- Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 21(จบ) หน้า 4 (28/05/2021)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: - Make it right - #ความรักของแมวเหมียว [MPREG] ตอน 21(จบ) หน้า 4 (28/05/2021)  (อ่าน 10038 ครั้ง)

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1980
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1
 :pig4:
 :3123:
สวัสดีปีใหม่2564ค่ะ

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ขอให้ปรับความเข้าใจกันได้เร็ว ๆ นะ

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
เรียกพ่อแล้ววววว :mew1:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
    • facebook page


ผมรักเขา




แก้วเกล้ายังไม่เข้าใจความหมายของคำว่าพ่อมากนัก เพราะเกิดมาก็มีแต่อากง อาม่า อาแปะ และป๊า นอกนั้นก็มีเจ็กกล้า เจ็กข้าว แล้วก็เจ็กรุต ดังนั้นในตอนที่แมวเหมียวบอกให้เธอเรียกคนที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรกว่าพ่อ..จึงไม่ได้มีความรู้สึกใด และเรียกออกไปราวกับว่านั่นเป็นชื่อคน

“พ่อขา ๆ” น้องแก้วเรียกผู้ชายตัวโตที่นั่งด้านข้าง

“คะ?” การินตอบรับด้วยใบหน้าแย้มยิ้มเมื่อถูกเรียกว่าพ่อ แม้ในใจจะยังคงมีความกระอักกระอ่วนอยู่..แต่มันก็ช่างอบอุ่นอ่อนหวานจนหัวใจพองโตคับอกเสียเหลือเกิน

“น้องอยากกินอันนั้นจังเลยค่ะ” นิ้วเล็กชี้อะไรสักอย่างที่เป็นเส้นสีเหลือง ๆ ในชามของอีกฝ่าย

“ขนุนเหรอคะ” การินตักขึ้นมาให้ลูกดู เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ สายตามองอย่างมีความหวัง เขาหันไปหาแมวเหมียว “ลูกกินได้ไหม”

วิฬาร์ส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าครับ”

การินเห็นลูกหน้าสลดลงก็สงสาร เขาทำได้เพียงแค่ลูบหัวน้องแก้วเป็นการปลอบใจ เท่าที่เขาสังเกตแมวเหมียวเลี้ยงลูกได้ดีจริง ๆ เพราะถ้าเป็นเด็กทั่วไปถ้าโดนขัดใจก็มักจะออกอาการงอแงกันแทบทุกราย แต่น้องแก้วกลับไม่มีให้เห็นเลย มีแค่สลดลงนิดหน่อย พอผ่านไปไม่น่าก็กลับมาร่าเริงตามปกติ

“แล้วแมวเหมียวเรียนที่ไหนเหรอ” เขาเอ่ยถาม ครั้งสุดท้ายที่ได้คุยกัน น้องบอกว่าขอโฟกัสกับการเรียนก่อน หลังจากนั้นน้องก็หายไปไม่ได้ติดต่อกันอีก

วิฬาร์กลืนน้ำแข็งไสที่แบ่งกันกินกับลูกลงท้อง “ไม่ได้เรียนครับ แค่เลี้ยงลูกอย่างเดียวก็ไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้ว”

คนถูกถามตอบกลับพร้อมรอยยิ้มจางราวกับไม่ใส่ใจนัก วิฬาร์ยอมรับว่าในตอนแรกที่ได้เห็นเพื่อนต่างแยกย้ายกันไปเรียน โดยที่เขาต้องเลี้ยงลูกมันก็ทำให้รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง แต่น้องแก้วคือเด็กที่เขาจะต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู เพราะเธอเกิดจากการกระทำที่คิดน้อยของตัวเขาเอง ไม่ใช่ผลักให้แม่ที่อายุมากแล้วทำแทน

คิดได้แบบนั้นแมวเหมียวก็ปรับความคิดตัวเองใหม่ โชคดีที่ครอบครัวของเขานั้นมีมากพอที่ให้เขาเลี้ยงดูลูกได้อย่างสบาย หน้าที่ของเขาในตอนนี้ไม่ใช่การเรียนอย่างคนอื่น แต่เป็นการเลี้ยงดูและสอนสั่งให้ลูกโตขึ้นมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพต่างหาก

“เลี้ยงลูกก็ไม่ได้แย่นะครับ สนุกดีเหมือนกัน ได้เห็นพัฒนาการที่ดีของน้องแก้วในทุก ๆ วัน เหมียวมีความสุขมากเลยแหละ”

การินได้ยินแบบนั้นก็ซบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้น้องต้องเสียอนาคตของตัวเอง เขาพ่นลมหายใจออกทางปากด้วยความอึดอัดก่อนจะบอกเสียงเบา

“...พี่ขอโทษ”

วิฬาร์โบกมือ “เห้ย! ไม่ ๆๆ พี่ไม่ผิดสักหน่อย”

“แต่ว่า-”

“อย่าเพิ่งพูดอะไรต่อหน้าลูกเลยครับ มีเรื่องอะไรเอาไว้เราค่อยคุยกันนะ”

การินพยักหน้ารับเงียบ ๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งกินน้ำแข็งไสท่ามกลางเสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงแก้วเกล้าต่อไป



ขากลับวิฬาร์อุ้มลูกเดินกลับเหมือนอย่างที่ทำเป็นประจำ เหมียวมักจะพาลูกไปเล่นทรายที่สวนสาธารณะอาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง จนคนแถวบ้านที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมานานต่างรู้กันหมดแล้วว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของเขา

การินเป็นฝ่ายเดินตามหลัง เขากวาดสายตามองแมวเหมียว น้องดูสูงขึ้นจากเดิมเล็กน้อย ช่วงไหล่ก็กว้างขึ้น ที่เหมือนเดิมก็คงเป็นความผอม ตอนยังเด็กที่ร่างกายไม่ได้เจริญเติบโตมากเท่าเวลานี้..เขาก็คงไม่ได้รู้สึกอะไรมาก แต่พอร่างกายของน้องมันยืดขยายแล้วน้ำหนักมันน้อยกว่าที่ควร..มันก็ทำให้กระดูกหลายส่วนปูดจนสามารถเห็นผ่านเสื้อผ้าได้

“พี่ช่วยอุ้มไหมครับ” เก้าเสนอตัว เด็กสามขวบถึงจะตัวไม่ใหญ่มากแต่น้ำหนักก็คงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ดูได้จากท่าทางการเดินของแมวเหมียว

วิฬาร์หยุดเดินแล้วหันไปหาพี่ มีท่าทีลังเลนิดหน่อย ไม่ใช่เพราะหวงลูก แต่น้องแก้วยังอยู่ในช่วงวัยที่หวงตัว ถ้าไม่คนสนิทสนมก็จะไม่ยอมให้จับหรืออุ้มเลย แมวเหมียวกลัวว่าถ้าลูกแสดงอาการแบบนั้นออกไป พี่เก้าคงใจแป้วแย่เลย

 “ให้พ่ออุ้มหน่อยได้ไหมคะ” เขาถามลูกสาว

การินยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรอ น้องแก้วมองหน้าเขาก่อนจะกางแขนโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อให้อุ้ม ใบหน้าเล็ก ๆ ซบลงกับแผ่นอกอย่างน่ารัก ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อเต้นแรงขึ้นมา

วินาทีที่ได้อุ้มลูกครั้งแรกนั้น มันไม่เหมือนกันตอนที่ได้อุ้มแมวเหมียวครั้งแรกเลย เด็กคนนี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ถึงแม้จะเกิดขึ้นจากความไม่ได้ตั้งใจก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกรักน้องแก้วอย่างไม่มีข้อแม้สักนิด

แมวเหมียวมองพี่เก้าที่ทำหน้าตาไม่ถูกก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่แสดงถึงความดีใจ เขายิ้มออกมาก่อนจะยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังอย่างกว้างแผ่วเบา อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

“กลับบ้านกันนะครับ น้องแก้วจะต้องอาบน้ำก่อนกินมื้อเย็นครับ”

“ลูกตัวหนักเหมือนกันนะ”

คนฟังหัวเราะก่อนจะออกปากแซว “หนักตรงไหนกัน พี่แก่แล้วน่ะสิ..เรี่ยวแรงเลยไม่เหมือนเดิม”

“ถึงจะแก่แต่ก็ยังเตะปี๊บดังอยู่นะ”

แมวเหมียวหน้าแดงวาบ ก่อนจะหลบหน้าแล้วเดินหนีพี่

“ป๊า~~”

ก้าวขาได้แค่สองครั้งก็เป็นอันต้องหันกลับมาเพราะโดนลูกสาวเรียก

“ป๊าจะไปไหน”

“ไม่ได้ไปไหนค่ะ”

สุดท้ายเขาก็ต้องเดินเคียงข้างไปกับผู้ชายที่เขาเคยรักมาก..ถึงเวลานี้ก็ยังคงรัก..แต่เขาก็จะไม่หวนกลับไปอยู่ในความรู้สึกแบบเดิมอีกแล้ว



-----



การินนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นห้องเลี้ยงเด็ก เขากำลังก้หน้าต่อเลโก้กับลูกสาว ขณะที่แมวเหมียวกำลังไปเตรียมมื้อเย็นให้น้องแก้วกับแม่ ส่วนคนอื่น ๆ ในบ้านวันนี้ยังไม่กลับจากที่ทำงาน

เขาแปลกใจมากที่คุณแม่ไม่มีท่าทีโกรธเคืองเขาเลย แถมยังฝากให้เล่นเป็นเพื่อนกับลูกอีกต่างหาก

“พ่อขา~”

“ว่าไงคะ”

“หนูปวดฉี่”

การินทำตัวไม่ถูกเนื่องจากไม่เคยดูแลเด็กผู้หญิงมาก่อน เขาจูงมือลูกสาว แต่เนื่องจากตัวสูงเกินไปเลยต้องเดินก้มหลังตามไป

“แมวเหมียว” เขาเรียกน้อง

“ครับ?” วิฬาร์มองสองพ่อลูกด้วยสายตาสงสัย

“ลูกปวดฉี่” การินบอกพร้อมกับที่น้องแก้วเริ่มยืนบิดไปบิดมา แมวเหมียวรีบวางมือก่อนจะพุ่งตัวไปอุ้มลูกพาไปห้องน้ำเพราะกลัวว่าลูกจะฉี่ราดเสียก่อน

เกวลินส่ายหน้ายิ้มเมื่อเห็นความวุ่นวายของทั้งสามคน เธอรู้จากน้ำล่วงหน้าอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะกลับบ้าน น้ำบอกกับเธอว่าตาเก้ารู้แล้วว่าแมวเหมียวมีลูกแล้ว..เพียงแค่ยังไม่รู้ว่าเป็นลูกของตัวเอง

..แต่ดูท่าตอนนี้คงรู้แล้วสินะ..

หลานสาวของเธอก็อีกคน ปกติเด็กวัยนี้ไม่ใช่ว่าจะสนิทกับคนแปลกหน้าได้ง่ายและติดแม่มาก ๆ แต่นี่แมวเหมียวสามารถปล่อยให้อยู่กับเก้าได้โดยไม่มีร้องตาม นี่คงเป็นความมหัศจรรย์ของสายเลือดล่ะมั้ง

“แมวเหมียวเก่งจังเลยนะครับ” คนพ่อเอ่ยชมน้องกับคุณแม่ เขาปล่อยให้เหมียวเป็นฝ่ายจัดการลูกดีกว่า กับเด็กผู้หญิงเขายังรู้สึกเคอะเขินที่จะต้องทำอะไรแบบนั้นอยู่

“แม่ก็ว่าแบบนั้น” เกวลินพูดในขณะที่กำลังหั่นผักไปด้วย “ตอนที่แมวเหมียวท้อง แม่ยังคิดอยู่เลยว่าเด็กคนนี้จะสามารถเลี้ยงลูกเองได้ไหมนะ แต่ดูตอนนี้สิ...แม่แทบไม่ต้องช่วยอะไรเลยด้วยซ้ำ”

“...น้องเลี้ยงเองคนเดียวเลยเหรอครับ”

“ใช่จ้ะ จะหาพี่เลี้ยงมาช่วยก็ไม่เอา”

การินปวดหนึบขึ้นมาในอก “ผม...”

เขาพูดไม่ออก ถ้าเขายอมรับหัวใจของตัวเองแต่แรก ไม่ไปคิดถึงเรื่องไม่เหมาะไม่ควร ทุกอย่างก็คงไม่ลงเอยแบบนี้ แมวเหมียวก็คงได้ใช้ชีวิตตามวัยของตัวเอง ได้ไปเรียนหนังสือพร้อมเพื่อน ๆ ไม่ต้องมานั่งเลี้ยงเด็กแบบนี้ แต่ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น...ก็คงไม่มีน้องแก้วเกิดขึ้นมา

หลากความคิดหลายความรู้สึกตีรวนอยู่ในสมองและหัวใจจนหาทางออกไม่ได้...ทั้งขมและหวานอบอวลอยู่ในอกจนแยกไม่ออก

“คืนนี้อยู่กินข้าวด้วยกันนะจ๊ะ” เกวลินเอ่ยชวน “เก้าเองก็คงมีเรื่องที่อยากจะพูดเหมือนกันใช่ไหม”

นัยน์ตาสีเขียวมองคุณแม่ที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม การินพยักหน้ารับ

“พี่เก้า” แมวเหมียวเรียกก่อนจะบอกเมื่ออีกฝ่ายหันมา “ฝากดูลูกก่อนนะครับ เหมียวใกล้จะทำข้าวลูกเสร็จแล้ว”

คนตัวสูงพยักหน้าอีกครั้ง น้องแก้วค่อย ๆ เดินเข้ามาดึงขากางเกงพร้อมกับส่งยิ้มให้

“ไปเล่นกันค่า”

การินนั่งเล่นกับลูกอีกประมาณสิบนาที แมวเหมียวก็มาพาน้องแก้วไปนั่งบนเก้าอี้กินข้าวของเด็ก

“ทำอะไรให้ลูกกินน่ะ” เขาเดินตามไปด้วย

“ผัดมักกะโรนีกุ้งครับ”

“ทำเองเลยเหรอ”

วิฬาร์เดินไปหยิบชามข้าวลูก เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย “ใช่สิครับ พี่พูดเหมือนไม่เชื่อเลย”

“ก็เมื่อก่อนแมวเหมียวทำได้แค่อุ่นไมโครเวฟเองนี่นา” การินพูด นั่งลงมองลูกที่ตักกินเองจนแก้มเลอะไปหมด

“นั่นมันเมื่อก่อนครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว”

คนอายุมากกว่าชะงักไป “อ่า...นั่นสิเนอะ” ไม่แน่ใจว่าแมวเหมียวตั้งใจจะสื่อถึงอะไรหรือเปล่า แต่มันก็คือความจริง

..ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว..



-----



จักรชัยกับธีรากลับมาถึงบ้านก็พบกับคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามานาน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่เป็นพ่อของหลานสาวสุดที่รัก

“มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ” น้ำทักทายเพื่อนเสียงเบาลงเมื่อเห็นว่าหลานสาวของตัวเองนอนหลับคาอกของอีกฝ่าย

“เมื่อเช้า สวัสดีครับพ่อ” การินตอบเพื่อนก่อนจะหันไปยกมือไหว้คนสูงอายุที่ก็ยิ้มรับไหว้เขาดี

“กินข้าวหรือยัง” จักรชัยเอ่ยถามเสียงทุ้ม

“น้องแก้วกินแล้วครับ ตอนนี้แมวเหมียวกำลังช่วยแม่ทำกับข้าวอยู่ในครัว” เก้าตอบ

“พ่อหมายถึงเก้าน่ะกินหรือยัง”

การินยิ้มแห้ง “ยังครับ”

“เย็นนี้อยู่กินด้วยกันนะ”

คนถูกชวนถึงสองครั้งยิ้มจาง เขาพยักหน้ารับ เก้าส่งข้อความบอกแม่ว่าจะอยู่กินข้าวบ้านนี้ก่อนแล้วถึงจะกลับ แม่ตอบกลับมาว่าดีที่ยังไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อแต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร

การินวางโทรศัพท์ลงก่อนจะยกมือขึ้นลูบเรือนผมนิ่มที่กระจายอยู่บนแผ่นหลังเล็กอย่างแผ่วเบา ก้มลงหอมศีรษะด้วยความรัก เขาเคยมีความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาแล้วหนึ่งครั้งตอนที่แมวเหมียวเกิด

และครั้งที่สองนี้ก็เป็นลูกของเขา...กับแมวเหมียว

มันจะผิดไหมนะ..ที่แอบคิดว่าผลที่เกิดขึ้นนั้นช่วยเติมเต็มหัวใจของเขาที่เหี่ยวเฉามานานหลายปี จนลึก ๆ แล้วเขาไม่เสียใจเลยที่มีลูกเกิดขึ้นมา

“เป็นไง” ธีราถามเสียงเบาหลังจากที่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างมือเรียบร้อย

การินเงยหน้าขึ้นก่อนจะก้มลงมองสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ บนอก “กู...ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูก”

“กูก็ไม่เคยคิดว่าน้องกูจะท้องได้”

การินเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเรื่องนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมากกว่า เขาพยักหน้าช้า ๆ “นั่นสินะ แมวเหมียวตอนท้องคงลำบากแย่เลยใช่ไหม”

“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก กินได้นอนหลับ ไม่มีอาการแพ้ท้องสักนิด”

“ไม่มีเลยเหรอ”

“เออ หรือว่ามึงมี” ธีราย้อน ให้เดาว่ามันมีแน่นอน

“กูไม่แน่ใจ แต่ตอนไปช่วงแรก..กูเวียนหัวอ้วกเบื่ออาหารอยู่พักหนึ่งเลยว่ะ”

คนฟังหลุดขำ “มึงนี่นะ…”

“อะไร” การินขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

ยังไม่ทันที่ธีราได้ตอบกลับก็ถูกแมวเหมียวเรียกให้ไปกินข้าวเสียก่อน โดยที่ตัวเองจะเป็นคนดูแลน้องแก้วต่อเอง

“แล้วแมวเหมียวล่ะ”

“เหมียวกินแล้วครับ” วิฬาร์ตอบยิ้ม ๆ

“มึงหยุดทำตาละห้อยได้แล้ว รีบมาเร็ว” ธีราว่าเพื่อนที่มัวแต่ชักช้าลีลากว่าจะส่งลูกให้กับแมวเหมียวได้ แถมยังมองน้องเขาแบบนั้นอีก น้ำไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่มันก็รักแมวเหมียวขนาดนี้

ทำไมถึงไม่ตอบรับความรักของแมวเหมียว

ทำไมมันถึงไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง



-----



“วันนี้แม่ไม่รู้ว่าเก้าจะมา เลยไม่ได้เตรียมของชอบให้เลย” เกวลินพูดอย่างเสียดาย

“ไม่เป็นไรครับ” เก้าบอก ตอนนี้เขาไม่ค่อยมีความอยากอาหารสักเท่าไหร่อยู่แล้ว น่าจะเกิดจากความเครียดหลาย ๆ อย่าง

“แล้วนี่กลับมาอยู่กี่วันล่ะ” จักรชัยเอ่ยถาม

“ผมลาได้สองอาทิตย์ครับ” การินตอบ “แต่เดี๋ยวปิดจ๊อบนี้ ผมก็ตั้งใจว่าจะลาออกอยู่แล้ว”

“ดี ๆ” คนพ่อพยักหน้า “จะได้มาอยู่กับลูก”

การินหลุบตามองจานข้าวตรงหน้าเงียบ ๆ แบบนี้มันไม่แปลกไปเหรอ ทุกคนควรจะต้องต่อว่าเขา ไม่ใช่ทำเหมือนกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

“เฮ้ย เงียบไมวะ”

“ผมต้องขอโทษป๊ากับแม่ด้วยนะครับ”

“เก้าครับ” เป็นแม่ที่เรียกเก้าให้เงยหน้าขึ้นมา “เรื่องนี้ไม่มีใครผิดแล้วก็ไม่มีใครถูกทั้งนั้นนะลูก”

“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะผม-”

“มึงทำดีที่สุดแล้ว น้องกูมันเป็นไอ้ตัวแสบ..ที่ทำลงไปมึงก็ไม่ได้เต็มใจไม่ใช่หรือไงล่ะ”

“แต่ถ้ากูไม่หละหลวม-”

“โว้ย! เลิกพูดเรื่องใครผิดใครถูกได้แล้ว” ธีราโวยวาย

“ใจเย็น ๆ” จักรชัยปรามลูกชายด้วยเองด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ “อย่างที่แม่กับน้ำบอก..เก้าก็เลิกคิดโทษตัวเองได้แล้ว เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะว่าเหมียวรักเก้า และเพราะยังเด็กเลยไม่คิดอะไรให้ถี่ถ้วน แต่ถึงอย่างนั้นมันเพราะร่างกายของน้องไม่เหมือนกับผู้ชายทั่วไปด้วย..เลยทำให้ไม่มีใครควบคุมอะไรได้ เก้าทำดีที่สุดแล้วจริง ๆ ต่อจากนี้ไปถ้าอยากมาหาลูกเมื่อไหร่ก็มาได้เสมอนะ”

การินหลุบตาลงเม้มปาก โล่งใจที่ไม่มีใครต่อว่าอะไรเขา ความรู้สึกผิดนั้นมันคงไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ แต่เขาก็จะพยายามเลิกโทษตัวเองตามที่ทุกคนได้บอก แล้วทุ่มเทเวลาที่เหลืออยู่นั้นไปให้กับแมวเหมียวและลูก แทนที่จะเอาแต่โทษตัวเองอยู่แบบนี้

“เก้า” เกวลินเรียก “แม่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม”

“ครับ” การินสบตากับอีกฝ่ายที่ยังคงมีรอยยิ้มยิ้มอ่อนโยนประดับบนใบหน้าอยู่เสมอ

“เก้าคิดยังไงกับแมวเหมียวเหรอครับ”

“ผมรักเขาครับ” การินตอบอย่าไม่ลังเล

“แล้วรักแบบไหนเหรอจ๊ะ”

คนถูกถามเงียบไป ความรู้สึกที่แท้จริงถูกตีจนปั่นปวนไปหมด

“ผม…”

“ตอบมาตามตรงเถอะจ้ะ”

“ผมรักแมวเหมียว...เกินกว่าพี่น้องครับ”

“มันแพ้ท้องแทนน้องเลยนะแม่ คิดดูแล้วกันว่ารักขนาดไหน”

เกวลินที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้าง “จริงเหรอจ๊ะ”

“เอ่อ..ผมก็ไม่..แน่ใจเหมือนกัน” การินมองสายตาและรอยยิ้มของทุกคนแล้วก็ทำตัวไม่ถูก “ตอนผมไปที่นั่นช่วงแรก จู่ ๆ ก็ป่วยหาสาเหตุไม่ได้ ทั้งเวียนหัวแล้วก็อาเจียนอยู่พักใหญ่เลยครับ”

“เพราะแบบนี้แมวเหมียวของแม่ถึงไม่ได้มีอาการแพ้ท้องเลย”

“แล้วรู้ตอนไหนเหรอครับว่าท้อง”

“ตอนลูกมึงดิ้นไง” ธีราตอบกลั้วหัวเราะ “ก็ว่าทำไมแมวเหมียวมันท้องบวม ๆ กูก็หลงนึกว่ามันอ้วน”

“พ่อที่แพ้ท้องแทนแม่นี่แสดงว่าเป็นสามีที่รักภรรยามากเลยนะ” จักรชัยพูดขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มลูกครึ่งแก้มขึ้นสี

“แหนะ มีเขินว่ะ”

“หุบปากไปเลย”



แมวเหมียวที่ยืนหลบอยู่ด้านนอกด้วยใบหน้าแดงก่ำและหัวใจเต้นระส่ำ ฝ่ามือเพรียวยกขึ้นทาบหน้าอกตัวเอง ตอนแรกเขาตั้งใจที่จะมาล้างขวดนม แต่ก็ดันได้ยินแม่ถามพี่เก้าว่าคิดยังไงกับเขา ขามันก็หยุดเดินเองโดยอัตโนมัติ

สุดท้ายวิฬาร์ก็เลือกที่จะเดินกลับมาที่ห้องลูก เขาล้มตัวลงนอนข้างน้องแก้ว ครุ่นคิดถึงสิ่งที่ได้ยิน ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็ไม่ใช่ เพราะยังรู้สึกนั่นแหละ เขาถึงได้ปวดใจอยู่แบบนี้

เขาไม่เคยคิดว่าพี่เก้าจะรู้สึก..รักเขาในแง่นั้นมาก่อนเลยสักครั้ง เพราะทุกครั้งที่อีกฝ่ายถูกเขาสารภาพก็มักจะบอกปฏิเสธตลอด
ไม่น่าเลย..เขาไม่น่าเดินเข้าไปฟังเลย แมวเหมียวรำพันกับตัวเอง




tbc…
รอดูกันต่อไปว่าพี่เก้าเขาจะเอายังไง
จะเอาทั้งลูกทั้งแม่เลยหรือป่าวน้า

 :hao3:




ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
ดีจังเลย มาเป็นครอบครัวพร้อมหน้า

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
อยากให้รักกันในแบบที่ควรจะเป็นแล้ว สิ่งที่เหนี่ยวไหว้ก็ปล่อยๆได้แล้ว ไม่ใช่ว่าพี่เก้าไปมีพันธะกับใครแล้วไหม :hao5:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :-[ :mew1: :mew3: ดีใจแทนน้อง

ออฟไลน์ conunGB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ ❣☾月亮☽❣

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7039
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +264/-6
ชอบเขารักเขาก้อทำมห้มันถูกต้องจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
    • facebook page


สิ่งที่พี่ต้องการ




วิฬาร์เก็บกลืนความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นลงไปแล้วทำเหมือนว่าไม่เคยได้ยินอะไรทั้งนั้น เขายังคงยิ้มแย้มเมื่อพี่เก้ามาหาลูก แต่ก็เว้นระยะห่างระหว่างเรา แมวเหมียวรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกถึงระยะห่างนี้ เพราะพี่เก้ามักจะทำหน้าเศร้าอยู่เสมอเมื่อเวลาที่เขาทำตัวห่างเหิน

เมื่อเกือบสี่ปีก่อนเขาตัดสินใจว่าจะตัดใจจากพี่เก้า...และความตั้งใจนั้นก็ยังคงเหมือนเดิม ถึงมันจะยากแต่เขาก็ต้องพยายาม ถึงแม้จะล้มเหลวกี่ครั้ง เขาก็จะพยายามต่อไป



น้องแก้วตื่นเวลาเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน หลังจากตื่นแล้วก็จะนอนเล่นกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอนอีกสักพักใหญ่ถึงจะลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ปกติแล้วแมวเหมียวจะกระเตงลูกไปนั่งรอเล่นอยู่ในครัวระหว่างที่เตรียมอาหารเช้า แต่หลายวันมานี้ไม่ต้องเพราะพี่เก้าจะแวะเข้ามาดูแลน้องแก้วให้ในระหว่างที่เขาไปเตรียมข้าวเช้าให้ลูก

“วันนี้พ่อขาจะมาหาน้องไหมคะ” แก้วเกล้าถามคำถามนี้ทุกเช้าหลังจากตื่นเต็มตาแล้ว

“น่าจะมานะคะ” วิฬาร์ตอบยิ้มบาง เขารู้อยู่แก่ใจว่าถ้าน้องแก้วได้เจอพ่อเมื่อไหร่ จะต้องติดพ่อเป็นตังเมแบบนี้แน่นอน ก็ขนาดตอนที่อยู่ในท้อง แค่ได้ยินเสียงพี่เก้ายังดิ้นแรงเลย

ไม่นานนักคนที่ถูกถามถึงก็เปิดประตูห้องเข้ามา น้องแก้วรีบลุกจากที่นอนหลังจากที่เอาแต่โอ้เอ้อยู่นาน แขนป้อมสองข้างอ้าออกจากกันเป็นการบ่งบอกว่าอยากให้อีกฝ่ายอุ้ม

“น้องคิดถึงพ่อขาจังเลย”

การินหัวเราะในลำคอ “พ่อก็คิดถึงน้องแก้วที่สุดเลยค่ะ” หอมเข้าที่แก้มนิ่ม น้องแก้วหัวเราะคิกคักที่โดนตอหนวดทิ่ม เห็นแบบนี้คนพ่อก็ยิ่งหอมไม่หยุด

แมวเหมียวมองสองพ่อลูกสวีทกันแล้วก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะขยับไปเก็บพับที่นอนให้เรียบร้อย “พี่เก้ากินอะไรมาหรือยังครับ” เขาถามเพราะวันนี้อีกฝ่ายมาเช้ากว่าทุกวัน

“ยังเลย” การินตอบ

“พี่จะกินอะไรไหม”

“อะไรก็ได้ครับ เหมียวให้พี่กินอะไร..พี่กินได้หมดแหละ”

คนอายุน้อยกว่าชะงักก่อนจะหันหน้าหนีหลบสายตาของพี่เก้าที่มองตรงมา หัวใจดวงน้อยสั่นรัวอย่างที่ไม่อยากให้มันเป็น แต่ก็ควบคุมยากเสียเหลือเกิน “อ่า..งั้น..เดี๋ยวเหมียวเตรียมเผื่อนะ” แมวเหมียวบอกก่อนจะรีบออกจากห้องไป

การินยิ้มมุมปากที่เห็นว่าเขายังสามารถทำให้น้องเกิดอาการได้อยู่ จากที่ตอนแรกคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสแล้ว เพราะแมวเหมียวดูเหมือนว่าจะตัดใจจากเขาได้แล้วจริง ๆ

“พ่อขา” น้องแก้วที่อยู่ในอ้อมแขนพ่อเรียกเสียงอ้อน

“ว่าไงคะ”

“ทำไมพ่อขาถึงไม่นอนกับเราเหรอคะ”

คนพ่อชะงักไปเมื่อลูกถามแบบนั้น ในอกรู้สึกปวดหนึบขึ้นมา

“น้องอยากให้พ่อนอนด้วยเหรอคะ”

แก้าเกล้าพยักหน้ารัว ถึงแม้น้องแก้วจะไม่เข้าใจถึงคำว่าพ่อดีนัก แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันทั้งที่เจอกันเพียงแค่ไม่กี่วัน จนอยากให้พ่อขาคนนี้อยู่ด้วยกันนาน ๆ

การินยิ้มบาง “พ่อก็อยากนอนกับน้องแก้วนะคะ”

“งั้นนอน ๆ”

“น้องแก้วต้องขอป๊าก่อนนะคะ ไม่อย่างนั้นพ่อก็มานอนด้วยไม่ได้”

น้องแก้วพยักหน้าตอบรับอย่างใสซื่อ ประจวบเหมาะกับที่แมวเหมียวเดินกลับเข้ามาในห้อง

“น้องแก้วไปล้างหน้าแปรงฟันกันนะคะ” วิฬาร์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้าง ๆ กายคนตัวใหญ่ ลูกสาวขยับตัวเข้ามาในอ้อมกอดของเขาอย่างว่าง่าย

“ป๊าขา”

“หืม?”

“ให้พ่อขานอนกับเราได้ไหมคะ”

ปะป๊าตัวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่เก้า นัยน์ตาสีเขียวมองเขาด้วยแววตาสื่อความหมาย..ลึกซึ้งจนเขาต้องเบือนหน้าหนี

การินค่อย ๆ เอื้อมไปจับปลายมือของน้อง แมวเหมียวไม่ได้ชักมือหนี ใบหน้าขาวใสนั้นแดงระเรื่ออย่างน่ารัก เขายังหาโอกาสที่จะบอกความในใจกับอีกฝ่ายไม่ได้ ตอนนี้เลยรู้สึกอึดอัดพอสมควร

“ให้พี่นอนด้วยได้ไหมครับ”

“นะคะ”

แมวเหมียวเม้มปากเมื่อถูกมือใหญ่คลึงท้องนิ้วไปมา ก่อนจะพยักหน้าตอบอย่างช่วยไม่ได้ ก็เล่นแพ็กคู่มาอ้อนใส่แบบนี้ใครจะไปปฏิเสธได้ลงล่ะ เขาดึงมือออกจากการกอบกุมของพี่เก้าช้า ๆ แล้วขอตัวพาลูกไปล้างหน้าแปรงฟัน

“เหมียวปิ้งขนมปังกับทำซุปไว้ให้พี่แล้วนะ”

“ขอบคุณครับ”


-----


ตกกลางคืนการินอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมาค้างคืนตามที่ได้บอกเอาไว้ เขาเดินตรงไปที่ห้องนั่งเล่นที่ทำขึ้นมาใหม่เพื่อจะขออนุญาตจากเจ้าของบ้านก่อน

“ใครให้มึงมานอนบ้านกู” ธีราว่าทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“น้องแก้วอยากให้กูมานอนด้วย อีกอย่างกูขอแมวเหมียวแล้ว”

ธีราส่งเสียงเหอะอย่างไม่พอใจนัก

“น้องแก้วติดเราน่าดูเลยนะ” จักรชัยบอก “แบบนี้ถ้าต้องกลับไปทำงานจะทำยังไงเนี่ย”

การินมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขายังเหลือสัญญาที่ต้องประจำอยู่ที่นั่นอีกปีกว่า มันไม่ใช่เวลาที่ยาวนาน..แต่ก็ไม่ได้สั้นเลย เด็ก ๆ มักจะโตเร็ว แค่สามปีที่ผ่านมาเขาไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาตั้งแต่น้องแก้วเกิดและเติบโตมันก็ทำให้เขาเจ็บมากพอแล้ว

“อย่ากังวลไปเลยนะจ๊ะ” เกวลินเอ่ยปลอบ “แค่ปีกว่า..แป๊บเดียวมันก็ผ่านไปแล้ว”

“แต่ผม..” การินพูดไม่ออก

เขากลัวว่าถ้าไปอยู่ไกล แมวเหมียวจะทำตัวห่างเหินกับเขา ไม่ให้เขาได้พบเจอกับลูก อย่างตอนนี้ถ้าไม่เพราะเขากลับบ้านมาเจอเอง แมวเหมียวก็คงไม่เป็นฝ่ายบอกเขาเองหรอก

“กลัวว่าแมวเหมียวจะไม่ให้มึงได้เจอลูกเหรอไง”

คนถูกถามพยักหน้าช้า ๆ “แมวเหมียวใจแข็งกว่าที่กูคิดอีก”

“คิดแบบนั้นเหรอจ๊ะ” เกวลินถามยิ้มบาง “คิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”

“ผมเองก็ไม่อยากคิดแบบนั้นครับ แต่น้องปิดเรื่องลูกกับผมไว้โดยไม่คิดจะบอกกล่าวอะไรเลยมาตั้งหลายปีแบบนี้”

“ที่แมวเหมียวทำไปก็เพื่อเก้าทั้งนั้นเลยนะลูก” เกวลินบอก “น้องน่ะ..คิดว่าตัวเองเอาแต่สร้างความลำบากใจให้กับเก้ามาเยอะแล้ว ส่วนน้องแก้วเกิดขึ้นมาก็เพราะความเอาแต่ใจของตัวเอง แมวเหมียวไม่อยากให้เก้าต้องเอาชีวิตมารับผิดชอบในสิ่งที่เก้าไม่ได้ทำนะจ๊ะ”

การินนิ่งอึ้ง พูดไม่ออกเมื่อได้ฟังสิ่งที่ตัวเองไม่เคยได้รับรู้มาก่อน

“แมวเหมียวน่ะรักเก้ามากเลยนะ”

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นปิดใบหน้าที่ร้อนผ่าวของตัวเอง

“มีอะไรในใจก็บอกน้องเถอะ” จักรชัยเอ่ยขึ้น “ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปนะ”

การินพยักหน้ารับ “ขอบคุณครับ”

“กูล่ะไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่ก็รักแมวเหมียวมันแล้วจะปฏิเสธหัวใจตัวเองไปเพื่อ!”


-----


แมวเหมียวกำลังอ่านนิทานให้ลูกฟังอยู่ในห้อง ยังไม่ทันจบพี่เก้าก็ค่อย ๆ เปิดประตูเข้ามา น้องแก้วที่เห็นหน้าพ่อก็ดีใจส่งเสียงเรียกพร้อมกับกวักมือเรียกยกใหญ่

การินแทรกตัวลงไปนอนตะแคง เอามือดันหัวไว้ มองหน้าลูกสาวที่จ้องเขาตาแป๋ว ก่อนจะเหลือบไปมองแมวเหมียวที่ก็มองมาเขาอยู่เหมือนกัน

“ยังไม่ง่วงอีกเหรอคะ”

“ยังค่ะ หนูฟังเรื่องของคุณหมีอยู่ค่ะ”

“เหรอ ให้พ่อฟังด้วยได้ไหมคะ”

แมวเหมียวหน้าตึง เมื่อประโยคคำถามเมื่อครู่ดูเหมือนว่าถามน้องแก้ว..แต่สายตากลับมองหน้าเขา มันจะไม่อะไรเลยถ้าไม่มีนัยแฝงอยู่ในสายตานั้น เขาหันหน้าหนีอย่างไม่สนใจแล้วเริ่มอ่านนิทานต่อจากที่ค้างเอาไว้

ไม่นานนักน้องแก้วก็ผล็อยหลับไปโดยที่แมวเหมียวไม่ทันได้สังเกต การินเห็นแต่ก็ไม่อยากบอกเพราะอยากฟังน้องเล่านิทาน เขามองใบหน้านวลเนียนที่เอาแต่จดจ้องนิทานตรงหน้า เสียงที่เคยแหลมเล็กแปรเปลี่ยนนุ่มทุ้มละมุนหู

เด็กน้อยที่เขาเคยบอกรักเขาในวันวาน เวลานี้ดูเหมือนว่าจะตัดใจจากเขาได้แล้ว การินรู้ว่ามันอาจจะสายไป แต่เขาก็อยากจะลองดู เผื่อว่าแมวเหมียวจะยังมีใจหลงเหลือให้กันอยู่บ้าง

วิฬาร์เหลือบตามองลูกก่อนจะเห็นว่าน้องแก้วหลับไปแล้ว แต่คนเป็นพ่อนอนตะแคงมองตาแป๋ว คิ้วเรียวขมวดฉับ ในใจคิดบ่นอีกฝ่ายว่าทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน ปล่อยให้เขาอ่านอยู่ได้ เหมียวห่มผ้าให้ลูกดี ๆ ก่อนจะลุกจากที่นอน

“จะไปไหนเหรอ” การินถามเสียงเบา

“ไปเข้าห้องน้ำครับ” วิฬาร์ตอบก่อนจะออกจากห้องไป เมื่อกลับเข้ามาอีกครั้งก็เจอกับพี่เก้าที่กำลังยืนรออยู่แล้ว เขารู้ว่าอีกฝ่ายมีอะไรอยากจะคุยด้วยแต่ยังคงหาจังหวะไม่ได้

“พี่ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

แมวเหมียวยิ้มบาง “ครับ”

ทั้งสองคนนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน โดยทิ้งระยะห่างเพียงน้อยนิด เพราะไม่อยากรบกวนลูกที่นอนหลับด้วยเสียงพูดคุยที่ดังเกินไป

แมวเหมียวนั่งขัดสมาธิรอฟังว่าพี่เก้าจะพูดอะไร แต่ก็เหมือนจะเดาได้จากพฤติกรรมที่ผ่านมาหลายวันนี้ที่อีกฝ่ายแสดงออกอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะทางสายตาหรือการกระทำว่ารู้สึกกับเขาอย่างไร วิฬาร์รู้แต่ก็ทำเหมือนไม่อยากรู้ แต่จะให้บอกปฏิเสธไปก่อนก็ไม่ได้ เพราะว่าพี่เก้ายังไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ

“ที่ผ่านมาเลี้ยงลูกคนเดียวเหนื่อยไหม”

“เหนื่อยสิครับ เลี้ยงลูกคนหนึ่งไม่ได้ง่ายเลย เหมียวโชคดีที่มีครอบครัวคอยซัพพอร์ต คิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีทุกคนคอยช่วยเหลือเหมียวกับลูกจะเป็นยังไง แต่ว่าตอนนี้น้องแก้วโตขึ้นเยอะ เหมียวก็ไม่เหนื่อยเท่าตอนแรกแล้วครับ”

การินอยากจะเอื้อมมือไปลูบหัวน้องอย่างที่เคยทำ แต่ทำได้เพียงกำหมัดแน่น..เพราะความไม่กล้าพอของตัวเอง

“อีกเดี๋ยวน้องแก้วก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว เหมียวก็จะมีเวลาว่างมากขึ้น”

“แมวเหมียวคิดจะทำอะไรต่อล่ะ” การินถาม

“เหมียวว่าจะกลับไปเรียน”

“แต่เหมียวอยากเรียนอีกมหาวิทยาลัยไม่ใช่เหรอ”

วิฬาร์ยิ้มบาง “ที่นั่นก็ได้ครับ” เขาหมายถึงมหาวิทยาลัยในจังหวัดที่ตั้งอยู่ใกล้ทะเล “ความจริงที่นั่นก็ไม่ได้แย่อะไรนะครับ เหมียวแค่อยากเรียนให้จบเท่านั้นเอง ในอนาคตจะได้ช่วยงานที่บริษัทได้”

คนอายุมากกว่าเงียบลงอีกครั้ง เขาจุกในอกจนพูดไม่ออก เพื่อลูก...แมวเหมียวต้องละทิ้งอะไรหลายอย่างไป ทั้งชีวิตวัยรุ่นและความฝัน เขาที่ได้ใช้ชีวิตมาจนคุ้มค่า พอเห็นน้องเป็นแบบนี้ก็อดที่จะรู้สึกเศร้าไม่ได้เลย

“พี่เก้ามีอะไรจะพูดกับเหมียวเหรอ” เหมียวถามเพราะเขารู้สึกง่วงมากแล้ว

“คือพี่…” คนอายุมากกว่ากลืนน้ำลายลงคอด้วยความประหม่า อึกอักอยู่นานจนแมวเหมียวอ้าปากหาวขึ้นมา

“ขอโทษครับ” เจ้าตัวเอ่ยปาก เขาไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แต่มันง่วงจริง ๆ ปกติตอนนี้เขาจะนอนหลับไปพร้อมลูกแล้วด้วยซ้ำ

“พี่รักแมวเหมียวนะ” การินตัดสินใจบอกออกไป

วิฬาร์ยิ้มบาง “เหมียวรู้”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” การินคว้ามือบางที่เคยนุ่มนิ่มแต่ตอนนี้มันเริ่มกร้านขึ้นมากุมไว้ “พี่อยากจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับแมวเหมียวและลูก”

“เหมียวว่า…เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วนะครับ เหมียวสัญญาว่าจะไม่กีดกันพี่กับลูกนะ”

คนถูกปฏิเสธนิ่งอึ้งไปครู่ “แมวเหมียว..อยากให้ลูกขาดพ่อเหรอ”

วิฬาร์ชะงักไปด้วยไม่คิดว่าพี่เก้าจะพูดแบบนี้ออกมา น้ำตาที่แห้งเหือดไปนานคลอหน่วย เขาจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ฝ่ามือขาวพยายามบิดออกจากมือของอีกฝ่าย

“พี่คิดว่าเหมียวอยากให้ทุกอย่างมันกลายเป็นแบบนี้เหรอ”

“พี่ไม่..”

“เหมียวเองก็ไม่ได้อยากให้ลูกขาดใครไป แต่ถ้าพี่อยากจะทำแบบนี้เพราะรู้สึกผิดก็อย่าเลย เหมียวไม่อยากให้พี่ต้องมาทนอยู่กับความสัมพันธ์ที่พี่ไม่ได้เต็มใจก่อสร้างขึ้นมา-”

“ชู่ ๆๆ” การินดึงน้องที่กำลังโมโหเข้ามากอดก่อนจะกระซิบที่ริมหู “ใจเย็น ๆ นะ” แมวเหมียวไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน ทำเพียงร้องไห้กับอกเขาเงียบ ๆ “พี่ขอโทษ”

“เหมียวน่ะ..อยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น เหมียวไม่เคยคิดให้พี่ต้องมารับผิดชอบอะไร เหมียวอยากให้พี่มีความสุขก็เท่านั้นเอง”

“แล้วแมวเหมียวรู้ไหมว่าอะไรคือสิ่งที่พี่ต้องการ”

วิฬาร์เงียบเพราะไม่รู้

“เหมียวบอกว่าอยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น และพี่อยากเป็นคนรักของแมวเหมียวและเป็นพ่อของน้องแก้ว เหมียวบอกว่าไม่ต้องการให้พี่รับผิดชอบอะไร แต่พี่อยากจะรับผิดชอบทั้งหมด เหมียวบอกว่าอยากให้พี่มีความสุข พี่จะมีความสุขได้ยังไงในเมื่อคนที่พี่รักเอาแต่ปฏิเสธ”

วิฬาร์นิ่งอึ้งไปหลังจากได้ยินความในใจของพี่เก้า

“ที่พี่บอกว่ารัก..นั่นคือความในใจของพี่จริง ๆ ไม่ใช่ว่าเพราะแมวเหมียวเกิดมีลูกขึ้นมาพี่ถึงคิดอยากรับผิดชอบ พี่อดทนเก็บความรู้สึกมานาน เพราะเคยคิดว่าระหว่างเรามันไม่ถูกต้อง แต่ตอนนี้พี่ไม่อยากเก็บมันเอาไว้อีกต่อไปแล้ว พี่ไม่ได้อยากได้แค่ลูก..แต่ต้องการแมวเหมียวด้วยนะ”

วิฬาร์ค่อยผละออกจากอ้อมกอดของพี่เก้า เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ตัวเองเฝ้ารักมานานหลายปี “พี่..พูดจริงใช่ไหม” เขาเอ่ยถามเสียงเครือ “ไม่- ไม่ได้หลอกเหมียวนะ”

การินยิ้มบาง ยกมือขึ้นลูบผมนิ่มแผ่วเบา “ที่ผ่านมาพี่เอาแต่หลอกตัวเอง แต่ต่อจากนี้ไปจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้วครับ”

น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบแก้มอีกครั้ง แต่คราวนี้แมวเหมียวไม่ต้องเช็ดมันเองอีกแล้ว แต่ได้มือของคนที่รักเช็ดออกจากใบหน้าให้อย่างนุ่มนวล หลังจากฟังความในใจของพี่..ความตั้งใจที่พยายามสร้างมาตลอดพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า

การินดึงน้องเข้ามาแนบชิดพร้อมกับปลอบโยนด้วยการลูบแผ่นหลังบาง เขากดจูบที่ขมับด้วยความรักและคิดถึง

“แมวเหมียว” เขาเรียก

“ครับ”

“เป็น..” การินหยุดคิด “เป็นแฟนพี่นะ”

ใบหน้าขาวแดงซ่าน พยักหน้าเร็ว ๆ หลายที ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย เขาเหลือบมองลูกสาว “เราเป็นแฟนกันเหรอครับ”

“อืม..พี่ก็ว่าเป็นแฟนมันแปลก ๆ นะ เอางี้เป็นเมียดีกว่าไหม”

วิฬาร์หัวเราะคิกคัก “มันจั๊กจี้อะ”

“ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ไม่เป็นเมียจะเป็นอะไรล่ะ..หืม” คนอายุมากกว่าดันตัวน้องออก ย้อนถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

แมวเหมียวไม่ตอบ เอาแต่เหม่อมองใบหน้าของพี่เก้าที่อยู่ในระยะประชิดด้วยความคิดถึง ตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้..ไม่มีแม้สักวันเลยที่เขาตัดใจจากอีกฝ่ายได้ ที่ผ่านมามีแต่พยายามยอมรับและทำใจเพียงเท่านั้น

“พี่ขอจูบแมวเหมียวได้ไหม”

ใบหน้าขาวแดงขึ้นอีกครา คนถูกขอเม้มปากก่อนจะพยักหน้าน้อย ๆ การินไม่รอช้าขยับเข้าใกล้ แขนข้างหนึ่งโอบเข้าที่เอวเพรียวบางให้ขยับชิดใกล้กันอีก มืออีกข้างจับเข้าที่ลำคอเล็ก เพียงริมฝีปากแตะกันแค่แผ่วเบาก็ทำเอาใจที่เคยห่อเหี่ยวกลับพองฟู

การินพรมจูบไปทั่วใบหน้าขาว ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ขมับ ปลายจมูก แก้ม และจบลงที่ริมฝีปากนุ่มนิ่ม บดเบียดกันเพียงแค่ภายนอกสักพักคนอายุมากกว่าก็ขบเม้มปากน้องบนล่างสลับไป

เวลานี้แมวเหมียวเองก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสา แต่ก็ไม่ได้มากประสบการณ์อะไรนัก เขาพยายามเลียนแบบพี่เก้าจนอีกฝ่ายนึกเอ็นดูเลยร่างเลยดึงน้องให้ขยับขึ้นมาคร่อมตัก

“อ้าปากให้พี่หน่อยนะครับ” การินบอก และน้องก็ทำตามอย่างเชื่อฟัง เขาสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากที่ใฝ่หา บดขยี้และดูดดึงด้วยความรักและใคร่ นานมากแล้วที่เก้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับใคร ความปรารถนามันเลยจุดติดได้ง่าย

แมวเหมียวเองก็ไม่ต่างกัน เจ้าตัวดันกายออกห่างเมื่อถูกมือใหญ่ล้วงเข้ามาในเสื้อ “พี่..ลูกอยู่นะ”

การินชะเง้อมองลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียงที่ตั้งอยู่อีกมุมห้อง “น้องแก้วตื่นง่ายไหม” เขาถามพลางลูบเอวบาง

“มะ ไม่ครับ แต่เหมียวว่ามันไม่เหมาะ” เหมียวตอบตะกุกตะกักเมื่อใบหน้าของพี่เก้าขยับเข้ามาดมที่ซอกคอ ปกติแล้วน้องแก้วเป็นเด็กที่หลับลึก ได้ยินเสียงอะไรก็ไม่มีตื่นกลางดึก แต่เขาก็ไม่อยากทำเรื่องแบบนี้ในห้องที่มีลูกสาวนอนหลับด้วยอยู่ดี “เหมียวกลัวลูกตื่น”

การินนิ่งคิดก่อนจะซบหน้าผากลงกับอกแบนราบของน้อง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ไม่เป็นไรครับ พี่เข้าใจ” เขาอายุเยอะแล้ว ต้องรู้จับควบคุมตัวเองให้ได้

แมวเหมียวประคองใบหน้าพ่อของลูกขึ้นมาหอมแก้มซ้ายทีขวาที “คนเก่ง” แล้วเอ่ยชมราวกับอีกฝ่ายเป็นลูกอีกคน

“แต่แมวเหมียวยังไม่สรุปให้พี่เลยนะว่าเราเป็นอะไรกัน” การินทวง

“อื้อ”

“อื้อ อะไร”

“ก็..อื้อไง”

มือใหญ่บีบจมูกน้อง “ตกลงเราเป็นอะไรกันครับ ไหนตอบพี่สิ”

วิฬาร์รู้สึกเขินเกินกว่าจะพูดออกจากปาก เขาโถมตัวกอดอีกฝ่ายแน่นพร้อมกับเอาหน้าซุกไหล่

“อย่าหนีสิ ตอบพี่ก่อน” การินบอกกลั้วหัวเราะ “ให้พี่ชื่นใจหน่อยนะ”

“...เมีย”

“อะไรนะ” คนอายุมากกว่าแกล้งไม่ได้ยิน

แมวเหมียวพ่นลมจากจมูกดังฟืด เขาขยับไปกระซิบ “เป็นเมียพี่ พอใจยัง”

“หึ พูดจาไม่เพราะแบบนี้ต้องโดนทำโทษนะรู้ไหม” คนพี่ว่าก่อนจะหอมแก้มฟอดใหญ่

“พี่ไม่กล้าหรอก”

การินหัวเราะในลำคอ ก็จริงอย่างที่แมวเหมียวว่า เอาเข้าจริงเขาไม่กล้าทำอะไรน้องหรอก มีแต่จะยกขึ้นหิ้งดูแลอย่างดี คนรักเมียบูชาเมียเขาว่าได้ดีทั้งนั้น

“ครับ ใครจะไปกล้าหือกับเมีย” เขายอมรับแล้วจึงหอมแก้มนิ่มตรงหน้า “ขอบคุณนะครับ..ที่ยังรักพี่”

แมวเหมียวยิ้ม “พี่รู้ไหม ตอนที่เราห่างกัน..เหมียวทำใจแล้วว่าเรื่องของเรามันคงเป็นไปไม่ได้จริง ๆ เหมียวตั้งใจที่จะตัดใจจากพี่ พยายามแล้ว..พยายามอีกเป็นร้อยเป็นพันครั้งเลยมั้ง น่าตลกนะ..เหมียวไม่เคยทำอย่างที่ใจคิดหรือบอกคนอื่นได้เลยสักครั้ง”

“ขอโทษนะครับ” การินทาบมือเข้ากับแก้มใส ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไปมา “ถ้าตอนนั้นพี่ยอมรับหัวใจตัวเอง ไม่คิดว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เรื่องของเรามันก็คงไม่เป็นแบบนี้ แมวเหมียวก็จะได้ไม่ต้องท้องในวัยที่ยังไม่พร้อม และต้องลำบากแบบนี้”

วิฬาร์ส่ายหน้า “เหมียวเข้าใจ..พี่ทำก็เพราะหวังดี เหมียวเองซะอีกที่ฉวยโอกาสตอนพี่เมาทำเรื่องแบบนั้น น้องแก้วเป็นสิ่งย้ำเตือนเรื่องที่เหมียวได้ทำลงไป สอนให้เหมียวรู้จักโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ถึงแม้จะต้องเสียอะไรหลายอย่างในชีวิตไป เหมียวไม่เคยเสียใจเลยนะที่อุ้มท้องและคลอดเขาออกมา”

“พี่เสียใจ..ที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลเหมียวตอนท้องและคลอด ไม่มีโอกาสได้ช่วยเลี้ยงลูก เสียดายที่ไม่ได้เห็นพัฒนาการของน้องแก้วเลย”

“...เหมียวขอโทษน้า~” เหมียวบอกพร้อมเข้าไปกอดคลอเคลีย ถ้ารู้ก่อนหน้านี้ว่าพี่เก้ามีใจให้กัน เขาก็คงจะไม่ปิดบังเรื่องลูก

“ไม่เป็นไร ๆ พี่เข้าใจครับ” คนพี่กอดเอวบาง “ไว้เราค่อยมีอีกคนก็ได้”

“ต้องรอให้เหมียวเรียนจบก่อนนะ” คนอายุน้อยกว่าบอก

“อ่า...” การินคำนวณในใจ “ตอนนั้นพี่ก็อายุสี่สิบกว่า”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ใครกันนะขี้คุยว่ายังเตะปี๊บดังอยู่”

มือใหญ่เลื่อนลงมาบีบก้นน้อง “ถ้าไม่ติดว่าลูกอยู่นะ พ่อจะพิสูจน์ให้ดูเลยเชียว”

แมวเหมียวหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเอ่ยชวนให้ไปนอนด้วยกัน เพราะพรุ่งนี้เขายังต้องตื่นแต่เช้า การินก็พยักหน้าตอบรับ

คืนนี้บนเตียงนอนใหญ่ไม่ได้เงียบเหงาอีกต่อไปเพราะมีคนตัวใหญ่มาเพิ่ม น้องแก้วนอนริมที่นอนฝั่งติดกำแพงเหมือนเดิม ในขณะที่แมวเหมียวนอนตรงกลาง ตามมาด้วยการินที่นอนกอดแม่แมวอยู่ด้านหลัง

ทั้งสองคนนอนหลับไปด้วยความสุขที่อบอวลอยู่ในหัวใจ ที่ผ่านมาไม่เคยมีวันไหนที่มีความสุขเท่าวันนี้ การินสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันทำให้แมวเหมียวต้องเสียใจเพราะเขาอีกต่อไป เขากดจูบลงที่หลังคอ

“ราตรีสวัสดิ์นะครับที่รัก”




tbc…

ในที่สุดดดดดดดดด!!
คนขี้ป๊อดอย่างพี่เก้าก็ทำในสิ่งที่ทุกคนต้องการสักที!!
พอคืนดีกันได้ก็นัวเนียปากไม่ห่างกันเลยนะ หมั่นไส้!!
 :hao7:

ออฟไลน์ conunGB

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :mew1: :mew1: :mew1: ได้เมียคืนแล้ว

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 522
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ Jibbubu

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3442
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +77/-6
ได้คืนดีกับเมียซะทีนะพี่เก้า

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1704
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-0

ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
คืนดีกันแล้ว :L2:
อ่านไปลุ้นไปว่าจะผลิตคนที่สองคืนนี้เลยมั้ย :hao6:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-02-2021 17:21:02 โดย Sorrowkung »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :L1:รักกันซักที

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
    • facebook page



ได้ทั้งลูกทั้งพ่อ




วันต่อมาการินขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านไปล้างหน้าแปรงฟันและกินข้าวกับครอบครัว แม่ของเขาเอ่ยปากถามว่าทำไมช่วงนี้ถึงไปบ้านโน้นบ่อย แถมยังไปขลุกอยู่ที่นั่นแทบทั้งวัน แล้วเมื่อคืนนี้ยังไปนอนค้างอีก

“เอ่อ..” เจ้าตัวอึกอักที่โดนถามเป็นชุด

“หรือว่าแอบไปที่อื่นที่แม่ไม่รู้” การะเกดหรี่ตาถามอย่างจับผิด

“ไม่ใช่นะครับ” การินส่ายหน้าหวือ

“ปิดบังอะไรแม่อยู่” คนเป็นแม่เลี้ยงลูกมากับมือทำไมจะดูไม่ออกว่าลูกชายกำลังมีเรื่องที่ไม่ได้บอกเธออยู่

การินหลบสายตาที่มองจ้องอย่างจับผิด “ไม่มีอะไรหรอกครับ มา ๆ เดี๋ยวผมนวดขาให้นะ”

การะเกดดึงขาออกไม่ให้ลูกชายที่ทรุดตัวนั่งบนพื้นจับ “อย่าเปลี่ยนเรื่องนะ บอกแม่มาว่าเธอปิดบังอะไรอยู่”

คาร์ลที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์หัวเราะออกมา “บอกไปเถอะ เดี๋ยวแม่เขาจะน้อยใจเอานะ” เขาบอกออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่คุ้นปากมากกว่า ถึงเขาจะฟังภาษาไทยรู้เรื่องเพราะอยู่นาน แต่เรื่องพูดเนี่ยไม่คล่องปากเอาซะเลย

ลูกชายคนเดียวอึกอัก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ถ้ารู้แล้วอย่าด่าผมนะ”

“ถ้าไม่พูดแม่จะด่าเดี๋ยวนี้แหละ!”

“แม่จำลูกของแมวเหมียวได้ไหม”

การะเกดชะงักไปชั่วขณะ เธอพยักหน้ารับหนึ่งครั้ง

“เด็กคนนั้นเป็นลูกของผม”

คนเป็นแม่กะพริบตาถี่ด้วยความงุนงง “อะไรนะ..ลูกของใคร”

“ลูกของผม”

“กับใคร”

“แมวเหมียวครับ”

“อย่ามาหลอกแม่นะ น้องเป็นผู้ชายจะไปท้องได้ยังไง เธอไปทำใครท้องแล้วเอาไปฝากบ้านนั้นเลี้ยงใช่ไหม” เกดว่าเสียงดัง ลูกชายของเธอไม่ได้ตอบอะไรอีก แต่สายตาที่มองมาที่เธอไม่มีแววของความล้อเล่นแม่แต่น้อย “...เรื่องจริงเหรอ”

การินพยักหน้ารับ “ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกพ่อกับแม่นะครับ”

“ลูกรู้ตั้งแต่แรกแล้วเหรอ” คาร์ลเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ไม่ครับ ผมเพิ่งรู้ตอนที่กลับมาที่นี่ น้องไม่เคยบอกผมเลย”

การะเกดนั่งเงียบเพื่อตั้งสติ เพิ่งเข้าใจคำว่าปุ๊บปั๊บรับโชคเอาก็วันนี้ ได้ทั้งสะใภ้และหลานมาในคราวเดียวกัน นึกถึงวันนั้นที่เจอเด็กน้อยนัยน์ตาสีเขียวสวยก็ไม่ได้เอะใจเลย เพราะเด็กคนนั้นหน้าตาไม่ได้กระเดียดมาทางตาเก้าเลยสักนิด

“แม่ครับ”

“ว่า?”

“โกรธเหรอครับ” การินถามเสียงหงอยเมื่อเห็นแม่นิ่งเงียบไป

“เปล่า” ตอบก่อนจะถอนหายใจแล้วก้มลงมองหน้าลูกที่กำลังเกาะขาเธออยู่ “ฉันกำลังตั้งสติอยู่”

การินเข้าใจดีว่าเรื่องนี้มันคงเกินกว่าจะเข้าใจได้ แต่เขาเชื่อว่าพ่อกับแม่ของเขายังไงก็ต้องหลงรักน้องแก้วอย่างแน่นอน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดอัลบั้มภาพให้แม่ดูรูปกับวิดีโอที่เขาได้ถ่ายลูกสาวไว้ ท่านคว้าไปดูกับพ่อที่ขยับเข้ามาใกล้ สองปู่ย่าดูไปยิ้มไป

“พวกเราไปหาหลานด้วยกันไหมคะ” การะเกดเอ่ยถามสามี อีกฝ่ายพยักหน้าตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปสั่งลูกชาย “ตาเก้าพาแม่ไปหาหลานเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“จ้าแม่~”



-----



การินขับรถพาพ่อกับแม่ไปหาซื้อของฝากหลานสาวตัวน้อยก่อน เขาเห็นท่านเดินวนอยู่ในโซนของเล่นเด็กอย่างเพลิดเพลินเลยใช้จังหวะนี้..ส่งข้อความบอกแมวเหมียวให้รู้ตัวก่อน

[พอกับแม่พี่รู้เรื่องของเราแล้วนะ เดี๋ยวท่านจะแวะไปหานะครับ]

ไม่นานนักแมวเหมียวก็กดอ่าน

[ทำไมทำกับเหมียวแบบนี้!!]

[ขอโทษครับ แต่คุณเกดเขาสงสัยเลยบังคับให้พี่พูด] การินบอก รู้สึกผิดที่ไม่ได้ให้น้องเตรียมตัวล่วงหน้าก่อน เขาแอบถ่ายรูปพ่อกับแม่ส่งไปให้อีกฝั่ง [แต่ไม่ต้องกังวลนะ ท่านกำลังหาซื้อของให้หลานอยู่แหละ]

แมวเหมียวส่งสติ๊กเกอร์รูปสติชทำตาปิ๊ง ๆ กลับมาพร้อมกับบอกว่าจะรอนะครับ การินมองจอแล้วยิ้มออกมาด้วยความรักและเอ็นดู
“ทำเป็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” การะเกดค่อนขอด “ทีตอนอยู่ที่โน่นแม่โทรไปหาทีไรก็ทำหน้าซึมเป็นหมาหงอย”

“คนกำลังมีความรักก็แบบนี้” คาร์ลว่าเป็นภาษาอังกฤษ

การินไม่ตอบอะไรเอาแต่ยิ้มอยู่แบบนั้นจนแม่ด่าว่าบ้า เขาจ่ายเงินค่าตุ๊กตาหมาตัวเล็กแต่ราคาทำเอาสงสัยอยู่เหมือนกันว่ามันเอาอะไรมาแพงขนาดนี้

“มีเท่านี้เหรอครับ”

“แม่ยังไม่รู้ว่าน้องแก้วชอบอะไรบ้าง เท่านี้ก่อนก็แล้วกัน”

“น้องแก้วชอบเล่นทรายมาก ๆ เลยครับ ผมกับแมวเหมียวพาไปแทบทุกวันเลย”

“เหรอ เหมือนแม่ไม่มีผิดเลยนะ” เกดบอกกลั้วหัวเราะ

ในขณะที่เก้าก็พยักหน้าเห็นด้วย นึกถึงตอนที่แมวเหมียวยังเด็กเขาก็ต้องพาไปเล่นบ่อทรายอยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน น้องแก้วนอกจากจะหน้าคล้ายไปทางเหมียวมากกว่าเขาแล้ว นิสัยก็ยังเหมือนกันอีกต่างหาก

“เหมือนแมวเหมียวก็ดีแล้วล่ะครับ” การินว่ายิ้มบาง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคำพูดที่เคยพูดเอาไว้จะเกิดขึ้นจริง..โชคดีอะไรอย่างนี้
“คุณดูสิ ลูกเรานี่หลงลูกหลงเมียซะจริง”

“เหมือนผมไงที่รัก” คาร์ลบอกก่อนจะโน้มตัวลงหอมแก้มภรรยา “จนตอนนี้ผมก็ยังหลงรักคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

การะเกดหน้าแดงขึ้นมา “พูดอะไรต่อหน้าลูกเนี่ย!” เธอโวยวายเล็กน้อยแล้วเดินหนี “ไป ๆ รีบพาฉันไปหาหลานได้แล้ว”

สองพ่อลูกมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วจึงเดินตามผู้หญิงที่รักไป



-----



“สวัสดีค่ะคุณปู่กับคุณย่าสิลูก” แมวเหมียวบอกกับน้องแก้วที่นั่งอยู่บนตัก เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มหวานก่อนจะทิ้งตัวลงกับอกแม่แล้วหมุนตัวกอดเขาเอาไว้ แต่สายตายังคงแอบมองคนแปลกหน้าตาแป๋ว เหมียวยิ้มแห้งให้กับป้าเกดและลุงคาร์ล “ขอโทษด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” การะเกดตอบอย่างเข้าใจ ถึงน้องแก้วจะฉลาดมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ยังเด็กมากอยู่ดี “น้องแก้วจำคุณย่าได้ไหมคะ”
พอโดนถามแก้วเกล้าก็รีบมุดหน้าเข้าหาอกแม่อีกครั้ง เรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากทุกคน

“ไหนดูสิปู่กับยามีอะไรมาฝากหนูด้วยน้า~”

คาร์ลหยิบตุ๊กตาที่แอบเอาไว้ออกมาจากถุงกระดาษ มันเป็นตุ๊กตาหมาขนาดพอเหมาะกับเด็กสามขวบ เขาจับขาหน้ามันขยับไปมาเรียกร้องความสนใจจากเด็กน้อย

แก้วเกล้ามองของเล่นตาโตก่อนจะร้องขึ้นมาเสียงแหลม “หมา!” นิ้วเล็กชี้ไปที่ตุ๊กตา “ป๊าขา หมา ๆๆ”

“อยากได้ไหมคะ” วิฬาร์ถาม น้องแก้วพยักหน้าหงึก ๆ “คุณปู่กับคุณย่าซื้อมาให้หนูต้องทำยังไงคะ”

มือป้อมยกขึ้นไหว้กับอกป๊า “ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ใช่ป๊าสิคะ” เขาจับลูกให้ลงยืนบนพื้น ขยับลงไปนั่งใกล้ลูก “หนูต้องไปขอบคุณใกล้ ๆ คุณปู่คุณย่านะคะ”

เด็กน้อยมองหน้าป๊าสลับกับคนแปลกหน้าอย่างลังเล วิฬาร์พยักหน้าเสริมความมั่นใจให้กับลูก “ไม่ต้องกลัวค่ะ คุณปู่กับคุณย่าใจดีนะ” เมื่อได้ยินแบบนั้นน้องแก้วก็เดินไปหาปู่กับย่า ยกมือขึ้นไหว้พร้อมกับบอกขอบคุณค่ะเสียงหวาน เมื่อได้ตุ๊กตามากอดก็วิ่งกลับไปหาป๊าอีกครั้ง

“ต้องใช้เวลาหน่อยนะครับ” วิฬาร์บอก

“ป้าเข้าใจจ๊ะ เด็ก ๆ ก็แบบนี้แหละ” การะเกดโบกไม้โบกมือ “วันนี้ที่มาก็เพราะว่าอยากจะเห็นหน้าหลานให้ชื่นใจสักหน่อยก็พอแล้ว”

แมวเหมียวเงียบอย่างไม่รู้จะตอบกลับว่าอย่างไรดี

“...ขอโทษนะครับ”

“จะขอโทษป้าทำไมล่ะลูกเอ๊ย”

“ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับป้าเกดให้รู้ครับ” เหมียวเพิ่งนึกออกว่าทั้งลุงคาร์ลกับป้าเกดก็อายุมากแล้ว อยู่กันสองคนคงเหงา “ตอนนั้นเหมียวเอาแต่เก็บตัว..ไม่ได้คิดถึงใครเลย”

“แมวเหมียวไม่ยอมออกจากบ้านพักใหญ่เลยค่ะ ตอนนั้นลินเป็นห่วงลูกมาก กลัวว่าจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าเอาเหมือนกัน”
“เล่าให้ป้าฟังได้ไหมลูก ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

วิฬาร์มองสบตากับพี่เก้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ก่อนจะเริ่มพูดถึงจุดเริ่มต้นที่เขาเคยบอกกับครอบครัวไปก่อนหน้านี้แล้ว

“มันเริ่มต้นจากที่เหมียวรู้สึกกับพี่เก้าเกินกว่าพี่ชายครับ แน่นอนว่าพอบอกไปพี่เก้าก็ปฏิเสธหัวชนฝาเลย” เขาพูดจบก็หัวเราะออกมานิดหน่อย “แต่เหมียวก็เอาแต่ใจ ฉวยโอกาสตอนที่อยู่ด้วยกันแล้วพี่เก้าเมาไม่สติ แล้วก็เกิดมาเป็นน้องแก้วเกล้าคนนี้แหละครับ” แมวเหมียวเอี้ยวหน้ามองลูกที่เอาแต่เล่นกับตุ๊กตาตัวใหม่ เด็กหญิงที่ได้ยินชื่อตัวเองยิ้มให้วิฬาร์ เขาจึงก้มลงไปหอมแก้มนิ่งหนึ่งที

“แต่ผมก็ผิดด้วยส่วนหนึ่ง” การินเอ่ยขึ้น “ผมผิดที่ไม่ยอมรับหัวใจตัวเอง เรื่องมันถึงเลยเถิดไปแบบนี้” เขายิ้มเมื่อมองไปที่ลูกสาว

“เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว จะมาแย่งกันผิดมันก็ไม่ทันแล้วล่ะ” การะเกดไหวไหล่ “อีกอย่างตอนนี้ฉันก็ได้หลานสมใจอยากแล้วด้วย แมวเหมียวนี่นะ..จะไม่บอกตาเก้าก็ได้ก็น่าจะแอบบอกป้าสักหน่อย ป้าอยากเลี้ยงหลาน”

“แม่..” การินครางเรียกมารดา ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“ผมกับลินเองก็เพิ่งมารู้เอาตอนที่น้องแก้วคลอดมาได้สักพักหนึ่งแล้วว่าเป็นลูกของเก้าเขา” จักรชัยบอก “แต่ที่ไม่บอกใครเป็นเพราะแมวเหมียวขอเอาไว้ เขาคิดอยู่แล้วว่าวันใดวันหนึ่งเก้าก็ต้องรู้เรื่องของน้องแก้ว เขาเลยขอเวลาทำใจ..นานหน่อยน่ะ”

แมวเหมียวยิ้มแห้งก่อนจะบอกขอโทษอีกครั้ง

“แม่เอาไว้เลี้ยงคนหน้าก็ได้นะ”

“แบบนี้หมายความว่า…” เกดหรี่ตามอง

“ครับ..ผมกับแมวเหมียวเราตกลงคบกันแล้วครับ” การินเป็นฝ่ายตอบแทนคว้ามือของน้องมากุมเอาไว้ “พวกเราจะสร้างครอบครัวกัน แต่น้องดันขอเอาไว้ว่าถ้าจะมีอีกคนขอเป็นหลังเรียนจบ”

“พี่!” วิฬาร์แหวใส่อีกฝ่าย แก้มแดงแจ๋ พี่เก้าหน้าเหลอหลาเมื่อโดนขึ้นเสียงดุ “เรายังไม่รู้เลยนะว่าจะมีได้อีกหรือเปล่า ไปพูดแบบนั้นได้ยังไง” นี่มันก็เท่ากับให้ความหวังพ่อกับแม่ ถ้าเกิดเขาไม่สามารถมีได้อีกก็แย่สิ

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายยิ้มเอ็นดูกับข้าวใหม่ปลามัน จักรชัยกับเกวลินเบาใจขึ้นเมื่อเห็นว่าในที่สุดลูกชายคนเล็กก็ได้มีความสุขสมหวังเสียที หลายปีที่ผ่านมานี้แมวเหมียวดูมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา ถึงปากจะบอกว่าตัดใจจากเก้า แต่พวกท่านก็รู้ว่าแมวเหมียวไม่มีทางทำได้อย่างที่ปากพูดหรอก

ในขณะที่คาร์ลกับการะเกดที่เห็นลูกชายดูซึม ๆ ตลอดเวลาที่ไปอยู่ต่างประเทศกลับมามีรอยยิ้มสดใสแบบนี้ก็รู้สึกสบายใจ



-----



การินเอ่ยปากชวนครอบครัวไปเที่ยวด้วยกันก่อนที่ตนจะกลับไปทำงานต่อ แต่เนื่องจากว่าเขาบอกกะทันหันเกินไป เลยทำให้ไม่มีใครสามารถไปด้วยได้ เพราะติดงานที่ต้องทำ สุดท้ายก็มีแค่เขา แมวเหมียว และน้องแก้วสามคนเท่านั้น เขาเลยมอบหมายให้แมวเหมียวเป็นฝ่ายเลือกว่าอยากจะไปเที่ยวที่ไหน

แมวเหมียวนั่งบนโซฟาในห้อง น้องแก้วหลับไปแล้ว และเขากำลังคิดหนักกับการเลือกสถานที่ ใจจริงแล้วเขาอยากไปทางเหนือ แต่ก็เกรงว่าน้องแก้วจะเหนื่อยกับการเดินทางเกินไป อีกอย่างเขาคิดว่าเด็ก ๆ คงไม่อภิรมย์กับการดูภูเขาชมทะเลหมอกนัก
“ไปไหนดีครับ” การินเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เขานั่งลงตัวติดกับน้อง ก้มลงหอมหัวไหล่กลมหลังจากเอ่ยถาม

“ไปสวนผึ้งนะครับ” แมวเหมียวชี้ให้ดูในไอแพท “พาน้องแก้วไปดูอัลปาก้าด้วยนะครับ”

“ได้สิ”

“แกะด้วยนะ”

“ครับ” เขาตอบอมยิ้มให้กับท่าทางเด็ก ๆ ของแมวเหมียว ไม่รู้ว่าแม่หรือลูกที่ตื่นเต้นกับการไปเที่ยวมากกว่ากัน การินอดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงกับแก้มนิ่มที่หอมกลิ่นแป้งเด็ก

วิฬาร์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเหล่ตามองพี่ “คนฉวยโอกาส”

“พี่ฉวยคืนบ้างจะเป็นไรไป” การินย้อน

แมวเหมียวเม้มปากก่อนจะขยับตัวขึ้นคร่อมตักพี่ แขนทั้งสองข้างคล้องเข้าที่ลำคอหนา แล้วหอมแก้มอีกฝ่ายคืนบ้าง หอมซ้ายทีขวาทีสลับไปมา ก่อนจะเปลี่ยนไปจูบตามลำคอหนา

พอถูกรุกเร้ามากเข้า ฝ่ามือที่เย็นจากการอาบน้ำเพิ่งเสร็จสอดเข้าไปจับเอวบางภายใต้เสื้อยืดตัวใหญ่ ก่อนจะเปิดมันขึ้นจนเห็นแผ่นอกบาง นัยน์ตาสีเขียวเงยขึ้นสบกับคนรัก เขาโน้มหน้าเขาไปจูบลงบนหน้าอกฝั่งซ้าย

เมื่อได้สัมผัสกันและกัน...ความรู้สึกที่คั่งค้างจากเมื่อคืนของทั้งคู่ก็แตกซ่าน การินถูกแมวเหมียวดึงใบหน้าให้ขึ้นมารับจูบ เรียวลิ้นเกี่ยวพันกัน..ช่วงชิงลมหายใจกัน ฝ่ามือที่เคยกอบกุมเอวบางเลื่อนลงไปบีบคลึงบั้นท้ายนิ่ม

วิฬาร์ดันตัวออกเหลือบมองไปที่ลูกสาวที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่อีกฝั่งของห้อง “พี่..ไป- ไปในห้องน้ำได้ไหม”

การินพยักหน้า “กอดพี่เอาไว้” เขาบอก เมื่อน้องกอดเขาเอาไว้ทั้งแขนและขา เขาก็ยกแมวเหมียวขึ้นทั้งตัว ช่วงขายาวเดินตรงไปที่ห้องน้ำ หลังจากที่ปิดประตูมิดชิดแล้วเขาก็วางน้องให้นั่งบนเคาน์เตอร์ล้างหน้า

“ทำแค่ภายนอกพอนะ” การินบอกเสียงพร่า “เดี๋ยวเราจะเดินไม่ไหวอีก” แล้วตอบเมื่อเห็นคำถามบนหน้าน้อง

แมวเหมียวหน้าแดงเข้าไปอีกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์คืนนั้น เขายังจดจำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ทุกอย่าง รู้..ว่ามันเจ็บมากแค่ไหน เขาก้มลงมองเป้าของพี่เก้า ขนาดของมันใหญ่ขนาดไหนเขาก็ไม่ได้ลืม เจ้าตัวพยักหน้ารับรู้ แต่พี่เก้าก็ไม่ให้เวลาเขาขัดเขินมาก ก็ถูกอีกฝ่ายเข้าประชิดตัวอีกครั้ง

เพราะไม่รู้ว่าน้องแก้วจะตื่นกลางดึกหรือเปล่าทำให้พวกเขาทั้งคู่ไม่มีเวลาอ้อยอิ่งมากนัก ทั้งสองกอดจูบกันอย่างโหยหา ส่วนร้อนเสียดสีกันผ่านกางเกงนอนตัวบาง

แมวเหมียวหายใจไม่ทันเลยดันตัวออก ใบหน้าขาวเป็นสีแดงเหมือนมะเขือเทศดูน่ารักจนการินอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มแรง ๆ หนึ่งที มือเล็กขยับลงไปกอบกุมแท่งร้อน

“แข็งมากเลย”

การินหัวเราะในลำคอ “ทำเหมือนเพิ่งเคยเห็นไปได้”

“ตอนนั้นมันไม่แข็งขนาดนี้นี่นา”

“คงเพราะเมาไม่มีสติน่ะ”

แมวเหมียวพยักหน้ารับรู้ เจ้าตัวเลียริมฝีปากก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขอเสียงอ้อน “เหมียวขอเลียได้ไหมครับ”

การินชะงักไป เขากัดกรามเมื่อน้องสอดมือเข้าไปในกางเกงแล้วคลึงท่อนลำไปมาโดยเฉพาะตรงจุดที่ไวต่อสัมผัส

“เมียพี่ทำไมถึงได้ซุกซนแบบนี้นะ”

วิฬาร์ยิ้มกว้างเมื่อพี่เก้าไม่ได้ปฏิเสธ เขาดันตัวใหญ่โตของอีกฝ่ายให้ถอยออกไปแล้วถึงขยับตัวลงจากเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า
“ถ้าไม่ซุกซนแล้วจะได้ลูกมาให้พี่เหรอ”

การินหัวเราะคนช่างต่อปากต่อคำ “ไม่ได้ลูกอย่างเดียวนะ ได้พ่อมันด้วย”




tbc…

ห่างหายไปหลายวันเลยเนอะ
จู่ ๆ เราก็ไม่มีมู้ดจะพิมพ์อะไรอยู่นานเป็นเดือน ๆ เลยค่ะ
แต่สุดท้ายก็พยายามบิ้วขึ้นมาจนได้
สำหรับเรื่องนี้ก็ใกล้จะจบแล้ว
เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำเล่มดีหรือเปล่า
เพราะยังไม่หายเจ็บจากทะเลจันทร์เลยค่ะ แฮะ ๆๆ
แต่ก็อาจจะมีอีบุ๊คสำหรับคนที่รักแมวเหมียวนะคะ
ยังไงก็รอติดตามด้วยค่า

 :L2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ tiger2006

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 313
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0

ออฟไลน์ Sorrowkung

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 105
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-0
 :o8: ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7768
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12
ติดตามจ้า~

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1840
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ดีใจกับเขา แงงงงงงง

ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
    • facebook page


ความรักของแมวเหมียว (จบ)




“ป๊า~” แก้วเกล้าร้องพร้อมกับชี้ไปที่สัตว์หน้าขน “อะ อะปาก้า”

“อัลปาก้าครับ” แมวเหมียวทวนคำให้ถูกต้องด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ลูกสาวพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะหันไปมองเจ้าอัลปาก้าตาโต เด็กน้อยยืนยิ้มแล้วจ้องมองอยู่ไกล ๆ เท่านั้น

“ไม่เข้าไปดูใกล้ ๆ เหรอคะ” การินนั่งยอง ๆ ลงเอ่ยถามลูกสาว

แก้วเกล้าเงยหน้าขึ้นมองพ่อ “หนูอยากมองตรงนี้ค่ะ” ตอบเสร็จก็หันไปมองคุณอัลปาก้าเหมือนเดิม

คนเป็นพ่อยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นลูบศีรษะลูกเบา ๆ

“เหมียวสอนลูกเองแหละครับ” แมวเหมียวบอกพี่เก้า “เหมียวสอนให้ลูกมองสัตว์อยู่ไกล ๆ อย่าเดินบุ่มบ่ามเข้าไปรบกวนหรือแตะตัวเขาโดยพลการ”

การินยิ้มตอบ “ดีแล้วล่ะ ไม่ใช่สัตว์ทุกตัวที่ชอบให้มนุษย์แตะตัว ยิ่งเป็นเด็กเล็ก ๆ แบบนี้ยิ่งต้องระวัง”

หลังจากนั้นการินก็พาลูกไปดูสัตว์ต่าง ๆ ในฟาร์ม ทั้งเต่า กระต่าย เฟอเรท แพรี่ด๊อก แต่ที่น้องแก้วดูจะชอบมากที่สุดก็คือนก ขาสั้นพาตัวเองเข้าไปใกล้พร้อมกับยื่นนิ้วออกไปเมื่อพนักงานของฟาร์มส่งนกมาให้เกาะ ใบหน้าน่ารักยิ้มสดใส ส่งเสียงเรียกพ่อกับป๊าให้ดูใหญ่

การินยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บรูปและวิดีโอของลูกกับคนรักเอาไว้เยอะมาก เผื่อว่าเวลากลับไปทำงานจะได้คลายคิดถึงลงได้บ้าง

“หนูอยากได้” เด็กหญิงบอกกับป๊าเมื่อนกบินออกไปจากนิ้ว

“เอากลับไปเลี้ยงที่บ้านเราเหรอคะ” ลูกสาวพยักหน้าตอบ วิฬาร์ส่ายหน้ายิ้ม “ยังไม่ได้นะคะ หนูยังเด็กเกินไปที่จะเลี้ยงเขาให้ดีนะ เอาไว้หนูสามารถรับผิดชอบตัวเองได้มากกว่านี้ ป๊าจะให้เลี้ยงนะคะ”

แก้วเกล้าฟังพร้อมกับกะพริบตาปริบ ๆ ถึงจะไม่เข้าใจมากนักว่าเพราะอะไร แต่ก็รับรู้ได้ว่าป๊ามีเหตุผล ตอนนี้ยังไม่ได้..แต่วันหน้าจะเลี้ยงได้ เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ สีหน้ารื่นเริงเมื่อครู่ซึมไปนิดหน่อย เธอเดินเข้าไปกอดป๊าขอให้อุ้ม

วิฬาร์อุ้มลูกขึ้นมาแนบอก แขนข้างหนึ่งช้อนก้น มืออีกข้างลูบหัวลูบหลังเป็นการปลอบโยน เขาหอมแก้มแดงของลูกสาว ก่อนจะสบตาเข้ากับคนพ่อที่ส่งยิ้มมาให้เขา อีกฝ่ายยกโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ แมวเหมียวส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนี้

ไม่นานนักน้องแก้วก็กลับมาร่าเริงได้อีกครั้งเมื่อได้พบกับฝูงแมวเปอร์เซียที่ทางฟาร์มเพาะไว้ขาย การินมองภาพตรงหน้าแล้วก็ยิ้มขำ

“ขำอะไรของพี่น่ะ”

“เปล่าสักหน่อย”

“ก็เห็นอยู่ว่าหัวเราะ”

การินยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องด้วยความเอ็นดู “พี่ก็แค่คิดว่าน่ารักดีนะ แม่แมวลูกแมวเล่นกับแมว...หรือเราจะซื้อแมวไปไว้ที่บ้านสักตัวดี”

“ซื้อค่ะ ๆๆ” เด็กหญิงกระตือรือร้นตอบเสียงดัง

วิฬาร์มองพี่ตาขุ่น พอจะหันไปปรามลูกก็ถูกสายตาเป็นประกายมองมาอย่างมีความหวัง แมวเหมียวเม้มปากด้วยความใจอ่อน

“พ่อขาซื้อให้หนูหน่อยนะคะ” น้องแก้วปีนขึ้นนั่งบนตักพ่อ พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน “น้า~” แล้วก็ซบหน้าลงบนอก

“ต้องขอป๊าก่อนนะคะ” ตอบไปอย่างนั้นทั้งที่ใจเหลวเป็นน้ำแล้ว ลูกสาวของเขาช่างน่ารักเหลือเกิน

น้องแก้วขยับตัวกลับไปปีกบนตักป๊า “ป๊าขา..ให้หนูนะคะ”

แมวเหมียวถอนใจเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีความคิดว่าอยากเลี้ยงแมวเหมือนกัน แต่พอมีลูกก็แทบไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นแล้ว

ตอนนี้พอมาพิจารณาดู..น้องแก้วก็เริ่มพูดรู้เรื่องขึ้น และการเลี้ยงสัตว์คู่กับเด็กก็มีประโยชน์หลายอย่างด้วย

“น้องต้องสัญญากับป๊าก่อนว่าเราจะช่วยกันดูแลน้องแมวนะคะ”

น้องแก้วพยักหน้าตอบหลายครั้ง “ช่วยค่ะ ๆ หนูจะช่วยเลี้ยงน้อง”

วิฬาร์ยิ้ม “งั้นก็ได้ค่ะ”

“เย้!”

หลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้ว ทั้งสามคนก็ติดต่อกับทางฟาร์ม น้องแก้วเลือกลูกแมวสีดำตัวเดียวในฝูง เจ้าของแอบกระซิบมาว่าตัวนี้ยังไม่มีใครสนใจสักที อาจเป็นเพราะเกิดมาสีดำ เลยทำให้ไม่มีใครมอง จนทางฟาร์มคิดว่าอาจจะต้องเก็บไว้เลี้ยงเองเสียแล้ว

“ทำไมน้องถึงเลือกตัวนี้เหรอคะ” การินถามลูกสาว

“เหมือนป๊า” เด็กหญิงตอบเสียงใส คนถูกบอกว่าเหมือนแมวทำหน้าประหลาด

“เหมือนตรงไหนเนี่ย”

“พี่ก็ว่าเหมือนนะ” คนพ่อเห็นด้วย “ผมดำ ตากลม แล้วก็น่ารัก”

แก้มขาวขึ้นสี แมวเหมียวงึมงำว่าคนบ้าก่อนจะหันไปสนใจเจ้าดำที่น้องแก้วเรียกไม่หยุดปาก

การินปล่อยให้สองแม่ลูกทำความรู้จักกับเจ้าดำ ส่วนเขานัดแนะวันเวลาเพื่อมารับเจ้าตัวน้อยในวันเดินทางกลับบ้านกับเจ้าของฟาร์มให้เรียบร้อยก่อนจะเดินทางไปยังที่พัก



*



ที่พักที่การินเลือกนั้นมีสวนน้ำอยู่ในสถานที่ด้วย เรียกว่าเอาใจลูกสาวสุด ๆ ไปเลย รีสอร์ตแห่งนี้มีที่พักให้เลือกหลากหลายแบบ แต่ที่เขาสนใจมากที่สุดก็คือหลังไหนที่มีอ่างอาบน้ำ..ก็เลือกหลังนั้นแหละ

อย่าหาว่าหื่นอะไรนักหนา จากเรื่องราวที่ผ่านมาหลายปีมันทำให้เขาไม่รีรอที่จะแสดงความรักต่อแมวเหมียวอีก แต่เวลาที่จะได้อยู่กับน้องก่อนที่จะต้องไปทำงานมันก็น้อยเหลือเกิน ไอ้แค่กอดหรือหอมแก้มมันจะทำตอนไหนก็ได้ แต่ถ้ามากกว่านั้นก็ต้องแอบไม่ให้ลูกเห็นอีก

คนกลัดมันแบบเขามันอึดอัดนัก!

หลังจากที่เช็กอินเรียบร้อย การินจัดการอุ้มลูกสาวที่กำลังหลับเข้าห้องพัก เขาให้ทางรีสอร์ตจัดที่นอนเสริมเอาไว้ให้อีกหนึ่งชิ้นสำหรับลูก เพราะน้องแก้วเคยชินกับการนอนบนที่นอนแบบไม่มีเตียง

แมวเหมียวที่ตะลอนมาทั้งวันก็ทิ้งตัวลงบนเตียงบ้าง

“เหนื่อยเหรอ”

วิฬาร์ไม่ตอบแต่พลิกตัวไปนอนตักพี่..กอดเอวแล้วเอาหน้าซุกท้องพี่

“เป็นอะไรไปครับ” การินเกลี่ยเส้นผมนิ่มมือไปทัดไว้ที่หลังหู

“ถ้าพี่ไปทำงาน..เหมียวกับลูกคงคิดถึงพี่มากแน่ ๆ เลย”

“พี่..”

“ห้ามไปมีคนอื่นนะ” วิฬาร์ไม่รอให้พี่เก้าพูดจบก็เงยหน้าขึ้นแล้วบอกด้วยน้ำเสียงอ้อน

การินยิ้มเอ็นดู “จะไปมีคนอื่นได้ยังไง แม่ของลูกน่ารักขนาดนี้ พี่ไม่มีหัวใจไว้ไปรักใครอีกแล้วครับ”

“หืม” คนน้องครางในลำคอก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ให้กับความเลี่ยนที่ได้ยินเมื่อครู่ “พี่นี่สมกับเป็นลูกของลุงคาร์ลจริง ๆ เลย..พวกคลั่งรัก”

เขาเห็นอยู่บ่อย ๆ ตอนที่ได้ไปบ้านของพี่เก้า ลุงคาร์ลนี่..หลงรักป้าเกดหนักมาก

“ไม่ชอบเหรอ”

“ชอบสิ” เหมียวตอบอย่างไม่ลังเล “เหมียวรอให้พี่รักตอบมาตั้งนาน ยิ่งพี่คลั่งรักเหมียวมาก ๆ เหมียวยิ่งดีใจ”

การินมองใบหน้าของเด็กที่เขาเห็นมาตั้งแต่เกิด แต่ไหนแต่ไรแมวเหมียวก็เป็นเด็กที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเองเสมอ เป็นตนเสียอีกที่ไม่ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง การินจับมือของน้องขึ้นมากดจูบที่หลังมือ

“ถ้าพี่คลั่งมากก็อย่าบ่นล่ะ”

สายตาวาววับราวกับเสือรอตะครุบเหยื่อของพี่เก้าไม่ได้ทำให้แมวเหมียวรู้สึกหวั่นแต่อย่างใด รู้ได้เลยว่าถ้าเขาสองคนได้ร่วมรักกันจริง ๆ เมื่อไหร่ พี่เก้าคงจะแสดงความคลั่งนั่นออกมาแน่ เพราะแค่สัมผัสกันภายนอกพี่เก้าก็ทำเอาเขาแทบหมดแรงแล้ว

เขาอยากจะรู้แล้วสิ...ว่าถ้าพ่อแมวคนนี้ลอกคราบกลายเป็นเสือจะร้อนแรงมากแค่ไหน

“ลูกนอนอยู่ตรงนี้นะครับ” วิฬาร์ปรามพร้อมกับจับเข้าที่ข้อมือของพี่ เมื่ออีกฝ่ายใช้ฝ่ามือลูบอยู่ที่หน้าอกพลางเขี่ยจุดไวสัมผัสไปมาเบา ๆ ทำเอารู้สึกร้อนวูบวาบ

“นั่นสิเนอะ” การินหยุดการกระทำแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดาย

หลังจากนั้นเขากับแมวเหมียวก็นอนคุยกันไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะผล็อยหลับไปทั้งคู่ มาตื่นอีกทีก็เพราะน้องแก้วส่งเสียงเรียกว่าหิวข้าวแล้วนั่นแหละ



*



วิฬาร์จับลูกสาวอาบน้ำเตรียมตัวนอนหลังจากที่กลับมาจากกินข้าวเรียบร้อย เขาไม่ลืมที่จะหยิบนิทานเรื่องโปรดติดมือมาอ่านให้น้องแก้วฟังด้วย มันเป็นกิจกรรมที่เขาทำจนเป็นนิสัยตั้งแต่ตอนท้องแล้ว

คนเป็นพ่อหลังจากที่ไปเตรียมน้ำอุ่นจนเต็มอ่างก็กลับมานอนตะแคงฟังนิทานกับน้องแก้วพร้อมกับมองหน้าแมวเหมียวไปด้วย พลางคิดไปว่าแมวเหมียวที่อายุ 17 เทียบกับแมวเหมียวที่อายุ 20 นั้นต่างกันมาก

สามปีที่แล้วน้องยังตัวเล็กและผอมกว่านี้ น้ำเสียงก็นุ่มทุ้มขึ้นเล็กน้อย แต่ที่เปลี่ยนไปเลยคือแมวเหมียวใจเย็นและมีเหตุผลมากขึ้น เพราะแบบนี้น้องแก้วถึงได้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่อารมณ์ดีและน่ารักมาก

เวลาที่ได้ใช้ร่วมกันมันช่างสั้นนัก เขาอยากอยู่กับทั้งสองคนไปตลอด ถ้าไม่ติดว่ามีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเขาก็จะไม่ยอมแยกไปไหนแน่นอน คิดแล้วก็เจ็บใจ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้...เขาไม่มีทางตอบรับไปทำงานไกลขนาดนั้นหรอก

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” วิฬาร์ถามเมื่อเห็นว่าพี่เก้าดูเหม่อลอย เขาขยับไปถอดเสื้อผ้าเตรียมตัวอาบน้ำบ้าง

“เรื่องเก่า ๆ น่ะ” เขาตอบ “ขอพี่อาบด้วยสิ”

คนตัวขาวหันขวับเมื่อพี่มันขยับตัวลงจากเตียง ที่บอกว่าจะรอฟังนิทานมันก็แค่ข้ออ้าง ที่จริงแล้วพี่เก้ามันมีแผนอยู่แล้วสินะ

“ลูกอยู่นะ” วิฬาร์ย้ำเมื่อถูกหอมที่ซอกคอ

“พี่ไม่ทำอะไรหรอกครับ”

“ใครมันจะไปเชื่อ”

“นะครับ” การินจูบไปตามใบหน้าและลำคอ “พี่รู้ว่าแมวเหมียวเองก็ชอบ”

ใบหน้าขาวแดงซ่าน ไม่เถียงอะไร เพราะมันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่านั่นแหละ ไม่อย่างนั้นจะได้ลูกสาวมาเลี้ยงเหรอ เพียงแต่ตอนนี้เขายังไม่พร้อมที่จะร่วมรักแบบเต็มรูปแบบเท่านั้นเอง แมวเหมียวยกแขนขึ้นโอบรอบคอพี่

“แค่ภายนอกพอนะ”

การินยิ้มขัน “พี่ไม่ทำอะไรจริง ๆ แค่อยากอาบน้ำพร้อมเมียเท่านั้นเอง” พูดจบก็หอมแก้มไปหนึ่งฟอดแล้วดันหลังน้องเข้าห้องน้ำไปพร้อมกัน

“เหมียวไม่เชื่อพี่หรอก” เจ้าตัวเบะปาก “เดี๋ยวพอเข้ามานัวเนียก็ได้เรื่องทุกที”

คนถูกค่อนขอดหัวเราะในลำคอ จับน้องถอดเสื้อผ้า มองร่างกายเปลือยเปล่าตรงหน้า “ก็แมวเหมียวของพี่น่าฟัดขนาดนี้ พี่จะอดใจไหวได้ไง”

“ก็เคยไหวไม่ใช่เหรอครับ” แมวเหมียวอมยิ้มก่อนจะปลีกตัวไปอาบน้ำชำระคราบไคล ไม่นานนักพี่เก้าก็ตามเข้ามา อีกฝ่ายไม่ได้เข้ามารุ่มร่ามตามที่บอกเอาไว้ มีเพียงแค่พูดคุยหยอกล้อพร้อมกับอาบน้ำไปด้วยกัน

เมื่อร่างกายสะอาดดี ทั้งสองคนลงแช่น้ำอุ่นในอ่างคลายความเมื่อยล้าที่เกาะกินขามาทั้งวัน พวกเขานั่งกันคนละฝั่งพูดคุยถึงเรื่องทั่วไป

“เดี๋ยวพี่ก็ต้องไปทำงานแล้ว” วิฬาร์กอดเข่าเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา ในอกรู้สึกวูบโหวง ถ้าเป็นไปได้...เขาก็ไม่อยากห่างจากพี่เก้าอีกเลย

การินที่เห็นว่าแมวเหมียวของเขาทำหน้าเศร้าก็ฝืนยิ้มออกมา เขาดึงข้อมือน้องให้เข้าอยู่ในอ้อมกอด

“พี่ไปไม่นานก็กลับแล้วครับ”

วิฬาร์พยักหน้า “เหมียวรู้..แต่มันก็อดใจหายไม่ได้นี่นา” เขาซุกตัวเข้ากับอ้อมแขนกว้าง

“พี่ต้องคิดถึงแมวเหมียวกับลูกมากแน่ ๆ เลย” การินกดจูบที่ขมับชื้น

“...เหมียวถามอะไรพี่หน่อยได้ไหมครับ” เจ้าตัวเม้มปาก พี่เก้าตอบรับในลำคอ “ตอนที่เราห่างกัน..พี่เคยมีใครหรือเปล่า”

การินยิ้ม ขยับมือขึ้นลูบแผ่นหลังบาง “ไม่มีหรอกครับ วัน ๆ พี่เอาแต่หมกมุ่นคิดถึงแต่แมวเหมียว จะเอาเวลาที่ไหนไปหาคนอื่นล่ะ”

หัวใจดวงน้อยเต้นแรง วิฬาร์ดันตัวออก ใบหน้าแสดงความดีใจอย่างปิดไม่มิด นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากสีสวยของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยปากหยอกเย้า “ปากหวานนะเราน่ะ”

คนพี่หัวเราะพรืดกับท่าทางกลบเกลื่อนความเขินของน้อง

“พี่ไม่ได้ปากหวานเอาใจหรอกนะ” การินแนบหน้าผากของตัวเองเข้ากับหน้าผากของอีกฝ่ายชั่วครู่ก่อนจะผละออกมาส่งยิ้มให้
“ตอนอยู่ที่นั่นพี่เอาแต่ทำงานเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง พอว่างพี่ก็จะหาอะไรทำไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ ตอนแรกที่แมวเหมียวขาดการติดต่อไปพี่นี่ไปไม่เป็นเลยนะ ต้องดื่มเหล้าให้เมาจะได้หลับได้ เป็นอยู่นานจนเกือบติดแล้ว หลังจากนั้นเลยเปลี่ยนมาเป็นออกกำลังกายแทน ถึงได้ตัวล่ำแบบนี้นี่ไง”

วิฬาร์มองพี่ที่พูดเรื่องในวันวานไปด้วยหัวเราะไปด้วย ราวกับมันมีอะไรตลกนักหนา ทั้งที่ความจริงก็คือ..เราทั้งสองต่างก็เจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน ในเวลานั้นตัวเขาเองก็แย่ แต่เขายังมีป๊ามีแม่มีเฮีย มีเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ในขณะที่พี่เก้าไม่มีใครเลย…

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ พี่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ”

ฝ่ามือขาวทั้งสองข้างยกขึ้นแนบแก้มพี่ จุ๊บปากหนึ่งทีเป็นการปลอบใจ แล้วเข้าไปกอดแน่น

“เหมียวรักพี่นะ”

“พี่ก็รักแมวเหมียวครับ”

“กลับมาครั้งหน้า...เหมียวจะไม่ปล่อยให้พี่ไปไหนอีกแล้ว”

การินหัวเราะ “พี่ก็จะไม่หนีเราไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน”



*



การินแอบเตรียมแหวนไว้เพื่อจะขอแมวเหมียวแต่งงาน แต่เขาเองก็ไม่รู้จะขออย่างไรดี เจ้าตัวคิดแล้วคิดอีกจนนอนไม่หลับ แอบหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋า เพ่งมองมันอย่างพิจารณา

วันก่อนเขาไปเดินห้างเพื่อหาแหวนให้แมวเหมียวโดยเฉพาะ เข้าร้านโน้นออกร้านนี้ทั้งวันก็ยังไม่เจอวงที่ถูกใจ ร้านนี้เป็นร้านสุดท้ายที่เขาเข้า พอแจ้งกับพนักงานว่ากำลังหาแหวนแต่งงาน พนักงานนำเสนอ LOVE RING ให้กับเขา

วงที่การินเลือกขึ้นมาเป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่น love ring ที่เป็นที่นิยม ตัวแหวนเป็นสี pink gold และ white gold สองวงซ้อนกัน ประดับด้วยเพชร 6 เม็ด ตอนเห็นราคาก็แอบงงอยู่เหมือนกันว่าทำไมแหวนวงเล็ก ๆ แค่นี้มันถึงได้แพงนัก แต่พอได้ฟังถึงประวัติความเป็นมาของรุ่น LOVE แล้วก็ทำเอาการินไม่ลังเลที่จะจ่ายเงินเลย

เขาพลิกตัวนอนตะแคงมองน้องที่กำลังนอนหลับสนิท ไหน ๆ พวกเขาทั้งสองคนก็ทำเรื่องลัดขั้นตอนทุกอย่างมาจนมีน้องแก้วแล้ว ไม่ขงไม่ขอละ บังคับใส่ไปเลยแล้วกัน เพราะอีกเดี๋ยวแมวเหมียวจะต้องไปเรียนมหาวิทยาลัย ไม่รู้จะมีแมลงตัวไหนมาตอมหรือเปล่า ยังไงก็กันเอาไว้ก่อนดีกว่า

การินจัดการสวมแหวนเข้าไปที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็นการจับจองและประกาศไปในตัวว่าคนน่ารักคนนี้มีเจ้าของแล้ว ห้ามใครมายุ่งเด็ดขาด!



*



แก้วเกล้าตื่นเช้ากว่าใครเป็นปกติ เด็กหญิงปีนขึ้นเตียงของพ่อกับป๊า เห็นทั้งสองคนนอนกอดกันกลมก็นึกอยากเป็นส่วนหนึ่งบ้าง
ตัวเล็ก ๆ ขยับคลานปีนขึ้นไปบนตัวพ่อจ๋าที่ตัวใหญ่กว่า จนการินตื่นลืมตาขึ้นแล้วจับเจ้าหนูที่กำลังซนมากอดแน่น

“ทำอะไรเหรอคะ”

“รักกันรักกัน” น้องแก้วตอบเสียงสดใส ยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มพ่อขาซ้ายขวาซ้ำกันไปมาหลายครั้ง

การินหอมคืนด้วยความรักและเอ็นดู แต่ตอหนวดเจ้ากรรมดันไปทิ่มแก้มใสจนน้องแก้วดิ้นเพราะจั๊กจี้ แถมยังหัวเราะเสียงดังจนทำแมวเหมียวตื่น

“ป๊าตื่นแล้วค่ะ” การินบอกลูกสาว

“ป๊าขา~ รักกันน้า~” น้องแก้วโผเข้าหาอีกคน

แมวเหมียวที่ถูกลูกทับหน้าอกแบบไม่ทันตั้งตัว หนักจนต้องร้อง ‘อั่ก’ ออกมา การินเห็นแบบนั้นก็หัวเราะอย่างขบขัน

“น้องแก้วเบา ๆ ลูก ป๊าเขาเจ็บนะ”

เด็กน้อยรู้สึกผิด มือป้อมประกบเข้ากับแก้มของป๊าแล้วแนบแก้มเข้ากับใบหน้าของป๊า “ขอโทษนะคะ”

วิฬาร์ตบหลังลูกเบา ๆ “ไม่เป็นไรค่ะ เรามารักกันดีกว่าเนอะ” เขายิ้มให้กับลูกสาวก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนิ่ม “ป๊ารักน้องแก้วที่สุดเลยน้า~”

“หนูก็รักป๊าที่ซู๊ดดด” ลากเสียงจบก็กอดป๊าแน่น สองคนกอดกันไม่สนใจพ่อตัวโตที่นอนมองตาละห้อยอยู่ข้าง ๆ สักนิด จนเจ้าตัวต้องสงเสียงกระแอมขึ้นมาหนึ่งทีเพื่อเรียกสายตาของทั้งคู่

การินชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “แล้วพ่อล่ะคะ”

“หนูก็รักพ่อขา” แก้วเกล้าตอบฉะฉาน แถมขยับตัวไปหาพ่ออีกครั้ง แมวเหมียวหัวเราะเบา ๆ ปล่อยให้สองพ่อลูกปล้ำกันไป เขาลุกขึ้นนั่งแล้วบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ที่นิ้วนางข้างซ้าย เขายกหลังมือขึ้นมาแล้วก็ต้องตกใจจนริมฝีปากอ้าค้าง

นี่มันแหวนแต่งงาน...หรือเปล่านะ

“พี่” แมวเหมียวส่งเสียงเรียก สบตากับนัยน์ตาสีเขียว เขายกมือขึ้น “นี่ไรอะ”

“แหวนไงครับ” การินตอบใบหน้ายิ้ม

“แหวนไรอะ”

“แหวนแต่งงานไง”

วิฬาร์พลิกหลังมือตัวเองดูอีกครั้ง จู่ ๆ ก็รู้สึกขัดเขินขึ้นมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้รับแหวนจากพี่เก้า แมวเหมียวคิดแค่เพียงว่าต่อจากนี้ไปเราก็คงอยู่ด้วยกันไปแบบนี้

“ชอบไหมครับ” การินถามทั้งที่กำลังเล่นกับลูก

“ชอบครับ” วิฬาร์ตอบเสียงสั่นเครือ

การินจับได้ว่าน้ำเสียงของน้องแปร่งไปก็ขยับตัวขึ้นมา แล้วก็ได้เห็นว่าน้องร้องไห้ ลูกสาวนั้นไวกว่า เมื่อเห็นแบบนั้นเจ้าตัวก็รีบพุ่งเข้าไปกอดคอป๊าสุดที่รักทันที

“ป๊าขา..ร้องไห้ทำไม” น้องแก้วที่นั่งบนตักเอ่ยถาม คิ้วเล็กขมวดเข้าหากันด้วยความเป็นห่วง “เจ็บตรงไหนเหรอคะ”

“เปล่าค่ะ” วิฬาร์ส่ายหน้า มือขาวปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนจะยิ้มให้ลูกสาว “ป๊าก็แค่..ดีใจ ดีใจมาก ๆ ก็แค่นั้นเอง” เขาดึงลูกเข้ามากอดแนบอก ตามองไปยังผู้ชายที่เขารักมาหลายปีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักอย่างปิดไม่ปิด

“ขอบคุณนะครับ”

คนอายุมากกว่าไม่ได้ตอบอะไร เขายิ้มรับพร้อมกับเข้าไปกอดสองคนแม่ลูกเอาไว้จนเต็มวงแขน กระซิบเบา ๆ ที่ใบหูว่าเขารักอีกคนมากแค่ไหน



*



“เดินทางปลอดภัยนะครับ” วิฬาร์บอกกับพี่เก้า วันนี้เขาเดินทางมาส่งที่สนามบินกับครอบครัว คนตัวเล็กจิตใจห่อเหี่ยวแต่ก็พยายามทำเป็นสดชื่นปกปิดความรู้สึกเอาไว้ เพราะไม่อยากให้พี่ต้องเป็นห่วงหรือไม่สบายใจ

ทุกคนในครอบครัวปล่อยให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาด้วยกันก่อนที่จะต้องแยกห่างกันอีกครั้ง

“พี่ดีใจนะ..ที่ครั้งนี้แมวเหมียวมาส่งพี่” การินขยับเข้าไปใกล้ จับมือบางขึ้นมากุม กดจูบที่หลังมือตามด้วยแหวนที่สวมใส่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย

“จะไม่มาได้ยังไงล่ะ”

“คราวที่แล้วยังไม่ยอมมาเลย”

“ครั้งนี้กับครั้งนู้นมันจะไปเหมือนกันได้ยังไงล่ะ ตัวเองหักอกเค้าแล้วยังจะหวังให้เค้ามาส่งเนี่ยนะ” น้องแหวใส่ แต่พี่เก้ากลับยิ้มขำ

“ครับ ๆ พี่ผิดเอง” การินดึงให้น้องเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เมื่อมองดูเวลาก็ต้องใจหายเมื่อใกล้เวลาที่จะต้องแยกกันแล้ว เขาหอมลงบนกลุ่มผมดำอย่างอาลัยอาวรณ์ “...ไม่อยากไปเลย”

พอพี่พูดแบบนั้นความรู้สึกที่กักเก็บเอาไว้ก็ทะลักออกมาเป็นน้ำตา แมวเหมียวซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกหนา ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ จนน้ำตาเปียกซึมเสื้อตัวหนาของพี่จนเป็นดวง

“เหมียวกับลูกจะรอพี่กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”



*




ออฟไลน์ กานดา.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +57/-2
    • facebook page



การินเดินทางกลับมาทำงานตามหน้าที่ได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว เขารู้สึกห่อเหี่ยวเมื่อต้องห่างไกลลูกเมีย พอบ่นว่าอยากลาออกซะเดี๋ยวนี้ก็โดนแมวเหมียวดุกลับมาว่าอย่าทำตัวเป็นเด็ก ๆ โตแล้วก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง เลยทำให้เขาต้องกัดฟันอดทนทำงานต่อไป

เลขาที่ทำงานมาด้วยกันสังเกตพฤติกรรมเจ้านายอย่างสนใจ ก่อนหน้าที่จะลากลับเมืองไทย เจ้านายของเธอเรียกได้ว่าบ้านงานแบบสุด ๆ ไปเลย แต่พอกลับมาแล้วก็ดูเหม่อลอย บางครั้งก็มองที่โทรศัพท์แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เหมือนอย่างเช่นตอนนี้

“มีอะไรดี ๆ เหรอคะบอส” อแมนด้าเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเจ้านายอารมณ์ดีขึ้นแล้ว

“ครับ?”

“เห็นช่วงนี้บอสยิ้มกับโทรศัพท์อยู่บ่อย ๆ เลยสงสัยน่ะค่ะ ขอโทษถ้าเสียมารยาทนะคะ”

“อ๋อ” การินยิ้มก่อนจะโชว์รูปน้องแก้วที่แมวเหมียวเพิ่งส่งมาให้เลขาสาวดู “ลูกสาวน่ะครับ”

อแมนด้าตาโต “ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยค่ะว่าบอสมีลูกแล้ว”

“เรื่องมันยาวน่ะครับ พอรู้ตัวอีกทีลูกสาวก็สามขวบแล้ว” การินบอก “เสียดาย..ได้อยู่ด้วยกันแค่สองสัปดาห์เอง”

“อีกแค่ปีกว่าเองค่ะ ไม่นานก็ผ่านไปแล้ว สู้ ๆ นะคะ” อแมนด้าให้กำลังใจ

“ขอบคุณมากครับ” การินยิ้ม

หลังจากนั้นเขาก็ตั้งอกตั้งใจทำงานเก็บเงินให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลับไปการินตั้งใจว่าจะซื้อบ้านสักหลังให้กับแมวเหมียวกับน้องแก้ว และลูก ๆ ที่เขาตั้งใจอยากมีเพิ่มนั่นเอง



ด้านวิฬาร์กับลูกเองก็คิดถึงคุณพ่อไม่ต่างกัน น้องแก้วมักจะถามหาพ่อขาอยู่ทุกวัน พี่เก้าจะวิดีโอคอลมาในช่วงกลางคืนก่อนลูกหลับเสมอ

“หนูอยากกอดพ่อขาจังเลยค่ะ” เด็กหญิงถือโทรศัพท์ติดมือเอาไว้แล้วนอนในท่าตะแคงข้าง “ทำไมพ่อขาถึงไม่มาหาหนูบ้างเลย”

‘ขอโทษนะคะ’ การินบอกเจ็บในอก ‘พ่อมาทำงานไกลมากเลย ไว้ถ้าเสร็จแล้วพ่อขาจะรีบกลับนะ’

แก้วเกล้าได้แบบนั้นบ่อยเข้าก็เบะปากน้ำตาคลอก่อนจะปล่อยโทรศัพท์แล้วร้องไห้ออกมา ใจคนเป็นพ่อปวดหนึบเมื่อเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้ ทั้งการินและวิฬาร์ต่างคิดโทษตัวเองกันทั้งคู่ เป็นเพราะพวกเขาแท้ ๆ น้องแก้วถึงต้องพบเจอเรื่องราวแบบนี้

แมวเหมียวขยับเข้าไปกอดลูกเอาไว้แนบอก เห็นว่าพี่เก้าเองก็มีสีหน้าย่ำแย่ไม่แพ้กัน เจ้าตัวไม่เอ่ยคำใดออกจากปากเพราะรู้ว่าพูดไปตอนนี้น้องแก้วก็ยังไม่เข้าใจ เขาได้แต่กอดปลอบจนลูกหลับไปเองแล้วถึงได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“ไม่ต้องคิดมากนะครับ ตอนนี้ยังใหม่ ๆ อีกสักพักน้องแก้วก็ชิน”

‘ถ้าไม่ติดว่าน้องแก้วต้องเตรียมเข้าโรงเรียน พี่คงพาลูกกับแมวเหมียวมาอยู่ที่นี่ด้วยแล้ว’ การินพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“เดี๋ยวน้องแก้วไปโรงเรียนวันแรกเหมียวจะถ่ายรูปไปฝากนะครับ”

คนพ่อถอนหายใจอีกครั้ง ‘พี่พลาดอะไรไปหลายอย่างเลยนะเนี่ย ทั้งวันที่ลูกคลอด วันที่ลูกเริ่มหัดเดิน วันที่ลูกพูดครั้งแรก แล้วนี่ยังเข้าโรงเรียนวันแรกอีก’

“โอ๋ ๆๆ ไม่เป็นไรนะครับ” แมวเหมียวปลอบคนพ่อ “ไว้เรามีด้วยกันอีกคนก็ได้ เหมียวจะให้พี่เลี้ยงให้เต็มที่เลย”

‘เราต้องเลี้ยงด้วยกันสิ อยากได้ลูกสาวอีกสักคนเนอะ’

“ไม่อยากได้ผู้ชายบ้างเหรอครับ”

‘หญิงหรือชายก็ได้ครับ แต่เด็กผู้หญิงก็น่ารักดี..ขี้อ้อน’

“แล้วเด็กผู้ชายล่ะ” วิฬาร์ถามพร้อมกับชี้เข้าหาตัวเอง

‘ดื้อ’ การินเห็นน้องทำปากยื่นก็หัวเราะในลำคอ ‘แต่ลูกของแมวเหมียวยังไงก็น่ารัก ดื้อหรือซนเหมือนแม่ก็ยังน่ารักครับ’

แก้มใสขึ้นสีชมพูระเรื่อ “ปากหวานจังน้า~”

‘อย่างอื่นก็หวานนะ’

“ลามก!” วิฬาร์รู้ทันหรอกว่าพี่เก้าหมายถึงอะไร เจ้าตัวถลึงตาใส่อีกฝ่ายอย่างดุ ๆ หวานอะไรกัน..คาวจะตาย

‘พี่ลามกเหรอครับ’

“ก็ใช่น่ะสิ” คนน้องรีบเถียงกลับ เสียงทุ้มที่ดังลอดออกมาจากเครื่องมือสื่อสาร ประกอบกับใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มมุมปาก พร้อมกับนัยน์ตาสีเขียวจ้องมาอย่างมีนัย..ทำเอาเขาใจเต้นรัว

“หยุดจ้องเหมียวแบบนั้นนะ!”

การินหัวเราะเอ็นดู เขามองคนรักที่อยู่อีกซีกโลกผ่านหน้าจอโทรศัพท์เล็ก ๆ ด้วยความคิดถึงมากมาย เขายกมือขึ้นลูบใบหน้าก่อนจะถอนหายใจแรง

“พี่เก้าเป็นอะไร” แมวเหมียวละล่ำละลักถามอย่างเป็นห่วง

‘พี่..คิดถึงแมวเหมียวกับลูก’

วิฬาร์น้ำตาซึมเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคิดถึงเขาแค่ไหน ดีใจที่ไม่ได้มีแค่ตัวเองที่อาการหนักอยู่ฝ่ายเดียว

“เหมียวก็คิดถึงพี่” เขาบอกพร้อมกับยิ้มบาง “อีกแค่ปีกว่าก็จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว เรามาอดทนไปด้วยกันเนอะ”



*


เวลาหนึ่งปีกว่าอาจจะดูเหมือนไม่นาน แต่กับคนที่ต้องห่างจากคนรักที่เพิ่งได้เคลียร์ใจกันไปแล้วก็ต้องแยกจากกันอีก นั่นมันทำให้รู้สึกว่ามันยาวนานเหมือนสิบปี

การินเดินทางถึงบ้านเกิดในช่วงเวลาดึกมากแล้ว เขานัดเวลากับไอ้น้ำเพื่อนรักเอาไว้เรียบร้อย วันนี้ก็คงมีแต่มันนั่นแหละที่มารับ ดึกขนาดนี้เขาไม่อยากให้พ่อแม่กับลูกเมียต้องมานั่งถ่างตารอ

“ไงมึง” ธีราทักทายเพื่อน

“เมื่อยฉิบหายอะ”

ธีราหัวเราะขำคนที่บ่นแล้วบิดตัวไปมาคลายความเมื่อย “แก่แล้วก็แบบนี้”

การินเหล่ตามองอีกฝ่าย “อย่าลืมว่าตัวมึงก็อายุเท่ากูนะ” จะมาบอกว่าเขาแก่ฝ่ายเดียวได้ยังไง “แต่ยังโชคดี ได้เมียเด็กเลยกระชุ่มกระชวยขึ้นมาเยอะ”

พี่ชายของเมียที่ว่าหมั่นไส้ ตบหัวมันไปหนึ่งทีก่อนจะช่วยมันลากกระเป๋าแล้วตรงไปที่รถ พวกเขาคุยกันเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ทั้งเรื่องวันแรกที่น้องแก้วต้องไปโรงเรียนแล้วร้องไห้อยู่เป็นอาทิตย์ ไหนจะเรื่องที่แมวเหมียวกลับไปเรียนมหาวิทยาลัย ลามไปเรื่องบ้านที่การินฝากธีราให้เป็นธุระจัดการแทน

“แล้วคืนนี้มึงจะนอนไหน” คนขับรถเอ่ยถาม

“ถามมาได้” การินขมวดคิ้ว “ก็ต้องนอนกับลูกเมียสิวะ”

“ก็คิดว่ามึงอาจจะคิดถึงพ่อกับแม่บ้างอะไรบ้าง”

“มันไม่เหมือนกันโว้ย! พ่อแม่กูก็คิดถึงอยู่แล้ว แต่มันไม่เหมือนแมวเหมียวกับน้องแก้วนี่หว่า” การินโวยวายในตอนแรก แต่พอท้ายประโยคกลับงึมงำพึมพำอยู่ในลำคอ

“กูพูดเล่นน่า” ธีราหัวเราะ..ก็แค่แซวเล่นไปอย่างนั้นเอง



ยิ่งใกล้ถึงปลายทางมากเท่าไหร่หัวใจของการินก็เต้นแรงขึ้น อายุที่เข้าใกล้เลขสี่ไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นกับความรักที่มีต่อแมวเหมียวได้เลย ราวกับเป็นวัยรุ่นแรกรักจนน่าขำ

ที่แมวเหมียวบอกว่าเขานั้นคลั่งรัก..มันไม่ได้เกินจริงเลย

การินค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปเพราะกลัวว่าจะรบกวนสองคนแม่ลูกที่กำลังหลับอยู่ เพราะแมวเหมียวมักจะเปิดโคมไฟดวงเล็ก ๆ ไว้ที่มุมห้องฝั่งปลายเท้าอยู่เสมอจึงทำให้เขามองเห็นภายในห้องได้อย่างสะดวก

ริมฝีปากแย้มยิ้มออกมาเมื่อเห็นทั้งสองคนที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดนอนหลับอยู่บนเตียง มือใหญ่เปิดผ้าห่มออกอย่างเบามือพร้อมกับขยับเข้าไปนอนเบียดกับแมวเหมียว เขาดึงน้องเข้ามากอดจนแผ่นหลังบางแนบกับอกแน่น

การินดมกลิ่นหอมประจำตัวของน้องไม่หยุดจนแมวเหมียวเริ่มรู้สึกตัว

“อือ…” วิฬาร์ครางในลำคอขยับตัวยุกยิก เขาพยายามจะพลิกตัวมาอีกด้านแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราะโดนกอดเอาไว้

“..พี่เก้าเหรอ..”

“ครับ พี่เอง” การินตอบเสียงเบา ประทับจูบที่หลังคอ

วิฬาร์ตื่นเต็มตารีบพลิกตัวหันมาหาพี่ มือเล็กยกขึ้นทาบแก้มสากที่เต็มไปด้วยตอหนวด มองใบหน้าที่แสนคิดถึงภายใต้แสงรางเลือนจากโคมไฟที่ตั้งตรงมุมห้อง..ไม่ใช่ความฝัน พี่เก้ากลับมาแล้วจริง ๆ

“พี่กลับมาแล้วครับ”

“ฮึก-”

การินดึงน้องเข้ามากอดอีกครั้ง ฝ่ามือใหญ่ลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน

“ร้องไห้ทำไม..หืม”

“เหมียวคิดถึงพี่..โคตรคิดถึงพี่เลย”

คนอายุมากกว่าหัวเราะในลำคอ “พี่ก็คิดถึงครับ..ที่สุดเลย”

“พี่อย่าไปไหนไกลแบบนี้นาน ๆ อีกนะ”

“ไม่อีกแล้ว พี่จะไม่ไปไหนอีกแล้วครับ”

ใบหน้าเล็กถูไถที่หน้าอกพร้อมกับดมกลิ่นของพี่ วงแขนพยายามกอดอีกฝ่ายให้แน่นเข้าไปอีกจนพี่เก้าหัวเราะออกมา

“คิดถึงจัง”

“พี่ก็คิดถึง”

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ผลัดกันพร่ำบอกว่าคิดถึงและรักมาก สลับกับหอมแก้มจุ๊บปากกันอยู่นานจนใกล้เช้า น้องแก้วเริ่มรู้สึกตัวเพราะได้ยินเสียงรบกวน เด็กหญิงลุกขึ้นนั่งตาปรือ มือเล็กขยี้ตาไปมาก่อนจะจ้องมองคนข้างตัว

“น้องแก้ว” การินส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าลูกจ้องเหมือนไม่แน่ใจ “พ่อขากลับมาแล้วนะคะ”

เมื่อได้สติแก้วเกล้าเบะปากก่อนจะส่งเสียงร้องไห้จ้า เด็กหญิงตัวเล็กโผเข้าหาพ่อที่ขยับเข้ามาใกล้

“โอ๋ ๆๆ พ่อขาคิดถึงน้องแก้วนะคะ” การินหอมแก้มนิ่มที่เปียกไปด้วยน้ำตา “ไหนหอมแก้มพ่อขาหน่อยเร็ว”

น้องแก้วหยุดร้องไห้เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นเล็ก ๆ แล้วจึงยื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มซ้ายขวา ก่อนจะโถมตัวเข้ากอดพ่อขา

“หนูคิดถึง”

การินลูบหลังลูกสาวเบา ๆ “พ่อก็คิดถึงน้องแก้วนะคะ”

“ไม่ไปแล้วนะคะ”

“ค่ะ” การินยิ้มบาง สบตาเข้ากับคนรักที่รอคอยเขามาตลอด “พ่อจะไม่ไปไหนแล้ว จะอยู่กับน้องแก้วและป๊าขาไปตลอดเลย”



...จบ...


ขอบคุณทุกคนที่รักและเอ็นดูครอบครัวแมวเหมียวมาเกือบ 2 ปีนะคะ

เราต้องขอโทษที่มาต่อนิยายช้าตลอดๆๆๆ แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น รวมถึงภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็ทำให้บางครั้งก็พิมพ์อะไรไม่ออกเลยค่ะ

ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาก็ทำเอาอยากเลิกเขียนนิยายอยู่เหมือนกัน แต่ก็เพราะรักที่จะทำก็เลยยังไม่ยอมไปไหน รวมถึงยังคงมีนักอ่านที่ยังติดตามเราอยู่เป็นกำลังใจ เอาไว้ถ้าไม่มีคนอ่านแล้วเราค่อยเลิกทำแล้วกันเนอะ 55555


สำหรับแมวเหมียวคิดว่าจะทำเป็น e book เท่านั้นค่ะ

รับรองว่าพี่เก้าของเราได้จัดหนักจัดเต็มน้องแน่นวล ฮิฮิ

ฝากรอติดตามด้วยนะคะ จุ๊บจุ๊บ

 :pig4: :L1:

ออฟไลน์ TuEyyy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 66
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-1
น่ารักอบอุ่นมาก ๆ เลย ขอบคุณนะคะ สำหรับนิยายเรื่องนี้ คลั่งรักที่สุกเลย อ่อนโยนมาก   :o8: :o8: :o8:

ออฟไลน์ Freezz

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 160
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น่ารักมากๆเลยครับ  อยากให้มีตอนพิเศษ  มีน้องอีกคน  ให้พี่แก้วเลี้ยง  คงวุ่นวายน่าดูเลยครับ  ^^

ออฟไลน์ airicha

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
จบแล้ว น่ารักมากๆเลยค่ะ
กว่าจะเข้าใจกันแล้วรักกัน
เราชอบแนวนี้มากๆ
หลังๆหาอ่านแนวนี้ยากมาเลยค่ะ
อยากให้น้องท้องคนที่สอง อิอิ
ขอบคุณคนเขียนสำหรับนิยายน่ารักๆนะคะ
อยากอ่านตอนพิเศษจังเลย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด