อินเทิร์นจอมจุ้น..วุ่นหัวใจหมอศัลย์(Intern VS General Surgeon) ตอน 39 จบบริบูรณ์ 16/9/63
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: อินเทิร์นจอมจุ้น..วุ่นหัวใจหมอศัลย์(Intern VS General Surgeon) ตอน 39 จบบริบูรณ์ 16/9/63  (อ่าน 16711 ครั้ง)

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-19

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ตอน 39 จบบริบูรณ์


- หมอนิว -

หลังจากพี่กี้นอนโรง'บาลได้อาทิตย์กว่าๆ อาจารย์อาร์ก็ให้ออกจากโรง'บาลได้ คำถามคือ พี่กี้จะพักฟื้นที่หอพักแพทย์? หรือ ที่บ้าน? เพราะต้องพักงาน 2-3 เดือนเลยทีเดียว ถ้าเป็นคนอื่นคงตอบทันทีว่ากลับไปพักฟื้นที่บ้าน แต่พี่กี้บอกกับทุกคนว่าขออยู่ที่หอพักแพทย๋

แน่นอนว่าทุกคนไม่เห็นด้วย ห้องที่ไม่ใหญ่มาก ไม่มีคนดูแลตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มภาระผมไปโดยปริยาย …นั่นคือคนอื่นคิด แต่สำหรับผมไม่มีปัญหาเลย อาจจะขลุกขลักบ้างในวันที่ผมมีเวร แต่ผมมั่นใจว่าผมจัดการได้ และผมก็ไม่อยากห่างจากพี่กี้ด้วย กลัวคนป่วยซึมเศร้า และก็แอบกลัวตัวเองซึมเศร้าด้วยเหมือนกัน ก็คนมันเคยอยู่ด้วยกันนะครับ ถ้าถูกจับแยกนี่ก็โหวงๆ อยู่นะ

"แม่ว่ากี้กลับไปอยู่บ้านเราดีกว่า ที่นี่ไม่มีคนดูแลตลอดนะ"

"กี้พอไหวน่าแม่ ยังไม่ถึงกับพิการ พอช่วยเหลือตัวเองได้อยู่"

"แม่กลัวน้องกังวล ไหนจะทำงาน ไหนจะต้องรีบกลับมาดูเราอีก"

"ไม่เป็นไรครับแม่ นิวไหว" ผมรีบบอก เดี๋ยวทุกคนจะเข้าใจแบบนั้นจริงๆ

"ดูแลคนป่วย มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นะลูก ไหนจะหาข้าวหาน้ำ พาเข้าห้องน้ำอีก"

"นิวว่า ลองซักอาทิตย์นึงก่อนก็ได้นะครับ ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวนิวรีบบอกเลยครับ" ต้องต่อรองครับ

"เฮ้ออ แม่ต้องยอมใช่ไหมเนี่ย ดื้อกันทั้งสองคนเลย"

"เอาน่าแม่ เดี๋ยวกรีนแวะมาหาบ่อยๆ" กรีนเอ่ยสำทับขึ้น

สุดท้ายแม่ก็ยอมให้พี่กี้อยู่หอพักครับ จากนั้นก็เป็นหน้าที่ผมที่ต้องจัดการเวลา และจัดการคนป่วยที่บางวันก็ดื้อเหลือเกิน

"พี่กี้ ถึงเวลากินข้าวแล้ว เดี๋ยวนิวพยุงมาที่โต๊ะนะ"

ผมพูดกับคนป่วยที่ตอนนี้ติดซีรี่ส์ US หนักมาก และดูท่าทางแล้วไม่น่าจะได้ยินที่ผมพูด

"พี่กี้! ฟังนิวไหมเนี่ย?!"

"ฟังๆๆ ครับ"

"งั้นก็กด pause ไปก่อน มากินข้าวเร็ว" ผมมายืนอยู่ตรงหน้าคนป่วยแล้วครับตอนนี้ ส่วนคนป่วยนั้น

"แป๊ปๆ กำลังสนุกเลย"

"ไม่ได้! วันนี้นิวมีตรวจ opd ต้องรีบราวด์รีบไปตรวจ เข้าใจไหม?!" ผมเริ่มแหวใส่แล้วครับ ทำให้คนป่วยยิ้มแหยๆ แล้ววางไอแพด ยอมยืดตัวขึ้น แล้วหย่อนขาลงเตียง เพื่อให้ผมพยุงได้สบายๆ ผมก็เข้าไปพยุง แล้วค่อยๆ เดินกันมาที่โต๊ะอาหาร ผมจึงเลื่อนเก้าอี้ให้นั่ง คนป่วยก็นั่งลงอย่างว่าง่าย

จากนั้นผมก็ตักข้าวเตรียมจะป้อน แต่คนป่วยกลับเอ่ยขึ้น

"เดี๋ยวพี่กินเอง จะลองฝึกใช้มือซ้าย"

"ไหวเหรอพี่ ให้นิวป้อนนี่แหละ"

"ไม่เอา อยากลองช่วยตัวเองบ้าง"

สุดท้ายผมก็ต้องยอมครับ เอาถ้วยโจ๊กไปวางไว้ตรงหน้าคนป่วย มือซ้ายหยิบช้อนขึ้นมา ตักโจ๊กขึ้นมาหนึ่งคำ พยายามจะเอาเข้าปากตัวเอง แต่ก็ดูลำบากเหลือเกิน ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้ จึงต้องไปแย่งช้อนในมือพี่กี้มาถือไว้ซะเอง

"มานี่ เดี๋ยวนิวป้อน …อย่าคิดมากน่า นิวไม่ได้รู้สึกว่าพี่เป็นภาระ เพราะงั้นนิวป้อนพี่เอง" ประโยคหลังๆ ผมพูดไปพร้อมกับจ้องตาพี่กี้นิ่งนาน สุดท้ายคนป่วยก็ต้องยอมอ้าปาก และกลืนโจ๊กลงไปในลำคอ

"ว่าง่ายแบบนี้ น่ารัก" ผมเอ่ยชมคนป่วยจากใจจริงเลยครับ

"จากหล่อๆ กลายเป็นคนน่ารักเลยเรา" พี่กี้บ่นไม่จริงจังอะไรนักครับ ทำเอาผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้

"เปลี่ยนกันไหม"

"เปลี่ยนอะไร?"

"เปลี่ยนตำแหน่งกัน"

"ตำแหน่งอะไร"

"บางครั้ง…นิวก็…อยาก…รุกบ้าง"

"ไม่มีทาง"

"ฮ่าๆๆ" ผมอดหัวเราะออกมาไม่ได้ครับ ดูพี่กี้จะกลัวจริงจังนะว่าตำแหน่งรุกจะถูกผมแย่งชิงไป  ฮ่าๆๆ

"หัวเราะชอบใจใหญ่เลยนะ"

"ก็มันอดไม่ได้นี่นา ฮ่าๆๆ"

"เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวพ่อก็จับปล้ำทั้งอย่างนี้เลย"

"ฮ่าๆๆๆๆ" เป็นอีกครั้งที่ผมขำออกมาหนักมากกก โถววว แค่เดินยังต้องพยุง จะมาจับเราปล้ำ ฝันรึเปล่าพ่อ เอ็นดูววว ฮ่าๆๆ

"ระวังตัวไว้เถอะไอ้ตัวดี"

"กลัวจังเลยคร๊าบบบ"

แล้วเราก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ดีจังเลยครับบรรยากาศแบบนี้ ทำให้คนป่วยไม่ป่วยใจตามไปด้วย ไม่นานผมก็ป้อนโจ๊กพี่กี้เสร็จ จากนั้นก็พยุงคนป่วยไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะกว่าผมจะกลับมาคงเที่ยงเลยครับ สงสารคนป่วยก็สงสารอยู่ แต่ทำไงได้ ต้องอดทนไปด้วยกันนะครับ ช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากแบบนี้ เป็นช่วงเวลาทดสอบใจกันเลยล่ะ



.



พอเที่ยงผมก็รีบไปป้อนข้าวพี่กี้ครับ ส่วนอาหารนั้นผมเลือกผูกปิ่นโตร้านอาหารตามสั่งหน้าโรง'บาล เค้ามาส่งทุกเช้าเที่ยงเย็นที่ล่างหอพัก พอผมเดินไปถึงหอ อาหารก็ถูกวางไว้มุมประจำอยู่แล้ว เพราะงั้นเรื่องอาหารจึงตัดไปได้เลย ผมจัดการแล้ว เรื่องเสื้อผ้าก็ส่งซักรีดเป็นประจำอยู่แล้ว ของใช้ส่วนตัวก็ซื้อมากักตุนไว้เยอะอยู่ ถ้าหมดก็พึ่งพาร้านสะดวกซื้อไปก่อน เรื่องเงินก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะแม่พี่กี้มาทีไรก็ชอบยัดเงินใส่มือผม ซึ่งผมก็ไม่อยากรับไว้หรอกครับ เพราะผมก็ไม่ได้เดือดร้อนมาก แต่พี่กี้บอกว่าให้รับไว้เถอะ แม่จะได้สบายใจ

ส่วนเรื่องเวลานั้นเป็นเรื่องที่จัดการยากที่สุดครับ แต่ก็พยายามจัดสรรอย่างดีที่สุด โชคดีที่พี่ๆ เพื่อนๆ เข้าใจผม จึงจัดเวรให้ผมเบาๆ ไม่ค่อยมีเวรดึกเท่าไหร่ หรือถ้ามี ก็จะขอแลกกับเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็ใจดีครับ ยอมแลกด้วยตลอด

"เย็นนี้ เราไปเดินเล่นที่สวนของโรง'บาลดีไหมพี่" ผมเอ่ยชวนพี่กี้ เพราะคนป่วยอยู่แต่ในห้องมาเป็นอาทิตย์แล้ว

"เอาสิ"

"งั้นนิวรีบดูเคส แล้วรีบกลับมานะ"

"…เหนื่อยไหม" อยู่ดีๆ พี่กี้ก็ถามผมขึ้นครับ

"ไม่เหนื่อย"

ผมตอบพี่กี้เสียงใส แต่ความจริงมันก็มีความเหนื่อยอยู่บ้างแหละครับ แต่เพื่อคนที่เรารัก ความเหนื่อยมันก็อันตรธานหายไปเอง ถูกเติมเต็มด้วยความสุขใจแทน

"ขอบใจมากนะครับ…ที่ดูแลพี่ดีมาตลอด"

พี่กี้ค่อยๆ ยกแขนขวาขึ้น แล้วก็ยกขึ้นได้ นั่นทำให้ผมตื่นเต้นมาก เจ้าตัวก็ตื่นเต้นไม่ต่างจากผมเลย

"พี่ยกแขนได้แล้วหนิ!"

"อืม นี่ครั้งแรกเลยนะ!"

"เก่งมากกกก เพิ่งพักฟื้นไม่นานเองนะ"

นาทีนี้ผมดีใจกับพี่กี้มากๆ เหมือนเราได้เห็นพัฒนาการจากวันแรกจนมาถึงวันนี้ เห็นถึงความตั้งใจที่พี่กี้ทำกายภาพเองบ่อยๆ แม้ว่าจะนั่งดูซีรี่ส์ไป แต่แขนก็พยายามทำกายภาพตามที่นักกายภาพสอนอยู่ตลอดเวลา นั่นจึงทำให้พี่กี้ฟื้นตัวเร็ว ที่เหลือก็คงเป็นขา แน่นอนว่าต้องไปเดินที่สวนโรง'บาลบ่อยๆ เพราะเค้าทำราวไว้สำหรับฝึกเดินด้วย



ตกเย็นมา ผมก็พาพี่กี้ไปยังสวนโรง'บาลโดยอาศัยรถเข็น ระหว่างทางก็เจอคนรู้จักเต็มเลย ทุกคนล้วนบอกให้พี่กี้สู้ๆ เจ้าตัวก็ยิ้มรับทุกความห่วงใย และขอบอกขอบใจทุกคน วันนี้ผมรู้สึกดีนะ เพราะทุกข้อความที่บอกให้สู้นั้นไม่ได้ส่งถึงแค่พี่กี้ แต่คำเหล่านั้นมันส่งมายังผมด้วย ผมจึงรู้สึกมีพลังมากกว่าทุกวัน

ไม่นานเราก็มาถึงสวนครับ เป็นสวนที่ไม่ใหญ่มากครับ เอาไว้ให้ผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่มาเดินทอดอารมณ์ เวลาทำงานเครียดๆ เพราะมีต้นไม้ดอกไม้เยอะพอสมควร ได้ยินเสียงน้ำตกจำลอง ช่วยทำให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาจนเกินไป

ผมจอดรถเข็นไว้มุมหนึ่งใกล้กับราวที่ใช้ฝึกเดิน จากนั้นก็ค่อยๆ พยุงพี่กี้ลุกขึ้น แล้วเดินมายังราว เมื่อมาถึง ผมก็ค่อยๆ ปล่อยตัวพี่กี้เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวจับราวทั้งสองมือแล้ว แต่ผมก็อยู่ข้างๆ ไม่ไปไหนนะครับ

"ลองดูก่อนนะพี่กี้ ถ้าไม่ไหวก็ค่อยหยุด …นิวอยู่ข้างๆ พี่ ไม่ไปไหนแน่นอน"

ผมสร้างความมั่นใจให้พี่กี้ เมื่อเห็นสายตาคนข้างๆ มีแววกล้าๆ กลัวๆ อยู่ในที แต่เมื่อได้ยินคำพูดผม พี่กี้ก็ก้าวเท้าขาข้างที่หักไปข้างหน้าช้าๆ ดูลำบากมากครับ ผมนี่สงสารจนจับใจ คนที่เคยเดินเหินได้สะดวก อยู่ดีๆ ต้องมานั่งรถเข็น แถมยังต้องมาฝึกเดินใหม่ มันเป็นอะไรที่สะเทือนใจมากครับ ผมที่เป็นคนดูแลก็ต้องสร้างกำลังใจ และส่งคำพูดที่เป็นพลังบวกให้อยู่เสมอ

"เก่งมากครับพี่กี้ อีกก้าวครับ เดี๋ยวก็ถึงปลายทางแล้ว"

"สุดยอดเลยพี่กี้ อีกนิดเดียวๆๆ"

"อ่าา ใกล้แล้วๆๆๆ"

"ว้าววว สุดยอดด แฟนใครเก่งจังเลยครับ!"

ผมกอดรับพี่กี้เมื่อเจ้าตัวเดินมาถึงปลายทาง เจ้าตัวก็ยิ้มดีใจมีความสุข พลางกอดผมตอบด้วย มันเป็นโมเม้นท์เล็กๆ ที่มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกครับ แค่เห็นเขาพัฒนาขึ้น เราก็มีความสุขมากแล้วครับ

"พี่ทำได้ว่ะนิว" พี่กี้พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"ใช่ พี่ทำได้อยู่แล้ว เก่งมากเลยครับ"

"เดี๋ยวพี่จะลองเดินกลับนะ นิวอยู่ข้างๆ พี่นะ"

"ครับผม ได้เลย" ผมตอบรับพี่กี้ พร้อมกับจับไหล่คนป่วยให้ค่อยๆ หมุนกลับ จากนั้นเจ้าตัวก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกลับไปอีก ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ยังไม่สามารถเดินได้เองโดยไม่มีราวจับ

จากการที่ดูแลพี่กี้มาระยะหนึ่ง และจากการตรวจของอาจารย์อาร์ ผลออกมาว่าพี่กี้ฟื้นตัวเร็วมาก ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะผ่าตัดไม่ได้ ข้อมือก็สามารถบิดได้ครบทุกทิศทาง เป็นผลดีจากการทำกายภาพล้วนๆ นั่นยิ่งทำให้พี่กี้มีกำลังใจและขยันกายภาพกว่าเดิมอีก

เมื่อผมเห็นว่าวันนี้สมควรแก่เวลาแล้ว ก็ชวนคนป่วยกลับห้องครับ เจ้าตัวก็ไม่อิดออดอะไร พอมาถึงหน้าห้อง ผมกำลังจะเอากุญแจออกมาไขเข้าไป พี่กี้กลับบอกว่า

"แค่เคาะห้องก็พอ"

"มีคนอยู่ข้างในเหรอ" ผมถามขึ้นงงๆ เพราะไม่มีใครบอกก่อนนี่นาว่าวันนี้จะมีคนมาหาที่ห้อง

"ลองเปิดเข้าไปสิ"

ก็ยังงงกับคำพูดพี่กี้ สุดท้ายก็เลยเคาะหนึ่งที แล้วหมุนลูกบิดประตูให้เปิดออก…



"Surprissssssse!!!"



ภาพที่ผมเห็น คือ พี่แนน กรีน เต็ม ฟิล์ม ตะวัน คุณอิส อาจาร์ต๊ะ อาจารย์อาร์ พี่มินนี่ อยู่ในห้องพี่กี้ พูดคำว่า 'Surprise' ออกมาพร้อมกัน มีตัวแทนหนึ่งคนที่ถือเค๊กมา คือ พี่แนน บนเค๊กเขียนว่า



'สุขสันต์วันเกิด New คนเก่ง'



ใช่แล้วครับ วันนี้วันเกิดผม! ผมแทบจะลืมไปแล้วด้วย เพราะวันทั้งวันวุ่นวายมาก เพิ่งมีเวลาหายใจหายคอก็ตอนเข็นพี่กี้ออกไปเดินเล่นที่สวนนี่แหละครับ นาทีนี้ตื่นเต้นจังเลย มีทั้งเพื่อนๆ และพี่ๆ มาเซอร์ไพรส์ถึงห้อง ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนทำแบบนี้ให้ เขินอยู่นะครับเนี่ย

พี่แนนเดินเอาเค๊กไปให้พี่กี้ถือ คนบนรถเข็นก็รับไว้พร้อมรอยยิ้มกว้าง



"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู๊ยู…แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู๊ยู…แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู๊ยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู๊ยู"



"เป่าเลยๆๆ" เสียงเชียร์จากทุกคนให้ผมเป่าเทียนบนเค๊กในมือพี่กี้



ผมจะทำไงได้ละครับ เดินไปหาพี่กี้อย่างเขินๆ แล้วก็นั่งลงเป่าเทียนที่อยู่บนตักพี่กี้ผู้ซึ่งนั่งในรถเข็น ได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ข้างหู

"ชอบไหมครับ"

ผมไม่ตอบ แต่ยกตัวขึ้นหอมแก้มพี่กี้ต่อหน้าทุกคน ทำเอามีเสียงวี๊ดว้ายตามมาพอสมควร คนถูกหอมก็ดึงผมไปหอมคืนด้วยนะ อู๊ยยยย เขินจนตัวบิดได้แล้วครับ >____<

อยู่ดีๆ พี่แนนก็เดินมาดึงเค๊กไปจากมือพี่กี้ แล้วไฟในห้องก็ติดขึ้น ผมมองเห็นว่าพี่กี้กำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

สิ่งที่พี่กี้ดึงออกมา คือ กล่องเล็กๆ พอเปิดออก สิ่งที่อยู่ภายใน คือ



'แหวนหยก 2 วง'



เป็นแหวนหยกที่มีลวดลายสวยงามเป็นธรรมชาติ ปรากฎทั้งสีเขียวอ่อน เขียวแก่ และสีขาว ผสมกันในหนึ่งวง …นาทีนี้ผมยิ้มไม่หุบเลยครับ หัวใจก็เต้นจนจะเด้งออกมาจากอกอยู่แล้ว ตื่นเต้นนะเนี่ยยยย โอ้ยๆๆๆๆ จะเป็นลม

พี่กี้ดึงมือผมข้างซ้ายไปจับไว้



"เราก็คบกันมาได้ซักพักแล้วเนอะ อาจเป็นเวลาที่ไม่ได้มากมายอะไร แต่นิวก็ทำอะไรเพื่อพี่หลายอย่าง พี่ซาบซึ้งจนไม่รู้จะพูดออกมายังไงให้หมด วันนี้ พี่คิดว่าพี่มั่นใจพอสมควร…พี่อยากขอให้นิวมาเป็นครึ่งหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของพี่…มาเป็นหุ้นส่วนในชีวิตของพี่นะครับ"



"ครับ ตกลง"



พี่กี้ขอผมแต่งงานใช่ม้ายยยยย แต่ลึกซึ้งกว่าคำว่า 'แต่งงาน' ก็คือ 'หุ้นส่วนในชีวิต' อร๊ากกกกก กรีดร้องอยู่ภายในใจ~~

ทันทีที่ผมตอบตกลง ทุกคนก็เฮขึ้นพร้อมกัน และพี่กี้ก็สวมแหวนหยกที่นิ้วนางข้างซ้ายให้ผม อีกหนึ่งวงที่เหลือ พี่กี้ก็ให้ผมสวมให้เจ้าตัวที่นิ้วนางข้างซ้ายเหมือนกัน

เมื่อใส่แหวนเสร็จ พี่กี้ก็ดึงผมเข้าไปกอด เรากอดกันแนบแน่นจนแทบจะลืมว่ารอบข้างยังมีเพื่อนๆ พี่ๆ อยู่ จนพี่แนนต้องมาสะกิดอีกนั่นแหละครับ ฮ่าๆๆ เห็นใจผมนิดนึงครับ เซอร์ไพรส์วันเกิดก็ว่าดีใจแล้ว นี่เซอร์ไพรส์ขอเป็นหุ้นส่วนชีวิตอีก ใจบางมากคร๊าบบบบบตอนนี้

พี่แนนสะกิดให้ผมกับพี่กี้หันหน้าไปถ่ายรูปคู่กัน รูปที่ได้คือ ผมกับพี่กี้ใช้มือด้านที่ใส่แหวนปิดหน้าตัวเองครึ่งหนึ่ง โดยที่ผมย่อตัวลงไปให้หน้าผมอยู่ระดับเดียวกันกับพี่กี้ที่นั่งรถเข็น เป็นภาพน่ารักๆ ที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ถ่ายเลยครับ

พอถ่ายรูปคู่เสร็จ พี่แนนก็เรียกถ่ายรูปรวม ได้ยินเสียงหัวเราะ มองเห็นรอยยิ้มของทุกคน ผมก็มีความสุขตามไปด้วยครับ ยิ่งมองไปยังคนข้างๆ ที่มองผมอยู่ก่อนแล้ว ก็เห็นทั้งรอยยิ้มระยับในดวงตาและใบหน้าหล่อเหลานี้…ผมมีความสุขมากเหลือเกิน

ขอบคุณ…ทุกคนที่สร้างโมเม้นท์อันน่าจดจำให้ผมและพี่กี้

ขอบคุณ…คนข้างกายที่ไม่หลงลืมวันสำคัญของผม

ขอบคุณ…คนข้างกายที่มั่นใจในตัวผมและพร้อมจะเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน

ขอบคุณ…ความรักของเราที่ดำเนินมาจนถึงตรงนี้และมันจะยังดำเนินต่อไปในทุกๆ วัน

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ



จบบริบูรณ์



Talk with writer
|
|
|
|
|
V

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-09-2020 18:01:19 โดย a-mee-ra »

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
Talk with writer

และแล้วก็จบลงสำหรับเรื่องราวความรักระหว่าง 'หมอกี้' และ 'หมอนิว' จริงๆ แล้วไม่อยากให้จบค่ะ แต่ไรท์ติดภารกิจที่จะต้องห่างหายจากงานเขียนไปเป็นระยะเวลา 2-3 เดือน ทำให้ต้องตัดสินใจจบเรื่องราวนี้ลงค่ะ แต่ถ้าพวกเขามีชีวิตจริงๆ ความรักของพวกเขาก็ยังจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ สำหรับใครที่ยังคิดถึงคุณหมอทั้งสองก็รอตอนพิเศษนะคะ จะมีทั้งหมด 3 ตอน แบบจัดหนักเลยค่ะ (เดี๋ยวจะเอาตัวอย่างพอกรุบกริบมาให้ลองอ่านดูก่อนค่ะ) ซึ่งตอนพิเศษนี้จะมีแค่ใน e-books หรือ หนังสือรวมเล่มเท่านั้นค่ะ ถือว่าให้รางวัลพิเศษสำหรับ fc หมอกี้หมอนิวละกันนะคะ ส่วนเรื่องของ 'เภฟิล์ม' และ 'หมอเต็ม' มีประมาณ 5-6 ตอน จะลงให้อ่านฟรีค่ะ

เรื่องขายของพอก่อนค่ะ 555 สิ่งที่เราอยากบอกรี๊ดมีอีกมากมายเลยค่ะ เรามีความสุขที่ได้เขียนนิยายเรื่องนี้มากๆ ถึงภาษาจะไม่ได้สวยงามอะไรเลย เราตั้งใจให้มันเป็นภาษาพูดค่ะ เพราะเป็นการดำเนินเรื่องโดยใช้มุมมองของตัวละคร เป็นการพูดและคิดแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมา จึงใช้ภาษาที่สั้นกระชับ เข้าใจง่าย และตรงประเด็น ไม่ได้บรรยายเวิ่นเว้อ ยกเว้น nc ที่ต้องขยายความหน่อยค่ะ ไม่งั้นจะเสียอรรถรส เพราะฉะนั้นรี๊ดที่อ่านมาจนถึงตอนจบนี้ คือ คนที่มีความอดทนจริงๆ อดทนกับความ 'ไม่สวยงาม' ที่เราตั้งใจให้มันไม่สวยงามจริงๆ

นิยายเรื่องนี้ไม่มีพล๊อต ไม่มีการวางตัวละครใดๆ ก่อนแต่ง อยู่ดีๆ เราก็อยากแต่งนิยายวายขึ้นมาเฉยๆ (เมื่อก่อนเคยแต่งฟิคชั่น) แต่เนื่องจากไม่ได้แต่งมานานมาก จนลืมไปแล้วว่าควรเตรียมตัวยังไงบ้างนะ วันที่ 20 พ.ค. 63 คือวันแรกที่เราเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วพิมพ์บทนำ เพราะเราเพิ่งไปรับน้องหมอ น้องทันตแพทย์จบใหม่มา บวกกับเอาคาแรคเตอร์ของคนสนิทมาเป็นตัวดำเนินเรื่อง เอาฉากและเหตุการณ์ที่ได้รับรู้มาใส่ตัวละครและบทบาทลงไป ค่อยๆ ทำแบบนี้ไปทีละตอน พล๊อตคิดสด เพราะเราทำงานประจำตั้งแต่ 8.30 - 20.00 น. ทุกวัน มีวันหยุดแค่เสาร์หรืออาทิตย์ 1 วัน (ไม่นับวันที่อู้หนีเที่ยว 555) เพระงั้นทุกอย่างจะด้นสดเกือบหมดค่ะ มีฉากที่ต้องใช้ความรู้วิชาชีพก็ค่อย consult บรรดาหมอๆ ก็ต้องขอบคุณคุณหมอทุกท่านด้วยที่ช่วยอธิบายให้เราเข้าใจ แม้ว่าบางครั้งจะถามหลายรอบ

ด้วยความที่ด้นสุด เพราะงั้นนิยายเรื่องนี้จะมีช่วงที่อืดๆ จะมีช่วงที่พีคๆ เราคงรีไรท์ได้แค่บางส่วนก่อนทำเล่ม และ e-books เพราะงั้นก็ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ก่อนนะคะ เพราะสำหรับเราแล้ว ด้นสดได้ขนาดนี้ก็รู้สึกขอบคุณความพยายามของตัวเองมากแล้วค่ะ 39 ตอน ในเวลาเกือบ 4 เดือน และยังเป็นนิยายเรื่องยาวมากที่สุดที่เคยแต่งมาเลยค่ะ และไม่เคยแต่งเร็วขนาดนี้ด้วย เรายอมรับว่านิยายเรื่องนี้ของเรายังไม่ 'เพอร์เฟค' ยังมีข้อด้อยหลายอย่าง เราจะเอาไปแก้ไขและปรับปรุงในเรื่องต่อๆ ไปค่ะ

อ่อ ตอนแรกแต่งได้ประมาณ 7 ตอน ไม่อัพลงไหนเลยค่ะ เพราะไม่รู้จะอัพลงไหน ไม่รู้จักแพลตฟอร์มใดๆ แต่ก่อนเคยลง dd บ้าง แต่ไม่ใช่ช่องทางหลัก ก็เลยลองส่งนิยายให้เพื่อนอ่านก่อนแล้วค่อยหาช่องทางลง เพราะจริงๆ แล้วไม่มั่นใจในตัวเองเลย ไม่ได้แต่งมานาน มันก็จะขาดความมั่นใจ อีกทั้ง fc งานเขียนเก่าๆ ของเรา ป่านนี้ก็น่าจะแต่งงานมีครอบครัวไปหมดแล้ว ไม่น่ามีหลงเหลืออยู่ (เพราะก่อนหน้านี้ ประกาศชัดเจนเลยว่าเลิกแต่งฟิควาย ด้วยเหตุผลส่วนตัว) จึงรู้สึก 'กลัว' อยู่ลึกๆ ว่า ถ้าลงนิยายไปจะมีคนอ่านอยู่เหรอวะ? เพราะตอนนั้นแค่ได้แต่งก็รู้สึกมีความสุขแล้ว แค่เพื่อนบอกว่า 'นิยายเมิงสนุกว่ะ' คนเดียวก็เพียงพอแล้ว

แต่ภายในใจลึกๆ นั้นก็อยากให้มีคนเข้ามาอ่าน เข้ามาชื่นชมผลงานเราอยู่ สุดท้ายแล้วเพื่อนก็ต้องมาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ 'โลกของนิยาย' เค้าไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว โหลด raw joy twl dd meb ook คือโหลดมาทุกสิ่งมาประดับเครื่องไว้ก่อน เข้าไปอ่าน joy งงมาก อะไรวะนิยายแชท (ปัจจุบันก็ยังงงอยู่ ป้าตามโลกไม่ทันจริงๆ) สุดท้ายก็พบว่านิยายของเราควรลงแพลตฟอร์มไหน ก็ใช้เวลางมพอสมควร พอเริ่มอัพตอนแรกๆ มียอดวิวขึ้นถึงหลักสิบก็ดีใจแล้วค่าาา ยิ่งมีคอมเม้นท์เข้ามานี่คือ ตอบขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ดีใจที่มีคนอ่านนิยายเราด้วยวุ้ย~~ ยิ่งช่วงหนึ่งมีคนเอานิยายเราไปรีวิวให้นี่คือโคตรดีใจเลยค่ะ รักคนรีวิวมากๆ อยากจะกอดแล้วหอมซักฟอดเลยทีเดียว เพราะช่วงนั้นยอดทุกอย่างเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

จนมาถึงวันนี้ วันที่มีคนติดตามพอสมควร อาจจะไม่ได้มากมาย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เรายิ้มได้ หัวเราะได้เวลายอดวิว ยอดหัวใจ ยอด add shelf ขยับ และเวลาเลื่อนอ่านคอมเม้นท์ มันทำให้รู้ว่าความพยายามของเราไม่สูญเปล่า มีคนเห็นคุณค่าของงานเรา เรามีความสุขมากๆ ค่ะ

วันนี้เราจะถือโอกาสขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน และรี๊ดทุกคน ทุกช่องทาง raw dd twl tbl ถ้าไม่มีพวกคุณ เราอาจจะเลิกแต่งไปตั้งแต่สิบตอนแรกก็ได้ค่ะ ขอบคุณที่เดินทางมาด้วยกัน มาก่อน มากลาง มาหลัง ทุกคนมีความหมายกับเรามากๆ เราขอพูดคำเดียวกับน้องนิวเลยนะคะ

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

a-mee-ra




twitter : @ameera2465

hashtag : #หมอกี้น้องนิว #เภฟิล์มหมอเต็ม #อินเทิร์นจอมจุ้นฯ

ฝากกดติดตาม ถ้าคิดถึงกันก็ mention หาได้ค่ะ (ยิ้มหวาน)


ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8530
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-10

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1261
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-0
เขินไปหมดด :o8: หวานและโรแมนติก สวมแหวนและขอแต่งงาน  :-[ :กอด1: :L2: :3123: กว่าจะมาถึงวันนี้ ผ่านอะไรกันมาเยอะ สนุกกกกมากก ขอบคุณที่มอบความสุขกับนิยายเรื่องนี้ แต่งดี รอตามผลงานหน้านะคะ  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
:L2: :3123: :L1: :pig4:

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนจบค่ะ รออ่านตอนพิเศษ #เภฟิล์มหมอเต็ม นะคะ  :L2:

ออฟไลน์ a-mee-ra

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 55
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เขินไปหมดด :o8: หวานและโรแมนติก สวมแหวนและขอแต่งงาน  :-[ :กอด1: :L2: :3123: กว่าจะมาถึงวันนี้ ผ่านอะไรกันมาเยอะ สนุกกกกมากก ขอบคุณที่มอบความสุขกับนิยายเรื่องนี้ แต่งดี รอตามผลงานหน้านะคะ  :pig4: :pig4: :pig4:

ขอบคุณที่ชื่นชอบผลงาน และอยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนจบค่ะ รออ่านตอนพิเศษ #เภฟิล์มหมอเต็ม นะคะ  :L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด