[แจ็ค/เท็น] ตอนพิเศษ | เรื่องของเราไม่เกี่ยวกับวงไพ่ #ญอผู้หญิงโศกา (12/7/62)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [แจ็ค/เท็น] ตอนพิเศษ | เรื่องของเราไม่เกี่ยวกับวงไพ่ #ญอผู้หญิงโศกา (12/7/62)  (อ่าน 34672 ครั้ง)

ออฟไลน์ Cyclopbee

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0

ออฟไลน์ t2007

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2487
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-4
จำตัวละครไม่ได้ โยงไม่ถูก ขี้เกียจกลับไปอ่าน โซ่ล่ามธีร์.

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0



#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 08
หวานเย็นในวันที่ร้อนระอุ


 



“แหม่ม แม่บอกว่าให้ดูน้องไง ทำไมปล่อยให้น้องเล่นจนของกระจัดกระจายเละเทะแบบนี้?!”

 

“หนูห้ามแล้วแต่คิงไม่ฟังเลยนี่ ทำไมแม่ต้องตะคอกหนูด้วย?!”

 

“แหม่มเป็นพี่ พี่ต้องดูแลน้อง ช่วยแบ่งเบาภาระแม่บ้างได้ไหม แม่เหนื่อย เคยรู้บ้างหรือเปล่า?!”

 

ไม่ชิน...

 

แจ็คไม่เคยชินเลยสักครั้งกับบรรยากาศตึงเครียดที่โอบรอบบ้านห้องแถวแห่งนี้โดยมีเหยื่อเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ หญิงวัยกลางคนที่เคยแต่งตัวดูดี... ในวันนี้สวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเจเจสามตัวร้อยที่ใช้ร่วมกับพ่อ สีหน้าเธอดูอิดโรยกับกองผ้ามหึมาที่มีทั้งต้องซักรีดตลอดตั้งแต่เช้าจนถึงฟ้ามืดและคงยาวไปจนถึงดึกดื่น

 

เด็กสาวตัวน้อยเบะปากร้องไห้อย่างไม่เข้าใจเหตุผล แหม่มยังคงกอดตุ๊กตาหมีไว้แนบอกราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมแม้ครอบครัวที่เคยอบอุ่นจะเปลี่ยนแปลงไปจนยากจะปรับตัวได้แล้ว น้องสาวอายุแค่นั้นคงไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดแม่ที่เคยใจดี กอดหอมพาเข้านอนทุกคืนถึงได้กลายเป็นคนตึงเครียดและโมโหง่ายได้ขนาดนี้

 

ท่ามกลางเสียงสะอึกสะอื้น หญิงวัยกลางคนที่เคยส่งเสียงลั่นบ้านชะงักไปทันทีที่เห็นลูกชายคนโตกลับมาหลังฟ้ามืดแล้ว คนเป็นแม่เบือนหน้าไปอีกทางเพื่อหลบสายตาซึ่งอีกฝ่ายคงมองมาอย่างผิดหวังกับสิ่งที่เธอแสดงออกกับลูกสาว

 

“มานี่มา” แหม่มสะอึกสะอื้นอ้าแขนกอดรอบคอพี่ชายที่ก้มลงอุ้มเธอขึ้นและลูบศีรษะปลอบใจ นอกจากตุ๊กตาหมีแล้วก็มีเพียงแจ็คเท่านั้นที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกปลอดภัยจากความน่าหวาดกลัวของโลกใบนี้

 

“ข้าวเย็นอยู่ในตู้”

 

“แม่กินแล้วเหรอ?”

 

เธอไม่ตอบ แจ็คมองแผ่นหลังที่แบกรับทุกอย่างเอาไว้เนื่องจากฝากฝังความหวังกับสามีไม่ได้ หัวหน้าครอบครัวที่เคยโดดเด่นในเรื่องสั่งการควบคุมทุกอย่างตั้งแต่เรื่องบริษัทไปจนถึงคนงาน แต่ในวันนี้เสียหลักจนไม่สามารถหยิบจับอะไรให้เป็นชิ้นเป็นงานเพื่อแลกกับเศษเงิน ตอนนี้พ่อทำอะไรอยู่ไม่มีใครรู้ ชีวิตของแจ็คกับแม่ยุ่งยากเสียจนไม่มีเวลาใส่ใจว่าตอนนี้ใครจะทำอะไรอยู่จุดไหนของโลก

 

ลำพังต้องซักรีดผ้าแม่ก็เหนื่อยมากพอแล้ว แต่ด้วยความที่ค่าใช้จ่ายเยอะแม่จึงบอกว่าจะเพิ่มบริการไปรับไปส่งผ้าให้คนในซอยและละแวกใกล้ ๆ ด้วย เพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้าจะได้อยากมาใช้บริการอีก มันอาจจะเหนื่อยกว่าเดิมเป็นเท่าตัวแต่อย่างน้อยก็ทำให้อุ่นใจเรื่องค่าเทอมลูกและข้าวทุกมื้อที่ทุกคนควรกินให้อิ่ม

 

แจ็ครู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ยาวนาน แม้ว่าจะได้เงินจากการสอนพิเศษ แต่มันก็ช่วยอะไรได้ไม่มากเท่าที่ตั้งใจไว้ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าอยากโตไว ๆ อยากเรียนจบมีงานดี ๆ ทำ อยากเลี้ยงดูทุกคนให้อยู่ได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดกับการเห็นแม่นั่งกินข้าวเหนียวถุงละห้าบาทกับหมูปิ้งแค่ไม้เดียว

 

แม่เลือกที่จะกินพอให้ไม่หิว แกงถุงละยี่สิบที่กินทั้งบ้านก็เลือกตักหมูให้ลูกกับสามี ส่วนตัวเองเอาน้ำแกงราดข้าวและลุกไปทำงานต่อจนบนโต๊ะอาหารเหลือเพียงอดีตหัวหน้าครอบครัวและลูกอีกสามคน

 

‘คิงอย่าอมข้าว’

 

ก่อนหน้านี้แจ็คไม่ค่อยได้ใช้เวลากับน้อง ๆ นัก มันอาจจะเป็นเรื่องดีอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กคนนี้ได้ใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น แต่ในขณะที่เขากำลังพยายามทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ใครอีกคนกลับปล่อยให้ชีวิตลอยไปลอยมาอย่างน่าสิ้นหวัง แจ็คมองพ่อที่ตักหมูใส่จานตัวเองอย่างเคยตัวแล้วปล่อยไว้อย่างนั้นโดยไม่ตักกิน จังหวะนั้นเด็กหนุ่มจึงคิดและตัดสินใจทำบางอย่างลงไป

 

พ่อเงยหน้ามองลูกชายที่ตักหมูจากจานตัวเองให้น้องสาวและน้องชายคนเล็ก เป็นอีกครั้งที่เขาได้เห็นแววตาเรียบเฉย เย็นชาราวกับเป็นคนอื่นซึ่งถ่ายทอดมาจากคนเป็นลูกชายแท้ ๆ อดีตผู้นำครอบครัวลดระดับสายตามองข้าวแข็ง ๆ ราคาถูกที่ไม่เคยอร่อยปาก ก่อนจะเงยหน้ามองลูกชายคนโตอีกครั้งอย่างรู้สึกผิดแล้วตักน้ำแกงใส่ข้าวในจานตัวเอง ฝืนกินมันอย่างจำใจโดยไม่ต่อว่าแจ็คที่ตักหมูออกไปอย่างที่ไม่ควรทำบนโต๊ะอาหาร

 

อาจเพราะเงินเดือนที่เรียกสูงเกินอายุพ่อจึงถูกปฏิเสธอยู่ร่ำไป บทจะได้ใส่สูทไปทำงานให้ครอบครัวโล่งใจสามวันถัดมาก็ต้องกลับมานั่งอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะพ่ออีโก้สูงเกินกว่าจะยอมทนฟังคนอายุน้อยกว่าจิกหัวสั่ง แจ็ครู้ว่าพ่อพยายามแล้ว มันยากสำหรับคนที่เคยสบายมาทั้งชีวิต แต่คำถามหนึ่งที่เป็นจุดดำในใจก็คือ... ถ้าแม่พยายามได้... แล้วทำไมพ่อถึงทำไม่ไหวกันล่ะ?

 

‘เมื่อวานแม่ล้มในห้องน้ำ ถ้าพ่อว่าง ๆ จะช่วยแม่ยกตะกร้าผ้าไปตากก็ได้นะ’

‘อืม ได้สิ’

‘ซุปเปอร์ฮีโร่ก็แพ้ศัตรูได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะแพ้ไปตลอด’

‘...’

‘พ่อยังคงเป็นฮีโร่ของแจ็คเสมอนะ ถ้าตอนนี้ยังเหนื่อยอยู่ก็พักทบทวนตัวเองก่อนก็ได้ แต่อย่านานเกินไปล่ะ เพราะตอนนี้แม่เหนื่อยมากจริง ๆ’

 

เพราะประโยคนั้นที่ทำให้พ่อยอมกัดฟันเข้าไปทำงานในตลาด แต่ด้วยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ จึงทำให้หมดความอดทนอีกครั้ง และนั่นก็รวมถึงแม่ด้วย

 

‘เลือกงานแบบนี้แล้วจะไปทำอะไรได้ ครอบครัวจะอดตายกันอยู่แล้วคุณเห็นไหม?!’

 

แจ็คนั่งอยู่ในห้องนอนชั้นสาม ใส่หูฟังให้น้องชายคนเล็กแล้วเปิดเพลงเด็กกลบเสียงเหล่านั้นก่อนจะกอดน้องสาวเอาไว้แนบอก สายตาของเด็กหนุ่มมองไม่เห็นอะไรนอกจากลังกระดาษและอะไรต่าง ๆ ที่วางซ้อนทับกันเพราะไม่มีที่เก็บ สิ่งของเหล่านั้นเหมือนปัญหาที่ถาโถมเข้ามาในบ้านหลังนี้ไม่มีผิด

 

เด็กหนุ่มทนอยู่กับเสียงทะเลาะของคู่ชีวิตที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเรียกแบบนั้นได้อยู่หรือไม่ แต่ก็เพียงครู่เดียวเพราะคนความอดทนน้อยอย่างพ่อก็ให้ความเงียบแก่บ้านหลังนี้ด้วยการเดินหนีออกไปข้างนอกเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด

 

“แม่ไม่หิว กินเสร็จแล้วก็ล้างจานเอาผ้าคลุมไว้ด้วยนะ แมลงสาปมันเยอะ”

 

“...”

 

บางทีคนที่แบกโลกทั้งใบไว้บนไหล่อาจจะไม่ใช่เด็กอย่างเขา กี่ครั้งแล้วที่แจ็ครู้สึกผิดเพราะต้องเปิดคอมซ้อมทีมกับเพื่อนตอนกลางคืน แม้จะมีเวลากำหนดอย่างชัดเจนว่าต้องเลิกตอนไหน หรือหาเงินเอามาจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปทำอย่างอื่นมันคงเกิดประโยชน์มากกว่าเป็นไหน ๆ ซึ่งขณะเดียวกันความคิดอีกด้านหนึ่งก็บอกว่า ‘มึงจะทิ้งเพื่อนไว้กลางทางได้เหรอ การแข่งมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว’

 

“แหม่ม”

 

“อือ”

 

“แม่บ่นเพราะแม่เหนื่อย เข้าใจแม่ใช่ไหม?” เด็กหนุ่มมองดวงหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา เขาจึงไล้มันออกให้อย่างเบามือ

 

“ไม่” เด็กน้อยตอบอย่างไม่ซับซ้อน และแจ็คเข้าใจกับคำตอบของน้องดี

 

“แล้วแหม่มเกลียดแม่หรือเปล่า?” ไม่ เธอส่ายหน้า “ตอนนี้ทุกคนเหนื่อยมากก็เลยมีโมโหกันบ้าง โอเค บ่อยเลย แต่ถ้าแหม่มอยากให้พ่อกับแม่ยิ้มเยอะ ๆ แหม่มก็ต้องเป็นเด็กดีแล้วก็ช่วยแม่ดูแลน้องนะรู้ไหม?”

 

“แต่คิงดื้อ ชอบหยิกหนูด้วย...”

 

“สอนน้องสิ บอกน้องว่าทำแบบนี้มันไม่ดีนะ แหม่มเป็นพี่ แหม่มโตแล้ว น้องต้องฟังแหม่มแน่”

 

“แล้วถ้าคิงไม่ฟังล่ะ... ถ้าคิงตีหนูจนแดงอีกหนูจะทำยังไง...?”

 

“งั้นก็ขู่ไปเลยว่าพี่แจ็คจะไม่ให้กินขนมอีกแล้ว”

 

“เอาแบบนั้นเหรอ...?”

 

“ใช่ เพราะงั้นพรุ่งนี้เอาใหม่นะ แหม่มกลับมาถึงบ้านปุ๊บก็ถอดถุงเท้าเอาไปแช่ผงซักฟอกในกะละมังสีฟ้ารวมกับของทุกคนเหมือนที่พี่เคยสอนให้ จำได้ใช่ไหม? หลังจากนั้นก็พาคิงมานั่งใกล้ ๆ แล้วคอยดูไม่ให้น้องหยิบอะไรเข้าปาก ตอนนั้นแหม่มก็ทำการบ้านไปด้วย ว่าไง? ไหนบอกซิว่าคนเก่งของพี่ทำได้”

 

“ทำไมทำหลายอย่างจัง หนูงงไปหมดแล้ว”

 

“งั้นเอาใหม่ เราจะมาทบทวนตั้งแต่ข้อแรกเลย เดี๋ยวพี่จะวาดรูปสวย ๆ ให้ แหม่มจะได้เข้าใจง่าย ๆ ดีไหม?”

 

“อื้อ เอารูปไดโนเสาร์สวย ๆ ด้วยนะ หนูชอบทีเร็กซ์!”

 

คนเป็นแม่มองลูกชายคนโตที่อุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นไปบนบ้าน เสียงหัวเราะสดใสนั้นห่างหายจากบ้านหลังนี้ไปนานมากแค่ไหนแล้วเธอได้แต่ครุ่นคิดกับเรื่องนี้ หญิงวัยกลางคนมองฝ่ามือที่เคยเนียนนุ่ม แต่ตอนนี้มันหยาบกระด้างอีกทั้งยังลอกเป็นขุยเพราะถูกผงซักฟอกกัด เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนอยากตายไปให้พ้น ๆ ถ้าไม่ติดว่ายังมีลูกอีกสามคนที่ยังน่าเป็นห่วง

 

หลับตาลงแล้วเอนศีรษะพิงกับผนัง หายใจเข้าลึก ๆ แล้วผ่อนออก ร่างกายที่ทำงานอยู่ทุกวันไม่มีพักมันร้าวจนอยากนอนนิ่ง ๆ เธอต้องใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย แต่ระหว่างนั้นก็คิดไปว่ายังมีลูกชายคนโตที่พอจะแบ่งเบาภาระได้ อย่างน้อยแจ็คก็ยังคิดจะทำอะไรสักอย่างเพื่อหาเงิน

 

 

 

*

 

 

 

“แม่ รองเท้าคิงอยู่ไหนอะ?”

 

“ก็อยู่ในชั้นไง ไม่มีเหรอ?”

 

“ไม่มี แหม่ม พี่เห็นรองเท้าเราไหม คู่สีขาวที่เพิ่งซื้อมาใหม่”

 

“ฉันจะไปรู้กับแกเหรอ ฉันไม่ยุ่งกับตู้ฝั่งตะวันออกอยู่แล้ว เหม็น”

 

“แล้วมันจะหายไปไหน?”

 

เท็นมองลูกชายคนเล็กของบ้านที่วันนี้แต่งตัวแปลกจนผิดสังเกต ปกติเห็นใส่แค่เสื้อยืดเกงเจเจ ไหงวันนี้กลายเป็นยีนส์กับแจ็คเก็ต แถมยังเซ็ทผมจนเจลเยิ้มหัวอีกต่างหาก

 

“พี่เท็นหวัดดีค่ะ” แหม่มยกมือไหว้อดีตเพื่อนพี่ชายที่วันนี้คงมาฝากท้องกับบ้านเธออีกครั้ง เอาจริงก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่เท็นถึงยังมาทั้งที่พี่แจ็คก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะต้อนรับขับสู้สักเท่าไหร่ เด็กสาวยังคงสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามเรื่องนี้กับพี่ชายเพราะรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องอ่อนไหว

 

“มาแล้วเหรอลูก ไหนล่ะผ้าห่มที่บอกว่าจะให้แม่ซัก?”

 

“นี่ครับ เท็นวางตรงไหนได้บ้างอะแม่?” ชายหนุ่มชูถุงผ้านวม

 

“ตรงนั้นก่อนก็ได้ลูก เดี๋ยวแม่จัดการเอง”

 

“มันหนักนิดนึง ถ้ายังไงแม่เรียกเท็นได้เลยนะ ยังไงก็กะว่าจะอยู่ถึงเย็น ๆ อยู่แล้ว”

 

“แม่คือหญิงแกร่งแห่งบางใหญ่ซิตี้นะเท็น ผืนแค่นั้นน่ะเด็ก ๆ มาก” ชายหนุ่มยิ้มขำกับคำพูดคำจาแม่อดีตเพื่อนสนิท ท่ามกลางความวุ่นวายของลูกชายคนเล็กที่ยังคงลนลานหารองเท้าอย่างหัวเสีย

 

“แล้วใครเอาไปวะ -- พี่แจ็ค!!!!”

 

“จะร้องทำไมล่ะลูก เดี๋ยวพี่เค้าก็หงุดหงิดหรอก ให้พี่เค้าพักผ่อนหน่อย”

 

“ต้องพี่แจ็คแน่ ๆ คิงรู้เลย!!!” เท็นเห็นว่าแหม่มเม้มปากกลั้นขำ คาดว่าคนบ้านนี้คงหาอะไรเล่นกันเป็นเด็ก ๆ ซึ่งมันคงเป็นภาพแปลก ๆ ดีถ้าหากว่าไอ้คนหน้านิ่งจะเป็นหนึ่งในแผนกลั่นแกล้งนี้ ซึ่งเขาอาจจะคาดหวังมากไป

 

“พี่แจ็คจะไปยุ่งกับรองเท้ากาก ๆ ของแกทำไม สิบโมงแล้วนะเว้ยคิง กว่าจะถึงสยามก็สองชั่วโมงเลยมั้ง ใส่คู่เก่าไปก่อนดิ”

 

“ทำไมรู้ว่าเราจะไปสยาม?”

 

“พี่แกเก่งไง จบ”

 

“แอบอ่านไลน์เราใช่ปะ แย่ว่ะ แม่!!! ดูพี่แหม่มดิ!!!”

 

“แหม่มอย่าแอบยุ่งเรื่องส่วนตัวน้องสิลูก”

 

“หนูขอโทษจ้า” สองแม่ลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทำเอาคนถูกจับได้ว่ามีนัดถึงกับหน้าแดงจัดรีบวิ่งขึ้นบันไดบ้านทันที แต่ก็ได้เพียงสี่ขั้นเท่านั้นหนุ่มน้อยก็ต้องชะงักเมื่อพบว่าพี่ชายคนโตกำลังเดินลงมาพร้อมรองเท้าที่เขากำลังตามหาอยู่!!!

 

“พี่แจ็ค?!!!”

 

“นัดสาวทั้งทีต้องแต่งหล่อขนาดนี้เลยนะ”

 

“เอารองเท้ามา!!!”

 

“บอกมาก่อนว่าไปกับใคร?” คนน้องพยายามกระโดดคว้าเอารองเท้าคู่ใหม่เอี่ยมที่เก็บเงินซื้อโดยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง แต่พี่ชายกลับยืดแขนจนสุดอีกทั้งยังเอามือดันหน้าเขาเอาไว้เสียอย่างนั้น

 

เท็นเลิกคิ้วมองกับอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่ค่อยชินตา โดยเฉพาะรอยยิ้มของใครอีกคนที่คิดว่าชาติหน้าก็คงได้เห็นยาก สองพี่น้องยื้อดึงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร กระทั่งเจ้าของบ้านหันมาเห็นว่าเขามีตัวตนอยู่ตรงนี้ รอยยิ้มที่เคยเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่จึงค่อย ๆ เลือนหายไปในที่สุด

 

“มาทำเชี่ยไรอีก?”

 

“แม่ ดูมัน” เท็นชี้พี่เสกเวอร์ชั่นเพิ่งตื่นนอน ซึ่งคนที่นั่งรีดผ้าอยู่ก็ยิ้มขำกับความรุนแรงทางคำพูดที่แม่คงคิดว่ามาจากความสนิทสนม

 

“วันนี้หุงข้าวสี่ถ้วยใช่ไหม?”

 

“เท็นไลน์มาบอกตั้งแต่เช้าว่าจะมากินข้าวด้วย แม่ก็เลยฟาดหุงไปหกล่ะ”

 

“ต่อไปนี้ไม่ต้องเผื่อแล้วนะ ถ้ามันหิวก็ปล่อยให้ไปคุ้ยถังขยะเอา”

 

“พูดแล้วก็ท้องร้องเลย ไปกินด้วยกันไหมเพื่อน?”

 

ไอ้แจ็คเสยผมแล้วหันมาชูนิ้วกลางเป็นคำตอบ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว

 

รู้ว่าเป็นเหตุผลสุดงี่เง่าที่หอบผ้านวมมาซักถึงที่นี่แล้วอ้างว่าร้านซักรีดแถวบ้านเซ้งกิจการ ซึ่งแม่ไอ้แจ็คก็คงงงตาแตกเหมือนกันว่าแถวนั้นมีอยู่แค่ร้านเดียวหรืออย่างไร ซึ่งเท็นก็แถไปอย่างหน้าด้าน ๆ แต่การที่แม่ยอมตกลงมันก็เป็นข้ออ้างที่ทำให้หาเรื่องมาที่นี่ได้อีกครั้ง

 

เพราะนอกจากส่งซักผ้าห่มแล้วเท็นก็มีแพลนจะขนเสื้อผ้ามาส่งซักถึงที่นี่ด้วย มองในแง่ดีสิวะ เมื่อก่อนแม่ไอ้แจ็คเคยสุขสบายแต่ตอนนี้ลำบากจนต้องเปิดร้านซักรีด คนที่เคยเห็นหน้าค่าตากันเมื่อสิบปีก่อนก็ต้องอุดหนุนกันบ้าง

 

“ไลน์บอกแม่แต่ไม่บอกกู หมายความว่าไง?” คนที่กำลังหาวัตถุดิบทำในตู้เย็นออกมาทำมื้อเที่ยงพูดโดยไม่หันมามองหน้ากัน เท็นขึ้นไปนั่งบนเคาน์เตอร์อีกฝั่งที่ถูกรีโนเวทจนดูทันสมัยกว่าอีกฝั่ง ก่อนจะคว้าเอากระป๋องถั่วมาเปิดกินเล่นฆ่าเวลา

 

“มึงเป็นใครทำไมกูต้องรายงานทุกอย่าง?”

 

“ตอบกวนตีนตั้งแต่เริ่มคุยแบบนี้แสดงว่าอยากแดกข้าวคลุกน้ำปลาแล้วมั้ง?”

 

“อ้าวกูพูดจริง กูแค่อยากมากินข้าวกับแม่ไม่ได้อยากมากินกับมึงสักหน่อยไหม?”

 

“งั้นก็ตามใจ” เจ้าของเสื้อกล้ามขาวหันมามองหน้านิ่งแล้วเขวี้ยงแตงกวาใส่ ซึ่งเขาก็รับไว้ได้อย่างทุลักทุเล

 

“ไรวะ?!” ถ้าโดนหัวต้องมีเจ็บอะ ไอ้ห่านี่รุนแรงแต่เช้า

 

“แตงกวาไง”

 

“เออรู้ กูมีตา”

 

“แล้วถามทำไม?”

 

“ก็มึงโยนมาเพื่อ?”

 

“ให้แดกไง หรือถ้าขี้เกียจเคี้ยวจะเอาไว้อมเล่นก็ได้แล้วแต่มึง”

 

“อมห่าไรล่ะ?” ประโยคติดเรทที่มาพร้อมแววตาเรียบเฉยนั่นคืออะไร น่าหัวเสียสิ้นดีที่ทั้งคู่กำลังคิดสวนทางกันและคนที่คิดลึกกลับกลายเป็นเขาเสียอย่างนั้น

 

“กูจะทำกับข้าวไว้ให้”

 

“อะไร พูดเหมือนจะไม่อยู่กินด้วยกัน”

 

“อืม มีนัด”

 

“กับใคร?”

 

“ในเมื่อมึงไม่ต้องรายงานกูเรื่องมาแดกข้าวฟรีที่นี่ กูก็ไม่ต้องรายงานมึงเหมือนกันว่าจะไปไหนมาไหน แฟร์ดีนะ ว่าไงล่ะ?” เท็นเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะมองเจ้าของคำพูด ที่น่าหงุดหงิดคือเขาอยากรู้เรื่องนี้ซึ่งมันคงยากที่จะได้คำตอบจากปากมัน

 

อะไรวะ กวนตีนนิดหน่อยแค่นี้ทำเป็นเอาคืนเหรอ ทั้งที่เป้าหมายก็คือจะมากินข้าวด้วยแล้วก็หาอะไรเล่นกันสักเกมสองเกมหลังจากเมื่อคืนตกรอบไปอย่างสมศักดิ์ศรี ยอดโดเนทก็เป็นที่น่าพอใจด้วย ผู้ใหญ่ยิ้มหน้าบาน ทุกอย่างลงตัวหมด แต่นี่อะไร ไอ้แจ็คแหกตาตื่นมาก็ขัดใจเขาแล้ว มันใช้ได้ที่ไหน?

 

“ไปด้วยดิ”

 

“หะ?” อยากตบปากตัวเองแต่คงไม่ทันแล้ว เท็นยืนเกร็งหน้าขมวดคิ้วจนแทบเป็นเงื่อนพิรอดหักคอ แต่จังหวะนี้ก็คงวกกลับลำไม่ได้ “กูจะไปเจอทิดธีร์นะ?”

 

ฉิบหาย

 

“ว่าไง ยังอยากไปด้วยอยู่ไหม?”

 

“มันสึกแล้วเหรอ?”

 

“กูคงไม่เรียกพระว่าทิด เพราะงั้นก็ตามนั้น”

 

ไอ้ห่าเอ๊ย ทีนี้ด่าได้โดยไม่ติดปากอะไรทั้งนั้นแล้ว ทำไมต้องสึกวันนี้ด้วยวะ ไม่บวชยันภพหน้าไปเลยล่ะไอ้เวรตะไล หรือว่าวัดมันร้อนรุ่มเหมือนนอนลอยอยู่ในลาวานรกก็เลยทนไม่ไหวต้องรีบสึก?

 

อืมนะ ทั้งที่จะด่าไอ้ธีร์ให้คนตรงหน้าฟังเหมือนที่เคยก็ได้ แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องเก็บคำเหล่านั้นไว้ในความคิดแล้วปล่อยให้เสียงผัดกับข้าวทำลายความเงียบ

 

“จะไปไหนกัน?”

 

“ไม่รู้สิ ปกติกูไม่เคยแพลนกันหรอก มันอยากไปไหนก็แค่ขับรถไป”

 

“สองคนเหรอ หรือว่าไปทั้งแก๊งกาก?” เท็นชะเง้อมองพ่อครัวเป็นระยะ แม้ว่าจะเคยเห็นภาพนี้หลายครั้งแล้วตั้งแต่เริ่มมีแข่งการกุศลแต่เขาก็ยังไม่ชินสักที

 

“ยกเว้นพี่ตั้บ ถามจริงนะ ที่คุ้ย ๆ อยู่เนี่ยอยากเสือกเฉย ๆ หรือว่าอยากไปด้วย?”

 

“กูเนี่ยนะอยากไปเจอเพื่อนพระมึง? ฝันยังดูเวอร์เกินจริงไปเลย” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะพลางโยนถั่วเข้าปาก จังหวะที่ก้มกลับลงมาก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องอยู่เหมือนอยากดูท่าทีอย่างไรอย่างนั้น

 

“ก็คิดงั้นเหมือนกัน”

 

“งั้นก็ไม่ควรถามดิ”

 

“ถ้าถามก็ได้รู้คำตอบชัด ๆ ดีกว่าให้เดาเอาเองไม่ใช่หรือไง?” ไอ้คนหน้านิ่งหันมาอีกครั้งพร้อมกับข้าวที่ตักมาให้ชิม ซึ่งคนจองหองเก่งอย่างเขาก็เล่นตัวเหมือนทุกครั้งก่อนจะก้มลงไปชิมคำเล็ก ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นยักคิ้วบอกให้รู้ว่ารสชาติโอเคแล้ว

 

“มึงก็รู้ว่าถ้ากูกับมันเจอกันแล้วอะไรจะเกิดขึ้น”

 

“เกิดอะไร? กูไม่รู้หรอก”

 

“อย่ามาทำเนียน มึงรู้จักกูกับไอ้ธีร์ดีกว่าใคร”

 

เป็นอีกครั้งที่เท็นอยากตบปากตัวเองเอาให้ตาย ประโยคนี้เป็นเหมือนหลุมลาวาที่พร้อมจะแผดเผาให้เขาตายได้ ‘รู้จักกูดี’ งั้นเหรอ ให้ตายเหอะว่ะเท็น ยกนี้โดนไอ้หน้าตายซัดน็อกแน่ ๆ

 

“ที่บอกว่าไม่รู้เพราะกูคิดว่ามึงคงไม่เหมือนตอนนั้นแล้ว”

 

“...”

 

“การไปเจอหน้าไอ้ธีร์สักครั้งในฐานะสมาชิกจำเป็นกับงานการกุศลมันก็คงพยายามยั้งปากไว้ได้ คิดว่าอย่างนั้นนะ”

 

“ไม่มีทาง คนอย่างมันคงพร้อมจะหาเรื่องมาด่ากูได้ทุกเมื่อ ยกตัวอย่างเช่นตอนกูไปส่งโซ่หน้าร้านพี่ตั้บ แล้วก็ตอนวันแข่งรอบชิง” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอกับเรื่องที่เพิ่งผ่านไปไม่นานมานี้ คงไม่ต้องพูดถึงอดีตที่มีแต่ความทรงจำแย่ ๆ

 

คนหนึ่งน้ำมัน คนหนึ่งเป็นน้ำเปล่า มันไม่มีทางหรอกที่เขากับไอ้ธีร์จะกลับมาคุยกันดี ๆ ได้

 

“ตอนนั้นก็ส่วนตอนนั้น มึงไม่ได้อยู่กับมันตลอด มึงไม่รู้หรอกว่าโลกนี้หมุนไปไกลจากเดิมตั้งเท่าไหร่”

 

“มากแค่ไหนล่ะ?”

 

พ่อครัวละมือจากการทำเมนูที่สองแล้วหันมาสบตากันอีกครั้ง ดวงตาคู่นั้นยังคงเรียบเฉยจนอ่านความคิดไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นเท็นก็ยังคงพยายาม

 

“มากจนมึงนึกไม่ออกว่าคนที่เคยทำให้มึงเสียใจบ่อย ๆ คนนั้นมันจะพยายามเปลี่ยนตัวเองจนหัดรักษาน้ำใจคนอื่นเป็นแล้วไงล่ะ”

 

 

 

(ต่อด้านล่างนะคะ)

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
*

 

 

 

“เย็นนี้ไปสยามปะ?”

 

“เย็นนี้เหรอ?” เด็กหนุ่มผมสกินเฮดนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเพื่อนสนิทแล้วส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

“มีนัดบลูอีกแล้วหรือไง?”

 

แจ็คไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่การไปเดินสยามตอนเย็นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เขาไม่อยากทำและคงทำไม่ได้ เป็นอีกครั้งที่บทสนทนาของแจ็คกับเท็นเริ่มต้นอย่างง่าย ๆ และจบลงด้วยคำปฏิเสธ ต่างจากเมื่อก่อนที่มันเป็นประโยคบอกเล่ามากกว่าการชวนเพื่อเสี่ยงดวงว่าอีกฝ่ายจะตกลงหรือไม่

 

“โทษทีว่ะ กูไม่ว่าง”

 

ช่องว่างที่ไม่เคยมีตีออกเป็นวงกว้างขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แจ็ครู้สึกได้ด้วยตัวเองผ่านการย้ำคิดก่อนพูด และสีหน้าของเพื่อนสนิทที่คงหงุดหงิดไม่น้อยกับสิ่งที่เขาเป็น

 

“กูขอโทษนะ ไว้วันหลังเรา --”

 

“ช่างเหอะ กูไปกับคนอื่นก็ได้ ไม่มีปัญหาหรอก”

 

เด็กหนุ่มผมสกินเฮดมองเพื่อนสนิทที่คว้าโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาใครสักคน ดวงตาคู่นั้นมองไปอีกทาง พร้อมจงใจถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ ออกมาเพื่อให้รู้ว่าอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะพักหลังนอกจากตอนซ้อมทีมแล้วเขาก็แทบจะไม่มีส่วนร่วมอะไรกับเพื่อนเลย

 

“ฮัลโหลอ้อมเหรอ เย็นนี้ว่างไหม อ๋อไม่มีอะไร แค่จะชวนไปดูหนังเฉย ๆ อืม โอเค เจอกันหน้าน้ำพุตอนห้าโมงนะ”

 

“...”

 

“กูไปละ ไว้เจอกัน” เท็นกำลังหงุดหงิดแจ็ครู้ดี แต่เขาเพียงยืนอยู่กับที่ตอนอีกฝ่ายเดินจากไปก่อนฝีเท้าคู่นั้นจะหยุดลงพร้อมหันกลับมาพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าบางทีคำว่าเพื่อนสนิทของทั้งคู่อาจจะเลือนหายไปมากแล้ว “อ้อ ไว้เจอกันที่ว่าอาจจะเป็นชาติหน้าถ้าเราไม่ได้เรียนที่เดียวกัน”

 

คนถูกประชดยังคงยืนนิ่งเฉยใต้ต้นไม้ข้างสนามบาส แจ็คลูบท้ายทายพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนที่ไม่สามารถทำให้อะไรเข้าที่เข้าทางได้ เหนื่อยกับที่บ้านก็เหนื่อย สอนพิเศษก็ต้องทำ พอถูกเพื่อนตึงใส่แบบนี้ก็ไม่อยากขยับตัวไปไหนเลย

 

 

คุณได้รับข้อความจาก...

‘ไอ้ธีร์’

[ คืนนี้ไปค้างด้วยได้ปะ กูทะเลาะกับป๊า ]

 

 

หากเป็นเมื่อก่อนคงตอบตกลงโดยไม่เสียเวลาคิด เด็กหนุ่มยืนจ้องโทรศัพท์อยู่อย่างนั้นพร้อมถามตัวเองว่าจะเอาอย่างไร เรื่องที่บ้านก็ยังอยากเก็บเป็นความลับไว้ แต่ถ้าไอ้ธีร์มันเครียดจนต้องการที่พึ่งเขาก็ไม่ควรเมินเฉยหรือเปล่า?

 

 

คุณส่งข้อความถึง...

‘ไอ้ธีร์’

[ เป็นไรวะ? ]

 

คุณได้รับข้อความจาก...

‘ไอ้ธีร์’

[ เรื่องไร้สาระอะ ว่าแต่กูไปได้ปะ? ]

 

 

แจ็คไม่ชอบปฏิเสธโดยเฉพาะเรื่องที่อาจทำให้เพื่อนเสียความรู้สึก เด็กหนุ่มผมสกินเฮดเลียริมฝีปากที่แห้งผากพร้อมจิ้มข้อความลงไป ลบ ๆ แล้วพิมพ์ใหม่อยู่อย่างนั้นแต่สุดท้ายไอ้ธีร์ก็เป็นคนตัดสินเรื่องนี้ให้โดยไม่ต้องมีคนลำบากใจ

 

 

คุณได้รับข้อความจาก...

‘ไอ้ธีร์’

[ เฮ้ย ๆๆ ไม่ต้องละ เดี๋ยวกูไปหาพี่ตั้บดีกว่า หาเรื่องแดกเหล้าด้วย ]

[ โทษ ๆ เปลี่ยนใจง่าย 5555555555555555 ]

 

 

เด็กหนุ่มยิ้มออกอย่างโล่งอก นึกขอบคุณพี่ใหญ่ในทีมที่จะว่าไปแล้วก็เป็นที่พึ่งดี ๆ ให้พวกเขาอยู่เสมอ แจ็คพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหาเพื่อนสนิท หวังว่าพี่ตั้บจะช่วยตบหัวไอ้ธีร์จนมันโอเคขึ้นได้

 

 

คุณส่งข้อความถึง...

‘ไอ้ธีร์’

[ เออ แดกเผื่อกูด้วย ]

 

 

“แจ็ค”

 

เจ้าของชื่อหันไปตามเสียง และมันเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเหลือเกินที่คนเคยประชดมึนตึงจนเดินหนีไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้กลับมายืนอยู่ในระยะสายตา อีกทั้งยังมีหวานเย็นโง่ ๆ ในมือทั้งสองข้างนั่นอีกด้วย

 

“กูแดกไม่หมดอะ ช่วยหน่อยดิ”

 

แจ็คคงยิ้มกว้างมาก เขาถึงรู้สึกว่าช่วงแก้มมันตึง ๆ จนต้องหุบยิ้มลงเล็กน้อย เด็กหนุ่มผมสกินเฮดตรงเข้าไปหาเพื่อนสนิทที่ยังหน้างออยู่พลางลดระดับสายตามองมือที่ขึ้นริ้วแดงเพราะความเย็น ก่อนจะรับหวานเย็นโง่ ๆ มาคาบไว้แล้วดึงชายเสื้อตนเองออกมายัดใส่มือให้เพื่อนกำไว้เพื่อทุเลาความเย็นออกไป

 

“ทำห่าไร?”

 

“ปิดทองพระมั้ง ถามอะไรควาย ๆ”

 

“มึงดิควาย” เท็นละมือออกเพราะอยากตบกะโหลกกลม ๆ แต่สุดท้ายก็ต้องยั้งแรงไว้แล้วเปลี่ยนเป็นผลักแทนเพราะกลัวว่าเพื่อนจะเจ็บเพราะแรงน้อยใจที่มันอัดแน่นอยู่เต็มอก

 

ห่าเอ๊ย ทั้งที่เดินไปไกลแล้วแต่หน้าหงอ ๆ ของไอ้แจ็คก็ตามหลอกหลอนจนตรงไปสยามไม่ได้ เท็นแวะซื้อหวานเย็นที่ชอบกินด้วยกันเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบมันมากแค่ไหน และทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ก็ได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการประชดให้แจ็คเสียความรู้สึกหรือการวิ่งตามความรู้สึกที่เสียไปให้กลับมาด้วยหวานเย็นแท่งนี้

 

“กูขอโทษนะ”

 

“เรื่องอะไร?” เท็นหันไปถามอย่างใคร่รู้ ท่ามกลางสายลมอ่อน ๆ ที่พัดผ่าน ริมฝีปากปากของทั้งคู่เริ่มแดงตามสีของหวานเย็นแล้ว ถึงมันจะดูเหมือนเพิ่งทาลิปสติกมาแต่เท็นก็ชอบเพราะมันทำให้เขาทั้งสองดูตลกดี

 

“อะไรก็ตามที่ทำให้มึงรู้สึกแย่ ทั้งเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือว่าในอนาคต”

 

“คนเหี้ยไรขอโทษเผื่ออนาคต บ้าเปล่า?” เขาขมวดคิ้ว มองเสี้ยวหน้าเจ้าของผมสกินเฮดที่อมยิ้มเล็ก ๆ กับคำพูดเมื่อครู่นี้

 

“ไม่รู้สิ นอกจากพวกมึงกูก็ไม่สนิทใจกับใครแล้ว อยู่ ๆ ก็คิดว่าถ้ากูรักษาความรู้สึกคนที่แคร์ให้ดีที่สุดมันก็คงดีนะ” แต่ในความเป็นจริงแจ็คทำอย่างนั้นไม่ได้ เขาอ่อนแอเกินไปที่คิดว่าชีวิตที่บ้านก็เหนื่อยมากพอแล้ว จึงไม่สามารถเทคแคร์เอาใจทุกคนได้ แต่ขณะเดียวกันลึก ๆ แจ็คก็เห็นแก่ตัวว่าอยากให้คนรอบข้างเข้าใจทั้งที่ตนเองนั่นแหละที่เลือกเก็บไว้เป็นความลับ

 

“ถ้าแคร์กูแล้วติดหญิงทำไม?”

 

“ติดบ้าไรล่ะ ทุกวันนี้แค่ไปติวกันเฉย ๆ”

 

“พวกมึงเอากันด้วย กูรู้”

 

“มันก็ต้องมีบ้าง ผู้ชายผู้หญิงอยู่ด้วยกันสองคน”

 

“แล้วไง ทำไมต้องเอากันด้วยวะ?” เท็นไม่ค่อยแสดงมุมเอาแต่ใจ และแจ็คก็รู้ว่าจะรับมืออย่างไร จึงเอื้อมไปเกาคางคนข้าง ๆ จนไอ้คนขี้หงุดหงิดสะบัดหน้าออก “กูจริงจังนะ”

 

“แล้วทำไมมึงต้องไม่ชอบในเมื่อมึงก็เอากับผู้หญิงตั้งหลายคน กูมีแค่บลูคนเดียวด้วยซ้ำ” เด็กหนุ่มผมสกินเฮดยิงคำถามกลับบ้าง และคนข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้ว หน้าตึงขณะคิดหาคำตอบมาแย้ง

 

“มันไม่เหมือนกัน กูไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงพวกนั้น”

 

“แต่มึงก็สอดเข้าไปในนั้นเหมือนกัน”

 

“แต่กูไม่ติด”

 

“ไม่ติดแล้วทำบ่อย ๆ ทำไม?” แจ็คขมวดคิ้ว ปั้นหน้ากวนตั้งคำถามไล่ต้อนเพื่อนสนิทให้จนมุม

 

 

สนใจกูบ้างดิวะ

นั่นคือสิ่งที่เท็นคิด แต่ไม่ได้พูดออกไป

 

 

“เฮ้ย!!!!”

 

“...!!!!” คนขี้ตกใจสะดุ้งสุดตัวจนตกจากเก้าอี้ม้านั่ง ในขณะที่แจ็คแค่ผงะเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามต้นเสียงที่อยู่ ๆ ก็โผล่มาพร้อมหน้ากากผี

 

“เล่นเหี้ยไรของมึงเนี่ยเชี่ยธีร์ หัวใจจะวายไอ้ห่าลากเอ๊ย!” เด็กหนุ่มสกินเฮดหันไปตบหัวเพื่อนสนิทที่กุมท้องขำไม่หยุดกับท่าทางของเขาทั้งคู่

 

“โอย ถ้าเมื่อกี้ตดด้วยคือฮาเลยนะ”

 

“เอ้าขำใหญ่ ถ้าสำลักน้ำลายกูจะหัวเราะให้” แจ็คลุกขึ้นทำท่าจะเหนี่ยวอีกครั้ง แต่ไอ้ธีร์ก็รู้ทันจึงถอยออกไปสองก้าว “ไหนบอกว่าจะไปหาพี่ตั้บไง?”

 

“เดี๋ยวไปละเนี่ย พอดีกูเพิ่งได้ของเล่นมา หลอกไปได้เกือบสิบคนละ เหวอเหมือนกันหมดไอ้ฉิบหาย 55555555555555”

 

“พรุ่งนี้ไอ้ธีร์โดนด่าหน้าบอร์ดโรงเรียนแน่ มึงไปดันกระทู้ด้วยนะแจ็ค”

 

“พวกมึงดูไอ้เท็นดิ ถึงกับก้นกระแทกพื้น” พวกเพื่อนในห้องที่มากับธีร์ระเบิดหัวเราะอย่างชอบใจ เป็นเรื่องปกติที่ใครก็พลาดถูกแกล้งได้ในสังคมเด็กนักเรียนมัธยม แต่นั่นก็ไม่ใช่กับทุกคน โดยเฉพาะเท็น ผู้ที่เกลียดการโดนแกล้งทุกอย่างแม้ว่าจะเพื่อความสนุกหรือจงใจให้ขายหน้า

 

“มึงตกใจเหรอเพื่อน โอ๋ ๆๆๆ”

 

“ไม่ต้องมาจับกู”

 

เท็นปัดมือธีร์ออกแล้วยันตัวลุกขึ้นด้วยตัวเองพลางกวาดสายตาไปรอบ ๆ เพื่อให้เห็นทั้งสองตาว่าตอนนี้เขากลายเป็นตัวตลกสำหรับทุกคนมากแค่ไหน ไอ้ธีร์ก็ยังคงเป็นไอ้ธีร์ที่ไม่คิดห่าอะไรนอกจากเรื่องปัญญาอ่อน และปรอทความอดทนของเขาเริ่มจะถึงขีดสุดแล้ว

 

ทั้งเรื่องระหว่างซ้อมทีม ตอนแข่งที่ใส่อารมณ์ เรื่องพูดโง่ ๆ ไม่คิด และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มันสะสมจนกลายเป็นก้อนใหญ่

 

“เฮ้ยกูแค่ล้อเล่นเอง”

 

“ไปล้อกับพ่อมึงที่บ้านเถอะ”

 

“อ้าว แล้วทำไมต้องเล่นพ่อล่ะครับ?” คนที่เพิ่งบอกว่ามีปัญหากับพ่อจนต้องขอมานอนด้วยถึงกับเปลี่ยนสีหน้า แจ็คมองซ้ายขวาและคิดว่าคงไม่ดีแน่ถ้าจะปล่อยให้สองคนนี้คุยกันต่อ

 

“ธีร์มึงจะไปหาพี่ตั้บไม่ใช่เหรอ ไปสิ”

 

“ยังไงครับเท็น พ่อกูเป็นเพื่อนเล่นมึงเหรอครับ?” คนเลือดร้อนถูกเพื่อนร่วมห้องเข้ามาคว้าแขนไว้ตอนตั้งท่าจะพุ่งเข้าใส่ ซึ่งเท็นก็ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย อีกทั้งยังกำหมัดแน่นเหมือนพร้อมจะสู้ถ้าหากว่าธีร์เป็นฝ่ายเปิดหมัดแรก

 

“อยากรู้ก็ไปถามพ่อมึงดิ”

 

“ถามมึงก่อนเลยเนี่ย เล่นขำ ๆ แค่นี้ต้องจริงจังใช่ไหม หรือจะเอา?”

 

“ธีร์” แจ็คหันไปคว้าคอเสื้อเพื่อนสนิทพร้อมจ้องหน้า เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เขาอยากเตือนสติให้อีกฝ่ายรู้ว่าควรห้ามตัวเองสักหน่อยหากว่ายังมีคำว่าเพื่อนหลงเหลืออยู่ ซึ่งธีร์ก็ยังมีความบ้าไม่มากพอที่จะทำสวนทางกับคำพูดเขา

 

“เล่นอะไรก็ไม่ได้ น้อยอกน้อยใจเป็นผู้หญิง กลับบ้านไปนั่งพับเพียบเล่นตุ๊กตาเถอะห่า”

 

“...” ก่อนไปธีร์ยังคงทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายเอาไว้ แจ็คเข้าใจทั้งสองฝ่ายว่าเท็นมีแผลในใจอยู่แล้ว ไม่ว่าจะพูดเล่นหรือจริงจังอย่างไรมันก็สะกิดใจ ซึ่งธีร์ก็เป็นคนเลือดร้อนจนสามารถพูดเรื่องแย่ ๆ ออกมาได้ทุกเมื่อเพื่อเอาชนะ

 

“มานี่”

 

มือของแจ็คเย็นเฉียบขัดกับอากาศในช่วงเวลานี้ เท็นลดระดับสายตามองเพื่อนสนิทที่คว้าข้อมือเขาให้เดินไปด้วยกันโดยไม่รู้จุดหมาย ถึงจะรู้สึกแย่อย่างถึงขีดสุด... แต่อย่างน้อยในตอนนี้ก็มีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นอยู่บ้าง เช่นการที่แจ็คยังอยู่ตรงนี้มากกว่าจะเลือกเดินไปหาไอ้ธีร์เพราะรู้ว่าควรแคร์ใครมากกว่า

 

ห่างไกลจากสายตาผู้คน เด็กหนุ่มทั้งสองหยุดฝีเท้าแล้ววางกระเป๋าลง ก่อนคนผมสกินเฮดจะจับเพื่อนนั่งลงบนหญ้าด้วยกัน

 

“ถ้าจบมอหกกูจะไม่เรียนคณะเดียวกันกับมัน ไม่สิ... กูจะไม่เรียนที่เดียวกันกับมันเด็ดขาด”

 

แจ็คไม่ได้พูดว่า ‘เอาน่า... อย่าคิดมากดิวะ’ เด็กหนุ่มเพียงพยักหน้าพร้อมลูบหลัง และเพราะแบบนั้นเท็นจึงไม่ได้พูดอะไรอีกเพราะกลัวว่าเพื่อนจะไม่สบายใจ

 

ไอ้หัวเกรียนมันแคร์เพื่อนทุกคน และการที่เท็นมีความอดทนกับไอ้ธีร์มากขนาดนี้ก็เพราะแจ็ค ถึงจะโกรธจนหัวร้อนปุด ๆ แต่พอเพื่อนจับมือตนเองไปแบออกก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับให้ เขาก็รู้สึกเหมือนเรื่องโกรธเคืองในใจมันค่อย ๆ ถูกเช็ดออกไปพร้อม ๆ คราบหวานเย็น

 

“ถ้าเมื่อกี้กูต่อยมัน มึงจะโกรธไหม?” เด็กหนุ่มถามอย่างคาดหวังจากเจ้าของผมสกินเฮด



“กับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น กูให้คำตอบไม่ได้หรอก”



“กูไม่ชอบให้ใครมาแกล้งแบบนั้น เวลาตกใจแล้วมันเหมือนกูกำลังจะตาย ไม่รู้สิ กูอธิบายไม่ถูก แต่การตกใจมันแย่มาก”



“เหมือนตอนฝันว่าตกจากเหวแล้วสะดุ้งตื่นไหม?”



“เออ เหมือนกันเลย แบบนั้นแหละ มึงก็เคยฝันใช่ไหม?” คนหัวร้อนทำตาโต ชี้นิ้วย้ำ ๆ ก่อนจะยิ้มออกมาได้เพราะแจ็คพยักหน้า



“ไอ้ธีร์มันเพิ่งทะเลาะกับพ่อมา คงอยากหาอะไรสนุก ๆ ทำแต่ไม่รู้ว่ามึงจะขวัญอ่อนเรื่องนี้ แต่วันนี้มันรู้แล้ว และถ้าคราวหน้ามันยังทำอีก กูบอกได้เลยว่าคงไม่ต้องถึงมือมึง”



“ทำไมวะ?”



“กูนี่แหละจะเป็นคนตบกะโหลกแม่งเอง เป็นห่าไรเล่นไม่รู้เรื่อง ถ้าเพื่อนไม่ชอบก็ควรให้เกิดขึ้นครั้งเดียวสิวะ”



แจ็คไม่ได้บอกให้เขาเข้าใจไอ้ธีร์ตรง ๆ แต่การอธิบายมาแบบนี้ก็ทำให้เขายอมลดทิฐิลงไปได้บ้างเล็กน้อย เพราะอีกฝ่ายแสดงออกว่าจะอยู่ฝั่งเขาด้วย และลึก ๆ เท็นก็รู้ว่าไอ้ธีร์มันบ้าบอแค่ไหน



“แต่ยังไงวันนี้ไปสยามไม่ได้ใช่ไหม?” เด็กหนุ่มยังคงคาดหวัง แต่ก็ไม่อยากงี่เง่าบังคับให้เพื่อนไปด้วยกัน



“วันหลังได้ไหม เดี๋ยวเลี้ยงกล้วยกล้วยด้วย”



“มึงยุ่งอะไรนักวะ บอกกูบ้างดิ” เหมือนจะตัดพ้อแต่ก็ค่อนไปทางอยากให้อีกฝ่ายกลับมาใส่ใจกันเสียมากกว่า แจ็คเงียบไปเหมือนว่ากำลังคิดอะไร และเขาไม่ชอบเลยที่เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังมีเรื่องปิดบัง



“ไว้จะเล่าให้ฟังวันที่ไปกินกล้วยกล้วยกัน โอเคไหม?”



“มึงพูดแล้วนะ?” เด็กหนุ่มชี้หน้าเพื่อนเพื่อย้ำสัญญาที่เพิ่งร่างขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งไอ้หัวสกินเฮดก็ยิ้มพร้อมพยักหน้า



“อืม จะเล่าทุกอย่างเลย”

 

 

 

 

TBC


 

หนูไม่ได้ทิ้งเรื่องนี้น้า แต่ช่วงสิบวันที่ผ่านมาหนูไปหาเลาะหาเสิ่นอยู่จ้า แง เป็นไปได้จะมาลงอาทิตย์ละครั้งนะคะ ร๊ากกกกกกก อย่าเพิ่งทิ้งหนูไป อยู่กับหนูก่อน จะได้รู้พร้อม ๆ กันว่าเรื่องอดีตมันเป็นมายังไงน้าพี่ขา

 

 

 

 

 

 

 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11-11-2018 21:16:20 โดย หน่วยกล้าวาย »

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 529
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +12/-2
ไม่รู้จะเม้นประเด็นไหนก่อนดีเรยนะคะ
เรื่องครอบครัวพี่แจ็คตอนช่วงมัธยมคงหนักนาสาหัสจริงๆ​ สงสารมาก​ แม่กับพี่แจ็คต้องแบกรับอะไรหลายอย่างเลย​ แล้วพี่แจ็คก็คนดีเกินกว่าจะทำให้เพื่อนไม่สบายใจตาม​ โคตรพระเอก

ชอบเวลาพี่แจ็คกับเท็นอยู่ด้วยกันมากๆมันดี​  :hao5:
ตอนคุยกันนี่คือ​ แฟนรึป่ะ​ พ่อแง่แม่งอนสุด

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ไม่ทิ้งน้าา เรามารอพี่ซันพี่มูนอยู่ที่ท่าน้ำทุกวันเลย ฮืออ รัก  :กอด1:

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
แจ๊คคือที่สุดของที่สุดคนบ้าอะไรดีมากๆชอบตอนที่จับมือเท็นมาซุกกับเสื้อเพื่อคลายความเย็นคนดีของเมียยยยยยยทำไมละมุนอย่างนี้คะ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +416/-25

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
ทุกคนมีปัญหา แต่วิธีรับมือกับปัญหาต่างกัน
สงสารแจ็คมาก หนักหนาจริง ๆ
เท็นนี่หวงเพื่อนอย่างกับตัวเองเป็นเมียเขาแหนะ

ออฟไลน์ river

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +203/-3
อดีตกับปัจจุบัน ปนกันหมด บางทีอ่านแล้วก็งง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0
 



#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 09
ที่นั่งโซน D ในรอบ 10 ปี

 

 



“...!!!”

 

ทันทีที่เข้ามาในห้องน้ำเด็กหนุ่มก็รีบปิดประตูโก่งคออ้วกกับชักโครกกับความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างมันตีขึ้นมาที่คอพร้อม ๆ กัน แจ็คพยายามประคองตัวเองไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นห้องน้ำห้าง แต่ไม่ว่าจะเอาออกไปสักเท่าไหร่แต่อาการคลื่นไส้ก็ยังคงไม่ดีขึ้น

 

ขยำคอเสื้อนักเรียนจนยับคามือ กับสิ่งที่เป็นอยู่คือการฟ้องว่าเขาใช้งานร่างกายนี้หนักเกินลิมิตแล้ว แจ็คทิ้งตัวนั่งบนพื้นพร้อมพิงผนังห้องน้ำ หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะปาดน้ำใสที่คลออยู่กับดวงตา

 

ระหว่างนั้นก็คิดว่าควรเอาอย่างไรกับชีวิตที่ไม่ดีขึ้นจากเดิมเลย แม่ประสบปัญหาปวดหลังเพราะทำงานหนัก แต่ถึงอย่างนั้นเม็ดเงินก็ไม่ได้มากขึ้นตามกองผ้าที่รับซัก ไหนพ่อจะไปแอบสร้างหนี้เพิ่มอีก ทุกสิ่งทุกอย่างบีบเข้ามาจนหลายครั้งคิดว่าไม่อยากทำอะไรแล้ว

 

สายที่ไม่ได้รับ 15 สาย...

‘BLUE’

 

เคยคิดว่าการมีแฟนคงทำให้มีกำลังใจมากขึ้น แต่นั่นอาจจะใช้ไม่ได้สำหรับทุกคน เพราะตอนนี้แจ็คกำลังเหนื่อยกับทุกสิ่งทุกอย่างจนส่งผลถึงความสัมพันธ์นี้ เด็กหนุ่มไม่กล้าคาดหวังแล้วว่าจะให้แฟนสาวคอยเป็นกำลังใจ เพราะในเมื่อตัวเขาเองก็ดีแต่บั่นทอนความรู้สึกเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะความเปลี่ยนแปลง

 

ไม่แปลกที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะโหยหาสิ่งที่เคยได้รับมาตลอดแต่วันหนึ่งมันกลับลดลง แจ็คเป็นคนสร้างความเคยชินให้เธออย่างนั้น แต่ในวันนี้ก็อายเกินกว่าจะบอกแฟนสาวว่าฐานะทางบ้านย่ำแย่มากแค่ไหน แจ็คไม่มีเงินพาบลูไปกินข้าว ดูหนัง หรือแม้แต่จะจ่ายค่าแท็กซี่ให้ และนี่คงเป็นความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งที่ลึก ๆ แล้วเด็กหนุ่มรับไม่ได้แต่ก็ต้องทำใจอยู่กับมัน

 

 

 

*

 

 

ทั้งที่ตั้งหลักไว้อย่างดิบดีว่าถ้าไอ้แจ็คพาไปเจอไอ้ทิดธีร์แล้วควรทำหน้าอย่างไร กวนตีนให้สุดทางไปเหมือนที่เคยดีไหม หรือว่าเฉยไปแล้วรอตบกะโหลกมันด้วยความนิ่ง แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงความคิดเพราะไอ้แจ็คดันโทรไปแคนเซิลนัดพร้อมอ้างเหตุผลว่าท้องเสียซึ่งนั่นโคตรฟังไม่ขึ้น เท็นไม่อยากคิดไปเองว่าอีกฝ่ายอยากหลีกเลี่ยงปัญหาเหมือนเมื่อก่อนที่ต้องมีข้ออ้างสารพัดเพื่อห้ามทัพตอนเขากับไอ้ธีร์มีปากเสียงกัน

 

แต่ไอ้แจ็คคงไม่ได้ใส่ใจขนาดนั้น ก็ดีเหมือนกันที่วันนี้ไม่ต้องทนเห็นหนังหน้าไอ้เวรนั่นจนต้องพูดแย่ ๆ อีกครั้ง

 

ปกติเคยสนที่ไหนว่าใครจะคิดอย่างไรกับคำพูดตัวเอง มันก็คงเป็นอย่างนั้นถ้าหากว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้กลับเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่กับครอบครัวไอ้แจ็ค ถ้าจะหาข้ออ้างให้ตัวเองสบายใจหน่อยก็คงบอกว่าเขาคิดถึงแม่มันจนไม่อยากหาเรื่องมาทำให้ขุ่นเคืองใจ

 

วันนี้คนว่างแห่งปีจึงนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในห้องลูกชายคนโตของบ้านขณะที่ใครอีกคนนั่งเล่นเกมอยู่ห่างจากเตียงไปแค่สามก้าว

 

อาจเป็นเพราะแอร์เย็นสบายไม่ก็ถูกการ์ตูนเล่มเก่ากล่อมให้ง่วงเขาจึงเผลอหลับโดยไม่รู้ตัว ทั้งที่ปกติเป็นคนตื่นง่าย แต่น่าแปลกที่เท็นไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงคีย์บอร์ดซึ่งมันเคยสร้างความน่ารำคาญได้เป็นอย่างดีตอนที่เคยอยากนอนใจแทบขาดแต่ก็ท้องทนฟังเสียงเหล่านั้นเพราะเพื่อนในทีมกำลังตั้งใจซ้อม

 

รู้สึกตัวอีกครั้งเพราะเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ซึ่งเจ้าของเครื่องก็รีบรับสายราวกับว่าไม่อยากให้มันดังนานไปกว่านี้ เท็นยังคงแกล้งหลับตา แสร้งทำเหมือนว่าไม่รับรู้สถานการณ์ที่เป็นอยู่แล้วเสียมารยาทแอบฟังสักหน่อย

 

“ว่าไงแพรว?”

 

แพรวงั้นเหรอ?

 

“อืม อยู่บ้าน – ดูหนังเหรอ วันไหน? วันนี้?”

 

นัดไปดูหนังด้วย?

 

“เรื่องอะไร แล้วมีใครไปบ้าง? อ้าว ไม่ได้ชวนไอ้แหลมเหรอ? โทรไปแล้วแต่บอสรับ? อะไรของมันวะป่านนี้แล้วยังไม่ตื่นอีก”

 

มาอีหรอบนี้คงไม่พ้นชวนกันไปเดท แต่จะแปลกอะไรถ้าน้องคนนั้นคิดจะหันมามองไอ้แจ็คหลังจากเลิกกับแฟนแล้ว

 

“อยากไปกับพี่เพราะพี่พูดน้อย เดี๋ยวเถอะ หงอยเลยอะดิอยู่คนเดียว? บอกแล้วว่ามีอะไรก็โทรหาพี่ ๆ ได้ตลอด เราไม่ใช่คนอื่นนะ”

 

อืม อบอุ่นที่หนึ่ง

 

“ยังไงดี วันนี้ไอ้เท็นอยู่บ้านพี่น่ะ”

 

ควรลืมตาแล้วบอกว่า ‘ก็ไปดิ กูไม่ใช่เด็กสองขวบที่ต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลหรอกนะ’ แต่ตอนนี้เขากลับทำได้ดีแค่นอนนิ่ง ๆ ราวกับในใจมันยังอยากลุ้นว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร

 

ไอ้แจ็คอาจบอกเด็กคนนั้นว่า ‘โอเค เดี๋ยวพี่ไล่มันกลับบ้านแล้วเราไปดูหนังกัน’ แต่ถ้าผิดคาดกว่านั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้าแบบไหน

 

“ให้มันไปด้วยได้ไหม แพรว จริง ๆ มันไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรเลย ก็แค่คนชอบพูดเรียกตีนเฉย ๆ”

 

ห่าเอ๊ย นั่นคือคำอธิบายที่จะทำให้ผู้หญิงที่ชอบสบายใจหรือไงวะ?

 

“พี่คิดว่ามันไม่เกรียนใส่แพรวหรอก อืม มีแค่พี่กับทิดธีร์แหละที่ต้องรับมือกับปากหมา ๆ ของมัน – ไอ้แหลมกรณียกเว้นสิ ไอ้เปรตนั่นมันเคยอยู่เฉยที่ไหน ฆ่าใครฆ่าได้แต่อย่าด่าพี่ชายสุดที่รักของมัน ปากนี่พร้อมจะวอนตีนก่อนเสมอ”

 

อย่างน้อยไอ้แจ็คก็ไม่หลับหูหลับตาเข้าข้างไอ้เด็กฝรั่ง เพราะปากไอ้เด็กนั่นก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน

 

“โอเคเหรอ? ได้ใช่ไหม? โอเค เดี๋ยวพี่เอาตะกร้อครอบปากไปด้วย -- เปล่า ไม่ได้ให้ไอ้เท็นใส่ เอาให้เราอะ”

 

ได้ยินเสียงโวยวายของคนในสายตามด้วยเสียงหัวเราะของของอีกฝ่าย เท็นกำลังหงุดหงิดเพียงเพราะคิดว่าเด็กคนนั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ไอ้เวรนี่อารมณ์ดีได้ นึกภาพออกเลยว่าถ้าเป็นแฟนเมื่อไหร่คนที่เคยเก่งแต่ทำหน้าตายคงยิ้มหน้าบานเป็นกระด้ง

 

“งั้นพี่อาบน้ำก่อน ถ้าถึงแล้วโทรมานะ”

 

เด็กสาวผู้สดใสวางสายไปแล้ว และเท็นก็ได้แต่ถามตัวเองว่าควรตื่นตอนนี้หรือแกล้งตายไปเลยดีเพื่อให้อีกคนวุ่นวายจนหงุดหงิดก่อนไปหาผู้หญิง แต่ยังไม่ทันตัดสินใจก็รู้สึกได้ถึงเงาดำที่ก้าวเข้ามาใกล้ อึดใจหนึ่งที่เขาค่อย ๆ ปรือตามองแล้วก็แทบช็อกเมื่อเห็นว่าใครอีกคนกำลังโน้มตัวลงมา

 

เพื่อหยิบหนังสือการ์ตูนที่อ่านค้างไว้ออกไปวางข้างเตียงตามด้วยดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้

 

“...”

 

ทุกอย่างเงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น เท็นคิดว่าอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้คงมาจากความห่างเหินมานานเป็นสิบปีเขาจึงไม่คุ้นชินกับการใส่ใจโง่ ๆ อย่างนี้ ทั้งที่เมื่อก่อนก็ผลัดกันดูแล แต่ที่เป็นอยู่ในวินาทีนี้มันเรียกในแง่ดีอย่างนั้นได้ด้วยหรือ?

 

เขามองเงาลาง ๆ ที่หยุดอยู่ตรงตู้เสื้อผ้าพร้อมเอาเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ออกมาเตรียมใส่ ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูเดินออกไปนอกห้อง ตอนนั้นเท็นถึงกล้าลืมตาขึ้นมาหลังจากกำลังจะตายเพราะความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก ชายหนุ่มกลอกตาล่อกแล่กพลางยกมือขึ้นทาบอกแล้วกดมันลงราวกับว่าจะช่วยให้ก้อนเนื้อที่อยู่ข้างในเต้นเบาลงได้

 

เขาไม่อยากให้คำตอบตัวเองว่าอาการเมื่อครู่คืออะไร เพราะรู้ดีว่าต่อให้เป็นคำตอบไหนมันก็แย่ทั้งนั้น

 

 

 

*

 

 

 

“รู้ใช่ไหมว่าบางครั้งมึงก็เล่นแรงเกินไปจนทำให้คนอื่นรู้สึกไม่ดี”

 

“เฮ่อออออออออออออออ นี่จะสวดแล้วใช่ปะ?”

 

“ธีร์ กูจริงจังนะ”

 

เด็กหนุ่มสองคนยืนฉี่ในห้องน้ำในเวลาหลังเลิกเรียน คนถูกดุเพียงแค่เบะปากกับเรื่องที่เถียงไม่ได้ ธีร์เข้าใจว่าไอ้แจ็คจะสื่ออะไร แต่คนรักความสนุกอย่างเขาก็ไม่ชอบบรรยากาศตึงเครียดแบบนี้เลย

 

“กูรู้ว่ามึงไม่ได้คิดอะไร แต่คนอื่นเขาคิดรู้เปล่า?”

 

“เออรู้”

 

“เวลามึงไปตีกับคนอื่นกูทำความเข้าใจได้ กูไม่เคยห้ามปากมึง แต่กับเพื่อนในกลุ่มนี่กูขอเถอะ ทั้งตอนในโรงเรียนแล้วก็เวลาซ้อมทีม”

 

“ที่พูดมาทั้งหมดมึงหมายถึงไอ้เท็นใช่ปะ?”

 

“ถ้าใช่แล้วมันจะทำให้มึงหงุดหงิดกับเรื่องที่กูพูดไหมล่ะ?”

 

“หึ” ธีร์ส่ายศีรษะอย่างไม่โกหก “กูเข้าใจเจตนามึงนะ เอ้อ! กูรู้สึกผิดจริง ๆ เว้ย รู้ว่าบางครั้งเล่นแรงเกินไป แต่เวลาซ้อมทีมกูห้ามตัวเองไม่ได้เพราะไอ้เท็นมันไม่ฟังกูเลย เหมือนมันกำลังจะเอาคืนกูด้วยการทำสวนทางกับคำสั่งไงไม่รู้อะ”

 

จริงอย่างที่ไอ้ธีร์พูด เพราะพักหลังไอ้เท็นมักจะต่อต้านด้วยการไม่ทำตามคำสั่งและนั่นทำให้แผนรวน แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแพ้

 

“กูรู้จักมึงสองคนดี มันต้องมีคนนึงยอมอ่อนให้ก่อนว่ะ เป็นไปได้กูก็จะขอบคุณมากถ้าคนนั้นคือมึง”

 

“กูเนี่ยนะ?” เด็กหนุ่มตัวสูงชี้หน้าตัวเอง “ให้กูทำไง เดินไปกอดมันแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่ละบอกว่า ‘เพื่อนจ๋าขอโทษน้า’ งี้ปะ?”

 

“ไม่ใช่สิห่า ก็เริ่มต้นจากเลิกแซวมันก่อนไม่ว่าจะเรื่องไหน แล้วก็ใช้สติมากกว่าอารมณ์เวลาเล่นเกม กูว่าอะไร ๆ อาจจะดีขึ้น”

 

“บอกเพื่อนรักมึงด้วย มันชอบยั่วโมโหกู”

 

“เออ เดี๋ยวกูจะค่อย ๆ พูดกรอกหูมันทุกวัน ไม่ต้องบังคับตัวเองภายในครั้งเดียวก็ได้ แต่กูขอให้พยายามหน่อยสักนิด ได้ไหมธีร์ ไอ้เท็นคือเพื่อนมึงนะ”

 

คนถูกสั่งสอนถึงกับหงอยเพราะรู้สึกผิด พอนึกย้อนไปธีร์กับเท็นก็เหมือนน้ำกับน้ำมันที่เข้ากันไม่ได้ แต่ที่อยู่กลุ่มเดียวกันมาตลอดก็เพราะมีไอ้แจ็คกับเพื่อนคนอื่น ๆ คอยเชื่อมเอาไว้ ซึ่งความผิดส่วนหนึ่งก็มาจากปากเขา ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงถอนหายใจแล้วหันไปพยักหน้าเพื่อตอบตกลงว่าหลังจากนี้จะพยายามทำตัวดี ๆ กับไอ้เท็นให้มากกว่านี้

 

“โอเค กูจะพยายาม”

 

“มันต้องอย่างนี้” ทั้งคู่แท็กมือร่วมสาบานหน้าโถฉี่ หลังจากนั้นคนที่เคยทำหน้าหงอยก็อารมณ์ดีขึ้นมาหลังจากรู้ว่าบรรยากาศตึงเครียดจางหายไปแล้ว

 

“เย็นนี้ไปหาพี่ตั้บกัน”

 

“มึงไปเลย กูไม่ว่างว่ะ”

 

“อีกละ ๆๆ” ธีร์เดินไปล้างมือพลางจิ๊ปากมองเพื่อนสนิทที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ อยากรู้แทบแย่แต่ก็ไม่ได้ถามออกไปเพราะคิดว่าถ้าเพื่อนพร้อมเมื่อไหร่มันคงพูดออกมาเอง

 

 

 

*

 

 

“โทษที รอนานปะ?”

 

“มาก มัวแต่แต่งหน้าทำผมอยู่ล่ะสิ?”

 

“หูย นิดนึงเอง หนูตลกไหมอะ?”

 

“ก็น่ารักดี”

 

“โล่งอกไปหน่อย”

 

เด็กสาวยิ้มกว้างกับคำชมก่อนปากที่ฉีกกว้างจะค่อย ๆ หุบลงทันทีที่หันไปเห็นใครอีกคนที่หน้าตาหล่อโดดเด่นกว่าใคร ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้หัวใจเธอเกี๊ยวก๊าวได้เพราะนิสัยที่รู้ว่าไม่น่าจะเป็นมิตร

 

พี่เท็นน่ากลัวอย่างไรก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ต่อให้พี่แจ็คจะเคยเล่าในกรุ๊ปเรื่องนิสัยที่ดีขึ้นแล้วก็เถอะ แต่แววตาที่มองมาตอนนี้เหมือนอยากจะฆ่าเด็กอย่างเธอให้ตาย ๆ ไปไงก็ไม่รู้ TT_TT

 

“พี่เท็นหวัดดีค่ะ”

 

“ครับ” รอยยิ้มนั่นจริงใจแค่ไหนนะ... แพรวยิ้มแหยพลางเดินไปหยุดอยู่ข้าง ๆ พี่แจ็คเพื่อหาจุดหลบภัย

 

“อะไร?”

 

“ชอบเดินฝั่งนี้อะ...”

 

“ติ๊งต๊อง” ทั้งคำพูดและมือที่เอื้อมไปยีผมเด็กสาวล้วนทำให้คนมองเบะปากเลี่ยนจะอ้วก เท็นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง เพ่งสายตาไปยังเบื้องหน้าทั้งที่หูยังคงรับรู้ถึงบทสนทนาของสองคนนี้

 

ไม่ชอบความรู้สึกการเป็นส่วนเกินแต่เท็นก็ไม่อยากกลับตอนนี้ ไม่อยากรู้สึกแพ้ทั้งที่ไม่รู้ว่าชัยชนะของเรื่องนี้หน้าตาเป็นอย่างไรน่ะเหรอ เขารู้แค่ว่าถ้ากลับบ้านไปนอนโง่ ๆ คงหัวเสียเพราะเอาแต่คิดว่าสองคนนี้จะสนุกแค่ไหนกับตั๋วหนังสองใบที่นั่งข้างกัน

 

พอมาถึงก็ต้องขมวดคิ้วกับชุดป็อปคอร์นซึ่งไอ้แจ็คสั่งน้ำเพียงสองแก้วทั้งที่มาสามคน โอเค บางทีเท็นอาจจะคิดง่ายเกินไปว่าอีกฝ่ายคงดื่มแก้วเดียวกับเขา เพราะไม่ว่าอย่างไรคนอย่างมันคงยึดหลักให้เกียรติผู้หญิงมาก่อนอคติในใจอยู่แล้ว กระทั่งแพรวบอกว่าเดี๋ยวเธอจะดื่มแก้วเดียวกับไอ้แจ็คเองซึ่งนั่นคงเป็นการเสียสละที่เขาไม่ได้ยินดีจะรับนัก ความสนิทสนมไม่แบ่งเพศของแก๊งขี้ซุยฯ นั้นอาจจะน่ารักถ้าเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าไอ้แจ็ครู้สึกอย่างไรกับเด็กคนนี้

 

หงุดหงิดว่ะ ไอ้มนุษย์หินเอ๊ย แม่งเคยเปลี่ยนอะไรบ้างเปล่าวะ แม้แต่ที่นั่งก็ยังเลือกแถว D ไม่พ้น 8-9-10 ชอบมากใช่ไหมมุมนี้ มันชัด มันเหมือนเดิมมากเลยใช่หรือเปล่า ทำไมไม่ลองเปลี่ยนไปนั่งแถวอื่นบ้าง เท็นเริ่มพาลกับอะไรเดิม ๆ ที่เคยเป็นแต่ในวันนี้มีใครอีกคนเพิ่มเข้ามาด้วย

 

“มึงเข้าไปก่อน”

 

“...” ไอ้แจ็คคงงงที่อยู่ ๆ ถูกตึงใส่ แต่มันก็ไม่ได้ถามว่าเขาเป็นห่าไร คนเงียบเก่งก็เป็นฝ่ายเดินเข้าไปข้างในก่อน และตอนนี้เหลือเพียงเขากับแพรวที่ยังอยู่ตรงนี้

 

เด็กสาวช้อนตามองเป็นเชิงบอกว่าถ้าจะนั่งตรงกลางก็ควรเดินเข้าไปเดี๋ยวนี้ ซึ่งถ้าเขาจะนั่งจริงคงไม่ไล่ไปซื่อบื้อนั่นเข้าไปก่อนหรือเปล่าวะ

 

“เข้าไปสิ พี่จะนั่งซ้าย”

 

“อะ... อ๋อ โอเคค่ะ” ต้องหายใจเข้าลึก ๆ แล้ว เขาจะประสาทแดกแบบนี้ไม่ได้ อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ

 

แต่พอเดินตามแพรวเข้าไปปรอทหงุดหงิดพุ่งขึ้นกว่าเดิมตอนเห็นไอ้แจ็ครับกระเป๋าน้องเพื่อให้เก็บกระโปรงก่อนนั่ง สุภาพบุรุษกว่านี้มีอีกไหม แพรวคงเขินตายไปเลยถูกดูแลเอาใจอย่างนั้น ถ้ากลับไปมีใครอัปเดตสเตตัสเฟซบุ๊กว่า In relationship with นี่ก็คงไม่สงสัย

 

คนพยายามโตให้เท่าอายุทิ้งตัวลงนั่งเบาะด้านซ้ายแล้วกำป็อปคอร์นเข้าปาก ไม่ได้หิว ไม่ได้อะไรทั้งนั้น แค่ไม่อยากให้ปากมันว่างจนต้องพูดอะไรออกไป

 

“แค่ก!!!”

 

“แพรว” เจ้าของชื่อเลิกคิ้วมองพี่ชาย “ขยับหน่อย”

 

ตอนนั้นเด็กสาวจึงนั่งเอนหลังก่อนพี่แจ็คจะส่งแก้วน้ำให้คนสำลักดื่ม

 

แม้รอบตัวจะมีเพื่อนเป็นสาววายเยอะแต่แพรวก็ไม่ได้เข้าสู่จักรวาลนั้น กระทั่งมีโมเม้นผู้ชายสองคนดูแลใส่ใจกันประกบซ้ายขวาโดยมีเธอนั่งคั่นกลางอยู่ตรงนี้นั่นแหละถึงได้รู้ว่าโลกแฟนตาซีของเพื่อนเป็นอย่างไร แพรวนั่งตาเหลือกมองเสี้ยวหน้าหล่อ ๆ ของพี่ชายตอนมองหน้าพี่เท็นที่ยังคงสำลักจนน้ำตาไหล

 

แล้วมือที่แพรวเคยอิจฉาความเรียวยาวนั่นก็เอื้อมไปลูบหลังให้พี่เท็น กระทั่งเสียงกระแอมไอสิ้นสุดลง

 

“ไม่เป็นไร”

 

“ถังนั้นน่าจะเป็นรสปาปริก้าของแพรว”

 

“อ้าว งั้นแสดงว่านี่รสออริเหรอ?” เด็กสาวทำตาโตแล้วลองชิม ก่อนจะพบว่าเธอหยิบสลับกับพี่เท็น “จริงด้วยค่ะ แหะ ๆ”

 

“...”

 

เท็นเช็ดน้ำตาและริมฝีปากปากด้วยหลังมือ ตอนนี้เขากำลังขายหน้าอย่างหนักเพราะไอ้ป็อปคอร์นงี่เง่านั่นที่จำได้ดีว่าเคยเหลือเต็มถังเพราะไอตลอดระหว่างกิน 

 

“มีทิชชู่ไหม?”

 

“มี ๆ หนูเอามา” แพรวล้วงกระเป๋าแล้วหยิบออกมาให้ดู ก่อนพี่แจ็คจะพยักหน้าส่ง ๆ เป็นเชิงบอกว่าให้ส่งให้พี่เท็น

 

คนเริ่มทยยอยเข้ามาเรื่อย ๆ และตอนนี้ไอ้แจ็คคงกำลังตั้งใจดูตัวอย่างหนัง เหมือนอย่างที่เจ้าตัวเคยเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เท็นมองจอสี่เหลี่ยมที่เมื่อก่อนมันไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้ แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเดิม ๆ แต่เพิ่มเติมความหงุดหงิดเข้าไปด้วย

 

การดูหนังอาจจะราบรื่นกว่านี้ถ้าหางตาไม่เห็นว่าแพรวกำลังหันไปกระซิบกระซาบไอ้แจ็ค ถ้าชวนคุยเรื่องปัญหาหัวใจอาจจะหยวนกันได้ แต่ได้ยินแว่ว ๆ เหมือนว่าจะเป็นการพูดถึงฉากต่อไปของหนัง ซึ่งบางทีเธออาจจะอ่านรีวิวมาหรือเหตุผลอื่นก็ตาม แต่การทำแบบนั้นกับคนที่ชอบอินไปกับทุกวินาทีในหนังนั่นไม่ใช่เรื่องที่น่ารักในสายตาเขาเลยสักนิด

 

“แพรว”

 

“คะ?”

 

“เมื่อกี้คุยอะไรกันเหรอ?”

 

“อ๋อ ไม่มีอะไรค่ะ หนูแค่เมาท์ให้พี่แจ็คฟังว่าพระเอกภาคก่อนจะมาโผล่ภาคนี้ด้วย แล้วก็ตัวร้ายไม่ได้ตายจริง ๆ”

 

“อืม น่าสนใจนะ แต่รู้หรือเปล่าว่าไอ้แจ็คมันชอบดูเองมากกว่าให้ใครสักคนมาบอกว่าฉากต่อไปจะเป็นยังไง?”

 

“...”

 

“อย่าโกรธนะ พี่แค่ไม่อยากให้เราต้องเสียคะแนนกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ”

 

“คะแนนอะไรอะคะ...”

 

“นั่นสิ”

 

พูดเองก็คิ้วกระตุกเอง อยากเอาหัวโขกผนังแรง ๆ สักสามทีเพื่อสมองจะกลับเข้าสู่สภาพปกติจนคิดได้ว่าผู้ชายชื่อเท็นไม่ได้โลกสวยขนาดที่จะเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นตอนมอปลายหรือตอนนี้ ให้ตายสิวะ เขามีวิธีต่อว่าเธอเรื่องสปอยล์ได้ดีกว่านี้ 

 

เด็กสาวหน้าเจื่อนกับความรู้ใหม่ แพรวนั่งนิ่งไป ทั้งอายที่รู้จากปากพี่เท็นคนที่ห่างหายจากพี่แจ็คไปนานตั้งหลายปี ไหนจะรู้สึกผิดที่พูดมากไม่รู้จักกาละเทศะเพียงเพราะคิดว่าพี่แจ็คใจดีแล้วก็คงไม่คิดมากอะไรกับสิ่งที่เธออยากพูด

 

“เป็นอะไร?” แพรวส่ายศีรษะเบา ๆ เป็นคำตอบ ถ้าบอกว่าเพิ่งคุยอะไรกับพี่เท็นก็กลัวจะเป็นการฟ้องมากกว่าเล่าให้ฟัง อีกอย่างพี่แจ็คคงบอกว่า ‘ไม่เป็นไร เล่าได้’ เหมือนกับที่เคยทำให้คนรอบข้างสบายใจมาตลอด

 

แจ็คมองเสี้ยวหน้าอดีตเพื่อนสนิทที่จดจ้องอยู่กับจอหนังเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อยากรู้ว่าเมื่อครู่มีอะไรทำไมแพรวถึงนิ่งไปอย่างนี้ หวังว่าสิ่งที่เขากังวลจะไม่เกิดขึ้นจนทำให้บรรยากาศแย่ลง

 

แต่เพียงอึดใจเดียวไอ้เท็นก็หันมาสบตากัน ตอนนั้นแจ็คถึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือความห่างไกลเพียงเพราะอีกฝ่ายไม่ได้นั่งข้างตัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ฉากในหนังเปลี่ยนเข้าหาความมืด แต่เขากลับรู้สึกได้ว่าใครอีกคนยังคงจ้องมองอยู่อย่างนั้นไม่ละสายตาไปไหน

 

ไอ้เท็นกำลังคิดอะไรอยู่? คำถามนั้นมันวนเวียนอยู่ในหัว เสียงเหยียบหญ้าแห้งในจอ เสียงหัวใจเต้นของตัวละครกับฉากสยองขวัญนั้นอาจจะดังเท่า ๆ กันกับคนที่นั่งอยู่ตรงนี้

 

แสงสว่างฉายวาบเพียงเสี้ยววิทำให้เห็นสีหน้าอีกฝ่าย เวลาล่วงเลยผ่านไปชั่วอึดใจชายหนุ่มสองคนจึงเลือกหันหน้ากลับเข้าหาจอสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่แล้วให้ความสนใจกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่กันและกัน โดยมีเด็กสาวนั่งคั่นอยู่ตรงกลางเป็นกำแพงความรู้สึกที่ทั้งคู่ไม่แน่ใจว่าอยากพังลงหรือไม่

 

 

 

TBC

 

 

ไปแบบเนิบ ๆ จ้า ไม่รีบ

ถามว่าเนื้อเรื่องไม่รีบเหรอ เปล่าจ้า ไม่รีบเขียน

*ยิ้มมุมปากแล้วหยิบหมวกกันน็อกเต็มใบขึ้นใส่ก่อนจะปั่นจักรยานไปซื้อส้มตำ*

 

 

 

 

 

 

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29-11-2018 20:39:30 โดย หน่วยกล้าวาย »

ออฟไลน์ anythinginitt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 232
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
ดีจัง มาต่อแล้ววว ลุ้นคู่นี้อยู่เด้อออ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
โถพ่อคุณ จะหยั่งเชิง หยั่งชายกันอีกนานไหม ป้าลุ้น

ปล.ฝากซื้อส้มตำปูปลาร้าพริกสามเม็ดด้วยถุงนึง กิกิกิ

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +416/-25

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
อย่าขี่บนทางเท้าน้า เดี๋ยวเป็นประเด็น

เอ๊ะหรือจักรยานไม่นับ

 :katai5:

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
น้องเท็นจักต้องเอาตัวและหัวใจของพี่แจ็คมาครอบครองค่ะห้ามเสียไปให้ใคร้อาพี่ซัรกัยนังมูนมาขู่ด้วยนะคะ

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2881
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-3
เป็นจังหวะเนิบ ๆ ที่ทำให้อึดอัดใจ

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 157
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +218/-0


#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 10
ห้องแห่งความลับ





“ทำไมช่วงนี้ไม่ค่อยไปนอนบ้านแจ็คเลยล่ะ?”

พอได้ยินแม่ถามแบบนี้เด็กหนุ่มก็สงสัยว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาไม่ได้หันไปบอกแม่ว่า ‘วันนี้จะไปนอนบ้านไอ้แจ็คนะ’ แล้วหลังจากนั้นก็จะเข้าไปกอดออดอ้อนขอโทษที่ทำให้แม่ต้องเหงาอยู่บ้านตามลำพังเพียงเพราะเขาติดเพื่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว กี่ครั้งที่เท็นต้องฝังตัวเองอยู่ในห้องหรือไม่ก็ออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนในเกมที่พวกไอ้แจ็ครู้จักเพียงเผิน ๆ เท่านั้น

เขาพยายามสร้างสังคมที่แตกต่างจนทุกวันนี้เป็นที่รู้จัก มีเพื่อนมากขึ้น แต่ก็น่าตลกดีที่ความเหงามันยังคงเดิมไว้ไม่ลดน้อยลง

“มันตั้งใจอ่านหนังสืออะแม่”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ยิ่งควรไปค้างด้วยกันเลยไม่ใช่เหรอ จะได้ช่วยกันติวไงลูก”

“...”

จะต้องตอบอย่างไรเพื่อให้บทสนทนานี้สิ้นสุดลงไปได้ง่าย ๆ โดยไม่เกิดความน้อยใจ?

คำว่า ‘เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง’ แทบไม่ได้ช่วยอะไร ตราบใดที่ระหว่างการรอไปดูหนังนั้นเขากับไอ้แจ็คก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันได้แค่ตอนอยู่ในชุดนักเรียน แต่พอฟ้ามืดความโดดเดี่ยวก็พรากมันไป และเหลือทิ้งไว้แค่ความเหงาที่เขายังโหยหา

“ไปไหม แม่ซื้อขนมมาเมื่อเย็น เอาไปฝากเพื่อนด้วย จะได้กินด้วยกันตอนติวนะ”

“แม่ --”

“ค้างหลาย ๆ วันก็ได้ แม่ไม่ว่าอยู่แล้วถ้าเป็นเรื่องเรียน”

“เท็นไม่อยากไป”

ทั้งคู่สบตากันนิ่งหลังจากได้ยินความชัดเจนจากปากคนเป็นลูก แม่หม้ายลูกติดยิ้มเล็ก ๆ พลางทัดผมกับหูตนเอง ก่อนจะเห็นเด็กหนุ่มกระชับกระเป๋าเป้แล้วเดินขึ้นไปบนห้องโดยไม่พูดอะไรอีก   





*





“จริงเหรอคะพี่เท็น?”

“หะ?” ชายหนุ่มผมเทาเลิกคิ้วมองเด็กสาวที่ชะโงกหน้าถามพร้อมรอยยิ้ม เมื่อกี้ทั้งคู่คุยอะไรกันอยู่เขาเองก็แทบไม่ได้ฟัง

“พี่แจ็คบอกว่าพี่เท็นเล่นกีต้าร์ได้ด้วย เรื่องจริงหรือเปล่าคะ?”

“...” เขาเปลี่ยนโฟกัสไปทางเจ้าของใบหน้าเรียบเฉย พร้อมคำถามที่ว่าเพราะอะไรทำไมหัวข้อสนทนาออกรสหลังหนังจบถึงวกมาเป็นเรื่องของเขาได้

“พอดีแพรวเพิ่งบอกพี่แจ็คว่าอยากร้องเพลงคัพเวอร์ลงยูทูปแต่ยังหาคนมาเล่นกีต้าร์ให้ไม่ได้ พี่แจ็คเลยเล่าให้ฟังว่าพี่เท็นน่ะเล่นกีต้าร์เป็น แต่แพรวไม่ได้หมายความว่าจะขอให้พี่เท็นมาเล่นให้แพรวนะคะ แหะ...”

“หมายถึงเมื่อก่อนนะ ไม่รู้ตอนนี้มันยังเล่นอยู่หรือเปล่า?”

“ไม่ได้เล่นแล้ว”

เป็นบทสนทนาที่บอกให้แพรวรู้ แต่เขากลับรู้สึกว่าทั้งคู่กำลังถาม-ตอบกันกับเรื่องในอดีตที่เลยผ่านไปโดยไม่มีใครอีกคนอยู่ข้าง ๆ

“งั้นเปลี่ยนคำพูดใหม่เป็นมันเคยเล่นได้เมื่อตอนก่อนนู้น”

“นู้นเลยเหรอออ?”

“กวนตีน?”

“5555555555555555555555555555”

แพรวไม่เหมือนบลูเลยสักนิด ทั้งลักษณะการแต่งตัวหรือนิสัยที่ร่าเริงกว่าเป็นไหน ๆ ชั่วขณะหนึ่งมันเกิดคำถามว่าสิบปีที่ผ่านไปไอ้แจ็คได้คบหาดูใจกับใครไปบ้าง ยังคงยึดติดอยู่กับผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหม ทุกวันนี้ชอบคนนิสัยแบบไหน สดใสแบบแพรวหรือว่าอะไรก็ได้ขอแค่ไม่นอกใจมัน?

“หนูว่าผู้ชายเล่นกีต้าร์น่ะมีเสน่ห์สุด ๆ เลย”

“แล้วพี่มีเสน่ห์ไหม?” สิ้นสุดคำถามไอ้แจ็คก็มองหน้าเขา ตอนนี้เท็นไม่อยากคาดเดาเลยว่าแววตาที่มองมานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ หวงเหรอ? หรือว่าแค่สงสัยอะไร?

“หนูควรตอบไงดีอะ?”

“ก็ตอบตามที่คิด” หึงแน่ ๆ สีหน้าไอ้แจ็คเปลี่ยนไปแล้ว

“ถ้าพี่เท็นยังเล่นอยู่ก็คงมีเสน่ห์อะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นแล้วหนูก็เลยมองไม่เห็น”

“อยู่เป็นว่ะ” เขาหันไปมองเจ้าของคำพูด เพียงครู่เดียวไอ้แจ็คก็ยิ้มเล็ก ๆ เหมือนถูกใจคำตอบเด็กคนนี้นักหนา “ตอนแรกกลัวมันไม่ใช่หรือไง?”

“ก็กลัว แต่พอพี่เท็นถอดเสื้อให้คลุมตอนดูหนังหนูก็เลยไม่รู้สึกแบบนั้นแล้ว พี่เท็นใจดีอะ เนอะ”

บรรยากาศเริ่มอึดอัดเหมือนฉากนั้นในโรงหนังไม่มีผิด ใช่ เขาชิงตัดหน้าถอดเสื้อให้เด็กคนนี้คลุมเพียงเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายทำคะแนนได้ เท็นไม่ได้สนใจว่าการทำดีกับผู้หญิงแล้วจะได้ความรู้สึกแบบไหนกลับคืนมา เขาจะทำอะไรก็ตามที่จะไม่ส่งผลให้หงุดหงิดในภายภาคหน้า มันก็เท่านั้น

ไอ้แจ็คอาจจะหัวเสียแต่ไม่แสดงออก บางทีมันอาจจะขยาดอยู่ในใจว่าคนเลวอย่างเขาจ้องจะแย่งจีบคนที่มันชอบอีกแล้ว ซึ่งก็คงไม่แปลก แต่ก็บ้าเหลือเกินที่ชั่วขณะหนึ่งเท็นคิดไปว่าถ้าอีกฝ่ายเข้าใจอย่างนั้นเขาก็อยากจะอธิบายมันว่าไม่ใช่ความจริง

“เลิกเล่นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

แปลกใจที่คนถามไม่ใช่แพรว และความรู้สึกดีลึก ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ก็ยากที่จะยอมรับอีกแล้ว

“นานจนจำไม่ได้”

“ทิ้งไปแล้วหรือยัง?”

“หมายถึงอะไร?”

เด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงกลางได้แต่หันซ้ายขวามองหน้ารุ่นพี่ทั้งสอง ทำไมอยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันแปลกอีกแล้ว เหมือนตอนในโรงหนังไม่มีผิด

“กีต้าร์ตัวที่สอง”

“...”

เป็นอีกครั้งที่แพรวรู้สึกว่าอยู่ผิดที่เมื่อพี่แจ็คดึงแขนเธอให้มาเดินข้างหน้าเพียงเพราะว่าพี่เท็นเกือบจะเดินชนเสาจนต้องรีบคว้าออกมาจากจุดเดิม

คนที่ถูกดึงกลับไปในอดีตได้สติกลับคืนมาเพราะสัมผัสจาง ๆ ในความทรงจำแต่ชัดเจนในปัจจุบัน ภาพเด็กสองคนกับกีต้าร์ตัวนั้นได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเพียงเพราะมันถูกพูดถึงโดยไอ้บ้าสติแตกข้างตัวเขา





*




“อยากได้เหรอ กูเห็นมึงมองหลายครั้งแล้ว”

จำได้ว่าวันนั้นฝนตก และชุดนักเรียนของเด็กมอสี่สองคนนั้นเปียกปอนเพราะความชื้นแฉะ ทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้าร้านขายเครื่องดนตรีซึ่งเป็นทางผ่านทุกครั้งเมื่อมาเดินสยาม และเท็นก็หันไปพยักหน้าบอกให้เพื่อนรู้ว่าเขาหลงรักความสวยงามของกีต้าร์ตัวนั้นมากแค่ไหน

“ไม่บอกแม่ซื้อให้วะ?”

เท็นส่ายศีรษะ เสี้ยววินาทีหนึ่งเขารู้สึกว่ากีต้าร์ตัวนั้นก็กำลังมองเขาเหมือนกัน

“กูอยากมีอะไรสักอย่างเป็นของตัวเองบ้างอะ อะไรก็ตามที่มาจากความพยายามโดยไม่ต้องแบมือขอใคร”

เพราะไอ้แจ็คเป็นคนไม่ค่อยพูด เท็นจึงค่อนข้างลุ้นว่าเพื่อนจะคิดอย่างไรกับเด็กโตไม่เป็นอย่างเขา

“เริ่มเก็บเงินยัง?”

“บ้างแล้ว”

“กี่เปอร์เซ็นต์ของราคาทั้งหมด?” ทั้งคู่เหลือบมองตัวเลขหลายหลักที่โชว์หราเพื่อบ่งบอกคุณค่าของกีต้าร์ตัวนั้น

“ห้าสิบมั้ง คงอีกสักพักใหญ่เลยกว่าจะเก็บครบ” เงินที่ว่าก็เป็นรางวัลจากการสอบเข้าโรงเรียนชื่อดังได้ ส่วนที่ขยันเก็บเองก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น พอถึงจุดที่ต้องการอะไรสักอย่างเท็นก็สำเหนียกได้ว่าตนเองเป็นเพียงเด็กมอสี่ที่ยังหาเงินเองไม่ได้ พอไม่มีพ่อแม่เขาก็เป็นแค่เด็กโง่ ๆ คนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย

“งั้น...”

“มึงห้ามออกช่วยกูเด็ดขาด” เท็นรีบแย้ง ไอ้คนหัวสกินเฮดได้แต่ยืนทำหน้านิ่งก่อนจะหลุดยิ้มออกมา

“เรื่องอะไรกูจะทำอย่างนั้น เมื่อกี้กูแค่จะบอกว่าถ้ามึงซื้อกีต้าร์ได้เมื่อไหร่กูก็มีอะไรดี ๆ จะให้มึงเหมือนกัน”

“อะไรวะ?” เท็นไม่รู้ว่าตอนนั้นสีหน้าตนเองเป็นอย่างไร มันคงตาโตเป็นประกายเพียงเพราะรู้ว่าจะได้อะไรสักอย่างจากเพื่อนสนิทซึ่งมันต้องทำให้รู้สึกดีสุด ๆ ไปเลย

“เรื่องอะไรจะบอก?” ไอ้แจ็คไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะปัดฝนบนหัวเกรียน ๆ ของมันใส่เขาอย่างวอนตีน เท็นเลิกคิ้วมองพลางถลกแขนเสื้อเปียก ๆ ขึ้น ตั้งท่าเตรียมไล่เตะก้นไอ้เพื่อนชั่วที่เสือกกวนไม่ดูเวล่ำเวลา คนเขาจะดื่มด่ำไปกับความสวยงามของกีต้าร์ไม่เห็นหรือไงวะ?!




*




คุณได้รับข้อความจาก...
‘น้องแพรว’
[ พี่เท็นนี่แพรวเองน้า ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ หนูหมายถึงเรื่องที่พี่เตือนตอนหนูสปอยล์หนังพี่แจ็ค / เรื่องเสื้อคลุม / แล้วก็เรื่องช่วยหามือกีต้าร์ให้ด้วย ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ TwT วันนี้หนูได้รู้อะไรหลายอย่างจนรู้สึกผิดเลยที่เคยฟังเรื่องพี่จากปากคนอื่น (ไม่ใช่พวกพี่ธีร์นะคะ หนูหมายถึงคนในเน็ตที่พูดถึงพี่เท็นในทางไม่ค่อยดี) ขอโทษที่ตัดสินพี่ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งกับความใจดีในวันนี้นะคะ ฝันดีจ้า ]




“...”

ชายหนุ่มค้างอยู่ในท่าถอดรองเท้า เขามองข้อความในโทรศัพท์แล้วก็รู้สึกได้ว่านั่นคงมาจากความจริงใจของเด็กคนนั้นจริง ๆ ไม่ใช่เพราะอยากประจบประแจงหรือให้ท่า พูดกันตามตรง... อยู่ ๆ ก็รู้สึกไม่แปลกใจถ้าหากไอ้แจ็คจะตกหลุมรักเด็กสดใสไม่มีพิษไม่มีภัยอย่างแพรว เพราะจากที่สังเกตวันนี้แล้วเด็กคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีอ่อย หรือให้ความหวังอะไรใด ๆ ทั้งเขาและไอ้เวรนั่นเลยสักนิด กลับกันแล้วยังให้ความรู้สึกเหมือนพี่ชายทั้งสองพาน้องสาวมาเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์เสียมากกว่า

พี่ซันวิ่งกระดิกหางออกมาต้อนรับพ่อถึงหน้าประตูด้านใน เขาจึงนั่งลงกับพื้นแล้วอ้าแขนกอดรับลูกชายสุดที่รักพร้อมฟัดหอมให้หายมันเขี้ยว

“มีคนบอกว่าพ่อใจดีด้วย ดูสิ” เขาหันโทรศัพท์ให้เจ้าขนทองดู และพี่ซันก็เอาจมูกไปดม ๆ จอโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้ามองตาแป๋ว “พ่อควรตอบไหม หรือปล่อยเบลอไปแล้วแต่เวรแต่กรรม”

พี่ซันไม่ได้แสดงออกกับเรื่องที่ฟังไม่รู้เรื่อง มันแค่อยู่ตรงนี้ จ้องหน้าเขาเพื่อบอกว่าต่อให้น้ำจะท่วมโลกหรือแผ่นดินไหว เจ้าขนทองแสนซื่อสัตย์ก็จะไม่ไปไหนจนกว่าเขาจะขยับตัว

“ใจดีอะไร พ่อก็แค่ไม่อยากให้สองคนนั้นจู๋จี๋กันต่อหน้าก็แค่นั้น พ่อไม่ชอบความรู้สึกการเป็นมือที่สาม ซันก็รู้”

เขาไหวไหล่พลางมองหน้าจอมือถืออีกครั้ง ระหว่างนั้นก็คิดว่าจะต้องใช้คำพูดแบบไหนกับเจ้าของหัวใจไอ้แจ็คดี?



คุณกำลังส่งข้อความถึง...
‘น้องแพรว’
[ พี่เข้าใจที่แพรวเคยตัดสินพี่จากปากใคร ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพี่จะใจดีอย่างที่แพรวคิด เพราะงั้นอย่าด่วนสรุปแค่เพราะพี่ทำดีแค่ครั้งสองครั้งเลย เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง ]



“หวังว่าเด็กคนนั้นจะเก็บไปคิดนะว่าการตัดสินว่าคนนั้นเป็นคนดี คนนี้ใช้ไม่ได้ก็ควรทำความรู้จักเขาให้นานกว่านี้หน่อย นี่อะไร แค่เอาผ้าคลุมให้ก็คิดว่าโอเคแล้วเหรอ ถ้าไม่มีพวกไอ้แจ็คคอยดูแลป่านนี้จะเป็นไงเนี่ย เฮ้อ ปะพี่ซัน เข้าบ้านกัน”

เจ้าขนทองกระดิกหางแรงกว่าเดิมแล้ววิ่งแซงพ่อไปก่อนจะหยุดรอเป็นพัก ๆ เมื่อถึงห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าลูกสาวผู้เป็นที่รักกำลังนอนอืดมองมาราวกับอยากหาเรื่องว่าทาสผู้ซื่อสัตย์กล้าดีอย่างไรถึงกลับเอาป่านนี้?

“หิวยังหนู?”

“...” ไม่ตอบ สงสัยอยากต่อต้าน

เท็นเดินหายเข้าไปในครัวแล้วกลับมาพร้อมของบางอย่างที่เรียกความสนใจจากแมวหยิ่งยโสได้เพียงแค่เคาะเบา ๆ เท่านั้น ชายหนุ่มยิ้มขำกับท่าทางหมดฟอร์มของลูกสาวที่ร้องเมี้ยวม้าวอย่างหัวเสีย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนโซฟา

“ไหน ทูน่าน้ำเกรวี่ของโปรดใคร? -- อะไรพี่ซัน อันนี้ของน้อง เราน่ะรอก่อน – พี่ซัน – Sit down.” ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่มีหรือเจ้าขนทองจะฟัง มันเอาแต่แลบลิ้นเอาขาหน้าวางบนเข่าเขาราวกับว่าจะชิมทูน่าน้ำเกรวี่ให้ได้โดยไม่สนใจนิ้วชี้ที่สั่งให้นั่งลงแม้แต่น้อย

เท็นเปิดฝากระป๋องทูน่าออกแล้วเอาไปวางบนชั้นสูง ๆ เพื่อให้อีมูนปีนขึ้นไปกินเองโดยไม่ต้องต่อสู้กับพี่ซมัน ระหว่างนั้นก็ฉุกคิดถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวันได้เพียงเพราะตรงนี้เงียบจนเกินไป


‘ทิ้งไปแล้วหรือยัง?’

‘หมายถึงอะไร?’

‘กีต้าร์ตัวที่สอง’



เท็นเงยหน้ามองบันไดแล้วคิดว่าควรขึ้นไปห้องนั้นหรือไม่ แต่ยังไม่ทันหาคำตอบให้ตัวเองได้ขายาวก็ก้าวขึ้นไปบนชั้นสองแล้วหยุดมองประตูสีขาวที่เป็นห้องเก็บของ ก่อนจะย้อนถามตนเองอีกครั้งว่าควรเปิดเข้าไปไหม นานแค่ไหนแล้วที่เท็นใส่กลอนล็อกกุญแจเพื่อขังความทรงจำทุกอย่างไว้ข้างในโดยไม่คิดจะเปิดประตูอีกครั้งเพื่อให้โอกาสสิ่งเหล่านั้นหายใจ

“...”

อาจจะสามนาทีหรือนานกว่านั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ก่อนจะปิดจมูกจามเพราะฝุ่นที่เกาะกรังสิ่งของมากมายข้างในซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนถ้าไม่มีรอยปากกาเมจิกสีดำเขียนบอกข้างกล่อง

แต่ในขณะเดียวกันกลับมีของบางอย่างที่เท็นรู้ดีว่าวางอยู่ตรงไหน มันน่าหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยเพราะลึก ๆ อยากจะลืมมันไป เขาอยากนึกขึ้นได้เมื่อบังเอิญเปิดเจอมากกว่าจะจดจำได้อย่างขึ้นใจจนถึงทุกวันนี้

กดสวิตซ์ไฟจนแสงสีซีเปียฉายให้ความสว่าง จนถึงตอนนี้เท็นก็ยังตั้งคำถามกับตัวเองว่าควรก้าวเข้าไปทำตามสิ่งที่ใจคิดหรือควรฝังมันไว้ในอดีตเหมือนอย่างเคย มันอาจเป็นอย่างหลังถ้าหากว่าเขายังคงระริกระรี้อยู่กับสังคมจอมปลอมและความโด่งดังซึ่งจับต้องไม่ได้ แต่ในวันนี้เขาก้าวออกมาจากตรงนั้นไกลมากแล้ว และมันคงไกลมากพอที่จะทำให้ยอมโอนอ่อนลงเพียงเพราะได้กลับเข้าไปอยู่ในวงจรชีวิตใครบางคนอีกครั้ง

“...”

เป้าหมายแรกคือกระเป๋าหนังกีต้าร์สามตัวซึ่งตั้งเรียงกันอยู่ ชิ้นแรกเป็นของขวัญสำหรับความชอบที่ได้รับตั้งแต่ประถม ส่วนชิ้นที่สองได้เป็นรางวัลปลอบใจหลังจากบอกพ่อว่าถูกเพื่อนแกล้งที่โรงเรียน ส่วนชิ้นที่สามนั้นมันมาจากความพยายามของตนเองและครั้งหนึ่งมันเคยมีค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

มันคือของแพงชิ้นแรกในชีวิตที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งต้องใช้ความอดทนเพื่อให้ได้มาครอบครอง เท็นยังจำได้เป็นอย่างดีว่าตอนกอดมันไว้แนบอกนั้นมันสุขใจมากแค่ไหน

เพลงแรกที่เล่นคือ Officially missing you ของ Tamia และเหมือนทุกครั้งตรงที่ว่าเมื่อไหร่เขาเกากีต้าร์ ไอ้เพื่อนคนนี้ก็ร้องตามได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด


‘All I hear is raindrops
Falling on the rooftop
Oh baby tell me why'd you have to go’



 กล่องลังสีน้ำตาลตรงมุมขวามือนั้นไม่ได้เด่นจนสังเกตได้ เท็นหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามันและน่าตลกดีที่เขานึกออกว่าหน้าตาของข้างในนั้นอยู่ในสภาพไหน อาจเป็นเพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นมันเขาจ้องอยู่นานก่อนจะตัดสินใจปิดฝากล่องล่ะมั้ง?


‘Just a week ago you were my baby
Now I don't even know you at all
I don't know you at all’



รู้สึกเหมือนความทรงจำพวยพุ่งออกมาเป็นน้ำพุหลังจากเปิดฝากล่องออก ชายหนุ่มจ้องมองของล้ำค่าในอดีตที่ปัจจุบันต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่สำคัญอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่เรื่องการเล่นเกมที่เท็นทำได้ดี แต่ยังมีเรื่องหลอกตัวเองอีกอย่างที่เขาคิดว่าโคตรถนัดไม่แพ้ใครเลย

นัยน์ตาคมมองสิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นตั๋วหนังที่สะสมไว้เพียงเพราะมันเคยติดอยู่ในกระเป๋ากางเกงนักเรียน สมุดที่มีตราสัญลักษณ์สถาบันข้างหน้า แต่ข้างในนั้นเต็มไปด้วยรูปวาดดราก้อนบอลและแสลมดังค์ซึ่งถูกละเลงโดยเด็กผู้ชายสองคน ไปจนถึงหนังสือเพลงเล่มเก่าที่ปัจจุบันหาไม่ได้อีกแล้ว

และเมื่อเปิดไปยังหน้ายี่สิบสามก็จะพบกับปิ๊กกีต้าร์ที่ถูกแกะสลักเป็นคำว่า ‘10 out of 10’


‘All I hear is raindrops...
And I'm... officially missing you...’



เจ้าของเสียงทุ้มต่ำนั้นยังคงยิ้มขณะร้องท่อนสุดท้ายของเพลง ก่อนมันจะแบมือออกมาพร้อมพยักหน้าเพื่อขอมือจากเขา เท็นจำได้ว่าตอนนั้นมันคงถึงเวลาตามสัญญาแล้ว ซึ่งมันคงบ้ามากถ้าหากว่าไอ้แจ็คจะเอาตุ๊กแกปลอมหรืออะไรสักอย่างที่น่ากลัวใส่มือเขา

แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิด เพราะหลังจากไอ้แจ็คเอามือปิดตาเพียงครู่เดียวเขาก็รู้สึกได้ถึงบางอย่างเย็น ๆ ที่ขนาดเล็ก ซึ่งพออีกฝ่ายเอามือออกเขาก็พบกับปิ๊กกีต้าร์ที่ถูกสลักอย่างสวยงาม และในนาทีนั้นเท็นก็ไม่รู้ว่าเขามีความสุขเพราะได้รับของชิ้นนี้หรือว่าเพราะรอยยิ้มที่แต่งแต้มบนใบหน้าไอ้แจ็คกันแน่

RRRrrrr!!!

ชายหนุ่มสะดุ้งจนอายตัวเอง ให้ตายสิวะ ไม่เคยชินกับการมีสายเข้าเลยสักครั้ง หรือว่าแพรวจะโทรมาเพราะไม่พอใจข้อความเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ไม่แปลกหรอกเพราะทั้งโลกก็ไม่มีใครพอใจกับสิ่งที่เขาเป็นอยู่แล้ว

แต่เท็นคิดมากไป เพราะทันทีที่เห็นเบอร์โทรเข้าความประหลาดใจก็เพิ่มเป็นทวีคูณเพราะเบอร์ที่ขึ้นหน้าจอคือไอ้แจ็ค

“อะไร?”

( ถึงบ้านยัง? )

“ถึงแล้ว ถ้าโทรมาเรื่องแพรวกูวางนะ?”

( เปล่า กูแค่โทรมาบอกว่าผ้าเสร็จแล้ว แม่ให้โทรมาถามเพราะกลัวมึงไม่มีห่มนอน )

คนห่าอะไรจะมีผ้านวมชุดเดียว บ้าปะ? เท็นได้แต่คิดอย่างนั้นแต่ไม่ได้พูดออกไป เพราะสิ่งที่เขาทำตอนนี้คือเงียบเหมือนกำลังลุ้นว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ จะวางสายเลยเพราะหมดธุระแล้วหรือว่าจะชวนคุยต่อซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังมากขนาดนั้น เว้นแต่ว่าอีกฝ่ายอยากนึกครึ้มชวนทะเลาะเรื่องแพรว

( สรุปมีอีกชุดหรือเปล่า? )

“เออ เดี๋ยวกูไปเอาพรุ่งนี้”

( ตอบให้ตรงคำถามสิ มีผ้าห่มอีกชุดไหม? )

จะถามอะไรนักหนา การบอกว่าจะไปเอาพรุ่งนี้ก็หมายความว่าเขาจะเอาถุงเท้าห่มตัวเองนอนก็ได้ไม่ใช่ไงวะ แล้วมันก็น่าจะเดาออกได้เองด้วยว่าคนอย่างเขาต้องมีชุดผ้านวมอยู่ราว ๆ หก-เจ็ดชุดอยู่แล้ว เปลี่ยนใช้รายวันยังได้

“ถ้าบอกว่าไม่มีแล้วมึงจะแว๊นมอไซค์มาส่งให้เหรอกูถามก่อน?”

ไอ้แจ็คน่าจะคันตีนแล้วหลังจากโดนกวนตีน ก็จะทำไมล่ะ มันควรวางสายไปตั้งแต่เขาให้คำตอบแล้วไม่ใช่ไงวะ กะอีแค่ชุดเครื่องนอนมันไม่ใช่เรื่องเดือดร้อนขนาดนั้นสักหน่อย

( ต้มมาม่ารอแล้วกัน )

“เดี๋ยว อะไรคือต้มมาม่ารอ มึงจะมาบ้านกูเหรอ?”

( อืม เอารสหมูสับนะ )

“อะไรของมึงเนี่ย ชุดเครื่องนอนมันใหญ่แล้วมึงจะขับยังไงได้ เดี๋ยวก็แหกโค้งคอหักตายหรอก”

( แล้วใครบอกว่าจะขับมอเตอร์ไซค์ไป บ้านกูก็มีรถยนต์ )

“...”

( ห้ามใส่เกลือลงไปในมาม่า ถ้าเค็มมึงตาย )

“ไอ้ฉิบหายรสหมูสับมันก็เค็มอยู่แล้วเปล่าวะ?”

( อีกสี่สิบนาทีถึง )

ไอ้ห่าราก ขอด่าหน่อยเถอะ ไอ้เหี้ย มึงมันบ้า โทรมาพูดเองเออเองแล้วก็วาง แบบนี้ใครจะตั้งหลักรับทันวะ แล้วไอ้อาการร้อน ๆ บนหน้านี่มันอะไรกัน ไข้ขึ้นเหรอ ต้องใช่แน่ ๆ วันนี้อากาศไม่ค่อยดี หรือเพราะพี่ซันมานัวเนี่ยวะ ต้องใช่แน่ ๆ เดี๋ยวลงไปจะให้อดข้าวเสียเลย

คนหัวร้อนไร้เหตุผลรีบวิ่งลงมาชั้นล่าง พอเห็นว่าทั้งหมาทั้งแมวกำลังมองมาแล้วก็รู้สึกเหมือนโดนจับผิดอย่างไรอย่างนั้น ราวกับพวกมันรู้ว่าเขาไปทำอะไรมาและเมื่อกี้คุยกับใคร

“มองอะไร?”

“...”

อาจเป็นเพราะฟาดทูน่าน้ำเกรวี่ของโปรดหมดแล้วตอนนี้อีมูนถึงหันมามองเหยียดเขาได้อย่างเต็มที่ พอเห็นว่าเขาตกอยู่ในสภาวะทำตัวไม่ถูกก็เลยจ้องจะเยาะเย้ยสินะ มันก็แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละเว้ย ใช่ว่าจะเป็นทุกวันเสียเมื่อไหร่ ก็แค่ไม่ชินที่ไอ้เวรนั่นจะมาหาถึงบ้านก็เท่านั้น

“มองอะไรนักหนา เดี๋ยวพรุ่งนี้จะอดข้าวนะมูน”

“โฮ่ง!!”

“อะไร ช่วยน้องเหรอ อ๋อใช่สิ แท็กทีมนี่ พอถึงตอนนี้คำว่าพ่อก็ไม่สำคัญแล้วใช่ไหม?”

คราวนี้หันไปพาลหมาบ้าง พี่ซันเดินมากระโดดตะกุยขาหน้าซึ่งคงเป็นเพราะพ่อมันทำตัวผีเข้าผีออกไม่หยุด

“แล้วมาม่าหมูสับอยู่ไหนล่ะ ห่าเอ๊ย จะแดกฟรีแล้วยังเลือกอีกนะ”


คนเราสามารถแสดงออกว่าหัวเสียทั้งที่กำลังอารมณ์ดีได้ด้วยหรือไง?

แม่งบ้าไปแล้ว






TBC


มาม่าอาจจะหมูสับ แต่ถ้าอัพช้าอีกคนเขียนอาจจะโดนสับ




ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14336
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +416/-25

ออฟไลน์ OrangeryLemon

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 130
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +19/-0

อ่านไปอ่านมา เท็นน่ารักขึ้นเรื่อยๆ

จริงที่สุดที่เราไม่ควรตัดสินใครจากคำพูดหรือการกระทำแค่ครั้งสองครั้ง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
โอ้ยยยยยยรักเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆๆเปิดพรีเลยมั้ยคะตนี้เน่ไม่ไหวแล้วเน่แพ้พี่แจ็คจริงๆน้องเท็นห้ามใจร้ายกับพี่แจ็คนะเดียวให้นังมูนจัดการแน่

ออฟไลน์ angelninae

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 210
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
อุต้ะ พี่เท็นคิดถึงเค้าก็บอกไปตรงๆ นี่พี่แจ็คแสดงออกแล้วนะว่าเป็นห่วงงงงงงงงงง :hao6:

ออฟไลน์ nisaday

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 141
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ก็คือฉายาน้องเท็นคนซึนต้องมาจ้ะ
อ่านละมันก็งุ้ยๆขึ้นเรื่อยๆ
โซ๊ยมาม่าไปเล่นกีต้าร์ไป
งุ้ยยยยยยยยย
กระชับคสพไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ดีกันเนอะ

อยากรู้ปมที่ทำให้ทะเลาะกันแล้วอ้ะ
ใช่แค่เรื่องบลูจริงๆหรอ

ออฟไลน์ alternative

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2881
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-3

ออฟไลน์ killua1a

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 150
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7629
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
หวายยย กระวนกระวายทำตัวไม่ถูกหนุ่มจะบุกบ้าน

ออฟไลน์ didididia

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 391
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-1
ทำไมยิ่งอ่านยิ่งเห็นมุมน่ารักๆของเท็นเต็มไปหมดเลยยย

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 165
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
น้องซันน้องมูนน่ารักกกก พ่อตัวจริง(เอ๊ะหรือแม่)จะมาแล้วนะเด็กๆ

ว่าแต่พี่แจ็คจะได้เจอน้องๆมั้ยยย งุ้ย แค่คิดก็น่ารัก


 :katai2-1:

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3309
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-0

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1683
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +102/-6
ตกลงที่ความสัมพันธ์ของซึมเศร้าแมนกับมืดมนแมน

ถึงการแตกหักนี่สาเหตุหลักเกิดจากอิพีธีย์ผู้มั่นหน้ามั่นปากใช่ใหม

แถมอิพี่ธีย์ จนทุกวันนี้แกก็ยังไม่รู้ตัวว่าปากตัวเองนั้นเสียขนาดใหน

วงวาร น้องโซ่555555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด