<< หักเหลี่ยมรักซาตาน >> Pre order 5 เม.ย.-5 มิ.ย.63]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: << หักเหลี่ยมรักซาตาน >> Pre order 5 เม.ย.-5 มิ.ย.63]  (อ่าน 34625 ครั้ง)

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ข้างเตียงลูก ..

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
คุณทิ้นนนน ตั้งใจจะมีน้องให้แมงปอใช่มั๊ย ปักบุญช้ำอีกแย้วววว

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
เริ่มมีหวั่นไหว

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
ทินภพคนขี้อ้าง เห็นเขาเอ็นดูลูกตัวเองเข้าหน่อยก็เอาใหญ่เลย
แมงปอรีบตื่นมาช่วยอาปักก่อนลูก
อาจะถูกกินแล้ววววว

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เดี๋ยวลูกตื่นนะ :pighaun: :pig4: :L1:

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove



                                                      หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                            บทที่ 10



              “คุณทินภพ!”


             “อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวแมงปอตื่น”


           น้ำเสียงของทินภพนุ่มนวลเกินไป เกินไปแล้วจริงๆ และดังเพียงแค่กระซิบอยู่ข้างหูก่อนที่เขาจะขบเม้มใบหูของปักบุญเบาๆ มือใหญ่วางแนบอยู่บนลำตัวกันไม่ให้ปักบุญผลักไสหรือว่าดิ้นรนหนี ท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้องที่มีเพียงโคมไฟรูปตุ๊กตาบนหัวเตียงของแมงปอเท่านั้นที่ให้แสงสว่าง


               “แต่ว่า...”


               “ฉันจูบนายไม่ดีพองั้นหรือ ให้ฉันแก้ตัวใหม่นะ”


              ใบหน้าคมเข้มก้มต่ำอีกครั้งในความมืด ทินภพจูบอย่างนุ่มนวลจนปักบุญไม่อาจปฏิเสธได้ แว่นตาของเขาถูกทินภพดึงออกแล้ววางไว้ข้างๆ ต้นขาแข็งแรงวางพาดทาบทับไปกับต้นขาทั้งสองของปักบุญ ทินภพจูบนานเพียงพอที่จะทำให้ลมหายใจของปักบุญร้อนผ่าวเขาจึงค่อยไล่จูบไปตามลำคอ


               อา...


               อ่อนหวานเกินไปแล้ว


               “คุณทิน อย่า เราไม่ควรทำแบบนี้”


                 ได้ยินเสียงตนเองเพียงแค่กระซิบไม่ต่างกันแถมยังสั่นพร่าอย่างน่าอาย อยากโกรธที่ใจนั้นต้องการผลักไสแต่การกระทำกลับตรงข้ามเมื่อวงแขนข้างหนึ่งคล้องอยู่ตรงท้ายทอยส่วนอีกข้างบีบอยู่บนบ่ากว้างของทินภพ เสื้อยืดโปโลที่สวมใส่อยู่ถูกเลิกสูงมาอยู่เหนือไหล่เปิดทางให้ทินภพซุกหน้าอยู่บริเวณหน้าอก ปักบุญกัดฟันกลั้นเสียงเมื่อเขาตวัดลิ้นลงมาบนตุ่มไตสีอ่อน


                “อื้อ”


                “ยอมฉันนะ”


                ทินภพพูดเสียงออดอ้อนกับเขาเป็นเมื่อไหร่กัน แต่เมื่อเขาเอ่ยออกมาแล้วมันช่างบาดใจไปกับเสน่ห์ที่เขาใส่ลงมาด้วย ปักบุญเกลียดตัวเองที่รู้ว่านี่คือกับดักแต่เขากับกระโจนลงไปเอง ใจไม่ต้องการทว่าร่างกายกลับตอบสนองด้วยการยกสะโพกให้ทินภพดึงกางเกงออกจากขา และเปิดทางให้กล้ามเนื้อแน่นของบุรุษเพศเข้ากดเบียด ทินภพไม่รอช้าที่จะดันเอวเข้ามาด้วยความกระหายในสัมผัส


               “อึก คุณทิน เบาๆ เดี๋ยวแมงปอตื่น”


                ผวาเข้ากอดก่ายพร้อมกับกัดฟันเตือนเสียงเบาเพราะกลัวทินภพจะลืมตัวว่าตอนนี้ทั้งคู่กอดรัดกันอยู่บนพื้นห้องลูกสาวของเขาที่หลับสนิทอยู่บนเตียง ทินภพชะงักพลางเหลือบตามองแมงปอ


                “ถ้าอย่างนั้นคงต้องให้นายจัดการแล้ว”


               เอวของปักบุญถูกรวบยกขึ้นมา ทินภพชันกายขึ้นนั่งพิงหลังอยู่กับเตียงของแมงปอและให้ปักบุญนั่งคร่อมทับอยู่บนเอวของเขา สีหน้าของปักบุญดูตกใจเมื่ออยู่ในท่านี้ แม้จะมืดก็มองเห็นชัดว่าเขากระดากอายสุดขีด


                “คุณทิน!”


                “ไม่ต้องอายน่า เราได้กันมาครั้งนี้ครั้งที่สามแล้ว แต่ครั้งนี้ฉันให้นายคุมเกม”


                มือใหญ่ช้อนใต้บั้นท้ายบีบเบาๆเชิงแนะนำให้ปักบุญขยับเขยื้อนเสียที เขากดต้นขาของปักบุญลงมาจนกระทั่งท่อนลำของเขาสอดลึกจนปักบุญนั่งทับลงมาได้แนบสนิท


               “ฮึก ฮึก คุณทิน ผมเสียว”


                มันลึกเกินไปแล้ว มันเข้าไปจนหมด สอดสัมผัสอยู่ภายในจนคับแน่น กล้ามเนื้อของปักบุญเต้นระริกต้อนรับการสอดประสาน เขาคลายความอึดอัดด้วยการขยับสะโพกไปมา แต่ไม่นึกว่านั่นยิ่งเพิ่มพูนความเสียวซ่านให้กับทั้งคู่จนทินภพยังเผลอกัดฟัน


              “ดี ดีมากปักบุญ ทำแบบนี้อีกสิ”


               หมุนเอวเป็นวงกลม ยกกายขึ้นให้มันหลุดคลายออก ทินภพวางมือทั้งสองไว้ที่เอวของปักบุญแล้วกดลงมาจนมันผลุบกลับเข้าไปใหม่ ปักบุญถึงกับกระตุกไปกับบทเรียนนี้ ทินภพสอนให้เขาทำช้าๆจนปักบุญจับจังหวะได้ทินภพจึงได้ปล่อยให้เขากระทำและเลื่อนมือไปคลึงเค้นยอดอกของเขา


               “อื้อ”


               เผลอปล่อยเสียงครางจนแมงปอที่หลับอยู่ขยับเบาๆ ปักบุญรีบปิดปากตนเองด้วยการแนบหน้าไปกับริมฝีปากของทินภพ มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์จะปล่อยโอกาสให้ผ่านไป เขาวางมือใหญ่แนบไปกับท้ายทอยของปักบุญและบังคับให้รับจูบของเขา ลิ้นร้อนตวัดหาความหวานที่เขาติดใจพลางกระตุ้นให้ปักบุญขยับท่อนล่างต่อด้วยการสวนเอวเข้าไป


              ปักบุญเตลิดไปหมดแล้วกับสิ่งที่ทินภพสอนเขา ตอนนี้ปักบุญลืมไปหมดทุกอย่าง ลืมว่าเขากับทินภพบาดหมางอะไรกันมาบ้าง ลืมความเจ็บช้ำที่อีกฝ่ายก่อให้ มีแต่ความต้องการตามกลไกธรรมชาติที่ต้องการปลดปล่อย เขาโยกกายขึ้นลงเข้าจังหวะกับทินภพเน้นความลึกแน่นชัดเจน ร่างทั้งสองกอดก่ายแนบสนิทชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อเกาะพราว เสียงลมหายใจกระเส่าพ่นออกมาเมื่อริมฝีปากแยกห่างเพื่อแลกลิ้น


               “คุณทิน มะ ไม่ไหว ผมไม่ไหว”


               สั่นไปทั้งตัวเมื่อรู้ว่าร่างกายถึงขีดสุด ปักบุญใช้ฟันกัดลงไปที่บ่ากว้างแทบจมเขี้ยวขณะโยกเอวพร้อมกับใช้มือรูดรั้งท่อนเนื้อของตนเองไปด้วย ทินภพช่วยเหลือด้วยการผลักให้ปักบุญหงายหลังลงไปกับพื้นแล้วสาวเอวเข้าใส่ในจังหวะสุดท้าย ปักบุญเกร็งค้างกลั้นหายใจเมื่อเขาถูกกระชากขึ้นสวรรค์


                “โอ ปักบุญ นายกำลังจะฆ่าฉัน”


                 ทินภพสาวเอวใส่ไม่ยั้ง เขาไม่อยากพลาดโอกาสนี้ กล้ามเนื้อหนั่นแน่นกระแทกค้างลึกอีกสองสามครั้งเขาจึงดึงเอวออกมาใช้มือบีบรูดก่อนจะพ่นพิษลงไปบนแผงอกเปลือยเปล่าเบื้องล่างเป็นทาง เมื่อตามปักบุญไปติดๆแล้ว ร่างสูงจึงค่อยโน้มกายลงไปนอนเคียงข้างพลางกอดเอวปักบุญไว้


                  ปักบุญนอนหอบ ตอนนั้นเองที่สติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา เขาคว้าแว่นสายตามาใส่เพื่อความคมชัดคล้ายจะเตือนใจตนเองไม่ให้เมามัวไปกับเพศรสที่ทินภพมอบให้


                “คิดอะไรอยู่ปักบุญ”


                ทินภพเอ่ยถามเมื่อเห็นคนในอ้อมกอดได้แต่มองเพดานครุ่นคิด เขานอนตะแคงใช้มือยันศีรษะเพื่อจะได้มองปักบุญได้อย่างชัดเจน


                “คุณน่ะสิคิดอะไรอยู่”


                ปักบุญกลับเป็นฝ่ายถามโดยไม่มองหน้า ในตอนนี้มีแต่ความสับสนเต็มไปหมด


                 “คุณไม่ชอบหน้าผม คุณเกลียดครอบครัวของผม คุณแกล้งผมมาตั้งแต่เด็กๆ จนกระทั่งตอนนี้ แต่คุณก็ยังมายุ่งกับผมบังคับให้ผมทำตามที่คุณสั่ง ผมจะไปให้ห่างคุณก็รั้งไว้ ผมควรเป็นฝ่ายถามคุณว่าคิดอะไรอยู่”


              ทินภพนิ่งงัน คำถามของปักบุญราวกับมีดแทงตรงเข้าสู่หัวใจ ใช่สิ เขาเกลียดคนจากไร่ชมจันทร์ แต่เขาอยากเห็นหน้าปักบุญ เขาไม่ชอบที่ปักบุญชอบเชิดหน้าใส่เขา แต่เขาก็ชอบมองยามปักบุญเตลิดไปกับความรัญจวนที่เขามอบให้ ทินภพควรถามตัวเองว่าเป็นอะไรกันแน่


                 “ก็ไม่รู้สินะ” ทินภพยักไหล่ “แล้วนายไม่ดีใจเหรอถ้าหากเป็นอย่างที่นายว่า ปู่เล็กของนายที่ตายไปแล้วอาจจะดีใจก็ได้ที่มีนายเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างพวกเรา นายควรจะภาคภูมิใจนะที่ฉันติดใจในเซ็กส์ของนายจนอาจจะกลบความเกลียดชังที่ฉันมีอยู่”


                ปักบุญอยากจะส่งเสียงตะโกนระบายความเจ็บแปลบออกมาหากไม่กลัวแมงปอจะตื่น เขามีค่าแค่เพียงใช้เซ็กส์แลกกับสิ่งเหล่านี้อย่างนั้นหรือ ขอบตาร้อนผ่าวไปหมดยามมองทินภพอย่างตัดพ้อ


                 “ผมไม่ใช่เครื่องมือบำบัดความใคร่ ระบายความอยากของคนเลวอย่างคุณ ผมจะกลับบ้าน”


                 “จะกลับได้ยังไงดึกขนาดนี้ แล้วก็เลิกคิดมากน่า สารภาพตรงๆว่าฉันชอบมีเซ็กส์กับนาย ตอนนี้ฉันก็ดีกับนายมากแล้ว อีกหน่อยฉันอาจจะชอบนายจริงๆก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ฉันง่วงแล้ว เรานอนเฝ้าแมงปอด้วยกันที่นี่แหละ พอถึงเช้ามืดฉันจะไปส่งนายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแล้วพาไปส่งที่โรงเรียน  เพราะฉะนั้นนอนได้แล้ว”


                 ทินภพดึงตุ๊กตาตัวหนึ่งที่อยู่บนเตียงของแมงปอมาให้ปักบุญหนุนต่างหมอน เขาใช้แขนวางพาดอยู่บนลำตัว ใช้ขาเกาะเกี่ยวท่อนล่างปักบุญไว้จนไม่อาจหลีกหนีไปได้ ดวงตาคมปิดลงแล้วหลับไปอย่างง่ายดาย ทิ้งให้ปักบุญว้าวุ่นใจเพียงลำพัง ปักบุญหันไปมองหน้าทินภพพลางถอนหายใจ


                 “คนปากเสียอย่างคุณ ทำไมถึงมีแต่ผู้หญิงมาชอบนะ เขาทนคุณได้ยังไง”


                ปักบุญส่ายหน้าก่อนจะหลับตาลง ก่อนคล้อยหลับเขาได้แต่เตือนตัวเองว่าอย่าได้หลงกลทินภพอีก เขาจะต้องไม่ใช่หนึ่งในคนที่หลงไปกับเสน่ห์ของผู้ชายใจร้ายอย่างทินภพเด็ดขาด





มีต่ออีกนิด...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-01-2020 20:12:29 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


อ่านต่อตรงนี้...



               เมื่อถึงยามเช้าตรู่ทินภพจึงค่อยปลุกปักบุญหลังจากที่เขาตื่นก่อนและจ้องมองปักบุญหลับอยู่พักใหญ่ ปักบุญรีบคว้าเสื้อผ้ามาใส่หลังจากนอนเปลือยอยู่ในอ้อมกอดของทินภพมาครึ่งคืน ทินภพขับรถไปส่งปักบุญที่ไร่และนั่งรอให้ปักบุญอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทำงานด้วยสายตาสงสัยของพรรณีผู้เป็นมารดาแต่นางก็ต้อนรับทินภพเป็นอย่างดี ทินภพขับรถไปส่งปักบุญที่โรงเรียนอย่างที่เอ่ยปากไว้ทั้งที่ปักบุญพยายามห้ามและบอกว่าจะขับรถไปเอง


              “อย่าพูดมาก มาขึ้นรถ”


               เขาดึงแขนปักบุญพาไปขึ้นของเขาแล้วรีบขับไปโรงเรียนอนุบาล ปักบุญนั่งหน้าบึ้งมาตลอดทางจนถึงโรงเรียน มือเรียวกำลังจะเปิดประตูรถลงไปแต่ถูกทินภพรั้งไว้เสียก่อน


                “ตอนเย็นจะมารับ รออยู่ใกล้ๆประตูนะ”


                ทินภพหัวเราะเบาๆเมื่อปักบุญสะบัดแขนแล้วรีบลงจากรถ เขาเดินผิวปากอารมณ์ดีไปยังห้องที่แมงปอเรียนอยู่และบอกครูต่ายครูประจำชั้นว่าแมงปอขอลาเรียนเพราะเป็นไข้ก่อนจะขับรถกลับบ้าน เมื่อไปถึงเขาก็พบกับนายทูลผู้เป็นบิดานั่งเล่นกับแมงปอที่เพิ่งฟื้นไข้


                “คุณพ่อกลับมาถึงเมื่อไหร่ครับ”


                 “เพิ่งมาถึงนี่แหละ กำลังซักไซ้เจ้าตัวดีว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน เพิ่งรู้ว่าซนจนตกน้ำเป็นไข้”


                  แมงปอยิ้มประจบ เด็กหญิงรู้ดีว่าคุณปู่ใจดีอยู่แล้ว


                 “น้ำตกสวยจนแมงปอตะลึงเลยค่ะคุณปู่ เผลอแป๊บเดียวตกน้ำเลย คุณพ่อกับอาปักตกใจกันใหญ่ที่แมงปอตกใจน้ำ กลับมาบ้านก็เป็นไข้อีก อาปักก็เลยต้องมาเฝ้าไข้ทั้งคืน”


                  นายทูลเอะใจ เขามองบุตรชายด้วยความสงสัย


                  “อาปักของแมงปอนี่ใคร พ่อคุ้นๆ”


                 “อาปักที่ไร่ชมจันทร์ไงคะคุณปู่” บิดายังไม่ทันตอบแมงปอก็ชิงตอบเสียงใส “อาปักเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกับแมงปอ อาปักสอนการบ้านเข้าใจง้ายง่าย ใจดีมากๆเลย”


                 ทูลฟังคำตอบจากหลานสาวแล้ว เขาก็ยิ่งต้องมองบุตรชายอย่างคาดคั้น


                 “ปักบุญใช่ไหม นี่แกไปพาลูกเขามานอนค้างที่นี่เนี่ยนะ”


                 “แมงปอเพ้อถึงแต่อาปักนี่ครับ พ่อจะให้ผมทำยังไง”


                 ทินภพอ้างบุตรสาวหน้าตาเฉยพลางหลบตาด้วยการคนกาแฟที่สาวใช้นำมาเสิร์ฟ นายทูลยิ่งมองด้วยความสงสัย


                 “ก็แมงปอชอบอาปักนี่คะ อาปักใจดี หน้าตาก็หล่อ แมงปออยากให้พ่อกับอาปักเป็นแฟนกัน”


                 ทินภพที่กำลังยกกาแฟขึ้นดื่มถึงสำลัก ทูลอุ้มหลานสาวมานั่งบนตักพลางเอ่ยถามเด็กแก่แดด


                 “เดี๋ยวนะเจ้าหลานคนนี้ เข้าใจเหรอว่าเป็นแฟนคืออะไร”


                  เด็กหญิงยิ้มแป้นพยักหน้าหงึกหงัก


                 “แม่บอกว่าเป็นแฟนคือรักกัน อยากอยู่ใกล้ๆกันค่ะ แม่อยากให้พ่อมีแฟนดีๆ จะได้ดูแลแมงปอได้ อาปักเป็นแฟนดีๆให้พ่อได้นะ เพราะอาปักดูแลแมงปอได้”


                  ทูลหัวเราะเมื่อฟังหลานสาวพูดจบ เขาเหลือบตามองบุตรชายแวบหนึ่ง


                  “แต่อาปักเขาเป็นผู้ชายเหมือนพ่อเรานะ เขาจะเป็นแฟนกันได้ยังไง”


                  “ผู้ชายกับผู้ชายเป็นแฟนกันไม่ได้เหรอคะ ว้า แต่แมงปออยากให้พ่อกับอาปักเป็นแฟนกันนี่นา ปู่ให้พ่อกับอาปักเป็นแฟนกันนะ นะคะ”


                  “โอย เด็กสมัยนี้ปู่ชักจะตามไม่ทันแล้ว ไงไอ้ทิน ลูกสาวตัวแสบของแก แสบเหมือนแกไม่มีผิด”


                 ทินภพนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มให้บุตรสาว


                  “ต้องลองไปถามอาปักของแมงปอว่าอยากเป็นแฟนพ่อหรือเปล่า ถ้าเขายอมเป็นแฟนพ่อ พ่อก็เป็นแฟนเขาได้”


                 “เย้ๆ อาปักต้องยอมเป็นแฟนพ่อแน่ๆค่ะ พ่อของแมงปอทั้งหล่อทั้งใจดี”


                  แมงปอดีใจในชณะที่ผู้ใหญ่ทั้งสองนั่งมองหน้ากัน ทูลมองบุตรชายอย่างต้องการคำตอบที่แท้จริง


                 “นี่พ่อตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าไอ้ทิน มีเรื่องอะไรที่พ่อต้องรู้แต่ยังไม่รู้หรือเปล่า”


                  ทินภพถอนหายใจก่อนนั่งก้มหน้า บางทีอาจต้องยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง


                “ก็อย่างที่พ่อเคยพูด ปักบุญไม่ผิดอะไรแถมยังน่าสงสาร เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วผมไม่ควรจะแบกมันไว้อีก”


                 “เรื่องนั้นก็ใช่ แล้วเกี่ยวอะไรกับที่แกไปรับปากลูก”


                 ลูกชายกลอกตาไปมาคล้ายกำลังคิดคำตอบก่อนจะยกมือเกาศีรษะแกรกๆ


                 “ก็ตามที่แมงปอพูดไงพ่อ จะคิดอะไรมากล่ะ หาคนดีๆมาดูแลแมงปอไง ไม่คุยกับพ่อละ ไปทำงานในไร่ดีกว่า”


                 พูดจบทินภพก็รีบเดินหนีทิ้งให้บิดานั่งงงอยู่กับหลานสาว


                 “แมงปอ อาปักคนนี้ดีมากเลยหรือ”


                “ดีมากค่ะ” หลานสาวยืนยัน “แมงปอไม่เอาผู้หญิงที่มาหาพ่อนะคะ แมงปอจะให้อาปักเป็นแฟนพ่อคนเดียว”


                 นายทูลนั่งกะพริบตาปริบๆ ปักบุญคงเป็นคนดีจริงๆถึงได้เอาชนะใจแมงปอได้ แถมยังทำให้ทินภพที่เคยดื้อหัวชนฝาเรื่องความแค้นของสองครอบครัวกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาเองถึงแม้จะชราแต่ก็สมัยใหม่พอจะเข้าใจเรื่องความรักของเพศเดียวกัน ถ้าหากทินภพจะชอบปักบุญจริงเขาก็คงไม่มีสิทธิ์จะห้ามลูก


                ได้แต่เสียดายเพราะหวังจะมีหลานคนใหม่มาให้อุ้มสักคน แต่ถ้าทินภพคิดจะลงเอยกับปักบุญจริงเขาก็คงไม่มีหลานอีกแล้ว


                “เฮ้อ คงได้มีแมงปอคนเดียวนี่แหละที่อยู่กับปู่ เนอะแมงปอ”







                 เลิกงานตอนเย็นปักบุญจึงเก็บของหิ้วกระเป๋าออกจากห้องเรียน เดินออกมาจนใกล้ถึงประตูรั้วเขาก็ต้องหยุดเดินเพราะได้ยินเสียงเรียก


                “ปัก เป็นไงบ้าง สอนเด็กสนุกไหม”


                 “อ้าวพี่กฤษ” ปักบุญยิ้มแย้มให้พี่ชายของเพื่อน ก่อนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแจ่มใส “สนุกดีพี่ เด็กๆน่ารัก มีดื้อบ้างแต่รับมือง่ายกว่าพวกนักศึกษาที่เคยสอนอีก”


                  กฤษณะฟังแล้วเขาจึงยิ้มตอบ


                 “ดีแล้ว พี่ดีใจนะที่ปักกลับมาทำงานที่บ้าน เสียดายที่พี่ไม่ได้ดูแลโรงเรียนสาขานี้เลยไม่ค่อยได้พบกับปัก ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกัน วันนี้มาหากานพอดี เดี๋ยวเราไปกินมื้อเย็นกันดีไหม”


                 ปักบุญกำลังจะอ้าปากตอบแต่ก็ไม่ทันเมื่อมีเสียงห้าวดังขึ้นเบื้องหลัง


                “คงไม่ได้หรอกครับ”


                 หันขวับไปมองเจ้าของเสียง ร่างสูงเดินตรงเข้ามาส่งยิ้มมุมปากให้กฤษณะพลางถือวิสาสะดึงแขนปักบุญไว้


                 “ผมนัดกับปักบุญไว้แล้วว่าจะไปดินเนอร์กัน และตอนนี้ผมก็หิวมากด้วย ต้องขอโทษที่ขอตัวปักบุญไปก่อน ไปได้แล้วปักบุญ”


                 “คุณทิน เดี๋ยวสิ”


                 กฤษณะได้แต่ยืนงงมองตามหลังเมื่อปักบุญถูกร่างสูงที่จำได้ว่าเป็นเจ้าของไร่คนดังของจังหวัดลากแขนให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว




                                                                 TBC


                                            แถวบ้านเรียกหึงน่ะ แต่ไม่รู้อีตาทินภพจะเก็ทหรือเปล่า



                                                   :m14: :m14: :m14: :m14: :m14: :m14: :m14: :m14:







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-01-2020 20:21:09 โดย Belove »

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
และแล้วอีตาทิน ก็หลงปักบุญจริงจัง แถมมีรับปากลูกสาวด้วยว่าถ้าปักบุญยอมก็จะยอมเป็นแฟนด้วย
ว่าแต่หึงน้อยๆ หน่อยนะ ปักบุญเขาก็คุยกับคนทั่วไปธรรมดานะ โปรดเข้าใจ
 :hao7: :hao7:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
โอ๊ยยย หวงเกิ๊นนน

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ตายแล้วๆๆน้องแมงปอ เชียร์ขนาดนี้

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ปากดีจริงๆคุณทินภพ ชอบเขาก็บอกดีๆ ปักบุญเล่นตัวกว่านีอย่าไปยอม :pig4: :L1:

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป~

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
อ้าววว ทิ้น จะหวง นุ้งปัก ในฐานะ อาราย ต้องรีบชัดเจน แล้วนร้า

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ GBlk

  • ขอให้สรรพสัตว์จงมีความสุข
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1431
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-43
ติดตา ม

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ลากแขนกันไปเลย ..

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove



                                                  หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                         บทที่ 11



             “จะบ้าหรือเปล่า ทำตัวเสียมารยาทมาก ผมกำลังคุยกับพี่กฤษอยู่นะคุณลากผมมาแบบนี้ได้ยังไง”


             ปักบุญต่อว่าหน้าบึ้งที่ถูกทินภพชิงตัวออกมาทั้งที่ยังสนทนากับกฤษณะอยู่ แถมยังผลักเขาขึ้นรถกระบะคันใหญ่แล้วขับออกจากหน้าโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ทินภพเห็นหน้าบึ้งของปักบุญแล้วก็ยิ่งหัวเสีย เขาแค่นยิ้มใส่พลางประชดเสียงเข้ม


              “ใช่สิ เรามันคนไม่มีมารยาทเป็นแค่ชาวไร่ชาวสวนเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ไปวันๆ ไหนเลยจะไปสู้เจ้าของโรงเรียนผู้ดีเก่าประจำจังหวัดอย่างเขาได้”


               ฟังคำพูดจาประชดประชันจากคนขับรถแล้วปักบุญก็โกรธจนกลายเป็นขำ รู้อยู่แล้วว่าระดับของไร่เชิญตะวันนั้นไม่ใช่แค่ชาวไร่ชาวสวนเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่อย่างที่เจ้าของไร่กล่าวมาแน่ เมื่อคลายความโมโหลงบ้างคิ้วที่ขมวดอยู่จึงคลายลงและเผยรอยยิ้มออกมา


              “แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นด้วย ไม่มีมารยาทก็เกิดขึ้นเพราะคุณเอง ไม่ใช่เพราะคุณเทียบเขาไม่ได้”


               “ก็แล้วมันเรื่องอะไรที่นายถึงไปคุยกับหมอนั่น” ทินภพยังนั่งขับรถคอแข็งทั้งที่น้ำเสียงนุ่มลงมาก “แถมยังสีหน้าระรื่นใส่กันไม่เหมือนตอนทำหน้าบึ้งคุยกับฉันเลย”


                ปักบุญถอนหายใจ แต่ในใจลึกๆกลับพองฟูขึ้นมา ไม่เข้าใจตนเองเหมือนกันว่าเพราะอะไร


                “ผมกับพี่กฤษรู้จักกันมานานแล้ว ผมเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกับกานติมาน้องสาวของเขา พี่กฤษเขาก็เอ็นดูผมกับเพื่อนๆเหมือนเป็นน้องนั่นแหละ”


                “เฮอะ เอ็นดูเหมือนเป็นน้อง”


                ทินภพอยากจะกระชากไหล่ของปักบุญแล้วมาเขย่าให้หายเคือง สีหน้าของนายกฤษณะอะไรนั่นเวลามองปักบุญมันไม่ใช่เอ็นดูแบบน้องอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจ ทำไมเขาจะดูไม่ออก ทั้งโลกก็คงจะมีแต่ปักบุญผู้มองโลกสวยงามเท่านั้นแหละที่ดูไม่ออก


              “แล้วสรุปว่าคุณมาหาผมทำไมกัน”


               ปักบุญยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะมัวเถียงกับทินภพนี่แหละ


               “ฉันมาส่งนายเมื่อเช้าตอนเย็นก็ต้องมารับสิ ถ้าฉันไม่มารับนายจะกลับไร่ยังไง”


              “ก็ให้พี่กฤษไปส่ง โอ๊ย คุณจะเบรกรถกะทันหันแบบนี้ไม่ได้นะ”


               ตกใจเมื่อทินภพเหยียบเบรกจนศีรษะแทบคะมำไปโขกกระจกรถ พอหันไปจะต่อว่ากลับต้องหุบปากเมื่อเห็นสีหน้าของคนขับที่แทบจะแยกเขี้ยวใส่ถ้าทำได้


              “ไม่ต้องไปยุ่งกับมันได้ไหม ฉันมาส่งได้ก็มารับได้ หยุดพูดถึงหมอนั่นสักทีเถอะรำคาญเต็มทีแล้ว”


               แล้วทินภพก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เขาปล่อยให้ปักบุญนั่งงงอยู่ว่าทำไมทินภพต้องเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ได้แต่ปล่อยให้ขับรถไปในทางที่ไม่ใช่ทางกลับบ้านจนกระทั่งถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งทินภพจึงจอดรถ


               “ลงไปหาอะไรกินก่อน ทำงานในไร่ทั้งวันหิวชะมัด”


              “แต่ว่า...”


               “ลงมาเถอะน่า ฉันเลี้ยงเอง”


               ท่าทางดื้อดึงให้ได้ดังใจทำให้ปักบุญต้องลงมาจากรถแล้วเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ไปภายในร้านสไตล์คาวบอย ทินภพเลือกโต๊ะฝั่งที่ยังไม่มีคนมากนักในช่วงเย็นเช่นนี้ เขายื่นเมนูให้ปักบุญรับไปอ่าน


              “เลือกทีโบนสเต็กหรือริบอายสิ ร้านนี้รับเนื้อวัวมาจากไร่เชิญตะวัน รับรองเนื้อนุ่มมากๆ”


              “ในเมื่อคุณเลือกไว้แล้ว คุณจะถามผมทำไม”


               ปักบุญมองอย่างอ่อนใจพลางส่งเมนูคืนให้พนักงาน ทินภพเพิ่งจะยิ้มออกมาได้


               “รับรองว่าสิ่งที่ฉันเลือกต้องดีที่สุดอยู่แล้ว วางใจได้”


               ทินภพหันไปสั่งอาหารกับพนักงาน ระหว่างรออาหารเจ้าของร้านเดินมาทักทายกับทินภพอย่างสนิทสนม ปักบุญได้แต่เท้าคางมองด้วยความแปลกใจ


                เขากำลังสงสัยพฤติกรรมของทินภพช่วงนี้ คนที่เคยมองเขาด้วยสายตาเกลียดชังกลับอ่อนลงจนรู้สึกได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นานนักทินภพยังใช้อำนาจและความได้เปรียบบังคับข่มเหง แต่บัดนี้อีกฝ่ายกลับมาดูแลเอาอกเอาใจจนผิดสังเกต ปักบุญสงสัยว่าทินภพกำลังใช้ลูกเล่นอะไรกับเขาอีกหรือเปล่า


              “สเต็กมาแล้ว ลองกินดูสิปักบุญ”


               น้ำเสียงที่ชักชวนให้กินอาหารตรงหน้าก็อ่อนโยนจนแทบจำไม่ได้แล้ว ว่าตอนที่ทินภพเคยใช้คำพูดดูหมิ่นเหยียดหยามนั้นเป็นเช่นไร แต่กระนั้นปักบุญก็ยังไม่ไว้วางใจ ทินภพเจ้าเล่ห์เหมือนหมาป่าที่คอยต้องฝูงลูกแกะไปกัดกิน จะให้ปักบุญเชื่อว่าเขาจริงใจก็คงจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย


               “คุณทิน คุณทินขา ดีใจจังเลยที่ได้เจอกัน”


               เสียงหวานบาดแก้วหูดังขึ้นเบื้องหลังจนปักบุญสะดุ้งจากภวังค์ เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวแต่งตัวด้วยเดรสเข้ารูปแต่งหน้าจัด ทินภพเงยหน้ามองพลางคลี่ยิ้มบางๆตอบรับคำทักทาย


              “นึกว่าใคร ฝ้ายนั่นเอง”


              หญิงสาวคือหนึ่งในผู้หญิงที่เคยผ่านสังเวียนกับเขามาก่อน เนิ่นนานแล้วแต่ก็ยังจดจำได้ ฝ้ายเดินเข้ามาคล้องคอแล้วมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย เสน่ห์ของทินภพยังไม่จางลงไปสักนิด


              “ดีใจจังค่ะที่ได้พบคุณทิน เราไม่ได้คุยกันนานแล้วนะคะ ฝ้ายยังคิดถึงคุณทินมาตลอดเลยนะ แล้วฝ้ายก็ว่างสำหรับคุณเสมอค่ะ”


              ปักบุญเหลือบมองความสนิทสนมของทั้งคู่ อยู่ๆความขัดเคืองก็แล่นมาเป็นริ้วอย่างไม่มีสาเหตุ ยิ่งเห็นร่างอวบอิ่มแทบจะเกยอยู่บนตักทินภพเขาก็ยิ่งร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า แต่ปักบุญทำอะไรไม่ได้นอกจากซ่อนหน้าบึ้งด้วยการก้มต่ำและทำทีเป็นสนใจกับเนื้อสเต็กตรงหน้าทั้งที่ตอนนี้ลิ้นเขาไม่รู้รสชาติเลยด้วยซ้ำ


              “แต่ตอนนี้ผมไม่ว่าง ผมมากับ...เพื่อน”


               คำว่าเพื่อนเรียกคำสนใจจากหญิงสาวได้บ้าง หล่อนเพิ่งจะหันไปมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งตรงข้ามทินภพ ในสายตาผู้หญิงแล้วปักบุญถือว่าเป็นผู้ชายหน้าตาจัดว่าหล่อ สะอาดสะอ้านคนหนึ่ง


              “เพื่อนคุณทินหล่อไม่แพ้คุณทินเลยค่ะ แต่คนละแบบกัน สวัสดีค่ะ ฝ้ายนะคะ”


               หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวโดยไม่ต้องมีใครเชิญ จริตมายาพุ่งมาหาปักบุญโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว


               “สวัสดีครับ เอ่อ คุณฝ้าย ผมชื่อปักบุญ”


               ท่าทางแสนซื่อของปักบุญทำให้หญิงสาวเริ่มสนใจและเป็นฝ่ายชวนคุย ปักบุญเองก็ไม่ใช่คนคิดร้ายนักเมื่ออีกฝ่ายมีอัธยาศัยดีเขาก็ยิ้มแย้มกลับคืน นึกไม่ถึงว่าตนเองได้ถ่ายเทความหงุดหงิดไปให้ทินภพแทน เขามองการสนทนาระหว่างปักบุญกับอดีตผู้หญิงของเขาด้วยความขุ่นมัว


              หึง! จะบอกว่าเขาหึงก็ได้ เขาหึงที่เห็นปักบุญพูดจากับคนอื่นอย่างสนิทสนม ฝ้ายก็ดูจะชอบรอยยิ้มของปักบุญ ใครบ้างล่ะจะมองเมินได้เมื่อรอยยิ้มบาดหัวใจเสียขนาดนั้น


              ทินภพตกใจตนเองเมื่อเขารู้แล้วว่าความรู้สึกนี้คืออะไร เขาไม่เคยรู้สึกรุนแรงเช่นนี้มาก่อน เขาหวงปักบุญไม่อยากให้คนอื่นมาวอแว เขาหึงเมื่อรู้ว่ามีใครชอบปักบุญ ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้เริ่มต้นตอนไหน แต่บัดนี้มันเกิดขึ้นจนเขาไม่อาจปฏิเสธได้


              “อิ่มแล้วก็รีบกลับ”


              กลายเป็นทินภพที่พูดขัดบทสนทนาของฝ้ายกับปักบุญ เขายอมเป็นคนเสียมารยาทอีกครั้งด้วยการเรียกพนักงานมาเก็บเงิน ปักบุญได้แต่ยิ้มแห้งส่งให้ฝ้าย


               “ผมต้องกลับแล้วครับ”


               “เสียดายจังค่ะ ถ้ามีโอกาสพบกันอย่าลืมฝ้ายนะคะคุณปัก”


                “จะลากันอีกนานไหม ไปกันได้แล้ว”


                 จ่ายเงินโดยไม่รอเงินทอน ทินภพลุกขึ้นดึงแขนปักบุญจนแทบจะลอยออกไปที่รถกระบะด้านนอก เขาขับรถออกจากร้านมุ่งหน้ากลับไร่ทันที ปักบุญได้แต่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของทินภพด้วยความสนเท่


              “คุณเป็นอะไรอีก คุณฝ้ายเขาเป็นเพื่อนคุณไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมทำท่าตัดรอนแบบนั้น”


               ไม่ใช่เพื่อน เป็นแค่อดีตคู่นอน ทินภพคร้านจะอธิบายให้ปักบุญเข้าใจเพราะตอนนี้เขายังหงุดหงิดไม่หาย


               “เสน่ห์แรงจริงนะ ทั้งผู้ชายผู้หญิง คุยกับใครเขาก็ตกหลุมกันทุกคน”


                ปักบุญอ้าปากค้าง เขาหันกลับมาครุ่นคิดถึงอากัปกิริยาที่ทินภพแสดงออก จนถึงวินาทีนี้เขาก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าทินภพคิดอะไรอยู่ จึงได้แต่นั่งเงียบจนกระทั่งทินภพจอดรถที่หน้าบ้านของเขา


                 เมื่อจอดรถแล้วทินภพก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นนายดำคนขับรถของบิดานั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ลูกน้องยิ้มแป้นเมื่อเห็นเจ้านาย


               “คุณทิน”


               “มาทำอะไรที่นี่”


               “มากับคุณท่านกับคุณหนูแมงปอครับ”


                คิ้วเข้มเลิกสูงด้วยความสงสัย เขาหันไปมองปักบุญเพื่อให้อีกฝ่ายเดินนำเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงหัวเราะครื้นเครงดังแว่วออกมา


                “พ่อ แมงปอ มาทำอะไรที่นี่”


                มองเห็นบิดากับลูกสาวนั่งคุยอยู่กับพรรณีเจ้าของบ้าน แมงปอรีบลงจากตักคุณปู่วิ่งถลามาหาปักบุญ


                “อาปักกลับมาแล้ว พ่อพาอาปักไปไหนมานี่มันเลยเวลาเลิกเรียนตั้งนานแล้ว”


                ทินภพก้มหน้ามองลูกสาวที่กอดปักบุญแน่น ทั้งเคืองทั้งขำกับท่าทางแก่แดดของแมงปอ


                “พ่อหิวข้าวก็เลยพาอาปักไปหาอะไรกินก่อนกลับ เรากับคุณปู่นั่นแหละมาทำอะไรที่นี่”


                หันไปมองบิดาที่กำลังหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าบุตรชาย นายทูลกล่าวคลายความสงสัย


               “แมงปอร่ำร้องอยากจะมา บอกว่าอยากกินข้าวไข่เจียวหมูสับฝีมือคุณยายพรรณี แล้วก็อยากมารออาปักคนดีด้วย พ่อทนฟังเสียงไม่ไหวก็เลยพามาที่ไร่ชมจันทร์นี่แหละ ก็เลยได้อาศัยฝากท้องมื้อเย็นไปด้วย อร่อยสมกับราคาคุยของแมงปอจริงๆ ขอบใจนะแม่พรรณี”


               พรรณีได้ฟังคำชมแล้วยิ้มหน้าบาน ไม่นึกว่าเจ้าของไร่เชิญตะวันอย่างนายทูลจะมาที่นี่ด้วย นึกดีใจที่ความบาดหมางเนิ่นนานอาจจะจบลงได้


              “อุ้ย ไม่เป็นไรค่ะคุณ คุณทินช่วยดิฉันไว้ตั้งเยอะ ฉันเองก็เอ็นดูหนูแมงปอเหมือนลูกเหมือนหลาน ถ้าแมงปออยากกินข้าวไข่เจียวหมูสับอีกก็มาได้เลยนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”


                ทินภพได้แต่มองสัมพันธไมตรีเหล่านั้น แม้แต่นายทูลเองที่ควรจะเจ็บช้ำมากกว่าเขาเพราะต้องสูญเสียมารดาไปตั้งแต่ยังเล็กและเติบโตมากับบิดาที่จมอยู่กับความเคียดแค้นยังให้อภัยแล้ว เขาที่เป็นรุ่นหลานก็ควรจะปล่อยวางเรื่องในอดีตลงด้วย อาจจะรวมถึงปักบุญที่ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือระบายความแค้นของเขา แต่ปักบุญเล่าจะคิดเช่นไรกับสิ่งที่ทินภพเคยทำลงไป


                “มารบกวนนานแล้ว กลับบ้านกันเถอะแมงปอ รีบนอนไข้จะได้หาย”


                ทูลลุกขึ้นกล่าวอำลาพลางจูงแขนหลานสาวให้เดินตาม ปักบุญรีบยกมือไหว้ ตอนนี้เองที่ทูลเพิ่งจะได้พิจารณาลูกคนสุดท้องของพรรณี ความอ่อนโยนของปักบุญทำให้เขาพอจะเข้าใจบุตรชายแล้วว่าคิดอะไรอยู่


               “รู้แล้วว่าทำไมแมงปอถึงได้ติดอาปักบุญนัก คนดีแบบนี้ใครๆก็รัก ใช่ไหมไอ้ทิน”


                พูดจบก็รีบจูงมือหลานสาวออกไปขึ้นรถที่นายดำสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้ว ทิ้งให้บุตรชายยืนนิ่งอยู่ข้างปักบุญ


               “ฉันก็จะกลับแล้ว”


               “ก็ไปสิครับ”


              “ปัก เสียมารยาทจังลูก ไปส่งคุณทินที่รถหน่อย”


              เพราะมารดาส่งเสียงดุใส่หรอกนะเขาถึงได้ยอมเดินตามแผ่นหลังกว้างมานอกตัวบ้านอีกครั้ง ความมืดโรยตัวลงมาจนมองเห็นแสงดาวบนฟ้าได้อย่างชัดเจน แต่มันคงไม่สว่างไปกว่าความรู้สึกของทินภพที่เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่าตนเองรู้สึกเช่นไร





มีต่ออีกนิด...




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-01-2020 21:31:08 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


อ่านต่อตรงนี้...



               “ที่ผ่านมาที่ฉันทำไม่ดีกับนาย นายยังโกรธเกลียดฉันอยู่หรือเปล่าปักบุญ”


                อยู่ๆก็พูดขึ้นโดยที่ยังไม่หันกลับไปเผชิญหน้า ปักบุญได้แต่นิ่งงันอยู่กับแผ่นหลังของทินภพ เขาเองก็ถามใจอยู่เหมือนกันว่ารู้สึกเช่นไรกันแน่


                “ความโกรธมันจางไปตามเวลานั่นแหละ ผ่านไปแล้วผมคงไม่เก็บมันไว้หรอก แต่ถามว่าลืมไหมก็ต้องตอบว่ายังไม่ลืม ใครจะลืมความเจ็บปวดที่ถูกเหยียดหยามศักดิ์ศรีได้ล่ะครับ”


                น้ำเสียงยังบ่งบอกถึงความน้อยใจที่เอ่อท้นมาอีกครั้ง คราวนี้ทินภพหันกลับมาสบตาอยู่ในความมืด ช่วงแรกนัยน์ตาคมยังคงสับสนอยู่บ้างก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาในที่สุด


                “ขอโทษ”


                 สองพยางค์สั้นๆ แต่ทำให้ปักบุญถึงกับเบิกตากว้างเมื่อได้ยิน ไม่ได้มีวี่แววประชดประชันใดๆ ทั้งสิ้น เสียงที่ได้ยินคือเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ตัดสินใจกระทำในสิ่งที่ยากที่สุด คนทะนงตนเช่นทินภพย่อมไม่เคยเอ่ยคำนี้ต่อใครโดยง่าย


                “คุณทินภพ”


                “ฉันรู้ว่ายากจะให้อภัย ไม่อยากจะแก้ตัวหรอกแต่ตอนนั้นฉันก็หน้ามืดไปกับความแค้นจริง ตอนนี้รู้แล้วว่าทำให้นายเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ต้องลืมความเลวของฉันก็ได้ แต่ลองให้ฉันได้แก้ตัวได้หรือเปล่า”


                 ปักบุญสบตากับดวงตาคมตรงหน้า ความจริงจังปรากฎให้เห็นเพื่อบอกว่าทินภพไม่ได้พูดเล่น ในตอนนี้มีเพียงหัวใจของปักบุญที่ยังสับสน เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของทินภพอย่างค้นคว้าต้องการคำตอบ


                “ทำไมคุณถึงยอมขอโทษ บ่าของคุณมันมีไว้เพื่อแบกรับศักดิ์ศรีของคุณไม่ใช่หรือ ทำไมถึงยอมลดตัวลงมาพูดกับศัตรูของคุณแบบนี้ ทำไม!”


              ไหล่ที่สั่นไหวของปักบุญถูกกระชากเข้าหา ปากที่กำลังต่อว่าพลันถูกปิดด้วยจุมพิตที่ปักบุญพ่ายแพ้อยู่เสมอ จูบวันนี้นุ่มนวลกว่าทุกครั้งราวกับอีกฝ่ายใช้มันเพื่อขอลุแก่โทษ ทินภพกำลังอ้อนวอนด้วยลิ้นร้อนจนปักบุญเกือบขาดใจจึงค่อยผละออก


               “เพราะฉันชอบนาย”


                เงียบสนิทจนได้ยินเสียงร้องของแมลงกลางคืนที่เริ่มออกหากิน ปักบุญชะงักงันเมื่อได้ฟังประโยคที่หลุดจากปากของทินภพ หัวใจของเขาคล้ายฟูฟ่องขึ้นมาจนต้องพยายามกดมันไว้ ขอบตารื้นขึ้นมาทันใด


              “คุณจะมาไม้ไหนอีก จะหลอกอะไรผมอีกคุณทินภพ ผมรับไม่ไหวแล้วนะถ้าต้องเจ็บปวดเพราะคุณอีก”


               “หน้าตาฉันบอกเหรอว่าหลอกนาย” ทินภพกลอกตาไปมาเมื่อปักบุญยังไม่ยอมเชื่อเขา “นายคิดว่ากว่าฉันจะพูดเรื่องนี้ได้ฉันต้องผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งเรื่องศักดิ์ศรีอย่างที่นายว่า ทั้งเรื่องที่ต้องยอมรับว่าฉันชอบผู้ชายด้วยกันอย่างนาย มันง่ายนักเหรอที่จะยอมรับ”


               “คุณทินภพ”


                ปักบุญพูดอะไรไม่ออกเพราะยังตั้งตัวไม่ทัน มันเร็วเกินไปกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับชายตรงหน้า เริ่มต้นจากความเกลียดชังจนไม่อยากนึกว่าจะมาถึงวันนี้ หัวใจของปักบุญแทบจะเต้นออกมานอกทรวงอก


              “ฉันรู้ว่ามันยากที่นายจะคิดหรือตัดสินใจอะไร แต่อยากให้นายลองใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ถ้าเมื่อไหร่ที่นายพอจะโยนเรื่องเลวๆ ของฉันทิ้งได้ นายค่อยคิดเรื่องนี้ก็ได้ ฉันคงต้องกลับบ้านแล้ว เดี๋ยวแมงปอกับพ่อจะสงสัยอีก”


               นิ้วสากเชยคางของปักบุญขึ้นเพื่อที่ทินภพจะก้มหน้าไปจูบที่ปากอิ่มอีกครั้ง และคราวนี้เมื่อผละปากออกเป็นครั้งแรกที่ทินภพยิ้มอย่างจริงใจที่สุด


                “ฉันกลับแล้วนะปักบุญ”


                ร่างสูงก้าวขึ้นรถและขับออกไปจากไร่ชมจันทร์ ทิ้งให้ปักบุญยืนนิ่งพร้อมกับความสับสนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เขาเดินใจลอยกลับเข้าบ้านที่พรรณียังรออยู่


                “ปัก เป็นอะไรลูก”


                “เอ่อ เปล่านี่แม่”


                ปักบุญยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นมารดามองมาด้วยความสงสัย


               “พวกไร่เชิญตะวันเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ อุตส่าห์มาถึงบ้านเรา”


                “เอ่อ ครับแม่”


                “ทำไมอยู่ๆถึงมาดีกับเราตอนนี้ปักรู้ไหม”


                “อ่า ไม่รู้สิแม่”


                “แล้วที่คุณทินภพเขาจูบเราตะกี้น่ะ เพราะอะไร”


                “ฮะ อะไรนะ แม่เห็นเหรอ”


                 ปักบุญสะดุ้งโหยง หน้าแดงก่ำเป็นมะเขือเทศสุก ทั้งกลัวทั้งอายมารดาที่มองเห็น พรรณีมองบุตรชายด้วยความเป็นห่วง


                “แม่ไม่ได้ตาบอด แล้วก็ไม่ได้โง่ขนาดดูไม่ออก ปักโตแล้วเป็นถึงครูบาอาจารย์แม่คงไม่มีอะไรจะสอนนอกจากความห่วงใยของแม่”


                 ปักบุญเดินเข้าไปกอดมารดา รับรู้ถึงความเป็นห่วงที่มารดามอบให้


                “แม่อย่าเพิ่งคิดมาก ปักกับคุณทินยังไม่ลงเอยง่ายๆหรอก เขายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ”


                 หอมแก้มมารดาก่อนขอตัวเข้าห้อง ปักบุญทิ้งกายลงไปบนเตียงพลาใช้มือลูบกลีบปากตนเอง


                 “โอ๊ย อย่าไปหลงคารมคนอย่างนั้นง่ายๆสิปักบุญ นายต้องหยิ่งเข้าไว้อย่าเพิ่งให้หมอนั่นได้ใจ”


                  ถึงจะบอกตนเองเช่นนั้นแต่ปักบุญกลับนอนหลับและฝันถึงทินภพตลอดทั้งคืน




                                                              TBC


                                            พอคนซึนเริ่มรู้ใจตัวเองแล้วก็น่ารักดีน้า



                                               :give2: :give2: :give2: :give2: :give2: :give2: :give2: :give2:







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-01-2020 21:37:59 โดย Belove »

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
หูยยย น่ารัก อิจฉาในความน่ารักของทั้งคู่
แหม.. มีฝันถึงอีกคนทั้งคืนด้วยนะ ปักบุญ
 :o8: :o8: :-[ :-[

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
โอเคเลย ยอมรับแล้ว
จากนี้คุณทินที่เคยผีเข้าผีออกก็จะหายไปแล้ว
ปักบุญต้องฮึบไว้ ใจแข็งนานๆ ท่องไว้เลยว่าเขาทำกับเราไว้เยอะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
คุณทิ้น ชั้นเขิล

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
หวานกันขนาดนี้  ทำไร่อ้อยแน่ๆ5555

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ปักอย่ายอมง่ายๆ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
คุณแม่ เห็นแล้ว ..

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove




                                            หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                   บทที่ 12



           “ทำไมผลไม้ที่ขายถึงได้ราคาต่ำมากล่ะแม่”


           ปักบุญตกใจเมื่อรู้รายได้จากการขายผลผลิตจากไร่ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่อต้องเข้ามาดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายปักบุญถึงกับปวดศีรษะ


            “ค่าปุ๋ย ค่ายาฆ่าแมลงก็ตั้งแพง แล้วพอเก็บมาขายก็ถูกคนรับซื้อกดราคาอีก”


            “มันเป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว รายได้มันไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนสมัยก่อนหรอกปัก”


             พรรณีถอนหายใจ ถึงแม้จะมีที่ดินเป็นของตัวเอง แต่ไม่ได้ใหญ่โตถึงขั้นมีอำนาจเหนือกว่าพ่อค้าคนกลาง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหากผลไม้มีจำนวนมากจนล้นตลาดราคาก็ยิ่งต่ำลงไปอีก เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศก็คงจะประสบปัญหาเหล่านี้


             เพราะเรื่องเหล่านี้ทำให้ปักบุญหน้าหมองในวันสุดสัปดาห์ ทินภพที่ขับรถมาพร้อมกับแมงปอจึงมองด้วยความสงสัย เมื่อปล่อยให้แมงปอเข้าครัวไปพร้อมพรรณีแล้วเขาจึงเอ่ยถาม


            “เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”


            ปักบุญถอนหายใจ เขาเล่าปัญหาเหล่านี้ให้ทินภพฟัง เมื่อฟังปัญหาจบทินภพค่อยกล่าวขึ้น


             “นายต้องมองหาตลาดใหม่ๆ มัวแต่ขายให้พวกนี้มันก็กดราคาอยู่แล้ว ถ้าไม่รวมกลุ่มกันจนแข็งแรงก็สู้เขาไม่ไหวหรอก เพราะอย่างนั้นต้องขยายตลาดไปทางอื่นอย่างเช่นคัดเกรดส่งไปต่างประเทศ หรือว่าทำแพ็คเกจหีบห่อดีๆ ส่งขายออนไลน์ อีกอย่างอาจต้องแปรรูปทำอย่างอื่นที่มีมูลค่าสูงกว่า”


             คำแนะนำของทินภพทำให้ปักบุญนึกทึ่ง ไม่แปลกใจนักว่าทำไมไร่เชิญตะวันถึงไม่เคยพบกับปัญหาเหล่านี้ อาจเพราะความคิดก้าวหน้ามองการไกลของทินภพที่เข้ามารับช่วงต่อจากบิดา ทำให้กิจการยิ่งทำรายได้มากกว่าแต่ก่อนเสียอีก ความสามารถของทินภพจึงเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มนักธุรกิจของจังหวัด


            “มองแบบนี้ เดี๋ยวฉันอดใจไม่ไหวจับจูบเสียหรอก”


             ขอถอนคำพูด!


            ทินภพเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่คอยจ้องจะขย้ำเหยื่อถึงจะถูกต้อง


             นัยน์ตาแพรวพราวจ้องมองปักบุญจนคนถูกจ้องหน้าร้อนเห่อไปหมด ทินภพหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นปักบุญเขินจนแก้มแดงสุกปลั่ง


            “เดี๋ยวนายฝากฉันขายผลไม้ล็อตนี้ก็ได้ พรุ่งนี้จะให้คนงานมาขนไปที่ไร่แล้วคัดเกรดให้ น่าจะดีกว่ายอมขายกับพวกรับซื้อ หลังจากนี้ค่อยหาตลาดใหม่ก็แล้วกันฉันจะแนะนำให้เอง แต่ว่าตอนนี้ไปกับฉันก่อนนะ”


            “ไปไหนครับคุณทิน”


             “เถอะน่า”


             ทินภพฉุดแขนให้ปักบุญลุกขึ้นตาม เขาเดินตรงไปยังห้องครัวที่แมงปอกำลังสนุกกับการทำขนมที่คุณยายพรรณีช่วยสอน


             “ผมขอพาปักบุญไปธุระสักครู่นะครับ แมงปออยู่กับคุณยายไปก่อนนะ”


             “ได้ค่ะพ่อ แล้วอย่าพาอาปักไปเถลไถลที่ไหนไกลนะคะ”


             “แมงปอ!” ทินภพขำความแก่แดดของลูกสาว “เราน่ะเป็นลูกพ่อนะ สอนพ่อได้ด้วยเหรอ”


             “ได้สิพ่อ ปู่บอกว่าพ่อเป็นเด็กดื้อต้องคอยสั่งสอน”


             ทินภพโคลงศีรษะด้วยความระอา แมงปอเติบโตมากับผู้สูงอายุจึงจดจำแต่สิ่งที่นายทูลกล่าวไว้ พรรณียิ้มให้แมงปอด้วยความเอ็นดูเพราะความที่มีแต่บุตรชายทั้งสองคนจึงหลงความน่ารักของเด็กหญิง


          “ตามสบายเถอะค่ะคุณทินภพ ไม่ต้องเป็นห่วงหนูแมงปอหรอกค่ะ เดี๋ยวน้าจะดูแลให้เอง”


            เมื่อมารดาอนุญาตทินภพจึงหันไปสบตาให้ปักบุญเดินตามมาขึ้นรถของเขา ปักบุญหันไปเอ่ยถามเมื่อทินภพสตาร์ทรถแล้วขับออกจากหน้าบ้าน


            “คุณจะพาผมไปไหน”


            “เดี๋ยวก็รู้น่า”


            ทินภพก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก ในเมื่อไม่ยอมพูดปักบุญก็หมดปัญญาจะหาคำตอบ ได้แต่ปล่อยให้ทินภพขับรถตรงไปทางฝายน้ำล้นแล้วเลยเข้าไปในเขตไร่เชิญตะวัน ปักบุญขมวดคิ้วด้วยความคุ้นเคย


            “นี่มันทางไป....”


            ใช่ ปักบุญจำได้แล้ว ในคืนหนึ่งทินภพใช้ความได้เปรียบบังคับพาเขามาที่นี่ กระท่อมเก่าใกล้พังที่อยู่ในเขตไร่เชิญตะวันแล้วข่มเหงเขา ยิ่งชัดเจนเมื่อตอนนี้แสงตะวันส่องเต็มตา แต่กระท่อมในคืนนั้นกลับกลายมาเป็นกระท่อมหลังใหม่ไม่ได้ใกล้ผุพังอีกต่อไป


            “ลงมาสิปักบุญ”


            ทินภพจอดรถ เขาก้าวลงมาก่อนและรอให้ปักบุญเดินตามมา ปักบุญมองกระท่อมที่สร้างขึ้นใหม่ให้แข็งแรงขึ้น ใจหนึ่งก็ยังเจ็บแปลบอยู่บ้างเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา


            “บอกแล้วไงว่าขอโทษ”


             มือเรียวถูกทินภพฉวยโอกาสยึดไว้ในอุ้งมือแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน แคร่ไม้ไผ่ดังเอี๊ยดอ๊าดกลายเป็นแคร่ไม้เนื้อแข็งทนทาน มีตะเกียงเจ้าพายุแขวนอยู่มุมหนึ่งคงเผื่อไว้หากต้องการแสงสว่างในยามราตรี ยังมีเฟอร์นิเจอร์ไม้อย่างโต๊ะเก้าอี้เล็กๆตั้งอยู่อีกด้วย


            “สวยหรือเปล่า” ทินภพเอ่ยถาม มือใหญ่กุมกระชับมือเรียวชื้นเหงื่อ “ฉันให้รื้อของเก่าทิ้งแล้วสร้างใหม่ เผื่อว่าบางทีนายอาจจะลืมความทรงจำเก่าๆแล้วมองแต่สิ่งใหม่เหมือนกระท่อมหลังนี้บ้าง”


             ขอบตาของปักบุญร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ก้อนสะอื้นแล่นมาจุกอยู่ที่คอ ในตอนนี้ความขมและความหวานตีกันวุ่นวายจนเขาสับสนไปหมด


            “ฉันรู้ว่ามันลืมยาก มันคงจะฝังลึกอยู่ในใจของนาย แต่นายจะลองให้โอกาสฉันแก้ตัวได้หรือเปล่า ยังไม่ต้องมองแง่บวกก็ได้ ขอแค่เริ่มต้นจากศูนย์ไม่มองฉันในแง่ลบก็พอ”


              “คุณทิน”


           ลำคอตีบตันเมื่อรู้สึกได้ว่าคำพูดเหล่านั้นมาจากใจของผู้ชายตรงหน้า ไม่มีความหยิ่งยะโสเอาแต่ใจอีกต่อไปแล้ว มีเพียงทินภพที่สำนึกผิดและพร้อมจะทำทุกอย่างให้เขาจริงๆ หน้าคมก้มต่ำยิ้มขัดเขิน


             “ความจริงแล้วฉันอาจจะชอบนายตั้งแต่เด็กก็ได้นะ ตั้งแต่สมัยนายตัวกะเปี๊ยกชอบก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ในโรงเรียน ฉันมักจะมองเห็นนายเป็นประจำทั้งที่ไม่ได้อยากมอง พอเห็นแล้วก็หยุดสายตาไม่ได้สักที แต่ทิฐิมันค้ำคออยู่ จะให้ฉันเดินไปหานายแล้วบอกว่าทำไมน่ารักจังก็ไม่ได้ใช่ไหม”


             “คุณก็เลยแกล้งผมด้วยการเตะลูกฟุตบอลใส่”


             “ถ้าไม่ทำแบบนั้นนายจะเงยหน้ามามองฉันเหรอ”


            ทินภพรวบเอวปักบุญเข้ามากอด เขาเชยคางให้ใบหน้านั้นเงยขึ้นเล็กน้อย มองเห็นน้ำใสที่คลออยู่ในหน่วยตาทินภพจึงจูบซับมันจนแห้งเหือด


            “ถ้าให้โอกาส ฉันจะไม่ทำให้นายเสียน้ำตาอีกแล้ว”


             ริมฝีปากที่เม้มเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นถูกทินภพบรรจงจูบ เขาค่อยๆซุกไซ้ให้กลีบปากนั้นเปิดทางรับลิ้นร้อน แค่ตวัดเบาๆปักบุญก็แทบสะดุ้งเมื่อทินภพหลอกล่อให้ต้องตอบรับ ร่างของปักบุญคล้ายลอยไปกับการโอบล้อม กว่าจะรู้สึกตัวก็คือตอนที่ทินภพเอนทับลงมาบนแคร่ไม้และกอดไว้จนไม่อาจดิ้นหนี


             เป็นครั้งแรกที่ปักบุญยอมรับกับตัวเองว่าเขาเต็มใจ ไม่มีความย้อนแย้งอยู่ในจิตใจอีกแล้ว ความคิดต่อต้านกับร่างกายที่ถูกกระตุ้นบัดนี้เหลือเพียงความวาบหวามยามมือสากลูบไล้และถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนหมดก่อนจะแนบชิดร่างกำยำลงมาทาบทับ


           ทินภพยิ้มด้วยความยินดีเมื่อสบตากับดวงตาหวานที่เขาดึงแว่นตากรอบใสออกไปแล้ว ไม่มีความโกรธขึ้งแฝงอยู่อีกต่อไป เขาดีใจที่ปักบุญมอบโอกาสให้อีกครั้ง ทินภพจะไม่มีวันทำให้สิ่งเหล่านี้หลุดลอยไปเป็นอันขาด


            “เป็นแฟนกันนะ”


             เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างหู ปักบุญเขินจนมองได้แค่ลำคอของเขา


             “ไม่เร็วไปหรือครับ”


             “เราได้กันจนถ้านายเป็นผู้หญิงก็ท้องไปแล้ว”


             “แล้วบรรดาผู้หญิงของคุณล่ะ อย่างฝ้าย...”


             “ฉันจะเลิกให้หมด ลบเบอร์โทรทิ้งด้วย นายจะเช็คโทรศัพท์ฉันก็ได้”


              “ขอเวลาอีกนิด...”


              “แต่เรายังมีความสุขกันระหว่างนั้นได้ใช่ไหม”


              ถามพลางซุกหน้าลงสูดดมกลิ่นกาย ปักบุญถึงกับผวาไปตามจมูกและปากที่ประทับไปทั่ว


             “คุณเอาแต่ได้”


             ประท้วงทั้งที่ลมหายใจเริ่มร้อนและเร็วไปกับไฟรักที่ทินภพจุดขึ้นมา มือซนลูบไล้บีบเค้นต้นขาอ่อนทั้งสองจนต้องชันขึ้นอัตโนมัติ ปักบุญเผลอส่งเสียงเมื่อถูกสอดประสานแนบแน่น


              “นายก็ได้เหมือนกัน ได้ฉันไปแล้วไงยังไม่พออีกเหรอ”


              “คุณนี่ปากจัดจริงๆ”


              ปักบุญเผลอหัวเราะ เขาคล้องแขนไปกับลำคอของทินภพและปล่อยให้ตนเองถูกจูงมือล่องลอย เสียงแคร่ไม้ลั่นเบาๆตามจังหวะที่ร่างสูงขับเคลื่อน


             “ฉันสัญญาว่าจะดีกับนาย เชื่อฉันนะปักบุญ”


              อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดี หวังว่าครั้งนี้เขาจะตัดสินใจถูก แต่ตอนนี้ปักบุญไม่คิดอะไรอีกแล้วเมื่อเขาลอยคว้างและมองเห็นแต่สวรรค์ที่ทินภพพาไป







             “พ่อ พาอาปักไปไหนมา กลับมาซะตอนบ่าย”


              เสียงแมงปอบ่นเมื่อผู้เป็นบิดาขับรถพาปักบุญกลับมาถึงบ้าน ทินภพยิ้มอย่างอารมณ์ดี


            “ถามอาปักเองสิว่าพ่อพาไปไหนมา”


             “อาปักคะ พ่อพาอาปักไปซนที่ไหนมาคะ”


             คำถามไร้เดียงสาเรียกเลือดร้อนมาเลี้ยงใบหน้าได้เป็นอย่างดี จนปักบุญต้องแอบหยิกแขนทินภพเบาๆเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


            “ยิ้มอะไรก็ไม่รู้ แมงปออย่าไปสนใจเลย พาอาไปดูซิว่าคุณยายสอนทำขนมไปถึงไหนแล้ว”


            ปักบุญจูงแขนแมงปอหนีเข้าครัว ทิ้งให้ทินภพมองตามด้วยหัวใจแช่มชื่น ในที่สุดเขาก็พบแล้วว่าใครที่เหมาะจะเคียงข้างเขาและดูแลแมงปอไปพร้อมกัน


             “คุณทินภพคะ น้าขอคุยด้วยสักครู่เถอะค่ะ”


             เสียงพรรณีดังขึ้นเรียกสติชายหนุ่มกลับมาได้ เขาเดินตามมารดาของปักบุญไปนั่งที่โต๊ะรับแขก


             “คุณน้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”


             “คุณทินภพกับปักบุญ มีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอกน้าหรือเปล่าคะ”


              สีหน้าของพรรณียังมีแต่ความใจเย็นและพร้อมจะรับฟัง ทินภพอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มบางๆออกมา


            “ผมจะขออนุญาตคุณน้าคบหาดูใจกับปักบุญครับ”


             คราวนี้เป็นพรรณีที่นิ่งไปบ้าง แต่เมื่อมองเห็นความจริงใจจากชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ในที่สุดสิ่งที่สงสัยก็เป็นเรื่องจริง


            “น้าจะไม่ถามคุณทินว่าเรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไงคุณทินกับปักบุญถึงได้ตกลงกันแบบนี้ แต่น้าขอถามด้วยความเป็นห่วงในฐานะแม่ของปักบุญ ว่าเรื่องความแค้นในอดีตกับการที่เป็นผู้ชายเหมือนกันจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใช่ไหมคะ”


             “มันเคยเป็นปัญหาในอดีต แต่จะไม่เป็นปัญหาในอนาคตครับ ผมสัญญากับคุณน้าว่าผมจะเริ่มต้นใหม่กับปักบุญโดยไม่ให้มีอะไรมาเป็นปัญหาระหว่างเรา”


            คำสัญญาหนักแน่นพอจะทำให้พรรณียิ้มออกมาได้ สายตาห่วงใยจึงมีคำขอบคุณมาแทนที่


            “น้าเชื่อคุณทิน ต่อจากนี้น้าฝากปักบุญไว้กับคุณทินด้วยนะคะ”


            เป็นครั้งแรกที่ทินภพยกมือไหว้พรรณีด้วยความเต็มใจ


             “ขอบคุณครับ ผมจะรักษาคำสัญญาที่มีกับคุณน้าให้ดีที่สุด”


             ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ทินภพจะไม่ปล่อยให้โอกาสครั้งสำคัญที่ได้รับมาหลุดลอยไปเป็นอันขาด เขาจะรักษามันไปให้ดีที่สุดเท่าชีวิตของเขา




มีต่ออีกนิด...




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-01-2020 23:15:25 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove
ต่อกันตรงนี้...




           วันรุ่งขึ้นทินภพให้คนงานขับรถมาขนผลผลิตจากไร่ชมจันทร์ไปที่ไร่ของเขา ปักบุญตามไปเรียนรู้เรื่องการคัดเกรดด้วย ปักบุญตื่นเต้นมากเมื่อได้เห็นคลังเก็บผลผลิตของไร่เชิญตะวัน และรายได้ที่ได้รับจากการที่ทินภพช่วยจำหน่าย แม้จะไม่ได้ถือว่าสูงนักแต่ก็ดีว่าราคาที่ถูกกดโดยพ่อค้าคนกลาง


            ปักบุญขับรถกลับบ้านในช่วงบ่ายด้วยความยินดี เขามองเห็นลู่ทางใหม่ๆตามที่ทินภพแนะนำ แต่เมื่อจอดรถหน้าบ้านใจของเขาก็ตกไปถึงตาตุ่มเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังจากในบ้าน


           “แม่!”


            รีบวิ่งเข้าไปทันที และภาพที่เห็นทำให้ปักบุญหน้าซีดเมื่อเห็นมารดานั่งร้องไห้อยู่กับพื้นท่ามกลางข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกรื้อค้นด้วยฝีมือบุคคลที่ปักบุญรู้จักเป็นอย่างดี


             “พี่ปอง ทำอะไรแม่”


             ปักบุญถลาเข้าไปประคองแม่ที่ยังสะอึกสะอื้น ปองชัยพี่ชายของเขากับผู้หญิงอีกคนที่ตั้งครรภ์ท้องโย้ยืนออกคำสั่งอยู่


            “พี่ปอง นี่ไงกระเป๋าแม่พี่ ลองเปิดดูซิมีเงินหรือเปล่า”


            “อย่านะ ไอ้ปองหยุดเดี๋ยวนี้”


              พรรณีกรีดร้องลั่นเมื่อเห็นบุตรชายคนโตทำตามคำสั่งเมีย นางผวาเข้าไปทำท่าจะยื้อแย่งแต่กลับถูกปองชัยผลักออกมา


             “แม่ เงินแค่นี้อย่าหวงหน่อยเลยน่า ไอ้ปักมันก็กลับมาหาแม่แล้วนี่ เดี๋ยวไอ้ลูกรักแม่มันก็ทำงานหาเงินให้แม่ได้อีกนั่นแหละ”


            “พี่ปอง แต่นี่มันเงินแม่นะ ไอ้ที่พี่ทำให้พวกเราเป็นหนี้ก็แย่พออยู่แล้ว”


            “หยุดเลยไอ้ปัก มึงจะไปรู้อะไร กูจะเอาไปต่อทุนไม่งั้นกูตายห่าแน่”


              “พี่ปองอย่ามัวพูดมาก เดี๋ยวไอ้พวกนั้นมันก็ตามมาหรอก”


              เสียงเมียสั่งปองชัยจึงยิ่งหัวเสีย


             “มึงก็อย่าดีแต่สั่งอีชบา ไปเปิดตามเก๊ะหาเร็วเข้า จำได้ว่าแม่มีทองอยู่หลายเส้น”


             “ไอ้ลูกเวร” พรรณีร้องไห้โฮ “ทองกูก็เอาไปขายใช้หนี้ที่มึงกับเมียก่อหนี้พนันไปหมดแล้วไง มึงยังจะเอาอะไรจากกูอีก”


             “พี่ปองพอเถอะ”


              ปักบุญก้าวเข้าไปห้าม แต่กลับถูกพี่ชายผลักจนล้มลง


             “อย่าเสือกไอ้ปัก เอ๊ะ นั่นเงินนี่หว่า”


              มองเห็นธนบัตรจากกระเป๋าเสื้อของปักบุญ ปองชัยจึงก้าวมาใกล้ ปักบุญได้แต่คลานถอยหลังหนี


             “ไม่ได้ เอาไปไม่ได้ นี่เงินลงทุนกับเงินค่าจ้าง พี่ปองอย่านะ”


             “ไอ้ปัก มึงเป็นน้องก็ให้พี่บ้างสิวะ กูอุตส่าห์เป็นเบ๊ให้มึงตอนเด็กเพราะเห็นมึงเรียนเก่ง โตมาก็สำนึกบุญคุณบ้าง”


             “ไม่ได้”


              ปักบุญยื้อแย่งเงินที่ปองชัยดึงไป พี่ชายใช้กำปั้นชกมาที่โหนกแก้มจนเขาล้มทั้งยืน


              “กรี๊ด ปักบุญ”


              พรรณีเข้าไปประคองลูกชายคนเล็กทั้งน้ำตา ปองชัยกระหยิ่มเมื่อเห็นเงินในมือ


              “อีชบา ไปโว้ย ได้เงินไปต่อทุนแล้ว ขอบใจนะไอ้น้องชายที่รัก ถ้าพี่ขาดมือพี่จะมารบกวนอีก”


             “พี่ปอง อย่ามัวแต่พล่าม ไปกันได้แล้ว รำคาญแม่พี่ฉิบหาย แก่ไม่อยู่ส่วนแก่”


              ลูกสะใภ้ท้องโย้ยกเท้าถีบแม่สามีให้หลีกทางก่อนที่หล่อนกับปองชัยจะรีบวิ่งหนีออกไปนอกบ้าน ปักบุญที่เพิ่งได้สติน้ำตาไหลไปพร้อมกับมารดา


            “ผีเปรตมาเกิดแท้ๆ กับแม่มันยังทำได้ลงคอ”


             ปักบุญได้แต่กอดปลอบแม่ เขาได้แต่นิ่งงันไปเมื่อเงินที่คิดจะนำมาเป็นทุนหายไปในพริบตาเพราะพี่ชายแท้ๆของตนเองที่กลายเป็นทาสการพนัน




                                                   TBC


                                              พี่ชายเฮงซวย ฮึ้ยยย


                              :m31: :m31: :m31: :m31: :m31: :m31: :m31: :m31:


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-01-2020 23:20:56 โดย Belove »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
โหห พี่ชายเหี้ยๆมากๆ :z6: :z6: :z6:

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

ครอบครัวก็น่าจะสั่งสอนดีนิ

ปองมันเลวเพราะใคร?  เพราะสันดานมันเอง หรือเพราะคบกับอีชบา?

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด