[แจ็ค/เท็น] ตอน21 (1/2) เรื่องของเราไม่เกี่ยวกับวงไพ่ #ญอผู้หญิงโศกา (3/5/62)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: [แจ็ค/เท็น] ตอน21 (1/2) เรื่องของเราไม่เกี่ยวกับวงไพ่ #ญอผู้หญิงโศกา (3/5/62)  (อ่าน 23331 ครั้ง)

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
ตอนพูดถึงเรื่องกีตาร์​ ละพี่แจ็คซื้อปิ๊กให้คือแบบ​ ดีมากกกกกก​ ยิ่งตอนน้องเท็นเข้าห้องเก็บของนะ​ แฟลชแบ็คมาเต็มมม​ ฮือ​ ชอบกันมาตั้งแต่มัธยมแล้วแหละค่าาา แต่ไม่รู้ใจตัวเองงงงง​ รอวันที่เค้าจะได้กันนน​ แค่จูบก็ร้องไห้แน้วววว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08-12-2018 12:11:32 โดย yasperjer »

ออฟไลน์ anythinginitt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
อ่านแล้วแอบเอ็นดูแพรว อยู่ผิดที่ผิดเวลานะ 5555555 อีกอย่างคือร้านซักรีดที่มีดิลิเวอรี่แบบนี้อยุ่ตรงไหนคะ จะไปใช้บริการบ้าง

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 299
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
พี่เท็นไม่ได้ต้มมาม่ามากี่ปีแล้วนี่ ถึงกับต้องวิ่งหามาม่าหมูสับเชียว

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-0
#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 11
เรื่องที่แกล้งจำไม่ได้



“แม่ถามจริง ๆ นะ ช่วงนี้ทะเลาะกับแจ็คหรือเปล่า?”

“...”

“ใช่ไหม สีหน้าลูกมันฟ้อง”

ในร้านอาหารชื่อดังย่านทองหล่อ เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนนั่งนิ่งขณะถูกคาดคั้นจากผู้เป็นแม่ซึ่งเขาทำได้แค่ถือช้อนกับส้อมเอาไว้ เท็นลดระดับสายตาลงพลางนึกถึงหน้าใครอีกคนที่ช่วงนี้เอาแต่หลับในคาบเรียนและเขาก็ไม่กล้าปลุกแม้ว่าอยากสะกิดชวนให้ตื่นมานั่งคุยเรื่องฝีมือการเล่นเกมของ TEN10 ที่พัฒนาไปกว่าเดิมเพียงเพราะได้เรียนรู้ทริกใหม่ ๆ

ทั้งที่เมื่อก่อนไอ้แจ็คเป็นคนคอยสะกิดปลุกเขาแท้ ๆ แล้วดูตอนนี้สิ... เกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่มันวะ ทำไมอยู่ ๆ ถึงซีเรียสเรื่องผลการเรียนลูกขึ้นมาจนออกปากว่าต้องงดซ้อมเกมดึก ๆ แล้วให้หันไปอ่านหนังสือแทน โอเค จะพยายามเข้าใจส่วนนี้ก็ได้ รู้ว่าพ่อแม่แต่ละคนไม่เหมือนกันจะให้เอาบ้านตนเองเป็นบรรทัดฐานก็คงไม่ถูก ถึงจะสนิทกับพ่อแม่มันประมาณหนึ่งแต่ก็ใช่ว่าจะเคยเห็นทุกมุมทุกด้านเสียเมื่อไหร่ 

แต่คำสั่งของพ่อแม่มันก็ส่งผลถึงทีมอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะพอไอ้แจ็คเลิกซ้อมก็ต้องหาคนมาแทนที่เพื่อให้คนในทีมคุ้นชินกับตำแหน่ง ลำพังฝีมือไอ้แจ็คก็ดีอยู่แล้วแต่ปัญหาอาจจะอยู่ที่เขาผู้ซึ่งไม่ได้ตกหลุมรักตำแหน่งแทงค์เลยสักนิด

และผลก็ออกมาอีหรอบเดิมที่เขากับไอ้ธีร์ต้องปะทะริมฝีปากกันจนพี่ตั้บต้องไล่ไปนอนเหมือนทุกครั้ง ตอนไอ้แจ็คอยู่ทุกอย่างมันโคตรไปได้ดี อาจจะมีแขวะกันบ้างแต่ก็ไม่ได้เลยเถิดถึงขั้นอยากพกคีย์บอร์ดไปโรงเรียนแล้วเขวี้ยงใส่หน้าไอ้ธีร์แล้วถามว่า ‘เป็นเหี้ยไรมากไหมไอ้ห่า?’

พออยู่แบบนั้นทุกวี่ทุกวัน เท็นก็สำเหนียกได้ว่าต่อให้ติดเกาะกับไอ้ธีร์สองคนอย่างไรก็คงฆ่ากันตายมากกว่าจะคิดหาทางเอาชีวิตรอด

“ไม่ได้ทะเลาะ แค่ไม่ได้สนิทกันเหมือนเมื่อก่อน”

พูดเองก็สะเทือนใจเอง เด็กหนุ่มรู้ว่ามันปัญญานิ่มแค่ไหนกับอาการน้อยเนื้อต่ำใจเพราะเรื่องไม่ได้สนิทกับเพื่อนเหมือนที่เคยอีกแล้ว เด็กหนุ่มเคยเสิร์ชดูในอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงซึ่งเท็นเริ่มรู้สึกไม่ดีเพียงเพราะว่าเขาคือผู้ชายส่วนน้อยที่คิดอย่างนั้น

คนอื่นไม่รู้สึกแบบนี้กันเลยหรืออย่างไร คนเหล่านั้นอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีส่วนร่วมกับเพื่อนหรือเพราะเขาคนนี้อ่อนแอมากจนต้องมีไอ้แจ็คอยู่ข้างตัวเสมอ?

เท็นเอาแต่ถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า และเขารู้ตัวว่าพอรู้สึกแย่ความเป็นธรรมชาติก็เริ่มลดน้อยลง จากที่เคยตบหัวพูดคุยเรื่องไร้สาระไปเรื่อย ทุกวันนี้ในหัวก็เอาแต่คิดว่าจะพูดอย่างไรให้เพื่อนฉุกนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่มันเคยดีมากแค่ไหน

แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งที่ความจริงไอ้แจ็คก็ยังคุยปกติแต่อย่างเดียวที่ไม่เหมือนเดิมก็คือระยะห่างเพียงหนึ่งก้าวที่ทั้งคู่มีให้กันโดยไม่รู้ตัว

เท็นพยายามหาคำตอบดี ๆ ให้ตนเองแล้ว แต่พอเห็นว่าไอ้ธีร์พูดคุยและเล่นหัวไอ้แจ็คได้โดยไม่รู้สึกอะไรถึงความเปลี่ยนแปลงของเพื่อนก็ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่จนคิดว่ามีแค่เขาคนเดียวหรือไงที่ต้องการย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาที่ไม่มีช่องว่าง?

สองคนนั้นแค่สนิทกันมากขึ้นหรือว่าเขามันงี่เง่าเกินกว่าจะเข้าใจอะไร ยิ่งคิดก็ยิ่งหมกมุ่นออกจากความน่ารำคาญนี้ไม่ได้ จากที่เคยหันไปชวนไอ้แจ็คคุยก็เอาแต่นั่งเงียบอ่านหนังสือการ์ตูนเพื่อหลีกเลี่ยงบทสนทนา จนกลายเป็นว่าตอนนี้รู้สึกปวดไหล่ไปหมดเพราะแบกโลกทั้งใบเอาไว้

“ทำไมล่ะ ลูกสนิทกันมากไม่ใช่เหรอ?”

“อือ ตอนนี้ไม่แล้ว”

“เกิดอะไรขึ้น เล่าให้แม่ฟังซิ”

“ก็ไม่มีอะไร อยู่ดี ๆ มันก็เปลี่ยนไป”

“เขาทำอะไรให้ลูกรู้สึกไม่ดีใช่ไหม?”

“ไม่ มันไม่ได้เปลี่ยนไปแบบนั้น แต่มันแค่หันไปใช้ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น ก็คนมันมีแฟน แล้วก็ดูเหมือนจะสนิทกับเพื่อนในกลุ่มอีกคนมากขึ้นด้วย”

“แล้วตอนนี้ลูกสนิทกับใคร?”

“ไม่มี”

“อ้าว ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ แจ็คก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าลูกเคยโดนแกล้งมาก่อน ทำไมถึงปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวแล้วเอาแต่สนใจเรื่องตัวเอง มีแฟนแล้วก็ทิ้งเพื่อนแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน?” คนแม่เริ่มชักสีหน้า มองลูกชายที่นั่งทำหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก

“มันมีแฟน จะให้ลากเท็นไปไหนมาไหนด้วยก็น่าอึดอัดเปล่า ๆ อีกอย่าง... จะให้มันทนอยู่กับเท็นตลอดไปเพราะเรื่องเคยถูกแกล้งก็คงไม่ได้” เหมือนเอามีดมาแทงอกตัวเอง แค่คิดว่าถ้าตลอดเวลาที่ผ่านมาคือความสงสารมันคงเจ็บดีไม่ใช่น้อย ซึ่งเท็นหวังว่าจะไม่ใช่อย่างนั้น เพราะถ้าวันไหนวันหนึ่งเขารู้ว่าความใจดีทั้งหมดมันมาจากความเวทนา โลกเด็กผู้ชายคนนี้คงพังไม่เหลือชิ้นดี

“ไม่ได้นะ ลูกดีกับแจ็คมาก ไม่มีใครรักแจ็คเท่าเท็นหรอกเชื่อแม่สิ ยังไงกัน ทำไมแจ็คทำแบบนี้ ต่อหน้าก็พูดดีแต่ลับหลังก็อีกเรื่องเหรอ แม่โมโหแล้วนะ”

คำพูดแม่แปลก ๆ แต่มันก็จริงเกินกว่าจะอ้าปากปฏิเสธ ใช่ เท็นรักไอ้แจ็คยิ่งกว่าใคร จะมีเพื่อนคนไหนเข้าใจมันกว่าเขาอีก... มีในโลกใบนี้ด้วยหรือไง?

“บางทีเท็นอาจจะน่าเบื่อเหมือนตอนมอต้น ไม่ได้เป็นเพื่อนที่อยู่ด้วยแล้วสนุกล่ะมั้ง”

“แจ็คทำแบบนี้ไม่ถูกเลย พอโตขึ้นแล้วก็เริ่มออกลายใช่ไหม ลูกแม่ทั้งรักทั้งหวังดีด้วยตั้งเท่าไหร่เคยสำนึกหรือเปล่า?”

คำยุยงทำให้ความในใจที่สะสมถูกถ่ายทอดออกมาเป็นการออกแรงจากฝ่ามือ เท็นไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการกำช้อนส้อม เหมือนว่าตอนนี้ความคิดฝ่ายดีมันจะต่อต้านความน้อยใจไม่ไหวแล้ว

“แล้วยังไงแม่ เท็นไม่อยากทำให้เพื่อนลำบากใจ ทุกวันนี้มันก็ดูเหนื่อย ๆ”


‘แจ็คไม่ได้ลืมเราหรอก ไม่มีทาง’
‘หลอกตัวเองไปวัน ๆ ไอ้กระจอกเอ๊ย’


“แจ็คเหนื่อยคนเดียวหรือไง ก็ทำเท่ากันทุกอย่าง เรียน ซ้อมเกม ตื่นก็เวลาเดียวกัน แม่ไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวแม่ไปคุยให้”

“ไม่เอานะแม่ ถ้าทำแบบนั้นมันโกรธเท็นแน่”

“งั้นก็ทำอะไรสักอย่างสิเท็น อย่ายอมแพ้ง่าย ๆ แม่ไม่อยากให้ลูกกลับไปเก็บตัวเหมือนตอนมอต้นอีกเข้าใจไหม?”

“...”

“ปะ กลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าไปนอนบ้านแจ็ค ให้มันรู้ซะบ้างว่าลูกแม่สำคัญมากแค่ไหน”

เขานิ่งไป ใจหนึ่งก็อยากทำตามที่แม่พูดแต่อีกใจก็กลัวต้องกลับไปรู้สึกแย่เหมือนตอนที่คาดหวังสูงอีก นัดดูหนังเมื่อตอนนั้นก็เหมือนเป็นเรื่องที่พูดมาแล้วจบไป ที่บอกจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังคาดว่าชาติหน้าคงมีสิทธิ์มากกว่า

เท็นไม่ได้มีความมั่นใจเกินร้อยเหมือนก่อนหน้านี้ที่คิดว่าจะโผล่หน้าไปหาอีกฝ่ายเมื่อไหร่ก็ได้ มันกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ กับการกลัวว่าจะถูกโกรธเข้าให้ถ้าหากไปหาถึงบ้านโดยไม่บอกก่อน

“คืนนี้เท็นจะไปค้างบ้านเพื่อน”

“เดี๋ยว เพื่อนที่ไหนลูก ไหนบอกว่าไม่มีเพื่อนสนิทคนอื่นแล้วไง?” คนเป็นแม่เงยหน้ามองลูกชายที่คว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายพร้อมตั้งท่าลุกขึ้นโดยที่อาหารบนโต๊ะเพิ่งเริ่มกินไปได้เพียงไม่กี่คำ

“เพื่อนน่ะมี แต่สนิทไหมก็อีกเรื่อง”

“แล้วยังไง จะค้างแค่คืนนี้หรือว่าหลาย ๆ วัน เงินพอไหมลูก?”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เท็นไม่เป็นไร”

เด็กหนุ่มมองคนเป็นแม่ที่รีบควานหากระเป๋าเงินพร้อมเงยหน้ามองเขาราวกับผิดหวังอยู่ไม่น้อย ก็รู้ว่าแม่อยากให้ปรับความเข้าใจกับไอ้แจ็คถึงได้เอาแต่ไล่ให้ไปค้างด้วยกันเหมือนที่เคยเป็น

แต่มันจะมีประโยชน์ได้อย่างไรถ้าคนที่พยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมีแค่เขาเพียงคนเดียว?





*



“ไกลกว่าที่คิด”

“ที่ไกลคือพวกบ้านอยู่แถบปริมณฑลมากกว่าเปล่า?”

“อืมครับ พ่อคนในเมือง”

เจ้าของบ้านยักคิ้ว เขาจึงโยนถุงผ้านวมอัดจนเจ้าตัวเซถอยหลังไปเล็กน้อย ไอ้ลิงหัวเทาขมวดคิ้วมองค้อน แต่นั่นก็เป็นผลจากการกวนตีนต้อนรับแขก

“ไหนมาม่ากู?”

“มาถึงก็ถามเรื่องของแดกเลย”

“ค่าผ้านวมอีกสองร้อย” แจ็คแบมือออกมา และเขาเอาคืนไอ้ลิงหัวเทาสำเร็จแล้ว

“ไอ้ฉิบหาย มึงลงทุนขับรถจากนนฯ มาถึงนี่เพราะเงินสองร้อยหรือไง?”

“ต้มมาม่ายัง?”

“ต้มก็แย่ละ จากบ้านมึงมาถึงที่นี่ใช้เวลาตั้งเท่าไหร่ ขืนต้มไว้คงอืดก่อนพอดี”

“ก็ถือว่ายังมีสมองอยู่บ้าง”

“มาเพื่อกวนส้นตีนกูถูกไหม ทำไมเหรอ ค้างคาใจอะไรตอนน้องแพรวขอไลน์กูหรือไง?” ชายหนุ่มตัวสูงทั้งคู่ยืนนิ่งไปกับคำถามที่คิดว่าสักวันหนึ่งคงได้พูดกันตรง ๆ เรื่องเด็กสาวที่ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าแจ็ครู้สึกอย่างไร

“คิดอะไรอยู่?”

“...” คนถูกถามไม่ได้โต้ตอบกลับมาอย่างก้าวร้าวกวนตีนเหมือนทุกที ตอนนี้ไอ้เท็นแค่มองหน้าเขาราวกับอยากให้เดาเอาเองหรือไม่ก็ลองทบทวนดูว่าเท่าที่รู้จักกันมาไอ้เท็นจะคิดอะไร

“ถ้าชอบจริง ๆ จะเข้าใจ”

“เข้าใจว่าอะไร?”

“...”

คราวนี้อีกฝ่ายสวนกลับมาทันทีพร้อมสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก

“ก็เข้าใจ”

“มึงจะหลีกทางให้หรือไง ไอ้พระเอก”

“กูจะหลีกได้ไงในเมื่อกูไม่เคยไปยืนขวางทางใครตั้งแต่แรก”

“เหอะ พูดได้ดี”

“กูซีเรียสนะ ถ้ามึงแค่เล่น ๆ หรือเพราะอยากทำให้กูหงุดหงิดก็เลิกคิดเถอะ เพราะมันไม่ตลก”

ไอ้เท็นแค่นหัวเราะแล้วหันไปถอนหายใจอย่างหน่าย ๆ ก่อนจะหันมาสบตากันอีกครั้ง “ถามจริง?”

“เด็กมันซื่อบื้อ ถ้าชอบใครสักคนแล้วตัดใจยาก”

“แพรวบอกมึงเหรอว่าสนใจกู ทำไมดิ้นขนาดนี้?” เริ่มหงุดหงิดแล้ว กะอีแค่คุยดีด้วย ไม่ได้หยอดหรือหว่านล้อมเหมือนที่เคยทำกับผู้หญิงคนอื่นเลยสักนิด ถ้าเด็กมันคิดก็ถือว่าหัวอ่อนเกินไปแล้ว ซึ่งมันใช่ความผิดเขาคนนี้หรือไง ไอ้แจ็คประสาทแดกฉิบหาย หึงจนพาลหน้ามืดตามัวเลยใช่ไหม


โมโหว่ะ ที่มาไม่ใช่เพราะอยากกินมาม่ารสหมูสับงี่เง่านั่นหรอกเหรอ?


รู้สึกได้ถึงกลิ่นความน่าอึดอัดที่กำลังนำทั้งคู่ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ยอมรับว่าตั้งแต่แข่ง DotA การกุศลด้วยกันแจ็คก็เริ่มมองอีกฝ่ายดีขึ้น อาจเป็นเพราะไอ้เท็นไม่ได้ทำนิสัยชอบพูดประชดประชันทำท่าเหมือนอยากเอาชนะตลอดเวลาอย่างตอนปลายปีก่อนเพราะอยากได้ไอ้โซ่ไปอยู่ทีมด้วย แม้การพูดคุยจะมีขบกัดกันอยู่บ้างแต่มันก็ดีกว่าที่เคยเป็นไหน ๆ

แจ็ครู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวมัน แม้ว่าเรื่องบาดแผลในตอนนั้นยังคงหลงเหลือตกตะกอนอยู่ แต่ความผูกพันที่เคยมีให้กันก็ทำให้คาดหวังอยู่ลึก ๆ ว่าบางทีทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ แจ็คไม่กล้านึกถึงเรื่องกลับมาเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่การหายจากไปจากชีวิตกันอย่างนั้นมันก็บ้าบอเสียเหลือเกิน

ทุกคนโตเกินกว่าจะฝังใจกับเรื่องราวร้าย ๆ เมื่อครั้งยังเด็ก แม้แต่ไอ้ธีร์ที่ปากบอกว่าเกลียดแทบตาย แต่เขาเชื่อว่าในใจของมันคงไม่คิดอย่างนั้น อาจจะมีเคืองอยู่บ้างแต่คงไม่เท่าเมื่อครั้งแผลยังสดใหม่ ทุกอย่างเลือนรางไปตามเวลา รวมถึงความสนิทที่เคยแน่นแฟ้น ซึ่งมันจะดีขึ้นหรือแย่ลงชายหนุ่มก็ไม่อาจรู้ได้

พอเป็นเรื่องความรักแพรวก็หัวอ่อนเกินกว่าจะปล่อยเลยผ่านไป เด็กคนนั้นมักจะคล้อยตามได้ง่าย ๆ ขอเพียงได้ยินคำหวาน ๆ ตอนดูหนังเสร็จก็รัวมาในไลน์ชมพี่เท็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่หยุด และใช่... เขาเป็นกังวล

“ถ้ามึงชอบน้องเค้ามากก็ขอกูสิ แล้วกูจะเอาไปคิดอีกที”

“อืม กูชอบ”


ไอ้ห่าเอ๊ย ใช้เวลาคิดหน่อยไม่ได้หรือไงวะ?


“แต่ไม่ได้คิดจะพัฒนาความสัมพันธ์มากไปกว่านี้ มึงอาจคิดว่ากูปอดแหกซึ่งก็ใช่ กูไม่ปฏิเสธ กูไม่อยากให้การรู้สึกดีกับน้องมันมาเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะการเป็นพี่น้องกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว กูไม่อยากให้คนอื่นอึดอัดถ้าวันหนึ่งกูกับน้องต้องเลิกกัน”

“แล้วไง?”

“และการที่กูมองแพรวเป็นน้องสาวมันคงไม่แปลกอะไรถ้ากูจะกลัวน้องมันเสียใจ”

“หล่อจริง ๆ ถ้ามือว่างกูคงปรบมือให้” เท็นห้ามตัวเองไม่อยู่แล้ว เขาหงุดหงิดตัวเองและไอ้ห่านี่ในเวลาเดียวกัน จะน้อยใจทำซากอะไร เพียงเพราะไอ้แจ็คพูดความจริงมากกว่าจะอ้อมค้อมน่ะเหรอ? “ในสายตามึงกูคงเหี้ยมากสินะ?”

“ก็ประมาณนึง”

“ไอ้ฉิบหายเอ๊ย ไม่ต้องแดกแล้วมาม่าอะ” เท็นทิ้งถุงผ้านวมลงพื้นแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงรีบควานหาเงินออกมายัดใส่มือคนตรงหน้า “กูแถมให้อีกสามร้อยเลย เอาไว้เป็นค่าน้ำมันกับค่ามาม่า!!!”

“โมโหอะไร?”

“นี่มึงโง่หรือมึงโง่เนี่ย เห็นทีกูคงต้องเดินเข้าไปเอาไวท์บอร์ดมาร่างให้ดูทีละข้อแล้วไหมว่าโมโหมึงเรื่องอะไรบ้าง เป็นห่าไรอะ บอกว่าจะเอาผ้านวมมาให้ถึงบ้านแล้วก็ต้มมาม่ารอด้วย พอมาถึง หยุดยืนหน้าประตูบ้านกู เรื่องแรกที่พูดคือกลัวกูไปทำคนของมึงเสียใจ มึงรู้อะไรไหมแจ็ค ตอนนี้กูโคตรอยากต่อยหน้ามึงเลย”

“ก็เอาสิ”

“นี่มึงท้า?”

“ก็ถ้ากล้า?”

ทั้งคู่สบตากันอย่างหยั่งเชิง และคนที่หัวร้อนกับบทสนทนาเมื่อครู่ก็ง้างหมัดขึ้นขู่เพื่อให้รู้ว่าพร้อมจะทำจริง แค่อธิบายว่า ‘กูเป็นห่วงแพรว ถ้ามึงบอกว่าไม่ได้ชอบน้องกูก็สบายใจแล้ว ปะ เข้าไปกินมาม่ากัน’ แค่นั้นเรื่องก็จบ แล้วดูมันทำ ยืนทำหน้ากวนส้นตีนแล้วก็พูดอะไรไม่รู้ เลอะเทอะฉิบหาย

แต่ความหนักแน่นที่กำไว้ก็อ่อนลงอย่างง่ายดาย เพียงประคำพูดประโยคถัดไปของไอ้หน้าโง่แห่งปี

“แต่ต่อยแล้วต้มมาม่าให้กูด้วย”



*


บ้านเพื่อนที่ว่าคือร้านกล้วยกล้วย เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนนั่งเหม่อลอยอยู่ตามลำพังโดยมีแก้วกล้วยปั่นตั้งอยู่ข้าง ๆ จานกล้วยพองน้องรัก เท็นยังไม่ได้เอาอะไรเข้าปากสักคำเพราะจุกแน่นกับความรู้สึกแย่ ๆ ที่ไม่รู้จะหายไปเมื่อไหร่

“โอเคไหม?” เด็กหนุ่มยิ้มแล้วส่ายศีรษะเป็นคำตอบหลังจากเจ้าของร้านแสดงความเป็นห่วง อาจเป็นเพราะพักนี้เขามาที่นี่ตามลำพัง ผิดแปลกจากเมื่อก่อนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังมีไอ้หัวเกรียนนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วก็กินทุกอย่างบนโต๊ะอย่างเอร็ดอร่อย

“เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยครับ”

“เข้าใจเลย เด็กมอหกก็งี้ แต่กินอะไรหน่อยก็ดีนะ ปล่อยไว้นาน ๆ เดี๋ยวหมดอร่อย”

“ครับพี่ ขอบคุณนะครับ”

ขอบคุณที่ไม่ถามว่าทำไมไอ้แจ็คไม่มาด้วย อย่างน้อยเท็นก็ได้เรียนรู้ว่าในโลกยังมีคนเลือกใช้คำถามเพื่อแสดงความเป็นห่วงได้ดีมากกว่าบางคนที่ถามจี้เพราะจะเอาความจริงให้ได้

 “เท็น?”

เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบเด็กสาวในชุดเครื่องแบบสถาบันเดียวกัน ผู้หญิงคนนั้นโบกมือให้ซึ่งเท็นก็เก้ ๆ กัง ๆ ทำตามจนกลายเป็นว่าการทักทายครั้งนี้มันโคตรกระอักกระอ่วน ปกติเขากับแฟนไอ้แจ็คเคยมีจังหวะแบบนี้ที่ไหน ตอนบังเอิญหันไปเจอกันก็แค่ยิ้มให้ตามประสาเพื่อนร่วมห้อง แต่คราวนี้มันต่างออกไปเพราะทั้งคู่ดันมาเจอกันข้างนอกด้วยความบังเอิญ

“พวกแกไปก่อนเลยเดี๋ยวเราตามไป”

กลุ่มเด็กสาวสี่คนพยักหน้าแล้วเดินลงไปด้านล่าง บลูยืนชั่งใจอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งก่อนจะตรงเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ

“นั่งด้วยได้ไหม?” เท็นไม่ได้พูดอะไร เขาแค่มองหน้าอีกฝ่ายแล้วพยักหน้าก่อนเธอจะนั่งลง “รอใครอยู่เหรอ?”

“เปล่า เรามาคนเดียว”

“นึกว่านัดแฟนไว้ซะอีก” บลูยิ้มเล็ก ๆ กับบรรยากาศที่เธอพยายามสร้างให้มันดีขึ้น อันที่จริงเท็นก็พอรู้ว่าเธอกลัว ซึ่งเหตุผลก็เป็นเพราะเขามักจะทำหน้าไม่รับแขกเสมอเมื่อบลูเดินมาชวนแจ็คไปเที่ยวไหนต่อไหน

เท็นรู้ว่าทำตัวไม่ดีกับแฟนเพื่อนแต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เขาเกลียดกฎของโลกที่ว่าเพื่อนต้องมีขอบเขต และคนเป็นแฟนมักจะมีสิทธิพิเศษมากกว่า

“ไม่อะ เราไม่มีแฟน”

“อ้าว แล้วที่เห็นเดินด้วยกันบ่อย ๆ นั่นไม่ได้คบกันหรอกเหรอ น้องมอห้าคนนั้น”

“คนไหน?”

“โห จำไม่ได้ด้วย เจ้าชู้นะเนี่ย” เธออมยิ้มพลางชี้หน้า ซึ่งคนถูกจับได้ก็เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก จึงยกน้ำกล้วยปั่นขึ้นดื่มกลบเกลื่อน

เด็กผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ควงเล่น ๆ เพื่อให้เป็นกระแส น่าแปลกดี ผู้หญิงไม่ชอบคนเจ้าชู้แต่ก็กรี๊ดกับอะไรแบบนี้เพราะคิดว่ามันเท่ ถามว่าชอบเหรอ ไม่ ไม่เลยสักนิด แต่ถ้าทำอย่างนั้นแล้วมันส่งให้เขาได้มีตัวตน ได้อยู่ในจุดที่ไม่ได้รู้สึกว่ากลายเป็นไอ้ขี้แพ้มันก็โอเค

“เรานึกว่าแจ็คไปสยามกับเท็นซะอีก”

“ห๊ะ?”

“ก็พักนี้แจ็คไม่ค่อยว่าง ทั้งเรื่องอ่านหนังสือแล้วก็ซ้อมทีม เราเลยคิดว่าน่าจะอยู่ด้วยกัน แต่ไม่ใช่หรอกเหรอ?”

“เปล่า เราก็คิดว่ามันไปกับบลูเหมือนกัน”

“อ้าว”

“อ้าว?”

ทั้งคู่สบตากันนิ่ง ก่อนเด็กสาวจะเป็นฝ่ายเกาศีรษะกับความงุนงง อยู่ ๆ ก็ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะดีขึ้น ซึ่งมันมาเพราะความโล่งใจอย่างหนึ่งที่เท็นได้รู้ว่าอย่างน้อยไอ้เวรนั่นก็ไม่ได้หายหัวไปเพราะติดแฟน

“เราก็นึกว่ามันติดบลูซะอีก”

“ติดอะไรล่ะ ทุกวันนี้มีเวลาอยู่ด้วยกันเกินชั่วโมงเราก็ดีใจมากแล้วเท็น”

“ไอ้ห่านั่นเป็นแฟนที่ใช้ไม่ได้เลยสินะ” เด็กสาวมองคนข้างตัวที่อยู่ ๆ ก็หลุดยิ้มออกมาเหมือนว่ามีความสุขกับเรื่องอะไรสักอย่างซึ่งเธอไม่รู้

“ยิ้มได้แล้วเหรอ?”

“...ห๊ะ?”

“ก็ตอนแรกเท็นเอาแต่ทำหน้าเศร้า แต่ก็ดีแล้วล่ะ เวลาเท็นยิ้มน่ะน่ารักมาก ๆ เลยนะ”

“...”

เหมือนกำลังปีนขึ้นไปบนหน้าผาสูงชันก่อนจะตกลงมาพร้อมความโง่ของตนเอง เด็กสาวกำมือแน่นจนเผลอจิกเล็บเข้าเนื้อ ถ้าเกิดเท็นชักสีหน้าใส่หรือเดินหนีไปเธอคงรู้สึกแย่ไปจนถึงชาติหน้าแน่เลย

“คือเราหมายความว่าเท็นดูดีแบบเท่ ๆ น่ะ...”

“อย่าพูดแบบนั้นอีก”

“อะ... อือ ขอโทษนะ”

“ไม่ เราไม่ได้โกรธ ไม่ต้องขอโทษหรอก”

“ไม่ ๆ เราเข้าใจว่าเราสองคนไม่ได้สนิทกันถึงขั้นที่จะพูดอะไรก็ได้ ขอโทษนะเท็น เราชอบเป็นแบบนี้ตลอดเลยอะ” เด็กสาวยิ้มแห้ง ๆ ในที่สุดก็กลับไปตึงเหมือนเดิมจนได้ ทั้งที่เกือบจะดีขึ้นแล้วแท้ ๆ

“เราไม่ชินเวลาถูกชม เหตุผลก็มีแค่นี้” เธอมองเด็กหนุ่มตัวสูงที่ให้แก้วกล้วยปั่นเป็นจุดยึดสายตาก่อนจะกลืนความประหม่าลงคอ

“ถ้าอยากชินไว ๆ เท็นก็ลองเข้าไปดูในเว็บโรงเรียนสิ ในนั้นมีแต่คนชมเท็นเยอะแยะเลย”

เด็กหนุ่มไม่ได้บอกว่าเขาทำอย่างนั้นทุกวันสักร้อยครั้งได้ ระหว่างนั้นก็ภาวนาว่าขอให้ใครสักคนพูดว่าเขามีดีกว่าไอ้ธีร์ร้อยเท่าพันเท่า หรือพูดอะไรก็ได้เพื่อปลอบใจตัวเองอย่างคนขี้แพ้

แต่พอถึงตอนนี้ก็อดคิดไม่ได้ว่าบลูกำลังคิดอะไรอยู่?

แค่แวะมาคุยด้วยเฉย ๆ เพราะอยากเป็นมิตรกับแฟนเพื่อน หรือมีเหตุผลบางอย่างเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยเข้าหาเขาเพราะหวังอะไร?

“ที่บอกว่าชมน่ะ นั่นรวมถึงบลูด้วยไหม?”

“...”

หากอีกฝ่ายตอบทันทีคงรู้สึกดีกว่านี้ อย่างน้อยเท็นก็จะได้โกรธตัวเองที่งี่เง่าพาลไม่ถูกใจแฟนเพื่อนอย่างไร้เหตุผล แต่การที่อีกฝ่ายนิ่งงันไปและมองเขาด้วยสายตาแอบแฝงอะไร นั่นหมายความว่าเธอมีความลังเลไม่แน่ใจซ่อนอยู่

“บลู”

หยดน้ำบนแก้วน้ำปั่นไหลลงโต๊ะ ขณะมือแกร่งค่อย ๆ เลื่อนเข้าหากระทั่งแตะเข้ากับนิ้วก้อยของเด็กสาว ชั่วเสี้ยววินาหนึ่งจิตใต้สำนึกด้านดีมันบอกว่าถ้าอีกฝ่ายละมือออกแล้วเดินหนีไปก็คงดี เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะได้รู้สึกผิดอย่างเต็มที่และมองผู้หญิงคนนี้เสียใหม่

สัมผัสจากปลายนิ้วเบาบางแต่เขาเชื่อว่ามันกำลังทำให้หัวใจใครอีกคนสั่นได้ สังเกตจากสีหน้าและมือที่ยังวางอยู่จุดเดิมไม่ชักกลับไป

“ถ้าไม่ใช่ให้ส่ายหน้า แต่ถ้าใช่... ช่วยพยักหน้าบอกเราได้ไหม?”

ผู้หญิงที่ไอ้แจ็คบอกว่าน่ารักจากหัวใจมากกว่าหน้าตานั้นจะซื่อสัตย์กับมันสักแค่ไหน เขาจะได้รู้จากคำตอบนี้

“...”

ให้ตาย เจ้าหญิงของไอ้แจ็คกำลังพยักหน้าเป็นคำตอบว่ะ



*


“เท็น!!!”

“อะไร?!!!”

“มึงช่วยจับหมากับแมวมึงไปขังหน่อยได้ไหม ไม่ก็โยนลงหม้อมาม่าไปเลย!!!”

เสียงตะโกนจากด้านนอกทำคนในครัวหลุดขำอย่างห้ามไม่อยู่ ก็จะอะไรอีก มีคนแพ้สัตว์อยู่ข้างนอกนั่น ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังแกะแพ็คหมูสับสำเร็จรูป ซึ่งพอเดินออกไปก็พบภาพชวนหัวเราะให้ลั่นโลก ก็ไอ้คนที่เคยหน้านิ่งกำลังจะตายเพราะถูกเจ้าขนทองจู่โจมฟัดเลียหน้าพร้อมกระดิกหางไม่หยุดนั่นแหละ

“พี่ซันถอยออกมาเร็ว อย่าไปยุ่งกับคนกระจอก”

“โฮ่ง!!! แฮะ ๆๆๆๆๆ”

“...”

สุดท้ายไอ้แจ็คก็พ่ายแพ้ให้ความขี้ตื๊อของเจ้าขนสีทอง จึงนั่งนิ่งปล่อยให้หมาปีนป่ายคลอเคลียตามอำเภอใจ จะไม่ให้ขำได้อย่างไร ก็ผมเผ้าที่มันเกล้าไว้หลุดลุ่ยออกมาราวกับคนเพิ่งถูกปู้ยี้ปู้ยำมาไม่มีผิด

“ตอนแรกเห่ากูแทบคอแหก แล้วตอนนี้เสือกมาหลงรักอะไร?” แจ็คมองเจ้าหมาโกลเด้นตัวโตที่มองเขาตาแป๋ว ผิดกับตอนแรกที่เจ้าของบ้านมันเปิดประตูให้แล้วก็ทำท่าขู่เหมือนเห็นเขาเป็นโจรอย่างไรอย่างนั้น

“มันก็ต้องเช็กก่อนว่ามึงเป็นคนดีไหม” เท็นยืนกอดอกพิงกับผนังมองภาพตรงหน้า รู้สึกสะใจแปลก ๆ คนที่มาดนิ่งอย่างมันหลุดได้เพราะถูกหมาอ้อนหรอกเหรอ?

“เช็กเจ้านายมันก่อนเลยคนแรก”

“กูเป็นคนดีนะ อย่างน้อยก็กับสองตัวนั้น”

“ช่วยมาเอามันออกไปก่อนเถอะ หรือกูต้องไหว้ก่อน?”

เจ้าของบ้านไหวไหล่กับคำพูดประชดประชันแล้วเดินหายไปในครัวก่อนจะเดินกลับมาพร้อมขนมชิ้นเล็ก ๆ หนึ่งกำมือ เท็นกระดิกนิ้วชี้ให้ไอ้คนหน้านิ่งแบมือออก ซึ่งมันก็จ้องหน้าอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะยอมทำตาม

“ไม่ได้ให้มึงนะ อย่าแดกล่ะ”

“เออ กูดูออกว่าไอ้รูปทรงกระดูกนี่มีไว้ให้หมา”

“บอกไว้เผื่อโง่”

“และการบอกกูก็ไม่ได้ทำให้มึงฉลาดขึ้น”

คนได้ปั่นอมยิ้มชอบใจ เขาเห็นว่าไอ้แจ็คเลิกคิ้วพร้อมย้ำของในมือว่าจะให้ทำอะไร เขาจึงหยิบกำใหญ่มาไว้กับตัวแล้วให้อีกฝ่ายแบ่งเป็นสองส่วนกำไว้ ข้างซ้ายมีน้อยกว่า และข้างขวามีมากกว่า

“เคยเห็นในเน็ตที่เขาแกล้งหมาเปล่า?”

“ไม่เคย”

“เน็ตน่าจะเข้าถึงบางใหญ่แล้วนะ นี่มึงหลุดมาจากยุคหินเหรอแจ็ค?”

“กูไม่เคยเห็นแล้วกูผิดตรงไหน มึงรู้ก็เล่ามาสิไอ้ฉิบหาย”

“เอ้า?” คนถูกเขกกะโหลกถึงกับเลิกคิ้วมองงง ๆ มันไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิตที่อีกฝ่ายทำแบบนี้ และเท็นเคยคิดว่าครั้งสุดท้ายมันผ่านไปนานมากแล้ว

“ก็แค่สลับมือไปมาให้หมางง อย่างนี้ แล้วก็อย่างนี้ หลังจากนั้นก็ให้มันเลือกว่าจะเอาข้างไหน” พี่ซันจ้องมือพ่ออย่างตั้งใจ

“หมามึงฉลาดขนาดยกขาหน้าขึ้นได้ด้วยหรือไง มันน่าจะดมก่อน”

“อยากรู้ก็ลองทำสิไอ้ควาย พี่ซันฉลาดกว่ามึงอีก อย่างน้อยมันก็จีบหมาข้างบ้านเป็น”

“ปากหมา”

“กูกัดแล้วติดเชื้อนะ ลองไหม?” แจ็คชำเลืองมองไอ้คนพูดมากที่ขบฟันบนล่างเสียง กั่ก ๆๆๆ จนน่าหมั่นไส้ กวนตีนเก่งกว่าใครในโลกแล้วไอ้เวรนี่

ไอ้ขนทองเงยหน้าขึ้นมองตาแป๋วเหมือนอยากถามว่าพ่อมันจะเล่นอะไรอีกแล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยกขาหน้าขึ้นวางลงบนมือข้างซ้ายซึ่งพอไอ้เท็นแบมือออกก็พบว่ามีขนมเพียงชิ้นเดียว พี่ซันของพ่อมันไม่รู้ว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว ไอ้ขนทองงับแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยก่อนฝันจะสลายเมื่อไอ้เท็นแบมือขวาออกมาเพื่อโชว์ให้เห็นว่ามีขนมกระดูกหมาอีกสี่-ห้าชิ้นอยู่

“บาปไหมแกล้งหมา?”

“มึงลองดู”

“ทำไมกูต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ?” ไอ้แจ็คถอนหายใจหนัก ๆ ดูท่าจะไม่ถูกกับสัตว์เลี้ยงซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อน

“ฆ่าเวลาไง เล่นกับพี่ซันแค่เดี๋ยวเดียวมาม่าก็เสร็จพอดี”

“มึงเอาไอ้นี่ออกไปด้วย เมื่อกี้กูลูบนิดเดียวแว้งมากัดเฉย ประสาทแดกเหมือนเจ้านายมันไม่มีผิด”

“มันกัดแค่คนกาก ๆ อะ”

“งั้นมึงก็คงถูกกัดทุกวัน ไหน ขอดูแผลหน่อย รอยสักนั่นก็มีไว้กลบรอยแผลเป็นจากแมวล่ะสิ?”

เท็นต้องพยายามกลั้นขำเอาไว้เพราะถ้าเขาหลุดออกมาเมื่อไหร่ไอ้แจ็คคงได้เป็นฝ่ายชนะแน่ เขาไม่อยากแพ้ ไม่อยากเสียฟอร์ม แล้วก็ไม่อยากยอมรับด้วยว่าบรรยากาศตอนนี้มันดีที่สุดในรอบปีแล้ว

“แมวก็งี้แหละ พอมึงสนใจมัน มันจะไม่สนใจมึง”

“นิสัยเดียวกับพ่อมันเปี๊ยบ แมวเปรต”

“เรียกดี ๆ หน่อย มันเป็นผู้หญิง”

“ตัวเมียก็พอมั้ง อยู่ ๆ ก็นึกอยากเป็นสุภาพบุรุษขึ้นมาเหรอ เอาลูกมึงออกไปได้แล้ว” แจ็คขยับตัวพร้อมพึมพำ ‘ชิ่ว ๆ’ ใส่ไอ้ก้อนขนงี่เง่าที่นอนเบียดขาเขาราวกับสนิทกันมาแต่ชาติปางก่อน

“มันชอบมึงนะรู้เปล่า ปกติกูอุ้มหน่อยก็กางเล็บใส่แล้ว”

“แบบนี้เรียกว่าเลี้ยงเสียข้าวสุก เอาไปปล่อยวัดเลยสิ”

“ก็แย่ละ นั่นลูกกู”

แจ็คไม่ได้โต้ตอบกลับไปเพราะนึกเอ็นดูคำว่า ‘ลูกกู’ ถ้าคำนี้หลุดออกมาจากไอ้มัธยมคนนั้นเขาคงอดไม่ได้ที่จะยีผมจนกว่าจะหายมันเขี้ยว แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เขาทำได้แค่ขำในใจแล้วให้สีหน้านิ่งเฉยกลบทุกอย่าง





(ต่อด้านล่างนะคะ)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-12-2018 21:02:37 โดย หน่วยกล้าวาย »

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-0
(ต่อจากด้านบนค่ะ)




“เดี๋ยวกูไปทำเองดีกว่า”

“อะไร ไม่ไว้ใจกูเหรอ?”

“อย่าถามเรื่องที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว มึงมีเทปสีขาวไหม ไอ้ที่ข้างนึงด้าน ๆ”

“มี จะเอาไปทำอะไร?” เท็นอุ้มอีมูนเดินตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปในครัว ก่อนมันจะหันมาบอกให้รู้ทางคำพูดว่าการโต้ตอบแบบกวนตีนคงต้องหยุดเพียงเท่านี้

“เอามาเขียนติดข้างขวดให้ว่าอันไหนเกลือ อันไหนน้ำตาล”

“ไอ้...”

“ออกไปรอข้างนอกไป กูขอห้านาที”

เบื่อไอ้แจ็คว่ะ เป็นห่าอะไรชอบพูดให้คนอื่นสตันท์อยู่เรื่อย โดนหมายำจนสมองกลับเหรอ หงุดหงิดจริง ๆ

ขายาวก้าวกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นพร้อมโยนแมวผีลงบนโซฟาและมันก็แสดงให้เห็นคาตาตรงนั้นเลยว่าไม่มีความอาลัยอาวรณ์หลงเหลืออยู่

“ก็สมควรแล้วที่ถูกไอ้แจ็คเรียกอย่างนั้น ก็หนูเล่นทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ไง...” เขาชี้หน้าคาดโทษนังตัวแสบที่ปรายตามองดูถูกราวกับจะบอกว่า

‘แร้วงัย กุไม่แคร์จ้า’

แล้วฉายเดี่ยวในครัวบ้านคนอื่นน่ะรู้เหรอว่าอะไรวางอยู่ไหน อยากเข้าไปเสือกแต่ก็กลัวถูกเข้าใจผิดว่ากำลังหาทางเข้าไปอยู่ใกล้ ๆ ซึ่งมันไม่ใช่เลย เขาก็แค่ไม่อยากให้ครัวเละเทะเพราะความไม่รู้ของคน

แจ็คใช้เวลาหาอุปกรณ์ทำครัวอยู่เพียงครู่เดียวก็ได้ทุกอย่างครบ น่าแปลกไม่น้อยที่เปิดตู้เย็นแล้วพบวัตถุดิบสดใหม่เยอะแยะเต็มไปหมด แถมเวลาหมดอายุก็ยังเหลืออีกตั้งหลายวันซึ่งคาดว่าไอ้เท็นคงเพิ่งซื้อได้ไม่นาน หัดเข้าครัวตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่านี่จะเป็นความรู้ใหม่ที่เขาควรรู้?

แต่ถุงพลาสติกใหม่ที่ถูกขยำยัดใส่ซอกเล็ก ๆ ข้างตู้เย็นก็ฟ้องว่าของในตู้เย็นเพิ่งถูกซื้อมาและมันอาจจะเป็นฉากบังหน้าในการต้มมาม่าครั้งนี้ ทั้งที่มีแค่มาม่าสักสอง-สามซองก็ได้ แต่ไอ้เท็นออกไปซื้อของมายัดใส่ตู้เย็น

เห็นแล้วก็ขำ แต่ถ้าเอาไปล้อก็เกรงว่าจะมีคนปากดีกลบเกลื่อน เพราะงั้นไม่เอาดีกว่า

ต้มมาม่าใส่หมูกับผักเรียบร้อยก็เทใส่ถ้วยชาม ชายหนุ่มไม่ได้ใส่เครื่องปรุงเข้าไปเพียงเพราะนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายชอบกินแบบไหน แจ็คเหลือบไปทางหลอดนมข้นที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากมือมากนัก ระหว่างนั้นภาพของเด็กผู้ชายหน้าตาซื่อบื้อ ๆ ที่ยิ้มได้เพราะได้กินมาม่าใส่นมข้นก็ลอยเข้ามาในความคิด

“...”

แจ็คหยิบหลอดนมข้นขึ้นมาดูใกล้ ๆ ก่อนจะหันไปด้านหลังเพื่อเช็กว่าใครอีกคนกำลังมองอยู่หรือไม่ มันจะดีไหมถ้าเขาแสดงออกว่ายังจำได้ ถ้าทำอย่างนั้นมันจะสร้างความอึดอัดให้ทั้งคู่มากกว่าจะเป็นความผ่อนคลายหรือเปล่า?

RRRRrrrrr!!!!

เสียงโทรเข้าเรียกสติให้หลุดจากความคิด เขาควรปรับสีหน้าให้เป็นปกติเดี๋ยวนี้ถ้าไม่อยากถูกถามว่าเป็นบ้าอะไรไป

“แจ็ค แม่มึงโทรมา!!!”

“แม่เหรอ งั้นมึงรับได้เลย บอกว่ากูยังอยู่บ้านมึง!!!”

“เออได้!!!”

แจ็คดึงยางมัดผมออกแล้วเสยผมค้างไว้กลางศีรษะ ขายาวถอยชิดกับเคาน์เตอร์ด้านหลังพลางเงยหน้าขึ้นหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่ภาพความสนิทสนมของเด็กชายทั้งสองคนยังคงวนเวียนอยู่ไม่ไปไหน


‘กินอะไรพิเรนทร์ ๆ เดี๋ยวก็ท้องเสียหรอก’
‘ใส่นมข้นแล้วอร่อยนะเว้ย ลองสักคำแล้วจะติดใจ’
‘ไม่ล่ะ ของกูเทพกว่าเยอะ จัดหนักใส่ไข่พร้อมบีบมะนาว’
‘ถุย ๆๆๆ’
‘เชี่ยเท็น น้ำลายมึงเข้าชามกูหมดแล้ว!!!’
‘55555555555555555555’



“ครับแม่?” เท็นกดรีโมทเบาเสียงทีวีลง เพิ่งรู้ว่าอายุก็ขนาดนี้แล้วยังโทรเช็กลูกชายด้วย น่ารักเอาเรื่อง

( มึงกลับยังวะพี่? )

“นี่ใคร?” เขาขมวดคิ้วแล้วละโทรศัพท์ออกมาดูเบอร์อีกครั้ง ก็เมมไว้ว่าแม่นี่หว่า หรือไอ้แจ็คมันเมมเบอร์ไอ้ธีร์ไว้แบบนี้?

( ลูกชายสุดที่รักเองจ้า แหม่... ทำจำเสียงน้องไม่ได้น้า อยู่ไหนแล้วเอ่ย กูอุตส่าห์แวะมาหาถึงบ้าน แบตก็หมดเลยยืมโทรศัพท์แม่มึงโทรหาเนี่ย )

“...”

( อะไรยังไง แม่เล่าให้ฟังว่ามึงบอกจะเอาผ้าห่มไปส่งบ้านพี่เท็น มีความรีบยัดใส่ถุงจนแม่งง มันอะไรขนาดนั้นวะเพิ่งซักเสร็จปะได้ข่าว เกิดอะไรขึ้นไหนบอกน้อง ลูกค้ากิตติมศักดิ์เกิดอยากได้ของทันทีงี้เลยต้องวิ่งแจ้นไปส่งเหรอ เป็นกู ๆ ด่านะบอกเลย กลางค่ำกลางคืน เอ๊... )


‘แม่ให้โทรมาถามเพราะกลัวมึงไม่มีผ้าห่มนอน’


( เอ้าเงียบ เป็นไรปะเนี่ย ขับรถอยู่เหรอ? )

“อืม”

( อ้าว แล้วไม่บอก เค ๆ ไว้คุยกัน เดี๋ยวกูเปิดคอมเล่นเกมรอ พาสเวิร์ดเดิมเนาะ? )

“อืม”

( นิ่งงี้อารมณ์บ่จอยแน่นอน มาถึงต้องเล่าเว้ยพี่มึง เรื่องนี้ต้องขยายระบายมันออกมา เดี๋ยวน้องจะรับฟังแล้วเอาไปส่อให้ทิดพี่ธีร์ฟังทุกหยดทุกเม็ด )

เขากดตัดสายเพราะไม่มีสติมากพอที่จะฟังต่อแล้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไอ้แจ็คควรมาที่นี่เพราะแม่ฝากผ้าห่มมาให้เพราะความเป็นห่วงสิ แล้วไอ้คนที่รีบยัดผ้านวมใส่ถุงโดยไม่มีใครสั่งนั่นน่ะ...

เพราะอะไร เหตุผลไหนที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ แล้วไอ้หัวใจนี่ก็เต้นเบาลงหน่อยได้ไหม?

“แม่ว่าไง?”

เท็นรีบวางโทรศัพท์ลงพร้อมท่าทีมีพิรุธ เขาพยายามทำให้ดูปกติที่สุดแล้วแต่สีหน้าไอ้เวรนั่นก็แปลกจนไม่รู้ว่าใครจะชนะถ้าหากมีรางวัลให้ความประหลาดในตอนนี้

“แม่แค่ถามว่าจะกลับตอนไหนเฉย ๆ”

“อ๋อ” ชามมาม่าถูกวางลงบนโต๊ะกระจกเขาจึงลงไปนั่งบนพื้น พอได้แล้ว ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองเกินไปเหตุผลก็คงไม่เกินเรื่องแพรวที่มันอยากมาเคลียร์ถึงที่โดยมีเรื่องผ้านวมเป็นข้ออ้าง

แจ็คดันตะเกียบกับช้อนให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามและไอ้เท็นก็รับไว้ก่อนจะมองหาบางอย่าง ซึ่งคงเป็นเครื่องปรุงคู่ใจที่ไม่ได้เอามาด้วย เขามองท่าทีอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้นระหว่างถามตนเองว่าจะเอาอย่างไร

กับเรื่องที่ยังจำได้มันแย่ตรงไหน อย่างน้อยก็เป็นเรื่องดี ๆ ไม่ใช่หรือ?

“เดี๋ยว”

เจ้าของผมสีเทาชะงักในท่ากำลังจะลุกขึ้นก่อนจะลดระดับสายตาลงมองมืออีกคนที่คว้าแขนเขาเอาไว้ ไอ้แจ็คเป็นบ้าอะไร ช่วยทำหน้าให้มันปกติกว่านี้ได้ไหม เขาจะได้คล้อยตามจนลืมเรื่องบ้า ๆ ในหัวไปเสียที

“นมข้นใช่ไหม?”

“...”


ไอ้แจ็คคงบ้าไปแล้ว และเขาเองก็เช่นกัน


มันก็แค่คำถามธรรมดาที่ถ้าพยักหน้าเรื่องก็จบ แต่เท็นกลับนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนว่าร่างกายมันถูกสาปและเสียงที่เคยพูดจากวนประสาทได้ถูกกลืนหายไป

‘ยังจำได้เหรอ?’ เด็กนักเรียนคนนั้นมันตะโกนถามสุดเสียงอยู่ในใจขณะสบตากับอีกฝ่ายท่ามกลางความเงียบในห้องนั่งเล่นแห่งนี้

“ลืมน้ำตาลพอดี เดี๋ยวหยิบมาให้ด้วย”

“เออดี กูขี้เกียจลุก”

เสียงตึกตัก ๆ ดังเหมือนคนมาตีกลองอยู่ข้างหู เท็นกำตะเกียบกับช้อนแน่นพลางหลับตาลงเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกคนเดินเข้าไปในครัวแล้ว

มีสติหน่อย... ก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่าไอ้แจ็คความจำดี มันไม่ได้จำได้แค่เรื่องนี้หรอก เรื่องที่เขาเคยทำแย่ ๆ มันก็จำได้ เพราะงั้นอย่าดีใจเกินไปหน่อยเลย

แต่ถ้าดีใจไปแล้วล่ะ แบบนั้นค่อยไปลงโทษตัวเองทีหลังได้ไหม?

ให้ตาย... ต้องแกล้งทำเป็นไม่อร่อยทั้งที่รู้ว่ารสชาติมันดีแค่ไหนสินะ?





TBC





หวีดให้สุดเสียงเพื่อกระตุ้นหนูให้รีบเขียนตอนต่อไปออกมา!!!!!!!!!!!!!!!

#ร้องอัดโอ่งมังกรด้วยเสียงอีมูน










ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
ไม่ขออะไรมาก ขอให้เขาได้กัน ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ออฟไลน์ Peterpanmama

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 41
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออนไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 14046
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +413/-25

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
หน่องมูนนนนนนน หน่องมูนกรี๊ดนี่ต้องเสียงยังไงนะ  :z3:

ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 299
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ที่รักกกกกกกกกกกกมาให้กอดทีคุณทำให้เราดีใจจนเป็นบ้าพี่แจ็คเอ็นดูลูกๆน้องเท็นด้วยนะคะอย่าลืมรักพ่อของน้องๆมากด้วยเขินมากกกกกกกกกก

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
เหตุผลที่พี่แจ็คแตกกับน้องเท็นเพราะว่าเท็นลองใจบลูสินะ​ แล้วบลูก็เล่นด้วย​ ไม่มีเจตนาจะแย่ง
ฮือออออออ​ ไม่อยากจะอ่านถึงตอนนั้นเลยย​ กลัวร้อง​ น้องเท็นรักพี่แจ็คขนาดนั้นอ่ะ​ ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนี้​ อะไรคือการรีบยัดผ้านวมคะคุณพี่​ อยากมาเจอเค้าหรอออ​ แน่ะๆ​ อยากอ่านตอนได้กังเร็วๆ​ แค่จุ๊บก็ได้ค่าาา​ นข.ไม่ได้บอกโพ  แต่มันก็ชัดมานานแร้วนะคะว่าแจ็คเท็นนนนนนน

ออฟไลน์ anythinginitt

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 226
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เขินแทนเท็นอ่าาา คนซึนคุยกัน

ออฟไลน์ เก้าแต้ม

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +86/-3

ออฟไลน์ kawisara

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1604
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +98/-4
พี่ซัน อิมูน

จิมีพ่อเพิ่มอีกคน

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-0

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-0



#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 12 (PART 1/2)
สาเหตุของความหวังดี


“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง ดีกับแจ็คหรือยัง?”

เป็นอีกครั้งที่เจอคำถามเดิม ๆ บนโต๊ะอาหารยามเช้า เด็กหนุ่มละสายตาจากถ้วยโจ๊กมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนเป็นแม่ พร้อมบอกตัวเองว่าควรหาคำตอบดี ๆ มาจบเรื่องนี้ถ้าไม่อยากหัวเสียเพราะถูกขยี้ว่าเขากับไอ้แจ็คยังคงห่างเหินกันเหมือนเดิม

“อือ ดีแล้ว”

“เห็นไหม พอลูกลงมือทำอะไรมันก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแบบนี้แหละ” เธอว่าพร้อมเท้าคางมองลูกชายอย่างพอใจ “คืนนี้ไปค้างกับเพื่อนเลยสิ นอนคุยกันไปเรื่อยเปื่อยจะได้เข้าใจกันมากขึ้น”

“ทำไมแม่ต้องบอกให้เท็นไปนอนบ้านเพื่อนตลอดเลยอะ คิดว่าทำแบบนั้นแล้วจะแน่นแฟ้นกันมากขึ้นหรือไง?”

เด็กหนุ่มชักสีหน้าแสดงความหัวเสียออกไปโดยไม่ตั้งใจจนอีกฝ่ายชะงัก ท่ามกลางความเงียบซึ่งมีเพียงแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ละแวกนั้น เขาวางช้อนลงพลางเบือนสายตาไปอีกทางเพราะรู้สึกผิดที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหายไป

“เท็นหมายถึงนอนไหนก็เหมือนกันเพราะเท็นกับมันโอเคกันแล้ว”

“อ่า นั่นสินะ แม่คงยัดเยียดเท็นเกินไป”

เธอยิ้มเจื่อน และตอนนี้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เข้าสู่ความเงียบ เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาหวิวระหว่างคนโจ๊กในถ้วย สุดท้ายมื้อเช้าก็กลายเป็นหมันเพราะปากเขาอิ่มความหงุดหงิดไปแล้ว

“ไปแล้วนะครับ”

“ตั้งใจเรียนนะลูก”

ความรู้สึกผิดตีขึ้นมาจากท้องจนถึงคอ เขาทำตัวไม่ดีใส่แม่อีกแล้วแต่มันก็ยากเหลือเกินที่จะเก็บอาการไว้ใต้สีหน้า เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าแล้วออกไปเปิดประตูตู้รองเท้า และมันก็เหมือนทุกครั้งที่เขาต้องเหลือบมองหารองเท้าหนังราคาแพงของพ่อที่เคยเรียงอย่างสวยงามอยู่ฝั่งด้านซ้าย

ที่ตรงนั้นมันว่างเปล่าไปนานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้รองเท้าหนังเหล่านั้นคงวางเรียงอยู่บนชั้นราคาแพงในบ้านหลังใหม่ ซึ่งช่องถัดไปก็คงเป็นรองเท้าส้นสูงของหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ หรือวัยเลขสามต้น ๆ ที่ทั้งสวย หุ่นดี ไม่ใช่ผู้หญิงเริ่มมีอายุแบบที่แม่เขาเป็น

เท็นเลือกที่จะปิดหูปิดตา เพิกเฉยต่อความใส่ใจที่ผู้ชายคนนั้นพยายามมอบให้ในฐานะพ่อมาตลอด

เจ็บใจแทนแม่งั้นหรือ?

ใช่ คนเห็นแก่ตัวที่ทิ้งลูกเมียไปเพราะนอกใจมันน่ารังเกียจแค่ไหนคงไม่ต้องพูดถึง แม่ต้องเสียใจ ต้องร้องไห้เพราะสิ่งที่พ่อทำไว้เท่าไหร่ ให้อภัยได้ก็เก่งแล้ว

แม้จะคิดถึงวันเก่า ๆ แต่เท็นก็ต้องปิดประตูตู้รองเท้าแล้วฝังความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ ก่อนหน้านี้เคยปล่อยวางกับเรื่องนี้ได้เพราะมีไอ้แจ็คเป็นจุดยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ตอนนี้เขาแทบไม่หลงเหลืออะไรแล้วนอกจากสังคมเพื่อนออนไลน์ที่คบกันเพียงเผิน ๆ

ทุกอย่างในชีวิตตอนนี้ช่างล่องลอย เบาหวิว จับต้องอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว



*


“แน่นมาก”

“กินเท่าแมวดมยังกล้าบอกว่าแน่น”

“กระเพาะกูเล็ก กินไปนิดเดียวก็อิ่ม แต่อีกชั่วโมงนึงกูจะหิวอีก”

“รอบนี้ทำแดกเองนะ กูขี้เกียจแล้ว”

คนฟังชะงักกับประโยคที่เหมือนจะบอกว่าอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าไอ้แจ็คก็ยังคงอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับบ้านทันทีที่หมดธุระแล้ว

“ทำให้หน่อยสิวะ มาม่าก็บ้านกู ไหนจะสามร้อยที่ให้ฟรีไปอีก”

“ทวงบุญคุณเหรอ ฝีมือระดับนี้ใช่ว่าอยากแดกแล้วจะสั่งได้นะ ต้องจ่ายเงินก่อน”

“มึงกลายเป็นคนหน้าเลือดตั้งแต่เมื่อไหร่? ห่าเอ๊ย จะเอาแค่ไหนมึงว่ามาเลย มาม่าถ้วยละห้าร้อยกูก็จ่ายได้นะถ้ามันทำให้มึงหุบปากได้” ไอ้ลิงหัวเทายกเท้าขึ้นทำท่าถีบอากาศ และเขาก็ทำตามก่อนจะยันเท้ามันจนตอนนี้กลายเป็นสงครามปัญญาอ่อนที่ไม่มีใครยอมหยุดก่อน

ปกติเคยเล่นแบบนี้ที่ไหน แม้แต่ไอ้แหลมที่เคยทำตัวร่างกายต้องการเบตาดีนตลอดเวลาก็ยังทำให้เขาเล่นแบบนี้ด้วยไม่ได้ จนถึงตอนนี้ความย้อนแย้งก็ยังคงลอยวนอยู่ในความรู้สึก แต่เบื้องลึกใต้สุดของหัวใจมันบอกให้แสดงออกไปตามที่ต้องการบ้าง

แค่เล่นหยอกล้อเหมือนที่เคยคุ้นชินคงไม่เสียหายอะไรนัก ตราบใดที่ปากยังหนักไม่ยอมรับว่ายิ่งคุยกันเท่าไหร่ก็ยิ่งอยากปรับความเข้าใจให้ทุกเรื่องคลี่คลายก็ตาม

ปัญหาในอดีตมันหนักหนาก็จริง แต่แจ็คก็ไม่อยากเอาเรื่องนั้นมาผลักไสความรู้สึกดี ๆ ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากตายไปเมื่อตอนนั้น ถึงปากจะบอกว่าพอใจกับครอบครัวขี้ซุยบราเทอร์แล้ว แต่ลึก ๆ มันก็ยังคิดถึงเพื่อนสนิทในวัยเด็กอยู่เสมอ


‘บางทีมึงก็เก็บความรู้สึกเก่งจนกูเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร’
‘...’
‘แต่กูก็เข้าใจ เรื่องบางเรื่องมันก็ควรมีชีวิตอยู่ในใจมากกว่าออกมาวิ่งเพ่นพ่านข้างนอกน่ะนะ’


ครั้งหนึ่งไอ้ธีร์เคยพูดแบบนี้ และเขาไม่รู้สึกผิดที่ไม่ได้เล่าให้เพื่อนทุกอย่าง มันจริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด ไอ้เท็นควรอยู่แค่ตรงนั้น หลับอยู่ในความทรงจำของเขาไปจนกว่ามันจะลุกขึ้นมาตะโกนบอกว่าอยากออกไปมีชีวิตข้างนอก


‘ทั้งรักทั้งเกลียดใช่ไหม?’


แจ็คจำได้ว่าเงียบไปหลังจากได้ยินคำถามของพี่ตั้บ ทุกอย่างมันสดใหม่จนตั้งรับไม่ทัน ตอนนั้นสมองมันโล่ง ร่างกายชาไปทั้งตัว และหัวใจมันทำงานช้าลงราวกับว่าเด็กผู้ชายผมสกินเฮดคนนั้นกำลังจะตายในอีกไม่ช้า

‘เกลียดเหรอ?’

เขาหัวเราะให้กับความระยำทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตช่วงเวลานั้น อาจจะครู่หนึ่งที่แจ็คย้ำถามกับตัวเองว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นมันคือความจริงหรือแค่การฝันระยะยาวที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

‘ไม่พี่... ผมไม่เคยเกลียดมันเลย’



*


“เท็น”

“...?” เจ้าของชื่อหันไปหาเพื่อนสนิทที่ยืนทำหน้าอิดโรยอยู่ข้างตัวในเวลายืนเรียงหน้ากระดานเข้าแถวตอนเช้า

“หันหลังแป๊บนึงดิ”

“อะไรวะ?”

“น่า”

“...”

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร แต่เท็นก็ทำตามอย่างว่าง่ายจนเพื่อนที่ยืนอยู่ทางฝั่งขวาถึงกับเลิกคิ้วมองว่าเขาเป็นบ้าอะไรถึงได้หันหน้ามาทางนี้

ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นที่สงสัย อยู่ ๆ ศีรษะอีกคนก็ซบตรงท้ายทอยเขาพร้อมทิ้งน้ำหนักตัวลงมาจนรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้า เท็นยืนนิ่ง หน้าผากไอ้แจ็คร้อนจนผิดปกติของอุณหภูมิร่างกายมนุษย์จึงหันไปถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่สบายเหรอวะ?”

“นิดหน่อย”

“ไปนอนห้องพยาบาลไหม เดี๋ยวกูพาไป”

อีกฝ่ายส่ายศีรษะปฏิเสธโดยที่ยังซบอยู่เหมือนเดิมไม่เคลื่อนไหว และที่ทำให้เด็กหนุ่มตัวสูงยืนตัวแข็งทื่อจนแทบไม่กล้าหายใจก็คือการที่อีกฝ่ายเอื้อมมือขึ้นมาวางบนไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดรอบคอเพื่อยึดตัวเขาไว้เป็นหลัก

“...”

“ขอโทษนะ” ไอ้แจ็คพูดคำนี้โดยไม่มีต้นสายปลายเหตุอีกแล้ว แต่ก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่เท็นรับมันไว้เหมือนว่าคำขอโทษเป็นยาแก้ปวดที่ทุเลาความเศร้าซึมในใจตอนนี้ไว้ได้

“ทำเหี้ยไรกันวะ เล่นหนังเกย์เหรอ?”

“เกย์พ่อง...” เขาพูดเบา ๆ เพราะกลัวเพื่อนตื่น เท็นไม่คิดว่าไอ้แจ็คจะหลับลงได้ระหว่างยืนเข้าแถวยามเช้า แต่การที่เขาเริ่มเซเพราะน้ำหนักตัวที่อีกฝ่ายทิ้งมาก็เป็นคำตอบได้แล้วว่าแม่งหลับได้จริง

เด็กหนุ่มเอื้อมไปจับศีรษะกลม ๆ ของเพื่อนเพื่อยึดไว้ ท่ามกลางเสียงพูดออกไมค์ของอาจารย์นั้นเขาได้ยินเพียงเสียงเต้นของหัวใจที่มันผิดปกติแต่ก็ไม่กล้าถามตนเองว่าความรู้สึกนี้คืออะไร

ตกเที่ยงไอ้แจ็คบอกจะอยู่กินขนมปังในห้องเพราะยังเคลียร์รายงานไม่เสร็จ ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากรบเร้าจึงไปกินข้าวกับไอ้นายสองคน และโชคดีเหลือเกินที่ไอ้ธีร์ไม่ได้ไปด้วยเพราะมันมัวแต่หลีสาว ไม่อย่างนั้นมื้อเที่ยงคงจืดชืดเพียงเพราะเงยหน้าขึ้นมองมัน

เป็นครั้งแรกที่เท็นกินข้าวเที่ยงเร็วที่สุดจนไอ้นายทักว่าจะรีบไปไหน ขายาวของเด็กหนุ่มตัวสูงรีบวิ่งไปซื้อน้ำกับแซนวิชก่อนจะขอยาแก้ปวดที่ห้องพยาบาล ถึงจะป่วยอยู่แต่ขนมปังมื้อเที่ยงนั่นจะอยู่ท้องคนกระเพาะควายสักแค่ไหน จะตั้งใจเรียน ตั้งใจอ่านหนังสืออย่างไรท้องก็ควรอิ่มก่อน

แค่คิดว่าเพื่อนต้องยิ้มเมื่อเห็นว่ามีอะไรในมือเขาก็มีความสุขแล้ว และตอนนี้มือเท็นว่างพอที่จะจดทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้ขอแค่ไอ้แจ็คอ้าปากขอความช่วยเหลือ ถ้าลำบากก็แค่บอก มันก็รู้ว่าเขาพร้อมจะทิ้งทุกอย่างถ้าเป็นเรื่องของมัน

แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ถูกผลักตกเหวซ้ำ ๆ เพราะทันทีที่กลับไปถึงห้องก็พบว่าไอ้แจ็คนั่งกุมขมับโดยมีไอ้ธีร์วางมือลงบนไหล่พร้อมพูดอะไรสักอย่างที่เขาเองก็ไม่อาจคาดเดาได้ ‘คุยอะไรกัน?’ นั่นคือความสงสัยซึ่งไม่รู้ว่าถ้าเดินเข้าไปถามแล้วจะได้คำตอบหรือไม่

เท็นไม่มีความมั่นใจเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มันค่อนข้างชัดว่าตอนนี้ทุกคนในโลกอยากมีความลับกับเขา และคนเหล่านั้นจะตายไปพร้อม ๆ กับมันโดยที่เขาไม่มีทางรับรู้อะไรเลย

เด็กหนุ่มก้มลงมองขวดน้ำ แซนวิช และยาพาราสองเม็ดในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสองคนนั้นอีกครั้งที่ตอนนี้ไอ้ธีร์กำลังกอดคอไอ้แจ็คก่อนจะยีหัวเบา ๆ 

‘กำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่... ทำไมไอ้ธีร์ถึงมีสิทธิ์รู้ได้แต่เขากลับได้แต่ยืนอยู่กับความโง่ตรงนี้’


*



“ถ้าห้าร้อยกูต้มให้อีกรอบได้”

“มึงร้อนเงินเหรอกูถามจริง?” 

“เทียบกับอากาศประเทศไทยหรือนรกดีล่ะ?”

“กวนตีน” ไอ้ลิงหัวเทาเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ทำท่ายกเท้าขึ้นอีกครั้งและเขาก็โต้ตอบให้เห็นว่าสู้

“กูจะกลับแล้วนะ”

“...”

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่แจ็คกลับไม่ได้เอื้อมไปคว้ากุญแจรถกับโทรศัพท์มือถือเพื่อบอกว่าความไร้สาระของค่ำคืนนี้สิ้นสุดลงแล้ว เขาเอาแต่จ้องหน้าสำอาง ๆ ของอีกฝ่ายที่มองมาราวกับว่าไม่อยากให้กลับอย่างไรอย่างนั้น

แจ็คไม่ใช่คนชอบคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดเหมือนกันอยู่บ้าง การนั่งคุยกันต่อไปเรื่อย ๆ ก็คงเป็นเรื่องที่อยากให้เกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

“เออ”


และแจ็คก็ได้รู้ว่ามีแค่เขาคนเดียวที่คิด


“ตั้งใจหลับ”

พูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเอื้อมไปคว้ากุญแจรถกับโทรศัพท์มือถือ คนเป็นเจ้าของบ้านเอื้อมไปหยิบรีโมทมากดเร่งเสียงเตรียมให้ความสนใจกับจอแก้วขนาดใหญ่ อาจจะเป็นการแข่งขันฟุตบอลหรือทัวร์นาเมนท์เกม MOBA แมตช์สนุก ๆ ที่มีทีมตัวท็อประดับโลกมาเผชิญหน้ากัน ดังนั้นการมาส่งผ้าห่มที่ยาวนานจึงต้องจบลงเพียงเท่านี้

ไม่เห็นแปลกอะไรเลยสักนิด เดี๋ยววันพรุ่งนี้ไม่ก็มะรืนมันก็โผล่หน้าไปกินข้าวฟรีที่บ้านอีกซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นความเคยชินในอีกไม่ช้า แต่ไอ้ความคิดที่ว่าถ้าได้คุยกันต่ออีกสักครึ่งชั่วโมงก็คงดีนี่มันอะไรกัน เริ่มจะปัญญาอ่อนเข้าไปใหญ่แล้ว

ไอ้ขนทองงี่เง่าเดินกระดิกหางมาส่งถึงหน้าบ้าน มันกระโดดขึ้นเกาะเอวเขาเหมือนไม่อยากให้กลับ ต่างจากเจ้านายมันที่ตอนนี้คงทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาห่มผ้าดูทีวีอย่างสบายใจเฉิบแล้ว

ตลกที่ดีหันไปอีกครั้งเพราะอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะยืนมองอยู่หน้าประตูหรือไม่ แต่พอหันไปก็พบเพียงแมวผีที่นั่งจ้องอยู่ด้านในเหมือนว่านั่นเป็นการอาลัยอาวรณ์อย่างหนึ่งที่แมวหยิ่ง ๆ พึงจะแสดงออกได้

ชายหนุ่มหันหลังให้บ้านหลังนี้พลางไหวไหล่ก่อนจะถอนหายใจกับความคาดหวังบ้า ๆ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น บางทีความสัมพันธ์ห่าง ๆ แบบนี้อาจจะพอดีแล้วก็ได้ ดังนั้นการเข้าถึงตัวอีกฝ่ายมากไปคงเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

“แจ็ค!!!”

“...”

ขายาวหยุดยืนอยู่กับที่ ชื่อของเขาไม่ได้ฟังแล้วมีความหวังแบบนี้มานานแล้วกระทั่งหลุดออกมาจากปากไอ้งี่เง่านั่น ชายหนุ่มผมยาวหันไปด้านหลัง ก่อนจะพบไอ้เจ้าของบ้านที่กำลังชูขวดเหล้าขึ้นมาระดับหัวไหล่

“กูเพิ่งนึกออกว่าพรุ่งนี้วันอาทิตย์ เอาสักเมาเปล่า?”



อืม... ก็แค่นั้น



(จบครึ่งแรก)



ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ผัวขาาาาาาน้องเค้าง้อแล้ววิ่งกลับเข้าไปเลยค่าาาาาาาาาดีมากค่ะน้องเท็นทำดีที่สุดแต่อย่าหลุดความเอาแต่ใจออกมานะคะพี่ทวงแฟนพี่คืนนะ

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
เท็นสู้ๆน้าาาา เป็นกำลังใจให้ทุกคน ทั้งแจ็ค เท็น และคุณนักเขียนน เลิฟฟ ♥  :katai2-1:

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
เอาใจช่วยทุกคน​ ปล่อยวางอดีตแล้วเริ่มต้นใหม่กันค่ะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ kanj1005

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 299
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
ได้ข่าวว่าอายุก็เยอะกันแล้ว อย่ามัวเสียเวลาอ้อมโลกอยู่เลย
กรอกเหล้าเข้าปากแล้วก็เคลียร์กันซะ อะไรที่ยังค้างคา
แล้วก็เดินหน้าจีบกันจริงจัง ๆ แม่ยกลุ้นจนผมหงอกครึ่งหัวแล้วเนี่ย

ออฟไลน์ หน่วยกล้าวาย

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +204/-0
#ญอผู้หญิงโศกา
ตอนที่ 12
สาเหตุของความหวังดี (PART 2/2)






“เท็น กูถามจริงนะ มึงคบกับไอ้แจ็คใช่ปะวะ?”

“ห๊ะ?” ทุกสายตาหันไปทางคนหน้าตาดีที่สุดในร้านเหล้าเล็ก ๆ ซึ่งเข้าได้เพราะหนึ่งในกลุ่มเป็นญาติกับเจ้าของร้าน

เท็นเลิกคิ้วมองคนถาม ก่อนจะเรียกสติกลับมาหลังจากเสียศูนย์ไปหลายวินาที “เฮ้ย เล่าให้พวกกูฟังได้นา... ไม่มีอะไรต้องอายหรอก”

“ใช่ ทุกคนที่นี่ก็เพื่อนกันทั้งนั้น ต่อให้มึงเป็นเกย์เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง”

“ถึงคนอื่นจะมองมึงแปลก ๆ ก็ตาม ใช่ไหมพวกเรา?”

เพื่อนห้องอื่นเป็นเพียงคนที่เล่นเกมด้วยกันทุกวันก่อนจะแยกไปเมื่อถึงเวลาซ้อมทีม คนเหล่านี้กำลังกดดันเขาด้วยสายตาและคำพูด ซึ่งเอาเข้าจริงเท็นไม่ได้รู้สึกสนิทใจกับเพื่อนกลุ่มนี้มากถึงขนาดจะเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น บทสนทนาที่เกิดขึ้นก็ล้วนเป็นเรื่องเกมหรืออะไรก็ตามที่แทบหาสาระไม่ได้

มีสองสิ่งที่ทำให้เท็นอยากอยู่กลุ่มนี้ต่อไปก็คือหนึ่ง... คนเหล่านี้ไม่คิดจะทิ้งเขาไว้ข้างหลัง และสอง... พวกมันไม่ชอบไอ้ธีร์เหมือนกัน ซึ่งถ้าหากใครเปิดประเด็นไอ้เวรนั่นขึ้นมา คนอื่น ๆ ก็พร้อมจะด่าตามราวกับเคียดแค้นกันมาตั้งแต่ชาติก่อน




‘กูไม่ได้พูดแบบนี้บ่อย ๆ นะเท็น แต่มึงคิดถูกแล้วเหรอที่ไปอยู่ในทีมที่เอาแต่กดขี่มึง?’
‘...’
‘ฝีมือมึงก็ไม่ใช่กาก ๆ เอาเข้าจริงกูว่าถ้า 1-1 กันยังไงไอ้ธีร์ก็แพ้ มันไม่ได้เล่นเก่งหรอก มันแค่กล้าแสดงความเป็นผู้นำแต่คนอื่นไม่’



เกลียดที่ลึก ๆ ก็คิดอย่างนั้น



‘คนอื่นเล่นแครี่เพื่อทำเกมให้อยู่เหนือกว่าทีมฝั่งตรงข้าม แต่ไอ้ธีร์เล่นเพราะอยากเด่นคนเดียว มึงคิดดู’
‘...’
‘ทั้งที่มึงก็ทำได้ดีเวลาเล่นแครี่แท้ ๆ กูว่าไอ้ธีร์มันกลัวมึงแย่งตำแหน่งก็เลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อกดดัน คือกูก็แอบไปรู้มาว่าพวกนั้นอยากเอามึงออกแต่ไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะเห็นว่ามึงสนิทกับไอ้แจ็ค ก็เลยกะว่าจะรอให้มึงทนไม่ไหวแล้วขอออกเอง’
‘อะไรนะ?’
‘ไม่เชื่อมึงไปถามไอ้อ๋องได้ มันก็ได้ยินเหมือนกู มึงไม่สังเกตเลยไง?’



สังเกต... ว่าคนเหล่านั้นไม่อยากให้เขาอยู่ในทีมด้วยน่ะเหรอ...?



‘ฟังกูนะเท็น อย่างที่รู้ ๆ กันว่าไอ้ธีร์มันระยำหมาแค่ไหน ทำไมเราไม่ให้บทเรียนมันหน่อยล่ะวะ?’
‘บทเรียนอะไร?’
‘ย้ายเข้าทีมพี่กูไง แล้วหลังจากนั้นมึงก็รอดูความผิดหวังของคนได้เลยว่าจะออกมามีหน้าตายังไง?’
‘...’
‘ว่าไงล่ะ?’
‘ไม่ได้ ถ้ากูทำแบบนั้นไอ้แจ็คต้องผิดหวังในตัวกูแน่’
‘มันจะผิดหวังอะไร ไอ้แจ็คต้องเข้าใจมึงอยู่แล้ว มันก็รู้ว่ามึงเจออะไรมาบ้าง แต่ถ้าเกิดมันเลือกเข้าข้างไอ้ธีร์มากกว่าจะเข้าใจมึงนี่สิน่าคิด’



ภาพเหตุการณ์ความสนิทสนมของสองคนนั้นที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันขณะที่เขาค่อย ๆ ห่างออกไปได้เข้ามาในความคิด เด็กหนุ่มรู้สึกว่าไอ้แจ็คคงไม่อยากฟังเหตุผลอะไรถ้าหากว่าตอนนี้ไอ้ธีร์คือเพื่อนคนสำคัญที่สุด



‘อีกอย่างมึงก็บอกเองไม่ใช่เหรอว่าพักนี้ไอ้แจ็คซ้อมน้อยเพราะพ่อแม่มันอยากให้เข้ามอสีชมพู คนตั้งใจเรียนตั้งใจอ่านหนังสือจะมาจริงจังอะไรกับการแข่ง มันไม่โกรธมึงหรอก แค่เกมเอง’






“อะไรที่ทำให้พวกมึงคิดแบบนั้น?”

“ไม่รู้ดิ กูได้ยินคนเล่าต่อ ๆ กันมา ก็พวกมึงสนิทกันขนาดนั้นบางครั้งมันดูเกินเพื่อนอะ ยังไงดีวะ อธิบายไม่ถูก เอาเป็นว่ามันจริงไหมขอตรง ๆ”

“บ้าแล้ว กูกับมันเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียนที่นี่ จะสนิทกันแล้วมันผิดปกติตรงไหน อีกอย่าง มึงไม่เห็นเหรอว่าไอ้แจ็คก็มีแฟนอยู่ทั้งคน”

“ก็ถูก แต่มึงไม่ค่อยชอบแฟนมันไม่ใช่เหรอวะ เพื่อนบลูก็มาเล่าให้ฟังว่ามึงหวงไอ้แจ็คยิ่งกว่าอะไร จะไปไหนมาไหนก็ต้องถาม เพราะเค้าเกรงใจมึง”

“ยิ่งกว่าผัวเมียแล้วนะแบบนั้น 55555555555”
 
“เลอะเทอะ การที่บลูเกรงใจกูแล้วมันยังไง กูไม่เคยห้ามสองคนนั้นไปไหนมาไหนด้วยกัน”

ตลกดีที่เท็นกำลังพยายามอธิบายกับเรื่องที่มันเกิดขึ้นจริง ใช่ เขาไม่ค่อยชอบบลู ไม่ชอบเวลาสองคนนั้นไปไหนมาไหนกัน และมันก็บ้ามากที่รู้ว่าความคิดแบบนี้มันแย่แต่ก็ยังไม่ยอมเปลี่ยน

“แต่เพื่อนเราก็แมน ๆ นะ ถ้าเป็นคู่เกย์จริง ๆ กูลงว่าไอ้เท็นรุก”

“จะว่างี้ก็ไม่ได้ ไอ้แจ็คหล่อขนาดนั้นแถมแฟนก็มี กูลงห้าร้อยเลยว่าบลูโดนเอาจนพรุนแล้ว”

“55555555555555555555555555555”

“แฟนสวยขึ้นขนาดนั้นไม่เอาก็แปลกแล้ว จริงไหมเท็น?”

อยากอาเจียนออกมาเป็นความโสมมของความคิดคนกลุ่มนี้ที่กล่าวถึงผู้หญิงในแง่ไม่ดีอย่างสนุกสนาน เท็นนั่งฟังมลพิษทางคำพูดโดยไม่สามารถลุกหนีไปไหนได้ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่แสดงออกว่าต่อต้านหรือคิดจะแตกแถว สายตาทุกคนที่เคยมองเห็นเขาเป็นเพื่อนก็จะเปลี่ยนไปซึ่งเท็นไม่อยากกลับไปรู้สึกเหมือนตอนมอต้นอีกแล้ว

จริงอยู่ที่คนกลุ่มนี้ชอบพูดไม่คิดและมีไลฟ์สไตล์แตกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิง พวกมันไม่มีโมเมนท์อยากหยิบเครื่องดนตรีขึ้นมาเล่นเพราะชีวิตมีแต่เกมกับพยายามเรียนเพื่อไม่ให้เกรดพังไปกว่านี้ในสถานศึกษาซึ่งมีชื่อเสียงระดับประเทศ แต่ที่ฝีมือการเล่นเกมของเท็นก้าวกระโดดขนาดนี้ก็ต้องยอมรับว่าได้รับคำแนะนำและจำมาจากพวกมันส่วนหนึ่ง

ไหนจะพาไปรู้จักคนดังระดับประเทศที่ใคร ๆ ต่างก็รู้จัก เด็กหนุ่มเผลอรู้สึกดีไปกับการถูกให้ความสนใจเพียงเพราะได้เข้าไปเล่นกับตัวท็อปของประเทศจนยอดการติดตาม Hi5 เพิ่มมากขึ้น ไม่รู้ว่าคนอื่นเคยมีจังหวะชีวิตแบบนี้ไหม ไอ้การรู้สึกดีและสมเพชตัวเองไปพร้อม ๆ กันเพียงเพราะกำลังอ้าแขนรับสิ่งที่ตนเองรังเกียจหนา

เช่นการพยายามมีตัวตนในโลกโซเชียลทั้งที่ด่าไอ้ธีร์เอาไว้

ถ้าไอ้แจ็คเลือกจะให้ความสนใจคนอื่นก็ตามใจ เรื่องนี้ใครผิด หวังว่าสักวันคงนึกได้โดยที่ไม่มีใครต้องเดินไปบอก เขาเหนื่อยกับการพยายามเข้าใจทุกอย่างมามากพอแล้ว พอกันทีกับการเอาชีวิตไปแขวนอยู่กับความหวังว่าทุกอย่างจะต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม

“กูชอบผู้หญิง ถ้าเมียมึงอยู่ตรงนี้ก็บอกไว้เลยว่าอย่าปล่อยให้เมาแล้วกัน”

“เชี่ยยยยยย โคตรแบดดดดด”

“ยังไง ๆ พูดแบบนี้หมายความว่าฟันแฟนไอ้แจ็คมาแล้วใช่ไหม?”

“ฟันห่าไรล่ะ กูคุยกับบลูถึงสิบคำยังเหอะ”

“แต่ก็ดีแล้ว ถ้ามึงเป็นเกย์นี่เสียดายของเลย”

“สายเหลือง ๆๆๆ 555555555555555555”

“เออ เวลาพวกเกย์เอากันมันตกลงกันยังไงวะ ใครรุกใครรับ ไอ้คนโดนเสียบมันจะแข็งปะ?”

“...”

บรรยากาศบนโต๊ะเหล้ากลายเป็นขยะอย่างเต็มตัวเพราะจากเมื่อครู่ที่เคยกล่าวหาว่าร้ายผู้หญิงก็เปลี่ยนเป็นพูดเหยียดหยันเรื่องเพศ ที่อธิบายไปทั้งหมดนั่นไม่ได้ทำให้คนพวกนี้เข้าใจหรอก พวกมันแค่อยากหาประเด็นมาคุยกันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะโดยไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกอย่างไร เท็นมองแก้วตนเองที่เพิ่งถูกเติมจนเต็มจึงยกกระดกรวดเดียวหมดจนเหลือเพียงน้ำแข็ง ก่อนคนที่นั่งอยู่ข้างตัวจะยกยิ้มแล้วเติมให้ใหม่ในวินาทีถัดมา

“อย่าโกรธเลย พวกมันก็แค่ล้อเล่น”

“อืม”



และครั้งนี้เขาได้เรียนรู้ว่าการถูกบูลลี่ไม่จำเป็นต้องมาจากคนอื่น
แต่มันอาจมาในรูปแบบคนที่เรียกว่าเพื่อนก็ได้



“กูเคยถูกล้อว่าเป็นไอ้หน้าติ๋มเพราะตัวผอมแล้วก็ใส่แว่น ไอ้ห่า คนสายตาสั้นจำเป็นต้องเนิร์ด ต้องติ๋มทุกคนเหรอวะ กูก็แค่ชอบปิดไฟเล่นเกมตั้งแต่เด็ก”

“แต่กูไม่เคยเห็นมึงใส่แว่น”

“ก็แน่ล่ะ กูแก้ปัญหานั้นด้วยการขอเงินแม่ไปทำเลสิกไง”

เด็กหนุ่มสบตากับคนข้างตัวที่วางมือลงบนไหล่กว้างพร้อมคำพูดที่ทำให้ทุกอย่างหลังจากนี้เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลงอย่างสิ้นเชิง

“แล้วมึงจะแก้ปัญหาการถูกมองว่าเป็นเกย์ยังไงล่ะเท็น?”






*





“ผ้าขนหนูอยู่ที่เดิม ส่วนชุดนอนมึงก็เลือกเอาเลยว่าจะเอาสีไหน แต่ขออย่างเดียวอย่าเปลือยไข่นอนข้างกู”

แจ็คกวาดสายตามองห้องนอนเพื่อนที่เคยมานอนบ่อยเมื่อก่อนหน้านี้ แต่พอเกิดปัญหาที่บ้านจึงห่างหายไปนานแต่ทุกอย่างก็ยังวางอยู่จุดเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง แต่การมาครั้งนี้มันต่างไปจากเดิมตรงที่เขาไม่ได้มาเพื่อนอนเล่นพักผ่อนหย่อนใจ แต่เป็นเพราะไอ้ธีร์มันจับได้หลังจากถูกตามไปจนถึงบ้านห้องแถวที่บางใหญ่เมื่อหลายวันก่อน


‘กูเคยคิดว่าถ้ามึงพร้อมมึงคงเล่าเอง แต่พักนี้มึงดูเหนื่อย ๆ เกินไป กูสงสัยว่ามึงเป็นอะไรก็เลยแอบตามมา ...มึงมีปัญหาอะไรทำไมไม่เล่าให้กูฟังวะแจ็ค?’
‘...’
‘มึงโอเคไหมเพื่อน?’


ไม่เคยรู้สึกว่าคำนี้มันมีความหมายกระทั่งอีกฝ่ายพูดออกมาพร้อมวางมือลงบนไหล่เขา แจ็คยืนนิ่ง แม้ใจมันอยากพยักหน้าเพื่อบอกให้เพื่อนเข้าใจว่ายังสบายดี แต่เด็กหนุ่มกลับเลือกที่จะส่ายศีรษะตามความจริงหลังจากทนเหนื่อยกับชีวิตจนแทบไม่ไหวแล้ว


‘บ้านกูล้มละลาย กูต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ แล้วมันก็ไม่ใช่ที่พักชั่วคราว’
‘...’
‘พ่อแม่กูทะเลาะกันทุกวันจนกูรู้สึกเหมือนจะเป็นโรคประสาท กูเผลอกำปากกาจนมันหักคามือ ทุกวันนี้ไม่มีใครได้กินข้าวอิ่ม กูนอนน้อยจนคำว่างีบคงเหมาะมากกว่า กูรู้สึกเหมือนร่างกายกูทำงานอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีโอกาสได้พักผ่อน ทุกวันหลังเลิกเรียนกูต้องไปสอนพิเศษ หลังจากนั้นก็กลับไปเตรียมแผนการสอน พอเห็นว่าเริ่มดึกแล้วก็เคลียร์งานของตัวเอง แต่ยี่สิบสี่ชั่วโมงของกูมันน้อยเกินไป พอหันไปมองนาฬิกาอีกทีพวกมึงก็เรียกซ้อมแล้ว และกูไม่อยากเป็นตัวถ่วงที่ทำทีมเลยต้องวางทุกอย่างลงแล้วหาเศษเงินไปนั่งร้านเน็ตในซอย กูพอจะรู้จักกับพี่เจ้าของร้านเลยช่วยกวาดร้าน ถูร้าน เก็บขยะ ทำงานแลกค่าชั่วโมงได้บ้าง อย่างน้อยสามชั่วโมงนั้นมันก็ทำให้ได้ซ้อมกับพวกมึง ที่กูขอกลับก่อนไม่ใช่เพราะอยากกลับไปตั้งใจอ่านหนังสือ แต่กูไม่มีเงินมากพอขนาดนั้น พอกลับมาถึงห้องก็ต้องทำงานที่ค้างไว้ ทุกวันนี้กูไม่ได้นอนบนฟูกแต่มันคือโต๊ะไม้เก่า ๆ ที่กูเผลอหลับไป’
‘...’
‘ล่าสุดพ่อตีน้องประชดกูเพราะกูบอกให้เขาออกไปทำงาน ในมุมผู้ใหญ่กูอาจจะทำเกินไป กูอาจจะไม่ควรพูดอย่างนั้นกับพ่อ แต่ครอบครัวกูกำลังจะตายถ้าเขายังเอาเงินไปซื้อเหล้ากินโดยไม่หางานทำเลย’
‘...’
‘แม่กูปวดหลังจนช้ำเพราะนั่งทั้งวันทั้งคืน ใจกูอยากจะลาออกไปทำงาน แต่กูก็รู้ว่าวุฒิแค่นี้คงได้มากสุดคงเจ็ด-แปดพันซึ่งมันเลี้ยงทุกคนไม่ได้’
‘ทำไมไม่บอกพวกกู มึงก็รู้ว่ากู ไอ้เท็น ไอ้นาย พี่ตั้บพร้อมจะช่วยมึงอยู่แล้ว’
‘ก็เพราะรู้ว่าต้องช่วยไงกูเลยไม่กล้าบอก มึงคิดว่ามันง่ายเหรอธีร์?’
‘...’
‘กูละอายใจถ้าทุกคนจะยื่นมือมาช่วย อาจเป็นเพราะกูเคยสบายมาก่อนหน้ากูเลยหนาเกินกว่าจะยอมรับ อีกอย่างกูรู้ว่าพวกมึงต้องทำอะไรที่ทำให้กูอึดอัด เช่นการจ่ายเงินให้กูทุกอย่างแล้วกูไม่อยากทนอยู่กับความรู้สึกแบบนั้น’
‘เพื่อน เรื่องหน้าหนาหน้าบางค่อยว่ากันทีหลัง นึกถึงตอนนี้ก่อนดิวะ มึงอายุแค่สิบแปดจะแบกห่าอะไรไว้เยอะแยะ มึงกำลังลำบากนะ แล้วกูก็เป็นเพื่อนมึงด้วย’
‘มึงรู้ไหมว่าถ้าไอ้เท็นรู้เรื่องนี้แล้วมันจะทำยังไง?’
‘...’
‘มันจะไปบอกแม่มัน แล้วเค้าก็จะทุ่มเงินหกหลักมาให้กูซึ่งคงไม่หยุดแค่นั้น ไอ้เท็นจะทำทุกอย่างที่คิดว่าดีกับกู แล้วความหวังดีของมันจะทำให้กูกระอักเลือดตายเพราะกูคงสมเพชตัวเองกว่าเดิม’
‘...’
‘ถ้ามึงอยากช่วยกูนะธีร์ มึงไม่ต้องให้เงิน ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น เพราะอย่างเดียวที่กูขอก็คือมึงพากูชนะทัวร์ครั้งนี้ได้ไหม หลังจากได้เงินรางวัลแล้วกูจะเอาไปเป็นต้นทุนให้พ่อกูถ้าเขาคิดอยากทำอะไรสักอย่าง’
‘มึงขอแค่นี้เองเหรอ งั้นก็เอาดิวะ’



“มึงว่าไอ้เท็นจะโกรธไหม?” คนถูกถามหันไปตามต้นเสียงที่ทิ้งตัวนั่งลงกับขอบเตียงโดยไม่หันมามองหน้าเขา

“หมายถึงถ้ามันรู้ว่ามึงมาบ้านกูเหรอ?”

“ทุกอย่างเลย”

ธีร์เอากระเป๋าโน้ตบุ๊กที่แสนรักแสนหวงออกมาเปิดในรอบเดือน วันนี้ไอ้แจ็คต้องใช้มันซ้อมทีมและคงเป็นอย่างนี้ไปอีกสักพักเพราะที่บ้านมันจำเป็นต้องยกเลิกการใช้อินเทอร์เน็ตเพราะไม่มีเงินพอสำหรับส่วนนั้น

“ทั้งเรื่องที่กูไม่มีเวลาให้มัน แล้วก็ตอนนี้ที่อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป”

ธีร์ไม่ได้ตอบ เขาแค่ไปเอาโต๊ะญี่ปุ่นออกมากางแล้วเปิดโน้ตบุ๊กให้ มันคงดีกว่าถ้าเขาจะเงียบปากหมา ๆ เอาไว้แล้วปล่อยให้ไอ้แจ็คระบายทุกความในใจออกมาบ้างหลังจากทนเก็บทุกอย่างไว้กับตัวมาตลอด

“ตอนแรกกูคิดว่ามันอาจจะไม่ได้ยากขนาดนั้น ก็แค่มีเงินใช้น้อยลงแต่ก็คงไม่ถึงกับขัดสน แต่ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี อะไรก็ไม่ค่อยเอื้อเลยมึงว่าไหม?” เด็กหนุ่มผมสกินเฮดแค่นหัวเราะ “กูคิดว่าเอาไว้ค่อยบอกพวกมึงตอนอะไร ๆ ลงตัวก็คงได้ อย่างน้อยพวกมึงก็จะได้สบายใจว่ากูไม่ได้ลำบากจนแทบกัดก้อนเกลือกิน แล้วกูก็จะได้ไม่ต้องสมเพชตัวเองเพราะสายตาที่เพื่อนมีต่อกูด้วย”

“กูไม่รู้คนอื่นคิดยังไงนะ แต่กูไม่ใช่คนที่จะสมเพชเพื่อนเพราะเรื่องบ้านมันมีปัญหาหรอก”

“อืม” แจ็คขานรับกับความจริงใจที่อีกฝ่ายมีให้ “มันเป็นความหน้าบางของกูเอง ไม่รู้ดิ กูเคยสบายมาตลอด อยากได้อะไรก็ได้ ชีวิตเหมือนอยู่ก้อนเมฆแต่อยู่ ๆ ก็รู้สึกวูบเหมือนถูกเตะลงมา แล้วตอนนี้กูกำลังอยู่กลางอากาศ พุ่งดิ่งลงเร็วมากแต่กลับไม่ถึงพื้นโลกสักที”

“...”

“กูได้แต่ถามตัวเองว่ากูทำอะไรผิดทำไมถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ กูเหนื่อยมากธีร์ เหมือนมันไม่มีทางที่จะดีขึ้น”

“เพราะตอนนี้มึงเหนื่อยมากมึงก็เลยสิ้นหวังสัด ๆ ไงล่ะเพื่อน”

“ใช่”

“แต่กูอยู่ตรงนี้นะ พวกไอ้เชี่ยเท็นก็ด้วย”

“...”

แจ็คไม่กล้าเชื่อครึ่งหนึ่งที่อีกคนพูด เพราะลึก ๆ เขาก็รู้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับไอ้เท็นมันห่างออกมาหลายก้าวแล้วแม้ว่าบางครั้งบรรยากาศมันคล้ายจะเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ ซึ่งนั่นไม่ใช่ความผิดใครนอกจากเขาคนนี้ที่ไม่เคยมีเวลาและเพิกเฉยต่อความรู้สึกไอ้เท็นทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนอย่างไร

ไอ้เท็นคิดมาก ขี้น้อยใจมากเท่าไหร่ตัวเขารู้ดีที่สุด

แต่แจ็คกลับเอาแต่คิดว่า ‘ไว้ค่อยบอกหลังจากอะไร ๆ ลงตัวแล้วกัน’ ซึ่งพอเวลาเลยผ่านไปชีวิตกลับยังคงดำดิ่งเหมือนเดิมไม่มีอะไรดีขึ้น รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นว่ามันอาจจะสายเกินไปแล้วที่จะกลับไปหาเพื่อนและคาดหวังว่าจะได้ความรู้สึกเดิม ๆ กลับคืนมา

“ธีร์”

“ว่า?”

“กูขอยืมห้าร้อยสิ” ธีร์เลิกคิ้วมองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจพลางมองมือที่แบออกมา

“คืองี้นะ กูให้มึงหมื่นห้าก็ยังได้ แต่ขอถามหน่อยได้ไหมว่ามึงจะเอาไปทำอะไร เพราะก่อนหน้านี้กูพยายามยัดเยียดเงินให้ตั้งเท่าไหร่แต่มึงเสือกไม่เอาสักบาท”

หนุ่มป็อปประจำโรงเรียนทำหน้าเหวอระหว่างรอคำตอบ แต่อยู่ ๆ คนที่ทำหน้าอมทุกข์มาตลอดก็ยิ้มออกมาราวกับว่าห้าร้อยบาทจากเขานั้นสามารถนำไปสร้างความสุขให้มันได้ แววตาที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นส่องประกาย

“กูจะพาไอ้เท็นไปดูหนัง”




และนั่นคือรอยยิ้มสุดท้ายของไอ้แจ็คที่เขาได้เห็น






*





“มีเหล้าแต่อยากแดกเบียร์ อะไรของมึง?”

“ขี้เกียจชง”

“มึงขี้เกียจเดินออกไปมินิมาร์ทก่อนดีกว่าไหม?”

เท็นมองไอ้คนยิ้มยากที่อ้าปากหาวขณะที่เขาทั้งคู่กำลังเดินบนถนนโล่งในหมู่บ้าน ความจริงปากอยากลั่นออกไปว่า ‘เดี๋ยวกูชงเองก็ได้’ แต่ก็ต้องห้ามเอาไว้เพราะขืนพูดอย่างนั้นออกไปก็เกรงว่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเพราะนั่นคือการแสดงออกว่ายอมจำนน!

แม้จะเดินไปพร้อมกันแต่ระยะห่างที่มีต่อคกันก็ห่างพอสมควร ไม่มีใครหาเรื่องชวนคุยก่อน และเท็นก็รู้สึกอึดอัดเพราะเขาอยากได้ความเป็นธรรมชาติเหมือนไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้กลับคืนมาแล้ว

“มึงไม่กลับไปหาไอ้เด็กฝรั่งเหรอ มันรออยู่”

“เดี๋ยวกูโทรบอกมันเอง”

“บอกว่า?” ไอ้คนหน้านิ่งทิ้งจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาส่งสายตาเรียบเฉยพร้อมประโยคที่น่ากระโดดถีบขาคู่ให้ติดเสาไฟฟ้า

“ยุ่ง”

“อ้าวไอ้ห่า กูก็ถามดี ๆ”

“ตัดเรื่องขี้เสือกไปได้มึงจะดูเป็นคนน่าคบหามากกว่านี้นะรู้ -- โอ๊ย!”

หมดความอดทนแล้ว เท็นยกเท้าขึ้นถีบเข้าเอวไอ้หน้าหมาจนมันเซไปด้านข้าง เอาให้สาสมกับการกวนตีนไม่ดูเวล่ำเวลา คนอุตส่าห์ถามดี ๆ เพราะถ้ามันทำท่าเหมือนว่าอยากกลับไปหาน้องนุ่งเขาก็จะได้ตัดบทยกเลิกการดื่มในค่ำคืนนี้ไป แล้วดูมันดิ ยังมีหน้ามาขมวดคิ้วอ้าปากหวอกุมสีข้าง เล่นละครเก่ง ออสการ์ปีนี้ต้องยกให้แม่งแล้ว

แต่คงนับว่ามันเป็นการละลายพฤติกรรมอย่างหนึ่ง เพราะหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ลับฝีปากกันไปตลอดทางกระทั่งถึงมินิมาร์ทใจกลางหมู่บ้าน เท็นหยิบขนมกับแกล้มที่ชอบกินก่อนจะชำเลืองไปเห็นทาโร่ซองสีส้มซึ่งเขาจำได้ดีว่าเคยถูกตบหัวเพราะเวฟมันจนไหม้ หลังจากนั้นไอ้เด็กหัวสกินเฮดก็ฉีกซองใหม่แล้วสอนให้เขาทำทุกขั้นตอนว่าควรจับเวลาสักสามสิบวิ แล้วเอาออกมาเป่า ๆ พลิก ๆ คลายความร้อน ทำอย่างนั้นวนไปสักสาม-สี่รอบ สุดท้ายเขาก็ได้กินทาโร่อบกรอบที่เผลอแป๊บเดียวก็หมดจานแล้ว

โอเค หยิบติดมือไปสักสามซองแล้วกัน

ไอ้คนหน้าตายหอบลังป๋องเบียร์ไปวางหน้าแคชเชียร์ เขาจึงตามไปสมทบเพื่อที่จะจ่ายเงิน แต่กระเป๋าหนังสีดำถูกควักออกมายังไม่ทันไรอีกฝ่ายก็ชิงจ่ายเงินตัดหน้าเสียก่อน

“อะไร?”

“ยังมีหน้ามาถามอีก เงินกูไง เอาไปจ่าย”

“เก็บเข้าไป” แจ็คดันมือไอ้คนขี้หงุดหงิดกลับ

“เมื่อกี้มึงยังทำท่าจะรีดไถค่ามาม่าถ้วยละห้าร้อยจากกูอยู่เลยนะ ทีงี้มาทำจ่ายโชว์สาวเหรอ อย่าไปหลงมันนะครับ ไอ้เชี่ยนี่แม่งเสี่ยว” เท็นหันไปยิ้มให้แคชเชียร์สาว และไอ้แจ็คก็ไม่ได้อธิบายอะไรกับความป๋าหลังจากเป็นไอ้ขี้งก ก่อนมันจะตบหน้าด้วยการอุ้มลังป๋องเบียร์ทั้งสองใส่อ้อมแขนเขา

“กูจ่าย ส่วนมึงถือกลับ นั่นแหละเหตุผล”

“เอ้า?”

“กูจะออกไปโทรศัพท์ อยู่เอาเงินทอนกับใบเสร็จด้วย”

“แล้วกูจะเอามือจากไหนไปรับล่ะไอ้ฉิบหาย มึงแหกตาดูบ้างไหม?” เท็นชักสีหน้ามองคนกวนส้นตีน ขณะที่พนักงานกำลังกลอกตาล่อกแล่กยิ้มเจื่อนกับสงครามเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น

“อ้าปากคาบสิ บ๊อก ๆ”

“บ๊อกพ่อง!!!”

ไอ้เท็นคงสนุกกับการได้ถีบเขา ถึงเอะอะยกขาทำท่าจะยันอยู่ท่าเดียว ชายหนุ่มผมยาวเอี้ยวตัวหลบก่อนจะใช้จังหวะนั้นผลักศีรษะอีกคนจนผมสีเทายุ่งเหยิง

สงครามหยุดลงเพราะคนถือของหนักเริ่มเหนื่อย ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีใครยอมใครก่อนแจ็คจะเป็นคนหันหลังให้ก่อนจะหลุดยิ้มออกมา ขายาวเดินออกไปหน้ามินิมาร์ทพร้อมคาบบุหรี่ออกจากซอง หลังจากจุดไฟแช็กเสร็จก็คว้าโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาไอ้เด็กกะโหลกที่คงนอนกลิ้งแล้วกลิ้งอีกบนเตียงเขา

( ไงคะดาร์ลิงก์ เค้ายืมที่ชาร์จตัวเองใช้คงไม่ว่ากันนะ )

แค่รับสายก็วอนตีนแล้ว

“นึกไงมาหากูวันนี้ บอสไม่อยู่เหรอ?”

( อยู่ แต่กูมีปากเสียงกันเล็กน้อย กูไม่อยากนอนใต้หลังคาเดียวกันกับคนที่บังคับให้กูแดกน้ำผักปั่นหรอก บ่ไหว )

“ก็เลยหนีมาบ้านกู”

( อือ มึงก็รู้ใช่ปะว่าน้ำผักรสชาติมันเหมือนขี้ )

“เคยแดกเหรอถึงรู้?”

( กูเปรียบเทียบได้ปะ แล้วนี่จะกลับตอนไหน กูเหงาอ่า รีบกลับมาเร้ววว )

แจ็คหันกลับไปด้านหลัง มองไอ้คนหน้าหล่อ ๆ ที่ใส่เพียงเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นถึงเข่าและรองเท้าแตะผิดจากทุกครั้งที่เห็นมันแต่งตัวดีอยู่เสมอ ไหนจะท่าทางเงอะ ๆ งะ ๆ ตอนพยายามรับเงินทอนทั้งที่อุ้มลังกระป๋องเบียร์ไว้นั่นอีก น่าขำน้อยเสียที่ไหน

ตอนนี้จะมัวแต่หัวเราะไม่ได้เพราะต้องทำอะไรสักอย่างกับไอ้แหลมก่อน

“กลับไปหาบอสไป”

( ห๊ะ? )

“ตามนั้นแหละ กลับ”

( เชี่ยไรอะ อยู่ดี ๆ มาไล่ มึงจะกลับดึกเหรอ กูรอได้นะพี่ )

“ไม่เกี่ยวกับดึกไม่ดึก มึงก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าบอสต้องร้อนใจถ้ารู้ว่ามึงออกมาเป็นผีเร่ร่อนข้างนอก”

( ทำไมอยู่ ๆ ถึงดูเป็นห่วงบอสขึ้นมา มึงยังอยู่บ้านพี่เท็นใช่ปะ? )

“คือ --”

( ด้ายยยยยยยยยยยยยย เดี๋ยวมึงเจอกู )

“เดี๋ยว ไอ้แหลม --”

ยังไม่ทันได้โต้ตอบกลับไปเสียงรอสายก็ดังขึ้น ขอลงยี่สิบเลยว่าไอ้เด็กกะโหลกคงโทรฟ้องใครสักคนในกลุ่มและต่อจากนี้คือการประชุมสายยำตีนเหยื่ออย่างเขา

เวรจริง ๆ แทนที่จะปิดจ็อบภายในสองนาที แต่ดันต้องยาวเพราะไอ้เด็กนั่นดันไม่เข้าใจ แจ็คจำเป็นต้องเดินนำหน้าไปเพราะไม่อยากให้ไอ้เท็นได้ยินว่าเขากำลังคุยอะไรกันหลังจากเห็นว่ามันกำลังอุ้มลังกระป๋องเบียร์ออกมาจากมินิมาร์ท

( ฮัลโหลคิตตี้ )

( ทิดพี่ มาจัดการเพื่อนมึงดิ๊ )

“ทิด มึงวางเถอะ”

( เป็นอะไรไหนพูด มีเรื่องบันเทิงอยู่หรือเปล่าเอ่ย? )

( มี ตอนนี้พี่แจ็คอยู่บ้านพี่เท็นยังไม่กลับมาเลย คิดดูนะทิดพี่ว่าเพื่อนมึงเป็นคนแบบไหน ปล่อยให้กูรอเก้ออยู่ในห้องนอนเงียบ ๆ ของมันตามลำพังอะมึงว่าไง? )

“เรื่องใส่ไฟขอให้บอก”

( กูถามจริง มึงอยู่บ้านไอ้เท็นเหรอแจ็ค? )

“กูเอาผ้าห่มมาส่งให้มันเฉย ๆ ไม่มีอะไร”

( ส่งเป็นชั่วโมงแล้วไหม ถ้ารากกูงอกได้ป่านนี้ น่าจะยาวไปจนถึงนรกแล้ว )

“เวอร์ไปนะห่า เดี๋ยวก็กลับแล้วถ้ารอไม่ได้ก็กลับไปแดกน้ำผักฝีมือบอส”

( ถ้าไปส่งผ้าห่มเฉย ๆ ทำไมไปนาน หรือว่ามันปากหมาจนมึงต้องอยู่กระทืบหน้าเอาให้สาสม? )

( แหมทิดพี่ อินกว่ากูอีกนะมึงอะ )

“คือเรื่องมันเป็น --”

( มึงเงียบเลยแจ็ค มึงมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดอะไร คำพูดของมึงจะถูกเอาไปใช้ใน!!! -- )

( ชั้นศาล!!! )

( เยี่ยม สมแล้วที่กูเลี้ยงดูด้วยข้าวเปลือกมาอย่างดี... แล้วมึงจะเล่าเมื่อไหร่แจ็ค กูรอฟังนานแล้วนะ )

“พอกูจะเล่ามึงก็แทรกขึ้นมาไงไอ้ฉิบหาย”

( จริง เชี่ยแหลมชอบขัดจังหวะ )

( พี่มันหมายถึงมึงอะ!!! )

( อ้าว กูเหรอ 5555555555555555555555555 )

“มาช่วยถือหน่อยสิวะ กูหนัก!!!”

( นั่นเสียงใคร?!!! )

( ถามควาย ๆ มันอยู่กับไอ้เชี่ยเท็นนั่นคงเป็นเสียงโอบาม่ามั้ง? )

( อ้าว อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้าปะ? )

แจ็คหันไปด้านหลัง มองอีกคนที่แสดงความหงุดหงิดออกมาทางสีหน้าแล้วก็ชั่งน้ำหนักว่าจะเลือกอะไร ระหว่างปล่อยให้อีกคนทนหนักต่อไป หรือว่าปล่อยให้สองคนนั้นค้างอยู่กับความขี้เสือกกลางอากาศแล้วค่อยไปอธิบายทีหลัง

( พี่แจ็คมึง -- )

ชายหนุ่มกดวางสายพลางตรงเข้าไปผลักศีรษะอีกคนเบา ๆ แล้วรับลังกระป๋องเบียร์ชั้นบนมาถือเอง ทั้งคู่ยืนจ้องหน้ากันอย่างหยั่งเชิง ก่อนอีกฝ่ายทำท่ายกเท้าขึ้นเตรียมถีบอีกครั้งและคราวนี้เขาคงไม่ยอมจึงเอาลังเบียร์ไปรับแทนให้มันเป็นตัวประกัน

“คุยเสร็จแล้วหรือไง?”

“ยัง แต่ไว้คุยต่อทีหลังก็ได้”

“ทำไมไม่ไปคุยให้จบ ๆ จะได้ไม่ค้างคา?”

ทั้งคู่หยุดยืนบนถนนเงียบ ๆ ในหมู่บ้านยามค่ำคืนพลางสบตากันระหว่างรอคำตอบที่เท็นเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะให้มาแบบไหน แววตาคู่นั้นเหมือนจะมีอะไร แต่บางครั้งก็เฉยชาเกินไปจนเขาสับสน หรือว่าถูกไอ้ธีร์ด่าเรื่องมาที่นี่ก็เลยชิงตัดสายไปก่อน แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นเขาควรจะ...

“เพราะมันมีเรื่องอื่นที่ค้างคากว่า มึงรู้แค่นี้ก็พอแล้ว”




TBC



#หยิบเบียร์สองป๋องมาชนกันอย่างแรงแล้วยกกรอกปากเลียนแบบ Stone Cold Steve Austin

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19-12-2018 01:48:58 โดย หน่วยกล้าวาย »

ออฟไลน์ winndy

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1230
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +89/-3

ออฟไลน์ ursleepingxd

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 159
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
 ทิดธีร์มาแค่เสียงก็ฮาและทำให้ทุกคนดูเป็นคนดีขึ้นมาได้แร้วววว เดอะแบกที่แท้
 :katai2-1:

ออฟไลน์ เนเน่

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 416
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
เอาตรงๆตอนนี้อารมณ์เน่สวิงมากกกกกทั้งหน่วงทั้งฟินและประสาทแดกกับเดอะแก๊งค์  แต่ไม่ว่าจะยังงัยก็ห่วงความรู้ึกน้องเท็นที่สุดถึงเ็็็นจะรับบทเป็นผู้ร้ายพี่ก็จะอยู่ทีมน้องค่ะ

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7589
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +621/-7
โอ๊ยยยย มาทีละท่อน ๆ อิป้าลุ้นนนนน
สงสารแจ๊คสมัยละอ่อน หนักหนาจริง ๆ นะเรื่องครอบครัวนี่
แต่แหม...ยืมเพื่อนห้าร้อยจะพาหนุ่มไปดูหนัง มันใช่เหรอ ๆๆๆ แฟนก็มีไหมล่ะนั่น

ออฟไลน์ yasperjer

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 564
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-2
ที่พี่แจ็คเจอมันหนักจริงๆ​ ด้วยความที่เป็นคนดีอ่ะถ้าบอกเพื่อยก็จะเครียดด้วย​ โดยเฉพาะน้องเท็นควทำทุกอย่างเพื่อให้แจ็คสบายขึ้นแน่ๆ​ เพื่อนที่เท็นไปกินเหล้าด้วยคือแย่มากกก​ มากกก​ พูดจาเสี้ยมสุด
ลืมไปว่านอกจากเรื่องบลูแล้ว​ ยังมีเรื่องทีมอีก
พี่แจ็คจะต้องพังขนาดไหนอ่ะ​ ตอนหน้าคงรู้เหตุผลของเท็นละ​ อ่านไปก็หน่วงไปป  ปรับความเข้าใจแล้วได้กันเรวเร้ววววว​ #ทีมแจ็คเท็นฟอร์เอเว่อ

ออฟไลน์ ปานกลาง

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
กำลังจะซึ้งแบบเข้าด้ายเข้าเข็ม แหลมกับพี่ทิดทำหลุดโทนอ่ะ เกิดมาทำไมต้องฮากันขนาดนี้อ่ะ5555

ออฟไลน์ ommanymontra

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3161
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +50/-0

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด