⛵____ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์____⛵ [อัพตอนพิเศษ 2] ร.รุก ร.รับ ร.รูม 06.05.19| P.9
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ⛵____ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์____⛵ [อัพตอนพิเศษ 2] ร.รุก ร.รับ ร.รูม 06.05.19| P.9  (อ่าน 64116 ครั้ง)

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
มิกเป็นสายหรอ  :katai1:

ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
 พี่เรืออออ รีบมาช่วยน้องเร็ว

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
 :katai1: ทำไมมิกทำงี้อ่ะ ธารอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ พี่เรือกำลังมาาาาา

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
พี่เรือไปไหนคะ น้องแย่แล้ววว พี่คะมาเร็วว มิกกี้นี่น่าตีจังเลยอ่ะ ทำไมทำกับเพือนได้

ออฟไลน์ Jiraapp

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 383
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
นั่นไงว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแผน พอพี่ไม่อยู่แถมตำรวจไม่มาเฝ้าก็โดนจับเลย :hao5: พี่เรือมาช่วยน้องเร็ว ๆ นะพี่

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
 :katai1: ด่วนๆๆๆๆเลย เรือใบ

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 36
ร.ระยะเวลา



[เรือใบ]

“เรือ”

“จะมาทำไมไม่บอกก่อน”

“ก็เรือเปลี่ยนเบอร์นี่ จะให้ติดต่อยังไง ลินก็ต้องมาที่...”

“แล้วจะมาทำไม เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว”

“ก็...”

“คุณกลับไปดีกว่า”

“ฟังลินอธิบายก่อน นะ”

“ได้!” ผมสูดหายในเข้าลึกพร้อมกับกอดอก “ให้หนึ่งนาที ว่ามา”

ดูเหมือนลินจะตั้งตัวไม่ทัน เธอผลาญเวลาไปเปล่าๆ โดยไม่ทำอะไรประมาณห้าวินาที จากนั้นค่อยฉีกยิ้ม ขยับเข้ามาเกาะแขนผมเหมือนเด็กจะอ้อนเอาของเล่น

“เรือยังเหมือนเดิมเลยนะ”

“ไม่ ผมไม่ใช่คนเดิมแล้ว”

“ทำไมพูดจาห่างเหินจัง”

“อืม”

“แต่เรือยังชอบทำหน้าดุแบบเดิม”

“ลิน ระหว่างเรามันจบไปแล้ว จะให้พูดอีกกี่ครั้ง”

“ทุกอย่างในห้องนี้ก็ยังเหมือนเดิม” เธอมองรอบตัวราวกับไม่ได้ยินเสียงผม

มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก ความรู้สึกนั้นตายไปพร้อมกับเรือใบคนเก่าแล้ว ลินคนนั้นก็ตายไปแล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ ทั้งสีหน้าท่าทางและการแต่งเนื้อแต่งตัวของเธอ ไม่มีอะไรเหมือนลินที่ผมรู้จักสักอย่าง

“หมดเวลาหนึ่งนาทีแล้ว”

“อย่าใจร้ายกับลินสิ มานั่งคุยกันก่อนนะ”

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูท่าทางจะไม่จบง่ายๆ “ไปคุยที่อื่นดีกว่า” ผมบอกแค่นั้นแล้วเดินนำออกจากห้องไป ซึ่งก็แน่นอน ลินก้าวตามออกมาพร้อมกับพูดอะไรไปเรื่อยที่ผมไม่ใส่ใจฟัง

จะหาที่คุยกันแถวๆ คอนโดก็ได้ แต่ผมรู้สึกอย่างบ้าๆ ว่ามันยังใกล้สายธารเกินไป ราวกับมีลูกระเบิดนับสิบติดอยู่กับตัวผม และถ้ามันระเบิดตูมตามขึ้นมาผมก็กลัวว่าแรงสะเทือนนั้นจะส่งทอดไปถึงสายธารด้วย ผมเลยขับรถพาลินออกห่างจากคอนโดมา

รอจนหัวใจตัวเองเต้นช้าลง แล้วค่อยชะลอรถจอดข้างทาง

“เรือจอดทำไม”

“มีอะไรก็ว่ามา”

“จะคุยกันตรงนี้เหรอ”

“ตรงนี้แหละ ถึงยังไงก็คุยไม่นานอยู่แล้ว”

“ไปหาอะไรกินกันมั้ย ลินหิว”

“ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องคุย เดี๋ยวผมขับไปส่งบ้าน”

“แต่ว่า...”

“กลับบ้าน” ผมพูดเสียงต่ำ

“ก็ได้” เธอวางมือทาบบนหลังมือผมที่กำลังจะเข้าเกียร์ “คุยในนี้ก็ในนี้”

“อืม”

ผมละมือจากคันเกียร์มากอดอก มองแสงสียามค่ำคืนผ่านกระจกหน้ารถ ความเงียบน่าอึดอัดก่อตัวขึ้นในห้องโดยสาร แต่เราก็ต่างรู้กันว่าบทดราม่ากำลังจะเริ่ม

“ลินเลิกกับเบสท์แล้วนะ” นั่นไง เสียงสั่นเครือมาแล้ว

“ไอ้ชู้นั่นน่ะเหรอ” ผมไม่ควรใช้คำนี้เลย อย่างกับว่าผมยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่อีก

“เลิกสักพักแล้ว เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ลินคิด”

“...”

“ตอนนี้ลินรู้แล้ว ไม่มีใครดีเท่าเรือจริงๆ”

“...”

“เรือยังโกรธอยู่มั้ย”

“...”

“ลิน...ขอโทษนะ ขอโทษ” สะอื้นสองสามที บิ๊วจนได้ที่แล้วน้ำตาก็ไหลมาตามบท

ผมเกลียดน้ำตาผู้หญิง

เกลียดหัวใจตัวเองที่มันยังไหวสะเทือนเหมือนวันเก่า

“ลินรู้ว่าลินทำผิดต่อเรือมาก ผิดมากจริงๆ ให้โอกาสลินแก้ตัวดะ...”

“ไม่”

“เรือมีใครอื่นแล้วเหรอ”

“มีคนที่ผมสนใจอยู่”

“งี้นี่เอง ใครเหรอ ลินรู้จักรึเปล่า”

“เราคุยกันจบแล้ว” ผมวางมือบนคันเกียร์อีกครั้ง และเธอก็วางมือทาบลงอย่างรวดเร็วอีกเช่นกัน

“ก็ได้” เสียงเธอเปลี่ยนเป็นสุขุมขึ้น “แต่กินข้าวด้วยกันสักมื้อได้มั้ย”

ตอนนี้ผมควรจะนั่งกินข้าวอยู่กับสายธารมากกว่า สั่งอาหารมากิน หรืออาจจะทำเมนูง่ายๆ กันเอง แล้วตบท้ายด้วยท่อนแยมชืดๆ ที่เขาทอดไว้ให้

“อย่าดีกว่า”

“เรือเปลี่ยนไปนะ” เธอพูดขึ้นแผ่วเบา ราวกับจู่ๆ ก็ตระหนักได้

ผมหันไปมองเธอ มองสบตากันตรงๆ ท่ามกลางความมืดสลัว อาจเป็นแสงและเงา หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ช่วงเวลานี้ดูแปลกประหลาดแทบจะเหมือนถูกเสกด้วยเวทมนตร์ ผมเห็นหน้าเธอไม่ชัด แต่กลับสัมผัสได้ถึงตัวตนของผู้หญิงคนที่ผมเคยสวมแหวนหมั้น ผมรับรู้ถึงช่องว่าง และขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงสายใยเก่าๆ ที่พยายามถักทอโอบล้อมเราเข้ามา

ผมไม่รู้เธอสังเกตเห็นอะไรถึงได้พูดอย่างนั้น แต่ตอนนี้เรือใบคนเก่าเริ่มจะครอบงำผมแล้ว

“ลินถามจริงๆ นะ” เธอพูดอีก “เรือยังรู้สึกกับลินอยู่มั้ย”

ช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ผ่านไปแล้ว

มือเธอยังวางทาบหลังมือผมอยู่

“เดี๋ยวผมไปส่ง” ผมดึงคันเกียร์มาที่ตำแหน่งตัว D ก่อนจะละมือจากคันเกียร์และมือเธอมากุมพวงมาลัยสบายๆ แล้วก็รู้สึกว่ามุมปากตัวเองกระตุกยิ้ม

อาจเป็นรอยยิ้มจากความเข้าอกเข้าใจ ปล่อยวาง หรือแม้แต่สังเวช

ต่อให้ลินเห็นรอยยิ้มนี้ชัดๆ เธอก็คงแปลความหมายไม่ออก

เพราะมันเป็นรอยยิ้มของเรือใบคนใหม่...ซึ่งเธอไม่รู้จัก


ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 37
ร.ริบหรี่



[สายธาร]

ความตาย...

ผมสงสัยมาตลอดว่ามันเป็นยังไง หลังจากเราหยุดหายใจ หัวใจหยุดเต้น ก้านสมองตาย หรือวิญญาณออกจากร่าง หลังจากนั้นเราจะตื่นขึ้นในโลกใบอื่นที่เต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวน หรือว่าจะเงียบกริบว่างเปล่า

จะได้เจอพี่ภาณมั้ย

แต่แล้วผมก็ตื่นอีกครั้ง มีถุงผ้าสีดำคลุมหน้าผมอยู่ทำให้มองอะไรไม่เห็น มือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลัง แรงสะเทือนจากใต้ฝ่าเท้าบอกให้รู้ว่าผมอยู่ในรถที่กำลังแล่น สมองมึนตื้อเหมือนมีก้อนหินกดทับ ความเครียดขมวดเป็นเกลียวอยู่ในท้อง

และผมไม่ทำอะไรนอกจากนั่งนิ่งๆ

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนรถก็มาถึงปลายทางจนได้ ผมถูกคุมตัวให้เดิน ถูกกดไหล่ให้นั่ง แล้วก็ถูกมัดมือไพล่หลังติดกับเสา

“ธาร”

“มิก...” คนข้างๆ ผมก็คือมิกกี้นั่นเอง คงอยู่ในสภาพถูกจับมัดแบบเดียวกัน “นี่ที่ไหน”

“ไม่รู้แม่ง”

“กูนึกว่ากูตายแล้ว”

“มึงถูกรัดคอ แป๊บเดียวหลับเลย แม่งอย่างกับในหนัง” มิกกี้ใช้เสียงเบา และผมก็ได้ยินเสียงถอนหายใจ “มันบังคับให้กูโทรหามึง ขอโทษนะ กูไม่เข้าใจ...พวกนี้แม่งใครวะ”

มึงไม่รู้หรอกว่าพวกมันมีอิทธิพลขนาดไหน

เรือใบเคยบอกอย่างนั้น ใช่ ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว

“กูผิดเองที่ไม่ได้บอกให้มึงระวังตะ...”

จู่ๆ ถุงที่คลุมศีรษะผมอยู่ก็ถูกดึกออก มิกกี้ก็ด้วย

ผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน สภาพรอบตัวดูเก่าโทรมรกร้าง มีสิ่งของกองสุมอยู่ตามมุม โคมไฟสปอร์ตไลต์ซึ่งน่าจะเป็นแบบพกพาสาดแสงมาจากด้านข้าง

“สั่งเสียอะไรกัน” ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเรารูปร่างผอมสูง ท่าทางคนนี้จะเป็นหัวหน้า และถัดไปข้างหลังมีลูกน้องสองคนยืนคุมเชิงอยู่ คนหนึ่งหุ่นล่ำบึ้กเหมือนนักกล้าม อีกคนรูปร่างเตี้ยตัน

คนตรงหน้าจ้องหน้าผม และพูดขึ้น “ไง จำกูได้มั้ย”

ผมเขม้นมอง แล้วปากก็พูดออกไปเอง “ที่หลังผับ...”

ใช่ คนนี้แหละ รูปร่างผอมสูง แววตาคมกริบ

“แสดงว่าหัวดี แบบนี้ค่อยน่าคุยหน่อย”

“พวกมึงเป็นใครวะ” มิกกี้แทรก

ทั้งสามหันมองหน้ากัน แล้วหัวเราะ “เป็นคนที่จะส่งพวกมึงกลับบ้านเก่าไง” เขาฉีกยิ้มอีก “แต่ก่อนอื่น ฟังให้ดี กูจะถาม...”

“ต้องการอะไร” ผมพูดสวนขึ้น

เขาหลับตาลง ท่าทางเหนื่อยหน่ายปนโมโห “ให้กูถามก่อนค่อยพูด มึงรู้อะไรบ้าง เล่ามา”

“พูดถึงอะไร”

“จะคุยกันดีๆ หรือต้องเจ็บตัวก่อน”

“ก็ไม่รู้ว่าพูดถึงอะไร”

“งั้นก็ได้ เฮ้ย แอ๊ด” เขาขยับไปยืนด้านข้าง

คนถูกเรียกชื่อเข้ามายืนตรงหน้าเรา คนนี้เตี้ยสุดในกลุ่ม หน้าตาดูโหดเอาเรื่อง แถมไม่พูดอะไรสักคำ มีแค่รอยยิ้มโรคจิตผุดขึ้นแวบเดียว แล้วก็...

ผัวะ!

หลังมือตบข้างแก้มผมเต็มๆ โดยไม่ทันตั้งตัว

“ธาร! เป็นไรปะวะ...ไอ้พวกเหี้ย”

ผัวะ!

มิกกี้โดนด้วย ดูเหมือนจะแรงกว่าผมซะอีก

“กูไม่ได้บอกให้พูด” คนเป็นหัวหน้าอธิบายเนิบๆ

เราสองคนถึงกับคอตก ใบหน้าผมชาไปทั้งแถบ รสเลือดเอ่อซ่านอยู่ในปาก

“เอาละ ทีนี้ก็มาคุยกันดีๆ กูจะถามอีกที มึงรู้อะไรบ้าง”

“รู้ว่ามึงฆ่าคนที่หลังผับไง”

ผัวะ!

คนชื่อแอ๊ดลงมืออีกโดยไม่ต้องให้สั่ง หน้าผมสะบัดไปอีกทางทำให้แก้มทั้งสองข้างชาเท่าๆ กัน “เรื่องนั้นกูรู้แล้ว” คนเป็นหัวหน้าพูดต่อ ดูเหมือนเขากับลูกน้องชื่อแอ๊ดจะรู้จังหวะกันดี ราวกับพวกเขาทำแบบนี้ด้วยกันมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว “กูกำลังถามเรื่องที่ตำรวจกำลังสืบอยู่”

“ไม่รู้ แล้วก็ไม่สนใจด้วย”

“มึงกินนอนอยู่กับหมาตำรวจนี่ มันต้องหลุดพูดอะไรมาบ้าง”

“เขาไม่ใช่หมา” แค่ปากหมาเท่านั้นแหละ พอความคิดนี้ผุดขึ้น ผมก็อดขำไม่ได้

“หึ เหมือนจะนึกอะไรดีๆ ได้แล้วสินะ เล่ามา”

“รู้แต่ว่า สุดท้ายไอ้พวกเลวๆ ก็จะถูกจับกันหมดนั่นแหละ”

ผัวะ!

คราวนี้แอ๊ดมือหนักกว่าทุกครั้ง ผมถึงกับตัวเอียงตามแรงและเห็นแสงวาบใต้เปลือกตา มิกกี้ขยับตัวฮึดฮัด แต่ก็ไม่พูดอะไร

ชั่วแวบหนึ่งผมเห็นใบหน้าพี่ภาณส่งยิ้มมาให้ และนั่นทำให้ใจผมสงบลงอย่างประหลาด

ผมถ่มเลือดทิ้งแล้วเงยหน้าขึ้น “ถ้าจะฆ่าก็เอาเลย”

“เอางั้นเหรอ ได้...แอ๊ด”

แอ๊ดชักปืนออกมา

“ไม่รอไอ้หมาตำรวจก่อนเหรอพี่” นักกล้ามทัก

ผมกัดฟัน และรอฟัง

“เหยื่อจะเป็นจะตาย ยังไงมันก็มาอยู่ดี”

“เขาไม่มาหรอก” ผมพูดสวน “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“มันเป็นหมาตำรวจ ส่วนมึงก็เป็นเนื้อ โยนเนื้อไว้ที่ไหนหมามันก็วิ่งไปงับที่นั่นแหละ”

ผมหัวเราะในลำคอ นึกเห็นสีหน้าระรื่นของเรือใบที่ตอนนี้คงกำลังรื้อฟื้นความหลังกับคู่หมั้นอยู่ในโรงแรมสักแห่ง ภาพนั้นทำให้สมองผมมึนตื้อจนยกหัวไม่ขึ้น

“รอไปก็เสียเวลาเปล่า ยังไงเขาก็ไม่มาหรอก”

เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะ มิกกี้หันขวับทันที “มือถือกู”

ลูกน้องนักกล้ามหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะมาดู แล้วเดินมายื่นให้หัวหน้า “คนโทรมาชื่อ เรือใบขี้เก๊ก ครับพี่”

คนเป็นหัวหน้าเหลือบมอง “ปล่อยให้มันดังไป” จากนั้นก็หันมาฉีกยิ้มให้เราสองคน “เห็นมั้ย หมามันเริ่มดมกลิ่นแล้ว เอาละ ทีนี้ก็กลับมาที่เกมยี่สิบคำถามต่อ โอกาสสุดท้าย จะตอบคำถามกูหรือตอบคำถามยมบาล เริ่มจากคำถามง่ายๆ ไอ้หมาตำรวจมันรู้ได้ไงว่าเราจะเก็บเสี่ยยุทธ์ที่ผับนั่น”

“เพราะกลิ่นตัวคนเลวมันแรงมั้ง” ผมพูดเสียงเบา

“เลิกกวนตีน แล้วก็ตอบมาดีๆ...ขอร้องละ” เสียงเขาเบาพอกัน เป็นเสียงเบาแบบที่ข่มกลั้นอารมณ์โมโหสุดๆ

“นี่แปรงฟันบ้างรึเปล่า”

“โอเค ถือว่ากูให้โอกาสมึงแล้ว”

มิกกี้ใช้ศอกสะกิดผม “ธาร เชี่ยไรวะ อย่าไปกวนมันดิ”

แต่เหมือนจะสายเกินไปแล้ว

“แอ๊ด”

แอ๊ดยกปืนจ่อหน้าผากผมพร้อมกับรอยยิ้มโรคจิตนั่นอีก

ผมกัดฟันเชิดหน้าขึ้น มองลึกเข้าไปในรูของปลายกระบอกเหมือนวันที่เรือใบสอนผมใช้ปืน พยายามนึกถึงใบหน้าพี่ภาณที่กำลังอ้าแขนรอรับอยู่อีกโลก แต่ก็เห็นแค่เพียงความดำมืดและว่างเปล่า “เอาเลย”

แอ๊ดดึงสไลด์ปืนขึ้นลำดัง แกร๊ก

แล้วผมก็หลับตาลง







______________________________

ขอบคุณมากๆ นะคะที่อยู่เป็นเพื่อนกันจนมาถึงตรงนี้
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

นางร้าย

19.08.18

ออฟไลน์ k2blove

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1868
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-3
 :a5:
เรือใบขี้เก๊ก รีบมาด่วนเลยนะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เรือ ถีบนังลินให้ตกรถไปซะแล้วรีบไปช่วยธารด่วน  :angry2:

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
พี่เรือจะมาทันไหมคะนี่ ฮื่อ ทำไมสั้นจัง  :hao5:

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
พี่เรือรีบมาด่วนนน มัวแต่ไปส่งอดีตคู่หมั้นอยู่นั่นแหละะะ :fire:

ออฟไลน์ ดาวลูกไก่

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 257
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-0
โว้ยยยยย ใจเย๊นนน เย็นน เป็นคนเลวไม่จำเป็นต้องใจร้อนเสมอไปค่าา ฮืออ น้องธารของแม่ หนูจะรอดปลอดภัยได้ยังไงคะ นี่อยากให้พี่เรือใบวาร์ปได้ชะมัดด รีบมาช่วยน้องเร้วววว  :z3:

ออฟไลน์ BloodyBlue

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2/-0
โอ๊ยยยยย :z3: :z10: :fire: เสียใจแทนน้องอะ เรือนะเรือ

ออฟไลน์ ●GreenTEA●

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 684
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-2
มาต่อเร็วๆน้า   :katai1: :katai1:

ออฟไลน์ ลูกกุญแจ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2

ออฟไลน์ PoLAxNwdYB

  • BoyLoves VS Boyfriend !! Oh! I choose BoyLoves ㅋㅋㅋ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 3
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :z13: :z13: :z13:
จิ้ม ๆ คุณไรท์มาต่อเร็ว ๆ น้า  :katai2-1:

ออฟไลน์ oki

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 300
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +14/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ singalone

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 381
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-2
โน่ววววว น้องธาร อย่าเพิ่งรีบตายยย อิพระเอกมันยังไม่ได้ทำตัวเป็นพระเอกเลยนะ

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 38.1
ร.รัว



[เรือใบ]

อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ

ไม่ต้องตามหา

- สายธาร
   

ผมอ่านโน้ตแผ่นนี้ซ้ำๆ พลางกินท่อนแยมเย็นชืดไปด้วย เขาไปแล้ว อย่างที่ผมคิดไว้และเชื่อมาตลอดว่ามันจะเกิดขึ้น ทุกครั้งที่เปิดประตูออกมาและไม่เห็นเขาอยู่ที่โซฟา ผมไม่เคยคิดว่าเขาอยู่ในห้องน้ำทั้งที่เขาอยู่ในนั้น บางวันที่ไม่เห็นเขาในห้องโถง ผมก็ไม่เชื่อว่าเขาจะแค่แวบลงไปซื้อของในเซเว่น

ผมคิดว่า สักวันฟางเส้นสุดท้ายจะขาด และสมองส่วนที่เป็นเหตุเป็นผลของเขาก็จะกลับมาทำงานได้ดีจนต้องลุกพรวดขึ้นมาเก็บของ เขียนโน้ตสั้นๆ หรือไม่เขียนอะไรเลย แล้วพุ่งตัวผ่านประตูไป

แล้วมันก็เกิดขึ้นจริงๆ

เขาไปแล้ว

คำถามคือ เขาตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้วไปลับเลย หรือว่าแค่หลบไปสูดอากาศคิดอะไรนิดหน่อยแล้วจะกลับมายึดโซฟาผมเป็นโลกทั้งใบเหมือนเดิม

ไม่สิ...ไม่มีอะไรเหมือนเดิมหรอก

คนเรา ถ้าได้ก้าวไปบนเส้นทางหนึ่งสักก้าวแล้ว เท่ากับว่าได้หันหลังให้เส้นทางอื่นๆ ไปด้วย และผลลัพธ์ที่อยู่ปลายทางนั้นย่อมจะแตกต่างกันแน่นอน เหมือนกับเด็ก ม.6 ที่เลือกเรียนคณะหนึ่ง แม้จะด้วยความสับสนลังเลก็ตาม ถ้าเลือกไปแล้ว เป็นอันว่าหมดสิทธิ์เรียนคณะอื่น

จริงอยู่ เราอาจจะลองเรียนสักปีสองปี เดินบนเส้นทางนั้นสักสองสามก้าว แล้วย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นเพื่อเลือกใหม่อีกครั้ง แต่เราก็จะไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เส้นทางนั้นจะซัดเราอย่างหนักจนแทบยืนไม่ขึ้น และตามประสบการณ์ของผม เส้นทางที่เลือกด้วยความลังเลนี่แหละหมัดหนักที่สุดแล้ว

แต่สายธารคงไม่ลังเล

เขาไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาแค่ทนไหลตามน้ำไป และพอถึงจุดที่ทนกระแสน้ำหรือความหนาวเย็นไม่ไหว...เขาก็ว่ายขึ้นฝั่งของตัวเอง มันก็แค่นั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน 

ความคิดนี้ทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กลง แต่ก็โล่งใจอย่างไม่น่าเชื่อ ท่อนแยมทอดและความจริงที่ว่าสายธารไม่อยู่แล้วทำให้ผมไม่อยากกลืนอะไรลงท้องอีก ผมวางกระดาษโน้ตแผ่นนั้นลงตำแหน่งเดิมเป๊ะๆ ทำราวกับว่ายังไม่เคยหยิบมันขึ้นมาอ่าน จากนั้นก็ไปอาบน้ำ สวมชุดนอน ทิ้งตัวบนเตียง

ในฐานะผู้คุ้มกันพยานผมควรโทรหาเขาและตามตัวเขากลับมาให้เร็วที่สุด แต่ในฐานะ...จะใช้คำว่าอะไรก็ตามในความสัมพันธ์ประหลาดๆ ของเรา ผมกลับปอดแหก ถ้าเขารับสาย ผมจะพูดอะไร เขาจะพูดอะไร...

อย่างน้อยต้องรู้ก่อนว่าเขาอยู่ที่ไหน

ผมเข้าเฟซบุ๊กและค้นหาโปรไฟล์ด้วยชื่อ สายธาร ผมอาจจะเป็นพวกหัวเก่าก็ได้ ตั้งแต่อยู่กันมาก็ไม่เคยรู้เลยว่าเขาใช้เฟซบุ๊กชื่ออะไร และในเรื่องนี้เขาก็หัวเก่าด้วยเหมือนกัน หรือไม่ก็เพราะเป็นคนต่อต้านสังคม เลยไม่เห็นโปรไฟล์ของเขาในบรรดารายการค้นหาเลย 

ผ่านไปเป็นชั่วโมงยังไม่มีวี่แววว่าสายธารจะกลับมา ผมตัดสินใจโทรหามิกกี้ เพื่อนคนเดียวของเขาที่ผมมีเบอร์โทรอยู่ในเครื่อง ปรากฏว่ามีสัญญาณ แต่ไม่มีคนกดรับจนสายตัดไปเอง

รออีกสักพักค่อยโทรละกัน

แต่...

ถ้ารอต่อไปอีกผมอาจจะหมดความกล้าแล้ว ต้องเป็นคืนนี้แหละ ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องบอกเขาคืนนี้

ผมลุกพรวดขึ้นมาแต่งตัว ทำทุกอย่างให้เร็วเพราะกลัวตัวเองจะเปลี่ยนใจ คว้ากุญแจรถได้ก็ออกจากห้องทันที

เวลาดึกรถไม่ติด ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหน้าหอพักของเขา

ลุงยามนั่งหลับอ้าปากหวออยู่บนเก้าอี้ตามเดิม หมาพันธุ์ไทยหมอบอยู่แทบเท้าเขา มันผงกหัวขึ้นตอนผมเดินเข้าไปใกล้

“ไง ชาเย็น” ผมจำชื่อมันได้ เพราะเสียงสายธารที่เรียกชื่อมันวันนั้นดังขึ้นในหัวผมนี้ เจ้าหมากระดิกหางลุกขึ้นมาดมขาผม ก็อยากเล่นด้วยอยู่หรอกถ้าไม่มีเรื่องสำคัญ “ลุง...ลุง”

ลุงยามสะดุ้งตื่น หน้าตาเหลอหลา

“พอดีผมแวะมาหาน้อง เปิดประตูให้หน่อยได้มั้ย”

“อะ...เอ้อ คุณนั่นเอง”

“จำผมได้เหรอ”

“คุ้นๆ กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย”

“ดึกมากแล้ว”

“มาหาน้องใช่มั้ย ได้ๆ แป๊บนะ”

ลุงลุกจากเก้าอี้พลางควักคีย์การ์ด ระหว่างนั้นผมก็ชวนคุย

“ทำไมเงียบจัง”

“ปิดเทอมน่ะสิ ปกติไม่เงียบหรอก ตรงม้าหินอ่อนหน้าหอนี่นั่งกินเบียร์กันยันเช้าก็มี” ลุงแตะคีย์การ์ดเปิดประตู “เด็กสมัยนี้กินเหล้าเก่งจริงๆ ตอนหัวค่ำก็มีเดินเซออกไปสี่ห้าคน คนนึงนี่ต้องขี่หลังเพื่อนเลย ยังจะไปต่อข้างนอกกันอีก”

“วัยห้าวก็งี้แหละลุง”

ผมก้าวเข้าในอาคาร แล้วใช้ระบบขนส่งมวลกายด้วยสองขาพาตัวเองขึ้นไปที่ชั้นสี่ ประตูทุกบานปิดเงียบอย่างกับหอพักผีสิง ห้องสายธารก็ด้วย

อะไรบางอย่างสะกิดใจผม แต่ก็นึกไม่ออกว่าคืออะไร

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

หลังจากหายใจลึกๆ ผมก็เคาะประตู

“สายธาร”

ก๊อก ก๊อก

“มิกกี้”

ไม่มีคนเปิด ไม่มีเสียงเคลื่อนไหวอยู่ในห้อง

ผมลองเคาะประตูห้องตรงข้าม ซึ่งเป็นที่พำนักเจ้าของลายสักรูปหมีแพนด้านเคี้ยวต้นไผ่ แต่ห้องนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่เหมือนกัน

ผมหันกลับมาที่ห้องสายธาร “มิกกี้ อยู่รึเปล่า เปิดหน่อย”

ผมเงี่ยหูฟัง จากนั้นก็ลองหมุนลูกบิดประตู ปรากฏว่าห้องไม่ได้ล็อก

นี่ก็ผิดปกติอีกเรื่อง

ปืนแม็กกาซีนอยู่ที่คอนโด ผมมัวแต่คิดว่าจะพูดกับสายธารยังไงดี แล้วก็พรวดพราดออกมาจนลืมไปซะสนิท ส่วนปืนลูกโม่อยู่ใต้เบาะฝังคนขับ แต่คงไม่ทันแล้ว ผมผลักประตูให้เปิดเบาๆ และรีบแนบแผ่นหลังกับผนังข้างประตู

ยังไม่มีการเคลื่อนไหว

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปในห้อง พร้อมกับมือตะปบเปิดสวิตช์ไฟ เตรียมรับการจู่โจมทุกรูปแบบ

แต่กลับไม่มีอะไร ไม่มีใครเลยด้วย เห็นแต่ข้าวของที่กระจัดกระจายเกลื่อนห้อง ถ้าไม่ใช่เพราะปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ก็คงเป็น...

เรื่องที่สะกิดใจผมแจ่มแจ้งขึ้นมาทันที

ตอนหัวค่ำก็มีเดินเซออกไปสี่ห้าคน คนนึงนี่ต้องขี่หลังเพื่อนเลย

คนนั้นต้องเป็นสายธารแน่นอน

ผมหันหลังกลับ วิ่งลงบันไดทีละสองขั้นกะว่าจะมาถามรายละเอียดลุง แต่ลุงไม่อยู่ที่โต๊ะแล้ว ซึ่งอาจจะไปเข้าห้องน้ำที่น่าจะอยู่ด้านหลังตึกก็ได้ ผมกดปุ่มปลดล็อกประตูจากด้านใน พุ่งตัวไปที่รถ เปิดประตูเพื่อล้วงหยิบปืนลูกโม่ใต้เบาะคนขับ

“หยุด!” ใครคนหนึ่งปราดเข้ามาประชิดตัวผมพร้อมกับจ่อปืนเข้าที่ท้ายทอย อีกคนหนึ่งก้าวออกจากมุมมืดข้างหน้า

เวรเอ๊ย มันดักอยู่ตรงนี้เอง

หมดลายตำรวจเก่าแล้ว ทำอะไรบุ่มบ่ามแถมยังประมาทสุดๆ อย่างกับคนหูหนวกตาบอด ผมตั้งสติ แล้วรีบเคาะสนิมในหัว นึกถึงสำนวนง่ายๆ ในหมู่คนพกปืนว่า คนจี้ไม่ยิง คนยิงไม่จี้ แต่...ปืนก็คือปืน

ไอ้คนข้างหน้าผมก้าวเข้ามา ยิ้มยิงฟันซึ่งถ้าไฟตรงนี้สว่างพอก็คงจะเห็นคราบบุหรี่เต็มเหงือก มันเหน็บปืนเข้ากับเอวเพราะคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ดี แบบนั้นดีแล้ว

ส่วนไอ้คนข้างหลังจ่อปืนชิดท้ายทอยผม แถมดูจากเงาแล้วมันยังเหยียดแขนเป็นแนวตรงด้วย

นักเลงข้างถนนชัดๆ

“ยกมือขึ้น”

ผมวางปืนลูกโม่ไว้บนเบาะ ยืดตัวขึ้น ชูสองมือไว้ข้างศีรษะด้วยความเต็มใจ

โง่มาก ไม่รู้เหรอว่าให้ยกมือขึ้น มือผมยิ่งอยู่ใกล้ข้อมือของมัน

“ต้องการอะไร”

“เดี๋ยวมึงก็รู้ แม่ง ปล่อยให้รอจนตูดกูเป็นเหน็บ” ไอ้คนข้างหน้าพูด

“เออ นึกว่าจะไม่มาแล้ว” คนข้างหลังว่าตาม น้ำเสียงผ่อนคลาย “รู้สึกไงวะที่มีปืนจ่อหัวแบบนี้ หา! ไอ้ชิบ...”

ฟึ่บ!

ถึงสนิมจะเกาะบ้างแต่ผมก็ยังไวพอ การเคลื่อนไหวไหลลื่นจนพวกมันอึ้ง ถ้าไอ้คนข้างหน้าสามารถหน่วงเวลาให้ช้าลงได้ก็คงเห็นขั้นตอนทั้งหมดว่า...ผมเอียงศีรษะให้พ้นวิธีกระสุน ในจังหวะเดียวกันก็หมุนตัวไปทางขวาพร้อมกับสับศอกกลับเข้าที่แขนมันเพื่อให้ปืนเฉไปด้านข้าง มือซ้ายของผมตะปบข้อมือที่ถือปืนทันที มือขวารีบตะปบช่วย แล้วบิดอย่างแรงกลับไปทางซ้าย ทำให้ตัวมันเสียศูนย์ก่อนจะลงไปนอนกับพื้น ปืนถูกแย่งจากมือเรียบร้อย และแขนที่ถูกจับบิดยังเหยียดตึงแบบฝืนธรรมชาติ ผมจะหยุดแค่นี้ก็ได้ แต่โทสะสั่งให้ทิ้งเข่าลงไปบนแขนข้างนั้นซ้ำอีกจนเกิดเสียงดังเป๊าะ

“โอ๊ย!” เจ้าของปืนร้อง

“เฮ้ย!” คนข้างหน้าจะชักอาวุธ แต่ช้าเกินไป

แกร๊ก

ปืนที่แย่งมาได้เป็นปืนแม็กกาซีนรุ่นดึกดำบรรพ์ ผมขึ้นลำมือเดียวโดยกระตุกมือแรงๆ ก่อนปลายปืนจะชี้ที่กลางลำตัวอีกฝ่าย ซึ่งทำให้มันหยุดชะงักโดยไม่ต้องสั่ง

ผมปล่อยมือซ้ายจากแขนหักๆ ของไอ้คนแรก เปลี่ยนเป็นกุมปืนสองมือตามที่ฝึกมา เรือใบคนเก่ากลับมาครอบงำผมเต็มที่ นิ้วชี้โหยหาการลั่นไกจนต้องเกร็งไหล่ฝืนไว้

“ชักปืน ปลดแม็กออก ช้าๆ นะ คัดอีกเม็ดออกด้วย...แล้วก็วางลง”

มันทำตาม สีหน้าเหมือนท้องผูก

“ใจเย็น คุยกันได้น่า” มันพูดหลังจากยืดตัวขึ้นอีกครั้ง ส่วนไอ้คนแขนหักกำลังร้องครวญครางไม่เป็นภาษา

“เออ ได้คุยแน่” ผมสืบเท้าเข้าไปเตะปืนที่ตอนนี้ไม่ต่างจากท่อนไม้ไปทางซ้าย เตะแม็กกาซีนไปทางขวา “เอาไว้ขอเงินแม่ซื้อใหม่ละกันนะ ทีนี้ก็เข้าไปนั่งเบาะคนขับ” ผมขยับถอยมาคว้าปืนลูกโม่ตัวเอง ปล่อยให้มันค่อยๆ สอดตัวเข้าไปนั่ง “ส่วนมึง ลุกขึ้น ไปนั่งอีกฝั่ง...เร็วสิวะ! หรือจะให้หักแขนอีกข้าง”

“จะ...เจ็บ”

ผัวะ!

ผมเตะท้องมันเน้นๆ ไปหนึ่งที ต้องกินตีนก่อนถึงจะยอมลุกได้ ดูจากแขนที่ห้อยผิดรูปแล้วน่าจะต้องเข้าเฝือกนานกว่าจะหายดี ในเมื่อมากันสองคน คนนึงก็ต้องโดนเล่นให้เดี้ยงแบบนี้แหละ

ผมรีบเข้าไปนั่งเบาะหลัง เอาปืนที่แย่งมาจ่อหัวคนขับไว้และโยนกุญแจให้มัน

“ขับไป”

“ขับไม่เป็น”

“กูไม่คิดงั้นนะ นั่นไงรถพวกมึง จอดอยู่หน้าบ้านหลังถัดไปนั่น” ยอมรับว่าผมเพิ่งมาสังเกตเอาตอนนี้เอง “ติดฟิล์มดำซะขนาดนั้น แม่ง พวกมึงดูหนังเยอะไปแน่ๆ”

“แต่คนขับดันแขนหักอยู่...”

“กูบอกให้ขับไป!” เอาปืนจิ้มหัวมันแรงๆ อีกที “รถเกียร์ออโต้เด็กประถมก็ขับได้โว้ย”

“โอเค”

ปรากฏว่าหมอนี่ขับคล่องเชียว จะถอยจะเลี้ยวจะแซงไม่มีพลาด จนเราออกจากซอยมาถึงถนนเส้นหลัก ล้อก็ยังหมุนไปพร้อมๆ กับสมองของผม

“ให้ไปไหนล่ะ” คนขับถาม

“ปะ...ไปโรง’บาล กูปวด โอ๊ย”

“มึงหุบตูดไป”

“แวะซะ...เซเว่นก็ยังดี แม่ง ขอพารา โอ๊ย”

“กูบอกให้เงียบ!”

นี่กูถือปืนอยู่นะโว้ย ไม่ใช่สากกะเบือ

ไอ้คนขับเหลือบมองกระจกหลัง ผมรีบเบนปืนมาจ่อหัวมันเหมือนเดิม เนื่องจากผมไม่รู้จักชื่อพวกมัน และขี้เกียจจะถาม แต่ดูจากลักษณะแล้วพอจะแยกแยะได้ คนขับรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาแหลมๆ ดูเจ้าเล่ห์เหมือนหมาจิ้งจอก ส่วนไอ้คนแขนหักตัวผอมแห้ง แต่หน้ามู่ทู่คล้ายหมาชิสุ...เดี๋ยวนะ หน้าคุ้นๆ นี่มันไอ้เด็กฮิปฮอปที่ผมเจอที่ผับโอเมก้าใช่มั้ย ใช่ ใช่เลย เพียงแต่ตอนนี้มันดูแก่ขึ้นนิดหน่อยเพราะไม่ได้แต่งตัวแนวนั้น

“จะให้ขับไปโรงพักล่ะสิ” จิ้งจอกว่า

โรงพักงั้นเหรอ ใช่ พวกมึงจะถูกจับ แล้วเจ้านายของมึงก็จะใช้เส้นสีกากีช่วยพวกมึงออกมาอยู่ดี

“ขับไปที่ที่พวกมึงจับสายธารไว้”

“รู้ได้ไงว่าจับไว้ มันอาจจะตายแล้วก็ได้”

ผัวะ!

เจอด้ามปืนตีหัวไปเต็มแรง เล่นเอารถสะบัด “เรียกใครมัน หา?”

“โอเคๆ เด็กนั่นน่ะ รู้ได้ไงว่าเราจับไว้”

ถ้าพวกมึงจะฆ่าทันที สายธารก็คงนอนเป็นศพอยู่ในห้องแล้ว แต่ผมไม่อยากต่อปากต่อคำ ปัญหาคือไม่รู้ว่ามีพวกมันอีกเท่าไหร่ที่รอต้อนรับอยู่ แบบนี้เท่ากับวิ่งไปให้พวกมันเชือดนิ่มๆ เลยใช่มั้ย

ผมมีทางเลือกอะไรบ้างล่ะ

อย่างน้อยพวกมันก็ต้องเซอร์ไพรส์บ้าง ที่เห็นผมเป็นคนถือปืนแทนที่จะเป็นสองหน่อนี่ และผมก็ยังมีกำลังเสริมอยู่

ผมควักโทรศัพท์ออกมา กดโทรหาเฮียยอช์ต

ฝากข้อความซะงั้น เฮียมาปิดเครื่องอะไรตอนนี้วะ ผมเลยเปลี่ยนไปเข้าแอพฯ ไลน์และใช้วิธีบันทึกเสียงส่งไป “เฮีย ผมกำลังบุกไปที่รังของพวกมัน โทรกลับด้วย เร็วๆ”

“ตำรวจเหรอ” จิ้งจอกถามและเร่งความเร็วขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเรากำลังเล่นเกมแข่งขับเวลา รถจะถึงที่หมายก่อนหรือว่าเฮียยอช์ตจะติดต่อกลับมาก่อน ผมไม่ได้บอกให้มันขับช้าลง ความกังวลเผาหัวใจผมจนดำเกรียมไปหมดแล้ว ถ้าสายธารเป็นอะไรไปผมจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองเลย

ไอ้เรือ ไอ้โง่! โง่! โง่! แม่ง!

“พวกมึงรู้ได้ไงว่ากูจะมาที่หอตอนไหน” ผมพูดเสียงเรียบ ตรงข้ามกับอารมณ์ที่ปะทุอยู่ข้างใน

“ยามไง”

“มึงขู่ลุงหรือจ่ายไปเท่าไหร่”

“ง่ายกว่านั้น แค่โชว์บัตรตำรวจนอกเครื่องแบบ แล้วก็บอกว่ามึงเป็นพวกค้ายา...”

“บัตรปลอม”

“แต่เหมือนจริงโคตรๆ สายจากวงในของเราทำให้”

“ในรถมียามั้ย” ไอ้เด็กฮิปฮอปพูดแทรก ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าจะเรียกมันว่าชิสุจะเหมาะกว่า “บุหรี่ก็ได้”

“ถ้าไม่เงียบกูจะให้มึงกินพาราเซตายแม่ง เอามั้ย รับรองหายปวดแน่” ผมใช้ปลายกระบอกปืนจิ้มหัวมัน และเบนกลับมาที่คนขับ “แล้วไงต่อ”

“ถ้ามึงโผล่หน้ามาลุงก็โทรบอกพวกกู แค่นั้น”

“มึงมีรูปกู...นึกออกแล้ว มึงนี่เองที่ขายลูกชิ้นปิ้งอยู่หน้าคอนโด เอามือถือถ่ายทะเบียนรถโต้งๆ เลยนี่” อีกฝ่ายเหลือบมองข้างหลัง ดูประหลาดใจ “แต่ไปถ่ายกูตอนไหน”

“รู้จักกล้องที่ติ่งเกาหลีใช้มั้ยล่ะ จะซูมเห็นสิวก็ยังได้”

พลาดจริงๆ

แต่น่าคิด ในเมื่อรู้หน้าและที่อยู่ขนาดนี้ ทำไมพวกมันไม่ใช้วิธีบ้านๆ ยิงผมกับสายธารให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป

“พวกมึงมีกี่คน” ผมถามเปลี่ยนเรื่อง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ความจริง

“ลูกปืนมึงไม่พอหรอก”

“ไม่ต้องห่วง มึงสองคนจะได้กินคนละเม็ดเน้นๆ แน่...เอาละ ได้เวลาแสดงละครแล้ว เอามือถือออกมา โทรหาลูกพี่มึงบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ส่วนมึงถ้าไม่อยากให้กูหักกระดูกอีกสักท่อนก็หุบปากเงียบๆ”

จิ้งจอกหยิบมือถือออกมา

“เปิดสปีกเกอร์ด้วย” ผมบอกพร้อมกับกดปลายกระบอกปืนแนบกับต้นคอมัน

“ถ้ายิงกูตอนนี้รถก็คว่ำ เราก็ตายกันหมด”

“กูไม่สน! โทรไป”

มันทำตามที่บอก หลังจากเสียงสัญญาณดังอยู่สองสามทีก็มีคนกดรับสาย แต่ไม่ทักทายก่อน

“...”

“ไอ้แอ๊ด” จิ้งจอกพูด น้ำเสียงปกติใช้ได้ “เรียกลูกพี่มาคุยหน่อย”

“ไง”

“เรียบร้อยดีครับพี่ กำลังไปครับ”

“ไอ้หมาตำรวจ มันเป็นไงมั่ง”

“น่วมครับ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”

“ดี อย่าลืมเบียร์กับบุหรี่ล่ะ เอามาดับกลิ่นคาวเลือดหน่อย”

“ครับ”

แล้วมันก็กดตัดสาย

มือผมสั่นระริก อยากเหนี่ยวไกเป่ามันทั้งสองคนตอนนี้เลย แต่ต้องอดทนไว้ พยายามผ่อนคลายโดยเอนหลังพิงเบาะ ลดปืนลงบนหน้าตักแต่ยังชี้ปลายกระบอกไปข้างหน้า ปืนลูกโม่เหน็บอยู่ที่เอว โทรศัพท์อยู่ในมือซ้ายพร้อมที่จะกดรับสาย แต่เฮียยอช์ตยังไม่โทรกลับ แชตไลน์ก็ยังไม่อ่าน ซึ่งก็พอเข้าใจได้เพราะตอนนี้ยังตีสี่กว่า

จิ้งจอกขับออกมานอกเมืองได้สักพักแล้ว ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้ว และกำลังจางลงเรื่อยๆ

โทรหาสายธารหรือมิกกี้ไม่ได้ เพราะตอนนี้ผมควรจะต้องถูกไอ้สองตัวนี้เล่นงานจนน่วมและถูกจับยัดใส่ท้ายรถ ผมลองโทรหาเฮียยอช์ตอีก แต่ยังปิดเครื่องอยู่เหมือนเดิม

ให้มันได้อย่างนี้สิ

รถแล่นช้าลง แล้วเลี้ยวเข้าซอย พอมันหักเลี้ยวเข้าซอยเล็กอีกทีผมก็เลิกสนใจเรื่องขอความช่วยเหลือ แล้วมาด้นสดอยู่กับปัจจุบันแทน

“จะถึงยัง”

“ใกล้แล้ว”

“อีกกี่โล หรือกี่เมตร”

“ไม่รู้ ใกล้ก็แล้วกัน”

สองข้างทางมีบ้านเรือนห่างๆ และมีป่าละเมาะขึ้นสลับ ยิ่งลึกยิ่งเปลี่ยว เหมือนจะเป็นเส้นทางที่ไปได้เที่ยวเดียวไม่มีกลับ

“ดับไฟหน้าซะ”

“ยังไม่สว่างเลย มองไม่เห็น”

“กูบอกให้ดับก็ดับสิวะ” ไฟหน้าดับลงตามคำสั่ง รถยังเคลื่อนไปช้าๆ “แล้วก็จอดห่างจากจุดนัดพบห้าสิบเมตร ห้ามตีไฟกะพริบ ห้ามกดแตร เข้าใจมั้ย” 

“ถึงแล้ว”

“กูบอกให้จอดก่อนถึงไง!”

“บอกช้าไป”

“แม่ง”

ผมรีบลงจากรถ เปิดประตูฝั่งคนขับกระชากคอไอ้จิ้งจอกลงมา แล้วสับด้ามปืนเข้าที่ก้านคอส่งมันร่วงลงไปกองกับพื้น ไม่รู้ว่าหนักมือไปรึเปล่า แต่ชีวิตก็เป็นแบบนี้ เราไม่เล่นมัน มันก็เล่นเรา ขณะเดียวกันชิสุก็กำลังตะกายลงจากรถอีกฝั่ง ผมเลยรีบวิ่งอ้อมไปรวบตัวมันไว้

“โอ๊ย! ขะ...แขนกู”

“เงียบ!”

ปืนที่จ่อขมับแรงๆ ช่วยให้มันหุบปากได้ ข้อเสียของชิสุคือมันตัวบางผอมแห้งไม่เหมาะจะใช้บังกระสุน แต่ก็ช่วยไม่ได้ มีแค่ไหนก็แค่นั้น ตอนนี้ท้องฟ้าใกล้สว่างแล้ว ต้นไม้ใบหญ้ารอบตัวหลับอยู่ภายใต้เงามืดเฮือกสุดท้ายของยามราตรี ห่างออกไปราวสิบเมตรมีบ้านเดี่ยวหลังเล็กตั้งเป็นเงาตะคุ่มอยู่ ดูทรุดโทรม ถูกทิ้งร้าง และน่าขนลุก ใกล้กันนั้นมีรถตู้สีขาวคันหนึ่ง ซึ่งในยามนี้ชวนให้คิดถึงซากสัตว์ดึกดำบรรพ์สักอย่าง แถมตอนนี้ทั่วบริเวณก็เงียบอย่างกับป่าช้า

ไม่ดี

ไม่ดีเลย สุดท้ายแล้วยังไงมันก็เป็นกับดักอยู่ดี กับดักที่ผมเต็มใจกระโดดเข้าใส่เพราะพวกมันใช้สายธารเป็นเหยื่อล่อ

เหยื่อล่อ...

ใช่ แต่ทำไมพวกมันไม่ใช้โทรศัพท์สายธารโทรหาผม ให้เสียงร้องเจ็บปวดของสายธารล่อผมออกจากถ้ำ

ผมคิดหวังไปเองรึเปล่าว่าสายธารยังมีชีวิตอยู่

ผมฉุดชิสุให้ยืดตัวขึ้น ก้าวถอยจนแผ่นหลังแนบกับรถโดยที่ยังยกปืนจ่อขมับมันไว้ “ถ้าจะเสียงดังขนาดนี้ อย่าซ่อนดีกว่าว่ะ ออกมาได้แล้ว”

ทันใดนั้นไฟฉายก็สาดเข้ามา จากทางซ้าย ทางขวา และจากข้างหน้า

สองคนด้านข้างขยับเข้ามาหยุดห่างจากผมสองสามก้าวพร้อมกับปืน ส่วนคนตรงหน้าก้าวช้าๆ วางมาดให้รู้ว่าเป็นหัวหน้า

“เฮ้ย นี่ก็เงียบสุดๆ แล้วนะ” ไอ้คนข้างหน้ายกไฟส่องหน้าผม มันเป็นคนเดียวที่ยังไม่ชักปืน “เซอร์ไพรส์เลยนะเนี่ย นึกว่ามึงจะอยู่ที่ท้ายรถซะอีก”

“หน้ากูเหมือนยางอะไหล่เหรอ”

“ฮ่าๆ ชอบว่ะ ปากงี้คุยกันได้”

“คุยอยู่แล้ว ไปเอาตัวเขามา แลกกัน”

“อ่าว งี้ก็ต้องไปขุดมันขึ้นมาสิ”

หัวใจผมหล่นวูบ ทั้งที่เก็บอาการได้ดีมาตลอด ทั้งที่สร้างเปลือกตัวตนไม่แคร์โลกมาได้เป็นปีๆ แต่ตอนนี้ยอมรับว่ามือไม้อ่อนจนแทบถือปืนไม่ไหว

“ถึงกับหน้าซีดเลยเว้ยเฮ้ย”

“กูบอกให้ไปเอาตัวเขามา ไม่งั้นไอ้นี่...”

ปัง!

พูดไม่ทันขาดคำ มันชักปืนยิงสมาชิกในแก๊งทันทีหนึ่งนัดเน้นๆ ชิสุสะดุ้งเฮือกเข่าทรุด ผมโอบรวบตัวเขาไว้กึ่งประคอง นึกไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะโหดปานนี้

“พะ...พี่ ทำไม” ชิสุยังไม่ตาย กระสุนอาจจะโดนท้องหรือไม่ก็โคนขา ลูกน้องอีกสองคนหันมองหัวหน้าด้วยความสงสัย แต่ปืนทั้งสองกระบอกยังเล็งมาที่ผม

“กูสงสัยมาสักพักแล้วว่ามีสายตำรวจอยู่ใกล้ๆ ตัว”

สายตำรวจ?

ไอ้เด็กฮิปหน้าเหมือนชิสุนี่น่ะนะ... 

“ยังอยากแลกตัวอยู่มั้ย”

“...” ผมพยุงร่างชิสุไว้ ลักษณะประคองมากกว่าจะใช้เป็นโล่กันกระสุน

“เอาไง จะให้กูยิงมันซ้ำ แล้วยิงมึง หรือมึงจะโยนปืนมาตรงนี้แล้วต่ออายุไปอีกหน่อย”

คนโดนยิงหายใจขาดเป็นห้วง ขาอ่อนแรงจนทรงตัวไม่ไหว ในที่สุดผมก็ยอมปล่อยให้เขารูดตัวลงกองกับพื้น ผมถึงกับประคองให้เค้านอนลาดสบายๆ จากนั้นก็ยืดตัวขึ้น ปลดแม็กกาซีนทิ้ง ดึงสไลด์ให้กระสุนอีกหนึ่งนัดดีดออก แล้วโยนปืนทิ้ง

“ไอ้ที่เหน็บอยู่ที่เอวด้วยสิวะ”

ผมชักปืนลูกโม่ และย่อตัววางมันลงกับพื้นเบาๆ แทบจะเหมือนกับปล่อยสัตว์เลี้ยงตัวเล็กให้เป็นอิสระ

“ทีนี้ก็ยกมือขึ้นสูงๆ”

ผมไม่ยก

แถมยังถามกลับราวกับตัวเองคือคนที่ถือปืน

“เด็กกูอยู่ไหน”









____________________________



ขอบคุณที่อยู่กับพี่เรือมาจนถึงตรงนี้นะคะ
เอาใจช่วยคนกากๆ คนนี้ ที่เริ่มจะกากน้อยลงด้วยนะคะ
บทนี้ยาวนิดนึง เลยแบ่งเป็นสองพาร์ท
เจอกันพาร์ทสองนะคะ


รักมากๆ ^-^
นางร้าย

26.08.18

ออฟไลน์ fc_fic

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2598
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-7

ออฟไลน์ ลูกกุญแจ

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 337
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +28/-2

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4015
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
อยากเข้าไปปลุกพี่ยอร์ชเลยค่ะ ขอกำลังเสริมหน่อยเร้ววว  :hao5:

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
พี่เรือ อัดมันให้น่วมค่ะ

ออฟไลน์ ciaiwpot

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
ตำรวจจจจจจจจจจจ
ช่วยด้วย
อย่ามาแค่ตอนจบสิ

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
แหม๊ มีความเด็กกงเด็กกู :hao3:

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
ตำรวจเมื่อไหร่จะมาฟะ ช้าชะมัด  :katai1:

ออฟไลน์ กาแฟมั้ยฮะจ้าว

  • Let me hug you tight, and I’ll make you feel how important you are.
  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 920
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +570/-0
ขอบคุณครับ +1 ให้นะครับ :a2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด