<< หักเหลี่ยมรักซาตาน >> Pre order 5 เม.ย.-5 มิ.ย.63]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: << หักเหลี่ยมรักซาตาน >> Pre order 5 เม.ย.-5 มิ.ย.63]  (อ่าน 34626 ครั้ง)

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
เรื่องของอดีตอีกแล้ว

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
สนุกมากๆเลยค่ะชอบมากncคือร้อนแรงมาก :m25: :jul1: เรื่องในอดีตเนอะ :เฮ้อ: ปักบุญไม่ไปทำงานที่กรุงเทพหรอ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ชอบแนวนี้ คลาสสิคดี

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove




                                                         หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                               บทที่ 5



               แรงจากฝ่ามือเรียวนั่นแรงน่าดู แต่ทินภพก็แค่ยกมือลูบใบหน้าตนเองที่อาจขึ้นเป็นรอย ปักบุญคงโกรธเขาจริงๆถึงได้ตบเสียแรงจนหน้าสั่น แปลกที่ทินภพกลับไม่ได้โมโหเท่าที่ใจคิด หากเป็นสถานการณ์ก่อนหน้านี้เขาอาจจะโกรธเจ้าของรอยมือจนหัวร้อน แต่ในวินาทีนี้ทินภพกลับอารมณ์ดีพอที่จะหัวเราะได้


               กลิ่นกายของปักบุญยังกรุ่นๆอยู่ตรงจมูก มันไม่ได้หอมยวนใจเหมือนสาวๆที่เขาควงไปไหนมาไหน แต่ก็ไม่ได้เหม็นเหงื่อเหมือนพวกผู้ชายอื่นที่เขาเคยรู้จัก เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นกายเฉพาะของปักบุญก็ว่าได้ รสชาติของบทพิศวาสบนเตียงเป็นประสบการณ์ใหม่ ทินภพเองก็เพิ่งเคยลิ้มรสเพศเดียวกันก็ครั้งนี้ ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด มันก็ทำให้เขาสุขสมได้ ทินภพกังวลเพียงอย่างเดียวว่าเขาเป็นพวกชอบเพศเดียวกันหรือเปล่า หรือว่าเฉพาะแค่ปักบุญที่เขาต้องการเอาชนะ


                นึกถึงใบหน้าตัดพ้อนั่นแล้วใจก็อดสงสารไม่ได้ อันที่จริงปักบุญก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร มิหนำซ้ำต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่พี่ชายตนเองทิ้งภาระไว้อีก


                “เฮ้ย ไอ้เหี้ยทินภพ มึงจะสงสารไม่ได้ นั่นมันคนของไร่ชมจันทร์”


                 เขาด่าตัวเองที่รู้สึกเช่นนั้น เขาไม่ควรเห็นใจน้ำตาของทายาทของตระกูลที่สร้างความอับอายให้ครอบครัวของเขา ทินภพเตือนตัวเองให้โกรธ เกลียด ชิงชัง เขาจะต้องทำให้คนพวกนั้นรู้สึกอัปยศอดสูจนถึงที่สุด


                 ความคิดของเขาสะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือ เมื่อคว้ามันขึ้นมาดูหน้าจอเขาก็รีบกดรับสาย


                “ว่าไงครับพ่อ”


               “อยู่ไหนทิน ในเมืองหรือเปล่า นี่แอบนัดสาวไปออกกำลังกายอีกแล้วใช่ไหม”


               ทินภพหัวเราะ พ่อรู้จักเขาดี แต่ที่ยังไม่ได้บอกไปคือวันนี้เขาชวนหนุ่มมาออกกำลังกายบนเตียงต่างหากเล่า


                “ลูกพ่อนี่นา เชื้อไม่ทิ้งแถวหรอกครับ ว่าแต่มีอะไรด่วนหรือเปล่า”


                “ไม่มีหรอก แต่บ่ายๆไปรับแมงปอที่โรงเรียนด้วย พ่อจะใช้เจ้าดำขับรถไปธุระสักหน่อยอาจจะกลับค่ำๆโน่นแหละ”


                 เด็กหญิงแมงปอเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดังในตัวเมือง โดยปกติแล้วจะมีคนขับรถมารับในตอนเลิกเรียน แต่ถ้าคนขับรถมีธุระต้องทำงานอื่นทินภพก็จะมารับลูกเอง


               “ได้ครับ รับทราบ เดี๋ยวผมไปรับแมงปอเอง พ่อก็อย่าหักโหมล่ะ ออกกำลังกายเบาๆหน่อย”


                “โว้ย ไอ้ลูกคนนี้”


                 นายทูลส่งเสียงโวยวายก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะแล้วค่อยวางสาย ทินภพจึงทิ้งกายนอนต่ออย่างอารมณ์ดี ในจินตนาการกลับปัดสีหน้ายามเร่าร้อนของปักบุญออกไปไม่ได้เลย


                   “ปักบุญ แสบนักนะ”


                 เขาสบถเบาๆเมื่อเฝ้าแต่คิดถึงใบหน้าของคนที่เขาชิงชังมาตั้งแต่จำความได้








                  นั่งซึมอยู่ในรถขณะจอดอยู่ข้างถนนเนิ่นนานจนน้ำตาแห้งเหือด ปักบุญเจ็บใจที่เขาต้องสิ้นศักดิ์ศรีไปเพราะผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ใช้ข้อได้เปรียบมาบังคับข่มเหง ปักบุญรู้ดีว่าทินภพเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พ่อกับแม่เคยเล่าให้เขาฟังเรื่องในอดีต ที่อาของพ่อพาย่าของทินภพหนีไปและฆ่าตัวตายพร้อมกัน


                “คนพูดกันไปทั้งจังหวัด เรื่องมันดังมาก ตอนนั้นพ่อเองก็ยังเด็กอยู่เลย แต่ทางไร่เชิญตะวันเขาก็เกลียดเรานับตั้งแต่บัดนั้นทั้งที่เขตไร่ติดกัน เขาเอารั้วลวดหนามมากั้นแบ่งอาณาเขตเลยนะ ทางเราก็ไม่รู้จะทำยังไง บ้านเขาใหญ่กว่า ฐานะดีกว่า ไอ้เรามันไร่เล็กๆจะไปสู้ไปเถียงอะไรเขาได้”


                ปักบุญรู้เรื่องนี้ดีตั้งแต่เด็กๆ ตอนเข้าเรียนโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดที่มีทินภพเป็นรุ่นพี่ เขาได้แต่เดินตัวลีบหลีกหนี ไม่อยากเผชิญหน้ากับสายตาชิงชังคู่นั้น แต่บางทีทินภพก็ช่างแกล้งเตะลูกบอลมากระแทกปักบุญที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บ้าง หรืออย่างอื่นที่ปักบุญได้แต่นิ่งเงียบมองกลับด้วยความโมโห


              ใครจะนึกว่าวันนี้ทินภพจะแกล้งเขาได้อย่างเจ็บแสบที่สุดด้วยการช่วงชิงศักดิ์ศรีของเขา แม้ปักบุญจะไม่มีพรมจรรย์เหมือนอิสตรีแต่เขาก็มีศักดิ์ศรี ทินภพได้พรากมันไปแล้ว ปักบุญได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บช้ำลงไป


                “เลิกคิดฟุ้งซ่านเถอะน่า เสียแค่ครั้งเดียวแลกกับน้ำในไร่ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ด้วย”


                เขาสะบัดหน้าขับไล่ความรู้สึกเหล่านั้น ชีวิตต้องดำเนินต่อไปไม่ใช่แค่วันนี้ หากจะรอแต่ผลผลิตในไร่ รายได้คงไม่เพียงพอ ปักบุญคงต้องหางานอื่นทำไปด้วยแต่เขาจะไปหางานที่ไหนที่ได้เร็วๆล่ะ


                “กานติมา เป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาลนี่นา”


                 ยิ้มด้วยความยินดี เพื่อนสนิทคนหนึ่งตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายเป็นทายาทของเจ้าของโรงเรียนอนุบาลชื่อดัง ปักบุญยังติดต่อกับเพื่อนอยู่เป็นระยะ ลาออกจากเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้วลองมาสอนเด็กอนุบาลบ้างก็ไม่เลว


                 คิดได้ดังนั้นปักบุญจึงสำรวจตัวเองจากกระจกรถ เขาเช็ดคราบน้ำตาจัดผมให้เข้าทรง เหลือบเห็นรอยแดงที่คอผลงานของทินภพแล้วก็ต้องถอนหายใจก่อนใช้เสื้อเชิ้ตปิดบังมัน จากนั้นเขาจึงขับรถไปที่โรงเรียนของเพื่อน โชคดีที่กานติมาอยู่ที่โรงเรียนวันนี้


                “ปักบุญ ว้าย หล่อเหมือนเดิมนะแก”


                กานติมาส่งเสียงวี้ดว้ายด้วยความดีใจที่ได้พบเพื่อนเก่า หญิงสาวต้อนรับเพื่อนในห้องทำงานพลางพูดคุยถึงความเป็นอยู่


              “อ้าว ลาออกแล้วเหรอแก แล้วป.โทของแกล่ะ”


              กานติมาเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะรู้ว่าเพื่อนยังเรียนพร้อมกับสอนหนังสือไปด้วย


               “เหลือสอบวิทยานิพนธ์อีกรอบเดียวก็จบแล้ว ที่ลาออกมานี่เพราะเกิดเรื่อง”


                ปักบุญเล่าเรื่องที่ปองชัยพี่ชายทำเหตุจนเขาต้องกลับมาที่นี่ กานติมาได้แต่มองอย่างเห็นใจ


                 “โธ่ ไม่น่าเลยแกเอ๊ย”


                “เรามาของานเธอน่ะกาน มีตำแหน่งครูให้เราทำบ้างไหม เราไม่อยากทำไร่อย่างเดียว”


                 “ไอ้มีมันก็มีนะปัก แต่แกจะสอนเด็กอนุบาลได้เหรอ มันไม่เหมือนสอนระดับมหาวิทยาลัยนะ เงินเดือนก็ไม่มากด้วย”


                  ปักบุญยิ้มด้วยความดีใจ


                “ได้สิ เราเข้ากับเด็กได้อยู่แล้ว”


                 “งั้นก็ดีเลย เริ่มงานพรุ่งนี้เลยนะ”


                 ปักบุญพยักหน้า เขาอยู่พูดคุยกับกานติมาเรื่องแนวทางการสอนและหลักสูตรของโรงเรียนจนถึงช่วงใกล้โรงเรียนเลิก ปักบุญจึงได้กล่าวลาเพื่อนและเดินออกมาตรงหน้าโรงเรียน ช่วงระยะเวลาที่ผู้ปกครองกำลังขับรถมารับบุตรหลานการจราจรหน้าโรงเรียนค่อนข้างจอแจ ทันใดนั้นปักบุญก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังเดินไปทางร้านค้ากำลังจะถูกรถจักรยานยนต์ที่ขับแฉลบมาชน


              “ระวัง!”


              เขาปรี่เข้าไปอุ้มร่างป้อมได้ทันควัน รถมอเตอร์ไซค์เฉียดไปแค่นิดเดียวก็เกือบจะชนแล้ว เด็กหญิงร้องไห้จ้าด้วยความตกใจ


                “เด็กบ้า เดินระวังรถหน่อยสิวะ”


                คนขี่หันมาตวาด เด็กหญิงยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ปักบุญวางร่างป้อมลงกับพื้นพลางลูบผมอย่างอ่อนโยน


               “ไม่เป็นไรแล้วนะครับคนเก่ง หยุดร้องเถอะ น้ำตาเลอะหมดแล้ว”


                เสียงนุ่มของปักบุญทำให้เด็กหญิงคลายสะอื้นลงได้ ปักบุญยิ้มอย่างเอ็นดู


                “หนูจะมาซื้อขนมหรือคะ อยากกินอะไรเอ่ย”


               “หนูอยากได้อมยิ้มค่ะ”


                เสียงเล็กตอบโต้แม้จะยังมีเสียงสะอื้นปนมาแต่ก็เบาบางไปเยอะ ปักบุญจูงมือน้อยไปที่ร้านพลางช่วยเลือกขนมจนพอใจก่อนจะจูงมือกลับไปที่โต๊ะหินอ่อนใกล้รั้วโรงเรียน


              “อร่อยไหมคะ น้องอะไรนะ อายังไม่รู้จักชื่อเลย”


              “หนูชื่อแมงปอค่ะ อยู่อนุบาลสอง แล้วคุณอาใจดีชื่ออะไรคะ”


               เด็กหญิงแมงปอยิ้มจนหน้าพอง ถูกชะตากับคนที่มาช่วยไม่ให้เจ็บตัว คุณอาใจดียิ้มตอบพลางโยกหัวแมงปอเบาๆ


               “อาชื่อปักบุญ เรียกว่าอาปักก็ได้ แต่พรุ่งนี้อาจะมาเป็นคุณครูที่โรงเรียนนี้แล้ว ถ้าเจอกันแมงปอต้องเรียกว่าคุณครูแล้วนะ”


                 แมงปอตาโต เกาะแขนเพื่อนใหม่ไว้แน่น


                 “โห ดีจัง อาปักต้องเป็นคุณครูใจดีแน่ๆเลย”


                “แล้วนี่ แมงปอรอผู้ปกครองมารับใช่ไหมเอ่ย”


                 “ใช่แล้วค่ะ รอลุงดำมารับ อ้าว พ่อ”


                เด็กหญิงตัวป้อมเอ่ยทักข้ามไหล่ของปักบุญไปเมื่อเห็นบิดามารับ ก่อนวิ่งถลาไปหาให้ผู้เป็นพ่ออุ้มไว้


                 “พ่อจ๋า ตะกี้แมงปอเกือบถูกรถชน แต่มีคุณอาใจดีมาช่วยไว้”


                ทินภพตกใจ เขาสำรวจร่างกายลูกสาวเมื่อไม่เห็นร่องรอยบาดเจ็บจึงเบาใจ


                “ต่อไปแมงปอต้องระวังนะลูก แล้วไหนคุณอาใจดีที่ช่วยไว้ พ่อจะไปขอบคุณเขาสักหน่อยที่ช่วยลูกสาวพ่อ”


               “ทางนี้ค่ะพ่อจ๋า”


                ทินภพปล่อยแมงปอลงเดิน เด็กหญิงจูงมือบิดาให้ก้าวเร็วๆมาทางโต๊ะที่นั่งอยู่


                “นี่ไงคุณอาใจดี คุณอาปักขา นี่พ่อของแมงปอค่ะ”


                ปักบุญหันไปตามเสียงเรียก รอยยิ้มที่ค้างอยู่บนใบหน้าพลันเลือนหายเมื่อเห็นคนที่แมงปอจูงมืออยู่ หน้าขาวยิ่งซีดลงไปอีก ไม่ต่างจากทินภพที่ยืนอึ้งเมื่อรู้ว่าคนที่ช่วยแมงปอไว้คือคนที่เขาเพิ่งฝากรอยประทับไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง


                “คุณ...”


                 ปักบุญตะลึงงัน ทินภพมีลูกสาวแล้วแสดงว่ามีครอบครัวแล้ว แต่กลับมามีความสัมพันธ์กับเขา ช่างน่ารังเกียจเป็นที่สุดกับผู้ชายที่นอกใจภรรยาตนเอง


               “ปักบุญงั้นหรือ”


                โลกกลมเกินไป ใครจะนึกว่าคนที่ช่วยแมงปอไว้คือปักบุญ ท่าทางลูกสาวของเขาจะชอบปักบุญมากเสียด้วย ทินภพยกยิ้มที่มุมปาก


                “ยังไงก็ขอบใจนะที่ช่วยแมงปอ แต่ว่า...” เขาพูดโดยไม่ให้แมงปอได้ยิน “มันก็ลบล้างเรื่องทั้งหมดไม่ได้”


               ปักบุญโมโหจนหน้ามืด ประกอบกับที่เครียดสะสมมาหลายวัน อาหารก็ยังไม่ตกถึงท้องตั้งแต่เช้าแถมยังต้องมาเสียพลังงานไปกับการถูกทินภพข่มเหง แดดยามบ่ายคล้อยก็ยังแรงจนในที่สุดเขาก็ยืนไม่อยู่ ก่อนที่ร่างของปักบุญจะฟาดพื้นเขารู้สึกได้ว่ามีวงแขนมารับไว้ได้ทัน


               “พ่อ อาปักเป็นอะไร พ่อช่วยอาปักเร็วเข้า”


               นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ปักบุญได้ยินก่อนสติจะดับวูบลง






มีต่ออีกนิด....




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-12-2019 22:18:14 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


อ่านต่อตรงนี้....





               ลืมตาขื้นมาอีกครั้ง ปักบุญจึงกวาดสายตามองห้องเล็กๆสีขาว เขานอนอยู่บนเตียงที่มีสายน้ำเกลือแทงอยู่ที่แขน พยายามคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าตนเองมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้อย่างไร


               “พ่อ อาปักฟื้นแล้ว”


               เสียงดีใจของแมงปอเรียกสติกลับมาได้ นึกออกแล้วว่าเขายืนอยู่กับทินภพที่โรงเรียนอนุบาลแล้วปักบุญก็เป็นลมไป หรือว่าเป็นทินภพที่พาเขามาที่นี่


                “ทำไมไม่กินข้าว ปล่อยให้ท้องว่างแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนมายืน”


               เสียงแข็งที่ลุกขึ้นมายืนข้างเตียงต่อว่า ไม่อยากจะรับรู้ว่ามันเจือด้วยร่องรอยห่วงใยอยู่บ้าง ขอบตาของปักบุญร้อนผ่าวด้วยความน้อยใจ ไม่เข้าใจตนเองว่าทำไมต้องรู้สึกเช่นนั้นด้วย


              “ไม่ต้องมายุ่ง กระเพาะของผม ตัวของผม คุณไม่เกี่ยว”


             “พ่อ อย่าดุอาปักสิคะ ดูสิ อาปักกลัวหมดแล้ว โอ๋ๆนะคะ อาปักอย่าร้อง พ่อไม่ดุแล้ว”


              แมงปอลูบหลังมือของเขา ปักบุญก็ยิ่งห้ามความรู้สึกไม่ได้ เขาพยายามเบนหน้าหนีไม่อยากให้ทินภพเห็นสีหน้าของเขา ทินภพได้แต่ถอนหายใจ


               “เอาล่ะๆ หมอบอกว่านายแค่อ่อนเพลีย ให้น้ำเกลือถุงเดียวไม่ต้องแอดมิท เดี๋ยวน้ำเกลือหมดฉันจะไปส่งนายที่บ้านเอง แล้วรถยนต์ของนายเดี๋ยวจะให้คนที่ออฟฟิศในเมืองขับรถไปให้ที่ไร่”


                “แต่ว่า...”


                “ใช่เวลาดื้อหรือเปล่า” ทินภพขัดเมื่อเห็นปักบุญไม่ยอม “ตอนนี้กินอาหารในถาดให้หมดจะได้มีแรง แมงปอ บังคับอาปักคนดีให้กินข้าวเดี๋ยวนี้เลย”


                แมงปอยิ้มแฉ่งพลางลากโต๊ะอาหารมาใกล้เตียง เด็กหญิงปีนขึ้นไปนั่งขอบเตียงก่อนจะหว่านล้อมให้ปักบุญยอมกินอาหาร


                 “อาปักขา กินข้าวนะคะ จะได้แข็งแรงโตเร็วๆเหมือนแมงปอไง”


               ได้กลิ่นอาหารท้องก็ร้องขึ้นมา ปักบุญจำต้องตั้งอาหารเข้าปากด้วยการคะยั้นคะยอของแมงปอในขณะที่ทินภพเลี่ยงไปนั่งมองห่างๆ ปักบุญรู้แต่ว่าสายตาคมจ้องมองไม่คลาดสายตา จนกระทั่งอาหารหมดและน้ำเกลือหมดทินภพกับแมงปอจึงพาเขาออกจากโรงพยาบาล


               “เงินค่ารักษา ผมจะใช้คืนคุณ”


               ปักบุญกล่าวเมื่อเข้าไปในรถยนต์ของทินภพ อีกฝ่ายได้แต่สะบัดหน้าหนีไปมองถนนและพาปักบุญกลับไร่ชมจันทร์ และทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน พรรณีผู้เป็นมารดาถึงกับวิ่งออกมา


                “ปัก ลูก ทำไมกลับมาเสียค่ำเลยล่ะ แล้วรถยนต์ก็มีคนขับมาจอด ว้าย คุณทินภพ”


                พรรณีหน้าซีดเมื่อเห็นร่างสูงที่ลงมาจากรถ ใครๆก็ต้องรู้จักคนดังแห่งไร่เชิญตะวัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาเหยียบที่ไร่ชมจันทร์แห่งนี้ หน้าขรึมกวาดสายตามองบ้านไม้หลังไม่ใหญ่นักหากเทียบกับบ้านของเขา


               “แมงปอ สวัสดีอาปักคนดีของลูกได้แล้ว เราจะได้กลับบ้านกัน”


                เด็กหญิงแมงปอโผล่หน้ามาจากกระจกรถ ยิ้มแป้นให้ปักบุญ


                 “แมงปอกลับแล้วนะคะอาปัก พรุ่งนี้เจอกันที่โรงเรียนค่ะ บ๊ายบาย”


                ทินภพไม่พูดอะไรอีก เขาเดินกลับขึ้นรถและขับออกไปราวกับรังเกียจที่ได้ยืนอยู่บนพื้นที่ของไร่ชมจันทร์ เมื่อลับสายตาแล้วพรรณีจึงเอ่ยถามบุตรชาย


                “ปัก ทำไมเขาถึงมาส่งลูกได้ล่ะ”


               “แม่อย่าเพิ่งถามปักเลย ปักเหนื่อยอยากนอน พรุ่งนี้ต้องไปเริ่มทำงานสอนเด็กด้วย”


                 เดินหนีเข้าห้องตัวเอง อาบน้ำล้างคราบเหงื่อคราบคาวที่ยังทิ้งความรู้สึกไว้บนร่าง ปักบุญล้างเท่าไหร่ความเจ็บช้ำก็ยังไม่จางหาย ในที่สุดเขาก็มานอนนิ่งอยู่บนเตียง ใจไม่อาจลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย ราวกับทินภพยังลูบไล้ร่างของเขาอยู่ตลอดเวลา


                 “ไม่ เราจะต้องลืม ลืมมันให้หมด”


                ปักบุญใช้หมอนปิดหน้าตนเองเพื่อให้เขาเลิกคิดถึงใบหน้าคมและร่างกายสูงใหญ่ที่ครอบครองเขาเมื่อกลางวันนี้ ชายหนุ่มหลับลงไปอย่างทรมาน และกระนั้นทินภพก็ยังตามเขาไปแม้แต่ในฝันตลอดทั้งคืน




                                                            TBC



                                                     มันก็จะน้ำเน่าหน่อยๆอะนะ
                                                    ไม่รู้ว่าชอบกันหรือเปล่า หุหุ






                                           :hao3: :hao3: :hao3: :hao3: :hao3: :hao3: :hao3:







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13-12-2019 22:23:08 โดย Belove »

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
ชอบๆๆ สนุกมาก มาต่อบ่อยๆนะ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอๆ

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
ชอบๆ นะ นี่ทินสบายใจได้เลย ถ้าคิดถึงปักก็ใช้แมงปอเป็นข้ออ้างเข้าหา อิอิอิ

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ปัก ต้องรีบแก้แค้นคืน

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2400
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-5
ชอบมาก แนวนี้ เป็นเพราะนักเขียน เขียนได้อรรถรสด้วย

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
ทินภพ ดูน่าจะติดใจปัก

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชอบมากๆเลยค่ะ ขำที่ทินภพเรียกปักบุญว่าปักบุญคนดี ชอบน้องปอมากๆเลยพูดเก่งมากๆ  :pig4: :L1:

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
นั่นไง เขามีกองหนุนเป็นลูกสาวตัวเองแล้วอ่ะค่ะคุณเจ้าของไร่คนดัง

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove



                                                         หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                                บทที่ 6



              “พ่อไปรู้จักกับอาปักตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”


              แมงปอถามบิดาขณะที่ทินภพขับรถกลับไร่หลังจากไปส่งปักบุญแล้ว เขาอึ้งไปครู่หนึ่งเพื่อหาคำตอบให้ลูกสาว แต่จะให้ตอบว่าอย่างไรเล่า รู้จักเพราะไปทำ “ภารกิจเปิดน้ำ” ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดี แต่จะเล่าถึงสาเหตุความแค้นเคืองกันตอนนี้แมงปอก็คงไม่เข้าใจ


              “อาปักของแมงปอเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนพ่อตอนมัธยมน่ะ”


               ตอบอย่างขอไปทีพอให้ลูกสาวไม่ต้องถามต่อ เมื่อไปถึงบ้านนายทูลก็รออยู่แล้วด้วยความเป็นห่วงที่หลานสาวกลับบ้านผิดเวลา แมงปอวิ่งถลาเข้าไปหาปู่พลางส่งเสียงเจื้อยแจ้ว


               “คุณปู่ขา แมงปอกลับมาแล้วค่า”


               ทูลกอดหลานสาวตัวป้อมไว้พลางหอมแก้มดังฟอด


               “หายไปไหนกันมาทั้งพ่อทั้งลูก ไหนเล่าให้ปู่ฟังซิ”


               เด็กหญิงแมงปอยิ้มแฉ่งก่อนจะเล่าเรื่องว่าเดินไม่ระวังเกือบถูกรถชนและมีคุณอาใจดีช่วยไว้ แต่คุณอาเป็นลมทินภพกับแมงปอจึงพาไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นจึงพาไปส่งที่บ้าน


              “คุณอาหล่อมาก ใจดี๊ดีด้วยค่ะ ชื่ออาปักบ้านก็อยู่ไม่ไกลจากเรา ทำไมแมงปอถึงไม่เคยเจออาปักก็ไม่รู้”


              ทูลเหลือบตามองบุตรชายด้วยความสงสัย ทินภพยักไหล่พลางกล่าวกับบิดา


              “ใช่แล้วพ่อ ปักบุญนั่นแหละ เห็นว่าไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนของแมงปอ”


               ผู้อาวุโสสุดพยักหน้า นึกเห็นใจลูกหลานของไร่ชมจันทร์อยู่เหมือนกัน


              “ก็คงหารายได้เพิ่มนั่นแหละ ดีนะ ไม่ใช่คนงอมืองอเท้ารอความหวัง”


           “ชื่นชมกันจังเลยทั้งปู่ทั้งหลาน” ทินภพอดหมั่นไส้ไม่ได้ “ไม่รู้ไปทำเสน่ห์ที่ไหนมา ใครต่อใครถึงได้เห็นใจกันไปหมด”


                พูดจบทินภพก็เดินหนีกระแทกเท้าเข้าห้องส่วนตัวทั้งที่หน้ายังงอหงิก เขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามานั่งที่โต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่มีสมาธิแม้แต่น้อย


              “โว้ย เป็นอะไรวะ”


              ยกมือลูบหน้าพยายามขับไล่ความฟุ้งซ่านเมื่อทำงานต่อไปไม่ไหว เขาเดินมาทิ้งตัวลงไปบนเตียงใช้สองมือประสานใต้ท้ายทอย ดวงตาแม้จะจ้องมองเพดานแต่กลับมีภาพของปักบุญที่นอนหลับอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลปรากฏอยู่


              “ไปให้พ้นนะปักบุญ ฉันไม่เห็นใจง่ายๆหรอก”


               กว่าจะข่มตาให้หลับได้ก็ปาไปค่อนคืน เมื่อถึงเช้าวันรุ่งขึ้นทินภพตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก่อนที่พี่เลี้ยงของแมงปอจะจัดการกับลูกสาวเสียอีก


               “พ่อ แต่งตัวแบบนี้จะไปไหน”


                เพราะปกติบิดามักจะตื่นแต่เช้ามืดแล้วแต่งกายรัดกุมเข้าไปทำงานในไร่และกลับมาพักในช่วงสาย แต่วันนี้ทินภพกลับแต่งกายเหมือนไม่ได้เข้าไร่ ทินภพหันมายิ้มให้ลูกสาว


               “หลังจากวันนี้พ่อจะให้ลุงดำไปขับรถให้คุณปู่ แล้วพ่อจะไปรับไปส่งแมงปอที่โรงเรียนเอง ดีไหมลูก”







               ปักบุญตื่นเช้าอย่างไม่สดใสนัก อาการปวดร้าวระบมเกิดขึ้นตามมัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะช่วงล่าง ยิ่งตอกย้ำให้เขาเจ็บใจถึงสาเหตุจากทินภพเมื่อวานนี้ แต่เขาก็ต้องฝืนเพื่อจะไปทำงานที่โรงเรียนของกานติมาในวันแรก


              “ตื่นแล้วหรือปัก ทำไมทำหน้างอแบบนั้น”


               พรรณีเอ่ยถามอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้หาคำตอบ ได้แต่จัดการหาอาหารเช้ามาให้ลูก


              “อ้อ น้ำในลำธารเริ่มไหลมาแล้วนะ ปักทำยังไงถึงทำให้ไร่โน้นเขายอมปล่อยน้ำมาให้ เก่งจังเลยลูก”


               น้ำเสียงชื่นชมของมารดาทำให้ขอบตาร้อนผ่าวเมื่อมูลค่าของน้ำที่ไหลผ่านคือร่างกายของเขาที่ต้องยอมให้ทินภพข่มเหง


                “ช่างเถอะแม่ เขาปล่อยน้ำมาก็ดีแล้ว เป็นประสบการณ์สอนปักว่าทำอะไรต้องทำให้รอบคอบ จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก อ้อ แม่ ปักจะไปทำงานที่โรงเรียนอนุบาลของเพื่อนนะ จะได้เงินมาอีกทางหนึ่ง เพราะถ้าให้ปักทำไร่ก็ไม่ถนัดเท่าไหร่”


               “ดีแล้วลูก ถ้าสบายใจก็ทำเถอะ งานในไร่แม่พอจะช่วยกันกับคนงานได้”


              พรรณีเห็นดีเห็นงามด้วย ปักบุญจึงรีบกินอาหารเช้าให้อิ่มแล้วขับรถยนต์ไปที่โรงเรียน เมื่อจอดรถเรียบร้อยเขาก็รีบเดินไปหากานติมาที่ห้องทำงาน ไม่นึกว่าจะบังเอิญพบกับทินภพที่พาแมงปอมาส่งที่ห้อง ร่างสูงหน้าตาคมเข้มกำลังยืนสนทนากับคุณครูสาวประจำห้องที่แมงปอเรียนอยู่


              “ดีใจจังที่วันนี้คุณทินมาส่งแมงปอได้ ต่ายไม่ได้คุยกับคุณทินตั้งนานแน่ะค่ะ”


               แปลกที่ปักบุญขัดหูขัดตากับท่าทีของคุณครูสาวและน้ำเสียงที่ร่าเริงเกินเหตุยามกล่าวกับทินภพ เหมือนอีกฝ่ายเหลือบเห็นเขาเข้าพอดีทินภพจึงคลี่ยิ้มส่งให้คุณครูคนนั้น


                “ผมวุ่นๆกับที่ไร่น่ะครับครูต่าย แต่หลังจากนี้จะมารับส่งแมงปอทุกวัน ถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับแมงปอบอกผมได้เลยนะครับ”


              “อาปัก”


              เสียงเด็กหญิงดังขัดคอบิดาก่อนจะวิ่งถลามาหา ปักบุญได้แต่ยิ้มรับเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใส


             “สวัสดีจ้ะแมงปอ”


             “อาปักหายดีหรือยังคะ วันนี้ได้กินข้าวมาเยอะๆหรือเปล่า เดี๋ยวไม่สบายอีกนะคะ”


              สีหน้าเป็นห่วงด้วยความไร้เดียงสาทำให้ปักบุญยิ่งเอ็นดู เขาวางมือบนศีรษะของเด็กน้อยก่อนโยกเบาๆ


              “วันนี้อาปักสบายดีแล้วค่ะ ขอบใจแมงปอนะคะที่เป็นห่วง”


              “แล้วก็อย่าทำตัวเป็นภาระใครอีกล่ะ”


              ไม่ใช่เสียงของแมงปอแต่เป็นเสียงของผู้เป็นพ่อ ทินภพเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ปักบุญก็ไม่ทันมอง รู้อีกทีตอนได้ยินเสียงค่อนแคะจนปักบุญหน้าร้อนเห่อ


             “ผมจะเป็นอะไร ก็ไม่เห็นใครต้องมายุ่ง”


             กัดฟันตอบโต้เสียงเบาเพราะไม่อยากให้เด็กเล็กอย่างแมงปอได้ยิน เมื่อทินภพได้ยินดังนั้นเขาก็ขยับปากราวกับจะพูดอะไรต่อแต่ไม่ทัน ปักบุญยอมเสียมารยาทเดินหนีไปทันที แมงปอทำหน้ามุ่ยใส่บิดาเมื่อเห็นปักบุญเดินหนี


             “พ่อจ๋าจะดุอาปักทำไมคะ อาปักงอนเลย”


             “เข้าข้างกันจริง รู้จักเขาแค่วันเดียว” ทินภพหมั่นไส้บุตรสาวเหลือกำลังที่เข้าข้างปักบุญ “ไว้พ่อจะง้ออาปักของแมงปอทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้ไปเรียนได้แล้ว ครูต่ายเรียกเข้าห้องแล้ว”


              เมื่อส่งบุตรสาวเข้าห้องที่มีคุณครูสาวยืนยิ้มหวานรออยู่ ทินภพจึงค่อยเดินกลับมาที่รถของเขา ชายหนุ่มมองไปทางรถยนต์ของปักบุญที่เขาจำได้ด้วยความประหลาดใจ ความรู้สึกที่อยากจะตอแยอีกฝ่าย อยากแหย่ให้หน้าขรึมๆนั่นแสดงท่าทีโมโหโกรธา เหล่านั้นมันคืออะไรกันแน่


              ทินภพตอบตัวเองว่ามันคือความชิงชังนั่นแหละไม่ใช่อย่างอื่น เขาแค่อยากทำให้ปักบุญอับอายก็เท่านั้นเอง ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ ไม่มีทาง!








              เมื่อมาพบกับกานติมาในตอนเช้า หญิงสาวจึงพาเดินแนะนำสถานที่และรู้จักกับคุณครูท่านอื่นๆ จากนั้นจึงพาไปที่ห้องเรียนของเด็กอนุบาลหนึ่งที่ขาดคุณครูอยู่ โดยห้องหนึ่งจะมีคุณครูประจำชั้นสองคน คุณครูอีกท่านเป็นหญิงมีอายุแล้วท่าทางใจดี ปักบุญสบายใจกับงานใหม่ของเขา ชายหนุ่มสนุกสนานไปกับเด็กๆจนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียน ขณะรอส่งเด็กนักเรียนเขาก็หันไปสบตากับใครคนหนึ่ง ทั้งคู่ต่างระลึกความทรงจำก่อนจะยิ้มให้กันด้วยความดีใจ


               “ปักบุญ”


             “พี่กฤษ”


              กฤษณะเป็นพี่ชายของกานติมา ซึ่งก็เคยคุยกันบ่อยๆ จำได้ว่ากฤษณะทำงานบริหารโรงเรียนในเครืออีกแห่งหนึ่ง ไม่นึกว่าจะได้พบกันวันนี้


             “ดีใจที่ได้เจอปัก ได้ข่าวจากกานอยู่เหมือนกันว่าปักมาสมัครเป็นครูที่นี่ ยินดีต้อนรับนะ”


             พี่ชายของกานติมาใจดีสำหรับเขาเสมอ กฤษณะเอาใจใส่เพื่อนของน้องสาวทุกคนจนเป็นที่พร่ำเพ้อของเพื่อนๆผู้หญิงในกลุ่ม แม้แต่ผู้ชายเช่นเขากฤษณะก็ยังโอบอ้อมอารี ต่างจากใครบางคนราวฟ้ากับเหว


              “ผมก็ดีใจที่ได้มาทำงานที่โรงเรียนนี้ บรรยากาศดีมากครับ”


               คุยกันอยู่พักใหญ่จนกระทั่งได้ยินเสียงแจ๋วๆของแมงปอดังขึ้น


              “อาปัก เอ๊ย ครูอาปักขา”


               เด็กหญิงจำได้ว่าปักบุญเคยบอกให้เรียกว่าคุณครูเมื่อพบกันที่โรงเรียน แต่แมงปอก็ยังอยากเรียกอย่างที่คุ้นเคย ปักบุญเอ่ยปากร่ำลากฤษณะก่อนจะหันมาหาแมงปอ


               “ว่าไงคะแมงปอ เรียนสนุกไหม เสียดายที่อาปักไม่ได้สอนห้องของแมงปอ”


                “แมงปอก็อยากให้อาปักสอนแมงปอค่ะ ครูต่ายสอนภาษาอังกฤษ แมงปอยังจำไม่ได้”


                แก้มยุ้ยหน้ายู่ลงด้วยความเสียดายเช่นเดียวกัน จนคนที่เดินเข้ามาใหม่ส่งเสียงขัดอย่างอดปากไม่ได้


               “อาปักเค้าคงไม่มีเวลาสอนแมงปอหรอกมั้ง มาทำงานวันแรกก็เที่ยวคุยกับคนโน้นคนนี้หน้าระรื่น”


                ความจริงคือทินภพมาถึงและยืนมองปักบุญขณะคุยกับกฤษณะพักใหญ่แล้ว เมื่อเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงอารมณ์เสียนัก ยิ่งปักบุญอมยิ้มพลางมองตามหลังกฤษณะที่เดินห่างไปเขาก็ยิ่งฉุนเฉียว


               “ธรรมดาครับ ใครที่ดีกับเรา เราก็ต้องดีตอบ ใช่ไหมครับแมงปอ”


                “แมงปอ กลับบ้าน!”


                 “อ้าว พ่อจ๋า แมงปอยังคุยกับอาปักอยู่”


                  เด็กหญิงทำหน้าเหรอหราจนทินภพต้องคว้าแขนป้อมไว้


                “ทำเป็นจะไม่เจอกันอีกไปได้ เดี๋ยวก็ต้องเจอหน้ากันทุกวัน กลับได้แล้ว”


                พูดจบก็คว้าลูกสาวอุ้มขึ้นแขนแล้วสะบัดหน้าหนีเดินจาก ปักบุญมองตามหลังด้วยความไม่เข้าใจกิริยาอาการของทินภพ


               “จะบ้าหรือเปล่า คนอะไรอยู่ๆก็หัวร้อนไม่มีสาเหตุ”


               ปักบุญถอนหายใจก่อนจะเดินไปยังรถยนต์ของเขาแล้วขับกลับไร่ชมจันทร์






มีต่ออีกนิด...




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-12-2019 13:55:05 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


อ่านต่อตรงนี้...



           หงุดหงิด!


           ทินภพหงุดหงิดตัวเองที่หงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล


            เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นคนใจร้อน แต่ความจริงคือเขาค่อนข้างบริหารเสน่ห์ตนเองได้ดี แต่วันนี้เขากำลังเสียอาการตั้งแต่กลับมาจากโรงเรียนของแมงปอ ทินภพต้องพยายามไม่แสดงมันออกมาให้ลูกสาวได้เห็นขณะสอนแมงปอทำการบ้าน แต่อยู่ๆภาพความสนิทสนมของปักบุญกับชายคนอื่นก็ปรากฏขึ้นมาอีกแล้ว


             หวนคิดไปถึงรสชาติบนเตียงในวันนั้น ความสุขสมยังคล้ายอบอวลอยู่ กลิ่นกายและเนื้อหนังยังตอกย้ำให้เขารับรู้ เขาคือคนแรกของปักบุญ เขาคือคนแรกที่ได้ลิ้มลองร่างกายนี้ และทินภพไม่ต้องการให้ใครมาซ้ำรอยเขา อย่างน้อยก็ในช่วงระยะเวลาที่เขายังต้องการตักตวง


            “แมงปอทำอีกสองข้อนะ เดี๋ยวพ่อมา”


             ลุกจากที่นั่งเดินไปพอไม่ให้ลูกสาวได้ยินเสียง ทินภพดึงโทรศัพท์มือถือมากดโทรไปหาใครบางคน ครั้งแรกถูกตัดสายทิ้ง แต่ทินภพก็ยังอดทนพอที่จะโทรไปครั้งที่สองและสาม จนกระทั่งครั้งที่สี่อีกฝ่ายจึงยอมรับสาย


            “โทรมาทำไม”


             ปลายทางกระแทกกระทั้นตอบ น่าแปลกที่ทินภพยิ้มออกมาได้


              “ทำไม โทรมาไม่ได้เหรอ อย่าลืมว่านายเคยโทรมาหาฉันก่อน”


               ปักบุญไม่ได้วางสายแต่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวอีกครั้ง


              “เราไม่ควรติดต่อกันอีก คุณก็ได้ในสิ่งที่คุณต้องการแลกกับสิ่งที่ผมอยากได้ ทุกอย่างจบแล้ว”


              “นายยังติดหนี้ค่าโรงพยาบาลที่ฉันจ่ายให้”


              ทินภพอ้างข้อได้เปรียบอีกครั้ง ปักบุญกัดฟันด้วยความโมโห


               “ถ้าเงินเดือนเดือนแรกออก ผมจะรีบจ่ายให้คุณ”


               “ฉันต้องการเดี๋ยวนี้!”


               ถ้าปักบุญขว้างโทรศัพท์ทิ้งได้ก็คงทำแล้ว แต่เขาทำได้แค่เพียงกำมันไว้แน่นจนเหงื่อซึม


               “คุณมันบ้า!”


               “สองทุ่ม นายต้องมาหาฉันที่ฝายกั้นน้ำ”


              “ผมไม่ไป”


               “ไม่ไป? หรือว่านายอยากให้ฉันขับรถเข้าไปในไร่ชมจันทร์แล้วบอกแม่ของนาย ว่าคุณแม่ครับ ผมกับลูกชายคุณแม่เราได้เสียกันแล้ว ลูกชายคุณแม่เสียสละร่างกายมอบความสุขให้ผมเพื่อแลกกับน้ำในไร่”


              “คนเลว”


              ทินภพยิ้มกับตัวเองเมื่อได้ยินน้ำเสียงก่นด่าแต่ทว่าไม่มีทางเลือกของปักบุญ เขารู้ว่ามารดาคือจุดอ่อนและต้องใช้ให้เป็นประโยชน์


            “ฉันจะไปรอที่นั่น และถ้าสองทุ่มนายยังไม่มา คงรู้ดีนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


            พูดจบทินภพก็ตัดสายทิ้ง เขาผิวปากเดินกลับไปหาแมงปออย่างอารมณ์ดีขึ้น


             “ลูกสาวพ่อเก่งจัง ทำการบ้านเองได้ถูกหมดเลย”


              ดึงแมงปอมาหยอกล้ออยู่พักหนึ่งจึงส่งลูกสาวให้พี่เลี้ยงพาไปนอน หลังจากนั้นร่างสูงจึงยืนขึ้น


             “จะไปไหนไอ้ทิน”


              บิดาเดินออกมาจากห้องชมภาพยนต์ เขาหันไปยิ้มให้นายทูล


              “ไปตรวจไร่สักหน่อยน่ะพ่อ ว่าพวกเวรยามหละหลวมหรือเปล่า”


            ทูลพยักหน้ารับ และไม่ได้สนใจอีกเพราะบุตรชายก็ดูแลไร่อย่างนี้เป็นปกติ ทินภพเดินไปที่รถยนต์ของเขาพลางสตาร์ทขับไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงจุดหมายในเวลาไม่นานนัก รอจนใกล้ถึงเวลานัดชายหนุ่มจึงเห็นแสงไฟของรถยนต์คันหนึ่งที่ขับมาจากทางไร่ชมจันทร์จนกระทั่งมันจอดลงใกล้กับรถของเขา หากแต่คนขับกลับไม่ยอมลงมาจากรถ ทินภพเลิกคิ้วมองเมื่อเห็นความท้าทาย เขาก้าวลงไปที่รถคันนั้นพลางเปิดประตูออก


            “ลงมา”


             ปักบุญยังดื้อแพ่ง มองเขาด้วยดวงตาวาวโรจน์ แต่ทินภพไม่สนใจ เขากระชากแขนของปักบุญให้ออกมาจากรถ


              “คุณจะเอายังไงอีก”


              เมื่ออยู่กันเพียงลำพังท่ามกลางความมืดมิด ปักบุญจึงไม่ต้องรักษาอากัปกิริยาอีกแล้ว เขาตะโกนลั่นใส่หน้าทินภพด้วยเสียงสั่นเครือ


              “ผมยอมคุณ ให้คุณทำลายไปแล้ว มันไม่สาแก่ใจอีกหรือ”


                ทินภพไม่ตอบ เขาดึงแขนปักบุญที่ยังดิ้นรนแล้วผลักเข้าไปภายในรถของเขา ชายหนุ่มปิดประตูใส่ดังปังก่อนจะก้าวมาที่นั่งคนขับและสตาร์ทรถขับพาปักบุญลึกเข้ามาในอาณาเขตของไร่เชิญตะวัน จนกระทั่งหยุดลงหน้ากระท่อมเล็กหลังหนึ่ง ทินภพจึงลงไปฉุดให้ปักบุญเดินตาม ครั้นร่างโปร่งดิ้นรนทินภพจึงโอบเอวปักบุญขึ้นบ่าก้าวเข้าไปในกระท่อมที่มีเพียงแคร่ตัวเล็กตัวหนึ่งเท่านั้น


               “อย่านะ ไม่!”


               ปักบุญไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เมื่อทินภพวางเขาลงไปกับแคร่ ดวงตาคมมองตรงมาราวกับไฟที่กำลังคุโชน




                                                                 TBC


                                   โอ๊ยยย อีคุณทินมันจะปล้ำปักบุญอีกล้าววว ช่วยปักบุญด้วย





                                              :o :o :o :o :o :o :o :o







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-12-2019 14:01:34 โดย Belove »

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
โอ้ยอีตาทินทำอย่างนี้กับปักบุญได้ยังไง เห็นคนอื่นเป็นที่สนองอารมณ์
ความเป็นมนุษย์นะมีบ้างไหม เป็นโรคจิตหรือที่ชอบทำร้ายคนไม่มีทางสู้
ช่างโหดร้ายเหลือเกิน ...ว่าแต่กระท่อมไปทางไหน เราจะได้ไปแอบดูว่า
...ว้ายไม่พูดดีกว่า
 :-[ :-[ :-[ :-[

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

โตจนมีลูกแล้ว  ตรรกะยังป่วยอยู่อีก  ช่างน่าสงสารจริง ๆ

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3433
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-0

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
โอ๊ยยย สงสารโดนอีกแล้วว

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
รอตอนต่อไป

ออฟไลน์ nikpook

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 284
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ทินภพคือแย่มากๆ ปักบุญก็มีหัวใจมีความรู้สึกนะ ทำไมทำแบบนี้ :m31: :3125: ปักบุญอย่าไปหลงรักคนเลวง่ายๆน้า :katai1:  :pig4: :L1:

ออฟไลน์ u_cosmos

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +80/-1
พระเอกเราคุ้มร้ายมากกว่าคุ้มดี
กว่าจะรักกันได้จริงปักบุญน่าจะช้ำไปทั้งตัวแล้ว

ออฟไลน์ Leenboy

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3095
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +105/-2
อุ๊ยตายแล้ว!!!!!

ออฟไลน์ blanchard

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-3
รอดูวันที่ไอ้คุณทินรักปักหัวปักหัวปำ    :m19:


ปักต้องอย่าใจอ่อนง่าย ๆ นะ ให้ไอ้ซาตานมันคลั่งจนบ้าไปเลย    :m26:

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4061
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ขยันปล้ำแท้ ..

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove



                                                           หักเหลี่ยมรักซาตาน

                                                                 บทที่ 7



              “คุณไม่ควรทำแบบนี้ มันผิดมากนะ คุณมีครอบครัวแล้วก็ควรคิดถึงใจลูกเมียของคุณด้วย ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณทำผิดซ้ำซากจะเสียใจแค่ไหน”


                ปักบุญทำใจดีสู้เสือเตือนสติเผื่อว่าทินภพจะคิดถึงใจของแมงปอและภรรยาบ้าง แต่สิ่งที่เห็นคือทินภพหรี่ตามองก่อนแค่นยิ้มออกมา


                “เป็นห่วงว่าตัวเองจะทำผิดศีลห้างั้นหรือ ไม่เป็นไรหรอกปักบุญ ถ้าจะตกนรกเราก็จะตกไปพร้อมกันนี่แหละ”


                 คนที่ตกเป็นเบี้ยล่างสัญญากับตัวเองว่าคราวนี้เขาจะสู้สุดชีวิตปักบุญจึงดิ้นรนไม่ยอมแพ้  ข้อมือแกร่งคว้าแขนทั้งสองของปักบุญที่ยังปัดป้องไม่เลิกไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ทินภพขยับนั่งคร่อมทับต้นขาของเขาเพื่อหยุดการดิ้นรนขัดขืน ทั้งยังดึงเข็มขัดที่ปักบุญคาดไว้กับกางเกงออกมาแล้วมัดข้อมือทั้งสองผูกติดกัน


                “คนสารเลว จะทำอะไร”


                 ปักบุญตกใจเมื่อตกอยู่ใต้พันธนาการ แขนทั้งสองถูกผลักให้ยกไปแนบกับศีรษะ ปลายเข็มขัดอีกข้างถูกมัดโยงไว้กับขาแคร่ข้างหนึ่ง ตอนนี้เองที่ชายหนุ่มรู้ว่าเขาเสียเชิงทินภพโดยไร้ทางต่อสู้


               “หยุดดิ้นสักทีสิ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”


                ร่างสูงโน้มลงมาเค้นเสียงอยู่ข้างหูอย่างเป็นต่อ ทินภพบีบกรามของปักบุญให้เปิดกว้างเพื่อที่เขาจะบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างไม่ปรานี กว่าจะยอมถอนจูบหนักหน่วงกลีบปากนั้นก็เห่อบวมไปหมด ทินภพยืดกายขึ้นเพื่อที่เขาจะปลดกระดุมเสื้อของปักบุญออกจนกระทั่งสาบเสื้อแยกจากกัน มองเห็นผิวเนียนในความมืด


                 “อย่านะ คุณกำลังจะข่มขืนผม”


                เพียงมองเห็นเนื้ออ่อนบางก็ไม่มีอะไรมาหยุดทินภพได้แล้ว เขาขยับกายลงต่ำพลางโน้มกายลงไปอีกครั้งเพื่อเชยชมร่างกายที่เพียรหลอกหลอนเขามาตั้งแต่เห็นครั้งแรก ทินภพขบเม้มไปตามเนื้อตัวโดยเฉพาะติ่งไตเม็ดเล็กบนเนินอก มือใหญ่คว้าหมับที่จุดอ่อนไหวใต้กางเกงแล้วบีบเค้นไปมา ทุกอย่างเกิดจากประสบการณ์ช่ำชองของเขาที่รู้ดีว่าควรกระตุ้นที่จุดไหน มั่นใจว่าปักบุญไร้ประสบการณ์โดยสิ้นเชิง อาจจะไม่เคยแม้แต่ช่วยตัวเองให้สุขสมด้วยซ้ำ


               “ฮือ คนบ้า ผมเกลียดคุณ”


                ปักบุญหมดแรงดิ้นรนในเวลาไม่นานนัก ทุกจุดที่ทินภพโจมตีล้วนแล้วแต่อ่อนไหวสำหรับเขา ชายหนุ่มโกรธตัวเองที่โง่เขลาในเรื่องนี้จนกลายเป็นจุดอ่อนไปได้ และเกลียดเช่นกันที่ร่างกายของเขาตอบรับต่อการกระทำของทินภพ มันตื่นตัวยามที่กางเกงถูกชิงถอดแล้วโยนทิ้งลงไปกับพื้น ปักบุญเบิกตากว้างเมื่อทินภพรูดซิปกางเกงของเขาเพื่อนำอาวุธที่จะทำร้ายปักบุญออกมา


               “มะ ไม่”


                ท่อนขาของปักบุญถูกดันให้แยกห่าง ทินภพใช้น้ำลายตนเองถ่มใส่เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นในยามคับขัน เขาก้มมองปักบุญในความมืด บอกไม่ถูกว่าเหตุใดถึงต้องการคนคนนี้นัก ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมีอิทธิพลกับทินภพเท่าปักบุญ มันเต็มไปด้วยความกระหายในเรือนร่างและต้องการเอาชนะ ทินภพต้องการครอบครองปักบุญแต่เพียงผู้เดียว


               “อ๊ะ อ๊าก”


                ปักบุญแหงนหน้าร้องลั่นเมื่อทินภพดันเอวเข้าใส่ช่องทางของเขา แต่ไม่นานทินภพก็ปิดเสียงนั้นไว้ด้วยปากที่กดทับแนบแน่นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาบังคับให้ปักบุญเปิดทางสำหรับลิ้นร้อนที่ฉกลงไปราวกับอสรพิษร้าย มันตวัดฉวัดเฉวียนอยู่ในช่องปากจนปักบุญสติกระเจิดกระเจิง ในขณะเบื้องล่างทินภพก็ไม่ว่างเว้นที่จะดันเอวลึกเข้ามาเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวปักบุญก็ถูกสอดใส่เข้ามาจนมิดเต็มความยาวของอาวุธ


                “เลิกดิ้น เลิกร้องไห้สักที ฉันจะทำให้เราสุขสมด้วยกันทั้งคู่ นายไม่ชอบเหรอ”


                ทินภพกระซิบด้วยเสียงที่บังคับให้มันสั่นน้อยที่สุด ยามนี้ร่างกายของเขาตื่นตัวเป็นอย่างมากเมื่อได้ล่วงล้ำเข้าไปสู่ปักบุญจนคับแน่น ปักบุญมองเขากลับด้วยสายตาตัดพ้อระคนเจ็บใจ นั่นยิ่งทำให้ทินภพอยากเอาชนะมากขึ้น


                 “ไม่ ไม่มีทางที่ผมจะเป็นอย่างที่คุณต้องการ ไม่มีทาง”


               หัวใจของปักบุญไหววูบเมื่อเห็นดวงตาคมที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจร้อนรินรดเบิกกว้างไปด้วยประกายแห่งความดึงดันเอาแต่ใจ ในวินาทีนี้ทินภพเผด็จการจนน่ากลัว ปักบุญพยายามแล้วที่จะต่อสู้ ข้อมือทั้งสองที่ถูกพันธนาการไว้เหนือหัวเจ็บแปลบเพราะเข็มขัดบาดเข้าเนื้อนุ่ม แต่กระนั้นก็ยังปราศจากอิสระ


                “อย่างนั้นหรือปักบุญ ถ้างั้นมาลองดูกันว่านายจะทำได้อย่างที่ท้าทายหรือเปล่า”


                คนเอาแต่ใจเปลี่ยนแผนการณ์กะทันหัน หากไม้แข็งไม่อาจเอาชนะได้ทินภพก็อยากจะลองใช้ไม้นวมในการจัดการกับคนใต้ล่าง เขาจูบปากเก่งที่กำลังเห่อบวมนั่นอีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้ทินภพใช้ความช่ำชองที่ใครๆ ต่างหลงใหลให้เป็นประโยชน์ จูบครั้งนี้แม้จะหนักหน่วงแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนหลอกล่อให้ปักบุญเดินเข้ามาติดกับ มือใหญ่สากลูบไล้ไปตามเนื้อตัวก่อนหยุดเค้นคลึงยอดอกพุ่งชูชัน ทุกอย่างกระทำไปพร้อมเอวที่เคลื่อนไหวช้าๆ ไม่เร่งร้อน ถึงอย่างไรปักบุญก็ตกเป็นของเขาอยู่แล้ว


                 “อื้อ อึก ฮัก อย่านะ”


                 ได้ผลดีกว่าที่คิด เนื้อตัวของปักบุญสั่นเทา ลมหายใจหอบกระเส่าร้อนผ่าวอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อคล้ายจะปริแยกไปทุกส่วน เขาชันขาขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจรับไปกับแรงของทินภพที่เพิ่มขึ้นบนแคร่ไม้จนได้ยินเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดกลัวว่ามันจะพังทลาย


                 “นายกำลังจะฆ่าฉัน”


                  ทินภพสบถเสียงสั่นพร่า ช่องทางของปักบุญทั้งร้อนทั้งบีบคั้น คล้ายกำลังกวักมือเรียกร้องให้เขากระโจนลงไปในบ่อดำลึกที่ปักบุญขุดไว้ ทั้งที่รู้ว่าอาจถอนตัวไม่ขึ้นแต่ทินภพกลับห้ามใจไม่อยู่ ตอนนี้เขาพร้อมที่จะกระโดดลงไปไม่ว่าหลุมนั้นจะลึกแค่ไหนก็ตาม


                 “มองตาฉันสิ ปักบุญ ฉันชอบให้คู่นอนของฉันมองตอนไคลแม็กซ์”


                มือใหญ่ทั้งสองวางแนบแก้มบังคับให้กรอบหน้านั้นตั้งตรง เพื่อทินภพจะได้มองสบตาที่เต็มไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยง มันปนเปทั้งน้ำตาและความฉ่ำหวานยามร่างกายใกล้กระโจนข้ามฝั่ง เขาชอบที่ได้เห็นปักบุญครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่


                “ฮือ มะ ไม่ไหว คุณทิน ได้โปรด”


                 ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจทนกับความทรมานได้ ทินภพไม่ได้รุนแรงเลยในครั้งนี้ หากแต่ทุกคราวที่เขาเคลื่อนที่เข้าใส่มันสร้างความตื่นตัวที่ปักบุญไม่เคยพบพานมาก่อน ปักบุญได้ยินเสียงคำรามอย่างสาแก่ใจก่อนที่ทินภพจะขยับกายด้วยความเร็วและแรงขึ้น


                 “ดีมากปักบุญ ครางเสียงดังขึ้นไปอีก โยกเอวรับฉันอีก ดีมาก”


                 ปักบุญเงยหน้าส่งเสียงดังลั่นกระท่อมอย่างไม่นึกอายอีกแล้ว กล้ามเนื้อเกร็งไปทุกส่วนคล้ายถูกกระชากจนขาดวิ่นในวินาทีนั้น ทินภพเป่าปากรับความบีบคั้นก่อนจะเร่งเอวในระยะสุดท้าย เขาเกร็งกายค้างไปชั่วครู่พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ไปกับความสุขสมที่ได้รับ


                อา...เขาไม่เคยอิ่มเอมเท่านี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นเซ็กส์กับผู้หญิงคนไหนที่ผ่านมา เขาก้มหน้ามองปักบุญที่ยังหายใจหอบกระเส่า ทินภพคลี่ยิ้มโดยไม่รู้ตัวขณะปลดเข็มขัดจากข้อมือทั้งสอง เมื่อมือนั้นเป็นอิสระมันก็ลอยมาฟาดเผียะเข้าที่ใบหน้า ปักบุญผลักเขาทีเผลอจนส่วนประสานหลุดออกจากกันก่อนจะตะแคงหันหลังให้เขาด้วยความเจ็บใจ


                 “เอะอะอะไรก็ตบ เป็นนักวอลเล่ย์บอลทีมชาติเหรอ”


                 ทินภพอารมณ์ดีเกินกว่าจะถือสา เขาตะแคงกายอยู่ด้านหลังใช้มือยันศีรษะมองร่างสั่นเทา อดไม่ได้ที่จะวาดวงแขนพาดไปที่เอวของปักบุญ


                “อย่ามายุ่งกับผม ไอ้คนสารเลว”


                 ปักบุญใช้หลังมือป้ายน้ำตาสะกดความเจ็บใจไว้ เขายันกายนั่งติดกระดุมเสื้อพลางลุกจากแคร่เพื่อจะคว้ากางเกงมาใส่คืน แต่เมื่อเท้าถึงพื้นเขากลับร่วงลงไปกองกับพื้นเพราะท่อนขานั้นสั่นเทาเกินกว่าจะยืนไหว





มีต่ออีกนิด...



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2019 15:50:41 โดย Belove »

ออฟไลน์ Belove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +703/-2
    • ฺBelove


อ่านต่อตรงนี้...



              “โธ่โว้ย”


              สบถออกมาจนจิตใจของทินภพอ่อนยวบ เขาลุกตามมารวบเอวคนตัวเล็กกว่าให้กลับไปนั่งบนแคร่ ทินภพหยิบกางเกงของปักบุญขึ้นมากางไว้กับปลายเท้าทั้งสอง


               “ใส่เสียสิ”


               ปักบุญสบตากับดวงตาคมนั้น บอกตนเองว่าเป็นอุปาทานที่เห็นมันอ่อนแสงลงไปไม่ได้คุโชนเหมือนก่อนหน้านี้ เขานิ่งงันไปพักหนึ่งจนทินภพต้องเอ่ยเตือน


               “ไม่อยากกลับบ้าน? หรืออยากจะนอนเล่นดูดาวกับฉันที่กระท่อมนี้ทั้งคืน”


               ปักบุญสะบัดหน้าหนี เขาดึงกางเกงมาสวมให้ตนเองเรียบร้อยร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วช้อนแขนอุ้มเขาขึ้นมา


                “ทำอะไรน่ะ”


                 หน้าเสียเพราะกลัวตก ปักบุญเผลอคล้องคอทินภพที่อุ้มเขาไว้ สีหน้าของคนอุ้มแสดงความรำคาญออกมา


                 “อย่าดื้อ ยืนยังไม่ไหวจะเดินไปที่รถยังไง แล้วหัดกินข้าวให้มันเยอะๆหน่อย ตัวผอมจนจะปลิวลมอยู่แล้ว”


                 พูดจบทินภพก็เดินไปที่รถกระบะของเขาที่จอดอยู่ด้านนอก ชายหนุ่มวางปักบุญลงไปอย่างนุ่มนวลก่อนที่เขาจะอ้อมไปยังฟากคนขับแล้วสตาร์ทรถขับพาปักบุญไปยังฝากน้ำที่รถของปักบุญจอดอยู่ ระหว่างทางมีแต่ความเงียบจนกระทั่งทินภพจอดรถ ปากที่เม้มแน่นมาตลอดทางจึงได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา


                 “ต่อจากนี้ผมกับคุณไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”


                 “มีสิ นายยัง...”


                  “หากคุณเอาเรื่องปู่ย่าตายายในอดีตมาอ้าง คุณรู้เหรอว่าเกิดอะไรขึ้นตอนนั้น คุณเองก็ยังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำ”


                 ปักบุญเหยียดยิ้ม เขาเชิดหน้าหันไปสบตากับทินภพ


                 “ปู่ของคุณอาจจะบังคับฝืนใจย่าเหมือนที่คุณทำกับผม ย่าของคุณถึงได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่รู้ว่ามันไม่ดีแต่ก็ต้องทำ คนเราถ้าไม่ถึงที่สุดก็คงไม่ทำอะไรที่เป็นผลร้ายกับตัวเองหรอก ก่อนที่จะโทษว่าใครทำร้ายคนในครอบครัวคุณ คุณลองหันกลับไปมองว่าครอบครัวคุณทำร้ายคนอื่นก่อนหรือเปล่า”


                 คำพูดยืดยาวของปักบุญทำให้ทินภพนิ่งงัน และไม่อาจกล่าวอะไรได้เมื่อปักบุญเปิดประตูรถก้าวไปด้านล่างและปิดประตูตาม


                “ต่อจากนี้คุณจะมายุ่งกับผมอีกไม่ได้ ถือว่าผมชดใช้ให้คุณแทนปู่ของผมไปแล้ว”


                ปักบุญเดินตรงไปที่รถของเขาโดยไม่หันกลับมาอีก ทินภพได้แต่มองปักคุณขับรถจากไปจนแสงไฟลับตาเขาจึงค่อยขับรถกลับบ้าน ความรู้สึกของเขาสับสนไปหมดกับคำพูดตัดรอนของปักบุญ จนกระทั่งก้าวขึ้นบันไดเกือบถึงห้องนอน เขาก็ต้องฝืนยิ้มเมื่อเห็นร่างป้อมของแมงปอเดินงัวเงียอยู่


               “แมงปอ ตื่นมากลางดึกทำไมล่ะลูก”


                ดูนาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาอีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน เด็กหญิงเดินมาหาบิดาให้ร่างสูงอุ้มขึ้น


                 “แมงปอมาเข้าห้องน้ำค่ะ พ่อล่ะคะไปไหนมา”


                   รสชาติความอิ่มเอมยังอวลอยู่บนร่างกายเบาสบายหากแต่หัวใจหนักอึ้ง ทินภพได้แต่เก็บงำมันไว้ซอกหนึ่งของหัวใจ


                 “พ่อไปตรวจไร่มาค่ะ แมงปอไปนอนต่อดีกว่า”


                  อุ้มลูกสาวคนเดียวไปยังห้องนอนที่อยู่ติดกัน ทินภพวางแมงปอลงบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้ เขาลูบผมแมงปอเบาๆ


                “พ่อเหงาหรือคะ”


                 เด็กหญิงเงยหน้ามองบิดาพลางเอ่ยถาม ทินภพหัวเราะเบาๆ


                  “แก่แดดใหญ่แล้ว รู้ได้ไงว่าพ่อเหงา”


                   “แม่บอกค่ะ” เด็กหญิงกอดแขนบิดาไว้พลางยิ้มประจบ “วันนี้แม่โทรมา บอกว่ามีแฟนใหม่แล้วเป็นคนดีมาก แล้วแม่ก็บอกว่าพ่อเหงา ให้พ่อหาแฟนนิสัยดีๆ ได้แล้ว”


                 ทินภพหัวเราะเบาๆ เขาหอมแก้มแมงปอฟอดใหญ่


                  “แมงปออยากให้พ่อมีแฟนแบบไหน”


                  แมงปอนิ่งคิดก่อนจะกล่าวออกมาประสาเด็ก


                  “แมงปอไม่ชอบคนแต่งหน้า ชอบคนพูดเพราะๆ ใจดี สอนการบ้านให้แมงปอได้ อย่างครูอาปัก”


                 “ครูอาปักของแมงปอเขาไม่ชอบหน้าพ่อ จะยอมสอนการบ้านให้แมงปอหรือ”


                  “แล้วพ่อไปทำอะไรให้อาปักไม่ชอบล่ะคะ”


                   เด็กหญิงเอียงหน้าถามด้วยความสงสัย บิดาได้แต่อึ้งก่อนถอนหายใจออกมา


                  “ช่างเถอะ เรื่องของผู้ใหญ่แมงปออย่าเพิ่งรู้เลย นอนต่อเถอะนะจะได้ตื่นเช้าๆ พรุ่งนี้เราซื้อขนมไปฝากอาปักกันดีกว่า เผื่อเขาจะยอมสอนการบ้านให้แมงปอนะ”


                   แมงปอพยักหน้าก่อนหลับตาลง ทินภพอยู่กับลูกจนหลับไปอีกครั้งจึงได้เดินกลับห้องตนเอง เขายืนทอดสายตาอยู่ริมหน้าต่าง ไปยังทิศทางของไร่ชมจันทร์ ดวงตาตัดพ้อยังวนเวียนอยู่ในความคิดคำนึง


                   “ต่อจากนี้ผมกับคุณไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”


                  ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดตัดรอนประโยคนี้จะบาดลึกอยู่ในจิตใจได้ ทินภพได้แต่ถามตนเองว่าเขาจะทนได้หรือไม่หากจะไม่ได้เห็นหน้าปักบุญอีก เขาไม่กล้าตอบคำถามของตัวเองไปตลอดทั้งคืน







                 ปักบุญมาทำงานแต่เช้าด้วยสีหน้าไม่แจ่มใสนักแต่ก็ต้องฝืนยิ้มให้เด็กๆที่ยกมือไหว้หน้าประตูโรงเรียน เขาแทบจะปั้นหน้ายิ้มไม่ได้เมื่อเห็นรถของทินภพตรงเข้ามาจอดหน้าประตูรั้ว ดีที่ร่างสูงยังคงนั่งอยู่บนรถขณะคุยกับบุตรสาวและปล่อยให้แมงปอเดินลงมาเพียงผู้เดียวพร้อมกับหอบถุงใส่ขนมและแก้วกาแฟมาด้วย


                “สวัสดีค่ะครูอาปัก”


                 “สวัสดีจ้ะแมงปอ แล้วนี่หอบอะไรมาเยอะแยะ”


                  เด็กหญิงยิ้มกว้างพลางยื่นทั้งหมดให้ปักบุญ


                  “พ่อซื้อมาฝากค่ะ กลัวครูอาปักเป็นลมไปอีกก็เลยซื้อขนมปังกับกาแฟมาให้”


                  ปักบุญเหลือบตามองคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถ หัวใจกลับเต้นตึกตักไปวูบหนึ่งจนต้องเตือนให้มันเป็นปกติ เขาฝืนยิ้มให้เด็กหญิงพลางรับถุงขนมและแก้วกาแฟมาจากแมงปอ


                  “ขอบใจนะแมงปอ แต่ตอนนี้อากินข้าวเยอะแล้ว แมงปอไม่ต้องเป็นห่วงนะ รีบเข้าห้องเรียนเถอะ”


                  เด็กหญิงเดินจากไปเข้าห้องเรียน รอยยิ้มบนใบหน้าจึงค่อยหุบลง ปักบุญเชิดหน้าสูงขณะเดินไปที่ถังขยะไม่ไกลนักและทิ้งทั้งหมดลงถังโดยที่เขามั่นใจว่าการกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาของคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ในรถ


                 หัวใจเจ็บแปลบ ปักบุญแปลผลว่ามันคือความเจ็บแค้นเกลียดชัง เขาจะไม่ปล่อยให้ทินภพมาวุ่นวายกับเขาอีกต่อไป ปักบุญเดินกลับไปที่เดิมและพยายามสนใจแต่นักเรียนกับผู้ปกครองที่มาส่ง โดยไม่หันไปมองทินภพแม้แต่นิดเดียว




                                                                   TBC


                                                   อย่าใจอ่อนง่ายๆ เราต้องเล่นตัวนะปักบุญ





                                                              :m14: :m14: :m14: :m14: :m14: :m14: :m14:




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-12-2019 15:59:24 โดย Belove »

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
โอ๊ยย สงสารปักบุญ

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2033
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด