- Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 18 หน้า 4 (17/01/2021)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: - Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 18 หน้า 4 (17/01/2021)  (อ่าน 6927 ครั้ง)

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม




.....







นี่เป็นเรื่องราวของแมวเหมียว ที่ไม่ใช่แมว

..แต่เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่าเหมียว..





วิฬาร์ มีชื่อเล่นว่า ‘เหมียว’ แต่คนที่สนิทกันก็มักจะเรียก ‘แมวเหมียว’ จนติดปาก

อายุ 17 ปี เรียนอยู่ ม.5 โรงเรียนชายล้วนกางเกงน้ำเงินแห่งหนึ่ง

เขาโตมาท่ามกลางความรักและทะนุถนอมจากครอบครัว เพราะเจ้าตัวมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงนัก มีสาเหตุมาจากการคลอดก่อนกำหนด

เหมียวนั้นคิดว่าเขาโชคดีแล้วที่ร่างกายไม่มีอะไรพิกลพิการหรือผิดปกติตรงไหนเลยสักที่

..จะมีก็แค่ตัวเล็กแกร็นกว่าเด็กผู้ชายทั่วไปเท่านั้น..

ทั้งป๊า แม่ และพี่ชายต่างเลี้ยงดูเขามาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชีวิตนี้วิฬาร์ไม่เคยรู้จักคำว่าผิดหวังมาก่อน

จนกระทั่ง...มาชอบเพื่อนของพี่ชาย

แมวเหมียวแอบชอบเพื่อนของพี่ชายที่ตัวเองเห็นมาตั้งแต่จำความได้ เขาคนนั้นชื่อว่า ‘พี่เก้า’

ใช่แล้ว… ‘เขา’ที่ใช้เป็นสรรพนามสำหรับเรียกผู้ชาย

แถมอีกฝ่ายยังอายุมากกว่ากันถึง 18 ปี

เจ้าตัวเคยได้ยินได้ฟังมาเหมือนกันว่า..รักครั้งแรกมักไม่สมหวัง..แต่เหมียวก็อยากจะพยายามให้ถึงที่สุดดูสักครั้ง
ถึงแม้ไม่สมหวังก็ไม่เป็นไร เพราะเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าอย่างน้อยก็น่าจะพยายามเพื่อรักครั้งแรกสักหน่อยก็ยังดี









...

ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออกเลยใช้ชื่อแท็กไปก่อนนะคะ 555

เราอยากลองเขียนแนวนี้มาเป็น 10 ปีแล้วค่ะ ได้เวลาลงมือทำเสียที ^^

เรื่องนี้เป็นนิยายที่ผู้ชายตั้งท้องได้ ถ้าไม่ชอบก็ขอความกรุณาปล่อยผ่านไปนะคะ

อาจจะไม่ได้มาต่อบ่อยนัก แต่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ

ติดแท็กในทวิตเตอร์ได้ที่ #ความรักของแมวเหมียว

...



Twitter : @gandabossom
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-01-2021 13:09:04 โดย กานดา. »

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page


คนที่แมวเหมียวแอบชอบ





นี่เป็นเรื่องราวของแมวเหมียว ที่ไม่ใช่แมว
..แต่เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่าเหมียว..


วิฬาร์ มีชื่อเล่นว่า ‘เหมียว’ แต่คนที่สนิทกันก็มักจะเรียก ‘แมวเหมียว’ จนติดปาก อายุ 17 ปี เรียนอยู่ ม.5 โรงเรียนชายล้วนกางเกงน้ำเงินแห่งหนึ่ง

เขาโตมาท่ามกลางความรักและทะนุถนอมจากครอบครัว เพราะเจ้าตัวมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงนัก มีสาเหตุมาจากการคลอดก่อนกำหนด

เหมียวนั้นคิดว่าเขาโชคดีแล้วที่ร่างกายไม่มีอะไรพิกลพิการหรือผิดปกติตรงไหนเลยสักที่

..จะมีก็แค่ตัวเล็กแกร็นกว่าเด็กผู้ชายทั่วไปเท่านั้น..

ทั้งป๊า แม่ และพี่ชายต่างเลี้ยงดูเขามาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชีวิตนี้วิฬาร์ไม่เคยรู้จักคำว่าผิดหวังมาก่อน

จนกระทั่ง...มาชอบเพื่อนของพี่ชาย

แมวเหมียวแอบชอบเพื่อนของพี่ชายที่ตัวเองเห็นมาตั้งแต่จำความได้ เขาคนนั้นชื่อว่า ‘พี่เก้า’

ใช่แล้ว… ‘เขา’ที่ใช้เป็นสรรพนามสำหรับเรียกผู้ชาย

แถมอีกฝ่ายยังอายุมากกว่ากันถึง 18 ปี

เจ้าตัวเคยได้ยินได้ฟังมาเหมือนกันว่า..รักครั้งแรกมักไม่สมหวัง..แต่เหมียวก็อยากจะพยายามให้ถึงที่สุดดูสักครั้ง ถึงแม้ไม่สมหวังก็ไม่เป็นไร เพราะเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลังว่าอย่างน้อยก็น่าจะพยายามเพื่อรักครั้งแรกสักหน่อยก็ยังดี

/

เวลาหัวค่ำ เหมียวที่เพิ่งทำการบ้านเสร็จเดินออกมาจากห้องของตัวเองที่อยู่บนชั้นสอง เป้าหมายคือไปหาขนมกินในครัวตามปกติ

“แม่มีอะไรให้เหมียวกินบ้างไหมครับ”

“มีทาร์ตผลไม้รวมอยู่ในตู้เย็นจ้า” คนเป็นแม่ตอบ พร้อมกับยกจานอาหารที่เพิ่งทำเสร็จเดินไปหาเหมียวที่ยืนอยู่กลางครัว “แต่ก่อนจะกิน ช่วยเอานี่ไปให้เฮียที่หลังบ้านหน่อยนะลูก”

ลูกชายคนเล็กก้มลงมองสิ่งที่อยู่ในจาน มันเป็นไก่ทอดสมุนไพร..นี่มันของแกล้มเหล้าชัด ๆ

“ใครมาเมาเหรอครับ” เหมียวถามพลางรับจานมาถือไว้

“พี่เก้าคนโปรดเรานั่นแหละ”

พอได้ยินชื่อผู้ที่มาเยือนก็ทำเอาคนฟังตื่นเต้นทันที ตาที่โตอยู่แล้วยิ่งดูโตเข้าไปอีก เหมียวตอบรับพร้อมกับรีบหันหลังเดินออกไป

“ค่อย ๆ เดินก็ได้ลูก เดี๋ยวจะล้มเอานะ” แม่ร้องบอกกลั้วหัวเราะ

เกวลินส่ายหน้ายิ้ม ๆ เมื่อเห็นท่าทางดีใจของลูกชายคนเล็กเมื่อรู้ว่าใครที่เพิ่งมา ‘เก้า’คือเพื่อนสนิทของลูกชายคนโตของเธอตั้งแต่สมัยเรียนประถม และก็มักจะมาเที่ยวที่บ้านอยู่บ่อย ๆ นั่นทำให้อีกฝ่ายได้เจอกับแมวเหมียวตั้งแต่สมัยตัวยังแดง ๆ อยู่เลย

เก้ามักจะตามใจเหมียวโดยการซื้อทั้งขนมทั้งของเล่นมาให้ และเล่นกับเหมียวทุกครั้งที่มาหา ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมลูกชายคนเล็กของเธอติดอีกฝ่ายแจเสียยิ่งกว่าพี่ชายแท้ ๆ ซะอีก

สองปีที่ผ่านมานี้อีกคนย้ายไปทำงานที่กรุงเทพจะกลับมาบ้านก็อาทิตย์ละครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้ง แรก ๆ แมวเหมียวก็ดูเหงาหงอยอย่างเห็นได้ชัด แต่พอเจ้าน้ำซื้อโทรศัพท์ให้เป็นของขวัญที่สอบเข้า ม.4ได้ ลูกชายคนเล็กของเธอก็มีช่องทางติดต่อกับพี่ชายคนโปรดได้สะดวกขึ้น หลังจากนั้นก็แทบจะไม่เคยบ่นคิดถึงพี่เก้าอีกเลย

เธอเองก็เอ็นดูเก้าเหมือนกับลูกชายอีกคน และอีกหนึ่งปีแมวเหมียวก็คงจะต้องไปเรียนต่อที่กรุงเทพแล้ว ถ้าจะฝากให้ใครดูแลลูกชายคนเล็กแทนคนในครอบครัว..เก้าก็เป็นคนแรกที่เกวลินจะไว้ใจฝากฝังให้คอยดูแลแก้วตาดวงใจคนนี้ของเธออย่างแน่นอน

/

วิฬาร์ประคองจานไว้ทั้งสองมือพร้อมกับค่อย ๆ เดิน เพราะกลัวจะพลาดทำตกไปตามที่แม่เอ่ยเตือนตามหลังมา ในตอนที่เปิดประตูกำลังจะออกไปที่สวนหลังบ้านเขาก็ได้ยินเสียงของเฮียเอ่ยขึ้นมา..เป็นประโยคที่ทำให้เขายืนค้างอยู่ตรงนั้นด้วยหัวใจเต้นรัว

“มึงห้ามมายุ่มย่ามกับน้องกูนะ”

คนถูกเอ่ยเตือนชะงักเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอกลบเกลื่อนเหมือนกับว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดเป็นเรื่องขำขัน

“พูดอะไรบ้า ๆ น้องมึงมันก็เหมือนน้องกูนะ..เลี้ยงกันมาตั้งแต่ตีนเล็กกว่าฝาหอยอีก”

เก้าตอบ เมื่อนึกถึงตอนที่ได้เจอกับแมวเหมียวครั้งแรกก็ทำเอาเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว น้องตัวเล็กนิดเดียวจนเขาแทบไม่กล้าแตะ แต่ในที่สุดก็ต้องช่วยกันกับไอ้น้ำเช็ดฉี่เช็ดอึเปลี่ยนผ้าอ้อมให้น้อง ถึงแม้มันจะทุลักทุเลไปบ้างก็ตาม แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดี

“ไม่รู้ล่ะ กูเตือนมึงไว้ก่อน” สายตาคมปลาบมองจ้องเพื่อนรัก ไม่ใช่ไม่ไว้ใจกัน แต่เขาต้องชิงพูดกันไว้ก่อน ถึงเพื่อนเขามันจะไม่ได้ชอบเพศเดียวกัน แต่เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน ทั้งใจอ่อนและใจดีกับแมวเหมียว..มากเกินไป

“มึงคิดอะไรอยู่ถึงต้องมาเตือนกู” เขาย้อนถามก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่

“นี่มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอ” ธีราถามขมวดคิ้วมุ่น ปกติแล้วอีกฝ่ายมันก็ไม่ใช่คนที่ความรู้สึกช้า ถ้าตนยังรู้สึก..มีหรือที่มันจะไม่รู้ หรือว่ามันรู้แต่ทำเป็นไม่สนใจ

"เรื่องอะไร"

"เรื่องที่…" ธีราลดเสียงลง "ที่น้องกูมันชอบมึงน่ะ"

ใบหน้าของการินแปรเปลี่ยนเป็นหนักใจ เจ้าตัวถอนหายใจออกมาอย่างอึดอัด อายุตั้งขนาดนี้แล้ว..ผ่านคนมาตั้งเท่าไหร่ เขามองออกอยู่แล้วว่าแมวเหมียวน่ะ..คิดอย่างไร

"ทำไมกูจะไม่รู้ล่ะ"

"นั่นแหละกูถึงได้เตือนมึงว่าอย่ายุ่งกับน้องกูไง"

เก้าจ้องหน้าอีกฝ่าย "...นี่มึงเห็นกูเป็นคนยังไงวะ กู-"

"กับแกล้มมาส่งแล้วจ้า!"

ทั้งสองคนต่างหันไปทางคนมาใหม่ทันที ใช่..เหมียวจงใจที่ขัดจังหวะ เพราะตนไม่อยากได้ยินในสิ่งที่พี่เก้ากำลังจะพูดต่อไป ถ้าให้เดาว่ามันจะส่งผลยังไงต่อเขา...แน่นอนว่ามันคงจะเจ็บน่าดู

ตอนนี้แมวเหมียวเลยพยายามเก็บอาการและความรู้สึกทั้งหมด ต้องให้เนียนที่สุด เขาไม่อยากถูกจับได้อีกแล้ว

...แต่เจ้าตัวคงลืมไปว่าถูกพี่ชายทั้งสองคนนี้เลี้ยงมากับมือ

มีหรือว่าจะดูไม่ออกว่าน้องรักมีอะไรผิดปกติ..

“ทำการบ้านเสร็จแล้วเหรอ” เก้าเป็นฝ่ายถาม ท่าทางดูปกติจนทั้งคนพี่และคนน้องสงสัยว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือยังไง

“เรียบร้อยแล้ว” เหมียวตอบด้วยใบหน้าอมยิ้ม

“นั่งด้วยกันสิ”

แมวเหมียวของพี่ ๆ ส่ายหัว..ใบหน้าน่ารักมีรอยยิ้มแต่สายตากลับดูเศร้าสร้อย ถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามแค่ไหนก็ตาม แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่มันก็ยิ่งดูออกง่ายมากเท่านั้น

“พอดีเหมียวหิว แม่ทำขนมไว้ให้..ขอตัวก่อนนะครับ”

พูดจบวิฬาร์ก็หันหลังเดินหนีออกไปทันที แต่จุดมุ่งหมายกลับไม่ใช่ในครัวอย่างที่ได้บอกไว้ เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องนอนของตัวเอง เมื่อเข้าไปในห้องแล้วก็กดล็อกประตูทันที

แมวเหมียวน้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆ ขาเล็กก้าวไปที่เตียงแล้วล้มตัวลงนอนคว่ำหน้าลงกับหมอน นี่แค่ได้ได้ฟังเขาคุยกันยังเป็นแบบนี้ แล้วถ้าเกิดเขาสารภาพความรู้สึกออกไปแต่กลับโดนปฏิเสธล่ะ..จะไม่หนักไปกว่านี้เหรอ

การมีความรักที่ไม่มีใครยอมรับ หรือความรักที่เป็นไปไม่ได้แบบนี้ มันก็รังแต่จะทำให้เจ็บปวดเปล่า ๆ

..หรือว่าควรจะยอมแพ้กันนะ..

ร่างเล็กพลิกตัวนอนหงาย ยกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกจากหน้าตัวเอง สายตาเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่

“ใครจะไปยอมแพ้! ต้องสู้สิวะไอ้เหมียว!” วิฬาร์บอกกับตัวเองเสียงดังพร้อมกับเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอน แต่ก็สะดุดล้มจนเข่าแดง เจ้าตัวกัดฟันยืนขึ้นแล้วเดินกะเผลกออกจากห้อง เจ็บจนลืมเรื่องเศร้า กลายเป็นหงุดหงิดที่ตัวเองมีนิสัยซุ่มซ่ามไม่หายสักที

คนเจ็บค่อย ๆ เดินลงบันได เมื่อลงมาถึงชั้นล่างก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจอกับพี่เก้าที่ออกมาจากห้องน้ำพอดี ทั้งสองคนสบตากันชั่วครู่ แมวเหมียวก็หลบสายตาแล้วขยับตัวหมายจะเดินหนี

“เข่าเป็นอะไรน่ะ” การินถามเมื่อไล่สายตาลงไปเห็นหัวเข่าของน้องเป็นแผลถลอกแดงมีเลือดซิบ

“อะ- อ๋อ เหมียวสะดุดล้มในห้อง ว่าจะไป-”

คนอายุมากกว่าจับเข้าที่ข้อมือบางจนแมวเหมียวสะดุ้ง น้องขืนตัวโดยอัตโนมัติ

ตาโตมองจ้องอีกฝ่ายว่าจะทำอะไรตัวเอง ตอนนี้อารมณ์ของเขายังไม่ปกติพอที่จะทำตัวเป็นปกติกับพี่เก้าได้ เพราะงั้นเลยอยากอยู่ห่างกันมากกว่า

“มา..เดี๋ยวพี่พาไป”

น้องส่ายหน้าหวือ “ไม่ ๆๆ เหมียวไปเองได้!”

“น่า..ขาเจ็บแบบนี้เดี๋ยวก็ไปล้มข้างหน้าอีก”

“ไม่ล้มหรอก พี่ไปกินเหล้ากับเฮียเถอะ”

“เดี๋ยวค่อยกินก็ได้ ยังมีวันหยุดอีกหลายวัน”

วิฬาร์ยังคงขืนตัวเอาไว้ไม่ไปตามที่อีกฝ่ายพยายามดึงข้อมือให้เดินตาม พี่เก้าขมวดคิ้วคงจะหงุดหงิดไม่น้อย

“เหมียวไปเองได้จริง ๆ นะ” เขาบอกเสียงอ้อน

คนอายุมากกว่าถอนหายใจเสียงดัง “ทำไมถึงดื้อนัก...” เจ้าตัวว่าแบบนั้นก่อนจะปล่อยข้อมือบอบบาง แต่กลับพุ่งตัวเข้าไปช้อนใต้เข่าขึ้นอุ้มน้องเหมือนตอนเด็ก ๆ

..การอุ้มแมวเหมียวไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด เขาตัวใหญ่เพราะมีสายเลือดเยอรมันมาจากแม่ครึ่งหนึ่ง แถมแมวเหมียวก็ตัวนิดเดียว..

วิฬาร์ร้องเสียงหลงจนคนเป็นแม่วิ่งออกมาจากห้องครัวด้วยความตกใจว่าลูกคนเล็กจอมซุ่มซ่ามเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กกำลังดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเก้าก็แปลกใจ

“มีอะไรกันเหรอลูก”

ทั้งคู่หันกลับไปมองตามเสียงของแม่

“พอดีว่าแมวเหมียวล้มเข่าเป็นแผลน่ะครับ ผมจะพาไปทำแผลแต่น้องไม่ยอมเลย…”

“เหมียวบอกแล้วไงว่าจะไปเอง!”

“พี่เป็นห่วงนี่”

“โอ๊ย! พี่พูดยังกับว่าเหมียวขาขาดงั้นแหละ”

การินพ่นหัวเราะเมื่อได้ยินเหมียวแว้ดใส่แบบนั้น เกวลินเองก็ยิ้มขำ..เธอเดินเข้าไปใกล้ลูกชายคนเล็กเพื่อดูแผล

“ให้พี่เขาพาไปเถอะลูก เก้ารู้ใช่ไหมครับว่ากล่องพยาบาลอยู่ตรงไหน”

“รู้ครับ”

“ฝากน้องหน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ขอไปทำกับข้าวให้ป๊าในครัวให้เสร็จก่อนนะ” เธอบอกเก้าก่อนจะหันไปหาลูกชาย “รออยู่ตรงนั้นแล้วแม่จะเอาขนมไปให้นะ”

แมวเหมียวถอนหายใจเฮือก ใบหน้าบึ้งตึง ยอมอยู่นิ่งให้อีกฝ่ายอุ้ม หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเมื่อได้ใกล้ชิดกัน นานแล้วที่พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้กันแบบนี้ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมที่พี่เก้าใช้เป็นประจำโชยมาแตะจมูกพานทำให้หัวใจสั่นไหว

..ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าตนปรารถนาอยากให้พี่เก้ากอดมากเพียงใด..

/

เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่นเขาถูกวางลงบนโซฟาอย่างนุ่มนวลก่อนที่พี่เก้าจะไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในตู้มุมห้อง อีกฝ่ายเดินกลับมาทรุดนั่งลงกับพื้น

“เฮ้ยพี่! ขึ้นมานั่งบนนี่สิ” เหมียวตกใจที่เห็นแบบนั้น เขาจะชักขากลับเมื่อคนอายุมากกว่าคว้าเขาที่ข้อเท้าบาง

“อยู่เฉย ๆ หน่อยสิ” การินว่าเสียงดุ

เหมียวหยุดดิ้นก่อนจะบอกเสียงอ่อนลง “พี่ขึ้นมาทำบนนี่ก็ได้นี่นา..”

“แบบนี้มันถนัดกว่าน่ะ”

วิฬาร์มองคนอายุมากกว่าที่กำลังตระเตรียมเครื่องมือทำแผลให้เขาก่อนจะบรรจงทำแผลให้อย่างเบามือ มุมปากยกยิ้มขึ้นมาอย่างกลั้นไม่อยู่

..ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่เก้าก็อ่อนโยนกับเขาเสมอ..

เหมียวมองแพขนตายาวของอีกฝ่าย พี่เก้าขนตายาวมากเมื่อเทียบกันกับเขา ไล่สายตามองไปที่จมูกโด่งสวย ก่อนจะเหลือบขึ้นมามองบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน

“อ๊ะ! พี่มีผมหงอกแล้วนี่”

คนอายุมากกว่าหัวเราะในลำคอ “แปลกหรือไง อย่าลืมสิว่าพี่อายุ 35 แล้วนะ”

“เหมียวไม่ลืมหรอกน่า”

การินฉีกปลาสเตอร์ยากันน้ำปิดลงบนแผล “เรียบร้อย” เขาลูบตามขอบของปลาสเตอร์ให้ติดแนบไปตามผิวของน้อง น้ำจะได้ไม่เข้า แต่เหมียวกลับสะดุ้งทั้ง ๆ ที่ตอนทำแผลยังไม่มีอาการสะดุ้งหรือร้องสักนิด

ใบหน้าคมสันเงยขึ้นมองน้องที่หน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก เพียงเท่านี้ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าแมวเหมียวเป็นอะไร เพราะแววตาของอีกฝ่ายไม่เคยปิดบังอะไรเขาได้เลย..รอบหัวเข่าน่าจะเป็นจุดอ่อนของน้อง และเขาจะจำเอาไว้ว่าอย่าไปแตะต้องมันอีก

“พี่ไปก่อนดีกว่า”

“เดี๋ยว-!” วิฬาร์ร้อง จับต้นแขนของพี่เก้าที่กำลังคุกเข่าเตรียมจะลุกขึ้นยืน เขาสบตากับนัยน์ตาสีเขียวของคนอายุมากกว่า

เจ้าตัวกู่ร้องอยู่ในใจว่า..เหมียวชอบพี่!! ..แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยออกไป เอาแต่จ้องหน้าอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น

“มีอะไรเหรอ” การินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าน้องเอาแต่จ้องหน้าตน แมวเหมียวทำท่าเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำเพียงแค่อ้าปากพะงาบอยู่อย่างนั้น เขายิ้มเอ็นดูเด็กที่เห็นมานาน ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหัวกลมที่ตัดผมรองทรงก่อนจะโยกไปมา

..เขารู้ว่าน้องคิดยังไง..และต้องการจะบอกอะไร..

“เหมียว…ช-”

“ไอ้เก้าโว้ย!”

เสียงของธีราดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงเสียอีก คนเป็นน้องปิดปากฉับ ก่นด่าพี่ตัวเองอยู่ในใจที่ขัดจังหวะได้ตรงเวลาที่เหลือเกิน

..ไอ้เฮียบ้า! บ้า ๆๆๆ !! ..

“เออ” การินขานรับพลางลุกขึ้นยืนเมื่อเด็กตรงหน้าปล่อยแขนของเขา น้องทิ้งตัวลงนอนกอดหมอนอิงหน้ามุ่ยอย่างทุกทีเมื่อถูกขัดใจ

“นึกว่าตกส้วมตายห่าไปแล้ว” ธีราเดินมาทันเห็นเพื่อนรักกำลังเก็บกล่องปฐมพยาบาลเข้าตู้พอดี เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “มีอะไรเหรอวะ”

การินบุ้ยปากไปที่โซฟา “แมวเหมียวล้ม กูเลยพามาทำแผล”

โซฟาตัวที่วิฬาร์นอนอยู่ตั้งหันหลังให้กับทางเข้า เลยทำให้คนเป็นพี่มองไม่เห็น เขาเดินไปใกล้ก็เห็นว่าน้องนอนตะแคงกอดหมอนอิงอยู่

“ไปทำอีท่าไหนมาถึงล้มได้"

"สะดุดหนังสือที่พื้นอะ"

ธีราโน้มตัวลงลูบหัวน้อง "วันหลังเก็บห้องให้เรียบร้อยนะ ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่นะเราน่ะ"

"ครับ"

เมื่อพี่ชายทั้งสองคนเดินออกไปกินเหล้าต่อที่หลังบ้าน วิฬาร์ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

เกือบไปแล้วไหมล่ะ..ถ้าเฮียไม่เข้ามาเสียก่อน เขาอาจจะบอกความในใจไปแล้วก็ได้ สายตามองไปที่แผลตรงหัวเข่า เขายังรู้สึกร้อนวูบอยู่เลย ตอนที่อีกฝ่ายไล้นิ้วมือไปตามปลาสเตอร์ยามันทำเอามวนท้องไปหมด

วิฬาร์ไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนเด็ก ๆ แล้ว ถึงเขาจะไม่เคยมีประสบการณ์ทางเพศ แต่ก็รู้แล้วว่ามันเป็นอย่างไร เหมียวโตพอที่รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

เจ้าตัวนอนสงบสติอารมณ์ตัวเองเงียบ ๆ พลางคิดหาโอกาสที่จะสารภาพความในใจกับอีกฝ่าย

อยากจะบอกต่อหน้าตรง ๆ มากกว่าบอกผ่านโทรศัพท์หรือตัวอักษร

เขาอยากมองตา อยากรู้ว่าพี่เก้าคิดอย่างไร และแสดงออกแบบไหน แต่ถ้าเกิดว่าคำตอบของพี่เก้านั้น..ไม่ได้ออกมาอย่างที่ต้องการ เขาก็จะไม่ยอมตัดใจง่าย ๆ หรอก จะพยายามจนกว่าตัวเองจะทนไม่ไหวหรืออีกฝ่ายจะหนีเขาไปนั่นแหละ




...

ฝากเป็นกำลังใจให้กับเรื่องนี้ด้วยนะคะ
แล้วจะรออยู่ที่แท็ก #ความรักของแมวเหมียว น้า~
 :L2:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0
 :pig2:
 :กอด1:
รออ่านต่อค่ะ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1

ออฟไลน์ onlyplease

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 347
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
แมววววววววววว

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page


เหมียวชอบพี่



“กูแอบชอบเพื่อนของเฮียว่ะ”

เพื่อนฝาแฝดมองวิฬาร์ที่จู่ ๆ ก็พูดโพล่งออกมา ด้วยสายตาไม่แน่ใจนักว่าพวกตนได้ยินถูกหรือเปล่า ทั้งคู่รู้จักบ้านของอีกคนเป็นอย่างดี มีป๊าและแม่อย่างละคน กับพี่ชายอีกหนึ่ง

..ถ้ามันชอบเพื่อนของเฮีย แสดงว่าอีกฝ่ายก็น่าจะอายุ 35 น่ะสิ..

“ทำหน้าอะไรของพวกมึงเนี่ย!” วิฬาร์ฟาดต้นแขนเพื่อนรักไปคนละทีเมื่อเห็นว่าพวกมันเหลือบตามองบนพร้อมกับอ้าปากหวอ

“กูกำลังนึกอยู่ว่าเฮียน้ำนี่..อายุ 35 ใช่ปะวะ” แฝดคนพี่ที่มีชื่อว่า ‘ต้นกล้า’ เอ่ยขึ้น

“อืม”

“แล้วมึงชอบเพื่อนเฮียคนไหนอะ” แฝดน้องที่ชื่อ ‘ต้นข้าว’ ถาม

พวกเขาสองคนพี่น้องเคยไปเที่ยวบ้านของเหมียว บางครั้งก็ได้เจอเฮียและผองเพื่อนอยู่บ้าง ถ้าพวกเขาเคยเจอก็น่าจะจำได้

“...พี่..เก้า” วิฬาร์ตอบด้วยความประหม่า เพราะไม่รู้ว่ามันทั้งสองคนจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าเขาชอบผู้ชาย

“นี่มึง...เป็นเกย์เหรอวะ”

แมวเหมียวนิ่งงันไปเมื่อต้นกล้าถามอย่างนั้น “กูไม่เคยชอบใครมาก่อน ถ้าคนแรกที่กูชอบเป็นผู้ชาย..ก็คงจะใช่ล่ะมั้ง”

“มึงจริงจังเหรอเนี่ย” ต้นข้าวไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้มาก่อน

วิฬาร์พยักหน้าช้า ๆ “เออ”

ต้นกล้าตบหน้าผากตัวเองเสียงดังจนน้องชายและเพื่อนที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาตอบหันมองด้วยความตกใจ

“เป็นบ้าอะไรเนี่ย!” แฝดน้องถามเสียงดัง

“ตบเรียกสติตัวเอง” กล้าตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เขาคิดมาตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้วว่าคนอย่างไอ้เหมียวน่ะไม่เหมาะที่จะเป็นผัวใครได้เลยสักนิด แล้วในที่สุดความคิดของเขามันก็เกิดขึ้นจริง..ให้ตายเหอะ นี่มันน่าตื่นเต้นจนเขาคุมไม่ให้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้เลยจริง ๆ

“มึงมันบ้า” ต้นข้าวว่าพี่ชาย ถึงจะรู้อยู่แล้วว่ามันน่ะคนบ้า แต่ก็อดที่จะว่าไม่ได้

“แล้วมึงจะทำยังไงต่อไปวะ” ต้นกล้าไม่สนที่น้องชายว่า ยื่นหน้าเข้าไปจ้องตาแมวเหมียวที่มีท่าทีประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่รู้ว่ะ” เหมียวตอบ เขายังไม่ได้คิดเลยว่าจะเอายังไงต่อไปดี

ต้นกล้าขมวดคิ้ว “อ้าว..”

“กูว่า...เขาต้องปฏิเสธกูแน่ ๆ เลย” วิฬาร์ว่าแบบนั้นก่อนจะถอนหายใจ ถึงจะพยายามทำให้ตัวเองฮึกเหิม แต่ในบางทีมันก็อดจะห่อเหี่ยวไม่ได้อยู่ดี เขาไม่ชอบความผิดหวัง แต่เรื่องนี้ดูยังไงก็มีคำตอบเดียว..ก็คือถูกปฏิเสธอย่างแน่นอน

“มึงก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจสิ” ข้าวบอก “ลองดูสักตั้งจะเป็นอะไรไป”

“ใช่” แฝดคนพี่เสริม “ลองดูก่อน อย่าเพิ่งพูดเหมือนพวกหมาขี้แพ้แบบนั้นดิวะ”

แมวเหมียวหันขวับไปมองต้นกล้าตาขวางเมื่อถูกพูดแบบนั้นใส่ ยิ่งเจ้าตัวเป็นพวกฆ่าได้หยามไม่ได้ ความคิดที่กำลังจะยอมแพ้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที

“ไอ้สัตว์ ใครบอกว่ากูจะยอมแพ้!”

ต้นกล้าแสยะยิ้ม “แล้วเมื่อกี้แมวตัวไหนมันทำหน้าหงอยวะ”

“กูไม่ได้ทำ!”

“กูไม่ได้ว่ามึงสักหน่อย..ร้อนตัวทำไม”

แมวเหมียวหนวดกระตุกเมื่อถูกเพื่อนรักกวนประสาทจนอยากจะข่วนให้หน้าแหกจนหมดหล่อไปเลย เจ้าตัวแยกเขี้ยวใส่ ในขณะที่อีกฝ่ายพ่นหัวเราะอย่างไม่ได้มีความรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย

..เพราะยังไงมันก็น่ารักมากกว่าน่ากลัวอยู่วันยังค่ำ..

“พวกมึงหยุดทะเลาะกันสักที เวลานี้พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกันสิวะ” ต้นข้าวว่าน้ำเสียงจริงจัง

“มึงนี่จริงจังกว่ากูอีกนะ” วิฬาร์บอกยิ้มขำ

“กูก็แค่อยากให้มึงสมหวัง” ต้นข้าวบอกพลางยิ้มแห้ง

“กูเองก็อยากสมหวัง” เหมียวยิ้มบาง “แต่เขาว่ากันว่าส่วนใหญ่รักครั้งแรกมักไม่สมหวังไม่ใช่เหรอวะ”

“อย่าคิดแบบนั้นสิ” ข้าวปลอบใจเพื่อน พวกเขายังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าเรื่องที่คนพูดต่อกันมามันจริงหรือไม่จริง นอกจากว่าจะเผชิญหน้ากับมันด้วยตัวเองเท่านั้น

“แล้วเฮียมึงจะยอมเหรอวะ” กล้าพูดขึ้น

วิฬาร์ถอนหายใจ “นั่นแหละปัญหา”

“ไมวะ”

“กูแอบไปได้ยินมา เฮียมันบอกพี่เก้าว่าห้ามยุ่งกับกู”

ต้นข้าวอ้าปากค้าง “อย่าบอกว่า..”

“เฮียรู้เรื่องที่มึงชอบพี่เก้างั้นสิ” ต้นกล้าไม่แปลกใจสักนิดที่เฮียจะรู้ว่าเหมียวมันชอบเพื่อนของตัวเอง..ก็เลี้ยงมันมากับมือ แถมเหมียวมันยังเป็นพวกดูออกง่าย ปิดอะไรใครไม่ค่อยมิดหรอก

“เออ” แมวเหมียวขมวดคิ้ว “รู้ได้ไงวะ กูว่ากูก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรนะ”

“เหรอออ” แฝดพี่ลากเสียงยาว ในขณะที่ต้นข้าวหัวเราะคิก

วิฬาร์มองค้อนเพื่อนรักที่ส่งเสียงกระแนะกระแหนตนอีกครั้ง “มึงไม่กวนตีนกูสักวันแล้วจะตายหรือไง”

“ไม่ตายหรอก แต่กูคงเหงา”

“เหงาพ่อง”

ต้นกล้าหัวเราะเสียงดัง ถ้าจะให้บอกตามตรงก็คือ..การกวนตีนเพื่อนเหมือนเป็นงานอดิเรกของเขาไปแล้ว

“ข้าว มึงคอยดูพี่มึงนะ สักวันกูจะฆ่ามัน”

“เอาเลยสิ” ต้นข้าวไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“อ้าว ๆๆ ทำแบบนี้กับกูได้เหรอข้าว” ต้นกล้าบีบท้ายทอยน้องชายที่เกิดห่างกันไม่กี่นาที “ระวังตัวไว้นะมึง”

คนกลางอย่างข้าวหัวเราะเอิ๊ก เขาแกะมือต้นกล้าออกมาจับเอาไว้ “คิดว่ากูกลัวมึงเหรอ”

แฝดพี่สะบัดมืออีกฝ่ายทิ้ง ก่อนจะหันมาสนใจวิฬาร์

“แต่จะรุกคนอายุมากกว่ามันไม่ง่ายนะเว้ย”

“กูรู้”

“แล้วยิ่งเขาเป็นเพื่อนของเฮีย มันก็ยากเข้าไปอีก”

“นี่มึงจะพูดเพื่อให้กูมีแรงฮึดหรือให้ยอมแพ้ไปกันแน่” วิฬาร์ว่า “เมื่อกี้ยังบอกกูห้ามยอมแพ้อยู่หมาด ๆ ที่มึงพูดมานี่กูแทบจะอยากยอมแพ้แล้วนะไอ้เวร”

“มันอยู่ที่มึงว่าจะกล้าเสี่ยงหรือเปล่า” ต้นกล้ายิ้มมุมปาก “ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้..มึงอาจจะสมหวังหรือเสียเขาไปเลยก็ได้ แล้วมึงว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยงไหม”

วิฬาร์นิ่งงัน เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันเสี่ยงแค่ไหน ถ้าลองเสี่ยงดู...มันจะคุ้มหรือเปล่า ความคิดในหัวมันตีรวนจนเขาสับสนไปหมดแล้ว

“มึงนี่สงสัยจะดูละครเยอะนะ” ต้นข้าวนั่งเท้าคางพลางพูดกัดพี่ตัวเอง

“กู..จะลองดู”

“มึงว่าอะไรนะ” ต้นกล้าแกล้งไม่ได้ยิน

“กูจะลองดู” เขาเน้นย้ำทีละคำ และเพราะรู้ว่าอีกฝ่าแกล้งไม่ได้ยินถึงได้หงุดหงิด

“เออ! มันต้องอย่างนี้สิวะ” ฝ่ามือใหญ่ตบลงที่หลังสองสามทีจนแมวเหมียวที่ตัวเล็กนิดเดียวสะเทือน

“โว้ย!!” วิฬาร์ร้องก่อนจะตีมันคืนบ้าง

“พอได้แล้ว!” ต้นข้าวเป็นฝ่ายห้าม ไม่อย่างนั้นศึกนี้คงอีกยาว เพราะฝ่ายหนึ่งก็ชอบยั่วประสาท ในขณะที่อีกคนก็อารมณ์ขึ้นง่ายเหลือเกิน

วิฬาร์ชี้หน้าทะเล้นของต้นกล้าพลางทำปากขมุบขมิบด่าต้นกล้า ยิ่งเห็นมันลอยหน้าลอยตาก็ยิ่งหมั่นไส้

“หมดยกที่หนึ่ง” ต้นข้าวดันหน้าของทั้งคู่ออกทันทีเมื่อเสียงออดดัง “ขึ้นเรียนได้แล้วพวกมึง”

/

ถึงเวลาเลิกเรียน วิฬาร์ยืนรอให้แม่มารับอย่างเช่นทุกวัน โตป่านนี้แล้ว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยขอกลับบ้านเอง แต่เพราะเคยเป็นลมบนรถเมล์นั่นแหละ เลยทำให้ต้องมายืนแกร่วรวมกับเด็กประถมที่กำลังรอผู้ปกครองมารับเหมือนกัน

ช่วงเวลาที่ยืนรอเฉย ๆ เขาก็ได้แต่กลัดกลุ้มเรื่องปัญหาหัวใจของตัวเองไปพลาง ๆ

*ปี๊น*

เหมียวเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแตรรถ เห็น bmw x3 สีเทาเข้มคุ้นตาและเลขทะเบียนรถที่จำได้ขึ้นใจ ทำเอาเขาอดที่จะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้ มือเรียวกุมสายกระเป๋าเป้แน่นก่อนจะก้าวขาออกวิ่งตรงไปที่รถ โดยลืมสิ่งที่กำลังกลุ้มอยู่ไปทันตา

“วิ่งเร็วแบบนั้นเดี๋ยวก็ล้มหรอก” เมื่อน้องเข้ามานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วการินก็พูดเตือนด้วยความเป็นห่วง

“แล้วล้มหรือเปล่าล่ะ” วิฬาร์ย้อนเสียงใส

คนอายุมากกว่าส่ายหน้าระอาเล็กน้อย ริมฝีปากแย้มยิ้มอย่างเอ็นดู เขาเลื่อนเกียร์ก่อนจะเหยียบคันเร่งพร้อมกับหมุนพวงมาลัยออกจากที่จอดรถรับส่งนักเรียน

วันไหนที่เขากลับมาจากกรุงเทพก็มักจะเป็นฝ่ายเข้ามารับแมวเหมียวที่โรงเรียนแทนคุณน้าแบบนี้เสมอตั้งแต่น้องเด็ก ๆ แล้ว

“วันนี้อยากกินอะไรไหม” การินถาม

วิฬาร์นึก “เหมียวอยากกินน้ำแข็งไสอะ มีร้านเปิดใหม่ด้วยนะ”

“หืม..พี่ว่าไม่ดีมั้ง เดี๋ยวก็อาหารเป็นพิษอีก”

คนถูกปรามหน้าสลดลง เขาก็รู้ว่าตัวเองกินอะไรซี้ซั้วอย่างคนอื่นไม่ได้ ตนชอบกินน้ำแข็งไสมาก แต่กินทีไรก็ท้องเสียทุกที ล่าสุดนี่อาหารเป็นพิษจนถูกลากไปโรงพยาบาลนอนให้น้ำเกลืออยู่สองวัน

“แต่..ร้านนี้เขา..น่าจะทำสะอาดก็ได้นะครับ”

การินยิ้มขำ ทุกครั้งที่แมวเหมียวเริ่มพูดจาเสียงอ่อนเสียงหวานและลงท้ายประโยคเพราะ ๆ แบบนี้ นั่นคือการออดอ้อนตามแบบฉบับเขาล่ะ

“กินอย่างอื่นได้ไหมครับ”

“เหมียวอยากกินน้ำแข็งไส..นะพี่ น้า~” เหมียวส่งเสียงอ้อนพร้อมกับเขย่าแขนอีกฝ่ายเบา ๆ

“ถ้าพี่พาแมวเหมียวไปกินแล้วเป็นอะไรขึ้นมา พี่ต้องถูกคุณน้าด่าแน่ ๆ เหมียวไม่สงสารพี่เหรอครับ”

น้องหยุดมือพร้อมกับทำปากยื่น ถูกขัดใจทีไรทำหน้าแบบนี้ทุกที แต่ก็ดูน่ารักในสายตาของการินเสมอ

“ไปกินเค้กร้านนั้นไหม ที่แมวเหมียวชอบน่ะ” เขาเสนอ แมวเหมียวคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบ การินยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นลูบผมอย่างเอ็นดู “เด็กดี”

ก้อนเนื้อในอกของวิฬาร์เต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มขาวแดงขึ้น เขาเขินอายทั้งที่ตัวเองก็ถูกอีกฝ่ายกระทำแบบนี้ด้วยตลอดมา
มันอาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ในสายตาของเขา..พี่เก้าคือพี่ชายที่แสนดีอีกคน แต่ในตอนนี้สายตาที่เขามองอีกฝ่ายมันได้เปลี่ยนไปแล้ว

..เขามองพี่เก้าในแบบอื่นไปแล้ว..

วิฬาร์หันหน้าหนีออกไปมองด้านนอกหน้าต่าง สิ่งที่กำลังกลุ้มใจตอนที่กำลังยืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนย้อนกลับมาให้ได้ขบคิดอีกครั้ง
เขาจะเริ่มต้นตรงไหน ทำอะไรยังไง จะบอกความในใจตอนไหน แล้วถ้าเกิดพี่เก้าปฏิเสธล่ะ..เขาจะเสียอีกฝ่ายไปเลยหรือเปล่า

“เป็นอะไรเหรอ” การินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้องเงียบไป

“หะ! อ่อ..ไม่มีอะไรหรอกครับ” เจ้าตัวสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะหันหน้ามาตอบ

“มีอะไรกลุ้มใจหรือไงครับ”

“...”

“แสดงว่ามีสินะ”

“...” วิฬาร์เม้มปากแน่น นี่เขาไม่เคยปิดบังอะไรใครได้เลยหรือไงกัน

“มีเรื่องอะไรก็บอกพี่ได้นะ”

คนอายุน้อยกว่าส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอกน่า”

การินเหล่มอง “มีใครแกล้งแมวเหมียวของพี่หรือเปล่า”

วิฬาร์ใจเต้นแรงขึ้นอีก..แมวเหมียวของพี่งั้นเหรอ..ใช่ เขาอยากเป็นของพี่เก้า คำพูดของอีกฝ่ายปลุกเร้าความรู้สึกดำมืดของตนขึ้นมา มันทำให้เขาโผล่งออกไปอย่างลืมตัว

“เพราะพี่เก้านั่นแหละ”

“พี่เหรอ?”

จะมาปิดปากตัวเองตอนนี้มันก็ไม่ทันเสียแล้ว ในเมื่อเผลอพูดออกไป เขาก็ต้องเดินหน้าต่อเท่านั้น

“กะ ก็พี่เก้านั่นแหละ ที่ทำให้เหมียวเป็นแบบนี้”

“อ่า…” เพียงเท่านี้การินก็รู้แล้วว่าน้องเป็นอะไร เขาไม่ได้ซักไซ้อะไรต่ออีก และตั้งใจขับรถต่อด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง

วิฬาร์มองไม่ออกว่าพี่เก้าคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะบอกไปเมื่อครู่ เพราะอีกฝ่ายนิ่งเสียจนเขานึกสงสัย

“แค่นั้นเหรอ”

การินเลิกคิ้ว “หืม?”

“แค่..อ่า..เท่านั้นเหรอ”

คนอายุมากกว่าเม้มปาก เขารู้และเข้าใจในสิ่งที่น้องจะสื่อดี แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแมวเหมียวถึงจะเจ็บน้อยที่สุด เพราะเขาไม่สามารถตอบสนองต่อความรู้สึกของน้องได้

การินเงียบไปไม่นานนัก ก่อนจะย้อนถาม ทำตัวราวกับไม่รู้ถึงความในใจของน้อง

“แล้วพี่ทำอะไรผิดเหรอ”

วิฬาร์อ้าปากค้างกับปฏิกิริยาของอีกคน คิดไม่ถึงว่าจะมาไม้นี้ จากบทสนทนาของเฮียกับพี่เก้าในคืนนั้น ตนมั่นใจว่าอีกฝ่ายรับรู้ว่าเขาคิดอย่างไร

เหมียวนึกว่าพี่เก้าจะยอมรับตรง ๆ ว่ารู้สึกถึงความในใจของเขา แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะทำเหมือนไม่รับรู้เลยแบบนี้ และนั่นก็ทำให้เขารู้แย่

“อันที่จริงแล้วพี่ไม่ผิดหรอก” วิฬาร์บอก “ที่เหมียวเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะว่า...เหมียวชอบพี่”

“...”

ช่วงเวลาที่พี่เก้าเงียบนั้นมันทำให้เขาปวดมวนท้องไปหมด

“พี่จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนาน วิฬาร์ก็เอ่ยถาม โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นเว้าวอนมากแค่ไหน

“พี่คิดแบบนั้นกับแมวเหมียวไม่ได้หรอกนะ”

“เหมียวรู้”

“...”

“ไม่ใช่ว่าเหมียวไม่พยายามตัดใจจากพี่นะ เหมียวพยายามแล้ว แต่มันก็ทำไม่ได้” วิฬาร์บอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นึกย้อนไปถึงตอนที่เพิ่งรู้ตัวว่าชอบพี่เก้า ตอนนั้นเขาก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ควร คิดหาสารพัดวิธีที่จะทำให้เลิกชอบอีกฝ่ายให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นทางที่จะทำให้เลิกชอบได้เลย

คนอายุมากกว่าขับรถจอดเทียบข้างทางเพื่อที่จะพูดคุยกันได้ถนัด

“เหมียว..พี่เห็นเรามาแต่เล็กแต่น้อย พี่ชอบเราแบบนั้นไม่ได้จริง ๆ” การินบอกย้ำอย่างหนักแน่นอีกครั้ง

น้ำเสียงที่จริงจังของอีกฝ่ายทำเอาวิฬาร์รู้สึกวูบโหวงในอก ยามปกติพี่เก้ามักจะเรียกเขาด้วยน้ำเสียงมุ้งมิ้งว่า ‘แมวเหมียว’ ตามคนที่บ้านของเขามาตลอด แต่นี่อะไรกัน ทำมาเป็นเรียกชื่อเสียงเข้ม

เขาเม้มปากแน่นแล้วแอบเถียงพี่เก้าอยู่ในใจ..ทำไมจะคิดแบบอื่นไม่ได้กันล่ะ ในเมื่อเราไม่ใช่พี่น้องกันจริง ๆ สักหน่อย



TBC...
แมวเหมียวกลับมาแล้วจ้าาาา
ฝากเอ็นดูนุ้งด้วยน้า~~~~
 :L2:

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ใจแข็งจัง  :hao5: :hao5:
เจ้าเหมียวจะทำยังไงต่อล่ะทีนี้

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page



"รักเหมียวสิ"





การินเห็นแมวเหมียวของเขามีสีหน้าเศร้าหมอง..หัวใจที่คิดว่าเข้มแข็งก็พลันอ่อนยวบ

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

วิฬาร์เงยหน้าขึ้นสบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียวสวยที่ก็จ้องมองมาที่เขาอยู่เหมือนกัน

“พี่เก้าไม่ชอบเหมียวที่ตรงไหนเหรอ เหมียว..จะได้ปรับปรุงตัวเองใหม่”

การินส่ายหน้าช้า ๆ ยิ้มบางด้วยความเอ็นดู “สำหรับพี่ แมวเหมียวที่เป็นแบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว”

“ก็ถ้ามันน่ารักดีอยู่แล้วทำไมพี่ถึงไม่ชอบล่ะ”

การินชะงักไปเมื่อถูกน้องยอกย้อนอย่างนั้น “...แมวเหมียวน่ะยังเด็กเกินไป”

วิฬาร์ย่นจมูกเมื่อพี่เก้าหยิบยกข้อนี้ขึ้นมาอ้าง ตนคิดว่ามันไม่แฟร์เอาเสียเลย ทำไมล่ะ..เด็กจะมีความรักบ้างไม่ได้หรือยังไงกัน

“เด็กที่ไหนกัน อายุตั้ง 17 แล้วเหอะ”

“เทียบกับพี่ที่อายุ 35 แล้วเด็กหรือเปล่าล่ะ พี่สามารถเป็นพ่อของเราได้เลยนะ” เก้าว่ายิ้มมุมปากเล็กน้อย “อีกอย่าง...เราเป็นน้องชายของไอ้น้ำ มันไม่เหมาะสม”

วิฬาร์เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเพื่อนของพี่หรือน้องเป็นคนที่เราไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ตนไม่เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดเหรอ..มันถึงได้เป็นสิ่งที่ไม่ควร

ในเมื่อคนมันชอบไปแล้ว..จะให้ทำยังไง

“ที่เหมียวชอบพี่..มันเป็นสิ่งที่ผิดเหรอ” วิฬาร์ถาม พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น เขาตั้งใจไว้แล้ว..ไม่ว่ายังไงก็จะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าพี่เก้าเด็ดขาด

“ไม่ใช่แบบนั้น คือ…”

“หรือว่าที่จริงแล้ว ที่พี่ชอบเหมียวไม่ได้..เพราะเหมียวเป็นผู้ชาย”

วิฬาร์เห็นอีกฝ่ายดูอึ้งไปเมื่อถูกถามแบบนั้น เห็นแบบนี้แล้วมันก็ทำให้ตนแอบคิดว่าพี่เก้าเองก็คงไม่ได้รังเกียจผู้ชายด้วยกันหรอกมั้ง

เขาคิดว่าพี่เก้าคงเครียดพอสมควร ดูได้จากที่เวลาปกติแล้วจะไม่เป็นคนอ้ำอึ้งแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างนี้ เขาก็ไม่ควรจะทำให้พี่เก้ารู้สึกไม่ดี ทั้งที่ควรจะหยุดปากตัวเองแท้ ๆ แต่เขากลับไม่ทำ..

เพราะเหมียวรู้ดี..ว่าพี่เก้าแคร์ความรู้สึกของตัวเองมากแค่ไหน ไม่ว่าเขาจะขออะไรก็ตาม พี่เก้าไม่เคยปฏิเสธ หรือพูดตรง ๆ ก็คือ..พี่เก้าไม่เคยปฏิเสธตนได้เลย กับครั้งนี้เขาก็หวังอยู่ลึก ๆ ว่าพี่เก้าคงจะใจอ่อนให้กับตนบ้างน่ะแหละน่า

“คือ..พี่ไม่ใช่เกย์ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่ชอบเหมียวนะ แต่พี่ไม่ได้ชอบในความหมายนั้น” การินพยายามตอบให้นุ่มนวลที่สุด เพราะไม่อยากให้น้องต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

คำตอบของพี่เก้าแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้วิฬาร์จะมั่นใจว่าตัวเองสำคัญแค่ไหน แต่ก็คงไม่ได้มากพอขนาดที่จะเปลี่ยนใจคนตรงหน้าได้

เขารู้สึกแน่นหน้าอกและหายใจไม่ค่อยออก อาการแบบนี้เหรอที่เขาเรียกกันว่า..อกหัก และทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตามก็จะไม่ยอมร้องไห้ให้พี่เก้าเห็น

สุดท้าย...ก็ทำอย่างที่คิดไว้ไม่ได้เลยสักอย่าง

เหมียวหันหน้าหนีพี่เก้า มองออกไปนอกหน้าต่างรถพร้อมกับเช็ดน้ำตาทิ้งเงียบ ๆ ไม่อยากให้พี่เก้ารู้ว่าเขาร้องไห้ แต่ทั้งคู่ก็นั่งใกล้กันแค่นี้ เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่รู้ และทันทีที่รู้...พี่เก้าก็เอื้อมมือเข้ามาจับไหล่ของเขาไว้

“แมวเหมียวร้องไห้เหรอ?”

เสียงของพี่เก้าอ่อนโยน..จนน้ำตามันไหลลงมาอีกครั้ง เหมียวเช็ดมันทิ้งลวก ๆ ก่อนจะตอบ พยายามไม่ให้เสียงสั่น

“เปล่าครับ”

“แมวเหมียว หันมาหาพี่หน่อยสิ”

พี่เก้าบอกแบบนั้น วิฬาร์กลับไม่ยอมทำตาม เพราะขืนหันไปเห็นหน้าอีกฝ่ายตอนนี้ต่อมน้ำตาได้แตกอีกครั้งแน่

นานนับนาที...การินที่ทนไม่ไหวจับเข้าที่ข้อมือบางจนน้องสะดุ้ง

“เหมียว..พี่บอกว่าให้หันมาหาพี่” การินกดเสียงต่ำเป็นเชิงบังคับ

วิฬาร์เบะปากก่อนจะค่อย ๆ หันไปด้วยความกลัว เพราะถึงเขาจะมั่นหน้าขนาดไหนว่าอีกฝ่ายไม่กล้าที่จะทำอะไรตน แต่เขาเองก็สำนึกเสมอว่าพี่เก้าอายุมากกว่าเยอะ..มากซะด้วย

การินใช้มืออีกข้างดันคางน้องให้เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

“ไหนบอกว่าไม่ได้ร้องไห้”

“ไม่ได้-”

น้ำตามันไหลลงมาอีกทั้งที่ยังพูดไม่จบ แม่งเอ๊ย..ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยเนี่ย! เหมียวโมโหตัวเองมากที่วันนี้ไม่มีอะไรเป็นอย่างใจคิดสักเรื่อง

“ก็เห็นอยู่ว่าร้อง” การินแซว เขายิ้มมุมปาก

ปกติวิฬาร์ชอบที่พี่เก้ามักจะยิ้มให้..แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ชอบใจเอาเสียเลย เขาไม่ตอบโต้อะไร แต่กลับจ้องหน้าอีกฝ่ายเงียบด้วยความไม่พอใจเมื่อถูกล้อเลียน ทั้งสองคนจ้องตากันอย่างนั้น เหมียวมองจ้องที่นัยน์ตาสีเขียวของอีกฝ่าย แต่ก็ยังมองไม่ออกว่าพี่เก้าคิดอะไรกันแน่

รู้อย่างเดียวคือ..ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามพี่เก้ามักจะใช้สายตาแบบนี้มองเขาอยู่เสมอ

การินปล่อยมือออกจากคางของแมวเหมียวก่อนจะลูบบนหัวเบา ๆ

“ร้องไห้ทำไม..หืม?”

“เหมียวร้องไห้ไม่ได้เหรอ” ย้อนถามเสียงสะอื้น ถึงตอนนี้เขาไม่สนแล้วว่าพี่เก้าจะมองตนยังไง แต่เขาทนเก็บน้ำตานี้ไม่ไหวอีกแล้ว

“ไม่ใช่แบบนั้น..”

“เหมียวเสียใจ..แล้วเหมียวไม่มีสิทธิ์จะร้องไห้เหรอ แค่พี่เก้าปฏิเสธ..เหมียวก็เสียใจมากพอแล้ว นี่ยังจะไม่ให้เหมียวร้องไห้อีกเหรอ”

วิฬาร์ถาม น้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายต้องคาดคั้นเรื่องที่ตนร้องไห้นี่ด้วย เขาเป็นคนมีชีวิตจิตใจ เสียใจก็ต้องร้องไห้เป็นธรรมดาไม่ใช่หรือไง

อีกคนดูอึ้งไปเมื่อเห็นน้องในโหมดนี้ มือที่ลูบหัวเมื่อครู่หยุดไปแล้ว นั่นยิ่งทำให้คนอายุน้อยกว่าอาการหนักเข้าไปอีก

“พี่ขอโทษนะ” เขาบอกพร้อมกับประคองใบหน้าน้องไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้าง นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาอย่างแผ่วเบา

“หยุดร้องได้ไหม”

ยิ่งการินอ่อนโยนมากเท่าใด วิฬาร์ก็ยิ่งเจ็บปวด แค่คิดว่าความอ่อนโยนของพี่เก้าไปเป็นของคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเพียงแค่คนเดียว..น้ำตาก็พรั่งพรูออกมาราวกับเขื่อนแตก

การินทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นน้ำตามากมายไหลออกมาไม่หยุด เขาแนบหน้าผากของตัวเองลงกับหน้าผากของน้อง

“หยุดร้องไห้นะครับ...พี่ขอร้อง”

เหมียวดันตัวออกจากอีกฝ่ายแต่พี่เก้ากลับไม่ปล่อย ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงแค่คืบ

“พี่ทำแบบนี้ทำไม!” เขากระชากเสียงถาม

คนอายุมากกว่าตอบไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่ทันได้คิดคำตอบไว้ว่าทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้

“แล้วทำไมพี่ต้องขอร้องให้เหมียวหยุดร้องไห้ด้วย”

“เพราะพี่ไม่อยากเห็นแมวเหมียวร้องไห้”

วิฬาร์จ้องหน้าอีกฝ่าย ใบหน้าของผู้ชายที่เขาแอบชอบมานานอยู่ใกล้นิดเดียว เขาปล่อยให้พี่เก้าเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า

“หยุดร้องแล้ว” การินยิ้มบาง

วิฬาร์สะบัดหน้าหนีออกจากมือของพี่เก้า “คนเห็นแก่ตัว”

“พี่เป็นแบบนั้นเหรอ?”

“หรือไม่ใช่” วิฬาร์ขึ้นเสียงเมื่อพี่เก้าย้อนถามด้วยใบหน้ายิ้มน้อย ๆ “พี่หักอกเหมียว แล้วยังมีหน้ามาพูดว่าไม่อยากเห็นเหมียวร้องไห้อีก”

“พี่ก็ขอโทษแล้วไง อย่าโกรธพี่เลยนะ”

คนอายุมากกว่ายังคงไม่หุบยิ้ม เห็นแบบนี้แล้วมันยิ่งทำให้แมวเหมียวโมโหเข้าไปใหญ่

“ไม่! เหมียวจะโกรธ”

“งั้น..พี่ต้องทำยังไงแมวเหมียวถึงจะหายโกรธเหรอ”

สายตาเหลือบมองเมื่อพี่เก้าถามด้วยเสียงเย้าแหย่ “รักเหมียวสิ”

“พี่ก็รักแมวเหมียวอยู่แล้วนี่นา” การินเอียงคอบอก

“ไม่ใช่รักแบบน้องชายเซ่!”

การินหัวเราะเล็กน้อยเมื่อถูกโวยวายใส่

พูดก็พูดเถอะ เหมียวไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกคนถึงเป็นเพื่อนกับเฮียได้ ก็แม่ง..กวนตีนไม่ได้แพ้กันเลยนี่สิ

“ถ้าพี่รักแมวเหมียวแบบนั้น..ไอ้น้ำได้แหกอกพี่ตายแน่ ๆ”

“ไม่ต้องห่วง” วิฬาร์ตบมือลงกับอกสองครั้ง “เหมียวจะปกป้องพี่เอง ไว้ใจได้เลย”

การินจับหัวเล็ก ๆ โยกไปมา “ตัวกะเปี๊ยกแค่นี้จะไปสู้มันได้ยังไง”

วิฬาร์หยุดแล้วคิดภาพตาม นั่นสิ..ตนจะไปสู้ไอ้เฮียน้ำไหวได้ยังไง เหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงชัด ๆ แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว แถมเฮียเวลาโมโหแม่งเหมือนหมาบ้าเลย เหมียวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก

“ไม่รู้แหละ! ถ้าพี่ไม่รับรักเหมียวก็ไม่ต้องมายุ่งกันอีก ไม่ต้องมาคุย ไม่ต้องมาเล่น ไม่ต้องมาเจอหน้ากันอีกเลย!” เจ้าตัวโวยกลบเกลื่อนพร้อมกับสะบัดหน้าหนี

การินเงียบไป เขาขยับตัวกลับไปนั่งพิงเบาะเหมือนเดิม

คนอายุน้อยกว่าแอบเหลือบตามองด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไอ้ที่ปากดีไปเมื่อกี้น่ะ..ในใจก็แอบกลัวว่าพี่เก้าจะเลือกอีกทางที่เขาไม่ได้อยากให้เป็นอยู่เหมือนกัน แต่ถึงสุดท้ายแล้วถ้าอีกคนยังยืนยันคำเดิม วิฬาร์ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ตนก็คงไม่ไปร้องไห้ฟูมฟายอ้อนวอนใส่พี่เก้าหรอก

สุดท้ายแล้วถ้ามันไม่ได้จริง ๆ เหมียวก็คงต้องตัดใจ

คิดเสียว่าอย่างน้อยเราก็ได้พยายามแล้ว...

“ไม่มีทางเลือกอื่นให้พี่บ้างเลยเหรอ?” การินถามขึ้น

วิฬาร์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ย

“ยังจะมีทางไหนได้อีกล่ะ”

“ทางที่ 3 คือพี่จะปล่อยให้เราได้รักพี่อย่างที่อยากรัก แต่..พี่ก็คงจะให้มากกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ”

วิฬาร์อ้าปากค้างกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน เมื่อเขาได้สติและกำลังจะต่อว่าต่อขาน อีกฝ่ายก็พูดขึ้นมาอีก

“พี่น่ะ...รักแมวเหมียวมากนะ และคงทนไม่ได้ถ้าจะไม่ได้คุยหรือเล่นกับแมวเหมียวอีก อันที่จริงแล้ว..พี่ไม่อยากให้แมวเหมียวมาเสียเวลากับคนอย่างพี่เลย พี่อยากให้แมวเหมียวได้เจอคนดี คนที่พร้อมจะรักแมวเหมียวโดยที่ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ”

รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นกับการลูบหัวอย่างอ่อนโยนจากพี่เก้าไม่สามารถลบล้างคำพูดที่หวังดีแต่แฝงไปด้วยความใจร้ายเมื่อครู่นี้ได้เลย

วิฬาร์กะพริบตาถี่อย่างไม่เข้าใจ ‘คนแบบพี่’ นี่มันเป็นยังไงกัน รู้จักกันมา 17 ปี คิดว่าตัวเองรู้จักพี่เก้าดีพอ เพราะตลอดมาอีกฝ่ายก็เป็นพี่ชายที่ดีมาก ๆ อีกคน

แต่บางทีเขาอาจจะคิดผิด…
ตลอดมาเขาอาจไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยก็เป็นได้…

“พี่...ใจร้าย” วิฬาร์เบะปากร้องไห้ออกมาราวกับเด็กตัวน้อย

การินรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบ นึกย้อนไปถึงอดีต..ตอนที่ได้เจอกับแมวเหมียวครั้งแรก น้องเพิ่งเกิดได้แค่สองเดือน ตัวเล็กไปหมดทุกส่วนจนเขาไม่กล้าแตะต้อง

ครั้งแรกที่ได้อุ้มเป็นตอนที่แมวเหมียวอายุ 8 เดือน น้องตัวหอมและนิ่มไปทั้งตัว การินบอกกับตัวเองว่าจะไม่มีวันทำให้น้องร้องไห้เป็นอันขาด

..เขาจะดูแลและปกป้องแมวเหมียวตลอดไป..

แต่วันนี้เขาได้ผิดคำพูดของตัวเอง แมวเหมียวร้องไห้และเสียใจก็เพราะเขา แต่..จะให้ทำอย่างไร การินไม่เคยคิดว่าเรื่องราวมันจะเป็นแบบนี้ เขาที่ไม่มีพี่น้อง และมองแมวเหมียวเป็นเหมือนน้องชายแท้ ๆ มาตลอด

..เขาจะตกลงเรื่องแบบนั้นได้ยังไง..

ฝ่ามือใหญ่เช็ดน้ำตาให้น้อง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ เขาทำอะไรผิดไปที่ตรงไหนกันนะ แมวเหมียวถึงได้รู้สึกกับตนในแง่นั้น

“พี่ขอโทษ…”

วิฬาร์คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าถ้าถูกปฏิเสธมันจะต้องเจ็บ เขาเตรียมใจไว้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเจ็บหนักขนาดนี้ เขาถูกดึงเข้าไปกอดแน่น

“พี่ขอโทษจริง ๆ”

คนน้องส่ายหน้าไปมากับอกพูดสะอึกสะอื้น “พี่เก้าไม่ผิด..ไม่ต้องขอโทษ..เหมียวหรอก”

“พี่ทำให้แมวเหมียวร้องไห้ พี่ขอโทษ”

“เหมียวผิดเอง ผิดที่รัก..ในแบบที่พี่ไม่ต้องการมัน”

พอได้ยินน้องพูดแบบนั้น ในอกของคนอายุมากกว่าก็ปวดแปลบขึ้นมาทันที

“ขอเวลาเหมียวหน่อยนะ เหมียวจะพยายามตัดใจจากพี่ให้ได้”

“...”

“ขออย่างเดียว..ช่วงนี้พี่ช่วยอย่าเพิ่งมายุ่งกับเหมียวสักระยะได้ไหม”

น่าแปลกที่การินควรจะโล่งใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น แต่มันกลับตรงกันข้าม “เหมียวหมายความว่า..” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
วิฬาร์พยักหน้า “เหมียวกลัวว่าถ้าได้เจอกับพี่แล้วจะตัดใจไม่ได้”

“นานไหม..”

คนอายุน้อยกว่าส่ายหน้า “ไม่รู้เหมือนกัน วันไหนถ้าเหมียวโอเคแล้วจะบอกพี่นะ”

การินพยักหน้าน้อย ๆ “อืม แล้วพี่จะรอนะ”

เหมียวเช็ดน้ำตาบนหน้าทิ้ง พร้อมกับนั่งนิ่งเงียบไปตลอดทางกลับบ้าน การจราจรที่ติดขัดไม่ต่างอะไรจากกรุงเทพนานจนทำเอาดวงตากลมค่อย ๆ ปิดลง

..เขาเหนื่อยเหลือเกิน..

การินเหลือบมองคนน้องข้างกายเป็นระยะ เมื่อเห็นว่าแมวเหมียวหลับก็เอื้อมมือไปลูบหัวกลมของน้องอย่างเบามือ ในอกยังรู้สึกหน่วงไม่หาย เพราะหลังจากวันนี้ไป..ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่พวกเขาจะกลับมาสนิทใจได้เหมือนเดิม

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักแมวเหมียว แต่เขาไม่สามารถมองน้องในแง่นั้นได้จริง ๆ เด็กที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมานาน หวังให้เติบโตมาพบเจอแต่สิ่งที่ดี ไม่อยากให้เสียใจกับอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น

แต่สุดท้ายก็เป็นเขา..ที่ทำให้น้องต้องเสียใจ เขานี่มันเป็นคนที่แย่จริง ๆ



/



นานแล้ว...ที่วิฬาร์ไม่ได้ติดต่อกับพี่เก้าเลย เขาใช้เวลาอยู่กับตัวเอง พยายามไม่ยึดติดกับอีกฝ่ายเหมือนอย่างที่เป็นมาตลอด
ในช่วงแรกวิฬาร์รู้สึกเหงามาก ปกติเขาจะไลน์หาพี่เก้าวันละหลาย ๆ ครั้ง แถมวิดีโอคอลก่อนนอนอีกหนึ่ง พอไม่ได้ทำเรื่องพวกนั้นก็รู้สึกว่างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาตลอด

เขาไปเรียนหนังสือ เที่ยวเล่นกับเพื่อน ว่างก็อ่านหนังสือ แถมเขาเพิ่งอ้อนให้เฮียซื้อ play station มาให้หมาด ๆ แลกกับการที่จะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นให้ได้ ตอนนี้เลยมีเกมให้เล่นอีกเป็นพะเรอเกวียน เลยทำให้ความเหงาที่เคยมีเบาบางลงไปบ้าง

ช่วงเวลาที่เขาคิดถึงพี่เก้ามักจะเป็นก่อนนอนอยู่เสมอ หลายครั้งที่เขาอยากจะกดโทรศัพท์โทรไปหาอีกฝ่ายเพราะทนความคิดถึงที่มีไม่ไหว แต่ก็ทำไม่ได้ ในเมื่อเขาบอกไปแล้วว่าจะตัดใจ..ก็ต้องรักษาคำพูดของตัวเองให้ได้

วิฬาร์ไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว ช่วงนี้เขาพูดคุยกับตัวเองบ่อยขึ้น ว่าเรื่องก่อนหน้าที่เขาทำลงไปมันถูกหรือเปล่า ใครจะมีความสุขกับมันบ้าง คำตอบของเขาคือ..ไม่มีใครมีความสุขเลย

รักแรกของใครบางคนอาจสมหวัง กับใครหลายคนอาจผิดหวัง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพราะมันก็สอนให้วิฬาร์รู้จักความรักในรูปแบบอื่นเป็นครั้งแรก

รัก..ที่ไม่ใช่แบบที่รักป๊า แม่ หรือเฮีย

หลังจากนี้เขาก็จะเก็บความรักครั้งแรกนี้ไว้ในหัวใจ และกลับไปเป็นน้องน้อยของพี่เก้าตามเดิมอย่างที่เคยเป็นมาตลอด

..บางทีการเป็นเพียงแค่พี่น้องกันก็น่าจะเพียงพอแล้ว..




...
#ความรักของแมวเหมียว

 :L2:

ออฟไลน์ darinsaya

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 614
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
สงสารน้องงง แต่ก็แบบคนไม่รักก็คือคนไม่รัก
ขอบคุณที่น้องหันมารักตัวเอง  :hao5:

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
สงสารน้องจัง

ออฟไลน์ unicorncolour

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1627
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
สงสารน้องจัง แมวเหมียวหนูน่ารักหาใหม่ได้อยู่แล้ววว
พี่เก้าจะใช่พระเอกมั้ยคะเนี่ยยยย

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page



พี่คิดถึงแมวเหมียว




การินตัดสินใจออกไปเที่ยวกับเพื่อนในคืนวันศุกร์ตามคำชวนของเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เขาไม่ได้ออกเที่ยวมานานเกือบปีแล้ว สาเหตุก็เป็นเพราะว่าแมวเหมียวเอ่ยปากขอเอาไว้ในวันเกิดปีที่ 16 ของเจ้าตัว หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นคนที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนมาโดยตลอด จะดื่มเหล้าก็เฉพาะเวลากลับบ้านแล้วแวะเข้าไปดื่มกับไอ้น้ำเท่านั้น

อันที่จริงตอนนี้ตนก็ไม่ได้มีอารมณ์ออกไปเลยแม้แต่น้อย แต่คงจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่าทุกอย่างมันว่าง...มันว่างเปล่าไปหมด

..ชีวิตที่ไม่มีแมวเหมียวมันช่างเงียบเหงาสิ้นดี..



“ไงมึง ไม่ได้เจอกันนาน” พิรัลทักทายเมื่อเห็นเพื่อนเดินทางมาถึง

การินไหวไหล่ก่อนจะทรุดนั่งลงบนโซฟา “ก็ไม่ยังไง” เขาหยิบบุหรี่ที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจุดสูบ

“พวกกูชวนเป็นร้อยครั้งมึงไม่เคยมา วันนี้ผีเข้าหรือยังไง”

“กูก็แค่เบื่อ”

“อกหักเหรอวะ” ลวิตรเอ่ยถามก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม

คนถูกถามขมวดคิ้วแน่น “ทำไมคิดอย่างนั้น”

“ก็หน้ามึงมันบอก” ลวิตรตอบใบหน้ายิ้มเยาะ นาน ๆ จะได้เห็นคนอย่างไอ้เก้าทำหน้าเหมือนหมาถูกทิ้ง ไอ้วิตรล่ะสะใจจริงโว้ย เขาหยิบแก้วเปล่าอีกใบขึ้นมาเพื่อเทเหล้าให้เพื่อนรัก “เอ้า ดื่มย้อมใจหน่อยเพื่อน!”

“ไหน ๆๆ อาการเป็นยังไงไหนบอกหมอสิ” กนต์รพีที่นั่งติดกันเอาหลังมือแตะหน้าผากของเพื่อน

“ไอ้พวกเหี้ย” การินด่าหน้าหงิก เขานั่งเงียบครุ่นคิดถึงคำพูดของไอ้วิตรที่ว่า ‘หน้ามึงมันบอก’

หน้ามันบอกงั้นเหรอ...

เขาเนี่ยนะดูเหมือนคนอกหัก...

ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกมาก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม

..ไร้สาระสิ้นดี..



การินแยกตัวออกไปเข้าห้องน้ำพร้อมกับอาการมึนเล็กน้อย ก็ไอ้วิตรมันเล่นเทเหล้าให้ไม่หยุดมือ ดีที่เขาเป็นพวกคอแข็งเลยทำให้ไม่ได้เมาอะไรมากมายนัก

เพราะความเหม่อลอยของตัวเอง ทำให้เขาเดินชนเข้ากับผู้ชายร่างเล็กคนหนึ่งตรงประตูทางเข้าห้องน้ำ มือใหญ่คว้าเข้าที่ต้นแขนเล็กจับเอาไว้แน่นช่วยไม่ให้อีกฝ่ายหงายหลังไป

“อ๊ะ!”

“ผมขอโทษ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

“ไม่-” คนถูกชนเอ่ยปากไม่ทันจบประโยค แต่เมื่อได้มองใบหน้าของคนที่ชนเต็ม ๆ ก็รีบเปลี่ยนคำตอบทันที “เอ่อ..เจ็บตรงข้อเท้านิดหน่อย” เขาตอบ ช้อนตามองการินไม่วางตา

ผู้ชายอายุ 35 มีหรือจะมองอะไรแบบนี้ไม่ออก แต่เขาจะไม่สนใจคนแบบนี้เลย ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับแมวเหมียวที่เขากำลังคิดถึงอยู่เต็มหัว

“ให้ผมพยุงไหมครับ” ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงทำให้การินเสนอตัวเพื่อช่วยเหลือคนตรงหน้า

“ถ้าไม่รบกวน..ช่วยพาผมไปเข้าห้องน้ำหน่อยได้ไหม”

การินพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะโอบแขนเข้าที่รอบเอวบาง คนคนนี้หน้าคล้ายแมวเหมียวก็จริง แต่รูปร่างยังสูงกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าน้องน่าจะยังโตไม่เต็มที่..ตัวก็เลยเล็กจิ๋วแค่นั้น

เขาส่งอีกฝ่ายที่หน้าห้องน้ำแยก “ผมรอตรงนี้นะ แล้วจะพาไปส่งที่โต๊ะ”

อีกฝ่ายพยักหน้าก่อนจะหายเข้าไปสักพัก ประตูค่อย ๆ เปิดออก เจ้าตัวชะโงกหน้ามองซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครก็ดึงข้อมือของการินให้ตามเข้ามา

ในห้องน้ำเล็กแคบ การินก้มลงมองคนแปลกหน้าที่เงยหน้ามองเขาแล้วยิ้มมุมปากอย่างยั่วยวน

“มีอะไรให้ผมช่วยเหรอครับ” เขาถามร่างเล็กตรงหน้าทั้งที่ก็รู้อยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

“คุณก็น่าจะรู้ว่าผมต้องการอะไร”

การินจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายไม่วางตา ตนไม่เคยลองกับผู้ชายมาก่อน แต่ใบหน้านี้..ทำให้ความรู้สึกอยากลองบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว

“ก็ลองดูสิ” การินเอ่ยเสียงเรียบ

ใบหน้าน่ารักยิ้มมุมปาก “งั้น..ขออนุญาตนะครับ”

คนแปลกหน้าทรุดตัวนั่งลงบนฝาชักโครก ฝ่ามือเรียวเค้นคลึงอยู่ตรงกลางลำตัวของการิน ก่อนจะแนบใบหน้าคลอเคลียส่วนนั้นของเขาผ่านกางเกงเนื้อหนา และเมื่อถูกกระตุ้นตรงนั้นของเขามันก็เกิดอารมณ์ขึ้นตามธรรมชาติ

การินมองสิ่งที่อีกคนทำอย่างไม่วางตา ทั้งเรียวลิ้นและริมฝีปากบางที่กำลังปรนเปรออยู่นั้น ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนเท่ากับเห็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับแมวเหมียวกำลังทำเรื่องแบบนี้ให้

ตอนแรกการินอยากลองใจตัวเองดูว่าเขาจะตื่นตัวกับคนคนนี้ไหม แต่ผลก็คือ...

..เขากลับมีอารมณ์มากกว่าที่คิด..



“คุณมีถุงยางหรือเปล่า?” ริมฝีปากที่แดงและฉ่ำจากกิจกรรมเมื่อครู่เอ่ยถาม

“ถามทำไม” การินขมวดคิ้ว

“ไม่น่าถาม” เจ้าตัวยิ้มขัน “ก็ใส่ของคุณน่ะสิ”

การินจ้องหน้าอีกฝ่ายเงียบ ความสับสนก่อตัวขึ้นในจิตใจ ไม่ใช่ว่าตนไม่เคยมีเซ็กซ์กับคนแปลกหน้า แต่เขากลัวใจตัวเองมากกว่า เพราะแค่อีกฝ่ายออรัลด้วยใบหน้าแบบนี้ก็ทำเอาสติเตลิดจนคุมแทบไม่อยู่แล้ว

“หรือว่า..ไม่ชอบทำในห้องน้ำแบบนี้” คนแปลกหน้าถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป

คนตัวสูงได้สติ เขาส่ายหน้าก่อนจะล้วงกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา เปิดออกแล้วหยิบถุงยางออกมา

“เดี๋ยวผมใส่ให้” มือบางรับไปถือเอาไว้ ก่อนจะใช้อีกมือรูดรั้งตัวตนของเขาให้แข็งขึ้นมาอีกหลังจากที่เสร็จไปหนึ่งรอบ อีกฝ่ายแกะถุงยางออกแล้วสวมทับความแข็งขืนนั้นลงไป

เด็กหนุ่มตรงหน้ายืนขึ้น เจ้าตัวหันหลังพร้อมกับถอดกางเกงออก ขยับลงมาเผยให้เห็นก้นเล็กเนียนขาวก่อนจะโน้มตัวลงเกาะชักโครกเอาไว้พร้อมกับสอดนิ้วเข้าไปในช่องทางด้านหลังของตัวเอง นวดคลึงให้มันผ่อนคลายเพื่อรองรับตัวตนของการิน

การินเห็นช่องทางสีสวยปิดสนิทของอีกฝ่ายก็ลอบกลืนน้ำลาย ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มีเซ็กซ์กับผู้ชายด้วยกัน

“เบา ๆ หน่อยนะครับ” คนด้านใต้บอกเมื่อถูกส่วนนั้นจ่อเข้าที่ปากทาง “ของพี่มันใหญ่”

ถึงแม้ว่าตนจะเคยมีเซ็กซ์อยู่เป็นประจำจนช่องทางคุ้นชิน แต่ขนาดของอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เล่น ๆ เลย แถมดูเหมือนว่าคนที่อายุมากกว่าคนนี้จะไม่เคยมีเซ็กซ์ทางประตูหลังเสียด้วย ถ้าพรวดพราดใส่เข้ามาละก็..ตูดแหกแน่

การินชะงักไปเมื่อถูกเรียกว่า ‘พี่’ เขาสะบัดหัวไล่ความไม่เข้าท่าออกไป ก่อนจะค่อย ๆ กดส่วนหัวดันเข้าไปในช่องทางตรงหน้า แต่มันก็ทั้งแน่นและฝืดเกินกว่าที่จะใส่เข้าไปได้ง่าย

“อา…” เด็กหนุ่มครางด้วยความเจ็บ มันตึงแน่นไปหมด “พี่ไม่มีเจลติดตัวมาบ้างเลยเหรอ”

“ใครมันจะไปพกล่ะ” การินตอบกลับ เขาพยายามดันเข้าไป ไม่นานนักก็สุดทาง

“เข้ามาหมดแล้วเหรอครับ” คนด้านใต้ถามเสียงพร่า

“ใช่” การินตอบ “ขยับเลยได้ไหม?”

คนแปลกหน้าหัวเราะในลำคอ “จัดเลยพี่”

ฝ่ามือใหญ่จับเข้าที่เอวบางก่อนจะขยับการเข้าออกช้า ๆ ด้านในของเด็กหนุ่มทั้งคับแน่นและตอดหนึบทำเอาการินอดไม่ได้ที่จะกระแทกเข้าไปแรงเสียจนเจ้าตัวเผลอหวีดร้องออกมา

ฝ่ามือขาวตะครุบปากตัวเอง เขาเอี้ยวตัวหันไปบอกอีกฝ่ายเสียงพร่า “อ๊ะ..พี่..เบา ๆ หน่อยสิ”

การินเหลือบมอง ภาพเด็กหนุ่มตรงหน้าถูกซ้อนทับเป็นเด็กที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายวัน ยามนี้..ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกกดเอาไว้..ถูกทำลายลงด้วยฝีมือน้ำเมาที่ตนได้ดื่มเข้าไป บางที...นี่อาจจะเป็นจิตใต้สำนึกที่เจ้าตัวไม่อยากจะยอมรับก็เป็นได้

เขาเลิกเสื้อตัวบางของคนตรงหน้าขึ้น เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนและเอวคอด สายตามองสะโพกเล็กที่แนบชิดอยู่กับหน้าขาของเขา ฝ่ามือทั้งสองเลื่อนลงจับก้อนเนื้อทั้งสองให้อ้าออก ก่อนจะดึงตัวตนออกมายาวและกระแทกกลับเข้าไปจนสุด การินมองภาพทั้งหมดนี้ด้วยความพึงใจ

“อา…” เสียงทุ้มครางด้วยความรู้สึกดี

ยามนี้การินมัวเมากับรสเพศจนไม่มีสติ

ภาพที่เขาเห็น...เสียงครางที่เขาได้ยิน...มีแต่ภาพของเด็กที่เขาเฝ้าคิดถึง   

..แมวเหมียว..เด็กน้อยของเขา..



/



วันนี้การินกลับบ้านที่ต่างจังหวัด พอตกเย็นเขาก็แวะไปกินเหล้ากับเพื่อนรักอย่างเคย แต่มีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม..ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่สอดส่ายสายตามองหาแมวเหมียวบ่อยเท่านี้

“มึงมองหาใคร” ธีราถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูผิดปกติ

คนถูกทักสะดุ้งเล็กน้อย “เหมียว เอ่อ..แมวเหมียวไม่อยู่เหรอวะ”

“อยู่บนห้องโน่น” คนเป็นพี่ชายตอบในขณะที่หยิบกับแกล้มเข้าปาก “กูเพิ่งซื้อเครื่องเกมให้ ช่วงนี้เลยติดงอมแงมเลย”

“เหรอ..” การินพยักหน้ารับเบา ๆ

“พวกมึงสองคนมีอะไรวะ” ธีราเอ่ยถาม เพราะกลับมาคราวนี้ไอ้เก้ามันดูหงอยอย่างเห็นได้ชัด แถมไอ้แมวเหมียวของเขาก็ผิดปกติอีก ทั้งที่ปกติแล้วเวลาที่ไอ้เก้ากลับมา มันนี่แทบจะถลาบินมาหาพี่เก้าของมันเลยด้วยซ้ำ

“...”

“มึงไปทำอะไรให้แมวเหมียวมันงอนหรือไง”

การินถอนหายใจ “ประมาณนั้นมั้ง”

“อ้าว” ธีราร้อง คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากัน “เกิดอะไรขึ้นล่ะ”

“ช่างมันเหอะ” การินบอกปัดก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอึกใหญ่

ธีรามองเพื่อนสนิทอย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่อยากจะเซ้าซี้ถามต่อ เพราะก็รู้นิสัยกันอยู่ คนปากแข็งอย่างนี้ ถ้ามันไม่อยากพูดอยากบอก เอาอะไรมาง้างปากมันก็ไม่ได้หรอก

การินนั่งดื่มด้วยจิตใจไม่สงบนัก หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาแมวเหมียวไม่ติดต่อเขามาเลย..ไม่มีเลยสักครั้ง ตนเองก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายทักไปก่อน เพราะน้องได้ขอเอาไว้ว่าถ้าโอเคเมื่อไหร่จะบอกเขาเมื่อนั้น

..แต่มันเมื่อไหร่กันล่ะ..

ความอดทนของการินเหลือน้อยเต็มที ตอนที่เขาอยู่กรุงเทพ..มันก็พอจะพยายามไม่นึกถึงได้บ้าง จนวันนี้ที่ได้มาอยู่ใกล้น้อง แค่เขาเดินขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง ก็จะได้เจอกับแมวเหมียวแล้ว มันก็เลยทำให้เขาร้อนรนจนอยู่ไม่สุข

ไหนจะเรื่องคืนนั้นที่ตนได้ลองมีอะไรกับผู้ชายครั้งแรก แถมอีกฝ่ายยังมีใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับแมวเหมียว จนทำให้เขารู้สึกผิด

เขายอมรับ...ว่าเซ็กซ์ครั้งนั้น...เขาจินตนาการถึงแมวเหมียว เขาทำเรื่องไม่ดีลงไปแบบนี้..ไม่รู้ว่าเมื่อได้เจอกันตรง ๆ จะเข้าหน้ากันติดไหมนะ

“เดี๋ยวกูขอไปหาแมวเหมียวแป๊บนะ พอดีซื้อของมาฝากน้อง” การินตัดสินใจบอกพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้

“เออ ๆ รีบเอาเครื่องเซ่นไปง้อมัน เดี๋ยวก็หาย”

แต่ก่อนที่การินจะก้าวขาเดินออกไป ธีราก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา

“ใจแข็งไว้นะมึง”

การินรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร พวกเขาเป็นเพื่อนกันมานานพอจะรู้ว่าต่างคนต่างคิดอะไรอยู่ในใจ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างฝืดเฝื่อนก่อนจะครางรับ

“อืม”

มันโบกมือไล่ เขาถึงได้เดินออกมา การินไปหยิบของฝากที่วางอยู่ในตะกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของแม่ที่เขาขี่มา มันเป็นขนมที่แมวเหมียวมักจะฝากซื้อประจำเมื่อเขากลับบ้าน



ขายาวก้าวขึ้นบันได แต่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ การินเลยต้องพยายามก้าวให้มั่นคงที่สุด เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของแมวเหมียวนานสองนาน ลังเลว่าเมื่อเจอหน้ากันจะพูดอะไรกับน้องดี แต่พอยกมือขึ้นหมายจะเคาะ ประตูกลับเปิดออกมาเสียก่อน

พวกเขาสองคนยืนจ้องหน้ากันด้วยความตกใจอยู่ครู่ใหญ่ จนคนน้องเป็นฝ่ายหลบหน้าหลบตาก่อน

“พี่..ยืนขวางเหมียวอยู่นะ” วิฬาร์บอก เขาจะไปเข้าห้องน้ำ พี่เก้าตัวใหญ่ยืนบังประตูแทบจะมิดอยู่แล้ว

“จะไปไหนเหรอ” เขาถามขึ้นทันทีโดยไม่ได้คิด

“ไปฉี่”

“อ๋อ ๆ” การินขยับหลีกทางให้น้อง

วิฬาร์เดินออกไปก่อนจะบอกเมื่อเห็นพี่เก้ายืนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ขยับไปไหน “พี่ไปรอเหมียวอยู่ในห้องก่อนก็ได้”

คนอายุมากกว่ายิ้มออกมา..เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เขาเดินเข้าไปในห้องของแมวเหมียว การินมองไปรอบห้องที่เขาไม่ได้เข้ามานานแล้ว

มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก จะมีเพิ่มก็แค่ทีวีกับเครื่องเกมที่เพื่อนเขาว่า แผ่นเกมหลายแผ่นกระจายอยู่เต็มพื้น เขานั่งยอง ๆ หยิบบางแผ่นขึ้นมาดูหน้าปก

“sekiro งั้นเหรอ” เขาพลิกดูด้านหลัง “แมวเหมียวชอบเล่นเกมแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”

แมวเหมียวหายไปไม่นานก็กลับมา น้องมองหน้าเขาตาแป๋ว ใบหน้าน่ารักเอียงคอน้อย ๆ ก่อนจะเผยยิ้มแล้วถามคนพี่ “พี่มาหาเหมียวเหรอ”

“อะ- อือ” การินตอบรับ ยื่นถุงขนมให้น้อง “พี่ซื้อขนมที่เราชอบมาฝาก”

“ขอบคุณครับ” วิฬาร์ยกมือไหว้ก่อนจะยื่นมือออกไปรับไว้

คนอายุมากกว่ามองแมวเหมียวไม่วางตา แล้วจู่ ๆ เรื่องราวในห้องน้ำที่คลับคืนนั้นก็ไหลย้อนกลับมา ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกผิดขึ้นมาทันที

“จะมองอะไรนักหนาล่ะ!” วิฬาร์ถาม พอเจอสายตาแบบนี้ของพี่เก้ามันก็ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก ร่างกายเล็ก ๆ หันหลังหนีกลบเกลื่อนความขัดเขินของตัวเอง

“พี่คิดถึงแมวเหมียว”

วิฬาร์ก้าวขาไม่ออก ก้อนเนื้อที่อยู่ในอกเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้จนทำให้การหายใจลำบากมากขึ้น เขาไม่เข้าใจว่าพี่เก้าจะพูดแบบนี้ทำไมหลังจากที่เกิดเรื่องทั้งหมดนั้นไปแล้ว

“พี่..อย่าพูดแบบนั้น” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะหันกลับมาพร้อมสายตาที่ยังคงมีความเจ็บปวดแฝงอยู่ข้างใน “อย่าพูดอะไรแบบนั้นอีกนะ”

“พี่ขอโทษ” การินเอ่ยใบหน้าสลดลง รู้สึกวูบโหวงในอก

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เวลาที่เขาบอกว่าคิดถึง แมวเหมียวจะกระโดดกอดคอแล้วอย่างลิงโลด พร้อมกับพูดว่า ‘เหมียวก็คิดถึงพี่เก้าที่ซู๊ดด’

..ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วสินะ..

การินเข้าใจว่าน้องอยู่ในช่วงรักษาแผลใจ และคงไม่อยากให้มีอะไรไปกระทบกระเทือนใจตัวเองจนแผลมันปริแตกออกมาอีก
ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนพูดเองว่าไม่สามารถคิดกับแมวเหมียวได้เกินไปกว่าพี่น้อง และในตอนนี้แมวเหมียวก็กำลังทำตามในสิ่งที่เขาต้องการ ทั้งที่ควรจะสบายใจ..แต่ทำไมในอกมันถึงได้ปวดร้าวนัก

อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขากับน้องกำลังจะเปลี่ยนไป สิ่งที่เขาได้รับและเคยชินมาตลอดตั้งแต่น้องเกิดมา..มันกำลังจะหายไป

เพียงแค่คิดว่าแมวเหมียวจะไม่อ้อน ไม่กอด ไม่พูดคุยกับเขาเหมือนเดิม เพียงเท่านี้ในอกมันก็บีบรัดจนทรมาน

แต่การินก็ต้องก้มหน้ายอมรับมันให้ได้

ไม่ใช่เพื่อใคร..แต่เพื่อความสุขของแมวเหมียวทั้งนั้น

วิฬาร์หลับตา เขาสูดหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกมายาว ๆ เพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ ก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วส่งยิ้มบางให้กับพี่เก้า

“ไม่เป็นไร ๆ พี่เก้าลงไปกินเหล้ากับเฮียต่อเถอะ”

“ถามอะไรหน่อยสิ”

“หืม?” แมวเหมียวเอียงคอ

“เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” การินถามด้วยใบหน้าจริงจังต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ

แมวเหลียวหลบตาวูบ อันที่จริงเขาก็ดีขึ้นมาก ๆ จนแทบจะเป็นปกติแล้ว แต่แผลมันยังสดใหม่เกินไป ทำให้ยังมีอาการเจ็บแปลบขึ้นมาบ้าง

“..เราที่ว่า พี่หมายถึงอะไรเหรอ” เขาช้อนตาขึ้นมองแล้วย้อนถาม ไม่แน่ใจว่ามันหมายถึงตัวเขา...หรือเราทั้งคู่

คนอายุมากกว่าเม้มปาก “พี่กับแมวเหมียว..จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ไหม”

วิฬาร์ชะงักไป “เหมียวเองก็ยังตอบไม่ได้ แต่ว่า..พี่ไม่ต้องคิดมากนะ”

..ถึงอะไรจะเปลี่ยนไป ยังไงเหมียวก็ยังรักพี่เก้าเหมือนเดิม..

เขาได้แต่คิดในใจ ไม่ได้บอกออกไปให้อีกคนได้รับรู้

“พี่จะรอนะ”

“อื้อ”

“เอ่อ…”

การินอึกอัก ไม่ยอมออกไปสักที วิฬาร์เห็นแบบนั้นเลยเอ่ยถาม

“อะไรเหรอ”

“จะว่าอะไรไหม..ถ้าพี่จะขอกอดแมวเหมียว”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” คนอายุน้อยกว่ายิ้มขำออกมา เขาอ้าแขนออกรอให้อีกฝ่ายเข้ามาสวมกอด

การินดึงน้องเข้ามากอดไว้แนบอก ในขณะที่น้องก็ใช้แขนกอดเอวเขาไว้ด้วย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้กอดแมวเหมียว อดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงบนศีรษะของน้อง ร่างกายที่ปกติก็เล็กและบอบบางกว่าเด็กวัยเท่า ๆ กันอยู่แล้ว ตอนนี้เข้ารู้สึกว่าแมวเหมียวผอมลงกว่าเดิมอีก

“ผอมลงหรือเปล่าเนี่ย”

“นิดหน่อยครับ”

“กินเยอะ ๆ นะ”

“ก็มันไม่หิวนี่นา”

“ไม่หิวก็ต้องกินบ้าง ผอมแบบนี้โดนลมพัดก็ปลิวแล้ว ถ้าแมวเหมียวปลิวหายไป..พี่เหงาแย่เลย”

วิฬาร์หัวเราะคิก “พี่ก็พูดเกินไป”

การินดันตัวเองออกเล็กน้อย ก่อนบอกย้ำ “พี่พูดจริงนะ..พอไม่มีแมวเหมียวแล้วพี่เหงามาก ๆ เลย”

..อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขารู้สึกอย่างที่พูดจริง ๆ..

คนน้องหน้าแดงวาบ เจ้าตัวเข้าไปกอดพี่เก้าเสียแน่น ถูหน้าเข้ากับอกแกร่ง ก่อนจะพูดงึมงำด้วยความเขิน

“รู้แล้วน่า”

การินยิ้มบาง การกระทำของแมวเหมียวทำให้ตนรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้รู้ว่าทั้งเขาและแมวเหมียวน่าจะมีโอกาสกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้



/



หลังจากที่พี่เก้าออกไปจากห้อง วิฬาร์ยืนหน้าแดงอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน มือบางยกขึ้นมาถูแก้มตัวเองไปมาด้วยความขัดเขิน

“ให้ตายเหอะ” เจ้าตัวพึมพำออกมาเสียงเบา

..พี่เก้าแม่งขยันทำให้ใจเต้นแบบนี้อยู่เรื่อย แล้วจะไปไหนรอดได้ยังไงกันล่ะ..

สายตาจับจ้องที่กล่องขนมในมือ ริมฝีปากแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังคิดถึงกัน

วิฬาร์ขยับตัวเอาขนมไปวางบนโต๊ะ เขาค่อย ๆ แกะออกมาดู ในกล่องมีขนมที่เขาเคยฝากซื้อทุกอย่างไม่ขาดแม้แต่ชิ้นเดียว

“เป็นแบบนี้แล้วจะให้เหมียวทิ้งพี่ไปได้ยังไงล่ะ”

วิฬาร์ถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายกางแขนกางขาอยู่บนที่นอน นึกถึงใบหน้าของพี่เก้าเมื่อครู่แล้วก็ถอนหายใจซ้ำอีกรอบ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างแปลกไป

..สายตาของพี่เก้าที่ใช้มองเขามันเปลี่ยนไปนิดหน่อยหรือเปล่านะ..

ปกติแล้วเขาจะไม่รู้สึกขัดเขินเวลาที่ถูกอีกฝ่ายมอง หรือมันอาจจะเป็นที่เราไม่ได้พบกันมาสักพักหรือเปล่า

วิฬาร์เหม่อมองเพดาน จมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่สักพักก็เด้งตัวขึ้นนั่ง

เจ้าตัวยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติอยู่สองสามที

"ไม่เอา ๆ อย่าคิด ๆ" เขาบอกกับตัวเอง "เล่นเกมต่อดีกว่า"

ร่างเพรียวบางไถลตัวลงจากที่นอนก่อนจะคลานไปเล่นเกมต่อจากที่ค้างไว้

สุดท้ายแมวเหมียวก็จมจ่อมอยู่กับเกมที่ไม่ว่าเล่นเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านสักที..จนลืมสิ่งที่กำลังคิดเอาไว้เมื่อครู่ไปหมด



tbc…

คนน้องก็ตั้งใจจะมูฟออน
ในขณะที่คนพี่ดันสับสนในตัวเอง
มันน่าตีนัก…

ฝาก #ความรักของแมวเหมียว ด้วยนะคะ

ออฟไลน์ pearlluv

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
สงสารน้องงงเหมียวว  :hao5:

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1627
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
แงพี่เก้าทำอะไรกับใครลงไปน่ะะะ
สงสารน้องเหมียววว

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
น้องงงงงงงงงงงงงงง
พี่ชายก็รู้ทันอีก
 :hao5: :hao5:

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page


ก้าวแรกของแมวเหมียว




“คิดเอาไว้หรือยังว่าจะเรียนพิเศษที่ไหน” ธีราถามน้องระหว่างที่ทานมื้อเย็นกันลำพังสองคนพี่น้อง เพราะคืนนี้ป๊ากับแม่ไปงานเลี้ยงกว่าจะกลับก็ดึก น้ำเลยต้องซื้อข้าวมากินกับน้องสองคน

วิฬาร์ที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากวางช้อนลงแล้วส่ายหน้าตาแป๋ว “เฮียจัดการให้เหมียวเลยก็ได้”

“เฮียว่าจะให้เหมียวไปเรียนที่ xx ในกรุงเทพช่วงปิดเทอมนะ”

ปีหน้าแมวเหมียวก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ธีราเห็นว่าน้องต้องเริ่มเตรียมตัว เขาเลือกสถาบันกวดวิชาที่ดีที่สุดให้น้อง จะได้เข้าเรียนในคณะที่ตั้งใจเอาไว้ได้ แต่ถึงจะสอบเข้าไม่ได้น้ำเองก็ไม่คิดจะว่าอะไรหรอก เขามีปัญญาส่งน้องเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนได้สบาย ๆ อยู่แล้ว

คนเป็นน้องขมวดคิ้ว ปกติไม่มีทางที่เฮียจะปล่อยเขาไปไหนไกลนี่นา อีกฝ่ายหวงแมวเหมียวยิ่งกว่าป๊ากับแม่เสียอีก ไอ้เรื่องจะให้นั่งรถตู้ไปกลับเพื่อเรียนพิเศษเนี่ยตัดออกไปได้เลย แล้วอะไรเข้าสิงจะให้เข้าไปเรียนพิเศษในกรุงเทพเนี่ย

“ช่วงที่ไปเรียนก็ไปพักอยู่กับไอ้เก้ามันก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลให้เหนื่อย”

ลมหายใจของวิฬาร์สะดุดเมื่ออีกฝ่ายบอกเช่นนั้น แต่ครู่เดียวเขาก็เปลี่ยนท่าทีกลบความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้

“จะดีเหรอ พี่เก้าเขาจะได้รำคาญเหมียวเอาสิ” วิฬาร์พูดทำปากยื่น

ธีราหัวเราะในลำคอ “น้ำหน้าอย่างมันเนี่ยนะ มีแต่จะรอเลี้ยงดูปูเสื่อเราอย่างดีน่ะสิ”

น้องคนเล็กหลุบตาลงต่ำอย่างไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรไปเถียงดี ระยะนี้ความสัมพันธ์ของเขากับพี่เก้าก็ดีขึ้นจน...แทบจะเหมือนเดิมแล้ว  พวกเขาติดต่อพูดคุยกันเป็นปกติ แต่ทั้งแมวเหมียวและพี่เก้าต่างรู้ตัวดีว่ามันไม่ได้เหมือนเดิมเต็มร้อย

“มีอะไรไม่สบายใจก็บอกเฮียได้นะ”

วิฬาร์ลอบถอนหายใจเสียงเบา เงยหน้าขึ้นปั้นยิ้มเหมือนไม่มีอะไรในใจ “เอาตามนั้นก็ได้ครับ” บอกก่อนจะหยิบช้อนกินข้าวต่อ

“นี่” ธีราเรียก “ถ้าไม่อยากไปก็บอก เฮียไม่บังคับแมวเหมียวหรอก”

“ฮื้อ~” น้องส่ายหน้ารัว “เหมียวจะไป”

“แน่ใจนะ อย่ามาหาว่าเฮียบังคับล่ะ”

น้องคนเล็กพยักหน้ารัว “เหมียวรู้ว่าเฮียหวังดี เหมียวไม่คิดอย่างนั้นหรอก”

ธีรายื่นมือไปขยี้ผมน้องด้วยความรักและเอ็นดู พอมาคิด ๆ ดูว่าอีกไม่นานแมวเหมียวของเขาก็ต้องเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพก็อดจะใจหายไม่ได้ ช่วงเวลาที่ได้เลี้ยงดูน้องตั้งแต่ตัวแดง ๆ จนตอนนี้ รู้สึกราวกับว่ามันเพิ่งผ่านไปไม่นานเอง

ในสายตาของธีราแมวเหมียวก็ยังคงเป็นน้องตัวน้อยของเขาอยู่ดี การที่จะให้ไปไกลหูไกลตาเขาก็ไม่ค่อยสบายใจนัก แต่โชคดีที่ไอ้เก้ามันทำงานอยู่กรุงเทพ อย่างน้อยอีกฝ่ายมันก็รักแมวเหมียว ธีราก็ไว้ใจที่จะฝากน้องไว้กับเพื่อนคนนี้อย่างสบายใจ

"งั้นแมวเหมียวอยากลงวิชาไหนก็บอกนะ เดี๋ยวเฮียไปจัดการให้"

แมวเหมียวพยักหน้ายิ้มตาหยีทั้ง ๆ ที่ในปากยังมีข้าวอยู่เต็มจนแก้มป่อง

คนน้องกินข้าวไม่กี่คำก็อิ่ม พี่ชายเห็นแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าในจานยังมีข้าวเหลืออยู่เลย

"กินน้อยขนาดนี้แล้วเมื่อไหร่จะโต"

น้องชายของเขาผอมแห้งแรงน้อยจนดูน่าห่วง เด็กผู้ชายส่วนใหญ่พอขึ้น ม.ปลายร่างกายก็จะเริ่มพัฒนามีกล้ามเนื้อมากขึ้น แต่พอหันมาดูแมวเหมียวแล้ว...ไม่ได้ต่างไปจากตอนอยู่ ม.ต้นเลยสักนิด อาจจะสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังผอมเหมือนเดิม

"ว่าไปนั่น!" วิฬาร์ร้องเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ "เหมียวสูงขึ้นตั้งห้าเซน” ยกมือขึ้นมาชูห้านิ้ว “ตอนนี้ร้อยหกสิบห้าแล้วนะ!"

..เมื่อก่อนเขาตัวเท่า ๆ เด็กผู้หญิง แต่ตอนนี้เหมียวสูงกว่าผู้หญิงบางคนแล้วนะ โธ่เอ๊ย~ไม่อยากจะคุย..

"ก็แค่ร้อยหกสิบห้า ไม่อยากตัวใหญ่เท่าเฮียเหรอ" ธีรายิ้มขำเมื่อเห็นใบหน้าน่ารักที่กำลังง้ำงอของน้อง

"ยะ อยากสิ…" วิฬาร์อึกอัก "เหมียวต้องทำยังไงถึงจะสูงเท่าเฮียเหรอ"

..ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากตัวเตี้ยหรอก แต่เอาแค่ส่วนสูงเท่าเฮียก็พอ ความหนาคงไม่ไหว..

"กินอาหารให้ครบห้าหมู่ แถมดื่มนมวันละลิตรครึ่ง เล่นกีฬาสม่ำเสมอ"

คนน้องอ้าปากค้าง บ้าบอ! ไม่ต้องพูดถึงออกกำลังกายเลย เขาตายตั้งแต่นมวันละลิตรครึ่งแล้ว

"ต้องกินเยอะ ๆ จะได้โตไว ๆ"

วิฬาร์กลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ก่อนตอบเสียงแผ่ว "เหมียวขอตัวเท่านี้ก็พอแล้วครับ"

วิฬาร์ขอยอมแพ้ ตัวใหญ่คงไม่ใช่ทางของเขาจริง ๆ เขากินไม่เก่งแถมยังไม่ชอบออกกำลังกายอีกด้วย ขอนอนสบาย ๆ ในห้องดีกว่าไปทำให้ตัวเองเหนื่อยเพื่อส่วนสูงหรือมีกล้ามอะไรนั่นท่าจะดีที่สุด

..คนเราต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวมีสิ..

ธีราหัวเราะออกมา "แต่อย่างน้อยก็ต้องกินอาหารให้ครบห้าหมู่นะรู้ไหม ถ้าเข้าไปเรียนที่กรุงเทพเมื่อไหร่พี่จะกำชับไอ้เก้าให้จัดอาหารให้แมวเหมียวให้ดี ไม่ใช่ให้กินแต่อาหารเม็ดทุกมื้อ”

“เฮีย!” แมวเหมียวโวยวาย “เหมียวไม่ใช่แมวนะ!”

“นั่นเรียกเฮียหรือด่าว่าเหี้ยน่ะ” ธีราย้อนหัวเราะลั่น

คนเป็นน้องนั่งหน้าบูดเมื่อถูกล้อเลียนแบบนั้น สมัยเด็ก ๆ เขาเคยเกลียดชื่อเหมียวหรือแมวเหมียว แต่พอได้รู้ถึงที่มาของชื่อเขาก็เปลี่ยนความคิดนั้นไป ก็แม่อุตส่าห์คิดมาอย่างดี อยากให้เขาที่เป็นเด็กเสี่ยงครรภ์เป็นพิษมีชีวิตรอดปลอดภัยเหมือนอย่างแมว 9 ชีวิต...แต่ก็ใช่ว่าจะชอบให้มาแซวเรื่องนี้นะ

“โอ๋ ๆๆ” ธีราลูบหัวน้อง “หยอกน่า”

น้องเล็กนั่งกอดอก สะบัดหน้าหนีไม่สนใจเฮีย ถ้าจะมาง้อไม่จริงใจแบบนี้ก็อย่าง้อซะดีกว่า

“แหม ไม่คุยด้วยแบบนี้ก็แย่เลยนะเนี่ย” ธีราพูดลอย ๆ

วิฬาร์หูผึ่ง ค่อย ๆ เหลือบมองเฮียทีละน้อย

“ไอ้เราก็ว่าจะพาไปซื้อเกมใหม่สักหน่อยน้า~” บอกก่อนจะตักข้าวเข้าปาก

ได้ยินแบบนี้น้องน้อยก็หันขวับไปทำตาโตใส่คนเป็นพี่ทันที “จริง ๆ นะ!”

“หืม” ธีราหันมาช้า ๆ ทำเหมือนไม่ได้ยิน

“เฮียจะพาเหมียวไปซื้อเกมจริง ๆ นะ” วิฬาร์เกาะขอบโต๊ะยื่นหน้ายื่นตาถามเฮีย

“นะอะไรครับ”

“นะครับ~” เหมียวลากเสียงตามที่อีกฝ่ายต้องการ “จริง ๆ นะครับ”

“ถ้าแมวเหมียวหายงอนเมื่อไหร่เฮียถึงจะพาไปครับ” ธีรายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาเลี้ยงน้องมากับมือ ทำไมจะไม่รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร

“หายแล้ว ๆ”

เจ้าตัวหายงอนเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่ได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าจะพาไปซื้อเกมแล้ว ทั้ง ๆ ไอ้กองที่มีอยู่ยังเล่นไม่หมดเลยด้วยซ้ำ

คนเป็นพี่ยิ้มกริ่ม “โอเคครับ กินข้าวในจานให้หมดแล้วเดี๋ยวเราไปกันนะ”

“เย้!” วิฬาร์ชูแขนทั้งสองข้างขึ้นด้วยความดีใจ น้องพยายามกระเดือกข้าวที่เหลือให้หมดทั้งที่ก็จุกท้องจะแย่อยู่แล้ว แต่เพื่อเกมใหม่แมวเหมียวทำได้!







ธีราขับรถพาน้องไปห้างสรรพสินค้าชื่อดังในเวลาสองทุ่ม กว่าจะวนหาที่จอดรถได้ก็นานหลายนาที แต่แมวเหมียวก็นั่งฮัมเพลงโดยไม่มีท่าทีหงุดหงิดแม้แต่น้อย ปกติถ้ารถเยอะขนาดนี้ละก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งไปตั้งแต่เลี้ยวรถเข้าห้างแล้ว

“อยากได้เกมอะไรเหรอ” เขาถามน้องชายในระหว่างที่เดินไปร้าน

“nintendo switch!” แมวเหมียวในชุดนักเรียนบอกอย่างรื่นเริง

คิ้วเข้มขมวดมุ่น เขาไม่รู้หรอกว่าที่น้องบอกมันคือเกมอะไร แต่สังหรณ์ใจว่าคงได้เสียเงินไม่น้อยแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่เริงร่าได้ขนาดนี้

วิฬาร์ในชุดนั่งเรียนวิ่งเข้าร้านขายเกมร้านเดียวในโซนอุปกรณ์มือถือ เขาจับมือเฮียวิ่งเข้ามาด้วย นี่ถ้าหน้าตาไม่ละม้ายคล้ายกันคนอื่นคงนึกว่าอาเสี่ยพาเด็กเลี้ยงมาซื้อของแน่นอน

“นี่ไง ๆ ที่เหมียวอยากได้”

น้องชี้มือไปที่เครื่องในตู้โชว์ ธีราเพ่งดูราคาแล้วถึงกับถลึงตาโต เขาหันมองแมวเหมียวที่กำลังจ้องเขาตาหวานฉ่ำ

“ที่บ้านก็มีอยู่แล้วเครื่องหนึ่งไง” เฮียบอกเสียงเรียบ

“มันไม่เหมือนกันนี่” วิฬาร์เอียงคอตอบกะพริบตาปริบ ๆ

“แล้วมันต่างกันตรงไหน” ไม่ใช่ว่าธีราไม่มีปัญญาซื้อให้น้องหรอก เพียงแต่ว่าเขาไม่อยากให้แมวเหมียวเป็นเด็กใช้เงินเก่งทั้งที่ยังหาเงินเองไม่ได้

“เครื่องนั้นมันเอาไปเล่นที่อื่นไม่ได้ ที่สำคัญก็คือเกมมันไม่เหมือนกัน แล้วเหมียวจะได้เอาไปเล่นที่กรุงเทพได้ด้วยไงครับ”

เหตุผลของแมวเหมียวดูไม่ค่อยเข้าท่านัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขายังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องซื้อเครื่องเกมราคาเป็นหมื่นให้น้องเลยสักนิด

จนกระทั่ง…มือเล็กของน้องยกขึ้นมาเกาะแขนของธีราอย่างออดอ้อน

“นะเฮียน้า~ ซื้อให้เหมียวหน่อยน้า~” วิฬาร์บอกลากเสียงเล็กเสียงน้อย

“ถ้าพี่ซื้อวันนี้เดี๋ยวผมแถมฟิล์ม เคส พร้อมเกมให้อีกหนึ่งเกมเลยครับ” เจ้าของร้านวัยรุ่นเสริม

“ซื้อให้เหมียวเถอะนะ~”

ธีราเงียบหน้าตาขึงขัง เขากำลังจะใจอ่อนให้น้องที่ช่างออดอ้อนไม่หยุด เหอะ! มันจะอ้อนก็เฉพาะเวลาอยากได้อะไรเท่านั้นน่ะแหละ

“สัญญามาก่อน” คนเป็นพี่พูดขึ้นมาหลังจากเงียบอยู่นาน

“จ๋า~” แมวเหมียวรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“ต่อไปนี้อย่าดื้อกับเฮียนะ”

“ได้เลยครับผม” คนน้องตอบรับ

ธีราถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหาเจ้าของร้าน “จัดไปหนึ่งเครื่องครับ”

..สุดท้ายเขาก็ใจอ่อนให้แมวเหมียวทุกที มันน่าโมโหนัก!..

“เยส!” วิฬาร์กระโดดกอดพี่ชายตัวใหญ่ “รักเฮียที่ซู้ด~”

ธีราทำหน้าเหม็นเบื่อ แต่ในใจราวกับมีทุ่งดอกไม้เบ่งบาน ไอ้คำว่า ‘รักที่ซู้ด’ ปกติแมวเหมียวมันเอาไว้ใช้เฉพาะไอ้เก้าเท่านั้น ในที่สุดเฮียคนนี้ก็ได้รับคำนี้สักที!







“ปิดเทอมพวกมึงไปเรียนพิเศษที่ไหนอะ” วิฬาร์ถามเพื่อนแฝดในระหว่างพักกลางวัน พวกเขากำลังแบ่งกันจิ้มลูกชิ้นทอดในชามเดียวกันเข้าปากคนละชิ้นสองชิ้น

“มีแล้ว” ต้นข้าวตอบโบกไม้เสียบลูกชิ้นไปมา “พ่อกูให้พี่แถวบ้านมาสอนว่ะ”

“เหรอ” เหมียวตอบเสียงแผ่วปากยื่นด้วยความเสียดาย นึกว่าพวกมันไม่มีที่เรียนเขาจะได้ชวนไปเป็นเพื่อนสักหน่อย

“มึงไปเรียนไหนวะ” ต้นกล้าเอ่ยถามหลังเคี้ยวลูกชิ้นสองลูกจนหมด

“เฮียจัดให้ไปเรียนในกรุงเทพอะดิ”

“ว่าละ” ต้นข้าวบอก ไม่รู้สึกแปลกใจสักนิด เฮียน้ำมักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้น้องเสมอ

“พวกมึงไปเรียนเป็นเพื่อนกูหน่อยสิ” วิฬาร์บอกเพื่อนทั้งสองคน เขาไม่ใช่คนที่เข้ากรุงเทพบ่อยนัก ไปคนเดียวก็กลัวจะเหงาอีก

“เออ ๆ เดี๋ยวกูลองถามพ่อกับแม่ก่อน แต่ไม่รับปากนะโว้ย” ต้นกล้าตอบก่อนจะจิ้มปูอัดทอดเข้าปากตามด้วยแตงกวาสดเคี้ยวตุ้ย ๆ

“แล้วมึงจะนั่งรถตู้ไปกลับเหรอ” ต้นข้าวถามด้วยความสงสัย

วิฬาร์ส่ายหน้า “หึ เฮียจัดให้กูไปนอนกับพี่เก้าจนกว่าจะจบคอร์ส”

“มึงจะทำหน้าเครียดทำไม ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอวะ” ต้นกล้าว่า

“ดีกะผีอะไรล่ะ” เหมียวย้อนเขี่ยลูกชิ้นในชามไปมา

“จะได้สานต่อเจตนารมณ์ของมึงไง” ต้นข้าวเสริม

วิฬาร์ถอนหายใจออกมาหนัก ๆ เขายังไม่ได้เล่าเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดให้เพื่อนฟังเลย อันที่จริงก็ไม่ได้อยากเล่านักหรอก ขี้เกียจมานั่งตอบคำถามให้ตัวเองช้ำใจ

ต้นกล้าเห็นเพื่อนทำหน้าม่อยก็คิดว่าคงมีเรื่องอะไรที่พวกเขายังไม่รู้ เลยลองถามดู “มีอะไรเหรอไง”

คนถูกถามเหลือบมอง “อืม”

“เล่าให้พวกกูฟังได้นะเว้ย”

“กูกำลังตัดใจจากพี่เก้าอยู่ ก็เลย…” วิฬาร์ถอนหายใจอีกครั้งพร้อมยักไหล่ “ไม่ค่อยอยากอยู่ด้วยกันลำพังเท่าไหร่ แต่กูไม่อยากปฏิเสธเฮีย เพราะเขาก็หวังดีกับกูอะ”

ฝาแฝดสองคนพยักหน้าพร้อมกัน

“ทำไมจู่ ๆ ก็ตัดใจวะ” ต้นข้าวถาม ก่อนหน้านี้ยังเห็นว่ายังไงก็จะไม่ยอมแพ้อยู่เลย

คนถูกถามเงียบไปช่วงอึดใจ “บางทีการเป็นพี่น้องแบบนี้ก็น่าจะดีที่สุดแล้วล่ะมั้ง”

“กูจะพยายามสู้กับพ่อเพื่อขอเข้าไปเรียนกรุงเทพให้ได้นะมึง” ต้นกล้าบอกขึ้นมา

“แต่บอกก่อนว่าอาจจะยากหน่อยนะ” ต้นข้าวจับไหล่บอบบางของเพื่อนบีบเบา ๆ เป็นเชิงปลอบใจ เดาว่าที่ผ่านมาน่าจะเกิดอะไรสักอย่างขึ้น เหมียวมันคงไม่ได้ตั้งใจจะปิด แต่คงไม่อยากพูดถึงให้เจ็บมากกว่า

วิฬาร์ยิ้มน้อย ๆ เขารู้สึกขอบคุณที่พวกมันไม่ถามอะไรมากนัก และก็ขอภาวนาให้พ่อของพวกมันยอมให้ลูกฝาแฝดเข้าไปเรียนพิเศษในกรุงเทพด้วยเถอะ







สุดท้ายแล้วคำภาวนาของวิฬาร์ก็ไม่เป็นจริง ทั้งต้นข้าวและต้นกล้าไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเรียนพิเศษในกรุงเทพได้ เหมียวก้มหน้าจัดกระเป๋าเดินทางด้วยใจห่อเหี่ยว

พรุ่งนี้เฮียจะขับรถพาเขาไปส่งที่คอนโดของพี่เก้าในตอนเช้า บอกตามตรงว่าตอนนี้เขาชักไม่อยากไปขึ้นมาแล้วสิ แต่บอกตอนนี้ก็คงไม่ทัน เพราะว่าสมัครเรียนไปเรียบร้อยแล้ว

มือขาวหยิบเกมเครื่องใหม่ที่เฮียเพิ่งจ่ายเงินซื้อให้พร้อมอุปกรณ์ลงกระเป๋าไปด้วย สายตาเหลือบมองไปทั่วห้องคิดว่าต้องเอาอะไรไปอีก แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ

พักหลังมานี้เป็นพี่เก้าที่วิดีโอคอลมาหาเขาก่อนเสมอ

วิฬาร์ปรับอารมณ์ตัวเองก่อนรับสาย “ดีจ้า~”

“ทำอะไรอยู่ หืม” คนอายุมากกว่าถามยิ้มน้อย ๆ

“เก็บของไปเรื่อย ๆ แหละ” แมวเหมียวตอบเดินรอบห้องพลางหยิบจับของโยนลงกระเป๋า

“ไม่ต้องเอามาเยอะก็ได้ ขาดเหลืออะไรเดี๋ยวพี่พาไปซื้อ”

คนน้องย่นจมูก “ไม่อะ พี่อย่าตามใจเหมียวนักเลย เดี๋ยวเฮียจะว่าเอา”

“มันจะว่าอะไร เงินของพี่ น้องคนเดียวพี่เลี้ยงได้สบาย ๆ อยู่แล้ว”

วิฬาร์ชะงักไป แอบเสียดที่หัวใจน้อย ๆ แต่เจ้าตัวก็ปั้นหน้ายิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“รู้แล้วครับว่ารวย แต่เก็บเงินเอาไว้เลี้ยงลูกเมียในอนาคตของตัวเองดีกว่าไหม” วิฬาร์ค่อนขอด สาบานเลยว่าไม่ได้พูดประชดอะไรอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

การินหัวเราะ “ตอนนี้ยังไม่มีก็เลี้ยงน้องไปก่อนไง”

“เดี๋ยวเฮียก็มาว่าเหมียวเอาแต่ใจอีก” คนน้องว่าทิ้งตัวนอนหงายบนที่นอน

“ง่วงแล้วเหรอครับ” การินถามน้อง

“นิดหน่อยครับ” เหมียวขยี้ตา

“อย่าขยี้แรงสิ เดี๋ยวตาแดงนะ” การินว่าน้อง

แมวเหมียวหน้าบูดเมื่อถูกว่า แต่ก็ยอมหยุดมือ เขาพลิกตัวนอนคว่ำจ้องหน้าพี่เก้าตาปรือ

“นอนเถอะ พรุ่งนี้เจอกันนะ พี่ซื้อขนมที่แมวเหมียวชอบมารอไว้แล้วด้วย”

น้องเม้มปากกลั้นยิ้ม หัวใจพองฟูด้วยความดีใจ “ขอบคุณครับ”

หลังจากวางสายแมวเหมียวก็ผล็อยหลับไปโดยไม่ได้ปิดไฟในห้อง กระเป๋าเดินทางยังเปิดอ้าค้างอยู่แบบนั้น ข้าวของกระจัดกระจายเพราะยังจัดไม่เสร็จดี



คนเป็นแม่เข้ามาเช็กความเรียบร้อยตามปกติที่ทำเป็นปกติ เห็นลูกชายคนเล็กนอนคว่ำอยู่บนเตียงทั้งที่อะไรก็ยังไม่เรียบร้อยดีก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ เกวลินเดินไปห่มผ้าให้แมวเหมียวก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ บนเตียง ฝ่ามือเล็กลูบผมนิ่มของลูกชายที่พรุ่งนี้จะไปอยู่กรุงเทพสักระยะ

ครั้งนี้เหมือนกับการซ้อมเล็ก ให้เธอเตรียมใจว่าอีกไม่นานลูกชายที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาอย่างดีต้องอยู่ไกลจากอกแม่เพื่อไปเรียนในกรุงเทพ แอบใจหายเหมือนกันที่แมวเหมียวโตขนาดนี้แล้ว

นึกย้อนกลับไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว…

เกวลินตั้งท้องลูกคนที่สองตอนอายุ 37 เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะมาท้องอีกครั้งเอาตอนนี้ เพราะลูกชายคนแรกก็อายุปาเข้าไป 17 ปีแล้ว

เนื่องจากเธอสุขภาพไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หมอก็ให้คำแนะนำว่าควรจะเอาออกดีกว่า เพราะเสี่ยงครรภ์เป็นพิษเนื่องจากคนเป็นแม่อายุมากและตั้งครรภ์ห่างจากครั้งแรกเกิน 10 ปี แต่เกวลินก็ยืนกรานที่จะอุ้มท้องลูกน้อยของเธอต่อไปโดยไม่ฟังคำทัดทานอะไรทั้งสิ้น

เธอตั้งชื่อลูกชายคนเล็กว่า ‘วิฬาร์’ ที่แปลว่าแมว พร้อมกับตั้งชื่อเล่นน่ารัก ๆ ให้ หวังว่าจะให้ลูกคนนี้ของเธอเป็นเหมือนแมว 9 ชีวิตที่ไม่ว่าจะเจอกับเรื่องร้ายแค่ไหน...ลูกก็จะผ่านมันไปได้

สุดท้ายเกวลินก็มีอาการครรภ์เป็นพิษตอนที่ตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน…ทำให้หมอต้องรีบผ่าตัดทันทีเพื่อรักษาชีวิตของเธอเอาไว้
แมวเหมียวเกิดมามีน้ำหนัก 850 กรัม โชคดีที่ไม่มีอาการหนักหนาสาหัสอะไรนอกจากตัวเล็กมาก ๆ สามารถกินได้ ขับถ่ายได้ เหมียวอยู่โรงพยาบาลนานเป็นเดือนกว่าที่หมอจะปล่อยให้กลับบ้านได้

เธอภาวนาทุกวัน...แค่ลูกชายคนเล็กได้มีชีวิตรอด...เพียงเท่านี้เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว เพราะฉะนั้นการที่ได้เห็นแมวเหมียวเติบโตขึ้นในแต่ละวันเพียงเท่านี้ก็เหมือนเป็นรางวัลชีวิตให้กับเธอแล้ว…

คนเป็นแม่นั่งจัดของในกระเป๋าที่แมวเหมียวโยนของลงมาอย่างไม่เป็นระเบียบให้จนเรียบร้อยดีถึงได้ปิดไฟและออกจากห้องไป







“ทำหน้าอะไรแบบนั้น นอนไม่พอหรือไง”

ชลกรที่เพิ่งกลับมาจากประชุมที่ต่างประเทศทักทายยิ้มขำเมื่อเห็นลูกชายนั่งทำหน้าบูดในระหว่างกินมื้อเช้า

แมวเหมียวเงยหน้าขึ้น ร้องงอแง

“เหมียวไม่อยากไปแล้วอะป๊า~”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ เดี๋ยวเฮียได้ยินแล้วจะเสียใจเอานะ”

เหมียวเงียบทำแก้มพองลม

“โตแล้วต้องเริ่มหัดใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้วนะรู้ไหม” ป๊าบอกเสียงนุ่มนวล

“เหมียวยังไม่โตสักหน่อย” ลูกชายคนเล็กบ่นอุบ

“แล้ววันก่อนใครมันเถียงเฮียปาว ๆ ว่า ‘โตแล้ว’ นะ”

คนที่เพิ่งเดินเข้ามาพูดขึ้น ธีรานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับน้อง เห็นไอ้ตัวดีปิดปากเงียบแถมหน้ายังบูดบึ้งก็หัวเราะออกมา

“แม่จ๋า~” ลูกคนเล็กร้องขึ้นเมื่อเห็นแม่เดินกลับเข้ามา

คนเป็นแม่เห็นแมวเหมียวร้องจ้าก็ยิ้มขำพร้อมกับเดินเข้ามากอดศีรษะของเหมียวเอาไว้แนบอก “โอ๋ ๆๆ ไม่เป็นเป็นไรนะครับ”

“แม่ไปกับเหมียวได้ไหม” เหมียวเงยหน้าขึ้นถาม แววตาเว้าวอน

“โถ่ลูก…” เกวลินลูบผมแมวเหมียว “แม่ก็อยากไปนะครับ”

“แล้วทำไมแม่ถึงไม่ไป..”

“พอเลย” ธีราพูดขัดขึ้น “แมวเหมียวอายุ 17 แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้วนะรู้ไหม”

ทั้งป๊าและเฮียต่างพูดแต่คำนี้จนแมวเหมียวเริ่มรู้สึกว่าหรือตัวเขาจะต้องทำแบบนั้นแล้วจริง ๆ เพราะตั้งแต่เล็กจนโตป่านนี้ เหมียวมีคนดูแลทุกอย่างให้หมด ไม่เคยต้องนั่งรถไปเรียนหนังสือเอง ทั้งเสื้อผ้าหรือกับข้าวกับปลาก็ได้แม่ทำให้ตลอดจนเขาเคยตัว

ริมฝีปากสีชมพูเม้มเข้าหากันเงียบจนผู้ใหญ่ในบ้านลุ้นว่าแมวเหมียวจะว่าอย่างไร

“ก็ได้ครับ เหมียวจะพยายามดูแลตัวเองให้ได้”

“ลูกแม่คนนี้เก่งที่สุดเลยครับ” เกวลินก้มหอมกลางศีรษะลูกคนเล็กด้วยความรัก

“ป๊าภูมิใจในตัวเหมียวนะ” ชลกรบอกพร้อมกับรอยยิ้มบาง แมวเหมียวของเขาเก่งมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีชีวิตรอดมาได้ขนาดนี้

พี่ชายคนโตมองน้องชายคนเดียวแล้วยิ้มออกมา เขารู้ว่าแมวเหมียวอาจจะดื้อรั้นบ้างในบางเวลา แต่ถ้าพูดด้วยดี ๆ เป็นเหตุเป็นผล ใช้เวลาไม่นานน้องก็จะคิดได้เอง



หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งป๊าและแม่ต่างก็มายืนรอส่งแมวเหมียวที่หน้าบ้าน

“รักษาตัวเองดี ๆ นะลูก อย่าดื้อกับพี่เก้าเขานะ”

“ครับ” เหมียวกอดตอบคนเป็นแม่แน่น เขาสูดดมกลิ่นกายของแม่ “ป๊ากับแม่อย่าลืมโทรหาเหมียวบ้างนะ”

“จ๊ะ ๆ”

“ขับรถดี ๆ ล่ะ” ชลกรหันไปบอกลูกชายคนโต ฝ่ามือใหญ่ลูบหัวแมวเหมียวแฝงไว้ด้วยความอาทร

ธีราพยักหน้าตอบ แล้วบอกน้อง “ไปได้แล้วลูกแหง่”

“อย่ามาว่าเหมียวนะ!” วิฬาร์แว้ดใส่เฮีย ก่อนจะเดินตามไปแต่ก็ยังไม่วายหันกลับมามองบุพการีด้วยสายตาเศร้าสร้อย ฝ่ามือขาวยกขึ้นโบกบ๊ายบาย

แมวเหมียวขึ้นมานั่งบนรถเงียบ ๆ ยังรู้สึกใจหายที่จะต้องห่างจากครอบครัว “เฮียเหงาไหมตอนที่ย้ายไปเรียนกรุงเทพ”

“จะว่ายังไงดี” ธีราย้อนนึกถึง เพราะมันก็ผ่านไปนานมากแล้ว “มันก็มีบ้างนะ”

“แล้วเหมียวไปเรียน...เฮียไม่คิดถึงเหมียวเหรอ” คนน้องถามเพราะไม่เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีใจหายเมื่อเขาจะไปอยู่ไกลเลย

“คิดถึงสิ” คนพี่ตอบทันที “ถ้าไม่มีเรื่องเรียนเฮียก็ไม่อยากให้เหมียวไปไกลหรอก แต่มันจำเป็นนี่นะ”

วิฬาร์เม้มปาก ในใจครุ่นคิดอะไรหลายอย่าง การเป็นผู้ใหญ่มันคืออะไร ต้องตื่นเช้าไปทำงาน พออายุประมาณหนึ่งก็ต้องมีครอบครัว มีลูกสักคนสองคน และก็ทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวไปอย่างไม่มีวันจบงั้นเหรอ

..ถ้าการโตเป็นผู้ใหญ่มันยากขนาดนี้
เขาไม่เห็นอยากจะเป็นผู้ใหญ่เลย..



tbc…
จริง ๆ แล้วแมวเหมียวเป็นเด็กน่ารักน้า~~~
 :L2:



 

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ pearlluv

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 33
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
น้องเหมียววววว

ออฟไลน์ mypink801

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1627
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
เอาใจช่วยน้องแมวเหมียว

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
น้องทำได้ลูกกกกกก

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 288
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
น้องเหมียวจะตัดใจได้ยังไง  :katai1:

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page



โกรธเหมียวเหรอ




คอนโดของพี่เก้าตั้งอยู่ใจกลางเมืองและอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินไม่ไกลนัก เดินไป 5 นาทีก็ถึง ซึ่งมันสะดวกกับเหมียวมาก เพราะโรงเรียนกวดวิชาของเขาก็อยู่ใกล้กับสถานี

พี่เก้าคงจะรายได้ดีกว่าที่วิฬาร์คาดคิดเอาไว้มาก เฮียบอกว่าราคาห้องของพี่เก้านี่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านแน่ ๆ

วิฬาร์อ้าปากค้างตอนที่เฮียบอกราคา เอาจริง ๆ มันก็ดูหรูหรามาตั้งแต่ทางเข้าแล้ว ยิ่งได้เข้าไปในอาคารยิ่งหรูเข้าไปอีก

ธีราลากกระเป๋าของน้องเดินไปตามทาง เขาโทรเรียกให้เพื่อนลงมารอด้านล่างเรียบร้อยแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ดีมาก ไม่มีทางที่พวกเขาสองคนพี่น้องจะขึ้นไปเองตามใจชอบได้

แมวเหมียวเดินตามเฮียต้อย ๆ จนเห็นพี่เก้ายืนรอรับอยู่บริเวณล็อบบี้ เมื่ออีกฝ่ายหันมาก็ฉีกยิ้มกว้าง ทำเอาเหมียวหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างคุมไม่ได้ มือบางยกขึ้นกุมอกตัวเอง

..ไอ้เหมียวใจเย็นก่อนสิโว้ย..

“เป็นอะไรน่ะ” ธีราเอ่ยถามเมื่อเห็นแมวเหมียวยืนหลบหลังเขาพร้อมกับเอามือกุมอก

คนน้องส่ายหน้าหวือก่อนจะหันไปยกมือขึ้นไหว้พี่เก้า “สวัสดีครับ”

การินยิ้ม “ไป ๆ ขึ้นห้องกันเถอะ” เขาพาสองพี่น้องเดินผ่านล็อบบี้เข้าไปสแกนลายนิ้วมือก่อนเข้าตัวอาคาร

ห้องของพี่เก้าอยู่ชั้นสิบ ตอนแรกเหมียวนึกว่าเปิดเข้าไปก็คงเหมือนคอนโดที่เคยเห็นในหนังทั่วไป แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่คิด ไอ้กว้างน่ะมันกว้างแน่นอนอยู่แล้ว ราคานี้คงไม่ใช่ห้องแคบเท่ารังนกหรอก

ที่ทำให้วิฬาร์แปลกใจคือเพดานห้องที่สูงโปร่งพร้อมกระจกบานใหญ่ ให้ความรู้สึกโล่งหายใจสะดวกเหมือนอยู่บ้านจริง ๆ มากกว่าคอนโดทั่วไปที่มักจะทำให้รู้สึกว่าอึดอัดเพราะเพดานเตี้ย

“พี่จัดห้องไว้ให้แมวเหมียวแล้วนะ” การินบอกเมื่อเห็นน้องมองไปรอบห้องด้วยความสนใจ

คนน้องพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะขอตัวเอาของไปเก็บในห้องเล็กที่อีกฝ่ายเตรียมไว้ให้

“ฝากน้องกูด้วยนะ” ธีราบอกพร้อมกับตบไหล่ของเพื่อน

“เออ ไม่ต้องบอกกูก็ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว”

“อย่าให้น้องกูกินแต่อาหารเม็ดล่ะ” เมื่อเหลือบเห็นแมวเหมียวออกมาจากห้องคนพี่ก็จงใจพูดแกล้งน้อง

“เฮีย!!”

พี่ชายสองคนพากันหัวเราะงอหงาย การได้แกล้งแมวเหมียวถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของธีรา ในขณะที่คนน้องยืนหน้างอส่งสายตามองค้อนเขาอยู่ตรงที่เดิม

“โอ๋ ๆๆ” เป็นการินที่เดินเข้าไปง้อ ฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะกลม “เดี๋ยววันนี้พี่พาไปหาของอร่อยกินนะ”

“อื้อ” เหมียวครางรับ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ อยากจะเป็นพวกกินเก่งชะมัด พ่อจะกินให้ล้มละลายเลย!

วิฬาร์ลงมาส่งเฮียกลับบ้านโดยมีพี่เก้าลงมาด้วย อีกฝ่ายบอกว่าจะพาแมวเหมียวไปลงประวัติว่ามีคนเข้ามาพักใหม่ที่นิติพร้อมกับเพิ่มลายนิ้วมือที่ประตูให้เรียบร้อย ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ


.
.
.


พอเฮียกลับไปแมวเหมียวถึงได้กลับมาสำนึกว่าหลังจากนี้เขาจะต้องอยู่กับพี่เก้าสองต่อสองเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ยิ่งมายืนอยู่กลางห้องของอีกฝ่ายแบบนี้ด้วย เล่นเอาปวดหน่วงในท้องขึ้นมาทันทีเลยแฮะ

“เป็นอะไรเหรอ สีหน้าไม่ค่อยดี” การินเข้าไปถามน้องที่ยืนตัวแข็งอยู่กลางห้องด้วยใบหน้าซีดลง

เหมียวเงียบอย่างไม่รู้จะตอบคำถามยังไงดี

“ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ฝ่ามือใหญ่เช็ดเหงื่อที่ผุดอยู่บนหน้าผากกลมเกลี้ยงแผ่วเบา

“เหมียว..ปวดท้องนิดหน่อยอะ” ปากตอบไปอย่างนั้นแต่ในใจกลับอยากตะโกนกู่ก้องว่า ‘เอามือออกไปนะ! เดี๋ยวเหมียวก็แย่อีกหรอก!’

“ปวดมากหรือเปล่า ให้พี่พาไปหาหมอไหม”

“ไม่ ๆๆ” วิฬาร์รีบตอบ “พี่ใจเย็น ๆ เหมียวไม่ได้เป็นหนักขนาดนั้น เดี๋ยวก็หาย”

การินดึงแมวเหมียวเข้ามาใกล้แล้วกอดเอวน้องหลวม ๆ เขาวางแก้มลงบนศีรษะกลมด้วยความโล่งใจนิดหน่อย

“มีอะไรต้องรีบบอกพี่เลยนะรู้ไหม”

แก้มใสขึ้นสีกับการกระทำของคนอายุมากกว่า หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวอย่างกับกลองเพลงร็อก ดีที่ร่างกายของเขากับพี่เก้าไม่ได้แนบชิดติดกัน ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงรับรู้ได้แน่นอน

“อะ อื้อ” วิฬาร์ตอบอย่างเลื่อนลอย

..อยากอยู่แบบนี้ไปนาน ๆ จัง..

แมวเหมียวที่เผลอคิดแบบนั้นรีบดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของพี่เก้า ดวงตาเหลือบขึ้นมองอีกคนที่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก จนเขารู้สึกผวา แต่วูบเดียวพี่เก้าก็กลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม

“งั้นวันนี้แมวเหมียวอยากกินอะไรครับ”

“เหมียวไม่ค่อยอยากออกไปสักเท่าไหร่...” เรื่องปวดท้องเขาไม่ได้พูดโกหกหรอกนะ เพราะแบบนี้เขาเลยไม่อยากออกไปจริง ๆ

“ได้สิ งั้นมื้อเย็นอยากกินอะไร...ข้าวต้มหมูทรงเครื่องฝีมือพี่ดีไหม”

วิฬาร์ยิ้มกว้าง “ดีครับ เหมียวไม่ได้กินมานานแล้ว” เขาชอบข้าวต้มของพี่เก้าที่สุด ครั้งแรกที่ได้กินเกิดขึ้นตอนที่เขาอายุ 12 ปี ที่ป๊ากับแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ ส่วนเฮียก็ต้องไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด เขาเลยถูกทิ้งให้พี่เก้าที่ว่างอยู่คนเดียวเพราะอยู่ในช่วงลาพักร้อนพอดีรับหน้าที่เลี้ยงไป

ความซวยเกิดขึ้นเมื่อเขาดันป่วยขึ้นมากะทันหัน พี่เก้าเลยต้องพาไปหาหมอ เช็ดตัว หาข้าว เตรียมยาให้กิน และตอนนั้นแหละที่เขาได้กินข้าวต้มหมูทรงเครื่องฝีมือพี่เก้า

วิฬาร์นั่งรอที่เคาน์เตอร์ตรงส่วนครัว สายตาจ้องมองพี่เก้าเงียบ ๆ

“พี่ไม่มีข้าวสาร ขอใช้ข้าวสวยไปก่อนนะ”

“อื้อ” เหมียวตอบ น่าเสียดาย...ถ้าใช้ข้าวสารต้มจะทั้งหอมทั้งหวานกว่านี้แท้ ๆ แต่พี่เก้าอยู่คนเดียวคงจะไม่ได้ทำอาหารบ่อยนัก ดูได้จากข้าวก็เป็นข้าวสวยสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อ

พี่เก้าเริ่มจากการหมักหมูบดที่เขาบอกว่าเพิ่งไปซื้อมาเมื่อวาน แล้วก็เอาผักชีออกมาล้างแล้วหั่น ยังอุตส่าห์จำได้ว่าเขาไม่กินต้นหอม เลยใส่แค่ผักชีอย่างเดียว ความใส่ใจนี้ทำเอาแมวเหมียวลอบยิ้มออกมาน้อย ๆ

“ยิ้มอะไรครับ”

คนถูกทักทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “เปล่าสักหน่อย”

การินเลิกคิ้วขึ้นเมื่อถูกย้อน เขาส่ายหน้าปลง ไม่คิดติดใจจะถามต่อ “อีกพักเลยกว่าจะเสร็จ แมวเหมียวจะไปนอนพักก่อนก็ได้นะ”

“ถ้าเหมียวจะไปเดี๋ยวก็ไปเองแหละ”

“ต่อปากต่อคำนักนะ” การินว่าก่อนบีบปลายจมูกโด่งรั้น เขาเดินหยิบจับอะไรในครัวต่อเพื่อทำข้าวต้มให้น้องกิน เพราะรู้ว่าแมวเหมียวชอบกินเมนูนี้ของเขา เมื่อวานนี้เลยไปซื้อวัตถุดิบมาเตรียมเอาไว้ แต่ก็ดันพลาดซื้อข้าวสารมาด้วยเสียนี่

เมื่อวิฬาร์รู้สึกผ่อนคลายกับการอยู่กับพี่เก้ามากขึ้นอาการปวดท้องของเด็กหนุ่มหายดีเป็นปลิดทิ้ง

ผ่านไปสี่สิบนาทีข้าวต้มหนึ่งหม้อก็พร้อมกิน การินตักใส่ชามโดยมีน้องน้อยอย่างแมวเหมียวยืนรออยู่ข้าง ๆ

“เหมียวยกเอง ๆ”

การินยิ้มอย่างเอ็นดู “ร้อนนะครับ ระวังหกล่ะ”

“ครับผม” วิฬาร์รับมาถือไว้ในมือ ค่อย ๆ ก้าวเดินอย่างมั่นคงเพราะกลัวจะทำหกอย่างที่อีกฝ่ายเตือน เขามันพวกซุ่มซ่าม ชอบสะดุดโน่นสะดุดนี่อยู่เรื่อย

เด็กหนุ่มนั่งรอกินพร้อมกับพ่อครัวใจจดใจจ่อ ก่อนหน้านี้เขาถ่ายรูปข้าวส่งเข้าไปในกรุ๊ปไลน์ของครอบครัวที่เพิ่งสร้างก่อนเขาเดินทางมาเรียนพิเศษที่กรุงเทพเรียบร้อย

“ไม่ต้องรอพี่ก็ได้ หิวไม่ใช่เหรอ”

วิฬาร์ส่ายหน้า “ไม่ได้ ต้องกินด้วยกัน”

..เขาไม่ชอบกินข้าวคนเดียว..

“นั่นสิเนอะ แมวเหมียวไม่ชอบกินข้าวคนเดียวนี่นา”

คนน้องยิ้ม ดีใจที่พี่จำได้

“ถ้าวันทำงานพี่จะพยายามกลับมากินข้าวเย็นกับแมวเหมียวทุกวันนะครับ” การินบอก พลางใช้ช้อนคนข้าวต้มให้คลายร้อน “แต่วันไหนถ้าพี่ติดงานกลับมาไม่ทันพี่จะโทรบอกนะ”

แมวเหมียวพยักหน้ารับ เข้าใจว่าพี่เก้ามีการมีงานที่จะต้องทำ คงไม่ได้ว่างมานั่งดูแลเขาได้ตลอดเวลา

“เหมียวจะพยายามไม่รบกวนพี่นะครับ” วิฬาร์บอก ก่อนจะตักข้าวต้มร้อน ๆ ขึ้นมาเป่า

การินขมวดคิ้ว “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ แมวเหมียวจะรบกวนพี่ได้...ไม่เป็นไรเลย”

“ไม่ได้ครับ” น้องส่ายหน้า “ทุกคนที่บ้านบอกว่าเหมียวต้องเริ่มหัดใช้ชีวิตด้วยตัวเองได้แล้ว”

“นั่นก็ใช่ แต่มันคนล่ะเรื่องกัน…”

“พี่อยากให้เหมียวรบกวนพี่เหรอ” วิฬาร์ย้อน “พี่ควรจะดีใจไม่ใช่เหรอที่เหมียวไม่ไปยุ่งวุ่นวายกับพี่”

การินชะงักไปเมื่อถูกย้อนถามแบบนั้น “...ทำไมจะรบกวนไม่ได้ล่ะ แมวเหมียวเป็นน้องพี่นะ”

“อ่า…เข้าใจแล้วครับ” วิฬาร์พยักหน้าช้า ๆ เขาตักข้าวต้มขึ้นมาเป่า รู้สึกแย่นิดหน่อย...แต่ตอนนี้เขาก็ทำใจได้มากแล้ว จะมีก็แค่หงุดหงิดเท่านั้น

..เข้าใจแล้วว่าเราเป็นได้แค่พี่น้องกัน จะย้ำทำไมนักหนา..

คนอายุมากกว่ามองแมวเหมียวที่เงียบไป อีกฝ่ายก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจเขา คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่น อยากถามว่า..เข้าใจอะไร..แต่ก็ไม่กล้า

ระหว่างคนทั้งคู่เกิดความเงียบเข้าครอบคลุม บรรยากาศอึดอัดชวนให้หายใจไม่ออก จนการินเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเลยคิดหาเรื่องชวนคุย

“เหมียวเรียนพิเศษวันไหนบ้างเหรอครับ”

วิฬาร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาสบเข้ากับนัยน์ตาสีเขียว “วันจันทร์ถึงศุกร์ครับ”

“กี่โมงเหรอ”

“เก้าโมงถึงสี่โมงเย็นครับ” เหมียวตอบพลางตักข้าวต้มเข้าปากเรื่อย ๆ

“ให้พี่ไปรับไปส่งไหม”

“ไม่ครับ” วิฬาร์ตอบทันที “เหมียวอยากดูแลตัวเองให้ได้” เขารับปากกับที่บ้านไว้แล้วก็อยากจะทำให้ได้

การินนึกฉุนขึ้นมากับความดื้อแพ่งของแมวเหมียว เขาเป็นห่วง...เพราะน้องเพิ่งเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพ

“อย่าโอ๋เหมียวนักเลย” คนน้องบอกเมื่อเห็นพี่เก้าขมวดคิ้วหน้ามุ่ย “สักวันเหมียวก็ต้องโตขึ้น ต้องดูแลตัวเอง” เหมียวยักไหล่ “ไม่แน่นะ..วันใดวันหนึ่งก็อาจจะต้องดูแลลูกเมียด้วยก็ได้”

คนฟังเงยหน้าขึ้นมอง “ลูก..เมีย..เหรอ”

“อื้อ” วิฬาร์พยักหน้า “เหมียวเป็นผู้ชาย..มีลูกมีเมียแล้วแปลกตรงไหนล่ะ”

..เขาชอบพี่เก้าก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นเกย์สักหน่อย..

การินกะพริบตาพยายามดึงสติตัวเองกลับมา “ไม่แปลกหรอก พี่แค่คิดว่าแมวเหมียวยังเด็กไปที่จะคิดเรื่องพวกนี้น่ะ” เขาก้มหน้าคนโจ๊กในชามไปเรื่อย ๆ

ในอกรู้สึกวูบโหวงเมื่อคิดว่าสักวันแมวเหมียวอาจจะมีครอบครัว...มีภรรยาและลูกน้อยที่น่ารัก...เหมือนกับแมวเหมียวของเขา

..คิดแค่นี้ก็ปวดหน่วงในอกขึ้นมา..

“ตอนนี้เหมียวอาจจะยังเด็กในสายตาพี่ แต่ไม่นานหรอก..เผลอแป๊บเดียวเหมียวก็โตแล้ว”

“นั่นสิเนอะ..พี่เองก็ลืมไป” การินยิ้มบาง “รีบกินเถอะ เดินทางมาเหนื่อย ๆ จะได้รีบไปพักผ่อน”

ทั้งสองต่างคนต่างกินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก วิฬาร์จ้องมองอีกฝ่ายเป็นระยะ แต่พี่เก้ากลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากชามข้าวตรงหน้าเลย ความรู้สึกผิดค่อย ๆ เกิดขึ้นในใจ จนพานทำให้กินไม่ลง

พี่เก้ากินเสร็จก็ลุกขึ้นเอาจานไปล้าง แมวเหมียวกลืนก้อนสะอื้นที่จู่ ๆ มันก็ตีขึ้นมา เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปใกล้อีกฝ่าย

มือบางยกขึ้นดึงชายเสื้อพี่เก้า “พี่..โกรธเหมียวเหรอ”

“...เปล่าครับ” การินเงียบไปก่อนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

เอาจริง ๆ เขาโกรธแมวเหมียวไม่ลงหรอก อารมณ์ในตอนนี้จะเรียกว่าไม่พอใจก็ไม่ใช่ น้อยใจก็ไม่เชิงมากกว่า

“ไม่ได้โกรธแต่ทำไมไม่มองหน้าเหมียวล่ะ”

คนอายุมากกว่าล้างฟองออก เช็ดมือ แล้วถึงหันกลับมา นัยน์ตาสีเขียวจ้องมองใบหน้าหงอยของน้องนิ่งก่อนจะเอ่ยถาม “ทำไมถึงคิดว่าพี่โกรธเหมียวล่ะ”

วิฬาร์เม้มปาก “พี่ไม่คุยกับเหมียว แถมเมื่อกี้ยัง...ไม่เรียกเหมียวว่าแมวเหมียวอีก”

“แล้วอย่างนั้น..คิดว่าพี่โกรธเรื่องอะไร”

“อาจจะเป็นเรื่องที่เหมียวไม่ยอมรับความเป็นห่วงของพี่..มั้งครับ”

วิฬาร์ตอบอย่างไม่มั่นใจนัก เพราะพี่เก้าเองก็หน้าตึงตั้งแต่พูดเรื่องมีลูกมีเมียแล้ว แต่เขาไม่คิดว่าพี่เก้าจะไม่พอใจเรื่องนี้หรอก..ก็อีกฝ่ายบอกเองนี่นา..ว่าไม่ได้คิดกับเขาแบบนั้น

“พี่โกรธแมวเหมียวไม่ลงหรอก” การินพูดเสียงอ่อนโยน

“จริงนะ” เหมียวเกาะเสื้อของพี่เก้าแล้วเงยหน้าถาม

คนสูงกว่ายิ้มบาง ยกมือขึ้นลูบผม “จริงสิ อย่าห่วงเลย”

วิฬาร์ยิ้มตาม รู้สึกโล่งขึ้นมา “เหมียวน่ะ..ถูกเฮียล้อบ่อย ๆ ว่าเป็นลูกแหง่ เลยคิดว่าอยากจะโตและพึ่งพาตัวเองให้ได้มากกว่านี้ ไม่ได้อยากให้พี่เก้าคิดว่าเหมียวไม่ต้องการพี่แล้วนะ”

“ครับ ๆ พี่เข้าใจแล้ว” เขาเกาท้ายทอยน้องเบา ๆ “เหมียวไปกินข้าวให้หมดเถอะ เดี๋ยวคืนนี้หิวกลางดึกไม่รู้ด้วยนะ”

คนน้องพยักหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะผละออกไป ถึงจะรู้สึกว่าพี่เก้ามีอะไรอยู่ในใจก็ตาม แต่เขาก็ไม่กล้าไปแตะต้องตรงส่วนนั้นหรอก
เพราะกว่าจะตัดใจจากพี่เก้ามันไม่ได้ทำกันง่าย ๆ ขนาดตอนนี้เขาเองก็ยังมีความหวั่นไหวซ่อนเอาไว้อยู่ภายใน เพียงแต่เขาจะไม่ขุดมันออกมาทำร้ายจิตใจของตัวเองอีกแล้ว

อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน...ในวันนี้เขาอาจจะรักพี่เก้าในแบบนี้ ต่อไปความรักก็อาจเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นก็ได้

อย่างที่บอกไป...ในอนาคตข้างหน้าเขาอาจจะเจอผู้หญิงดี ๆ สักคนที่พร้อมจะแต่งงานสร้างครอบครัวไปด้วยกัน แมวเหมียวอาจจะได้เป็นพ่อของเด็กสักคนหรือสองคนก็ได้ เพราะเขาชอบเด็ก

..เด็กตัวเล็ก ๆ หอม ๆ นิ่ม ๆ น่ารักดีออก..

หรือถ้าไม่เจอผู้หญิง...จะเป็นผู้ชายด้วยกันเขาก็ไม่ซีเรียสอะไร ขอแค่คนคนนั้นเป็นคนดีและรักเขาก็เพียงพอแล้ว




tbc…
สงสารพี่เก้าแกบ้างนะคะ คิกค้าก  :laugh:
 :L2:

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23-11-2019 11:03:22 โดย กานดา. »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1961
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1913
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
โอ่ยยยยย อึดอัดแทน
พี่เขาก็ดูไม่รู้ตัวเอง  :z3: :z3:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด