✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนที่ 31) 17/06/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนที่ 31) 17/06/2019  (อ่าน 19717 ครั้ง)

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรุปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ, หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสกระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพส หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะ ครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรัก ชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเวปแห่งนี้นะครับ

4.ห้าม แจกเบอร์ แลกเมล บอกเมล แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะ ปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของ แต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้าม จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิด เดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การ พูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสนิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insearch qoute  ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอม ให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้าม ลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เวป http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อ ขายซะ หรือถ้าม๊อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเวป แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ด นิยายที่โพสจนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรือ่งบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยาย ที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสนิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเวปบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เวปไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยาย เรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วน หรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้าม แจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฏการซื้อขายของเล้่าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใคร จะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสแรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฏทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17

เวปไซต์ แห่งนี้เป็นเวปไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมายภายในและระหว่าง ประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเวปไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเวปไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเวปไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม



******************************************
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2019 02:18:23 โดย ninewara »

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
Re: ✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿
«ตอบ #1 เมื่อ06-04-2019 19:52:09 »

** นิยายเรื่องนี้เป็นแนวชายรักชาย บุคคล,สถานที่และเหตุการณ์ทั้งหมดไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น **



✿✿✿ He's my love♥เติมเต็มรัก ✿✿✿

ข้อมูลเบื้องต้น

พระเอก"เติมเต็ม"

นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 3
ส่วนสูง 188 ซม. น้ำหนัก 78 กก.
"พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย"


(♥‿♥) (♥‿♥) (♥‿♥)


นายเอก"คนเก่ง"

นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ชั้นปีที่ 1
ส่วนสูง 176 ซม. น้ำหนัก 64 กก.
"ไว้นึกถึงผมในวันที่พี่ไม่มีเพื่อนคุยก็ได้"


(✿‿✿ ‿✿ ‿✿ ‿✿ ‿✿ ‿✿ ‿✿ ‿✿ )

ฝากติดตามด้วยนะคะ



สารบัญ

✿เติมเต็มรัก✿  บทนำ
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 1
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 2
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 3
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 4
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 5
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 6
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 7
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 8
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 9
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 10
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 11
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 12
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 13
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 14
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 15
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 16
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 17
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 18
ธาวิน♥ฟูจิ [1]
ธาวิน♥ฟูจิ [2]
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 19
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 20
ธาวิน❤️ฟูจิ [3]
ธาวิน❤️ฟูจิ [4]
ธาวิน❤️ฟูจิ [5] ตอนจบ
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 21
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 22
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 23
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 24
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 25
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 26
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 27
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 28
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 29
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 30
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 31





#เติมเต็มรัก
ninewara✿
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 17-06-2019 02:22:54 โดย ninewara »

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
Re: ✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿
«ตอบ #2 เมื่อ06-04-2019 22:56:05 »

 :pig2:
ชอบชื่อเรื่องค่ะ
รออ่านน๊าา
 :3123:

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿ บทนำ ✿


"เดี๋ยวไปกันก่อนเลยนะ เจอกันที่โรงอาหาร"
ผมบอกกับฟูจิและส้มส้ม เพื่อนสนิททั้งสองคนก่อนที่จะเดินไปทำภารกิจสำคัญที่ผมทำเป็นประจำ

"ถามจริงนะ มึงไม่เบื่อเหรอวะทำแบบนี้มากี่ปีแล้วเนี่ย" ก่อนที่จะไปผมก็เจอกับคำถามเดิมๆจากฟูจิ

"เบื่อเรื่องอะไรอ่ะ" ผมถามกลับไปทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่าฟูจิหมายถึงอะไร

"เบื่อที่ต้องคอยเอาของโน่นนี่นั่นไปให้โดยที่พี่เขาสนใจมึงเลยไง" คำถามแทงใจไปอีก

"กูชินแล้วล่ะ แล้วกูก็ไม่เคยถามตัวเองด้วยว่ากูเบื่อหรือเปล่า" ผมตอบกลับไปอย่างที่คิด

"โอเค..มึงไม่เบื่อแต่มึงเคยคิดในมุมของพี่เขาบ้างรึเปล่าวะ ว่าเขาจะเบื่อมึงมั้ย" ฟูจิมันยังคงตอกย้ำผมต่อไปครับ

เอาความจริงเลยนะ คำถามนี้ของฟูจิ มันเป็นคำถามที่ผมถามตัวเองอยู่บ่อยๆเหมือนกัน ว่าพี่เขาจะเบื่อผมมั้ย

พอเห็นผมเงียบไป ฟูจิมันก็ส่งสายตาขอโทษมาให้ผม ผมแค่ยิ้มกลับไปให้มันประมาณว่าไม่เป็นไร

"คนเก่งไม่ต้องไปสนใจฟูจิหรอก รีบไปเถอะ จะได้ไปกินข้าวกัน" ส้มส้มเพื่อนผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม พูดขัดขึ้นมา คงกลัวผมจะคิดมาก

ฟูจิมันกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาอีก แต่ผมรีบยกมือห้ามมันไว้ก่อน

"พอก่อนมึง กูต้องไปแล้ว เดี๋ยวไม่ทันพี่เขา" พอพูดเสร็จผมก็รีบวิ่งออกมา โดยมีเสียงของส้มส้มที่ตะโกนตามหลังมาว่าจะไปรอที่โรงอาหารและจะสั่งข้าวรอ

.......

เอาล่ะ!!มาทำความรู้จักกับผมกันสักนิดนะครับ

ผมชื่อ "คนเก่ง"  ปัจจุบันผมเรียนอยู่ปี 1 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อแห่งหนึ่ง จะเรียกว่าผมเป็นคนในพื้นที่ก็ได้เพราะบ้านผมอยู่ในจังหวัดที่ติดกัน

ผมพักอยู่ที่หอพักของมหาวิทยาลัยตั้งแต่เข้ามาเรียนปี 1 ใหม่ๆ (ตอนนี้เข้าเทอมสองแล้วครับ) ที่บ้านผมเราอยู่กันสามคนครับ คือแม่,ป้าและตัวผมเอง ส่วนพ่อผม ท่านป่วยเสียชีวิตไปตั้งแต่ผมเรียนอยู่ม.ต้น แม่ผมทำกับข้าวถุงขายครับ ส่วนป้าผมทำขนมหวานพวกขนมไทยต่างๆขาย แม่กับป้ามีแผงขายด้วยกันอยู่ที่ตลาดใกล้ๆบ้าน

ครอบครัวของผมอาจจะไม่ได้ร่ำรวย แต่พวกเราก็ไม่ได้ลำบากอะไร เพราะหลังจากที่พ่อผมเสีย แม่ก็ได้รับเงินสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันชีวิตมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็เหมือนกับเป็นเงินทุนการศึกษาของผม ที่ถ้าไม่ใช้ฟุ่มเฟือย ผมก็สามารถเรียนจบปริญญาโทได้สบายๆ รวมทั้งโดยส่วนตัวของแม่ผมเองก็มีเงินเก็บมาตั้งแต่สมัยที่ทำงานประจำ ก่อนที่จะออกมาค้าขาย

และด้วยความที่ผมเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ หลานชายคนเดียวของป้า ทำให้ท่านทั้งสองเป็นห่วงผมมาก แต่ท่านทั้งสองก็ไม่เคยเป็นห่วงจนทำให้ผมรู้สึกอึดอัดเลย คือผมชอบในความใส่ใจของพวกท่านด้วยซ้ำ

ผมสามารถคุยและเล่าทุกอย่างให้แม่และป้าฟังได้ทุกเรื่อง  แม้แต่เรื่องที่ผมชอบ..พี่เติมเต็ม

ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมเป็นเกย์ไหม เพราะผมไม่เคยมีแฟนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แต่กับพี่เติมเต็มเขาพิเศษสำหรับผม เป็นคนแรกที่ทำให้ผมรู้จักกับความรู้สึกแบบนี้

ถ้าการที่ผมใจเต้นแรงเพราะพี่เขาที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน มันทำให้คำจำกัดความทางเพศของผมคือเกย์ ผมก็คงจะเป็นเกย์นั่นแหละครับ

มาพูดถึงพี่เขากันสักหน่อยดีกว่า

พี่เขาชื่อว่า "เติมเต็ม" ผมรู้จักพี่เติมเต็มครั้งแรก ตอนนั้นผมเข้ามาเรียนม.3 หลังจากที่พ่อผมเสีย ผมก็ย้ายมาเรียนที่นี่ (ก่อนหน้านี้ผมอยู่กับพ่อที่จังหวัดใกล้ๆกัน)

การเจอกันครั้งแรกของผมกับพี่เติมเต็มคือการที่ผมจะต้องไปห้องวิชาการแล้วผมไปไม่ถูก และบังเอิญพี่เติมเต็มอยู่แถวนั้น คุณครูที่ห้องธุรการเลยไหว้วานให้พี่เติมเต็มพาผมไป

การเจอกันครั้งแรกจบลงแค่พี่เขาพาไปที่ห้องวิชาการและพูดกับผมแค่ไม่กี่คำว่า
"ถึงแล้ว ห้องนี้แหละ"
แล้วพี่เขาก็เดินแยกไปอีกทาง โดยที่ผมยังไม่ได้เอ่ยปากขอบคุณพี่เขาเลยสักคำ

หลังจากวันนั้น ผมก็มีโอกาสได้เจอพี่เติมเต็มบ่อยๆ (คือผมเจอพี่เขาฝ่ายเดียวมากกว่า) พี่เติมเต็มเป็นคนที่เรียกว่าทำกิจกรรม ทำประโยชน์ ให้โรงเรียนหลายอย่างเลยครับ

อย่างแรกที่ผมทราบเกี่ยวกับพี่เติมเต็มคือพี่เขาเรียนสายวิทย์-คณิต และเรียนเก่งมากๆ พี่เติมเต็มอยู่ห้อง 5/2 ซึ่งเป็นห้องที่รวมนักเรียนระดับหัวกะทิของสายวิทย์-คณิต เห็นพี่เขาเป็นตัวแทนไปแข่งขันวิชาการบ่อยเหมือนกัน

นอกจากเรื่องเรียนแล้ว พี่เติมเต็มยังเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน ว่ายน้ำก็ได้ด้วย เป็นประธานนักเรียน เป็นประธานชมรม เป็นมือกลองของวงดนตรีประจำโรงเรียน และอีกหลายอย่าง จนผมนึกสงสัยว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงได้ทำอะไรได้เยอะมากขนาดนี้

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจพี่เติมเต็ม อย่างแรกเลยก็คงเป็นเพราะผมเห็นหน้าพี่เขาบ่อยมากๆ อย่างตอนเช้าก็ต้องเห็นพี่เขาที่หน้าเสาธงตอนเข้าแถว พี่เขามักจะได้รับมอบหมายหน้าที่มาแจ้งข่าวสารต่างๆให้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ทราบเป็นประจำ

ตอนเย็นเลิกเรียนผมต้องมานั่งรอให้แม่หรือป้ามารับตรงแถวๆสนามบาสเกตบอลบริเวณหน้าโรงเรียน ซึ่งผมก็จะเห็นพี่เติมเต็มมาเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนอยู่เกือบทุกเย็น มันเหมือนกับว่าผมเจอพี่เติมเต็มบ่อย จนรู้สึกคุ้นเคยกับพี่เติมเต็มไปเลยครับ (ผมคุ้นเคยแค่ฝ่ายเดียวนะ)

การที่พี่เติมต็มเพอร์เฟคขนาดนี้ ทำให้ผมที่ตอนแรกๆก็แค่มองพี่เขาแบบปลื้มพี่เขา พี่เขาเป็นเหมือนไอดอลของเรา อยากเป็นให้ได้สักเสี้ยวของพี่เขาก็ยังดี

เพราะอะไรผมถึงอยากเป็นแบบพี่เติมเต็มน่ะเหรอ เหตุผลก็เพราะพี่เติมเต็มเป็นคนที่ตรงข้ามกับผมแทบทุกอย่าง ผมขออธิบายเป็นข้อๆก็แล้วกันนะครับ

ข้อแรกพี่เติมเต็มหล่อมาก ส่วนผมอาจจะหน้าไม่ได้แย่แต่ก็ห่างไกลจากคำว่าหล่อ

ข้อสองพี่เติมเต็มตัวสูง 180 เห็นจะได้ (ขนาดม.5 นะเนี่ย)  ส่วนผม 170 ยังไม่ถึงเลยที่สำคัญอ้วนมากด้วย 

ข้อสามพี่เติมเต็มหน้าใส ผมหน้าสิว

ข้อสี่พี่เติมเต็มเรียนเก่งมาก แต่ผมแค่พอเอาตัวรอดได้

ข้อห้าเรื่องฐานะไม่ต้องพูดถึง

ข้อหกกีฬาผมไม่เล่นครับ คนอ้วนเหนื่อยง่าย (เป็นไงล่ะข้ออ้างของผม) 

อ้อ..แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะพอสู้พี่เติมเต็มไหวนั่นคือความขาว ผมเป็นคนที่ผิวค่อนข้างขาวครับ

จนในที่สุดก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่เคยมองพี่เขาเป็นไอดอลมันเปลี่ยนไปตอนไหน

มารู้สึกตัวอีกทีก็คอยมองหาพี่เขา คอยแอบตามบ้างและสุดท้าย..หลังจากที่เลิกสับสน ใช้หัวใจมากกว่าสมอง ผมก็ต้องยอมรับกับใจตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า .. หลงรักพี่เติมเต็ม .. ไปแบบเต็มๆเลยครับ





TBC.

#เติมเต็มรัก
ninewara✿
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07-04-2019 17:18:41 โดย ninewara »

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 1



[เติมเต็ม part]



"อะ ของมึง"

ไอ้ธรณ์วางถุงหิ้วพลาสติกสีขาวใบเล็กที่มีลายดาวสีเทาบนโต๊ะ แค่ผมเห็นถุง ผมก็รู้แล้วว่าได้มาจากใคร เพราะผ่านมานานแค่ไหนคนที่ให้ก็ยังคงใช้ถุงลายนี้มาตลอด

"แล้วน้องมันไปไหนวะ" ไอ้ชินท์เพื่อนอีกคนในกลุ่มถามขึ้น

"เจอน้องมันตรงแถวๆห้องน้ำคณะ กูก็บอกน้องมันแล้วว่าให้เอามาให้เองเลย แต่น้องมันบอกไม่เป็นไร ฝากกูก็ถึงเหมือนกัน" ไอ้ธรณ์ตอบไอ้ชินท์ แล้วหันมายักคิ้วใส่ผม

"ไหนดูวันนี้น้องมันให้อะไรมึง" ไอ้ชินท์เอื้อมมือจะมาหยิบถุงที่วางอยู่ตรงหน้าผมไปดู แต่ผมไวกว่ามัน

"ไม่เผือก"

"เออ! กูยอมรับว่าอยากเผือก เร็วมึงกูอยากรู้ ไอ้ธรณ์ก็อยากรู้" ไอ้ชินท์มันพูดแล้วหันไป เออออกับไอ้ธรณ์

ผมมองมันสองคนด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย มีวันไหนไหมที่พวกมันสองคนจะไม่อยากรู้  จริงๆต้องบอกว่าพวกมันสามคน ขาดไอ้ทัตพลอีกคนมันยังไม่มา

ผมก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะอยากรู้อะไรกันมากมายเพราะทุกครั้งที่น้องมันเอาของมาให้ มันก็จะแสดงความอยากรู้อยากเห็นกันออกนอกหน้าทั้งสามตัว ทั้งๆที่ของมันก็ไม่มีอะไรมากนอกจากพวกขนมหรือของกิน

"ที่กูอยากรู้คือกูอยากรู้ว่าวันนี้น้องมันเขียนการ์ดมาว่าไง" ไอ้ชินท์มันบอก

"เร็วมึง" ไอ้ธรณ์เร่ง ผมส่ายหน้าให้พวกมัน ก่อนที่จะเปิดถุงดู .. สิ่งที่อยู่ในถุงมีแค่ยาอมแก้เจ็บคอและการ์ดใบไม่ใหญ่มาก



"To..พี่เติมเต็ม
        เมื่อวานได้ยินพี่เต็มบ่นๆว่าเจ็บคอ หวังว่าจะพอช่วยได้บ้างนะครับ
                                  เทคแคร์ครับ
                                        คนเก่ง
                                  22/xx/20xx"



"คนเก่ง แม่งน่ารักว่ะ กูอยากมีคนมาทำอะไรแบบนี้ให้กูบ้าง" ไอ้ชินท์มันพูดขึ้นเมื่อเห็นข้อความในการ์ด

"กูยกให้" ผมพูด

และในทันทีมือไอ้ธรณ์ก็ตบลงบนหัวผมอย่างแรง

"ปากแข็งสัด" ไอ้ชินท์มันว่า

"เชี่ยมากมึง" ไอ้ธรณ์มันด่าผมเสร็จก็หันไปคุยกับไอ้ชินท์เรื่องงานที่จะทำส่งอาจารย์และพวกมันก็เลิกสนใจเรื่องผม..แค่ชั่วคราวละนะ

"แต่วันนี้กูว่าคนเก่งมันดูแปลกๆ" ไอ้ธรณ์มันพูดขึ้นมาหลังจากคุยกับไอ้ชินท์เสร็จ

"ยังไงว่ะ" เสียงไอ้ชินท์

"ควรเป็นไอ้เต็มถามป่าววะ" ไอ้ธรณ์ถามไอ้ชินท์

"มันไม่ถามหรอก ถึงจะอยากรู้ก็เถอะ กูเลยถามแทน" ไอ้ชินท์ปากดีเหลือเกิน

"ไงมึง อยากรู้มั้ย" ไอ้ธรณ์ถามผม

"......" ผม

พอผมเงียบ มันสองตัวก็เงียบ แต่สายตาคาดคั้นเอาคำตอบ ผมถอนหายใจ

"อยากเล่าก็เล่ามา"

"แสดงว่าอยากรู้" ไอ้ธรณ์พูดยิ้มๆ

"กวนตีน"

"ฮ่าๆ คืองี้มึง เมื่อกี้ที่เจอคนเก่ง กูเห็นน้องมันยืนเอ๋อๆอยู่ กูเลยเดินเข้าไปทักแล้วชวนมาหามึง แต่น้องมันปฏิเสธเว้ย กูก็เลยแซวมันไปไงว่าไม่อยากเจอมึงเหรอ น้องมันบอกอยากเจอสิพี่แต่ผมไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรมาอ้างที่จะมาเจอ เนี่ยน้องมันว่าแบบนี้" ไอ้ธรณ์มันเล่า

"อืมๆกูก็ว่าดูแปลก" ไอ้ชินท์มันเห็นด้วย

"ใช่มั้ยมึง"

"มึงว่ามันแปลกมั้ยล่ะ" ไอ้ชินท์ถามผม

"ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรแปลก"

เพื่อนผมสองคนมันส่ายหน้าแบบระอาใจใส่ผม ก่อนจะหันไปคุยกันสองคน


ผมตอบออกไปแบบนั้นก็จริงแต่ในใจผมกลับคิดตรงกันข้าม ถ้าเป็นอย่างที่ไอ้ธรณ์พูด คนเก่งมันก็ดูแปลกจริงๆเพราะปกติมันไม่เห็นจะคิดมากเรื่องหาข้ออ้างมาเจอผมเลย บ่อยครั้งที่มันทำหน้ามึนๆแล้วบอกว่า


'วันนี้ไม่มีอะไรมาให้ แค่อยากมาเจอหน้าพี่เต็มครับ'



เพราะงั้น .. วันนี้คนเก่งมันดูแปลกจริงๆ



ผมก้มลงอ่านการ์ดใบล่าสุดที่ได้มาจากคนเก่ง เด็กรุ่นน้องคนหนึ่งที่เจ้าตัวเคยสารภาพกับผมเมื่อหลายปีก่อนว่า..ชอบผม

ผมจำไม่ได้แล้วล่ะว่าการ์ดใบนี้มันเป็นใบที่เท่าไหร่ที่ผมได้รับจากเด็กคนนี้ เพราะทุกครั้งที่คนเก่งมีขนมหรือของมาให้ มันจะมีการ์ดเขียนอะไรเล็กๆน้อยๆแนบมาด้วยทุกครั้ง

.
.



ประมาณ 5 ปีที่แล้ว

ตอนนั้นผมอยู่ม.5 ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมกับเพื่อนๆกำลังเดินจากอาคารเรียนหนึ่งไปอีกอาคารเรียนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนคาบเรียน ระหว่างที่ผมกำลังเดินใกล้ถึงห้องเรียน ก็มีเด็กนักเรียนรุ่นน้อง ดูจากสัญลักษณ์บนปกเสื้อก็เลยรู้ว่าเป็นเด็กม.3 เข้ามาหาและยื่นจดหมายมาให้ผม

"พี่เติมเต็มครับ เพื่อนผมฝากจดหมายมาให้"

หลังจากมันยัดจดหมายใส่มือผมเสร็จมันก็วิ่งไปเลย ที่ต้องบอกว่ายัดเพราะตอนนั้นผมยังไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ แต่มันยัดเยียดจดหมายซองสีแดงใส่มือผม

ผมมองจดหมายอย่างงงๆ จนไอ้ธรณ์ (มันเป็นเพื่อนกับผมมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ) มันแซวว่าไม่ใช่วันวาเลนไทน์แต่ผมได้จดหมายรักในซองสีแดง

ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดว่าสิ่งที่อยู่ในซองจดหมายจะเป็นจดหมายรักหรือว่าอะไรทำนองนั้น เพราะสมัยนี้มันไม่น่าจะมีใครที่เขียนจดหมายรักให้กันแบบนี้แล้ว

ผมเองก็พอจะมีคนมาบอกว่าชอบอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีใครเขียนจดหมายมาให้ ทุกคนคือถ้าไม่มาบอกด้วยตัวเอง ก็จะเป็นการทักแชทมาประมาณว่า 'หล่อจัง' 'ชอบนะ' 'จีบได้มั้ย' .. อะไรประมาณนี้

เพราะงั้นจดหมายนี้ไม่น่าจะเป็นจดหมายรักอย่างที่ไอ้ธรณ์มันคิด


ผมไม่ได้สนใจที่จะอ่านจดหมายฉบับนั้นเลย มันอยู่ในกระเป๋าเป้ผมมาสองวันแล้ว หรือถ้าจะว่ากันตามจริงแล้วคือผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามีมันอยู่ในกระเป๋า ถ้าไอ้ธรณ์ไม่ถามถึงขึ้นมา

"เออมึง กูว่าจะถามมึงเลยว่าสรุปจดหมายสีแดงคืออะไรยังไง" ไอ้ธรณ์ถามผม ระหว่างที่ผมกับมันกำลังเตรียมตัวกลับบ้าน หลังจากที่เล่นบาสเกตบอลเสร็จ

"ก็ไม่ยังไง กูยังไม่ได้เปิดอ่าน" ผมตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก

"เฮ้ย!ได้มาหลายวันแล้วไม่ใช่เหรอวะ อ่านเลยมึง รอไรวะ"

"กูรอให้มึงถามมั้ง"

"เออ!ดี กูถามมึงแล้ว เพราะงั้น เอามาอ่านให้ไว"

"กูประชด"

"กูไม่ถือ เอามาๆ ถ้ามึงไม่อยากอ่าน เดี๋ยวกูอ่านให้"

ผมส่ายหน้าให้กับความเผือกของไอ้ธรณ์ แต่ก็พยักหน้าชวนมันไปนั่งตรงที่นั่งด้านข้างสนามบาส ผมหยิบซองจดหมายสีแดงออกมาจากในกระเป๋าเป้ ไอ้ธรณ์ทำท่าจะดึงจดหมายไปจากมือผม แต่ผมชักมือกลับ

"กูอ่านเอง"

ไอ้ธรณ์มันพยักหน้าให้ผมเหมือนเร่งให้ผมรีบๆเปิดอ่านซะที

สิ่งที่อยู่ในซองจดหมายสีแดง คือเป็นกระดาษที่เรียกกันว่ากระดาษลดโลกร้อน ลายมือค่อนข้างเป็นระเบียบ ข้อความในจดหมายไม่ได้ยาวมากและไม่ได้เข้าใจยากอะไร





"สวัสดีครับ..พี่เติมเต็ม
    พี่จะต้องงงแน่เลยที่ได้รับจดหมายแบบนี้ ผมหมายถึงการที่ได้รับจดหมายจากคนแปลกหน้าหรือคนที่ไม่รู้จักกันน่ะครับ แต่ว่าผมรู้จักพี่นะ..แบบนี้จะเรียกว่าไม่ใช่คนแปลกหน้าได้มั้ย ^^ 555 ล้อเล่นนะครับ ใครๆก็รู้จักพี่ทั้งนั้นแหละ..เนอะ แนะนำตัวครับ ผมชื่อคนเก่ง เรียนอยู่ม.3/8 ครับ เอาแบบสั้นๆ สรุปง่ายๆ เลยล่ะกัน คือ..ผมชอบพี่เติมเต็มนะครับ .. ถ้าพี่สงสัยว่าคำว่าชอบของผมคือชอบแบบไหน ก็ "ชอบ" แบบที่พี่เข้าใจนั่นแหละครับ
    ต่อไปผมอาจจะต้องรบกวนพี่บ่อยๆ ยังไงก็ต้องขออนุญาตไว้ล่วงหน้านะครับ
                                    เทคแคร์ครับ
                                         คนเก่ง
                                    25/xx/20xx "




ไอ้ธรณ์ดึงจดหมายจากมือผมไปอ่านเองอีกรอบ ก่อนที่มันจะกรี๊ด(?)ออกมา

"กูคิดในใจแล้วไม่มีผิด ว่าจดหมายสารภาพร้ากกกกกก" มันลากเสียงคำว่ารักยาวได้อีก

"ตลกมาก มึงให้ใครเขียนมาแกล้งกู พูดมา" มันคือสิ่งที่ผมคิดจริงๆ คือต้องเป็นไอ้ธรณ์หรือเพื่อนสักคนที่มันแกล้งผม

"มึงนะสิตลก กูจะแกล้งมึงเพื่อ" ไอ้ธรณ์มันปฏิเสธ ผมมองหน้ามันสักพักก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วอ่านข้อความในจดหมายอีกครั้ง

"ชื่อคนเก่ง เด็กม.3 เหรอวะ ... มึงรู้จักป่ะ" ไอ้ธรณ์ถามผม

"ไม่คุ้นว่ะ" ผมตอบตามตรง

"กูก็ไม่คุ้น คงไม่ใช่พวกเด็กกิจกรรมหรือตัวท็อป"

ไอ้ธรณ์มันออกความคิดเห็น ซึ่งผมก็เห็นด้วย ถ้าเป็นเด็กที่ทำกิจกรรมบ่อยๆผมก็น่าจะคุ้นชื่อบ้าง เพราะผมก็เป็นเด็กกิจกรรม และคงไม่ใช่พวกตัวท็อป (พวกหน้าตาเด่น,เรียนเด่น,กีฬาเด่น ประมาณนี้) เพราะชื่อไม่คุ้นหูเลยจริงๆ

"พรุ่งนี้ไปบุกม.3กันมึง" ไอ้ธรณ์ชวนผม แต่ผมกลับมองว่ามันไม่จำเป็นเปล่าวะ

"ไม่ล่ะ" ผมบอกปัด

"แล้วมึงไม่อยากรู้เหรอว่าใครมาชอบมึง"

"ไม่"

"จริงเหรอมึง ผู้ชายมาชอบเลยนะเว้ย ฮ่าๆๆ" มันหัวเราะเหมือนกำลังสนุก ผมใช้เท้าเตะขามันไปทีหนึ่ง

"ฮ่าๆๆ ลองไปเจอดูมึง เผื่อเป็นผู้ชายตัวเล็กๆน่ารักๆ แต่กูว่าแนวโน้มน่าจะเป็นผู้ชายตัวโตๆว่ะ เพราะเขาเขียนจดหมายมาหามึงก่อน แสดงว่า..."

"ว่า..."

"เขาจะเอามึงทำเมียนะสิ ฮ่าๆๆ"

"เมียพ่อง"

"ฮ่าๆ อย่าเกรี้ยวกราดครับเพื่อน"
หลังจากนั้นไอ้ธรณ์มันก็บอกว่ายังไงพรุ่งนี้มันจะต้องไปดูหน้าให้ได้ว่าใครคือเจ้าของจดหมาย






วันต่อมา

ไอ้ธรณ์พาผมมาอาคารเรียนฝั่งม.ต้นครับ ตอนนี้ผมกับไอ้ธรณ์ ยืนอยู่ใกล้ๆกับห้องม.3/8 ห้องที่เด็กที่ชื่อคนเก่งบอกในจดหมายว่าอยู่ห้องนี้

จากใจของผมเลยนะคือผมไม่ได้อยากรู้และไม่อยากจะสนใจเท่าไหร่ เพราะในความคิดผม ยิ่งเราสนใจ มันก็เหมือนเรายิ่งให้ความสำคัญ เพราะงั้นอยู่เฉยๆน่าจะดีกว่า แต่ไอ้เพื่อนจอมเผือกของผมอย่างไอ้ธรณ์มันไม่ยอมไง ผมก็เลยได้แต่บอกมันว่า 'งั้นก็แล้วแต่มึง'



"น้องๆ..คนเก่งอยู่มั้ย" ไอ้ธรณ์มันเรียกเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะเดินเข้าห้องม.3/8

"แป๊ปครับพี่"เด็กคนนั้นชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันมาตอบไอ้ธรณ์

"อยู่ครับพี่ ให้เรียกมั้ย" เด็กคนนั้นถามกลับมา

"เรียกๆ บอกว่ารุ่นพี่มาหา" ไอ้ธรณ์บอกเด็กคนนั้น ก่อนที่เด็กคนนั้นจะเดินเข้าห้องไป


ไม่นานก็มีเด็กผู้ชายอีกคนเดินออกมา มันมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะหันมาเจอพวกผมที่ยืนอยู่มุมระเบียง แล้วมันก็เดินมาหาพวกผม พอเดินมาใกล้ๆผมก็จำได้ทันทีว่าไอ้เด็กคนนี้เป็นคนเดียวกับที่เอาจดหมายมายัดใส่มือผมเมื่อหลายวันก่อน

"หวัดดีครับพี่" มันยกมือไหว้พวกผม

"คนเก่ง?" ไอ้ธรณ์ถามพร้อมกับส่งสายตาเป็นคำถาม

"ฮ่าๆไม่ใช่ครับ ผมชื่อฟูจิเป็นเพื่อนสนิทไอ้คนเก่งมัน" เด็กฟูจิตอบกลับไอ้ธรณ์อย่างอารมณ์ดี

"อะหะ .. แล้วคนเก่ง" ไอ้ธรณ์ถามต่อ

"สรุปคนที่อยากเจอมันคือพี่ หรือพี่เติมเต็มล่ะครับ" ประโยคแรกไอ้เด็กฟูจิมันถามไอ้ธรณ์ แต่ประโยคต่อมามันถามผม

"ไอ้เต็มมันอยากเจอ แต่มันปากแข็งไง"

แข็งพ่อง .. ผมได้แต่ด่ามันในใจ

"ฮ่าๆ โอเคพี่" ไอ้เด็กฟูจิพูดอย่างอารมณ์ดี แล้วมันก็วิ่งกลับไปในห้อง


สักพักมันก็เดินออกมาพร้อมกับเด็กผู้ชายอีกคนที่ตัวเตี้ยกว่า และดูจะเจ้าเนื้อมากกว่าฟูจิพอสมควร หรือเพราะฟูจิมันสูงกว่ากันแน่ เด็กอีกคนเลยดูอ้วน

พอเดินมาใกล้ๆ สิ่งที่เห็นแล้วเด่นชัดที่สุดคือ ตอนนี้หน้ามันแดงมาก มันแดงลามไปถึงหู และไปจนถึงคอ คือเด็กคนนี้มันขาวด้วยไง พอหน้ามันแดง ยิ่งเห็นได้ชัดเจน

"ห..หวัดดีครับ" คนเก่ง (ผมว่าน่าจะใช่) ยกมือไหว้ไอ้ธรณ์ และหันมาไหว้ผม น้องมันสบตาผมแค่แป๊ปเดียวก็เสไปมองทางอื่น

"คนเก่ง?" ไอ้ธรณ์ ถามออกไปเหมือนที่เคยถามฟูจิ

"ค..ครับ" คนเก่งตอบ พร้อมกับเอามือเกาๆลูบๆแถวท้ายทอย ซึ่งเดาได้ไม่ยาก..ว่ากำลังเขิน


ไอ้ธรณ์มันส่งสัญญาณมาให้ผมประมาณว่า
 'มึงคุยกับน้องสิ'  ผมได้แต่ถอนหายใจและคิดในใจว่า  'กูไม่ได้อยากคุยตั้งแต่แรกป่ะวะ'



"เออ..ฟูจิ ปกติชอบเล่นเกมส์ป่ะ" ไอ้ธรณ์หันไปถามฟูจิ ดูก็รู้ว่าต้องการให้ผมคุยกับคนเก่งสองคน และไอ้เด็กฟูจิมันก็รู้งานซะด้วย

"เล่นครับ" พอฟูจิตอบแบบนั้น ไอ้ธรณ์ก็ได้โอกาสที่ชวนฟูจิไปนั่งคุยเรื่องเกมส์กันตรงระเบียง


ผมหันมามองคนเก่ง ที่ตอนนี้มันยืนก้มหน้าอย่างเดียว เพิ่มเติมคือหน้าแดง,คอแดงและหูแดง


"เราเป็นคนเขียนจดหมายให้พี่เหรอ" ผมถามออกไป ทั้งๆที่ก็ไม่ได้อยากถามหรืออะไร แต่ในเมื่อได้มาเจอมันแล้ว ก็ต้องถามซะหน่อย

"ค..ครับ ใช่ครับ"

"มีเพื่อนพี่คนไหนมาบอกหรือมาสั่งให้เราเขียนหรือเปล่า" พอผมถามเสร็จ คนเก่งมันมองหน้าผมด้วยสายตาแปลกใจ เหมือนไม่เข้าใจคำถาม

"พี่หมายถึง พี่กำลังสงสัยว่ามีเพื่อนพี่ มันแกล้งให้ใครเขียนจดหมายรักมาแกล้งพี่หรือเปล่า" คนเก่งมันทำตาโตเหมือนตกใจ หลังจากที่ผมพูดประโยคนั้น

"ผมชอบพี่เต็มจริงๆนะครับ ผมชอบพี่เต็มมากๆ จนรู้สึกว่าผมทนไม่ไหวแล้ว ผมต้องบอกพี่ ผมถึงได้ตัดสินใจเขียนจดหมายให้พี่"


จากตอนแรกที่มันพูดตะกุกตะกักไม่ค่อยมั่นใจก็เปลี่ยนไปทันที คนเก่งมันพูดออกมาแบบรัวและเร็วมาก จนผมต้องหยุดประมวลคำพูดมันก่อนว่า ที่มันพูดเมื่อกี้ มันพูดว่าอะไรบ้าง

ผมกับคนเก่ง ยืนเงียบกันไปสักพัก ก่อนที่ผมจะเป็นคนพูดทำลายความเงียบ

"เรายังเด็ก เรารู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่รู้สึกกับพี่ มันเป็นแบบนั้นจริงๆ"

"ความรู้สึกมันเป็นของผม ผมจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะครับว่ามันรู้สึกยังไง"

"เคยรู้สึกกับใครมาก่อนมั้ย"

"ไม่ครับ พี่คนแรก"

"แล้วมั่นใจได้ยังไงว่ามันใช่"

มันหน้ามุ่ยแล้วพูดว่า

"แล้วพี่จะมารู้ใจผม มากกว่าตัวผมได้ยังไง"

ผมถอนหายใจยาวๆครั้งหนึ่ง

"แต่พี่ไม่ได้ชอบผู้ชาย"

พอผมพูดแบบนั้น ตอนแรกนึกว่ามันจะสลดแต่เปล่าเลย มันยังคงยิ้ม

"ครับ ผมทราบ ผมก็ไม่ได้ให้พี่ต้องมาชอบผมซะหน่อย ผมแค่อยากบอกให้พี่รู้ เพราะเทอมหน้าพี่ก็ขึ้นม.6 แล้ว โอกาสที่ผมจะได้เจอพี่ก็น้อยลง ผมก็เลยตัดสินใจที่จะบอกดีกว่า ไม่อยากจะเสียใจภายหลัง"


ผมเงียบไปครู่หนึ่ง


"ไม่มีใครหรอกนะ ที่ชอบแล้วไม่อยากครอบครอง" ผมพูดคล้ายๆจะเตือนสติ

"ผมอาจจะยังเด็กเกินไปที่จะเกิดความรู้สึกว่าอยากจะครอบครอง สิ่งที่ผมรู้สึกอยู่ตอนนี้คือผมแค่มีความสุขที่ได้ชอบพี่แค่นั้นเอง"

พอได้ยินคนเก่งมันพูดแบบนี้ ก็ทำให้ผมไปไม่เป็นเหมือนกัน เกิดมาเพิ่งเคยเจอผู้ชายมาจีบเนี่ยแหละ เอ...จะเรียกว่าจีบถูกมั้ยวะ มันบอกมันชอบผม แต่มันไม่ได้พูดว่าจะจีบผมนี่หว่า

"แค่คำพูดใครก็พูดได้ แต่ในความเป็นจริง มันไม่มีหรอกที่จะไม่อยากครอบครอง" ผมพูดอีกครั้ง

คนเก่งไม่ตอบอะไร แค่ยิ้มให้ผมก่อนจะเบือนหน้ามองที่อื่น

"ว่าแต่..ตอนแรกดูเขินๆ ดูขี้อาย ทำไมตอนนี้ไม่เป็นแล้วล่ะ" ผมหาเรื่องชวนคุยเพราะผมไม่รู้จะถามอะไรอีกดี

"คือ..จริงๆมันก็เขินครับ แต่พอพี่เต็มพูดเหมือนไม่เชื่อ คิดว่าตัวเองโดนแกล้ง ผมก็ไม่ได้แล้ว ต้องรีบเคลียร์ให้ชัดเจน ให้พี่รู้ว่าคำว่าชอบของผมมันเป็นของจริง" มันยิ้มกว้างจนตาหยี น้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับความแดงที่ใบหน้ายังไม่ลดลง




และเย็นวันนั้น ผมก็ได้รับการ์ดใบแรกจากไอ้เด็กตัวอ้วนห้องม.3/8







"To..พี่เติมเต็ม
      ขอบคุณพี่เติมเต็มมากๆนะครับ ที่มาหาผม ผมอาจจะไม่ได้คาดหวังที่จะให้พี่มีใจให้ผม แต่สิ่งที่ผมคาดหวังคือ .. คาดหวังว่าหลังจากที่พี่ได้อ่านจดหมายของผมแล้ว พี่จะมาหาผม และถึงแม้ว่าพี่จะมาหาผมเพื่อต่อว่า (ซึ่งพี่ก็ไม่ได้ทำแบบนั้น พี่ใจดีจัง) ผมก็โอเคนะครับ เพราะอย่างน้อยพี่ก็จะได้รู้ว่า .. ยังมีผมอีกคนหนึ่งนะที่จะคอยซัพพอร์ตพี่อยู่ห่างๆ อีกอย่างคือ..ผมแค่อยากมีตัวตนในสายตาพี่ไม่ได้หมายความว่าจะให้พี่มาชอบผมตอบนะ อย่าอึดอัดหรือคิดมากนะครับ แค่อยากให้พี่รู้จักผมแค่นั้นเอง

ไว้นึกถึงผมในวันที่พี่ไม่มีเพื่อนคุยก็ได้..เนอะ ^^

                                          เทคแคร์ครับ
                                               คนเก่ง
                                          28/xx/20xx"








TBC.


#เติมเต็มรัก
ninewara✿

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
เรื่องน่าอ่าน
ถ้าน้องเริ่มจะไม่อยู่ พี่จะเป็นไงหนอ

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
น้องน่ารักดีนะ

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1616
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
คนเก่งสู้ๆ

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 2



ผมวิ่งมาหาพี่เติมเต็มที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่พี่เติมเต็มเรียนอยู่ ตอนแรกที่ผมรู้ว่าพี่เติมเต็มเลือกเรียนวิศวะที่นี่ ผมค่อนข้างแปลกใจเลยแหละ

แต่พี่ธรณ์เพื่อนสนิทของพี่เติมเต็ม เคยบอกผมว่าเพราะพี่ธรณ์เลือกวิศวะของที่นี่ พี่เติมเต็มก็เลยลงด้วย เพราะพี่เติมเต็มติดพี่ธรณ์มาก (อันนี้พี่ธรณ์เป็นคนพูดนะครับ ฮ่าๆๆ) แต่เรื่องติดเพื่อน ผมว่าก็น่าจะจริง เพราะเห็นพี่เติมเต็มอยู่กับกลุ่มเพื่อนตลอด

แต่จริงๆเรื่องที่ผมแปลกใจคือทำไมพี่เติมเต็มเลือกเรียนมหาวิทยาลัยนี้ต่างหาก แต่ก็คงอย่างที่พี่ธรณ์บอก พี่เติมเต็มคงอยากเรียนกับเพื่อน




ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา พวกพี่เติมเต็มน่าจะอยู่ที่โต๊ะประจำที่ใต้ตึกคณะ ผมเดินมาตรงใต้ถุนตึกคณะ มองแว่บเดียวผมก็เห็นพี่เติมเต็มแล้วครับ ผมยืนลังเลอยู่ว่าจะเดินเข้าไปดีไหม ผมยืนคิดอยู่ไม่นานผมก็เดินออกมา และเปลี่ยนใจที่จะเอาของไปห้อยไว้ที่รถของพี่เติมเต็มแทน



"คนเก่ง"
ผมหันไปมองเมื่อได้ยินคนเรียกชื่อ พี่ธรณ์นั่นเอง

"สวัสดีครับพี่ธรณ์" ผมยกมือไหว้พี่ธรณ์

"มาหาไอ้เต็มเหรอ"

"ครับ แล้วพี่ธรณ์มาทำอะไรแถวนี้ครับ"

"คณะกูมั้ย แล้วเนี่ยกูเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ออกมาก็เห็นมึงยืนเอ๋ออยู่เนี่ย"

"ฮ่าๆ จริงด้วย คณะพี่นี่เนอะ ไหนๆก็เจอพี่ธรณ์แล้ว ยังไงผมฝากของให้พี่เต็มด้วยนะครับ"

"ทำไมไม่เอาเข้าไปให้มันเลยล่ะ มันมาแล้ว นั่งอยู่ที่เดิม ไปมึง เดินไปกับกูเนี่ยแหละ"

"ฝากพี่ธรณ์ไปก็ได้ครับ ถึงพี่เต็มเหมือนกัน"

"ไม่อยากไปเจอหน้าเหรอ" พี่ธรณ์ถามและล้อเลียนผมไปด้วย

"โหย..ถามแบบนี้ มันก็ต้องอยากสิครับ แต่ผมไม่รู้จะเอาข้ออ้างอะไรไปเจอหน้าดี"

"เอ้า! ไอ้นี้ ก็เนี่ยไงข้ออ้าง เอาของมาให้"

"มุขนี้มันใช้บ่อยแล้วไงครับ"


อันที่จริงคือ..คำพูดของฟูจิที่พูดก่อนหน้านี้มันดังอยู่ในหัวตั้งแต่ที่ผมเดินมาถึงคณะวิศวะ


 'มึงไม่คิดบ้างเหรอว่าพี่เขาจะเบื่อมึงที่ทำอะไรแบบนี้'


ทำให้ผมไม่กล้าที่จะไปหาพี่เติมเต็มเหมือนทุกที

"เป็นไร ดูแปลกๆนะวันนี้" พี่ธรณ์ถามผม

"ไม่ได้เป็นอะไรครับ เอาเป็นว่าผมรบกวนฝากให้พี่เต็มด้วยนะครับ"


พี่ธรณ์มองหน้าผมด้วยความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรอีก ก่อนจะยื่นมือมารับถุงจากผม ผมยกมือไหว้ขอบคุณพี่ธรณ์ ผมมองตามพี่ธรณ์ที่เดินเข้าไปที่ใต้ตึกคณะ


ภารกิจผมลุล่วงไปอีกวัน ^^



.....


ผมเดินกลับมาที่โรงอาหารของคณะตัวเอง โชคดีที่คณะวิศวะอยู่ไม่ไกลจากคณะผมมาก แต่ก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน


"เราสั่งข้าวผัดไข่ไม่ใส่มะเขือเทศให้คนเก่งเหมือนเดิมนะ" พอเดินมาถึงโต๊ะที่เพื่อนผมนั่งกันอยู่ ส้มส้มก็เลื่อนจานข้าวมาให้

"ขอบคุณนะส้มส้ม ของโปรดๆ" พอเห็นจานข้าวตรงหน้า ผมก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา

"ฟูจิล่ะ" ผมถามส้มส้ม พร้อมกับลงมือจัดการกับข้าวผัดไข่ตรงหน้า

"ไปซื้อน้ำ นั่นไงมาแล้ว" ส้มส้มบอก พอดีกับที่ฟูจิ เดินมาถึงโต๊ะพอดี

"ทำไมมาเร็วว่ะ ไม่เจอ?" ฟูจิถามผม พร้อมกับยื่นแก้วชาเย็นมาให้

"เจอดิ แต่ก็แค่เอาของไปให้ จะให้อยู่อะไรนานล่ะ" ผมตอบ

แต่ฟูจิมันส่งสายตาเหมือนเป็นคำถามให้ผม เพราะปกติถ้าได้ไปหาพี่เติมเต็มผมต้องอยู่นานกว่านี้ แต่ผมเลือกที่จะไม่ตอบอะไรมัน พอมันเห็นผมเงียบ ฟูจิมันก็เลือกที่จะเงียบเหมือนกัน

ผมแค่ไม่อยากให้มันรู้สึกแย่ถ้ามันรู้ว่าคำพูดของมันทำให้ผมคิดมาก แต่เพราะผมรู้ดีว่าฟูจิมันเป็นห่วงผมมากแค่ไหน ผมถึงไม่เคยโกรธมันเลย




ตึ๊ง

เสียงไลน์ผมดัง
พอกดเข้าไปดู ผมเกือบทำมือถือหล่น
เฮ้ยยยยย!!!

พี่เติมเต็มทักมา!!
พี่เติมเต็มทักมา!!

เป็นครั้งแรกที่พี่เติมเต็มทักมาหาผมก่อน ผมต้องรีบแคปหน้าจอไว้ซะแล้ว


teimtem : เย็นนี้มาดูซ้อมบาสมั้ย


หืมมม..ผมอ่านไม่ผิดใช่ไหม พี่เติมเต็มทักมาชวนผม ขณะที่ผมกำลังจะตอบกลับไป ข้อความของพี่เติมเต็มขึ้นมาก่อน


teimtem : โทษที ส่งผิดแชท


แอบคิดอยู่แล้วเชียวว่าพี่เติมเต็มส่งให้ถูกคนหรือเปล่า

konkengg : ครับ ไม่เป็นไร

เศร้าเหมือนกันแฮะ ข้อความแรกที่ทักมาจากพี่เติมเต็ม กลายเป็นว่าพี่เขาส่งผิด เฮ้อออออออออ

konkengg : ได้ยาอมแล้วใช่มั้ยครับ

teimtem : อืม ได้แล้ว
 
konkengg : แค่เจ็บคอใช่มั้ยครับ ไม่ได้ป่วยใช่มั้ย

teimtem : แค่เจ็บคอ

konkengg : ครับ ลองอมยาที่ให้ไปดูนะครับ
konkengg : ผมถามเภสัชกรที่ร้านขายยา
konkengg : เขาบอกตัวนี้ดีสุดครับ


ข้อความที่ผมส่งไป ขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่พี่เติมเต็มไม่ได้ตอบอะไรกลับมาอีก


อืม .. พี่เติมเต็มถามว่า 'เย็นนี้มาดูซ้อมบาสมั้ย' (ถึงแม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ถามผมก็เถอะ) งั้นก็แสดงว่าวันนี้พี่เติมเต็มมีซ้อมบาสที่โรงยิมนะสิ


ปกติผมจะรู้ตารางเวลาการซ้อมบาสของพี่เติมเต็มอยู่แล้วครับ ด้วยความเอื้อเฟื้อจากพี่ธรณ์ แต่วันนี้ผมดูในตารางซ้อมแล้วนะครับว่าไม่มีซ้อม อืม...แต่ก็มีบ่อยเหมือนกันครับที่นัดซ้อมนอกตาราง

โอกาสแบบนี้ พลาดไม่ได้แล้วเรา

konkengg : วันนี้พี่เต็มมีซ้อมบาสเหรอครับ

ข้อความของผมที่ส่งไป มันขึ้นว่า 'อ่านแล้ว' อย่างรวดเร็ว

teimtem : อืม
konkengg : ซ้อมนอกตารางเหรอครับ
teimtem : อืม
konkengg : กี่โมงครับ
teimtem : จะมา?
konkengg : ไปสิครับ ก็ไปตลอด ไม่ไปได้ไง


พี่เติมเต็มอ่านข้อความของผมแล้ว .. และเงียบ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของพี่เติมเต็ม คือเวลาที่ผมส่งไลน์ไปหา พี่เติมเต็มก็จะอ่านแต่ไม่เคยตอบอะไรผมมามากกว่าคำว่า 'อืม' วันนี้ถือว่าก้าวหน้ามากๆครับ ^^



"วันนี้ไปดูพี่ๆเขาซ้อมบาสกัน" ผมเอามือถือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เมื่อเห็นว่าพี่เติมเต็มไม่ตอบอะไรกลับมา แล้วเอ่ยปากชวนเพื่อนทั้งสองคน

"พวกพี่เติมเต็มเหรอคนเก่ง" ส้มส้มถาม

"ใช่ๆ" ผมตอบ

"กี่โมงล่ะ" ฟูจิถาม

"พี่เติมเต็มไม่ได้บอกว่ะ แต่กูว่าก็น่าจะเวลาเดิม" ผมตอบฟูจิไป ฟูจิมันก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่พวกเราจะทานข้าวกันต่อ


.....



ผมเลิกเรียนตอนบ่ายสามโมง ฟูจิพาส้มส้มเอาหนังสือไปคืนที่ห้องสมุดแต่ผมไม่ได้ไปด้วย ผมเลือกที่จะมานั่งรอที่โรงยิมมากกว่า

ผมมาถึงโรงยิมตอนเกือบบ่ายสามโมงครึ่ง เห็นมีคนเล่นบาสกันอยู่ประมาณ 4-5 คน แต่ไม่ใช่กลุ่มของพี่เติมเต็ม ผมเดินขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งด้านบนแล้วก็หยิบสมุดเลคเชอร์ของวิชาล่าสุดที่เพิ่งเรียนเสร็จขึ้นมาอ่านทบทวน

อย่างที่ผมเคยเล่าไปว่าผมไม่ใช่คนเรียนเก่ง ถ้ามีเวลาก็ต้องรีบอ่านทบทวนครับ การที่ผมสอบเข้าเรียนต่อที่นี่ได้ ผมก็ต้องทุ่มเทกับมันมากเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากไปเรียนไกลบ้านมาก ไม่อยากห่างกับแม่และป้ามากเท่าไหร่ แต่อีกเหตุผลที่สำคัญคือ..ผมอยากเรียนที่เดียวกับพี่เติมเต็ม ผมจึงต้องพยายามและทุ่มเทเต็มที่


ตอนที่ผมเรียนมอสี่ ในขณะที่เพื่อนๆในห้องเริ่มคุยกันแล้วว่าอยากเรียนต่อที่ไหนกัน แต่ผมยังไม่มีคำตอบให้ตัวเองเลย

ตอนนั้นพี่เติมเต็มเรียนอยู่มอหก ผมไม่ค่อยได้เจอพี่เติมเต็มที่โรงเรียน เพราะส่วนใหญ่พวกพี่ๆมอหกก็จะยุ่งอยู่กับเรื่องการสอบ การสมัครสอบเพื่อเรียนต่อ ที่เคยเห็นพี่เติมเต็มทำกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนก็ไม่ค่อยมีให้เห็น

ช่วงนั้นผมรู้ตัวเองเลยว่าเป็นช่วงที่ผมหงอยมาก ในหัวมันคอยแต่คิดว่าอีกไม่กี่เดือนผมก็จะไม่ได้เจอพี่เติมเต็มที่โรงเรียนอีกแล้ว แล้วก็คอยกังวลว่าในที่สุดแล้วพี่เติมเต็มจะเลือกเรียนที่ไหน ถ้าพี่เขาไปเรียนไกลมากๆ ผมจะทำยังไง


ครั้งหนึ่งผมเคยถามพี่เติมเต็มเรื่องเรียนต่อ

"สรุปแล้วพี่เต็มเรียนต่อที่ไหนครับ"
พี่เติมเต็มมองหน้าผมพร้อมกับยิ้มมุมปากนิดๆ

"ไม่บอก"

"โหย..บอกเถอะครับ ผมอยากรู้"
ผมพยายามเซ้าซี้และอ้อนวอนให้พี่เติมเต็มบอก

พี่ธรณ์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆหัวเราะเบาๆแล้วก็พูดขึ้นว่า

"กลัวคนเก่งมันตามไปเรียนด้วยหรือไงวะ"

"เออ"

แล้วพี่เติมเต็มก็ตอบเร็วมาก ตอบแบบไม่คิดอะไรเลย

"ทีแบบนี้ตอบเร็วจัง" ผมก็ได้แต่นั่งบ่น พี่เติมเต็มเองก็ได้ยินที่ผมบ่น แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรผม

"เฮ้อออออ" ผมเผลอถอนหายใจออกมา

"เป็นไรมึง ถอนหายใจซะยาว" พี่ธรณ์ถามผม

ผมมองหน้าพี่เติมเต็มแต่พี่เติมเต็มก็เหมือนเดิมคือไม่ได้สนใจผมเท่าไหร่

"ผมกำลังคิดว่า..." ผมชะงัก เมื่อคิดได้ว่าตัวเองกำลังจะเผลอพูดสิ่งที่คิด

"ว่า" พี่ธรณ์ถาม

"ที่พี่เติมเต็มกลัวว่าผมจะตามไปเรียนด้วยก็ไม่ผิดครับ ผมคิดจริงๆ" ผมพูดออกไปพร้อมกับมองหน้าพี่เติมเต็มไปด้วย ซึ่งพี่เขาเองก็กำลังมองหน้าผมอยู่

"สุดยอด น้องมันรักจริงด้วยนะมึง" พี่ธรณ์พูดแหย่พี่เติมเต็ม แต่มันส่งผลกับผมอย่างมาก

ผมรู้ตัวเลยว่าตัวเองหน้าแดงมากแน่ๆ เพราะผมรู้สึกว่าหน้าผมร้อนไปหมด

พี่เติมเต็มไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ตบหัวพี่ธรณ์ไปทีนึง

"แต่ผมก็คงได้แค่คิดครับ เพราะผมคงจะไปเรียนต่อที่ไกลๆลำบาก ห่วงแม่กับป้าครับ แม่กับป้าไม่ห้ามผมหรอกครับถ้าจะไปเรียนที่ไกลๆ แต่มันเป็นที่ตัวผมเองที่ไม่อยากห่าง" ผมตอบออกไปตามจริง

"แล้วคิดไว้หรือยังว่าจะเรียนที่ไหน" พี่ธรณ์ถามผม ถึงแม้ตอนนี้จะอยู่มอสี่ แต่ก็ต้องเตรียมตัวครับ

"จริงๆผมคิดไว้ว่าจะรอดูว่าพี่เติมเต็มเรียนต่อที่ไหน ผมก็จะเรียนที่นั่นด้วยครับ" ผมตอบแต่ไม่กล้ามองหน้าพี่เติมเต็ม

"คะแนนจะถึงเหรอ" พี่เติมเต็มถามผม

"ไอ้เชี่ยเต็ม!" เสียงพี่ธรณ์

"นั่นสิ ฮ่าๆ ก็คิดอยู่เหมือนกันครับ" ผมไม่ได้โกรธหรือน้อยใจพี่เติมเต็มเลยครับ เพราะมันคือเรื่องจริง

"แล้วถ้าไม่เกี่ยวกับไอ้เต็ม มึงคิดไว้ว่าจะเรียนไหน" พี่ธรณ์ถามผม

"คิดไว้ว่าจะเรียนที่ม.S ครับเพราะไม่ไกลบ้านมาก แต่คะแนนที่นี่ได้ยินว่าสูงเหมือนกัน ก็ต้องพยายามครับ" ผมตอบ


ม.S เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่มีชื่อเสียงประจำภูมิภาคเลยก็ว่าได้ ม.S ตั้งอยู่ในจังหวัดที่ติดกับจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่ในตอนนี้

"เรียนม.S เหมือนน้องมันมั้ยล่ะมึง" คำถามที่พี่ธรณ์ถามพี่เติมเต็ม ทำเอาผมตาโตด้วยความตื่นเต้น แต่มันก็แค่แปปเดียวเท่านั้น เพราะผมคิดว่าหัวสมองระดับพี่เติมเต็ม สามารถเข้ามหาวิทยาลัยรัฐบาลอันดับหนึ่งของประเทศได้แบบสบาย

พี่เติมเต็มไม่ได้ตอบคำถามนั้นของพี่ธรณ์ และผมก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามเรื่องเรียนต่อจากพี่เติมเต็มอีก

.
.



กลับมาปัจจุบันครับ


"คนเก่ง" เสียงพี่ธรณ์ครับ

"มาเร็วกว่าพวกพี่อีก" พี่ชินท์ครับ
ผมยกมือไหว้พี่ธรณ์,พี่ชินท์และพี่ทัตพล เพื่อนๆพี่เติมเต็ม

"ผมไม่ทราบว่าซ้อมกันกี่โมง ผมเลยมารอครับ" ผมตอบ

"วันนี้มาคนเดียวเหรอ" พี่ทัตพลถามผม

"เดี๋ยวฟูจิกับส้มส้มตามมาครับ" ผมตอบและมองหาพี่เติมเต็มไปด้วย

"เดี๋ยวมันมา" พี่ธรณ์บอกผม ผมก็ได้แต่ยิ้มเก้อๆนิดหน่อย



พวกพี่ๆเดินลงไปสนามบาสกันแล้ว เหลือผมที่นั่งอยู่คนเดียว ผ่านไปเกือบๆยี่สิบนาที พี่เติมเต็มก็เดินเข้ามาในโรงยิมโดยเปลี่ยนชุดกีฬามาแล้วเรียบร้อย

แต่ผมรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกกะทันหันเพราะคนที่เดินมาพร้อมกับพี่เติมเต็ม


.. พี่อิงค์ ..


พี่อิงค์ เป็นรุ่นพี่คณะบริหาร อยู่ปีสามเหมือนพี่เติมเต็ม และเป็นดาวคณะบริหารด้วยครับ

เท่าที่ผมทราบคือช่วงที่พี่เติมเต็มเข้ามาเรียนปีหนึ่ง พี่เติมเต็มได้เป็นเดือนของคณะวิศวะ ได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกับพวกเดือนและดาวคณะอื่นๆ แต่พี่อิงค์ ดาวคณะบริหาร รู้สึกจะสนิทสนมกับพี่เติมเต็มมากที่สุด สนิมสนมกันจนถึงขั้นที่ผมได้ยินมาว่า พี่อิงค์คือแฟนของพี่เติมเต็ม


ช่วงนั้นผมอยู่มอห้า เป็นช่วงระยะเวลาที่ยากลำบากสำหรับผมมากๆ เพราะข่าวคราวของพี่เติมเต็มและพี่อิงค์เข้าหูผมบ่อย หรือที่จริงแล้วเป็นผมเองที่หาเรื่องใส่ตัว

ฟูจิมันมีรุ่นพี่แถวบ้านที่เรียนวิศวะที่นี่ และปีเดียวกันกับพี่เติมเต็ม มันเลยคอยถามข่าวเรื่องพี่เติมเต็มมาให้ผมเสมอ บางอย่างฟูจิมันก็ไม่ได้อยากให้ผมรู้แต่เป็นเพราะผมเองที่คาดคั้นให้มันบอก

รวมทั้งการเข้าไปส่องเฟสบุ๊คและอินสตาแกรมของพี่เติมเต็มด้วย ในอินสตาแกรมอาจจะไม่ค่อยมีอะไรเพราะพี่เติมเต็มไม่ค่อยได้อัพรูปลงเท่าไหร่ แต่ในเฟสบุ๊คนี่สิ แม้ว่าพี่เติมเต็มจะไม่ค่อยได้โพสอะไรเลย แต่พี่อิงค์ก็เป็นคนที่ลงรูปแล้วแท็กมาหาพี่เติมเต็มบ่อยที่สุด

และเท่าที่ผมสังเกต พี่เติมเต็มก็รับทุกแท็กที่พี่อิงค์แท็กมา และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ถ่ายรูปคู่กับพี่เติมเต็มเยอะมาก

ถึงผมไม่รู้ว่าพี่เขาสองคนคบกันไหม แต่ความรู้สึกที่ผมมีตอนนั้นคือนอกจากจะเศร้าแล้ว ยังรู้สึกอิจฉาด้วยครับ

ผมรู้สึกอิจฉาพี่อิงค์มากที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดจากพี่เติมเต็ม ในขณะที่ผมโอกาสคงเท่ากับศูนย์

ผมเคยคิดตั้งแต่วันที่ตัดสินใจบอกว่าชอบพี่เติมเต็มว่าผมคงไม่เจ็บเท่าไหร่ ถ้าวันหนึ่งที่พี่เขามีแฟน แต่พอมันเป็นแบบนั้นจริงๆ คำพูดที่บอกว่าไม่เจ็บ มันก็แค่คำที่ใช้หลอกตัวเอง

จนกระทั่งตอนที่ขึ้นมอหก เป็นช่วงเวลาที่ผมเลือกที่จะตัดเรื่องของพี่เติมเต็มไปชั่วคราว เพราะถ้ายังมีเรื่องพี่เติมเต็มเข้ามาในหัว ผมรู้เลยว่าผมไม่ไหวแน่ๆ

ผมกลับมาทุ่มเทและตั้งใจกับการเตรียมสอบให้มากขึ้น บอกตัวเองว่าต้องทำเพื่อแม่ เพื่อป้า

แต่ในใจลึกๆของผมรู้ดีว่า ผมต้องเข้าเรียนที่ม.S ให้ได้ เพื่อจะมีโอกาสได้เจอพี่เติมเต็ม

ถึงแม้ว่าสุดท้ายผมอาจจะต้องเจ็บ ถ้าต้องเจอพี่เขามีแฟนแล้วจริงๆ









TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara✿



◕ ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ
◕ เรื่องนี้เป็นแนวแอบรัก ใสๆไร้ดราม่า
◕ ฝากให้กำลังใจน้องคนเก่งด้วยน๊าา

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :sad11: เราก็เศร้ากับน้อง

 :L2: :pig4:


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
อ้าวๆ พี่เติมเต็มมีสับสน หรือสุภาพบุรุษใจดีกับใครๆ เกินไปรึเปล่า
น้องคนเก่งเฟดออกมาห่างๆ เลยครัช
อยากเห็นหมาหัวเน่าดิ้นๆๆๆๆๆ
 :mew1:
+1 ขอบคุณ

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่3




[เติมเต็ม part]


ระหว่างที่ผมนั่งอยู่ในห้องเรียน เรื่องที่ไอ้ธรณ์มันเล่าเกี่ยวกับคนเก่ง ผมยอมรับเลยว่ามันทำให้ผมรู้สึกหน่วงๆในใจแปลกๆ

ก่อนที่จะขึ้นมาเรียน ไอ้ธรณ์มันยังพูดอีกว่า
"หรือว่า .. น้องมันจะเลิกชอบมึงแล้ววะไอ้เต็ม"

"ทำไมมึงคิดแบบนั้น" ไอ้ทัตพลที่มาถึงก่อนเวลาเรียนแบบฉิวเฉียด ถามไอ้ธรณ์

"ก็อย่างที่กูเล่าให้ฟัง ปกติน้องมันเคยเหรอวะ ที่จะไม่มาเจอหน้าไอ้เต็ม แล้วไอ้เต็มมันนั่งอยู่แค่นี้ เดินไม่กี่ก้าวน้องมันก็เจอไอ้เต็มแล้ว" ไอ้ธรณ์มันย้ำอีกรอบ


แต่มันเป็นการย้ำที่ทำให้ผมรู้สึกแย่ โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกแบบนี้


หรือจะเป็นอย่างที่ไอ้ธรณ์มันพูด
คนเก่งมันเลิกชอบผมแล้ว


ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ
ผมควรรู้สึกโล่งใจไม่ใช่เหรอวะ
แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้ มันไม่โอเคเลย




ผมมองดูอาจารย์ที่กำลังบรรยายอยู่หน้าชั้น แต่ใจของผมมันไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาที่อาจารย์กำลังสอนเลย

ให้ตายสิ!! ผมไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

สิบนาทีผ่านไป ยี่สิบนาทีผ่านไป สิ่งที่อาจารย์บรรยายก็ยังไม่เข้ามาในหัวผมเลย อยู่ๆในสมองของผมก็เหมือนจะคิดอะไรดีๆออก

แต่จะดีเหรอวะ?
มันไม่ใช่ตัวผมเลยเว้ย


เอาวะ!!ผมก็แค่อยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่างเท่านั้น

ผมหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดเข้าไปที่แอพสีเขียว และทักไปหาใครบางคนที่ผมไม่เคยทักมาก่อน



teimtem : เย็นนี้มาดูซ้อมบาสมั้ย



ข้อความของผมถูกอ่านอย่างรวดเร็วจนผมตกใจ แล้วก็มานึกขึ้นได้ว่า   .. 'กูทำไรวะเนี่ย'


teimtem : โทษที ส่งผิดแชท



ผมรีบส่งข้อความไปอีกครั้งเพราะกลัวว่าคนเก่งมันจะตอบอะไรมาซะก่อน



konkengg : ครับ ไม่เป็นไร



พออ่านข้อความที่คนเก่งส่งกลับมา ก็รู้สึกเหมือนเห็นหน้าหงอยๆของมันยังไงก็ไม่รู้สิ

แล้วคนเก่งมันก็ถามผมเรื่องยาอมแก้เจ็บคอที่ฝากไอ้ธรณ์มาให้

แต่ .. มันมีบางอย่างที่ผมรอ ผมบอกแล้วว่าอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง ผมกำลังเฝ้ารอข้อความบางข้อความจากคนเก่งอยู่


และแล้ว..

ผมยิ้มออกมาทันทีที่เห็นข้อความที่ผมรอจากคนเก่ง




konkengg : วันนี้พี่เต็มมีซ้อมบาสเหรอครับ
teimtem : อืม
konkengg : ซ้อมนอกตารางเหรอครับ
teimtem : อืม
konkengg : กี่โมงครับ
teimtem : จะมา?
konkengg : ไปสิครับ ก็ไปตลอด ไม่ไปได้ไง




และข้อความล่าสุดยิ่งทำให้ผมยิ้มกว้างมากกว่าเดิม รวมทั้งความรู้สึกหน่วงในใจมันหายไปทันที



เป็นยังไงล่ะไอ้ธรณ์ ไหนมึงบอกว่าน้องมันไม่อยากเจอกู ไม่ชอบกูแล้วไง ผมยิ้มอย่างสะใจและคิดในใจว่าจะต้องไปเย้ยไอ้ธรณ์มันสักหน่อยว่ามันคิดผิด




กึก..



ผมชะงักและรู้สึกตกใจกับความคิดตัวเอง นี่ผมกำลังคิดอะไรอยู่ พอคิดว่าน้องมันจะเลิกชอบ จิตใจมันร้อนรนยังไงก็ไม่รู้

แต่พอรู้ว่าน้องมันยังเหมือนเดิมความร้อนรนในใจมันก็หายไป ทำไมผมถึงรู้สึกแบบนี้




"มีอะไรดีๆวะ เมื่อกี้กูเห็นมึงยิ้ม" ไอ้ธรณ์มันขยับมาใกล้ผม พร้อมกับพูดขึ้นเบาๆ ผมกำลังจะปิดหน้าจอมือถือแต่ไม่ทัน มันไวกว่า มันดึงมือถือจากมือผมไปดู

"อ๋ออออ .. ที่แท้ก็แอบคุยกับคนเก่ง" มันส่งยิ้มแบบกวนตีนขั้นสุดมาให้ผม

"เดี๋ยวนะมึง อะไรคือส่งผิดแชทวะ"  ไอ้ธรณ์ถามขึ้นอย่างสงสัย เป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์ปล่อยให้พักเบรค

"ก็ส่งผิดแชทไง เข้าใจยากตรงไหน" ผมตอบ

"มึงจะส่งให้คนอื่น แต่ส่งผิดไปหาน้องมัน?" ไอ้ธรณ์ถามย้ำ

"ใช่" ผมตอบ แล้วเอามือถือคืนมาจากไอ้ธรณ์

"มึงนี่เหี้ยเนอะ" ไอ้ชินท์มาร่วมวงอีกคน

"ส่งผิดไม่พอเว้ยไอ้ชินท์ มันเสือกไปบอกน้องมันด้วยว่าส่งผิดแชทวะ" ไอ้ธรณ์มันแม่ง โมโหจริงจังมาก มันคิดอะไรกับคนเก่งหรือเปล่าวะเนี่ย

"เออ!มึงมันเหี้ยจริง" ไอ้ทัตพลมาอีกคน

"น้องมันจะรู้สึกไงวะ"

"กูว่าป่านนี้น้องมันเศร้าแหงๆ"



ผมเลือกที่จะไม่สนใจพวกมัน ปล่อยให้พวกมันรุมด่าผม ไม่อยากจะอธิบายให้พวกมันฟังว่าผมตั้งใจส่งหาคนเก่งจริงๆ ไม่ได้ส่งผิดอย่างที่ผมพิมพ์ไป



"น้องคนเก่งของกู น่าสงสารว่ะ'



หืม..อะไรนะ
คนเก่งของกู
ใครพูดว่ะ!
ไอ้เหี้ยชินท์นั่นเอง คนเก่งเป็นของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ




กึก..



เอาอีกแล้ว
ความรู้สึกแบบนี้ ความรู้สึกเหมือนหวงแบบนี้มันคืออะไรวะเนี่ย ผมเนี่ยนะจะหวงคนเก่ง

บ้าไปแล้วผม


....





หลังจากเรียนเสร็จ ผมกับเพื่อนก็จะไปซ้อมบาสกันต่อ อันที่จริงวันนี้ไม่มีซ้อมครับ แต่โค้ชนัดซ้อมกะทันหันเพราะใกล้ช่วงที่ต้องแข่งกีฬาระหว่างคณะแล้ว



เดินลงมาถึงหน้าตึกก็เจออิงค์ นั่งรออยู่

"เติมเต็ม" เสียงของอิงค์เรียกผม

"มารอนานยัง"

"ไม่นานๆ"


ก่อนหมดคาบเรียน อิงค์ทักไลน์มาหาผม บอกว่าคุณแม่ของอิงค์ฝากของมาให้คุณแม่ผม ก็เลยจะแวะเอามาให้ผม


หลังจากที่เพื่อนๆผมทักทายอิงค์เสร็จ ผมก็บอกให้พวกมันล่วงหน้าไปรอที่โรงยิมเลยจะได้ไม่เสียเวลารอกัน หลังจากที่ผมเดินไปเอาของที่รถอิงค์เรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินกลับมาที่รถตัวเองโดยที่อิงค์เดินตามมาด้วย

"นี่..กลับบ้านเมื่อไหร่เหรอ" อิงค์ถามผมเมื่อผมเอาของมาเก็บในรถเสร็จเรียบร้อย

"ถ้าไม่พรุ่งนี้ ก็คงเป็นมะรืน"

"แล้วนี่จะไปซ้อมบาสใช่ป่ะ"

"ใช่"

อิงค์ส่งยิ้มแปลกๆมาให้ผม หรือผมคิดไปเอง

"เราไปด้วย" นั่นไง

"จะไปทำไม"

"ไปด้วยไม่ได้เหรอ"

"..... "

"ทีน้องคนเก่งยังไปได้เลย"

"เกี่ยวอะไรกับคนเก่ง"

"เกี่ยวสิ ทีคนเก่งเต็มไม่เห็นว่าอะไรเลย พอเราจะไปบ้างกลับทำเหมือนไม่อยากให้ไป"

"คนเก่งมันไปของมันเอง ผมไม่เคยบอกให้ไป"

"แต่ก็ไม่เคยห้าม"

".... "

"ไม่รู้ล่ะ วันนี้จะไป ไม่ได้ไปดูเต็มซ้อมนานแล้ว"

"อย่าใช้คำว่านาน ควรจะใช้คำว่าไม่เคย"

"ก็เราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้นนี่นา ไม่เหมือนน้องคนเก่ง"

"ตั้งใจอยากจะพูดอะไร" ผมถาม

อิงค์ไม่ตอบ แต่เดินกลับไปที่รถของตัวเอง



"เจอกันโรงยิมนะจ้ะ"

อิงค์ตะโกนบอกก่อนจะขึ้นรถและขับออกไป

"เฮ้อ... " ผมถอนหายใจออกมา ผมไม่อยากให้อิงค์ไปเจอกับคนเก่งเลย.. ให้ตายสิ



.....




ผมขับรถไปถึงโรงยิม พอจอดรถเสร็จเจออิงค์ยืนรออยู่บริเวณทางเข้า นึกว่าเปลี่ยนใจกลับไปแล้วซะอีก เพราะจากที่รู้จักกันมาอิงค์ไม่ชอบมาดูกีฬาอะไรแบบนี้หรอกครับ

"ช้ามากกกกก"

"......"

"ปะ นำทางเลย" อิงค์พูดยิ้มๆ ก่อนจะดึงแขนผมให้เดินเข้าไปข้างใน




พอเดินเข้ามาในโรงยิม ผมเห็นคนเก่งนั่งอยู่แถวที่นั่งด้านบน ซึ่งเป็นที่นั่งประจำเวลาที่คนเก่งมาดูผมซ้อมบาส

ผมเล่นบาสมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว แต่คนเก่งเพิ่งตามมาดูผมซ้อมเมื่อช่วงที่เข้ามาเรียนปีหนึ่งที่นี่

เพราะช่วงที่คนเก่งมาสารภาพความรู้สึกกับผม ตอนนั้นผมก็อยู่มอห้าเทอมที่สองแล้ว ตอนนั้นผมลดกีฬาและกิจกรรมทุกอย่างไปเกือบหมด เพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย

พอผมเข้ามหาวิทยาลัย ผมก็เล่นบาสตามปกติตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่ตอนนั้นคนเก่งเรียนอยู่มอห้า ด้วยความที่มันอยู่คนละจังหวัดคนเก่งก็เลยไม่ได้ตามมาดูผม

แต่ไม่ใช่ว่าคนเก่งมันไม่อยากมาดูนะ ไอ้ธรณ์มันเคยเล่าให้ฟังว่า ฟูจิเคยมาบ่นกับมันว่า รำคาญคนเก่งที่งอแงอยากมาดูผมแข่งบาสที่มหาวิทยาลัย

พอคนเก่งเข้ามาเรียนที่นี่ได้ เลยไม่เคยพลาดที่จะมาดูผมซ้อมและแข่งทุกครั้ง




อืม..ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าผมก็จำเรื่องราวของคนเก่งมันได้เยอะเหมือนกัน




ปกติผมไม่เดินไปหาคนเก่งหรอกนะครับ แต่วันนี้ผมเลือกที่จะเดินขึ้นไปหาน้องมัน โดยอิงค์ยังเกาะแขนผมไม่ปล่อย

พอเดินเข้าไปใกล้ๆ คนเก่งก็หลบสายตาผมแบบที่ชอบทำบ่อยๆเวลาเขินหรืออาย แต่แววตาที่ผมเห็นเมื่อกี้นี้ มันไม่ได้เป็นประกายสดใสอย่างที่เคยเห็นและถ้าผมมองไม่ผิดผมไม่เห็นความเขินอายในดวงตาคู่นั้น

แต่ผมก็บอกไม่ถูกว่าสิ่งที่ผมเห็นมันคืออะไร รู้แค่ว่ามันทำให้ผมรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ


"มานานยัง" เมื่อผมเห็นคนเก่งมันเงียบไม่ทักทายผมอย่างที่เคยทำ ผมก็เลยตัดสินใจทักมันก่อน

"เพิ่งมาครับ" คนเก่งตอบและยิ้มให้ผม แต่รอยยิ้มของมันดูไม่สดใส และที่สำคัญแววตาของมันไม่ได้ยิ้มไปด้วย


คำพูดของไอ้ธรณ์เหมือนแว่วมาจากที่ไกลๆ

'น้องมันเลิกชอบมึงแล้ว'

หรือว่าจะจริงวะ



แต่ไม่น่าใช่ คนเก่งมันชอบผมมานานครับสี่ห้าปีได้ อยู่ๆมันจะเลิกชอบผมง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ หรือว่ามันจะเลิกชอบผมมาสักพักแล้วแต่ไม่ได้แสดงออก

ไม่ๆผมว่าไม่ใช่เพราะเมื่อเช้าคนเก่งมันยังให้การ์ดผมอยู่เลย แถมตอนนี้มันก็มาดูผมซ้อมบาส เพราะฉะนั้นมันต้องไม่ใช่อย่างที่ไอ้ธรณ์มันพูดแน่

ความคิดในสมองของผมมันกำลังตีกันครับ

แต่ว่าผมจะมากังวลเรื่องมันชอบผมอยู่ หรือมันเลิกชอบผมแล้วทำไม


สติเว้ยสติ!




ผมกำลังจะวางกระเป๋าเป้ไว้ข้างคนเก่ง และเพิ่งสังเกตว่ามีกระเป๋าของพวกเพื่อนผมวางอยู่ด้วย ปกติมันต้องวางรวมกันไว้ตรงด้านล่างไม่ใช่เหรอวะ ทำไมวันนี้วางไว้นี้

"กระเป๋าไอ้พวกนั้นทำไมอยู่นี่"

"พวกพี่ๆเขาฝากไว้ครับ"

ผมรู้สึกหงุดหงิดอีกแล้วครับ ผมเอากระเป๋าของพวกมันย้ายไปไว้อีกด้านที่ไม่ไกลมาก แล้วเอากระเป๋าตัวเองวางแทนที่

"ดูกระเป๋าให้ด้วย"

"ครับ"

คนเก่งตอบรับผม แต่มันไม่ได้แสดงท่าทีที่ตื่นเต้นอะไรเลย ปกติถ้าผมพูดแบบนี้คนเก่งมันต้องแสดงความดีใจแบบออกนอกหน้ามาก

อย่าว่าผมหลงตัวเองเลยนะ แต่มันไม่เคยมีวันไหนที่น้องมันจะไม่แสดงออกว่าชอบผม



โอเค..คงไม่รวมวันนี้ล่ะมั้ง



คำพูดของไอ้ธรณ์ดังในหัวผมอีกแล้วครับ

.
.
.

"เต็ม เดี๋ยวอิงค์นั่งรอกับน้องเขานะ"
ผมลืมอิงค์ไปเลย อิงค์พูดเสร็จก็นั่งลงข้างๆคนเก่ง

"ไม่แนะนำหน่อยเหรอ" อิงค์ถามผม
ผมมองหน้าอิงค์ เจอกับรอยยิ้มที่ไม่น่าวางใจ

"คนเก่ง นี่อิงค์" ผมบอกคนเก่ง คนเก่งยกมือไหว้อิงค์ คนเก่งมันเป็นเด็กมีมารยาทที่ดีมากๆครับ

"ไม่ต้องไหว้ก็ได้จ้ะคนเก่ง พี่ชื่ออิงค์นะ เรียนอยู่บริหารปีสาม" อิงค์แนะนำตัวเองอย่างร่าเริง ผิดกับอีกคนที่ปกติมันร่าเริงกว่านี้ แต่วันนี้มันดูหงอยๆมาก





"ไอ้เต็มลงสนามเว้ย"

เสียงไอ้ชินท์ตะโกนเรียกผม ผมหันมามองคนเก่ง ซึ่งคนเก่งมองหน้าผมอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่คนเก่งมันจะหลบสายตาผม


ผมไม่อยากซ้อมบาสแล้วครับ ..


"สู้ๆนะ" เสียงอิงค์ดังขึ้น ดึงสติผมกลับมา
นี่ก็อีกคน ไม่รู้ตามมาด้วยทำไม

"อิงค์จะคุยกับน้องคนเก่ง รับรองอิงค์ไม่เบื่อแน่นอน ไม่ต้องห่วงนะ"
ผมได้แต่ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

ผมเดินลงไปสนามบาส มันเป็นการซ้อมที่ผมไม่มีสมาธิเอาซะเลย

....




หลังจากซ้อมบาสเสร็จ ผมเดินมาเอากระเป๋าที่วางอยู่ข้างๆคนเก่ง คนเก่งยังนั่งอยู่ที่เดิมแต่เพิ่มเติมคือเพื่อนของคนเก่งที่ชื่อฟูจิกับส้มส้มนั่งอยู่ด้วย

ส่วนอิงค์เห็นยืนคุยโทรศัพท์อยู่ห่างออกไป ผมไม่รู้ว่าอิงค์คุยอะไรกับคนเก่ง เพราะพอผมหันมามองทีไรก็เห็นทั้งสองคนคุยกันตลอด หวังว่าอิงค์คงไม่พูดอะไรมากมาย




"กินไรกันดีมึง" ไอ้ชินท์ที่เดินตามมาถามขึ้น

"ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวค่อยคิด" ทัตพลตอบเสร็จก็เดินถือกระเป๋าออกไป ไอ้ชินท์ก็เลยเดินออกไปด้วย

"ร่างกายกูต้องการหมูกะทะ" ไอ้ธรณ์เดินขึ้นมายืนข้างๆผม

"ไปกันมั้ย" ผมถามโดยไม่ระบุว่าถามใคร ฟูจิกับส้มส้มมองหน้ากันก่อนจะหันไปหาคนเก่ง


"ไปไหนกัน" ยังไม่ทันที่คนเก่งจะตอบ อิงค์ก็เดินมาและพูดแทรกขึ้นมาก่อน

"หมูกะทะ" ไอ้ธรณ์เป็นคนตอบอิงค์

"อ้วนอะ" อิงค์บอก

"ไปด้วยกันมั้ยล่ะ" ไอ้ธรณ์ถาม

"ถ้าเต็มอยากให้ไปด้วย อิงค์ก็จะไป" อิงค์พูดแล้วเดินมาเกาะแขนผม

อีกแล้วครับ คนเก่งมองหน้าผม พร้อมกับส่งสายตาที่ผมรู้สึกว่าผมไม่ชอบสายตาแบบนี้เอาซะเลย



"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันมึง" ไอ้ธรณ์มันเอ่ยชวนผม และผมไม่ได้ตอบคำถามอิงค์ ซึ่งอิงค์ก็ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินไปคุยโทรศัพท์


ผมเดินตามไอ้ธรณ์ออกมาแต่ผมก็เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง

ผมเดินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าคนเก่งที่นั่งอยู่ คนเก่งมันเงยหน้ามามองผม แววตาแสดงถึงความสงสัยชัดเจน ผมโน้มตัวลงไปหาคนเก่ง คนเก่งมันเอนตัวไปด้านหลัง สีหน้าแสดงถึงความตกใจ จนผมนึกขำในใจ

สารภาพเลยครับว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรแบบนี้หรอก แค่คิดว่าจะเดินกลับมาย้ำกับน้องมันว่า ให้รอไปด้วยกันแค่นั้น

แต่พอมาเห็นหน้าคนเก่งที่มันเงยหน้ามามองแบบนั้น ผมก็ทำอะไรที่ผมไม่คิดว่าจะทำกับคนเก่ง

ผมไม่ได้ทำอะไรมาก แค่โน้มตัวลงไปและกระซิบข้างหูคนเก่งเท่านั้นเอง

แต่ไม่น่าเชื่อว่า แค่นี้มันก็ทำให้คนเก่งหน้าแดงได้มากขนาดนี้



"ไปด้วยกันนะ" สิ่งที่ผมกระซิบบอกกับคนเก่งครับ



ปกติแล้วหลังจากซ้อมบาสเสร็จพวกผมก็มักจะไปหาอะไรทานกันเป็นประจำ และตั้งแต่ที่คนเก่งเข้ามาเรียนที่นี่ คนเก่งก็มักจะชวนเพื่อนมานั่งดูผมซ้อมเป็นประจำเหมือนกัน

และทุกครั้งก็จะมีกลุ่มของคนเก่งพ่วงไปด้วยเสมอ อาจจะไม่ได้ไปครบทั้งสามคน แต่คนที่ไปกับพวกผมบ่อยๆคือคนเก่ง คือผมไม่ต้องชวน คนเก่งมันก็ขอไปด้วยอยู่แล้ว

ยิ่งไอ้พวกเพื่อนผมอย่างไอ้ชินท์กับไอ้ทัตพล พอมันรู้ว่าคนเก่งชอบผมพวกมันยิ่งถูกใจคนเก่ง ถึงผมไม่ชวนไอ้พวกนี้มันก็ชวนไปอยู่ดี


แต่วันนี้ผมไม่รู้ว่า คนเก่งยังจะไปเหมือนทุกครั้งหรือเปล่า มีอะไรบางอย่างในท่าทีและแววตาของคนเก่งที่มันทำให้ผมไม่มั่นใจ


ผมก็เลยเลือกใช้ประโยชน์จากนิสัยของคนเก่งที่เป็นคนขี้เกรงใจมาใช้ คนเก่งจะได้ไม่ปฏิเสธผมได้



ผมยังไม่รู้หรอกว่าคนเก่งเป็นอะไร

ผมรู้แค่ว่า...

ผมชอบสายตาแบบเดิมของคนเก่งที่มันเคยมองผมมากกว่า

ผมอยากได้สายตาแบบนั้นกลับมา







TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara✿

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
เจอมารยาหญิงแบบนี้ พี่เติมเต็มน้องคนเก่งก็แย่อ่ะดิ
 :mew2:

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :L2: :pig4:

ถ้ามองโลกในแง่ดีเราว่า อิงค์ เป็นสาววาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09-04-2019 18:18:07 โดย Billie »

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่4




ผมมองตามแผ่นหลังของพี่เติมเต็มที่กำลังเดินลงไปที่สนามบาส

"คนเก่งมาดูเติมเต็มซ้อมบ่อยเหรอ" เสียงของพี่อิงค์ทำให้ผมละสายตาจากพี่เติมเต็ม

"ก็มาบ่อยครับ" ผมตอบไปตามความจริง

"เห็นว่าตอนมัธยมเรียนโรงเรียนเดียวกันใช่มั้ย"

"ใช่ครับ"

"ตอนสมัยเรียนมัธยมเติมเต็มเป็นยังไง เล่าให้พี่ฟังหน่อยสิ"
ผมรู้สึกอึดอัดกับคำถามของพี่อิงค์เล็กน้อย

"ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยสนิทกับพี่เต็มเท่าไหร่ครับ"

"งั้นแสดงว่าตอนนี้สนิทกันมากขึ้นนะสิ"



ผมไม่ได้ตอบครับ ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี จะเรียกว่าสนิทก็ไม่เชิง แต่ไม่สนิทก็ไม่ใช่



ผมมองพี่เติมเต็มที่กำลังซ้อมบาสอยู่ พี่เขามองมาทางนี้บ่อยมากๆเลยคงเป็นเพราะวันนี้มีพี่อิงค์มานั่งดูด้วย

ผมรู้สึกเศร้าในใจเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า คนที่พี่เติมเต็มไลน์ไปชวนให้มาดูซ้อมวันนี้ก็คงจะคือพี่อิงค์แต่ข้อความถูกส่งผิดมาที่ผมแทน

ผมมัวแต่คิดว่าส่งผิดก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าพี่เติมเต็มมีซ้อมแต่ผมลืมนึกถึงข้อเท็จที่ว่า พี่เติมเต็มส่งผิดก็จริง แต่ก็ส่งให้คนที่ถูกต้องใหม่ได้

เฮ้อ...ดูสิ พี่เติมเต็มหันมามองบ่อยมากจริงๆ ทุกครั้งที่ผมมาพี่เติมเต็มยังไม่มองมาบ่อยขนาดนี้




ผมไม่โอเคเลย




"แต่พี่นับถือในความพยายามของคนเก่งมากๆเลยนะ" หลังจากที่ต่างคนต่างเงียบไปสักพัก พี่อิงค์ก็พูดขึ้นมา

"ความพยายามอะไรครับ" ผมงง

"ก็ความพยายามในการจีบเต็มไงล่ะ" พี่อิงค์พูด



ความรู้สึกแรกของผมเลยคือทำไมพี่อิงค์รู้ แต่พอคิดอีกทีก็ไม่น่าแปลกใจ พี่เติมเต็มหรือเพื่อนๆพี่เขาคงจะเล่าให้ฟัง



"ก็ไม่ได้จีบอะไรขนาดนั้นครับ" ผมตอบตามความรู้สึกของผม



คือผมคิดว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่ใช่การจีบครับ การส่งของให้การส่งการ์ดให้ สำหรับผมมันแค่การแสดงความรู้สึกดีๆที่ผมมีต่อพี่เขา



การจีบมันต้องเป็นประมาณชวนทานข้าว ดูหนัง เดินเล่น หรือโทรคุยอะไรแบบนี้มากกว่า แต่ทุกข้อที่กล่าวมาเมื่อกี้ไม่มีข้อไหนเลยที่ผมกับพี่เติมเต็มทำด้วยกัน



"ไม่ได้จีบเลยเหรอจ้ะ ส่งการ์ดส่งของให้เต็มบ่อยมากเลย พี่ไปบ้านเต็มทีไร เจอของเจอการ์ดเป็นประจำ" พี่อิงค์พูดพร้อมกับหัวเราะออกเล็กน้อย แต่ผมนี่สิ อึ้งจนไม่รู้จะพูดว่าไงดี พี่อิงค์เคยไปบ้านพี่เติมเต็มด้วย


"พี่อิงค์เคยเห็นเหรอครับ" ผมถามเพราะบางทีที่พี่อิงค์รู้อาจจะเป็นเพราะพี่เติมเต็มเป็นคนเล่าให้ฟังก็ได้


"ใช่จ้ะ เคยเห็นบ่อยด้วย จำได้ครั้งหนึ่งเคยนั่งทานข้าวอยู่ด้วยกันกับเต็มแล้วก็ม่าม๊าเต็ม น้านวลแม่บ้านเดินเข้ามาบอกเต็มว่า น้านวลวางของไว้ที่ห้องนั่งเล่น ตอนนั้นมาม๊าหัวเราะออกมาแล้วก็แซวเต็มว่า ของจากแฟนคลับมาอีกแล้ว ... "


ผมไม่รู้ว่าพี่อิงค์พูดอะไรอีก เพราะใจผม สมองผม มันกำลังแย่ครับ เหมือนหูดับไปชั่วคราว  แค่ฟังที่พี่อิงค์พูดก็พอจะรู้ได้ถึงความสนิทสนมของทั้งคู่


พี่อิงค์คงจะไปบ้านพี่เติมเต็มบ่อยจริงๆ


ที่เคยได้ยินว่า พี่อิงค์เป็นแฟนพี่เติมเต็มก็คงจะไม่ผิดสินะ



แล้วแบบนี้ผมจะยังส่งของส่งการ์ดให้พี่เติมเต็มได้อีกเหรอ

มันคงจะไม่เหมาะสมถ้าผมยังทำแบบนี้ต่อไป
ในเมื่อสถานะของพี่เติมเต็มดูท่าไม่โสดแล้ว
ถ้าผมยังทำแบบเดิม พี่อิงค์คงจะไม่สบายใจ..หรือเปล่านะ


"คือผม..ขอโทษนะครับ" ผมกล่าวขอโทษพี่อิงค์ และพี่อิงค์ก็มองผมด้วยความแปลกใจ

"หืม..ขอโทษอะไรจ้ะ"

.
.
.






"คนเก่ง" ผมยังไม่ได้ตอบอะไร เสียงส้มส้มดังแทรกขึ้นมา ผมหันไปมองเห็นเพื่อนทั้งสองคนกำลังเดินมาหา

"โทษทีมาช้า แวะซื้อของกินอยู่" ส้มส้มพูดเสร็จก็วางถุงร้านสะดวกซื้อที่ในถุงเต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยว

"กูบอกแล้วว่าไม่ต้องซื้อ เดี๋ยวก็ต้องไปกินข้าวอยู่ดี" ฟูจิมันนั่งลงข้างผมพร้อมกับบ่นให้ส้มส้ม



แล้วพอเพื่อนผมทั้งสองคนเห็นว่าใครที่นั่งอยู่ใกล้ๆผม ทั้งสองคนก็ชะงักทันที



ผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ เพราะเพื่อนผมทั้งสองคนต่างก็รู้จักพี่อิงค์อยู่แล้วว่าพี่อิงค์คือใคร แต่วันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้เจอตรงๆ



"เอ่อ..นี่พี่อิงค์ เรียนปีสาม บริหาร .. พี่อิงค์ครับนี่เพื่อนผมครับ ฟูจิกับส้มส้ม" ผมเลือกที่จะแนะนำให้รู้จักกัน ถึงแม้พวกมันจะรู้จักพี่อิงค์อยู่แล้วก็เถอะ

ฟูจิกับส้มส้มยกมือไหว้พี่อิงค์ พี่อิงค์ก็รับไหว้และยิ้มอย่างใจดีให้เพื่อนผมทั้งสองคน



ผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับพี่อิงค์นะครับ เพราะถ้าตัดเรื่องที่พี่อิงค์ (อาจจะ) เป็นแฟนพี่เติมเต็มออกไป พี่อิงค์หน้าตาน่ารักมากครับ สูงพอๆกับผมเลยแหละ และเท่าที่ได้ยินว่าพี่อิงค์เป็นผู้หญิงที่อัธยาศัยดี นิสัยใจคอโอเคเลยครับ



เฮ้อออ..เอาเป็นว่าเท่าที่ผมทราบมา ผมว่าพี่อิงค์ก็ดูจะเหมาะสมกับพี่เติมเต็มดีครับ



เพราะฉะนั้น..ถ้าพี่อิงค์เป็นแฟนพี่เติมเต็มจริงๆผมก็ควรจะต้องสนับสนุนในความรักของพี่เติมเต็มมากกว่าจริงมั้ย


เพราะความรักของผมคือการปรารถนาดี หวังดี ไม่ใช่การครอบครอง ....


จริงๆผมก็พูดให้มันดูดีไปแบบนั้นแหละครับ ผมเคยบอกพี่เติมเต็มไปเมื่อหลายปีก่อนว่า..ความชอบของผมไม่ใช่การครอบครอง..ใช่ครับตอนนั้นผมคิดแบบนั้นจริงๆ


แต่ตอนนี้ผมอยากครอบครองพี่เขาแล้วล่ะ


หมายถึงถ้าพี่เขาคิดเหมือนผม ผมก็อยากจะเป็นผู้ครอบครองครับ


แต่ในเมื่อพี่เติมเต็มคิดไม่เหมือนผม
ผมก็คงจะไม่มีสิทธิ์..ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น




แต่...
ถ้าตอนนี้คิดว่าผมรู้สึกแย่แล้วละก็..มันยังแย่ได้อีกครับ


"แล้วคนเก่งเคยคิดมั้ยว่าเติมเต็มอาจจะเบื่อหรือรำคาญหรือไม่โอเคกับสิ่งที่คนเก่งกำลังทำอยู่" ผมไม่คิดว่าพี่อิงค์จะถามคำถามนี้กับผม ผมไม่มีคำตอบอยู่ในหัวเลย

"ทำไมถามแบบนี้ละคะพี่" ส้มส้มถามพี่อิงค์ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"ถามเพราะอยากรู้ค่ะ" พี่อิงค์ยังยิ้มอยู่

"ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนเก่งและพี่เติมเต็มนะครับ พวกเราเป็นคนนอก เราคงไม่รู้อะไรมากไปกว่าพวกเขาสองคน" ฟูจิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ผมรู้ว่ามันกำลังหงุดหงิด

"จริงสินะ มันเป็นเรื่องของคนสองคน คนนอกไม่ควรจะเกี่ยว แต่ถ้าเต็มดึงพี่เข้ามาเกี่ยว พี่คิดว่าพี่ก็คงจะไม่ใช่คนนอก" น้ำเสียงของพี่อิงค์ไม่ได้ร้ายกาจเหมือนตัวอิจฉาในละคร ผมว่าน้ำเสียงพี่อิงค์ค่อนข้างไปทางอารมณ์ดี เหมือนคุยเรื่องสบายๆ

"พี่หมายความว่ายังไงคะ พี่พูดออกมาเลยดีกว่า" ส้มส้มดูพร้อมที่จะมีเรื่องมากครับ

"ส้มพอ" ผมจับแขนเพื่อนไว้ให้ใจเย็น

"หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ ก็หมายความว่าเต็มเคยบ่นๆให้ฟังว่าไม่โอเคกับสิ่งที่เพื่อนน้องกำลังทำไงล่ะ" พี่อิงค์พูดกับส้มส้มและยังยิ้มตลอด

"ไม่จริงหรอกครับพี่ ผมไม่รู้ว่าพี่ต้องการอะไร แต่การที่พี่มาพูดกับเพื่อนผมแบบนี้ มันไม่โอเค" ผมต้องจับแขนฟูจิไว้อีกคน นั่นผู้หญิงนะมึง

พี่อิงค์มองพวกผมยิ้มๆซึ่งผมดูไม่ออกว่ายิ้มแบบนี้มันคืออะไร เสียงมือถือของพี่อิงค์ดังขึ้น พี่อิงค์เดินห่างออกไปจากพวกเราเพื่อไปคุยโทรศัพท์




"อะไรยังไงมึง เล่ามา" ฟูจิถามผมทันทีที่พี่อิงค์ห่างออกไป ผมเล่าให้เพื่อนทั้งสองฟังคร่าวๆ

"แบบนี้เหมือนมาหาเรื่องกันชัดๆ" ส้มส้มพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ

"ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงนะ กูต่อยคว่ำแน่" ฟูจิครับ

"ต่อยผู้หญิงก็เหี้ยแล้วมึง" ผมบอก

"ไม่หรอก ผู้หญิงสมัยนี้ก็สมควรที่จะโดนต่อย" ส้มส้มสนับสนุนฟูจิครับ

"แล้วมึงจะยังไงต่อ" ฟูจิถามผม

"ไม่รู้ แต่พี่เต็มก็อาจจะเบื่อกูจริงๆก็ได้นะมึง เมื่อเช้ามึงก็พูด แล้วตอนนี้พี่อิงค์ก็พูดอีกคน" ผมพูดพลางถอนหายใจยาวๆ ..


เหนื่อยจัง


"เฮ้ย!เมื่อเช้าที่กูพูดกูก็แค่แซวมึงเล่นเว้ย"

"กูไม่ได้โกรธหรือไม่ได้พอใจ ดีซะอีก มันทำให้กูได้คิด"

"ไอ้คนเก่ง กูขอโทษ"

"เฮ้ย บอกแล้วว่าไม่ได้อะไร"

"กูไม่อยากเห็นมึงหงอยแบบนี้นี่หว่า กูรู้สึกผิดเลยเนี่ย"

"บอกหลายครั้งแล้วว่าให้คิดเยอะๆก่อนพูด" ส้มส้มพูดกับฟูจิครับ




ผมมองไปที่สนามบาส เห็นพวกพี่เขาเลิกซ้อมกันเรียบร้อยแล้ว พี่เติมเต็มเดินขึ้นมาก่อน


"ร่างกายกูต้องการหมูกะทะ" เสียงพี่ธรณ์ครับ

"ไปกันมั้ย" พี่เติมเต็มถามขึ้นมาโดยไม่ระบุว่าถามใคร แต่ผมก็พอจะเดาได้ว่าคงจะถามพวกผม

ฟูจิกับส้มส้มมองหน้ากันก่อนจะหันมามองหน้าผมอีกที ผมรู้ว่าพวกมันกลัวผมลำบากใจ ซึ่งมันจริง


ครับ..ผมลำบากใจ


แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป


"ไปไหนกัน" พี่อิงค์ครับ

"หมูกะทะ" พี่ธรณ์ตอบ

"อ้วนอะ" พี่อิงค์บอก

"ไปด้วยกันมั้ยล่ะ" พี่ธรณ์ถาม

"ถ้าเต็มอยากให้ไปด้วย อิงค์ก็จะไป" พี่อิงค์ไม่พูดอย่างเดียวครับแต่เดินไปเกาะแขนพี่เติมเต็มด้วย


ผมสบตากับพี่เติมเต็มโดยบังเอิญ หรือพี่เขามองผมอยู่แล้วผมก็ไม่แน่ใจ และผมเป็นคนที่เบือนสายตาออกจากพี่เขาก่อน

พี่เติมเต็มไม่ได้ตอบพี่อิงค์ครับ แต่เห็นส่งสายตาดุๆไปให้พี่อิงค์ พี่อิงค์ยักไหล่และปล่อยมือจากแขนพี่เติมเต็ม แล้วเดินห่างออกไปคุยโทรศัพท์อีกครั้ง


"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันมึง" พี่ธรณ์ชวนพี่เติมเต็ม พี่เขามองหน้าผมก่อนที่จะเดินตามหลังพี่ธรณ์ไป


ผมมองตามพี่เติมเต็มไป ก่อนจะสะดุ้งเพราะอยู่ๆพี่เขาก็เดินย้อนกลับมา แล้วมายืนตรงหน้าผม ผมนั่งอยู่เลยทำให้ต้องเงยหน้ามองพี่เขา ผมกำลังจะถามว่าพี่เขามีอะไร


แต่พี่เติมเต็มโน้มตัวลงมาหาผม ตอนนั้นผมค่อนข้างตกใจ เพราะคิดว่าพี่เติมเต็มจะจูบผม




(มึงคิดได้ไงวะเนี่ยไอ้คนเก่ง พี่เขาจะจูบมึงเพื่อ!!/ผมด่าตัวเองในใจครับ)




แต่ถึงแม้ว่าพี่เติมเต็มจะไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมคิด แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงลมอุ่นๆที่มันเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้ม จนผมรู้สึกว่าหน้าตัวเองแดง



"ไปด้วยกันนะ"




หลังจากที่พี่เติมเต็มกระซิบที่ข้างหูผม พี่เขาก็วิ่งตามพี่ธรณ์ไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก


ผมหันไปมองเพื่อนทั้งสองคน ผมเห็นส้มส้มเอามือปิดปากไว้แต่ตาโตมาก ส่วนฟูจิมันขยับเข้ามาหาผม และถามผมว่ามีอะไร


"พี่เติมเต็มหอมแก้มคนเก่งเหรอ" เป็นคำถามจากส้มส้มครับ

"บ้า คิดได้ไงว่าพี่เขาจะหอมแก้ม" ผมท้วงส้มส้ม



(แต่เมื่อกี้มึงพี่คิดว่าพี่เขาจะจูบ / ด่าตัวเองอีกรอบครับ)



"ก็มุมมันได้ไง"

"แล้วสรุปคืออะไรยังไง ทำไมต้องกระซิบ" ฟูจิถามอีกครั้ง

"อ้าว .. ฟูจิเห็นว่ากระซิบเหรอ"

"ใครเห็นก็ต้องรู้ว่ากระซิบป่ะ แล้วยังไง กูถามสามรอบแล้ว"

"พี่เต็มบอกว่า..ไปด้วยกันนะ"


พอพูดออกไปแบบนี้ผมก็พลันรู้สึกว่าหน้ามันร้อนๆยังไงก็ไม่รู้สิ

"เขินเหรอวะ แม่ง..หน้าแดง หูแดง" ฟูจิมันแซวผมครับ

"มึงแม่ง ตอนแรกกูว่ากูไม่ค่อยเขินเท่าไหร่ แต่พอมึงแซวกู กูว่ากูโคตรเขินเลยมึง" ผมพูดตามที่รู้สึก

"ที่สำคัญเป็นครั้งแรกเลยที่พี่เขาชวนกู" ผมพูดออกมาอีกครั้ง



เพราะเสียงที่พี่เติมเต็มพูดกับผมเมื่อกี้ มันเป็นน้ำเสียงที่ต้องใช้คำว่าอ่อนโยนมากกว่าทุกครั้งที่พี่เขาเคยพูดกับผม น้ำเสียงของพี่เติมเต็มมันเหมือนพี่เขากำลังขอร้องผม



แต่พอสายตาผมมองไปเจออีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ไกลๆ ใจที่พองโตของผมมันก็แฟบลงทันที



เฮ้อออ...








TBC.

#เติมเต็มรัก
ninewara✿

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :เฮ้อ:เฮ้อออ...
 :L1: :pig4:

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 728
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
:L2: :pig4:

ถ้ามองโลกในแง่ดีเราว่า อิงค์ เป็นสาววาย
ขอให้จริง มองโลกในแง่ดีด้วยคน
 :mew3:

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1171
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +136/-2
เห้อออ ด้วยคนค่ะ
ลุ้นแทนน้องคนเก่ง พี่เต็มเติมก็มาดเยอะเหลือเกิน หมั่นไส้นิดๆ 555

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1223
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เฮ้อ สงสารน้องคนเก่ง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่5



[เติมเต็ม part]



ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านครับ ผมกลับมาถึงบ้านประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ ปกติถ้าไม่ติดอะไร ผมจะกลับมาบ้านในทุกๆสุดสัปดาห์เพราะบ้านผมกับมหาวิทยาลัยอยู่ในจังหวัดที่ติดกันการเดินทางไม่ไกล ขับรถไม่เกินสองชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ


แต่ถ้าจะต้องขับรถไปกลับระหว่างบ้านกับมหาวิทยาลัยคงไม่ไหว ผมจึงออกไปอยู่คอนโดตั้งแต่ตอนเข้าเรียนปีหนึ่ง


คอนโดที่ผมอยู่ ก่อนหน้านี้เป็นของพี่ชายผมครับ เมื่อก่อนพี่ชายผมก็เรียนที่ม.S เหมือนกัน ตอนนั้นป๊ากับม๊าผมก็เลยซื้อคอนโดให้พี่ชายเพื่อสะดวกในการเดินทาง พอพี่ชายผมเรียนจบ พี่ผมก็เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ คอนโดก็เลยว่างอยู่ประมาณสองสามปี จนกระทั่งผมเข้าเรียนที่นี่ ผมถึงได้เข้ามาปรับปรุงและมาอยู่ที่นี่แทนพี่ชาย


ครอบครัวของผมมีสมาชิกอยู่ห้าคนครับ นอกจากป๊ากับม๊าแล้ว ผมมีพี่ชายและน้องชายอย่างละหนึ่ง พี่ต่อภพพี่ชายคนโตตอนนี้ช่วยป๊าดูแลกิจการอยู่ครับ พี่ต่อภพแต่งงานและมีครอบครัวไปเมื่อปีที่แล้ว ก็เลยแยกตัวออกไปสร้างครอบครัวของตัวเอง


ติวเตอร์น้องชายคนเล็ก ตอนนี้ติวเตอร์เรียนอยู่มอสี่ ผมห่างจากพี่ต่อภพและติวเตอร์ประมาณห้าปี


ครอบครัวผมทำธุรกิจหลายอย่างครับแต่ธุรกิจหลักๆเลยคือคุณพ่อทำเกี่ยวกับพวกโลจิสติกส์และพวกธุรกิจรับเหมาต่างๆ ส่วนคุณแม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพวกโรงแรมและท่องเที่ยว


ส่วนผม..ทุกคนคงจะรู้จักผมกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะแค่ผิวเผิน ผมก็เลยอยากจะเล่าเรื่องราวของผมในมุมของผมบ้าง

.
.

ตอนที่ผมเรียนอยู่มอห้า มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตัวขาวๆอ้วนๆ ชื่อคนเก่ง เขียนจดหมายมาสารภาพกับผมว่าชอบ

ตอนแรกผมก็คิดว่ามันเป็นเรื่องตลกที่เพื่อนผมแกล้ง วันที่ผมไปเจอเด็กคนนั้นวันแรก น้องมันก็ยืนยันเสียงแข็งเลยครับว่ามันชอบผมจริงๆ


หลังจากที่ผมไปเจอน้องมันวันนั้น วันต่อมาและอีกหลายๆวัน ผมก็เจอน้องมันบ่อยขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนผมมั่นใจว่า ผมไม่เคยเห็นมันในโรงเรียนเลย


และก็ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่สงสัย

"ก่อนหน้านี้ทำไมกูไม่เคยเห็นมึงเลยวะคนเก่ง" ไอ้ธรณ์มันเป็นคนถาม

"มันเพิ่งย้ายมาพี่" ฟูจิที่เป็นเพื่อนของคนเก่งเป็นคนตอบ

"มึงชื่อคนเก่งหรือไง"

"ผมตอบแทนมันไงพี่"

ที่คนเก่งมันยังไม่ตอบเพราะมันกำลังเคี้ยวข้าวอยู่ครับ


"คือผมเพิ่งย้ายมาเมื่อเทอมที่แล้วครับ" คนเก่งตอบ

"ทำไมย้ายมาตอนมอสามวะ มึงเกเรเลยโดยไล่ออกจากโรงเรียนเก่าเปล่าวะ" ไอ้ธรณ์ถามพลางหัวเราะไปด้วย

"เมื่อก่อนผมเรียนที่โรงเรียน xxx ครับ ตอนนั้นผมอยู่กับพ่อ พอพ่อผมเสียผมก็เลยมาอยู่กับแม่ แม่อยู่ที่นี่ก็เลยมาเรียนที่นี่ครับ" คนเก่งตอบ

โรงเรียน xxx อยู่ในจังหวัดที่ใกล้ๆกันนี้แหละครับ

"ขอโทษที่เซ้าซี้ถามว่ะ" ไอ้ธรณ์มันมีสีหน้าและน้ำเสียงที่รู้สึกผิด พอมันรู้เหตุผลที่ต้องย้ายโรงเรียนของคนเก่ง

"ไม่เป็นไรครับ" คนเก่งมันยิ้มและก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ

"แล้วไม่รีบขึ้นเรียนหรือไง" ผมถาม

"จะเสร็จแล้วครับ" คนเก่งตอบ

"ต่อไปไม่ต้องมารอแบบนี้แล้วนะ" ผมบอก

"ผมบอกพี่แล้วไงว่าต่อไปผมจะรบกวนพี่บ่อยๆ" คนเก่งมันตอบแล้วมันก็รีบดื่มน้ำ คนเก่งมันลุกขึ้นกำลังจะเดินเอาจานกับแก้วน้ำไปเก็บ แต่ผมพูดขัดขึ้นมาก่อน

"รีบไปเถอะ เดี๋ยวพี่เก็บให้เอง" ผมมองดูเวลาที่นาฬิกา มันเลยเวลาเรียนคาบบ่ายของมอต้นมาสักพักแล้ว

คนเก่งมันส่งยิ้มให้ผม พร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณผม แล้วก็รีบวิ่งตามฟูจิที่วิ่งไปก่อน แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เดินไปซื้อข้าว คนเก่งมันก็วิ่งกลับมา

"ยังไม่ไปอีก" ผมดุมัน

"ผมลืมให้" คนเก่งมันพูดพร้อมยื่นถุงสีขาวลายดาวมาให้

ผมยื่นมือไปรับ ยังไม่ทันได้พูดอะไร คนเก่งมันก็วิ่งกลับไปหาฟูจิ ที่ยืนรอมันอยู่ไกลๆ

"วันนี้ได้อะไรครับเพื่อน" เสียงไอ้ธรณ์

ผมเปิดดู ในถุงมีลูกอมห่อเล็กอยู่หนึ่งห่อ และมีการ์ดอีกหนึ่งใบ




"To..พี่เติมเต็ม

                   ♥
                                เทคแคร์ครับ
                                     คนเก่ง
                                 11/xx/20xx "




ในการ์ดไม่มีข้อความอะไร นอกจากหัวใจสีแดงอันเดียว






หลังจากวันที่ไอ้ธรณ์มันพาผมไปหาคนเก่งที่ห้องเรียนวันนั้น วันต่อมาผมก็ได้ขนมได้ของและการ์ดจากคนเก่ง ผ่านมาประมาณเดือนหนึ่งแล้ว คนเก่งมันก็ยังคงทำแบบนั้นอยู่ มันอาจจะไม่ได้ให้ผมทุกวัน แต่อย่างน้อย 2-3 วันมันต้องมีมาให้


ช่วงแรกๆผมถามมันว่าให้ทำไมให้เพื่อ? คือมันไม่ได้มีวาระหรือโอกาสอะไร

คนเก่งมันก็ตอบว่า

"ก็ให้เนื่องจากไม่มีโอกาสนี่แหละครับ ผมแค่อยากให้พี่จำผมได้"

ตอนนั้นผมก็ย้อนมันกลับไปนะ

"จะจำไม่ได้ได้ไงวะ"

คือคนมันได้รู้จักกันไปแล้ว มันจะลืมกันได้ไง ผมงงกับความคิดของมันมาก มันก็บอกว่าผมไม่เข้าใจมันหรอก



"จำได้กับจดจำมันต่างกันครับ ผมอยากให้พี่จดจำผม" คนเก่งมันบอก



โดยรวมมันก็เป็นเด็กนิสัยใจคอใช้ได้ ไม่ล้ำเส้นผมมาก็ไป

แต่มันก็มีหลายอย่างที่ผมไม่ชอบให้มันทำ ยกตัวอย่างง่ายๆเลย เรื่องพักทานข้าวกลางวันที่โรงเรียน มันเรียนมอต้น ผมเรียนมอปลาย

เวลาพักกลางวันของมอต้นคือ 11.30 - 12.30 ส่วนเวลาพักมอปลายคือ 12.10 - 13.10

คนเก่งมันพักกลางวันตั้งแต่สิบเอ็ดโมงครึ่ง มันไปนั่งจองโต๊ะในโรงอาหารแต่มันไม่ยอมไปหาอะไรมาทาน มันนั่งรอจนผมมา มันถึงจะเดินไปซื้อข้าวมา มันบอกมันอยากรอทานข้าวกับผม และผลที่ตามมาคือมันเข้าเรียนคาบบ่ายแบบฉิวเฉียดตลอด


วันแรกที่ผมเจอคนเก่งนั่งรอที่โต๊ะที่โรงอาหาร ผมก็ยังไม่แปลกใจนะ แต่พอผ่านไปประมาณสามสี่วัน ผมก็เลยรู้ว่าเพื่อนผม ไอ้ธรณ์มันรู้เห็นกับคนเก่ง

"มึงก็อย่าคิดไรมากสิวะ ดีซะอีกน้องมันจองโต๊ะไว้รอ เราไม่ต้องเสียเวลาเดินหาโต๊ะ" ไอ้ธรณ์มันพูดออกมาง่ายๆ

มันบอกว่าวันนั้นที่มันคุยกับฟูจิ มันก็แลกเบอร์แลกไลน์กันเรียบร้อย วันต่อมาฟูจิก็ทักมาหามันตอนเช้าว่าตอนพักกลางวัน คนเก่งจะจองโต๊ะที่โรงอาหารไว้ให้ ไอ้ธรณ์มันก็เห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไร

ผมคิดว่ามันคงทำอย่างมากสักอาทิตย์หนึ่ง แต่ผิดคาดมันทำแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว จากเฉยๆกลายเป็นไม่โอเคแล้วสำหรับผม



จนวันหนึ่งผมก็เรียกมันมาคุยอย่างจริงจัง

"ต่อไปไม่ต้องจองโต๊ะที่โรงอาหารให้แล้วนะ" ผมบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ทำไมล่ะครับ" คนเก่งมันถามเสียงหงอยๆ

"พี่ไม่รู้นะว่าเรารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราอยู่มอสาม และเทอมนี้เราต้องใส่ใจกับเรื่องเรียนต่อมอปลายมากกว่ามาทำเรื่องไร้สาระแบบนี้"

"เรื่องของพี่เต็มไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลยนะ" คนเก่งมันโวยเล็กน้อย

"การที่มานั่งรอพี่กินข้าว จนเข้าเรียนคาบบ่ายไม่ทัน เนี่ยเหรอคือเรื่องที่บอกว่าไม่ไร้สาระ"

"......"

"เท่าที่พี่รู้เกรดเราก็ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ถึงกับจะสบายใจได้ และถ้ายังไม่ใส่ใจเรื่องเรียนแบบนี้ ลำบากแน่ ลองไปทบทวนสิ่งตัวเองกำลังทำดู"

ผมพูดเสร็จผมก็เดินออกมา ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมพูดมันแรงมั้ยแต่หวังว่าคนเก่งมันจะคิดอะไรได้บ้าง




วันต่อมา

เมื่อผมเดินมาโรงอาหาร ผมยังคงเจอคนเก่งนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำที่เคยนั่งจองไว้ให้ตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

ผมมองหน้าคนเก่งด้วยความไม่พอใจ สรุปคือที่ผมพูดไปเมื่อวานมันสูญเปล่า

"นึกว่าวันนี้ไม่มา" ไอ้ธรณ์มันถามคนเก่ง ผมเล่าให้มันฟังแล้วว่าผมพูดกับคนเก่งว่ายังไง

"คือผมแค่นั่งจองที่ไว้ให้ครับ พอพวกพี่มาผมก็จะขึ้นเรียน" คนเก่งมันพูดยิ้มๆแต่สีหน้ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และมันไม่กล้าสบตาผม

ผมมองดูเวลาที่นาฬิกาที่ข้อมือ เหลือประมาณสิบนาทีคาบบ่ายของมอต้นจะเริ่ม

"งั้นผมไปก่อนนะครับ" คนเก่งยกมือไหว้พวกผม ก่อนที่จะวางถุงสีขาวลายดาวไว้บนโต๊ะตรงหน้าผม แล้วคนเก่งมันก็วิ่งไปทางฝั่งมอต้น

ไอ้ธรณ์มันตบบ่าผมก่อนจะเดินไปซื้อข้าว ผมเลยให้มันซื้อมาเผื่อผมด้วย

ผมเปิดดูของในถุง ในถุงมีขวดแก้วขนาดเล็กประมาณนิ้วหัวแม่มือ ผมหยิบขึ้นมาดู ในขวดมีกระดาษที่เขียนด้วยลายมือที่ผมจำได้ว่าเป็นลายมือของคนเก่ง


           "ขอโทษครับ"


นั่นคือข้อความในกระดาษใบเล็กที่อยู่ในขวดแก้ว และแน่นอนมันต้องมีการ์ดแนบมาด้วย ผมหยิบการ์ดขึ้นมาอ่าน




"To..พี่เติมเต็ม
       


                                    เทคแคร์ครับ
                                         คนเก่ง
                                    07/xx/20xx"




เป็นครั้งแรกที่ผมได้การ์ดที่ว่างเปล่าจากคนเก่ง ไม่มีข้อความใดๆ นอกจากคำว่า "เทคแคร์ครับ" ที่คนเก่งจะลงท้ายในการ์ดทุกใบที่เขียน


ความรู้สึกผมในตอนนั้น..บอกตรงๆว่ามันรู้สึกแย่ นึกถึงเมื่อวานที่ผมพูดแล้วคนเก่งมันยืนน้ำตาคลอ ผมยิ่งรู้สึกแย่



มื้อเที่ยงวันนั้นไม่อร่อยเลยจริงๆ



.
.

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา คนเก่งก็ไม่เคยที่จะทานข้าวกลางวันที่โรงเรียนกับผมอีกเลย สิ่งที่น้องมันทำคือนั่งจองโต๊ะไว้รอ พอผมลงมา น้องมันก็ขึ้นเรียน


และถึงแม้ช่วงที่คนเก่งขึ้นมาเรียนชั้นมอสี่ ส่วนผมอยู่ชั้นมอหก แม้จะได้พักกลางวันพร้อมกัน แต่คนเก่งก็ไม่เคยมานั่งทานข้าวกับผมเลย


v

v

v





เสียงมือถือของผมดังขึ้น ช่วยให้ผมกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

"ว่าไง" ผมรับสายไอ้ธรณ์

(อยู่บ้านหรือออกมาข้างนอกวะ)

"อยู่บ้าน มีไรวะ" ผมถาม

(มึงจำพวกไอ้โจ้ ไอ้แน็ค ที่เป็นรุ่นน้องเราที่เคยเล่นบาสด้วยกันบ่อยๆได้มั้ยวะ)

"ก็พอจำได้ ทำไม"

(พอดีกูมาทำธุระให้ที่บ้าน แล้วเจอพวกมัน พวกมันเลยชวนเล่นบาส)

"ตอนนี้?"

(กูนัดพวกมันอีกประมาณชั่วโมงหนึ่ง)

ผมมองดูเวลา

"เอาดิ พอดีแหละ แดดไม่ค่อยแรงแล้ว"

(โอเคมึง เจอกัน)


ไอ้ธรณ์มันก็กลับบ้านมันเหมือนกันครับ มันขับรถของมันมาเอง ไอ้ธรณ์มันมีรถแต่มันติดนิสัยขี้เกียจขับ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆมันก็เลือกจะไม่ขับเลย

หลังจากวางสายจากไอ้ธรณ์เสร็จผมก็เดินลงมาข้างล่าง ตั้งใจว่าจะเดินลงมาหาอะไรในครัวทานสักหน่อย

"อ้าว คุณเต็ม น้ากำลังจะโทรขึ้นไปหาเลยค่ะ" น้านวลเป็นแม่บ้านที่บ้านผมครับ

"ครับ น้านวลมีอะไรหรือเปล่าครับ"

"นี่ค่ะ" น้านวลยื่นถุงสีขาวลายดาวมาให้ผม

"แล้วคนให้ล่ะครับ" ผมรับถุงมา และถามน้านวลด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

"น้ากลับมาจากตลาดก็เห็นห้อยอยู่ที่ประตูเล็กแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าห้อยไว้นานหรือยัง" น้านวลตอบและเดินไปในครัว เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้ถามอะไรอีก



จากที่ผมคิดว่าจะเดินไปหาอะไรทาน ผมเลยเปลี่ยนใจเดินกลับขึ้นห้องตัวเอง แสดงว่าวันนี้คนเก่งมันก็กลับมาบ้านเหมือนกันนะสิ

ผมนั่งลงที่โซฟาที่อยู่ในห้องนอน ก่อนจะเปิดถุงออกมาดู ของในถุงวันนี้เป็นขนมคุ้กกี้อยู่ในซองใส มีคุ้กกี้แค่ 4-5 ชิ้นเท่านั้นเอง





"To ... พี่เติมเต็ม
            วันนี้ที่บ้านลองทำขนมพวกเบเกอรี่ ผมเลยลองทำคุ้กกี้มาให้ชิมดู รับรองกินได้ ปลอดภัยครับ

                                        เทคแคร์ครับ
                                            คนเก่ง
                                    15/xx/20xx"





ผมยิ้มเมื่ออ่านข้อความในการ์ด และมันก็โคตรรู้สึกโล่งใจ

.
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อวาน


หลังจากที่ซ้อมบาสเสร็จ ปกติคนเก่งและเพื่อน จะต้องไปทานข้าวกับพวกผมตลอดแท้ๆ แต่เมื่อวานนี้เป็นครั้งแรกที่คนเก่งปฏิเสธ ทั้งๆที่ผมขอร้องคนเก่งขนาดนั้น (ไอ้ธรณ์มันบอกว่าผมอ่อยน้องครับ)


เหตุการณ์ก็คือหลังจากที่ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาเสร็จเรียบร้อย คนเก่งและเพื่อนสนิทก็เก็บของและนั่งรอพวกผมอยู่

ผมชวนคนเก่งขึ้นรถไปกับผม เพราะปกติน้องมันก็ไปกับผมอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ไปกับน้องมันสองคนนะครับ มีพวกเพื่อนผมไม่คนใดก็คนหนึ่งไปด้วยตลอด

คนเก่งมันก็เดินตามผมมาเงียบๆ ไม่ได้ชวนคุย จนกระทั่งมาถึงที่รถ

"วันนี้ผมขอตัวนะครับพี่เต็ม" คนเก่งพูดขึ้นมา ไอ้ธรณ์ที่เดินมาถึงรถก่อน ชะงักและมองหน้าผมประมาณว่า .. มีอะไรกัน

"บอกว่าให้ไปด้วยกันไม่ใช่เหรอ" ผมถามด้วยน้ำเสียงที่รู้ตัวเลยว่าไม่พอใจ

ผมเห็นน้องมันหันไปมองฟูจิกับส้มส้มที่ยืนอยู่ห่างออกไป

"คือผมต้องไปคุยเรื่องรายงานกับเพื่อนครับ"

"ต้องคุยตอนนี้เลย?"

"ครับ"

"....." ผมไม่รู้จะพูดอะไร

"....."

ผมไม่พูดอะไร น้องมันก็ไม่พูดอะไร ต่างคนต่างเงียบ จนในที่สุดคนเก่งมันเป็นคนที่ขอตัวไปหาเพื่อนและยกมือไหว้ลาพวกผม

ผมมองตามน้องมันเดินไปหาเพื่อน และขึ้นรถฟอร์จูนเนอร์ของฟูจิไป

ผมหันมามองไอ้ธรณ์ ก่อนที่จะโทรหาไอ้ทัตพล

"มึงอยู่ไหนกัน" ผมถามทัตพล

(หน้ามอ)

"รอตรงนั้นก่อน" ผมบอกไอ้ทัตพล หลังจากที่มันรับปาก ผมวางสายและบอกให้ไอ้ธรณ์มันขึ้นรถ

ผมแม่งโคตรหงุดหงิด ผมรู้ว่าที่คนเก่งบอกว่าจะไปทำรายงานกับเพื่อนมันคือข้ออ้างที่จะไม่ไปกับผม ซึ่งผมไม่รู้ว่าทำไมคนเก่งถึงเป็นแบบนี้

ไอ้ธรณ์มันคงจะพอรู้อารมณ์ผม มันเลยไม่ถามอะไรออกมาเลย

พอมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย เห็นรถไอ้ทัตพลมันจอดอยู่ผมเลยไปจอดต่อท้าย

"ฮัลโหลมึง" ผมโทรหาไอ้ทัตพล

(เออ กูเห็นรถมึงแล้ว)

"เอาไอ้ธรณ์ไปด้วย วันนี้กูขอตัวว่ะ" ผมบอกไอ้ทัตพล และวางสายทันที เพราะไม่อยากให้มันถามอะไรผม

ไอ้ธรณ์มองหน้าผม มันคงอยากจะพูดอยากจะถามตามนิสัยชอบเผือกของมัน แต่เพราะรู้จักและสนิทกันมานาน มันรู้ดีว่าผมยังไม่พร้อมคุย

ไอ้ธรณ์ลงจากรถผมไป พร้อมทั้งบอกว่าเดี๋ยวไลน์คุยกัน ผมได้แต่พยักหน้าตอบรับมันไป


เมื่อคืนผมนอนคิดทั้งคืนว่าคนเก่งมันเป็นอะไร หรือที่ไอ้ธรณ์บอกว่าคนเก่งอาจจะเลิกชอบผมมันจะจริง เพราะมันไม่น่าจะมีเหตุผลอื่น


ไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องมาคิดเรื่องไร้สาระแบบนี้มาก่อน แต่ถ้ามันไร้สาระทำไมผมยังคิดว่ะเนี่ย!!




ผมตื่นมาตอนเช้าด้วยอาการของคนที่นอนน้อย ผมไม่อยากจะคิดเรื่องคนเก่งเลยให้ตายสิ แต่พอตื่นมาคนแรกที่นึกถึงกลับเป็นมัน

คำถามที่อยู่ในหัวผมตั้งแต่ตื่นนอนก็คือ วันนี้คนเก่งจะเอาของมาให้ผมหรือเปล่า

ผมไม่ได้อยากได้ของหรือว่าอะไร แต่ผมวัดจากการที่คนเก่งให้การ์ดผม ถ้าวันนี้ผมยังได้การ์ดอยู่ก็แสดงว่าคนเก่งยังชอบผมอยู่ แต่ถ้าไม่..ก็อาจเป็นไปได้ว่าคนเก่งเลิกชอบผมแล้วจริงๆ


ผมเรียนเสร็จตอนสิบเอ็ดโมง พวกเพื่อนๆผมยังไม่มีใครถามอะไร แม้แต่ไอ้ธรณ์มันก็ไม่ชวนผมคุยเรื่องคนเก่ง ซึ่งก็ดีเพราะผมยังไม่มีอะไรจะคุย

ประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่งผมเดินมาที่รถ สิ่งที่ผมคาดหวังคืออาจจะมีถุงลายคุ้นตาห้อยอยู่ที่กระจกรถ หรือเสียบไว้ตรงที่ปัดน้ำฝน แต่ว่างเปล่าครับ ไม่มีอะไรเลย

ผมขึ้นมานั่งบนรถด้วยความรู้สึกที่มันบอกไม่ถูก ... กูรออะไรวะเนี่ย ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน ผมก็คิดตลอดทางว่าทำไมวันนี้ไม่มีการ์ดอย่างที่เคย

แต่...คิดไปคิดมา
เมื่อวานคนเก่งมันเพิ่งให้การ์ดผมมานี่หว่า วันนี้อาจจะไม่ได้ให้ก็ได้ อย่างที่ผมเล่าให้ฟัง คนเก่งไม่ได้ให้การ์ดผมทุกวัน กำหนดแน่นอนไม่ได้ ช่วงที่ผมเรียนอยู่มอหกผมเคยได้การ์ดเป็นสิบใบในวันเดียวกันก็มี คนเก่งเคยให้เหตุผลว่า


'วันไหนคิดถึงพี่เต็มมากก็จะเขียนถึงเยอะหน่อย'


แต่ทุกวันนี้ที่มันลดลง เป็นเพราะกลัวผมรำคาญ

....




้เรื่องเมื่อวานช่างมันก่อน
รู้แค่ว่าตอนนี้ผมอารมณ์โคตรดี วันนี้เป็นวันแรกเลยที่ผมรู้สึกดีใจที่ได้การ์ดจากคนเก่ง

หรือจริงๆแล้วผมรู้สึกดีแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจ


ผมมองการ์ดที่อยู่ในมือ ก่อนที่จะเดินไปเปิดตู้สีขาวที่อยู่ในห้อง ในตู้สีขาวมีลิ้นชักอยู่สามชั้น ผมเปิดลิ้นชักชั้นบนสุดแล้วเอาการ์ดที่ได้มาใส่ลงไป

สิ่งที่ผมเก็บไว้ในตู้ใบนี้คือ การ์ดทุกใบและของทุกอย่างที่สามารถเก็บไว้ได้ (ยกเว้นพวกของกิน) ที่คนเก่งให้มา


ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับการ์ดจากคนเก่งเยอะครับ ผมเดาเอาเองว่าน่าจะเกือบพันใบได้


ตอนแรกผมไม่ได้มีตู้ไว้ใส่แบบนี้หรอกครับ ใส่กล่องกระดาษไว้แบบไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่ ตอนนั้นคิดในใจว่าไม่ทิ้งก็ดีเท่าไหร่แล้ว


แต่ม๊าผมเป็นคนที่บอกผมว่า ผมควรจะเก็บรักษาของพวกนี้ไว้ให้ดีหน่อย เพราะการ์ดแต่ละใบของแต่ละชิ้น มันบ่งบอกถึง "ใจและความรู้สึก" ของคนที่ให้

ม๊าบอกว่าถึงเราจะตอบรับความรู้สึกของเขาไม่ได้ แต่ก็อยากให้เก็บไว้ ตอนแรกผมก็ลังเลใจนะ เพราะคิดว่าถ้าเก็บไว้มันก็เหมือนเราให้ความหวังกับเขาหรือเปล่า


แต่ม๊าบอกว่า เขาไม่ได้รู้ว่าเราเก็บไว้ไม่ใช่เหรอ ซึ่งมันก็จริง ผมเลยเลือกที่จะเก็บไว้ พอของมันเริ่มเต็มกล่อง ผมเลยไปซื้อตู้เอามาไว้เก็บแทน เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าคนเก่งมันจะทำแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่



อืม...
ทำไมม๊าผมรู้เรื่องคนเก่งน่ะเหรอ


มันเริ่มจากตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่มอห้า เตรียมตัวจะขึ้นมอหกของผม

จำได้ว่าเพิ่งจะปิดเทอมได้แค่สองวัน น้านวลเดินมาหาผม ที่กำลังนอนดูหนังอยู่ในห้องนั่งเล่น พร้อมกับยื่นถุงคุ้นตามาให้ ตอนนั้นผมรีบลุกขึ้นมานั่งทันทีด้วยความตกใจ

"ถุงใบนี้ห้อยอยู่ตรงประตูเล็กค่ะ มีกระดาษแปะอยู่หน้าถุงว่าถึงคุณเต็มค่ะ" น้านวลบอก ผมรีบรับถุงมา ดูลายมือหน้าถุงก็รู้เลยว่าใช่ลายมือคนเก่งจริงๆ


ความรู้สึกผมตอนนั้นคือ...


เฮ้ย!ปิดเทอมก็ไม่เว้น ส่งให้ถึงบ้านอีก รู้จักบ้านได้ไงวะเนี่ย!


ผมเปิดดูของในถุง มันมีตุ๊กตาโมเดลตัวเล็กๆ น่าจะเล็กกว่าฝ่ามือผม ผมหยิบตุ๊กตาออกมาดู ก่อนจะหยิบการ์ดมาอ่าน





"To..พี่เต็มเต็ม
         สุขสันต์วันปิดเทอมครับ เซอร์ไพรส์มั้ยยย?! ปิดเทอมคงไม่ค่อยได้เจอพี่ ยังไงก็ดูแลตัวเองนะครับ

                                     เทคแคร์ครับ
                                         คนเก่ง
                                    24/xx/20xx

ปล : จริงๆอยากบอกว่าคิดถึงผมบ้างนะ แต่ไม่กล้าบอก"





ผมส่ายหน้าให้กับการ์ดของคนเก่ง ไหนบอกว่าไม่กล้าบอกไงวะ เขียนบอกมาเต็มๆ



ผ่านมาอีกประมาณสองสามวัน คนเก่งก็เอาถุงมาห้อยที่ประตูบ้านผมอีกแล้ว แต่คนที่เจอถุงและเอามาให้ผมคือม๊า ก็เลยจำเป็นต้องเล่าให้ม๊าฟัง


ตอนแรกเลยนะ ผมคิดว่าม๊าต้องไม่โอเคแน่ที่อยู่ๆ ลูกชายก็มีผู้ชายมาชอบ แต่ม๊ากลับไม่ต่อว่าอะไรเลย ม๊าบอกว่าคนเก่งมันดูจริงใจดี

"เขาเคยขอหรือเรียกร้องอะไรกับลูกมั้ยล่ะ" ม๊าถามผม

"อยากทานข้าวกลางวันด้วยครับ"

ม๊าหัวเราะและถามผมว่าแค่นี้เหรอ

ผมพยายามนั่งคิด เท่าที่จำได้ก็มีแค่เรื่องเดียวนะ




"To...พี่เติมเต็ม
         ช่วงนี้อากาศร้อนมาก ทานอะไรก็ระวังหน่อยนะครับ ระวังท้องเสีย

                               เทคแคร์ครับ
                                     คนเก่ง
                                27/xx/20xx"



ของที่มาพร้อมกับการ์ดคือเกลือแร่ เป็นของที่มันให้ประหลาดที่สุดเลยครับ


พอม๊าอ่านการ์ดและเห็นของในถุง ม๊าผมชอบใจใหญ่ครับ


และตั้งแต่นั้นมา ม๊าก็บอกให้ผมเก็บของและการ์ดของคนเก่งไว้อย่างดี

ในเมื่อน้องมันไม่รู้ว่าผมเก็บไว้ มันก็คงจะไม่เป็นไร

...



ผมมองดูนาฬิกาใกล้จะถึงเวลาที่ผมนัดกับไอ้ธรณ์เอาไว้ ผมก็เลยลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถึงแม้ว่าจะออกไปเล่นกีฬา ผมก็ต้องอาบน้ำก่อนครับ มันติดนิสัย

หลังจากแต่งตัวเสร็จผมเดินลงมาข้างล่าง เจอม๊าที่เดินเข้าบ้านมาพอดี

"สวัสดีครับม๊า" ผมยกมือไหว้ม๊า

"มาถึงตั้งแต่ตอนไหนลูก แล้วจะไปไหนจ้ะ"

"มาถึงสักพักครับ ผมจะออกไปหาไอ้ธรณ์ครับม๊า"

"ถ้ากลับดึกก็ขับรถระวังด้วยนะเต็ม"

"ครับม๊า"

ผมเดินมาขึ้นรถ หลังจากติดเครื่องรถ ผมก็ยังไม่ออกรถทันที ผมหยิบมือถือมาไลน์บอกไอ้ธรณ์ว่า กำลังออกไป

ผมเลื่อนดูห้องแชทสักพักก่อนตัดสินทักไลน์ไปหาเด็กบางคน

teimtem : อยู่บ้านมั้ย

konkengg : ถามผมเหรอ

teimtem : กวนว่ะ

konkengg : ก็..กลัวจะบอกว่า
konkengg : ส่งผิดอีกครับ


โอเค...มันเป็นความผิดของผมเอง ที่เมื่อวานผมพิมพ์แบบนั้นไป


teimtem : สรุปอยู่บ้าน?
konkengg : ไม่ครับ
konkengg : ตอนนี้อยู่ตลาด
teimtem : ขายของ?
konkengg : ใช่ครับ
teimtem : อืม


ผมไม่รู้จะคุยอะไรต่อดี ผมไม่ค่อยที่จะได้คุยกับคนเก่งสักเท่าไหร่ เชื่อมั้ยว่าน้องมันเพิ่งจะได้เบอร์มือถือและไลน์ผมตอนที่ผมจบมอปลายแล้ว

วันงานปัจฉิมนิเทศที่โรงเรียน คนเก่งมันบอกว่ามีเรื่องจะขอก่อนที่ผมจะจบออกไป ซึ่งผมก็รับปากมันว่าถ้าไม่ยากเกินไป หรือไม่ทำให้ผมลำบากใจผมก็จะให้

และสิ่งที่คนเก่งขอในวันนั้นคือขอเบอร์มือถือและขอแอดไลน์

ผมงงกับสิ่งที่มันขอมาก เพราะผมคิดว่ามันน่าจะมีเบอร์ผมนานแล้ว อย่างน้อยไอ้ธรณ์ก็ต้องบอก แต่น้องมันให้เหตุผลว่า มันอยากได้จากผมโดยตรงมากกว่า..มันรู้สึกพิเศษ

หลังจากได้เบอร์ผมไป คนเก่งไม่เคยโทรหาผมเลยสักครั้ง มีส่งไลน์มาหาบ้างแต่ไม่บ่อย ส่วนใหญ่จะส่งมาในวันสำคัญ เช่น วันปีใหม่ วันวาเลนไทน์ วันเกิดผม เป็นต้น

จนเคยสงสัยว่า ตกลงมันชอบผมจริงหรือเปล่า ได้ทั้งเบอร์ได้ทั้งไลน์แต่น้องมันไม่ทำอะไรเลย

วันที่ผมให้เบอร์คนเก่งไป ผมกลับมากังวลขนาดที่ว่า ไปนั่งคิดว่าถ้าคนเก่งมันโทรมาคืนนี้ ผมจะพูดตัดบทว่าอะไรดี จะบอกว่าไม่ว่าง กำลังจะนอนหรืออะไรดี

แต่สิ่งที่คิดไว้ก็ไม่มีโอกาสได้ใช้เลยสักครั้ง เพราะน้องมันไม่เคยโทรมา


ตึ้ง
ข้อความไลน์ของคนเก่งเด้งขึ้นมา


konkengg : พี่เต็มมีอะไรหรือเปล่าครับ

นั่นสิ...ผมมีอะไร

teimtem : เปล่า

ผมตอบกลับไปแบบนั้น เพราะผมไม่รู้จริงๆว่าผมมีอะไรหรือเป็นอะไรกันแน่

หรือตอนนี้ "ในใจ" ผมมีอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า








TBC.

#เติมเต็มรัก
ninewara✿


◕ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน และขอบคุณทุกๆคอมเม้นนะคะ ^__^
◕ อีกไม่นานพี่เติมเต็มจะเลิกสับสนแล้วจ้า




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 12:17:12 โดย ninewara »

ออฟไลน์ ก้อนขี้เกียจ

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 760
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-1
เอาใจช่วยคนเก่ง แต่ก่อนหน้านั้นแก้เผ็ดพี่เต็มหน่อยค่ะ ลีลามาหลายปี 5555

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
 :-[
พี่เติมเต็มเริ่มมี ในใจ บ้างแล้ว
จะรู้สึกตัวจริงๆ เมื่อไหร่แค่นั้น
เชียร์น้องคนเก่งสู้ต่อไป
 :mew3:
ปล.
แอบคิดว่าพี่อิงค์คนสวยคือหน่วยกล้าวาย คอยเป็นสปายให้ขุ่นแม่พี่เต็ม

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :L2: :pig4:
อะไรที่อยู่ใกล้ไปอาจมองไม่เห็น
น้องเดินออกมาอาจจะคิดออก

ออฟไลน์ FanclubPong

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 107
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
อ่านสนุกดี ลุ้นต่อ คิดว่าตอนนี้พี่เติมเต็มติดกับดักน้องคนเก่งแล้ว ขนาดเก็บเอาไปคิดว่าน้องเลิกชอบแล้วเกิดความสับสนไม่ชอบใจ

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-0
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 6





วันนี้เป็นวันศุกร์ครับ ผมกลับมาบ้านเป็นประจำทุกสัปดาห์อยู่แล้ว เมื่อเช้าอาจารย์ยกเลิกคลาสเรียน ผมก็เลยกลับมาถึงบ้านตั้งแต่ช่วงสายๆ

ฟูจิมันขับรถมาส่ง แต่มันไม่ได้แวะเข้ามาที่บ้าน มันบอกแค่ว่ามันรีบ แม่ผมชวนทานข้าวกลางวันด้วยกัน มันก็บอกไว้วันหลัง ช่วงนี้มันทำตัวแปลกๆเหมือนกัน



ตอนนี้เป็นเวลาใกล้ห้าโมงเย็นแล้ว ผมมาช่วยแม่กับป้าขายของครับ วันนี้วันศุกร์ จะมีคนมาเดินซื้อกับข้าวหรือของกินกันเยอะ เพราะตรงพื้นที่ว่างๆด้านข้างตลาดมีตลาดนัดถนนคนเดินด้วยครับ

คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ผมก็เลยนั่งดูนั่นดูนี่ในมือถือไปพลางๆ แต่ผมก็ชะงักมือที่กำลังไถหน้าจออยู่ เพราะมีแจ้งเตือนไลน์จาก คนที่ทำให้ผมนอนไม่หลับทั้งคืน


teimtem : อยู่บ้านมั้ย

konkengg : ถามผมเหรอ

teimtem : กวนว่ะ

ผมไม่ได้ตั้งใจจะกวนหรือว่าอะไรนะ แต่ล่าสุดที่พี่เติมเต็มทักมาเมื่อวานคือพี่เขาส่งแชทผิดไง

konkengg : ก็..กลัวพี่จะบอกว่า
konkengg : ส่งผิดอีกครับ

ผมตอบไปตามตรงในสิ่งที่ผมกังวล แต่การที่พี่เขาบอกว่าผมกวนเขา ผมก็จะเข้าใจว่าพี่เติมเต็มทักมาหาผมจริงๆไม่ผิดตัว

teimtem : สรุปอยู่บ้าน?
konkengg : ไม่ครับ
konkengg : ตอนนี้อยู่ตลาด
teimtem : ขายของ?
konkengg : ใช่ครับ
teimtem : อืม

ผมรอว่าพี่เติมเต็มจะพิมพ์อะไรมาอีกมั้ย แต่พี่เขาเงียบไป .. คือผมยังอยากคุยกับพี่เขาต่ออยู่เลย

konkengg : พี่เต็มมีอะไรหรือเปล่าครับ

ผมพยายามชวนคุยแต่คำตอบของพี่เติมเต็ม เหมือนเป็นการจบบทสนทนา

teimtem : เปล่า

เฮ้อออ......ทำเอาผมไม่กล้าคุยต่อเลย

.
.
.


เมื่อวานผมตัดสินใจที่จะไม่ไปทานข้าวกับพวกพี่เติมเต็มอย่างที่เคยทำ เพราะผมไม่มั่นใจในตัวเองว่า ผมจะทำเฉยๆหรือทำตัวปกติต่อหน้าพี่เติมเต็มได้มั้ย


อีกเหตุผลคือ ผมอยากขอเวลาคิด


การที่เจอและได้คุยกับพี่อิงค์ ทำให้ผมรู้ตัวว่า ผมไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ตัวผมเองเคยคิดเลย ผมไม่กล้าพอที่จะนั่งดูพี่เติมเต็มใกล้ชิดกับพี่อิงค์ได้


หลังจากที่ผมแยกกับพี่เติมเต็ม ฟูจิมาส่งผมที่หอพักโดยมีส้มส้มตามมาด้วย เพื่อนสองคนอยากอยู่เป็นเพื่อนผม แต่ผมอยากคิดอะไรคนเดียวมากกว่า

ผมรู้ว่าเพื่อนเป็นห่วงผมมาก ส้มส้มเองถึงแม้ว่าเพิ่งจะมารู้จักกันตอนที่เข้ามาเรียนที่นี่ แต่ส้มส้มก็เข้ากับพวกผมได้ดี ส่วนฟูจิไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันเป็นห่วง


ผมอาบน้ำทันทีที่กลับถึงห้อง เพราะอยากให้ตัวเองสดชื่น เผื่อสมองจะปลอดโปร่งมากขึ้น จะได้คิดออกว่าจะทำยังไงต่อไปดี

ผมนั่งทบทวนถึงอะไรหลายๆอย่าง สิ่งที่พี่อิงค์พูด ที่บอกว่าพี่เติมเต็มไม่ชอบในสิ่งที่ผมทำ ตอนที่ได้ยินผมเสียใจนะ จนคิดว่าถ้าพี่เติมเต็มไม่ชอบใจ ผมก็จะไม่ทำอีกแล้ว ...

แต่หลังจากได้มีเวลาทบทวน ผมกลับคิดว่า สิ่งที่พี่อิงค์พูดมานั้น มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ (ขอคิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน)

ข้อแรกผมคิดว่าถ้าพี่เติมเต็มไม่โอเคจริงๆ พี่ธรณ์ก็น่าจะบอกผม ซึ่งข้อนี้ตอนที่ฟูจิมันขับรถมาส่งผม มันก็พูดเหมือนกันว่าถ้ามีอะไรพี่ธรณ์ก็ต้องบอก

ข้อสองยังไม่แน่ใจว่าพี่อิงค์เป็นแฟนพี่เติมเต็มจริงมั้ย เหตุผลก็คือตามข้อแรก ถ้ามีอะไรพี่ธรณ์ก็น่าจะบอก ..

เพราะว่าตลอดเวลาที่ผมชอบพี่เติมเต็ม พี่ธรณ์จะคอยส่งข่าวผ่านทางฟูจิมาบ่อยๆ ที่พี่ธรณ์ไม่บอกผมโดยตรงเพราะพี่ธรณ์เคยโดนพี่เติมเต็มจับได้ว่าให้ความช่วยเหลือผมหลายอย่างในเรื่องเกี่ยวกับพี่เติมเต็ม

พี่ธรณ์เลยตัดปัญหาด้วยการบอกฟูจิแทน เพราะอย่างไรซะฟูจิก็ต้องมาบอกผมอยู่แล้ว พี่ธรณ์บอกว่า แบบนี้ถือว่าไม่ผิดสัญญากับเพื่อน

ผมก็งงว่าแบบนี้ก็ได้เหรอ?




เมื่อช่วงบ่ายผมเพิ่งเอาของไปห้อยไว้หน้าบ้านพี่เติมเต็มมาครับ อันที่จริงตั้งใจว่าจะให้วันจันทร์ที่มหาวิทยาลัย แต่ในระหว่างที่นั่งรถกลับบ้าน พี่ธรณ์ไลน์มาบอกว่า วันนี้พี่เติมเต็มก็กลับบ้านเหมือนกัน ผมเลยเขียนการ์ดและส่งให้วันนี้เลย


ความตั้งใจแรกของผมเลยคือ..ผมคิดว่าจะหยุดส่งของส่งการ์ดให้พี่เติมเต็มแล้วครับ แต่มันก็อดไม่ได้ครับเพราะมันเป็นสิ่งที่เราทำมาตลอดห้าปี อยู่ๆจะหยุดทันที ผมก็ทำไม่ได้จริงๆ


ผมก็เลยขอทำแบบนี้ต่อไป ตามวิถีของคนที่แอบรักก็ละกันครับ ไว้วันไหนที่พี่เติมเต็มบอกว่า ผมควรหยุดได้แล้ว

ค่อยว่ากันอีกที ...

ขอเห็นแก่ตัวต่อไปอีกสักนิดนะครับ
.
.
.
.
ตอนนี้เกือบจะทุ่มหนึ่ง มีคนเดินหาซื้อกับข้าวของกินในตลาดเยอะมากครับ กับข้าวของแม่และขนมของป้าก็ขายดีมาก ผมไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากหรอกครับ นอกจากช่วยคิดเงิน และช่วยชิมขนมของป้า (แอบชิม)

"คนเก่ง หนูไปเดินเล่น ดูของก็ได้นะลูก" ป้าบอกผมครับ

"ไม่ดีกว่าครับ หนูว่ามันก็เหมือนเดิมๆ อยู่ช่วยป้ากับแม่ดีกว่า" ผมตอบป้าไปครับ

"แม่กับป้ากลัวเราจะเบื่อนะสิ" แม่พูดขึ้นบ้าง

"เก่งไม่เบื่อหรอกครับแม่" ผมบอกกับแม่


ทุกคนอย่าเพิ่งงงนะครับ เวลาที่คุยกับแม่ผมจะแทนตัวเองว่าเก่งครับ แต่ถ้าคุยกับป้าผมจะแทนตัวเองว่าหนู ตอนแรกผมไม่ได้แทนตัวเองว่าหนูหรอกนะครับ แต่ป้าบอกว่าชอบให้ผมแทนตัวเองแบบนี้ ผมก็ตามใจป้าครับ

"นี่ก็ทุ่มกว่าแล้ว หิวหรือยังลูก จะกินอะไรดี" แม่ถามผมครับ

"ยังไม่หิวเลยครับ เก่งแอบกินขนมป้าไปตั้งเยอะแน่ะ" ผมบอกแม่ แต่ก็หันไปบอกป้าด้วย

"ดีลูก กินเยอะๆ ป้าชอบให้หนูมีเนื้อมีหนังมากกว่านี้ เหมือนเมื่อก่อน"

"โหย..ไม่เอาครับป้า ไม่เห็นดีเลย ถ้าเราอ้วนใครจะมาสนใจเราละครับ" ผมโวยเล็กๆ

"งั้นแสดงว่าตอนนี้เขาสนใจหลานป้าแล้วใช่มั้ย เพราะหลานป้าไม่อ้วนแล้ว" ป้าแซวผมครับ

"หนูไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นสักหน่อย เปลี่ยนใจไปเดินดูของดีกว่า" ผมตอบ และเลี่ยงเดินออกมาเพราะถ้าอยู่ต่อ ผมต้องโดนป้าซักฟอกเรื่องพี่เติมเต็มแน่ๆ


วันที่ผมบอกแม่กับป้าเรื่องที่ผมชอบพี่เติมเต็ม ณ วันนั้นแม่กับป้ายังไม่ได้คุยอะไรมากมาย ท่านทั้งสองคนบอกแค่ว่า

"เอาเป็นว่าแม่กับป้ารับรู้ แต่เราจะยังไม่คุยเรื่องนี้กัน ส่วนจะคุยตอนไหนแม่กับป้าจะบอกหนูเอง"

ซึ่งผมไม่ได้ถามว่าเหตุผลว่าทำไมถึงยังไม่คุย ผมคิดแค่ว่าท่านต้องมีเหตุผลที่สำคัญ ผมจึงไม่ได้เซ้าซี้ถาม


ช่วงแรกที่แม่รู้ว่าผมส่งของส่งการ์ดให้พี่เติมเต็มเกือบทุกวัน แม่ผมท่านกังวลใจแทนผมมากเลยครับ ว่าจะทำให้พี่เติมเต็มรำคาญหรือเปล่า

ผมก็เล่าให้แม่ฟังว่า การ์ดที่ส่งไปก็ไม่ได้เขียนอะไรที่ทำให้พี่เขาลำบากใจ เพราะผมไม่เคยเขียนไปขอให้ชอบผมตอบ หรือขอให้พี่เขาทำอะไรให้เลย ส่วนของที่ให้ก็มีแต่ของเล็กๆน้อยๆ แม่ผมก็เลยดูสบายใจขึ้น




จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนนั้นผมเรียนชั้นมอหกแล้ว แม่กับป้าก็เรียกผมไปคุยครับ

"คนเก่ง ลูกจำได้มั้ย วันนั้นที่ลูกบอกแม่กับป้าว่า ลูกรู้สึกชอบผู้ชายคนหนึ่ง เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน" แม่เริ่มพูดขึ้นมาครับ

"ครับจำได้ แต่แม่บอกว่ายังไม่อยากคุยถึงเรื่องนี้"

"แต่ตอนนี้ แม่กับป้าคุยกันแล้วว่า เวลานี้เหมาะสมที่เราจะมาคุยเรื่องนั้นกันได้แล้ว"

"ครับ" พอท่านทั้งสองจะคุยเรื่องนี้ ผมก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เลย

"เหตุผลที่ในวันนั้นแม่ยังไม่อยากคุยกับลูกเรื่องนี้ มีแค่เหตุผลเดียวคือตอนนั้นคนเก่งยังเด็กมาก ลูกอายุแค่สิบห้า แม่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ลูกกำลังรู้สึกอยู่มันใช่อย่างที่ลูกคิดหรือเปล่า ลูกอาจจะแค่ปลื้ม เห็นพี่เขาเป็นแบบอย่างแค่นั้น แม่ก็เลยคุยกันกับป้าว่าอยากรอเวลา อยากให้โอกาสทั้งตัวคนเก่งเอง และตัวแม่กับป้าด้วย การที่วันหนึ่งลูกชายมาบอกแม่ว่า ชอบผู้ชายเหมือนกัน ไม่มีแม่คนไหนที่ไม่ตกใจ แต่ถามว่าแม่รับได้มั้ย แม่รับได้เพราะคนเก่งคือลูกของแม่ ป้าเองก็ตกใจ แม่กับป้าก็เลยขอเวลาสำหรับทุกๆอย่าง"

แม่เงียบครับ แต่เป็นป้าที่พูดต่อ

"คนเก่ง ยังรู้สึกกับพี่เขาเหมือนเดิมหรือเปล่า"

"ครับ" ผมตอบป้าโดยไม่ต้องคิดเลย ผมรู้สึกเขินยังไงไม่รู้

"ในส่วนของแม่กับป้าก็ไม่มีปัญหานะลูก ขอโทษนะที่ทำให้หนูคิดมากมาตั้งหลายปี"

พอผมได้ยินแบบนั้น ผมก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว ตลอดสามปีกว่าที่ผ่านมา แม่กับป้าไม่เคยถามผมเรื่องพี่เติมเต็มเลย มีหลายครั้งผมอยากปรึกษาอยากเล่าเกี่ยวกับพี่เติมเต็ม แต่ผมไม่กล้า เพราะในวันนั้นแม่กับป้าไม่ได้ต่อว่าผมก็จริง แต่ท่านก็บอกว่ายังไม่อยากคุยเรื่องนี้ ผมก็เลยไม่กล้า

และผมก็คิดมากมาตลอดว่า แม่กับป้าจะรักผมเหมือนเดิมมั้ย จะรังเกียจจะผิดหวังในตัวผมมั้ย

ยิ่งแม่กอดผม ผมก็ยิ่งปล่อยโฮ

"ขอโทษครับแม่ ขอโทษครับป้า"

"ไม่ต้องขอโทษลูก หนูไม่ได้ทำอะไรผิด"


แม่กับป้าผลัดกันกอดผมที่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด




หลังจากการร้องไห้อย่างหนักผ่านไป

"ตอนนี้คนเก่งอยู่มอหกแล้ว ผ่านมาเกือบสี่ปีแล้วจากวันนั้น วันนี้ลูกโตแล้ว และเท่าที่แม่กับป้าคอยมองอยู่ ลูกก็ยังเหมือนเดิมกับรุ่นพี่คนนั้น"

ผมนั่งเงียบฟังในสิ่งที่แม่กับป้าพูดกับผม

"ที่ผ่านมาหนูอาจจะแสดงให้พี่เขารู้ว่าหนูชอบเขาแต่มันก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าไปไหน จริงมั้ย"

" คือหนูไม่ได้หวังอะไรครับป้า หนูแค่อยากให้พี่เขารู้ว่าหนูคิดยังไง"

"หนูบอกว่าจะเข้าม.S เหตุผลหลักเพราะพี่เขาเรียนที่นั่นหรือเปล่า"

"คือ ... "

"แม่ไม่ว่าลูกหรอก พูดมาได้เลย"

ผมลังเลใจแต่ก็พูดออกมาตามความจริง

"เหตุผลหลักจริงๆคือเพราะเก่งไม่อยากไปเรียนไกลบ้านครับแม่ ถึงแม้ว่าพี่เต็มไม่เรียนที่ม.S เก่งก็จะเข้าเรียนที่นี่ให้ได้อยู่ดี แต่พอรู้ว่าพี่เต็มเข้าเรียนที่นี่ มันก็เหมือนเก่งมีแรงผลักดันที่มากขึ้น" พอผมตอบออกไป แม่กับป้าก็มองผมแล้วยิ้มให้กัน

"ขนาดนี้แล้ว หนูจะทำแค่ส่งการ์ดให้พี่เขาแค่นั้นเหรอลูก"

"ถ้าเข้าเรียนที่เดียวกับพี่เขาได้ มันต้องมีอะไรที่ก้าวหน้ามากขึ้นนะคนเก่ง"

ดูแม่กับป้าผมสิครับ คงจะไม่ลืมกันใช่มั้ยว่า คนที่ลูกชายแม่ หลานชายป้าไปชอบคือผู้ชาย

"จะมีอะไรก้าวหน้าได้ยังไงละครับ พี่เต็มไม่ได้คิดอะไรกับผมซะหน่อย"

ผมบอกแม่กับป้าไปแบบนั้น แต่ก็แอบคิดไว้เหมือนกันว่าถ้าผมสามารถที่จะเข้าม.S ได้ ผมอาจจะพยายามให้มันก้าวหน้าบ้างสักนิด






หลังจากผมเดินเล่นสักพักใหญ่ๆ มองดูเวลาแล้วใกล้จะสามทุ่มเต็มที แล้ว ผมเลยเดินกลับมาที่แผงขายของ แม่กับป้าเก็บของใกล้เสร็จแล้วครับ

"ขอโทษครับแม่ เก่งไม่ได้มาช่วยเลย" ผมรีบขอโทษแม่ พลางคิดในใจไม่น่าเดินเล่นเพลินเลย

"ไม่เป็นไรลูก ไม่ได้ลำบากอะไร แม่กับป้าก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว"

"แต่เก่งไม่ได้อยู่ช่วยทุกวันนี่ครับ"

"งั้นช่วยป้าด้วยการขับรถให้ป้ากับแม่เรานั่งละกันลูก" ป้าบอกพร้อมกับยื่นกุญแจรถมาให้

"ได้เลยครับ"




หลังจากนั้นผมก็ช่วยยกของขึ้นรถ โดยให้แม่กับป้าไปนั่งรอบนรถก่อน รถที่บ้านเราใช้อยู่มีสองคันครับ รถคันนี้เป็นรถกระบะแบบสี่ประตู เป็นรถของพ่อ โดยหลังจากพ่อเสียชีวิตไป แม่ก็เลยเอามาใช้ต่อ เคยมีคนแนะนำให้ขายแต่แม่บอกว่ารถคันนี้เป็นสมบัติที่พ่อซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรง แม่อยากเก็บเอาไว้ อย่างน้อยก็ยังรู้สึกเหมือนพ่ออยู่กับเราตลอดเวลา

ส่วนรถอีกคันเป็นรถของป้าครับ เป็นรถครอบครัวธรรมดาๆแบบสี่ที่นั่ง คันนั้นก็เอาไว้ใช้เวลาที่เดินทางใกล้ๆไม่ต้องขนของหรือบรรทุกหนัก


พอกลับมาถึงบ้าน ผมก็ให้แม่และป้าไปอาบน้ำพักผ่อน ที่เหลือผมจะจัดการให้เอง หลังจากนั้นผมก็มาล้างถาด ล้างภาชนะและจัดเก็บข้าวของต่างๆ

หลังจากเก็บล้างเรียบร้อยจนหมด ผมก็เดินสำรวจประตูหน้าต่างในบ้าน ก่อนที่จะขึ้นห้องมาอาบน้ำ

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็มานอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง เข้าไปส่องเฟสพี่เติมเต็ม เห็นสเตตัสล่าสุดของพี่เติมเต็มเพิ่งโพสเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว



Teimtem Paisanworrakit :
                           เหนื่อยมั้ย สิ่งที่เธอทำอยู่
Likes 425 Comments 63


ผมเลื่อนอ่านตรงความคิดเห็น


Thorn Saharit : ......

Touchpol Suppamongkol : คือ .. ?

Techin Prompattana : @Teimtem Paisanworrakit @Thorn Saharit อ่านและตอบไลน์กลุ่มด้วยเว้ย

อิงค์ อิงวาด : อารมณ์ไหน?

Thorn Saharit : @Techin Prompattana แป๊ป

Touchpol Suppamongkol : อยู่ด้วยกันป่ะ @Teimtem Paisanworrakit @Thorn Saharit

Thorn Saharit : แยกกันแล้ว แค่นี้ก่อน ค่อยคุย @Techin Prompattana @Touchpol Suppamongkol





ผมอ่านทุกความคิดเห็นใต้โพสของพี่เติมเต็ม ส่วนใหญ่จะเป็นของเพื่อนในกลุ่มที่ตอบกันไปมา แต่ผมก็ยังเดาไม่ออกว่า พี่เติมเต็มเป็นอะไร


ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ พี่เติมเต็มไม่เคยโพสอะไรแบบนี้เลย แบบที่แสดงความรู้สึก ..


ปกติจะชอบโพสบ่นเพื่อนบ้าง บ่นอาจารย์บ้าง บ่นเรื่องอากาศบ้าง เรื่อยเปื่อย


ผมอยากทักไปถามพี่เขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ผมเปิดแอพไลน์ และเปิดหน้าห้องแชทของพี่เติมเต็มค้างไว้



ผมกำลังคิดว่าจะพิมพ์ไปถามดีมั้ย แต่แชทฝั่งซ้ายมันมีข้อความปรากฎขึ้นมาก่อน




teimtem : คนเก่ง นอนยัง




ผมอ่านข้อความนั้นด้วยความตกใจ พี่เติมเต็มทักมาหาผม คราวนี้ไม่ผิดแน่นอน เพราะมีชื่อผมด้วย


teimtem : อ่านเร็วแบบนี้
teimtem : แสดงว่ายังไม่นอน


พี่เติมเต็มส่งข้อความมาอีก


จะกล้าบอกได้ไงว่ากำลังจะพิมพ์หา


teimtem : อ่านไม่ตอบว่ะ
konkengg : ตอบครับๆ
teimtem : ช้า
konkengg : ก็มัวแต่ตกใจที่พี่เต็มทักมา
teimtem : แปลกใจมาก?
konkengg : ครับ
teimtem : ....


พี่เติมเต็มเป็นอะไรหรือเปล่านะ
แล้วพิมพ์ .... มานี่คืออะไร


ผมกำลังจะพิมพ์กลับไปแต่พี่เติมเต็มพิมพ์มาก่อน



teimtem : อยู่หน้าบ้านลงมาหน่อย



หา!!
ผมอ่านข้อความนั่นอีกรอบ



konkengg : บ้านผมเหรอ
teimtem : ให้ไว



ผมรีบเดินไปตรงระเบียงห้อง เปิดผ้าม่านดูก็เห็นรถพี่เติมเต็มจอดอยู่จริงๆ

ผมมองดูเวลาบนมือถือตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว พี่เติมเต็มไม่เคยมาหาผมที่บ้านมาก่อน พอมาหาก็มาตอนห้าทุ่ม



มันเกิดอะไรขึ้น?!




ผมรีบลงไปหาพี่เติมเต็ม พอเปิดประตูรั้วออกไป ผมเดินไปยืนด้านข้างประตูฝั่งคนขับ พี่เติมเต็มลดกระจกลงมาแล้วก็บอกผมว่า

"ดึกแล้วออกไปข้างนอกได้มั้ย"

ผมคิดทบทวนคำพูดพี่เติมเต็ม หมายถึงให้ผมออกไปข้างนอกกับพี่เขาใช่มั้ย

"ได้ครับ"

"ต้องบอกคนที่บ้านหรือเปล่า"

"แม่กับป้า น่าจะนอนหลับแล้วครับ แต่เดี๋ยวผมไลน์บอกได้"

พี่เติมเต็มพยักหน้าแล้วบอกให้ผมขึ้นรถ ผมเลยขอตัวเข้าไปล็อคบ้านและเอากุญแจบ้านมาก่อน



พอขึ้นรถพี่เติมเต็มมา พี่เขาก็ออกรถทันที ผมเห็นพี่เติมเต็มเงียบผมก็เลยเงียบด้วย ระหว่างนั้นผมก็หยิบมือถือมาส่งข้อความ เข้าที่กลุ่มไลน์ครอบครัว


konkengg : เก่งขออนุญาตออกมาข้างนอกนะครับ


ข้อความของผมขึ้นว่ามีคนอ่านแล้ว แต่ผมไม่ทราบว่าเป็นแม่หรือป้า


rungthiwa : ป้าได้ยินเสียงรถ ใครมาหา


ที่แท้ก็ป้านี่เอง

ผมหันไปมองพี่เติมเต็มนิดหน่อย


konkengg : พี่เต็มครับ


ป้าส่งสติกเกอร์ รูปหมีบราวน์แปลกใจมาให้


rungthiwa : รู้ใช่มั้ยว่ากลับมาต้องเตรียมตอบคำถาม

konkengg : ครับ ทราบครับ

rungthiwa : จะกลับเช้าก็ได้นะ ป้ากับแม่ไม่ว่า

konkengg : กลับเช้าอะไรละครับ

ผมตอบป้ากลับไป แล้วก็รู้สึกเขินกับคำพูดของป้าที่บอกว่าให้กลับเช้า



"บอกที่บ้านแล้วใช่มั้ย" พี่เติมเต็มถาม

"ครับ บอกแล้ว" ผมตอบโดยไม่ได้หันไปมองหน้าพี่เติมเต็ม



ในรถเงียบมากเลยครับ เพลงก็ไม่ได้เปิด แล้วผมก็ไม่กล้าชวนคุยด้วย พอมานั่งคิดๆดูผมไม่เคยอยู่ด้วยกันกับพี่เติมเต็มสองต่อสองแบบนี้มาก่อนเลย

อดตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ


"หิวมั้ย" พี่เติมเต็มถาม

"ไม่ครับ ดึกแล้วด้วย ผมไม่กินมื้อดึก" ผมตอบ พี่เติมเต็มหันมามองผมเล็กน้อย

"แต่พี่หิว ไปหาอะไรกินแถวสถานีรถไฟกัน" พี่เติมเต็มบอก ก่อนจะขับรถไปตลาดนัดโต้รุ่งที่อยู่แถวสถานีรถไฟ


พอหาที่จอดรถได้ พี่เติมเต็มก็เดินนำผมมาที่รถเข็นขายบะหมี่เกี๊ยว หลังจากหาที่นั่งกันได้แล้ว พี่เติมเต็มก็ถามผม


"เอาอะไร"

"พี่เต็มสั่งเลยครับ ผมไม่หิว" ผมตอบออกไป แต่จากใจคือตอนแรกผมก็ไม่หิวนะครับ แต่พอมาได้กลิ่นหอมๆของน้ำซุป กลิ่นกระเทียมเจียว ท้องผมมันก็เริ่มไม่รักดี


"สั่ง" พี่เติมเต็มพูดและส่งสายตากดดันมาให้ผม

"เอาบะหมี่เกี๊ยวโฟต้มยำครับ" สุดท้ายผมก็ต้องสั่งเพราะถูกกดดัน? (เหรอ)

"ก็แค่นั้น" พี่เติมเต็มพูดเสร็จก็เดินไปสั่งกับคนขาย


ผมหันไปมองร้านน้ำปั่นที่อยู่ไม่ไกล ก็เลยคิดว่าจะเดินไปสั่งน้ำ พี่เติมเต็มเดินกลับมาที่โต๊ะพอดี

"ผมเดินไปสั่งน้ำนะ พี่เต็มเอาน้ำอะไรครับ"

"สั่งมาเถอะอะไรก็ได้"



พอเดินไปสั่งน้ำเสร็จผมก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ระหว่างที่รอบะหมี่และน้ำปั่น พี่เติมเต็มก็ไม่ได้พูดอะไร ผมมองหน้าพี่เติมเต็ม สีหน้าพี่เขาเหมือนมีเรื่องอะไรแน่ๆครับ


สักพักเสียงมือถือของพี่เติมเต็มดังขึ้น


"อืม"

"อยู่ด้วยกัน"

"ยัง"

"กำลังจะคุย"

"อืม"

"กูรู้"

"เออ แค่นี้"



พี่เติมเต็มกดวางมือถือ และเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมกะทันหัน จนผมหลบสายตาไม่ทัน

"เดี๋ยวค่อยคุย ขอกินก่อน"

พี่เติมเต็มบอกผม ผมก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับไป


ผมไม่รู้ว่าพี่เติมเต็มคุยกับใคร แต่ผมรู้ว่าที่คุยกันต้องเกี่ยวกับผมแน่เลย


จากบทสนทนา แสดงว่าพี่เติมเต็มมีเรื่องที่จะคุยกับผมนะสิ


ยิ่งรอนานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งตื่นเต้น
เพราะผมไม่รู้ว่าเรื่องที่พี่เติมเต็มจะคุยด้วยคือเรื่องอะไร

แต่...ระหว่างผมกับพี่เติมเต็ม มันจะไปมีเรื่องอะไรได้ มันก็คงมีแค่เรื่องเดียวที่เราเกี่ยวข้องกันอยู่


เป็นไปได้มั้ยว่า...จะหมดเวลาของผมแล้ว







TBC.

#เติมเต็มรัก
ninewara✿

◕ เรื่องนี้จะเล่าเรื่องผ่านตัวหลักทั้งพระเอกและนายเอก เพราะอยากให้เห็นความคิดของตัวละครทั้งคู่ คงจะไม่งงกันนะคะ

◕ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านค่าาาาาา ><





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-04-2019 05:58:47 โดย ninewara »

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3229
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +66/-6
 :L2: :pig4:

ลุ้นๆ o22

ขอบคุณมาก มารออ่านทุกเช้าเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12-04-2019 11:04:51 โดย Billie »

ออฟไลน์ weedear

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1029
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-2

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 505
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +17/-0
ลุ้นๆ พี่เติมเต็มจะว่าไง
หมดก็ตัดมันไปจากใจครับน้องคนเก่ง
+1 ขอบคุณ
 :mew3:

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 755
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-1
……


ไม่นะ เราไม่เชื่อว่าพี่เติมเต็มจะมาตัดเวลาน้องคนเก่งออกไปแบบนั้น

เราเป็นกำลังใจให้น้องคนเก่ง ติดตามและหวังดีตลอดไปนะ

พี่เติมเต็มต้องมีใจกับน้องแน่นอน

ตามคำพังเพยนี้เลย…

น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน

……


 :ruready  :hao3:  :hao4:  :ruready  :hao3:  :hao4:


……

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด