#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ :13th Sunday: ผมรักคุณ (14/03/19)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ :13th Sunday: ผมรักคุณ (14/03/19)  (อ่าน 26472 ครั้ง)

ออฟไลน์ FXEXRXN

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
คุณโน้ตตตตตตต อาการหนักแล้วนะแบบนี้ 555555
 :ruready :-[ รอดูคุณหัวหน้าใส่ชุดนักศึกษาไปหาลูกน้องเลยค่ะ :-[ :impress2:

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
    • Twitter
9th Sunday
#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์




เมื่อคืนนี้มันบ้าบออะไร




กฤติที่กำลังนั่งหน้านิ่งกินโกโก้ตอนเช้าในห้องอาหารคิดกับตัวเอง หลังจากที่นรินทร์แพ้เขาเมื่อคืน (ด้วยการที่เจ้าตัวลากเขาขึ้นเตียงเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไป) จนถึงเช้าที่นรินทร์ลุกออกไปดูลูก กฤติถึงได้มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้าง ถึงแม้ก่อนไปเจ้าตัวจะฝากรอยจูบไว้บนตัวเขาเต็มไปหมดจนต้องไล่ไปไกลๆ ด้วยความรำคาญ




เรื่องเซ็กส์นั้นกฤติไม่ได้ติดใจอะไร แต่เพราะคำพูดต่างๆ ของอีกฝ่ายเมื่อคืนต่างหาก ที่ทำให้เขายังคงคิดวุ่นวายจนถึงตอนนี้


‘ผมแพ้คุณแล้ว แพ้คุณคนเดียว’

‘คุณทำให้ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว’

‘อย่าให้ไอ้หน้าไหนเห็นคุณแบบที่ผมเห็นนะ ผมยอมไม่ได้จริงๆ’




แล้วยังมีถ้อยคำอื่นๆ อีกมากมาย จนกฤติรู้สึกไม่คุ้นชิน นี่มันไม่ใช่เซ็กส์ปกติที่เขาเคยทำกับคนอื่น การนอนด้วยกันครั้งนี้มีแต่นรินทร์เต็มไปหมด เป็นตัวตนของ ‘นรินทร์’ ในแบบที่เขาไม่คุ้นชิน




นรินทร์ที่ดุดัน นรินทร์ที่ร้อนแรง นรินทร์ที่อ่อนโยน




กฤติเจอมาทุกแบบบนเตียงหลังใหญ่ โชคดีที่เขาได้นอนคนเดียว ไม่เช่นนั้นนรินทร์ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวขาเข้ามาในเขตห้องเขาด้วยซ้ำ




ชายหนุ่มที่เหมือนกับจะไร้สาระไปวันๆ นอกจากเวลาทำงาน กลับกระซิบอะไรมากมาย พร้อมกับฝากรอยจูบใต้ร่มผ้าเต็มไปหมดแบบนี้ บอกตรงๆว่ากฤติคิดไม่ตก




นรินทร์ยังคงเป็นนรินทร์ แต่เป็นนรินทร์แบบที่… แปลก




“เป็นอะไรทำหน้าแก่”




กฤติเงยหน้าจากแก้วโกโก้ร้อนของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงทักทายกวนประสาท พร้อมกับเสียงเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหล่อที่เขาเกลียดขี้หน้ามองตรงมา กฤติพ่นลมหายใจออกด้วยความหงุดหงิด ตัวน่ารำคาญมาวุ่นวายแต่เช้า




เมฆ โปรเจคเมเนเจอร์ที่ตามจีบแทนใจ




“ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

“นี่ผมหวังดีนะ” เมฆพูดด้วยเสียงกวนโมโหแบบที่ไม่เคยใช้กับแทนใจเลยสักครั้ง “เกิดหัวหน้าน้องแทนใจของผมเป็นอะไรไป เด็กน้อยของผมร้องไห้กันพอดี เลยจะช่วยดูหน่อย” “แค่เห็นหน้าคุณอยู่ผมก็ปวดหัวแล้ว”



กฤติตอบตามความจริง เขากับเมฆนั้นเรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แปลกประหลาด จะเรียกว่าเพื่อนก็ไม่ใช่ เป็นเหมือนคนเกลียดขี้หน้ากันแต่ดันรู้จักกันดีเกินไปจนสนิทกันเสียมากกว่า




“แทนใจไปไหน?”




กฤติเปลี่ยนเรื่องเมื่อคนที่นั่งตรงข้ามเขาเริ่มลงมือกินอาหารที่ตัวเองตักมา หัวหน้าแผนกเซลล์ย่นจมูกเมื่อเห็นปริมาณ พวกผู้ชายบางคนก็กินเหมือนชีวิตไม่เคยได้ทานข้าวมาก่อนในทุกมื้อ ใช่ กฤติกำลังนึกถึงลูกน้องบ้าพลังที่รังแกเขาเมื่อคืนนั่นแหละ



“อยู่บนห้อง”

“ทำไมไม่พาน้องลงมาด้วยครับ? ผมไม่อยากอยู่กับคุณสองคน มลภาวะ”

“คิดว่าผมอยากอยู่กับคุณหรือไง? มานั่งด้วยเพราะสงสารหรอก”

“ถ้าสงสารจริง วันหลังเอาแทนใจมาแทนคุณนะ”

“ผมนึกว่าคุณอยากจะเห็นหน้าคุณโน้ตเสียอีก”

“...”




กฤติแทบจะพ่นโกโก้ร้อนออกมาหลังคำพูดนั้น ติดอยู่ที่ว่าเขายังมีสติมากพอที่จะทำหน้านิ่งใส่อีกคน แต่เมฆรู้จักกฤติดีเกินไป ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่าอะไรให้ชายหนุ่มฟัง แค่ปรายตามองก็รู้แล้วว่ากฤติกับโน้ตนั้น ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน




“ไม่ได้อยากเห็น เมาค้างหรือไงคุณ”

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง คุณไม่ใช่แทนใจ ไม่น่ารัก”

“คุณก็น่าเกลียดครับ”




เมฆทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คนที่ต่อปากต่อคำเขาอย่างไม่จบสิ้น ก่อนที่จะเดินไปกวาดอาหารเพิ่ม แล้วกลับมานั่งที่เดิมต่อด้วยความว่องไว การที่แทนใจยังหลับอยู่บนห้องก็ดี เขาจะได้คุยกับกฤติโดยที่ไม่ต้องพยายามพูดอ้อมๆ หรือตัดเนื้อหาที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กออกไป




“ตกลงเป็นอะไรคุณน่ะ”

“ผม?” กฤติที่เอาช้อนคนโกโก้เย็นชืดของตัวเองถาม

“คุณนั่นแหละ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เสียเวลา จะกลับไปดูแลแทนใจ”




เมฆพูดหลังจากที่ตัวเองเคี้ยวอาหารเรียบร้อย กฤติขมวดคิ้วนิดหน่อย เมื่อตัวเองดันคิดไปถึงมนุษย์ผู้ชายอีกคนที่ชอบพูดทั้งที่อาหารยังอยู่ในปาก




พอนึกได้ก็อยากจะหยิกตัวเอง จะไปคิดถึงคนไร้สติทำไมกัน


“ไม่มีอะไรครับ แค่คนบ้า”

“ไม่อยากเล่าก็แล้วแต่คุณ”



เมฆที่กินอาหารเรียบร้อยรวบอุปกรณ์ทานอาหารเข้าด้วยกัน แล้วเช็ดปากด้วยผ้ากันเปื้อน คล้ายกับคนที่เคร่งในกฎระเบียบเป็นอย่างดี ทั้งที่ความจริงเจ้าตัวไม่ใช่คนซีเรียสขนาดนั้น



“แต่ถ้าถามผมนะ คุณเปิดตัวเองบ้างก็ได้ ไม่ใช่แค่มีความสัมพันธ์ฉาบฉวยเป็นคืนๆ ไป ลองหาคนที่จะอยู่กับคุณ คนที่เป็นของคุณคนเดียวดูดิ” 

“...” กฤติรู้สึกเหมือนตัวเองควรจะเถียง แต่ริมฝีปากกลับหนักเกินกว่าที่จะเอ่ยอะไรออกไป

“การมีใครสักคนในชีวิตบ้างมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก”

“...”

“เมื่อคืนที่ผมเอาแทนใจไปนอนด้วยน่ะ ตอนตื่นมาแล้วเห็นน้องอยู่ข้างๆ ผมคิดว่าอยากจะตื่นมาเห็นน้องเขาแบบนี้ทุกเช้า”

 


ใบหน้าที่มีความสุขของคนตรงข้ามทำให้กฤติอยากเอาอะไรมาจิ้มตาด้วยความหมั่นไส้ แต่ถ้อยคำที่เมฆพูดออกมากลับทำให้กฤตินั่งนิ่งเหมือนถูกตรึงไว้บนเก้าอี้ของตัวเอง กับแก้วโกโก้เย็นชืดตรงหน้า




“คุณไม่อยากตื่นมาแล้วเจอใครอยู่ข้างๆ บ้างเหรอ?”




เมฆพูดจบแล้วลุกขึ้นรวบช้อนก่อนจะขอตัวออกจากห้องอาหารด้วยเหตุผลว่าจะขึ้นไปดูแทนใจที่ห้องนอน น้องน่าจะตื่นแล้ว ทิ้งกฤติให้นั่งอยู่กับตัวเอง และคำพูดนั้น




ตื่นนอนเพื่อมาเจอใครอยู่ข้างๆ งั้นหรือ? 




ทำไมเราจะต้องตื่นมามีใครด้วยล่ะ ในเมื่อตอนนี้เขาอยู่คนเดียว นอนคนเดียว ตื่นคนเดียว มันก็สบายดี แถมห้องก็สะอาดสะอ้านดี พอมีคนเริ่มมาแชร์พื้นที่ด้วยเท่านั้นแหละ ห้องที่เคยสะอาดเรียบร้อย กลายเป็นรกรุงรัง ของวางไม่เป็นที่ แถมผ้าปูที่นอนตอนนี้ล้นตู้ไปหมด




ถึงแม้จะรู้สึกไม่คุ้นชินที่จะต้องแบ่งพื้นที่ส่วนตัวให้คนอื่น แต่กฤติกลับแปลกใจมากกว่า ที่ตัวเองไม่ได้นึกรังเกียจการมีอยู่ของอีกคนเลยแม้แต่น้อย




มันแปลก… แปลกมากเกินไปแล้ว




“อ้าว คุณกฤติ”




ยังไม่ทันที่กฤติจะได้คำตอบสำหรับคำถามก่อนหน้า เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นมาทำให้เขาเงยหน้าขึ้นไปมองทันทีด้วยความเคยชิน ชายหนุ่มที่เมื่อคืนคลอเคลียกันอยู่ถึงเช้าเดินเข้ามาในชุดสบายๆ อย่างเสื้อยืดสีเข้ม กับกางเกงสามส่วน เตรียมพร้อมมาสำหรับการทำกิจกรรม Team Building กลางแจ้งที่จะเกิดขึ้นบ่ายนี้




กฤติพยักหน้าให้อีกคนด้วยสีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความคิดว่าอีกฝ่ายชักจะวุ่นวายกับเขาเกินไปแล้ว ทั้งอยู่ในความคิด ทั้งโผล่หน้ามาให้เห็น นี่มันเกินไปแล้ว




“น้องนิ้งคะ”




เสียงนุ่มของชายหนุ่มคนห่ามที่พูดกับอีกคนเรียกความสนใจของกฤติได้เป็นอย่างดี  ตอนนี้เองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่านรินทร์ไม่ได้มาคนเดียว ชายหนุ่มจูงเด็กหญิงที่อายุไม่น่าจะเกินชั้นประถมมาด้วย ใบหน้าของเด็กน้อยดูน่ารักน่าชัง ดวงตากลมโตมองมาทางเขาอย่างสงสัยใครรู้ ไม่มีท่าทีเคอะเขินแบบเด็กบางคนที่กฤติเคยเจอ ผมสีเข้มถูกปล่อยเอาไว้พร้อมด้วยที่คาดผมสีหวาน เป็นเด็กที่แม้แต่กฤติยังอดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ 



 

“คนนี้คืออากฤติค่ะ เป็นเพื่อนร่วมแผนกของคุณพ่อเอง สวัสดีอากฤติก่อนสิคะ”




ความรู้สึกอบอุ่นบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อเห็นว่าโน้ตคนห่ามพูดกับลูกสาวด้วยหางเสียง ‘ค่ะ’ แบบนี้ มันดู… น่ารักดีเหมือนกัน

 


“สวัสดีค่ะอากฤติ”




น้องนิ้งพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาไหว้ แล้วส่งยิ้มน่ารักให้คนแปลกหน้า ท่าทางน่าเอ็นดูจนกฤติยิ้มเล็กๆ ตอบกลับไปทันที




“สวัสดีครับน้องนิ้ง”




“โอเค รู้จักกันแล้วเนอะ นุ่งนิ้งนั่งตรงนี้ก่อนนะคะ” โน้ตพูดพร้อมกับอุ้มลูกสาวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกฤติ ที่เมฆเพิ่งจะลุกไปไม่นาน ยังดีที่พนักงานมาเก็บจานแล้วเลยไม่มีร่องรอยของการถูกใช้ให้เห็น “เดี๋ยวคุณพ่อไปตักอาหารให้นะคะ”

“ไม่เอาค่ะ คุณพ่อนั่ง เดี๋ยวหนูไปตักเอง”

“เอางั้นเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ” เด็กหญิงรับคำขันแข็ง พร้อมกับปีนลงจากเก้าอี้ “คุณพ่อนั่งคุยกับอากฤติก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูมา”

“โอเคเลยค่ะ”




เด็กสาวยิ้มให้คุณณพ่อและเพื่อนพ่ออีกครั้ง ก่อนจะเดินหายไปตรงโซนข้าวต้มที่อยู่ไม่ไกลนัก ทิ้งกฤติเอาไว้กับคุณพ่อมหาภัยของน้องนิ้ง หัวหน้าหนุ่มที่จิบแก้วโกโก้เย็นชืดเผลอมองตามนรินทร์ที่มองน้องนิ้งพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นตามหลังลูกสาวไป




อยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกประหลาด… ทำไมนรินทร์ถึงได้ดูหล่อขึ้นมานะ? 




ในขณะที่กฤติกำลังมองนรินทร์นั้น อีกฝ่ายก็หันกลับมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้คนที่กำลังคิดชมอีกฝ่ายเพลินๆ ถึงกับสำลักโกโก้ทันที




“แค่ก!”

“ใจเย็นๆ สำลักความหล่อผมหรือไงคุณ”




มันรู้ได้ไงวะ!?




“แค่กๆๆๆ”




กฤติถึงกับไอหน้าดำหน้าแดงเมื่ออีกคนดันทายถูกเสียอย่างนั้น โชคดีที่นรินทร์คิดว่าการหยอดเล่นของตัวเองไม่ใช่เรื่องจริงเหมือนทุกครั้ง คุณพ่อลูกหนึ่งเลยทำเพียงแค่หัวเราะกับท่าทางของอีกคน แล้วส่งกระดาษทิชชู่ให้เช็ดปากเท่านั้น




“ลูกสาวคุณน่ารักดีนะ”



ในที่สุดหัวหน้าแผนกก็ทนกับสายตาอบอุ่นของอีกคนไม่ไหว เป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง




“คุณพ่อของลูกผมก็น่ารักนะ”

“...”




มันจะหลงตัวเองยันวินาทีสุดท้ายของชีวิตเลยใช่มั้ย?




กฤติยกโกโก้แก้วเดิมขึ้นมาจิบอีกครั้ง ด้วยนิสัยไม่ทานอาหารเยอะเลยทำให้เขายังกินโกโก้แก้วนี้ไม่หมด ทั้งที่มันอยู่ตรงหน้ามาสักพักใหญ่ๆ แล้ว




“เงียบนี่คิดตามอยู่ใช่มั้ยคุณ?”

“เปล่า ผมหาวิธีทำร้ายร่างกายคุณอยู่”

“ทำบนเตียงไง เนี่ยๆ เอาเชือกมัดใช่ป้ะ เทน้ำผึ้งราดนมผม แล้วคุณก็ขึ้นคร่อม--”




“มาแล้วค่ะ!”




เสียงของเด็กหญิงเรียกให้ผู้ใหญ่สองคนที่กำลังอยู่ในท็อปปิคใต้สะดือกลับสู่โลกปัจจุบันแทบไม่ทัน น้องนิ้งเดินเข้ามาพร้อมกับจานใบใหญ่เมื่อเทียบกับมือของเด็กน้อยสองใบ ซึ่งในนั้นมีขนมปังปิ้งวางอยู่หลายแผ่น รวมไปถึงแยม เนย และนูเทลล่ากระปุกจิ๋วสองสามกระปุกที่วางกองๆ กันอยู่บนจานด้วย 




กฤติแทบจะมุดหัวเข้าไปในถ้วยโกโก้เมื่อเด็กน้อยหันมาทำตาใสใส่ทั้งเขาและคุณพ่อของเธอ เรื่องผิดที่สุดของการยอมหลวมตัวปลอบใจอีกฝ่ายในวันนั้น คือการที่จะต้องมาอยู่ต่อหน้าลูกสาวนรินทร์ในวันนี้นี่แหละ




“หนูตักอะไรมาเยอะแยะเชียวลูก ทานหมดเหรอคะ?”




นรินทร์คนไร้ยางอายก้มลงไปพูดกับลูกสาว ที่พยายามจะขึ้นมานั่งเก้าอี้ของผู้ใหญ่เอง นิ้งถือว่าเป็นเด็กตัวเล็กเมื่อเทียบกับเกณฑ์ทั่วไป แต่เด็กหญิงไม่ชอบการถูกประคบประหงมมากนัก จึงเลือกปฏิเสธคุณพ่อที่จะอุ้มขึ้นนั่ง แล้วเป็นฝ่ายนั่งเก้าอี้ด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากในการยืดตัวให้หัวขึ้นมาพ้นขอบโต๊ะก็ตาม




“หนูตักมาเผื่อคุณพ่อด้วยค่ะ”




เด็กหญิงพูดแล้วเลื่อนจานใบหนึ่งไปวางไว้หน้าคุณพ่อของตัวเอง ตอนนี้กฤติเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กน้อยมีจานซ้อนกันมาด้วย




“คุณพ่อชอบทานขนมปังปิ้ง หนูเลยปิ้งมาให้คุณพ่อ แล้วก็เอาเนยมาให้ด้วยค่ะ”

“เผื่อคุณพ่อด้วยเหรอคะ?”

“ใช่ค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อเมื่อย”




กฤติอมยิ้มนิดๆ ในความช่างพูดช่างคิดของเด็กประถมตรงหน้า ไม่รู้ว่านรินทร์เลี้ยงลูกมาอย่างไรถึงได้น่ารักน่าชังขนาดนี้ ส่วนตัวพ่อของน้องนิ้งนั้น ยิ้มจนหน้าบานไปหมดแล้ว




“แผ่นนี้ของคุณพ่อค่ะ”




เด็กหญิงวางขนมปังแผ่นแรกที่ทาเนยเสร็จแล้วบนจานของคุณพ่อ ซึ่งยังไม่หุบยิ้มบนหน้า นิ้งทาแยมสตอเบอรี่บนแผ่นต่อมาแล้วยื่นให้กับผู้ชายใส่แว่นเพียงหนึ่งเดียวของโต๊ะ พร้อมจานอีกใบที่ถือมาด้วย เด็กหญิงยิ้มโชว์ฟันน้ำนมที่ยังไม่หลุดสักซี่ 




“แผ่นนี้ของอากฤติค่ะ”

“ของอาเหรอครับ?”




กฤติถามกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ไม่เพียงแค่กฤติเท่านั้น ตัวคุณพ่อของเด็กน้อยเองก็เลิกคิ้วด้วยความงุนงงเช่นเดียวกัน



“ใช่ค่ะ” เด็กหญิงพยักหน้าหงึกหงัก “หนูเห็นอากฤติทานแค่กาแฟแก้วเดียว หนูกลัวอากฤติไม่อิ่มเลยหยิบมาให้ด้วยค่ะ”




สิ้นคำพูดเด็กหญิง กฤติยิ้มกว้างจนตาหยี่


 มันเป็นรอยยิ้มเพียงเสี้ยววินาที แต่ทำให้นรินทร์ถึงกับลมหายใจสะดุด




 คุณพ่อลูกหนึ่งถึงกับแอบหยิกตัวเองว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป ตั้งแต่เกิดมานรินทร์สาบานว่าเขาไม่เคยเห็นผู้ชายที่ไหนยิ้มน่ารักขนาดนี้มาก่อน ทั้งยังเป็นรอยยิ้มจากคนที่แทบจะไม่เคยเปลี่ยนสีหน้าเลยแบบกฤติด้วยแล้ว ชายหนุ่มยิ่งรู้สึกว่ามันเหมือนฝันเข้าไปทุกที




ถ้ากฤติหันมายิ้มแบบนี้ให้เขาบ้าง นรินทร์คงอารมณ์ดีเหมือนพี้ยาไปหลายวันแน่นอน




“ขอบคุณมากเลยนะครับ”

“หนูทาแยมให้เพราะอากฤติน่าจะชอบแยมสตอเบอรี่เหมือนหนู หรือถ้าอากฤติไม่ชอบ เดี๋ยวหนูทานเองค่ะ แล้วเดี๋ยวหนูจะทำแผ่นใหม่ให้นะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ อากฤติทานได้”

“ดีจังที่อากฤติชอบเหมือนหนู”



น้องนิ้งที่ตอนนี้ทาแยมสตอเบอรี่ให้ขนมปังของตัวเอง โดยปฏิเสธการช่วยเหลือของคุณพ่อที่พยายามจะตระเตรียมให้อย่างไม่สนใจ นิ้งบอกว่าไม่ต้องยุ่งไง เธอชอบทำเอง คุณพ่อไม่รู้เรื่องเลย!



“คุณพ่อไม่ชอบกินแยมสตอเบอรี่เลยค่ะ เวลาทานขนมปังทาแค่เนยเอง นิ้งว่าแยมอร่อยกว่าตั้งเยอะแน่ะ เนอะอากฤติเนอะ”

“ฮ่าๆ ใช่ครับ แยมอร่อยกว่าเยอะเลย คุณพ่อน้องนิ้งไม่ได้เรื่องเลยเนอะ”

“ใช่ๆ คุณพ่อไม่ได้เรื่องเลยค่ะ” 




นรินทร์นั่งมองภาพกฤติที่ถูกลูกสาวเขาซื้อไปด้วยความเอ็นดู (ถึงแม้ตัวเองจะเป็นคนไม่ได้เรื่องในบทสนทนานั้นก็ตาม) ตอนนี้กฤติกับนิ้งพูดคุยกันเข้าขาแล้วยิ้มกว้าง ถ้าหากทุกเช้าเขาตื่นขึ้นมาเจอลูกสาวกับกฤติอยู่ที่โต๊ะอาหารแบบนี้ตลอดมันคงต้องมีความสุขมากแน่นอน




ถ้าครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้ก็คงดี





------- Sunday In Bed -------
[/b]


ต่อข้างล่างนะคะ

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-1
    • Twitter
ต่อจ้า

------- Sunday In Bed -------





หลังจากที่ทานข้าวเสร็จได้สองสามชั่วโมง ทุกคนก็ต้องมาทำกิจกรรม Team Building ที่บริเวณสวนน้ำที่เป็นของโรงแรม ถึงแม้จะไม่ใช่กิจกรรมบังคับ แต่พนักงานเกือบทั้งหมดก็มาอยู่รวมกันตรงจุดนัด ซึ่งนั่นรวมถึงกฤติที่หยิบเอาแว่นกันแดดติดมาจากบนห้อง




“พี่ไม่มาเล่นด้วยกันเหรอ?”




ซุกซนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงสบายๆ ถามหัวหน้าแผนกตัวเอง เมื่อคนคุมกิจกรรมกำลังจะแบ่งทีมเล่นกัน วันนี้ซุกซนแอบเหงาเล็กน้อย เมื่อเพื่อนสนิทอย่างแทนใจดันแฮงก์จากเหล้าเมื่อวานเลยนอนเป็นก้อนอยู่ในห้องของพี่เมฆ เหลือเพียงซุกซนหัวเดียวกระเทียมลีบ




แล้วนี่หัวหน้าแผนกอย่างคุณกฤติยังทำท่าเหมือนแมวตอนที่เขาบอกว่าจะต้องเปียกน้ำ ตอนนี้คือหัวหน้าแผนกเซลล์ย้ายตัวเองไปอยู่ในร่ม พร้อมแว่นกันแดด และโทรศัพท์มือถือเป็นที่เรียบร้อย




“ไม่ล่ะ ซุกซนไปเล่นเถอะครับ ผมไม่ค่อยชอบกิจกรรมกลางแจ้งเท่าไหร่”




ซุกซนมองกฤติที่โบกมือปฏิเสธอย่างไม่เข้าใจนัก ถ้าไม่ชอบแล้วลงมาทำไมกัน? นอนอืดเป็นเพื่อนแทนใจบนห้องก็ได้นี่




“เคๆ พี่ งั้นผมไปละ ฝากกระเป๋าด้วยนะพี่”

“ครับ”





กฤติยิ้มให้เด็กหนุ่มในแผนกที่ยังอุตส่าห์นึกถึงเขาตอนที่เจ้าตัวกำลังจะกระโจนลงน้ำไปทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆ




กิจกรรม team building ของบริษัทยังคงไม่น่าสนใจสำหรับกฤติเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ตามปกติเขาไม่ใช่คนบ้าพลังหรือชอบทำกิจกรรมอะไรอยู่แล้ว การที่จะรู้สึกเฉยเมยกับงานกลางแจ้งแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลยด้วยซ้ำ




จะหนีไปนอนบนห้องก็ได้ แต่กฤติรู้สึกว่ามันน่าเกลียด เขาเป็นถึงหัวหน้าแผนก จะปล่อยให้คนอื่นอยู่ตรงนี้กันแล้วตัวเองหลบแดดสบายอยู่บนห้องคนเดียวก็กระไรอยู่ ชายหนุ่มเลยเลือกที่จะเอาตัวเองลงมานั่งเฝ้าคนอื่นเขาเล่นกัน พร้อมทั้งเปลี่ยนบรรยากาศไปด้วยเลย




“คุณ ไม่ไปเล่นเหรอ?”




เสียงเรียกไม่ไกลนักทำให้กฤติหันไปมอง เขาเห็นนรินทร์ ลูกน้องแผนกคนกากกำลังยืนอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงสามส่วน คล้ายๆ กันกับของซุกซนเมื่อครู่ อาจจะต่างไปตรงที่นรินทร์เดินเข้ามาพร้อมกับลูกสาวตัวเล็กๆ ที่ยังจับมือคุณพ่อไม่ห่างด้วย




“ไม่ล่ะครับ ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่” กฤติตอบไปตามความจริง แล้วหันไปทางเด็กหญิงแทน “น้องนิ้งจะไปเล่นกับคุณพ่อด้วยเหรอครับ?”



“ใช่ค่ะ” เด็กหญิงรับคำอย่างหนักแน่น ตอนนี้เด็กน้อยเองก็อยู่ในชุดคล้ายกับคุณพ่อของเธอในสีสันที่สดใสกว่า “ถ้าปล่อยคุณพ่อไปคนเดียว เดี๋ยวคุณพ่อเหงาค่ะ”




หรือบางทีคุณพ่ออาจจะไม่ระวังจนเจ็บตัวด้วย เธอเลยต้องคอยดูแลคุณพ่อเอาไว้ … เด็กหญิงคิดในใจแต่ว่าไม่ได้พูดออกไป


คำตอบแสนฉลาดของเด็กน้อยทำให้กฤติยิ้มออกมาอีกครั้ง ไม่ได้สนใจพ่อของเด็กน้อยที่มองตัวเองอยู่ นรินทร์จะทำอะไรก็ทำไป ตอนนี้น้องนิ้งน่ารักกว่าตัวพ่อตั้งเยอะแยะ




“เล่นให้สนุกนะครับ เดี๋ยวอากฤตินั่งรอตรงนี้”

“โอเคค่า”




.

.

.




ทั้งที่พูดไปแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้ว กฤติก็เอาตัวเองมายืนอยู่บริเวณชายหาดเทียมของสวนน้ำอยู่ดี




คิดไปแล้วก็แปลก ตอนแรกเขาแค่ต้องการจะนั่งๆ นอนๆ รอเวลาไม่ให้น่าเกลียดมากเฉยๆ แต่สุดท้ายแล้วตัวเองก็อดเข้ามาดูแลน้องนิ้ง แทนคุณนรินทร์ที่ถูกให้เป็นหัวหน้าทีมกิจกรรมในน้ำ นั่นก็คือการวิ่งหยิบธง (ไม่รู้จ้างออแกไนซ์เซอร์บริษัทไหนมา) แล้วก็ยังต้องพาลูกเล่นน้ำ กฤติเลยคิดว่าเขาดูแลน้องนิ้งให้น่าจะง่ายกับนรินทร์มากกว่า




ทั้งที่กฤติแค่ทำอะไรตามปกติ ไม่ได้แสดงความพิเศษอะไรต่อนรินทร์ แต่รอยยิ้มกับคำพูดขอบคุณจากใจจริงของอีกคนนั้นทำเอาหัวหน้าแผนกคนเก่งนิ่งไปเพราะรู้สึกตาพร่า




นรินทร์ควรหล่อน้อยลงกว่านี้หน่อย


กฤติคิด แต่ไม่ได้พูดออกไปให้อีกคนยิ้มกว้างไปมากกว่านี้




“หิวหรือยังครับ?”




กฤติถามเด็กที่วิ่งเข้ามาหาอย่างร่าเริง เมื่อกี้เจ้าตัวเล็กวิ่งลงไปเล่นน้ำอยู่คนเดียวในสระเด็ก โดยมีกฤติยืนดูอยู่ใกล้ๆ จนเหนื่อยนั่นแหละถึงได้ขึ้นมาหาเขา




“ยังเลยค่ะ” นิ้งส่ายหัวไปมาประกอบคำพูดตัวเอง เด็กหญิงเดินมาหยิบผ้า แล้วเช็ดตัวเองให้แห้ง ก่อนที่จะเดินมาใกล้ๆ เขา 

“แล้วทำไมขึ้นมาเร็วจังครับ? หนูเพิ่งจะลงไปไม่นานเองนะ”

“หนูไม่อยากให้อากฤติรอนานค่ะ เดี๋ยวอากฤติเหงา”




เป็นอีกครั้งที่กฤติรู้สึกว่าเด็กคนนี้เติบโตมาอย่างดี เขาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้เลี้ยงลูกมาอย่างไร สำหรับเขาอายุเท่านี้แต่สนใจคนรอบข้าง สำหรับกฤตินั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลยด้วยซ้ำ




“งั้นไปกินไอติมกันเถอะครับ เล่นมานานแล้ว ไปเติมพลังก่อนเนอะ”




กฤติพาเด็กหญิงไปยืนเลือกของทานเล่นที่บูธขายขนมใกล้ๆ เด็กหญิงใช้เวลาไม่นานก็ได้ไอศกรีมรสช็อกโกแลตของตัวเองมา ส่วนกฤตินั้นยังคงยืนมองไอศกรีมในนั้นอย่างชั่งใจ




“อากฤติยังเลือกไม่ได้เหรอคะ? ให้หนูช่วยเลือกมั้ยคะ?”




เด็กหญิงเงยหน้าถามผู้ใหญ่ที่ยังคงจูงมือเธออยู่ นิ้งเห็นว่าเพื่อนร่วมงานคุณพ่อคนนี้ยืนขมวดคิ้วทำหน้าตาจริงจังอยู่หน้าตู้นานแล้ว แต่ยังเลือกไม่ได้เสียที อาจจะเพราะไม่รู้ว่ารสอะไรอร่อย เดี๋ยวนิ้งที่ชอบกินไอศกรีมมากๆ จะช่วยแนะนำให้นะ นิ้งเลือกขนมให้เพื่อนเก่งมากๆ ฝนเพื่อนสนิทยังบอกว่านิ้งเก่งเลย!




“อ่า …” กฤติมีท่าทีลังเลเล็กน้อย “คุณพ่อน้องนิ้งชอบทานรสอะไรครับ?”

“คุณพ่อเหรอคะ?” เด็กหญิงคิดเล็กน้อย ก่อนที่จะตอบออกมาตามที่ตัวเองสังเกตมาตลอด “คุณพ่อชอบรสสตอเบอรี่ค่ะ”




กฤติกะพริบตาเล็กน้อยกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับ ในหัวคิดไปถึงภาพนายนรินทร์ที่ทำตัวกามๆ กำลังกินไอศกรีมสีชมพูแล้วมัน….




เอาเถอะ




“น้ำเปล่าสองขวด กับไอศกรีมสตอเบอร์รีถ้วยหนึ่งครับ” ชายหนุ่มสั่งพนักงานขายที่รับคำอย่างขยันขันแข็ง ลูกสาวของนรินทร์มองตาม ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

“อากฤติชอบกินเหมือนคุณพ่อเหรอคะ?”

“ไม่หรอกครับ” กฤติตอบเด็กสาวสบายๆ “อาซื้อเผื่อพ่อของหนูน่ะ ไปเล่นน้ำน่าจะเหนื่อย”

“อ๋อ โอเคค่ะ” เด็กหญิงรับคำสั้นๆ ก่อนที่จะคิดอะไรนิดหน่อยกับตัวเอง แล้วถึงพูดออกมาอีกครั้ง “อากฤติสนิทกับคุณพ่อมากๆ เลยเหรอคะ?”



เป็นคู่นอนด้วยเหตุผลปัญญาอ่อน นี่เรียกสนิทมั้ยนะ?

 

กฤติคิด ทว่าก่อนที่จะตอบอะไรออกไปนั้น น้องนิ้งก็พูดต่อ




“ตอนที่คุณพ่ออยู่กับอากฤติ คุณพ่อดูมีความสุขมากๆ เลยค่ะ นิ้งไม่ได้เห็นพ่อที่ยิ้มเหมือนตอนที่อยู่กับอากฤติมานานแล้วค่ะ”




หลังจากสิ้นคำพูดของเด็กน้อย กฤติที่เพิ่งจะเอื้อมมือไปรับเงินทอนจากพนักงานก็นิ่งไป ซึ่งน้องนิ้งเองก็เงียบลงเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มประมวลคำพูดเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งยิ้มบางๆ ให้เด็กหญิง มันเป็นรอยยิ้มเอ็นดูเหมือนกับทุกครั้งที่เขามองเธอ




“คุณพ่อหนูเขาเครียดเรื่องงานน่ะครับ อยู่กับอาเขาไม่ต้องคิดอะไรเยอะล่ะมั้ง”




เพราะมันมัวแต่ทำตัวไร้สมอง … กฤติได้แต่คิดในใจ




“แต่หนูว่า คุณพ่อคิดเรื่องคุณแม่ค่ะ”

“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะครับ?”




กฤติถามต่อ พวกเขาเดินจนมาถึงเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งกันอยู่ตั้งแต่ตอนแรก ข้าวของที่ระเกะระกะของซุกซนกับนรินทร์ถูกกฤติจัดวางให้เป็นระเบียบด้วยความรำคาญลูกตา เด็กน้อยจะได้มีที่นั่งได้และไม่เอาความซกมกแบบนั้นเป็นเยี่ยงอย่าง




“ก็คุณพ่อกับคุณแม่เขาไม่รักกันแล้วนี่คะ”




รอบนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเงียบ มองเด็กหญิงที่พูดเรื่องครอบครัวด้วยน้ำเสียงธรรมดาเหมือนกับตอนที่บอกเขาว่าตัวเองชอบทานไอศกรีมรสช็อกโกแลต




“อันนี้ที่บ้านหนูคุยกันเหรอครับ?”

“ค่ะ” น้องนิ้งตักไอศกรีมเข้าปากคำเล็กๆ เพื่อไม่ให้มันเลอะเทอะแบบเวลาคุณพ่อกิน “คุณพ่อกับคุณแม่เคยบอกนิ้งเอาไว้ว่าตอนนี้ไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว รักนิ้งแต่ไม่รักกันแล้ว แบบนี้น่ะค่ะ”

“...”

“แรกๆ หนูก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่คุณพ่อกับคุณแม่บอกว่าตอนนี้พวกเขารักหนู แต่ว่าไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ เพราะไม่รักกันแล้ว นิ้งเลยอยู่กับคุณพ่อบ้าง คุณแม่บ้าง ไม่ให้มีใครเหงาค่ะ”




กฤติพยักหน้ารับรู้เงียบๆ ปล่อยให้เด็กน้อยพูดต่อไป




“แต่คุณแม่มีอาเอิร์ธแล้ว คุณแม่คงไม่เหงามากเท่าไหร่ เหลือแต่คุณพ่อค่ะ นิ้งไม่อยากให้คุณพ่อเหงานิ้งเลยมาเล่นกับคุณพ่อบ่อยๆ… อ๊ะ ขอบคุณมากค่ะอากฤติ”




เด็กหญิงพูดแล้วยกมือขึ้นมาไหว้ขอบคุณคนที่หยิบทิชชู่มาให้ เมื่อเห็นว่าเด็กหญิงพูดไปปมองซ้ายมองขวาไปมาเหมือนกำลังหากระดาษทิชชู่อยู่ ส่วนอาเอิร์ธที่น้องนิ้งพูดถึงนั้น กฤติคาดว่าน่าจะเป็นแฟนใหม่ของแม่เด็กสาว




“แต่มีช่วงหลังนี่แหละค่ะ ที่คุณพ่อพูดถึงเพื่อนที่ไปอยู่ด้วยบ่อยๆ ตอนพูดคุณพ่อจะยิ้มๆ แบบเมื่อกี้เลย ที่ยิ้มตอนที่อากฤติอยู่น่ะค่ะ”




มาถึงตอนนี้ กฤติไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบลูกสาวของนรินร์ว่าอะไรดี ชายหนุ่มพยายามควบคุมสีหน้าให้เป็นปกติ ถึงแม้ในหัวจะมีแต่คำว่า ‘นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรของนายนรินทร์อีก!’




“ไม่ใช่หรอกครับ” กฤติพูดออกมาในที่สุด หลังจากขจัดเรื่องไร้สาระออกจากสมองได้มากพอที่จะรวบรวมคำพูดออกมาเป็นประโยคได้



“อาว่าคุณพ่อของหนูเขาเข้มแข็งขึ้นต่างหาก”




เด็กหญิงที่กำลังจะตักไอศกรีมขึ้นมาทานต่อชะงักค้าง ดวงตากลมโตฉายแววสงสัยอย่างไม่ปิดบัง เพื่อนคุณพ่อนั้นยังคงไม่แสดงสีหน้าอะไรมากกว่าเดิม ตอนที่พูดประโยคถัดมา




“ตอนแรกคุณพ่อของหนูเขาอาจจะยังตั้งตัวไม่ได้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง คุณพ่อเขาเลยเครียดๆ ไปบ้าง แต่พอเวลาผ่านไป คุณพ่อของหนูเขากลับมายิ้มกว้างแบบเดิมได้ เพราะว่าเขารักหนูไงครับน้องนิ้ง”


“...”


“อาเชื่อว่าสำหรับคุณพ่อของหนูน่ะ เขารักหนูมากจริงๆ นะครับ”


“...”


สิ้นเสียงนั้น เด็กหญิงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เช่นเดียวกับหัวหน้าแผนกเซลล์ ที่เปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กอีเมลงานอย่างที่เคยทำเป็นประจำ เวลาผ่านไปร่วมสิบนาที ก่อนที่เด็กหญิงจะเป็นฝ่ายพูดออกมาอีกครั้ง


“อากฤติคะ”

“ครับ?”




กฤติรับคำทั้งที่มือยังคงพิมพ์ตอบเมลจาก subsidiaries ของแผนกเซลล์ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกทั้งทีม ถึงเรื่องการประชุม VDO conferences ประจำปีที่เขาจะต้องเข้าร่วม




“อากฤติรักคุณพ่อเหรอคะ?”

“ครับ????”





ชายหนุ่มแทบจะรูดแป้นพิมพ์ตอบอีเมลไปด้วยความตกใจ  แต่โชคดีที่เขายังมีสติมากพอที่จะ save เป็น draft เก็บไว้ ก่อนที่จะหันไปทางเด็กหญิงที่ตอนนี้ไอศกรีมหมดไปครึ่งถ้วยแล้ว แต่ยังคงนั่งมองเขาตาแป๋ว





“ก็อากฤติพูดเหมือนกับว่าเข้าใจคุณพ่อมากๆ หนูไม่เคยเห็นเพื่อนของคุณพ่อคนไหนพูดแบบนี้เลยน่ะค่ะ มันทำให้หนูนึกถึงคุณแม่ตอนที่คุณแม่ยังรักกับคุณพ่อน่ะค่ะ”



“...”

“อากฤติรักคุณพ่อเหรอคะ?”



“มะ...”





RRrrrr





ยังไม่ทันที่กฤติจะได้ตอบอะไรออกไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นก่อน เขาเลยขอตัวออกมานั่งคุยโทรศัพท์แทน ซึ่งลูกสาวนรินทร์ก็เป็นเด็กดีพอที่จะเข้าใจว่าเขากำลังคุยงานอยู่ เลยนั่งทานไอศกรีมที่เหลือเงียบๆ ไปคนเดียวโดยที่ไม่ได้มาพูดกวนอะไรอีก




โชคดีที่มันเป็นแค่งานด่วนสายสั้นๆ (การเป็นเมเนเจอร์ทำให้กฤติชินชากับการต้องรับโทรศัพท์ทุกที ทุกเวลาไปแล้ว) เมื่อคุยเสร็จ ไอศกรีมสตอเบอรี่ที่เขาตั้งใจซื้อมาให้อีกคนก็ละลายพอดี ชายหนุ่มเลยบอกกับเด็กน้อยว่าเขาจะไปปซื้อขนมมาเพิ่ม เผื่อว่าคุณพ่อของเธอมาแล้วหิว จะได้มีอะไรไว้กิน ซึ่งน้องนิ้งเองก็ขอไปด้วยเผื่อมีอะไรจะทานเพิ่ม




ถึงแม้ว่ากฤติจะไม่ได้ตอบออกมาชัดเจนว่ารักพ่อของเธอเหมือนกับที่แม่ของเธอเคยรักหรือไม่ แต่นิ้งไม่เครียดอะไร สำหรับเด็กน้อยนั้น การที่เป็นแบบนี้เธอรู้สึกว่าเธอสนิทใจกับกฤติมากขึ้นไปอีกขั้น




มันเหมือนพวกเขาทั้งสองคนมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นก็คือนรินทร์ นิ้งไม่แน่ใจว่าอันนี้เรียกว่าคุณพ่อกับอากฤติสนิทกันหรือรักกัน แต่นิ้งว่าอากฤติไม่ใช่คนไม่ดีหรอกมั้ง?




เพียงไม่ถึงสิบนาที ทั้งกฤติและน้องนิ้งก็กลับมานั่งที่เดิมด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไปจากครั้งแรก กฤติมองเด็กหญิงที่กินขนมหวานอย่างเอร็ดอร่อย (รอบนี้เป็นน้ำแข็งไส) ในขณะที่ตัวเองไม่ได้แตะต้องไอศกรีม เฟรนช์ฟราย กับน้ำขวดที่ซื้อมา




เพราะอะไรน่ะเหรอ?




“โอ้ย หิวมากเลย”



กฤติยื่นขนมใส่หน้าคนที่เดินมาจากไหนไม่รู้ มาทรุดตัวนั่งข้างๆ ด้วยใบหน้าที่เปียกน้ำจนกฤติต้องโยนผ้าขนหนูใส่หน้าให้เจ้าตัวเช็ด ก่อนที่มันจะมาเปียกใส่เขา




“คุณพ่อทำไมเลอะเทอะแบบนี้คะ?”




น้องนิ้งที่ตอนนี้เขยิบหนีพ่อตัวเองพูดขึ้นมา ตอนที่นิ้งขึ้นมาจากน้ำ เด็กหญิงรอให้ตัวเองแห้งเล็กน้อยก่อนที่จะไปหาอากฤติ แล้วคุณพ่อเป็นใคร ทำไมถึงได้ไร้ความละเอียดอ่อนขนาดนี้




“นิดเดียวน่าครับ อากฤติไม่ว่าพ่อหรอก เนอะ”




กฤติปรายตามองคุณพ่อลูกหนึ่งด้วยหางตา ซึ่งนรินทร์เลือกที่จะมองข้ามการแสดงความรักนั้นไป




“อากฤติกับน้องนิ้งไมไปเล่นด้วยกันเหรอคะ?” นรินทร์เปลี่ยนเรื่อง รอยยิ้มกว้างเหมือนสิงโตตัวใหญ่ที่เพิ่งขึ้นมาจากการเล่นน้ำฝนยังคงอยู่บนหน้า “ตรงนั้นมีสไลเดอร์สูงมากเลยนะ น้องนิ้งน่าจะชอบ”

“ไม่เอาหรอกค่ะ หนูเล่นพอแล้ว”

“เอางั้นเหรอคะ?”

“เอาแบบนั้นแหละค่ะ” น้องนิ้งพูดต่ออย่างฉะฉาน แบบที่กฤติถึงกับแอบยิ้มมุมปากด้วยความชอบใจ “ถ้าคุณพ่อยังเล่นน้ำไม่พอคุณพ่อไปเล่นต่อก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูจะนั่งเป็นเพื่อนอากฤติเอง”

“งั้นคุณพ่อขอตัวอากฤติไปกับคุณพ่อได้มั้ยคะ?”




เดี๋ยว?




กฤติถึงกับหันไปมองคนพูดอีกครั้ง อะไร? จะเอาเขาไปไหน?




“กิจกรรมต่อไปพ่ออยากได้กำลังใจจากอากฤติจังเลยค่ะ คุณพ่อขอยืมอากฤติก่อนนะคะ”

“ทำไมคุณพ่อทำอะไรคนเดียวไม่ได้คะ? เอาอากฤติไปทำไม หนูจะอยู่กับอากฤติ”




ตอนนี้ชายหนุ่มที่ใส่แว่นกำลังไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในสงครามพ่อลูกได้อย่างไร แต่ท่าทางเหมือนทั้งตัวพ่อและคนลูกจะไม่ยอมให้เขาไปที่อื่นเพราะอะไรบางอย่าง ที่กฤติเองไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไม อะไร เอาตามจริง นี่มันอะไร




“คุณพ่อยืมอากฤติแป๊บเดียวเอง ไม่ได้เหรอคะ?”

“ไม่ได้ค่ะ หนูจะอยู่กับอากฤติ หนูชอบอากฤติ”




กฤติหันไปมองเด็กน้อยที่ตอนนี้ส่งยิ้มกว้างให้เขาอย่างเอ็นดู ถึงแม้รอยยิ้มนั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนกับนายนรินทร์เวอร์ชันผู้หญิงที่น่ารักกว่ามากก็ตามที




เมื่อรู้สึกว่าอีกคนน่ารัก กฤติก็ลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ ทันที ทั้งที่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เขารู้สึกชอบน้องนิ้งมาก เป็นเด็กฉลาดและพูดจาฉะฉาน แถมยังไม่ร้องไห้สักแอะ



“หนูเอาอากฤติไปคนเดียวไม่ได้นะคะ”




ยัง ตัวพ่อมันยังไม่จบ กฤติหันไปทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คนที่ตอนนี้เริ่มตัวแห้ง เลยเอาตัวเองมานั่งอยู่ข้างๆ เขาอย่างน่ารำคาญ




มือของชายหนุ่มเอามาเกลี่ยปอยผมของเขามันน่ารำคาญจนอยากจะปัดออก แต่เมื่อหันไปมองหน้าคุณพ่อลูกหนึ่งแล้ว รอยยิ้มบางๆ กับสายตาอบอุ่นที่มองตรงมาทำให้เขาทำอย่างที่ใจคิดไม่ได้ กฤติรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ เหมือนเวลาถูกหยุดเอาไว้ มีเพียงแค่รอยยิ้มกับสายตาของนรินทร์เท่านั้นที่อยู่ในสายตาของเขา




“เพราะว่าคุณพ่อน่ะ”




ถึงแม้จะพูดกับลูก แต่นรินทร์นั้น มองตรงไปในตาของกฤติเท่านั้น คล้ายกับว่าเขาต้องการจะให้กฤติได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน






“โคตรชอบอากฤติเลยค่ะ”

“...”



“คุณพ่อชอบอากฤติมากๆ ชอบอากฤติยิ่งกว่าที่เคยชอบใครมาเลยค่ะ” 





------- TBC ------
-



นั่นแหละค่ะทุกคน

คุณพ่อเขาก็ชอบอากฤติค่ะ นั่นเลยค่ะ 5555555

หลีกทางหน่อยค่ะ พระเอกจะเดิน XD


ตอนแรกคิดว่าจะค้างนานกว่านี้ แต่พอดีปั่นทันเลยเอามาลงก่อน

ถ้าเจอคำผิด หรือประโยคที่ดูอิหยังวะ(?) สามารถแจ้งเราทุกช่องทางเลยนะคะ


Enjoy Reading นะคะ <333

#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-01-2019 22:39:26 โดย babybaphomet »

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14013
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +409/-25

ออฟไลน์ pan19891990

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เพิ่งมาเจอนิยายเรื่องนี้ อยากบอกว่าชอบมากๆเลยค่ะ เวลานายนรินทร์กับคุณหัวหน้าเขาเล่นกันนี่ดีต่อใจเหลือเกิน หลงรักความใจแข็งปากแข็งของคุณหัวหน้ามากๆ แถมตอนล่าสุดก็ทำให้แอบเอ็นดูน้องนิ้งอีกคน ส่วนนายนรินทร์นั้นเราจะไม่ขอพูดถึงความหลงเพื่อนเล่นของเขาที่ออกนอกหน้านอกตาเหลือเกิน ถึงจะเป็นพระเอกในแบบที่ชอบแค่ไหนแต่ความหมั่นไส้นั้นมีมากกว่าค่ะ 5555
ชอบที่คุณคนเขียนถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของตัวละครออกมาได้ชัดเจน ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ :)

ออฟไลน์ lizzii

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6915
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +266/-2
ได้ค่าคุณพ่อ ตามสะดวกเลยค่าาาา 55555

ออฟไลน์ shoi_toei

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5254
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +222/-25
คุณอากฤติ ยังมีสติ อยู่นะค๊า

ออฟไลน์ nisaday

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 60
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
นุ้งนิ้งสื่อรัก คิวปิดตัวน้อย เอ็นดูน้อง
ทำไมลูกน้องคุณกฤติรุกหนัก หว่านเสน่ห์เรี่ยราดแบบนี้น้าาา
คุณกฤติจะต้านไหวอักกี่ตอนนนน

ออฟไลน์ tixjubz

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
เป็นพ่อมหาภัย เป็นคนกาก เป็นคนกาม เป็นคนไร้สาระของคุณกฤติ แล้วยังเป็นคนไม่ละเอียดอ่อนของน้องนิ้งไปอี๊ก 5555555 แต่ตอนนี้ เพิ่มเป็นคนหล่อที่ชอบอากฤติมากๆมาด้วยแล้วนะคะ อิอิ ชุ่มช่ำใจจจ

ออฟไลน์ Majariga

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 148
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
หวีดดดดดดดแรกคือ น้ำผึ้งราดนม....

หวีดดดดดดดสองคือ คุณพ่อชอบอากฤติ

แว๊กกกกกกกกกกกกก คุณนรินทร์นิ้วกลาง คือที่สุดค่ะ นับถือจริงๆ   o13

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4211
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +87/-6
น้องนิ้งเก่มาก เป็นเด็กฉลาด สอบได้ที่หนึ่งแน่นอนนน  :hao7:

ออฟไลน์ mild-dy

  • ☆ ทาสแมว ☆
  • เป็ดPoseidon
  • *
  • กระทู้: 9970
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +389/-77

ออฟไลน์ Chobreadyaoi

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 68
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
แล้วอากฤติรักคุณพ่อไหมคะ สรุปแล้ว 5555 น้องนิ้งเป็นเด็กดีจัง

ออฟไลน์ Bradly

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 218
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-1
คุณกฤตคะ เขินบ้างมั้ยคะะ

ออนไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7060
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +582/-10

ออฟไลน์ เขมกันต์

  • nothing’s else I can say
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 358
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +82/-7
    • Twitter
ถ้าพ่อโน้ตจะตรงขนาดนี้ก็ยกคุณกฤติให้ก็ได้ค่ะ

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3096
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-6

ออฟไลน์ Pthassa

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 11
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออนไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8000
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-11
เพิ่งมาเจอนิยายเรื่องนี้ อยากบอกว่าชอบมากๆเลยค่ะ เวลานายนรินทร์กับคุณหัวหน้าเขาเล่นกันนี่ดีต่อใจเหลือเกิน หลงรักความใจแข็งปากแข็งของคุณหัวหน้ามากๆ แถมตอนล่าสุดก็ทำให้แอบเอ็นดูน้องนิ้งอีกคน ส่วนนายนรินทร์นั้นเราจะไม่ขอพูดถึงความหลงเพื่อนเล่นของเขาที่ออกนอกหน้านอกตาเหลือเกิน ถึงจะเป็นพระเอกในแบบที่ชอบแค่ไหนแต่ความหมั่นไส้นั้นมีมากกว่าค่ะ 5555
ชอบที่คุณคนเขียนถ่ายทอดคาแรคเตอร์ของตัวละครออกมาได้ชัดเจน ภาษาก็ดีมากๆเลยค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ :)

เห็นด้วย......มากๆค่ะ   :mew1: :mew1: :mew1:

กฤติ เริ่มใจอ่อนกับความขี้เล่น ความปากไว ความวุ่นวาย
ความหื่นที่ไม่เก็บกั๊ก ความหน้าหนา หน้าด้าน
เอ่อ.....ทุกความ....ทุกตัวตนของนรินทร์ที่แสดงออกมากับกฤติ   :z3: :z3: :z3:
แถมลูกสาวของนรินทร์ น้องนิ้งยังมาทำให้ใจกฤติละลาย
จนยิ้มออกมาจากใจ ที่ทำให้นรินทร์ยิ่งเคลิ้ม
จนหลุดปากสารภาพรักกฤติออกมาเลย
“คุณพ่อชอบอากฤติมากๆ ชอบอากฤติยิ่งกว่าที่เคยชอบใครมาเลยค่ะ”

นรินทร์  กฤติ   :กอด1: :กอด1: :กอด1:
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ Pa'veaw

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1432
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +96/-1
น้องนิ้งหนูน่ารักมากกกกกลูก

ส่วนคนพ่อก็ขยันให้คนฟอร์มเยอะเค้าเขินจริงฟ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 691
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
อรุ่มม นรินทร์ นิ้วกลาง นายแน่มาก คุณกฤตเป็นยังไงบ้างคะ โดนหนูนิ้งล่อซื้อไปแล้ว โดนคนพ่อแอทแทคอีก ยังไหวอยู่มั้ยคะ

ออฟไลน์ Veesi3

  • coHon3 {ต้นฝ้าย}
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 870
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +33/-1

ออฟไลน์ pradoza

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 46
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-1
    • twitter

ออฟไลน์ TheWanFah

  • ความใกล้ชิด บางครั้ง ทำให้เราเผลอคิดไปเอง
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1143
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-1
ชอบเวลาคุณกฤติกับน้องนิ้งอยู่ด้วยกัน น่ารักมากเลย

ออฟไลน์ Duangjai

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 724
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-1
………


โอ้ยยยย น้องหนูน่ารักอ่ะ ฉลาด ใส่ใจ มารยาทดี. นี่ลูกสาวนรินทร์แน่นะ 555

รู้ไปหมด คิด วิเคราะห์ จากคำพูด  สีหน้า และอารมณ์ 

แล้วอากฤติก้อถูกรักจากทั้งพ่อและลูก

ลงหลักปักฐานอย่างที่เมฆว่าก้อดีเหมือนกันนะ  เชื่อดิ

 :mew1:  :mew1:  :mew3:  :mew3:  :katai2-1:  :katai2-1:


……

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 199
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องนิ้งน่ารักแอบทำคะแนนให้พ่อด้วย

ออฟไลน์ kokoro

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1189
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +136/-2
น้องนิ้งเป็นเด็กน่ารักมากๆ น่าเอ้็นดูจริงๆค่ะ
ว่าแล้วก็อยากเห็นภาพอากฤติยิ้นหวานให้กับน้องจนพ่ออิจฉาเนอะ 555

ตอนนี้ก็เริ่มมีการเปิดใจบ้างละ อากฤติโดนสารภาพแบบนี้จะยอมมั้ย
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

ออฟไลน์ yodrak

  • ชื่อ mab ไม่ได้ชื่อ map
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 480
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
นุ้งนิ้งน่ารักมากเลยค่ะ :mew1:

ออฟไลน์ QueenPlai

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 114
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ IamLonelygirl

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 70
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องนิ้ง ทำดีมากลูก
แบบนี้เรียกจีบหรือเปล่าอ่ะแถวบ้านเราเรียกว่าจีบนะ ตอนอ่านประโยคสุดท้าย ทุบโต๊ะหนักมากเขินไม่ไหวแล้ว ถ้าคุณกฤตไม่เขิน เราจะเขินแทนแล้วนะ
ทำดีมากค่ะชัดเจนเข้าไว้ เราอ่านตอนหน้านะคะ

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด