✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนจบ) 19/07/2019
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ✿✿✿ He's my love ♥ เติมเต็มรัก ✿✿✿ (ตอนจบ) 19/07/2019  (อ่าน 103943 ครั้ง)

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ตัวเร่งปฏิกิริยาสินะ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿เติมเต็มรัก✿ ครั้งที่ 14




ภาพเมื่อคืนที่พี่ธาวินจูบกับฟูจิยังติดอยู่ในหัวผมอยู่เลยครับ ผมไม่รู้ว่าทั้งสองคนจูบกันนานมั้ย เพราะผมไม่กล้ามองมากนัก จนพี่เติมเต็มบอกว่า


'เงยหน้าได้แล้ว เขาไปกันแล้ว'


แล้วพี่เติมเต็มก็มาแซวผมใหญ่ว่าผมหน้าแดงมากๆ เป็นใครก็ต้องเขินหรืออายนะผมว่า ถ้ามีคนมาจูบให้เราเห็น แต่ในใจผมก็ไม่มั่นใจนักหรอกว่าที่ผมเขินเพราะเห็นฉากจูบของเพื่อนหรือว่าเขินเพราะร่วมเห็นฉากจูบนั้นกับพี่เติมเต็มกันแน่



เมื่อเช้าฟูจิมันก็มาเรียนตามปกติครับ ผมอยากจะถามมันเรื่องพี่ธาวินมากเลย แต่ผมก็ไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าเมื่อคืนผมเห็นอะไร

เฮ้อออ...ทำยังไงดี




พอมาเจอเรื่องของฟูจิ ทำให้ผมแทบจะลืมเรื่องระหว่างผมกับพี่เติมเต็มไปเลยครับว่าเมื่อคืนมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี



ผมยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนทั้งสองคนฟังเลย แปลกดีตอนที่แอบชอบข้างเดียว เล่าให้เพื่อนฟังได้ง่าย แต่พอสถานะมันเป็นแบบนี้ผมกลับไม่กล้าที่เล่าให้เพื่อนฟัง



ตอนนี้ผมอยู่ที่หอสมุดกลางครับ หลังจากเรียนเสร็จผมแล้วผมก็เลยมานั่งรอเวลาที่พี่เติมเต็มจะลงแข่งบาสในช่วงเย็น วันนี้ช่วงกลางวันเราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันเพราะพี่เติมเต็มมีเรียนตั้งแต่สิบโมงถึงบ่ายสอง ส่วนผมเรียนเสร็จตอนบ่ายโมง


ผมมองดูเวลาในมือถือใกล้จะบ่ายสองแล้ว ผมมาคนเดียวครับ วันนี้ส้มส้มไม่ได้มาเรียนเห็นว่าท้องเสีย ส่วนฟูจิบอกผมว่าจะไปสนามฟุตบอล


ครับ...วันนี้พี่ธาวินก็มีแข่งฟุตบอลเหมือนกัน ฟูจิคงจะไปเชียร์


มาคิดๆดูแล้ว ผมเป็นเพื่อนที่แย่เหมือนกันที่ไม่รู้และไม่สังเกตท่าทางของเพื่อนเลย

เมื่อวานตอนที่คุยกันเรื่องพี่ธาวินบอกว่าจะจีบผม ฟูจิมันก็ดูเงียบไปเลย พอคิดย้อนไปแล้ว ทุกอย่างมันดูจะไปในทิศทางเดียวกัน ที่ฟูจิมันคุยกับผมน้อยลงและดูเหมือนมีเรื่องในใจตลอดเวลา เป็นเพราะพี่ธาวินหรือเปล่า พี่ธาวินเพิ่งพูดเมื่อวานว่าจะจีบผม แต่ฟูจิไม่ค่อยคุยกับผมมาก่อนหน้านั้นแล้ว มันจะเกี่ยวกันมั้ยนะ?



ผมอยากคุยกับฟูจิจังเลยครับ ผมกลัวว่าตอนนี้เพื่อนอาจจะกำลังทุกข์ใจเพราะผมอยู่ก็ได้


konkengg : มึงอยู่ไหน


ผมทักไลน์หาฟูจิ รอไม่นานฟูจิก็ตอบกลับมา


Fujiz : ร้านกาแฟใกล้ๆสนามบอล


ฟูจิตอบกลับมาพร้อมแนบรูปมาด้วย เป็นรูปแก้วเครื่องดื่มที่วางอยู่บนโต๊ะ


Fujiz : มึงอะ หอสมุดกลาง?
konkengg : ใช่


หวังว่าผมจะตัดสินใจถูก


konkengg : เมื่อคืนกูเห็นมึงกับพี่วินที่หน้าหอ


ผมตัดสินใจพิมพ์ลงไปแบบนั้น ผมไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไงแต่ผมอึดอัดจนทนไม่ไหว ผมขอใช้สิทธิ์ในความเป็นเพื่อนสนิทหน่อยก็ล่ะกัน


Fujiz : พี่มันมาเอาของ
konkengg : กูเห็นมึงกับพี่วินจูบกัน



ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีข้อความใดๆจากฟูจิตอบกลับมา ผ่านมาหลายนาทีแล้วฟูจิก็ยังไม่ตอบ

มันจะโกรธผมหรือเปล่านะ


Fujiz : มึงลงมารอหน้าหอสมุด
Fujiz : กูกำลังไป


ผ่านมาเกือบสิบนาที ฟูจิก็ตอบมาครับ โอเคถึงแม้จะรอนานไปหน่อยแต่มันก็เป็นคำตอบที่ผมพอใจ อย่างน้อยมันก็มาหาผม แบบนี้ดีกว่าคุยกันผ่านข้อความเยอะเลย


ผมลงมายืนรอที่หน้าหอสมุดไม่นาน ผมก็เห็นรถของฟูจิขับเข้ามาจอดใกล้ๆผม ผมเดินไปหาและเปิดประตูขึ้นรถของฟูจิไป ผมกับฟูจิสบตากันเล็กน้อย แต่เหมือนเราทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะเริ่มคุย ฟูจิขับรถออกมาไปตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังคณะเกษตรฯตรงนั้นจะมีสวนอยู่ผมไม่รู้ว่าเด็กคณะเกษตรฯเรียกสวนตรงนั้นว่าอะไร ส่วนใหญ่สวนนั้นจะปลูกพวกพืชสมุนไพร ผมกับฟูจิเลยเรียกกันเองว่าสวนสมุนไพร

ผมกับฟูจิรู้จักสวนนี้กันโดยบังเอิญ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ต้องมาดูหอพักกัน อาจารย์ที่ดูแลเรื่องหอพักบอกว่าหอที่พวกผมจะต้องมาอยู่ อยู่ใกล้กับคณะเกษตรฯ ตอนนั้นพวกผมก็ลองนั่งรถรางในมหาวิทยาลัยดู พอถึงคณะเกษตรฯพวกผมก็ลง ตอนนั้นคิดกันเอาเองว่าในเมื่ออาจารย์บอกอยู่ใกล้คณะเกษตรฯก็น่าจะเดินหาได้ไม่ยาก

แต่เราคิดผิดครับ เราใช้ความคิดที่ว่าตอนอยู่โรงเรียนเราเดินจากตึกเรียนวิทยาศาสตร์ไปตึกเรียนภาษาอังกฤษได้แค่ไม่นาน แต่เราลืมจุดนี้ไปว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัยที่กว้างใหญ่ไม่ใช่โรงเรียนมัธยม

เราเดินไปเรื่อยๆจนไปเจอกับสวนสมุนไพร มันมีลักษณะเป็นสวนหย่อมเล็กๆมีหนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้วย ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้ว่าคณะเกษตรฯมีพื้นที่ที่กว้างกว่าที่คิด ก่อนจะเดินมาถึงสวนสมุนไพร ผมเดินผ่านฟาร์มเลี้ยงวัวมาแล้วด้วย

พวกผมนั่งกันอยู่ที่สวนสมุนไพรสักพักก็เห็นรุ่นพี่คณะเกษตรฯที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น ฟูจิก็เลยเข้าไปถามทางไปหอพัก รุ่นพี่คนนั้นหัวเราะพวกผมและเท่าที่ฟังดูพวกผมน่าจะเดินไปกันไม่ไหว

และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอพี่ธาวิน เพราะฟูจิโทรหาพี่ธาวิน พอพี่ธาวินมาถึงก็หัวเราะขำพวกผมใหญ่ที่พวกผมคิดเองเออเองว่ามันเดินจากคณะเกษตรฯไปถึงหอพักได้ และเป็นพี่ธาวินที่ขับรถพาพวกผมไปดูหอ


ตั้งแต่วันนั้น ผมกับฟูจิก็มักจะมานั่งเล่นที่สวนสมุนไพรกันบ่อย โดยเฉพาะเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ

พอผมเห็นฟูจิขับมาทางนี้ผมก็เลยพอจะเดาความคิดของฟูจิได้ แสดงว่าตอนนี้จิตใจมันคงจะไม่โอเค


เสียงแจ้งเตือนไลน์ของผมดังขึ้น


teimtem : พี่เรียนเสร็จแล้ว
teimtem : กำลังจะไปสนาม
teimtem : ยังอยู่หอสมุด?


ตอนที่เรียนเสร็จผมไลน์ไปบอกพี่เติมเต็มว่าผมจะไปนั่งอ่านหนังสือรอเวลาที่หอสมุดกลาง


konkengg : ไม่ได้อยู่ที่หอสมุดแล้วครับ
konkengg : ออกมากับฟูจิ
konkengg : ผมบอกฟูจิเรื่องเมื่อคืนแล้ว
teimtem : เรื่องของเรา?


เรื่องของเราอะไรล่ะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้ยินคำว่า 'เรื่องของเรา' มันให้ความรู้สึกเขินนิดๆเหมือนกัน


ไม่ใช่สิ! ตอนนี้ผมควรใส่ใจกับเรื่องของเพื่อนก่อน


konkengg : หมายถึงเรื่องที่เจอฟูจิกับพี่วินต่างหากครับ
teimtem : นึกว่าเรื่องของเรา
teimtem : เสียใจ


ใช่พี่เติมเต็มตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย?


konkengg : พี่เต็มตัวจริงอยู่ไหนครับ


พอผมพิมพ์ไปไม่นาน พี่เติมเต็มก็โทรเข้ามา


"ครับ"

(ที่พิมพ์มาคืออะไร)

"ก็ผมคิดว่าพี่เต็มตัวปลอมกำลังคุยกับผมอยู่"

(ตลกแล้ว)

"ก็พี่พูดแปลกๆ"

(ตรงไหนที่แปลก)

ผมมองไปที่ฟูจิเล็กน้อยมันไม่ได้มองผมแต่มันก็ต้องได้ยินอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก ยังไงผมก็ต้องบอกมันอยู่แล้ว


"ก็อย่างเช่นคำว่า....เรื่องของเรา" ผมพูดไม่เต็มเสียงมากนัก พอพูดออกมามันก็รู้สึกเก้อเขินพอสมควรเลยครับ


(แล้วพี่พูดผิดเหรอ)


"มันก็ไม่ใช่ว่าผิดหรือถูกครับ เพียงแค่เมื่อก่อนไม่เคยพูดแบบนี้"

(เป็นปลาทองเหรอเรา สถานะเพิ่งเปลี่ยนเมื่อคืนเองนะ)


ผมอยากจะถามเหลือเกินว่าไม่รู้สึกเขินอายอะไรเลยหรือไงนะ พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ผมนี่สิเห็นนิ่งๆแต่ถ้าอยู่ห้องผมนอนม้วนอยู่ในผ้าห่มแล้วครับ


"......."

(เงียบเลย ฮ่าๆไม่แกล้งแล้วครับ)


มาอีกแล้ว คำว่า "ครับ" ของพี่เติมเต็มมีพลังทำลายล้างผมสูงมากจริงๆ

"........"

(แล้วอยู่ไหน เหมือนอยู่บนรถ)

"อยู่บนรถฟูจิครับ เดี๋ยวไปหาที่นั่งคุยกันในมหาลัยนี่แหละครับ"

(จะคุยนานมั้ย พี่กลัวมาไม่ทันแข่ง)


ผมมองฟูจิ


"คงไม่นาน...มั้งครับ"


ถ้าพี่เติมเต็มรู้ว่า ผมเป็นคนที่เริ่มจนทำให้ฟูจิมันต้องคุยวันนี้ตอนนี้ พี่เติมเต็มจะว่ายังไงก็ไม่รู้

ยังไม่ได้คุยอะไรต่อ รถของฟูจิก็จอดลงใกล้ๆกับสวนสมุนไพร


"เดี๋ยววางก่อนนะครับ ถึงแล้ว"

(ครับ รีบคุยรีบมา)

ผมตอบรับยิ้มๆ ก่อนจะวางสาย รู้สึกดีเหมือนกันนะเนี่ย




"ดูมึงมีความสุขนะ" เสียงฟูจิครับ

ผมชะงักก่อนจะหันไปมอง

"ลงรถกันเถอะ" ฟูจิพูดก่อนจะลงจากรถ ผมก็เดินตามลงไป


ฟูจิเดินนำผมไปนั่งอยู่ตรงม้านั่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ที่พวกเราเคยมานั่งกันประจำ มองไปรอบๆเห็นนักศึกษาคณะเกษตรฯกำลังทำงานกันอยู่ไกลออกไป


"กูให้มึงเล่าก่อน" ฟูจิเป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อน ซึ่งผมรู้ดีว่าฟูจิมันอยากให้ผมเล่าเรื่องอะไร

"คือเมื่อคืนพี่เต็มถามกูว่าลองคบกันดูมั้ย ถ้าลองแล้วมันใช่ก็ค่อยขยับสถานะกันอีกที" ผมบอกฟูจิ ฟูจิมันหันมามองผมแล้วก็ยิ้มให้


"ดีใจด้วยนะมึง ความพยายามห้าปีของมึงไม่เสียเปล่า ถึงแม้กูจะขัดใจนิดหน่อยก็เถอะ ทำไมไม่เป็นแฟนกันเลยวะ จะลองคบทำไมในเมื่อกูว่าลงท้ายยังไงก็ได้เป็นแฟนกันอยู่ดี"


"กูว่าพี่เต็มเขาก็คงยังไม่แน่ใจ คือพี่เขาบอกว่าเขา เอ่อ ชอบกู พอพี่เขาบอกว่าลองคุยลองคบกันดู กูก็เลยคิดว่าพี่เขาอาจจะอยากให้แน่ใจว่าชอบกูจริงหรือเปล่า"


"กูว่าไม่ ยังไงก็ต้องเป็นแฟนอยู่ดี และพี่เต็มเองก็รู้ตัวเอง แต่ด้วยนิสัยของพี่เต็มเท่าที่กูสังเกต ถึงแม้จะมั่นใจถึงผลลัพธ์แต่ก็ต้องใช้เวลามาอ้างอิง อย่างตอนที่บอกขอคบมึงแบบพี่น้อง พี่มันก็รู้อยู่แล้วว่าสถานะอื่นมันต้องตามมาแต่ถ้าจะมาบอกว่ามาคบกันเลยมั้ย พี่มันก็คงไม่พูด"


ผมไม่รู้ว่าจะเป็นแบบที่ฟูจิพูดมั้ย แต่ผมรู้เลยว่าฟูจิมันใส่ใจเรื่องของผมมากจริงๆ มันถึงได้คอยสังเกตท่าทีของพี่เติมเต็มที่มีให้ผม


"ขอบคุณนะมึง" ผมบอก

"ขอบคุณเรื่องอะไรวะ" ฟูจิถาม

"ทุกอย่างตลอดห้าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่กูเข้าไปเป็นเด็กใหม่ที่โรงเรียน"

"อย่ามาดราม่าไอ้คนเก่ง"


ผมหัวเราะมัน


"ไม่ได้จะดราม่ากูแค่อยากบอกสิ่งที่กูกำลังคิด"

"เอาไว้พี่เขาขอมึงเป็นแฟนเมื่อไหร่ค่อยมาขอบคุณ"

"ถ้าพี่เขาไม่ขอล่ะ กูต้องเป็นคนขอเองมั้ย"

"ก็ดี ฮ่าๆ แต่เชื่อกูพี่มันไม่ยอมให้มึงแย่งหน้าที่หรอก"


ผมหัวเราะในสิ่งที่ฟูจิมันพูด



ต่อจากนั้นเราสองคนต่างก็เงียบ ผมไม่รู้ว่าผมควรเอ่ยถามหรือรอให้ฟูจิเป็นคนพูดขึ้นมาเอง


"กูกับพี่วินรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน มึงเห็นร้านวัสดุก่อสร้างใหญ่ๆที่อยู่ปากซอยบ้านกูใช่มั้ย นั่นแหละบ้านพี่วิน ตอนมอต้นพี่วินเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับพวกเรานี่แหละ แต่พอมอปลายพี่วินก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนสาธิตของม.S ก็คือโรงเรียนสาธิตของที่นี่ ที่จริงพี่วินจะเรียนต่อมอปลายที่เดิมก็ได้ แต่พี่มันก็เลือกที่จะไปเรียนที่อื่นเพราะอยากจะห่างจากกู"


ฟูจิหยุดพูดก่อนจะมองไปบนท้องฟ้าด้วยสายตาเหม่อลอย ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าแววตาของเพื่อนผมมันเศร้ามาก ไม่รู้ว่ามันเศร้าแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว


"ตอนที่กูเรียนมอหนึ่ง ตอนนั้นพี่วินเรียนอยู่มอสาม กูไปหาพี่วินที่บ้านตามปกติอย่างที่เคยทำเป็นประจำ พอกูไปถึงกูก็เห็นพี่วินยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่น่าจะเป็นรุ่นพี่เพราะกูเห็นใส่ชุดนักเรียนมอปลาย อยู่ๆกูก็เห็นผู้หญิงคนนั้นจูบพี่วิน และกูที่ถึงแม้จะอยู่แค่มอหนึ่งแต่กูก็รู้ว่ากูไม่ได้คิดกับพี่วินแบบพี่น้องแน่ๆ และกูก็เสือกคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่มันก็คิดกับกูเหมือนกัน กูก็เลยวิ่งเข้าไปผลักผู้หญิงคนนั้นออก ผู้หญิงคนนั้นล้มลง ไม่ได้เจ็บอะไรมากแต่ก็มารู้ที่หลังว่าข้อมืออักเสบ แล้วกูก็ตะโกนออกไปว่า 'มาจูบแฟนผมทำไม' ผู้หญิงคนนั้นพอลุกขึ้นได้ก็เดินมาตบหน้าพี่วิน แล้วก็วิ่งออกไป ตอนนั้นกูรู้เลยว่ากูคิดผิดเพราะตั้งแต่รู้จักกันมากูไม่เคยเห็นพี่วินมองกูด้วยสายตาแบบนั้นมาก่อน"


ผมอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องระหว่างฟูจิกับพี่ธาวินจะเป็นแบบนี้


"แล้วพี่วินก็พูดกับกูว่า 'ถ้ามึงกำลังคิดอะไรกับกูอยู่ก็ขอให้มึงเลิกคิดซะ กูให้มึงได้แค่คำว่าพี่น้อง ถ้าเกินกว่านั้นกูคงให้ไม่ได้ เพราะกูไม่ได้ชอบผู้ชายและกูไม่ได้ชอบมึง กูจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ที่ผ่านมา กูจะถือว่าเรื่องวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น' นั่นเป็นครั้งแรกที่พี่วินขึ้นกูขึ้นมึง และหลังจากวันนั้นกูก็ออกห่างจากพี่วิน หรือจริงๆแล้วอาจจะเป็นพี่วินเองที่ออกห่างจากกู เพราะกูแทบไม่เจอพี่มันเลย จนกูได้ยินจากพี่สาวของพี่วินว่าพี่วินจะไปเรียนต่อมอปลายที่สาธิตของม.S กูก็เข้าใจได้ทันทีว่าพี่วินอยากจะห่างจากกูจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้พี่วินยังคุยกับกูเรื่องที่จะเรียนต่อมอปลายที่โรงเรียนเดิมอยู่เลย"

"แล้วมึงกับพี่เขากลับมาคุยกันตอนไหน เพราะตอนที่พวกเราเรียนมอปลายมึงยังให้พี่วินช่วยกูเรื่องพี่เต็มอยู่เลย" ผมถามแทรกขึ้น

"ก็ตั้งแต่ที่พี่วินไม่อยู่ก็ไม่ได้คุยกันจริงๆมึง แต่กูก็แอบไปหาพี่มันบ่อยเวลาที่พี่มันกลับมาที่บ้าน กูหมายถึงกูแอบไปมองพี่มันข้างเดียว พี่มันไม่รู้หรอก จนตอนนั้นที่ผลการคัดเลือกเข้ามหาลัยออก พี่วินติดม.S อย่างที่คาดไว้ พี่วินก็กลับบ้านไปกินเลี้ยงฉลองกับที่บ้านพี่มันนั่นแหละ แล้วบังเอิญไปเจอกูที่ไปทำงานพาร์ทไทม์เสิร์ฟอาหารอยู่ร้านนั้นพอดี"



พอฟูจิพูดก็ทำให้ผมจำเรื่องราวในตอนนั้นขึ้นมาได้ พ่อกับแม่ของฟูจิประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ ตอนนั้นฟูจิมันเคว้งมากครับมันเป็นลูกชายคนเดียว และญาติที่มีอยู่ก็เหลือแค่ปู่กับย่าที่มันบอกว่าก็ไม่ได้สนิทกันมากและอยู่กันคนละจังหวัด แต่พ่อกับแม่ของฟูจิมีเงินฝากก้อนหนึ่งที่ฝากไว้ให้ฟูจิ ซึ่งผมไม่ทราบจำนวนและไม่คิดจะก้าวก่ายเรื่องเพื่อน

ผมไม่รู้เลยจริงๆว่าฟูจิมันลำบากมั้ยเพราะฟูจิไม่เคยพูดให้ฟัง ช่วงมอปลายผมหิ้วปิ่นโตไปทานข้าวกับฟูจิทุกวันครับ เสาร์อาทิตย์บางทีฟูจิก็มาทานข้าวกับผมที่บ้าน


ผมเคยคุยกับแม่และป้า ท่านบอกว่าฟูจิอาจจะไม่ได้ลำบากมากแต่ก็คงจะไม่ได้สบายเพราะฟูจิต้องหางานพิเศษทำเพิ่มช่วงหลังเลิกเรียน


"กูขอถามนอกเรื่องหน่อยได้มั้ย" ผมถาม

"ถามอะไร"

"ช่วงนั้นมึงลำบากมากมั้ยว่ะ"

ฟูจิเงียบไป ก่อนจะพูดออกมา

"ที่กูไม่เคยบอกมึงเพราะกูไม่อยากให้ใครมาสงสารกู กูว่าชีวิตกูมันก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น มีคนลำบากกว่ากูอีกเยอะ กูยังมีบ้านอยู่ กูยังมีเงินที่พ่อแม่ฝากเอาไว้ให้ แต่กูก็ต้องทำงานเสริม กูจะรอแค่ใช้เงินฝากของพ่อแม่อย่างเดียวไม่ได้ และกูยังมีเงินประกันชีวิตของพ่อแม่ที่กูต้องรอจนอายุสิบแปดกูถึงจะมีสิทธิ์ใช้ได้ ซึ่งกูก็ได้รับสิทธิ์นั้นไปแล้วเมื่อปีก่อน ถึงมันไม่ได้เยอะเท่าคนอื่นแต่กูก็ไม่เคยคิดว่ามันมากหรือน้อยเพราะชีวิตพ่อแม่กูมันมีค่ามากกว่านั้น"

ความทรงจำคงจะสร้างความเจ็บปวดให้ฟูจิมากครับ ชีวิตผมที่ไม่มีพ่อมันแย่มากแต่ผมก็ยังมีแม่ยังมีป้า แต่ฟูจิไม่มีใครเลย มันจะโดดเดี่ยวสักแค่ไหน ผมไม่อยากคิดเลย

เราสองคนจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ก่อนที่ฟูจิจะเล่าต่อ


"พอพี่วินเจอกู พี่มันตกใจว่ากูมาทำอะไรที่นี่ เป็นการคุยกันครั้งแรกในรอบสามปี ตอนแรกกูก็บ่ายเบี่ยงไม่คุยด้วยเพราะกูต้องทำงาน แต่ใครจะไปคิดว่าพี่มันจะรอกูอยู่หน้าร้านตอนกูจะกลับบ้าน กูก็เลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ตั้งแต่นั้นมาก็เลยได้กลับมาคุยกันอีก"


ฟูจิหยุดพูดและเหมือนจะไม่พูดอะไรอีก


"จบแล้วเหรอวะ" ผมถาม มันยังไม่ถึงเรื่องที่ผมอยากรู้เลย

"มึงจะถามเรื่องเมื่อคืนเหรอ" ฟูจิถามผม

"ก็ ... ถ้ามึงอยากพูดถึงอะนะ"

"ที่กูไม่พูดถึงเพราะกูไม่มีอะไรจะบอกเกี่ยวกับสิ่งที่มึงเห็น และถ้ามึงอยากรู้มากกว่านั้นคือกูกับพี่วิน ไม่ได้เป็นแฟนกันหรือคบกัน"

"แต่มึงจูบกับพี่เขานะ"

"คนจูบกันไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องเป็นแฟนกันเสมอไป"

"กูไม่เห็นเข้าใจ"

"มันเป็นโลกของผู้ใหญ่มึงคงไม่เข้าใจหรอก"

"ผู้ใหญ่บ้านมึงสิ ได้ข่าวมึงกับกูก็อายุเท่ากัน ที่กูบอกว่าไม่เข้าใจคือกูไม่เข้าใจมึงนั่นแหละ ไม่ได้เป็นอะไรกันแต่จูบกันเนี่ยนะ"


ฟูจิเงียบครับ สายตามันเหม่อมองไปข้างหน้า

"นั่นสินะ กูก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน"


ผมไม่ได้ซักถามอะไรต่อเพราะคิดว่าฟูจิเองมันอาจจะยังไม่พร้อมเล่าอะไรให้ฟังเพิ่มอีกก็ได้


ฟูจิมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ

"กูว่าไปกันเถอะ เดี๋ยวไปไม่ทันพี่เต็มลงแข่ง" ฟูจิบอกผมพร้อมกับลุกขึ้นยืน

"มึงก็จะไม่ทันพี่วินแข่งเหมือนกันนั่นแหละ" ผมบอก

"ทันไม่ทันก็ไม่เป็นไรหรอก คือพี่วินไม่ได้ชวนกูแต่กูเสือกจะไปเองแหละ แต่พี่วินเขาอยากให้มึงไปเชียร์เขานี่" พอฟูจิมันพูดเรื่องนี้ขึ้นมาผมก็เลยนึกขึ้นมาได้

"ที่พี่วินบอกว่าจะจีบกูมึงโอเคเหรอวะฟูจิ"

"ไม่โอเคก็ต้องโอเคเปล่าวะ ที่จริงพี่วินพูดกับกูมาสักพักแล้วล่ะว่ามึงน่ารักดี ถ้าพี่เต็มยังไม่สนใจมึงเขาก็จะจีบมึงแย่งมาจากพี่เต็มซะเลย ช่วงหลังมากูก็เลยไม่ค่อยอยากคุยกับมึงเท่าไหร่ ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของมึงเลย แต่กูไม่ได้เกลียดอะไรมึงนะ อย่าเข้าใจผิด"

"กูไม่ได้โกรธมึง และกูก็ไม่คิดว่ามึงจะเกลียดกูด้วย กูแค่เป็นห่วงที่เห็นมึงเงียบไป ยิ่งพอมารู้แบบนี้กูก็เข้าใจมึง"


ฟูจิใช้มือตบไหล่ผมเบาๆ


"แต่ว่านะมึง" ผมพูด

"แต่อะไรวะ" ฟูจิถามผม

"ไม่เข้าใจ ยังไงกูก็ไม่เข้าใจ บอกว่าจะจีบกู แต่ก็ไปจูบกับมึงได้ อะไรวะ"


ผมไม่เข้าใจจริงๆ






ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ พี่เติมเต็มก็โทรมาอีกหลายครั้งเลย โทรมาเร่งผมเพราะพี่เติมเต็มอยู่ที่สนามแล้วและที่สำคัญที่นั่งฝั่งของทีมวิศวะใกล้จะเต็มแล้วด้วย




ที่สนามบาสเกตบอล

ฟูจิมาส่งผมจากนั้นฟูจิก็ขับรถไปทางสนามฟุตบอล

ผมมองดูเวลาในมือถือใกล้เวลาแข่งแล้วครับ พอเดินเข้ามาในโรงยิมผมพยายามมองหาที่นั่งแต่ที่นั่งที่ดีๆก็มีคนจับจองไปจนหมดแล้ว อย่างที่พี่เติมเต็มบอกเลย การมาดูพี่เติมเต็มแข่งบาสครั้งแรกของผมดูจะไม่ค่อยดีเลยครับ


ระหว่างที่ยืนมองหาที่นั่งอยู่ ผมมองไปเห็นที่นั่งที่เป็นของทีมฝั่งตรงข้ามว่างอยู่ ผมก็เลยคิดว่าจะไปนั่งฝั่งนั้นหรือจะยืนดูอยู่ตรงนี้ดี ว่าแต่ตรงนี้เขาอนุญาตให้ยืนได้มั้ย เพราะตรงนี้ก็พอจะมองเห็น


มือถือในกระเป๋ากางเกงผมสั่นครับ พอเห็นเป็นชื่อพี่เติมเต็ม ผมก็เลยรีบกดรับทันที

(ช้ามาก)

ยังไม่ทันได้พูดอะไร พี่เติมเต็มก็พูดขึ้นมาก่อน

"ขอโทษครับ ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ เอ๊ะ!รู้ได้ไงครับว่าผมมาถึงแล้ว"

(ยืนอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวไอ้ชินท์มันเดินไปรับ)

พอผมวางสายก็เห็นพี่ชินท์เดินมาทางผม ก่อนจะเดินนำผมไปทางที่นั่งของฝั่งวิศวะ


"มัวไปเถลไถลที่ไหนมาน้องคนเก่ง ไอ้เต็มมันบ่นใหญ่ว่าเราช้า"

"ขอโทษครับ ไม่คิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้"

"นี้ยังน้อยนะ ถ้าทะลุไปถึงรอบลึกๆคนจะเยอะกว่านี้อีก"

"แล้วพี่ชินท์ไม่ได้ลงแข่งเหรอครับ" ผมถามเพราะพี่ชินท์ใส่เสื้อช็อป ไม่ได้แต่งชุดกีฬา

"ไม่ได้ลง จริงๆในกลุ่มมีแค่ไอ้เต็มกับไอ้ธรณ์ที่เล่นจริงจัง พี่กับไอ้ทัตแค่มาช่วยมันซ้อม"

พี่ชินท์พาผมมานั่งตรงริมสนามที่ผมมองดู ผมก็พอจะรู้ว่ามันเป็นที่นั่งสำหรับพวกโค้ชและพวกนักกีฬา แล้วพี่ชินท์ให้ผมมานั่งตรงนี้มันจะดีเหรอ



"ช้า" พี่เติมเต็มเดินมานั่งลงข้างผม มองไปเห็นพี่ๆในทีมหันมามองผมหมดทุกคน ผมก็เลยยกมือไหว้พวกพี่ๆ ไม่รู้จะโดนว่าหรือเปล่า

"ขอโทษครับ" ผมขอโทษอีกครั้ง

"กูหมายถึงมึงน่ะไอ้ชินท์" พี่เติมเต็มพูด

"กูผิดอะไรวะ" ผมก็งงเหมือนที่พี่ชินท์งงครับ

"กูให้มึงเดินไปรับคนเก่งแค่ตรงนี้ กว่าจะเดินมาถึง แล้วคุยอะไรกันมากมายว่ะ"

"มึงอย่าให้มันเกินไปนักไอ้เต็ม ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ" พี่ชินท์พูดก่อนจะเดินไปนั่งอยู่กับพวกพี่ๆทีมบาส


"คุยกับฟูจิเรียบร้อยแล้วเหรอ"

"ครับ"

"อยากเล่ามั้ย ไม่อยากก็ไม่ต้องเล่า"

"ผมขอถามฟูจิก่อนนะครับ มันเป็นเรื่องส่วนตัวเพื่อนผมก็ไม่รู้จะเล่าได้มั้ย"

"ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น พี่ยังไม่ว่าอะไรเลย" พี่เติมเต็มใช้มือขยี้ผมของผมเบาๆ


"พี่เต็มครับ ผมมานั่งตรงนี้จะไม่โดนว่าเหรอครับ"

"ใครจะว่า"

"ก็...คือตรงนี้มันเป็นที่นั่งของนักกีฬากับคนที่เกี่ยวข้องไม่ใช่เหรอครับ"

"ก็ใช่ แต่คนเก่งไม่โดนว่าหรอกเพราะเราเป็นคนที่เกี่ยวข้อง"

"เกี่ยวข้องยังไงเหรอครับ ไม่เกี่ยวเลย วิศวะก็ไม่ได้เรียน"

พี่เติมเต็มยิ้มนิดๆ

"เกี่ยวข้องยังไง ก็เกี่ยวข้องกับใจพี่นี่แหละ และถึงไม่ได้เรียนวิศวะแต่อนาคตอาจจะได้มีแฟนเรียนวิศวะก็ได้ จริงมั้ย"

"......."



พี่เติมเต็มตัวจริง จริงๆใช่มั้ยเนี่ย!?


"พี่ลงแข่งแล้วนะ ไหนกำลังใจ"


ห๊ะ!! อะไรนะ กำลังใจเหรอ เพิ่งจะแอทแทคผมด้วยประโยคเมื่อกี้ ผมยังอึ้งอยู่เลย


"เอ่อ สู้ๆนะครับ"


ผมว่ามันเป็นคำพูดที่สิ้นคิดมาก แต่ผมคิดอะไรไม่ออก ก็เลยพูดสิ่งแรกที่คิดไว้ในหัว


"จะเต็มที่ที่สุดให้สมกับที่เป็นแมตแรกที่คนเก่งมาดูเลย"


พูดเสร็จแล้วก็ขยี้ผมของผมแรงๆ และลงท้ายด้วยจัดทรงผมให้ผมกลับมาเหมือนเดิม เห็นหัวผมเป็นอะไรเนี่ย


ได้ยินเสียงเรียกลงสนามแข่งแล้วครับ


พี่เติมเต็มลุกขึ้นยืนแล้วบิดตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันมาใช้มือบีบแก้มผมเบาๆ แล้วยิ้มให้ก่อนลงสนาม



สถานะเพิ่งเปลี่ยนเมื่อคืน
แต่ทำไมพฤติกรรมของพี่เติมเต็มถึงได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแบบนี้ อย่างกับคนละคน



ไม่ไหวจริงๆครับ
ใจผมเนี่ยแหละที่มันจะไม่ไหว






TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara✿



◕ ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ

◕ ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับฟูจิให้มากขึ้นอีกนิดนึงนะคะ

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

แหม่...น้องมาช้าแต่กลายเป็นเพื่อนผิดซะงั้น

ออฟไลน์ MmBb

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เยอะไปแล้วค่ะพี่เต็มเป็นแค่แฟนฝึกหัดกันเองนะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
พี่เต็มเทิร์นโปร

 :L2: :pig4:

ออฟไลน์ warin

  • รถไฟขบวนนั้น ได้แล่นผ่านไปแล้ว
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +60/-1
    • -
ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
 :o8: :o8: :o8:  โอ๊ยย พี่เต็มตัวปลอมชัวร์ๆ อิอิอิ

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
ดียยย์


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ Januarysky

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0
อ๋ายยยยยย
พี่เติมเต็มจัดโปรแบบนี้ แอทแทคไปเลยจ้า
อยากรู้เรื่องฟูจิมากๆๆๆๆๆๆ ท่าจะหลากรสน่าดู
 :mew1:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
นี่ขั้นทดลองนะคุณเติมเต็มมมมมมมมมม
ไม่อยากจะคิดถึงขั้นคบจริง  :heaven

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 15





การแข่งบาสจบลงด้วยดีครับ คณะวิศวะชนะทีมคู่แข่งไปแบบสบายๆเพราะคะแนนห่างกันพอสมควรเลย


"ดีนะที่ชนะ เดี๋ยวเราไม่ประทับใจถ้ามาดูแมตซ์แรกแล้วพี่แพ้" พี่เติมเต็มพูดหลังจากที่มานั่งพักเหนื่อยข้างผมได้สักพัก


"ถึงไม่ชนะก็ไม่เป็นไรครับแค่ได้เห็นพี่แข่งก็ดีใจแล้ว" ผมบอกตามที่คิดไว้


"กูเกลียดไอ้เต็มว่ะ" เสียงพี่ธรณ์ครับ


"เกลียดมันเรื่องอะไรวะ" พี่ทัตพลเป็นคนถาม แต่ผมดูจากสีหน้าพวกพี่ๆแล้ว ดูเหมือนจะรู้กันว่ากำลังคุยเรื่องอะไร


"เกลียดที่มันพูดว่าดีนะที่ชนะ พูดเหมือนมันเจอทีมที่แข็งมาก รู้แต่แรกอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องชนะ" พี่ธรณ์ตอบ


"และกูเกลียดมันที่มันบอกว่า กลัวคนเก่งไม่ประทับใจถ้าแพ้ เหตุผลเหมือนมึง คือมันรู้อยู่แล้วว่าจะชนะ ยังเสือกจะมาพูดแบบนี้อีก" พี่ชินท์พูดเสริมอีกคน


"เรื่องของกูมั้ย" พี่เติมเต็มพูด และพวกเพื่อนๆพี่เขาก็โห่แซวกันใหญ่ ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้แต่หัวเราะไปกับพวกเพื่อนๆพี่เติมเต็ม



"หิวยัง" พี่เติมเต็มถามผม

"กูเกลียดความเสียงสอง" พี่ชินท์ครับ

"อะไรของพวกมึงวะ กูก็พูดปกติ"

"เหรอ มึงลองถามคนเก่งดูมั้ย"

พี่เติมเต็มมองผม

"เอ่อ ก็ปกตินะครับ" ผมอึกอักตอบ

"แม่งส่งสายตากดดันน้อง"

พี่ธรณ์เดินมาโอบไหล่ผมและพูดว่า

"มันเริ่มเผยธาตุแท้ของมันแล้ว ถ้ารับไม่ได้ เปลี่ยนใจก็ยังทันนะคนเก่ง"

พี่เติมเต็มผลักตัวพี่ธรณ์ให้ออกจากผม

"ตัวมึงมีแต่เหงื่อ สกปรกว่ะ แล้วยังจะมาโดนตัวคนเก่งอีก"

พี่ธรณ์ไม่ได้พูดอะไร แค่หัวเราะขำพี่เติมเต็ม



สักพักผมก็ได้ยินพวกพี่ๆในทีมบาสชวนกันไปทานข้าวและเห็นว่าจะไปดื่มกันต่อด้วย

"ไปร้านพี่เอกกันมึง คืนนี้วันศุกร์ด้วยไปชิลล์กัน" พี่ชินท์เดินมาถามพี่เติมเต็มหลังจากที่นัดกับเพื่อนๆแล้ว

"เออ เอาดิ" พี่เติมเต็มตอบตกลง

"เจอกันสักสองสามทุ่ม ใครถึงก่อนก็ไลน์บอกกัน"


ตอนนี้พวกเพื่อนๆของพี่เติมเต็มแยกย้ายกันไปหมดแล้วครับ พี่เติมเต็มเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในโรงยิม ตอนแรกผมท้วงพี่เติมเต็มว่าให้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่คอนโดเลย แต่พี่เติมเต็มบอกว่าไม่ชอบใส่เสื้อเปียกเหงื่อขึ้นรถ

พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ พี่เติมเต็มก็ขับรถออกจากมหาวิทยาลัย

"พี่เต็มไม่ส่งผมที่หอก่อนเหรอครับ"

"เดี๋ยวค่อยมาที่หอ ไปคอนโดพี่ก่อน อยากอาบน้ำ"


ผมพยักหน้าด้วยความเข้าใจ พอมาถึงที่ห้อง พี่เติมเต็มก็เข้าไปอาบน้ำทันทีครับ ผมก็เลยถือโอกาสเดินดูรอบๆห้อง เมื่อคืนตอนที่มาถึงไม่ได้ลุกไปไหนเลยนอกจากนั่งอยู่ห้องรับแขก


ผมเดินมาในส่วนของห้องครัว เห็นตู้เย็นใบใหญ่สองตู้ ผมก็เลยถือวิสาสะเปิดดูด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องมีตู้เย็นถึงสองตู้ ทั้งที่อยู่คนเดียว พอเปิดดูก็ได้คำตอบครับ ตู้หนึ่งใส่เครื่องดื่มซึ่งมีทั้งน้ำเปล่า,น้ำอัดลม,น้ำผลไม้,นมกล่องและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำพวกเบียร์ ส่วนอีกตู้ผมเห็นมีพวกของสดเช่นผัก,ผลไม้และไข่ไก่ ซึ่งผมมองว่าตู้นี้ไม่จำเป็นต้องมีเลยครับ เพราะพี่เติมเต็มไม่น่าจะได้ทำกับข้าวทานเองที่ห้องอยู่แล้ว ของสดทิ้งไว้ไม่ได้ทำเสียของแย่


ผมเดินผ่านห้องครัวออกมาก็มาเจออีกห้อง ห้องนี้ดูแล้วน่าจะเป็นห้องซักรีด เพราะมีเครื่องซักผ้า มีเครื่องอบผ้า และพวกอุปกรณ์รีดผ้า คอนโดพี่เติมเต็มมีครบทุกอย่างจริงๆ ห้องนี้มีระเบียงด้วยครับ ผมเดินออกมาดู เท่าที่ดูระเบียงตรงนี้ก็คงจะเอาไว้ตากเสื้อผ้า


พอเดินออกมาจากห้องซักรีด พอมองมาด้านขวามือผมก็เห็นว่ายังมีระเบียงอยู่ตรงนี้อีก ซึ่งระเบียงตรงนี้กว้างกว่าระเบียงตรงห้องซักรีดเยอะเลยครับ ผมเดินออกมาเห็นมีเก้าอี้วางอยู่ตัวหนึ่ง และตรงมุมระเบียงมีต้นปาล์มขนาดไม่ใหญ่มากวางอยู่


ผมเดินมายืนตรงระเบียง ราวระเบียงค่อนข้างสูงนะผมว่า สูงประมาณหน้าอกผมเห็นจะได้ ผมมองลงไปข้างล่าง เห็นแสงไฟสว่างระยิบระยับอยู่ไกลๆ พอมองท้องฟ้าผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ นี่คงเป็นข้อดีของการที่อยู่ชั้นที่สูงขนาดนี้


เพราะมันทำให้เรามองเห็นดวงดาวบนฟ้าได้ชัดเจนมากขึ้น


ผมมักจะเปรียบพี่เติมเต็มเป็นดวงดาวเสมอ ฟูจิเคยถามถึงเหตุผลแต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี คือเมื่อก่อนช่วงที่ผมเข้ามาเรียนมอสามใหม่ๆ เวลาเจอพี่เติมเต็มทีไร ผมจะนึกถึงคำว่า star ตลอด รู้สึกว่าพี่เขาโดดเด่น เปล่งประกายประมาณนี้ล่ะมั้งนะ


พูดถึงฟูจิ ไม่รู้ป่านนี้มันเป็นยังไงบ้าง


ผมไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ที่ระเบียงนานแค่ไหนแล้ว จนกระทั่งได้กลิ่นน้ำหอมอยู่ใกล้ๆ แต่ยังไม่ทันได้หันหน้ากลับไปมอง ก็มีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนมายืนซ้อนหลังผมอยู่ พร้อมทั้งมือสองข้างก็มาจับราวคร่อมตัวผมไว้ ผมสะดุ้งครับและพี่เติมเต็มก็น่าจะรับรู้ได้

"นึกว่าแอบหนีกลับหอไปแล้ว" น้ำเสียงของพี่เติมเต็มเป็นเหมือนแซวเล่นมากกว่า

"......"


ใจผมมันเต้นระรัวและผมว่าตัวผมสั่นนิดๆด้วย แผ่นหลังของผมแนบชิดกับหน้าอกของพี่เติมเต็มอย่างชัดเจนโดยที่ผมไม่ต้องหันไปมอง เพราะความร้อนของร่างกายของอีกคนกระจายไปทั่วแผ่นหลังของผม


เมื่อผมไม่พูดอะไร ก็เหมือนพี่เติมเต็มจะเงียบเหมือนกัน มันก็ไม่เชิงว่าอึดอัดแต่เพียงแค่ ผมทำตัวไม่ถูกกับการใกล้ชิดแบบนี้ ลมหายใจของพี่เติมเต็มมันสัมผัสได้ที่ข้างแก้มและใบหูของผมตลอดเวลา


"อึดอัดมั้ย" พี่เติมเต็มถามครับ เสียงพี่เติมเต็มได้ยินชัดมากๆ

"อึดอัดเรื่องอะไรครับ" ผมว่าเสียงผมมันสั่นครับ

"ก็อึดอัดที่พี่ทำอะไรแบบนี้" พี่เติมเต็มพูดด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก

"ไม่ครับ"

"พี่แค่อยากรู้ว่า ถ้าพี่ทำแบบนี้" พี่เติมเต็มเปลี่ยนจากที่เอามือคร่อมตัวผมอยู่เป็นมากอดเอวผมแทน

"แบบนี้" พี่เติมเต็มเอาคางมาวางที่ไหล่ของผมจนแก้มผมกับแก้มพี่เขาสัมผัสกัน

"พี่จะรู้สึกยังไง"

"......"

"พี่ว่า...มันก็โอเคดี ไม่ได้รู้สึกแย่"

"......"

"แล้วคนเก่งล่ะ รู้สึกยังไงที่พี่ทำแบบนี้"

"ก็ ... "

"ก็อะไร"

"ไม่ตอบได้มั้ยครับ"

"งั้นตอบแค่สั้นๆก็พอ"

"......"

"รู้สึกดีใช่มั้ย"


'โคตรดี' อยากจะตอบแบบนี้จัง


"ครับ รู้สึกดีมากๆเลย"


"ไม่อึดอัดและไม่รู้สึกแย่ใช่มั้ยที่พี่ เอ่อ เหมือนถึงเนื้อถึงตัวเรามากไป" พี่เติมเต็มพูดน้ำเสียงเหมือนไม่มั่นใจ พอผมมองผมก็เห็นว่าพี่เติมเต็มหน้าแดงนิดหน่อย ผมยิ้มทันทีเลย เพิ่งรู้ว่าพี่เติมเต็มเองก็เขินเหมือนกัน


"ไม่รู้สึกแย่เลยครับ" ผมตอบด้วยความมั่นใจ


"ดีจัง" พี่เติมเต็มจับตัวผมให้หันมาทางพี่เขา และใช้มือลูบหัวผมแทน

"เผื่อต่อไปถ้าพี่ทำอะไรที่มากกว่านี้ พี่จะได้มั่นใจว่าทำได้"

"ทำอะไรครับ!" ผมเผลอเสียงดัง

"เสียงดังทำไม" พี่เติมเต็มหัวเราะผม

"เราเป็นแค่ ... แค่แฟนระยะทดลองเท่านั้นนะครับ" ผมบอก

"ก็เพราะเป็นช่วงทดลองไง พี่ถึงต้องลองทำอะไรหลายๆอย่างเพื่อจะได้รู้ว่ามันดีมั้ยไง" พี่เติมเต็มพูดยิ้มๆ

"พี่เติมเต็มไปได้แล้วครับ เดี๋ยวเพื่อนรอ" ผมรีบดันตัวพี่เติมเต็มให้เดินเข้าไปในห้อง เพื่อไม่ให้พี่เติมเต็มพูดอะไรมากกว่านี้

"ครับๆ" ผมได้ยินเสียงพี่เติมเต็มหัวเราะผมไม่หยุด

เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกหมั่นไส้พี่เติมเต็ม



ระหว่างที่พี่เติมเต็มขับรถมาส่งผมที่หอพัก มีสายเรียกเข้าจากคุณป้า (ม๊าของพี่เติมเต็ม) มาที่มือถือพี่เติมเต็ม แต่พี่เติมเต็มบอกให้ผมรับสายแทนได้เลย ตอนแรกผมก็ลังเลใจ แต่พี่เติมเต็มย้ำว่าให้รับสายได้เลย


"สวัสดีครับ"

(เอ๊ะ คนเก่งเหรอลูก)

"ใช่ครับ"

(พี่เขาล่ะ)

"พี่เต็มขับรถอยู่ครับ"

(ดีเลย ม๊าอยากคุยกับหนูอยู่เหมือนกัน)


ผมรู้สึกเขินๆครับที่คุณป้าเรียกแทนตัวผมว่าหนู ซึ่งคุณป้าชอบเรียกผมแบบนี้ประจำ


"ครับ คุณป้า"

(เมื่อคืนพี่เขาบอกกับม๊าว่าจะลองคบกับหนูดู จริงหรือเปล่า)


ผมรีบหันไปมองพี่เติมเต็มทันที อะไรกัน? ไปเล่าให้คุณป้าฟังแล้วงั้นเหรอ ขนาดผมเองยังไม่เล่าให้ที่บ้านฟังเลย เพราะกลัวสุดท้ายลองคบแล้วมันไม่ใช่ขึ้นมา ก็ไม่รู้ว่าจะไปอธิบายให้ที่บ้านฟังยังไง


"พี่เต็มบอกคุณป้าเหรอครับ"


พี่เติมเต็มหันมามองผมเล็กน้อยและผมว่าผมเห็นพี่เติมเต็มยิ้มที่มุมปากด้วย


(ใช่จ้ะ พี่เขาบอกม๊า คนเก่งตอบตกลงใช่มั้ย)


"ก็...ใช่ครับ" ผมเขินมากจนไม่รู้จะเอามือไม้ไว้ที่ไหนดี และเหมือนคนที่นั่งข้างๆผมเหมือนจะรู้ พี่เติมเต็มจับมือขวาของผมไปกุมไว้และวางไว้บนตักพี่เขา


ตอนนี้ผมเขินทั้งม๊าพี่เติมเต็ม และเขินสิ่งที่พี่เติมเต็มกำลังทำ


(ม๊าแค่อยากถามเพื่อความมั่นใจว่าลูกชายม๊าทำจริงอย่างที่พูดใช่มั้ย)

"......." ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี

(กลับบ้านคราวหน้า ให้พี่เขาพามาหาม๊าที่บ้านด้วยนะ)

"ครับ เดี๋ยวผมจะบอกพี่เต็มให้ครับ"

(ว่าแต่กำลังจะไปไหนกันจ้ะ)

"พี่เต็มกำลังจะไปส่งผมที่หอครับ"

(ถ้าพี่เขาดูแลไม่ดี หนูต้องบอกม๊านะ)

".....ครับ"

หลังจากนั้นม๊าของพี่เติมเต็มก็วางสายไป



และผมก็ถามพี่เติมเต็มทันที

"พี่เต็มครับ"

"ว่าไง"

"ทำไมพี่เต็มถึงบอกคุณป้าเรื่องที่เรา ... "

"คบกันน่ะเหรอ"

"ลองคบครับ" ผมแก้

"ไม่อยากให้พี่บอกเหรอ"

"ก็...เรายังไม่รู้เลยว่า อนาคตมันจะใช่หรือเปล่า ถ้าในที่สุดมันไม่ใช่ เราต้องมาอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจอีกนะครับ มันจะยุ่งยากหรือเปล่า"

"พี่ใช่สำหรับคนเก่งมั้ย"

"มันก็ต้องใช่สิครับ ถามแปลกจัง"

"สำหรับพี่ ถ้าพี่เลือกที่จะบอกคนอื่น โดยเฉพาะคนในครอบครัว นั่นก็คือพี่มั่นใจ ว่าในอนาคตมันต้องใช่"

"......."

"อย่ากังวลไปเลย" พี่เติมเต็มบีบมือผมแน่นขึ้น




ไม่ถึงห้านาที พี่เติมเต็มก็มาจอดรถที่หน้าหอผม

"ขอบคุณนะครับ อย่ากลับดึกมากนะ"

"เดี๋ยว! จะไม่ไปกับพี่เหรอ"

"ก็พวกพี่ๆจะไปดื่มกันไม่ใช่เหรอครับ"

"มันก็ใช่ แต่เรายังไม่กินอะไรเลยนะ"

"เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวผมหาอะไรกินแถวนี้ก็ได้ครับ"


พี่เติมเต็มถอยรถเข้าไปจอดที่จอดรถบริเวณหน้าหอ ปลดล็อครถและดับเครื่อง ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินลงไปก่อนผม ผมก็เลยรีบหยิบกระเป๋าและรีบเปิดประตูรถลงไป และพี่เติมเต็มก็บอกกับผมว่า

"ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวครับ"


เอาอีกแล้ว   'ครับ'   มาอีกแล้ว

แล้วผมก็ยอมตามเคย



ระหว่างที่ผมอาบน้ำอยู่ พี่เติมเต็มก็นั่งรอผมอยู่ในห้อง ผมใช้เวลาอาบน้ำและแต่งตัวไม่นาน ตอนแรกพี่เติมเต็มไม่ยอมให้ผมเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนในห้องน้ำ แต่จะให้ผมนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ ผมก็คงไม่สามารถครับ


พอเดินออกมาจากห้องน้ำเท่านั้นแหละ ผมรีบวิ่งมาที่โต๊ะเขียนหนังสือของผมทันที เพราะพี่เติมเต็มกำลังเปิดดูโน๊ตบุ๊คของผม ซึ่งมันมีความลับเยอะมากครับ


แต่...คงไม่ทันแล้วล่ะครับ แงๆ



ตอนนี้สิ่งที่พี่เติมเต็มกำลังดูอยู่คือหน้าเฟซบุ๊คของผมเองครับ ผมอยากจะร้องไห้ ไม่อยากให้พี่เติมเต็มมารู้เลย



Konkeng Peimthaworn :
            คิดถึงพี่เต็มมากนะครับ



Konkeng Peimthaworn :
                ผมรักพี่นะครับ



Konkeng Peimthaworn :
        วันนี้เรียนไม่ค่อยหนัก  แต่รักพี่หนักมาก



Konkeng Peimthaworn :
          คิดถึงพี่เต็มจะแย่แล้วเนี่ย



Konkeng Peimthaworn :
        เคยได้ยินมีคนพูดว่าความคิดถึงฆ่าคนได้ ตอนนี้กูกำลังจะตายแล้ว!!!! คิดถึงโว้ยยยย





พี่เติมเต็มกำลังเลื่อนดูสเตตัสบนเฟซบุ๊คที่ผมเคยโพสไว้ แต่มันเป็นโพสที่ผมตั้งค่าไว้ให้ตัวผมเห็นคนเดียว


"ถ้าพี่ต้องเลื่อนอ่านจนหมดคืนนี้คงจะไม่ได้ออกไปไหนแน่เลย" พี่เติมเต็มบอกก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่ทำเอาผมขาสั่น


"เอาไว้ค่อยมานั่งดูทีหลังดีกว่า"


พี่เติมเต็มใช้มือจัดทรงผมให้ผม ก่อนจะตามมาด้วยการบีบแก้มผมเบาๆ


"ไปกันได้แล้ว"


พี่เติมเต็มจัดการปิดโน๊ตบุ๊ค และหยิบมือถือกับกระเป๋าสตางค์ของผมให้ด้วย เหมือนพี่เติมเต็มรู้ว่าสติผมไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว


"ไม่อยากให้เห็นเหรอ" พี่เติมเต็มถามตอนที่ขับรถออกมาจากหอพักแล้ว

"ครับ มันเขิน"

พี่เติมเต็มไม่พูดอะไรแค่ยิ้มและดึงมือผมไปจับและวางบนตักตัวเองอีกแล้ว




เรามาถึงร้านที่พวกพี่ๆเขานัดกันไว้ช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อยครับ

"มัวทำไรอยู่วะช้าสุด"

พี่ธรณ์ถามทันทีที่เราสองคนเดินมาถึงโต๊ะ ผมเห็นมีเก้าอี้แบบโซฟาว่างอยู่ ซึ่งน่าจะนั่งได้สองคนพอดี เดาว่าน่าจะเป็นของผมกับพี่เติมเต็ม พี่เติมเต็มให้ผมเข้าไปนั่งก่อน และพี่เติมเติมก็ตามมานั่งข้างๆ

"ทำอะไรกันดีล่ะ" พี่เติมเต็มหันมาถามผม

"สั่งอาหารหรือยังครับพี่ชินท์" ผมเลี่ยงด้วยการหันไปถามพี่ชินท์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับผมแทน

"สั่งแล้ว แต่อยากกินอะไรสั่งได้เลย" พี่ชินท์บอกผม

"เอาตัวรอดเก่งนะ" พี่เติมเต็มกระซิบข้างหูผม ผมแค่ยิ้มตอบเพราะไม่อยากพูดอะไรที่มันอาจจะเข้าตัว"


"คนเก่ง เอาอะไร เหล้าหรือเบียร์" พี่ทัตพลถามผม

"อย่าเพิ่งมึง ให้น้องกินข้าวก่อน เดี๋ยวเมา" พี่เติมเต็มห้ามพี่ทัตพลที่กำลังหยิบแก้วใบใหม่ออกมา


"กลัวอะไรวะ มากับมึง น้องเมามึงก็ดูแลแค่นั้น" พี่ทัตพลแย้งขึ้นมา

"เมาไม่เมากูก็ดูแลอยู่แล้ว แต่กูแค่อยากให้น้องกินข้าวก่อน"

พี่ทัตพลพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหันไปชนแก้วกับเพื่อนๆ


รอไม่นานอาหารที่สั่งก็มาเสิร์ฟ กลายเป็นว่าทั้งโต๊ะมีผมคนเดียวที่นั่งทานข้าวในขณะที่พี่ๆคนอื่น ทานกับข้าวเป็นกับแกล้ม


ผมดูเด็กชะมัดเลย


"พี่เต็มไม่กินข้าวเหรอครับ"

"กินข้าวเดี๋ยวกินเหล้าได้น้อย"

"ไม่เห็นจะเกี่ยว"

"อยากให้กินเหรอ"

"ครับ"

"ถ้าป้อนจะกิน"

"งั้นก็ไม่ต้องกินเลยครับ" พี่เติมเต็มหัวเราะ ใครจะมานั่งป้อนล่ะ คนเยอะขนาดนี้



"มึงๆเห็นเพจ NiceGuys ยังวะ" พี่ธรณ์ชะโงกหน้ามาถามพี่เติมเต็ม

"มีอะไรอีกว่ะ" พี่เติมเต็มถาม

"เข้าไปดูจะไอจี จะเฟซบุ๊คก็ได้"


พี่เติมเต็มหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ผมเห็นพี่เติมเต็มเข้าไปที่ไอจี พี่เติมเติมขยับเข้ามานั่งใกล้ผมมากขึ้นเพื่อให้ผมได้อ่านด้วย



NiceGuys

        วันนี้แอดแว่บไปส่องบรรดาหนุ่มๆที่สนามบาส เห็นมั้ยคะว่าใคร? อดีตสามีของแอดเองค่ะ พี่เติมเต็ม ปี 3 เป็นตัวจริงของนักกีฬาบาสเกตบอลคณะวิศวะมาหลายปี แต่ตัวจริงของใจยังไม่รู้ว่ายังไง เอ?! แล้วบรรยากาศหวานในรูปนี่คืออะไรยังไงคะ เพิ่งเคยเห็นพี่เติมเต็มอ่อนโยนขนาดนี้ ตอนเป็นสามีแอดไม่เคยอ่อนโยนเลยสักครั้ง


                (แนบรูป)




รูปที่ทางเพจเอามาลงคือเป็นรูปที่ถ่ายได้ตอนที่พี่เติมเต็มบีบแก้มผมก่อนที่จะลงสนามแข่ง


ผมค่อนข้างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายรูปมาลง ผมลืมไปได้ยังไงว่าพี่เติมเต็มมีคนคอยตามพี่เขาอยู่เยอะเหมือนกัน เวลาปกติอาจจะไม่มีใครตามถ่ายรูปพี่เขาก็จริง แต่เวลามีแข่งกีฬาแบบนี้มันต้องมีคนตามถ่ายรูปพี่เติมเต็มอยู่แล้ว

ผมหยิบมือถือตัวเองขึ้นมา กดเข้าไปที่ไอจีเพื่อดูรูปนั้น รูปถ่ายออกมาสวยมากเลยครับ ในรูปพี่เติมเต็มกับผมเราสบตากัน ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ถ่ายจะกดถ่ายได้ทันเพราะผมว่าช่วงเวลาที่ผมสบตาพี่เติมเต็มมันสั้นมาก เสี้ยววินาทีเลยก็ว่าได้


แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ผมจะต้องคิด สิ่งที่ผมต้องคิดคือผลที่จะตามมาหลังจากที่มีคนเห็นภาพนี้ ตัวผมไม่เท่าไหร่หรอก แต่พี่เติมเต็มเนี่ยสิ

ผมเลื่อนมาดูตรงความคิดเห็น


comment 1 : หืม!?อะไรยังไง
comment 7 : พี่เต็มหล่อจัง
comment 23 : ใครที่พี่เต็มจับแก้มคะแอด
comment 31 : หน้าคล้ายๆกับคนที่พี่วิน วิศวะบอกจะจีบเลย
comment 32 : ใช่เหรอ รูปนี้เห็นด้านข้างไม่แน่ใจ
comment 44 : คอนเฟิร์มว่าคนเดียวกันเพราะวันนี้เราก็ไปที่สนาม
comment 57 : ไม่มีวาร์ปเหรอคะแอด


มีคนให้ความสนใจขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ผมหันไปมองพี่เติมเต็ม เห็นพี่เติมเต็มก็กำลังเลื่อนอ่านคอมเม้นท์อยู่เหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าพี่เติมเต็มรู้สึกยังไงเพราะหน้าพี่เขาเฉยมากๆ แต่ไม่นานผมก็เห็นพี่เติมเต็มพิมพ์ข้อความลงไป



teimtemp : รูปสวยครับ ช่วยส่งให้ส่วนตัวได้มั้ย @NiceGuys
NiceGuys : ถึงขั้นแท็กมาขอรูป ต้องแถลงข่าวหน่อยมั้ยคะ @teimtemp
teimtemp : ขอเก็บเป็นความลับให้ลุ้นกันก่อนน่าจะดีกว่า


หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็นอีกหลายคน


"พี่เต็มครับ คอมเม้นท์ไปแบบนั้นมันจะดีเหรอครับ" ผมถาม

"แล้วมันไม่ดียังไง" พี่เติมเต็มใช้แขนข้างหนึ่งมาโอบไหล่ผมไว้ แล้วใช้มือข้างที่โอบยกขึ้นมาลูบผมของผมเบาๆ

"มันจะไม่ดีกับพี่เต็มนะสิ มีข่าวแบบนี้กับผู้ชาย" ผมบอก

"ใช่ มีข่าวเรื่องรักๆแบบนี้กับผู้ชายมันไม่ดี แต่ถ้ามีกับเราพี่โอเคนะ ไม่ต้องคิดมาก พี่ไม่ใช่คนที่ทำอะไรฝืนใจตัวเอง เพียงแค่ให้คนอื่นรู้สึกดี เรื่องนี้ก็ด้วย" พี่เติมเต็มบอกผมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


หลังจากนั้นทางแอดมินของ NiceGuys ก็ส่งรูปมาให้พี่เติมเต็มทางอินบ็อกซ์ของไอจีหลายรูปเลยครับ มีทั้งรูปตอนที่พี่เติมเต็มกำลังแข่ง และรูปที่มีผมติดมาด้วย พี่เติมเต็มเอาให้ผมดูรูปสวยจริงๆด้วย


พวกพี่ๆนั่งดื่มกันและฟังเพลงกันไปเรื่อยๆครับ ส่วนผมไม่ได้ดื่มด้วยครับเพราะผมกลัวตัวเองจะเมา แล้วจะเป็นภาระของพี่เติมเต็ม อยากให้พี่เติมเต็มดื่มกับเพื่อนๆให้เต็มที่ดีกว่า เผื่อถ้าพี่เติมเต็มเมาผมก็จะได้ขับรถไปส่งพี่เติมเต็มที่คอนโดได้ และเผื่อเจอด่านจะได้ไม่เสี่ยงโดนเป่าแอลกอฮอล์ตอนกลับด้วย

"คนเก่ง" พี่เติมเต็มกระซิบที่ข้างหูผมเพราะตอนนี้เสียงในร้านค่อนข้างดัง ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ

"ครับ"

"ขอบคุณนะครับ" พี่เติมเต็มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน และไม่ใช่แค่น้ำเสียงเท่านั้น สายตาที่มองผมมันก็อ่อนโยนมากๆเช่นกัน ที่สำคัญมีต่อท้ายด้วยคำว่า 'ครับ' ที่ผมแพ้อีกต่างหาก

"ขอบคุณเรื่องอะไรเหรอครับ"

"ตอนที่พี่เปิดโน๊ตบุ๊คแล้วเห็นสเตตัสพวกนั้นของคนเก่ง พี่รู้สึกดีมากเลย เหมือนตัวมันจะลอยได้ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญ" พี่เติมเต็มใช้มือลูบแก้มผมไปมา

"พี่เต็มก็เป็นคนสำคัญมาตลอดอยู่แล้วนี่ครับ"

"มันก็ใช่ แต่ไม่รู้สิ เพิ่งรู้สีกตัววันนี้ว่าตัวเองสำคัญล่ะมั้ง"

"ผมว่าพี่เติมเต็มเมาแล้วแน่เลย"

"แค่นี้พี่ไม่เมาหรอก" พี่เติมเต็มบีบแก้มผมเบาๆ ก่อนจะหันไปดื่มกับเพื่อนๆต่อ

เวลาประมาณตีหนึ่ง พวกพี่ๆก็เริ่มทยอยกลับเพราะมีหลายคนเมามากแล้ว พี่เติมเต็มก็เลยชวนผมกลับเหมือนกัน

พอเดินมาถึงรถ ผมก็กุญแจรถจากพี่เติมเต็ม

"ขอกุญแจรถครับ ผมขับเอง"

"พี่ขับได้ ไม่เมาเลย"

พี่เติมเต็มปลดล็อครถ ก่อนจะเปิดประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ

"เชิญครับ" พี่เติมเต็มบอกผม

"แบบนี้นี่แหละเมา" ผมพูด พี่เติมเต็มหัวเราะเบาๆก่อนจะเดินไปเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับ และขึ้นไปนั่ง ผมก็เลยต้องขึ้นไปนั่งเหมือนกัน

"ถ้าเจอด่านจะทำยังไงครับ" ผมถาม

"รับรองไม่เจอ เดี๋ยวไปทางลัด"

"ดูเหมือนไม่ใช่พี่เต็มเลยนะเนี่ย ผมว่าพรุ่งนี้ตื่นมาจะจำไม่ได้ว่าพูดหรือทำอะไรบ้าง"

"บอกแล้วไงว่าแค่นี้พี่ไม่เมาหรอก รับรองว่าจำได้ทุกอย่าง"

ผมไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะพี่เติมเต็มก็ไม่ได้มีท่าทางเมาหรือว่าอะไรเลย เพียงแค่พูดอะไรแปลกๆที่ดูไม่ใช่พี่เติมเต็มเลย


ใช้เวลาไม่นานรถของพี่เติมเต็มก็มาจอดที่หน้าหอพักของผม

"ขับรถกลับดีๆนะครับ" ผมบอกพี่เติมเต็ม ก่อนที่จะปลดเข็มขัดนิรภัย ผมเห็นพี่เติมเต็มเองก็ปลดเข็มขัดนิรภัยเหมือนกัน

"ครับ?" ผมเดาว่าพี่เติมเต็มคงมีเรื่องจะพูดกับผม

พี่เติมเต็มโน้มตัวมาใกล้ผม จนผมมองหน้าพี่เติมเต็มไม่ชัดเพราะมันใกล้มาก

ผมขยับตัวหนีพี่เติมเต็มแต่ในรถมันมีพื้นที่ให้หนีได้แค่นี้จริงๆ

"จูบนะ"

พี่เติมเต็มพูดแต่ดูเหมือนจะไม่ต้องการคำตอบเพราะริมฝีปากพี่เติมเต็มแตะลงมาสัมผัสที่ริมฝีปากของผม ตอนแรกพี่เติมเต็มสัมผัสแค่เบาๆครับเหมือนจะหยอกล้อ แต่ต่อมาสัมผัสของพี่เติมเต็มมันรุกล้ำมากขึ้น

ผมไม่เคยจูบมาก่อน ผมรู้เลยว่าผมเงอะงะมากๆ และเหมือนพี่เติมเต็มจะรู้เพราะดูเหมือนพี่เขาจะพยายามช่วยผมเหมือนกัน

ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันนานแค่ไหน แต่ในความรู้สึกของผมมันนานมากๆ

พี่เติมเต็มละริมฝีปากออกจากริมฝีปากผม ก่อนจะจูบเบาๆ ย้ำๆ สองครั้ง

"พี่ยืนยันว่าพี่ไม่ได้เมา พี่แค่ดื่มย้อมใจ" พี่เติมเต็มใช้มือลูบที่ริมฝีปากผมเบาๆ

"ย้อมใจ?"

"พูดแล้วอายชะมัด อยากจะจูบตั้งแต่ที่คอนโดแล้ว แต่ใจไม่กล้าเท่าไหร่ ก็เลยต้องใช้ตัวช่วย เผื่อมันจะกล้า และมันก็ได้ผล" พี่เติมเต็มพูดด้วยน้ำเสียงเขินๆ

พี่เติมเต็มน่ารักจังเลยครับ จริงๆถ้าขอผมก็ให้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องดื่มเหล้าเลย แต่เรื่องนี้ผมไม่บอกหรอกครับ

"ไม่ใช่พรุ่งนี้ตื่นมาแล้วลืมนะ" ผมพูดเบาๆกับตัวเอง แต่ในรถเงียบๆแบบนี้พี่เติมเต็มก็ต้องได้ยิน


"งั้นจูบอีกนะ จะได้มั่นใจว่าพรุ่งนี้ไม่ลืม"

พี่เติมเต็มพูดก่อนจะดึงตัวผมเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

แล้วเราก็จูบกันอีกครั้ง

และ

อีกหลายครั้ง

พรุ่งนี้ปากผมต้องบวมแน่เลย
โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์







TBC.

#เติมเต็มรัก
ninewara✿


ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:


หวัย ๆ จูบกันแล้ว  อิอิ

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 16




[เติมเต็ม part]




ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วครับ
หลังจากคืนนั้นที่ผมจูบคนเก่งไป ตอนแรกผมคิดว่าถ้ามาเจอหน้ากันวันต่อมาจะมองหน้ากันติดมั้ย แต่ไม่มีอะไรแบบนั้นที่ผมกลัว ผมว่าที่เราสองคนรู้สึกคงจะมีแค่รู้สึกเขินๆกันมากกว่า เห็นผมเป็นแบบนี้ผมก็เขินนะ ก็คนเก่งเป็นผู้ชายคนแรกเลยที่ผมจูบ และคงจะเป็นแค่ผู้ชายคนเดียวเท่านั้นที่ผมจะจูบได้


รู้สึกดีชะมัดเลย




วันนี้ผมมีแข่งบาสกับคณะที่หินน่าดูเลย เป็นทีมที่ชนะจากสายเอ มาเจอพวกผมที่ชนะสายบี ถ้าใครชนะวันนี้ก็คือรอชิงชนะเลิศครับ

และตั้งแต่ผมแข่งมาสามปี วิศวะยังไม่เคยที่จะไม่เข้ารอบชิง และเราก็เป็นแชมป์มาตลอดสามปี ปีที่แล้วจำได้เลยว่ารอบก่อนชิง ผมก็เจอทีมคู่แข่งที่หินสุดๆเหมือนกัน แข่งเสร็จกลับไปผมสลบเลย หลับยาวเลยครับ



"พี่ว่ากลับพรุ่งนี้ก็ได้มั้ง" ผมบอกคนเก่ง เพราะเจ้าตัวบอกว่าหลังจากที่ดูผมแข่งเสร็จก็จะกลับบ้านเลย

"คือพรุ่งนี้ต้องไปทำบุญกับที่บ้านแต่เช้าครับ ก็เลยต้องกลับวันนี้เลย" คนเก่งให้เหตุผล

"พี่ไม่อยากขับรถกลับวันนี้ไง แข่งเสร็จก็ห้าหกโมงเย็นแล้ว"

"งั้นให้ผมขับรถให้นะครับ พี่เติมเต็มนั่งให้สบายๆก็พอ"

"ขับได้เหรอ เคยขับทางไกลมั้ย" ผมรู้ว่าคนเก่งขับรถได้และคล่อง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าน้องเคยขับได้ไกลมากแค่ไหน

"สบายมากครับ เคยขับเข้ากรุงเทพฯออกจะบ่อย แค่ขับกลับบ้านแค่นี้สบายมาก" เมื่อผมเห็นท่าทางมั่นใจผมก็เลยตอบตกลง



ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่พวกเราตั้งความหวังไว้ ถึงแม้ว่าเราจะชนะด้วยคะแนนที่ไม่ห่างมาก แต่เราก็ชนะเข้าสู่รอบชิง คู่แข่งเก่งสมคำร่ำลือครับกว่าจะชนะมาได้เล่นเอาหืดขึ้นคอเหมือนกัน


หลังจากที่กลับคอนโดมาอาบน้ำและเตรียมของอีกนิดหน่อยเพื่อจะกลับบ้าน คนเก่งที่เตรียมของเอาไว้ตั้งแต่ที่ออกจากหอมาเมื่อเช้าก็เป็นสารถีขับรถให้ผมนั่ง

การที่ไม่ได้ขับรถเองมันก็แปลกๆเหมือนกันครับเพราะปกติผมไม่ค่อยให้ใครขับรถให้นั่งสักเท่าไหร่ คนเก่งขับรถค่อนข้างดีเลย


หลังจากแวะทานข้าวกันระหว่างทาง คนเก่งใช้เวลาขับรถเกือบๆสองชั่วโมงก็ถึงบ้าน ซึ่งปกติถ้าผมขับไม่เกินชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้ว

คนเก่งจอดรถที่หน้าบ้านตัวเอง ก่อนที่จะลงจากรถและผมก็เปลี่ยนไปนั่งประจำที่นั่งคนขับแทน

ผมลดกระจกลง ตอนที่เห็นคนเก่งเดินมาด้านข้างประตูฝั่งคนขับ

"ขับรถกลับดีๆนะครับ" คนเก่งบอกผม

"ครับ ฝันดีนะ" ผมบอกคนเก่ง

"พรุ่งนี้เจอกันนะครับ" คนเก่งบอกผมอย่างที่เคยบอกเป็นประจำ

"แต่ขอดูเวลาก่อนนะว่าจะเจอกันได้ตอนไหน พี่ว่าพี่สลบยาวแน่" ผมบอกตามความจริง รู้สภาพร่างกายตัวเองดีครับ ช่วงนี้อ่านหนังสือเกือบเช้ามีซ้อมบาสทุกเย็น แถมวันนี้มีแข่งอีก

"งั้นพี่เติมเต็มรีบกลับไปพักผ่อนนะครับ"

"พี่ไปนะ" ผมบอกคนเก่ง ก่อนจะบอกให้คนเก่งเดินเข้าบ้านไปได้เลย ไม่ต้องรอยืนส่งผมอย่างที่เคยทำเพราะมันดึกแล้ว ซึ่งคนเก่งก็เชื่อฟังผมเป็นอย่างดี โบกมือบ๊ายบายให้ผมก่อนที่จะเปิดประตูรั้วและเข้าบ้านไป




เช้าวันต่อมา
ผมรู้สึกตัวตื่นมาตอนเกือบสิบโมง ผมว่ามันยังเช้าอยู่มากและผมว่าร่างกายผมมันยังพักผ่อนไม่พอ ผมโหมร่างกายมาตลอดทั้งอาทิตย์มันก็คงไม่แปลกที่ร่างกายมันจะเริ่มประท้วง

ผมไม่ได้นอนหลับต่อ แต่ก็ยังไม่อยากจะลุกจากที่นอน ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือที่อยู่ใต้หมอนอีกใบที่อยู่บนเตียง เห็นมีมิสคอลจากคนเก่งสองสาย ดูเวลาเป็นช่วงประมาณเก้าโมงเช้า

ผมกดเข้าไปดูที่แอพพลิเคชั่นไลน์ ผมเลือกกดเข้าไปดูที่ไลน์ของคนเก่งก่อนใคร

konkengg : พี่เต็มตื่นยังครับ

konkengg : โทรหาไม่รับเลย

konkengg : สงสัยยังไม่ตื่น

konkengg : ถ้าตื่นแล้วตอบไลน์ด้วยนะครับ

ข้อความที่คนเก่งส่งหาผม ระยะเวลาห่างกันประมาณครึ่งชั่วโมง

teimtem : ตื่นแล้ว
teimtem : แต่ยังไม่อยากลุกเลย

ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วเร็วมากเลยครับ เหมือนว่าคนเก่งรอให้ผมตอบอยู่อย่างนั้นแหละ

konkengg : โทรได้มั้ยครับ
teimtem : ได้


ไม่นานคนเก่งก็โทรเข้ามา


(วันนี้พี่เต็มมีโปรแกรมจะไปทำอะไรมั้ยครับ) คนเก่งถามทันทีที่ผมรับสาย

"คิดว่าคงไม่ อยากนอนมากกว่า"

(ตอนเย็นออกไปทานข้าวกันมั้ยครับ)

"ตอนเย็นเหรอ...อืมมม...วันนี้พี่เหนื่อยมากจริงๆ ไม่อยากออกไปไหนเลย อ่านหนังสือเตรียมสอบเกือบเช้าทั้งอาทิตย์เลย ไหนจะแข่งบาสอีกวันนี้เลยตั้งใจว่าจะพักผ่อน" ผมตอบตามความจริง

(ไม่ทานข้าวก็ได้ ถ้างั้นผมขอไปหาพี่เติมเต็มที่บ้านได้มั้ยครับ) คนเก่งขอขึ้นมาอีก

ผมว่าวันนี้คนเก่งแปลกๆนะ ปกติจะไม่มาเซ้าซี้อะไรแบบนี้กับผมมาก่อน ผมไม่รู้ว่าเพราะเราสนิทกันมากขึ้นหรือเปล่าที่ทำให้คนเก่งแสดงความเป็นตัวเองมากขึ้น แต่ผมว่าก็ไม่น่าจะใช่นะ

"คนเก่งมีอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูงอแง"

(ก็แค่อยากเจอหน้าพี่น่ะครับ) คนเก่งบอกผมเสียงเบาๆ

"แค่อยากเจอ แค่นั้นเหรอ"

(ก็ ... จริงๆก็อยากทานข้าวด้วยครับ แต่ถ้าพี่เต็มไม่ค่อยสะดวก ผมก็อยากจะขอแค่ไปเจอหน้าแป๊ปเดียวก็กลับ)

ผมรู้ว่าคนเก่งก็คงอยากจะเจอผมเหมือนที่เคยเจอทุกวัน คงเป็นความเคยชิน ผมเองก็ใช่ว่าไม่อยากเจอน้องนะ แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่จะฝืนใจตัวเองทำอะไรที่มันไม่โอเคสำหรับตัวเอง วันนี้ผมอยากพักผ่อนอยู่บนห้องไม่อยากเจอใครเลยจริงๆไม่ใช่แค่คนเก่งหรอก

"ไว้เจอกันพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้พี่เหนื่อยมากจริงๆ"

(นิดเดียวเอง นะครับ นะ นะ นะ)

คนเก่งยังคงต่อรองที่จะเจอผมให้ได้

"คนเก่ง" ผมเรียกชื่อคนเก่งด้วยน้ำเสียงที่ดุ ผมไม่ค่อยใช้น้ำเสียงแบบนี้หรอกครับ เพราะปกติคนเก่งไม่เป็นแบบนี้ (ผมเคยใช้น้ำเสียงแบบนี้นานแล้วครับตั้งแต่ช่วงแรกๆที่คนเก่งมาบอกชอบผม) และถ้าผมดุ คนเก่งจะรู้แล้วครับว่ากำลังทำอะไรที่มันเกินไป

(ขอโทษครับ) พอเสียงเศร้าแบบนี้ผมก็มักจะอดใจอ่อนไม่ได้ แต่ต้องไม่ใช่ครั้งนี้

"มีอะไรสำคัญหรือเปล่า" ผมลองถามดูเผื่อคนเก่งมีเรื่องที่สำคัญมากที่ต้องเจอผมให้ได้

(.......) คนเก่งเงียบไปครับ

"ว่าไง" ผมถามอีกรอบ

(ไม่มีครับ ไม่มีอะไรสำคัญ)

"ถ้าไม่มีอะไรสำคัญ วันนี้พี่ขอตัวจริงๆนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน เดี๋ยวพี่ชดเชยให้" ผมได้ยินเสียงหงอยๆของคนเก่งแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้ แต่เอาเถอะ พรุ่งนี้ผมจะชดเชยของวันนี้ให้ก็ล่ะกัน

(ครับ ถ้างั้นพี่เต็มพักผ่อนเถอะครับ)

แล้วคนเก่งก็วางสายไป ผมชอบคนเก่งที่ตรงนี้ครับคือเข้าใจง่าย ไม่ค่อยเซ้าซี้ให้ผมรู้สึกว่ามากเกินไป ถึงแม้ว่าวันนี้จะงอแงกว่าทุกวันก็เถอะ



หลังจากวางสายคนเก่ง ผมก็ลุกขึ้นมาเปิดตู้เย็นใบเล็กที่อยู่ในห้องนอนผม ผมหยิบเอานมจืดขวดใหญ่มาดื่มจนหมดขวด พอดื่มเสร็จตั้งใจว่าจะมานอนดูหนังแต่ไม่รู้ว่าพอกลับขึ้นเตียงมาแล้วตัวเองหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีตอนเกือบๆทุ่มหนึ่ง ตกใจตัวเองเหมือนกันที่นอนนานขนาดนี้

ผมลุกจากเตียงและเข้าไปอาบน้ำ ผมใช้เวลาในการอาบน้ำนานมากครับ แค่นอนแช่ในอ่างก็เป็นชั่วโมงแล้ว แบบนี้ค่อยรู้สึกดีและสดชื่นขึ้นมาหน่อย

หลังจากแต่งตัวเสร็จผมก็หยิบมือถือขึ้นมาดู มีมิสคอลจากไอ้ธรณ์และของม๊า ผมค่อนข้างแปลกใจที่ไม่มีมิสคอลของคนเก่ง แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

พอเข้ามาดูที่ไลน์ก็เห็นว่ามีข้อความไลน์ของคนเก่งที่ไลน์มาตอนประมาณเที่ยง

konkengg : ขอโทษที่วันนี้ทำตัวไม่ค่อยน่ารักนะครับ

teimtem : ตื่นแล้ว

ผมทักไลน์ไปบอกคนเก่ง และคนเก่งก็ตอบกลับมาเร็วมากๆ

konkengg : โห นอนยาว
teimtem : เหนื่อยสะสมน่ะ
teimtem : แล้วทำอะไรอยู่
konkengg : ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษครับ
teimtem : เดี๋ยวคุยกับไอ้ธรณ์แป๊ปนึงนะ
konkengg : ครับ



ผมทักไปหาไอ้ธรณ์


teimtem : ว่าไงมึงเห็นโทรมา
thorn : ไอ้โจ้มันชวนไปกินเหล้าวันเกิดมัน
teimtem : ที่ไหนวะ
thorn : ที่ xxx
teimtem : มีใครไปบ้าง
thorn : ไอ้โจ้กับแฟนมัน
thorn : แล้วก็เพื่อนๆมันไม่กี่คน
thorn : ถ้ามึงไปก็มีกูกับมึง
teimtem : เออๆไป อีกสักชั่วโมงเจอกัน


หลังจากคุยกับไอ้ธรณ์เสร็จผมก็มาคุยกับคนเก่งต่อ


teimtem : ไอ้ธรณ์มันชวนไปกินเหล้า
teimtem : เห็นว่าไอ้โจ้ชวนไปกินเลี้ยงวันเกิดมัน
konkengg : แล้วพี่เต็มจะออกไปเหรอครับ
teimtem : อืม
konkengg : ครับ อย่าดื่มเยอะนะ


ผมคุยกับคนเก่งอีกสักพัก ก่อนที่จะลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ลงมาข้างล่างเห็นติวเตอร์เดินสวนเข้ามาในบ้าน

"อ้าว นึกว่าไม่อยู่บ้าน" ติวเตอร์ทักผม

"นอนเพิ่งตื่น" ผมบอก

"มิน่าเห็นรถอยู่"

"ไปล่ะ"

"เดี๋ยวๆพี่"

ติวเตอร์ยื่นถุงสีขาวลายดาวให้ผม เป็นของจากคนเก่งแน่นอน

"ผมเข้าบ้านมาตอนเที่ยงเห็นมันห้อยอยู่ที่รั้วผมเลยเอามาให้ พี่สะใภ้น่ารักเนอะ จะเจอกันอยู่แล้วแต่ก็ยังเอาของมาให้ โรแมนติกดี" ติวเตอร์ให้ของผมเสร็จมันก็เดินขึ้นบ้านไป

ผมเปิดดูของในถุง ไม่มีขนมหรือสิ่งของครับ มีแค่การ์ดหนึ่งใบ





To...พี่เติมเต็ม
        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ

                        เทคแคร์&ซียูครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         




ผมอ่านการ์ดแล้ว ผมรู้สึกว่าผมคุ้นกับข้อความแบบนี้มากๆ เหมือนผมเคยได้รับการ์ดที่มีข้อความทำนองนี้มาก่อน

ผมเอาการ์ดใส่ไว้ในถุงเหมือนเดิมและเอาไปที่รถด้วย ก่อนจะเอาเก็บไว้ที่ช่องเก็บของที่อยู่ในรถ ผมมาถึงร้านพร้อมกับไอ้ธรณ์ เพราะเห็นมันเพิ่งลงจากรถมา

"เป็นไงมึง หน้าตาดูสดชื่น" ไอ้ธรณ์ถามผม

"ไม่สดชื่นได้ไงวะ กูนอนตั้งแต่เมื่อคืนเพิ่งตื่นจริงจังตอนทุ่มหนึ่ง" ผมบอก

"นอนหรือซ้อมตายว่ะ" ไอ้ธรณ์หัวเราะผม

"เออ กูโคตรเหนื่อย อาทิตย์นี้เพิ่งได้นอนเต็มที่นี่แหละ"

"ไม่ชวนคนเก่งมาด้วย" ไอ้ธรณ์ถาม

"กูไม่รู้ว่าไอ้โจ้มันโอเคกับคนเก่งหรืยัง กูก็เลยไม่กล้าชวนมา กลัวมาแล้วงานมันกร่อย วันเกิดมันด้วย" ผมบอกไปตามที่ผมคิด คนเก่งไม่มีปัญหาหรอกถ้ามา แต่ไอ้โจ้น่ะไม่แน่

"กูว่าไม่น่ามีเพราะไอ้โจ้มันมีแฟนแล้วนี่หว่า"

"กูก็ต้องระวังไว้ก่อน"

พวกผมเดินเข้ามาในร้าน ไอ้โจ้กับเพื่อนๆมันมากันแล้วครับ เห็นมีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างไอ้โจ้ คงจะเป็นแฟนมัน ว่าแต่ผมรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนี้มากเลย

"หวัดดีเต็ม" ผู้ชายคนนั้นทักทายผมก่อน พอเห็นหน้าใกล้ๆทำให้ผมจำได้ทันที

"เฮ้ย!บุ๊ค" ผมเรียกชื่อไอ้บุ๊คด้วยความตกใจ

"เป็นไง" บุ๊คถามผม

"สบายดี แล้วนี่คือ" ผมมองไปที่ไอ้โจ้ ก่อนจะหันมามองที่ไอ้บุ๊คอีกที

"แฟนผม ที่เคยเล่าให้เฮียฟังไง" ผมเพิ่งเคยไอ้โจ้มันเขินก็คราวนี้ครับ

"กูถามไอ้บุ๊ค" ผมพูด

"ก็ตามที่โจ้พูด กูคบกับโจ้อยู่" บุ๊คมันตอบ

ทุกคนยังจำที่ผมเคยเล่าให้ฟังได้มั้ยว่า ไอ้โจ้มันเคยมีปัญหากับเด็กโรงเรียนอื่น แล้วผมเป็นคนไปเคลียร์ให้เพราะผมรู้จักเด็กโรงเรียนนั้น เด็กคนนั้นก็คือไอ้บุ๊คนี่แหละครับ มันไปคบกันได้ยังไงวะเนี่ย ผมจำได้ไอ้โจ้มันเกลียดไอ้บุ๊คมากๆเลยครับ

"เฮียไม่ต้องทำหน้างงหรอก เดี๋ยวไว้จะเล่าให้ฟัง" ไอ้โจ้มันบอกผม

"ว่าแต่ทำไมเฮียไม่พาไอ้อ้วนมาด้วยล่ะ ตอนแรกยังนึกว่ามันนอกใจเฮียแล้วซะอีกเห็นมีรูปคู่กับผู้ชายอื่น แต่พอมาเห็นรูปที่อยู่สนามบาสกับเฮียก็เลยรู้ว่ามันยังรักเฮียอยู่"

"กูกลัวพามาแล้ว มึงจะหงุดหงิด เดี๋ยวงานมึงกร่อย"

"อะไรกันเฮียผมเคลียร์กันกับไอ้อ้วนตั้งแต่วันนั้นแล้วไง ถ้ารู้ว่าเฮียไม่พามันมานะ ผมทักไปชวนมันเองแล้ว"

"หืม? อะไรมีไลน์กันด้วยเหรอ"

"มีตั้งนานแล้ว ตอนนั้นไลน์ไปด่ามันบ่อยๆเรื่องเฮีย"

"อะแฮ่ม ไอ้โจ้ดูหน้าผัวมึงด้วย" ไอ้ธรณ์พูดแทรกขึ้นมา

"โจ้แค่พูดให้เฮียฟัง ไม่มีอะไรเลยพี่บุ๊ค" อดขำมันไม่ได้พออยู่กับแฟนแล้วดูจะไม่มีฤทธิ์ ไอ้บุ๊คก็มองมันด้วยสายตาที่แสดงให้เห็นเลยว่ารักไอ้โจ้

เวลาผมมองคนเก่ง ผมมองด้วยสายตาแบบนี้หรือเปล่านะ

จริงสิ ยังไม่ได้ไลน์บอกคนเก่งเลย

teimtem : ถึงแล้วนะ
konkengg : ครับ
teimtem : กลับตอนไหน เดี๋ยวบอกอีกที
konkengg : ครับผม
konkengg : อย่าดื่มจนเมานะครับ


ผมส่งสติกเกอร์โอเคกลับไป ก่อนจะหันมาชนแก้วกันกับไอ้บุ๊ค

"ไม่รู้ว่าวันเกิดไอ้โจ้" ผมพูดกับไอ้บุ๊ค

"จริงๆวันเกิดผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่พอรู้ว่ามึงกลับมาบ้านก็เลยอยากเลี้ยงวันเกิดย้อนหลังซะงั้น" ในน้ำเสียงของไอ้บุ๊คมีความหงุดหงิด

"เฮ้ย! กูไม่ได้อะไรกับมันเลยนะเว้ย"

"กูรู้ กูงี่เง่าเองแหละ ทำไงได้กูมาทีหลังนี่หว่า"

"เดี๋ยวนะ อย่าใช้คำว่ามาก่อนมาหลังเพราะกูไม่ได้คิดอะไรกับมัน"

"เฮ้อออ...มึงไม่ได้รักใครข้างเดียวนี่หว่า มึงไม่รู้หรอกว่าคนที่อยู่ในสถานะรักข้างเดียวมันมีแต่ความไม่มั่นใจ ขนาดมันบอกว่ามันรักกู มันไม่ได้คิดอะไรกับมึงแล้ว กูยังไม่มั่นใจเลย"

"ไม่มั่นใจในตัวมันเหรอ"

"เปล่า กูไม่มั่นใจว่า กูทำให้มันรักกูได้จริงๆหรือเปล่า คนอย่างกูเนี่ยเหรอที่มันรัก"


คำพูดของไอ้บุ๊คทำให้ผมนึกถึงคนเก่งขึ้นมา คนเก่งจะคิดแบบนี้เหมือนไอ้บุ๊คหรือเปล่า


"ขนาดวันนี้มันยังอ้างเรื่องจัดวันเกิดเพราะอยากเจอมึงเลย" บางทีผมก็ว่าไอ้บุ๊คมันคิดมากเกินไป


"พี่บุ๊ค!" เสียงไอ้โจ้มันดังขึ้นใกล้ๆพวกผม

"ครับๆ"

"บอกแล้วว่าไม่ได้รักได้ชอบเฮียแล้วไง" ไอ้โจ้มันโวยวายแข่งกับเสียงเพลง

"ครับ รู้แล้ว"

"เลิกรักเฮียตั้งแต่ได้พี่บุ๊คเป็นผัวแล้ว" โอเค มึงชัดเจนมากไอ้โจ้

"ฮ่าๆๆ คร้าบบบบ" ไอ้บุ๊คเข้าไปกอดไอ้โจ้ก่อนผมจะเห็นมันนัวเนียกัน

ไอ้พวกนี้ทำให้ผมคิดถึงคนเก่งขึ้นมาเลยครับ วันนี้ไม่ได้เจอหน้าคนเก่งเลยครับ จู่ๆผมก็รู้สึกคิดถึงน้องขึ้นมา

มือถือผมมีแจ้งเตือนในเฟซบุ๊คว่ามีคนแท็กรูปมา พอกดเข้าไปดูเห็นว่าคนที่แท็กมาคือไอ้โจ้ มันโพสต์รูปที่พวกเราถ่ายรวมกันตอนที่เพิ่งเข้ามาในร้าน ไอ้โจ้มันแท็กทุกคนที่มาและคนที่ไม่มาด้วย...คนเก่งครับ



Joseph Coolboy :
        ขอบคุณเฮียเต็มที่พอรู้ว่าเป็นวันเกิดก็รีบมาทันทีเลย แฮปปี้ที่สุดเลย



ดูแคปชั่นมันครับ ผมว่าไอ้โจ้มันโรคจิตครับเหมือนจะทำอะไรก็ได้ที่จะให้ไอ้บุ๊คหึงมัน มันดูมีความสุขเวลาไอ้บุ๊คหงุดหงิด

ผมเห็นคนเก่งกดไลค์โพสต์และคอมเม้นท์ใต้ภาพนี้ด้วย


Konkengg Peimthaworn : มีความสุขมากๆนะโจ้ HBD


ผมดูเวลาตอนนี้สี่ทุ่มกว่าๆ

teimtem : จะนอนตอนไหน
konkengg : รอพี่เต็มกลับก่อน
teimtem : ไม่เห็นต้องรอเลย
teimtem : ถ้าง่วงก็นอน
teimtem : ไม่ต้องรอ
konkengg : อยากรอให้แน่ใจว่าพี่ถึงบ้านแล้ว
konkengg : ผมเป็นห่วง
teimtem : ไม่ต้องห่วง ถ้าง่วงก็นอน
teimtem : เข้าใจมั้ย
konkengg : ครับ ถ้างั้นผมจะนอนแล้ว
teimtem : ถ้าถึงบ้านจะไลน์บอก
teimtem : กู๊ดไนท์ครับ
konkengg : ครับ


ผมไม่ชอบนิสัยอย่างหนึ่งของคนเก่งคือชอบฝืนทำอะไรที่มันทำร้ายตัวเอง อย่างเรื่องนี้เป็นต้น ยอมนอนดึกเพราะอยากรอให้ผมกลับถึงบ้านก่อน ถ้าผมถึงบ้านตีสามตีสี่ก็จะทรมานตัวเองรอผมอย่างนั้นเหรอ ผมรู้ว่าน้องเป็นห่วง แต่ผมไม่ชอบในการที่น้องไม่เป็นห่วงตัวเอง

แต่งานเลี้ยงคืนนี้เลิกเร็วกว่าที่คิดครับ ผมมองดูนาฬิกา ห้าทุ่มพอดีเจ้าภาพคือไอ้โจ้เมาหนักหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว ไอ้ธรณ์ช่วยไอ้บุ๊คพาไอ้โจ้ขึ้นรถ ก่อนที่ผมกับพวกมันจะแยกย้ายกัน




ผมกลับมาถึงบ้านก็เจอม๊านั่งอยู่ตรงห้องรับแขก ดูจากเสื้อผ้าแล้วม๊าคงจะไปงานเลี้ยงหรืองานแต่งงานที่ไหนมา

"ม๊าเพิ่งกลับเหรอครับ"

"ว่าไงจ้ะลูกชาย กลับมาบ้านไม่เห็นหน้าเลย เห็นน้องติวบอกนอนทั้งวันเลยเหรอตั้งแต่เมื่อคืน"

"ครับม๊า เพิ่งได้นอนเต็มอิ่มวันนี้นี่แหละครับ"

"แล้ววันเกิดเป็นไงบ้าง วันนี้ม๊าโทรหาจะถามว่าซื้ออะไรให้น้อง แล้วพาน้องไปดินเนอร์ที่ไหน"

ทำไมม๊าต้องดูตื่นเต้นกับวันเกิดไอ้โจ้ แล้วอะไรคือของขวัญ อะไรคือดินเนอร์วะ

"วันเกิดไอ้โจ้ไม่เห็นต้องซื้ออะไรให้มันเลยม๊า"

"วันเกิดโจ้?"

"ใช่ครับ รุ่นน้องสมัยเรียนมัธยม"

"สรุปเต็มไปงานวันเกิดรุ่นน้องที่ชื่อโจ้มา?"

"ครับ" ผมตอบและม๊ามีสีหน้าไม่ค่อยดี

"เต็มวันนี้ลูกได้เจอกับคนเก่งหรือเปล่า"

"ไม่ได้เจอครับ แต่ก็โทรคุยนะครับ ก่อนจะกลับมาผมยังเพิ่งไลน์คุยกัน"

ผมได้ยินเสียงม๊าถอนหายใจ เหมือนหนักใจอะไรสักอย่าง

"เมื่อวานม๊าไปโลตัสมาแล้วบังเอิญไปเจอคุณแม่กับคุณป้าของคนเก่ง ม๊าก็ถามว่าไม่ได้ขายของเหรอ คุณแม่ของคนเก่งบอกว่าพรุ่งนี้ซึ่งก็หมายถึงวันนี้เป็นวันเกิดของคนเก่ง ก็เลยหยุดกันสักวันจะพาคนเก่งไปทำบุญ และถ้าคนเก่งไม่ไปไหนก็คงจะทำอะไรทานกันที่บ้าน"


สิ่งที่ผมได้ยินจากม๊าทำให้ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก มันทำให้ผมรู้เหตุผลที่ทำไมวันนี้คนเก่งงอแงมากกว่าทุกวัน

ในหัวผมนึกถึงแต่คำพูดที่คนเก่งพูดกับผม


/ตอนเย็นออกไปทานข้าวกันมั้ยครับ/


/ไม่ทานข้าวก็ได้ ถ้างั้นผมขอไปหาพี่เติมเต็มที่บ้านได้มั้ยครับ/


/ถ้าพี่เต็มไม่ค่อยสะดวก ผมก็อยากจะขอแค่ไปเจอหน้าแป๊ปเดียวก็กลับ/


/ไม่มีครับ ไม่มีอะไรสำคัญ/


/ขอโทษที่วันนี้ทำตัวไม่ค่อยน่ารักนะครับ/




"ม๊าผมไม่รู้จริงๆ คนเก่งไม่ได้บอกผม หรือน้องอาจจะพยายามที่จะบอกผมแต่ผมอาจจะไม่ใส่ใจมากพอ ม๊ารู้มั้ยครับ วันนี้ผมพูดไม่ค่อยดีกับคนเก่งเยอะมากเลย ผมไม่รู้น้องน้อยใจมั้ยเพราะน้องไม่ได้แสดงออก แถมผมยังไปงานวันเกิดคนอื่นในคืนวันเกิดน้องอีก"


"ตอนนี้ยังไม่เที่ยงคืนนะเต็ม"



ผมมองดูเวลาบนนาฬิกาข้อมืออีกประมาณยี่สิบนาทีจะเที่ยงคืน จากที่นี่ไปบ้านคนเก่งใช้เวลาไม่นาน แต่ผมจะได้เจอคนเก่งก่อนเที่ยงคืนหรือเปล่า

ผมรีบวิ่งมาขึ้นรถและรีบขับออกมา หวังว่าคนเก่งจะยังไม่นอน อย่างที่คนเก่งพูดว่าจะรอจนกว่าผมจะกลับบ้านถึงจะนอน

อย่างน้อยถึงจะไม่ได้เป็นคนแรกที่อวยพรวันเกิดให้ แต่ก็ขอให้ได้เป็นคนสุดท้ายก็ยังดี







TBC.
#เติมเติมรัก
ninewara✿


◕ เขียนตอนนี้แล้วเกลียดพระเอกมากเลย
◕ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านกันนะคะ
◕ ดีใจจัง

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1523
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +94/-6
พี่เต็มยังมีช่องว่างกะน้องอยู่เลย ใจร้ายจัง

ออฟไลน์ MmBb

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 180
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ไม่แปลกหรอกที่คนพี่จะรู้เรื่องของคนน้องน้อยกว่าเพราะที่ผ่านมาคนเก่งเป็นคนใส่ใจมาตลอดใช่มั้ยล่ะจริงๆน้องจะบอกพี่ไปเลยก็ได้นี่นาว่าวันนี้ก็วันเกิดตัวเองเหมือนกันแต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันคนะี่จะได้หัดใส่ใจน้องให้มากขึ้นกว่าเดิม

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

เติมเต็มเริ่มเผยนิสัยที่แย่เอามาก ๆ ออกมา

นั่นคือเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่

ไม่คิดจะฟังเหตุผลของคนที่ได้ชื่อว่ากำลังคบหาดูใจกันเลย 

ในขณะที่ฟังคนอื่น ๆ ได้   

มันน่า...นัก

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3333
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
บางทีถ้าน้องบอกไปว่าวันนี้วันเกิด อะไรก็อาจจะแตกต่าง
เต็มก็ถามตั้งหลายรอบว่ามีอะไรไหม ไม่ใช่ว่าไม่ถามนะ

 :L2: :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ q.tr

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 367
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ความใส่ใจของพี่เต็มกับคนเก่งต่างกัน พี่เต็มเหมือนเพิ่งเริ่มต้นแต่คนเก่งไปไกลมากแล้ว คนนึงน้อยไป คนนึงมากไป ความรู้สึกมันไม่เท่ากัน

ออฟไลน์ ่patsaporn

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +227/-6
สงสารน้อง วันเกิดทั้งทีโดนดุอีก พีีเต็มใจร้าย นี่งอนแทนน้องกันทั้งบางแล้ว
คนเก่ง สสวก นะลูกนะ ถ้าม๊าไม่ชี้ทางสว่างคืนนี้คงผ่านไปอย่างเงียบเหงา
#ทีมน้องคนเก่ง

ขอบคุณค่ะ

ออฟไลน์ Mamieweiei

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 31
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :mew6:
น้อยใจแทนน้อง

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
คู่รองเค้ามาแล้ว สงสัยคู่รองจะก้าวหน้าไปเร็วกว่าคู่หลัก

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
สงสารน้อง //เป็นเราคงร้องไห้ไปแล้ว T^T

ออฟไลน์ Beampun

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
ตามมาจากในทวิตเตอร์แล้วอ่านถึงตอนนี้ สงสารคนเก่งมากอยากจะตีมือพี่เต็ม
ปล.รออ่านคู่รองอยู่นะคะhttps://thaiboyslove.com/webboard/Smileys/Smilies/ling1.gif

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 17


[เติมเต็ม part]



ตอนนี้ผมอยู่ที่หน้าบ้านของคนเก่ง มองดูเวลาเหลือไม่ถึงสิบนาทีก็จะเที่ยงคืน ผมกำลังกดมือถือหาคนเก่งครับ ที่จริงผมกดมือถือหาคนเก่งตั้งแต่ที่ผมขับรถออกจากบ้านแล้ว แต่คนเก่งไม่รับสายผมเลย บางทีคนเก่งอาจจะนอนหลับไปแล้วก็ได้


เฮ้อออออ...ไอ้เต็มเอ๊ย!!


ก๊อก ก๊อก


ผมหันไปมอง มันเป็นเสียงเคาะกระจกรถครับ และคนที่เคาะคือคนที่ผมโทรหาตลอดสิบนาทีที่ผ่านมา ผมรีบเปิดประตูรถลงมา


"พี่เต็มมาทำอะไรเหรอครับ ผมได้ยินเหมือนเสียงรถมาจอดหน้าบ้านเลยออกมาดู"

"พี่โทรหา ทำไมไม่รับสาย"

"ผมลงมาดื่มน้ำข้างล่างครับมือถืออยู่บนห้อง" คนเก่งมองผมด้วยความแปลกใจ


ผมมองดูเวลาที่นาฬิกาก่อนที่ผมจะดึงคนเก่งเข้ามากอด คนเก่งชะงักและขืนตัวเล็กน้อยก่อนที่จะผ่อนคลาย แต่ก็ยังไม่กอดตอบผม


"สุขสันต์วันเกิดครับ"

หลังจากที่ผมพูดผมรู้สึกได้เลยว่าคนเก่งตัวเกร็งขึ้นมา และยอมที่จะยกแขนขึ้นมากอดผมตอบ น้องกอดผมแน่นมาก ใบหน้าน้องซุกอยู่ที่หน้าอกผม ก่อนที่ต่อมาผมจะรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่บริเวณหน้าอกของตัวเอง


ตายล่ะ!! คนเก่งร้องไห้เหรอวะ


ผมพยายามดึงตัวน้องออกจากผม แต่น้องไม่ยอมปล่อย น้องยังคงกอดผมแน่น ผมก็เลยเปลี่ยนจากการที่ดึงตัวน้องออก กลับมากอดน้องเหมือนเดิม และลูบหัวลูบหลังปลอบน้องไปด้วย และปล่อยให้คนเก่งร้องไห้จนพอใจ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนกว่าคนเก่งจะหยุดร้อง สิ่งที่ผมรับรู้คือเสื้อผมเต็มไปด้วยน้ำตาของคนเก่ง

"ขอโทษครับ" คำพูดแรกที่พูดออกมาหลังจากที่หยุดร้อง แล้วน้องก็ขยับตัวออกจากอ้อมกอดผม

"หน้าตาดูไม่ได้เลย" ผมเอ่ยแซวคนเก่งที่หน้าตาตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

"ดูไม่ได้ก็ไม่ต้องดูเลย" คนเก่งพูดงอนๆพร้อมกับเอามือมาปิดหน้าตัวเอง

"ดูไม่ได้แต่อยากดู" ผมพูดและดึงมือที่คนเก่งปิดหน้าออก ผมใช้มือเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าให้ ก่อนที่จะก้มลงจูบที่แก้มไปเบาๆ

"พี่เต็ม!"

"หืม?"

"มันหน้าบ้าน"

ผมอดที่จะหัวเราะไม่ได้

"แล้วเมื่อกี้ใครปล่อยโฮหน้าบ้าน" ผมแซว

"ก็เพราะใครล่ะ" งอนผมอีกแล้วครับ แต่ผมชอบนะ ชอบให้งอนมากกว่าทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย


"คืนนี้ไปค้างที่บ้านพี่ได้มั้ย" ผมถาม ึและคนเก่งก็ตาโตเลยครับ

"เอ่อ ... "

"อย่าคิดเยอะสิ ก็คิดซะว่าไปนอนค้างบ้านเพื่อน"

"ก็มันไม่ใช่จะคิดได้ยังไงล่ะครับ"

"คิดเถอะ เพราะพี่ก็พยายามที่จะคิดแบบนั้นเหมือนกัน"

"ต้องขอแม่กับป้าก่อนครับ"

"ท่านยังไม่นอนเหรอ"

ตอนนี้เลยเที่ยงคืนมาแล้ว มันดึกมากแล้ว ผมก็ลืมคิดไปว่ามาชวนลูกหลานเขาไปค้างด้วยตอนเที่ยงคืนนี้มันก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ถึงคนเก่งจะเป็นผู้ชายก็เถอะ แต่สถานะเราสองคนมันไม่ใช่แค่เพื่อนหรือรุ่นพี่รุ่นน้องธรรมดา

"ป้ายังไม่นอนครับ ถ้าไม่ได้ขายของป้าจะนอนดึกครับ"

"ถ้างั้นพี่จะเข้าไปขออนุญาตคุณป้าเอง"

"เดี๋ยวเข้าไปดูก่อนก็ได้ครับว่าป้าเข้านอนหรือยัง"


คนเก่งพูดพร้อมกับพาผมเดินเข้าไปในบ้าน เจอคุณป้าคนเก่งนั่งดูทีวีอยู่

"สวัสดีครับคุณป้า" ผมยกมือไหว้คุณป้าของคนเก่ง

"คุณป้านอนดึกจังเลยครับ" ผมถาม

"ติดดูซีรีย์นะจ้ะ แล้วทำไมมาซะดึก"

"คือคืนนี้ผมอยากจะขออนุญาตพาคนเก่งไปนอนค้างที่บ้านครับ" ผมเอ่ยขออนุญาตคุณป้า

"ป้าไม่ขัดข้องอะไรหรอกนะ เพราะคนเก่งก็โตมากพอที่จะตัดสินใจเองได้ว่าอยากไปไหนหรืออยากทำอะไร แค่บอกให้ป้ากับแม่รู้ก็พอ" คุณป้าเอ่ยออกมาอย่างใจดี

"คุณป้าอนุญาตใช่มั้ยครับ" ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

"ถามเจ้าตัวเขาดูว่าเขาจะไปมั้ย" คุณป้าหันมามองที่คนเก่ง คนเก่งพยักหน้าพร้อมกับหน้าที่แดงแจ๋

"ผมขอตัวขึ้นไปเก็บของก่อนนะครับ" คนเก่งเดินขึ้นไปข้างบน


"เต็มจะขึ้นไปก็ได้นะ เดินขึ้นไปอยู่ห้องแรกซ้ายมือ" คุณป้าบอกผม

"ขออนุญาตนะครับ" ผมขออนุญาตแต่ก่อนที่ผมจะเดินขึ้นไปคุณป้าก็พูดบางอย่างขึ้นมาก่อน

"แล้วก็นะเต็ม ป้าไม่รู้ว่าป้าขอมากไปหรือก้าวก่ายเรื่องของทั้งคู่มั้ย แต่ป้าไม่อยากเห็นน้ำตาของหลานชายตัวเองหรอกนะ"

"ครับ คุณป้า ผมต้องขอโทษจริงๆครับ" ผมยกมือไหว้ขอโทษคุณป้าของคนเก่ง

"หลานชายป้าเขาเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย ขอแค่อธิบาย เขาเป็นเด็กที่พร้อมจะฟังคนอื่นเสมอ" คุณป้าพูดเสริมขึ้นมาอีก

"คนเก่งเป็นเด็กดีมากๆครับ"

คุณป้ายิ้มรับก่อนจะบอกให้ผมขึ้นไปได้แล้ว



ผมเดินขึ้นมาชั้นบนและเดินไปที่ห้องตามที่คุณป้าบอก ผมไม่เคาะประตูครับถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปเลย ผมเห็นคนเก่งยืนหันหลังให้ผม กำลังเลือกเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า ผมเข้าไปยืนดูอยู่เงียบๆ เห็นคนเก่งหยิบเสื้อมาเลือกหลายตัว แต่สุดท้ายก็เอากลับไปแขวนไว้เหมือนเดิม ได้ยินเสียงบ่นกับตัวเองว่า 'ไม่โอเคสักตัวเลย'

ผมเดินเข้าไปกอดคนเก่งจากด้านหลังพร้อมทั้งจูบเบาๆที่แก้มข้างซ้าย

"พี่เต็ม!!" คนเก่งหันมามองผมด้วยความตกใจ

"ครับ!!" ผมก็เลยแกล้งพูดเสียงดังกลับไป

"เข้ามาได้ไงเนี่ย"

"ก็เปิดประตูเข้ามา"

"ผมหมายถึงใครอนุญาตให้พี่เข้ามา ผมยังไม่อนุญาตเลย"

"คุณป้าบอกว่าขึ้นมาได้ พี่ก็เลยขึ้นมา"

ได้ยินคนเก่งบ่นเบาๆว่า 'ป้าให้ขึ้นมาได้ไงเนี่ย'

"แล้วกำลังทำอะไร" ผมถามเพราะเห็นคนเก่งทำหน้ายุ่งอยู่ตรงตู้เสื้อผ้า

"พรุ่งนี้เราต้องไปไหนกันหรือเปล่าครับ ผมจะได้เลือกเสื้อผ้าถูก"

ผมไม่ตอบแต่เดินมายืนข้างๆคนเก่ง ก่อนผมจะเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูออกมาหนึ่งตัว และสายตาก็มองไปเห็นกางเกงยีนส์เข้ารูปสีขาวผมก็บอกให้คนเก่งหยิบออกมาจากตู้

"เอาชุดนี้เหรอครับ" คนเก่งถามผม

"อืม ชุดนี้แหละ" ผมเอาเสื้อผ้ามาเทียบกับตัวคนเก่ง

"แต่เสื้อมันสีชมพูเลยนะครับ"

"สีชมพูอ่อนแบบนี้พี่ว่าเหมาะกับเรานะ ถ้าไม่ชอบทำไมมีติดตู้ไว้ล่ะ"

"ป้าซื้อให้ครับ มองว่าเห็นในรูปที่นายแบบใส่แล้วน่ารักเหมาะกับผม"

"มีคนเห็นว่าเหมาะกับคนเก่งตั้งสองเสียง แสดงว่ามันโอเค"

"ก็ได้ครับ"


หลังจากเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของคนเก่งเรียบร้อยแล้ว ผมกับคนเก่งลงมาข้างล่าง คนเก่งลาคุณป้าและกำชับคนเก่งว่าไม่ให้ดื้อให้ซน



"อย่างเรานี่ ดื้อซนด้วยเหรอ คุณป้าถึงพูดแบบนั้น" ผมถามตอนที่ขับรถออกมาจากบ้านคนเก่ง

"ตอนนี้โตแล้วไม่ดื้อไม่ซนแล้วครับ"

"เรื่องซนพี่ยังไม่เห็นแต่เรื่องดื้อพี่ว่ายังมี เยอะด้วย" ผมพูด คุยเก่งไม่ได้พูดอะไรออกมาแต่ผมเห็นนะว่ากำลังทำปากขมุบขมิบ แอบบ่นครับ



พอผมกลับมาถึงบ้าน ตอนนี้บ้านค่อนข้างเงียบแล้วครับ ทุกคนน่าจะขึ้นห้องนอนหมดแล้ว

ผมพาคนเก่งเดินขึ้นมาบนห้อง ผมเปิดประตูเดินนำคนเก่งเข้ามา คนเก่งก็ยังเป็นคนเก่งครับ ให้ความสนใจกับทุกอย่าง มองดูรอบๆห้องอย่างสนใจ

"ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจเหมือนที่คอนโดหรอก" ผมบอกคนเก่ง

"พี่เต็มจะให้ผมนอนที่นี่เหรอครับ"

"ใช่สิ ไม่นอนกับพี่แล้วจะไปนอนไหน"

"ผมว่ายังไงก็ต้องมีห้องว่าง"

"ใช่มี แต่ไม่ให้ไปนอน โอเค จบ" ผมพูด

คนเก่งไม่พูดอะไร หน้างอนิดหน่อยแต่ก็รู้ว่าทำอะไรไม่ได้

"คนเก่งเอาเสื้อผ้าไว้ในตู้ได้เลยนะ พรุ่งนี้เดี๋ยวให้เด็กรีดให้"

"ครับ"

"พี่อาบน้ำก่อน เก็บของอะไรเสร็จแล้วก็อย่าเพิ่งนอน เรามีเรื่องต้องคุยกัน" ผมบอกคนเก่ง

"ครับ"

ผมยิ้มในความว่าง่ายของคนเก่ง ผมเดินไปเปิดทีวีไว้ให้คนเก่ง เผื่อเจ้าตัวอยากดูอะไร ผมอาจจะอาบนํ้านานเพื่อถ่วงเวลา ... เอาจริงนะตอนนี้ผมว่าผมตื่นเต้น ตอนที่ชวนคนเก่งมาค้างด้วยคือไม่ได้คิดเยอะอะไรเลย แต่พอเห็นคนเก่งอยู่ในห้องด้วยผมรู้สึกตื่นเต้นชะมัด



ผมไม่ได้อาบน้ำนานอย่างที่คิดเอาไว้ครับกลัวคนเก่งจะหลับซะก่อนเพราะนี้เวลาก็ล่วงเลยเกินตีหนึ่งมาพอสมควร ตอนผมเปิดประตูห้องน้ำออกมา คนเก่งหันมามองผมแว่บหนึ่งก่อนที่จะรีบหันกลับไปมองจอทีวี ผมอดขำไม่ได้คงเพราะผมนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวออกมา ผมไม่ได้อ่อยหรืออะไรแบบนั้นเลยนะ ปกติผมก็ทำแบบนี้อยู่แล้ว เพียงแค่ตอนเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ผมใช้เวลานานนิดหน่อย ผมลอบมองคนเก่งบ่อยๆแต่เชื่อมั้ยว่าไม่มีหันมามองผมเลย นิดนึงก็ไม่มี อะไรกันไม่สนใจตอนผมไม่ใส่เสื้อผ้าสักนิดเลยเหรอ

พอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ผมก็เดินมานั่งบนเตียงใกล้ๆกับที่คนเก่งนั่งอยู่ ผมเห็นคนเก่งเหลือบมองผมเล็กน้อยก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาชัดเจน

"ถอนหายใจทำไม"

"ก็...ทำไมไม่เอาเสื้อผ้าไปใส่ห้องน้ำล่ะครับ"

"อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง"

" ......"

"เขินเหรอครับ"

"......" ไม่ตอบแต่หน้าแดงลามไปจนถึงคอ

"ถ้างั้นผมขออาบน้ำก่อนนะครับ" คนเก่งบอกผม ผมมองคนเก่งด้วยความสงสัย ดูจากการแต่งตัวแล้วน้องต้องอาบน้ำมาแล้วอย่างแน่นอน

"คนเก่งยังไม่อาบน้ำเหรอ"

"อาบแล้วครับ แต่ผมติดนิสัยคือถ้าออกไปไหนหลังจากอาบน้ำ ถ้าจะนอนก็ต้องอาบอีก ถึงแม้จะแค่แป๊ปเดียว"

"ต้องอาบน้ำเลยเหรอ เปลี่ยนเสื้อผ้าก็พอมั้ง เราไม่ได้ไปทำอะไรที่สกปรกนี่"

"คือ...ผมเป็นคนขี้กังวลว่าตัวเองจะสกปรกหรือตัวจะเหม็นมั้ย"

"งั้น...ก็ต้องลองพิสูจน์ดู" ผมขยับเข้าไปใกล้คนเก่งและใช้จมูกดมตรงแถวๆซอกคอของคนเก่ง คนเก่งรีบหดคอและพยายามขยับตัวนี้ผม แต่ผมเร็วกว่าผมกอดเอวคนเก่งไว้และดึงเข้ามาหาตัวเอง ผมยึดเอวคนเก่งไว้จนแน่น

"ไม่เห็นจะเหม็นเลย" ผมบอก

จากตอนแรกที่ผมแค่ใช้จมูกดมๆที่ซอกคอ ผมก็เริ่มใช้จมูกคลอเคลียและหอมที่ซอกคอ และเพราะกลิ่นหอมบนผิวของคนเก่งทำให้ผมรู้สึกอดใจไม่ไหว จากที่แค่ใช้จมูกผมก็เริ่มใช้ริมฝีปากกดจูบลงไปที่ซอกคอแทน ผมรู้เลยว่าตอนนี้คนเก่งตัวสั่นมากแค่ไหน

"หอม" ผมบอกออกมาอีกตามที่รู้สึก

ผมค่อยๆใช้ริมฝีปากของผมคลอเคลียซอกคอของคนเก่งทั้งซ้ายและขวา และเลื่อนริมฝีปากไล่จูบบนใบหน้าคนเก่ง และในตอนที่ผมกำลังจะประกบจูบที่ริมฝีปากของคนเก่ง คนเก่งก็เรียกชื่อผมขึ้นมา

"พ..พี่เต็มครับ"

"ครับ"

"พอก่อนครับ"

แต่ผมยังไม่ครับ ผมยังคลอเคลียน้องไม่หยุด

"พี่เต็มครับ!" คนเก่งออกแรงผลักผมออก ตอนแรกผมงงกับน้องครับเพราะคือมันกำลังดีแล้วเมื่อกี้ทำไมน้องให้หยุด

แต่พอผมมองดูสภาพเราสองคนตอนนี้คือผมกำลังนอนคร่อมตัวคนเก่งอยู่บนเตียง และมือผมข้างหนึ่งก็ล้วงเข้าไปในเสื้อของน้อง เสื้อของน้องถลกขึ้นมาจนเกือบจะเห็นหน้าอก ส่วนผมพอก้มมองดูที่กางเกงตัวเอง ผมพูดได้คำเดียวเลยว่า...ชิบหายแล้ว

ผมไม่รู้ตัวเลยว่า ผมไปคร่อมตัวน้องแบบนั้นตั้งแต่ตอนไหน ถ้าคนเก่งไม่เรียกสติผม ผมเลยเถิดแน่

ผมลุกออกจากตัวของคนเก่งและดึงเสื้อของคนเก่งให้เรียบร้อย ผมมองหน้าคนเก่ง .. ตายแน่ผม คนเก่งหน้าตาตอนนี้โคตรยั่ว ผมก็เลยนั่งหันหลังให้คนเก่งแทน

"เอ่อ พี่เต็มครับ" คนเก่งเรียกผม

"พี่ขอโทษ" ผมขอโทษคนเก่งแต่ไม่ได้หันไปมองน้อง ได้ยินเสียงขยับตัว คนเก่งน่าจะลุกขึ้นมานั่งแล้ว

"พี่เต็ม เอ่อ จะไปห้องน้ำมั้ยครับ" คนเก่งถามผมด้วยน้ำเสียงเขินอาย

ผมทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ ไอ้เต็มเอ๊ย! อ่อนมาก แค่จูบนิดเดียวก็มีอารมณ์แล้ว ที่สำคัญดันมาเกิดอารมณ์กับผู้ชาย คนเก่งมันจะหัวเราะผมมั้ยวะเนี่ย

ผมหันไปมองคนเก่ง คนเก่งมองมาทางผมอยู่ก่อนแล้ว สายตาน้องมีแต่ความเป็นห่วง ไม่ได้มีท่าทีล้อเลียนผมเลยสักนิด

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็โอเค" ผมตอบตามจริง เป็นผู้ชายเหมือนกันเรื่องแบบนี้ก็คงไม่น่าอายเท่าไหร่เพราะกับพวกไอ้ธรณ์ยังพูดกันมากกว่านี้เลย

แต่นี้คือผู้ชายคนแรกที่ผมรู้สึกดีด้วยไง แล้วก็เป็นผู้ชายที่ทำให้ผมเกิดอารมณ์ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ยังถามผมด้วยว่าผมจะอยากเข้าห้องน้ำมั้ย พอพูดไปก็เขินชิบ

"แล้วเราล่ะ เข้าห้องน้ำมั้ย" ผมถามบ้าง คนเก่งตาโตมากถึงมากที่สุดก่อนจะส่ายหัวไปมาจนผมปลิว

"ไม่..ไม่ต้องครับ" ปฏิเสธเสียงสั่นเลยครับ



เราสองคนเงียบไม่พูดอะไรกันต่ออีก ต่างคนต่างนั่งดูทีวีเงียบๆ ผ่านไปสักพัก ผมจึงเป็นคนพูดขึ้นมาก่อน

"โอเครึยัง" ผมถาม

"ครับ" คนเก่งตอบใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย


ผมยิ้มก่อนที่จะดึงคนเก่งให้ลุกขึ้นจากเตียงไปนั่งที่โซฟาแทน ผมคิดว่ามันน่าจะปลอดภัยมากกว่าอยู่บนเตียง

"ทำไมเราถึงไม่บอกพี่ว่าเป็นวันเกิด หืม?" ผมถาม

"คือ..ผมตั้งใจจะบอกตอนที่เราไปทานข้าวเย็นกันครับ" คนเก่งตอบ

"มีเวลาตลอดวันเลยนะที่จะบอกหรือจะบอกล่วงหน้าก็ได้แต่ก็ไม่พูด"

ึคนเก่งทำหน้าเสียที่ผมพูดแบบนั้นออกไป

"ที่ผมไม่ได้บอกล่วงหน้าเพราะผมเกรงใจพี่ด้วย ถ้าบอกพี่ก็อาจจะซื้อของให้แต่ผมไม่อยากได้ของอะไร ผมแค่อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ในวันสำคัญแบบนี้ของผม และที่ตลอดวันผมไม่บอกก็เพราะผมอยากให้พี่พักผ่อนเพราะพี่ดูเหนื่อยมาก ถ้าเกิดผมบอกพี่ไป พี่ก็ต้องออกมาทานข้าวกับผม ซึ่งผมไม่อยากเห็นแก่ตัว ทั้งๆที่พี่เหนื่อยแต่ผมก็ยังอยากให้พี่ออกมาเจอ ผมว่ามันคงไม่ดีหรอกครับ"

คนเก่งก็ยังคือคนเก่ง ที่จะทำอะไรก็เกรงใจผมไปหมดทุกอย่าง กลัวผมไม่โอเค กลัวผมไม่ชอบ กลัวผมลำบากนึกถึงคำพูดของไอ้บุ๊คที่มันพูดว่า คนที่รักข้างเดียวจะทำอะไรก็ไม่มั่นใจ ทำอะไรก็กลัวไปหมด คนเก่งก็คงจะคิดแบบนั้น

"แต่พี่ถามเราแล้วนะว่ามีอะไรสำคัญมั้ย เราก็ตอบว่าไม่มี"

"ก็..ผมไม่รู้ว่าวันเกิดของผมมันสำคัญมั้ย มันสำคัญมากพอที่ผมจะบอกพี่มั้ย มันสำคัญมากพอที่จะทำให้พี่ออกมาทานข้าวกับผมหรือเปล่า แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ย้อนกลับไปที่เหตุผลเมื่อกี้คือผมไม่อยากเห็นแก่ตัว"

ผมดึงคนเก่งเข้ามากอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมั่นใจเลยสินะว่าตัวเองสำคัญ อาจจะเป็นเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยทำให้คนเก่งรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ

"พี่อาจจะไม่เคยบอกหรือแสดงออกให้รู้แต่คนเก่งรู้ไว้เลยนะว่าทุกๆเรื่องของคนเก่งสำคัญสำหรับพี่ ถ้าคนเก่งบอกพี่ว่าเป็นวันเกิด ถึงพี่จะบอกว่าเหนื่อยพี่ก็จะออกไปหา มันไม่ใช่เรื่องอะไรที่พี่ต้องฝืนใจทำ ถึงร่างกายมันเหนื่อยแต่ใจพี่มีความสุข แต่ตอนที่พี่รู้ว่าวันนี้คือวันเกิดของเรา ใจพี่โคตรแน่เลย ถ้าพี่รู้เร็วกว่านี้สักนิด วันเกิดปีนี้ของคนเก่งมันต้องดีกว่านี้"

คนเก่งกอดผมแน่นกว่าเดิม

"ไม่เป็นไรครับ แค่นี้ก็ดีแล้ว ตอนนี้ผมก็ได้อยู่กับพี่แล้ว" คนเก่งบอก

"มักน้อยจังเรา" ผมแซวด้วยความเอ็นดู

"แค่นี้ก็พอครับ"

"แต่พี่ยังจำได้นะว่าพี่รับปากอะไรกับเราไว้"

"เรื่องอะไรครับ" คนเก่งขยับตัวออกจากอ้อมกอดผม

"ที่พี่บอกว่าพรุ่งนี้จะชดเชยให้ไง"

"ไม่ต้องหรอกครับ"

"ต้องสิ ถ้าไม่ทำอะไรเลยคือพี่นี่โคตรแย่ อีกอย่างถ้าพี่ไม่ชดเชยให้เรา พี่โดนม๊าเล่นงานแย่"

"ทำไมล่ะครับ"

"ก็คนที่บอกพี่ว่าวันนี้เป็นวันเกิดคนเก่งก็คือม๊านี่แหละ บอกว่ารู้มาจากคุณแม่กับคุณป้า"

"อ๋อ คุณป้านี่เองที่บอก นึกว่าพี่เต็มรู้เอง"

"พี่ขอโทษนะ พี่ไม่ใส่ใจเลยจริงๆ"

"ไม่ต้องขอโทษแล้วครับ ผมไม่ได้โกรธอะไรเลย"

"คนเก่ง"

"ครับ"

"ตอนที่พี่บอกจะออกไปวันเกิดไอ้โจ้ เราเสียใจมั้ย" ผมถามอีกเรื่องที่ผมยังไม่สบายใจ

"ไม่ครับ ก็โจ้ก็รู้จักกับพี่เต็มมาตั้งนานก่อนผมอีก"

"พี่หมายถึงทั้งๆที่พี่บอกเราว่าจะไม่ออกไปไหนแต่ก็ออกไปกินเหล้ากับไอ้โจ้มัน"

"ไม่ครับ เพราะในมุมกลับกันถ้าผมบอกพี่เต็มว่าวันเกิดผม พี่เต็มก็ต้องมาหาผมเหมือนกัน ในเมื่อโจ้บอกโจ้ก็ต้องได้รับสิทธิ์นั้น ในขณะที่ผมไม่ได้บอก"


แววตาของน้องมันบอกว่าน้องคิดแบบนั้นจริงๆ



หลังจากนั้นผมก็ถามคนเก่งว่าวันเกิดไปทำอะไรมาบ้าง น้องก็บอกว่าไม่ได้มีอะไรพิเศษก็ทำเหมือนทุกๆปีคือตื่นเช้าใส่บาตร ไปถวายสังฆทานที่วัด ไปไหว้ที่เก็บอัฐิคุณพ่อ เอาการ์ดมาให้ผม และทานข้าวกับที่บ้าน ซึ่งคนเก่งบอกว่าถ้าได้ทานข้าวกับผมก็จะเป็นสิ่งที่แตกต่างจากทุกปีที่เคยทำ คนเก่งพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาครับ แต่ผมรู้สึกผิดมากเลย



เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ เมื่อกี้คนเก่งพูดว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำในวันเกิดทุกๆปี ถ้างั้น ....


"เดี๋ยวพี่มานะ"


ผมหยิบกุญแจรถแล้วรีบวิ่งลงมาที่รถเพื่อหยิบการ์ดใบล่าสุดจากคนเก่งที่ผมเพิ่งได้รับมาวันนี้ แล้วผมเอาใส่ไว้ในช่องเก็บของหน้ารถ หลังจากได้มาผมก็วิ่งกลับขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้ง คนเก่งดูแปลกใจกับท่าทางของผม แต่คนเก่งยังไม่ถามอะไร แต่มองตามผมเท่านั้น


ผมเดินไปเปิดตู้สีขาวที่ผมเก็บบรรดาข้าวของและการ์ดที่คนเก่งให้ผมมา ตอนแรกคนเก่งนั่งมองผมอยู่บนเตียงแต่พอผมหยิบกล่องที่ใส่การ์ดไว้จำนวนหนึ่งออกมาวางไว้ข้างนอก คนเก่งก็เดินเข้ามาหาผมก่อนจะนั่งลงที่พื้นห้อง พร้อมกับหยิบการ์ดที่อยู่ในกล่องมาดู

"พี่เต็มเก็บเอาไว้เหรอครับ" คนเก่งถามเสียงสั่นเครือ

"เก็บสิ เก็บตั้งแต่วันแรกที่เราให้" ผมตอบ

"เก็บอย่างดีขนาดนี้เลยเหรอครับ"


ผมมองคนเก่งแล้วยิ้มออกมา นึกขอบคุณม๊าที่แนะนำให้ผมเก็บของที่คนเก่งให้ไว้ดีๆ ถึงผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งคนเก่งจะได้มาเจอ แต่พอมาเห็นหน้าคนเก่งตอนนี้แล้วผมอยากจะขอบคุณม๊าจริงๆครับ สีหน้าและแววตาของน้องมีความสุขมากจริงๆ


หลังจากที่ผมหากล่องที่ผมต้องการเจอสี่กล่อง ผมก็เอาออกมาหาการ์ดที่ผมต้องการสี่ใบ ที่มันอยู่ในกล่องทั้งสี่อย่างละใบ

ถ้าผมไม่แยกกล่องไว้ตั้งแต่แรกคงไม่หาง่ายแบบนี้ อันนี้ม๊าก็เป็นแนะนำผมเหมือนกันคือพอม๊าเห็นว่าคนเก่งให้การ์ดผมเยอะ ม๊าเลยบอกว่าให้แยกเป็นกล่องละเดือนไปเลย ซึ่งตอนแรกผมยังแย้งกับม๊าเลยครับว่ามันจะเว่อร์ไปหรือเปล่า ถ้าเดือนหนึ่งมีไม่ถึงสิบใบล่ะ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่เลย อย่างน้อยๆเดือนๆหนึ่งผมต้องได้การ์ดไม่ต่ำกว่าสามสิบใบ


เอาล่ะ ผมได้การ์ดที่ผมต้องการมาแล้ว




To...พี่เติมเต็ม

        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ ♥

                           เทคแคร์ครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         



To...พี่เติมเต็ม

        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ

                           เทคแคร์ครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         



To...พี่เติมเต็ม

        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ

                           เทคแคร์ครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         


To...พี่เติมเต็ม ♥

        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ

                          เทคแคร์ครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         


To...พี่เติมเต็ม
        ขอให้วันนี้ของพี่เป็นวันที่ดีๆ เหมือนกับผมนะครับ

                        เทคแคร์&ซียูครับ
                                คนเก่ง
                           02/xx/20xx
         



การ์ดทั้งห้าใบมีข้อความที่เหมือนกัน และวันเดือนในการ์ดคือตัวเลขเดียวกัน ต่างกันแค่ปีคศ.ที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกปี


การ์ดที่ข้อความเหมือนกันเหล่านี้ เป็นการ์ดที่คนเก่งให้ผมทุกปีในวันคล้ายวันเกิดตัวเอง ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยสังเกตหรือใส่ใจอะไรมาก่อนหน้านี้เลย พอปีนี้ผมได้รับการ์ดแบบนี้มาอีก ทำให้ผมรู้ถึงความใส่ใจ ความสนใจ ความเอาใจใส่ และความเสมอต้นเสมอปลายของคนเก่งมากจริงๆ

ผมมองคนเก่งที่กำลังนั่งดูการ์ดในกล่องด้วยน้ำตาคลอไป

"ไม่ให้ดูแล้ว" ผมบอก

"อ้าว ทำไมล่ะครับ"

"ตัวเองเขียนเอง ยังจะมานั่งดูอีก อีกอย่างตอนนี้มันเป็นของพี่แล้ว"

"ก็มันดีใจนี่ครับ ไม่คิดจริงๆว่าพี่จะเก็บไว้ดีขนาดนี้ ดูสิใส่กล่องแยกเดือนกับปีด้วย ผม...ผมนึกว่าหลังจากอ่านเสร็จแล้วพี่จะทิ้งซะอีก" คนเก่งน้ำตาไหลออกมาจนได้

"ไม่เอา ไม่ร้องแล้ว" ผมดึงคนเก่งเข้ามากอด

"ขอบคุณนะครับพี่เต็ม เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดของผมเลยครับ"

"การ์ดเนี่ยนะ มันจะเป็นของขวัญได้ไงมันเป็นการ์ดที่เราเขียนเอง"

"ผมหมายถึงความใส่ใจครับ พี่ใส่ใจในสิ่งที่ผมทำให้พี่ ไม่ทิ้งขวางและพี่ก็ดูแลมันเป็นอย่างดีด้วย พี่เป็นแบบนี้ยิ่งทำให้ผมหยุดรักพี่ไม่ได้เลย"

คนเก่งที่ปกติคงจะไม่พูดคำว่ารักออกมาโดยที่ไม่เขินอายได้ แต่ครั้งนี้ต่างกัน น้ำเสียงไม่มีความเขินอาย มีแต่ความมั่นคง หนักแน่น


หลังจากที่ผ่านการร้องไห้จนตาบวม คนเก่งก็เข้าไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินกลับมาที่เตียง ผมมองดูเวลาตีสามกว่าแล้วครับ คนเก่งน่าจะง่วงมากแล้ว

"คนเก่งนอนได้แล้ว" ผมบอกก่อนจะใช้มือตบลงบนที่นอนเพื่อให้น้องนอนลง

คนเก่งลงมานอนบนเตียงอย่างว่าง่าย ผมเดาว่าคงจะง่วงเต็มที่แล้ว ผมห่มผ้าให้

"พี่เต็ม ฝันดีนะครับ" คนเก่งบอกก่อนที่เจ้าตัวจะหลับไปทันที

"ฝันดีครับ"

ผมก้มลงไปหอมแก้มคนเก่งเบาๆสองสามครั้ง



ผมมองคนเก่งที่นอนหลับสนิท ก่อนที่จะหยิบมือถือมากดถ่ายรูปคนเก่งสามสี่รูป ก่อนที่จะเลือกรูปที่ผมชอบที่สุดมารูปหนึ่ง และตัดสินใจโพสต์ลงในเฟซบุ๊คและไอจีด้วยรูปและแคปชั่นเดียวกัน




ขอบคุณที่ทำให้ทุกๆวันเป็นวันที่ดีนะครับ  #TtwKk



หลังจากโพสต์รูปเรียบร้อย ผมก็เดินไปปิดไฟและขึ้นมานอนบนเตียง การมีใครอีกคนมานอนด้วยบนเตียงเดียวกัน มันก็ให้ความรู้สึกที่แปลกๆเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ

มันดีมากเลย
ดีมากจริงๆ






TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara ✿



◕สำหรับใครที่รู้สึกหงุดหงิดกับคนเก่งเรื่องที่ทำไมไม่บอกพี่เติมเต็มเรื่องวันเกิด อ่านตอนนี้ก็คงจะพอเข้าใจคนเก่งได้บ้างนะคะว่าทำไมถึงไม่พูด (จนเรารู้สึกอึดอัดแทน)


ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
✿ เติมเต็มรัก ✿ ครั้งที่ 18


[เติมเต็ม part]





เช้าวันต่อมา

ผมตื่นมาตอนประมาณแปดโมงเช้า ผมหันมามองคนเก่งที่ยังนอนหลับสนิทอยู่ คงจะเพลียมากเพราะเมื่อวานก็ตื่นตั้งเช้าแถมเมื่อคืนก็นอนเกือบเช้า ผมก้มลงหอมแก้มคนเก่งทีหนึ่ง คนเก่งยังคงนอนนิ่งเลยครับ ผมก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ปลุก ปล่อยให้น้องนอนต่อให้เต็มอิ่ม


ผมลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ก่อนที่จะเดินลงมาข้างล่าง พอเดินเข้าไปในครัวก็เจอน้องชายคนเดียวของผมกำลังนั่งทานข้าวต้มอยู่

"พี่เต็มมากินข้าวต้ม" ติวเตอร์ชวนผม

"กินเลย แล้วป๊ากับม๊าลงมาหรือยัง" ผมเดินไปหยิบนมกล่องในตู้เย็นมาดื่ม ก่อนจะถามถึงป๊ากับม๊า

"ป๊ากับม๊าทานเรียบร้อยแล้ว ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวกันแล้ว" ติวเตอร์บอกผม

"แล้วพี่เต็มจะออกไปไหนหรือเปล่า"

"ไปแต่สายหน่อยต้องรอคนเก่งตื่นก่อน" ผมตอบ

ติวเตอร์ที่ทานข้าวต้มไปด้วยและเล่นมือถือไปด้วย กำลังจะถามผมต่อแต่ผมเห็นน้องชายผมชะงัก ก่อนจะเห็นมันทำตาโตแล้วมองผม

ผมว่าคงจะเป็นอย่างที่ผมคิด น้องชายผมคงจะเห็นรูปที่ผมโพสต์ลงในไอจีและเฟซบุ๊คเมื่อช่วงเช้ามืดแล้ว


"เฮ้ย!!!" ติวเตอร์วางช้อนที่กำลังตักข้าวต้มก่อนที่จะวิ่งออกจากห้องครัวไป

"ม๊าครับ ป๊าครับ" แล้วดูมันตะโกนเรียกหาป๊ากับม๊าตั้งแต่ข้างล่าง ผมเดินตามติวเตอร์ออกไปเพื่อไปนั่งรอม๊าที่ห้องนั่งเล่นไม่นานม๊าก็น่าจะลงมา



และจริงดังที่คิด
ม๊าเดินตรงมาหาผมด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสบายใจนัก

"เต็มจริงหรือเปล่าที่ติวบอกว่าลูกพาคนเก่งมานอนค้างที่นี่"

"จริงครับ"

"ตายจริง แล้วที่บ้านน้องเขารู้หรือเปล่า ไม่ใช่เขามาถอนหงอกม๊าทีหลังนะ"

"ม๊าครับ คิดอะไรอยู่ครับ คนเก่งแค่มานอนค้างเฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างที่ม๊ากลัว"

"แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

"แค่...เกือบเท่านั้นครับ"

"ไม่ได้เลยนะเติมเต็ม ม๊าขอสั่งห้ามและต้องปฏิบัติตาม ลูกจะมาทำรุ่มร่าม เกินเลยกับน้องแบบนั้นไม่ได้นะ"

"......." ฟังดูเหมือนผมเป็นพวกผู้ชายบ้ากามเลยครับ

"ตราบใดที่สถานะยังไม่ใช่แฟนก็ห้ามทำอะไรทั้งนั้น"

"งั้น ถ้าเป็นแฟนก็คงจะไม่มีปัญหาใช่มั้ยครับ"

"หืม?"

"ผมตั้งใจจะมาปรึกษาม๊าเรื่องนี้พอดีครับ ถ้าผมจะเป็นแฟนกับคนเก่งม๊าจะโอเคหรือเปล่าครับ"

"เรื่องนี้เต็มไม่ต้องปรึกษาม๊าก็ได้นี่ลูก เต็มก็น่าจะรู้ว่าม๊าค่อนข้างจะเอ็นดูคนเก่งมากเป็นพิเศษ"

"ใช่ครับม๊า แต่ผมมองว่าเรื่องที่เอ็นดูมันก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่จะมาเป็นแฟนกับผมมันก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะไม่ว่ายังไงคนเก่งก็เป็นผู้ชาย"

"แล้วเต็มคิดยังไงถึงจะขอคนเก่งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันเป็นแฟนล่ะ"

"..........." ผมพยายามที่จะเรียบเรียงคำพูดของตัวเองเพื่อบอกกับม๊า

"ค่อยๆคิด"

"ผมเคยได้ยินมีคนพูดว่า ถ้าเรารู้สึกดีหรือรักใครซักคน เราจะมองข้ามไปเลยว่าเขาเป็นเพศอะไรหรือเป็นใคร ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่าเป็นการพูดให้มันดูดี ให้ตัวเองดูเจ๋ง แต่พอมาเจอกับตัว วันที่ผมรู้ตัวว่าชอบน้อง ผมไม่ได้คิดอะไรเลย ไม่ได้คิดเรื่องเพศด้วยซ้ำ คิดแค่ว่าคนนี้คือคนที่ผมชอบ"

"ม๊าก็ไม่ได้ยินดีหรือปลื้มใจหรอกนะถ้าลูกชายจะมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ถ้าเป็นคนเก่งม๊าโอเค"

"ขอบคุณครับม๊า แล้วป๊าล่ะครับ"

"ป๊าเขาก็รับรู้เรื่องคนเก่งมาตลอด แต่ม๊าไม่รู้ว่าถ้าในที่สุดแล้วคนเก่งจะมาคบกับลูกจริงๆ ป๊าจะโอเคหรือเปล่า แต่เรื่องป๊าเอาไว้ก่อนดีกว่า  เต็มรู้มั้ยว่าการเป็นคนรักกันคือการแชร์ความรู้สึกกัน ช่วยกันเติมส่วนที่ขาด และลดความเป็นตัวตนบางอย่างของตัวเองเพื่อให้พอดีกับอีกคน"

"ครับม๊า" ผมเข้าใจในสิ่งที่ม๊าสอนผม

"แล้วเรื่องวันเกิดของน้องล่ะ"

ผมเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้ม๊าฟังเรื่องที่คนเก่งไม่ยอมบอกเรื่องวันเกิด

"ม๊าว่าม๊าคงจะมองคนไม่ผิด คนเก่งนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง ทุกๆอย่างทุกๆความคิด จะคิดถึงลูกก่อนเสมอ แบบนี้ลูกจะปล่อยน้องไปไม่ได้เลยนะ มันไม่ง่ายเลยที่จะเจอคนที่รักเรามากขนาดนี้"

"ก็เพราะจะไม่ปล่อยนี่แหละครับ วันนี้ผมตั้งใจจะขอน้องเป็นแฟน และจะชดเชยเรื่องเมื่อวานให้น้องด้วย"

"แล้วน้องยังไม่ตื่นเหรอ"

"ยังครับ น้องนอนเกือบสว่าง"

"รังแกน้องหรือเปล่า!!"

"ม๊าาาา ผมก็บอกตั้งแต่ตอนแรกแล้วไงครับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เราแค่ปรับความเข้าใจกันแล้วน้องก็เลยร้องไห้...หลายรอบ"

ม๊าดุผมอีกรอบ ไม่รู้ถ้าคนเก่งคบกับผมจริงๆ ผมจะกลายเป็นหมาหัวเน่าหรือเปล่า



หลังจากคุยกับม๊าเสร็จผมก็จะเดินขึ้นห้องไปดูว่าคนเก่งตื่นหรือยัง มาเจอติวเตอร์ยืนอยู่ตรงมุมบันไดตรงทางขึ้นชั้นบน อ๋อ...นึกว่าหายไปไหนที่แท้ก็มายืนแอบฟัง

"ในที่สุดผมจะได้เรียกพี่สะใภ้อย่างเต็มปากได้ซะที"

ติวเตอร์พูดเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในครัว ผมยิ้มตามหลังน้องชายไป



ผมเดินขึ้นมาบนห้อง ไม่เจอคนเก่งอยู่บนเตียงแล้วครับ ผมยิ้มเมื่อเห็นสภาพเตียงนอนของตัวเอง ผ้าห่มถูกพับเรียบร้อย ผ้าปูที่นอนถูกดึงจนเรียบตึงทุกมุม ไม่เคยรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องจำเป็น แต่พอเห็นแบบนี้ผมก็มองข้ามไม่ได้จริงๆ


คนเก่ง...แม่งน่ารักว่ะ


ผมได้ยินเสียงน้ำที่ดังมาจากในห้องน้ำ คนเก่งกำลังอาบน้ำอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย ผมก็เลยรีบเอาเสื้อผ้าของคนเก่งที่เตรียมมาเมื่อคืนลงไปให้เด็กรีดให้ ที่บ้านผมนอกจากน้านวลแล้วก็มีลูกสาวของน้านวลอีกคนหนึ่งที่ช่วยทำงานบ้าน

ผมยืนรอให้พี่นิด (ลูกสาวน้านวล) รีดเสื้อผ้าของคนเก่งเรียบร้อยผมถึงเอาขึ้นมาให้น้อง พอเปิดประตูห้องเข้าไปปรากฏว่าน้องอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และน้องกำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวแต่อย่าเพิ่งคิดว่าน้องจะโชว์ท่อนบนนะครับ เพราะน้องใช้ผ้าเช็ดตัวสองผืนใหญ่คลุมร่างกายตัวเองไว้ เห็นแล้วอดขำไม่ได้ น้องมองเสื้อผ้าในมือผม

"ผมกำลังคิดอยู่เลยว่าเมื่อคืนแขวนเสื้อผ้าไว้ตรงไหน"

"พี่เอาลงไปให้เด็กในบ้านรีดให้"

"แล้วพี่เต็มตื่นนานแล้วเหรอครับ น่าจะปลุกผมด้วย"

"นานแล้ว พี่เห็นเราหลับสนิทเลยไม่กวน"

"น่าจะปลุกสักหน่อยนะครับ มานอนบ้านคนอื่นแต่ตื่นสายกว่าเจ้าของบ้าน ขายหน้าแย่เลย"

"คิดมากทำไมไม่ใช่คนอื่นสักหน่อย อีกอย่างเราหลับสนิทจริงๆ พี่ฟัดแก้มตั้งนานยังไม่รู้สึกตัวเลย"

คนเก่งตาโตและลูบแก้มตัวเองไปมา ผมแขวนเสื้อผ้าของคนเก่งไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าก่อนที่จะเดินมาบีบแก้มคนเก่งเบาๆ

"แต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวพี่ขออาบน้ำก่อน"

ผมใช้เวลาอาบน้ำประมาณครึ่งชั่วโมง ออกมาในสภาพที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวที่ท่อนล่างตามเคย คนเก่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้วครับ ใส่สีชมพูอ่อนๆแบบนี้แล้วเข้ากับคนเก่งมากจริงๆ ปกติขาวอยู่แล้วยิ่งขับผิวให้ขาวขึ้น ผมเห็นน้องนั่งเล่นมือถืออยู่ และผมเห็นน้องมองผมด้วยหางตา พอเห็นว่าผมยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยก็รีบหันกลับไปเล่นมือถือตามเดิม ผมว่าน้องต้องเห็นรูปตัวเองที่ผมโพสต์แล้ว ถึงผมไม่แท็กน้อง น้องก็ต้องเห็นเพราะปกติน้องต้องเข้าไปส่องเฟซบุ๊ค ส่องไอจีผมอยู่แล้ว

ผมยอมรับเลยว่าระหว่างที่แต่งตัวไปคือรอนะครับ รอว่าเมื่อไหร่น้องจะเอ่ยถามผมเรื่องรูปแต่น้องก็ยังไม่ถาม หรือน้องอาจจะรอให้ผมแต่งตัวเสร็จก่อนก็ได้ พอผมแต่งตัวเรียบร้อย ทั้งหน้าทั้งผมพร้อมในการออกข้างนอก ผมก็เดินมานั่งข้างๆน้องที่โซฟา น้องหันมามองผม จ้องผมอยู่สักพักก่อนที่จะมองเสื้อผ้าตัวเอง

ครับ ที่ผมเลือกให้น้องแต่งตัวแบบนี้เพราะจะได้คล้ายกับผม ผมมีเสื้อเชิ้ตทรงเดียวกับน้องแต่ของผมเป็นสีฟ้า และกางเกงยีนส์สีขาวเข้ารูปเหมือนกัน พอมาเห็นแบบนี้ ผมก็เริ่มพอที่จะเข้าใจพวกคู่รักที่ชอบใส่เสื้อคู่กัน มันให้ความรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง

คนเก่งไม่พูดอะไรเลยครับ แต่หน้าแดงมาก

"หิวมั้ย" ผมถามคนเก่งก่อน

"ครับ"

"อยากกินอะไร" ผมถามพร้อมกับมองนาฬิกาไปด้วย ตอนนี้สิบโมงกว่า ห้างเปิดแล้ว

"ตามใจพี่เต็มเลยครับ"

"วันนี้พี่จะตามใจทุกอย่างเลย พี่รู้ว่าพี่ย้อนเวลากลับไปเมื่อวานไม่ได้ แต่พี่ก็อยากจะสมมุติว่าวันนี้คือวันเกิดเรานะ" ผมบอกพร้อมกับใช้มือลูบผมคนเก่งไปมา คนเก่งไม่ได้เซ็ทผมแค่หวีธรรมดา ซึ่งผมชอบมากเพราะผมอยากจับผมนิ่มๆของคนเก่งมากกว่าผมที่ผ่านการเซ็ท

"ผมบอกแล้วว่าไม่เป็นไร"

"ห้ามขัด เพราะพี่วางแพลนไว้แล้ว"

"เมื่อกี้ยังบอกจะตามใจทุกอย่างอยู่เลย"

"ตามใจทุกอย่างแต่ไม่รวมกับที่จะทำลายแผนของพี่ โอเค๊?"

ผมพูดสรุปจบไปแบบนี้เลยทันที ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบกระเป๋าเงิน,กุญแจรถและโทรศัพท์มือถือ คนเก่งก็ลุกตามแล้วเก็บของใส่กระเป๋าสะพาย ก่อนที่เราทั้งคู่จะเดินลงมาข้างล่าง เจอติวเตอร์กำลังล้างรถอยู่ที่หน้าบ้าน

"พี่สะใภ้ สวัสดีครับ" ติวเตอร์ทักทายและยกมือไหว้คนเก่ง ด้วยคำทักทายที่ทำให้คนเก่งทำตัวไม่ถูก หน้าขึ้นสีเรียบร้อย ก่อนจะหันมามองผม ผมก็ตอบกลับไปแบบไม่มีเสียงว่า 'ไม่รู้เรื่อง'

"สวัสดีครับน้องติวเตอร์" คนเก่งทักทายติวเตอร์ตอบ

"ป๊ากับม๊าออกไปแล้วเหรอ" ผมถามเพราะผมไม่เห็นรถตู้คันที่ป๊ากับม๊าใช้เป็นประจำ

"เพิ่งออกไปก่อนพวกพี่จะลงมาแป๊ปเดียวเอง"

ผมพยักหน้ารับรู้ก่อนจะพาคนเก่งเดินมาที่รถ

"งานเสื้อผ้าคู่ก็มาครับผม!" ติวเตอร์มันตะโกนตามหลังผมมาก่อนที่ผมจะเปิดประตูรถ พอเปิดประตูรถได้คนเก่งรีบขึ้นไปนั่งบนรถเลยทันที

พอขึ้นรถไปคนเก่งก็ไม่ได้พูดอะไรกับผม ดูเหมือนจะเขินๆหรือเปล่า

"ทำตัวตามสบายสิ จะเกร็งทำไมครับ" ผมพูด

"พี่เต็ม ถ่ายรูปผมไปลงไอจีกับเฟซบุ๊คเหรอครับ" ในที่สุดคนเก่งก็ถามเรื่องนี้สักที

"โกรธหรือเปล่า" ผมลืมคิดไปว่า ปกติคนเก่งก็ไม่ลงรูปตัวเองในโซเชี่ยล แล้วรูปที่ผมลงก็ค่อนข้างส่วนตัวเพราะน้องกำลังนอนหลับ

"ไม่โกรธครับ แค่รู้สึกทำตัวไม่ถูก"

"แล้วฟีดแบ็กเป็นยังไงบ้าง" ผมยังไม่ได้เข้าไปดูว่าเป็นยังไง

"ก็มีคนสงสัยกันเยอะว่าผมคือใคร และพวกเพื่อนๆพี่ก็พูดว่าจำได้ว่าเป็นผ้าห่มที่อยู่ที่บ้านของพี่ พวกพี่เขาก็แซวกันว่า...พี่พาผมมาเปิดตัวที่บ้านหรือเปล่า"

ผมรับฟังเงียบๆยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร




(มีต่อนะคะ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 00:16:36 โดย ninewara »

ออฟไลน์ ninewara

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 78
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +36/-1
(ต่อค่ะ)



จนขับรถมาถึงที่ห้าง ผมพาคนเก่งไปดูรอบหนังก่อน หลังจากเลือกเรื่องและเวลาได้แล้ว ผมก็พาน้องลงมาหาอะไรทานกัน และเป็นครั้งแรกเลยที่คนเก่งเลือกร้านที่จะทานเอง

ึคนเก่งเลือกทานร้านอาหารอิตาเลียนครับ มันค่อนข้างเซอร์ไพรส์สำหรับผมมาก ผมไม่เคยคิดว่าน้องจะชอบทานอาหารประเภทนี้

"ผมชอบทานอาหารจำพวกเส้นครับ ทานได้หมดทุกเมนู แต่วันนี้อยากทานสปาเก็ตตี้แล้วก็พาสต้าด้วย" คนเก่งบอกตอนที่ผมถาม ถือว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับผมในเรื่องของคนเก่งเลยก็ว่าได้

หลังจากมื้อกลางวันผ่านไป ผมเห็นว่าเวลาใกล้ที่จะถึงเวลาหนังจะฉายแล้ว ผมกับคนเก่งเลยขึ้นมานั่งรอที่ชั้นโรงหนัง คนเก่งขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมจะไปด้วยแต่น้องบอกไม่เป็นไร ผมก็ไม่อยากเซ้าซี้กลัวน้องรำคาญ



"เฮียเต็ม" ผมหันไปตามเสียงเรียก เห็นไอ้โจ้กับไอ้บุ๊คที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

"มาดูหนังเหรอ" ผมถาม

"อืม" ไอ้บุ๊คเป็นคนตอบและมันทำเสียงเซ็งๆใส่ผมอีกแล้วครับ

"เฮียมากับใคร คนเดียว?" ไอ้โจ้ถาม

"มากับ ...." ผมกำลังจะตอบแต่เสียงไอ้โจ้แทรกออกมาก่อน

"ไอ้อ้วน!"

ไอ้โจ้เห็นคนเก่งเดินกลับมาพอดี

"เดี๋ยวนี้ก้าวหน้าว่ะ มาดูหนงดูหนัง ใส่เสื้อผ้าเหมือนกันด้วย ไม่ธรรมดา" ไอ้โจ้มันแซว

"หวัดดีโจ้" คนเก่งทักทายไอ้โจ้อย่างเขินๆ ผมมายืนข้างคนเก่งและจับมือน้องไว้

"นี่เพื่อนพี่ชื่อบุ๊ค แล้วก็เป็นแฟนไอ้โจ้ด้วย ส่วนนี่คนเก่ง" ผมแนะนำไอ้บุ๊คให้รู้จัก คนเก่งยกมือไหว้ ผมเห็นสายตาของไอ้บุ๊คมองคนเก่งแปลกๆ อะไรว่ะ เมียมึงก็ยืนอยู่กับมึงเนี่ย

"อะไรไอ้บุ๊ค" ผมถาม

"คนเก่ง?" ไอ้บุ๊คมันหันไปถามไอ้โจ้และมองหน้าผม

"ไหนบอกตัวอ้วนๆขี้เหร่ๆ ตัวจริงก็น่ารักดี หุ่นก็ดี" ไอ้บุ๊คพูดขึ้นมา แล้วมันมองคนเก่งแบบ...แม่ง ผมขยับตัวมาบังคนเก่งไว้

"ก็เมื่อก่อนมันอ้วนมันขี้เหร่หน้ามันมีแต่สิว" ไอ้โจ้มันพูดพร้อมหน้าบึ้ง

"หน้าบึ้งทำไม" ไอ้บุ๊คถามเมียมัน

"ก็พี่บุ๊คชมว่ามันน่ารัก"

"ก็เขาน่ารักพี่ก็พูดตามที่เห็น"

"......"

"พี่ชมคนอื่นก็ใช่ว่าจะชอบเขามั้ย เราซะอีก พูดถึงไอ้เต็มวันละร้อยรอบ"

ผมว่าคดีเริ่มจะพลิก

"เรื่องของพวกมึงกูไม่ยุ่ง กูไปล่ะ" ผมพูดเสร็จก็จูงมือคนเก่งให้เดินไปจุดที่พนักงานตรวจตั๋ว เพราะเขาให้เข้าโรงหนังได้แล้ว


"พี่เต็มรู้จักแฟนโจ้ด้วยเหรอครับ" คนเก่งถามระหว่างที่กำลังเดินไปที่โรงหนังตามหมายเลขบนตั๋ว

"เป็นเพื่อนต่างโรงเรียนสมัยมัธยมน่ะ เคยเจอกันตอนทำกิจกรรมนอกโรงเรียน"

"ตัวจริงพี่เขาหล่อกว่าในรูปเยอะเลย" คนเก่งพูดด้วยน้ำเสียงปกติแต่ผมนี่สิ ไม่ชอบใจเอาซะเลย

"เคยเห็นรูปมันเหรอ" ผมถามน้ำเสียงหงุดหงิดเลยแหละ

"เคยเห็นในไอจีของโจ้ครับ" คนเก่งตอบ

"พูดถึงไอจี ไอจีอันไหนคือของเรา"

ผมต้องถามเพราะผมไม่เคยรู้เลยว่าอันไหนคือของคนเก่ง มีคนฟอลโล่ผมค่อนข้างเยอะ หลักแสนจะให้ผมไล่ดูทีละชื่อก็คงไม่ไหว เคยลองไล่ดูตามชื่อเวลามีคนมากดถูกใจ มันก็หลักหลายหมื่น ผมบอกเลยว่าความพยายามผมไม่มากพอ

"ผมไม่ได้เปิดสาธารณะไว้ครับ" คนเก่งตอบเหมือนไม่ค่อยอยากให้รู้  ไม่อยากให้รู้ก็ไม่เป็นไร ผมมีวิธีง่ายๆที่จะรู้ก็ล่ะกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เลยไม่ถามอะไรต่ออีก


"นี่ไงที่นั่งเรา" ผมบอกคนเก่งเมื่อเดินมาถึงโซฟาที่นั่ง ผมเลือกที่นั่งแบบฮันนีมูนซีท ตอนแรกคนเก่งไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ต้องยอมเพราะผมซื้อตั๋วไปแล้ว

พอได้ที่นั่งเรียบร้อย หนังตัวอย่างยังไม่มาครับ ผมก็เลยหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อกดเข้าไปดูรูปที่ผมลงโซเชี่ยลไปเมื่อช่วงเช้ามืด ผมเข้าไปที่เฟซบุ๊คก่อน



Thorn Saharit : ลงรูปตอนตีสี่ และเป็นรูปที่น้องนอนอยู่บนเตียงมึงคืออะไร
Touchpol Suppamongkol : เออ!!ห้องนอนมัน
Techin Prompattana : ไม่ใช่ห้องนอนมันธรรมดาเว้ย ห้องนอนที่บ้านมัน
Thorn Saharit : ไปเปิดตัวเหรอวะ
อิงค์ อิงวาด : กรี๊ดดดดดดดดดดด!!! อัพเดทด่วน



ผมเลือกอ่านเฉพาะที่เป็นของเพื่อนๆที่ผมรู้จัก มีคนในทีมบาสหลายคนมาคอมเม้นท์ว่าจำคนเก่งได้ว่าเห็นไปนั่งดูผมซ้อมบาสทุกครั้ง


พอเข้ามาที่ไอจีส่วนใหญ่จะเป็นคนที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง


Comment 1 : งื้ออออออ ... อะไรยังไงคะพี่เต็ม
Comment 17 : แคปชั่นแบบนี้คือ?
Comment 23 : ใช่คนที่มีรูปออกมาวันแข่งบาสมั้ย
Comment 24 : พี่เต็มเป็นเหรอ? คือดีย์อะ
NiceGuys : แอดขอกรี๊ดแป๊ปค่ะ สรุปมีซัมธิงกันจริงๆ
Comment 77 : หูยยยย..แคปชั่นหวานมาก
justjo : เมื่อคืนนอนด้วยกันนี่เอง มิน่าเจอมาดูหนังด้วยกัน
Comment 149 : @justjo จริงหรือเปล่าคะ กรี๊ดดดๆๆๆ


ผมเห็นคอมเม้นท์ของไอ้โจ้ว่าเพิ่งมาคอมเม้นท์เมื่อประมาณห้านาทีที่ผ่านมา คอมเม้นท์ของมันปลุกกระแสน่าดู

จริงสิ...เรื่องที่ผมจะทำวันนี้ให้ไอ้โจ้มันช่วยก็น่าจะดี ตอนแรกว่าจะให้ไอ้ธรณ์มันช่วยแต่อาทิตย์นี้ไอ้ธรณ์มันไม่ได้กลับมาที่บ้าน จะให้มันขับรถมาหาก็คงจะรบกวนมันมากไป

หนังตัวอย่างเริ่มฉายแล้วครับ คนเก่งที่ตอนแรกที่นั่งเล่นมือถือเหมือนกันก็เก็บมือถือเรียบร้อยแล้ว ผมก็เลยรีบทักไลน์ไปหาไอ้โจ้

teimtem : ไอ้โจ้
teimtem : ดูหนังเสร็จแล้ว
teimtem : ไปไหนต่อ

ข้อความขึ้นว่าอ่านแล้วสักพักใหญ่เลย กว่ามันจะตอบ

justjo : มีอะไร

คำพูดนี้คงจะไม่ใช่ไอ้โจ้ตอบแน่นอน

teimtem : ไอ้บุ๊ค?
justjo : เออ!มีอะไรกับมัน
teimtem : ขี้หึงว่ะ
teimtem : กูมีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือ
teimtem : จากมึงทั้งคู่
teimtem : ดูหนังเสร็จ กูโทรหา


ผมพูดแค่นั้นก่อนจะเก็บมือถือเพราะคนเก่งหันมามองผมหลายรอบแล้ว



หลังจากที่ดูหนังเสร็จ มองดูเวลาแล้วมันคงจะเร็วเกินไปถ้าหากว่าจะเริ่มทานมื้อเย็น ผมก็เลยชวนคนเก่งเดินเล่นกันก่อนและบังเอิญว่าน้องบอกว่าอยากไปดูหนังสือกับพวกเครื่องเขียน ผมก็เลยพาน้องเดินมาที่ร้านหนังสือ ผมปล่อยให้น้องยืนดูหนังสือ ก่อนที่ผมจะเดินมาคุยโทรศัพท์ที่บริเวณหน้าร้าน ผมกดไปที่เบอร์ของไอ้โจ้


(ว่าไงครับเฮีย ไลน์ไปไม่อ่าน)

"กูอยู่กับคนเก่งมั้ยล่ะ กูไม่สะดวก"

(แหนะๆ ทำอย่างกับแอบคุยกับชู้ โอ๊ย!พี่บุ๊ค ... ฮัลโหล)

เสียงฮัลโหลคือเสียงของไอ้บุ๊คครับ ขี้หึงจริ๊ง

"เออ"

(มึงมีอะไร พูดกับกูเนี่ยแหละ)

ผมก็อธิบายสิ่งที่ผมจะทำและสิ่งที่ผมอยากขอให้มันช่วย

(ก็ช่วยได้ แต่มึงก็ทำเองได้นี่หว่า)

"แล้วสรุปจะช่วยกูมั้ย"

(เออๆ กูช่วยเพราะกูสงสารน้องเขาที่ดันมารักคนอย่างมึงตั้งห้าปีแต่แค่วันเกิดเขามึงก็ไม่รู้)

"ไอ้เหี้ยบุ๊ค มึงจะย้ำทำไมวะ"

(อย่างน้อยตอนที่โจ้มันยังไม่มีใจให้กู มันก็รู้วันเกิดกูอะ)

"พอๆยิ่งฟังมึงพูด กูยิ่งรู้สึกว่ากูโคตรแย่"

(เออ จะให้เจอกี่โมงที่ไหนก็ทักมา)


หลังจากตกลงเรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินกลับเข้าไปในร้าน คนเก่งไม่ได้อยู่ที่ตรงชั้นหนังสือที่เดิม แต่เดินมาตรงมุมเครื่องเขียน ผมเห็นคนเก่งกำลังยืนลองปากกาอยู่ ผมเดินเข้าไปยืนข้างๆ ในมือคนเก่งมีปากกาอยู่หลายด้าม

"อันนี้คือจะซื้อ?"

"ครับ"

"พี่ถือให้"

คนเก่งลังเลใจแต่ผมจับมือคนเก่งและดึงปากกาออกจากมือมาถือไว้เอง ต่อจากนั้นคนเก่งก็เลือกปากกาต่อ ตอนนี้ปากกาเต็มสองมือผมแล้วครับ

"จะเอาหมดจริงอะ" ผมถาม คนเก่งหันมามองแล้วทำตาโต ได้ยินเสียงบ่นออกมาว่า 'เยอะจัง'

"เลือกเพลินไปหน่อยครับ"

คนเก่งทำท่าว่าจะเลือกปากกาที่อยู่ในมือผมอีกรอบ

"เอาหมดเลยเนี่ยแหละ"

"ถ้าพี่เต็มเบื่อที่จะรอ พี่เต็มไปนั่งร้านเครื่องดื่มรอมั้ยครับ อืม...ถ้างั้นไว้ค่อยผมกลับไปซื้อที่โน่นดีกว่า พี่จะได้ไม่ต้องรอนาน ... คือผมเลือกของนาน"

"พี่ยังไม่ได้บ่นอะไรเลย ที่บอกให้เอาหมดไม่ใช่เพราะไม่อยากให้เราเสียเวลาเลือก แต่เป็นเพราะเราเลือกมาแล้วและเราชอบก็เอาเลย บอกแล้ววันนี้จะตามใจ"

"งั้นห้ามบ่นนะครับ"

"ไม่บ่นครับ รับรอง"



หลังจากนั้นผมก็ถือตะกร้าเดินตามคนเก่งอย่างเดียวเลยครับ น้องน่าจะชอบปากกามากๆ น้องซื้อทั้งแบบลูกลื่นธรรมดา แบบเจล แบบหมึก เลือกมาหลากหลายสีด้วย จบจากมุมปากกาก็ไปต่อที่มุมกระดาษและสมุด น้องใช้เวลาเลือกนานพอสมควร จนเวลาผ่านไปน้องน่าจะเลือกจนพอใจแล้ว


จนตอนที่จะเดินไปชำระเงิน น้องก็เรียกผมไว้ก่อนที่ผมจะถือตะกร้าถึงตรงที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์

"พี่เต็มเดี๋ยวก่อนครับ"

"จะเอาอะไรอีกหรือเปล่า"

"เปล่าครับแต่ว่า..."

คนเก่งไม่ได้พูดต่อแต่ดึงตะกร้าที่ผมถืออยู่เดินไปตรงมุมที่ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน แล้วคนเก่งก็เลือกของในตะกร้าออกจำนวนหนึ่งเกินครึ่งของที่เลือกมา

"เอาออกทำไม"

"เดี๋ยวมันเกินงบครับ คือปกติผมจะเลือกของที่อยากได้มาก่อนแล้วตอนจะจ่ายเงินค่อยมาเลือกออกอีกที"

"หลายขั้นตอนไปอีก"

"ถึงได้บอกไงครับว่าผมเลือกของนาน กลัวพี่จะเบื่อ"

"ไม่เบื่อหรอก แล้วก็เอาทั้งหมดนี่แหละ พี่จ่ายเอง"

"เฮ้ย!ไม่ได้นะครับ ของผมใช้เองจะให้พี่จ่ายได้ไง"

"ปากกาพวกนี้ที่ซื้อมาจะมีโอกาสที่จะใช้เขียนการ์ดถึงพี่มั้ย"

"ก็ต้องมีสิครับ"

"งั้นพี่จ่ายก็ถูกแล้ว"



ผมพูดเสร็จก็ดึงตะกร้ากลับมาถือเองและไปจ่ายเงิน คนเก่งหน้ามุ่ยเลยครับ เดินออกไปรอผมหน้าร้าน พอผมจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาหาคนเก่ง

"เป็นไรครับ" ผมคิดว่าคนเก่งดูจะมีปฏิกิริยาบางอย่างเวลาที่ผมพูด 'ครับ' เท่าที่สังเกตมาหลายครั้ง

"ก็ไม่ชอบให้พี่ทำแบบนี้ มาจ่ายเงินให้"

"คิดมากทำไมพี่เต็มใจ" ผมลูบหัวคนเก่งเบาๆ เห็นคนเก่งหันมองไปมารอบตัว คงกลัวมีคนมอง

"แต่มันไม่ใช่เรื่องที่พี่ต้องมาจ่ายให้เลยนะครับ มันของๆผมอะ"

"ถ้างั้นมาแลกเปลี่ยนกันดีกว่า ดีมั้ย"

"แลกกับอะไรครับ"

"ตอนนี้พี่ยังคิดไม่ออก ขอติดไว้ก่อน"



หลังจากที่ผมพาคนเก่งเดินเล่นจนเวลาล่วงเลยมาช่วงหัวค่ำ ผมพาคนเก่งขับรถออกจากห้าง มาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งผมได้นัดหมายไอ้บุ๊คกับไอ้โจ้ไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนแรกผมตั้งใจจะไปอีกร้านหนึ่งแต่ไอ้บุ๊คมันเสนอมาว่าที่นี่เหมาะที่สุด ทำอะไรสะดวก เหตุผลเพราะเป็นร้านของครอบครัวมัน เหตุผลมันเชี่ยมากครับ แต่พอขับรถมาถึงที่ร้าน โอเคครับร้านมันสวยจริง บรรยากาศโคตรดี


"ร้านน่ารักจัง" คนเก่งเอ่ยปากทันทีที่รถมาจอดหน้าร้าน

"พี่เพิ่งเคยมาเหมือนกัน เพื่อนแนะนำ" ผมบอก

พอผมเดินลงมาจากรถก็มีพนักงานเดินเข้ามาสอบถามทันที


"คุณเติมเต็มหรือเปล่าครับ" พนักงานถามผม

"ใช่ครับ"

"ผมจะพาไปโต๊ะที่จองไว้นะครับ"

ผมงงเล็กน้อยครับ แต่ก็นั่นหมายความว่าไอ้คู่รักสองคนนั่นคงจะเตรียมสถานที่ให้ผมแล้ว

ผมจับมือคนเก่งให้เดินไปพร้อมกัน คนเก่งมือเย็นเล็กน้อย

"ทำไมมือเย็นจัง"

"พี่เต็มจองโต๊ะไว้ด้วยเหรอครับ รู้สึกตื่นเต้นจัง"

"เซอร์ไพรส์มั้ยล่ะ"

พูดออกไปก็นึกด่าตัวเองในใจ แค่จองโต๊ะอาหารแค่นี้เซอร์ไพรส์ตรงไหนวะกู พูดออกไปได้

"ครับ" แต่คนเก่งก็คือคนเก่ง ดีใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเสมอ



โต๊ะที่ผมเดาว่าไอ้บุ๊คมันน่าจะเป็นคนเลือกให้ หรือมันอาจจะจัดให้ผมใหม่เลยก็ไม่แน่ใจ เพราะผมว่ามุมมันดีมาก ดูเป็นส่วนตัวมากกว่าที่ทางร้านจะจัดวางโต๊ะแบบนี้ในวันปกติทั่วไป


หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาในการทานอาหารเย็นผ่านไป ก็เป็นช่วงที่ผมรอคอยมาตลอดทั้งวัน พอถึงเวลาจริงๆแล้วผมค่อนข้างตื่นเต้นมากครับ


"ผมไปเข้าห้องน้ำนะครับ" คนเก่งบอกผมก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไป


นี่แหละครับช่วงเวลาที่ผมรอ

ไอ้บุ๊คเดินมาหาผมทันที

"กูตั้งกล้องไว้ตรงนั้นนะ มีสองจุด กูลองทดสอบกับโจ้แล้ว ภาพชัดเสียงก็โอเค เดี๋ยวกูจะกดถ่ายวิดีโอไว้เลย" ผมมองตามจุดที่ไอ้บุ๊คบอก มันซ่อนกล้องได้ดีมากครับ ถ้ามันไม่บอกคือผมไม่รู้เลย ไอ้บุ๊คเดินไปกดปุ่มที่กล้องแล้วส่งสัญญาณบอกผมว่าเรียบร้อย

"โจ้บอกคนเก่งกำลังล้างมือ มึงเตรียมตัวได้แล้ว" ไอ้บุ๊คบอกผมก่อนจะรีบเดินออกไป


ส่วนตัวผมเองก็หยิบมือถือออกมาก่อนที่จะเลือกเข้าไปที่ไอจี ช่องทางโซเชียลมีเดียของผมที่มีคนติดตามเยอะมากกว่าเฟซบุ๊คและผมเลือกเข้าไปที่ไลฟ์สดครับ

ผมสูดลมหายใจเข้าแรงๆหนึ่งครั้ง ตื่นเต้นชะมัด


"สวัสดีครับ นี่เป็นการไลฟ์ครั้งแรกของผม อยากให้ติดตามชมไลฟ์ครั้งแรกของผมจนจบนะครับ"

จากตอนแรกที่ผมพูดกับกล้องหน้าในมือถือของตัวเอง ผมก็เปลี่ยนเป็นกล้องหลังและวางในตำแหน่งที่เห็นคนเก่งชัดเจน โดยที่น้องจะไม่สังเกตเห็น (ผมลองวางดูก่อนแล้วตอนที่น้องขอไปเข้าห้องน้ำตอนที่มาถึงที่ร้าน)

"อิ่มหรือยัง" ผมถาม

"อิ่มครับ อาหารที่นี่อร่อยมากเลย" คนเก่งตอบยิ้มๆ

"วันนี้เหนื่อยมั้ย"

"ไม่เหนื่อยเลยครับ"

อยู่ๆผมก็รู้สึกเขินขึ้นมาจนเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก

"พี่เต็มมีอะไรหรือเปล่าครับ"

น้องมันคงเห็นท่าทางแปลกๆของผม

"พี่มีของขวัญวันเกิดจะให้"

"ของขวัญ? เมื่อคืนก็ให้แล้วไงครับ"

ให้อะไรว่ะ?

"จูบน่ะเหรอ"

"พี่เต็ม!มันใช่ที่ไหนเล่า"

คนเก่งโวยขึ้นมา หน้าแดงเลยครับ ไม่ใช่จูบเหรอ ก็ผมนึกออกแค่เรื่องเดียว

ผมบีบแก้มคนเก่งเบาๆ

"ครับๆไม่ใช่ก็ไม่ใช่ งั้นมาพูดเรื่องของขวัญวันเกิดกันต่อ"

"ผมบอกแล้วว่าไม่อยากได้อะไร แค่เมื่อคืนที่....มีพี่อยู่ด้วยผมก็มีความสุขมากๆแล้วครับ"

คนเก่งพูดพร้อมกับเอามือลูบๆตรงท้ายทอยไปด้วย รู้เลยว่าเขินมาก



"คนเก่ง ... เป็นแฟนกับพี่นะ"


ผมตัดสินใจพูดออกไปตรงๆเลยเพราะกลัวรอนานกว่านี้ตัวเองจะไม่กล้าพูด

คนเก่งเงียบครับ เงียบแบบ เงียบมากๆ มองผมตาค้างเลย


"คนเก่ง" ผมเรียกชื่อน้อง น้องยังนิ่งอยู่ ผมเอื้อมมือไปบีบแก้มน้องแรงกว่าปกตินิดหน่อย คนเก่งสะดุ้งเลยครับ

"ทำไมเงียบ"

"พี่เต็มพูดว่า...." คนเก่งกำลังจะพูดแต่ผมพูดแทรกขึ้นมาก่อน

"เป็นแฟนกับพี่นะ"

ตอนนี้หน้าของคนเก่งแดงกล่ำเลยครับ

"พี่เต็มแน่ใจแล้วเหรอครับ เป็นผมมันจะดีจริงเหรอ" คนเก่งมีน้ำเสียงไม่ค่อยมั่นใจ

"ไม่เคยแน่ใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย"

"......."

ผมขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆคนเก่งจากตอนแรกที่นั่งตรงกันข้ามกัน

"ขอโทษนะที่พี่ปล่อยให้รอมาตั้งหลายปี ขอโทษที่พี่ไม่ค่อยได้ใส่ใจกับเรื่องต่างๆของเรา ขอโทษที่ไม่ค่อยสนใจ ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยมาตั้งนาน และขอโทษที่เคยทำให้ร้องไห้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป พี่จะทำให้ทุกๆวันของเราดีขึ้น จะไม่ทำให้เรารู้สึกเสียเวลาที่รอพี่มาตั้งหลายปี"

ผมพูดออกมาจากสิ่งที่ผมรู้สึกจริงๆ
ผมจับมือของคนเก่งเอาไว้ข้างหนึ่งและอีกข้างหนึ่งก็ลูบผมคนเก่งไปด้วย คนเก่งน้ำตาคลอครับแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา


"เป็นแฟนกันนะ เป็นแฟนกับพี่นะครับ" ผมพูดอีกครั้ง


คนเก่งมองหน้าผมและถาม

"นี่คือของขวัญวันเกิดที่พี่บอกจะให้เหรอครับ"

"ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคำตอบของคนเก่ง"


ผมตอบตามจริง


"เป็นแฟนกันนะ นะ นะ นะ"


้เกิดมาไม่เคยอ้อนใครเลยผม

คนเก่งหลุดขำออกมา ก่อนจะพูดว่า


"ตกลงครับ"


ผมไม่คิดว่าแค่คำว่าตกลงที่ได้ยินจากปากของน้องจะทำให้ผมมีความสุขและดีใจขนาดนี้ ทั้งๆที่ผมมั่นใจว่าน้องจะต้องไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว

ผมดึงคนเก่งเข้ามาก่อนทันที พร้อมกับจูบที่แก้มน้องสองสามครั้ง น้องผลักผมออกพร้อมกับบอกว่า

"พี่เต็มมันร้านอาหารนะ" 

ผมยิ้มให้คนเก่งก่อนจะก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากของคนเก่งย้ำๆสองที

"พี่เต็ม!"

เอาล่ะครับพอก่อน น้องเริ่มจะเสียงเข้มขึ้นแล้ว


ผมใช้มือลูบที่หัวของคนเก่งไปมาพร้อมกับพูดไปด้วยว่า

"พี่ไม่รู้ว่าคนเก่งเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเกียร์ของคณะวิศวะหรือเปล่า ที่ว่าถ้าเราให้เกียร์ใครก็คือเราให้ใจกับคนนั้น"

"เคยครับ"

"พี่เคยถามรุ่นพี่ ส่วนหนึ่งเขาก็บอกว่าไม่เสมอไปที่ต้องให้เกียร์และบางคนก็ไม่ได้มีเกียร์เดียวด้วย สั่งทำไว้แจกหญิงก็มี"

"......"

"พี่ก็เป็นคนหนึ่งนะ ที่คิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องให้เกียร์กับคนที่เราให้ใจ ทุกๆอย่างมันอยู่ที่การกระทำ เพราะต่อให้เราให้เกียร์ใครเขาไปแต่ถ้าใจเราไม่มั่นคงกับความสัมพันธ์ เกียร์มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไรมาก็พอที่จะมายึดเหนี่ยว"

"ครับ"

ผมหยิบของอย่างหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง มันคือเกียร์ที่ผมได้รับมาตั้งแต่ตอนที่มาเข้าเรียนปีหนึ่งที่นี่ ผมจับมือของคนเก่งและผมวางเกียร์ลงบนฝ่ามือ คนเก่งน้ำตาคลอมากขึ้นจนอีกไม่นานผมกลัวว่าน้ำตามันจะไหลลงมา

"แต่พี่ก็อยากจะให้เกียร์อันนี้กับเรา กว่าพี่จะได้เกียร์อันนี้มา พี่ก็ต้องผ่านบททดสอบหลายๆอย่างตลอดหลายเดือนที่เข้ามาเป็นเด็กวิศวะ แต่ความยากลำบากของพี่แค่ไม่กี่เดือนคงเทียบกันไม่ได้กับความอดทนของคนเก่งมาตลอดห้าปี"

"......."

"พี่ฝากรักษาเกียร์อันนี้ให้พี่ด้วย พี่รู้ว่าคนเก่งรักษามันได้ดีกว่าพี่แน่นอน และฝากดูแลหัวใจของเจ้าของเกียร์ต่อไปด้วยนะครับ"

ผมดึงตัวคนเก่งเข้ามากอดอีกครั้งเพราะตอนนี้น้องเริ่มร้องไห้แล้ว คนเก่งเองก็กอดผมแน่นขึ้นเหมือนกัน

"หยุดร้องเร็ว ในร้านอาหารนะ" ผมบอกน้องเพราะไม่อยากให้น้องร้องไห้มากจนเกินไป น้องรีบผลักตัวผมออก ก่อนจะโวยวาย

"แล้วทำไมต้องมาขอเป็นแฟนตอนอยู่ในร้านด้วยล่ะ"

ผมอดจะหัวเราะคนเก่งไม่ได้ หน้าแดง จมูกแดง น่ารักชิบ


"สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งนะครับ"


ผมบอกคนเก่งอีกครั้ง และบอกอีกเรื่องที่ใจคิด


"อยากจูบชะมัด แต่สถานที่ไม่อำนวย"

"พี่เต็มพูดอะไรเนี่ย" คนเก่งโวยอีกแล้วครับ


เอาไว้กลับบ้านก่อนค่อยว่ากันเรื่องจูบครับ

แต่ที่แน่ๆตอนนี้
ผมไม่โสดแล้วนะครับ







TBC.
#เติมเต็มรัก
ninewara ✿




◕ เย้ๆๆในที่สุดเขาก็เป็นแฟนกันซะที
◕ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ
◕ คู่รองจะมาหลังจากที่คู่หลักเขาเป็นแฟนกันแล้วนะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด