย่าเปิดให้เขาเข้ามาเด็ดขาด โทรหาพี่ก่อน” พี่เขาบอกผม

“ตอนเที่ยงทำอาหารไปให้พี่ด้วยก็ได้นะ ถ้าเมย์เบื่อลงไปดูห้องทำงานของพี่”

“คุณ….” ผมเรียกพี่เขา “หึ?” “คุณไว้ใจผมได้ยังไง ไม่คิดว่าผมจะหนีเหรอ”

“พี่ว่าเมย์ไม่หนีหรอกพี่เชื่อ” พี่เขาพูดก่อนจะยกนาฬิกายี่ห้อเดียวกับมือถือของเขาขึ้นมาดู

“พี่ต้องลงไปแล้ว”

“ถ้าเมย์จะเดินออกไปเพราะไม่อยากอยู่ พี่ก็ห้ามไม่ได้ ให้เมย์เลือกแล้วกันนะ” พี่ตั้นพูดทิ้งไว้แค่นั้น ก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไป ผมก็ต้องพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ผมเองก็ไม่รู้จักเขา เขาคือใคร แล้วผมจะรักเขาไหม ถ้าให้อยู่ในฐานะแฟนเขา ทั้งที่เรายังไม่ได้ศึกษากันและกันเลย ผมว่านี้มันบ้าชัดๆ ผมรีบหยิบมือถือมากดเพื่อจะโทรหาแม่ปิ่นก่อน

//ฮัลโหล พี่เมย์// น้องสาวผมที่อายุอ่อนกว่าผมสามปีกำลังเรียนพยาบาลอยู่ ชื่อวิว วิวเป็นลูกคนโตของแม่ปิ่น
//วิวแม่ปิ่นละ//
// แม่ปิ่นตอนนี้อยู่โรงพยาบาลค่ะพี่เมย์//
//อะไรนะ แม่ปิ่นเป็นอะไรนะวิว///
//แม่ปิ่นนะเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน หมอบอกต้องผ่าตัดบายพาสหัวใจด่วน//
//แล้วทำไมพึ่งจะบอกพี่ละวิว แม่เป็นไงบ้าง ฮืกๆๆ //
//เมย์ส่งข้อความไปบอกพี่เมย์ก่อนแล้วค่ะ แต่แฟนพี่เขาบอกว่าพี่ไม่ได้เอาโทรศัพท์ไปและแฟนพี่ที่ชื่อพี่ตั้นนะเขาก็รีบโอนเงินมาให้เลยนะ แม่ได้ผ่าตัดวันนั้นเลยพี่เมย์// ผมต้องอ้าปากค้าง เขาโอนเงินให้ทั้งที่เขายังไม่รู้จักครอบครัวผมดีพอเลย แค่น้องสาวบอกว่าแม่ผมป่วยต้องการเงินรักษาด่วน
//พี่ตั้นเขาโอนไปเท่าไหร่วิว//
/สองแสนห้าหมื่นบาทค่ะพี่เมย์ วิวก็ไม่รู้ว่าเงินพี่หรือว่าเงินแฟนพี่นะ แต่มันมีค่ากับชีวิตแม่ของวิวมากนะพี่เมย์//
//และนี่แม่ผ่าตัดแล้วพี่เมย์ แม่ปลอดภัยแล้วพี่เมย์ วิวขอบคุณนะพี่เมย์// ผมก็ต้องอึ้ง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
//ถ้าแม่ไม่ได้เงินพี่เมย์ก็คงต้องส่งไปโรงพยาบาลรัฐและไม่รู้ว่าจะได้ผ่าตัดเลยไหมแต่นี่พอพี่โอนเงินมาให้แม่ได้ผ่าเลย นี่อยู่โรงพยาบาลเอกชนเลยนะพี่เมย์ //
//แค่นี้ก่อนนะคะพี่เมย์ พอดีคุณหมอจะเข้าตรวจแล้วนะ”
//พี่เมย์ อันที่จริงแม่ไม่ให้วิวบอกพี่เมย์นะ แม่ไม่อยากให้พี่เมย์//
//ต่อให้แม่ปิ่นไม่ใช่แม่แท้ๆ ของพี่แต่แม่ปิ่นดูแลพี่มาวิว พี่ต้องตอบแทนซิวิว//
//พี่ก็ทำแล้วไง วิวต้องขอบคุณพี่เมย์ พี่เหมือนให้ชีวิตใหม่แม่ของวิวอีกครั้ง ฮือๆ //
//แค่นี้ก่อนนะพี่เมย์ วิวเชื่อว่าแม่ปิ่นรักพี่เมย์ไม่แพ้พวกเรา บายค่ะพี่เมย์// ผมกดวางสาย และหันไปมองมือถือนั้นแปลว่าเขาโกหก เรื่องมือถือผมที่เขาเปิดไม่ติด ผมนังทานแต่ทานได้น้อย เขาไม่บอกผมเสียด้วยซ้ำว่าเขาโอนเงินไปให้น้องสาวผมรักษาแม่ปิ่น

   ผมจัดการทำความสะอาดห้องพัก เก็บที่นอน ซักเสื้อผ้า รดน้ำต้นไม้ ต้นกระบองเพชร (แคคตัส) เขาปลูกเอาไว้หลายต้นมาก มันน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มแอบคิดในใจไม่น่าเชื่อเลยว่าคนอย่างนายนั้นจะมีโมเม้นน่ารักแบบนี้ด้วย แต่จะว่าไปเขาก็จัดบ้านได้ทันสมัยดีน่ะ
และผมก็ทำอาหารกลางวัน ผมไม่รู้จะทำอะไรดีเลยทำมาม่าผัดขี้เมา ทำแบบที่ผมชอบแล้วกัน กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็แค่โยนทิ้งก็แค่นั้น และผมก็ตัดสินใจเดินออกมาจากห้องพัก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงพอดิบพอดี

   อันที่จริง ตอนนี้ผมก็มีโอกาสหนีแล้วไง ถ้าผมเลือกจะลงไปชั้นหนึ่งและวิ่งออกไป โบกรถแท็กซี่ซักคันไปบ้านแม่ปิ่นหรือไม่ก็พักบ้านเพื่อนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมันก็ได้ และเขาก็คงไม่ตามผมกลับมาหรอกผมคิดว่า ผมอยู่ในลิฟต์โดยที่ผมยังไม่ได้กดเลือกชั้นที่จะลงแต่ลิฟต์ก็เลื่อนลงน่าจะมีคนเรียกใช้จากชั้นล่างสุด ผมควรจะอยู่หรือไป (แต่ว่าเขาช่วยแม่บุญธรรมผมเอาไว้) (แล้วถ้าผมเลือกที่จะอยู่เป็นแฟนเขาละ ผมจะรักเขาได้เหรอ) (และถ้าวันที่ผมรักเขาไปแล้วล่ะ แล้วเขารู้ว่าผมเคยทำอะไรมาเขาจะรับผมได้ไหม)

TBC...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 12:23:17 โดย Alessa »

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2646
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
    EP.8 ผมกลายเป็นอาซอ(รีไรท์)     


             Part’s เมธานินท์ อันที่จริง ตอนนี้ผมก็มีโอกาสหนีแล้วไง ถ้าผมเลือกจะลงไปชั้นหนึ่งและวิ่งออกไป โบกรถแท็กซี่ซักคันไปบ้านแม่ปิ่นหรือไม่ก็พักบ้านเพื่อนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันมันก็ได้และเขาก็คงไม่ตามผมกลับมาหรอกผมคิดว่าแต่ พอผมเหลือบมองลิฟต์มันลงมาถึงชั้นที่เก้าแล้วผมยังไม่ได้กดเลือกชั้นที่จะลง ตอนนี้ผมกำลังสับสนจนสุดท้ายผมก็ ต้องเลือก

“ตื้ด!” ผมเลือกกดชั้นที่ 8 และประตูลิฟต์ก็เปิดออก ชั้นนี้เงียบมาก มีป้ายติดเอาไว้ว่าเป็นสถานที่ส่วนบุคคล ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ผม
ออกมายืนแบบงงๆ ผมเห็นป้ายบอกว่าไปออฟฟิศ สำนักงานบริษัทเขียนและออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ Friends Group

   ก๊อก ก๊อก ก๊อก ผมเคาะประตูห้องที่บอกว่าสำนักงาน ก่อนจะหันไปมองห้องด้านหลังเหมือนห้องพักทั่วไป

“สวัสดีครับ” ผมหันมามองคนที่เดินมาเปิดประตู เขามองผมเหมือนจะรู้จักผมแต่ผมไม่รู้จักเขา

“เออ ผม ผม”

“มาหาเฮียตั้นเหรอครับ มาส่งข้าวส่งน้ำซะด้วย เชิญครับ เฮียแกรออยู่ ป่านนิ้วหิวตาลายแล้วมั้งครับ” พี่ที่นั่งอยู่เขาพูดหน้าตาออกแนวตี๋ๆชัดเจน ผมก็เดินเข้ามา และสิ่งที่ทำให้ผมอึ้งจนก้าวขาไปต่อไม่เป็น เพราะว่ามีสายตาไม่รู้กี่คู่หันมามองผมเป็นตาเดียวกันหมด ในห้องนี้มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่องเลย และมีคนนั่งทำงาน มีทั้งชุดนักศึกษา แต่ส่วนใหญ่ เป็นเสื้อช็อปกันทั้งนั้น ผมพอจะเดาเลยว่า เป็นเด็กวิศวะแน่นอน มีอีกสามคนที่สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนหันมามองผมเช่นกัน และทุกสายมองผมจ้องมาทางผมกันแบบนี้ผมจะก้าวเท้าต่อไปได้ยังไง ผมหยุดยืนถือจานมาม่าผัดเอาไว้ วิ่งหันหลังกลับไปดีไหมว่ะเมย์ และที่ผมอึ้งมากคือสิ่งที่ผมคิดกับสิ่งที่ผมเห็นมันต่างกันโดยสิ้นเชิง

(ก็แน่ล่ะภาพในหัวผมก่อนจะเข้ามาในห้องนี้ ผมคิดว่าคงต้องมีคนนั่งทำงานในออฟฟิศสำนักงานทั่วไป ใส่เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค ถ้าผู้หญิงก็สวมชุดทำงาน กระโปรง หรือกางเกงที่สุภาพแต่นี่เหมือนผมหลุดไปยืนอยู่ในตึกอุตสาหกรรม)

1 นาที ผ่านไป......
2 นาที ผ่านไป....
3 นาที กำลังจะผ่านไป........ (ผมคิดว่าถ้านาทีที่สี่นี่ผมควรจะเป็นฝ่ายวิ่งออกไปแทน)

“อ้าว! ตกใจกันทำไมละครับ ยกมือไหว้อาซ้อซิมึง นี่แฟนเฮียตั้นเขา!”

“หวัดดีครับอาซ้อ” “หวัดดีค่ะ อาซ้อ” ทุกคนที่นั่งอยู่พากันยกมือไหว้ผมกันทุกคน ผมก็ยกมือรับไหว้ทั้งจานข้าวนั่นแหละครับด้วยอาการตกใจไม่แพ้กัน ผมหันกลับมามองคนที่แนะนำตัวให้ผม ผมไปเป็นอาซ้อตอนไหนไม่ทราบ

“เออ แล้วกูสามคนละว่ะต้องไหว้น้องเขาไหมวะ” อีกสามคนที่นั่งจับกลุ่มกันอยู่ ถามพี่คนที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม เขาหันมายิ้มให้ผม

“มึงสามคนไม่ต้องไหว้ครับ” พี่คนที่บอกให้น้องเขาไหว้ผมหันไปบอกอีกสามคนที่ดูแล้วน่าจะรุ่นพี่แถมไม่ได้ใส่เสื้อช็อปทำงานเหมือนคนอื่นสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนแบบสบายๆ “ค่อยยังชั่วหน่อย” อีกคนที่นั่งเอาแขนพาดเก้าอี้อยู่หน้าคอมพูด

“แต่มึงสามคนไปเอาพานพร้อมกับธูปเทียนแพรมากราบขอขมาน้องเขาแทนครับมึงครับ” พี่คนนั้นพูดผมก็สะบัดหน้าไปมองหน้าเขาเอามาทำไม

“เว้ย!!” อีกสามคนร้องอุทานออกมาพร้อมกัน

“น้องเขาจะให้พวกกูกราบหรือเขาจะถีบยอดหน้าพวกกูเอาละครับ” พี่อีกคนพูด

“ไอ้สามตัวนี่แหละครับมันคือคนร้าย พี่ช่วยชี้ตัวคนร้ายนะครับ วันนั้นน้องคงจำไม่ได้เนอะ! พี่จำมันได้ จำได้ดีเลย ไอ้คนนั้นมันเป็นคนขับ “ผมหันมามอง นั้นแปลว่าสามคนนี้ใช่ไหมที่ไปลักพาผมมานะ

“ไอ้คนที่ยืนข้างๆ น้องนั้นนะครับ มันโป๊ะยาสลบครับผม ไอ้นี่แหละเชี่ยที่สุด!” ผมสะบัดหน้าหันกลับมามองคนข้างๆ ผม “อู้ย!!!” พี่เขาสะดุ้งก่อนจะยกมือขึ้นเกาหัวตัวเอง

“พี่ไม่ได้อยากทำน่ะ ไอ้เฮีย! ในห้องนะมันสั่งพี่ครับ จริงๆ พี่เป็นคนดีครับผม จริ้ง!!!” ผมก็มองหน้า ใช่เหรอ? เสียงสูงแบบนี้พี่น่าจะรู้ตัวเองบ้างแหละมั้งว่าเป็นคนดีจริงหรือเปล่า แต่มันก็ผ่านไปแล้ว โวยวายไปความบริสุทธิ์ผมก็ไม่ได้คืนมาอยู่ดี

“ไอ้สนทีน!!!” พี่เขาแอบหันไปยกนิ้วกลางให้เพื่อนเขา

“เฮียตั้น!! แฟนเอาข้าวมาส่งครับผม!!” พี่เขาตะโกนบอกพี่ตั้นให้ผม

“เข้ามาในห้องเลย” เสียงตะโกนแบบทุ้มๆ นุ่มๆ ดังออกมา คนที่ตะโกนถามให้ก็หมุนเก้าอี้มาผายมือให้ผมเดินเข้าไป ห้องที่ถูกกั้นแยกไว้ต่างหาก ผมเดินเข้าไปก็เห็นผู้ชายที่นั่งทำงานดูท่าจะยุ่งวุ่นวายน่าดู มีคอมพิวเตอร์สองเครื่องติดกัน และมีโน้ตบุ้คเครื่องบางเฉียบวางอยู่ด้านหลัง แฟ้มเอกสารมากมาย ผมเดินไปหยุดอยู่ด้านข้าง

“นึกว่าจะให้พี่อดข้าวเที่ยงซะอีก” พี่เขาหันมาพูดกับผม

“ไม่คิดว่าผมจะวิ่งลงไปเรียกแท็กซี่และไปจากคุณหรือไง” ผมถามเขา

“ก็พี่ให้ทางเลือกไงครับ แล้วคำตอบเราว่าไงล่ะ” พี่เขาหันมาถามผม ก่อนจะหมุนเก้าอี้มามองผมเต็มๆ กอดอกพร้อมส่งยิ้มผมยอมรับว่าถ้าเขาไม่ใช่คนที่กระทำแบบนั้นกับผม คงได้ตกหลุมรักบ้างละ แต่ผมต้องใจแข็ง

“ก็คุณ” ผมพูด

“เรียกพี่ไม่ได้เหรอครับ พี่ชื่อตั้นครับน้องเมย์ หรือว่าจะเรียกพี่ว่าเฮียก็ได้นะครับ”

“พี่โอนเงินให้น้องสาวผมเอาไปรักษาแม่ผมเหรอครับ…พี่ตั้น?”

“เออ…. ใช่ครับ และพี่ก็เอามือถือเรามาชาร์จและมันเปิดเครื่องพอดีก็มีข้อความเข้ามาและไม่ได้รับสายเยอะมาก พี่เลยส่งข้อความคุยก่อนและเขาบอกว่าแม่ปิ่นเราต้องการผ่าตัดบายพาสด่วน”พี่ตั้นพูด

“พี่ทำแบบนั้นทำไมครับ พี่ไม่รู้จักผมเลย พี่รู้ได้ยังไงว่านั้นจะไม่ใช่เรื่องโกหก เขาอาจจะเป็นนกต่อของผมก็ได้”

“ถ้าใช่พี่ต้องยอมรับแต่พี่จะเสียใจมากกว่าถ้าพี่ปฏิเสธไปทั้งที่พี่ช่วยได้และพี่เชื่อว่าเมย์จะเสียใจมากกว่าพี่อีก เพราะพี่เองก็เคยเสียแม่พี่ไปเมย์” พี่ตั้นพูด ผมเพิ่งจะทราบว่าแม่เขาเสียไปแล้ว

“ผม…”

“เงินเดือนล่วงหน้าของเมย์” พี่เขาชิ่งพูดซะก่อน

“คราวนี้รับข้อเสนอพี่หรือยังครับ”

“ผม…คงไม่มีตัวเลือกอื่นแล้วมั้งครับบอส!”

“ห้ามเรียกบอส ให้เรียกพี่ตั้นหรือเฮียตั้น หรือที่รัก แค่นี้น่ะ ห้ามเรียกบอส” พี่เขาหันมาสั่งผม ผมแอบหันไปทำปากมุบมิบ

“นินทาเดี๋ยวจับทำโทษเลย ทำแบบที่แฟนเขาทำกัน จับหอมแก้มโชว์เด็กๆ ที่ทำงานเลยดีไหม” พี่ตั้นพูดโดยไม่ได้หันมามองหน้าผมมีแค่เหลือบตามามองผมแว๊ปหนี่งแค่นั้น ผมเลยต้องยืนหลุบตามองพื้นแทนเดี๋ยวโดนทำโทษอายตายเลย

“ว่าแต่ทำอะไรมาให้พี่ทานครับ ดูน่าทานจัง หอมด้วย เห็นแล้วท้องร้องเลย” พี่ตั้นเขาพูด ผมวางจานลงตรงที่วางบนโต๊ะทำงาน

“เอาเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ พี่ซิครับ” พี่ตั้นเขาพูด ผมก็หันหลังไปมองหาเก้าอี้แต่ผมก็ต้อง ชะงักตกใจ ก็ห้องทำงานพี่เขาเป็นกระจกใส มีคนคนมายืนส่อง เน้นว่าส่อง เอามือป้องกันเป็นแถวเพื่อดูผมกับพี่ตั้นเหรอ แต่จู่ๆทุกคนก็พลุบหายไปในทันที พอผมหันกลับมามอง เพราะไอ้พี่ตั้นมันนี้เอง พี่เขาส่งนิ้วกลางไปให้และผมก็ลากเก้าอี้มานั่ง

“ป้อนพี่หน่อยซิ พี่ยุ่งอ่ะ งานพี่เร่ง แต่พี่ก็หิว” พี่ตั้นพูด

“แล้วทำไมไม่นั่งทานให้ดีดีละ ทานไปทำงานไปด้วย มันดีตรงไหนละ งานยุ่งนะเข้าใจแต่สุขภาพมันไม่สำคัญหรือไง” ผมถามขึ้น พี่เขาหันมามองหน้าผมอ้าปากค้าง

“เออ ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจ” ผมรีบพูด ปากไว้ไปไหมผมนี่

“แม้เมียเป็นห่วง ดีใจต่างหาก” พี่เขาพูดพร้อมกับหันมายิ้มให้ผมและหันมาจับลากเก้าอี้ที่ผมนั่งให้เลื่อนเข้าไปใกล้พี่เขาอีกจนเบียด

“ป้อนหน่อยซิ พี่อยากให้ป้อน” พี่เขาพูดและยืนใบหน้าหล่อๆ มาใกล้ชิดผม

“ป้อนหน่อย” พี่ตั้นพูดและจับมือผมไปจับช้อนผมก็คงต้องจำใจป้อนแหละ คนตัวโต โตซะเปล่าจริงๆ

“อืมม อร่อย เปิดร้านอาหารเลยไหม” พี่ตั้นพูด ผมหันมา “ประชดก็พูดมา” ผมพูด

“อ้า” อ้าปากรอด้วยผมก็ป้อนอีก

“เมย์ทานหรือยัง”

“ผม… ผม…”

“แทนตัวเองว่าเมย์ได้ไหม พี่ว่ามันน่ารักดี” พี่ตั้นพูด ผมหันมามอง

“ก็เรายังไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” ผมพูด

“เออ โอเค” ผมหันไปเห็นสีหน้าคนตัวโต เหมือนกับว่ามันเสียใจ

“ตกลงทานมาหรือยังครับ”

“ผมยังไม่หิวเลยยัง”

“หมับ!” และจู่ๆ พี่เขาก็ตักอาหารใส่ช้อนที่แย่งผมไปถือเอาไว้ก็มาจ่อที่ริมฝีปากผม

“พี่ป้อนไง เราผลัดกัน ถ้าไม่กินนี้แปลว่าเราใส่อะไรที่หวังจะฆ่าพี่ลงไปแน่ๆ” พี่ตั้นพูดเขาเลิกคิ้วสูง

“ไม่ได้ใส่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นน่ะ” ผมพูด พี่เขาเลิกคิ้วมองผม ผมจำใจต้องอ้าปากงับและค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ แต่จะว่าไป ไม่มีรสชาติอะไรเลย

“ไม่อร่อยเลยอ่ะ ผมว่าพี่ไปสั่งอาหารแทนดีกว่า” ผมพูดและทำท่าจะแย่งจานคืนมา

“หมับ” พี่เขาคว้าเอาไว้ “อาหารคนในบ้านทำให้ต้องอร่อยอยู่แล้วเพราะคนในบ้านนะคือคนสำคัญและมันไม่ได้อร่อยจากเครื่องปรุงรสแต่มันอร่อยเพราะว่าตั้งใจทำให้ต่างหาก” พี่ตั้นพูด ผมก็มองเขาแอบว่าอึ้งได้อีก ฝ่ามือนั้นก็โอบเอวผมเข้าไปหาเขาเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้ผมกับไม่ต่อต้านหรือตัวสั่นเหมือนที่ผ่านมา

“ตั้น….” เสียงใครสักคนเรียกพี่ตั้น จนผมก็ต้องหันไปมองพร้อมกับพี่ตั้น ผมจำได้ดีคนที่ขึ้นไปบนห้องพี่ตั้น เหมือนกับว่าเขาไม่พอใจเรื่องผม

“มีอะไรคิน” พี่ตั้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“นี้ต้องลงมา ป้อนกันถึงที่นี่เลยเหรอ”

“แฟนกัน ก็ลงมาดูแลเป็นเรื่องธรรมดา มึงไปไหนกันมากับไอ้ธีมล่ะ”

“กูไปหาอะไรทานกันมาและไอ้ธีมมันก็แวะซื้อกาแฟมาเลี้ยงน้องๆ”

“กูก็ซื้ออาหารกลางวันมาให้มึงแต่มึงคง”

“มีแล้ววะ”

“เออ” น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจก่อนจะหันหลังและพี่คนนั้นก็เดินออกไปทันที เขาไม่หันมามองผมสักนิดแม้กระทั่งหางตาก็ไม่มี ผมหันมามองพี่ตั้น

“อย่าไปถือสามันเลยไอ้ภาคินน่ะ มันเป็นเพื่อนที่พี่รัก และเพื่อนคนแรกที่พี่มีตอนที่พี่ย้ายมาจากอเมริกา “พี่ตั้นพูด

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่กวนพี่ดีกว่าผมขึ้นไปบนห้องดีกว่าครับพี่ตั้น “ผมพูดและรีบลุก

“จะไปแล้วเหรอ”

“ครับ เพราะว่าดูแล้วพี่คงยุ่ง”

“เอาไว้คุยกันหลังจากพี่เลิกงานจะดีกว่า “ผมและรีบลุกขึ้นแต่พี่ตั้นเดินออกมาพร้อมกับผมที่ด้านนอก พี่คนที่ออกมาจากห้องเมื่อสักครู่นั่งอยู่เขาหันมามองหน้าผม และเบือนหน้าหนีทันที

“แป๊ะๆ” เสียงปรบมือจากพี่คนที่เดินไปเปิดประตูให้ผม “ฟังเฮียตั้นมีเรื่องแจ้งวันนี้ สำหรับคนที่มาและคนที่ไม่มาก็ฝากไปบอกกันเองด้วยนะ…เชิญครับเฮีย”

“ปึก! กาแฟมาแล้วว่ะ เฮียเขาใจดีให้พี่ซื้อมาเลี้ยง” ทันใดนั้นก็มีคนเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถุงกาแฟ ที่หิ้วมาหลายแก้วเลย และมีคนหิ้วมาส่งมันด้วย ก่อนจะเดินออกไป ไอ้ธีมมันหันมามองหน้าผมและมันก็ต้องชะงักที่เมย์

“เออ…เดี๋ยวนะ ไอ้บอสครับ คนข้างๆ มึงใครครับนั้น”

“นั่งลงครับไอ้หุ้นส่วน ท่านประธานใหญ่จะกล่าวโอวาท” ไอ้เปรมดิ์มันพูดผมหันเห็นพี่ตั้นแกแอบส่งนิ้วกลางให้เพื่อนอีกแล้ว

“เอาละวันนี้เฮียจะบอกว่า เฮียมีแฟนแล้วนะ ชื่อพี่เมย์ “พี่เขาพูดดูท่าเด็กๆ ทำงานที่นี้จะเชื่อฟังพี่ตั้นกันมากเรียกว่าให้ความเคารพเลยทีเดียว

“วี้ดวิ้ว” “อาซ้อ!!” ผมหันมามองพี่ตั้น ว่าผมไม่ใช่อาซ้อ (เมียเฮียก็ต้องเรียกอาซอ) พี่เขาหันมากระซิบ (แต่ผมไม่ใช่ผู้หญิง!!) ผมพูดลอดไรฟันขาวๆ ของผมกับพี่ตั้น(ยอมรับเถอะเพราะว่าน้องเขาเรียกพี่ว่าเฮียแล้วเมย์จะเหลือเหรอ ก็ต้องอาซ้อ)พี่ตั้นก้มลงกระซิบกับผม ผมก็เหลือกตาขึ้นบน

“คนนี้น่ะหรือครับที่มึง…. หมับ!” ขณะที่พี่คนที่มาทีหลังสุดกำลังพูดก็มีคนที่นั่งใกล้ที่สุดปิดปากไว้ซะก่อน

“และต่อไปมีอะไร คนที่ตัดสินใจแทนเฮียได้คือพี่เมย์น่ะ ถ้าพวกพี่ๆ ในนี้ไม่อยู่ มีอะไรโทรไปถามพี่เมย์แต่พี่เมย์จะลงมานั่งช่วยเฮียทำงานบ้าง แต่ไม่ตลอดเวลา เพราะว่า…”

“หน้าที่หลักพี่เมย์คือดูแลเฮีย” อันนี้พี่ตั้นเขาหันมามองผม ผมก็หันหนี ไม่รู้เขินหรือเปล่าน่ะ ถามตัวเอง

“อะไรวะ มึงให้น้องเขา” มีคนลุกขึ้นยืนทำท่าจะค้านแต่มีคนมากระฉากออกไปซะก่อน ผมหันมามองพี่ตั้น

“ตอนเย็นพี่ขึ้นไปคุยน่ะ ล๊อคห้องด้วยนะ พี่ไปถึงแล้วจะกดกริ่งเรียกเอง” พี่ตั้นกระซิบบอกผม ผมก็มองว่าผมไม่เข้าใจอ่ะเกิดอะไรขึ้น

“เดี๋ยวพี่เคลียร์งานแล้วพี่จะขึ้นไป “พี่ตั้นพูดพร้อมกับดันผมออกและเดินออกมากับผมทันที เขาเดินมาส่งผมจนถึงลิฟต์ ทันทีที่ลิฟต์เปิดผมก็เดินเข้าไปอย่างงงๆ งงตัวเอง ผมหันมามองพี่ตั้นก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลงช้าๆ มันเหมือนภาพสโลโมชั่น รอยยิ้มพี่เขามันกลับทำให้ภาพวันนั้นค่อยๆเลือนหายไป

“ปึก” ผมกดปุ่มเพื่อให้ลิฟต์เปิด และสิ่งที่ผมเห็นคือพี่ตั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองผมด้วยสีหน้าตกใจและแปลกใจทำไมผมยังกดให้ลิฟต์เปิดอีก

“พี่จะขึ้นไปทานอาหารเย็นกับผมหรือเปล่าครับ ผมจะได้รอพี่” ผมถามพี่ตั้นด้วยน้ำเสียงเนิบๆ

“ครับ พี่จะเลิกเร็วนะวันนี้ เมียชวนทานข้าว” พี่ตั้นพูดพร้อมกับเกาที่ท้ายถอย ผมกับทำปากยู่เลย" แม้เมียชวนทานข้าว" ฟังแล้วเขินชะมัด เขินทั้งที่ยังไม่เป็นอะไรกันเลยนี่น่ะผม เป็นเอามาก และที่บอกเขาไปว่าไม่รู้ว่าผมจะรักเขาไหม สงสัยว่าอาจจะรักมั้ง (คิดดังๆในใจ)
******
   Part รชานนท์ ผมเดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนขึ้นบนใบหน้า ก็คนตัวเล็กเขาถามผมว่าผมจะกลับไปทานอาหารเย็นกับเขาไหม ถ้าไปเขาจะรอผม ไม่ยิ้มดีใจได้ยังไงละ ผมเดินกลับมาจะช่วยกันตรวจทานงานอีกรอบและจะได้ทำไปพรีเซนต์ให้กับเจ้าของโรงแรมดัง

“ไอ้ภาคินกับไอ้ธีมละวะ” ผมถามอาร์ม มันนั่งเอามือเท้าคางอยู่ ตอนนี้เด็กๆ กลับไปกันหมดแล้ว เหลือแต่พวกเพื่อนๆ ผม

“ไอ้ธีมมันคงพาไปแรดที่ไหนนะ แก้เฮิร์ท “ไอ้อาร์มพูดพร้อมกับเหลือกตาขึ้นมามองผมว่าผมน่ะคือตัวต้นเหตุที่ทำให้มันเฮิร์ท กวนผมได้อีกไอ้นี่ แต่ผมเลือกที่จะกลับเข้าไปนั่งทำงานของผมต่อจะได้เสร็จเร็วๆ ส่วนพวกไอ้เปรมดิ์มันก็ทำส่วนของพวกมันไป ผมนั่งทำไปได้สักพัก

"เฮีย พวกผมกลับกันก่อนนะครับ พรุ่งนี้ผมมีสอบกัน และผมจะมาอีกทีวันที่เฮียบอกให้ไปช่วยงานโรงแรมนะครับเฮีย"เด็กที่มาทำงานกับผม ผมหันไปพยักหน้า

" เงินเข้าแล้วนะครับเฮีย ขอบคุณครับ" เด็กที่มาทำงานกับผม

"เฮียหนูไปก่อนนะคะ หวัดดีค่ะเฮีย" คนนี้ออกทอมๆ ผมพยักหน้า เด็กที่มาทำงานผมจะสั่งห้ามพวกเพื่อนๆผม กระทำการไม่ดีกับน้องๆ มันเด็ดขาด พวกมันก็รับปากเพราะมารู้ทีหลังว่าน้องมันเป็นดี้ครับแถมมันยังต่อยผู้ชายปากแตกมาแล้วพวกเพื่อนผมเลยไม่กล้าแม้แต่จะแซวเลย ฮาๆ ผมนั่งทำงานต่อจนสักพักก็ออกมาเห็นพวกเพื่อนๆ ผม มันกำลังตั้งวงเหล้ากันอีกแล้ว

“ไหนพวกมึงบอกจะกลับบ้านกันกินเหล้าแล้วขับมึงจะซวยเอา” ผมออกมาพูดเตือนด้วยความหวงใย ผมห้ามปรามพวกมันตลอดเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้พวกมันเกิดอุบัติเหตุ

“กูกินกันคนละแก้วสองแก้ว ไม่ให้เมาหรอกน่ะ “ไอ้เปรมดิ์พูด แต่ก็จริงนะ ขวดนี้เปิดมานานมันยังไม่หมดเลย นับว่าพวกมันยังฟังผมบ้าง แต่ถ้าไปผับนี้ ผมไม่กล้าดื่มเยอะปล่อยพวกมันดื่มกันหนักๆไป ผมจะได้พากับกลับบ้านอย่างปลอดภัย ผมก็นั่งเปิดคอมไอ้ทีนดู ไอ้ทีนมันชงให้ผมแก้วหนึ่ง

“ตัวช่วยคืนนี้เพื่อแบบว่าจะได้…. อื้มมมม” ไอ้ทีนพูด ผมหันไปยกนิ้วกลางให้แต่ก็รับแก้วเหล้ามากระดกดื่มนิดๆ

“ไอ้กอล์ฟละวะ” ผมถามเพราะว่าไม่เห็นมันในห้อง

“อ้อนเมียมันอยู่หลังบ้าน” ไอ้ทีนพูด หลังบ้านนี้คือตรงที่มีระเบียง ผมพยักหน้า

“ปึก” เสียงประตูห้องทำงานเปิดออก ผมหันไปมองกัน คนที่เปิดเข้ามาคือเด็กหนุ่มหน้าตาตี๋ๆ ผมพอจำได้ว่าเด็กคนนี้เป็นเพื่อนกับไอ้ปอมแต่ไอ้ปอมมันบอกผมว่ามาไม่ได้หลายวันมีสอบแต่นี้น้องมันมา หรือว่ามันไม่รู้กันแน่ พวกผมหันไปมองด้วยความสงสัย

“น้องมาหาใครอ่ะครับ เขากลับกันไปหมดแล้ว” ไอ้เปรมดิ์มันถาม

“เออ ผมมา …หา…. หา…. หา”น้องมันพูดพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆห้องทั้งที่เก้าอี้ทุกตัวว่าวเปล่าหมดแล้ว

“ไม่ต้องหาแล้ว หาอยู่นั่นแหละ กลับไปนึกมาก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ว่ามึงจะหาอะไร” ไอ้อาร์มมันชิ่งพูดตัดหน้าน้องทันที

“ผมมาหา พี่…กอล์ฟ!” มันไม่พูดเปล่ามันชี้ไปด้วย คนที่เดินเข้ามาพอดี

“พล้วด!!” ไอ้เปรมดิ์กับไอ้ทีนที่กำลังกระดกแก้วเหล้ามันพ่นออกมาทันที

“อ้าวเฟย์มาแล้วเหรอ นั่งลงดิ “ไอ้กอล์ฟมันบอกให้น้องมันนั่งข้างๆ เครื่องคอมที่มันใช้ทำงาน ผมก็เฉยๆ เห็นมันมาคลุกด้วยกันบ่อย

“เดี๋ยวน่ะ ไอ้น้อง นี้มึงมาหาไอ้กอล์ฟมันเหรอวะวันนี้” ไอ้เปรมดิ์

“ใช่ครับพี่ พอดีผมกำลังทำโปรเจ็คโปรแกรมประยุกต์ส่งอาจารย์ปรมัธ มันยากนะครับผมเลยต้องให้พี่กอล์ฟช่วยนะครับ” น้องเขาตอบมา ผมพยักหน้าพวกไอ้เปรมดิ์มันก็พยักหน้า ผมทำท่าจะลุกไปดูงานต่อในห้อง

“เฮ้ย!” ไอ้เปรมดิ์มันร้องทักก่อนจะหันมามองไอ้กอล์ฟ ไอ้กอล์ฟมันก็เลิกคิ้วแต่มันก็หันไปลากเก้าอี้มาให้เฟย์นั่งลง น้องก็ว่าง่ายก่อนจะวางกระเป๋าเป้ไว้ด้านข้าง

“มีอะไรวะไอ้เปรมดิ์” ไอ้อาร์มถามไอ้เปรมด์ที่หันไปมองคุ่นั้นอยู่นั่นแหละ

“มึงว่าไอ้ตี๋นี้มันคิดอะไรกับไอ้กอล์ฟไหมวะ “ไอ้เปรมดิ์มันถามแบบกระซิบกับพวกผม ผมหันมามองหน้ามัน ผมส่ายหน้า

“และไอ้กอล์ฟนี้มันก็แอบคิดอะไรกับไอ้ตี๋ด้วยหรือเปล่า” ไอ้เปรมดิ์มันพูดกลับอีก

“มันมาคลุกกับไอ้กอล์ฟและมาช่วงเย็นๆ ค่ำๆ แบบนี้ แถมมาค้างกับไอ้กอล์ฟอีก” ไอ้เปรมดิ์พูด ผมก็ทำท่าคิดและก็สั่นหัว มีเด็กค้างที่นี้เยอะแยะไป บางทีห้องไม่พอก็ไปค้างห้องไอ้กอล์ฟเพราะว่าแฟนไม่อยู่

“มันจะคิดอะไรไอ้กอล์ฟมันมีเมีย มึงก็คิดเรื่องของชาวบ้านเขามากไป” ไอ้ทีนพูดผมหันมาแตะมือว่ะ

“มึงชมว่ากูเสือกเรื่องของชาวบ้านใช่ไหมครับไอ้สนทีนครับ!” ไอ้เปรมดิ์หันมาถามไอ้ทีนทันที

“ก็มันบอกอยู่ว่าให้ไอ้กอล์ฟช่วย น้องมันก็คงเห็นว่าไอ้กอล์ฟมันเก่งเรื่องการเขียนโปรแกรม “ผมพูดและทำท่าจะเดินเข้าไปในออฟฟิศ

“น้องมาค่ำๆ แบบนี้กลับบ้านไงวะ ให้พวกพี่รอเปล่ากลับพร้อมกันจะได้ไปส่ง” ไอ้ทีนมันถาม

“ไม่เป็นไรครับ ผมเตรียมเสื้อผ้ามาค้างเลยครับ พรุ่งนี้ผมมีเรียนบ่าย” น้องเขาหันมาตอบ

“อู้ยย!!!” ไอ้เปรมดิ์กับไอ้อาร์มมันร้องออกมาพร้อมกัน

“ร้องทำไมว่ะมึง” ไอ้กอล์ฟมันหันมาถาม

“เตรียมพร้อมขนาดนี้ มึงวางแผนมาเลยไหมครับไอ้หน้าตี๋” ไอ้เปรมดิ์พูด และทำท่าจะลุก

“กลับแล้วเหรอมึง” ผมถามไอ้เปรมดิ์   มันหันมามองผมที่ยืนยิ้มที่มุมปาก มันคงเข้าใจว่าผมประชดมันอยู่ประมาณว่าไม่อยู่เสือกเรื่องชาวบ้านต่อเหรอประมาณนี้

“เอกลับแล้ว!" ไอ้เปรมดิ์มันตอบผม "กูรีบกลับว่าที่ศรีภรรยา เลิกเรียนแล้วต้องรีบไปรับครับ ก่อนน้องนางจะมีโชว์ภาคเจ้าแม่กาลี ใส่กู “ไอ้เปรมดิ์พูด

” ไปก่อนเลยกูกลับพร้อมกับไอ้ทีนว่ะ วันนี้ไม่รีบอยู่คนเดียว”

“ไม่นอนนี้ว่ะไอ้อาร์ม”

“ไม่เอาดีกว่าว่ะ กลับหอกูมั้ง รกแล้วเนี่ยะ! วันก่อนเมียมาบ่นฉิบหาย จะกลายเป็นหมีกินผึ้งอยู่แล้ว” ไอ้อาร์มพูด ผมก็เดินเข้าห้องทำงานต่อดีกว่าที่ผมจะต้องนำไปพรีเซนต์ให้พี่ปฐวีร์ดูก่อนเพื่อว่าต้องมีแก้ไข และผมก็จะได้ขึ้นห้องพักเร็วกว่าทุกวัน วันนี้ว่าที่แล้วกันเพราะเหมือนกับว่าผมต้องเริ่มขอความรักน้องเขาใหม่ หรือเรียกง่ายว่าขอเป็นแฟนกันใหม่ ว่าที่คุณภรรยารอทานข้าวเย็นกับผม

   ผมนั่งดูจากรูปถ่ายของพี่ปฐวีร์ พี่เขาดูดีมากจริง ๆ ดูมีเสน่ห์ผมว่าทั้งเพศตรงข้ามและเพศข้างเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมคิดนั้นคือ คำพูดของวิว ที่ผ่านมาใครช่วยเรื่องเงินกับเมย์มาตลอดพี่ปฐวีร์เหรอ แล้วเขาช่วยเพื่ออะไรถ้าไม่หวังสิ่งตอบแทนหรือว่าเขากับเมย์จะ แค่คิดทำไมผมถึงได้กำมัดแน่นได้ขนาดนี้ ผมหึงแล้วใช่ไหม ปกติไม่เคยหึงใครเลย มีแต่คนมาหึงผมกันทั้งนั้น

TBC
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 18:31:25 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ Alessa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
EP.9 พี่คงสู้เขาไม่ได้(รีไรท์)

                Part's รชานนท์ ผมมีนัดคุยเรื่องโปรแกรมที่ผมเขียนให้กับพี่ปฐวีย์ แต่ภาวนาขออย่าให้เจอพี่ปริมเลย และวันนี้ผมไปกันครบชุดเลย แต่ที่ออฟฟิศผมจะน้องๆ ที่เรียนมาอยู่ทำงานแทนและแฟนของเปรมดิ์ก็จะมาช่วยด้วย วันนี้วันพิเศษ ก็ได้ไปคุยกับผู้บริหารโรงแรมเองก็ต้องแต่งแบบจัดเต็มไปหน่อย ใส่สูทผูกไทค์ ปกติไม่เคยผูกเลยจริงๆ นอกจากออกงานใหญ่ คือต้องใหญ่จริงๆ แต่ว่าตอนนี้ผมกำลังหงุดหงิด ยิ่งผูกก็ยิ่งหงุดหงิด

“พี่ตั้น ทำอะไรอยู่นะครับ” ผมหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนมองผมอยู่

“ผูกเนกไทค์ไงครับ พี่นี่เกลียดเวลาผูกไทค์ที่สุด “ผมพูดโดยไม่ได้หันไปมองตัวเล็ก ผมยอมรับว่าเวลาไปออกงานและพี่ปริมมานอนกับผมเขาจะเป็นคนผูกให้ผมตลอด

“ไหนขอผมดูหน่อยได้ไหมครับ” เมย์เดินมาหาผม ผมก็หันไปหาเมย์ ไปยืนตรงหน้าเขา เมย์เขาปลดเนกไทผมและจัดการคล้องให้ผมใหม่อีกครั้ง ผมยืนมองใบหน้าหวานๆของเมย์ที่ไม่มีเครื่องสำอางใดๆ แต่ว่ามันหาได้ทำให้ผมอยากจะละสายตา ยิ่งมองจ้องนานแค่ไหน ก็ยิ่งห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่ผมบอกเขาไว้แล้วว่าถ้าเมย์ไม่ให้ผมก็จะไม่ทำ ต้องฝืนกลืนน้ำลายตัวเองลงคอไป

“หมับ” เมย์ผูกเสร็จพอดี และจัดแต่งให้ผมเรียบร้อย เรียกว่าดูดีทีเดียว

“ผูกเป็นด้วยเหรอครับ” ผมถาม

“มีคนสอนผมผูกครับผมเลยจำเขามาอีกที” เมย์พูด ผมก็มองดูท่าจะผู้ชายมั้ง ที่สอนมา แม้ผมเองก็ผ่านมาเยอะแยะผู้หญิงนะ

“ทานอาหารก่อนไหมครับ พี่ตั้น” เมย์ถามผม ผมพยักหน้า และหันไปเช็กเนกไทของตัวเองมันสวยและดูเรียบร้อย

“เมย์” เรียกเมย์เอาไว้เขาหันมามองหน้าผม

“ฟ้อด!!” เสียงหอมแก้มจากผมอย่างรีบร้อนและรีบเดินออก

“รางวัลครับ” ผมพูดแต่คนที่ยืนอยู่เอามือลูปแก้มตัวเองไปมาไม่รู้ว่าเมย์เขาเขินหรือว่าโกรธผมกันแน่ ก่อนจะเดินกลับมาจัดการอาหารเช้าให้ผม มีไข่ดาวสองฟอง ผักสลัดและอะโวคาโด เสิร์ฟพร้อมกับกาแฟเขาใช้นมอัลมอนด์ด้วย (แม่ผมชอบให้ผมชงกาแฟใส่นมอัลมอนด์ให้ทุกครั้ง)

“วันนี้เมย์ลงไปนั่งโต๊ะทำงานพี่ก็ได้น่ะ เพราะพวกพี่ไปกันหมดเผื่อว่ามีอะไรเมย์จะได้แก้ไขแทนพวกพี่ได้”

“พี่ไว้ใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ ผมเองยังไม่เคยทำงานในออฟฟิศมาก่อนเลยน่ะครับ “เมย์พูดกับผม

“พี่เชื่อว่าเมย์ทำได้ มีอะไรโทรหาพี่ซิ” ผมพูดกับเมย์ เมย์เขาก็พยักหน้ากับผมเบาๆ

“กลับมาแล้วพี่จะพาไปเยี่ยมแม่น่ะเมย์ “ผมพูดบอกเมย์ เมย์มองผมก่อนจะยิ้มตาหยีมาให้ผม

เปรมดิ์// ไอ้บอสครับ มึงลงมาได้หรือยังพวกกูพร้อมมากและโคตรอึดอัดเลย ทำไมต้องแต่งสูทผูกไทด้วยว่ะ มึงดูอากาศเมืองไทยบางนะครับ สัส! // ไอ้เปรมดิ์มันส่งข้อความมาตามผมและบ่นผมด้วย ผมก็ลุกขึ้น

“พี่ไปก่อนนะเมย์ “ผมพูดและทำท่าจะอยากจะหอมแก้ม แต่ผมก็

“ฟ้อด!” มีคนหอมแก้มผมแทน

“ก็ให้รางวัลล่วงหน้าที่ยอมจะพาผมไปเยี่ยมแม่ปิ่นวันนี้ไง” เมย์พูดพร้อมกับอาการหน้าแดงเพราะว่าเขินผม ผมก็เอามือลูบแก้ม บอกตรงๆแถมยังไม่เชื่อเหมือนฝันไปเลยแต่มันคือเรื่องจริง “ก็ได้อยู่นะเหตุผลนี่น่ะ หึๆ"ผมพูดพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย ผมเดินออกมาจากห้อง ผมไม่ต้องใส่รหัสล๊อคแล้ว นี้เป็นอาทิตย์ที่สองแล้วที่เมย์อยู่กับผมและผมคิดว่าจะพาเมย์ไปเยี่ยมแม่ปิ่น แม่บุญธรรมของเขาซะหน่อยเขาบ่นว่าคิดถึงแต่เขาไม่กล้าไปเอง เขากลัวแม่ปิ่นจะว่าเขา

“คุณบอสครับ กว่าจะลงมาได้ครับ ล่ำลาเมียรักอยู่เหรอครับ ไปทำงานครับ ไปแล้วกลับไม่ได้ไปแล้วค้างคืนนะมึงครับ” ไอ้เปรมด์มันถามผม ผมลงมายืนมองพวกมันแล้วผมเองก็อดขำไม่ได้

“นี้เป็นครั้งที่สองในรอบปีที่ได้สวมสูทผูกเนกไทค์ขนาดนี้ นี้พาพวกกูไปคุยกับใครเนี่ยะ ประธานาธิบดีหรือไงครับ ไอ้คุณบอส!” ไอ้กอล์ฟมันบ่นผมอีกคน

“ก็ไปคุยกับท่านประธาน โรงแรมหรูห้าดาวด้วย ให้เกียรติสถานที่เขาหน่อย บ่นจริงๆ เลยพวกมึง” ผมพูดและ รถเก๋งคันหรูสองคนวิ่งเข้ามาจอด ผมคุยกันแล้วว่าจะไปสามคัน มีรถเก๋ง ที่พ่อผมซื้อให้อีกเช่นกัน Mercedes-Benz AMG GT ไม่ค่อยได้ใช้เพราะปกติใช้แต่รถกระบะโฟว์วิลตลอด รถของได้ธีมวันนี้มันเอา Porsche 911 Targa ลูกรักมันไป และรถของภาคิน Mercedes-Benz AMG มันใช่รุ่นเดียวกับผม วันนี้พวกผมตั้งใจว่าเราจะไปกันอย่างหรูและดูแพง

“ไอ้เปรมดิ์มากับกู” ผมบอกมันพวกนั้นก็แยกย้ายกันขึ้นรถไป ผมนัดพี่เขาเอาไว้สิบโมง กว่าจะขับรถไปถึงก็คงเหลือเวลาพอสมควรที่จะเตรียมตัวพรีเซนต์งานกัน

“ไอ้ตั้น วันนี้กูให้โบว์แฟนกูมาอยู่เป็นเพื่อนเมย์นะ มึงให้เมย์ลงมานั่งโต๊ะทำงานมึงหรือเปล่าวะ” ไอ้เปรมดิ์มันถามผม

“เออ กูบอกเมย์ไปเมื่อเช้าว่ะ”

“ตกลงมึงชอบเขาจริงๆ เหรอวะ”

“กูว่ากูรักเขาว่ะ ตอนแรกกูคิดว่ากูรู้สึกผิดแต่ตอนนี้กูรู้สึกรัก”

“แต่เขาอาจจะไม่รักกูว่ะ กูไม่รู้ว่าเขากับพี่ปฐวีย์มีความสัมพันธ์กันแค่ไหนด้วยวะ ดูแล้วพี่ปฐวีย์น่าจะมีบุญคุณกับเขาด้วย “ผมพูดไอ้เปรมดิ์มันแตะไหล่ผมเบาๆ

“กูก็ว่ามึงรักเขาว่ะ เพราะว่าสิ่งที่มึงทำให้เขานะมึงไม่เคยทำให้ใครแม้แต่พี่ปริมที่มึงเคยรักเขา”

“กูไม่ได้รักพี่ปริมหรอกกูแค่โหยหา แต่มันกับไม่ใช่ สิ่งที่กูต้องการ ส่วนพี่ปริมก็แค่ต้องการเรื่องอย่างว่า แต่ถ้าคนที่อยากได้มาเป็นหน้าตาของแกทางสังคมนะ คุณปฐวีย์ “ผมพูด "มึงเสียใจเหรอวะ กูว่าไม่น่าจะใช่ว่ะ เรื่องอิเจ้น่ะ" ไอ้เปรมดิ์มันพูด ผมหันไปมองหน้ามัน ผมควรเสียใจหรือไง อย่างเจ้น่ะไม่ใช่ที่ผมอยากหยุดด้วยแน่นอน เอาจริง พี่ปริมเขาไม่เคยรู้หลายเรื่องเกี่ยวกับตัวผม ผมเองก็ไม่จำเป็นต้องบอก ว่าผมคือใครลูกของใคร เขารู้แค่ว่าผมเป็นคนที่เปิดบริษัทเล็กๆ อยู่กับเพื่อนๆ แค่นี้แต่ว่าผมมีมากกว่านั้น

   ตอนนี้ผมขับรถเข้ามาถึงโรงแรมหรูตามที่เลขาฯ จองพี่ปฐวีย์บอกผมเอาไว้ ก่อนที่ผมจะนำรถเข้าที่จอดผมต้องและบัตรก่อนเขาถึงจะให้บัตรไปแตะเพื่อเปิดประตูก่อนนำรถเข้าไปจอด ผมรอจนพร้อมก็พากันเดินเข้าไป ผมมาด้วยเสื้อสูทสีน้ำเงินเนกไทค์สีบอร์นเงิน สวมแว่นตาเรแบรนด์ เดินขึ้นไปที่ร๊อบบี้เพื่อติดต่อรีเซฟชั่นก่อน

“พวกมึงนั่งรอก่อนแล้วกันว่ะ กูไปถามเอง” ผมบอกพวกนั้นมันก็นั่งกันเท่เชียวราวกับว่ามันมาพักที่นี่อย่างนั้นแหละ ส่งซิกให้สาวๆ กันใหญ่ โดยเฉพาะไอ้ธีม

“สวัสดีค่ะ” พนักงานรีเซฟชั้นหันมาถามผมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เธอเป็นสวยแต่ว่าผมกลับไม่ได้รู้สึกอะไรตอบมากมาย

“ผมมารอพบท่านประธานโรงแรมนี้นะครับ คุณปฐวีร์ครับ พวกเราทำการนัดไว้แล้วครับ”

“รอสักครูนะคะ “รีเซฟชั่นตอบผมก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาติดต่อให้ผม

“หล่ออ่ะ” ผมได้ยินก็ต้องเกาหัวเล็กน้อยแอบเขินเฉยๆ

“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวเลขาฯ คุณปฐวีร์จะลงมานะคะ รบกวนนั่งรอสักครูค่ะ” ผมหันหลังไปหยิบโทรศัพท์มาจะส่งข้อความถามเมย์สักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“นี่เธอ เมื่อเช้าคุณปฐวีร์มาถามหาเมย์อีกแล้วละ นี้นางก็หายไปเกือบจะสองอาทิตย์แล้วนะ” ผมชะงักเท้าไว้ทันทีแต่ทำเนียนหันไปอ่านโปรแกรมทัวร์แทนเพื่อรอฟังว่าเขาจะพูดถึงเมย์ว่ายังไง

“ก็เล่นใครไม่เล่น ไปกุ๊กกิ้กกับคุณปฐวีร์ คู่หมั้นนี้ดุจะตาย”

“เขาโดนเก็บเหรอ”

“สงสัยโดยจับไป…. เป็นเมียใครแล้วหรือเปล่าก็ไม่รู้อ่ะแก คิก คิก คิก สมน้ำหน้าอ่ะ “ผมหันมามองสองสาวที่นินทากันสนุกปาก หน้าตาดีแต่พอได้ยินแบบนี้ผมว่าหมดราคาครับ

“น่าเสียดายน่ะแก แต่ไม่มายด์ไม่ใช่ชายแท้ ดูก็รู้ “เขาไม่ได้พูดแบบว่ารู้สึกเห็นใจเมย์สียิด แถมยังหัวเราะต่อกระซิกกันอีกเชิงสมน้ำหน้ามากกว่า เยี่ยม! ผมคิดในใจ แตก็ฝืนยิ้มให้ก่อนจะเลือกเดินกลับออกไปหาเพื่อนๆ ผมดีกว่า

“เป็นห่าอะไรมาว่ะ สาวๆ ไม่ให้เบอร์มึงเหรอครับ” ไอ้อาร์มมันถามผมก่อนชะโงกไปโบกมือกับสาว ผมหันไปมอง สาวๆนั้นก็โบกมือกลับมาทันทีน่ะ " เดี๋ยวมึงก็เจอเข่าเมียลอยมาปะทะหรอก ไม่เข็ด ไอ้ประเภทเห็นสาวไม่ได้ โบกมือเป็นนางสาวไทยทักแฟนคลับเลยนะมึง" ไอ้ภาคินหันมาทักไอ้อาร์ม มันรีบหดมือลงทันที พ่อตามันเปิดค่ายมวยไง

“ที่หลังให้กูไปขอ นี่ได้เลย” ไอ้เปรมดิ์รีบพูดทันที

“เบอร์รองเท้านะมึงได้แน่ๆ” ไอ้กอล์ฟไม่รอช้า

“ก็ดีดิ จะได้ซื้อรองเท้าให้เขาเป็นการตอบแทน…. เฮ้ย!!” พวกมันแซวกันไป ไอ้ภาคินมันหันมามองหน้าผมแบบจริงจัง

“เป็นอะไรไปวะ มึงไอ้ตั้น “ไอ้ภาคินมันถามผม ไอ้ธีมมันหันมาหยักคิ้วให้ผมอย่าโกหกมันอีก

“กูได้ยินเขาพูดถึงเมย์ไม่ดีว่ะ พูดให้เมย์ดูแย่กว่าเดิม ทั้งที่ควรจะเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนที่ทำงานหายไปทั้งคนนะมึง “ผมพูดไม่ดังมาก ไอ้ภาคินหันมามองหน้าผม

“เมย์เคยทำงานที่นี่และคืนนั้นกูให้ไอ้พวกนี้มาพาเมย์ไปจากที่นี้แหละ” ผมพูด

“เด็กคนนี้แม่งมีอิทธิพลกับมึงขนาดนี้เลยเหรอว่ะตั้น ปกติมึงไม่” ไอ้ธีมถามผมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“กูยอมรับ แต่…” จังหวะนั้น

“ขอโทษนะคะ ใช่บริษัทเฟรนด์กรุปที่นัดคุณปฐวีร์เอาไหว้หรือเปล่าคะ” เลขาฯ ของพี่ปฐวีร์ถามพวกเปรมดิ์ที่นั่งเล่นมือถือมันอยู่ก่อนจะหันมาเจอผมสามคน

“ของโทษทีนะคะ ไม่ทันเห็นคุณสามคน “คนเดิมเดินเข้ามาหาพวก ก่อนจะมองไปรอบและไปสะดุดที่ไอ้ธีม ยิ้มแบบไม่ธรรมดาแบบนี้ ผมหันไปมองไอ้ธีม มันหยักคิ้วให้ผม

“เชิญห้องประชุมเลยดีกว่าค่ะ “เลขาฯ พี่ปฐวีย์บอกพวกผม ผมยักไหล่ให้เพื่อนๆ มันก็ลุกขึ้นกันหมดแม้พอผู้หญิงมาตามนี้นอบน้อมกันน่าดูพวกไอ้เปรมดิ์ ไอ้อาร์ม ไอ้ทีนอีกคน ส่วนไอ้ธีมก็ไม่กระดี๊กระด๊าเหมือนตอนแรกเท่าไหร่แล้วนั้นแปลว่า

“ไอ้ตั้น” ไอ้ภาคินมันเรียกผม ผมหันไปมอง

“ไอ้ธีมมันซั่มเลขาฯ พี่แกไปแล้วว่ะ “ไอ้ภาคินมันบอกผม

“ไอ้…. เชี่ยเอ๊ย!” ผมด่ามันเบาๆ นึกเอาไว้แล้วเชียว แต่มันหาได้สำนึกไม่ หันมาทำนิ้วแร๊ฟโยะให้ผมดู ผมเดินตามเลขาฯ เข้าไป

“คุณปฐวีร์กำลังเดินลงมานะคะ เตรียมอุปกรณ์ก่อนได้เลยค่ะ” เลขาฯ พี่ปฐวีย์พูดก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยมีไอ้ธีมส่งจูบตามหลัง และพวกผมก็เตรียมโน้ตบุ๊คประจำตัวกันขึ้นมา และจัดการเซตไวไฟ พร้อมกับเตรียมพร้อมแชร์สกีน ผมเดินไปตั้งค่าโน้ตบุ๊คเพื่อพวกผมจะได้แชร์สกีนไปที่เครื่องของพี่เขา เพราะโน้ตบุ๊คที่เขาวางเอาไว้อันนี้น่าจะเป็นของพี่ปฐวีย์ใช้ และเดินกลับมานั่งรอ ผมให้ไอ้ภาคินมันนั่งคนแรกและผมตามมาด้วยไอ้ธีม ไอ้กอล์ฟ ไอ้ทีนและเปรมดิ์มันนั่งด้วยกัน ส่วนไอ้อาร์มมันทำหน้าที่บันทึกการสนทนา มันคือผู้คุมกล้องวีดิโอ

“สวัสดีครับ” ผมเงยหน้าคนที่เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย (แอบคิดในใจว่าแล้วไงว่ะ) ถ้าไม่ใช่คนที่เมย์มีความรู้สึกพิเศษผมคงเฉยๆ แต่นี่เหมือนจะเป็นคู่อริกันเข้าไปทุกที

“สวัสดีครับพี่ปฐวีร์” พวกผมยกมือไหว้พร้อมกัน ผมเองก็ไม่รู้ว่าพี่เขาแก่กว่าพวกผมกี่ปี

“สวัสดีครับ วันก่อนมากันแค่สามคน เออวันนี้มาเพิ่มเป็นเจ็ดคนเลยเหรอครับ นี่คือ...”

“ทีมงานของผมและทุกคนคือเจ้าของเพราะเราหุ้นส่วนกันครับพี่” ผมตอบแทนเพื่อนๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ดูแล้วยังหนุ่มๆ ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ไฟแรงกันจริงๆ”

“พี่ก็ยังหนุ่มน่ะครับ” ไอ้ธีม

“ก็สามสิบกว่าแล้วแหละครับ “ผมพยักหน้าพร้อมกัน

“เอาละ ขอแทนตัวเองว่าพี่แล้วกันนะครับ เออ พี่ดูที่คุณตั้นส่งอิเมลมาให้เลขาพี่ดูแล้วนะครับ พี่ว่ามันโอเคมากแต่พี่คิดว่าเว็บไซต์พี่จะเพิ่มประวัติของพี่ลงไปด้วย”

“ได้ครับถ้าพี่จะเพิ่ม เดี๋ยวผมให้เปรมดิ์เพื่อนผมเขาทำให้ครับพี่ เขารับผิดชอบทำเว็บไซต์ให้อยู่นะตอนนี้ครับ” ผมพูด พี่ปฐวีร์ก็หันไปพยักหน้ากับเลขาฯ ของพี่เขา ก่อนที่จะเดินนำกระดาษมาส่งให้พวกผมคนละชุด และพวกผมก็หยิบขึ้นมาพลิกดูและพอผมดูไล่อ่านก็ต้องหันมามองหน้าพร้อมกันหมดและพวกมันยังหันมามองหน้าผมกันอีก ส่วนไอ้ธีมนะมันมองข้อมูลในกระดาษก่อนจะกันไปมองหน้าพี่ปฐวีร์สลับกันไปมา

“มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่าครับ” พี่ปฐวีย์ถามพวกผมทันที

“ไม่มีครับ!!!!” ผมตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ส่วนผมเองก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอ โปรไฟล์ดีเว้อมากตั้งแต่เรียนประถมก็สาธิตชื่อดัง มัธยมก็ไปเรียนที่ Oxford academy แถมยังเข้ามหาวิทยาลัยOxford สาขาบริหารธุรกิจ จบมายังมาต่อมหาวิทยาลัยนิด้า ปริญญาโทและยังเพิ่งจะจบปริญญาเอกอีกที่สถาบันนิดา เกาท้ายถอยเลยครับผม และยิ่งอ่านลงไปที่กิจกรรมที่โรงเรีบนและมหาวิทยาลัย ตลอดที่เป็นนักเรียนนักศึกษาทำกิจกรรมตลอด ชั้นประถมยังเป็นแฟนต้ายุวทูต พอเข้ามัธยม เล่นรักบี้ บร้าๆ กิจกรรมพี่แกเยอะมาก เป็นตัวเก็งมาตลอด เล่นเอาผมเองเริ่มขยับเนกไทให้หลวมหน่อยๆ เริ่มร้อนทันทีแอร์เย็นก็ไม่ได้ช่วยอะไรตั้นเลย ผมพ่นลมออกมาเบาๆ พวกเพื่อนผมมันคงรู้มันแอบมองผมเป็นระยะๆ

“พี่ว่าเราคงอยากจะปรึกษางานกันก่อน ถ้าอย่างนั้นพี่ขอไปจัดการธุระของพี่สักครู่นะครับ เดี๋ยวพี่กลับมาครับ” พี่ปฐวีย์พูดและเดินออกไปจากห้องไป ผมหันมามองหน้ากันแบบจริงจัง

“กูถามหน่อยดิ นี่คู่หมั้นอีเจ้ปริมเหรอวะ “ไอ้ธีมคนแรกปริปากพูด

“ก็ใช่ไง ก็เจ้มันเคยบอกว่าชื่อนี้และนามสกุลก็ตามนี้ด้วย” ไอ้ทีนมันยกกระดาษขึ้นมาให้ผมดูกัน ผมโบกมือช่างมันเถอะ

“นี้อีเจ้มันไปหาผู้ชายโปรไฟล์ดีขนาดนี้มาจากไหนวะ กูละเชื่อเลย “ไอ้ธีมพูด

“กูว่าพี่เขาโปรไฟล์ดีเลิศขนาดนี้มึงเอาน้องเมย์มาคืนพี่เขาเถอะไอ้ตั้น!” ไอ้เปรมดิ์มันบอกผม ผมหันไปหยิบปากกาปาใส่มันทันที

“อ้าว! แล้วกูไม่ดีตรงไหนวะ” ผมถามไอ้เปรมดิ์

“มึงไปว่ามัน อีเจ้ยังทิ้งมันไม่ลงเลย มันเอาดี…นี่แหละโปรไฟล์ไอ้ตั้นมัน “ไอ้ธีม ผมหันมาอยากจะโบกมันด้วยหลังมือ นั้นมันไม่ใช่ของผม ของมันนั่นแหละ

“โปรไฟล์เอวดีใช่ป่ะ” ไอ้เปรมดิ์อีกคน โปรไฟล์ผมเสียก็เพราะไอ้พวกนี้แหละผมว่าน่ะ

“มึงว่าไงวะ ไอ้คิน” ผมหันไปถามมัน ไอ้ภาคินมันก้มลงมองกระดาษในมือและเคาะปากไปด้วยโดยไม่ได้พูดอะไร พี่ปฐวีร์ก็เดินกลับเขาก็เดินเข้ามาพอดีเลยมองพวกผมและยิ้มๆ กัน

“คุยกันสนุกน่าดูนะครับ เป็นเพื่อนกันมาก่อนเหรอครับ” พี่ปฐวีย์พูดพร้อมกับมองพวกผมยิ้มๆ และมาหยุดที่ไอ้ภาคินที่นั่งนิ่งๆ อ่านรายละเอียดพี่เขาไม่พูดไม่จาเลยมัน ไอ้นี่ผมสะกิดมันก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ปฐวีย์ก่อนจะยิ้มอ่อนๆ กลับไป

“ใช่ครับ ผมเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คณะเดียวกันแต่พอจบต่างคนต่างไปหาประสบการณ์และถึงได้มาเปิดบริษัทด้วยกันนี่แหละครับ” ผมตอบ

“เพื่อนพี่พอจบก็ต่างคนต่างไปมีครอบครัวกันหมด บางคนก็หายไปเลย ติดต่อกันไม่ได้ มีเพื่อนก็น้อยเถมเวลาไม่เคยตรงกันสักทีจะเจอกันก็วันเลี้ยงรุ่นแต่ พวกเรานี่โชคดีนะพี่นี่อิจฉาเลย”

“ว่าแต่พวกเราคิดว่าไงครับ” พี่ปฐวีร์ถาม

“ผมว่าถ้าจะลงโปรไฟล์พี่เยอะขนาดนี้ คนอ่านคงหลับก่อนจะตัดสินใจเลือกโรงแรมห้าดาวของพี่” ไอ้ภาคินพูดทำให้พวกผมหันไปมองมันกันหมด “เฮ้ย!!!” ไอ้เปรมดิ์ร้องด้วยความตกใจ ส่วนผมรีบแตะเท้ามัน เรามาเขียนโปรแกรมและทำเว็บไซต์ให้เขาพอไม่ต้องไปคัดค้านเขา

“รายละเอียดพี่เยอะไปเหรอครับ เออ น้องชื่อ?”

“ภาคินครับ ผมจบปริญญาโทด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยXXX ที่เมลเบิร์นครับ”

“ผมเข้าใจว่าพี่น่ะ ว่าพี่โคตรเก่งเลย ดูจากที่พี่เรียนมาแต่ละที่ ถ้าไม่หัวกะทิ ก็คงไม่ได้เข้าและเงินก็ต้องดี แต่...” อันนี้แหละครับทุกสายตาพวกผมมองที่ไอ้ภาคินกันหมด

(อย่านะมึง! อย่าปากหมาพางานหาย!!)

“ถ้าพี่ต้องการจะสื่อ พี่ลงรูปที่ถ่ายกับเพื่อนที่โรงเรียนมหาลัยมีรายละเอียดสั้นๆ ผมแนะนำเน้นหนักไปทางรูปแบบการให้บริการ ที่น่าจะทำให้แขกมั่นใจว่าเขาจะได้รับการดูแลช่วงที่จะมาพัก”

“ยิ่งโดยเฉพาะ รีเซฟชั่น นินทาจนแขกได้ยิน ต่อให้เขาไม่ได้นินทาลูกค้าแค่นินทาพนักงานกันเองก็เถอะ คนที่ได้ยินก็เถอะ มันทำให้รู้เลยว่า…. โลคลาส!!!”

(เน้น! ๆ) ไอ้อาร์ม เล่นเอาผมหันไปมองมันทำหน้าที่ถ่ายทำอยู่ (โทษทีว่ะ) มันหันมาพูดกับพวกผม พอผมหันกลับมาพร้อมกันก็เจอสายตาพี่เขาอีก “อู้ยยย!!!” พวกร้องออกมาพร้อมก้นสะดุ้งด้วย ส่วนผมพี่เขานิ่งอึ้งมากจนกลืนน้ำลายลงคอเลยดีกว่า

“มีแบบนี้ในโรงแรมพี่ด้วยเหรอครับ” พี่เขาเอียงคอมองภาคินแต่เขายังยิ้มที่มุมปาก

“เพื่อนผมมันได้ยินมา ว่าพี่เป็นผู้บริหารไปถามหาพนักงานเขาก็พูดกันสนุกปากดีน่ะครับ” ภาคินพูดและหันมามองหน้าผมแว๊ปหนึ่ง

“โอเค พี่ก็ว่าไม่เหมาะ พี่จะไปจัดการให้นะครับ น้องภาคิน”

“ส่วนเรื่องประวัติการศึกษา พี่จะให้เลขาฯ ร่างให้พี่ใหม่นะครับ เอาเนื้อหาให้กระชับกว่านี่นะครับ”

“และพี่คิดว่า….”

(เขาคิดว่าจะเปลี่ยนบริษัททำเปล่าว่ะมึง) ไอ้ธีมมันกระซิบกับผม ทุกคนแม้กระทั่งผมเองก็รอลุ้นจากปากพี่เขาว่าจะ เปลี่ยน...หรือไม่เปลี่ยน

“พี่เห็นด้วยกับคุณภาคินนะ" พี่ปฐวีร์พูด “ฟู่!!"พวกผมยกเว้นไอ้ภาคิน

(รอดตาย!!!!) พากันเอามือกุมหน้าอกกันเป็นแถวเพื่อนๆ  " นี่คุณจบการตลาดมาด้วยใช่ไหมครับ  น่าเสียดายมากน่ะ พี่ก็อยากได้การตลาดเก่งๆ มาช่วยพี่อยู่น่ะ” พี่ปฐวีย์พูดหันไปพูดกับภาคิน พวกผมหันไปมองไอ้ภาคิน ผมขยับตาตอบพี่เขาหน่อย

 "ใช่ครับผมไปต่อปริญญาโทการตลาดที่ออสเตรเลียมา" ภาคินพูดก่อนจะหันมามองหน้าผม เพราะว่าผมคือต้นเหตุให้มันไป "ได้ครับถ้าอย่างนั้นพี่จะรับเอาเรื่องที่นักการตลอดติงพี่มาไปปรับปรุงนะครับ ขอบคุณมากครับ"พี่ปฐวีร์พูด

     ผมหันมามองไอ้ภาคิน จะว่าไป มันไม่ได้เกลียดเมย์หรอกนะผมว่า และพวกผมก็เริ่มพรีเซนต์โปรแกรมที่ใช่สำหรับเก็บข้อมูลของแขก ถึงระบบคอมพิวเตอร์ การนำระบบการทำบัญชีมาลง ไอ้ธีมมันไปเรียนบัญชีมาเพิ่มด้วย พ่อมันสั่ง มันเลยกลับไปเรียนมาใหม่ แถมด้วยการติดตั้งไวไฟให้พี่เขาด้วยอันนี้พิเศษเด็กๆ ของพวกผมทำได้ให้ค่าขนมมันไป

“เอาตามนี้แล้วกันนะครับ พี่ไม่ผิดหวังที่ได้บริษัทน้องมารับงานนี้ เออ ว่าแต่ ไม่ร้อนกันเหรอครับ พี่นี้ยังไม่อยากใส่เลยครับสูท ถ้าไม่จำเป็น”

“ร้อนมากพี่ นี้ครั้งที่สองในรอบปีนี้ครับ “ไอ้กอล์ฟ

“รอบหน้ามาแบบเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนพี่ก็ว่าโอเคอยู่น่ะ พี่ไม่เรื่องมากนะครับ เพราะพี่ดูแต่ละคน คงอึดอัดกันน่าดู หึ หึ” พี่ปฐวีร์พูด มันทำการปลดเนกไทกันหมด แต่ผมไม่ครับ เมย์ผูกให้ไม่อยากปลดออก

“อ้าวมึงไม่ร้อนเหรอวะ” ไอ้ธีมมันหันมาถามผม ผมสั่นหัวแต่จริงๆผมน่ะเป็นคนขี้ร้อนกว่าพวกมันอีกแต่ไม่อยากแก้เนกไทเมียผูกมาให้ อยากเก็บไปให้เมียดู

“กูเดาว่าเมียมึงผูกให้ว่ะ ฮาๆ “ไอ้เปรมดิ์พูดผมสะบัดหน้าไปมองหน้ามันดีนะที่มันไม่ได้เอ่ยชื่อเมย์ เพราะว่ามันดันลืมไปว่าพี่ปฐวีร์เขานั่งอยู่ มันหันไปยกมือไหว้ขอโทษพี่เขา พี่เขาก็ยกมือไม่เป็นไร

“เมื่อก่อนพี่ก็มีคนผูกให้นะครับ น่ารักซะด้วย “พี่ปฐวีร์พูดก่อนจะลุกขึ้นยืน อย่าบอกนะว่าคนเดียวกับผมหรือเปล่าว่ะ ผมแอบคิดในใจ

“ถ้าอย่างนั้นพวกผมขอตัวกลับกันก่อนนะครับ ผมมีงานเขียนโปรแกรมที่อื่นด้วยนะครับพี่” ผมพูด ก่อนจะพากันลุกขึ้น ไอ้ภาคินมันก็ลุกตาม

“น้องภาคินครับ รับงานฟรีแลนด์ไหมครับ” ผมหันมามองคนที่ถาม

“ผมคิดว่าทำกับเพื่อนๆ ผมก็พอมีพอกินแล้วครับ ไม่อยากทำเยอะ” ภาคินมันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุด

“พี่ว่าน้องทำเล่นๆ ก็พอมีพอกินไปถึงชาติหน้าเพราะว่าดูจากครอบครัวน้อง เจ้าของกิจการส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ขนาดนี้ ไม่ธรรมดา นี้งานพาร์ทไทม์เหรอครับ” พี่ปฐวีร์ถามไอ้ภาคินมันสะบัดหน้าไปมอง พี่เขาหมุนโน้ตบุ๊คมาให้มันดู พี่เขาเข้าไปเช็กมาด้วยครับว่าครอบครัวมันคือใคร ไอ้ภาคินมันแค่มองแว๊ปหนึ่งก่อนจะเลื่อนเก้าอี้เก็บพร้อมกับยักไหล่แบบไม่ยินดียินร้ายอะไร

“สงสัยคงเป็นเพราะว่ามันดันไปปากดีใส่เขาไง สมน้ำหน้า” ไอ้เปรมดิ์พูดกระซิบ และพวก ผมพากันยกมือไหว้ และไอ้อาร์มมันเก็บอุปกรณ์หมดแล้ว และพากันเดินออก ผมเดินล่าหน่อยรอไอ้ภาคิน

“คิน” ผมเรียกมัน

“ว่า?” ภาคินหันมาถามผมทันที

“ขอบใจว่ะ เรื่องที่มึงพูดกับพี่เขาน่ะ เรื่องเมย์ใช่ไหมวะ” ผมถามไอ้ภาคิน มันมองหน้าผม มันไม่ตอบ

“กูคือเพื่อนตายมึงนะคิน กูว่าคำนี้มันดีกว่าคนรักว่ะ “ผมบอกมันมองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าเหมือนไปอย่างนั้นแต่มันก็ทำให้ผมยิ้ม

“หมับ” ผมกอดคอมัน

“พวกกูจะไปหาอะไรกินกันว่ะ มึงละว่ะ ตั้น” ไอ้ธีมมันถามผม

“กูจะกลับไปคอนโด กูนัดกับเมย์เอาไว้ว่าจะพาเขาไปเยี่ยมแม่” ผมพูดพวกมันหันมาขมวดคิ้วมองกันเป็นแถว

“ไปเปิดตัวเหรอครับไอ้ลูกเขย” ไอ้ทีนมันถามผม

“แม่เขาป่วยผ่าตัดบายพาสหัวใจเมื่ออาทิตย์ก่อนกูก็เพิ่งจะบอกเมย์ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง”

“มึงรู้ก่อนเขาอีกเหรอวะ” ไอ้ภาคินมันถามผม

“ก็วันนั้นกูเอามือถือเขามาชาร์จแล้วน้องสาวเขาโทรเข้าเครื่อง “ผมพูดไอ้ภาคินมันมองหน้าผม

“เอาเป็นว่ากูมีธุระแล้วกัน เจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้ก็ได้ เพื่อว่าพวกมึงอยากจะไปปลดปล่อยกันบ้าง” ผมพูด

“แล้วมึงไม่ไปเหรอว่ะ” ไอ้อาร์มมันถามผม

“เออนั้นดิ ปกติมึงไม่ พล้าด!” ไอ้ธีมพูด

“กูขอบายว่ะ ไม่มีอารมณ์เที่ยวว่ะคืนนี้ ขอโทษจริงๆว่ะ” ผมพูดขอโทษพวกเพื่อนๆ

“งั้นกูกลับไปกับไอ้ตั้นนะมึง”

“ทำไมว่ะ “ไอ้เปรมดิ์มันถาม

“คือว่า ไอ้เฟย์มันมีเรียนบ่ายยันสองทุ่มน่ะ กูว่าจะไปส่งมันไปเรียนและกู….” พวกผมหันไปมองหน้ามัน

“มีเรื่องจะคุยกับอาจารย์ภาคว่ะ ลูกพี่ลูกน้องกูอ่ะ มันอยากจะสอบเข้าแต่มันกลัวไม่ติดไง”

“เหรอ!!!”

“อะไรของมึงเนี่ยะ ไอ้กอล์ฟ”

“ไม่มีอะไร ไปตั้นกูรีบด้วยน้องมันรอ” อ้าวผมหันมามองแม่งเร่งผมด้วยนะ ผมก็โบกมือพวกมันและพากันขึ้นรถเก๋งผมขับรถออกไปทันที ผมเองก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวดังนั้นผมคิดว่าถ้าวันที่มันพร้อมมันคงจะบอกพวกผมเองนั่นแหละ

   ไอ้กอล์ฟน่ะมันเป็นลูกชายคนสุดท้อง มีพี่น้องทั้งหมดสี่คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ที่บ้านทำธุรกิจส่งออกไม้พาเลทส่งออกแต่มันดันเลือกเรียนวิศวคอมพิวเตอร์ มันรักการเขียนโปรแกรม แถมวันๆ มันก็คลุกอยู่ที่ออฟฟิศผมไม่ไปไหน มันเบื่อไปฟังพ่อแม่มันบ่นแต่ก็กลับบ้านบ้าง มีแฟนเป็นอาจารย์ระดับมหาวิทยาลัยตอนนี้ไปสอนอยู่ที่มหา'ลัยชื่อดังที่เชียงใหม่

“แฟนมึงสบายดีไหมวะ” ผมถามไอ้กอล์ฟ

“เขาสบายดีว่ะ แต่ยุ่งๆ ว่ะช่วงนี้ เขากำลังเรียนต่อปริญญาเอกที่เชียงใหม่เลยว่ะ”

"เฮ้ย! อย่างนั้นก็”

“คงรอให้จบปริญญาเอกถึงจะย้ายกลับมากรุงเทพว่ะ หรืออาจจะไม่เลยก็ได้” ไอ้กอล์ฟมันพูด

“มึงมีปัญหากับแฟนเหรอว่ะ”

“ไม่เชิงว่ะ เขาไม่ค่อยได้คุยกับกูว่ะ ก็แค่เหลืออาทิตย์ละวันได้”

“น้อยไปว่ะสำหรับคนเป็นแฟน” ผมพูดทันที

“อืมช่างมันเถอะ กูก็ยุ่งว่ะ “ไอ้กอล์ฟมันพูดผมพยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรต่อ เลยรีบขับเพราะว่าจะได้พาเมย์ไปหาอะไรทานกันด้วยตอนเที่ยงก่อนดีกว่า

TBC...
ไม่รู้ว่าเราแต่งออกมาโอเคไหม แต่มียอดอ่านเพิ่มก็ดีใจค่ะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-07-2021 20:03:28 โดย Alessa »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0

ออฟไลน์ PFlove

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 666
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1513
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
โถพี่ตั้นอย่าน้อยใจไปเลย เมย์เขากำลังรู้สึกดีๆกับพี่แล้ว อีกไม่นานก็รัก พี่ตั้นเป็นผู้ชายที่แมนอะ กล้าทำกล้ายอมรับผิด และพร้อมจะปรับปรุงตัวแก้ไขให้ดีขึ้น หนักแน่นมั่นคง พูดจริงทำจริงไม่เลาะแหละ คนอย่างนี้ละมี่จะดูแลเมย์ได้ อย่างคุณปฐวีย์นั้นไม่ได้ครึ่งเลยแค่มีความชอบเมย์แต่ก็ไม่ได้จะปกป้องอะไรเมย์เลย แล้วเมย์ก็เห็นว่าเขาคอยช่วยเหลือก็แค่หลงไปกับความดี มันไม่ใช่ความรักหรอก ปริมนี่บ้ามาก นางจะไม่ได้ใครสักคน ปฐวีย์กับภาคินนี้ยังไง ทำให้จิ้นนะเนี้ย 5555 เพื่อนๆร่วมงานก็แซะแขวะกันตลกฮาดีอ่ะ ขำตลอด สนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปเลย ระวังอย่าให้คำผิดเยอะเพราะมันจะเสียอรรถรสในการอ่านจริงๆ 5555  :pig4: :pig4: :pig4:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด