- Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 18 หน้า 4 (17/01/2021)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: - Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 18 หน้า 4 (17/01/2021)  (อ่าน 6772 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1965
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-0
 :pig4:
 :3123:
สวัสดีปีใหม่2564ค่ะ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3514
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ขอให้ปรับความเข้าใจกันได้เร็ว ๆ นะ

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
เรียกพ่อแล้ววววว :mew1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 84
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
    • facebook page


ผมรักเขา




แก้วเกล้ายังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าพ่อมากนัก เพราะเกิดมาก็มีแต่อากง อาม่า อาแปะ และป๊า นอกนั้นก็มีเจ็กกล้า เจ็กข้าว แล้วก็เจ็กรุต ดังนั้นในตอนที่แมวเหมียวบอกให้เธอเรียกคนที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรกว่าพ่อ..จึงไม่ได้มีความรู้สึกใด และเรียกออกไปราวกับว่านั่นเป็นชื่อคน

“พ่อขา ๆ” น้องแก้วเรียกผู้ชายตัวโตที่นั่งด้านข้าง

“คะ?” การินตอบรับด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเมื่อถูกเรียกว่าพ่อ แม้ในใจจะยังคงมีความกระอักกระอ่วนอยู่..แต่มันก็ช่างอบอุ่นอ่อนหวานจนหัวใจพองโตคับอกเสียเหลือเกิน

“น้องอยากกินอันนั้นจังเลยค่ะ” นิ้วเล็กชี้อะไรสักอย่างที่เป็นเส้นสีเหลือง ๆ ในชามของอีกฝ่าย

“ขนุนเหรอคะ” การินตักขึ้นมาให้ลูกดู เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ สายตามองอย่างมีความหวัง เขาหันไปหาแมวเหมียว “ลูกกินได้ไหม”

วิฬาร์ส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าครับ”

การินเห็นลูกหน้าสลดลงก็สงสาร เขาทำได้เพียงแค่ลูบหัวน้องแก้วเป็นการปลอบใจ เท่าที่เขาสังเกตแมวเหมียวเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ เพราะถ้าเป็นเด็กทั่วไปถ้าโดนขัดใจก็มักจะออกอาการงอแงกันแทบทุกราย แต่น้องแก้วกลับไม่มีให้เห็นเลย มีแค่สลดลงนิดหน่อย พอผ่านไปไม่น่าก็กลับมาร่าเริงตามปกติ

“แล้วแมวเหมียวเรียนที่ไหนเหรอ” เขาเอ่ยถาม ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน น้องบอกว่าขอโฟกัสกับการเรียนก่อน หลังจากนั้นน้องก็หายไปไม่ได้ติดต่อกันอีก

วิฬาร์กลืนน้ำแข็งไสที่แบ่งกันกินกับลูกลงท้อง “ไม่ได้เรียนครับ แค่เลี้ยงลูกอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้ว”

คนถูกถามตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจางราวกับไม่ใส่ใจนัก วิฬาร์ยอมรับว่าในตอนแรกที่ได้เห็นเพื่อนต่างแยกย้ายกันไปเรียน โดยที่เขาต้องเลี้ยงลูกมันก็ทำให้รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง แต่น้องแก้วคือเด็กที่เขาจะต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู เพราะเธอเกิดจากการกระทำที่คิดน้อยของตัวเขาเอง ไม่ใช่ผลักให้แม่ที่อายุมากแล้วทำแทน

คิดได้แบบนั้นแมวเหมียวก็ปรับความคิดตัวเองใหม่ โชคดีที่ครอบครัวของเขานั้นมีมากพอที่ให้เขาเลี้ยงดูลูกได้อย่างสบาย หน้าที่ของเขาในตอนนี้ไม่ใช่การเรียนอย่างคนอื่น แต่เป็นการเลี้ยงดูและสอนสั่งให้ลูกโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพต่างหาก

“เลี้ยงลูกก็ไม่ได้แย่นะครับ สนุกดีเหมือนกัน ได้เห็นพัฒนาการที่ดีของน้องแก้วในทุก ๆ วัน เหมียวมีความสุขมากเลยแหละ”

การินได้ยินแบบนั้นก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้น้องต้องเสียอนาคตของตัวเอง เขาพ่นลมหายใจออกทางปากด้วยความอึดอัดก่อนจะบอกเสียงเบา

“...พี่ขอโทษ”

วิฬาร์โบกมือ “เห้ย! ไม่ ๆๆ พี่ไม่ผิดสักหน่อย”

“แต่ว่า-”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรต่อหน้าลูกเลยครับ มีเรื่องอะไรเอาไว้เราค่อยคุยกันนะ”

การินพยักหน้ารับเงียบ ๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งกินน้ำแข็งไสท่ามกลางเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงแก้วเกล้าต่อไป



ขากลับวิฬาร์อุ้มลูกเดินกลับเหมือนอย่างที่ทำเป็นประจำ เหมียวมักจะพาลูกไปเล่นทรายที่สวนสาธารณะอาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง จนคนแถวบ้านที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมานานต่างรู้กันหมดแล้วว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเขา

การินเป็นฝ่ายเดินตามหลัง เขากวาดสายตามองแมวเหมียว น้องดูสูงขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ช่วงไหล่ก็กว้างขึ้น ที่เหมือนเดิมก็คงเป็นความผอม ตอนยังเด็กที่ร่างกายไม่ได้เจริญเติบโตมากเท่าเวลานี้..เขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่พอร่างกายของน้องมันยืดขยายแล้วน้ำหนักมันน้อยกว่าที่ควร..มันก็ทำให้กระดูกหลายส่วนปูดจนสามารถเห็นผ่านเสื้อผ้าได้

“พี่ช่วยอุ้มไหมครับ” เก้าเสนอตัว เด็กสามขวบถึงจะตัวไม่ใหญ่มากแต่น้ำหนักก็คงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ดูได้จากท่าทางการเดินของแมวเหมียว

วิฬาร์หยุดเดินแล้วหันไปหาพี่ มีท่าทีลังเลนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะหวงลูก แต่น้องแก้วยังอยู่ในช่วงวัยที่หวงตัว ถ้าไม่คนสนิทสนมก็จะไม่ยอมให้จับหรืออุ้มเลย แมวเหมียวกลัวว่าถ้าลูกแสดงอาการแบบนั้นออกไป พี่เก้าคงใจแป้วแย่เลย

 “ให้พ่ออุ้มหน่อยได้ไหมคะ” เขาถามลูกสาว

การินยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรอ น้องแก้วมองหน้าเขาก่อนจะกางแขนโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อให้อุ้ม ใบหน้าเล็ก ๆ ซบลงกับแผ่นอกอย่างน่ารัก ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อเต้นแรงขึ้นมา

วินาทีที่ได้อุ้มลูกครั้งแรกนั้น มันไม่เหมือนกันตอนที่ได้อุ้มแมวเหมียวครั้งแรกเลย เด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ถึงแม้จะเกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกรักน้องแก้วอย่างไม่มีข้อแม้สักนิด

แมวเหมียวมองพี่เก้าที่ทำหน้าตาไม่ถูกก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่แสดงถึงความดีใจ เขายิ้มออกมาก่อนจะยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังอย่างกว้างแผ่วเบา อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

“กลับบ้านกันนะครับ น้องแก้วจะต้องอาบน้ำก่อนกินมื้อเย็นครับ”

“ลูกตัวหนักเหมือนกันนะ”

คนฟังหัวเราะก่อนจะออกปากแซว “หนักตรงไหนกัน พี่แก่แล้วน่ะสิ..เรี่ยวแรงเลยไม่เหมือนเดิม”

“ถึงจะแก่แต่ก็ยังเตะปี๊บดังอยู่นะ”

แมวเหมียวหน้าแดงวาบ ก่อนจะหลบหน้าแล้วเดินหนีพี่

“ป๊า~~”

ก้าวขาได้แค่สองครั้งก็เป็นอันต้องหันกลับมาเพราะโดนลูกสาวเรียก

“ป๊าจะไปไหน”

“ไม่ได้ไปไหนค่ะ”

สุดท้ายเขาก็ต้องเดินเคียงข้างไปกับผู้ชายที่เขาเคยรักมาก..ถึงเวลานี้ก็ยังคงรัก..แต่เขาก็จะไม่หวนกลับไปอยู่ในความรู้สึกแบบเดิมอีกแล้ว



-----



การินนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นห้องเลี้ยงเด็ก เขากำลังก้หน้าต่อเลโก้กับลูกสาว ขณะที่แมวเหมียวกำลังไปเตรียมมื้อเย็นให้น้องแก้วกับแม่ ส่วนคนอื่น ๆ ในบ้านวันนี้ยังไม่กลับจากที่ทำงาน

เขาแปลกใจมากที่คุณแม่ไม่มีท่าทีโกรธเคืองเขาเลย แถมยังฝากให้เล่นเป็นเพื่อนกับลูกอีกต่างหาก

“พ่อขา~”

“ว่าไงคะ”

“หนูปวดฉี่”

การินทำตัวไม่ถูกเนื่องจากไม่เคยดูแลเด็กผู้หญิงมาก่อน เขาจูงมือลูกสาว แต่เนื่องจากตัวสูงเกินไปเลยต้องเดินก้มหลังตามไป

“แมวเหมียว” เขาเรียกน้อง

“ครับ?” วิฬาร์มองสองพ่อลูกด้วยสายตาสงสัย

“ลูกปวดฉี่” การินบอกพร้อมกับที่น้องแก้วเริ่มยืนบิดไปบิดมา แมวเหมียวรีบวางมือก่อนจะพุ่งตัวไปอุ้มลูกพาไปห้องน้ำเพราะกลัวว่าลูกจะฉี่ราดเสียก่อน

เกวลินส่ายหน้ายิ้มเมื่อเห็นความวุ่นวายของทั้งสามคน เธอรู้จากน้ำล่วงหน้าอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะกลับบ้าน น้ำบอกกับเธอว่าตาเก้ารู้แล้วว่าแมวเหมียวมีลูกแล้ว..เพียงแค่ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกของตัวเอง

..แต่ดูท่าตอนนี้คงรู้แล้วสินะ..

หลานสาวของเธอก็อีกคน ปกติเด็กวัยนี้ไม่ใช่ว่าจะสนิทกับคนแปลกหน้าได้ง่ายและติดแม่มาก ๆ แต่นี่แมวเหมียวสามารถปล่อยให้อยู่กับเก้าได้โดยไม่มีร้องตาม นี่คงเป็นความมหัศจรรย์ของสายเลือดล่ะมั้ง

“แมวเหมียวเก่งจังเลยนะครับ” คนพ่อเอ่ยชมน้องกับคุณแม่ เขาปล่อยให้เหมียวเป็นฝ่ายจัดการลูกดีกว่า กับเด็กผู้หญิงเขายังรู้สึกเคอะเขินที่จะต้องทำอะไรแบบนั้นอยู่

“แม่ก็ว่าแบบนั้น” เกวลินพูดในขณะที่กำลังหั่นผักไปด้วย “ตอนที่แมวเหมียวท้อง แม่ยังคิดอยู่เลยว่าเด็กคนนี้จะสามารถเลี้ยงลูกเองได้ไหมนะ แต่ดูตอนนี้สิ...แม่แทบไม่ต้องช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ”

“...น้องเลี้ยงเองคนเดียวเลยเหรอครับ”

“ใช่จ้ะ จะหาพี่เลี้ยงมาช่วยก็ไม่เอา”

การินปวดหนึบขึ้นมาในอก “ผม...”

เขาพูดไม่ออก ถ้าเขายอมรับหัวใจของตัวเองแต่แรก ไม่ไปคิดถึงเรื่องไม่เหมาะไม่ควร ทุกอย่างก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ แมวเหมียวก็คงได้ใช้ชีวิตตามวัยของตัวเอง ได้ไปเรียนหนังสือพร้อมเพื่อน ๆ ไม่ต้องมานั่งเลี้ยงเด็กแบบนี้ แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น...ก็คงไม่มีน้องแก้วเกิดขึ้นมา

หลากความคิดหลายความรู้สึกตีรวนอยู่ในสมองและหัวใจจนหาทางออกไม่ได้...ทั้งขมและหวานอบอวลอยู่ในอกจนแยกไม่ออก

“คืนนี้อยู่กินข้าวด้วยกันนะจ๊ะ” เกวลินเอ่ยชวน “เก้าเองก็คงมีเรื่องที่อยากจะพูดเหมือนกันใช่ไหม”

นัยน์ตาสีเขียวมองคุณแม่ที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม การินพยักหน้ารับ

“พี่เก้า” แมวเหมียวเรียกก่อนจะบอกเมื่ออีกฝ่ายหันมา “ฝากดูลูกก่อนนะครับ เหมียวใกล้จะทำข้าวลูกเสร็จแล้ว”

คนตัวสูงพยักหน้าอีกครั้ง น้องแก้วค่อย ๆ เดินเข้ามาดึงขากางเกงพร้อมกับส่งยิ้มให้

“ไปเล่นกันค่า”

การินนั่งเล่นกับลูกอีกประมาณสิบนาที แมวเหมียวก็มาพาน้องแก้วไปนั่งบนเก้าอี้กินข้าวของเด็ก

“ทำอะไรให้ลูกกินน่ะ” เขาเดินตามไปด้วย

“ผัดมักกะโรนีกุ้งครับ”

“ทำเองเลยเหรอ”

วิฬาร์เดินไปหยิบชามข้าวลูก เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย “ใช่สิครับ พี่พูดเหมือนไม่เชื่อเลย”

“ก็เมื่อก่อนแมวเหมียวทำได้แค่อุ่นไมโครเวฟเองนี่นา” การินพูด นั่งลงมองลูกที่ตักกินเองจนแก้มเลอะไปหมด

“นั่นมันเมื่อก่อนครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว”

คนอายุมากกว่าชะงักไป “อ่า...นั่นสิเนอะ” ไม่แน่ใจว่าแมวเหมียวตั้งใจจะสื่อถึงอะไรหรือเปล่า แต่มันก็คือความจริง

..ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว..



-----



จักรชัยกับธีรากลับมาถึงบ้านก็พบกับคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามานาน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เป็นพ่อของหลานสาวสุดที่รัก

“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” น้ำทักทายเพื่อนเสียงเบาลงเมื่อเห็นว่าหลานสาวของตัวเองนอนหลับคาอกของอีกฝ่าย

“เมื่อเช้า สวัสดีครับพ่อ” การินตอบเพื่อนก่อนจะหันไปยกมือไหว้คนสูงอายุที่ก็ยิ้มรับไหว้เขาดี

“กินข้าวหรือยัง” จักรชัยเอ่ยถามเสียงทุ้ม

“น้องแก้วกินแล้วครับ ตอนนี้แมวเหมียวกำลังช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัว” เก้าตอบ

“พ่อหมายถึงเก้าน่ะกินหรือยัง”

การินยิ้มแห้ง “ยังครับ”

“เย็นนี้อยู่กินด้วยกันนะ”

คนถูกชวนถึงสองครั้งยิ้มจาง เขาพยักหน้ารับ เก้าส่งข้อความบอกแม่ว่าจะอยู่กินข้าวบ้านนี้ก่อนแล้วถึงจะกลับ แม่ตอบกลับมาว่าดีที่ยังไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร

การินวางโทรศัพท์ลงก่อนจะยกมือขึ้นลูบเรือนผมนิ่มที่กระจายอยู่บนแผ่นหลังเล็กอย่างแผ่วเบา ก้มลงหอมศีรษะด้วยความรัก เขาเคยมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาแล้วหนึ่งครั้งตอนที่แมวเหมียวเกิด

และครั้งที่สองนี้ก็เป็นลูกของเขา...กับแมวเหมียว

มันจะผิดไหมนะ..ที่แอบคิดว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นช่วยเติมเต็มหัวใจของเขาที่เหี่ยวเฉามานานหลายปี จนลึก ๆ แล้วเขาไม่เสียใจเลยที่มีลูกเกิดขึ้นมา

“เป็นไง” ธีราถามเสียงเบาหลังจากที่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือเรียบร้อย

การินเงยหน้าขึ้นก่อนจะก้มลงมองสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ บนอก “กู...ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูก”

“กูก็ไม่เคยคิดว่าน้องกูจะท้องได้”

การินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรื่องนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมากกว่า เขาพยักหน้าช้า ๆ “นั่นสินะ แมวเหมียวตอนท้องคงลำบากแย่เลยใช่ไหม”

“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก กินได้นอนหลับ ไม่มีอาการแพ้ท้องสักนิด”

“ไม่มีเลยเหรอ”

“เออ หรือว่ามึงมี” ธีราย้อน ให้เดาว่ามันมีแน่นอน

“กูไม่แน่ใจ แต่ตอนไปช่วงแรก..กูเวียนหัวอ้วกเบื่ออาหารอยู่พักหนึ่งเลยว่ะ”

คนฟังหลุดขำ “มึงนี่นะ…”

“อะไร” การินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

ยังไม่ทันที่ธีราได้ตอบกลับก็ถูกแมวเหมียวเรียกให้ไปกินข้าวเสียก่อน โดยที่ตัวเองจะเป็นคนดูแลน้องแก้วต่อเอง

“แล้วแมวเหมียวล่ะ”

“เหมียวกินแล้วครับ” วิฬาร์ตอบยิ้ม ๆ

“มึงหยุดทำตาละห้อยได้แล้ว รีบมาเร็ว” ธีราว่าเพื่อนที่มัวแต่ชักช้าลีลากว่าจะส่งลูกให้กับแมวเหมียวได้ แถมยังมองน้องเขาแบบนั้นอีก น้ำไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่มันก็รักแมวเหมียวขนาดนี้

ทำไมถึงไม่ตอบรับความรักของแมวเหมียว

ทำไมมันถึงไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง



-----



“วันนี้แม่ไม่รู้ว่าเก้าจะมา เลยไม่ได้เตรียมของชอบให้เลย” เกวลินพูดอย่างเสียดาย

“ไม่เป็นไรครับ” เก้าบอก ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีความอยากอาหารสักเท่าไหร่อยู่แล้ว น่าจะเกิดจากความเครียดหลาย ๆ อย่าง

“แล้วนี่กลับมาอยู่กี่วันล่ะ” จักรชัยเอ่ยถาม

“ผมลาได้สองอาทิตย์ครับ” การินตอบ “แต่เดี๋ยวปิดจ๊อบนี้ ผมก็ตั้งใจว่าจะลาออกอยู่แล้ว”

“ดี ๆ” คนพ่อพยักหน้า “จะได้มาอยู่กับลูก”

การินหลุบตามองจานข้าวตรงหน้าเงียบ ๆ แบบนี้มันไม่แปลกไปเหรอ ทุกคนควรจะต้องต่อว่าเขา ไม่ใช่ทำเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

“เฮ้ย เงียบไมวะ”

“ผมต้องขอโทษป๊ากับแม่ด้วยนะครับ”

“เก้าครับ” เป็นแม่ที่เรียกเก้าให้เงยหน้าขึ้นมา “เรื่องนี้ไม่มีใครผิดแล้วก็ไม่มีใครถูกทั้งนั้นนะลูก”

“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะผม-”

“มึงทำดีที่สุดแล้ว น้องกูมันเป็นไอ้ตัวแสบ..ที่ทำลงไปมึงก็ไม่ได้เต็มใจไม่ใช่หรือไงล่ะ”

“แต่ถ้ากูไม่หละหลวม-”

“โว้ย! เลิกพูดเรื่องใครผิดใครถูกได้แล้ว” ธีราโวยวาย

“ใจเย็น ๆ” จักรชัยปรามลูกชายด้วยเองด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “อย่างที่แม่กับน้ำบอก..เก้าก็เลิกคิดโทษตัวเองได้แล้ว เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าเหมียวรักเก้า และเพราะยังเด็กเลยไม่คิดอะไรให้ถี่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้นมันเพราะร่างกายของน้องไม่เหมือนกับผู้ชายทั่วไปด้วย..เลยทำให้ไม่มีใครควบคุมอะไรได้ เก้าทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ ต่อจากนี้ไปถ้าอยากมาหาลูกเมื่อไหร่ก็มาได้เสมอนะ”

การินหลุบตาลงเม้มปาก โล่งใจที่ไม่มีใครต่อว่าอะไรเขา ความรู้สึกผิดนั้นมันคงไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ แต่เขาก็จะพยายามเลิกโทษตัวเองตามที่ทุกคนได้บอก แล้วทุ่มเทเวลาที่เหลืออยู่นั้นไปให้กับแมวเหมียวและลูก แทนที่จะเอาแต่โทษตัวเองอยู่แบบนี้

“เก้า” เกวลินเรียก “แม่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ครับ” การินสบตากับอีกฝ่ายที่ยังคงมีรอยยิ้มยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้าอยู่เสมอ

“เก้าคิดยังไงกับแมวเหมียวเหรอครับ”

“ผมรักเขาครับ” การินตอบอย่าไม่ลังเล

“แล้วรักแบบไหนเหรอจ๊ะ”

คนถูกถามเงียบไป ความรู้สึกที่แท้จริงถูกตีจนปั่นปวนไปหมด

“ผม…”

“ตอบมาตามตรงเถอะจ้ะ”

“ผมรักแมวเหมียว...เกินกว่าพี่น้องครับ”

“มันแพ้ท้องแทนน้องเลยนะแม่ คิดดูแล้วกันว่ารักขนาดไหน”

เกวลินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้าง “จริงเหรอจ๊ะ”

“เอ่อ..ผมก็ไม่..แน่ใจเหมือนกัน” การินมองสายตาและรอยยิ้มของทุกคนแล้วก็ทำตัวไม่ถูก “ตอนผมไปที่นั่นช่วงแรก จู่ ๆ ก็ป่วยหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งเวียนหัวแล้วก็อาเจียนอยู่พักใหญ่เลยครับ”

“เพราะแบบนี้แมวเหมียวของแม่ถึงไม่ได้มีอาการแพ้ท้องเลย”

“แล้วรู้ตอนไหนเหรอครับว่าท้อง”

“ตอนลูกมึงดิ้นไง” ธีราตอบกลั้วหัวเราะ “ก็ว่าทำไมแมวเหมียวมันท้องบวม ๆ กูก็หลงนึกว่ามันอ้วน”

“พ่อที่แพ้ท้องแทนแม่นี่แสดงว่าเป็นสามีที่รักภรรยามากเลยนะ” จักรชัยพูดขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มลูกครึ่งแก้มขึ้นสี

“แหนะ มีเขินว่ะ”

“หุบปากไปเลย”



แมวเหมียวที่ยืนหลบอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้าแดงก่ำและหัวใจเต้นระส่ำ ฝ่ามือเพรียวยกขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง ตอนแรกเขาตั้งใจที่จะมาล้างขวดนม แต่ก็ดันได้ยินแม่ถามพี่เก้าว่าคิดยังไงกับเขา ขามันก็หยุดเดินเองโดยอัตโนมัติ

สุดท้ายวิฬาร์ก็เลือกที่จะเดินกลับมาที่ห้องลูก เขาล้มตัวลงนอนข้างน้องแก้ว ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็ไม่ใช่ เพราะยังรู้สึกนั่นแหละ เขาถึงได้ปวดใจอยู่แบบนี้

เขาไม่เคยคิดว่าพี่เก้าจะรู้สึก..รักเขาในแง่นั้นมาก่อนเลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่อีกฝ่ายถูกเขาสารภาพก็มักจะบอกปฏิเสธตลอด
ไม่น่าเลย..เขาไม่น่าเดินเข้าไปฟังเลย แมวเหมียวรำพันกับตัวเอง




tbc…
รอดูกันต่อไปว่าพี่เก้าเขาจะเอายังไง
จะเอาทั้งลูกทั้งแม่เลยหรือป่าวน้า

 :hao3:




ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 48
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
ดีจังเลย มาเป็นครอบครัวพร้อมหน้า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3354
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
อยากให้รักกันในแบบที่ควรจะเป็นแล้ว สิ่งที่เหนี่ยวไหว้ก็ปล่อยๆได้แล้ว ไม่ใช่ว่าพี่เก้าไปมีพันธะกับใครแล้วไหม :hao5:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1166
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
 :-[ :mew1: :mew3: ดีใจแทนน้อง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด