บ่วงคล้องรัก (คุณโปรด-แสนดี) ตอนที่ 8"ชีวิตใหม่ใหม่" 15/11/2563
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: บ่วงคล้องรัก (คุณโปรด-แสนดี) ตอนที่ 8"ชีวิตใหม่ใหม่" 15/11/2563  (อ่าน 49137 ครั้ง)

ออฟไลน์ Ritawongishere

  • LsdyKapleMS
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
    • Your perfect night is waiting

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5
ฟ้าหลังฝน ของแสนดี ก็จะสดใสขึ้น

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
อยากให้พาจ่อยไปด้วยอีกคนจัง

นั่นสิ สงสารจ่อยเลย ทั้งใบ้ ทั้งเพื่อนที่รักก็จะไปจาก ถ้าไปด้วยกันได้คงดีมาก :hao5: 

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ Heroyj

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ต่อไปนี้ขอให้มีแต่เรื่องดีๆนะแสนดี

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
แสนดีกำลังจะก้าวไปข้างหน้า

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
คิดถึงมสกกอยากอ่านต่อแล้วว

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12

ออฟไลน์ piakunaa

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +38/-0

ออฟไลน์ thanatcha

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-2


     แสนดีนั่งพับเสื้อผ้าของตัวเองใส่กระเป๋านักเรียนที่ตอนนี้กลายมาเป็นกระเป๋าสัมภาระจำเป็น เพราะพระทรงโปรดบอกว่าเอาไปแค่ไม่กี่ชุดแค่พอใส่อยู่บ้าน ที่เหลือค่อยไปหาซื้อใหม่เมื่อถึงกรุงเทพ แม้เสื้อผ้าของแสนดีจะเก่ามอซอ แต่หลาย ๆ ชุดนั้นหลวงตาแช่มเป็นคนซื้อให้ บางชุดยายสะอาดก็ซื้อให้ ทุกชุดล้วนมีความทรงจำในวัยเด็กของแสนดีซ่อนอยู่ สุดท้ายก็เสียดายตัดใจทิ้งไม่ลงแล้วก็มานั่งหนักใจอยู่อย่างนี้ พระทรงโปรดที่นั่งอ่านหนังสือสวดมนต์แก้เบื่อหันมาเห็นแล้วก็นึกขำเพราะแสนดีพับเข้าพับออกมานานนับชั่วโมงแล้วแต่ก็ไม่เสร็จสักที

     “ยังไงล่ะเรา เลือกไม่ได้เหรอว่าจะเอาตัวไหนไป”

     “ก็หนูเสียดายทุกชุด” เจ้าคนเด็กทำจมูกย่นพลางรื้อเอาเสื้อผ้าที่เก็บลงกระเป๋าเมื่อสักครู่ออกมาเรียงใหม่ พระทรงโปรดเห็นดังนั้นก็มายื้อแขนเล็กของเด็กลูกครึ่งไว้

“เลือกเฉพาะชุดที่ใส่ได้ ยังไงเดี๋ยวหลวงพี่ก็ต้องซื้อให้แสนดีใหม่อยู่แล้ว”

     “แต่หนูเลือกไม่ได้ มันสำคัญกับหนูทุกชุดเลย” แสนดียังคงมองกองเสื้อผ้าที่สภาพดีกว่าผ้าขี้ริ้วนิดหน่อยด้วยความเสียดายอย่างสุดซึ้ง

     “ตอนนี้แสนดีอายุ 12 จะเข้า 13 แล้วใช่มั้ย ถ้าในกองนั้นมีชุดของแสนดีที่หลวงตาแช่มซื้อให้ตอนขวบหนึ่ง แสนดีเคยชอบมันมากทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้ แสนดีคิดว่าตอนนี้แสนดีจะยังใส่มันได้อยู่มั้ย?”

แสนดีส่ายหน้าแทนคำตอบ

     “แล้วของที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้เราต้องขนไปให้รกมั้ย?”

     “ไม่ต้องจ้า”

     “ของที่ไม่มีประโยชน์เก็บไว้สุดท้ายก็กลายเป็นขยะ ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วยังเป็นภาระให้เราจัดเก็บอีก แบบนี้แสนดีควรเอาไปเป็นภาระของตัวเองมั้ย? อย่างชุดนักเรียนนั่นที่แสนดีเก็บเข้าเก็บออก โรงเรียนใหม่มีเครื่องแบบเฉพาะของเขาที่แสนดีจะต้องเปลี่ยน เอาไปแสนดีก็ไม่ได้ใช้ ถ้าหลวงตาแช่มยังอยู่ท่านก็คงบอกว่าไม่ต้องเอาไปเพราะมันใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว แสนดีว่าแสนดีควรเอาไปด้วยมั้ย?” แสนดีเม้มปากเมื่อคิดตามที่หลวงพี่พูด เด็กน้อยกันเอาชุดนักเรียนตัวเดิมวางไว้อีกกองหนึ่ง

     “ไปอยู่ที่นู่นเลือกไปแค่ชุดที่ยังใส่ได้สบายไม่ขาดไม่ปะเอาไว้ใส่เล่นอยู่บ้านเพราะเดี๋ยวหลวงพี่จะพาไปซื้อใหม่ทั้งหมดอยู่แล้ว”

     “ไม่เห็นต้องซื้อใหม่เลยหลวงพี่แสนดีใส่ชุดเดิมได้” เด็กน้อยรีบตอบกลับ แสนดีไม่ได้อยากได้เสื้อผ้าใหม่เพราะที่มีนั้นก็ยังพอใส่ได้ หากแต่พระทรงโปรดกลับส่ายหัว

     “ไม่ได้หรอก ตอนนี้แสนดีไม่ใช่เด็กวัดแล้ว อีกแค่วันสองวันแสนดีก็มีฐานะเป็นลูกบุญธรรมของโยมแม่ ทางนั้นน่ะมีกิจการ มีสังคมที่ต้องแสดงตัว การแต่งตัวให้เหมาะสมกับสังคมและฐานะเป็นการให้เกียรติทั้งโยมแม่ ทั้งตัวเองด้วย ถ้าให้แสนดีแต่งตัวด้วยชุดเดิม ๆ คนจะคิดว่าโยมแม่กับหลวงพี่เลี้ยงแสนดีไม่ดีพอ อีกอย่างเสื้อผ้าของแสนดีอีกหน่อยแสนดีตัวโตขึ้นก็ใส่ตัวเดิมไม่ได้แล้ว” แสนดีถอนหายใจเฮือกใหญ่ กวาดตามองกองเสื้อผ้าอีกครั้ง หลังจากนั้นไม่นานกระเป๋าเป้ก็ถูกรูดซิป กองเสื้อผ้าที่เหลือถูกจัดใส่ลังกระดาษรอยกให้เด็กวัดคนอื่นต่อไป พระทรงโปรดยิ้มเอ็นดูให้กับท่าทางไหล่ตกเพราะยังอาลัยอาวรณ์และเสียดายข้าวของ ของตัวเองไม่หาย แสนดีออกไปนั่งรับลมที่ระเบียง ไอ้ด่างร้องหงิง ๆ เดินขึ้นบันไดเก่า ๆ ตามสภาพมานั่งข้างแสนดีแล้วเอาคางเกยขาของแสนดีไว้ราวกับรู้ว่าเจ้านายที่เคยวิ่งเล่นเลียหน้าเลียตาของตนกำลังจะจากไปแล้ว แสนดีลูบหัวไอ้ด่างด้วยความรัก แม้จะดุกันบ้างเอ็ดกันบ้างแต่ด่างก็เป็นเหมือนเพื่อนแท้อีกคนของตนรองจากจ่อยเพื่อนรุ่นพี่ที่ดีกับแสนดีมาตลอด

     “อยู่นี่ต้องไม่ไปไล่กัดไล่เห่าใครเขานะด่าง เดี๋ยวจะโดนเขาตีเอา” แสนดีออกปากสั่งสอนไอ้ด่างที่นอนกระดิกหาง มันทำเสียงในลำคอเบา ๆ ราวกับรับคำ

     “พอจะจากกันก็ใจหายเหมือนกันเนอะ กูเลี้ยงมึงตั้งแต่เกิด กี่ปีแล้วนะ หรือ ปีนะ” แสนดีนึกย้อนไปในวันที่ตัวเองมุดเข้าไปใต้กุฏิหลวงตาเพื่อดูแม่หมาคลอดลูก ในตอนนั้นไอ้ด่างยังตัวแดง ๆ จมูกและอุ้งเท้าสีชมพู พี่ ๆ น้อง ๆ ของมันอีกหกตัวก็สภาพคล้ายกัน เมื่ออายุได้สองเดือนชาวบ้านก็ขอไปเลี้ยงกันจนหมด เหลือแต่ไอ้ด่างที่ผอมกะหร่องไม่อ้วนไม่น่ารักเท่าตัวอื่น ๆ วัน ๆ เอาแต่วิ่งตามแสนดีไปทั่ววัด สุดท้ายก็อยู่กันยาวมาจนถึงทุกวันนี้ และราวกับใจตรงกัน เพราะเมื่อแสนดีคิดถึงอดีตเสร็จทั้งคนทั้งหมาก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

     “อยากเอาไปด้วย” แสนดีบ่นออกมาเบา ๆ แต่แสนดีก็รู้ว่าคงไม่สามารถเอาด่างไปด้วยได้เพราะพระทรงโปรดบอกไว้ว่าต้องอยู่คอนโดเป็นหลัก จะได้ไปบ้านใหญ่ก็เฉพาะเย็นวันศุกร์

     “จะเอาไปด้วยก็ต้องอาบน้ำให้สะอาดตัดเล็บด้วยไม่งั้นเดี๋ยวมันตะกุยเบาะรถขาด” พระทรงโปรดเดินออกมาพลางวางอุปกรณ์บางอย่างรูปร่างคล้ายคีมตัดเหล็กแต่จริง ๆ แล้วเป็นกรรไกรตัดเล็บสัตว์รวมทั้งแชมพูอาบน้ำสุนัขและแป้งโรยกันเห็บหมัด แสนดีทำตาโตเมื่อได้ยินคำพูดของพระทรงโปรด

     “อะไรนะครับ”

     “ก็ตามนั้น ไม่อาบก็ไม่เอาไปด้วย เหม็นสาบ” แสนดีตาลุกวาวรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนจนไอ้ด่างสะดุ้งด้วยความตกใจคางที่เกยกับขาแสนดีตกลงบนไม้กระดานดังแป่กใหญ่ มันลุกขึ้นเห่าเด็กชายที่ตะโกนร้องกระโดดไปมาด้วยความลิงโลดอย่างไม่เข้าใจ แสนดีก้มลงขยี้หัวแล้วกอดไอ้ด่างไว้แล้วจึงคว้าข้าวของที่พระทรงโปรดวางไว้ให้แล้วเรียกให้ไอ้ด่างวิ่งตามตนมา

     “ไม่ต้องวิ่งเดี๋ยวได้ล้มทั้งคนทั้งหมา” พระทรงโปรดร้องบอกพลางส่ายหน้า เพราะคิดไว้แล้วว่าถ้าเอาแสนดีไปทั้งคนทั้งหมาก็คงจะเศร้าดังนั้นเขาจึงโทรไปบอกคุณปราณีให้สั่งคนงานในบ้านต่อกรงสำหรับให้ด่างอยู่ในตอนกลางวันที่มีแขกมาบ้าน แม้คอนโดจะเลี้ยงหมาไม่ได้แต่ที่บ้านของเขานั้นมีอาณาเขตกว้างมากพอจะให้ด่างได้อยู่และวิ่งเล่น แสนดีเองก็จะได้ไม่เหงาเวลาต้องไปบ้านในช่วงวันหยุด เขารู้ดีว่าเด็กน้อยอาจจะอึดอัดในช่วงแรก ๆ เพราะทุกอย่างนั้นแปลกใหม่ไปหมดทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม การมีด่างไปด้วยจะทำให้แสนดีอุ่นใจเพราะหาที่หลบไปนั่งเล่นกันได้ไม่เหงา

ทุกคนควรมีเซฟโซนและด่างคือเซฟโซนของแสนดี

พระทรงโปรดเดินตามแสนดีกับด่างไปที่บ่อน้ำข้างศาลาที่เอาไว้ล้างถ้วยชามเวลามีงานศพ จ่อยอยู่แถวนั้นเป็นแสนดีเอาโซ่เส้นเก่ามาล่ามไอ้ด่างก็เข้ามาช่วย ตอนนี้จ่อยเรียนจบ ม.3 แล้ว ใจจริงทรงโปรดอยากเอาจ่อยไปด้วย แต่เมื่อถามความสมัครใจของจ่อยแล้วเด็กหนุ่มไม่สามารถไปได้เพราะถึงแม้จะกำพร้าแต่จ่อยยังมีลุงกับป้า ทางนั้นไม่อนุญาตให้ไปเพราะคิดว่าหากยกจ่อยให้พระทรงโปรดเมื่อโตไปทำงานได้ตนจะเอาประโยชน์จากหลานชายพิการไม่ได้ ทรงโปรดจึงทำได้เพียงบอกกับจ่อยว่าตนจะให้ทุนการศึกษาจนกว่าจ่อยจะเรียนจบ จ่อยเองตั้งใจจะไปเรียนวิชาชีพที่อาชีวะพระมหาไถ่ ซึ่งทรงโปรดเองก็คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดี และเขาเองก็ยินดีจะสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษานี้เพราะจ่อยเองคอยดูแลช่วยเหลือและเป็นเพื่อนที่ดีของแสนดีมาเสมอ ระยะเวลาสามเดือนที่บวชมาเขาได้เรียนรู้ชีวิตของเด็กวัดเหล่านี้ ใจหนึ่งทรงโปรดก็ดีใจที่ครบกำหนดสึกแล้ว แต่อีกใจหนึ่งก็นึกเสียดาย หากเขากลับไปใช้ชีวิตที่กรุงเทพตามเดิมแล้ว ความเรียบง่ายและความจริงใจซื่อตรงของชาวบ้านก็จะหายไป

ทุกวันเขาคงจะต้องคร่ำเคร่งกับการช่วยกิจการของคุณปราณีและพี่ ๆ ใช้ชีวิตบนท้องถนนที่แออัด บรรยากาศก็เต็มไปด้วยฝุ่นควันและมลพิษ คงไม่ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่ได้กลิ่นต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องแบบนี้อีกแล้ว พระทรงโปรดหลุดจากภวังค์เมื่อไอ้ด่างสะบัดน้ำจากลำตัวจนสาดกระเซ็นไปทั่ว แสนดีเองก็พลอยเปียกไปทั้งตัว เด็กน้อยหัวเราะเสียงใสเป็นภาพที่ทรงโปรดรู้สึกสบายใจ เป็นครั้งแรกหลังจากหลวงตาแช่มมรณภาพที่แสนดีได้กลับมามีเสียงหัวเราะอีกครั้ง เด็กชายตามรั้งไอ้ด่างที่จ้องแต่จะวิ่งหนีอยู่เรื่อยไว้แน่นมีจ่อยส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอวิ่งตามหลังไปด้วยกัน

เขาเสียดายที่ไม่สามารถเอาจ่อยไปด้วยได้ แต่ถ้าในอนาคตที่จ่อยเรียนจบแล้วถ้าจ่อยอยากไปทำงานด้วย เขาก็ยินดีรับจ่อยอย่างเต็มใจ

หลังจากจัดการเช็ดขนแล้วเป่าพัดลมจนขนแห้งแสนดีก็เอาแป้งโรยเห็บหมัดให้กับไอ้ด่าง ระหว่างที่นั่งคุยกันที่ระเบียงทั้งหมดก็เห็นรถกระบะของตำรวจแล่นเข้ามาในวัด ไอ้ด่างลุกขึ้นยืนแล้วส่งเสียงเห่ากระโชกจนแสนดีต้องรั้งคอไว้

     “เงียบก่อนด่าง” แสนดีส่งเสียงดุไอ้ด่าง พระทรงโปรดเดินไปชะโงกดูเพื่อจะได้มองให้ชุดก็พบว่ามีตำรวจลงจากเบาะคนขับและคนนั่งหน้าก่อนจะเดินไปเปิดประตูเบาะนั่งหลัง มีตำรวจอีกนายออกมาสมทบและใครบางคนที่คุ้นตากำลังถูกควบคุมตัวให้ไปที่กุฏิหลวงพ่อ

แมนที่ขโมยเงินและทำร้ายแสนดีเมื่อหลายวันก่อนถูกจับใส่กุญแจมือ เนื้อตัวดูสกปรกและมีรอยฟกช้ำ เปลือกตาด้านขวามีรอยปูดและเขียวช้ำ แมนในวันนี้ไม่เหลือคราบแมนผู้หยิ่งผยองและจองหองคนเก่าที่แสนดีคุ้นตาเลยสักนิด เมื่อตำรวจคุมตัวแมนเดินผ่านกุฏิที่พระทรงโปรด แสนดีและจ้อยยืนอยู่ มันก็เงยหน้าขึ้นมองสบตากับแสนดีแล้วจากไปราวกับภาพในละคร แสนดีกับจ่อยรีบวิ่งลงบันไดตามไปด้วยความอยากรู้ไปแอบดูอยู่ใต้กุฏิหลวงพ่อเจ้าอาวาส

     “มีอะไรกันล่ะโยม ทำไมถึงได้จับเจ้าแมนมาแบบนั้น?” หลวงพ่อเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นตำรวจและแมนก้าวขึ้นมาด้านบน ตำรวจยกมือไหว้หลวงพ่อแล้วจึงพากันนั่งลงบนพื้น

     “กราบนมัสการครับหลวงพ่อ พอดีพวกผมจะพานายแมนมาลาหลวงพ่อครับ” ร้อยเวรข้าวของคดีที่รู้จักกับหลวงพ่อเป็นผู้บอกจุดประสงค์ที่มาในวันนี้

     “เจ้าแมนมันไปทำอะไรผิดไว้ถึงได้ถูกจับคุณตำรวจพอจะบอกอาตมาได้มั้ย?” หลวงพ่อเอ่ยถามด้วยความสงสัย ยิ่งเห็นสภาพสะบักสะบอมของแมนสีหน้าท่านก็ยิ่งตึงเครียด

      “นายแมนก่อคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาครับหลวงพ่อ”

“ห๊ะ...อะไร๊” หลวงพ่อร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ จริงอยู่ที่แมนเป็นคนเกเรแต่ท่านก็ไม่ได้คิดว่าแมนจะทำเรื่องฆ่าคนได้ ท่านมองแมนด้วยสายตาผิดหวัง แมนก้มหน้าร้องไห้ก่อนจะก้มลงกราบหลวงพ่อตัวสั่นสะอื้น

      “ผมผิดไปแล้วครับหลวงพ่อ” แมนสะอื้นเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

      “เรื่องมันเป็นมายังไงทำไมถึงไปก่อคดีได้ล่ะบอกหลวงพ่อซิ”

      “คือนายแมนไปเล่นพนันบอลไว้ครับหลวงพ่อ พอติดเงินโต๊ะบอลไว้เยอะ ๆ เจ้าหนี้เขาก็มาทวงจนลงไม้ลงมือกันนายแมนจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิงเจ้าหนี้ตาย ผมเห็นว่าเป็นลูกศิษย์วัดของหลวงพ่อ เลยพามากราบลาก่อนจะได้ไม่ต้องห่วงว่าหายไปไหนครับ”

     “อาตมาก็ขอบใจผู้กองด้วยนะ ก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะ” หลวงพ่อมองแมนที่ส่งสายตาอ้อนวอนด้วยความเวทนา

     “หลวงพ่อ หลวงพ่อช่วยผมด้วย ผมไม่อยากติดคุก” แมนรีบคลานเข้ามากอดขาหลวงพ่อไว้อย่างอ้อนวอน ตัวของมันสั่นงันงกเมื่อรู้แน่แล้วว่าตนเองจะต้องเข้าไปใช้ชีวิตในคุก

     “ทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่ทำนะแมน เข้าไปอยู่ในนั้นก็ทำตัวให้มันดี ๆ บางทีอาจจะดีกว่าอยู่ข้างนอก กลับตัวกลับใจซะทางที่เดินมันผิด ผลที่ได้ก็ราคาแพงตามไปด้วย” หลวงพ่อลูบหัวแมนพลางเตือนสติเด็กหนุ่ม

      “หลวงพ่อช่วยผมไม่ได้เลยเหรอครับ?” แมนเอ่ยถามอย่างจะยึดหลวงพ่อเป็นความหวัง หากแต่หลวงพ่อกลับนิ่งเงียบเป็นคำตอบ แมนจึงทำได้เพียงกราบลา เมื่อเสร็จธุระตามคำขอของแมนแล้วตำรวจจึงคุมตัวแมนเพื่อกลับไปที่โรงพัก แมนเห็นแสนดีกับจ่อยมายืนมองมันก็หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวตามการนำของตำรวจไว้

     “ทำไม มาสมน้ำหน้ากูเหรอ?” เอ่ยถามด้วยความก้าวร้าว แสนดีเห็นสภาพของแมนแล้วก็ได้แต่เหยียดปากอย่างรังเกียจก่อนจะตะโกนตอบอย่างไม่กลัวเกรง

     “เออ มารอสมน้ำหน้ามึง ติดนาน ๆ เลยนะ ติดแล้วไม่ต้องออกมาไอ้คนเลว” แมนที่ได้ยินคนเด็กกว่าตะโกนด่าก็ดึงดันทำท่าคล้ายจะเข้ามาทำร้ายแสนดี พระทรงโปรดกับจ่อยต้องดึงแสนดีให้ถอยหลังส่วนตำรวจก็คุมตัวแมนขึ้นรถไป ยังไม่วายที่แมนจะตะโกนทิ้งท้ายด้วยความโมโห

     “ปากดีนักนะมึง รอกูออกมาก่อนกูจะตามมาฆ่ามึงอีกคน”

     “กว่ามึงจะออกมากูก็ไปอยู่ที่อื่นแล้วไอ้แมน คนอื่นเขามีทางไปที่ดีแต่มึงอ่ะจบที่คุก คนเลว ๆ ก็สมควรอยู่ในที่แบบนั้นแล้ว”

     “ไม่เอาน่าแสนดี แมนเขาก็ได้รับกรรมที่ก่อไว้แล้ว อย่าพูดจาไม่ดีใส่กันเลย” พระทรงโปรดเอ่ยปรามเมื่อเห็นว่าแสนดีต่อปากต่อคำกับแมน แสนดีเมื่อเห็นว่าพระทรงโปรดเอ่ยปรามก็ยอมหยุดแล้วเงียบเสียงลง ทั้งสามคนรวมทั้งหลวงพ่อบนกุฏิมองรถตำรวจที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปจากวัดด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มีทั้งความเวทนา ความสมน้ำหน้า และความสมเพชรวมอยู่ในนั้น

ทุกชีวิตล้วนเป็นไปตามกรรม ตามแต่ว่าใครจะทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว ทรงโปรดก็ได้แต่หวังว่าแมนจะกลับตัวกลับใจเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้




     “สิกขัง ปัจจักขามิ ข้าพเจ้าลาสิกขา คิหิติ มัง ธาเรถะ ขอท่านทั้งหลายจงจำข้าพเจ้าไว้ ว่า เป็นคฤหัสถ์แล้ว” พระทรงโปรดก้มลงกราบอุปัชฌาช์และทำพิธีลาสิกขาจนครบถ้วน แสนดียืนรออยู่หน้าโบสถ์เมื่อเห็นผู้ปกครองคนใหม่ครองเพศฆราวาสออกมา ทั้งคู่เดินกลับไปที่กุฏิเพื่อเก็บข้าวของเดินทางเข้ากรุงเทพเลย

     “แสนดีไปกราบลาหลวงพ่อท่านก่อนเถอะ” ทรงโปรดบอกกับแสนดีที่ขอบตาบวมแดงเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปลายายสะอาดและตามาโนชผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่ของตนมาแล้ว แสนดีทำตามอย่างว่าง่าย

     “จะไปแล้วสินะ” หลวงพ่อยื่นถ้วยชาให้จ่อยรับไปเก็บ

      “ครับ ก็จะเข้ากรุงเทพเลยถ้าช้าเดี๋ยวจะมืดซะก่อน ต้องเอาเจ้าด่างไปไว้ที่บ้านคุณแม่ก่อนด้วยครับ”

     “เป็นบุญของทั้งคนทั้งหมา ยังไงอาตมาก็ขอฝากแสนดีไว้กับโยมทรงโปรดด้วยนะ” หลวงพ่อมองแสนดีน้อยที่บัดนี้โตจนพอจะดูแลตัวเองได้แล้วด้วยสายตาเจือความเมตตาอยู่ในนั้น

      “แสนดีเอ้ย ไปอยู่กับท่านงานบ้านอะไรช่วยท่านหยิบจับทำได้ก็ทำซะนะ อย่าเกียจคร้านอย่าดูดาย อย่าดื้อเชื่อฟังคุณ ๆ เขาให้เหมือนเชื่อฟังหลวงตาแช่มนะ”

      “ครับหลวงพ่อ หนูจะไม่ขี้เกียจจะช่วยหลวงพี่ เอ้ย...” แสนดีสะดุ้งเมื่อตัวเองใช้สรรพนามของทรงโปรดผิด เด็กน้อยรีบตบปากตัวเองพลางส่งยิ้มประจบให้กับเจ้าของชื่อ

      “จะช่วยคุณโปรดทำงานทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้เลยจ้า”

     “ดีแล้ว แล้วก็ตั้งใจเรียนอย่าเกเรล่ะ ไปเถอะ ช้ากว่านี้จะถึงที่นั่นมืด ไอ้จ่อย อยากจะไปส่งแสนดีกับโยมทรงโปรดก็ไปเถอะ ข้าจะเข้ากุฏิแล้ว” จ่อยรีบก้มกราบหลวงพ่อเจ้าอาวาสแล้วจึงเดินตามทรงโปรดกับแสนดีลงไป ทั้งหมดกลับไปเอากระเป๋าสัมภาระซึ่งมีกันแค่คนละใบ

     “จ่อย ของในห้องนี้ที่ฉันซื้อมาฉันยกให้จ่อยนะ แล้วนี่ที่อยู่ที่คอนโดถ้าจ่อยคิดถึงแสนดีจ่อยก็เขียนจดหมายหาแสนดีได้ ส่วนนี่” ทรงโปรดหยิบเงินในกระเป๋ามายื่นให้กับจ่อย

     “เอาไว้เดินทางไปสมัครเรียน ถ้าไปไม่ถูกหรือมีปัญหาอะไรจ่อยติดต่อฉันไปนะโทรไปก็ได้จ่อยเขียนใส่กระดาษแล้วให้คนอื่นอ่านให้ฉันจะส่งเลขามาช่วยจัดการให้” จ่อยยกมือไหว้แล้วรับเงินที่ทรงโปรดยื่นให้ด้วยความซาบซึ้งใจ มันหันไปมองแสนดีที่ยืนมองอยู่ล้วงมือหยิบกระดาษที่ตนเองเขียนไว้ตั้งแต่เช้ายื่นให้แสนดี แสนดีรับมาแล้วคลี่ออกอ่าน

     “ไปดีนะโว้ยไอ้แสน ไปมีชีวิตดี ๆ อีกหน่อยกูเรียนจบมีงานมีการทำจะไปเยี่ยมมึงนะ อีกอย่างโตเป็นควายแล้วเลิกขี้แยได้แล้วกูตามไปปลอบมึงไม่ได้ทุกที่หรอกนะ” แสนดียิ้มให้กับข้อความในกระดาษนั้น น้ำตาที่เอ่อขอบตาถูกกะพริบไล่มันเข้าไป แสนดีแกล้งใช้เท้าเตะน่องของจ่อยไม่เบาแต่ก็ไม่แรง

     “เออ กูไม่ขี้แยแล้วเว้ย เนี่ยเห็นมั้ยไม่ได้ร้องไห้แล้ว” จ่อยหัวเราะกับท่าทางนั้นของแสนดี มันยกนิ้วโป้งให้แสนดีเป็นคำชมว่าเก่งแล้ว ทรงโปรดปล่อยให้เด็กทั้งสองคนล่ำลากันอีกครู่เขาจึงได้บอกกับแสนดีว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว จ่อยเดินตามมาส่งที่รถแล้วช่วยอุ้มไอ้ด่างเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง มันโบกมือลาแสนดี แสนดีกัดฟันตัวเองไว้แน่นโบกมือลาจ่อยก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถที่ทรงโปรดเปิดประตูไว้รอ

     “มึงอย่าลืมนะจ่อย โตแล้วมีงานทำอย่าลืมไปหากูนะ” จ่อยพยักหน้ารับ ยายสะอาดกับตามาโนชเดินมาหาแสนดีก่อนจะยื่นถุงข้าวเหนียวไก่ทอดที่ยายสะอาดตื่นมานึ่งตั้งแต่เช้าให้แสนดี

     “เอาไว้กินตอนหิวนะแสนดี” แสนดีรับถุงที่ยายสะอาดยื่นให้ เด็กน้อยกลั้นก้อนสะอื้นที่ตีรื้นขึ้นมาบนอก มองยายสะอาดกับตามาโนชผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแม่ของตนมาตลอด 12 ปี ทรงโปรดรับปากกับคนทั้งสองว่าตนจะเลี้ยงแสนดีให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นชายหนุ่มจึงก้าวขึ้นรถและขับออกไป แสนดีโบกมือลาทุกคน ภาพพ่อแม่และจ่อยค่อยๆ เล็กลงและพร่าเลือน ภาพวัดป่าที่เป็นเรือนนอนมาตั้งแต่เด็กค่อยจางหายไปพร้อม ๆ กับหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินรดสองข้างแก้ม

ลาก่อนทุกคน

ลาก่อนวัดอันเป็นที่รัก

แสนดีไม่รู้ว่าตนนั้นจะมีโอกาสกลับมาหาทุกคนอีกเมื่อไหร่ จะเป็นเร็ว ๆ นี้ หรืออีกนาน แสนดีไม่รู้เลย แสนดีรู้เพียงว่าตนนั้นจะคิดถึงทุกคน จะไม่มีวันลืมเลย ฝ่ามือหนาลูบลงบนศีรษะคนเด็กที่เกาะเบาะนั่งหันไปมองคนข้างหลังอย่างปลอบโยน เขารู้ว่าการจากลาย่อมพาความใจหายมาให้ แสนดียังเด็กและนี่คือการจากลากันครั้งแรกย่อมเศร้าเป็นธรรมดา มีเพียงความรักและความเอาใจใส่รวมทั้งเวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาความรู้สึกหวาดกลัวและอ้างว้างนี้ได้

และแสนดีอาจจะต้องอยู่กับอาการคิดถึงบ้านไปอีกหลายวัน

แสนดียังต้องเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตในวันข้างหน้า ต้องเรียนรู้ว่าชีวิตของคนเรามีพบก็ต้องมีจาก นั่นเป็นสัจธรรม

มนุษย์ทุกคนบนโลกล้วนต้องพบเจอ หนทางข้างหน้ายังอีกไกล เขาไม่รู้ว่าวันข้างหน้าแสนดีจะต้องพบเจอกับอะไรจะดีหรือร้าย จะหนักหนาเต็มไปด้วยขวากหนามหรือจะสบายราวกับย่ำบนกลีบกุหลาบ เขารู้แค่เพียงว่าตราบใดที่แสนดีอยู่กับเขา เขาจะไม่ปล่อยให้เด็กคนนี้ต้องอ้างว้าง เมื่อต้องเลี้ยงดูอุ้มชู เขาก็จะหยิบยื่นแต่สิ่งดี ๆ ให้กับแสนดี

รถเบนซ์สีดำปลาบแล่นผ่านทุ่งหญ้าและถนนดินลูกรังขึ้นสู่ถนนคอนกรีตมุ่งหน้าออกจากชนบทเข้าสู่กรุงเทพ ทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังเพื่อเดินทางไปสู่อนาคต ทิ้งรอยอาลัยไว้เพื่อแสวงหาความสุขที่รออยู่ ไอ้ด่างส่งเสียงเห่าเบาๆ ราวกับรับรู้ความคิดของทรงโปรด ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอบังคับพวงมาลัยรถไปขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่ต้องการโดยมีแสนดีนั่งอยู่เคียงข้าง

คนทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ชะตาชีวิตได้รัดรึงคล้ายดังบ่วงที่ร้อยเข้าด้วยกัน

เป็นบ่วงที่ไม่มีทางดึงออกได้อีกเลยตลอดชีวิต


................................................

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2590
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
ฟ้าหลังฝนหวังว่าจะสดใส ไปมีชีวิตใหม่นะแสนดี จะตามเฝ้ามอง  :katai2-1: คุณโปรดน้ำใจดีงามพระราม8 แม้เอาจ่อยไปด้วยไม่ได้เพราะติดความสัมพันธ์ญาติลุงป้าผู้ที่ซึ่งเห็นแก่ตัว มันเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็สนับสนุนเต็มที่ ดีใจกับจ่อยเลย เจอคนดีๆแบบคุณทรงโปรด  :katai2-1: ส่วนไอ้แมนคิดว่าไม่น่าจะสำนึกได้นะดูท่าทางแล้ว หึ สนุกกค่า ขอบคุณนะคะที่มาต่อ รอตอนต่อไปเลย  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Heroyj

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 22
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เสียน้ำตาให้แสนดีอีกแล้ว ไปดีมาดีนะลูก

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7677
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +585/-12

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2099
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-4
ได้เวลาเดินทางแล้ว

ออฟไลน์ meteexp

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 710
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-0

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ p_phai

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +154/-6

ออฟไลน์ wanida023

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เข้ามารอแสนดีนะคะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-4
ชอบมมากเลยยยยย
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7524
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2019
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +59/-1

ออฟไลน์ thanatcha

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 317
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +151/-2

ตอนที่ 8
ชีวิตใหม่


แสนดีมองไปยังรั้วบ้านที่เปิดได้เองแบบอัตโนมัติด้วยความตื่นตาตื่นใจ ภายในรั้วบ้านมีสนามหญ้ากว้างปลูกต้นไม้สวยๆ เยอะแยะจนแสนดีอดร้องว้าวออกมาไม่ได้ ไอ้ด่างที่นั่งอยู่เบาะหลังส่งเสียงเห่าจนแสนดีต้องจุ๊ปากดุ มีผู้หญิงวัยกลางคนยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านท่าทางใจดีชะเง้อมองตั้งแต่รั้วเปิด

“ป้าฤดี คนเก่าคนแก่ของบ้าน” ทรงโปรดเอ่ยบอกกับเด็กลูกครึ่งที่มองอย่างสนใจ เด็กน้อยเก็บข้อมูลใส่หัวในทันที

“บ้านตรงกลางของคุณแม่ ทางซ้ายของพี่เปรมทางขวาที่กำลังสร้างของพี่ป่าน” ทรงโปรดชี้ให้ดูบ้านสองหลังที่ขนาบข้างอยู่ในส่วนเดียวกันให้กับแสนดีดู เมื่อรถเข้ามาจอดสนิทป้าฤดีที่รออยู่แล้วก็รีบเดินตรงเข้ามาหา ทรงโปรดเปิดประตูรถลงไปอ้าแขนรับร่างท้วมของหญิงชราไว้เต็มอ้อมแขน

“คุณโปรดทำไมมาช้านักล่ะคะ ป้านึกว่าจะถึงเร็วกว่านี้ แล้วนี่ทานข้าวทานปลามาแล้วหรือยังคะ” หล่อนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลานั้นก็ลูบแขนคุณคนเล็กของบ้านอย่างรักใคร่

“ซูบไปเยอะเลย”

“มาช้าเพราะต้องแวะให้เจ้าด่างมันเข้าห้องน้ำตลอดทางน่ะครับ แสนดีก็ไม่เคยนั่งรถไกลๆ กินอะไรรองท้องมาบ้างแล้วแต่ไม่ได้กินเยอะกลัวเด็กจะอ้วกเสียก่อน”

“ไปเอาน้องลงมาเถอะค่ะ สงสัยจะกลัวป้านั่งนิ่งเลยทั้งคนทั้งหมา” ป้าฤดีหัวเราะอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นลาง ๆ ว่าเด็กในรถนั่งนิ่งตัวเกร็งมองมาที่ตนและทรงโปรด เจ้าด่างที่ปกติเห่าเก่งก็พลอยเงียบไปด้วย ทรงโปรดผละออกจากป้าฤดีเดินไปเปิดประตูรถ ชายหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ ให้แสนดีลงมา เด็กชายทำตามอย่างว่าง่ายเมื่อลงมายืนตรงหน้าหญิงชราแล้วแสนดีก็ไม่ต้องรอให้ทรงโปรดต้องบอกต้องสอน เด็กชายรีบยกมือไหว้คุณฤดีด้วยท่าทางนอบน้อม เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากหญิงชราได้ไม่ยากเย็นไอ้ด่างที่ตามลงมาทีหลังเอาหางจุกไว้ที่ตูดเดินหูลู่มายืนข้าง ๆ แสนดี

“ไงจ๊ะ แสนดีใช่หรือเปล่า? หิวมั้ยลูกยายทำกับข้าวไว้รอนานแล้ว ส่วนนี่ด่างใช่มั้ย คุณ ๆ เธอบอกว่าฉลาด” คุณฤดีทำเสียงสองคุยกับด่าง เจ้าหมาแสนรู้รีบกระดิกหางแล้วนอนหงายให้คุณฤดีได้ลูบหัว มันดมมือเหี่ยวย่นนั้นแล้วแลบลิ้นเลียเป็นสัญลักษณ์ว่ามันยอมรับคุณฤดีเป็นนายของมันอีกคน ทรงโปรดเห็นอากัปกิริยาของไอ้ด่างแล้วก็อดขำไม่ได้

“หมามันอยู่เป็นนะครับป้าฤดี”

“ไปเถอะค่ะเข้าบ้านไปอาบน้ำอาบท่าก่อนจะได้ลงมาทานข้าว ป้าเตรียมของโปรดไว้รอ ส่วนเจ้าด่างเดี๋ยวให้ตาผลเอาไปใส่กรงไว้ก่อน คุณปราณีเธอให้คนซื้ออาหารเตรียมไว้ให้ตั้งแต่วันก่อนแล้วค่ะ ส่วนแสนดีป้าจัดห้องไว้ให้ตามที่คุณโปรดบอกแล้วค่ะ”

“ขอบคุณครับป้า ไปแสนดีเอากระเป๋าลงมาเดี๋ยวคุณโปรดพาไปที่ห้อง” แสนดีเดินตามทรงเปิดไปที่ท้ายรถหยิบกระเป๋านักเรียนใบเก่าที่อัดเสื้อผ้ามาเต็มจนตะเข็บแทบจะแตก ไอ้ด่างส่งเสียงครางหงิงเมื่อถูกดึงไปอีกทางทำท่าจะไม่ยอมไปจนแสนดีต้องสั่งให้รอ แสนดีเดินตามทรงโปรดเข้ามาในตัวบ้าน เด็กน้อยรู้สึกประหม่าและเหมือนจะตัวเล็กลงเข้าไปอีกเมื่อเข้ามาในห้องโถงกว้างขวาง บนเพดานสูงแขวนโคมไประย้าสวย ๆ แบบที่แสนดีเคยเห็นในนิยาย พื้นที่เหยียบก็เป็นหินอ่อนเย็นเท้า ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศทำให้รู้สึกหนาวจนต้องห่อตัวลงเล็กน้อย มันเย็นกว่าแอร์ที่อยู่ในรถเสียอีก บันไดที่ขึ้นสู่ชั้นสองโค้งชดช้อยสามารถเดินขึ้นได้ทั้งสองทาง เครื่องเรือนต่าง ๆ ดูผสมผสานมีกลิ่นอายความเป็นคนจีนอยู่ แสนดีเห็นคนรับใช้ผู้หญิงสองคนยกมือไหว้ทรงโปรดแสนดีจึงยกมือสวัสดีไปให้กับพวกหล่อน เด็กน้อยได้รอยยิ้มใจดีกลับมาเป็นการตอบแทน ทั้งคู่เดินขึ้นบันไดสู่ชั้นสอง ทรงโปรดพาเดินไปหยุดตรงห้องริมในสุดก่อนจะเปิดเข้าไป มันเป็นห้องขนาดกว้างพอสมควร ทรงโปรดเดินมาเปิดแอร์อย่างคุ้นเคยกับห้องเป็นอย่างดี ภายในห้องจัดด้วยเครื่องเรือนโทนสีขาวดูสบายตา

“แสนดีอยู่ห้องนี้นะ” เด็กชายถึงกับทำตาโตเมื่อมองห้องกว้างใหญ่ราวกุฏิพระต่อกันสักสามห้อง

“อ้าว แล้วคุณโปรดล่ะครับ?” เด็กน้อยเอ่ยถามเมื่อทรงโปรดไม่ได้วางกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเองลงบนเตียงเหมือนที่แสนดีทำ

“คุณโปรดอยู่ห้องข้าง ๆ นี่แหละ ห้องนี้เป็นห้องนอนเก่าของพี่เปรม พอเขาแต่งงานมีครอบครัวเขาก็ย้ายไปอยู่บ้านนู้นคุณแม่ก็เลยยกห้องนี้ให้กับแสนดี” ทรงโปรดโยกหัวของแสนดีเล่น รอยยิ้มอบอุ่นที่มอบให้ทำให้เด็กน้อยคลายความกังวลลงไปได้นิดหน่อย

“เอาล่ะ ไปอาบน้ำเถอะอาบเสร็จไปเคาะห้องของคุณโปรดนะจะได้ลงไปกินข้าวกัน”

“ครับ” แสนดีรับคำอย่างว่าง่าย ทรงโปรดจึงได้ปิดประตูแล้วแยกเข้าห้องของตัวเองไป เมื่อได้อยู่ตามลำพังแสนดีจึงได้รู้ว่าห้องนี้มันกว้างจนเกินไป กว้างเสียจนรู้สึกเหงา กว้างจนรู้สึกว่าตัวเองนั้นช่างเล็กจ้อยร่อยเสียเหลือเกิน เด็กชายกวาดตามองรอบ ๆ ห้อง ไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดากับสิ่งที่ได้รับเลยสักนิด เพราะสิ่งดี ๆ ที่มีในวันนี้แลกมาจากชีวิตของหลวงตาแช่ม แสนดีนั่งลงบนเตียงนอน มันทั้งกว้างและนุ่มผ้าห่มที่ลองจับดูก็รู้ว่าคงอุ่นสบายต่างจากผ้าห่มผ้าสาก ๆ เป็นขุย ๆ ที่ใช้ห่มตอนอยู่วัดแบบที่เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้สักนิด แสนดีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วจึงเปิดกระเป๋าหยิบเสื้อผ้าออกมาเดินเข้าห้องน้ำไป

เป็นอีกครั้งที่แสนดีรู้สึกว่าโลกของแสนดีกับโลกของคุณโปรดนั้นช่างต่างกันเหลือเกิน แค่ห้องน้ำก็บอกสภาพความเป็นอยู่แล้วว่าต่างกันแค่ไหน สุขภัณฑ์ในห้องน้ำนั้นดูหรูหราสะดวกสบายต่างจากโอ่งน้ำและส้วมซึมที่ใช้มาทั้งชีวิต แสนดีใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนักเพราะกลัวว่าทรงโปรดจะต้องรอนาน เด็กน้อยทาแป้งจนหน้าขาวผ่องแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วออกไปยืนหน้าห้องนอนของทรงโปรด เคาะเรียกเบา ๆ ไม่นานทรงโปรดก็เดินมาเปิดประตู เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดขาวและกางเกงผ้าฝ้ายตัวใหญ่ ๆ ดูแปลกตา

“เสร็จแล้วเหรอแสนดี?” ชายหนุ่มคิดว่าแสนดีจะใช้เวลาอาบน้ำนานกว่านี้เสียอีก

“เสร็จแล้วครับ”

“งั้นลงไปกินข้าวกัน คงหิวแย่แล้ว” ทรงโปรดปิดประตูห้องแล้วแตะบ่าของแสนดีดันเบา ๆ ให้คนเด็กกว่าเดินไปตามทางที่ตนชี้นำ ป้าฤดีจัดโต๊ะอาหารอยู่ที่ห้องอาหาร บนโต๊ะตัวยาวมีอาหาร 3-4 อย่างแบบง่าย ๆ วางอยู่ ทรงโปรดขยับเก้าอี้ให้แสนดีนั่ง แม่บ้านอีกคนเริ่มตักข้าวเสิร์ฟให้แล้วถอยออกไปอย่างรู้หน้าที่

“กินให้เยอะ ๆ นะคะ ป้าทำไข่พะโล้ตั้งแต่เช้าเห็นว่าแสนดีชอบ” แสนดียกมือไหว้ขอบคุณแล้วจึงเริ่มลงมือกินข้าวอย่างเกร็ง ๆ จะตักกับข้าวก็ไม่กล้ากลัวจะทำอะไรไม่ถูกไม่ควรแล้วจะโดนดุจนทรงโปรดที่สังเกตอยู่ตลอดหัวเราะในลำคอเบา ๆ

“อยากกินอะไรก็ตักเลยแสนดี ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องกลัว ที่นี่ก็คือบ้านของแสนดี แสนดีก็เป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งไม่มีใครว่าอะไรแสนดีหรอกนะ ไหนลองกินไข่พะโล้หน่อยซิ เนี่ยฝีมือป้าฤดีน่ะอร่อยที่สุดในประเทศแล้ว” ทรงโปรดตักไข่พะโล้ฟองโตใส่จานให้แสนดีรวมทั้งหมูสามชั้นที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยแทบจะละลายใส่จานให้กับแสนดี เมื่อได้ลิ้มรสแสนดีก็รู้เลยว่าคำพูดของทรงโปรดนั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด อาหารทุกจานนั้นล้วนรสเลิศจนในที่สุดแสนดีก็กินข้าวหมดไปสองจานเต็ม ๆ เมื่อเห็นคุณทั้งสองทานอาหารกันอิ่มแล้วป้าฤดีก็เรียกให้เด็กเอาเงาะลอยแก้วเข้ามาเสิร์ฟ

“ทานของหวานล้างปากก่อนนะคะ”

“แล้วนี่คุณแม่กับพี่ ๆ จะกลับมาตอนไหนครับป้า” ทรงโปรดเอ่ยถามถึงคนในครอบครัวที่มีธุระต้องไปทำที่ต่างจังหวัดกะทันหันจึงไม่มีใครอยู่รอรับเขาสักคน

“พรุ่งนี้เที่ยง ๆ คงถึงค่ะ” ป้าฤดีตอบ สายตายังคงมองเด็กชายที่ตักเงาะลอยแก้วเข้าปากเงียบ ๆ ทรงโปรดยิ้มให้กับป้าฤดี เขารู้ว่าป้าฤดีเองก็เอ็นดูแสนดีอยู่ไม่น้อย ติดแต่ว่าแสนดีนั้นยังแปลกคนแปลกที่ยังไม่ช่างพูดเหมือนตอนที่อยู่วัด ทรงโปรดกับแสนดีใช้เวลาบนโต๊ะอาหารอีกพักเมื่ออิ่มแล้วแสนดีทำท่าจะเก็บชามไปล้างแต่ทรงโปรดห้ามไว้

“ที่นี่มีแม่บ้านทำให้” เขาบอกเบา ๆ ในขณะที่มือหนาก็จับข้อมือเล็กนั้นไว้อย่างห้ามปราม

“แต่มันแค่ชามสองใบเอง หนูล้างได้”

“เอามาเลี้ยงเป็นลูกไม่ได้เอามาเลี้ยงเป็นเด็กรับใช้ ทุกคนในบ้านนี้มีหน้าที่ แสนดีจะไปแย่งงานเขาทำเหรอ ถ้างั้นคุณโปรดให้พี่เขาออกจากงานเลยดีมั้ยเพราะแสนดีจะทำงานแทนเขาแล้ว” แสนดีเงยหน้ามองทรงโปรดด้วยความตกใจ แสนดีไม่เข้าใจว่าทำไมแค่ช่วยแม่บ้านเก็บจานชามมันต้องถึงกับจะไล่ใครออกจากงาน เด็กชายวางชามแก้วลงที่เดิม ทรงโปรดรับรู้ได้ว่าแสนดีนั้นกำลังรู้สึกสับสนเพราะเด็กคนนี้อยู่กับสังคมที่ต้องช่วยกันทำงานมาตั้งแต่เด็กจนโต มือที่จับข้อมือเล็กอยู่คลายแรงลงเป็นจับหลวมดึงแสนดีให้มายืนข้างหน้าตน

“ค่อย ๆ เรียนรู้กันไปเนอะ แต่สิ่งที่แสนดีต้องรู้ก่อนเลยคืออยู่บ้านนี้แสนดีไม่ต้องทำงานเหมือนอยู่ที่วัด อยู่ที่นี่แสนดีมีหน้าที่เดียว” ทรงโปรดใช้มืออีกข้างวางลงบนศีรษะของแสนดีแล้วลูบเบา ๆ

“แค่ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็พอ เรื่องอื่นคุณโปรดจะทำให้เอง”



แสนดีนอนมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง เตียงนอนนุ่มผ้าห่มอุ่นนอนสบายก็จริง แต่มันกลับรู้สึกเหงาอย่างน่าประหลาด

อย่างน้อยตอนอยู่ที่วัดก็ยังมีจ่อยคอยนอนเป็นเพื่อน แต่ที่นี่แสนดีกลับต้องนอนคนเดียว ห้อง ๆ นี้ก็กว้างจนแสนดีรู้สึกว่าตัวเองหดเหลือเท่าไม้ขีดไฟ ร่างเล็กพลิกไปพลิกมา นาฬิกาบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ถ้าเป็นปกติแสนดีคงหลับฝันถึงหลวงตาแช่มไปนานแล้ว



ตีหนึ่งยี่สิบสี่นาที ทรงโปรดขยับตัวเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเบา ๆ เขาวางโทรศัพท์ที่ใช้อ่านข่าวรวมทั้งคุยกับเพื่อน ๆ ลงบนหัวเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูห้องอย่างคนที่คิดไว้แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์นี้

“คุณโปรด หนูนอนไม่หลับขอหนูนอนด้วยได้มั้ย?” เด็กชายกอดหมอนใบใหญ่ยืนรออยู่หน้าห้อง ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองเขาอย่างรอคำตอบ มือหนาวางลงผมศีรษะของเด็กแล้วดันเบา ๆ ให้เดินตามเข้ามา ทรงโปรดคลี่ผ้านวมให้แสนดี เด็กน้อยซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มหนาขดกายหลีกหนีความหนาว แม้ห้องของทรงโปรดจะหนาวเย็นเพราะชายหนุ่มเปิดแอร์แรงมากแต่เมื่อได้มานอนใกล้ ๆ เหมือนทุกครั้งที่นอนกับทรงโปรดสมัยยังเป็นพระมันกลับอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด

ตีหนึ่งสี่สิบสองน่าที ทรงโปรดขยับผ้านวมให้กระชับร่างของเด็กชายรวีกานต์ ดวงหน้าของเด็กลูกครึ่งนั้นหลับพริ้มอย่างมีความสุขและรู้สึกปลอดภัย

ทรงโปรดไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตนเองนั้นกลายเป็นความสบายใจและความปลอดภัยของแสนดีไปเสียแล้ว ชายหนุ่มดับไฟที่โคมหัวเตียง ภายในห้องมืดสนิทแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามแสนดีไปในเวลาไม่นาน





แสนดีตื่นตั้งแต่ตีห้าเหมือนปกติที่เคยทำ เด็กน้อยย่องลงจากเตียงที่ทรงโปรดยังคงหลับสนิทกลับห้องของตัวเอง จัดการล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อยืดตัวเก่าที่ใส่สบายแล้วลงไปด้านล่าง

ไฟในบ้านถูกเปิดจนสว่าง แสนดีเดินตามเสียงคุยแว่ว ๆ ไปทางหลังบ้านที่เป็นส่วนของครัว ป้าฤดีกับแม่บ้านกำลังช่วยกันทำอาหารเช้ากันอย่างขะมักเขม้น เสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับละครที่ดูกันเมื่อคืนดังมาแว่ว ๆ แสนดียืนละล้าละลังอยู่หน้าห้องครัวอย่างไม่รู้ว่าจะเข้าไปดีมั้ย

“อ้าวคุณแสนดี ตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าฤดีเอ่ยทักเด็กชายด้วยสรรพนามที่แสนดีไม่คุ้นหู ป้าฤดีแค่อยากให้ทุกคนรู้ว่าแสนดีมาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะเจ้านายคนหนึ่ง หากเธอยังเรียกแสนดีแบบเมื่อวานคนรับใช้คนอื่นก็จะไม่ให้ความเคารพแสนดีเท่าที่ควร ดังนั้นป้าฤดีจึงเริ่มปรับเปลี่ยนที่ตัวเองก่อนเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่น

“เข้ามาสิคะ หิวแล้วหรือไง รอเดี๋ยวนะคะรอป้ากับแม่บ้านทำเสร็จก่อนจะตักให้ทานนะคะ”

“คือแสนดีจะมาถามว่ามีอะไรให้แสนดีช่วยทำมั้ยครับ”

“ทำเป็นด้วยหรือคะ?” พี่กุลผู้ช่วยของป้าฤดีเอ่ยถาม

“เป็นจ้า...เอ่อ เป็นครับ แสนดีช่วยแม่ทำครัวบ่อย” แสนดีตอบรับอย่างกระตือรือร้น

“ถ้าอย่างนั้นคุณแสนดีช่วยหั่นผักได้ใช่มั้ยคะ เดี๋ยวป้าจะทำกับข้าวใส่บาตร เสร็จแล้วจะทำข้าวต้มกุ้งให้ทานกันนะคะ” ป้าฤดีเลื่อนตะกร้าผักให้แสนดี เด็กชายนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างพี่กุลแล้วเริ่มทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งใจ บรรดาแม่บ้านเริ่มซักประวัติอย่างแนบเนียนไม่ให้คนเด็กกว่ารู้สึกอึดอัด บรรยากาศดีกว่าที่แสนดีนึกกลัวไว้เมื่อแรก

หกโมงครึ่งแสนดีก็ได้รับมอบหมายให้เป็นคนตักบาตรพระโดยที่มีกุลเป็นผู้ช่วย ตอนแรกแสนดีสงสัยว่าทำไมป้าฤดีถึงต้องเตรียมอาหารใส่ถุงไว้นับสิบถุง ก็เพราะมีพระมาบิณฑบาตมากมายหลายรูป แสนดีรู้สึกผิดที่ผิดทางนิดหนึ่งเพราะโดยปกติแล้วตนเองต้องคอยหิ้วปิ่นโตคอยถ่ายกับข้าวไม่ใช่คนที่จะได้มายืนใส่บาตรอยู่ตรงนี้ เมื่อตักบาตรและกรวดน้ำเสร็จเวลาก็ยังเช้าอยู่มาก แสนดีไม่รู้จะทำอะไรจึงเดินไปถามหาด่างกับลุงคนสวนที่กำลังกวาดใบไม้แห้งอยู่ในสวน

“อ้อ ไอ้ด่างเหรอครับ อยู่ที่กรงหลังบ้าน เมื่อคืนมันร้องทั้งคืนน่าจะยังไม่ชินกับกรงน่ะครับคุณหนู” ลุงผลวางไม้กวาดแล้วพาแสนดีเดินลัดไปทางหลังบ้าน ไอ้ด่างครางหงิงเมื่อเห็นแสนดีเดินมา มันกระดิกหางจนแทบจะหลุดเมื่อประตูกรงขนาดใหญ่ถูกเปิดออกมันก็นอนหงายท้องอ้อนแสนดีทันที

“ไงไอ้ด่าง เหงาล่ะสิมึง” แสนดีลูบหัวไอ้ด่างอย่างเอ็นดู

“พาออกมาเดินเล่นก่อนก็ได้ครับ สายๆ ค่อยเก็บกลับใส่กรง เดี๋ยวเย็น ๆ คุณโปรดบอกว่าจะพาไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลสัตว์ครับ” ลุงผลบอกกับแสนดี ดังนั้นไอ้ด่างจึงได้ออกมาวิ่งเล่นนอกกรง แสนดีปล่อยให้มันวิ่งไปคาบใบไม้เล่น ส่วนตัวเองก็ไปหยิบเอาสายยางมาช่วยลุงผลรดน้ำต้นไม้ในสวน ทรงโปรดที่ตื่นได้สักพักกำลังเอนตัวพิงกรอบประตูห้องมองแสนดีกับไอ้ด่างอยู่เงียบ ๆ

แสนดียังต้องปรับตัวอีกมาก และเขาเองก็ไม่อยากจะเร่งรัด ถ้าอยากได้ไม้ยืนต้นที่มั่นคงแข็งแรงเขาจะต้องค่อย ๆ ประคบประหงมดูแล เพราะถ้าเร่งให้โตเร็วไปต้นไม้ต้นนี้ก็จะอ่อนแอเป็นโรคและไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ก็ได้แต่หวังว่าแสนดีนั้นจะแข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างดีพอให้สมกับที่เขาตั้งใจ



ตัวนี้ก็เหมาะกับน้องนะคะ ผิวของน้องขาวใส่สีอะไรก็ขึ้น” พนักงานทาบเสื้อสีชมพูลงบนตัวของแสนดีที่ได้แต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นลองเสื้อ ทรงโปรดเอียงคอมองอย่างใช้ความคิด เขาลูบคางไปมาเบาๆ

“เอาครับ สีเทา ฟ้า ชมพูอย่างละตัว”

“คุณโปรดหนูว่ามันเยอะแล้ว” แสนดีทำตาเหลือกใส่ทรงโปรดที่สั่งเสื้อให้เขาอีกสามตัวไม่รวมกับอีกกว่าสิบชุดที่ขนเอาไปไว้ที่รถแล้ว

“แสนดีต้องใส่เสื้อผ้าทุกวัน”

“หนูใส่ซ้ำก็ได้” แสนดีเถียงเบา ๆ ให้พอได้ยินกันแค่สองคน

“เสื้อผ้ามันต้องใส่ทุกวัน เราต้องไปอีกหลายที่ มีเสื้อผ้าหลายชุดจะได้ไม่น่าเกลียด” ทรงโปรดบอกนิ่ง ๆ แต่แสนดีก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าการใส่เสื้อผ้าซ้ำชุดมันน่าเกลียดตรงไหน ตอนอยู่วัดแสนดีก็ใส่เสื้อยืดลายการ์ตูนยอดฮิตตัวเก่ง 3-4 วันต่อสัปดาห์ก็ไม่เห็นจะมีใครมาบอกว่ามันน่าเกลียดสักนิด

“ไปซื้อรองเท้าต่อดีกว่า” และเหมือนทรงโปรดจะไม่ได้ยินคำว่าพอแล้วของแสนดี ชายหนุ่มจูงมือคนเด็กกว่าหลังจากรับถุงกระดาษใบใหญ่ที่ใส่เสื้อผ้าของแสนดีมาสะพายข้ามไหล่ด้วยท่าทางสบาย ๆ

เอา...จะทำอะไรก็เอาเลย แสนดีจะไม่ขัดคุณโปรดแล้ว เปลืองน้ำลายเปล่า ๆ

โลกของคนรวยมีแค่นิ้วกับการ์ดก็เหมือนเสกของได้แบบนี้นี่เอง





....................



จ๊ะเอ๋  คิดถึงเรามั้ย



จะพยายามพิมพ์ทุกวันนะคะช่วงนี้ปิดเทอม

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2590
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1054
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1

ออฟไลน์ blove

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1423
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-0
น่ารักพามาซื้อของใช้ส่วนตัว คนพี่ก็สายเปย์ คนน้องก็สายเกรงใจ ตามใจพี่เขาเถอะนะน้องแสนดี 5555 ได้รับการต้อนรับจากทุกคนในบ้านดีมากก็นะแสนดีน่ารักนิสัยดีแบบนี้ใครๆก็รักแหละ รรรรตอนต่อไปจ้า หลุดขำประโยค "แสนดีเดินตามทรงเปิด" 5555  :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ bun

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-5

ออฟไลน์ Ritawongishere

  • LsdyKapleMS
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 32
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
    • Your perfect night is waiting
คิดถึงงง ติดตามตลอดค่ะ ชอบมาก อยากให้มาลงบ่อย

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด