✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนจบ) 19/07/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนจบ) 19/07/2019  (อ่าน 104301 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mynun

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 172
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-2
แปลก ทั้งๆที่เรื่องนี้ควรอ่านแล้วฟินมนี่อ่านแล้วไม่ฟิน สงสารคนเก่งที่ต้องมารักคนแบบเติมเต็ม
ตอนแรกคิดว่าจะไร้ดราม่า ทำไมเราดันดราม่าก็ไม่รู้ แต่คือไม่ฟิน สงสารคนที่ต้องคอยตาม ส่วนนี้ งง ตรรกะเติมเต็มมาก
ต้องการอะไร จะชัดเจนไหมก็ไม่ คอยรั้งอยู่แบบนั้น พอมีคนมาชอบคนเก่งก็หมาหวงก้าง แต่ก็ไม่ทำอะไร เห็นแก่ตัว เติมเต็มรักตามชื่อเรื่องจริง เพราะมีแต่เติมเต็มที่ได้ความรักจากคนเก่ง

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
ตั้งแต่เป็รแฟนก็ละมุนตึชุ้นกันตลอด ชอบที่พี่เต็ทอยากเปิดเผยเรื่องน้อง ประสาคนขี้หึงด้วยแหละ
เป็นน้องเองที่เป็นห่วงอยากปิด น่ารักดี

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
น่ารักมาก ยิ่งเป็นแฟนกันแล้วยิ่งน่ารัก //รอคู่น้องฟูจินะครับ หวังว่าน้องจะไม่ต้องร้องไห้นะครับ เป็นห่วงน้อง

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 20




ผมรู้สึกตัวตื่นและลืมตาขึ้นมานอนมองเพดานห้องอย่างไม่คุ้นตา ผมหลับตาลงและลืมตาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และพยายามลำดับความคิดตัวเอง พอนึกเรื่องเมื่อคืนได้เท่านั้นแหละ ผมรีบหันไปมองข้างๆทันที พี่เติมเต็มนอนหันหน้ามาทางผม แขนของพี่เขาพาดมาที่เอวผมหลวมๆ พอตื่นมาเห็นพี่เติมเต็มนอนอยู่ข้างๆแบบนี้ มันก็อดที่จะหน้าร้อนขึ้นมาไม่ได้

ผมจำเรื่องเมื่อคืนได้ครับ อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์มันก้ำกึ่งว่าฝันหรือเรื่องจริง แต่พอได้ลำดับเรื่องราวต่างๆก็ค่อนข้างมั่นใจว่ามันไม่ใช่ฝัน


โอ๊ยยยย ... ถ้าพี่เติมเต็มตื่นขึ้นมาผมจะทำยังไงดี ไม่รู้พี่เขาจะคิดว่าผมให้ท่าพี่เขาหรือเปล่า เมื่อคืนที่มันมึนๆมันเมาๆ มันก็รู้สึกดีอยู่หรอกที่ได้ลองทำอะไรแบบนั้นแต่ตอนนี้จะมองหน้าพี่เขายังไงดี

เป็นแฟนกันยังไม่ถึงอาทิตย์ ผมก็ยั่วพี่เติมเต็มแล้วอะ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองเป็นคนแบบนี้เวลาเมา

ผมขยับตัวลุกขึ้นมานั่งโดยพยายามทำทุกอย่างให้เบาที่สุดเพราะกลัวพี่เติมเต็มจะตื่น ผมพยายามมองหามือถือของผมแต่ไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าพี่เติมเต็มเก็บไว้ที่ไหน หรือว่าหล่นอยู่ในรถ ผมก็เลยพยายามมองหานาฬิกาในห้องเพื่อจะดูเวลา เพราะผมเริ่มเห็นแสงสว่างที่ส่องผ่านม่านเข้ามาเล็กน้อย สายตามองไปเจอนาฬิกาดิจิตอลที่หัวเตียงฝั่งที่พี่เติมเต็มนอนพอดี หกโมงเช้าแล้ว

ผมตัดสินลุกลงจากเตียงของพี่เติมเต็มโดยพยายามขยับตัวและยกแขนของพี่เติมเต็มที่พาดอยู่บนตัวผมออกมาอย่างเบามือที่สุด พอลงมายืนข้างเตียงได้โดยที่พี่เติมเต็มยังคงนอนหลับสนิทอยู่ ผมก็ยิ้มด้วยความโล่งใจ

ผมเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนที่จะเดินออกไปที่ห้องครัว และเดินไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้างที่พอจะทำมื้อเช้าได้

วัตถุดิบเหลือเฟือเลยครับ ผมตั้งใจว่าจะต้องคุยกับพี่เติมเต็มเรื่องของสดในตู้เย็นเพราะพี่เติมเต็มไม่ได้ทำกับข้าวทานเองอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีของเยอะขนาดนี้

อืมมมมม...มันคงไม่ดูก้าวก่ายมากเกินไปใช่มั้ย

คงไม่หรอก จะได้ช่วยพี่เขาประหยัดไง

ผมใช้เวลาทำอาหารไม่นานมากมื้อเช้าก็เสร็จเรียบร้อย มีผัดผักรวม ไข่เจียว ต้มจืดสาหร่ายวุ้นเส้น และน้ำปลาพริก และข้าวสวยที่ต้องผ่านการเวฟก่อน ที่นี่มีหม้อหุงข้าวแต่ผมหาข้าวสารไม่เจอ ผมก็เลยเดาเอาว่าน่าจะไม่มี

ทุกคนอาจจะมองว่าทำไมมื้อเช้าจัดเต็มขนาดนี้ ก็เอาตามตรงเลยนะครับที่บ้านผมมื้อเช้าก็จะทำอาหารไว้ประมาณนี้เลยสามสี่อย่างและจะทานข้าวสวยกันไม่ทานข้าวต้มหรือโจ๊ก ผมก็เลยทำกับข้าวแบบนี้ไว้ให้พี่เติมเต็มทานเลย ผมคิดว่าพี่เขาน่าจะทานได้เพราะพี่เติมเต็มเป็นคนทานง่ายมากๆ

หลังจากจัดวางอาหารบนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ผมก็หันกลับมาเก็บพวกภาชนะที่ผมใช้ทำอาหารเมื่อสักครู่นี้มาล้างทำความสะอาด ในขณะที่กำลังล้างน้ำสะอาดอยู่นั้นผมก็ต้องสะดุ้งเพราะมีคนมากอดเอวผมจากด้านหลัง

"ตื่นมาทำไมไม่ปลุก" พี่เติมเต็มพูดแล้วก็หอมแก้มผมไปด้วย

"พี่เต็มปล่อยก่อนครับ มันสกปรก" ผมกลัวน้ำในอ่างล้างจานมันจะกระเด็นโดนพี่เติมเต็มไปด้วย เพราะถึงไม่หันไปมองก็เดาได้ว่าพี่เขาน่าจะอาบน้ำแต่งตัวมาแล้ว กลิ่นหอมมาเชียว และอีกอย่างคือชุดที่ผมใส่ผมว่ามันค่อนข้างจะหวิวๆอยู่สักหน่อย บ็อกเซอร์ที่ไม่มีชั้นในยิ่งรู้สึกแนบชิดกันมากยิ่งขึ้นยังไงก็ไม่รู้

พี่เติมเต็มหอมแก้มผมอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว

"โอ้โห....ท้องพี่ร้องแล้วเนี่ย"

"ทานได้เลยนะครับ"

"มาทานด้วยกันเร็ว"

"เดี๋ยวล้างพวกนี้ก่อนครับใกล้เสร็จแล้ว"

"เอาไว้ให้แม่บ้านมาทำก็ได้ ไม่เห็นต้องทำเองเลย"

"ไม่ได้ครับ จานชามเราทำเสร็จทานเสร็จต้องล้างเลย เอ่อ...แม่กับป้าเคยสอนน่ะครับ" ผมรีบบอกเพราะเห็นพี่เติมเต็มมองมายิ้มๆเหมือนจะล้อเลียน

"พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย"

"ก็พี่มองเหมือนจะหัวเราะอะ"

"พี่ก็แค่คิดเท่านั้นเอง ว่าพี่โชคดีจังที่มีแฟนเป็นแม่ศรีเรือน"

ผมทำหน้ามุ่ยใส่พี่เติมเต็มเล็กน้อย ทำไมฟังดูเหมือนผู้หญิงจัง ผมล้าง ทำความสะอาดอีกเล็กน้อย ก่อนจะมานั่งทานข้าวด้วยกัน

หลังจากนั่งทานข้าวไปสักพักหนึ่งผมก็ถามเรื่องที่ผมสงสัย

"พี่เต็มครับ ผมว่าจะพูดกับพี่เรื่องหนึ่งไม่รู้ว่าพี่จะคิดว่าผมก้าวก่ายมั้ย"

"พูดได้ทุกเรื่องเลย"

"คือทำไมต้องมีตู้เย็นที่แช่พวกของสดด้วยล่ะครับ ปกติพี่เต็มไม่ได้ทำกับข้าวเองไม่ใช่เหรอ"

"อ๋อ ตอนช่วงที่เข้ามาเรียนปีหนึ่งใหม่ๆตอนนั้นม๊ากลัวลูกชายอดไงก็เลยซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นเอาไว้เผื่ออยากทำอะไรกินเอง และช่วงนั้นพี่ต่อกับพี่ขวัญ พี่สะใภ้น่ะ แวะเวียนมาหาบ้างและพี่ต่อก็ทำกับข้าวเอาไว้ให้พี่ทานบ่อย หลังๆมาก็เป็นพวกไอ้ธรณ์ที่มาบ่อย มันก็มาทำกับข้าว กับแกล้มกินกันตามประสา เลยต้องมีของติดตู้เย็นตลอด ม๊าเคยพูดว่าเหลือดีกว่าขาด"

"อ๋อ เข้าใจแล้วครับ"

"ถามทำไม มีอะไรหรือเปล่า"

"ผมกำลังคิดว่าถ้าพี่เต็มไม่ได้ทำกับข้าวทานเองก็ไม่ต้องซื้อของมาติดตู้เอาไว้ก็ได้ครับมันสิ้นเปลืองเปล่าๆ"

"งั้นคนเก่งก็มาทำกับข้าวให้พี่ทำบ่อยๆสิ"

"ผมเหรอ อย่าเลยครับ ผมแค่พอทำให้ทานได้แต่ก็ไม่ได้ถือว่าอร่อยอะไรเลย"

"ขนาดไม่อร่อย ดูสิกับข้าวหมดแล้วเนี่ย"

ผมมองอาหารบนโต๊ะ ใกล้หมดแล้วจริงๆด้วยครับ อดยิ้มด้วยความภูมิใจในฝีมือตัวเองไม่ได้

ขอบคุณนะครับแม่ ที่สอนผมทำอาหารตั้งแต่เด็ก

"คนเก่งไปอาบน้ำได้แล้วล่ะ ต้องไปเรียนนี่เรา"

"เดี๋ยวล้างจานก่อนครับ'

"เดี๋ยวพี่ทำเอง"

"พี่เต็มจะล้างจานเหรอ"

"ใช่"

"ล้างได้เหรอครับ"

พี่เติมเต็มใช้มือมาเขกหน้าผากผมเบาๆทีหนึ่ง

"คิดว่าพี่เป็นคนยังไงถึงคิดว่าพี่ล้างจานไม่ได้"

"ก็...พี่เต็มมีแม่บ้านคอยทำให้ตลอดนี่ครับ"

"แค่ล้างจานใครๆก็ทำได้"

พี่เติมเต็มเก็บจานบนโต๊ะทานข้าวไปวางไว้ในอ่างล้างจานและกำลังจะเริ่มต้นล้างจาน ผมยืนมองเพราะอยากเห็นว่าพี่เขาทำได้จริงๆ

"ไปอาบน้ำ"

พี่เติมเต็มหันมาบอกผมอีกรอบด้วยเสียงที่ดุขึ้น

"ครับๆไปแล้ว"


ผมเดินเข้ามาในห้องนอนและจัดการพับผ้าห่มและเก็บที่นอนจัดหมอนจัดเตียงให้เรียบร้อย ก่อนจะมองสำรวจรอบๆห้อง เพราะเมื่อคืนไม่มีโอกาสได้สำรวจเลย เมื่อคืนเป็นครั้งแรกที่ผมเข้ามาในห้องนอนที่คอนโดของพี่เติมเต็ม ห้องนอนของพี่เขาไม่ได้ใหญ่มากสักเท่าไหร่ครับ อืมมม..แต่จริงๆแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าห้องนอนเล็กหรือที่จริงเพราะเตียงมันใหญ่กันแน่ ในห้องนอนมีเตียงขนาดใหญ่มากๆ คือแค่เตียงนอนก็เต็มห้องแล้วครับ ผมว่าผู้ชายตัวโตๆแบบพี่เติมเต็มนอนได้สี่ห้าคนเลย นอกจากเตียงนอนแล้ว เฟอร์นิเจอร์ในห้องก็มีโต๊ะวางของเล็กๆที่หัวเตียงและมีแค่ทีวีติดผนังแค่นั้นเอง แต่ถึงเตียงจะใหญ่เต็มห้องขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ดูอึดอัดเลยเพราะผนังเป็นกระจกทั้งหมดเลย ช่วยให้ห้องดูโล่งและมองเห็นวิวข้างนอกชัดเจนมากๆ

และประตูที่อยู่ติดกับทีวีติดผนังก็คือประตูที่จะไปห้องน้ำ ห้องพี่เติมเต็มดูจะซับซ้อนนิดหน่อย (สำหรับผมนะ) พอเปิดประตูบานนี้ออกนึกว่าจะเจอห้องน้ำเลยแต่ไม่ใช่ครับ ต้องเดินไปอีกนิดหนึ่งจะเจอประตูห้องน้ำที่อยู่ทางซ้ายมือ ส่วนพื้นที่ที่เหลือทั้งหมดในบริเวณห้องนี้จะเป็นเหมือนห้องแต่งตัวครับ มีตู้เสื้อผ้าแบบบิวด์อินที่มีเสื้อผ้าอยู่เต็มทุกตู้ และมีกระจกเงาอยู่เกือบทุกจุดในห้อง มีโต๊ะเครื่องแป้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ผมก็คิดว่าพี่เติมเต็มเป็นคุณชายอยู่แล้ว แบบนี้ยิ่งคุณชายเข้าไปอีก



"คนเก่ง"
ผมหันไปมองพี่เติมเต็มที่ตอนนี้ยืนอยู่ตรงประตู

"ครับ"

"ยังไม่อาบน้ำอีก"

"ขอโทษครับ พอดีเดินสำรวจห้องพี่เต็มอยู่เลย พี่เต็มเนี่ยคุณชายอย่างที่คิดเลย ดูสิจัดเสื้อผ้าแบ่งเซตแบ่งสีด้วย สุดยอดเลย"

"มันก็ไม่ขนาดนั้น ตอนแรกคอนโดนี้เป็นของพี่ต่อ แล้วพี่ต่อก็เคยคิดว่าหลังจากแต่งงานจะพาแฟนมาอยู่ที่นี่พี่ต่อเลยทำห้องนี้ไว้ให้แฟน แต่พอจะแต่งงานกันจริงๆ ม๊าก็บอกว่าจะมาอยู่คอนโดคงไม่ได้หรอก พี่ต่อก็เลยไปสร้างเรือนหอ โดยใช้เงินของม๊าแทน ตอนที่พี่เข้ามาอยู่ก็ปรับปรุงนิดหน่อยคือทาสีใหม่แค่นั้นเพราะตอนแรกมันเป็นสีชมพูไง"

ผมพยักหน้าเข้าใจ

"แล้วเตียงทำไมต้องใหญ่ขนาดนั้นด้วยล่ะครับ"

"ก็ในเมื่อห้องแต่งตัวมันแยกออกมาต่างหากแล้ว พื้นที่ในห้องนอนมันก็เหลือเยอะ พี่ก็เลยสั่งทำเตียงขนาดใหญ่พิเศษซะเลย เขาก็ยกมาประกอบที่นี่แหละ"

"เตียงกว้างขนาดนี้ พี่เต็มนอนคนเดียวมันไม่ดูโหวงเหวงเหรอครับ"

"เมื่อก่อนไม่เคยรู้สึก แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกแล้วล่ะ" พี่เติมเต็มพูดและยิ้มแปลกๆ

"เห็นมั้ย ผมว่าแล้วก็เตียงมันกว้างซะขนาดนั้น"

"ไว้คนเก่งมานอนด้วยเตียงมันก็คงไม่กว้างเกินไปแล้วล่ะ"

นั่นไง ...

"เอ่อ...ผมไปอาบน้ำดีกว่า"

ผมพูดเสร็จก็รีบเดินเร็วๆเข้าห้องน้ำไปทันที ได้ยินเสียงหัวเราะของพี่เติมเต็มตามมาทีหลัง

ตั้งแต่เป็นแฟนกัน พี่เติมเต็มเจ้าเล่ห์ขึ้นเยอะเลย แต่นั่นก็ทำให้ผมรู้สึกเขินได้ทุกครั้ง



นึกถึงวันที่พี่เติมเต็มขอเป็นแฟน ผมยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เลย คืนนั้นหลังจากที่พี่เติมเต็มขอผมเป็นแฟน เราก็รีบกลับมามหาวิทยาลัยกันคืนนั้นเลย เพราะผมลืมไปว่าวันต่อมามีสอบตั้งแต่เช้า มานึกได้ก็ตอนที่พี่เติมเต็มกำลังจะขับรถมาส่งที่บ้าน แล้วคุยกันเรื่องวันสอบก็เลยนึกได้ขึ้นมา

แล้ววันต่อมา ตอนที่ตื่นมาผมยังงงๆกับตัวเองอยู่เลยว่า เรื่องเมื่อคืนที่พี่เติมเต็มขอผมเป็นแฟนมันจริงใช่มั้ย

จนกระทั่ง ผมได้รับข้อความแรกจากพี่เติมเต็มผมถึงได้มั่นใจว่ามันเป็นเรื่องจริง


teimtem : ตื่นยังครับ
teimtem : คุณแฟน


ตอนเห็นข้อความทางไลน์จากพี่เติมเต็ม ผมทำอะไรไม่ถูกเลย ผมจำได้ว่าผมม้วนตัวเองอยู่ในผ้าห่มและกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่เป็นนานสองนาน


ตอนที่ลงมาเจอหน้าพี่เติมเต็มครั้งแรก หลังจากที่ได้รับข้อความแบบนั้นผมยิ่งไม่รู้จะทำหน้าแบบไหน ก็พยายามทำหน้านิ่งเฉยเข้าไว้ เหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ชิลล์ๆ แต่ในใจมันไม่ได้ชิลล์เลย

"ทำไมหน้าแดงจัง ไม่สบายมีไขัอะไรหรือเปล่า" พี่เติมเต็มทักผมเป็นประโยคแรกหลังจากที่ผมขึ้นมานั่งบนรถ

"เปล่าครับ"

พี่เติมเต็มใช้มือมาแตะที่หน้าผากและบนใบหน้าผม ผมขยับตัวหนีเล็กน้อยเพราะตกใจ

"อ๋อ..." พี่เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ยิ้มออกมา ตามด้วยใช้มือมาวางที่หัวของผมและโคลงหัวผมเบาๆ

"พี่เองก็เขินไม่ต่างจากเราหรอกนะ ก็ทำไงได้ แฟนคนแรกนี่เนอะ" พี่เติมเต็มพูดและผมเห็นพี่เขาใช้มือเขี่ยที่ปลายจมูกตัวเองสองสามครั้ง ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ แสดงว่าพี่เขาก็เขินเหมือนกัน

"ทำตัวตามสบาย อย่าเกร็ง เห็นเราเกร็งพี่ก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน"

"ครับ"


วันนั้นพอพี่เติมเต็มขับรถมาส่งผมที่หน้าคณะ ผมก็ยื่นการ์ดใบใหม่ให้พี่เติมเต็ม



"To...พี่เติมเต็ม

       ขอบคุณมากนะครับที่ให้โอกาสผมเป็นคนดูแลหัวใจ

                      จะรักให้ดีที่สุด ❤️
                             คนเก่ง
                        04/xx/20xx "



พอผมยื่นให้พี่เติมเต็มก็เปิดอ่านเลยทันที อ่านออกเสียงด้วยนะ ผมบอกแล้วว่าให้อ่านทีหลังแต่พี่เขาไม่ยอม ผมยังไม่เคยเจอพี่เขาอ่านการ์ดต่อหน้าผมแบบนี้ เล่นเอาผมทำตัวไม่ถูกไปเลยครับ

"ขอบคุณเช่นกันนะครับ คุณแฟน" พี่เติมเต็มตอบผมมาทันทีที่อ่านการ์ดเสร็จ แล้วยังเพิ่มเติมด้วยการหอมแก้มผมตั้งหลายครั้ง เป็นแฟนยังไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง ผมก็เสียเปรียบไปหลายอย่างแล้วเนี่ย


แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ชอบหรอกนะ



พอผมเดินลงมาจากรถพี่เติมเต็ม ผมเดินมาที่โต๊ะประจำเจอฟูจิและส้มส้มที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว และผมรู้สึกว่าเหมือนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆก็มองผมด้วยเหมือนกัน

ไม่ใช่สิ ไม่ใช่แค่โต๊ะใกล้ๆ โต๊ะที่อยู่ตรงโน้นก็มองผมเหมือนกัน


"มาแล้วๆ" เสียงของส้มส้มพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นตอนที่เห็นผมนั่งลงที่โต๊ะ

ผมกำลังจะบอกเพื่อนสนิททั้งสองของผมเรื่องสถานะของผมกับพี่เติมเต็มที่เปลี่ยนไป ตั้งใจตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่าถ้าเจอเพื่อนทั้งสองคนจะเล่าให้ฟังเลย

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรออกมา ฟูจิก็พูดขึ้นมาก่อน

"แฟนมาส่งเหรอ"

ฟูจิมันพูดเน้นคำว่าแฟนเป็นพิเศษ

"คนเก่งน่าอิจฉาจัง รู้มั้ยมีคนอิจฉาทั้งมหาลัยแล้วเนี่ย" ส้มส้มพูดต่อ

"ทำหน้างงแบบนี้แสดงว่าไม่รู้เรื่องจริงๆนะสิ" ฟูจิถามผมด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม

"รู้เรื่องอะไรวะ" ผมถาม

"ก็เมื่อคืนที่พี่เต็มไลฟ์สดขอคนเก่งเป็นแฟนไง" ส้มส้มเป็นคนบอกผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและยิ้มกว้างเหมือนเป็นเรื่องของตัวเอง


เดี๋ยวนะ!
ไลฟ์สด
เมื่อคืน
ขอเป็นแฟน


พี่เต็ม!


"เฮ้ย!!!ไม่จริงอะ" ผมร้องออกมา

"มึงจะดูย้อนหลังมั้ย" ฟูจิถาม

"หรือจะดูที่ส้มอัดไว้ก็ได้นะ"


ผมไม่ได้ไปดูย้อนหลังหรือดูที่อัดไว้อะไรทั้งนั้น แค่เพื่อนเล่าให้ฟังก็พอแล้วครับ

ผมไม่เคยคิดเลยว่าพี่เติมเต็มจะเล่นใหญ่ขนาดนี้

ทำอะไรไม่ปรึกษาผมเลย ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเองสักหน่อย มันเป็นเรื่องของเราแล้วแบบนี้


(มีต่อค่ะ)

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
(ต่อค่ะ)




ก๊อก ก๊อก

"คนเก่ง"

เสียงของพี่เติมเต็มที่เรียกผมอยู่หน้าห้องน้ำช่วยดึงความคิดผมกลับมาที่ปัจจุบัน

"ครับ"

"พี่แขวนชุดนักศึกษาไว้ที่ราวในห้องแต่งตัวนะ"

"ครับ"

ผมอาบน้ำต่ออีกสักพัก ก็เช็ดตัวจนแห้งแล้วหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำมาใส่ (ผมเพิ่งสังเกตว่ามีพับไว้ที่ตู้ในห้องน้ำ) ผมเดินมาที่ห้องแต่งตัวเห็นชุดนักศึกษาที่รีดเรียบร้อยแขวนอยู่ที่ราวในห้องแต่งตัว แต่ที่ทำให้ผมหน้าแดงจนเป็นลูกตำลึงก็เพราะมันมีกางเกงชั้นในของผมที่แขวนอยู่ที่ไม้แขวนเสื้อด้วยนะสิ

มานอนค้างคอนโดพี่เขาคืนแรก
ผมเมาแล้วนัวเนียพี่เขาก่อน
และมิหนำซ้ำ
ี่พี่เขายังซักกางเกงในให้ด้วย

อ๊ากกกกกกกกกกก
หมดกัน



หลังจากแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินเข้ามาที่ห้องนอน ผมไม่เจอพี่เต็มเต็ม แสดงว่าพี่เขาน่าจะอยู่ที่ห้องรับแขกข้างนอก พอเดินออกมาเห็นพี่เติมเต็มนั่งคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โซฟา ผมก็เลยนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามเรื่องมือถือกับพี่เติมเต็มไปเลย

เท่าที่ฟังดูเหมือนพี่เติมเต็มจะคุยเรื่องไปทำกิจกรรมอะไรสักอย่างที่ต่างจังหวัดกับทางคณะวิศวะ แต่ผมไม่ค่อยได้ฟังอะไรมากมายนัก จนพอเห็นพี่เติมเต็มวางโทรศัพท์ ผมถึงได้ถามเรื่องมือถือของผม

"พี่เต็มเห็นมือถือผมมั้ยครับ"

ผมถาม และเห็นพี่เติมเต็มล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง แล้วก็ยื่นมือถือมาให้ผม

"นี่ไง"

"นึกว่าหล่นอยู่บนรถซะอีก"

"พี่เอามาชาร์จแบตให้ตั้งแต่เมื่อคืนน่ะ"

"ขอบคุณนะครับ"

"แล้วก็...ไม่ใส่รหัสล็อคหน้าจอมือถือไว้จะดีเหรอ" พี่เติมเต็มถามผมยิ้มได้

"มือถือผมไม่มีความลับอะไรหรอกครับ อีกอย่างใครจะอยากมาดูอะไรในมือถือผมล่ะ" ผมพูด ก่อนจะมานึกได้ว่า แล้วพี่เติมเต็มรู้ได้ไงว่าผมไม่ได้ใส่รหัสล็อคหน้าจอ แสดงว่าพี่เขาต้องเข้ามาดูมือถือของผมน่ะสิ!

"พี่กดฟอลโล่ไอจีไปแล้วนะ กดรับด้วยล่ะ"

ผมตาโตอีกรอบ งั้นพี่เติมเต็มก็รู้แล้วสิว่าไอจีผมคืออันไหน

"พี่เต็มขี้โกงอะ"

"ถ้าไม่ทำแบบนี้เราจะบอกเหรอว่าอันไหนไอจีเรา"

"พี่เต็มก็น่าจะเห็นรูปที่ผมโพสในไอจีแล้วไม่ใช่เหรอครับ มันเปิดเผยได้ที่ไหนกันล่ะ"

ไอจีของผมไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะครับ และจำนวนผู้ติดตามคือศูนย์

รูปทั้งหมดที่ผมโพสลงในไอจีคือจะเป็นรูปของและการ์ดที่ผมส่งให้พี่เขา ผมจะถ่ายเก็บไว้ก่อนที่จะให้พี่เติมเต็มเสมอ เหมือนเป็นการเก็บความทรงจำของผมเอง

เพราะฉะนั้นจะเปิดให้ใครฟอลได้ยังไงล่ะ

"ไม่กดรับหรอก" ผมบอก

"จะกดเองหรือจะให้พี่กด"

"ไม่เอาอะ"

"ถ้าพี่กดเอง จะไม่ใช่แค่กดปุ่มตอบรับแน่" แล้วอะไรคือการขยับหน้าเข้ามาใกล้ผมแบบนี้

"ครับๆ รับแล้วๆ" ผมรีบยกมือถือขึ้นมาเข้าไอจีและกดยอมรับคำขอทันที

"ก็แค่นี้"

พี่เติมเต็มเข้าไปที่ไอจีบ้าง และเข้าไปส่องที่ไอจีของผม

"ถ่ายครบทุกอันมั้ย"

"ครบครับ ยกเว้นจดหมายที่ผมเขียนหาพี่ฉบับแรก"

"เหรอ เสียดายจัง ... พี่ก็ไม่ได้เก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ด้วยสิ ถ้ารู้ว่าสุดท้ายจะได้เรามาเป็นแฟนนะ จะเก็บไว้อย่างดีเลย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ" ผมบอกพี่เติมเต็ม ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไรเลย เพราะแค่ผมไปเห็นว่าพี่เขาเก็บการ์ดที่ผมให้ไว้อย่างดีแค่นี้ผมก็มีความสุขมากที่สุดแล้ว

"เดี๋ยวพี่ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊ปเดียว" พี่เติมเต็มบอกก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน

ผมนั่งเล่นมือถือไปสักพักก็มีแจ้งเตือนในเฟซบุ๊คว่ามีคนแท็กวิดีโอมา ผมกดเข้าไปดูที่แจ้งเตือนเฟซบุ๊ค


Jirayu Siripaiboon


ถ้าจำไม่ผิดเป็นชื่อเฟซบุ๊คของโจ้นี่นา แท็กทั้งชื่อผมและชื่อพี่เติมเต็ม



แล้วแคปชั่นนี่คือ?



บังเอิญว่าอยู่ในจุดเกิดเหตุ #แอบถ่าย #มีคลิปเต็ม #ยิ่งกว่าในไลฟ์



ผมไม่รู้ว่ามันคือคลิปอะไรเพราะมันเป็นสีดำ แต่ตามแคปชั่นที่บอกว่ายิ่งกว่าในไลฟ์ อย่าบอกนะว่า ...

ผมกดเข้าไปดู มันเป็นคลิปวันนั้นจริงๆด้วย แต่ต่างจากในไลฟ์เพราะในคลิปเห็นทั้งพี่เติมเต็มและผม แต่ในไลฟ์ที่ผมได้ดูแบบผ่านๆที่ส้มส้มอัดไว้ส่วนใหญ่จะเห็นแค่ผม

คลิปไม่ได้ยาวมาก ตัดมาเฉพาะช่วงที่พี่เติมเต็มขอผมเป็นแฟน และผมตอบตกลงแค่นั้น ภาพในคลิปชัดเจนมากเลย และเสียงที่คุยกันก็ชัดด้วย

แต่ว่า...ในวันนั้นไม่มีใครอยู่ใกล้โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่เลย แล้วโจ้แอบถ่ายมาได้ไง

"ปะ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่มหาลัย" พี่เติมเต็มเดินออกมาพอดี

"พี่เต็มครับ โจ้แท็กคลิปมาให้เราสองคน โจ้บอกว่าแอบถ่ายด้วย แต่วันนั้นไม่มีใครนั่งใกล้เราเลยนะ และผมจำได้ว่าไม่ได้เจอโจ้ด้วย" ผมรีบบอกพี่เติมเต็ม

"ใจเย็นครับ" พี่เติมเต็มนั่งลงข้างผม พร้อมทั้งเอามือลูบหัวผมไปด้วย

"ไหนดูสิ" พี่เติมเต็มหยิบมือถือตัวเองมาดูบ้าง

"ถ่ายออกมาสวยมาก" พี่เติมเต็มเอ่ยปากชม ผมมองหน้าพี่เติมเต็มดูเหมือนจะพอใจมากๆ

"พี่เต็มครับ" ผมเรียกพี่เติมเต็มแบบเน้นเสียง

"พี่เป็นคนให้โจ้กับแฟนถ่ายไว้ให้เอง" คำตอบของพี่เติมเต็มเล่นเอาผมอึ้งไปเลย เพราะแค่ไลฟ์ผมว่ามันก็เยอะมากเกินไปแล้ว แต่นี่เล่นถ่ายคลิปเก็บไว้เลยเหรอ

"ยังไงครับ" ผมถาม และพี่เติมเต็มก็เล่าให้ฟังทั้งหมด

หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด

"ผมว่ามันเกินไปหรือเปล่าครับ"

"คนอื่นคิดยังไงไม่รู้นะ แต่สำหรับพี่มันไม่มากเกินไปหรอก บางทีมันอาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ เพราะพี่ใช้ความรักความทุ่มเทความมั่นคงของเราที่มีให้พี่มาตลอดห้าปีเป็นตัววัด ตอนนั้นคิดแค่ว่าจะทำแบบไหนดีถึงจะเหมาะสมกับความรักที่เรามีให้พี่ แต่มันก็คิดได้แค่นี้แหละ แล้วก็พี่อยากมีคลิปวิดีโอเก็บไว้ดูด้วย เกิดมาไม่เคยขอใครเป็นแฟนสักที ครั้งแรกก็อยากเก็บไว้ มันเป็นความทรงจำที่ดีนะ"

ผมขยับเข้าไปใกล้พี่เติมเต็มและกอดพี่เขาไว้ พี่เขาก็กอดตอบกลับผมมา

"พี่เต็ม ก็หวานเหมือนกันนะเนี่ย" ผมพูดเบาๆ

พี่เติมเต็มหอมที่หัวผมทีหนึ่ง

"นั่นสิ พี่ยังงงตัวเอง มันก็เลยยิ่งทำให้รู้ว่าเราพิเศษนะ คนเก่ง"

ใจผมเต้นแรงจนจะทะลุออกมาอยู่แล้ว ผมขยับตัวออกมาจากพี่เติมเต็มนิดหน่อยก็เห็นชัดเลยว่าพี่เขาหูแดง ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ พี่เติมเต็มก็เขินเหมือนกัน

ผมรักพี่เติมเต็มจัง

"พี่ว่าไปเรียนดีกว่า ไม่งั้นพี่อาจจะเปลี่ยนใจให้เราโดดแทน" พี่เติมเต็มปล่อยผม และหอมแก้มผมทีหนึ่ง พี่เติมเต็มลุกขึ้นยืนเต็มตัวและดึงผมขึ้นมายืนด้วย

"ไหนดู เสื้อผ้ายับหมดแล้วมั้งเนี่ย"
พี่เติมเต็มจัดเสื้อผ้าให้ผม และยกมือขึ้นมาจัดทรงผมให้ด้วย



พี่เติมเต็มขับรถมาส่งผมที่หน้าคณะตามปกติครับ ตอนที่ผมกำลังจะลงจากรถพี่เติมเต็มก็บอกว่าจะนั่งอ่านหนังสือรอที่ร้านกาแฟใกล้ๆคณะ เพราะวันนี้พี่เติมเต็มไม่มีเรียน ส่วนผมก็มีเรียนแค่วิชาเดียว หลังจากที่นัดแนะกันเรียบร้อย พอผมจะเปิดประตูรถลงไป พี่เติมเต็มก็จับมือผมไว้ก่อน

"ครับ?" ผมหันมาถาม

"อยากจูบ" พี่เติมเต็มพูดพร้อมทั้งปลดเข็มขัดนิรภัยและขยับเข้ามาใกล้ผม

ผมรีบมองข้างนอกรถทันที โอเค...ไม่มีใครเลย เพราะจุดที่พี่เติมเต็มมาจอดวันนี้จะหลบมุมหน่อย เอ๊ะ!พี่เติมเต็มตั้งใจว่าจอดตรงนี้งั้นสิ

"นะ รถติดฟิล์ม ข้างนอกไม่มีใครด้วย"

"ทำไมไม่ทำตั้งแต่อยู่บนห้องล่ะครับ เดี๋ยวปากมัน...เจ่ออะ กลัวมีคนถาม" ผมพูดเขินๆ และมันก็จริงนะ พอพี่เติมเต็มจูบทีไรปากผมมันเจ๋อตลอด เมื่อวันก่อนฟูจิมันยังถามผมว่าโดนแมลงอะไรกัดมาหรือเปล่า พอผมไม่ตอบมันก็แซวผมเรื่องที่ว่า   'อ๋อแมลงตัวโตที่ชื่อเติมเต็ม'

พี่เติมเต็มโอบรอบเอวผมและดึงผมเข้าไปใกล้ หน้าพี่เติมเต็มใกล้ผมเข้ามาเรื่อยๆจนผมต้องรีบหลับตาปี๋เลย สัมผัสของพี่เติมเต็มคลอเคลียอยู่ที่บริเวณแก้มและใบหูของผม

"ถ้าทำบนห้อง พี่ว่ามันน่าจะเลยเถิดมากกว่าจูบนะ"

เสียงพี่เติมเต็มพูดอยู่ที่ข้างหูของผม ก่อนที่ริมฝีปากของพี่เติมเต็มจะแตะลงที่ริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา

"เปิดปากหน่อยครับ"

โอ๊ยยยย ผมเขินจนตัวจะแตกออกอยู่แล้ว เวลาที่พี่เติมเต็มพูดอะไรแบบนี้

ผมเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อย และพี่เติมเต็มก็จูบผมและใช้ลิ้นเข้าไปในโพรงปากของผม ผมรู้สึกได้ถึงลิ้นของพี่เติมเต็มกำลังไล่ต้อนลิ้นของผม แต่แล้วพี่เติมเต็มก็หยุดและถอนริมฝีปากออก และกอดผมไว้นิ่งๆ

ผมได้ยินเสียงพี่เติมเต็มหายใจค่อนข้างแรงมาก

"ไม่น่าจูบบนรถจริงๆนั่นแหละ"

"......."

"เพราะอีกนิดเดียวพี่ว่าพี่จะคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว"

"......"

"เป็นความผิดของเราเลยนะคนเก่ง"

"ผมผิดอะไรล่ะครับ พี่เป็นคนอยากจูบเองนะ" ผมพูดขึ้นมาด้วยความเขินอาย

"ผิดสิ ยั่วพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ เมาแล้วยั่วเก่งว่ะ"

ตอนนี้ถ้าหน้าผมระเบิดได้มันก็คงจะระเบิดไปแล้ว ผมคิดว่าพี่เติมเต็มคงจะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืน เพราะตั้งแต่ตื่นมาก็ไม่เห็นพูดอะไร

"......."

ผมไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี

"มาบอกว่าเราตัวหอม แล้วก็มาไซร้ที่คอเรา แล้วไม่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำเลย"

"ไม่รับผิดชอบอะไรล่ะครับ" ผมถามด้วยความไม่เข้าใจจริงๆ

"เพราะเราทำให้เมื่อคืนพี่ต้องอาบน้ำนานมากกว่าปกติ"

พี่เติมเต็มพูด ผมขยับตัวออกจากอ้อมกอดพี่เติมเต็ม

"พี่เต็มอาบน้ำนานแล้วมันจะเกี่ยวกับผมตรงไหนล่ะครับ ผมไปเรียนดีกว่า นึกว่ามาถึงก่อนเวลาแล้วนะเนี่ย"

ผมพูดเสร็จก็เปิดประตูรถ หันมามองพี่เติมเต็มเห็นพี่เขาทำหน้าเหวอๆเล็กน้อย ผมก็เลยโน้มตัวไปหอมแก้มพี่เขาทีหนึ่ง

"ผมไปเรียนแล้วนะครับ เรียนเสร็จผมจะโทรหา"

ผมรีบลงจากรถและปิดประตูรถทันที ไม่กล้าหันกลับไปมองพี่เติมเต็มอีก



"เพราะเราทำให้เมื่อคืนพี่ต้องอาบน้ำนานมากกว่าปกติ"

"เพราะเราทำให้เมื่อคืนพี่ต้องอาบน้ำนานมากกว่าปกติ"



ประโยคนี้มันยังก้องอยู่ในหัวผมอยู่เลย


โอ้ยยย...พี่เติมเต็มเล่นพูดออกมาแบบนี้ จะให้ผมอยู่เผชิญหน้าต่อไปได้ยังไงกันล่ะ




ผ่านมาอีกประมาณสองอาทิตย์ก็เข้าสู่ช่วงสอบแบบจริงจัง ถ้าคิดว่าการสอบของผมหนักแล้วของพี่เติมเต็มยิ่งหนักกว่า เพราะผมเห็นพี่เติมเต็มอ่านหนังสือจนเกือบเช้า นอนประมาณสองชั่วโมงก็ตื่นมาเพื่อเตรียมตัวไปสอบ

และช่วงนี้ผมก็มานอนค้างที่คอนโดของพี่เติมเต็มยาวเลยครับ เหตุผลเพราะถ้าผมไม่มาพี่เขาก็จะอ่านแต่หนังสือไม่ยอมทานอะไรนอกจากน้ำเปล่าหรือนมเพราะมันทานง่าย เปิดตู้เย็นดื่มได้เลย

วันนี้เป็นวันเสาร์ พี่เติมเต็มบอกว่าพวกเพื่อนๆจะมาทำโครงงานหรืออะไรประมาณนี้แหละครับที่ห้อง ผมก็เลยถามว่าจะให้ทำกับข้าวอะไรพิเศษหรือเปล่า แต่พี่เติมเต็มบอกว่า

'ไม่ต้องทำให้มันทำกันเอง เราทำให้พี่คนเดียวพอ'

ผมอดขำพี่เติมเต็มไม่ได้ จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ จะทำก็ต้องทำให้ทานเหมือนกันหมด แต่ผมรู้ว่าพี่เติมเต็มพูดไปแบบนั้นเอง เพราะพี่เติมเต็มเป็นคนที่รักเพื่อนมากนะครับ

จริงสิ...วันนี้ฟูจิมันบอกว่ามันจะกลับไปทำบุญให้พ่อกับแม่ที่บ้าน ไม่รู้มันเป็นยังไงบ้าง ผมมองดูเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ไม่รู้ว่ามันทำบุญเสร็จหรือยัง


konkengg : ฟูจิ
konkengg : ทำบุญเสร็จยัง

ผมเลือกที่จะทักไลน์ไปหาแทน เอาไว้มันสะดวกตอนไหนก็ค่อยตอบกลับมา

แต่มันตอบมาเร็วมาก

fujiz : เสร็จแล้ว
fujiz : กำลังจะทำบาป

อะไรของมัน

konkengg : อะไรว่ะ

แล้วจากหน้าจอไลน์ก็เปลี่ยนเป็นมีสายของฟูจิโทรเข้ามาแทน

"เออ อะไรยังไงวะ"

(ก็พี่วิน...มัน...แม่งกวนตีนกู)

ก่อนที่จะคุยอะไรต่อ ผมได้ยินเสียงดังมาจากปลายสาย คล้ายๆจะเป็นเสียงของพี่วิน

(แป๊ปนะมึง .... ผมคุยกับไอ้คนเก่งมันเนี่ย)

ผมได้ยินเสียงกุกกักๆดังมาจากอีกฝั่ง

(ฮัลโหล) คราวนี้เสียงที่พูดมาไม่ใช่เสียงของฟูจิครับ

"ครับ"

แล้วเสียงฝั่งโน้นก็เงียบไป

(ฮัลโหลมึง) คราวนี้เป็นเสียงฟูจิครับ อะไรวะ ผมงง

"เกิดอะไรขึ้นว่ะ"

(พี่วินมันกวนตีน มันงี่เง่า มัน...ไม่รู้เว้ย)

"พี่วินกลับบ้านกับมึงเหรอ"

(ไม่ได้กลับพร้อมกัน แต่พี่มันมาอยู่เป็นเพื่อนกูตั้งแต่เมื่อคืน แล้ววันนี้ก็พามาทำบุญ)

ผมยิ้มตอนที่ฟูจิเล่า พี่ธาวินเองก็ดูจะใส่ใจฟูจิมันดีนี่นา

"แล้วตอนนี้ก็อยู่ด้วยกัน"

(อยู่ร้านอาหาร ... กู ... ไม่เข้าใจพี่วินเลยว่ะคนเก่ง)

"เกิดอะไรขึ้น สะดวกเล่ามั้ย พี่วินอยู่กับมึงหรือเปล่า"

(กูอยู่บนรถ แต่พี่มันเดินไปรอในร้าน)

"......"

(วันนี้กูบอกพี่มันไปว่ากูจะปล่อยวางเรื่องของพี่มันแล้ว และกูก็อาจจะหารักครั้งใหม่)

"......"

(แล้วพี่มันก็โวยวายกูเว้ย บอกว่าจะรีบหาแฟนไปทำไม ควรจะตั้งใจเรียนมากกว่า แล้วยังพูดอีกว่าไหนกูบอกว่าชอบพี่มันไง แล้วทำไมกูถึงจะไปหาคนใหม่)

ผมตั้งใจฟังที่ฟูจิมันพูด

"กูว่าพี่วินหวงมึง" ผมออกความคิดเห็นตามสิ่งที่ได้ยิน

(หวงกู? ไม่ได้คิดอะไรกับกูแต่หวงกูเนี่ยนะ)

"เออ แต่กูว่าอาจจะถึงขั้นหึงก็ได้นะ"

(ตั้งแต่มีผัวเนี่ย มโนเก่งนะมึงน่ะ)

"ผัวอะไรล่ะ"

(หรือมึงจะให้พี่เต็มเป็นเมียมึงล่ะ)

"อย่านอกเรื่องมึง กูพูดเรื่องมึงอยู่"

(......)

"......"

(มึงอย่าพูดให้ความหวังกูได้มั้ยวะ)

"กูพูดตามสิ่งที่กูได้ยิน เมื่อกี้พี่วินไม่พอใจมึงเพราะคิดว่ามึงคุยโทรศัพท์กับคนอื่น แล้วพี่เขาก็ถามมึงแต่ก็ไม่ชัวร์ พี่เขาก็เอามือถือมาคุยเอง พอรู้ว่าเป็นกูพี่เขาก็เลิกโวยวาย ถูกมั้ย"

(อืม)

"ก็เนี่ยแหละที่กูบอกว่าพี่เขาหึงมึง"

(.......)

"มึงไม่ลองถามหรือลองคุยกับพี่วินอีกสักครั้งดู"

(กูไม่กล้าว่ะ คำพูดของพี่มันเมื่อหลายปีก่อนมันยังฝังอยู่ในใจกูอยู่เลย ถ้ากูเจอคำพูดนั้นอีกครั้งกูต้องแย่แน่ และคงกลับมาเป็นพี่น้องกันแบบนี้อีกไม่ได้)

"ไม่ว่ายังไงมึงก็เป็นพี่น้องกับพี่วินไม่ได้หรอกเพราะมึงรู้สึกกับพี่เขาไปแล้ว ถ้าเป็นกู กูจะยอมเสี่ยงอีกครั้ง"


ฟูจิยังไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมก็ได้ยินเสียงพี่ธาวินดังขึ้นมาแต่จับใจความไม่ได้

(ฮัลโหล คนเก่ง)

เป็นเสียงพี่ธาวินครับ

"สวัสดีครับพี่วิน"

(คุยอะไรกันนานจังเลยครับ)

"พอดีฟูจิปรึกษาเรื่องหัวใจนิดหนึ่งน่ะครับ"

(หืม?)

"พี่วินครับ ฟูจิเป็นเพื่อนรักของผมนะ และตลอดเวลาที่คบกันมาฟูจิมันดีกับผมมากๆ ผมเองก็ไม่อยากให้เพื่อนผมเสียใจ"

(......)

"ถ้าพี่วินไม่ได้คิดอะไรกับฟูจิมันเกินกว่าพี่ชายน้องชาย พี่วินจะปล่อยฟูจิมันได้มั้ยครับ"

(หมายถึง?)

"คือผมพูดตรงๆเลยนะครับ มีรุ่นพี่ต่างคณะเขาเข้ามาจีบๆฟูจิอยู่เหมือนกัน แต่ติดอยู่ที่ฟูจิมีใครบางคนอยู่ในใจอยู่แล้ว ก็เลยยังไม่ได้ตอบรับรุ่นพี่คนนั้น"

ขอโทษนะฟูจิ กูแค่อยากกระตุ้นพี่ธาวิน

(รุ่นพี่? ผู้ชาย?)

"ครับ"

(ถ้ามันอยากไปก็ไปสิ เกี่ยวอะไรกับที่พี่ปล่อยหรือไม่ปล่อย)

ผมถอนหายใจออกมา

"ผมว่าพี่วินก็รู้ดีว่ามันเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว"

(......)

"ผมจะวางแล้วนะครับ บอกฟูจิด้วยว่า เจอกันวันจันทร์ครับ"


ผมกดวางสาย
หวังว่าเรื่องของพี่ธาวินและฟูจิจะจบลงด้วยดีนะครับ





TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara✿


◕ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน อาจจะสนุกบ้างไม่สนุกบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ
◕เรื่องนี้เป็นเรื่องรักใสใสไร้ดราม่านะคะ
◕ตอนหน้าเราจะมาดูความคืบหน้าของคู่พี่วินกับฟูจิกันบ้างเนอะ



ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8201
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

อิพี่วินแม่งยังไม่รู้จักหัวใจตัวเองสินะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4: :L1:

พี่เต็มจะอดไม่ไหว 55 ค่อยๆรักน้องไป
พี่วิน อาการออกชัดเจน แต่หัวพี่ยังไม่จูน แหม่ต้องให้มีผู้ช่วยกระตุ้น

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เก่งจ้าพี่วินเก่งงงงง  :hao3:

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
น้องคนเก่งจะผันตัวไปเป็นกามเทพซะแล้ว ^^

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :mew1: รอดูพี่วินอกแตกตาย หาหนุ่มมาจีบฟูจิซักคนเลยคนเก่ง

ออฟไลน์ MayA@TK

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4994
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +51/-7
เอาอีก กระตุ้นพี่วินเข้าไปอีกเยอะ จะได้รู้ใจตัวเองซะทีว่าคิดกับฟูจิแบบไหน

 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ kungverrycool

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 292
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ฟูจิจ๋า เล่นตัวให้อีพี่วินอกแตกตายไปเลยนะ ถ้ามันรู้ใจตัวเองเมื่อไร 5555
 :z6:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8900
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-80

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
ดีๆ เร่งเชื้อไฟหน่อยพี่วินชักช้า
พี่เต็มนี่เขาก็หวานนะ

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ธาวิน ❤️ ฟูจิ [3]



[ธาวิน part]


"เป็นไรว่ะ ช่วงนี้มึงดูหงุดหงิด" ไอ้ไปป์เพื่อนสนิทของผมถามผมตอนที่เรากำลังนั่งติวหนังสือกันอยู่ที่ใต้ตึกคณะวิศวะ

ผมไม่ตอบอะไร แต่ก็นั่งถอนหายใจให้มันได้ยินอีกหลายครั้ง

"เกี่ยวกับฟูจิหรือเปล่าวะ" ไอ้ไปป์มันถาม

ไอ้ไปป์มันเป็นเพื่อนผมมาตั้งแต่เรียนมอต้นและมันก็มาเรียนต่อมอปลายที่สาธิตม.S พร้อมผม และมันก็รู้เรื่องระหว่างผมกับฟูจิดี

ผมยอมรับตรงๆเลยนะว่าตั้งแต่วันที่คุยกับคนเก่งวันนั้น ผมไม่สบายใจเลย และตั้งแต่วันนั้นผมก็ถามตัวเองมาตลอดว่า

ผมชอบฟูจิหรือเปล่าว่ะ

มันไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ใจตัวเองนะ

แต่ผมก็คิดว่าผมรู้สึกกับมันแค่น้องชาย

"เอาความรู้สึกของกูเลยนะไอ้วิน กูว่ามึงเห็นแก่ตัว ปากบอกไม่คิดอะไรแต่พอน้องมันจะไปมีคนอื่นก็เสือกดิ้นจะเป็นจะตาย" ไอ้ไปป์มันว่าผม

"......."

"มึงน่ะหลงรักน้องมันไปแล้ว ยังไม่รู้ตัวเองอีกเหรอว่ะ"

"ก็อย่างที่กูบอกมึง กูไม่แน่ใจว่ะ"

"เฮ้อ...งั้นมึงก็ปล่อยให้คนอื่น ใครนะ ผู้ชายที่น้องคนเก่งเล่าให้มึงฟัง"

"กูก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เท่าที่กูเห็น กูก็เห็นแต่ไอ้เอิร์ธเดือนสถาปัตย์แค่นั้น"

หลังจากวันที่คนเก่งบอกผม ผมก็คอยสังเกตดูผู้ชายที่เข้าใกล้ฟูจิบ่อยที่สุด ที่เห็นก็มีแค่ไอ้เอิร์ธ แต่ก่อนหน้านี้ผมเคยถามฟูจิแล้ว ฟูจิบอกก็แค่รุ่นพี่

แต่วันนั้นมันก็เล่นหัวฟูจินี่หว่า

จะว่าไปไอ้เอิร์ธมันก็หล่อ สไตล์คุณชายๆ พูดจาก็ดี สุภาพ ถ้าฟูจิจะชอบมันก็เป็นไปได้ ฟูจิมันน่าจะชอบคนที่พูดกับมันเพราะๆ

เพราะเมื่อก่อนตอนที่ผมยังไม่รู้ว่าฟูจิมันคิดเกินเลยกับผม ผมก็พูดกับฟูจิดี พูดเพราะกับมันมาก ผมก็เลยคิดว่าที่มันมาคิดอะไรกับผมเพราะผมพูดกับมันดีกว่าคนอื่นหรือเปล่า เพราะกับเพื่อนหรือรุ่นน้องคนอื่น ผมก็กูมึงตลอด มีฟูจิคนเดียวที่ผมแทนตัวเองว่าพี่ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

"แล้วช่วงนี้ฟูจิ มันดูจะต่อต้านกูแปลกๆ"

"ยังไง"

"ก็ต่อต้านกู ขัดใจกูทุกเรื่อง"
พูดแล้วก็หงุดหงิด ช่วงนี้มันดื้อกับผมค่อนข้างเยอะ อะไรที่ผมบอกว่าไม่มันก็ทำ อะไรที่บอกให้ทำมันก็ไม่

"สงสัยน้องมันจะตัดเรื่องมึงอย่างจริงจังแล้วล่ะมั้ง" ไอ้ไปป์มันพูดขึ้นมาอีก

ผมถอนหายใจออกมาอีก

เฮ้อ เอายังไงดีวะกู



วันต่อมา ผมมาหาฟูจิที่คณะศิลปศาสตร์ พอมาถึงที่โต๊ะประจำของกลุ่มมันเจอแค่คนเก่งที่พ่วงแฟนมานั่งเฝ้าด้วย

"ไงมึง ย้ายมาเรียนคณะนี้เลยมั้ย" ผมนั่งลงข้างๆไอ้เติมเต็ม

"มึงจะย้ายมาพร้อมกูเลยมั้ยล่ะ" ไอ้เติมเต็มมันตอบผม

"พี่วินสวัสดีครับ" คนเก่งยกมือไหว้ผม มันก็ยังเป็นเด็กมารยาทดีเหมือนเดิม

"เพื่อนไปไหนกันหมด" ผมถามคนเก่ง แต่ได้ยินเสียงไอ้เติมเต็มที่มันนั่งข้างผมหัวเราะในลำคอ

"หัวเราะอะไรมึง" ผมถาม

"กูหัวเราะกับแฟนกู" มันบอกแต่ผมรู้ว่าไม่ใช่

"ส้มส้มไปส่งงานครับ ส่วนฟูจิเมื่อกี้ไลน์มาบอกแล้วว่าแวะร้านกาแฟอยู่" คนเก่งบอกผม ผมก็พยักหน้ารับและนั่งรอ

"คนเก่ง ย้ายมานั่งข้างพี่เร็ว ส่วนมึงไปนั่งฝั่งโน้น" ไอ้เติมเต็มมันพูดเสียงสองกับคนเก่ง แต่มันพูดเสียงติดลบกับผม ไอ้คนสองมาตรฐาน

ผมนั่งดูไอ้คู่รักนั่งหยอกล้อ แกล้งกันไปมา ด้วยความหมั่นไส้

"คนเก่ง น่ารักขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนโง่บางคนมันเพิ่งฉลาดตอนที่ผ่านมาตั้งห้าปี" ผมอดจะพูดแขวะไอ้เติมเต็มไม่ได้

"กูอารมณ์ดีเพราะกูกำลังมีความสุข กูจะไม่ถือสาสิ่งที่มึงพูด เพราะถึงแม้ว่ากูจะเคยโง่แต่ตอนนี้กูฉลาดแล้ว แต่...มึงยังโง่อยู่เลย" ไอ้เติมเต็มมันย้อนผม

"พี่เต็มครับ พูดแรงจัง" คนเก่งกอดแขนไอ้เติมเต็มเอาไว้เหมือนกลัวแฟนมันจะกระโดดชกหน้าผม ท่าทางแบบนั้น ... น่ารักชิบหาย

"แต่กูจะต่อยหน้ามึงเพราะสายตาที่มึงมองแฟนกูเนี่ยแหละ"

ผมอดจะขำมันไม่ได้ ขี้หึงเหมือนกันนี่หว่า



ผมได้ยินเหมือนเสียงคนคุยกัน และเหมือนจะเป็นเสียงของฟูจิ ผมก็เลยหันไปมอง

ใช่ฟูจิจริงๆ และคนที่เดินคุยมากับฟูจิคือไอ้อดีตเดือนคณะสถาปัตย์

ฟูจิเดินมานั่งที่โต๊ะโดยที่มันไปนั่งข้างคนเก่ง ไม่รู้มันจะไปนั่งเบียดกันทำไม

"สวัสดีครับพี่เอิร์ธ" คนเก่งยกมือไหว้ไอ้เอิร์ธและยิ้มให้ ผมอยากจะหัวเราะออกมาบ้างตอนเห็นสีหน้าของไอ้เติมเต็ม

"หวัดดีครับ คนเก่ง" ไอ้เอิร์ธมันยิ้มทักทายคนเก่งตอบ ก่อนที่มันจะหันไปทักทายกับไอ้เติมเต็ม และก่อนที่จะมาถึงผม

"ไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอ" ไอ้เอิร์ธมันพูดขึ้นมา แล้วมันก็ส่งสายตาไปที่ฟูจิ

"เอ่อ ... นี่พี่วิน เรียนวิศวะปีสามเหมือนพี่เต็มครับ ส่วนนี่พี่เอิร์ธ เรียนสถาปัตย์ปีสามเหมือนกัน" ฟูจิมันแนะนำสั้นๆ


อยากจะบอกเหลือเกินว่า กูไม่อยากรู้จักมึง


"ยินดีที่ได้รู้จัก" ไอ้เอิร์ธมันพูดกับผมด้วยน้ำเสียงที่โคตรจะกวนเบื้องล่าง

ส่วนผมไม่ได้ตอบอะไรมันไป
และมันก็แค่ส่งยิ้มแบบกวนๆให้ผม

แม่งเอ๊ย!!

"ฟูจิ งั้นพี่ไปเรียนก่อนนะ" ไอ้เอิร์ธมันหันไปคุยกับฟูจิ พร้อมกับใช้มือไปลูบหัวฟูจิ

ใจผมมันร้อนเป็นไฟเลยตอนนี้ และมันร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมตอนที่ไอ้เอิร์ธก้มลงไปกระซิบข้างหูของฟูจิ แล้วฟูจิมันก็ทำตาโตแล้วหน้ามันก็แดง

ผมทนเห็นอะไรแบบนี้ไม่ไหวแล้ว

ผมลุกขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์

"กูไปล่ะ"

ผมพูดเสร็จก็เดินกลับมาที่รถตัวเอง นั่งระงับสติอารมณ์ตัวเองอยู่ในรถ

ผมว่าผมพอจะรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
แต่มันต้องไม่ใช่สิ ผมจะมารู้สึกอะไรแบบนี้กับฟูจิมันได้ไงว่ะ


เป็นไบโพล่าร์อยู่หรือเปล่าว่ะผมเนี่ย!!



ตึ๊ง

เวลาผ่านไปเกือบๆสิบนาทีเสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้น

fujiz : พี่

เป็นฟูจิที่ทักมา ผมยังไม่กดเข้าไปอ่าน

fujiz : เป็นไรรึเปล่า
fujiz : ดูอารมณ์ไม่ดี


fujiz : พี่วิน
fujiz : มาหาผมมีอะไรมั้ย


ตอนแรกผมตั้งใจว่า ... กูจะใจแข็ง กูจะไม่กดเข้าไปอ่านข้อความของมึง ...


แต่สุดท้ายผมก็ทำตามที่คิดไม่ได้

wintha : เปล่า ไปหาเฉยๆ

fujiz : แล้วอารมณ์ไม่ค่อยดี
fujiz : เป็นอะไร

ผมยิ้มออกมาได้
ฟูจิมันก็ยังคงเป็นห่วงผมเหมือนเดิม

wintha : ไม่เป็นไร
wintha : สงสัยนอนไม่พอ

ผมจะถือว่าเรื่องไอ้เอิร์ธก็เป็นแค่อากาศที่ลอยผ่านไปมาเท่านั้น

wintha : ตอนเย็นจะกินไร

ผมถามเป็นปกติที่เคยถาม เพราะถ้าสะดวกตรงกันผมก็จะไปทานข้าวกับฟูจิ หรือไม่งั้นก็ไปนั่งเป็นเพื่อนมัน

มันเคยถามว่าทำไมต้องมานั่งเป็นเพื่อนเวลามันทานข้าว ผมก็ตอบไปแค่ว่า ... กลัวมันเหงา ... แต่ผมรู้ว่ามันน่าจะมีเหตุผลที่มากกว่านั้นเพียงแค่ผมยังไม่แน่ใจ

fujiz : ตอนเย็นมีนัดแล้ว
wintha : กับเพื่อน?
fujiz : พี่เอิร์ธชวนไปทานข้าว


พอฟูจิมันพิมพ์ประโยคนี้มา ผมกดมือถือหาฟูจิทันที แต่มันตัดสายผม


fujiz : เข้าเรียนแล้ว

มันตอบมาแบบนี้

fujiz : เรียนก่อนนะ



"โว้ยยยยย!!" ผมร้องแหกปากอยู่บนรถ

ไอ้เอิร์ธ
สรุปคือมึงจริงๆใช่มั้ยที่มาจีบฟูจิ




หลายวันมานี้ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะทำมาก่อน นั่นคือมานั่งคอยฟูจิที่ใต้หอพักของมันทุกวัน ผมรู้แค่ว่ามันออกไปทานข้าวกับไอ้เอิร์ธทุกเย็น เพราะผมทักชวนมันทานข้าวทีไรมันก็จะบอกว่าไอ้เอิร์ธนัดไว้แล้ว

แต่ผมก็บอกฟูจิว่าจะนั่งรอ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันไม่มีทางหรอกจะปล่อยให้ผมนั่งรอมันหลายชั่วโมงแบบนี้

ไอ้เอิร์ธมันจะขับรถมาส่งฟูจิที่หอประมาณสองทุ่มของทุกวัน โดยไอ้เอิร์ธมันจะจอดรถบริเวณหน้าหอ แต่มันจะไม่เดินลงมาจากรถ

ผมมองดูเวลาใกล้จะสองทุ่มแล้ว และก็เหมือนหลายวันที่ผ่านมาที่รถไอ้เอิร์ธจะขับเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าหอ ผมเห็นรถไอ้เอิร์ธจอดอยู่หลายนาทีแล้ว แต่ฟูจิมันก็ยังไม่ลงจากรถ ปกติแล้วพอไอ้เอิร์ธขับรถมาจอดฟูจิมันก็จะลงมาจากรถเลยแต่วันนี้มันจอดรถตั้งนานแล้ว ฟูจิก็ยังไม่ลงมา จากที่ผมยืนมองอยู่ไกลๆผมก็อดที่จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆไม่ได้

พอผมเดินเข้าไปใกล้รถของไอ้เอิร์ธ แสงไฟจากเสาไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ๆทำให้ผมมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในรถได้อย่างชัดเจน


ไอ้เอิร์ธกับฟูจิ
กำลังจูบกัน


ผมยืนนิ่งมองอยู่แบบนั้น จนคนทั้งคู่ผละออกจากกัน ฟูจิเดินลงจากรถมา และแน่นอนมันต้องเห็นผมเพราะผมยืนอยู่ไม่ไกลจากรถไอ้เอิร์ธเลย

ผมไม่รู้ว่าฟูจิมีสีหน้าแบบไหนที่เห็นผมยืนอยู่ตรงนี้

"พี่วิน" ผมได้ยินเสียงฟูจิเรียกชื่อผม

"กลับมาแล้วก็ขึ้นห้องเถอะ กูกลับล่ะ" ผมพูดกับฟูจิแค่นั้น แล้วผมก็เดินกลับมาขึ้นรถของผม และขับออกมา




ผมกลับมาที่คอนโด ทิ้งตัวลงที่โซฟา และนั่งนิ่งๆด้วยความรู้สึกที่ผมอธิบายไม่ถูก ผมว่าผมช็อกกับภาพที่เห็น มันเหมือนเห็นแฟนเราจูบกับคนอื่น ... ล่ะมั้ง


ผมกับฟูจิเคยจูบกันครับ


ครั้งแรกตอนนั้นผมไปดื่มเหล้ากับพวกเพื่อนๆในคณะ ไอ้ไปป์มันกลัวผมขับรถกลับไม่ได้ มันก็โทรหาฟูจิให้มารับผม ตอนนั้นผมจำได้ว่าผมถามฟูจิว่า

'อยากจูบกับกูมั้ย'

และพอผมถามเสร็จฟูจิมันก็จูบผมจริงๆ เป็นจูบที่ไม่ได้เรื่องแต่ผมโคตรรู้สึกดี

หลังจากนั้นมา ผมก็หาเรื่องจูบกับมันเรื่อย ทุกครั้งที่ผมขอจูบมันไม่เคยปฏิเสธ และผมก็มักจะย้ำกับมันตลอดว่าแค่จูบไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษ

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยบอกมันก็คือ หลังจากที่ผมจูบมันตั้งแต่ครั้งแรก ผมก็ไม่ได้จูบใครอีกเลย

และมันไม่ใช่แค่จูบ ผมไม่ไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกเลย ตอนนั้นผมไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน แค่พอจะไปมีอะไรกับใคร หน้าฟูจิตอนที่ผมกำลังจูบมัน ก็ลอยมาในหัว

แต่ตอนนี้ผมว่า ผมพอจะเข้าใจแล้วว่ามันเป็นเพราะอะไร



ฟูจิมันไม่ใช่คนที่จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับใครง่ายๆแบบนี้ ถ้าฟูจิมันยอมให้ไอ้เอิร์ธจูบมันก็แสดงว่าฟูจิมันเต็มใจ

ความรู้สึกในหัวตอนแรกผมคิดว่าผมจะเดินไปดึงตัวฟูจิลงมาจากรถไอ้เอิร์ธ แต่ถ้าผมทำ ผมว่ายิ่งจะสร้างความลำบากใจให้ฟูจิมัน

ไอ้เอิร์ธมันน่าจะดูแลฟูจิได้ดี

ผมควรจะปล่อยฟูจิมันไป
เหมือนที่คนเก่งพูด
ใช่มั้ย?


.
.
.




"แล้วมึงก็จะอยู่เฉยๆเนี่ยนะ" ผมเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ไอ้ไปป์ฟัง และรวมถึงความรู้สึกผมด้วย

"......"

"กูเพิ่งรู้ว่ากูมีเพื่อนที่แม่งโคตรอ่อน"

"....."

"จูบกันแล้วไงว่ะ ก็แค่จูบ ถ้ามึงคิดกับฟูจิเหมือนกัน มึงจะกลัวอะไร คะแนนมึงนำอยู่แล้ว เพราะฟูจิรักมึง"

"ไอ้ไปป์ มึงลืมไปหรือเปล่า เมื่อหลายวันก่อนฟูจิมันบอกว่ามันจะปล่อยวางเรื่องกู จะหาคนใหม่"

"แล้วมึงลืมไปหรือเปล่าว่าที่น้องมันพูดแบบนั้นก็เพราะมึงไม่ได้สนใจหรือคิดเหมือนกันกับน้องมัน แต่ถ้าตอนนี้มึงรู้ใจตัวเองแล้วมึงก็ลุยเลย"

"กูสองจิตสองใจว่ะ"

"กูรำคาญมึงชิบ เสือกจะทำตัวเป็นพระเอกแสนดี"

"มึงฟังสิ่งที่กูคิดก่อนได้มั้ยว่ะ กูทำให้ฟูจิมันเสียใจมาตั้งหลายปี แล้วพอวันหนึ่งมีคนดีๆเข้ามาหามันถ้ากูกั๊กมันไว้ ก็จะกลายเป็นกูหวงก้างอย่างที่มึงพูด กูก็แค่คิดว่าไอ้เอิร์ธมันก็ดี น่าจะดูแลฟูจิมันได้ดีกว่ากู"

"มึงเป็นห่วงฟูจิใช่มั้ย"

"อืม กูเคยบอกแล้วไงว่ากูรักมันเหมือนน้องชาย"

"เหรอ แต่กูไม่จูบกับน้องชายว่ะ"

"......."

"ในเมื่อมึงเป็นห่วงและอยากให้มีคนดีๆที่คอยดูแลน้องมัน ทำไมมึงไม่เป็นคนดูแลเองว่ะ"

"......."

"ไปเคลียร์กับน้องมันให้เข้าใจไป กูรำคาญ"

และไอ้ไปป์มันก็ยังคงนั่งบ่นผมอีกหลายอย่างแต่ผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะใจคิดถึงแต่เรื่องของฟูจิ





สองวันแล้วที่ผมไม่ได้ไปหาฟูจิ และมันก็ไม่ได้ไลน์หรือติดต่ออะไรมาหาผมทั้งสิ้น

ส่วนผมเอง ปกติก็ไม่ค่อยไลน์หามันก่อนอยู่แล้ว พอฟูจิไม่ไลน์มาหาผม ผมก็ไม่รู้จะทักไปหามันเรื่องอะไรดี

เมื่อช่วงกลางวันผมก็แอบไปแถวคณะศิลปศาสตร์ และผมก็เห็นไอ้เอิร์ธนั่งอยู่ข้างฟูจิ และเห็นไอ้เติมเต็มนั่งข้างคนเก่ง

สองคู่ชู้ชื่น

ดูฟูจิมันก็ยิ้มแย้มดี และดูมันมีความสุขมากด้วย


มันคงจะมีความสุขกับไอ้เอิร์ธ
และคงจะตัดเรื่องของผมไปได้แล้ว

แปลกดีเหมือนกัน
ถ้าผมรู้สึกกับฟูจิแค่น้องชาย
ผมต้องยินดีที่จะอวยพรให้กับความรักของน้องชายจริงมั้ย และอาจจะต้องเดินเข้าไปตบไหล่ไอ้เอิร์ธว่าให้มันดูแลน้องชายผมดีๆ แต่ในความรู้สึกจริงๆของผมตอนนี้

ผมไม่สามารถทำแบบนั้นได้ โดยไม่ฝืนใจ


TBC.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-05-2019 09:38:48 โดย ninewara »

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ธาวิน ❤️ ฟูจิ [4]



[ฟูจิ part]


ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ธาวิน พี่มันเงียบและเหมือนกับหายไปจากชีวิตผมเลย ตั้งแต่คืนที่พี่มันเห็นว่าผมกับพี่เอิร์ธ 'เหมือนจะ' จูบกัน

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นไอเดียของคนเก่งครับ มันเริ่มจากตอนแรกที่คนเก่งมันไปบอกพี่ธาวินว่ามีรุ่นพี่ผู้ชายมาชอบผม ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่มีไง แล้วคนเก่งบังเอิญเจอพี่เอิร์ธ มันก็เลยบอกพี่เอิร์ธว่าอยากขอความช่วยเหลือให้พี่เอิร์ธมาจีบผมหน่อย

ตอนนั้นพี่เอิร์ธงงหนักมาก และยังไม่ได้ตอบรับว่าจะแกล้งมาจีบผมมั้ย เพราะพี่เอิร์ธก็มีแฟนอยู่แล้ว ถ้าแฟนรู้ไม่แน่ใจว่าต้องเคลียร์กันยาวแค่ไหน แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนที่ผมกับพี่เอิร์ธบังเอิญเจอกันที่ร้านกาแฟ พี่เอิร์ธตั้งใจจะมาหารุ่นน้องที่คณะผมอยู่แล้ว เราเลยเดินมาพร้อมกัน พอเดินมาถึงที่คณะก็เจอพี่ธาวินนั่งอยู่กับคนเก่งและพี่เติมเต็ม หลังจากที่ทักทายกันสักพักพี่เอิร์ธก็กระซิบกับผมว่า

'พี่ว่าท่าทางเขาก็ดูจะหึงฟูจินะ งั้นพี่จะช่วยล่ะกัน'

หลังจากที่พี่ธาวินขอตัวกลับ พี่เอิร์ธก็นั่งลงและเริ่มคุยอย่างจริงจัง

"คนเก่ง พี่ตกลงที่จะช่วยนะ" พี่เอิร์ธพูดขึ้นมา

"ช่วย?" พี่เติมเต็มมองคนเก่งอย่างสงสัย แสดงว่ามันไม่ได้บอกแฟนมันก่อน

"คืออย่างนี้ครับ ผมขอให้พี่เอิร์ธช่วยทำเป็นว่าเข้ามาจีบฟูจิให้หน่อยน่ะครับ เผื่อพี่วินจะได้รู้ใจตัวเองซะทีไง" คนเก่งอธิบายให้แฟนมันฟัง

"แล้วเรารู้ได้ไงว่าไอ้วินมันก็มีใจกับฟูจิ" พี่เติมเต็มถาม

"วันนั้นก็เล่าให้พี่เต็มฟังแล้วไงครับว่าพี่วินหึงยังไง ตอนที่คิดว่าฟูจิคุยกับผู้ชายคนอื่น"

"แล้วแน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วมันจะโอเค"

"ทำไมพี่เต็มพูดแบบนี้ล่ะครับ เหมือนผมทำอะไรไม่เข้าท่าเลย" คนเก่งมันทำหน้าหงอยๆ และพี่เติมเต็มก็เอามือลูบผมมันเบาๆ

"พี่ไม่ได้ว่าครับ พี่แค่ไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่ มันเหมือนเราเล่นกับความรู้สึกคนอื่น แต่พี่ก็ไม่ได้รู้จักไอ้วินเท่ากับที่ฟูจิรู้จัก บางทีมันอาจจะช่วยกระตุ้นให้ไอ้วินรู้ใจตัวเองอย่างที่คนเก่งว่าก็ได้" พี่เติมเต็มอธิบายให้คนเก่งฟัง

หลังจากนั้นก็...นั่นแหละครับ
ลองดูก็คงจะไม่เป็นไร ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว

ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมบอกพี่ธาวินว่าผมออกมาทานข้าวกับพี่เอิร์ธ และไม่น่าเชื่อเหมือนกันที่พี่ธาวินบอกว่าจะมานั่งรอผมที่ใต้หอทุกวัน และพี่มันก็ทำจริงครับ พอพี่เอิร์ธขับรถมาส่งผมที่หอ ก็จะเห็นรถพี่ธาวินจอดอยู่ ส่วนตัวเองก็จะนั่งอยู่แถวนั้นแหละ

อันที่จริงแล้วผมไม่ได้ไปทานข้าวกับพี่ธาวินหรอกนะครับ เพียงแต่พอใกล้จะถึงเวลาสักทุ่มครึ่งเราถึงจะนัดเจอกัน แล้วพี่เอิร์ธก็ขับรถมาส่งหน้าหอ

"วันนี้พี่จะจูบฟูจินะ" ตอนที่ผมขึ้นรถพี่เอิร์ธที่หน้ามหาวิทยาลัย พี่เอิร์ธก็พูดขึ้น

"ห๊า!! จูบเลยเหรอครับ" ผมร้องด้วยความตกใจ

พี่เอิร์ธหัวเราะก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

"แค่แกล้งทำเหมือนจูบกันน่ะ"

"จำเป็นต้องทำเหรอครับ" ผมถาม

"ฟูจิเคยจูบกับเขามั้ย" พี่เอิร์ธถามผม

"ก็....เคยครับ" ผมตอบตามความจริง

"เราเนี่ยน่ารักเนอะถามแค่นี้ก็หน้าแดงแล้ว" พี่เอิร์ธแซวผม

"....."

"พี่ว่าถ้าเราทำแบบนี้มันต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงแน่ๆ ยิ่งถ้าเขาเคยจูบเรา พี่ว่ามีหึงแน่ๆ อีกอย่างพี่เห็นว่าหลายวันที่ผ่านมาไม่มีอะไรคืบหน้าเลย นอกจากเขามานั่งรอฟูจิแค่นั้น" มันก็จริงอย่างที่พี่เอิร์ธพูดครับ ตั้งแต่ที่ผมบอกกับพี่ธาวินว่าไปทานข้าวกับพี่เอิร์ธ พี่ธาวินยังไม่เคยถามผมเลยสักครั้งว่าตกลงพี่เอิร์ธกับผมสถานะคือยังไง ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเคยถามผมตั้งหลายครั้ง

"ผมว่าบางทีพวกเราอาจจะคิดกันไปเองก็ได้นะครับว่าพี่วินเขาจะหึงผม" ผมพูดอย่างที่คิด

"มั่นใจหน่อย เชื่อพี่ แค่ดูสายตาที่เขามองพี่ก็รู้แล้ว แทบจะฆ่าพี่ได้"

ผมนั่งคิดไปเรื่อยๆจนพี่เอิร์ธขับรถมาจอดที่บริเวณหน้าหอ มองออกไปเห็นพี่ธาวินนั่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร

"ตกลงมั้ย ที่จะจูบ" พี่เอิร์ธถามผม

เอาว่ะ!! ถ้าไม่ได้ผลก็พอแค่นี้แหละ

"ไม่ได้จูบจริงๆใช่มั้ย"
ผมถามและพี่เอิร์ธก็พยักหน้า

"ครับ เอาก็เอา" ผมพูด

พี่เอิร์ธปลดเข็มขัดนิรภัยและโน้มตัวเข้ามาใกล้ผม

"เขายังนั่งอยู่มั้ย" พี่เอิร์ธถามผม ผมก็เลยชะโงกหน้าไปมองเพราะตัวของพี่เอิร์ธบังสายตาผมมิดเลย

"พี่วินกำลังเดินมาทางนี้ครับ" ผมตอบ

"โอเค เราก็ใช้มุมกล้องนิดหน่อย" พี่เอิร์ธขยับเข้าใกล้ผมมากขึ้น จนลมหายใจพี่เอิร์ธรดอยู่บนใบหน้าผม

ผมไม่ชอบแบบนี้เลย มันรู้สึกอึดอัดและไม่โอเคกับการที่ต้องใกล้ชิดกับผู้ชายอื่นแบบนี้

จนเวลาผ่านไปสักพัก พี่เอิร์ธก็กลับไปนั่งที่นั่งคนขับตามเดิม

"พี่น่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ" พี่เอิร์ธถามผมพร้อมกับหัวเราะ

"ผมแสดงออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ"

"มาก ฮ่าๆๆๆ ลงไปได้แล้ว ดูสิพี่วินของเรายืนตัวแข็งเลย ผลเป็นไงรายงานด้วยล่ะ"

ผมเปิดประตูรถของพี่เอิร์ธลงมา และเดินตรงมาหาพี่ธาวินที่ยืนอยู่ไม่ไกล

"พี่วิน" ผมเรียกพี่มัน เพราะเห็นพี่ธาวินยืนนิ่งมากๆ แต่พี่มันตอบมาแค่บอกให้ผมขึ้นห้องได้แล้ว

.
.


หลายวันผ่านไป

วันนี้เป็นวันที่สี่แล้วครับที่ผมกับพี่ธาวินไม่ได้ติดต่อกันเลย สำหรับพี่ธาวินอาจจะไม่แปลกแต่สำหรับผมคือไม่ใช่เพราะปกติผมต้องทักหาพี่ธาวินก่อนอยู่แล้ว แต่เพราะผมอยากรู้ว่าหลังจากพี่ธาวินคิดว่าผมจูบกับพี่เอิร์ธแล้ว พี่มันจะว่าไงบ้างมั้ย จะทักมาถามผมก่อนหรือเปล่า ผมก็เลยเลือกที่จะรอการติดต่อจากพี่ธาวินมากกว่า

คุณเคยเป็นมั้ยที่เราลองไม่คุยกับเพื่อนสักวันสองวัน พอจะกลับมาคุยอีกทีก็เหมือนจะไม่กล้าทักเพื่อน ผมก็อยู่ในสถานการณ์นี้ พอผ่านไปสามวันพี่มันก็ยังเงียบอยู่ ผมก็ไม่กล้าจะทักไป ผมคิดว่าพี่มันอาจจะป่วยหรือเปล่า ผมก็แอบไปดูที่คณะวิศวะก็ยังเห็นรถพี่มันอยู่แสดงว่าพี่มันยังมาเรียนตามปกติ

จนวันนี้เป็นวันที่สี่ ผมเริ่มคิดจริงจังแล้วว่าพี่ธาวินคงจะเป็นเหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่ต่างคนต่างอยู่ เพราะนอกจากที่พี่มันไม่ติดต่อใดๆผมเลย พี่มันก็ไม่ได้มานั่งรอผมที่หออีกเลย

ผมนั่งคิดไปคิดมาแล้วก็รู้สึกทั้งน้อยใจ ทั้งโมโหพี่มันที่พี่มันทำแบบนี้กับผม คิดจะทำดีจะใส่ใจก็มา คิดจะไปก็ไป เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนยังบอกไม่อยากให้มีแฟนอยู่เลย

อะไรว่ะ!!!



ผมมองดูเวลาเกือบจะห้าโมงเย็นพี่ธาวินน่าจะเลิกเรียนแล้ว ผมขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัย ผมคิดว่าบางทีผมอาจจะต้องคุยกับพี่มันให้รู้เรื่อง

ผมกดมือถือโทรหาพี่ธาวิน ครั้งแรกพี่มันไม่ยอมรับสาย จนครั้งที่สองที่สัญญาณดังจนผมเกือบจะกดวางอีกรอบ

(ฮัลโหล)

"พี่อยู่ไหน" ผมถาม

(ทำโครงงานอยู่ มีไร)

พี่ธาวินแม่ง ไม่ได้คุยกันตั้งหลายวัน คำถามแรกของพี่มันคือ...มีอะไร

"ใกล้เสร็จหรือยัง"

(เหลือเยอะ อีกนาน)

"อยากคุยด้วย ออกมาเจอหน่อยได้มั้ย"

ผมพูดออกไปตรงๆ

(ด่วนเหรอ ต้องตอนนี้เลย?)

"พี่วิน อย่าเพิ่งวางนะ"


ผมให้พี่ธาวินถือสายรอผมก่อน เพราะมีรถยนต์คันหนึ่ง ขับมาข้างรถผมแล้วเปิดกระจกโบกมือออกมาเหมือนจะบอกให้ผมจอดรถ แล้วรถยนต์คันนั้นก็ขับแซงขึ้นไปและจอดที่ด้านหน้ารถผม ทำให้ผมจำเป็นต้องชะลอและจอดรถตาม

ผมเห็นมีผู้หญิงเดินลงมาจากฝั่งที่นั่งด้านข้างคนขับ ผมเลื่อนกระจกรถลง

"มีอะไรหรือเปล่าครับ" ผมถามตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงที่รถผม

"น้อง พี่ขับรถตามน้องมาเพราะจะบอกน้องว่าน้องขับรถเฉี่ยวรถคันอื่น" ผู้หญิงคนนั้นบอกผม

"ผมเหรอครับ รถผมเหรอครับ" ผมถามด้วยความตกใจ

(ฟูจิ เกิดอะไรขึ้น!) ผมได้ยินเสียงพี่ธาวินถามผม

แต่ผมยังไม่ได้ตอบพี่ธาวิน ผู้หญิงคนนั้นก็พูดต่อ

"ก็รถน้องเนี่ยแหละ รู้มั้ยว่าพี่ตามมาตั้งหลายกิโล นั่นไง รถคันที่น้องเฉี่ยวเขาขับมาแล้ว"

ผมยังไม่ได้ลงจากรถแต่แค่มองกระจกส่องหลังเท่านั้น เห็นมีรถยนต์อีกคันมาจอดต่อท้าย แล้วเห็นมีผู้ชายเดินลงจากรถมาสองคน และเขาก็เดินมาที่รถผม

"น้อง ลงมาเคลียร์กันก่อน" ผู้ชายหนึ่งในสองคนพูดกับผม

(ฟูจิห้ามลงจากรถนะ! กูจะออกไปเดี๋ยวนี้!)

ผมได้ยินเสียงพี่ธาวินพูดแบบนั้น แต่ผมก็อยากลงไปดูรอยที่เขาบอกว่าผมเฉี่ยวรถเขา ผมยังไม่ได้วางสายพี่ธาวิน ผมยังเสียบบลูทูธอยู่และดูเหมือนพี่ธาวินก็ยังไม้ได้วางเหมือนกัน

ผมเดินลงจากรถมา และเดินมาดูร่องรอยที่เขาบอกว่าผมขับรถเฉี่ยว

"ผมว่าไม่น่าจะเกิดจากรถของผมนะครับ ถ้ารถผมเฉี่ยวจริงมันน่าจะมีสีรถของผมไปติดบ้าง" ผมพูดตามที่เห็น

"อ้าว หน้าตาก็ดี ขับรถก็แพง จะไม่รับผิดชอบหรือไงน้อง" ผู้ชายหนึ่งในสองคนพูดเสียงดังขึ้นมา

"ถ้าผมผิดจริง ผมต้องรับผิดชอบอยู่แล้วครับพี่ แต่ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ขับรถเฉี่ยวรถของพี่แน่ๆ" ผมยืนยัน

"แต่พี่เป็นพยานได้นะว่ารถของน้องขับไปเฉี่ยวรถพี่เขาจริงๆ" ผู้หญิงที่บอกให้ผมจอดรถ พูดแทรกขึ้นมา

ผมยืนโต้เถียงกับคู่กรณีไปมา ผมไม่ได้เฉี่ยวแน่ๆ เพราะรถผมไม่มีร่องรอยอะไรเลย ที่สำคัญรถมันก็ไม่ใช่ของผมไง ถ้าพี่ธาวินมา ไม่รู้มันจะบ่นเรื่องนี้หรือเปล่า

"น้อง พี่ว่ามันเสียเวลามากเกินไปแล้ว" คู่กรณีก็ยังไม่ยอมอ่อนลง


(ใกล้ถึงแล้ว!) ผมได้ยินเสียงพี่ธาวินพูด และเหมือนจะมากับคนอื่นด้วยเพราะได้ยินเสียงคนคุยกันหลายคน

"ถ้างั้นผมขอโทรตามประกันก่อนนะครับ พวกพี่ก็โทรหาตำรวจก็ได้ครับจะได้เคลียร์ๆกันไปเลย" ผมพูด และกำลังจะกดวางสายพี่ธาวินเพื่อจะโทรหาประกัน แต่ยังไม่ทันจะได้กดวางสาย ผู้ชายหนึ่งในสองคนนั้นก็ตรงเข้ามากระชากคอเสื้อนักศึกษาผม

"มึงอย่ามาหัวหมอกับกูดีกว่า กูไม่ได้มีเวลามารอประกัน เวลากูมันมีค่า จ่ายค่าเสียหายกับค่าเสียเวลามาเลยดีกว่า จะได้จบๆกันไป"

"ผมเป็นแค่นักศึกษา ผมไม่มีเงินหรอกครับ" ผมพยายามที่จะพูดดีๆมากที่สุด เพราะถ้ามีเรื่องกันผมเสียเปรียบแน่อยู่แล้ว

"กูก็เห็นแต่พวกนักศึกษาอย่างมึงนี่แหละที่มีเงิน" ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาอีก

(ถึงแล้ว!) ผมได้ยินเสียงพี่ธาวินพูด ผมรีบหันไปมองทางด้านขวามือของตัวเองก็เห็นมีรถยนต์เข้ามาจอดสองสามคัน หนึ่งในนั้นคือรถของพี่ธาวิน

"เฮ้ย!!มึงทำอะไรวะ!" ทั้งตัวและเสียงของพี่ธาวินดังอยู่ใกล้ๆผม หลังจากนั้นพี่ธาวินก็กระชากผู้ชายคนนั้นออกจากผม และยืนบังผมไว้

ตอนแรกผู้ชายคนนั้นเงื้อกำปั้นขึ้นเหมือนจะต่อยพี่ธาวิน แต่ผู้ชายอีกคนที่มาด้วยกันดึงแขนไว้และชี้ไม้ชื้มือไปทางด้านหลังที่มีเพื่อนๆของพี่ธาวินที่ใส่เสื้อช็อปยืนอยู่หลายคน

"เออ! กูไม่เอาก็ได้ว่ะ" แล้วผู้ชายทั้งสองคนก็รีบขึ้นรถแล้วขับออกไป ผมมองตามไปปรากฏว่ารถคันแรกที่มีผู้หญิงเดินมาก่อนหายไปแล้วครับ ไม่รู้ว่าขับออกไปตั้งแต่ตอนไหน

"เป็นอะไรหรือเปล่า" พี่ธาวินหันกลับมาถามผม พร้อมทั้งลูบตามเนื้อตามตัว

"แม่ง ดูสิ คอแดงหมดแล้วเนี่ย" พี่ธาวินเอามือมาลูบๆที่คอผม

"เจ็บมั้ย" ไม่รู้ผมคิดไปเองมั้ยแต่สีหน้าของพี่ธาวินมันดูจะเป็นห่วงผมมาก

"ไม่ครับ"

ผมตอบ พี่มันมองผมอย่างพิจารณาแล้วพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปหาเพื่อน ผมเห็นพี่ธาวินคุยกับเพื่อนไม่นาน เพื่อนไปพี่มันก็ขับรถออกไป

พี่ธาวินเดินกลับมาหาผม ก่อนจะบอกให้ผมขึ้นรถ แล้วบอกผมว่าให้ผมขับตามพี่มันไป

ผมมองด้วยความไม่เข้าใจ พี่ธาวินเดินกลับไปขึ้นรถตัวเอง แล้วพี่มันก็บีบแตรใส่ผมครั้งหนึ่ง คงเพราะผมยังไม่ยอมขึ้นรถ

ผมขึ้นรถและขับตามรถพี่ธาวินออกไป ขับมาไม่นานพี่ธาวินก็เลี้ยวเข้าไปที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ผมขับรถไปจอดข้างๆรถของพี่ธาวิน ผมลงจากรถและเดินมาหาพี่ธาวินที่ลงมายืนอยู่ข้างรถ

"พี่ไม่สบายเหรอ หรือมาเยี่ยมใคร" ผมถาม

"มึงนั่นแหละ กูพามึงมาให้หมอตรวจ"

"มาตรวจทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรเลยนะ"

"คอมึงยังแดงอยู่เลย" พี่ธาวินเชยคางผมขึ้นและมองดูที่คอ

"แต่มันไม่เจ็บเลย คงแค่แดงเท่านั้น" ผมบอก พี่ธาวินมองผมอยู่สักพักก็ยอมตามใจผม

"มึงบอกมีเรื่องจะคุย" พี่ธาวินถามผม ซึ่งผมลืมไปแล้วด้วยซ้ำ

"ก็.....ครับ"

"งั้นไปนั่งร้านนี้ก็ได้ ติดกับโรงพยาบาล" พี่ธาวินพูดและเดินนำผมไป

มันเป็นร้านอาหารอิตาลีแต่มีขายพวกขนมเค้กและเบเกอรี่

"ไม่เคยมาร้านนี้เลย ต้องบอกคนเก่งมันซะแล้วมันต้องชอบแน่" ผมพูดขึ้นมาตอนที่ได้ที่นั่งกันแล้ว

"สั่งเลย" พี่ธาวินยื่นเมนูให้ผม

หลังจากสั่งอาหารกันเรียบร้อยแล้ว อยู่ๆมันก็เกิดเดธแอร์ขึ้นระหว่างเรา

"พี่วินมาหาผมถูกได้ไง" ผมถาม

"รถกูติดจีพีเอส"

"......"

"......."

"ขอบคุณนะครับที่มาช่วยผม"

"พอดีเพื่อนที่คณะ มันบอกว่าคนที่บ้านมันก็เคยเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน มันบอกตอนนั้นโดนซ้อมด้วย"

"โห น่ากลัวจัง" ยิ่งคิดยิ่งกลัวย้อนหลัง ถ้าพี่มันไม่มาผมแย่แน่

"รู้แบบนี้ก็อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวให้มันบ่อยนัก"

"ครับ ผมจะระวังตัว"

"แล้วอีกอย่างกูบอกว่าไง บอกว่าอย่าลงจากรถ"

"ก็ผมกลัวว่าผมจะไปเฉี่ยวเขาจริงๆแล้วก็กลัวรถพี่เป็นรอยด้วย"

"แทนที่จะห่วงตัวเอง เสือกห่วงรถ"

"ก็มันเป็นรถของพี่อะ"

"ใช่รถกู แต่กูห่วงมึง"

"....."

หลังจากนั้นเราก็เงียบกันไปอีกสักพัก และผมเห็นว่าพี่ธาวินมองหน้าผมบ่อยมาก

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"

"คือ...กูแค่สงสัยว่าวันนี้ไม่ไปกินข้าวกับไอ้เอิร์ธมันหรือไง"

"ไม่ครับ"

"เป็นแฟนกันมันก็ต้องหาเวลาอยู่ด้วยกันนะมึง"

เป็นแฟนกัน?
อะไรของพี่มันว่ะ

หมายถึงผมกับพี่เอิร์ธเหรอ?

"แฟนนี่ .. หมายถึงผมกับพี่เอิร์ธเหรอ"

"ก็....อืม" พี่ธาวินตอบแต่ไม่มองหน้าผม

ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป ต่างคนต่างเงียบ ระหว่างนั้นอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะพอดี เราสองคนก็เลยลงมือทานอาหารกัน ผมสังเกตดูเหมือนว่าพี่ธาวินจะไม่ค่อยทานเท่าไหร่

"เส้นสปาเก็ตตี้เละหมดแล้วมั้ง" ผมพูดเพราะเห็นพี่มันเขี่ยไปมามากกว่าทาน

"มีอะไรจะคุย คุยเลย คุยไปกินไปก็ได้" พี่ธาวินพูด

ผมมองพี่ธาวินที่ยังคงนั่งเขี่ยสปาเก็ตตี้บนจานไปมา

จนผ่านมาสักระยะ

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ

แต่....



"กูคิดว่า กูชอบมึง"

ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา พี่ธาวินก็พูดขึ้นมาก่อน

พี่มันพูดว่า .. ชอบผมใช่มั้ย?

"ถ้ากูไม่พูดกูก็คงจะอึดอัดไปตลอด วันนี้ตอนที่กูรู้ว่ามึงกำลังอยู่ในอันตราย กูเป็นห่วงมึงมาก กูกลัวไปหมดว่ามึงจะเป็นอะไรมั้ย กูจะไปทันหรือเปล่า กูไม่อยากให้มึงเป็นอะไร" ผมยอมรับว่าอึ้งมากกับสิ่งที่พี่ธาวินพูด

"ทำไมพี่ถึงคิดว่ามันเป็นความชอบพี่อาจจะเป็นห่วงผมในแบบน้องชาย"

"กูคิดว่า กูคงไม่หึงเวลาที่เห็นน้องชายจูบกับคนอื่น แต่กูรู้สึกหึงมึง โคตรหึงเลย"

ผมพูดอะไรไม่ออก แต่ในใจผมมันเต้นรัวเหมือนมีคนมาตีกลองอยู่ข้างใน

"แต่กูรู้ว่ามาพูดตอนนี้อะไรๆมันก็คงจะไม่ทันแล้ว"

ไม่ทันอะไรว่ะ?

"เท่าที่กูรู้มาไอ้เอิร์ธมันค่อนข้างโอเคเลย มันอ่อนโยน พูดเพราะ มันต้องดูแลมึงได้ดีแน่ๆ"

"อะไรของพี่เนี่ย เกี่ยวอะไรกับพี่เอิร์ธ"

"ก็มึงกับมันเป็นแฟนกันไม่ใช่หรือไง"

"ใครบอกพี่"

"เรื่องแบบนี้แค่เห็นก็รู้แล้วป่ะ ไม่ต้องมีใครบอก"

"พี่น่ะ ชอบคิดอะไรเองตลอดนั่นแหละ ไม่เคยถาม"

พี่ธาวินถอนหายใจออกมา

"ฟูจิ กูไม่ได้รู้จักมึงมาแค่วันสองวันนะ ถ้ามึงไม่มีใจให้ไอ้เอิร์ธมึงจะยอมให้มันจูบทำไม"

สิ่งที่พี่ธาวินพูดทำให้ผมอึ้งไปสักพัก

พี่ธาวินมองผมนิ่งอยู่แบบนั้น จนผมเริ่มทำตัวไม่ถูก

"พี่วิน ผมกับพี่เอิร์ธไม่ได้เป็นแฟนกันนะ"

"แต่มึงจูบกับมันเนี่ยนะ!" ผมรีบหันไปมองรอบตัวเพราะพี่ธาวินมันเสียงดังมากเลย

"พี่เสียงดังทำไมเนี่ย" ผมพูดออกมาเสียงไม่ดังมากนัก

"มึงอิ่มแล้วใช่มั้ย" อยู่ๆพี่มันก็เปลี่ยนเรื่องซะงั้น

ผมพยักหน้า แล้วพี่ธาวินมันก็เรียกให้พนักงานมาเก็บเงิน พอจ่ายเงินเรียบร้อย พี่ธาวินก็ลุกเดินออกจากร้าน ผมก็รีบเดินตามไป จนพอมาถึงที่รถ พี่ธาวินก็หันกลับมาหาผม

"หาที่คุยกันดีกว่า" พี่ธาวินบอกผม

"ที่ไหน"

พี่ธาวินยืนคิดอยู่สักพัก

"ที่หอมึง สะดวกมั้ย"

"สะดวกครับ"

หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว เราก็ต่างคนก็ต่างขึ้นรถและขับกลับมาที่หอผม ห้องของผมอยู่ชั้นสามปกติผมมักจะเดินขึ้นบันไดมากกว่าใช้ลิฟท์ แต่วันนี้พี่ธาวินมาด้วยผมก็เลยเลือกที่จะพาพี่มันขึ้นลิฟท์

พอเปิดประตูเข้ามาในห้อง พี่ธาวินก็เดินไปนั่งลงที่เตียงและหยิบรีโมทมาเปิดแอร์ พี่มันเคยมาห้องผมหลายครั้งแล้วครับ

"ที่จริงไปคุยกันที่คอนโดพี่ก็ได้นะ ที่นี่ห้องมันเล็ก กลัวพี่อึดอัด"

"คุยที่นี่ดีแล้ว ถ้าคุยที่ห้องกูมึงก็ต้องขับรถกลับมาคนเดียว กูก็อดห่วงมึงไม่ได้อีก" พี่ธาวินพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ดูเรียบเฉยแต่แววตามันดูอ่อนโยนมากๆ

"หรือมึงลำบากใจที่กูมาที่นี่" พี่ธาวินถามผมต่อ

"ผมจะลำบากใจเรื่องอะไรล่ะ ถามแปลกๆ" ผมถาม

"ก็มึงอาจจะเกรงใจไอ้เอิร์ธมันไง"

ผมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ

"ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้เป็นแฟนกับพี่เอิร์ธ" ผมเริ่มจะหงุดหงิดแล้วเนี่ย

"งั้นมึงลองอธิบายเหตุผลที่มึงจูบกับมันให้กูฟังหน่อยได้มั้ย"

จะบอกความจริงดีมั้ยว่ะ แล้วดูพี่มันทำเสียงดุอะไรขนาดนี้ว่ะ

"ก่อนที่ผมจะตอบ ผมขอถามอะไรก่อนได้มั้ย" ผมถาม

"ถามมาสิ"

ผมเม้มปากเล็กน้อย

"ที่พี่วินพูดในร้านอาหาร ... ที่พี่บอกว่าพี่ ... ชอบผม ... คือ ..."

ผมไม่รู้จะพูดอะไรยังไงต่อไปดี

"ใช่ กูชอบมึง" พี่ธาวินพูดออกมาและผมสังเกตเห็นว่าหูพี่ธาวินมันแดงขึ้นมาเล็กน้อย

"แต่อย่าเพิ่งถามว่าทำไมกูชอบ กูชอบตอนไหน เพราะกูยังไม่มีคำตอบให้ กูรู้แค่ว่ากูเป็นห่วงมึงมากตอนที่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมึงกูโคตรวุ่นวายใจ และกูก็โคตรหึงมึงเลยตอนมึงไปไหนมาไหนกับไอ้เอิร์ธ กูแทบอยากจะเข้าไปต่อยมันตอนที่มันจูบมึง"

ผมอดไม่ได้ที่จะใช้มือกุมที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง มันเหมือนกำลังจะทะลุออกมาจริงๆ

"แต่ที่กูไม่ทำแบบนั้นเพราะกูเห็นแก่มึง ในเมื่อมึงสองคนคบกัน กูก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่ง"

"ถึงแม้ว่ากูจะชอบมึงก็ตาม"

"......."

"จะถามอะไรอีกมั้ย" พี่ธาวินถาม

"มันก็มี แต่พี่บอกว่าอย่าเพิ่งถาม ผมก็จะไม่ถาม"

"งั้นก็ตอบกูมาได้แล้ว ไม่ใช่แฟนแล้วไปจูบกับมันนี่คือยังไง"

"....…."

"ฟูจิ"


เอาว่ะ!


"ผมกับพี่เอิร์ธเราไม่ได้จูบกันจริงๆหรอกครับ คือพี่เขาแค่เอาหน้าเข้ามาใกล้ผมเท่านั้นเอง" ผมพูดตามความจริง

"เพื่อ?" พี่ธาวินถามผมด้วยความไม่เข้าใจ

ผมลังเลอยู่พักหนึ่งเพราะไม่รู้ว่าถ้าบอกความจริงไปพี่ธาวินจะโกรธผมมั้ย แต่ผมก็ไม่อยากที่จะโกหก ผมก็เลยตัดสินใจบอกความจริงเรื่องแผนของคนเก่ง

ผมเล่าไปก็ลุ้นไปด้วยว่าพี่ธาวินจะทำหน้ายังไง จะไม่พอใจหรือเปล่า

"มีแค่นี้?" พี่ธาวินถามผม หลังจากที่ผมพูดจบ

"ครับ"

แล้วอยู่ๆพี่ธาวินก็ดึงผมเข้าไปกอด

"พี่!" ผมร้องด้วยความตกใจ

พี่ธาวินไม่พูดอะไรแต่สักพักก็ได้ยินเสียงพี่มันหัวเราะออกมา

"พี่วิน" ผมเรียกชื่อพี่ธาวินอีกครั้ง

"หืม?" พี่มันขานรับแต่ยังกอดผมอยู่

"พี่หัวเราะทำไม"

"กูแค่หัวเราะให้กับความงี่เง่าของตัวเอง" พี่ธาวินพูดและหัวเราะออกมาอีก ผมไม่ได้ถามว่าเรื่องงี่เง่าที่พี่เขาพูดคืออะไร

"พี่ไม่โกรธผมเหรอ ที่ผมหลอกพี่"

พี่ธาวินปล่อยผมออกจากอ้อมกอด

"ไม่โกรธ" พี่ธาวินพูดแล้วก็ยิ้มออกมา

"คนเก่งนี้ก็ร้ายเหมือนกันนะ" พี่ธาวินพูดต่อแล้วก็หัวเราะออกมาอีก

"......"

"แต่ก็ต้องขอบคุณคนเก่งที่วางแผน"

"......"

"ไม่งั้นกูก็คงไม่รู้ ว่ากูคิดยังไงกับมึงกันแน่"

"......"

"ว่าแต่ไม่ได้จูบกับมันจริงๆใช่มั้ย!"

"เสียงดังอีกแล้วนะก็ตอบไปแล้วไงหรือจะให้ตอบว่าจูบจริงๆล่ะ" ผมเริ่มจะหงุดหงิด แล้วพี่ธาวินมันก็ใช้มือมันมาบีบปากผมเบาๆ

"ปากดี" พี่ธาวินพูด แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ผมเหมือนจะจูบผม ผมรีบเอามือมาปิดปากตัวเอง

"เอามือออก"

ผมส่ายหน้าและขยับออกห่างจากพี่ธาวิน

"เล่นตัวว่ะ ทำอย่างกับไม่เคยจูบกัน" พี่ธาวินบ่นแต่ดูแล้วไม่ได้จริงจังอะไรมากนัก

"ต่อไปไม่ให้จูบแล้ว" ผมพูด

"ถึงเป็นแฟนก็จูบไม่ได้เหรอ" พี่ธาวินถาม

"เป็นก่อนถึงจะให้จูบได้" ผมพูดออกไปพร้อมกับหน้าที่ร้อนจัด

พี่ธาวินดึงผมไปกอดอีกครั้ง

"ก็ได้ๆครับ"

อยู่ๆก็มาพูดเพราะๆกับผมซะงั้น

เรากอดกันอยู่อีกสักพัก ที่จริงต้องบอกว่าเป็นพี่ธาวินที่กอดผมอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า

"กูกลับดีกว่า" พี่มันผละออกจากตัวผม ก่อนที่จะลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปที่ประตูห้อง ผมเองก็ลุกเดินตามไป พี่ธาวินหันกลับมาหาผม

"เหตุผลอีกข้อที่กูเลือกมาคุยกับมึงที่นี่เพราะถ้าคุยกันที่คอนโดกู กูคงไม่ปล่อยให้มึงกลับมานอนที่หอแน่" พี่ธาวินพูดและยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือมาขยี้ที่หัวผมเบาๆ


เชี่ย โคตรเขิน


"ไม่ต้องลงไปส่ง ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะพาไปทำธุระ"

ผมไม่ได้พูดอะไร แค่ยิ้มตอบกลับไป พอพี่ธาวินเปิดประตูห้องออกไป ผมก็เดินตามออกไปด้วย พี่ธาวินหันหน้ากลับมา

"บอกว่าไม่ต้องมาส่งไง" เสียงดุมาอีกแล้ว

"ส่งตรงนี้ได้มั้ยล่ะ" ผมพูด

พี่ธาวินถอนหายใจ ก่อนจะเดินกลับมายืนตรงหน้าผม

"ดื้อว่ะ" พี่มันบ่น ก่อนจะก้มลงจูบที่แก้มผมเบาๆ

ผมยืนนิ่งอยู่ที่หน้าห้อง

"จะเข้าห้องได้ยัง ถ้ายังจะโดนมากกว่าจูบแก้ม" พี่ธาวินพูด หลังจากนั้นผมก็รีบเข้าห้องและปิดประตูห้องทันที


ตึ๊ง

เสียงแจ้งเตือนไลน์ผมดังขึ้น ผมหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง


wintha : อย่านอนดึก
wintha : พรุ่งนี้จะมารับแต่เช้า


ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้
มันคือเรื่องจริงใช่มั้ย?
ที่พี่ธาวินบอกว่าชอบผม




TBC.



ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
ธาวิน ❤️ ฟูจิ [5] ตอนจบ




[ธาวิน part]


ผมมองหน้าจอมือถือที่ผมเปิดแอพฯไลน์ค้างเอาไว้

fujiz : ครับ
fujiz : ถึงห้องแล้ว
fujiz : บอกด้วยนะ

ผมยิ้มออกมาเมื่อเห็นข้อความของฟูจิในไลน์ พอได้ฟังเรื่องราวที่แท้จริงระหว่างฟูจิกับไอ้เอิร์ธแล้ว ผมก็รู้สึกอายตัวเองแปลกๆเหมือนกัน

ตอนที่ผมคิดว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกัน ผมก็ตั้งใจไม่ติดต่อฟูจิและถอยออกมาเพราะถึงผมจะมารู้ตัวว่าชอบฟูจิ แต่ถ้าฟูจิมันตัดสินใจคบกับไอ้เอิร์ธแล้ว ผมก็ไม่อยากเข้าไปแทรกหรือไปบอกความรู้สึกของตัวเองให้ฟูจิมันลำบากใจ

วันนี้ตอนที่ผมเห็นชื่อของฟูจิโทรเข้ามา ผมใจเต้นแรงมากๆเพราะเป็นการติดต่อครั้งแรกในรอบสามถึงสี่วันที่ผ่านมา ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะไม่รับสาย

ผมยอมรับแบบแมนๆ(?) เลยว่า ผมกลัวว่าฟูจิจะโทรมาบอกผมว่าตอนนี้มันคบกับไอ้เอิร์ธแล้ว แต่ไอ้ไปป์มันก็บอกว่าผมควรที่จะคุยกับฟูจิให้รู้เรื่องดีกว่า ผมก็เลยตัดสินใจรับสายของฟูจิ

พอฟูจิบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ผมก็มั่นใจไปมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่าต้องเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างมันกับไอ้เอิร์ธ แต่ระหว่างนั้นฟูจิมันก็เกิดเรื่องขึ้นซะก่อน

ผมไม่เคยรู้มาก่อน ว่าผมเป็นห่วงมันมากขนาดนี้ ผมใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมกลัวจะเกิดอะไรที่ไม่ดีกับมัน

ผมว่าความรู้สึกผมอาจจะเกินคำว่าชอบไปไกลแล้วก็ได้


.
.
.


เช้าวันต่อมา

วันนี้เป็นวันเสาร์ วันนี้ที่บ้านมีนัดรวมญาติกันเพราะเป็นวันเกิดของอาม่า ผมก็เลยจะพาฟูจิไปด้วย ตอนแรกผมก็ตั้งใจที่จะไปคนเดียวแต่พอสถานการณ์ระหว่างผมกับฟูจิมันเป็นแบบนี้ ผมก็เลยคิดได้เมื่อคืนนี้แหละว่าจะต้องพาฟูจิไปด้วย


wintha : จะไปรับตอน 9 โมงนะ


ตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมง ผมเดาว่าฟูจิน่าจะตื่นแล้ว เพราะปกติฟูจิมันเป็นคนตื่นเช้า ผมไลน์หาฟูจิเสร็จผมก็อาบน้ำแต่งตัว และจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเล็กน้อย ที่จริงอยู่ที่บ้านก็มีเสื้อผ้าเยอะ แต่ผมก็ติดนิสัยต้องเก็บกระเป๋าทุกที

หลังจากทำโน่นทำนี่เสร็จมองดูเวลาอีกทีจะแปดโมงแล้ว ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู ฟูจิไม่ได้ตอบกลับมา พอกดเข้าไปดู ปรากฏว่ายังไม่ได้อ่านข้อความ

แปลก ยังไม่ตื่นเหรอ

ผมก็เลยตัดสินใจโทรไปหา เสียงรอสายดังอยู่หลายครั้ง

(ฮัลโหล)

ชัดเลย ยังไม่ตื่น

"ยังไม่ตื่นอีก สายแล้ว"

(ยังง่วงอยู่เลย)

น้ำเสียงของมันพร้อมหลับมาก

"เดี๋ยวค่อยมานอนต่อในรถ กำลังจะออกไปรับ"

(.…...) ปลายสายเงียบ

"ฟูจิ"

(ครับ)

"ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ตอนนี้เลย"

(ครับๆ ลุกแล้ว)



ผมมาถึงห้องของฟูจิตอนที่ฟูจิแต่งตัวใกล้เสร็จแล้ว

"พี่จะพาไปไหน แต่งตัวแบบนี้ได้มั้ย" ผมมองฟูจิที่ใส่กางเกงขาเดฟสีครีมและเสื้อยืดคอวีแขนยาวลายขวางสีน้ำเงิน

"ได้" ผมบอก ฟูจิก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่ฟูจิจะหันหน้ากลับไปส่องกระจกต่อ

"เอาเสื้อผ้าไปเผื่อด้วยนะ" ผมบอก

"ไปค้างเหรอ" ฟูจิหันมาถามผม

"เอาไปเผื่อก่อนไง ถ้าต้องค้างจะได้ไม่มีปัญหา" ผมบอกก่อนที่จะถือวิสาสะเปิดตู้เสื้อผ้าและเลือกเสื้อผ้าให้ฟูจิสองสามชุด ฟูจิหันมามองแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าเป้มาใส่เสื้อผ้าที่ผมเลือกมาวางไว้บนเตียง

"ชั้นในเอาตัวไหนก็ได้ใช่มั้ย" ผมพูดพร้อมกับหยิบกางเกงชั้นในของฟูจิที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าออกมา

"พี่วิน!!" ฟูจิมันเรียกผมเสียงดังมาก และรีบเข้ามาดึงกางเกงชั้นในออกจากมือผมหน้ามันแดงมากๆ

"อายอะไรว่ะ ผู้ชายเหมือนกัน" ผมถามและหัวเราะมันไปด้วย ฟูจิมันยืนหันหลังให้ผมพร้อมกับเลือกกางเกงชั้นในของตัวเอง และเหมือนมันพยายามคอยมองว่าผมมองมันมั้ย ผมก็เลยผลักหัวมันไปเบาๆ

"เอามาใส่กระเป๋าได้แล้วจะได้ไปกัน" ผมบอก

"แล้วตกลงจะพาผมไปไหน" ฟูจิถาม

"กูจะกลับบ้าน วันเกิดอาม่า" ผมบอก ฟูจิก็พยักหน้ารับรู้

หลังจากที่ฟูจิเตรียมของทุกอย่างเรียบร้อยเราก็ลงมาขึ้นรถกัน ผมขับรถออกมาจากหอพักของฟูจิ ยังไม่ทันพ้นรั้วของมหาวิทยาลัย ฟูจิก็หาวไปหลายครั้งแล้ว

"เมื่อคืนบอกให้นอนเร็วๆใช่มั้ย"

"ก็มันนอนไม่หลับอะ" ฟูจิตอบพร้อมกับหาวอีกครั้ง

"เป็นอะไรทำไมนอนไม่หลับ" ผมถาม

"มีผู้ชายมาบอกว่าชอบ มาบอกว่าหึง มาบอกว่าเป็นห่วง ก็เลยตื่นเต้นจนนอนไม่หลับไง" ฟูจิมันพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะหงุดหงิดแต่ผมรู้ว่ามันกำลังเขินเพราะหูมันแดงมาก มันนั่งหันหลังให้ผมเหมือนเตรียมตัวจะนอน

"เพี้ยนว่ะ" ผมเอื้อมมือไปขยี้ผมของฟูจิแรงๆ

"ผมยุ่งหมดแล้ว" มันโวยวายทั้งๆที่กำลังหลับตาอยู่

ผมจอดรถที่ข้างทาง ก่อนจะบอกให้ฟูจินั่งดีๆ

"มึงจะนอนใช่มั้ย"

"ก็พี่บอกให้มานอนต่อบนรถ"

"ขยับนั่งดีๆสิ รัดเข็มขัดด้วย"

ฟูจิมันขยับมานั่งตรงๆแต่ก็เอียงหน้าออกไปทางหน้่าต่างและยังหลับตาอยู่ ผมก็เลยจัดการดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้พร้อมกับปรับเบาะให้เพื่อจะได้นอนสบาย

"ไม่หิวหรือไง" ผมถาม

"ง่วงมากกว่า" ฟูจิตอบ

จากที่คิดเอาไว้ว่าจะแวะหาอะไรทานก่อนก็เลยต้องยกเลิกไป เพราะดูท่าฟูจิมันคงจะง่วงมากจริงๆ คงต้องหิ้วท้องไปทานที่บ้าน หรือไม่งั้นคงต้องรอให้ฟูจิตื่นก่อน


เกือบสองชั่วโมงผมก็ขับรถเข้ามาถึงในตัวจังหวัดบ้านเกิด หันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆยังคงหลับสนิทอยู่ผมก็เลยยังไม่ขับรถไปที่บ้าน ตัดสินใจขับเข้าไปในบริเวณสวนสาธารณะที่อยู่ในตัวเมือง ผมเลื่อนกระจกลงทั้งสี่ด้านและดับเครื่องยนต์ พร้อมทั้งหันไปปลดเข็มขัดนิรภัยบนตัวฟูจิออก ผมจอดรถอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และลมก็พัดเย็นสบายจริงๆ

ผมนั่งมองดูฟูจิสักพักก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปตอนที่มันกำลังนอนหลับ ผมนั่งแต่งรูปจนพอใจ ก่อนที่จะโพสลงไอจี



thawin_s :

เธอไม่ใช่คนที่คิด เธอไม่ใช่คนที่ฝัน แต่เธอเป็นมากกว่านั้น



NiceGuys : กรี๊ดดดดดดดดดด!! ยังไงคร่าาาา @thawin_s
Pipezza : ขออนุญาตน้องยัง แอบถ่ายเหรอวะ @thawin_s
Comments 11 : งื้ออออ น้องเขาคือใคร
Comments 17 : ผู้ชายวิศวะลดลงไปอีก 1 อัตรา แต่ไม่เป็นไรเพราะเราฟิน
Comments 22 : พี่วิน?! คือ?! @thawin_s
thawin_s : @NiceGuys ตามแคปชั่นเลยครับ
thawin_s : @Pipezza มันหลับตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว เมื่อคืนมันนอนเกือบเช้า
Comments 104 : นอนเกือบเช้า!! นอนเกือบเช้า!!
Comments 106 : จากเม้นบน คิดดีไม่ได้เลยจริงๆ




ผมโพสรูปไม่นานก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นกันค่อนข้างเยอะ ผมอ่านคอมเม้นต่างๆแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

ผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของไอ้เติมเต็มว่ามันรู้สึกยังไง ทำไมพอมีแฟนแล้วมันเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่ค่อยอัพรูปสักเท่าไหร่นอกจากลงรูปอวยพรวันเกิดเพื่อนบ้าง รูปตัวเองแทบไม่มี แต่ตอนนี้เดี๋ยวก็อัพรูป เดี๋ยวลงสตอรี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีแฟนมันเข้ามาเอี่ยว ผมเคยเห็นหลายครั้งที่มันอัพสตอรี่เป็นคลิปสั้นๆ แอบถ่ายแฟนเช่น เวลาแฟนมันทำกับข้าว เวลาแฟนมันอ่านหนังสือ

แล้วมีครั้งหนึ่งที่มันแอบไลฟ์โดยที่คนเก่งไม่รู้ และนั่นผมว่ามันก็คงคิดได้ว่ามันพลาด เพราะตอนแรกคนเก่งนั่งหันหลังให้มัน รู้สึกคนเก่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ สักพักคนเก่งลุกขึ้นยืนแล้วผมไม่ได้สังเกตว่าคนเก่งทำอะไร แต่พอเห็นอีกทีคือเสื้อด้านหลังของคนเก่งมันเลิกขึ้นมาสูงพอสมควรทำให้เห็นแผ่นหลัง แล้วก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างรวดเร็วมาก ส่วนใหญ่ก็จะพูดถึงเรื่องความขาวของคนเก่ง ตอนนั้นไอ้เติมเต็มมันโมโหมาก มันจบการไลฟ์ทันทีเลย และตั้งแต่วันนั้นผมก็ยังไม่เห็นมันไลฟ์อีกเลย

ไอ้ขี้หวงเอ๊ย!!!





(มีต่อนะคะ)

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
(ต่อค่ะ)


เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง ฟูจิเริ่มขยับตัวไปมาหลายครั้ง ผมหันไปมองเห็นเจ้าตัวลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆ สักพักฟูจิก็ลุกขึ้นมานั่ง

"เราอยู่ที่ไหนครับ"

"ที่สวนสาธารณะ"

ฟูจิดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง

"จะเที่ยงแล้วนี่ พี่ไม่ปลุก"

"นอนหลับสนิทขนาดนั้นใครจะกล้าปลุก แล้วหิวหรือยัง"

ฟูจิพยักหน้า

"หิวครับ หิวมากกกกก"

"ก็ควรจะหิวตั้งแต่ตื่นมายังไม่ได้กินอะไรเลย"

"พี่อะ กินไรยัง"

"กูก็รอมึงตื่นเนี่ย"

"พี่ยังไม่กินอะไรตั้งแต่เช้าเลยเหรอ!"

"อืม"

"แล้วทำไมพี่ไม่กินก่อนล่ะ มาหิ้วท้องรอผมทำไม งั้นก็รีบหาอะไรกินเลย"

ฟูจิมันพูดพร้อมกับบ่นผมไปอีกเรื่อยเปื่อย แต่ผมก็อดยิ้มให้กับเรื่องที่มันบ่นไม่ได้ เพราะมันแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงผม

"ยังจะมายิ้มอีก" มันหันมาว่าผม ก่อนจะไล่เรียงชื่อร้านที่อยากไป อารมณ์คนหิวครับ อยากทานมันไปทุกอย่าง

ผมขับรถออกมาจากสวนสาธารณะประมาณสิบห้านาทีก็มาจอดที่ร้านอาหารไทยเจ้าประจำของที่บ้านผม เพราะระหว่างทางที่ขับรถมา ฟูจิมันเลือกไม่ได้ว่าจะไปร้านไหนดี มันเลยบอกให้ผมตัดสินใจดีกว่า

"แล้วพี่ไม่กลับไปกินข้าวที่บ้าน" ฟูจิถามผมหลังจากที่เราสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว

"เดี๋ยวค่อยไปกินตอนเย็นดีกว่า" ผมบอก

"แล้วพี่ให้ผมมาด้วยทำไม"

"จะพาไปงานวันเกิดอาม่าด้วยกันไง"

"ไม่ไปได้มั้ยอะ บ้านพี่คนเยอะ ปกติก็คนเต็มบ้านอยู่แล้ว วันเกิดอาม่าคนยิ่งเยอะชัวร์"

"ไม่ได้ ก็พามาแล้ว" ผมบอก

พอผมบอกแบบนั้นฟูจิก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ฟูจิเองมันก็ไปบ้านผมบ่อยครับตั้งแต่เด็กแล้ว มีห่างไปช่วงที่ผมไม่คุยกับมัน แต่พอกลับมาคุยกันอีกครั้ง ผมก็พามันมาที่บ้านบ่อยๆ

อย่างที่ฟูจิบอก บ้านผมคนค่อนข้างเยอะเพราะเป็นครอบครัวคนจีนด้วย ฟูจิเวลาที่ไปบ้านผมทีไรมันก็เลยเหมือนทำตัวไม่ถูก อาจจะเป็นเพราะฟูจิเองอยู่ในครอบครัวที่มีแค่พ่อและแม่เท่านั้น พอมาเจอครอบครัวใหญ่แบบผมเลยไม่ชิน

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จผมก็ขับรถมาส่งฟูจิที่บ้าน

"อยู่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวเย็นๆมารับ" ผมบอกฟูจิ

"ไม่ต้องมาก็ได้ เดี๋ยวเดินไป แค่นี้เอง" ฟูจิหันไปหยิบกระเป๋าเป้ตัวเองที่เบาะด้านหลัง และหันมาบอกผม

"บอกว่าจะมารับ ก็คือจะมารับ" ผมเน้นเสียง

ฟูจิมันทำหน้าเซ็งๆใส่ผมนิดหน่อยแต่ก็ยอมตามใจผม

"ตามใจ ถ้าไม่กลัวเปลืองน้ำมันรถ อ้อ! ลืมไปว่ารวย" ดูมัน

"เดี๋ยวเถอะ" ผมพูดพร้อมกับใช้มือผลักหัวฟูจิมันเบาๆ


ฟูจิลงจากรถผม ผมมองจนมันเดินเข้าบ้านไป ผมถึงได้กลับรถและขับตรงไปที่บ้านของตัวเอง

ผมกลับมาถึงบ้านแค่ไม่นาน ฟูจิก็ทักไลน์มาหาผม

fujiz : (แนบรูป)
fujiz : อะไรเนี่ย

ผมกดเข้าไปดู ฟูจิแคปรูปที่หน้าไอจีของผม ที่ผมโพสรูปของฟูจิลง

wintha : ก็ไม่อะไร
fujiz : นิสัยอะ ถ่ายรูปคนอื่นไปลง
fujiz : แล้วแคปชั่น เธอๆ นี่คืออะไร
fujiz : แล้วดูดิ น่าเกลียดจะตาย
wintha : ไม่นิ ก็น่ารักดี

ฟูจิมันเงียบไปสักพักหนึ่ง

fujiz : นิสัยๆๆ
fujiz : ไม่อยากคุยแล้ว
wintha : เดี๋ยวดิ

ฟูจิเงียบครับ ไม่อ่านข้อความด้วย ผมก็ไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับไปอีก



"มาถึงเร็วจัง" พี่สาวผมทักผมทันทีที่ผมเดินเข้ามาในบ้าน

"มีเรื่องอยากจะคุยกับป๊าม๊าแล้วก็อาม่า" ผมบอก

"ต้องสำคัญมากใช่มั้ยเนี่ย ถึงรอตอนเย็นไม่ได้" พี่สาวผมถาม

"ก็สำคัญ ... ค่อนข้างมาก" ผมตอบ

"เกี่ยวกับฟูจิ?"

"ทำไมคิดงั้น"

"เจ๊เห็นรูปที่แกโพสลงไอจี"

"... ก็ประมาณนั้น"

"ป๊าอยู่ในห้องทำงาน ม๊าอยู่หน้าร้าน อาม่าดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น" พี่สาวผมบอก

อยู่กันคนละส่วนของบ้านเลย

"งั้นผมขอตัวก่อนเจ๊" ผมบอกพี่สาว ก่อนจะได้แยกออกมา


หวังว่าทุกอย่างคงจะราบรื่น


.
.
.

ผมจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านของฟูจิ เวลาตอนนี้ประมาณห้าโมงครึ่ง ผมไลน์บอกฟูจิล่วงหน้าแล้วว่าจะมารับ


wintha : อยู่หน้าบ้านแล้ว


ผมไลน์บอกฟูจิอีกครั้ง ไม่ถึงห้านาทีฟูจิก็เดินออกมา ฟูจิใส่กางเกงขาเดฟสีน้ำตาลอ่อน และใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวลายกราฟฟิกเล็กๆ ผมมองดูฟูจิยิ้มๆ

มันดูน่ารักดี

"ยิ้มอะไร" ประโยคแรกที่มันทักทายผมหลังจากขึ้นรถ

"แต่งตัวแบบนี้น่ารักดี" ผมพูดไปตรงๆ ฟูจิมันนั่งเม้มปากและหน้ามันเห่อแดงขึ้นมา

"ไปได้แล้ว" ฟูจิมันพูดขึ้นมาน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ผมรู้แล้วครับว่าเวลาที่มันใช้น้ำเสียงแบบนี้คือมันกำลังเขิน

ผมขับรถออกมาจากบ้านฟูจิ ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงบ้านผม ในบริเวณรั้วบ้านเดียวกันจะมีบ้านปลูกอยู่อีกหลายหลังครับ ผมเป็นลูกคนที่สี่ในบรรดาพี่น้องห้าคน ผมมีพี่ชายสองคน พี่สาวหนึ่งคนและน้องสาวอีกหนึ่งคน ผมและพี่ชายอีกสองคนเราจะมีบ้านที่แยกออกมาจากบ้านใหญ่คนละหลัง ส่วนพี่สาวและน้องสาวจะอยู่ที่บ้านใหญ่กับป๊าม๊าและอาม่า

ผมพาฟูจิเข้ามานั่งอยู่ที่บ้านผมก่อน

"กินไรมั้ย" ผมถาม

"ยังไม่หิวครับ ว่าแต่พี่พาผมมาแบบนี้มันจะดีเหรอ" สีหน้าฟูจิดูกังวล

"ไม่ดียังไง"

"ก็มันเป็นวันเกิดอาม่าของพี่ คนที่มาร่วมอวยพรก็ควรจะมีแต่ญาติๆ ผมว่ามีผมมาด้วยมันดูไม่ค่อยเหมาะ"

"มึงนี่คิดเยอะว่ะ ถ้าไม่ควรมา กูไม่พามึงมาตั้งแต่แรกหรอก เชื่อกู ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะ" ผมพูดเพื่อให้ฟูจิมันรู้สึกดีขึ้น



จนเวลาประมาณหกโมงกว่าๆ ผมก็พาฟูจิเดินไปที่บ้านใหญ่ พอเห็นคนเยอะๆฟูจิมันยืนตัวเกร็งเลยครับ ผมพาฟูจิไปสวัสดีญาติๆของผมที่มากันครบ ฟูจิมันก็ดูจะงงๆกับสิ่งที่ผมให้มันทำ แต่มันก็ยอมทำตามที่ผมบอก

ผมพาฟูจิเดินมาถึงโต๊ะที่เป็นโต๊ะของครอบครัวผมโดยเฉพาะ มีพี่ชายคนโตมาพร้อมแฟน พี่สาว พี่ชายคนที่สาม และน้องสาวคนเล็ก

ฟูจิยกมือไหว้พี่ทั้งสามคนของผม ซึ่งปกติพี่น้องของผมทุกคนเคยเจอฟูจิอยู่บ้างแล้ว

"ฟูจิก็มาเหรอ" พี่สาวผมถามฟูจิ

ฟูจิหันมามองผม

"ครับ พี่วินชวนมา" ฟูจิตอบ และพี่สาวผมก็ส่งสายตาเหมือนรู้ทันมาให้ผม

ผมขยับเก้าอี้ให้ฟูจินั่งและผมก็นั่งลงข้างๆ

"พี่ฟูจิ" น้องสาวของผม ที่นั่งอยู่เยื้องกับฟูจิเรียกฟูจิ

"ครับ"

"วันนี้หนูเห็นรูปพี่ฟูจิในไอจีของเฮียด้วย" น้องสาวผมพูด เสียงไม่ได้ดังมากนักแต่ก็อยู่ในระดับที่ทุกคนบนโต๊ะได้ยิน

ฟูจินั่งตัวเกร็งโดยทันที ผมเอื้อมมือจะไปจับมือฟูจิที่ใต้โต๊ะ แต่ฟูจิไม่ยอมให้ผมจับ

"ไม่ใช่แค่หนูนะ ทุกคนก็เห็น" น้องสาวผมพูดพร้อมทั้งกวาดสายตาไปรอบโต๊ะเพื่อจะบอกว่าทุกคนบนโต๊ะก็เห็น

ฟูจิขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ และผมคิดว่าสงสัยงานจะเข้าผม น้องสาวผมเหมือนจะรับรู้บรรยากาศแปลกๆระหว่างผมกับฟูจิ น้องสาวผมก็ยกมือไหว้ขอโทษผม

"หนูขอโทษ สงสัยหนูพูดเยอะไป"

"ไม่ใช่ความผิดของวันใหม่หรอก ฟูจิมันงอนเฮียตั้งแต่ที่มันรู้ว่าเฮียลงรูปมันแล้ว" ผมบอก

"ไม่ไปง้อเหรอว่ะ" พี่ชายคนที่สามถามผมแบบแซวๆ

"กำลังจะไปเนี่ย" ผมลุกขึ้นเดินออกมาจากโต๊ะ ได้ยินเสียงพี่ชายผมสองคนแซวตามหลังมาว่า 'กลัวเ มีย'

กลัวอะไรล่ะ เดี๋ยวจะจับมันฟาดก้นคอยดู

ผมเดินมาตามหาฟูจิจนไปเจอว่ามันนั่งอยู่ที่ชิงช้าบริเวณหน้าบ้านของพี่ชายคนโต

"ไหนบอกไปเข้าห้องน้ำ" ผมถาม ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นแค่ข้ออ้างของมันก็ตาม

"เพราะพี่เลย ทุกคนเขาเห็นรูปนั้นกันหมด เขาจะคิดยังไงบ้าง พี่ไม่กลัวหรือไง"

"กลัวอะไร"

"ก็กลัวเขาจะว่าพี่ไง พี่โพสรูปผู้ชาย แคปชั่นแบบนั้น แล้วตอบคอมเม้นท์อะไรแบบนั้นอีก" น้ำเสียงฟูจิฟังดูก็รู้ว่าไม่สบายใจ

"มึงฟังกูนะ" ผมขยับมายืนตรงหน้าฟูจิ และใช้มือทั้งสองข้างจับเชือกทั้งสองข้างของชิงช้าไว้เพื่อให้มันหยุด ฟูจิที่ยังนั่งอยู่ที่ชิงช้าเงยหน้ามองผม

"พี่น้องกูทุกคนเขาเห็นรูปที่กูโพสตั้งแต่เที่ยงแล้ว และกูก็คุยกับทุกคน ทุกคนไม่ได้มีปัญหาอะไร ถ้ากูจะคบกับผู้ชาย"

ฟูจิมันตาโตขึ้น สายตาที่มองผมมันตีความได้หลายอย่างทั้งตกใจ ทั้งลังเลใจ และทั้งดีใจ

"เอาเป็นว่าไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดมาก"

ผมใช้มือข้างหนึ่งลูบผมฟูจิไปมา ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นขยี้ผมมันแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว

"ผมยุ่งหมดแล้ว!" บางทีผมก็อาจจะเป็นโรคจิต ผมชอบเห็นเวลามันหงุดหงิดแบบนี้

หลังจากนั้นผมใช้เวลาตั้งนานกว่าเกลี้ยกล่อมให้ฟูจิเดินกลับไปที่โต๊ะ พอเดินกลับมาที่โต๊ะผมก็จัดการให้ฟูจิมันทานข้าวก่อนเป็นอันดับแรก และดูเหมือนพี่ๆน้องๆของผมจะรู้งาน ไม่มีใครพูดแซวหรือถามอะไรที่ทำให้ฟูจิทำตัวไม่ถูกอีก

จนเวลาล่วงเลยมาสักพักใหญ่ๆเลย พวกญาติๆเริ่มทยอยพากันกลับ หลังจากที่อวยพรให้อาม่ากันแล้ว

ผมรอจนเห็นว่าญาติคนสุดท้ายเดินออกจากบ้านไป ผมก็พาฟูจิเดินมาหาอาม่าที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น โดยที่ป๊าและม๊าก็นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย

"เข้ามาๆ" อาม่ากวักมือเรียกผม ผมจับมือฟูจิแล้วก็พาเดินเข้ามา ตอนแรกฟูจิมันดึงมือมันออกแต่ผมไม่ยอม

ผมกำลังจะพาฟูจิไปนั่งที่โซฟาแต่ ...

"สวัสดีครับ" ฟูจินั่งลงที่พื้นและยกมือไหว้อาม่าและป๊าม๊าของผม

"มานั่งข้างบน" ผมบอก

"นั่งตรงนี้แหละครับ" ฟูจิตอบ

"มึงนี่ดื้อจริงๆ"

"วิน! ทำไมพูดกับน้องไม่เพราะแบบนั้น" ม๊าผมครับ

"ชื่อฟูจิใช่มั้ย" อาม่าผมถามฟูจิ

"ใช่ครับ"

"แล้วทำไมเพิ่งพาน้องเข้ามาหาอาม่าล่ะวิน ไปรับน้องมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ" ม๊าผมถาม

"มานานแล้วครับแต่อยากรอให้ญาติๆกลับกันไปก่อนครับ" ผมบอก

ผมเห็นสายตาที่ฟูจิมันมองผมด้วยความไม่เข้าใจกับสถานการณ์ตอนนี้ ในส่วนของอาม่าและป๊ากับม๊าก็มองหน้าผม ... ผมรู้สึกกดดันขึ้นมาแล้วสิ

"มีอะไรจะพูดก็พูดมา" ป๊าผมพูด

"อาม่าครับ ป๊าครับ ม๊าครับ ผมขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนะครับ นี่ฟูจิ เป็นแฟนผม" ผมบอก และในห้องนี้ก็มีแค่คนเดียวที่ตกใจ

"ห๊ะ! เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่" ฟูจิถามผมเสียงดัง สีหน้ามันคือตกใจมาก

"หืม? ยังไงกันแน่วิน" ป๊าถามผม

"สรุปคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า" นี่คือเสียงม๊า

"ผมขอโทษที่เสียงดังครับ" ฟูจิยกมือไหว้ขอโทษทุกคน

"ตกลงเราได้เป็นแฟนกับอาวินมั้ย" อาม่าถามฟูจิ

"เอ่อ ... คือ ไม่ได้เป็นครับ" ฟูจิมันมองหน้าผมก่อนจะตอบ

"จะไม่เป็นได้ไงว่ะ ... ขอโทษครับอาม่า" ผมโวยวายใส่ฟูจิด้วยความลืมตัว ก่อนจะนึกได้ว่าอาม่านั่งอยู่ด้วย

ฟูจิมันมองผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้อง ก่อนจะหันมาพูดกับผมเสียงไม่ดังมากนักแต่ก็น่าจะได้ยินกันทั้งห้อง

"ผมไปเป็นแฟนพี่ตอนไหน" ฟูจิถามผม

"เมื่อคืนไง" ผมพูด ฟูจิมันทำหน้างง ผมก็เลยขยับตัวเข้าไปใกล้ๆและก้มลงไปกระซิบ

"ก็เมื่อคืนกูบอกมึง ว่ากูชอบมึงใช่มั้ย ในเมื่อใจตรงกันก็ต้องเป็นแฟนกันสิว่ะ"

ฟูจิมันนิ่งไปเลยกับสิ่งที่ผมพูดก่อนมันจะหัวเราะออกมาเบาๆ

"ตกลงว่ายังไงกัน" ป๊าผมถาม ผมส่งสายตาไปหาฟูจิเพื่อจะให้มันตอบ

"พี่วินยังไม่ได้ขอผมเป็นแฟนเลยครับ แล้วผมจะเป็นแฟนพี่วินได้ยังไง" นี่คือสิ่งที่ฟูจิมันตอบ


"อ้าว วินยังไม่ได้ขอน้องเป็นแฟน แต่มาบอกม๊าว่าน้องเป็นแฟน คือยังไง"

"ม๊า ก็ในเมื่อผมกับฟูจิใจตรงกัน มันก็ต้องเป็นแฟนกันอยู่แล้ว มันจำเป็นต้องขอด้วยเหรอม๊า ผมว่ามันเหมือนต่างคนต่างรู้สถานะ" ผมบอก

ม๊าถอนหายใจและหันไปคุยกับฟูจิ

"ฟูจิ ลูกชายม๊าไม่ค่อยละเอียดอ่อนแบบนี้ ฟูจิก็อาจจะต้องลำบากหน่อยนะ"

"เอาเป็นว่าป๊าม๊าและอาม่า พวกเรารับรู้แล้ว แต่แกไอ้ลูกชาย ไปทำในสิ่งที่แกควรจะทำก่อน ค่อยเข้ามาคุยกับอาม่าอีกที" ป๊าผมพูดเสร็จก็พาอาม่าและม๊าเดินขึ้นข้างบนไป

ผมหันมามองฟูจิที่มันยังนั่งอยู่ที่พื้น ผมลุกขึ้นยืนก่อน และยื่นมือไปหาฟูจิ

"ลุกขึ้น ไปคุยต่อที่บ้านกู" ผมบอก ฟูจิลุกขึ้นมายืนเองไม่ได้จับมือผม และฟูจิก็เป็นคนเดินนำผมออกไป

ฟูจิเดินเข้ามาในบ้านของผม และนั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก ผมนั่งลงข้างๆฟูจิ

"พี่วิน" ฟูจิเป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อน

"หืม?"

"พี่อยากจะเป็นแฟนกับผมจริงเหรอ"

"ถ้าไม่จริง กูจะไปบอกคนที่บ้านทำไมวะ"

"พี่แน่ใจแล้วเหรอ"

"กูขอตอบเหมือนเมื่อกี้ ไม่แน่ใจกูจะบอกทุกคนทำไม"

"........."

"มึงอาจจะไม่มั่นใจในตัวกูเพราะหลายๆอย่างที่ผ่านมา กูก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำแบบไหนมึงถึงจะมั่นใจ กูก็เลยเลือกที่จะมาบอกเรื่องของมึงกับครอบครัวกู วันนี้ก่อนที่กูจะออกไปรับมึง กูก็เล่าเรื่องระหว่างมึงกับกูให้อาม่าและป๊ากับม๊าฟังแล้ว ท่านก็บอกแค่ว่าให้พามึงมาคุยกัน"

ฟูจิไม่ได้พูดอะไรออกมา เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่




"ตกลงครับ"

ฟูจิพูดออกมา ... ตกลงอะไรว่ะ
พอผมทำหน้าไม่เข้าใจ ฟูจิมันก็ถอนหายใจเหมือนเบื่อหน่าย

"สรุปพี่จะขอผมเป็นแฟนหรือเปล่าเนี่ย แต่..ไม่ว่าพี่จะขอหรือไม่ขอผมก็ตอบตกลงไปแล้วนะ พี่เปลี่ยนใจไม่ได้แล้วด้วย" ฟูจิบอกผม ผมอดจะหัวเราะมันด้วยความเอ็นดูไม่ได้ มันพูดเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่หน้ามันแดงลามไปหมดแล้ว

ผมดึงฟูจิเข้ามากอดและฟูจิก็กอดผมตอบเช่นกัน ใบหน้าของฟูจิซุกอยู่ที่แถวๆซอกคอผม

"คืนนี้มานอนที่นี่เอามั้ย" ผมถาม

"ไม่ดีกว่า เสื้อผ้าก็ไม่ได้เอามา"

ผมหัวเราะขำออกมา

"บ้านไกลมากเลยเนอะ"

"ก็เพราะไม่ไกลไงก็เลยคิดว่ากลับไปนอนบ้านดีกว่า"

"ดื้อมันทุกเรื่อง" ผมบ่นให้มัน กอดจะผละออกจากอ้อมกอด

"ปะ จะพาไปเอาเสื้อผ้าที่บ้าน" ผมบอก

"เดินไปนะ" ฟูจิบอก และผมก็ยอมตามใจ



อากาศข้างนอกเย็นสบายมากๆ ได้เดินเล่นในบรรยากาศแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมหันไปมองฟูจิที่เดินอยู่ข้างๆผม ใบหน้าของฟูจิมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ดูมันผ่อนคลาย และมันคงจะกำลังมีความสุข

"ฟูจิ" ผมเรียกชื่อฟูจิ ฟูจิมันละสายตาจากท้องฟ้าที่มันกำลังเงยหน้ามองอยู่

"ครับ?"

"เป็นแฟนกันนะ" ผมหยุดเดินและพูดออกมา

ฟูจิเองก็หยุดเดินเหมือนกัน

"นึกว่าพี่จะไม่ขอแล้วเนี่ย!" มันดูเหมือนจะโวยวายแต่หน้ามันแดงมาก และถ้าตามความจริงนะคือผมเองก็เขินเหมือนกัน

พอมองไปรอบข้างแล้วก็นึกขำตัวเอง ผมมาขอมันเป็นแฟนอยู่กลางถนน มีบ้านคนอยู่รายรอบ มองไปด้านหลังมีถังขยะของเทศบาลอยู่สองถัง โดยรวมไม่ได้โรแมนติกอะไรเลย

"กูไม่รู้ว่ามึงอยากให้กูขอมึงเป็นแฟนด้วยบรรยากาศที่มันดีกว่านี้หรือเปล่า กูแค่...." ผมยังพูดไม่จบ ฟูจิมันก็เข้ามากอดเอวและซบหน้าลงที่บริเวณหน้าอกของผม

"แค่นี้ก็พอแล้ว" ฟูจิมันพูด

"กูนึกว่ามึงอยากให้กูเล่นใหญ่เหมือนตอนที่ไอ้เต็มขอคนเก่งเป็นแฟนซะอีก"

ฟูจิส่ายหน้า และพูดว่า

"ขอบคุณนะพี่วิน"

ผมกอดฟูจิแน่นขึ้น

"ขอบคุณเหมือนกันที่ยังรอ"

เรายืนกอดกันอยู่แบบนั้นสักพักก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่า พอหันไปมองก็เห็นสุนัขสองตัวที่อยู่แถวนั้นยืนมองพวกเราอยู่ ฟูจิปล่อยแขนออกจากเอวผมและหัวเราะออกมา

"ที่จริงสถานที่ก็น่าจะดีกว่าเนอะ" ฟูจิพูด

ผมรู้ว่าฟูจิมันไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ จะกลับไปแก้ตัวก็ไม่ได้แล้วสิ

"อย่างน้อยก็มีไอ้สองตัวนี้เป็นพยาน" ผมพูด

"ก็จริง" ฟูจิมันหัวเราะออกมาอีก



เราสองคนเดินมาจนถึงบ้านของฟูจิ ตอนแรกฟูจิมันบอกจะอาบน้ำก่อนแต่ผมบอกให้กลับไปอาบที่บ้านผมเลยดีกว่า หลังจากที่กลับมาถึงที่บ้านผมฟูจิก็ขึ้นไปอาบน้ำบนห้องผม ส่วนผมเดินออกไปคุยกับพวกพี่ๆที่บ้านใหญ่ พอเดินกลับมาเห็นฟูจินั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องรับแขก ผมนั่งลงข้างๆฟูจิที่กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟา มันใส่กางเกงขาสั้นพอนั่งแบบนี้ก็ทำให้เห็นต้นขาขาวๆของมัน ฟูจิไม่ได้ขาวเท่าคนเก่ง เพราะอย่างคนเก่งคือมันแบบขาวเว่อร์ ไม่รู้มีตรงไหนที่มันดำบ้าง คือผมไม่ได้ทะลึ่งหรืออะไรแต่คนเก่งมันขาวแบบนั้น ส่วนฟูจิอาจจะไม่ขนาดคนเก่งแต่มันก็ขาวเกินกว่าผู้ชายปกติทั่วไป

"ฟูจิ" ผมเรียกฟูจิและมันก็หันมามองผม

"ครับ?"

"เป็นแฟนกันแล้วนะ" ผมพูด

ฟูจิมันหน้าแดงแต่มันก็ทำหน้าสงสัยไปด้วยว่าผมจะพูดอะไร ผมขยับเข้าไปใกล้มากขึ้น

"เพราะฉะนั้นก็จูบได้แล้ว" ผมพูดต่อและก้มลงจูบฟูจิทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้มันปฏิเสธ ฟูจิดูตกใจเล็กน้อยตอนที่ริมฝีปากของผมแตะลงไป แต่แค่ไม่นานฟูจิก็ให้ความร่วมมือกับผมเป็นอย่างดี ผมอาจจะเคยจูบกับฟูจิหลายครั้งแต่ไม่มีครั้งไหนตื่นเต้นเท่าครั้งนี้เลย ใจผมเต้นแรงไปหมด ฟูจิมันจูบไม่เก่งแต่มันก็ดูจะพยายามที่จะโต้ตอบกลับมา จนผมรู้สึกว่ามันน่าเอ็นดู ความแตกต่างระหว่างจูบกับคนอื่น และจูบกับคนที่เรารู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

ผมจับมือข้างขวาของฟูจิให้มาวางทาบลงบนหน้าอกด้านซ้ายของผม ผมอยากให้ฟูจิรู้ว่าหัวใจของผมมันเต้นแรงมากแค่ไหน

ผมเปิดโอกาสให้ฟูจิหายใจบ้างแต่ผมยังไม่หยุดที่จะจูบฟูจิต่อ ตอนนี้ฟูจิเอนตัวลงนอนราบลงบนโซฟา ส่วนผมก็คร่อมตัวของฟูจิอยู่ด้านบน อย่างที่ผมบอกฟูจิจูบไม่เก่ง แต่มันก็พยายามที่จะตอบสนองผมกลับมา ผมรู้สึกดีมากจริงๆ

และเพราะร่างกายเราแนบชิดกัน ผมถึงรับรู้ปฏิกิริยาทางร่างกายของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ตรงส่วนนั้นของฟูจิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ผมหยุดการกระทำและซุกหน้าลงที่ซอกคอของฟูจิแทน

"พี่" เสียงของฟูจิค่อนข้างสั่น

ร่างกายผมก็รู้สึกพอๆกันกับฟูจิ แต่ผมสามารถควบคุมตัวเองได้มากกว่าฟูจิ

"กูจะลุกขึ้น และจะไม่มอง มึงก็เดินไปเข้าห้องน้ำบนห้อง ตกลงมั้ย" ผมบอกฟูจิ มันนอนนิ่งก่อนจะพยักหน้า ผมหอมแก้มฟูจิย้ำๆสองครั้งก่อนที่ผมจะลุกออกจากตัวของมัน

พอผมลุกขึ้นมานั่งผมก็มองไปทางอื่นทันทีเพราะกลัวสายตาจะมองมาที่ฟูจิไม่ได้ ถึงผมจะควบคุมตัวเองได้มากกว่าแต่ถ้าผมเห็นอะไรบางอย่างของฟูจิ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะคุมมันได้มั้ย

ฟูจิมันลุกขึ้นมานั่งอยู่นานเหมือนกัน พอผมหันมามองก็เห็นว่ามันนั่งหันหลังให้ผม

"ไม่ไปห้องน้ำล่ะ" ผมถาม

"ผมว่าเดี๋ยวมันก็...ดีขึ้น" มันตอบ

"จะปล่อยให้ทรมานทำไมว่ะ หรือว่า....ช่วยตัวเองไม่เป็น" ผมพูดอย่างที่คิด

"ไอ้พี่วิน!พูดไรเนี่ย!" มันหันหน้ามาโวยวายกับผม ไม่รู้หน้ามันแดงเพราะโมโหหรือว่าอาย

"แล้วตกลงเคยช่วยตัวเองมั้ย" ผมถามด้วยความอยากรู้ เพราะก็นึกภาพมันไม่ออกจริงๆว่าเวลามันช่วยตัวเองมันจะเป็นยังไง

"หันหน้าไปเลย จะขึ้นข้างบนแล้ว" ผมยอมหันหน้ากลับมา และมองด้วยหางตาก็เห็นว่ามันกำลังวิ่งขึ้นไปข้างบน

ผมอดขำมันไม่ได้ ก่อนจะกลับมามองที่ร่างกายของตัวเองบ้าง ตอนแรกผมว่าผมควบคุมตัวเองได้นะ แต่เมื่อกี้พอนึกภาพที่ฟูจิมันช่วยตัวเอง ผมก็ .....


ผมเองก็คงต้องเข้าห้องน้ำเหมือนกันครับ

แต่ผมจะเข้าห้องน้ำข้างล่าง หรือจะขึ้นไปข้างบนดี


ช่วยผมคิดทีนะครับ





The End.



◕จบในส่วนของคู่รองค่ะ รอติดตามคู่นี้ในตอนพิเศษอีกทีนะคะ
◕ตอนหน้าจะมาต่อกับคู่หลักของเรากันค่ะ
◕ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านและติดตามนะคะ


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
 :L2: :pig4: :L1:

ยกความดีความชอบให้ฟูจิ คนที่รอ และน้องตนเก่ง
ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา พี่เต็มโป๊ะตลอด 55

ออฟไลน์ Caramel Syrup

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 465
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-2
ต้องชัดเจนแบบนี้แหละพี่วิน  o13

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เป็นแฟนกันแล้ว ต้องขอบคุณกามเทพที่มีชื่อว่าน้องคนเก่งนะเนี่ย

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เป็นแผนของคนเก่งซะงั้น

ออฟไลน์ donutnoi

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2187
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-7
เข้าใจกันๆปอีกคู่  :mew1:

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
สนุกมากเลย น้องคนเก่งน่ารัก  :กอด1:

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 21




[เติมเต็ม part]



วันนี้เพื่อนๆในกลุ่มมันมาติวหนังสือกันที่ห้องผม พวกผมนั่งรวมตัวกันอยู่ที่ห้องรับแขก ส่วนคนเก่งกำลังจะเตรียมมื้อเย็นให้กับผมและเพื่อนๆ

"ถ้ามึงจะคอยมองบ่อยขนาดนั้น มึงไม่ไปช่วยน้องมันทำเลยล่ะ" ไอ้ชินท์มันพูด

"ก็ดีนะมึง" ผมบอก

"กูประชด" ไอ้ชินท์บอก

"แล้วพวกมึงไม่ไปหาอะไรกินกันข้างนอกว่ะ" ผมบ่นให้พวกมัน

"ก็คนเก่งมันทำกับข้าวอร่อยนี่หว่า" ไอ้ธรณ์พูดเสริมขึ้นมา

พวกเพื่อนผมมารวมตัวกันทำงานและติวหนังสือที่นี่กันบ่อยๆตั้งแต่เรียนอยู่ปีหนึ่งแล้วครับ ปกติก็ทำของง่ายๆทานกัน แต่พอมีคนเก่งเท่านั้นแหละ พวกมันเลยสบายกัน บางทีอยากทานอะไรก็บอกให้คนเก่งทำให้ ผมก็ค่อนข้างหงุดหงิดนะ ก็พวกมันเล่นมาใช้แฟนผมแบบนี้


ผมลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาคนเก่งในครัว ห้องรับแขกกับห้องครัวติดกันก็จริงครับ แต่พื้นที่ใช้ในการปรุงอาหารหรือทำอาหารจะถัดออกมาอีกนิดหน่อย กลิ่นอาหารจะได้ไม่ตลบอบอวลไปถึงห้องรับแขก

"ทำอะไร" ผมถามคนเก่ง ที่ตอนนี้กำลังหั่นผักนานาชนิดอยู่

"พี่เต็มจะเอาอะไรหรือเปล่าครับ"

"แค่เข้ามาดู" ผมบอกและคนเก่งยิ้มให้ผมเล็กน้อย

"หิวแล้วเหรอครับ ใกล้เสร็จแล้ว เหลือแค่ยำหมูยออย่างเดียว"

"ให้พี่ยกไปวางบนโต๊ะเลยมั้ย"

"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง พี่เต็มไปติวกับเพื่อนต่อเถอะครับ" คนเก่งบอกผม

"ให้พี่ตักข้าวใส่จานให้ก็ได้นะ" ผมหันไปเจอหม้อหุงข้าว ที่คนเก่งเป็นคนซื้อมาไว้

"พี่เต็มครับ" คนเก่งเอ่ยชื่อผมเสียงเข้มขึ้น เดี๋ยวนี้ชอบทำเสียงแบบนี้กับผมบ่อยมากไป

"ครับๆออกไปก็ได้" ผมหอมแก้มน้องทีหนึ่งก่อนจะเดินออกไป




ผมเดินออกมานั่งติวกับเพื่อนอยู่สักพัก คนเก่งก็เดินเข้ามาที่ห้องรับแขกที่พวกผมนั่งติวกันอยู่

"กับข้าวเสร็จแล้วครับ ถ้าหิวก็ไปทานได้เลยนะครับ" คนเก่งบอก

พวกเพื่อนๆผมก็พร้อมใจกันวางทุกอย่างลงและเดินไปที่โต๊ะอาหารกันหมด ผมเดินตามพวกมันไป บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวอยู่หลายอย่าง มีปีกไก่ทอดจานใหญ่ ต้มยำกุ้งที่เน้นเห็ดเพราะผมชอบทาน ไข่ลูกเขยเมนูที่ไอ้ชินท์มันขอ แกงจืดสาหร่ายเต้าหู้หมูสับ ยำหมูยอ และน้ำพริกกะปิพร้อมผักสด

"ไอ้เต็มมึงมีเมียที่โคตรเจ๋ง" ไอ้ชินท์ที่กำลังตักข้าวสวยแจกจ่ายทุกคนพูดขึ้น

ผมหันไปมองคนเก่งที่ยืนอยู่ข้างๆผม

"ของมันแน่อยู่แล้ว" ผมบอกพร้อมทั้งลูบผมของคนเก่งแต่น้องขยับตัวออกห่างผม ผมเลิกคิ้วมองน้องด้วยความแปลกใจ

"ผมมันเหม็นอะ ไม่อยากให้จับ" คนเก่งบอก ผมก็เลยขยับเข้าไปใกล้และก้มลงดมที่ผมของน้อง

"ไม่เหม็นสักหน่อย"

ผมตอบตามจริง ไม่มีกลิ่นอะไรเลยด้วยซ้ำ น้องทำหน้าไม่เชื่อ ผมก็ดมอีกสองสามครั้ง

"จริงๆ" ผมยืนยัน

"เอ่อ มึงจะเข้าห้องนอนกันก่อนก็ได้นะ" ไอ้ทัตพลมันพูด ผมหันไปมองพวกมันสามตัวนั่งมองผมกับคนเก่งด้วยความพร้อมเพรียง คนเก่งขยับออกห่างผมไปไกลเลย

ผมส่ายหน้าให้พวกมัน ก่อนจะพาคนเก่งมานั่งทานข้าว

"ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน" ผมบอกคนเก่ง


ตั้งแต่ที่เปลี่ยนสถานะมาเป็นแฟน ผมว่าคนเก่งดูไม่ค่อยผ่อนคลายเวลาที่อยู่กับกลุ่มเพื่อนๆผม ไม่เหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เป็นแฟน น้องมันดูโอเคกว่านี้ ผมสังเกตมาหลายครั้งแล้ว ไม่รู้ว่าน้องมันเป็นอะไร

"แล้วมึงนอนนี่หรือกลับหอ" ไอ้ธรณ์ถามคนเก่ง

"กลับหอครับ" คนเก่งตอบ

"นอนที่นี่แหละ" ผมบอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ทุกครั้งที่เพื่อนๆผมมาที่ห้องแล้วต้องอยู่ดึกหรืออาจต้องค้าง คนเก่งจะเป็นแบบนี้เสมอไม่ยอมนอนที่นี่ ทั้งๆที่ตอนอยู่กับผมสองคนไม่เคยมีปัญหา

เพื่อนผมเงียบกันทั้งโต๊ะ คงเพราะน้ำเสียงของผม หลังจากนั้นพวกมันก็คุยเรื่องอื่น เหมือนพยายามไม่สนใจพวกผมสองคน

คนเก่งมันก็นั่งทานข้าวต่อไปเงียบๆ ส่วนผมเริ่มจะทานไม่ลง ไอ้ธรณ์ที่มันนั่งอยู่ข้างผม สะกิดที่ขาผมและมันพูดโดยไม่ออกเสียงว่าให้ผม 'กินข้าว' ตอนแรกผมก็ยังไม่ทานต่อ แต่ไอ้ธรณ์มันขยับมาใกล้กว่าเดิม

"ถ้ามึงไม่อยากให้น้องมันใจเสีย มึงกินข้าวซะ มีอะไรค่อยไปคุยกัน"

ผมถอนหายใจเบาๆและลงมือทานข้าวต่อ


พอนั่งทานข้าวไปได้อีกสักพัก คนเก่งก็ลุกขึ้นและเอาจานของตัวเองไปวางไว้ที่อ่างล้างจาน

"ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ พวกพี่ทานเสร็จก็วางไว้บนโต๊ะเลยนะครับ เดี๋ยวผมออกมาล้างเอง"

ผมมองตามคนเก่งที่เดินเข้าห้องไป

"มึงจะว่ากูเสือกก็ได้นะ แต่กูอยากรู้ว่ามีปัญหาอะไรกันว่ะ" ไอ้ชินท์ถามขึ้น

"กูขอคุยกับน้องก่อนดีกว่าเพราะกูก็ยังไม่รู้ว่าปัญหามันคืออะไร" ผมบอก

พวกผมนั่งทานข้าวกันไปอีกสักพักใหญ่ๆ พวกมันก็ช่วยกันเก็บล้างจานชาม และมานั่งติวหนังสือกันต่อ



ผ่านไปเกือบชั่วโมงเห็นจะได้ คนเก่งก็ไม่ได้ออกมาจากห้อง

"กูขอไปอาบน้ำก่อน" ผมบอกเพื่อน

"แค่อาบน้ำแน่นะมึง" ไอ้ธรณ์ครับ

"เสื่อมจริงๆพวกมึง" ผมพูด

"อะๆ ถ้าไม่คิดเหมือนกัน จะรู้ได้ไงว่ากูคิดอะไรอยู่"


พวกมันยังคงแซวผม แต่ผมไม่อยากสนใจพวกมัน ผมเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนแต่คนเก่งไม่ได้อยู่ในห้องนอน ผมเดินมาที่ห้องแต่งตัว ได้ยินเสียงน้ำฝักบัวดังมาจากห้องน้ำ

เข้ามาตั้งนานแล้วทำไมเพิ่งอาบน้ำ หรือว่าที่จริงอาบนานแล้วว่ะ



ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"คนเก่ง" ผมเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"คนเก่ง" ผมเรียกเสียงดังขึ้น เสียงน้ำจากฝักบัวหายไป

"ครับ" คนเก่งขานรับผม

"ทำไมอาบน้ำนานจัง" ผมถาม

"เพิ่งเข้ามาอาบครับ"

"โอเค พี่นึกว่าเข้ามาอาบนานแล้ว เห็นเข้ามานานก็เลยมาดู" ผมบอก

"ไม่ได้เป็นอะไรครับ"

"อาบน้ำต่อเถอะ"


ผมเดินออกมานั่งรอคนเก่งอยู่บนเตียง มองไปเห็นมือถือของคนเก่งที่วางอยู่ ผมถือวิสาสะหยิบมือถือของคนเก่งขึ้นมาดู เห็นมีข้อความไลน์ของฟูจิค้างอยู่บนหน้าจอที่คนเก่งยังไม่ได้อ่าน



'กูว่ามึงคิดเยอะมากเกินไป'



คิดเยอะงั้นเหรอ เรื่องอะไรว่ะ?

สักพักก็มีข้อความใหม่จากฟูจิส่งเข้ามาอีก



'มึงต้องคุยกับพี่เต็ม เชื่อกู'



แสดงว่าเรื่องที่คุยกันกับฟูจิคือเรื่องของผม ผมวางมือถือไว้ที่เดิมโดยไม่ได้กดเข้าไปอ่านว่าคนเก่งคุยอะไรกับเพื่อน

ไม่รู้ว่าเรื่องที่คนเก่งคุยกับฟูจิจะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผมอยากจะคุยกับคนเก่งหรือเปล่า



ผมนั่งรอเกือบสิบห้านาที คนเก่งก็เดินออกมา คนเก่งใส่เสื้อกล้ามและบ็อกเซอร์อย่างที่ชอบใส่

"อ้าว ผมนึกว่าพี่เต็มอ่านหนังสืออยู่กับเพื่อน"

"ว่าจะอาบน้ำก่อนค่อยออกไป" ผมบอก

ผมมองคนเก่งที่เดินกลับเข้าไปที่ห้องแต่งตัว คนเก่งหายไปสักพักก็เดินออกมาพร้อมขวดโลชั่นที่อยู่ในมือ

"ผมเตรียมชุดไว้ให้แล้วนะครับอยู่ที่ราวแขวน" ผมยิ้มให้กับความใส่ใจของคนเก่งที่มีให้ผม ทุกครั้งที่คนเก่งมาค้างที่นี่ น้องมันจะเตรียมเสื้อผ้าให้ ไม่ว่าจะเป็นชุดนักศึกษา เสื้อช็อป ชุดนอนหรือไปเที่ยว

คนเก่งขึ้นมานั่งบนเตียง น้องมันนั่งทาโลชั่นอยู่สักพักก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดู คนเก่งคงจะเห็นข้อความของฟูจิแล้ว ผมกำลังคิดว่าผมควรไปอาบน้ำก่อนหรือจะคุยก่อนดี


"พี่เต็มครับ" ในระหว่างที่ผมกำลังตัดสินใจ คนเก่งก็เป็นคนที่พูดขึ้นมาก่อน


ผมขยับเข้าไปนั่งที่ขอบเตียงใกล้ๆคนเก่งที่นั่งพิงหมอนอยู่ ผมนั่งหันหน้าไปหาคนเก่ง ก่อนจะใช้มือสางผมของคนเก่งเบาๆ

"ผมยังไม่แห้งเลย ทำไมไม่เป่าผมให้แห้ง"

"เดี๋ยวมันก็แห้งครับ ไม่ชอบเป่า"

"แล้วเมื่อกี้เรียกทำไม" ผมถาม ผมเห็นคนเก่งเม้มปากและขยับตัวมาซบลงที่ไหล่ผม

"เป็นอะไร หืม?" ผมถามพร้อมกับกอดคนเก่งเอาไว้

"ผมแค่งี่เง่า"

"เรื่อง?"

"ผม ... ทำตัวไม่ค่อยถูกเวลาอยู่กับพวกเพื่อนๆพี่ครับ"

"ยังไง"

คนเก่งถอนหายใจออกมาเบาๆ

"ก็พอมาเป็นแฟนกันมันก็รู้สึกเขินๆเวลาเพื่อนๆพี่แซว อีกอย่างคือ ... ผมไม่รู้ว่าเพื่อนๆพี่เต็มจะโอเคกับผมมากแค่ไหนที่ผมเป็นแฟนพี่ ... ที่ผมเป็นผู้ชาย แล้วก็ ... "

คนเก่งหยุดพูด ดูลังเลใจ

"พูดต่อสิ" ผมว่าไอ้คำว่า 'แล้วก็' นี่แหละที่จะเป็นประเด็นสำคัญ

"ผมเคยได้ยินเพื่อนๆพี่เต็มพูดว่า พี่เต็มไม่เหมือนเดิม ติดแฟนมากกว่าเพื่อน เห็นแฟนดีมากกว่าเพื่อน ผมก็เลยกังวล ไม่อยากให้พี่เต็มกับเพื่อนมีปัญหากัน"

"เราเนี่ยมันคิดเยอะเหมือนที่ฟูจิพูดจริงๆ"

"พี่เต็มคุยกับฟูจิมาเหรอครับ" คนเก่งถามผมด้วยความแปลกใจ

"เปล่าๆไม่ได้คุย แต่พี่คิดว่าถ้าฟูจิรู้เพื่อนเราต้องพูดแบบนี้"

เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ

"ครับ ฟูจิพูดแบบนั้นจริงๆ บอกว่าผมคิดเยอะมากเกินไป ก็ ... ผมไม่เคยมีแฟนมาก่อน ผมไม่รู้ว่าเวลาที่คนเราเป็นแฟนกันมันจะต้องเป็นยังไง ผมก็กลัวมันไปซะทุกเรื่อง"

"พี่จะบอกอะไรให้ ไม่ใช่พูดเพื่อให้เราสบายใจหรือรู้สึกดี แต่มันคือเรื่องจริง เพื่อนพี่ไม่มีปัญหาอะไรที่พี่มีแฟนเป็นผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นคือเรา และที่พวกมันบอกว่าพี่ติดแฟน พี่ก็ยอมรับว่ามันพูดกันจริง แต่มันเป็นการที่พูดแซวๆกันเท่านั้น เพราะก็ต้องยอมรับว่าพี่ติดเราจริงๆนั่นแหละ"

"ผมถึงได้บอกว่าผมงี่เง่าไง"

"ไม่งี่เง่าหรอก มีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจอีกมั้ย"

"ไม่มีแล้วครับ"

"รู้มั้ย ไอ้พวกที่อยู่ข้างนอกมันเป็นห่วงเรามากนะ เพราะฉะนั้นเลิกคิดเรื่องที่คิดว่าพวกมันไม่โอเคได้แล้ว"

"ครับ"

"แล้วก็นะ พี่เองก็ไม่เคยมีแฟนเหมือนกันเพราะฉะนั้นเราก็ต้องเรียนรู้และเริ่มต้นไปด้วยกัน"

"ครับ ขอโทษที่คิดมากนะครับ"

ผมหอมแก้มคนเก่งเหมือนเป็นการปลอบใจ

"แล้วเวลาที่ไอ้พวกนี้มาที่นี่ทำไมต้องกลับไปนอนหอทุกที" ผมถาม

"แค่คิดว่าพวกพี่อาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันแค่กลุ่มเพื่อน"

"เลิกคิดแบบนี้ได้แล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่หรือไม่อยู่มันก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะฉะนั้นอยู่เถอะ"

"ครับ" คนเก่งกอดผมแน่นๆก่อนจะปล่อย

"พี่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า"

ผมจูบที่แก้มคนเก่งและใช้มือบีบที่แก้มของคนเก่งเบาๆ

"อ๋อ อีกเรื่อง ถ้าจะออกไปข้างนอกต้องรอพี่ก่อน ห้ามออกไปคนเดียว"

"ครับ" คนเก่งพยักหน้ารับรู้





(มีต่อนะคะ)

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
(ต่อค่ะ)





ผมอาบน้ำเรียบร้อย และแต่งตัวจนเสร็จ เดินออกมาเจอคนเก่งกำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง

"จะออกไปข้างนอกมั้ย" ผมอยากให้คนเก่งไปนั่งอยู่กับผมข้างนอกแต่ผมก็ไม่อยากบังคับน้อง

"ไปครับ ผมจะออกไปล้างจานกับเก็บครัว" คนเก่งลุกขึ้นมานั่ง

"ไอ้พวกนั้นมันทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วล่ะ" ผมบอก

"ถ้างั้นผมออกไปดูความเรียบร้อยอีกทีดีกว่า" คนเก่งบอกและลุกขึ้นยืน

"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยออกไป" ผมบอก เจ้าตัวยืนนิ่งและก้มมองเสื้อผ้าของตัวเอง

"เปลี่ยนทำไมครับ"

"ก็เราใส่เสื้อกล้ามกับบ็อกเซอร์ พี่ว่ามันเปิดเผยเนื้อตัวมากไปหน่อย พี่ไม่อยากให้พวกนั้นมันมองเรา" ผมพูด

คนเก่งมันหัวเราะออกมา

"พี่เต็มครับ ผมเป็นผู้ชายเหมือนพี่ๆเขานะ ไม่มีใครมามองผมในแง่แบบนั้นหรอก แล้วเสื้อกล้ามที่ใส่วันนี้คอก็ไม่ลึก ด้านในบ็อกเซอร์ก็ใส่ชั้นในอยู่" คนเก่งอธิบาย

มันก็จริงอย่างที่คนเก่งพูด แต่ก็ใช่ว่าผมจะยอม

ผมเดินเข้าไปที่ห้องแต่งตัว เปิดตู้เสื้อผ้าและเลือกเสื้อยืดเนื้อผ้าไม่หนามากมาให้คนเก่งใส่ทับเสื้อกล้าม และเลือกกางเกงวอร์มมาให้ใส่ทับบ็อกเซอร์อีกที ตอนแรกคนเก่งไม่ยอมครับ

"ถ้ามีผู้หญิงนั่งอยู่ข้างนอกแล้วพี่เดินถอดเสื้อออกไปนั่งคุยกับเขา เราจะยอมมั้ย" ผมถาม

"......" คนเก่งไม่ตอบ แต่ยอมใส่เสื้อผ้าที่ผมยื่นให้ คนเก่งนั่งพับขากางเกงวอร์มอยู่สักพัก

"แบบนี้โอเคหรือยังครับ" คนเก่งยืนขึ้นและถามผม

"โอเคแล้วครับ" ผมบอกก่อนจะใช้ริมฝีปากจูบย้ำๆที่ริมฝีปากคนเก่งหลายครั้ง

"พอแล้ว" คนเก่งดันตัวผมออก ผมถอนหายใจออกมานิดหน่อย ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนติดสัมผัสตอนที่มีแฟนนี่แหละ




ผมกับคนเก่งเดินออกมาจากห้องนอน ผมเดินกลับมานั่งที่โซฟาเพื่อจะติวต่อ ส่วนคนเก่งเดินเข้าไปในครัว

"มึงอาบน้ำอะไรว่ะ โคตรนาน" ไอ้ธรณ์ถาม

"กูว่ามันไม่ได้อาบน้ำนานหรอก แต่มันเพิ่งอาบมากกว่า ดูผมมันสิยังไม่แห้งเลย" ไอ้ชินท์มึงนี่ก็ช่างสังเกตซะจริง

"เข้าไปตั้งนานแต่เพิ่งอาบน้ำ เข้าไปทำ ... อะไรกับน้องมาหรือเปล่าวะ" ไอ้ทัตพลก็อีกคน

"กูเห็นสีหน้าน้องเมื่อกี้นะ สีหน้ามันดีขึ้นกว่าตอนที่เข้าไปเยอะเลย ยังไงๆเพื่อนอยู่ด้วยก็ไม่เว้นเลยนะมึง"


พวกเพื่อนผมแต่ละคน


"กูแค่คุยปรับความเข้าใจกันแค่นั้นแหละ ... เดี๋ยวค่อยคุยกัน" ผมเห็นคนเก่งที่เดินออกมาจากห้องครัว ผมก็เลยไม่ได้พูดอะไรต่อ ผมพยักหน้าให้น้องมานั่งข้างผม

"พี่เต็มทานผลไม้มั้ยครับ ผมล้างเอาไว้ให้แล้ว วางอยู่บนโต๊ะทานข้าว ถ้าจะทานเดี๋ยวผมไปหยิบมาให้" น้องถามผม และหันไปถามเพื่อนๆผมด้วย

"ถ้าพวกมันอยากกิน เดี๋ยวมันก็ไปจัดการกันเอง ไม่ต้องไปดูแลพวกมันมาก มันจะเคยตัว เดี๋ยวก็มากวนเราไม่เลิก" ผมอดที่จะแขวะมันไม่ได้ ผมเห็นพวกมันเบะปากใส่ผม

"นั่งอยู่นี้แหละ" ผมบอกคนเก่งตอนที่น้องเหมือนจะเดินกลับเข้าห้อง พอผมบอกน้องก็กลับมานั่งลงที่โซฟาตามเดิม น้องหยิบมือถือขึ้นมาเล่น ผมเห็นน้องเข้าไปที่แอพฯดูหนัง และน้องก็กำลังเลือกนั่งอยู่

"พี่เต็มครับ หูฟังพี่อยู่ไหน" คนเก่งถามผม

"อยู่ในกระเป๋า วางอยู่ในห้อง" คนเก่งลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้อง แล้วน้องก็เดินออกมาพร้อมมีหมอนมาด้วย คนเก่งวางหมอนลงตรงที่โซฟาก่อนจะนั่งลงและเอนตัวไปนั่งพิงหมอน และน้องก็เสียบหูฟังข้างหนึ่ง ผมอดที่จะชะโงกดูไม่ได้ว่าน้องดูเรื่องอะไร

"เรื่องนี้มาใหม่ใช่มั้ย พี่ยังไม่ได้ดูเลย" ผมเห็นหนังที่น้องกดเข้าไปดู

"งั้นเอาไว้ผมรอดูพร้อมพี่เต็มก็ได้" คนเก่งบอกผมและน้องก็เลื่อนไปเลือกหนังเรื่องอื่น และสุดท้ายน้องก็เลือกดูโคนัน เดอะซีรี่ส์

"น่ารักมาก" ผมพูดและใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มคนเก่ง ผมกำลังจะหอมแก้มน้องด้วย แต่นึกขึ้นมาได้ว่ามีตัวมารนั่งอยู่ในห้องอีกสามตัว

"มุ้งมิ้งชิบหายเพื่อนกู" ผมได้ยินพวกมันพูดกันเบาๆ คงเพราะมันกลัวว่าคนเก่งจะได้ยิน



หลังจากที่ผมนั่งติวกับเพื่อนผ่านไปเกือบสองชั่วโมง หันมาอีกทีคนเก่งก็หลับแล้ว น้องเอนตัวนอนลงบนหมอนใบใหญ่ที่หนุนอยู่ตอนแรก ผมเห็นอย่างนั้น ผมก็เลยลุกขึ้นและหยิบมือถือออกจากมือน้องพร้อมทั้งถอดหูฟังที่หูน้องออก ขยับตัวให้นอนบนโซฟาดีๆ โซฟาของผมเป็นโซฟาขนาดใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นน้องก็สามารถนอนได้อย่างสบายๆ ผมเดินเข้าไปหยิบผ้าห่มผืนไม่หนามากมาห่มให้ คนเก่งเป็นคนที่ติดผ้าห่มค่อนข้างมาก

"มึงไม่พาน้องเข้าไปนอนในห้องว่ะ" ไอ้ทัตพลถาม

"มันอยากให้น้องอยู่ใกล้ๆมันไง" ไอ้ธรณ์พูด

ผมไม่ได้ปฏิเสธเพราะมันเป็นเรื่องจริง ผมอยากให้คนเก่งอยู่ใกล้ๆผม ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน



ไอ้ชินท์มันเดินไปยกถาดที่ใส่ผลไม้ที่คนเก่งเตรียมไว้ให้มาทาน

"พักก่อนมึง แล้วก็เล่าให้พวกกูฟังว่ามึงกับคนเก่งมีปัญหาอะไรกัน" ไอ้ชินท์ถาม

ผมที่นั่งพิงโซฟาตัวที่คนเก่งนอนอยู่ หันไปมองน้องที่นอนหลับสนิท

"เสือกทุกเรื่อง" ผมว่าให้ไอ้ชินท์ แต่ผมก็เล่าให้พวกมันฟัง เพราะพวกมันก็มีส่วนด้วย

"แล้วคุยกันเข้าใจแล้วใช่มั้ยว่ะ" ไอ้ธรณ์ถามผม

"เข้าใจแล้ว จริงๆมันไม่มีอะไรแต่คนเก่งมันเป็นคนคิดเยอะไปเอง" ผมบอก แล้วพวกเราก็นั่งคุยกันเรื่องอื่นไปสักพัก



"มาอ่านต่อกันดีกว่า" ผมชวนหลังจากเห็นว่าพวกเราพักกันมาพอสมควรแล้ว

"เดี๋ยวมึง กูยังมีอีกเรื่องที่จะถาม" ไอ้ชินท์พูดขึ้นมา

"เรื่องอะไรว่ะ" ผมถาม

"มึงกับคนเก่ง ป้าบ ป้าบ กันยังว่ะ"

พอมันถามผม ผมรีบหันไปมองคนเก่งที่นอนอยู่เพราะกลัวน้องมันจะได้ยิน แต่คนเก่งเป็นคนที่นอนหลับสนิทครับ จะตื่นอีกทีก็เมื่อถึงเวลาตื่น

"เรื่องส่วนตัวมั้ย" ผมถาม

"ทีเมื่อก่อนยังบอกได้เลย"

"มันไม่เหมือนกันเว้ย นี่คือแฟน ทำไมกูต้องมาเล่าให้พวกมึงฟังด้วยว่ากูมีหรือไม่มีอะไรกับแฟน"

"อ๋อ เมื่อก่อนนอนกับผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนเลยบอกได้"

"มึงจะเสียงดังทำไมว่ะ เดี๋ยวคนเก่งก็ตื่นมาได้ยินที่มึงพูดเนี่ย อีกอย่างพูดอะไรให้เกียรติผู้หญิงหน่อยมึง" ผมหันไปว่าไอ้ชินท์

"กูว่ามันยังไม่มี" ไอ้ธรณ์มันพูด

"ไรว่ะ เดี๋ยวนี้อ่อนเหรอจ้ะ" ไอ้ชินท์มันแซวผม

ผมมองคนเก่งที่นอนอยู่ ก่อนจะตัดสินใจพาน้องเข้าไปนอนในห้อง เพราะไม่อยากให้น้องได้ยิน เผื่อน้องบังเอิญรู้สึกตัวตื่นมาได้ยินคงไม่ดีแน่

"มึงเปิดประตูห้องให้กูหน่อย" ผมบอกไอ้ทัตพลที่มันนั่งอยู่ใกล้ประตูห้องนอนที่สุด ผมอุ้มคนเก่งขึ้นมาและพาน้องเข้ามานอนในห้อง หลังจากจัดการเปิดแอร์ในห้องและห่มผ้าให้คนเก่งเรียบร้อย ผมหอมแก้มน้องครั้งหนึ่ง แล้วก็เดินออกมา

ผมนั่งลงที่เดิม มองเพื่อนแต่ละคน ก่อนจะพูดออกมา

"เรื่องจริงเลยนะ มันก็มีหลายครั้งที่เกือบ แต่กูไม่ทำ ... ผู้ชายมันไม่เหมือนผู้หญิง กูอยากศึกษาข้อมูลให้ชัวร์ก่อน คนที่ต้องเจ็บตัวมันไม่ใช่กูไง"

"มึงอย่าลืมว่าน้องมันเป็นผู้ชาย ผู้ชายมีความต้องการทุกคน ถ้ามึงบอกว่าเกือบจะมีอะไรกันหลายครั้งแต่มึงไม่ยอมทำ น้องมันอาจจะคิดก็ได้ว่ามึงรังเกียจมันหรือเปล่า มันยิ่งเป็นคนคิดมาก" ไอ้ธรณ์มันพูด

"ไอ้เต็ม เรื่องแบบนี้มึงจะมัวแต่หาข้อมูลจากกูเกิ้ลอย่างเดียวไม่ได้" ไอ้ทัตพลเสริมขึ้นมา

"มึงเคยเข้าไปดูเว็บโป๊เกย์มั้ยว่ะ"

"กูเคยกดเข้าไปดูครั้งเดียว เอาจากใจกูเลยน่ะ กูทนดูไม่ไหวว่ะ"

"แข็งเหรอมึง" ไอ้ชินท์มันถามด้วยความตื่นเต้น

"แข็งเขี่ยไรล่ะ  ... แต่มันก็แปลกดีเหมือนกันว่ะ ตอนที่กูเห็นคลิปแบบนั้นกูไม่โอเค แต่พอกูคิดว่ากูจะได้ทำแบบนั้นกับคนเก่ง ... แค่คิดกูก็มีความสุข" ผมคิดแบบนี้จริงๆ

"เขี่ยเต็ม หน้ามึงหื่นมาก" ไอ้ชินท์มันว่า และทุกคนก็เห็นด้วย


เพื่อนผมแต่ละคน


"มึงต้องปรึกษาคนที่เขามีประสบการณ์จริง เขาจะได้แนะนำมึงได้ถูก" ไอ้ธรณ์มันเสนอแนะผมขึ้นมา

"ใครว่ะ" ผมถาม

"ไอ้โจ้กับไอ้บุ๊คเพื่อนมึงไง"

ผมนั่งคิดในสิ่งที่ไอ้ธรณ์มันแนะนำ ผมก็เห็นด้วยกับมันส่วนหนึ่งแต่อีกส่วนหนึ่งผมจะดูหมกหมุ่นมากเกินไปหรือเปล่า ถึงขนาดต้องไปปรึกษาพวกนั้น


ผมว่า ...


เอาไว้ผ่านช่วงสอบไปก่อน ผมค่อยมาคิดเรื่องนี้อีกทีดีกว่า

.
.
.



เมื่อวานนี้ผมสอบตัวสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ส่วนคนเก่งสอบวันนี้เป็นวันสุดท้าย แต่ถึงจะบอกว่าสอบเสร็จแต่ผมยังมีโปรเจคที่ต้องทำส่ง ได้พักสมองแค่สองสามวันเท่านั้นแหละ

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยพอสมควร และบรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัว เพราะผมมีนัดที่สำคัญมาก และผมอยากให้มันเป็นความลับ


ใช่ครับ อย่างที่พวกคุณคิดเลย ผมนัดไอ้บุ๊คกับไอ้โจ้ไว้ ...

ด้วยความไม่ตั้งใจสักเท่าไหร่





ย้อนไปสองสามวันก่อน

อยู่ๆไอ้ธรณ์มันก็มาบอกผมว่ามันนัดไอ้โจ้ให้แล้ว ที่จริงผมตั้งใจไว้ว่าหลังจากสอบเสร็จผมจะนัดเจอไอ้บุ๊คไอ้โจ้อีกทีตอนที่กล้บบ้าน พอรู้ว่าไอ้ธรณ์มันนัดให้ ผมก็เลยทักไลน์ไปหาไอ้โจ้ และคนที่ตอบมาก็คือไอ้บุ๊คเหมือนเดิม

ไอ้บุ๊คมันบอกว่ามันจะอยู่ที่นี่อีกหลายวัน เพราะมาติดต่อเรื่องงานให้ที่บ้าน พอผมบอกมันว่าผมสอบเสร็จวันไหน มันก็นัดวันผมเลยทันที วันนั้นผมก็เลยเปลี่ยนจากคุยทางไลน์แล้วโทรหามันแทน


(แล้วมึงมีเรื่องอะไรที่ต้องปรึกษากูว่ะ)


หลังจากที่ทักทายกันเสร็จ มันก็ถามผมทันที ตอนนั้นผมอยู่ที่คอนโดคนเดียว ส่วนคนเก่งไปอ่านหนังสือกับเพื่อน ทำให้ผมคุยได้สะดวก


ผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงดี ในใจแว่บหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า

'กูบ้าหรือเปล่าว่ะเนี่ยจะมาปรึกษาเรื่องเซ็กส์กับมัน'


แต่คิดอีกที ก็ดีกว่าไปหาข้อมูลเอง


"มึงกับโจ้ เคยมีอะไรกันแล้วใช่มั้ย" ผมถามไปตรงๆ ได้ยินเสียงโวยวายมาจากทางนั้น เป็นเสียงของไอ้โจ้ แสดงว่าไอ้บุ๊คมันเปิดลำโพงอยู่

(เฮียถามอะไรเนี่ย ... ถามทำไมว่ะ) ไอ้บุ๊คถามผมกลับมา

"กูพูดตรงๆกับมึงเลยล่ะกัน กูอยากปรึกษามึงเรื่องนั้น เพราะกูก็ไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน"

ผมพูดออกไป ตอนแรกผมคิดว่าไอ้บุ๊คมันจะหัวเราะผม แต่มันไม่ได้ทำแบบนั้น

(อํอ ได้สิ เจอกันหลังวันที่มึงสอบเสร็จ จะเจอที่ไหนค่อยว่ากัน)



นั่นแหละครับ
ตอนนี้ผมนั่งอยู่กับพวกมันสองคนแล้ว

"เฮีย แล้วไอ้อ้วนมันสอบเสร็จกี่โมง" ไอ้โจ้มันถามผม

"น่าจะสี่โมงเย็น" ผมบอก ไอ้โจ้มันไม่ได้ถามอะไรต่อ

พวกผมสั่งแค่เครื่องดื่ม และของทานเล่นมาทาน ส่วนไอ้โจ้มันก็นั่งทานข้าวอยู่ข้างๆ

"มึงจะถามกูว่า ทำยังไงเหรอ" ไอ้บุ๊คมันเริ่มต้นถามผม และเน้นเสียงตรง 'ทำยังไง' เป็นพิเศษ

"เรื่องแบบนั้นกูไม่ต้องถามมึงก็ได้มั้ง แต่ที่กูจะถามคือตอนที่มีพวกมึงมีอะไรกันครั้งแรกมันเจ็บมากขนาดไหน" ผมถามออกไปตรงๆทันที ไอ้โจ้มันชะงักช้อนที่กำลังตักข้าว และหน้ามันแดงขึ้นมาทันที

"มึงหมายถึงคนที่เป็นรับจะเจ็บมากแค่ไหนใช่มั้ย" ไอ้บุ๊คถามผม

"ใช่" ผมตอบ ไอ้บุ๊คมันหันไปบอกกับไอ้โจ้ว่าให้มันย้ายไปนั่งทานข้าวที่โต๊ะตัวอื่น ไอ้โจ้ก็รีบย้ายที่นั่งไปทันที


"เรื่องเจ็บมันเจ็บอยู่แล้ว แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ขนาดของมึง การเตรียมตัว ..... "

ผมนั่งฟังไอ้บุ๊คมันพูด มันอธิบายค่อนข้างยาว ติดเรทซะเยอะ และมันดูเชี่ยวชาญมากเลยครับ


"มึงดูชำนาญจังว่ะ" ผมถาม


ไอ้บุ๊คมันหันไปมองไอ้โจ้ที่นั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะที่ห่างออกไป


"โจ้ไม่ใช่แฟนผู้ชายคนแรกของกู"


ผมอดอึ้งไม่ได้ แสดงว่ามันเป็นเกย์อยู่แล้วนะสิ


"มึงรู้มั้ยว่าพอกูมาคบกับโจ้ สิ่งที่กูเสียใจก็คือ ... โจ้ไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของกู ถ้ารู้ว่าจะได้มาเจอกันกูจะไม่ไปมีอะไรกับคนอื่นเลย เพราะฉะนั้นบางทีกูก็อิจฉามึงนะเว้ยที่มึงกับแฟนมึงจะได้เป็นคนแรกของกันและกัน" ไอ้บุ๊คมันพูด

"มึงมีประสบการณ์มาก่อนแบบนี้ ตอนที่มีอะไรกันกับไอ้โจ้ครั้งแรก ไอ้โจ้ก็ไม่น่าจะเจ็บมากน่ะสิ" ผมถาม

"ไม่ว่ะ มันนอนซมเป็นไข้สามสี่วันได้ และกว่าที่กูจะมีอะไรกับมันอีกก็เป็นเดือน"

"ขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ" ผมนึกถึงคนเก่ง ถ้าต้องมาเป็นแบบนี้ผมก็ว่ามันไม่โอเคเลย

ไอ้บุ๊คมันหันไปมองไอ้โจ้ และไอ้โจ้มันก็มองกลับมาเหมือนกัน ไอ้โจ้แค่ยิ้มกลับมา

"ครั้งแรกโจ้ไม่ได้เต็มใจ กูบังคับ" เป็นอีกครั้งที่ผมอึ้ง

"ตอนนั้นพอทำอะไรเสร็จ กูโคตรรู้สึกผิด กูเสียใจที่ครั้งแรกของกูกับโจ้มันเป็นแบบนั้น แต่โจ้ก็ไม่ต่อว่าอะไรกู พูดแค่ว่า 'ต้องดูแลหาข้าวหายาให้กินด้วย' .... "

"แล้วหลังจากนั้นล่ะ"

"ก็อย่างที่บอก กว่าจะมีอะไรกันอีกก็ประมาณเดือนหนึ่ง"

"แล้วมันเจ็บทุกครั้งที่ทำมั้ยวะ"

"ทุกครั้ง แต่ถ้าทำบ่อยๆ ความเจ็บมันก็เบาบางลง ... มึงคงจะรักแฟนมึงมากสินะ"

ผมทำหน้าไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูด

"ถ้ามึงไม่รักเขามาก มึงจะกังวลเรื่องเจ็บไม่เจ็บทำไม"

ผมไม่ได้ตอบมัน

"อีกเรื่องที่กูจะบอกมึง อันนี้เป็นความรู้สึกของกูเองนะ ...ความสุขจริงๆแล้วมันไม่ใช่แค่เรามีเซ็กซ์กับเขา แต่มันทำให้เรารู้สึกรักเขามากขึ้น ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะเป็นเมียผู้ชายด้วยกันหรอก ถ้าผู้ชายคนไหนที่เขายอมนั่นคือเขาต้องรักเรามาก เขายอมเป็นคนที่เจ็บตัวเพื่อให้เรามีความสุข เพราะเขารักเราเขาถึงยอมอดทนต่อความเจ็บปวด  มึงเชื่อมั้ยว่าแฟนคนแรกของกู เขาไม่เคยเสร็จเลยเว้ย เขาบอกว่าไม่เป็นไรแค่เห็นกูมีความสุขก็พอ"

มันส่งสายตาไปมองไอ้โจ้

"แต่กับคนนี้ ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เสร็จ"

มันพูดพร้อมกับทำหน้าเหมือนตัวเองเหนือกว่าผม

"เชี่ย ที่พูดมาทั้งหมดก็เพื่อจะอวดว่ามึงเจ๋งว่างั้น"

ผมพูดออกมา ไอ้บุ๊คมันหัวเราะออกมาและหันไปเรียกแฟนมันให้กลับมานั่งด้วยกัน

"แต่ที่กูพูดมามันคือเรื่องจริงนะเว้ย" ไอ้บุ๊คมันพูดย้ำอีกที



หลังจากนั้นก็นั่งคุยเรื่องทั่วๆไปอีกสักพัก ก่อนที่จะแยกย้าย

แต่ตอนที่ผมกำลังจะเดินมาขึ้นรถ ไอ้บุ๊คมันก็บอกผมว่ามันมีของจะให้ผม ผมเดินตามมันไปที่รถซึ่งจอดอยู่ไม่ห่างกันมาก ไอ้โจ้มันขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถเรียบร้อยแล้ว ส่วนไอ้บุ๊คมันเปิดประตูรถด้านหลัง และหยิบถุงขนาดไม่ใหญ่มากส่งให้ผม ผมเปิดและหยิบของข้างในออกมาดู

มันเป็นเหมือนหลอดยาหรือโฟมล้างหน้าขนาดกลางๆ ผมอ่านดูที่หลอดเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ แต่มีภาษาอังกฤษขนาดไม่ใหญ่มากอยู่ใต้ภาษาญี่ปุ่น


ผมรู้แล้วว่ามันคืออะไร


"ยี่ห้อนี้ใช้ดี ล้างออกง่าย ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ กูสั่งมาจากญี่ปุ่น หลอดนี้กูให้ ถ้ามึงอยากสั่งเพิ่มก็บอกกูได้ หรือสั่งทางออนไลน์ก็มีหลายเว็บที่ขาย ส่วนถุงยางมึงก็ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ"

มันอธิบายจนผมเห็นภาพเลย ไอ้บุ๊คนี่มันผู้เชี่ยวชาญจริงๆ

"มึงนี่พูดเหมือนกูเป็นเด็ก ไอ้เรื่องถุงยางมึงไม่ต้องบอกกูก็รู้อยู่แล้วมั้ย" ผมบ่นให้มัน

มันหัวเราะในลำคอ ก่อนจะขึ้นรถและขับออกไป

ผมเดินกลับมาที่รถของตัวเอง พอขึ้นรถมาสตาร์ทเครื่องได้สักพัก ผมยังไม่ได้ขับรถออกไป แต่ผมหยิบของที่ไอ้บุ๊คมันเพิ่งให้มามาดู

ถ้าคนเก่งรู้ว่าผมมีของแบบนี้ น้องมันจะมองว่าผมหื่นมั้ยวะ


แต่ผมเป็นคนที่ชอบแพลนทุกอย่างไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว


เรื่องนี้ก็สำคัญในการที่ต้องเตรียมตัวเหมือนกัน

แต่ ...
ก่อนที่ผมจะไปรับคนเก่งที่มหาวิทยาลัย
ผมคงต้องแวะร้านขายยาก่อนครับ







TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara✿


◕ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ
◕ขอบคุณพี่บุ๊คที่ให้คำปรึกษากับพี่เติมเต็ม
◕ตอนหน้าเขาจะ ... กันมั้ยน๊าาาา ^^


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-05-2019 04:49:08 โดย ninewara »

ออฟไลน์ kunt

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +42/-1
พี่เต็มถึงกับอัญเชิญกูรูกันเลยทีเดียว จะรอดได้อีกนานแค่ไหนล่ะคนน้องน่ะ  :hao3:

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :ruready สายหื่นเตรียมพร้อม

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด