My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม >>> ไข่ฟองสุดท้าย <<< [23/02/2562]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: My Egg #ไข่ต้มเพื่อนผม >>> ไข่ฟองสุดท้าย <<< [23/02/2562]  (อ่าน 56919 ครั้ง)

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
ดูเหมือนไข่ต้มหลอกว่ามีแฟนนะนั่น

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3

ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
อยากให้มีคนมาจีบพ่อพระเอกเราบ้างงง

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
น้องซอสแน่ๆๆๆๆ
เดาออกแล้ววว พี่อ๋องนี่ก็น่าจะตัวหลอกแน่นอน

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
ยังไงกันเนี่ยไข่ต้ม  :m28:

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ยังไงน้าไข่ต้มมม เหมือนไม่รู้ใจตัวเองอ่ะ คนละฟีลกับตอนบอกว่าคบกันกับพี่อ๋องเลยอ่ะ

ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
น้องไข่ต้มนี่ยังไง ทำแบบนี้เพืรอนจะตัดใจได้มั้ยละ แต่ถ้าแอบรักเพื่อนก็เปิดใจหน่อย

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 11
น้องเจ้าหญิง


            เป็นอย่างที่ไข่ต้มบอก

            แม้จะมีแฟนแต่เวลาที่มันมีให้เพื่อนก็ยังเหมือนเดิม เราอยู่ด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน อาจจะเปลี่ยนไปบ้างที่มันติดโทรศัพท์มากขึ้น แต่ไม่ถึงกับคุยตลอดเวลาจนคนที่อยู่ด้วยรำคาญ ฉะนั้นถึงเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวจะมีแฟนก็ไม่ทำให้ผมเหงาเลย

            ทั้งไม่เหงาแล้วก็ไม่อิจฉาเลยด้วย

            หลังหมดคาบเรียนเข้าสู่ช่วงพักสิบนาทีไข่ต้มมันก็หยิบมือถือขึ้นมา ผมชะเง้อมองด้วยความอยากรู้ พอเห็นว่ามันไม่ว่าเลยเนียนซบไหล่แอบอ่านแชตของมันซะเลย

            Egg : ทำไมตื่นสาย

            Ong : เพิ่งสิบโมงเอง

            Egg : สายแล้ว

            Ong : พักเหรอ หรือแอบเล่น

            Egg : พักสิบนาที

            อ่านแล้วผมก็ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่จอ คนเป็นแฟนกันเค้าคุยกันไร้สาระแบบนี้นี่เอง มันก็เหมือนที่ผมคุยกับเพื่อนนี่แหละ บอกเลยถ้าไม่พาลคิดแบบนี้ไม่ได้นะเนี่ย

            Ong : คอลมั้ย อยากเห็นหน้า ไม่เจอตั้งหลายวัน

            Egg : ก็ไม่ว่างเอง

            Ong : ตอนพี่ว่างเราก็ไม่ว่างไง

            โอ้โห เบะปากแรง เรียกแทนเพื่อนผมว่าเรา น่าเอ็นดูจังเลย

            Egg : ไม่ต้องบ่น

            Ong : ไม่ได้บ่นแค่งอแง คอลนะ

            บอกปุ๊บวิดีโอคอลจากพี่อ๋องก็เด้งขึ้นมาปั๊บ ผมตกใจเลยผละออกจากไหล่ไข่ต้มกลับมานั่งตัวตรง มันเองก็หันมายิ้มแหยให้

            "รับดิ เดี๋ยวหมดเวลา" ผมเนี่ยก็เป็นคนดีไปอีก

            ไข่ต้มหยิบสมอลทอล์คขึ้นมาเสียบก่อนกดรับ ภาพพี่อ๋องที่ยังนอนอยู่บนเตียงปรากฏขึ้นหน้าจอ ผมแอบมองแค่แวบเดียวก่อนทำเป็นไม่สนใจ ทั้งที่จริงๆ ก็อยากรู้ว่าเขาจะคุยอะไรบ้าง ถึงจะเป็นเรื่องไร้สาระก็อยากรู้

            ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำเป็นนอนหลับเพื่อฟังคนเป็นแฟนเขาคุยกัน ได้ยินชัดบ้างไม่ชัดบ้างเพราะไข่ต้มมันพูดเสียงเบา แต่ฟังแล้วก็พอเดาได้ว่าเขาคุยอะไรกัน

            "คณิต"

            อันนี้พี่อ๋องน่าจะถามว่าเรียนอะไรต่อ

            "ใช่ สอนโอเคนะ แต่สั่งการบ้านเยอะมาก"

            อันนี้น่าจะนินทาอาจารย์

            "อยู่ด้วยกันนี่แหละ มันหลับ เมื่อกี้ยังแอบดูที่คุยกันอยู่เลย"

            ส่วนอันนี้นินทาผมชัวร์ๆ

            ผมเงยหน้าหันไปมองก็เห็นว่าไข่ต้มมองมาอยู่ มันอมยิ้มนิดๆ ก่อนหันกลับไป พอได้เข้าไปเอี่ยวในบทสนทนาผมเลยนั่งเท้าคางมองมันซะเลย ฟังแล้วก็เดาต่อไปว่าเขากำลังคุยอะไรกัน

            "สามนาที"

            อันนี้เดาว่าพี่อ๋องคงถามว่าอีกกี่นาทีหมดเวลาพัก

            "ก็หาเวลาว่างมาดิ"

            ไข่ต้มมันยิ้ม พี่อ๋องต้องอ้อนอยากเจอมันแน่ๆ

            ผมยังนั่งเท้าคางมองปฏิกิริยามันต่อไปอย่างไม่ลดละ แต่คราวนี้มันกลับเอาแต่ยิ้มอย่างเดียว มองจอแล้วก็ยิ้มอยู่อย่างนั้น แก้มขาวๆ ค่อยๆ กลายเป็นสีแดง จนลามไปยันหู อาการแบบนี้มัน...เขินนี่หว่า

            พี่อ๋องพูดอะไรกับมันวะ

            เห็นเพื่อนสนิทเกิดอาการเขินที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ ทำเอาผมเกือบทนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ใจอยากจะชะเง้อมองหน้าจอ หรือไม่ก็แย่งหูฟังมันมาสักข้างให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เพราะความเป็นคนดีมันค้ำคอผมเลยไม่สามารถทำเรื่องเสียมารยาทแบบนั้นได้

            เป็นคนดีมาก ก็เลยต้องนั่งอดทนอย่างรอคอยแบบนี้ไง

            ไข่ต้มวางสายหลังจากมันเกิดอาการเขินหนักได้ไม่นาน หน้ามันยังแดงอยู่ตอนหันมามองมองผม เวลาเขินมันโคตรน่ารักเลย

            "คุยอะไรกันวะ ทำไมต้องเขิน"

            "เปล่า"

            "เปล่าอะไร หลักฐานยังคาหน้าอยู่เลยเนี่ย" ผมชี้หน้ามัน อาการออกขนาดนี้ยังจะปากหนัก

            "เออ มึงไม่ต้องรู้หรอก"

            "พี่เขาจะทำอะไรมึง"

            "ทำอะไร ไม่ได้ทำ" เสียงสูง โคตรพิรุธเลย ไอ้พี่อ๋องมันจะทำอะไรเพื่อนผมวะ

            ผมจ้องมันอย่างไม่ลดละจนจะกลืนกินมันเข้าไปได้ทั้งตัว แต่คนปากแข็งก็ไม่ยอมคายคำตอบออกมา จ้องนานจนอาจารย์เดินเข้ามาในห้องไข่ต้มมันเลยเลิกเล่นด้วย หันหน้าหนีผมขณะที่ริมฝีปากยังแต้มด้วยรอยยิ้มมีความสุข

            เห็นความรักของเพื่อนไปได้สวยผมก็ดีใจ แต่เป็นความดีใจที่เจือความเศร้าและอิจฉา แม้ผมเองจะเคยทำให้มันยิ้มอย่างมีความสุขมานับครั้งไม่ถ้วนก็เถอะ แต่รอยยิ้มครั้งนั้นกับรอยยิ้มครั้งนี้มันต่างกัน

            ถ้าผมทำให้มันยิ้มเพราะรักแบบคนรักได้บ้างก็คงดี

 

            ความรักนั้นราบรื่นแต่ชีวิตประจำวันกลับไม่ได้สงบสุขเท่าไร

            หลังจากประกาศกร้าวกลางโรงอาหารไปเมื่อวันเปิดเทอมว่ามีแฟนแล้ว เหล่าผู้กล้าที่พยายามเข้าหาไข่ต้มก็แทบจะหายไปเลย หนำซ้ำยังมีหน่วยข่าวลับสืบจนรู้อีกว่าแฟนมันคือพี่อ๋อง ทั้งที่สองคนนี้ไม่ได้สวีตหวานแหววออกสื่อกันเท่าไร ถ้านับโพสต์ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ ของไข่ต้มแล้วยังมีหน้าผมเยอะกว่าหน้าแฟนมันอีก

            แต่ถึงอย่างนั้น ผู้กล้าก็คือผู้กล้า คนที่อยากลองฝ่าเหล่าทหารหาญ ทลายกำแพงเพื่อชิงตัวเจ้าชายจากมังกรนั้นยังมีอยู่จริง ซึ่งมังกรง่อยๆ ที่ว่าก็คือพี่อ๋อง ผมไม่มีวันยกให้พี่มันเป็นเจ้าชายอีกคนเด็ดขาด ส่วนทหารหาญที่จะยอมให้ผู้กล้าผ่านเข้ามาได้ก็คือผมเอง เพราะผู้กล้าคนนี้ไม่ใช่ชายหนุ่ม แต่เป็นเจ้าหญิงผู้น่ารักที่ไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าชายจะยอมสิโรราบกับมังกรง่อยโดยง่ายนั่นเอง

            ตอนนี้น้องเจ้าหญิงกับไข่ต้มนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินในสวน หลังจากน้องเขามาดักรอที่หน้าตึกและขอคุยกับเพื่อนผมเป็นการส่วนตัว ผมผู้ที่อยากรู้เรื่องเพื่อนสนิทมากที่สุดจึงเดินตามมาด้วย ยืนรออยู่ด้านนอกเงียบๆ แต่เพราะที่สวนนี้มันเงียบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยได้ยินชัดเจนว่าทั้งสองคนคุยอะไร

            ผมแกล้งทำเป็นเล่นมือถือ นานเข้าก็เดินไปนั่งรอที่ม้านั่งอีกตัวโดยเว้นระยะห่างให้ไม่น่าเกลียด เริ่มแรกน้องเจ้าหญิงไม่ได้พูดจารุกหนักหรือเข้าเรื่องตรงประเด็นมากนัก เป็นการแนะนำให้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม เรียนอยู่ชั้นไหน และชอบในตัวเพื่อนผมยังไงบ้าง จนกระทั่งมาถึงคำถามนี้

            "พี่ไข่ต้มไม่เปลี่ยนใจจริงเหรอคะ" เสียงใสๆ เอ่ยถามอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา เธอมีทั้งความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจเพื่อนผมได้อยู่

            "เปลี่ยนใจเรื่องอะไรครับ"

            "เรื่องแฟน"

            "ทำไมเหรอครับ"

            "พี่ไข่ต้มชอบผู้ชายจริงๆ เหรอคะ"

            "พี่จะชอบผู้ชายหรือผู้หญิงมันก็ไม่เกี่ยวกับน้องนี่ครับ" มันตอบกลับนิ่งๆ คงนิ่งทั้งสีหน้าและน้ำเสียงตามสไตล์ ถึงผมจะไม่เห็นหน้าก็พอเดาออก

            "เกี่ยวสิคะ"

            บรรยากาศเงียบสนิทเมื่อน้องเจ้าหญิงพูดจบ ไข่ต้มไม่ถามต่อ ผมเลยลองชะเง้อมอง สีหน้ามันนิ่งก็จริง แต่ผมรู้ดีว่ามันคงอยากเอาตัวเองออกมาจากสถานการณ์แบบนี้เต็มที ผิดกับน้องเจ้าหญิงที่เอาแต่ยิ้ม คงคิดว่าจะต้อนเพื่อนผมสำเร็จแต่มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก

            "จะไม่ถามหน่อยเหรอคะว่าเกี่ยวยังไง"

            "น้องชอบพี่"

            "ตรงประเด็นดีจังเลยค่ะ"

            "แต่พี่ไม่ชอบน้องครับ"

            "ตอบเร็วไปมั้ยคะ"

            "เร็วๆ แหละดีแล้วครับ จะได้ไม่ค้างคา ยุ่งกับคนมีแฟนแล้วมันไม่ดีหรอกนะครับน้อง ผู้ชายคนอื่นในโรงเรียนมีคนที่ดีกว่าพี่เยอะ น้องน่ารักนะ พี่ว่าคนชอบน้องก็คงเยอะเหมือนกัน ลองเปิดใจรับคนอื่นดูนะครับ บางทีอาจจะมีคนดีๆ ที่รักน้องอยู่ใกล้ๆ ตัวก็ได้ ยังไงก็ขอให้สมหวังเร็วๆ พี่ขอตัวนะครับ แล้วก็อย่ามายุ่งกับคนมีแฟนเลย มันบาป" ไข่ต้มมันพูดเหมือนพระกำลังเทศน์ให้ญาติโยมฟัง ก่อนจะเดินหนีออกมาโดนไม่เว้นจังหวะให้น้องเจ้าหญิงได้พูดแทรกแต่อย่างใด แถมยังเดินผ่านผมที่นั่งรอมันอยู่ด้วย

            ผมรีบลุกเดินตามมันไป เข้าใจว่าอยากหนีน้องเจ้าหญิงให้พ้น แต่ไม่สะกิดกันเลยมันก็ออกจะใจร้ายเกินไปหน่อย

            "ไม่เรียกกูเลย"

            "ไม่เรียกก็เดินตามมาได้หนิ"

            "ง้อหน่อยก็ได้"

            "เดี๋ยวค่อยง้อ เดี๋ยวน้องตามมาทัน"

            "ไม่ตามมาแล้วมั้ง ซึ่งในรสพระธรรมที่มึงสอนอยู่"

            "ไอ้สัด" ด่าผมแต่ปากอมยิ้ม

            "ไม่เอาไม่พูดคำหยาบ"

            "ตอนเย็นไปกินปังเย็นกัน" แล้วอยู่ๆ มันก็ชวนผมเปลี่ยนเรื่องจนเกือบตามอารมณ์ไม่ทัน

            "นึกไงอยากกิน"

            "ก็ง้อไง"

            "ง้อกูอะนะ"

            "เออ"

            "แค่ล้อเล่นมั้ย"

            "ล้อเล่นก็อยากง้อ แต่จริงๆ คืออยากกินปังเย็น ออกคนละครึ่งไม่เลี้ยง โอเคตามนี้" ไข่ต้มมันพูดเองเออเองเสร็จสรรพ แล้วคนอย่างผมจะขัดอะไรได้

            "เออ" ผมพยักหน้ารับไปส่งๆ แต่มันกลับยิ้มกว้างมาให้ ทำเอาใจดวงน้อยๆ พองโตขึ้นมา ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ตั้งแต่วันนั้น วันที่มันบอกว่าผมยังเป็นเพื่อนที่สำคัญกับมันเสมอก็เหมือนถูกเอาใจใส่เป็นพิเศษ

            แต่แบบนี้มันก็ดีแล้ว

 

            ไม่รู้ว่าระหว่างปังเย็นกับยิ้มของเพื่อนผมอะไรมันหวานกว่ากัน ปกติไข่ต้มมันไม่ค่อยชอบยิ้มในที่สาธารณะ ไม่ยิ้มให้คนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งคนรู้จักที่ไม่ได้สนิทกันมาก แต่วันนี้มันกลับยิ้มตลอดเวลา ยิ้มหวานๆ ที่ผมหวง เพราะกลัวว่ามันจะไม่ใช่ของผมคนเดียวอีกต่อไป แต่ถึงหวงไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้ยิ้มของมันมีคนที่เป็นเจ้าของเพิ่มมาแล้วอีกคน

            "อารมณ์ดีอะไรนักหนา" ผมถามออกไปอย่างอดไม่ได้

            "แล้วอารมณ์ดีไม่ได้หรือไง"

            "ปกติมึงต้องหน้าบึ้งๆ"

            "กินของหวานแล้วทำให้อารมณ์ดี"

            "เหรอ"

            "อยู่กับมึงก็อารมณ์ดี"

            "ดีเท่าอยู่กับพี่อ๋องหรือเปล่า" ทั้งที่เคยสัญญากับตัวเองว่าจะพยายามไม่คิดถึงพี่คนนั้น แต่สุดท้ายก็พลั้งปากไปอยู่ดี ผมล่ะอยากจะดูดเอาคำถามเมื่อกี้กลับคืนมา ทำไมต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบให้เจ็บเล่นๆ ด้วยก็ไม่รู้

            "มันก็ดีคนละแบบไง มึงคือความสบายใจ เซฟโซนอะ"

            "แล้วอยู่กับพี่อ๋องไม่สบายใจหรือไง"

            "ก็สบายใจ แต่รู้สึกเกร็งๆ มากกว่า"

            "มึงเขิน" ผมฟันธง ไม่มีคำไหนอธิบายคำว่าเกร็งของไข่ต้มได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

            "ก็ใช่แหละ จริงๆ กูก็ยังไม่ชินกับสถานะแฟนนะ ถึงพี่อ๋องจะดูแลกูดีเหมือนเดิม"

            "ถ้าแค่ดูแลดีเหมือนเดิม กูยังดูแลมึงดีกว่าอีก"

            "มีเกทับว่ะ" ไข่ต้มยิ้มล้อ

            ผมไม่สะทกสะท้านมั่นหน้าที่จะยอมรับ เพราะตอนพี่อ๋องยังเรียนอยู่ก็ได้ดูแลไข่ต้มแค่ตอนอยู่ชมรมเดียวกันสมัย ม.สี่ แค่นั้น

            "มึงสำคัญกับกูมากนะ ถึงกูจะมีแฟนมึงก็ยังสำคัญ"

            "ย้ำจนกูเบื่อจะฟังแล้วเนี่ย" เพราะมันเป็นแบบนี้แหละผมเลยตัดใจไม่ลงเสียที

            เพราะยังสำคัญ เพราะผมยังอยากสำคัญกับมันอยู่

            "เบื่อก็ต้องฟัง มึงคือเพื่อนคนสำคัญของกู"

            "เออรู้แล้ว รีบกิน ละลายหมดแล้ว" ผมใช้ช้อนชี้ถ้วยปังเย็นที่วางอยู่กลางโต๊ะ ตัดฉากที่ไข่ต้มมันตั้งใจทำซึ่งเพราะกลัวตัวเองจะร้องไห้เสียก่อน

            คนอย่างผมมันก็เป็นได้แค่นี้ แค่เพื่อนคนสำคัญเท่านั้น

 

            ตั้งแต่โดนไข่ต้มเทศน์ให้ฟังไปวันนั้นน้องเจ้าหญิงก็ไม่มาวอแวไข่ต้มเพื่อนผมอีก ไม่รู้ว่าน้องเขาซาบซึ้งในคำสอน เจอคนที่ชอบจริงๆ หรือเบื่อเพื่อนผมแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรมันก็ช่วยทำให้ชีวิตผมและเพื่อนสนิทกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง

            ก้าวเข้าสู่เดือนสิงหาคมเด็กมหา'ลัยก็เริ่มเปิดเทอม ไข่ต้มมันเล่าให้ผมฟังว่าพี่อ๋องย้ายไปอยู่หอแล้ว หลังจากนี้คงได้เจอกันแค่วันหยุด ซึ่งความจริงผมก็ไม่ได้อยากรู้ความเคลื่อนไหวพี่มันนักหรอก จะทำอะไร จะเป็นยังไง เรียนหนักไหม รับน้องโหดหรือเปล่า แต่เพราะไข่ต้มมันยิ้มจนตาปิดตอนเล่าเลยยอมฟัง เห็นเพื่อนมีความสุขผมก็สุขไปด้วย แม้จะเป็นความสุขที่เจ็บจี๊ดๆ ก็ตาม

            ฟังจากที่ไข่ต้มเล่าให้ฟังทุกวัน ความสัมพันธ์ระหว่างมันกับพี่อ๋องดูเหมือนจะไปได้ค่อนข้างดี คุยกันทุกวัน ไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง เสียอย่างเดียวตรงที่ไม่ค่อยมีเวลามาเจอกันนัก ซึ่งตรงนี้เพื่อนผมมันไม่ได้เดือดร้อนอะไร ส่วนฝ่ายนั้นผมก็ไม่อาจเดาได้ว่าจะเป็นเดือดเป็นร้อนบ้างหรือเปล่า

            เห็นเพื่อนสนิทกับแฟนรักกันดีขนาดนี้ ถามว่าผมตัดใจได้หรือยัง ตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่ายัง เพราะทุกอย่างระหว่างเรายังคงเป็นเหมือนเดิม มันไม่เว้นระยะห่างออกจากผม ผมเลยไม่รู้ว่าจะเว้นระยะห่างออกจากมันทำไม ขอแค่มันไม่นึกสงสัยอะไรก็พอแล้ว ผมไม่อยากเสียมันไป คิดว่าสักวันเวลาคงช่วยเยียวยาความรู้สึกของผมได้เองล่ะมั้ง สักวันความรู้สึกที่มีให้มันอาจจะลดลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป

            โต๊ะเรียนตัวข้างๆ ผมสั่นดังครืดจนผมต้องหยิบมันขึ้นมาเพราะเจ้าของโต๊ะเพิ่งเดินออกไปหาอาจารย์ที่หน้าห้องเมื่อครู่นี้ คาบนี้ห้องผมเรียนวิชาสังคม เป็นหมวดภูมิศาสตร์ที่อาจารย์ให้จับฉลากมาคนละหนึ่งจังหวัด เขียนรายงานเกี่ยวกับภูมิศาสตร์จัดหวัดนั้นๆ และปิดท้ายด้วยการเรียกคำตอบถามทีละคน ซึ่งถัดจากไข่ต้มก็ถึงตาผมพอดี

            โทรศัพท์ในมือยังคงสั่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้อยากอ่าน พยายามเบนสายตาหนีแล้วแต่ทุกครั้งที่มันสั่นผมก็เผลอหันกลับไปมองทุกที ข้อความหวานๆ จากแฟนเพื่อนสนิทเลยไหลเข้ามาเบียดพื้นที่ความรู้เกี่ยวกับจังหวัดสงขลาในหัวผมอย่างช่วยไม่ได้

            รอจนแน่ใจว่าพี่มันจะไม่ส่งไลน์มาจนทำโต๊ะสั่นอีกผมก็วางมือถือไว้ใต้โต๊ะเหมือนเดิม เป็นจังหวะเดียวกับที่ไข่ต้มเดินกลับมา มันมองตามมือผม คนไม่ผิดเลยต้องรีบแก้ตัว

            "โต๊ะมันสั่น ไม่ได้แอบอ่าน"

            "ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย"

            "ก็ดูมึงมอง"

            "ก็มองเฉยๆ ถึงอ่านก็ไม่ได้ว่าอะไร"

            "จริงๆ ก็อ่านไปนิดนึง"

            "เออ มึงไปได้แล้ว" ไข่ต้มมันว่าพลางพยักพเยิดไปที่โต๊ะอาจารย์

            ผมรีบลุกขึ้นก้าวยาวๆ ไปหน้าห้อง ลืมภูมิประเทศของจังหวัดสงขลาที่ต้องออกไปตอบคำถามชั่วขณะเพราะสมองดันไปจำข้อความที่พี่อ๋องส่งหาไข่ต้มแทน มันก็ไม่ได้แปลกนักหรอกที่คนเป็นแฟนกันเขาจะใช้คำเรียกพวกนี้ แต่เห็นแล้วมันก็อดหมั่นไส้ปนเจ็บใจไม่ได้ เพราะผมเองก็อยากใช้คำแบบนี้เรียกมันเหมือนกัน

            ‘เด็กดื้อของพี่’

 
tbc.

 
ไข่ต้มแค่รักเพื่อนเท่า แต่ไม่ได้รักแบบที่เพื่อนรักเท่านั้นเอง
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้า
มาลุ้นชื่อน้องพระเอกกันต่อ


ออฟไลน์ AmPnie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 91
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
อ่านมาก็ไม่รุ้ต้องรู้สึกยังไง จะเศร้าก่ไม่ใช่จะยิ้มก็ไม่สุด รอระหว่างเค้าเลิกกันหรือพระเอกเลิกรักจะดีกว่ากัน ปล.ลุ้นชื่อพระเอกต่อไป เราว่าไม่น้ำปลาก็ซอสล่ะ 5555

ออฟไลน์ 19th

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 224
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +3/-0
ชื่อซีอิ๊วแน่นอนจังหวะนี้
ทำไมไข่ต้มแปลกๆ กุเรื่องแฟนมาลองใจตัวเอกเรารึเปล่า  :ruready

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ mkianit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 298
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +11/-3
อ่านกี่ตอนๆก็สงสารพระเอก แงงงงง ก็ยังขอให้น้องเจอคนเข้ามาในชีวิตบ้างก็พอ สุ่ๆๆ

ออฟไลน์ ก้มหน้าก้มตา

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 137
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-0
รอนิยายมาอัพ แต่อ่านคอมเม้นท์แล้ว
ไม่กล้าอ่าน กลัวเศร้า

แอบเข้าข้างพระเอก

ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านไปก็เจ็บจี๊ดๆพร้อมกับพระเอกเลยอ่ะ   :m15:

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
เขารักกันขนาดนี้อ่ะน้อง  :เฮ้อ:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 12
แฟนเพื่อนสนิท


            "วันนี้กูจะไปหาพี่อ๋องนะ"

            ผมละความสนใจจากไทม์ไลน์อันแสนหน้าเบื่อบนเฟซบุ๊กหันไปมองเพื่อนสนิทที่อยู่ๆ ก็พูดถึงแฟนหนุ่มรุ่นพี่ออกมาในช่วงพักสิบนาทีของคาบบ่าย

            "ไปตอนไหน"

            "เลิกเรียน"

            วิชาต่อไปก็เป็นคาบสุดท้ายของวันนี้แล้ว อย่าบอกนะว่าที่ไข่ต้มมันทำหน้าเหมือนคิดอะไรสักอย่างมาทั้งวันคือเรื่องนี้ เรื่องที่มันอยากไปหาพี่อ๋อง

            "ไปหาที่ไหน"

            "มหา'ลัยดิ"

            "คนเดียว?"

            "อืม"

            ผมวางมือถือไว้ใต้โต๊ะหันหน้ามาคุยกับไข่ต้มให้เป็นเรื่องเป็นราว ปกติมันเคยอยากไปหาใครที่ไหน ถึงไปก็ชอบลากผมไปด้วยตลอด แต่ตอนนี้กลับอยากไปคนเดียวขึ้นมา ไม่รู้ว่าพี่อ๋องชวนหรือมันคิดจะไปเอง

            "พี่เขาให้ไปหาเหรอ"

            "เปล่าอะ กูอยากไป อยากเจอ"

            รู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวใจ ผมเองก็ลืมคิดไปว่าพี่อ๋องไม่ใช่คนแปลกหน้าหรือคนธรรมดาที่ไข่ต้มมันจะทำเมินไม่สนใจ แต่เป็นคนพิเศษมากๆ สำหรับมัน

            "ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย"

            "ไม่เป็นไร กูบอกไว้เฉยๆ เลิกเรียนกะว่าจะออกไปเลย"

            "มึงไปถูกแน่นะ"

            "มันก็ไม่ได้ไปยากป้ะ"

            "กลัวมึงหลงไง ปกติไม่เห็นเคยไปไหนคนเดียว"

            "เวอร์ไปละ"

            "ยังไงก็รายงานกูด้วยแล้วกัน"

            "รายงานเลยเหรอ"

            "เออ เผื่อมึงหลงไง กูเป็นห่วง"

            "ครับพ่อ" มันรับคำแล้วคำหน้ากวนประสาทใส่ผม ใจนึกอยากจะเขกกะโหลกแรงๆ โทษฐานทำตัวน่ารักเกินไป แต่ก็ทำได้แค่ง้างมือค้างไว้แล้วย่นจมูกใส่มันแทน มองมันนั่งอมยิ้มมีความสุข โดยที่ไม่ต้องเดาให้ยากว่ามันกำลังนึกถึงใคร

            เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองเจ็บหัวใจชะมัด

 

            เลิกเรียนตอนบ่ายสามโมงไข่ต้มมันรีบเก็บของ บอกลาแล้วสะพายกระเป๋าออกจากห้องเรียน ส่วนเพื่อนสนิทดีเด่นอย่างผมก็ได้แต่โบกมือกลับแล้วยิ้มให้ บอกมันให้โชคดีระมัดระวังตัว ดูสายรถเมล์ให้ดีๆ ก่อนขึ้น ใครชวนไปไหนก็ห้ามไป ปิดท้ายด้วยว่าถ้าเจอพี่อ๋องแล้วให้ไลน์มาหา

            ผมนั่งมองจนไข่ต้มมันเดินออกจากประตูแล้วรีบเก็บของตามออกไป ก่อนหน้านี้ผมบอกมันว่าไม่รีบกลับให้มันกลับไปก่อน เพราะไม่อยากส่งมันขึ้นรถที่หน้าโรงเรียน แล้วจะทำให้แผนที่ผมใช้เวลาคิดมาตลอดห้าสิบนาทีต้องพังลง

            แผนที่ผมจะตามมันไปหาพี่อ๋องด้วย

            ผมเดินตามหลังไข่ต้มโดยเว้นระยะห่างไว้พอประมาณ มองมันเดินก้มหน้าก้มตาไม่สนใจใคร ขณะที่ใครหลายคนรอบตัวจับจ้องมาที่มัน แต่กลับไม่มีใครสามารถทะลุกำแพงที่ล้อมรอบตัวเพื่อนผมคนนี้ได้เลย

            เพราะนิสัยไม่ค่อยสนใจใครของไข่ต้มทำให้การสะกดรอยตามของผมเป็นไปอย่างราบรื่น ผมเดินรวมกลุ่มกับนักเรียนคนอื่นจนมาถึงป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน ยืนหลบอยู่ด้านหลังมองไข่ต้มที่ยืนอยู่ด้านหน้า มันคอยชะเง้อมองรถเป็นพักๆ จนกระทั่งคันที่รอมาถึง

            ไข่ต้มขึ้นประตูหน้าผมเลยเดินขึ้นประตูหลัง ป้ายนี้นักเรียนขึ้นเยอะเลยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้ โดยเฉพาะไข่ต้ม ผู้ที่ไม่เคยสนใจสิ่งรอบข้าง ยิ่งมันเปิดเพลงใส่หูฟังปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกแบบนี้ยิ่งไม่ต้องกังวล แต่กลับทำให้ผมเป็นห่วงเพราะความไม่ระวังตัวของมันมากกว่า

            รถวิ่งออกมาไกลขึ้นนักเรียนหลายคนก็เริ่มทยอยลง รถไม่ถึงกับโล่งเพราะมีคนขึ้นลงอยู่ตลอด ไข่ต้มได้ที่นั่งช่วงกลางรถ ผมได้นั่งถัดจากมันสองแถว แต่ไม่ต้องกลัวว่ามันจะเห็น เพราะขนาดคนที่นั่งข้างๆ มันได้หันไปมองเขาบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้

            S : ถึงไหนแล้ว

            ผมหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์หามันแกล้งถามถึงสถานการณ์ ทิ้งเวลาสักพักกว่าข้อความจะขึ้นว่าถูกอ่าน พร้อมคำตอบที่เพื่อนสนิทตอบกลับมา

            Egg : ใกล้ถึงแล้ว

            S : ขึ้นรถถูกสายใช่มั้ย

            Egg : ถูกเด้

            S : นึกว่าตื่นเต้นเลยขึ้นผิด

            Egg : แค่ไปหาพี่อ๋อง ทำไมต้องตื่นเต้น

            S : ก็ได้ไปเจอแฟนไง

            พิมพ์เองก็เจ็บเอง อยากจะลบคำว่าแฟนทิ้งแต่คงไม่ทัน เลยได้แต่เงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้า อยากรู้ว่าตอนนี้ไข่ต้มมันกำลังทำหน้ายังไง

            Egg : เพิ่งรู้ว่าเจอแฟนต้องตื่นเต้น

            S : นานๆ เจอกันทีไม่ตื่นเต้นเหรอวะ

            Egg : ไม่รู้ดิ ก็อยากเจอนะ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น

            S : ไร้ความรู้สึกเหรอมึง

            Egg : นั่นก็เกินไป

            ผมนั่งยิ้มให้จอมือถือ ไม่รู้ไข่ต้มจะเป็นเหมือนกันหรือเปล่า มันจะมีความสุขไหมเวลาที่ได้คุยกับผม แล้วมันจะยิ้มอย่างที่ผมยิ้มบ้างไหม

            S : แล้วมึงตื่นเต้นมั้ยเวลาเจอกู

            Egg : ถามอะไรวะ

            รอยยิ้มผมจางลง มองคำถามของเพื่อนสนิทแล้วได้แต่หัวเราะเยาะตัวเอง นั่นสินะ มันจะตื่นเต้นเวลาได้เจอผมทำไม

            S : ถามเฉยๆ

            Egg : รู้แค่ว่ากูอยากเจอมึงทุกวันก็พอ

            รอยยิ้มที่จางหายไปกลับคืนมาอีกครั้ง ผมยิ้มให้คนข้างหน้าแม้มันจะไม่เห็น ก็เป็นซะแบบนี้ ชอบทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนพิเศษ แล้วจะให้ผมรู้สึกกับมันแบบเพื่อนธรรมดาได้ยังไง

            Egg : ถึงแล้วว่ะ กูจะลงรถแล้วนะ เดี๋ยวเจอพี่อ๋องแล้วบอกอีกที

            อ่านที่ไข่ต้มส่งมาผมถึงได้มองวิวข้างทาง ใกล้จะถึงมหาวิทยาลัยพี่อ๋องแล้วอย่างที่มันว่า ทั้งที่ก้มหน้าคุยกับผมอยู่ตลอด ทั้งที่เคยมาครั้งแรก แต่มันก็ไม่ลืมสังเกตเส้นทางและป้ายที่ต้องลง

            S : เออๆ โชคดีนะมึง ระวังตัวด้วย

            ข้อความของผมไม่ถูกอ่านเพราะไข่ต้มมันปิดเพลงเก็บหูฟังและเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงนักเรียนแล้วเรียบร้อย มันลุกขึ้นกดกริ่งยืนรอหน้าประตูด้านหน้า รอจนรถจอดสนิทประตูเปิดผมถึงลุกเดินลงประตูหลัง โชคดีที่มีคนอื่นลงด้วยอีกสองคน ไข่ต้มมันมัวแต่หันซ้ายหันขวาแบบคนไม่รู้ทาง ผมเลยรีบแทรกตัวไปกับกลุ่มคนที่ยืนรอรถอยู่ โดยที่มันไม่ทันสังเกตเห็น

            ไข่ต้มหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์หาใครสักคน ซึ่งคงไม่ใช่ผมที่แจ้งเตือนน่าจะยังค้างอยู่บนหน้าจอของมันเพราะยังไม่ได้เปิดอ่าน ส่วนคนที่มันกำลังแชตไปหาเป็นใครนั้นก็คงไม่ต้องเดา

            มือหยุดพิมพ์ยืนมองหน้าจออยู่สักพักไข่ต้มมันก็ยกมือถือขึ้นแนบข้างหู คาดว่าพี่อ๋องคงไม่ตอบมันเลยต้องโทรหา แต่เหมือนว่าจะไม่มีคนรับสาย

            ผมเห็นไข่ต้มกดโทรออกอีกสองรอบแต่ผลก็ยังเหมือนเดิม มันมองมือถือแล้วทำหน้าหงอย เดินกลับมานั่งที่ป้ายรถเมล์ที่ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล มันชัดเจนจนผมรู้สึกไม่ดีไปด้วย แล้วไอ้พี่อ๋องมันเป็นอะไรทำไมถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์กัน

            S : เจอพี่อ๋องยังวะ เงียบเลย

            ผมลองทักไปหา เห็นมันก้มมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือสักพักก่อนข้อความของผมจะถูกอ่าน

            Egg : ยังเลย

            S : ยังไม่ถึงอีกเหรอ

            Egg : ถึงแล้วๆ แต่รอพี่อ๋องออกมาอยู่

            S : เคๆ อย่ากลับดึกแล้วกัน

            สติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนหน้าตายิ้มแย้มมีคำกำกับว่ารับทราบถูกส่งกลับมา แต่หน้าตาไข่ต้มไม่ได้ร่าเริงเหมือนสติ๊กเกอร์ที่ส่งให้ผมเลยสักนิด มันบอกว่ากำลังรอ ทั้งที่โทรหาแล้วพี่อ๋องไม่รับ หรือมันกับพี่เขาอาจจะแชตกันโดยที่ผมไม่ทันสังเกตเห็น ถึงอย่างนั้นผมกลับไม่เห็นเลยว่าไข่ต้มมันกำลังมีความสุขอยู่

            คำว่ารอที่ผมรับรู้มาไม่ได้ระบุเวลาที่แน่นอน ผ่านมาแล้วสิบห้านาทีหลังจากมาถึง ไข่ต้มยังเอาแต่จ้องมือถือ กดโทรออกเป็นระยะ แล้วถอนหายใจเมื่อไม่ได้รับการตอบกลับจากปลายสาย

            ผมยังยืนมองไข่ต้มอยู่ที่เดิม อยากจะทักไปชวนคุยเป็นเพื่อนแต่ไม่อยากทำให้แจ้งเตือนของผมทำมันดีใจเก้อเพราะกำลังรอใครบางคน คนที่ยังไม่ยอมตอบกลับมา คนที่ปล่อยให้มันรอโดยไม่บอกอะไรเลย

            สามสิบนาที...

            สี่สิบนาที...

            ห้าสิบนาที...

            ความอดทนของผมหมดลงเมื่อยังไม่เห็นวี่แววว่าพี่อ๋องจะโผล่มาหรือไข่ต้มจะขยับไปไหน มันยังคงนั่งรออยู่ที่เดิม รอด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สีหน้าที่ผมไม่ชอบเอาเสียเลย

            S : กลับยัง ห้าโมงแล้ว

            ผมทักไปหา ลอบมองปฏิกิริยาที่แสนเฉยชาเมื่อเห็นแจ้งเตือนของผม แล้วข้อความก็ถูกเปิดอ่านในทันที

            Egg : เพิ่งห้าโมง

            S : ทำไมตอบเร็ว

            Egg : ไม่ดีเหรอ

            S : พี่อ๋องไม่ว่า?

            คำถามของผมทำมันเงียบไป ไข่ต้มเอาแต่มองหน้าจออยู่อย่างนั้น นานจนผมอยากจะเดินออกไปหา แต่สุดท้ายมันก็ยอมตอบกลับมา

            Egg : จะกลับแล้ว

            S : มาแล้วไปหาอะไรกินกันมั้ย

            Egg : ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอมึง

            S : กูมาเตะบอลกับพวกไอ้มง หิวโคตร

            Egg : หิวก็ไปกินดิ รอกูอีกนาน

            S : กูรอได้ กินอะไรดี

            Egg : คิดไว้แล้วกัน เดี๋ยวกูลงหน้าสวน แล้วค่อยเดินไปพร้อมกัน

            S : โอเค

            ผมเห็นรอยยิ้มบางๆ ก่อนไข่ต้มจะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วลุกขึ้นยืน มันดูเหม่อๆ ตอนเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งจนผมนึกเป็นห่วง แต่ก็ทำได้แค่คอยมองดูมันอยู่ไม่ไกล รอจนมันขึ้นรถเมล์ ผมถึงได้โบกแท็กซี่กลับ นึกเป็นห่วงจนอยากจะโทรไปหา แต่ก็ทำได้แค่รอเวลาอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าที่จะได้เจอกันอีก

 

            ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแท็กซี่ก็พาผมมาถึงที่หมาย แซงรถเมล์ที่ไข่ต้มมันถึงตั้งแต่ป้ายที่สอง มีเวลาเหลือเฟือผมเลยวิ่งรอบสวนเล่นให้เหงื่อมันออก ก่อนกลับมานั่งรอมันที่ป้ายรถเมล์ ลองทักไปถามว่าถึงไหน แต่ผ่านไปหลายนาทีก็ยังไม่ได้คำตอบ

            ผมรอคอยโดยไม่ทักไปหาหรือเร่งเร้าอะไรมันอีก ภาพที่เห็นมันนั่งรอคนที่รักด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยยังทำให้ผมรู้สึกแย่จนถึงตอนนี้ จะว่าโกรธพี่อ๋องที่ไม่ออกมาหาก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะผมไม่รู้ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง พี่เขาติดธุระสำคัญที่ไหน คุยอะไรกับเพื่อนผมบ้าง หรือเป็นไข่ต้มเองที่มันดื้อจะรอ ความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้เลยกลายเป็นความอึดอัด จุกจนเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก จนผมไม่รู้ว่าจะทำตัวเป็นปกติตอนเจอไข่ต้มได้หรือเปล่า

            แล้วก็ไม่รู้ว่ามันจะทำตัวยังไงตอนกลับมาเจอผมเหมือนกัน

            ผ่านไปหลายนาทีในที่สุดคนที่รอก็มาถึง ไข่ต้มเดินก้มหน้าลงจากรถ แม้ท่าทางจะดูเหมือนปกติที่มันไม่เคยสนใจใคร หรือสนใจจะมองสิ่งรอบข้าง แต่ผมรู้ดีว่ามันไม่ปกติ ถึงจะไม่รู้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ผมก็รับรู้ได้ เพราะเราคือเพื่อนที่สนิทกันที่สุด

            "เป็นอะไรวะ"

            คำถามของผมโดนเมิน ไข่ต้มยังเอาแต่เดินก้มหน้าตรงหามาผม ถึงอย่างนั้นผมก็ยังสังเกตเห็น จมูกแดง แก้มแดง ใต้ตาช้ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน เสียงลมหายใจที่ฟังแล้วรู้สึกติดขัด กับน้ำใสๆ ที่ไหลผ่านแก้ม

            มันกำลังร้องไห้

            ไข่ต้มโผเข้ามาหาโดยที่ยังไม่ยอมพูดอะไร ผมอ้าแขนรับแล้วกอดมันไว้ ลูบหัวลูบหลังเพื่อปลอบประโลม มอบไหล่กว้างๆ นี้ให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวได้พักพิง เพื่อนที่ผมรักที่สุด

            "เพิ่งรู้ว่ามึงขี้แย"

            เสียงสะอื้นเบาลงแต่ไหล่คนในอ้อมกอดยังสั่นเป็นระยะ ผมพยายามไม่ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะกลัวว่าจะทำให้ไข่ต้มร้องไห้หนักกว่าเดิม แม้อยากรู้สาเหตุของน้ำตามันมากแค่ไหนก็ตาม

            "กูหิวแล้วนะ"

            "อดทนอีกแป๊บนึง" เสียงติดสะอื้นตอบกลับมา ไข่ต้มคลายอ้อมกอดออก แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นจากไหล่ผม

            "คิดออกหรือยังว่าจะกินอะไร"

            ไข่ต้มส่ายหน้า อาการแบบนี้มันคงไม่อยากกินอะไร ผมเองก็ไม่ได้หิวตั้งแต่แรกแค่หาเรื่องชวนมันมาเจอกันเฉยๆ เพราะงั้นเปลี่ยนแผนน่าจะดีกว่า

            "กลับบ้านมั้ย เดี๋ยวไปส่ง"

            มันส่ายหน้าตอบอีกครั้ง กลับบ้านไปสภาพนี้มีหวังโดนพ่อแม่เค้นเอาความเป็นเรื่องเป็นราวแน่ๆ

            "งั้นบ้านกู"

            คำตอบยังเป็นการส่ายหน้า ไปบ้านผมเจอแม่ผมก็คงโดนถามเหมือนกัน แล้วบ้านไข่ต้มก็จะรู้เรื่องในไม่ช้า

            "งั้นหาซื้อขนมมานั่งกินแถวนี้"

            คราวนี้ไข่ต้มมันพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันให้ผมได้เห็นหน้ามันชัดๆ หน้าแดงกับตาช้ำๆ ทำเอาใจหายจนอยากจะร้องไห้ตาม ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมาผมยังไม่เคยเห็นมันร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยเลยสักครั้ง

            ผมช่วยเช็ดน้ำตาที่ยังไม่แห้ง ไล้นิ้วโป้งเบาๆ ที่ใต้ตา อยากก้มลงจูบซับน้ำตาให้แต่ก็ทำได้เพียงในจินตนาการ ถ้าหากคนคนนั้นเป็นผมล่ะก็ ไข่ต้มไม่มีวันอยู่ในสภาพแบบนี้แน่ ผมจะไม่มีวันทำให้มันเสียใจเด็ดขาด

 

            แซนวิสกับน้ำที่ซื้อมาจากเซเว่นถูกวางทิ้งไว้ไม่มีใครสนใจ ผมพาไข่ต้มเขามานั่งเก้าอี้ในสวน ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่มีคนวิ่งออกกำลังกายบ้างประปราย เรานั่งข้างกัน ผมจับมือมันไว้ พยายามชวนคุยโดยเลี่ยงเรื่องพี่อ๋องที่เป็นสาเหตุของน้ำตาในครั้งนี้

            "ไม่กินวะ เย็นหมดแล้ว" จบเรื่องเตะบอลกับเพื่อนที่ผมแต่งขึ้นมาเล่าให้มันฟังแบบตลกฝืดก็วกเข้าเรื่องของกิน

            "ไม่อยากกิน"

            "ไม่หิวหรือไง"

            "ก็หิว แต่ปากมันไม่อยาก"

            "กินหน่อย นิดนึงก็ได้ อย่าทำให้กูเป็นห่วงดิ"

            ผมงัดไม้เด็ดออกมาแล้วมันก็ได้ผล ไข่ต้มหยิบแซนวิสขึ้นมากิน กินหนึ่งคำแล้วเคี้ยวอย่างเชื่องช้า ถ้าให้เวลามันสักครึ่งชั่วโมงผมว่าก็คงกินไม่หมด

            "มึง" กินไปคำเดียวมันก็วางแซนวิสที่ถืออยู่ไว้บนตัก เรียกผมโดยไม่หันหน้ามามอง แล้วน้ำตาก็ทำท่าเหมือนจะไหลออกมาอีกครั้ง

            ผมยกมือขึ้นเช็ดหยดน้ำใสที่หางตาเพื่อนสนิทเบาๆ มันไม่ว่าแถมยังหันมายิ้มให้

            "มึงไม่ถามกูเหรอว่าไปหาพี่อ๋องมาเป็นยังไงบ้าง" คำถามของไข่ต้มทำให้น้ำตามันไหลผ่านแก้มลงมา เป็นแบบนี้แล้วจะให้ผมถามได้ยังไง

            "มึงหยุดร้องไห้ให้ได้ก่อนเถอะ"

            "หยุดไม่ได้"

            "งั้นกูก็ไม่ถาม"

            "มึงไม่อยากรู้เหรอ"

            "อยากรู้ แต่กูไม่อยากเห็นมึงร้องไห้"

            ไข่ต้มยิ้มให้ผมทั้งน้ำตา แววตามีความเศร้าปนสุข มันคือภาพรอยยิ้มที่ผมไม่อยากจดจำที่สุด และเป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุด

            "มึงรู้มั้ย กูไปหาพี่อ๋อง แต่กูไม่ได้เจอเขาว่ะ" แล้วสุดท้ายมันก็เล่าออกมา

            ผมพยักหน้ารับ ไม่เอ่ยถามถึงสาเหตุ ไม่ได้ขอให้มันหยุดเล่า ได้แต่ใช้ทิชชูที่ซื้อมาด้วยเช็ดน้ำตาที่ยังไหลออกมาเป็นระยะ และรับฟังอย่างตั้งใจ

            "กูคงผิดด้วยแหละที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า แต่กูก็ทักไปบอกพี่อ๋องแล้วนะ บอกว่าจะไปหาถึงพี่เขาจะไม่ได้ตอบกลับมา พอกูไปถึงก็ยังไม่ได้คำตอบ กูโทรหาก็ไม่รับ กูรออยู่เกือบชั่วโมง กูไม่กล้าเข้าไปหาข้างในเพราะกูกลัว กลัวหาไม่เจอ กลัวไปเจอคนเยอะๆ สุดท้ายเลยตัดสินใจขึ้นรถกลับ แล้วพี่อ๋องถึงได้โทรกลับมา"

            เล่ามาถึงตรงนี้น้ำตามันก็ไหลพราก ผมบีบมือมันเพื่อให้กำลังใจ ไม่ขอให้หยุดเล่าเพราะไข่ต้มมันไม่ได้ต้องการแบบนั้น

            "กูไม่ได้โกรธพี่อ๋องเลยนะเพราะรู้ว่ากูเองก็ผิด เขาไม่ได้บอกให้ไปหาก็ยังไป ไปทั้งที่เขาว่างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่กูก็ยังร้องไห้อะมึง น้ำตามันไหลออกมาเอง ยิ่งอ่านไลน์ที่พี่เขาส่งมาขอโทษซ้ำๆ กูก็ยิ่งร้อง ร้องจนคนบนรถหันมามอง ตลกตัวเองว่ะ เป็นบ้าอะไรไม่รู้"

            "ตาบวมหมดแล้ว"

            ผมยังคอยเช็ดน้ำตาให้มัน ความโกรธที่มีอยู่น้อยนิดก่อนหน้านี้หายไปจนหมด ผมไม่รู้ว่าพี่อ๋องติดธุระอะไรถึงไม่ยอมรับสายและออกมาหาไข่ต้มไม่ได้ แต่เรื่องนี้ต่างฝ่ายต่างผิดกันคนละครึ่ง เพราะงั้นก็ถือซะว่าเป็นการเรียนรู้เป็นประสบการณ์ ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนย่อมเกิดปัญหาได้ทั้งเล็กและใหญ่ ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น หากมันเกิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อนผมคนนี้จะเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

            "มึงกับพี่อ๋องเคลียร์กันโอเคแล้วใช่มั้ย" ฟังจากที่ไข่ต้มเล่าปัญหาครั้งนี้ไม่ได้ทะเลาะกันรุนแรง พี่อ๋องขอโทษแล้ว ที่เพื่อนผมร้องไห้เป็นเพราะมันรู้สึกผิด และเสียใจที่ทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ นี้ขึ้น

            "เคลียร์แล้ว กูขอโทษพี่อ๋องแล้ว พี่อ๋องก็ขอโทษกูตั้งหลายครั้ง เขาคิดว่ากูโกรธ"

            "ก็ดูมึงร้องไห้ดิ"

            "มันรู้สึกแย่นี่หว่า เพราะกูทำให้พี่อ๋องรู้สึกไม่ดี พี่เขาคิดว่าทำให้กูรอนาน ทั้งที่อยากเจอแต่ก็ไม่ได้เจอ เขากลัวกูคิดว่าเขาไม่อยากเจอกู แต่กูไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ นะ อาจจะน้อยใจนิดหน่อย แต่พอพี่เขาอธิบายเหตุผลว่าติดรับน้องกูก็เข้าใจ กูไปไม่บอกล่วงหน้าเอง"

            อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเข้าใจว่าทำไมไข่ต้มถึงร้องไห้หนักขนาดนี้เป็นเพราะมันโทษตัวเอง แม้ภายนอกจะดูเย็นชาไม่สนใจใคร แต่จริงๆ แล้วมันอ่อนไหวแค่ไหนผมรู้ดี โดยเฉพาะกับคนที่มันยกให้เป็นคนพิเศษ

            "มึงก็เลิกโทษตัวเองได้แล้ว เป็นแบบนี้กูว่าพี่อ๋องจะยิ่งรู้สึกไม่ดี"

            "ไม่ได้อยากคิดเลย"

            "แล้วก็เลิกร้องไห้ด้วย ถ้าไม่อยากให้พี่อ๋องคอลมาแล้วเห็นตาบวมๆ ของมึง"

            "ก็ไม่ต้องคอล"

            "เป็นคนใจร้ายตั้งแต่เมื่อไร"

            "ตั้งนานแล้ว มึงไม่รู้เหรอ" ทำหน้าทำตาน่าหมั่นไส้ถามกลับจนผมอยากจะบีบจมูกรั้นๆ สักที พอเริ่มหายเศร้าแล้วก็แผลงฤทธิ์เลย

            "ทำเป็นใจร้ายไปงั้น แต่จริงๆ แล้วขี้แย"

            "ทำไมต้องล้อ"

            "หรือไม่จริง"

            "เออ"

            ไข่ต้มกระแทกเสียงใส่ ทำเป็นหน้าบึ้งในทีแรกก่อนแย้มรอยยิ้มบางๆ ตามด้วยถ้อยคำที่ทำให้ผมใจฟูขึ้นมา

            "ขอบคุณมึงมากนะที่อยู่กับกูตลอดเลย"

            "ไม่ต้องมาทำซึ้ง"

            "กอดมึงอุ่นมาก"

            "พอๆ"

            "ตอนเช็ดน้ำตาให้นี่ใจสั่นเลย"

            "ไอ้สัดหยุดพูด"

            "ไหนมากอดทีดิ๊" ไข่ต้มโผเข้ามาหา ผมเลยรีบลุกหนีแกล้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่มันกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่พยายามกลั้นเอาไว้

            ก็เป็นซะแบบนี้ พออารมณ์อ่อนไหวแล้วชอบทำตัวน่ารักแบบนี้ จะห้ามไม่ให้เผลอใจให้ได้ยังไง

            "ดีขึ้นแล้วก็กลับบ้าน เอาแซนวิสกลับไปกินด้วย เดี๋ยวกูไปส่ง" ผมคว้ากระเป๋ามาสะพายแล้วโบกมือไล่ ตอนนี้ฟ้ามืดสนิทแล้ว อยากไปส่งมันให้ถึงบ้านเพราะสภาพแบบนี้ให้กลับเองไม่น่ารอด

            ไข่ต้มไม่ขัดอะไร มันเก็บของกินยัดใส่กระเป๋าลุกขึ้นมายืนข้างผม มอบรอยยิ้มที่แม้จะยังไม่สดใสเต็มที่มาให้ พร้อมกับคำขอบคุณครั้งที่เท่าไรแล้วไม่รู้

            เราเดินเคียงข้างไปตามทางในสวนที่ไร้ซึ่งผู้คน มือเราสัมผัสโดนกันเป็นครั้งคราว สัมผัสเพียงเสี้ยววินาทีที่ผมอยากจะยืดมันให้ยาวนานมากกว่านี้ อยากจะคว้ามือมันมาจับไว้แล้วพาเดินกันไปด้วยกัน แต่รู้ว่าดีว่าทำไม่ได้

            สถานะของผม...ทำแบบนั้นไม่ได้


tbc.

 
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ songte

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1414
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
อ่านแล้วปวดใจจี้ดๆๆๆแทน s เลยอ่ะ
แต่ว่า น้องมันเป็นพระเอกแน่มั้ยอ่ะ ไข่ต้มไม่มีวี่แววจะมองเกินเพื่อนเลย รึอยุ่ใกล้เกินไป ห่างกันไปจะเข้าใจความรุ้สึกแอบรักนี่มั้ยนะ

ออฟไลน์ miikii

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1719
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +26/-1
น้องคับบบบบบบบบบบบ
พี่จะช่วยน้องออกมาจากตรงนั้นยังไงดี  :hao5:

ออฟไลน์ B52

  • เป็ดZeus
  • *
  • กระทู้: 13215
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +420/-26

ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
คือหาคนมาจีบพระเอกซักคนดิ้ หรือให้น้องเป็นพระรองไปเถอะ แล้วหาคู่ให้ซักคน เห็นละสงสาร

ออฟไลน์ AmPnie

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 91
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +7/-1
S ซอสแน่นอนชัวร์ ๆๆ 555  เห้ออทำไมรุ้สึกพี่อ๋องมีคนอื่นวะ เราเดาาาาาา แต่อยากให้เป็นจริง

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Carrot_t

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 49
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
เป็นความสัมพันธ์ที่ดีแต่ก็เจ็บอ่ะ สงสารพระเอกเลยอ่ะ เจ็บเป็นพักๆ  :m15:

ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5
ไข่ฟองที่ 13
น้องแตงโมเด็กเรียน


            หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ทำให้ไข่ต้มเสียน้ำตาครั้งใหญ่มาได้สองอาทิตย์ ชีวิตเพื่อนผมก็ดูจะสงบสุขเป็นพิเศษ มันติดมือถือน้อยลง ทั้งที่ปกติจะเห็นมันคุยกับพี่อ๋องตลอดเวลาที่ว่าง ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้อยากถามถึงแฟนมันนัก ดีเสียอีกที่มันจะได้ใช้เวลาอยู่กับผมมากขึ้น

            ถึงจะอิจฉา แต่ผมไม่ได้อยากให้มันเลิกกับพี่เขาหรอกนะ

            ผมมองไข่ต้มที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากด้วยสีหน้าซังกะตาย เป็นการแสดงออกยามปกติเมื่ออยู่ในที่สาธารณะและถูกสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ 

            "น้องโต๊ะข้างหลังมองมึงอะ" ผมบอกหลังจากเห็นน้องเขามองมันตั้งแต่มานั่งที่โต๊ะ

            "แล้ว?"

            "ก็บอกเฉยๆ กูว่าอีกสักพักมันต้องลุกมาหามึง"

            "มึงก็พูดไป เดี๋ยวนี้มีคนเข้ามายุ่งกับกูที่ไหน"

            จริงอย่างที่ไข่ต้มมันว่า เข้ามาวุ่นวายแบบเมื่อก่อนตอนนี้แทบไม่มีแล้ว นอกจากคนนอกโรงเรียนที่ไม่รู้ว่ามันมีแฟน แต่หลายคนก็ยังจ้องจะจีบมันอยู่ดี ทั้งรุ่นน้องรุ่นพี่ ผู้หญิงผู้ชาย ไม่ได้สนใจกำแพงที่ล้อมรอบตัวมันอยู่สักนิด ก็นะ เดี๋ยวนี้เปลือกไข่ของมันบางลงเยอะแล้ว

            "แล้วถ้าน้องเขาเข้ามาจริงมึงจะทำไง"

            "ก็คงทำเหมือนทุกที"

            "พี่ไข่ต้มครับ"

            ไข่ต้มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันไปตามเสียงเรียก ผมไหวไหล่ ก็บอกแล้วว่าน้องมันจ้องจะเข้าหาอยู่ เป็นไงล่ะ พูดยังไม่ทันขาดคำเลยด้วยซ้ำ

            "ผมชื่อโมนะครับ อยู่ ม.ห้า"

            "อ่า...ครับ"

            มองไข่ต้มพยักหน้ารับแบบส่งๆ ตอนน้องเขาแนะนำตัว เป็นภาพที่ผมเห็นแล้วแอบขำ ไม่รู้ทำไมแทบทุกครั้งที่มีคนเข้าหามันมักจะเปิดด้วยการแนะนำตัวประจำ

            "พี่อ๋องกับพี่ไข่ต้มยังคบกันอยู่หรือเปล่าครับ" คำถามแสนตรงไปตรงมาถูกส่งมาให้ น้องคนนี้ใส่แว่นหนาเตอะเหมือนเด็กเรียนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่จะเป็นเด็กเรียนจริงหรือไม่มองจากภายนอกอย่างเดียวย่อมตัดสินไม่ได้

            "ครับ น้องมีอะไรหรือเปล่า"

            "ผมเห็นพี่กับพี่อ๋องไม่ค่อยอัพเดตอะไรกันเลย เลยนึกว่าเลิกกันแล้วน่ะครับ เห็นก่อนหน้านี้เหมือนจะทะเลาะกันด้วย"

            ไอ้น้องคนนี้มันรู้ดีใช่เล่น ทำไข่ต้มมันอึ้งไปเลยกับความใจกล้าและความเถรตรงของน้อง วันที่ไข่ต้มมันร้องไห้พี่อ๋องเองก็โพสต์ขอโทษในไอจี แต่ไร้วี่แววของคุณแฟนเพราะคุยกันส่วนตัวเข้าใจแล้วมันเลยไม่ยอมไปคอมเมนต์ตอบอะไรพี่เขา จนกลายเป็นเรื่องค้างคาของเหล่าผู้ติดตาม เพราะหลังจากเกิดเรื่องวันนั้นคู่นี้ยังไม่เคยโพสต์อะไรถึงกันเลย ต่างฝ่ายต่างห่างหายไปจากโซเชียลเสียเฉยๆ จนคนนอกพากันเข้าใจผิด ผมคิดว่าไม่ได้มีแค่น้องโมแน่ๆ ที่คิดว่ามันกับพี่อ๋องเลิกกัน

            "ยังไม่เลิกครับ"

            "ครับผม"

            ได้รับการยืนยันจากไข่ต้มอีกครั้งน้องโมก็ยิ้มให้ก่อนถอยออกไปโดยไม่ดื้อด้านตื๊อต่อ เพราะคนที่ดูเหมือนจะมีเรื่องคาใจขึ้นมาแทนเห็นทีจะเป็นเพื่อนสนิทผมมากกว่า

            "เหมือนคนเลิกกันขนาดนั้นเลยเหรอวะ" มันถามผมหน้าตาฉงน

            "แล้วมึงคิดว่าไง"

            "กูถามมึงนะ ไม่ได้ให้มาย้อนกลับ"

            "กูก็ถามตัวมึงเองไงว่าตอนนี้คิดว่าระหว่างมึงกับพี่อ๋องเป็นยังไง เพราะถ้าทุกอย่างยังเหมือนเดิมมึงก็ไม่ต้องไปสนใจคำคนอื่นหรอก พวกนั้นไม่ใช่คนในความสัมพันธ์ของมึงสักหน่อย"

            ไข่ต้มฟังผมพูดตาแป๋ว ไม่รู้ว่าเข้าใจที่พูดไปไหมถึงได้เงียบไม่ยอมตอบอะไรกลับมา สำหรับคนที่ไม่เคยมีแฟนอย่างมัน จะรับรู้หรือเปล่าหากความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนไป

            "เงียบใส่อีก"

            "ไม่รู้ว่ะ"

            "ไม่รู้อะไร"

            "ไม่รู้ว่าเหมือนเดิมหรือเปล่า"

            "สรุปยังไงของมึงเนี่ย" คำพูดคำจาแสนกำกวนของไข่ต้มทำผมเริ่มคิดหนัก แต่เพราะสีหน้ามันดูไม่ได้เป็นทุกข์อะไรเลยทำให้ผมสับสน พูดเหมือนจะมีปัญหาแต่ท่าทางกลับยังดูปกติดี มันคงไม่ได้ปิดบังอะไรผมอยู่ใช่ไหม

            "ก็ไม่ไงหรอก เหมือนเดิมน่ะแหละ"

            "อย่าทำให้เป็นห่วงสิวะ"

            "ก็อยู่ๆ มีคนมาถามว่าเลิกกันหรือยังกูก็สงสัยไง เพราะจริงๆ มันไม่มีอะไรเลย"

            "เออ ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว กูไม่อยากเห็นมึงร้องไห้แบบวันนั้นอีก"

            "อย่าย้ำดิวะ" ไข่ต้มมันว่าแล้วทำหน้าบึ้งใส่ ทักเรื่องนี้หน่อยไม่ได้ทำหน้าเหวี่ยงตลอด

            "โอเคๆ มึงก็ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่มีใครรู้ดีเท่ามึงกับพี่อ๋องหรอก"

            "เออ"

            "เส้นอืดเต็มถ้วยแล้ว" ผมชี้ไปที่ชามก๋วยเตี๋ยวของมัน คนห่วงกินเลยกลับไปมุ่งมั่นกับการคีบเส้นเข้าปากอย่างรวดเร็ว

            จัดการมื้อกลางวันเสร็จไข่ต้มมันก็ชวนขึ้นห้องเรียน ผมปวดฉี่เลยแยกมาเข้าห้องน้ำให้มันรออยู่หน้าโรงอาหาร ระหว่างที่กำลังเดินผ่านโต๊ะสาวๆ เพื่อไปเข้าห้องน้ำที่อยู่หลังโรงอาหารก็บังเอิญได้ยินเรื่องที่พวกเธอเมาท์กัน

            "พี่ไข่ต้มมีคนไปจีบอีกแล้ว"

            "แตงโม ม.ห้าป้ะ ไม่คิดว่ามันจะชอบเหมือนกัน"

            "ใครๆ ก็ชอบพี่เขามั้ยอะ"

            "ก็พี่ไข่ต้มน่ารัก"

            ขาผมก้าวช้าลงจนเหมือนจะหยุดเดิน แกล้งทำเป็นหยิบมือถือขึ้นมากดเล่นแอบฟังใกล้ๆ กับโต๊ะน้องเขา แล้วประเด็นที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินก็มีคนพูดขึ้นมา

            "แต่เพื่อนพี่ไข่ต้มก็ดีนะ"

            เหตุการณ์มันคุ้นๆ เป็นอีกครั้งที่ผมบังเอิญได้ยินคนในโรงเรียนพูดถึงไข่ต้มแล้วลามมาเรื่องของผม แล้วไอ้คำว่า ‘ก็ดีนะ’ มันหมายความว่ายังไง

            "กูว่าพี่เขาก็หล่อนะ เหมือนผู้พิทักษ์พี่ไข่ต้มเลย"

            เล่นชมกันแบบนี้ผมหุบยิ้มไม่ได้เลยทำยังไงดี

            "บางทีก็เหมือนแฟน"

            "เห็นด้วย แต่พี่เขายืนยันว่าเพื่อนว่ะ แอบเสียดาย"

            แล้วมันก็ต้องมีคนขัด บางทีเคมีผมกับไข่ต้มมันอาจจะเข้ากันมากก็ได้ถึงได้มีคนคิดว่าผมกับมันเป็นแฟนกัน อย่างน้อยก็สองคนแล้วที่ผมได้ยินกับหู ถึงคนแรกที่ได้ยินจะบอกแค่ว่าเหมาะสมกันก็เถอะ

            "ว่าแต่เพื่อนพี่ไข่ต้มชื่ออะไรนะ"

            "พี่เขาชื่อ..."

            น้องเขาลากเสียงยาวจนผมลุ้นตามไปด้วย แอบหันไปมองช่วยให้กำลังใจอีกแรง แต่สุดท้ายแล้ว

            "ชื่ออะไรวะ"

            ทั้งกลุ่มพากันถอนหายใจรวมถึงผมด้วย ส่ายหน้าขัดใจเก็บมือถือยัดใส่กระเป๋ากางเกงก้าวยาวๆ ตรงไปยังห้องน้ำด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ

            คนทั้งโรงเรียนนี้มันจะรู้จักแค่ชื่อไข่ต้มคนเดียวเลยหรือไง

 

            มาเรียนพร้อมกัน นั่งเรียนข้างกัน อยู่ด้วยกันทั้งวัน กลับบ้านพร้อมกัน วันหยุดก็ไปเที่ยวด้วยกัน คงเหลืออีกอย่างเดียวเท่านั้นที่ผมจะกลายเป็นแฝดอินจันกับไข่ต้มคือไปนอนกับมันนี่แหละ พักนี้จะตัวติดกันเกินไปหน่อยแล้ว

            เอาจริงผมคิดว่ามันแปลก แม้การที่ไข่ต้มไม่พูดถึงพี่อ๋องเลยมันเป็นอะไรที่ดีมาก แต่การที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมันกับพี่เขาเลยกลับทำให้ผมเป็นห่วง เพราะครั้งก่อนที่มีรุ่นน้องทักเรื่องเลิกกันทำเอามันคิดมากอยู่พอตัว ถึงมันจะยืนยันว่าไม่มีอะไร แต่ผมก็ไม่สบายใจอยู่ดี

            "เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมึงคุยกับพี่อ๋องเลย" แล้วสุดท้ายผมก็ทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหว

            ไข่ต้มหันมามองผมแวบหนึ่งก่อนกลับไปมองวิวทางข้างที่รถกำลังวิ่งผ่าน เราอยู่บนรถเมล์ นั่งข้างกันบนเบาะคู่ช่วงท้ายรถ ไข่ต้มมันชวนไปหาอะไรกินหลังเลิกเรียนแน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธ

            "ก็คุยแต่มึงไม่เห็น"

            "คุยเฉพาะตอนอยู่บ้านอะนะ"

            "อืม ก็คุยดึกๆ พี่อ๋องดูไม่ค่อยว่างกูเลยไม่อยากกวน"

            "เกรงใจแบบนี้ก็ได้เหรอวะ" ผมไม่รู้หรอกว่าคนเป็นแฟนกันเขาคุยกันยังไง ต้องมีเวลาว่างขนาดไหน แต่การบอกว่าไม่อยากกวนไม่ใช่เหตุผลที่เข้าท่าเท่าไรสำหรับผม เพราะถ้าแฟนผมมาบอกว่าไม่คุยเพราะไม่อยากกวนผมจะโกรธ

            ไข่ต้มมันยังไม่ตอบทันที หันมามองหน้ากันอยู่สองสามครั้งแล้วก็เม้มปากเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

            "หรือมีปัญหากันอีก" ผมลองถาม มันทำหน้าเหมือนไม่อยากตอบ แต่สุดท้ายก็ยอมรับ

            "คงใช่มั้ง"

            "ทำไมมั้ง"

            "กูไม่แน่ใจ"

            "เล่าดิ"

            จากมองวิว มองหน้าผม แล้วก็เปลี่ยนไปมองมือตัวเอง ไข่ต้มถอนหายใจเบาๆ ทำเอาผมรู้สึกอึดอัดไปด้วย ไม่อยากเห็นมันเป็นแบบนี้ ไม่อยากเห็นมันทุกข์ใจเรื่องคนที่มันรัก ผมอยากให้มันมีความสุข สุขกับสิ่งที่มันเลือก แม้ผมจะเจ็บทุกครั้งก็ตาม

            "มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูเป็นพวกที่ถ้าไม่รู้สึกด้วยก็จะไม่ยุ่งเลย"

            "รู้ดิ" รู้ดีมากเลยด้วย ไม่ใช่แค่ไม่ยุ่ง แต่จะปฏิเสธการเข้าหาแบบไร้เยื้อใยและตัดโอกาส เพราะงั้นผมถึงต้องเก็บความรู้สึกที่มีไว้ในใจคนเดียวแบบนี้

            "แต่กับพี่อ๋องกูว่ากูรู้สึกนะเลยลองเปิดใจ ช่วงแรกมันก็ดี อยากเจออยากคุย อยากสละเวลาให้ คิดว่าคนนี้คงใช่แล้วจริงๆ ถึงได้ยอมขนาดนั้น แต่พอมาถึงตอนนี้ บางทีมันอาจจะไม่ใช่แล้วก็ได้"

            "เพราะเรื่องคราวที่แล้วหรือเปล่า มึงเคลียร์กับพี่อ๋องโอเคแล้วจริงๆ ใช่มั้ย"

            "อาจจะมีส่วน แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด เพราะกูเคลียร์กับพี่อ๋องแล้ว มันโอเคแล้วจริงๆ"

            "หรือมึงหมดใจ" ผมเดาสุ่ม ปัญหาคู่รักมันจะมีสักกี่เหตุผลกัน

            "กูไม่ได้เบื่อง่ายขนาดนั้น"

            "แล้วมันยังไง"

            "ใจกูคิดว่ามีแฟนแบบอยู่ห่างๆ กันมันก็ดีนะ ไม่ต้องเจอไม่ต้องคุยกันทุกวันก็ได้ ไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกันจนเกินไป จะได้มีเวลาคิดถึงกันด้วย แต่พอได้ลองคบกับพี่อ๋องจริงๆ กูอาจจะเข้าใจตัวเองผิดก็ได้ พอยิ่งไม่ได้เจอ ยิ่งห่าง ความรู้สึกมันก็ห่างเหินตามไปด้วย ถึงจะคุยกันทุกวัน แต่เวลาที่พี่อ๋องมีให้กูแม่งโคตรน้อยเลย มันไม่พอว่ะ"

            "แล้วไม่บอกพี่เขาวะ"

            "กูไม่อยากงอแง"

            "คิดไปเองหรือเปล่า บางทีพี่อ๋องอาจจะรอมึงไปงอแงใส่เขาก็ได้" ถ้าเป็นผมก็คงคิดแบบนั้น จะมีสักกี่คนที่จะได้เห็นไข่ต้มแงงอใส่ ผมคนหนึ่งล่ะที่อยากเห็น คนเป็นแฟนอย่างพี่อ๋องต้องอยากเห็นมุมน่ารักๆ ของมันอยู่แล้ว

            "อืม ไว้จะลองดู" แต่บางที ผมก็ไม่ควรแนะนำเลย

            ได้แต่พยักหน้ารับแล้วยิ้มให้แม้ความคิดฝั่งชั่วจะก่นด่าตัวผมเองอยู่ก็ตาม   

 

            ผมไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าจะลองดูของไข่ต้มมันไปลองดูแบบไหน ความสัมพันธ์ระหว่างมันกับพี่อ๋องในสายตาผมถึงไม่ดีขึ้นสักที ล่าสุดผมเห็นพี่อ๋องโพสต์คำคมเศร้าๆ ที่คงไปยืมมาจากเพจในเฟซบุ๊ก ประมาณว่า เหนื่อย อยากพัก ไม่รัก หรืออะไรสักอย่างผมก็จำได้ไม่แม่น พี่เขาไม่แท็กใคร เหมือนบ่นลอยๆ ให้เพื่อนเข้ามาถาม ซึ่งในคนจำนวนมากมายเหล่านั้นไม่มีเพื่อนผมรวมอยู่ด้วย เพราะแบบนี้เลยทำให้ผมยิ่งสงสัย

            ความสัมพันธ์ระหว่างไข่ต้มกับพี่อ๋องยังดีเหมือนเดิมหรือเปล่า

            ด้วยรักและเป็นห่วง เจอหน้าไข่ต้มเช้าวันต่อมาที่โรงอาหารผมก็เลื่อนหารูปที่พี่อ๋องลงในไอจีแล้วยื่นให้เพื่อนสนิทดูทันที เรื่องนี้ต้องมีการสอบสวน

            "อะไร" มันถามกลับ มองโพสต์ของพี่อ๋องที่ผมเปิดให้ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติที่คนทั่วไปเขาชอบเพ้อกันลงไอจี

            "สรุปมึงกับพี่อ๋องนี่ยังไงวะ"

            "ก็ไม่ไงอะ ปกติ"

            "แล้วที่พี่เขาโพสต์นี่คืออะไร เกี่ยวกับมึงมั้ย"

            "เหนื่อยเรียนมั้ง"

            "ไอ้ ‘ไม่รักก็หยุด’ นี่คือเหนื่อยเรียน"

            ไข่ต้มมองโพสต์ของพี่อ๋องที่ผมยังเปิดค้างไว้ มันเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะยอมพูดออกมาโดยที่สายตายังจับจ้องที่รูปในมือถืออยู่

            "อืม...ก็อาจจะเหนื่อยกับกูด้วยแหละ"

            "คือยังไงวะ ทะเลาะกัน?"

            "อืม ห่างๆ กันแล้ว"

            "เดี๋ยว!" ผมร้องออกมาด้วยความตกใจ ทำไมอยู่ๆ เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้

            ไข่ต้มมันดูนิ่งไม่ทุกข์ร้อนกับเรื่องนี้เท่าไร ผมไม่แน่ใจว่ามันเก็บอาการหรือรู้สึกอย่างที่แสดงออกจริงๆ กันแน่ จะบอกว่าคุยกับพี่อ๋องและตกลงกันแล้วก็ไม่น่าจะใช่ ไม่อย่างนั้นพี่อ๋องจะโพสต์แบบนั้นทำไม

            "อธิบายมา"

            "ก็ห่างกันไง ไม่มีเวลาให้ก็ห่างกัน"

            "มึงไปงอแงใส่พี่อ๋องท่าไหนวะถึงออกมาเป็นแบบนี้"

            "ก็ตามสไตล์กูอะแหละ"

            ผมถอนหายใจดังเฮือกเมื่อได้ฟังคำตอบ ตามสไตล์มันผมนึกออกแต่ความเด็ดเดี่ยวและใจร้าย ครั้งก่อนที่ผมแนะนำให้ไปงอแงกับพี่อ๋อง คือการงอแงแบบน่ารัก อยากเจอ คิดถึง อยากอยู่ด้วยอะไรประมาณนั้น แต่เหมือนว่ามันจะทำตรงกันข้ามกับที่ผมแนะนำไปเลย

            "มึงไปพูดกับพี่เขาว่าไงวะ"

            ไข่ต้มกดออกจากแอปฯ แถมยังล็อกหน้าจอส่งมือถือคืนให้ผมเสร็จสรรพ มันขมวดคิ้วทำหน้าเครียดก่อนถอนหายใจ แววตาไม่ได้เศร้านัก แต่ดูก็รู้ว่ามันกำลังรู้สึกแย่

            "พอคุยจริงๆ มันก็ไม่อยากงอแงไง กูเลยบอกพี่อ๋องว่าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องเจอก็ได้ ไม่ต้องคุยก็ได้ กูโอเคไม่อยากกวน ก็เหมือนจะเข้าใจกันนะ แต่ตอนคุยพี่อ๋องไม่ยอมพูดกับกูตรงๆ ไงว่าไม่ชอบ แล้วก็ไปโพสต์แบบนั้น กูก็ไม่ชอบเหมือนกัน เลยไม่อยากคุย เลยบอกไปว่าช่วงนี้ห่างๆ กันก็ดี"

            "พี่อ๋องยอมเหรอวะ"

            "พี่มันไม่ยอมตอบ กูเลยคิดเอาเองว่ายอม"

            "แบบนี้ไม่ได้นะเว้ย"

            "แล้วจะให้ทำไงวะ"

            "ง้อหน่อยดิ อ้อนพี่มันหน่อย"

            "มันไม่อยากทำว่ะ เอาจริงตอนนี้กูก็บอกความรู้สึกตัวเองไม่ถูก อยากคุยมั้ยมันก็เฉยๆ อยากเจอมั้ยก็ไม่ หรือเพราะกูยังโกรธพี่มันอยู่" คิ้วมันขมวดชนกันตลอดเวลาที่พูด ดูเหนื่อยและสับสน

            สารภาพจากใจจริงว่า ในความเป็นห่วงนั้นมีความรู้สึกยินดีโผล่เข้ามาเมื่อคิดว่าไข่ต้มมันอาจจะจบความสัมพันธ์กับพี่อ๋องเร็วๆ นี้ ผมไม่ใช่คนดี แต่พยายามเป็นเพื่อนดีที่สุดแล้วสำหรับมัน ผมสนับสนุนรักครั้งนี้แม้ไม่ได้ยินดีจากใจ ผมให้คำปรึกษา อยู่ข้างมันยามที่มันเศร้า และจะทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ

            "ไปคุยกันให้รู้เรื่องเถอะ ทิ้งไว้แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีกับมึงสองคนเลย เป็นกูโดนแฟนพูดใส่อย่างที่มึงพูดก็คงไม่โอเคเหมือนกัน แต่ก็ผิดที่พี่อ๋องไม่บอกมึงตรงๆ ด้วย ไปคุยกันให้เคลียร์เลยนะ จะเอายังไงต่อก็ตกลงกันเอาเอง กูเชื่อว่าพวกมึงคงไม่เลิกกันง่ายๆ เพราะเรื่องแค่นี้หรอก"

            "เป็นพี่อ้อยพี่ฉอดเหรอมึง" ไข่ต้มมันแซว แต่บอกไว้ตรงนี้ว่าผมจริงจัง

            "ก็เป็นให้มึงได้ทุกอย่างนั่นแหละ"

            ไข่ต้มยิ้มรับไม่พูดอะไรต่อ ไม่ตอบตกลงหรือปฏิเสธคำแนะนำของผม มันลุกจากโต๊ะเดินไปซื้อข้าวราดแกงที่ร้านใกล้ๆ เป็นการหนีออกจากประเด็นที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่

            แต่จากนี้ ผมขอแค่มันไม่หนีจากความจริงที่กำลังเผชิญอยู่ก็ขอ

 
tbc.

 
ใกล้แล้วค่ะ เราใกล้จะได้รู้ชื่อน้อง S แล้ว มาบอกแค่นี้แหละ ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เจอกันตอนหน้าค่า


ออฟไลน์ wutwit

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 259
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +13/-2
กลายเป็นไปๆๆๆมาๆๆๆๆรำคาญทั้งคู่ไปเลยอะ

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
อิหยังนิ  ตอนนี้มันอะไรยังไง

ออฟไลน์ MayuYume

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 86
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
อ่านไปก็หน่วงไปคนนึงก็ชอบแต่ไม่อยากบอกเพราะกัวจะเสียเพื่อนไปจนเป็นเพื่อนกันไม่ได้เพราะว่าคดไม่ซื่ออีกคนก็ไม่รู้ว่าชอบพระเอกหรือป่าวแต่ก็ขอหั้ยจบแบบแฮปปี้นะคะ เพราะนี่ก็นึกว่าเป็นแนวสัยๆอ่านมาเรื่อยๆโอ้ยหน่วงจัง  :ling1:
ป.ย.แป้นพัง  :katai4:

ออฟไลน์ Tiffany

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1147
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +24/-0
เอายังไงเนี่ยน้องไข่ต้ม

ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

พี่สาวชื่อ ซีอิ๊ว

น้องชาย ตัว S น่าจะชื่อ ซอส มั้ง

ไข่ต้ม คงยังไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเท่าไร  แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้อินังขังขอบกับพี่อ๋องหรอก


ออฟไลน์ kinsang

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +242/-5

ไข่ฟองที่ 14
แฟนเก่า


            สถานการณ์ย่ำแย่

            ตั้งแต่กลับจากโรงเรียนผมโทรหาไข่ต้มเป็นสิบสายแต่ไม่มีการตอบกลับ มันไม่รับสายผม ไลน์ไปก็ไม่ตอบ ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากเป็นเวลาปกติผมจะคิดว่ามันดูซีรีส์เพลินจนลืมสนใจเรื่องอื่น แต่สำหรับเวลานี้มันไม่ใช่ เพราะโซเชียลของพี่อ๋องกำลังลุกเป็นไฟ ทำเอาผมร้อนใจจนอยากบุกไปหามันที่บ้าน

            ผมเข้าเฟซบุ๊กกับอินสตาแกรมสลับกันเพราะมีโซเชียลของพี่อ๋องแค่สองอย่างนี้ กำลังอ่านคอมเมนต์บรรดาเพื่อนพี่เขาที่เข้ามาปลอบมาถามไถ่โดยที่ไม่รู้อะไรเลยเหมือนผม เพราะพี่เขาเองก็ยังเงียบอยู่เช่นกันหลังจากโพสต์เรียกดราม่าเมื่อชั่วโมงก่อน

            เพราะความเป็นห่วงปนอยากรู้พาลให้ผมอยู่ไม่สุข นั่งคิดนอนคิดถึงเพื่อนสนิทว่าป่านนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง กำลังเคลียร์กับพี่อ๋องอยู่หรือว่ายังไง แล้วคุยกันราบรื่นไหม ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า หรือที่มันเงียบไปเป็นเพราะยังไม่รู้เรื่อง ไม่ได้สนใจว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น และถ้าเกิดเป็นอย่างหลังขึ้นมาผมว่าได้ทะเลาะกันหนักกว่าเดิมแน่

            เชื่อเถอะว่าถึงจะเป็นคนมีเหตุผลแค่ไหน แต่ความรักมักทำให้คนเราเกิดความงี่เง่าได้เสมอ

            ผมนอนแผ่หลากลางเตียง พยายามหาข่าวอัพเดตเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทกับแฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่ทั้งคู่ยังปิดปากเงียบไม่ออกมาให้ข่าวใดๆ กระทั่งโทรศัพท์ในมือแจ้งเตือน ไลน์จากคนที่รออยู่เด้งขึ้นมาด้านบนของหน้าจอ ผมรีบกดเพื่อเปิดเข้าไปอ่านก่อนที่มันจะหายไป

            Egg : มึง

            ไข่ต้มทักมาสั้นๆ ผมไม่แน่ใจว่ามันแค่เกริ่นเรียกหรืออยากให้ผมตอบเลยยังไม่พิมพ์อะไรกลับไป เผื่อว่ามันมีอะไรอยากจะบอก หรือตอบคำถามของผมที่ถามมันไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมันไม่ได้ปล่อยให้ผมรอนานนัก

            Egg : กูเลิกกับพี่อ๋องแล้วนะ

            แล้วคำตอบของมันก็ทำเอาผมเหมือนถูกสตาฟไว้ นิ้วไม่ขยับ ตาวนอ่านประโยคล่าสุดที่ถูกส่งมาซ้ำๆ

            มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอกับความสัมพันธ์ครั้งนี้

            S : มึงโอเคมั้ยวะ ให้กูไปหามั้ย

            Egg : กูโอเค มึงไม่ต้องมา ดึกแล้ว

            S : กูไปได้

            Egg : ไม่ต้องมา กูโอเคจริงๆ

            S : ไม่ได้ร้องไห้ใช่มั้ย

            Egg : ไม่ร้อง

            S : คอลได้มั้ย

            Egg : กูโอเคจริงๆ เชื่อหน่อยดิ

            Egg : แวะมาบอกมึงแค่นี้แหละ

            Egg : เจอกันพรุ่งนี้ เดี๋ยวเล่าให้ฟังเอง

            S : เดี๋ยวดิมึง อย่าหนี

            ไข่ต้มไม่อ่านที่ผมส่งไป แต่ผมรู้ว่ามันเห็นและเลือกที่จะปล่อยผ่านเพราะตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำยังไงกับผมในสถานการณ์แบบนี้ ผมไม่เชื่อหรอกว่ามันจะโอเคจริงๆ อย่างที่บอกมา มีแฟนคนแรก เลิกกันครั้งแรกยังไงมันต้องเศร้า มันต้องมีน้ำตากันบ้าง ผมล่ะอยากไปหามันชะมัด อยากไปดูให้เห็นกับตาว่ามันยังสบายดีอยู่หรือเปล่า อย่างน้อยมีคนให้กอดตอนร้องไห้ก็ยังดีกว่าอยู่ตัวคนเดียว

            S : กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงโอเค

            S : กูยังรออยู่นะเว้ย ถ้ามันหนักเกินที่ตัวคนเดียวจะรับไหวมึงเรียกกูได้เลยนะ

            S : ไม่อยากให้มึงร้องไห้หนักแบบวันนั้นอีกเข้าใจใช่มั้ย

            S : กอดกูอุ่นนะถ้ามึงต้องการ

            S : แค่บอกมา กูจะรีบไป

            ผมพิมพ์ทิ้งไว้ ไม่นานนักมันก็ขึ้นว่าถูกอ่านแล้ว จ้องมองอย่างรอคอยว่าไข่ต้มจะพิมพ์ตอบกลับมาบ้างไหม แม้จะรู้ว่ามันรับรู้แล้ว แต่ผมอยากให้มันยืนยันกับผมอีกครั้ง

            Egg : รู้แล้วน่า

            แค่นี้แหละที่ผมต้องการ ถ้ามันเรียก ผมก็พร้อมจะไปหามันทันที

 

            หลังจากได้รับคำตอบจากไข่ต้มไม่นานมือถือก็ดังรัวๆ จนตัวผมที่กำลังอาบน้ำอยู่อยากจะรีบพุ่งออกมาดูว่าใครส่งอะไรมา เพราะถ้าหากเป็นไข่ต้มแล้วล่ะก็ ผมก็พร้อมจะใส่เสื้อผ้าแล้วโบกแท็กซี่ไปหามันทันที

            ผมเปิดน้ำล้างฟองสบู่ออกจากตัวแบบรีบๆ มั่นใจว่าล้างออกหมดแล้วก็คว้าผ้าขนหนูมาพันตัว เปิดประตูก้าวออกจากห้องน้ำคว้ามือถือที่วางอยู่บนโต๊ะมาเปิดดู แล้วทุกอย่างที่มโนไว้ก่อนหน้านี้ก็พังทลายลงมาไม่เป็นท่า

            ไม่ใช่ไข่ต้ม แต่เป็นพี่ซีอิ๊ว

            ผมวางมือถือไว้เหมือนเดิมเพราะไม่ใช่คนที่รออย่างที่คิด หยิบชุดนอนมาใส่ นั่งเช็ดผมเปิดเพลงฟังเพราะไม่อยากให้ห้องมันเงียบ แต่คนอย่างพี่ซีอิ๊วไม่มีทางยอมให้ตัวเองถูกเมิน พอผมไม่ตอบก็ไลน์มารัวๆ จนเริ่มรำคาญ เลยต้องลุกไปหยิบมือถือมาเปิดอ่าน เพราะถ้ายังไม่ยอมตอบพี่ต้องโทรมาแน่ๆ

            แล้วก็นั่นไง ยังไม่ทันขาดคำ

            พี่ซีอิ๊วโทรมาหาเมื่อผมไม่ยอมตอบกลับไปสักที แล้วก็ไม่รู้ยังไงกันนักพี่คนนี้ถึงได้ชอบโผล่มาเวลาที่ผมมีเรื่องทุกข์ใจเป็นประจำ เหมือนกับต้องการบอกว่าพี่สาวคนนี้รออยู่ตรงนี้นะ เล่ามาได้เลยพร้อมยุ่งเรื่องของน้องชายเสมอ ถามว่าดีไหมผมว่ามันก็ดี ดีมากๆ เลย

            ปล่อยให้เสียงเรียกเข้าดังไม่น่านักผมก็กดรับสายแล้วเงียบใส่ หากเป็นช่วงที่อารมณ์ปกติผมคงถามกลับไปว่า ‘โทรมาทำไม’ เป็นการกวนประสาทพี่สาว แล้วก็จะโดนพี่ซีอิ๊วกวนกลับมาด้วยการบอกรักหรือหยอดเล็กหยอดน้อยให้รู้สึกขนลุกเล่น

            [อย่าเงียบใส่ดิ] เสียงพี่ซีอิ๊วดังผ่านสายมาหลังจากเงียบใส่กันสักพัก พี่คงรู้แล้วว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับผมและเพื่อนสนิท ไม่อย่างนั้นก่อนหน้านี้คงไม่ไลน์มาถามจนถึงขั้นต้องโทรมาหาแบบนี้

            "ก็ไม่รู้จะพูดอะไร"

            [คิดว่าแกจะดีใจซะอีก]

            "ไม่ได้เลวขนาดนั้น"

            [แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง]

            "หมายถึงใคร ผมหรือไข่ต้ม"

            [ก็ต้องแกดิ พี่โทรหาแก]

            "ก็อืม...ดีแหละ ไม่ได้เป็นคนอกหักนี่หว่า"

            ความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ผมก็บอกไม่ค่อยถูก ถ้าจะบอกว่าไม่ดีใจเลยก็คงโกหก ไข่ต้มคือความรักของผม ผมเลยดีใจที่ความรักของผมได้เป็นอิสระ แต่ผมเศร้า ผมรู้สึกไม่ดี เพราะความรักของผมคงกำลังเสียใจและเป็นทุกข์ ผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น อยากให้ความรักของผมได้พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ หลุดพ้นจากความทุกข์และความเศร้าทั้งหลาย แต่ความรักของผมคือชีวิตของคนคนหนึ่ง ย่อมไม่มีทางหลุดพ้นจากความรู้สึกต่างๆ ไปได้ ทั้งความสุขและความทุกข์

            [สรุปเลิกกันจริงๆ แล้วใช่มั้ย] พี่ซีอิ๊วถามต่อ ในโซเชียลของทั้งพี่อ๋องและไข่ต้มยังไม่มีใครออกมายืนยันว่าเลิกกันแล้วจริงๆ แต่สถานการณ์ต่างๆ นั้นชวนให้คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ที่จริงผมไม่ควรบอกเรื่องนี้กับพี่ซีอิ๊วเพราะทั้งคู่ยังไม่มีใครออกมาพูดอะไรเลย แต่ก็นั่นแหละ เผลอหลุดปากออกไปซะแล้ว

            "แล้วพี่คิดว่าไง"

            [พี่ไม่ได้ให้แกมาย้อนถาม]

            "ทำไมต้องดุ คิดว่าจะโทรมาปลอบ"

            [ก็กวนตีนไง เป็นคนอกหักเองหรือไงทำไมต้องปลอบ]

            "ก็ลืมไปว่าพี่แค่มาเสือก"

            [พูดอีกก็ถูกอีก] ตอบเสียงชื่นบานอย่างไม่ปิดบังจนผมชักหมั่นไส้ ถ้ารู้ว่าจะโทรมาแค่นี้ผมจะไม่รับสายตั้งแต่แรก อุตส่าห์หลงคิดไปว่าเป็นห่วงน้อง

            พอผมเงียบพี่ก็ไม่ยอมพูดอะไรต่อ ผมอยากปรึกษา มันคือปัญหาที่พี่ซีอิ๊วชอบเข้ามาวุ่นวายเสียทุกครั้ง ทำตัวรู้ดี แนะนำนู่นนั่นนี่ ผมเลยอยากรู้ว่าครั้งนี้พี่จะแนะนำอะไรผมได้บ้าง จะช่วยให้น้องชายคนนี้หลุดพ้นจากความรู้สึกแสนเศร้านี้ได้หรือเปล่า

            "พี่"

            [อะไร]

            "ทำเสียงเหมือนไม่อยากให้ถามเลย"

            [ถ้าไม่อยากให้ถามพี่คงวางไปตั้งแต่แกเงียบใส่แล้ว]

            "อืม"

            [แล้วจะถามอะไร ถ้าเรื่องไข่ต้มพี่เคยบอกแกไปแล้วนี่]

            "ก็นั่นแหละ แต่พอมาคิดดูอีกทีมันจะดีเหรอ"

            ผมจำได้แม่น วันนั้นที่ผมรู้ว่าไข่ต้มคบกับพี่อ๋อง พี่ซีอิ๊วก็โทรหาผมแล้วเราก็คุยกันเรื่องนี้ พี่บอกให้ผมรอเสียบในวันที่เขาเลิกกันซึ่งผมก็คิดจะทำอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่พอถึงเวลาจริงๆ ใจผมกลับปฏิเสธ ความคิดฝั่งดีผู้มีคุณธรรมบอกผมว่าไม่ควรทำอย่างนั้นขณะเมื่อเพื่อนกำลังเจ็บ ในฐานะเพื่อนสนิทควรอยู่เคียงข้างไม่ใช่เข้าไปแทนที่ในที่ที่ไม่รู้ว่าเขาอยากให้เราเข้าไปอยู่หรือเปล่า

            [เป็นคนดีอีกละ]

            "ยังไม่อยากเสียเพื่อนไง"

            [เสียเพื่อน แต่อาจจะได้แฟนกลับมาใครจะรู้]

            "ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ดีดิ"

            [ยังไม่ได้ลองดูเลย แล้วรู้ได้ไงว่ามันยาก]

            "แต่ก็ไม่ใช่ตอนนี้มั้ยวะพี่"

            [แล้วใครบอกให้แกทะเล่อทะล่าเข้าไปตอนนี้]

            "ถ้าช้าเดี๋ยวก็โดนตัดหน้าอีก"

            [ยังไงของแกวะ พี่จะโมโหแล้วนะเนี่ย] พี่ซีอิ๊วแวดใส่ เข้าใจว่าตัวเองผิดที่โลเล แต่ช่วยเห็นใจน้องชายที่จิตใจกำลังอ่อนไหวนิดนึง

            "อย่าเพิ่งอารมณ์เสียดิ"

            [แล้วนี่แกได้คุยกับไข่ต้มบ้างยัง]

            "คุยแล้ว"

            [เป็นไงบ้าง]

            "มันบอกว่าโอเค แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า จะไปหาก็ไม่ยอมให้ไป"

            [ใจมันได้ว่ะ จะออกจากบ้านดึกๆ ดื่นๆ ไปปลอบเขาตอนอกหัก] นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมเบื่อเวลาคุยกับพี่ซีอิ๊ว ถ้าไม่เข้าโหมดจริงจังโดยสมบูรณ์ก็จะเป็นแบบนี้ ได้กวนประสาทผมสักนิดสักหน่อยเป็นสุขใจ

            "จริงจังหน่อยดิพี่"

            [ก็จริงจังอยู่เนี่ย ใครบอกพี่เล่น]

            "ผมนี่แหละ"

            [อะๆ ต่อๆ คือยังไง ไข่ต้มไม่เฮิร์ตเลย]

            "มันว่างั้น เจอกันพรุ่งนี้มันบอกจะเล่าให้ฟัง"

            [เฮิร์ตชัวร์]

            "ก็ว่างั้นแหละ แต่ไม่อยากตื๊อมาก"

            [เชื่อฟังจังนะ เชื่องเป็นหมาเลย]

            "อืม" ผมเบื่อจะต่อปากต่อคำเลยครางรับไปสั้นๆ

            [ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกันก็สังเกตอาการเพื่อนดีๆ แล้วกัน ช่วงอกหักนี่แหละที่สุดของความอ่อนไหว จะพูดจะปลอบอะไรก็คิดดีๆ พี่ยังเชียร์แกให้ได้กันอยู่นะ อย่าบุ่มบ่าม อย่ารีบร้อน อย่ากลัว]

            "รู้แล้ว" ปากตอบไปงั้นแต่ใจผมก็ยังกลัวอยู่ดี เชื่อเถอะว่าพรุ่งนี้ผมไม่มีทางทำอะไรนอกจากฟังเรื่องที่ไข่ต้มมันเล่าอย่างตั้งใจ

            [แต่ถ้ากลัวจะเสียเพื่อน...]

            แต่พี่ซีอิ๊วก็คือพี่ซีอิ๊ว คนที่เหมือนจะรู้ทันความคิดผมไปหมดเสียทุกอย่าง

            [ก็ลองทำให้ตัวเองมั่นใจสิว่าอีกคนมีแววว่าจะคิดเหมือนกันหรือเปล่า]

            "ทำยังไงอะ"

            [คิดเองบ้างดิ]

            "เอ้า!"

            [สู้ๆ นะไอ้น้องรัก ไว้ว่างๆ จะโทรมาอัพเดตข่าวสาร แค่นี้แหละ] แล้วพี่ซีอิ๊วก็วางสายไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกจากผมสักคำ

            พี่มันก็เป็นซะแบบนี้ จะให้ผมญาติดีด้วยตลอดเวลาได้ยังไง

            พอไม่มีคนกวนใจผมก็เริ่มจมดิ่งกับความคิดตัวเองอีกครั้ง เก็บเอาคำพูดของพี่ซีอิ๊วมาคิด เริ่มวางแผนในหัวว่าพรุ่งนี้จะทำยังไงตอนเจอไข่ต้ม คำปลอบใจ คำถาม หรือแม้แต่การกระทำที่จะแสดงออกไป กับอีกหนึ่งโจทย์ที่อยากทำให้สำเร็จ คือการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองโดยทำให้อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกออกมา

            พี่ซีอิ๊วจะรู้บ้างไหมว่าการทำแบบนั้นมันยากขนาดไหน กับเพื่อนสนิทของผมที่มีกำแพงหนาคอยปกป้องตัวเองตลอดเวลา 

 

            เพราะไข่ต้มเป็นคนดังของโรงเรียน วันต่อมาข่าวการเลิกกันของมันกับพี่อ๋องจึงกลายเป็นที่พูดถึงในกลุ่มคนที่ชอบมัน สายตาหลายคู่จับจ้องยามมันเดินผ่าน กระซิบกระซาบกันจนผมรู้สึกหงุดหงิดแทน แต่กับคนที่ชอบสร้างกำแพงปกป้องตัวเองจากสิ่งภายนอกนั้น ผมคิดว่ามันคงไม่รู้ตัว หรือจะบอกว่าไม่สนใจจะรับรู้ก็คงใช่

            เช้านี้ผมพาไข่ต้มไปซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ข้างโรงเรียน ก่อนเราจะไปนั่งหลบสายตาผู้คนอยู่ด้านในสุดของโรงอาหาร เพื่อรอฟังเรื่องที่มันจะเล่า

            ผมนั่งมองไข่ต้มหยิบหมูทอดเข้าปากก่อนกินเข้าเหนียวตาม ท่าทางดูไม่เหมือนคนอกหักที่ควรจะเศร้าหนักจนกินอะไรไม่ลงเลยสักนิด ตาไม่ช้ำ หน้าตาสดใสไม่หมองคล้ำแม้แววตายังมีความเศร้าซ่อนอยู่ ผมมั่นใจว่าเมื่อคืนมันไม่ได้ร้องไห้ แต่ไม่มั่นใจว่าสภาพจิตใจมันจะดีเหมือนสภาพภายนอกอย่างที่ผมเห็นหรือเปล่า

            "ไม่กินเหรอ มองกูอยู่นั่น"

            โดนมันทักผมเลยหยิบหมูทอดกินบ้าง ไข่ต้มหลุดยิ้มบางๆ ก่อนมันจะพูดต่อ

            "มึงดูเครียดกว่ากูอีก"

            "เครียดเรื่องมึงนั่นแหละ"

            "บอกแล้วไงว่ากูโอเค"

            "แล้วใจมึงอะ โอเคหรือเปล่า"

            "โอเคดิ" ไข่ต้มตอบทันที มันพยักหน้าก่อนจะยิ้ม สีหน้าสดใสของมันช่วยลดความกังวลใจของผมลงได้ ผมเชื่อแล้วว่ามันไม่เป็นอะไรจริงๆ

            "แล้วมึงจะเล่าให้กูฟังได้ยัง"

            "ที่แท้ก็ทีมรอเสือกเหรอมึง"

            "ก็มึงบอกจะเล่าให้กูฟังไง"

            ผมมองหน้าไข่ต้มนิ่งๆ มองมันยิ้มเหมือนอยากจะหยอกล้อผมเล่น แต่บอกตามตรงว่าผมไม่มีอารมณ์จะเล่นกับมันเลยตอนนี้ อารมณ์หน่วงเหมือนเป็นคนอกหักเสียเอง ทำร่าเริงไม่ออกก็เพราะมันนี่แหละ

            "เป็นห่วง" เหตุเพราะเป็นห่วงเพื่อนสนิทมากเกินไป

            "เออ รู้แล้ว" ไข่ต้มตอบรับแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม มันยังกินไปพูดไปดูสบายอารมณ์ ทำเอาผมอยากรู้เลยว่าตอนนี้ฝั่งพี่อ๋องจะเป็นยังไงบ้าง

            "มึงไม่เสียใจเลยเหรอ"

            "เสียใจดิ แฟนคนแรกของกูเลยนะ"

            "แล้วทำไมปล่อยมือกันง่ายจังวะ" ผมไม่รู้ บางทีผมอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมันกับพี่อ๋องเลยด้วยซ้ำ แต่ไข่ต้มยังคงยิ้ม ยิ้มแบบเศร้าๆ เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาของผม

            "มึงอาจจะมองว่าจบเร็ว ซึ่งมันก็จริงแหละ มึงรู้มั้ย กูก็สงสัยตัวเองเหมือนกันนะว่ากูหมดใจจริงๆ หรือเพราะความจริงกูไม่ได้รักพี่อ๋องตั้งแต่แรกอยู่แล้วกันแน่ กูเป็นคนถูกบอกเลิกด้วยซ้ำ แต่กลับคิดว่าดีแล้ว มันไม่มีความสุขว่ะ"

            "เพราะความห่างหรือเปล่า"

            "ก็อย่างที่กูเคยบอกนั่นแหละ"

            ความห่างอาจจะทำให้มันคิดถึงแต่ก็เปล่า ผมจำได้ว่าไข่ต้มมันเคยบอกไว้ประมาณนี้ แล้วถ้าคนคนนั้นเป็นผมเองล่ะ ความใกล้ชิดพอจะทำให้มันมีใจให้บ้างไหม

            "เมื่อวานทะเลาะกันมั้ย"

            "ทะเลาะดิ เลิกกันเลยนะ เพราะกูดูไม่แคร์ไม่สนใจพี่อ๋องก็เลยน้อยใจนั่นแหละ กูรู้กูผิด แต่ในเมื่อความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิมก็เลยไม่อยากฝืน ที่พี่อ๋องบอกเลิกกูก็เพราะโมโห"

            "แล้วถ้าพี่อ๋องมาขอคืนดี"

            "คงไม่แล้วว่ะ"

            "ใจร้ายอีกแล้วนะมึงเนี่ย"

            "ถ้าใจดีแล้วไม่มีความสุข กูก็ขอใจร้ายไปเรื่อยๆ แบบนี้ดีกว่า"

            "ใจร้ายไปเรื่อยๆ แล้วมีความสุขเหรอวะ"

            "สุขไม่มาก แต่กูสบายใจนะ"

            "งั้นก็ขอให้มึงเจอคนที่อยากใจดีด้วยเร็วๆ แล้วกัน"

            ไข่ต้มยิ้มรับ มันเข้มแข็งกว่าที่ผมคิดไว้มาก มากจนไม่คิดว่าสถานการณ์จะออกมาเป็นแบบนี้ ผมเตรียมใจมาฟังเรื่องราวของมัน คิดว่ามันต้องร้องไห้ ต้องให้กอดปลอบ แต่ความเป็นจริงมันสวนทางกับที่ผมคิด เหมือนกับว่ากำแพงของมันจะหนาขึ้นกว่าเดิม จากนี้มันคงไม่เปิดใจรับใครเข้าไปง่ายๆ อีก

            "มึงอะรีบกิน ไม่ต้องมาเศร้าแทนกู" ไข่ต้มมันว่า ชีนิ้วมาที่หมูทอดของผมที่ยังไม่ลดลงเลย

            "เป็นห่วงมึงจนกินอะไรไม่ลงไง"

            "เออ รู้แล้ว ขอบใจมึงมากนะ" มันว่าแล้วยิ้มกว้างมาให้

            "อืม"

            "มึงคือคนที่กูใจดีด้วยที่สุดแล้วนะ รู้ตัวไว้"

            ผมเงยหน้ามองคนพูดที่มองสบตากลับมา มือถือหมูทอดค้างไว้เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคแบบนี้ออกจากปากเพื่อนสนิท

            ไข่ต้มมันจะรู้บ้างไหมว่าผมตีความสิ่งที่มันพูดว่ายังไง แน่นอนผมว่าคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ในเมื่อเราเพิ่งพูดถึงเรื่องใจดีใจร้ายในประเด็นความรักของคนรัก แต่กับผม ความหมายที่มันอยากสื่อถึงย่อมหนีไม่พ้นความรักของเพื่อนสนิท

            "ใครบอก มึงอะโคตรใจร้ายกับกูเลย" ผมตั้งใจพูด ไม่ได้หลุดปาก ไข่ต้มมันเลยถลึงตาใส่อย่างไม่ยอม

            "กูไปใจร้ายกับมึงตอนไหน"

            "หยอกเล่นได้มั้ยล่ะ" แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดออกไปอยู่ดี

            ไข่ต้มมันไม่ว่าอะไรต่อ ชี้ให้ผมรีบกินอย่างเดียวเพราะมันกินของตัวเองใกล้หมดแล้ว เรากินไปคุยไปจนกระทั่งเข้าแถว โดยพยายามเลี่ยงไม่พูดถึงประเด็นอ่อนไหวกันอีก


tbc.

 
เดี๋ยวก็ได้รู้ชื่อน้องพระเอกแล้ว ใจเย็นๆ น้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า


ออฟไลน์ DrSlump

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3360
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +104/-2
 :pig4: :pig4: :pig4:

คนเล่าเรื่องคือ "พระเอก" จริง ๆ ใช่มะ

ถ้างั้นก็เดาได้ว่าสุดท้ายใครได้ไข่ต้มไปครองอ่ะจิ  อิอิ

ออฟไลน์ anntonies

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 847
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ซอสสู้ๆ เมื่อไหร่ไข่ต้มจะรู้ใจตัวเอง

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด