พิมพ์หน้านี้ - ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนพิเศษ คริสต์มาส...=> หน้าที่ 48 (24/12/2021)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Boy's love => Boy's love story => นิยายที่โพสจนจบแล้ว => ข้อความที่เริ่มโดย: Dezair ที่ 20-12-2018 21:44:48

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนพิเศษ คริสต์มาส...=> หน้าที่ 48 (24/12/2021)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 20-12-2018 21:44:48
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 20-12-2018 21:48:49
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
บทนำ


   ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบราชการพลเรือนสีกากีกระชับสองมือเข้ากับพวงมาลัยรถยนต์ในขณะที่เท้าเหยียบคันเร่ง พารถหรูวิ่งฉิวบนถนนสายเปลี่ยวที่มีเสาไฟห่างเป็นช่วง


   เขากลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก หัวใจยังเต้นถี่กับสิ่งที่พบเจอในขณะที่ดวงตาคอยแต่มองกระจกส่องหลังและกระจกข้างด้วยหวาดหวั่นว่าจะมี ‘ใคร’ ตามมา


   แต่…ถนนเบื้องหลังเงียบ มืด และปราศจากผู้คน


   หัวใจยังเต้นถี่ มือที่กุมพวงมาลัยยังชื้นเหงื่อ รองเท้าหนังมันปลาบเหยียบคันเร่งจนแทบมิด พุ่งทะยานบีเอ็มคู่ใจ แล้วทิ้งความมืดมิดของถนนเส้นนี้ไว้เบื้องหลัง

……………….

   โรงแรมใจกลางกรุงเทพฯในค่ำคืนนี้ครึกครื้นด้วยแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจที่มาร่วมงานครบรอบวันเกิดของคุณกอบกุล  วงศ์กีรติ วัย 72 อดีตประธานบริษัทนำเข้าที่แม้จะถอนตัวจากตำแหน่งแล้ว แต่เส้นสายและบารมีของหล่อนยังประดับอยู่ในวงการไม่ต่างอะไรกับดาวค้างฟ้า


   รถบีเอ็มเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าโรงแรม ก่อนที่ชายหนุ่มในชุดราชการสีกากีจะเปิดประตูลงจากรถ ให้พนักงานนำรถไปเก็บ เขากระแอมไอควบคุมสติและอารมณ์ให้คงที่แล้วขยับเครื่องแบบเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดเตี้ยตรงเข้าไปยังห้องบอลรูมที่ใช้จัดงาน แน่นอนว่าทั้งแขกในโรงแรมและพนักงานล้วนมองเขาเป็นตาเดียว


   จิณณะรู้ดีว่าคนพวกนี้ไม่ได้มองเพราะว่าเขาหน้าตาดี หล่อเหลาสูงสง่า อกผายไหล่ผึ่ง แต่เป็นเพราะชุดข้าราชการที่สวมอยู่ต่างหาก


   ชุดราชการกับโรงแรมหรูใจกลางเมือง


   เหลือบตามองบั้งบนบ่าตนเอง ถึงจะดูไม่เข้ากับสถานที่ไปสักหน่อย แต่ก็...สุภาพเรียบร้อยเหมือนเดินอยู่ในศาลากลาง!


   ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาใครอีก ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว งานเลี้ยงใกล้เลิก แต่ ‘หลานนอกคอก’ ยังย่ำเท้าไปไม่ถึงแบบนี้ เดี๋ยวได้ถูกตัดออกจากกองมรดกกันพอดี เขาก้าวเท้ายาวขึ้น ไวขึ้น พ้นหัวมุมแล้วเลี้ยวซ้าย ก่อนจะกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่าง


   “โอ๊ย!” ไม่เจ็บเท่าไร พอร้องออกไปแล้ว ก็เลยหันไปค้อมศีรษะหนึ่งทีแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก “ขอโทษทีครับ” จากนั้นก็เบี่ยงปลายเท้าเดินตรงดิ่งไปยังบานประตูห้องบอลรูมที่อยู่เบื้องหน้า พนักงานที่อยู่บริเวณนั้นมองเขาที่อยู่ในชุดราชการด้วยสายตางุนงง


   “มางานคุณกอบกุล” เขาเอ่ยปาก พนักงานดูเหมือนจะไม่ได้สตินัก จิณณะเลยย้ำอีกครั้ง


   “ผมเป็นหลานเขา” พูดอย่างเดียวไม่พอแต่ชี้ป้ายชื่อที่ติดอยู่บนอกเสื้อตนเองให้ดูด้วย 


ชื่อ ‘จิณณะ’ นั่นไม่เท่าไร แต่นามสกุลห้อยท้ายว่า ‘วงศ์กีรติ’ ต่างหากที่ทำให้พนักงานรีบดึงประตูเปิดให้อย่างรวดเร็ว


   แสงไฟในงานสว่างจ้าจนต้องหยีตา แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มในชุดสีกากีก็ก้าวเท้าเข้าไปโดยไม่ลังเล


   ...คุณย่าครับ หลานนอกคอกมาแล้ว...

..........................

   คุณกอบกุลมีลูก 3 คน หล่อนมอบหมายธุรกิจในตระกูลให้แต่ละคนดูแลและคาดหวังว่าลูกทุกคนจะฟูมฟักธุรกิจที่หล่อนล้มลุกคลุกคลานมากับมันตั้งแต่ยังสาวจนเป็นปึกแผ่นในวันนี้ แน่นอน...หล่อนหวังว่าลูกทั้ง 3 จะส่งต่อให้หลานๆผู้สืบเชื้อสายของหล่อน


   ไกรสร ลูกชายคนโตมีลูกชายหญิง 2 คนที่เรียนจบปริญญาโทจากต่างประเทศมาช่วยงาน


   กชกร ลูกสาวคนกลางมีลูกชาย 1 คนที่กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ต่างประเทศ เมื่อหลานคนนี้กลับมา จะมาพร้อมกับคำนำหน้าชื่อว่าดอกเตอร์เพื่อบริหารกิจการของคุณกอบกุล


   โกศล ลูกชายคนเล็กมีลูกชาย 2 คน คนที่สองกำลังเรียนบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ส่วนคนที่หนึ่ง...เรียนจบแล้ว แต่...


   ...เป็นปลัด...


   ท่ามกลางชุดราตรีระยิบระยับ ชุดผ้าไหมอร้าอร่ามและชุดสูทสากลในงานเลี้ยงค่ำคืนนี้ มีใครบางคนผิดแผกแตกต่างจากพวก


   เป็นใครบางคนที่มาถึงงานตอนเกือบสี่ทุ่ม และมาด้วยชุด...ข้าราชการสีกากี


   หญิงชราร่างผอมวัย 72 ผู้เป็นเจ้าของงานหุบยิ้มทันควันเมื่อหันไปเห็นผู้แปลกแยก ในขณะที่เสียงอื้ออึงเกี่ยวกับข้าราชการหนุ่มที่ปรากฏตัวในงานเลี้ยงหรูซึ่งรวมพลนักธุรกิจและนักคอนเนคชั่นทั้งหลายเริ่มดังขึ้นทั่วทุกมุมในงาน


   ทว่าก่อนที่คุณกอบกุลจะทันขยับตัว ผู้เป็นเป้าสายตาของคนทั้งงานก็ก้าวเท้าเข้ามาตรงหน้าหญิงชราที่ยืนอยู่ท่ามกลางลูกหลานเสียก่อน เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม


   “สวัสดีครับคุณย่า”


คุณกอบกุลยืนตะลึงค้าง อ้าปากพะงาบ กวาดตาขึ้นลงมองชุดข้าราชการพลเรือนบนกายสูงสมส่วนของหลานชายนอกคอกแล้วก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ!


   “ผมมาช้าไปหน่อย คุณย่าคงไม่ถือนะครับ”


   “จิณ...” ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มในชุดข้าราชการจะทันได้พูดอะไรอีก จรรยาผู้เป็นมารดาของเขาก็ก้าวเท้าออกมาขวางระหว่างบุตรชายและมารดาของสามี


   จิณณะลดสายตาลงมองมารดาด้วยสายตาซื่อใสและรอยยิ้มที่ยังเจืออยู่ที่มุมปาก


   “มากับแม่...” จรรยารู้ดีว่าแม่ของสามีไม่ถูกโฉลกกับหลานชายคนนี้แค่ไหน แต่ที่แย่ยิ่งกว่าความไม่ถูกโฉลกคือจิณณะก็ช่างหาเรื่องด้วยการสวมชุดข้าราชการมางานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของคุณกอบกุลผู้ใฝ่ฝันให้ลูกหลานทุกคนรับตำแหน่งในอาณาจักรของหล่อน ไม่ใช่ก้าวเท้าออกไปเป็นข้าราชการอย่างที่หลานนอกคอกอย่างจิณณะทำ!


   มารดาไม่รอให้บุตรชายพูดอะไรมากกว่านั้นก็จับแขนดึงออกจากงานเลี้ยง ชายหนุ่มในชุดข้าราชการยอมก้าวเดินตามแต่ไม่วายหันกลับไปสบตากับคุณย่าของตนอีกครั้ง เขากระตุกยิ้มอีกทีแล้วพูดเสียงดังกลบเสียงดนตรีในงาน


   “แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทู้ยูนะครับ คุณย่า”


   นี่ไม่ใช่การอวยพรอย่างจริงใจ แต่คือการประกาศสถานะ ‘ย่าหลาน’ ให้ได้รับรู้โดยทั่วกัน!

............................

   ก็ยังมองกันอยู่ดี


   จิณณะกวาดตามองไปรอบกาย พนักงานโรงแรมเอย แขกที่เดินอยู่บริเวณนี้เอย ล้วนมองมาที่เขาผู้ซึ่งสวมชุดข้าราชการมาโรงแรมหรูกลางกรุง


   ...แปลกตรงไหน?! ประชาชนยังสวมชุดธรรมดาไปศาลากลางได้ แล้วทำไมข้าราชการอย่างเขาจะสวมเครื่องแบบมางานเลี้ยงที่โรงแรมไม่ได้ล่ะ...


   “ไหนว่าวันนี้มาไม่ได้ไงล่ะ จิณ” จรรยาผู้เป็นมารดาถามหลังจากถอนหายใจไปแล้วหนึ่งเฮือก กวาดตามองเครื่องแบบบนหุ่นสูงสมส่วนของบุตรชายแล้วก็อยากจะถอนหายใจอีกเฮือก


   จิณณะหน้าตาดี หล่อเหลา มีเสน่ห์ ไหนจะอกผายไหล่ผึ่งพ่วงด้วยส่วนสูง 180 เซนติเมตร เมื่อรวมกับเครื่องแบบที่ถูกตัดเย็บมาพอดีตัว ยิ่งส่งให้เขาดูสง่าผ่าเผย แต่...ต่อให้สง่าเพียงใด ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่มีค่าในสายตาคุณกอบกุลตั้งแต่เห็นชุดเครื่องแบบแล้ว


   “ก็...พอดีมาได้แล้ว” ชายหนุ่มไม่ได้ตอบว่าเพราะอะไรเขาถึงตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯกะทันหันในคืนนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้คิดจะกลับมาร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของคุณย่าตั้งแต่แรก


   “แล้วทำไมไม่แวะเปลี่ยนเสื้อผ้าสักหน่อย...” มารดาถาม แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อสายตาของหล่อนเห็นรอยขาดที่แขนเสื้อเครื่องแบบ


   “จิณ...นี่รอยอะไร...” หล่อนดึงแขนซ้ายของบุตรชายมาดู ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อพบว่านอกจากรอยขาดยาวแล้ว ยังมีคราบแดงกรังด้วย


เสียงสูดปากดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จิณณะจะรั้งแขนของตัวเองกลับไป


   “ไม่เป็นไรหรอกแม่ คง...โดนอะไรเกี่ยว” ประโยคหลังของชายหนุ่มเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อยราวกับกำลังปกปิดบางอย่าง ทว่ามารดาผู้เห็นรอยเลือดของลูกชายไม่ทันสังเกตอาการปกปิดเพราะความห่วงใยกำลังครอบงำ


   “เสื้อหนาขนาดนี้ โดนอะไรเกี่ยวถึงขั้นเลือดออก?!”


   “ชู่ว์ เบาสิแม่ เดี๋ยวคนก็แห่ออกจากงานมาดูหรอก คุณย่าได้ตาเขียวอีก” คราวนี้จรรยาตวัดสายตามาทำตาเขียวใส่ลูกชายบ้าง


   “รู้ด้วยหรือว่าคุณย่าตาเขียว” หล่อนย้อนถาม แต่ไม่วายเป็นห่วงแผล


“แล้วทายาทำแผลรึยัง”


   “ยัง...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดน...” จิณณะไม่ได้พูดว่าเขาโดนอะไรมา วินาทีนั้นที่ต้องเอาตัวรอดก็ลืมสิ้นไปหมดทุกอย่างแล้ว แถมพอมาถึงก็ต้องรีบเสนอหน้าเข้าไปแสดงตัวเป็นหลานอีก หากไม่ใช่เพราะมารดาสังเกตเห็น เขาก็คงไม่รู้ตัวว่าได้แผลมาอย่างนี้


   คนเป็นแม่ถอนหายใจอีกเฮือกพลางส่ายหน้า


   “เดี๋ยวแม่จะไปถามพนักงานว่ามีกล่องยามั้ย จิณนั่งก่อน”


ลูกชายไม่อยากค้านให้ถูกซักไซ้อะไรนัก เลยยอมตามใจเดินไปนั่งรอที่โซฟา ปล่อยให้จรรยาไปถามหากล่องปฐมพยาบาลจากพนักงาน เมื่อปลอดคน ชายหนุ่มจึงเอนหลังพิงเบาะนุ่ม


   โรงแรมหรูใจกลางเมืองก็ดีอย่างนี้ แอร์เย็นฉ่ำ กลิ่นอโรม่าหอมผ่อนคลาย โซฟาที่ตั้งเอาไว้อย่างไม่มีประโยชน์อื่นใดนอกจากจัดพื้นที่ให้สวยก็นุ่มเด้งรับสัดส่วนสรีระ


   ความเจริญอยู่ตรงนี้ แล้วเขาไปอยู่ทำไมในที่ที่...อันตรายวะ?!...


   จิณณะชันศอกกับที่เท้าแขนแล้วเอนศีรษะวางขมับลงกับฝ่ามือ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเหยียบมิดเข้ากรุงเทพฯ แล้วต่อด้วยการร่วมงานเลี้ยงหรูหรามันช่างเป็นโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง


   “จิณ...” เสียงเรียกทำให้ชายหนุ่มสะดุ้งเงยหน้ามอง มารดายืนอยู่ตรงหน้าเขา สายตาที่มองตรงมาเต็มไปด้วยความห่วงใย


   “ไหวรึเปล่า ไปโรงพยาบาลไหม”


   “ไม่เป็นไรครับ นี่กล่องยาหรือ เอามาสิ เดี๋ยวผมทำเอง”


   “ทำเองก็ได้ตาเหล่กันพอดี” จรรยายื้อกล่องพยาบาลเอาไว้เอง ทว่าพอหล่อนจะถกแขนเสื้อเครื่องแบบขึ้นก็ลำบาก แต่จะให้ถอดเสื้อตรงนี้ ก็คงเรียกสายตาคนรอบข้างมากกว่าเดิม


   “ผมว่าผมเข้าไปทำในห้องน้ำเองดีกว่า” จิณณะเห็นอาการยึกยักไม่รู้จะถกแขนเสื้อดี หรือจับเขาถอดเสื้อดีก็เสนอ ทว่าการที่เขาจะเข้าห้องน้ำไปทำเอง ผู้เป็นมารดาก็ยิ่งเป็นห่วงเพราะเกรงว่าเขาจะทำอย่างขอไปที


   หล่อนมองซ้ายมองขวา กำลังจะอ้าปากขอความช่วยเหลือจากพนักงานแถวนั้นให้หาพนักงานผู้ชายสักคนพาบุตรชายไปทำแผลในห้องน้ำ ก็พอดีกับที่ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเดินเลี้ยวหัวมุมมา


   “ทิศ...” จรรยาร้องเรียก ทำเอาจิณณะต้องหันมอง


   เจ้าของชื่อคือชายหนุ่มร่างสูงหนาในชุดสูทสีดำพอดีตัว ผมสีดำสนิทเซ็ตเปิดหน้าผาก ให้เห็นโครงหน้าชัด คิ้วเข้ม ตาดุ จมูกโด่ง ริมฝีปากบางที่ไม่แม้แต่จะมีจุดโค้งที่มุมปากสักนิดให้รู้ว่าอารมณ์ดี


หน้าตาแบบนี้จะว่าคุ้นก็ใช่ จะว่าไม่คุ้นก็ได้ หากเจอกันข้างนอก จิณณะก็คงเดินผ่านเพราะจำไม่ได้ แต่...ชื่อ ‘ทิศ’ นี่สิ...คุ้นหู


   ‘ชื่อทิศ? ทิศอะไร ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก?’


   ‘ชื่อทิศเฉยๆ’


   ‘งั้นเรียกทิศเฉยๆนะ ทิศเฉยๆ...’



   เสียงฝีเท้าที่ดังเข้าใกล้ทำให้ข้าราชการหนุ่มตื่นจากภวังค์ ภวังค์ที่มีแค่เสียงเก่าๆในสมอง แต่ไม่มีภาพจำหลงเหลืออยู่แล้ว


   นานมากแล้ว


   ครั้งหนึ่งเราเคยรู้จักกันเมื่อนานมากแล้ว


   ‘ทิศ’


   “จิณจำทิศได้ไหม ลูกน้าภา ตอนเด็กๆเคยเล่นด้วยกันไง”


จิณณะอยากตอบว่าจำไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะเงียบแล้วฉีกยิ้มแทนคำตอบ จรรยาไม่ได้สนใจรอยยิ้มของลูกชายนัก หล่อนหันไปทางชายหนุ่มที่เรียกมา


   “ทิศช่วยจิณทำแผลหน่อยได้ไหม ไม่รู้ไปโดนอะไรมา เข้าไปทำในห้องน้ำ จะได้ถอดเสื้อสะดวก”


ดวงตาของคนถูกไหว้วานเหลือบลงต่ำมองจิณณะที่นั่งอยู่บนโซฟา รายนั้นมองเขาก่อนแล้ว ราวกับกำลังหยั่งเชิงสถานการณ์ว่าเขาจะตอบตกลงหรือไม่


   “ครับ” ทว่าไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ จรรยาเป็นพี่สาวของมารดาเลี้ยงของเขา ถึงคนตรงหน้าจะไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดหรือญาติโกโหติกาที่เกี่ยวดองกันในตระกูล แต่...ก็เคยรู้จักกันมาก่อน



   ...เมื่อนานมาแล้ว...



   ‘จิณ’



   “จิณ ลุกสิ จะได้ไปทำแผล” เมื่อถูกมารดากระตุ้น บุตรชายก็ได้แต่พยักหน้าเอื่อยๆ ก่อนจะยอมลุกจากโซฟา เขาให้คนที่มารดาไหว้วานเป็นฝ่ายเดินนำก่อน


   ห้องน้ำของโรงแรมปูด้วยแผ่นกระเบื้องลายหินอ่อน ระยิบระยับและสะอาดสะอ้าน ใหญ่โต โอ่อ่า อย่างที่ไม่ควรเป็นแค่ห้องน้ำเลย


   “ขอดูแผลหน่อย” เสียงทุ้มทำให้ข้าราชการหนุ่มต้องเหลือบตามามอง ก่อนจะเอียงตัวหันด้านซ้ายเข้าหาคนพูด รอยขาดของเครื่องแบบ และรอยกรังของเลือดทำเอาคนเห็นถึงกับคิ้วขมวด ปลายนิ้วยาวจับเนื้อผ้าเบาๆ


   “มีอะไรหรือ” จิณณะหันมาถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป


   ดวงตาของชายหนุ่มในชุดสูทดำสบเข้ากับตาของเขา ก่อนจะเอ่ยปากถาม


   “ผ้าหนาขนาดนี้ โดนอะไรมาถึงขาดจนเป็นแผล”


และเป็นคำถามที่ทำเอาคนได้แผลถึงกับชะงัก ชายหนุ่มข้าราชการเบือนสายตาหนีไปทางอื่นอย่างอับจนคำพูด


   ไม่สิ เขาไม่ได้อับจนไม่มีคำตอบ เพียงแต่คำตอบที่มี...พูดออกไปไม่ได้


   “ไม่รู้เหมือนกัน นี่ผมต้องถอดเสื้อใช่ไหม” จิณณะเลี่ยงประเด็นมาพูดเรื่องถอดเครื่องแบบแทน แม้จะเจ็บแสบเพราะขยับแขนแล้วแผลเสียดสีกับเนื้อผ้า แต่เขาก็ทำเพียงข่มกรามแล้วรีบปลดกระดุมจนเหลือเพียงเสื้อกล้ามตัวใน แผลที่ต้นแขนซ้ายนั้นไม่ยาวมากนัก เลือดหยุดแล้วแต่ก็ยังมีร่องรอยเกรอะกรังรอบปากแผล


   ระหว่างการทำแผลเป็นไปอย่างเงียบเชียบ จิณณะปล่อยสายตามองไปรอบๆ ไม่ได้สนใจการทำแผลสักเท่าไร แต่เพราะห้องน้ำหรูหรามีกระจกบานใหญ่ติดอยู่ที่อ่างล้างมือ สุดท้ายสายตาของเขาก็ไปตกอยู่ที่ภาพสะท้อนของตนเองและ...พิทักษ์...


   ‘ทิศ’ หรือพิทักษ์ เป็นลูกเลี้ยงของน้าสาวของเขา รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะอายุมากกว่า แต่ก็จำไม่ได้แล้วว่าสมัยเด็กๆที่เคยเล่นด้วยกัน เขาเคยเรียก ‘พี่’ ไหม ถ้านับอาวุโส ก็ควรเรียก แต่...แล้วตอนนี้ล่ะ? ตอนนี้เขาควรเรียกว่าอะไร


   ‘พี่ทิศ’


   ‘คุณพิทักษ์’


   อย่างหลังนั่นลืมไปได้เลย ถึงจะไม่ใช่ญาติโดยสายโลหิต แต่ก็นับศักดิ์ว่าเป็นลูกเลี้ยงของน้องสาวของแม่ ไม่จำเป็นต้องสุภาพถึงขั้นเรียกขึ้นต้นว่า ‘คุณ’ หรอก


   “เสร็จแล้ว” ยังไม่ทันจะตัดสินใจได้ว่าจะเรียกว่า ‘พี่’ หรือ ‘คุณ’ เสียงของคนทำแผลก็ดังขึ้น


   จิณณะละสายตาจากภาพสะท้อนในกระจกมาก้มลงมองแขนของตนเองที่ติดผ้าก็อซเรียบร้อย ทว่าพอจะเอ่ยขอบคุณ คนที่หันกลับไปเก็บยาลงกล่องพยาบาลกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน


   “ควรไปโรงพยาบาลนะ ไม่รู้โดนอะไรบาดแบบนี้ เผื่อฉีดยากันบาดทะยัก”


ข้าราชการหนุ่มยกยิ้มหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะส่ายศีรษะ


   “ไม่ต้องหรอก แผลแค่...”


ยังพูดไม่ทันจบ พิทักษ์ก็หันกลับมามอง


   “หรือรู้แล้วว่าอะไรบาด” 


เกิดเป็นความเงียบในห้องน้ำกว้าง ดวงตาสองคู่มองสบกัน ฝ่ายหนึ่งคือดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มรุ่นพี่ในชุดสูทที่จับจ้องราวกับหยั่งเชิง ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งคือดวงตาของข้าราชการหนุ่มซึ่งกำลังปกปิดบางอย่าง


   ก่อนจะเป็นฝ่ายจิณณะที่เบือนสายตาหนีไปทางอื่นก่อน พลางหัวเราะเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร


   “ผมจะไปรู้ได้ไงว่าอะไรบาด เพิ่งรู้เมื่อกี้ด้วยซ้ำว่าเป็นแผล”


เรื่องหลังนั่นเขาพูดความจริง ถ้ามารดาไม่สังเกตเห็น เขาก็คงไม่รู้ แต่เรื่องแรก...ถึงจะไม่เห็นด้วยสองตา แต่เขาคิดว่าเขารู้ว่าแผลนี้เกิดจากอะไร


   “ขอบคุณมากที่ช่วยทำแผลให้ เดี๋ยวผมเอาไปคืนเอง” จิณณะสวมเสื้ออย่างรวดเร็วก่อนจะดึงกล่องพยาบาลมาถือแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว


   ชายหนุ่มในชุดข้าราชการไม่ได้หันกลับไปมองคนข้างหลังอีก ไม่ว่าสมัยก่อนจะเคยเรียกอีกฝ่ายว่า ‘พี่’ หรือไม่ แล้วตอนนี้ควรจะเรียกว่า ‘พี่’ หรือ ‘คุณ’ ก็ไม่สำคัญอีกแล้ว


   ช่างซักช่างถามไม่พอ ยังจ้องอย่างกับจับผิดอีก


   คนแบบนี้อย่าคุยด้วยจะดีกว่า ไม่สิ...ต่อให้เป็นญาติตามศักดิ์ ก็อย่าพบอย่าเจอกันอีกเลยจะดีที่สุด!

ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

สวัสดีวันพฤหัสค่ะ

หลังจากหายไปหลายเดือน กลับมาอีกครั้งกับเรื่องยาว (ที่คิดว่าน่าจะยาวมากอยู่) แม้ตอนนี้จะสั้นเพราะเป็นบทนำ แต่ตอนอื่นๆยาวมากค่ะ ฮ่าฮ่า

ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ด้วยนะคะ ตัวเอกของบัวสร้างปัญหาอีกแล้วล่ะค่ะ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณพื้นที่บอร์ด คนอ่าน คนเม้นท์ และๆทุกๆกำลังใจนะคะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: ryokame ที่ 20-12-2018 22:02:34
 :katai2-1: :katai2-1:
เจิมๆ เรื่องใหม่มาแล้วววว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 20-12-2018 22:06:23
เย้ ๆ เรื่องใหม่มาแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 20-12-2018 22:14:40
ท่าทางจะแสบสันต์นะเนี้ย พ่อปลัด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 20-12-2018 22:21:04
โดนอะไรมาน่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Cacao ที่ 20-12-2018 22:22:06
กรี๊ดดดดดด เรื่องใหม่ เผชๆๆ สนุกแน่ๆเลย ฮรือออออ ขนาดบทนำยังสนุกขนาดนี้
รอตอนใหม่อาทิตย์หน้าค่า  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: nonnn ที่ 20-12-2018 22:22:39
นี่แค่เจิมตอนแรกยังสัมผัสได้ถึงความแสบของนายเอกแล้ว เด็กดื้อมากกกกกกก
ละนี่ก็สงสัยขึ้นมาอีกว่าสรุปแล้วแขนไปโดนอะไรเข้า ดูมีลับลมคมในสุดๆ
ประเด็นคือฉากเปิดตัวพระเอกของเรื่องนี่มาแบบกรี๊ดกร๊าดหัวใจเวอร์ มีความกร้าวใจสุด5555
และคาดว่าเราคงจะได้เห็นใครบางคนเรียกพี่ทิศในอนาคตอันใกล้นี้สินะ  :hao3:
ลุ้นในลุ้นจนแบบไม่ไหวจะรอแล้ว อยากให้พรุ่งนี้เป็นวันพฤหัสอีกรอบเลยทีเดียว ฮาาาาาา

ยังไงก็...ยินดีต้อนรับกับเรื่องใหม่ของคุณบัวด้วยนะคะ  :katai2-1:
เราติดตามงานเขียนของคุณบัวมาเรื่อย ๆ รักตั้งแต่ความแสบความซนของของขวัญแล้วค่ะ
ยิ่งเปิดเรื่องใหม่มาเซอร์ไพร์สกันแบบนี้ บอกเลยว่ายิ่งต้องคอยติดตามไปจนกว่าจะจบเรื่องเล้ย
เอาเป็นว่า...ตอนนี้ยังไม่อยากเดาอะไรไปไกลกว่านี้ เพราะกลัวว่าจะเดาผิด
แต่ไม่ว่าน้องจิณจะแสบจะหาเรื่องยังไง สิ่งที่อยากรู้จริงๆจากเรื่องนี้ก็คือ...*กระซิบ*
พี่ทิศเค้าจะแอบแซ่บแอบขี้แกล้งเหมือนพี่โตรึเปล่าคะ  :z1:
*วิ่งหลบ*
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 20-12-2018 22:27:39
นึกดีใจที่เข้ามาอ่าน ถึงได้สังเกตุเห็นว่าเป็นคุณบัว ยินดีต้อนรับการกลับมาสำหรับเรื่องใหม่ค่ะ รอดูนายเอกของคุณว่าจะมีเรื่องขวนปวดหัวแบบไหนอีก  :pig2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 20-12-2018 22:30:33
 :mc4: เจิมค่าาาา ดีใจจัง ได้อ่านนิยายบัวอีกแล้ว 

ชอบมาก นายเอกขาลุยจอมซนอย่างจิณณะแบบนี้ มาคราวนี้เป็นปลัดเลย เจ็บตัวไม่เว้นวันแน่ๆ ทิศจะจัดการแบบไหนนะถึงจะหยุดซน ตามค่าาา  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: BitterCucumber ที่ 20-12-2018 22:47:00
เป็นปลัดตงฉินหรือเปล่า ไปขัดแข้งขัดขาใครเข้าเลยโดนเล่นมา555 เอะหรือว่าโดนอะไรเหนืิธรรมชาติทำร้ายมา?  ไม่น่าา :laugh:

หวังว่าจิณจะมาลบล้างภาพลักษณ์ราชการแย่ๆที่ติดตาเรามาตั้งแต่เกิดได้ :sad4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 20-12-2018 23:08:09
คุณบัวมาล้าวววว ดีใจ~~~

เรื่องนี้ดูมีเงื่อนงำ
แต่ก็นะ ระบบอุปถัมภ์มีความซับซ้อนเสมอ~~~

รอเจอกันทุกพฤหัสต่อไป อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Snowermyhae ที่ 21-12-2018 00:14:20
เจิมค่าาา ทำไมอ่านแล้วคิดว่ามีผี  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Chompoo reangkarn ที่ 21-12-2018 00:22:54
สงสัยจิณคงโดนผู้มีอิทธิในแวดวงข้าราชการและพวกนักธุรกิจโฉดเล่นงาน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 21-12-2018 01:29:54
คิดถึงงงงงงงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 21-12-2018 04:25:06
 :really2: :really2: :really2:

ดีใจมากๆๆๆๆๆ เรื่องใหม่มาแล้วววว
สวัสดีวันพฤหัสทุกๆ สัปดาห์ค่าาา :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: fsbeentaken ที่ 21-12-2018 08:17:23
ดีใจมากกกกก คิดถึงคุณบัววว

เรื่องราวต้องซับซ้อนไปอีกแน่เลย จะรอติดตามนะค้าาาา   o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 21-12-2018 08:56:50
เย้ ยินดีต้อนรับเรื่องใหม่ของคุณบัวค่ะ  :man1:  :pig2:  อ่านชื่อเรื่องแล้ว พี่ทิศจะเป็นคนมาช่วยเหลือดูแลจิณรึเปล่าน้า หนูซ้อมเรียกพี่ทิศแล้วนะคะ! (สรุปพระเอกอาจจะไม่ใช่พี่ทิศ  :laugh: ) จิณต้องไปก่อเรื่องกับใครไว้แน่ๆเลย ป่วนสุด ดูได้จากการปั่นคุณย่าตัวเอง 555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: phrase ที่ 21-12-2018 09:56:19
 :mc4: เรื่องใหม่มาแล้ว รออ่านงานของคุณ Dezair มาตลอดเลยค่ะ  :heaven
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 21-12-2018 10:01:47
รอค่ะ เรื่องใหม่มาทั้งทีจะไม่รอได้ไง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Rumraisin ที่ 21-12-2018 10:39:55
เย้ๆ มาเจิมเรื่องใหม่คุณบัวค่ะ เปิดเรื่องก็ซนซะแล้วคุณจิณ รอตอนหน้านะคะ :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 21-12-2018 11:22:07
เรื่องใหม่มาแล้ว เย้ๆ :mc4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: anntonies ที่ 21-12-2018 11:44:10
ยินดีต้อนรับค่าาาา
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: saccarrum ที่ 21-12-2018 12:06:38
ฮือออ ชอบบบบบบบบ
ชอบนายเอกทุกเรื่องของคุณบัวเลยค่ะ ตกหลุมรักง่ายๆทุกครั้งเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 21-12-2018 12:42:08
 :mc3: :mc3: :mc3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: PAtxxkMxxn ที่ 21-12-2018 13:02:45
เจิมมม
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: onlyplease ที่ 21-12-2018 13:14:18
มานานจังงงงงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: silverspoon ที่ 21-12-2018 13:43:31
เห็นชื่อคนเขียนรีบคลิกเข้ามาด้วยความไวแสง  :hao7: นายเอกกวนจังค้า :laugh:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: JustWait ที่ 21-12-2018 14:37:31
 :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: iiamerror_ ที่ 21-12-2018 16:42:30
ดีใจที่คุณบัวมาเปิดเรื่องใหม่นะคะ เปิดเรื่องมาก็น่าติดตามแล้ว น้องจิณเปิดตัวได้น่าสนใจ
PS. แต่ยังคิดถึงของขวัญ พี่โต และเด็กๆอยู่เสมอนะคะ แอบรอตอนพิเศษ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 21-12-2018 17:34:38
เข้ามาติดตามคุณบัวครับ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 21-12-2018 19:36:47
คุณปลัดหนุ่มและญาติผู้พี่ดูจะมีความหลังหรือเรื่องลับลมคมในกันบางอย่าง ซึ่งน่าติดตามมาก แต่จุดสนใจของเราคือชื่อเรื่อง "ระบบอุปถัมภ์" อื้อหือ เรียกความสนใจอย่างมากทีเดียว รู้สึกว่ากำลังจะได้อ่านเรื่องที่พล็อตเรื่องมีการขับเคี่ยวกันของฝ่ายบ้านเมืองกับฝ่ายผู้ร้ายแน่ๆ นึกถึงฉากพื้นที่ปลอดกฏหมายและคนฆ่ากันเป็นเรื่องธรรมดา หูย...รออ่านเลยนะคะเนี่ย

ขอบคุณคุณบัวสำหรับนิยายเรื่องยาวเรื่องใหม่เลยค่ะ ^____^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 21-12-2018 20:59:38
เย้ดีใจในที่สุดคุณบัวก็เปิดเรื่องใหม่แล้ว รอติดตามตอนต่อไปค่ะ :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 22-12-2018 06:24:41
รอติดตามเลยค่า เปิดเรื่องมาก็น่าสนใจแล้ว คุณปลัดไปโดนอะไรมากันแน่เนี่ย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: HappyYaoi ที่ 22-12-2018 08:50:47
มารอติดตามค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: boonpa ที่ 22-12-2018 12:56:17
 :hao3: โผล่ขึ้นมาก็เป็นตัวป่วนเลยน้า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 22-12-2018 17:48:26
มีเรื่องใหม่มาให้ติดตามแล้ว ตัวละครแสบเหมือนเดิม
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Cyclopbee ที่ 22-12-2018 19:39:45
ตามออนแอร์เรื่่องใหม่ของคุณนักเขียนสุดโปรดดด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: MimoreQ ที่ 22-12-2018 21:05:23
น่าติดตามมากเลยค่า ใครเป็นเมะน้าาาาา น่าจะทิศ ชอบบบบบ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 23-12-2018 09:32:23
 :mc4: สำหรับเรื่องใหม่ 
 :L2: :pig4: คุณบัว
 ต่อไปคือ วันพฤหัส วันนี้ที่รอคอย :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 23-12-2018 10:07:12
สัมผัสได้ถึงความฮอต :o8:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Arayajanm ที่ 23-12-2018 10:10:51
 :hao7:  พฤหัส ที่รอคอยยย ..... ตั้งตารอเลยค่ะ :hao5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Jthida ที่ 23-12-2018 15:02:39
โอ้ จะมาแนวไหนนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 24-12-2018 06:53:35
 :mc4: :mc4:ต้อนรับเรื่องใหม่ค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: magarons ที่ 24-12-2018 10:27:43
ชอบความกวนของนายเอก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 24-12-2018 10:49:19
เย้ๆ คุณบัวมาแล้วววว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Noname_memi ที่ 26-12-2018 05:21:31
เรื่องชื่อเรื่องเห็นด้วยกับคห.นี้เลยค่ะ น่าติดตามค่ะ

อ่านๆ ตอนแรกเหมือนๆ จะมีผี 555 หวังว่าคงไม่ม่ามากหรอก(มั้ง)

แต่จากชื่อเรื่องเรากลัวเจ็บหนักจังค่ะ (ฮา)

คุณปลัดหนุ่มและญาติผู้พี่ดูจะมีความหลังหรือเรื่องลับลมคมในกันบางอย่าง ซึ่งน่าติดตามมาก แต่จุดสนใจของเราคือชื่อเรื่อง "ระบบอุปถัมภ์" อื้อหือ เรียกความสนใจอย่างมากทีเดียว รู้สึกว่ากำลังจะได้อ่านเรื่องที่พล็อตเรื่องมีการขับเคี่ยวกันของฝ่ายบ้านเมืองกับฝ่ายผู้ร้ายแน่ๆ นึกถึงฉากพื้นที่ปลอดกฏหมายและคนฆ่ากันเป็นเรื่องธรรมดา หูย...รออ่านเลยนะคะเนี่ย

ขอบคุณคุณบัวสำหรับนิยายเรื่องยาวเรื่องใหม่เลยค่ะ ^____^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Rubyrain ที่ 26-12-2018 09:12:21
ดีใจๆ เรื่องใหม่มาแล้ววว
คุณจิณนี่คงจะดื้อพอดูนะคะ ถึงไปได้แผลมา
ติดตามๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: myd3ar ที่ 26-12-2018 10:34:02
คุณปลัดทำตัวอย่างกับไปเป็นตำรวจแน่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: bpyt ที่ 26-12-2018 12:02:10
นายเอกท่าจะพยศน่าดู
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Ta_ii ที่ 26-12-2018 20:51:48
เปิดมาก็ชอบแล้ว  :mc4:
แต่ไม่้คิดไปเองรึป่าว รู้สึกสำนวนการเขียนคุณบัวเปลี่ยนไป เหมือนอ่านนิยายแปลนิดๆ คือชอบ คือดีค่ะ ติดตามแน่นอน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...บทนำ (20/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 26-12-2018 21:10:18
 :mc4: :mc4:
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 27-12-2018 20:36:37
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 1   


   จิณณะไม่ได้กลับเข้าไปในงานเลี้ยงอีก พอออกจากห้องน้ำ ก็พบว่าบิดาของเขาตามออกมาจากห้องจัดเลี้ยงแล้ว และดูเหมือนจรรยาจะเล่าเรื่องที่ลูกชายคนโตตัวดีได้แผลมาด้วย ทว่าพอเขาโบกมือว่าไม่เป็นอะไรมาก คนเป็นพ่อก็ไม่ซักไซ้นัก นอกเสียจากสั่งให้กลับบ้านโดยไม่ต้องร่ำลาคุณย่าเจ้าของงาน


อันที่จริงการที่เขาตั้งใจจะไม่มาแต่แรกก็เห็นจะเป็นเรื่องสมควรแล้ว แต่...มันจำเป็น


ชายหนุ่มลืมตามองเพดานในห้องนอน แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาให้ความสว่างจนมองเห็นเพดานฉลุลายหรูหรา


...รสนิยมของคุณย่า...


ทั้งๆที่บ้านหลังนี้บิดาสร้างขึ้นใหม่ แต่ก็สร้างในอาณาเขตเดียวกับคฤหาสน์หลังใหญ่ของคุณกอบกุล


ทุกอย่างในตระกูลวงศ์กีรติล้วนอยู่ในปกครองของคุณกอบกุลเสมอ ไม่สิ มีหนึ่งอย่างที่นอกลู่นอกทาง ก็หลานที่ชื่อจิณณะนี่อย่างไรล่ะ


แถมยังนอกลู่นอกทางจนเกือบเอาชีวิตไปทิ้งอีกต่างหาก


พอคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน เขาก็ถอนหายใจอีกเฮือก ทว่ามันไม่ได้ทำให้โล่งอกขึ้นเลย เสียงฝีเท้า เสียงปืน เสียงเอะอะเอ็ดตะโร เสียงสุดท้ายของคนที่ไปด้วยกันกับเขายังคงดังอยู่ในสมอง


‘แยกกันปลัด!’


เขาไม่รู้ว่าหลังจากนั้น เกิดอะไรขึ้นอีก ไม่มีใครติดต่อมา แม้แต่ ‘พี่สุก’ เจ้าของเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนจะมีเสียงปืนดังไล่หลัง


เขาได้แต่กลั้นหายใจ แต่ไม่ว่ายังไงก็ไม่ควรคิดถึงกรณีที่เลวร้ายที่สุด อย่างน้อยวันนี้ต้องลุกจากเตียงแล้วกลับไปทำงาน ทำทุกอย่างให้เป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น และเมื่อคืนเขาก็แค่ตีรถเข้ากรุงเทพเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงของคนในครอบครัวเท่านั้น


ชายหนุ่มลุกจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำ หากจะบอกว่าห้องน้ำในโรงแรมเมื่อคืนหรูหรา ห้องน้ำในห้องนอนส่วนตัวของเขาก็ไม่ได้แตกต่างกันเสียเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้น จิณณะก็ไม่ใช่คนหยิบหย่ง เขาเป็นคนง่ายๆ อยู่ที่ไหนก็ได้ สมัยเรียนเคยออกค่ายไปนอนกลางดินกินกลางทรายก็ทำมาแล้ว นามสกุลวงศ์กีรติที่มาจากคุณย่ากอบกุล ไม่ได้ลดทอนความเป็นตัวตนของเขาเลย


ติดดิน กินง่ายอยู่ง่าย สมบุกสมบัน


คุณย่าเรียกสิ่งเหล่านั้นของเขาว่า ‘ขบถ’


จิณณะออกจากห้องนอนอีกครั้งเมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ได้แก่เสื้อเชิ้ตรีดเรียบกริบกับกางเกงที่สุภาพที่สุดในตู้เพราะต้องแวะเข้าไปโผล่หน้าที่ที่ว่าการ


ชายหนุ่มก้าวเท้าลงบันไดที่มีราวเป็นสีทองอร่ามสะท้อนแสงไฟจากแชนเดอเลีย ทุกอย่างในบ้านหลังนี้ระยิบระยับและสะอาดสะอ้าน เขาเดินเลี้ยวเข้าห้องอาหารเพื่อหาอะไรรองท้องก่อนจะขับรถออกจากกรุงเทพกลับไปต่างจังหวัดเพื่อทำงาน ทว่าทันทีที่โผล่หน้าเข้าไป โกศลและจรรยาก็เงยหน้าขึ้นมองเขาทันที


“อ้าว พ่อยังไม่ไปทำงานหรือ” เขาทัก ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อย เมื่อพบว่านอกจากบิดาจะยังไม่เข้าบริษัทแล้ว ทั้งๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่กลับไม่มีอาหารเช้าวางอยู่ตรงหน้า


เหมือนไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่เพื่อทานข้าว แต่นั่งอยู่ที่นี่เพื่อรอพบ...เขา...


“พ่อรอคุยกับแก”


“คุยอะไรครับ หรือเรื่องที่ผมไปงานคุณย่าทั้งๆที่บอกว่าจะไม่ไป โธ่พ่อ ผมกะเซอร์ไพรส์ไง” จิณณะไม่ได้คิดว่าจะเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรเลย ถึงเขาจะเป็นหลานนอกคอก แต่ก็นับว่าเป็นหลาน


“ไม่ใช่เรื่องนั้น”


“แล้วเรื่องไหน” จิณณะย้อนถาม


“เมื่อคืนมีคนตาย”


ปลัดหนุ่มกะพริบตาปริบๆ


“แล้วยังไง ทุกๆวันก็มีคนตายนี่ครับ”


“คนที่ตายเป็นคนในอำเภอที่แกทำงานอยู่ พ่อจำได้ว่าเขารู้จักกับแกด้วย”


บุตรชายคนโตของโกศลนิ่งงัน ดวงตาเบิกค้างในขณะที่ริมฝีปากสั่นน้อยๆ ลมหายใจขาดห้วงจนแทบไม่รู้สึกถึงอากาศที่ไหลเข้าปอด


เมื่อคืนมีคนตาย


คนที่ตายเป็นคนในอำเภอ


เป็นคนที่บิดาจำได้ว่ารู้จักกับเขา


“พ่อ...หมายถึงใคร” จิณณะไม่อยากคิดว่าคนที่โกศลพูดถึงคือใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้เขาคิดออกเพียงคนเดียว


คนเดียวที่เขาคิดว่า...อาจจะไม่รอด


โกศลลุกขึ้นเดินมาหาแล้วส่งโทรศัพท์มือถือให้ดู ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาข้าราชการหนุ่มแทบล้มทั้งยืน


พี่สุก!


เจ้าของเสียงสุดท้ายที่บอกว่า ‘แยกกันปลัด’


จิณณะแยกไปขึ้นรถของตนเอง ส่วน ‘ทองสุก’ เขาไม่รู้ว่าแยกไปทางไหน แต่เขารอด ส่วนทองสุก...ตาย


“เมื่อคืนแกได้แผล เครื่องแบบขาด ไหนจะเรื่องที่อยู่ๆแกก็กลับมากรุงเทพ มางานคุณย่าทั้งๆที่บอกว่าจะไม่มา จิณ แกบอกพ่อซิ ทั้งหมดมันเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนตายใช่ไหม” โกศลถาม ทั้งเป็นห่วง ทั้งกังวล จิณณะเลือกเส้นทางของตนเองด้วยการรับราชการในต่างจังหวัด ถึงแม้เขาจะไม่ขัดขวางอย่างที่คุณกอบกุลทำ แต่เขาก็ไม่ต้องการให้บุตรชายเอาชีวิตไปเสี่ยง


“จิณ!” เสียงของบิดาเข้มงวดขึ้นกว่าเดิม จิณณะทรุดตัวลงกับเก้าอี้ เท้าศอกลงกับโต๊ะกุมขมับกับเรื่องราวที่บานปลายใหญ่โตจนมีคนตาย


“ผม...เมื่อคืน...พี่สุกชวนผมไปทานข้าวที่บ้านแก แล้วจู่ๆ...จู่ๆก็มีรถมาจอดหน้าบ้าน แล้วเสียงปืนก็ดัง ผมกับพี่สุกแยกกันหนี ผมไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร...” จิณณะพูดได้เท่านั้น แม้จะมีเรื่องที่เขารู้มากกว่านั้นก็ตาม


ทองสุกเป็น ‘สาย’


โกศลถอนหายใจอย่างหนักอก กวาดตามองไปรอบห้องอาหารที่ระยิบระยับ แต่ความระยิบระยับเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลย


“จะลาออก หรือจะทำเรื่องย้าย” ทางออกที่ดีคืออะไร โกศลไม่รู้ แต่ที่รู้คือเขาเห็นด้วยกับคุณกอบกุลที่จะให้จิณณะกลับกรุงเทพ


“พ่อ!” ทว่าคนเป็นลูกที่บิดายอมตามใจเสมอถึงกับร้องลั่น


“มีคนตายนะพ่อ! แล้วผมก็อยู่ใน...”


“แล้วต้องให้แกตายอีกคนรึไง!”


เป็นครั้งแรกที่จิณณะเถียงบิดาไม่ออก อับจนคำพูดได้แต่เม้มปาก


ใครบ้างไม่รักชีวิต ใครบ้างไม่กลัวตาย ยิ่งความตายเคยเกือบมาเยือนแต่ฉิวเฉียดอย่างเมื่อคืน ก็ยิ่งกลัว


“พ่อไม่เคยห้ามแก แกอยากทำอะไรพ่อไม่เคยว่า แต่รักษาชีวิตได้ไหม จิณ” คนเป็นลูกได้แต่กุมขมับ ทั้งๆที่กลัวตาย ทั้งๆที่รักชีวิตตัวเองไม่แพ้ใคร แต่...ไม่กล้ารับปาก ไม่กล้ารับปากบิดาว่าจะรักษาชีวิต เพราะรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น กำลังพาภัยบางอย่างมาถึงตัว


ภายในห้องอาหารเหลือเพียงความเงียบ ลูกชายได้แต่นั่งกุมขมับ ส่วนคนเป็นพ่อและแม่ได้แต่รอคำสัญญา ที่ไม่รู้ว่าจะได้ฟังหรือไม่


ทว่าก่อนจะมีใครได้พูดอะไร คนรับใช้ก็เข้ามารายงาน


“คุณกอบมาค่ะ”


ผู้มาเยือนแต่เช้าทำเอาจิณณะเงยหน้าขึ้นทันควัน โกศลและจรรยาก็พลอยมองหน้ากันอย่างสงสัย อึดใจเดียวเจ้าของอาณาจักรวงศ์กีรติก็เดินเข้ามาในห้องอาหาร หญิงชราผู้เพิ่งฉลองวันคล้ายวันเกิดปีที่ 72 ไปเมื่อวานนี้ อยู่ในชุดผ้าไหมเนื้อดี เครื่องประดับราคาแพงบนตัวของหล่อนไม่ต่างจากตู้เซฟเดินได้


“ยังไม่กลับต่างจังหวัดไปอีกรึ”


ทันทีที่เห็นหลานชายนอกคอก คุณกอบกุลก็ตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง แม้เมื่อครู่นี้บทสนทนาระหว่างพ่อแม่ลูกจะตึงเครียด แต่เรื่องแบบนั้นไม่ควรรู้ถึงหูคนอื่น แม้คนอื่นที่ว่าจะเป็นต้นตระกูลของตนเองก็ตาม


หลานชายจอมขบถเกลี่ยสีหน้าเป็นกระลิ้มกระเหลี่ย ยกยิ้มเล็กน้อยพลางมองตอบผู้เป็นย่า


“ใกล้แล้วครับ แต่รอเจอคุณย่าก่อน เมื่อวานผมได้แฮปปี้เบิร์ธเดย์คุณย่าแป๊บเดียวเอง”


คุณกอบกุลทำเสียงหึในคอ แม้จะรู้แก่ใจว่าหลานคนนี้ก็เป็นหลานในสายเลือดอย่างหลานคนอื่นๆ แต่ไม่รู้อะไรที่ทำให้หล่อนจ้องจับผิดเขามากกว่าจะเอ็นดู


อาจจะเพราะนิสัยไม่เอาถ่านเรื่องดีๆที่หล่อนมอบให้ แต่ไปเอาถ่านกับเรื่องอื่นที่หล่อนไม่เห็นว่าจะมีค่าสักกี่มากน้อย อย่างเช่นการไม่ทำงานในบริษัท แต่กระเสือกกระสนไปรับราชการ


“ฉันก็อยากเจอแกอยู่เหมือนกัน” หญิงชราตอบเรียบ ก่อนจะเดินอ้อมไปยังหัวโต๊ะ โกศลผู้เป็นบุตรชายช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้มารดานั่ง แล้วพอนั่ง หล่อนก็แผ่รังสีความเจ้ากี้เจ้าการมาที่หลานชายทันที


“ปีนี้แกอายุเท่าไร” จิณณะกะพริบตาปริบๆ เหลือบมองบิดามารดาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งโกศลและจรรยาก็มองมาที่เขาอย่างงุนงงเช่นกันที่จู่ๆ คุณกอบกุลให้ความสนใจอายุของหลานชายที่หล่อนแทบไม่เคยแยแส


“27 ครับ”


“ตอนฉันอายุเท่าแก ฉันมีลูกแล้ว”


“แล้ว?”


“เมื่อไรแกจะแต่งงาน”


 ข้าราชการหนุ่มถึงกับเหวอ กะพริบตาเรียกสติอยู่หลายที ก่อนจะโบกมือพลางหัวเราะอย่างไม่จริงจัง


“ยังไม่คิดเรื่องนั้นหรอกครับ”


“ดี! ถ้าอย่างนั้นฉันจะคิดให้แกเอง ฉันจะให้แกแต่งงานกับลูกสาวคนรู้จัก!”


“เฮ้ย!” จิณณะถึงกับร้องลั่น ในขณะที่โกศลและจรรยาถึงกับสะดุ้งโหยง


 “ในเมื่อแกบอกว่าแกไม่คิด! ฉันก็จะคิดให้! ดีกว่าปล่อยแกคิดเองแล้วออกมาทุเรศทุรังเหมือน...ตอนนี้!” วิถีชีวิตแบบใดก็ตามที่ไม่เป็นไปตามครรลองของคุณกอบกุล ล้วนดูทุเรศทุรังทั้งนั้น


“คุณย่าจะบังคับผมแบบนี้ไม่ได้!”


“ฉันเคยบังคับแกไม่ได้! แต่คราวนี้ฉันจะบังคับแกให้ได้!” ยิ่งการปรากฏตัวพร้อมชุดสีกากีในงานเลี้ยงเมื่อคืน คุณกอบกุลก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองละเลยหลานคนนี้มามากพอแล้ว ถึงเวลาที่หล่อนจะทำให้เขากลับเข้ามาอยู่ในโอวาทของหล่อนเสียที!


“ผมไม่ยอม!!”


หญิงชรากระตุกยิ้มด้วยสีหน้าจองหอง


“แกคิดว่าฉันรู้จัก ‘ใคร’ ในกระทรวงมหาดไทยบ้าง”


ไม่ต้องชี้แจงก็รู้ ว่าคำว่า ‘ใคร’ ของหล่อนย่อมไม่ใช่ระดับไก่กา คุณกอบกุลไม่ใช่คนแก่ปลดเกษียณที่อยู่บ้านเฉยๆ หล่อนคือผู้หญิงที่สู้บุกเบิกธุรกิจจากติดลบจนวันนี้ร่ำรวยมหาศาล ความร่ำรวยนั้นไม่ใช่แค่ตัวเงิน แต่หล่อนมีทุกอย่างที่สนับสนุนการกระทำที่แม้จะไร้เหตุผลที่สุดให้กลายเป็นเรื่องที่ควรทำที่สุดยังได้


“ให้บีบปลัดอำเภอลูกกระจ๊อกอย่างแกออกสักคน ง่ายจะตาย” คุณกอบกุลย้ำด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง ระหว่างหล่อนกับจิณณะนั้นเรียกได้ว่ากระดูกคนละเบอร์


คนเป็นหลานได้แต่กัดฟันกรอด เรื่องอันตรายเมื่อคืนกับเรื่องร้ายในเช้าวันนี้ ไม่รู้เรื่องไหนคือหายนะในชีวิตกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือมันมาพร้อมกันทีเดียว!


เมื่อเห็นว่าหลานชายผู้มักจะเถียงคำไม่ตกฟากเกิดอาการเถียงไม่ออกขึ้นมา คุณกอบกุลก็ยกยิ้มกระหยิ่ม ก่อนจะหันไปทางบุตรชายและสะใภ้


“วันพรุ่งนี้ครอบครัวผู้หญิงจะมาทานข้าวที่บ้าน แกสองคนก็ไปด้วยนะ จะได้เจอหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ ส่วน...แก จิณ ฉันให้แกเลือกว่าจะเจอว่าที่ภรรยาเมื่อไร จะเจอพรุ่งนี้เลยก็ได้ ฉันตามใจแก” หญิงชราลุกจากเก้าอี้ อำนาจและบารมีของหล่อนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง


“ฉันตื่นเต้นจริงๆ ที่จะได้หลานสะใภ้แล้ว” เป็นคำเยาะเย้ยสุดท้ายที่หล่อนทิ้งเอาไว้ให้หลานชายดูต่างหน้า


พอพ้นหลังคุณกอบกุล จิณณะก็หันมาทางบิดาทันที


“พ่อเห็นรึยังว่าผมกลับมาอยู่ที่นี่ไม่ได้”


“แต่พ่อก็ปล่อยให้แกเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นไม่ได้เหมือนกัน”


คำพูดของโกศลไม่ต่างอะไรกับกำแพงหนารอบด้านในชีวิต ปลัดหนุ่มทิ้งหลังลงพิงพนักอย่างอึดอัดและสับสน จรรยาได้แต่มองสามีและลูกชายด้วยความอับจนเช่นกัน

..................................

   พิทักษ์จอดรถที่หน้าคฤหาสน์ตระหง่านเบื้องหน้า ตอนที่ลงจากรถก็ไม่ลืมหิ้วถุงปาท่องโก๋ร้านโปรดของมารดาเลี้ยงลงจากรถด้วย


   “คุณทิศ มาแต่เช้าเชียวค่ะ” ลำดวนผู้เป็นแม่บ้านก้าวเท้าออกมาต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม


หล่อนเป็นทั้งแม่บ้านและคนที่ดูแลเขามาแต่เล็ก จนกระทั่งเขาเรียนจบและย้ายออกไปซื้อบ้านย่านชานเมืองเพื่อให้ใกล้กับธุรกิจสนามกอล์ฟของเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังแวะมาที่นี่แทบทุกวัน บางวันมาเช้า บางวันมาเที่ยง บางวันมาเย็น เพราะรู้ดีว่าบ้านหลังนี้เงียบลงไปเยอะทีเดียวนับตั้งแต่เขาและน้องชายต่างไม่ได้ทำงานในกรุงเทพ 


อย่างวันนี้เขามาแต่เช้า เพราะแม่เลี้ยงบ่นอยากทานปาท่องโก๋เจ้าอร่อย ชายหนุ่มจึงแวะไปซื้อมาให้


   “แม่ภาฝากซื้อปาท่องโก๋น่ะครับ”


แม่บ้านร่างอวบยิ้มจนตาหยี


   “ถึงว่าคุณภาไม่ให้ตั้งโต๊ะสักที มาค่ะ เดี๋ยวป้าเอาไปใส่จานจัดขึ้นโต๊ะให้นะคะ”


   “ขอบคุณครับ แม่ภาอยู่ที่ห้องทานข้าวใช่ไหม” 


รอยยิ้มและการพยักหน้ารับของลำดวนเป็นคำตอบ ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเท้าเข้าไปในบ้าน แล้วเดินเลี้ยวเข้าห้องรับประทานอาหารเป็นอย่างแรก หญิงร่างผอมนั่งอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารเพียงลำพัง ตรงหน้าหล่อนมีถ้วยเปล่าวางอยู่ในขณะที่สายตาดูจะจดจ้องอยู่กับโทรทัศน์ที่กำลังเปิดข่าวภาคเช้า แต่พอเสียงฝีเท้าดังเข้ามาในห้อง สายตาของหล่อนก็เบี่ยงมาที่ต้นเสียง


   “ทิศ...” หล่อนทักพลางยิ้มแย้มให้คนเพิ่งมาถึง


   “ป้าลำดวนบอกว่าแม่ภารอปาท่องโก๋ของผม” 


จิดาภาหรือที่ชายหนุ่มผู้เป็นลูกเลี้ยงเรียกติดปากว่า ‘แม่ภา’ ยิ้มน้อยๆ หล่อนแต่งงานกับบิดาของพิทักษ์ตอนที่เขายังเด็ก แน่นอนว่าช่วงแรกๆเป็นความขมขื่นของแม่เลี้ยงและลูกเลี้ยง แต่เพราะจิดาภานั้นเรียบง่ายและจริงใจ ท้ายที่สุดพิทักษ์จึงยินยอมมีมารดาคนที่สองในชีวิต


   “พ่อไปทำงานแล้วหรือ” ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ว่างข้างๆ คนรับใช้จึงยกถ้วยมาวางตรงหน้า


   “พ่อไปหาลุงเทียม...” 


ชื่อของลุงแท้ๆ ทำเอาพิทักษ์เลิกคิ้ว ทว่าก็รอจนคนรับใช้ตักโจ๊กใส่ถ้วยของพวกเขาแล้ว และลำดวนนำปาท่องโก๋มาวางตรงหน้า ก่อนจะให้ทุกคนออกจากห้องไปก่อน ชายหนุ่มจึงได้หันมาทางมารดาอีกครั้ง


   “ลุงเทียมเป็นอะไรหรือครับ”


   “นี่ทิศไม่รู้หรือ เมื่อคืนมีคนตาย วันนี้ออกข่าวเช้าทุกสำนักเลย”


   “เกี่ยวกับลุงเทียม?...”


   “ก็ไม่เชิง แต่ก็อยู่ในพื้นที่...” 


พิทักษ์นิ่งไปเล็กน้อย ลุงของเขาเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดหนึ่งใกล้กรุงเทพ ทั้งเรื่องขาว เรื่องเทา หรือแม้แต่เรื่องดำล้วนอยู่ในสายตา แต่จะเอื้อมมือลงไปยุ่งมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นกับสถานการณ์ 


   จิดาภาถอนหายใจเบา


   “เห็นพ่อว่าลุงเทียมโกรธมาก คราวนี้เล่นกันแรงถึงขั้นยิงถล่มบ้าน นี่แม่ยังไม่ได้โทร.หาป้ายา ลูกชายป้ายาก็รับราชการในพื้นที่นั้นล่ะ” 


คำว่า ‘ลูกชายป้ายารับราชการ’ ทำเอาพิทักษ์นึกถึงชายหนุ่มในชุดราชการเมื่อคืนขึ้นมาทันที


   “เมื่อคืนทิศก็น่าจะเห็น ลูกชายป้ายาที่มางานวันเกิดคุณกอบกุลไง ที่ใส่ชุดราชการมาน่ะ”  จิดาภาอธิบายเพิ่ม


ถึงหล่อนและจรรยาจะไปมาหาสู่กันตามประสาพี่น้อง แต่ลูกชายของพี่สาวกับลูกเลี้ยงของหล่อนก็ไม่ได้โตมาด้วยกันตามประสาลูกพี่ลูกน้อง เคยเล่นเคยรู้จักกันตอนเด็กๆก็จริง แต่เมื่อต่างเติบโต ต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทาง ไม่ได้เจอกันนับสิบปีแล้ว


   “อ้อ...ครับ” ชายหนุ่มไม่ได้แจงว่านอกจากเขาจะเห็นลูกชายของป้ายาผู้รับราชการแล้ว เขายังมีโอกาสได้ทำแผลให้ด้วย


   “ตอนเด็กๆ แม่เคยพาทิศกับทิวไปเล่นที่บ้านคุณกอบกุลไง ยังจำได้รึเปล่า” จิดาภาทวนความหลังพลางยิ้ม พิทักษ์เพียงแค่ยิ้มจางตอบ ความทรงจำในวัยเยาว์นั้นลางเลือนเต็มทน แต่ที่ยังแจ่มชัดคือ ‘จิณณะ’ เป็นคนแปลกแยกจากหลานคนอื่นๆของคุณกอบกุล ชนิดที่ถ้าทุกคนพร้อมใจกันเล่นเกมส์ในบ้าน เจ้าตัวจะออกไปโลดโผนข้างนอก ต่อให้ไปเพียงลำพังก็จะไปอย่างมุ่งมั่น


   “ตอนนี้เขารับราชการใช่ไหมครับ”


   “ใช่ เป็นปลัดอำเภอ”


   “ผมนึกว่าเขาจะเข้าไปช่วยงานในบริษัทของคุณกอบกุลเสียอีก”


จิดาภาหัวเราะเบาๆยามคิดถึงหลานชายหัวแข็งอย่างจิณณะ


   “เจ้าตัวยอมที่ไหนล่ะ ป้ายากับลุงโกก็ตามใจลูกชายนะ แต่คุณกอบกุลไม่ปลื้มเท่าไร”


พิทักษ์เห็นด้วยกับคำว่าคุณกอบกุลไม่ปลื้ม มีอย่างที่ไหนไปร่วมงานเลี้ยงในชุดราชการแบบนั้น ทั้งๆที่คนอื่นใส่สูทกันเต็มยศ คนหน้าใหญ่อย่างคุณกอบกุลคงรู้สึกเหมือนถูกหลานชายหักหน้าเอากลางงาน


   พอพูดถึงหลานชายแล้ว จิดาภาก็ถอนหายใจอีกเฮือกด้วยความเป็นห่วง


   “แต่ไม่รู้จะยังยอมตามใจอยู่ไหม เรื่องยิงถล่มจนมีคนตายคราวนี้ก็ดันเกิดในอำเภอที่จิณเป็นปลัดด้วย”


คำพูดของมารดาเลี้ยงทำเอาพิทักษ์ชะงัก จู่ๆเขาก็นึกถึงรอยขาดที่เครื่องแบบและรอยแผลบนแขนซ้ายที่เขาเป็นคนทำความสะอาดใส่ยาให้จิณณะเมื่อคืน


   ตอนเขาถามว่าเกิดจากอะไร ชายหนุ่มดูออกว่าอีกฝ่ายปิดบังอะไรบางอย่าง


   ...อาจจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรืออาจจะไม่...


   “เขาเป็นข้าราชการ คงไม่น่าเป็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกมั้งครับ” พิทักษ์ปลอบ จิดาภายิ้มรับ


   “ทิศก็โทร.หาลุงเทียมหน่อยนะ เผื่อแกอยากให้ช่วยอะไร”


   “ครับ แม่ภา” ชายหนุ่มรับคำ ทว่าในใจของเขากลับวางใจลุงเทียมผู้กว้างขวาง มากกว่าข้าราชการอย่างจิณณะเสียอีก


..................................
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 27-12-2018 20:37:20



แม้จะรู้ว่าเสี่ยง แต่จิณณะก็จำต้องกลับไปร่วมงานศพของทองสุกในคืนนั้น 


อันที่จริง ทองสุกไม่ใช่คนใหญ่คนโตในจังหวัด เป็นแค่ชาวบ้านที่ทำงานให้กับหน่วยงานรัฐในอำเภอเล็กๆ แต่เรื่องถูกบุกยิงถล่มบ้านจนเสียชีวิตกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ลงข่าวทุกสำนักทั่วประเทศ ผู้หลักผู้ใหญ่ในสายราชการจึงพากันมาร่วมงาน ไม่เว้นแม้แต่ คุณเทียม ผู้กว้างขวางของจังหวัดที่ว่ากันว่าโกรธจัดกับเรื่องที่เกิดขึ้น


จิณณะก้าวเท้าไปในศาลาที่สว่างไสว เขายกมือรับไหว้หญิงร่างท้วมหน้าตาโศกเศร้าผู้เป็นภรรยาของทองสุก ชมพู่ตาแดงก่ำตอนพบหน้าเขา


“ผมเสียใจด้วย” เขาพูดได้เท่านั้น รู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ พูดไม่ออกแม้แต่จะบอกว่าเขาเป็นคนอยู่กับทองสุกคนสุดท้ายในคืนเกิดเหตุ


“ถ้าเขาไปเยี่ยมแม่กับหนู เขาก็ไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้”


เมื่อคืน ภรรยาของทองสุกไปเยี่ยมมารดาที่อยู่อีกอำเภอหนึ่ง หล่อนไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ ส่วนคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุอีกคนคือจิณณะที่นอกจากแผลที่แขนซึ่งอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาวแล้ว ก็ยังปกติสุขดีผิดกับทองสุกที่นอนอยู่ในโลง


“เขาบอกหนูว่ามีเรื่องต้องทำ ปลัดรู้ไหมว่าอะไร”


จิณณะรู้สึกตีบตันไปทั้งคอ หากจะมีเรื่องที่ทองสุกต้องทำและปฏิเสธที่จะไปเยี่ยมมารดาของภรรยาก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ชวนเขาไปทานข้าวที่บ้าน นอกนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ


“ไม่รู้...” เขาตอบเบา เรื่องที่คุยตอนทานข้าวกับทองสุก บางเรื่องเป็นเรื่องลับก็จริง แต่ไม่มีเรื่องไหนเร่งด่วนขนาดที่จะต้องชวนเขาไปทานข้าวเมื่อวานนี้ หนำซ้ำยังเป็นวันที่ภรรยาชวนไปเยี่ยมมารดาที่อีกอำเภอด้วย


“เขาไม่น่าจะต้องมาตายแบบนี้” ภรรยาของทองสุกคร่ำครวญ น้ำตาไหลเป็นสายจนญาติพาไปนั่งพัก จิณณะถือโอกาสปลีกตัวไปไหว้ผู้ใหญ่ ทั้งหัวหน้าในสายงานของเขาและเจ้าภาพวันนี้อย่าง คุณเทียม


คุณเทียม เป็นชายร่างใหญ่กำยำ แม้อายุหกสิบปีแล้ว แต่ก็ยังแข็งแรงทะมัดทะแมง ที่สำคัญคือยังคงแผ่อำนาจและบารมีอย่างที่เคยเป็นมาตลอดสามสิบปีในเส้นทางการเมืองทั้งระดับประเทศและท้องถิ่น หลังจากลามือจากวงการระดับประเทศ คุณเทียมกลับมาจังหวัดบ้านเกิด คลุกคลีกับการเมืองท้องถิ่น ว่ากันว่าภาครัฐเกรงใจ ภาคท้องถิ่นก็กริ่นเกรง จะทำอะไรสักอย่างในจังหวัดนี้ ล้วนต้องผ่านการพยักหน้าของคุณเทียมทั้งนั้น


ทว่าไม่ใช่เหตุการณ์นี้


“นั่งสิปลัด เพิ่งมาจากกรุงเทพหรือ”


แม้จะอยู่ที่นี่แต่ก็หูตากว้างไกลรับรู้เรื่องในแวดวงธุรกิจ หรืออาจจะเพราะจิณณะทำให้เรื่องงานเลี้ยงเมื่อคืนโด่งดังก็ไม่รู้ 


“ครับ...” จิณณะตอบพร้อมรอยยิ้มจาง ก่อนจะก้มลงมองเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กดำของตัวเอง


“เลยลืมเครื่องแบบไว้ที่บ้าน...”


อันที่จริงต้องเรียกว่าจงใจลืม เพราะเครื่องแบบขาด เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเมื่อคืนมีอีกคนที่รอดตายจากเหตุการณ์ยิงถล่มบ้านของทองสุก จนกว่าเขาจะสืบได้ว่าเกิดอะไรขึ้น


ปัง!!


เสียงปืนดังก้องไปทั้งวัด เสียงหวีดร้องตกใจดังอื้ออึงพร้อมกับการก้มตัวหลบของคนทั้งศาลา เสียงก้องเพียงนัดเดียวแต่เหมือนระเบิดทำลายล้างสูงที่ดึงจิณณะกลับไปเรื่องเมื่อคืน


เมื่อคืนที่เขาอยู่ในเหตุการณ์ เมื่อคืนที่เสียงปืนดังไปทั่วไม่รู้กี่นัด เมื่อคืนที่เขารอด...แต่ทองสุกตาย 


เหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก หัวใจเต้นถี่รัว ดวงตาตื่นตระหนกของปลัดหนุ่มเหลือบไปมองรูปหน้าโลงศพราวกับเหตุการณ์เฉียดตายกำลังเกิดซ้ำ


“ปลัด เป็นอะไรรึเปล่า” เสียงเรียกปลุกสติทำเอาจิณณะต้องกะพริบตาถี่ๆ เขาเงยหน้ามองคนเรียก คุณเทียมมีลูกน้อง 3-4 คนยืนประกบแล้ว พอกวาดสายตาไปทั่วศาลาก็พบว่าทุกคนอยู่ในอาการอกสั่นขวัญแขวน เสียงอื้ออึงถามหาคนเจ็บ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร


“ก...เกิดอะไรขึ้น...” เขาถามเสียงแผ่ว รู้สึกเหมือนเหงื่อกาฬแตกเต็มหลังในเวลาแค่ไม่กี่นาที 


“มีคนเข้ามายิงปืนในวัด”


จิณณะกลืนน้ำลายเหนียวหนืด


“จ...จับได้ไหมครับ...”


“จับไม่ได้ มันขับมอเตอร์ไซค์ไม่สวมป้าย” คุณเทียมที่ได้รับรายงานจากลูกน้องซึ่งยืนรักษาความปลอดภัยอยู่รอบๆศาลาเป็นคนอธิบาย 


“ปลัดเป็นยังไงบ้าง ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น”


“ป...เปล่าครับ ผม...ไม่ค่อยถูกโรคกับเสียงดังๆเท่าไร” จิณณะอ้าง ต้องกลืนน้ำลายหลายอึกเพื่อรวบรวมสติและขจัดภาพที่เกิดขึ้นเมื่อคืน


คุณเทียมหันไปทางนายอำเภอที่ยืนอยู่ด้วยกัน หน้าตาของชายผู้กว้างขวางในจังหวัดดูโกรธเคืองราวกับเกิดเรื่องกับคนในครอบครัวของตนเอง 


“คนตายไปแล้ว มันยังไม่หยุดแบบนี้ ไม่ได้เกรงใจกันเลยนะ นายอำเภอ”


“ผมจะรีบให้ตำรวจตามตัวมาให้ได้” นายอำเภอรับคำอย่างขันแข็ง แต่ดูเหมือนคุณเทียมจะไม่หยุดแค่นั้น เกิดเรื่องอุกอาจในจังหวัดจนเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังตามมาขู่กันถึงในงานศพ


“มันคงคิดจะขู่ครอบครัวคนตาย ผมจะให้ลูกน้องช่วยดูแลเมียกับแม่ยายนายทองสุกด้วย แล้วจะคุยกับผู้กำกับเอง ต้องจับคนทำให้ได้!”


จิณณะรู้สึกเหมือนอากาศที่หายใจเข้าไปกลายเป็นเหล็กหนักอึ้งทับปอด เขาไม่คิดว่าเสียงปืนเมื่อครู่นี้จงใจขู่ครอบครัวของทองสุก แต่พวกนั้นรู้ว่าเมื่อคืนนี้มีคนอื่นอยู่ในเหตุการณ์ และเป็นคนที่รอดตาย


ทั้งๆที่อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าว แต่ปลัดหนุ่มกลับเย็นสะท้านไปทั้งสันหลัง


ไม่ใช่แค่เก็บทองสุก แต่พวกมันต้องการเก็บเขาด้วย


ความกลัววิ่งพล่านไปทั้งร่าง


หลังสวดศพของทองสุกในคืนนั้น จิณณะขับรถกลับเข้ากรุงเทพทันที!

..................................

สัปดาห์นี้ของพิทักษ์ค่อนข้างว่าง เขาจึงแวะมาหาบิดามารดาในตอนเช้าเป็นวันที่สองติดกัน ตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหาร บิดาและมารดาเลี้ยงของเขากำลังรับประทานอาหารกันอยู่โดยเปิดโทรทัศน์ดูข่าวภาคเช้าไปด้วย ช่วงนี้ไม่มีข่าวไหนได้รับความสนใจมากไปกว่าข่าวยิงถล่มบ้านชาวบ้านคนหนึ่งจนเสียชีวิตอีกแล้ว


ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาที่โต๊ะอาหาร ยกมือไหว้บิดาและมารดาเลี้ยง สายตาเหลือบไปเห็นข่าวบนโทรทัศน์แล้วก็พลันนึกถึงลุงของเขา


“ลุงเทียมว่ายังไงบ้าง พ่อ”


เรื่องที่เกิดขึ้นจนโด่งดังไปทั่วประเทศ แม้จะไม่เกี่ยวกับลุงของเขาสักนิด แต่ใครๆก็รู้ว่า คุณเทียมคือผู้กว้างขวางในจังหวัด แม้จะไม่มีตำแหน่งทั้งในการเมืองท้องถิ่นและในแวดวงราชการ แต่นักข่าวกลับบุกไปปักหลักรอทำข่าวที่หน้าบ้านของคุณเทียมยิ่งกว่าไปทำข่าวที่บ้านผู้เสียชีวิตเสียอีก


“โกรธอย่างกับยักษ์ เมื่อวานมีคนไปก่อกวนในงานศพด้วย” ทศพรตอบ เพียงเท่านั้นจิดาภาก็ถึงกับหันมามอง


“ก่อกวนในงานศพด้วยหรือ?!”


“ใช่ เห็นว่าขับมอเตอร์ไซค์มายิงปืนขู่แล้วรีบหนีไป”


“ตายจริง” จิดาภายกมือแตะอกอย่างตกใจ พลันคิดถึงหลานชายที่รับราชการในจังหวัดที่เกิดเหตุเช่นกัน


“แล้วหลานของภาว่ายังไงบ้าง” ทศพรหันมาถามภรรยา เขาพอจะรู้จักกับครอบครัวของจรรยาและโกศลอยู่บ้าง เพราะตอนที่จิณณะไปเป็นปลัดที่นั่นใหม่ๆ สองสามีภรรยามาฝากฝังจิณณะกับเขา ให้ช่วยฝากคุณเทียมเป็นหูเป็นตาให้ด้วย


“พี่ยาไม่ได้พูดอะไร แต่ก็น่าห่วง จิณเป็นปลัดที่อำเภอนี้ด้วย” จิดาภามีแววเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะวางช้อนลงกับถ้วยข้าวต้ม


“ภาจะลองโทร.ไปถามพี่ยาดู” จากนั้นจึงรีบลุกจากโต๊ะเพื่อไปโทรศัพท์ เมื่อพ้นหลังจิดาภาแล้ว ชายหนุ่มผู้เป็นลูกจึงเอ่ยปากถาม


“พ่อว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับหลานแม่ภารึเปล่า” ทศพรเลิกคิ้วเล็กน้อย


“แกคิดว่าเกี่ยวหรือ”


พิทักษ์นึกถึงแผลที่แขนของปลัดหนุ่มคนนั้น แต่ก็เลือกที่จะเงียบ


“ก็เห็นแม่ภาว่าอยู่ในอำเภอนั้นพอดี” ทศพรโคลงศีรษะ


“พ่อก็ไม่รู้ แต่...พี่เทียมบอกว่าคนตายเป็นสาย”


เกิดเป็นความเงียบลอยเคว้งอยู่ในห้องอาหารจนกระทั่งจิดาภากลับเข้ามาอีกครั้ง สีหน้าของหล่อนดูจะเพิ่มความกังวลมากกว่าเมื่อครู่มากนัก


“มีอะไรหรือภา...” ทศพรถาม


“สงสัยจะเป็นปีชงของจิณ พี่ยาบอกว่าวันนี้คุณกอบกุลจะพาผู้หญิงมาให้พี่ยากับพี่โกดูตัว”


“หือ ดูตัว? ดูตัวให้ใคร”


“จะดูให้ใครล่ะคะ ก็ดูให้ตาจิณน่ะสิ”


“แล้วเขายอมกันหรือ”


“เกิดเรื่องแบบนี้ พี่โกก็เลยไม่ขัดแม่เขาแล้วน่ะสิ สงสารตาจิณ พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกจริงๆ...” จิดาภาได้แต่ครวญ

...............................

ทว่าคนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกที่ถูกพูดถึงนั้น เพิ่งตื่นลงมาจากห้องนอนในตอนเกือบเที่ยง จิณณะก้าวเท้าลงจากบันไดทีละขั้นด้วยความรู้สึกเหมือนถูกถ่วงด้วยลูกตุ้มหนักสัก 100 กิโล เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ชีวิตชีวาของเขาหายไปเพียงเวลาไม่กี่วันนับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น


ชั่วชีวิตนี้ไม่คิดว่าจะต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้เลย


ความกลัวตายยังคงแทรกซึมอยู่ทุกอณู ใจกลัวจะออกไปทำงานแล้วไม่ได้กลับมาอีก แต่อีกใจก็รู้ว่าจะหลบอยู่แต่ในบ้านไม่ได้


เขาควรจะทำยังไงดี ทองสุกตายไปแล้วหนึ่งคน และเขาอาจจะเป็นรายต่อไป แต่จะยอมตายทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นแบบนี้ แล้วเขาจะไปพบหน้ายมบาลได้อย่างไรกัน


“จิณ” เสียงเรียกดังขึ้น ทำเอาปลัดหนุ่มที่ยังไปไม่ถึงที่ทำงานต้องหันมอง จรรยาเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น หน้าตาของหล่อนทั้งอัดอั้นและเต็มไปด้วยความกังวล


“มาคุยกับแม่”


จิณณะที่ไม่มีแม้แต่น้ำสักแก้วรองท้อง จำต้องเดินตามมารดาเข้าไปในห้องนั่งเล่น บิดาของเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว จรรยาปิดประตูทันทีที่เขาเข้าไป


   “เมื่อคืนมีคนเข้าไปยิงขู่ในงานศพใช่ไหม”


คำถามแรกของจรรยานั้นตรงเผง หนำซ้ำยังตรงกับความจริงด้วย


   “แม่...รู้ได้ยังไง”


   “น้าภาโทร.มาบอก” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจเบาอย่างนึกขุ่น จิดาภาเป็นห่วงเขา เขาก็รู้อยู่หรอก แต่เรื่องแบบนี้มันน่าเอามาเล่าให้แม่ของเขาฟังเสียที่ไหน


   “จิณ งานต่อไปอาจจะเป็นงานของแกนะ!” จิณณะได้แต่เม้มปาก


   “แล้วแม่จะให้ผมทำยังไง ลาออก แต่งงานตามใจคุณย่าหรือ”


   “แล้วจิณมีวิธีแก้ปัญหาที่จะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ไหม?!” จรรยาย้อนถาม หน้าตาเคร่งเครียดไม่ได้ต่างไปจากลูกชายเลย หล่อนทรุดตัวลงนั่งกุมขมับบนโซฟา


   “ผู้หญิงที่คุณย่าหาให้ ทางบ้านเขาช่วยเรื่องย้ายกลับมาที่นี่ได้...”


เดิมทีหล่อนไม่เห็นด้วยกับการที่คุณกอบกุลจะบังคับจิณณะแต่งงาน แต่เวลานี้อันตรายเกิดขึ้นรอบตัวจิณณะไม่เว้นวัน หายนะในชีวิตกำลังพรากลูกชายคนโตไปจากหล่อน ทางเลือกของจรรยาในเวลานี้จึงเบนไปทางเดียวกับคุณกอบกุล


   ให้จิณณะแต่งงาน ให้จิณณะกลับมาอยู่กรุงเทพฯ ทำยังไงก็ได้ให้ห่างไกลจากอันตรายให้มากที่สุด


   “แม่จะให้คนอื่นมาคุ้มกะลาหัวผมหรือ” บุตรชายคนโตถามแทรก


   “ใช่! เพราะพ่อกับแม่คุ้มกะลาหัวแกไม่ได้ไงจิณ! แกไม่เข้าใจหรือว่าที่ที่แกอยู่ พ่อกับแม่เอื้อมไม่ถึง! สิ่งเดียวที่แม่ทำได้ตอนนี้คือหาใครก็ได้ที่จะทำให้แกปลอดภัยและไม่ตายก่อนแม่!” ความหวาดหวั่นในใจของจรรยาเวลานี้ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่ากลัวว่าจะได้จัดงานศพให้ลูกของตัวเอง


   จิณณะได้แต่กรอกตามองเพดาน ทว่าลายฉลุสวยงามพวกนั้นไม่ได้ทำให้จิตใจของเขาสงบลงเลย ทั้งๆที่ไม่ใช่ลูกที่ดีที่ตามใจบิดามารดามาแต่ไหนแต่ไร แต่เขาก็ไม่เคยทำให้บุพการีเป็นกังวลขนาดนี้เช่นกัน ชายหนุ่มเดินเข้าไปทรุดตัวนั่งยองลงตรงหน้ามารดา มือใหญ่กอบกุมมือของจรรยาเอาไว้ แล้วลูบแผ่วเบา


   ดวงตาจับจ้องมือเหี่ยวย่นบอบบางในมือของเขา ก่อนจะเหลือบขึ้นสบตากับมารดา


   “ผมขอโทษที่ทำให้แม่เป็นห่วง”


   “แต่ถ้าผมจะให้ใครมาคุ้มกะลาหัวผม ผมขอหาเอง”


   “จิณ...แกจะไม่กลับมากรุงเทพฯจริงๆใช่ไหม”


ดวงตาของบุตรชายนั้นเต็มไปด้วยประกายหลากหลาย ทั้งอัดอั้น ทั้งกังวล ทั้งเจ็บปวด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีความมุ่งมั่นในสิ่งที่คิดจะทำ


   จิณณะเป็นเช่นนี้เสมอ ลูกชายคนโตของหล่อนผู้ยึดมั่นในความคิดและการกระทำของตนเอง


   “คืนนั้นผมอยู่กับพี่สุก ผมรอด เขาตาย และตอนนี้ผมกำลังถูกหมายหัว ผมหนีไปตลอดไม่ได้ วันหนึ่งต้องมีคนรู้ว่าอีกคนที่รอดคือผม ก่อนที่จะมีคนรู้ ผมต้องรู้ให้ได้ว่าใครทำเรื่องนี้ แล้วทำไปทำไม ผมหนีไม่ได้”


เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังมาจากบิดาที่นั่งเงียบ จิณณะหันไปมองโกศล ดวงตาของบิดาที่มองมานั้นทั้งเจ็บปวดแต่ก็เข้มแข็ง


   “ถ้าแกคิดจะกลับไปที่นั่น ก็ต้องให้คนที่นั่นช่วยดูแล”


   “พ่อหมายถึงใคร”


   “คุณเทียม” 


ปลัดหนุ่มทำหน้าปั้นยาก เขารับราชการ ในขณะที่คุณเทียมเป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น การที่จู่ๆเข้าไปพินอบพิเทาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ไม่ใช่ภาพลักษณ์ที่ดีของข้าราชการอย่างเขาเลย


   “ทำแบบนั้นยิ่งดูมีพิรุธ ผมเคยเข้าหาคุณเทียมที่ไหน”


สามพ่อแม่ลูกคิดหนัก ทว่าไม่ทันหาวิธีอื่น เสียงโทรศัพท์ของโกศลก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูพบว่าคนโทร.มาคือเบอร์จากบ้านใหญ่ซึ่งเป็นคฤหาสน์ด้านหน้าสุดของรั้วอาณาเขตตระกูลวงศ์กีรติ ผู้อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังนั้นมีเพียงคุณกอบกุล


   “แม่โทร.มา” โกศลขยับตัวเล็กน้อย พยายามขจัดความกังวลที่ลอยคว้างออกไปก่อนจะรับสาย


   ‘คุณกอบให้โทร.มาแจ้งว่าแขกมาแล้วค่ะ’ เสียงของเลขาฯส่วนตัวของคุณกอบกุลดังขึ้น ทำเอาโกศลต้องหันมองนาฬิกา วันนี้มารดาของเขานัดครอบครัวของคนรู้จักมารับประทานอาหาร โดยมีหัวข้อสำคัญในการพูดคุยคือเรื่อง ‘จิณณะ’


   “จะไปเดี๋ยวนี้” เขารับปากก่อนจะวางสาย แล้วหันมาทางภรรยาที่ยังสีหน้าไม่สู้ดี


   “มากันแล้ว”


ไม่ต้องระบุเจาะจงว่าใครที่มา ทั้งจิณณะและจรรยาก็รู้ดี สตรีเพียงคนเดียวในห้องได้แต่พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า กังวลเรื่องความเป็นความตายของลูกชายแล้ว ยังมีเรื่องที่ลูกชายถูกบังคับให้แต่งงานอีก


   จิณณะได้แต่เม้มปาก มองสภาพไร้เรี่ยวแรงของมารดาแล้วยิ่งใจโหวง จรรยาไม่เคยขัดเขา หากไม่มีเรื่องอันตรายเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาเชื่อว่ามารดาจะเป็นคนที่ยืนข้างเขาเพื่อต่อต้านความคิดของคุณย่า


ทว่า...คราวนี้มันมีเรื่องเป็นตายของเขาเข้ามาเกี่ยวข้อง...


   ...ต้องมีคนคุ้มกะลาหัว ต้องมีคนช่วยเหลือ...


   สำหรับจรรยาแล้ว จะเป็นใครก็ได้ที่จะช่วยให้ลูกอย่างเขารอดตายและมีชีวิตไปจนกว่าหล่อนจะตายก่อน แต่การแต่งงานกับคนที่คุณกอบกุลจัดสรรให้ไม่ใช่การรับประกันว่าเขาจะมีชีวิตไปได้อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปี


   คุณเทียมต่างหากที่มีบารมีเพียงพอที่จะให้เขาซุกตัว ในขณะที่เขายังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อตามหาความจริงว่าเรื่องคืนนั้นเกิดจากอะไร


   แต่จะทำยังไงให้เขาใช้บารมีของคุณเทียมได้


   พลันนั้น ภาพชายหนุ่มในชุดสูทดำสนิทที่เขาพบในงานเลี้ยงวันเกิดของคุณย่าก็ปรากฏขึ้นในหัว


   ชายที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเล่นด้วยเมื่อนานมาแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียกว่าพี่หรือคุณดี หนำซ้ำยังเคยตั้งใจว่าจะไม่กลับไปเจอกันอีก


แต่...ถ้าเพื่อให้มีชีวิตรอด...


...เพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานตามความเอาแต่ใจของคุณกอบกุล...


และ...เพื่อตามหาความจริงของเรื่องคืนนั้น...


   “แม่...”


   “คุณเทียมเป็นพี่ชายของสามีน้าภาใช่ไหม” จรรยาหันมามอง ไม่เข้าใจว่าบุตรชายจะถามไปทำไม


   “ใช่ ทำไมหรือ...”


   “แล้วลูกเลี้ยงน้าภาที่ชื่อทิศน่ะ...โสดรึเปล่า”


   จรรยาและโกศล มองหน้ากันอย่างงุนงง


   “ผมเคยได้ยินน้าภาพูดว่าโสด”


ทั้งๆที่ไม่ใช่คนใส่ใจคนอื่น แต่เขาจำได้ว่าจิดาภาเคยเล่าอย่างเอ็นดูว่า ‘สามสิบแล้ว แต่ยังโสด’


   “จิณคิดจะทำอะไร” จรรยาถามบุตรชายอย่างงุนงง


   “ผมจะไปขอน้าภา ให้ลูกชายเขามาเป็นแฟนผม”


   สองสามีภรรยาเบิกตาโต ทว่าจิณณะผู้ตัดสินใจชั่ววูบกลับดูขึงขังและมุ่งมั่นกับการตัดสินใจครั้งนี้ของตนเอง เขาหันมามองบุพการีแล้วย้ำหนักแน่น


   “คราวนี้ผมก็มีข้ออ้างไม่แต่งงานกับคนที่คุณย่าหาให้ แล้วผมก็จะได้ใช้บารมีของคุณเทียมด้วย”


   “แต่...แต่...แต่จิณเป็นผู้ชาย...” จรรยาอ้าปากพะงาบๆ ส่วนโกศลนั้นพูดไม่ออกไปแล้ว แต่จิณณะกลับยักไหล่


   “ผมไม่ได้เป็นแฟนจริงนี่ ก็แค่ทำให้คนรู้กันว่าผมเป็นคนของหลานคุณเทียม”


   “แต่...แต่...แต่ภาไม่มีทางยอม...”


ถึงแม้จะเป็นพี่น้องคลานตามกันมา และจิณณะจะเป็นหลานแท้ๆของจิดาภา แต่จรรยาเชื่อว่าน้องสาวของหล่อนไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกเลี้ยงที่เลี้ยงมาเองกับมือ


   “เพราะฉะนั้น เย็นนี้พ่อกับแม่ถึงต้องไปหาน้าภากับผมไง”


โกศลยิ่งกว่าตาเหลือก ส่วนจรรยาได้แต่อ้าปากค้าง ทว่าคนเป็นลูกกลับมีกองไฟประหลาดลุกโชนในดวงตา


เขาไม่รู้ว่าวิธีนี้เป็นทางออกที่ดีที่สุดไหม และไม่รู้ว่าจะเป็นทางออกไปสู่อะไร แต่ถ้ามันสามารถคุ้มกะลาหัวเขาได้ไปจนกว่าจะรู้ความจริง และไม่ต้องแต่งงานกับคนที่คุณกอบกุลหาให้ เขาก็คิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้


   เว้นก็แต่...จิดาภาจะยอมให้ลูกเลี้ยงเป็นแฟนกับหลานชายรึเปล่านี่สิ?


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)


บอกแล้วว่าเรื่องยาวจริงๆค่ะ ฮ่าฮ่า ตอนนี้ยาวมาก เอาเป็นว่าค่อยๆอ่านละกันนะคะ


มีคนจับได้ด้วยล่ะ ว่าสามเรื่องของบัว ‘วาระซ่อนเร้น’ ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’ และ ‘ระบบอุปถัมภ์’ เป็นคำที่พบบ่อยๆในสายการเมืองการปกครอง แต่ถ้าถามว่าเกี่ยวกับการบ้านการเมืองอะไรขนาดนั้นมั้ย คำตอบคือ สองเรื่องนั้นยังไม่เกี่ยว เรื่องนี้จะเกี่ยวได้ไง ฮ่าฮ่า


เนื่องจากตอนนี้ จะเป็นตอนสุดท้ายของปีนี้ (ไม่มีตอนพิเศษอื่นๆแล้ว)


บัวขอขอบคุณคนอ่าน คนติดตาม และทุกๆกำลังใจตลอดปีที่ผ่านมานะคะ ปีนี้บัวเหนื่อยมากๆ หลายๆครั้งรู้สึกว่าตัวเองดิ่งและหมดแรง แต่พอได้กลับมาพิมพ์นิยาย ได้กลับมาอ่านคอมเม้นท์ทั้งเก่าทั้งใหม่จากงานที่บัวเคยลงเอาไว้ ทุกๆคอมเม้นท์ช่วยดึงบัวกลับมาจริงๆค่ะ บัวเคยพูดเสมอว่าแค่แวะมาอ่านงาน ก็ดีใจมากแล้ว คอมเม้นท์หรือไม่เอาตามที่สะดวก วันนี้บัวยังยืนยันคำเดิมว่าแค่แวะมาอ่าน ก็ดีใจมากแล้ว จะคอมเม้นท์หรือไม่ก็เอาตามที่สะดวก แต่ถ้าสะดวกคอมเม้นท์ บัวอ่านทั้งหมด และทั้งหมดนั้นเป็นกำลังใจที่บัวใช้ฮีลตัวเองเวลาฉุกเฉิน (ปีนี้ฉุกเฉินแทบทุกเดือนเลยค่ะ ฮ่าฮ่า) ขอบคุณนะคะ


ปีหน้าที่จะถึง บัวขอฝากทั้งเรื่องใหม่ เรื่องเก่า ตัวละครต่างๆที่เขาก็วนๆมาเจอกันนี่ล่ะค่ะ ฮ่าฮ่า


สวัสดีปีใหม่ 2562 นะคะ


ขอบคุณพื้นที่บอร์ดตลอดปีที่ผ่านมาด้วยค่ะ


เจอกันวันพฤหัสหน้า (พี่ทิศใจดีกับปลัดหน่อยนะคะ ฮ่าฮ่า)
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 27-12-2018 21:47:20
นรกจะแตกไหมคะ 55555555 ใครยื่นอะไรให้ไม่เอา ต้องเอาอันที่ตัวเองเลือกเองและพอใจเท่านั้น สัปดนก็ไม่เกี่ยง ดื้อมาก!!! พี่ทิศก็เริ่มได้กลิ่นตุๆแล้วใช่ไหมคะ ช่วยอ่อนโยนด้วยค่ะ 5555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Ta_ii ที่ 27-12-2018 21:48:36
แค่ตอนแรกก็เข้มข้นแล้ว :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: jaja-jj ที่ 27-12-2018 21:53:17
ปลัดน่าร้ากกกกกก  คุณทิศรู้หรือยังว่าจะโดนปลัดเล่นแผลงใส่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: เก้าแต้ม ที่ 27-12-2018 21:56:18
ติดตามค่า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 27-12-2018 21:59:50
 :mc4: :mc4: :mc4: เป็นกำลังใจให้คุณปลัดค่ะจะไปขอผู้ชายมาเป็นแฟน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Tiffany ที่ 27-12-2018 22:24:51
ติดตามค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 27-12-2018 22:36:23
ความคิดคุณปลัดเริ่ดมากค่า
กลัวตายก็กลัวเนาะ ไม่อยากแต่งงานก็ไม่อยากเนาะ
ไปขอผู้ชายมาเป็นแฟนไปเลยค่า เชียร์นะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 27-12-2018 22:40:00
น้องปลัดลูกกก จะยัดเยียดตัวเองให้พี่เขาดื้อๆยังงี้ก็ได้หรอ เคยมีอดีตกันมาก่อนละเซ่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 27-12-2018 22:57:57
คุณปลัดนี่..แก่นเซี๊ยวเปรี้ยวซ่า เอ็นดู   :hao7: :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 27-12-2018 22:59:37
นายเอกเรื่องนี้แก่นมากกกกก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 27-12-2018 23:23:29
ชอบ!

ความคิดของจิณณะตอนนี้เป็นแบบช้างชนช้างมากๆ ค่ะ เอาอิทธิพลคุณเทียมมาสู้กับคุณย่าตัวเอง รอดูว่าผลจะออกมาเป็นยังไง จะแตกหักไปข้างหรือจะมีทางประนีประนอมกันได้สักทาง สองทาง สามทาง ฯลฯ แต่ที่แน่ๆ คือไม่มีการบอกฝ่ายนั้นไว้ก่อนเลยนะคะ! สนุกละทีนี้

นอกจากจะชอบเนื้อเรื่องแล้ว ก็ยังชอบบรรยากาศของ underlying plot ของเรื่องด้วยค่ะ ให้ความรู้สึกว่าเป็นท่วงทำนองงานของคุณวสิษฐ เดชกุญชร ประมาณขับเคี่ยวกันด้วยหัวใจและไกปืน ผู้ชายในชุดราชการ...แม้ว่าดูนิ่งๆ ทว่าเมื่อยามถอดชุดแล้วก็กลายเป็นเสือหนุ่มกระหาย...เลือด...แค่ก...นั่นเอง

รออ่านตอนต่อไปแทบไม่ทัน ขอบคุณคุณบัวมากๆ เลยนะคะ และขอถือโอกาสกล่าวคำว่าสวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ ^____^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 27-12-2018 23:26:20
จิณเอาแต่ใจแบบนี้ พี่ทิศจะไหวไหมนะ o18
 :L2: :pig4:
ติดตามทั้งเก่าทั้งใหม่ แน่นอนค่ะ  รอตอนพิเศษ พี่โต-ของขวัญ  ,เฮียเจ๋ง-ปก  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 27-12-2018 23:45:29
เป็นนานเอกที่หาเรื่องยุ่งมาให้ตัวเองจริงๆ แสบเอาเรื่องเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: fullfinale ที่ 27-12-2018 23:47:59
รอๆนะคะ hny ค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: anntonies ที่ 27-12-2018 23:56:55
ขบถจริงด้วยแฮะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 27-12-2018 23:57:56
นายเอกสายสุดจัด ปลัดบอก สุดจัด จนปลัดต้องกลับมาบอก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 28-12-2018 00:19:48
ชอบปลัดหนุ่มเวลาเถียงย่า 555555 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 28-12-2018 01:33:32
ว้าววว พึ่งเห็นค่ะ ดีใจที่คุณบัวมาเขียนนิยายให้อ่าน
อินและฟินมากเสมอจ้า ขอบคุณนะคะ

โอ๊ยยยย ทำไมเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้
แล้วกล้าทำเหมือนหักหน้าลุงเทียม

จิณรอดมาได้ ถือว่าดีมากแล้ว ตอนนี้เหมือนโดนขู่
แต่นั่นแหละ ถ้ารู้ตัวคนเมื่อไหร่ งานเข้าแน่
จิณโชคดีที่พ่อแม่เข้าใจ ไม่เข้าข้างย่าไปหมด

งานเข้าพี่ทิศ หรือคุณทิศแล้วค่ะ
จะได้มาเป็นผู้พิทักษ์แล้วนะ
ไม่รู้ใครจะป่วนกว่ากัน

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Sky ที่ 28-12-2018 02:48:07
เย้ เรื่องใหม่มาแล้วววว เปิดเรื่องมาก็น่าติดตามเหมือนเดิมเลย ตามค่าาา :mc4: :mc4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Rhythm ที่ 28-12-2018 05:07:07
โอ้โห! จิณณะ หลานนอกคอกที่แท้จริง ทำยังไงก็ได้ที่ไม่ต้องมาอยู่ในลู่ทางที่คุณย่าบังคับ ขอผู้ชายมาเป็นแฟน ก็ยังคิดได้ ชอบจังเธอ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 28-12-2018 05:54:07
จิณแสบใช่เล่นนะนี่ :m19: :m19:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 28-12-2018 06:24:00
ทิศจะยอมง่ายๆมั้ย อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 28-12-2018 07:58:10
ตอนนี้พระเอกแทบไม่มีบทเป็นแค่เด็กส่งปาท่องโก๋เอง 5555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 28-12-2018 09:21:15
จะไปเป็นแฟนทิศ คุณย่าไม่ปรี๊ดแตกเหรอนั่น
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 28-12-2018 10:06:52
อยากให้เจอกันแล้ว :hao6:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 28-12-2018 12:25:30
แซ่บมากเด้อ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 28-12-2018 14:17:31
คุณปลัดนี่นิสัยถอดแบบคุณย่ามาใช่ใหม

นิสัยมัดมือชกคิดเร็วเคลมเร็ว

พี่ทิศจะรับมือใหวใหม
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 28-12-2018 14:59:46
คุณปลัดดูมุ่งมั่นกับอะไรที่ตัดสินใจเลือกมาตั้งแต่เด็กๆเลยนะคะ แต่วิธีนี้จะดีจริงๆใช่มั้ยคะ เอาใจช่วยค่าา
สุขสันต์วันปีใหม่ล่วงหน้าให้คุณบัวด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆที่ผ่านมาทั้งหมด คุณบัวบอกว่าคนอ่านช่วยฮีลคุณบัว แฟนนิยายอย่างเราก็ได้นิยายคุณบัวฮีลพลังชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกันค่ะ ขอให้ปีหน้าเป็นปีที่ดีนะคะ : )
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 28-12-2018 15:32:42
น้าภาจะยอมหรือค่ะเนี่ย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Arayajanm ที่ 28-12-2018 15:39:22
เวลาตอนใหม่มาจะเริ่มอ่านบทนำใหม่ เพื่อความอรรถรสและความต่อเนื่อง งื้อออ พฤหัส พฤหัส พฤหัส
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณบัว พบกันปีหน้านะคะ ขอให้เป็นปีที่ดี สู้ๆค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 28-12-2018 15:42:26
คุณปลัด คิดได้ไงอ่ะ o13 o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 28-12-2018 20:26:30
น้าภาจะยอมหรือเปล่าไม่รู้
แต่พี่ทิศนี่ซิจะยอมเป็นให้น้องไหมนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 28-12-2018 22:54:23
โหหก คุณปลัดคิดแผนนี้ได้ไงอะ ยอมใจในความดื้อจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 29-12-2018 08:51:32
อยากรู้จักพี่ทิศ 555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Trystan ที่ 29-12-2018 21:15:55
ชอบมาก ตอนแรกก็เข้มข้นแล้ว  o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: phoenixa ที่ 29-12-2018 21:28:55
นั่นแก้ปัญหาด้วยการสร้างปัญหาหรือเปล่า
สงสารพี่ทิศรอพร้อมเตรียมจ่ายพาราแก้ปวดหัวด้วย
ท่าทางคุณปลัดจะป่วน กวนตัวกวนใจไม่น้อย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Noname_memi ที่ 29-12-2018 21:39:25
มาส่งกำลังใจค่าา สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 30-12-2018 06:20:01
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 30-12-2018 09:35:34
นายเอกของคุณบัวนี่ ไม่ธรรมดาสักคน คุณปลัดนี่ก็อยู่ๆจะไปขอผู้ชายมาเป็นแฟนเฉยๆซะงั้น 555+
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Naeon ที่ 02-01-2019 12:45:52
ชอบนิยายที่คุณบัวเขียนทุกเรื่อง หลงรักตัวละครทุกตัวมีเสน่ห์กันคนละแบบ
และกำลังจะหลงรักเรื่องนี้อีกเรื่องแล้ว รอๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 02-01-2019 12:57:36
รอๆๆๆ จะติดตามตลอดไปปปปป
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: mew.kani ที่ 02-01-2019 19:13:41
ความคิดดีนะคะคุณปลัด

รอติดตามนะคะ ใครจะหลงรักใครก่อนน้า... :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 1 (27/12/2018)
เริ่มหัวข้อโดย: Rateesiri ที่ 02-01-2019 23:45:14
จิ้มๆ ไว้ก่อนน๊า
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 03-01-2019 22:14:37
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 2


   จิดาภางุนงงเมื่อคนรับใช้วิ่งมาบอกว่าครอบครัวของพี่สาวยกโขยงกันมาถึงบ้าน หล่อนรีบเดินออกมาดูด้วยความเป็นห่วง เพราะกังวลว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่หลานชายทำงานอยู่ในท้องที่เกิดเหตุ แต่พอเห็นว่าจิณณะมาด้วย ก็ยิ้มออก


   “จิณ เป็นยังไงบ้างลูก” หล่อนถามพลางจับเนื้อจับตัวหลานชาย ความห่วงใยของจิดาภาทำให้ชายหนุ่มเริ่มชั่งน้ำหนักเรื่องที่ควรทำกับไม่


   แต่ถ้าไม่ทำ...เขาจะกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร


   ไหนจะเรื่องที่คุณกอบกุลจะจับเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนอีกก็ไม่รู้


   เพื่อความเอาตัวรอด ชายหนุ่มจึงฉีกยิ้มอ่อนให้ดูน่าสงสาร


   “ก็หนักอยู่เหมือนกันครับ น้าภา”


   “ย้ายกลับมากรุงเทพฯดีไหม ไปอยู่ทางนั้นทุกคนเป็นห่วงกันหมด”


จิณณะเหลือบมองบิดามารดา แต่ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน อันที่จริงทั้งโกศลและจรรยาไม่อยากมาด้วยซ้ำ แต่เมื่อเขาอ้างเรื่องความเป็นความตาย พ่อแม่ถึงได้ยอมมาด้วย


   “ผมยังย้ายไม่ได้ครับ ที่มาวันนี้เลยจะมาขอความช่วยเหลือจากน้าภา”


   “ให้น้าช่วย? ให้น้าช่วยอะไร บอกมาเลย ให้น้าติดต่อคุณเทียมให้ไหม”


   “เอ่อ...น้าทศกับ...กับพี่ทิศอยู่รึเปล่าครับ” เขาถามไปอีกเรื่อง จิดาภากะพริบตาอย่างงุนงง แต่ก็ตอบตามตรง


   “คุณทศไปทำงาน ส่วนทิศ...” ยังไม่ทันพูดถึงลูกเลี้ยง ประตูอัลลอยก็เลื่อนเปิดอัตโนมัติ รถยนต์หรูวิ่งเข้ามาจอดที่โรงรถ


   “นั่นไง ทิศมาพอดี”   


   จิณณะเม้มปากเล็กน้อย เขาจับจ้องไปที่รถเบนซ์สีดำก่อนที่ชายหนุ่มร่างสูงจะก้าวเท้าลงมา เป็นการเจอกันครั้งที่ 2 ในรอบ 2-3 วัน ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นับสิบปี ไม่ได้เจอกันเลย


   “จิณมีอะไรกับทิศหรือ” จิดาภาถามอย่างสงสัย หลานชายแท้ๆหันมามองหล่อน แต่เขาไม่พูดอะไรจนกระทั่งพิทักษ์ก้าวเท้าขึ้นบันไดเตี้ยหน้าบ้านมาที่หน้าประตูซึ่งพวกเขายืนอยู่


   ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สูงกว่าจิณณะแค่เล็กน้อยอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็กพอดีตัว เขาถอดแว่นตากันแดดออกตอนที่ยกมือไหว้โกศลและจรรยา ก่อนจะหันมามองจิณณะ


   “มีอะไรกันหรือครับ”


ประโยคแรกของพิทักษ์เหมือนอากาศที่กดทับไหล่สองข้างของจิณณะ เขาไม่คิดว่าจะมาเจรจาโดยมีเจ้าตัวอยู่ด้วย แต่...ไม่รู้วันนี้ก็ต้องรู้วันพรุ่งนี้อยู่ดี เพราะไม่ว่ายังไงเขาต้อง ‘เป็นแฟนกับพิทักษ์’ ให้ได้!


   “ผมมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือนิดหน่อย เราเข้าไปคุยกันข้างในได้ไหมครับ” แขกผู้มาเยือนเอ่ย มองพิทักษ์แล้วถึงได้หันไปมองจิดาภา


   เจ้าบ้านหันมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายจิดาภาที่เดินนำทุกคนเข้าไปด้านใน จิณณะเดินประกบน้าสาว มีบิดามารดาตามหลังราวกับเป็นผู้สนับสนุน ส่วนพิทักษ์มองส่งเป็นคนสุดท้าย


   สายตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่หลานชายของแม่เลี้ยงที่สูงที่สุดในกลุ่มข้างหน้า ความช่วยเหลือที่เจ้าตัวร้องขอ พิทักษ์รู้สึกถึงลางสังหรณ์ประหลาดที่พุ่งตรงมาหาเขา!

...................

   “น้าภาทราบเรื่องงานศพเมื่อคืนแล้วใช่ไหมครับ” จิณณะเกริ่นประโยคแรกทันทีที่นั่งลงบนโซฟาตัวยาวเคียงข้างจิดาภา น้าสาวของเขามีสีหน้าเป็นกังวล ลูบมือเขาอย่างห่วงใย



“ที่มีคนเข้าไปยิงปืนขู่ในงานศพใช่ไหม น้าไม่สบายใจเลยนะจิณ ย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพฯไม่ดีกว่าหรือ”



จิดาภาเป็นผู้หญิงที่จิตใจดีและมีเมตตา ดูอย่างที่รักใคร่เอ็นดูลูกเลี้ยงซึ่งติดมากับสามีก็ได้ จิณณะคาดหวังพอสมควรว่าหล่อนจะไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเขาซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ เพียงแต่...ความช่วยเหลือที่เขาอยากได้จากน้าสาว ไม่ใช่การย้ายกลับเข้ากรุงเทพ



“ถ้าย้ายกลับเข้ามา คุณย่าจะบังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รักครับ น้าภา” เขาทำสีหน้าสลด เรื่องถูกจับแต่งงานก็เรื่องหนึ่ง เรื่องที่อยากตามสืบความจริงในพื้นที่เกิดเหตุก็อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องกลัวตายก็เรื่องหนึ่ง แต่สามเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันจนจิณณะแทบไม่ได้หายใจหายคอ



ทว่า...มีใครบางคนที่จะช่วยเขาแก้ปัญญาสามเรื่องนี้ในคราวเดียวกันได้



ดวงตาเหลือบไปมองลูกเลี้ยงของน้าสาวที่นั่งอยู่ที่โซฟาเดี่ยวอีกตัว รายนั้นกำลังมองเขาอยู่ เป็นครั้งที่สองที่เจอกัน และเป็นครั้งที่สองที่สายตาของพิทักษ์มองมาที่เขาอย่างคาดคั้น



จิณณะเบี่ยงสายตากลับมามองที่จิดาภา



“น้าภาครับ ผมไม่อยากแต่งงาน” เขาย้ำ หน้าตาเศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความทุกข์



“แต่ถ้าจิณยังอยู่ที่นั่น ทั้งพ่อทั้งแม่ ทุกๆคนก็เป็นห่วงกันไปหมด”



“ผมทราบว่าทำให้ทุกคนเป็นห่วง แต่ว่า...ผมกลับมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ไม่ได้ คุณย่าต้องบังคับผมแต่งงานแน่ๆ” จิดาภาถอนหายใจ


“งั้นน้าจะฝากให้คุณเทียมช่วยดูแลจิณดีไหม”



“ผมเป็นข้าราชการ ทำแบบนั้นไม่เหมาะหรอกครับ”



“แล้วน้าจะช่วยจิณแบบไหนได้บ้าง บอกมาเลย ถ้าน้าช่วยได้ น้าจะช่วยทุกอย่าง” จิดาภาผู้มีเมตตากับคนรอบข้าง ยิ่งกับหลานแท้ๆ หล่อนยิ่งพร้อมช่วยเหลือ จิณณะกลืนน้ำลาย เขารู้ว่าวิธีการนี้ช่างเห็นแก่ตัว แต่ถ้ามันจะทำให้เขารอดพ้นจากทุกปัญหาที่เข้ามาในเวลานี้ มันก็น่าทำ



ปลัดหนุ่มเหลือบไปมองพิทักษ์ที่ยังจ้องมาที่เขา



“ผม...ได้ยินมาว่าพี่ทิศยังโสด”



จิดาภากะพริบตาปริบๆ หันไปมองลูกเลี้ยง พิทักษ์เองก็ชะงักเพราะไม่คิดว่าเรื่องที่จิณณะพูดมาทั้งหมดจะวกเข้ามาเรื่องสถานภาพของเขาได้อย่างไร



“จิณหมายความว่ายังไง” น้าสาวหันกลับมาถาม พลางมองเลยไปยังจรรยาและโกศล ทั้งพี่สาวและพี่เขยพากันหลบตา หล่อนจึงหันกลับมามองหลานชายผู้ซึ่งยังมองตรงมาที่หล่อน



“ผม...จะมาขอ...” จิดาภาชะงักกึก



“ขอ? ขออะไร?”



“ขอพี่ทิศครับ”



“ข...ขอทิศ?...ขอทิศไปทำไม?”



“ขอให้พี่ทิศมาเป็นแฟนผมครับ”



“อะไรนะ?!!” จิดาภาร้องลั่น ส่วนพิทักษ์นั้นถึงกับหงายหลังพิงพนักไปแล้ว



“อย่างที่น้าภากับ...พี่ทิศทราบ...” จิณณะพูดต่ออย่างไว เขามองทั้งน้าสาวและมองพิทักษ์ ซึ่งบัดนี้เรียก ‘พี่’ เต็มปากเต็มคำเพื่อความสนิทสนมกลมเกลียว 



“คุณย่าบังคับให้ผมแต่งงานกับคนที่คุณย่าหาให้ ผมกลับมาอยู่กรุงเทพฯไม่ได้ แต่ถ้าจะอยู่ในพื้นที่ต่อไป พ่อแม่ก็เป็นห่วง จะฝากให้คุณเทียมช่วยดูแลผม แต่ตัวผมเป็นข้าราชการ วันดีคืนดีจะเข้าไปอยู่ใกล้ชิดคุณเทียม เรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้น...ผมจำเป็นต้องมีคู่ และต้องมี...เอ่อ...มีคนที่ทำให้ผมอยู่ใกล้คุณเทียมโดยที่ไม่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นข้าราชการแต่อาศัยอำนาจคนท้องถิ่น ถ้าหากทุกคนรับรู้ว่าผมเป็นคนของพี่ทิศ ทุกอย่างจะจบครับน้าภา ผมไม่ต้องแต่งงานกับคนที่คุณย่าหาให้ และผมอยู่ในพื้นที่อย่างปลอดภัยเพราะถือว่าเป็นคนของหลานคุณเทียม”



“แต่...แต่...ทั้งจิณทั้งทิศ เป็น...เป็นผู้ชาย...”



“ทั้งผมทั้งพี่ทิศก็ยังเป็นผู้ชายครับ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ทำให้คนอื่นๆเข้าใจว่าผมเป็นคนของพี่ทิศเท่านั้นเอง เรื่องนี้พี่ทิศไม่เสียหายแน่นอน” จิดาภาพูดไม่ออก หรือต้องบอกว่าหล่อนช็อกจนหัวสมองอื้ออึงไปหมด ทว่าก่อนที่จิณณะจะได้กล่อมต่อ เสียงทุ้มแต่เข้มงวดของคนที่นั่งหลังพิงพนักก็ดังขึ้น



“นี่เรียกว่าวิธีการแก้ปัญหาหรือ?!” จิณณะหันไปมองเจ้าของเสียง กำลังจะตอบอย่างเต็มปากเต็มคำว่า ‘ใช่’ แต่พิทักษ์ไวกว่า 



“ก่อปัญหาชัดๆ!” ร่างสูงลุกพรวดจากโซฟาแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นทันที ดูก็รู้ว่าเจ้าตัวหงุดหงิดและอารมณ์เสียขนาดไหนกับการขอความช่วยเหลือของจิณณะ ทว่าปลัดหนุ่มไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำปฏิเสธ เขาหันกลับมาทางน้าสาว



“ผมรู้ว่ามันดูไร้สาระ แต่ผมต้องการความช่วยเหลือจริงๆครับน้าภา ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ผมยินดีเคลียร์ทุกอย่างเพื่อพี่ทิศจะได้กลับมามีชีวิตแบบเดิม”



น้าสาวยังคงพูดไม่ออก แต่จิณณะไม่รอให้หล่อนปฏิเสธอีกคน



“ขอผมคุยกับพี่ทิศหน่อยนะครับ” เขาลุกจากโซฟา แต่ก่อนจะเดินออกจากห้องก็ไม่วายหันกลับมาส่งสายตาให้มารดาช่วยตะล่อมจิดาภาต่อ จรรยาทำหน้าปั้นยาก แต่พอคิดถึงความอยู่รอดปลอดภัยของบุตรชายแล้ว หล่อนก็ทำได้เพียงลุกมานั่งข้างน้องสาว



“ช...ช่วยพี่ ช่วยลูกพี่สักครั้งนะภา แล้วพี่จะไม่ขออะไรจากภาอีกเลย”



เป็นประโยคเดียวที่จรรยานึกออก และเป็นประโยคเดียวที่ทำให้จิดาภาพูดอะไรไม่ออกนอกจากนวดขมับตัวเองอย่างอับจนปัญญา



ใครหนอ คิดวิธีช่วยเหลือแบบนี้...


.............................


คนรับใช้บอกกับจิณณะว่าพิทักษ์อยู่ในห้องทำงานบนชั้นสองปีกซ้ายของบ้าน ปลัดหนุ่มอาศัยความเป็นญาติให้คนรับใช้พานำไปยังชั้นบน มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้เขามาหยุดอยู่แค่นี้ก็เห็นจะใช่ที่



พอมาหยุดอยู่ที่หน้าประตู เขาก็ไล่ให้คนรับใช้ไปทำอย่างอื่นเสีย ส่วนตัวเองเคาะประตูสามทีแล้วก็ถือวิสาสะเปิดเข้าไปในห้อง 



ห้องทำงานกว้างขวางมีโมเดลสนามกอล์ฟตั้งอยู่กลางห้อง กิจการที่พิทักษ์ดูแลอยู่คือสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ติดอันดับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาไม่ได้สนใจว่ามันหรูหราและสวยงามแค่ไหน ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการหาทางคุยกับพิทักษ์



“ถึงกับต้องขึ้นมาที่นี่เลยหรือ” เสียงทุ้มดังมาจากเบื้องหลัง จิณณะหันไปมองถึงได้พบคนที่เขาต้องการพูดคุยเป็นการส่วนตัว



พิทักษ์ยืนอยู่ที่ประตูระเบียง ก่อนจะเดินกลับเข้ามาขยี้มวนบุหรี่ลงกับที่เขี่ย อารมณ์เสียขนาดไหนไม่ต้องบอก เพราะทั้งๆที่ไม่ใช่คนติดบุหรี่ แต่ก็ถึงขั้นต้องหยิบมาสูบ



ทว่าจิณณะไม่รู้เรื่องที่นี้ เขาเพียงปรายตามองว่าที่เขี่ยบุหรี่อยู่ไกลมือของลูกเลี้ยงของน้าสาวเพียงพอที่จะไม่หยิบมาขว้างใส่หัวเขา พอพิทักษ์เดินไปนั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่แล้วจ้องมาทางเขา ปลัดหนุ่มถึงได้เอ่ยปาก


“ผมมาเพื่อขอร้องพี่”


เจ้าของห้องทำงานกลอกตามองเพดานเพื่อระงับอารมณ์


“วิธีของคุณมันไม่ใช่การแก้ปัญหา!”


“แล้ววิธีไหนคือการแก้ปัญหา”


“กลับมาอยู่กรุงเทพฯ!”


“ผมยังกลับไม่ได้”


“ทำไม?” จิณณะนิ่งไปอึดใจหนึ่ง เขารู้ว่าเรื่องถูกบังคับแต่งงานจะเอามาอ้างกับพิทักษ์ไม่ได้ คนอย่างนี้...ต้องใช้เหตุผลอย่างอื่น


“...คนที่มายิงขู่ในงานศพ...จงใจขู่ผม” เขาตัดสินใจพูดความจริง พิทักษ์เบิกตากว้าง


“แล้วแบบนี้ยังจะดื้ออยู่ที่นั่นต่ออีกหรือ?!”


“ต่อให้ผมหนี พวกนั้นก็ต้องตามเก็บผมอยู่ดี”


“ทำไมต้องเก็บคุณ”


“ผมบอกไม่ได้ เป็นความลับราชการ” จิณณะบอกปัด ทั้งๆที่ความจริงแล้ว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมทองสุกถึงถูกฆ่า หรืออาจจะถูกหมายหัวอยู่แล้ว ส่วนเขาเป็นคนที่อยู่ผิดที่ผิดเวลา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็กลายเป็นคนที่จะถูกเก็บเป็นรายต่อไป ถ้า...ไม่สามารถหาคนคุ้มกะลาหัวได้


“ถ้าคุณไม่พูด ผมก็ไม่ช่วย!” เสียงของพิทักษ์แข็งกร้าว ทว่าที่แกร่งยิ่งกว่าเสียงของเขาคือสายตาของจิณณะที่ยังคงมองตรงมาราวกับจะต้องได้ในสิ่งที่ร้องขอ



“แต่ถ้าพี่ไม่ช่วย ผมก็คงไม่รอด” เป็นการยื่นข้อเสนอที่ทำเอาคนเสียงแข็งถึงกับพูดไม่ออก เพียรบอกตัวเองว่าระหว่างเขาและจิณณะไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆต่อกันเลย หากจิณณะจะเป็นอะไรไปสักคน เขาก็ไม่เดือดร้อน แต่ดูเหมือนคนที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยจะเข้าใจเหตุผลนี้ดี เพราะเจ้าตัวพูดต่อทันที



“น้าภา...คงจะเสียใจมากทีเดียว”


ใช่! ข้อเดียวที่พิทักษ์และจิณณะเกี่ยวข้องกันคือจิณณะเป็นหลานของจิดาภา ส่วนเขาเป็นลูกเลี้ยงที่จิดาภาเลี้ยงมายี่สิบกว่าปี


“อย่าเอาแม่ภามาขู่ผม!”


   “ผมไม่ได้ขู่พี่ ผมแค่พูดความจริง ผมมีปัญหา และพี่คือคนเดียวที่จะช่วยผมได้ แต่ถ้าพี่ไม่ช่วย ผมก็ทำอะไรไม่ได้ และ...อาจจะไม่รอด” สีหน้าของคนพูดว่าจะไม่รอดนั้นเรียบเฉยราวกับเจ้าตัวตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องโน้มน้าวให้พิทักษ์ยอมช่วยเหลือ


   เจ้าของห้องทำงานเดาะลิ้นกับเพดานปากอย่างงุ่นง่าน จ้องมองหลานของแม่เลี้ยงแล้วก็อยากกระโจนเข้าไปเขย่าตัวดูสักทีว่าในสมองมีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง ถึงได้สรรหาวิธีการประหลาดพิลึกแบบนี้ออกมา


   “ต้องให้ผมช่วยยังไง?!” แต่ไม่ว่าจะอยากเขย่าตัวแรงๆ หรืออยากจะปฏิเสธแค่ไหน แต่พิทักษ์ก็ทนเพิกเฉยต่อสีหน้าเศร้าหมองของมารดาเลี้ยงไม่ได้ จิดาภาดูแลและเอาใจใส่เขาและน้องชายมาแต่เล็ก หากไม่มีหล่อน ทั้งเขาและน้องคงไม่เติบโตขึ้นมาเป็นคนเต็มคนอย่างทุกวันนี้


   “ง่ายนิดเดียว พี่ทำเหมือนผมเป็นแฟนพี่”


คนฟังถึงกับหลับตานวดขมับแล้วคำรามในคอ


   “นั่นไม่เรียกว่าง่าย!” ทว่าจิณณะยักไหล่


   “พี่ไม่เคยมีแฟนหรือ” นอกจากจะอยากกระโจนเข้าไปเขย่าแล้ว พิทักษ์อยากฉีกเนื้อคนถามตาใสเป็นชิ้นๆด้วยซ้ำ


   “พี่ก็แค่ทำเหมือนผมเป็นคนของพี่ ทำให้คนอื่นรับรู้ว่าผมอยู่ใกล้คุณเทียม ผมแค่อยากได้บารมีลุงของพี่คุ้มครองผม”


   “แล้วจะทำอะไรต่อไป”


   “ผมจัดการเอง” จิณณะพูดง่ายๆ แต่สายตาของพิทักษ์ยังจ้องเขม็งราวกับจะบอกว่าการพูดด้วยท่าทางสบายๆแบบนี้ไม่มีทางได้รับความช่วยเหลือ


   “...มันเป็นความลับราชการ ผมพูดมากกว่านี้ไม่ได้ แต่เอาเป็นว่าพี่ไม่เดือดร้อนหรอก ผมแค่อยากให้คุณย่าเลิกบังคับผมแต่งงาน แล้วก็แค่อยากได้ความปลอดภัยในระหว่างที่อยู่ที่นั่น ถ้าทุกอย่างเคลียร์ เรื่องของเราก็จบ” ไม่พูดอย่างเดียว แต่ปลัดหนุ่มแบมือสองข้างพลางยกไหล่ให้ยกดูว่า จบจริงๆ ไม่มีอะไรเหลือในมือสักนิด พิทักษ์ต้องเบือนสายตาหนีเพื่อสงบสติอารมณ์อยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองหลานของจิดาภาอีกครั้ง


   “ทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย เรื่องนี้ต้องจบ!”


   “แน่นอน ผมเป็นผู้ชาย ไม่คิดจะเป็นแฟนพี่ไปตลอดหรอก”


   พิทักษ์ไม่พูดอะไรอีก ความหงุดหงิดยังสุมเต็มอก แต่การที่เขายืนเงียบโดยไม่ไล่ตะเพิดจิณณะออกจากห้องทำงานก็เป็นคำตอบแล้วว่าอีกฝ่ายประสบความสำเร็จในการร้องขอความช่วยเหลือจากเขา


   “ช่วงนี้ ผมคงต้องแวะไปหาพี่บ่อยๆ ก่อนไปผมจะโทร.ไปบอกไว้ก่อน”


พิทักษ์เงียบ ไม่ตอบ แต่ก็ดูรู้ว่าฟังอยู่


   “อาจจะต้องมีออกงานด้วยกันบ้าง พี่ไม่ต้องบอกว่าเราเป็นแฟนกัน เอาให้คลุมเครือก็พอ”


   “ผมรู้! ผมไม่บ้าที่จะพูดอะไรแบบนั้นหรอก!”


คราวนี้คนหงุดหงิดหันมากระแทกเสียง ทว่าจิณณะไม่ถือสา เขายักไหล่ไม่ยี่หระกับอารมณ์ของลูกเลี้ยงของน้าสาว


   “ดีครับ ถ้างั้นไว้เจอกัน อาจจะเป็นพรุ่งนี้ที่ผมจะเข้าไปหาพี่ ปกติอยู่ที่ไหน สนามกอล์ฟ?” ปลัดหนุ่มปรายตาไปยังโมเดลสนามกอล์ฟที่ตั้งอยู่ไม่ไกล


   “อือ” เป็นคำตอบที่เจ้าตัวไม่ค่อยอยากตอบเท่าไรนัก เพราะไม่มองหน้าจิณณะเลยสักนิด แต่ก็เป็นอีกครั้งที่จิณณะไม่สนใจกับท่าทีของอีกฝ่าย


   “แล้วไว้ผมจะโทร.ไปหาก่อนไปเยี่ยม” เขาว่าอย่างนั้น แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆจากคนที่เมินสายตาหนีไม่มองเขาอีก จิณณะพอจะเข้าใจว่าพิทักษ์น่าจะต้องการเวลาเพื่อปรับอารมณ์พอดู เขาถอยไปยืนที่ประตูห้อง แต่พอหันไปเปิดประตู เสียงของเจ้าของห้องก็ดังขึ้น


   “มีเบอร์ผมหรือ”


ปลัดหนุ่มหันกลับไปมอง เขาไม่ตอบ แต่ยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย ทว่าดวงตาที่มองตรงมานั้น ทำให้พิทักษ์ตระหนักถึงความจริงข้อหนึ่ง


   จิณณะไม่ได้มาที่นี่พร้อมกับคำขอร้อง แต่มาที่นี่พร้อมกับความมุ่งมั่นว่าจะต้องได้ในสิ่งที่ต้องการ


   ไม่มีเสียงตอบจากคนถูกถาม มีเพียงเสียงปิดประตูลงแผ่วเบาเมื่อคนมาเยือนออกจากห้องไปโดยทิ้งรอยยิ้มที่มุมปากและสายตาแน่วแน่เอาไว้ ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะลุกจากโต๊ะเดินไปหยิบที่เขี่ยบุหรี่แล้วเดินออกไปนอกระเบียง


   บุหรี่มวนที่ 2 ถูกจุดไฟในวันที่ไม่ใช่แค่ลางสังหรณ์มาเยือน แต่เป็น ‘ปัญหา’ ที่มาเหยียบถึงห้องทำงานของเขา


   จิณณะ!

.............................

จิดาภาเดินวนอยู่หน้าห้องทำงานของลูกเลี้ยง หล่อนไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอย่างไรดี


มันเป็นความละอาย...


ปนเปกับความกังวล...


และห่วงใย


ละอายใจกับการขอความช่วยเหลือของครอบครัวพี่สาว แต่ก็กังวลเรื่องหลานชาย ถึงอย่างนั้นหล่อนก็เป็นห่วงความรู้สึกของลูกเลี้ยง


บานประตูถูกเปิดออก ทำเอาหญิงวัยปลายร่างผอมหันมอง หล่อนสบตากับพิทักษ์ ก่อนที่เป็นฝ่ายชายหนุ่มเอ่ยปาก


“เขากลับไปกันแล้วหรือ” เขาที่ว่า พิทักษ์หมายรวมทั้งบิดามารดาของจิณณะด้วย


จิดาภาได้แต่พยักหน้ารับ ตอนที่จิณณะลงมาบอกว่าพิทักษ์ยอมช่วยเหลือ เจ้าตัวก็ยกมือไหว้ขอตัวกลับเลย หล่อนไม่รั้งเอาไว้สักนิดเพราะห่วงความรู้สึกลูกเลี้ยง พอส่งครอบครัวพี่สาวแล้วก็ถึงได้รีบขึ้นมาเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องของพิทักษ์จนกระทั่งตอนนี้


แต่...พอพิทักษ์ออกมาพบหน้า ก็กลายเป็นจิดาภาเสียเองที่พูดอะไรไม่ออก สีหน้าลำบากใจ ดูแล้วมีเรื่องอยากพูดแต่ไม่รู้จะพูดอะไรนั้น พิทักษ์ที่แม้เป็นเพียงลูกเลี้ยงแต่ก็ถูกหล่อนเลี้ยงดูมายี่สิบกว่าปี มีหรือเขาจะดูไม่ออกว่ามารดาเลี้ยงรู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น


“เขาคงบอกแม่ภาแล้ว”


คราวนี้ เขาที่ว่า จิดาภาเข้าใจว่าชายหนุ่มเจาะจงไปที่หลานชายของหล่อนเพียงคนเดียว


“จิณบอกว่าทิศจะช่วย...”


ชายหนุ่มไม่ตอบ มองเมินไปทางอื่น อารมณ์ของเขาไม่คงที่นัก แต่ไม่ใช่ความผิดของจิดาภาเลยที่เขาอารมณ์เสีย ที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้ส่วนหนึ่งเพราะคนสร้างปัญหา และสองคือตัวเขาที่ยอมช่วยเหลือเพราะเหตุผลเพียงข้อเดียวคือเจ้าตัวเป็นหลานของจิดาภา


“แม่...” จิดาภาพูดไม่ออก หล่อนอยากขอบคุณเขาที่ยอมให้ความช่วยเหลือหลานชาย แต่มันก็ช่างเป็นคำขอบคุณที่เห็นแก่ตัวเกินไปที่จะพูดออกมา


“ผมช่วยเพราะเขาเป็นหลานแม่ภา” พิทักษ์พูดเรียบๆ จิดาภาได้แต่พยักหน้ารับรู้ ทว่าสีหน้าของหล่อนยังเต็มไปด้วยความกังวล ความห่วงใย และความรู้สึกผิด


ชายหนุ่มถอนหายใจเบา โอบบ่าเล็กของจิดาภาราวกับจะปลอบประโลม


“แม่ภาไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องคิดอะไรแทนบ้านนั้น ผมช่วยเพราะเขาเป็นหลานของแม่ภาก็จริง แต่ผมช่วยเท่าที่ผมช่วยได้ อะไรที่มากกว่าที่ผมจะทำได้ ผมก็ไม่ทำ” พิทักษ์พูดอย่างตรงไปตรงมา แต่เป็นความตรงไปตรงมาที่พอจะช่วยคลายความละอายในใจของแม่เลี้ยงลงได้ หล่อนเงยหน้ามองแล้วยิ้มจาง


“แม่ไม่รู้จะขอบใจทิศยังไงดี”


“ไม่ต้องหรอกครับ ไปเถอะ ลงไปทานข้าวกัน นี่พ่อกลับมาหรือยัง”


“ยัง แต่โทร.มาบอกว่าออกจากบริษัทแล้ว” ชายหนุ่มพยักหน้ารับ


“ดีครับ ผมจะได้บอกพ่อเรื่องนี้ด้วย” พิทักษ์พูดอย่างนิ่งสงบ จิณณะคิดจะขอความช่วยเหลือจากเขา ก็ต้องรู้ว่าคนอย่างเขาจะช่วยก็ต่อเมื่อ ‘รู้’ ทั้งหมด ข้ออ้างเรื่องความลับราชการ ใช้กับเขาไม่ได้!


ถ้าจะเก็บเป็นความลับราชการ ก็ให้ราชการช่วยสิ ถ้าจะให้เขาช่วย เขาก็ต้องรู้ว่าความลับที่ว่าคือเรื่องอะไร!

................................

จิณณะรู้ว่าเขามีเวลาไม่มากนัก ยิ่งหาสาเหตุเรื่องที่ทองสุกถูกฆ่าได้เร็ว ก็ยิ่งจัดการคนบงการได้ไวเท่านั้น นั่นหมายความว่าชีวิตของเขาจะปลอดภัย ไหนจะเรื่องที่ต้องทำให้คุณกอบกุลผู้เป็นย่าเห็นว่าเขาเป็นหลานนอกคอกที่ไม่ควรเจ้ากี้เจ้าการแม้กระทั่งเรื่องแต่งงานอีก


เช้าวันต่อมา ชายหนุ่มขับรถจากกรุงเทพมาที่ว่าการอำเภอ ทำงานจนเกือบเที่ยงก็ดำเนินการแผนการขั้นต่อไปทันที


เขากดเบอร์ที่ได้มาจากมารดา แล้วรอสายอยู่อึดใจหนึ่ง ปลายสายรับ แต่ไม่พูดอะไร คาดว่าคงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเบอร์เขา


“พี่ทิศให้ผมไปหาที่ไหนดี”


เที่ยงนี้เขาจะแวะไปหาพิทักษ์เป็นครั้งแรก แน่นอนว่าจงใจใส่เสื้อโปโลที่มีสกรีนชื่อกิจกรรมของหน่วยงานอยู่กลางหลัง ชนิดที่ถ้าเดินไปไหนในจังหวัดนี้ ทุกคนต้องรู้ว่าเขาทำงานอะไร


‘ผมอยู่ที่สนามกอล์ฟ’ คำว่า ‘ผม’ จากปลายสายทำเอาจิณณะส่ายหัว ขยันสร้างกำแพงเหลือเกิน ทั้งๆที่ยินยอมให้ความช่วยเหลือแล้วแท้ๆ


“โอเค เดี๋ยวผมไปรับ”


‘รับไปไหน’ ปลายสายรีบถามเสียงฟังดูหงุดหงิด แต่จิณณะหมุนปากกาในมือเล่นเหมือนกำลังสบายอารมณ์


“เที่ยงแล้วก็ต้องทานข้าวไงครับพี่” ถึงอีกฝ่ายจะพูดจาสุภาพมา แต่ปลัดหนุ่มก็อาศัยลูกเนียนเรียกอย่างสนิทสนมให้สมกับที่เราจะเป็นของกันและกัน


‘ทานที่คลับนี่ล่ะ’


จิณณะเลิกคิ้วเล็กน้อย ลืมไปสนิทว่าสนามกอล์ฟของพิทักษ์นั้นนอกจากจะใหญ่โตติดอันดับในภูมิภาคนี้แล้ว ยังหรูหราไม่เป็นสองรองใคร ได้ข่าวว่าถึงขั้นจ้างเชฟมือดีทำอาหารที่คลับของสนามด้วยซ้ำ


แต่ทานที่คลับสนามกอล์ฟตอนเที่ยงของวันธรรมดา แล้วมันจะเป็นที่กล่าวขานได้ยังไงว่า จิณณะกับพิทักษ์คบหากันอยู่


‘ผมมีประชุมตอนบ่าย ถ้าไม่ทานที่นี่ คุณก็ไม่ต้องมา เพราะผมไม่ไปทานที่อื่น’ ปลายสายทำเสียงเข้ม แต่จิณณะไม่ใช่คนยอมความง่ายๆ


“ก็ได้” ไม่ใช่คนยอมง่าย แต่ถ้ายอมล่ะก็ ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน “...แต่เย็นนี้ไปงานศพกับผม”


อีกฝ่ายเงียบ คาดว่าน่าจะกำลังกัดฟันอยู่ แต่จิณณะไม่รอให้คนกัดฟันกับข้อเสนอของเขาคิดหาอะไรมาโต้แย้ง


“แล้วเจอกัน” ปลัดหนุ่มว่าอย่างนั้น ก่อนจะกดตัดสาย ลดโทรศัพท์ในมือมาอยู่ในระดับสายตาแล้วแยกเขี้ยว


ถ้าไม่ใช่ว่าเป็นหลานคุณเทียม หมอนี่จะเป็นคนสุดท้ายบนโลกใบนี้ที่เขาจะขอความช่วยเหลือ!

.........................



หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 03-01-2019 22:15:19

ไม่เกินครึ่งชั่วโมง รถบีเอ็มของจิณณะก็เลี้ยวเข้าจอดที่ลานจอดรถหน้าอาคารทรงโมเดิร์นกรุกระจกสีเขียวชา ตัวอาคารเป็นทรงเตี้ย หน้ากว้าง อยู่หน้าสุดของสนามกอล์ฟสีเขียวกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา


ปลัดหนุ่มลงจากรถแล้วก้าวเท้าขึ้นบันไดเตี้ยหน้าตึกเข้าไปด้านใน ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ไอเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศก็ทำหน้าที่ต้อนรับเขาก่อนใคร ดวงตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนที่พนักงานของคลับจะเข้ามาต้อนรับ


“ผมมาพบคุณพิทักษ์”


“คุณจิณใช่ไหมครับ”


จิณณะพยักหน้ารับ พนักงานชายในชุดเสื้อเชิ้ตสวมกั๊กพาเขาเดินนำไปยังห้องอาหารซึ่งมีทั้งส่วนที่อยู่ในห้องปรับอากาศและส่วนระเบียงที่ผินสู่สนามกอล์ฟเขียวขจี ในห้องอาหารมีลูกค้าอยู่หลายกลุ่ม แม้จะไม่มีใครสนใจการมาของจิณณะ แต่เขาว่ามันก็เป็นสถานที่ที่ใช้ได้ทีเดียวในการที่เขาจะสร้างข่าวการทานข้าวเที่ยงกับ ‘คนของเขา’


ทว่า ‘คนของเขา’ นี่สิ ไม่ร่วมมือด้วยเสียเลย!


จิณณะเดินไปถึงโต๊ะที่พิทักษ์นั่งอยู่เพียงลำพัง แต่เป็นการนั่งลำพังที่ไม่เปล่าเปลี่ยวแต่อย่างใด เพราะเจ้าตัวมีจานอาหารอยู่ตรงหน้าและกำลังทานมื้อเที่ยงคนเดียว ทั้งๆที่เขาบอกแต่แรกว่าจะมาทานด้วย


“นี่พี่ทานแล้วหรือ” เขาถาม ตาจิกลงมองจานอาหารที่หมดไปมากกว่าครึ่ง พิทักษ์เหลือบตาขึ้นมอง หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดปากแล้วตอบอย่างไม่สนใจนัก


“นี่เที่ยงสิบห้าแล้ว ผมบอกคุณแล้วว่าผมมีประชุมบ่าย”


เป็นคำตอบที่ทำให้คนอุตส่าห์รีบบึ่งรถมารู้สึกคันไม้คันมือ แต่...เอาเถอะ เขาจะยอมก็ได้


“มีประชุมบ่ายที่นี่ใช่ไหม” จิณณะถาม


“ใช่”


“ถ้าอย่างนั้นก็นั่งทานกับผมจนกว่าจะถึงเที่ยงห้าสิบห้าก็แล้วกัน” บอกแล้วว่าถ้าเขายอม นั่นหมายความว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยน พิทักษ์เงยหน้ามองทันที แต่คนพูดกลับยักไหล่


“ผมเหลือเวลาให้ห้านาทีเพื่อให้พี่เตรียมตัวแล้วนะ แต่ตอนนี้เวลาของพี่ต้องเป็นของผม”


ปลัดหนุ่มว่าอย่างนั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินไปตักอาหารที่ไลน์บุฟเฟ่ต์ พิทักษ์มองตามร่างสูงสมส่วนที่อยู่ในชุดเสื้อโปโลและกางเกงสแล็ก ดูสบายๆ...ทว่าด้านหลังเสื้อโปโลที่มีสกรีนชื่อหน่วยงานประจำอำเภอนั้นแผ่หราราวกับจงใจใส่มาบอกให้คนที่นี่ได้รู้ว่าเจ้าตัวทำงานที่ไหน


จิณณะไม่ใช่คนสบายๆอย่างที่เจ้าตัวแสดงออก แต่เขี้ยวลากดินไม่แพ้ใคร!


“ตัวแสบ!...” พิทักษ์คำรามในคอ ดวงตาคมกริบจับจ้องคนที่เดินไปเดินมาอยู่ที่ไลน์บุฟเฟ่ต์


แล้วหลังจากนั้น มื้อเที่ยงของคนสองคนที่ต่างฝ่ายต่างหงุดหงิดกันและกันก็เริ่มต้นขึ้นในห้องอาหารของสนามกอล์ฟแห่งนี้เอง

...............................

เดิมที คุณกอบกุลเกิดและเติบโตในครอบครัวมีอันจะกิน แต่เมื่อแต่งงานกับสามีที่เลือกสรรด้วยตนเอง ก็เป็นเหตุให้ถูกตัดออกจากวงศ์ตระกูล แต่เมื่อเลือกแล้วก็มุ่งมั่นจะสร้างเนื้อสร้างตัวพิสูจน์ตน เสียดายสามีที่เลือกเองกลับด่วนจากไป จากคุณหนูครอบครัวร่ำรวย กลายเป็นแม่หม้ายสามีตาย ล้มลุกคลุกคลานสร้างธุรกิจด้วยน้ำมือตนเองจนวันนี้เป็นปึกแผ่น


แน่นอนว่าหล่อนติดนิสัยวางอำนาจ ใช้บารมีทั้งต่อหน้าและลับหลังกับคนอื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่หล่อนต้องการ และเวลานี้ สิ่งที่หล่อนต้องการมากที่สุดคือการจับหลานชายนอกคอกที่ชื่อจิณณะแต่งงาน


หล่อนเกลียดหลานคนนี้หรือ


ไม่หรอก หล่อนรัก...แต่อาจจะรักน้อยกว่าหลานคนอื่นอยู่สักหน่อย เพราะหลานคนนี้ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ตามใจ ไม่พินอบพิเทาเหมือนที่หลานคนอื่นทำกับหล่อน จิณณะทำทุกอย่างตามใจตัวเอง เลือกเรียนในคณะที่หล่อนคิดว่าไม่มีประโยชน์ จบออกมาแทนที่จะมาช่วยงานของตระกูลก็ดันออกไปทำเอกชนที่อื่นอยู่พักหนึ่ง แล้วสอบเข้ารับราชการ


เงินเดือนราชการกับตำแหน่งงานในต่างจังหวัดคือสิ่งที่จิณณะเลือก ซึ่งคุณกอบกุลมองว่าเป็นทางเลือกที่คิดสั้นสิ้นดี


แต่ตอนนี้หมดเวลาสำหรับให้จิณณะไปหลงระเริงกับสิ่งที่เจ้าตัวเลือกเองแล้ว ถึงเวลาที่หล่อนจะเลือกให้บ้าง


“คุณกอบคะ โทรศัพท์จากท่านเสรีค่ะ” เลขานุการส่วนตัวเข้ามาในห้องพักผ่อนในคฤหาสน์ของตระกูล คุณกอบกุลกำลังนั่งจิบชายามบ่ายและดูข่าวต่างประเทศบนโทรทัศน์ไปด้วยต้องรีบวางถ้วยชาลง กดหรี่เสียง แล้วหันไปรับ


ท่านเสรีเป็นที่ปรึกษาในแวดวงราชการ อำนาจบารมีพอตัวชนิดที่หากหล่อนจะไหว้วานให้เขาช่วยย้ายหลานชายเข้ามาช่วยราชการในกรุงเทพฯโดยที่ไม่ต้องรอให้จิณณะจัดการเอง เขาก็ทำให้ได้ แต่มีข้อแม้...คือจิณณะต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขาเสียก่อน


หากเปรียบตระกุลของคุณกอบกุลเป็นบ่อทอง ทางฝั่งท่านเสรีก็เป็นคลังอำนาจนั่นล่ะ


“สวัสดีค่ะ ท่านเสรี” คุณกอบกุลรับสายด้วยน้ำเสียงแหบอย่างคนสูงอายุ แต่นุ่มนวลเพื่อหวังใช้ประโยชน์จากปลายสาย ก่อนจะเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อคำถามแรกจากชายวัยเจ็ดสิบนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลานชายของหล่อน


“ตาจิณหรือคะ ใช่ค่ะ เขาเป็นปลัดอำเภอ...” ตำแหน่งงานของหลานชายคนไม่โปรดคนนี้ออกจะแผ่วลงเล็กน้อย


“ค่ะ ในท้องที่นั้น...ท่านเสรี...เอ่อ...อยู่ที่นั่นตอนนี้หรือคะ”


“ตีกอล์ฟ? อ้อ...ใช่ค่ะ หลานชายคุณเทียมเป็นลูกเลี้ยงของน้าสาวของตาจิณ”


ท่านเสรีบอกกับหล่อนว่าเขาไปตีกอล์ฟและบังเอิญพบจิณณะไปทานข้าวกลางวันที่นั่นกับหลานชายคุณเทียม สอบถามคนรอบข้างก็พบว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่พบ แต่เมื่อวานก็มีคนเห็นจิณณะแวะไปที่สนามกอล์ฟของพิทักษ์ และรับประทานอาหารด้วยกัน


คำบอกเล่าของปลายสายทำให้คุณกอบกุลแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจิณณะและพิทักษ์จะไปมาหาสู่กัน แต่ถ้าคิดถึงลำดับญาติที่เหมือนจะเกี่ยวดองกันกลายๆแล้ว ก็ไม่ดูผิดแปลกอะไรนัก


แต่...ไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันสองวันแล้ว?


สนิทกันขนาดนั้นเชียวหรือ?


“เอ๊ะ? ไปงานศพด้วยกันด้วยหรือคะ” คุณกอบกุลขมวดคิ้ว จิณณะมีเหตุผลอะไรที่ต้องไปทานข้าวกับลูกเลี้ยงของน้าสาวถึงสองวันติดต่อกัน หนำซ้ำยังไปงานศพด้วยกันอีกต่างหาก


“เอ่อ...เขาเป็นญาติกัน ก็สนิทกันเป็นธรรมดาล่ะค่ะ ตาจิณเองอีกหน่อยก็ต้องมาช่วยงานของดิฉัน ส่วนคุณพิทักษ์หลานคุณเทียมก็เห็นว่าบริหารงานเก่ง ตาจิณคงไปศึกษางานนั่นล่ะค่ะ จริงสิ วันเสาร์นี้ จะให้ตาจิณเข้าไปกราบท่านดีไหมคะ จะได้ฝากเนื้อฝากตัวเอาไว้ ค่ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวจะให้เลขาฯของดิฉันติดต่อกับเลขาฯของท่านนะคะ สวัสดีค่ะ” คุณกอบกุลลดโทรศัพท์ในมือลง สีหน้าครุ่นคิดด้วยไม่รู้ว่าหลานชายอย่างจิณณะคิดจะทำอะไร


สองคนนั้นอาจจะสนิทกัน นัดแนะไปทานมื้อกลางวันด้วยกันสองวันติด อาจมีเรื่องปรึกษาหารือ ย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องไปงานศพทองสุกที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่โด่งดังไปทั้งประเทศ


หนำซ้ำท่านเสรียังย้ำว่า ‘ไปด้วยกัน’


คุณกอบกุลส่งโทรศัพท์คืนให้เลขาฯร่างอวบวัยห้าสิบที่ดูแลหล่อนมานาน ก่อนจะสั่งเสียงกำชับ


“โทร.บอกตาโกกับเมีย ว่าวันเสาร์นี้ฉันต้องเห็นหัวจิณที่กรุงเทพฯ!”


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

ขอโทษที่มาดึก แต่ก็ยังนับว่าเป็นวันพฤหัสเนอะ ฮ่าฮ่า

ปลัดจิณสร้างปัญหา เป็นตัวแสบ(ที่ตัวไม่น้อยเลย) แต่ยังไงก็ฝากเอ็นดูปลัดด้วยนะคะ ปลัดเข้าปีชงมากๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดสุดๆ ฮ่าฮ่า

ตอนที่แล้วมีคนแซวว่าพี่ทิศเป็นเด็กหิ้วปาท่องโก๋ โถ..อุตส่าห์ตั้งชื่อเพื่อเอาเคล็ดว่าต้องได้รับหน้าที่สำคัญแล้วนะคะ ยังโดนแซวว่าเป็นเด็กหิ้วปาท่องโก๋อี๊กกกก ฮ่าฮ่า

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และพื้นที่บอร์ดค่ะ

เจอกันใหม่พฤหัสหน้า ปลัดจิณปะทะคุณย่าอีกแล้ววววว...
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 03-01-2019 22:50:12
สนุกดีค่ะ
อ่านแล้วคิดถึงจันทร์เจ้าเลยค่ะ
จะเอาเรื่องเหมือนกันไหมนิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: sosobo21 ที่ 03-01-2019 22:53:29
รู้สึกสั้นจังเลยค่ะ อยากให้ถึงพฤหัสฯหน้าแล้ววว

จิณณะต้องรับมือทั้งคุณพิทักษ์และคุณกอบกุลเลยนะคะ แต่ดูความรั้นแล้วน่าจะเอาอยู่นะคะ 55

ปล. เม้นแรกของเรื่องนี้ คิดถึงนิยายคุณบัวมากเลยค่า

 :mew1:

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 03-01-2019 23:00:25
คุณปลัดน่าเอ็นดู คงทำให้คนพี่ปวดหัวร้อยแปด   :laugh: :laugh: :laugh:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 03-01-2019 23:08:37
เป็นกำลังใจให้ทุกๆเรื่องนะคะ แล้วก็สวัสดีปีใหม่ด้วยค่ะ

ในส่วนของน้องจิณนั้น เลือกผู้อุปถัมภ์ได้ดีมากลูกกกก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 03-01-2019 23:39:30
จิณณะ ร้านมากๆ 555  แต่เด้ยวจะเจอ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 03-01-2019 23:55:19
 :katai2-1:


แล้วเจอกันนนนนน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 03-01-2019 23:59:12
นี้แค่เริ่มต้นเองนะ อย่าเพิ่งปวดหัวบ่อยล่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 04-01-2019 00:12:27
เมื่อคุณบัวบอกว่า ปลัดจิณ เป็นตัวแสบ ที่ตัวไม่น้อย
ก็เชื่อได้ว่า ต้องเป็นตัวเสบ ที่แซ่บ จริงแท้แน่นอน :laugh:
 :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: jaja-jj ที่ 04-01-2019 00:27:20
เขินนนนนนน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 04-01-2019 00:39:30
จิณได้เชื้อคุณย่ามาแน่ๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 04-01-2019 03:02:31
จิณมัดมือแล้วตุ้ยท้องพี่เขาชัดๆ 555
สงสารพี่ทิศ อยู่ดีๆก็มีตัวอันตรายเข้ามาป่วนเฉย
เอานะๆ เดี๋ยวค่อยเอาคืนตัวแสบทีหลัง ทบต้นทบดอกไปเลยค่ะพี่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ♥►MAGNOLIA◄♥ ที่ 04-01-2019 04:43:02
ระทึกใจจริงๆ   :z3:  :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 04-01-2019 08:14:53
ได้ยินคำว่าตัวแสบแล้ว เขินไปสิบตลบ อุแง้ จิณได้คุณย่ามาเต็มๆ!
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 04-01-2019 08:27:49
คำบ่นว่า...ตัวแสบ!!! นี่แสดงออกถึงความเอ็นดู
นะคะพี่ทิศ :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 04-01-2019 09:06:40
เหมาะกันดีมากนานๆเข้าพี่ทิศคงไม่อยากเลิกแล้วล่ะมั้ง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Patsz ที่ 04-01-2019 11:06:42
เรื่องใหม่มาแล้ว นายเอกเรื่องนี้ท่าทางแสบไม่แพ้ นายเอกเรื่องก่อนๆ ขอบคุณคนเขียนจ้า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 04-01-2019 12:09:16
คุณย่าลมจับแน่ ถ้าความแตก ^^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 04-01-2019 12:50:05
งานเข้าที่พี่ทิศเต็มๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 04-01-2019 13:49:29
สักวันจะยุให้พี่ทิศจัดการปลัดจิณจอมป่วนสักดอกสองดอก อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 04-01-2019 13:50:07
มัดมือชกแบบสุด ๆ 5555 จิณจะแก้เกมคุณย่ายังไงน้าาาาาาา แค่คิดก็สนุกแล้วซิ หึหึหึ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 04-01-2019 15:07:50
รอดูว่าเขาจะงัดอะไรมาสู้กัน 555555555555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 04-01-2019 15:42:46
5555 สงสารคุณพิทักษ์ ทำไมจิณณะทำร้ายพี่แบบนี้
คือแย่แน่ แต่เชื่อว่าทิศเอาอยู่ค่ะ
ถึงจิณจะร้ายยังไง ไม่น่าสู้ทิศไหว
รอทิศออกโรงค่ะ  :hao7:

แต่หนักกว่าตอนนี้ คือต้องพาไปเจอคุณย่าก่อนไหม
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 04-01-2019 21:03:59
โอ๊ยยยยชอบบบบ ปลัดตัวแสบ .. คืออ่านไม่อยากให้จบตอนเลยจริงๆ แนวนายเองลุยๆ บู๊ๆ นี่เราชอบมากเลย .. พี่ทิศอ่อนโยนกับน้องบ้าง 55555 นั่นน้องจิณ แฟนคลุมเครือของพี่ทิศเอง 5555  :laugh:

“ถ้าเป็นความลับราชการ ก็ไปให้ข้าราชการช่วยสิ” 555555  :m20:  หูยยยย 10 เต็ม 10 ไปเลยจ้าาาพี่ทิศของน้องจิณ 5555

นับวันนับคืนรอเลย อยากให้ถึงทุกวันพฤหัสฯ เร็วๆ  :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: sapphire_yaoi ที่ 04-01-2019 22:28:39
เขามาอ่านเรื่องใหม่ของพี่บัวคร่าส <3 เปิดเรื่องมาได้น่าติดตามมาก ลุ้นน้องปลัดว่าจะแสบได้ถึงขั้นไหน 555 o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: angelhani ที่ 04-01-2019 22:42:12
อยากให้ลงนิยายทุกวันเลยค่ะ ชอบมาก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 04-01-2019 22:49:08
่นายเอกของคุณบัวตัวแสบทั้งนั้นแหละค่า แต่ท่าทางปลัดจิณจะแสบมากกว่าใคร
ขอเตือนนะคะพี่ทิศ ระวังหลงตัวแสบจนโงหัวไม่ขึ้น
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 04-01-2019 23:00:48
วิธีแก้ปัญหาฉบับตัวแสบมากค่ะ 5555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 05-01-2019 00:36:18
เตรียมยาดมรอให้คุณย่าเลย จิณนี่แสบจริงๆ 5555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 05-01-2019 07:17:28
ความมันส์กำลังมา  :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 05-01-2019 15:38:32
ตาจิณนีืแสบไม่เบาแบบนี้พี่คุน้องไหวไหมน้า ตามลุ้นค่ะ :hao3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 05-01-2019 20:43:08
แสบกว่าทุกเรื่องนะ นายเอกเรื่องนี้ ยังคิดถึงของขวัญ  พี่โต  ฝังจิต ฝังใจ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 06-01-2019 01:02:01
ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ทั้งจิณณะ ทั้งคุณย่า และพิทักษ์ คุณย่าก็คิดว่าตนเองมีอำนาจสามารถชักใยใช้ใครก็ได้ จิณณะเองก็คิดว่าวิธีที่ตัวเองเลือกนี้จะประสบผลสำเร็จ ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร แต่คนที่ลั่นวาจาว่าให้เรื่องจบเมื่อทุกอย่างสมตามหวังของจิณณะแล้วนั้น คือพิทักษ์ ซึ่งใครๆ ก็รู้ว่าถ้าพูดแบบนี้ออกไป ร้อยทั้งร้อยก็ต้องกลืนคำพูดตัวเอง เอาเป็นว่า ทุกคนอยู่ในกำมือของจิณณะทั้งนั้น

รอดูต่อไปค่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอบคุณคุณบัวสำหรับอัปเดตนี้นะคะ ^___^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 06-01-2019 18:00:43
คุณปลัดเราแสบจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 06-01-2019 19:32:55
น้องจิณนิสัยเหมือนคุณย่ามากๆ

พี่ทิศใจดีกับน้องจิณหน่อยนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 06-01-2019 20:04:49
นิยามสั้นๆ ตามพี่ทักเลย "ตัวแสบ"
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: borntobeyours ที่ 10-01-2019 16:54:35
ถ้าคุณย่ารู้จะหัวใจวายมั้ย5555555 แต่ขำอะ อ่านแล้วได้ฟีลจอมขวัญกับพี่โต ฮื่อ คิดถึงมากๆ รอนะค้า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 10-01-2019 18:07:22
มารอค่าาาาาา
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 2.../หน้าที่ 4 (03/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Tuffina ที่ 10-01-2019 19:17:48
วิ่งตามมาอ่านนิยายคุณบัวค่ะ เรากล้าพูดได้เต็มปากเลยค่ะว่านิยายคุณบัวเป็นสิ่งเยียวยาจิตใจเราเวลาที่เราเหนื่อยได้มากๆ เราอมยิ้มทุกครั้งที่ได้อ่านนิยายดีๆสวยงามของคุณบัว เป็นกำลังใจให้นะคะ :L1:
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 10-01-2019 21:41:05
(*เปลี่ยนฝ่ายของวรชิต เป็น ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน)

ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 3


จิณณะวางสายจากมารดาแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ รอยยิ้มจางปรากฏที่มุมปาก


ไม่คิดมาก่อนว่าโลกจะแคบขนาดนี้ หลังจากกระเหี้ยนกระหือรือไปทานข้าวเที่ยงกับพิทักษ์ที่สนามกอล์ฟตลอดทั้งสัปดาห์ แถมลากเอาคนหน้าตาหงุดหงิดไปงานศพของทองสุกจนกระทั่งวันเผา เรื่องก็ถึงหูคุณกอบกุลจนได้


แต่พอคิดถึงเรื่องที่มารดาโทร.มาบอกให้เขาเข้ากรุงเทพฯสุดสัปดาห์นี้ เพราะคุณย่าเรียกตัว จิณณะก็ชักคิดหนัก เขาจะกลับไปพบหน้าอย่างไรดีให้ ‘ปัง’ ที่สุด


แน่นอนว่าถ้าจะเอาให้อลังการงานสร้างก็ต้องลากเอาพิทักษ์ไปด้วย แต่รายนั้นจะร่วมมือหรือ


ไม่สิ...ประเด็นไม่ใช่ว่าพิทักษ์จะร่วมมือด้วยหรือไม่ แต่ประเด็นคือเขาจะทำอย่างไรให้พิทักษ์ยอมร่วมมือ


เสียงเคาะโต๊ะและแรงสะเทือนทำเอาคนกำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตัวเองได้สติ เขาเงยหน้ามองถึงได้เห็นเพื่อนปลัดยืนยิ้มแต้


วรชิต เป็นปลัดอำเภอ แต่อยู่ฝ่ายป้องกัน วันนี้ไม่ได้ออกตรวจที่ไหนก็เลยอยู่ให้เห็นหน้า


“เที่ยงแล้วไอ้จิณ ไปกินข้าว” จิณณะเลิกคิ้วแล้วเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง


“หรือว่ามีนัดกินที่อื่น?” แม้จะไม่ค่อยอยู่ที่ว่าการ แต่เรื่องก็ถึงหูวรชิตอยู่ดี เขาทำหน้าล้อเลียนเพื่อนร่วมงาน ทว่าจิณณะกลับยิ้มขัน


“ก็...ช่วงโปรโมชั่น” คราวนี้คนฟังถึงกับทำตาโต


“เฮ้ย เอาจริงดิ! นี่กูได้ยินถูกใช่ไหม”


“ได้ยินอะไรมา” จิณณะย้อนถาม ควานหากุญแจรถในกระเป๋ากางเกง


“ได้ยินว่ามึงไปแดกข้าวเที่ยงที่สนามกอล์ฟกับ...เจ้าของสนาม”


“อาฮะ ก็ได้ยินมาถูก”


“แล้วที่มึงพูดเมื่อกี้...ช่วงโปรโมชั่น...นี่...หมายความว่า...”


“หมายความว่าช่วงนี้กูจะไปกินข้าวเที่ยงด้วยไม่ได้นะ ฝากบอกคนอื่นด้วย” คนพูดตาระยิบเปล่งประกาย แต่คนฟังกลับตาโตอ้าปากค้าง


“จิณ...นี่มึง...” จิณณะยิ้ม ตีหน้าใส ก่อนจะผายมือออกสองข้างเหมือนเปิดตัวเต็มที่


“มีแฟนไง” ชัดถ้อยชัดคำ ไม่ต้องถามอะไรเพิ่ม วรชิตกะพริบตาปริบๆ


“ไปล่ะ ต้องไปกินข้าวกับแฟนก่อน แล้วไว้เจอกัน” คนมีแฟนเดินผิวปากออกจากที่ว่าการอำเภอไปขึ้นรถของตนเองแล้ว แต่วรชิตเพิ่งจะได้สติ และต้องใช้เวลาอีกหลายนาทีเพื่อหาว่าลิ้นตัวเองอยู่ตรงไหนในปาก


‘มีแฟนไง’


‘ต้องไปกินข้าวกับแฟนก่อน’


‘…ฝากบอกคนอื่นด้วย’


นี่เขาควรเริ่มบอกใครก่อนดี!!!

...........................................

รถของปลัดจิณณะเลี้ยวเข้าจอดที่หน้าอาคารทรงเตี้ยซึ่งเป็นคลับของสนามกอล์ฟ เขาพยายามโทรศัพท์มาบอกพิทักษ์ก่อนแล้วว่าจะมาทานมื้อเที่ยงด้วย แต่อีกฝ่ายไม่รับ คาดเอาเองว่ารายนั้นคงติดงาน ติดประชุม แต่อย่างไรก็คงรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องมา


ชายหนุ่มในชุดเสื้อโปโลและกางเกงสแล็กก้าวเท้าเข้าไปในคลับ พนักงานที่นี่จำเขาได้แล้ว เพียงแค่ส่งยิ้มทักทายเล็กน้อย พนักงานหญิงคนหนึ่งก็เข้ามาดูแล


“คุณพิทักษ์ยังไม่ลงมาจากออฟฟิศเลยค่ะ”


“งั้นผมขึ้นไปหาเขาเอง”


จิณณะเดินเลี้ยวไปยังลิฟต์ส่วนของออฟฟิศ ชั้นบนสุดเป็นออฟฟิศของสนามกอล์ฟ ยามเที่ยงเช่นนี้ไม่มีพนักงานแล้ว เขาเดินตรงดิ่งไปยังห้องทำงานที่อยู่ด้านในสุด แต่ไม่มีเลขานุการนั่งอยู่หน้าห้อง แม้จะอยู่ในสถานะที่เหมือนจะสนิทสนมกลมเกลียว แต่ปลัดหนุ่มก็มีมารยาท


มารยาที่ว่าคือเคาะประตู 3 ทีแล้วเปิดเข้าไปทันที


แล้วก็...ชะงักอยู่แค่นั้น เมื่อพบว่าพิทักษ์ไม่ได้อยู่ในห้องเพียงลำพังอย่างที่คิด แต่มีหญิงสาวอยู่ด้วย


ชายหนึ่ง หญิงหนึ่งนั่งคุยหัวเราะยิ้มแย้มแจ่มใสกันอยู่ที่ชุดโซฟายาว ดูท่าจะคุยสนุกทีเดียวจนกระทั่งจิณณะมา สีหน้าของเจ้าของห้องทำงานก็คลายยิ้มแล้วหันมาจ้องเขม็งเขาทันที


“โทษที ผมนึกว่าพี่ทิศอยู่คนเดียว” ปลัดหนุ่มออกตัว มารยาทสากลโลกบอกให้เขาถอยออกมา แต่มารยาทของจิณณะเวลานี้คือการไม่ถอย เขายืนคาประตูอยู่อย่างนั้นจนแขกของพิทักษ์ต้องลุกขึ้นยืน


“เอ่อ...จะกลับพอดีเลยค่ะ ไปก่อนนะคะพี่ทิศ” หญิงสาวเอ่ย ก่อนจะหันไปลาชายหนุ่มเจ้าของห้อง


“ไม่ทานข้าวที่นี่หรือ” เจ้าของสถานที่ชวน ทว่าคนถูกชวนกลับรู้สึกว่าคนที่เพิ่งมาใหม่ดูจะไม่อยากให้หล่อนอยู่ร่วมมื้อมากนัก


“ไม่ดีกว่าค่ะ อรจะกลับไปทำงานด้วย”


“ขับรถดีๆ”


หญิงสาวยิ้มรับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินมายังประตูห้อง หล่อนส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยังยืนคาอยู่ที่ประตู เขายิ้มตอบ ทว่าพอหล่อนก้าวพ้นประตู เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในพร้อมเสียงพูดที่ดังลอดประตูที่กำลังปิด


“พี่ทิศ เรื่องของเราสองคนถึงหูคุณย่าของผมแล้ว...” อรพิณหันกลับไปมองทันที ทว่าบานประตูห้องทำงานของพิทักษ์ปิดลงแล้ว หล่อนไม่ได้ยินอะไรอีก ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับมากพอที่จะทำให้หล่อนฉุกใจ


...เรื่องของเราสองคน...


เรื่องของพิทักษ์กับผู้ชายคนนั้น


เรื่องอะไร?!

.............................

พอประตูปิดลงหลังจากทิ้งประโยคให้ลอยละล่องออกไปให้คนข้างนอกได้ยินแล้ว จิณณะก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันที


“แฟนของพี่หรือ” เขาถาม แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาเดี่ยวอีกตัว ไม่ได้แสดงความสนิทสนมเข้าไปนั่งที่เดิมของผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้แต่อย่างใด


“มาถึงนี่มีเรื่องอะไร” พิทักษ์ไม่ตอบในสิ่งที่ถูกถาม เขายังคงไว้ตัว สีหน้าเรียบเฉย และขมวดคิ้ว แตกต่างลิบลับกับภาพที่จิณณะเปิดประตูมาเจอยามอยู่กับผู้หญิงคนนั้น


...สงสัยจะแฟนจริงๆ...


ปลัดหนุ่มยักไหล่ เมื่อคำถามของเขาไม่ถูกตอบ หนำซ้ำยังถูกถามกลับ


...แฟนก็แฟน...แฟนก็ไปเคลียร์กันมาให้เรียบร้อย เพราะหลังจากนี้เรื่องของ ‘เรา’ จะโด่งดัง...


“ผมโทร.หาพี่แล้ว แต่พี่ไม่รับ ท่าทางจะคุยสนุกล่ะสิ” คุยสนุกที่ว่าหมายถึงคุยกับผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ พิทักษ์พ่นลมหายใจอย่างอึดอัด


“สรุปว่ามาที่นี่มีเรื่องอะไร”


จิณณะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบาย


“คุณย่าตามตัวผมไปพบวันเสาร์นี้ ผมเลยจะมาชวน...เอ่อ...บอกให้พี่ไปด้วยกัน” ใช้คำว่าชวนไม่ดี เพราะโอกาสสูงมากที่จะไม่ตอบรับคำชวน


พิทักษ์ลุกจากโซฟา เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน


“ผมไม่ว่าง”


“วันเสาร์เนี่ยนะ?!”


“มีผู้ใหญ่จะเข้ามาตีกอล์ฟ ผมต้องมาดูแล”


ข้าราชการหนุ่มทำหน้าหน่าย


“แล้วไง พี่ต้องตามก๊วนท่านๆทั้งหลายไปถึงหลุมที่ 15 เหรอ ดูแลพอเป็นพิธีเสร็จก็ไปพบคุณย่ากับผมสิ” เจ้าของสนามกอล์ฟสูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์


“ต้องไปพบกี่โมง”


“ผมว่าจะไปเย็นๆ...” พิทักษ์หันมามองคนพูดที่ดูท่าจะตามสบายเหลือเกิน


“แล้วคุณกอบกุลให้ไปพบกี่โมง” จิณณะเลิกคิ้วเล็กน้อย เกาขมับอีกหน่อย


“เอ?…เห็นแม่บอกว่าเที่ยง...” พิทักษ์ปวดหัวกับคำพูดวกไปวนมาหาจับใจความไม่ค่อยได้ ต้องถามจี้ถึงได้รู้ว่าคุณกอบกุลนัดเที่ยง แต่ตัวหลานชายจะไปเย็น!


ให้มันได้อย่างนี้สิ!


“คืนวันศุกร์ค้างที่ไหน” ปลัดหนุ่มเลิกคิ้วหันมองคนพูด


“ก็...ที่นี่”


“งั้นสิบโมง ผมจะไปรับ”


“รับ? รับที่ไหน?”


“ก็คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปรับที่นั่น แล้วเข้าไปพบคุณกอบกุลที่กรุงเทพ!” จิณณะกะพริบตาปริบๆ ไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะพูดง่ายขนาดนี้


“แล้วบอกที่อยู่ผมด้วย จะได้ไปรับถูก” คนที่ตั้งใจจะมามัดมือชก กลับกลายเป็นฝ่ายถูกชกเสียเอง โดนพิทักษ์สั่งจนสมองตื้อได้แต่พยักหน้าอย่างไม่มีสติ รู้แต่ว่าเจรจาเสร็จแล้วแบบไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยอมง่ายดาย แล้วพอภารกิจที่ตั้งใจมาที่นี่เรียบร้อย ก็เลยพลอยเป็นลุกขึ้นเพื่อจะได้กลับ


“แล้วนั่นจะไปไหน” เสียงเจ้าของห้องเรียกเอาไว้อีก จิณณะหันกลับมามอง หน้าตางุนงงเหมือนไม่มีสติดี


“เอ่อ...ก็...ก็กลับ...” เป็นอีกครั้งที่พิทักษ์ถอนหายใจ มองหน้าตางุนงงเด๋อด๋าของอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดรำคาญใจ แต่ไหนๆก็ตกปากรับคำว่าจะช่วยแล้ว ต่อให้จะบอกกับมารดาเลี้ยงว่าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยอย่างขอไปที


“กินอะไรรึยัง”


“ย...ยัง...”


“ยังก็ไปกินข้าว” เจ้าของห้องว่าอย่างนั้นก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ปลัดหนุ่มเดินออกจากห้อง จิณณะยังงุนงง และไม่มีสติ เขาก้าวเท้าเดิน พอพ้นประตูออกมาแล้วถึงได้รู้ว่าพิทักษ์เองก็ตามออกมาด้วย


“พี่...ก็จะไปกินข้าวกับผม?”


“นี่เที่ยงแล้ว ไม่กินตอนนี้จะกินตอนไหน” ไม่ต้องชวน ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องหลอกล่อ วันนี้พิทักษ์ไปทานข้าวเที่ยงกับเขาแถมเป็นคน ‘ตกลงปลงใจ’ ด้วย


จิณณะมองออกไปนอกหน้าต่างกระจก ก็พบว่าวันนี้ก็ยังคงเป็นอีกวันที่ท้องฟ้าสว่างเจิดจ้า ไม่มีหิมะตกที่เมืองไทยแต่ประการใด แต่...คนข้างกายเขานี่สิ กินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่า?!


...อ้อ...ถ้าจะมีอะไรผิดสำแดงล่ะก็ คงจะเป็นเรื่องที่มีผู้หญิงมาหาถึงนี่...


“แฟนไม่ไปกินด้วย ก็เลยมาชวนผมหรือ ฟังดูผมเป็นชู้แหะ” คนอย่างจิณณะ แม้เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้วจะยังยืนงงทำอะไรเด๋อด๋า แต่หนึ่งนาทีต่อมา เจ้าตัวก็สามารถจิกกัดแสบๆคันๆได้ง่ายๆ


“อรไม่ใช่แฟนผม” แสดงว่าผู้หญิงคนเมื่อครู่นี้ชื่อ ‘อร’ ปลัดหนุ่มจดโน้ตไว้ในใจ


ดวงตาดุของเจ้าของสนามกอล์ฟเหลือบมามองคนข้างกาย


“แล้วคุณก็ไม่ใช่ชู้ของผมด้วย” ปลัดหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มแป้นตาหยี


“ดีครับ สบายใจขึ้นเยอะเลย” พิทักษ์ถอนหายใจเบา ไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เขาก้าวเท้าเดินในขณะที่มีจิณณะก้าวเท้าตาม แต่ดูเหมือนคนตามจะขยันหาคำพูดมาทำให้เขาตาขวางอยู่ตลอด


“อีกหน่อยเรื่องผมกับพี่ดังจะไปทั่ว ผมจะได้ไม่ตกนรกหลายขุมนัก”


“นี่เพื่อนผมที่ที่ว่าการก็รู้แล้วนะ”


“คุณย่าก็รู้แล้ว”


“จะหยุดพูดได้รึยัง” พิทักษ์หันมาถาม จิณณะยิ้มแล้วชี้ที่มุมปากตัวเอง


“ผมมีไฝที่ปากด้วย พี่เห็นไหม” ราวกับจะบอกว่านี่คือโหวงเฮ้งของคนพูดเก่ง เจ้าของสนามกอล์ฟถึงกับพ่นลมหายใจแรง แต่กลับถูกโอบไหล่ดึงเข้าไปใกล้ ปลัดหนุ่มหัวเราะหน้าตาสดใสดูสนุกที่ทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่าน


“ทนหน่อยหน่า มี ‘แฟนอย่างผม’ ถึงจะหนวกหูแต่สนุกนะ จะบอกให้” พิทักษ์เอี้ยวตัวจะออกจากการโอบของคนพูด แต่มือของจิณณะจิกเหนียวหนึบจนเขาถอดใจ สุดท้ายก็ได้แต่ยอมถูกโอบเดินเข้าลิฟต์ไปทั้งอย่างนั้น


   จิณณะกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิด เขากวาดมองออฟฟิศของสนามกอล์ฟที่เหมือนไร้ผู้คนอีกครั้ง เงาจางๆของหญิงสาวที่แอบอยู่ข้างโต๊ะตัวหนึ่งนั้นยังสะท้อนอยู่บนหน้าต่างกระจก


   เขาเห็นหล่อนตั้งแต่ตอนดูท้องฟ้าแล้ว


   และหวังว่าหล่อนจะได้ยินในสิ่งที่เขาพูดเช่นกัน


   ...บอกแล้วไง ว่าจากนี้ ‘เรื่องของเรา’ จะโด่งดัง!!!!...

................................

   สิบโมงเช้าตามที่นัดแนะเอาไว้เมื่อวานนี้


พิทักษ์ไม่คิดว่าหลานชายของคุณกอบกุลผู้เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่โตในกรุงเทพฯจะอาศัยอยู่ที่บ้านพักข้าราชการเก่าแก่ของจังหวัด


ชายหนุ่มลงจากรถ แล้วเงยหน้ามองบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนขนาดสองชั้นอยู่อึดใจหนึ่ง เจ้าของบ้านก็เปิดประตูออกมาต้อนรับ


“เข้ามาก่อน ขอผมแต่งตัวแป๊บนึง” จิณณะยังอยู่ในชุดนอนอันได้แก่เสื้อบอลใส่สบายและกางเกงขาสั้นยางยืด หน้าตาผมเผ้าเหมือนเพิ่งลุกจากที่นอน ยิ่งดูยิ่งห่างไกลจากคำว่าหลานชายคุณกอบกุลนัก


คนมาเยือนยามสายก้าวเท้าเดินเข้าไปตามคำเชื้อเชิญ ภายในบ้านไม่ต่างจากภายนอกเท่าไรนัก เฟอร์นิเจอร์แทบทั้งหมดเก่า ดูแล้วเหมือนผูกติดมากับตัวบ้าน จะมีที่ดูใหม่หน่อยก็ไมโครเวฟ


“อยากกินอะไร หาในตู้เย็นได้เลยนะพี่ ขอเวลาเดี๋ยว”


แล้วเจ้าตัวก็วิ่งกลับขึ้นไปชั้นบน ปล่อยพิทักษ์ให้หาที่นั่งเองตามใจชอบ ชายหนุ่มนั่งที่เก้าอี้โต๊ะอาหาร เขากวาดตามองไปรอบๆ แม้จะเก่าแต่ก็สะอาดสะอ้าน ตอนแรกเขาคิดว่าบ้านของจิณณะจะหรูหราแต่สกปรกเสียอีก


...เป็นคนแปลกๆ...


แปลกยังไงไม่รู้ รู้แต่พิทักษ์รู้สึกว่าเขาคาดเดาอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย เป็นหลานชายของเจ้าของธุรกิจพันล้าน แต่กลับมารับราชการ เท่านั้นไม่พอ ยังอาศัยอยู่ในบ้านพักราชการที่สภาพแตกต่างลิบลับกับบ้านที่เติบโตมา ดูเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ถึงไหนถึงกัน แต่กลับไม่ใช่คนมักง่ายสกปรกเลอะเทอะ


เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ก้าวลงบันได ทำให้ชายหนุ่มดึงตัวเองออกมาจากภวังค์ ทว่าพอเขาหันไปเห็นเจ้าของบ้านก้าวเท้าลงจากบันไดมาเหยียบพื้น พิทักษ์ก็ถึงกับชะงักไปอีก


“นี่จะไปไหน”


ดวงตาคมกวาดมองตั้งแต่เสื้อแจ็กเก็ตสีแสบสัน กางเกงยีนส์ขาดวิ่น ไหนจะกระเป๋าคาดเอวแบรนด์เนมหรา อ้อ...สวมแว่นกันแดดฉาบปรอทด้วย


“ไปหาย่าผมไง” คนแต่งตัวเหมือนหลุดมาจากแคทวอล์กตอบพลางยิ้มหวานเจี๊ยบ


“ไปเปลี่ยน” พิทักษ์พูดสั้นเรียบ แต่อารมณ์ชักกรุ่น นี่คือเหตุผลสนับสนุนว่าทำไมเขาถึงคิดว่าคนอย่างจิณณะเป็นมนุษย์ที่คาดเดาไม่ได้!


“เปลี่ยนทำไม ผมไม่ได้แต่งตัวโป๊นะ”


“ไปเปลี่ยน” ให้ตายเถอะ เขาไม่เคยต้องพูดซ้ำซากกับใครเท่าจิณณะเลย!


“นี่ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่นับนาฬิกาก็เกินแสนมาไกลแล้วนะ”


“บอกว่าให้ไปเปลี่ยน!” คนถูกดุทำเสียงจิ๊จ๊ะ


“เปลี่ยนก็ได้! ไม่มีรสนิยมเอาซะเลย!” แล้วคนรสนิยมดีเยี่ยมก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นบันได พิทักษ์พ่นลมหายใจหนัก พลางส่ายศีรษะ เฝ้ารออยู่อึดใจหนึ่ง คนที่เขาสั่งให้ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก็กลับลงมาอีกครั้ง


ไม่มีแว่นตากันแดดฉาบปรอท ไม่มีเสื้อแจ็กเก็ตสีแสบ กางเกงขาดวิ่นและกระเป๋าคาดเอว


มีเพียงเสื้อยืดลายมิกกี้เม้าส์กับกางเกงยีนส์สีซีด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย เหมือนเจ้าตัวดึงเสื้อตัวเดิมออกจากหัว สวมเสื้อตัวใหม่กลับเข้าไป แล้วก็ลงมาจากห้องเลย


“ผมเหลือเสื้อยืดตัวนี้ตัวเดียว!!” คนใส่เสื้อยืดมิกกี้เม้าส์ออกปากเสียงแข็งแถมตาขวาง พิทักษ์กวาดตามองสารรูปของคนพูดอีกรอบหนึ่งแล้วก็ทำใจ


เอาเถอะ...พอไปวัดไปวา


คนมารับไม่อยากพูดอะไรให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เพราะสีหน้าของเจ้าของบ้านที่ถูกเขาสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าก็หงุดหงิดมากพออยู่แล้ว


ต่างคนต่างไม่พูดอะไร พิทักษ์เดินนำออกจากบ้าน ส่วนเจ้าของบ้านเดินตามหน้าหงิก ปิดประตูล็อกกุญแจเรียบร้อยก็ขึ้นรถ


รถเบนซ์ของพิทักษ์เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านพักราชการเก่าๆ ตลอดทางเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงกวนประสาทจากคนชอบหาเรื่อง คนขับเองก็รู้ตัวว่ากำลังถูกหงุดหงิด เขาตัดสินใจเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันที่มีร้านค้าและร้านกาแฟ


“ผมจะซื้อกาแฟ จะเอาอะไรไหม” เขาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วหันไปถามคนที่นั่งข้าง


“ไม่” เป็นการตอบคำถามที่ไม่มองหน้าสักนิด พิทักษ์เองก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้ เขาไม่ถามอะไรอีก เปิดประตูลงจากรถเดินเข้าร้านกาแฟ หายเข้าไปพักหนึ่งก็ออกมาพร้อมกาแฟดำ ช็อกโกแลตเย็น และแซนวิชหนึ่งกล่อง เขากลับขึ้นรถแล้วส่งแก้วช็อกโกแลตเย็นให้ จิณณะกะพริบตาปริบๆมองแก้วในมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาตรงหน้าเขา


“ผมซื้อมาเผื่อ แล้วก็แซนวิช ตั้งแต่ตื่นยังไม่ทานอะไรไม่ใช่รึไง ทานซะ จะได้ไม่ปวดท้อง” นอกจากช็อกโกแลตแล้ว ยังมีแซนวิชด้วย ปลัดหนุ่มหยิบกล่องแซนวิชขึ้นมาดู ก่อนจะหันมองคนขับที่ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแล้ว


“ผมไม่ทานทูน่า” พิทักษ์หันมามอง มีแววตกใจเล็กน้อย


“งั้นผมเอาไปเปลี่ยนให้” ทว่าพอจะดึงแซนวิชคืนมา เสียงหัวเราะของคนกวนก็ดังขึ้น คนที่เมื่อครู่นี้ยังถามคำตอบคำ หน้าตาหงุดหงิดที่ถูกเขาสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ตอนนี้ยิ้มสดใสจนตาหยี


“ล้อเล่น ผมทานได้ ขอบคุณครับ” ถึงจะอยากเขกหัว แต่พอเห็นจิณณะกลับมาหัวเราะร่าเหมือนก่อนหน้านี้ พิทักษ์ก็ไม่ถือสา


“แล้วมีอะไรที่ไม่ทานรึเปล่า” เขาถามต่อ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทั้งๆที่รับปากว่าจะช่วยแสดงตัวเป็น ‘คนรักกัน’ แต่เขากลับไม่รู้เรื่องของจิณณะเลยสักนิด


ปลัดหนุ่มหันมามอง มือแกะกล่องแซนวิชไปด้วย


“ถ้าผมไม่รู้ว่าคุณทานอะไรได้ หรือทานอะไรไม่ได้ คุณกอบกุลจะเชื่อหรือว่าเรา...นั่นล่ะ...” แม้จะยอมช่วยเหลือ แต่ให้ออกปากว่าเป็นคนรักของคนอย่างจิณณะ พิทักษ์ก็รู้สึกประดักประเดิดพอสมควร ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เพราะ...เป็นจิณณะ...


ไม่รู้ทำไม...พอเป็นจิณณะ...เขากลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็น ‘ข้อยกเว้น’ ในทุกๆเรื่องสำหรับเขา


อย่างน้อยๆก็เป็นข้อยกเว้นที่ทำให้เขายอมช่วยเหลือทั้งๆที่ไม่น่าจะเอาตัวเข้ามาเกี่ยวข้องเลยสักนิด


ปลัดหนุ่มยกยิ้มกรุมกริ่ม


“เป็นแฟนกันน่ะหรือ?” พอถูกหยอก คนขับรถก็ตีหน้าขรึมแล้วหันไปหยิบแว่นกันแดดมาสวม เห็นพิทักษ์ตีสีหน้าเข้มงวดกับเขาทีไร จิณณะยิ่งนึกสนุกอย่างประหลาด


เขาเอนหลังพิงเบาะอย่างสบายอารมณ์ กัดแซนวิชเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างอร่อย ลืมความหงุดหงิดที่ถูกสั่งให้เปลี่ยนเสื้อผ้าเมื่อครู่นี้อย่างหมดสิ้น


“ไม่ยากหรอก ท่องไว้ว่าผมเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ กินอะไรก็ได้ นอนที่ไหนก็ได้ ง่ายๆ”


“ไม่น่าเป็นหลานคุณกอบกุลได้เลย” พิทักษ์อดไม่ได้ เขาเข้าสู่แวดวงธุรกิจนับตั้งแต่เรียนจบ แม้กิจการของเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณกอบกุล แต่ชื่อเสียงของหล่อนก็โด่งดัง ทั้งในแง่ของความยากและความเยอะ


“ผมมันหลานนอกคอกไง” หลานนอกคอกของคุณกอบกุลเอ่ย แต่ดูเจ้าตัวจะไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไรนัก พอยัดแซนวิชเข้าปากหมดชิ้น ก็ดูดช็อกโกแลตเย็นต่อ ตอนนั้นเองที่จิณณะเพิ่งนึกขึ้นได้


“เฮ่ย! ผมลืมถาม แล้วพี่กินอะไรรึยัง”


กล่องแซนวิชที่เหลือเพียงผงขนมปังนั้นบอกให้รู้ว่าจิณณะหิวจนทานหมดเกลี้ยง ไม่มีเหลือแบ่งคนซื้อมาให้เลยสักนิด พิทักษ์หันมามองคนถาม สีหน้าเหรอหราของคนข้างกายทำเอาหลุดหัวเราะออกมา


“กินแล้ว” เขาตอบทั้งๆที่ยังยิ้ม คนถามรู้สึกเก้อเล็กน้อย เพราะต่อให้อีกฝ่ายจะไม่ได้ทานอะไรมา ก็ไม่มีแซนวิชเหลือให้อยู่ดี


“อิ่มไหมล่ะ”


“ครับ” ท่าทางเจี๋ยมเจี้ยมของคนที่มักทำหน้าตากวนประสาททำเอาพิทักษ์ต้องเหลือบมอง


...เป็นลูกหลานจากตระกูลร่ำรวย ที่มารับราชการเป็นปลัดอำเภอ พักอยู่ในบ้านพักข้าราชการเก่าๆ แต่สะอาดและมีระเบียบ เป็นคนกวนประสาท แต่พอไม่ได้ดั่งใจก็หงุดหงิดไม่พูดไม่จา ทว่า...พอท้องอิ่ม ทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ...


เหมือนจะเป็นคนง่ายๆ ไม่ถือสาอะไร แต่ก็มีบรรทัดฐานของตนเอง แต่พอดูเหมือนจะเป็นคนมีบรรทัดฐานของตนเอง ก็กลับเป็นคนปุบปับ รู้สึกนึกคิดทำอะไรรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ใส่ใจคนรอบข้างและดูไม่ใช่คนเหลาะแหละโลเล


คนขับรถเลิกคิ้ว เมื่อพบว่าเขากำลังประเมินนิสัยของคนข้างกายอย่างจริงจังทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็น แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้


...คนอย่างจิณณะเป็นคนแปลก คาดไม่ถึง และเป็นข้อยกเว้นจริงๆนั่นล่ะ...


ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพลางส่ายศีรษะแต่ไม่พูดอะไร เหยียบคันเร่งพารถยนต์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร

..............................

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 10-01-2019 21:41:25



โกศลและจรรยาแทบนอนไม่หลับทั้งคืน พวกเขาไม่รู้ว่าจิณณะจะทำอะไรต่อไป แต่ที่รู้ๆคือลูกชายคนโตรับปากว่าจะกลับมาในวันนี้


“พี่จิณต้องจัดการได้ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วง” จารีตผู้เป็นน้องชายของจิณณะซึ่งมักจะไม่ค่อยอยู่บ้านในวันสุดสัปดาห์ แต่วันนี้จำต้องอยู่ที่นี่เพราะบิดามารดาบอกว่าจิณณะจะกลับมาพบคุณย่า


โลกจะแตกหรือไม่ก็วัดกันตรงนี้ล่ะ


แล้วถ้าโลกแตก เขาก็อยากอยู่ในเหตุการณ์และรู้ตัวว่าโลกจะแตก อย่างน้อย...จะได้หายใจเฮือกสุดท้ายอย่างมีสติ


“แม่รู้ว่าจิณจัดการได้ แต่...แต่แม่ไม่รู้ว่าจิณจะจัดการยังไง...” สิ่งที่จรรยากังวลที่สุดคือความอินดี้ของลูกชายคนโต จิณณะมีวิธีแก้ปัญหาที่ทำให้หล่อนปวดขมับ ยิ่งมาเจอกับคนเคร่งครัดเข้มงวดอย่างคุณกอบกุลด้วยแล้ว หล่อนนึกไม่ออกเลยว่าจะต้องมีสักกี่หัวเพื่อรองรับการปวดขมับคราวนี้


เสียงรถดังเข้ามาในบ้าน ทำเอาทั้งโกศล จรรยาและจารีตพากันหันขวับ ทว่าคนเป็นน้องชายกลับขมวดคิ้ว


“ไม่ใช่เสียงรถพี่จิณ...” เขาครวญ อึดใจเดียวจิณณะก็เดินเลี้ยวเข้ามาในห้องนั่งเล่น แต่...ไม่ได้มาคนเดียว


“สวัสดีครับ” พิทักษ์ยกมือไหว้โกศลและจรรยา ในขณะที่จารีตทำหน้างุนงงเพราะไม่รู้จัก


“นั่นจา น้องชายผม” จิณณะเป็นคนแนะนำ ตอนที่พิทักษ์เคยตามจิดาภามาเที่ยวเล่นที่นี่ จารีตยังเด็กมากนัก ไม่น่าจะจำกันได้ เพราะจิณณะก็แทบลืมพิทักษ์ไปแล้วเช่นกัน


ชายหนุ่มร่างสูงที่อยู่ในชุดคอวีกับกางเกงขายาวที่ดูสุภาพแต่ไม่เป็นทางการนักส่งยิ้มจางให้ จารีตยิ้มตอบแต่สายตายังสงสัย หันมองพี่ชายตัวดีที่เอาแต่ยิ้มแต้ไม่อธิบายอะไรเพิ่ม เขากำลังจะเข้าไปกระตุกแขนให้ผู้เป็นพี่พูดอะไรมากกว่านี้ ก็พอดีกับที่คนรับใช้เข้ามาแจ้ง


“คุณกอบให้มาเรียนว่าหากคุณจิณมาแล้ว ขอเชิญที่บ้านใหญ่ค่ะ”


“อื้อ! จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” ในขณะที่โกศลและจรรยามีสีหน้าปั้นยาก ลูกชายคนโตกลับยิ้มแย้มแจ่มใส ก่อนจะหันไปทางพิทักษ์


“ไปพี่ เดี๋ยวผมพาไปพบคุณย่า” พวกเขากำลังจะออกเดิน แต่จารีตคว้าแขนพี่ชายเอาไว้ก่อน จิณณะหันมอง เห็นสายตาน้องชายที่มองเลยไปยังคนข้างกายเขาแล้วก็พอรู้ว่าน้องชายผู้ไม่ค่อยอยู่บ้านกำลังอยากรู้เรื่องอะไรมากที่สุด


แต่น่าเสียดาย...สิ่งที่เขาจะบอกจารีตจะเป็นเรื่องเดียวกับที่จะบอกคุณกอบกุล


“อ้อ...ลืมแนะนำไป นี่พี่ทิศ ลูกของน้าภาไง”


จารีตครางอ้อในลำคอ แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าลูกของน้าสาวจะมาที่นี่ทำไม


“แล้ว...” เขากำลังจะออกปากถาม แต่ยังนึกคำถามไม่ออก ผู้เป็นพี่ก็พูดขึ้นมาก่อน


“เขาเป็นแฟนพี่เอง”


คนฟังตาเหลือกอ้าปากค้างหันขวับไปมองชายหนุ่มผู้เป็นลูกเลี้ยงของน้าสาวและบัดนี้เป็น ‘แฟนของพี่ชาย’


“ทำหน้าตกใจอะไร พี่ทิศเป็นแฟนพี่” จารีตพูดไม่ออกไปแล้ว ส่วนจิณณะเองก็ไม่คิดจะรอให้น้องชายพูดอะไรเช่นกัน เขาหันไปทางบิดามารดาที่พากันเม้มปากเหมือนกล้ำกลืนอะไรสักอย่าง


“ไปกันครับ พ่อแม่ ป่านนี้คุณย่ารอแล้ว ไปพี่ทิศ” แล้วตัวปัญหาก็ก้าวเท้าเดินนำทุกคนออกจากบ้าน มุ่งตรงไปสู่คฤหาสน์ด้านหน้าสุดของรั้วอาณาบริเวณของคุณกอบกุล


จารีตได้แต่มองตามแผ่นหลังพี่ชายผู้ทำแต่เรื่องพิลึก และเป็นเรื่องพิลึกที่พาให้โลกแตก


...โลกแตกแน่ๆ วันนี้โลกแตกแน่ๆ...


เตรียมตัวสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายได้เลย!

................................

“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ?!!!” เสียงของคุณกอบกุลผู้เป็นนายใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์วงศ์กีรติดังก้องไปทั้งห้องพักผ่อน สีหน้าของหล่อนโกรธจัด ผิดกับเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับแวววาวที่อยู่บนตัว


วันนี้หล่อนตั้งใจจะพาหลานชายนอกคอกไปพบผู้ใหญ่ซึ่งจะเกี่ยวดองกันในอนาคต แต่หลานตัวดีกลับพาใครอีกคนมาแนะนำว่าเป็นคนรัก! หนำซ้ำใครคนนั้นยังเป็นผู้ชายเหมือนกันอีกต่างหาก!


ในขณะที่คุณกอบกุลมีสีหน้าเหมือนจะระเบิดโลกทั้งใบทิ้ง จิณณะกลับทำหน้าสบายอารมณ์ แถมโอบไหล่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างอย่างสนิทสนม


“ผมบอกว่าพี่ทิศเป็นลูกของน้าภา น้องสาวของแม่ครับ”


“ฉันไม่ได้พูดเรื่องนั้น!!”


“อ้อ เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟด้วย แล้วก็เป็นหลานคุณเทียม คุณย่ารู้จักคุณเทียมใช่ไหมครับ แต่ก่อนแกเล่นการเมือง”


“จิณณะ!”


“ที่สำคัญคือเขาเป็นแฟนผม”


ฝ่ายหนึ่งตะเบ็งจนคอแข็ง แต่อีกฝ่ายอธิบายด้วยสีหน้าเหมือนกำลังยืนอยู่กลางทุ่งดอกไม้


“แกโกหก!!” หญิงชราผุดลุกขึ้นยืนอย่างไม่หวั่นเกรงสังขารเลยสักนิด เป็นลูกชายอย่างโกศลเสียอีกที่รีบเข้ามาพยุงมารดา


“ผมพูดจริงครับ” ยกเว้นประโยคหลังสุด อันนั้นโกหกล้วนๆไม่มีความจริงผสมสักนิด


ร่างของหญิงชราสั่นเทิ้ม ทว่าดูเหมือนหลานนอกคอกจะไม่ได้ใส่ใจความสั่นราวกับเป็นเจ้าเข้านั่นเลย เจ้าตัวทำหน้าตาเหมือนกำลังพูดเรื่องสนุกสนาน


“พวกผมเป็นแฟนกัน แต่ที่ไม่เคยพาเขามาเจอคุณย่าเลย เพราะผมคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ตอนนี้คุณย่าจะให้ผมแต่งกับใครก็ไม่รู้ ผมก็ต้องเปิดตัว คุณย่าต้องเข้าใจนะครับ ผมมีเมี...เอ่อ...มีแฟนแล้ว จะให้ไปแต่งงานหาเมียมาเพิ่มได้ยังไงกัน” เรียกเมียก็เห็นจะยังไงอยู่ เกิดผิดหูไม่ร่วมมือด้วย ได้โป๊ะแตกกันหมด


“แกหลอกฉัน!!” คุณกอบกุลตวาด แต่จิณณะไม่ได้ใส่ใจ


“ผมยินดีพิสูจน์ให้คุณย่าดูว่าพวกผมรักกันแค่ไหน...ขึ้นอยู่กับคุณย่าเถอะ จะดูการพิสูจน์ของพวกผมได้นานรึเปล่า”


“แก!!!...”


“อ่ะ! จะได้ไม่เสียเวลา พิสูจน์แรกเลยแล้วกัน” แล้วปลัดหนุ่มก็ฉกใบหน้าเข้าไปหอมแก้มคนที่เขากำลังโอบไหล่อยู่ฟอดหนึ่ง โกศลและจรรยาตาเหลือก จารีตผู้เป็นน้องถึงกับอ้าปากค้าง ส่วนคนที่จู่ๆก็กลายมาเป็นเครื่องมือพิสูจน์อย่างพิทักษ์รีบเบี่ยงหน้าหนีแล้วตวัดสายตาดุหลังจากถูกหอมแก้มไปเต็มๆ


...แต่...ยังไงก็ไม่ทัน...เพราะโดนไปแล้วหนึ่งฟอด


จิณณะยิ้มกริ่ม สบตากับคนที่ดุเขาด้วยสายตา ก่อนจะหันไปยิ้มแจ่มใสกับคุณกอบกุลที่ดูจะช็อกไปแล้ว


“คุณย่าอยากดูพี่ทิศหอมแก้มผมด้วยไหมครับ” พิทักษ์รีบถองข้อศอกใส่คนออกตัวแทนเขา เรื่องพิสูจน์บ้าบออะไรแบบนี้มันใช่เรื่องเสียที่ไหน จิณณะอาจจะทำได้ แต่ไม่ใช่คนอย่างเขาแน่


หญิงชราผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรวงศ์กีรติไม่รู้จะสรรหาคำด่าอะไรมาลงกับหลานชายนอกคอกรายนี้ดี หล่อนอ้าปากพะงาบครั้งแล้วครั้งเล่า หน้าแดงสลับเขียวสลับซีดจนดูน่าเห็นใจ แต่ดูเหมือนจิณณะจะไม่ได้สนใจต้นตระกูลของตัวเองเลยสักนิด เจ้าตัวทำหน้ากวนประสาทราวกับรอคอยว่าถ้าคุณย่าอยากให้พิสูจน์ เจ้าตัวก็พร้อมจะพิสูจน์...เดี๋ยวนี้


“คุณกอบกุลครับ...ผมกับ...จิณ เราคบกันอยู่จริง” กลายเป็นพิทักษ์ที่ทนไม่ไหว เรื่องโกหกก็ว่าแย่พออยู่แล้ว ยังจะให้ทำท่าจงใจหาเรื่องแบบจิณณะ ยิ่งไม่ใช่วิสัยของเขาเลย


“ที่ไม่เคยบอกใคร เพราะไม่อยากถูกเพ่งเล็ง เราต้องการจะคบกันอย่างเงียบๆ แต่...จิณมาบอกผมว่าคุณกอบกุลจะให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ผม...เลยต้องมาพบในวันนี้” พิทักษ์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สุภาพและอ่อนน้อม ทว่าไม่ได้อ่อนข้อ โกศลกับจรรยาเลยพอจะมองหน้ากันได้อย่างโล่งอกขึ้นบ้าง


“ได้โปรด...เห็นใจเราสองคนเถอะครับ”


ไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว แต่คนที่เมื่อครู่ยอมถูกจิณณะโอบไหล่กลับกลายเป็นฝ่ายปลดแขนปลัดหนุ่มลงจากไหล่ตนเอง แล้วดึงเอามือของหลานชายคุณกอบกุลมากุมเอาไว้ให้ผู้หลักผู้ใหญ่เห็น คราวนี้กลายเป็นจิณณะที่ได้แต่กะพริบตาปริบๆ


หากจะบอกว่าเขาเล่นใหญ่ ละครเวทียังอาย ก็ต้องบอกว่าพิทักษ์เล่นเนียน สมควรแก่รางวัลนักแสดงทองคำแพลตินั่มไทเทเนียม!


“เอ้อ...จริงๆแล้ว ต่อให้คุณย่าไม่เห็นใจ ผมก็จะคบพี่อยู่ดีนะ...” แล้วคนเล่นใหญ่ที่มักจะเล่นจนก่อความหงุดหงิดให้คุณกอบกุลก็โพล่งขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ รู้สึกพิทักษ์จะเล่นเนียนจนจั๊กกะจี้หัวใจยังไงชอบกล ทว่าพอเขาพูดออกไปแบบนั้น มือที่ถูกอีกฝ่ายกุมไว้กลับถูกบีบเบาๆ


“เงียบ เดี๋ยวพี่พูดเอง” หนำซ้ำยังหันมาปรามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ออกตัวแสดงความเป็นผู้นำจนจิณณะตาโต


...นี่มันคนเดียวกับที่เขาไปตอแยจนได้มาแสดงเป็นแฟนเปล่าวะเนี่ย!...


“คุณกอบกุลครับ ผมผิดเองที่ไม่คิดจะเปิดเผยเรื่องของผมกับจิณให้เร็วกว่านี้ ผมคิดแค่ว่าไม่อยากให้ใครมองเราอย่างแปลกประหลาดเพราะเราต่างเป็นชายทั้งคู่ แต่ผมคิดน้อยเกินไป จิณอยู่ในครอบครัวใหญ่ ผู้หลักผู้ใหญ่ยังไงก็อยากเห็นลูกหลานแต่งงาน แต่ผมอยากจะขอร้อง...อย่าให้จิณแต่งงานกับใครเลยครับ”


หญิงชราได้แต่ยืนเงียบ หล่อนเม้มปากมองชายหนุ่มที่จิณณะพามาเหยียบบ้านพร้อมสถานะที่ไม่ว่ายังไงหล่อนก็ไม่คิดว่าเป็นความจริง


แฟนอย่างนั้นหรือ คนรักอย่างนั้นหรือ! อย่าว่าแต่เป็นผู้ชายด้วยกันเลย คนอย่างจิณณะ หลานนอกคอกของหล่อน ให้อย่างไรก็ไม่มีทางมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างนี้ได้!!


แต่...แต่ถ้าไม่ใช่ความจริง แล้วคนอย่าง ‘พิทักษ์’ จะมาร่วมมือด้วยทำไม?


หล่อนอยู่ในแวดวงธุรกิจ แม้ไม่ใช่วงธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่หล่อนก็ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของชายหนุ่มคนนี้มาหนาหู เขาเป็นหลานผู้มีอิทธิพล ทำธุรกิจอย่างเงียบๆ ไม่กระโตกกระตากหวือหวา แต่ลอยลำ สนามกอล์ฟที่เขาดูแล ขึ้นชื่อว่าหรูหราและใหญ่โตที่สุดในภูมิภาค บางครั้งใช้เป็นสนามแข่งขันรายการสำคัญ แต่บางครั้งก็เป็นสนามเจรจาผลประโยชน์ที่สำคัญเช่นกัน


แล้วคนอย่างนี้ จะกระโดดเข้ามาร่วมมือกับคนหลักลอยแบบจิณณะได้อย่างไรกัน?


คุณกอบกุลมองเห็นช่องโหว่งของหลานชาย แต่กับชายหนุ่มอีกคน หล่อนไม่เห็นอะไรเลย พิทักษ์เป็นผู้ชายที่มีน้ำแข็งฉาบเอาไว้ทั้งตัว คำพูดของเขาเรียบเฉยไม่บอกอารมณ์ แต่บอกให้รู้ว่าต้องได้ในสิ่งที่เอื้อนเอ่ย และเขาขอไม่ให้หล่อนบังคับหลานชายแต่งงาน


เขาทำไปเพื่ออะไร


หญิงชราตวัดสายตาไปมองจิณณะที่ยังยืนอยู่ตรงหน้า แต่สายตาหลุกหลิกมองคนข้างกายตลอดเวลา ไม่ได้ยิ้มกรุ้มกริ่มกวนโทโสเหมือนในทีแรก ทว่าพอรายนั้นเห็นหล่อนจับจ้อง หลานตัวแสบก็ทำเป็นหันมายิ้มหน้าตาเหรอหราเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ในสายตาหล่อน หลานคนนี้ไม่เคยทำอะไรถูก!


“ฉันจะจับตาดูแก!!” คุณกอบกุลชี้หน้าหลานชาย แน่นอนว่าจิณณะยักไหล่เหมือนไม่แคร์


“เชิญตามไปดูที่ที่ว่าการก็ได้ครับ แต่ตอนเที่ยงผมไม่อยู่นะ เพราะแวะไปกินข้าวกับพี่ทิศ” ไม่พูดอย่างเดียว แต่ดึงมือตัวเองที่ถูกกุมเอาไว้ขึ้นมาให้หญิงชราดูเต็มสองตา เป็นฝ่ายพิทักษ์ที่ต้องกดมือดื้อด้านที่ถูกเขากุมอยู่ลงมาไว้ข้างตัวเหมือนเดิม


“ส่วนคุณ...” หญิงชราหันมาทางพิทักษ์


“ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้คุณลงมาเล่นเกมประสาทนี่! แต่ถ้าฉันจับได้คาหนังคาเขาล่ะก็ คุณไม่รอดแน่! ต่อให้เป็นหลานคุณเทียม ฉันก็ไม่เอาไว้!” คนถูกขู่ยังคงยืนเงียบ และนิ่งเฉย ทว่าสายตาของเขาไม่มีหลบเลี่ยง ยังคงมองตรงไปยังหญิงชรา จนคุณกอบกุลต้องเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาหนีไปทางอื่นอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน


“พวกแกไปได้แล้ว!” เจ้าของบ้านออกปากไล่ โกศลและจรรยารีบดึงลูกชายตัวดีออกจากห้องทันที มีพิทักษ์และจารีตเดินตาม พอเหลือเพียงเจ้าของบ้านและเลขานุการคู่บุญ คุณกอบกุลก็ทรุดตัวลงนั่ง หล่อนเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปสั่ง


“โทร.ไปแจ้งเลขาฯท่านเสรีว่าฉันจะเข้าไปพบท่าน...คนเดียว”


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

ออกตัวก่อนว่าปลัดจิณไม่ได้เป็นคนก้าวร้าวนะคะ (สปอยล์ตัวละครฝั่งใดฝั่งหนึ่งตลอดดดด ฮ่าฮ่า) แต่อย่างที่หลายๆคอมเม้นท์เห็นตรงกันว่า ปลัดกับคุณย่านิสัยเหมือนกันเดี๊ยะ ทั้งสองคนก็เลยเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ฝั่งย่าสั่ง แต่ฝั่งหลานไม่ทำตาม แถมยังกวนกลับอีกต่างหาก ก็เลยทำให้คุณย่าหงุดหงิดอยู่เสมอ แต่จริงๆแล้วปลัดจิณไม่ได้ก้าวร้าวจริงๆนะคะ (ย้ำรอบที่สอง ฮ่าฮ่า)

ส่วนพี่ทิศ เริ่มเห็นคุณงามความดี(?)ของปลัดแล้วล่ะมั้ง แต่ก็นั่นล่ะค่ะ ปลัดชอบหาเรื่อง พี่ทิศก็เลยเห็นทั้งความดีและความเลวของปลัดปนๆกันไป แต่ยังไงพี่ทิศก็ต้องอดทนค่ะ เพราะบัวสปอยล์ฝั่งปลัด ฮ่าฮ่า

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และพื้นที่บอร์ดค่ะ

เจอกันใหม่พฤหัสหน้า (เพราะว่าวันพฤหัสมีเรียน เลยจะมาลงดึกหน่อยนะคะ แต่จะพยายามลงให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้ค่ะ)
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 10-01-2019 22:19:44
 :z1: :z1: :z1:  โห พี่ทิศ เอารางวัลตุ๊กตาทองไปเลย คริคริ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 10-01-2019 22:24:39
เอิ่ม ความร้ายของคนน้องจะไม่ขอกล่าว
แต่คุณพี่ทิศคะ คุณพี่เริ่มจะเห็นดีเห็นงามกับแฟนหลอก ๆ เร็วไปไหมคะ
ระวังคุณพี่จะถอนตัวไม่ทันเอานะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 10-01-2019 22:37:32
แบบน้องจิณนี่เรียกว่าเป็นตัวของตัวเอง มีจุดยืนที่ชัดเจน คิดเองเป็น จึงเลือกใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง
แทนที่จะหยวนยอมก้มหัวใช้ชีวิตตามใจผู้ใหญ่ ซึ่งขัดต่อมุมมองของคนจำนวนมากในสังคมไทย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 10-01-2019 22:42:48
 :laugh:


หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 10-01-2019 22:51:13
ใครจะเป็นเมีย ใครจะได้เมียก็ไม่รู้นะคะคุณปลัด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 10-01-2019 22:53:54
พี่ทิศมานิ่ง ๆ แต่เอาซะคุณย่าอึ้งเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 10-01-2019 23:03:35
ปลัดกวนมากกก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 10-01-2019 23:04:50
น้องจิณจะต้องตกหลุมที่ตัวเองขุดไว้แน่ๆเลยเนี่ย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 10-01-2019 23:08:33
ชอบตรงนี่ "เพราะว่า ...เป็นจิณณะ..."
พี่ทิศ กลับมาอธิบายก่อน ส่วนลึกของหัวใจเหรอ
เอาใจช่วยให้รักกันเร็วๆ ค่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 10-01-2019 23:13:28
พี่ทิศตีบทแตกหรือว่าทุกคำพูดมาจากใจกันแน่คะ ??  :hao6: :hao6:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Bradly ที่ 10-01-2019 23:22:40
พอพี่ทิศเอาจริง เป็นจิณเองที่จะต้องเขินล่ะ :ling1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 10-01-2019 23:24:04
คุณปลัดจอมแสบ...บบบบบบบบบบบบบบ พี่ทิศตงต้องปราบกันเหนื่อยน่าดู เอาใจช่วย   o13 o13 o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Wereena ที่ 10-01-2019 23:34:39
ลุ้นสนุกมากค่ะ555
ตามต่อๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: anntonies ที่ 10-01-2019 23:46:07
พี่ทิศคือดีมาก อย่างนี้แหละถึงจะเอาจิณณะอยู่
จิณณะคือร้าย ไปห้อมแก้มพี่เค้าได้ยังไงงง  :katai4: :katai4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 10-01-2019 23:49:26
เรื่องจะล่มก็เพราะจิณณะเล่นใหญ่นี่แหละ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Naeon ที่ 11-01-2019 00:00:51
สงสารพี่ทิศ5555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: jaja-jj ที่ 11-01-2019 00:31:25
พี่ทิศละมุนมากกกกกกกกก   รอวันที่พี่ทิศละมุนกัยปลัดจริงๆ
กร้าวใจสุด
คุณย่าฉลาดเหลือเกิน
จา ตลกมาก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 11-01-2019 00:58:15
พี่ทิศเล่นดีมากนะ  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 11-01-2019 09:30:39
 :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 11-01-2019 09:31:37
หมั่นเขี้ยวน้อง ยากบีบแก้ม  :katai1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 11-01-2019 10:12:03
พี่ทิศออกตัวขนาดนี้ คุณย่าต้องคิดหล่ะ o13 o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Sutharat ที่ 11-01-2019 10:18:44
 :sad4:นายเอกเราได้ใจจริงๆแสบได้โล่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 11-01-2019 11:05:37
น้องจิณ ระวัง จะแพ้ทาง พี่ทิศ นะจ๊ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 11-01-2019 11:12:16
แอบอ่านในที่ทำงาน พ่อปลัดทำเอาเราต้องก้มหน้าอมยิ้ม มีหอมแก้มโชว์ เล่นใหญ่มาก อยากบิดให้แขนเขียว แต่พี่ทิศนั้น มาขรึมมาก สงบคุณย่ามาก แต่... เหมือนต้องหาไทลินอลไว้ support พี่ทิศ สงสารนางงงงง 555555  "แฟน" นาง ป่วนเหลือเกิน 55555

อยากให้พฤหัสฯหน้าเร็วๆ ชอบมากค่ะคุณบัวเรื่องนี้  :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: กาแฟมั้ยฮะจ้าว ที่ 11-01-2019 11:35:55
 :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 11-01-2019 11:52:35
พี่ทิศสุดยอดเลย มีรางวัลอะไรให้หมดเลยค่ะตอนนี้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kaokorn ที่ 11-01-2019 12:01:50
เพิ่งเห็นว่าคุณบัวมาลงเรื่องใหม่ ดีใจมากๆเลย ไม่เคยผิดหวังกับนิยายคุณบัวสักครั้ง ขอบคุณนะฮะ
:pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 11-01-2019 15:26:26
 :z1:



 :3123: :pig4: :3123:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 11-01-2019 15:40:00
เอ็นดูคุณปลัด แสบเหลือรับประทาน
นี่แหละมันต้องโดนพี่ทิศปราบ อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 11-01-2019 18:58:42
สุดยอดมาก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 11-01-2019 20:41:00
ไม่รู้ว่าพี่ทิศเล่นใหญ่ หรือมาจากจิตใต้สำนึกกันนะ  :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Rateesiri ที่ 11-01-2019 21:12:23
ตามๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: nonnn ที่ 11-01-2019 22:11:17
ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเห็นความแสบความดื้อของคุณปลัดเพิ่มขึ้นทุกวันๆๆๆ
รู้สึกปวดหัวแทนพี่ทิศในอนาคตเลย นี่ขนาดแค่เริ่มต้นพี่ทิศยังต้องอดทนแล้วอดทนอีก
ข่มใจไว้หน่อยนะพี่นะ คุณปลัดอาจจะแสบซนไปหน่อย แต่เอาจริงๆก็น่ารักออกนา ฮ่าาาาาาาาาาาา

แต่นี่จะดูบาปไหมถ้ารู้สึกว่าพี่ทิศดูกร้าวใจมากตอนยืนสูบบุหรี่อยู่นอกระเบียง 5555555
แอบมีความแบดนิดๆ ยิ่งอยู่กับคุณปลัดจะยิ่งดูกร้าวใจมากเป็นพิเศษโดยยยยยยยยยยย
เราอยากเห็นเขารักกันเร็วๆล้าวววววววววววววววว อยากจะรู้ว่าถึงตอนนั้นคุณปลัดจะยังกล้าดื้ออยู่อีกไหม
เชื่อว่าต่อจากนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายล่ะ พี่ทิศคือต้องคอยเฝ้าดูแลคุณปลัดอย่างใกล้ชิดด้วย
ทั้งศึกนอกศึกใน ฝ่ายคนปองร้ายที่ยังไม่รู้ตัว กับฝ่ายคุณย่าที่จับตามองทุกฝีก้าวงี้
แต่เหนือไปกว่านั้นที่อยากรู้มากๆก็คือ ผู้หญิงที่ชื่ออรนี่แอบคิดอะไรกับพี่ทิศเปล่า (รู้สึกว่าใช่แน่ๆ)
และถ้าไม่บอกว่าคุณปลัดมีนิสัยกวนประสาทเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ช่วงที่เปิดประตูมาเห็นพี่ทิศอยู่กับสาวนี่
จะคิดว่านั่นไม่ใช่การแซะแต่มันคืออาการหวงขั้นแรกที่อาจจะยังไม่รู้ตัว อุวะฮะฮ่า
และคาดว่าในอนาคต ถ้าความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากกว่านี้ คิดว่าคุณปลัดต้องเป็นว่าที่แฟนที่ขี้หึงมากคนนึงแน่นอน
ก็แอบสงสารพี่ทิศอยู่อีกเช่นกัน ก็นะ.....ไม่มีอะไรจะบอก นอกจากคำว่า...สู้ๆนะพี่นะ
ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

ป.ล.ทำไมรู้สึกเอ็นดูคุณปลัด  :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 11-01-2019 22:38:50
ทำไมพี่คิดถึงยอมช่วยพูดกันนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 11-01-2019 23:17:01
โดนพี่ทิศรุกกลับนิดหน่อยให้อีน้องมันเอ๋อไปบ้าง
พี่ทิศต้องจับจุดนี้ของน้องมันให้ได้ไวไว เด็กมันจะได้ไม่ได้ใจนัก 555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Chobreadyaoi ที่ 12-01-2019 00:45:48
พี่ทิศออร่าผู้นำแลงมาก น้อนจินยังจะเรียกเมี.. แค่กๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: angelhani ที่ 12-01-2019 01:07:26
เอ็นดูนายเอก ตัวแสบจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 12-01-2019 02:41:38
พี่ทิศเอาทุกคนอยู่
มารอดูว่าจะเอสฝาปลัดป่วนอยู่หรือเปล่า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 12-01-2019 08:34:44
มีความเป็นพี่โตปราบของขวัญเล็กๆ แต่ดูท่าแล้วพี่ทิศคงต้องลงแรงเยอะหน่อยกว่าจะปราบคุณปลัดให้อยู่หมัด เอ๊ะ! หรือพี่จะโดนปราบซะเองกันนะ ^^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 12-01-2019 08:45:37
โอ๊ยยยย พ่อคุณกวนประสาทเหลือเกิน
พี่ทิศต้องปวดหัวไปอีกนาน แต่ถ้าเปิดแต้มเมื่อไหร่
ดูทิศจะคะแนนนำนะ ทำจิณเอ๋อและเด๋อมากไปเลย
ชอบจัง ตอนขำน้องที่น้องกินแซนวิชหมด

คนน่าเชื่อถือนี่ทำยังไงก็กินไม่ลงเนาะ

แล้วคืออะไร จิณจะไปเรียกพี่ว่าเมีย
ดูก่อนไหม ดีนะ ยังไม่หลุดปาก

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: nevergoodbye ที่ 12-01-2019 11:48:03
พี่ทิศมีแววสปอยล์เมียมาแต่ไกล
แถมเมียยังดื้อและเอาแต่ใจด้วย

ต้องดุเยอะๆนะคะ เมียจะได้ไม่ดื้อ  o18
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Rubyrain ที่ 12-01-2019 13:40:11
เนี่ยยยย พี่ทิศเล่นดีอ่ะ คุณย่าเชื่อเลยว่าคบกัน
แล้วมีการครุ่นคิดเป็นห่วงน้องนิดหน่อย น่ารักกกก
ระวังตกหลุมความแสบของจิณนะคะ อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ก้อนขี้เกียจ ที่ 12-01-2019 14:13:54
กรี๊ดพี่ทิศหนักมาก พี่คะแงงงงงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 12-01-2019 14:41:34
พี่ทิศคนจริง  o13 o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Wordslinger ที่ 12-01-2019 20:19:23
ถึงจิณจะแสบ จะดื้อ หรือเอาแต่ใจ เล่นใหญ่ไฟกะพริบ แต่คนที่มาวินของตอนนี้สุด ๆ คือพี่ทิศ คนนี้เขาพูดน้อยต่อยหนัก โยนแท่งน้ำแข็งใส่คุณกอบกุลจนต้องยอมตาม แม้แต่จิณเองมาเจอแบบนี้ยังต้องเงียบ ตอนที่บอกกับคุณกอบกุลไปด้วยเสียงเรียบ ๆ แต่มั่นคงว่าคบหากันอยู่ก็ดี หรือตอนที่จับมือเอาไว้โดยทำได้อย่างเป็นธรรมชาติก็ดี ล้วนบ่งบอกว่าพี่ทิศแกตีบทแตก ไม่แสดงพิรุธอะไรให้เห็น มีแต่จิณที่เป็นคนต้นคิดพอเจอพี่ทิศแกเล่นใหญ่บ้าง กลับเหวอเสียเอง เราเชียร์พี่ทิศนะเออ

ขอบคุณคุณบัวสำหรับอัปเดตนี้นะคะ ^____^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: psyfer ที่ 13-01-2019 11:29:47
ดูๆ ไปพี่ทิศจะเนียนกว่าละ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 13-01-2019 11:40:10
ว้าวๆ พี่ทิศเก่งมากเลย แต่จิณนี่แสบจริงๆ ทำแต่ละอย่าง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 3.../หน้าที่ 5 (10/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: borntobeyours ที่ 17-01-2019 21:44:34
เข้ามารอฮะ ฮี่ๆๆๆๆ คิดถึงพี่ทิศกับน้องจิณมากๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 17-01-2019 22:20:50
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 4


หลังจากวันนั้น จิณณะก็ยิ่งทำตัวเป็นแฟนที่ดี ไปมาหาสู่พิทักษ์อย่างสม่ำเสมอ


ไปมาหาสู่ในที่นี่หมายความว่าแวะเวียนไปที่สนามกอล์ฟของพิทักษ์ทุกๆวัน วันละหลายครั้ง ช่วงเที่ยงนั่นแน่นอนอยู่แล้วที่จะต้องโผล่หน้าไปทานข้าวด้วย แต่บางวันก็เพิ่มช่วงเช้าพร้อมด้วยของติดไม้ติดมือไปฝากทั้งเจ้าของสนามและพนักงาน


การแวะเวียนมาพร้อมกับของฝากเช่นนี้ ไม่เกิน 3 ครั้ง คนทั้งสนามกอล์ฟก็คุ้นหน้าคุ้นตาจำชื่อแซ่ ‘ปลัดจิณ’ กันได้ทุกคน


“สวัสดีค่ะ ปลัด วันนี้มาแต่เช้าเลย” เสียงทักทายดังขึ้นอย่างเป็นกันเอง เมื่อจิณณะผลักประตูเข้าไปในอาคารของสนามกอล์ฟ ปลัดหนุ่มยิ้มแล้วชูปาท่องโก๋ถุงใหญ่ในมือให้ดู


“พอดีอยากกินปาท่องโก๋ เลยซื้อมาฝากที่นี่ด้วยครับ” พูดแล้วก็กวาดตามองไปรอบๆอย่างโจ่งแจ้ง ไม่ต้องพูดอะไร พนักงานที่เข้ามาทักทายเขาก็ดูจะรู้ใจ


“คุณทิศมานู่นแล้วค่ะ” พนักงานเอ่ยพลางบุ้ยหน้าไปด้านหลังของจิณณะ เขาหันมอง พอดีกับที่เจ้าของสนามกอล์ฟแห่งนี้เพิ่งจะผลักประตูกระจกเข้ามา ฝ่ายนั้นขมวดคิ้วฉับทันทีที่สบตา แต่ฝ่ายคนมาก่อนกลับยิ้มหวานหยด


“อรุณสวัสดิ์ พี่ทิศ” น้ำเสียงหวานเยิ้มไม่ต่างจากรอยยิ้มเท่าไร


นับตั้งแต่พิทักษ์ไปช่วยแสดงตัวแถมตีบทแตกต่อหน้าคุณกอบกุล จิณณะก็เริ่มได้คืบเอาศอก ไม่เพียงแวะมาทานมื้อเที่ยงที่นี่เพื่อประกาศสถานะสนิทสนม แต่ท่าทีที่มีต่อพิทักษ์ยามอยู่ต่อหน้าคนอื่นก็ช่าง ‘เล่นใหญ่’ มากขึ้นทุกที


อย่างเช่นตอนนี้


จริงอยู่ว่าแค่การยิ้ม การพูด ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เพราะเจ้าตัวแสดงออกต่อหน้าธารกำนัล ชนิดที่ต่อให้เป็นเด็กอนุบาลมาเห็นก็คงดูความสัมพันธ์ของพวกเขาออก ซึ่งมันทำให้พิทักษ์หงุดหงิด


“มาทำไมแต่เช้า” เขาถาม น้ำเสียงแข็งกระด้างขึ้นเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย แน่นอนว่าจิณณะไม่ได้สนิทสนมกับพิทักษ์จริงอย่างที่อ้างกับใครๆ เขาจึงไม่ทันใส่ใจความกระด้างในน้ำเสียงของคนตรงหน้า


ปลัดหนุ่มทำหน้าตาเหรอหรา แล้วชูถุงในมือให้ดู


“ผมซื้อปาท่องโก๋มาฝากพี่ ฝากพนักงานข้างล่าง พนักงานข้างบน แล้วก็แคดดี้...” พูดแล้วก็เดินเข้าไปหา พิทักษ์ยังยืนเฉย ไม่ขยับถอยห่างแต่จ้องตาไม่กะพริบ จิณณะเลยเว้นระยะห่างเอาไว้ให้สักหน่อย ซึ่งการเว้นระยะเช่นนี้ เจ้าตัวเลยถือวิสาสะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัง...กว่าปกติ


“อีกอย่างคือคิดถึง”


พนักงานที่อยู่แถวนั้นพากันทำตาโตวิบวับ ข่าวลือที่ว่าปลัดอำเภอคนนี้เป็นคนรักของเจ้าของสนามกอล์ฟผ่านมาจากปากใครสักคน แต่เรื่องแบบนี้เข้าหูแล้ว ย่อมไม่ทะลุไปไหน ต่อให้จะเป็นแค่ข่าวลือก็ตามที


บางคนว่าก็แค่ข่าวลือ บางคนว่าข่าวลือคือข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันสมควร และในกรณีนี้ เห็นทีข่าวลือที่ว่าจะเป็นอย่างหลัง


ข่าวจริงที่มาก่อน


ข่าวจริงที่ว่าคือปลัดอำเภอที่หมู่นี้แวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ เป็นคนรักของเจ้าของสนาม!


พิทักษ์รับรู้ถึงสายตาและความสนอกสนใจของพนักงานรอบตัว เห็นทีเขาควรจะต้องทำข้อตกลงกับจิณณะเสียใหม่ ก่อนที่เจ้าตัวทำเรื่องบานปลายกว่านี้


“มาคุยกับผม” เขาสั่งเสียงเฉียบ กำลังจะก้าวเท้าเดินนำ คนเล่นใหญ่ก็เลยเอ่ยปากอีกครั้ง


“คิดถึงผมเหมือนกันหรือ”


คราวนี้เกิดเป็นเสียงวี๊ดว้าย แต่ก็เงียบลงฉับพลันเมื่อพิทักษ์กวาดสายตามอง พนักงานคนไหนสบตาเขาก็พากันหลบวูบ บางคนรีบเดินหนีหรือไม่ก็ก้มหน้าก้มตาทำเป็นยุ่งทั้งๆที่ยังไม่เริ่มเวลาทำงาน ทว่าเมื่อสายตาของพิทักษ์มาหยุดที่เจ้าของคำพูด รายนั้นกลับทำเป็นยกไหล่ไม่สะทกสะท้าน


“ตามผมมา!” เขาสั่งเสียงเข้มกว่าเดิม ก้าวเท้าฉับๆตรงไปยังโถงลิฟต์ แน่นอนว่าจิณณะไม่ได้ก้าวตามคำสั่งในวินาทีนั้น แต่ยังทำเป็นมองซ้ายขวา พอสบตากับพนักงานคนหนึ่ง ก็กวักมือเรียก แล้วส่งถุงปาท่องโก๋ให้


“แบ่งให้ผมกับพี่ทิศ 4-5 ตัวก็พอ นอกนั้นเอาไปแบ่งกันนะ อ้อ ผมขอกาแฟดำด้วย ส่วนพี่ทิศ...”


พูดแล้วก็เหลือบไปมองคนที่ยืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์แต่จ้องเขม็งมาที่เขา ปลัดหนุ่มไม่ได้สนใจสายตาดุดันคมกริบที่เหมือนจะตัดร่างเขาเป็นสองท่อนเลย เพราะยังมีแก่ใจหันไปพูดเล่นกับพนักงานคนเดิม แต่น้ำเสียงเบาลงกว่าเดิมมากราวกับต้องการให้ได้ยินเพียงสองคน


“นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน” พูดจบก็ถึงได้ก้าวเท้าไปหาคนที่ยืนรอ จิณณะไม่ได้แสดงอาการถึงเนื้อถึงตัวในที่สาธารณะ แต่ก็ยังไม่วายเอาข้อศอกตนเองไปชนกับแขนของอีกฝ่าย


ไม่ถึงเนื้อถึงตัว แต่...ต่อหน้าธารกำนัลอีกครั้ง


พนักงานแถวนั้นโดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกไปรับถุงปาท่องโก๋ย่อมเห็นกับตาว่าระหว่างจิณณะและพิทักษ์มีการ ‘สะกิด’ เกิดขึ้น ไหนจะคำพูดประโยคสุดท้ายเมื่อครู่นี้อีก


‘นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน’


เมื่อชายหนุ่มสองคนหายเข้าไปลิฟต์แล้ว ก็เกิดเป็นเสียงอื้ออึงนินทาเจ้านายและแขกผู้มาเยือนยามเช้า


“เมื่อกี้เห็นรึเปล่า?! ปลัดเอาศอกถูคุณทิศด้วย!”


“ที่เขาว่าปลัดกับคุณทิศเป็นแฟนกันก็เรื่องจริงน่ะสิ!”


“อ้าว! นึกว่าผู้หญิงคนนั้นที่เคยมาที่นี่เป็นแฟนคุณทิศเสียอีก”


“แล้วเมื่อกี้ปลัดพูดอะไรตอนส่งปาท่องโก๋ให้น่ะ”


พนักงานหนุ่มที่ถือถุงปาท่องโก๋ซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ยินประโยคเด็ดของปลัดจิณณะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใช้เวลาอยู่อึดใจใหญ่ๆถึงจะหาลิ้นตัวเองเจอ แล้วพูดออกมาเป็นคำ


“ป...ปลัด...ปลัดบอกว่า...คุณทิศเป็น...เป็นนางเอกของปลัด...”


แล้วเสียงอื้ออึงก็กลายเป็นความเงียบงัน


...คุณทิศ...เป็นนางเอกของปลัดจิณ...

………………………

พิทักษ์สงบสติอารมณ์ด้วยการจับจ้องตัวเลขที่เปลี่ยนบนลิฟต์ จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก เขาก็ยังก้าวเดินไปห้องทำงานของตนเองพร้อมด้วยการท่องตัวเลข เสียงทักทายดังขึ้นรอบตัว ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แต่คนที่เดินตามหลังของเขาช่างมีอัธยาศัยเป็นเลิศ เพราะส่งเสียงตอบรับ


“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์”


ไม่ต้องหันไปมอง พิทักษ์ก็เดาได้ว่าจิณณะพูดไปยิ้มแย้มแจ่มใสไม่ทุกข์ร้อนใดๆไปด้วย เขาไม่ควรจะนับความอัธยาศัยดีของคนตามหลังเป็นเรื่องกวนโมโห แต่เพราะเป็นจิณณะ...การกระทำของเจ้าตัวแทบทั้งหมด กวนโมโหเขาสิ้นดี! 


ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรงโดยพิทักษ์ แต่ก็ถูกปิดอย่างเบามือโดยจิณณะ คนหนึ่งหงุดหงิดแต่เช้า ในขณะที่อีกคน...อารมณ์ดีชนิดฮัมเพลงสบายอารมณ์


เจ้าของห้องตวัดสายตามามอง แต่สีหน้าไม่เดือดเนื้อร้อนใจของข้าราชการหนุ่มทำให้เขาต้องถอนหายใจแรงแล้วกรอกตามองไปรอบตัวเพื่อไม่ให้เคืองสายตากับใบหน้าที่นอกจากจะมีรอยยิ้มกริ่มแล้ว สายตายังระยิบระยับอีกต่างหาก


“มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิครับ” จิณณะกระตุ้นด้วยท่าทีสบายอารมณ์เหมือนเคย


“เราต้องมีข้อตกลงร่วมกัน ผมจะช่วยคุณ ถ้าคุณไม่ล้ำเส้น” เจ้าของห้องพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด


คราวนี้จิณณะเลิกคิ้วอย่างสงสัยกับคำว่าล้ำเส้นของคนพูด


พิทักษ์กระดากปากเล็กน้อย แต่ถ้าไม่พูดออกไป เขาก็คิดว่าคนอย่างจิณณะคงถือเป็นความเคยชิน


“ตั้งแต่เรื่องวันที่ผมไปพบคุณกอบกุล ที่...คุณหอมแก้มผม”


ปลัดหนุ่มทำตาโต ร้องถามเสียงหลง


“นั่นมันเรื่องธรรมดาไม่ใช่เหรอ เราเป็นแฟนกันนะ”


พิทักษ์อยากบอกว่าเป็นแฟนหลอกๆ แต่แค่สายตาที่จ้องคนพูด ก็ทำเอาจิณณะถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ก็ได้ๆ แล้วผมทำอะไรพี่ได้มั่ง”


“ไม่ได้เลย!” นี่ไงล่ะ พิทักษ์ถึงได้ต้องรีบสร้างข้อตกลง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว คนอย่างจิณณะจะต้องคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่อง...เคยชิน


แต่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาของคนที่อุปโลกน์มาเป็นคนรักกันอย่างพวกเขา!


คนถูกดุถอนหายใจอีกเฮือก คราวนี้เฮือกใหญ่พอดูเพราะไหล่ถึงกับลู่ลงตามไปด้วย


“แล้วมันจะเนียนหรือ”


“ผมรับผิดชอบความเนียนเอง คุณอยู่เฉยๆ”


“ผมอยู่เฉยสิยิ่งไม่เนียน ไม่เอาหน่า พี่ก็ผู้ชาย ผมก็ผู้ชาย ไม่เสียหาย แถมผมไม่เคยหอมแก้มผู้ชายคนไหนเลยนะ พี่เองก็ไม่น่าเคยถูกผู้ชายหอมแก้มใช่ไหมล่ะ วินวินซะอีก” กลายเป็นผลประโยชน์ที่ต่างฝ่ายต่างได้ พิทักษ์คิดไม่ออกเลยว่าคนอย่างจิณณะถูกหล่อหลอมมาด้วยอะไร ตรรกะถึงได้ประหลาดขนาดนี้


“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องวินวิน”


“ก็ได้ๆ แล้วผมจับมือพี่ได้ไหม กอดได้รึเปล่า ผมว่าสองอย่างนี้มันมาตรฐานมากแล้วนะ”


นี่น่าจะเป็นการเจรจาที่ยากที่สุดเท่าที่พิทักษ์เคยทำมา เขาไม่รู้จะพูดอะไรกับคนอย่างจิณณะ รายนี้มีข้อต่อรองได้ในทุกๆเรื่อง ไม่ได้อย่างหนึ่งก็ต้องเอาอีกอย่างหนึ่ง


“อ้อ แต่ตอนนั้น...ต่อหน้าคุณย่า พี่จับมือผมไปแล้วนะ”


ไม่พูดอย่างเดียว แต่จิณณะชูมือตัวเองขึ้นมาข้างหนึ่ง เป็นข้างที่พิทักษ์กุมเอาไว้ให้คุณกอบกุลดู คนถูกต่อรองได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือก


“เออ...” เขารับคำอย่างจำนน “...แต่ต้องสมเหตุสมผล”


ถ้าจิณณะคือคนที่ต่อรองได้ในทุกโอกาส พิทักษ์ก็มีข้อแม้ได้ในทุกเรื่องเช่นกัน


“ไม่ต้องห่วง ผมเป็นคนมีเหตุผลเสมออยู่แล้ว” เหตุผลแบบจิณณะสิที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด


“แล้วเรื่องที่คุณมาที่นี่ก็ด้วย” นอกจากการประกาศสถานะของพิทักษ์ต่อหน้าคุณกอบกุล ตอนนี้ใครๆในสนามกอล์ฟก็เริ่มสงสัยเหตุผลของการปรากฏตัวถี่ยิบของปลัดอำเภอที่ชื่อจิณณะ


“พี่จะห้ามไม่ให้ผมมาไม่ได้นะ ผมเป็นแฟนพี่ ผมต้องมาสิ”


“ไม่ได้ห้ามไม่ให้มา แต่จะทำอะไร จะพูดอะไร ให้คิดก่อน”


“ผมก็คิดแล้วไง”


“ที่พูดให้คนอื่นได้ยินว่าคิดถึง นั่นคือคิดแล้วหรือ? ตอนคุณมาขอให้ผมช่วยคุณ คุณพูดเองว่าสถานะของผมกับคุณจะคลุมเครือ แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ ตรงไหนที่คลุมเครือ”


จิณณะเงียบ ไม่ตอบโต้ไม่ใช่เพราะเถียงไม่ออก แต่เพราะเขา ‘เผลอ’ แกล้งยัดเยียดความชัดเจนบางประการของพิทักษ์ให้พนักงานที่นี่รับรู้ไปเสียแล้ว


‘นางเอกต้องกินน้ำส้มคั้นใช่ไหม ขอน้ำส้มคั้นให้พี่ทิศแล้วกัน’


ถ้าไม่โง่จนเกินไป และถ้ามีนิสัยแบบปุถุชนธรรมดา ป่านนี้พนักงานตั้งแต่ในคลับกอล์ฟไปจนถึงแคดดี้ในสนามก็คงรู้กันถ้วนหน้าว่าพิทักษ์เป็น ‘นางเอก’


ก็ใครใช้ให้ชอบตีหน้าเคร่งทำเป็นดุใส่เขาตลอดเวลาเล่า? เห็นแบบนี้คนอย่างจิณณะก็อดไม่ได้น่ะสิ...


“เงียบหมายความว่ายังไง เข้าหูซ้ายออกหูขวา หรือว่าเถียงไม่ออก”


ปลัดหนุ่มทำเป็นถอนหายใจเสียงดัง


“ขี้บ่นจริงๆ เอาเป็นว่าคราวนี้ผมขอโทษ” ได้แต่ขอโทษทว่าไม่กล้ารับปากว่าจะยับยั้งชั่งใจได้หรือไม่ ก็บอกแล้วว่าพิทักษ์ผิดที่น่าแกล้งเกินไป


พิทักษ์ไม่ใช่คนขุดคุ้ย แม้จะยังหงุดหงิดและดูออกว่าเจ้าตัวไม่ได้สำนึกผิดท่วมท้น แต่ก็ดูรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น คำขอโทษก็ไม่ได้ทำอย่างขอไปที เขาจึงไม่อยากถือสาหาความให้เสียอารมณ์ตนเอง


“เอาเถอะ คราวหน้าก็ระวังคำพูดด้วย” จบเรื่องสั่งสอน ก็หวนคิดถึงเรื่องเกิดขึ้นที่คฤหาสน์วงศ์กีรติ นับตั้งแต่วันนั้น เขาไม่ได้ยินข่าวคราวของคุณกอบกุลอีกเลย


“แล้วคุณกอบกุลว่าอย่างไรบ้าง”


“ก็ไม่เห็นว่าอะไร”


“ไม่ว่าอะไร หรือคุณไม่รับรู้ว่าคุณกอบกุลว่า”


จิณณะยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ ทำเอาคนพูดถึงกับถอนหายใจ


“คุณควรจะกลับไปขอโทษ” คำแนะนำของพิทักษ์ ทำเอาอีกฝ่ายขมวดคิ้วฉับ ถูกดุก็กวนอารมณ์ให้ขุ่นพออยู่แล้ว ยังถูกรื้อฟื้นเรื่องคราวก่อนแถมยังถูกสั่งให้ไปขอโทษอีกต่างหาก อารมณ์ของปลัดหนุ่มก็ชักแกว่งแล้วเช่นกัน


“ขอโทษเรื่องอะไร”


“คุณคิดว่าวันนั้น คุณพูดจาดีหรือ”


“ก็ไม่เห็นร้ายตรงไหน”


“แล้วมันได้ผลไหม” เป็นคำถามที่ทำเอาจิณณะนิ่งงัน ไม่ต้องให้ใครบอก ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นต่างก็รู้กันดีว่าคนที่ทำให้คฤหาสน์วงศ์กีรติไม่พังพินาศเพราะแรงอารมณ์หญิงชราและการกวนประสาทของหลานนอกคอก ก็คือพิทักษ์


“ผมขอบคุณพี่แล้วกัน ที่ทำให้วันนั้นมันได้ผล แต่ถ้าจะให้ผมไปขอโทษคุณย่า ผมไม่ไป! พี่ก็เห็นว่าเขาไม่ได้ดีกับผมสักเท่าไร สิ่งที่ผมทำก็ถือซะว่าเจ๊ากับสิ่งที่เขาทำกับผม!” ปลัดหนุ่มพูดเสียงแข็ง ท่าทีขี้เล่นยิ้มกริ่มหายวับแตกต่างจากคนเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง


“พี่มีเรื่องจะคุยกับผมแค่นี้ใช่ไหม ผมต้องไปทำงานแล้ว แล้วไว้ค่อยเจอกัน” จิณณะพูดแล้วหมุนตัวจะเดินออกทันที แต่เสียงของคนเบื้องหลังกลับรั้งขาของเขาไว้


“แล้วเรื่องคดีของทองสุกล่ะ” จิณณะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาอง


“ให้เป็นหน้าที่ตำรวจสิ”


“แน่ใจนะว่าจะไม่เข้าไปยุ่ง”


“ปลัดตัวเล็กๆอย่างผมที่ยังต้องให้พี่คุ้มกะลาหัวจะไปยุ่งอะไรได้” พิทักษ์มองตามแผ่นหลังของคนที่เดินออกจากห้อง


ทำไมเขาถึงไม่คิดว่าคำว่าปลัดตัวเล็กๆจะเป็นคำที่แสดงถึงความสงบเสงี่ยมของเจ้าตัวเลยสักนิด


คนอย่างจิณณะ...ทำเรื่องใหญ่เสมอ

............................

‘…สิ่งที่ผมทำก็ถือซะว่าเจ๊ากับสิ่งที่เขาทำกับผม’


สิ่งที่คุณกอบกุลแสดงออกต่อหลานนอกคอกอย่างจิณณะมาตลอดหลายปี ฝังลงไปในความนึกคิดและความทรงจำ ในสมองของจิณณะ


หากคิดถึงหญิงชราผู้อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังแรกสุดในพื้นที่ของตระกูลวงศ์กีรติ ย่อมมีแต่สีหน้า โกรธขึง ดวงตาจ้องเขม็งและรังเกียจเดียดฉัน ริมฝีปากบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยคำก่นด่า คุณกอบกุลอาจจะเคยใจดีกับจิณณะ แต่ก็คงนานมากแล้ว นานจนหายไปจากความทรงจำของเขาแล้ว


ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่หลานนอกคอกคนนี้ปฏิบัติต่อผู้เป็นย่า แม้จะไม่เนรคุณอกตัญญูถึงขั้นตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ก็เป็นการตอบโต้พอให้แสบๆคันๆในฐานะย่าหลาน


แต่สำหรับพิทักษ์ สิ่งที่เขาทำคงขัดหูขัดตาน่าดู ถึงได้ออกปาก


พอคิดถึงพิทักษ์ จิณณะก็ได้แต่เลิกคิ้วกับตนเอง อีกฝ่ายดูนิ่งขรึมและเมินเฉยต่อความเป็นไปของสิ่งรอบตัว แต่เอาเข้าจริงก็ใจดีให้ความช่วยเหลือ ทั้งๆที่เขาเป็นเพียงหลานของแม่เลี้ยง หากจะละเลยหรือช่วยอย่างขอไปทีก็ทำได้ แต่...ก็ยังใส่ใจและไม่ปล่อยผ่าน หนำซ้ำยังเสนอแนะให้เขาทำตัวเป็นหลานที่ดี เข้าไปขอโทษคุณย่าเสียอีก


หากพิทักษ์เป็นผู้หญิง เขาคงออกปากว่าอีกฝ่าย ‘น่ารัก’ ได้ไม่ยาก แต่พอดีรายนั้นเป็นผู้ชายอกสามศอก การชมแม้เพียงในใจว่า ‘น่ารัก’ ก็ออกจะ...


...เอ้า! น่ารักก็น่ารัก!...


คนที่ใส่ใจคนรอบข้าง ต่อให้เป็นชายหรือหญิง ก็น่ารักจริงๆนั่นล่ะ


“สงสัยวันนี้ปลัดจิณอารมณ์ดี นอกจากจะซื้อปาท่องโก๋มาฝากแล้วยังนั่งยิ้มคนเดียวได้ด้วย” เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกสติ จิณณะหันมองก็พบวรชิตยืนยิ้มแต้ มือหนึ่งถือปาท่องโก๋ราดนมข้น ปากมันแผล่บ


คนถูกทักว่านั่งยิ้มคนเดียวฉีกยิ้มกว้างทับรอยยิ้มเดิมของตนเอง ลืมฉุกใจเสียสนิทว่าสิ่งที่ทำให้เขานั่งยิ้มคนเดียว คือความคิดที่ว่า...พิทักษ์น่ารัก


“ซื้อไปฝากแฟน เลยซื้อมาฝากที่นี่ด้วย” พูดแล้วเอนหลังพิงพนักอย่างสบายๆ เพื่อนร่วมงานถึงกับทำปากเบ้


“รู้แล้วว่ามีแฟน พูดอยู่ได้ หมั่นไส้เว้ย”


“อ้าว เผื่อมีคนไม่รู้” คนอยากให้เรื่องโด่งดังทำเป็นเปรยขำๆ เรื่องนี้จะให้รู้ถึงหูคนที่สนามกอล์ฟไม่ได้เด็ดขาดว่าเขาเผลอ ‘ชัดเจน’ ในการระบุความสัมพันธ์ไปอีกแล้ว


วรชิตมองซ้ายมองขวา เห็นว่าไม่มีใครสนใจ จึงเดินวนมานั่งที่โต๊ะทำงานของเพื่อนแล้วพูดเสียงเบา


“มึงเอาจริงเหรอ จิณ เรื่องแฟนมึงน่ะ”


“มันทำให้เป็นเรื่องเอาไม่จริงได้ด้วยหรือ” จิณณะย้อนถามหน้าตาเหรอหรา


“แฟนมึงที่ว่าน่ะเป็นผู้ชายนะ...แล้ว...แล้วใครๆก็รู้กันว่าเป็นหลานคุณเทียม...”


“เรื่องนั้นกูรู้ แล้วยังไง”


“ก็...ข้าราชการอย่างเราๆ...อ่า นี่กูจะพูดยังไงดี ประเด็นมันเซนซิทีฟ...เฮ้ย!!” จู่ๆคนพูดก็ตาเหลือกร้องขึ้นมาแล้วผลุบตัวลงนั่งลงกับพื้น จิณณะมองเพื่อนอย่างงุนงง เขามองไปรอบตัวก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ นอกจาก...ที่นอกหน้าต่างกระจกซึ่งเยื้องกับโต๊ะทำงานของเขา มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับวนไปมาก่อนจะขับออกจากหน้าที่ว่าการไป


เขาหันกลับมามองวรชิตที่ยังคงนั่งหลบอยู่ข้างโต๊ะทำงาน หน้าตาซีดเผือด ปาท่องโก๋ที่เมื่อกี้ถืออยู่ในมือตกแหมะอยู่บนพื้น แต่พอรู้สึกตัวว่าถูกเขามอง มันก็กะพริบตาถี่ๆ เอื้อมมือไปคว้าปาท่องโก๋บนพื้นมาถือ แล้วค่อยๆลุกขึ้นโดยเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา


“ช...ช่วงนี้กูไม่ค่อยถูกโรคกับมอ’ไซค์” วรชิตออกตัว


“มึงขี่มอ’ไซค์เป็น จะไม่ถูกโรคกับมอ’ไซค์ได้ยังไง” จิณณะย้อน เพียงเท่านั้น คนไม่ถูกโรคกับมอเตอร์ไซค์ก็ถึงกับพูดไม่ออก มองซ้ายมองขวา ก่อนจะยอมพูดเสียงเบากว่าเดิม


“ก...กูรู้สึกว่ากูกำลังถูกตาม...” คนฟังชะงักกึก


“มีมอ’ไซค์มาวนแถวหน้าบ้านกูหลายวันแล้ว บางวันกูลงพื้นที่ก็รู้สึกว่ามีคนตาม กู...กูไม่รู้ว่า...ว่ามันทำเพื่ออะไร...” จิณณะรู้สึกปากคอแห้งผาด วรชิตอาจจะไม่รู้ แต่เขาคิดว่าเขารู้


...พวกมันกำลังตามหาคนที่อยู่กับทองสุกในคืนนั้น...


“ก...กูกลัวว่ะ...” คำว่ากลัวของวรชิตทำเอาจิณณะยิ่งพูดไม่ออกเข้าไปใหญ่ เขาได้แต่ตบบ่า


“คงไม่มีอะไร อาจมีเรื่องเข้าใจผิด เดี๋ยวก็เลิกไปเอง”


“กูก็หวังอย่างนั้น” วรชิตได้แต่ครวญเสียงแผ่ว ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่ฝ่ายของตนเอง ทิ้งให้จิณณะได้แต่มองตามหลัง หัวคิ้วขมวดชิดไตร่ตรอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคน เขาเม้มปาก สงบสติอารมณ์ที่กำลังกระวนกระวาย สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปรับความรู้สึกนึกคิดให้กลับมาเป็นจิณณะคนเดิม


‘เมื่อไรพี่จะพาผมไปเปิดตัวกับลุงของพี่สักที’


ไม่ต้องรอให้คู่สนทนาอ่านข้อความใดๆ จิณณะก็ส่งข้อความเพิ่ม


‘เย็นนี้คุณเทียมว่างไหม ผมอยากชวนทานข้าว จะแนะนำตัวในฐานะแฟนพี่’


ไม่ใช่แค่พิทักษ์ต้องคุ้มกะลาหัวเขาแล้ว แต่ต้องช่วยให้เขารู้ว่าเรื่องพวกนี้เกิดจากอะไร


จะมีใครต้องลำบากเพราะเรื่องของเขาไม่ได้อีกแล้ว!

..............................


โทรศัพท์มือถือถูกโยนลงบนโต๊ะทำงาน ในขณะที่เจ้าของพ่นลมหายใจแรงๆแล้วกระแทกหลังกับพนักพิง ข้อความล่าสุดจากคนที่ ‘เช้าถึงเย็นถึง’ นั้นชวนให้หงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว


หลังจากเพิ่งทำข้อตกลงกันไป คนที่ขอโทษและรับปากว่าจะคิดก่อนพูดและทำ ก็หาเรื่องกวนประสาทเขาด้วยการส่งข้อความมาสั่ง


เสียงเคาะประตูขออนุญาต ทำให้ชายหนุ่มขยับตัวนั่งตรง เขาพยายามระงับอารมณ์ที่เกิดจากความได้คืบจะเอาศอกของเจ้าของข้อความ อึดใจเดียวบานประตูถูกเปิดเข้ามาโดยประไพ แม่บ้านที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินของเขา ปกติหล่อนมักจะดูแลอาหารกลางวันของเขาด้วย แต่เดี๋ยวนี้มีคนโผล่หน้ามาทุกเที่ยง เลยเบางานไปเยอะ


ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เมื่อแม่บ้านวางถ้วยกาแฟและจานปาท่องโก๋ลงบนโต๊ะทำงานของเขา ปาท่องโก๋ชิ้นเล็กๆที่ถูกตัดพอดีคำนั้น ดูก็รู้ว่าจากไหน


“เห็นเด็กข้างล่างบอกว่าคุณจิณซื้อปาท่องโก๋มาฝาก แล้วยังสั่งน้ำส้มให้คุณทิศ แต่ป้าเห็นว่ายังเช้าอยู่ ดื่มน้ำส้มแต่เช้าจะปวดท้อง”


พนักงานซึ่งเป็น ‘เด็กข้างล่าง’ ย่อมไม่กล้าพูดว่าปลัดจิณณะสั่งน้ำส้มให้พิทักษ์เพราะพิทักษ์เป็นนางเอกของปลัด แต่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวลือในหมู่พนักงานเรียบร้อยแล้ว ประไพเป็นแม่บ้านดูแลในส่วนของออฟฟิศชั้นบนและดูแลพิทักษ์ จึงยังไม่ได้ยินข่าวลือนี้


หล่อนมองจานปาท่องโก๋แล้วก็คิดถึงปาท่องโก๋ถุงใหญ่ที่ถูกแบ่งขึ้นมาข้างบนด้วยความเอ็นดูคนมีน้ำใจ


“คุณจิณไม่เปลี่ยนไปเลยนะคะ สมัยเด็กๆก็อย่างนี้” ประไพเอ่ยปากตามประสาคนเก่าแก่ที่อยู่กับครอบครัวของพิทักษ์มานาน หล่อนอยู่มาตั้งแต่ตอนที่มารดาของพิทักษ์ยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งจิดาภากลายมาเป็นมารดาเลี้ยง และเคยพาหลานชายอย่างจิณณะและจารีตมาที่บ้านให้ ‘เด็กๆ’ ได้รู้จักกัน


“สมัยเด็กๆเขาเป็นยังไง”


ประไพหัวเราะเบาๆ หน้าตาสดใสเมื่อได้คิดเรื่องเก่าๆ


“ซนอย่างหาตัวจับยากเลยค่ะ เคยกระโดดลงน้ำตามไปเอาผ้าพันคอคุณภาที่ปลิว ตอนนั้นคุณยาร้องเสียงหลง ปรากฏคุณจิณว่ายมาขึ้นฝั่งตัวเปียกมะล่อกมะแล่กพร้อมผ้าพันคอ โดนดุยกใหญ่ แต่เจ้าตัวบอกว่าเห็นคุณภาชอบผ้าพันคอผืนนี้มาก ถ้าปล่อยให้หายไปต่อหน้าคงรู้สึกแย่”


ชายหนุ่มฟังแล้วทำเสียงหึในคออย่างหมั่นไส้


“เขาคิดถึงคนอื่นขนาดนั้นเชียวหรือ”


“คุณจิณเป็นเด็กดีออกนะคะ” 


“แต่ดื้อมาก” เขาอุตส่าห์แนะนำให้ไปขอโทษคุณกอบกุล แต่เจ้าตัวกลับเสียงแข็งนอกจากจะไม่ไปแล้ว ยังบอกว่าสิ่งที่ทำเหมาะสมกับสิ่งที่คุณกอบกุลทำต่อตนเองอีกต่างหาก


“คนเราจะดื้อหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับหลายอย่าง คุณทิศบอกว่าคุณจิณดื้อมาก แสดงว่าเจอแต่เรื่องที่คุณจิณดื้อ ลองเป็นเรื่องที่แกไม่ดื้อสิคะ คุณทิศอาจจะบอกว่าคุณจิณว่าง่าย น่าเอ็นดูก็ได้นะคะ”


พิทักษ์หัวเราะในคอราวกับไม่เชื่อ


“ป้าไพเคยเจอเวลาเขาไม่ดื้อหรือครับ”


“ตอนเด็กๆ คุณจิณเคยมาช่วยคุณภาทำขนม สอนให้ปั้นแป้งแบบไหนก็ทำตามว่าง่าย หน้าตามุ่งมั่นน่ารักเชียวค่ะ”


“แต่ตอนนี้เขาโตแล้ว” พิทักษ์แย้ง ทว่าประไพยังยิ้ม ก้มลงมองจานปาท่องโก๋


“คนเราโตขึ้นก็มีทั้งเรื่องที่เปลี่ยนไปและไม่เปลี่ยนไปนี่คะ แต่ป้าว่า...คุณจิณยังเหมือนเดิม อาจจะดื้อไปบ้าง แต่แกไม่ใช่เด็กไม่ดีหรอก”


แม่บ้านร่างอวบหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานของเขาออกไปแล้ว แต่ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง ยังคงนั่งมองโทรศัพท์มือถือของตนเองแล้วเหลือบไปมองปาท่องโก๋ที่วางอยู่ข้างแก้วกาแฟ


เขาเอื้อมมือไปหยิบปาท่องโก๋มาเข้าปากหนึ่งคำ


ไม่ใช่ปาท่องโก๋ดาษดื่นที่มีขายในตลาด แต่นี่คือเจ้าที่ดังที่สุดในจังหวัดนี้


...ตั้งใจซื้อ...


ชายหนุ่มเพิ่งนึกออกว่าคนที่เขาบ่นว่าดื้อแสนสาหัส ไม่ยอมแม้แต่จะไปขอโทษคุณกอบกุล แต่คนคนเดียวกันนี้ กลับขอโทษเขาอย่างง่ายดายตอนที่เขาดุเรื่องที่เจ้าตัวแสดงความชัดเจนเรื่องสถานะของพวกเขาต่อหน้าธารกำนัล


ไม่ได้ทำอย่างขอไปที เขาดูออก ปาท่องโก๋ที่ซื้อมาเผื่อแผ่พนักงานในสนามกอล์ฟก็เช่นกัน


พิทักษ์ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เขากดหาเบอร์ของคุณเทียมผู้เป็นลุง


“ลุงเทียม วันนี้ตอนเย็นว่างไหม”


“คือ...ผมจะเข้าไปพบ...แล้ว...จะพา...จิณ...ไปพบด้วย”


“ครับ ปลัดจิณณะ...” พอมาถึงตรงนี้ พิทักษ์รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ เขาคิดว่าการอธิบายอะไรตรงนี้ผ่านทางสัญญาณโทรศัพท์เป็นเรื่องที่ไม่ควรนัก เรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และ...ควรพูดต่อหน้า


“ขอผมเข้าไปพูดต่อหน้าลุงแล้วกันครับ” เขาเอ่ยเรียบๆ รอจนคุณเทียมเช็คเวลาเรียบร้อยแล้ว เขาถึงได้นัดแนะเวลาที่จะเข้าไปพบ จากนั้นจึงวางสายแล้วส่งข้อความไปบอกคนที่ส่งข้อความมากระตุ้นให้เขาพาเข้าไปพบกับครอบครัว


‘เย็นนี้จะไปรับที่ที่ว่าการ’

.....................................

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 17-01-2019 22:21:43

จิณณะดูนิ่งขรึม และเอาแต่มองกระจกข้าง


ถึงแม้จะกลับมารู้จักกันได้ไม่นานนัก แต่พิทักษ์ก็พอจะบอกได้ว่าเวลานี้คนที่นั่งข้างกายเขาดูไม่เหมือนเคย


ตอนที่เลี้ยวรถเข้าไปรับ จิณณะยิ้มแย้มให้เขาเหมือนทุกที แต่พอขึ้นรถมาได้ รอยยิ้มเหล่านั้นก็หายไป เจ้าตัวนิ่งเงียบ จนเขาหันมอง แต่พอเห็นว่าเขามอง ปลัดหนุ่มก็ฉีกยิ้มเลิ่กคิ้วทำหน้าตากวนๆ


“มองหน้าผมทำไม มองถนนสิพี่”


พิทักษ์หันกลับไปมองถนนต่อ แต่ก็ยังเห็นทางหางตาว่าคนที่พูดจายียวนเมื่อครู่นี้หันหน้าออกไปทางหน้าต่างรถแล้ว เขาไม่เห็นสีหน้าของจิณณะอีก แต่รู้สึกได้ถึงความอึดอัดและกดดันลอยเคว้ง


“เป็นอะไรไป” เขาเอ่ยปากถาม เหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย จิณณะหันกลับมามองเขาแล้ว


“หือ?”


“วันนี้ดูเงียบๆ”


“อ้อ...” มีแค่การรับคำ แต่ไม่มีการอธิบายอะไรเพิ่มเติม


“หรือเรื่องที่จะไปพบลุงของผม?” ปลัดหนุ่มกะพริบตาปริบๆ


“ลุงเป็นคนใจกว้าง รับฟังเหตุผลเสมอ แล้วลุงก็ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องของผม” จิณณะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่พิทักษ์พูดคือเรื่องอะไร


“เดี๋ยวๆ นี่พี่คิดว่าผมเครียดเรื่องจะไปพบคุณเทียมหรือ” เขาท้วงพลางหัวเราะพรืด


“ผมไม่ใช่หนุ่มน้อยนะ ที่แฟนพาไปพบพ่อแม่ผู้ปกครองแล้วต้องเครียด”


“ถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไร” พิทักษ์หันมาถามตรง ตอนนั้นเองที่เสียงหัวเราะของจิณณะหยุดชะงัก ชักรู้ตัวว่าเขาถูกเจ้าของรถโยนหินถามทางเข้าให้ ที่ทำเป็นพูดเรื่องคุณเทียมขึ้นมาก่อน ก็เพื่อทำให้เขาหลุดปากพูดเรื่องที่กำลังคาใจในตอนนี้


จิณณะขบริมฝีปากที่เสียรู้ แต่คนอย่างเขาก็ไม่เคยถูกใครต้อนให้ติดกำแพงเสียด้วย


“อาหารไม่ย่อยน่ะ เมื่อกลางวันกินเยอะเกินไป” ปลัดหนุ่มพูดแล้วทำเป็นลูบท้องตัวเอง


เมื่อกลางวันเขาไม่ได้แวะไปทานข้าวกับพิทักษ์เหมือนทุกวัน โดยอ้างว่าจะต้องเคลียร์งาน แต่อันที่จริง เมื่อกลางวันเขานั่งเฝ้าอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตามองออกไปแต่นอกหน้าต่างเพื่อดูว่ามีใครน่าสงสัยป้วนเปี้ยนแถวนี้หรือไม่ ในท้องจึงไม่มีอะไรนอกจากกาแฟและน้ำเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เครียดและเป็นกังวลจนไม่หิวเลยสักนิด


“แล้วกินยารึยัง” จิณณะนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบเรียบๆ


“กินแล้วสิ”


พิทักษ์เลี้ยวรถเข้าจอดริมถนน เปิดไฟขอทาง


“กินเมื่อไร”


“ก็...ก่อนพี่มาถึง”


“ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะหาย หรือที่ยังไม่หายเพราะไม่ได้เป็นอย่างที่พูด” เป็นอีกครั้งที่ถูกจี้ถาม ปลัดหนุ่มกลอกตาไปมาอย่างหมดความอดทน


“เออๆ! ผมเครียดเรื่องงาน! เรื่องราชการน่ะ! พี่ไม่ต้องรู้ก็ได้มั้ง!”


“เรื่องราชการที่ว่าเกี่ยวกับที่มีคนขับรถตามมารึเปล่า” เพียงเท่านั้น ใบหน้าของคนฟังก็ถึงกับซีดเผือด ตาเหลือกรีบหันมองกระจกข้างทันที แต่ถนนเส้นนี้เป็นเส้นที่วิ่งเข้าสู่ตัวเมือง มีรถราสัญจรจำนวนมาก เขาไม่รู้ว่าคันไหนขับตามพวกเขามาหรือไม่...หรือ...อาจจะไม่มีคันไหนขับตามมาตั้งแต่แรก...


พอคิดได้อย่างนั้น จิณณะก็รีบหันกลับไปมองคนขับรถทันที พิทักษ์กำลังจ้องเขาอยู่ราวกับจับพิรุธเขามานานแล้ว


“จะบอกตรงนี้ หรือจะไปบอกต่อหน้าลุงผม”


ไม่มีทางเลือกไหนดีสำหรับจิณณะเลย


“พี่หลอกผมหรือ?! จริงๆแล้วไม่มีรถขับตามมาตั้งแต่แรกใช่ไหม?!” พิทักษ์ไม่ตอบ แต่จ้องมองนิ่ง นิ่งเสียจนปลัดหนุ่มหงุดหงิด


“ตอบสิวะ!! มีคนตามไหม?!” คนขับรถมองอาการกระวนกระวายของคนตรงหน้าแล้วก็ยิ่งแน่ใจ เขาไม่ได้คิดไปเองว่าจิณณะเอาแต่มองกระจกข้าง เจ้าตัวมองจริงเพราะกำลังกลัว


กลัวจะมีคนสะกดรอยตาม


“ผมถามว่ามีคนตาม!...” จิณณะขึ้นเสียงตะเบ็งถาม ทว่าไม่ทันพูดจบ พิทักษ์ก็เอ่ยตอบเรียบๆ


“มี...” เขาโกหก ความจริงแล้วไม่มีใครตามมาทั้งนั้น แต่เพราะสังเกตความผิดปกติของจิณณะมาตั้งแต่ขึ้นรถ ไหนจะอากัปกิริยาหวาดหวั่นนั่นอีก ยิ่งเขาตอกย้ำว่า ‘มี’ สีหน้าของปลัดหนุ่มก็ยิ่งทั้งซีดทั้งขาว


จิณณะเลียริมฝีปากแล้วหันกลับไปนั่งพิงเบาะ จมร่างตัวเองเข้ากับพนักราวกับมันจะช่วยปกป้องเขาได้


“พ...พี่รู้เรื่องไหนแล้วบ้าง...”


“ตอบในสิ่งที่ผมถามก่อน ไม่ต้องมาย้อนถามผม” พิทักษ์ยังคงนิ่งสงบ ในขณะที่ปลัดจิณณะว้าวุ่นใจ ขยี้หัวตัวเองซ้ำๆหลายครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี


“พี่ทองสุก...คนที่ถูกยิงตาย...เขาเป็นสาย...”


“เรื่องนั้นผมรู้แล้ว” จิณณะหันมองคนพูด แล้วได้แต่เม้มปาก เขาน่าจะรู้ดีว่าคนอย่างพิทักษ์มีหนทางสืบหาเรื่องที่เขาหมกเม็ด ข้ออ้างเรื่องความลับราชการอะไรนั่น ให้อย่างไรก็ปิดไม่ได้


“ที่ผมอยากรู้คือคุณเข้าไปเกี่ยวกับเรื่องคืนนั้นได้ยังไง”


ปลัดหนุ่มอ้าปากพะงาบแต่แล้วก็หุบปากลง แล้วก็อ้าขึ้นอีกครั้ง ทำซ้ำๆราวกับไม่รู้จะพูดดีหรือไม่ ทว่าพิทักษ์ยังจ้องเขาอยู่อย่างนั้น ความเงียบระหว่างพวกเขากลายเป็นแรงกดดันชั้นดีที่ทำให้จิณณะต้องตัดสินใจ


“ผ...ผม...ผมอยู่ที่นั่น...”


คนฟังพ่นลมหายใจแรง แผลที่เขาช่วยใส่ยาติดผ้าก๊อซให้เกิดจากการที่เจ้าตัวอยู่ในที่เกิดเหตุคืนนั้นจริงๆ


“แล้วเห็นคนทำรึเปล่า”


“ไม่เห็น มันมืด...ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้านพี่สุก แกออกไปดูแล้ววิ่งกลับมาบอกให้หนี แล้วจากนั้น...จากนั้นผมก็ได้ยินแต่เสียงปืน...” เสียงดังรัวยังคงสะท้อนก้องอยู่ในสมองของจิณณะ มันดังยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า มันรัวยิ่งกว่าเสียงกลองหนักๆ และอานุภาพของมัน...ร้ายแรงถึงขั้นปลิดชีวิตทองสุก


จิณณะซุกตัวกับเบาะรถยนต์ ทั้งหวาดหวั่น ทั้งอับจนหนทาง


“แล้วคุณไปที่นั่นคืนนั้นทำไม”


“พี่สุกชวนผมไปกินข้าวที่บ้าน...” จิณณะกระแทกศีรษะกับเบาะ นวดขมับตัวเองแรงๆ หากจะบอกว่าเขาซวยที่ไปอยู่ที่นั่นในวันที่เกิดเหตุก็คงเป็นการโยนความผิดให้คนตาย แต่...เขาเองก็ไม่เคยมีเรื่องราวบาดหมางกับใครจนถึงขั้นต้องถูกตามเก็บ เหตุผลเดียวของเรื่องในคืนนั้นคือทองสุกถูกหมายหัวแต่แรก ส่วนเขาคือคนที่ถูกลูกหลง และกำลังจะกลายเป็นรายต่อไป หากยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทองสุกถูกเก็บเพราะอะไร และใครเป็นคนบงการ


“มีใครรู้อีกบ้างว่าคืนนั้นคุณอยู่กับทองสุก”


“ไม่มีใครรู้...แต่...คนที่ยิงพี่สุกรู้ว่ามีคนอื่นอยู่กับแก เพื่อนผมที่เป็นปลัดด้วยกันมันโดนตามไปถึงบ้าน...”


พิทักษ์ฟังแล้วใจโหวง เพราะการที่มีคนในที่ว่าการถูกจับตา ก็แสดงว่าอีกไม่นาน จิณณะก็อาจะถูกตามเช่นกัน และความจริงที่ว่าเจ้าตัวอยู่ในเหตุการณ์ก็อาจถูกเปิดเผย ต่อให้จะยืนกรานหนักแน่นว่าไม่รู้ไม่เห็นว่าใครเป็นคนฆ่าทองสุก พวกมันก็คงปิดปากจิณณะอยู่ดี


เขามองคนที่นั่งหน้าทุกข์ระทมอยู่ข้างกายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะเปลี่ยนเกียร์พารถเคลื่อนตัวอีกครั้ง จิณณะรั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้ สายตายังหลุกหลิกมองออกไปนอกรถ สีหน้ายังซีดขาว และที่สำคัญคือเจ้าตัวยังพูดไม่ออก


“ไม่มีใครตามมาหรอก ไม่ต้องกังวล” สีหน้าของจิณณะเปลี่ยนเป็นเรียบตึงฉับพลัน


“หมายความว่าไง?! นี่พี่โกหกผมหรือ?!”


“ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณก็ไม่พูดความจริงน่ะสิ” ปลัดอ้าปากค้าง แล้วหุบลง อยากด่าอีกฝ่ายสักที แต่ก็ด่าไม่ออก...ใช่ ถ้าพิทักษ์ไม่โกหก เขาก็ไม่มีวันพูด...


“ผมจะไม่ทำอีก” คนโกหกเมื่อครู่เอ่ยปาก ทำเอาคนอยากด่าแต่ได้แค่พะงาบปากขึ้นๆลงๆถึงกับต้องหันมอง


“แต่คุณก็ต้องรับปากว่าจะไม่ปิดบังผม”


ดวงตาสองคู่สบกัน ทั้งๆที่พิทักษ์เป็นเพียงญาติห่างๆไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดแต่อย่างใด หนำซ้ำยังเพิ่งกลับมาคลุกคลีเพราะปัญหาที่จิณณะหิ้วไปขอความช่วยเหลือ เขาไม่มีอะไรวิเศษวิโสที่จะทำให้จิณณะต้องรับปากว่าจะไม่ปกปิดเลย


แต่...ถึงอย่างนั้น อะไรบางอย่างในตัวคนมากปัญหาก็บอกว่าพิทักษ์คือคนที่ไว้ใจได้ วางใจได้ และไม่จำเป็นต้องปกปิดอะไรทั้งนั้น


“ผม...รับปาก”


พิทักษ์ตบมือตัวเองลงกับมือของจิณณะที่จับแขนของเขาอยู่


“ผมเองก็สัญญาเหมือนกัน”


“พี่สัญญาแล้วนะว่าจะไม่หลอกผมอีก” ดวงตาคมดุคู่นั้นทอดมองอย่างจริงจัง


“สัญญา...” มือที่ตบลงบนมือของจิณณะกลายเป็นบีบเบาๆ ทำเอาเจ้าของมือที่ถูกบีบต้องก้มลงมอง ในขณะที่เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง


“....และผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ”


มือที่อยู่ในสายตาของจิณณะก็ถูกดึงกลับไปจับพวงมาลัยรถแล้ว ทว่าสายตาของปลัดยังคงอยู่บนมือของตนเอง ไอร้อนจากมือของอีกฝ่ายยังคงหลงเหลืออยู่บนหลังมือของเขา ในขณะที่มือของเขาก็ยังจับที่แขนของพิทักษ์


อะไรบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในร่างกาย จิณณะได้แต่เม้มปาก ก่อนจะค่อยๆปลดมือตัวเองออกมาจากแขนของคนข้างกาย


เขากลับไปนั่งพิงเบาะตัวเองอีกครั้ง ความกังวลที่เมื่อครู่ยังลอยเคว้งอยู่ในหัวใจราวกับถูกปัดเป่าจนเหลือเพียงแค่ควันจางๆ


‘ผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ’


ประโยคนี้ของพิทักษ์มีอำนาจเหลือเกิน


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

มีการสัญญิงสัญญา (อยากจะแหมมมม...ใส่ปลัดมากๆเลยค่ะ ฮ่าฮ่า)

ตอนที่แล้วพี่ทิศออกมาทำหน้าที่หน่อยเดียว มีแต่คนอวยพี่ทิศกันยกใหญ่ บอกว่าพี่ทิศเล่นดี เล่นเนียน พี่ทิศอาจจะสุขุมนุ่มลึกน่าเชื่อถือ แต่ในสายตาปลัด พี่ทิศคือนางเอกค่ะ ฮ่าฮ่า (ตอนนี้ให้แอร์ไทม์ปลัดไปค่ะ ให้ออกตัวแรงแซงทุกโค้งไปเลย เราจะไม่เถียง เดี่ยวให้พี่ทิศเถียงแทน กร๊ากๆ)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและเป็นกำลังใจให้พี่ทิศกับปลัด ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 17-01-2019 22:54:09
 :katai1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 17-01-2019 22:56:20
โอ๊ยยน พี่ทิศเท่ห์สุดๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Bradly ที่ 17-01-2019 23:01:15
เดี๋ยวจิณก็คงได้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นนางเอก 55555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 17-01-2019 23:12:06
เอ็นดูคุณปลัด    :L2: :L2: :L2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: borntobeyours ที่ 17-01-2019 23:13:20
เขินนนนนน พี่ทิศละมุนมากกกก อย่างที่จิณว่า พี่ทิศน่ารักมากๆ ตกหลุมรักแล้ว คนอะไรความคิดความอ่านดูเป็นผู้ใหญ่มากๆ พึ่งพาได้ อบอุ่นสุดๆ หวังว่าพี่ทิศจะหลงเสน่ห์น้องจิณเร็วๆ ฮืออออ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 17-01-2019 23:24:43
นางเอกจะปกป้องพระเอกเอง !!! :m20: :m20:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 17-01-2019 23:33:56
ทำไมละมุนขนาดนี้ล่ะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 17-01-2019 23:42:15
 :z1:


 :3123: :pig4: :3123:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 18-01-2019 00:27:22
 :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 18-01-2019 00:36:21
เอาแล้ว พี่ทิศเริ่มเอฟเฟคคุณปาหลัดแล้ว 555
จะรอดูใครกันแน่ที่เหมาะกับน้ำนางเอก
ยังไง ระวังตัวกันด้วยนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: G-NaF ที่ 18-01-2019 01:52:04
พี่ทิศถือว่าเป็นผู้ชายเงียบครึมแต่อบอุ่นได้มั้ยเนี่ยยย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 18-01-2019 02:23:42
 o18 นางเอก ไม่นางเอก รอดูตอนแทงจ้ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 18-01-2019 07:57:28
‘ผมสัญญาว่าจะช่วยคุณ’

งื้อออ  :-[ :-[ :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ก้อนขี้เกียจ ที่ 18-01-2019 08:23:50
เขินอะไรไม่รู้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 18-01-2019 11:23:49
พี่ทิศมีความอ่อนโยน อีกไม่นานน่าจะดีกัน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 18-01-2019 13:00:02
พีีทิศน่ารักกกกก
พระเอกนิยายคุณบัวน่ารักตลอด ยกเว้นโจ๊ก ก๊าก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 18-01-2019 13:03:12
ปลัด นี่ปลัดมั่นใจมากไปนะที่ประกาศว่าพี่ทิศเป็นนางเอกของปลัดอ่ะ ถามไถ่สุขภาพใจพี่ทิศแล้วยัง? 55555

พี่ทิศโชว์เหนือมาก หลอกปลัดจอดสนิทเลย / รักดอกจึงหลอกถามน้าาา  :hao3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 18-01-2019 16:12:09
ชื่อพิทักษ์ พิทักษ์สมชื่อเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 18-01-2019 18:14:33
นี่แค่แฟนหลอก ๆ พี่ทิศยังช่วยซะขนาดนี้ เป็นแฟนจริงสงสัยแทบจะอุ้มใส่เอว
ชอบป้าไพ ยกตำแหน่งผู้ช่วยนางเอกให้เลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 18-01-2019 21:02:18
พี่ทิศนี่มาเหนือตลอด :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 18-01-2019 22:40:44
นางเอกกกกก ฮ่าๆๆๆ
ค่ะ นางเอกเรื่องนี้ดุแต่ใจดีมากเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 19-01-2019 11:29:11
 ชอบพี่ทิศมากเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 19-01-2019 12:12:27
ค่าาาา นางเอก ก็นางเอก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 19-01-2019 12:25:07
พี่ทิศเป็นนางเอก555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: tae1234 ที่ 19-01-2019 12:45:33
เขิล...
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 19-01-2019 16:53:55
ถึงขั้นตามทุกคนนี่คือร้ายแรงมากนะ
แถมยังทำผวากันทั้งคู่ไปอีก

พิทักษ์คือเป็นคนสังเกตมากเลย และถึงจะเคืองน้อง
แต่ก็มีอะไรมากลบให้คิดทางบวกไปบ้าง
แถมตอนนี้มีสัญญากันแล้ว ไม่มีคืนคำแน่นอน

จิณถึงอุ่นใจเลยหรอ ไม่ธรรมดานะ อย่าเขวซะก่อนล่ะ
สงสารจิณ ถึงต้องเรียกร้อง และพยายามช่วยตัวเองหลายอย่าง
แต่อย่าถึงขั้นเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย เชื่อว่าทิศจะรั้งได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 19-01-2019 18:50:22
พี่ทิศแหมมมม เริ่มมองน้องจิณดีขึ้นแล้วซิ :hao3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 23-01-2019 14:34:25
พี่ทิศสุดยอด  :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Peterpanmama ที่ 24-01-2019 14:31:00
รอออออออออออ
พฤหัสแล้วเด้อ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Rateesiri ที่ 24-01-2019 17:51:01
จิ้มไหว้ก่อน น๊า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 24-01-2019 18:11:46
เนี่ยแหละ คนที่จะมาปราบจิณได้ อิอิ

ปล. ถ้าเทียบกับของขวัญ ใครจะเร่าร้อนกว่ากันฮะ 5555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 24-01-2019 19:06:26
มารอๆ
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 24-01-2019 21:10:46
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
   ตอนที่ 5



บ้านของคุณเทียมเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่ยกพื้นเล็กน้อย ตั้งอยู่ท่ามกลางอาณาเขตกว้างขวาง ถูกตีล้อมด้วยกำแพงสูงหนา หากไม่ใช่เพราะพิทักษ์ ประตูรั้วอัลลอยก็คงไม่เปิดต้อนรับง่ายดายอย่างนี้


จิณณะกวาดตามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ทั้งๆที่เป็นผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น มีลูกน้องมากมาย แต่นอกจากคนงานที่กำลังดูแลต้นไม้และสวนเขียวขจี ก็มองไม่เห็นคนอารักขาแต่อย่างใด


 คนที่ยืนรออยู่ที่ประตูบ้านคือชายวัยกลางคนชื่อมิตรเป็นคนสนิทของคุณเทียม ติดตามลุงของพิทักษ์มานับสิบปี จึงรู้จักมักคุ้นกับหลานชายของคุณเทียมดี พิทักษ์เดินนำจิณณะไปหาแล้วยกมือไหว้ ก่อนจะแนะนำปลัดหนุ่มและลูกน้องของลุงได้รู้จักกัน


“คุณเทียมรออยู่ทางนี้ครับ”


ความสุภาพเรียบร้อยของคนในบ้านของผู้มีอิทธิพลที่สุดในจังหวัด หนำซ้ำยังเป็นอดีตนักการเมืองระดับประเทศทำให้ปลัดอำเภอตัวเล็กๆอย่างจิณณะเกือบจะกังขาอยู่แล้ว


จนกระทั่งชายคนนั้นหมุนตัวออกเดินนำ เขาถึงได้เห็นวัตถุบางอย่างที่เหน็บอยู่ด้านหลัง


...ปืนพก...


จิณณะถอนหายใจเบา เขาน่าจะรู้ดีว่าให้อย่างไรคุณเทียมก็เป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ของจังหวัด บ้านแสนสงบบนพื้นที่กว้างขวางที่ดูไม่มีใครคอยตรวจตรานั้น ไม่น่าจะใช่...


ดวงตากวาดมองไปรอบตัว ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งสังเกตว่าคนงานคนสวนที่เมื่อครู่นี้ดูแลต้นไม้พุ่มไม้อยู่รอบๆ กำลังจับตามองมาที่เขา


...ไม่สิ ไม่ใช่ที่นี่ไม่มีคนคอยอารักขา...


...แต่มีแบบไม่เปิดเผยต่างหาก...


“ตามมาได้แล้ว ไม่ต้องไปมอง” เสียงของพิทักษ์ดังขึ้นเบาๆ ฉุดสติของจิณณะให้ละสายตาจากคนเหล่านั้น เขาสบตากับหลานชายของคุณเทียมอึดใจหนึ่ง สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะก้าวเท้าเข้าบ้านไปพร้อมกัน

...........................

คุณเทียมอยู่เฉลียงหลังบ้าน พร้อมด้วยสุนัข 3 ตัวที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุ แต่พอหันมาเห็นหลานชายพาแขกผู้ไม่เคยมาที่นี่ติดตามมาด้วย เขาก็หันไปสั่งคนงานแถวนั้นให้พาสุนัขทั้ง 3 ตัวไปที่อื่นเสียก่อน


บรรยากาศที่เฉลียงด้านหลังมีแต่ความเงียบ จิณณะผู้เคยออกตัวว่ามีไฝที่ปาก เกิดอาการอับจนทางคำพูดขึ้นมาดื้อๆ ทั้งๆที่เขาพบเจอคุณเทียมก็หลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็รู้สึกว่าชายวัยหกสิบคนนี้ไม่ใช่คนที่รับมือได้ง่ายๆเลย


เป็นอดีตนักการเมืองระดับประเทศ


เป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น


แม้ปัจจุบันจะเข้าสู่วงการเพาะเลี้ยงกล้วยไม้ แต่ชายผู้นี้ไม่เคยออกปากว่าล้างมือจากวงการอำนาจและผลประโยชน์แต่อย่างใด


พิทักษ์เหลือบมองคนข้างกายที่นั่งเงียบ เขาเห็นลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงราวกับเจ้าตัวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไรออกมา


“ลุงคงรู้จักจิณอยู่แล้ว”


หลานชายของคุณเทียมกลายเป็นคนออกปากเอง เมื่อนั้นจิณณะถึงได้สติหันมอง พิทักษ์กำลังมองตรงไปยังผู้เป็นลุง ใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาสงบไม่บอกอารมณ์


“แล้วก็คงได้ยินมาบ้าง เรื่องผม...กับจิณ”


คุณเทียมเองก็นั่งเฉย สีหน้าเรียบ ทว่าดวงตาจับจ้องหลานชายที่กำลังพูด จิณณะกลืนน้ำลายอีกอึก สายตาของคุณเทียมนั้นราวกับมีดคมที่พร้อมจะผ่าร่างคนพูด


พิทักษ์ต้องโตมากับสายตาแบบนี้เวลาสารภาพอะไรสักอย่างอย่างนั้นหรือ


หากเป็นเขา คงอกแตกตายตั้งแต่สารภาพครั้งแรกแล้ว


“ที่ผมมา เพราะอยากมาบอกลุงด้วยตัวผมเอง แล้วก็อยากพาจิณมาไหว้ลุงด้วย”


ทว่าพิทักษ์คงพบเจอสายตาแบบนี้ของผู้เป็นลุงมาตั้งแต่เด็กจนโต ถึงยังคงพูดต่อได้ด้วยสีหน้าและสายตาที่เรียบสงบไม่ต่างจากคุณเทียมเสียเท่าไร

“คิดดีแล้วหรือ” ผู้อาวุโสกว่าเอ่ยปาก คราวนี้ชายหนุ่มสองคนชะงักงัน สายตาของคุณเทียมมองปลัดหนุ่มทีหนึ่ง ก่อนจะเบนไปยังหลานชาย แล้วจ้องมองพิทักษ์นิ่งนาน


“โดยเฉพาะทิศ คิดดีแล้วใช่ไหม”


จิณณะรู้สึกเหมือนคำถามนี้ของคุณเทียมไม่ได้หมายถึงเรื่องที่พวกเขาออกตัวว่าคบหากัน แต่คุณเทียมจงใจถามถึงเรื่องอื่น


 “ทิศจะเดือดร้อนเพราะเรื่องนี้ และถ้าถึงวันนั้น ทิศจะถอยไม่ได้อีก แน่ใจแล้วหรือ”


ว่ากันว่าบางครั้งคุณเทียมก็เป็นคนตรงไปตรงมา รวมถึงครั้งนี้ที่ถามตรงเผงต่อหน้าจิณณะผู้ที่กำลังชักจูงหลานชายของเขาเข้าสู่เส้นทางเดือดร้อน


คนถูกถามสบตากับผู้เป็นลุง เริ่มแน่ใจว่าคุณเทียมรู้อะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในคืนนั้นโดยที่เขาไม่ต้องพูด และบางทีคุณเทียมอาจจะเดาได้แล้วว่าจิณณะอยู่ในที่เกิดเหตุ คำเตือนว่าเขาจะเดือดร้อนเพราะ ‘เรื่องนี้’ จึงไม่ใช่เรื่องอื่นใดนอกเสียจากเรื่องคืนนั้น


นี่คือคำเตือนจากผู้มีอิทธิพลในจังหวัดและมีสถานะเป็นลุง


พิทักษ์รู้ดีว่าเขาเป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง มนุษย์ที่แสนเปราะบาง ถ้าหากอยากมีชีวิตยืนยาว ก็ไม่ควรใช้ชีวิตสุ่มเสี่ยงกับภัยอันตรายหรือสถานที่อโคจร แต่...เขาก็รู้ว่ามนุษย์ไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะครั้งนี้ ที่เขาเองก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรในการช่วยเหลือจิณณะมากไปกว่าอีกฝ่ายเป็นหลานชายของแม่เลี้ยง


บุญคุณที่จิดาภาเลี้ยงดูเขามาอย่างนั้นหรือ


ก็ใช่


ชั่วขณะหนึ่งที่เขาหันมองข้างกาย รายนั้นดูเหมือนจะลืมหายใจ ลืมพูด ลืมแม้กระทั่งกะพริบตา


จากคนกวนโมโห พูดเก่งราวกับผีเจาะปากมาพูด กลับได้แต่นั่งนิ่งทำได้แค่กลืนน้ำลายเป็นครั้งคราว


อาจจะเป็น ‘นี่’ ที่พิทักษ์เองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ทั้งหมดของจิณณะในเวลานี้ที่ทำให้เขาตัดสินใจตกปากรับคำ


“ผมตัดสินใจแล้วครับลุง” หลานชายของคุณเทียมคนนี้สมกับเป็นหลานที่คุณเทียมเอ็นดู เพราะทุกคำพูดของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและจะไม่มีวันถอยกลับ


จิณณะรู้สึกเหมือนร่างเกร็งขึงกับน้ำเสียงของคนข้างกาย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจกำลังทำงานอย่างหนัก เขารู้ดีว่าเรื่องคราวนี้ตนเองเป็นต้นเหตุดึงคนนอกที่แทบไม่รู้จักกันเลยอย่างพิทักษ์เข้ามาพัวพัน และอย่างที่คุณเทียมว่า...หากเข้ามาแล้ว จะก้าวถอยหลังไม่ได้อีก


แต่ถึงอย่างนั้น พิทักษ์ก็ยัง... ‘ตัดสินใจแล้ว’


ถ้าเรื่องคราวนี้จบลง และเขารอดตายไปได้ บุญคุณครั้งนี้ของพิทักษ์...เขาจะไม่ลืมเลย


คุณเทียมฟังคำตอบของหลานชายแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ก่อนจะเหลือบมองข้าราชการหนุ่ม ดวงตาของชายวัยหกสิบผู้มากประสบการณ์จับจ้องจนชายหนุ่มอายุคราวลูกแทบลืมหายใจ แต่สุดท้ายเจ้าของบ้านก็เผยยิ้มจาง


“ในเมื่อทิศตัดสินใจแล้ว ลุงก็ไม่ห้าม มีอะไรก็แวะมาหาลุงได้เสมอ” น้ำเสียงของคุณเทียมเปลี่ยนเป็นผู้ใหญ่ใจดี แตกต่างจากเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง จิณณะเหมือนจะหายใจได้ขึ้นมาหน่อย ก็มีอันต้องผงะเมื่อลุงของพิทักษ์ลุกจากเก้าอี้แล้วผายมือออก


“มาให้ลุงกอดต้อนรับหลานคนใหม่หน่อย”


ปลัดหนุ่มกะพริบตาปริบๆ หันมองพิทักษ์แต่ฝ่ายนั้นพยักพเยิดให้ทำตาม เขาก็เลยลุกขึ้นยืน ก่อนจะถูกคุณเทียมดึงไปกอด จิณณะยังไม่ทันตั้งสติดี เสียงของเจ้าของบ้านก็ดังขึ้นที่ข้างหู


“ฉันไม่ได้ให้หลานฉันช่วยฟรีๆหรอกนะ”


น้ำลายของคนฟังแห้งเหือดไปทั้งปากทั้งคอ ก่อนจะสะดุ้งอีกทีเมื่อฝ่ามือของคุณเทียมตบลงกลางหลังหนักๆ แล้วจึงคลายกอดออก พลางหันไปยิ้มให้พิทักษ์


“ไปทานข้าวกันเถอะ ป่านนี้ตั้งโต๊ะเสร็จแล้ว”


อีกครั้งที่จิณณะรู้สึกเหมือนตนเองยังเก็บรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปไม่ครบ ก็ถูกเจ้าของบ้านกระทุ้งเข้าอีกรอบ


“อ้อ สัปดาห์หน้ามีงานแต่งงานลูกของเพื่อน แต่ลุงไปไม่ได้ ทิศกับจิณไปแทนหน่อยได้ไหม” ออกปากแล้วก็ทิ้งสายตาไว้ที่จิณณะราวกับจะบอกว่า นี่เป็นเงื่อนไขแรกที่คุณเทียมยื่นให้เพื่อแลกกับการที่พิทักษ์จะช่วยเหลือ


ปลัดหนุ่มรู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำถามหาความสมัครใจ แต่เป็นคำสั่งของคนที่เขาคิดจะเข้ามาอยู่ใต้ปีก


คุณเทียมไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจดีที่ยอม ‘จ่าย’ โดยไม่ได้อะไรตอบแทน


ในเมื่อคราวนี้การจ่ายของเขา คือการยินยอมให้หลานชายก้าวเท้าเข้าไปสู่เส้นทางที่ตนเองรู้ดีว่าไม่ปลอดภัย ค่าตอบแทนของมันจึงต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดา


และจิณณะ...ต้องรู้ว่าโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ!

…………………………..

คุณกอบกุลไม่เคยนึกชิงชังลูกหลานคนไหนในสายเลือดมากเท่านี้มาก่อน


จิณณะคือหลานชายนอกคอก เลี้ยงไม่เชื่อง เป็นคนในครอบครัววงศ์กีรติที่ไม่เคยพินอบพิเทาหล่อน และที่ร้ายที่สุดคือก่อนหน้านี้เขาขบถอย่างไร วันนี้ก็เขาก็ยังขบถอย่างนั้น หนำซ้ำยังดึงคนอื่นมาร่วมขบถด้วยย่างไม่ไว้หน้าหล่อนเลยสักนิด!


“งานแต่งลูกชายท่านนพพรเมื่อคืน...คุณกอบคงทราบแล้ว ว่าหลานชายคุณกอบไปพร้อมกับหลานคุณเทียม”


หญิงชราวัย 72 ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมาย แต่วันนี้ก็ยังร้อนๆหนาวๆเพราะการกระทำของหลานชาย


หล่อนพยายามยืดตัวให้ตรง อย่างน้อยก็เพื่อให้ท่าทีดูสง่าผ่าเผยไม่ใช่อ่อนข้อให้คนที่เรียกตัวหล่อนมา


ท่านเสรี


คลังอำนาจที่หล่อนอยากเกี่ยวดอง


“อย่างที่ดิฉันเคยเรียนท่านไป ตาจิณ...เป็นคนแผลง เรื่องบางเรื่องที่เขาทำ จะถามหาความหมาย หรือความรู้สึกสลักสำคัญอะไรไม่ได้หรอกค่ะ”


“รวมถึงเรื่องของหลานคุณเทียมด้วยหรือ” ชายชราที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ย้อนถาม


“นั่นหลานคุณเทียมเชียวนะ”


คุณกอบกุลรู้ดีว่าหล่อนกำลังถูกต้อนให้ยอมรับความจริงว่าจิณณะจะไม่สามารถเป็นเครื่องเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลของหล่อนและท่านเสรีได้แล้ว แต่...หากหล่อนยอมอย่างง่ายดาย ก็คงเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานานหลายสิบปี


“ดิฉันคิดว่าคุณเทียมเป็นผู้ใหญ่มากพอที่จะดูออกว่าสองคนนั้นแค่เล่นสนุก” หญิงชรายกยิ้มเล็กน้อย พลางจ้องมองชายผู้เป็นเจ้าของห้องทำงานโอ่อ่า


“แต่เมื่อเวลาผ่านไป จิณณะต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง” โลกที่คุณกอบกุลเป็นผู้สร้างและกำหนด โลกที่คุณกอบกุลวาดหวังว่าตระกูลของหล่อนจะเติบโตและมั่งคั่งด้วยเงินทองและอำนาจบารมี


ถ้าเพียงแต่จิณณะแต่งงานกับลูกสาวของท่านเสรี


 “ท่านเองก็ทราบดีว่าโลกนี้มีแค่เงินทองไม่ได้ เหมือนที่จะมีแค่อำนาจบารมีไม่ได้ แต่ถ้าทั้งสองอย่างรวมกัน สั่งดินให้กลายเป็นฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก”


ภายในห้องทำงานใหญ่โตเงียบสงัดไปชั่วอึดใจ สายตาของชายชราจับจ้องไปที่คุณกอบกุลผู้ที่เขาเรียกตัวมาพบหลังจากเรื่องของจิณณะและพิทักษ์ไปร่วมงานแต่งงานของลูกชายรัฐมนตรีคนหนึ่งเมื่อคืนนี้


เป็นครั้งที่ 2 ที่เขาขอพบคุณกอบกุลเกี่ยวกับหลานชายคนที่หล่อนคิดจะหมายมั่นให้แต่งงานกับลูกสาวของเขา


หากจะว่าลูกสาวของเขาไม่มีปัญญาหาสามีเองก็ไม่ใช่ แต่เพราะหลานชายของคุณกอบกุลนั้นเข้าตาหล่อนเช่นกันต่างหาก


...ไม่ใช่เพราะจิณณะเป็นปลัดอำเภอ แต่เป็นเพราะนามสกุลวงศ์กีรติและทรัพย์สินส่วนหนึ่งที่คุณกอบกุลจัดสรรปันส่วนให้ลูกหลานทุกคนทั้งๆที่หล่อนยังมีชีวิตอยู่นี่ต่างหากล่ะ...


จิณณะคือมหาเศรษฐีในคราบข้าราชการตัวกระจ้อย หนำซ้ำยังมีถังเงินถังทองของคุณย่าหนุนหลังอีกต่างหาก


อย่างไรก็ตาม แม้จิณณะจะเข้าตา แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่ฐานะเทียบเท่าหรือดีกว่า


ท่านเสรีเอนหลังพิงพนักอย่างวางเชิง แม้ใจจะอยากร่วมเกี่ยวดองกับตระกูลของหญิงชราตรงหน้า แต่เขาจะไม่หงายไพ่ทั้งหมดเพื่อให้หล่อนผยอง


“อาทิตย์ก่อน ผมเพิ่งพบคุณชัย  วิมลกิตติ คุณกอบคงพอรู้จัก ลูกชายคุณชัยเป็นพ่อหม้ายลูกสาม หลานชายคุณชัยก็ยังโสด เป็นคนหนุ่มไฟแรงตั้งใจทำงานทั้งคู่ ผมกับคุณชัยก็คนคุ้นเคยกันดี” เขาเอ่ยเป็นนัย ดวงตาจับจ้องหญิงชราแล้วย้ำหนักแน่น


“หลานคุณกอบ...ไม่ใช่ตัวเลือกเดียว เอาเป็นว่าคราวนี้ผมจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หวังว่าคุณกอบจะทำให้หลานชายแค่เล่นสนุกอย่างมีขอบเขต เพราะถ้ามีข่าวลือเสียๆเกี่ยวกับหลานคุณกอบและหลานคุณเทียม ผมคงต้องพิจารณาข้อตกลงของเราใหม่”


คุณกอบกุลยกยิ้มเล็กน้อยราวกับเป็นการรับปาก ก่อนจะยกมือไหว้ขอตัวลา


หญิงชราเดินออกจากห้องทำงานของท่านเสรี เลขานุการของหล่อนที่นั่งรออยู่ข้างหน้าก็รีบเข้าประคองทันที


“ไปที่ว่าการอำเภอ”


“คะ?!”


“ฉันจะไปหาไอ้หลานตัวแสบ!!”


นาตยาเป็นเลขานุการส่วนตัวของคุณกอบกุลมาหลายสิบปี หล่อนกล้าสาบานว่าตอนถูกคนอื่นโกงเงินหลายสิบล้าน คุณกอบกุลยังไม่โกรธเท่าตอนนี้เลย!

………………………..

คุณกอบกุลผู้ร่ำรวยสวมชุดผ้าไหมราคาแพงและเพ็ชรนิลจินดาบนหู คอ นิ้ว แตกต่างจากชาวบ้านในอำเภอที่แวะเวียนมาที่ที่ว่าการมากนัก ดังนั้นเมื่อหล่อนก้าวเท้าเข้ามาในอาคารราชการ ก็เกิดเป็นเสียงเซ็งแซ่จากเจ้าหน้าที่ชั้นล่างขึ้นไปถึงชั้นบน ไม่ต้องส่งนาตยาไปแจ้งใครว่ามาที่นี่เพื่ออะไร ชายหนุ่มในชุดเสื้อโปโลกางเกงสแล็กก็วิ่งลงมาจากชั้นสอง


ใครๆก็ว่า ‘จิณณะ’ เป็นหลานชายที่หน้าตาเหมือนสามีที่จากไปของคุณกอบกุลมากที่สุด สามีที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวจากไปในวัยหนุ่ม ปล่อยให้หล่อนล้มลุกคลุกคลานเลี้ยงลูกอีกสามมาเพียงลำพัง หากเขากลับชาติมาเกิดเป็นหลานชายคนนี้จริง ก็สมควรแล้วที่หล่อนจะชิงชังเขายิ่งกว่าหลานคนไหนๆ


“สวัสดีครับ คุณย่า” จิณณะยกมือไหว้ หน้าตาดูงุนงงเล็กน้อยหลังจากกวาดตามองซ้ายมองขวาแล้วพบว่าหล่อนบุกมาที่นี่เพียงผู้เดียว


“คุณย่ามาคนเดียวหรือครับ” เขาถาม การที่คุณกอบกุลผู้ไม่ปลื้มกับอาชีพรับราชการของเขาบุกมาที่นี่ก็ว่าประหลาดแล้ว หนำซ้ำหล่อนยังมาเพียงลำพัง ไม่มีทั้งบิดามารดาของเขามาด้วย


“ฉันมีเรื่องต้องคุยกับแก!”


ทั้งสีหน้า ทั้งน้ำเสียงของหญิงชรา หากเป็นลูกหลานคนอื่น หรือเป็นพนักงานในอาณาจักรธุรกิจของหล่อน คงตัวสั่นหัวหดรีบจัดแจงเวลาให้ว่างเดี๋ยวนี้เพื่อจะได้พูดคุยกับคุณกอบกุล ทว่าจิณณะ...ไม่ใช่


หลานชายนอกคอกเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู นาฬิกาแบบสปอร์ตราคาหลักพันที่ใช้สมบุกสมบันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยจนวันนี้ก็ยังไม่พัง แค่รูปแบบและยี่ห้อนาฬิกาบนข้อมือของหลานชาย คุณกอบกุลก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้ว


“ตอนนี้ยังอยู่ในเวลาราชการครับคุณย่า” หนำซ้ำคำพูดของ ‘ข้าราชการ’ ก็ยังทำให้คนฟังที่ไม่ได้เห็นชอบกับการที่ลูกหลานจะมาประกอบอาชีพนี้ยิ่งขุ่นนัก


“จิณณะ!” คุณกอบกุลขึ้นเสียง พอดีกับที่วรชิตลงจากชั้นสองมาเห็นเหตุการณ์ เขาเพ่งสายตาอยู่อึดใจหนึ่ง ก็ถึงกับตาเหลือกเมื่อนึกออกว่าหญิงชราที่ยืนประจันหน้า ท่าทางเหมือนกำลังจะปล่อยระเบิดลงกลางที่ว่าการในเวลานี้คือคุณกอบกุล


ย่าของจิณณะ


ย่าที่จิณณะเล่าให้ฟังว่าเกลียดอาชีพของหลานชายอย่างกับอะไรดี


ในขณะที่จิณณะเองก็เคยออกปากว่าตนเองคือหลานนอกไส้ นอกคอกและขบถที่สุดในวงศ์ตระกูล


แล้วย่าคนนั้นกับหลานอย่างจิณณะ


“โทร.ไปที่สนามกอล์ฟ!” วรชิตหันไปสั่งใครสักคนที่ลงมาด้วยกัน


“ท...โทร.ทำไม”


“โทร.ตามคุณพิทักษ์!!” หากจะตาม ‘ใคร’ มาห้ามทัพ ย่อมไม่ใช่ครอบครัวที่อยู่กรุงเทพฯและต้องใช้เวลาในการเดินทางร่วมชั่วโมง แต่ควรเป็นคนใกล้...ซึ่งจิณณะก็เคยพูดเองว่า...คือคนรักของตน


“หะ? คุณพิทักษ์?”


“คุณพิทักษ์เป็นแฟนปลัดจิณ! โทร.ตามเขามา!”


วรชิตสั่งแล้วรีบพุ่งตัวลงบันไดไปเป็นคนห้ามทัพรายแรก ใจหวังให้พิทักษ์มาไวๆ เพราะคาดว่าคนห้ามทัพคนเดียวไม่น่าจะพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อหลานนอกคอกอย่างจิณณะพูดประโยคเด็ดเสียงดังฟังชัดไปทั่วทั้งโถงที่ว่าการ


“ผมเป็นข้าราชการ จะให้เอาเวลาราชการมาใช้เพื่อคุยกับคุณย่า ประชาชนทั้งประเทศที่จ่ายภาษีมาเป็นเงินเดือนให้ผม จะรู้สึกยังไงล่ะครับ”


“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะทำให้แกออกจากราชการวันนี้!!!” คุณกอบกุลระเบิดโพล่งอย่างหมดความอดทน แต่หลานชายยังมีความอดทนสูงส่งเพราะยักไหล่เหมือนไม่แยแสสักนิด


“ถ้าทำได้ คนที่เซ็นให้ผมออกจากราชการ ได้เจอกันในสื่อแน่นอน”


วรชิตที่ตอนแรกอุทิศตนจะมาเป็นคนห้ามทัพได้แต่อ้าปากค้าง


อย่าว่าแต่คุณกอบกุลร้ายกาจเลย จิณณะก็สมเป็นไม้เบื่อไม้เมามาแต่อ้อนแต่ออกเช่นกัน


นี่มันมวยคู่เอกของวันนี้ชัดๆ!!

.............................

พิทักษ์กำลังประชุมงานอยู่กับพนักงานฝ่ายการตลาดของสนามกอล์ฟเพื่อเปิดตลาดรับนักกอล์ฟมือสมัครเล่นจากต่างประเทศ แต่ตอนที่ยังไม่ได้ข้อสรุปลงตัว เลขานุการก็ส่งโน้ตเข้ามาบอกว่ามีเรื่องด่วน


‘คนที่ที่ว่าการแจ้งว่าคุณกอบกุลมาค่ะ ตอนนี้คุณจิณกำลังมีปัญหา’


เป็นประโยคสั้นๆแต่พิทักษ์เห็นภาพชัดเจน อย่างน้อยก็เพราะเขาเคยอยู่ในเหตุการณ์ที่จิณณะกับคุณกอบกุลปะทะกันมาแล้ว และเขากล้ายืนยันว่าคนที่กำลังมีปัญหา ไม่ใช่จิณณะ แต่รายนั้นเป็นคนก่อปัญหาต่างหาก


ชายหนุ่มสั่งให้ประชุมต่อไป ส่วนเขาขอตัวออกไปทำธุระ ไม่กี่นาทีต่อมา รถยนต์สัญชาติยุโรปของพิทักษ์ก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอาคารที่ว่าการ เขากำลังจะก้าวขึ้นบันไดเตี้ย ก็ปรากฏว่าชายหนุ่มคนหนึ่งรีบก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมกับยกมือไหว้ พิทักษ์ยกมือไหว้ตอบเช่นกัน


“คุณพิทักษ์ ผมให้คนโทร.ไปตามคุณเอง ตอนนี้คุณกอบกุลอยู่ข้างบน” วรชิตแจ้ง


ย่าของจิณณะถูกพาขึ้นชั้นสองและรับรองในห้องนายอำเภอไปแล้ว ส่วนปลัดอำเภอผู้ออกตัวว่าจะไม่ใช้เวลาราชการเพื่อเรื่องส่วนตัว แยกไปทำงานที่โต๊ะตนเอง เหลือก็แต่วรชิตที่ใช้เวลาราชการเพื่อเรื่องของเพื่อนร่วมงานอยู่ตรงนี้


“แล้วจิณอยู่ที่ไหน”


“ที่โต๊ะทำงานครับ”


“คุณกอบกุลมาที่นี่ทำไม พอจะทราบไหมครับ” พิทักษ์ถาม เรื่องที่เขาได้ยินมาคือหญิงชราเกลียดอาชีพนี้ของหลานชายจับใจ แต่วันนี้กลับมาถึงที่นี่


“ผมได้ยินแต่ว่าคุณกอบกุลจะให้ไอ้จิณออกจากราชการ”


วรชิตเองก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่เรื่องที่ได้ยินโดยทั่วกันคือหญิงชราขู่จะให้หลานชายออกจากราชการ ส่วนคนหลานก็ขู่กลับมาถ้าใครเซ็นให้ออก จะได้เจอกันในสื่อ


ร้ายพอกันไหมล่ะ คู่นี้


พิทักษ์ฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น นอกจากเรื่องที่คุณกอบกุลจะบังคับจิณณะแต่งงานแล้ว ยังมีเรื่องบังคับจะให้ออกจากราชการอีก หรือเพราะบังคับเรื่องแต่งงานไม่ได้ เลยจะบังคับเรื่องงานแทน?


“อยู่ข้างบนใช่ไหมครับ พาผมไปพบหน่อยได้ไหม”


หากปล่อยจิณณะให้พูดคุยกับคุณกอบกุลเพียงลำพัง พิทักษ์มองเห็นแต่ความหายนะล้วนๆ อย่างน้อย เขาก็ก้าวเท้าลงเรือลำเดียวกับจิณณะแล้ว จะปล่อยไปเหมือนไม่รู้เห็นก็คงไม่ได้


“ทางนี้เลยครับ”


วรชิตเดินนำพาขึ้นไปยังห้องทำงานของนายอำเภอ พอชายหนุ่มเจ้าของสนามกอล์ฟก้าวเข้าห้องก็สบตาเข้ากับหญิงชราที่หันมามอง หล่อนถึงกับทำตาเขม็ง ทว่าพิทักษ์ก็ยังเป็นพิทักษ์ เขานิ่งสงบ ยกมือไหว้ทั้งย่าของจิณณะและนายอำเภอ


“มาก็ดี! ให้ใครไปเชิญหลานชายของฉันมาที! จะได้คุยกันทีเดียว!!” คุณกอบกุลวางอำนาจเป็นนิสัย แม้จะอยู่ในสถานที่ที่หล่อนไม่ใช่เจ้าของแต่อย่างใด นายอำเภอรีบหันไปพยักพเยิดให้วรชิตไปตามหลานชายของคุณกอบกุลมา


อึดใจเดียว วรชิตก็วิ่งกลับมา และหลังจากนั้นอีกหนึ่งนาที คนที่ถูกตามตัวก็เดินเอื่อยเฉื่อยมาถึง ก่อนจะทำตาโตเล็กน้อยที่พบว่าในห้องทำงานของนายอำเภอ มีพิทักษ์ยืนอยู่ด้วย


“อ้าว พี่ทิศ มาทำไม” พิทักษ์ไม่ตอบ แต่ส่งสายตาให้เงียบ ก่อนจะหันมาทางหญิงชรา


“ถ้าคุณกอบกุลอยากคุย ไปคุยที่สนามกอล์ฟของผมดีไหมครับ จะได้เป็นส่วนตัว”


นายอำเภอและวรชิตเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ใครอีกคนโพล่งปฏิเสธอย่างรวดเร็ว


“ไม่ไป” แถมเจ้าตัวยังยืนเต๊ะพิงกำแพงกอดอก ราวกับจะปักหลักมั่นอยู่ที่นี่


“นี่มันเวลาราชการ เกิดผมถูกคนเอาไปโพสต์ลงเน็ตจะทำยังไง เสียชื่อเสียง โดนตั้งกรรมการสอบ ขั้นไม่ขยับกันพอดี”


พิทักษ์มองเห็นปัญหาบานปลายที่มาจากความกวนประสาทของจิณณะ เขาขยับไปยืนขวางระหว่างสองย่าหลานเอาไว้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นหน้ากันน่าจะดีกว่า


“ถ้าอย่างนั้นก็คุยกันที่นี่ก็ได้ครับ ที่นี่พอจะมีห้องประชุมว่างใช่ไหม” ท้ายประโยคเขาหันไปถามนายอำเภอ


“ใช้สถานที่ราชการ...” แต่เสียงจากข้างหลังเขายังดัง พิทักษ์หันไปมองแล้วส่งสายตาให้เงียบ ก่อนจะหันกลับมาที่คุณกอบกุลและนายอำเภออีกครั้ง


“ขอใช้ห้องประชุมหน่อยนะครับ”


นายอำเภอรีบพยักหน้ารัวๆ แล้วหันไปสั่งวรชิตที่ยังยืนตะลึง “ไอ้ชิต! ให้คนไปเปิดห้องประชุมที”



วรชิตกะพริบตาปริบๆอยู่หลายที ก่อนจะรีบพยักหน้างกๆแล้ววิ่งออกจากห้องไป ทว่าสติของเขายังคงติดอยู่ที่ภาพเมื่อครู่ที่เห็น


ภาพที่พิทักษ์หันมามองจิณณะ


แค่มอง...ไม่ต้องพูดอะไรแต่กลับทำให้คนอย่างจิณณะเงียบสนิทไม่มีหลุดออกมาสักแอะ


...เออเว้ย! คุณพิทักษ์ปราบไอ้จิณซะอยู่หมัดสมกับเป็นแฟนกันจริงๆด้วย!...


.............................


หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 24-01-2019 21:12:05

ห้องประชุมของที่ว่าการนั้นมีขนาดเล็ก สภาพเก่าแต่ก็ยังได้รับการดูแลรักษาอย่างดี คุณกอบกุลไม่ได้ให้ราคาอะไรกับสถานที่ราชการในต่างจังหวัดอยู่แล้ว พอเลขานุการหาเก้าอี้ตัวที่ดีที่สุดให้หล่อนนั่ง หล่อนก็นั่งแล้วตวัดสายตาไปจ้องหลานชายและ...คนรักของหลานชาย


“เมื่อคืนไปไหนกันมา?!”


“หะ? คุณย่ามาถึงนี่เพื่อถามผมเรื่องนี้หรือครับ” จิณณะทำตาเหลือกย้อนถามแบบไม่คิดจะตอบสักนิด


“ฉันถาม!”


“จิณ...” พิทักษ์ดึงแขนคนที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้ราวกับจะบอกว่าให้เป็นหน้าที่ของเขา


“เมื่อคืนผมกับจิณไปงานแต่งงานลูกชายท่านนพพร คุณลุงของผมติดธุระไปไม่ได้ พวกผมเลยไปแทน” คุณกอบกุลขมวดคิ้วฉับ


“นี่หมายความว่าคุณเทียมรู้เรื่องนี้...”


“ครับ คุณลุงทราบเรื่องของผมกับจิณแล้ว”


หญิงชราพิงพนักเก้าอี้อย่างคาดไม่ถึง หล่อนไม่คิดว่าเรื่องจิณณะกับพิทักษ์เป็นเรื่องจริง แต่หากเป็นเรื่องโกหก เพราะอะไร สองคนนี้ถึงยอมขยายวงโกหกให้กว้างออกไป แล้วสุ่มเสี่ยงกับการคุมเรื่องราวไม่ได้?


...หรือจะเป็นเรื่องจริง?...


...ไม่มีทาง! คนอย่างจิณณะน่ะหรือมีคนรัก!!...


…ยิ่งมีในเวลาที่กำลังจะถูกจับแต่งงานอย่างนี้ ดูอย่างไรก็รู้ว่าแหกตา!!!...


“หรือคุณย่าคิดว่าเราไม่กล้าบอกใครหรือครับ?” จิณณะย้อนถาม ก่อนจะหัวเราะพรืด


“...ผมแวะไปกินข้าวเที่ยงกับพี่ทิศทุกวัน ส่วนเพื่อนผมที่นี่เขาก็รู้กันหมดแล้วว่าผมกับพี่ทิศเป็นอะไรกัน เออ...ว่าแต่พี่ทิศมาที่นี่ทำไม ไหนว่ามีประชุมบ่ายไม่ใช่หรือ” ประโยคหลัง จิณณะหันมาถามคนข้างกายที่เพิ่งเจอกันเมื่อตอนเที่ยง พิทักษ์ยังคงเน้นทานข้าวเที่ยงในคลับของสนามกอล์ฟเช่นเคยเพราะต้องประชุมงานต่อ เขาก็เลยยกเรื่องที่รู้หมาดๆเมื่อตอนเที่ยงขึ้นมาอวดอ้างสรรพคุณของการเป็น ‘แฟนที่ดี’ ที่รู้ตารางงานของ ‘แฟน’ เสียเลย


“มีคนโทร.ไปตาม...” พิทักษ์ไม่อยากบอกว่าคนที่โทร.ไปตาม ระบุด้วยว่าจิณณะกำลังมีปัญหา แต่เท่าที่เห็นคือคนอื่นในนี้ต่างหากที่มีปัญหา ไม่ใช่สองย่าหลานที่กำลังจะโยนระเบิดใส่กันอยู่รอมร่อหรอก


“นั่นไง!” ปลัดอำเภอหนุ่มดีดนิ้วดังเป๊าะ แล้วหันไปยกยิ้มให้ต้นตระกูลของตนเอง


“ถ้าคนที่นี่ไม่รู้ว่าพี่ทิศกับผมเป็นอะไรกัน แล้วเขาจะโทร.ไปตามพี่ทิศมาทำไม”


คุณกอบกุลสูดลมหายใจลึก ทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดงุ่นง่านกับชายหนุ่มสองคนเบื้องหน้า


“คิดจะทำอะไรต่อไป?! จะให้คนรู้กันทั้งประเทศไหม?!”


“ก็สมควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือครับ” คำตอบยียวนอย่างนี้ มาจากใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากจิณณะ คุณกอบกุลถลึงตาอ้าปากจะตอบโต้ แต่พิทักษ์กลับเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ


“ผมเข้าใจดีว่าเราอยู่ในสังคมที่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องสนุกปาก ผมเองก็ไม่อยากให้จิณมีปัญหา แต่เรื่องที่เราไปงานด้วยกันเมื่อวาน ผมไม่คิดว่าเสียหาย ผมไปในฐานะหลานของลุงเทียม ส่วนจิณ...ไปในฐานะคนของผม” พิทักษ์ตอบ ในขณะที่จิณณะเงียบ ไม่ใช่เงียบเพราะเจ้าตัวอยากเงียบ แต่เพราะถูกดึงแขนเอาไว้


“แต่การที่หลานฉันเป็นคนของคุณกำลังจะทำให้เขามีปัญหา!”


พิทักษ์อยากบอกเหลือเกินว่าก่อนที่จิณณะจะกลายมาเป็นคนของเขา เจ้าตัวก่อปัญหามาแล้วล่วงหน้า ถึงได้ต้องมาอาศัยพึ่งพาเขาและคุณเทียมอยู่นี่อย่างไรล่ะ


“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้เขามีปัญหามากไปกว่านี้ครับ” ยังคงเป็นชายหนุ่มเจ้าของสนามกอล์ฟที่เอ่ยปากกับคุณกอบกุล ส่วนจิณณะผู้แสนพูดเก่งนั้นคันปากยิบๆ รู้สึกอยากพูดอยากคุยกับย่าของตนเองบ้าง แต่ติดที่มือของคนข้างกายยังจับแขนเขาไม่ปล่อย


แล้วก็ดันรู้สึกยุกยิกกับแขนข้างที่ถูกจับเสียด้วย จะบิดออกก็ถูกกุมหนักกว่าเดิม เพิ่งเห็นก็ตอนนี้ว่าผู้ชายที่ตัวไล่ๆกันอย่างเขาและพิทักษ์ แต่มือของอีกฝ่ายกลับจับแขนเขาได้แทบรอบ


มือใหญ่...เป็นใบลาน ตอนเด็กๆต้องแอบขโมยของใครแน่ๆเลย!


คุณกอบกุลมองชายหนุ่มสองคนตรงหน้า หากมีแค่หลานชายของหล่อน รับรองว่าวันนี้หล่อนคงได้ระเบิดลงกลางที่ว่าการ ตามด้วยการทำยังไงก็ได้ให้ราชการเฉดหัวจิณณะออกจากตำแหน่ง แล้วจากนั้นหล่อนจะลากเขากลับกรุงเทพฯไปอยู่ใต้โอวาทอย่างที่ควรจะเป็น


แต่...เรื่องที่อยากให้เกิดกลับไม่เป็นดังคาด เพราะพิทักษ์มาที่นี่ และทำให้หลานชายของหล่อนสงบปากสงบคำ ทำให้คุณกอบกุลเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร


ภายในห้องเหลือเพียงความเงียบ เมื่อต่างคนต่างหยั่งเชิงกัน ต่างคนที่ว่าคือคุณกอบกุลกับพิทักษ์ ส่วนจิณณะนั้นเอาแต่ขยับแขนยุกยิกเพื่อจะให้หลุดจากการถูกจับให้ได้


และเพราะความเงียบ เสียงเอะอะเอ็ดตะโรจากข้างนอกจึงดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน ปลัดหนุ่มผู้ทำงานที่นี่มานานและรู้ดีว่าเสียงเอะอะที่ดังเข้ามาถึงภายในห้องประชุมนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเลยต้องหันไปมองประตู


“มีอะไรหรือ” พิทักษ์หันมาถาม เพราะคนซนหยุดขยับแขนแล้ว แถมยังหันไปมองข้างหลังอีก


“ข้างนอกเสียงดัง” จิณณะหันมาตอบ เพียงเท่านั้นคนที่จับแขนเขาอยู่ก็ยอมปล่อยมือออก ข้าราชการหนุ่มหมุนตัวเดินไปเปิดประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปดู เขาไม่เห็นใครส่งเสียงอะไรอีกแล้ว หนำซ้ำส่วนที่เป็นสำนักงานยังแทบร้างผู้คน ใครคนหนึ่งวิ่งออกมาจากโต๊ะทำงานเป็นคนสุดท้าย เขาเลยรีบเรียกเอาไว้


“มีอะไรหรือ”


“บ้านปลัดชิตไฟไหม้!”


คนฟังตาเหลือกโต


“มีคนโทร.มาบอก นี่ดับเพลิงกำลังไปแล้ว!”


แล้วคนแจ้งข่าวก็วิ่งลงจากชั้นสองไป จิณณะนิ่งงัน ใจโหวงเหวงประหลาด ไฟไหม้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่เลวร้ายที่สุดคือการวางเพลิง


...วางเพลิง!...


ถ้าบ้านพักของวรชิตถูกวางเพลิง ก็มีแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นที่จะทำแบบนี้


พวกที่คิดว่าวรชิตอยู่กับทองสุกในคืนนั้น!


จิณณะหันกลับมามองหญิงชรา ดวงตาของเขาไม่ได้ร่าเริง กวนประสาทเหมือนหลานชายนอกคอกคนเมื่อครู่อีกแล้ว ทว่ากลับเป็นสายตาที่จริงจังและเต็มไปด้วยความกังวล


“ย่ากลับกรุงเทพฯไปก่อน” เป็นคำพูดเรียบๆ ที่ไม่มีวี่แววชวนทะเลาะแต่อย่างใด พิทักษ์รู้สึกถึงความผิดปกติของน้ำเสียงนี้ แต่คุณกอบกุลผู้ยังคงไม่พอใจกับหลานชายกลับคิดว่าหล่อนถูกไล่


“แต่ฉันยังคุยกับแกไม่จบ!”


“ผมบอกให้กลับกรุงเทพฯไปไง!” น่าจะเป็นครั้งแรกที่จิณณะขึ้นเสียงกับหล่อน เขาหายใจถี่จนแผ่นอกขยับขึ้นลง ความกังวลประเดประดังเข้ามาไม่หยุด และสิ่งหนึ่งที่เขารู้คือจะให้คุณกอบกุลอยู่ที่นี่ไม่ได้


ไม่ปลอดภัย


อันตรายกำลังเข้ามาใกล้ตัว


“คุณเลขาฯช่วยพาคุณย่ากลับกรุงเทพฯไปที แล้วถ้าไม่มีอะไรสำคัญก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก หรือถ้ามีอะไรสำคัญก็โทร.มา เดี๋ยวผมเข้าไปหาเอง!” จิณณะสั่ง ก่อนจะหันไปทางพิทักษ์ พวกเขาสบตากันอึดใจเดียว ปลัดหนุ่มก็หมุนตัวก้าวเท้าออกจากห้องประชุมไป พิทักษ์หันมาไหว้คุณกอบกุลแล้วจึงออกจากห้องตามไปอีกคน


หญิงชราได้แต่นั่งนิ่งอยู่ในห้องด้วยความตกตะลึง


ทั้งๆที่หล่อนเป็นย่าของจิณณะมา 20 กว่าปี แต่จิณณะเมื่อครู่นี้กลับไม่ใช่หลานชายจอมยียวนที่หล่อนรู้จัก และในความตกตะลึงนั้น คุณกอบกุลกลับสะท้อนใจอย่างน่าประหลาด


สายตาอย่างนั้นของจิณณะ หล่อนไม่เคยเห็น ทว่าชั่วขณะหนึ่งที่เขามองพิทักษ์โดยปราศจากคำพูด พวกเขาสื่อสารกันด้วยสายตาและความรู้สึกที่แผ่ออกมาจากตัว


ไม่ใช่ความรู้สึกรักใคร่ชวนสะอิดสะเอียน แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ทำเอาหญิงชราผู้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทั้งความรู้สึกของหนุ่มสาว วัยกลางคน มาจนถึงบั้นปลายได้แต่เม้มปากแน่น


...ไม่...ไม่มีทาง...


สองคนนั่น...เป็นเเค่เรื่องตบตาหล่อนเท่านั้น!!!!!

..........................


เป็นแค่เหตุไฟไหม้กองใบไม้แห้งข้างบ้านพักข้าราชการของปลัดวรชิต


พวกคนในที่ว่าการพากันโล่งอกโล่งใจ ก่อนจะกลายเป็นหัวเราะกับความแตกตื่นแล้วจึงพากันกลับไปทำงาน ทว่าเจ้าของบ้านยังคงยืนนิ่งมองกองเถ้าถ่าน


“ไอ้ชิต...” จิณณะไม่ได้กลับไปพร้อมคนอื่นๆ เขารอจนกระทั่งทุกคนกลับออกไปหมดแล้ว จึงได้เดินเข้ามาหยุดยืนข้างเพื่อนร่วมอาชีพ


วรชิตยังมองกองเศษใบไม้อยู่อย่างนั้น


“กูไม่ได้กวาดใบไม้มากองแบบนี้...” เป็นคำพูดแสนแผ่วแต่ทำให้คนฟังหัวใจแกว่งหนักกว่าเดิม


“หมายความว่าไง”


“กูไม่รู้ว่ากองนี่มาจากไหน”


“อาจจะเป็นชาวบ้าน หรือว่า...คนอื่น มึงจ้างใครมาดูแลบ้านให้ไหมละ”


“ไม่มี...”


จิณณะอับจนคำพูดขึ้นมาทันที เขาเหลือบมองพิทักษ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่พอเห็นวรชิตทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เขาก็รีบนั่งลงข้างเพื่อน


“พวกมันมายุ่งกับกูทำไมวะ...” เจ้าของบ้านครวญ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น


จะว่าวรชิตเป็นปลัดอำเภอฝ่ายป้องกันสร้างชื่อเสียงกระฉ่อนมีเรื่องกับชาวบ้านหรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นก็ไม่ใช่ เรื่องบางเรื่อง ไหลตามน้ำได้ก็ไหล แต่บางเรื่องต้องแข็งขันและยืนหยันในจุดยืนและหน้าที่ความรับผิดชอบเขาก็ทำ อาจมีขัดแข้งขัดขาใครบ้างแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นต้องขู่อาฆาตกันอย่างนี้


“มึง...ลางานสักพักไหม กลับกรุงเทพฯไปก่อน หรือไม่ก็ไปเมืองนอก...” จิณณะแนะนำด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เห็นสภาพเพื่อนร่วมงานที่รู้จักกันดีมาหลายปีก็ยิ่งหดหู่ ที่แย่ยิ่งกว่าคือเขาคิดว่าคนที่คิดร้ายกับวรชิตกำลังลงมือผิดคน


มันสมควรจะเป็นเขา


ไม่ใช่วรชิตเพื่อนของเขา!


“แต่ถ้าพวกมันจะฆ่ากู อยู่ที่ไหนกูก็ไม่รอด...” วรชิตเครียดเกินกว่าจะใส่ใจว่าพิทักษ์ซึ่งไม่สนิทสนมกับเขายังยืนอยู่ด้วย เวลานี้ความกลัวตายทำให้สภาพจิตใจอ่อนแอจนแม้แต่นั่งยังโอนเอน


“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ที่นี่ ทำตัวเป็นปกติ แล้วผมจะขอให้คุณลุงช่วยส่งคนมาคอยดูแลอีกที” พิทักษ์เอ่ยปาก ทั้งจิณณะและวรชิตหันมอง แม้จะรู้ดีว่าลุงของคนเสนอเป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ในจังหวัด และวรชิตเองก็เป็นข้าราชการ แต่เวลานี้ความกลัวตายทำให้คนกำลังถูกปองร้ายยอมรับความช่วยเหลืออย่างไม่มีทางเลี่ยง


“ขอบคุณครับ”


“กลับที่ว่าการกันก่อนเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวให้คนมาทำความสะอาด”


ยิ่งมองเห็นเถ้าถ่านของกองใบไม้แห้งที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่ามาจากไหน วรชิตก็จะยิ่งเครียด จิณณะดึงเพื่อนออกจากที่เกิดเหตุ พาไปที่รถของพิทักษ์ที่ขับพาเขามา ก่อนจะหันไปทางเจ้าของรถ พวกเขาสบตากัน แล้วเป็นฝ่ายจิณณะที่เบือนสายตาหนี เอ่ยปากโดยไม่ยอมมองหน้า


“พี่ทิศพาพวกผมไปส่งที่ที่ว่าการหน่อยนะ”


เป็นประโยคที่ไม่มีความหมายอะไรเลย และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบอก แต่จิณณะกลับพูดขึ้นมา เวลานี้ไม่ใช่เวลายียวนกวนโมโห ไม่ใช่เวลาหาเรื่องชวนทะเลาะ เพราะฉะนั้นเลยคิดได้อย่างเดียวว่าเจ้าตัวพูดเพื่อเลี่ยงประเด็นและกลบพิรุธ


และพิรุธที่ว่าคือเรื่องที่จิณณะคิดจะทำ


พิทักษ์มองร่างสูงโปร่งของปลัดหนุ่มที่เปิดประตูขึ้นนั่งในรถของเขา


จิณณะต้องคิดจะทำอะไรสักอย่างแน่ๆ และสังหรณ์บอกเขาว่ารายนี้ไม่เคยทำเรื่องเล็กๆเสียด้วย!!

..........................

รถหรูของเจ้าของสนามกอล์ฟขับมาจอดที่ที่ว่าการเพื่อส่งปลัดอำเภอ 2 คน จากนั้นก็ขับออกไป พวกเขากลับขึ้นสำนักงาน แยกย้ายกันนั่งโต๊ะของตนเอง


จนกระทั่งเลิกงาน จิณณะก็ออกจากที่ว่าการขึ้นรถยนต์ส่วนตัวขับตรงดิ่งไปยังอีกอำเภอหนึ่ง


เพราะไม่เคยมาจึงต้องแวะถามชาวบ้านมาตลอดทาง แน่นอนว่าหน้าตาอย่างหนุ่มกรุงเทพฯไม่เป็นที่รู้จักของคนแถวนั้น แต่เพราะหมู่นี้เจ้าตัวสวมเสื้อโปโลที่สกรีนด้านหลังเป็นชื่อที่ว่าการอำเภอ พอลงจากรถแต่ละที พวกชาวบ้านจึงรู้กันหมดว่าเขาเป็นคนในราชการ ความร่วมมือในการบอกทางจึงมาในระดับที่น่าพอใจมาก


จุดหมายปลายทางของเขาคือบ้านของมารดาของภรรยาม่ายของทองสุก นับตั้งแต่ทองสุกตาย บ้านที่ถูกยิงถล่มก็ถูกปล่อยเอาไว้อย่างนั้น ส่วนภรรยาย้ายกลับมาอยู่กับมารดา


“ปลัด...” จิณณะลงจากรถ ยังไม่ทันมองหา เสียงทักก็ดังมาจากข้างหลัง


ชมพู่ภรรยาของทองสุกลงจากรถมอเตอร์ไซค์แล้วยกมือไหว้เขา หล่อนยังอยู่ในชุดสีเข้ม หน้าตาแม้ไม่ซีดเซียวเท่าวันแรกๆที่เกิดเรื่อง แต่ก็ยังนับว่าไม่ได้ดีมากเท่าไร


“มาหาฉันหรือจ๊ะ” หล่อนถามหน้าตาสงสัย ปลัดหนุ่มจากต่างอำเภอยกยิ้มเล็กน้อย แล้วชูถุงกับข้าวในมือให้ดู เขาแวะซื้ออาหารอีสานหลายอย่างจากร้านอร่อยใกล้ที่ว่าการเพื่อมาเป็นใบเบิกทางบ้านหลังนี้


“แวะมาเยี่ยม เลยซื้อกับข้าวมาฝากด้วย”


เดิมทีก็สนิทสนมกับสองสามีภรรยาพอสมควร เพราะปลัดหนุ่มโสดอย่างจิณณะเคยถูกชวนไปทานข้าวที่บ้านเกิดเหตุหลายครั้งนับตั้งแต่ย้ายมาประจำที่จังหวัดนี้ การจะมาขอร่วมมื้อเย็นอีกสักมื้อในวันนี้ จึงไม่ประดักประเดิดนัก แต่...ก็ควรมีของติดไม้ติดมือมาด้วย


“ขอบใจจ๊ะ ปลัดเข้ามาในบ้านสิ เจอแม่ฉันรึยัง” หญิงชาวบ้านร่างอวบยิ้มจาง รับถุงอาหารมาเปิดดูก็พบว่ามีอาหารหลายอย่าง หล่อนไม่ตะขิดตะขวงใจเพราะอย่างไรเสียก็คิดจะชวนเขาทานข้าวด้วยอยู่แล้ว


ข้าราชการหนุ่มเดินตามหญิงม่ายเข้าบ้านอย่างไม่เกี่ยงงอน เสียงทักทายของเขาที่มีต่อมารดาของชมพู่นั้นดังลอดออกมาจากประตูบ้าน และเขาหวัง...


...หวังว่าการมาอย่างเอิกกะเหริก และการจอดรถถามทางแทบจะทุกๆกิโลเมตร จะทำให้การมาของเขา ดังไปถึงหูคนที่เขาอยากให้ได้ยิน และระแคะระคายว่าสิ่งที่กำลังทำนั้น ลงมือผิดคน!...


คนที่อยู่กับทองสุกในคืนเกิดเหตุ ไม่ใช่วรชิต


แต่เป็นเขาต่างหาก!

ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้า)

แก้ปัญหาด้วยการก่อปัญหาใหม่ค่ะ ฮ่าฮ่า จริงๆแล้ว การแก้ปัญหาในหลายๆเรื่อง โดยไม่สร้างปัญหาใหม่เป็นอะไรที่ยากมากๆเลยนะคะ เมื่อเราทำอะไรสักอย่าง ก็มักจะส่งผลไปถึงเรื่องอื่นๆด้วยอยู่เสมอ แต่ปลัดโชคดี คิดจะก่อปัญหาใหม่เมื่อไร ก็มีคนอ่านเกมออกตลอดเลย ฮ่าฮ่า 


ตอนนี้มีเอ็กตร้ามาแต่ชื่อ จ่ายสักสองร้อยแล้วกันนะ มาสามชื่อก็ฟาดไปหกร้อยละ ฮ่าฮ่า (อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าบัวเป็นพวกใช้ตัวละครคุ้ม เพราะฉะนั้นก็อาจเห็นชื่อเอ็กตร้ามาเรื่อยๆนะคะ)


ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม กำลังใจ และพื้นที่บอร์ดค่ะ


เจอกันใหม่พฤหัสหน้า
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 4.../หน้าที่ 7 (17/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ 24-01-2019 21:30:27
หอมหัวลูกเอ้ยยยยย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 24-01-2019 21:43:30
เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ อยากปลุกทองสุกมาถามว่าไปเหยียบเท้าใครเข้า เดือดร้อนกันไปหมดแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: phrase ที่ 24-01-2019 22:03:24
โมเมนต์แค่มองตากันก็รู้ใจนี่ฟินมาก55
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Bradly ที่ 24-01-2019 22:05:41
คุณกอบกุลน่าจะเริ่มเชื่อแล้วแหละถึงแม้จะไม่อยากเชื่อก็ตาม พี่ทิศเป็นคนที่พึ่งพาได้ รัก :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: anntonies ที่ 24-01-2019 22:16:47
คนพี่ก็ทำทุกวิถีทาง แต่คนน้ิงเล่นไม่ฟังเลย
ซ่าเหลือเกินนนนน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 24-01-2019 22:22:09
พี่ทิศจะปวดหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ 555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 24-01-2019 22:22:19
สนุกค่ะ

ความจิณณะคือ ความดื้อไม่ยอม เร็ว แมนพอ แต่น่ารัก ไม่นานๆ
ความพี่ทิศคือ เท่ห์และปกป้อง ลึกๆ คงพอใจจิณมานานแล้ว ถามใจตัวเองดีๆ
ความคุณย่ากับความลุงเทียนนี่ น่าจะเรื่องฝีปากเป็นหลัก

ยังมีอะไรให้ติดตามอีกเยอะ

รอสัปดาห์หน้านะคะ นานจัง :(

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 24-01-2019 22:23:29
 :hao7: :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: borntobeyours ที่ 24-01-2019 22:23:57
พี่ทิศนี่อ่านจิณออกทุกอย่างเลยอะ ผู้ชายแบบนี้หาได้ที่ไหน!
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 24-01-2019 22:27:11
ขยันเพิ่มปัญหาจริง ๆ เลย
ว่าแต่ครอบครัววิมลกิตตินี่มากับเขาด้วยเหรอ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 24-01-2019 22:33:22
ตายแล้ววววววว คุณปลัดเปิดประตูกวักมือเรียกแขกแล้วววว  :ling3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 24-01-2019 23:01:03
เชื่อว่าพี่ทิศ.. หลานคุณเทียม ปกป้องคนของเขาได้แน่ :a2:
 ..ว่าแต่ ลูก-หลาน บ้านวิมลกิตติ  มีคนจอง + มีคนของเขา  แล้วนะคะ ท่านเสรี  o18 :katai3:
 
 :L2: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 24-01-2019 23:11:30
ลุ้นทุกหยาดหยด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 24-01-2019 23:35:21
นังปลัดด นังตัวดีย์ ขยันเรียกแขก ขยันหาเรื่อง ซนจนอยากเพิ่มขิกหลังชื่อตำแหน่งมัน
คุณพี่ทิศขนาดบอกจำใจช่วยไปงั้นๆนะ ถ้าคุณเขาช่วยเพราะรักจะขนาดไหนอะ
คุณเทียมจะให้ปลัดจ่ายค่าเสียหายหลานชายเป็นอะไรถึงจะคุ้มละงานนี้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 25-01-2019 00:11:15
โอยยยย ลุ้นมาก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 25-01-2019 01:30:06
 :hao7:


 :L2: :pig4: :L2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 25-01-2019 06:46:23
เป็นห่วงคุณปลัด  :เฮ้อ:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 25-01-2019 06:54:22
ไม่ผิดจากที่พี่ทิศคิดเลย ทำไมแม่นแบบนี้
แล้วดูสิ จะดึงความสนใจได้จริงไหม

ทิศคือยังไม่รู้ตัวว่าทำไมต้องช่วยขนาดนี้
ได้หลงคุณปลัดแน่นอนจ้าแบบนี้

จิณเอ้ยย อยู่นิ่งบ้างก็ได้ คงได้ป่วนกันอีกแน่
สงสารชิต หลอนไปเลยน่ะ ทั้งที่ไม่รู้เรื่อง

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 25-01-2019 06:54:54
เป็นห่วงจิณ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 25-01-2019 08:19:17
ถ้าจิณณะทำแบบนี้ การให้คนอื่นมาช่วยก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยอ่ะ เพราะสุดท้ายตัวเองก็โดนเพ่งเล็งอยู่ดี น่าจะปรึกษาลุงเทียมเนาะ ว่าจะตามตัวยังไงดี เพราะพี่ทิศเองก็จะโดนลูกหลงไปด้วย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 25-01-2019 08:28:50
ตายร้าว พี่จักรกับของขัวญ โดนท่านเสรี จองตัวเป็นเขยด้วย

เราจะฟ้องพี่โตกับหมูอ้วนขนม ชริ๊ๆ

เอิ่ม ปลัดหางานเพิ่มเหรอ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Tiffany ที่ 25-01-2019 09:33:20
ปลัดจิณเอาตัวเองเป็นเป้า แทนเพื่อน แล้วพี่ทิศจะช่วยน้องยังไงหล่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 25-01-2019 10:05:05
ตาทองสุกไปเหยียบหางใครเขาล่ะ เขาถึงกัดไม่ปล่อยขนาดนี้ ซวยปลัดจิณจริง ๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 25-01-2019 10:41:27
 :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 25-01-2019 10:48:31
คุณปลัดหางานเพิ่มอีกแล้ว :katai1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 25-01-2019 12:54:43
น้องตัวแสบ พี่ทิศคงต้องปวดหัวไปอีกนาน 555
ชอบความแค่มองตาก็รู้ใจ ขนาดคุณย่ายังแอบคิดนิดนึง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=&gt; หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 25-01-2019 14:32:09
จิณจะหาเรื่องปวดหัวให้พี่เค้าอีกแล้วเหรอลู้กกกก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: LadySaiKim ที่ 25-01-2019 15:37:09
คุณพิทักษ์ ดูแลน้องปลัดด้วยยยยยยยย :a5: :a5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 25-01-2019 20:01:48
ปลัดทำอะไรไม่ท่งไม่ถามสักคำเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 25-01-2019 21:13:32
วิมลกิตติ ก็มาาาาาา 5555+ สงสารพี่ทิศต้องปวดหัวกะคุณปลัดอีกเท่าไหร่น้ออออ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Duangjai ที่ 25-01-2019 21:40:53
……


พี่ทิศแสนจะสุภาพบุรุษ เอ็นดูน้อง ช่วยแบบไม่คิดรับผลตอบแทน ขอความจริงใจเท่านั้น

น้องจิณณ์คิดจะทำอะไร ปรึกษาพี่ทิศหน่อยนะ  พี่เขามาตามเก็บงานให้น้องตลอด


 :katai5:  :katai5:  :katai5:  :katai5:  :katai5:  :katai5:  :katai5:


……

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 25-01-2019 22:14:40
คุณกอบกุลคงเห็นแล้วสินะ คู่นี้เขามองตาก็รู้ใจค่ะ (รู้ทันด้วย555+)
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: fsbeentaken ที่ 25-01-2019 22:44:52
รอให้ถึงวันพฤหัสไม่ไหวแล้วค่า

จิณจะตกหลุมพี่ทิศไปก่อนซะละมั้งนี่
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 26-01-2019 00:14:12
อันตรายเหลือเกิน  :hao5: :hao5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 26-01-2019 00:50:46
จิณณะซ่าอีกแล้วจ้า
พี่ทิศกุมขมับรอได้เลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 26-01-2019 02:05:05
จิณทำแบบนี้พี่ทิศจะปวดหัวเพิ่มเอานะ เป็นห่วงมากเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 26-01-2019 16:33:28
ครอบครัว ของขวัญก็มา  โอ้ยๆ มีความสุข คุณปะล้าด สร้างปัญหา ให้พี่ทิศเป็นห่วงอีกล๊าวววว คุณย่ามีหลานจิณ หน้าเหมือนปู่ ดูต่างหน้า ด้วย อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 5...=> หน้าที่ 8 (24/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: norimaki ที่ 26-01-2019 23:21:43
เง้อเข้าใจที่จิณทำเลยจะให้คนอื่นมาเดือดร้อนแทนคงทำใจไม่ได้แน่ๆ
พี่ทิศเหนื่อยหน่อยนะ น้องเล่นใหญ่ตลอดอยู่แล้ว
เขาเริ่มมองตากันก็เข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆแล้วค๊าท่านผู้ชม
ในความเครียดของจิณทำไมฉันฟินฟ่ะ ฮ่าๆๆ รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อเลยยยย
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 31-01-2019 21:40:09
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
   ตอนที่ 6


เรื่องถึงหู...


หูที่ว่า...แน่นอนว่าเป็นหูของคุณเทียมผู้เคยออกปากกลางงานศพว่าจะส่งคนช่วยดูแลความปลอดภัยภรรยาม่ายของคนตาย แล้วพอถึงหูคุณเทียม เรื่องก็ย่อมถึงหูหลานชายของคุณเทียม


พิทักษ์คิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าจิณณะคิดจะทำเรื่องใหญ่ เจ้าตัวไม่สงบเสงี่ยมแต่แหวกหญ้าประกาศตัวเองว่าสนิทสนมกับบ้านของทองสุก เพื่อให้คนที่กำลังตามจ้องจะเล่นงานวรชิตเบี่ยงปากกระบอกปืนมาที่จิณณะแทน


ก่อปัญหาเสมอ!


เสียงเคาะประตูดังขึ้น ชายหนุ่มเก็บรวบรวมอารมณ์โมโหของตนเองลงกับอก ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดเข้ามาโดยเลขานุการ


   “ปลัดจิณมาแล้วค่ะ”


ข้างหลังของหล่อนคือข้าราชการหนุ่มที่วันนี้ยังคงยูนิฟอร์มอย่างเดิมคือเสื้อโปโลสกรีนชื่อที่ว่าการ


   “ให้คนยกอาหารมาเลย”


เพราะจิณณะก่อเรื่อง พิทักษ์จึงไม่คิดจะลงไปทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร เขาต้องการความเป็นส่วนตัวในการอบรมสั่งสอนคนที่ชอบแก้ปัญหาด้วยการก่อปัญหาซ้ำซาก


   ปลัดหนุ่มผู้มาฝากท้องที่สนามกอล์ฟแทบทุกวันเลิกคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกก็เอะใจอยู่หรอกที่พอมาถึงแล้ว พนักงานของที่นี่บอกให้เขาขึ้นมาที่สำนักงานชั้นบน คิดเอาเองว่าพิทักษ์ยังทำงานไม่เสร็จ แต่พอกวาดตาดูก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะยุ่งจนโงหัวไม่ขึ้นเลย


   แต่ก็ยังให้เขาขึ้นมาที่นี่ แถมสั่งให้ยกอาหารมาทานข้างบนอีกต่างหาก


   เลขานุการออกไปทำตามสั่ง อึดใจเดียวพนักงานจากห้องอาหารก็ขึ้นมาพร้อมกับอาหาร 3-4 อย่าง โต๊ะประชุมเล็กๆในห้องกลายเป็นโต๊ะอาหารไปในทันที


   รอจนกระทั่งคนอื่นออกจากห้องไปหมดแล้ว และประตูปิดลงแล้ว จิณณะถึงได้หันมาทางเจ้าของห้อง


   “งานไม่เสร็จหรือพี่” เขาถาม ทั้งๆที่เห็นเต็มสองตาว่านอกจากแฟ้มเอกสารที่วางสุมอยู่ฝั่งหนึ่ง โน้ตบุ้คที่เปิดคาไว้ แต่พิทักษ์ไม่ได้ดูวุ่นวายกับงานแต่อย่างใด


   “คุณไปบ้านภรรยาของทองสุกทำไม”


ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาคือคำถามของเจ้าของห้อง จิณณะเม้มปากเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะไปอย่างเอิกกะเหริกมากไปหน่อยจริงๆ เรื่องถึงได้ดังมาถึงพิทักษ์ด้วย


   “ก็...ไปเยี่ยม ผมกับพี่สุกรู้จักกันนะ เขาเพิ่งตายจะให้ผมตัดหางปล่อยวัดครอบครัวเขาแล้วหรือ” คนฟังพ่นลมหายใจเบา คิดเอาไว้แล้วว่าคนอย่างจิณณะไม่มีทางตอบความจริง


   “คุณไปเพราะอยากให้คนที่คิดจะทำร้ายเพื่อนของคุณ หันมาทางคุณแทนต่างหาก”


ปลัดหนุ่มเงียบ เบือนหน้าไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาคนพูด


   “คุณรู้รึเปล่าว่ากำลังทำอะไร พวกนั้นจ้องจะเก็บคนที่อยู่กับทองสุกในคืนนั้น! และคุณกำลังทำให้พวกมันสงสัยว่าเป็นคุณ!”


   “แล้วพี่จะให้พวกมันเก็บเพื่อนผมแทนหรือ?!! ไอ้ชิตเป็นเพื่อนผม!!” จิณณะระเบิดโพล่งออกมา


ความกลัวตายก็เรื่องหนึ่ง แต่ความเป็นเพื่อน มิตรภาพ ความช่วยเหลือที่วรชิตมีให้เขาก็ยังสะท้อนอยู่ในใจทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่งเห็นเพื่อนวิตกกังวลและอมทุกข์ เขาก็ยิ่งอยู่เฉยไม่ได้


   เรื่องมันเกิดขึ้นที่เขา! ก็ไม่ควรต้องมีใครมารับกรรมแทนไม่ใช่หรือ!


   “ไอ้ชิตเป็นเพื่อนผม ถ้ามันเป็นอะไรเพราะพวกนั้นเข้าใจผิด ผม...ผม...” เขาไม่ได้กล้าหาญคิดจะรับกระสุนแทนใคร แต่ก็ทำใจไม่ได้เช่นกันที่จะต้องมีคนมารับกระสุนแทนเขาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่


   ทั้งสีหน้า ทั้งแววตา จากคนกวนโมโหที่มักชอบทำหน้าตาระรื่น มาบัดนี้ไม่เหลือแม้แต่ราศีสักนิด จิณณะในเวลานี้อ่อนแอเสียจนพิทักษ์ยังต้องลดความโกรธเคืองในใจลง เขาลุกจากโต๊ะเดินเข้ามาหา ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัว แต่ก็ยืนใกล้เพียงพอที่จะถามด้วยน้ำเสียงเบา


   “ทำไมพวกนั้นถึงคิดว่าเพื่อนของคุณอยู่กับทองสุกในวันเกิดเหตุ” เพราะเป็นคำถามที่ไม่ได้คาดคั้นเอาผิด ไม่ได้กดดันจนทำให้ยิ่งเคร่งเครียด จิณณะเลยพลอยพยายามปรับอารมณ์ตัวเองลงด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึก



   “ไม่รู้ อาจจะ...อาจจะเพราะพี่สุกเป็นสายให้ฝ่ายป้องกัน ไอ้ชิตเป็นปลัดฝ่ายป้องกัน”


   “เป็นสายเรื่องอะไร”


   “ผมจะไปรู้ได้ยังไง”


   “ถ้าอย่างนั้นก็ไปถามเพื่อนคุณ” ดูเหมือนจะเป็นคำแนะนำที่สิ้นคิดสำหรับจิณณะ มันจุดความหงุดหงิดในใจพรวดขึ้นมาอีก


   “เพื่อนผมที่กำลังจะเป็นบ้าเพราะถูกจ้องเล่นงานน่ะหรือ?! พี่จะให้อยู่ดีๆผมก็ไปถามมันเรื่องนี้เนี่ยนะ?!!”


พิทักษ์ไม่ถือสาความหงุดหงิดเจ้าอารมณ์ของอีกฝ่ายในเวลานี้ เขารู้ว่าจิณณะทั้งเครียดและกังวล ไหนจะชีวิตของตนเอง ไหนจะชีวิตของเพื่อน ไม่รู้ว่าใครจะตายก่อนกัน และที่สำคัญ...ไม่มีใครอยากตายทั้งนั้น


   “ตั้งสติหน่อย” เขาปราม น้ำเสียงทุ้มขึ้นเล็กน้อย คนที่กำลังหงุดหงิดเลยได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น


   “ผมไม่ได้ให้อยู่ดีๆไปถาม เพื่อนคุณตอนนี้เขาคงไม่อยากอยู่คนเดียว ชวนเขาไปค้างกับคุณ แล้วค่อยถามเขา ให้เขาเป็นคนเล่าว่าเขาคิดว่าใครกำลังเล่นงานเขา คิดว่าเกี่ยวกับเรื่องที่ทองสุกตายไหมในเมื่อทองสุกเป็นสายให้ฝ่ายที่เขาทำงานอยู่” เป็นคำแนะนำที่เป็นขั้นเป็นตอนและละเอียดยิบจนจิณณะที่แม้จะหงุดหงิดแต่ก็ต้องหันกลับมามองอย่างตั้งใจฟัง


   พิทักษ์มองตรงมาที่เขา หน้าตาเรียบเฉยเหมือนเคย แต่สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือและ...ห่วงใย


   ปลัดหนุ่มไม่รู้ว่าตนเองโชคดีหรือพิทักษ์โชคร้าย โลกถึงได้เหวี่ยงพวกเขาให้มาลงเรือลำเดียวกันทั้งๆที่พิทักษ์จะไม่ต้องลงก็ได้ แต่ถ้าไม่ลง เรือลำนี้คงอับปางเพราะความมุทะลุใจร้อนของเขา


   จากความโกรธ หงุดหงิด กดดันสะสม จิณณะรับรู้ว่าพวกมันกำลังค่อยๆคลายตัวออกมาพร้อมกับลมหายใจของเขา สติและความรู้สึกนึกคิดเริ่มกลับเข้ามา


   พิทักษ์พอจะมองออกว่าคนที่เขาเตือนสติเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอยแล้ว จึงหันไปทางโต๊ะประชุมเล็กที่มีอาหารวางอยู่


   “ทานข้าวเถอะ บ่ายนี้ผมต้องเข้ากรุงเทพฯ”


เจ้าของห้องหมุนตัวเดินไปที่โต๊ะแล้ว จิณณะมองแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่าย สายตาที่ทอดมองนั้นแปลกไปจากเดิม มันไม่ได้ยียวนกวนโมโหเหมือนทุกที ไม่ได้เคร่งเครียดและเป็นทุกข์เหมือนเมื่อครู่ ทว่าเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ แฝงด้วยความซาบซึ้ง


พิทักษ์หันกลับมามอง หมายจะเอ่ยปากเรียกให้มาทานอาหาร แต่สายตาที่มองมาทำให้เขาได้แต่ยืนนิ่ง ใบหน้าของจิณณะมีรอยยิ้มจางเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สดใสสวยงามของคนที่อยู่ในโลกแห่งความสุข แต่เป็นรอยยิ้มจากจิตใต้สำนึกในวันที่อ่อนแอ


เป็นรอยยิ้มที่มาจากแรงใจในวันที่เรี่ยวแรงอ่อนล้ากับปัญหาที่ถาโถม


“ขอบคุณนะพี่” เสียงของจิณณะแผ่วเบา ทว่าดังพอให้ได้ยินในห้องที่มีเพียงสองคน


คำตอบของพิทักษ์ไม่ใช่คำพูด แต่เป็นรอยยิ้มจางที่ทำให้คนมองอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ


...ในวันที่มืดแปดด้าน...


...ดีเหลือเกินที่เป็นผู้ชายคนนี้อยู่ที่นี่ในวันนี้...

................................


เย็นนั้นจิณณะชวนวรชิตให้ไปค้างที่บ้านพักของตนเอง ตอนแรกคนถูกชวนทำท่าไม่อยากไป เพราะกลัวว่าจะเอาเรื่องเดือดร้อนไปให้เพื่อน แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอหนักเข้า ความกลัวตายก็ทำให้วรชิตยินยอม


บ้านพักราชการของจิณณะอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักของเขานัก โครงสร้างและสภาพเหมือนกันทุกประการเพราะสร้างพร้อมกันเมื่อหลายสิบปีก่อน วรชิตเคยมาบ้านของเพื่อนร่วมอาชีพคนนี้หลายครั้ง และหลายๆครั้งก็มาค้างหลังจากตั้งวงกินดื่มกันจนเมา แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่มาค้างเพราะจิณณะชวนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแบบนี้มาก่อน


ไม่สิ...ไม่ใช่ว่าไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่เพราะจิณณะเป็นห่วงเขาต่างหาก


วรชิตมองแผ่นหลังของเพื่อนด้วยความเป็นกังวลผสมตื้นตัน


“เอาของขึ้นไปเก็บข้างบนแล้วออกไปหาอะไรกินกันดีกว่า” เจ้าของบ้านหันมาพูด ก่อนจะนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแขกยืนมองเขาอยู่


“มึงไม่กลัวหรือ” คำถามแรกของวรชิตนั้นไม่ต้องเกริ่นนำก็รู้ว่าหมายถึงกลัวอะไร ดวงตาของจิณณะไหววูบไปชั่วอึดใจ ความกลัวที่อยู่ในหัวอกของเพื่อนนั้นคือความผิดของเขาต่างหาก แต่...ไม่กล้าพูด ได้แต่โบ้ยไปเรื่องอื่น


“จะกลัวอะไร คนของคุณเทียมคอยดูแลอยู่”


นับตั้งแต่เกิดเหตุกองใบไม้แห้งข้างบ้านพักของวรชิตกลายเป็นกองเพลิงขนาดย่อมๆ พิทักษ์ทำอย่างที่ปากพูดคือขอความช่วยเหลือจากคุณเทียมให้ส่งคนมาช่วยดูแล นอกจากจะดูแลวรชิตแล้ว ยังแบ่งปันมาสอดส่องบ้านพักของจิณณะด้วย


พอพูดถึงคุณเทียม ก็ดูเหมือนวรชิตจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมงานของเขาคนนี้ไม่ใช่แค่ปลัดอำเภอตัวเล็กๆที่มีนามสกุลมหาเศรษฐีห้อยท้าย แต่ยังมีดีกรีเป็นถึง ‘คนรัก’ ของหลานชายผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอีกต่างหาก


เขาถอนหายใจเบา หากจิณณะจะไม่กลัวอะไรก็ไม่ใช่เรื่องผิด ในเมื่อเจ้าตัวมีความช่วยเหลือทั้งในแง่เงินทุนและเส้นสายขนาดนี้


แต่ตัวเขานี่สิ...ตัวเขาที่เป็นปลัดอำเภอธรรมดา เงินทองไม่ได้มากมาย เส้นสายยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนแบบเขา...จะมีชีวิตรอดไปได้อีกสักกี่วัน


“ไอ้ชิต” เสียงของจิณณะทำเอาคนกำลังเป็นกังวลกับอายุขัยของตนเองต้องเงยหน้ามอง จิณณะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว และกำลังมองตรงมาด้วยสายตาที่แน่วแน่และทรงพลัง


“กูไม่ปล่อยให้มึงเป็นอะไรแน่ๆ” อาจจะเป็นแค่ลมปาก แต่เวลานี้ที่วรชิตจนปัญญา แค่คำพูดเพียงอย่างเดียวก็ช่วยกอบกู้กำลังใจของเขาได้แล้ว


“ขอบใจว่ะ”


“ไป เอาเสื้อผ้าขึ้นไปเก็บ จะได้ออกไปกินข้าว กินอะไรดี ส้มตำดีไหม” เวลานี้วรชิตไม่มีปากเสียงจะเสนอความคิดเห็นเรื่องอาหารใดๆ เขาได้แต่พยักหน้าเออออไปกับเพื่อนก่อนจะหิ้วกระเป๋าเป้ขึ้นชั้นสอง ปล่อยให้จิณณะได้แต่มองตามแล้วทำได้เพียงเม้มปากแน่นด้วยความสะเทือนใจ


...กูไม่ปล่อยให้มึงเป็นอะไรแน่ๆ...


...กูสัญญา...

................................


แม้จะเป็นเพื่อนร่วมงานกันมานาน แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมถึงขั้นจะพูดคุยกันได้ในทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับงาน แม้ต่างฝ่ายต่างเป็นปลัด แต่วรชิตเป็นปลัดฝ่ายป้องกัน เรื่องในฝ่ายป้องกันบางเรื่อง ต่อให้กับเพื่อนปลัดด้วยกัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเล่าสู่กันฟัง เรื่องนี้จิณณะรู้ดี ดังนั้นเขาจึงไม่ซักไซ้ตั้งแต่คืนแรกที่วรชิตมาค้างด้วย


เพราะต่างคนต่างเป็นผู้ชาย การอาศัยบ้านเดียวกันหรือการร่วมห้องนอนจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ หนำซ้ำยิ่งทำให้ความสนิทสนมเพิ่มพูน


“พรุ่งนี้พี่เข้ากรุงเทพฯไหม ผมอยากกินปาท่องโก๋ เลยว่าจะแวะซื้อ ถ้าพี่อยู่จะได้ซื้อเผื่อ” วรชิตออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำเรียบร้อยแล้วก็พบว่าจิณณะกำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคนอยู่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะเห็นว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังแล้ว เลยเบาเสียงลงเล็กน้อย


“งั้นเดี๋ยวผมซื้อเข้าไปให้ เอาอย่างอื่นไหม”


“ครับๆ ไม่ใช้เงินเยอะครับ แค่ปาท่องโก๋จะสักกี่บาท ผมซื้อน้ำเต้าหู้แถมพี่อีกสิบถุงยังมีเงินเหลือใช้ยันสิ้นเดือนเลย” วรชิตไม่ได้ยินว่าปลายสายพูดอะไร แต่คงดุเรื่องการใช้เงินอย่างใจกว้างของจิณณะพอสมควร เขาหัวเราะเบาๆ คิดถึงตอนที่พิทักษ์ไปห้ามทัพสองย่าหลานวงศ์กีรติที่ที่ว่าการแล้วก็ชักอยากรู้ว่าคนอย่างพิทักษ์ชาติที่แล้วทำบุญมาด้วยอะไร


ชาตินี้ถึงเอาจิณณะได้อยู่หมัดเหลือเกิน


“แค่นี้แหละพี่ เดี๋ยวพรุ่งนี้หิ้วปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ เต้าฮวยน้ำขิงอย่างละ 10 ถุงไปฝาก” พูดจบ ปลัดอำเภอตัวแสบก็กดตัดสาย ก่อนจะหันมาส่ายหน้ากับวรชิต


“ขี้บ่นฉิบหาย”


“บ่นเรื่องมึงใช้เงินหรือ”


“เออสิ หาว่ากูใช้เงินเก่ง ใช้เงินเก่งอะไร กูซื้อของกินทั้งนั้น แล้วคนที่สนามกอล์ฟก็มีตั้งเยอะ กูซื้อฝากพี่ทิศ แล้วจะปล่อยให้คนอื่นๆมองตามน้ำลายหกรึไง” จิณณะบ่น ทว่าคนเป็นเพื่อนกลับหัวเราะ จนคนบ่นชักตาขวาง ยกเท้าถีบไปที


“หัวเราะเลือกข้างเชียวนะไอ้ชิต” แค่เสียงหัวเราะอย่างเดียวก็รู้แล้วว่าวรชิตชอบอกชอบใจแค่ไหนที่พิทักษ์เคร่งครัดเรื่องการใช้เงินของจิณณะแม้กระทั่งจะซื้อปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้


“ก็กูไม่เคยเห็นใครเอามึงอยู่ขนาดนี้นี่หว่า” ปลัดฝ่ายป้องกันว่าอย่างนั้น ก่อนจะเดินมาทรุดตัวนั่งที่โซฟาใกล้เตียง


“กูถามหน่อยสิ มึงกับคุณพิทักษ์ ไปไงมาไงมาลงเอยกันได้วะ”


คำว่าลงเอยเล่นเอาคนถูกถามถึงกับสะดุ้ง ไม่ใช่เพราะสาเหตุที่ทำให้เขาและพิทักษ์มาลงเอยกันนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้วรชิตกำลังซวยในเวลานี้ แต่ที่สะดุ้งเพราะคำว่า ‘ลงเอย’ ต่างหาก


ศัพท์แสงไอ้ชิตนี่น่ากลัวจริงๆ สมัยสอบเข้ามหาวิทยาลัย ใช้คะแนนภาษาไทยกรุยทางใช่ไหม?


“เอ่อ...ก็...ก็...มันพูดยาก”


“ทำมาเป็นพูดยากกับกู ทีกับคุณพิทักษ์ กูไม่เห็นมึงจะสงบปากสงบคำกับเขาสักที”


“มึงไปเห็นตอนไหน” จิณณะย้อน หน้าตาไม่เชื่อถือคำพูดของเพื่อนสักนิด


“ก็เห็นมึงโทร.คุยกับคุณพิทักษ์ทุกวันนี่ไง”


นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่บ้านของจิณณะ สิ่งที่วรชิตเห็นจนชินตาคือจิณณะคุยโทรศัพท์กับพิทักษ์ บางทีพิทักษ์โทร.มาหาตอนเช้าบ้าง บางทีก็เห็นจิณณะโทร.หาตอนเย็นบ้าง หรือขั้นกว่าคือพิทักษ์แวะมาหาเป็นตัวเป็นตนด้วยซ้ำ


คนฟังชะงักไปเล็กน้อย ได้แต่กะพริบตาปริบๆด้วยคิดไม่ถึงว่าหมู่นี้เขาคุยกับพิทักษ์บ่อยขนาดที่เพื่อนยังออกปาก


...คุยทุกวันจริงหรือ?...


...ทำไมไม่รู้สึกตัวสักนิดว่าคุยกันทุกวัน...


“กูก็พอเข้าใจนะ แฟนกันก็มีเรื่องสัพเพเหระให้คุยกันทุกวันเป็นธรรมดา ว่าแต่...คุยอะไรกันบ้างวะ เช้านี้อยากกินอะไร เย็นนี้อยากกินที่ไหน อย่างงี้มั้ย ฮึ้ย! กูนึกหน้าคุณพิทักษ์ตอนคุยเรื่องแบบนี้กับมึงไม่ออก” วรชิตไม่คิดว่าคนเคร่งขรึมหน้าตาเรียบเฉยอย่างพิทักษ์จะพูดคุยเรื่องจิปาถะพวกนั้น ทว่าสำหรับจิณณะที่กำลังตรึกตรองกับหัวข้อที่พวกเขาพูดคุยกันในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็พบว่า


แม้จะเริ่มต้นคุยกันด้วยเรื่องอันตราย เรื่องคนแอบตาม เรื่องความเป็นความตายของเขาและวรชิต


แต่ลงท้ายแล้ว ก็มักจบที่ตอนเช้าอยากทานอะไร ตอนเย็นอยากกินที่ไหน อย่างที่วรชิตว่าจริงๆ


เรื่องสัพเพเหระ เรื่องจิปาถะ เรื่องที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร แต่กลับเป็นเรื่องที่ยกเอามาคุยกันได้ทุกวัน ทั้งตอนเจอหน้า หรือแม้กระทั่งทางโทรศัพท์


จิณณะไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่เด็กน้อยไม่ประสีประสา มิตรภาพของเพื่อนไม่จำเป็นต้องถามไถ่กันด้วยเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้น แต่สำหรับบางความสัมพันธ์...หัวข้อพวกนั้นทำให้บทสนทนายืดยาวออกไป ราวกับ...อยากพูดคุยกันให้มากขึ้นอีกนิด


ลมหายใจของปลัดหนุ่มสะดุดกึก เขาก้มลงมองโทรศัพท์ในมือตนเองแล้วเปิดดูประวัติการโทร.


เบอร์ของพิทักษ์อยู่บนสุดบอกให้รู้ว่าเป็นสายล่าสุดที่เขาพูดคุย เมื่อกดเข้าไปดูก็พบประวัติการโทรและรับสายยาวเหยียด บางวันมากกว่าหนึ่งครั้ง บางวันพูดคุยกันสั้นๆแต่มีทั้งเขาเป็นฝ่ายโทร.หาและฝ่ายพิทักษ์โทร.มา บางวันแค่ครั้งเดียวแต่เวลาสนทนายืดยาวนับชั่วโมง


นี่แค่ประวัติการโทร. ไม่ต้องถามถึงวิธีการสื่อสารทางอื่น จิณณะไม่ต้องเปิดดูก็พอรู้ตัวว่าเขาติดต่อกับพิทักษ์บ่อยกว่าใครคนไหน และไม่ต้องทายเช่นกันว่าแม้จะมีเหตุผลนำหน้าในการติดต่อไป แต่สุดท้ายบทสนทนาก็วกไปหาเรื่องคุยที่ไม่มีความสลักสำคัญอะไร


ทว่า...บัดนี้ หัวข้อพูดคุยที่ไม่สำคัญเหล่านั้นกลายเป็นหลักฐานชี้ชัดถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังก่อตัว


จิณณะได้แต่กลืนน้ำลาย หัวใจโหวงเหวง ช่องท้องเย็นวาบ สันหลังสะท้าน เพราะความคาดไม่ถึง...

...........................


พิทักษ์พบว่าเช้านี้มีคนเอาปาท่องโก๋ 2 ถุงใหญ่ น้ำเต้าหู้และเต้าฮวยน้ำขิงอย่างละ 10 ถุงมาฝากไว้กับพนักงานต้อนรับของสนามกอล์ฟ พนักงานบอกว่าพอฝากแล้วเจ้าตัวก็กลับขึ้นรถขับออกไปทันที


ชายหนุ่มโคลงศีรษะเล็กน้อย ทั้งๆที่เมื่อวานกำชับแล้วว่าไม่ต้องซื้อมาเยอะเพราะเปลืองเงิน แต่คนใจกว้างมือเติบไม่ได้ฟังคำทักท้วงเลยสักนิด


เขากดโทรศัพท์หาเบอร์โทร.ล่าสุดที่เพิ่งคุยกันเมื่อคืน แต่รอจนสัญญาณรอสายกลายเป็นไม่มีสัญญาณตอบรับ สงสัยเจ้าตัวคงจะกลัวเขาบ่นจึงไม่ยอมรับสาย พิทักษ์เปลี่ยนวิธีการใหม่เป็นการส่งข้อความไปหา


‘ซื้อมาทำไมเยอะแยะ’


ทันทีที่ส่งข้อความไป โปรแกรมแชทก็ขึ้นว่าข้อความของเขาถูกอ่านในทันที ทว่ารออยู่อึดใจใหญ่ๆกลับไม่มีข้อความใดส่งกลับมา พิทักษ์เลิกคิ้วเล็กน้อย คนช่างเถียงอย่างจิณณะไม่ใช่คนนิ่งเงียบใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหวแบบนี้เลย เขาส่งข้อความไปหาอีกครั้ง


‘เที่ยงนี้จะมาทานที่นี้ไหม’


คราวนี้ข้อความของเขาไม่ถูกอ่าน พอดีกับที่เลขานุการนำเอกสารเข้ามาในห้อง เขาจึงวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปคุยงานกับหล่อน


จนกระทั่งสิบเอ็ดโมงเศษ เมื่อพิทักษ์มาดูโทรศัพท์อีกครั้งก็พบว่ามีข้อความส่งกลับมา


‘วันนี้ผมไม่ไปนะ’


ชายหนุ่มมองข้อความแล้วเอนหลังพิงพนัก ความรู้สึกแปลกพิกลปรากฏขึ้นในใจ อะไรบางอย่างทำให้เขาตัดสินใจลุกจากโต๊ะ


วันนี้ไม่มีประชุมบ่าย ออกไปทานข้าวข้างนอกบ้างก็ไม่เลว

.........................

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 31-01-2019 21:40:47


จิณณะรู้ว่าไม่ควรให้เกิดความรู้สึกอะไรนอกเหนือจากบุญคุณที่พิทักษ์มีต่อเขา การหนีไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่บางทีมันก็เป็นทางออกเดียวที่มี เขาคิดว่าหากข้องเกี่ยวกันเฉพาะบางเรื่อง ไม่ผูกสัมพันธ์หรือสนิทสนมกันมากเกินความจำเป็น อะไรๆก็น่าจะยับยั้งทัน


แต่เพราะรับปากเอาไว้แล้วว่าจะซื้อปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ เต้าฮวยน้ำขิงไปฝาก เมื่อเช้าจึงแวะไปที่สนามกอล์ฟก่อน แม้พนักงานจะบอกว่าพิทักษ์มาแล้ว แต่เขาไม่ได้แวะไปทักทาย ฝากของไว้เสร็จก็รีบเผ่น ตอนพิทักษ์โทร.มา เขาถือโทรศัพท์อยู่ในมือแต่ไม่ยอมกดรับสาย ตั้งใจว่าจะส่งข้อความไปบอกว่าเขาไม่ว่าง ไม่สะดวกคุย ก็กลายเป็นพิทักษ์ส่งข้อความมาเสียเอง โปรแกรมแชทจึงขึ้นว่าเขาอ่านข้อความของอีกฝ่ายในทันที ทำเอาจิณณะรีบกดออกแทบไม่ทัน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเห็นว่าอีกฝ่ายส่งข้อความมาถามเรื่องมื้อกลางวัน


ระหว่างพวกเขา แม้จะมีเหตุผลเรื่องความเป็นความตายและเรื่องอันตราย แต่เรากลับพูดคุยกันด้วยเรื่องจิปาถะมากขึ้นทุกทีๆ


จิณณะไม่ปฏิเสธว่าเขาเองก็อยากคุยกับอีกฝ่าย และเพราะไม่ปฏิเสธ ถึงได้รู้ว่าตนเองรู้สึกเช่นไร ซึ่งมันไม่ควรเลย


เขารับปากแล้วว่าเสร็จจากเรื่องนี้ จะคืนอิสระและสถานภาพโสดให้พิทักษ์ หากเขามีชีวิตรอด จะยกบุญคุณของพิทักษ์เอาไว้เหนือหัวไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ


แต่...ความรู้สึกในหัวใจเวลานี้กลับไม่ใช่แค่เรื่องบุญคุณ


แล้วแบบนี้ ถ้าหากจบเรื่องโดยสวัสดิภาพ เขาจะทำใจยกความโสดคืนให้ได้อย่างไรกัน


ทางที่ดีต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม


“วันนี้กูไปกินข้าวเที่ยงด้วยนะ” ก่อนเที่ยงเล็กน้อย จิณณะก็รีบหาเพื่อนกินข้าว ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน วรชิตนั่นเอง


“อ้าว มึงไม่ไปกินกับคุณพิทักษ์หรือ” คนถูกถามนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้ม


“กูอยากกินข้าวแกงข้างที่ว่าการบ้างนี่หว่า”


“เฮ้ย! สนามกอล์ฟของคุณพิทักษ์จ้างเชฟโรงแรมเชียวนะเว้ย! เสือกอยากจะมากินข้าวแกง” จิณณะทำเป็นยักไหล่เหมือนไม่แคร์ความเป็นเชฟโรงแรมของพ่อครัวที่สนามกอล์ฟของพิทักษ์แต่อย่างใด


เที่ยงตรง วรชิตและเพื่อนปลัดอีก 2-3 คนรวมถึงจิณณะก็เดินลงมาจากชั้น 2 ทว่าพอก้าวเท้าลงมาที่บันไดขั้นสุดท้าย คนทั้งกลุ่มก็ต้องชะงักกึกเมื่อพบว่ามีใครบางคนยืนอยู่ที่โถงชั้น 1 ของที่ว่าการ


“อ้าว คุณพิทักษ์” วรชิตร้องทักแล้วยกมือไหว้ แม้อายุจะไล่เลี่ยกัน แต่พิทักษ์ก็ได้ชื่อว่าเป็นหลานของผู้มีอิทธิพลในจังหวัด หนำซ้ำยังเป็นตัวตั้งตัวตีช่วยหาคนมาคอยดูแลความปลอดภัยให้เขาอีก


หากเป็นก่อนหน้านี้ จิณณะคงรีบเดินเข้าไปทักทายเช่นกัน แต่เวลานี้ที่ระแคะระคายกับความรู้สึกของตนเอง เขากลับทำหน้าไม่ถูกเมื่อพบว่าคนที่เขาสู้อุตส่าห์หลบหน้ากลับไม่ให้ความร่วมมือกันเลยสักนิด


ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะเคยออกจากสนามกอล์ฟ แล้ววันนี้ลมฟ้าลมฝนที่ไหนหอบเอาพิทักษ์มาถึงนี่


วรชิตเหล่มองเพื่อนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปมองผู้มาเยือน


“ผมก็ว่าแล้วว่าทำไมไอ้จิณบอกว่าอยากกินข้าวแกงที่นี่ ที่แท้มันชวนคุณพิทักษ์มาสิท่า” คนฟังเลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบไปมองจิณณะที่ยืนเงียบ แต่พอฝ่ายนั้นเห็นสายตาเขา เจ้าตัวก็ฉีกยิ้มแบบไม่เห็นฟันมาให้


“ไปครับ ไปกัน ร้านข้าวแกงป้าสมานข้างที่ว่าการอร่อยมาก มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง!” วรชิตออกตัว จิณณะรู้ว่าเขาหมดทางรอดแน่แล้ว อย่างไรเสียมื้อนี้ก็ต้องพบหน้ากับพิทักษ์อีกหน เขาลอบถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนที่อุตส่าห์มาถึงที่ว่าการ


“ไปพี่ทิศ ไอ้ชิตไม่ได้จะเลี้ยงใครง่ายๆหรอกนะ มื้อนี้กินเยอะๆล่ะ” พูดแล้วก็ก้าวเท้าออกเดินเป็นการกระตุ้นให้ทั้งกลุ่มต้องเดินตาม พิทักษ์มองแผ่นหลังของคนที่เดินนำอยู่เบื้องหน้า รู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่างที่จิณณะแสดงออก


ทว่าเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร

..............................

พะโล้ แกงเขียวหวาน พะแนง หมูทอด ไข่เจียวใส่ต้นหอม ผัดผัก ผัดพริกขิง ห่อหมก


จิณณะเล็งพะโล้กับพะแนง แต่กับข้าวสองอย่างนี้ไม่น่าจะมาอยู่บนข้าวในจานเดียวกัน เขาไม่คิดว่าตนเองเป็นพระวัดป่าที่แกงสองอย่างสามอย่างจะมาอยู่รวมกันในบาตรเดียวได้ เพราะฉะนั้นต้องเลือก


“จะกินอะไร” คำถามดังขึ้นข้างตัว แต่ปลัดหนุ่มยังตัดสินใจไม่ได้ สายตาจับจ้องทั้งพะโล้และพะแนง


“อยากกินสองอย่างเลย พะโล้กับพะแนง”


“ก็สั่งสองอย่างสิ”


“ราดบนข้าวจานเดียวน่ะหรือ...” ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคครวญ คนข้างกายหัวเราะเบาๆทำให้จิณณะได้สติ เขาหันมองแล้วก็ถึงได้รู้ว่าคนที่ยืนพูดคุยกับเขาเมื่อครู่นี้คือพิทักษ์


...ใจหนอใจ อุตส่าห์หาทางเลี่ยง อีกฝ่ายกลับไม่เห็นใจ มายืนถามยืนคุยอยู่ข้างกายอยู่ดี...


“ถ้าอย่างนั้นก็สั่งใส่ถ้วยแยก เดี๋ยวผมทานด้วย” คนฟังตาโต แต่พิทักษ์ไม่ได้สนใจ เขาหันไปสั่งอาหารกับแม่ค้า


“เอาพะแนงถ้วยนึง พะโล้ถ้วยนึง” จากนั้นก็หันมาทางจิณณะอีกที


“อยากทานอย่างอื่นอีกไหม ผัดผัก? หรือผัดพริกขิง?”


“ไม่เอาแล้ว...” แม้จิณณะจะตอบอย่างนั้น แต่พิทักษ์ก็ยังหันไปสั่งไข่เจียวมาอีกจาน เขาไม่ได้ปล่อยให้วรชิตเป็นคนจ่ายเงิน แต่ตนเองส่งเงินให้แม่ค้าเป็นค่าอาหารของคนทั้งกลุ่ม


“ทุกทีเห็นกินเยอะ ทำไมวันนี้กินน้อย” ก่อนจะกลับไปที่โต๊ะ พิทักษ์ยังมีแก่ใจหันมาถามคนข้างกาย แน่นอนว่าจิณณะตอบตามตรงไม่ได้ เขาจึงหันไปฉีกยิ้ม


“ผมก็มีวันที่หิวกับวันที่ไม่หิวน่ะสิ” คนฟังไม่ซักไซ้อย่างอื่นอีก พวกเขากลับไปนั่งที่โต๊ะที่พวกวรชิตนั่งอยู่ อึดใจเดียว อาหารทั้งแบบจานเดียวและแบบกับข้าวก็ถูกยกมา ตอนนั้นเองที่วรชิตเพิ่งรู้ว่าอาหารของทุกคนในโต๊ะถูกพิทักษ์แย่งจ่ายไปแล้ว เขาครวญเล็กน้อย ก่อนจะชวนคุยเรื่องทั่วๆไป



ทั้งโต๊ะล้วนเป็นปลัด ยกเว้นก็แต่พิทักษ์ ทว่าเพราะต่างเป็นผู้ชายเลยมีเรื่องคุยที่พอจะเข้าทางกันอยู่บ้างอย่างเช่นเรื่องรถยนต์ เครื่องกล หรือแม้แต่พวกมุกตลกที่ค่อนไปทางทะลึ่งตึงตัง เสียงหัวเราะดังเป็นระยะตามแต่บทสนทนาจะพาไป ทว่าพิทักษ์กลับรู้สึกว่าใครบางคนที่เคยร่าเริงและสนุกสนานกลับเงียบกว่าเคย


เขาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าง


จิณณะดูจะตั้งอกตั้งใจหั่นไข่พะโล้เป็นชิ้นๆแล้วตักเข้าปาก แม้ว่าเรื่องที่ใครคนหนึ่งในโต๊ะพูดตอนนี้จะเป็นเรื่องชวนหัว แต่เสียงหัวเราะกลับไม่ดังออกมาจากปากของจิณณะเลยสักนิด


พิทักษ์รู้สึกแปลกใจ แต่เหนือกว่าอะไรคือความห่วงใย เขาจับจ้องคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามนานเป็นพิเศษ จนวรชิตยังสังเกต เขารีบส่งสายตาบอกเพื่อนๆปลัดคนอื่นๆให้คุยกันต่อไป แม้ว่าจะมี 2 คนในโต๊ะที่กำลังอยู่ในโลกส่วนตัวเวลานี้


หนึ่งคือจิณณะที่กำลังเอาแต่ตาตกมองจานข้าว


สองคือพิทักษ์ที่กำลังจับจ้องคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


วรชิตอยากถ่ายรูปเอาไว้ล้อจิณณะในภายภาคหน้าจริงๆว่าครั้งหนึ่งเจ้าตัวก็เคยถูกมองด้วยสายตาห่วงใยแบบนี้!

.............................

   หลังจากอิ่มหนำจากร้านป้าสมานข้างที่ว่าการ ก็ถึงเวลาต้องกลับไปทำงาน วรชิตเดินนำลูบท้องตนเองออกจากร้านแต่ไม่วายหันมาขอบคุณเจ้ามือมื้อนี้


   “คราวหน้าต้องเป็นตาผมจริงๆแล้วนะครับคุณพิทักษ์” พิทักษ์เพียงยิ้มจางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ พอดีกับที่จิณณะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเพราะมีสายเรียกเข้า


   “ครับ แม่” ปลัดหนุ่มเอ่ย เพื่อนปลัดคนอื่นๆรวมถึงวรชิตออกเดินนำไปยังที่ว่าการก่อน ทว่าพิทักษ์ยังคงยืนอยู่ใกล้ๆ ถึงแม้เขาจะไม่ควรยืนฟังการคุยโทรศัพท์ของจิณณะกับครอบครัว แต่เวลานี้เขารู้ปัญหาของจิณณะมากกว่าหนึ่งอย่าง และหนึ่งอย่างในปัญหาเหล่านั้นเกิดขึ้นในบ้านของจิณณะเอง


   อย่างเช่น...เรื่องที่ถูกคุณกอบกุลบังคับให้แต่งงาน...   


   ความห่วงใยทำให้เขาอยากรู้จนไม่ยอมก้าวเท้าไปไหน


   “แม่ว่าอะไรนะ?!” เสียงของจิณณะเคร่งเครียด จนพิทักษ์ต้องหันมอง


   ดวงตาของปลัดหนุ่มเบิกโตขึ้นทันทีที่ปลายสายตอบกลับมา เขาเผยอปากอ้าค้างวินาทีหนึ่ง ก่อนจะหุบมันลงแล้วรีบพูดรัวเร็ว


   “ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้!” จิณณะตัดสาย หันมองคนข้างกาย เวลานี้ลืมไปหมดแล้วว่าตนเองต้องเว้นระยะห่างกับพิทักษ์เอาไว้


   “พ...พ่อผมล้ม!” เขาพูดด้วยหัวใจที่เต้นถี่ด้วยความตื่นตระหนก พิทักษ์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตั้งสติอย่างรวดเร็ว


   “ไปรถผม ผมจะขับรถให้!”


   แล้วหลังจากนั้นไม่ถึงห้านาที รถเบนซ์ของพิทักษ์ก็พุ่งทะยานออกจากที่ว่าการกลับเข้ากรุงเทพมหานครทันที!
...........................................

   ตอนที่จิณณะไปถึงโรงพยาบาล มารดาโทรศัพท์มาบอกว่าบิดาถูกย้ายไปพักในห้องพิเศษแล้ว และอาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสับขาไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อไปยังห้องพักพิเศษของโรงพยาบาล


   ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป สายตาของจิณณะกวาดมองหาคนป่วยบนเตียงก่อนใคร แต่ไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปถึงเตียง เสียงตวาดก็ดังลั่น


   “มาได้แล้วหรือ?!!” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกันที่เห็นหน้าจิณณะแล้วอารมณ์พุ่งทะยานแม้จะยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันสักนิด


   คุณกอบกุลนั่งอยู่ข้างเตียง สีหน้าถมึงทึงจ้องเขม็งมาที่หลานชายนอกคอก จิณณะเหลือบตาไปมอง เขาไม่พูดอะไรแต่ยกมือไหว้แล้วหันไปหาสตรีอีกคนที่ยืนอยู่อีกข้างของเตียง คราวนี้เขายกมือไหว้แล้วเอ่ยปากถาม


   “พ่อเป็นยังไงบ้าง” สายตาของปลัดหนุ่มจับจ้องที่มารดาของตนราวกับต้องการคำตอบจากหล่อนเพียงคนเดียว ทว่าคุณกอบกุลกลับส่งเสียงขึ้นมาแทน


   “จะเป็นยังไง?! ก็ลื่นล้มในห้องน้ำ! ดีว่าหัวไม่ฟาดอะไรเข้า ไม่งั้นป่านนี้คงไม่ได้นอนที่นี่!”


จิณณะเป็นห่วงบิดาจนไม่มีอารมณ์ต่อล้อต่อเถียงกับผู้เป็นย่าเหมือนเคย เขาเดินตรงเข้าไปหาจรรยา ทำราวกับเสียงของคุณกอบกุลเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาที่ฟังไม่รู้เรื่อง


   “หมอว่ายังไง” เขาถามย้ำกับมารดา คราวนี้จรรยาอึกอักเหลือบมองมารดาของสามี


   “แม่” จิณณะเรียกมารดาซ้ำ จรรยาเห็นคุณกอบกุลไม่พูดอะไร หล่อนจึงหันมาทางบุตรชาย


   “หมอว่าไม่มีอะไรน่าห่วง พ่อแค่ล้ม ตอนล้มก็รู้สึกตัว หัวไม่ได้ฟาดอะไรเข้า แต่ถ้าอยากสบายใจ จะทำ CT สแกนก็ได้” คนฟังพยักหน้ารับรู้


   “ถ้างั้นก็ทำเลย จะได้สบายใจ”


   “เหอะ! ทำมาเป็นห่วง! ถ้าแกไม่ดันทุรังไปทำงานที่อื่น พ่อแกก็ไม่ต้องทำงานหนัก นอนไม่พอจนถึงขั้นลื่นล้มในห้องน้ำหรอก!” เสียงของคุณกอบกุลดังขึ้นอีก คราวนี้จิณณะชักจะอดไม่ไหว เขาหันไปมองด้วยสายตาเย็นเยียบ ไม่ได้เจ้าเล่ห์ขี้เล่นอย่างเคย ทว่าผู้เป็นย่ากลับไม่ได้สนใจสายตาของหลานชาย หล่อนเชิดหน้าพูดอย่างถือดีในสิ่งที่หล่อนคิด


   “ตาไกรก็ได้ลูกมาช่วยงาน แกดูลุงแกสิ ตอนนี้มีความสุขกับการออกรอบแค่ไหน! ส่วนยัยกช ถึงตาชุนจะยังไม่กลับมา แต่ก็ช่วยงานจากอังกฤษ จะเหลือก็แต่บ้านแก! ตัวแกเลือกจะเอาแต่ความอยากของตัวเอง งานการที่บ้านไม่ทำ ปล่อยให้พ่อแกทำคนเดียว จะหวังพึ่งน้องแกก็ไม่ได้ เพราะมันยังเรียนไม่จบ คนที่ควรจะเป็นที่พึ่งให้ตาโกควรจะเป็นแก! แต่ดูสิ่งที่แกทำ! เลือกแต่จะทำอย่างที่อยากทำ! ทิ้งภาระไว้ให้พ่อแกคนเดียว!! เนรคุณ!!”


   “คุณแม่!” จรรยาร้องด้วยคิดว่าเรื่องบานปลายไปกันใหญ่ อันที่จริงสามีของหล่อนก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายนัก แต่คุณกอบกุลชักเอาทุกเรื่องมารวมกัน ถึงขั้นออกปากว่าจิณณะเนรคุณ


   โชคดีไม่ทันได้เกิดสงคราม เพราะเสียงแผ่วจากบนเตียงดังขึ้นเสียก่อน ทุกสายตาจึงหันไปทางคนเจ็บ


   โกศลลืมตาขึ้นช้าๆ เขากวาดมองไปรอบตัวอย่างมึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อพบหน้าบุตรชายคนโตก็เผยยิ้มอ่อนล้าทว่ายินดีออกมา


   “จิณ...” เสียงเรียกชื่อแผ่วเบานั้นทำให้หัวใจเจ้าของชื่อโหวงเหวง เกือบสามสิบปีที่เป็นพ่อลูกกันมา จะว่าเวลาสั้นก็สั้น ยาวก็ยาว แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่เคยสังเกตเลยว่าบิดาของตนเองกำลังถูกวันเวลาพรากสุขภาพและความแข็งแรงไป


   จิณณะก้าวเท้าเข้าไปข้างเตียง แตะมือเบาๆลงกับแขนของบิดา


   “เป็นยังไงบ้างพ่อ” คำถามของเขานั้นเบาแผ่วไม่ต่างจากคนเจ็บบนเตียง ทว่าโกศลก็ยังคงยิ้มจางให้บุตรชายพลางสั่นศีรษะไปมาเล็กน้อย


   “ไม่เป็นไร ไกลหัวใจ...แต่อีกนิดเดียว หัวก็เกือบโหม่งพื้นเหมือนกัน” ไม่วายยังพูดติดตลก จิณณะขำไม่ออก แต่ก็ยังกดมุมปากยกยิ้มให้กับอารมณ์ขันของบิดา โกศลเหลือบไปเห็นชายหนุ่มอีกคนยืนอยู่ไม่ไกลจากเตียงของเขา พอสบตากับฝ่ายนั้น ชายหนุ่มก็ยกมือไหว้


   “ทิศก็มาด้วยหรือ” จิณณะเพิ่งรู้ตัวว่ามีพิทักษ์ติดตามมาด้วย


   “พี่ทิศขับรถให้ผม”


   “เกิดง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมารึไง ถึงต้องให้คนอื่นมาขับรถให้” เสียงของคุณกอบกุลยังคงสร้างความขุ่นเคืองในใจคนฟัง จิณณะเหลือบตามอง เวลานี้เขาไม่มีอารมณ์จิกกัดให้แสบคันอีกแล้ว แต่หากอ้าปากพูดอะไรออกไป คงถูกด่ายิ่งกว่าคำว่าเนรคุณ แต่...ก็ไม่เห็นเป็นไร ไหนๆก็ถูกด่าอยู่แล้ว จะถูกด่าเพิ่มอีกสักข้อก็ไม่เสียหายไปสักเท่าไร


ทว่า...เสียงของคนที่ยืนเงียบมาตั้งแต่ต้นกลับดังขึ้นก่อนที่เขาจะได้อ้าปาก


   “จิณตกใจเรื่องที่พ่อล้ม ผมกลัวว่าเขาจะขับรถไม่ไหว ก็เลยขับรถพาเขามา” น้ำเสียงของพิทักษ์นั้นเรียบเรื่อยเหมือนพูดเรื่องทั่วๆไป แต่ดูก็รู้ว่าออกตัวปกป้องหลานนอกคอกของคุณกอบกุล


   หญิงชราตวัดสายตาไปมอง ให้อย่างไรหล่อนก็ไม่เชื่อในความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายคนนี้กับหลานของหล่อน


   “แล้วคุณพิทักษ์ไม่ต้องทำการทำงานรึไง?”


   “ทำครับ แต่เรื่องของจิณสำคัญกว่า”


คุณกอบกุลเม้มปากแน่น เหลือบมามองหลานชาย จิณณะไม่ได้สนใจหล่อน เพราะเอาแต่ช่วยเทน้ำส่งให้บิดาดื่ม ในขณะที่จรรยาเองก็กำลังโทรศัพท์คุยกับลูกชายคนเล็ก เวลานี้คนอื่นๆกำลังวุ่นวายกับเรื่องของตนเอง หากหล่อนจะลับฝีปากก็คงมีแต่พิทักษ์ที่ว่าง


   แต่...การปะทะคารมกับคนนิ่งสงบอย่างพิทักษ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สุดท้ายคุณกอบกุลจึงหันไปหาเลขานุการส่วนตัว


   “เรียกรถ! ฉันจะกลับ!”


   พายุที่แสนร้ายกาจหายออกจากห้องพักพิเศษไปแล้ว พอประตูปิดลง เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นพร้อมๆกัน จะมีก็แต่พิทักษ์ที่ยังคงยืนสงบนิ่งมองสามพ่อแม่ลูกเบื้องหน้า ก่อนที่จิณณะจะหันมาประสานสายตากับเขา


   “พี่ทิศกลับไปก่อนเถอะ ขอบคุณที่พามา” เสียงของคนพูดไม่ได้มีวี่แววร่าเริงเหมือนเคย สีหน้าเรียบแต่สันกรามและลำคอเกร็งขึงนับตั้งแต่ถูกด่าว่าเนรคุณ


   ชายหนุ่มไม่พูดอะไรนอกจากหันไปยกมือไหว้ลาบิดาและมารดาของจิณณะ แล้วจึงเดินออกจากห้อง ทว่าเขาไม่ได้กลับตามที่อีกฝ่ายบอก แต่เดินออกไปที่สวนลอยในชั้นเดียวกันเพื่อโทรศัพท์เรื่องงานในช่วงบ่าย ก่อนจะกลับเข้ามานั่งที่โถงลิฟต์


   พิทักษ์นั่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไป จนกระทั่งคนที่เขาคุ้นตาเดินเลี้ยวมาที่โถงลิฟต์


   สายตาของเขาและจิณณะประสานกัน ปลัดหนุ่มอ้าปากเผยอราวกับจะถาม แต่พิทักษ์กลับลุกขึ้นยืน


   “จะไปไหน ผมจะขับรถให้”


   ทั้งๆที่ถูกบอกว่าให้กลับไปก่อน แต่ก็ยังนั่งรออยู่อย่างนี้


ทั้งๆที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องเสียเวลาที่นี่ แต่พิทักษ์ก็ยังอยู่


ความร้อนผะผ่าวซาบซ่านอยู่ในอกจนจิณณะรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังหลอมละลายจากข้างใน เขาต้องหันหน้าหนีไปอีกทางแล้วเม้มปากแน่น


ความห่วงใยที่มีต่อบิดาทำให้เครียดและเป็นกังวล ไหนจะเรื่องที่ถูกด่าว่าเนรคุณก็ยังดังก้องอยู่ในหัว อารมณ์โกรธและเสียความรู้สึกยังสะท้านในอก ความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามารุมล้อมในเวลานี้ จิณณะรู้สึกเหมือนร่างตนเองโงนเงน แต่พอหันกลับมา…ก็ยังพบว่าพิทักษ์ยังคงยืนรอเขาอยู่


...พี่ทิศยังรออยู่ตรงนี้ รอเพียงเพื่อจะถามว่าอยากจะไปไหน รอเพื่อที่จะขับรถพาไปส่ง...


   ‘เรื่องของจิณสำคัญกว่า’


   ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดประโยคนั้นเพื่ออะไร แต่สำหรับจิณณะในเวลานี้ มันกลับเป็นคำพูดที่ชโลมหัวใจที่สุด


   “กลับบ้านกัน...ผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาค้างเป็นเพื่อนพ่อคืนนี้...”


   ไม่มีคำพูดอะไร นอกจากการพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนที่พวกเขาจะลงลิฟต์ไปด้วยกันอย่างเงียบๆ

………………….


   โกศลแปลกใจเล็กน้อยที่ยังคงเห็นพิทักษ์กลับเข้ามาพร้อมกับบุตรชายคนโตของตนเอง แต่ฝ่ายนั้นไม่พูดอะไรมากนัก พอมาส่งจิณณะอีกครั้งพร้อมด้วยอุปกรณ์ของใช้จำเป็นสำหรับการค้างคืนที่นี่ เขาก็ขอตัวเมื่อเห็นว่าน้องชายของจิณณะมาถึงแล้ว ครอบครัวคงอยากอยู่กันอย่างเป็นส่วนตัว


   “เดี๋ยวผมเดินไปส่ง” โกศลมองลูกชายคนโตที่ดูจะไม่ได้เคร่งเครียดโกรธขึงเหมือนเมื่อตอนก่อนจะกลับไปเก็บเสื้อผ้ามาค้าง หนำซ้ำยังมีแก่ใจจะเดินไปส่งพิทักษ์อีกต่างหาก


   คล้อยหลังบุตรชายคนโตและแขก สามพ่อแม่ลูกก็ตกอยู่ในความเงียบ


   “พี่ทิศเขาดูแลพี่จิณดีนะครับ” จารีตออกปาก สองสามีภรรยาเหลือบมองกันเล็กน้อย ด้วยเพราะรู้แต่แรกว่าสถานะของสองคนนั้นไม่ใช่อย่างที่บอกคนอื่น


   แต่...ในขณะเดียวกัน ทั้งโกศลและจรรยาก็ดูออกว่าความสัมพันธ์ของพิทักษ์และจิณณะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นมาก อีกทั้งพิทักษ์ยังสามารถ ‘จัดการ’ กับอารมณ์และปฏิกิริยาของจิณณะได้เป็นอย่างดี


   “ตอนแรกผมคิดว่าพี่จิณกับพี่ทิศแกล้งเป็นแฟนกันเฉยๆ แต่สงสัยจะผมจะดูละครมากไปเอง” จารีตพูดต่อแล้วหัวเราะ


   เป็นอันว่าแม้แต่น้องชายที่อายุน้อยกว่า 6 ปี ก็ดูออกว่าความสัมพันธ์ของพิทักษ์และจิณณะไม่ได้ประดักประเดิด


   “จะว่าไปก็เหมาะกันดี ผมนึกไม่ออกว่าถ้าพี่จิณมีแฟนเป็นผู้หญิง จะต้องเป็นผู้หญิงแบบไหนถึงจะเอาพี่จิณอยู่ แต่พอเป็นพี่ทิศแบบนี้ ก็เออ! เหมาะเลย!” จารีตพูดไปไม่ได้ดูสีหน้าบิดามารดาสักนิด เขาจิ้มผลไม้เข้าปาก พอเงยหน้าขึ้นมองอีกทีก็พบว่าทั้งโกศลและจรรยาเงียบกริบไปแล้ว


   “พ่อกับแม่...เอ่อ...เป็นไรเปล่าครับ”


   จะให้บอกได้อย่างไรว่าทั้งโกศลและจรรยาก็คิดว่าทั้งพิทักษ์และจิณณะดูมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่จะผิดจากความเห็นของลูกชายคนเล็กอยู่หน่อยตรงที่


   ‘เหมาะกันดี’


   ให้อย่างไร ทั้งพิทักษ์และจิณณะก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ โกศลและจรรยาอยากเห็นลูกชายคนโตแต่งงานมีครอบครัวตามธรรมเนียมนิยม ยิ่งไปกว่านั้นพิทักษ์เองก็มีสถานะเป็นลูกเลี้ยงของน้องสาวของจรรยา ทางฝั่งนั้นเองก็คงไม่อยากเห็นความ ‘เหมาะกันดี’ ของพิทักษ์และจิณณะเช่นกัน


   “จา...ลงไปซื้อกาแฟให้แม่สักแก้วสิ” จรรยาหาทางเลี่ยงที่จะตอบ จารีตลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง รับออเดอร์แล้วก็เดินออกจากห้องพักไปอีกคน คราวนี้เมื่อเหลือกันเพียงสองสามีภรรยา พวกเขาก็ได้แต่มองหน้ากัน


   ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมาสามสิบปีมองตาก็รู้ใจ


   ต้องดึงจิณณะกลับมาทำงานที่กรุงเทพให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

พี่ทิศเป็นทุกอย่างแล้วจริงๆ ตอนนี้เป็นคนขับรถให้ด้วย ผู้ชายแบบนี้หาได้ที่ไหนคะ ฮ่าฮ่า

คุณกอบกุลเนี่ย เป็นคาร์แรกเตอร์ที่รู้สึกสนุกทุกครั้งที่เขียนถึง เพราะฉะนั้น อย่าโกรธคุณย่าเลยนะคะ แกอาจจะด่าปลัดแรงไปบ้าง แต่ปลัดใจเร็วด่วนได้แค่ไหน คุณย่าก็ต้นตระกูลปลัดนี่แหละค่ะ ใจเร็วปากไว ถอดแบบกันมา ฮ่าฮ่า

ส่วนความมาดแมนของปลัดในตอนนี้ ขอปรบมือให้กับการรู้ใจตัวเองค่ะ (ปลัดกำลังสะสมแต้มความแมนเพื่อเทิร์นโปรเป็นพระเอก แต่จะได้เป็นมั้ย อันนี้ต้องถามพี่ทิศค่ะ ฮ่าฮ่า)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม กำลังใจและพื้นที่บอร์ดค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 31-01-2019 22:08:35
พี่ทิศคือดี จิณก็คือดี เหมาะกันดี
พี่ทิศ "เรื่องของจิณสำคัญกว่า" โอ๊ยยยย ที่สุด

รอวันเป็นตัวจริงของกันและกัน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Bradly ที่ 31-01-2019 22:15:38
ดูมีความตึงเครียด  :katai5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 31-01-2019 22:37:30
เป็นผมตบปากไปแล้วครับ คนแก่ปากไม่มีหูรูด
คิดว่าตัวเองอาวุโส ใช้อำนาจจนเคยตัว
ไม่ชอบก็อยู่เฉยๆ เงียบปากเถอะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: phrase ที่ 31-01-2019 22:56:27
 คนพี่นี่ยอมคนน้องได้อบอุ่นมากเลยนะคะ ตอนแรกนึกว่าคนพี่จะระเบิดลงแล้วตอนรู้เรื่องคนน้องเอาตัวไปล่อเป้า กลายเป็นว่ายอมโอนอ่อนกับคนน้องเฉย ชอบโมเมนต์มองตาก็รู้ใจคอยซัพพอร์ทความรู้สึกกันมาก อ่านทีไร ชุ่มชื่นหัวใจทุกที
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 31-01-2019 22:58:58
น่าจะได้เป็นนายเอกนะครับแต้มความแมนคงถึงได้แค่นั้น 55555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 31-01-2019 23:06:05
หญิงย่าเยอะไป
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ช็อคโกแลตเย็นไม่ใส่นมข้น ที่ 31-01-2019 23:26:54
แอบรู้สึกแปลกทุกทีที่เห็นคำว่าที่ว่าการ เพราะปกติเราจะเรียกอำเภอตลอด  แต่ก็เข้าใจว่าถ้าใช้อำเภอจะสับสนว่าหมายถึงที่ว่าการอำเภอรึตัวอำเภอทั้งหมด ปล.จินอยู่อำเภอไหน ทำไมดูว่าง ขอไปอยู่ด้วย555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 31-01-2019 23:30:23
พี่เป็นทุกอย่างให้แล้วแบบนี้น้องจิณจะปล่อยมือได้อย่างไร
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 31-01-2019 23:41:47
โอ๊ยยย พี่ทิศคนดีสุดๆ  :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1: :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 31-01-2019 23:47:03
 :L2: :pig4: :L2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 01-02-2019 00:00:50
อุปสรรคความรักของจิณกับพี่ทิศกำลังเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
เดี๋ยวพ่อต้องทำตัวป่วยหนัก
จะเอาจิณกลับมาอยู่กรุงเทพเพื่อแยกจิณกับพี่ทิศออกจากกันแน่ๆ  :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ 01-02-2019 00:01:28
เก่งมาจากไหนก็แพ้พี่ทิศ ทั้งย่าทั้งหลาน5555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 01-02-2019 00:06:18
ภาพคุณย่าที่ขึ้นมาในหัวตอนนี้คือ คุณภัทรวดี มีชูธนค่ะ หญิงแก่ที่แกร่งปากสุดยอด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: nonnn ที่ 01-02-2019 00:13:43
เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว...แม้ว่าเธอไม่เคยเป็นอะไรกับฉัยเลยยยย(เพลงนี้ต้องลอยเข้าหูอะเอาจริง555)
พี่ทิศของเราทุ่มเททั้งแรงกาย(และอาจจะแรงใจในอนาคต)ให้กับปลัดแบบสุดตัว
ไม่มีคำว่ากลัวตายแต่ประการใด พี่พร้อมลุยทุกสถานการณ์เพื่อน้องคนเดียวงี้ ชั้นรักเค้าาาา

แต่เหนือไปกว่านั้นน้องจิณมาดแมนแฮนซั่มมากค่าาาา
ไม่คิดว่าน้องจะหวั่นไหวเร็วขนาดนี้ อาการแบบนี้คือหนูชอบพี่ทิศเข้าไปเต็มๆแล้วค่ะลูกกกก
เหลือก็แค่ทำใจยอมรับได้อย่างเต็มร้อยและพร้อมลุยมากกว่าจะถอยหนี
ขนาดคุณย่าจอมบงการน้องยังแข็งข้อผ่านมาได้เลย แล้วกะอีแค่ยอมเป็นแฟนจริงๆกับพี่ทิศมันจะยากสักแค่ไหนกันเชียว
เอาดีๆ พี่ทิศเองก็แอบหวั่นไหวเหมือนกันล่ะน่าาา แค่รอให้น้องเปิดก่อนเดี๋ยวหลังจากนั้นพี่ทิศเค้าตามมาเอง
เราอยากเห็นสองคนนี้เค้ารักกันแล้ววววว รีบๆรักกันเถอะแม่ขอร้องงงงงงง
กราบบบบบบ  :hao5:

ป.ล.ถ้าต่างฝ่ายต่างยอมรับว่ารู้สึกดีต่อกันแล้ว ละเลือกจะสานสัมพันธ์กันต่อไป
นอกจากด่านคุณย่าจะน่ากลัว นี่คิดว่าพ่อแม่ของน้องก็แอบห่วงเช่นกัน
พี่ทิศคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคหนักมาก กว่าจะได้ตัวน้องมาครอง
ยังไงก็...สู้จนตัวตายแล้วกันนะพี่ทิศ ฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 01-02-2019 00:36:54
อบอุ่นกว่าพระอาทิตย์ ก้อผู้จัดการสนามกอล์ฟนี่แหละ  o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: sunshine538 ที่ 01-02-2019 01:10:14
เอ็นดูปลัด ดื้อซน แต่ไม่ปฏิเสธใจตัวเอง :mew3:

พี่ทิศคนดี เป็นทุกอย่างจริง ๆ นี่คือพี่โตรวมร่างกับคุณหมอแล้วอวตารมารึเปล่าเนี่ย  :heaven

รักนี้ นอกจากคุณย่ามหาภัยแล้ว ยังต้องผ่านด่านพ่อแม่อีกด้วย ลุ้นดีแท้

ขอว้าปไปพฤหัสหน้าเลยได้ไหมคะ  :katai1:

รออ่านตอนต่อไปค่ะ  :call:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 01-02-2019 03:20:42
เริ่มรำคาญย่าแล้วนะ เกินเบอร์ไปเยอะอ่ะ ส่วนพี่ทิศกับจิณก็เหมาะกันจริงๆนั่นแหล่ะ แต่ว่าพ่อแม่จิณยังเปิดใจรับไม่ได้ถ้าสองคนนี้จะคบกันจริงๆ นี่สิปัญหา
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 01-02-2019 06:13:24
 :katai1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 01-02-2019 07:29:59
 :man1: :man1: :man1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 01-02-2019 09:25:17
คุณกอบกุล คาแรกเตอร์คุณย่าเราไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ค่ะ เพราะนิสัยคนแก่แบบนี้มีเยอะ พวกปากร้ายใจดี รักนะ แต่ห้ามขัดใจ ชอบคนตามใจ ปกติ

จิณณะกับคุณย่านิสัยเหมือนกันเลย ถึงได้คุยกันได้ไม่เกิน3ประโยค 555555555555555

ส่วนพี่ทิศ พี่จะรู้ตัวมั้ยน้ออออออ ว่าเป็นห่วงเกินเบอร์ไปแล้ว อยากเห็นพี่ทิศรุกจิณณะจนเขินหน้าแดงเร็วๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 01-02-2019 09:45:00
คำว่า "เรื่องของจิณสำคัญกว่า" ทำให้ใจหวั่นไหวจริง ๆ เลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Sutharat ที่ 01-02-2019 10:01:09
รู้ใจตัวเองแล้วก็เรื่มทำตัวออกห่างแต่คนพี่ไม่รู้ด้วยนี่จะทำยังไง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 01-02-2019 10:25:35
พี่ทิศ น้องใจบางเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Peterpanmama ที่ 01-02-2019 10:53:55
พี่ทิศของน้องงงงง
อยากได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 01-02-2019 10:55:08
เหมาะกันดีไง โอ้ยยย ดี๊ดี
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: เอมมี่ ที่ 01-02-2019 12:46:20
คุณย่าเยอะเกินจนน่าทะเลาะด้วยจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: analogue ที่ 01-02-2019 13:41:46
เพิ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากครับ
+1 เป็ดเป็นกำลังใจให้ครับ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 01-02-2019 14:44:03
น้องจิณ น่ารัก :sad4:

ไม่อยากให้กลับกรุงเทพเลย :ling3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=&gt; หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 01-02-2019 14:51:11
คุณพ่อคุณแม่อย่านะคะะะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 02-02-2019 00:08:17
น้องจิณเริ่มรู้สึกอะไรๆกับพี่ทิศแล้ว ส่วนพี่ทิศก็ห่วงน้องจนแสดงออกชัดเบอร์นี้ แอร๊ยยย :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mox2224 ที่ 02-02-2019 02:11:20
นางเอกเล่นทำคะแนนแบบนี้ พระเอกที่กะจะตัดใจแล้วจะไปไหนรอดล่ะเนี่ย
อดใจรอจนถึงตอนที่ความรู้สึกพี่ทิศเริ่มชัดเจนขึ้นไม่ไหวแล้วว
เป็นกำลังใจให้นะคะ สนุกมาก ชอบเรื่องของคุณอีกแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 02-02-2019 04:06:27
ถ้าพ่อกับแม่ขอร้องให้กลับมาทำงานกรุงเทพ
ปลัดคงปฏิเสธได้ยากกว่าตอนย่าขอแน่ๆ
และที่กลัวใจคือ ปลัดอยากหนีห่างคนพี่นี่ซิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 02-02-2019 08:31:22
จิณณะก็คืออออ พี่อย่างนู้น พี่อย่างนี้ พี่ทิศไม่คันยุบยิบๆ ในอกบ้างเหรอคะ ทางนี้คือใจเหลวแล้ว คู่นี้อุปสรรคเยอะมากค่ะคุณแม่ พ่อแม่ก็ชักเห็นลางไม่ดี ตะพรากลูกไปกรุงเทพแล้ว แล้วมาพากันเอะใจตอนจิณณะกำลังอยากห่างอิพี่พอดีอีก พี่ทิศสู้นะคะ 5555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 02-02-2019 08:52:14
คุณย่าไม่ปล่อยปลัดจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: norimaki ที่ 02-02-2019 13:40:31
งานอบอุ่นของพี่ทิศมันดีมากเพราะมันอุ่นทะลุจอมาเลย
แบบนี้ไม่เผลอใจได้ไง ใครๆเขาก็ดูออกแล้วน๊าาาา
ก็เพราะน่ารักแบบนี้อยู่ข้างๆแบบนี้คนที่พยายามจะหักห้ามใจมันจะไปทำได้มั้ยเนี้ย
ขอบอกว่าทำไม่ได้และไม่ให้ทำด้วย จงหลงพี่ทิศต่อไป วะฮ่าๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 02-02-2019 18:01:45
จินกับพี่ทิศเคมีเข้ากั๊นเข้ากัน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 02-02-2019 21:16:30
ใจสั่นไหว มีความห่วงใยกันโด้ยล่ะ จริงนะ คุณย่าคือต้นตระกูล จิณได้หน้าตาจากปู่ การพูดจาได้จากย่า ผสมกันเป็นจิณณะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 03-02-2019 08:13:39
นั่นไง ชัดเจนขึ้น จนพ่อแม่ยังมองออก
แต่เชื่อเถอะยังไง จิณก็ไม่ยอมมา หรือถ้ายอมมา
พี่ทิศก็มาหาได้อยู่ดี ความห่างไกลไม่ใช่อุปสรรค

จิณเอ้ยย ทำพี่ทิศเป็นห่วง ทั้งที่หาเรื่องใส่ตัว
ทั้งที่ทำตัวแปลกไป ทำยังไงดีล่ะจะยอมห่างจริงหรอ

ทิศคือรู้ใจมากค่ะ เดาอารมณ์ ดูสถานการณ์ออก
แล้วแบบนี้จะไม่ใช่ห่วงยังไงไหวเนาะ แถมอยู่รอรับส่งอีก
คนเรา แค่ห่วงไม่ขนาดนี้หรอก อาจรอจังหวะดูอาการก็ได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 03-02-2019 09:46:31
พี่ทิศสู้ๆอดทนอยู่เคียงข้างน้องจิณให้ตลอดลอดฝั่งหน่อยนะ


สงสารคนดื้อหัวแข็งแบบน้องจิณด้วยน้องไม่มีใคร
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 03-02-2019 14:43:31
พี่ทิศคะ ทำแบบนี้ เป็นใครก็หวั่นไหว
ปลัดจะชอบพี่ทิศก็ไม่แปลกใจ ดีขนาดนี้ไม่มีแล้ว
แล้วพี่ทิศชอบน้องจิณตรงไหนบ้าง อยากรู้ความคิดคุณเขา
แล้วก็เบื่อครอบครัวของจิณเหลือเกิน ปัญหาเยอะ
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 07-02-2019 22:30:36
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
   ตอนที่ 7


   เพราะโกศลไม่ได้เป็นอะไรมากนัก จิณณะค้างที่โรงพยาบาลหนึ่งคืน คืนต่อมาเป็นจารีต เขาจึงกลับไปทำงาน ขามาคนพามากรุงเทพคือพิทักษ์ ขากลับก็ยังเป็นพิทักษ์ที่พาเขากลับไปที่บ้านพักข้าราชการ


   “ขอบคุณครับ” ปลัดหนุ่มลงจากรถพร้อมสัมภาระ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเจ้าของรถที่เดินลงมาส่ง


   “ไม่ต้องขอบคุณบ่อยนักหรอก”


   “ไม่ขอบคุณได้ไง พี่...ช่วยผมตั้งหลายอย่าง”


ไม่ต้องให้แจกแจง ต่างคนต่างรู้ดีว่าพิทักษ์ช่วยอะไรบ้าง อย่างน้อยๆก็ช่วยอยู่เคียงข้างในเวลาที่ถูกตราหน้าว่าเนรคุณ


   “ผมรับปากแล้วก็คือรับปาก”


จิณณะชะงักไปเล็กน้อย คำว่ารับปากของอีกฝ่ายทำให้เขาสะท้อนใจ พิทักษ์เป็นคนทำตามคำพูด เมื่อรับปากว่าจะช่วยเหลือเขา ก็ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ฝ่ายเขาเองก็เคยรับปากว่าถ้าทุกอย่างสิ้นสุด จะปล่อยพิทักษ์ให้กลับไปใช้ชีวิตตามเดิม แต่...เวลานี้ที่ความรู้สึกในใจเริ่มเปลี่ยนแปลง จิณณะก็ไม่แน่ใจเช่นกัน ว่าเมื่อถึงเวลาที่ทุกอย่างจบลง เขาจะทำใจปล่อยอีกฝ่ายไปจากมือได้หรือไม่


   เสียงประตูบ้านพักด้านหลังดังขึ้น ดึงสติปลัดหนุ่มออกมาจากภวังค์ เขาหันไปมองก็พบว่าคนที่เปิดประตูบ้านออกมาต้อนรับคือวรชิตที่ยังคงอาศัยอยู่ที่นี่


   วรชิตส่งยิ้มแย้ม แล้วเดินออกมาหา


   “พ่อมึงเป็นไงบ้างวะ” แม้ก่อนหน้านี้ จิณณะจะโทร.มาแจ้งข่าวทางโทรศัพท์แล้ว แต่วรชิตก็ยังถามย้ำด้วยความห่วงใย    

“ไม่เป็นอะไรมาก”


   พิทักษ์เห็นว่าเย็นมากแล้ว และจิณณะก็มีเพื่อนอยู่ด้วยแล้ว จึงเอ่ยปากขอตัว


   “ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อน” 2 ปลัดหันมอง ก่อนจะเป็นฝ่ายเจ้าของบ้านพักท้วง


   “ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนหรือ”


   “ไม่เป็นไร ผมต้องเข้าไปเคลียร์งาน”


เพียงเท่านั้นก็ไม่มีใครรั้งพิทักษ์เอาไว้อีก จิณณะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับมาทำงานเลยตลอด 2 วันที่เขาอยู่กรุงเทพฯ แม้จะไม่ได้อยู่กับเขาในห้องพักพิเศษของบิดา แต่พิทักษ์ก็วนเวียนอยู่แถวละแวกโรงพยาบาล เมื่อไรที่เขาจะออกไปไหน เมื่อนั้นพิทักษ์จะพร้อมขับรถให้เสมอ


   รถหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านพักข้าราชการไปแล้ว จิณณะและวรชิตจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน คราวนี้กลายเป็นฝ่ายจิณณะที่ถามไถ่บ้าง


   “แล้วเมื่อคืนมึงนอนได้รึเปล่า”


   “ได้สิ ทำไมจะไม่ได้”


   จิณณะไม่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะเกรงว่าจะไปเบียดเบียนศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเพื่อนเข้า วรชิตหัวเราะเบาๆ


   “มึงบอกเองนี่หว่า ว่าคนของคุณเทียมก็อยู่ จะกลัวอะไร” อันที่จริง เมื่อคืนวรชิตแทบไม่ได้นอน ถึงแม้จะรู้ว่ามีคนของคุณเทียมคอยสอดส่องรอบบ้านให้ แต่อย่างไรเขาก็ยังกลัว


   ความกลัวตาย...เมื่อมันเข้ามาในใจแล้ว จะให้ออกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย


   จิณณะวางกระเป๋าเสื้อผ้าลง ก่อนจะหันมาทางเพื่อน


   “ชิต มึงก็รู้ว่าคนของคุณเทียมดูแลไปตลอดไม่ได้...” รอยยิ้มของอีกฝ่ายหืดแห้ง เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่ทำเป็นลืม อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้สภาพจิตใจในตอนนี้ย่ำแย่กว่าที่เป็นอยู่


   “มึงบอกกูได้ไหม ว่ามึงคิดว่าเป็นใคร”


มีความเงียบอยู่อึดใจหนึ่ง คนถามไม่ได้เร่งรัด แต่ก็ยังจับจ้องอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวรชิตพ่นลมหายใจออกมา


   “ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวทลายบ่อน...พี่สุกเป็นสาย...”


ก่อนหน้านี้ ในจังหวัดมีข่าวใหญ่ข่าวหนึ่ง คือตำรวจบุกจับบ่อนการพนันแห่งหนึ่ง แต่ก็เป็นแค่ข่าวระดับจังหวัด ในไม่ช้าก็หายไปจากกระแสสังคม ดูไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นตามเก็บ


   “จริงๆพี่สุกเป็นสายให้ทั้งทางเรา แล้วก็ทางตำรวจ”


   “แต่นั่นมันบ่อนชาวบ้านไม่ใช่หรือ”


   “นั่นไม่ใช่บ่อนชาวบ้าน...” วรชิตเปรย ทอดถอนหายใจยาว


   “บ่อนนั่นมีทุกอย่างที่ปอยเปตมี แถมยังอยู่ใกล้กรุงเทพ มึงคิดว่าลูกค้าของบ่อนเป็นใครล่ะ ไม่ใช่ชาวบ้านแถวนี้หรอก...”


   “แสดงว่าเจ้าของบ่อน...เส้นใหญ่มาก”


ถ้าพูดถึงเส้นสายในจังหวัดนี้ ชื่อเดียวที่ดังก้องหัวของจิณณะในเวลานี้คือคุณเทียม


   “ของคุณเทียมหรือ?” พอเปรยชื่อออกไป คนพูดก็ใจหายวาบ ไม่ใช่แค่เพราะคุณเทียมคือคนที่เขาเข้าไปอาศัยบารมี แต่...เพราะพิทักษ์เป็นหลานของคุณเทียม


   พิทักษ์รู้เห็นด้วยไหม? พิทักษ์มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่?


   พิทักษ์...เชื่อใจได้รึเปล่า?


   ใจ...ที่แอบวางลงไปในมือของผู้ชายคนนั้น หากต้องดึงกลับมา ก็สู้ให้บดขยี้ไปเสียดีกว่า เพราะอย่างไรก็เจ็บไม่ต่างกัน


   “ไม่ใช่คุณเทียม...” คำตอบของวรชิตทำเอาจิณณะโล่งใจจนเผลอถอนหายใจเบา


“...เจ้าของบ่อนคือนายไพศาล”


ในจังหวัดนี้นอกจากคุณเทียมที่เป็นผู้มีอิทธิพลแล้ว ยังมีคนที่กว้างขวางไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน นายไพศาลคนนี้ไม่ใช่นักการเมืองระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่น แต่วางรกรากเส้นสายในจังหวัดผ่านทางการปล่อยเงินกู้และการค้าขาย


   “มันเป็นคนสั่งเก็บพี่สุกหรือ?”


คราวนี้วรชิตส่ายหน้า


   “กูก็ไม่รู้ แต่ถ้าพี่สุกจะขัดแข้งขัดขาใครก็น่าจะเป็นเรื่องทลายบ่อคราวนั้น”


   “แต่นายไพศาลกล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าจำไม่ผิด หมอนี่ไม่ได้ขึ้นตรงต่อคุณเทียม...” 


ถ้ามีคนอยู่ใต้อาณัติ ก็ย่อมต้องมีคนที่ไม่อยากอยู่ใต้อาณัติ แต่ถึงอย่างนั้น ยามพบปะ พ่อค้าอย่างไพศาลก็ทำตัวมีสัมมาคารวะ ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นปรปักษ์ ทว่า...ก็ไม่อยู่ใต้อำนาจคุณเทียมเช่นกัน


   “มีคนบอกว่ามันมีแบ็กใหญ่” 


จิณณะพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ถ้ากล้าเปิดธุรกิจสีเทาสีดำในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ แถมพอมีคนขัดแข้งขัดขาก็กระทำการอุกอาจส่งคนมาตามเก็บแบบนี้ หากไม่มี ‘แบ็กใหญ่’ ก็คงไม่กล้าหาญขนาดนี้


   มาถึงตรงนี้ วรชิตก็ได้แต่ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างหมดแรง ยิ่งตระหนักถึงสิ่งที่เกิดกับทองสุก ก็ยิ่งหวาดหวั่น แม้จะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมเขาถึงจะต้องกลายเป็นรายต่อไป


   “แต่เรื่องทลายบ่อนคราวนั้น กูไม่ได้เกี่ยวด้วยเลย...กูไม่รู้ว่าทำไมพวกมันถึงเล็งมาที่กู...” เขาครวญอย่างสับสน ทว่าจิณณะไม่กล้าพูดว่าต้นเหตุที่ทำให้วรชิตถูกหมายหัว เป็นเพราะพวกนั้นรู้ว่ามีใครอีกคนอยู่กับทองสุกในคืนสุดท้ายของชีวิต ได้แต่ตบไหล่หนักๆ แล้วปลอบเสียงพร่าด้วยความอัดอั้นเพราะไม่กล้าบอกเพื่อนตามตรง


   “มึงต้องไม่เป็นอะไร”


วรชิตเงยหน้ามอง สายตาเต็มไปด้วยความกังวล


   “มึงรับราชการด้วยตำแหน่งปลัดอำเภอ ก็ต้องเกษียณที่ตำแหน่งปลัดกระทรวง” จิณณะย้ำ คำพูดของเขาก็พอจะทำให้คนฟังยิ้มได้อยู่บ้าง


   “กูเป็นปลัดกระทรวง แล้วมึงเป็นอะไร ปลัดกระทรวงมีได้แค่คนเดียว”


   “กูจะออกจากราชการไปเป็นรัฐมนตรี จะได้สั่งงานมึงอีกทีไง”


   เสียงหัวเราะดังหึของวรชิตช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด


มิตรภาพ...เป็นแสงไฟดวงเล็กๆในวันที่มืดมนเต็มไปด้วยปัญหา ต่อให้ไม่อาจชี้ทางออก แต่ก็ทำให้มองเห็นว่าไม่ได้มีเพียงตนเองที่เดินอยู่เพียงลำพัง

............................

เรื่องที่รู้มาจากวรชิต ย่อมไม่หยุดอยู่แค่จิณณะ เช้าวันต่อมาปลัดหนุ่มหิ้วโจ๊กสิบห้าถุงไปถึงสนามกอล์ฟ ฝากคนอื่นๆเสียสิบสามถุง อีกสองถุงให้แม่บ้านช่วยจัดใส่ถ้วยยกเข้าไปให้ที่ห้องทำงานของพิทักษ์


“คราวนี้ซื้อมากี่ถุง” พอถ้วยโจ๊กถูกวางลงตรงหน้าเจ้าของห้อง คำถามก็ดังขึ้นทันที จิณณะทำหน้าเบ้ ทว่าประไพผู้เป็นแม่บ้านกลับหัวเราะคิก


“ป้าไพ บอกผมมา” พิทักษ์รู้ดีว่าเขาควรถามใคร เพราะคนเบ้หน้าย่อมหุบปากเงียบ ประไพเหล่มองปลัดหนุ่มอย่างสัพยอก จิณณะเห็นสายตาของหล่อนก็ได้แต่พยักหน้าเนือยๆ


“บอกไปเถอะป้า แต่ลดจำนวนให้ผมหน่อยก็ดีนะ”


“สิบห้าค่ะ” ทว่าประไพนั้นสมกับเป็นคนของพิทักษ์ แม้จะถูกบอกให้โกหกช่วยๆกันหน่อย หล่อนกลับบอกตรงเป๊ะ เจ้าของห้องสูดลมหายใจลึกแล้วหันมามองแขกเจ้าของโจ๊กสิบห้าถุง


“พนักงานของพี่ตั้งเยอะ จะให้ผมซื้อมาน้อยได้ไงล่ะ พี่ลดพนักงานลงสิ ผมจะได้ซื้อน้อยๆ” คนซื้อของฝากมือเติบออกตัวเหมือนตัวเองไม่ผิด หนำซ้ำยังแนะให้ลดจำนวนพนักงานอีกต่างหาก


“แล้วถ้าที่นี่มีพนักงานเป็นร้อย ไม่ต้องซื้อโจ๊กมาร้อยถุงรึไง” ถูกย้อนเข้าแบบนั้น จิณณะก็ได้แต่ทำปากขมุบขมิบ


“ใครที่ไหนจะซื้อโจ๊กเป็นร้อยถุง”


“แต่ก็ไม่ควรซื้อมาเป็นสิบถุงเหมือนกัน”


“ผมมีน้ำใจไง”


“น้ำใจมีแค่พอสมควร ไม่ใช่ทุกครั้ง” ต่อให้เถียงยังไง พิทักษ์ก็มีวิธีโต้กลับ จิณณะเลยเลือกจะเบี่ยงความสนใจด้วยการเลื่อนชามโจ๊กเข้าไปใกล้เจ้าของห้อง


“ผมว่าโจ๊กจะเย็นหมดแล้วนะ”


เจ้าของห้องทำงานมองคนเปลี่ยนเรื่องตาใสแล้วถอนหายใจ รู้ดีว่าบ่นอะไรไป อีกฝ่ายก็ไม่ฟัง เขาหยิบช้อนขึ้นมาคนโจ๊กในชาม เพียงเท่านั้นประไพที่ยืนสังเกตการณ์ก็หัวเราะออกมาอีกยกใหญ่ ชายหนุ่มสองคนที่กำลังจะจัดการอาหารเช้าต้องพากันหันมอง


หญิงร่างอวบผู้เป็นแม่บ้าน หัวเราะหน้าตาสดใส พอเห็นสายตาของสองหนุ่มที่คนหนึ่งหล่อนใกล้ชิดมาตั้งแต่ยังเล็ก ส่วนอีกคนก็เคยเห็นผ่านตามาสมัยเด็กๆ ก็ยิ่งหยุดหัวเราะไม่ได้


“ขอโทษค่ะ ป้าเห็นแล้วคิดถึงสมัยก่อน”


“สมัยก่อน?” จิณณะทวนถาม


“สมัยเด็กๆ คุณจิณเคยมาเล่นกับคุณทิศ เล่นกันไปเถียงกันไป เถียงสู้กันได้พักนึงก็พากันเงียบ แล้วก็เล่นด้วยกันต่อ แล้วก็เถียงกันใหม่ ตอนแรก คุณยากับคุณภาก็พากันกลุ้มใจ กลัวจะเล่นแล้วทะเลาะกัน ที่ไหนได้ ไม่ทะเลาะแถมยังยอมกันอีก แต่ยอมกันได้แป๊บเดียวก็เถียงกันใหม่ แบบนี้เด๊ะเลย”


จิณณะและพิทักษ์พากันเงียบ จากที่มองประไพเมื่อครู่ก็กลายเป็นหันมามองกันเอง


ไม่ทะเลาะกัน แถมยังยอมกันอีก


จิณณะรู้สึกน้ำลายหนืดคอไปหมด เขากะพริบตาปริบๆก่อนจะเป็นฝ่ายเบี่ยงสายตาลงมองโจ๊กในถ้วยตัวเอง แล้วตักเข้าปาก อย่างน้อยก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ตั้งใจยอม แต่หิวจนไม่อยากเถียงแล้วต่างหาก


ทว่าจะมีใครรู้ดีกว่าหัวใจ


...ยอมจริง...


...ยอมพี่ทิศจริงๆ...


“อ้าว ตายจริง ป้าลืมยกเครื่องปรุงเข้ามา”


“ไม่ต้องครับ ตอนเช้าไม่ปรุงจะดีกว่า” พิทักษ์สั่ง แม้จิณณะจะอยากปรุงแค่ไหน แต่เขาก็ไม่คิดจะเงยหน้าจากถ้วยโจ๊กในเวลานี้ ตักกินไปแล้วหลายคำ จะมาอยากปรุงเอาตอนนี้ก็จะกลายเป็นดูไม่เนียนน่ะสิ


ประไพรับคำ ก่อนจะออกจากห้องไป ปล่อยชายหนุ่มสองคนเอาไว้กับความเงียบ


เจ้าของห้องมองคนที่ก้มหน้าก้มตาตักโจ๊กเข้าปากแล้วก็พาลรู้สึกอึดอัด เมื่อครู่นี้พวกเขายังทุ่มเถียงกันเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เลย แม้จะเป็นการทุ่มเถียงที่ไม่ค่อยมีสาระนัก แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ใส่อารมณ์กับมัน บรรยากาศจึงเป็นกันเองและสบาย จนกระทั่ง...ถูกทักว่าเถียงกัน แล้วก็ยอมกัน


...ไม่ทะเลาะ...เพราะก่อนจะไปถึงขั้นนั้น ต่างคนต่างก็ยอมเป็นฝ่ายเงียบ


ตัวเขานั้นติดนิสัยไม่ค่อยพูดมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังทุ่มเถียงเรื่องไม่เป็นเรื่องกับจิณณะ


ส่วนจิณณะ...รายนี้ช่างพูดมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังยอมเงียบให้เขา


เราต่างคนต่างยอมกัน


ความรู้สึกบางอย่างทับถมในใจของพิทักษ์ช้าๆ สายตาของเขายังเอาแต่มองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่ดูเหมือนคนถูกมองจะไม่ได้รับรู้เลย เพราะเอาแต่ตักโจ๊กเข้าปาก


“แล้ววันนี้มีอะไรรึเปล่า ถึงมาทานข้าวเช้าที่นี่”


แล้วก็เป็นฝ่ายพิทักษ์ที่ยอมอีกครั้ง ทั้งๆที่ไม่ใช่คนช่างพูด แต่เขาก็ยอมเป็นฝ่ายชวนคุยขึ้นมาก่อน


จิณณะเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าวันนี้เขามีเรื่องอยากจะพูดคุยด้วย ถึงได้ซื้อโจ๊กมาเป็นใบเบิกทางหาเรื่องมาพบหน้าพิทักษ์แต่เช้า


“ผมคุยกับไอ้ชิตแล้ว เรื่องพี่สุก” ปลัดหนุ่มเอ่ยหน้าตาจริงจัง วางช้อนลงกับถ้วย ในขณะที่พิทักษ์เองก็พลอยตั้งอกตั้งใจฟังไปด้วย


“ไอ้ชิตบอกว่าพี่สุกเป็นสายตอนที่ทลายบ่อนพนันคราวก่อน มันว่าบ่อนนั่นเป็นของนายไพศาล ไม่ใช่บ่อนธรรมดาด้วย” พิทักษ์รับฟังอย่างเงียบๆ เขาเคยพบหน้านายไพศาลคนนี้หลายครั้งตามงานใหญ่ๆของจังหวัด ไพศาลเป็นพ่อค้าคนกลาง รู้จักคนนั้น พบปะคนนี้ เป็นเศรษฐีใหญ่คนหนึ่งที่นี่ แน่นอนว่าหลังฉากอาชีพค้าขายสุจริตคือการปล่อยเงินกู้ให้ทั้งคนในระบบราชการและชาวบ้านทั่วไป


ส่วนเรื่องบ่อน...เรื่องนี้พิทักษ์เองก็เพิ่งรู้เช่นกัน


“ไอ้ชิตบอกว่ามันมีแบ็กใหญ่” นั่นก็ฟังสมเหตุสมผลอยู่ การเปิดบ่อนในยามที่การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ย่อมทำเองโดยอาศัยเม็ดเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีอำนาจด้วย


“พี่ว่า...ลุงพี่รู้เรื่องนี้ไหม” เป็นคำถามที่ทำให้พิทักษ์นิ่งไปเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นหลานของคุณเทียม แต่ก็ไม่ได้มีสิทธิ์ล่วงรู้ทุกเรื่องที่ลุงของเขารู้ เขาสบตากับคนถาม จิณณะเองก็มีแววไม่แน่ใจ ก่อนจะเปรยขึ้นมาอีกครั้ง


“แล้ว...เรื่องของพี่สุกจะเกี่ยวกับเรื่องทลายบ่อนอย่างเดียวจริงรึเปล่า...” เป็นคำถามที่แม้แต่คนถามก็ไม่กล้าคิดถึงคำตอบ ได้แต่เม้มปากแน่น แล้วถามอีกครั้งราวกับขอความเห็น


“ถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องบ่อน...เราจะทำยังไงดี” จิณณะแอบเหมารวมอีกฝ่ายไปด้วย อย่างน้อยก็รู้สึกดีว่ายังมีอีกคนที่รวมกันแล้วกลายเป็น ‘เรา’


“จะถอยหรือ” พิทักษ์ถาม


“ลุงของพี่ก็เคยบอกว่าถ้าเข้าไปยุ่ง จะถอยออกมาไม่ได้อีก...” ในแววตาของจิณณะมีแววไม่แน่ใจและเป็นกังวล หากว่าเรื่องที่ทองสุกเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว หากไม่ใช่แค่เรื่องบ่อนการพนัน หากเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่มากกว่า เขาจะรับมือไหวหรือ


“ถ้าจะถอย คุณต้องหาทางออกให้ตัวเองกับเพื่อนของคุณให้ได้”


คำแนะนำของพิทักษ์ทำให้คนที่ต้องควานหาทางออกในเวลาที่ปัญหาประเดประดังได้แต่เม้มปากแน่น การตัดสินใจนี้ ทำให้อัดอั้นเสียจนริมฝีปากยังสั่นระริก


“ผม...ออกจากราชการ กลับกรุงเทพฯดีไหม”


ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นความตายที่เกิดขึ้นที่นี่ แต่มีเรื่องที่ถูกตราหน้าว่าเป็นลูกเนรคุณปล่อยให้บิดาทำงานหนักทั้งๆที่ควรจะเป็นกำลังสำคัญให้ครอบครัวด้วย


ราวกับชะตาชีวิตชี้ทางเดียวให้เขา คือทิ้งอาชีพที่ทำอยู่เวลานี้เอาไว้ที่นี่ แล้วกลับไปรับช่วงต่อจากบิดาที่กรุงเทพ


ปลอดภัยจากภยันตราย แบ่งเบาภาระพ่อแม่


วิถีกตัญญู


“แล้วเพื่อนของคุณล่ะ” พิทักษ์ไม่ได้คิดจะรั้ง แต่เวลานี้คนที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ใช่มีแค่จิณณะ แต่วรชิตก็ถูกเพ่งเล็งเช่นกัน


มาถึงตรงนี้ จิณณะก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือก


“ผมว่าจะเข้าไปคุยกับคุณย่า คุณย่าเคยพูดว่ารู้จักคนที่จะย้ายผมเข้ากรุงเทพได้ ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะย้ายไอ้ชิตไปไหนก็ได้ แลกกับการที่ผมจะกลับไปทำงานตามที่เขาอยากให้ทำ”


“แต่ถ้ามันคิดจะเก็บพวกคุณ ต่อให้เพื่อนคุณถูกย้ายไปอยู่บนเกาะ หรือคุณอยู่ในกรุงเทพ มันก็ส่งคนไปเก็บอยู่ดี” พิทักษ์แย้ง เรื่องนี้จิณณะเองก็พอเดาได้ เขารู้ว่าถ้าถูกหมายหัว อย่างไรก็ไม่รอด


“ฟังดูเหมือนผมถอยไม่ได้เลย...” จิณณะไม่ใช่คนคร่ำครวญกับอดีต แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘ถ้า’ เขายอมตามใจคุณกอบกุล กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ หรือแม้แต่ไม่ขวนขวายสอบปลัด ไม่ดื้อแพ่งเรียนมาทางสายนี้แต่แรก ชีวิตก็คงไม่ต้องพบเจอปัญหาแบบนี้


ผิดที่เขาเอง ผิดที่ตนเอง


“จิณ...” เจ้าของชื่อที่กำลังจมจ่อมอยู่กับภวังค์เงยหน้ามองตามเสียงเรียก พิทักษ์ยังมองตรงมาที่เขา ดวงตาคู่นี้จะว่าดุก็ดุ แต่ในเวลาที่กำลังไหวเอนเพราะปัญหารุมล้อม ดวงตาคู่นี้กลับเหมือนกำแพงแข็งแกร่งที่โอบล้อม...ให้ปลอดภัย


หนักแน่น จริงจังและเต็มไปด้วยสติ


จิณณะกะพริบตาถี่ๆ รู้สึกเหมือนจู่ๆก็ถูกดึงกลับขึ้นมาสู่โลกของความเป็นจริง โลกที่ไม่ได้สวยงาม โลกที่เขาต้องต่อสู้ โดยมีเจ้าของดวงตาคู่นี้สู้ไปด้วยกัน


“ถ้าคุณถอยแต่แรก ป่านนี้เพื่อนคุณอาจเป็นศพที่สอง...ส่วนทองสุก เขาน่าจะเกี่ยวข้องกับอะไรสักอย่าง ที่ทำให้พวกคุณโดนลูกหลง ถ้าเป็นเพราะเรื่องบ่อน ทำไมคนทำไม่เล็งไปที่ตำรวจที่อยู่ในทีมวันนั้น ทำไมถึงล็อคเป้าที่ปลัดอำเภออย่างพวกคุณ” จิณณะนิ่งคิดตามที่อีกฝ่ายพูด เลยพลอยเป็นทิ้งความรู้สึกผิดและการโทษตนเองเมื่อครู่ไปเสียสิ้น


“พี่ทิศว่า...พี่สุกจะเป็นสายให้...นายไพศาลด้วยไหม”


“ถ้าเป็นอย่างนั้น ที่เขาถูกฆ่า ก็อาจเพื่อปิดปาก” แม้จะเห็นด้วย แต่เพราะพิทักษ์รู้ว่าจิณณะกับทองสุกรู้จักคุ้นเคยกันดี เขาจึงไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกกับการถูกคนคุ้นเคยหักหลังเพราะเป็นสายให้หลายทาง แค่เมื่อครู่นี้ที่เจ้าตัวดำดิ่งกับความคิดจนส่อความรู้สึกเจ็บปวดทางสีหน้า พิทักษ์ก็ใจหายจนต้องเรียกชื่อเพื่อดึงสติจิณณะกลับมา


“หรือไพศาลอาจจะมีกิจการอย่างอื่น...ที่ไม่ใช่บ่อน และไม่ถูกกฎหมาย...” แม้เวลานี้สีหน้าของปลัดหนุ่มจะไม่มีวี่แววสนุกสนานรื่นเริงเหมือนเคย หนำซ้ำยังเคร่งเครียดคิ้วขมวดด้วยใช้ความคิดหนัก แต่ก็ยังดูดีกว่าตอนนิ่งเงียบเหมือนเมื่อครู่


ความมีชีวิตชีวา บางทีก็ไม่ใช่การยิ้มหรือหัวเราะ แต่มันคือการรับรู้และตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว


“ถ้าเราอยากรู้ว่านายไพศาลทำอะไร เราต้องรู้ว่าแบ็คของมันคือใคร”


“ยาก...” จิณณะตอบอย่างไม่ต้องคิด ทว่าพิทักษ์กลับส่ายหน้า


“ไม่ยากหรอก”


“พี่ทิศหาได้หรือ? หาจากไหน?!” จากคนเคร่งเครียดใช้ความคิด กลายเป็นทำตาโตด้วยความอยากรู้ นี่ล่ะ...ชีวิตชีวาที่พิทักษ์อยากเห็น


มันดีกว่าตอนที่จิณณะจมอยู่กับตัวเองเยอะเลย


“ลุงของผม”


“...ที่ให้ผมช่วยมาตั้งแต่แรก ก็เพราะลุงผมไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้นก็ถึงเวลาให้ลุงผมช่วยแล้ว”

.............................

ถึงแม้พิทักษ์ออกปากว่าจะเข้าไปพบคุณเทียมเพียงลำพัง แต่จิณณะยืนกรานหนักแน่นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเขาโดยตรง ดังนั้นต้องให้เขาไปด้วย แต่เพราะกว่าพิทักษ์จะเลิกงานก็เกือบหกโมงแล้ว ข้าราชการหนุ่มที่เลิกงานก่อนจึงมาคอยที่บ้านพัก หกโมงเล็กน้อย รถยุโรปคุ้นตาก็ขับมาจอดที่หน้าบ้าน


วรชิตที่ย้ายมาอยู่บ้านพักของจิณณะแทบจะเป็นการถาวรกำลังกินข้าวอยู่ก็ถึงกับต้องหันไปยิ้มแซวคนที่ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกจากบ้านทันที


“ถึงว่า เมื่อกี้กูชวนไปกินส้มตำไม่ไป ที่แท้มีนัด”


จิณณะไม่อยากบอกเลยว่านัดที่ว่าคือนัดเพื่อความปลอดภัยอย่างยั่งยืนของพวกเขาสองคนนี่ล่ะ แต่เรื่องนี้จะให้วรชิตรู้ไม่ได้ คนกะล่อนเลยทำเป็นเกาศีรษะเขิน


“แฟนกันน่ะมึง” คนฟังถึงกับทำตาโต


“เต็มปากเต็มคำมาก” พอดีกับที่เจ้าของรถที่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านโผล่หน้ามาที่ประตูซึ่งเปิดเอาไว้ วรชิตเลยหันไปส่งยิ้มยกมือไหว้


“เข้ามาก่อนไหมครับ”


“ไม่เป็นไรครับ พอดีรีบ” ผู้มาเยือนว่าอย่างนั้นก่อนจะหันไปมองจิณณะที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนและกางเกงขายาวสีเข้ม เวลาเจ้าตัวแต่งตัวลำลองแบบนี้ก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีอยู่หรอก แตกต่างจากคราวที่ใส่ชุดเดินแคทวอล์กหรือเสื้อยืดกางเกงยีนส์ลิบลับ


“จองโต๊ะไว้กี่โมง” วรชิตหันมาถามหยอกเพื่อนข้างกาย จิณณะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะอาศัยไหวพริบเอาตัวรอดไปได้อีกรอบ


“ของอย่างงี้ต้องบอกมึงด้วยหรือวะ เรื่องของคนสองคนไหม” คนสองคนที่ว่า เขาทำเป็นชี้ที่ตนเองและพิทักษ์ วรชิตพยักหน้าเออออ


“คนสองคนที่เป็นแฟนกันสินะ” ถึงแม้จะเป็นคนบอกเรื่องความสัมพันธ์นี้ให้วรชิตรู้ด้วยตัวเอง แต่พอถูกล้อต่อหน้าในเวลาที่เขาและพิทักษ์อยู่ด้วยกัน ก็พาลเอานึกเก้อขึ้นมาดื้อๆ


จิณณะรู้สึกเหมือนจะเอาตัวไม่รอดยังไงไม่รู้ เลยต้องรีบเอ่ยปาก


“ไปกันเถอะพี่ทิศ ไปก่อนนะไอ้ชิต เดี๋ยวดึกๆกลับ”


“ไม่กลับก็ได้ กูเข้าใจ” จิณณะพูดไม่ออก อยากสวนแทบตายว่าไม่เข้าใจอะไรเลยต่างหากล่ะ แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่พ้นกลายมาเป็นบ่วงรัดคอตัวเอง เขารีบเดินไปดันพิทักษ์ออกจากบ้าน


อึดใจต่อมารถของพิทักษ์ก็เคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านพักราชการ ภายในรถเงียบกริบ โดยเฉพาะจิณณะที่ยังเก้อกับสิ่งที่เพื่อนแซวทิ้งท้ายเอาไว้


ความรู้สึกในใจของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องยากที่จะรับรู้ แต่ที่ยากยิ่งกว่าคือความรู้สึกของคนข้างกายต่างหาก


“เอ่อ...ไอ้ชิตมันคิดว่าเราเป็นแฟนกันน่ะ อย่างที่ผมเคยบอกไงว่าคนที่ที่ว่าการเขารู้กันหมดเรื่องผมกับพี่...”


“ผมรู้...” พอคนขับว่ามาอย่างนั้น จิณณะก็นึกคำพูดต่อไม่ออก


พิทักษ์รู้ ใช่ พิทักษ์ต้องรู้อยู่แล้ว แต่เขาจะบอกอีกทำไมวะ ร้อนตัวจนแสดงพิรุธออกไปหมด!


“กังวลอะไร” คราวนี้คนถูกถามกลายเป็นจิณณะเสียเอง


“เอ่อ...ก็...ก็เรื่องที่มีคนจ้องจะเก็บผมกับไอ้ชิตไง”


“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น คำพูดของเพื่อนคุณทำให้คุณกังวลใช่ไหม” จิณณะรู้สึกเหมือนวันนี้น้ำท่วมปากท่วมคอไปหมด


“ไม่ต้องกังวลหรอก ผมเข้าใจ”


เข้าใจ?


ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังเคยดุเรื่องที่เขาแสดงความชัดเจนกลางที่สาธารณะอยู่เลย


เพราะอะไร ถึงเริ่มใจดีกับเขาขนาดนี้


จิณณะอยากถาม นิสัยอยากรู้อยากเห็นในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่สมควร แต่...ก็อยากรู้


ทำไมถึงไม่ว่าอะไร เพราะเป็นคนรับปากคำไหนก็คำนั้นหรือ? หรือเพราะอย่างอื่น...


หัวใจคาดหวังเหตุผลอื่น แม้จะรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตาม


คนขับเหลือบตามองคนข้างกายที่นิ่งเงียบไป เขาไม่รู้ว่าทำไมอยู่ดีๆอีกฝ่ายถึงเงียบ แต่เจ้าตัวก็ดูไม่ปกติมาตั้งแต่ก่อนจะออกจากบ้านแล้ว


วันนี้จิณณะไม่เหมือนเดิม และตัวเขาเองก็รู้สึกไม่เหมือนเดิม


เรื่องเล็กๆน้อยๆที่ไม่น่าจะต้องใส่ใจ เขากลับ...อดให้ความสำคัญไม่ได้


“ตอนนี้คุณมีเรื่องต้องคิดเยอะแล้ว เรื่องของผมไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล” คำพูดของเขาทำเอาคนที่กำลังตัดสินใจอยากถามในสิ่งที่รู้ต้องหันมอง พิทักษ์ยังคงมุ่งมั่นอยู่กับถนน


ใช่...เวลานี้มีเรื่องอื่นที่จิณณะต้องจัดการ แล้วไว้หลังจากเรื่องทุกอย่างผ่านพ้น เขาจะยกเรื่องของเขาและพิทักษ์ขึ้นมาใคร่ครวญอีกครั้ง


ถ้าถึงเวลานั้น...เขาจะถามในสิ่งที่ ‘หัวใจ’ อยากรู้

.........................

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 07-02-2019 22:30:53


พิทักษ์ไม่ใช่แขกของบ้านคุณเทียมเพียงคนเดียวในวันนี้ พอเขาจอดรถภายในอาณาเขตรั้วอัลลอย สายตาก็เห็นรถยนต์อีกคันจอดรออยู่ที่หน้าบันไดเตี้ยของตัวบ้าน เดิมทีจำไม่ได้ว่าเป็นรถใคร แต่พอเห็นเจ้าของรถเดินออกมาจากบ้านพร้อมด้วยคนของคุณเทียมที่ออกมาส่ง เขาก็หันมองจิณณะทันที


ดูเหมือนปลัดหนุ่มเองก็จำชายคนนั้นได้เช่นกัน เพราะเจ้าตัวก็หันมามองเขา


...ไพศาลมาหาคุณเทียม...


...มาเรื่องอะไร?...


พวกเขาไม่พูดอะไรกัน แต่ก้าวเท้าเดินไปยังประตูบ้านทันที


“อ้าว! คุณพิทักษ์” ชายวัยห้าสิบร่างเตี้ยท้วมหันมาเห็นก็ร้องทักพร้อมด้วยรอยยิ้ม คนถูกทักกดมุมปากยกยิ้มกลับไปเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้


“สวัสดีครับ คุณไพศาล”


ไพศาลยกมือรับไหว้ แย้มยิ้มอย่างมีไมตรีแล้วเหลือบตาไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายพิทักษ์ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนทบวนความทรงจำ


“นี่คือ...” แน่นอนว่าปลัดอำเภอตัวเล็กๆไม่ได้อยู่ในความทรงจำเท่าไรนัก แต่เพราะหมู่นี้จำต้องใกล้ชิดกับพวกปลัดอำเภอมากหน่อย จึงคุ้นหูคุ้นตาอีกฝ่ายเหลือเกิน


“ปลัดจิณณะครับ” พิทักษ์เป็นคนแนะนำ จิณณะยกมือไหว้ ไพศาลอาจจะจำเขาไม่ได้ แต่จิณณะจำอีกฝ่ายได้ดี เพราะนอกจากจะเป็นพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ของจังหวัดแล้ว เมื่อครั้งงานศพของทองสุก ไพศาลก็ไปร่วมตอนเผา


“อ้อ...ขอโทษทีที่จำไม่ได้นะ ผมแก่แล้ว ความจำไม่ดีเหมือนสมัยหนุ่มๆ” ไพศาลพูดแล้วหัวเราะเอิ้กอ้าก จิณณะเพียงยิ้มจาง


“คุณไพศาลพบคุณลุงเรียบร้อยแล้วหรือ” หลานชายเจ้าของบ้านพูดแทรกขึ้นมา ไพศาลจึงหันมาทางเขาแทนแล้วพยักหน้า


“มาเชิญคุณเทียมน่ะ งานวันเกิดผมวันเสาร์นี้แล้วก็ควบงานเปิดตัวปั๊มน้ำมันใหม่ของผมด้วย เชิญคุณพิทักษ์และปลัดด้วยนะครับ” เดิมทีไม่ได้คิดจะเชิญพิทักษ์หรือปลัดจิณณะ แต่ในเมื่อพบหน้ากันโดยตรง และการเชิญเเขกเพิ่มอีกสองคนก็ไม่ได้ทำให้งานเลี้ยงขาดเหลืออะไรมากนัก เขาจึงออกปากชวนด้วย


พิทักษ์ไม่ทันตอบ แต่จิณณะกลับยกยิ้มออกหน้า


“พวกเราไปแน่นอนครับ”


ไพศาลพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะขอตัวขึ้นรถ พวกเขารอจนรถยนต์ยุโรปคันใหญ่เคลื่อนตัวออกนอกรั้วไปแล้วปลัดหนุ่มก็เพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังถูกจ้อง เขาหันมาเห็นสายตาของพิทักษ์เข้า ก็เริ่มรู้ชะตาชีวิตตัวเองในวินาทีถัดไปว่าจะต้องถูกดุเรื่องที่ด่วนรับปากแน่ แต่โอกาสมาตรงหน้า เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ


“ไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือหรือ”


เหตุผลมีแค่นี้เอง ถ้าอยากเข้าใกล้ไพศาล ก็มีแต่จะต้องตกลงไปงานเลี้ยงของไพศาลเท่านั้น


“มีอีกตั้งหลายวิธีที่จะได้ลูกเสือโดยไม่ต้องเข้าถ้ำเสือ” ทว่าสำหรับนักธุรกิจอย่างพิทักษ์นั้น เขามองเห็นทางอีกมากที่จะเข้าใกล้นายไพศาลโดยไม่ต้องไปเอาตัวเข้าไปอยู่ในพื้นที่


จิณณะทำหน้าหน่าย “แต่ผมรับนัดจะเข้าถ้ำเสือแล้วนี่”


ฝ่ายพิทักษ์ถอนหายใจ


“เข้ามือเปล่าไม่ได้” เขาดุ จิณณะยักไหล่


“ผมเข้าคนเดียวหน่า ไม่ได้จะลากพี่เข้าไปด้วยเสียหน่อย”


“ใครจะปล่อยให้เข้าคนเดียว” ปลัดเจ้าเล่ห์หัวเราะเบาๆ สุดท้ายก็มีคนยอมเข้าถ้ำเสือกับเขาอยู่ดี ดวงตามองคนพูดด้วยประกายระยิบ


“ถ้าพี่เข้าด้วย ก็ไม่เรียกว่าผมเข้ามือเปล่าแล้ว...” เขาตั้งใจหยอก แต่พอพูดออกไปแล้วก็เพิ่งประมวลผลได้ว่าคำพูดของตนนั้นสื่อชัดเจนว่าอีกฝ่ายคือ ‘สิ่งจำเป็น’ ต่อให้การเข้าถ้ำเสือจะอันตรายแค่ไหน แต่ถ้ามีพิทักษ์ไปด้วย...ก็อุ่นใจ


ดูเหมือนคนที่เข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างชัดเจนจะไม่ใช่เพียงคนพูด แต่คนฟังก็ถึงกับนิ่งไปเช่นกัน พวกเขาสบตากันชั่ววินาที แล้วก็พาลเป็นเก้อกันไปทั้งคู่ ก่อนจะพากันหันหนีไปคนละทาง ทางฝั่งจิณณะนั้นแย่หน่อย เพราะพอหันมองไปทางอื่นก็สบตาเข้ากับสายตาของคนของคุณเทียมพอดี เขากระแอมไอตั้งสติแล้วเอ่ยเรียบๆอย่างขรึม


“เอ่อ...น้ามิตร พวกผมเข้าไปพบคุณเทียมได้เลยไหม”


มิตรกะพริบตาปริบๆ หากไม่ได้ตาฝาด เขาคิดว่าเมื่อครู่นี้...เห็นคนเขินกัน แต่...เรื่องอย่างนี้พูดตรงๆไม่เหมาะ ในเมื่อฝั่งหนึ่งคือหลานชายของคุณเทียม อีกฝั่งคือข้าราชการหนุ่มประจำอำเภอ


“เชิญทางนี้ครับ” เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะหมุนตัวเดินนำเข้าบ้าน แต่ไม่วายแอบมองเหลือบไปข้างหลัง ก็พบว่าจิณณะและพิทักษ์ยังคงเดินคู่กัน เพียงแต่ไม่มองกันแม้แต่นิดเดียว

...................................

คุณเทียมรับฟังคำพูดของจิณณะอย่างสงบ โดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าตัวอ้างถึงคำพูดของเพื่อนปลัดคนหนึ่งว่าไพศาลเป็นเจ้าของบ่อนที่ถูกทลายคราวก่อน


คราวนั้นคนที่ออกมารับหน้าเสื่อคือผู้จัดการบ่อนที่แสร้งทำตัวเป็นชาวบ้านตาดำๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ซัดทอดไปยังเจ้าของตัวจริง และย่อมไม่มีทางไปถึงเส้นสายของไพศาล


“ทองสุกคือสายให้คราวนั้นสินะ” คุณเทียมถาม ดวงตาจับจ้องปลัดหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


“ครับ” ชายผู้มีเส้นผมสีดำแซมขาวเอนหลังพิงพนัก ขณะที่สายตายังไม่ถอนไปจากชายหนุ่มอายุคราวลูกที่นั่งอยู่เบื้องหน้า


ก่อนหน้านี้พิทักษ์มาขอคนของเขาให้ช่วยดูแลความปลอดภัยปลัดคนหนึ่งที่ชื่อวรชิต เพราะกำลังถูกเพ่งเล็งจากคนบางกลุ่ม ยามนั้นเขาให้ความช่วยเหลือโดยไม่ถามอะไร วันนี้พิทักษ์มาพบเขาอีกครั้งพร้อมด้วยจิณณะ และพูดถึงปลัดที่ชื่อวรชิตอีกครั้ง


คนผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ย่อมประมวลเหตุการณ์อย่างถี่ถ้วน ชาวบ้านอย่างทองสุกถูกคนกลุ่มหนึ่งยิงถล่มบ้านจนตัวตาย ไหนจะเรื่องที่จู่ๆหลานชายอย่างพิทักษ์ที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับใคร กลับพาจิณณะมาพบเขาพร้อมกับออกปากว่ากำลังคบหากันอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อปลัดวรชิตเดือดร้อนจากการถูกคนตามก่อกวน ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับคนที่เก็บทองสุก คนที่มาขอความช่วยเหลือจากเขาก็คือพิทักษ์


จิณณะสนิทสนมกับปลัดวรชิต จิณณะรู้จักมักจี่กับนายทองสุก


โลกไม่ได้หมุนรอบจิณณะ แต่เรื่องนี้กลับมีชื่อของปลัดจิณณะแทรกซึมวนเวียน


“ลุงครับ” เสียงเรียกของพิทักษ์ดังขึ้นเบาๆ คุณเทียมหันไปมองหลานชาย


“ลุงพอจะทราบไหม ว่าเส้นของนายไพศาลเป็นใคร”


วงการผลประโยชน์ชิ้นใหญ่ๆ มองซ้ายมองขวาก็เจอคนกันเอง สำหรับธุรกิจสีเทาสีดำอย่างบ่อนการพนันระดับ VIP นั้น แน่นอนว่าในหมู่นักเชื่อมผลประโยชน์ย่อมรู้กันดี


คุณเทียมเพียงพยักหน้าเล็กน้อย


พิทักษ์กับจิณณะมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นฝ่ายหลานชายที่ขยับตัว


“ลุงพอจะคุยกับเขาได้ไหม เราไม่รื้อฟื้นเรื่องคนที่ตายไปแล้ว แต่คนเป็น จะให้ตายอีกไม่ได้” แม้จะไม่ดีต่อศักดิ์ศรีของคนตาย แต่เวลานี้การเจรจาดูจะเป็นหนทางเดียวที่จะจัดการเรื่องให้ละม่อมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาอันสั้นก่อนที่จะมีใครต้องเป็นศพเพิ่ม


คุณเทียมมองหน้าพิทักษ์ หลานชายที่เขาคุ้นเคยมาแต่เล็ก มักจะมีสีหน้าเรียบเฉยและนิ่งสงบเป็นน้ำแข็ง วันนี้กลับพูดเรื่องคนเป็นคนตายด้วยสีหน้าเรียบเช่นเดิม ทว่าสายตากลับเต็มไปด้วยความรู้สึก


“สมแล้วที่คบกันนะ” เขาเปรย เพียงเท่านั้นพิทักษ์ก็ถึงกับชะงัก


“ครับ?”


“ทิศกับจิณ ห่วงใยกันดี” เดิมที คุณเทียมมองปราดเดียวในวันที่พิทักษ์พาจิณณะมาพบ ก็ดูออกแล้วว่าทั้งสองคนมีข้อตกลงร่วมกันในความสัมพันธ์นี้ เพียงแต่...วันนี้สิ่งที่ชัดกว่าข้อตกลงใดๆ คือความรู้สึกของหลานชาย


ชายหนุ่มอายุคราวลูกทั้งสองคนพากันเงียบกริบ พิทักษ์ได้แต่อ้าปากพะงาบ ในขณะที่ปลัดจิณณะกะพริบตาปริบๆ กลืนน้ำลายเอื้อกๆ


“คุณกอบกุลไม่ว่าอะไรเลยหรือ” ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ยังคุยกันเรื่องนายไพศาล เส้นสาย ผลประโยชน์ และคนตาย แต่เวลานี้ คุณเทียมกลับถามเรื่องญาติผู้ใหญ่ของจิณณะแทน


หลานชายคุณกอบกุลยังทำหน้าเด๋อด๋าเหมือนจูนคลื่นสมองไม่ทัน


“คุณย่าของเราน่ะ ไม่ว่าอะไรหรือ ได้ยินว่าก่อนหน้านี้เข้าหาท่านเสรีบ่อยๆ ตอนแรกนึกว่าจะจับคู่หลานสักคนกับลูกสาวท่านเสรีเสียอีก” แม้จะไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ แต่เรื่องในห้องทำงานของผู้หลักผู้ใหญ่ผู้มีบารมีทั้งหลาย ก็เข้าหูคุณเทียมเสมอ


“เอ่อ...ก็...ว่าอะไรไม่ออกเท่าไรครับ”


คุณเทียมยกยิ้มเล็กน้อย กระทั่งเรื่องในเมืองเขายังรู้ เรื่องที่คุณกอบกุลบุกไปที่ว่าการเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เข้าหูเขาเช่นกัน


“เราก็รู้จักหาคนมาชนย่าเรานะ ทิศเป็นตัวเลือกที่ดีที่จะเจอกับคุณกอบกุล”


ตัวเลือกที่ดีที่คุณเทียมว่าขยับตัวเล็กน้อย ไม่แน่ใจนักว่านี่คือคำชมหรือไม่


แม้ไม่ได้เลี้ยงดูประคบประหงม แต่คุณเทียมก็สนิทสนมกับหลานชายคนนี้ อย่างน้อยก็เพราะเป็นหลานที่ถูกชะตาที่สุด วันนี้หลานคนนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาชนกับนักธุรกิจเขี้ยวลากดินอย่างคุณกอบกุลได้อย่างสมศักดิ์ศรี กับนายไพศาล คุณเทียมก็เชื่อว่าหลานคนนี้รับมือได้ เพียงแต่คนที่นั่งอยู่ข้างพิทักษ์ต่างหาก ที่อาจขมวดปมปัญหา


เอาเถอะ เห็นแก่ว่าเป็นลุงแท้ๆของพิทักษ์ ส่วนจิณณะแม้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน แต่ก็ถือว่า ‘ตาถึง’ ที่เลือกพิทักษ์มาช่วยแก้ปัญหา หนำซ้ำยัง ‘มือถึง’ ที่ดึงพิทักษ์ลงเรือลำเดียวกันได้


คนแบบนี้มีไม่มาก หรือคุณเทียมอาจจะไม่พบอีกเลยชั่วชีวิตก็ได้


“ลุงจะไปคุยให้แล้วกัน เราสองคนช่วงนี้ก็เก็บตัว ไม่ต้องเจอหน้านายไพศาลล่ะ”


พิทักษ์กับจิณณะมองหน้ากัน ก่อนที่จะเป็นฝ่ายหลานชายของคุณเทียมถอนหายใจเบาๆแล้วหันมาเอ่ย


“จิณรับปากว่าจะไปงานวันเกิดของนายไพศาลแล้วครับ”


คุณเทียมได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก หันมองคนที่นั่งข้างพิทักษ์ที่กำลังทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยมเพราะถูกลุงหลานถล่มเรื่องที่ใจเร็วด่วนได้รับปากส่งเดชไปเสียแล้ว


“ลุงบอกแล้วว่าเส้นทางนี้สร้างปัญหา ทิศเชื่อลุงรึยัง”


โดยเฉพาะเจ้าของเส้นทางที่ชื่อจิณณะนั้น เป็นคนก่อปัญหาตัวเป้งเลยทีเดียว!


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

อย่าถล่มปลัดแรงนะคะ แค่นี้ก็โดนทั้งคุณเทียม โดนทั้งพี่ทิศว่าแล้วววววว ปลัดใจร้อน มุทะลุ คิดแต่จะลุย เพราะฉะนั้นพี่ทิศเลยจำเป็นสำหรับปลัดนะคะ ฮ่าฮ่า

ที่สำคัญ เรามาเป็นสักขีพยานร่วมกันว่าพี่ทิศคือคนที่รั้งปลัดเอาไว้ไม่ให้หนีปัญหา ต่อจากนี้พี่ทิศไม่มีสิทธิ์ทิ้งปลัดในทุกๆกรณีค่ะ ฮ่าฮ่า

มีคนถามว่าทำไมเรียก “ที่ว่าการอำเภอ” ว่า “ที่ว่าการ” (โดยทั่วๆไปน่าจะเรียกว่า “อำเภอ”) บัวเองก็เรียกว่า “อำเภอ” ค่ะ แต่เพื่อนที่เป็นปลัดเรียกว่า “ที่ว่าการ” ก็เลยใช้คำว่า “ที่ว่าการ” (อีกอย่างนึงก็เพื่อไม่ให้ซ้ำกับคำว่า “อำเภอ” ที่หมายถึงอำเภอจริงๆด้วยค่ะ) ส่วนที่ว่าจิณณะเป็นปลัดอยู่พื้นที่ไหน ทำไมว่าง จริงๆ ไม่ว่าง ปลัดไปเต๊าะพี่ทิศเฉพาะช่วงเช้าก่อนเข้างาน ช่วงพักกลางวันกับหลังเลิกงานเท่านั้นเอง ฮ่าฮ่า

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตามและทุกๆกำลังใจเช่นเคยค่ะ ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

เจอกันใหม่พฤหัสหน้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 07-02-2019 22:52:10
จับปลัดมาตีตูดซักหลายๆที แก้ปัญหาหรือสร้างปัญหาฮะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 6...=> หน้าที่ 9 (31/01/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 07-02-2019 22:57:09
ชีวิตมีสีสันดีนะคะตั้งแต่คบปลัดจิณ มีเรื่องปวดหัวไม่เว้นวัน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Bradly ที่ 07-02-2019 23:00:17
ปลัดสู้ๆนะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 07-02-2019 23:01:47
ตอนนี้ประดักประเดิดมากค่ะ ชอบมาก คนสองคนค่อยๆชัดเจนกับความรู้สึกตัวเอง จิณณะก็คือดื้อมาก เอาแต่ใจ ไม่ทันได้ฟังความเห็นพี่ทิศเล้ยย พี่ทิศต้องหัดตีก้นสั่งสอนแล้วนะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 07-02-2019 23:04:37
ถึงคุณปลัดจะสร้างปัญหา แต่คนพี่ก็พร้อมที่จะช่วยตลอดเลย คราวนี้ไม่ใช่แค่น้องที่รู้สึกฝ่ายเดียวแล้ว คนพี่ก็ออกอาการจนลุงเทียมทักเลย :-[
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: meeoldly ที่ 07-02-2019 23:12:50
ทำไมอ่านแล้วรู้สึกเขิลแทน  :-[ :-[
 รอตอนต่อไปค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 07-02-2019 23:14:02
ปลัดนี่น่าตีจริงๆเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 07-02-2019 23:24:35
 :hao7:



 :L2: :pig4: :L2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 07-02-2019 23:29:30
 :pig4: :pig4: :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 07-02-2019 23:43:39
 :hao7: :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 07-02-2019 23:45:39
สติค่ะสติ

น้องจิณใช้สติหน่อยค่ะ

พี่ทิศคนดี
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 07-02-2019 23:58:20
 เส้นทางนี้สร้างปัญหา   :m20:
ลุงเทียมคะ ถึงแม้จิณจะสร้างปัญหาให้พี่ทิศไม่เว้นแต่ละวัน
แต่จิณก็เป็นตัวกระตุ้นให้หัวใจพี่ด้านชาของพี่ทิศ
ได้สูบฉีดกระชุ่มกระชวยบ้างอยู่นะคะ
/me เราจะเข้าข้างจิณให้ถึงที่สุด  :mew3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 08-02-2019 00:15:55
ปัญหาใหญ่ซะด้วยนะเส้นทางนี้อ่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 08-02-2019 00:27:51
จับน้องมาฟาดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ปากเร็วใจเร็วเหลือเกินนน แต่พี่ทิศต้องรู้สึกอะไรกับจิณมาก่อนบ้างแหล่ะ ไม่งั้นสปาร์คติดแบบนี้หรอก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 08-02-2019 00:41:13
ต่างคนต่างหวั่่่่นไหว อยากจะแหม..มม ยาวให้ถึงดาวอังคาร
พี่ทิศชอบอะไรที่มันท้าทาย ชวนปั่นประสาทแบบน้องจิณสินะ
จบงานนี้ต้องคิดดอกเบี้ยให้คุ้มค่ะคุณพี่ทิศ เก็บหนักๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=&gt; หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 08-02-2019 00:42:11
เป็นความเขินเล็กๆกันไปกันมาของตัวละครที่ทำให้คนอ่านอย่างเราเขินสุดๆไปเลยค่ะ เริ่มรู้สึกกันทั้งคู่แล้ว ><
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 08-02-2019 00:51:19
น้ามิตร สายตาเฉียบคม เห็นเค้าเขิลกันด้วยล่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 08-02-2019 01:17:55
ปลัดคนขยัน(สร้างปัญหาให้พี่ทิศ)
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 08-02-2019 03:06:24
หันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจดัง เฮือก!!!!! ก่อเรื่องอีกแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 08-02-2019 08:08:41
เส้นทางนี้สร้างปัญหา พี่ทิศเข้าใจแจ่มแจ้ง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kokoro ที่ 08-02-2019 10:27:33
ปลัดนี่น่าตีิจริงๆ แต่ก็นะ พี่ทิศเลือก(จะช่วย)น้องแล้วนี่นา พี่ทิศต้องหาวิธีปราบต่อไป
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 08-02-2019 13:06:46
ดื้อแต่น่ารัก ให้อภัยได้ค่ะ :o8:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 08-02-2019 14:24:53
ปลัดควรอยู่นิ่งๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Sutharat ที่ 08-02-2019 18:07:30
ปลัดใจร้อนอยู่นิ่งไม่เป็นหาเรื่องตลอด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 08-02-2019 20:03:07
มามะคุณปลัดจิณณะมาให้หอมหัวปลอบใจสักสองที
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 08-02-2019 20:21:11
จนได้นะจิณ ปากไว ใจเร็ว
แต่ทำคุณเทียมปลื้มนะที่ทำหลานชายดิ้นได้

ทิศร่วมด้วยช่วยกัน แถมใจยังมีเป๋
แบบนี้จิณไม่ต้องรอถึงจบเรื่องแล้ว
ระหว่างเรื่องนี่อาจจะได้เคลียร์กัน

สงสารชิตค่ะ คนไม่รู้เรื่อง ก็ต้องหลอนไป
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 08-02-2019 20:26:20
คุณเทียมคงจะเห็นแววปวดหัว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 08-02-2019 21:05:28
พี่ทิศพกยาพาราไว้ในกระเป๋าหลายๆแผงนะ :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 08-02-2019 21:09:23
พี่ทิศทำอะไรไม่ได้ต้องทำใจอย่างเดียวเลยนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 08-02-2019 21:40:30
จิณณะใจร้อนตลอด
งี้แหละต้องคอยมีพี่ทิศชี้แนะ คริๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 08-02-2019 22:54:47
อยากจับปลัดมาตีตูดซะจริงเชียวเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: LadySaiKim ที่ 09-02-2019 08:03:45
อือหื้อออออ :hao3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: LadySaiKim ที่ 09-02-2019 13:22:06
 :katai5: :katai5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ 09-02-2019 20:56:47
เนี่ยยยย ทำไมมันฟินอย่างงี้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 09-02-2019 22:49:30
 :mew5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: fxxg0430 ที่ 10-02-2019 12:47:54
โอย น้องรู้ใจตัวเองแล้วนะ คนพี่เมื่อไหร่จะรู้ว่ามีคนแอบชอบ ฮือๆ เขาเขินกันด้วยอ่ะแม่
เราชอยพระเอกนิยายคุณบัวทุกเรื่องเลย อบอุ่นแด๊ดดี้ แงงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Rhythm ที่ 10-02-2019 23:34:09
เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่าชอบกัน พี่ทิศดูแลจิณแบบเป็นไปตามธรรมชาติมาก น่ารัก :katai2-1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 10-02-2019 23:35:22
น้องจิณไปเป็นพิธี Findtrouble กะพี่จอน วิญญูดีไหม ขยันหาเรื่องละเกิน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 11-02-2019 00:16:08
เริ่มสงสัยความรู้สึกตัวเองกันแล้ว TT
แต่พ่อแม่จิณก็จะทำอะไรแล้วด้วยรึเปล่า  :z3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ♥lvl♀‘O’Deal2♥ ที่ 11-02-2019 14:38:33
อ่านๆ ไปก็เบื่อจิณสร้างแต่ปัญหาให้พี่ทิศตามแต่
แต่ก็ชอบความละมุนก็ทั้งสอง ปวดหัวกับตัวเอง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Chakaimook ที่ 11-02-2019 19:00:35
เจ้าหนูจิณจอมดื้อ!  :z13:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: analogue ที่ 14-02-2019 11:50:16
ติดตามครับ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 7...=> หน้าที่ 11 (07/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ 14-02-2019 12:04:29
รักวันพฤหัส เพราะปลัดอัพวันนี้

รอๆๆๆๆ
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 14-02-2019 22:46:05
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 8


‘คนใหญ่คนโต’ ไม่ได้พบกันได้ง่ายๆ กว่าจะหาทางติดต่อนัดหมาย ย่อมต้องใช้เวลา แต่คุณเทียมผู้เคยเป็นนักการเมืองระดับประเทศย่อมมีเส้นสายหลายทาง ภายในเย็นวันนั้น เขาก็สามารถลงนัดขอเข้าพบ ‘คนใหญ่คนโต’ ผู้เป็นเส้นสายให้กับนายไพศาลในวันรุ่งขึ้น


เช้าวันต่อมา รถแวนของคุณเทียมเข้ากรุงเทพฯตั้งแต่เช้าตรู่ ในขณะที่ปลัดจิณณะเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน


วรชิตลุกจากเตียงหัวฟู เมื่อคืน เจ้าของบ้านกลับมาถึงตอนเกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ไม่ทันได้ถามเพราะง่วงจนลืมตาแทบไม่ขึ้น เช้านี้ เลยต้องรีบตื่นมากระแซะเสียหน่อย


“กูนึกว่ามึงจะไม่กลับซะอีก”


จิณณะหันมองพลางเลิกคิ้ว


“ก็มึงไปเดทกับคุณพิทักษ์ กูก็นึกว่าจะค้าง...เฮ่ย!” ขวดอะไรสักอย่างที่โต๊ะหน้ากระจกลอยหวือ หากหลบไม่ทัน ป่านนี้คงได้ลงไปนอนนับดาวบนเตียงตามเดิม


“เดทอะไร โดนบ่นจนหูชา...” พลั้งปากหลุดคำว่าโดนบ่นไปแล้ว จิณณะก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรพูดเรื่องเมื่อวานให้เพื่อนรู้ แต่เพราะโดนพิทักษ์บ่นแม้กระทั่งตอนพามาส่ง อารมณ์หงุดหงิดเมื่อคืนเลยยังค้างมาถึงตอนเช้า จนอยากระบายให้ใครสักคนฟัง


“อ้อ ที่กลับมาเพราะถูกบ่นสินะ ถ้าไม่ถูกบ่นคงค้าง...เอ้อ...”


พอพูดคำว่าค้าง จิณณะก็ตวัดสายตามาดุอีกที วรชิตเลยต้องเปลี่ยนเรื่อง


“แล้วมึงถูกบ่นเรื่องอะไร”


“ใจร้อน ปากไว พูดไม่คิด ไม่ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน มุทะลุไม่ดูสถานการณ์” มีอีกหลายคำที่ถูกพิทักษ์จำกัดความ เขาน้อมรับทั้งหมดก็ได้ แต่ช่วยพูดรอบเดียว ไม่ต้องพูดซ้ำ เมื่อยหูจะฟังแล้ว


“ถูกทุกข้อเลย” วรชิตดีดนิ้วดังเป๊าะ กำลังจะถูกขว้างอีกสักขวด เสียงรถยนต์แล่นมาจอดหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาถึงห้องนอน เรียกความสนใจให้ชะโงกไปดูที่หน้าต่าง


รถเบนซ์สีดำคุ้นตาจอดสนิท คนขับรถร่างสูงก็เปิดประตูลงมายืนรอ ปลัดหนุ่มฝ่ายป้องกันเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้เจ้าของบ้าน


“ข่าวดีหรือข่าวร้ายวะ ไอ้จิณ คนที่มึงบอกว่าเมื่อวานเขาบ่นจนหูชา วันนี้ดันมาหาแต่เช้าเลย”


จิณณะกะพริบตาปริบๆ เดินมาส่องที่หน้าต่างแล้วก็พบว่าพิทักษ์แวะมาหาเขาทั้งๆที่เมื่อวานก็เพิ่งแยกจากกันตอนเกือบเที่ยงคืน


ชายหนุ่มในชุดเสื้อโปโลสกรีนชื่อที่ว่าการหมุนตัวก้าวไวออกจากห้องนอนลงไปยังชั้นล่างทันที วรชิตมองตามแล้วได้แต่ส่ายหัว


“หาว่าเขาบ่น แต่พอเขามาหาล่ะไวเชียวนะไอ้จิณ”
.........................

พิทักษ์ไม่ได้มาหาแต่เช้าอย่างไม่มีเหตุผล เหตุผลของเขาคือเมื่อวานเขามาส่งจิณณะตอนเกือบเที่ยงคืน และเรา...จากกันไม่ดีเท่าไร


เขาดุเรื่องที่ฝ่ายนั้นใจเร็วปากไว ครั้งแรกก็ตอนที่นายไพศาลออกจากบ้านคุณเทียม ส่วนครั้งที่สองคือตอนขากลับที่พามาส่ง เขาย้ำว่าให้คิดก่อนพูดให้มากกว่านี้ แต่กลายเป็นคนไม่คิดคือเขาเอง


ไม่คิดว่าการพูดครั้งที่สอง จะทำให้จิณณะหงุดหงิดหน้าตึงเปิดประตูลงจากรถเข้าบ้านทันทีที่รถจอดสนิท


ที่ย้ำก็เพราะ...ห่วง...


ไม่อยากให้ใจร้อนปากไวไม่ดูสถานการณ์อย่างนั้นอีก


“พี่ทิศ...” ประตูบ้านเปิดออก พร้อมด้วยหน้าเจ้าของบ้านโผล่ออกมาด้วยแววตางุนงง


พิทักษ์นิ่งไปเล็กน้อย เหตุผลที่เขามาที่นี่ในยามเช้าทั้งๆที่ปกติไม่เคยมาย่อมไม่ใช่เรื่องที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา หนึ่งเพราะมันคงฟังดูแปลกพิกลที่เขาใส่ใจจิณณะขนาดนี้ ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่ได้มีความสัมพันธ์แนบแน่นอะไรกับเขาเลย และสองก็เพราะ...ใจของเขาที่แปลก


...มันเขินประหลาด...


“มีอะไรรึเปล่า มาหาผมแต่เช้า” ยิ่งพิทักษ์ไม่ตอบ จิณณะก็ยิ่งเป็นกังวล เขาเดินออกมาจากบ้านด้วยสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อวานเพิ่งไปขอความช่วยเหลือจากคุณเทียม ไม่รู้ว่าผลจากการใช้เส้นสายของคุณเทียมจะทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหนบ้าง


“มารับ” คำตอบของคนมาหาแต่เช้าทำเอาคนฟังชะงัก ดวงตาเหลือกโตเล็กน้อย


“หะ? มารับ? รับไปไหน? วันนี้ผมต้องไปทำงานนะ”


“ไม่ได้รับไปไหน รับไปกินข้าว แล้วจะพาไปส่งที่ว่าการ” จิณณะกะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าตนเองฟังผิดหรือไม่


“ก...เกิดอะไรขึ้น...”


“ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นทั้งนั้น เตรียมตัวเสร็จรึยัง จะได้ไป แล้วเช้านี้อยากกินอะไร” ปลัดหนุ่มยังงง จู่ๆพิทักษ์ก็มาหาตอนเช้า ปากว่าไม่มีอะไรแต่มารับไปกินข้าว หนำซ้ำยังถามความสมัครใจว่าอยากกินอะไรด้วย ทั้งๆที่...ทั้งๆที่เมื่อวานเพิ่งบ่นเขาเสียยกใหญ่


หรือว่า...เพราะบ่นจนเขาไม่คุยด้วย เช้านี้ก็เลย...มาง้อ


พอคิดมาถึงตรงนี้ จิณณะก็จับจ้องสีหน้าของคนมารับมากกว่าเดิม พิทักษ์เป็นคนนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้า แต่เวลานี้เขากลับเห็นวี่แววของความไม่แน่ใจและความกังวล


คนที่มีพร้อมทุกอย่าง แถมไม่มีปัญหาอะไรในชีวิตสักอย่าง จะมีความกังวลอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องที่เขาผุนผันลงจากรถเมื่อคืนนี้


หัวใจของปลัดหนุ่มอิ่มฟู นอกจากจะสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายแล้ว ยังสูบฉีดความสุขขึ้นมาบนใบหน้าอีกด้วย


“ถ้าผมอยากกินอะไร พี่จะตามใจผมทุกอย่างใช่ไหม”


แน่นอนว่าเขาไม่ถามตรงๆหรอกว่ามาง้อเขาหรือ เพราะขืนพิทักษ์พาซื่อตอบตามความจริงมาว่าง้อ คงได้พากันเขิน หรือถ้าตอบว่าไม่ได้มาง้อ คราวนี้หัวใจที่อิ่มเอิบมีหวังห่อเหี่ยวหนักกว่าเดิม


ความคลุมเครือ บางทีก็มีประโยชน์แบบนี้


“ถ้ามีขาย ก็จะพาไป” พิทักษ์ตอบ เหลือบสังเกตสีหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า จิณณะเป็นคนมีไหวพริบ และเจ้าตัวก็ไม่ใช่คนแกล้งโง่ด้วย สายตาที่มองตรงมาที่เขาจึงโจ่งแจ้งว่าอ่านเขาออก


ชายหนุ่มเม้มปากเล็กน้อย ไม่รู้ว่าควรจะภาวนาให้จิณณะรู้ดีไหมว่าเขาไม่เคยง้อใคร และไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวขนาดนี้ แต่ถ้ารู้แล้ว จะ ‘รู้ตัว’ ด้วยหรือไม่


“ถ้างั้น...”


“แล้วก็ต้องไม่ใช่ของรสจัด เผ็ดจัด” แม้จะมาเพื่อง้อ แต่ชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะเจ้ากี้เจ้าการกับเรื่องเล็กๆน้อยๆที่แสนสำคัญ คนถูกง้อถึงกับถอนหายใจเฮือก


“สุดท้ายก็บ่นอยู่ดี...น่าไปด้วยไหมเนี่ย” ดูเหมือนคำพูดของจิณณะจะทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเขามาง้อ ก็ควรหย่อนยานกฎระเบียบบางข้อในชีวิตบ้าง


ทว่า...พิทักษ์ก็คือพิทักษ์


“นี่ไม่ได้เรียกว่าบ่น แต่ไม่พาไป”


“...แต่ถ้าอยากกิน...ไว้ตอนเที่ยง จะพาไปกิน” ประโยคต่อมาทำเอาจิณณะที่กำลังจะถอนหายใจใส่ถึงกับหยุดลมหายใจตัวเองอยู่เท่านั้น


เป็นครั้งที่สองของเช้านี้ ที่คนตรงหน้าทำให้ได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆ


“พ...พาไป?”


“แต่เช้านี้ ไปหาโจ๊ก หาข้าวต้มทานก่อน แล้วตอนเที่ยงพี่จะพาไปทานอย่างอื่น” ไม่ว่าพิทักษ์จะรู้ตัวหรือไม่ว่าเขาแทนตัวว่าพี่ แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ทันรู้ตัวสักนิด


“ตอนเที่ยงไม่ต้องให้ผมเข้าไปทานที่สนามกอล์ฟแล้วหรือ?”


คนถูกถามนิ่งไปเล็กน้อย แต่เมื่อตัดสินใจว่ามาที่นี่เพื่อง้อ ก็ย่อมต้องเดินหน้า...ง้อ


“ไม่ต้อง วันนี้จะพา...จิณไปทานอย่างอื่น” ประโยคนี้เขารู้ตัวและตั้งใจ ทว่าปลัดหนุ่มผู้งุนงงยังไม่รู้ตัว พิทักษ์เองก็ไม่ปล่อยให้รู้ตัวด้วย เขาพูดย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถ


“มาเถอะ ตอนนี้ไปทานข้าวเช้ากัน”


ไม่รู้ว่าการง้อนี้จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คนถูกง้อไม่ได้โอ้เอ้ เพราะพอถูกชวนอีกครั้ง ก็ได้แต่เดินเงียบๆขึ้นรถไปแต่โดยดี


แล้วเรื่องหนึ่งที่คนทั้งคู่จะจำใส่ใจคือ จิณณะจะต้องเพลาๆเรื่องใจร้อนปากไว ส่วนพิทักษ์...บ่นได้ แต่จิณณะขอแค่รอบเดียวพอ

......................

การไปร่วมงานเลี้ยงใหญ่โตระดับจังหวัดของไพศาลนั้น อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องทำตามที่รับปากก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเพียงปลัดลูกกระจ็อก แต่เที่ยงวันนั้น มีเหตุบังเอิญให้จิณณะและพิทักษ์ที่กำลังทานอาหารด้วยกันในร้านละแวกที่ว่าการต้องพบหน้าไพศาลอีกครั้ง


“สวัสดีครับ คุณไพศาล” จิณณะจะไม่ทักก็ไม่ได้ เพราะรายนั้นเดินผ่านโต๊ะของพวกเขาพอดี ดูแล้วจงใจมากกว่าบังเอิญ


คนถูกทักยังคงยิ้มแย้มตามประสาคนหน้าใหญ่ใจกว้าง


“โอ้ ปลัดจิณณะ คราวนี้ผมจำได้แล้ว” เขาเอ่ย ก่อนจะหันไปที่ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับปลัดหนุ่ม


“สวัสดี คุณพิทักษ์” พิทักษ์ยิ้มจางยกมือไหว้ ด้วยนิสัยของเขาไม่ใช่คนช่างพูด แต่เมื่อเหลือบเห็นคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของตนเองแล้ว ก็เกรงว่าจิณณะจะเป็นฝ่ายปากไวขึ้นมาอีก เขาจึงดึงบทสนทนาไว้


“มาทำอะไรแถวนี้หรือครับ หรือมาติดต่อราชการ”


 “พอดีผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาทานข้าวเที่ยงเสียหน่อย ร้านนี้อร่อยที่สุดในละแวกนี้นี่ครับ” จิณณะยิ้มเป็นเชิงตอบรับ


“แล้วเสาร์นี้ อย่าลืมที่รับปากผมไว้นะครับปลัด คุณพิทักษ์ ต้องไปให้ได้ล่ะ” ไพศาลไม่คิดว่าปลัดตัวเล็กๆและนักธุรกิจวัยหนุ่มที่แทบจะไม่มีเส้นสายใดนอกจากคุณเทียมจะเป็นแขกที่น่าเชิญชวนซ้ำสอง แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนสายที่เขาได้รับโทรศัพท์จาก ‘ผู้ใหญ่’ ทำให้ต้องหันกลับมามองชายหนุ่มสองคนนี้ใหม่อีกครั้ง


‘อย่าหาเหาใส่หัว หัดอยู่เงียบๆเสียบ้าง’


‘เรื่องอะไรที่มันผ่านไปแล้ว คนก็ตายไปแล้ว ไม่ต้องไปฟื้นฝอยอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน’


เรื่องที่ผ่านไปแล้ว นายไพศาลคิดออกเรื่องเดียวคือเรื่องที่บ่อนของเขาถูกทลาย ส่วนเรื่องคนที่ตายไปแล้ว ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนถ้าไม่ใช่ทองสุก เรื่องแรกนั่นพอจะทำหลงๆลืมๆได้อยู่หรอก เพราะผู้จัดการบ่อนไม่ได้ซัดทอด และสุดท้ายเรื่องเงียบหายไปกับสายลม แต่เรื่องที่สอง...คำพูดสุดท้ายของคนตายที่ฝากมากับลูกน้องของเขา ทำให้ทนอยู่เฉยไม่ได้


ไม่คิดว่าเป้าหมายที่อยากจะจัดการให้เด็ดขาด แม้ตายไปแล้วก็ยังไม่ต่างกับอยู่เป็นหอกข้างแคร่ หนำซ้ำยังเป็นหอกข้างแคร่ที่ทำให้ไม่อาจหยุดอยู่แค่ศพเดียว!


...ใช่...คนตายไปแล้ว ไม่ควรฟื้นฝอย แต่ตายไปแค่หนึ่ง ยังมีคนที่ต้องตายอีก!...


“พอดีช่วงนี้ยุ่งมาก อาจจะไปไม่ได้นะครับ” พิทักษ์เป็นฝ่ายเอ่ยปาก ชายร่างท้วมเบี่ยงสายตามาที่คนพูด ก่อนจะหันกลับไปมองข้าราชการอย่างจิณณะอีกครั้ง


ใครๆก็พูดกันว่าหลานชายของคุณเทียมสนิทสนมกับปลัดจิณณะ นั่นทำให้นายไพศาลต้องหันมามองปลัดหนุ่มจากกรุงเทพฯคนนี้ใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยมองข้าม


คนที่ทำให้ผู้ใหญ่ของเขาต้องออกปากว่าให้อยู่เฉยๆ ก็แสดงว่าต้องมีคนใหญ่คนโตที่นี่ ‘ขอ’ ไป เขาไม่เห็นว่าจะมีใครที่นี่ใหญ่โตได้เท่าคุณเทียมอีกแล้ว แล้วคุณเทียมจะขอไปเพื่ออะไร เพื่อพิทักษ์อย่างนั้นหรือ หรือเพราะพิทักษ์ขอความช่วยเหลือแทนคนของตนเอง


“น่าเสียดาย ผมอยากให้ไป เราจะได้รู้จักกันมากขึ้น ผมมันคนแก่ก็อยากคบค้ากับคนหนุ่มไฟแรงอย่างปลัดจิณณะและคุณพิทักษ์” คนถูกชวนได้แต่ยิ้ม มาคราวนี้ปลัดหนุ่มไม่หุนหันตอบอะไรรวดเร็วแล้ว เพราะเขาเองก็รู้สึกประหลาดกับการเข้ามาสร้างความสนิทชิดเชื้อของนายไพศาลเช่นกัน


“แต่ถ้าว่าง ก็เชิญนะครับ แล้วถ้ามีอะไรให้ช่วย บอกผมได้เลย ยินดี” ไพศาลทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป จิณณะไม่ได้หันมองตาม เขาก้มหน้าตักอาหารเข้าปากไปหนึ่งคำ แล้วเงยหน้ามองพิทักษ์ที่มองเลยผ่านไปทางด้านหลังเขาตามทิศที่นายไพศาลจากไป


“พี่ว่าแปลกไหม”


พิทักษ์เหลือบมามองคนถาม ใบหน้าเรียบเฉยทว่ามีแววกังวลในดวงตา


“วันนี้ให้เพื่อนกลับไปนอนที่บ้านเขาได้แล้ว...”


จิณณะเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ทันได้ถาม คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เป็นฝ่ายพูดเสียเอง


“นายไพศาลเปลี่ยนเป้าหมายแล้ว...” ปลัดหนุ่มชะงัก หัวใจเย็นเยียบ ความกลัวตายพุ่งทะยานเข้ามากลางใจอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องระบุชื่อเลย ว่าเป้าหมายเปลี่ยนเป็นใคร


เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะละล่ำละลักถาม


“ผ...ผม...ควรทำยังไงดี”


คนถูกถามนิ่งคิดอึดใจหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก


“จะมาค้างบ้านพี่ หรือจะให้พี่ไปค้างที่บ้าน”


เป็นการย้อนถามที่ทำให้ปลัดจิณณะลืมความกลัวตายภายในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจที่เย็นเยียบกลายเป็นอุ่นจนร้อน


แค่ประโยคเดียว…ทว่าพลิกหัวใจคนฟังจากหน้ามือเป็นหลังมือ!

………………………….

‘บ้านพักข้าราชการเก่าๆ‘


จิณณะอาศัยเหตุผลข้อนี้ แล้วเลือก ‘ไปค้างบ้านพี่ทิศ’ แทนที่จะให้พิทักษ์มาค้างบ้านพักของเขา


ส่วนเหตุผลที่บอกวรชิตย่อมไม่ใช่การบอกว่าไพศาลเบี่ยงเป้ามาที่เขาแทนแล้ว แต่โชคดีที่เพื่อนคนนี้เข้าใจอะไรง่าย พอบอกว่าจะไปค้างบ้านพิทักษ์ มันก็ทำตากรุ้มกริ่ม คาดว่าคงเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดีมาก


แต่ถึงอย่างนั้น คนจะไปค้างที่อื่นก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องกังวลกับการอยู่คนเดียวมากนัก เขาย้ำหนักแน่นก่อนจะออกจากบ้านพักราชการ


“วันนี้คนที่คุณเทียมส่งมา เป็นมือดีที่สุดที่คุณเทียมมี มึงสบายใจได้”


วรชิตหัวเราะลั่นบ้าน ใจจริงก็ซาบซึ้งความความห่วงใย แต่เวลานี้คือเวลาที่จิณณะกำลังจะออกไปค้างบ้าน ‘แฟน’ แต่ก็ยังไม่วายให้ความอุ่นใจกับเขา


...เหมือนพ่อแม่จะไปฮันนีมูนกัน แต่ก็ยังห่วงลูกที่เฝ้าบ้าน...


“ครับๆคุณแม่ คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อมือคนของญาติคุณพ่อ”


คนฟังถึงกับกะพริบตาปริบๆ ความฉลาดมีไหวพริบจะมาจนแต้มเอาก็ตอนตีความคำพูดตรงเด่ของวรชิตก็วันนี้


ทว่าอึดใจเดียว ดวงตาของจิณณะก็เบิกโต แล้วตวัดขาเตะก้นคนพูดไปที


“แม่มึงสิ!” คนถูกเตะไม่ได้มีสีหน้าโอดโอยซ้ำยังหัวเราะแล้วเดินหนีไปที่ประตู อ้าปากอยากจะตะโกนเรียก ‘พ่อ’ ให้มาพา ‘แม่’ ไปที แต่ติดที่ว่ายังไม่สนิทกับพิทักษ์ถึงขั้นนั้น


“คุณพิทักษ์มาพาไอ้จิณไปได้แล้วครับ อยู่นานแล้วเสียงดัง”


“นี่บ้านกูโว้ย กูเสียงดังได้!” เจ้าของบ้านแต่ตัวจะไม่อยู่ที่นี่โวยวาย เดินปึงปังหน้าตาหงิกงอกระแทกไหล่วรชิตออกจากบ้านอย่างไม่สบอารมณ์ เจ้าของรถหรูที่จอดรอเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย ดูจะชินกับอารมณ์แปรปรวนของจิณณะแล้ว พอรับกระเป๋าเป้มาใส่ท้ายรถ ก็ยังหันไปถามด้วยน้ำเสียงปกติ


“ไม่ลืมอะไรแล้วนะ”


“ไม่” คำตอบสั้นเบา แม้หน้าจะหงุดหงิดคิ้วขมวด แต่น้ำเสียงก็ไม่ใส่อารมณ์กับคนถาม พิทักษ์แตะแขนเบาๆเป็นเชิงให้ขึ้นรถ ก่อนจะหันไปค้อมศีรษะลาวรชิตที่ยืนส่งอยู่หน้าบ้าน จากนั้นจึงก้าวไปยังฝั่งที่นั่งคนขับ


รถหรูเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านพักราชการของจิณณะไปแล้ว พร้อมกับความเงียบสงบกลับมา วรชิตมองตาม ก่อนจะกวาดตามองรอบตัว เมื่อเหลืออยู่เพียงลำพัง ความกลัวก็เริ่มคืบคลานเข้าสู่หัวใจ แม้ปากจะบอกจิณณะว่าไม่ต้องห่วง แต่ใจก็ยังพะวง เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง ความตายอาจเป็นเรื่องง่าย แต่ก็ยากเหลือเกินที่ต้องทำใจยอมรับมัน


วรชิตส่ายศีรษะไปมาเพื่อขจัดความวิตก


เขาต้องสู้ อย่างน้อยก็สู้กับใจตัวเอง กำลังใจที่มีจะลดลงไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

.............................


หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 14-02-2019 22:46:41

รถของพิทักษ์วิ่งไปตามถนนที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร จิณณะอยากจะนั่งเงียบๆ ทำตัวเป็นตุ๊กตาหน้ารถที่ดี แต่ความช่างพูดก็ทำให้เขาอดไม่ไหว


“บ้านพี่...อยู่ไกลจากสนามกอล์ฟเหมือนกันนะ”


ปากถามไปก่อน แม้ว่ารถจะยังไม่จอดก็ตาม แต่คะเนดูแล้ว จากถนนเส้นที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้ไปถึงสนามกอล์ฟที่พิทักษ์ดูแล ก็ใช้เวลาร่วมครึ่งชั่วโมงได้


“ไม่เท่าไร เลือกที่เดินทางสะดวก จะได้เข้ากรุงเทพฯง่ายด้วย”


จิณณะชะงักเล็กน้อย ถึงแม้พวกเขาจะคบหากันมากขึ้น เจอกันแทบทุกวัน แต่เรื่องส่วนตัวของกันและกันกลับไม่รู้เลย


...อย่างเช่น พิทักษ์เลือกบ้านที่เดินทางสะดวกเข้ากรุงเทพฯง่าย เพราะ?...


...แฟนรึเปล่า...


ไม่สิ จิดาภาเคยบอกว่าลูกเลี้ยงของตนเองโสด


แต่...พ่อแม่มักไม่รู้ทุกเรื่องของลูก พิทักษ์อาจจะมีคนที่แอบคบหา หรือ...อาจมีคนที่กำลังจีบอยู่


...ผู้หญิงคนนั้นที่เคยมาหาพิทักษ์ที่สนามกอล์ฟอีกล่ะ ...


“พี่ทิศเข้ากรุงเทพฯบ่อยหรือ” จิณณะถามนำ คราวนี้ไม่ใช่แค่ความอยากรู้อยากเห็นจากนิสัยแล้ว แต่เป็นความรู้อยากเห็นจากหัวใจ


หัวใจที่กำลังสนใจใครสักคน


ก็ต้องอยากรู้ว่าใครคนนั้นมีคนที่สนใจอยู่รึเปล่า


...เพื่อจะได้ตัดใจ?...ไม่ใช่...คนอย่างจิณณะไม่เคยตัดใจเสียที ความรู้สึกที่มี เป็นเรื่องของหัวใจ ถ้าพิทักษ์มีใครอีกคนอยู่แล้ว เขาก็แค่...เก็บความรู้สึกเอาไว้กับใจตัวเองก็เท่านั้น...


“บ่อย บางทีก็เข้าแต่เช้าไปทานข้าวกับแม่ภา” คนมุ่งมั่นคิดจะหาคำตอบว่าพิทักษ์มีใครที่สนใจอยู่บ้างรึเปล่าถึงกับชะงักกึก


“น้าภาน่ะหรือ” เขาหันไปถามทันควัน พิทักษ์หันมามอง ยิ้มน้อยๆแล้วพยักหน้า


“ใช่ พ่อไม่ค่อยว่าง บางทีก็ออกแต่เช้า ส่วนน้องชายอยู่ต่างจังหวัด แม่ภาทานข้าวคนเดียวบ่อยๆ ก็เลยแวะเข้าไปทานด้วย”


“แวะ?” จิณณะทวนคำ เพราะฟังดูแล้วเหมือนพิทักษ์ขับรถอ้อมโลก เข้ากรุงเทพฯไปแวะทานข้าวเช้าแล้วค่อยออกมาที่สนามกอล์ฟ


คนถูกแย้งหัวเราะเบาๆ


“จิณพูดเหมือนแม่ภา ว่านี่ไม่เรียกแวะ แต่แม่ภาดีต่อพี่ ต่อพ่อ ต่อน้อง ตอนเราไม่มีใคร แม่ภาคอยดูแล มาวันนี้...ก็แค่อยากตอบแทนแม่ภาบ้าง” พิทักษ์นับถือจิดาภาเป็นแม่อีกคน แม้จะไม่ได้อุ้มท้องเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่จิดาภาสร้างและมอบให้คือความรักและเอาใจใส่นับตั้งแต่หล่อนก้าวเข้ามาในครอบครัวของเขา มาวันนี้สิ่งที่หล่อนได้รับกลับคืนจากพิทักษ์จึงแทบไม่แตกต่างกัน


รวมไปถึง...การที่พิทักษ์ยอมช่วยจิณณะก็อยู่ในสิ่งที่เขาตั้งใจจะทดแทนบุญคุณจิดาภาด้วย


เป็นอันว่าคนที่อยู่ในความสนใจของพิทักษ์ในเวลานี้คือน้าสาวของจิณณะ


แล้ว...มีคนอื่นอีกรึเปล่า


“แล้ว...ปกติพี่ไม่ไปหาเพื่อน หา...เอ่อ...หาที่เที่ยวที่กินดื่มบ้างหรือ” คนถูกถามเลิกคิ้วเล็กน้อย เห็นจิณณะทำเป็นมองตรงไปเบื้องหน้า แต่สีหน้าครุ่นคิดราวกับมีเรื่องแอบแฝงในคำถามเหล่านั้น


“หาเพื่อนบ้าง นานๆที”


“แล้ว...แฟน...”


“ไม่มีแฟน”


“แต่...เอ่อ...ผมจำได้ว่าเคยมีผู้หญิงมาหาพี่...”


“ผู้หญิง...อ้อ อรหรือ นั่นรุ่นน้อง” เป็นสถานะครึ่งๆกลางๆในความรู้สึกของจิณณะ จะว่าเพื่อนก็ไม่ใช่ แฟนยิ่งแล้วใหญ่ คือไม่ใช่ เป็นรุ่นน้อง...ที่ไม่ใช่เพื่อน แต่อนาคตอาจจะพัฒนาไปเป็นอย่างอื่นก็ได้


“สวยดีนะ...” จริงๆแล้วจิณณะลืมหน้าตาหญิงสาวคนนั้นไปแล้ว แต่ก็จำต้องพูดเรื่องความสวยขึ้นมา เพราะอยากรู้ว่าพิทักษ์จะมีปฏิกิริยาอะไรบ้างไหม


แล้วสิ่งที่เขาได้คือเสียงหัวเราะเบาๆในคอ


“ชอบแบบนั้นหรือ” จิณณะสะดุ้ง ตาโต


“เฮ้ย ไม่ใช่...”


“แล้วชอบแบบไหน” คราวนี้คนพูดเก่งถึงกับอึกอัก หนึ่งคือเขาก็ไม่รู้ว่าสเป็คของตนเองเป็นแบบไหน และสอง...เขารู้ว่าตอนนี้ตนเองกำลังชอบ 'ใคร'


ดวงตาเหลือบมาทอดมองคนข้างกาย ก่อนจะเบี่ยงสายตาออกไปทางอื่น


“ผมมีคนตามเก็บอยู่นะพี่ ไม่กล้าคิดเรื่องอื่นหรอก”


“ฟังดูไม่เหมือนเป็นจิณที่พี่รู้จัก”


คนที่สู้อุตส่าห์เบี่ยงสายตาหนีไปมองถนนแล้วพลันต้องหันกลับมามองคนพูดอีกครั้ง


“ผมที่พี่รู้จักเป็นยังไง”


“เป็นคนที่ต่อให้มีอะไรเกิดตรงหน้า แต่ถ้าคิดจะทำก็จะทำอยู่ดี ต่อให้มีเรื่องคนตามเก็บ แต่ถ้ามีใครสักคนอยู่ในใจ ยังไงก็คือมี...จริงไหม” ถูกมองออกทะลุปรุโปร่ง จนจิณณะอ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจ


“พี่อ่านผมเก่งเกินไปแล้ว”


“แสดงว่ามี...”


ปลัดหนุ่มไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีหรือไม่ เขาไม่รู้ว่าพิทักษ์คิดอย่างไรกับเรื่องแบบนี้ ตัวเขาไม่ได้มองว่ามันผิดแปลก แต่ก็ต้องยอมรับว่าให้อย่างไร ความรู้สึกที่ไม่ได้เกิดกับเพศตรงข้ามก็เป็นเรื่องที่สังคมมองด้วยสายตาดูแคลนอยู่ดี ไหนจะเรื่องที่เขามีปัญหารัดตัวอยู่นี่อีก


แต่...อย่างไรเสียความจริงก็คือความจริง ความจริงที่ว่า...เขามี...คนที่อยู่ในใจ


“ครับ” เขายอมตอบตามตรง ภายในรถเกิดเป็นความเงียบชั่วอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จะได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจยาว


ทั้งๆที่คิดจะพูดเรื่องนี้หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น แต่ในเมื่อเวลานั้นมันยังมาไม่ถึง และไม่รู้จะมีวันนั้นไหม ในเมื่อวันนี้มีโอกาส...เขาก็จะลอง


“...ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะชอบเขา ไม่เคยคิดเลยสักนิด เราไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ถ้าเจอกันก่อนหน้านี้ ผมอาจรำคาญเขาด้วยซ้ำ แต่มันเหมือน...สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เขาเข้ามาในเวลาที่ผมมีปัญหาหลายๆอย่างพร้อมกัน...”


จิณณะเว้นวรรคเล็กน้อย ราวกับรอคอยว่าคนฟังจะมีท่าทีอะไรหรือไม่ จะรู้บ้างไหมว่าเขากำลังพูดถึงเจ้าตัว แต่พิทักษ์ไม่พูดอะไร ราวกับกำลังตั้งใจขับรถและตั้งใจฟังไปในคราวเดียวกัน


“ผมเคยคิดว่าถ้าผมจะชอบใครสักคน ใครคนนั้นต้องทำให้ผมอยู่กับเขาแล้วมีความสุข แต่พี่ก็เห็นว่าตอนนี้ชีวิตผมมีแต่ปัญหา ความสุขเป็นเรื่องเกินตัว เขาเองก็ไม่ใช่เทวดาจะมาสร้างความสุขให้ผมในเวลาแบบนี้ แต่...สิ่งที่เขาให้ผมคือความสงบ...”


จากที่เคยคิดว่าจะอยู่กับคนที่สามารถทำให้มีความสุขได้ เวลานี้จิณณะกลับพบว่ายามอยู่กับพิทักษ์ ไม่ใช่เรียกว่าความสุข แต่เป็นความสงบและอุ่นใจ


ทั้งๆที่พิทักษ์ไม่ได้มีอะไรวิเศษไปกว่าใคร ทั้งๆที่พิทักษ์ก็ไม่ได้มีอำนาจบารมีอะไร ยังต้องอาศัยพึ่งพาคุณเทียม แต่...เขากลับรู้สึกว่าถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ ปัญหาที่กำลังรายล้อมอยู่ในเวลานี้ ให้อย่างไรก็เป็นเพียงสิ่งที่อยู่รอบนอก


...ยามมีพิทักษ์อยู่เคียงข้าง พื้นที่ของเขาปลอดภัย...


...ไม่เรียกว่าความสงบจะเรียกว่าอะไร...


...ไม่เรียกว่าความอุ่นใจจะเรียกว่าอะไร...


...ไม่ใช่แค่ที่พึ่งทางกาย แต่รวมถึงที่พึ่งทางใจ...


“ถ้าเพื่อนผมมาได้ยิน ทุกคนต้องคิดว่าผมไม่ใช่จิณณะคนเดิมแน่ๆ ไอ้จิณคนก่อนหน้านี้มันรู้จักความสงบซะที่ไหน” จิณณะหยอกตนเอง เขาเองก็ไม่คิดว่าวันนี้จะมาพูดเรื่องความสงบในขณะที่ชีวิตกำลังปั่นป่วน ไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง การที่พิทักษ์อยู่กับเขาในวันนี้ ทำให้มุมมองของเขาเปลี่ยนไป


จากที่คิดจะรักชอบคนที่สร้างความสุข สร้างความสนุกสนานให้กับชีวิต จิณณะพบว่า...แค่มีชีวิตที่สงบก็เพียงพอแล้ว


...แค่เพียงมีพิทักษ์อยู่ ชีวิตก็สงบแล้ว...


“แล้วคิดว่าจิณเป็นความสงบของเขาคนนั้นไหม” คำถามของคนที่เงียบมาพักหนึ่ง ทำเอาจิณณะชะงัก


พิทักษ์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาขับรถ เหมือนไม่ได้เป็นคนตั้งคำถามเมื่อครู่นี้ แต่ในรถมีกันแค่สองคน หากไม่ใช่พิทักษ์ถาม ก็ไม่รู้ว่าผีสางที่ไหน


“ตัวก่อปัญหาอย่างผมจะไปเป็นความสงบของใครได้ล่ะ”


พูดไปแล้วก็เหมือนด่าตัวเอง แต่แค่ความสงบในชีวิตยังต้องหาจากพิทักษ์ จิณณะก็ไม่หน้าด้านจะบอกว่าตัวเองเป็นความสงบของใครได้ลง


รถยนต์เลี้ยวเข้าจอดสนิทที่หน้าประตูรั้ว แขกที่จะมาค้างในคืนนี้เพิ่งรู้ตัวว่าพวกเขามาถึงบ้านของพิทักษ์แล้ว แต่ไม่ทันจะมองรอบกาย เสียงทุ้มก็ดังขึ้นอีกครั้ง


“ถ้าเขาเป็นความสงบ ก็อย่าปล่อยเขาไป แล้วถ้าเขาไม่ได้บอกให้จิณไปจากชีวิตของเขา ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นตัวปัญหาอีก...”


ปลัดหนุ่มหันกลับมามอง คราวนี้พิทักษ์ไม่ต้องมองถนนอีกแล้ว จึงหันมามองเขาเต็มสองตา และเป็นการมองเต็มสองตาที่ทำให้นิ่งงัน


“อีกอย่าง...ความสงบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าวันนี้เขายังอยู่ข้างๆจิณ พี่ว่า...เขาก็มองจิณเป็นความสงบของเขาเหมือนกัน”

..............................

‘…มองจิณเป็นความสงบของเขาเหมือนกัน’


‘…มองจิณเป็นความสงบของเขาเหมือนกัน’


‘…มองจิณเป็นความสงบของเขาเหมือนกัน’


จิณณะเพิ่งรู้เอาก็ตอนนี้ว่าคนที่ตนเองอุตส่าห์ยกให้เป็น ‘ความสงบ’ ของชีวิตในช่วงที่ปัญหารุมเร้านั้น กลายร่างเป็นคนก่อความไม่สงบในใจของเขาไปแล้ว


...แล้วคืนนี้จะนอนยังไง...


...จะนอนยังไงทั้งๆที่ใจเต้นแรงขนาดนี้...


“นอนได้ไหม...” ประตูห้องถูกเปิดเข้ามาโดยเจ้าของบ้าน ทำเอาคนกำลังว้าวุ่นนั่งไม่ติดสะดุ้งเฮือก เขาหันไปมองพิทักษ์ที่ยืนอยู่ที่ประตู ก่อนจะกระแอมไอเพื่อเรียกสติตัวเอง


“ได้สิพี่”


บ้านของพิทักษ์เป็นบ้านสองชั้น มีห้องนอนสองห้อง ห้องที่เขาพักเป็นห้องนอนเล็ก คาดว่าน่าจะสำหรับแขก ส่วนพิทักษ์นอนอีกห้องหนึ่ง


เจ้าของบ้านพยักหน้ารับรู้ แต่ยังยืนคาที่ประตู จิณณะผู้มีไฝที่ปากก็กลายเป็นคนหัวสมองตีบตันคิดเรื่องพูดไม่ออก


“เอ่อ...พ...พรุ่งนี้ ต้องออกกี่โมง”


“เจ็ดโมงก็ทัน รถไม่ติดหรอก” แล้วทั้งห้องก็เงียบลงอีก คราวนี้คนที่ยืนอยู่หน้าประตู หมุนตัวจะเดินจากไป แต่เสียงของจิณณะดังขึ้น


“พี่ทิศ”


เจ้าของชื่อหันกลับมามอง คนเรียกขบริมฝีปากตัวเอง อะไรบางอย่างในใจผลักดันให้เขาพูดออกไป


“เรื่องที่เราคุยกันในรถ พี่รู้รึเปล่าว่าผมหมายถึงใคร”


ดวงตาสองคู่สบกัน แม้เจ้าของคำถามจะไหวหวั่นกับคำตอบ แต่ก็เข้มแข็งพอที่จะรับรู้ความจริง ส่วนคนถูกถาม...ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าในดวงตามีแววยิ้มจาง


“แล้วรู้ไหมว่าพี่หมายถึงใคร”


ปลัดหนุ่มได้แต่กะพริบตาปริบๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พิทักษ์ก้าวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว ใบหน้าไม่บ่งอารมณ์ของเจ้าของบ้านเป็นอย่างไรก็ยังเป็นอย่างนั้น ทว่าดวงตาที่จับจ้องมากลับทำให้หัวใจเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดจากอก


ทั้งๆที่ไม่มีคำพูดอะไรเลย แต่ดวงตาของพิทักษ์มองตรงไม่วอกแวกไปไหน ราวกับเฉลยคำถามของตนเองด้วยตาคู่นี้...


“ผ...ผม...เป็นผมหรือ...” ปลัดอำเภอที่เคยพูดเก่งได้แต่ครางตะกุกตะกัก


คราวนี้ไม่เพียงเห็นแววยิ้มในดวงตา แต่ริมฝีปากยกขึ้นจางๆด้วย พิทักษ์ขยับเข้าใกล้มากขึ้นอีกนิด ดูเหมือนปลัดหนุ่มจะรู้ตัว แต่พอจะขยับถอย แขนของอีกฝ่ายกลับกวาดมารั้งเอวของเขาไว้


คนถูกโอบเอวสะดุ้งเฮือก ก้มลงมองแขนที่ฉุดเอวลากเขาเข้าใกล้ ดวงตาตื่นๆมองแขนนั้นสลับกับเงยหน้ามองเจ้าของแขน


เป็นสีหน้าเหรอหรา งุนงง ทั้งมึนทั้งเบลอจนพิทักษ์อดไม่ไหว ยื่นหน้าเข้าหาแล้วกดริมฝีปากลงกับริมฝีปากที่เผยอค้างอย่างแผ่วเบา


จิณณะสะดุ้งอีกรอบ สองแขนรีบยันร่างของอีกฝ่ายพร้อมกับเบี่ยงหน้าหนี แต่พิทักษ์กลับยืนมั่นคง นอกจากจะไม่สะเทือนกับแรงดันของเขาแล้ว ยังกระชับแขนรอบเอวให้เข้าแนบชิด มืออีกข้างกดด้านหลังศีรษะของจิณณะให้อยู่นิ่งรองรับรสสัมผัสที่เน้นหนักมากขึ้นทุกที


ทั้งเบียดชิด ทั้งดูดดึงและขบเม้ม ยิ่งหนีก็ยิ่งถูกตาม ยิ่งพยายามถอยก็ยิ่งถูกบดขยี้จนแทบไม่มีช่องว่าง ไม่เปิดโอกาสแม้แต่จะให้หายใจสักนิด จิณณะไม่กล้าเปิดปากประท้วง เพราะรู้ดีว่าต่อจากการถูกบดเบียดด้วยริมฝีปากคือการถูกบุกรุกด้วยปลายลิ้น ได้แต่ครางอื้ออึง ข่มตาคิ้วขมวด อึดอัดผสมวาบหวามจนมือไม้เย็นเฉียบไปหมด


จนกว่าเจ้าของบ้านจะพอใจ จึงยอมถอนริมฝีปากออก ทว่าก็แค่ถอยห่างเล็กน้อยแต่ยังโอบเอวเอาไว้เพื่อดูสีหน้าซีดขาวที่กลายเป็นแดงก่ำ ริมฝีปากที่มีไฝเม็ดเล็กบวมช้ำและแดงเจ่อ สายตาเลื่อนลอยเหมือนยังตกอยู่ในภวังค์


...น่าจูบซ้ำอีกสักที...


ทว่าพอเขาจะยื่นหน้าเข้าหา มือที่ดันอกเขาอยู่ในตอนแรกก็ถูกยกขึ้นมาตะปบหน้า


“เดี๋ยวๆ พี่จูบซ้ำไม่ได้ ขอผมตั้งสติก่อนสิ!”


พิทักษ์ดึงมือออก


“เราใจตรงกัน”


“ก...ก็ใช่ แต่ผมไม่เคยจูบกับผู้ชาย!” เวลานี้เหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลก็ถูกยกขึ้นมาบังหน้าแล้ว จิณณะขอเวลาตั้งสติ ตั้งตัวสักหนึ่งหรือสองนาทีก็ยังดี จู่ๆให้รับรู้ว่าตัวเองสมหวังปุ๊บแล้วถูกจูบปั๊บ มันก็ปรับตัวปรับใจไม่ทันไปหน่อย


“พี่ก็ไม่เคย จิณเคยบอกว่าวินวิน...”


“ผมเคยบอกตอน...ไห...น...” พอจะย้อนถาม ภาพที่ตนเองเคยไปขอร้องให้พิทักษ์มาช่วยเหลือเป็นแฟนกำมะลอก็ย้อนกลับเข้ามาในสมอง ยามนั้นเขาอ้างเหตุผลให้กับการที่ทั้งเขาและพิทักษ์ต่างเป็นชายที่ไม่เคยมีคนรักเป็นชายมาก่อน ว่าเป็นเรื่อง ‘วินวิน’ คือได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย มาวันนี้ พิทักษ์ก็เลยยกคำนี้มาใช้ย้อนเขาแทน


“นึกออกแล้วใช่ไหม คราวนี้พี่จูบซ้ำได้หรือยัง...”


จิณณะตาค้าง ไม่ทันตอบอะไรก็ถูกจูบซ้ำอีกครั้งไปแล้ว...

…………………………

มีคนพูดกันว่าอย่าปลุกเสือหลับ


พิทักษ์คือเสือหลับที่แท้จริง เพราะหลังจาก ‘จูบซ้ำ’ ก็มี ‘จูบซ้ำๆ’ ตามมาอีก 2 ครั้ง กว่าจะยอมปล่อย ปลัดหนุ่มก็แข้งขาอ่อนยวบ ตอนแรกที่ใจว้าวุ่นจนนั่งไม่ติด พอถูกจูบติดๆกัน 4 ครั้งเลยได้แต่นั่งแปะบนเตียง ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆในคอของเสือหลับที่ถูกปลุก


“พี่กลับห้องไปเลย” แม้ไร้เรี่ยวแรงจะยืน แต่ปากยังใช้ได้อยู่ แถมดวงตายามตวัดมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็วาวโรจน์เหมือนเคืองขุ่น ทั้งๆที่เมื่อครู่คล้อยตามกับรสสัมผัสไปไม่น้อย


ตรงข้ามกับพิทักษ์ ดวงตาที่ทอดมองมายังคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงนั้นทั้งขันทั้งเอ็นดู เขาวางมือลงบนศีรษะของจิณณะ แน่นอนว่าทำเอาอีกฝ่ายก็ถึงกับสะดุ้ง แต่เมื่อเขาลูบเบาๆ ก็ดูเหมือนจิณณะจะนิ่งลง


เขาวางมืออยู่อย่างนั้นอึดใจหนึ่งก่อนผละออก


“กู้ดไนท์” เจ้าของบ้านเอ่ยเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังประตูห้อง แต่ไม่ทันเปิดประตู เสียงของคนที่นั่งอยู่ปลายเตียงก็ดังขึ้น


“ผมเป็นความสงบของพี่จริงๆหรือ”


เป็นคำถามที่พิทักษ์ไม่คิดว่าจะถูกถาม แม้แต่เจ้าของคำถามเองก็ดูไม่แน่ใจกับคำถามของตนเองด้วยซ้ำ


เจ้าของบ้านหันกลับมามอง ดวงตาคู่นั้นทำให้หัวใจของจิณณะสั่นสะท้าน ได้ยินเสียงตอบสั้นแต่หนักแน่น


“อืม”

……………………………..

 “ไอ้จิณ! ไอ้จิณ!”


จิณณะสะดุ้งโหยง ตาเหลือกมองรอบตัวแล้วก็พบว่าตนเองนั่งอยู่ในที่ว่าการ เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครที่ไหน วรชิตเพื่อนปลัดฝ่ายป้องกัน


“ให้มันน้อยๆหน่อยนะมึง ไปค้างบ้านคุณพิทักษ์คืนเดียว มาวันนี้นั่งเหม่อในเวลาราชการ” วรชิตหยอก ทำเอาคนนั่งเหม่อในเวลาราชการได้แต่กลืนน้ำลายหลายๆอึก จะปฏิเสธว่าไปค้างอย่างเดียวไม่มีอะไรอย่างที่เพื่อนคิด ก็พูดไม่ออก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจะเรียกว่าไปค้างอย่างเดียวไม่ได้


ต้องบอกว่า... ‘เราใจตรงกันแล้ว’


แล้วก็...โดน ‘จูบซ้ำ’ ไปหลายทีแล้ว


จิณณะไม่ใช่ชายหนุ่มบริสุทธิ์ผุดผ่อง จูบแรกนั้นผ่านมานานมากแล้ว แถม ‘จูบซ้ำ’ แบบเมื่อคืนก็เคยออกบ่อย แต่...หากจะบอกว่าจูบเมื่อคืนมันติดอยู่ในใจก็ไม่ผิด


“เฮ้ย! เหม่ออี๊ก!” เสียงของวรชิตดังขึ้นอีกครั้งตามด้วยเสียงหัวเราะ ดึงสติจิณณะออกมาจากเรื่องเมื่อคืนที่เขาคิดซ้ำซาก ไม่รู้ว่าอะไรติดอยู่ในใจมากกว่ากัน ระหว่างจูบซ้ำๆของพิทักษ์กับเสียงตอบคำว่า ‘อืม’ เมื่อเขาถามว่าตนเองเป็นความสงบของพิทักษ์จริงหรือ


 แล้วพอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน...ใจก็ไม่สงบอีกแล้ว


“ไม่ไหวจริงๆแล้วมึงนี่ คุณพิทักษ์ครับ มาพาไอ้จิณไปปรับทัศนคติเถอะ” ชื่อของพิทักษ์ที่หลุดออกมาจากปากของเพื่อนทำเอาจิณณะหันมองซ้ายขวา มารู้ตัวว่าพิทักษ์จะมาอยู่ที่ที่ว่าการในเวลาทำงานอย่างนี้ได้อย่างไรก็เมื่อตอนที่หูได้ยินเสียงหัวเราะอีกรอบ


“สงสัยเรื่องเมื่อคืนจะดีมาก พูดถึงคุณพิทักษ์นิดเดียว มองหาซะคอแทบเคล็ด” ปฏิเสธไม่ได้เพราะความจริงเป็นอย่างที่วรชิตว่า จิณณะเลยตีสีหน้าหงุดหงิดกลบเกลื่อน


“ถ้ามึงไม่มีอะไรทำก็กลับไปทำงาน!”


“งานกูคือพี่จรให้มาเรียกมึงไปหา” พี่จรที่ว่าคือกำจรผู้เป็นนายอำเภอ จิณณะเหลือบมองไปยังห้องทำงานของหัวหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเคาะประตูแล้วจึงเปิดเข้าไป


กำจรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน พอเห็นเขาเข้าพบ ก็วางแฟ้มในมือลงทันที


“จิณ พี่มีเรื่องจะวานหน่อย”


จิณณะยืนรอฟังคำไหว้วานอย่างสงบ


“เสาร์นี้คุณไพศาลมีงานเลี้ยง เขาเชิญพี่แต่พี่ไปไม่ได้ เห็นคุณไพศาลว่าจิณรู้จักกับเขา ถ้ายังไงไปแทนพี่หน่อยได้ไหม” ความสงบของจิณณะพังครืน ตาเหลือกโตอ้าปากค้าง


“หะ?!”


“ถ้าคนของที่ว่าการไม่มีใครไปเลยก็น่าเกลียด จิณก็รู้ว่าคุณไพศาลบริจาคแอร์ตัวข้างล่างให้เรา”


ที่ว่าการเป็นอาคารเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วนผูกติดมากับตัวอาคาร รวมถึงเครื่องปรับอากาศที่ชั้นล่างด้วย ฤดูร้อนปีก่อน เครื่องปรับอากาศทำได้แค่เป่าลมออกมาโดยปราศจากความเย็น นายไพศาลเลยบริจาคเครื่องปรับอากาศชุดใหญ่ แน่นอนว่าลงบัญชีของบริจาคเรียบร้อยตามหลักการ แต่เหนือหลักการคือซื้อใจนายอำเภอไปด้วย


“แล้วทำไมเป็นผมล่ะ” ปลัดอำเภอในที่ว่าการมีอีกหลายคน จิณณะไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะถูกกำจรมองเป็นตัวเลือกแรกในการไปร่วมงานเลี้ยงพรรค์นี้


“ก็คุณไพศาลบอกว่าแกรู้จักกับจิณ เอาหน่า ไปให้พี่หน่อย คุณพิทักษ์ก็น่าจะไปไม่ใช่หรือ” ทั้งๆที่ใจอยากปฏิเสธ เพราะตกลงกับพิทักษ์และคุณเทียมเอาไว้แล้วว่าพวกเขาจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยงของนายไพศาล แต่ดูเหมือนรายนั้นจะรู้ถึงได้เข้าทางหัวหน้าของเขาอย่างนี้


แล้วแบบนี้ จะปฏิเสธก็ไม่ได้เสียด้วย


จิณณะออกจากห้องทำงานของนายอำเภอ ถอนฉุนทีหนึ่งก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือเดินออกไปข้างนอก กดยุกยิกแล้วรอปลายสายแค่อึดใจเดียว ก็กรอกเสียงลงทันทีที่อีกฝ่ายรับ


“พี่ทิศ เกิดเรื่องแล้ว”


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

ไม่ได้ตั้งใจที่ตอนนี้จะลงวันวาเลนไทน์เลยค่ะ มันพอดีจริงๆ สมกับความเป็นกิ่งทองใบหยกของพี่ทิศและปลัดจิณ ฮ่าฮ่า 

คราวนี้เรื่องเกิดไม่ใช่เพราะปลัดแล้ว แต่เรื่องเกิดปุ๊บ ก็โทร.ฟ้องพี่ทิศปั๊บ พี่ทิศต้องดีใจนะคะที่เป็นที่พึ่งให้ปลัดได้ขนาดนี้

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และทุกกำลังใจเหมือนเคย ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: gingivalis ที่ 14-02-2019 23:13:15
โอ๊ย... ฟินนนนน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 14-02-2019 23:19:06
กร๊าวใจมากตอนที่เค้าบอกว่าใจตรงกันเนี่ย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Naeon ที่ 14-02-2019 23:20:12
พี่ทิศ!!!! ขึ้นอันดับหนึ่งพระเอกในดวงใจเลย  :mew1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 14-02-2019 23:21:08
โอ๊ยยยยย ฉันเขินนนน พี่ทิศเฉลยคำตอบเร็วไป๊ อยากเห็นน้องลังเลไปอีกสักตอนสองตอน แบบว่าเข้าใจว่าตัวเองแอบรักข้างเดียวอยู่ ไรงี้  :o8:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: psyfer ที่ 14-02-2019 23:26:49
อุ๊ยตัย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 14-02-2019 23:28:08
ทำไมเขิล..ลลลลลลลลลล    :m3: :m3: :m3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 14-02-2019 23:30:18
 พี่ทิศน่าร้ากกกกกกกก ใจตรงกันสักที ดีที่สองคนนี้ไม่ใช่คนปากแข็ง ยอมรับกันง่ายๆ นึกว่าจะต้องรอไปอีก 2-3ตอน ดีใจจจจจจ

ส่วนนายไพศาล!!!!!! ชุ้นจะฟาดดดด อย่ามายุ่งกับปลัด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 14-02-2019 23:34:36
"เขาก็มองจิณเป็นความสงบของเขาเหมือนกัน".....ประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก
พอใจตรงกับปุ๊บก็สปาร์คกันปั๊บ สมกับเป็นคนหนุ่มจริง ๆ
ขอบคุณสำหรับความหวานในวันแห่งความรักนะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 15-02-2019 00:00:27
มีสารภาพรักกันเล็ก ๆ ว่าแต่คุณไพศาลนี่ยังไง ขนาดโดนเตือนก็ยังไม่มีเกรงกลัว
ทำไมถึงต้องการฆ่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ขนาดนั้น
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 15-02-2019 00:07:43
ถึงขั้นโทรศัพท์หลุดมือ เขินแทนจนมือไม้อ่อน
พี่ทิศวิทยายุทธล้ำมาก จูบซ้ำๆๆๆๆ โคตรฟิน

ชอบค่ะ น่ารักทั้งคู่เลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 15-02-2019 00:10:58
ว้าวๆๆๆๆๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 15-02-2019 00:15:55
งุย~~~ คนจริงไม่ต้องพูดเยอะ
รู้ว่าน้องสารภาพปุ๊บ จับจูบซ้ำๆ ไปเลยจ้า 555

มันดีนะ ที่เราจะเจอคนที่เป็นความสงบและวางใจไว้ด้วยได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Luxfern ที่ 15-02-2019 00:19:41
เขินพี่ทิศ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 15-02-2019 00:26:09
“จะมาค้างบ้านพี่ หรือจะให้พี่ไปค้างที่บ้าน”
คำถามนี้เป็นเหตุให้โดนจูบ เพราะตกลงไปค้างบ้านพี่เค้า
โอ้ยยยย !!! ทั้งขำ ทั้งเขิล 55555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: nonnn ที่ 15-02-2019 00:28:06
พี่ทิศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศศ
บ้าไปล้าววววววววววววว จะกร้าวใจแบบนี้ไม่ด้ายยยยย น้องจะตายยยยยยยยยยยยยยย
คนอะไร... พอรู้ว่าใจน้องตรงกับตัวเองแล้วก็ตะโบมจูบเอาๆ ปากน้องช้ำหมดแล้วค่าาา
ส่วนน้องจิณนี่ก็นะ...ใจนักเลงพอ รักก็บอกรัก ชอบก็บอกชอบ ตรงๆเว้ยตรงๆ *ยกมือทุบอก*
ละพี่ทิศก็แหมมมม ถ้าไม่บอกว่าพี่ทิศเป็นนักธุรกิจนี่ก็คงคิดว่าพี่แกรับจ๊อบเป็นลิเกล่ะค่าาา
คำพูดแต่ละคำที่หลุดออกมาจากปากพี่ทิศนี่คนอ่านต้องม้วนเขินไปแล้วล้านตลบ
ละถามว่าน้องจิณนี่ต้องทำหน้ายังไง ต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่กันสองต่อสองกะพี่ทิศล่าาาา
โธ่เอ้ยยยย ไม่อยากดูเป็นคนเลวเลยถ้าจะบอกว่าอยากขอบคุณตัวโกงเหลือเกินที่เปลี่ยนเป้าหมายแล้ววว
เพราะถ้าไม่เพ่งเป้ามาที่น้องจิณ ชาวเราก็คงไม่มีวันได้เห็นเสือ(หลับ)แบบพี่ทิศตื่นมากระโจนเข้าใส่เหยื่อแบบนี้หรอกค่าา
อุแหม่ ของเค้าดีและแรงมากจริงๆ รวดเร็วปานจรวด....น้องจิณก็ย้ายไปนอนบ้านพี่ทิศกันล่ะจ้าาา
เยี่ยมบ้านครั้งแรกก็เจอปล้นจูบล่ะ ละเยี่ยมบ้านครั้งต่อไปนี่เสือจะตะครุบเหยื่อแบบไหนหว่า???:haun4: :haun4:
ละอยากบอกว่าทั้งหมดที่เห็นมาดูเหมือนพี่ทิศจะเป็นคนสุภาพ นิ่งขรึม ใจเย็น เห็นทีงานนี้ขอเปลี่ยนความคิด...
ก็ถ้าพี่ทิศตบะแตกเมื่อไรแล้วจะโซแดมฮอตแบบครั้งนี้นะ ให้ตายเถอะ ขอแอมโมเนียหน่อยจะเป็นลม :m25:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 15-02-2019 02:30:10
เกิดเรื่องแบบนี้ระวังพี่ทิศทำมากกว่าแค่จูบลงโทษน้า อิอิ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 15-02-2019 03:31:56
ไฝที่ปากหยุดทำงานไปชั่วขณะ วินวินแล้วนะคะปลัด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: fxxg0430 ที่ 15-02-2019 03:43:22
Omgggggggggg  :o8:

พี่ทิศจ๋า มาเงียบๆแต่เปรี้ยงเดียวจบ ฮื้อ เขินมาก อะไรใครจะฆ่ากันตายไม่สนแล้ว ไม่ไหว เขินนนนนนน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: G-NaF ที่ 15-02-2019 04:31:57
อ่านแล้วก็เกร็งตัวตาม  :laugh:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aha_aha ที่ 15-02-2019 06:40:55
โอ้ยยย ฟินกับจูบซ้ำ และจูบซ้ำๆ 555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 15-02-2019 07:32:47
อุตส่าห์เลี่ยงได้แล้ว ยังจะงานงอกอีก โอ้ยยย จิณเอ๊ยย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 15-02-2019 07:52:47
 :hao7: :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 15-02-2019 09:58:55
ไม่สงบมาแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Arayajanm ที่ 15-02-2019 12:42:21
บอกได้คำเดียว สำหรับตอนนี้ เขินนนนน ☺️☺️☺️☺️☺️
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Josett ที่ 15-02-2019 12:52:09
มันดีมากๆเลยอะงื้ออออ
ดีขนาดนี้ไม่รักก็บ้าแล้ว ขอแบบพี่ทิศที่นึงค่ะะ //โดนปลัดสั่งเก็บ :ling1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 15-02-2019 13:23:48
แค่หนุงจิณหางานพี่ทิศก็เหนื่อยกายเหนื่อยใจจะแย่แล้ว

นี่นายอำเภอยังมาช่วยหางานเพิ่มให้อิ๊ก

วงวารพี่ทิศจริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: บูมเบส ที่ 15-02-2019 14:50:37
สติหลุดกันไปเลนที่เดียว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ก้อนขี้เกียจ ที่ 15-02-2019 15:42:00
ก็คือฉากเขาสารภาพกันนี่อ่านไปครึ่งนึงแล้วก็ไปกรี๊ดแล้วก็กลับมาอ่านต่อ เขิน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Kiseri ที่ 15-02-2019 16:37:18
เขิลไปหมดแล้วววววว
เป็นการบอกรักที่ไม่ต้องเอ่ยคำว่ารัก
ทำไมต้องน่ารักกันขนาดนี้
ไม่ไหวแล้วจร้าาาาา :z3:

หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 15-02-2019 16:53:01
อย่าปลุกเสือหลับ เชื่อแล้วจ้าพ่อ
เขิน  :hao5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 15-02-2019 19:32:07
พี่ทิศ~~!!!!! คือดีต่อใจมากกกกกกก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: SLEEPERINDY ที่ 15-02-2019 19:54:11
อยากอ่านต่อแล้วววว  :z3: :z3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Sutharat ที่ 15-02-2019 19:55:48
 :-[คนปากเก่งพอใจตรงกันไปไม่ถูกเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 15-02-2019 22:01:31
แงงงง เขินจนมือหงิก ไม่คิดว่าพี่ทิศจะรุกเร็วขนาดนี้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 15-02-2019 22:05:33
พี่ทิศ ใช้ประโยคของปลัดได้ถูกเวลา อยากจูบซ้ำๆ "วินวิน" เน้นกระทำ โอ้ยๆ ใจหวั่นไหว ยวบยวบ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Krajeeqx ที่ 15-02-2019 22:06:30
เขินพี่ทิศหนักมาก
ชอบพี่ทิศโหมดเสือตื่น  :hao3:
อิจฉาจินมากๆเลยที่ได้ครอบครองผู้ชายคนนี้อบอุ่นและตรงไปตรงมา
จิณอย่าดื้อกับพี่เค้ามากนะลูก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: borntobeyours ที่ 15-02-2019 22:20:59
ตอนนี้เป็นตอนที่เราใช้เวลาอ่านนานมากกกกกกกกก อ่านไปสักแปปก็ต้องหยุด ไม่ใช่อะไรค่ะ เขินมาก มากแบบมากๆๆๆๆ นี่เขินตั้งแต่ที่พี่ทิศมาง้อ ลากยาวไปจนที่ฉากจูบ ไม่ไหวค่ะ ไม่ใช่แค่จิณที่หัวใจทำงานหนัก เราก็เหมือนกัน ฮืออ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=&gt; หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 15-02-2019 22:23:17
พี่ทิศจะเกินไปแล้วววว! ดูไม่สนใจไม่รู้สึก แต่บทจะรู้ตัวขึ้นมาก็รุกน้องซะไม่ได้ตั้งตัวเลย เขินไปหมดเลยค่ะ แง้้้้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 16-02-2019 00:51:50
พี่ทิศคนไวไฟ ทำไมปากไวกว่าจิณคะ แบบนี้บ่นน้องไม่ได้แล้วนะ
พี่เขาทำตัวเหมาะกับชื่อเขานะคะ คุณพิทักษ์
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 16-02-2019 01:18:08
 :man1:


 :L1: :pig4: :L1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 16-02-2019 01:33:49
แงงง น่ารักกกกกก ชอบตอนนี้มากเลยค่ะ  :sad4: ตอนหน้าจะเหลือโมเมนต์ไหมนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 16-02-2019 10:31:32
โอ๊ยยยยยยยยยยย เขาใจตรงกันล่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: norimaki ที่ 16-02-2019 16:21:32
โอ๊ยยยยยยเขาใจตรงกัน ไม่พอเขาตรงต่อใจกันและกันอีก
ไม่ต้องอ้อมค้อมก็รู้ว่าหมายถึงใคร แล้วปลัดของเราจะทันพี่เขามั้ยน๊าๆ
เห็นนิ่งๆแบบนั้น พอเขาเอาแต่ใจก็ตามเข้าไม่ทันนะ เฮ้ออน่ารัก
แต่ความน่ารักก็มาพร้อมความตื่นเต้น พี่จะช่วยน้องยังไงต่อเนี้ย ลุ้นจัง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 16-02-2019 19:16:49
พี่ทิศๆๆๆ  :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 16-02-2019 21:44:00
ใจบางมากแล้วค่ะ ทำไมเป็นคนแบบนี้กันล่ะ
แทบล้มลงไปกองตรงหน้าแทนจิณแล้วนะ

จิณจะพาซื่อไปถึงไหน เข้าทางพี่เลย
ได้ทั้งกอดทั้งจูบ แถมไปหลายรอบ

เอ็นดูพี่ทิศ ต้องมาง้อน้องถึงที่

ชอบความรู้ทันกัน มองตาก็รู้ใจ
คนที่ใช่ จะยังไงก็ห้ามยากเนาะ
พ่อแม่จิณไม่ทันแล้วค่ะ พี่ทิศไม่ปล่อยแน่นอน

โอ๊ยยยย อยากรู้เลยว่าทองสุกฝากบอกอะไรไว้
ทำไมไพศาลถึงไม่ยอมจบสักที ขนาดโดนเตือนมาแล้ว
ลุงเทียมไม่ธรรมดาจ้า สายตรงสายด่วนขนาดนั้น
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: cavalli ที่ 16-02-2019 23:47:20
 :katai2-1:


จะเป็นใหญ่ ใจต้องนิ่ง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: LadySaiKim ที่ 19-02-2019 01:04:59
งื้อออออ จูบซ้ำๆ  :m25: :m25:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: joborcusier ที่ 19-02-2019 05:52:12
เขินมากๆ ไม่คิดว่าจะสวิงอารมณ์ไปมามากขนาดนี้ พี่ทิศน้องก่อเรื่องอีกแล้วว :z2: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PsychePie ที่ 21-02-2019 12:54:24
น้องจิณโดนแน่ๆ ไปปลุกเสือหลับเข้าให้แล้ว
ตอนนี้แอบหวังว่าน้องจิณจะเป็นคนเยดุ เร่าร้อนทะลุขีด 555555
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 8...=> หน้าที่ 12 (14/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: analogue ที่ 21-02-2019 15:29:31
จูบกันแล้วๆ
หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 21-02-2019 23:04:04
ระบบอุปถัมภ์
By: Dezair
……………………..
ตอนที่ 9


เพราะถูกหัวหน้าคะยั้นคะยอให้ไปเป็นตัวแทนที่ว่าการ จิณณะย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ พิทักษ์เองก็ไม่ปล่อยให้เขาไปเพียงลำพังเช่นเดียวกัน เที่ยงวันเสาร์ ชายหนุ่ม 2 คนจึงปรากฏตัวขึ้นที่งานเลี้ยงวันเกิดควบกับงานเปิดตัวปั๊มน้ำมันแห่งใหม่ของนายไพศาล


“โอ้ ปลัด คุณพิทักษ์! ขอบคุณมากที่มา ขอบคุณๆ” เจ้าของงานยิ้มแย้มหน้าใหญ่ใจกว้างเหมือนเคย ทักทาย ตบบ่าตบไหล่เหมือนสนิทสนมกับพิทักษ์และจิณณะมานาน


“ยินดีด้วยนะครับ คุณไพศาล” ปลัดหนุ่มเอ่ย “นายอำเภอมาไม่ได้ เลยวานผมให้ถือดอกไม้มาแสดงความยินดี” เขาว่าอย่างนั้น พลางส่งแจกันดอกไม้ให้ลูกน้องของไพศาลที่ยืนอยู่บริเวณนั้นช่วยรับแทน


ไพศาลปรายสายตามองแจกันแวบเดียวแล้วหันมายิ้มให้จิณณะ


“ฝากขอบคุณนายอำเภอด้วยนะครับ” ว่าแล้วก็หันมาทางพิทักษ์


“เห็นคุณเทียมบอกผมว่าติดธุระ ไม่คิดว่าท่านจะส่งคุณพิทักษ์มาแทน”


หลานชายของคุณเทียมยิ้มจาง


“ผมมาเป็นตัวแทนคุณลุง และมาเป็นเพื่อนปลัดจิณณะด้วย” ไม่มีความจำเป็นต้องบอก แต่พิทักษ์อยากย้ำสถานะของเขาและจิณณะให้ไพศาลรับรู้อีกครั้ง


จิณณะเป็นคนของเขา เป็นคนของหลานชายคุณเทียม หากจะมีใครไม่ขึ้นตรงต่อคุณเทียมก็ได้ แต่จะทำอะไรโดยไม่เกรงอกเกรงใจคุณเทียมไม่ได้


   เจ้าของงานชะงักไปเล็กน้อย มองพิทักษ์สลับกับจิณณะ แล้วยิ้ม


   “คุณพิทักษ์พูดแบบนี้ สงสัยเรื่องที่ผมได้ยินมาคงไม่ผิด...” พิทักษ์เพียงยิ้ม ไม่ตอบ แต่เหลือบมองคนข้างกายราวกับจะบอกว่าถ้าเรื่องที่ไพศาลได้ยินมาเกี่ยวข้องกับเขาและจิณณะ ‘เรื่องนั้น’ ไม่ผิดแน่นอน


   “พวกผมเข้าข้างในก่อนดีกว่า คุณไพศาลจะได้รับแขกคนอื่นๆ” ปลัดจิณณะเอ่ยปาก เจ้าของงานเองก็ไม่รั้งเอาไว้ ผายมือเชื้อเชิญสองหนุ่มเข้างาน แต่ไม่วายมองส่งตามหลัง


   เขาเห็นพิทักษ์แตะแขนปลัดหนุ่มเล็กน้อยยามให้เดินเคียงกันไปพบปะแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ดูราวกับแนะนำจิณณะให้ผู้คนรู้จัก


   ไพศาลได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างคิดไม่ตก


   ...คนของหลานชายคุณเทียม...


   ...เขาจะจัดการอย่างไรดี!!...

……………………….

   ไม่ต้องรอให้งานเลี้ยงเลิก จิณณะและพิทักษ์ก็ขอตัวหลังจากเห็นแขกส่วนหนึ่งเริ่มทยอยกลับ กระทั่งตอนที่เข้าไปลาเจ้าของงาน ก็ยังรู้สึกถึงความอึดอัดลอยคลุ้ง แม้ว่าไพศาลจะยิ้มแย้มแจ่มใสให้พวกเขาตลอดเวลาก็ตามที


   ไพศาลเปลี่ยนเป้าหมายแล้วจริงๆ


   เป้าหมายกลายเป็นจิณณะแล้วจริงๆ


   ทั้งๆที่ควรจะดีใจที่อย่างน้อย คนไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างวรชิตจะพ้นทุกข์พ้นภัยเสียที แต่ความดีใจย่อมไม่มากเท่าความกังวล เพราะทุกข์ภัยที่ว่ากำลังวิ่งตามจิณณะในขณะนี้


ประตูรถยนต์ของพิทักษ์ปิดลง เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้น เจ้าของรถหันมอง เพียงเท่านั้นคนที่มักมีท่าทีร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอก็รู้สึกตัวว่าแสดงออกมากเกินไป จึงรีบหันไปเสยิ้ม


“โทษทีพี่ มันเหนื่อยๆ” เจ้าตัวไม่ได้บอกว่าเหนื่อยเรื่องอะไร แต่อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเข้าใจ เจ้าของรถไม่พูด เพียงแค่ยกมือขึ้นวางบนศีรษะของคนข้างกาย วินาทีแรกจิณณะสะดุ้ง แต่เมื่อมือยังวางอยู่บนศีรษะของเขาแบบนั้น กระแสอุ่นซ่านก็แผ่ลงมาสู่ขั้วหัวใจ


ไม่มีการขยับตัวหนี ไม่มีการเอียงศีรษะหลบ เขานั่งอยู่อย่างนั้นแล้วปล่อยให้ความอุ่นร้อนจากมือของพิทักษ์ผ่านลงสู่ร่างกายและหัวใจที่เหนื่อยล้าเพราะแบกรับความเครียดและกังวล


ทั้งๆที่รู้สึกว่าเหนื่อยจนแทบหายใจลึกๆไม่ไหวอีกแล้ว ทั้งๆที่คิดว่าการถูกจ้องเขม็งอย่างไม่ประสงค์ดีชวนให้หวั่นใจกลัวตายมากแล้ว แต่...ใครบางคนก็ยังอยู่ข้างๆไม่ไปไหน


“วันนี้มีธุระที่ไหนอีกรึเปล่า” เสียงทุ้มถามเบา


“ไม่มีแล้ว” คำตอบจึงแผ่วเบาพอกัน ทว่าภายในรถนั้นเงียบมากพอที่จะได้ยินเสียงพูดคุยราวกับกระซิบนี้


“ถ้าอย่างนั้นเข้ากรุงเทพฯกัน” คนถูกชวนเลิกคิ้วน้อยๆอย่างสงสัย พิทักษ์มองใบหน้าเหนื่อยล้าของคนข้างกายแล้วลูบศีรษะเบาๆราวกับให้กำลังใจ


“ไปกินข้าวบ้านพ่อแม่ของจิณกัน” 


ในวันที่ทั้งเหนื่อยทั้งล้า โกศลและจรรยาคงเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกอย่างจิณณะ

…………………….


จิณณะเคยรู้สึกว่าภายในรั้วอาณาเขตครอบครัววงศ์กีรติที่ห้อมล้อมคฤหาสน์สี่หลัง เป็นสถานที่ที่แสนเย็นชา แต่วันนี้ที่รู้สึกว่าคนข้างนอกกำลังอาฆาตมาดร้ายและหวังปลิดลมหายใจของเขา การเลี้ยวรถเข้ามาในอาณาเขตนี้กลับทำให้อุ่นใจอย่างประหลาด


รถยนต์ของพิทักษ์เคลื่อนตัวไปตามถนนที่มุ่งสู่คฤหาสน์หลังหนึ่ง จิณณะจับจ้องมันไม่วางตา ภาพความทรงจำที่มีทั้งพ่อ แม่ เขาและน้องชายไหลย้อนกลับมาไม่ขาดสาย


ต่อให้ในรั้วนี้จะเย็นเยียบสำหรับเขาแค่ไหน แต่ที่ ‘บ้าน’ หลังนี้...พ่อ แม่และจารีต กลับทำให้มันอุ่นขึ้นมาเสมอ


พิทักษ์และจิณณะลงจากรถ คฤหาสน์ทั้งหลังเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงรถก็ยังทำให้คนรับใช้วิ่งออกมาต้อนรับ


“พ่อกับแม่ล่ะ” ลูกชายคนโตของบ้านหันไปถาม


“คุณยาอยู่ในห้องครัวค่ะ กำลังทำกับข้าว” จิณณะเลิกคิ้วเล็กน้อย แปลกใจที่วันนี้แม่ลงครัวเองทั้งๆที่ปกติมักจะให้แม่บ้านดูแล เขาไม่พูดอะไร แต่หันไปพยักหน้าให้พิทักษ์เดินตามไปยังห้องครัว


กลิ่นหอมลอยออกมาปะทะจมูกตั้งแต่ยังก้าวเท้าไม่ถึงครัว ปลัดหนุ่มเผลอยิ้ม แค่ได้รู้ว่าเขายังได้กลับมาเหยียบที่นี่ ยังมีชีวิตอยู่และรับรู้การมีอยู่ของบิดามารดาในที่แห่งนี้...แค่นี้ก็อุ่นใจแล้ว


“แม่...” เขาส่งเสียงทัก รู้สึกเหมือนเสียงตัวเองสั่นเล็กน้อยจนต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่


จรรยาหันตามเสียง ก่อนจะเบิกตาโตที่เห็นลูกชาย รีบวางมือจากอาหารบนเตา


“จิณ” หล่อนทักแล้วยิ้ม


จิณณะก้าวเท้าเข้าไปหา เอื้อมมืออยากเข้าไปโอบมารดา แต่อะไรบางอย่างกลับฉุดแขนของเขาไว้


...ความกระดาก ความเขินอาย…


...ใช่...เขาไม่เคยทำ…


ลูกชายคนโตที่ก้าวเท้าเดินบนเส้นทางชีวิตของตนเอง ดื้อด้าน หัวแข็ง และมักใช้ความทะเล้นขี้เล่นบังหน้าตลอดเวลา กลับแสดงความรักอย่างเปิดเผยไม่เก่ง


เขาดึงแขนกลับ ฝีเท้าก้าวช้าลงแล้วเบี่ยงปลายเท้าไปชะโงกหน้าดูที่หม้อบนเตาแทน


“แม่ทำแกงส้มเหรอ แกงเองหรือว่าซื้อมาแล้วอุ่นอย่างเดียว” เขาหันมาถามหน้าเป็น จรรยาตีแขนลูกชายคนโตไปทีหนึ่ง


“ทำเองสิ” หล่อนตอบ ก่อนจะเหลือบไปเห็นพิทักษ์ยืนอยู่ที่ประตูครัวด้วย จรรยาทำหน้าไม่ถูกนัก แต่ก็เสยิ้มให้ชายหนุ่มผู้เป็นลูกเลี้ยงของน้องสาว


...พิทักษ์กับจิณณะมาด้วยกันอีกแล้ว...


“ไปไหนกันมา ทำไมมาด้วยกันได้”


จิณณะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็นง่วนหาช้อนมาลองชิมแกงส้มฝีมือมารดา


“ไปงานเลี้ยงมา”


“ไปด้วยกัน?”


“อื้อ” ลูกชายตอบ พลางตักชิมแกงส้มในหม้อที่กำลังได้ที่


“โอ๊ะ ร้อน!”


“ก็ร้อนน่ะสิ หิวรึไง จะทานก่อนไหม แม่จะตักให้ หรือจะรอทานที่บ้านใหญ่” ประโยคหลังทำให้คนเป็นลูกชะงักเล็กน้อย บ้านใหญ่ที่ว่าย่อมไม่ใช่ที่ไหน นอกเสียจากบ้านที่อยู่ข้างหน้าสุดของรั้ว...คฤหาสน์ของคุณกอบกุล


“วันนี้จะไปทานกันที่นั่น?” เขาย้อนถาม


“ตาชุนกลับมาจากอังกฤษ แม่ก็เลยทำแกงส้มไปตั้งโต๊ะด้วย ชุนบอกว่าอยากทาน”


“อ้อ...” ลูกชายคนโตรับคำ แล้วเดินไปวางช้อนที่ใช้ชิมแกงส้มเมื่อครู่ลงในอ่างล้างจาน


ชุน หรือชเยนตร์เป็นลูกชายคนเดียวของกชกรซึ่งเป็นป้าของเขา ตอนนี้เรียนปริญญาเอกอยู่ต่างประเทศ แต่อย่างที่คุณกอบกุลเคยยกมาข่ม ว่าแม้จะเรียนอยู่ต่างประเทศ ชเยนตร์ก็ช่วยเหลืองานของกชกรเสมอ ไม่เหมือน...จิณณะ


แม้พวกเขาลูกพี่ลูกน้องจะไม่มีใครเกลียดใคร หรือใครหมั่นไส้ใคร แต่วันนี้...จิณณะกลับรู้สึกไม่อยากพบหน้าญาติติโกโหติกาที่ไหนทั้งนั้น


เขาแค่อยากเจอหน้าพ่อแม่ แต่...ดูเหมือนจะเป็นวันที่พ่อแม่ไม่ว่างสำหรับเขาเสียแล้ว


“ชุนอยู่ที่บ้านเขาแหน่ะ จิณแวะไปหาสิ” จรรยาไม่เห็นสีหน้าหม่นหมองของลูกชายเพราะเขาหันหลังให้หล่อน และพอเขาหันหน้ามาหา เขากลับยกยิ้ม ทำตาใส


“เดี๋ยวไว้ว่างๆผมแวะไปขอของฝาก วันนี้แค่กลับมาเอาของน่ะ” เหตุผลที่มาคืออยากเห็นหน้าพ่อแม่ แต่ข้ออ้างที่พูดออกไปกลับเป็นเรื่องอื่น


บิดามารดารักเขาแค่ไหน จิณณะรู้ดี หากพูดออกไปว่าวันนี้ต้องทนอยู่ในสายตาของคนที่คาดว่าจะเป็นคนที่คิดร้ายกับเขา ทั้งโกศลและจรรยาจะต้องห่วงหาห่วงใยและพร้อมปลอบประโลม


แต่ในความเป็นจริง นิสัยของจิณณะไม่ใช่คนพูดเรื่องร้ายที่ตนประสบ หนำซ้ำยังแสร้งทำเป็นเข้มแข็งได้อย่างชำนาญ


“อ้าว วันนี้ไม่นอนที่นี่หรือ” คนเป็นแม่ถาม สีหน้าดูผิดหวังเล็กน้อย บุตรชายคนโตเพียงยิ้ม แล้วทำเป็นมองซ้ายขวา


“แล้วพ่อล่ะ อยู่บ้านป้ากชหรือ” คำตอบคือพยักหน้ารับ จิณณะสูดลมหายใจเล็กน้อย เขาไม่เคยเกลียดหรืออิจฉาพี่น้องคนไหน แต่ครั้งนี้...กลับรู้สึกว่าชเยนตร์ฉวยบิดาของเขาไป


และก่อนที่ความรู้สึกในใจจะยิ่งดำดิ่งไปสู่ความอิจฉาและเกลียดชังมากกว่านี้ จิณณะก็เลือกที่จะดึงตัวเองขึ้นมาแล้วพาออกห่างจากที่แห่งนี้เสีย


“แกงส้มจะไหม้แล้วแม่ ผมไปเอาของก่อนล่ะ แล้วเดี๋ยวไปเลยนะ” จรรยาได้แต่พยักหน้าอีกครั้ง จิณณะยกมือไหว้ลาก่อนจะเดินออกจากครัว ไม่ได้เดินเลี้ยวขึ้นบันไดกลับไปเอาของที่ห้องแต่อย่างใด  แต่เดินตรงออกจากบ้าน


พิทักษ์ลาจรรยาโดยไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เขาเห็นปฏิกิริยาทุกอย่างของสองแม่ลูก จรรยารักลูกชายคนโตแค่ไหนเขาดูออก จิณณะเองก็รักมารดาเช่นกัน เพียงแต่...วันนี้กลับไม่ใช่วันที่ครอบครัวจะได้พร้อมหน้าพร้อมตาเลย


ทั้งๆที่เป็นวันที่จิณณะต้องการพ่อแม่มากที่สุดแท้ๆ แต่กลับไม่ใช่วันของเขา


รถของพิทักษ์เคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์วงศ์กีรติ ในขณะที่จิณณะนั่งเงียบซุกตัวอยู่กับเบาะ ผิดหวัง...แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ตีโพยตีพาย ตัวพิทักษ์เองก็ไม่ใช่คนปลอบโยนเก่ง แต่เขารู้ว่าใครบางคนทำแบบนั้นได้


อย่างน้อย ในช่วงเวลาที่เขายังเด็ก ใครคนนั้นก็เคยปลอบโยนเด็กชายที่ขาดแม่และก้าวร้าว ให้เติบโตขึ้นมาเป็นคนเต็มคนในวันนี้


...จิดาภา...


พิทักษ์ไม่พูดอะไร แต่ตัดสินใจเบี่ยงรถยนต์เข้าสู่ถนนที่มุ่งสู่บ้านของเขาแทน

………………..

ตั้งแต่คราวที่ครอบครัวของพี่สาวยกโขยงกันมาขอความช่วยเหลือ จิดาภาก็ไม่ได้พบหน้าหลานชายอีก จนกระทั่งวันนี้...คนที่พาจิณณะมาที่นี่อีกครั้งกลายเป็นลูกเลี้ยงของหล่อนเอง


หนำซ้ำ วันนี้หลานชายของหล่อนยังดูไม่ปกติอย่างที่เขาเคยเป็น จิณณะดูเหน็ดเหนื่อย ดูนิ่งเฉย และดูไม่ทุกข์ร้อนกับอะไรทั้งสิ้น ตอนเขาพบหน้าหล่อน เขาทำเพียงยกมือไหว้แล้วยิ้มจาง แต่ไม่พูดอะไรอีก


จิดาภาหาข้ออ้างว่าจะมาหาอาหารว่างไปให้ทานแก้หิว ลูกเลี้ยงของหล่อนจึงเดินตามเข้าครัวมาด้วย


“ไปไหนกันมา ทำไมมาด้วยกันได้”


“งานเลี้ยงของคนในจังหวัด จิณ...อาการไม่ค่อยดีเท่าไร ผมเลยพามากรุงเทพฯ”


พิทักษ์เลือกที่จะไม่บอกว่าพวกเขาเพิ่งไปร่วมง่านเลี้ยงของคนที่คาดว่าจะเป็นภัยต่อจิณณะ อีกทั้งไม่อยากบอกเรื่องที่พาจิณณะกลับไปที่บ้านวงศ์กีรติมาแล้ว ก่อนจะมาที่นี่


“อ้าว แล้วไปหาหมอรึยัง”


“รายนั้นแข็งแรง ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก”


“แข็งแรงก็ใช่ว่าจะไม่เป็นไร เห็นจิณเงียบๆแบบนี้ แม่ใจไม่ค่อยดีเลย ฝากทิศดูๆหน่อยนะ” พิทักษ์มองมารดาเลี้ยงแล้วใจก็คิดถึงเรื่องเมื่อครู่


“แม่ภา บ้านคุณกอบกุล เขาไม่มีปัญหาอะไรกันใช่ไหม”


ตอนที่จรรยาพูดถึงคนที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขาเห็นจิณณะสลดลงเล็กน้อย ไม่รู้ว่ามีปัญหารุ่นลูกรุ่นหลานกันหรือไม่


“เท่าที่ได้ยินก็ไม่มีนะ เห็นคุณกอบกุลแกเป็นแบบนั้น แต่แกก็ยุติธรรม แกแบ่งสมบัติให้ลูกหลานไม่มีใครน้อยหน้าใคร ขนาดจิณที่ว่าไม่ใช่หลานรัก ก็ยังได้พอๆกับพี่น้องคนอื่นๆ” พิทักษ์พยักหน้ารับรู้ จิดาภาคิดถึงเรื่องของหลานชายคนนี้แล้วก็ถอนหายใจ


“คนหนึ่งแข็ง อีกคนก็แข็ง ไม่มีใครยอมลงให้กันก็แบบนี้ แต่ยังไงเขาก็ย่าหลานกัน ถึงจะรักไม่เท่าคนอื่น แต่ขึ้นชื่อว่าสายเลือด ยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอก” ชายหนุ่มรับฟังเงียบๆ ทว่าความเงียบของเขาทำให้แม่เลี้ยงผู้เลี้ยงดูเขามาเป็นยี่สิบปีต้องเหลือบมอง


“ทิศมีอะไรรึเปล่า”


“ครับ?”


“อยู่ดีๆก็ถามเรื่องบ้านคุณกอบกุล”


“ผมแค่อยากรู้ว่ามีปัญหาอะไรในบ้านอีกไหม นอกจากปัญหากับย่าของเขา” จิดาภายิ้มจางอย่างนึกเอ็นดูหลานชาย ถึงแม้ว่า หล่อนจะไม่ได้ใกล้ชิดเขาเหมือนสมัยก่อน แต่เมื่อครั้งที่เขายังเด็ก หล่อนที่เป็นน้าก็คิดว่ารู้จักนิสัยหนึ่งอย่างของหลานคนนี้ดี


“ถ้าจะมีปัญหา ก็เป็นปัญหาที่ตัวจิณ” หล่อนเปรย จัดของว่างแล้วให้ให้คนรับใช้ยกไปให้จิณณะที่ห้องนั่งเล่น ก่อนจะหันมาทางลูกเลี้ยงคนโต


“ปากไม่ตรงกับใจ รู้สึกอย่างหนึ่ง แสดงออกอีกอย่างหนึ่ง” พิทักษ์นิ่งงัน นึกถึงภาพเมื่อครู่ที่เขาเห็นจิณณะยิ้มแย้มแจ่มใสกับจรรยา ทว่าพอพ้นบ้านออกมากลับนิ่งเงียบ


   สองแม่ลูกไม่ทันได้คุยอะไรกันอีก คนรับใช้ที่จิดาภาวานให้ยกของว่างไปให้จิณณะก็กลับเข้ามาในครัว


   “คุณจิณหลับไปแล้วค่ะ”


   ....หลับ...


   สองเจ้าของบ้านก้าวเท้าไปดูทันที ภาพที่พวกเขาเห็นคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งนั่งเอนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลับคอพับราวกับเหน็ดเหนื่อย


   จิณณะเป็นหลานแท้ๆของหล่อนก็จริง แต่การหลับกลางวันในบ้านของน้าสาวก็ดูจะเป็นการทำตัวตามสบายเกินไป แม้เขาจะเป็นคนดูไม่อินังขังขอบกับกฎระเบียบ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จู่ๆจะมาหลับกลางวันในบ้านคนอื่นอย่างนี้


   จิดาภามองหลานชายด้วยความเป็นห่วง ทว่า...ดูเหมือนจะมีคนที่ห่วงกว่า


   พิทักษ์ไม่พูดอะไร แต่ก้าวเท้าเข้าไปหาคนที่นั่งหลับคอพับคออ่อน จากนั้นจึงช่วยจัดท่า หยิบหมอนอิงมาสอดรองใต้คอให้นอนได้สบายมากขึ้น


   ...แน่นอน...สิ่งที่เขาทำนั้น เป็นธรรมชาติและไม่รู้ตัว...


   ชายหนุ่มไม่รู้ตัว...ว่าทั้งหมดที่ทำ อยู่ในสายตาของจิดาภา

……………………….

   ชเยนตร์ หรือ ชุน เป็นหลานยายเพียงคนเดียวในบรรดาหลานทั้งหมดของคุณกอบกุล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของหล่อน ทั้งฉลาดเฉลียว ขยันขันแข็ง และในอนาคตอันใกล้ เขาจะเป็นหลานคนแรกที่มีดีกรีดอกเตอร์ หญิงชราเพ่งพินิจใบหน้าหล่อเหลาที่ผสานเชื้อสายจีน ก่อนจะหันไปทางกชกรผู้เป็นมารดาของชเยนตร์


   “ยัยกช ตักกับข้าวให้ลูกหน่อยสิ”


โต๊ะอาหารวันนี้ นอกจากกับข้าวหลากหลาย คนร่วมโต๊ะยังมีทั้งรุ่นลูกรุ่นหลาน คุณกอบกุลเป็นคนยุติธรรม แต่แขกพิเศษของวันนี้ ให้อย่างไรก็เป็นหลานชายที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก


   ชายหนุ่มตาเรียวผู้มีสายเลือดจีนครึ่งหนึ่งยิ้มจนตาหยีแทบเป็นเส้น


   “โธ่ คุณยาย ผมไม่ใช่แขกนะครับ วิ่งในบ้านนี้มาตั้งแต่กี่ขวบแล้ว”


   “ก็เห็นไม่กลับมานาน ยายก็นึกว่าเป็นแขกไปแล้ว”


   “ตัดผมออกจากตระกูลซะแล้ว ไปเมืองนอกแค่ไม่กี่ปีเอง” คุณกอบกุลหัวเราะเบาๆ


   “แล้วนี่ว่างหรือ ไหนว่าเรียนหนักสอบหนัก จู่ๆก็กลับมา”


ชเยนตร์ชะงัก ก่อนจะยิ้มจางแล้วตอบตามตรง


   “อาม่าไม่ค่อยสบายน่ะครับ...” เหตุผลของการกลับมาประเทศไทยกะทันหันของชเยนตร์ทำให้คนฟังนิ่งไปเล็กน้อย แม้บิดามารดาจะเลิกรากันไป แต่ชเยนตร์ก็ยังไปมาหาสู่ทั้งสองตระกูลเสมอ นามสกุลที่ใช้ก็ยังคงเป็นแซ่ของฝั่งพ่อ คุณกอบกุลเองก็ไม่ได้มีเรื่องพิพาทอะไรกับอดีตลูกเขย เพียงแต่...ความคิดที่ว่าหล่อนเป็นหนึ่ง มาวันนี้หลานชายกลับมีเหตุผลในการกลับมาเมืองไทยเพราะคนอื่น ทำให้รู้สึกยอกในอก


   แต่...แม้หล่อนจะใจคอคับแคบ ก็ไม่แสดงออกมากนัก


   “แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า”


   “เห็นว่าไม่มาก ตอนค่ำๆ ผมว่าจะไปเยี่ยมสักหน่อย คุณยายไปด้วยกันไหม” ชเยนตร์มีลูกล่อลูกชน เขารู้จักนิสัยของคุณกอบกุลดี ดังนั้นจึงเลือกที่จะเอ่ยปากชวนหล่อนให้ไปด้วยกัน


   หญิงชราส่ายหน้า


   “ไว้อาม่าเขาหายดี ยายค่อยไปจะดีกว่า ชุนไปเถอะ” ชายหนุ่มยิ้มรับ ก่อนจะตักแกงส้มเข้าปากแล้วรีบชมฝีมือคนทำอย่างจรรยาทันที บรรยากาศบนโต๊ะที่เกือบจะอึมครึ้มจึงถูกเขาเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทว่า...ไม่กี่นาทีต่อมา เลขานุการของคุณกอบกุลก็เข้ามาในห้องรับประทานอาหาร


   “คุณกอบคะ โทรศัพท์จากท่านเสรีค่ะ” ชื่อของปลายสายทำเอาคนทั้งโต๊ะนิ่งงัน โดยเฉพาะจรรยาและโกศลผู้ตระหนักดีว่าชื่อนี้มีความสำคัญอย่างไรต่อคุณกอบกุล


   ท่านเสรี...บิดาของผู้หญิงที่คุณกอบกุลต้องการให้แต่งงานกับจิณณะ


   หญิงชราลุกออกจากห้องรับประทานอาหารไป ทั้งโต๊ะตกอยู่ในความเงียบ ชเยนตร์ที่มาจากต่างประเทศย่อมไม่รู้เรื่องราว เขากวาดตามองลุงป้าและน้าชายน้าสาว จากนั้นจึงมองไปที่ลูกพี่ลูกน้องของเขาอีกสามคน และคนที่แสดงสีหน้ามากที่สุดคือ...จารีต...ลูกชายคนเล็กของจรรยาและโกศล


   “ไอ้จา มีอะไรรึเปล่า” เขาถามข้ามฝั่งโต๊ะไปยังจารีตด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้


   จารีตกลืนน้ำลาย ไม่รู้จะตอบอย่างไรก็พอดีกับที่หญิงชราก้าวฉับๆกลับเข้ามาในห้อง สีหน้าถมึงทึง ตาปูดโปน แล้วแผดเสียงดังลั่น


   “ตามจิณณะกลับมาหาฉันเดี๋ยวนี้!!”

…………………..

หัวข้อ: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Dezair ที่ 21-02-2019 23:04:24


จิณณะสะดุ้งตื่นก็ถึงได้รู้ว่าเขาหลับบนโซฟาในห้องนั่งเล่นบ้านจิดาภาเสียแล้ว แถมเจ้าของบ้านอย่างพิทักษ์ยังนั่งอยู่ข้างๆอีกต่างหาก


   “เอ่อ...ขอโทษพี่ ผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้” เพราะเหนื่อยและล้า อีกทั้งตอนนั้นในห้องยังเงียบสงบ โซฟาเลยกลายร่างเป็นเครื่องดูดสติ ดูดวิญญาณ หลับไม่รู้ตัว


   “ไม่เป็นไร จะขึ้นไปนอนบนห้องไหม จะได้นอนสบาย”


   “ไม่...ไม่ครับ ขอบคุณ” เขาลูบหน้าลูบตา รู้สึกประดักประเดิด ทั้งๆที่อยู่กันเพียงลำพังออกบ่อยไป แต่อาจจะเพราะเป็นช่วงเวลาเพิ่งตื่น จิณณะถึงได้รู้สึกว่าระหว่างพวกเขาคือบรรยากาศชวนใจสั่นอย่างน่าประหลาด ปลัดหนุ่มคิดหาทางเลี่ยงจากสถานการณ์สองต่อสอง มองซ้ายมองขวากำลังจะอ้าปากถามถึงน้าสาว เสียงหัวเราะเบาๆก็ดังขึ้นเสียก่อน


“พี่หัวเราะอะไร” คนเพิ่งตื่นหันมาถาม เจ้าของเสียงหัวเราะที่ปกติมักจะทำหน้านิ่งเฉย แต่คราวนี้กลับมีรอยยิ้มเจือที่มุมปาก


“ถ้าเหนื่อย ก็ขึ้นไปนอน”


“ผมไม่ได้เหนื่อย...” พลั้งปากแก้ตัวอย่างไม่สมเหตุผล เพราะเมื่อครู่นอกจากช่วงเคลิ้มๆที่รู้สึกแค่ว่ามีคนช่วยขยับร่างกายให้นอนสบายก็หลับสนิทไม่ฝันอะไรอีกเลย ยิ่งพอสบตากับคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆที่อ่านใจเขาออกหลายต่อหลายครั้ง จิณณะก็ได้แต่ถอนหายใจเบา


“ก็ได้...ผมเหนื่อยก็ได้...”


ปิดบังไปก็เท่านั้น ต่อให้พิทักษ์ดูไม่ออก แต่ก็อยู่กับเขาทั้งวัน มีหรือจะไม่รู้ไม่เห็นว่าเขาพบเจออะไรบ้าง


แล้วพอสารภาพออกไปตามตรง ก็เหมือนปล่อยหินหนักๆที่ถ่วงในหัวใจออกมา จิณณะรู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อยจนเผลอเอนกายพิงพนักตามเดิม ดวงตาเหลือบมองคนข้างกาย พิทักษ์ยังนั่งอยู่ข้างๆ มองเขาอย่างเงียบๆ


เป็นความเงียบที่ทำให้ใจสงบ


เป็นความเงียบที่ทำให้ผ่อนคลาย


ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะเงียบ แต่ก็รับรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง


ทว่า...ชั่วอึดใจหนึ่ง ความเงียบกลับถูกทำลายด้วยเสียงโทรศัพท์


คนกำลังนั่งเอนสบายขยับตัวล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาดู จิณณะขมวดคิ้วเล็กน้อยที่เห็นชื่อมารดาปรากฏบนหน้าจอ


   “ครับแม่”


คำพูดจากปลายสายทำให้เขาขมวดคิ้วฉับ แล้วทวนคำ


   “คุณย่าอยากพบผม?” แม้จะเพิ่งตื่น แต่สมองก็ถูกปลุกให้ทำงานอย่างไว


มารดาบอกเหตุผลที่คุณกอบกุลเรียกพบเขาด่วน เพียงเท่านั้นจิณณะก็ถึงกับนวดขมับ


   “ผมจะไปงานไหนกับพี่ทิศก็ไม่เห็นแปลกไม่ใช่หรือ หรือถ้าคุณย่าจำไม่ได้ แม่บอกเขาอีกรอบก็ได้ว่าผมกับพี่ทิศเป็นแฟนกัน การที่เราไปงานไหนด้วยกันเป็นเรื่องปกติ” น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้าง ในวันที่เหน็ดเหนื่อยและวิตกกับความปลอดภัยของตนเอง กลับถูกตั้งคำถามด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องว่าทำไมเขาและพิทักษ์ถึงไปงานเลี้ยงของไพศาลด้วยกัน


   “ตอนนี้ผมทำธุระกับพี่ทิศ เอาเป็นว่าถ้าเสร็จ จะไปพบคุณย่าก็แล้วกัน แค่นี้ก่อนนะแม่” ปลัดหนุ่มแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คุมอารมณ์ได้ไม่ดีนัก ทั้งๆที่รู้ว่ามารดาของเขาเป็นเพียงผู้ส่งสารจากคุณกอบกุลเท่านั้น


   ชายหนุ่มกดตัดสายแล้วถอนหายใจแรง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง พิทักษ์นั่งอยู่ใกล้ๆ และคงได้ยินทุกประโยคของเขา จิณณะแค่นยิ้มหัวเราะฝืนๆ


   “ดุผมได้นะ ที่ผมพูดไม่ดีกับแม่”


   “รู้ว่าไม่ดีแล้วพูดทำไม” คนที่ตอนแรกออกตัวว่าให้ดุได้ พอถูกดุด้วยน้ำเสียงเรียบๆขึ้นมาจริงๆก็ทำเอาขมวดคิ้วมุ่นได้เหมือนกัน


   “ก็คุณย่าให้ผมไปหา เพราะมีคนไปบอกว่าผมกับพี่ทิศไปงานเลี้ยงด้วยกัน!”


แม้ว่างานเลี้ยงของไพศาลจะไม่ได้จัดในกรุงเทพ แต่ก็เป็นงานใหญ่ของจังหวัดใกล้เคียง คงมีใครสักคนคาบข่าวไปถึงหูคุณกอบกุล หล่อนถึงได้โกรธเป็นฝืนเป็นไฟเรียกพบด่วนขนาดนี้


   “ใครแม่งเสือกนักวะ!” เขาสบถ แม้ครั้งหนึ่งจะอยากให้มีคนหูตาสับปะรดเอาเรื่องของเขาและพิทักษ์ไปกระจายให้รับรู้โดยทั่วกัน แต่วันนี้ที่ในชีวิตมีเรื่องมากพอแล้ว เขากลับไม่อยากให้มันกลายมาเป็นปัญหาสร้างความเหน็ดเหนื่อยมากขึ้นไปอีก


   “พี่ว่าควรไปพบคุณกอบกุล” ในขณะที่คนหนึ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน อีกคนกลับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ


   “ไปก็ทะเลาะกัน! ผมเหนื่อย ไม่อยากไป!”


ถ้าเป็นวันอื่น จิณณะก็คงไม่ดื้อดึงหลบหนี แต่วันนี้ที่รู้สึกว่าแต่ละชั่วโมงช่างยาวนาน เขาก็ไม่อยากเอาพลังที่เหลืออยู่น้อยนิดไปรบรากับคนที่ได้ชื่อว่าญาติตัวเองอีก


   “พี่ไปด้วย จะทะเลาะได้อีกหรือ” ทว่าประโยคของคนข้างกายทำเอาคนฟังชะงัก ปลัดหนุ่มหันมองอย่างคาดไม่ถึง


   “พี่จะไปกับผม?”


   “เคยพูดแล้วไม่ใช่หรือ ว่าถ้าเข้าถ้ำเสือ จะไม่ปล่อยให้เข้าคนเดียว”


ในเวลาที่เหน็ดเหนื่อยแสนสาหัส ในเวลาที่ไม่มีแรงแม้แต่จะยิ้ม แต่ถึงอย่างนั้น...สายตาที่จิณณะทอดมองคนพูดกลับมีรอยยิ้มเจือมาด้วย


   “เสืออย่างคุณย่าผม เขี้ยวเล็บแหลมกว่านายไพศาลอีกนะ”


   พิทักษ์ไม่พูดอะไร แต่ยังคงมองอย่างเงียบๆ ราวกับว่าหากอีกฝ่ายบอกว่าจะไปพบเจอเสืออีกสักกี่ตัว เขาก็พร้อมจะไปด้วยกัน


   สุดท้ายจึงกลายเป็นปลัดหนุ่มเสียเองที่ได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหน้ากับตัวเองไปมา ก่อนจะบ่นพึมพำ


   “ทั้งๆที่ผมดึงพี่มาลงเรือลำเดียวกัน แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าตอนนี้พี่พายแรงกว่าผมอีก”


   “พี่เต็มใจ” คำพูดนั้นสั้นง่าย แต่ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อรวมกับน้ำเสียงและสายตาของคนพูดจะช่วยเพิ่มพูนกำลังใจในอกคนอ่อนล้า


   ...มีคนเคียงข้างมันดีอย่างนี้เอง...


   ...มีคนที่พร้อมจะเดินไปข้างๆมันดีอย่างนี้เอง...


   ...มี ‘พี่ทิศ’ ...มันดีอย่างนี้เอง...


   จิณณะคิดไม่ถึงเลย ว่าตัวเลือกเพียงตัวเดียวที่คิดออกในวันนั้น มาวันนี้กลับเป็นตัวเลือกที่มีค่าที่สุดในชีวิตอย่างนี้

……………………….

หลานชายนอกคอกมาถึงคฤหาสน์ของคุณกอบกุลอีกครั้งในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ทว่าเขาไม่ได้มาเพียงลำพัง คนที่เดินตามหลังจิณณะเข้ามาทำเอาโกศลและจรรยากลืนน้ำลายคนละอึกสองอึก ในขณะที่บรรดาลุงป้าตาเหลือกมองกันราวกับเห็นระเบิดเวลานับถอยหลัง ทุกคนพากันลอบมองคุณกอบกุลที่นั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ แต่ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาสักแอะ


ในห้องรับแขกของคฤหาสน์เงียบกริบ แม้กระทั่งตอนที่จิณณะและพิทักษ์ยกมือไหว้ ก็ยังไม่มีเสียงทักทายใดๆ


คุณกอบกุลที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ จ้องเขม็งสองหนุ่มที่เพิ่งมาถึง รัศมีอำนาจบารมีและความโกรธจัดของหล่อนแผ่ซ่านข่มความใหญ่โตของทุกสิ่งในห้องนี้จนหมด!


...โกรธเรื่องอะไรน่ะหรือ ก็เรื่องที่จิณณะกับพิทักษ์ออกงานด้วยกันเป็นครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้น่ะสิ!...


คราวก่อนก็งานแต่งในกรุงเทพฯ คราวนี้ก็งานเลี้ยงในต่างจังหวัด หากเป็นงานเล็กงานน้อยที่มีคนแค่หยิบมือ ไม่ต้องล่วงรู้มาถึงหูหล่อนก็คงไม่เป็นไร แต่นี่! นอกจากรู้มาถึงหู คนที่ส่งข่าวมาบอกยังเป็นท่านเสรีอีกต่างหาก!


...หมดกัน! สิ่งที่หล่อนหวังเอาไว้!!...


“ฉันต้องการพบตาจิณคนเดียว! คุณมาที่นี่ทำไม!” เสียงของคุณกอบกุลแผดลั่น


“ผมเคยเรียนท่านแล้วครั้งหนึ่ง ว่าเรื่องของจิณสำคัญสำหรับผม” เป็นคำตอบเรียบๆ พร้อมด้วยท่าทีสุขุม ไม่ก้าวร้าว พิทักษ์มีวุฒิภาวะมากพอที่จะไม่ให้ความสำคัญกับท่าทีของหญิงชราเบื้องหน้า แม้ว่าหล่อนจะโกรธเคืองจนใบหน้าบิดเบี้ยว มองเขาด้วยสายตาจิกต่ำเพียงไรก็ตาม


“แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัวของฉัน! คุณไม่เกี่ยว!”


พิทักษ์เหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย จิณณะมองตรงไปเบื้องหน้า แต่ดูเหมือนสายตาจะเลยผ่านญาติโกโหติกาและบิดามารดาไปที่ไหนสักแห่งราวกับไม่อยากรับรู้สถานการณ์ในตอนนี้


จิณณะเหนื่อยและไม่มีแรงเหลือจะรับรู้อะไรแล้ว จึงปล่อยให้เสียงของคุณกอบกุลผ่านเข้าหูซ้ายออกหูขวาไปโดยไม่มีปากเสียงเช่นเคย


มันอาจจะเป็นเรื่องดี ที่ไม่พูดจายียวนก่อสงครามกับญาติผู้ใหญ่เหมือนที่แล้วๆมา แต่ท่าทีนิ่งเฉยเช่นนี้ไม่ได้ก่อความสบายใจให้แก่พิทักษ์เลย


เขาแตะแขนอีกฝ่ายเบาๆ ดูเหมือนจะช่วยรั้งสติของคนที่ปล่อยสายตาไปกับความเวิ้งว้างในห้วงความคิดให้หันกลับมาสบตากัน


พวกเขาสบตากันเพียงวินาทีเดียว สายตาที่เลื่อนลอยของจิณณะก็ราวกับมีสติขึ้นมาบ้าง เมื่อนั้นพิทักษ์จึงหันกลับไปมองคุณกอบกุลอีกครั้ง


“จิณเป็นคนในครอบครัวของท่าน ผมทราบดี แต่จิณก็เป็นคนสำคัญของผมเช่นกัน ท่านอยากดูแลเขา ผมเองก็อยากปกป้องเขา จะไม่ดีกว่าหรือครับ หากเราจะช่วยกัน”


“มันโตพอที่จะปกป้องตัวเองได้แล้ว! คุณจะต้องไปปกป้องมันทำไม!!”


“ถ้าอย่างนั้นเขาก็โตพอที่ท่านไม่ต้องดูแลแล้วเช่นกัน แต่ท่านก็ยังอยากดูแลเขาไม่ใช่หรือครับ”


คุณกอบกุลนิ่งงัน อ้าปากพะงาบ จะให้หล่อนพูดต่อหน้าลูกชายและลูกสะใภ้ว่าไม่ได้คิดจะดูแลจิณณะ หล่อนก็ทำไม่ลง ต่อให้ใจคอคับแคบมีลูกรักหลานชัง แต่หล่อนก็ไม่หน้าด้านขนาดที่จะบอกว่าใครเป็นหลานชังของหล่อน แม้จะเป็นที่รู้กันดีก็ตามทีว่าหลานชังของคุณกอบกุลก็มีเพียงแค่จิณณะเท่านั้น


และต่อให้จิณณะเป็นหลานชัง เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นหลาน เป็นสายเลือดของหล่อน ความคิดที่จะตัดหางปล่อยวัดแม้ว่าเขาจะทำตัวไม่เข้ารูปเข้ารอยเพียงใด กลับไม่เคยปรากฏขึ้นในหัวของคุณกอบกุลเลยสักครั้ง


ทว่ากิริยาอ้าปากพะงาบพูดไม่ออกเถียงไม่ได้นั้น จิณณะตีความได้อย่างเดียวว่าเขาเป็นหลานนอกคอกที่คุณกอบกุลไม่คิดจะรักใคร่เอ็นดู เพียงแต่พูดต่อหน้าธารกำนัลไม่ได้ก็เท่านั้น ปลัดหนุ่มหลับตาลงอึดใจหนึ่ง สายตาอาฆาตหมายหัวของนายไพศาลยังไม่สู้สายตารังเกียจเดียดฉันท์ที่คุณกอบกุลมีต่อเขามาตั้งแต่เริ่มก้าวไปในเส้นทางที่ขัดกับคตินิยมของผู้เป็นย่า


ความเลวร้ายของคนนอกยังไม่สู้ความร้ายกาจของคนใน


“พี่ทิศ พอเถอะ” จิณณะหมดแรงแล้วจริงๆ เขาไม่อยากได้ยินเสียงอาละวาดโวยวายของใครอีก โดยเฉพาะคุณกอบกุล


หลานชายนอกคอกหันไปมองผู้เป็นย่า ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความทะเล้นมากเล่ห์ ยามนี้กลับมืดมัวด้วยหมอกหนาที่อ่านความรู้สึกนึกคิดไม่ออก


“ผมกับพี่ทิศคบกัน ถ้าคุณย่าไม่พอใจความสัมพันธ์ของเราสองคน ผมจะไม่กลับมาที่นี่อีก”


คำว่า ‘ไม่กลับมาที่นี่อีก’ ไม่ใช่แค่การพูดลอยๆ เพราะสายตาและน้ำเสียงของจิณณะจริงจังและเยียบเย็น


“จิณ!!” จรรยาผู้เป็นมารดาถึงกับผุดลุกด้วยความตกใจ โกศลเองก็อ้าปากค้าง ในขณะที่ลุงป้าคนอื่นๆพากันนิ่งงันด้วยไม่คิดว่าจิณณะจะเอ่ยปากเช่นนี้ แม้แต่พิทักษ์เองก็ถึงกับต้องดึงแขนเอาไว้ ทว่าพอเห็นสายตาคู่นั้น ก็พลอยให้เตือนสติไม่ออกเช่นกัน


จิณณะไม่ได้พูดเล่น หรือประชดประชัน


เขาพูดจริง และคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ


‘ไม่กลับมาที่นี่อีก’ ก็ไม่ต่างอะไรกับบอกว่าจะออกไปจากตระกูลของคุณกอบกุล


“ผมไม่อยากให้ใครเดือดร้อน...” จิณณะเอ่ยเสียงเบากับคนข้างกาย พิทักษ์รู้ในทันทีว่าความกังวลในเวลานี้ไม่ใช่เพียงแค่ชีวิตตัวเองอีกแล้ว แต่เจ้าตัวห่วงใยมาถึงคนที่บ้านนี้ด้วย สำหรับคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง หลานนอกคอกย่อมกลายเป็นหลานเนรคุณ แต่สำหรับพิทักษ์ที่รู้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น และรู้ดีว่าชีวิตของจิณณะกำลังเข้าสู่เฮือกสุดท้ายเข้าไปทุกที ย่อมเข้าใจดีว่าเจ้าตัวทำเช่นนี้ก็เพื่อตัดปัญหาที่จะลุกลามมาถึงที่นี่


‘ไม่อยากให้ใครเดือดร้อน’ ย่อมหมายรวมถึงคุณกอบกุลด้วย


“ถ้าแกคิดว่าแกไปรอด แกไปเลย!! แกไปแล้วไม่ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีก!!” คุณกอบกุลตวาดก้อง


“คุณแม่!” โกศลรีบหันมาปรามมารดา แต่คำพูดที่หลุดออกไปแล้ว อย่างไรก็ไม่อาจเรียกคืน เขาจึงรีบหันกลับไปทางบุตรชายคนโต


“จิณ! มาขอโทษ...” เขาพูดได้เพียงเท่านั้น ปลัดหนุ่มก็ยกมือไหว้คุณกอบกุลพร้อมกับเอ่ยปาก


“ผมลาล่ะครับ” จากนั้นก็หันไปยกมือไหว้บิดามารดาและลุงป้า แล้วจึงหมุนตัวออกจากห้องทันที


คนทั้งห้องได้แต่เลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก แม้แต่คุณกอบกุลเองก็ยังได้แต่นิ่งงันเพราะไม่คิดว่าจิณณะจะทำจริงอย่างที่ออกปากไล่ มีเพียงพิทักษ์ที่ยกมือไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่ แล้วรีบก้าวเท้าตามออกไป เขาทันเห็นทางหางตาว่าจรรยาถึงกับเป็นลมบนโซฟา แต่คนเป็นลูกเดินนำลิ่วออกจากบ้านไปแล้ว


ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ แล้วก้าวเท้าไวๆตามหลังไป


ในใจทั้งอยากดุ ทั้งสงสาร


...ก่อเรื่องแต่ละที น่าเขกหัว แล้วค่อยลูบหลังจริงๆ...


ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้าค่ะ)

อ่า...ปลัดจิณไม่ได้ตั้งใจก่อเรื่องนะ แต่คนเรามันก็จะมีวันที่สวรรค์ไม่รักไม่เอ็นดู ทำอะไรก็ติดขัดไปหมดจริงมั้ยคะ ซึ่งวันแบบนั้นก็คือวันนี้ของปลัดเองค่ะ เพราะฉะนั้น กอดปลัดจิณเบาๆเพื่อให้กำลังใจเนาะ หรือถ้าใครจะฝากพี่ทิศเขกหัว ก็ฝากไปแบบเบาๆนะคะ เดี๋ยวปลัดเจ็บ (สปอยปลัดสุดๆ ฮ่าฮ่า)

ส่วนใครที่รู้สึก ‘เอ๊ะ’ กับอาม่าของชเยนตร์ ก็คือไม่ต้องสงสัยแล้ว คนใช้ตัวละครคุ้มอย่างบัว จะใช้อาม่าคนไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่อาม่าของโจ๊กและเจ๋งค่ะ ฮ่าฮ่า (เดี๋ยวถ้าว่างๆ จะทำแฟมิลี่ทรีให้ค่ะ จะได้เห็นภาพชัดว่าเขาดองกัน ฮ่าฮ่า)

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และทุกกำลังใจเหมือนเคย ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

ป.ล. พฤหัสหน้า บัวจะมาลงอีกตอน แล้วก็จะขอหยุดไปสักสองสัปดาห์นะคะ เพราะว่าบัวอ่านหนังสือสอบไม่ทันอ่ะ แต่ช่วงที่หยุดไป จะมีตอนพิเศษของเรื่องเก่ามาลงคั่นเวลาแทนค่ะ (จริงแล้วมันแทนกันไม่ได้อ่ะนะ ฮ่าฮ่า)

เจอกันพฤหัสหน้าค่ะ 
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ 21-02-2019 23:31:55
โอ้ยยยเนาะะะ สะเดาะห์เคราะห์หน่อยไหมลูก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ืniyataan ที่ 21-02-2019 23:32:33
จักรวาลของน้องบัว 555 ตอนนี้อ่านแล้วน้ำตาซึม สงสารคุณปลัด :L3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Gokusan ที่ 21-02-2019 23:44:16
มันจริงมากอ่ะ
ในวันที่เราเหนื่อย มีแค่คนเดียวที่อยู่ข้างเรา เราก็พอใจแล้ว

คุณย่าเป็นคนบั่นทอนจิตใจได้ดีจริงๆ
พี่ทิศใจเย็นมากกกก รับมือได้เยี่ยมมากเช่นกัน
สงสารปลัด...เข้าใจอารมณ์เลย เหนื่อยจนไม่อยากพูด หายใจยังผิด ก็ตัดปัญหาดีกว่า

รอดูว่าพี่ทิศจะปลอบน้องยังไง ^^
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mab ที่ 21-02-2019 23:53:23
...มี ‘พี่ทิศ’ ...มันดีอย่างนี้เอง...
พรี่ทิศของน้องจิณ   :sad4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: PrimYJ ที่ 22-02-2019 00:00:22
อยากจะกอดให้กำลังใจจิณมากเลย ฝากพี่ทิศให้กำลังใจจิณด้วยนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Al2iskiren ที่ 22-02-2019 00:01:08
รู้สึกว่าน้องโชคดีมากที่มีพี่ทิศอยู่ข้างๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bun ที่ 22-02-2019 00:04:10
ช่วงปัญหารุมเร้า ปลัดจิณก็คงคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว
แต่ก็ทำให้คนอื่นอดเป็นห่วงไม่ได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Foggy Time ที่ 22-02-2019 00:08:51
พี่ทิศน่ารัก :sad4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Mitra ที่ 22-02-2019 00:11:51
สงสารจิณอ่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: haramoonlight ที่ 22-02-2019 00:13:11
พี่ทิศปลอบน้องด้วยยยยยยยยย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: arjinn ที่ 22-02-2019 00:20:03
"พี่เต็มใจ” สั้นๆ ง่ายๆ แต่ได้ใจมาก
แถมองค์ประกอบครบ ทั้งน้ำเสียงและสายตา
สร้างกำลังใจอย่างดี

สรุป
มีคนเคียงข้างมันดีอย่างนี้เอง
มีคนที่พร้อมจะเดินไปข้างๆ มันดีอย่างนี้เอง
ที่สำคัญ มี "พี่ทิศ" มันดีอย่างนี้เอง ... ยิ่งกว่าดี ดีที่สุด

เป็นกำลังใจให้คุณปลัดนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: 2pmui ที่ 22-02-2019 00:20:44
น่าสงสาร พี่ทิศอย่าเขกหัวน้องงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: HISY ที่ 22-02-2019 00:42:20
สงสารจิณ พี่ทิศกอดปลอบแรงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ti0590 ที่ 22-02-2019 00:50:30
พี่ทิศปกป้องน้องได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: G-NaF ที่ 22-02-2019 01:03:40
จับความรู้สึกจิณได้จริงๆ อินน้ำตานองเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Josett ที่ 22-02-2019 01:06:45
พี่ทิศนี้เข้าใกล้คำว่าโลกทั้งใบของจิณละอะ
แต่มันดีมากๆเลยนะวันที่เหนื่อยแล้วมีคนที่เข้าใจแบบเข้าใจจริงๆไม่ใช่เข้าใจผ่านๆคอยอยู่ข้างๆ

เป็นกำลังใจให้จิณนะ แค่มีพี่ทิศก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว หล่อ รวย เอาใจใส่ ดูแลได้ ใจเย็น ครบ!
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: iceman555 ที่ 22-02-2019 01:21:52
 :hao7: :hao7: :hao7:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mild-dy ที่ 22-02-2019 01:30:49
 :pig4:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: B52 ที่ 22-02-2019 03:38:20
แกร็งไปทั้งตัว​เลยค่ะตอนนี้
**แลเหมือนสั้นกว่าทุกตอนที่ผ่านมานะคะเนี่ย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: jaja-jj ที่ 22-02-2019 05:58:01
สงสารปลัด เข้าใจความเหนื่อยเบอร์ที่ ช่างแม่ง เลยอะ สงสารรรรรรร
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aha_aha ที่ 22-02-2019 06:29:46
อ่านตอนที่แล้วสีชมพูลอยฟุ้งไปหมด แต่อ่านตอนนี้ ทำไมมันขมุกขมัวจังหว่า...  สงสารหนูจิณ พีทิศปลอบน้องหน่อยยยย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 22-02-2019 07:00:47
น้องกำลังเครียด อย่าว่าน้องงงงง เอ็นดูจิณณะ นางกำลังจิตตกพลังงานถดถอย พี่ทิศจับมือนางแน่นๆนะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: MyLavenderLand ที่ 22-02-2019 07:17:09
น้องกำลังเครียด อย่าว่าน้องงงงง เอ็นดูจิณณะ นางกำลังจิตตกพลังงานถดถอย พี่ทิศจับมือนางแน่นๆนะ ในวันที่แย่จิณณะยังโชคดีที่มีพี่ทิศ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: anntonies ที่ 22-02-2019 08:06:57
เอ็นดูจิณจริงๆนะ  เหนื่อยมามาก
แถถมมาเจอฤทธิ์เดชคุณย่าอีก เฮ้อออออ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ก้อนขี้เกียจ ที่ 22-02-2019 08:18:57
พี่ทิศโคตรจะเอ็นดูจิณอ่ะ เขกหัว แล้วลูบหลัง แงงงงง พี่คะะะะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Ginny Jinny ที่ 22-02-2019 08:29:38
กอดคุณปลัดเบา โอ๋ๆ  :กอด1: :กอด1:

สู้ๆๆ  :3123: :3123:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kawisara ที่ 22-02-2019 09:08:50
โถ๋ นุ๋งจิณ

พี่ทิศปลอบด่วน

ห้ามดุนุ๊งจิณด้วย

สงสารน้องงงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: aiyuki ที่ 22-02-2019 09:19:45
จินคงสุดทนจริงๆ ในวันที่ตัวเองอยากได้ใครที่เป็นที่พึ่งทางใจ แต่คนในครอบครัวให้ไม่ได้ ถึงตัวเองจะดื้อแค่ไหน แต่ มันมีวันที่หัวใจเหนื่อยแล้วอยากไดเรับการปลอบโยน คุณย่าเกินไปอ่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: larynx ที่ 22-02-2019 09:25:52
ตอนนี้เป็นตอนที่ทำให้รับรู้ได้เลยว่าพี่ทิศคือที่พึ่งให้จิณมากขนาดไหน รับรู้ได้ถึงความเป็นต้นไม้ใหญ่ได้เลย
ปล.รอวันรวมญาติค่ะ  o13
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: miikii ที่ 22-02-2019 10:59:48
สู้ไปกับน้องก่อนนะพี่ทิศ  :hao5:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: snowboxs ที่ 22-02-2019 12:10:27
โชคดีที่พี่ทิศอยู่กับจิณในเวลาที่เหนื่อยกายเหนื่อยใจแบบนี้
จิณได้โอกาสถอยห่างจากครอบครัวพอดีเลย จะได้กังวล
เรื่องครอบครัวจะโดนไปด้วยอีกเรื่อง

ติดใจกับปลัดวรชิต เกรงว่าจะยังบอกจิณไม่หมด
อาจเป็นเรื่องที่ทองสุกบอกกับมือปืนก่อนตาย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: เอมมี่ ที่ 22-02-2019 13:04:09
ถึงแม้น้องจิณจะช่างก่อเรื่องตลอด    แต่สิ่งหนึ่งที่ทำดีที่สุดคือการเลือกพี่จิณให้เข้ามาในชีวิต
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=&gt; หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: popuri ที่ 22-02-2019 13:09:41
คุณปลัดเจอแต่เรื่องไม่หยุดเลย พี่ทิศคะฝากดูแลคุณเค้าด้วยนะคะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Jibbubu ที่ 22-02-2019 13:30:02
โอ๊ยยยยยย สงสารปลัดจิณจริง ๆ วันนี้ไม่ใช่วันของปลัดจริง ๆ เลย มาค่ะมา มาให้กอดให้กำลังใจหน่อยนะคะ
(พี่ทิศจะต่อยฉันไหมเนี่ยที่บังอาจไปกอดปลัดแบบนี้ 5555)
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: malula ที่ 22-02-2019 13:36:38
คุณย่าไม่เข้าใจจิณ วันนี้เหนื่อยไม่มีแรงทะเลาะกับคุณย่าแล้ว พี่ทิศพาไปปลอบใจหน่อย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: WilpeR ที่ 22-02-2019 15:38:56
พี่ทิศเป็นความสงบที่เหมาะกับจิณมากๆเลย
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: ommanymontra ที่ 22-02-2019 18:39:14
 :เฮ้อ:


 :L2: :pig4: :L2:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JanTi ที่ 22-02-2019 20:31:18
สงสารปลัดจิณ โอ๋ๆ :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: LadySaiKim ที่ 22-02-2019 21:17:44
สงสารน้อง :ling3:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lizzii ที่ 22-02-2019 21:36:07
กอดๆ นะจิน
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: nonnn ที่ 22-02-2019 22:31:45
สงสารปลัดจิณเด้ออออออออออออออออออออออ ครั้งนี้ปลัดดูบอบช้ำหนักมากกกก
ถ้าไม่ได้พี่ทิศคอยอยู่เคียงข้างนี่ก็ไม่อยากจะนึกว่าปลัดจะมืดหม่นขนาดไหน
พี่ทิศเกิดมาเพื่อเป็นทุกสิ่งและทุกอย่างให้น้องจิณจริงๆ ชั้นรักเค้า  :กอด1:

เหนือขั้นกว่าเรื่องศัตรูรอบทิศแล้วก็คือปัญหาของคนที่บ้านนี่ล่ะ...
คือส่วนหนึ่งก็เข้าใจคุณย่านะว่าที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับหลานทั้งนั้น
แต่ด้วยความที่ว่า...คุณย่ากับจิณนี่มวยถูกคู่มาก ชนิดที่ถอดแบบนิสัยมาเหมือนกันเปี๊ยบ
ทางเดียวที่จะทำให้คุณย่ายอมรับในสิ่งที่จิณเป็นและสิ่งที่จิณเลือกได้
ก็คงต้องเป็นตอนที่เห็นหลานถูกทำร้ายจากศัตรูอย่างเดียวเท่านั้นล่ะ
เป็นเรื่องเดียวที่พูดและตัดสินใจยากมากที่สุดเพราะเป็นปัญหาภายใน
หวังว่าคุณน่าจะยอมอ่อนให้หลานก่อนที่เรื่องมันจะแย่ไปมากกว่านี้เน้อออออ

ป.ล.ครั้งนี้พี่ทิศต้องคอยปลอบใจน้องจิณให้มั่กมากแล้วล่ะ
น้องบอบช้าทั้งใจขนาดนี้แล้ว ต้องพยายามสร้างสายใยสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากเข้าเด้อ
ครั้งก่อนได้จูบไปหลายรอบน้องจิณยังดูอารมณ์ดีและพร้อมเผชิญกับปัญหาซะขนาดนั้น
ครั้งนี้จะมาซ้ำรอยเดิมแค่จูบไม่ได้นาาาาาาา  :z1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: c4jeab ที่ 22-02-2019 23:48:23
พี่ทิศดูเป็นที่พึ่งได้จริงๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: labelle ที่ 23-02-2019 06:44:37
บีบหัวใจไปอีกค่ะ อารมณ์สวิงมากค่ะ
ด้วยอารมณ์บอบบาง และเจอปัญหาหนัก
แถมคำพูดไม่มีชื่นชมไม่จบสิ้นของย่า
ทำจิณไปต่อยากเลย และก็ตัดทุกคนออกไปให้ห่าง

พี่ทิศช่วยน้องได้เยอะเลย แต่ในเวลาแบบนี้
ก็ต้องดูแลกันหนักกว่าเดิมแน่นอน อารมณ์ดิ่งกันมาก
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Rubyrain ที่ 23-02-2019 08:43:23
สงสารจิณมากๆ ไอ้ความรู้สึกอยากกลับบ้านแต่กลับบ้านไปแล้วบ้านไม่ใช่บ้านคือเศร้ามากๆแหละ ฝากพี่ทิศดูน้องด้วยนะคะ ฮือออ
อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอย่างมีพี่ทิศเป็นของตัวเอง ฮ่าๆ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: punthipha ที่ 23-02-2019 11:49:46
 :กอด1: :เฮ้อ: :ped149:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=&gt; หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: JANE33822 ที่ 23-02-2019 15:06:42
โชคดีที่ปลัดมีพี่ทิศจริงๆ เริ้บๆ


Sent from my iPhone using Tapatalk
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: lune ที่ 23-02-2019 15:44:58
ปลัดจิณนะ โชคดีที่พี่ทิศ ดูแลอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจ
คนอ่านก็โชคดี ที่คุณบัว มีตอนพิเศษให้อ่านระหว่างรอปลัดจิณ  :L2: :pig4: :กอด1:
ขอให้โชคดีในการสอบนะคะ :L1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: analogue ที่ 23-02-2019 16:04:45
สงสารปลัด
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: IaminLove ที่ 23-02-2019 21:51:33
เข้าใจจิณเลย คนที่ำอะไรก็ดูผิดดูนอกคอกจากทุกคนไปหมด เป็นกำลังใจให้จิณและพี่ทิศให้ผ่านทุกอย่างไปได้
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=&gt; หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: stickyyrice ที่ 24-02-2019 01:08:41
สงสารจิน ดื้อนะ แต่ก็อยากจะดูแลทุกคน ห่วงไปหมด


Sent from my iPad using Tapatalk
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: goosongta ที่ 24-02-2019 17:57:25
สงสารจิน ยังดีที่มีพี่ทิศเคียงข้าง
พระเอกของคุณบัวมาแบบอบอุ่นใจละลายอีกแล้ว
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: t2007 ที่ 24-02-2019 18:01:39
จิณมีทิศคอยปกป้อง และดูแล คุงย่าคงต้องยอมลดความห่วงลงได้แล้วนาจา ท่านเสรี เป็นผู้สั่งการใญ่ซิเนอะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: mahmeow ที่ 24-02-2019 18:10:52
เรื่องนี้สนุกมาก เป็นคู่ที่น่ารักอะ

คุณพี่ทิศยังคงท๊อปฟอร์ม มาพังตรงคนที่พาไปด้วยนี้แหละ 555+

สงสารจิณ ถ้าเรียกพบวันอื่นน่าจะดีกว่านี้มาก  >.<
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: fxxg0430 ที่ 24-02-2019 23:41:19
สงสารน้องงง
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: R.michi ที่ 25-02-2019 10:18:33
ดีใจสุดๆที่เห็นชื่อคนเเต่ง และตอนนี้ก็อารมณ์ค้างสุดๆจนคิดว่าต้องขุดน้องจันทร์เจ้า น้องของขวัญขึ้นมาอ่านอีกสักรอบสองรอบ
ไม่รู้ว่าคนอื่รจิ้นเป็นใคร เเต่สำหรับเราเราเอาหน้าเจมส์จิมาใส่ทุกเรื่องเลยจ้ะ มันได้ :hao6:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: kanika_Pun ที่ 25-02-2019 13:22:13
 :L2:
อ่านรวดเดียวจบเลยค่ะ ชอบมากๆ ยอมรับว่าอ่านตอนแรกนึกว่าปลัดจิณเป็นพระเอกซะอีก
แต่พอเจอพี่ทิศในโหมดทำแผลให้น้องแล้วก้อเปลี่ยนความคิดทันที 555
ชอบผลงานของคุณบัวนะคะ อ่านมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ  จนถึงเรื่องนี้

ระหว่างรอคุณบัวมาอัพก้อจะตามไปเก็บเรื่องอื่นๆที่จบแล้วก่อน ฟินทุกเรื่องเลยค่ะ
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: Sky ที่ 25-02-2019 14:40:11
เหนื่อยไปกับจิณเลย เราเข้าใจเลย เวลาเหนื่อยมากๆหมดพลังกับทุกอย่าง แต่พอกลับบ้านดันเจอคำพูดร้ายๆใส่แบบนี้มันยิ่งบั่นทอนพลังชีวิตลงไปอีก กอดๆนะคุณปลัด :กอด1:
หัวข้อ: Re: ...ระบบอุปถัมภ์...ตอนที่ 9...=> หน้าที่ 14 (21/02/2019)
เริ่มหัวข้อโดย: bulldog17 ที่ <