⛵____ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์____⛵ [อัพตอนพิเศษ 2] ร.รุก ร.รับ ร.รูม 06.05.19| P.9
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ⛵____ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์____⛵ [อัพตอนพิเศษ 2] ร.รุก ร.รับ ร.รูม 06.05.19| P.9  (อ่าน 64060 ครั้ง)

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
อ้างถึง
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ

ติดตามกฏเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฏจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฏ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฏข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฏข้อ 17


เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁☁

⛵__ร.เรือ ร.รัก ร.ฤกษ์__⛵

_________________

ปัง!

เพราะกระสุนนัดเดียวแท้ๆ
ทุกอย่างเลยกลายเป็นแบบนี้

_________________

ผม ‘สายธาร’ เรียนจบแล้ว ไม่มีงานทำ ใช้ชีวิตไปวันๆ
ตั้งแต่เหตุการณ์ในวันนั้นผมก็เหมือนคนตายทั้งเป็นและกำลังหาโอกาสเหมาะๆ ที่จะตายจริงๆ
คืนหนึ่งผมบังเอิญไปเห็นเรื่องที่ไม่ควรมีใครเห็นเข้า คนแปลกหน้าถูกยิงจนร่วงลงไปกองกับพื้น
แล้วมือสังหารก็เล็งปืนตรงมาที่ผม
ชั่วขณะนั้นผมรู้สึกถึงความยินดีที่จะจบชีวิตลง เอาเลย...กระสุนนัดเดียวให้มันจบลงตรงนี้!
หัวใจผมเต้นกระตุกและได้ยินเสียงดังก้องอยู่ในหัวอย่างที่ควรเป็น
ปัง!


ผม ‘เรือใบ’ ลาออกจากงานนานแล้ว ไม่มีอะไรทำ ใช้ชีวิตไปวันๆ
แต่ยังช่วยงานพี่ชายที่เป็นตำรวจอยู่บ้างแก้เซ็ง อยู่ดีๆ คืนหนึ่งก็ดันไปเจอแจ็กพ็อตเข้า
เวร! ผมพุ่งเข้าไปชาร์จตัวไอ้เด็กนั่นจังหวะที่มือปืนลั่นไกพอดี มันแค่เสี้ยววินาทีจริงๆ โชคดีไม่ตาย แต่คนร้ายก็หนีไปได้
พอเรียกพี่ชายมาเคลียร์ สถานการณ์ก็เป็นอย่างที่นึกไว้เป๊ะ
เดือดร้อนคนว่างงานอย่างผมต้องอัญเชิญตัวไปดูแลต่อที่บ้านอีก
ไหน ขอดูหน้าตัวปัญหาชัดๆ ซิ…
ยาว! บอกเลย หน้าตางี้เคลียร์กันยาว


_________________


แฮชแท็กเรื่องนี้ใช้ตัวย่อว่า #รรรเรือ นะฮะ
อ่านแล้วเป็นยังไงแนะนำกันได้ตลอดนะคะ
ไม่ต้องเกรงใจเลย :D

_________________

ถ้าพร้อมแล้วก็...
เตรียมชักปืน
ขึ้นลำ
แล้วยิงรัวกันค่ะ

_________________


ฝากเนื้อ ฝากตัว ฝากกาย ฝากใจ
ได้โปรดอ่อนโยนกับคนเขียนด้วยนะกั๊บ : ))

ติดตามการอัพเดทได้ทาง Twitter นะคะ
จิ้มที่ชื่อได้เลย :D


_________________
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-05-2019 21:24:17 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
สารบัญ


กระสุนนัดที่ 1: ร.เร้า

กระสุนนัดที่ 2: ร.เร่ง

กระสุนนัดที่ 3: ร.รื้น

กระสุนนัดที่ 4: ร.รอ

กระสุนนัดที่ 5: ร.รื้อ

กระสุนนัดที่ 6: ร.รวม

กระสุนนัดที่ 7: ร.ระอา

กระสุนนัดที่ 8: ร.รำคาญ

กระสุนนัดที่ 9: ร.รำพึง

กระสุนนัดที่ 10: ร.รุนแรง

กระสุนนัดที่ 11: ร.รั่ว

กระสุนนัดที่ 12: ร.รอย

กระสุนนัดที่ 13: ร.ระยะ

กระสุนนัดที่ 14: ร.รวด

กระสุนนัดที่ 15: ร.รั้ง

กระสุนนัดที่ 16: ร.เริ่ม

กระสุนนัดที่ 17: ร.ร่ม

กระสุนนัดที่ 18: ร.รับปาก

กระสุนนัดที่ 19: ร.รู้

กระสุนนัดที่ 20: ร.ราวกับ

กระสุนนัดที่ 21: ร.รัด

กระสุนนัดที่ 22: ร.ร้อน

กระสุนนัดที่ 23: ร.ร้อนๆ หนาวๆ

กระสุนนัดที่ 24: ร.ราง

กระสุนนัดที่ 25: ร.ระลอก

กระสุนนัดที่ 26: ร.รน

กระสุนนัดที่ 27: ร.ระเบิด

กระสุนนัดที่ 28: ร.ร่วม

กระสุนนัดที่ 29: ร.รสชาติ

กระสุนนัดที่ 30: ร.ร่าเริง

กระสุนนัดที่ 31: ร.รู

กระสุนนัดที่ 32: ร.รีบ

กระสุนนัดที่ 33: ร.รอคอย

กระสุนนัดที่ 34: ร.ร่องรอย

กระสุนนัดที่ 35: ร.รอน

กระสุนนัดที่ 36: ร.ระยะเวลา

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-12-2018 21:53:41 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
โหลดกระสุน



ผู้ชายคนนั้นล้มหงายหลังด้วยแรงกระสุน

มันเกิดขึ้นเร็วจนผมมึนงง สองขาตรึงอยู่กับที่ สมองเอื่อยชาคล้ายเครื่องจักรตกรุ่น ทั้งที่คอยแต่จะคิดเรื่องความเป็นความตายมาเป็นปีๆ แต่พอมันเกิดขึ้นตรงหน้าผมกลับรู้สึกเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลย

ไม่กี่นาทีก่อนผมยังนั่งอยู่ข้างในร้าน PupPup ซึ่งชวนให้หลายคนหันขวับถ้าอ่านออกเสียงแบบไทย รอบตัวอัดแน่นด้วยความวุ่นวาย ทั้งเสียงเพลง เสียงพูดคุยฟังไม่ได้ศัพท์ และแสงไฟวูบวาบ เงาของผู้คนที่บ้างก็ขยับโยกตามเพลง บ้างก็จับกลุ่มพูดคุยกัน กลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้ง ผสานกับกลิ่นอายเปลี่ยวเหงาของผู้คน

เสียงเพลงเริ่มกลบเสียงที่ดังสะท้อนจากอดีต

ภาพในความคิดพร่ามัว

รอยยิ้มขี้เล่นของเขาคล้ายจะถอยห่างไปในโลกสีเทาหม่น

ผมเพิ่งดื่มไปแค่สองแก้ว แต่ในอกผมมีหลุมดำกลวงโบ๋ฝังอยู่ และมันจะกำเริบทุกทีที่เหล้าเข้าปาก หลุมดำที่ว่าจะดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างไปสู่ความเงียบสงัดอันว่างเปล่า

ภาพของเขา เสียงของเขา หรือแม้แต่ตัวตนของผมเองกำลังจะจมหายไป... 

ในหลายๆ ครั้งมันก็ดี แต่วันนี้ผมกลับอยากนึกถึงมันให้นานกว่านี้

ผมวางแก้วลง เดินเซออกประตู หนีความวุ่นวายไปตามทางเดินแคบๆ จนถึงบริเวณหลังร้าน กลิ่นขยะอบอวลผสมกลิ่นไอฝนที่เพิ่งตกไปตอนหัวค่ำ แต่ยังไงก็ดีกว่าข้างใน 

ผมยืดตัวสูดหายใจเข้าเต็มปอด ตอนนั้นเองที่สังเกตเห็นผู้ชายสองคนยืนคุยกันอยู่ภายใต้แสงไฟสีหม่น ห่างออกไปราวๆ สักห้าหกเมตร คนหนึ่งอ้วนท่าทางภูมิฐาน อีกคนผอมสูงและหนุ่มกว่า ทั้งคู่หันมามองผมอย่างไม่สบอารมณ์

“เอ่อ...ข้างในมันอับน่ะ หายใจไม่ออก” ผมอธิบายเหตุผลการมาของตัวเอง ซึ่งก็รู้สึกงี่เง่าทันทีเพราะทั้งคู่ไม่พูดตอบ

คนตัวอ้วนชักสีหน้าใส่ซะอีก

ส่วนคนผอมนอกจากไม่อธิบายอะไรแล้ว ยังชักปืนออกมา มันเกิดขึ้นเร็วมาก เขาฉวยโอกาสนั้นจ่อปลายกระบอกตรงหน้าผากคนข้างๆ แล้ว...

ปุ๊!

เสียงคล้ายปะทัดลูกเล็กระเบิดในที่แคบ ไม่ได้ดังไปกว่าเสียงปิดประตูสักเท่าไหร่เลย ชายร่างอ้วนร่วงไปกองกับพื้น จากนั้นปลายกระบอกปืนก็เบนมาที่ผม หัวใจผมเต้นกระตุก และดูราวกับเวลาจะหมุนช้าลง มีเวลามากมายพอให้มองเห็นว่าปลายกระบอกปืนติดท่อเก็บเสียงไว้ มีเวลาให้ความคิดผุดขึ้นมา

ในที่สุด...

เอาเลย ให้มันจบๆ ไป


“เวร!”

ปุ๊!

ผมล้มหงายด้วยแรงปะทะ

แล้วก็กลิ้งอีกสองสามตลบ

สีสันของโลกคล้ายกับจะเลือนหายไป...

แต่เสียงถังขยะใบใหญ่ที่ล้มโครมลงข้างตัวดึงสติผมกลับมา ผมอยู่ในท่านอนหงาย โดยมีใครอีกคนนอนทับร่างอยู่ ท่อนแขนของเขาซ้ายกดหน้าอกผมไว้ มือขวาชักปืนอย่างรวดเร็ว

“อะ...เอ่อ...”

แกร๊ก

เขาดึงสไลด์ปืนอย่างใจเย็น กระบอกปืนเกือบจะแนบกับแก้มผม ถ้าปลายกระบอกปืนไม่หันออกไปด้านข้างผมคงคิดว่าเขากำลังจ่อปืนข่มขู่ผมอยู่

“เงียบ” เขาพูดเสียงเบา แต่เฉียบขาด

ถึงยังไงผมก็พูดอะไรไม่ออกอยู่แล้ว เขานี่เองที่พุ่งใส่ผมในจังหวะที่หมอนั่นลั่นไกจนล้มกลิ้งมาด้วยกัน และเป็นเขาอีกที่กระชากถังขยะล้มลงมาเป็นที่กำบัง เมื่อกี้ผมรู้สึกได้เลยว่านาฬิกาข้อมือครูดกับพื้น หน้าปัดมันอาจจะแตกก็ได้ ยังไงสภาพมันก็จะไม่เหมือนเดิมอีกแน่ๆ

ขณะนี้ใบหน้าเราอยู่ใกล้กันมากจนแก้มเขาเกือบจะแตะจมูกผม หัวใจสองดวงเต้นแรง ไอร้อนพรูออกมาพร้อมกับลมหายใจ ไม่ว่ามือปืนคนนั้นจะเป็นใคร เขาน่าจะยิงซ้ำ

แต่ไม่มีกระสุนลั่นทะลวงถังพลาสติกอย่างที่คาด

ผมไม่อยากพูดอะไรหรอก แต่...

“อะไร...เป้าคุณ ทิ่มขาผมอยู่”

“กูปวดฉี่อยู่ เงียบๆ”

“ศอกด้วย หน้าอกผม...”

“แม่ง” เขาลุกพรวดขึ้นด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง จับปืนด้วยสองมือชี้ปลายกระบอกลงพื้น “นอนนิ่งๆ อยู่นั่นแหละ” 

ผมลุกขึ้นมองตามเขาพุ่งตัวออกไป เห็นเจ้าตัววิ่งไปจนถึงทางแยกท้ายตรอก ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็ก้าวยาวๆ กลับมาก้มมองชายร่างอ้วนที่นอนนิ่งอยู่ แต่แวบเดียวเขาก็เข้าประชิดตัวผมอีกครั้ง คนคนนี้เคลื่อนไหวไม่ต่างจากแมวเลยจริงๆ

“มึงเห็นหน้ามันใช่มั้ย” เขาถาม

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู แสงพรายน้ำสีเขียวสว่างเรืองอยู่ท่ามกลางความมืดสลัว หน้าปัดมีรอยถลอก แต่ก็บอกไม่ได้อีกว่าเสียหายมากกว่านั้นมั้ย

“กูถามมึงอยู่”

“อืม”

“พูดให้มันดังหน่อย เห็นหรือไม่เห็น”

“เห็น”

“ดี กูนึกว่ามึงแม่งโดนแล้ว” เขามองสำรวจผม

“โดนยิงอ่ะนะ เปล่า” ผมเอียงตัวชะเง้อมองร่างชายคนนั้น “แล้วเขา...”

“หลับฝันดีไปแล้ว”

“...” 

“ไป” เขาพูดพร้อมกับล็อกคอผม

“ปะ...ไปไหน”

“ไปจากตรงนี้สิวะ เดี๋ยวพ่อมึงก็มาแล้ว”

“พ่อผม? พ่อมาเกี่ยวอะไรด้วย คุณเป็นใคร”

“กูหมายถึงตำรวจเว้ย เดินไป ทำตัวเฉยๆ ไว้ อย่าให้มีพิรุธ”

พ่อมึง...หมายถึงตำรวจ เขาต้องดูหนังแอ๊คชั่นมากไปแน่ๆ แล้วก็นั่นแหละ ตำรวจมักมาตอนท้ายเสมอ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่หนัง มีคนตายจริงๆ ตายต่อหน้าต่อตาผมเลย แล้วคนที่ลากตัวผมออกไปนี่เป็นคนดีหรือคนร้ายล่ะ

อาจจะเป็นคนบ้าก็ได้

แต่ผมมีทางเลือกอะไรบ้าง ในเมื่อเขามีปืน แถมยังกอดคอผมด้วยท่อนแขนที่แข็งแรงขนาดนี้



ปืนเก็บเสียงกระบอกนั้นทำงานได้ดี

ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครรู้ว่ามีคนนอนหลับฝันดีอยู่หลังร้าน เราเดินออกมาถึงด้านหน้า เขากอดคอผมไว้แทบจะเหมือนคนขี้หวงบุกมาลากคอแฟนกลับบ้าน หลังจากออกมาถึงทางเท้าของถนนเส้นหลักเขาก็ถอดเสื้อแจ็กเก็ตออก พลิกกลับเอาด้านในซึ่งเป็นสีแดงเข้มออกมา แล้วส่งให้ผม

“อะไร”

“เสื้อไง ใส่ไว้ เอาด้านสีแดงออก”

“แค่นี้หลอกตาใครไม่ได้หรอก”

“ใส่ๆ ไปเหอะ” เขาคลุมไหล่ให้ผมแบบเถื่อนๆ จนเสื้อเกือบร่วง ผมคว้ามันไว้ได้ทันแล้วจัดการสวมอย่างไม่เต็มใจ “ต้องเปลี่ยนทรงผมใหม่ด้วย”

“เฮ้ยๆ อะไรล่ะ” ผมเอียงหัวหลบ แต่แขนแข็งแรงล็อกไว้และขยี้หัวผมแรงๆ จนได้

“ไม่หล่อสักวันไม่ตายหรอกน่า...ไป เดิน”

อะไรกันวะ

เขาเป็นใครกันแน่ และจะพาผมไปไหน

หลังจากเดินมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ควักมือถือออกมาแนบหู

“เฮีย...ออกมาเจอกันหน่อย...ใช่ เสี่ยยุทธ์กลับบ้านเก่าแล้ว...แน่ใจสิ หนึ่งเม็ดเน้นๆ ตรงกลางหน้าผากเลย...มาเจอผมที่ปั๊มเอสโซ่ละกัน...ใช่ โอเค เลิกกัน”

“ปล่อยผมได้ยัง” ผมพูดหลังจากเรามาถึงหน้าปั๊มน้ำมัน “อึดอัด”

เขาคลายแขนออกราวกับเพิ่งนึกได้ว่ากอดคอผมอยู่ กวาดตามองรอบตัว ก่อนหันมาสนใจผม “ยังอยู่ครบสามสิบสองนี่”

“อือฮึ”

“อย่าหยุดตรงนี้ เดินไปที่หลังปั๊ม เดินไปคุยไป”

“อะไรของคุณ ไปทำไม”

“ก่อนอื่นเลย กูรอฟังอยู่นะ”

“หือ?”

“รอดตายมาก็เพราะกูไม่ใช่รึไง ตอนเด็กๆ ครูไม่สอนพูดคำว่าขอบคุณเหรอ”

“อ่อ” ผมพูดเรียบๆ “ขอบคุณละกัน”

“ดูไม่ดีใจเลยนะที่รอดมาได้ แถมยังไม่หลบกระสุนอีก อยากตายรึไง”

ผมไม่ตอบ

ผมไม่รู้ว่าตัวเองอยากตายมั้ย แต่ก็สงสัยอยู่บ่อยๆ ว่ามันเป็นยังไง

“หรือกลัวจนขยับขาไม่ได้”

“มั้ง ว่าแต่นั่นปืนปลอมรึเปล่า ถึงไม่ยิงสวน” ผมเหลือบมองเอวของเขา แต่ไม่เห็นปืนอย่างที่คิด มันอาจจะเหน็บอยู่ที่เอวอีกฝั่งถ้าเขาถนัดซ้าย

“กูแกล้งบาดเจ็บรอจังหวะให้มันเข้ามาซ้ำต่างหาก แต่แม่งดันตัดสินใจหนี” เขาเหลือบมองหน้าผม “มึงชื่อไร”

“ธาร”

“ทาน? ที่แปลว่ากินอ่ะนะ หรือว่าสังฆทาน”

“สายธาร แต่เรียกแค่ธารก็พอ” 

“อ่อ กูเรือใบ เพื่อนๆ เรียกไอ้เรือ สาวๆ เรียกพี่เรือสำราญ ส่วนมึง...จะเรียกกูแบบสาวๆ เรียกก็ได้”

“เรือสำราญเนี่ยนะ”

“หึ”

“...”

“ใส่ชุดนักศึกษางี้ปีไหนล่ะ”

“เรียนจบแล้ว รอรับปริญญา แต่ใส่ชุดนี้เพราะ...” คิดถึงคนที่จากไป “...อยากใส่เฉยๆ” ผมตัดจบประโยคห้วนๆ 

“หึ ยังไม่อยากทำมาหากินใช่มะ...แป๊บนึง เยี่ยวจะแตก เยี่ยวกัน”

“ไม่เป็นไร”

“งั้นมึงรอนี่แหละ” เขาตบบ่าผมให้นั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าห้องน้ำ ปล่อยให้ผมมองตามแผ่นหลังกว้างๆ ขณะเขาเดินอ้อมไปด้านหลังห้องน้ำชาย ผมเห็นปืนแล้ว มันเหน็บอยู่ในซองปืนที่ติดกับเข็มขัดด้านหลัง วิธีการเหน็บตะแคงนิดๆ แต่ดูมั่นคงและพร้อมใช้งาน

ผมจะวิ่งหนีไปตอนนี้ก็ได้ วิ่งไปหน้าปั๊ม กระโดดขึ้นแท็กซี่ ทำเหมือนว่าเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

แต่สองขายังไม่ยอมขยับไปไหน

ผมเรียนรู้มาสักพักแล้วว่าความจริงบางอย่างนั้นไม่ต่างจากหมาบ้าที่กัดไม่ปล่อย ยิ่งวิ่งหนีมันยิ่งไล่ฟัด ภาพที่ชายคนนั้นล้มผลึ่งแวบเข้ามาฉายซ้ำในหัว รู้สึกมวนท้องจนนั่งไม่ติด ผมเลยลุกเดินไปที่อ่างล้างมือ

ห้องน้ำที่นี่ก็เหมือนในปั๊มทั่วไปที่ไฟสว่างแต่พอเพียง น้ำไหลเหมือนไม่เต็มใจ อ่างล้างมือเต็มไปด้วยซากแมลง กระจกเงาเก่าและมัวจนดูหลอนๆ ผมวักน้ำจากก๊อกล้างหน้าเบาๆ แล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดูอีก เข็มวินาทียังเดินปกติดี ความเสียหายเท่าที่เห็นมีแค่รอยถลอกเล็กๆ บนหน้าปัด

ผู้ชายที่แนะนำตัวว่าชื่อเรือใบเดินอ้อมมาจากด้านหลัง เข้ามาล้างมือที่อ่างมือข้างๆ ตามด้วยล้างหน้าแรงๆ เหมือนพวกนักกีฬาชอบทำกัน

“ทำไม มือเป็นไร”

“เปล่า นาฬิกาน่ะ...ช่างเถอะ”

ผมลอบมองเงาสะท้อนของเขาในกระจก

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ตั้งใจพิจารณาเขา หน้าตาดีเลยละ สูงไม่ต่ำกว่าร้อยแปดสิบห้าเซ็นแน่นอน ทรงผมรากไทรเซ็ตนิดๆ คิ้วหนา ตาคม จมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่ดูไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ดูจากสีผิวชวนให้คิดว่ามีเชื้อจีนปนอยู่ในสายเลือดเล็กน้อย เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลม และกางเกงยีนเข้ารูป

ดูไม่เหมือนคนบ้าเท่าไหร่ ไม่มีลักษณะแบบคนร้ายที่มักจะเห็นในหนังด้วย เขาดูเหมือน...พนักงานออฟฟิศที่ออกมาเที่ยวเต๊าะสาวเล่นมากกว่า แต่ปืนนั่นก็ชวนให้คิดว่าเขาเป็นอะไรมากกว่านั้น

“มองอะไร” เขาถามขึ้นเรียบๆ พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้กระจกคล้ายตั้งใจสำรวจสิว ทั้งที่ไม่เห็นมีสิวสักเม็ด

“เปล่านี่”

“เหรอ”

“...” ผมมองกระจกอยู่ตลอด สาบานได้ว่าสายตาเขาไม่ได้เหลือบมาทางผมสักนิด แต่เหมือนกับว่าเขารู้ตัวทันทีที่ผมมองตั้งแต่แรกแล้ว แบบนี้มันน่าขนลุกนะ

“มึงใช้โฟมล้างหน้าอะไร หน้าโคตรเนียน”

มันน่าขนลุกจริงๆ

“คุณเป็นตำรวจเหรอ” ผมถามไปอีกเรื่อง

“ไม่เชิง”

“งั้นก็เป็นโจร”

“ดูใหม่” คราวนี้เขาหันมาเผชิญหน้ากับผมเต็มๆ หยดน้ำยังเกาะพราวทั่วใบหน้า “กูดูเหมือนโจรเหรอ”

อาจจะเป็นออร่า หรือรังสีความหน้าตาดีอะไรก็ตาม แต่ผมมองหน้าเขาตรงๆ ไม่ได้

ผมทำเป็นไม่สนใจ หันไปล้างมือต่อ “คนดีๆ คงไม่พกปืนมาเที่ยวหรอก”

“กูอาจจะพกเอาเท่ก็ได้...”

“เรือ” เสียงใครคนหนึ่งแทรกขึ้น

เราทั้งคู่หันไปมอง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวยาวๆ เข้ามา ดูน่าจะเตี้ยกว่าผมเล็กน้อย ตัดผมรองทรง อยู่ในชุดเสื้อยืดสีหมองและกางเกงยีนเก่าๆ

“ช้าว่ะเฮีย”

“นี่ก็เร็วสุดแล้ว เรื่องเป็นไง”

“ร้านผับผับกลางซอยสิบ เสี่ยหลับฝันดีอยู่หลังร้านนั่นแหละ”

“เวลาเคลื่อนจากข้อมูลที่ได้มาไปเยอะ สถานที่ตามที่สายเราแจ้งบอกว่าอยู่อีกซอยด้วย เบื่อไอ้หนอนพวกนี้จริงๆ” คนมาใหม่ส่ายหัว “แล้วมันเก็บเสี่ยทำไม ช่วงนี้พวกมันกำลังคุยธุรกิจล็อตใหญ่กันไม่ใช่เหรอ...”

“หลังหักไงเฮีย”

“หักหลัง” อีกฝ่ายแก้ “อืม ทำไมไม่บอกก่อนล่ะว่าจะมา เฮียจะได้ส่งคนมาช่วย อีกอย่าง ไหนบอกว่างานนี้จะไม่ยุ่งไม่ใช่เหรอ แล้วคืนนี้ออกมาทำไม แถมยังรู้สถานที่อีก”

“ผมแค่มาเที่ยว โชคดีที่ผับแม่งเหม็นชิบหาย เลยเดินออกไปเจอของดีเข้า” เรือใบยักไหล่ พออีกฝ่ายหรี่ตาลงเขาก็พูดต่อ “หรือต่อให้ผมรู้แล้วบอกเฮียก่อน คนที่เฮียจะส่งมาช่วยอาจเป็นหนอนก็ได้ จริงมั้ย”

“ช่างเถอะ แล้วไงต่อ”

“เกือบได้ดวลปืนกัน แต่มันหนีไปได้ นี่คนเห็นเหตุการณ์” เขาตะแคงศีรษะมาทางผม

สายตาคมกริบมองผมตั้งแต่หัวจดเท้า “น้องชื่ออะไร”

“ธาร”

“ผมยอช์ตนะ” เขาควักกระเป๋าสตางค์ออกมา ควักบัตรยื่นมาค้างไว้ตรงหน้าผม

“ตำรวจ...” นี่เหรอตำรวจ ถ้าบอกว่าขับวินมอเตอร์ไซค์จะดูน่าเชื่อกว่านะ

โดยมารยาทแล้วผมควรจะยกมือไหว้เขา แต่ผมก็ไม่ทำ

“นอกเครื่องแบบน่ะ” เขาอธิบายราวกับอ่านความคิดผมได้ “น้องเห็นหน้าคนร้ายชัดรึเปล่า”

ผมพยักหน้า

“ไม่ได้เมาใช่มั้ย”

ฟึ่บ!

เรือใบยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมผงะ แต่เขาก็จับต้นคอผมไว้ไม่ให้หลบ “มึงกินไปเยอะมั้ย”

ผมสะบัดศีรษะจนหลุดจากมือเขา “ผมไม่ได้เมา ดื่มไปแค่สองแก้ว”

“แล้วมึงไปทำอะไรที่หลังร้าน”

“แค่ไปสูดอากาศ”

เรือใบมองหน้าผมนิ่งๆ จากนั้นก็ฉีกยิ้ม “ตามนั้นเฮีย”

เฮียยอช์ตมองผมอีก บอกตามตรงผมยังไม่แน่ใจว่าเขาเป็นตำรวจจริงๆ รึเปล่า ทำไมผมสลัดภาพวินมอเตอร์ไซค์ออกจากหัวไม่ได้สักที แม้ว่าจะเห็นยศบนบัตรเขาแล้วก็เถอะ “งานนี้ท่าจะยาว” เขาว่า

“ครับ?” ผมเลิกคิ้ว

“คนที่โดนยิงน่ะ เสี่ยยุทธ์ ตัวบิ๊กในวงการเลย ส่วนไอ้มือปืนก็น่าจะไม่ธรรมดา ต้องเป็นมือขวาของไอ้ตัวการใหญ่คู่ค้าเสี่ยแน่ มันถึงเข้าใกล้เสี่ยได้ขนาดนี้ มันเห็นหน้าน้องแล้ว ตอนนี้พวกมันคงอยากเล่นป๊อกเด้งกับน้องเร็วๆ นี้แหละ”

“...”

“ไอ้ตัวการใหญ่ฝ่ายมือปืนที่ว่า เฮียเคยบอกใกล้สาวถึงตัวมันแล้วไม่ใช่เหรอ” เรือใบพูด

“ไม่เชิง นายก็รู้ถ้ามันเกี่ยวกับการเมืองไม่มีอะไรง่ายหรอก แถมฝ่ายเรายังมีหนอนไต่ยั้วเยี้ยถึงระดับบริหารเลย...เอางี้ เฮียจะแวบไปดูที่เกิดเหตุหน่อย ส่วนนายก็พาพยานไปสเกตช์หน้ามือปืนไว้ก่อน เดี๋ยวเฮียกลับไปดู จากนั้น...”

“จากนั้นอะไร”

“คงต้องให้นายช่วยดูแลพยานสักระยะ”

“เอาจริงดิ”

“จริง ต้องดูแลใกล้ชิดเลยละ รบกวนหน่อยละกัน เฮียไม่ไว้ใจคนข้างใน” 

“แต่...”

เฮียยอช์ตหันมาตบบ่าผม “ลำบากหน่อยนะ” ว่าแล้วเขาก็หันหลังก้าวยาวๆ ไปที่มอเตอร์ไซค์ เป็นมอเตอร์ไซค์แบบแม่บ้านยังไม่พอ แถมยังสภาพยังโทรมสุดๆ

เขาถีบคันสตาร์ทซึ่งไม่น่าจะติดง่ายๆ แก๊ก แก๊ก...

ระหว่างนี้เรือใบก็พูดไปเรื่อย “เฮีย ผมไม่ใช่ลูกน้องเฮียนะ”

แก๊ก แก๊ก

“เฮียจะสั่งตามใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้”

แก๊ก

“ผมจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ตามที่เคยบอก โอเคนะ เฮีย...”

ในที่สุดเครื่องก็ติดจนได้ “ขอบใจเรือ ไว้คุยกัน” เฮียยอช์ตตัดบท แล้วขับออกไป

ผมเอียงศีรษะมองตามหลังเขา พยายามไม่นึกถึงวินมอเตอร์ไซค์หรือคนขายลูกชิ้นปิ้งหรืออาหารข้างทางอะไรก็ตาม

“ถามหน่อย” ผมพูด

“ว่า”

“พวกหนอนที่ว่าหมายถึงอะไร”

“ไม่รู้จักสำนวนสุภาษิตไทยเหรอวะ เกลือเป็นหนอนไง ไอ้พวกตำรวจเลวที่ทำงานเป็นหูเป็นตาให้โจรอ่ะ”

“แล้วเล่นป๊อกเด้งล่ะ”

“ก็แบบเสี่ยนั่น” เรือใบทำมือเป็นรูปปืนชี้มาที่ผม “ป๊อก...แล้วก็เด้งไปนอนบนพื้น”

“อ่อ ช่างเถอะ ผมจะกลับแล้ว บาย”

“จะไปไหน” เขาตวัดแขนรอบคอผมอีก “ไม่ได้ยินเหรอ เฮียสั่งให้กูดูแลมึงอย่างใกล้ชิด มานี่เลย”





_________________

หวังว่าจะชอบกันนะคะ :)

นางร้าย 16.04.18
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-07-2018 15:58:38 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ ตัวแม่

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 106
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +43/-1
    • เพจตัวแม่
มาเจิมมมมมมม

ภาษายังงดงามและทำให้ติดได้เหมือนกัน

เป็นกำลังใจให้เด้ออออออออ คิดจะอู้ให้คิดถึงนักอ่านคนนี้ด้วยนะคะ 55555555555555

ออฟไลน์ Hamzholic

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 228
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +44/-2
พี่เรือมีเงื่อนง่ำ ไรง้าาาาา สรุปเป็นอะไร ตำรวจก็ไม่น่าใช่
ต้องรออ่านบท 1 / อยากรู้ว่านายเอกมีปมไรง่ะ

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
 :katai5:  ตาม ๆ อ่านในตอนต่อไป  :katai5:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ krayfanxing

  • เออนั่นล่ะ
  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 88
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
ธารดูมึนๆ กับชีวิตอ่ะ แต่ภาษาสวย เรื่องแปลกดีค่ะ เดาเรื่องที่เกิดขึ้นไปทางไหนไม่ค่อยออก น่าสนุกดี

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26
ติดตามจ้ะ

ออฟไลน์ วายซ่า

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +205/-6
รอติดตามค่า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ blanchard

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-3

สนุ๊กสนุก…


รอตอนต่อ….    :katai4:

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
น่าสนใจดี รอติดตามนะคะ

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
ธารมาระลึกถึงแฟนเก่าเหรอ

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 1
ร.เร้า


[สายธาร]

“ตกลงคุณเป็นตำรวจหรือไม่ได้เป็น”

“เรียกคุณมันทางการไปรึเปล่าวะ เรียกพี่ก็ได้”

“คุณเป็นตำรวจรึเปล่า” ผมถามซ้ำ

“เคยเป็น สรุปจะเรียกงี้ใช่มะ ตามใจ”

“งั้นตอนนี้เป็นอะไร...ทำงานให้ตำรวจ” ผมพยายามนึกหาคำ “สายตำรวจ?”

“ก็แล้วแต่จะเรียก”

“ออกมาเป็นสายทำไมล่ะ เป็นตำรวจก็ดีแล้วนี่ กินส่วยกินภาษีประชาชนไปวันๆ”

“ระวังปากหน่อยนะมึงอ่ะ แล้วนั่นก็พี่ชายกู”

“อ่อ เรือยอช์ต เรือใบ”

“เออ”

ผมรอให้เขาพูดต่อ แต่ก็ไม่มีคำพูดใดตามมาอีก

หลังจากเฮียยอช์ตขอตัวไป เรือใบก็ลากผมไปที่สถานีตำรวจด้วยรถของเขา รถโตโยต้าคัมรี่สีดำที่เขาจอดทิ้งไว้ที่ปั๊มนั่นแหละ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าเพื่อตอบคำถามจ่านักสเกตช์ภาพ หลังจากนั้นเราก็มาอยู่ในรถอีกครั้ง เขาขับ ส่วนผมนั่งมองแสงไฟข้างทางที่พุ่งฉิวผ่านไป ดูแสงสีที่พลิ้วเป็นเส้นสายราวกับอยู่ในโลกความฝัน

“ฟังเพลงมะ” เรือใบถาม

“ไม่ ผมชอบอยู่เงียบๆ มากกว่า”

พูดไม่ทันขาดคำเสียงเพลงก็ดังขึ้น เพลงแนวร็อกชวนปวดหัวที่ผมอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดจะฟังให้รู้เรื่อง

แล้วจะถามทำไมวะ แบบนี้มันกวนกันชัดๆ

“นี่เพิ่งมีคนตายไปนะ”

“ว่าไงนะ!”

ผมเอื้อมมือไปหรี่เสียงเพลงลง “เพิ่งมีคนตาย”

“แล้วไง”

“ก็...ไม่ควรจะร่าเริงขนาดนี้รึเปล่า”

“ในรถกูไม่มีเพลงธรณีกันแสง”

“อย่างน้อยก็ควรจะเงียบให้เกียรติคนตายหน่อยมั้ย”

“คนตายน่ะ พ่อค้ายารายใหญ่และทำธุรกิจมืดสารพัด กูควรให้เกียรติมั้ย”

“...”

น้ำเสียงของเขาไม่มีนัยเสียดสี เป็นเสียงเรียบๆ ที่ชวนถกปัญหาเชิงศีลธรรมมากกว่า

ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินว่าใครควรอยู่หรือตายอยู่แล้ว อีกอย่างนี่มันรถของเขา เขาอยากเปิดเพลง ขยับโยกหัว หรือตีลังกาเขาก็มีสิทธิ์ทำได้ทั้งนั้น

ผมเลยนั่งเงียบๆ แล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไป

“เลี้ยวซ้ายนี้หรือเปล่า” เขาถามขึ้น

“อยากเลี้ยวก็เลี้ยว รถของคุณ พวงมาลัยของคุณ”

“อย่ากวนตีน บอกมาเร็วๆ”

ผมรับมือกับคนประเภทนี้ไม่เก่ง แต่ก็พอจะเดาได้ว่า เขาจะหาเรื่องมาก่อกวนยั่วโมโหคนฟังได้ไม่สิ้นสุด ยิ่งพูดจายอกย้อนเขายิ่งชอบสินะ โอเค ตั้งสติ

“เลยไปก่อน เลี้ยวซอยที่มีเซเว่นน่ะ”

“ก็แค่เนี้ย”

ไม่กี่นาทีต่อมารถก็มาจอดที่หน้าหอพักผม

วันนรกแตกจบลงซะที

ผมจะนอนยาวให้ถึงเย็นพรุ่งนี้เลย

“ขอบคุณ” ผมเปิดประตูก้าวลงจากรถ

อีกฝ่ายก้าวตามลงมาทันที “ลืมอะไรรึเปล่า”

“ก็บอกขอบคุณแล้วไง จะเอาอะไรอีก”

“เสื้อ”

อ่อ เพิ่งนึกได้ว่าสวมแจ็กเก็ตเขาอยู่ ผมถอดมันออกและเปิดประตูโยนกลับเข้าไปในรถ “ขอบคุณอีกครั้ง”

“มึงพักอยู่กับใคร”

“คนเดียว ไปละ ง่วง”

“จะไม่ชวนคนที่เพิ่งช่วยชีวิตขึ้นห้องหน่อยรึไง”

ผมชะงัก “จะขึ้นไปทำไม”

คนตัวสูงมองตัวตึกตรงหน้าโดยแขนข้างหนึ่งยังพาดประตูรถที่เปิดค้างอยู่ แล้วเขาก็ดับเครื่อง ปิดประตู กดรีโมตล็อกรถเรียบร้อย “กูจะขึ้นไปดูหน่อย”

“จะดูทำไม ไม่ต้อง”

“เดินนำไป”

“บอกว่าไม่...”

“บอกว่าเดินนำไป”

ถ้าเสียงจะเข้มขนาดนี้ ไปรับจ๊อบพากษ์หนังเลยดีกว่ามั้ย และดูเหมือนว่าเถียงไปก็คงไม่มีประโยชน์ ผมเลยเดินนำเขาเข้าไปใต้ตึก 

ที่นี่เป็นหอพักรวมชายหญิงนอกรั้วมหา’ลัย สภาพก็คล้ายกับหอพักระดับกลางๆ ทั่วไป มีทั้งหมดห้าชั้น ไม่มีลิฟต์ มีแม่บ้านทำความสะอาดโถงทางเดินวันเว้นวัน ระบบรักษาความปลอดภัยประกอบไปด้วยประตูคีย์การ์ด กล้องวงจรปิดหนึ่งตัว ลุงยามแก่ๆ และผู้ช่วยสายพันธุ์ไทยหลังอานที่ชาวหอช่วยกันเลี้ยงไว้ เราเรียกมันตามสีตัวเข้มๆ ของมันว่าชาเย็น

เวลานี้หอพักค่อนข้างเงียบ ม้านั่งหินอ่อนตรงหน้าตึกไม่มีหนอนหนังสือหรือแม้แต่แก๊งเด็กขี้เมา ลุงยามนั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ คอพับไปด้านหลัง อ้าปากหวอเล็กน้อย ส่วนเจ้าชาเย็นผงกหัวขึ้นแล้ววิ่งกระดิกหางเข้ามาทันที แต่มันก็ชะงักทันทีเช่นกันที่เห็นคนแปลกหน้ามากับผม

“โฮ่ง!”

“ชาเย็น อย่า” ผมรีบปรามมัน แต่นึกอีกทีก็เลยพูดใหม่ “แต่จะกัดก็ได้ เอาเลย”

เรือใบดูไม่สะทกสะท้าน เหลือบตามองมันด้วยสีหน้านิ่งๆ ชาเย็นที่เจอสายตาเย็นชาเข้าไปถึงกับหยุดชะงัก ชั่วขณะหนึ่งเหมือนทั้งคู่จะสื่อสารกันด้วยพลังจิต แล้วในที่สุดมันก็ทำเสียงหงิง กระดิกหางน้อยๆ กลับไปนอนหมอบอยู่ตามเดิม

ลุงยามงัวเงียตื่นขึ้น

“ลุงไม่ได้หลับนะ เมื่อกี้ฝึกทำสมาธิเฉยๆ”

“ครับ”

“เพื่อนเหรอ”

“ครับ ลุงทำสมาธิต่อเถอะ ผมไม่กวน” ผมยิ้มให้ลุง ก่อนจะควักคีย์การ์ดมาแตะเปิดประตูพาเรือใบเข้าไป

“กล้องวงจรปิดเสีย” เขาพูดขึ้นเรียบๆ หลังจากเราก้าวผ่านประตู

“หือ?”

“ไม่เห็นไฟสีแดง น่าจะใช้การไม่ได้ ยามก็แก่ หมาก็ไม่ได้เรื่อง”

“ขี้บ่น” ผมพูดพึมพำ

“บ่นเพราะชีวิตมึงไม่ปลอดภัยไงล่ะ” ได้ยินด้วย นอกจากตาไวแล้วยังหูดีอีกนะ “ห้องอยู่ชั้นไหน”

“สี่”

“ไม่มีลิฟต์...”

“ที่นี่ใช้ระบบขนส่งมวลกายด้วยขา” ผมว่าแล้วก้าวนำเขาขึ้นบันไดไป เขาไม่พูดอะไร ไม่หันมองโน่นนี่ แต่เดาว่าสายตาเบื่อๆ คู่นั้นกำลังเก็บรายละเอียดรอบตัวอยู่

เราขึ้นมาถึงชั้นสี่ เดินไปจนถึงห้องรองสุดท้ายซึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนของผมมาตลอดสี่ปี

แกร๊ก

ผมไขกุญแจ เปิดประตูออก

“กรี๊ด!”

“เฮ้ย! เชี่ยไรวะ!”

โคมไฟที่โต๊ะหนังสือเปิดอยู่ทำให้ภายในห้องมืดสลัว สายตาผมปะทะเข้ากับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเด็กสาวขณะที่เจ้าตัวหอบผ้าห่มวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ผู้ชายอีกคนเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียงราวกับถูกไฟชอร์ต ผมเห็นแค่นั้น เพราะถูกเรือใบกระชากตัวไปด้านข้างซะก่อน

เขาเร็วมาก มือซ้ายตะปบสวิตช์ไฟ มือขวาตะปบปืน

“เฮ้ยๆ เดี๋ยว” ผมรีบกดแขนเขาไว้ ซึ่งถ้าเขาตั้งใจจะชักออกมายิงจริงๆ ก็ไม่มีทางเลยที่ผมจะห้ามทัน ยังดีที่เขาแค่ตะปบปืนค้างไว้ จากนั้นผมก็ยื่นหน้าเข้าไปมองในห้องที่ตอนนี้สว่างด้วยแสงไฟเพดาน “มิกกี้”

“ไอ้เชี่ยธาร แม่ง ตกใจหมด”

“โทษที กูไม่นึกว่ามึง...”

“กูไลน์บอกมึงแล้ว” มิกกี้คว้ามือถือจากหัวเตียงมากดดู “เนี่ย แล้วมึงก็ไม่อ่าน”

“ขอโทษว่ะ วันนี้กู...เจอเรื่องหนักไปหน่อย”

“แม่ง” สภาพมิกกี้หนุ่มฮอตตอนนี้ดูไม่จืดเลยจริงๆ สวมแค่บ็อกเซอร์ตัวเดียว ผมเผ้ากระเซิง หน้าตาหื่นปนโกรธ มันหันมองประตูห้องน้ำเหมือนไม่รู้จะจัดการยังไง น้องผู้หญิงคนนั้นยังขังตัวเองอยู่ข้างในโดยมีผ้าห่มห่อตัว และมีแปรงขัดพื้นเก่าๆ ที่ผมกะจะทิ้งนานแล้วอยู่เป็นเพื่อน เสื้อกับกระโปรงกองขยุ้มอยู่บนพื้นตรงนี้ ส่วนเสื้อในแผ่หลาอยู่ที่ปลายเตียง ชวนให้คิดว่าคืนนี้มิกกี้คึกคักสุดๆ

“ไหนบอกอยู่คนเดียว” เรือใบหันมาพูดกับผม เขาละมือจากปืนแล้ว

“ก็เช่าอยู่คนเดียว แต่นี่มิกกี้เพื่อนกัน ไปๆ มาๆ เป็นบางวัน”

“แล้วนี่ใครวะ ธาร” มิกกี้พูด “อย่าบอกนะว่าคู่ขาคนใหม่”

“ใช่” เรือใบตอบ

เฮ้ย! พูดงั้นได้ไง

“จริงดิ! นี่มึงอาการหนักจนต้องหิ้วใครก็ไม่รู้กลับห้องเลยเหรอวะ”

“ไม่ใช่แบบนั้นเว้ย เขาเป็น...”

เรือใบมองหน้าผมอีก “เป็นอะไร” น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนท้าทายให้ตอบ

“เอ่อ...” เป็นสายตำรวจหรืออะไรก็ช่างเถอะ แต่นี่ไม่ใช่เวลาอธิบาย “ไว้กูเล่าทีหลังละกัน เรื่องมันยาว แล้วนี่มึง...” ผมตวัดนิ้วสลับไปมาระหว่างมิกกี้กับคนในห้องน้ำ “งั้นกูรอข้างล่างนะ”

“รอนี่แหละ” เรือใบพูดแทรก

“อะไรของพี่วะ”

“เรียกพี่แล้วเหรอ” มุมปากเขากระตุกยกขึ้น

“อะไรของคุณ...”

“เฉยเหอะ กูจัดการเอง” เขาผลักตัวผมไปยืนข้างกรอบประตู แถมเอามือกดหน้าอกไว้ไม่ให้ผมโผล่หน้าไปมอง “ชื่อมิกกี้ใช่มั้ย เจ้าของห้องกลับมาแล้ว จะใช้ห้อง กลับไปได้ละ ให้เวลาแต่งตัวสองนาที”

ปึง!

พูดจบก็ปิดประตูทันที

เฮ้ย ประเทศนี้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนขนาดนี้แล้วเหรอ เขาเป็นใครน่ะ ผู้นำเผด็จการสมัยสงครามโลกกลับชาติมาเกิดรึไง

“นี่...ห้องผม นั่นก็เพื่อนผม คุณมีสิทธิ์อะไร”

“มึงบอกง่วงไม่ใช่เหรอ จะได้รีบนอน”

“นอนตอนไหนมันก็เรื่องของผม”

ปึง! ปึง!

เขาตบประตูแรงๆ โดยที่สายตายังจ้องหน้าผมนิ่ง “เฮ้ย! เสร็จยัง เร็วหน่อย”

“...”

“ทำไม จะพูดอะไรก็ว่ามา”

“คุณนี่มัน...สุดๆ เลย”

“หลายคนก็บอกงั้นนะ”

“นี่คุณเป็นใครกันแน่วะ”

“กูชื่อเรือใบ”

“...”

แกร๊ก

ก่อนจะได้พูดอะไรกันต่อประตูก็เปิดออก มิกกี้ในเวอร์ชั่นหัวเสียขั้นสุดก้าวออกมา ตามด้วยน้องผู้หญิงที่ห่อไหล่และก้มต่ำจนเส้นผมคลี่ปกใบหน้า สภาพการแต่งตัวทั้งคู่คือลวกๆ อย่างกับเด็กห้าขวบที่ยังสวมเสื้อผ้าเองไม่คล่อง มิกกี้ยกมือโอบไหล่เธอไว้ แต่เจ้าตัวสะบัดออก ก้าวยาวๆ นำหน้าออกไป

“มิกกี้” ผมร้องตามหลัง

“อะไร!” เขากระแทกเสียงกลับ

“มึงใส่เสื้อกลับด้าน”

เขาหันกลับยกนิ้วโป้งชูขึ้นเหมือนจะบอกว่า เออ ชีวิตกูป่นปี้หมดแล้ว

และสิ่งที่ผมไม่คาดคิดคือ เรือใบชูนิ้วกลางตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ

โคตรถ่อย!

“ไว้กูโทรหานะมิก” ผมพูดตามหลังเพื่อน

“ทีนี้ก็เข้าห้องได้ละ”

“ก็หลบดิ” ผมใช้ไหล่กระแทกเขาก่อนจะเบียดตัวผ่านไป อีกฝ่ายก้าวตามเข้ามาและล็อกประตูตามหลัง “เข้ามาทำไม ส่งถึงห้องก็กลับไปได้แล้ว”

“บอกแล้วไงว่าจะเข้ามาดูหน่อย”

“ให้เวลาสองนาที ดูเสร็จก็กลับไปได้แล้ว”

“ต่อปากต่อคำดีจริงๆ” เขายิ้มพลางมองกวาดรอบตัว “นี่อะไร แค่ขี้เกียจหรือว่าคิดจะเลี้ยงแมลงไว้เป็นเพื่อน”

“คุณจะไปรู้อะไร”

“อืม” 

สายตาสอดรู้สอดเห็นของเขาทำให้ผมอยู่ไม่สุข จนต้องแอบใช้เท้าเขี่ยตะกร้าผ้าเข้ามุม จัดกองหนังสือบนโต๊ะลวกๆ ให้ขอบเสมอกัน นึกอยากจะหยิบผ้าห่มบนเตียงมาพับต่อ แต่ก็รู้สึกงี่เง่าทันทีที่คิดแบบนั้น ผมเลยหันมาจ้องหน้าเขาแทน “คุณไม่มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินผม”

“กูไม่ได้ตัดสินอะไร แค่พูดตามที่เห็น”

“แล้วเมื่อกี้พูดแบบนั้นทำไม”

“แบบไหน”

“ก็...ที่บอกเป็นคู่ขาอ่ะ คู่ขาบ้าบออะไร”

“จิตวิทยาง่ายๆ พูดในสิ่งที่คนฟังอยากฟัง ตัดปัญหาไป จะได้ไม่ต้องอธิบายอะไร”

“แต่ตอนนี้คุณทำให้ผมมีปัญหากับเพื่อนแล้ว”

“แบบนั้นแหละดี จะได้เลิกติดต่อกันสักพัก”

“ดียังไงวะ”

เขามองหน้าผม น้ำเสียงจริงจัง “ถ้าไม่อยากให้คนรอบข้างเดือดร้อน ก็อย่าเพิ่งติดต่อใครช่วงนี้ แล้วก็อย่าเล่าเรื่องคืนนี้ด้วย”

“ถ้าผมเล่า คุณจะทำอะไรล่ะ จับผมกับเพื่อนไปเผานั่งยางงั้นเหรอ หรือจับขังห้องใต้ดินไว้เล่นเกมจิตวิทยาโรคจิตของคุณ”

“กูไม่ทำหรอก คนพวกนั้นต่างหากที่จะทำ”

“ผมไม่กลัวหรอก”

“มึงไม่รู้หรอกว่าพวกมันมีอิทธิพลขนาดไหน”

เขายื่นหน้ามาใกล้ แววตาท้าทายราวกับรอดูว่าผมจะพูดโต้ตอบยังไงอีก มันเป็นเกมที่เขากำลังสนุก

“ช่างเถอะ” ผมชักเท้าถอยเพื่อเพิ่มระยะห่าง “หมดเวลาสองนาที กลับไปได้แล้ว อย่าบอกนะว่าจะนอนนี่”

“ถ้ากูนอนนี่ มึงจะทำอะไร”

“...”

“...”

“กลับไปเลย”

“ก็ถามอยู่นี่ไง ถ้าไม่กลับมึงจะทำอะไรกู”

“ผมก็จะ...จะไปนอนที่อื่น”

“หึ” เขากวาดตามองอีก “เอาเบอร์มึงมา”

“แล้วจะกลับ?”

“เออ”

ผมเลยยอมให้ไป และไม่ใช่แค่เบอร์ผม เขาขอปนขู่เอาเบอร์มิกกี้ด้วย “ก็แค่เนี้ย ทำเป็นลีลา แล้วก็เลิกคิดได้ละว่ากูจะนอนด้วย ห้องรกขนาดนี้” จากนั้นเขาก็กดโทรออก ยกโทรศัพท์แนบหู “มิกกี้ ระวังข้อหาพรากผู้เยาว์หน่อยละกัน เด็กนั่นอายุอาจจะไม่ถึงสิบแปด”

พูดรวดเดียว แล้วกดตัดสาย สีหน้ายังราบเรียบเหมือนเดิม “อะไร”

“จะยุ่งให้ได้ทุกเรื่องเลยใช่มั้ย”

ผมคิดว่าอีกฝ่ายจะตีหน้ามึนต่อปากต่อคำกลับ แต่เขากลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กูไม่ได้อยากจะยุ่งเลยจริงๆ...นอนซะ” 

แกร๊ก

เสียงปิดประตูแผ่วเบาหลังจากเขาเดินออกไป ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เงียบกริบจนดูราวกับว่าทันทีที่ก้าวเดินตัวเขาก็กลืนหายไปกับอากาศ

แล้วนี่เขาไล่มิกกี้กลับเพื่อช่วยน้องผู้หญิงคนนั้นเหรอ หรือเพื่อกันคนรอบข้างผมออกจากเรื่องวุ่นวายที่จะตามมา หรือเขาแค่กวนเฉยๆ 

“...”

ผมยืนนิ่งอยู่ร่วมนาที

อะไรวะ

บทจะยุ่งก็ยุ่งโคตรๆ บทจะไปก็ไปงี้เลย




______________________

ขอบคุณทุกคนที่มาคอมเม้นต์ให้นะคะ มีค่าทางใจมากๆ
ขอบคุณ ตัวแม่ / Hamzholic / areenart1984 / cavalli / krayfanxing / B52 / วายซ่า / blanchard / diltosscap / snowboxs

เราอ่านคอมเม้นต์หลายรอบมากค่ะ ดีใจ :D
อ่านแล้วอยากพูดคุยได้ที่แท็ก #รรรเรือ นะคะ

นางร้าย 19.04.18
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-08-2018 17:53:11 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
มาไว ไปไว เหลือเกิน  o18

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
ชอบเรือใบแล้ว ดูกวนๆ ฉลาด เก่ง ดูเป็นผู้นำ เท่มาก

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ snowboxs

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5468
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-7
อึนๆมึนๆแบบธาร ต้องเจอเฮียบๆแบบเรือใบนี่แหล่ะ เพิ่มสีสันในชีวิต

ออฟไลน์ blanchard

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 376
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +46/-3

ชอบเฮียใบอะ… กวนทรีนดี    :m4:

ออฟไลน์ papapajimin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
เราชอบเรือใบอ่ะ
เหมือนต่างคนต่างมีอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 2
ร.เร่ง


[เรือใบ]

เยี่ยมมาก ปีนี้เอาไปเลยสองขั้น ถ้าผมยังเป็นตำรวจอยู่ผู้บังคับบัญชาอาจจะพูดอะไรทำนองนั้น แต่ก็โง่มากนะที่พุ่งไปวัดดวงกับลูกปืนแบบนั้น หรือว่าคุณมีพระดีอะไร

แต่ชีวิตส่วนนั้นจบไปแล้ว

ในหัวผมเลยมีฉากบ้านๆ แวบผ่านเข้ามาแทน อย่างเช่น ฉลองด้วยไอศกรีมสักถ้วยและชื่นชมตัวเองเงียบๆ งานหมูๆ ก็แค่กระโดดใส่ลูกปืนช่วยชีวิตเด็กคนหนึ่ง แถมยังวิ่งตามไปจะเล่นป๊อกเด้งกับไอ้หมอนั่นด้วย เท่โคตร! เสียดายที่มันหนีไปได้

แต่เนื้อแท้ของผมไม่ใช่คนขี้อวด ผมเลยไม่คิดจะไปหาไอศกรีมมากินฉลองอะไร

สิ่งที่ผมทำจริงๆ ตอนนี้ก็มีแค่ นั่งเอนหลังอยู่ในรถสักพัก แล้วกดโทรออก

“เฮีย”

[เป็นไงมั่ง]

“ปกติดี หายใจสะดวก หิวนิดๆ ปวดฉี่นิดหน่อย”

[เล่นไม่รู้เวล่ำเวลา เอาดีๆ]

“ปกติดี หายใจสะดวก หิวนิดๆ ปวดฉี่นิดหน่อย ส่งพยานถึงที่พักเรียบร้อย”

[ที่พักแบบไหน]

“หอพักนักศึกษา ห้าชั้น...ไม่มีลิฟต์...อืม ดูโทรมๆ”

[ดูไม่ปลอดภัยเท่าไหร่นะ ถ้าพวกนั้นจะตามล้างตามเช็ดจริงๆ]

“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก พวกมันต้องข้ามศพยามแก่ๆ กับหมาผอมๆ ตัวนึงก่อน” ผมหัวเราะหึในลำคอ “ทางนั้นล่ะเป็นไงบ้าง”

[พยายามปิดข่าวอยู่ ยังไม่มีอะไรคืบหน้า] เฮียยอช์ตถอนหายใจ [นายดูแลเด็กนั่นไปสักระยะก่อนได้มั้ย นี่พูดจริงๆ นะ]

“ผมจะโทรมาเรื่องนี้แหละ เผื่อเฮียลืมนะ ผมลาออกแล้ว”

[รู้น่า]

“ผมทำงานตามใจ ไม่ได้ตามสั่ง”

[ก็ไม่ได้สั่ง นี่ขอร้องอยู่]

“เด็กนี่มันกวนตีนนะ”

[เมื่อกี้นายก็เพิ่งกวนตีนเฮียไม่ใช่เหรอ เรื่องกวนๆ นายเอาอยู่อยู่แล้ว น่า ช่วยหน่อย เฮียงัดข้อกับพวกมันมานาน ถ้าสอยมือปืนที่เก็บเสี่ยได้น่าจะสาวไปถึง...]

“ทำไมไม่งัดกระบวนการคุ้มครองพยานมาใช้ล่ะ” ผมพูดขัดเพราะขี้เกียจจะฟังเหตุผลยาวเฟื้อย “เอาไปดูแลในเซฟเฮาส์ให้เป็นเรื่องเป็นราว”

[แบบนั้นก็เท่ากับชี้โพรงให้กระรอก อย่าลืมว่าฝ่ายเรามีหนอนเน่าๆ อยู่เยอะ อีกอย่างช่วงนี้นายก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว หรือว่าเปลี่ยนใจจะไปช่วยกิจการป๊า]

“ผมช่วยเฮีย เฮียได้ผลงาน แล้วผมได้อะไร”

[เฮียไม่สนผลงานหรอก นี่คิดมาสักพักแล้ว ถ้าโค่นตัวการของมันได้เฮียจะวางมือออกตามที่ป๊าต้องการ]

“จริงดิ” นี่เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมเลย

[นายเคยมีเรื่องคาใจที่สลัดออกจากหัวไม่ได้มั้ย เรื่องที่ทนไม่ไหวถ้าไม่ได้ทำให้มันจบๆ ไป พวกมันกับเฮียก็แบบนั้นแหละ]

“อืม”

เรื่องที่สลัดออกจากหัวไม่ได้

เรื่องที่ทนไม่ไหวจนกว่าจะได้ทำให้มันจบๆ ไป...

[ฟังอยู่รึเปล่า]

“ช่วงนี้ผมอยากอยู่สงบๆ”

[เพราะเรื่องนั้นอีกรึเปล่า มันนานเป็นปีๆ แล้วนะ ลืมไปได้แล้ว]

“ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น”

[เรือ]

“ขอคิดดูก่อนละกันเฮีย แค่นี้นะ”

ตึ๊ด

ผมกดวางสาย พ่นลมหายใจออกแรงๆ พร้อมกับเอนหลังพิงเบาะอีก อากาศภายในรถนิ่งงัน ตรงข้ามกับความคิดที่ฟุ้งกระจาย

พูดถึงเรื่องนั้น...

ผมสอดมือเข้าใต้เบาะ ผิวโลหะเย็นเฉียบของปืนลูกโม่สัมผัสปลายนิ้วราวกับว่ามันฉกเอา ปืนกระบอกนี้ยังอยู่ดี อยู่ดีพอๆ กับเศษความทรงจำคมๆ ที่มักจะทิ่มแทงในบางคืน

เหตุการณ์นั้นทำให้ผมเหมือนเรือใบที่ถูกคลื่นซัดออกจากฝั่ง ถูกหินโสโครกข่วนครูด ลอยลำโดดเดี่ยวกลางทะเล คลื่นลมไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนช่วงแรกๆ แล้ว บางวันเข้าขั้นสงบด้วยซ้ำ

แต่คืนนี้บางอย่างบอกผมว่าพายุใหญ่กำลังจะมา

ไม่สิ พายุมาอยู่แล้ว มันซ่อนอยู่ในแววตาของเด็กนั่น และผมดันเป็นเรือใบที่ลอยคว้างไปเจอมันเข้า

ซวยจริงๆ



ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“...”

สงสัยหลับอยู่

ก๊อกๆ

หรือไม่ก็ขี้

ก๊อกๆๆ

“...”

หรือตายห่าไปแล้ววะ

ปึงๆๆๆ

ผมทุบประตูรัวๆ พร้อมกับห้ามตัวเองไม่ให้ตะโกนว่า ไฟไหม้

แกร๊ก

แต่ประตูบานที่อยู่ด้านหลังผมกลับเปิดออกแทน ชายคนหนึ่งโผล่หัวออกมา “แม่งใครวะ”

น้ำเสียงแตกพร่า หน้าตางัวเงีย ดูเข้ากับองค์ประกอบอื่นๆ บนร่างกาย เช่น ทรงผมยุ่งๆ เจาะหูทั้งสองข้าง ไม่สวมเสื้อ บริเวณราวนมด้านขวามีรอยสักลายแพนด้าเคี้ยวต้นไผ่ นี่คือบุคคลประเภทที่จะกลายเป็นเน็ตไอดอลของยุคนี้ได้ง่ายๆ เลย

“กูเอง” ผมตอบเรียบๆ อย่างกับว่าเป็นคนรู้จักกัน

เจ้าตัวมองผมตั้งแต่หัวจดเท้า

“นี่เสพหรือค้า” ผมยืมสำนวนที่ชอบพูดกันในโลกโซเชียลมาใช้

“ฮะ?”

“เป็นนักศึกษารึเปล่า”

“ก็เป็นดิ นี่หอพักนักศึกษา”

“ดีใจด้วยที่ยังเป็นอยู่”

“แม่ง ใครวะ” อีกฝ่ายพูดกับตัวเองเบาๆ ด้วยคำเดิม เหมือนกับว่าในหัวเขามีถ้อยคำจำกัดอยู่ไม่กี่คำ

“เล่นแม่งเลยดีเปล่าวะ” ผมพูดเสียงเบาบ้าง แต่ก็จงใจให้อีกฝ่ายได้ยินด้วย

“...”

“...”

เรามองหน้ากันอยู่ราวๆ สามวินาที และเป็นผมเองที่พูดต่อ เพราะดูเหมือนสมองของอีกฝ่ายหยุดทำงานไปแล้ว นี่อาจเป็นผลจากการเมาค้าง หรืออาจจะเกี่ยวกับยาสักตัวที่เขาตีสนิทอยู่

“ว่าไง มีไร”

“ก็...อย่าเคาะดังดิ นี่นอนอยู่”

“เคาะเบาเจ้าของห้องมันไม่ได้ยิน”

“ไงก็เบาหน่อยละกัน” เขาว่า แล้วปิดประตูเบาๆ ดูจงใจทำเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผม

ปึง ปึง ปึง!

ผมหันไปทุบประตูต่อ

แกร๊ก

คราวนี้บานประตูตรงหน้าเปิดออก สายธารออกมารับแขกในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น ผมไม่เป็นทรง แก้มเป็นรอยแดงจากการนอนคว่ำ เขายังสวมชุดนักศึกษาตัวเดิม แถมกระดุมสองเม็ดบนก็หลุดลุ่ย

เขาขยี้ตา “เรือ...ใบ”

“เออ กูเอง” ผมใช้น้ำเสียงเหมือนคนรู้จักกันมานาน “เปิดสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวก็โดนยิงไส้แตกหรอก ทำไมไม่ถามก่อน”

“บ่นอะไรแต่เช้าเนี่ย”

“ประตูก็ไม่มีตาแมวอีก”

“แล้วนี่คุณ...เดี๋ยวๆ เข้ามาทำไม”

“กูหิว” ผมเบียดผ่านเจ้าของห้องเข้าไปวางถุงข้าวของที่ซื้อมาลงบนโต๊ะด้านใน “ไปแปรงฟันดิ จะได้กินข้าว” ผมหยิบจานชามออกมาวางบนโต๊ะญี่ปุ่น นั่งลงแกะถุงกับข้าวที่ซื้อมา

“ไม่หิว อยากนอน”

“กูซื้อมาเยอะ”

“ไม่ได้บอกให้ซื้อ”

ผมเงยหน้าขึ้น “ทำไมดื้อวะ”

“...”

สายธารเงียบไปอึดใจ ก่อนจะพ่นลมหายใจแรงๆ แล้วยอมเดินไปเข้าห้องน้ำ

และเป็นอย่างที่คาด เด็กนี่ทำอะไรชักช้าเอื่อยเฉื่อยไปหมด ผมแกะกับข้าวเสร็จหมดแล้วเจ้าตัวยังไม่ออกมา

“เฮ้ย! เร็วๆ หน่อย”

“...”

“ข้าวจะบูดแล้ว”

“...”

“หิวโว้ย!”

เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำ จะนอนหลับในนั้นก็ตามสบาย

ระหว่างที่รอผมเลยเปิดทีวีดู ช่วงเช้าอย่างนี้ช่องหลักเป็นรายการคุยข่าวเหมือนๆ กันหมด แถมมีแต่ข่าวไร้สาระอีกต่างหาก 

ในที่สุดเจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมา “หิวทำไมไม่กินล่ะ”

“เป็นคนมีมารยาทไง พ่อแม่กูสอนมาดี”

“ปิดทีวีได้มั้ย”

“ทำไม”

“ไม่ชอบ”

“ปิดก็ค้างดิ กูดูหนังโป๊อยู่ กำลังอินเลย”

เขาเหลือบมองทีวี “ข่าว ทำไมไม่ดูในมือถือล่ะ”

“จอใหญ่เต็มตากว่ามั้ยวะ” ผมหยิบรีโมตมากดเพิ่งระดับเสียงอีกสองขีด ตะแคงศีรษะบอกใบ้ให้เขามานั่งลง คงขี้เกียจต่อปากต่อคำแล้ว ถึงได้ยอมมานั่งแต่โดยดี “เอ้า” ผมเลื่อนจานเข้าไปตรงหน้าอีกฝ่าย “ไม่รู้กินได้รึเปล่านะ เลือกมามั่วๆ”

อันที่จริงก็ไม่มั่วเท่าไหร่ ผมเดาเอาว่าเด็กนี่น่าจะกินเผ็ดไม่เก่ง เลยเลือกผัดผักรวมกับหมูทอดมากันเหนียวไว้ นอกนั้นก็มีแกงจืดมะระหมูยัดไส้กับไข่เจียวที่ผมสั่งมาให้ตัวเอง อ้อ แล้วก็มีน้ำพริกผักลวกที่แม่ค้าเชียร์สุดๆ ด้วย

“ซื้อที่ไหน” ธารถาม

“หน้าปากซอย”

“คนขายป้าอ้วนๆ ใช่มั้ย ร้านนั้นคั่วกลิ้งอร่อย”

อ่าว ดันเป็นพวกกินเผ็ดซะงั้น

“หรือว่าคุณกินเผ็ดไม่ได้ เห็นซื้อมาแต่ละอย่าง...”

“ใคร กูเนี่ยนะกินเผ็ดไม่ได้”

ดูเป็นเรื่องงี่เง่ามากถ้าจะตักน้ำพริกราดข้าวตอนนี้ มีแต่เด็กประถมเท่านั้นที่จะข่มกันแบบนั้น

แต่ผมก็ทำ

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแม่ค้าเชียร์นักหนา จนผมปักใจไปแล้วว่าจะลองกินเป็นอย่างแรก ว่าแล้วก็จัดไปเลยครึ่งช้อน...

แม่ง อย่างกับมีกระทะทองแดงเดือดอยู่ในปาก แต่ผมไม่แสดงอาการอะไร เรื่องเก็บอาการนี่ผมเซียนอยู่แล้ว วิธีแก้เท่าที่นึกออกตอนนี้คือซัดผักลวกกับหมูทอดเข้าปากรัวๆ ไป

“คุณรีบ?” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“มึงอ่ะรีบกิน จะได้เก็บของ”

“หือ? เก็บของอะไร”

“พวกเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว”

“เก็บทำไม”

“ไปอยู่กับกู”

“ฮะ? อะไร ไปทำไม ไม่ไป”

“อยู่นี่ไม่ปลอดภัย” ผมตั้งใจพูดสบายๆ นะ แต่ไม่รู้ทำไมน้ำเสียงถึงดูจริงจังจนทำเอาอีกฝ่ายหน้ามุ่ย ช่างมัน “รีบกินแล้วก็ไปเก็บของซะ ไปกันตอนนี้เลย”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ ขืนพูดอีกคำเดียวเดี๋ยวกูเตะแม่งไส้แตกเลย”




_________________

ขอบคุณคอมเม้นต์จากทุกคนมากนะคะ
areenart1984 / diltosscap / cavalli / snowboxs / blanchard / papapajimin

อ่านแล้วมีกำลังใจมากๆ เลยค่ะ :D
คิดว่าจะลงอาทิตย์ละ 2 ตอน อังคารกับศุกร์ ไม่แน่ใจว่าโอเคมั้ยคะ

อยากบอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องดองหรือลงไม่จบนะคะ
เพราะว่าเรื่องนี้แต่งใกล้จบแล้วล่ะค่ะ อีกนิดนึง จะฮึ้บๆ เต็มที่เลยค่ะ :D

ไปคุยกันได้ที่ #รรรเรือ เลยฮับป๋ม :)
หวังว่าจะรักเรือใบกันเยอะๆ นะคะ <3

นางร้าย 24.04.18
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16-08-2018 17:53:43 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5387
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-19

ออฟไลน์ areenart1984

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4825
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +167/-7
เรือบังคับแบบนี้ ธารไม่ชอบ ธานไม่ปายยยยย  :dont2:

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
พี่เรือเหมือนมีปมเรื่องคนในใจ นีองธารก็มี ปมทั้งสองเป็นปมเดียวกันไหมนะ

เรือใบสายธาร

ออฟไลน์ 양아치

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ชอบความกวนตีนในสายเลือดของเรือใบมาก 55555
อยู่กับนางบ่อยๆ คงปวดหัวตาย

ตอนนึงสั้นมากอ่ะ อัพบ่อยๆ แหละดี อิอิ

ออฟไลน์ papapajimin

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 297
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-1
ชอบตอนเรือใบพูดว่า ทำไมดื้อวะ
โอยยยยย มันกร๊าวใจ ยังไงไม่รู้ ชอบบบบ

ออฟไลน์ diltosscap

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 533
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +25/-1
พี่เรือเหมือนมีปมเรื่องคนในใจ นีองธารก็มี ปมทั้งสองเป็นปมเดียวกันไหมนะ

เรือใบสายธาร

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 3
ร.รื้น


   
[สายธาร]

พี่ภาณไม่ชอบดื่มแอลกอฮอล์

ผมก็ไม่ชอบ แต่หลังจากเขาไม่อยู่แล้วผมกลับต้องพึ่งพามันนิดๆ หน่อยๆ เพื่อช่วยให้หลับในบางคืน

อย่างคืนนี้เป็นต้น

“เบียร์” เรือใบพูดหลังจากเดินออกมาจากห้องนอนตัวเอง เขาหยุดมองกระป๋องเบียร์ในมือผมและอีกสองกระป๋องที่ตั้งอยู่ตรงหน้า “ไปซื้อมาตอนไหนวะ แล้วนี่ก็ดึกแล้ว”

ผมไม่พูดอะไร แถมยังยกซดต่อหน้าเขา

“ตอนอยู่หอก็เป็นงี้ใช่มะ”

ผมมองหน้าเขาพร้อมกับซดอีก เอาสิ พูดอีกก็จะซดอีก 

“นี่กูพูดกับมึงอยู่นะ”

ซด

“ธาร...”

ยก-ซด

เหมือนว่าจะจับทางผมได้แล้ว เขาเลยเงียบและมองหน้าผมนิ่งๆ ผมดื่มต่อทำเป็นไม่สนใจ แต่เขาจ้องนานจนสุดท้ายก็ทนไม่ไหว

“อะไร”

“...” คราวนี้เป็นเขาบ้างที่ไม่ตอบคำถาม

“จะบ่นอะไรก็ว่ามา”

“แม่งกินไม่ชวน” เขาพูดพึมพำ แล้วหยิบกระป๋องเบียร์ไปเปิดและยกกระดกด้วย ชั่วแวบนั้นผมรู้สึกเหมือนเราเป็นพวกเดียวกัน คนประเภทที่ไม่กินยาก็กินเหล้าถึงจะนอนหลับ แต่ไม่ใช่หรอก แวบต่อมาเขาก็เป็นแค่คนขวางโลกที่อยากจะกินเบียร์แค่นั้นเอง

“อย่าไปไหนคนเดียวอีก” เขาพูดต่อ

“แค่เซเว่นตรงนี้”

“แค่ตรงนี้ก็ไม่ได้ แล้วก็ห้ามแอบหยิบคีย์การ์ดกูอีก”

“...”

“ไปคนเดียว เกิดไรขึ้นกูช่วยไม่ได้ เข้าใจมั้ย”

“เออๆ”

“ดี” เขาฉวยเอาเบียร์อีกกระป๋องไปหน้าตาเฉย “กินแค่นั้นก็พอ แล้วก็นอนได้ละ”

“ผมซื้อมา คุณอยากกินก็ไปซื้อเอง...นี่ เดี๋ยว...”

“อ้อ แล้วก็อย่านอนทั้งอย่างนั้นล่ะ แปรงฟันด้วย”

เขาเข้าห้องไปแล้ว...

ปล่อยให้ผมอยู่กับความเงียบและเบียร์อีกไม่ถึงครึ่งกระป๋อง ความคิดพลันฟุ้งกระจายเหมือนหมอก ผมยกเบียร์ซดรวดเดียวจนหมด แล้วเอนหลังนอนมันทั้งอย่างนั้นเลย

ครับ คุณพ่อ ถ้าจะสั่งขนาดนี้ มาอ่านนิทานก่อนนอนให้ผมฟังด้วยเลยมั้ย 



ทุกเช้า หรือส่วนใหญ่คือเวลาสายเกือบเที่ยง

ผมจะตื่นด้วยฝันร้ายสักอย่าง ส่วนมากจะเป็นของมีคมทิ่มแทงตามตัว ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นแบบมึนๆ เหมือนชีวิตหล่นหายไปครึ่งหนึ่ง

แต่ไม่ใช่เช้านี้

กลิ่นหอมค่อยๆ ฉุดผมออกจากความมืดที่หนาวเย็นเพื่อพบกับ...

เรือใบ

ใบหน้าเขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นอาฟเตอร์เชฟบนแก้ม

“ทะ...ทำอะไร”

เขาดึงศีรษะกลับไป “ดูว่านอนหรือตาย”

“สบายดี” ผมดันตัวลุกขึ้นนั่ง โซฟาของเขานุ่มและนอนสบายมากจนแทบจะเหมือนถูกสร้างมาเพื่อปลอบประโลมกล้ามเนื้อของมนุษย์ ผมกินนอนที่คอนโดของเขามาห้าวันแล้ว ชีวิตก่อนหน้านี้ราวกับฝันไป แต่ชีวิตตอนนี้ก็เหมือนกับไม่ใช่ความจริงด้วย

“มึงละเมอ”

“หือ? ว่าไง”

ผมมองหน้าเขา

เขาจ้องตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ละเมอว่าไง”

“เบค่อน”

“...”

“หมูย่างเกาหลี”

“...”

“บิงซู”

“ไม่จริง”

“ทำไมต้องจริงจัง ไม่ต้องอายหรอก แค่ฝันถึงของกิน”

เพราะมันไม่จริงไง ผมไม่ได้ฝันถึงของกิน หรือถ้าฝันก็คงจะนึกถึงเหล้าเบียร์มากกว่า

“ตกลงละเมอว่าอะไร”

เขาลุกไปที่มุมชงกาแฟ หันหลังให้ผมและคนแก้วไปด้วย “อ้อ มีปูนึ่งด้วย”

“นี่ตลกเหรอ มุกอะไรของคุณ”

เขาหันมายิ้ม ยกกาแฟขึ้นจิบ “ไว้พาไปกิน”

ผมข่มอารมณ์หงุดหงิดที่เอ่อขึ้นมา สุดท้ายก็ถอนหายใจ แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัว

พูดถึงของกิน ที่นี่เป็นคอนโดหรูหรา อยู่ชั้นยี่สิบ เครื่องอำนวยความสะดวกครบครันทุกอย่าง แต่ครัวของเขาดูแทบจะไม่เคยใช้งานเลย เสบียงในตู้เย็นส่วนใหญ่เป็นข้าวกล่องจากเซเว่น หรือบางทีก็โทรสั่งเอา สมกับเป็นห้องชายโสด

เขาไม่กินมื้อเช้าด้วย แค่รองท้องด้วยกาแฟกับแซนวิชง่ายๆ

ผมไม่เดือดร้อนอะไรหรอก เพราะผมนอนมากกว่ากินอยู่แล้ว สิ่งที่ผมแทบจะกินแทนข้าวมาตลอดห้าวันนี้ก็คือความเบื่อ ความเบื่อเต็มท้องจนกลืนอะไรไม่ลงแล้ว

บางทีซอกมุมหนึ่งในสมองผมอาจจะฝันถึงของกินจริงๆ ก็ได้

ตอนออกจากห้องน้ำ ผมเห็นเรือใบกำลังอ่านปกหลังหนังสือแนว Young Adults เล่มสีฟ้าขาวที่ผมอ่านค้างอยู่ ‘Young Adults เล่มสีฟ้าขาว’ ผมเรียกมันอย่างนี้เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะจดจำชื่อหนังสือหรือชื่อผู้เขียน หนังสือแต่ละเล่ม ถ้าไม่โอบกอดคุณด้วยเรื่องราวอุ่นๆ ก็จะกรีดเฉือนด้วยตลกร้ายสักอย่าง แต่ส่วนใหญ่ก็ทั้งสองอย่างปนกัน ยกเว้นหนังสือวิชาการ ของพวกนั้นมีแต่จะทุบหัวเราอย่างเดียว

ผมไม่อยากจำมันในแบบที่ว่านายคนนั้น (ชื่อคนเขียน) หรือเจ้านั่น (ชื่อหนังสือ) โอบกอดหรือเฉือนผมเป็นชิ้นๆ

การเรียกแทนมันด้วยคำกว้างๆ เหมือนจะช่วยให้ผูกพันและเจ็บปวดน้อยลง

“มารยาท” ผมพูดขึ้น

เรือใบมองผม พลิกหนังสือเหมือนพลิกดูหินสักก้อน “รักวัยมัธยมเนี่ยนะ”

“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก” 

เขาเลิกคิ้วขึ้น

“ไม่ใช่แค่รัก แต่เป็นการตีแผ่คำถาม ก้าวข้ามปมปัญหา แล้วก็เติบโตเป็นผู้ใหญ่”

“มีฆ่าตัวตายด้วย”

“นะ...นี่คุณเคยอ่านแล้ว?”

“เปล่า เปิดสุ่มๆ ดู นี่ไง ตรงนี้ แล้วตอนจบก็...”

“หยุด หยุดเลย อย่าสปอยล์” ผมเข้าไปแย่งหนังสือจากมือเขา แต่ไม่สำเร็จ เขาชูขึ้นสูงจนถ้าผมจะแย่งจริงๆ ก็ต้องพาตัวไปแนบชิดกับเขาและกระโดด

“ก็แค่นิยายรักวัยรุ่น”

“คุณไม่อ่านหนังสือคุณจะไปรู้อะไร” นี่ประโยคเด็ดเลย ผมจำไม่ได้ว่าคนดังคนไหนกล่าวไว้ แต่เหมาะมากที่จะยกมาเหน็บเขา

“เพราะกูรู้ต่างหาก เลยไม่อ่าน” เขาโยนหนังสือกลับไว้บนโซฟา ไม่ต่างจากโยนท่อนไม้สักท่อน “แซนวิชมั้ย”

“ไม่”

“ทำไม”

“ไม่หิว”

“มึงอ่านหนังสือ ไม่รู้เหรอว่าอาหารเช้าสำคัญ ถ้าไม่กินนานๆ ไปจะทำให้สมองเสื่อม”

ตื่นมาก็ซดกาแฟเลยอย่างนี้ ยังจะมาสั่งสอนคนอื่นอีก

“ไม่รู้” ผมพูด “เคยอ่านเจอแต่ ไม่ควรกินกาแฟตอนท้องว่าง โดยเฉพาะตอนเช้า จะทำให้ไม่หิวข้าวและนานๆ ไปจะเป็นโรคกรดไหลย้อน”

“กาแฟช่วยบำรุงต่อมลูกหมากต่างหาก”

“...”

“ทำหน้าปวดขี้อีก ทำไม นี่กูกะจะทำเผื่อมึงด้วย” เขาโบกก้อนยุ่ยๆ ในมือ “หรือกูทำไม่น่ากิน”

“นั่นเรียกว่าแซนวิชเหรอ”

“งั้นมึงมาทำ”

“ช่างเถอะ ผมไม่หิว”

“ก็กูหิวไง มาทำให้กูกินซิ”

ถ้าเรือใบเป็นหนังสือ ก็น่าจะเป็นหนังสือที่ใช้ชื่อประมาณว่า ‘โคตรคนจอมเผด็จการ’ แม้จะรู้จักกันไม่นาน แต่ผมก็เรียนรู้แล้วว่าถ้าอยากมีชีวิตสงบสุขก็ตามใจเขาไปเถอะ

ผมเลยไปสำรวจตู้เย็นซึ่งสภาพเหมือนสุสานอาหารขยะ สิ่งที่พอจะเป็นประโยชน์กับแซนวิชอยู่บ้างก็มี ไข่ที่เหลือสามใบ, กล้วยช้ำๆ ครึ่งหวี, กีวี่เกือบเน่า, ทูน่าค่อนกระป๋อง, เฮือกสุดท้ายของมายองเนส, แยมสตรอว์เบอร์รี่, แล้วก็แผ่นขนมปังโฮลวีตที่เขาเปิดถุงอ้าซ่าทิ้งไว้บนโต๊ะนั่น

ทำเท่าที่ทำได้ละกัน

“ทำไมนานวะ” นี่คือคำถามหลังจากผ่านไปห้านาที

“ถ้ารอไม่ไหวก็กินขนมปังเปล่าๆ ไป”

เขาเงียบไป

สักพักก็ถามอีก

“แซนวิชต้องใช้กระทะด้วยเหรอ”

“ไม่ต้อง”

“อ่าว แล้วที่มึงถืออยู่นั่นเรียกว่าอะไร เครื่องบินรึไง หรือว่าหรือดำน้ำ”

คราวนี้ผมไม่ต่อปากต่อคำ แค่ก้มหน้าก้มตาทำไป

ประมาณสิบนาทีต่อมาก็ทำออกมาได้เรียบร้อยสองเมนู

อย่างแรกคือ แซนวิชโง่ๆ ที่ส่วนประกอบมีแค่ทูน่า มายองเนส แล้วก็ไข่ต้มหั่นเป็นแว่น

ส่วนอีกอย่าง ผมเอาแผ่นขนมปังมาตัดขอบ ทาแยมสตรอว์เบอร์รี่ หั่นกล้วยกับกีวี่ลงไป พับม้วน ชุบไข่ แล้วเอาไปทอดให้เหลือง สุดท้ายควรจะซับน้ำมันก่อนหั่นเป็นชิ้นเหมือนเค้กโรลและเสิร์ฟคู่กับแยมสตรอเบอร์รี่ แต่ผมทนเสียงบ่นจากอีกคนไม่ไหว ก็เลยไม่ห่งไม่หั่นมันแล้ว เสิร์ฟมันทั้งที่ยังฉ่ำน้ำมันนั่นแหละ

เรานั่งกินที่โต๊ะเล็กๆ ตรงมุมครัว โดยที่ผมเองก็ชงโอวัลตินให้ตัวเองแก้วนึงตามที่เขาสั่ง

“จะพูดอะไรก็ว่ามา” ผมพูดเพราะทนสายตาที่เอาแต่จ้องหน้าอยู่ไม่ไหว

“อืม พอกินได้”

“ถ้ามีผักกับซอสมะเขือเทศจะดีกว่านี้”

“ถ้ามีผักดิ จะแย่กว่านี้”

“ไม่ชอบกินผัก?” ผมเลิกคิ้ว แล้วก็อดที่จะเหน็บสักดอกไม่ได้ “คุณอายุเท่าไหร่ ห้าขวบเหรอ”

“ปากดี แล้วนี่เรียกว่าอะไร แซนวิชทอด?”

“ค่อยๆ กินก็ได้ เดี๋ยวติดคอตายคาห้องขึ้นมา ลำบากผมอีก”

“มึงนี่ปากดีขึ้นทุกวันจริงๆ กูถามว่ามันเรียกว่าอะไร”

“ไม่รู้”

“อย่าบอกว่าคิดเองสดๆ เมื่อกี้”

“เคยเห็นคนทำในยูทูป”

“งั้นก็ต้องมีชื่อเรียก”

“แยมโรลทอดมั้ง สูตรต่างกันไปเยอะแยะ จริงๆ ตอนชุบไข่ต้องคลุกเกล็ดขนมปังด้วย แล้วก็ต้องหั่นเป็นชิ้นๆ ก่อนเสิร์ฟ แต่ขี้เกียจหั่น”

“เลยมาเป็นท่อนงี้เลย”

“อือ”

“งั้นก็เรียกว่าท่อนแยมทอด” ว่าแล้วเขาก็หยิบอีกชิ้นจิ้มแยมจนล้นส่งเข้าปาก

“...”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรอีก มือถือของผมที่นอนอยู่บนโซฟาก็สั่นครืดๆ ขัดจังหวะ ปกติมันจะดังหรือสั่นสั้นๆ เตือนข้อความแชตมากกว่า ไม่ค่อยสั่นต่อเนื่องแบบนี้เท่าไหร่

ผมลุกไปรับสาย

“มิกกี้”

“เปิดสปีกเกอร์ด้วย” เรือใบบอก

“ยุ่ง” ผมหันหลังให้เขา คุยต่อด้วยเสียงเบาๆ “ว่าไง”

[ตายรึยังวะ]

“สบายดี ยังหายใจอยู่” ผมตอบ “โทษที ไม่ได้โทรหามึงเลย”

[แล้วคู่ขามึงอ่ะ ตายห่าไปรึยัง]

“อ๋อ ยังอยู่ดี”

ไม่ใช่แค่อยู่ดี ตอนนี้เขาลุกมาอยู่ข้างๆ แล้วด้วย แถมยังยื่นหน้ามาใกล้เพื่อฟังเสียงจากปลายสายอีก

[งั้นก็บอกให้เขาไปตายซะนะ]

“ไว้เดี๋ยวจะบอกให้”

“ไม่ต้อง กูได้ยินแล้ว” เรือใบพูดแทรก

มิกกี้จิ๊ปาก แต่ก่อนมันจะพ่นคำหยาบๆ คายๆ ออกมาผมก็ชิงถามซะก่อน “นี่มึงหายโกรธกูแล้วเหรอ”

[ไม่หาย]

“อ่าว” ก็สมควรอยู่หรอก จนป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้อธิบายเรื่องทั้งหมดให้มิกกี้ฟัง ยอมรับว่าคำขู่เรื่องความปลอดภัยของคนรอบข้างทำให้ผมกังวลเหมือนกัน

[แต่กูขี้เกียจใส่ใจละ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันของมึง คืนนี้เจอกันโอเมก้าละกัน แต่ไม่รู้นะว่าเดอะแก๊งจะมากันได้กี่คน]

“เดี๋ยวๆ วันของกูอะไร”

[นี่มึงจำวันเกิดตัวเองไม่ได้เหรอวะ]

วันเกิด...

นั่นสินะ ผมกล่อมให้ตัวเองลืมวันนี้ แต่ถึงยังไงก็จำได้อยู่ดี

“เอ่อ...”

[ปีที่แล้วมึงก็ไม่ได้ฉลองนี่ ยังไม่ดีขึ้นอีกเหรอวะ ชีวิตต้องเดินต่อไปนะโว้ย]

“กูโอเค”

[งั้นก็ดีแล้ว สามทุ่มนะ ห้ามสาย]

“แต่...”

[อย่าบอกว่ามาไม่ได้]

“ที่ไหน” เรือใบถาม

“โอเมก้า ร้านออกแนวผับๆ หน่อย คุณคงไม่รู้...”

“แนวผับๆ เนี่ยกูรู้ดี” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ “ไปได้”

แล้วก็เอียงหูรอฟังเสียงมิกกี้ต่อจนแก้มของเขาแทบชิดจมูกผม ผมเลยตัดบทบอกมิกกี้ว่าไปได้ แล้วกดวางสาย

“นี่คุณจะมาไม้ไหน”

ในที่สุดเขาก็เอาหน้าออกไปห่างๆ ผมสักที “อะไร”

“ไม่ขังผมไว้แล้วรึไง”

“ใครขังมึง”

“ที่ผ่านมานี่ก็ไม่ต่างจากขังเท่าไหร่หรอก”

“เรียกว่าปลอดภัยไว้ก่อนต่างหาก”

“สรุป คุณจะปล่อยให้ผมไปจริงๆ ใช่มั้ย”

“จริง”

“โอเค ขอบ...”

“กูไปด้วย”

“คุณไปด้วย?” ผมถอยออกมามองหน้าเขา “นี่มันวันเกิดผมนะ มีแต่เพื่อนผมทั้งนั้น คุณจะไปในฐานะอะไร”

“ฐานะคู่ขาของมึงไง แบบที่มิกกี้ว่า”

อะไรของเขาวะ

ใช้ไม้แข็งคงไม่ได้ผล งั้นลองไม้อ่อนดู

“ผมไม่หนีหรอก จะกลับมาที่นี่เอง สัญญา”

“ถึงไงก็เถอะ วันเกิดมึงทั้งที กูจะพลาดได้ไง”

ทันใดนั้นเอง โชคชะตาหรือความลึกลับสักอย่างของจักรวาลก็เล่นตลกกับผม มันไม่ใช่ภาวะเดจาวู เพราะคนตรงหน้าผมคือคนละคนกัน เขาไม่ใช่พี่ภาณ แต่ทั้งคู่ก็พูดแบบเดียวกันเป๊ะ

‘วันเกิดเราทั้งที พี่จะพลาดได้ไง’

ภาพในอดีตทะลักทลายออกมาเต็มไปหมด

ผมฝืนแล้ว

แต่น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาจนได้







« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-07-2018 16:58:34 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ นางร้าย

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 96
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +56/-2
กระสุนนัดที่ 4
ร.รอ

[เรือใบ]

เป็นห่าไรวะ บอกจะไปด้วยแค่นี้ดีใจจนน้ำตาไหลเลย?














_____________________

อัพให้ทีเดียว 2 ตอนนะคะ เพราะอีกตอนนึงสั้นมาก
ไม่ได้ผิดพลาดอะไรนะคะ ตอนที่ 4 มีแค่บรรทัดเดียวจริงๆ ค่ะ ;)

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์มากเลยนะคะ เราตามอ่านคอมเม้นต์ตลอดเลย
ดีกับใจและมีค่ากับเรามากๆ ค่ะ :)

ขอบคุณจากใจนะคะ

นางร้าย 27.04.18
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05-07-2018 17:44:59 โดย นางร้าย »

ออฟไลน์ 양아치

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 29
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +4/-0
ไรต์หลอกหรอออออออ
ตอนที่ 4 ไม่มีเนื้อหา มีบรรทัดเดียวเอง  :hao5: มาแก้ที กำลังค้างเลย
สายธารมีความหลังอะไรกับคนคนนั้น

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด