...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 18...=> หน้าที่ 31 (02/05/2019)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 18...=> หน้าที่ 31 (02/05/2019)  (อ่าน 61502 ครั้ง)

ออฟไลน์ beerby-witch

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 632
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-2
นิยายของคุณบัวก็ยังคงภาษาดีและสนุกเหมือนเดิม เราแอบมองเห็นความแซ่บในตัวพี่ทิศ  :hao3:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
รอ น้องจิณน์กับพี่ทิศ

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1671
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-1
วันนี้วันพฤหัสฯที่ 14 นะจ๊ะคุณบัว เราตั้งหน้าตั้งตารอน้าาาาา คิดถึงพี่ทิศกับปลัดมากเลยยย วันนี้มาเถอะนะ พลีสสสสส :call:

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1367/-8
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
…………………..
ตอนที่ 11


ผลของการระแคะระคายของคุณกอบกุล สร้างแรงกระเพื่อมไปทุกหย่อมหญ้า อย่างแรกคือการส่งนักสืบลงมาที่อำเภอ อย่างที่สองคือแม้ไม่เคยติดต่อกันมาก่อน แต่หล่อนก็หาทางเข้าพบคุณเทียมจนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน และอย่างที่สาม...เป็นผลพวงมาจากสองอย่างแรก...


เริ่มมีคนสะกดรอยตามจิณณะ


“แน่ใจว่าตามปลัดจิณณะ ไม่ได้ตามทิศ?”


เรื่องที่จิณณะย้ายไปอยู่กับพิทักษ์ก็ถึงหูคุณเทียมจากการส่งคนคอยตามดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และเพราะคนของเขาจับสังเกตได้ ถึงได้รู้เห็นการเคลื่อนไหวของคนอีกกลุ่มที่แทรกซึมเข้ามาวนเวียนอยู่รอบตัวจิณณะและพิทักษ์


“แน่ใจครับท่าน พวกมันจ้องปลัด” คุณเทียมเอนหลังพิงพนัก หากเกิดกับพิทักษ์โดยตรง เขาคงไม่ต้องไตร่ตรองมากขนาดนี้ แต่เพราะพวกนั้นเล็งไปที่ปลัดจิณณะ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวดองอะไรกับเขา การจะลงมือทำเพื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหลาน ก็ย่อมต้องชั่งตวงกับผลได้เสียที่จะเกิดกับตน


“ดูห่างๆแล้วกัน” คำสั่งนี้ย่อมหมายถึงให้อยู่เฉยแต่ไม่ละสายตา ก่อนที่ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านจะโบกมือไล่ เมื่อเหลือเพียงคุณเทียมและมิตรซึ่งเป็นลูกน้องคู่ใจที่รู้จักคุ้นเคยกับพิทักษ์ดี คำเตือนของลูกน้องก็ดังขึ้นเบาๆ


 “ผมเกรงว่า...เรื่องคราวนี้ จะลามมาถึงคุณทิศด้วย” มิตรซึ่งติดตามเขามานับสิบปี เห็นพิทักษ์มาตั้งแต่เด็ก มาวันนี้ความห่วงใยจึงเผื่อแผ่ไม่ต่างจากเห็นลูกหลานของตนเอง


“ฉันจะหาทางส่งทิศไปต่างประเทศ ดึงเขาออกจากปลัด...”


ทว่าสิ้นคำพูดประโยคนั้น เสียงโทรศัพท์ของคุณเทียมก็ดังขึ้น


ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ ‘ผู้หลักผู้ใหญ่’ ที่เขาเคยเข้าพบเพื่อให้ช่วยปรามการกระทำอุกอาจของไพศาล ผู้ใหญ่ท่านนี้แม้ไม่ได้สนิทสนมกับไพศาลโดยตรง แต่เป็นหนึ่งในกลุ่มทุนที่ลงขันและแบ่งสันปันส่วนกำไรจาก ‘ธุรกิจ’ ที่ไพศาลเป็นคนบริหารจัดการ หากจะเรียกว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มแบ็กอัพที่ไพศาลต้องเกรงใจก็ว่าได้


ยามนั้น ‘ท่านนคร’ ออกปากอย่างไว้เชิง คงเพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลาย


‘คุณเทียมก็รู้ ฉันลงเงิน พรรคพวกของฉันก็ลงเงิน เราลงเงินไปแล้วก็ต้องการแค่กำไรกลับมา แต่เราไม่รู้หรอกว่าใครเอาเงินเราไปทำอะไรบ้าง เขาบอกว่าจะเอาไปลงทุนทำธุรกิจ ทำปั๊มน้ำมัน เราก็แค่เชื่อแล้วรอรับกำไรก็เท่านั้น’


ราวกับบอกว่า หากได้ประโยชน์ก็พร้อมปิดปาก ไม่สนว่าบ่อเกิดแห่งผลประโยชน์นั้นจะเน่าเฟะโสมมแค่ไหน


‘ฉันยกอำนาจการบริหารเงินให้เขาไปแล้ว ถ้ายังได้กำไร ฉันก็ไม่รู้จะไปกวนน้ำให้ขุ่นเพราะเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ทำไม แต่เอาเถอะ เห็นแก่ว่าเป็นคุณเทียมมาพบด้วยตัวเอง ถ้าเรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนให้ ฉันจะลองดูแล้วกัน’


คนตายหนึ่งคนเป็นเรื่องเล็ก ใครจะตายอีกกี่คนก็เป็นเรื่องเล็ก หากว่าการตายนั้นไม่ได้มาถึงตัวหรือคนของตัว


พอคิดถึงตรงนี้ คุณเทียมก็ได้แต่พ่นลมหายใจเบา อย่าว่าแต่ใครเลย แม้กระทั่งตัวเขาก็ไม่อยากให้พิทักษ์ซึ่งเป็นหลานแท้ๆต้องเข้าไปเอี่ยวด้วยเช่นกัน ในขณะที่ปลัดจิณณะ...


หากต้องเลือกใครสักคนให้รอด ก็ควรเป็นคนของตนเองมากกว่าลูกหลานคนอื่นไม่ใช่หรือ


เสียงเรียกเข้าตัดไปแล้ว เมื่อคุณเทียมไม่รับสาย แต่แล้วก็ดังขึ้นมาใหม่ คนโทร.เข้ามายังคงเป็นคนเดิม ทำเอาต้องถอนหายใจก่อนจะยอมกดรับสาย


“สวัสดีครับ ท่านนคร”


‘พรุ่งนี้ว่างไหม อยากจะชวนมาหารือกับท่านเสรีหน่อย’ ปลายสายใช้น้ำเสียงราบเรียบราวน้ำเย็น ทว่าเนื้อความนั้นกลับทำให้คนฟังนิ่งชะงัก


“หารือกับท่านเสรี? ท่านน่าจะทราบดีว่าผมคนละขั้วกับเขามาตั้งแต่สมัยเล่นการเมืองแล้ว...”


‘เราต้องการเปลี่ยนมือ เลยอยากคุยกับคุณเทียม งานนี้ฉันจะไปด้วย’


คำว่า ‘เปลี่ยนมือ’ ย่อมหมายถึงกลุ่มทุนของท่านนครคิดจะตัดไพศาลทิ้ง แล้วหันมาทางเขา


“ผมไม่สนใจผลประโยชน์พรรค์นั้น”


ไม่ใช่ว่าคุณเทียมเป็นคนดี ผลประโยชน์พรรค์นี้ เขาล้วนผ่านมาหมดแล้ว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต สิ่งที่ตักตวงได้มามากเพียงพอที่จะทำให้ชีวิตมีทางเลือกสองทาง หนึ่งคือหยุด กับสองคือตักตวงต่อเพื่อผลประโยชน์ที่มากกว่า ทางเลือกนี้เมื่อเข้ามาแล้วครั้งหนึ่งอาจจะไม่เข้ามาอีกเลย คุณเทียมจึงคว้ามันเอาไว้โดยเลือกที่จะหยุดเพราะอยากให้ชีวิตบั้นปลายสงบสุข


ปลายสายหัวเราะ ราวกับจะเหยาะเย้ยอดีตซึ่งเป็นที่รู้กันดี คุณเทียมจัดว่าเป็นมือดีของการจัดสรรทรัพยากรในวงการการเมืองและธุรกิจคนหนึ่ง สิ่งที่ยังหลงเหลือในวันนี้แม้จะถอยฉากออกมาแล้ว คือเส้นสายของเขายังแทรกซึมอยู่ทุกอณู


‘ระบบอุปถัมภ์’ อย่างไรก็ฆ่าไม่ตาย ในเมื่อบุญคุณยังต้องทดแทนกันอยู่ คุณเทียมเข้าพบท่านนครคราวก่อนได้ก็เพราะเส้นสาย ท่านนครยอมนำความไปบอกต่อเพื่อให้ไพศาลหยุดมือก็เพราะหวังว่าวันหนึ่งจะได้ผลประโยชน์ต่างตอบแทนจากคุณเทียมเช่นกัน วันข้างหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง สร้างบุญคุณกันไว้ ถือเป็นหลักประกันได้ในทางหนึ่ง


‘ฉันรู้ ไม่ได้คิดจะให้เป็นตัวตั้งตัวตีหรอก ทีมจัดการน่ะมีอยู่แล้ว ขอแค่...บารมี…’


‘เราต่างคนต่างก็รู้ดีว่าเขาไม่ได้ทำแค่เรื่องที่ตกลงกับกลุ่มของฉัน กิจการอื่นถูกซุกอยู่ข้างล่าง ทั้งบ่อนการพนัน ทั้งปั๊มน้ำมันเป็นแหล่งกระจาย ‘ของ’ คุณเทียมอยากให้พื้นที่บ้านเกิดเป็นอย่างนั้นหรือ แหล่งซ่องสุม ค้ามนุษย์ อำนาจรัฐจัดการไม่ถึง’


คุณเทียมเงียบราวกับกำลังตัดสินใจ


‘ฉันพอรู้มาว่าที่นั่นสำคัญสำหรับคุณเทียม อาจจะทำให้ขาวสะอาดไม่ได้ในชีวิตนี้ แต่ก็ดีกว่าไปดำในมือคนอื่น คนเราทำเรื่องสีเทาด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเป็นเทาเข้มหรือเทาอ่อน คุณเทียมอยากให้บ้านเกิดตัวเองเป็นสีอะไร’


“ท่านต้องการให้ผมเข้าไปพบที่ไหน”


‘บ้านท่านเสรีแล้วกัน มาแต่เช้าเราจะได้ร่วมมื้อเช้ากันเลย ฉันจะนัดท่านเสรีให้เอง’


แล้วอีกฝ่ายก็ตัดสายไป คุณเทียมต้องปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง อายุมากดูจะมีข้อดีตรงที่ไม่หุนหันพลันแล่นเหมือนสมัยหนุ่มๆ หากเป็นเมื่อสักยี่สิบก่อน อีกฝ่ายจะไม่มีทางได้ยกเรื่องพื้นที่บ้านเกิดมา ‘จูงใจ’ เขาด้วยซ้ำ


ชายวัยหกสิบพ่นลมหายใจเมื่อตัดสินใจเด็ดขาด ก่อนจะหันมองลูกน้องแล้วสั่ง


“พรุ่งนี้เตรียมรถ ฉันต้องเข้ากรุงเทพฯ”


“จะให้เตรียมคนไปด้วยไหมครับ” คำว่าเตรียมคนย่อมหมายถึงการอารักขา เดิมทีคุณเทียมอยู่คนละฝักฝ่ายกับท่านเสรี เรื่องนี้มิตรที่ติดตามเขามายาวนานย่อมรู้ดี การต้องไปพบถึงในบ้านพักส่วนตัว ดูแล้วไม่น่าปลอดภัย ทว่าคุณเทียมกลับส่ายหน้า


“ไม่ต้อง เรื่องคราวนี้มีคนนำทางไว้ให้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรหรอก”


“คนนำทาง?”


แม้ท่านนครจะมีอำนาจบารมีพอตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์เด็ดขาดในการชี้ซ้ายหรือขวา ภายในกลุ่มเองมีทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการพลเรือนและทหารตำรวจ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบคุณเทียม เมื่อครั้งจะเลือกเฟ้นหาคนมาบริหารจัดการเงินทุน ผู้มีอิทธิพลหน้าใหม่อย่างไพศาลจึงเป็นตัวเลือกที่ดีไปในที่สุด


แต่เวลานี้...ท่านนครกลับโทรศัพท์มาเจรจานัดแนะ ที่สำคัญคือนัดให้ไปพบท่านเสรีซึ่งเป็นตัวแทนออกหน้าในการนำเงินไปลงทุน และเป็นหนึ่งในเสียงที่เคยต้องการให้ไพศาลเป็นคนนำเงินไปบริหารจัดการต่อ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น...ท่านเสรีเคยอยู่คนละฝ่ายกับคุณเทียม


เรื่องนี้ต้องมีคนชี้นิ้ว แนะนำและวิ่งรอก ถึงทำให้กลุ่มทุนใหญ่กลุ่มนี้เบี่ยงความสนใจมายังคุณเทียม


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้คนที่โทรเข้ามาคือ ‘กอบกุล  วงศ์กีรติ’ สตรีสูงวัยที่ค่อนชีวิตแทบไม่ได้มีสัมพันธ์อะไรต่อกันเลย แต่บัดนี้…หล่อนกลับติดต่อหาเขาก่อนเป็นครั้งที่สองแล้ว


‘สวัสดี คุณเทียม คงได้รับโทรศัพท์แล้วใช่ไหม’ น้ำเสียงจากปลายสายนั้นแหบอย่างคนสูงอายุ แต่ทรงอำนาจชนิดนึกถึงสีหน้าท่าทางหยิ่งผยองของหล่อนได้


“คุณกอบเป็นคนจัดการ?”


‘ฉันแค่ชี้นำหนทางที่ดีให้ใครสักคนเท่านั้น’ หากจะพูดให้ถูก ก็ต้องเป็นใครสักหลายๆคน เพราะคุณเทียมไม่คิดว่าหญิงชราผู้นี้จะชี้นำใครแค่บางคนอย่างท่านนครหรือท่านเสรี บางที...หล่อนอาจจะวิ่งเต้นหาคนในกลุ่มทุนนั้นแทบทั้งกลุ่ม


“คุณกอบไม่ควรทำให้ผมลำบากใจ” คุณเทียมเอ่ยเสียงกระด้าง ทว่าคำขู่ของเขากลับทำให้อีกฝ่ายหัวเราะเสียงเย็น


‘คุณทำให้ฉันไม่มีทางเลือก ฉันให้โอกาสคุณช่วยแนะนำวิธีแก้ปัญหาแล้ว แต่คุณไม่พูด ปล่อยให้ฉันต้องตามเรื่องด้วยตัวเอง ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าใครต้องการทำอะไร ใครก็ตามที่มันคิดร้ายกับคนของฉัน มันก็อยู่ดีมีสุขไม่ได้เหมือนกัน!’


ในวงการธุรกิจเมื่อหลายสิบปีก่อน คำสรรเสริญเบื้องหน้า ‘กอบกุล  วงศ์กีรติ’ คือ ‘ดอกไม้เหล็ก’ แต่ฉายาลับหลังของหล่อนกลับเป็นคำว่า ‘งูพิษ’ แม้คุณเทียมจะอยู่ในแวดวงการเมืองแต่ก็มีสายสัมพันธ์กับภาคธุรกิจแน่นแฟ้น ตอนนั้นเขาไม่ได้เป็นทั้งมิตรและศัตรูของคุณกอบกุล ไม่รู้ว่าสมัยหล่อนยังสาวจะร้ายกาจอย่างนี้หรือไม่ แต่เวลานี้ที่อายุล่วงเลย คำว่า ‘งูพิษ’ ก็ยังสมฉายาอยู่ดี


...ควานหาข้อมูลธุรกิจผิดกฎหมาย จากนั้นวิ่งเต้นเข้าหากลุ่มทุนใหญ่เบื้องหลังไพศาลแล้วตัดช่องทำมาหากิน...


“สิ่งที่คุณกอบทำ อาจทำให้ไพศาลยิ่งจนตรอก”


‘ดีสิ! มันจะได้ตายในตรอกนั่น!’ น้ำเสียงอาฆาตบอกให้รู้ว่าคนพูดทั้งเลือดเย็นและอำมหิต ชื่อเสียง ‘งูพิษ’ ที่สั่งสมมาหลายสิบปีคงได้แก่ตายและลงโลงไปพร้อมกับหล่อน


“เอาเป็นว่า ผมยังไม่ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น จนกว่าจะหารือเรียบร้อย”


‘คุณทำให้ฉันไม่มีทางเลือก คุณเองก็มีทางเลือกไม่มากหรอก เลือกให้ดี เพราะผลลัพธ์มันจะเกิดขึ้นบนพื้นที่ของคุณและหลานชายของคุณ’ คุณกอบกุลตัดสายไปแล้วหลังจากทิ้งประโยคเด็ดเอาไว้ให้คุณเทียมต้องสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับความหงุดหงิด เขามองโทรศัพท์ในมือราวกับอยากจะจัดการคนที่เพิ่งวางสายให้ได้รับรู้การถูกบีบต้อนบ้าง


แต่...คนอย่างกอบกุล  วงศ์กีรติยิ่งถูกต้อน ก็ยิ่งกล้า


ไม่ผิดจากหลานชายอย่างปลัดจิณณะเลยสักนิด


“บอกลูกหลานนะมิตร ถ้าเจอใครนามสกุลวงศ์กีรติล่ะก็ หนีให้ไกล”


เพราะสองรุ่นจากตระกูลนี้ สร้างความวุ่นวายให้คุณเทียมเหลือเกิน!


………………..


“ไอ้ปลัดย้ายไปอยู่กับหลานไอ้เทียม?! แล้วยังไง! มันไม่มีเวลาขี้เยี่ยวคนเดียวรึไง?! หาเวลาจัดการมันซะ!!” ไพศาลตะโกนก้องลงไปในโทรศัพท์ด้วยความอัดอั้น รู้สึกถึงภัยร้ายที่ขยับเข้าใกล้มากขึ้นทุกที ตอนนี้มีนักสืบเข้ามาอยู่ในพื้นที่หลายคน ทั้งหมดล้วนเป็นคนของกอบกุล  วงศ์กีรติ แค่นามสกุลก็รู้แล้วว่าเกี่ยวดองกับปลัดผู้ซึ่งถูกเขาหมายหัว


ไม่สิ...เขาหมายหัวมันมาก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้คนในตระกูลของมันเริ่มขยับตัว!


ขยับตัวไม่พอ ยังส่งคนเข้ามาวุ่นวาย จากพื้นที่เงียบสงบซึ่งเป็นบ่อเงินบ่อทองของเขา กลายเป็นพื้นที่ที่พลุ่กพล่านและต้องจับตาดูเป็นรายนาที!


เพราะไอ้ปลัดนั่นคนเดียว!!


รถตู้ของไพศาลจอดสนิทที่หน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ แต่พอเปิดประตูรถลงไปยืนสูดอากาศได้ไม่กี่เฮือก ชายผู้มีผมสีดำแซมขาวที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีก็เดินออกมาจากคฤหาสน์


ไพศาลกะพริบตาปริบๆอย่างคาดไม่ถึงที่พบคุณเทียมที่บ้านของ ‘ท่าน’


“สวัสดี คุณไพศาล” คุณเทียมเป็นฝ่ายทักพร้อมด้วยรอยยิ้มจาง ท่าทางองอาจมากบารมีแผ่กระจายแม้จะอยู่ในบ้านของผู้อื่นก็ตามที


แม้จะไม่ขึ้นตรงต่อกัน หนำซ้ำยังตะลึงตะลาน แต่ไพศาลก็ยังมีสติยกมือไหว้อย่างรู้งาน


“ส...สวัสดีครับ คุณเทียม เอ่อ...นี่ผมนึกว่าตาฝาดที่เห็นคุณเทียมในกรุงเทพฯ”


ไม่ใช่แค่ว่าในกรุงเทพฯ แต่เพราะที่นี่คือบ้านของ ‘ท่าน’ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของไพศาลในการประกอบกิจการสีเทา แม้เขาจะไม่ได้ชิงดีชิงเด่นกับคุณเทียมอย่างชัดเจน แต่ใครๆก็รู้กันดีว่าหากต้องการเข้าไปทำอะไรสักอย่างในจังหวัดนั้น ถ้าไม่เข้าหาคุณเทียมก็ต้องเข้าหาไพศาล แต่จะเข้าหาทั้งสองคนพร้อมกันเช่นนี้ไม่ได้


“ไม่ตาฝาดหรอก พอดีมาทำธุระ” คุณเทียมเอ่ย แต่ไม่ขยายความเพิ่มเติมว่าธุระที่ว่าหมายถึงเรื่องอะไรและที่ไหน อาจจะเป็นธุระที่อื่นแต่บังเอิญแวะมาที่นี่ หรืออาจหมายถึงธุระที่นี่...


แค่คิด...ไพศาลก็กลืนน้ำลายยากเย็นขึ้นมาทันที


“ต้องขอตัวก่อน มีธุระอีกหลายที่”


“ค...ครับ สวัสดี” ไพศาลยกมือไหว้อีกหน คุณเทียมเพียงพยักหน้ารับ แล้วหันไปทางคนของคฤหาสน์ที่เดินออกมาส่ง


“แล้วไว้ผมจะตัดสินใจอีกที” จากนั้นจึงหันไปพูดกับคนติดตามของตนเองด้วยน้ำเสียงปกติ


“ไปบ้านคุณกอบกุล”


ไพศาลแทบลืมหายใจไปแล้ว ชื่อกอบกุลนั้นมีคนใช้เป็นหมื่นเป็นแสน แต่เวลานี้ในสมองของเขาย่อมมีเพียงคนเดียวที่ปรากฏ


ดูจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าคุณเทียมและตระกูลวงศ์กีรติมีเรื่องต้องร่วมมือกัน แต่...อีกเรื่องที่ไม่แน่ใจคือ เรื่องอะไรที่คุณเทียมออกปากกับคนของที่นี่ว่า ‘จะตัดสินใจอีกที’


เรื่องอะไร ...ใช่ที่เกี่ยวกับธุรกิจของไพศาลหรือไม่


ไม่ต้องรอให้รถของคุณเทียมพ้นประตูรั้ว ชายร่างท้วมก็พรวดพราดเข้าไปในคฤหาสน์ของ ‘ท่าน’ ทันที!

………………..



‘ท่าน’ ของนายไพศาล เป็นอดีตข้าราชการเก่า ต่อมาลงเล่นการเมือง เคยพบปะกับคุณเทียมอยู่พักหนึ่ง แต่ได้ข่าวว่าอยู่คนละขั้ว จึงขัดแย้งกันเรื่องอุดมการณ์และผลประโยชน์ บัดนี้แม้ไม่ได้ประกาศถอนตัวจากการเมือง แต่ก็ไม่ได้มีชื่ออยู่บนพื้นที่สื่อแต่อย่างใด เหลือเพียงฐานะที่ปรึกษาติดตัว


แต่...ใครจะรู้ว่าเบื้องหน้าที่แสนราบเรียบและสงบเงียบราวกับคนปลดเกษียณ เบื้องหลังคือกลุ่มทุนใหญ่ที่บริหารจัดการโดยใช้ ‘ท่าน’ ออกหน้า


“รู้ไหมว่าฉันเรียกเข้ามาพบทำไม”


‘ท่าน’ คือชายชราผู้นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวตัวใหญ่ สองข้างขนาบด้วยบอดี้การ์ดหน้าตานิ่งเฉย เดิมทีไพศาลไม่กล้าหืออือกับท่านมากนัก หนึ่งคือเพราะเอื้อประโยชน์กันอยู่ สองคือต่อให้ไพศาลจะมีบารมีอยู่ในท้องที่ของตน แต่ไม่ได้หมายความว่าบารมีของเขาจะแผ่ขยายมาถึงกรุงเทพฯ ทว่า...เวลานี้ไฟในใจทำให้ทั้งร่างเดือดพล่านจนอยู่สุขไม่ได้


“ท่านจะร่วมมือกับไอ้เทียมหรือ?!”


“ตอบคำถามของฉัน รู้ตัวไหมว่าถูกเรียกมาทำไม”


ไพศาลพ่นลมหายใจแรง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังหายใจฟืดฟาด


“เรื่องมันไปกันใหญ่แล้ว ฉันได้ข่าวว่าพวกวงศ์กีรติก็เกี่ยวข้องด้วย”


“ก็ไอ้ปลัดนั่น!”


“ตอนแรก ฉันบอกให้อยู่เฉยๆ ทำไมไม่ทำ”


“อยู่เฉย?! อยู่เฉยแต่ถูกลากเข้าซังเตใครจะไปยอม!”


“แล้วตอนนี้คิดว่าจะรอดหรือ” ไพศาลเงียบกริบ พูดไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ


“เจอคุณเทียมแล้วใช่ไหม” พอพูดถึงชื่อคนที่แบ่งสันปันส่วนอิทธิพลในท้องที่ไป ดวงตาของนายไพศาลก็วาวโรจน์ขึ้นมาอีก


“ขอพูดตรงๆว่าทางกลุ่มของฉันไม่สบายใจที่จะลงทุนกับคนใจร้อน ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง” คนมุทะลุนั้นน่าทำงานด้วยในแง่หนึ่งคือเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน แต่พวกนี้ตายง่ายและมักตายด้วยความประมาทของตนเอง เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็จำต้องเปลี่ยนมือไปใช้กลยุทธ์อื่น ส่วนหัวหมู่ทะลวงฟันที่ว่า...หากไม่ตายในสนามรบ ก็จะถูกตัดหางปล่อยวัดในเวลาต่อมา


“หมายความว่าจะร่วมมือกับไอ้เทียม?!”


“คุณเทียมมีข้อเสนอที่ดี ที่สำคัญคือไม่มีปัญหาคาราคาซัง กิจการปิดเงียบมาพักใหญ่แล้ว กำไรไม่มี ทุนก็จะหดไปด้วย คุณไพศาลต้องเข้าใจ ลงทุนไปแต่เงินจม ใครที่ไหนจะอยากทำต่อ จริงไหม”


ไพศาลได้แต่กลืนน้ำลายจนลูกกระเดือกวิ่งขึ้นลง รู้สึกเหมือนถูกทุบเครื่องมือทำมาหากินต่อหน้าต่อตา หากกลุ่มทุนของท่านย้ายไปร่วมมือกับคุณเทียม กิจการสีเทาที่เขาร่วมลงทุนครึ่งหนึ่งก็ต้องปิดกิจการ ครั้นจะเปิดต่อก็ต้องแย่งตลาดกับกิจการใหม่ที่จะเปิดโดยใช้เส้นสายของคุณเทียม ดีไม่ดี...สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องศิโรราบ ส่วนกิจการสีดำที่ซุกซ่อนอยู่ข้างล่าง ถ้าหากเขาต้องอยู่ใต้อาณัติคุณเทียม ก็เลิกพูดเรื่องธุรกิจเหล่านั้นได้เลย!


นี่มันอะไรกันวะ?!


เพราะไอ้ปลัดนั่นคนเดียว!


“ถ้าผมจัดการปัญหาได้ ท่านจะยังอยู่กับผมใช่ไหม?!” ดวงตาเหี่ยวย่นของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเดี่ยวตัวใหญ่หรี่ลงจับจ้องคนพูดที่ดูจะไร้สติเหลือแต่ความโมโห


“อย่าสร้างปัญหา คุณไพศาล”


“ผมจัดการปัญหาได้! ท่านรอผมแล้วกัน!” แล้วไพศาลก็หุนหันออกจากห้องไป


เจ้าของบ้านมองตามพลางส่ายศีรษะก่อนจะกดโทรศัพท์ เขารออยู่อึดใจหนึ่งจนปลายสายรับ จึงเอ่ยปาก


“ทุกอย่างเรียบร้อย ทางคุณเทียมยังมีลูกเล่น แต่ยังไงเขาก็ต้องรับข้อเสนอของเรา”


“แน่สิ...ก็เล่นให้มาเจอไพศาลที่บ้านผม ต่อให้ไม่ยอม ก็ถูกหมายหัวไปแล้วว่าจะเป็นคนมารับช่วงต่อ” พูดแล้วก็หัวเราะ วิธีแบบนี้หากไม่ได้คนลอบจัดอย่างกอบกุล  วงศ์กีรติก็คงไม่มีใครใช้


“... อีกอย่างเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ คุณเทียมอยากล้มไพศาลใจจะขาด แต่ไม่อยากไปแตะคนของผู้ใหญ่ เลยปล่อยมันอยู่ในพื้นที่มาจนทุกวันนี้”


“...ไพศาลน่ะหรือ เขาสร้างแต่ปัญหา”


“...เรื่องนั้นผมเข้าใจ นายคนนี้สนิทกับท่านนพพร แต่ถ้าพวกเราเห็นตรงกัน แค่เสียงเดียวของเขาก็ขัดไม่ได้หรอก”    


“...เอาเป็นว่าไม่ต้องห่วง อะไรที่เราเคยได้ เราจะได้เหมือนเดิม เปลี่ยนแค่เจ้าของพื้นที่ก็เท่านั้นเอง”


เสียดายที่ไพศาลไม่ได้ยิน เขาย่อมไม่รู้ว่าต่อให้จะจัดการปัญหาคาราคาซังของตนเองได้ ก็ไม่อาจเรียกความเชื่อใจจาก ‘ท่าน’ ของเขาได้อีก


หัวหมู่ทะลวงฟัน เมื่อถึงเวลาหนึ่งก็ต้องถูกปลดเกษียณ เพียงแต่ในโลกผลประโยชน์ของ ‘ท่านเสรี’ การปลดเกษียณย่อมไม่ต่างจากการตัดเศษเนื้อทิ้ง


หมดประโยชน์ก็คือไร้ค่า


ก่อปัญหา ก็ยิ่งไร้ค่า


เวลานี้นายไพศาลจึงเป็นสิ่งที่ไร้ค่าและไร้ค่าสำหรับ ‘ท่านเสรี’

………………….
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-03-2019 22:44:11 โดย Dezair »

ออฟไลน์ Dezair

  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 437
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1367/-8


คุณเทียมไม่คิดว่าจะได้พบไพศาลที่บ้านพักของท่านเสรี แต่พอพบก็รู้เข้าแล้วว่าเขาตกหลุมพราง ‘งูพิษ’ สูงวัยที่ยังอำมหิตและเยียบเย็นไม่เสื่อมคลาย


หล่อนคงเป็นตัวตั้งตัวตีให้เรียกเขาไปพบที่บ้านพักส่วนตัวของท่านเสรี และที่น่าจะเป็นความคิดของหล่อนที่สุดก็คือให้นายไพศาลมาพบเขายามอยู่ที่บ้านหลังนี้ ต่อจากนี้ หากใครพูดจาทำนองว่าคุณเทียมไม่ได้ร่วมมือหรือเป็นหุ้นส่วนกับท่านเสรี ไพศาลคงค้านหัวชนฝาเป็นคนแรก เพราะเห็นตำตาว่าเขามาพบในช่วงเวลาที่อำนาจกำลังเปลี่ยนมือ


แต่ในเมื่อคุณกอบกุลใช้เขาเป็นเบี้ย เขาก็ใช้หล่อนเป็นโล่ได้เช่นกัน บัดนี้ ถ้าไพศาลเข้าใจว่าเขาจะเป็นหุ้นส่วนรายใหม่ของกลุ่มทุนกลุ่มนี้ ก็ต้องเข้าใจไปแล้วว่าไม่ใช่เขาเพียงคนเดียว แต่มีคุณกอบกุลร่วมเอี่ยวด้วย


คราวนี้ หากไพศาลจะทำอะไรสักอย่าง นั่นหมายความว่าต้องสู้กับคนถึงสองคน หนึ่งคือคุณเทียมผู้มีบารมีในท้องที่ สองคือคุณกอบกุลเศรษฐินีที่ใครก็รู้ว่าหล่อนร่ำรวยเพียงใด


หากไม่โง่และบ้าจนเกินไป ก็ควรจะรามือก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้


แต่...ไพศาลอาจจะทั้งโง่และบ้า หรือมิเช่นนั้นก็คงหน้ามืดตาบอดไปแล้ว เพราะคนของคุณเทียมยังคงรายงานว่ามีคนติดตามปลัดจิณณะไม่ปล่อย


“เอาอย่างไรดีครับ ผมว่ามันเอาจริง” มิตรเอ่ย สีหน้าเป็นกังวลยิ่งขึ้น เขาไม่ได้ห่วงใยคนที่ตกเป็นเป้าหมาย แต่ห่วงคนที่อยู่ใกล้ตัวเป้าหมายจะโดนลูกหลงต่างหาก


คุณเทียมขมวดคิ้ว เคร่งเครียดมากกว่าเดิม ไม่เข้าใจว่าไพศาลคิดอะไร ถึงยังไม่รามือเสียที


“คนของเรารู้จักคนที่นายไพศาลส่งมาไหม”


“ผมลองถามดูแล้ว แต่ไม่มีใครคุ้นหน้าเลย น่าจะเป็นคนจากที่อื่น”


“แปลก...มีลูกน้องตั้งมาก ทำไมต้องใช้คนจากที่อื่นมาทำเรื่องแบบนี้”


ยิ่งไม่เข้าใจสถานการณ์ ก็ยิ่งจัดการได้ยาก หากเป็นสมัยก่อนที่คุณเทียมยังอยู่ในแวดวงของผลประโยชน์เต็มตัว เขาคงสั่ง ‘เก็บ’ อย่างเงียบๆไปแล้ว แต่สถานะของตนเองในเวลานี้และบารมีที่มีตอนนี้ร่อยหรอลงเรื่อยๆเพราะถอยห่างจากวงการอำนาจและผลประโยชน์มาพอสมควร หากสั่ง ‘เก็บ’ เหมือนอย่างที่เคยทำ เกรงว่าเรื่องจะไม่เงียบ หนำซ้ำข่าวของทองสุกคราวก่อนทำให้เป็นที่สนอกสนใจของคนทั้งประเทศ หากมีคนตายเพราะถูก ‘เก็บ’ ในพื้นที่เดิมอีก เรื่องคงยิ่งบานปลาย


คุณเทียมที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่แรกจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวด้วยก็ตอนนี้ อายุปูนนี้แล้ว อีกทั้งยังถอยออกมาจากวงการผลประโยชน์เหล่านี้แล้ว เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง แต่กระดูกกลับลอยมาแขวนคอ หากต้องติดร่างแห ถูกขุดคุ้ยอดีตที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ ความเป็นความตาย และชีวิตของผู้คนขึ้นมาในเวลานี้ ก็ไม่ต่างจากตักดินขึ้นมารอกลบหน้าตอนตาย 


แต่...จะไม่ทำอะไรก็ไม่ได้ ในเมื่อเรื่องคราวนี้มีหลานชายอย่างพิทักษ์เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย


“ถ้าจะส่งคุณทิศไปต่างประเทศ ผมว่าควรรีบทำ”


“ฉันต้องหาทางพูดกับเขาก่อน อย่างน้อยก็ต้องทำให้เขาสบายใจว่าเรื่องทุกอย่างเงียบไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมทิ้งปลัดจิณณะไว้ สั่งคนของเรา ดูแลทิศกับปลัดให้ดี แล้วหาทางเอาตัวคนของไพศาลมา ฉันจะจัดการพวกมันเอง”


พิทักษ์ห่วงใยจิณณะแค่ไหน คุณเทียมดูออก หลานชายที่เคยสุขุมกลายเป็นถูกความรู้สึกบางอย่างปลุกปั่นให้ไม่อาจสำรวมได้อย่างเคย


เมื่อมีคนสำคัญ จากสายตาที่เคยระแวดระวังและมองรอบตัวอย่างรอบคอบก็จำต้องแบ่งสันปันส่วนมามองคนข้างกาย น่าเป็นห่วง...คนที่ปล่อยให้ความรู้สึกเป็นใหญ่เหนือกว่าอะไรทั้งหมด อาจสละทิ้งได้แม้แต่ตนเอง...


……………………


นับตั้งแต่ชเยนตร์และจารีตบุกมาหาถึงที่ว่าการ จิณณะก็ยังคงไม่กลับไปกรุงเทพฯ เขาไม่ได้ติดต่อกลับไปหาใครในวงศ์กีรติอีก แต่กลายเป็นคนของวงศ์กีรติเองที่เพียรติดต่อมาหาเขา


ญาติผู้พี่ที่ต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อ ก็ยังสู้อุตส่าห์โทรศัพท์มาลา ไปถึงแล้วก็ยังติดต่อส่งข่าว แล้วย้ำหนักหนาว่ากลับมาคราวหน้าจะมาตีกอล์ฟที่สนามของพิทักษ์ให้ได้ ชเยนตร์ยังคงทำตัวเหมือนเดิม ส่วนน้องชายของจิณณะทำตัวสนิทยิ่งกว่า ด้วยการโทรศัพท์มาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบและขอคำปรึกษาไม่เว้นแต่ละวัน


อย่างวันนี้...โทรมาคุยเรื่องมารดาอยากทานบัวลอย


 “แม่อยากกินบัวลอย? แกก็ไปซื้อมาให้แม่กินสิ จะโทรมาทำไมเนี่ย” จิณณะบ่นอุบใส่โทรศัพท์ แต่พอนึกถึงร้านที่จรรยาชอบ เขาก็ถอนหายใจ ไม่แน่ใจนักว่าน้องชายจะรู้จักร้านโปรดของมารดาหรือไม่


“ร้านที่แม่ชอบอยู่แถวดินแดง แต่ไปตอนนี้คงไม่ทันแล้วมั้ง แกไปพรุ่งนี้สิ” เขาบอกรายละเอียดเรื่องร้านโปรดของมารดาอีกเล็กน้อย น้องชายก็บอกเล่าเรื่องในบ้านต่อ ทั้งเรื่องที่ชเยนตร์ถึงอังกฤษแล้ว เรื่องที่ครอบครัวลุงป้าไปต่างประเทศ จิณณะได้แต่รับฟังเงียบๆ เกือบครึ่งชั่วโมง กว่าน้องชายของเขาจะหยุดเล่า จึงได้วางสาย ตอนนั้นเองที่เพิ่งรู้ตัวว่าเจ้าของบ้านยืนมองเขาอยู่


จิณณะยังคงมาพักอาศัยที่บ้านของพิทักษ์ เพราะช่วงแรกๆที่มาอยู่ เป็นช่วงที่ความรู้สึกกำลังจมดิ่ง จึงไม่ได้ใส่ใจกับความแปลกที่และการอยู่ร่วมกับคนอื่น แต่เมื่อเวลาผ่านไป เริ่มตั้งสติได้ เขาก็เริ่มรู้สึกตัวว่าตอนนี้ตนเองมาอาศัยบ้านคนอื่นอยู่ หนำซ้ำเวลานี้ยังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นโดยมีเจ้าของบ้านยืนมอง


“เอ่อ...ผมเสียงดังหรือ” พิทักษ์ยิ้มจางแล้วส่ายหน้า ก่อนจะเดินเข้ามาหา


“พี่ลงมาชงกาแฟ เห็นไฟเปิดเลยเดินมาดู คุยกับจาหรือ”


พออีกฝ่ายถามถึงน้องชาย จิณณะก็ถอนหายใจเฮือก แล้วเอนหลังพิงพนัก


“มันโทรหาผมทุกวันเลย วันนี้โทรมาบ่นว่าแม่ออยากกินบัวลอย อะไรของมันก็ไม่รู้” แต่ละวันที่จารีตโทรมา ล้วนไม่มีเรื่องไหนสลักสำคัญ นอกเสียจากการบอกเล่าเรื่องราวของคนในครอบครัววงศ์กีรติให้เขารับรู้ ทั้งที่เรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องจิปาถะเหลือเกิน อย่างเรื่องที่มารดาอยากทานบัวลอย


ดูเหมือน คนที่เอ่ยปากว่าจะขอออกจากครอบครัววงศ์กีรติ พอเอาเข้าจริง คนในครอบครัวกลับพากันรั้งเอาไว้มั่น


“เพราะจาไม่อยากให้พี่ของเขาไปจริงๆน่ะสิ” คำพูดของพิทักษ์ทำให้หลานนอกคอกที่ประกาศชัดเจนว่าจะไม่กลับไปอีกได้แต่ถอนหายใจ อ้าปากกำลังจะพูด คนข้างกายกลับแทรกขึ้นมาเสียก่อน


 “แต่ผมออกมาแล้ว...” เป็นประโยคที่ปลัดหนุ่มจะเอ่ย แต่กลับถูกพิทักษ์แย่งพูดไปเสียก่อน


“จิณกำลังจะพูดแบบนี้ใช่ไหม” คนถูกแย่งพูดได้แต่นิ่ง เมินสายตามองไปทางอื่น


“ทิฐิแบบนั้น มันมีค่าอะไร ถึงได้เก็บเอาไว้”


“แล้วพี่จะให้ผมกลับไปให้เขาเยาะเย้ยเหรอ ว่าผมไปไม่รอด”


ยังไม่ต้องกลับไปเหยียบคฤหาสน์วงศ์กีรติ จิณณะก็รู้ดีว่าจะได้ยินเสียงประเภทใดต้อนรับเขาเป็นประโยคแรก คุณกอบกุลคงเร่งฝีเท้ามาประจันหน้าพร้อมด้วยหน้าตาเหยียดหยามและคำพูดดูหมิ่น


“แต่ที่นั่นไม่ได้มีแค่คุณกอบกุล จิณตอบโต้คุณกอบกุลด้วยการทำร้ายตัวเองกับคนอื่นๆที่เขารักและอยากอยู่กับจิณทำไม” จิณณะเงียบ ก้มหน้านิ่ง


“ตอนนี้ชีวิตจิณยังมีปัญหาใหญ่ พี่เข้าใจถ้าจะยังไม่อยากกลับไปเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของทุกคนที่นั่น แต่สัญญากับพี่ ถ้าทุกอย่างจบ จิณจะกลับไปหาพ่อแม่และจา”


คนมีปัญหาใหญ่ในชีวิตหันมอง สบตากับคนขอคำสัญญา ในดวงตาของข้าราชการหนุ่มกลับเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาทึบจนคนเห็นอดสะท้อนใจไม่ได้เมื่อนึกเปรียบเทียบกับดวงตาคู่นี้ที่เคยเป็นประกาย


“...ปัญหาของผม…มันจะจบได้ใช่ไหม”


น้ำเสียงของจิณณะยังเต็มไปด้วยความกังวล คนฟังนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เขาเข้าไปพบคุณเทียมเพื่อสอบถามความเป็นไปเรื่องของไพศาล แต่ลุงของเขาบอกแค่ว่าทุกอย่างเป็นปกติ


...แปลก...ที่ปกติ…


“พี่เพิ่งไปพบลุงเทียม ลุงว่าทุกอย่างปกติ”


“หรือมันจะเลิกไปแล้ว” จิณณะเปรย หากเขาเป็นไพศาล และรู้ว่าต้องชนกับคนที่มีทั้งอิทธิพลและเงินทอง เขาก็คงไม่สู้ เว้นเสียแต่ว่าจะมีแรงจูงใจอื่น...


“พี่ว่าจะลองหาทางสืบดู” ความเงียบ มีต้นเหตุจากสองเรื่องคือ หนึ่ง...ไพศาลยุติทุกอย่างแล้ว ซึ่งย่อมเป็นเรื่องดี กับสองคือเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบซึ่งหากเป็นเช่นนั้น อันตรายใหญ่ย่อมกำลังมาถึง


“พี่ทิศจะสืบยังไง”


“ท่านนพพร จิณจำได้รึเปล่าที่เราไปงานแต่งงานลูกของเขาแทนลุงเทียม” จิณณะพยักหน้ารับ


“พี่เคยได้ยินข่าวลือว่าเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มทุนที่เป็นแบ็กอัพให้นายไพศาล ถ้าลองไปพบ บางทีอาจทำให้ได้รู้อะไรเพิ่ม”


จิณณะอ้าปากแต่อีกฝ่ายสวนทันควัน


“แต่จิณอยู่เฉยๆก่อน”


“อ้าว! ทำไมล่ะ นี่ปัญหาผมนะ”


“ให้พี่ลองไปพบดูก่อน ถ้าเขาช่วยได้จริง พี่จะพาจิณไปอีกที แล้วอีกอย่าง...” พิทักษ์จ้องมองคนข้างกาย ดวงตาดุคู่นั้นอัดแน่นด้วยความจริงจัง


“ปัญหาของจิณ ไม่ใช่ของจิณคนเดียว เป็นปัญหาของพี่ด้วย” ไม่ต้องน็อกจิณณะด้วยหมัด แต่ปลัดหนุ่มกลับรู้สึกเหมือนลงไปนอนนับดาว คำพูดของพิทักษ์ทำเอาหัวใจเต้นถี่ เลือดลมสูบฉีดไปทั้งร่าง แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของอีกฝ่ายก็ตรึงเขาไว้อย่างนั้น เบี่ยงหนีไปไหนไม่ได้


พิทักษ์เป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูด พูดแต่ละครั้งก็ไม่ได้สวยหรูเต็มไปด้วยคำหวาน แต่...ทำไมมีอิทธิพลต่อหัวใจของจิณณะนักก็ไม่รู้


นานนับนาทีที่ความเงียบปกคลุมระหว่างพวกเขาสองคน จิณณะเพิ่งเรียกกำลังแขนขากลับมาได้ แถมต้องใช้การตัดสินใจอย่างฉับพลันหันหน้าหนีสายตาของอีกฝ่าย


“อ...เอ่อ...ป...ปัญหาของผมจะเป็นปัญหาของพี่ได้ไงล่ะ...เอ้อ...ดึกแล้ว ผมว่าผมไปนอนดีกว่า...” ข้าราชการหนุ่มทำเป็นมองนาฬิกาหาข้ออ้างปลีกตัว เพราะขืนยังนั่งอยู่อย่างนี้ เขาคงถูกน็อกไปอีกหลายหมัด


ทว่าคนหาข้ออ้างยังไม่ทันลุกขึ้นยืน แขนก็ถูกคว้าไว้หมับ จิณณะรู้สึกเหมือนใจหล่นลงไปอยู่ที่แขนข้างที่ถูกจับ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมอง


“จะไปนอนทั้งๆที่ยังไม่ได้ฟังคำตอบของพี่หรือ”


“ค...คำตอบอะไร” ปากถามแต่ตามองตรงไปเบื้องหน้า ไม่กล้าหันมองคนที่ยังนั่งอยู่ข้างกัน


“ทำไมปัญหาของจิณถึงเป็นปัญหาของพี่” ตอนนั้นเองที่ปลัดหนุ่มเพิ่งรู้ตัวว่าเขาตั้งคำถามได้เปิดช่องเสียเหลือเกิน


“ดูเหมือนจูบของพี่วันนั้น จะไม่ทำให้จิณรู้ตัวใช่ไหม”


“ผ...ผม...”


“พี่จูบไปหลายครั้งนะ จิณ ไม่รู้ตัวจริงๆหรือ” คราวนี้จิณณะหันมอง คนพูดยังมองตรงมาที่เขา หน้าตาจริงจังไม่เหมือนตั้งใจจะสร้างบรรยากาศชวนหวามไหวเลยสักนิด ตอนแรกที่หัวใจตกมาอยู่ที่แขน เลยพอจะดึงกลับมาอยู่ที่เดิมได้


“ทำไมผมรู้สึกว่าผมถูกพี่ดุ”


“ไม่ได้ดุ”


“ไม่ได้ดุอะไร เมื่อกี้พี่ดุผมแหม่บๆว่าไม่รู้ตัวจริงๆหรือ? หาว่าผมโง่ชัดๆ”


“ไม่หาเรื่อง”


“ผมไม่ได้หาเรื่...อื้อ!” ไม่ทันได้เถียงจบประโยค พิทักษ์ก็พุ่งเข้าจู่โจมปิดริมฝีปากอย่างรวดเร็ว จิณณะสะดุ้งในวินาทีแรก ขัดขืนเล็กน้อยในวินาทีต่อมา แต่เมื่อถูกยึดใบหน้าไม่ให้หันหนี จากต่อต้านก็กลายเป็นตอบโต้


รสสัมผัสนั้นไม่ได้อ่อนโยน ทว่าก็ไม่รุนแรงเอาแต่ใจ ตรงกันข้ามกลับหนักแน่นและชวนให้หลงใหลคล้อยตาม ริมฝีปากของพิทักษ์ที่บดเบียดลงมาชวนให้หยัดยืนตอบสนองกลับไป เบี่ยงใบหน้าเล็กน้อยก็แนบสัมผัสกันและกันได้ถนัดถนี่


พิทักษ์จูบเก่ง เรื่องนี้จิณณะสัมผัสมาแล้วในคราวก่อนที่ถูกจูบไปหลายครั้งจนแข้งขาอ่อน คราวนี้เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าเสือหลับรายนี้มีลูกล่อลูกชนอีกมากที่จะทำให้เขายินยอมพร้อมใจ เมื่อคิดว่าจะกลายเป็นฝ่ายถูกชักจูง สัญชาติญาณเพศผู้ทำให้จิณณะฮึดสู้ ขยี้ริมฝีปากตอบโต้อีกฝ่ายมากกว่าเดิม


เสียงเครืออย่างพึงใจดังกระหึ่มในลำคอ ก่อนจะเป็นฝ่ายพิทักษ์ที่ถอนจูบแล้วขยับถอยออกมาเล็กน้อย กวาดตามองใบหน้าแดงก่ำของปลัด สายตาที่จิณณะใช้มองเขามีวี่แววดื้อดึงอยู่ในทีแม้ว่าเจ้าตัวจะกำลังหอบฮั่กอยู่ก็ตาม เขาลดสายตาลงมามองที่ริมฝีปากบวมเจ่อ ดูเหมือนเจ้าของจะรับรู้สายตาของเขา ถึงได้รีบยกหลังมือขึ้นมากึ่งถูกึ่งบัง พิทักษ์เลยเหลือบขึ้นมาสบตากับเจ้าของริมฝีปากนั้นใหม่


“ไม่ต้องมามองผมเลย” เสียงพูดอู้อี้ดังลอดออกมาจากหลังมือที่เจ้าตัวปิดปากไม่มิด


“รู้หรือยังว่าทำไมปัญหาของจิณเป็นปัญหาของพี่” ดวงตาดื้อดึงคู่นั้นมีแววไหววูบอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเบนสายตาหลบไปอีกทาง เจ้าตัวดูไม่มั่นใจกับคำตอบที่มีจนพิทักษ์ต้องเรียก


“จิณ...”


“ผม...คาดหวังสูงนะพี่”


“แล้วคิดว่าความรู้สึกของพี่มีน้อยหรือ”


จิณณะหันกลับมามองคนพูด ไม่ว่าอย่างไร สายตาของพิทักษ์ก็ยังมุ่งมั่นและมั่นคง ยิ่งคำพูดของเขาด้วยแล้ว ทั้งจริงจังและหนักแน่นเสียจนคนคาดหวังสูงยังชาดิกไปทั้งร่าง และก่อนที่พิทักษ์จะพูดอะไรออกมา อีกฝ่ายก็ยื่นมือไปปิดปากเขาเสียก่อน


“ผมขอ...”


“...ผมขอเคลียร์ปัญหาก่อนได้ไหม แล้วถ้าทุกอย่างจบลง ผมสัญญาว่านอกจากจะกลับไปหาพ่อหาแม่หาจาแล้ว เรา...จะกลับมาคุยเรื่องนี้กัน”


จิณณะรู้ดีว่าปัญหาที่เขากำลังเผชิญนั้นอันตรายเพียงใด ในเวลาที่ทุกอย่างกำลังประเดประดัง ไม่รู้ว่าชีวิตของเขาจะยาวนานสักเพียงใด เขาไม่อยาก...ให้ความรู้สึกของพิทักษ์ต้องมาผูกกับคนที่ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย


อย่างน้อยวันนี้เขารับรู้ด้วยหัวใจแล้วว่าความรู้สึกที่พิทักษ์มีให้เขาเป็นไปในรูปแบบใด ถ้าวันหนึ่ง...เขาไม่รอด ความทรงจำสุดท้ายที่มีต่อพิทักษ์ย่อมเป็นความรู้สึกอันแรงกล้านี้ ส่วนพิทักษ์...ถ้าถึงวันนั้น และต้องเดินไปข้างหน้า ก็ทำแค่เพียงเก็บความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ในความทรงจำ ไม่ต้องกังวลถึงคำพูดใดๆที่สัญญาสาบานต่อกัน


แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว


ไม่ต้องมีคำพูดอะไรระหว่างพวกเขา พิทักษ์รู้ดีว่าคนที่เอื้อนเอ่ยขอให้ทุกอย่างเกิดขึ้นหลังสะสางปัญหาย่อมมีความกังวลเรื่องความเป็นความตาย เขาโน้มศีรษะคนตรงหน้าลงมาซบหน้าผากลงกับไหล่ จิณณะไม่ดื้อดึง ยินยอมแต่โดยดี


ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนที่ดึกสงัด


 ไม่มีคำพูด


ไม่มีคำสัญญา


ไม่มีคำสาบาน


ทว่า...สัมผัสอุ่นร้อนของริมฝีปากของพิทักษ์กลับแนบลงกับใบหูของจิณณะ พร้อมกับการโอบกอดเอาไว้เพียงหลวมๆ เก็บกักความรู้สึกของกันและกันไว้ใต้อ้อมแขนนี้


ปราศจากคำพูด แล้วใช้เพียงหัวใจ เก็บเป็นความทรงจำตราบนานเท่านาน

ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)



   เนื่อจากตัวละครเยอะมาก ก็เลยทำแผนผังมาด้วย ผังนี้เฉพาะฝั่งที่เขามีคอนเนคชั่นกัน (ส่วนที่ใส่หัวใจมาก็เพื่อมาดร็อปความเครียดของเรื่องค่ะ ฮ่าฮ่า)

สรุปว่า จิณกับพี่ทิศเป็นตัวประกอบเนาะ ส่วนตัวหลักๆก็พวกคุณๆท่านๆทั้งหลาย

แอบดูมีชนชั้นยังไงไม่รู้แหะ คุณกอบกุล คุณเทียม ท่านเสรี ท่านนคร ท่านนพพร แต่ไพศาลดันเรียกไพศาล ฮ่าฮ่า

จริงๆแล้วเพราะว่าชื่อคุณเทียมเป็นคำพยางค์เดียว พอพิมพ์ในประโยคแล้วบัวรู้สึกแปลกๆ ก็เลยใส่คุณนำหน้าไปด้วย ทีนี้ คุณย่าของจิณจะใส่ชื่ออย่างเดียว ก็กลัวคุณย่าด่าค่ะ ฮ่าฮ่า เลยใส่คุณให้เสมอภาคกัน ส่วนท่านๆพวกนั้นให้ความรู้สึกว่าเป็นตัวละครลับที่ถ้าเข้าฉากก็จะอยู่ในเงามืดๆงี้ จะมีแค่ชื่อก็กลัวจะดูไม่ขลัง เลยใส่ท่านนำหน้าค่ะ (ก็คือเอาความรู้สึกบัวเป็นหลัก ปราศจากหลักการใดๆเลยค่ะ ฮ่าฮ่า)


   วันนี้ค่อนข้างป่วย ไม่แน่ใจว่ามีคำผิดมากน้อยแค่ไหน เดี่ยวบัวกลับมาเช็คอีกทีนะคะ ต้องไปเคลียร์งานอื่นต่อก่อน (เรียงลำดับความสำคัญแล้วนะ คือลงนิยายก่อน ค่อยทำงานอื่น ฮ่าฮ่า)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ กำลังใจและพื้นที่บอร์ดค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ

ออฟไลน์ ืniyataan

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2827
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-1
ที่มาของชื่อเรื่อง...เป็นเช่นนี้เอง  :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14043
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25
ชื้นอกชื่นใจขึ้นนิดเห็นคนสวีทกันท่ามกลางสงครา

ออฟไลน์ Arayajanm

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 15
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :L2: ตอนที่ 11 คือแบบ ชอบที่คุณบัวนำเรื่องราวของคนมีอิทธิพล การได้รับผลโยชน์ การเมือง คือแบบนิยายแต่ละเรื่องของคุณบัว มันแฝงอะไรมากมายไปหมด ชอบเนื้อหา ชอบความใส่ใจรายละเอียด.   และยิ่งกว่า ฉากจูบอ่ะแกร้ งุ้ยย งื้อออองิ้ยยยย เขินนนนนไอเลิฟตอนนี้อ่ะทำไงดี.   :jul1: :katai4:

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8339
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +142/-9
โอ๊ยย สนุกมาก ยิ่งกว่าดูหนังมาเหียฮ่องกงอีกอะ

ออฟไลน์ arjinn

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +179/-1
อุปถัมภ์กันไปมาจนเป็นระบบ
อำนาจต่ออำนาจ เลิกยาก แพ้ไม่เป็น

เอาใจช่วยพี่ทิศและจิณณะกันต่อไป
เข้มข้นขึ้นทุกทีกับท่านๆ ทั้งหลาย

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6966
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +268/-2
อย่างงี้นี่เอง

ออฟไลน์ Gokusan

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 745
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +267/-1
พวกท่านๆ พวกนั้น...ผลประโยชน์มาก่อนจริงๆ
แต่อย่างว่าแหละ หัวหมู่ทะลวงฟันที่ไม่ฟังคำสั่งแม่ทัพนายกอง มักจบชีวิตในสนามรบโดยไม่มีใครเห็นความสำคัญ

ส่วนคุณกอบกุลและคุณเทียมนั้น...จะยังอยากแยกคนของตัวออกจากกันจริงหรือ เหอๆ

พี่ทิศชัดเจนเหลือเกิน...พระเอกคุณบัวมักดุดัน จริงจัง แต่มีความโรแมนติกซ่อนอยู่ทุกคน
ปลัดแมนมาก หวังว่าพี่ทิศจะหลอกล่อจนอยู่หมัด 555

ออนไลน์ mab

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 525
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
คุณเทียมจะจับแยกพี่ทิศออกจากน้องจิณไม่ได้นะ เราไม่ยอม !!!
 :call:  :call:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3162
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-0

ออฟไลน์ Trystan

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 71
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เหมือนคุณกอบกุลอยู่เหนือสุดบนห่วงโซ่อาหารเลย สมฉายาจริงๆ
คุณบัวใส่ใจมากครับ ถึงขนาดทำแผนผังมากำกับความสัมพันธ์เผื่อคนอ่านงงเลย ประทับใจครับ
ส่วนเนื้อเรื่องคือเข้มข้นจริงๆ น่าจะใกล้ Climax แล้ว เอาใจช่วยจิณณะกับพี่ทิศครับ
แล้วก็เอาใจช่วยคุณบัวด้วยครับ  :mew1:  :L2: :pig4:

ออฟไลน์ haramoonlight

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 51
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เอาใจช่วยพี่ทิศกับปลัดให้อยู่รอดปลอดภัย อย่าให้โดนจับแยกเลยเน้อออ
มีความแอบขำตอนคิดถึงคุณเทียมกับคุณกอบกุลต้องมาดองกัน 555+

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3394
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
นายไพศาลน่าจะอยู่เฉยๆตั้งแต่แรก ถ้ากำจัดนายไพศาลไป น่าจะมีข้อสิ้นสุด คุณย่าปากแข็งมากเลย รักหลานก็บอกว่ารักสิ

ออฟไลน์ jannie

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 836
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +62/-0
พี่ทิศแมนนนนมากกกกกกกก ดูแลสุดๆ

ขอให้คุณบัวหายไวไวค่า

ออฟไลน์ LadySaiKim

  • ▫▪□Dezine'Kim□▪▫
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1752
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-0

ออฟไลน์ labelle

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2912
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +69/-0
55555 ตอนแรกไม่งงหรอกค่ะ แต่พอมีท่านทั้งหลาย งงเลย
ขอบคุณคุณบัวมากนะคะที่ทำผังให้เห็นง่ายขึ้น

ในความดราม่ายังมีความหวานขมซ่อนอยู่

คุณเทียมเกือบเป็นหมาก หรือเป็นแล้วไม่รู้
ย่าจิณคือนางมารค่ะ ร้ายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า

จิณณะน่าสงสารนะ จมอยู่กับความกลัวและความเครียด
พี่ทิศก็รักน้องจริง เอ็นดูน้องจัง แล้วอะไรคือจำจูบพี่ไม่ได้หรอ
พี่ทิศยอมให้ตัวเองไปเกี่ยวพันทั้งที่ไม่จำเป็นเลยน่ารักดีค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-6
ไม่อยากให้คุณเทียมต้องมาขับเคลื่อนให้นายทุนเลย

ออฟไลน์ punthipha

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1553
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +190/-0
มีหวีดมาให้ลุ้นคลายเครียด  :mew1: :mew1:

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1605
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
กราบความเผ็ชชชชช

ความเด็ดขาด

ความดึงเกมส์

ความผูกเกมส์

และความเก่งเกมส์ของคุณย่ากอบกุล

กีฬา อี สปอร์ต ต้องการบุคลากรเพิ่มใหม

ป้าขอเสนอชื่อ คุณย่ากอบกุลลงแข่งขันค่ะ

คนอะไมองเกมส์ได้เด็ดขาด

แต่คุณย่าคะอิเสี่ยไพศาล น้องมีความโหดอำมหิต

นางมีอำนาจนางบ้าอำนาจ

แต่นางไม่มีสมอง นางอ่านเกมส์ที่เขาขีดให้นางเดินไม่ออก

นางมีแต่อารมณ์มุทะลุ

นางจะฆ่าน้องจิณณ์ค่ะ คุณณ์ย่าต้องระวังจุดนี้ค่ะ

ออฟไลน์ WilpeR

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1540
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-2
แผนผังตอนท้ายทำให้เข้าใจเรื่องมากขึ้น เครียดตอนต้น อบอุ่นตอนท้าย รออ่านตอนต่อไปเลย

ออฟไลน์ MyLavenderLand

  • ฉันสุขใจ เมื่อได้ Log in เล้า
  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1671
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-1
พอได้ดูแผนผังแล้ว อ่อออออ ที่แท้พระเอก นายเอกของเรื่่องนี้คือ คุณเทียมและไพศาล นี่เอง อืมมมมม  :laugh:

พี่ทิศกับปลัด กลับมาาาาาา ทั้งสองคนจะหายไป 2 วีคแล้วกลับมาแค่พารากราฟเดียวไม่ด๊ายยยยย ฉันไม่ยอมมมม  :z3:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0
ขำคุณเทียม 55555555555
จะไม่ยุ่งกับสองย่าหลานก็ไม่ทันแล้ว

ออฟไลน์ goosongta

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1548
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +78/-6
เชื่อว่าพี่ทิศต้องดูแลน้องได้ดีแน่นอน

ออฟไลน์ Ginny Jinny

  • ความเป็นจริงมันวุ่นวาย ก็ขอให้ใจมันสบายๆในความฝัน
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2245
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
อยากได้อย่างพี่ทิศสักคนมีอยู่แถวไหน  :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ stickyyrice

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1576
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +39/-5
มาแล้วววว สุดยอดไปเลยค่ะ


Sent from my iPhone using Tapatalk

ออฟไลน์ HISY

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3941
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +61/-3
พี่ทิศของน้องงงงง :mew1:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด