อินเทิร์นจอมจุ้นฯ (Intern VS General Surgeon) ฟิล์มเต็ม #4 ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม (จบ) 13/10/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อินเทิร์นจอมจุ้นฯ (Intern VS General Surgeon) ฟิล์มเต็ม #4 ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม (จบ) 13/10/63  (อ่าน 22222 ครั้ง)

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 20.1 เบื้องหลัง


- หมอนิว-

วันนี้ผมก็ยังต้องตื่นมาราวน์วอร์ดตอนเช้าเหมือนเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยคงเป็นที่หน้าผมนี่แหละ บูดบึ้งจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ยังดีนะที่วันนี้ไม่ต้องไปตรวจ OPD ไม่งั้นคงมีเหวี่ยงลงที่คนไข้แน่นอน

นั่นไง…ไอ้ตะวัน เห็นหน้ามันละเหม็นเบื่อมากครับ เพราะเมื่อคืนไอ้พี่กี้หายไปทั้งคืน กว่าจะกลับก็ปาเข้าไปหกโมงเช้า บอกว่าเคสยาก และจำเป็นต้องผ่าตัดด่วน ปล่อยให้ผมนอนรอทั้งคืน งึมๆๆ ตอนเช้าก็ได้คุยกันนิดหน่อย เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องรีบอาบน้ำออกมาดูคนไข้ต่อ

"เป็นอะไรไอ้นิว ไปโกรธใครมา หน้าหงิกขนาดนี้" ไอ้ตะวันครับ มันเอ่ยทักผมขึ้น จะให้กูบอกไหมล่ะว่าโกรธมึงน่ะ

"ก็ไม่อะไร มีเรื่องหงุดหงิดนิดหน่อย"

"อารมณ์ดีหน่อยสิวะ ถ้าหงุดหงิดแต่เช้า หนังสือพัฒนาตัวเองเค้าบอกว่ามึงจะหงุดหงิดทั้งวันเลยนะเว้ย"

"กำลังพยายามปรับอารมณ์อยู่ มึงก็อยู่ไกลๆ ตีนกูหน่อยละกัน"

"กูไปทำอะไรให้มึงคร๊าบบบบ"

"นี่ไง กำลังกวนตีนกูอยู่เนี่ย"

"นี่ไม่เรียกกวน นี่เรียกเป็นห่วงนะเพื่อน"

"มึงไปไกลๆ กูเลย …ถ้ามึงไม่ไป กูไปเอง"

สุดท้ายเป็นผมที่เดินหนีมันครับ เราเจอกันที่ทางเดินบนตึก และแยกกันตรงหัวมุมทางเดิน ส่วนผมขอไปสงบจิตสงบใจที่ร้านกาแฟของโรง'บาลแป๊ปนึง ก็รู้แหละว่าไม่ใช่ความผิดของตะวัน และไม่ใช่ความผิดของใครด้วย เพราะมันถูกต้องที่สุดแล้วที่ไอ้พี่กี้เลือกคนไข้ แต่ก็นั่นแหละครับ…อารมณ์คนน่ะ รู้ตัวเองว่าไม่ควรแสดงท่าทางแบบนี้ออกมา แต่มันก็อดไม่ได้

อ่อ… ผมลืมเล่าเรื่องที่ผมไปจัดการมาให้ฟัง เรื่องมันมีอยู่ว่า…



เมื่อวันก่อนผมชวนไอ้เต็มและไอ้ฟิล์มเล่นการ์ด yugioh ที่ห้องไอ้เต็ม เป็นผมที่ต้องสอนไอ้ฟิล์มเล่น เพราะวันนั้นไอ้เต็มมันดูเงียบผิดปกติ ผมเลยไม่ค่อยกล้ากวนมันเท่าไหร่

"ถึงทีมึงทอยลูกเต๋าแล้ว ไอ้เต็ม" ผมเตือนเพื่อน เพราะตอนนี้มันดูเหม่อลอยมากๆ

"วันนี้กูพอละ พวกมึงเล่นกันสองคนเหอะว่ะ" อยู่ดีๆ ไอ้เพื่อนเต็มก็พูดขึ้นกลางวง แล้ววางการ์ดในมือลง

"ทำไมวะ มึงเป็นอะไรรึเปล่าเต็ม" ไอ้ฟิล์มครับ ถามขึ้น

"กูไม่ได้เป็นอะไร กูแค่…ปวดหัวนิดหน่อย"

"แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก กินยายังเนี่ย" ไอ้ฟิล์มโวยวายครับ

"ยัง"

"งั้นรอแปป กูมียา เดี๋ยวกูเอาให้" ไอ้ฟิล์มอีกแล้วครับ มันรีบวิ่งไปหยิบยาในกระเป๋าตัวเองออกมาให้ไอ้เต็ม แกะเม็ดยาออกจากแผง พร้อมยื่นน้ำเปล่าให้ด้วย ส่วนผม…นั่งดูเงียบๆ

"แล้วมีอะไรรองท้องยัง เดี๋ยวยากัดกระเพาะนะ"

"กินข้าวตั้งแต่เย็นแล้วไง"

"ไม่ได้ ต้องหาอะไรรองท้องอีก" แล้วไอ้ฟิล์มมันก็เดินไปหยิบขนมในตู้เย็นของไอ้เต็มออกมาให้เจ้าของห้องกิน ดูมันจะคล่องแคล่วมาก เหมือนรู้ว่าอะไรวางตรงไหนในห้องนี้ ส่วนไอ้เต็มก็ทำตามไอ้ฟิล์มอย่างว่าง่าย

ผมว่ามันดูแลกันดีแบบแปลกๆ เพื่อนกันเค้าดูแลกันดีขนาดนี้เลยเหรอวะ ผมไม่เคยทำขนาดนี้ให้เพื่อนเลยนะ อย่างมากก็บอกให้กินยา หรืออย่างมากที่สุดก็ไปหายามาให้ ส่วนมันจะกินหรือไม่กินนั้นแล้วแต่มันเลย แต่ก็นะ จะเอามาตรฐานของผมไปตีค่าคนอื่นก็ไม่ได้หรอก

ผมทำเป็นกดมือถือเล่น ไม่สนใจพวกมัน แต่สายตาและหูของผมทำงานเต็มที่ นี่ผมไม่ค่อยจะชอบเผือกเรื่องชาวบ้านเท่าไหร่หรอกนะ อิอิ

"กินขนมเสร็จแล้ว ตามด้วยยานะมึง" ไอ้ฟิล์มยื่นยาให้ไอ้เต็มอีกรอบ มีการเร่งให้กินด้วยนะ

"นี่น้ำ กินตอนนี้ให้กูดูเลย"

"…"

ไอ้เต็มเงียบและทำตามไอ้ฟิล์มโดยไม่เถียงอะไรซักคำ ผมละงง ทีกับผมนะเถียงได้เถียงดีจัง

"นอนเลยไหมมึง เดี๋ยววันนี้เลิกเล่นก่อนก็ได้…ใช่ไหมนิว" ประโยคหลัง ไอ้ฟิล์มมันถามผมขึ้น ผมจึงตอบกลับไป

"ได้ๆ ยังไงก็ได้"

"งั้นเดี๋ยวกูอยู่เป็นเพื่อนมึงนะเต็ม" ไอ้ฟิล์มมันเอ่ยกับไอ้เต็ม สายตามันดูเป็นห่วงมากอ่ะ ผมว่าผมแน่ใจแล้วล่ะ สองคนนี้มันต้องมีซัมธิงกันจริงๆ แหละ

"ถ้าฟิล์มอยู่เป็นเพื่อนมึง …งั้นกูกลับห้องนะ"

"กลับกันทั้งสองคนนั่นแหละพวกมึงน่ะ กูอยู่ได้ แค่ปวดหัวเอง" ไอ้เต็มครับที่พูดขึ้น

"แต่…"

"ไม่ต้องแต่เลยฟิล์ม กูอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว พวกมึงไปเถอะ" ไอ้เต็มมันยื่นคำขาด

"แน่น่ะมึง" ผมเอ่ยถามย้ำ

"อือ ห้องมึงก็อยู่ข้างๆ เป็นอะไรเดี๋ยวกูโทรหา"

"เคๆ งั้นมีอะไรโทรมาละกัน"

ผมบอกมันก่อนจะเดินออกมาจากห้องพร้อมไอ้ฟิล์ม พอออกมาปุ๊ป ไอ้ฟิล์มก็รั้งแขนผมไว้

"ถ้าเต็มโทรหานิว บอกว่าเป็นอะไร นิวช่วยโทรบอกเราด้วยนะ"

"อืม… เป็นห่วงไอ้เต็มเหรอ" ผมเอ่ยถามไอ้ฟิล์มตรงๆ

"ใช่"

"ตอนเรียนม.ปลาย พวกมึงสนิทกันเหรอวะ"

"ไม่สนิทเลย"

"แล้วทำไมมึงดูห่วงไอ้เต็มจังวะ"

"เพื่อนกันก็ห่วงกัน… เป็นเรื่องธรรมดาป่าววะ"

"คงใช่มั้ง… กูจะไปเซเว่น มึงไปกับกูไหม" ผมเอ่ยชวนไอ้ฟิล์ม เพราะรู้สึกยังอยากเผือกต่ออีกซักหน่อย แหะๆ

"ไปก็ไปดิ"

แล้วผมกับไอ้ฟิล์มก็เดินไปเซเว่นหน้าโรง'บาลกันสองคน ระหว่างทางผมก็ถามนู่นนี่นั่นมันไปเรื่อย

"…มึงชอบกูตรงไหนวะฟิล์ม"

"เอ่อ…"

"ตอบไม่ได้เหรอ"

"ตอบได้เหอะ แต่เราไม่คิดว่านิวจะถามเราตรงขนาดนี้"

"งั้นก็ตอบมา"

มันเงียบครับ ผมจึงเดินไปกันเงียบๆ ซักระยะหนึ่ง ซึ่งน่าจะเพียงพอในการประมวลผลคำตอบแล้ว ผมจึงเอ่ยถามย้ำ

"ว่าไงละมึง"

"เราชอบ เพราะนิวน่ารัก"

"น่ารักไงวะ อธิบายหน่อย"

"……"

"ถ้ามึงตอบไม่ได้ มึงกลับไปถามใจตัวเองนะ มึงอาจจะได้คำตอบที่ดีกว่านี้ก็ได้"

"เราเคยชอบนิวจริงๆ แต่ตอนนี้…เราไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่"

"เพราะไอ้เต็มใช่ไหม?"

"อืม"

"มีอะไรอยากเล่าให้กูฟังไหม"

"เรา…พูดไม่ได้ว่ะ"

"งั้นถ้ามึงพร้อมเมื่อไหร่ ค่อยพูดก็ได้ …กูไม่อยากเห็นไอ้เต็มเสียใจนะมึง" ผมตบบ่ามันสองสามที หลังจากนั้นเราก็เงียบกันไปจนถึงร้านสะดวกซื้อ ขากลับไอ้ฟิล์มครับ มันถามผมขึ้น

"แล้วนิวกับอาจารย์กี้ ถึงไหนแล้ว"

"ก็เรื่อยๆ ไม่มีอะไร"

"บอกเรามาตรงๆ เถอะ เราจะได้ตัดใจจริงจังซักที"

"อืม กูก็ชอบอาจารย์กี้แหละ" พูดไป ก็กระดากปากอยู่นะผม

"แล้วบอกให้อาจารย์รู้รึยัง"

"ยังไม่เคยพูดแบบจริงๆ จังๆ"

"งั้นก็พูดสิ… ชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอนนะเว้ย"

"อืม หาจังหวะเหมาะๆ ก่อนละกัน"

ผมตอบรับมันไปงั้นแหละ ผมน่ะเหรอจะบอกไอ้อาจารย์พี่กี้ว่าชอบ แค่เท่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็โอเคแล้วนะผมว่า

พอถึงหอพักแพทย์ ไอ้ฟิล์มก็เดินไปเคาะประตูห้องไอ้เต็ม แล้วก็หายเข้าไปในนั้น อยู่ทั้งคืนไหมอันนี้ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ไอ้เต็มไม่โทรหาผมเลยคืนนั้น

เช้าตรู่ของวันถัดมา ผมถูกโทรปลุกตั้งแต่ตีห้า ให้ไปชันสูตรศพในที่เกิดเหตุ ซึ่งที่เกิดเหตุคือ ในวัด ศพเป็นชายไทย อายุ 51 ปี มีเลือดไหลออกทางจมูกและปาก ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย อยู่ในสภาพแข็งแล้ว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 12 ชั่วโมง ซึ่งยังหาสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้

นาทีนั้นผมมองไปที่ศพที่กำลังจะถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขาวดิบ แล้วมองไปที่ญาติผู้เสียชีวิต ซึ่งร้องไห้เสียใจหนักมาก แล้วก็พูดอยู่ตลอดเวลาว่า

'พ่อ ทำไมไปเร็วจัง ลูกยังคว้าใบปริญญามาให้พ่อดูไม่ได้เลย ฮืออ'

ชายคนนี้เป็นมักทายกวัด จึงเข้าออกวัดเป็นปกติ เมื่อวาานเค้าบอกว่าจะเข้าวัด แล้วไม่กลับเข้าบ้านเลย เช้านี้ลูกสาวเป็นห่วง เลยออกมาดูที่วัด ก็พบว่าเป็นศพแล้ว

เหตุการณ์นี้ ทำให้ผมได้ข้อคิดว่า…



'อยากทำอะไร ให้รีบทำ'



เราไม่รู้ว่าความตายจะมาถามหาเราวันไหน ความตายอยู่เบื้องหน้า เกิดขึ้นได้เสมอ …เราควรระลึกถึงความตายอยู่ทุกขณะจิต



เพราะงั้น…ผมเลยกล้าที่จะพูดกับไอ้พี่กี้ว่า 'ผมชอบพี่เค้า และขอพี่เค้าเป็นแฟน'

เพราะผมไม่อยากตายไปโดยที่ยังมีอะไรค้างคา…



TBC.



Talk : บอกแล้วว่านิยายเรื่องนี้ไม่เน้นดราม่าค่ะ 5555 เพราะงั้นซีนดราม่าจะผ่านไปไวและถูกแก้ปัญหาให้อย่างรวดเร็ว 5555

อีกครึ่งพาร์ทขออนุญาตมาต่อให้วันพุธนะคะ ขอไปปั่นก่อน แหะๆ ขอบคุณทุกคนมากมายค่ะที่เข้ามาอ่าน คอมเม้นท์ ขอบคุณมากๆเลยค่า เยิฟฟฟฟฟ

#หมอกี้น้องนิว #เภฟิล์มหมอเต็ม #อินเทิร์นจอมจุ้นฯ




ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
หมอนิวแมนๆคุยกัน ดีจริง 555  o13

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
ดีครับ ชีวิตคนเรามันสั้น

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออนไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออนไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 20.5 ทัศนคติที่เปลี่ยนไป


- เภฟิล์ม -

หลังกลับมาจากร้านสะดวกซื้อกับนิว ผมลองไปเคาะห้องไอ้เต็มดูอีกครั้ง เผื่อมีอะไรให้ผมช่วย แต่มันก็บอกว่าไม่มี และไล่ผมให้ไปทำคะแนนกับนิว แต่ผมบอกมันว่า วันนี้ทำคะแนนเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นเวลาของเพื่อน มันจึงยอมให้ผมเข้าไปอยู่ด้วยในห้อง

"จริงๆ มึงไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนกูก็ได้นะ" ไอ้เต็มมันเอ่ยขึ้น

"ทำไมอ่ะ ก็กูอยากอยู่อ่ะ… กูหมายถึง ห้องมึงอยู่ข้างห้องนิวไง กูจะได้อยู่ใกล้นิวด้วย"

"เป็นเอามากนะมึง ถ้าขนาดนี้ ทำไมไม่ขอเข้าไปเล่นการ์ดต่อห้องไอ้นิวล่ะ"

"มันจะนอนแล้ว… ทำไมมึงไล่กูจัง หรือว่า… มึงกลัวหวั่นไหวกับกู"

"ถุยยย ถ้ากูจะหวั่นไหว กูควรหวั่นไหวนานแล้วป่ะ" ถุยซะแรงเลยนะมึง

"ก็ไม่รู้สินะ เผื่อเพิ่งคิดได้งี้"

"พอเลยมึง ถ้าจะอยู่นี่ก็เงียบๆ กูจะนอน"

พูดจบ ไอ้เต็มมันก็ล้มตัวลงนอนที่เตียง ส่วนผม…นั่งเรียงการ์ด หาความหมายของการ์ดแต่ละใบ มีพลังเท่าไหร่อะไรยังไง ต้องทำความเข้าใจครับ เดี๋ยวพูดกับแม่งสองคนนี้ไม่รู้เรื่อง

ผ่านไปซักพัก ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของคนบนเตียงนอน จึงเดินไปดูเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าหลับหรือยัง ซึ่งก็เห็นว่าไอ้เต็มหลับสนิทไปแล้ว ผมจึงเดินไปปิดไฟ แล้วกลับมาล้มตัวลงนอนที่โซฟากลางห้อง

ระหว่างที่หลับตา ความคิด ความกังวลต่างๆ ก็ประดังประเดเข้ามาในหัวผม ถึงไอ้เต็มจะบอกว่าไม่ต้องมารับผิดชอบ แต่ผมกลับรู้สึกผิดเองที่ทำตัวแบบนี้กับเพื่อน ผมกลัว…กลัวจะเสียเพื่อนคนนี้ไป

เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่มัธยม เรามักจะถูกพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เพื่อนๆ เปรียบเทียบกันอยู่เสมอ นั่นจึงทำให้ผมกับไอ้เต็มไม่เคยสนิทกันซักที เพราะลึกๆ แล้วต่างฝ่ายต่างก็แข่งกันมาตลอด แต่พอผมเริ่มชอบนิว มันทำให้ผมสนิทกับไอ้เต็มมากขึ้น ได้เห็นไอ้เต็มในมุมที่ไม่เคยเห็น ได้เข้าใจถึงการกระทำต่างๆ ของอีกฝ่าย ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจ ออกจะหมั่นไส้เสียด้วยซ้ำ

แต่ตอนนี้ ออกแนว…เอ็นดู…ซะมากกว่า

ผมงงตัวเองที่ผ่านมาทำไมผมไม่เคยมองไอ้เต็มเป็นอื่นเลย ทั้งที่มัน 'น่ารัก' ขนาดนี้ คิดมาถึงตรงนี้ ผมก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ มีของดีใกล้ตัวแล้วแท้ๆ ยังจะไปไขว้คว้าของๆ คนอื่นทำไม

อดไม่ได้ครับ ผมลุกจากโซฟา แล้วเดินฝ่าความมืดไปนั่งลงข้างเตียงนอนไอ้เต็ม ใช้ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ ไล้ลงมาข้างแก้มนุ่ม ก่อนจะฝังจมูกลงไปบางเบา สูดเอากลิ่นกายละมุนของอีกฝ่ายเข้าปอด แล้วค่อยๆ ถอนจมูกออกมา

"ฝันดีนะเต็ม ไอ้คู่แข่งที่น่ารัก"



.



ผมจบสาขาบริบาลเภสัชกรรม ซึ่งเป็นเภสัชที่เรียน 6 ปี มีบทบาท คือ ต้องสามารถดูแลผู้ป่วยได้ ไม่ใช่เพียงแค่จ่ายยา แต่ยังต้องทำงานร่วมกับแพทย์ในการวินิจฉัยโรค หาแนวทางการรักษา ติดตามผลการรักษาโรค รวมถึงให้ความรู้เรื่องยากับผู้ป่วยได้

ผมรับผิดชอบคลินิกหอบหืด (Asthma) และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) จะมีการทำงานร่วมกับวิชาชีพอื่น มีคลินิกดังกล่าวทุกวันอังคาร วันอื่นๆ ผมก็ต้องจ่ายยาอยู่ห้องยานอก แต่ถ้ามีเคสหอบหืดหรือ COPD admit เข้าโรง'บาล ผมก็ต้องไปดูที่วอร์ด เพื่อประเมินอาการร่วมกับทีมแพทย์ วางแผนการรักษา ตลอดจนการใช้ยา รวมถึงการสอนพ่นยาด้วย ซึ่งใช้ในการบรรเทาและรักษาอาการหอบหืดและ COPD

และวันนี้ผมต้องไปสอนเด็กพ่นยาหอบหืดที่วอร์ดเด็ก เพราะเด็กจะออกจากโรง'บาล ต้องไปสอนวิธีใช้ เพื่อจะได้ใช้ยาอย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด

"สวัสดีค่ะเภฟิล์ม มาเร็วจังเลยนะคะ คุณหมอยังราวน์วอร์ดไม่เสร็จเลย" พี่พยาบาลเอ่ยทักผมขึ้น ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในวอร์ด

"งั้นเหรอครับ หมอไหนครับที่กำลังราวน์"

"หมอเต็มค่ะ"

"อ่อ งั้นเดี๋ยวผมเดินไปทักทายหน่อยละกัน"

พูดจบ ผมก็มองหาร่างเล็กที่เริ่มจะคุ้นตา เห็นกำลังจดออเดอร์ลงในชาร์ตคนไข้อยู่ ผมจึงเดินเข้าไปหา แล้วเอ่ยทักทาย

"ว่าไงครับคุณหมอ เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมครับ" พูดไป ยิ้มกริ่มไปด้วย

ดูเหมือนคนตรงหน้าจะตกใจไม่น้อยที่ผมเอ่ยทัก

"อารายเนี่ย มาทำอะไร"

"มาทำงานสิ …คิดว่าผมมาทำอะไรเหรอครับ"

"ใครจะไปรู้ งานอยู่ห้องยาไม่ใช่เหรอ"

"ผมทำงานได้ทุกที่ครับ …ทุกที่ที่มีคุณ"

คุณหมอเต็มเงยหน้ามามองผมเต็มตาเลยครับ พร้อมกับพูดอะไรไม่รู้อยู่ในลำคอ แต่จากการอ่านปาก ได้ความว่า

'กวนตีน'

"หึหึ"

ผมหัวเราะหึหึในลำคอ แล้วก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"หลบหน่อยครับคุณหมอ ผมมาสอนน้องพ่นยา …น้องเตียงที่คุณหมอยืนขวางอยู่น่ะ ผมก็เลยต้องมาอยู่ตรงนี้ไงครับ หึหึ"

พูดจบ ร่างเล็กของคุณหมอก็รีบเดินตรงแหน่วจากผมไปทันที อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวให้กับความเจ้าอารมณ์ที่แสนน่ารักนี้

จากนั้นผมก็ทำการสอนเด็กน้อยให้พ่นยาจนเสร็จ กำลังจะเดินออกจากวอร์ด ก็บังเอิญหันไปสบตากับคุณหมอเต็มอีกครั้ง ซึ่งคุณหมอก็กำลังจะเดินออกจากวอร์ดเหมือนกัน

"เชิญเดินออกไปก่อนเลยครับคุณหมอ"

ไอ้เต็มมันมองหน้าผม และพูดในลำคออีกครั้งว่า 'กวนตีน' แล้วก็เดินออกไปจากวอร์ดเลย ผมจึงรีบตามออกไป

"เอ๊า จะรีบไปตามควายที่ไหนละนั่น"

"อะไรของมึงเนี่ยฟิล์ม ตามกูมาทำไมวะ" ไอ้เต็มมันหยุด และแหวใส่ผม

"กูไม่ได้ตามซักหน่อย ก็ห้องยา…มันต้องเดินไปทางนี้" คำตอบของผมทำให้ได้เต็มหัวเสียหนักไปอีก มันจึงรีบก้าวเท้าไปข้างหน้าต่อ

"แต่จะว่ากูตามก็ได้ ถ้าคิดแบบนั้นแล้วมึงสบายใจ หึหึ" ผมที่เดินอยู่ด้านหลัง พูดไล่หลังให้ได้ยิน

"ไอ้ฟิล์ม! มึงจะเอายังไงกับกู" ไอ้เต็มมันหันมาแหวใส่ผมอีกรอบ พอดีกับมีซอกตึก มันจึงดึงผมเข้าไปคุยกับมันที่ซอกนั้น

"ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะฟิล์ม ชอบล้อเล่นกับกูจังวะ!"

"กู…ไม่ได้ล้อเล่น" พูดติดๆ ขัดๆ ซะงั้นผมน่ะ

"ไม่ได้ล้อเล่นแล้วมึงเป็นเชี่ยอะไร หยอดกูจังช่วงนี้"

"กูเห็นมึงปวดหัว กูก็แค่…ไม่อยากให้มึงเครียด อยากให้ยิ้ม ให้หัวเราะมากๆ"

"…แล้วไป"

ได้ยินเสียงไอ้เต็มถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่ทำไมใจผมมันเหี่ยวๆ ก็ไม่รู้ ถึงงั้นก็เถอะ ยังไงเราก็ต้องเดินหน้าต่อ

"วันเสาร์นี้ มึงว่างไหม"

"ทำไม"

"กูสมัครแข่งขันถ่ายรูป แล้วมันต้องถ่ายรูปคน มึง…ช่วยไปเป็นนายแบบให้กูหน่อยดิ"

"หน้าอย่างกูเนี่ยนะ!?!"

"เออ หน้าอย่างมึงเนี่ยแหละ"

"มึงไม่ไปขอให้ไอ้นิวเป็นนายแบบให้วะ ตอนนี้สนิทกันแล้วนี่นา มึงจะได้ทำคะแนนด้วยไง" หน้าตาไอ้เต็มจริงจังมากครับตอนนี้

"มึงลืมไปแล้วเหรอ ว่าเสาร์อาทิตย์นี้ นิวกลับบ้านที่กรุงเทพฯ"

"งั้นมึงก็รอมันกลับมาค่อยไปถ่ายก็ได้"

"ไม่ได้ หมดเขตส่งวันจันทร์นี้"

"แล้วก่อนหน้านี้ทำไมมึงถึงไม่ถ่าย ถ้าไม่ใกล้วันคงไม่ทำใช่ไหม ชอบจริงๆ เลยนะ ไฟลนก้นเนี่ย"

มันบ่นให้ผมชุดใหญ่ครับ บ่นได้บ่นไปครับ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ตกลงไปเป็นนายแบบให้ผมอยู่ดี จริงๆ แล้วการประกวดถ่ายรูปครั้งนี้ เค้าให้ส่งเลทสุดอาทิตย์ถัดไปครับ แต่เพื่อให้ได้มาซึ่งนายแบบที่ต้องการ ก็ขอผิดศีลข้อสี่นิดหน่อยละกันครับ





- หมอนิว -

เย็นวันศุกร์

หลังจากที่ผมเคลียร์ทุกเคสแล้ว ช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษา ผมตั้งใจจะกลับบ้านครับ เพราะตั้งแต่มาประจำที่โรง'บาลนี้ ยังไม่ได้กลับบ้านซักครั้งเลย จริงๆ ผมมีเวรนะ แต่ต้องไปขอร้องอ้อนวอนแลกกับเพื่อนคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งวันหยุด กว่าจะเคลียร์เวรออกไปได้ แทบลมจับ เพราะทุกคนก็อยากหยุดยาว แต่ผมมีเพื่อนดีไง ไอ้เต็มเลยรับอาสาอยู่เวร ER ให้

ผมสะพายเป้ลงมาล่างหอพักแพทย์หนึ่งใบ กะว่าไม่เอาอะไรไปมากครับ ไม่อยากโหลดกระเป๋าใต้เครื่องบิน อีกทั้งจะได้ไม่ต้องไปยืนรอกระเป๋าที่สายพานด้วย

ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดออก ก็เห็นร่างสูงที่คุ้นเคยยืนรอแล้ว พี่กี้นั่นเองครับ พี่เค้าบอกว่าจะไปส่งขึ้นเครื่อง ขากลับก็จะไปรับ ผมบอกว่าไม่ต้องไปส่งก็ได้ แต่พี่เค้ายืนยันจะไปส่งให้ได้ ผมเลยขี้เกียจห้ามละ อยากไปก็ไป

"อ้าว มีแค่เป้ใบเดียวเหรอ"

"อืม เอาไปอะไรเยอะแยะ เสื้อผ้าอยู่บ้านก็มีป่ะ"

"ก็จริง งั้นขึ้นรถกัน พี่เอารถออกมารอแล้ว"

พูดจบ ผมก็เดินตามไอ้พี่กี้ไปขึ้นรถ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ถึงสนามบินที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง พอถึงก็ไปหาที่จอดรถครับ จากนั้นไอ้พี่กี้ก็เดินไปเปิดประตูหลัง ถือกระเป๋าลากมาหนึ่งใบ ทำเอาผมงงๆ ก็เลยต้องถามขึ้น

"กระเป๋าใครอ่ะพี่"

"ของพี่ไง"

"แล้วพี่จะไปไหนอ่ะ"



"…เข้ากรุงเทพฯ กับนิวไง"



"ห๊าา!! อะไรนะ?!?"

ผมอึ้งอยู่ครับ ไม่เห็นบอกผมก่อนเลย แล้วจะไปทำอะไรที่กรุงเทพฯ!

"พี่ไม่เห็นบอกผมว่าจะเข้ากรุงเทพฯ ด้วย"

"ก็บอกอยู่นี่ไง" พูดหน้าตายอ่ะ

"ไม่ได้หมายถึงตอนนี้ ก่อนหน้านี้ทำไมไม่บอกก่อน"

"บอกก่อนก็ไม่เซอไพรส์ดิ"

"จะเซอร์ไพรส์อะไร บอกมานะ"

"ไม่มีหรอก พูดเล่นไปงั้นแหละ"

"อารายยยย พูดให้อยากแล้วจากไป"

ผมเองครับที่เป็นฝ่ายแง้วๆ ใส่พี่เค้า ผมก็งงตัวเอง นี่ผมเป็นได้ขนาดนี้เลยเหรอ ตั้งแต่เริ่มใช้สถานะ 'แฟน' กับไอ้พี่กี้ ผมทั้งพูดจาเอาแต่ใจ ทั้งออดอ้อนพี่เค้า ทำตัวน่ารักเข้าไปทุกวัน แล้วไอ้พี่กี้ก็ตามใจ เอาใจผมสารพัด แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่ตามใจ เหมือนครั้งนี้ไง ผมเลยทำหน้างอนนิดนึง เดี๋ยวไอ้พี่กี้มันก็ง้อครับ

นั่นไง ร่างสูงเอื้อมมาจับมือผม แล้วเดินนำไปข้างหน้า พาผมเดินข้ามถนน ตลอดจน check in ขึ้นเครื่อง ไอ้พี่กี้ก็ไม่ยอมปล่อยมือผมเลย จะมีบ้างก็ตอนค้นหาบัตรประชาชน และต้องวางเป้เข้าเครื่องสแกน หลังจากนั้นพี่กี้ก็กลับมาเดินจูงมือผมต่อ โดยไม่สนใจสายตาประชาชนที่มองมาเลย บางครั้งผมก็เขินเป็นเหมือนกันนะ แบบว่ายังไม่คุ้นเคยกับสายตาของผู้คนที่มองมา

'เค้าจะหาว่ากูเป็นตัวประหลาดป่าววะ เดินจูงมือกับผู้ชายเนี่ย'

นั่นคือเสียงที่คิดอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองคิดนาน เพราะเบื้องหน้าผมคือแผ่นหลังที่เหยียดตรง เดินอย่างคนมาดมั่น ถ้ามีอะไรมากระทบก็คงไม่ไหวติง

แผ่นหลังของคนข้างหน้า ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่น เหมือนได้รับการปกป้อง ความคิดหรือคำพูดของใครก็คงมาทำร้ายผมไม่ได้ ตราบใดที่…เรายังเดินจูงมือกันแบบนี้…เรื่อยไป

ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาในชีวิตผม ทำให้ทัศนคติที่มีต่อความรักของผมเปลี่ยนไป…อย่างสิ้นเชิง



TBC.



Talk : อีกคู่กำลังจะจีบกัน อีกคู่ก็กำลังปรับทัศนคติกันไป ค่อยๆ เดินทางกันไปนะคะ …ตอนนี้ฝากด้วยเช่นเคยค่ะ ขอบคุณทุกคนมากๆนะคะ ทั้งที่แสดงตัว และไม่แสดงตัว ร๊ากกกกทุกคนเลยค่า (ยิ้มกว้างงงงงง)

#หมอกี้น้องนิว #เภฟิล์มหมอเต็ม #อินเทิร์นจอมจุ้นฯ


ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีนะครับ ^^

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออนไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0

ออนไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 21 นายแบบ



- หมอนิว -

ทันทีที่มาถึงสนามบินดอนเมือง พ่อกับแม่ผมที่มารอรับก็โทรมาทันที บอกว่ารออยู่หน้าประตูทางออกแล้ว ผมจึงหันไปถามคนข้างกายว่าคืนนี้จะไปพักไหน

"คืนนี้พี่จะไปพักไหนเนี่ย"

"ไปนอนบ้านนิวได้ไหมล่ะ" ถามผมด้วยใบหน้ากรุ้มกริ่มน่ะ

"…ก็ได้แหละ แต่ยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่เลย"

"ล้อเล่น พี่มีคอนโดอยู่นี่ ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนมาเรียนต่อเฉพาะทางแล้ว ให้นิวใช้เวลากับครอบครัวให้เต็มที่เลย …แล้วเดี๋ยวเราค่อยนัดไปทำบุญกันนะ"

ผมพยักหน้ารับ พลางยิ้มขอบคุณพี่เค้า ขอบคุณที่เข้าใจผม เพราะป่านนี้พ่อกับแม่คงรอผม และคงอยากมีเวลาของครอบครัวเราแล้ว แต่ผมก็รั้งแขนพี่กี้ไว้

"อย่าเพิ่งไปพี่ …เดี๋ยวพาไปสวัสดีพ่อกับแม่" พูดไป ก็แอบชำเลืองคนข้างๆ ไปด้วย

"จริงดิ จะแนะนำพี่ว่าไงอ่ะ" ไอ้พี่กี้ตาลุกวาวเลยครับ

"อย่าคาดหวังมาก แค่จะบอกว่าเป็นอาจารย์หมอที่โรง'บาลเท่านั้นแหละ"

"ไรอ่ะ เซ็งเลย"

"ตามนั้นแหละ"

ไอ้พี่กี้หน้ามุ่ยไปนิดนึงครับ แต่ผมรู้ว่าแค่แกล้งทำเฉยๆ เราต่างฝ่ายก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันเร็วเกินไปที่จะอธิบายให้ผู้ใหญ่รับรู้ รอให้คบกันนานกว่านี้ หรือให้เราทั้งสองทำความรู้จักกันมากกว่านี้ก่อน แล้วเราค่อยบอกพ่อกับแม่ก็ยังไม่สาย

พอเดินพ้นประตูทางออกมา ก็เจอพ่อกับแม่ยิ้มรอรับอยู่ก่อนแล้ว ข้างกายเป็น 'นัท' น้องชายคนเดียวของผม ซึ่งอายุห่างกับผมแค่ปีเดียว จบสถาปัตย์ ตอนนี้ทำงานกับบริษัทต่างชาติ น้องผมกับผมนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง นัทเป็น artist นิสัยอินดี้ แต่ผมเป็นพวกใช้เหตุและผลมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก

"สวัสดีครับพ่อกับแม่ คิดถึงจังเลยอ่ะ" ผมเดินเข้าไปกอดพ่อกับแม่ พลางทักทายไอ้น้องชายตัวดีด้วย

"ไงไอ้นัท ไหนว่าไม่กลับ"

"ไม่กลับได้ไง มึงกลับมาทั้งที พ่อกับแม่เลยกล่อมให้กูกลับเนี่ย อยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตางี้"

"ก็ดีแล้วไง โผล่หน้ามาให้พ่อกับแม่เห็นบ้าง ไม่ใช่กลับบ้านปีละครั้ง" ผมบ่นให้น้องชายนิดหน่อย แล้วก็รับรู้ได้ว่าสายตาแต่ละคนจับจ้องผู้ชายที่เดินมากับผม

"อ่อ นี่อาจารย์กี้นะครับ เป็นอาจารย์หมอศัลย์ที่โรง'บาลผม …นี่พ่อแม่ น้องชายครับ"

พูดจบ ไอ้พี่กี้ก็ไหว้พ่อกับแม่ผมด้วยท่าทีนอบน้อม พ่อกับแม่ผมก็ยิ้มรับไหว้

"สวัสดีลูก ดูอายุไม่น่าจะมาก เป็นอาจารย์แล้ว เก่งจังเลยลูก" พ่อผมครับ เอ่ยทักทายขึ้น

"ขอบคุณครับ ผมรีบไปเรียนต่อเร็วนะครับ"

"บ้านอยู่กรุงเทพฯ เหรอลูก"

"ไม่ครับ พอดีวันหยุดยาว เลยจะมาตระเวนทำบุญในกรุงเทพฯ ซักหน่อยครับ"

"อ่อ เอานิวไปด้วยสิ รายนี้ไม่ค่อยชอบเข้าวัด"

"พ่อคร๊าบบ ไม่ขายลูกนะคร๊าบบ" อันนี้เสียงผมเองครับ ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาดังเลย

"ว่าแต่ นอนไหนละลูก ถ้าไม่มีที่พัก ไปนอนที่บ้านพ่อกับแม่ก็ได้นะ"

เอ่อ ได้ข่าวเพิ่งเจอหน้ากันวันแรก ชวนเค้าไปนอนบ้านเลยเหรอพ่อ อันนี้ผมแอบคิดอยู่ในหัว งงกับพ่อตัวเองจัง

"ขอบคุณมากครับ แต่คงไม่ได้รบกวนนะครับ พอดีมีที่พักแล้วครับ"

"อ่อ ไว้ถ้ามีโอกาสก็เข้ามาทานข้าวที่บ้านพ่อกับแม่นะลูก"

แม่ผมเป็นฝ่ายชวนบ้างครับ มนุษยสัมพันธ์ดีจริงๆ ชวนเค้ามานอนบ้าน แล้วยังชวนมาทานข้าวที่บ้านอีก

"ขอบคุณครับ ไว้มีโอกาส ผมจะไปแน่นอนครับ"

หลังจากนั้น เราก็แยกย้ายกันกลับ ไอ้พี่กี้มีเพื่อนหมอมารับ ส่วนผมก็กลับกับครอบครัว พอมาถึงบ้าน อาจจะด้วยความเพลีย อาบน้ำเสร็จผมก็ทิ้งตัวลงเตียงนอน มีเสียงข้อความทางไลน์เด้งเข้ามา

Kie : นอนยัง

New : กำลังจะนอน

Kie : ไม่มีพี่นอนข้างๆ หลับได้เหรอ

New : เว่อร์ไปป่ะ

Kie : ก็ไม่รู้สินะ

New : นอนแล้วนะ ฝันดีครับ

Kie : อย่าเพิ่งดิ พรุ่งนี้มีแพลนไปไหนป่าว

New : อยู่บ้าน ช่วยที่บ้านทำงาน


บ้านผมมีธุรกิจผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ครับ กิจการไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่ก็มีลูกค้าเกือบทุกจังหวัด เดี๋ยวนี้น้องชายผมก็ช่วยออกแบบดีไซน์งานให้ด้วย อนาคตคงเป็นน้องชายผมที่ต้องมารับช่วงต่อที่บ้าน ตอนนี้น้องบอกว่าขอไปหาประสบการณ์ก่อนซัก 4-5 ปี แล้วเดี๋ยวค่อยว่ากันต่อจากนี้

Kie : โอเค งั้นซักวันอาทิตย์ไปไหว้พระกันนะ

New : คร๊าบผม

Kie : งั้น…คืนนี้ฝันดีนะครับ

New : ฝันดีเหมือนกันครับ


หลังจบบทสนทนาทางไลน์ ผมก็ล้มตัวลงนอนทันทีครับ เหนื่อยครับ วันนี้เดินทางหลายต่อ แถมเมื่อคืนก็ไม่ได้นอน เพราะอยู่เวร icu ศัลย์ คนไข้อาการไม่ดี ผมจึงต้องโทรรายงานเคสอาจารย์ต๊ะทุกชั่วโมงก็ว่าได้





- เภฟิล์ม -

วันเสาร์มาถึง

ผมนั่งรอไอ้เต็มที่ด้านล่างหอพักแพทย์ ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสี่โมงเย็น ช่วงนี้กำลังถ่ายรูปสวยครับ แสงกำลังดีเลย ไม่นานก็เห็นร่างเล็กของไอ้เพื่อนเต็มเดินตรงมาทางผม

"รอนานไหมมึง" ไอ้เต็มครับ ถามผมขึ้น

"ไม่เลย เพิ่งมาเหมือนกัน" จริงๆ คือมารอตั้งแต่ 30 นาทีที่แล้ว

"มึงว่า…ชุดกูโอเคยัง"

"โอเคแล้ว ไม่เน้นชุด เน้นคนเว้ย"

"แต่องค์ประกอบก็ต้องได้ไง"

"แค่มีมึงเป็นนายแบบ …ทุกอย่างก็ดีหมดแล้ว"

"ก็อยากให้มันออกมาดีที่สุดไง"

"หึหึ" ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ครับ เพราะดูท่าทางคนตรงหน้ามีความกระตือรือร้นสูงมาก

"มึงขำอะไร ไอ้ฟิล์ม"

"กูตลกมึง จริงจังกว่ากูอีกนะเนี่ย"

"พอเลย ป่ะ ไปกันได้แล้ว"

เราจบบทสนทนากันแต่เพียงเท่านี้ครับ หลังจากนั้นผมก็ขับรถมารับมันออกไป location ที่เล็งไว้ คือ ถนนที่มีต้นยางขึ้นสูงสองฝั่ง แล้วลำต้นจะโน้มเข้าหากันเพื่อเป็นอุโมงค์ ฉากหลังสีเขียวของต้นไม้ ตัดกับทางโค้งของถนน เป็นภาพที่สวยงามมากๆ ครับ อยากให้ทุกคนได้เห็น (ลอง search google ดูนะครับ ไรท์บอกว่าแทรกรูปลงไม่เป็นครับ T^T)

"ว้าววว สวยมากเลยมึง"

หน้าตานายแบบของผมดูตื่นเต้นมากครับนาทีนี้ เหมือนเด็กเล็กๆ เลย น่ารักว่ะ

"ไม่เคยมาเหรอ อยู่ใกล้บ้านแค่นี้เอง"

"เอาเวลาที่ไหนมาวะ …แต่คือ สวยมากกกก มึงรู้จักที่นี่ได้ไงเนี่ย"

"ไม่มีคนเล่นกล้องคนไหนไม่รู้จักหรอก"

คำตอบผมทำเอาไอ้เต็มส่ายหัวให้ แต่ไม่นานมันก็ไปชื่นชมบรรยากาศรอบข้างต่อ ส่วนผมก็เตรียมกล้องครับ วันนี้มีแค่กล้องหนึ่งตัว กับเลนส์หนึ่งอัน ไม่ได้มีแฟลช และขาตั้งกล้อง เพราะงั้นบรรยากาศก็จะเป็นกันเอง ออกแนวมาถ่ายรูปเล่นซะมากกว่าครับ

ระหว่างที่ไอ้เต็มชื่นชมกับบรรยากาศ ผมก็แอบเก็บรูปมันไปด้วยครับ เป็นช๊อตเผลอๆ น่ารักดี

"แล้วไม่บอกก่อนวะว่าจะถ่าย จะได้เก๊กหล่อ"

"แบบนี้แหละ ธรรมชาติดี"

"เอาใหม่" สิ้นเสียง ไอ้เต็มก็เก๊กหน้านิ่งมองมาที่กล้อง ซึ่ง…ไม่เป็นธรรมชาติสุดๆ เกร็งมาก แต่ผมก็กดแชะให้ตามคำสั่งเจ้าของรูป แล้วเจ้าตัวก็วิ่งมาดูรูปตัวเองที่กล้องกับผม

"อะไรวะ ทำไมกูดูไม่หล่อเลยวะ"

"บอกแล้วว่าทีเผลอเวิร์กสุด"

แล้วผมก็เลื่อนรูปทีเผลอให้มันดู มันก็เลื่อนดูรูปไปเรื่อยๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจ ผมก็ดูไปด้วย ดูไปดูมา จังหวะไหนไม่รู้ครับ สงสัยผมจะก้มลงต่ำมากไป ทำให้แก้มผมไปชนกับแก้มไอ้เต็ม

ต่างฝ่ายต่างสะดุ้งสุดตัว!! รีบถอยห่างออกจากกันแทบไม่ทัน





"มึงยืนตรงกลางถนนเลย แล้วเงยหน้ามองกิ่งไม้กิ่งนั้น"

ผมบอกไอ้เต็ม พร้อมบอกจุดโฟกัสมันพร้อม เพราะตอนนี้มันดูนิ่งๆ ไป

"อมยิ้มนิดนึงนะมึง …ให้มึงจินตนาการถึงคนที่มึงชอบก็ได้"

"กู… ไม่มีคนที่ชอบอ่ะ คิดไม่ออกว่าต้องทำหน้ายังไง"

"ดารงดาราอะไรก็ได้ที่มึงคิดว่าเค้าสวยน่ะ"

"ดารา… กูแทบไม่ดูละคร"

"ดาราเอวีก็ได้มึง อย่าบอกกูอีกนะว่ามึงไม่เคยดู กูไม่เชื่อสัสๆ"

ผมพูดจบ มันหัวเราะก๊ากเลยครับ ผมก็รีบกดแชะสิครับ แชะถี่ๆ ไปเลย กว่าจะได้ความเป็นธรรมชาตินี้

เราถ่ายรูปไปได้ซักพักก็ต้องโบกมือบ๊ายบาย เพราะยุงเยอะมากกกก และรถก็ขับสวนไปมา ถ่ายไปได้ 2-3 รูป กำลังจะบิ้วท์อารมณ์ได้ รถก็วิ่งมา บางจังหวะ ท่าโพสต์กำลังได้ก็ต้องรีบตบยุง และจากสายตาที่มองไปยังขาขาวๆ ของไอ้เต็ม มีตุ่มแดงๆ บ้างประปรายแล้ว สงสารมันครับ ยิ่งตัวขาวๆ ถ้าอยู่นานกว่านี้ ไข้เลือดออกได้ถามหาแน่

"วันนี้พอเถอะเต็ม กูว่าค่อยไปหาโลเคชั่นที่อื่นดีกว่าว่ะ"

"อ้าว ทำไมอ่ะ"

"ยุงเยอะ เดี๋ยวไข้เลือดออกได้ถามหานะมึง …ค่อยนัดกันอีกทีพรุ่งนี้นะ"

"อะไรของมึงอีกเนี่ย พรุ่งนี้กูยังต้องเจอหน้ามึงอีกเหรอ"

"เออน่า ค่อยไปถ่ายรูปตอนเวียนเทียนที่วัดกัน"

"คือมึง…จะชวนกูไปเวียนเทียนเหรอ"

"จะว่างั้นก็ได้"

"อะไรของมึงเนี่ย ช่วงนี้ทำตัวติดกับกูแปลกๆ นะ"

"หรือมึงไม่อยากไปกับกู"

"ก็เปล่า… เพื่อนชวน ก็ไปดิ"

"แล้ว…เย็นนี้มึงมีนัดไหนไหม"

"ตอนนี้ยัง"

"งั้น… ไปกินชาบูกันไหม"

"ไปก็ไป"

แล้วผมกับมันก็ไปกินบุฟเฟ่ท์ชาบูร้านเปิดใหม่ ไปลองของใหม่ดิ เป็นไงจะได้โฆษณาต่อ ถามว่าได้ค่าจ้างไหมก็ไม่ แต่เปิดใหม่ต้องไปลองครับ ระหว่างที่นั่งกินไป ผมก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไอ้เต็มไปด้วย

"อะไรของมึงเนี่ย กินอยู่ก็ยังจะถ่าย"

"ก็ตอนกินนี่มึงเป็นธรรมชาติมาก"

"ธรรมชาติมากกกก เผื่อได้รูปตอนกูกำลังเคี้ยวอยู่ มึงไม่เก็บไว้แบล็คเมล์กูรึไง พอเลย รีบๆ แดก จะได้รีบๆ กลับ"

"มึงจะรีบไปไหนวะ เวรก็ไม่มี"

"นอน"

หมดคำจะพูดครับ ได้ยินแล้วถึงกับต้องรีบเก็บกล้องเลย คนห่าอะไร นอนได้นอนดี นอนเหมือนกับว่านอนให้เต็มที่กับวันสุดท้ายของชีวิตงี้ ตั้งแต่ผมสุงสิงกับมันมาซักพัก มันทำอยู่ 3 อย่างครับ 1. ทำงาน+ขึ้นเวร 2. เล่นการ์ด+เกมส์ 3. นอน ชีวิตมันนี่ไม่มีความสนใจด้านอื่นแล้วครับ มีเท่านี้จริงๆ





- หมอเต็ม -

เย็นวันนี้ผมไปเป็นนายแบบให้ไอ้ฟิล์มครับ ไม่มีอะไรมาก แค่ยิ้ม แค่หัวเราะ แค่พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติ เหมือนจะไม่ยากนะ แต่มันยากเพราะหลังเลนส์กล้องเป็น…ไอ้ฟิล์มไง

ผมรู้สึกดีนะ เวลาที่มันยกกล้องเล็งมาที่ผม รู้สึกว่ามันกำลัง 'โฟกัส' ผม

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ผมสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป เพราะกลัว… กลัวว่ามันจะมองทะลุเข้ามาในใจผม

อย่างที่บอกครับว่าตั้งแต่วันนั้น วันที่ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนกับไอ้เต็ม ทุกสิ่งทุกอย่างในใจผมเปลี่ยนไป ผมไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร สนใจเรื่องราวในชีวิตมันมากขึ้น มันแซวนิดแซวหน่อยก็เอามาคิดเป็นจริงเป็นจัง ละที่มันชวนผมมาถ่ายแบบด้วยก็แค่ 'แทนไอ้นิว' มันไม่ได้อยากถ่ายรูปผมจริงๆ หรอก ละไอ้ที่ชวนมากินบุฟเฟต์ชาบูนี่ก็ด้วย ก็แค่หาเพื่อนกินข้าว เป็นเรื่องปกติที่เพื่อนเค้าชวนกันป่ะ อ่ออ ที่พรุ่งนี้ชวนไปเวียนเทียนด้วย ก็แค่อยากถ่ายรูปซ่อมนะแหละ ไม่มีอะไรหรอก

ใช่สิ ก็มันชอบไอ้นิวขนาดนั้น มันคงไม่เหลือ 'ที่ว่าง' ไว้ให้ใครหรอก

"เป็นอะไรเต็ม อยู่ดีๆ ก็นิ่งไปเลย" ไอ้ฟิล์มครับ มันถามผมขึ้น สงสัยผมจะนิ่งคิดนานไปหน่อย

"เปล่าๆ รีบกินรีบกลับกันเถอะ"

"ช่วงนี้มึงแปลกๆ นะ"

ผมเงยหน้าจากถ้วยบุฟเฟ่ต์มามองคนตรงหน้าเลยครับ หรือว่ามันจับพิรุธอะไรผมได้

"แปลกอะไร ไม่มี๊"

"เสียงสูง มีพิรุธจริงๆ"

คิดๆๆ คิดหาเรื่องแก้ตัวก่อนครับ อ่ออออ ผมว่าผมได้เรื่องแก้ตัวแล้ว เมื่อกี้ไอ้นิวเพิ่งไลน์มาบอกว่าอาจารย์กี้ตามมันกลับที่กทม. จริงๆ ผมก็ไม่ค่อยอยากพูดให้มันคิดมากหรอกนะ แต่ผมต้องหาเรื่องแก้ตัวไง ขายเรื่องเพื่อนก่อนละกันนะนาทีนี้

"จริงๆ ก็มีแหละ"

"อะไร"

"คือ…กูก็ไม่รู้ว่า…กูควรบอกมึงไหม แต่…มึงเคยบอกกูไว้ว่า ถ้าเป็นเรื่องนิวให้บอกมึงเลย"

"เล่ามาเลยมึง"

"ที่นิวกลับบ้านน่ะ อาจารย์กี้ตามนิว…ไปถึงกรุงเทพฯ เลย"

ผมพูดไปก็สังเกตสีหน้าไอ้ฟิล์มไปด้วย กลัวมันจะเสียใจหนักเหมือนตอนไปทะเล ซึ่งหน้ามันตอนนี้ออกจะนิ่งๆ ไปแวบนึง แต่แล้วก็มีท่าทีกังวลใจ เริ่มโวยวายตามแบบฉบับของมันละครับ

"แล้วทำไมมึงเพิ่งมาบอกกูวะ กูจะเอาเบียร์ สั่งมาเลย แดกให้หายช้ำซิคืนนี้"

ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'เบียร์' ผมแทบสะดุ้ง อย่านะมึง อย่าแดกเบียร์เป็นอันขาด!! คราวนี้กูจะไม่ให้มึงขึ้นห้องกู!!

"อย่าเลยมึง พรุ่งนี้จะไปทำบุญไม่ใช่เหรอ งดแอลกอฮอล์เถอะนะ กูขอร้อง" ผมถึงกับต้องขอร้องมันเลยครับ

"ถัากูไม่แดกเบียร์ คืนนี้กูจะนอนได้ไง ไอ้เต็มมมม มึงต้องอยู่เป็นเพื่อนกูนะ ฮืออ"

เดี๋ยว เดี๋ยวนะ เหมือนภาพจะฉายซ้ำ มันส่งเสียงฟูมฟายออกมาครับ สงสารมึงกูก็สงสารอยู่หรอกนะฟิล์ม แต่กูเป็นห่วงสวัสดิภาพตัวเองมากกว่า ตอนคิดจะบอกไอ้ฟิล์มเรื่องนิว ก็ลืมคิดถึงความปลอดภัยของตัวเองเลย

สุดท้ายผมก็ห้ามมันไม่ได้ครับ มันสั่งเบียร์มาดื่มขวดแล้วขวดเล่า ผมได้แต่นั่งมองมันดื่ม ถือแก้วน้ำอัดลมชนกับมันหมดไปก็หลายแก้ว อยู่ดีๆ มันก็คอพับลง ผมจึงต้องรีบสะกิด กลัวเป็นอะไรไป แต่มันดันคว้ามือผมไปดม แล้วกล่าวว่า

"มือเล็ก…สวย…เหมือนหน้าเลย"

เอาอีกแล้วครับ อาการเดิม ผมต้องทำหน้าที่ 'ตัวแทน' อีกแล้วสินะ

"ป่ะ กลับกันเถอะมึง …ไม่เอา อย่าจับมือกู" ผมห้ามมัน หลังจากที่มันจับมือผมไม่ยอมปล่อย

"จับนิดจับหน่อยน๊าาา"

พูดจบ มันก็เลื่อนมือมันขึ้นมาที่แขนผม ผมจึงต้องรีบตะครุบไว้ แล้วรีบเรียกน้องพนักงานมาเช็คบิล จากนั้นผมก็ลากมันมาที่รถ เนื่องจากเอารถมันมา ผมจึงต้องค้นหากุญแจรถจากมัน เมาไม่ขับนะครับ ดังนั้นหน้าที่ขับรถและลากมันกลับจึงตกมาที่ผม

"ไอ้ฟิล์ม มึงเอากุญแจรถไว้ไหน"

"เป๋าเกงกู" ไม่พูดเปล่านะครับ เด้งช่วงสะโพกมาให้ผมล้วง(กระเป๋า)ด้วย

ผมจึงต้องใช้ร่างเล็กๆ ของผมพยุงมันให้ยืน และมืออีกข้างก็พยายามล้วงหากุญแจรถมัน ละคือมึงช่วยยืนดีๆ ได้ไหม จะตัวอ่อนไปไหน ตัวมึงก็ใหญ่จะตายห่า แค่พิงกู กูก็ยืนเซแล้ว ยังจะยืนตัวอ่อนไม่มีกระดูกอยู่ได้

ผมพยายามล้วงหากุญแจครับ แต่ล้วงเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จะควานหาก็ไม่ถนัดมือ ตำแหน่งล่อแหลมเกิน

"อ๊ะ อยู่นี่งายยย"

อยู่ดีๆ ไอ้ฟิล์มก็หยิบกุญแจมาจากไหนไม่รู้ครับ โชว์หราหน้าผมเลย

"ปล่อยให้กูล้วงอยู่ได้ แม่ง"

ผมรีบคว้ากุญแจมาปลดล็อคแล้วรีบยัดไอ้ฟิล์มเข้าไปในรถเบาะข้างคนขับ จากนั้นก็มาประจำตำแหน่งคนขับ ออกรถบึ่งไปยังหอพักบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ ซึ่งเป็นตึกที่ตั้งอยู่ติดกับหอพักแพทย์นั่นแหละครับ ผมไม่เคยขึ้นไปห้องไอ้ฟิล์มเลยสักครั้ง วันนี้แหละจะได้ขึ้นไปครั้งแรก

ทันทีที่ถึงหอพัก ผมก็ลากมันออกมาจากรถ ทั้งฉุดทั้งดึงทั้งถูไถ กว่าจะถึงห้องมัน จริงๆ ผมไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ห้องไหน โชคดีที่เจอเพื่อนเภสัชเพิ่งลงเวรเลยอนุเคราะห์บอกข้อมูลให้

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องมัน ภายในห้องก็เป็นแบบแปลนเดียวกันกับห้องพวกผมเลย จากนั้นก็ลากมันไปทิ้งลงไว้บนเตียงนอน ตั้งใจว่าจะกลับห้องตัวเองละ แต่มือคนเมาดันรั้งแขนผมไว้ กระตุกนิดเดียวผมก็ล้มตัวลงไปบนเตียงมันแล้ว พร้อมกับที่มีร่างสูงใหญ่ของมันคร่อมทับผมเอาไว้

เชี่ยละ!! สถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ!!

"จะไปไหน…"

"กลับห้องกูไง"

"ยังไม่ให้กลับ"

"มึงเมาแล้ว…นี่กูเต็มเพื่อนมึงไง"

"…อือ รู้ละ"

เอ๊าา นี่ไม่ได้เมาเหรอ ท่าทางตอนนี้มันไม่เหมือนคนเมาเลยซักนิด แล้วไอ้คนที่กูลากขึ้นมาเมื่อกี้มันหายไปไหนแล้ววะ!!

"รู้แล้วก็ปล่อยกู"

"มึงนี่ก็…น่ารักดีเหมือนกันนะ"

มันพูดไป จ้องหนัาผมไปครับ ในสภาพที่ตอนนี้ผมอยู่ใต้ร่างมัน สายตากรุ้มกริ่มอย่างเห็นได้ชัด นี่ไอ้ฟิล์มมันเป็นอะไรครับ!! เมื่อกี้ยังฟูมฟายกับไอ้นิวอยู่ดีๆ ตอนนี้มาพูดจาหยอกล้อผม!!

"มึงเป็นเชี่ยอะไรเนี่ย!?!"

"…"

มันไม่ตอบผมครับ แต่ใช้สายตาโลมเลียผมตั้งแต่ใบหน้า ไล่ลงไปตามลำตัว ทำเอาผมหนาวๆ ร้อนๆ อยู่นะ มึงจะจ้องอะไรขนาดนี้…



ผมเริ่มได้สติ จึงผลักอกมันออกจากลำตัว แล้วรีบผลุบตัวลุกขึ้นยืน



"กูไปแล้วนะ… แล้วอย่าทำแบบนี้อีก… กูไม่ชอบ"



ผมพูดโดยไม่มองหน้ามัน แล้วรีบวิ่งออกจากห้องมันเลยครับ!!

ใช่!! ที่กูไม่ชอบ เพราะถ้ามึงทำแบบนี้บ่อยๆ ใจกูจะไม่ไหวแล้ว ใจกูจะไปหามึงอยู่แล้วเชี่ยเอ้ยยยยย



TBC.



Talk : เอาแล้วววว รักคู่รองไม่แพ้คู่หลักเลย จริงๆ เราชอบแต่งพาร์ทจีบกันมาก ชอบหยอด ชอบอารมณ์ตอนจีบกัน 55555

ตอนนี้ฝากด้วยเช่นเคยค่ะ เจอกันอีกทีวันจันทร์นะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน คอมเม้นท์นะคะ ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะ เยิฟฟฟฟฟ (ยิ้มหวาน)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-07-2020 11:31:19 โดย a-mee-ra »

ออนไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2422
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1345
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
โอ๊ยๆๆทั้งคู่หลักคู่รอง  :-[

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
เต็ม กับ ฟิล์ม ขอให้สมหวังในเร็ววัน

ออนไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Yarkrak

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1639
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
ฟิล์มก็บอกไปเลยว่าถอยจากนิวขอคบกับเต็ม
เต็มจะได้ไม่นอยด์   :mew4:


เล้าเป็ดรณรงค์ ให้ใช้เรียกนักเขียน นักอ่านแทน ไรท์เตอร์ รีดเดอร์ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของเว็บเรากันนะคะ
บอกเผื่อนักอ่านและนักเขียนหลาย ๆ ท่านไม่ได้อ่านกฎและข่าวของเล้าค่ะ

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เล้าเป็ดรณรงค์ ให้ใช้เรียกนักเขียน นักอ่านแทน ไรท์เตอร์ รีดเดอร์ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของเว็บเรากันนะคะ
บอกเผื่อนักอ่านและนักเขียนหลาย ๆ ท่านไม่ได้อ่านกฎและข่าวของเล้าค่ะ


ขอบคุณค่ะ เราไม่ได้อ่านจริงๆค่ะ พอดีเราอัพหลายที่ ตรง talk ก็เลยไม่ได้แก้ค่ะ
แต่จะปรับปรุงแก้ไขในตอนต่อๆไปนะคะ ตอนก่อนๆจะพยายามไปแก้ไขค่ะ แต่มันหลายตอนมาก อาจจะแก้ไขได้ไม่หมด
ขอบคุณอีกครั้งค่ะ  :กอด1:


ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 22 ใส่ใจ


- หมอนิว -

เช้าวันอาทิตย์ที่ตรงกับวันอาสาฬหบูชา ผมตื่นแต่เช้ามาตักบาตรหน้าบ้านร่วมกับครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่ และน้องชาย ทันทีที่พระท่านมาถึง แม่ก็วางดอกบัวลงไปก่อน จากนั้นก็เป็นผมที่ใส่อาหาร ตามด้วยน้องชายที่ใส่ข้าวสวยร้อนๆ ปิดท้ายด้วยพ่อที่ใส่ขวดน้ำเปล่าบริสุทธิ์ลงไปในบาตร ทุกคนปิดวาจาและน้อมรับพรด้วยจิตใจอันเบิกบาน

พอใส่บาตรเรียบร้อยแล้ว ผมก็มาช่วยแม่เตรียมอาหารเช้า ส่วนน้องชายกับพ่อช่วยกันรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ไม่นานอาหารเช้าก็พร้อมรับประทาน ผมจึงอาสาไปตามพ่อกับลูกชายคนเล็กของบ้านมาทานข้าว

"วันนี้แม่ทำอะไรกินอ่าา" เสียงน้องผมครับ ทำเสียงออดอ้อนอย่างกับตัวเองเป็นเด็กน้อย บางครั้งผมก็หมั่นไส้มันครับ ตัวมันน่ะโตอย่างกับควายมาทำเสียงเล็กเสียงน้อย

"แม่ทำข้าวต้มปลาจ้า"

"ปลาอีกแล้วเหรอครับแม่ เมื่อคืนก็ปลานะ" น้องชายผมมันบ่นครับ

"ปลาน่ะดีแล้ว ดีต่อสุขภาพ เคี้ยวง่าย ไขมันต่ำด้วย" นี่เสียงผมเองครับ ต้องสนับสนุนทุกอย่างที่ดีต่อสุขภาพครับ

"จ้าาา พ่อหมอ" เสียงน้องชายประชดผมครับ

ผมกับน้องชายก็จะเป็นแบบนี้ละครับ ความเห็นไม่ค่อยไปในทิศทางเดียวกัน คุยกันก็ไม่ได้ไพเราะอะไรมาก ออกแนวกวนกันด้วยซ้ำ แต่มีปัญหาอะไรปรึกษาหรือคุยกันได้ตลอดนะ ตอนเรียนมหา'ลัยคุยกันบ่อยครับ พอมาทำงานไม่ค่อยได้คุยกัน ต่างฝ่ายต่างยุ่ง

"แล้ววันนี้ไปไหนอ่ะนิว"

พ่อผมครับ ถามขึ้น เพราะเมื่อวานผมอยู่ช่วยงานทั้งวันแล้ว

"ไปไหว้พระอ่ะครับ แต่ยังไม่รู้ว่าไปไหนบ้าง"

"ไปกับใครล่ะ"

"กับอาจารย์กี้ไง ที่พ่อเจอวันนั้นอ่ะ"

"อ่อๆ ก็ดี รู้จักเข้าวัดเข้าวา อยากจะตบรางวัลให้อาจารย์คนนี้ซะจริง ลากลูกพ่อเข้าวัดได้นี่" พูดจบประโยค พ่อผมหัวเราะชอบใจใหญ่เลย ผมนี่งงเลย อะไรวะ อยากรู้นักว่า ถ้าบอกพ่อว่าไอ้อาจารย์คนนี้แหละที่มันคิดกับลูกพ่อมากกว่ารุ่นน้องหมอธรรมดาทั่วไปเนี่ย พ่อยังจะตบรางวัลให้มันอยู่ไหม



.



จุดนัดหมายแรกของผมกับพี่กี้ คือ วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เรานัดหมายกันเวลา 11.00 น. ที่ประตูพระฤาษี เป็นประตูทางเข้าของนักท่องเที่ยว ผมมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย จึงยืนรอพี่กี้อยู่แถวนั้น ไม่นานร่างสูงคุ้นตาในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาวตัวเก่ง ปล่อยชายสบายๆ คู่กับกางเกงสแล็คสีครีมอ่อนหลวมๆ สวมรองเท้า slip on สีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่ บนใบหน้ามีแว่นกันแดดยี่ห้อดังบดบังอยู่ครึ่งหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น

แฟนใครวะ โคตรเท่เลย…

นั่นเป็นประโยคแรกที่เด้งเข้ามาในหัวผม มีความภูมิใจลึกๆ อยู่ข้างในที่ไม่สามารถอธิบายให้ใครฟังได้

"รอนานป่าว"

พี่กี้ถามผมขึ้นทันทีที่เดินมาถึงจุดนัดหมาย

"ไม่อ่ะ เพิ่งมาถึงไม่นานเอง"

"ป่ะ งั้นไปไหว้พระกัน"

แล้วผมกับพี่กี้ก็เดินเข้าไปข้างในด้วยกันอย่างสำรวม ค่อยๆ เดินตามนักท่องเที่ยวคนอื่นเข้าไปครับ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นชาวต่างชาติ เพราะยังอยู่ช่วงโควิด แต่ก็ปลดล๊อกไปหลายแห่งแล้ว เราจึงสามารถเดินเที่ยวได้

ตั้งแต่เด็กจนมาถึงตอนนี้ ผมมาวัดพระแก้วบ่อยมาก นับครั้งไม่ถ้วนครับ มาทั้งกับที่บ้าน มากับโรงเรียน มากับเพื่อน และล่าสุดมากับ…แฟนครั้งนี้แหละครับ เราเดินชมภายในวัดจนมาถึงในส่วนพระอุโบสถ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน 'พระแก้วมรกต' แล้วเราก็เข้าไปไหว้ขอพร จากนั้นก็เดินออกมาเงียบๆ เก็บภาพทุกอย่างไว้ในความทรงจำ เพราะสถานที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวัง เราไม่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ครับ



หลังจากนั้น ก็เป็นเวลาใกล้เที่ยง เราจึงหาอะไรกินแถวนั้น เป็น street food จากนั้นก็ไปต่อที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ หรือ พระนอน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย

เราเดินเข้าไปไหว้พระขอพรเหมือนที่ผ่านมา ผมอธิษฐานขอให้การทำงานของผมราบรื่น อย่าได้มีอะไรติดขัด สุขภาพกายสุขภาพใจดี มีกัลยานมิตรที่ดี รวมถึงมี 'คนรัก' ที่ดีด้วย

ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็พบว่าไอ้พี่กี้มันนั่งมองผมอยู่ก่อนแล้ว

"อะไรเนี่ย ทำไมมองนิว …แล้วไม่ไหว้พระเหรอ"

"ไหว้เสร็จแล้ว ดูคนโลภ สงสัยจะขอเยอะ"

"ไม่เห็นเยอะเลย นิดเดียวเอง"

"ขออะไรบ้าง มีพี่อยู่ในสิ่งที่ขอไหม"

"ไม่บอก"

พูดจบ ผมก็ก้มลงกราบพระสามครั้ง แล้วเดินออกมาเลยครับ ไม่นานไอ้พี่กี้ก็ตามมา บริเวณนั้นเห็นมีป้ายบอกว่าบริการนวดด้วย ผมจึงสะกิดพี่กี้เบาๆ

"พี่กี้ ไปนวดไหม …ชอบนวดไม่ใช่เหรอ"

"ไม่ให้หมอคนไหนนวดแล้ว ให้หมอคนนี้นวดได้คนเดียว"

พูดจบ ไอ้พี่กี้มันก็ยื่นมือใหญ่มาบีบจมูกผมเหมือนหมั่นเขี้ยวน่ะครับ นิดๆ หน่อยๆ ก็เอานะคนเรา ผมจึงแอบดุไป

"ในวัดก็ไม่เว้นนะพี่"

"ช่วยไม่ได้ อยากน่ารักเองทำไม"

อืมมม หมดคำจะพูดครับ พอครับ ขี้เกียจเถียง…



วัดต่อไป เราต้องนั่งเรือข้ามฟากไปครับ คือ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในระหว่างที่เรากำลังนั่งเรืออยู่นั้น เรือมันโงนเงนครับ ทำให้ผมที่มัวแต่หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปบรรยากาศรอบข้างเอนไปซบไหล่ไอ้พี่กี้ แทนที่คนถูกซบจะทำตัวนิ่งๆ ไป แต่เปล่าเลย กลับโอบผมเข้าไปชิดมากกว่าเดิมซะอีก คนที่นั่งอยู่แถวนั้นมองแล้วอมยิ้มใหญ่เลย ทำเอาผมเขินๆ อยู่เหมือนกันนะ

ไม่นานเราก็ข้ามมาอีกฟากสำเร็จ เดินเที่ยวชมภายในวัด มาหยุดใช้เวลาที่พระปรางค์ใหญ่วัดอรุณฯ ถือได้ว่าเป็นศิลปกรรมที่สง่าและโดดเด่นที่สุด บนพระปรางค์ประดับด้วยเครื่องกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์ที่นำเข้ามาจากจีน ซึ่งมีลวดลายงดงามเป็นของเก่าแก่และหายากมาก

เราเดินขึ้นบันไดของพระปรางค์ที่ค่อนข้างสูงและชัน บางช่วงก็ค่อนข้างแคบ ทำให้เราต้องใช่ความระมัดระวังมากๆ ซึ่งพี่กี้จะให้ผมอยู่ข้างหน้าเสมอ แล้วพี่เค้าจะอยู่บันไดด้านหลังในตอนขาขึ้น ส่วนขาลงก็เดินนำลงก่อน ให้ผมค่อยๆ เดินตาม ทั้งยังจับมือผมไม่ปล่อย ทำให้ผมรู้สึก…ปลอดภัย…สบายใจ…วางใจเป็นที่สุด

มาเที่ยววัดครั้งนี้ นอกจากจะอิ้มบุญแล้ว ผมยัง 'อิ่มใจ' มากๆ เลยล่ะครับ…



.



หลังจากที่เราเที่ยวชมวัดเสร็จ ตกเย็นกำลังจะไปหาอะไรกินแถวสยามด้วยกันกับพี่กี้ ไม่รู้เพื่อนผมมันไปเอาข่าวมาจากไหนถึงรู้ว่าผมกลับบ้าน แต่ละคนในกลุ่มจึงนัดรวมพลกันโดยฉุกละหุกสุดๆ มีทั้งคนที่มาได้และไม่ได้ เป็นเพื่อน 'หมอ' ที่เรียนด้วยกันตั้งแต่ม.ปลายครับ

แน่นอนอยู่แล้วว่า…ผมต้องลากไอ้พี่กี้ไปด้วย จะไล่กลับก็กระไรอยู่ จริงๆ ก็อยากไล่กลับนะแหละ ยังไม่พร้อมบอกเพื่อน เพราะที่ผ่านมาไอ้พวกนี้มันรู้อยู่แล้วว่าผมไม่ชอบผู้ชาย แถมใช้พวกมันเป็นไม้กันหมาก็บ่อย พอมาตอนนี้ดันต้องมากลืนน้ำลายตัวเอง คบกับผู้ชาย พวกมันต้องล้อผมแน่ๆ

"เป็นอะรไรนิว"

ไอ้พี่กี้ถามผมขึ้นระหว่างนั่งรอเพื่อนที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ที่มีทั้งอาหารคาวและหวาน

"เปล่า"

"เปล่าอะไร หน้าดูเครียดๆ นะ"

"…กังวลน่ะ"

"เรื่อง?"

"…กลัวโดนเพื่อนล้อ"

"อ่อ เรื่องพี่เหรอ"

"อือ"

"กลัวอะไร พี่นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งคน"

พูดจบ พี่กี้ก็เอื้อมมือมาจับมือผมที่ใต้โต๊ะ แล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ

"เพื่อนสนิทนิวไม่ใช่เหรอ กลัวอะไร อย่างมากก็ล้อเล่น คงไม่เอาจริงเอาจังหรอกมั้ง"

 ทันทีที่จบประโยคของพี่กี้ เพื่อนผมก็โผล่หน้ามาทันที เรียงหน้ากันมาพร้อมกันเลยทีเดียว

"เฮ้ยยย ไอ้นิว มานานยังมึง" นี่ไอ้ชาย ชายน้อยแห่งบ้านทรายทอง ไม่ใช่ละ มันชื่อชาย หนึ่งในแก๊ง 'หมอ' ของพวกผม ไอ้นี่เป็น 'หมอฟัน'

"ไอ้นิวววว กูคิดถึงมึงจังเลยยยย" เสียงนี้ คือ ไอ้บอส หนึ่งในแก๊งหมอเหมือนกัน คนนี้เป็น 'หมอสัตว์'

"กลับบ้านทั้งทีไม่มีบอกเพื่อนเลยนะมึง" เสียงสุดท้ายนี่คือ ไอ้ใหญ่ เป็น 'หมอนวด' ที่ได้ฉายาหมอนวด เพราะธุรกิจที่บ้านมันเปิดร้านนวดกว่า 20 สาขาทั่วประเทศ

"แล้วอีก 2 ตัวไม่มาเหรอวะ" ผมถามหาอีกสอง 'หมอ' ครับ เพราะยังไม่ครบแก๊ง

"พ่อหมอโชค ช่วงนี้คนไปทำบุญด้วยเยอะ พา fc ไปทำบุญ 9 วัด" พ่อหมอโชค เป็น 'หมอดู' สืบสายการดูดวงจากรุ่นปู่ย่าตาทวด

"ส่วนไอ้เพชร ช่วงนี้คนบวชเยอะ ไปร้องเพลงตามงานบวชว่ะมึง" คนสุดท้ายชื่อ ไอ้เพชร เป็น 'หมอลำ' มีชื่อในวงการว่า 'เพชรลดา ฟ้าจรัส'

"อ่อ กูลืมไปว่าช่วงนี้เพื่อนหาเงิน" เสียงผมเองครับ

"แล้วเนี่ย ใครคร๊าบบบ จะไม่แนะนำให้เพื่อนรู้จักเลยเหรอคร๊าบบบ" เสียงไอ้ชายครับ ฟังแล้วมีความอยากรู้อยากเห็นสุดๆ

"อ่อ นี่พี่กี้ รุ่นพี่หมอที่โรง'บาลกู"

สิ้นเสียงผม เพื่อนทั้งสามก็ยกมือขึ้นไหว้พี่กี้อย่างพร้อมเพรียง ทำเอาคนข้างๆ แทบจะรับไหว้ไม่ทัน

"หวัดดีครับน้องๆ"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่ เพื่อนผมเป็นไงบ้างครับอยู่ที่นู่น" ไอ้ใหญ่ครับ เอ่ยทักทายเหมือนเป็นตัวแทนชาวแก๊ง

"นิวเก่ง…ปรับตัวเก่ง มีแต่คนชอบ คนรัก คนหลง" ไอ้พี่กี้ครับ พูดไป ยิ้มกรุ้มกริ่มไป ทำเอาพวกเพื่อนผมส่งสายตามีเลสนัยหากัน

"หมายความว่าไงครับพี่" ไอ้บอสครับ รีบโพล่งขึ้นมาเลย

"ตามนั้นแหละครับ หึหึ …เดี๋ยวพี่ขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ"

จบประโยค ไอ้พี่กี้ก็เดินออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกร้าน และในทันทีที่ร่างสูงพ้นจากสายตา ไอ้ชายรีบซักไซ้ผมเลย

"แค่พี่จริงเหรอวะ"

"พี่สิวะ"

"กูไม่เชื่อ สายตาพี่เค้าไม่คิดกับมึงแค่น้อง" ไอ้ใหญ่ครับ รู้ดีจริงนะมึง

"กูบอกว่าพี่ก็พี่สิวะ พวกมึงนี่สงสัยอะไรกันจัง"

"ความลับไม่มีในโลกนะนิว" ไอ้บอสครับ กดดันผมมาอีกเสียง

"ความลับเชี่ยอะไร พวกมึงนิ"

"ยัง ยังไม่ยอมพูดนะนิว" ไอ้ชายกดดันผมอย่างต่อเนื่อง

"อย่ามาทำเป็นไม่รู้" ไอ้บอสก็เอาอีกแล้วครับ

"เดี๋ยวนี้มึงมีความลับกับเพื่อนเหรอวะ" ไอ้ใหญ่สำทับกันเข้าไป

โอ้ยยยย พวกมึงนิ จะเอากับกูให้ได้เลยใช่ไหม!

"เออๆ กูบอกก็ได้ …กู กับ พี่กี้ เป็นแฟนกัน …พอใจพวกมึงแล้วใช่ไหม"

สุดท้ายผมก็ต้องบอกพวกมันจนได้ ไม่เคยรักษาความลับกับพวกมันได้เลยซักครั้ง

"ไอ้ย๊ะ!!"

ทั้งสามเสียงประสานมาพร้อมกัน หน้าแต่ละคนอึ้งไปตามๆ กัน

"นิว ที่ผ่านมามึงไม่เคยยุ่งกับผู้ชายเลยนะเว้ย" ไอ้บอส เหมือนจะเตือนความจำผมครับ เออ กูรู้ กูจำได้

"แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมึงได้ไปเป็นแฟนกับพี่เค้า" ไอ้ใหญ่ ถามมาติดๆ



"…ก็กูชอบเค้า"



"บรึ๊ยยย" นั่นเป็นเสียงอุทานของเพื่อนผมที่คงจะตกใจมาก

"เค้าป้ายยามึงรึเปล่าวะ นิวคนที่ชอบผู้หญิงนมใหญ่ๆ คนที่ด่าผู้ชายแทบทุกคนที่เข้ามาจีบหายไปไหนวะ" ไอ้ชายสำทับมาอีก

"นั่นสิ พี่กี้…แม่งมีอะไรดีวะ ทำให้เพื่อนเราเปลี่ยนไป๋"

"หรือว่ามึงเปลี่ยวมากจนต้องหันไปหาผู้ชายวะ"

"กูว่าเรื่องนี้ต้องถึงพ่อหมอโชคว่ะ ต้องให้มันดูดวงมึงซิว่าโดนของรึเปล่า"

"เออๆ กูเห็นด้วย ต้องให้ไอ้โชคดูดวงมันว่าช่วงนี้ดาวมรณะเรื่องความรักมาทักทายรึเปล่า"

ผมนั่งฟังแต่ละคนวิจารณ์เรื่องของผมอย่างสนุกปาก ไม่รู้จะเถียงอะไรครับ เถียงไม่ออก

"ไอ้ตัวดี มึงพูดอะไรมั่ง นั่งเอ๋ออยู่ได้" ไอ้ชายสะกิดผมที่ตอนนี้สายตามองออกไปนอกร้าน จับจ้องไปยังร่างสูงที่คุ้นเคยกำลังคุยกับใครบางคน ซึ่งดูเหมือนทั้งคู่จะรู้จักกัน

"หืมม? พวกมึงว่าอะไรนะ"

"ไปดูดวงกับไอ้โชคไหม"

"ไม่ไป ไปทำไมวะ"

"เพื่อนๆ สงสัยว่ามึงโดนของ"

"ของเชี่ยอะไร… กูก็แค่…ลองเปิดใจเว้ย …พี่เค้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร"

"แต่พี่เค้าเป็นผู้ชายนะ"

"ผู้ชายแล้วไง กู…มองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกไปแล้วว่ะมึง กูมองที่ 'ใจ' พี่เค้าเว้ย"

"บร๊ะะะะ!!!" พร้อมใจกันประสานเสียงอีกแล้วครับเพื่อนผม

"สุดมากกกกเพื่อนกู" ไอ้ใหญ่ครับ

"หรือว่าพวกมึงไม่ชอบพี่เค้า" ผมถามพวกมัน เพราะดูเหมือนพวกมันจะไม่ค่อยโอเค

"ไม่ใช่ไม่ชอบ พวกกูแค่แปลกใจ เพราะที่ผ่านมามึงวิ่งหนีผู้ชายมาทั้งชีวิต แต่อยู่ดีๆ มึงก็ประกาศกับพวกกูว่ามึงชอบผู้ชาย พวกกูเลยสงสัยเฉยๆ แล้วก็เป็นห่วงมึงเท่านั้นแหละ" ไอ้ชายครับ มาซะยาวเหยียดเลย

"อ่อ กูก็ไม่รู้ว่ะ …กูแค่รู้สึกว่า ตอนนี้มันใช่ ไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นไง แต่ก็จะพยายามดูแลรักษามันไว้อย่างดีแหละ"

"พวกกูทุกคนอยู่ข้างมึงนะ" ไอ้ชายอีกครับ ที่ตบบ่าผมปุๆ สองสามที

ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ พวกเราจึงคุยไปกินไปครับ พี่กี้ก็เดินกลับเข้ามาด้วย ทั้งโต๊ะพูดคุยกับพี่กี้อย่างสนุกสนาน เสมือนไม่ใช่คนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทำเอาผมวางใจไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยเพื่อนผมก็ต้อนรับ 'แฟน' ผมอย่างดี…



จบการพบปะเพื่อนฝูง ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ปรากฏว่าเกือบ 3 ทุ่มแล้ว คงต้องแยกกับพี่กี้แล้วครับ ผมก็ต้องกลับบ้าน ไอ้พี่กี้กลับคอนโดตัวเอง แต่ตอนนี้ผมรอพี่เค้าอยู่หน้าห้องน้ำ ไม่นานร่างสูงก็ออกมา แล้วเอ่ยปากชวนผมไปต่อ

"วันนี้ พี่ว่าจะไป hang out กับเพื่อนแถวสุขุมวิท นิวไปกับพี่ไหม"

"…"

"พอดีเพื่อนเพิ่งโทรมาชวนเมื่อกี้ …นิวไม่ไปก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปส่งนิวที่บ้านก่อน แล้วพี่ค่อยไปหาเพื่อน"

"ไม่อ่ะ นิวจะไปกับพี่"

ใช่ครับ ผมควรไป จะได้รู้จักพี่เค้าและเพื่อนพี่เค้า อยากรู้จักหลายๆ มุม อยากรู้จักมากขึ้น…มากขึ้นไปอีก



ไม่นาน เราก็ไปถึงร้าน food & drink ร้านหนึ่งที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก เพื่อนไอ้พี่กี้โบกมือรอแล้วครับ เราจึงเดินไปตามสัญญาณมือนั้น ก็ปรากฏว่าเป็นคนที่ผมเห็นยืนคุยกับพี่กี้เมื่อตอนเย็นวันนี้เอง

"ทางนี้ กี้"

"มาถึงนานยังวะ"

"ไม่นานๆ"

"เออนี่… เพื่อนพี่นะ ชื่อ ดีน เป็นหมอ ortho (กระดูก) ส่วนนี่… น้องนิว intern1 ที่โรง'บาลกู"

"อ่อ น้องที่ไปเที่ยวทะเลกับกี้ใช่ไหม"

"อ่อครับ สวัสดีครับพี่" ผมกล่าวสวัสดีพี่ดีน พร้อมกับตอบรับที่พี่เค้าจำผมได้จากหน้าเฟซไอ้พี่กี้ ควรดีใจใช่ไหมครับ ฮ่าๆๆ

"ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปอีกนะเนี่ย"

"ครับ ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ" เริ่มชินละครับกับคำว่า 'น่ารัก'

บทสนทนาของเราถูกตัดด้วยมีเพื่อนของพี่กี้มาเพิ่มอีกสองคน เป็นหมอศัลย์ด้วยกันทั้งคู่ ฟังจากบทสนทนาก็รู้ว่าจบเฉพาะทางมารุ่นเดียวกัน ส่วนมากผมจะนั่งฟังพี่ๆ เค้าคุยกันมากกว่าครับ เค้าคุยกันเรื่องเคสผ่าตัดยากๆ ผมก็ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จะมีพี่ดีนนี่แหละที่ชวนผมคุยบ่อยที่สุด

"นิวคิดไว้รึยังว่าอยากต่ออะไร"

"ยังเลยครับ แหะๆ"

"คิดไว้เลยนะ มีทุนมา แล้วจะได้รีบคว้าเลย"

"ครับ จริงๆ ก็สนใจศัลยกรรมอยู่เหมือนกัน"

"งั้นก็ดีเลย มี back ส่วนตัวดีอยู่แล้ว"

"ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ"

"อย่าแซวมาก เดี๋ยวน้องเขิน" ไอ้พี่กี้พูดแทรกผมกับพี่ดีนขึ้นมา ผมก็นึกว่าพี่เค้ามัวคุยแต่กับพี่สองคนนั้น จริงๆ ก็แอบฟังผมอยู่เหมือนกันนะเนี่ย

นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่า 'ความใส่ใจ' แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังดูแล ผมรู้สึกใจพองฟูขึ้นมาอีก เพราะวันนี้ทั้งวันพี่กี้ดูแลผมดีมาก ตั้งแต่ไปวัด ไปหาเพื่อนผม จนมาถึงตอนนี้ที่อยู่กับเพื่อนพี่เค้า ผมไม่รู้สึกว่าเป็นคนนอกเลย ทั้งที่ผมคุยกับพี่ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่

ผมแอบมองเสี้ยวหน้าคนข้างกายที่ตอนนี้พูดคุยหัวเราะกับเพื่อนตัวเอง แต่ส่งฝ่ามือใหญ่มากุมมือผมไว้ที่ใต้โต๊ะ อยากจะบอกมากว่า…

'ขอบคุณมากนะครับพี่กี้ ที่คอยอยู่ข้างๆ นิวมามาตลอดเลย'



สงสัยผมจะมองพี่กี้นานไปหน่อย เจ้าตัวดันรู้ตัว หันหน้ามามองผมคืนซะงั้น

"มีอะไรรึเปล่านิว"

ผมส่ายหน้า แล้วยิ้มตอบกลับไป แต่ไอ้พี่กี้คงจะไม่เข้าใจ หันหน้ามากระซิบหูผมให้ได้ยินกันสองคน

"นิวอยากกลับรึยังครับ" ผมจึงกระซิบกระซาบตอบไปเหมือนกันว่า

"ยัง พี่คุยกับเพื่อนเสร็จเมื่อไหร่ ค่อยกลับก็ได้ครับ"

"น่ารักจังเลยที่เข้าใจพี่ เดี๋ยวคืนนี้…นิวนอนคอนโดพี่นะครับ"

น้ำเสียงออดอ้อนและส่งสายตาหวานเยิ้มมาหาผม แล้วผมจะตอบยังไงได้ นอกซะจากคำว่า

"…ครับ"

จากนั้น พี่กี้ก็หันไปคุยกับเพื่อนต่อ แอบเห็นสายตาพี่ๆ มองมาอยู่นะครับ แต่ละคนอมยิ้มเบาๆ แต่ไม่มีใครแซวนะ คงเพราะพี่เค้าเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว และคงเพราะเกรงใจพี่กี้ด้วยแหละมั้งครับ

ผมหยิบมือถือไลน์ไปบอกคนทางบ้านในกลุ่ม 'Family'

New : วันนี้นิวนอนคอนโดพี่กี้นะครับ ตอนนี้ hang out อยู่ที่ร้าน xxx

Nut : ให้กูไปรับไหม

New : ไม่เป็นไร น่าจะนั่งอีกยาว

Nut : ตามใจ

Mom : อย่าดื่มหนักมากนะลูก

New : ครับแม่

Dad : ดูแลตัวเองด้วยนะ

New : ครับ …วันนี้เอาบุญมาฝากครับผม


จากนั้นก็ส่งรูปไปวัดรัวๆ เข้าไปในกลุ่ม ทุกคนต่างก็ 'สาธุ' มาอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ก็มีไลน์ส่วนตัวจากน้องชายเด้งเข้ามา

Nut : นิว มึงระวังตูดมึงด้วยนะคืนนี้ อย่าคิดว่ากูดูไม่ออกนะระหว่างมึงกับไอ้อาจารย์คนนั้น

ทันทีที่กดอ่าน ผมแทบสะดุ้งกับข้อความจากน้องชาย เซ้นส์ดีจริงจริ๊งงงงงง

New : ไม่มีอะไรหรอกน่า คิดมากน่ามึง

Nut : คิดมากเชี่ยอะไร มึงสิคิดน้อยไป

New : เออๆ กูจะระวังตัว

Nut : อย่าให้กูรู้นะว่ามึงก็อยากได้ไอ้อาจารย์คนนั้นด้วย

New : เพ้อเจ้อละมึง กินนมละไปนอนซะ

Nut : เออ …มีอะไรฉุกเฉิน โทรมาได้ตลอดทั้งคืน บาย

New : ขอบใจที่เป็นห่วง ถ้ามีอะไร เดี๋ยวโทรหา ฝันดีเว้ย




บางครั้งก็เกลียดน้องชายตัวเองครับ รู้ทันตลอด!!



TBC.



Talk : ตอนนี้จะมีความละมุนอวลอยู่ในบรรยากาศ แต่ไม่รู้เราแต่งออกมาได้ละมุนมากพอไหม 55555 ยังไงก็จินตนาการให้ละมุนละกันนะคะ 5555 ส่วนตอนต่อไปก็ลุ้นๆ นะคะว่าจะเป็นไง อิอิ

ขอบคุณทุกคนที่อ่านและติดตามมาถึงตอนนี้ค่ะ ฝากด้วยเช่นเคยค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ (ยิ้ม)




ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10
ตอนต่อๆไปจะมีดราม่าไหมนะ

ออนไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 59
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0



ตอน 23 ลงใจ (nc?)




ติดตามอ่านได้ที่นี่ ——-> ReadAwrite




















« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-08-2020 16:22:29 โดย a-mee-ra »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8531
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออนไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5236
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 30
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
    • GIFFARINE ORDER สั่งง่าย ส่งฟรี
อร๊ายยยยย หวานกำลังดี

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด