อินเทิร์นจอมจุ้นฯ (Intern VS General Surgeon) ตอนพิเศษ #3 พูดไม่ออก (ฟิล์มเต็ม) 30/9/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อินเทิร์นจอมจุ้นฯ (Intern VS General Surgeon) ตอนพิเศษ #3 พูดไม่ออก (ฟิล์มเต็ม) 30/9/63  (อ่าน 20190 ครั้ง)

ออฟไลน์ nut2557

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 111
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 8 วนมา OR


เช้าวันจันทร์ที่ต้องเปลี่ยนวอร์ด เพราะวอร์ดเก่าอยู่ครบ 1 เดือนแล้ว ละผมต้องไปวอร์ดไหนรู้ไหมครับ ‘แผนกศัลยกรรม’ ไงคร๊าบบบบ แผนกไอ้อาจารย์พี่กี้ไง



วันแรกที่ไปถึงก็เดินตามอาจารย์หมอราวด์วอร์ดแต่เช้า หนึ่งในอาจารย์ก็มีไอ้พี่กี้ด้วยครับ แต่ทุกอย่างปกติดี ทำตัวสมกับเป็นอาจารย์อยู่ครับ ไม่มีการคุยเล่น หยอกล้ออะไร เป็นอีกโหมดหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเห็น โหมดจริงจัง discuss แต่ละเคสกันอย่างดุเดือด อินเทิร์นอย่างพวกผมก็ฟังไปจดไป



มีเพื่อนผู้ชายอีกคนมาวนวอร์ดนี้ด้วยกัน ชื่อ ตะวัน ซึ่งตอนรับน้องเข้าทำงาน ตะวันไม่ได้เข้ารับน้องด้วย เหมือนว่าที่บ้านตะวันมีคนเสียชีวิตนะถ้าผมจำไม่ผิด แต่จากการพูดคุยคร่าวๆ ตะวันมาจากภาคเหนือไม่มีเพื่อนเหมือนกันกับผมเลย เราจึงคุยและเข้าใจกันง่ายขึ้น



อาจารย์หมอให้ผมดูแลวอร์ดศัลยกรรมหญิง ตะวันดูแลวอร์ดศัลยกรรมชาย ส่วน ICU ศัลย์ฯ นั้นช่วยกันดูแล พวกผมต้องมาราวด์วอร์ดแต่เช้าทุกวัน ต้องเข้าเคสผ่าตัดอาทิตย์ละ 3-4 ครั้ง ถ้ามีเวรในเวลาราชการก็ต้องดูแลทุกเคสในวอร์ด ถ้านอกเวลาราชการดูแลแค่ช่วงที่มีเวร อาจจะไม่ต้องอยู่บนวอร์ด แต่ถ้าโทรตามต้องไปถึงหน้างานภายใน 5-15 นาที และมีหน้าที่ consult อาจารย์หมอเจ้าของเคสถ้าเคสมีปัญหา และทุกวันศุกร์เช้า ต้องนำเคสที่น่าสนใจมา discuss กับอาจารย์หมออย่างน้อยคนละ 2 เคส



สบายๆ ชิลๆ ครับ สำหรับเกียรตินิยมอันดับ 1 อย่างผม ฮ่าๆๆๆ



บ่ายวันนี้ ไอ้อาจารย์พี่กี้ให้ผมเข้าเคสห้องผ่าตัดด้วย เป็นเคสกระเพาะทะลุ หน้าที่ของผมไม่มีอะไรมาก มีหน้าที่ดึง retractor (เครื่องถ่างแผล) ให้ปากแผลเปิดตลอดเวลา อาจารย์พี่กี้จะได้เย็บกระเพาะได้สะดวก ซึ่งผมสังเกตการเย็บของพี่เค้าตลอด เย็บรวดเร็ว ปิดรอยรั่วได้ดีมาก ตอนปิดปากแผลที่หน้าท้องก็สวยงาม เนียนกริบ จริงๆ ทำศัลยกรรมเสริมความงามได้สบายๆ เลยนะแบบนี้ แต่ผมก็เคยถามพ่อเจ้าประคุณนะว่าไม่เปิดคลินิกรักษาความงามด้วยล่ะ แต่คำตอบที่ได้รับ คือ



‘ขี้เกียจ... แค่งานราชการก็ไม่ค่อยมีเวลาแล้ว... ถ้าเปิดคลินิก คงไม่มีเวลาหาเมียกันพอดี’



จ๊ะ พ่อ ...เอาที่สบายใจละกัน



หลังออกจากห้องผ่าตัด ก็เป็นเวลาเย็นแล้ว กำลังจะเดินกลับหอพักแพทย์ ก็มีคนร้องเรียกไว้ก่อน ตะวันนั่นเอง

“นิว เพิ่งเสร็จเคสเหรอ”

“ใช่ มึงก็เพิ่งเสร็จเหรอ”

“อืม ไปหาอะไรกินกันไหม”

“ไปดิ หิวมากตอนนี้ แต่เดี๋ยวกูโทรหาไอ้เต็มก่อนนะ เผื่อมันว่างไปกินด้วยกัน”

“ได้ๆ งั้นเดี๋ยวเจอกันล่างหอเลยนะ กูไปเปลี่ยนชุดก่อน”

เออ ลืมไปว่าผมก็ต้องไปเปลี่ยนชุด เพราะตอนนี้อยู่ในชุดสีเขียว เป็นมนุษย์ห้อง OR อยู่ (ห้องผ่าตัด) ระหว่างเดินขึ้นห้อง ก็โทรหาไอ้เต็มไปด้วย ไม่นานมันก็รับสาย

“ฮัลโหลมึง ไปกินข้าวด้วยกันป่ะเนี่ย”

“ไม่อ่ะ กูซื้อขึ้นมาแล้ว กูก็นึกว่ามึงจะเสร็จเคสช้ากว่านี้”

“เออ ตอนแรกกูก็คิดว่าช้าแน่เลย แต่แบบ...พี่กี้อย่างเก่งอ่ะผ่าตัดเข้าไปแปปเดียวก็หารอยรั่วเจอเว้ย ละแกก็เย็บแผลในกระเพาะอย่างไว แผลด้านนอกก็กริบมาก เทพมากอ่ะ”

“ชมเก่งงงงงงงง” ลากเสียงยาวแบบนี้ ประชดกูอีกสินะสัด

“กูพูดเรื่องจริง ไม่ได้ชมเว่อไปเลย” อันนี้ผมยอมรับในฝีมือไอ้อาจารย์พี่กี้จริงๆ นะ ตอนเป็น extern ก็เคยเข้าไปห้องผ่าตัด แต่อาจารย์ที่สอนก็ยังไม่เป๊ะขนาดนี้

“แหม รีบแก้ตัวเชียวนะมึง ...ว่าแต่มึงเถอะ มีอะไรจะอัพเดตให้กูฟังไหม”

“อัพเดตเชี่ยอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” จมูกหมาอีกแล้วนะมัน

“อาจารย์กี้ไปช่วยอยู่เวร ER ให้ทั้งคืนนี่ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยเหรอวะ”

“ไม่มีเว้ย แค่นี้นะ กูวางละ กูจะเปลี่ยนชุดลงไปกินข้าวแล้ว” รีบชิ่งวางสายแม่งเลยครับ ถามอะไรมากความนะมัน แล้วอะไร มันไปรู้มาจากไหนอีก โอ้ยยยย ป่านนี้คนคงเม้ากันทั้งโรง’ บาลแล้วแหละ จะทำหน้ายังไงวะเนี่ยยย ยิ่งหน้าบางอยู่ด้วยกู



ลงมาด้านล่างหอพักแพทย์ ก็เจอไอ้ตะวันรออยู่แล้ว มันบอกว่าเอารถมันออกไปละกัน เพราะไม่ได้ขับหลายวัน ต้องเอาไปวิ่งบ้าง ผมเลยนั่งคู่ไปกับมัน ตกลงกันว่าจะไปกินโต้รุ่ง อาหารเยอะดี เลือกสรรได้ตามใจปาก



โต้รุ่งของจังหวัดนี้ คนก็ไม่ได้เยอะมากนะครับ ร้านอาหารต่างๆ ก็เหมือนกัน ไม่ค่อยมีซ้ำประเภท เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว ก็มีให้เลือกแค่ 2 ร้าน คือ ลูกชิ้นแชมป์ กับ ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ สมแล้วที่เป็นเมือง slow life สองทุ่มปิดสัญญาณไฟแดง รถบนถนนก็น้อยละ หรือเพราะโควิดวะ อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะผมเริ่มทำงานช่วงโควิด ช่วงที่เค้าประกาศเคอฟิวแล้ว ตอนนี้เริ่มผ่อนปรนบ้างแล้วล่ะ แต่สถานบันเทิงก็ยังไม่เปิดนะ



ผมเลือกกินก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เส้นเล็กพิเศษ กับอัญชันน้ำผึ้งมะนาวที่ผมโปรดปราน จริงๆ ผมไม่ได้ชอบสปาเก็ตตี้คาโบนาร่านะ แต่ผมชอบอาหารทุกอย่างที่เป็นเส้น ไอ้อาจารย์พี่กี้ควรรู้ไว้...



เดี๋ยว เดี๋ยวนะ... ผมว่า ผมลืมอะไรบางอย่างแล้วว่ะ



‘รอพี่ก่อนนะ ขอเวลา 15 นาที เขียนผลการผ่าตัดแปป ละเดี๋ยวออกไปกินข้าวด้วยกัน’



คือเดินออกมาจากห้องผ่าตัด แล้วพี่พยาบาลให้ผมช่วยยกของไง ละผมก็เลย...ลืมไปเลย

ซวยแล้ววววว ซวยแล้วกู เอาไงดีวะ... ทำไมรู้สึกผิดจังวะกู เหมือนไปทำความผิดฆ่าคนตายมายังไงยังงั้นเลย...



ผมล้วงหยิบมือถือขึ้นมา... โทร หรือ ไม่โทร ดีวะ



.

.



“ไอ้ตะวัน มึงรีบกิน กูเพิ่งนึกได้ว่ามีธุระ... เสร็จแล้วกลับไปส่งกูที่หอด่วนเลย”

“เอ๊า ไอ้นี่ อะไรของมึงวะ ...แล้วนี่ไม่กินแล้วเหรอ เตี๋ยวไก่มึงน่ะ” มันเห็นผมวางตะเกียบกับช้อนลง ท่าทางไม่สนใจใยดีอาหารบนโต๊ะแล้ว ใช่ครับ ผมเพิ่งปรุงเสร็จ กำลังจะคีบเส้นเข้าปากเลยล่ะ แต่สมองสั่งการให้หยุด!!

“ไม่กิน! ให้ไวเลยมึง”

“อะไรของมึงเนี่ยยย กูเพิ่งกินได้สามคำ”

“หยุดพูด แล้วรีบๆ แดกไปซะ” ก่อนที่กูจะซวยไปมากกว่านี้

.

.

.



ไม่นาน ไอ้ตะวันก็มาส่งผมที่ล่างหอพัก รีบเปิดประตูรถออกไปอย่างไว ขาก็รีบก้าวเข้าไปในลิฟท์ กดขึ้นไปชั้น 3 พอสัญญาณลิฟท์เตือนว่าถึงชั้นที่ต้องการแล้ว ก็รีบพุ่งตัวออกจากลิฟท์ ไปเคาะประตูห้องที่ผมก็จำหมายเลขห้องไม่ได้ แต่จำตำแหน่งของห้องได้อย่างแน่นอน



‘ก๊อก...ก๊อก..ก๊อก..’



ไม่นานคนตัวสูงก็เปิดประตูออกมา... หน้าตาไม่บ่งบอกอารมณ์มาก หน้านิ่งๆ เป็นประจำของเค้านั่นแหละ แต่ในแววตาเหมือนมีความเย็นยะเยือกอยู่ในนั้น



“ป่ะ ไปกินข้าวกัน” เป็นผมที่เอ่ยปากชวน

“...ก็ไปกินมาแล้วนิ” แน่ะ นำเสียงจะงอนไปไหนคร๊าบบบ คนตัวโตหน้าหล่อๆ ทำน้ำเสียงแบบนี้ มันดูขัดกันยังไงไม่รู้

“ยังไม่ได้กินซักหน่อย”

“...”

มันไม่ยอมตอบผม แต่เดินไปนั่งดูทีวีเฉยเลย ปล่อยให้ผมเดินตามเข้าไปนั่งข้างๆ



“แค่ออกไป...เป็นเพื่อนไอ้ตะวัน แต่ยังไม่ได้กิน”



“.......”



“รอกินพร้อมพี่ไง”



ได้ผล!! มันหันมามองหน้าผมครับ จับคางผมเชยขึ้น



“ข้าวน่ะไม่อยากกินแล้ว...กินคนนี้แทนได้ไหม”



“......”



คราวนี้เป็นผมที่เงียบเองครับ!! เสมองไปด้านข้าง คิดคำตอบไม่ทันเลย โอ้ยยยยย ใจนี่ก็สั่นจังวะ!!



“ล้อเล่น”



เป็นน้ำเสียงที่ยั่วโมโหสุดๆ ไอ้อาจารย์พี่กี้ ไอ้พี่บ้า นี่ล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้นะเว้ยยย ยิ่งใจบางอยู่ช่วงนี้ โอ้ยยย





หลังจากที่ไอ้อาจารย์พี่กี้ทำผมใจสั่นรัวอยู่ซักพัก พี่แกก็ไปรื้อของเหลือในตู้เย็นมาทำให้กิน เมนูที่ได้คือ ข้าวผัดที่ใส่ทุกสิ่งทุกอย่างลงไป หน้าตาไม่ได้ดูดีหรอกนะ แต่อร่อยว่ะ หยิบมือถือขึ้นมาแชะรูปหน้าตาข้าวผัดไว้ซักหน่อย เก็บไว้เป็นที่ระทึก

“ถ่ายรูปไว้ทำไม” ไอ้อาจารย์พี่กี้ถามขึ้นครับ

“ถ่ายเก็บไว้ไง”

“ชอบเหรอ”

“...เฉยๆ”

“คนเราจะสนใจแค่สิ่งที่ ‘ชอบ’ และ ‘ไม่ชอบ’ เท่านั้น” คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินจากหนังหรือละครเรื่องไหนวะ

“หมายถึงอะไร” ผมเริ่มงงแล้วนะ

“...ข้าวผัดไง”

“ยอมรับก็ได้ว่าชอบข้าวผัด มันก็...อร่อยดี”

อยู่ดีๆ ไอ้พี่กี้มันก็หยิบมือถือมันขึ้นมาครับ แล้วกดแชะถ่ายรูปตอนผมกำลังกิน

“ถ่ายทำไม”



“ก็ชอบไง...ถึงได้ถ่ายเก็บไว้”



จ้าาาา เล่นกูอีกแล้วเนี่ยยยยยย....



TBC.





Talk : น้องหมอนิวน่ารักอ่าาา~~~ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ ขอบคุณมากมายเลยค่า  :mew1:


ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
หยอดเก่ง คนน้องก็เริ่มแคร์พี่ ไม่นานหร๊อก 55555 :katai2-1: :o8:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ Witachatt1993

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1910
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 9.1 Idol



- พี่กี้ –



ผมนั่งยิ้มมองคนข้างกาย ที่ตอนนี้หลับไปแล้ว สงสัยวันนี้จะเหนื่อย ผมให้ดึง retractor เกือบสองชั่วโมง คงจะเมื่อยมือน่าดู ด้วยกลัวว่าน้องจะเมื่อย ผมเลยต้องรีบเคลียร์เคสให้เสร็จไวๆ



พอกินข้าวเสร็จ ผมชวนน้องดูหนังต่อ น้องบอกว่าอยากดู The lion king 2019 ผมก็จัดให้ตามคำขอ เปิด Netflix ให้ดูเลยครับ แต่เปิดไปได้ไม่ถึงครึ่งเรื่อง เจ้าตัวก็หลับไปซะแล้ว



‘น่ารัก...น่าเอ็นดู...น่า...’



แก้มนวลใส...ที่มักซับด้วยสีเลือดฝาดอมชมพู มองทีไรชวนให้อยากเอาจมูกฝังลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนั้น...ตอนที่ผมไปปลุกน้องที่ห้อง ผมยอมรับกับตัวเองเลยว่า ผมห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ หน้าเราห่างกันแค่นิดเดียว ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวน้อง แล้วปากสีชมพูก็พูดเจื้อยแจ้ว เถียงไม่ยอมหยุด มันทำให้ผมอดใจไม่ได้จริงๆ



ดีขนาดไหนแล้วที่ผมห้ามตัวเองไว้ทัน...แค่หอมแก้ม

ทั้งที่สายตาผมจ้องแต่...ริมฝีปากสีชมพูคู่นั้น



เหมือนอย่างตอนนี้ที่ผมก็กำลังจ้อง...ริมฝีปากสีชมพูนี้อยู่



ผมเอื้อมมือไปลูบผมน้องเบาๆ ผมเส้นเล็กลู่ไปตามรูปของศีรษะเลื่อนมือลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าผากลงไปพวงแก้มใส ไล้ไปปลายจมูกโด่งพาดผ่านไปแก้มอีกด้าน แล้วมาหยุดที่ริมฝีปากสวยได้รูปนี้ สัมผัมเบาๆ ด้วยนิ้วมือทั้งห้า ...สวย สวยจนไม่กล้าสัมผัสแรง กลัวจะช้ำ



ผมผละมือตัวเองออกมาจากใบหน้าน้อง หยิบโทรศัพท์ออกมากดแชะรูปน้องอีกนับสิบรูป ใครจะว่าผมโรคจิตแอบถ่ายก็ยอมครับ ก็น้องน่ารัก อยากเก็บไว้ในความทรงจำทุกมุม



ผมนั่งเช็ครูปในมือถือ ดูไป อมยิ้มไป น่ารักว่ะ เด็กบ้าอะไรวะ โคตรน่ารัก ครั้งแรกที่ผมเห็นหน้าน้องที่สาธารณสุขจังหวัด ผมก็เกิดความคิดแผลงๆ เลยขอไปเป็นทีมงานรับน้องด้วย และทีมงานอยากได้พี่แอบอยู่พอดี ผมเลยรีบเสนอตัวเลยล่ะ อยากรู้จักนี่ครับ ผมไม่ใช่คนชอบคนง่าย แต่คนนี้คือ...ใช่เลย ชอบมาก ตรงสเป๊ก



หลังจากนั้นก็เข้าไปทำความรู้จักที่ห้อง แต่ด้วยความที่ผมตื่นเต้นหรืออะไรไม่รู้ ทำให้การทำความรู้จักกันครั้งแรกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แผนที่จะไปตีสนิทตอนรับน้องเลยถูกพับเก็บไป ทำได้แค่เสนอหน้าไปให้น้องเค้ารำคาญ พอน้องเริ่มมาทำงานที่โรงพยาบาล เลยให้เพื่อนสนิท คือ หมอแนน ช่วยไปตีซี้กับน้อง จะได้เป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างผมกับน้อง ซึ่งก็เป็นไปได้ดีพอสมควร...



ละวันนี้ที่ผมรู้ว่าน้องไปกินข้าวกับน้องตะวัน เพราะผมทันเห็นหลังไวๆ ตอนวิ่งขึ้นรถเขาไป จะร้องเรียกก็ไม่ทัน ยอมรับว่านอยด์เบาๆ เลยรีบขึ้นห้องมาอาบน้ำ เอาความเย็นของน้ำมาช่วยดึงสติให้กลับมา กำลังจะหาอะไรทำกินเองที่ห้อง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้องนั่นแหละครับ



“...อือ...อืมมม”



เสียงคนข้างกายดังขึ้นเบาๆ เหมือนครางในลำคอออกมา ผมจึงเอื้อมมือไปแตะแขนเบาๆ



“นิว...นิว ตื่นได้แล้ว”

“หืมม..”

เป็นเสียงงัวเงียจากร่างบางของคนตรงหน้า แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ เปิดขึ้น

“อ้าว หนังถึงไหนละเนี่ย ทำไมพี่ไม่ปลุกผม”

“ใกล้จบแล้ว เห็นว่าเหนื่อย เลยไม่ปลุก”

“โหหห อะไรอ่ะ ไม่ได้ดูเลย” ไม่พูดเปล่านะ ทำปากจู๋ด้วย น่ารักไปนะนั่น

“เดี๋ยวพี่ย้อนกลับให้...เอาป่ะ”

“ไม่เอา หมด mood ละ”

“เอาใจยากเหมือนกันนะเรา”

“กลับห้องดีกว่า ไปละนะพี่ บาย” พร้อมกับพูด เจ้าของร่างบางก็ลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไปจากห้อง แต่ไม่ไวเท่าผมหรอก ผมคว้าเอวคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมแขน หมุนตัวให้มาเผชิญหน้ากับผม จับคางสวยเงยขึ้นมองมาที่ผม

“พี่ขออนุญาต...จูบนะ”

“มะ...ไม่...”

ในสายตาคู่นั้น มีแววสับสนอยู่ภายในใจ ทั้งอยากลอง ทั้งอยากปฏิเสธ... ผมรู้ ผมดูออก

“พี่ให้ตอบอีกครั้ง”

“.......”

“ถ้าไม่ตอบ พี่จะถือว่า...ตกลงนะ”

“...”

เงียบกริบ... ไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมาจากคนตรงหน้า ยิ้มเลยสิผม ละผมก็ค่อยๆ เลื่อนปากเข้าไปใกล้ใบหน้าสวย เชยคางขึ้นมารับริมฝีปากร้อนจากผม แต่ผมก็ไม่กล้าส่งปลายลิ้นเข้าไปในปากน้องนะ การสัมผัสครั้งนี้จึงแค่ผะแผ่ว เหมือนจุ๊บและเม้มริมฝีปากให้เบาๆ สองสามที



จากนั้น ผมก็เลื่อนหน้าออกจากน้อง ปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระจากการกอดรัดไว้ สังเกตแก้มทั้งสองข้างของน้องแดงหนักมาก หูทั้งสองข้างก็แดงไม่ต่างกัน สงสาร...ถ้าทำมากกว่านี้ กลัวช้ำ

“ผมไปละ บาย”

“..หึหึ..”

แล้วร่างเล็กก็รีบวิ่งออกไปจากห้องผมเลย

น่ารักไปแล้ว น่ารักไม่หยุดไม่หย่อนบ้างเล้ยยยย...

.

.

.



- นิว –



ผมรีบวิ่งขึ้นมาบนห้องตัวเองที่อยู่ชั้นห้า พอถึงหน้าห้องก็รีบกระวีกระวาดไขกุญแจ มือไม้สั่นไปหมด กว่าจะเปิดห้องได้ ต้องใช้เวลาสองสามนาที พอเปิดห้องได้เท่านั้น รีบวิ่งไปมุดหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ เพื่อสลัดความ...เขินอายออกไปจากใจ



นี่ผม...กับไอ้อาจารย์พี่กี้...จูบกันแล้วเหรอ!?!



ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกถึงความหน้าร้อน ใจสั่น จะเป็นลม งงกับตัวเองมาก ทำอย่างกับไม่เคยจูบใครมาก่อน จริงๆ ผมเคยมีแฟนผู้หญิงสองคน คนแรกคือแฟนสาวนิเทศที่เลิกกันเพราะผมถูกเคสโทรตาม คนที่สองคบกันตอนเป็น extern ปีสุดท้าย คบได้ 3 เดือนเอง เป็นรุ่นน้องในคณะเดียวกันนั่นล่ะครับ เคยจูบมาแล้วทั้งสอง แต่ยังไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น เพราะความสัมพันธ์มันจบก่อนทุกที



ตอนนี้ยิ่งทำให้ผมงงมาก ทำไมจุ๊บเบาๆ ที่ไม่ได้ร้อนแรงอะไรเลยของไอ้อาจารย์พี่กี้มันถึงได้มีอนุภาพทำลายล้างสติของผมมากขนาดนี้ อยากจะบ้าตาย ถ้าผมต้องโดนแบบนี้อีก ผมจะทำยังไงเนี่ยยยย



แต่...แต่ประเด็นคือ ก่อนพี่เค้าจะจูบผม เค้าก็ถามผมก่อนนี่นา

แล้ว...แล้วผมจะเงียบทำไมว้า ทำไมไม่ตอบไปเลยว่า...ไม่อนุญาต!!



โอ้ยยยยย ทำไมเรื่องแบบนี้มันเข้าใจยากจังวะ จะบอกว่าผมชอบไอ้อาจารย์พี่กี้เหรอ!?! ตลกละ ผมจะชอบได้ไง ทั้งชีวิตผมไม่เคยคิดพิศวาสผู้ชายเลย กับไอ้อาจารย์พี่กี้ ผมก็คงแค่เห็นมันเป็น ‘Idol’ ของผม คนเรามันก็ต้องมีต้นแบบที่ดีป่ะ ผมก็คงแค่อยากหล่ออยากเก่งเหมือนไอ้อาจารย์พี่กี้นั่นแหละมั้ง เคยเป็นกันรึเปล่าละครับ ที่เวลาเรายึดใครเป็น idol ของตัวเอง แล้วเราก็จะปลื้มๆ เค้า ถ้าเค้าพูดอะไรมา เราก็จะเห็นดีเห็นงามไปด้วยหมด โดยบางครั้งเราก็ลืมใช้ตรรกะว่าควรหรือไม่ควร



ในกรณีของผม...ผมว่ามันก็น่าจะเป็นแบบนี้นะ



พอคิดมาถึงตรงนี้ เฮ้อออ...สบายใจละ หายใจหายคอสะดวกขึ้น ใจก็เริ่มเต้นเป็นจังหวะปกติแล้ว บอกกับตัวเองว่า อย่าคิดมากๆๆ เรายังชอบผู้หญิงอยู่น่า





TBC.





Talk : ตอนนี้มานิดหน่อย เด๋วพรุ่งนี้มาต่ออีกครึ่งพาร์ทให้นะคะ ฝากด้วยค่ะ ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่านกันค่าาาา

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1910
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 9.2 หน่วยแพทย์เคลื่อนที่



เช้าวันต่อมา



ผมไปราวด์วอร์ดแต่เช้า เจอไอ้อาจารย์พี่กี้ด้วย มันทำท่าจะทักผม แต่ผมรีบชิ่งเดินไปบอกมันว่า วันนี้ผมราวด์วอร์ดเสร็จแล้ว และวันนี้ผมต้องออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพราะเป็นเวรผม ซึ่งผมก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเป็นเวรตอนไอ้เต็มส่งตารางออกให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้ผมตอนตีสอง โดยปกติคนทั่วไปคงไม่ตื่นมาอ่านไลน์หรอก แต่บังเอิญว่าเมื่อคืนผมนอนไม่หลับไง คงไม่ต้องบอกนะเพราะอะไร



ผมเดินมาขึ้นรถตู้ของโรงพยาบาลที่จอดรอบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งประกอบไปด้วย แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ พอเดินขึ้นไปบนรถก็เหลือที่ว่างหนึ่งที่ คือ ข้างเพื่อนเภสัชกร จำกันได้ไหมครับ ฟิล์มเภสัชน่ะ ที่แซวว่าผมน่ารักตอนรับน้อง เอาจริงๆ ตอนทำงานก็ไม่ค่อยได้เจอกันนะ สงสัยผมสั่งยาไม่ค่อยผิด เลยไม่เคยเจอเภสัช consult มา

“เป็นไงบ้างครับนิว ไม่ค่อยได้เจอกันเลยนะครับ” เป็นมันที่เอ่ยทักผมก่อน แต่พูดเพราะเกินไปรึเปล่าคร๊าบบ

“หนักๆ อยู่เวรเกือบทุกวัน แล้วมึงล่ะ” ผมตอบกลับไปอย่างแมนๆ มึงไม่ต้องมาค้งมาครับกับกู

“เวรเหมือนกันครับ แต่คงไม่หนักเท่าหมอ”

“ทำๆ ไปเหอะมึง คิดซะว่า หาเงินแต่งเมีย”

“แล้วถ้าจะไปขอนิว นี่ค่าสินสอดเท่าไหร่เหรอคร๊าบบบ” มันพูดไป ยิ้มกริ่มไป ไอ้บ้า กูใช่เพื่อนเล่นมึงเหรอวะ

“พอเลย กวนตีนละมึง”

“ไม่ได้กวนนะครับ ถามจริงๆ”

“ยัง...ยังไม่เลิกนะมึง” คราวนี้ผมทำหน้าดุใส่มัน บ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์มาก

“ฮ่าๆๆ แค่ล้อเล่นน่า ทำจริงจังไปได้”

“กูไม่สนุกเว้ย” พูดจบ ผมก็หยิบเกมมือถือขึ้นมาเล่น ไม่สนใจมันอีกครับ กูเบื่อครับ เบื่อที่มีแต่ผู้ชายเข้าหา ขอผู้หญิงน่ารักๆ ซักคนได้ม้ายยยยยย



พอมาถึงหมู่บ้านที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่เลือกมาลง ผมก็ประจำโต๊ะตรวจคนไข้เลยครับ มีผู้มาใช้บริการประมาณ 50 คน ส่วนมากเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด แต่มีเคสนึงที่เป็นผื่นแพ้ยามาเลย ผื่นขึ้นทั้งตัว ลักษณะขอบผื่นยกนูน เป็นหยักๆ และไม่ครบเป็นวงกลม ตรงกลางของผื่นดูซีดกว่าตรงขอบ เรียกผื่นชนิดนี้ว่า ‘Urticaria’

ผู้ป่วยถือยาที่คาดว่าจะแพ้มาด้วย เป็นยา 3 เม็ดเล็กๆ อยู่ในซองเดียวกัน ถามผม ผมไม่รู้หรอกว่าเป็นยาอะไร ก็ต้องเรียกฟิล์มเภสัชมา Identify ยา (พิสูจน์เอกลักษณ์ของยา) แล้วออกบัตรแพ้ยาให้คนไข้ด้วย

“ป้าไปได้ยาพวกนี้มาจากไหนครับ” ฟิล์มเภสัชเริ่มซักประวัติคนไข้ ผมก็นั่งฟังไปด้วย

“ร้านขายของชำ”

“แล้วป้าเป็นอะไร ทำไมได้กินยาพวกนี้”

“เฮ็ดเวียกหลาย มันกะเจ็บกะปวดไปนำตนนำโตนั่นล่ะลูก” (ทำงานหนัก มันก็เจ็บปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัวนั่นแหละลูก)

“ต่อไปบ่เอาเด้อป้า คั่นเจ็บคั่นปวดกะมาหาหมออยู่อนามัยเด้อ” (ต่อไปอย่าทำแบบนี้นะ ถ้าเจ็บถ้าปวดก็ไปหาหมอที่รพ.สต.)

“ไปอนามัยกะได้แต่พารา มันสิเซาติลูก” (ไปรพ.สต.ก็ได้แต่พารา มันจะหายเหรอลูก)

“อย่างหนอย คั่นได้พารา ป้ากะบ่เป็นผื่นแบบนี้ด่อกครับ แม่นควมผมบ่” (อย่างน้อย ถ้าได้พารา ป้าก็คงไม่เป็นผื่นแบบนี้หรอกครับ ผมพูดถูกไหม)

ป้าไม่ตอบ ป้าเบือนหน้าหนีเล็กน้อยครับ ผมเข้าใจนะ บางทีก็ต้องมีดุคนไข้ให้กลัวบ้าง ไม่งั้นก็จะทำแบบเดิมๆ จากการอยู่จังหวัดนี้มาเดือนกว่าๆ ผมก็พอฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างครับ แต่ก็พอจับใจความได้ ผมหันไปถามฟิล์มเภสัช

“สรุปมันคือยาอะไรวะ”

“ตัวเม็ดสีชมพูรีๆ เล็กๆ คือ piroxicam (ยาแก้ปวดอักเสบ ชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs) ส่วนสีชมพูรี ใหญ่ขึ้นมาหน่อย คือ prednisolone (ยาแก้ปวดอักเสบ กลุ่มสเตียรอยด์) เม็ดสีฟ้าๆ คือ naproxen (ยาแก้ปวดอักเสบ ชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs)”

“โหหห NSAIDs 2 ตัว แถมยังมีสเตียรอยด์อีก ไม่หายปวดก็ไม่รู้จะว่ายังไงละ กินขนาดนี้กระเพาะไม่ทะลุเหรอวะ ไตยังทำงานดีอยู่ไหมเนี่ย”

“โชคดีที่แพ้ยาก่อนไง ไม่งั้นได้เป็นสองโรคนั้นแน่ๆ”

“แล้วรู้ไหมว่าแพ้ยาตัวไหน 3 ตัวนี้”

“เดี๋ยวคงต้องซักประวัติเพิ่มเติมอีกหน่อย แล้วก็เดี๋ยวให้ป้าแกทำแบบประเมินใบแพ้ยาด้วย ขอตัวคุณป้าไปก่อนนะ ได้เรื่องยังไง เดี๋ยวมารายงานผลให้ทราบครับคุณหมอ” ไอ้ประโยคสุดท้ายนี่เหมือนมีความประชดชันอยู่หน่อยๆ นะ แต่สายตาที่มองมานี่ดูแล้วยียวนกวนประสาทมากเถอะ



ผมนั่งตรวจไปเรื่อยๆ จนไม่มีคนไข้ให้ตรวจ ซักพักพี่ๆ ก็พาเก็บของกลับ แต่...แต่ไม่ใช่กลับโรง’ บาลนะครับ รถตู้ไปจอดที่รพ.สต หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ อนามัย นั่นเองครับ

“คุณหมอคะ วันนี้ทานข้าวเที่ยงที่นี่นะคะ รพ.สต. เค้าอยากเลี้ยงขอบคุณที่ทีมเรามาออกหน่วยนะค่ะ” เป็นเสียงพี่พยาบาลบอกกับผม

“ว่าแต่คุณหมอจะกินได้ไหมคะ อาหารเป็นเนื้อนะคะ”

“ได้ครับผม ไม่มีปัญหาเลย” แล้วหัวผมก็เริ่มคิดไปถึงเมนูที่ไอ้อาจารย์พี่กี้เลี้ยงต้อนรับ ได้แต่หวังให้มีอย่างอื่นที่ไม่ใช่ ‘ซกเล็ก’ ด้วยนะ

พอนั่งลงที่โต๊ะ มองหาโถข้าว ไม่มีครับ! แต่มีคนยื่นกระติ๊บข้าวเหนียวมาให้ เป็นกระติ๊บเล็กๆ ไม่ใช่ไม่เคยกินข้าวเหนียวนะครับ เคยกินกับหมูปิ้ง แต่ไม่เคยต้องหยิบขึ้นมาปั้นกลมๆ เป็นคำใหญ่ๆ กินกับซกเล็ก แบบที่คนอื่นเค้าทำกัน อ่อ ลืมชี้แจงว่า ช่วงนี้เค้าปลดล๊อคสถานการณ์โควิดแล้วนะครับ เพราะงั้นเลยกินข้าวร่วมวงกันได้

“นิว ใครเค้าให้หยิบข้าวเหนียวคำเล็กๆ กิน ต้องทำอย่างนี้เว้ย” ฟิล์มเภสัชพูดขึ้น พร้อมกับปั้นข้าวเป็นก้อนกลมๆ ให้ดู แล้วบอกให้ผมทำตาม ผมก็ทำตามแหละ แต่ข้าวเหนียวติดมือมาก

“ฮ่าๆๆ ตลกว่ะ มือเปื้อนเป็นเด็กๆ ไปได้”

“ก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนไหม” ขอเถียงซักหน่อยเถอะนะ แต่ก็เบาพอที่จะไม่ให้คนอื่นได้ยิน

“กินไปๆ อย่าพูดมาก” แล้วฟิล์มเภสัชก็ตักอาหารชนิดหนึ่งมาวางไว้บนจานรองช้อนผม ซึ่งอันนี้ไม่เคยกิน

“อันนี้ เค้าเรียก ‘ก้อยไข่มดแดง’ เป็นอาหารชั้นสูง ไม่ได้มีกินกันบ่อยๆ นะ” หยึยยย เม็ดเล็กๆ สีขาว ท่าทางอย่างกับหนอน จะกินลงมั้ยล่ะเนี่ย แต่ก็ยอมตักเข้าปากนะครับ พอสัมผัสแรกเข้าสู่ปาก อืมๆๆ ก็อร่อยดีนี่นา นัวๆ หลังจากนั้น ผมก็ตักกินเองเลยครับ ไม่ต้องอาศัยฟิล์มเภสัชแล้ว ฮ่าๆๆ

.

.

.

หลังกลับจากออกหน่วยได้ไม่กี่ชั่วโมง ท้องผมปั่นป่วนโครกครากมากครับ เข้าห้องน้ำเกือบสิบรอบแล้ว แทบจะคลานเข้าออกห้องน้ำละเนี่ยยย

โอ้ยยยย ต้องเป็นเพราะไข่มดแดงแน่ๆ ฮือออ คือมันอร่อย ผมก็กินเอาๆ สิครับ ยิ่งมีแต่คนบอกว่าเป็นอาหารชั้นสูง ยิ่งต้องรีบกินครับ เดี๋ยวไม่ทันคนอื่น แล้วผลสุดท้ายเป็นยังไง

เป็นยังงี้ไงคร๊าบบบบ ฮือออ.... มันมาอีกแล้วววว ปรู๊ดดดดด



‘กรี๊งงงง...กริ๊งงงง...’



เสียงมือถือผมดังขึ้น ผมเลยต้องลากสังขารตัวเองจากห้องน้ำมาเตียงนอน พร้อมกดรับโทรศัพท์

“โหล...” ผมตอบรับปลายสายด้วยเสียงเหนื่อยอ่อนสุดๆ

“เป็นไรป่าวนิว ทำไมน้ำเสียงแปลกๆ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยไงครับที่โทรมา

“ท้องเสีย”

“อะไรวะ ออกหน่วยครั้งเดียว ท้องเสียเลย อ่อนว่ะ”

“ถ้าไม่คิดจะหายามาให้กิน ก็วางไปเลย” พูดจบ ผมกดตัดสายแม่งเลยครับ คนยิ่งไม่สบายอยู่ ไม่ช่วยแล้วยังจะมาซ้ำเติมกัน ไปไกลๆ เลยนะ



ไม่น้อยใจเลย...ซักนิด



TBC.





Talk : มาต่อให้ครึ่งพาร์ทที่เหลือตามสัญญาค่า 5555 ตอนนี้อาจไม่ค่อยหวาน แต่อยากจะกล่าวถึงน้องฟิล์ม กลัวคนลืมค่ะ เอาจริงๆ เราก็แอบลืมไปแล้วนะ 55555 (น่างสารซะจริง) มีวิชาการนิดนึง หวังว่าคงไม่เบื่อนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาอ่านและคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ  :mew1:






ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เนาะ ไม่ค่อยจะน้อยใจเล้ย 5555 อาหารชั้นสูงจริง ต้องแหย่ให้ด้วยถึงนะถึงจะได้กินอะ อยากกินนำเด้ 5555 เขาเรียกยาชุดปะที่ยายแพ้ สมัยก่อนที่หมู่บ้านคนแก่ชอบซื้อมากิน หลายๆสี หายทุกโรคจริง 555 แม่เราเองอะซื้อ เราด่าบ่นจนแกเลิกซื้อ กินแล้วติดอะ กว่าจะเลิกได้ 5555 รอตอนหน้าจ้า  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เนาะ ไม่ค่อยจะน้อยใจเล้ย 5555 อาหารชั้นสูงจริง ต้องแหย่ให้ด้วยถึงนะถึงจะได้กินอะ อยากกินนำเด้ 5555 เขาเรียกยาชุดปะที่ยายแพ้ สมัยก่อนที่หมู่บ้านคนแก่ชอบซื้อมากิน หลายๆสี หายทุกโรคจริง 555 แม่เราเองอะซื้อ เราด่าบ่นจนแกเลิกซื้อ กินแล้วติดอะ กว่าจะเลิกได้ 5555 รอตอนหน้าจ้า  :pig4: :pig4:

ใช่ค่ะ ยาชุด ส่วนมากก็จะประกอบไปด้วยยาที่เรากล่าวถึงนะค่า ตอนนี้บางหมู่บ้านก็ยังมีอยู่นะคะ  :m15:

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 10 คนไม่สบาย



- หมอกี้ -

ทันทีที่ได้ยินว่าน้องไม่สบาย ผมก็รีบกระวีกระวาดหายาลงไปให้น้อง เคาะประตูอยู่หลายครั้ง กว่าเจ้าตัวจะเปิดประตูให้ผมเข้าไป

“ไหน...เป็นไงบ้าง” ผมรีบจับตัวน้องมาอังฝ่ามือลงไปที่ศีรษะ

“......”

“มีไข้นี่นา” พอวัดไข้เสร็จ คนตัวเล็กก็เดินไปล้มตัวลงที่เตียง

“ถ่ายไปกี่ครั้งแล้ว”

“เป็นสิบแล้วมั้ง”

“งั้นรีบกินผงเกลือแร่เลย เดี๋ยวได้ช๊อคกันพอดี” ว่าแล้วผมก็เดินไปฉีกซองผงเกลือแร่ลงไปในแก้วน้ำ แล้วคนๆ มายื่นให้เด็กน้อยพร้อมกับยาลดไข้และยาฆ่าเชื้อท้องเสีย นิวก็รับยาไปกินอย่างว่าง่าย และจิบผงเกลือแร่เรื่อยๆ

“ไหน...ลองเล่าให้ฟังซิว่าไปกินอะไรมา” ผมถามพร้อมกับลูบหัวน้องเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม

“...ก้อยไข่มดแดง”

“กินเข้าไปเยอะเหรอ” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆ

“ทำไมกินเยอะล่ะ ไม่เคยกินไม่ใช่เหรอ”

“ก็ชิมแล้ว...มันอร่อย” ประโยคหลังนี้เสียงเบามากครับ ใช่สิ ความผิดตัวเองล้วนๆ ไม่มีใครบังคับให้กินด้วย

“ก็เลยจัดเต็มซะงั้น”

“ก็พี่เค้าบอกว่าเป็นอาหารชั้นสูง ไม่ได้หากินง่ายๆ นะ”

“ก็เลยเห็นแก่กิน”

“...อย่าว่าให้ได้ไหม” คนตัวเล็กทำแก้มป่องช้อนตามองผม อืออ... ทำผมแพ้ทุกทีกับท่าทางนี้

“ครับ... พี่ไม่ว่าให้แล้ว นอนนะครับ เดี๋ยวคืนนี้พี่อยู่เป็นเพื่อน”

พูดจบ ผมก็จัดแจงห่มผ้าให้น้อง แล้วย้ายตัวเองมานั่งที่โซฟากลางห้อง คอยมองอีกฝ่ายบ่อยๆ ต้องการอะไรจะได้หยิบให้ทันใจ น้องนอนไปได้ซักพักก็ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำอีก 2-3 ครั้ง หลังจากนั้นก็นอนยาวเลย

ผมมองสภาพคนตัวเล็กที่ตอนนี้นอนหมดพิษสงอยู่ตรงหน้า แก้มที่มักอมชมพูกลับขาวซีดจนน่าตกใจ ร่างบางนอนขดจนตัวงอเพราะมีอาการปวดท้องบิดร่วมด้วย



น่าสงสารเหลือเกิน... อยากแบกรับความเจ็บปวดนี้ไว้เอง



ผมพูดเท่เฉยๆ ครับ ด้วยความที่เป็นหมอก็รู้แหละว่าแค่ท้องเสียติดเชื้อแบคทีเรียธรรมดา ไม่ตายหรอกครับ ถ้าเทียบกับเคสผ่าตัดต่างๆ อันนี้เป็นปัญหามดไปเลย แต่มองหน้าน้องทีไร ก็พาลให้วุ่นวายใจเหลือเกิน...เป็นห่วง ไม่อยากให้เจ็บป่วยเลยแม้แต่น้อย

ผมแกะ kool fever มาแปะลงบนหน้าผากคนตัวเล็ก อย่าคาดหวังให้ผมหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวครับ สมัยนี้แล้ว ใช้สิ่งอำนวยความสะดวกง่ายกว่าครับ ไม่มีซีนหวานๆ ซึ้งๆ ตอนป่วยแน่นอนครับ เพราะคนป่วยมันไม่มีอะไรน่าดูมาก และผมไม่ฉวยโอกาสทำอะไรน้องด้วยครับ เพราะถ้าจะทำค่อยขออนุญาตตอนน้องมีสติดีๆ ก็ได้ครับ ที่ผ่านมาผมก็ได้รับอนุญาตมาตลอดนะ หึหึ

ไม่นานผมก็เผลอหลับไปที่โซฟา ตื่นมาอีกทีตอนตีสี่ ได้ยินเสียงน้องไปเข้าห้องน้ำ พอออกมาจึงได้ถามขึ้น

“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”

“อืม...”

“ยังปวดท้องอยู่ไหม”

“ไม่แล้ว...พี่นอนตรงนั้น สบายตัวอยู่เหรอ”

“ก็ได้แหละ”

“พี่กลับห้องก็ได้นะ ผมว่า..ผมหายแล้ว”

ผมเดินไปอังฝ่ามือเข้ากับหน้าผากน้องอีกรอบ ไม่มีไข้แล้วจริงๆ ต้องกลับห้องแล้วเหรอ...คนอย่างผมไม่กลับง่ายๆ หรอกครับ

“เดี๋ยวพี่อยู่เป็นเพื่อนนิวจนถึงเช้าค่อยกลับ”

“ตีสี่แล้ว...เช้าแล้วเนี่ย”

“คนหนอคน...เอะอะก็มีแต่จะไล่เรากลับห้อง เราก็อุตส่าห์นอนเฝ้าไข้ เป็นห่วงขนาดนี้...เราหมดประโยชน์แล้วสินะ” ตัดพ้อไปครับ น้อยใจจริงๆ นะเนี่ย

“......”

“ก็ได้ กลับก็ได้” พูดจบ ผมก็ทำท่าจะเดินหันหลังออกจากห้องแต่อยู่ดีๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงกระตุกที่ปลายชายเสื้อของตัวเอง ทำให้ผมต้องเอี้ยวตัวกลับมา

“...อยู่ต่ออีกซักหน่อยก็ได้”

“หึหึ”

“ขำอะไร”

“เปล๊า ขอบคุณพี่ด้วยสิที่มาดูแล”

“ขอบคุณ...ครับ”

สิ้นเสียงคำว่า ครับ เจ้าตัวก็รีบเดินกลับไปที่เตียงนอน แต่ก็ไม่ไวเท่าผมหรอก ผมคว้าเอวบางได้ก็หันเอาร่างน้องมาเผชิญหน้ากับผม

“ขอเป็นการกระทำที่แสดงออกถึงคำว่า ขอบคุณ ได้ไหมอ่ะ” ตอนนี้ผมยิ้มตาวาวเลยครับ บอกแล้วว่าผมชอบแบบซึ่งหน้า หึหึ

“อะไรอีกเนี่ย...แค่บอกขอบคุณก็พอแล้วมั้ง” คนตัวเล็กพูดไป ก้มหน้าลงต่ำไปด้วย ทำให้ผมต้องเชยคางน้องให้มองมาที่ตาผม

“ไม่พอ” แล้วผมก็ยื่นแก้มข้างขวาผมให้ ยื่นให้จนแทบจะทิ่มไปที่ปากคนตรงหน้าแล้วล่ะ

“...”

“เร็วดิ ไม่งั้นไม่ปล่อยนะ”

“..........จุ๊บ...”

ร่างบางรีบจุ๊บรีบเอาปากออกจากแก้มผม จริงๆ อย่าเรียกว่าจุ๊บเลย แค่เอาปากมาชนแก้มมากกว่า... ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้ คงจะมีซักวันที่น้องนิวอยากจะหอมแก้มผมด้วยตัวเองแน่ๆ

.

.

.

- หมอนิว –



วันนี้ทั้งวันจิตใจผมไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว เพราะคนเดียวนั่นแหละ ‘ไอ้อาจารย์พี่กี้’ ไง บ้าไปแล้ว ให้ผมหอมแก้มได้ไง เสียความมั่นใจฉิบหายเลย ประกาศไปปาวๆ ว่าชอบผู้หญิง แต่เมื่อตอนรุ่งเช้ากลับยืนหอมแก้มผู้ชาย ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ละที่วุ่นวายใจมาก คือ ผมเขินด้วยเว้ย หน้านี่ร้อนวูบวาบมาเลย ตัวร้อนๆ จนตอนแรกคิดว่าเป็นไข้กลับ มาแน่ใจว่าปกติดีก็ตอนที่ไอ้อาจารย์พี่กี้เดินกลับห้องนี่แหละ เพราะหลังจากนั้นหน้าผมก็หายร้อนเลย

“เมื่อไหร่มึงจะกลับห้องเนี่ย” ไอ้เต็มครับ ถามผมรอบที่ร้อยแล้วมั้ง คือมันนั่งอ่านเปเปอร์ (งานวิจัย) ไปตอบคำถามอาจารย์วอร์ดเด็กที่มันวนอยู่ไง ส่วนผมเหรอ...ตั้งแต่หลังสี่โมงเย็น ผมมาสิงอยู่ห้องมันจนตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว

“มึงหลบหน้าอาจารย์กี้ทำไม ถึงขนาดหลบหน้ากัน มึงควรเล่าให้กูฟังได้แล้วนะว่า...พวกมึงมีอะไรกัน” เหมือนจะเป็นห่วงผมนะ แต่น้ำเสียงมันมีความเสือกเล็กน้อยถึงปานกลาง

“โอ้ยยยยย ไอ้นิว ถ้ามึงไม่พูดอะไร มึงกลับห้องไปเลยนะ”

“กูไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”

“ตั้งแต่ต้นเลย!!”

“มันยาว.. เสียเวลาทำงานมึงว่ะ”

“กูมีเวลาให้มึงทั้งคืน พูดมา!!”

“........กูกลับห้องดีกว่า”

ไอ้เพื่อนเต็มรีบคว้ามือผมไว้เลย คะแนนความเสือกเต็มสิบให้ร้อยอ่ะมันน่ะ

“อย่าเพิ่งกลับ เล่ามาก่อนนนน”

“เออๆ เล่าก็เล่าวะ ...ก็แบบ...คือ...กู...คือว่า..”

“โอ้ยยยย อะไรนักหนาวะ!! เอาเนื้อๆ มาเลย”

“คือ...กูไม่รู้ว่ากูเป็นอะไรเว้ย ทั้งที่กูชอบผู้หญิงมาทั้งชีวิต แต่อยู่ดีๆ กูก็ยอมให้พี่กี้เข้าหากู เข้ามาทำดีด้วย มาคอยเอาอกเอาใจ ดูแลตอนกูไม่สบาย... ที่สำคัญคือ กูแม่ง... รู้สึกดีว่ะ... กูไม่รู้ว่ากูเป็นอะไร กูสับสนว่ะ”

“กูเข้าใจนะเว้ย เรื่องบางเรื่องมันต้องใช้เวลา... เราไม่สามารถหาคำตอบมันได้ทันทีว่ะเพื่อน... กูว่ามึงใจเย็นๆ ปล่อยให้เวลาได้ให้คำตอบมันเองเถอะ เพราะมึงกับพี่กี้ก็เพิ่งรู้จักกันไม่นาน มีเวลาทำความเข้าใจอีกเยอะ”

“อือ... กูกลัวอ่ะมึง”

“กลัวอะไรวะ”

“กลัวใจตัวเองนี่แหละ”

“อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเกิดมึง... กูอยู่ข้างมึงเสมอเว้ยเพื่อน” พูดจบ มันก็ตบไหล่ผมปุๆ เป็นอันเข้าใจกัน

“ขอบใจเว้ย”

“เออๆ แล้วก็เลิกคิดมากได้แล้ว คืนนี้นอนห้องกูไหมเนี่ย นอนคนเดียวไหวป่ะมึงน่ะ”

“ไหวดิ งั้นกูกลับห้องละนะ ขอบใจเว้ยมึง”

ขอบอกขอบใจเพื่อนเต็มแล้วก็กลับห้องตัวเองครับ ก่อนเปิดประตู แอบมองซ้ายมองขวาด้วยนะ กลัวเจอดีเข้า เพราะก่อนหน้านี้ไอ้พี่กี้มาหาผมที่ห้องสองรอบแล้ว แต่ให้ไอ้เพื่อนเต็มออกไปบอกว่าผมไปทำธุระนอกโรง’ บาล เลยรอดตัวไป แต่ไอ้พี่กี้ก็ไม่ละความพยายาม ยังโทรหาผมทุกชั่วโมง แต่ผมก็ไม่รับ ปล่อยมันดังไปแบบนั้นล่ะ ผมยังไม่อยากเจอ นึกไปถึงตอนจุ๊บแก้มไอ้พี่กี้ ผมละอยากแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ นะ อาย...

.

.

.

วันนี้ผมมาราวด์วอร์ดหกโมงเช้าเหมือนทุกวัน จริงๆ ไม่ต้องมาเช้าขนาดนี้ก็ได้ครับ แต่เพื่อป้องกันการเจอกับไอ้อาจารย์พี่กี้ ผมเลยยอมตื่นเช้าหน่อย ผมทำแบบนี้มาอาทิตย์หนึ่งแล้วครับ ส่วนการเข้าเคสผ่าตัด ผมก็ไม่เข้ากับไอ้อาจารย์พี่กี้เลย เข้ากับอาจารย์ท่านอื่น จึงเป็นไอ้ตะวันที่เข้าเคสกับไอ้อาจารย์พี่กี้เกือบทุกครั้ง

และวันนี้ ผมก็ตั้งใจจะทำแบบเดิม แต่...

“ไอ้นิว วันนี้มึงเข้าเคสกับอาจารย์กี้นะ”

“อ้าว ทำไมวะ”

“วันนี้เป็นเคสใหญ่ แล้วกูมีเวรบ่าย ER กลัวเสร็จไม่ทัน มึงเข้าแทนหน่อยละกัน”

“เออๆ ก็ได้ว้า”

ผมตอบตกลงไอ้ตะวัน ก่อนจะหยิบชาร์ตคนไข้มาศึกษาเคสที่กำลังจะต้องเข้าห้องผ่าตัด เป็นชายไทย อายุ 62 ปี ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ระยะเริ่มต้น ต้องผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออกไป ดังนั้นการผ่าตัดครั้งนี้จึงเกิดขึ้น

ผมสวมชุดสีเขียวเสร็จ ก็เดินเข้าไปในห้องผ่าตัด เจอไอ้อาจารย์พี่กี้อยู่ในห้องก่อนแล้ว กำลังวางแนวผ่าตัดให้คนไข้ ส่วนไอ้อาจารย์พี่กี้ก็ชำเลืองมองมาทางผมนิดหน่อย แล้วก็พูดคุยสั่งการกับพยาบาลต่อ

ไม่นานไอ้อาจารย์พี่กี้ก็เริ่มลงมือ กรีดมีดลงไปที่หน้าท้องของคนไข้ เลือดสีแดงสดไหลออกมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงมีอ้วก แต่ตอนนี้เริ่มชินแล้วครับ มองได้แบบไม่สะทกสะท้าน

“นิว ช่วยมาจับ retractor ให้หน่อย” นั่นเป็นประโยคแรกในหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

“ครับ”

แล้วผมก็หยิบ retractor ไปถ่างปากแผลให้เหมือนเคย ดูการผ่าตัดไปแบบเพลินๆ ...ผ่านไปแล้วเกือบ 2 ชั่วโมง



“ผมผ่าตัดถึงขั้นตอนไหนแล้ว”

“...หืมม”

ผมสะดุ้งสุดตัว ถึงขั้นตอนไหนวะ ใครจะรู้วววว ก็เมื่อกี้ผมน่าจะ...หลับใน



“ถ้ามาราวด์วอร์ดเช้า แล้วมาหลับในห้องผ่าตัดแบบนี้... มันไม่ได้ทำให้คุณดู smart ขึ้นเลยนะ มันดูแย่มากเลยต่างหาก”

“ขอโทษครับ”

“ช่วยถ่างปากแผลให้กว้างกว่านี้ด้วย นี่ผ่าตัดท้องคน ไม่ใช่จิ๋มมด”

“ครับผม”



บรรยากาศในห้องผ่าตัดมาคุสุดๆ ทุกคนเงียบกริบ แทบจะหยุดหายใจกันเลยทีเดียว เพราะเคสนี้ยาก แถมยังมาเจอไอ้อาจารย์พี่กี้ที่ตอนนี้ดูหงุดหงิดมาก เคสที่ว่ายากยังดูน่ากลัวน้อยกว่าไอ้อาจารย์พี่กี้ตอนนี้ซะอีก

ผมเริ่มมามีสติและสมาธิในการผ่าตัดอีกครั้ง ดูเหมือนเนื้อร้ายมันจะอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำเกินไป การจะตัดเนื้อร้ายนี้ออกต้องตัดพื้นที่ใกล้เคียงออกด้วย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเนื้อร้าย และต้องมั่นใจว่าตัดออกไปแบบถอนรากถอนโคนแล้ว ซึ่งพื้นที่ใกล้เคียงที่ว่านั้นกินพื้นที่ของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ถ้าผ่าตัดไปโดนกล้ามเนื้อหูรูดจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลั้นอุจจาระได้เลย ซึ่งยากในการดูแล ดังนั้นไอ้อาจารย์พี่กี้จึงเลือกวิธีดึงลำไส้มาต่อออกทางหน้าท้องแทน นั่นยิ่งทำให้สถานการณ์เครียดหนักเข้าไปอีก เพราะคิดแทนคนไข้แล้วว่า ต่อจากนี้เค้าจะไม่สามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้อีกต่อไป

ใจหนึ่งก็สงสาร เค้าอุตส่าห์ฝากชีวิตไว้กับเราแล้ว แต่เราไม่สามารถทำให้เค้ามีชีวิตแบบเดิมได้

อีกใจหนึ่งก็โล่งอก เพราะเราเลือกตัดสิ่งที่ ‘ทำร้าย’ เค้าออกไป เพื่อเลือกให้เค้ามีชีวิตอยู่ยาวนานยิ่งขึ้น



แล้ว... มีเหตุผลอะไรบ้างที่เราเลือกตัด ‘พี่กี้’ ออกจากชีวิตเราในช่วงนี้

เค้า ‘ทำร้าย’ เราเหรอ?

ก็เปล่า...



เพิ่งรู้สึกว่าตัวเอง ‘ใจร้าย’ ก็นาทีนี้แหละ...



.



เคสนี้ใช้เวลาหกชั่วโมง ยืนตลอด มือก็จับแต่ retractor มีเวลาได้พักตอนขอออกไปเข้าห้องน้ำแค่ครั้งเดียว แต่ตอนนี้เคสเสร็จเรียบร้อยดี รอลุ้นว่าคนป่วยจะติดเชื้อในกระแสเลือดไหม ต้องติดตามอาการเป็นอย่างดีในระยะ 24 hr ต่อจากนี้

ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมนั่งรอไอ้อาจารย์พี่กี้ที่เขียนผลการผ่าตัดอยู่ วันนี้ตั้งใจจะชวนพ่อเจ้าประคุณไปกินข้าวเย็นซักหน่อย เผื่ออารมณ์จะดีขึ้นบ้าง หรือจะหงุดหงิดหนักกว่าเดิมวะ ผมยิ่งมีประเด็นอยู่ในห้องผ่าตัดอยู่ด้วย

ผมเริ่มลังเล เอาไงดีวะ ฤกษ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ว่ะ

แต่แล้ว ร่างสูงที่คุ้นตาก็กำลังจะเดินเลยผ่านผมไป โดยไม่หันมาชำเลืองมองซักนิด

“พี่กี้...”

“...”

เงียบ ไม่มีเสียงตอบรับ พร้อมกับก้าวยาวๆ ที่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ผมก็ก้าวตามสิครับ ถ้าจะง้อ...ก็ต้องง้อให้สุด!!

“พี่กี้ รอด้วยดิ”

“...”

“เดินช้าๆ หน่อยดิ ก้าวตามไม่ทันเลย”

“...”

ผมรีบก้าวให้เร็วกว่าเดิม จนทันชายเสื้อพี่เค้า ผมเลยดึงชายเสื้อไว้ แรงกระตุกทำให้คนข้างหน้าหันกลับมามองผม

“รำคาญ จะไปไหนก็ไป อย่ามาวุ่นวาย เกะกะ” เสียงเย็นๆ ออกมาจากปากคนตรงหน้า ทำเอาผมหน้าชาเลย

“...”

เงียบเลยผม ไม่เคยเจอพี่กี้โหมดนี้ แล้วพี่แกก็ปลดมือผมออกจากชายเสื้อ ละเดินจากไปเลย ปล่อยผมไว้กับความงุนงง และเสียงเย็นๆ ที่วนกลับไปกลับมาในหัว

โกรธอะไรกูวะ... เรื่องในห้องผ่าตัด หรือ เพราะกูหลบหน้าวะ

โอ้ยยยยย เข้าใจยากจัง งอนหนักยิ่งกว่าผู้หญิงอีกนะนั่น กูต้องง้อยังไงวะ ซื้อกุหลาบเป็นช่อให้งี้เหรอ หรือเลี้ยงหนังซักเรื่อง หรือชวนไปกินอาหารร้านอร่อยๆ คือ ไม่เคยง้อผู้ชายไง เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง แล้วแม่งผู้ชายตัวโตอย่างกับควาย ให้กูซื้อกุหลาบให้ คงพิลึกน่าดู



TBC.



Talk: พี่กี้งอลน้องแล้ววว นิวจะง้อยังไงน้อออ ลุ้นๆๆๆค่ะ คนแต่งก็ลุ้นไปด้วยนะเนี่ย ><

จริงๆวันนี้ 20/6/63 เป็นวันครบรอบ 1 เดือนที่เราเริ่มแต่งนิยายเรื่องนี้นะคะ เราเริ่มแต่งวันที่ 20/5/63 แต่เริ่มอัพลงโซเชียลวันที่ 4/6/63 เป็นนิยายเรื่องแรกที่กลับมาแต่งในรอบ10 ปี ยังไงก็ฝากผลงานด้วยนะคะ (10ปีก่อนก็ไม่ได้มีคนรู้จักมากหรอกค่ะ 5555) เป็นกำลังใจให้ด้วยค่า /รัก

a-mee-ra


ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3388
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เอ้อ ให้รู้ตัวซะบ้าง หลบหน้าไม่รับโทรศัพท์กันก่อนทำไมละ ถ้าไม่ชอบก็บอกไป แต่คือลังเลอยู่ไง สับสนอยู่ 555 พี่หมอกี้คะให้เวลาเขาหน่อย น้องยังงงๆกับความรู้สึกตัวเองอยู่เลย มันมาเร็วไง น้องหมอนิวตั้งตัวไม่ทัน ไปๆไปง้อเลย โกรธใหญ่แล้ว 555

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1582
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
แงง หมอพูดแรงไปไหมอะ
น้องบอกพี่เขาด้วยนะว่าสับสนเลยไม่อยากติดต่อเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่
สงสารน้องอะ ทำตัวไม่ถูกแน่เลย


เพิ่งมาเจอเรื่องนี้เลยค่ะ ชอบมากก อยากให้ลงแพลตฟอร์มอื่นด้วยจังจะได้ตามง่ายๆเวลาลงนิยาย
แบบว่ามีแจ้งเตือนอะไรอย่างงี้
เป็นกำลังให้นะคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
แงง หมอพูดแรงไปไหมอะ
น้องบอกพี่เขาด้วยนะว่าสับสนเลยไม่อยากติดต่อเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่
สงสารน้องอะ ทำตัวไม่ถูกแน่เลย


เพิ่งมาเจอเรื่องนี้เลยค่ะ ชอบมากก อยากให้ลงแพลตฟอร์มอื่นด้วยจังจะได้ตามง่ายๆเวลาลงนิยาย
แบบว่ามีแจ้งเตือนอะไรอย่างงี้
เป็นกำลังให้นะคะ

ลงที่อื่นด้วยค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า  :pig4:

readAwrite https://www.readawrite.com/a/5a28286113bb25d5f85004f11a7d8f8c
ธัญวลัย https://www.tunwalai.com/story/441126/อินเทิร์นจอมจุ้นวุ่นหัวใจหมอศัลย์-intern-vs-general-surgeon-yaoi?page=1
Dek-d กำลังจะไล่อัพให้ทันกันค่ะ https://my.dek-d.com/AmaraMee/writer/view.php?id=2113527

———————

ขอบคุณคอมเม้นท่านอื่นๆด้วยค่ะ เราอยากกด +คะแนนให้ค่ะ แต่เราทำไม่เป็น ไม่รู้ต้องไปกดตรงไหนค่ะ ฝากผู้รู้ช่วยชี้แนะหน่อยนะคะ   :L2: :L2:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 11 งอนแหละ ดูออก



ผมเดินกลับหอพักแบบหงอยๆ คิดไม่ออก คิดไม่ตก คิดแล้วเครียด ก็ไม่เคยเห็นไอ้อาจารย์พี่กี้เป็นแบบนี้นี่นา เลยไม่รู้จะรับมือยังไง คือ... ผมต้องง้อใช่ไหม งอนแหละ ดูออก แต่วิธีง้อนี่สิ จะง้อยังไงวะ

อ่อ... ผมว่าผมพอจะนึกออกละ ว่าแล้วก็หยิบมือถือออกมาโทรหาพี่แนน รอสัญญาณไม่นาน พี่แนนก็รับสาย

“ฮัลโหลคร๊าบบบ”

“ว่าไงนิว มีอะไรรึเปล่า”

“ไปวิ่งด้วยกันไหมครับวันนี้”

“ไปดิๆๆ”

“ฝากพี่แนนชวนพี่กี้ด้วย...ได้ป่าวครับ”

“กี้ไม่ว่างไปด้วยหรอก วันนี้ผู้แทนยานัดเลี้ยงข้าวเย็นนี้นะ”

“อ่อ... งั้นผมว่า... ผมไม่ไปวิ่งแล้วดีกว่า”

“โทรมาชวนแล้วไม่ไป คือไรเนี่ยยย ฮ่าๆๆ”

“ขอโทษคร๊าบบบ ผมขี้เกียจขึ้นมาเฉยๆ”

“งั้น... พี่จะไปกินข้าวกับกี้... นิวไปด้วยกันไหม”

“ไปๆๆๆๆ”

“ฮ่าๆๆ ตลกแกอ่ะนิว... งั้นเจอกันล่างหอทุ่มนึงนะ”

“คร๊าบบบผม”

ผมยังคิดหาวิธีง้อไม่ได้หรอกครับ แต่อันดับแรกต้องเสนอหน้าไปให้เห็นก่อน พ่อเจ้าประคุณอาจจะใจอ่อนลงบ้าง



ณ ร้านอาหารริมแม่น้ำในตัวจังหวัด

บรรยากาศร้านถูกตกแต่งด้วยหลอดไฟสีเหลืองนวล มีชานยื่นออกไปริมน้ำ กลางร้านเป็นโต๊ะไว้รองรับผู้มาใช้บริการจำนวนหลายโต๊ะ พอเดินผ่านกลางร้านก็มีทางแยกไปห้อง vip ซึ่งห้องที่พนักงานต้อนรับเดินนำเข้าไปเป็นห้องส่วนตัว มีคาราโอเกะให้ร้องเพลง

ในห้องมีอาจารย์หมอศัลย์คอยอยู่ก่อนแล้วสองท่าน ก็คือ อาจารย์ต๊ะ คนนี้เป็นหมอศัลย์สมอง เป๊ะเนี๊ยบทุกอย่าง ตั้งแต่การแต่งตัวไปจนถึงเรื่องทำงาน อีกคนคือ อาจารย์ปอนด์ จบศัลย์ทั่วไปแล้วก็ไปต่อหลอดเลือด คนนี้แต่งงานมีครอบครัวแล้ว

ผู้หญิงสวยอีกสองคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว คงจะเป็นผู้แทนยา

“เชิญนั่งตรงนี้เลยค่ะคุณหมอ” หนึ่งในผู้หญิงสวยเอ่ยขึ้น พร้อมกับผายมือให้พวกผมเดินไปนั่งโต๊ะอีกฝั่ง

ผมยิ้มทักทายสาวสวยทั้งสองอย่างเขินๆ เพราะไม่เคยมานั่งทานข้าวกับผู้แทนยาเลย สายตาผมก็แอบชำเลืองมองพี่กี้ที่เดินเข้ามาในร้านพร้อมกันกับผมและพี่แนน

ผมถูกจัดให้นั่งข้างพี่กี้ ก็ดีครับ จะได้มีโอกาสง้อบ้าง แต่... คนตัวโตไม่สนใจผมซักนิด ตั้งแต่นั่งรถออกมาด้วยกันแล้ว ไม่พูด ไม่มอง ไม่สบตา เหมือน...อยู่นอกสายตา

เคยเป็นคนที่อยู่ในสายตามาตลอด แต่วันนี้อยู่นอกสายตา...



‘เจ็บจี๊ด...’



“นี่ชื่อน้องนิว เป็น intern1 ส่วนคนนี้พี่กระต่าย คนนี้พี่กาญ เป็นผู้แทน novatas” พี่แนนแนะนำผมให้รู้จักกับพี่คนสวยทั้งสอง

“หวัดดีค่ะคุณหมอนิว พี่กระต่ายเป็นผู้จัดการภาค อาจจะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นะคะ แต่อาจจะเจอกับน้องกาญบ่อยกว่าพี่ ยังไงพี่ก็ฝาก novatas ด้วยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ยินดีครับ” ผมยิ้มหวานตอบกลับไปครับ

“พี่กาญเดินยาสามจังหวัดละแวกนี้แหละค่ะ เข้าโรง’ บาลเดือนละ 2-3 ครั้ง หวังว่าจะได้เจอกันบ่อยๆ นะคะ”

“ครับ คงได้เจอกันบ่อยครับ”

“คุณหมอนิวดื่มไหมคะ” พี่กาญเอ่ยถามผมพร้อมกับชี้ไปที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“ได้นิดหน่อยครับ” ก่อนจะตอบรับ ผมก็แอบมองคนข้างๆ ก็ไม่เห็นจะสนใจผม นั่งคุยกับอาจารย์ปอนด์เฉยเลย แถมในมือก็มีแก้วเหล้าสีเข้มๆ แล้วด้วย

ไม่นานพี่กาญก็ส่งเหล้ามาให้ผม อึกแรกดื่มเข้าไป...ขมครับ คือผมไม่ค่อยดื่ม แล้วพี่เค้าก็ชงมาให้ผมอย่างเข้ม แต่ผมก็ดื่มต่อนะ เพราะยิ่งมองไอ้อาจารย์พี่กี้ แล้วยิ่งเห็นมันคุยจ้อกับคนอื่น ไม่สนใจผมเลยซักนิด ยิ่งดื่มหนักเลยครับ

ตอนนี้ผมน่าจะฟาดไปแล้ว 3 แก้ว โดยที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย เริ่มจะมึนๆ แล้วสิ

“นิว... กินข้าวด้วย กินแต่เหล้าเดี๋ยวก็เมา” เป็นพี่แนนที่พูดกับผมอย่างเป็นห่วง

“ไม่หิวอ่ะ...”

“ไม่หิวก็ต้องกินนะ พี่ขี้เกียจลากแกขึ้นไปเก็บที่ห้อง”

“ก็ไม่ต้องลากดิพี่ ปล่อยผมไว้งี้แหละ” พูดไป กระดกเหล้าเข้าปากไปครับ



“ดื้อ”



ไม่ใช่เสียงพี่แนนครับ แต่เป็นเสียงคนข้างๆ ผมเอง ...สนใจผมแล้วเหรอ รู้ตัวว่าผมอยู่ข้างๆ แล้วเหรอ



“ยุ่ง...”



ยุ่งอะไรด้วย!! ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะสนใจเลย เพราะงั้นจะมายุ่งอะไรตอนนี้



ข้าวสวยร้อนๆ ถูกตักมาวางในจานผม พร้อมกับอาหารสองสามอย่างถูกเรียงรายมาไว้ตรงหน้า ก่อนที่คนข้างๆ จะตักอาหารเหล่านั้นมาใส่จานผมอย่างละนิดละหน่อย

“กินซะ”

“ทำไมผมต้องทำตามพี่ด้วย”

“บอกให้กินก็กิน อย่าถามมาก”

“ไม่กิน มีอะไรไหม”

“มี”

สิ้นเสียง มือใหญ่ของคนข้างๆ ก็ลากผมออกไปนอกห้อง ทุกสายตาในห้องจับจ้องมาที่ผม ก่อนออกจากห้อง ผมจึงทำได้แค่ก้มหน้างุดๆ เดินตามพี่แกออกไป แล้วพ่อเจ้าประคุณก็พาผมมาหยุดอยู่ที่ชานริมน้ำ ซึ่งเป็นมุมลับสายตา ไม่มีใครมองเห็น หากไม่สังเกตดีๆ

“ปล่อยผมได้แล้ว เจ็บมือ”

ใช่ครับ ไอ้พี่กี้จับมือผมแรงมาก มือผมแดงมากด้วย

“เจ็บเป็นด้วยเหรอ” ผมถูกถามสวนกลับ พร้อมกับมือถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

“เจ็บเป็นสิ คนนะ ไม่ใช่ก้อนหิน”

“...”

ไอ้พี่กี้เงียบไปครับ พร้อมกับหันมองไปทางแม่น้ำ เหมือนอดกลั้นอะไรซักอย่างไว้ ผมก็เริ่มได้สติ จึงเดินเข้าไปใกล้ แล้วถามเบาๆ

“พี่โกรธผมเรื่องอะไรอ่ะ”

“พี่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธนิว”

“แล้วที่พี่หงุดหงิดใส่ผมนี่มันเพราะอะไรล่ะ”

“พี่...โกรธตัวเอง”

“ห๊ะ.. ยังไง ไม่เข้าใจ”

“ไม่ต้องเข้าใจหรอก...ยังไม่ถึงเวลา”

“งั้นถ้าพี่ไม่ได้โกรธผม พี่ก็อย่าหงุดหงิดใส่ผมสิ”

“...อย่ามาใกล้พี่มาก”

“ทำไม”

“พี่จะ...อดใจไม่ไหว”

“อดใจไม่ไหวเรื่องอะไร”

“ทุกเรื่อง...ที่เกี่ยวกับนิว”

เกาหัวแกรกเลยผม เออ ผมว่าไอ้อาจารย์พี่กี้คนเดิมกลับมาแล้วแหละ ถึงจะพูดไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ ก็ยังดีกว่าโหมดหน้าตาย มองผมแบบไม่มีตัวตน

พวกเรายืนอยู่นั่นเงียบๆ ต่างคนต่างเงียบซักพัก มือใหญ่อีกฝ่ายก็เอื้อมมาจับมือผมข้างที่แดงไปกุมไว้

“พี่ขอโทษนะที่ทำนิวเจ็บ พี่โกรธมากไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย แค่รอยแดงเอง”

“ขอโทษที่...บอกว่ารำคาญ บอกว่านิวเกะกะ”

“...อืม”

อยู่ดีๆ หน้าผมก็ร้อนขึ้นมา ใจก็เต้นแรงอีกแล้ว จะเด้งออกมาจากอกไหมเนี่ยยย

“นิวยกโทษให้พี่ไหมครับ”

“...ไม่เคยโกรธเลย จะยกโทษให้ได้ไงอ่ะ” พูดไป ผมก็ก้มหน้ามองแต่เท้าตัวเองครับ

“ไม่เคยโกรธเลยเหรอ...”

“อืม” ผมพยักหน้ารับคำ พร้อมกับตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป

“นิวก็ขอโทษพี่กี้นะ... อาทิตย์ที่ผ่านมาหลบหน้าพี่”

“...ทำไมหลบหน้าพี่ล่ะ”

“ผม... อยากลองอยู่โดยที่ไม่มีพี่มาคอยกวนใจดู”

“แล้วเป็นยังไงบ้าง”

“ก็...ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่”

“งั้นต่อไปนี้จะหลบหน้าพี่อีกไหม”

ผมไม่ตอบ ได้แต่ส่ายหัวไปมา พี่กี้ยกมือมาลูบหัวผมเบาๆ แล้วโอบผมเข้าหาตัว...



เฮ้ยยยย! พี่จะกอดผมในที่สาธารณะแบบนี้ไม่ได้!



ผมขืนตัวออกจากร่างสูงตรงหน้า แต่ไม่เป็นผลเลย เพราะอยู่ดีๆ เรี่ยวแรงผมก็หายไปไหนไม่รู้ ตัวอ่อนปวกเปียกขึ้นมาซะงั้น หัวใจนี่ก็เต้นแรงจนจะเด้งออกมาจากอกแล้วเนี่ย หูผมก็คงแดงหนักมาก เพราะสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของไอ้พี่กี้ตรงข้างหูผม

“อย่าทำตัวน่ารักแบบนี้กับใครนะ...ทำกับพี่แค่คนเดียว”

“บ้าเหรอ..” จะไปทำแบบนี้กับใครได้วะ

“เวลานิวพูดง่ายๆ นิวโคตรน่ารักเลยรู้ไหม”

“...”

ไม่รู้ครับ อันนี้ตอบในใจ ใครจะกล้าตอบออกไป เดี๋ยวได้หาว่าผมเถียง หรือกวนตีนอีก

พี่กี้ผละกอดออกจากผม แต่มือก็ยังรั้งเอวผมไว้นะ แล้วเค้าก็เชยคางผมขึ้นให้มองตา

“วันนี้ พี่ขออนุญาต...จูบ...ได้ไหม”

“ไม่!” ผมตอบโดยไม่คิดเลยครับ ครั้งนี้ผมจะไม่ให้เหมือนครั้งก่อนเด็ดขาด ผมต้องไม่ยอม!

“จูบเบาๆ แบบครั้งก่อนก็ไม่ให้เหรอ” หน้าละห้อยมากครับ จะสงสารดีไหมเนี่ย

“ไม่... นี่มันที่สาธารณะนะพี่ เดี๋ยวคนมาเห็นเข้า มันจะไม่เหมาะ”

“งั้น ทำในห้องได้...ใช่ไหม”

“...”

เอิ่มมมม ไปไม่เป็นเลยผม โอ้ยยยยย ไม่เคยชนะอ่ะ เซ็งครับ!



พวกเรายืนดูวิวแม่น้ำด้วยกันซักพัก ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง vip พี่ๆ ในห้องถือไมค์ร้องคาราโอเกะกันแล้วครับ เจ้าของไมค์ที่กำลังร้องเพลงคือ พี่ปอนด์ พอท่อน hook จบไปก็แซวผมกับพี่กี้ขึ้นมา

“หายไปทำอะไรกันน๊า น๊านนานนนนน”

“ฮิ้วววว” คนอื่นๆ ก็เป็นลูกคู่รับ

“อารมณ์ดีกันขนาดนี้ มีข่าวดีอะไรแถลงมั้ยคร๊าบบบบ”

“ฮิ้ววววววว”

แล้วพี่ปอนด์ก็ยื่นไมค์ให้พี่กี้ พี่กี้มองหน้าผมนิดนึง ก่อนจะเอ่ยผ่านไมค์ออกไป

“ไม่มีอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่มีใครร้องเพลง ผมร้องเองละนะ”

ผมยิ้มทันทีเมื่อได้ยินคำตอบจากปากคนข้างกาย... ขอบคุณนะพี่ คือ ผมยังไม่แน่ใจตัวเอง ผมยังสับสน ผมยังงงๆ ในชีวิตอยู่ ผมยังให้คำจำกัดความอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับผม ให้เวลาผมหน่อยนะ ถ้าผมแน่ใจ แล้วผมจะพูดกับพี่เอง



อยากรู้จักอยากให้เธอรู้จัก

อยากเป็นคนรักเธอ

อยากให้เธอได้หันมอง

แบบว่าฉันคนธรรมดาไม่ใจร้าย

ถ้าลองได้คบจะดูแลเธออย่างดี



เสียงไอ้พี่กี้ครับ ร้องเพลงไป ตาก็คอยแต่จะมองมาทางผม ละดูเลือกเพลง โอ้ยยยยย สุ่มเสี่ยงกับการใจสั่นมากกก



ความรู้สึกเธอคือคนพิเศษ

อยากให้ลองรักดูอยากให้รู้ว่ารักเป็น

ก็เลยร้องมาเป็นทำนอง ชา ดี ดา

ถ้าได้เป็นแฟนจะดูแลเธออย่างดี



“ฮิ้วววววว”

บรรดากองเชียร์นี่ก็ทำงานดีเหลือเกิน



เพราะคิดว่ารักเธอหมดตัว

เธอคงต้องใจอ่อน

ถ้างั้นฉันถามเธอสักครั้ง



ขยับเข้ามาได้ไหม ขยับมาใกล้กัน

ขยับความสัมพันธ์ มารักกับฉันนะเธอ

ลองคบลองดูกันไหม เขย่าให้หัวใจเต้นตรงกัน

เธอจะมีแต่ความสุข เธอจะมีแต่ฉันที่รัก...เธอ



“ฮิ้ววววววว”

โอ้ยยยยย ทำตัวไม่ถูกแล้วคร๊าบบบบ ยิ้มจนปากจะฉีกถึงใบหู แต่สายตาก็ไม่กล้ามองคนร้องเพลงนะ เอาแต่ก้มหน้างุดโกยข้าวเข้าปากครับ หิวข้าวมากกกกกก



ลองคิดดูหากเธอยังว่างอยู่

เชิญเธอลองพิสูจน์เธอจะรักฉันรับรอง

ก็ตัวฉันเป็นคนตรงๆ ไม่รวนเร

ก็จะไม่เขวไม่มองใครนอกจากเธอ



แอบมองคนร้องแวบนึง ไอ้พี่กี้มันมองมาอยู่แล้วครับ สายตาเยิ้มมากกก นั่นเยิ้มเพราะเหล้าใช่ไหม ไม่ใช่เพราะเพลง อิอิ



เพราะคิดว่ารักเธอหมดตัว เธอคงต้องใจอ่อน

ถ้างั้นฉันถามเธอสักครั้ง



ขยับเข้ามาได้ไหม ขยับมาใกล้กัน

ขยับความสัมพันธ์ มารักกับฉันนะเธอ

ลองคบลองดูกันไหม เขย่าให้หัวใจเต้นตรงกัน

เธอจะมีแต่ความสุข เธอจะมีแต่ฉันที่รัก...เธอ*



‘เธอจะมีแต่ฉันที่รัก...เธอ’



เพลงจบ...แต่อารมณ์ไม่จบครับ

คราวนี้ผมตั้งใจฟังไอ้พี่กี้ร้องเพลงมาก ไม่เหมือนตอนรับน้องเข้าทำงานที่ผมไม่สนใจฟังเลย ทุกประโยคทำให้ผมยิ้มตาม ผมว่าผมบ้าไปแล้วแน่ๆ เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมาแต่ละประโยคมันมีเสน่ห์มากๆ ตัวผมแทบจะอ่อนระทวยลงไปนอนกองกับพื้นเลย



ไม่มีใครทำให้ผมรู้สึก...ตัวเล็ก...ต้องการการปกป้องได้มากเท่าคนนี้...

พี่กี้...แตกต่าง



TBC.



*เพลง ที่รัก (เธอ) ศิลปิน เอก สุระเชษฐ์





Talk : ไรท์ก็เขิลพี่กี้ร้องเพลงเด้อออ ><

ขอบคุณมากนะคะสำหรับการติดตาม ดีใจมากๆค่ะที่มีคนอ่านและติดตาม ขอกำลังใจหน่อยค่าาา  :กอด1:

พอดีมีคนถามว่าลงที่อื่นด้วยมั้ย ลงนะคะ ตามนี้ค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่า  :pig4:

readAwrite https://www.readawrite.com/a/5a28286113bb25d5f85004f11a7d8f8c
ธัญวลัย https://www.tunwalai.com/story/441126/อินเทิร์นจอมจุ้นวุ่นหัวใจหมอศัลย์-intern-vs-general-surgeon-yaoi?page=1
Dek-d กำลังจะไล่อัพให้ทันกันค่ะ https://my.dek-d.com/AmaraMee/writer/view.php?id=2113527

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22-06-2020 20:47:24 โดย a-mee-ra »

ออฟไลน์ psychological

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 304
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-0

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1270
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
อะเลิกงอนกันมาจีบกันแทนดีกว่าเนอะ  :o8: ตลกนิวตอนชวนไปวิ่งแล้วไม่ไป พอชวนไปกินข้าวที่พี่หมอกี้ไปดันตอบรับเร็ว ไม่ค่อยจะชัดเลยนะหมอนิว ว่ามีไรกันในกอไผ่ 55555 ค่อยๆว่ากันไปค่อยๆรู้ใจไปว่าเลิฟๆ  :กอด1:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5214
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ นางฟ้าน้อย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ manarina

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 36
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 58
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 12 อยู่เวรวนไปสิ


วันนี้เป็นเวรผมที่ต้องดูแลวอร์ด ICU ศัลยกรรม เป็นวอร์ดที่รองรับผู้ป่วยวิกฤติจากการผ่าตัดโดยเฉพาะ ตอนนี้มีคนไข้ 10 เตียง แต่ละคนก็หนักหนากันทั้งนั้น หนึ่งในคนที่หนักก็คือ เคสผู้ป่วยชายไทยที่เป็นมะเร็งลำไส้ที่ผมเข้าเคสผ่าตัดกับพี่กี้ อาการไม่ค่อยดีเลย มีไข้มาสองวันแล้วนับจากวันที่ผ่าตัด ผมจึงต้องมาดูแลอย่างใกล้ชิด



ตั้งแต่เลิกงานสี่โมงเย็นจนถึงตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มแล้ว ผมนั่งแก้ปัญหาแต่ละเคสไปเรื่อย แก้ได้ก็แก้ไป แก้ไม่ได้ก็โทร consult อาจารย์เจ้าของเคส เคสมะเร็งลำไส้ก็กำลังชั่งใจว่าจะโทรหาไอ้อาจารย์พี่กี้ดีไหม อยากลองเปลี่ยนยา antibiotics (ยาปฏิชีวนะ) ที่ให้ไปด้วย เผื่อไข้จะลดลงกว่านี้ ว่าแล้วก็ต่อสายถึงทันที

“ฮัลโหลคร๊าบ”

“ว่า”

“รายงานเคสครับ” ต้องพูดเพราะนิดนึง อยู่ต่อหน้าพยาบาล ซึ่งกำลังรายงานเคสให้อาจารย์ฟังอ่านะ

“ว่ามา”

“ผู้ป่วยชายไทย เคสมะเร็งลำไส้ ไข้ไม่ลดเลยอ่ะ ลองเปลี่ยน antibiotics ดีไหมครับ”

“WBC* เท่าไหร่”

“3,000”

“อุณหภูมิร่างกายเท่าไหร่”

“38 กว่าๆ ตลอดเลย”

“Respiratory rate** เท่าไหร่”

“28”

“เข้าเกณฑ์ sepsis*** ไหม”

“คิดว่าเข้า”

“ใช้คำว่า ‘คิดว่า’ ไม่ได้ ไปดูเรื่อง sepsis มา แล้วค่อยโทรมาบอกว่าควรจัดการยังไง”

“ดะ เดี๋ยว อย่าเพิ่งวางดิ”

“อะไรอีก”

“บอกหน่อยไม่ได้หรอ” อันนี้ผมเดินไปกระซิบคุยในที่ๆ คนอื่นไม่ได้ยิน

“ไม่ได้ ถ้าพี่บอก นิวก็ไม่เกิดกระบวนการการเรียนรู้”

“ใจร้ายว่ะ”

“ไม่ใจอ่อนบอกหรอกนะ เท่านี้แหละ พี่วางละ อย่ามัวคุยเล่น รีบไปจัดการคนไข้ อีก 5 นาทีพี่โทรหา”

แล้วสายก็ถูกตัดไปครับ โอ้ยยยยย ช่วยกันหน่อยก็ไม่ได้ ใจร้ายยยย

บ่นไปก็เท่านั้นล่ะผม สุดท้ายผมก็ต้องมานั่งหาข้อมูลเอง จริงๆ เรื่องที่พี่แกถาม ผมก็เรียนมาหมดแล้วล่ะ บางครั้งมันก็ลืม เพราะไม่ค่อยได้เจอเคสเท่าไหร่ ผมนั่งทบทวนเกณฑ์การประเมิน sepsis และหา antibiotics guideline**** ก็พบว่าควรใช้ยาตัวไหน แต่ประเด็นคือไม่รู้ว่าควรใช้ขนาดเท่าไหร่ และควรบริหารยาอย่างไร จึงยกหูโทรศัพท์ไปหาห้องยา

“สวัสดีครับ ห้องยาในครับ”

“สวัสดีครับ ผมหมอนิว นิวิฐ นะครับ”

“ว่าไงครับคุณหมอ ผมฟิล์มนะ”

“เอ่อ ฟิล์ม เราว่าจะถามถึงการบริหารยา tazocin***** น่ะ”

แล้วฟิล์มเภสัชก็อธิบายซะยืดยาวครับ ผมก็จดตามที่เค้าพูด ก่อนจะกล่าวขอบคุณ

“ขอบใจมากเว้ยฟิล์ม”

“ไม่เป็นไร วันนี้เวรเหรอ”

“ใช่ เวร icu ศัลย์”

“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นเลี้ยงข้าวซักมื้อก็ดีนะ”

“ได้เลย ไม่มีปัญหา ว่างก็ลองทักมาละกัน”

แล้วผมก็วางสายจากฟิล์มเภสัช แล้วรีบโทรหาไอ้อาจารย์พี่กี้ ต้องรีบชิงโทรหาก่อน เดี๋ยวจะหาว่าผมช้า ถามเท่านี้ก็ไม่ได้เรื่องได้ราว

“ได้คำตอบละเหรอ”

“ได้แล้ว”

“ว่ามา”

แล้วผมก็สาธยายให้ฟังว่าคนไข้เป็นยังไง ควรแก้ไขและจัดการปัญหานี้ยังไง และสิ่งที่ต้องระวังคืออะไร

“ก็ทำได้นิ”

“ชมสิว่าเก่ง”

“ไม่ชมให้เหลิงหรอก ...แล้วนี่กินข้าวยัง”

“กินแล้ว พี่พยาบาลซื้อมาให้”

“ก็ดี จะได้ไม่ต้องวุ่นวายซื้อไปให้”

“ไม่ได้ขอร้องป่ะ”

“หึหึ”

“แค่นี้ล่ะ คุยด้วยละเสียเวลาดูคนไข้มาก”

“เดี๋ยว... เอาหูมาแนบโทรศัพท์ดีๆ”

“อะไร” ปากผมถามไป แต่ก็ทำตามนะ

“...คิดถึงนะ”

ไอ้อาจารย์พี่กี้บ้า! ก่อนมาเข้าเวรก็เพิ่งเจอกัน จะมาคิดถุงคิดถึงอะไร เว่อร์ไปละ คิดได้แบบนั้นก็กดวางสายเลยครับ ได้ยินเสียงหัวเราะหึหึแว่วมาก่อนตัดสาย โอ้ยยยยย คนกวนประสาท คนเยอะแห่งปี2020

.

.

.

เมื่อคืน ผมดูคนไข้ถึงตีสอง ดูท่าทางไม่น่ามีอะไรแล้วเลยกลับห้องมาอาบน้ำนอน ตื่นเช้าก็ต้องรีบไปราวด์วอร์ด ระหว่างทางเดินข้ามตึก เจอฟิล์มเภสัช ยิ้มร่ามาแต่ไกลเชียว

“หวัดดีครับคุณหมอนิว”

“อืม หวัดดี เมื่อคืนขอบใจมากนะเว้ย”

“ไม่เป็นไร หน้าที่เราอยู่แล้ว มีปัญหาเรื่องยา...ให้คิดถึงหน้าเราเลยนะ” ทำหน้ายิ้มกริ่มไปด้วยนะ นี่ก็คนเยอะ2020อีกคน

“อือ แล้วนี่จะไปไหน”

“ไปซื้อกาแฟ ไปด้วยกันป่าว”

“ไปดิ อยากได้พอดี เมื่อคืนอยู่ถึงตีสอง ละยังต้องมาราวด์เช้าอีก ง่วงมากเลยเนี่ย” ผมบ่นๆ ให้มันฟัง เพราะไม่รู้จะคุยอะไร

“ง่วงมาก ซบไหล่เราก่อนก็ได้นะ”

“กวนตีนละมึง”

“ฮ่าๆๆ หยอดนิดหยอดหน่อย ไม่ต้องเขินนะ”

“ขนลุกว่ะมึง พอเลย”

เราเดินมาถึงร้านกาแฟพอดี ทำให้ฟิล์มเภสัชเลิกกวนตีนผม หันไปสั่งกาแฟแทน

“เอาอเมริกาโน่ ไม่หวานครับ ...นิว เอาอะไร”

“อเมริกาโน่น้ำผึ้งมะนาว หวานน้อย.. เดี๋ยวกูเลี้ยง มึงไม่ต้องจ่าย” จะเลี้ยงขอบคุณที่มันช่วยผมเมื่อคืนซักหน่อย

“ไม่ต้องเลย อย่าเพิ่งชิ่งเลี้ยง... ถ้าจะเลี้ยงน่ะ เย็นนี้ค่อยไปเลี้ยงข้าวเย็นเรา” นั่นไง ความเยอะของมัน

“เย็นนี้ไม่ว่าง เวร ER เว้ย”

“งั้นพรุ่งนี้”

“ไม่ว่าง เวรตรวจ OPD นอกเวลาถึงสองทุ่ม”

“งั้นวันถัดไป”

“ไม่ว่าง”

“เวรอะไรอีก”

“ไม่มี แต่กูขี้เกียจ อยากพักผ่อน”

“คราวหน้าไม่ช่วยแม่งละ”

“โอ๋ๆๆ กูล้อเล่นนนน ฮ่าๆๆ” ตลกครับ นี่ก็ผู้ชายตัวโตๆ ทำหน้างอนใส่ผม ตลกฉิบหายเลยครับ ฮ่าๆๆ



“หัวเราะอะไรนิว”



เสียงเย็นๆ ที่แสนจะคุ้นเคย ดังมาจากด้านหลังของผม ทำให้ผมต้องรีบหันขวับกลับไปมองเจ้าของเสียง

“อ้าว พี่กี้ ดื่มกาแฟเหรอครับ” ทักทายตามประสาทั่วไปครับ

“จะซื้อข้าวมั้ง มาร้านกาแฟเนี่ย” น่านนน กวนตีนกูอีก

“สวัสดีครับ อาจารย์กี้” เป็นฟิล์มเภสัชที่เอ่ยทักและยกมือขึ้นสวัสดี

“ดูว่างงานเนอะเภสัชเนี่ย” อ้าววว พี่กี้ กวนตีนนะนั่น

“ไม่ว่างหรอกครับ พอดีง่วงๆ เลยขอแวบออกมาซื้อกาแฟ”

“แล้วซื้อเสร็จยัง”

“เสร็จแล้วครับ”

“เสร็จแล้วก็กลับไปทำงานได้แล้วมั้ง”

“ยังไปไม่ได้ครับ ...รอนิวอยู่” อ้าววว เกี่ยวอะไรกับกูคร๊าบบบ

“รอทำไม เป็นอะไรกัน”

“เป็น... เพื่อนร่วมรุ่น...ไงครับ”

“ไปก่อนเลยมึง เดี๋ยวกูต้องไปเข้าเคสผ่าตัดกับอาจารย์กี้” ผมรีบตัดบทให้เองครับ เดี๋ยวได้ยืดเยื้อกว่านี้ เท่าที่ดูสถานการณ์ไม่ค่อยจะดีนัก

“แล้วที่นัดกันล่ะ”

“เออๆ ค่อยคุยกัน”

สุดท้ายฟิล์มเภสัชก็ยอมถอยออกไปจากร้านกาแฟ โล่งอกไปที นึกว่าจะเกิดสงครามอะไรขึ้นละเมื่อกี้ เฮ้อออ

“นัดอะไรกัน” นั่นไง เสียงเย็นๆ มาอีกแล้ว

“ยังไม่ได้นัด”

“ก็ที่มันบอกเมื่อกี้”

“ก็เมื่อคืนมันช่วยหาข้อมูลยา เลยจะนัดเลี้ยงขอบคุณ ...ก็เท่านั้นเอง”

“นึกว่าหาเอง ที่แท้ก็ยืมมือคนอื่น น่าผิดหวังว่ะ” โหหห ด่าแรงนะนั่น จุกเลยผม

“เภสัชเค้ารู้เรื่องยา ก็ต้องปรึกษาเค้าดิ งั้นจะมีเค้าไว้ในโรง’ บาลทำไม”

“ปรึกษาได้ แต่ไม่ใช่คนนี้”

“ทำไม”

“ไม่รู้รึไงว่ามัน...เต๊าะเราอยู่”

“แล้วทำไมล่ะ...พี่กับมัน...ก็ชอบผมทั้งสองคน... กับพี่ ผมยังคุยด้วยเลย... กับมัน ผมจะคุยด้วยก็ไม่เห็นแปลกอะไร

พูดจบ ผมก็คว้าแก้วกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จ แล้วเดินออกมาจากร้านกาแฟเลยครับ โกรธที่โดนด่าว่ายืมมือคนอื่น ไม่ชอบคำว่า ‘น่าผิดหวัง’ นี่มันดูถูกกันชัดๆ



ช่วงนี้ผมหงุดหงิดง่ายครับ อาจจะเป็นเพราะตั้งแต่ย้ายมาวอร์ดศัลยกรรม ไม่ค่อยว่างเลย แทบไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย ไม่มีเวลาเล่นการ์ด ไม่มีเวลาผ่อนคลายเลย ทำให้มีอะไรมากระทบนิดกระทบหน่อย ผมก็เหวี่ยงได้ทันที แถมตารางเวรยังยาวเป็นหางว่าว มีแทบทุกวัน แดกกาแฟเช้าเที่ยงเย็น แทบจะแดกแทนข้าวอยู่แล้วครับ

ละยิ่งมีคนมากวนตีน มาวุ่นวาย ผมยิ่งหงุดหงิด รำคาญ บางครั้งก็อยากอยู่เงียบๆ คนเดียวบ้าง ใครจะจีบ จะเต๊าะ จะกัดกันก็เอาเลย ตามสบาย ผมขี้เกียจยุ่ง



-------------------------------------------------

วันเสาร์ที่แสนจะยุ่งเหยิง

ผมตื่นมาราวด์วอร์ดแต่เช้า เป็นสิ่งที่ต้องทำทุกๆ วัน แล้ววันนี้ต้องอยู่ยาวด้วย เพราะอาการคนไข้เคสมะเร็งลำไส้อาการไม่ค่อยดีเลย หลังจากที่เปลี่ยนยาอาการก็ดีขึ้นได้ 3 วัน หลังจากนั้นอาการก็แย่ลงอีก ซึ่งตอนนี้มีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นภาวะที่เพิ่งเกิด ผมต้องโทรรายงานไอ้อาจารย์พี่กี้ด่วนเลย

ซึ่งตั้งแต่วันนั้น ผมยังไม่คุยกับพี่แกดีๆ เลย เจอกันแค่ตอนราวด์วอร์ดในบางวัน หรือไม่ก็เจอในห้องผ่าตัด ซึ่งก็คุยกันแค่เรื่องงาน ไม่มีเรื่องอื่นเลย ละวันนี้ต้องโทรรายงานเคส ลำบากใจนิดหน่อย แต่ก็ต้องทำแหละ

“ฮัลโหลครับ”

“ว่า”

“เคสมะเร็งลำไส้ ตอนนี้หัวใจเต้นผิดจังหวะครับ”

“หาสาเหตุดิวะ เกิดจากอะไร”

“โปแตสเซียมต่ำไหมครับ”

“แล้วโปแตสเซียมต่ำเกิดจากอะไร”

“.....” เงียบครับ ถ้ารู้จะโทรหาไหม

“เพราะอาการข้างเคียงของยา tazocin ไหม” เออว่ะ ใช่ว่ะ

“ครับ ...แล้วผมควรเปลี่ยนยา หรือ ควรลดขนาดลงดี”

“เปิดไกด์ไลน์สิวะ จะถามทุกอย่างเลยรึไง”

“พี่กี้... ผมว่าพี่กี้มาดูหน่อยไหม ตอนนี้คนไข้หนักมาก ผมกลัว...กลัวจะเอาไม่อยู่” กลัวจริงๆ นะครับ ในขณะที่คุยไป มองดูคนไข้ไป คนไข้กระตุกไปด้วย บ่งบอกว่าการหายใจมีปัญหาหนักมาก

“เออๆ อีกห้านาทีถึง”



ไม่นาน ไอ้อาจารย์พี่กี้ก็มาถึง เดินมาดูคนไข้ด้วยตัวเอง ผมจึงหันไปสนใจเคสอื่น ยังมีงานให้ทำอีกเยอะ การเป็นหมอ มันเป็นอาชีพที่ทำงานไม่จบไม่สิ้น แก้ปัญหาให้คนไข้ดีขึ้นแล้ว อีกไม่นานก็ทรุดลงได้ การรักษาชีวิตคนหรือการยื้อชีวิตคน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันมีปัจจัยหลายอย่าง บางครั้งแค่ความรู้ไม่พอหรอก หลายครั้งที่รักษาจนสุดทาง หาทางออกไม่ได้ แต่ ‘ปาฏิหาริย์’ ก็เกิดขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับหากปฏิหาริย์ไม่เกิด นั่นหมายถึงการสูญเสีย

เราต้องเข้าใจและยอมรับให้ได้ในจุดนี้ จุดที่เราต้องมองดูลมหายใจสุดท้ายของแต่ละชีวิต...



“คุณหมอคะ ชาร์จอีกรอบไหมคะ”

“ครับ มาเลย”

...ฟึ้บบบ...

เสียงสัญญาณชีพยังดังยาว ไม่ตอบสนองต่อการช่วยชีวิต

“อีกรอบนะลุง...กลับมาอยู่ด้วยกันก่อน”

...ฟึ้บบบ...

เสียงสัญญาณชีพยังดังยาวเหมือนเดิม...

“อดทนนะลุง รอบนี้...รอบสุดท้ายแล้ว กลับมาอยู่ด้วยกันก่อนนะ”

...ฟึ้บบบ...

เสียงสัญญาณชีพยังดังยาวเหมือนเดิม... พร้อมกับเครื่องหมายขีดยาวๆ ที่เคลื่อนผ่านหน้าจอ



...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...ไม่มีอะไรหยุดการสูญเสียครั้งนี้ไปได้จริงๆ เหรอ...



ผมขอ...ปาฏิหาริย์...เถอะนะ



เคสนี้เป็นเคสที่ผมตั้งใจดูแลมาก ยังไม่อยากให้จากไปแบบนี้...



“อาจารย์คะ เราชาร์จไป 3 รอบแล้วนะคะ”

“ครับ...ผมว่า แกไปแล้วแหละครับ... ญาติเค้าอยู่แถวนี้ไหม ถ้าอยู่ ผมจะไปคุยกับญาติเค้าเอง”



ไอ้อาจารย์พี่กี้หน้านิ่งมากตอนนี้ กำลังจะออกไปคุยกับญาติคนไข้ ส่วนผมนั้น... ช๊อกนิดนึงครับ ไม่ค่อยเห็นบ่อยเท่าไหร่กับการจากไปกะทันหันแบบนี้ ได้แต่เฝ้าถามตัวเอง ‘ผมทำอะไรผิดพลาดไปไหมวะ’ เครียดครับ ตอนนี้เครียดหนักกว่าเดิมอีก ถึงรู้ว่าการจากไปเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ก็นั่นแหละ มองเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา มันจะไม่สะทกสะท้านได้ยังไงละครับ ผมก็มี...หัวใจ...นะ



ผมขอตัวออกไปสงบสติอารมณ์ตัวเองโดยการออกไปกินข้าวเที่ยงซักหน่อยครับ ไม่ได้ไปกินไกลเลย แค่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรง’ บาลเท่านั้นล่ะ ผมหลบออกมาตอนที่ไอ้อาจารย์พี่กี้คุยกับญาติคนไข้อยู่ พี่แกเลยไม่เห็นผม

ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาวพิเศษถูกวางตรงหน้าผม พร้อมกับร่างสูงที่คุ้นเคยเดินมานั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามผม

“จะออกมากินข้าว ไม่เห็นชวนพี่เลย” ทำไมต้องชวนวะ

“ก็เห็นพี่ยุ่งอยู่ เลยออกมาก่อน”

“...บ่ายนี้ว่างไหม” ผมเงยหน้ามองคนตรงหน้านิดนึง ก็เห็นอยู่ว่าวันนี้เวรผม จะว่างได้ไงวะ

“วันนี้ผมมีเวร”

“ก็ดูครบทุกเคสแล้วนิ”

“ก็เผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบเมื่อกี้อีก”

“ไม่เป็นไร พี่บอกพี่พยาบาลแล้วว่าบ่ายนี้นิวไม่เข้า”

“อ้าว” วางช้อนส้อมในมือลงเลยครับ จะมาวุ่นวายอะไรกับผมขนาดนี้เนี่ย

“พี่ว่าช่วงนี้นิวเครียดไปแล้วนะ ออกไปผ่อนคลายบ้าง”

“ถ้าผมออกไป แล้วเกิดเหตุการณ์แบบเมื่อกี้อีก... ใครจะรับผิดชอบ”

“...พี่รับผิดชอบเอง”

“ไม่เอาอ่ะ พี่ไปคนเดียวเลย ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อกี้อีก”

“นิว ฟังนะ ...เสียใจได้ ...แต่ห้ามโทษตัวเอง เราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ไม่มีใครหยุดความตายได้หรอก ขนาดพระพุทธเจ้ายังหยุดความตายไม่ได้เลย ...เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติของโลก ...เข้าใจและยอมรับมันซะเถอะ”

พูดมาขนาดนี้ ผมต้องไปด้วยสินะ เออๆ ไปด้วยก็ได้วะ

“อือ แล้วจะชวนไปไหน”

“ไปดูหนังกัน”

กินข้าวเสร็จผมก็เดินตามไอ้อาจารย์พี่กี้ต้อยๆ ใจง่ายฉิบหายเลยว่ะผม แค่เค้าชวนไปดูหนังก็ตกลงไปง่ายๆ เลย บางครั้งก็เบื่อตัวเอง บทจะใจอ่อนก็ใจอ่อนง๊ายยยยง่าย

อยู่ดีๆ คนตรงหน้าก็เอื้อมมือมาจับมือผม ผมเงยหน้ามองเหมือนจะถามว่าจับทำไม แต่ร่างสูงก็ยิ้มกว้างให้แทนโดยไม่ตอบอะไร พร้อมกับสอดนิ้วมือเข้ามาประสานกับนิ้วมือของผมไว้ กระชับเบาๆ ให้ความรู้สึก...อบอุ่น...อย่างบอกไม่ถูก ใจมันหวิวๆ เหมือนจะลอยคว้างอยู่กลางอากาศ รู้สึกได้ถึงหน้าร้อนๆ เลือดสูบฉีดมากกว่าปกติ

การที่มีคนคอยเดินกุมมืออยู่ข้างๆ ในวันที่เหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ มันก็...รู้สึกดีเหมือนกันนะ



TBC.



*WBC คือ white blood cell เป็นเม็ดเลือดที่มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาร่างกาย

**Respiratory rate คือ อัตราหายใจ ตรวจดูว่าหายใจนาทีละกี่ครั้ง โดยนับการเคลื่อนไหวของทรวงอกหรือหน้าท้องที่กระเพื่อมขึ้นหรือลงเป็นจำนวนกี่ครั้งต่อหนึ่งนาที

***Sepsis คือ ภาวะที่ร่างกายของเรามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการติดเชื้อ หรือ ต่อพิษของเชื้อโรค โดยทําให้เกิดการอักเสบขึ้นทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งการติดเชื้อนี้ อาจเกิดขึ้นที่ตําแหน่งใด ตําแหน่งหนึ่งของร่างกาย หรือเป็นการติดเชื้อทั่วร่างกายก็ได้

****Antibiotics guideline คือ แนวทางในการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ

*****Tazocin คือ ยาปฏิชีวนะ มีข้อบ่งใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบบ moderate –severe ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อบริเวณกระดูกและข้อ การติดเชื้อภายในช่องท้องและการติดเชื้อในกระแสเลือดโดยยานี้จะครอบคลุมการรักษาการติดเชื้อ S.aureus, H.influenzae, Bacteroides และเชื้อแบคทีเรียแกรมลบอื่นๆ




Talk : ตอนนี้วิชาการมากไปหน่อย ใครอ่านชิลๆ ก็ข้ามตรง * ไปเลยนะคะ เราเอามาจาก google ค่ะ ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยค่ะ แต่ตอนนี้จะสื่อว่า หมอโรง'บาลรัฐ คือทำงานหนักจริงๆค่ะ ใครคิดจะมีแฟนเป็นหมอ ต้องเสียสละเรื่องเวลาให้ได้ ห้ามงอแง ห้ามง๊องแง๊ง ไม่งั้นคบกันไม่รอดค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และคอมเม้นท์ตอนที่ผ่านๆมานะคะ ตอนนี้ก็เช่นเคยค่ะ ขอกำลังใจหน่อยค่าาา ><









 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด