#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ : Epilogue: อาทิตย์สุดท้าย (08/05/19)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ : Epilogue: อาทิตย์สุดท้าย (08/05/19)  (อ่าน 41052 ครั้ง)

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-05-2019 21:14:01 โดย babybaphomet »

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
เอาไว้แปะสารบัญจ้า

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter

Prologue 


#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์









          วันอาทิตย์



สำหรับหลายๆ คน มันคงเป็นวันครอบครัวที่จะใช้ร่วมกับคนรัก เพื่อน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง



 แต่หากถามกฤติ ที่อาศัยอยู่คนเดียวมานานนับปี วันอาทิตย์นั้นไม่ต่างจากวันอื่นในสัปดาห์ แห้งเหือดและว่างเปล่า ในห้องสตูดิโอที่เขาเรียกว่าบ้านนั้น อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความจืดชืด



มันควรจะเป็นแบบนั้น



หากไม่ใช่เพราะเขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับชายหนุ่มอีกคน รอยยิ้มกวนประสาทนั่นเปลี่ยนวันอาทิตย์ของกฤติไปอย่างสิ้นเชิง




.

.

.



TBC






อิ____อิ


แล้วเจอกันเร็วๆ นี้ค่ะ!


สามารถคุยกับนี่ได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์
ทางทวิตเตอร์ @babbybapho หรือแฟนเพจ (ที่เปิดไว้เฉยๆ…) จิ้มที่นี่ค่ะ

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
1st Sunday
#เรื่องของคนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ 





วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คุณสุปราณีจะมาทำงานในออฟฟิศ




แทนใจมองไปยังรุ่นพี่เลขาคนเก่งของหัวหน้าแผนก ที่น้ำตาซึมตอนที่เก็บของราวกับว่าโดนปลดออกจากการเป็นพนักงาน ทั้งที่ความจริงเจ้าตัวแค่ท้องแก่มากแล้ว หัวหน้าแผนกเลยมีความเห็นว่าควรจะลาคลอดแล้วพักฟื้นยาวๆ ไปเลยจนกว่าร่างกายของเธอจะพร้อมกลับมาทำงานอีกครั้ง




บริษัทของพวกเขาเป็นบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งตัวแทนใจอยู่แผนกเซลล์ คนในแผนกรักกันดีมีทะเลาะกันบ้างแต่ก็ช่วยเหลือกัน เพราะฉะนั้นการที่คุณสุปราณีจะหายไปมันเลยทำให้หลายคนเสียดาย




น่าจะรวมถึงคุณกฤติด้วยเช่นกัน


ในสายตาของแทนใจ เซลล์โคฯต๊อกต๋อยในแผนกนี้ คุณกฤติคือหัวหน้าแผนกที่เพอร์เฟ็คท์




คุณกฤติมีรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าเรียบนิ่งที่อยู่ใต้แว่นสี่เหลี่ยมนั้นมักจะดูเคร่งขรึมและจริงจังตลอดเวลา อาจจะเพราะชุดสูทที่เจ้าตัวชอบใส่ ยิ่งทำให้ดูเป็นทางการมากเข้าไปอีก แม้กระทั่งวันที่สบายๆ คุณกฤติยังคงแต่งตัวเหมือนกับพร้อมจะเข้าประชุมตลอดเวลา




ครั้งแรกที่แทนใจเจอคุณกฤติ เด็กหนุ่มตัวสั่นราวกับว่าตัวเองเป็นกระต่ายตัวเล็กที่ถูกโยนเข้าไปในกรงเสือ แต่เมื่ออีกคนหนึ่งเผยรอยยิ้มที่ดูใจดีออกมา แทนใจก็ผ่อนคลายลง ถ้าไม่งั้นเขาก็คงไม่ทำงานที่นี่แน่ๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าเขากลัวหัวหน้ามากเกินไปจนไม่สามารถทำงานได้




จนในปัจจุบัน คุณกฤตินั้นถือว่าเป็นหนึ่งในคนที่แทนใจรู้สึกว่า ‘เท่มากๆ อยากเป็นแบบนี้ให้ได้จังเลยนะ’  ทั้งในเรื่องการวางตัวและการทำงาน ถึงแม้เด็กหนุ่มจะไม่เห็นว่าหัวหน้าควงใครไปไหนมาไหนอย่างเปิดเผย แต่เขาเชื่อว่าคนแบบคุณกฤตินั้น ต้องมีผู้หญิงดีๆ รอสร้างครอบครัวด้วยอย่างแน่นอน




ยิ่งเห็นคุณสุปราณีปาดน้ำตาเด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกตื้นตันแทนเข้าไปอีก คุณกฤติต้องเป็นหัวหน้าที่ดีมากๆ จนลูกน้องที่จะลาคลอดยังรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เจอหน้าเขาเป็นเดือน ถ้าเป็นเขาก็คงเสียดายมากๆ เลยล่ะ




ทั้งที่ความจริงแล้ว สุปราณีหลั่งน้ำตาเพราะรู้สึกว่าตัวเธอรอดแล้วจากการทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง อย่างน้อยก็สามสี่เดือนล่ะนะ 




“เดี๋ยวเย็นนี้ใครไม่มีรถติดมากับนุ่นได้นะ รถนุ่นมีแค่นุ่นกับใหม่สองคนเอง”




เสียงคุณนุ่นที่เป็นหนึ่งในบรรดาเซลล์โคฯพูดออกมาเรียกความสนใจของทุกคนได้ ทุกคนเปลี่ยนการทำงานในวันศุกร์สิ้นเดือนเป็นการคุยกันเรื่องที่ว่าวันนี้จะไปกินเลี้ยงส่งสุปราณีกันอย่างไร เป็นบรรยากาศการทำงานที่ครึกครื้นคล้ายกับว่าจะมีปาร์ตี้วันคริสต์มาส แต่ก็เจือความเศร้าเอาไว้ในเวลาเดียวกัน




“ทุกคนตกลงเรื่องรถกันได้แล้วนะครับ”




เสียงของกฤติ หัวหน้าแผนกคนเก่งของหลายๆ คนพูดขึ้นมา ใบหน้าเรียบนิ่งมีรอยยิ้มประดับอยู่เล็กน้อย ซึ่งหลายคนมองแล้วรู้สึกแหยงๆ เพราะเป็นรอยยิ้มเดียวกับตอนที่กฤติทวงงานเวลาที่ต้องการงานเร่งส่ง แต่บางคนก็รู้สึกว่ามันคือรอยยิ้มใจดี เช่นพนักงานที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับใครเขาอย่างแทนใจ เป็นต้น




“งั้นผมฝากจอง…”



“ร้านเขาสวนกวาง ตอน 19.30 น. จองเรียบร้อยแล้วครับ”




เสียงที่พูดแทรกขึ้นมาก่อนที่กฤติจะพูดจบเรียกให้ทุกคนหันไปมอง รวมถึงกฤติด้วย ผู้ชายตัวสูงท่าทางภูมิฐานเช่นเดียวกับกฤติพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม




“ขอบคุณครับ… คุณโน้ต”




เจ้าของชื่อยิ้มรับ ผู้ชายคนนี้ที่เคยเป็นเซลล์โคฯเหมือนกับแทนใจและคนอื่นๆ จะมารับตำแหน่งเลขาของกฤติแทนคุณสุปราณี และเห็นได้ชัดว่าเขาทำงานได้รวดเร็ว




เร็วเกินไปด้วยซ้ำ




กฤติขยับแว่นเล็กน้อยตอนที่มองสบตาคมคู่นั้น เขาเหยียดยิ้มในแบบที่คนอื่นมองแล้วแหยงกว่าเดิม (อาจจะยกเว้นแทนใจ เด็กหนุ่มกำลังตีกับเพื่อนข้างๆ ที่แกล้งดึงแก้มตัวเองอยู่) เลขาคนเก่งที่เพิ่งถูกแต่งตั้งอย่างเป็นทางการไปหมาดๆ เมื่อวานยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ออกจะดูกวนประสาทสำหรับกฤติสักหน่อย




ไม่สิ..



กวนประสาทมากๆ เลยด้วย




“ยินดีครับ… หัวหน้า”




กวนประสาท!



.

.

.








การที่ โน้ต นริทร์ ได้เป็นเลขานั้นไม่ใช่ความบังเอิญ




ในตอนที่ตัดสินใจเรื่องสุปราณีเรียบร้อยแล้วนั้น กฤติคิดแล้วว่ายังไงเขาก็ต้องการเลขาคนใหม่ เพราะด้วยตัวเนื้องานแล้วเขาไม่มีเวลามากพอที่จะไปใส่ใจเรื่องหยุมหยิมอย่างการเบิกค่าน้ำมันรถ หรือจำวันประชุมกับลูกค้าได้ดีเพียงพอ เขาทำได้ แต่ทำไมต้องทำเองในเมื่อเรามีเลขา?




ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้




อย่างแทนใจที่น่ารักแต่มักจะลืมนั่นลืมนี่ตัดทิ้งไป หรือซุกซน พนักงานอีกคนในแผนกที่ทำงานดีแต่เสียงดังโวยวายตลอดเวลานั่นก็น่ารำคาญมากเกิน เขาต้องการคนที่สามารถคุยกันรู้เรื่อง เป็นผู้ใหญ่ และรู้จักเขา ‘ดี’ พอที่จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิด




รับคนใหม่งั้นเหรอ? ตัดไปเลย กฤติยังไม่มีอารมณ์จะสัมภาษณ์ใครอะไรในตอนนี้ แค่เป้าหมายของแผนกที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตามเป้าก็เครียดมากพอแล้ว แถมเขายังไม่อยากรับพนักงานจากแผนกอื่นเข้ามาร่วมผลาญงบแผนกทำงานด้วย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ดี แต่การย้ายคนข้ามแผนกนั้น หลายครั้งมันก็สร้างปัญหาได้




ในที่ทำงานเก่า กฤติเคยทำงานเป็นผู้ช่วยแผนกการตลาดมาก่อน แต่ผลงานเขาดันไปถูกใจแผนกการขาย และตัวเขาเองก็อยากจะลองงานด้านอื่นดูบ้าง จึงได้ตกปากรับคำย้ายแผนกทันทีที่ได้รับการทาบทาม ซึ่งเรื่องที่เหมือนจะเล็กน้อยแบบนี้ ทำให้บริษัทเกิดสงครามเย็นระหว่างสองแผนก สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะลาออก เพราะรู้สึกว่ามันประสาทเสียที่จะต้องมาโดนหัวหน้าเก่าจิกกัดทุกครั้งที่เดินสวนกัน




ตำแหน่งนี้จึงควรจะเป็นคนในแผนกเท่านั้น




กฤติมองลอดแว่นไล่ดูพนักงานของตัวเองแต่ละคน จนไปจบที่โน้ต นรินทร์ เซลล์โคฯอาวุโสที่มีทั้งอายุงานในบริษัท และอายุจริงของเจ้าตัวมากกว่าเขาอยู่สองสามปี ผู้ชายที่แก่ประสบการณ์ เก๋าเกมในการคุยกับลูกค้า และจัดการปัญหาเฉพาะหน้าเก่งชนิดหาตัวจับได้ยากจึงถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ณ ขณะนั้น




ถ้ามองแค่เรื่องงาน โน้ต นรินทร์ จัดว่าเก่งมาก และเมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวแล้ว โน้ต นรินทร์ ก็จัดเป็นคนที่เก่งมากเช่นเดียวกัน



กวนประสาทเขาเนี่ย เก่งเหลือเกิน




“ไหนๆ ร้านจองแล้วอะไรก็แล้ว กลับไปทำงานต่อได้แล้วมั้งครับ โบนัสอยากได้กันใช่ไหมครับ?”




หลังจบคำพูดนั้น กลุ่มพนักงานที่กำลังคุยกันอย่างออกรสก็แตกฮือเหมือนผึ้งที่แตกรัง ส่วนใหญ่รีบกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ บางส่วนก็แก้เขินด้วยการเดินไปห้องน้ำ และบางคนก็ทำเป็นเหมือนไม่ทุกข์ร้อนกับคำขู่เมื่อครู่เท่าไหร่ และคนนั้นคือนรินทร์นั่นเอง




ชายหนุ่มเพียงแค่ส่งยิ้มให้กับหัวหน้าเหมือนทุกครั้ง ซึ่งสิ่งที่ได้กลับไปคือสายตาเรียบนิ่งพร้อมการเลิกคิ้วคล้ายกับว่า ‘คุณยิ้มหาอะไร?’




ซึ่งคำตอบของนรินทร์มีเพียงแค่การยักไหล่เท่านั้น






------- Sunday We Meet -------





 

“ชนครับพี่น้องครับ โช้นนนน”

“ซุกซนทำไมต้องเสียงดังด้วย คิดว่าคนอื่นเขาหูอื้อกันหรือไงนะ นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ”

“แล้วมึงจะทำไมฮะไอ้อ๊อง!! มานี่เลยนะ มาให้กูบิดแก้มมึงเดี๋ยวนี้!!”

“อุ๊กอนนนนนน เอ่บบบบบบบ” (ซุกซนนนนนน เจ็บบบบบบบ)




เสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังมาจากซุกซนกับแทนใจ พนักงานอายุน้อยในแผนก เด็กสองคนนี้มักจะมีการเล่นกันที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกคิดถึงวัยเด็กของตัวเองเสมอ อันนี้อาจจะนับรวมกับกฤติไม่ได้นัก วัยเด็กของเขาไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำเป็นพิเศษเท่าไหร่




“เสียงดังขนาดนี้เดี๋ยวร้านเขาก็เก็บตังเพิ่มหรอก”




เสียงจากสุปราณี เลขาคนสำคัญของหัวหน้าแผนกดังขึ้นขำๆ บรรยากาศการเลี้ยงส่งเต็มไปด้วยความรื่นเริง ทั้งดนตรี อาหาร แอลกอฮอล์ ทุกอย่างทำให้ความรู้สึกเศร้าโศกที่จะต้องลาจากกันละลายเหมือนน้ำแข็งกลางเดือนเมษายน




“ถ้าเก็บเพิ่มเดี๋ยวให้พี่โน้ตจ่าย”

คนที่ถูกพาดพิงเลิกคิ้วขึ้นด้วยท่าทางที่กฤติแอบหันไปเบ้ปากข้างหลัง แล้วพูดต่อทันทีเหมือนไม่ได้คิดอะไรเยอะแยะ

“งั้นเดี๋ยวพี่ให้หัวหน้ารับผิดชอบ”




กฤติคิ้วกระตุกเล็กน้อยท่ามกลางเสียงโห่แซวของพนักงานคนอื่นที่เหมือนจะถูกใจกับคำพูดนั้นเสียจริงทั้งที่ไม่มีอะไรเลย เขาพามาเลี้ยงเขาก็ต้องเป็นคนจ่ายอยู่แล้ว




แต่ในเมื่อมาขนาดนี้ ขอสวนกลับเสียหน่อยแล้วกัน




“ถ้างั้นผมเอาโบนัสพวกคุณมาจ่ายแล้วกันนะครับ”

“โห่ยพี่ ไม่เอาความจริงมาล้อเล่นสิครับบบบบบ”

“ซุกซนครับ ให้ผมพูดถึงออเดอร์เมื่อวานที่ตอบลูกค้าช้าจนลูกค้าโวยวาย…”

“พอแล๊ววววววววววววว”




ทุกคนหัวเราะเมื่อพนักงานตัวสร้างสีสันทำท่าปิดหูราวกับว่าตัวเองกำลังได้ยินเรื่องราวน่ากลัวสุดขั้วหัวใจ กฤติเองก็ร่วมวงหัวเราะไปด้วยเช่นกัน 




หากให้พูดตามจริง กฤติค่อนข้างที่จะรักลูกน้องทุกคน ไม่อยากเสียใครในทีมไปทั้งนั้นถ้าไม่จำเป็น แต่ถ้าหากพูดว่าเขาเอ็นดูใครมากเป็นพิเศษ กลุ่มนั้นก็คงไม่พ้นซุกซนที่ชอบโวยวาย และแทนใจที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรแน่นอน สองคนนี้เหมือนสัตว์เล็กที่แค่เห็นก็น่าเอ็นดู




ส่วนอีกคนหนึ่งนั้น…




เขาหันไปมองหน้าเลขาคนเก่งที่กำลังเรียกพนักงานมาเพื่อสั่งของทานเล่นเพิ่ม ใบหน้าด้านข้างของผู้ชายวัยเลขสามยังคงดูดีเหมือนทุกครั้งที่เห็น คิ้วหนาของเจ้าตัวรับกับสันกราม ผิวที่ออกแทนนิดหน่อยนั้นไม่ได้ทำให้อีกคนดูดีน้อยลงเลยสักนิด




“พี่กฤติเอาหน่อยมั้ยคะ? เดี๋ยวใหม่ชงให้”




เสียงของนุ่น หญิงสาวอีกคนในแผนกพูดขึ้นมาขัดความคิดของชายหนุ่ม เขาเพียงแค่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธเท่านั้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหน้าเสียไปเล็กน้อยที่โดนปฏิเสธน้ำใจ หัวหน้าคนเก่งเลยรีบพูดต่อ




“ขอบคุณนะครับ แต่ผมเอารถมา ไม่อยากเมา”

“นิดเดียวเองนะพี่”

“อย่าเลย ดื่มกันเถอะ เดี๋ยวผมคอยเก็บศพพวกคุณให้”




กฤติพูดเสริมความมั่นใจอีกคนที่ทำท่าเหมือนอยากจะให้ชายหนุ่มกิน ท่าทางเธอน่าจะกำลังกึ่ม (เหมือนกับซุกซนและแทนใจที่โหวกเหวกโวยวายอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ) เลยอยากให้หัวหน้าได้ดื่มด้วยช่วยกันเมา




“เอางั้นก็ได้ค่ะ ถ้างั้นขวดนี้หมดพี่กฤติไม่ได้กินใหม่ไม่รู้ด้วยนะคะ”

“ฮ่าๆ ตามสบายเลยครับ”




ชายหนุ่มยกน้ำอัดลมของตัวเองขึ้นมาจิบ บรรยากาศงานเลี้ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ บางคนเล่นมุก บางคนนั่งคุยกันเรื่องละคร บางคนก็นั่งทำงาน (กฤติยังคงต้องตอบอีเมลลูกค้า แม้ว่าเขาจะออกมาแฮ้งเอาท์ก็ตาม) และบางคนก็นั่งเล่นโทรศัพท์




และบางคน ที่มาวอแวคนอื่นโดยที่ไม่จำเป็น




“คุณกฤติครับ ไม่กินเหล้าเหรอครับ? อร่อยนะ อร่อยกว่าลาเต้อีก เอ๊ย ไม่สิเดี๋ยวร้านกาแฟเสียใจ อร่อยพอๆ กันกับลาเต้เลย กินสิครับคุณกฤติ อร่อยจริงๆ นะ”




แทนใจที่ท่าทางจะเริ่มกึ่มเล็กน้อยเดินเข้ามาหาหัวหน้าแผนกอย่างเขาพร้อมพูดอะไรไร้สาระตามปกติของเจ้าตัว เด็กคนนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาอยากเก็บเอามาเลี้ยงที่บ้าน แทนใจเป็นคนหน้าตาน่ารัก และด้วยนิสัยช่างพูดนู่นนี่ ทำให้เด็กหนุ่มเป็นที่เอ็นดูของหลายๆ คน




“ไม่ล่ะ เรากินให้เต็มที่เถอะ ในบริษัทกินแบบนี้ไม่ได้นะ”

“แต่คุณกฤติต้องดื่มบ้างนะครับ อย่าทำแต่งานซี่”




ในขณะที่เขากำลังคุยกับแทนใจ อยู่ดีๆ ก็มีเสียงทุ้มแทรกขึ้นมา




“มาซนอะไรตรงนี้เนี่ย?”




กฤติกลอกตาทันทีเมื่อได้ยินว่าใครเป็นคนที่เดินเข้ามา ร่างสูงใหญ่ของผู้ชายที่เขาเหม็นขี้หน้าปรากฏขึ้นมาให้เห็นในชุดเสื้อบริษัทและกางเกงยีน ดูแตกต่างจากพวกเขาที่ต้องนั่งอยู่ในออฟฟิศตลอดเวลา ส่วนมากเลยใส่ชุดที่ค่อนข้างจะเป็นทางการมากกว่า




“คุณพี่เมฆ! งานเสร็จแล้วเหรอครับ?”

“ไม่อ่ะ พี่เทลูกค้าแล้วรีบขับรถมาหาเรา”

“ฮื่อ  นิสัยไม่ดีเลย”




คุณพี่เมฆของแทนใจคือแฟนหนุ่มคนละแผนกของเจ้าตัว กฤติรู้จักกับเมฆมาตั้งแต่เข้าทำงานได้ไม่นาน เมฆเป็นหนึ่งในผู้ชายที่เขาจัดเข้าไว้ในประเภทกวนประสาท เมฆเกลียดกฤติ และกฤติก็เกลียดเมฆ แต่พวกเขาสนิทกัน เพราะเกลียดขี้หน้ากันนั่นแหละ




“นี่งานแผนกขายนะครับ โปรเจกต์เมเนเจอร์จะมาเดินเพ่นพ่านทำไม”




เขาแขวะคนต่างแผนกไปทีด้วยความหมั่นไส้ เมฆเป็นโปรเจกต์เมเนเจอร์ที่ชอบมาวุ่นวายตรงนี้จนน่ารำคาญ แต่อันที่จริง ต่อให้เมฆไม่ทำอะไรเขาก็รำคาญมันอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้คือมากอดกับแฟนตรงหน้าเขาด้วยความตั้งใจจะกวนประสาทอีกเนี่ย มันคืออะไรที่โคตรน่ารำคาญ




“เป็นบ้าเหมือนเดิมเลยนะครับคุณแว่น”

“บ้าแค่กับคุณนี่แหละ กับคนอื่นผมมารยาทดี สงสัยเพราะคุยกับคนบ้า”

“บ้าอะไร ผมออกจะใส่ซื่อบริสุทธิ์”

“เอาไปหลอกแฟนคุณเถอะครับ อะไรไร้สาระแบบนี้”

“ผมเกี่ยวไรง่ะ?”




เจ้าเด็กหน้ากลมที่เคยหันมองซ้ายทีขวาทีระหว่างเขากับไอ้โปรเจกต์เมเนเจอร์ถามขึ้นมา แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบอะไร แฟนหนุ่มของเด็กน้อยก็ก้มลงฟัดแก้มอีกคนจนแทนใจหัวเราะคิกคัก ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่คนต่างแผนกก็ยังหันมายักคิ้วกวนประสาทเขาได้




น่ารำคาญ!




กฤติหันหน้าหนีคู่แฟนตรงหน้า เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็สังเกตว่าตอนนี้คนไม่ได้เยอะเหมือนเดิมแล้ว อาจจะเพราะบางคนขอตัวกลับก่อน แล้วก็หลายคนเดินออกไปสูบบุหรี่กันข้างนอก แต่ส่วนใหญ่จะยังคงนั่งคุยกันถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้เสียมากกว่า




การที่เห็นพนักงานในปกครองผ่อนคลาย ทำให้กฤติยิ้มออกมาเล็กน้อย




การเป็นหัวหน้าคนไม่ใช่เรื่องง่าย นี่เป็นความคิดแรกตั้งแต่ที่ตัวเขาได้เป็น senior แล้วมีทีมที่ต้องดูแลสองคน ยิ่งตำแหน่งสูง ความรับผิดชอบเพิ่ม ลูกทีมเพิ่ม ความกดดันยิ่งมากขึ้น บางครั้งจำเป็นต้องแข็ง บางเวลาจำเป็นต้องยอมอ่อนเพื่อรักษาคนเอาไว้




หากถามกฤติ การปกครองคนคืองานที่ยากและหาทางออกลำบากที่สุดแล้ว




ท่ามกลางคนที่นั่งกันอยู่นั้น สิ่งที่ขัดความคิดของกฤติได้ คือเลขาคนเก่งของเขาที่กำลังกก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์อยู่ ใบหน้าคมมีรอยยิ้มเล็กๆ เหมือนกับว่าเจ้าตัวรู้สึกพึงพอใจกับสิ่งที่เห็นผ่านหน้าจอนั่น




โชคดีที่ที่นั่งของเขากับเลขาห่างกันไม่มากเท่าไหร่ ถ้าพูดให้ชัดก็คือเขานั่งอยู่ ตรงข้าม กับเลขาคนเก่งนั่น (ที่ตรงนั้นเคยเป็นของสุปราณี ทีขอตัวกลับบ้านไปเมื่อราวครึ่งชั่วโมงก่อน หลังจากนั้นนรินทร์ก็อัญเชิญตัวเองมานั่งแทน) การมองเห็นสีหน้าท่าทางของอีกคนตอนตอบแชทไม่ใช่เรื่องยากเลย




น่าจะคุยกับลูก




ในตอนนั้นเอง คนที่กฤติคิดว่ากำลังสนใจโทรศัพท์ก็เงยหน้าขึ้นมา เขาเลิกคิ้วเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มมุมปากน้อยๆ มาให้ ถ้าคิดว่าเขาจะเขินอายเหมือนเด็กมัธยมเพิ่งมีความรักละก็ ผิดถนัด




“คุณกฤติครับ คุณกฤติสั่งแซลม่อนเบิร์นอีกที่ได้มั้ยครับ ซุกซนกินของผมไปหมดเลยอ่ะ นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ”




แทนใจที่บ่นอะไรงุ้งงิ้งอยู่ข้างๆ ไม่ได้เข้าหูกฤติเท่าไหร่นัก ตามปกติกฤติไม่ใช่คนที่จะเก็บเรื่องไร้สาระมารกสมอง ซึ่งแทนใจนั้นถึงแม้จะน่าเอ็นดู แต่ถ้าพูดอะไรที่ไร้สาระเมื่อไหร่เขาก็พร้อมที่จะใช้ฟังก์ชันปิดการฟังเพื่อดูแค่หน้าอย่างเดียวเท่านั้น




“ครับ”

“ครับนี่คือสั่งได้ใช่มั้ย? ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่”

“ครับ”




กฤติพยักหน้าแล้วก็ยิ้มให้เหมือนกับตอนที่เล่นกับลูกหมา หนึ่งคือเพราะแทนใจดูน่ารักดี และสอง เขาไม่อยากหันไปฝั่งตรงข้าม ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อีกคนห่างออกไปเท่าไหร่นัก นั่นเป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก




กฤติยกมือขึ้นมาคลายเนกไทตรงคอออกเล็กน้อย ตามปกติแล้วเขามักจะผูกเนกไทชิดคอเสมอ มันเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือในช่วงแรก และกลายเป็นความเคยชินในเวลาต่อมา






ไลน์!


คุณโน้ต: ปลดเนกไท

คุณโน้ต: คุณคิดว่าคุณกำลังจะทำอะไร?

กฤติ: ผมทำอะไร?

กฤติ: นั่งคุยกับแทนใจเฉยๆ

คุณโน้ต: คุณแม่ง

คุณโน้ต: รู้ทั้งรู้ว่าผมแม่งโคตรอยากมัดคุณเลย

คุณโน้ต: กลับกันเถอะ

กฤติ: ผมยังไม่อิ่ม

คุณโน้ต: คุณแม่ง จะทำให้ผมบ้าให้ได้เลยใช่ป้ะ?





ไลน์จากอีกคนทำให้แววตาใต้แว่นเต็มไปด้วยความรื่นรมย์ หัวหน้าแผนกที่มักจะดูเงียบขรึมอยู่เสมอในสายตาพนักงานกลับทอประกายสนุกสนาน เขายกแขนขึ้นมาเพื่อปลดเนกไทสีน้ำเงินที่ได้เป็นของขวัญเมื่อปีที่แล้วออก  พยักหน้านิดหน่อยเมื่อแทนใจที่ยังบ่นนั่นนี่อยู่ใกล้ๆ ถามว่าเขาร้อนหรือเปล่า ถึงได้ถอดเนกไทแบบนี้ กฤติไม่ได้ตอบอะไรแม้มุมปากจะเหยียดยิ้ม




ร้อนทั้งที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอลล์สักหยดน่ะหรือ? ไม่มีทาง!




ถึงแม้จะพูดกับแทนใจ แต่สายตากฤตินั้นกลับวางไว้ที่อีกคน รีแอคชันนั้นค่อนข้างน่าประทับใจ ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขบกรามแน่น เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่สบตากัน นรินทร์ก็พลั้งปากเรียกอีกคนออกไปทันที




“คุณกฤติครับ…”

“แทนใจ เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ ผมได้ยินไม่ชัด”




กฤติพูดแทรกนรินทร์ที่ส่งเสียงเรียกเขามาจากฝั่งตรงข้าม แล้วหันไปให้ความสนใจลูกน้องที่จ้อไม่หยุดทันที เลขาคนเก่งต้องการอะไรชายหนุ่มรู้ดี เขาเองก็ต้องการเหมือนกัน การที่อีกฝ่ายนั่งกระดกเบียร์ด้วยท่าทางแบบนั้น มันดีมากเลย ให้ตาย




แทบจะรอคืนนี้ไม่ไหวแล้ว




กฤติดึงสายตาตัวเองออกจากคนฝั่งตรงข้าม เอาไปวางไว้ตรงหน้าแป้นๆ ของแทนใจที่พูดไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อกี้แทน เขาคิดว่าเจ้าตัวคงเหงาเพราะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว แฟนของเจ้าตัวเดินออกไปคุยโทรศัพท์เรื่องงานด้านนอกร้าน แถมซุกซนเพื่อนสนิทเมากอดทาวเวอร์เบียร์อยู่ไม่ไกล




“เมื่อกี้ผมบอกว่า…”




ก่อนที่แทนใจกำลังจะได้ทวนประโยคยาวๆ ของตัวเองอีกครั้ง คนที่เมื่อครู่นั่งตรงข้ามกฤติ ย้ายตัวเองมายืนอยู่หลังชายหนุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้




“น้องแทนใจครับ” นรินทร์พูดพร้อมส่งยิ้มใจดีแบบที่แทนใจคุ้นชิน “ช่วยไปเรียกเมฆให้พี่หน่อยสิ คุณกฤติเขามีเรื่องอยากถามน่ะ”




กฤติถลึงตาใส่อีกฝ่ายทันทีที่ได้ยินชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากเลขา หากแต่แทนใจไม่ได้คิดสงสัยอะไร พนักงานคนเก่งที่หน้าเริ่มแดงรับคำขันแข็ง แล้วเดินหายออกไปทิศหน้าประตูทันทีโดยไม่ได้หันหลังกลับมา ทิ้งกฤติเอาไว้กับเลขาคนสนิทเท่านั้น





.

.

.



“อ้าว หายไปไหนอ่ะ?”




แทนใจพูดออกมาด้วยความงงงวย เมื่อเดินมาที่เดิมแล้ว แต่ดันไม่มีแม้แต่เงาของคนที่คุยด้วยเมื่อครู่ เหลือเพียงแค่ถังน้ำแข็งที่ละลายไปกว่าครึ่ง และพวกกับแกล้มที่กระจัดกระจาย และซุกซนที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนอนฟุบกับโต๊ะแทบทาวเวอร์เบียร์ที่มีพนักงานมาเก็บไปแล้ว




“คุณพี่เมฆ! เมื่อกี้พวกคุณกฤติกับคุณโน้ตอยู่ตรงนี้จริงๆ นะครับ”

“ครับ?”




เมฆทวนคำแฟนหนุ่ม เมื่อกี้แทนใจเดินออกมาบอกเขาว่ามีคนอยากคุยด้วยให้เข้ามาข้างในร้าน ซึ่งพอเขาเข้ามาก็เจอเพียงเศษซากซุกซนที่นอนกรน กับแฟนแก้มกลมที่ทำหน้างงอยู่เท่านั้น




“เมื่อกี้ยังอยู่ตรงนี้เลยนี่น่า…”




คุณกฤติกับคุณโน้ตหายไปไหนกันอ่ะ?




.

.

.

---------------------- ต่อด้านล่างค่ะ -------------------------

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
ต่อจากด้านบนค่ะ

--------------------------------------





คล้อยหลังแทนใจไปไม่ไกล ท่ามกลางรถที่จอดอยู่หลายคัน หนึ่งในนั้นคือรถยุโรปสีดำสนิท ข้างในนั้นมีคนสองคนที่กำลังแลกลิ้นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร จนสุดท้ายคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าก็เป็นฝ่ายดันอีกคนออกไปก่อน ซึ่งโน้ตเองก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรเช่นกัน 




“ไปสักที”

“ใช้ปากทำให้หน่อย”

“ไปก่อน”

“ก็ก้มลงมาสิ”

“ไม่”

“ทำเถอะ”

“บอกว่าไม่!”




กฤติถอยออกมา เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ คว้าเอาแว่นที่ถูกอีกคนถอดแล้ววางไว้บนคอนโซลหน้ารถขึ้นมาใส่ เขาไม่ชอบตัวเองตอนที่มองไม่ชัด แต่เลขานั้นไม่ชอบให้เขามีแว่นตาอยู่บนหน้าเวลาที่จูบกัน




ใช่ เขาจูบกัน … บ่อยมาก




บ่อยจนพวกเขาไม่ต้องเสียเวลาคุยกันแล้วว่าใครชอบแบบไหน จังหวะอย่างไรถึงจะทำให้อีกคนครางออกมาอย่างสุขสม ร่างกายของพวกเขารู้จักกันดีกว่าฝาแฝดที่คลานตามกันออกมาจากท้องแม่เสียอีก




“ถ้าคุณไม่ทำ ผมก็จะอยู่แบบนี้แหละ”




นรินทร์พูดออกมาพร้อมทั้งทิ้งแขนทั้งสองข้างลง คล้ายกับจะบอกอีกฝ่ายว่าวันนี้จะอยู่กันแบบนี้ ไม่มีใครได้ไปไหน หากเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกว่าต้องทำตามความต้องการที่เอาแต่ใจแบบนี้ แต่กฤติรู้ดีกว่านั้น เขาเพียงแค่มองอีกคนนิ่งๆ ในขณะที่มือก็ปลดเนกไทของตัวเองออกมา




โน้ตเบิกตาขึ้นเล็กน้อย หากกฤติไม่ใช่คนช่างสังเกตก็คงไม่เห็น




“คนแพ้มีสิทธิ์พูดอะไรด้วยเหรอ?”




เลขาหนุ่มมองตามมือเจ้านายที่เริ่มเอาเนกไทของตัวเองขึ้นมาพันข้อมือของตัวเอง พร้อมรอยยิ้มยั่วแบบที่เขาแอบเปรียบอีกคนในใจว่าเป็นเสือ ที่พร้อมจะทำให้เขาศิโรราบได้อย่างง่ายดาย




“คุณ…”

“ห้องผม”



กฤติพูดต่อโดยที่พันข้อมือตัวเองไปด้วย ไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะมองตัวเองด้วยสายตาระคนความต้องการขนาดไหน



“ถ้าไปถึงห้องผมได้ภายในครึ่งชั่วโมงผมจะทำให้ แต่ถ้าไม่คุณก็ไม่ต้องเข้ามานะ ยืนดูผมช่วยตัวเองอยู่ที่ระเบียงห้องทั้งคืนแทนละกัน”




ไม่ต้องรอให้พูดจบประโยค เลขาหนุ่มออกรถทันทีด้วยความรวดเร็ว ไม่แคร์ว่าตัวเองจะปาดซ้ายแซงขวาโดนด่าไล่หลังไปเท่าไหร่ เพราะคนที่ก้มหน้าลงมาอยู่ใกล้ตักทั้งที่ยังคาดเข็มขัดอยู่น่าสนใจกว่าด่านตรวจต่างๆ ที่อาจจะมีอยู่ในระยะไม่กี่เมตรข้างหน้าเยอะ




ในหัวโน้ตมีเรื่องลามกร้อยแปดอย่างที่เขาจะทำกับอีกคน



เขาจะ…




‘ปรื้นนนน!’




มือคนขับกระแทกแตรกะทันหันเมื่ออีกคนทำในสิ่งที่เขาคิดไม่ถึง เจ้านายคนเก่งกำลัง’งับ’ ลูกชายคนเก่งของเขาผ่านกางเกง คำสบถร้อยแปดพันเก้าติดอยู่ในลำคอ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงของอีกคนที่กระซิบชิดกับพื้นที่อันตรายก็ลอยเข้ามาให้ได้ยิน




“ขับดีๆ สิ แล้วแบบนี้ผมจะได้ทำก่อนตายมั้ยเนี่ย”

“ทีเมื่อกี้จอดรถล่ะไม่ทำ”




นรินทร์บ่นเบาๆ แต่ก็ยอมขับดีขึ้นมาหน่อย ความเร็วเท่าเดิมเพียงแค่เขาไม่ได้หักพวงมาลัยอันตรายแบบเมื่อครู่ก็เท่านั้น




“ก็เจ้านี่ดูน่ารัก”




ถึงแม้นรินทร์จะไม่สามารถละสายตาจากถนนข้างหน้าได้ แต่เขารับรู้ว่ากฤติกำลังงับสิ่งที่เจ้าตัวบอกว่าน่ารักอีกครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ขาเขากระตุก ในหัวมีเพียงความคิดที่จะจอดข้างทางแล้วกดหัวคนขี้เล่นไม่ดูเวลาลงไปเพื่อให้ทำเต็มที่ในสิ่งที่ควรทำเสียที ไม่ใช่แหย่เล่นไปมาแบบนี้




“คุณเลิกแหย่สักทีได้มั้ย?”

“ทำไมล่ะ?”



เสียงอีกคนเหมือนกับไม่เข้าใจ แบบที่กวนประสาทขนาดที่โน้ตกล้าพนันด้วยเงินทั้งหมดในบัญชีว่าไม่มีพนักงานคนไหนในแผนกได้เห็นหัวหน้าของพวกเขาในมุมนี้แน่



“มันดูอยากเล่นกับผมนะ หรือคุณไม่อยากล่ะ”




พอ!


นรินทร์หักรถเข้าข้างทาง ถึงแม้จะไม่ใช่ที่เปลี่ยวเท่าไหร่ แต่ถนนในซอยช่วงเวลามืดค่ำแบบนี้ ก็แทบจะไม่มีคนให้ต้องระแวงระวังแล้ว




“เฮ้…”




ก่อนที่กฤติจะได้พูดอะไร เขาก็ถูกอีกคนเชยคางขึ้นมารับจูบอย่างรุนแรงจนแทบจะเป็นกระชาก มือแบบผู้ชายที่ผ่านกิจกรรมมาเยอะลูบไล้เนื้อตัวอีกฝ่ายด้วยความกระหาย เสียงครางต่ำคล้ายหมดความอดทนของอีกคนทำให้กฤติรู้สึกสนุก




“ถอยออกทำไม?”




นรินทร์ถามด้วยเสียงติดจะไม่พอใจเมื่อจูบๆ กันอยู่ดีๆ อีกฝ่ายก็ดันหัวเขาออกเสียเต็มแรง แถมคนที่เมื่อครู่เล่นสนุกอยู่กลับถอยไปนั่งที่ของตัวเอง ทั้งที่เขามีอารมณ์ในจุดสูงสุด และจากที่มองกางเกงของอีกคน กฤตินั้นก็ไม่ได้รู้สึกน้อยไปกว่ากันเลยสักนิด




“ถ้าไปไม่ถึงห้อง ผมไม่ทำให้นะ”




จะต้องกวนแม้กระทั่งในเวลาแบบนี้เลยงั้นหรือ?!




นรินทร์สบถอย่างหงุดหงิดแต่ก็ยอมเปลี่ยนเกียร์ออกรถ ถือเป็นโชคดีของโน้ตที่ตรงนี้อยู่ในซอยคอนโดของกฤติแล้ว เขาใช้เวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีก็สามารถพาทั้งตัวเองและหัวหน้าเข้ามาถึงห้องที่คุ้นเคยได้



เร็วเสียยิ่งกว่าตอนที่เขาจะต้องทำงานด่วนให้ลูกค้าเจ้าสำคัญเสียอีก




“สามสิบ… สองนาที”




กฤติเผยยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีในตอนที่เท้าของพวกเขาแตะห้องนอนของชายหนุ่ม ยิ่งเห็นเลขาหัวเสียเท่าไหร่กฤติยิ่งรู้สึกสนุกเท่านั้น




“เลทไปนิด แต่ไม่เป็นไรเพราะผมใจดี”




หัวหน้าหนุ่มยื่นมือออกไปข้างหน้า เนกไทสีน้ำเงินเส้นเดิมยังคงคล้องอยู่ที่ข้อมือขาว ใบหน้าที่นิ่งสนิทเวลาทำงานจนคนกว่าครึ่งบริษัทเกรงใจมีรอยยิ้มกว้างประดับอยู่




“คุณอยากทำอะไรก็ทำละกัน แค่จำไว้ก็พอว่า…”

“....”

“ครั้งนี้ผมชนะ”



.
.

.



------- TBC -------





เรื่องนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากวันจันทร์เล็กน้อย
เราอยากลองแต่งอะไรที่ไม่เคยเขียนดูบ้าง


แล้วเจอกันนะคะ XD


สามารถคุยกับนี่ได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์
 ทางทวิตเตอรหรือแฟนเพจ @babybapho ค่ะ



ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-6

ออฟไลน์ กวังกีเมย์บี

  • วาย ว๊าย วาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 344
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
หนูชอบความแซ่บนี้ หนูชอบความราชินีค่ะแม่ขา กรี๊ดดดดดดด จาเอาาาาาาาาา :ling1: :ling1:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
แซ่บสุดๆไปเรยยยยยยยยย​ คูมกฤติ :katai2-1:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 758
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ร้อนแรงเหลือเกินค่ะ แฮ่กๆ :katai2-1: :pig4:

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
2nd Sunday
#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์






กฤติตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดเมื่อยที่คุ้นชิน




เขาบิดตัวเพื่อคลายอาการเมื่อยขบเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมไปหยิบแว่นข้างเตียงขึ้นมาใส่ สายตาสั้นเกินห้าร้อยแบบเขานั้น ปล่อยให้แว่นห่างตัวไม่ได้เลย ส่วนคอนแทคเลนส์นั้นลืมไปได้เลย เขาไม่เคยใส่ และไม่คิดที่จะเอานิ้วไปจิ้มเข้าตาตัวเองแบบนั้น การใส่วันมันไม่ดีอย่างไร? ปลอดภัยแถมไม่ต้องมาพะว้าพะวงจะต้องถอดก่อนนอนด้วย




ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นมานั่ง เตียงที่ห้องยังคงแข็งแบบพอดี กฤติไม่ชอบเตียงที่นุ่มเกินไป ถึงแม้มันจะเป็นเตียงที่คนอื่นบอกว่ามันแข็งเกินไปก็ตาม แต่นี่เป็นห้องของเขา และเขาพอใจแบบนี้




“ตื่นสาย”




เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาจากข้างเตียงเรียกความสนใจของชายหนุ่มออกจากภวังค์ได้ คนที่หิ้วเขามาจากปาร์ตี้เมื่อคืนนอนเอามือเล่นผมเขาอย่างถือวิสาสะ เขากำลังจะคุยกับกระต่ายอยู่พอดีเชียว




กฤติไม่ได้มีความสามารถในการคุยกับสัตว์ เขาแค่กำลังจะตอบไลน์แทนใจ พนักงานหนุ่มในแผนกที่ชายหนุ่มเปรียบให้เป็นลูกกระต่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น




“ก็ไม่อยากตื่นเช้า”




คำทักทายจากหัวหน้าทำเอาเลขาหนุ่มเหยียดยิ้ม เขาชอบการที่เจ้านายพูดด้วยน้ำเสียงแบบที่สื่อถึงอารมณ์บ้าง อย่างเช่นตอนที่เรียกชื่อเขาบนเตียง หรือตอนที่ตวัดเสียงใส่ตอนที่โดนกวนโมโห เพราะมันไม่เรียบนิ่งเหมือนตอนที่สั่งงานปกติ



“โมโหหิวเหรอครับ?”

“เปล่า” กฤติตอบกลับไป “ปวดหลัง”

“คุณอายุเยอะแล้ว คราวหน้าผมจะทำท่าที่มันไม่โลดโผนมากแล้วกัน”

“คำพูดนี้สามารถออกมาจากปากของคนที่แก่กว่าผมได้ด้วยเหรอ?”

“ได้สิคุณ ก็ผมยังแข็งแรงอยู่นี่ คุณก็รู้ดี”

“งั้นคราวหน้าตอนคุณให้อมผมจะกัด”




นรินทร์เพียงแค่หัวเราะเมื่อโดนคนร่วมเตียงตอบกลับแบบนั้น กฤติเป็นคนปากร้ายแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร การเจอกันครั้งแรกของพวกเขาจืดจางจนแม้แต่โน้ตเองก็จำไม่ได้แล้วว่ามันเป็นอย่างไร แต่ภาพเมื่อคืนยังคงติดแน่นอยู่ในหัว คล้ายกับหนังที่ถูกเปิดวนซ้ำๆ อยู่แบบนั้น




ทั้งที่กฤติเป็นผู้ชายธรรมดา มีสรีระเหมือนชายหนุ่มทั่วไป แต่ลักษณะบางอย่างของชายหนุ่ม ทำให้ดู… เซ็กซี่




เมื่อคืนนี้ตอนที่พวกเขาทั้งแผนกกำลังกินเลี้ยงส่งพี่สุปราณีอยู่นั้น หัวหน้าหันมามองตาเขา ทิ้งสายตาพร้อมทั้งปลดเนกไท ทั้งที่กฤติรู้ดีว่าเขาจะ ‘แพ้’ เมื่ออีกฝ่ายทำแบบนี้




“ถ้ากัดไปคุณคงคิดถึงมันแย่”




เลขาหนุ่มพูดเรื่อยๆ ทั้งที่ยังไม่ลุกจากเตียง เขาพลิกตัวไปอีกฝั่งเพื่อคว้าตัวเจ้านายมากอด แต่เหมือนอีกคนจะรู้ดีกว่านั้น กฤติลุกขึ้นยืนทันที ทิ้งให้นรินทร์คว้าได้เพียงผ้านวมสีเข้มของเจ้าของห้องเท่านั้น




“คนแพ้ไม่มีสิทธิ์พูดมาก”




โน้ตยักไหล่ไม่ใส่ใจกับคำพูดนั้น เมื่อตอนเย็นก่อนจะไปกินเลี้ยงกัน พวกเขาสองคนตกลงกันว่าคืนนั้นถ้าใครเรียกหาอีกคนก่อนคือแพ้ และเมื่อคืนนี้เขาแพ้อีกคนราบคาบ




ตอนที่เห็นกฤติกำลังคุยกับแทนใจอยู่ ในหัวมีแต่ความคิดว่าเขาอยากจะจับอีกฝ่ายขึ้นอุ้ม เอาเนกไทมัดมือ เอาแขนคล้องรอบคอแล้วพาเดินไปรอบห้อง และพริบตาถัดมา เขาก็หลอกล่อแทนใจออกไปจากหัวหน้าแล้วรีบรุดลากอีกคนเข้ามาในรถของตัวเองจนสำเร็จ




โน้ตจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองขับมาถึงห้องของอีกคนได้อย่างไรโดยที่พวกเขาโรมรันพันตูกันมาตลอดทาง มันเป็นการขับรถที่ตื่นเต้นเหมือนกับอยู่ในฝัน แต่น้ำหนักของอีกคนและการกอดรัดตอนที่เขาพาอุ้ม (พร้อมกับมัดเนกไทไว้ที่มือ ใช่แล้ว) มันคือเรื่องจริง




จริงแค่ไหนน่ะหรือ? ลองมานับรอยเล็บบนหลังเขาเอาได้เลย

 


“ครับๆ ผมแพ้”




โน้ตยังคงมีรอยยิ้มใจดีอยู่บนหน้าแม้ว่าตัวเองกำลังยอมรับว่าเป็นรองอีกคน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่กฤติพอใจ เขารักลูกน้องทุกคน ชอบเวลาที่เห็นทุกคนยิ้ม แม้แต่คนที่กวนประสาทที่สุดอย่าง โน้ต นรินทร์ เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น




“คุณจะกลับเลยมั้ย?”




เจ้านายถามอีกคนขึ้นมา บางครั้งหลังจากที่พวกเขาเสร็จธุระกันแล้ว โน้ตจะรีบกลับบ้านทันที หรือถ้าพวกเขารีบจนไม่สามารถพาตัวเองไปไกลเกินกว่าโรงแรมที่ห่างออกไปไม่ถึงกิโลเมตรได้ พวกเขาก็จะรีบเช็กเอ้าท์ออกไป แล้วก็ต่างคนต่างแยกย้ายเหมือนปกติ




“ยังดีกว่า” เลขาคนเก่งหาวเบาๆ ซึ่งกฤติหันหน้าหนีพร้อมย่นจมูก “ห้องคุณมีอะไรกินบ้างไหม ผมหิว เมื่อคืนยังไม่ค่อยได้กินอะไรเท่าไหร่เลย”

“คุณคิดว่ามีไหม?”




นรินทร์หัวเราะเล็กน้อยเมื่อเจ้านายคนเก่งถามกลับห้องกับเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าใต้แว่นกลับมาเป็น กฤติ คนเก่งที่ตอบอีเมลและแก้ปัญหาให้ลูกค้าและแผนกตลอด 24 ชั่วโมงในทุกวันเหมือนเคยแล้ว ไม่ใช่คนที่จูบตอบเขาอย่างเร่าร้อนเมื่อคืน




“คุณไม่เคยคิดจะซื้ออะไรติดตู้เย็นไว้บ้างเหรอ?”

“คุณโน้ต ผมให้คุณคิดใหม่ คุณกำลังพูดถึงห้องผมนะ”

“นั่นล่ะๆ คุณเองก็ต้องกินข้าวไม่ใช่หรือไง”




โน้ตพูดเรื่อยๆ โดยที่เจ้าของห้องตอนนี้ย้ายตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย โดยทิ้งเขาให้นั่งอยู่บนเตียงที่เต็มด้วยร่องรอยของพวกเขาสองคน




มันทำให้นรินทร์นึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาก้าวข้ามการเป็นเจ้านายกับเลขามาได้











.

.

.












เรื่องของพวกเขาสองคนเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว หรืออาจจะนานกว่านั้นนิดหน่อย นรินทร์เองก็ไม่มั่นใจนัก

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่โน้ตไม่อยากอยู่บ้าน




นรินทร์เหนื่อยกับการอยู่ที่บ้าน เขากับเนตรภรรยาสาวไม่ได้นอนห้องเดียวกันมาหลายเดือนแล้ว ช่วงที่ผ่านมา เขาและเนตรพยายามจะสลับกันใช้พื้นที่ในบ้านเพื่อเลี่ยงการที่จะต้องเจอหน้ากัน นับเป็นโชคดีของพวกเขาทั้งคู่ที่เนตรทำงานเป็นแอร์โฮสเตส ทำให้หญิงสาวไม่ได้กลับบ้านบ่อยนัก




 สุดสัปดาห์นี้มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะหญิงสาวไม่มีบิน แล้วเจ้าตัวไลน์บอกเขาไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเธอคิดถึงลูก ขออยู่กับลูกในวันนี้ โน้ตที่ไม่รู้ว่าจะแกล้งทำตัวเป็นอากาศอย่างไร




ในเมื่อคิดไม่ได้ว่าจะไปไหนก็เลยขับรถเข้ามานั่งทำงานในบริษัท อย่างน้อยก็คงพอใช้เวลาตรงนี้เลิกฟุ้งซ่านได้บ้าง




วันอาทิตย์เป็นวันที่ออฟฟิศไม่วุ่นวายจอแจเหมือนวันทำงานปกติ ทั้งชั้น 27 ที่เขาทำงานนั้นเงียบสงบเหมือนกับห้องสมุดเวลากลางคืน




ไฟกับแอร์เปิดอยู่?




โน้ตปิดประตูห้องเก็บของที่ใช้เปิดแอร์ลงแล้วเดินไปที่โต๊ะตัวเอง รูปครอบครัวสามคนที่เขาติดไว้หน้าโต๊ะทำงานนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับมองผ่านไปยังความทรงจำมากกว่านึกถึงคนที่อยู่ที่บ้าน




ปัญหาของเขากับเนตรมันมาไกลเกินกว่าจะกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้ว




นรินทร์นั่งทำงานไปเรื่อยๆ เขาไม่รีบร้อนเนื่องจากวันนี้ไม่มีคนมาคอยเร่งงาน ไม่มีลูกค้าประสาทเสีย (ยิ่งลูกค้ามาเลเซียที่เขาต้องดูแลนั้น หากให้คะแนนความวุ่นวายในสเกล 1 ถึง 10 เขาคงให้ประมาณ 35 เกินคำว่าลูกค้าที่น่ารักไปค่อนข้างมาก) มันเป็นการทำงานที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ค่อยเกิดขึ้นในชีวิตของเขาเท่าไหร่นัก




จนกระทั่งพระอาทิตย์อยู่กลางหัว นรินทร์ก็ยังคงนั่งอยู่ท่าเดิม




เขาเคยคิดว่าทุกอย่างที่ทำเพื่อลูก เพื่อเนตร เพื่อครอบครัวของเขา แต่เมื่อภาพความฝันมันไม่ชัดเจนเหมือนที่เคยเป็น การทำงานหนักแบบที่เป็นอยู่ ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าทำมันไปเพื่ออะไร




“เฮ้อ”


“ถอนหายใจเป็นคนแก่เลยนะครับ”




นรินทร์สะดุ้งเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว เสียงคุ้นเคยดังมาจากทิศทางที่เป็นห้องติดผนัง หัวหน้าแผนกยืนกอดอกพิงประตูให้เห็นเป็นหลักฐานต้นกำเนิดเสียงนั่น โน้ตแอบถอนหายใจกับตัวเองที่เขาเจอ คน ในออฟฟิศเขามีเรื่องผีหนาหูจนแม้แต่คนที่ไม่ได้กลัวเท่าไหร่ก็ยังเริ่มเกร็งบ้างเหมือนกัน




“สวัสดีครับคุณกฤติ”

“ครับ”




ชายหนุ่มในแว่นตายิ้มรับ ถึงแม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มมุมปากบางๆ ก็ตาม




แม้แต่ในวันหยุด หัวหน้าแผนกก็ยังแต่งตัวค่อนข้างเป็นทางการ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงขายาวไม่ทำให้เชาดูต่างากวันทำงานปกติเท่าไหร่นัก คงมีเพียงแค่ผมของเจ้าตัวที่ไม่ได้ถูกเซ็ตเป็นทรงเหมือนที่เคยเห็น และบรรยากาศรอบตัวบางอย่างที่ไม่ได้ดูกดดันมากนัก




“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเข้ามาทำงานวันอาทิตย์ด้วย”




หัวหน้ายิงคำถามเมื่อพวกเขาสองคนย้ายไปนั่งในห้องแพนทรี่ที่ไว้ทานข้าวแทน พวกเขาเลือกสั่งอาหารมาทานกันแทนที่จะลงไปด้านล่าง ในวันสุดสัปดาห์แบบนี้ตึกเงียบยิ่งกว่าอะไรดี เพราะงั้นเรื่องจะไปหาข้าวกลางวันกินที่โรงอาหารนั้นตัดทิ้งไปได้เลย




“มีพีโอหลายตัวที่ต้องเคลียร์น่ะครับ”




โน้ตตอบพร้อมทั้งกินไก่ทอดที่แถมมากับเซตพิซซ่าที่เจ้านายสั่งมา ตามปกติแล้วเขาไม่ได้ชอบหรือเกลียดอาหารอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาไม่ได้มีโอกาสทานพิซซ่าบ่อยนัก เนื่องจากเนตรไม่ชอบทานอาหารขยะ มื้ออาหารของครอบครัวในเวลาที่อยู่พร้อมหน้ากันมักจะเป็นอาหารเน้นสุขภาพเสียมากกว่า




ครอบครัว?



ดูห่างไกลจังแฮะ




“วันอาทิตย์คุณไม่อยู่กับที่บ้านเหรอ?”




โน้ตชะงักมือที่กำลังจะหยิบพิซซ่าชิ้นใหม่ขึ้นมากิน มันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่จะเขาคลี่ยิ้มออกมาบางๆ แล้วตอบหัวหน้ากลับไปสั้นๆ


“วันนี้แม่ลูกเขาไปเที่ยวกันน่ะครับ”




เป็นโชคดีของนรินทร์ที่คุณหัวหน้าคนเก่งไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม พวกเขาจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน อาจจะเพราะหัวหน้ารู้ว่าเขาไม่ค่อยอยากพูดเรื่องนี้หรือไม่ชายหนุ่มก็สุดจะรู้ ประเด็นนี้ไม่ได้ความสนใจจากเขามากนัก นรินทร์กำลังคิดว่าหลังจากนี้เขาควรจะไปอยู่ที่ไหน




ไม่รู้ว่าเนตรจะกลับไปคอนโดของเธอกี่โมง ไม่รู้ว่าจะเอาลูกไปด้วยไหม ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้นแต่ก็ยังไม่อยากจะถาม จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่คุยกันดีๆ นั่นคือตอนไหน




พวกเขานั่งกินกันอยู่สักพัก ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง จนเมื่อถึงเวลาสมควรก็ต่างคนต่างลุกขึ้นไปทำงานต่อ จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มหมด นรินทร์ก็ยังคงจมอยู่กับงานตรงหน้า จนถึงแม้ว่าแทบไม่เหลืออะไรให้เขาทำแล้ว เขาก็ยังนั่งจัดเอกสารในคอมไปเรื่อย




ชายหนุ่มแค่กำลังประวิงเวลาที่จะกลับบ้านให้ช้าลงเท่านั้น




“คุณยังไม่เสร็จอีกเหรอ?”




ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอเมื่อเสียงของหัวหน้าอยู่ใกล้จนดึงความสนใจออกจากจอคอมที่เต็มไปด้วยงานที่ไม่จำเป็นต้องทำ




“อ๋อ” นรินทร์มองหน้าจอ “อันที่จริงก็เสร็จแล้วแหละครับ คิดว่าจะกลับพอดี”

“งั้นไปทานข้าวกัน เดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเอง”




หลังจากคำพูดนั้น ทั้งนรินทร์และเจ้านายของเขา ก็มานั่งกันอยู่ที่ร้านอาหารบรรยากาศดีที่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก พวกเขาตัดสินใจว่าจะเดินทางด้วยรถคันเดียวเท่านั้น คือรถของกฤติ นรินทร์ยัดตัวเองเข้าไปในรถยุโรปของหัวหน้าอย่างเกร็งๆ ถึงแม้ว่ากับกฤติแล้ว โน้ตจะไม่ได้เกรงกลัวเหมือนกับพวกพนักงานเด็กๆ ในแผนก แต่อย่างไรเสีย อีกคนก็ถือว่าเป็นหัวหน้าอยู่ดี




“เอาเบียร์หรือเหล้า?”

“เบียร์ดีกว่าครับ”

“โอเค” กฤติยื่นเมนูเครื่องดื่มให้ลูกน้อง ในขณะที่ตัวเองเลือกสั่งอาหารจานหลัก “คุณจัดการหน่อยละกัน อยากดื่มอะไรก็สั่งเอา”




ใช้เวลาไม่นาน เบียร์สดสี่ขวดกับอาหารน่าทานสามสี่จานก็มาปรากฏอยู่บนโต๊ะ พวกเขาจัดการมันในความเงียบ มีเพียงเสียงดนตรีสดที่คลออยู่ไม่ดังมาก คุณพ่อลูกหนึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้คุณกฤติกำลังคิดอะไร แล้วเขาก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้น ในหัวสมองของชายหนุ่มมีแต่ความคิดว่าคืนนี้เขาควรจะไปอยู่ที่ไหน ถ้าหากกลับบ้านควรจะทำหน้าอย่างไร




น่าตลกดีเหมือนกัน ที่เขาไม่กล้ากลับบ้านที่เป็นชื่อเขาด้วยซ้ำ




“คุณไม่ต้องรีบกลับเหรอ?” กฤติที่กำลังเช็กอีเมลในโทรศัพท์ของบริษัทเงยหน้าขึ้นมามองนรินทร์ที่เปิดบทสนทนาขึ้นมา เขาส่ายหน้ายักไหล่




“ผมอยู่คนเดียวน่ะ ไม่ได้ต้องรีบกลับไปไหน”

“ดีจังนะครับ ไม่ต้องวุ่นวายดี”

“อืม”




ความเงียบกลับมาเยือนโต๊ะของพวกเขาอีกครั้ง โน้ตดื่มเบียร์ไปเรื่อยๆ โดยที่กฤติเองก็กินอาหารตรงหน้าสลับกับเช็กโทรศัพท์ น่าประหลาดที่ไม่ได้มีใครรู้สึกอึดอัด อย่างน้อยก็ในความรู้สึกของคนที่กำลังจมอยู่ในความคิดตัวเอง และขวดมือในมือ




เบียร์สี่ขวดหมดลงไปพร้อมกับประโยคนั้นจบลง นรินทร์เพิ่งสังเกตว่าตอนนี้เบียร์อีกสี่ขวดมาวางอยู่ด้านข้างเรียบร้อยแล้ว และเพิ่งเห็นว่าตัวเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ดื่ม




“ไม่ล่ะ ขอบคุณ คุณดื่มเถอะ”

กฤติที่กำลังจะยกแก้วน้ำเปล่าของตัวเองขึ้นมา ยกมือปฏิเสธเมื่อเห็นว่านรินทร์ทำท่าคล้ายจะรินเบียร์ใส่แก้วให้ตนเอง

“ดื่มทั้งหมดนี่ผมก็เมาพอดีสิครับ ฮ่าๆ”

“ก็เมาไป เดี๋ยวผมขับเอง”

“...”

“คุณเล่าได้นะ”




กฤติพูดขึ้นมาหลังจากเขาสั่งน้ำแข็งเพิ่มให้ชายหนุ่มอีกคน น้ำเสียงเรียบเฉยไม่ได้ให้ความรู้สึกต่างจากตอนแรกมากนัก ใบหน้าใต้กรอบแว่นไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาด้วยซ้ำ เขายังคงวุ่นวายอยู่กับอีเมลในโทรศัพท์ของตัวเอง




“...”

“ผมแค่คิดว่าคุณน่าจะเครียด ถ้าเป็นเรื่องงานละก็พูดกับผมได้นะ ถึงแม้ผมจะอายุงานน้อยกว่าแต่ด้วยตำแหน่ง ผมสามารถช่วยคุณได้”




หัวหน้ายังคงพูดเรื่อยๆ ตอนนี้เขากดปิดโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตานรินทร์ ซึ่งตอนนี้กำลังมองหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน แววตาจริงใจของอีกคนทำให้นรินทร์รู้สึกขอบคุณ การที่คนเราเจอหัวหน้าที่ใส่ใจความทุกข์ใจของลูกน้องนั้นเป็นเรื่องที่ถือว่าโชคดี




“ขอบคุณครับ” โน้ตยิ้มตามปกติของเจ้าตัว




ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมพวกเขาอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนตอนแรก กฤติยังคงนั่งดื่มน้ำเปล่าของตัวเองด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้เร่งรัดให้อีกคนรีบคายเรื่องกังวลออกมา




“ผมแค่… ทะเลาะกับแฟน”

“...”

“แฟนเก่าน่ะ”

“...”

“ผมกับแฟนแต่งงานกันมาหกปีกว่า ตอนนี้มันต่างจากตอนแรกมากจนผมลืมไปแล้วว่าเราเคยมีความสุขกันขนาดไหน เราคิดไม่ตรงกันหลายเรื่องช่วงหลัง จนในที่สุดเขาก็บอกผมว่าเราอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้วแน่ๆ”

“...คุณหย่าแล้ว?”

“นานแล้ว” นรินทร์ตอบหนักแน่น ทั้งที่มือที่จับแก้วสั่นเล็กน้อย “เรายังตกลงกันเรื่องน้องนิ้งไม่ได้ นิ้งยังเด็กเกินไปที่จะมารับรู้ว่าพ่อแม่ไม่รักกันแล้ว เลยยังอยู่ด้วยกัน อยู่กันเป็นเพื่อน”




เรื่องราวในครอบครัวของนรินทร์ถูกถ่ายทอดออกมาเรื่อยๆ พร้อมกับแอลกอฮอล์ในมือที่พร่องลงไปตามจำนวนครั้งที่เขายกแก้วขึ้นดื่ม ด้วยความที่เป็นหัวหน้าครอบครัว เขาไม่รู้ว่าจะไปพูดเรื่องนี้กับใคร นรินทร์เข้าใจว่าตัวเองจัดการได้ ลึกๆ ในใจก็ยังมีปึกแผ่นของความรู้สึกว่าตัวเขาเอาอยู่




มันแค่แย่ลงเรื่อยๆ จนความมั่นใจนั้นกลายเป็นสิ่งลวงตา




“เนตร… แม่น้องนิ้งน่ะ เขาเป็นแอร์ เราเลยไม่ต้องทนอยู่ใต้หลังคาเดียวกันบ่อยนัก แต่วันนี้เขาดันอยากกลับมาอยู่กับลูก ผมเลยต้องออกมาที่อื่น คิดว่าจะยังไม่กลับไปที่นั่นเร็วๆ นี้ เนตรไม่อยากเจอผม ผมก็ไม่อยากเห็นหน้าเขาเท่าไหร่”




โน้ตยังคงพูดเรื่อยๆ แอลกอฮอล์ทำให้การบ่นเรื่องครอบครัวแตกแยกกับหัวหน้าที่อายุน้อยกว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป




กฤติเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆ เขาเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห่างเมื่อรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณสะโพกเนื่องจากนั่งนานเกินไป จนกระทั่งอีกคนพูดจบพร้อมกับเบียร์ขวดที่เจ็ดหมดลง เขาปลอบคนไม่เก่ง และไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์เลยสักนิด สิ่งเดียวที่พอจะทำได้คือนั่งฟังอีกคนพูด พูด และพูดออกมา




“ถ้าคุณไม่อยากกลับบ้าน จะนั่งต่อก็ได้นะ”

“คุณ… ไม่รีบกลับใช่ไหม?”

“ไม่ จะนั่งทั้งคืนก็นั่งไป เดี๋ยวผมนั่งเป็นเพื่อน”




ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่ชายหนุ่มทั้งสองคนก็ลุกออกจากร้านภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ด้วยความต้องการของนรินทร์เอง วันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ โชคดีที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เขาเลยไม่กังวลว่าพรุ่งนี้จะต้องไปผจญกับอาการแฮงค์พร้อมกับลูกค้าผู้น่ารักหรือเปล่า




“คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหน?”




กฤติถามขึ้นมาเมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ในรถด้วยกัน นรินทร์นั่งคิดเล็กน้อย ด้านเหตุผลคิดว่าอยากให้หัวหน้าไปปล่อยเขาทิ้งไว้ที่รถ แล้วเขาจะไปจอดนอนสักที่หนึ่ง บางทีอาจจะบ้านเพื่อนสักคน หรือไม่ก็เปิดโรงแรมนอน แต่อีกใจหนึ่งกลับคิดอะไรที่บ้าบิ่นกว่านั้น




“ห้องคุณ”

“...”

“ผมขอไปนอนห้องคุณคืนนึงได้มั้ย ผมไม่อยากกลับบ้านเลย”




ไม่ต้องพูดครั้งที่สอง กฤติพยักหน้ารับคำแล้วขับไปที่คอนโดของตัวเอง เขาปลอบคนไม่เก่ง แต่อะไรที่สามารถทำได้ กฤติก็ไม่ลังเลที่จะทำ




.

.

.

 

(ต่อด้านล่างจ้า)





CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
ต่อจ้า

.
.
.


นี่เป็นครั้งแรกที่นรินทร์ได้มาเหยียบพื้นที่ส่วนตัวของอีกคน ห้องสูทขนาดปานกลาง ไม่เล็กเกินไป และไม่ใหญ่จนรู้สึกเหงานี้คือที่อยู่ของกฤติ นรินทร์ถอดรองเท้าแล้วมองไปรอบห้อง ก่อนที่จะพูดออกมา




“คุณไม่ค่อยได้อยู่เหรอ?”

“ไม่อ่ะ ผมอยู่ของผมทุกวัน”

“จริงเหรอ?”

“ใช่สิ มีอะไรหรือเปล่า?”

“มันเหมือน… ไม่มีคนอยู่เลยแฮะ”




โน้ตพูดในสิ่งที่คิดออกไป เขาอาจจะมึนเล็กน้อยเพราะกินเบียร์มาหลายขวด แถมก่อนที่พวกเขาจะขึ้นมา หัวหน้ายังใจดีแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อตุนในสิ่งที่คิดว่าเขาจะอยากทานกลางคืนเอาไว้อีก




“ไร้สาระ”




กฤติพูดในขณะที่ปลดกระดุมบนตรงคอเสื้อออก ตอนนั้นเองเป็นวินาทีที่โน้ตเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเมาแล้วจริงๆ เพราะเขาดันมองว่าหัวหน้านั้น… เซ็กซี่




“คุณจะกินอะไรก็ไปหยิบเอาในตู้เย็นละกัน ผมใส่ไว้แล้ว ขอผมอาบน้ำหน่อย”

“ครับ”



คล้อยหลังหัวหน้าไป นรินทร์ก็ฝังตัวเองไว้ที่โซฟาในห้องของหัวหน้า พร้อมกับเบียร์ที่อีกคนซื้อมาเพิ่มให้ เขาไม่ใช่สายขี้เหล้า แต่นั่งเฉยๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไร การเอาเบียร์ออกมานั่งเป็นเพื่อนก็ไม่ใช่ความคิดที่เลวนัก




“โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด...ไม่อย่างนั้นคุณต้องมีสภาพน่าเกลียดไปประชุมตอนเช้าแน่นอน”




หัวหน้าที่ออกมาจากห้องน้ำพูดเรื่อยๆ ในขณะที่นรินทร์นั่งดูโทรศัพท์พร้อมกับดื่มเบียร์ไปด้วย เขาไม่รู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองกินไปกี่ขวดแล้ว แต่ยังไม่เมาหรอก เขายังสามารถเปิดทีวีและดูหนังฝรั่งที่ฉายอยู่พร้อมกับอ่านซับไตเติ้ลรู้เรื่องอยู่เลยนี่นะ




“เอาสักหน่อยมั้ย?”

“ไม่ล่ะ ขอบคุณ”




กฤติปฏิเสธทันทีที่อีกคนยกขวดเป็นเชิงเชิญชวน ซึ่งนรินทร์ยักไหล่ หันไปสนใจแอลกอฮอลล์ของตัวเองต่อ




“คุณรู้ป้ะ?”

นรินทร์พูดขึ้นมา โดยไม่ได้รอเสียงตอบรับจากผู้ร่วมห้องอีกคน “ผมกับเนตรน่ะ เราไปกันไม่ได้อย่างที่ผมคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าแรกๆ มันเคยสวยงามขนาดไหน”

“...”

“เราคบกันมานานมาก... พวกผมเจอกันที่เรียนพิเศษ ตอนนั้นผมร้องเล่นของสูงจีบเขาอยู่เลย รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง รู้ว่าเหนื่อยแต่อยากได้ของที่อยู่สูง ยังไงจะขอลองดูสักที... “




นรินทร์ยังคงพูดต่อไป แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ตอบอะไรกลับมา




“ตอนนั้นเนตรเป็นคนน่ารักของโรงเรียนหญิงล้วนใกล้ๆ สวยมาก สวยมาตั้งแต่อยู่มอปลายแล้ว เด็กคอนแวนต์น่ะคุณ ตอนอยู่มหาลัยผมจำได้เลยว่าตัวเองขี่มอไซต์จากท่าพระจันทร์ไปสามย่านเพื่อพาเนตรไปดูหนัง”

“...”

“พวกเราแต่งงานกันเพราะแฟนผมท้อง พอตอนนี้มันก็เกือบจะสิบปีแล้ว อารมณ์รักๆ อะไรนั่นจางหายไปนานแล้ว นานจนแม้แต่ผมแม่งก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาชอบอะไร ไม่กินอะไร เราอยู่กับเพื่อลูกมาตั้งแต่น้องนิ้งสามสี่ขวบเองมั้ง”

“...”

“หย่ากันนานมากแล้วนะ แต่ก็ยังอึดอัดอยู่ดีเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน” 

“...”

“อะไรก็ไม่รู้แม่งเอ๊ย”




พวกเขาแบ่งปันบรรยากาศท่ามกลางเสียงโทรทัศน์ด้วยกันแบบนั้น กฤติยังคงจ้องและพิมพ์ยุกยิกในโทรศัพท์ โดยที่ไม่ได้สนใจคนที่ขอมาอาศัยที่ห้องด้วยเลยสักนิด ซึ่งนั่นทำให้นรินทร์ไม่พอใจเล็กน้อย




“ทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย”

“หือ?”




เจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์เพื่อมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟา ตอนนี้เขาย้ายตัวเองมานั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียง ชุดนอนที่ดูสบายแต่ติดจะเรียบง่ายของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้นรินทร์รู้สึกว่าตอนนี้เขากำลังกวนกฤติอยู่เลย อาจจะเพราะหัวหน้าไม่ได้ว่าอะไร และเขาก็ขอมาอยู่ที่นี่ด้วย หรือ… หรืออะไรก็ไม่รู้แหละ ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิด




“ผมเสียใจนะ คุณควรจะปลอบผมหน่อยหรือเปล่า?”

“ผมปลอบคนไม่เก่ง”




นรินทร์เลิกคิ้ว มองคนที่พูดออกมานิ่งๆ เขาไม่คิดว่ากฤติจะไม่สามารถทำได้ ให้ตาย หัวหน้าที่เก่งทุกอย่างจนเกือบทุกคนในบริษัทต้องเกรงใจจะมีเรื่องที่ทำไม่ได้ด้วยงั้นหรือ?




“ไม่เก่งหรือไม่อยากทำครับ?” กฤติถอนหายใจเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังกวนประสาท อย่าถือสาคนบ้า อย่าว่าคนเมา

“ไม่เป็น และตอนนี้ยังไม่อยากด้วย” 

“ทำไมล่ะคุณ อย่างน้อยก็ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ ทำไมถึงไม่ปลอบผมล่ะ?”

“คุณเริ่มงี่เง่าแล้วนะคุณนรินทร์”



ถึงแม้ว่าเสียงจะนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตาที่มองลอดแว่นมานั้นแววโรจคล้ายกับคนไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นแบบนั้นโน้ตก็ฉีกยิ้ม


เขาคงเมา ไม่รู้ และไม่สนใจ


ตอนนี้เขาแค่ต้องการรีแอคชันอะไรบางอย่างจากอีกคนก็เท่านั้น




“คุณปลอบผมก่อนแล้วผมจะเลิกงี่เง่าเลย”

“นี่คุณสองขวบเหรอ?”

“ไม่นะ ดูยังไงก็โตกว่านั้น” กฤติทำหน้าเหม็นเบื่อเมื่ออีกคนมองลงไปที่หว่างขาพร้อมเงยหน้าขึ้นมายักคิ้วใส่ เพิ่งรู้ตอนนี้นี่แหละว่านรินทร์เป็นพวกไร้สาระแบบนี้

“ประสาท”




กฤติพ่นลมหายใจอย่างรำคาญ ไม่สนใจนรินทร์ที่หัวเราะออกมาอย่างพอใจที่กวนประสาทเขาสำเร็จ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามีข้อความเข้า




“ทำไมสังคมก้มหน้างี้อ่ะคุณ เงยหน้าขึ้นมาคุยกันหน่อย”

“แป๊บ”

“ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้วน่า ไม่ต้องทำงานแล้วมั้ง”

“บอกว่าแป๊บ”




นรินทร์ลุกขึ้นยืนเมื่อเจ้าของห้องยังคงนั่งไขว่ห้างพิมพ์อะไรยุกยิกในโทรศัพท์ไม่สนใจเขา ใบหน้าที่เมื่อครู่มีท่าทีรำคาญตอนนี้กลับมาเรียบตึงอีกครั้ง ซึ่งเขารู้สึกอยากแหย่ให้อีกคนมีสีหน้าต่างจากเดิมอีก




“ไม่ต้องทำงานแล้วหน่า”

“เฮ้ยคุณ!”




กฤติเหวเสียงหลงเมื่ออีกคนเดินมานั่งข้างๆ พร้อมทั้งฉวยเอาโทรศัพท์ออกจากมือเขาไปถือไว้เองโดยที่กฤติยังไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าหลังแว่นเปลี่ยนเป็นหงุดหงิดอีกครั้ง ในใจคิดแต่ว่าตัวเองไม่น่าใจดีหิ้วปีกไอ้ขี้เมานี่กลับมาวุ่นวายด้วยเลยแท้ๆ




“ปลอบผมหน่อยสิ ผมเสียใจอยู่นะ”

“ไม่!” กฤติทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ “คุณเมาแล้ว ไปอาบน้ำ”

“ปลอบผมก่อนดิ เดี๋ยวจะรีบอาบเลย”

“งั้นไม่ต้องแล้ว นอนเลยละกัน เสียเวลา”




กฤติพูดรวบรัดพลางจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่อีกคนเร็วกว่านั้น โน้ตยกมือขึ้นสูง ใบหน้าคมที่ติดจะแดงเล็กน้อยด้วยกฤทธิ์ของเบียร์หลักสิบขวดยังคงมีรอยยิ้มกว้างดูกวนประสาทประดับอยู่




“โหยคุณ ปลอบผมก่อนดิ”

“ไม่”

“ปลอบก่อน”

“เป็นบ้าเหรอ? ไม่!”

“น่า นิดนึง ปลอบหน่อย”




นรินทร์ขยับเข้ามาชิดอีกคน แถมยังเอาหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ กฤติ จนเจ้าของห้องต้องขยับหนีด้วยความรังเกียจ กลิ่นแอลกออฮอล์คละคลุ้งแบบนี้ทำให้เขาเวียนหัว




“ไม่! ปล่อยสิวะ สมองบุบไปแล้วเหรอคุณเนี่ย”




กฤติหันกลับไปประจันหน้าอีกคน ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก รอยยิ้มใจดีที่ดูกวนประสาทยังคงประดับหน้า มันใกล้จนเขาเห็นว่าอีกคนมีรอยแผลบนหน้าเล็กน้อย ที่น่าจะเกิดขึ้นจากตอนโกนหนวดพลาด




“เงียบเลย คิดคำปลอบอยู่ใช่มั้ยคุณ”

“จะให้ปลอบให้ได้เลยใช่มั้ย?”

“ใช่”

“ดี”




สิ้นคำพูดนั้นกฤติเอาสองมือคว้าใบหน้าของอีกคนเข้ามารับจูบจากตัวเองทันที



มันน่าประหลาดในตอนแรก นรินทร์ตกใจจนแทบจะสร่างเมาเสียเดี๋ยวนั้น แต่เขาก็ยังไม่ละออกไปไหน ริมฝีปากเจ้าของห้องเริ่มจูบไปเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเขาเองไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไร


ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ไม่มีการจูบตอบ ไม่มีแม้แต่การเปิดปาก




“คุณ…”




กฤติผละออกมาเมื่อจูบจนพอใจ ใบหน้าเรียบเฉยตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าประหลาด แบบที่นรินทร์ไม่เคยเห็น และเขาคงจะไม่ได้เห็นถ้าหัวหน้าไม่บ้าจี้ประกบปากด้วยเมื่อครู่




“บอกแล้วว่าปลอบไม่เป็น”




เจ้าของห้องทำท่าจะหันหน้าหนีแล้วพลิกตัวไปที่อื่น แต่กลับทำไม่ได้เพราะว่าถูกอีกฝ่ายจับข้อมือเอาไว้ นรินทร์มีสีหน้าไม่แน่ใจ แม้กระทั่งแววตาที่มักทอประกายใจดี เวลานี้ก็ยังคงดูสับสน



ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาจากทั้งสอง



พวกเขานิ่งกันอยู่แบบนั้น อะไรบางอย่างดึงดูดพวกเขาเข้าหากัน ดวงตาใต้กรอบแว่นมองไปที่ใบหน้าอีกคน ในขณะที่นรินทร์จับจ้องไปที่ริมีปากของอีกฝ่าย




จูบครั้งที่สองเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป มือของหัวหน้าหนุ่มขยำไปบนผมสีน้ำตาลของลูกน้องที่กำลังครางอย่างพอใจในลำคอ กฤติเอียงคอเมื่ออีกคนเปลี่ยนมุมจูบ ซึ่งเป็นสิ่งที่นรินทร์พึงใจ เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจินตนาการอะไรเมื่อหลับตา ตอนนี้โน้ตไม่สามารถคิดอะไรได้อีกแล้ว มันว่างเปล่าเหมือนสมองลาพักร้อนไปเสียดื้อๆ




มันไม่ใช่จูบที่แย่




เขาคิดพลางก้มลงไปซ้ำเป็นครั้งที่สาม พวกเขาแลกจูบกันอยู่แบบนั้น มือไม้ของทั้งสองคนปัดป่ายไปทั่วอย่างไม่มีใครยอมใคร นรินทร์เพิ่งมารู้ตอนนี้เองว่ามันคงจะมาไกลกว่าที่เขาคิดไว้ และเขาไม่คิดที่จะหยุดมัน แม้กระทั่งตอนที่พวกเขาถอดเสื้อกันและกันจนเหลือเพียงแค่ชั้นในตัวเล็กทั้งคู่

 


ช่างแม่ง




ในหัวนรินทร์มีเพียงแค่นี้เมื่ออีกคนปลดเปลื้องปราการด่านสุดท้ายของเขาออกมาอย่างใจเย็น เขาพยายามที่จะไม่มองไปข้างล่าง ในหัวมีความคิดพิลึกพิลั่นอย่างเช่น ‘ตอนสมัครงานไม่เห็นมีใครบอกไว้ว่าวันหนึ่งหัวหน้าจะมาอมให้’




โคตรดี




มันดีจนเขากดหัวอีกฝ่ายเอาไว้แล้วจับควบคุมจังหวะเอง ความพยายามที่จะไม่มองหน้าอีกฝ่ายหายไปตอนที่เขาเผลอมองลงไปสบตาคนที่อยู่ตรงหว่างขา ดวงตาคมใต้กรอบแว่นนั่น…




เซ็กซี่สัด




ก่อนที่จะรู้ตัวเขาก็เกือบจะเสร็จเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าอีกคนดันผละออกมาก่อน จังหวะจะโคนของอีกฝ่ายดีจนเขาอยากถามว่าไปฝึกมาจากไหน แต่ตอนนี้มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นให้จัดการเสียก่อน





“เคยทำกับผู้ชายมั้ย?”




นรินทร์ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างหนักแน่น ซึ่งนั่นก็ไม่เกินสิ่งที่กฤติคาดการณ์ไว้เท่าไหร่ เจ้าของห้องเดินไปหยิบเจลและถุงยางที่เก็บไว้ในลิ้นชักข้างเตียง มาวางไว้ข้างๆ นรินทร์อยากจะเข้าไปช่วย แต่เขารู้สึกว่าตัวเองเก้ๆ กังๆ ไปหมด




“เอาไปใส่เอง ไม่มีบริการใส่ให้หรอกนะ” 




นรินทร์รับถุงยางแบรนด์ดังมาถือไว้ แอบเสียดายนิดหน่อย เขาชอบเวลาที่แฟนใส่ถุงยางให้มาก ในระดับที่ว่าจะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกเยอะเลยด้วยซ้ำ


เมื่อนรินทร์จัดการกับตัวเองเรียบร้อย หัวหน้าเองก็อยู่ในสภาพที่ป้องกันพร้อมเหมือนกัน แล้วแบบนี้ใครจะเสียบวะ?




“ผม…”

“นอนลง”

“เฮ้ย! ผมไม่ให้คุณยุ่งกับก้นผมนะ”




โน้ตโวยวายเมื่ออีกคนผลักเขาให้หงายหลังลงเตียงโดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว อารมณ์หดหายเมื่ออีกฝ่ายคล้ายเข้ามาใกล้




“ผมก็ไม่ยอมให้คุณเป็นฝ่ายคุมเกมเหมือนกัน”

“นี่ไม่ตลกนะ!”

“นอนเฉยๆ!”




โชคดีที่นรินทร์ไม่ได้ด่าพ่อล่อแม่หัวหน้าไป คำว่า คุมเกม ของอีกคนหมายความว่าเจ้าตัวเล่นกับลูกน้อยของโน้ต หัวหน้าอาบเจ้าตัวเล็กด้วยเจลชนิดน้ำเสียชุ่มแบบที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน 




“คุณกับแฟนเลิกกันแล้วแน่นะ?”




กฤติหยุดทุกอย่างเอาไว้ตอนที่กำลังกุมลิตเติ้ลโน้ตเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว เขาต้องการให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้กำลังไปเหยียบแก้วแตกให้มันแหลกกว่าเดิม เพราะนอกจากมันจะต่อไม่ติดแล้ว เศษแก้วจะบาดเท้าเขาจนเจ็บตัวด้วย




“ก็บอกว่าหย่ากันไปแล้วไง ไม่ได้จูบกันมาจะสองปีแล้วเนี่ย”

“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องบนเตียง”

“งั้น?”

“ความรู้สึกล่ะ... “

“...”

“คุณยังรักแฟนเก่าคุณอยู่มั้ย?”




เสียหนักแน่นและแววตาจริงจังของหัวหน้าที่มองตรงมาทำให้นรินทร์ชั่งใจชั่วครู่ เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น คำตอบเดียวที่ชัดเจนอยู่ในสมอง




“ไม่”




สั้นแต่หนักแน่นเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะสามารถแสดงออกมาได้ กฤติพยักหน้ารับ นิ้วทั้งห้ากลับมาทำหน้าที่ของมันต่อ เล้าโลมเพียงครู่เดียวก็พร้อมลงสู่สนามจริง




นี่กำลังเอากับผู้ชายอยู่จริงๆ เหรอวะ?




โน้ตยังคงถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจ ภาพตรงหน้าเขาโคตรจะดูเกินจริงแม้กระทั่งในความฝัน หัวหน้าหนุ่มของเขากำลังวุ่นวายอยู่กับด้านหลังของตัวเอง จนน่าจะเข้าที่ เจ้าตัวถึงได้บดสะโพกลงมาบนโน้ตน้อย ใบหน้าอีกฝ่ายดูอึดอัดในตอนแรก เสียงครางเบาๆ นั่น ถึงแม้จะเป็นของผู้ชาย แต่มันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก




เพียงไม่นาน การปลอบของหัวหน้าหนุ่มก็เริ่มต้นขึ้น




“... ดี”




นรินทร์พูดได้แค่นั้นเมื่อพวกเขาจับจังหวะของกันและกันเจอ ความรู้สึกของการที่เป็นฝ่ายถูกออนท็อปนั้นไม่ได้แย่ ใครจะไปคิดว่าหัวหน้าที่ทำงานเนี้ยบชนิดที่ผู้บริหารยังต้องเกรงใจ จะสามารถบดเอวลงมาเป็นจังหวะที่ดูร้อนแรงแบบนี้ได้




ยอดอกของอีกคนมันชมพูจนน่า…




“อย่าซน”

“โอ๊ย!”




นรินทร์ร้องโอดโอยเมื่ออีกคนตีมือเขาอย่างไม่ออมแรง อะไรวะ แค่จะไปเล่นด้วยเท่านั้นเอง แม่งตีลงมาได้ มือเกือบหัก ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเอามือไปวางไว้บนสะโพกอีกคนหลวมๆ คนที่กำลังทำเต็มที่อยู่บนตัวเขานั้นเป็นส่งที่ยืนยันอีกครั้งว่ากฤติเป็นคนเก่งจริงๆ



เก่งมาก… 




“... นั่นแหละ แบบนั้น”

“อย่ามาสั่ง”




แม่ง ดุอย่างกับหมา




นรินทร์คิดแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปให้ตัวเองโดนว่าอีก เขาเพียงแค่ใช้มือจับสะโพกอีกคนแน่นขึ้น เพื่อช่วยยกตัวของหัวหน้าให้กระแทกลงมาได้แรงขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันดีมาก...  โน้ตหลับตาครางต่ำ ในหัวมีแต่ภาพของอีกคนที่ร่อนตัวอยู่บนตักเขา




ถ้าจังหวะยังเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานเขาคงจะถึงฝั่งฝัน…




“เมื่อย”




แม่ง!




โน้ตสบถในใจเมื่ออีกคนเกิดหยุดขยับกะทันหัน ใบหน้าเรียบนิ่งของหัวหน้ามองตรงมาทางโน้ต ถ้าชายหนุ่มตาไม่ฝาก เขาคิดว่าเขาเห็นอีกคนมีรอยยิ้มมุมปากคล้ายกับว่าเจ้าตัวสนุกที่ได้แกล้งเขา




สนุกได้คนเดียวอย่างงั้นเหรอ?


สบประมาทกันเกินไปหน่อยแล้วมั้ง




“เฮ้ย!”




กฤติร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อคนที่เมื่อครู่เป็นลูกไก่ในกำมือ ดันล็อกสะโพกเขาเอาไว้แล้วจับคุมจังหวะด้วยตัวเอง ชายหนุ่มพยายามที่จะเอาตัวเองออกมาจากการบังคับของนรินทร์ แต่ไม่สำเร็จเลย ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด ด้วยท่าทางที่ไม่ได้พร้อมกับการต่อสู้ใดๆ แล้วแรงอีกคนที่มากเกินกว่าที่กฤติจะสามารถเอาชนะได้




“โอ๊ย! เบาๆ สิวะคุณ”

“ไม่ทำตามนะครับ... หัวหน้า”




นี่คิดถูกหรือคิดผิดกันเนี่ย!?




กฤติถามตัวเองในใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยให้นรินทร์ขยับเขาไปตามต้องการจนสุดท้ายอีกคนเหวี่ยงเขาลงมาบนเตียง แล้วถาโถมคลื่นอารมณ์ใส่จนเสร็จกันทั้งสองฝั่ง พวกเขาเงียบกันอยู่ชั่วครู่ เพราะต่างคนต่างกอบโกยอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด




“ผมไม่ใช่ผู้ชายคนแรกของคุณใช่ป้ะ?” นรินทร์ถามในสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในหัวทันทีที่เขาสามารถรวบรวมสติของตัวเองกลับมาอยู่กับร่องกับรอยได้อีกครั้ง





 

“คุณไม่ได้เปิดซิงผมก็แล้วกัน”





.

.

.



TBC






แอบเกร็งๆ เพราะไม่เคยเขียนแบบนี้เลยค่ะ 5555

มันต่างกับน้องแทนใจเยอะมากกกกกก แต่อยากลองดู อิ___อิ

เพราะงั้นถ้าเรายังมีอะไรต้องแก้ไขปรับปรุง หรืออยากพูดอะไร อ่านแล้วคิดยังไง ชอบไม่ชอบตรงไหน 

อย่าเก็บไว้คนเดียวค่ะ

สามารถบอกเราได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ นะคะ


ขอบคุณมากค่า XD




ออฟไลน์ Chompoo reangkarn

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1122
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +29/-0
ท่าจะร้อนแรงบรรดาหนุ่มชาวออฟฟิศ +1

ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-6

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
อ๊อยยยยยยยยย​ คูมกฤติบดๆเก่งจัง
ควีนอะไรเบอร์นั้นเหรอค้าาาาาา​  :hao6: :hao5:

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
3rd Sunday
#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์




นรินทร์มาทำงานด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด




หลังจากที่พวกเขามีเซ็กส์กันเสร็จรอบนั้น โน้ตก็พลิกตัวคู่กรณีมาทำต่อ ตอนนั้นเขาอารมณ์ขึ้นที่เห็นว่าอีกคนดูเฉยเมยกับเซ็กส์ของเขามาก เขาเปลี่ยนท่าอีกครั้ง และอีกครั้ง จนกระทั่งนรินทร์ไม่เหลือแรงแม้กระทั่งจะลุกออกจากเตียง ในตอนที่เขาวาดแขนจะคลำหาคนด้านข้าง กลับโดนหัวหน้าทิ้งเอาไว้บนเตียง




ผู้มาอาศัยค่อนข้างแปลกใจที่เห็นอีกคนยังสามารถลุกไปเข้าห้องน้ำได้ แต่เขาไม่ได้สนใจขนาดนั้น นรินทร์ผลอยหลับไปทั้งอย่างนั้น จนมาสะดุ้งตื่นเมื่ออีกคนปลุกเขาเพื่อพูดว่า




“อย่าเอาตัวเหม็นเหงื่อแบบนั้นมานอนบนเตียงผม”

“แต่เมื่อกี้ผมก็นอนกับคุณทั้งที่มีเหงื่อแบบนี้ คุณก็ไม่ได้บ่นว่าเหม็นอะไรนะ”




หลังจากเขาตอบกลับแบบนั้นก็โดนเจ้าของห้องเตะออกมาข้างนอกทันที แถมยังกดล็อกอย่างดีไม่ให้เขาเข้าไปได้ นรินทร์เลยต้องอัปเปหิตัวเองมาฝากชีวิตคืนนั้นบนโซฟา เช้าวันต่อมาถึงได้นั่งแท็กซี่ไปเอารถที่ทำงานแล้วค่อยกลับบ้าน ยังดีที่เนตรกับลูกไปต่างจังหวัดกลับตอนเย็น เขาจึงไม่ต้องเตรียมหาข้ออ้างในสภาพยับยู่ยี่อย่างที่เป็นอยู่




เรื่องลูกกับเนตรยังไม่ทันเคลียร์ ต้องมานั่งเครียดเรื่องกฤติอีกหรือ




ความคิดเรื่องนี้ปรากฏอยู่ในหัวนรินทร์ตอนที่เขาจอดรถในที่คุ้นเคย สติชายหนุ่มเหมือนจะหายไปเรื่อยๆ เมื่อลิฟต์ใกล้จะถึงชั้น 27 ที่เขาต้องทำงาน ณ ตอนนี้นั้น บอร์ดบริหารยังไม่ทำให้เขาประสาทเสียเท่าความคิดที่ว่าเขากำลังจะต้องไปเจอหน้ากฤติอีกครั้ง



เขาควรจะพูดว่าอะไร?



“พี่โน้ตสวัสดีค่า”



ชายหนุ่มสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทักหน้าบริษัท เขาเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าเขายืนโง่อยู่หน้าเครื่องแสนกนิ้วแล้ว โชคดีที่ตอนนี้มันยังไม่ 8 โมง คนเลยยังถือว่าน้อยอยู่มาก ลองเป็นเวลางานสิ ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะได้ยืนเฉยๆ คุยกับตัวเองอยู่แบบนี้แน่นอน




“สวัสดีครับ”




เขาตอบรับรีบๆ ไม่ได้สนใจฟังการบ่นของหญิงสาวเท่าไหร่นัก อันที่จริงแล้ว ในหัวชายหนุ่มนั้น นอกจากหน้าของหัวหน้าแผนกแล้ว ทุกอย่างดูเบลอไปหมด




“พี่โน้ต หวัดดีพี่”




เขาพยักหน้ารับเด็กซุกซนที่ส่งเสียงดังมาตั้งแต่หน้าประตู เพราะว่าเมื่อวานคือวันจันทร์ วันนี้ทุกคนเลยต้องพยายามมาให้ทันเวลา เพราะว่าจะมีประชุมแผนกตอนเก้าโมง ตามปกติมีคนมาเช้าอยู่ไม่กี่คนหรอก มักจะเป็นพวกหน้าประจำ ส่วนที่เหลือก็คือบางคนมาเก้าครึ่ง บางคนมาสิบโมง




ซุกซนคือเด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานไม่นาน เขาเป็นคนตัวไม่สูงแต่อารมณ์ดี ติดจะกวนหน่อยๆ ทำให้เข้ากับคนในแผนกได้ในเวลาไม่นาน




“วันหยุดยาวที่ผ่านมาพี่ไปไหนมา?”




เชี่ย ตอบอะไรดีวะ?




“เอ่อ…”




นรินทร์เลิ่กลั่ก ในหัวชายหนุ่มมีภาพสถานที่ตั้งแต่เชียงรายยันอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เขาควรจะไปไหนให้มันเนียนดี ถึงแม้จะคิดมากขนาดนั้น สรุปก็คือ




“อ๋อ อยู่บ้านน่ะ”

“ดีพี่ ผมไปเชียงใหม่ เพิ่งลงเครื่องมาเมื่อวานเย็นเอง อย่างเหนื่อย…”




ชายหนุ่มปล่อยให้รุ่นน้องในแผนกบ่นไปโดยที่เขาไม่ได้สนใจฟ้ง ดีที่ทั้งตัวเขาไม่มีคิสมาร์คที่สามารถมองเห็นได้ นอกจากรอยเล็บบนหลังที่ตอนนี้ยังมีรอยแดงๆ ของเล็บอีกคนที่ดันข่วนมาตอนที่เขาแกล้งกัดยอดอกเล่นเท่านั้น (เอาตามตรรงคือโดนจิกจนเนื้อเขียว)




“อ้าว พี่กฤติ หวัดดีครับ”




เสียงซุกซนคล้ายค้อนปอนด์ที่ทุบลงมาบนหัวชายหนุ่ม เขาหันหลังไปเห็นหัวหน้าที่บดเอวอยู่บนตักเขาเมื่อวันอาทิตย์ กฤติยังคงดูนิ่งเฉยเหมือนอย่างที่เป็นมาตลอด ใบหน้าเรียวใต้กรอบแว่นพยักหน้าให้ซุกซนหนึ่งครั้ง ก่อนที่สายตาจะมองเลยมาทางนรินทร์




ฉิบหาย…




“สวัสดีครับคุณนรินทร์”

“คะ… ครับ”




ชายหนุ่มพยักหน้าให้นรินทร์สองสามครั้งแบบทุกวัน ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องทำงานตัวเอง คล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาเลยในคืนนั้น




นี่มันอะไรกัน?



นรินทร์คิดกับตัวเอง วันนั้นทั้งวันกลายเป็นว่ากฤติเป็น ปกติ มาก มันเป็นความรู้สึกประหลาด เขาควรจะดีใจที่กฤติไม่ทำตัวเหมือนว่าระหว่างพวกเขาเกินเลยกันไปถึงขั้นไหน แต่พอมาเห็นอีกคนทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นเลยทั้งที่ตอนนั้นยังครางอยู่ข้างๆ หูมันก็ออกจะเกินไปหน่อย




หรือเซ็กส์เขาาห่วยวะ?




“เฮ้อ…”




นรินทร์ถอนหายใจเมื่อจวบจนถึงตอนเย็นใกล้เลิกงาน เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ครั้งจะเดินเข้าไปคุยกับหัวหน้า อีกคนก็วุ่นวายทั้งวัน อย่าว่าแต่กฤติเลย แม้แต่โน้ตเองที่เป็นพนักงานในแผนกธรรมดา ยังต้องจัดการงานเอกสารตัวเองจนหัวหมุนไปหมด ซึ่งวันนี้เขาทำมันได้ช้าลงมากๆ เพราะไม่สามาารถสลัดสิ่งที่รบกวนความคิดออกไปได้




“ยังไม่กลับอีกเหรอครับ?”




ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากอินวอยซ์ที่เขาขยายในจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจเช็กข้อผิดพลาดอีกครั้ง  หัวหน้าแผนกยืนทำหน้านิ่งตามแบบฉบับของเจ้าตัวอยู่ตรงพาติชันข้างหน้าโต๊ะเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้




“พอดีนั่งเคลียร์ออเดอร์ของลูกค้า BIG Group อยู่ครับ”




“ด่วนเหรอครับ?”

“นิดนึงครับ ลูกค้าอยากได้ของพรุ่งนี้เช้า ถ้าเร่งให้จริงๆ มันก็ทำได้แหละครับ แต่ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะ accept พวก extra charge...”




รายละเอียดงานถูกถ่ายทอดออกไปเรื่อยๆ พวกเขาคุยงานกันอย่างเป็นธรรมชาติจนนรินทร์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร กฤติรับฟัง ให้คำแนะนำ ชายหนุ่มทำทุกอย่างเหมือนกับที่ทำตลอดมา แม้กับคนที่เพิ่งจะผ่านค่ำคืนหรรษาด้วยกันก็ตาม




“คุณกลับได้แล้วมั้ง นี่ดึกแล้ว”




นรินทร์ก้มลงมองนาฬิกาเมื่ออีกฝ่ายทัก เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่ามันเลยเวลางานเลิกมากว่าสองชั่วโมงแล้ว ให้ตายสิ เขาไม่ได้ค่า OT หากอยู่ดึกหรือมาทำงานในวันหยุดด้วยซ้ำ




“ขอบคุณนะครับ”




กฤติยิ้มรับเมื่อนรินทร์กล่าวขอบคุณเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เมื่อเห็นว่าพนักงานในปกครองไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีกต่อไป หัวหน้าคนเก่งของหลายๆ คนตั้งท่าที่จะเดินออกไปแสกนนิ้วเพื่อกลับคอนโดเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรก แต่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้น




“เดี๋ยวครับ คุณกฤติ”




คนที่เป็นหัวหน้ามองข้อมือของตนที่ถูกอีกคนจับเอาไว้หลวมๆ แล้วค่อยไล่สายตาขึ้นไปมองใบหน้า ชายหนุ่มที่อายุมากกว่ามีแววตาที่สับสนและไม่เข้าใจ ถึงแม้จะไม่ได้ชัดเจน แต่ก็มากพอที่จะทำให้เขาเลิกคิ้วกลับไปด้วยความฉงน




“ครับ?”

“คือ…”




คล้ายคำพูดถูกดูดกลืนเข้าไปในลำคอหมด นรินทร์เพียงแคพลั้งปากออกไปอย่างไม่ได้ตระหนักอะไรเลย เขาควรจะเริ่มยังไงดีวะแม่งเอ๊ย




“เรื่องเมื่อวันอาทิตย์น่ะครับ…”

“คืนที่คุณเมาเป็นหมาแถมเหม็นเหงื่อด้วยน่ะเหรอครับ?”

“นั่นแหละ” นรินทร์เมินคำพูดจิดกัดอย่างตั้งใจของอีกคน “คุณ… คือ… แม่ง ผมควรเริ่มยังไงวะคุณ”

“คุณไม่เห็นต้องเริ่มอะไร”




ในขณะที่นรินทร์คิดหัวแทบแตกว่าตัวเองควรจะเอาอย่างไรดี กฤติกลับพูดออกมาง่ายๆ ด้วยสีหน้าเหมือนกับตอนที่กำลังจะเริ่มประชุมแผนก


เฮ้ย แบบนี้ไม่ได้ป้ะ?




โน้ตแทบจะลืมภาษาคนเมื่อได้ยินตอบที่เขาไม่ได้คาดคิดไว้จากปากของอีกคน แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรเพิ่ม คนใส่แว่นก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

 


“ก็คุณบอกให้ผมปลอบ ผมก็ปลอบไง คุณจะคุยอะไรอีก?”




เขามี passion การปลอบคนอื่นแบบนี้ได้เหรอวะ? นรินทร์ยังคงพูดไม่ออกอยู่เหมือนเดิม เขารู้สึกเหมือนลิ้นตัวเองเป็นอัมพาตขึ้นมาเสียดื้อๆ



“...”

“คุณก็ดูสภาพโอเคขึ้นแล้ว”

กฤติพูดต่อโดยไม่ได้สนใจหน้าตาเหมือนเห็นผีมาเต้นแร้งเต้นกาตรงหน้าของอีกคน “งั้นผมกลับก่อนนะ คุณเองก็รีบกลับเถอะ พรุ่งนี้วันพุธยังต้องทำงานนะ”

“นี่ถ้าคนอื่นเศร้าคุณก็ปลอบแบบนี้เหรอ?”




โน้ตหลุดปากถามออกไป ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมามีเพียงแค่การขยับแว่นเล็กน้อย แล้วเดินออกไปจากออฟฟิศเท่านั้น กฤติทิ้งนรินทร์เอาไว้กับความสงสัยของตัวเอง อย่างไม่คิดที่จะเหลียวหลังกลับมาไขความกระจ่างให้อีกคนสักนิดเดียว






------- Sunday In Bed --------







เรื่องคืนนั้นถูกฝังกลบในเสี้ยวความทรงจำของนรินทร์ตลอดทั้งสัปดาห์




มันเป็นเซ็กส์เพื่อการปลอบใจอะไรของกฤตินั่นไม่ได้ทำให้เขาคลายความข้องใจไปสักนิด แต่การหาเวลาอยู่สองต่อสองกับอีกคนนั้นไม่ได้ง่ายเหมือนการถอดกางเกงในให้เป็นเลขแปด เคสลูกค้าไทยหลายรายที่โดนคู่แข่งแย่งไปนั้นทำให้ทั้งแผนกตกอยู่ในความตึงเครียด ถึงแม้ว่ากฤติจะสามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้ แต่กำไรในไตรมาสนี้อาจจะไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้  หัวหน้าแผนกของเขานั้นต้องทั้งไปหาลูกค้า ทั้งประชุมบอร์ดบริหาร ไหนจะต้องไปคุยงานกับแผนกอื่นอีกมากมาย




อย่าว่าแต่เวลาที่จะอยู่กันสองคนเลย หาเวลาเจอกฤติยังไม่ใช่เรื่องง่ายในขณะนี้




วันๆ ของนรินทร์ไหลผ่านไปอย่างน่าเบื่อ เขาตื่นเช้า ทำงาน กลับบ้าน สอนการบ้านลูก เข้านอน แล้วก็ตื่นเช้าขึ้นมาส่งลูกขึ้นรถโรงเรียน เตรียมตัวไปทำงาน โดนลูกค้าโขกสับ ปวดหัวกับเอกสาร ตีกับแผนกต่างๆ แล้วก็กลับบ้าน วนลูปอยู่แบบนี้ร่วมสัปดาห์




ถึงแม้จะเป็นความน่าเบื่อที่คุ้นชิน แต่ในใจนรินทร์กลับมีบางอย่างที่แปลกออกไป




เขามักจะนึกถถึงเรื่องขึ้นนั้น เวลาเห็นหัวหน้าแผนกเดินรีบๆ เข้ามาเอาคอมพ์พิวเตอร์เขามักจะวางสายตาตัวเองไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายอีกคน แม้กระทั่งเวลาที่เขาต้องช่วยตัวเองนั้น เสียงครางของอีกฝ่ายกับสายตาที่มองตรงมานั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาถึงฝั่งฝัน




เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่


ช่วยตัวเองไป คิดถึงหัวหน้าแผนกไปเนี่ย ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน




นรินทร์สรุปกับตัวเองในวันสิ้นเดือน วันนั้นเป็นวันก่อนที่ประเทศมาเลเซียที่เขาดูแลจะมีวันหยุดประจำชาติ เขาจำเป็นต้องนั่งเคลียร์เอกสารจนเลยเวลากลับบ้านไปไกล ในตอนที่เขากำลังพักสายตาแล้วนวดขมับนั้น นรินทร์ก็เพิ่งสังเกตว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว




เสียงก๊อกแก๊กที่ดังออกมาจากห้องส่วนตัวหัวหน้าคือหลักฐานชี้ตัวคนที่อยู่ที่นี่กับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าในชั้นนี้ไม่มีใครแล้วนอกจากพวกเขาสองคน นรินทร์จึงตัดสินใจเดินตรงไปหาอีกคนทันที




ก๊อกๆ




กฤติเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆ ให้พนักงานที่เดินเข้ามาเคาะประตู ซึ่งได้รับรอยยิ้มประหลาดกลับมา โน้ตในวันนี้ดูเหมือนไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่นัก




“ยังไม่กลับอีกเหรอคุณ?”

“ยังครับ งานไม่เสร็จ”




แต่กูไม่ทำแล้ว … นรินทร์คิดในใจต่อท้าย แต่ยังมีสติมากพอที่จะยั้งปากตัวเองเอาไว้ไม่ให้พูดออกไป




“เหมือนผมเลย”




หัวหน้าแผนกถอดแว่นแล้วขยี้ตา นรินทร์เพิ่งจะสังเกตตอนนี้เองว่าผมที่เซ็ตเอาไว้ของอีกฝ่ายตกลงมาเป็นหน้าม้า ยิ่งพอถอดแว่นออกมาแล้ว กฤติคนนี้ดู… น่ารัก




ถ้าหากได้ทำตอนอีกคนกำลังถอดแว่นนะ มันคงจะ…




“ว่าแต่คุณกลับได้แล้วมั้ง นี่ดึกแล้วนะ”




นรินทร์กระพริบตา ดึงตัวเองกลับมาที่เดิมอีกครั้ง ชายหนุ่มมองหน้าอีกคนที่ยังคงเป็นเหมือนเดิมกับทุกครั้งที่เคยเห็น แล้วตัดสินใจพูดสิ่งที่กังวลอยู่ออกมา




“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“งานเหรอ?”

“ไม่ใช่ครับ”




กฤติถอนหายใจเมื่ออีกคนพูดขัดขึ้นมาทันที ไม่ต้องพูดต่อเขาก็รู้ว่าอีกคนจะพูดเรื่องอะไร นี่เขาเสียเวลาที่จะได้ทำงานมาเพื่อเรื่องอะไรเนี่ย




“ครับ คุณจะคุยอะไร”




นรินทร์อัญเชิญตัวเองนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะของชายหนุ่ม ยังดีที่กฤติไม่ได้ไล่เขาออกไปหรือทำอะไรที่น่ากลัวกว่านั้น หัวหน้าคนเก่งแค่นั่งหลังพิงพนักมองเขานิ่งๆ เท่านั้น




“เรื่องคืนนั้น… ผม... “

“...”

“ทำไมคุณถึงนิ่งจังเลยอ่ะ? เราเพิ่งจะนอนด้วยกันมานะ รอยเล็บคุณเพิ่งจะหายไปไม่นานเอง”




สีหน้ากฤติไม่เปลี่ยน แต่แววตาชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยตอนที่ได้ยินประโยคนั้น



 

“แล้วผมต้องทำยังไงเหรอครับ?”

“มันต้องมีอะไรสักหน่อยหรือเปล่าครับ ที่ไม่ใช่ทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นน่ะ”




กฤติถอนหายใจอีกครั้ง ผู้ชายที่แม้แต่โกนหนวดก็ยังบาดหน้าตัวเองคนนี้จะเอาเรื่องไร้สาระมารกสมองเขาไปถึงไหน




“มันเป็นแค่เซ็กส์เองนะคุณ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”

“แต่--”

“ทำอย่างกับคุณไม่เคยนอนกับคนในบริษัทอย่างนั้นแหละ”

“...”

“อ้าว ไม่เคยเหรอ? ขอโทษที”




พวกเขาตกอยู่ในความเงียบกันอีกครั้ง นรินทร์กำลังพยายามเรียบเรียงข้อมูลใหม่ที่ได้รับมา ส่วนกฤตินั้นกำลังคิดว่ากลับคอนโดตอนนี้รถจะยังติดอยู่หรือไม่




“คุณเคยนอนกับใครในนี้น่ะ? หลายคนขนาดนั้นเลยเหรอ?”




คำพูดของนรินทร์ดึงชายหนุ่มออกจากความคิดเรื่องการจราจร คิ้วของเขาขมวดลงอย่างไม่สบอารมณ์ คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจะมาวุ่นวายกับเรื่องบนเตียงของเขาทำไมกัน




“มันไม่เกี่ยวกับคุณ”

“แต่--”

“คุณจะอะไรนักหนาเนี่ย มันก็แค่เรื่องบนเตียงครั้งเดียว”

กฤติพูดพร้อมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาปวดหัวเรื่องงานมาเป็นสัปดาห์ ยังต้องมารับมือกับเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกเหรอเนี่ย? วุ่นวายจริงๆ

“...”

“เซ็กส์ผมห่วยจนคุณไม่จำเลยเหรอ?”




ใบหน้าใต้กรอบแว่นมองสบตาอีกคน ก่อนจะหันหนีไปทางอื่นเมื่อชายหนุ่มถามแบบต้องการคำตอบอย่างจริงจัง ไม่ใช่การกวนประสาทเหมือนตอนที่เจ้าตัวเมามายเมื่อครั้งก่อนที่ขอให้ปลอบ




ให้ตาย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้นะ เขาจะปล่อยให้ผู้ชายคนนี้นอนจมขวดเบียร์ตายไปเลย วุ่นวายจริงๆ




“คุณจะเอาคำตอบแบบไหนล่ะ?”

“ความจริง”

“ก็ไม่ได้แย่”




กฤติกลอกตาเมื่ออีกคนเผยรอยยิ้มมุมปากเหมือนกับมั่นใจในตัวเองมากมายออกมา จะยินดีอะไรนักหนากับเรื่องแบบนี้เนี่ย




“แต่ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องพูดถึงอีก”

“แค่ชมก็ไม่ได้เลยเหรอ?”

“... เก่งดี”

“ขึ้นเงินเดือนให้ผมหน่อยได้มั้ย?”

“ผมจ้างคุณออกง่ายกว่านะ”

“เฮ้ๆ ผมแค่ล้อเล่นเอง”




นรินทร์ยกมือขึ้นมาเหมือนกับว่าตัวเองยอมแพ้อีกคน ตอนนี้ใบหน้าเรียบนิ่งใต้แว่นเริ่มแสดงอารมณ์อะไรบางอย่างออกมานออกเหนือจากความเหนื่อยใจ แล้วก็สายตาเรียบเฉย




ตอนนั้นเองที่นรินทร์ค้นพบว่า… เขาสนุก




มันถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาที่จะได้เห็นมุมหลากหลายของอีกคนมากกว่าเสียงน่าเบื่อในห้องประชุม หรือท่าทางน่าเชื่อถือตอนที่คุยกับพนักงานใหม่อย่างซุกซน เขาชอบการที่อีกคนขมวดคิ้ว ทำหน้าเหนื่อยใจ ทำหน้าไม่สบอารมณ์ หรือแม้กระทั่งตอนที่หลับตาปี๋เพราะว่ากำลังจะถึงฝั่งฝัน



พูดแล้วก็อยากเห็นอีกเยอะๆ




“ผมเป็นเพื่อนเล่นคุณหรือไง?”




นรินทร์ยังคงมีรอยยิ้มกว้างกวนประสาทอยู่บนใบหน้า ไม่สะทกสะท้านกับคำถามนั้น




“ให้เป็นเพื่อนเล่นเหรอ? ได้นะ ผมเล่นเก่ง...มาก”



“...”




กฤติไม่ตอบอะไร และไม่อยากรู้ด้วยว่านรินทร์หมายถึงเล่นอะไร เขาใช้ความเงียบประจำตัวกดดันอีกฝ่าย คาดหวังให้ผู้ชายอีกคนยอมล่าถอยกลับบ้านไป แต่มันดันไม่เป็นแบบนั้น




“เอาหน่า ถ้าผมจำไม่ผิดผมเกิดก่อนคุณอีกนะ เรามาเล่นกันได้แหละ ผมไม่ถือ”

“แต่ผมถือ”

“งั้นวางเถอะ เดี๋ยวเมื่อยนะ ผมเป็นห่วง”

“ถ้าจะแค่ต้องการกวนประสาทผม คุณกลับบ้านไปเถอะ ดึกแล้ว”




โน้ตหัวเราะทั้งที่อีกคนกำลังทำหน้าหงิกลงและหงิกลงเรื่อยๆ หากเป็นเมื่อก่อนเขาอาจจะเกรงใจและเกร็งกับหัวหน้าแผนกที่เนียบตั้งแต่หัวจรดเท้ามากกว่านี้ แต่หลังจากที่พวกเขาได้ผ่านค่ำคืนแห่งเบียร์ร่วมสาบานด้วยกันมา นรินทร์ก็รู้สึกว่าเขาขยับเข้าไปใกล้หัวหน้าเล็กน้อย (ถึงแม้คืนนั้นเขาจะเป็นคนเดียวที่ดื่มก็เถอะ)




กฤติไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เห็นเสียหน่อย




“เรามาเล่นเกมกันมั้ยคุณ”




หัวหน้าแผนกคนเก่งหรี่ตามองอีกคน  เขาไม่เชื่อว่าเซลล์โคฯมากความสามารถอย่างนรินทร์จะนึกคึกชวนเขาเล่นเป่ายิงชุบหรือซ่อนแอบในที่ทำงานแน่นอน กฤติไม่ได้ตอบอะไรอีกคนกลับไป เขาเลือกที่จะเงียบ เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายว่าจะมาไม้ไหนอีก




“...”

“...”

“ไม่อยากรู้หน่อยเหรอว่าเกมอะไร”




นรินทร์ถามอีกครั้งเมื่อรู้สึกเสียความมั่นใจเล็กน้อย รอยยิ้มของชายหนุ่มเริ่มเหือดแห้ง เขาวาดภาพในหัวเอาไว้ว่าหัวหน้าจะต้องกระตือรือร้น หรือไม่ก็ตวัดเสียงถามเขาด้วยความฉุนเฉียวเสียอีก




“ไม่”

“แต่ผมอยากบอก”




คำด่าหยาบคายวิ่งเข้ามาในสมองของกฤติทันทีที่อีกคนพูดแบบนั้น แต่การโวยวายออกไปไม่ใช่นิสัย กฤติเพียงแค่ขมวดคิ้วลงมาเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาไม่พอใจเท่านั้น




“สนุกนะ เล่นกับผมน่ะ ผมเก่ง”

“...” นี่ก็ยังไม่เลิกหลงตัวเอง แต่กฤติคิดว่าการด่าอีกคนเป็นเรื่องที่เปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ เขาเลยนิ่งเหมือนเดิม

“ผมเชื่อว่าคุณจะไม่ปฏิเสธ”

“...” มันหลงตัวเองจริงๆ นั่นแหละ




กฤติใช้ความเงียบเป็นคำตอบ สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นเหมือนกับคำบอกปัดอย่างสุภาพ แต่สำหรับนรินทร์แล้ว เขาถือว่าความเงียบของหัวหน้าคือการเชื้อเชิญ



 

“เรามา… เล่นเป็นคู่นอนกันนะครับ”





.

.

.



TBC







เขาเป็นเพื่อนเล่นกันค่ะ บ้าเอ๊ย

เราชอบคุณนรินทร์มากเลยค่ะ ขอสารภาพ 555555

ตอนสี่จะรีบมานะคะ ไฟกับลังลุกท่วม


สามารถคุยกับนี่ได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์


ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 758
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
คุณกฤติสายบด แค่เพื่อนครับทุดๆคน :katai2-1:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
หัวหน้าคือเย็นชาสุด55555555555

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
สนุกค่ะ ชอบหัวหน้าสุดเซกซี่ รอตอนต่อไปค่ะ

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
4th Sunday
#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์

 


ออฟฟิศยังคงเป็นเหมือนเดิม มีแต่พวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไป 


นรินทร์เดินเข้ามาในออฟฟิศในวันจันทร์ถัดมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เขายิ้มทักทายตั้งแต่ป้าแม่บ้าน ยาม ยันคนแปลกหน้าที่ได้เจอกันในลิฟต์ เขาอารมณ์ดีมาก เพราะว่าเมื่อวานได้ใช้เวลากับเพื่อนเล่นอย่างสุดเหวี่ยง




เล่นกับกฤติคนนั้นนั่นแหละ




หลังจากคืนนั้นที่เขายื่นข้อเสนอไป กฤติเพียงแค่ปรายตามองราวกับว่านรินทร์เป็นหญ้าแห้งที่เกาะอยู่ตรงส้นรองเท้าเท่านั้น แต่นรินทร์ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร เขายังคงย้ำในข้อเสนอของตัวเองอย่างหนักแน่น




‘เป็นเพื่อนเล่นกันไงคุณ’

‘...’

‘คุณบอกว่าผมทำดีไม่ใช่เหรอ? ผมก็คิดว่าคุณโอเคเหมือนกัน เรามาเล่นกันบ่อยๆ ดีมั้ยคุณ? ผมนะ อยากลองหลายอย่างมากเลย”

‘...’

‘มาเล่นกันนะคุณ ผมเป็นให้ได้หมดอ่ะ อย่าแทงก้นผมก็พอ’




อาจจะเพราะกฤติรำคาญเลยยอมคุยกับชายหนุ่มอย่างเสียไม่ได้ พวกเขานั่งเถียงกันอีกเล็กน้อยในวันนั้นแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน จนมาเมื่อวันอาทิตย์นี่แหละ ถึงได้นัดมาเจอกันอีกครั้ง




สถานที่นัดไม่ได้พิเศษอะไร มันคือออฟฟิศของพวกเขานั่นแหละ


กฤติเบิกตานิดหน่อยตอนเขาบอกว่าอยากนัดมาคุยกันที่ออฟฟิศ แต่อีกคนไม่ได้ขัดอะไร แถมยังมาเร็วกว่าเวลาที่นัดไว้เสียอีก




“คุณนี่จริงจังกับเรื่องไร้สาระเก่งชะมัด”




นรินทร์ยิ้มรับคำชมนี้ เสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงยีนเข้ารูปของอีกคนมันดูดีคนละแบบกับเสื้อสูทภูมิฐานที่กฤติมักใส่ประจำ แต่ก็ยังคงเซ็กซี่อยู่ … อันที่จริง อะไรบนตัวกฤตินั้นก็ดูเซ็กซี่หมดนั่นแหละ ดูน่าปลดออกมากองไว้ที่พื้นทั้งสิ้น




“ผมออกมาเพราะว่าผมว่างเท่านั้น ไม่ต้องดีใจออกนอกหน้าก็ได้ครับ”




กฤติพูดกับอีกคนอย่างหมั่นไส้ พวกเขานั่งกันอยู่ที่โต๊ะทำงานของกฤติ ต่างกันตรงที่วันนี้ไม่ได้มีคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์หลายสิบสายให้ปวดหัว เพราะว่าแค่นรินทร์คนเดียว กฤติก็รู้สึกเหมือนจะปวดไมเกรนตลอดเวลาที่คุยด้วยแล้ว




“คุณได้ไปคิดมาแล้วใช่มั้ย?”




โน้ตเป็นฝ่ายจูงพวกเขาทั้งสองคนเข้าเรื่อง แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ครึ่งหนึ่งคือเขาเจอเรื่องที่จะมาพังความน่าเบื่อที่กำลังเผชิญอยู่ในทุกวัน อีกส่วนหนึ่งนั้นเขากำลังคิดภาพกฤติแสดงสีหน้าอย่างอื่นที่เขาไม่เคยเห็น




อยากรู้ว่าคนแบบนี้ตอนที่ทำหน้าออดอ้อนจะเป็นอย่างไร




“ครับ” กฤติพยักหน้ารับ ชายหนุ่มขยับแว่นประหนึ่งกำลังจะแทรกข้อเสนอแนะในที่ประชุม

“ผมไม่ยอมให้สลับตำแหน่งนะ ผมไม่ชอบรุก… หมายถึงเสียบน่ะ”

“ดีล ผมก็ไม่ยอมให้คุณยุ่งกับก้นผมเหมือนกัน”




กฤติปล่อยความกังวลเรื่องนี้ผ่านไป เขาล่ะกลัวเหลือเกินเวลาที่ได้เจอกับบคู่นอนคนใหม่ เรื่องโพสิชันสำคัญสำหรับเขามาก บางคนอาจจะได้ทั้งสองทาง แต่กฤติเจอทางของตัวเองแล้ว และจะไม่กลับไปรุกอีกเด็ดขาด




“ผมขอเสนอบ้าง… หลังจากเสร็จแล้ว คุณห้ามไล่ผมไปนอนโซฟา แบบคืนนั้นน่ะไม่เอาแล้วนะ ผมโคตรปวดหลัง”

“ก็คุณสกปรก”

“โอ๊ยคุณ นิดหน่อยเอง”




นรินทร์หัวเราะเสียงดัง ไม่ได้สนใจกฤติที่กลอกตาเลยสักนิด




“ไม่นิดหน่อย” กฤติยังคงยืนยันในสิ่งที่พูด “คุณซกมกอ่ะ”

“ตรงไหน ผมว่าผมก็ตัวหอมนะ ลูกสาวผมหอมแก้มเมื่อเช้า คุณมาลองดมผมก็ได้นะ”




นรินทร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกคนอย่างติดจะแกล้ง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมีกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ โชยออกมา แต่กฤติก็ยังทำหน้าเหมือนกับว่าเขาถูกบังคับให้เปิดถังขยะเปียกอย่างไรอย่างนั้น 




“อย่ามาทำเตียงผมเลอะ”

“งั้นเราไปเปิดโรงแรมมั้ย? จะได้ไม่ต้องคอยซักผ้าปูด้วย ไม่ต้องนอนโซฟาด้วย”

“ห้องผมก็มี จะไปเปิดโรงแรมทำไม บ้าหรือเปล่าคุณ”

“งั้นทำที่โซฟา แล้วค่อยนอนบนเตียง”

“หรือไม่คุณก็ไปนอนระเบียง”

“แบ่งเตียงให้ผมหน่อยน่านะ นะครับ”

“แบ่งระเบียงให้ ไม่ก็อ่างอาบน้ำละกัน”

“งั้นเราทำที่ระเบียง แล้วค่อยนอนเรียงกันที่โซฟา”




พวกเขาถกเถียงกันอีกพักใหญ่ จึงได้ค่อยข้อสรุปว่าถ้าจะทำบนเตียงนรินทร์ต้องสะอาดก่อนถึงจะสามารถนอนด้วยได้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะขัดใจคุณพ่อลูกหนึ่งเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มก็ยังรู้สึกว่าอันนี้ดีกว่าโดนไล่ไปนอนที่ระเบียงหรือโซฟาเยอะ เพราะเขาเชื่อว่ากฤติทำแน่นอน รายนี้ไม่มีใจอ่อนหรอก




ยืนยันคำเดิม กฤติแม่งดุอย่างกับเสือ




“คุณมีเรื่องอื่นอีกมั้ย?”




กฤติพูดขึ้นมาหลังจากที่ตกลงกันเรื่องนั้นแล้ว และพวกยิบย่อยเล็กน้อย อย่างเช่นห้ามทำรอย เพราะว่ามันดูไม่ดี ห้ามอัดคลิปวิดีโอเพราะถ้าหลุดขึ้นมาจะเป็นเรื่อง ห้ามฉีกหรือทำลายเครื่องแต่งกายของอีกคน (ตรงนี้นรินทร์เสียดายเล็กน้อย เขาอยากลองฉีกถุงน่องตอนที่มันอยู่บนขาอีกคนชะมัด)




“ห้ามนอนกับคนอื่น”




หัวหน้าหนุ่มเลิกคิ้วทันทีที่อีกคนพูดจบ เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นใบหน้าทะเล้นหรือรอยยิ้มขี้เล่นเหมือนกับทุกที แต่นรินทร์กลับมีเพียงแค่สีหน้านิ่งสนิทกับแววตาจริงจังที่มองตรงมาเท่านั้น




“ผมไม่เคยมีคู่นอน ปกติผมทำแค่กับแฟน ถ้าผมนอนกับคุณผมก็จะนอนกับคุณคนเดียว คุณเองก็ห้ามนอนกับคนอื่นนะ อยากแค่ไหนให้สะกิดผมเอา”

“...”

“ไม่ได้เหรอ?”

“...”

“ผมเก่งนะคุณ นอนกับผมคนเดียวก็ชนะคนทั้งโลกแล้ว”

“...”

“ผมอึดด้วยนะ ผมบอกคุณรู้ยัง?”

“...เรื่องนั้นผมรู้แล้ว”




กฤติเมินนรินทร์ที่ทำหน้าคล้ายกับว่าตัวเองถูกรางวัลที่หนึ่ง รางวัลที่สอง และรางวัลที่สามพร้อมกับในการซื้อหวยครั้งเดียว




“ก็ได้” ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ายอมในที่สุด “แต่คุณต้องตรวจเลือดด้วยนะ”

“ได้ งั้นคุณด้วย”

“ไม่มีปัญหา”




ในตอนแรกนรินทร์ก็มีความเคอะเขินอยู่บ้าง แต่พอเห็นอีกฝ่ายพูดออกมาด้วยหน้านิ่งๆ เหมือนกับทุกอย่างเป็นการประชุมแผนกแล้วเขากำลังสรุปเรื่องที่จะต้องตามต่อจากลูกน้อง




“พวกเราจะทำแบบนี้กันนานแค่ไหน?”




กฤติถามขึ้นมาหลังจากตกลงหมดทุกอย่าง ด้วยนิสัยแล้วเขามักไม่ปล่อยให้รายละเอียดเล็กน้อยแต่สำคัญอย่างเรื่องของเวลาถูกปล่อยเบลอ การทำสัญญาหรือแม้กระทั่งตกลงเรื่องเล็กน้อยควรทำให้ครอบคลุม




“เดือนเดียวพอคุณ” โน้ตพูดแล้วโบกมือปัดอย่างกับว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย “ผมว่าแค่เดือนสองเดือนก็น่าจะพอแล้วมั้ง”

“โอเค เดือนนึงนะครับ”

“ได้”




พวกเขาคุยกันถึงกฎยิบย่อยอีกสามสี่ข้อ แต่ส่วนใหญ่มันก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ อย่างเช่นความสะอาด ยี่ห้อถุงยางที่ชอบ หรือแม้แต่ท่าทางที่ใครชอบไม่ชอบอะไร พอมานั่งคิดดูแล้ว กฎของพวกเขามีเพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น




กฎของเพื่อนเล่น




กฎฉบับนี้ร่างขึ้นเพื่อเป็นเอกสารการรับรู้ของทั้งสองฝ่ายที่ลงชื่อ ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับจากวันที่เซ็นสัญญา โดยเอกสารฉบับนี้ นี้ได้รับการยินยอมจากการตกลงกันของทั้งสองฝ่ายแล้ว




รายละเอียดข้อตกลงมี 5 ข้อดังต่อไปนี้:


1. ไม่เปลี่ยนตำแหน่งรุกกับรับบนเตียง

2. ห้ามไล่ไปนอนโซฟา

3. ต้องสะอาดก่อนจะนอนบนเตียง

4. ห้ามเล่นกันจนเลือดตกยางออก

5. ห้ามนอนกับคนอื่น



ท้ายกระดาษคือการลงชื่อของพวกเขาทั้งสองคน กฤติทำหน้านิ่งแต่คิ้วขมวดเมื่อตัวเองต้องมาเซ็นเอกสารปัญญาอ่อนแบบนี้ ตอนแรกเขาก็จะไม่เซ็นอยู่หรอก แต่อีกคนเร้าหรือเหลือเกินเลยเซ็นๆ ให้มันจบ อีกทั้งมันเป็นแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น




แถมนรินทร์ก็ยังมากประสบการณ์อีกต่างหาก




ไม่อยากจะพูดมากให้อีกคนได้ใจ แต่อีกฝ่ายสามารถทำให้เขารู้สึกเหมือนลอยขึ้นไปบนฟ้า แล้วตกลงมาบนสวรรค์ เขาไม่ได้สุขสมขนาดนี้มานานมากแล้ว




แน่นอนว่าเรื่องนี้จะเป็นความลับที่มีแต่เขาที่รู้ พอเห็นหน้ากวนประสาทของอีกคนแล้วชมไม่ลงจริงๆ




อย่าว่าแต่ชมเลย บางครั้งกฤติรู้สึกอยากจะเอายาหม่องมาป้ายตาดูสักที





หลังจากที่ตกลงกันเสร็จวันนั้น นรินทรท์ก็ใช่สิทธิ์เพื่อนเล่นหมาดๆ ด้วยการชวนอีกคนไปเล่นกันต่อที่ห้องของกฤติทันที




ครั้งนี้มันไม่ใช่เซ็กส์ แต่ก็มากพอที่จะทำให้นรินทร์เกร็งนิ้วมือจนเมื่อยไปหมด เขากับกฤติตกลงกันว่าจะยังไม่ทำอะไรกันจนกว่าจะตรวจเลือดก่อน ทั้งที่ความจริงเขาอยากจะตบก้นอีกฝ่ายแรงๆ แล้วกระชากเข้ามาประกบปากตอนที่อีกคนเดินนำหน้าเขาออกจากออฟฟิศในวันอาทิตย์ก็ตาม



กฤติโคตรดี นรินทร์การันตีได้ จากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง




“พี่โน้ต หวัดดีครับพี่”




นรินทร์ถูกดึงกลับมาปัจจุบันด้วยเสียงเรียกของเด็กหนุ่มในแผนกที่ชื่อซุกซน เขายกมือรับไหว้เหมือนกับทุกที ไปๆ มาๆ เขาก็ทำงานกับเจ้าเด็กนี่มาสักพักแล้ว เป็นเด็กขยันขันแข็ง ไฟแรงตามสไตล์พวกจบใหม่ เสียเรื่องเดียวคือขี้โวยวายไปหน่อยเท่านั้น




“มาเช้านะเรา”

“รีบมาต่อแถวขึ้นลิฟต์น่ะพี่ แม่งชอบเสีย… อ้าว พี่กฤติ หวัดดีครับ”




ชายหนุ่มเบนสายตาตามซุกซนไปด้านหลัง  หัวหน้าแผนกที่วันนี้อยู่ในชุดเสื้อสูทกับกางเกงสแลคและรองเท้าหนังเหมือนทุกวันพยักหน้าพร้อมยิ้มรับเล็กน้อย ใบหน้าของอีกฝ่ายดูอิดโรยคล้ายคนนอนไม่พอ แต่ถึงแบบนั้น กฤติก็ไม่ได้แสดงอาการง่วงงุนให้เห็น




“สวัสดีครับซุกซน สวัสดีครับคุณโน้ต”




เสื้อสูทที่ติดกระดุมทุกเม็ดพร้อมถูกเนกไทสีเข้มนั้นปกปิดคอที่นรินทร์ชอบกัดเอาไว้เสียมิดชิด เขาเลียริมฝีปากเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เหมือนอีกคนจะรู้ว่าเขาคิดอะไร กฤติเพียงแค่ถลึงตาเขาแว๊บหนึ่ง ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานตัวเองแล้วปิดประตูไล่หลัง




“ปกติพี่กฤติเขาไม่ปิดประตูป้ะพี่” เด็กซุกซนตั้งข้อสังเกตขึ้นมา “วันนี้พี่แกเป็นไรวะ?

“อาจจะเครียด”




หรือไม่ก็เขิน




นรินทร์คิดต่อท้ายกับตัวเอง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขาเปิดคอมพิวเตอร์ตัวเองขึ้นมาเตรียมทำงาน ในขณะที่ซุกซนหันไปทักทายพนักงานคนอื่นที่เริ่มทยอยกันเดินถือกระเป๋าเข้าออฟฟิศแทน



เวลาไหลช้าเหมือนเต่าพิการขี้เกียจคลานกำลังเดิน เขารอคอยจนเหงือกแห้งกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน ซึ่งก็คือเวลาที่เขานัดกับอีกคนไว้  ต้นสัปดาห์แบบนี้เหมาะแก่การที่พวกเขาสองคนจะนัดไป ‘เล่น’ กันมาก ไม่ใช่วันหยุดยาวที่มีงานต้องเคลียร์ และเป็นวันที่ทำคนต่างรีบรุดออกจากออฟฟิศจนไม่สนใจนรินทร์ที่ละล้าละลัง กับกฤติที่กลับดึกเป็นประจำเลยสักนิด




‘ก๊อกๆ’



นรินทร์เคาะห้องทำงานของหัวหน้า เขายิ้มบางๆ เมื่อคนที่นั่งอยู่ในห้องทำงานเงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมพิวเตอร์แล้วพยักหน้าเป็นคำอนุญาตให้เขาเข้าไปด้านในได้




พวกเขาแลกเปลี่ยนผลตรวจเลือดของกันและกัน กฤติไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น เพราะเท่าที่คุยกับคุณพ่อลูกหนึ่งอีกฝ่ายน่าจะไม่ได้นอนกับคนเยอะอะไรขนาดนั้น อีกฝั่งแค่เสนอมาเพื่อความแฟร์ เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่เสียหายอะไรถ้าจะต้องตรวจอีก ในเมื่อเขาตรวจประจำอยู่แล้ว



“งั้น…” กฤติหันไปมองคนที่เริ่มเปิดปากเพื่อที่จะพูดอีกครั้ง ใบหน้าคมของอีกคนมีรอยยิ้มอยู่เหมือนปกติ “เราก็มาเล่นกันได้แล้วใช่มั้ย?”

“คุณอดอยากมาจากไหน”

“โหยคุณ ผมก็คนนะ”




โน้ตโอดครวญ มันตลกเหมือนกันที่เห็นพนักงานคนเก่งที่มักจะสุภาพกับคนอื่นอยู่เสมออย่างนรินทร์ทำหน้าเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่นแบบนี้




“ช่วยตัวเองไปก่อนสิครับ ห้องน้ำบริษัทก็ไม่เหม็นนะ”

“แต่ผมอยากให้คุณช่วย”




ท่าทางหางลู่หูตกของนรินทร์นั้นเรียกเสียงถอนหายใจจากคนเป็นหัวหน้าได้ อาจจะเพราะขี้เกียจรำคาญหรืออะไรโน้ตก็สุดจะรู้ แต่ที่แน่ๆ วันนั้นพวกเขาเล่นกันอย่างสุดเหวี่ยงเลยทีเดียว






------- Sunday In Bed -------





นับจากวันนั้น พวกเขาก็ตกลงเป็นเพื่อนกันมาร่วมเดือนแล้ว



ช่วงแรกๆ มันเต็มไปด้วยความกะอักกะอ่วน นรินทร์ไม่เคยมีคู่นอน กฤติเองก็ไม่ได้ทำให้เรื่องของพวกเขาง่ายขึ้น อีกฝ่ายทั้งทื่อและแข็ง แถมยังชอบจ้องอยู่กับโทรศัพท์จนนรินทร์รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่คนเดียวในหลายครั้ง




ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่เซ็กส์ของพวกเขาจัดว่าเป็นขั้นสุดยอด




กฤติเด็ดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ลิ้มลอง เมื่อชิมบ่อยครั้งอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีว่าจะจืดจางลง ตรงกันข้าม โน้ตกลับค้นพบว่าชายหนุ่มที่ทำหน้านิ่งภายใต้แว่นนั้น มีสีหน้าหลากหลายให้เขาเห็น




พอรู้ตัวอีกที พวกเขาก็ตกลงยืดระยะเวลา เล่นกัน ออกไปเสียแล้ว



“สัญญาครบแล้วนะ”




กฤติพูดขึ้นมานิ่งๆ หลังจากที่พวกเขาทำกันเสร็จ ผ้าปูที่นอนสีชมพูที่นรินทร์ตั้งใจซื้อมากวนประสาทเขาในช่วงแรกที่นอนด้วยกันถูกถอดออกไปเพราะว่ามันเลอะเกินกว่าที่กฤติจะทำใจหลับบนนั้นได้ เดือดร้อนคนที่ง่วงและอยากนอนเต็มแก่ต้องลุกขึ้นมาหยิบเปลี่ยนอีก




“เราต่ออีกได้มั้ย? ผมยังอยากเล่นเกมกับคุณอยู่เลย”



โน้ตพูดเรื่อยๆ ในขณะที่สะบัดผ้าปูผืนใหม่เตรียมเปลี่ยน ผืนนี้ก็เป็นอีกอันที่ทำให้กฤติหน้าบึ้งตอนที่ซื้อมา และนั่นเป็นปฏิกิริยาที่นรินทร์พึงใจจนยิ้มหน้าบานไปหลายวัน




การได้แกล้งคนมันมีความสุขขนาดนี้นี่เอง




ชายหนุ่มคิดพร้อมทั้งโน้ตเอาไว้ในใจว่าเขาจะซื้อผ้าปูที่นอนสีเขียวเรืองแสงมาแอบเปลี่ยนตอนเจ้าของห้องไม่รู้ตัวอีกผืน แค่นึกหน้ากฤติตอนที่มาเห็นเตียงตัวเองสีแบบนั้นเขาก็สนุกแล้ว




.

.

.


หนึ่งเดือนผ่านไป


“คุณนรินทร์ครับ สัญญาหมดวันนี้นะ”

“อย่าเพิ่งคุย… ใช้ปากให้ก่อน”

“คุยก่อน ไม่งั้นผมไม่ทำ”

“งั้นขอต่ออีกเดือน เร็วสิคุณ”


.

.

.


สองเดือนผ่านไป


“คุณโน้ต สัญญาเราจบวันอาทิตย์นี้นะ”

“ต่อๆ ขอยืดเป็นเดือนหน้าๆ”


กฤติถามนรินทร์ที่กำลังปล้ำจูบเขาอย่างรุนแรง หลังจากที่เจ้าตัวกลับจากประชุมผู้ปกครองของลูก และเอาเด็กหญิงไปฝากไว้ที่บ้านคุณย่า เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโน้ตตอบกลับมาแบบไม่ใส่ใจ อะไรก็ได้ขอให้เขาได้จูบกับอีกคนต่อก็พอ



.

.

.


สามเดือนผ่านไป


“ครบเดือนแล้วนะ”

“คราวนี้ต่ออีกสองเดือน”

.

.

.


สี่เดือนผ่านไป


“คุณ…”

“มีสัญญาเช่ารายปีมั้ย? ผมขอรายปีไปเลยละกันนะคุณกฤติ” 

“นานขนาดนั้น ผมเบื่อพอดี”

“งั้นขอแผนแบบ RMF ได้มั้ย? จบอีกทีตอนเกษียณ”

“จะบ้าเหรอ!”

“งั้นต่ออีกเดือนนะ”


.

.

.




จนตอนนี้ผ่านมาครึ่งปีแล้ว พวกเขายังคงไม่เลิกเล่นกันเลย เหมือนเป็นจิกซอว์สองชิ้นที่ต่อเข้ากันได้อย่างดีในเรื่องที่พวกเขาถนัด กฤติไม่เรื่องมากและตอบสนองได้ดีในแบบที่นรินทร์ชอบ ส่วนนรินทร์เองก็เล้าโลมและไม่เอาแต่ใจจนทนไม่ไหว




นอกเหนือจากนั้น นรินทร์ยังค้นพบว่าเขาสบายใจที่จะใช้เวลานอกเหนือจากการทำงาน และการอยู่บนเตียง กับหัวหน้าของตัวเองมากกว่าที่คิด




อย่างเช่นวันนี้ที่พวกเขาจะออกมาทานข้าวข้างนอกด้วยกัน นรินทร์เป็นคนขับเพราะครั้งที่แล้วหน้าที่โชว์เฟอร์เป็นของกฤติ พวกเขามักจะสลับกันขับแบบนี้ ไม่มีอะพิเศษ เพียงแค่ไม่ต้องการให้ใครเป็นคนเอาเปรียบอีกฝ่ายเท่านั้น ในตอนที่เขาเคาะพวงมาลัยรอคนที่ไล่ให้ขึ้นมาสตาร์ทรถก่อน ในหัวชายหนุ่มมีเรื่องลามกที่อยากทำอยู่แล้ว




แต่ที่ตื่นเต้นกว่านั้น คือผ้าปูสีเหลืองนีออนที่อยู่ที่เบาะหลัง




อยากเห็นจริงๆ ว่าอีกคนจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับผ้าปูสารพัดสีที่เขาสรรหามากวนประสาทอีกคน ถ้าให้นรินทร์เดา กฤติคงจะต้องทำหน้าหงุดหงิด แล้วบทรักของพวกเขาบนเตียงก็คงเป็นอะไรที่ร้อนแรงเหมือนกับทุกครั้ง




ก่อนที่ความคิดชายหนุ่มจะไปไกลกว่านั้น เจ้านายคนเก่งก็เปิดประตูขึ้นมา รอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนหน้าเหมือนกับอีกคนไปเจอเรื่องที่ดีมานั้นไม่คุ้นชิน แถมคำพูดที่ออกมาจากปากอีกคนก็ยังเป็นเรื่องที่ชายหนุ่มคิดไม่ถึงอีกต่างหาก




“คุณนรินทร์”

“ว่าไง?”

“ผมเจอกระต่าย”




ทำงานจนสติหลุดไปแล้วเหรอ กระต่ายอะไรจะมาวิ่งในออฟฟิศวะ?







------- 50% -------



ตอนแรกว่าจะไม่มา แต่ปั่นทัน อ่ะ จัดเลยละกัน
ขอให้ทุกคนแฮปปี้เพราะพรุ่งนี้วันจันทร์ค่ะ *หัวเราะทั้งน้ำตา*


ป.ล. กระต่ายไหนนะ อิ__อิ







สามารถคุยกับนี่ได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์
\

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-11-2018 21:22:57 โดย babybaphomet »

ออฟไลน์ Patsz

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 205
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
ครบหนึ่งปีคงมีผ้าปูที่นอนถึงร้อยเฉดสี

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Billie

  • "Let come what comes, let go what goes and see what remains. That is what is real"
  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3221
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-6

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 758
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เอ๊ะ..กระต่ายอะไรคะ :katai2-1:

ออฟไลน์ กวังกีเมย์บี

  • วาย ว๊าย วาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 344
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
กระต่ายตัวนั้นคงเป็นน้องแทนแน่เลย แต่ไม่มีอะไรเย้ายวนใจไปกว่า คุณกฤติใส่น่อง คุณกฤติใส่ถุงน่อง!!! กรี๊ดดดดด ต้องแซ่บเบอร์ไหนคาะคุณ!?! ฮือออออ อยากได้ อยากมีคุณฤกติเป็นของตัวเอง

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3

ออฟไลน์ tasteurr

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 496
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +10/-0
ชอบทั้งคุณโน๊ตคุณกฤติเลย
คุณหัวหน้าเลี้ยงเด็กเก่งไหมคะ อยากให้เจอน้องนิ้งจัง

มีเรื่องน้องแทนใจกับพี่เมฆไหมคะ น้องดูน่ารักดี

 :pig4:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21-11-2018 20:07:15 โดย tasteurr »

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
ชอบทั้วคุณโน๊ตคุณกฤติเลย
คุณหัวหน้าเลี้ยงเด็กเก่งไหมคะ อยากให้เจอน้องนิ้งจัง

มีเรื่องน้องแทนใจกับพี่เมฆไหมคะ น้องดูน่ารักดี

 :pig4:

สามารถอ่านเรื่องของแทนใจกับคุณเมฆได้ที่ เรื่องของคนที่เกลียดวันจันทร์ ค่า XD

ออฟไลน์ babybaphomet

  • Baby Baphomet
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 100
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-1
    • Twitter
4th Sunday ---- 100% ----
#คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์







“กระต่าย?”


นรินทร์ทวนคำอย่างไม่เชื่อหูตัวเองนัก เขาหักเลี้ยวรถเข้าที่จอดรถของร้านอาหารประจำของกฤติ นรินทร์พามาได้ถูกร้านโดยไม่ต้องถามซ้ำ มันเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นขึ้นชื่อในห้างแห่งหนึ่ง ตามปกติแล้วนรินทร์ไม่ได้ชมชอบอาหารญี่ปุ่นมากกว่าอาหารชาติอื่นนัก แต่ดูเหมือนคนข้างกายเขาจะโปรดปรานมากเป็นพิเศษ


เขารู้ตั้งแต่ที่มากินด้วยกันรอบแรกแล้วค้นพบว่ากฤติกินเยอะกว่าปกติ

มันดูไม่ยากเลย ตามปกติแล้วกฤติจะเป็นมนุษย์ที่ทานน้อยมากถึงมากที่สุด และไม่ดื่มแอลกอฮอล์ แต่พอเป็นร้านนี้ กฤติมักจะสั่งของกินเล่นในแบบที่เขาคิดไม่ถึง นรินทร์จำได้ว่าเขาเลิกคิ้วสูงมากตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายสั่งเมนูประจำตัว

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”
“ไข่หวานย่างที่นึงครับ แล้วก็แซลม่อน สปริง โรลล์หนึ่งที่ แค่นี้ก็พอครับ”

กฤติสั่งอาหารอย่างเป็นธรรมชาติทั้งที่ยังไม่ได้เปิดเมนูด้วยซ้ำ ส่วนคนที่กำลังขมวดคิ้วใส่หน้าหนังสือเมนูเล่มใหญ่ในมือ พร้อมทั้งต่อสู้กับความกดดันจากสายตาพนักงานด้วยเพียงแค่กระแอมเบาๆ แล้วกวาดทุกอย่างที่เขาคิดว่าน่าจะอร่อยมา

“ผมขอยำสาหร่าย มัทสึซากะ ฟูล เฟรม 2 คำ กับข้าวผัดกระเทียมปลาไหลอะไรงิๆ เนี่ยครับ”
“... ข้าวผัดกระเทียมหน้าปลาไหลอุนางิราดไข่ออนเซ็นนะคะ”
“นั่นแหละครับ” นรินทร์บอกทั้งที่ตากำลังกวาดไปที่เมนูอื่นด้วย
“แซลม่อน เลิฟเวอร์เซ็ทนึงด้วยนะครับ อ่อ แล้วก็แซลม่อน เอ็นกาวะโรลล์, แซลม่อน สไปซี่โรลล์, แกรนด์ มัตซึ โรลล์…”

กฤติที่ก้มหน้าลงไปสนใจโทรศัพท์ตั้งแต่ตัวเองสั่งอาหารเสร็จเงยหน้าขึ้นมามองอีกคนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสั่งเสร็จง่ายๆ ตาโต จากมุมของเขานั้น นรินทร์ห่างไกลจากคำว่า อ้วน หรือแม้กระทั่ง เจ้าเนื้อ ไปไกลมาก

ตั้งแต่ที่เห็นเว๊บแรก กฤติรู้สึกทันทีว่าผู้ชายคนนี้หล่อ เขาเป็นพวกหน้าตาเหมือนกับพระเอกละคร ตาโต แล้วก็มีรอยยิ้มที่ดูสดใสและใจดี อีกทั้งแววตาที่ดูเหมือนกับเจ้าชู้นิดๆ ยิ่งทำให้นรินทร์มีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไหนจะหุ่นที่สูงชะลูดเหมือนพวกกนายแบบนั้น แล้วก็หน้าท้องที่แข็งโป๊กกับแผ่นอกแน่นนั่นอีกล่ะ

เป็นผู้ชายที่อยู่เฉยๆ แล้วดูเหมือนหลุดออกมาจากทีวี แต่พอเริ่มพูดทีก็รู้ว่าอยู่ตามสามแยกปากหมา

“นั่นคุณกินคนเดียว?”
“ใช่สิ ผมไม่ได้สั่งเผื่อคุณนะ ก็เห็นว่าสั่งไปแล้ว ถ้าอยากกินก็สั่งเอง”
“ไม่ได้สนใจเรื่องนั้น” กฤติขมวดคิ้ว คนอะไรมันจะหวงของกินขนาดนั้น เขาปัดเรื่องนั้นตกแล้วพูดต่อ “คุณกินหมดหรือไง?”
“กินเยอะกว่านี้ก็ยังได้เลย”

ชายหนุ่มพยักอย่างกระตือรือร้น เขาหัวเราะอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้กลืนลูกบอลทั้งลูก คนกินน้อยเหมือนแมวดมอย่างกฤติไม่เข้าใจหรอก

ตั้งแต่ที่เริ่มมาสนิทกันมากขึ้น นรินทร์เห็นว่าอีกคนเป็นคนที่กินน้อยมาก บางมื้อก็ไม่กิน ไม่ใช่เพราะรักษาหุ่น แต่เหมือนจะไม่ได้มีความสุขกับการกินอะไรขนาดนั้น อย่างวันที่เลี้ยงเขาเจ้าตัวเหมือนแค่สั่งมาให้เขากินเท่านั้น เพราะตัวเองไม่ได้แตะอะไรเลย

วันนี้ก็เหมือนกัน อาหารสองจานของอีกฝ่ายนั้น น้อยกว่าของกินเล่นของลูกสาวเขาด้วยซ้ำ

“ช่างเรื่องอาหารผมก่อน ที่คุณว่าวันนี้เจอกระต่ายคือยังไง?”

บทสนทนาในรถถูกยกขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้ง นรินทร์สาบานว่าเขาเห็นแววตาวิบวับจากคนที่เป็นหัวหน้าตอนที่กำลังจะพูดเรื่องกระต่าย

“เมื่อเช้าผมสัมภาษณ์เด็กคนนึงมา เขาเหมือนกระต่ายเลยคุณ ตัวเล็กๆ ท่าทางตื่นกลัวตลอดเวลา น่ารักดี”

กฤติเล่าไปเรื่อยๆ บนใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยยิ้มเอ็นดูประดับอยู่ ตอนนี้ฐานลูกค้าในเอเชียตะวันออกกำลังขยายเพิ่ม จากเดิมที่พนักงานคนเดียวสามารถดูแลลูกค้าได้ทั้งเกาหลี และญี่ปุ่น เริ่มทำไม่ไหว กฤติเห็นว่าซุกซนที่ต้องรับผิดชอบตรงนี้หัวหมุนเกินไปแล้ว เลยเปิดรับเพิ่มเพื่อขยายแผนก

เด็กที่มาสัมภาษณ์วันนี้ชื่อแทนใจ

เขารู้สึกเอ็นดูเด็กหนุ่มตั้งแต่แรกเห็น เหมือนสัตว์เล็กๆ ที่หลุดเข้ามาจากไหนก็ไม่รู้ การตอบคำถามทั้งจากฝ่ายบุคคลและหัวหน้าแผนกอย่างเขาเป็นไปด้วยความซื่อตรงและจริงใจ รวมไปถึงสกิลภาษาและพื้นฐานทางการศึกษาที่อยู่ในเกณฑ์ดี เขาตกลงรับเด็กคนนี้เข้าทำงานทันทีที่สัมภาษณ์จบ ถึงแม้ว่าจะไม่มีคะแนนสอบ IELTS (ไอเอลท์) 8.0 ก็ตาม

อยู่ที่ว่าเด็กแทนใจจะตกลงกับที่บริษัทหรือเปล่าก็เท่านั้น

“เดี๋ยวนี้คุณเป็นหัวหน้าใจร้ายขนาดใช้แรงงานกระต่ายออกใบเสนอราคาแล้วเหรอ? เรามี พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์นะ”
“ใช่ เพราะถ้าไม่มีนะ คุณน่าจะไม่อยู่ถึงตอนนี้”
“โหยคุณ ว่าผมเป็นตัวอะไรเนี่ย?”
“เป็นอะไรก็ได้ โตแล้ว เลือกเอง” 
“ถ้าผมเป็นกระตาย คุณจะชมผมน่ารักมั่งมะ-- โอ๊ย!”

นรินทร์พูดพร้อมทั้งเอามือเท้าคางทำแก้มกลม ซึ่งสิ่งที่ได้กลับไปจากกฤติคือถั่วลันเตาที่ถูกปาเข้ากลางหน้าหนึ่งอัน

.
.
.

กฤติได้กระต่ายมาอยู่ในแผนกในสัปดาห์ถัดมา

นรินทร์ส่งยิ้มให้เด็กใหม่ที่ไหว้เขาปลกๆ เห็นบอกว่าชื่อแทนใจ นี่คือคนที่กฤติบอกว่ากระต่ายแน่นอนโดยที่อีกคนไม่จำเป็นต้องบอก ไม่ใช่เพราะเด็กนั่นเหมือนกระต่ายหรืออะไร แต่เพราะว่าหัวหน้าแผนกที่ถึงแม้จะหน้านิ่ง แต่แววตาเอ็นดูอีกคนอย่างออกนอกหน้า

ตอนที่เขามองหน้าเด็กแทนใจดีๆ ก็ค่อนข้างเข้าใจว่าทำไมกฤติถึงได้เอาแต่บอกว่ากระต่ายๆ เพราะแทนใจเหมือนกระต่ายมาก ตาโตๆ แก้มกลมๆ เห็นแล้วนึกถึงลูกของกระต่ายตัวเล็กๆ ที่กลัวไปมหดทุกอย่าง ถ้าเอาแบบไม่คิดอะไรก็น่ารักดี เหมือนมองน้องนิ้ง

ตัวเขาไม่ได้อะไรกับเด็กแทนใจหรอก แต่หัวหน้าเนี่ย ดูเหมือนจะอะไรกับเด็กนี่จริงๆ ซึ่งบางทีมันก็ทำให้นรินทร์รำคาญใจเล็กน้อย อย่างกับคนเพิ่งจะเคยเลี้ยงหมาตัวแรก หรือไม่ก็พวกเสี่ยจ้องจะเคลมเด็กเชียร์้บียร์ ซึ่งตอนที่เขาบอกกับอีกฝ่ายตามที่คิด นรินทร์โดนตีหน้าขาจนแดงเป็นปื้น อะไรวะ เรื่องจริงทั้งนั้น

พอแทนใจเข้ามาในแผนกได้ไม่กี่เดือน ก็มีคนเอ็นดูหลายคนตามประสาพวกชอบสัตว์เล็ก  ซึ่งหนึ่งในนั้นทำให้หัวหน้าของเขาหัวร้อน

คนนั้นก็คือเมฆ

เมฆ สิทธิกร คือ โปรเจคเมเนเจอร์หน้าหล่อต่างแผนก ทำงานกันคนละชั้น แต่มาวุ่นวายกับแผนกพวกเขาบ่อยจนแม้แต่เด็กซุกซนที่วันๆ เอาแต่กินขนมก็ยังรู้สึกได้ นรินทร์เคยคุยกับเมฆอยู่บ้าง ไม่ถึงกับสนิทสนมอะไรเพราะไม่ต้องทำงานข้องเกี่ยวกัน ชายหนุ่มไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเมฆกับกฤติถึงได้ดูสนิทสนมกันมากถึงขนาดที่เดินมาหากันบ่อยๆ

“ผมรำคาญเมฆ”

กฤติเป็นฝ่ายเริ่มพูดเมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันสองคนในวันอาทิตย์หนึ่งที่เนตรไม่มีบิน ในเมื่อหญิงสาวจะอยู่กับลูก นรินทร์เลยระเห็จตัวเองมานั่งทำงานที่ออฟฟิศ คล้ายกับวันแรกที่เขาเมาแล้วหัวหน้าปลอบ ต่างกันตรงที่วันนี้เขานัดเพื่อนเล่นใส่แว่นคนโปรดของตัวเองมาด้วย

“ทำไมล่ะ?”
“คุณก็ดูเอาสิ วุ่นวายกับแทนใจอะไรขนาดนั้น”

กฤติพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ เหมือนเดิม ในขณะที่สายตายังไม่ละออกจากหน้าจอโน้ตบุ๊คของตัวเอง ส่วนนรินทร์นั้นเททุกอย่าง แล้วมานั่งกินโก๋แก่รสวาซาบิของโปรดอยู่ในห้องทำงานของอีกคน ความสุขเริ่มต้นง่ายๆ แค่มีโก๋แก่รสวาซาบิ

ถ้าเป็นวันทำงานปกติชายหนุ่มคงจะต้องคีพลุคอยู่ห่างๆ หัวหน้าแผนกเอาไว้ พวกเขาสองคนไม่ได้ตกลงกันเรื่องที่ต้องปิดเป็นความลับก็จริง แต่ทั้งนรินทร์และกฤติก็ไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยต่อคนทั้งบริษัทเท่าไหร่นัก

“แล้วคุณล่ะไปวุ่นวายอะไรกับเขา”
นรินทร์ยังคงโยนโก๋แก่รสวาซาบิใส่ปากอย่างไม่ใส่ใจ เรื่องชาวบ้านก็ควรจะเป็นงานของเราทำไม ในเมื่องานของเราเอง เรายังทำไม่เสร็จเลย
“ผมเป็นห่วงแทนใจเขา น้องซื่อ อาจจะโดนเมฆหลอก”
“ไม่ต้องไปวุ่นวายกับเขาหรอก คุณควรวุ่นวายกับผมดีกว่า”

กฤติไม่ได้ขยับตัวถอยหนีเมื่ออีกคนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาเจ้าชู้นั่นมีความต้องการฉายชัดจนรู้สึกได้อย่างไม่ต้องพยายาม เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ห้ามอะไรนรินทร์ยิ่งได้ใจ ตั้งเป้าหมายในใจว่าจะขโมยจูบอีกคนในห้องทำงาน ไม่แน่พวกเขาอาจจะได้ต่อกันในนี้โดยไม่ต้องหาที่ใหม่ให้วุ่นวาย

แต่ก่อนที่นรินทร์จะได้ทำอย่างใจนึก อีกคนก็พูดเสียงนิ่งๆ ขึ้นมาเสียก่อน

“ได้อินวอยซ์จากโปรเจกต์เมเนเจอร์แล้วเหรอครับ?”

ก็ไม่ต้องวุ่นวายกันด้วยเรื่องงานก็ได้มั้ง

นรินทร์เกือบทำโก๋แก่หลุดมือเมื่ออยู่ดีๆ หัวหน้าก็มาวุ่นวายกับเขาตามที่บอกจริงๆ ซึ่งงานนี้เขาได้รับเรียบร้อยแล้วแล้วเลยไม่ได้เดือดร้อนอะไรมาก แต่กันไว้ดีกว่ามาแก้ไขทีหลัง นรินทร์เลือกย้ายบทสนทนาของพวกเขาออกจากเรื่องงาน ก่อนที่อีกคนจะสวมบทเป็นหัวหน้าแผนกคนละเอียดเต็มตัว

“วันจันทร์ค่อยคุยละกันนะคุณ”
นรินทร์ทำเป็นไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกลอกตา ชายหนุ่มเก่งอยู่แล้วในเรื่องการตีเนียนเปลี่ยนเรื่อง “เนี่ยคุณ อย่าไปวุ่นวายกับแทนใจเลย ต่อให้เมฆจะจีบเขาก็เถอะ น้องมันโตแล้วนะ”
“ผมไม่อยากให้เขาเจอสิ่งไม่ดีนี่คุณ”

กฤติพูดไปตามที่คิด เขาเอ็นดูแทนใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เขาจำได้ว่าจ้องอีกคนไม่วางตาตอนสัมภาษณ์ ยิ่งได้ทำงานด้วยกันเขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามองไม่ผิด น้องเป็นเด็กซื่อ เขาไม่อยากให้ใครทำความสดใสตรงนั้นหายไป

“เมฆอาจจะนำสิ่งดีๆ ให้แทนใจก็ได้นะ แบบที่ผมทำให้คุณเจอสิ่งดีๆ ไง”
นรินทร์พูดติดตลก พลางหยิบปลาหมึกแห้งขึ้นมากิน โดยไม่สนใจว่าคนรักความสะอาดจะถลึงตาโตแค่เมื่อห้องของตัวเองเต็มไปด้วยกลิ่นอาหารทะเล หรือไม่ก็ถลึงตาในคำพูดของชายหนุ่มก็ไม่อาจรู้ได้

“ผมก็ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายกับแทนใจอยู่ดี”
“ทำไมอ่ะ?”
“เมฆไม่เหมาะกับแทนใจหรอก”
“แต่ผมว่าเหมาะ”
“เขาไม่มีทางจริงใจกับแทนใจ”

 ทันทีที่อีกคนพูดจบนรินทร์ก็กินหมดพอดี ชายหนุ่มโยนถุงปลาหมึกทิ้งไป แล้วหยิบขวดน้ำอัดลมที่ถือติดขึ้นมาเปิดดื่ม ตาเขายังคงมองเจ้าของห้องที่มองตรงมาทางเขาเช่นกัน

“คุณรู้ได้ไง? ตั้งแต่ผมรู้จักหมอนั่นมา ผมไม่เคยเห็นเขาจะสนใจใครเลยนะ สนใจออกนอกหน้าขนาดนี้ผมว่าน่าจะะจีบจริง”

นรินทร์ไม่ได้พูดผิดนัก ถึงแม้จะไม่สนิทแต่ก็รู้จักกันมากพอที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน อีกอย่าง เขายังไม่เคยเห็นชายหนุ่มต่างแผนกคนนั้นบ่อยเท่าช่วงหลังมานี้ หรืออาจจะเพราะอีกคนเพิ่งจะเริ่มเปลี่ยนตำแหน่งจากเอนจิเนียร์มาเป็นโปรเจคเมเนเจอร์เขาก็สุดจะรู้ได้

“ก็เพราะคุณไม่รู้จักไง ถึงได้ไม่รู้ว่าหมอนั่นนิสัยเสีย”

นิสัยเสียเหมือนคุณ

กฤติต่อท้ายในใจแต่ไม่ได้พูดออกไป ไม่ใช่เพราะว่าเกรงใจ แต่เขากำลังหงุดหงิดเสียงเปิดถุงขนมของอีกคน ถ้าไม่บอกว่าแก่กว่า เขาคงคิดว่านรินทร์คือเด็กประถมที่ติดขนมจนคุณแม่ต้องพาไปหาหมอฟันทุกสามเดือนแน่นอน

“เรามาพนันกันมั้ย?”

เสียงจากคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเรียกความสนใจกฤติกลับมาได้อีกครั้ง นรินทร์ที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนหน้าพร้อมทั้งแววตาที่เหมือนกำลังเจอเรื่องสนุกนั้นไม่ใช่สิ่งที่กฤติชื่นชอบเลยสักนิด

“พนันอะไร?”
“เรื่องเมฆกับแทนใจไง ถ้าเมฆมันเข้าหาแทนใจจริงๆ ผมชนะ แต่ถ้ามันแค่ม่อหรือแค่แหย่เล่นๆ คุณก็ชนะไป”
“ไร้สาระ”

หัวหน้าหนุ่มขึ้นมาทันทีที่ฟังจบ พร้อมหันกลับไปสนใจหน้าจอคอมตรงหน้าต่อ คล้ายกับเรื่องเมื่อครู่คือเรื่องสั้นไม่ประเทืองปัญญาที่ออกมาจากปากคนสติไม่เต็มเต่ง

“โหยคุณ ก็ขำๆ ไงครับ” นรินทร์ยังคงพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มีอยู่บนหน้า และความคิดชั่วร้ายในหัว
“ผมไม่ขำ”
“เป็นคนแบบนี้ไงเลยหน้าแก่”

นรินทร์ยังคงยิ้ม ทั้งที่อีกคนตวัดตามองเอาเรื่อง เขาพูดไปแบบนั้นแหละ กฤติแค่ดูนิ่งแล้วก็ภูมิฐาน แต่ไม่ได้หน้าแก่อย่างที่เขาหยอกอีกคนไปหรอก

“มันจะมีอะไรต้องกลัวกันคุณ ถ้าคุณมั่นใจในความเชื่อของตัวเอง ก็มาพนันกับผมดิ”

กฤติขมวดคิ้ว และยิ่งหน้าหงิกกว่าเดิมเมื่อคนที่นั่งตรงข้ามจงใจกวนประสาทด้วยการกระดกน้ำอัดลมพร้อมทั้งยักคิ้วมาให้เขาเป็นเชิงท้าทาย ลึกๆ ในใจ กฤติคาดหวังให้ลูกน้องตัวเองสำลักน้ำอัดลมแล้วสลบไป จะได้ไม่ต้องมานั่งกวนประสาทเขาอยู่แบบนี้

“ถ้าผมชนะ ผมจะได้อะไร?
“แล้วแต่คุณเลย” นรินทร์ปิดขวดน้ำอัดลม รอยยิ้มกว้างยิ่งดูกวนประสาทเป็นสิบเท่าในสายตาของกฤติ “ผมยอมทุกอย่างแหละ”
“แล้วถ้าผมแพ้ล่ะ?”
“คุณก็ต้องยอมผมบนเตียง”
“...”
“ขำๆ หน่าคุณ ผมมีหลายท่าที่ไม่เคยทำกับเนตรแต่อยากลองมานานแล้ว ถ้าผมชนะคุณก็ต้องยอมทำตามที่ผมอยากทำแค่นั้นแหละ ส่วนถ้าคุณชนะนะ คุณจะสั่งอะไรผมก็ทำตามทั้งนั้น”

ข้อเสนอแสนเย้ายวนใจทำให้กฤติคิดตาม เขาเองก็มีเรื่องที่อยากทำกับคู่ขาบ้าง ตามปกติเขาไม่ใช่คนชอบพูดเลยไม่ค่อยได้ขอหรือเรียกร้องอะไร ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน

ในส่วนของนรินทร์นั้น ในหัวเขามีภาพที่อีกคนใส่ถุงน่องโก้งโค้งหันสะโพกมาให้เขาพร้อมทั้งหันหน้ามามองอย่างอ้อนวอนเรียบร้อย ให้ตายสิ แบบนี้เขาจะอดใจไม่ฉีกถุงน่องของอีกคนออกได้ยังไงกัน?

มันจะสักเท่าไหร่เชียว จะขาดอีกกี่คู่เขาก็ซื้อให้ได้ แถมผ้าปูที่นอนลายกระต่ายด้วยเลยก็ได้

“ผมจะยอมเล่นพนันงี่เง่านี่กับคุณก็ได้”

ท่าทางที่อีกคนลุกขึ้นมาปรบมือถูกใจนั่นทำให้กฤติกลอกตาอีกครั้ง คิดถูกหรือเปล่านะที่ตกลงไปแบบนั้น แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ปฏิเสธหรือพูดอะไรเพิ่ม คนคิดเกมก็โยนขวดน้ำอัดลมของตัวเองลงถังขยะ พร้อมกับรอยยิ้มประจำตัวของเขา
“เตรียมตัวรอไว้เลยนะคุณ”
“...”
“ผมชนะแน่”

กฤติขมวดคิ้วกำลังจะไล่อีกคนกลับบ้าน แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร อีกคนที่เอามือเช็ดกับเสื้อลวกๆ ก็ประกบจูบเข้ามาอย่างที่เขาไม่ทันตั้งตัว

หัวหน้าแผนกหลับตา มือของเขาเอื้อมไปคว้าใบหน้าของอีกคนกลับเปลี่ยนทันทีเมื่อรู้สึกว่าจูบครั้งนี้มันไม่ปกติ

“...อื้อ!”
“โอ๊ย!!!”

กฤติกัดลิ้นเขา!

นรินทร์ถอยออกมาทันทีเมื่อรู้สึกเจ็บ รสเลือดคลุ้งไปทั่วปาก ในหัวมีคำสบถมากมายพร้อมกับความไม่เข้าใจ คุณพ่อลูกหนึ่งตวัดตามองอีกคนอย่างโมโห และไม่เข้าใจ เกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้มากัดลิ้นกันแบบนี้ ทั้งที่ตกลงจะเป็นเพื่อนเล่นกันแล้วแถมคุยกันไปว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายกันน่ะ

ในตอนที่จะต่อว่าอีกคนนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นว่าหัวหน้าแผนกไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติ ใบหน้าขาวที่มักจะเรียบนิ่งเสมอตอนนี้มีสีแดงขึ้นบริเวณปรางแก้มเด่นชัด ริมฝีปากที่ปกติเป็นสีอ่อนนั้นกลายเป็นสีเข้ม แต่สิ่งที่นรินทร์ไม่คิดว่าจะเห็นนั้นก็คือ นัยน์ตาใต้แว่นของอีกคนที่มองตรงมาอย่างไม่พอใจมีน้ำใสๆ คลออยู่

คุณกฤติร้องไห้?

“คุณ…”
“...”

เขามองการกระทำของอีกคนนิ่งเหมือนกับหุ่นยนต์ถ่านหมด กฤติไม่ได้พูดอะไรออกมามากกว่านั้น เพียงแค่นั่งน้ำตาไหล มือของหัวหน้าแผนกยกขึ้นมาเช็ดปากตัวเองรัวๆ มองซ้ายมองขวา เขย่าขาเร็วๆ เหมือนคนที่ทนไม่ไหวกับอะไรสักอย่าง 

“คุณ?”
“...ผะ…เผ็ด”
“...
“เผ็ด!” กฤติที่เหมือนจะกลับมาเป็นคนเดิมพูดกับนรินทร์ ใบหน้าเรียบนิ่งตอนนี้มีความไม่พอใจฉายชัด “คุณเป็นบ้าอะไรถึงได้เอาปากเผ็ดๆ แบบนั้นมาจูบผมน่ะ!”
“เผ็ดอะไรวะคุณ?”
“วาซาบินั่นไง!” กฤติตวัดเสียงตอบ ตั้งแต่รู้จักกันมาเป็นปี เขาเพิ่งเคยเห็นอีกคนแสดงสีหน้าเต็มที่ขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย
“แค่วาซาบิปลายลิ้นผมเองเนี่ยนะ?”
“ผมไม่กินเผ็ดนะ แค่นี้ก็เผ็ดเกินไปแล้ว”
“...”
“ต่อไปนี้นะ ถ้าคุณจะกินอะไรแบบนี้อีกอย่าเข้าใกล้ผม”

นรินทร์ยิ้มกว้างแบบไม่ได้ตั้งใจ ให้ตาย เขาจะไปเหมาโก็แก่วาซาบิมาอีกสักสิบถุง ผ้าปูที่นอนอีกสักสิบสี คืนนี้ถ้าอีกคนไม่ร้องไห้เพราะเขาทำแรงไปก็ต้องร้องเพราะวาซาบินี่แหละวะ

“คุณนี่แม่ง…”

น่าทำให้ร้องไห้เป็นบ้า

“อะไร?”

กฤติที่หายเผ็ดแล้วกลับมาหน้านิ่งเหมือนเดิม ยกเว้นแต่สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่นรินทร์ไม่ได้สนใจมันมากนัก เขามีเรื่องอื่นในหัว

“รีบๆ แพ้พนันผมนะ ผมจะรอ”


แล้วนรินทร์ก็โดนกระดาษโพสอิทเขวี้ยงใส่หัวทันที






------- TBC -------



คิดว่าคุณนรินทร์ชาตินี้จะได้เห็นคุณกฤติใส่ถุงน่องมั้ยคะ? XD
คุยกันได้ที่ #คนที่นอนข้างกันในวันอาทิตย์ น้า



 
ป.ล. น้องแทนใจ กับคุณพี่เมฆมาจาก #เรื่องของคนที่เกลียดวันจัทร์ นะคะ อ่านแยกได้ค่ะ ไม่มีผลอะไร แต่ถ้าอ่านรวมทั้งคู่ก็จะเห็นตัวละครหลายมุมมากขึ้นค่า XD
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27-12-2018 23:22:35 โดย babybaphomet »

ออฟไลน์ กวังกีเมย์บี

  • วาย ว๊าย วาย
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 344
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เราก็รอคุณกฤติใส่ถุงน่องอยู่เหมือนกันค่ะ
 :m10: :m10: :m10: :m10:

ออฟไลน์ TheDoungJan

  • —☁gtrsrist
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 758
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เราก็รอคุณกฤตใส่ถุงน่องนะคะ :katai2-1: :pig4:

ออฟไลน์ toomild

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 182
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
โอ่ยยยย ขนาดนี้แล้วยังจะเป็นแค่เพื่อนเล่นกันอยู่หรอคะเนี่ย555 เชียร์คุณนรินทร์ชนะพนันค่ะ :hao7:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด