> Jewelry Design < #อัญมณีที่รัก Epilogue – My Jewelry [END ]P.13 15/10/19
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: > Jewelry Design < #อัญมณีที่รัก Epilogue – My Jewelry [END ]P.13 15/10/19  (อ่าน 84166 ครั้ง)

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
นี่ยังคิดว่าเล่นเกมกันอยู่อีกหรือ กอดเอวเอย หอมหน้าผากเอย เช็ดผมให้กันเอย
พวกคุณแพ้แล้วทั้งคู่ เอ๊ะ หรือชนะกันทั้งคู่ดี

ออฟไลน์ uglydogx

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 10
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
น่ารักมากกค่ะ

ออฟไลน์ New_atcha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
บอกเลยว่าคู่นี้มวยถูกคู่จริงๆ ไม่มีใครยอมใครเลย 555 พึ่งอ่านถึงเพทาย อดใจไม่ไหวต้องมาคอมเม้นต์ก่อน

ออฟไลน์ New_atcha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
คินคงเตรียมก้านมะยมไว้แล้ว รอแค่ทิมกลับไปโดนแน่ กลับดึกขนาดนี้

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
หวังว่าคุณพอร์ชจะคุยกับกลุ่มเพื่อนของพี่ทับทิมได้นะครับ ^^"

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
มีความออดอ้อน มีความอ้อย :mew1:  :-[

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก


ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –

CH. 7 – Aquamarine

แก๊งลูกเพื่อนแม่อยู่ดีๆ ก็นัดรวมตัวกัน เหตุผลเพราะว่าต้นไม้กลับเชียงใหม่ คีตากลับเชียงรายและไอ้รามิลกับไอ้เบนทำท่าซึมเหมือนแฟนไปเมืองนอกสามปี เลยเกิดนัดกินข้าวปลอบใจแฟนกลับเหนือ สถานที่คือบ้านของทิมคุณย่ากาญจนาของเขาชอบอกชอบใจเวลาแก๊งลูกเพื่อนแม่มาบ้านเลยจัดกับข้าวชุดใหญ่

“ไหนเรามาคุยกันหน่อยซิคุณชายทับทิม”

คิน เบนและรามิลกระโดดขึ้นมานอนบนเตียงของทิม รูบี้ที่นอนเล่นอยู่บนอกทิมเริ่มวิ่งไปมาก่อนที่เป้าหมายจะเป็นเบนจามินคู่ปรับ มันเป็นเรื่องปกติพวกเขานอนด้วยกันสี่คนมาตั้งแต่อนุบาล นอนคุยกันแบบนี้มาตั้งแต่สมัยประถมจนถึงตอนนี้และทิมเองก็รู้ว่าแก๊งลูกเพื่อนแม่จะคุยเรื่องอะไร

“ถึงไหนละ”

“ระบุหัวข้อด้วย”

“งานมึงอ่ะทิม”

“ก็โอเค เจริญกิจธาราเป็นตระกูลที่ไม่เรื่องมากเลยแทบจะไม่ได้แก้แบบด้วยซ้ำงานเลยเสร็จเร็วกว่าที่คิด”

“แล้วกับคน”

“มึงอยากรู้เหรอคินว่ากูกับพอร์ชถึงขั้นไหนกันแล้ว”

“ถ้ามึงตอบว่าขึ้นเตียงกันแล้วไอ้เบนกรี๊ดแน่นอน”

ทิมหัวเราะออกมาเมื่อเบนจามินลุกขึ้นมาจ้องหน้ารอฟังคำตอบ ส่วนรามิลและคินแค่หันหน้ามาหา เขารู้อยู่แล้วว่าแก๊งลูกเพื่อนแม่น่าจะได้ข้อมูลอะไรมาบ้างแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรพวกเขาไม่มีเรื่องอะไรที่ปิดบังกันอยู่แล้ว ทิมไม่ได้ตอบคำถามของคินเป็นคำพูดแต่ยกมือขึ้นมาชี้ที่หน้าผากตัวเอง

“แค่ตรงนั้นแน่นะ”

“กูเคยโกหกพวกมึงเหรอไง”

“กี่ครั้ง”

“ไม่ได้นับ”

“ใจกูจะขาด อยากสั่งให้มึงหันหน้าเข้ากำแพงสำนึกผิดแต่มึงก็ไม่ทำหรอกทิม”

เบนจามินล้มตัวลงนอนแผ่ไปอีกรอบเมื่อได้ยินคำตอบมีการยกมือขึ้นมาแปะหน้าผากทิมแรงๆ คล้ายจะจะลบรอยให้ จนทิมต้องปัดมือออก ก่อนที่เบนกับคินจะเถียงกันเรื่องพอร์ชไม่หยุด ทิมได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะเอนตัวมานอนข้างๆ รามิลที่นอนมองหน้าอยู่

“รู้สึกยังไงตอนที่โดนจูบ”

“สัญญาก่อนว่าจะไม่ด่า”

“กูเคยด่ามึงเหรอทิมมีแต่มึงที่ด่ากูเนี่ย”

“รามิล”

“กูว่ากูพอรู้คำตอบ”

“ไม่อยากแพ้เลยว่ะมิล ไม่อยากเลย”

“รักหรือยัง”

“แค่หวั่นไหว”

“แล้วความรู้สึกของฝ่ายนั้น”

“อาจจะแค่หลง”

“เดี๋ยวก็รัก”

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

“แล้วทำให้มันยากทำไมกันวะมึงสองคน”

“เพราะว่ากูเป็นผู้ชาย”

“……………………......................”

“ที่ต้องทำเป็นเล่นเกมก็เพราะว่ากูอยากเซฟตัวเอง”

“แล้วไม่คิดว่าคุยกันแบบทั่วๆ ไปมันไม่ดีว่าเหรอไง กูก็ไม่เห็นมันต่างกันตรงไหนเลยที่พวกมึงทำอยู่”

“เพราะเราทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความรักไงมิล แค่อยากเอาชนะล้วนๆ ทุกวันนี้กูยังไม่รู้เลยว่าที่พอร์ชทำอยู่มันคือความรู้สึกจริงๆ หรือมันเป็นแค่เกมที่อยากให้กูแพ้เท่านั้น”

“กูว่าไอ้พอร์ชยังไม่เคยชนะเลยนะ มึงร้ายขนาดนี้”

“ไม่แน่หรอกมึงที่จริงแล้วอาจจะเป็นกูก็ได้ที่แพ้มาตลอดก็ได้”

“มึงแค่กลัวที่จะรักพอร์ช”

“ถ้ามันคือความรักกูอยากแน่ใจว่าพอร์ชจะรักกูจริงๆ รักทับทิม นพจินดาที่เป็นผู้ชายไม่ใช่แค่ผู้ชายน่ารักที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อ หรือเป็นแค่เกมคั่นเวลา”

“มันอาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นก็ได้”

“กูเจอมาเยอะมั้ง คนที่เข้ามาหากูด้วยเหตุผลว่าน่ารักแต่ก็ไม่เห็นจะมีใครที่อยากจะรักกูจริงๆ สักคนแล้วก็จบลงเหมือนกันหมดเลือกคนอื่นแล้วก็แต่งงานมีครอบครัว”

“ทับทิม”

“กูถึงต้องทำแบบนี้ไงให้ทุกอย่างเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจากเกมจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกจริงๆได้ไหม ไม่อยากให้ทุกอย่างมันดูง่ายไปหมด”

“……………………......................”

“แต่ถ้าวันหนึ่งกูรักพอร์ชขึ้นมา แล้วสุดท้ายกูไม่ใช่คนที่พอร์ชอยากอยู่ด้วยตลอดชีวิตกูจะทำยังไงดีวะมิล”

รามิลยกมือลูบหัวเพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆ ก่อนที่ทับทิมจะขยับตัวเข้ามากอดเป็นเรื่องปกติเวลาทิมมีเรื่องไม่สบายใจหรือต้องการที่พึ่ง คำพูดที่อยากบอกแก๊งลูกเพื่อนแม่มีอยู่เต็มไปหมด แต่ทิมก็ยังไม่พร้อมที่จะระบายทุกอย่างให้ฟัง ทุกครั้งที่คิดว่าระหว่างเขากับพอร์ชมันเป็นความรู้สึกจริงๆ ไม่ใช่แค่เกมแต่ความเป็นจริงที่เขารู้ พอร์ชวางแผนเรื่องความรักและครอบครัวไว้เป็นรูปเป็นร่างขนาดนั้น

แหวนแต่งงาน งานแต่งงาน บ้านหลังนั้นที่เป็นเรือนหอ
ภรรยา และลูก

ถ้าความฝันของพอร์ชมีทั้งหมดนั่น
ก็เท่ากับว่า ทับทิม นพจินดาไม่ใช่คนที่ทำให้ฝันของพอร์ช พชร เป็นจริงได้เลย


Jewelry Design

งานแต่งงานงานที่เท่าไหร่ในปี้นี้ทิมเลิกนับไปแล้ว..

ดีที่งานนี้แก๊งลูกเพื่อนแม่โดนบังคับให้มาด้วย  เพราะเป็นงานแต่งงานลูกสาวรัฐมนตรีที่ทิมเคยออกแบบแหวนแต่งงานให้เมื่อปีที่แล้ว บรรดานักการเมืองและนักธุรกิจมากันแทบทั้งประเทศ  พอคนเยอะก็เริ่มน่าเบื่อขึ้นมาทันทีทิมโดนคินกับเบนประกบซ้ายขวาหลังจากที่มีผู้ชายหน้าตาดีใครบ้างก็ไม่รู้เดินเข้ามาหาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในงาน

“เจริญกิจธาราก็มาด้วยว่ะ”

“ไม่แปลกป่ะวะนามสกุลใหญ่ขนาดนั้น”

“วันนี้พอร์ชหล่อนะเว้ย”

ทิมเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าคนที่เบนกำลังพูดถึงกำลังหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบและแน่นอนว่าวันนี้พอร์ช พชร ดูดีถึงขนาดที่คนรอบข้างพากันพูดถึงทายาทของเจริญกิจธาราที่นานๆ ครั้งจะยอมออกงาน แค่เพียงไม่นานพอร์ชก็หันมาสบตาก่อนที่แก้วไวน์ในมือจะถูกยกขึ้นมาทักทายทิมเลยยกแก้วขึ้นมาทักตอบ แต่พอจะพอร์ชจะเดินเข้ามาหาก็โดนคุณเฟื่องฟ้าลากตัวไปอีกทาง พอเห็นพอร์ชทำหน้าเซ็งๆ ก็อดที่จะขำไม่ได้สงสัยคุณเฟื่องฟ้าคงอยากจะอวดหลานชายให้ทั่วทั้งงาน

งานใหญ่โตและคนเยอะจนมองไม่เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาว ผู้หญิงในงานแต่งตัวกันสวยระดับนางเอกละครไอ้คินที่โสดสนิทคนเดียวในกลุ่มเลยตาวาว ขอเดินโฉบเฉี่ยวไปทั่วงาน รามิลเองคุยกับลูกค้าฮอตสุดในงานวันนี้ก็คือมัน คุณชายรามิลแห่งธุรกิจอสังหาแต่ถ้ามีผู้หญิงทำท่าทางสนใจไอ้มิลวกเข้าเรื่องงานอย่างเดียว

ถามหาไลน์ตอบเรื่องบ้าน
ถามหาไอจีตอบเรื่องคอนโด
ถามหาเบอร์ตอบเรื่องโรงแรม

ผู้หญิงทำหน้า งง กันหมดเหมือนคุยกับไอ้มิลคนละเรื่อง

ส่วนไอ้เบนจามินมีคนเข้ามาหาบ้างนี่มันก็กลัวบรรดากิ๊กเก่าที่เคยหยอดไว้โผล่เข้ามา เลยพยายามยืนทำตัวลีบอยู่ข้างๆ เขา พอมีคนเข้ามาขอนามบัตรมันให้นามบัตรมาร์ชไปแทน เออดี..สงสารมาร์ชเหลือเกินนี่ก็ว่ามันเป็นทุกอย่างให้ไอ้เบนแล้วยกเว้นเมีย จะว่าไปผู้หญิงในงานก็สวยจริงๆ อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งที่ยืนคุยกับพอร์ช พชร อยู่ตอนนี้

สวย
รวย
เก่ง

ทับทิมเองก็รู้จักคุณชิชาลูกสาวของคุณไพบูลย์เจ้าของธุรกิจนำเข้าเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของประเทศ ภาพคนสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ตรงหน้าทำให้ทิมเลือกที่จะยกเครื่องดื่มในมือขึ้นมาจิบ ไอ้เบนขอตัวไปคุยโทรศัพท์กับคีตาเพราะในนี้เสียงเพลงในงานดังจนฟังไม่รู้เรื่อง ทิมเองก็อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวไปไหนคุณเฟื่องฟ้าก็หันมาเห็นพอดีเลยตรงดิ่งมาทักทายไม่ลืมที่จะลากทั้งหลานชายและคนที่หลานชายคุยอยู่ให้เดินตามมาด้วย

“ทิมมากับใครคะคุณกาญจนามาไหม”

“มาครับคุณย่าเดินไปทางนู้น”

“ดีจังเลยย่าจะได้มีเพื่อน ย่าเอาตาพอร์ชมาออกงานด้วยเพื่อนย่าตื่นเต้นกันใหญ่”

“นี่คุณทิม นพจินดาครับคุณชาน่าจะรู้จัก Pure Jewelry ”

“ชารู้จักค่ะ คุณทิมแห่งวงการจิลเวลรี่ตัวจริงน่ารักเหมือนที่เขาพูดกันเลย ชาจองคิวออกแบบแหวนแต่งงานไว้เลยได้ไหมคะ”

“ได้ครับ Pure Jewelry ยินดีเสมอพาเจ้าบ่าวมาด้วยนะครับ”

“โห…งั้นอีกนานเลยค่ะ”

“เอ๊า!ไม่แน่นะชิชาอาจจะได้เจอวันนี้แหละใช่ไหมพอร์ช”

อ้อ..รู้เลยว่าคุณย่าเชียร์คนนี้นี่เองทิมไม่ได้ตอบอะไรเพียงแค่ยิ้มๆ ก็เท่านั้นพอร์ชเองได้แต่พยักหน้าเออออไปตามผู้ใหญ่ มีแค่เพียงคุณชิชาที่ยิ้มเขินอยู่คนเดียว คุณเฟื่องฟ้าพอเห็นกลุ่มเพื่อนวัยเดียวกันก็เลยเดินไปสมทบ คุณชิชาเป็นผู้หญิงอารมณ์ดีและคุยเก่งนี่ก็ชวนคุยเรื่องเครื่องประดับไม่หยุด คงจะสนใจเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

“ทิม! ไม่เจอกันนานเลย”

เสียงเรียกชื่อก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาถึงทำให้ทุกคนหันไปมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาหา ผู้ชายตัวสูงใหญ่กับสูทสีดำทำให้ผู้คนรอบข้างมองตาค้าง 

“หมอปิง กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เพิ่งกลับมาได้สองสามวันแม่ก็ลากมางานนี้เลย ได้ข่าวว่าออกแบบแหวนแต่งงานให้เจ้าสาวด้วย”

“แน่นอนนี่ใคร ทิม นพจินดา”

“จิ๋วแต่แจ๋วเหมือนเดิม แล้วนี่ลูกเพื่อนแม่ไปไหนหมดทุกทีรายล้อมยังกะบอดี้การ์ด”

บทสนทนาที่เข้าใจกันอยู่สองคนทำให้พอร์ชได้แต่ยืนกอดอกมองทั้งคู่ที่คุยไปหัวเราะไป ตอนนี้ยอมรับเลยว่าอารมณ์เขาโคตรไม่คงที่ ปกติคุณทิมหยิ่งจะตาย ใครเข้ามาหาก็เห็นโดนไล่จนเดินหนีหายไปหมด กว่าสองคนนั้นจะรู้ตัวว่ามีใครยืนอยู่ด้วยก็เกือบสิบนาที  คุณทิมแนะนำตัวว่าเป็น เพื่อนแต่สำหรับพอร์ชเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเพื่อนแบบไหน แต่ท่าทางจะสนิทกันน่าดู มีจับมือถือแขนลูบหัวกันด้วย ขนาดมีคนเดินเข้ามาใกล้คุณหมอปิงก็คอยเอามือบังให้

ดูสนิทกันดี
สนิทกันจนน่าหงุดหงิด!

“ผมรู้จักคุณพอร์ชนะเคยเห็นนิตยสารหนุ่มโสดในฝัน สถาปนิกสุดหล่อของเจริญกิจธารา”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับนิตยสารเขาก็เขียนผมหล่อเวอร์ไปหน่อย”

“แล้วนี่รู้จักกันหมดเลยเหรอครับ”

“ครับ เจริญกิจธาราเป็นลูกค้าของ Pure Jewelry คุณพอร์ชก็เป็นลูกค้าของผมเหมือนกัน”

“ครับ แค่ลูกค้า”


อยู่ดีๆ บรรยากาศก็เย็นยะเยือกขึ้นมากะทันหันทั้งๆ ที่มันเป็นแค่บทสนทนาทั่วๆ ไปเท่านั้น ชิชากับหมอปิงหันมามองหน้ากันเมื่อเห็นว่าทั้งคุณทิมและพอร์ชกำลังยืนจ้องตากันไม่เลิกเหมือนต่างคนต่างกำลังโกรธกันอยู่ พอนานเข้าชิชาเลยต้องแกล้งถามเรื่องเครื่องประดับดึงความสนใจแทน

“แหวนแต่งงานของเจ้าสาววันนี้คุณทิมออกแบบเหรอคะ สวยจัง”

“ขอบคุณครับ ก็ถือว่ายากพอสมควรกว่าผมจะใส่รายละเอียดลงไปได้”

“น่าจะยากน่าดูเลยแหวนวงเล็กนิดเดียว”

“ครับ แหวนแต่งงานที่ผมออกแบบให้ ทุกคนอยากใส่เรื่องราวความรักของตัวเองลงไปทั้งนั้น”

“แล้วคุณทิมได้คิดเรื่องราวความรักของตัวเองไว้บ้างหรือเปล่าครับ”

ไม่ใช่คุณชิชาเป็นคนถามแต่กลับเป็นทายาทของเจริญกิจธารา
ทิมแค่ยิ้มนิดๆ ก่อนจะส่ายหน้า

“คุณพอร์ชคิดว่าความรักของผมควรเป็นแบบไหนหรือครับ”

“แล้วคุณทิมคิดว่าความรักของตัวเองเป็นแบบไหนล่ะครับ”

“บางทีก็อาจจะเป็นแค่เกมๆ เดียวก็ได้”

“หมายถึงแค่เล่นๆ ”

“ถ้าอีกฝ่ายเขาก็แค่เล่นด้วยผมก็คงก็แค่เล่นตอบ”

“คุณทิมอยากเป็นฝ่ายชนะใช่ไหมครับ”

“เวลาเล่นเกมทุกคนก็อยากเป็นฝ่ายชนะไม่ใช่เหรอครับ”

“ได้คิดไว้ไหมครับถ้าแพ้คุณทิมจะทำยังไง”

“ก็เกมโอเวอร์”

“เอ่อ..คือชาว่าเร…”

ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคคุณชิชาก็โดนเด็กที่วิ่งเล่นในงานชนเข้า แก้วน้ำหวานหกใส่ชุดจนเลอะเทอะดีที่คุณแม่เด็กตามมาขอโทษ แต่ชุดคุณชิชาก็เลอะสีแดงจนเธอเองก็หน้าเสียไปเหมือนกัน

“ชาว่าชากลับก่อนดีกว่าชุดเลอะหมดแล้ว”

“ลองไปล้างออกก่อนไหมครับ”

“ไม่ออกหรอกค่ะเลอะเยอะขนาดนี้”

“งั้น..ขอโทษนะครับ”

ทั้งหมอปิงและทิมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเมื่อพอร์ชตัดสินใจถอดเสื้อสูทของตัวคลุมเข้ากับไหล่ชิชาให้เสื้อสูทบังรอยเปื้อนไว้ คนรอบข้างที่รู้จักคุณชิชาส่งเสียงแซวกันใหญ่ ทั้งๆ ที่มันเป็นวิธีที่สุภาพบุรุษจนน่าจะเอ่ยชมแต่ทิมกลับยิ้มไม่ออกเลยสักนิด ยิ่งได้เห็นว่าคุณชิชากำเสื้อสูทของพอร์ชไว้แน่นด้วยท่าทางเขินอาย ทิมเลยต้องแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นพร้อมกับยกมือขึ้นมาแตะแขนหมอปิงที่ยืนอยู่ข้างๆ  หมอปิงเลยเอียงหน้ามาฟังทิมที่กระซิบบอก แน่นอนว่าทุกการกระทำอยู่ในสายตาของพอร์ชทั้งหมด ก่อนที่ทั้งคู่จะขอตัวเดินไปอีกทาง



“กูเจอปิง หมอปิงที่เคยอยู่แถวบ้านเราเออ..มันกลับมาแล้วมากับแม่แฟนไม่ได้มา เบนกูออกมาข้างนอกแล้วนะคนเยอะว่ะ อึดอัด เฮ้ย!”

ยังไม่ทันจะได้พูดจนจบแขนของทิมก็ถูกรั้งไว้พร้อมกับถูกดันจนหลังติดกับผนัง ดีที่ตรงนี้เป็นทางเดินไปที่จอดรถเลยไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปผ่านมาเท่าไหร่ พอตั้งสติได้ก็เงยหน้ามองคนที่ยืนคร่อมตัวเขาอยู่ตอนนี้ ไหล่เขาถูกตึงไว้แน่นและใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้มีรอยยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เราคุยกัน

“มีอะไร”

“ไม่มี”

“พอร์ช”

“หมอปิงของคุณไปไหน”

“แล้วคุณชิชาไปไหนล่ะคุณสุภาพบุรุษ”

“ผมขอถามคุณทิมหน่อยล่ะกัน”

“ถามอะไร”

“คุณเล่มเกมกับผมแค่คนเดียวหรือเปล่า”

“…………………………………………………”

“มีใครอีกไห..”

“ถ้าจะถามแบบนี้ก็ไม่ต้องคุยกัน”

“ผมจะคุย”

“คิดว่าผมเล่นแบบนี้กับทุกคนงั้นเหรอ คุณพอร์ชเคยเห็นใครเข้าใกล้ผมได้เท่าคุณอีกหรือเปล่า”

“คุณทิม”

“ถ้าไม่อยากเล่นเกมแล้วก็แค่เดินออกไปจากชีวิตผม”

ทิมนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกว่าตรงไหล่เขาโดนบีบจนเจ็บไปหมดและเหมือนพอร์ชจะเริ่มรู้ตัวเลยค่อยๆ ผ่อนแรง ยอมรับว่าประโยคที่ได้ยินทำให้พอร์ชตัวชา คุณทิม นพจินดาก็ยังเป็นคุณทิมเหมือนที่เขาได้เจอในวันแรกท่าทางเย่อหยิ่งใบหน้าน่ารักเวลาที่ไม่ได้ยิ้มนิ่งสนิทจนเดาความรู้สึกไม่ได้เลยสักนิด พอร์ชไม่รู้ว่าตัวเองตอนนี้เขาหงุดหงิดอะไรนักหนาแต่ภาพที่อีกฝ่ายกับหมอปิงมันทำให้เขาต้องนับหนึ่งถึงสิบวนแล้ววนอีก แล้วยิ่งได้ยินประโยคนี้จากคุณทิมมันยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่มากกว่าเดิม

“ทำไมสำหรับคุณทิมมันถึงเป็นเรื่องง่ายที่จะจบเกม”

“…………………………………………………………….”

“ไม่คิดว่ามันยากสำหรับผมเหรอ”

“ผมเคยบอกคุณพอร์ชแล้วว่ามันไม่ง่ายตั้งแต่แรก งั้นขอผมถามบ้างคุณพอร์ชเองเล่นเกมกับผมแค่คนเดียวหรือเปล่า สิ่งที่ทำกับผมคุณทำกับคนอื่นอีกไหมหรือว่าคุณก็ทำแบบนี้กับทุกคนเหมือนกัน”

“ทับทิม”

“เจอกันคราวหน้าผมขอนัดที่ห้องประชุมของ Pure Jewelry  ไม่นัดเจอกันที่อื่น”

ทิมผลักคนตรงหน้าให้ออกห่างก่อนจะเดินออกไป
สองเท้าที่กำลังจะเดินเลี้ยวไปอีกทางหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะเอ่ยบางอย่าง

“ถ้าไม่เรียกผมว่าพี่ก็ช่วยเรียกผมว่าคุณทิมด้วยนะครับคุณพชร”

คุณทิมเดินไปแล้วเหลือแค่พอร์ชที่ยังยืนอยู่ที่เดิม มือใหญ่ยกขึ้นมาลูบหน้าตัวเองเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้เขาถึงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย เขาไม่ชอบหน้าไอ้หมอปิงนั่นเขาหงุดหงิดที่คุณทิมให้ความสนใจมากกว่าเขาที่อยู่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่เมื่ออาทิตย์ก่อนเราทั้งคู่ยังกอดกัน หัวเราะให้กันอยู่เลย เขายอมรับแล้วว่าเกมมันไม่ง่ายเลยความรู้สึกเขาตอนนี้มันถลำลึกจนเขาเองก็เริ่มกลัว

ความตั้งใจตอนแรกก็แค่อยากลอง อยากรู้ว่าคนอย่าง ทิม นพจินดา ผู้ชายน่ารักที่คนต่างพากันบอกว่า เข้าถึงยาก จีบยาก จะเป็นยังไง แค่อยากรู้ว่าจะยากสักแค่ไหนกันเชียว ตอนแรกที่เริ่มเล่นเกมมันมีแค่นั้นจริงๆ ไม่ได้มีความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด แต่วันนี้..

เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้ว
ยิ่งคำพูดของมีนทำให้เขาเริ่มรู้ว่าตัวเองจริงจังกับเกมนี้มากแค่ไหน

“จะตกแต่งบ้านใหม่เหรอวะเอาแบบบ้านสามร้อยล้านของมึงออกมาดูแบบนี้”

“ก็แค่เอามาดูเฉยๆ เผื่ออยากตกแต่งห้องเพิ่ม”

“ห้องคุณทิม?”

“ห้องรูบี้”

“ใครอีกวะนั่น”

“หนูผี”

“สัด..เหมือนคุยกับคนบ้าแต่ถามจริง มึงเคยบอกกูว่าห้องสองห้องนี้จะเก็บไว้เป็นห้องของลูกชายกับลูกสาวไง ถ้ามึงจะเอาบ้านออกมาตกแต่งใหม่เป็นห้องของคุณทิม คือพอร์ชมึง..”

“มีน”

“คือกูไม่ได้อะไรที่เขาเป็นผู้ชายแต่สำหรับมึงที่พร่ำเพ้อให้กูฟังถึงบ้าน ภรรยาและครอบครัวมาโดยตลอด มันทำให้กูคิดไม่ถึง กูอยากให้มึงแน่ใจจริงๆ ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่ใช่ มึงรักเขาไม่ได้กูก็อยากให้มึงออกจากเกมได้แล้ว"

“……………………………………………..”

“เข้าใจที่กูพูดใช่ไหมพอร์ช”

เขาจะออกจากเกมตอนนี้ได้ยังไงกัน แค่ตอนนี้ภาพแผ่นหลังของคุณทิมที่เดินหนีเขาไปยังทำให้เขายังรู้สึกแย่ขนาดนี้  ถ้าจะไม่ได้เจอกันอีก ไม่ได้เห็นรอยยิ้ม ไม่ได้หัวเราะด้วยกัน เขาจะทนได้งั้นเหรอ พอร์ช พชร ไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนักหรอกเรื่องความรักเขาเห็นแก่ตัวมากด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เขาอยากหาคำตอบ

ทับทิบ นพจินดา จะทำให้เขายอมทิ้งทุกอย่างที่ฝันมาตลอดทั้งชีวิต
และทำให้เขารักจนหมดทั้งใจได้หรือเปล่า เขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน

Jewelry Design


“กูดีใจนะที่เราได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาแต่กูว่ามันแปลกมาก….มึงมาจากไหนเนี่ยไอ้พอร์ช”

“เรียกผมว่ามึงแสดงว่าเราสนิทกันแล้ว”

“กูเรียกศัตรูทุกคนว่ามึง”

คินกอดอกมองพอร์ช  พชรที่โผล่มานั่งร่วมโต๊ะหน้าตาเฉย ดีที่ไอ้ทิมติดคุยงานกับลูกค้าไม่ก็มันไปสืบมาแล้วว่าทิมไม่ว่างถึงได้โผล่หน้ามานี่ ลูกเพื่อนแม่ทุกคนพอรู้ว่าทั้งสองคนมีเรื่องเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เห็นไอ้พอร์ชหายหน้าไปสามสี่วัน ส่วนไอ้ทิมอยู่ดีๆ ก็นั่งเหม่อมองโทรศัพท์ทั้งวันยังกะรอใครโทรมา พอพี่ต่ายถามถึงงานของเจริญกิจธาราไอ้ทิมตอบทันควัน

“ไม่อยากทำงานให้ตระกูลนี้แล้ว!”

เอ่อ..พี่ต่ายถึงกับสายตรงโทรมาหาไอ้มิลเพราะนึกว่าเจ้านายน้อยป่วยหนัก
เพราะไม่เคยเห็นโวยวายเรื่องงานขนาดนี้มาก่อนทุกทีนี่ขยันตัวเป็นเกลียว

“ผมไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว มีแค่พวกคุณสามคนเท่านั้น”

“คิดว่าพวกกูจะอยู่ข้างมึงเหรอไงพอร์ช”

“ผมทำคุณทิมโกรธมากๆ ผมพูดจาไม่ดีด้วย”

“สมน้ำหน้า กูดีใจยิ่งนักที่ได้ยินประโยคนี้”

“ผมงี่เง่าโคตรๆ เลย”

“เออ..มึงนี่ครบทุกคุณสมบัติแฟนเด็ก”

“คุณเบนเวลาคุณคีตาโกรธง้อยังไงครับ”

“กอดก่อนไม่หายค่อยหอม คีตาไม่ค่อยโกรธฟัดแก้มสองสามทีก็กลับมายิ้มลักยิ้มบุ๋มแล้ว”

“ผมลองวิธีนี้ดีไหม”

“มึงหยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้ไอ้พอร์ช นี่มันวิธีง้อแฟนกูมึงเป็นใครก็ไม่รู้จะมาฟัดเพื่อนกูได้ไงวะเดี๋ยวกูถีบไปนู่น”

“แล้วถ้าคุณไม้โกรธคุณมิล”

“มึงถามผิดคนแล้วไอ้น้อง ตายแล้วเกิดใหม่สามชาติไม้ก็ไม่มีทางโกรธไอ้มิลไม่รู้ว่ามีอะไรดีไม้ถึงได้รักนักรักหนา”

“อ้าวไอ้เบน กูทั้งหล่อทั้งแสนดีแปลกตรงไหนที่ไม้จะรักกูขนาดนี้”

สุดท้ายก็ไม่เห็นจะได้อะไรจากแก๊งลูกเพื่อนแม่ พอร์ชถอนหายใจแล้วเอนตัวไปกับเก้าอี้ หลังจากงานวันนั้นตอนแรกเขาลองทำตัวเฉยๆ ไม่ไปหา ไม่ไปง้อ ไม่ไลน์ ไม่ส่งข้อความใดๆ ทั้งสิ้นแต่ผ่านไปแค่สองวันเป็นเขาเองที่ทนไม่ไหวรู้สึกเหมือนจะตายได้เลย ลองส่งไลน์ไปหาถามเรื่องเครื่องประดับของเจริญกิจธารา เจ้าตัวก็ตอบแค่เรื่องที่เขาถามเท่านั้น ถ้าออกไปเรื่องอื่นจะโดนตัดบทว่าขอไปทำงานทันที พอจะไปหาที่บริษัทคุณต่ายก็บอกไว้ว่า ถ้าไม่มีธุระสำคัญให้ฝากข้อความไว้เพราะคุณทิมงานยุ่ง

เขารู้ว่ามันเป็นข้ออ้าง
สุดท้ายทำได้แค่ส่งขนมไปให้ เดาได้เลยว่าอาจจะโดนโยนทิ้งถังขยะไปแล้ว

“โดนไอ้ทิมโกรธมึงทำใจเลย ง้อยากฉิบหาย”

“ตอนเด็กกูขโมยอมยิ้มมันไปกินโกรธกูเป็นอาทิตย์ กูต้องเหมามาทุกรสเพื่อมาง้อมัน”

“กูต่างหากภาคินคนนี้โดนมันโกรธมาทุกช่วงชีวิตตอนอนุบาลไม่สะพายกระติกน้ำให้ก็โกรธ ตอนประถมเป่ายิ้มฉุบชนะมันก็โกรธ ม.ต้น ม.ปลาย มหา’ลัยโดนโกรธมาหมด ขนาดเมื่อวานกูไปแกล้งรูบี้มันก็โกรธ”

“น่ารัก”

“น่ารักอะไรนักหนากูเห็นมันทำอะไรมึงก็ชมมันน่ารักตลอด โดนมันเมินหน้าไม่มองขนาดนี้ยังจะชมว่ามันน่ารักอีก มึงบ้าแล้วพอร์ช”

“ช่วยผมหน่อย คุณมิล คุณเบน คุณคิน ให้ทำอะไรผมก็ยอมแล้วตอนนี้”

“ทำไมกูต้องช่วยศัตรู ไหนบอกมาสักข้อซิเหตุผลที่กูต้องช่วยมึง”

“มันแย่มากเลย แค่สามวันผมก็แทบจะไม่ไหวแล้วผมทำงานไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ผมคิดซ้ำๆ ว่าคุณทิมจะเป็นยังไงบ้าง หายโกรธผมหรือยัง ผมยอมเสี่ยงตายมาหาพวกคุณเพราะผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว”

“แค่เล่นเกมมันต้องจริงจังขนาดนี้เลยเหรอไง ครั้งนี้ถ้ามึงง้อไอ้ทิมก็แสดงว่ามึงแพ้นะ”

"จะบอกให้รู้ผมยังไม่เคยชนะเพื่อนคุณเลย”

แก๊งลูกเพื่อนแม่ทั้งสามคนต่างมองหน้ากัน เขารู้ว่าพอร์ชไม่ได้โกหกท่าทางที่เหมือนคนใกล้ตายทำให้เบนพอจะมองออก ใบหน้าหล่อที่เขาเคยเห็นดูอ่อนล้าเหมือนคนไม่ได้หลับมาทั้งอาทิตย์  เอาจริงในฐานะเพื่อนของทิมเขาก็ให้คำปรึกษาอะไรไม่ได้มาก รามิลเลื่อนแก้วน้ำเปล่าไปตรงหน้าพอร์ชก่อนจะบอก

“ขอโทษ คือสิ่งเดียวที่คุณพอร์ชควรจะทำถ้าคิดว่าตัวเองทำผิด”

“……………………………………………………………………”

 “ในฐานะที่คุณพอร์ชเป็นคนแรกที่กล้ามาหาพวกผมซึ่งๆ หน้าผมจะบอกให้คุณรู้ว่าทิม..อาการอาจจะไม่เท่าคุณในตอนนี้แต่สำหรับเพื่อนสนิทอย่างผม ทิมก็แคร์คุณพอร์ชมากเหมือนกัน

พอร์ชขอตัวกลับไปแล้วเพราะเพื่อนโทรมาตามให้กลับไปแก้งานน่าจะโดนลูกค้าวีนหนักเพราะได้ยินเสียงเพื่อนดังออกมาจากโทรศัพท์ แก๊งลูกเพื่อนแม่ทั้งสามคนได้แต่นั่งถอนหายใจเงียบๆ อาหารตรงหน้ายังไม่มีใครได้ตักเข้าปากเลยสักคน เบนวางช้อนในมือลงแล้วพิงศรีษะไปกับเก้าอี้

"โดนไอ้ทิมโกรธสามวันสภาพยังใกล้ตายขนาดนี้ถ้ายังบอกว่าเป็นแค่เกมอีกกูอยากฟาดด้วยหม้อต้มยำนี่จริงๆ "

คินหยักหน้า
แล้วหันมาแทกมือกับเบนที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ขอสัญญาต่อหน้าปลากระพงทอดน้ำปลาว่ากูจะไม่มีวันเล่นเกมแบบนี้กับใครเด็ดขาด ปวดกระบาล”


............................
.....................................................
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 01:07:58 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
...............................
........................................................

สายไปครึ่งชั่วโมงแล้ว

ปกติพอร์ช พชร ไม่เคยผิดนัดนานขนาดนี้ถ้าติดลูกค้าอยู่อีกฝ่ายจะโทรมาบอก แต่ตอนนี้สถานการณ์เระหว่างเราสองคนยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทิมรู้ว่าพอร์ชพยายามมาหาแต่ก็ไม่อยากจะยอมง่ายๆ เขารู้ว่าอารมณ์เขาวันนั้นมันก็ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ มันไม่ชอบใจที่พอร์ชดูแลคนอื่น ไม่ชอบให้สนใจคุณชิชา เขาก็คิดไปไกลว่าพอร์ชจะทำแบบนี้กับใครอีกหรือเปล่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าพอร์ชเองจะทำแบบนี้กับใครก็ได้เพราะเราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน และเขารู้ว่าความรู้สึกอย่างนี้มันคืออะไร

เขาหวง
เอาจริงเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปพูดกับพอร์ชแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ


“ไม่น่าเลยทับทิม”

ทิมยกสมุดในมือตีหน้าผากตัวเองเบาๆ  นั่งวาดรูปแหวนทับทิมที่เคยออกแบบค้างไว้ไปสักพักแต่ก็ไร้การติดต่อจากเจริญกิจธารา ทิมลองโทรไปแล้วสองสามสายแต่ก็ไม่มีใครรับ ส่งข้อความไปก็ยังไม่ขึ้นว่าอ่านแล้ว ทิมยกนาฬิกาขึ้นมาดูเมื่อพบว่ามันเกือบจะสองชั่วโมงแล้วด้วยซ้ำ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจโทรหาอีกรอบแค่เพียงไม่นานก็มีคนรับ

“คุณพอร์ชครับ ถ้าวันหลังมาตามที่นัดไม่ได้ก็ควรจะแจ้งให้ผมทราบก่อน ไม่ใช่ปล่อ..”

“คุณทิมเหรอครับ นี่ผมมีนนะเพื่อนพอร์ชตอนนี้พอร์ชมันอยู่โรงพยาบาล



รู้ตัวอีกทีทิมกับแก๊งลูกเพื่อนแม่ก็มาหยุดอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พวกเขาสามคนมาหาทิมที่บริษัทยังไม่ทันจะกดลิฟท์ขึ้นไปหา ไอ้ทิมก็ออกมาจากลิฟท์พร้อมกับบอกว่าจะไปโรงพยาบาล หน้าตาดูเป็นกังวลจนเขาสามคนก็โดนลากมาที่โรงพยาบาลพร้อมกันหมด สรุปคือไอ้พอร์ชศัตรูหมายเลขหนึ่งไปแข่งรถแล้วเกิดอุบัติเหตุ หมายถึงแข่งรถในสนามปกติแต่ดันเสียหลักไถลออกนอกเส้นทาง

แค่เพียงไม่นานมีนเพื่อนพอร์ชก็เปิดประตูออกมาแล้วเชิญพวกเขาเข้าไป สภาพพอร์ชไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่คิด มีรอยฟกช้ำเล็กน้อยกับผ้าก็อซแปะอยู่ตรงหน้าผากแต่หมอให้นอนโรงพยาบาลดูอาการหนึ่งคืน

“กูไม่ได้แนะนำให้มึงไปแว้นซ์เอาตัวไถถนนเรียกร้องความสนใจจากไอ้ทิมมันนะ”

“มันเป็นอุบัติเหตุครับคุณคิน ปกติผมแข่งรถอยู่แล้วแต่วันนี้ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่”

ทุกคนทักพอร์ชถามไถ่อาการเหลือแค่ทิมที่ยืนนิ่งอยู่คนเดียวไม่ยอมพูดอะไรสักคำ รามิลเลยเป็นฝ่ายบอกให้ทุกคนไปรอข้างนอกแล้วให้ทิมอยู่ เขาไม่ได้เปิดโอกาสอะไรทั้งนั้น แต่เห็นแววตาของเพื่อนตัวเองคงอยากมีเรื่องคุยกับพอร์ชอยู่เหมือนกัน แค่มองจากตรงนี้เขาก็รู้แล้วว่าทิมเป็นห่วงพอร์ชมากแค่ไหน  กว่าไอ้คินกับไอ้เบนจะยอมออกจากห้องก็หลายนาทีมีการตะโกนบอกว่าให้เวลาแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้นอีกต่างหาก พอออกไปกันหมด ทิมเลยเดินมายืนอยู่ข้างๆ พอร์ชเลยเอื้อมมือไปรั้งให้นั่งลงบนเตียง

“แข่งรถอยู่แล้วเหรอครับ”

“ตอนนี้ไม่ค่อยได้แข่งแล้วครับผมไม่ค่อยมีเวลา หลายวันมานี้ผมเครียดๆ เลยไปลงกับความเร็ว”

“นี่คุณพอร์ชอายุเท่าไหร่”

“ทับทิมอย่าดุผม”

ใบหน้าที่ไม่มีรอยยิ้มทำเอาพอร์ชใจเสียเลยขยับตัวเข้าไปหาทิมที่นั่งอยู่ แต่พอเขานิ่วหน้าเพราะเจ็บแผลคุณทิมก็เข้ามาประคองให้เขานั่งพิงเตียงดีๆ พอร์ชเลยถือโอกาสคว้าตัวทิมเข้ามากอดไว้ สองแขนที่กอดเขาไว้มีรอยช้ำจางๆ ทำให้ทิมไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหนได้แต่นั่งนิ่งๆ

“ใจร้ายจังเลย ไม่รับโทรศัพท์ผม ไม่ตอบไลน์ ไปหาก็ไม่ยอมให้เจอ”

“นึกว่าคุณพอร์ชไม่อยากเล่นเกมแล้ว”

“ขอโทษเรื่องวันนั้นผมไม่ได้หมายความอย่างที่คุณทิมคิด ผมไม่ชอบที่คุณสนิทกับหมอปิง เอาตรงๆ หวงมากเลยว่ะรู้ว่าในงานมีคนเข้ามาจีบคุณเยอะ ผมทำอะไรไม่ได้เลยก็เลยพาลใส่คุณ”

“คิดว่าเป็นคนเดียวหรือไง”

“………………………………”

“คุณพอร์ชมีคนอยากรู้จักเยอะแยะไปหมด แถมข้างๆ คุณก็ยังมีคุณชิชาที่สวยซะขนาดนั้นแล้วผมทำอะไรได้บ้าง”

“คุณทิม”

“ผมไม่ชอบอย่าหล่อและแสนดีให้มันมากนัก ปกติผมนิสัยไม่ดีอยู่แล้วถ้าผมหวงสติผมจะขาดไปเลย นิสัยก็จะไม่ดีมากกว่าเดิมอีก ผมจะทำตัวไม่น่ารัก”

พอร์ชเงียบไปเมื่อได้ยินชัดๆ ท่าทางคนพูดจะเขินหนักเพราะแก้มเริ่มขึ้นสีแดงเลยขยับตัวหันหลังหนี พอร์ชยิ้มกว้างก่อนจะกอดเอวคนที่นั่งหันหลังอยู่ ทิมเลยหันมามองคนป่วยที่ดูจะไม่เจ็บเท่าไหร่ทั้งๆ ที่มีแผลอยู่เต็มตัวไปหมด พอร์ชวางคางตัวเองไว้บนไหล่เล็กๆ นั่นเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมา

“เวลาที่คุณหวงผมคุณน่ารักกว่าเดิมอีก”

“ไม่น่ารัก”

“น่ารัก”

“ก็บอกว่าไม่น่ารักไง”

“สรุปเราต่างคนต่างหึง”

“บอกว่าหวงไม่ได้หึง”

“หวงผมขนาดนี้เลย”

“ก็คุณชิชาอยู่ใกล้คุณขนาดนั้น”

“คุณหมอปิงก็อยู่ใกล้คุณทิมเหมือนกัน”

“หมอปิงเป็นแค่เพื่อน เพื่อนแถวบ้านแฟนมันก็มีแล้ว”

“ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับคุณชิชาเหมือนกัน ไม่คิดอะไรเลย ไม่มีอะไรทั้งสิ้น”

“เราจะแก้ตัวกันทำไมกันขนาดนี้”

“ก็คุณทิมงอนผม”

“ไม่ได้งอนบอกว่าไม่ชอบ”

“วันนี้ตั้งใจจะไปง้อแล้วแต่เกิดเรื่องซะก่อนแต่ก็ดีเหมือนกันไม่งั้นผมไม่ได้กอดคุณทิมแบบนี้หรอก”

“บาดเจ็บขนาดนี้ยังเรียกว่าดีอีกเหรอผมอยากจะด่าคุณด้วยซ้ำ”

ถึงน้ำเสียงจะดุแต่มือก็ยกมือสัมผัสตรงหน้าผากที่มีรอยแผลเบาๆ ทั้งสัมผัสและแววตาของคุณทิมตอนนี้มันอ่อนโยนจนพอร์ชลืมความเจ็บที่มี อาการจะเป็นจะตายก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วยเช่นกัน พอร์ชจับมือของทิมมาแนบแก้มไว้แล้วยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้า

“ดีกันนะครับ อย่าโกรธพอร์ชเลย”

“วิธีง้อเด็กมาก”

“อยากง้อแบบผู้ใหญ่แต่กลัวโดนโกรธมากกว่าเดิม”

“รู้นะว่าหมายถึงอะไร”

“เอานิ้วก้อยมาเกี่ยวเร็วจะครบยี่สิบนาทีแล้วเดี๋ยวคุณคินกลับมา”

“มาง้อแล้วยังมาเร่งอีกรู้ได้ไงว่าผมหายโกรธแล้ว”

พอร์ชยื่นนิ้วก้อยไปพร้อมกับมืออีกข้างก็คว้าเอวให้ทิมเข้ามาแนบชิด ตอนนี้เขาแทบไม่ได้สนใจบาดแผลตัวเองเท่าไหร่ เขาเห็นว่าคุณทิมอมยิ้มเลยแนบหน้าผากเพราะอยากพูดให้อีกฝ่ายได้ยินใกล้ๆ

“ไม่คิดถึงพอร์ชเหรอ พอร์ชคิดถึงทับทิมมากเลย”

นิ้วก้อยที่อยู่ตรงหน้าถูกเกี่ยวไว้แน่นหลังจากจบประโยค
ได้ยินคุณทิมบ่นเบาๆ ว่าเด็กชะมัดแต่ก็ไม่ยอมปล่อยนิ้วก้อยออกไปไหน

“คุณคินจะกลับมายังเหลืออีกอีกกี่นาที”

“ห้าวินาทีมั้ง”

พอร์ชเงยหน้ามองนาฬิกาที่แขวนไว้อยู่ตรงผนังก่อนจะก้มลงมองคนที่ยังอยู่ในอ้อมกอด ท่าทางแปลกๆ ของคนป่วยทำให้ทิมได้แต่ขมวดคิ้ว พอบอกให้ปล่อยได้แล้วไม่งั้นโดนคินกระทืบแน่ พอร์ชเลยพยักหน้าจังหวะที่ทิมกำลังจะลุกขึ้นจากเตียง อยู่ดีๆ พอร์ชก็ชะโงกหน้าเข้ามาหาก่อนที่จมูกโด่งจะหอมลงบนแก้มขาวของทิมที่อยู่ตรงหน้าเต็มแรง

5


4


3


2


1


ครบยี่สิบนาทีพอดี

พอร์ชผละออกไปพร้อมกับกับแก๊งลูกเพื่อนแม่เดินกลับเข้ามาในห้อง ทิมเลยลุกออกจากเตียงมายืนติดกับกำแพงก่อนที่ทุกคนจะขอตัวกลับเพราะอยากให้คนป่วยได้พักผ่อน พอร์ช พชรดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็นดูไม่เหมือนคนบาดเจ็บเท่าไหร่ ทิมมองหน้าพอร์ชที่นอนยิ้มอยู่อย่างนั้นท่าทางจะดีใจมากที่ทำเขาเขินได้ขนาดนี้ 

ทันทีที่ทุกคนกำลังจะเดินออกจากห้องทิมหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมาที่เตียงผู้ป่วย ยังไม่ทันที่พอร์ชจะได้ถามอะไร ทิมก็โน้มตัวลงมาสองแขนวางพาดไปบนไหล่ตามด้วยการที่เอียงหน้าเข้าหาแล้วฝังจมูกลงบนแก้มของพอร์ชแบบเดียวกับที่พอร์ชทำก่อนหน้านี้ คนโดนหอมแก้มตัวแข็งทื่อก่อนที่ทิมจะผละออกมา

“ต่อเวลาให้”

“…………………………………..”

“จริงๆ ผมง้อยากมากกว่านี้นะแต่นี่ยอมสุดๆ แล้ว วันนี้ผมเป็นฝ่ายแพ้ให้ก็ได้”

“…………………………………..”

“หายเร็วๆ นะครับพอร์ช”

“…………………………………..”

คุณทิมวิ่งออกจากห้องไปแล้วได้ยินเสียงคุณคินตะโกนเรียกอยู่ พอร์ชยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับตัวไปไหนมือยกขึ้นมาสัมผัสตรงหัวใจเมื่อรู้ว่ามันเต้นเร็วจนกลัวว่ามันจะผิดปกติอะไรตรงไหนหรือเปล่าอยากกดเรียกหมอมาตรวจตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอด

“แพ้ให้ก็ได้อะไรวะฝ่ายที่แพ้นอนเดี้ยงอยู่นี่”

นี่เขาจะหายเร็วกว่าเดิม
หรือว่าตายไปเลยก็ไม่รู้

แต่ที่แน่ๆยังยืนยันคำเดิม ทับทิม นพจินดาทั้งร้ายและน่ารักไม่มีใครเทียบได้แล้ว
เขาสาบาน..






TO BE CON

มาจ้าเล่นเกมกันต่อ

#อัญมณีที่รัก #ซีรีส์ลูกเพื่อนแม่
twitter @ribbinbo






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-05-2019 01:22:04 โดย RIBBINBO »

ออฟไลน์ seaz

  • รักอยู่ไหน...ใจเรียกหา
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +381/-9
ขอให้มีความคืบหน้ากว่านี้นะครับ ^^

ออฟไลน์ sailom_orn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1057
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
 :กอด1: ถ้าทางว่าเกมส์นี้จะเข้าตัวกันมั้ง 2 คนนะ :mew3:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8200
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ LonelyBoiZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
ดีใจมากกกก ที่มาแล้วว สนุกครับ ติดตามอยู่นะคร้บ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1725
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เสมอแน่ๆงานนี้

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ยกนี้เสมอก็ได้นะ

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1296
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +88/-3
ดีใจที่เกมส์ยังดำเนินต่อไป :mew1:

ออฟไลน์ patchylove

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1585
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +134/-4
 :hao6: หวานๆๆๆๆๆ   ยอมแพ้เลย

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 797
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +269/-1
เอ...นี่ชนะคู่หรือแพ้คู่กันน้า~~~

ทับทิมน่ารักจริงๆ นั่นแหละ อิอิ

ออฟไลน์ •♀NoM!_KunG♀•

  • *,*โสดสนิทศิษย์พยักหน้า*,*
  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7579
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +181/-8
จ้าาาา

ออฟไลน์ nofsnof

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 364
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-1
น่ารักไปหมดด ทับทิมม  :impress2: :impress2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
แหมะ ดูเขาง้อกัน คนอ่านฟินไปเลย

ออฟไลน์ AeAng11

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 528
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
หวานๆๆๆ

ออฟไลน์ titansyui

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2386
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-0

ออฟไลน์ JokerGirl

  • ∀Σ❤∀ΔΣ Forever^^
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2938
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +128/-3
ขนาดนี้ไม่เกมส์แล้วล่ะ ของจริงล้วนๆ o18 พอร์ชหายเร็วๆ จะได้เร่งจีบทับทิม

ออฟไลน์ New_atcha

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 54
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เกี่ยวก้อยกันแล้ว  :กอด1:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1509
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-5
น่ารักกกก


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ van16

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 876
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
ตกลงใครแพ้ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าข้าฟินนนนน  :hao7:

ออฟไลน์ LonelyBoiZ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-2
รออยู่นะคับบบ

ออฟไลน์ mickeyz.min

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 769
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-0
เขินตัวบิดแล้วววว อ่านไปยิ้มไปเหมือนคนบ้า ชอบบบบบบบบมาก

ออฟไลน์ RIBBINBO

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 139
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +178/-2
Jewelry Design
#อัญมณีที่รัก

ผมออกแบบแหวนแต่งงานให้คนอื่นมามากมาย
คงมีแค่คนเดียวที่ผมจะไม่ได้ออกแบบแหวนแต่งงานให้
คนๆ นั้นก็คือตัวผมเอง…
- นพจินดา วรโชติเมธี –


- CH.8 –
pink tourmaline 


“มึงมีแฟนเหรอวะพอร์ช”

“ใครบอกมึง?”

“กูเดาเอาเดี๋ยวนี้มึงดูเหมือนฟอลอินเลิฟแปลกๆ เวลาลงไอจีสตอรี่มึงอยู่กับใครสักคนกูสังเกตได้แต่มึงแค่ไม่ลงให้เห็นหน้า”

“ไม่เสียชื่อกลุ่มคนหล่อแห่งถาปัตย์เลยว่ะคอปเตอร์”

“และกูก็รู้ว่ามึงตั้งใจที่จะไม่ให้เห็นหน้า ให้แฟนคลับหลักหมื่นของมึงไปเสือกเอาเอง”

“เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทองต้องมาแล้ว”

“มึงนี่กวนตีนฉิบหายอยู่กับแฟนทำตัวแบบนี้เหรอวะ”

“ทำตัวแบบนี้พี่เขาก็บอกว่ากูน่ารักอยู่นะ”

“พี่? แก่กว่าซะด้วย”

“แต่หน้าเด็กกว่าพวกมึงเยอะ”

พอร์ชยกแก้วเหล้าในมือขึ้นมาดื่มหลังจากเสียงโห่ของเพื่อนในกลุ่มที่นานๆ จะนัดรวมตัวกัน ตอนเรียนที่ว่าไม่มีเวลาแล้วตอนทำงานนี่คูณไปอีกสามสิบเท่า นัดครั้งนี้ไอ้มีนเป็นคนเปิดไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วกว่าจะรวมกันได้ครบกลุ่มก็ผ่านมาเป็นเดือน นั่งคุยสารทุกข์สุขดิบไปเรื่อยไม่นานก็มีเพื่อนของคอปเตอร์เดินเข้ามาหา เขาไม่ได้แปลกใจอะไรก็แค่เพื่อนของเพื่อนแต่ชื่อของคนที่คุ้นเคยที่บังเอิญได้ยินทำให้พอร์ชต้องขมวดคิ้ว

“กูน่ะเหรอโสดแต่ไม่ว่างเลยว่ะ”

“ชื่อเสียงมึงดังกระฉ่อนไม่มีใครเขาอยากจะตกลงปลงใจกับมึงหรอก”

“อ้าว ระดับกูหยอดใครไว้ก็ติดป่ะวะ”

“มึงลืมคุณชายทิม นพจินดาแห่งเพียวจิวเวลรี่ไปแล้วเหรอวะ รายนั้นหน้ามึงเขายังไม่มองเลยจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามึงชื่ออะไร”

“สัดเอ๊ย พูดถึงเคสนี้แล้วเจ็บใจฉิบหาย หยิ่งอะไรนักหนาก็น่ารักอยู่นะแต่เล่นตัวเกิน”

“เขาดูออกไงว่ามึงเป็นคนแบบไหน”

“หน้าแบบนี้ไม่ได้โดนบ่อยๆ เหรอวะดีลง่ายๆ เสร็จกูไปแล้วขาวน่าฟัดขนาดนั้นกูว่าบนเตียงคงต้องสุดยอดแน่ๆ”

พอร์ชพยายามหายใจเข้าออกนับหนึ่งถึงสิบ เมื่อคำพูดของคนชื่อกันต์ยังคงเอ่ยถึงคุณทิมไม่หยุด ขนาดไอ้มีนที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังยกมือขึ้นมาบีบไหล่ให้เขาใจเย็นๆ  พอร์ชไม่เคยรู้จักกันต์มาก่อนแต่ดูจากการพูดจาวันนี้ก็น่าจะเดาได้ว่าทำไมคุณทิมถึงได้เมินใส่ขนาดนี้ เหล้าที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วพอร์ชตัดสินใจกระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว

“ไม่รู้จะยากไปทำไมก็แค่ผู้ชายหน้าตาน่ารักป่ะวะกูไม่ได้จะจริงจังด้วยสักหน่อย จริงๆ อาจจะได้มาแล้วเกินสิบ”

“คุณไม่ควรจะพูดถึงคนอื่นแบบนี้ทั้งๆ ที่คุณไม่ได้รู้จักเขาดี”

ทั้งโต๊ะเงียบกริบเมื่อพอร์ชกระแทกแก้วลงกับโต๊ะเสียงดังลั่นก่อนจะพูดประโยคนั้น มีนถอนหายใจพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มย้อมใจคิดว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมีเรื่องแน่ๆ เพื่อนเขาเปิดมาซะขนาดนี้แล้ว กันต์เองเดินเข้ามาหาพอร์ชที่นั่งอยู่ที่ริมโต๊ะแล้วถามซ้ำอีกรอบว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไร พอร์ชยิ้มนิดๆ แล้วลุกขึ้นมาประชันหน้ากับคนที่เดินเข้ามาหาถึงที่

“พอดีว่าผมได้รับการศึกษามาพอสมควรเลยรู้ว่าไม่ควรพูดถึงใครในแบบนั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณนี่คุณเสือกเองหรือเปล่า อ้อ? หรือว่าคุณก็เป็นอีกคนที่ชอบทิม สงสารนะถ้าอยากได้มาเล่นบนเตียงคงยากหน่อย ตุ๊กตาพรีเมี่ยมไม่ยอมเล่นด้วยง่ายๆ”

“ผมว่าผมพยายามใจเย็นที่สุดแล้ว”

“จี้ใจดำเหรอไง ยอมรับเถอะว่าคุณก็แค่อยากเอาเขาเท่านั้นแหละยังไงก็เป็นผู้ชายป่ะวะ”

“ไอ้เหี้ย! นี่มึงโตมาในสังคมแบบไหนวะถึงคิดแต่อะไรแบบนี้ คุณทิมไม่ได้เป็นแบบที่มึงพูดเลยสักนิดไอ้หน้าปลาบู่!”

แก้วเหล้าที่วางอยู่บนโต๊ะถูกสาดใส่หน้ากันต์เต็มๆ ทุกคนในโต๊ะร้องลั่นเมื่อต่างคนต่างกระชากคอเสื้อแล้วปล่อยหมัดกันคนละหมัด ผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยหนี มีนกับคอปเตอร์รีบเข้าไปแยกสองคนที่ซัดกันไม่หยุด เพราะเจ้าของร้านและผู้จัดการพาการ์ดเข้ามาคุมสถานการณ์แล้ว

“มันเริ่มก่อนครับอยู่ดีๆ ก็เอาเหล้ามาสาดใส่หน้าผม”

พอร์ชยกมือขึ้นมาจับตรงมุมปากเมื่อรู้สึกว่าเลือดเริ่มไหลจนรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ไหนจะตรงแก้มด้านซ้ายที่เริ่มปวดนิดๆ เดาว่าพรุ่งนี้มันน่าจะเป็นรอยช้ำม่วงๆ เอาเถอะยังไงเรื่องวันนี้เขาก็ต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนเริ่มก็คงต้องรับผิด ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรคนที่เดินเข้ามาหาเจ้าของร้านทำให้พอร์ชต้องหันไปมอง

คุณภาคิน..

“นี่คนรู้จักผมเองพี่ทิน เดี๋ยวเราไปคุยกันข้างหลังดีกว่าครับ”

ท่าทางจะระดับแขกวีไอพีเพราะเห็นเจ้าของร้านก็ทำท่าทางนอบน้อมเมื่อพี่คินเดินเข้าไปหา แค่เพียงไม่นานเจ้าของร้านก็ออกมาพร้อมกับบอกว่าไม่เอาเรื่องเพราะตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรเสียหาย แต่ถ้ามีครั้งที่สองเรื่องอาจจะต้องถึงตำรวจกันบ้าง พอจบเคลียร์กันได้พอร์ชเลยเดินออกมาสงบสติอารมณ์ตรงหน้าร้าน

“กูได้ยินนะทั้งที่มึงกับไอ้หน้าปลาบู่นั่นคุยกันก่อนจะเกิดเรื่อง”

“งั้นคุณคินก็ต้องได้ยินเรื่องคุณทิม..”

“ทั้งหมด”

บุหรี่ในมือถูกบี้ลงในทรายก่อนที่คินจะเดินมาพิงบันได พอมองหน้าศัตรูหมายเลขหนึ่งก็หัวเราะออกมาเพราะตอนนี้มันแทบจะดูไม่ได้เลยสักนิด ได้ข่าวว่าเพิ่งออกจากโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุแข่งรถนี่ก็มามีเรื่องที่ผับอีก ดีนะที่เขารู้จักกับเจ้าของร้านเป็นการส่วนตัวถึงได้เคลียร์ปัญหาได้เร็วขนาดนี้ ไม่งั้นป่านนี้ไอ้พอร์ชไปนอนอยู่สถานีตำรวจแล้ว

“มึงเนี่ยนะพอร์ชการแก้ปัญหาด้วยกำลังบางทีก็ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก”

“ผมรู้ แต่ตอนนั้นอารมณ์ผมมันพุ่งปรี๊ดเลยตอนที่ไอ้กันต์พูดถึงคุณทิมแบบนั้น”

“แล้วมึงไม่เชื่อเหรอว่าเขาอาจจะพูดจริง”

“คุณคินนั่นเพื่อนคุณนะ”

“ก็เพราะว่าทิมเป็นเพื่อนกูกูถึงรู้ทุกอย่างดี แต่กูถามมึงอยู่นี่ไงว่าทำไมถึงคิดว่าเรื่องที่ไอ้นั่นพูดไม่ใช่เรื่องจริง”

พอร์ชเงียบไปเมื่อได้ยินสิ่งที่คุณคินถาม เขาไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือไม่จริงแต่จากที่เขาได้ใช้เวลาอยู่กับคุณทิมมา เขาเชื่อว่าเรื่องที่ไอ้กันต์พูดไม่ใช่เรื่องจริงแน่นอน

“ความรู้สึกผมล้วนๆ เลยไม่มีอย่างอื่น”

“ถามจริง แล้วที่เล่นเกมกับทิมอยู่แบบนี้ไม่ได้หวังเรื่องเซ็กส์เลยเหรอไง”

“ผมยอมรับว่าผมอยากกอด อยากหอม อยากจูบแต่สาบานว่าผมไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่านั้นเลยคุณคิน ถึงคุณทิมจะเป็นผู้ชายผมก็ให้เกียรตินะ”

“คำตอบหล่อเหลือเกิน”

“และคุณทิมก็ไม่ใช่แค่ผู้ชายน่ารัก ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาที่จะทำอะไรก็ได้ด้วยพูดแล้วขึ้นเลยเนี่ยหงุดหงิดว่ะ”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทิมโดนพูดถึงแบบนี้หรอกมึงรู้ใช่ไหม เมื่อก่อนกูก็โมโหแบบมึงนั่นแหละ แต่พอโตขึ้นกูก็คิดได้ว่าอย่าไปให้ค่ากับคำพูดพวกนี้ ปากคนน่ะเขาจะพูดยังไงก็ได้”

“ครับ แต่อย่างน้อยก็ได้ซัดมันสักหมัดก็ยังดีคิดแล้วแค้นฉิบหาย”

คินได้แต่ปล่อยให้พอร์ชระบายอารมณ์ที่ยังไม่จบไปง่ายๆ เขาเองเองก็เข้าใจเพราะเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เหมือนกัน บอกแล้วว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทิมโดนพูดถึงในทางที่ไม่ดี เขากับเบนจามินเคยมีเรื่องจนปากแตกคิ้วแตกดีที่มีไอ้รามิลคอยเตือนสติ และไอ้ทิมที่วันๆ เอาแต่จิกหัวใช้พวกเขาก็ร้องไห้จ้าเมื่อเห็นว่าหน้าเขากับเบนมีแผลจนดูไม่ได้ ตั้งแต่นั้นก็เลยสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องชกต่อยเกิดขึ้นอีกสำหรับแก๊งลูกเพื่อนแม่

“ขดอย่างเดียวอย่าคิดว่าเพื่อนกูง่าย สำหรับทิมถ้าไม่ได้คิดอะไรด้วยมึงจะไม่มีทางได้เข้าใกล้ทิมมากขนาดนี้”

“…………………………………………….”

“ยังไงก็ขอบใจนอกจากพวกกูมึงก็เป็นคนแรกที่มีเรื่องเพื่อไอ้ทิม”

พอร์ชยิ้มให้คุณคินที่วันนี้ไม่ได้วางท่าเหมือนทุกวัน แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกันต่อคนที่เดินออกมาหน้าประตูทำให้ทั้งสองคนเงียบลง กันต์ที่เอาผ้าเช็ดหน้าปิดตรงโหนกแก้มไว้พอเห็นว่าพอร์ชนั่งอยู่ก็มองตาขวาง พอร์ชเองไม่อยากมีเรื่องเลยแกล้งทำเป็นก้มลงมองเล่นโทรศัพท์

แต่อยู่ดีๆ กันต์ที่กำลังจะเดินผ่านไปก็กลิ้งตกบันไดหน้าคะมำไปนั่งอยู่ตรงพื้นหน้าผับ พอร์ชเงยหน้ามองคุณคินที่ยืนกอดอกทำหน้านิ่งอยู่เดาว่าน่าจะแกล้งขัดขาให้กันต์ล้มไม่เป็นท่า ท่าทางไอ้กันต์จะเกรงๆ คุณคินอยู่เหมือนกันเลยรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ลานจอดรถ

“ไหนคุณคินบอกว่าแก้ปัญหาด้วยกำลังบางทีก็ไม่ใช่เรื่องดี”

“กูพูดเหรอ”

“เมื่อกี้เลย”

“ลืมแล้วว่ะ”

พอร์ชอยากจะหัวเราะให้ตายถ้าไม่ติดว่าเจ็บแผลนี่เขาคงจะลงไปนอนกับพื้นแล้ว คุณคินยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะบอกว่าให้กลับบ้านกลับช่องไปพักผ่อนได้แล้วหน้าเละขนาดนี้ พอร์ชเลยเดินกลับเข้าไปข้างในจังหวะที่เดินก้าวขึ้นบันไดทีละขั้นเขารู้สึกชอบความสัมพันธ์เพื่อนกลุ่มนี้ของคุณทิมมากจริงๆ

“ผมชอบแก๊งลูกเพื่อนแม่นะอยากมีเพื่อนแบบนี้บ้างแล้วก็ขอบคุณคุณคินด้วยครับที่จัดการเรื่องวันนี้ให้”

“อย่าคิดว่าทำดีครั้งเดียวจะขยับมาเป็นว่าที่ตำแหน่งเพื่อนเขยกู”

“คะแนนผมไม่ขยับเลยเหรอไง”

“ขึ้นมาห้าคะแนนเพราะปกป้องไอ้ทิมแต่มีเรื่องชกต่อยติดลบร้อย”

“ติดลบเยอะจังวะ”

“เดี๋ยวมึงเจอไอ้ทิมด่าอีกเรื่องวันนี้กูฟ้องมันไปแล้วเรียบร้อย เจอติดลบสามร้อยแน่”

ถึงจะบอกอย่างนั้นแต่มือที่ตบลงลงบนบ่าเขาเบาๆ พร้อมกับบอกว่าไปหาหมอทำแผลก่อนก็ดี ทำให้พอร์ชพออุ่นใจว่าอย่างน้อยวันนี้เขาก็คุณคินก็ได้คุยกันมากกว่าทุกครั้งที่เจอกัน

เอาวะนี่ได้มาห้าคะแนนจากคุณคินเลยนะ
แค่นี้ก็หรูหราหมาเห่าสุดๆ แล้ว พอร์ช พชร โคตรเก่งเลยว่ะ


Jewelry Design


ยิ่งกว่าติดลบสามร้อย..

ตอนเช้าคุณทิมมาหาที่บ้านมาหาเองด้วยนะไม่ได้นัดกันด้วย แต่เพราะเพิ่งมีเรื่องมาหน้าตาเขาเลยดูไม่ได้เลยไม่อยากให้คุณทิมเห็นสักเท่าไหร่แต่เจ้าตัวมายืนหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าบ้านขนาดนี้จะให้เขาทำอะไรได้อีก เลยได้แต่เปิดประตูบ้านด้วยท่าทางจ๋อยสุดฤทธิ์  พอเข้ามาในบ้านก็นั่งมองหน้าอย่างเดียวน่าจะประเมินบาดแผลบนหน้าเขาอยู่

“ไปแข่งรถจนเกิดอุบัติเหตุหัวแตก”

“………………………………………...”

“ยังไม่ทันจะหายดีเลยด้วยซ้ำ”

“………………………………………...”

“นี่ยังจะไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นอีก”

“………………………………………...”

“รู้ไหมเนี่ยว่าผมหมายถึงใคร”

“พอร์ชเองครับ”

“ไม่ต้องมาอ้อน”

พอโดนดุพอร์ช พชรก็เอนตัวมาซบคนที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ข้างๆ แถมมือก็ยังเป็นมือปลาหมึกกอดเอวทิมไว้แน่น พอแกะออกก็กอดใหม่แถมแน่นกว่าเดิม พอโดนกอดแบบนี้เลยได้เห็นบนใบหน้าของพอร์ชชัดๆ ทิมได้แต่ถอนหายใจจะด่าก็ด่าไม่ลง ดูสภาพสถาปนิกหนุ่มโสดในฝันตอนนี้  หน้าผากยังมีแผลเก่าแปะอยู่โหนกแก้มข้างซ้ายมีรอยช้ำ แถมตรงมุมปากยังมีรอยแตกอีก

“ทำแผลหรือยังครับ”

“ต้องทำด้วยเหรอแผลแค่นี้เอง..เฮ้ย ต้องทำสิเดี๋ยวไปหาอุปกรณ์ก่อนคุณทิมอย่าเพิ่งโมโห”

ไหลลื่นเป็นปลาไหลไม่เคยเปลี่ยน พอเห็นสายตาของคุณทิมตอนบอกว่าแผลแค่นี้ไม่เห็นต้องทำก็ต้องรีบกลับคำพูดกลัวว่าจะโดนโกรธไปมากกว่านี้ พอร์ชเลยลุกไปค้นหากล่องยาที่จำได้ว่าแม่เขาเคยซื้อมาให้เผื่อฉุกเฉิน นี่ก็ไม่กล้ากลับบ้านเลยกลัวคนที่เจริญกิจธาราเห็นหน้าแล้วเป็นลม  ยังดีที่ทุกอย่างในกล่องยังอยู่ครบไม่งั้นคุณทิมอาจจะลากเขาไปโรงพยาบาลแทน

จะว่าไปทำแผลแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

พอร์ชเขยิบเข้าใกล้คนตรงหน้าที่เอาแต่สนใจแผลตรงมุมปาก พอร์ชชอบเวลาที่ดวงตากลมโตนั้นสนใจแค่เขาคนเดียวไม่มองหาคนอื่น วันนี้คุณทิมแต่งตัวธรรมดาไม่ได้ใส่ชุดทำงานแถมผมข้างหน้าก็ยังมัดจุกไว้หลวมๆ น่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยพอยกมือแกล้งดึงผมจุกก็โดนฟาดใส่วันนี้เขาหยุดมองคุณทิมไม่ได้เลยสักนิด

“อย่ามาจ้องแบบนี้”

“จะให้ผมมองไปที่ไหนได้”

“คุณพอร์ช ทีหลังอย่าไปมีเรื่องหรือเจ็บตัวแบบนี้อีกและยิ่งต้นเหตุมันมาจากผม ผมก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่”

“มันว่าคุณ”

“ผมรู้”

“แค่ประโยคเดียวผมก็ทนไม่ได้แล้ว ทับทิม”

พอร์ชจับมือคนที่กำลังเอาสำลีแปะลงตรงที่มุมปากให้หยุดทำ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปรั้งให้คนที่ทำหน้ายุ่งให้ขึ้นมานั่งบนตัก ทิมชะงักไปเล็กน้อยแต่พอร์ชก็บอกเบาๆ ว่าแค่อยากกอด ทิมเลยขยับตัวนั่งดีๆ ท่าทางจริงจังของพอร์ชทำให้ทิมเลือกที่จะเงียบลง มือก็ยกขึ้นมาสัมผัสตรงรอยช้ำข้างแก้มเบาๆ  มันไม่ใช่ครั้งแรกที่ทิมเจอเหตุการณ์แบบนี้เมื่อก่อนแก๊งลูกเพื่อนแม่ก็เจอประจำ และเขานี่แหละที่เป็นคนทำแผลให้โดยเฉพาะคินที่ใจร้อนกว่าใคร

“ผมโมโหจนเส้นเลือดในสมองจะแตกไอ้หน้าปลาบู่นั่นมาว่าคุณแบบนั้นได้ไงวะ”

พอร์ชยังบ่นเรื่องเมื่อคืนไม่ยอมหยุดและดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆ ท่าทางเหมือนเด็กกำลังโมโหทำให้ทิมหลุดยิ้มก่อนที่จะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาพาดวางลงบนไหล่กว้าง พอร์ชเลยกระชับกอดคนบนตักให้แน่นขึ้น ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัว เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนถูกถ่ายทอดให้ทิมได้ฟังอย่างละเอียดเมื่อทิมอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ต้นเพราะเมื่อวานคินแค่โทรมารายงานคร่าวๆ ให้ฟังเท่านั้น

“คุณทิมจำกันต์ได้หรือเปล่า”

“จำไม่ได้หรอก”

“ดีแล้วมันไม่หล่อไม่ต้องไปจำ”

“แล้วใครหล่อ”

“แน่นอนใครจะหล่อเท่าพอร์ช พชรไม่มีอีกแล้ว”

“หลงตัวเองทั้งวัน ยังไงก็ขอบใจนะเรื่องเมื่อคืนไม่เคยมีใครปกป้องผมขนาดนี้มาก่อนนอกจากแก๊งลูกเพื่อนแม่”

พอร์ชละมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับผมของทิมที่ตกลงมาทัดหูให้ พอร์ชยิ้มนิดๆ เมื่อรู้สึกว่าพอมองแบบนี้คุณทิมก็น่าจะเริ่มเขินขึ้นมาเหมือนกัน พอเห็นพอร์ชยิ้มแบบนั้นทิมก็แกล้งทำเป็นรัดคออีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ทั้งๆ ที่เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเล่นอีก

“วันนี้มีงานที่ไหนไหมครับ”   

“จริงๆ มีนัดคุยเรื่องแหวนแต่งงานแต่ลูกค้าขอเลื่อนไปแล้ว”

“งั้นคุณทิมก็ต้องว่างพอที่จะดูแลคนป่วยทั้งวัน”

“ป่วยหนักเหรอไงไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”

“เจ็บมากเลยครับ แค่พูดก็ยังเจ็บปาก”

“ลูกเล่นเยอะเหลือเกิน”

ทิมผลักไหล่คนตรงหน้าให้ออกห่าง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรให้คนป่วยทานเพราะยังไงก็ต้องกินยาแก้อักเสบ และก็เป็นอย่างที่คิด ห้องครัวบ้านหรูห้าหมื่นล้านขนาดนี้โล่งโจ่งไม่มีอะไรที่เป็นของสด ยังดีที่มีไข่อยู่หนึ่งแพค และในตู้มีแค่มาม่าสองสามซอง ก็คงต้องกินอันนี้ละมั้งถ้าสั่งเดลิเวอรี่ก็ไม่รู้จะมากี่โมง พอทิมตะโกนถามเรื่องอาหารเจ้าของบ้านก็บอกว่าเดี๋ยวต้มให้เอง

ท่าทางคล่องแคล่วมาก

“ใครๆ ก็บอกว่าผมเป็นเจ้าชายแห่งมาม่า”

“ตำแหน่งไม่ได้น่ายินดีเลยป่วยตายขึ้นมาจะหัวเราะเยาะให้”

ทิมที่นั่งอยู่บนเคาน์เตอร์ข้างๆ เตาได้แต่มองคนที่กำลังใส่ผักใส่หมูที่บังเอิญเจอในตู้เย็น ดีที่มันยังไม่เน่าไม่เสียไปซะก่อน มื้อนี้ก็เลยดูมีสารอาหารขึ้นมาหน่อย และท่าทางหั่นหมูก็ตลกจนทิมต้องถ่ายรูปเก็บไว้ถ้าเบนจามินผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารมาเห็นแบบนี้คงถึงกับกุมขมับ กว่าน้ำจะเดือดก็น่าจะอีกนานทิมเลยหยิบไอแพดขึ้นมาดูแบบแหวนแต่งงานไปพลางๆ

“ผมสงสัยมานานแล้วทำไมแหวนแต่งงานต้องเป็นแหวนเพชรเท่านั้น”

“ค่านิยมที่เอาแหวนเพชรมาเป็นแหวนแต่งงานมีมานานแล้วไง จริงๆ มันก็สวยดูหรูหราความหมายก็ดี ตามความเชื่อเพชรแสดงถึงความบริสุทธิ์มีความหมายคือรักนิรันดร์ คุณพอร์ชรู้ไหมอัญมณีทุกชนิดมีความเชื่อและความหมายในตัวของมันนะ”

“ผมไม่เคยมีความรู้เรื่องนี้เลย นึกว่าแหวนแต่งงานเป็นแบบเดียวกันหมด”

“เมื่อก่อนทุกคนก็คิดเหมือนคุณพอร์ช ออกแบบแหวนแต่งงานจะยากอะไรก็แค่แหวนเกลี้ยงๆ มีเพชรหนึ่งเม็ดก็แค่นั้น”

“……………………………………………………….”

“จนผมเจอคู่รักคู่หนึ่งเป็นผู้ชายทั้งคู่”

“เขาให้คุณทิมออกแบบแหวนแต่งงาน?”

“ครับ เขาจะไปแต่งงานที่แคนาดาเลยอยากให้ผมออกแบบแต่งงานให้ ผมเลยให้ดูแบบที่ผมเคยออกแบบมาแต่เขากลับถามผมว่ามีอัญมณีอะไรที่มีความหมายเกี่ยวกับเชื่อมั่นในความรักไหม”

“มีอัญมณีแบบนั้นด้วยเหรอครับ”

“เขาบอกว่ากว่าจะมีวันนี้ได้ไม่ใช่ง่ายๆ เขาต้องเจออุปสรรคมาเยอะมากเขาร้องไห้เป็นร้อยๆ ครั้งและครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตคู่จริงๆ สักที เขาจะอยู่ด้วยกันมานานเป็นทั้งเพื่อนและคนรักและทั้งหมดที่เขาสองคนผ่านมาได้เป็นเพราะเชื่อมั่นในความรัก”

“……………………………………………………….”

“และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมออกแบบแหวนแต่งงานด้วย pink tourmaline อัญมณีที่มีสีชมพูอ่อน แทนความหมายทั้งความรักและมิตรภาพ”

“……………………………………………………….”

“ตอนแรกนึกว่าเขาจะไม่โอเคที่เป็นสีชมพูเพราะเขาทั้งคู่เป็นผู้ชาย แต่ทั้งสองคนบอกว่าอย่ายึดติดเรื่องเพศเลย แหวนแต่งงานที่ผมออกแบบให้มันสวยและพวกเขาชอบมากจริงๆ”

“……………………………………………………….”

“ตอนนั้นผมถึงได้มานั่งคิดว่าแหวนแต่งงานควรมีเรื่องราวความรักของทุกคนลงไปในแหวน ไม่ใช่แค่นำไปใช้ในพิธีเฉยๆ มันควรมีความหมายดีๆ เพราะมันเป็นตัวแทนความรักของคนสองคน”

“……………………………………………………….”

“ผมสัญญากับแก๊งลูกเพื่อนแม่ไว้ว่าจะเป็นคนออกแบบแหวนแต่งงานให้”

“แสดงว่าคุณรามิลกับคุณเบนคุณออกแบบให้แล้วใช่ไหมครับ”

“อาจจะไม่ใช่แหวนที่ใช้ในงานแต่งงานแบบที่เคยนึกเอาไว้แต่ผมก็ออกแบบให้สุดฝีมือ เหลือไอ้คินอีกคนแต่ก็คงไม่นานหรอกเดี๋ยวคินก็คงได้เจอ”

“……………………………………………………….”

คนที่กำลังทำอาหารอยู่ปิดเตาแก๊สแล้วเดินมาหาคนที่นั่งห้อยขาอยู่ตรงเคาน์เตอร์ก่อนจะวางสองมือคร่อมตัวทิมเอาไว้ ทิมเลยเลยหน้าขึ้นมามองเมื่อเห็นว่าพอร์ชเอาแต่มองเขาไม่วางตา

“แล้วทับทิมล่ะครับ”

“ทำไมครับ”

“ถ้าในเรื่องความรัก ทับทิมหมายถึงความรักแบบไหน”

“หาคำตอบเองสิครับ”

“ผมกำลังหาอยู่”

“แล้วมันเป็นรักแบบไหน”

“ตอบไม่ได้”

“หาไม่เจอเหรอครับ”

“มันไม่ชัดเจนกลัวว่าเป็นแค่เกม”

“แล้วถ้ามันชัดเจนคุณพอร์ชจะอยู่กับความรักของทับทิมไปตลอดชีวิตไหมครับ”

“……………………………………………………”

“คำถามยากไปแน่ๆ”

“แล้วทับทิมอยากให้อยู่ด้วยไปตลอดชีวิตไหมครับ”

“แล้วคุณพอร์ชมีความรักให้ทับทิมแล้วเหรอครับ”

เหมือนเล่นเกมสิบคำถามทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิทเมื่อต่างคนต่างเข้าใจเรื่องที่คุยกันอยู่ ดวงตากลมโตของคุณทิมมองเขาเหมือนหาคำตอบที่อยากรู้ แต่ระหว่างเขาสองคนในตอนนี้มันคงจะตอบอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ต่างคนเหมือนกลัวเรื่องที่จะต้องเจอในอนาคตเลยเลือกที่จะเงียบอยู่แบบนี้

“ไม่ตอบแสดงว่าไม่มี”

“……………………………………………”

“ผมเป็นผู้ชายที่การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึก”

พอร์ชยังไม่ขยับตัวไปไหนก่อนที่สองมือจะค่อยๆ รั้งคุณทิมให้ซบลงตรงอกกว้างแล้วกอดกระชับไว้แน่นเหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกในตอนนี้ให้อีกฝ่ายได้รับรู้

“ตอนนี้ผมมีแค่คุณทับทิม และถ้าในอนาคตระหว่างเรามันไม่ใช่เกมและที่ตรงนี้ก็ยังเป็นคุณ..”

“……………………………………………”

“ผมสาบานได้เลยว่าผมจะรักในแบบที่คุณคาดไม่ถึงแน่ๆ รักจนผมทิ้งความฝันทุกอย่างและจะมีทับทิม นพจินดาเพียงแค่คนเดียว”

“……………………………………………”

แพ้..วันนี้ทับทิมแพ้คนป่วย
ที่ติดลบสามร้อยแต้มได้ยังไงกัน


.............................
....................................................

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด