ตอนที่๑๔
ธันยืนมองพระสนมที่มีท่าทีลุกลี้ลุกลนไปมาตั้งแต่ทุกคนออกไปตามเจ้าลูกครึ่งนั่น คุช ชุนเป็นคนออกไปตามหา องค์วิรัลจำเป็นต้องกลับเข้าไปในวังเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต ส่วนพระสนมนั้นองค์วิรัลห้ามไม่ให้ออกไปไหนเด็ดขาด เขาจึงต้องอยู่เฝ้าเพราะสหัสไม่มีทางขัดใจพระสนมอยู่แล้ว ตั้งแต่ทุกคนออกไปธันยังไม่เห็นพระสนมอยู่นิ่งๆเลยสักนาทีเดียว
“ท่านต้องการอะไรรึเปล่า” ธันเอ่ยถามออกไปอย่างสุดทนเขาพยายามสุภาพอย่างที่สุดเพราะยังไม่อยากมีเรื่องกับไอ้สิงห์ราตาเทาที่นั่งแยกเขี้ยวขู่เขาอยู่ไม่ไกล
“ข้าออกไปดูไม่ได้ใช่ใหม” เธราถามอย่างหงอยๆ องค์วิรัลกำชับหนักแน่นว่าไม่ให้ออกไปให้ปล่อยหน้าที่การตามโชบุ เป็นของชุนกับคุช จริงๆตอนแรกธันอาสาจะออกไปตามเองแต่ใครๆในอันราก็รู้ว่าธันเป็นหัวหน้าทหารประจำการของนันทานครที่ประจำอยู่อันราจะออกตัวทำอะไรมากก็คงไม่ดี
“ไม่ได้กระหม่อม” ธันตอบอย่างข่มอารมณ์ ถามทั้งๆที่รู้ นี่โง่หรือดื้อ
“ข้าเป็นห่วง”
“ถ้าท่านไม่อยากให้ทุกอย่างยุ่งยากไปกว่านี้พระสนมสมควรอยู่ที่นี่กระหม่อม” ธันบอกอย่างเหลืออดไอ้ท่าทางสลดน่ะไม่ได้ทำให้เขาเอ็นดูหรอกนะ เขาไม่ใช่องค์วิรัล!!
“พวกนั้นจะจับโชบุไปทำไมกันท่านพอรู้ไหม” แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ชอบตน แต่เธราก็ถามออกไปอย่างทนไม่ได้
“ลูกครึ่งตนนั้น เป็นครึ่งคนครึ่งอสรพิษ เลือดของพวกอสรพิษน่ะราคาดีไม่ต่างกับทองเป็นยาที่ใช้รักษา ทำยาสั่งหรือยาพิษที่ไม่มียาแก้ แม้จะเป็นเพียงลูกครึ่งแต่ทั้งเลือดทั้งกระดูกก็ขายได้ราคาดีไม่น้อยหรอก อ้อ...หรืออีกอย่างน่ะนะ ท่าทางบอบบางแบบนั้น พวกอมนุษย์ชอบนักล่ะขายซ่องคงได้ราคาดีเขาว่าพวกอสรพิษน่ะเรื่องอย่างว่าเด็ดนัก” คำบอกเล่าของธันยิ่งทำให้เธราหน้าเสีย
“เจ้าอย่าพูดให้ท่านเธราใจเสียไปมากกว่านี้ได้ไหม” สหัสบอกอย่างไม่พอใจ ตอนนี้เธรากังวลและเริ่มกลัวสหัสรับรู้ได้ชัดเจน
“เขาถูกจับเพราะพาท่านออกไปซื้อขนมที่อยากกินยังไงล่ะพระสนม ท่านเป็นเจ้าชีวิตลูกครึ่งตนนั้นอยู่แล้วนี่ ถ้าเขาจะตายก็คงไม่เป็นไรหรอกกระหม่อม” ธันพูดอย่างเยาะเย้ย เพราะตัวเองเอาแต่ใจจะออกไปข้างนอกด้วยเรื่องไร้สาระแท้ๆ ทำให้โชบุเป็นที่สนใจจนโดนจับไป “ท่านจะมาทำเป็นห่วงทำไมกับแค่ลูกครึ่งชั้นต่ำ” ธันพูดออกมาอย่างเหลืออด เขาไม่ใช่คนที่จะปิดบังความรู้สึกตัวเองได้นาน
“หุบปากไป เจ้าก้อนกล้ามเนื้อ” สหัสคำรามพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พุ่งไปกระชากคอของธันให้ขาดคามือเพราะเธราส่งสายตาห้ามปรามไว้
“ครั้งนี้ข้าผิดจริงๆ ข้าคิดน้อยไปจริงๆ” เธราเอ่ยออกมาเบาๆ ก่อนลุกออกไปนั่งข้างๆกองไปที่ก่อไว้ที่หน้ากระท่อม ร่างสูงโปร่งของเธรานั่งนิ่งๆ สายตาจ้องมองไปที่ทางเดินเพื่อรอคอยให้ทุกคนกลับมา
------------------------------------------
---------------------------
----------
คุชและชุนปะปนมากับผู้คน ที่เริ่มทยอยมางานรื่นเริงที่จัดเป็นประจำสายตาแปลกๆของผู้คนต่างมองมาที่ชุนอย่างหวาดกลัว งานรื่นเริงที่จัดขึ้นกลางคืนนั้นต่างกับตลาดตอนกลางวันราวหน้ามือหลังมือ เสียงดนตรีที่ดูเร่งเร้า กลิ่นหอมของบรรดานางโลมที่ออกมายืนอวดโฉมลอยกรุ่นไปมา ร้านสุราและหอนางโลมดูครึ้กครื้นเต็มไปด้วยผู้คนทั้งมนุษย์และอมนุษย์ เวทีประลองกำลังตั้งเด่นเป็นสง่าเสียงประกาศรางวัลของผู้ชนะดังกึกก้อง การประลองที่ไม่มีกติกาผลแพ้ชนะตัดสินเมื่ออีกฝ่ายลุกไม่ขึ้น
“เราจะตามหาโชบุกันได้ที่ไหน” คุชหันไปถามชุนที่ดูจะสงบนิ่ง แต่คุชสังเกตุได้ว่าร่างกายของชุนเริ่มเปลี่ยนสีผิวกายที่เคยเหมือนมนุษย์เริ่มมีสีแดงระเรื่อเจือปนคล้ายผิวของคนตากแดด ไอร้อนที่เผยออกมานั้นบ่งบอกถึงอันตรายได้อย่างดี ปกติพวกยักษ์นั้นจะมีจิตวิญญาณต่างกันแบ่งแยกโดยธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม และไฟ ชุนคงมีเชื้อสายของเตโชธาตุ และอาการโกรธเกรี้ยวที่เจ้าตัวปิดซ้อนไว้นั้นกำลังแผ่ออกมาเป็นความร้อนที่แทบจะเผาทุกคนให้มอดไหม้
“ข้ารู้ ว่าใครจับโชบุไป” ชุนเอ่ยออกมาเรียบๆก่อนออกเดินนำไปราวคนคุ้นเคยเส้นทาง แม้จะไม่เข้าใจแต่คุชก็ตามไปอย่างง่ายๆ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นออกไปจากเดิมมากนักเสียงประกาศถึงรางวัลพิเศษของผู้ชนะการประลองในคืนนี้ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจของคุชกับชุนได้ทันที
“พี่น้องชาวอมุษย์ทั้งหลายหรือจะเป็นมนุษย์ที่แวะเวียนผ่านไปมา วันนี้เวทีการประลองของพวกเรามีของรางวัลสุดพิเศษ ไม่ใช่เงิน หรืองาช้าง หรือเกล็ดมังกรแต่ประการใด แต่เป็นนนนน” เสียงของพิธีกรลากยาวราวเรียกร้องความสนใจ “ของรางวัลหายากของเราวันนี้คือ......ลูกครึ่งอสรพิษนั้นเองงงงง” เสียงโห่ร้องราวถูกใจของผู้คนรอบข้างดั้งก้องไปทั่ว แล้วร่างของโชบุที่ไร้สติที่ถูกมัดไว้ด้วยโซ่เส้นเขื่องก็ปรากฏขึ้น ชุนกำมือแน่นราวสงบสติอารมณ์ โชบุที่มีร้ายกาจร่างกายที่เต็มไปด้วยพิษร้ายนั้นอันตราย ความคล่องแคล่วว่องไวนั้นไม่มีใครเทียบ หากร่างกายกลับอ่อนแอเปราะบางโชบุไม่ได้เข้มแข็งเลยแม้แต่น้อย
“นั่นโชบุ” คุชเอ่ยอย่างตกใจ ผู้คนมากมายอาสาประลองเพื่อได้ของรางวัลหายาก คุชหันไปมองชุนที่ยังคงนิ่งเฉย
“ข้ากับโชบุเกิดที่นี่” คำพูดง่ายๆของชุนทำเอาคุชเลิกคิ้ว เขาตกใจกับความจริงที่รู้แต่ที่แปลกใจกว่าก็คือทำไมอยู่ดีๆ ชุนถึงบอกเรื่องนี้กับเขา
“เราสองคนเกิดในซ่อง แม่ข้าเป็นมนุษย์เป็นนางโลมที่ท้องกับยักษ์เลยมีข้าออกมาส่วนโชบุถูกไข่ทิ้งไว้ที่ชายป่าศักสิทธิ์คิดว่าแม่คงเป็นพวกอสรพิษที่มาไข่ทิ้งไว้ แม่ข้าเลี้ยงเราสองคนมาในซ่อง พอแม่ข้าตายโชบุก็ถูกบังคับให้ขายตัวต่อทันทีส่วนข้าก็คอยคุมซ่อง” เป็นครั้งแรกที่คุชสังเกตเห็นสีหน้าเจ็บปวดของชุน ผู้นิ่งเฉย “จนแม่เล้ามันคิดจะขายโชบุให้กับพวกนอกรีตเอาไปทำยาข้าเลยฆ่าพวกมันซะ และพาโชบุหนีออกมา ไอ้คนนั้น” ชุนพูดพร้อมชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ โชบุที่หมดสติ ชายคนนั้นมองมาที่ชุนด้วยแววตาน่ารังเกียจ “มันเป็นลูกชายของแม่เล้าที่ข้าฆ่าตาย มันคงแค้นข้ากับโชบุมากถึงจับตัวโชบุมาเพื่อล่อข้าออกมา” ชุนบอกก่อนหันมามองคุชตรงๆ “ถ้าข้าขอร้องให้ท่านขึ้นประลองเพื่อช่วยโชบุจะได้ไหม”
คุชเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเขากลัวการประลอง แต่เขาคิดว่าชุนน่าจะอยากประลองเพื่อช่วยโชบุเองมากกว่า “ข้าจะไปจัดการกับมัน” ชุนชี้ไปที่ชายที่ยืนข้างๆโชบุ ที่ตอนนี้หันหลังเดินออกไปอีกทางราวเชื้อเชิญให้ชุนตามไป “พวกมันมีทั้งยาทั้งผู้คนที่ไว้ควบคุมพวกลูกครึ่งให้ทำงานให้มัน ทั้งใช้งานทั้งขายพวกเราราวสินค้า ถ้าไม่ทำลายพวกมันให้สิ้นซากไม่รู้ว่าจะมีพวกลูกครึ่งต้องถูกทำราวไม่มีชีวิตอีกเท่าไร ข้าไม่ใช่คนของนันทานครเจ้าไม่ต้องห่วงว่าจะมีปัญหาตามมา”
คุชมองคนที่เอ่ยปากข้อร้องเขาอย่างเข้าใจ ในเมื่อเหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่ทำให้นันทานครและองค์วิรัลมีปัญหาเขาก็ตัดสินใจไม่ยาก ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มราวนึกสนุก แม่ทัพฝ่ายซ้ายแห่งนันทานครน่ะไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรอกนะ
ชุนแยกตัวออกไปจากบริเวณเวทีประลอง คุชมองรอบๆอย่างประเมินสถาณการณ์มีพวกที่ดูกระเหี้ยนกระหือรือลงแข่งมีแค่พวกที่ดูจะเมามายแล้วเสียมาก ไม่มีพวกอมุษย์ที่ดูอันตรายหรือคนที่ดูมีฝีมือ แปลก!ปกติถ้าของเดิมพันเป็นของหายากและมีมูลค่าไม่น่าจะมีแค่พวกปลายแถวมาลงแข่งแบบนี้ คุชเริ่มรู้สึกถึงเหตุการณ์ไม่ปกติ พวกอมนุษย์ที่อยู่ในงานมีแต่พวกชั้นล่าง ไม่มีสิงห์รามังกรหรือแม้กระทั้งพวกหมาป่า เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกชาติพันธ์ที่หลงรักการต่อสู้พวกนี้จะไม่มาถ้ามีการประลองเกิดขึ้น ตอนแรกคุชคิดว่าจะรอจนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวแล้วจะขึ้นไปประลองจะได้ไม่ต้องสู้หลายรอบแต่เท่าที่ดูเขาคงต้องทำให้การประลองจบให้เร็วที่สุดเสียแล้ว
และก็เป็นดังคาดคุชชนะและได้โชบุมาโดยง่าย ง่ายจนน่าแปลกใจ โชบุยังคงไม่ได้สติ โชบุคิดว่าจะกลับไปรอที่กระท่อมก่อน แต่แล้วชุนท่คิดว่าคงไม่ได้กลับมาง่ายๆกลับเดินตรงมาทางเขาอย่างร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้น” เป็นคุชที่เอ่ยถามออกไป ก่อนส่งร่างที่หมดสติของโชบุให้ชุน
“ข้าตามไปที่ซ่องที่ข้ากับโชบุเคยอยู่ แต่....ทุกคนตายแล้ว โดนฆ่าตายแม้กระทั้งลูกชายแม่เล้าคนนั้นก็ตายแล้ว ไม่เหลือใครเลย” ชุนพูดเสียงเรียบใบหน้ามีแววครุ่นคิดก่อนมองไปรอบตัว
“แล้วชายคนที่ยืนอยู่ข้างโชบุล่ะ” คุชถามออกไปก่อนนั่งไปราวถูกสาปเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ และภาวนาให้ตัวเองคิดผิด
“ทำไมการประลองจบลงร็วนักล่ะ” ชุนถามขึ้น
“.....” คุชทำท่าจะพูดก่อนเงียบไป
“เรา.......ถูกหลอกให้ออกมา” ..............
------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------
------
เธรานั่งนิ่งๆอยู่ข้างกองไปมาสักพักแล้ว ถ้าโชบุเป็นอะไรไปเขาจะมีทางให้อภัยตัวเอง ความอบอุ่นจากกองไฟตอนนี้ไม่ได้ทำให้เธราอุ่นใจได้เลย เขาไม่รู้ว่าใครเป็นศัตรู และเขาก็ไม่รู้ว่าศัตรูคนนั้นต้องการอะไรกันแน่
เธราขยับตัวเบาๆเมื่อได้ยินเสียงผิดปกติมาจากความมืดด้านหน้า แม้เขาจะไม่ใช่ทหารแต่กลิ่นไออันตรายที่แผ่ออกมาชัดเจนนั้นเขาก็รับรู้ได้ดี เร็วเท่าความคิดสหัสในร่างของสิงห์ราปรากฏกายอยู่ข้างๆเขาทันที
“ใคร” เธราเอ่ยกับสหัสเบาๆ แต่ยังคงทำทีเป็นนั่งนิ่ง สหัสนั่งลงข้างๆเขาขนสีเงินที่สะท้อนแสงไฟดูน่าเกรงขามใบหน้าครึ่งสิงห์นั่นคำรามเบาๆในลำคอราวข่มขู่ศัตรูทียังไม่ยอมปรากฏตัว
ธันเดินมานั่งลงฝั่งรงข้ามเธราอย่างเงียบๆ ร่างกายกำยำดูสบายๆแต่แววตาที่แวววับนั้นดูชวนขนลุก “กองกำลังของวูธ ยังมาไม่ถึงอันราเลยกระหม่อมพระสนมมิต้องกังวล” ธันเอ่ยขึ้นราวรายงานสถานการณ์ และเหมือนเป็นการบอกกลายๆว่า ผู้มาเยือนใหม่ไม่ใช่ทหารของวูธ ธันหยิบท่อนไม้ที่ติดไฟบางส่วนขึ้นมาเขี่ยกองไปมา ก่อนร่างกำยำจะลุกขึ้นและเขวี้ยงท่อนไม้ติดไฟเข้าไปในความมืดเปลวไฟติดกับหญ้าแห้งอย่างรวดเร็วเปลวไฟเริ่มลามใหญ่โต พร้อมกับปรากฏบรรดาร่างของผู้มาเยือน
“น...นั่นมัน” เสียงของธันแทบจะหายไปในลำคอ ชั่วชีวิตของเขาที่ออกรบและฆ่าคนมานับไม่ถ้วนแต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าเขาตอนนี้กลับเรียกความหวั่นเกรงจากเขาได้แทบทันที
“นักรบปีศาจของกองทัพเลือด” สหัสเอ่ยออกมา แววตาสีเทาวาววับในความมืดเขาไม่มีทางลืมพวกสารเลวที่ฝังกริชลงบนตัวเขาได้
เธรายืนนิ่งด้วยความตกใจ นี่น่ะเหรอกนักรบปีศาจของกองทัพเลือดที่ได้รับการขนานนามถึงความเก่งกาจ นักรบที่ไร้ชีวิตไร้ความกลัวกองทัพเลือดในตำนานแห่งกัชธาเมืองหลวงแห่งเวทย์ที่ปิดตาย
“คึคึคึคึคึคึคึคึคึ” เสียงหัวเราะจากร่างที่สวมชุดคลุมสีดำสนิทฟังดูขนลุกราวไม่ใช่เสียงของคน
“พวกเจ้าต้องการอะไร”ธันเอ่ยออกไป แม้ในใจจะหวั่นไม่น้อยแต่เขาไม่เคยกลัว องค์วิรัลสั่งให้เขาดูแลพระสนม แม้จะไม่เต็มใจแต่เขาจะไม่มีทางปล่อยให้ใครเอาพระสนมไปได้เด็ดขาด
“เธรา” กลุ่มคนในชุดคลุมสีดำเอ่ยออกมาสั้นๆ ก่อนมีหนึ่งร่างก้าวออกมาพร้อมกับอาวุธในมือที่ชี้ตรงมายัง สหัส
“หอกเขี้ยวสิงห์” เสียงของเธราสั่นอย่างกังวลเมือเห็นสิ่งที่พวกกองทัพเลือดมี เขี้ยวสิงห์ คมอาวุธเดียวที่ปลิดชีพสิงห์ราได้
“แหมเตรียมมาอย่างดีเลยนะ” สหัสเอ่ยก่อนยิ้มเยาะ
“ถ้าข้ายอมไปด้วยแต่โดยดี พวกเจ้าสัญญาไหมว่าจะไม่ทำร้ายใคร” เธราเอ่ยขึ้นก่อนก้าวออกมาข้างหน้าเพราะเธรารูดีที่พวกนี้ต้องการฆ่าสหัสเพราะต้องการตัวเขา
“ท่านเธรา” สหัสเตรียมจะค้านก่อนต้องหยุดเมื่อพบกับสายตาสบกลับมา
ธันมองพระสนมที่เดินออกไปหาพวกที่มาจากกองทัพเลือดด้วยแววตาไม่เข้าใจ ร่างหนาคว้าเอาแขนของเธราเอาไว้ ก่อนดึงให้หยุด “ท่านจะทำอะไร”
“ปล่อยข้า ธัน” ธันมองคนตรงหน้าที่ออกคำสั่งด้วยความแปลกใจ เธราตอนนี้ไม่เหลือเค้าของพระสนมที่เอาแต่ยิ้มโง่ๆไปมาเลยสักนิด
“องค์วิรัลสั่งไว้ว่า..”
“ข้าสั่ง ให้ปล่อย” เธราพูดสวนขึ้นมานิ่งๆทำเอาธันต้องปล่อยมือ แววตาแบบนั้นมันอะไรกัน
เธราเดินเข้าไปหาร่างที่สวมชุดคลุมสีดำช้าๆ พยายามมองใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในนั้นแต่ก็เห็นเพียงแววตาสีแดงที่สะท้อนกลับมาอย่างไร้ชีวิต เมื่อเข้ามาใกล้ๆกลิ่นสาปสางยิ่งปรากฏ เธราหยุดยืนนิ่งตรงหน้าร่างที่ถือหอกเขี้ยวสิงห์ คมของหอกจ่ออยู่ตรงหน้าอกใบหน้าที่แสนธรรมดาแย้มยิ้มเบาๆ ก่อนยกมือขึ้นแตะไปที่คมหอกแล้วดันออกไปให้ห่างตัว
“พวกเจ้าคงนึกรู้อยู่แล้วว่าที่นี่ มีเพียงข้ากับสหัสถึงเตรียมของที่ฆ่าสิงห์รามาเสียพร้อม” เธราก้าวเข้าไปใกล้ๆ อีกนิดมือเรียวไล่ไปตามด้ามของหอกอย่างช้าๆ “ยังไงข้าก็ต้องตาย บอกข้าสักนิดได้ไหม ว่าใครเป็นคนสั่งเจ้ามา” ไม่มีคำตอบจากร่างตรงหน้า เธราขยับเข้าไปอีกนิดก่อนยื่นมืออกไปข้างหน้าเหมือนเป็นการบอกว่ายอมให้จับแต่โดยดี
และทันทีที่มือหยาบกร้านนั้นแตะลงบนข้อมือเธราก็บิดข้อมืออย่างแรงพร้อมกับคว้าเอาหอกเขี้ยวสิงห์มาไว้ที่ตัวเองและแทงเข้าไปที่ร่างตรงหน้าอย่างแรง เร็วเท่าความคิดสหัสเข้าจู่โจมพวกที่เหลือทันที ธันคว้าเอาดาบออกมาก่อนเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว เธราออกแรงกดหอกลงไปบนร่างของนักรบปีศาจอย่างแรงเลือดสีดำไหลทะลึก “ใครส่งเจ้ามา” เธราถามก่อนออกแรงยื้อยุดหอกไปมา
“ครือออ” เสียงที่ลอดออกมานั้นฟังดูขนลุก การต่อสู้ที่ดูเหมือนฝ่ายของเธราจะเริ่มเสียเปรียบ ร่างของนักรบพวกนี้ราวไม่มีชีวิต ร่างที่กร้านดำราวซากศพไม่เจ็บปวดไม่ว่าจะโดนกระชากจนแขนขาขาด มันก็ยังคงต่อสู้อย่างลดล่ะ เธราดึงหอกออกมาจากร่างตรงหน้าก่อนแทงซ้ำลงไปอีกเมื่อร่างตรงหน้ายังคงพุ่งเข้ามาทำร้าย การเคลื่อนไหวของพวกนี้รวดเร็วและฝีมือการต่อสู้ก็เก่งกาจและยังมีจำนานมากกว่า
“เจ้าพาพระสนมหนีไปก่อน” สหัสบอกกับธันตอนนี้เธราสหัสและธันยืนหันหลังชนกันอยู่ท่ามกลางนักรบปีศาจที่เหมือนยิ่งดึกมันยิ่งมีกำลังมากขึ้น
“ไม่ เดี๊ยวชุนกับคุชก็มา ข้าไม่ทิ้งเจ้า” เธราหันไปตวาดก่อนหลบการจู่โจมของอีกฝ่าย เธราถูกจับยกขึ้นสูงก่อนทุ่มลงมากับพื้น จนหอกเขี้ยวสิงห์หลุดมือ
“ธัน เอาหอกมา” เธราตะโกนเขาจะยอมให้หอกนั่นกลับไปอยู่ในมือฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ แม้ธันจะได้ยินเสียงตะโกนสั่งของเธราแต่เขาเองก็ติดพันอยู่กับการต่อสู้จนไม่สามารถปลีกตัวออกไปได้ เธราผวาลุกขึ้นแต่ก็ถูกระดมฟันด้วยดาบจนหลบแทบไม่ทัน สหัสเข้ามาช่วยเธราเมื่อเห็นว่าเธราเริ่มเสียเปรียบ ร่างสูงใหญ่ของสิงห์รารวดเร็วหากด้วยใจที่กังวลเป็นห่วงเธรา สุดท้ายร่างสูงใหญ่ของสหัสก็สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่ลำตัว เธราหันไปเห็นสหัสที่ทรุดฮวบลงไปกับพื้นพร้อมกับหอกเขี้ยวสิงห์ที่ฝ่ายตรงข้ามแย่งไปได้
“สหัส!!” เธราผวาเข้าไปประคองร่างสูงใหญ่ของสหัส พร้อมกับร่างของคุชปรากฏขึ้น
“พระสนม เป็นอะรึเปล่ากระหม่อม” คุชถามอย่างเป็นห่วง แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรคุชก็ต้องยกดาบขึ้นรับคมดาบที่เหวี่ยงลงมา เธรามองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนตัดสินใจบางอย่าง
“ธันเรียกม้าของเจ้ามา” เธราหันไปตะโกนบอกธัน
แม้จะไม่เข้าใจแต่ธันก็ทำตาม ธันผิวปากเป็นจังหวะผ่าวเบาม้าศึกสีขาวสะอาดก็ปรากฏขึ้น เธราฉวยหยิบเอาธนูติดมือมาด้วยก่อนพาตัวเองไปใกล้ๆธัน และเอ่ยคำสั่ง
“พาข้าไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้” ธันพยักหน้าก่อนพาตัวเองขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว แล้วดึงเธราตามขึ้นไป
“พิสูจน์ให้ข้าเห็นฝีมือของหัวหน้ากองทหารม้าแห่งนันทานครหน่อยแล้วกันนะ” เธราบอกก่อนกระชับธนูในมือแน่น
“อย่าให้พวกมันจับได้ ล่อพวกมันออกมาให้ห่างจากพวกที่กระท่อมให้มากที่สุดนักรบปีศาจพวกนี้ไม่ชอบแสงสว่างเพราะฉะนั้นอย่าหยุดจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น เราจะไปมาลันเคียกัน” เธราบอกเสียงเรียบสายตาหันไปจับจ้องพวกนักรบปีศาจของกองทัพเลือดที่ตามมาอย่างไม่ลดละพร้อมกับง้างธนู

มาแล้วค่าาาา
พวกกองทัพเลือดเริ่มมีบทบาดแล้วด้วย คนร้ายตัวจริงจะปรากฎตัวในไม่ช้าค่าา
นิยายเรื่องนี้เป็นแฟนตาซีอะไรก็เกิดขึ้นได้
ฝากวิรัลเธราด้วยค่าา
ขอบคุณที่ชอบ #วิรัลลืมเมีย ค่าา