*~.Works The Magic! ร่ายมนตร์รักกับดักนาง(ย)มาร.~*คาถาที่ ๓๓ [END]:15.07.60:
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: *~.Works The Magic! ร่ายมนตร์รักกับดักนาง(ย)มาร.~*คาถาที่ ๓๓ [END]:15.07.60:  (อ่าน 279060 ครั้ง)

ออฟไลน์ gchickii

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 6
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
โอ๊ย อีพี่เขี้ยว ขยายกิจการเลี้ยงหมา(ในปาก)เพิ่มหรอ ดุแท้

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
แกล้งหนีไปเลยค่ะคุณนาย  :katai2-1: :hao3:

ออฟไลน์ Biwty...

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 985
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ Qualmy

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 16
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
 :z6: ลำไยอิพิเขี้ยวเหลือเกินนนน มันน่านักน่าให้มีผช.มาติดคุณนายเขาจริงๆ

ออฟไลน์ คุณเจ้

  • Follow your heart, but take the brain with.
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +263/-8


คาถาที่ ๓๐ [ครึ่งหลัง]



เรียวจันทร์นั่งกินอาหารคลีนที่ให้ป้าอุ่นทำแช่เย็นไว้ให้ระหว่างทางที่รถกระบะคันใหญ่กำลังแล่นไป นางกินไข่ต้ม เนื้อไก่จิ้มพริกและข้าวกล้องประมาณสองหยิบมือ สลับกับดื่มน้ำเปล่าที่ใส่ผงสีเขียวช่วยในเรื่องขับถ่ายไว้

           

 

“ดิน แล้วไม่คิดจะเรียนต่อจริงๆ เหรอ” นางถามดินในขณะที่กำลังตักข้าวเข้าปากและเคี้ยวเบาๆ นับจำนวนการเคี้ยวอยู่ในใจของตัวเอง

           

 

“ไม่ล่ะครับ อยู่แบบนี้ก็สบายใจดี” ดินตอบและตามด้วยยิ้มน่ารักตาใส

           

 

“ฉันรู้นะว่ามันสบายใจดี แต่ก็เสียดายที่ดินจะได้ต่อยอดความรู้ไปอีก ดินเป็นคนเก่ง เป็นคนขยัน ฉันเชื่อเลยว่าดินจะเรียนจบได้อย่างสบายๆ” ดินยิ้มเขินกับคำชมนั้นของคุณเรียวจันทร์ขวัญใจตัวเอง

           

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่ถ้าวันนึงพี่เขี้ยวบอกให้ดินไปเรียน ดินก็จะไป”

           

 

“แหม เชื่อฟังตานั่นเหลือเกินนะ” ดินยิ้มน้อยๆ

           

 

“ถ้าไม่นับความเป็นพี่ พี่เขี้ยวก็เหมือนพ่อดินแหละครับ” เรียวจันทร์เบะปากน้อยๆ แล้วยกเข่าขึ้นนั่งชันสบายๆ บนเบาะรถ

           

 

“ตอนนี้ก็ทำท่าจะเป็นพ่อฉันอีกคน ไม่รู้จะดุอะไรนักหนา”

           

 

“ดุ แต่พี่เขี้ยวก็รักคุณเรียวนะครับ” เรียวจันทร์ทำปากยื่นน้อยๆ ดินยิ้มเบาๆ

           

 

“ดุไปอะ ฉันรู้ว่าตัวเองผิด ฉันต้องเป็นฝ่ายขอโทษละเดินหน้าง้อ แต่บางครั้งฉันก็…” นางพ่นลมหายใจออกมายาวๆ หน้าตาอ่อนล้า

           

 

“…เหนื่อย” ดินหันมองหน้าสวยๆ สลับกับมองทางด้านหน้าอย่างครุ่นคิด แม้คุณเรียวจะดูร่าเริง ดูยิ้มแย้มเป็นปกติ แต่ดินก็รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิม เหมือนดีกรีความลั้นลา ความสดใสของคุณเรียวจะลดลงจากแต่ก่อนไปครึ่งนึงเลย

           

 

“ถ้าพี่เขี้ยวดุไม่เลิก มาคบกับดินแทนก็ได้นะครับ” เรียวจันทร์ที่กำลังตักข้าวด้วยท่าทีหงอยๆ หันไปมองดินด้วยอาการเหวอเล็กๆ ก่อนจะหัวเราะชอบใจ

           

 

“แหมดิน จะกินฉันให้ได้เลยน้า สวยอะซี้”

           

 

“ครับ คุณเรียวสวย” เรียวจันทร์ส่งเสียงร้องเพี้ยนๆ ลั่นรถ ก่อนจะหัวเราะด้วยความตลกขบขันกับการหยอดของดิน พ่อหมียักษ์ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ

 

           

           

 

มาถึงกรุงเทพฯ ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี เรียวจันทร์บอกให้ดินไปดูหนังรอระหว่างที่นางทำงานในรอบบ่าย เพราะช่วงที่ขับรถมาดินเอ่ยปากว่าดูตัวอย่างหนังเรื่องหนึ่งในทีวีแล้วอยากดู เรียวจันทร์เช็กรอบหนังให้เสร็จสรรพและจองตั๋วหนังผ่านทางมือถือให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็จะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เรียวจันทร์ก้มมองนาฬิกาด้วยท่าทีกระวนกระวายเล็กๆ จนดินต้องเอ่ยปากให้รีบไปทำงาน

           

 

“แต่ดินไปโรงหนังคนเดียวได้เหรอ ฉันไม่ได้จะว่าดินบ้านนอกนะ แต่ดินไม่เคยมาเลยนี่” นางว่าอย่างเป็นห่วง พ่อหนุ่มหมีไม่ใช่คนเข้ากรุงบ่อย ชีวิตส่วนมากก็อยู่แต่ที่ฟาร์มกับเขาใหญ่

           

 

“คุณเรียวบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าดินเป็นคนฉลาด แค่บอกว่าโรงหนังอยู่ชั้นไหนก็พอครับ” เรียวจันทร์ยิ้ม จัดการส่งรูปรหัสการจองตั๋วให้ดินทางโปรแกรมแชทไลน์ที่ดินไม่ค่อยเล่น

           

 

“เอารูปที่ฉันส่งให้ให้พนักงานดู ฉันจองให้ดินสองที่เลย จะได้ไม่ต้องไปนั่งเบียดกับใคร ที่นั่งโซฟาบนสุด ไม่ต้องจ่ายเงินนะ ตัดจากบัตรฉันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจด้วย ถือว่าฉันขอบคุณที่มาด้วยกันวันนี้” ดินยกมือไหว้ขอบคุณเรียวจันทร์

           

 

“ขึ้นไปชั้นห้า ขึ้นลิฟต์ไปก็ได้ ไม่ยากหรอก อย่าลืมปิดมือถือก่อนเข้าโรงหนังล่ะ”

           

 

“ครับคุณเรียว”

           

 

“มีอะไรโทรหาฉันได้ตลอด ถ้าไม่รับเดี๋ยวฉันโทรกลับทันทีที่ว่าง” ดินพยักหน้า เรียวจันทร์ยกมือขวาตบบ่าหนาเบาๆ และเดินลิ่วๆ ไปทางสถานที่จัดงาน ดินยืนมองซ้ายมองขวาสักพัก แล้วก็ตัดสินใจเดินขึ้นบันไดเลื่อนเพราะเห็นคนต่อคิวขึ้นลิฟต์กันเยอะ

           

 

ดินเดินไหลตามผู้คนและไปตามที่บันไดเลื่อนพาขึ้นไปเรื่อยๆ แต่พอมองเลขชั้นแล้วก็สับสนนิดหน่อยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ชั้นไหนกันแน่ สับสนเพราะป้ายบอกชั้นกับไอ้สติ๊กเกอร์ที่ติดตรงบันไดเลื่อนนั่นแหละ

           

 

“น้องคิวมาดูหนังครับป่าป๊า… หนังจบก็กลับไง… ฮื่อ? ดูหนังมันอันตรายตรงไหน ไม่ต้องห่วงน่ะป๊า คิวเป็นผู้ชายนะ… อืมๆ แค่นี้แหละ” ดินมองเด็กผู้ชายตัวเล็กหัวเกรียนอย่างพิจารณาแบบไม่ได้ตั้งใจ ก็ไม่ได้เล็กจิ๋ว แต่ตัวเตี้ยกว่าดินเยอะอยู่ ขนาดยืนอยู่บนขั้นบันไดที่สูงกว่าดินยังสูงกว่าไม่เท่าไหร่เลย ผิวขาวแต่ไม่ได้ขาวสว่าง เนื้ออวบอิ่ม ในปากอมอมยิ้มจนแก้มตุ่ย จังหวะที่หันหน้ามาไอ้ดินก็รีบหลบสายตาไปมองทางอื่น แต่ในใจมันคิดแล้วว่าไม่หลงทางไปโรงหนังแน่ ก็เมื่อกี้ได้ยินชัดเลยว่าเด็กคนนี้จะไปโรงหนัง เดินตามไปก็แล้วกัน

           

 

พอขึ้นมาถึงชั้นห้าตามที่คุณเรียวบอก ดินก็เจอกับโซนโรงหนัง เด็กคนที่ดินแอบใช้เป็นผู้นำทางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจอโปรแกรมหนัง ใบหน้านิ่วคิ้วขมวด ดินเลิกสนใจและเดินเข้าไปต่อคิวแบบคนอื่นๆ หยิบมือถือขึ้นมาเปิดรูปที่คุณเรียวส่งมาให้เพื่อเตรียมตัวยื่นให้กับพนักงาน

           

 

จึ้กๆ

           

 

มีอะไรบางอย่างทิ่มหลังเขาอยู่ ดินหันไปมองด้านหลังงงๆ ก็เจอกับเด็กคนนั้นที่พอเห็นชัดๆ แล้วก็ทำให้ดินนึกว่ากำลังมองตัวการ์ตูน หรือตุ๊กตาอะไรสักตัวที่หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักหัวกลมๆ และปากแดงเหลือเกิน

 

 

“พี่จองตั๋วไว้ใช่มั้ยครับ” ดินยังคงทำหน้างงๆ แล้วก็ตอบแบบงงๆ

           

 

“เอ่อ ครับ ใช่ครับ”

           

 

“ไปเข้าอีกแถวเลยพี่ เร็วกว่า ตรงนี้สำหรับคนมาซื้อหน้าโรงแบบผม” ดินมีสีหน้าสับสนไม่เข้าใจ เด็กตัวการ์ตูนคนนั้นคลี่ยิ้มและชี้ไปที่อีกแถวที่สั้นกว่ามาก มีคนรออยู่สามคนเอง

           

 

“แถวนั้นสำหรับคนจองผ่านมือถือมาครับ” ดินหันไปมองแถวนั้นแปบๆ และหันกลับมาหาเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ดินรู้แล้วว่าสูงแค่ระดับไหล่เขาเท่านั้น

           

 

“แล้ว… ไม่ได้จองไว้เหรอครับ” เด็กตัวการ์ตูนทำหน้าผิดหวัง มีแววเศร้านิดหน่อย

           

 

“ผมลืมอะ พอจะจองแถวเอที่ประจำก็เต็มหมดแล้ว แถวบนๆ แถวอื่นก็ไม่เหลือ ตอนนี้เหลือแต่ที่หน้าๆ ผมไม่ชอบ ผมปวดตา โคตรเซ็งเลย” เด็กคนนั้นบ่นเสียงเบื่อและกลอกตาน้อยๆ ดินกะพริบตาปริบๆ มองอย่างไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ คิ้วเข้มแบบอ่อนขมวดเข้ากันนิดหน่อย แล้วก็ค่อยๆ ขยับปากพูดเสียงเบาจนเกือบไม่ได้ยิน

           

 

“จริงๆ ผมนั่งคนเดียว…” เด็กคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ทำให้ตาโตขึ้นกว่าเดิม ดินรู้ว่าตัวเองคงพูดเบาไปเลยเพิ่มเสียงพูดใหม่

 

 

“…ผมจองไว้สองที่ นั่งด้วยกันได้นะครับ แบ่งๆ กัน” ตากลมโตของเด็กคนนั้นกะพริบปริ๊บๆ พร้อมกับทำหน้าประหลาดใจ

           

 

“พี่จองไว้สองที่ แต่นั่งคนเดียวอะเหรอครับ” ดินเม้มปาก พยักหน้าหงึกๆ เด็กตัวเล็กทำปากโอ้โห

           

 

“โห รวยนะเนี่ย” ดินหน้าตื่น ส่ายหัวปฏิเสธรัวๆ

           

 

“เปล่ารวยครับ พี่ของผมเขาจองให้”

           

 

“งั้นแสดงว่าพี่ของพี่ก็ต้องรวย” คุณเรียวจันทร์รวยมั้ยนะ ต้องรวยสิ เป็นเจ้าของที่ดินเยอะแยะขนาดนั้น

           

 

“ก็… ก็รวยอยู่ครับ” ดินตอบตามซื่อ เด็กน้อยหัวเราะสดใส ทำเอาหัวใจดินกระตุกวาบๆ

           

 

“ผมตกลงครับ ไม่เรื่องมาก เพราะผมอยากนั่งข้างบน เมื่อวานมันเข้าวันแรก ผมไม่ได้ดู เพื่อนผมแม่งอวดกันใหญ่ ผมช้าไม่ได้แล้ว” เด็กตัวเล็กมีสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา หน้าตาบ่งบอกว่าช้าไม่ได้แล้วจริงๆ ตามที่พูด ดินกระตุกยิ้มนิดหน่อย

           

 

“พี่จองแถวไหนไว้ครับ” ดินยื่นโทรศัพท์ให้เด็กคนนั้นดู พอเจ้าหัวเกรียนหัวกลมเห็นก็ตาโต

           

 

“พี่จองที่นั่งโซฟาแต่นั่งคนเดียว พี่ของพี่รวยจริงแหละ” ดินยิ้มไม่เต็มปาก พยักหน้าหงึกหงักไปเรื่อย

           

 

“งั้นไปรอตั๋ว… รอด้วยกันนะครับ” คนตัวเล็กกว่าดินพยักหน้ากระตือรือร้นและเดินนำดินไปต่อคิวอีกแถวทันที ระหว่างรอคนข้างหน้าไปรับบัตร ดินก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเด็กคนนั้น ทำให้รู้สึกเคลิ้มอยู่พักหนึ่ง สติกลับมาตอนที่เด็กคนนั้นเดินนำไปที่เค้าน์เตอร์รับตั๋ว

           

 

“พี่ๆ” เด็กคนนั้นกวักมือเรียกดินให้ไปยืนข้างกัน

           

 

“พี่ชื่อไรครับ”

           

 

“เอ่อ ชื่อดินครับ” ดินยิ้มน้อยๆ เด็กคนนั้นยิ้มกว้าง

           

 

“โอเคครับพี่ดิน ผมชื่ออิคคิวนะ พี่ดินยื่นที่จองไว้ให้พนักงานเลยครับ” ดินรับคำแบบงงๆ และยื่นมือถือให้พนักงานสาวผมยาวคนหนึ่งรับไปกดๆ อะไรอยู่สักพักก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้

           

 

“ภาพยนตร์เรื่อง XXX รอบบ่ายโมงสิบห้านาที โรงภาพยนตร์ที่สี่ค่ะ” พนักงานฉีกตั๋วแล้วยื่นให้ดิน เด็กน้อยที่ชื่ออิคคิวที่เพิ่งรู้จักกันหยิบเงินในกระเป๋าให้ดินตามจำนวนค่าตั๋ว

           

 

“ขอบคุณพี่ดินมากนะครับที่ให้คิวนั่งด้วย…” ดินรับเงินมาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงยีน ถ้าเป็นเงินมันออกเอง ไอ้ดินไม่รับคืนหรอก แต่อันนี้เงินคุณเรียวจันทร์

           

 

“…ว่าแต่ เรียกพี่นี่ถูกต้องใช่มั้ย” ดินทำหน้างงแปบหนึ่งก่อนจะถามกลับบ้าง

           

 

“อิคคิวอายุเท่าไหร่ครับ”

           

 

“สิบเจ็ดย่างสิบแปดครับ เพิ่งขึ้นมอหก” ดินทำหน้าโอ้โหเบาๆ อายุกับใบหน้าเหลื่อมล้ำกันนิดหน่อย ดินคิดว่าเด็กคนนี้อายุสิบห้าสิบหก

           

 

“งั้นก็พี่แหละครับ ผมอายุมากกว่า” อิคคิวยิ้มกริ่มและพยักหน้าหงึก หันไปมองตรงโซนขายของก่อนเข้าโรงหนัง

           

 

“พี่ดินอยากกินอะไรมั้ยครับ” ดินหันไปมองขนมสักแปบแล้วก็ส่ายหัว

           

 

“ไม่รู้เลยครับ” ดินไม่รู้จริงๆ เพราะนี่เป็นการดูหนังโรงครั้งที่สองของชีวิต

           

 

“งั้นกินป๊อบคอร์นแล้วกัน เดี๋ยวผมเลี้ยง”

           

 

“เฮ้ย ไม่เป็นไรครับ ช่วยกันออกก็ได้”

           

 

“เอาน่าพี่ ถือว่าตอบแทนความใจดีของพี่ไง นะๆ ผมไม่ใส่ยาพิษลงไปหรอก ไปยืนซื้อด้วยกันก็ได้ถ้าไม่ไว้ใจ” ดินทำตาโต ยกมือโบกปฏิเสธ

           

 

“เปล่านะ ผมไม่ได้จะคิดแบบนั้น” อิคคิวหัวเราะน้อยๆ

           

 

“โธ่พี่ดิน ผมก็ไม่ได้คิดว่าพี่จะคิดอย่างนั้นสักหน่อย” ว่าเสร็จก็เดินนำไปที่ตักป๊อปคอร์น ดินพ่นลมหายใจออกทางปากเบาๆ และเดินตามไปสมทบอีกที รู้สึกมึนๆ งงๆ แต่ก็คิดได้ว่าแค่ดูหนังเท่านั้นเอง

           

 

แค่คนที่ดูด้วยหน้าตาน่ารักไปหน่อย…

 

           

           

หลังจากดูหนังเสร็จ อิคคิวก็ชวนดินไปกินข้าว ดินไม่กล้ารับปาก เพราะพอออกจากโรงหนังมาก็เจอสายไม่ได้รับจากเรียวจันทร์เป็นสิบสาย เลยขอโทรกลับไปหาเรียวจันทร์ก่อน

           

 

“คุณเรียวเสร็จเร็วจังครับ… อ๋อ… ได้ครับ… ครับ เดี๋ยวดินไปหาที่นั่น” ดินวางสายจากเรียวจันทร์ หันไปมองอิคคิวที่ยังกอดถังป๊อบคอร์นไว้ในอ้อมแขนและหยิบกินหมุบหมับๆ

           

 

“ผมต้องไปหาพี่แล้วอะครับ คงไปกินข้าวด้วยไม่ได้ ขอโทษนะครับน้องอิคคิว” เด็กตาโตปากแดงยิ้มอย่างสบายๆ สั่นหัวไปมา

           

 

“ไม่ต้องซีเรียสหรอกพี่ ไปเหอะ ยังไงต้องขอบคุณพี่ดินมากๆ นะครับที่แบ่งปันที่นั่งให้คิว พี่โคตรใจดีอะ” ไอดินไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้าตาแบบไหน เลยยิ้มเก้อๆ ยิ้มไม่เต็มปาก เหมือนคนยิ้มไม่เป็นและพยายามยิ้ม อิคคิวมองแล้วก็หัวเราะ

           

 

“งั้น… ไปนะครับ” ดินเอ่ยเบาๆ คนตัวเล็กยิ้มพร้อมพยักหน้า ก่อนจะยกมือบ๊ายบาย ดินยิ้มน้อยๆ ก้มหัวให้หนึ่งที และหมุนตัวเดินอย่างเอื่อยๆ รู้สึกพะว้าพะวงแปลกๆ หันกลับไปเพื่อจะมองอิคคิว แต่อีกฝ่ายหมุนตัวเดินกินป๊อบคอร์นเพลินๆ ไปทางอื่นแล้ว

           

 

ไอ้ดินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ และพ่นออกมาสั้นๆ สะบัดหัวสองสามทีก่อนจะเดินต่อ แวะถามทางกับพนักงานในห้างเอาว่าร้านที่คุณเรียวนัดอยู่ตรงไหนจนกระทั่งเดินมาเจอขวัญใจตัวเองกำลังนั่งกินไก่

           

 

“อ้าว มาแล้ว นั่งๆ ฉันสั่งชุดใหญ่มาเลย กินด้วยกัน ขอโทษนะที่พามากิน KFC อะ แต่มันง่ายและเร็วสุดแล้ว”

           

 

“ไม่เป็นไรครับ ดินกินได้ พี่เขี้ยวก็ชอบซื้อมาฝากบ่อยๆ” เรียวจันทร์ยิ้มทั้งที่ปากเคี้ยวเนื้อไก่ไม่หยุด ดินยิ้มน้อยๆ และเริ่มหยิบไก่ใส่จานตัวเองที่เรียวจันทร์เตรียมไว้ให้

           

 

“หนังสนุกป้ะ” เรียวจันทร์ถาม ดินชะงักไปนิด ไม่แน่ใจว่าควรเล่าเรื่องอิคคิวให้เรียวจันทร์ฟังด้วยมั้ย แต่ไอ้ดินมันก็คิดว่าคุณเรียวคงไม่ได้อยากรู้ อีกอย่างก็แค่นั่งดูนั่งด้วยกันแล้วก็แยกกันแล้วด้วย

           

 

“สนุกครับ แต่…” ไอ้ดินยิ้มแบบกล้าๆ กลัวๆ เรียวจันทร์เลิกคิ้วขึ้นทำหน้างงๆ

           

 

“…ดินฟังไม่ออกเลย อ่านแปลไทยข้างล่างก็ไม่ทัน” คุณนายแม่อ้าปากหวอตกใจ สีหน้าตะลึงไปนิด ก่อนจะรีบกลืนไก่ หยิบน้ำเปล่ามาดูดไปหลายอึก

           

 

“ดินนน ฉันขอโทษ ฉันลืมตัวอะ ฉันจองตั๋วให้แบบซาวด์แทร็ค” ใบหน้าสวยสลดลงอย่างรู้สึกผิด แต่ปากยังคงขยับเคี้ยวไก่หมับๆ อย่างหิวโหย เพราะดัดจริตกินไปน้อยนิดเมื่อเช้า ตอนทำงานแทบจะเป็นลม

           

 

“ไม่เป็นไรครับ เอาที่อ่านแปลข้างล่างมารวมๆ กันก็เลยพอจะเข้าใจเรื่อง” ดินยิ้ม ฉีกไก่เป็นชิ้นๆ แล้วจับเข้าปาก เรียวจันทร์ยังคงมีสีหน้ารู้สึกผิด แต่มือก็ยังไม่หยุดจับไก่เข้าปาก

           

 

“ดูหนังภาษาอังกฤษวันนี้แล้ว ดินอยากพูดภาษาอังกฤษได้เลย” เรียวจันทร์ยิ้มเกือบแฉ่ง เลือกหยิบไก่ทอดรสเผ็ดมากินหนึ่งชิ้น

           

 

“เรียนสิ มีคอร์สเยอะนะ ไม่ยากหรอก” ไอ้ดินทำหน้าขยาดเล็กๆ

           

 

“สมัยเรียนมัธยม ดินได้ภาษาอังกฤษเกรดสองเองครับ” เรียวจันทร์ยักไหล่หน้าตาสบายๆ

           

 

 

“ก็ยังได้สอง แสดงว่าก็ยังได้อยู่ บางคนติดศูนย์เลยนะดิน” ดินยิ้มไม่มั่นใจนัก แต่ก็พยักหน้าไปตามเรื่องตามราว เรียวจันทร์เคี้ยวกรุบๆ อย่างเอร็ดอร่อย ดินยิ้มกับท่าทางการกินอย่างมีความสุขของเรียวจันทร์

           

 

“เนี่ย เห็นมั้ยล่ะ ฉันถึงบอกไงว่าดินควรเข้าเรียนมหาวิทยาลัยต่อ ถึงแม้สุดท้ายแล้วดินจะกลับมาช่วยงานเขี้ยว แต่ถ้าดินมีดีกรีมาประดับเพิ่ม หรือได้ภาษาเพิ่ม ดินจะยิ่งสตรองนะจ๊ะ เชื่อพี่เกดสิ” ดินมองหน้าสวยๆ อย่างครุ่นคิด เรียวจันทร์ยักคิ้วให้เป็นเชิงยืนยันว่าเชื่อเจ๊

           

 

‘ผมอยู่มอหกครับ…’

           

 

จบมอหกก็ต้องขึ้นมหา’ลัยสินะ อันนี้ไอ้ดินรู้ ไม่ได้ซื่อถึงขั้นเซ่อสักหน่อย

 

           

           

พอจบงานที่สองของวัน เรียวจันทร์ก็โทรหาดินที่ไปนอนหลับรออยู่ในรถ  ไอ้หมียักษ์ไม่กล้าเดินไปไหนมาไหนคนเดียวเพราะกลัวจะหลง คุณนายเลยบอกให้รออยู่ที่รถแล้วจะเดินไปหาเอง ตอนที่กำลังจะเดินถึงรถ ร่างสูงใหญ่ของโยธินก็เดินเข้ามาขวาง เล่นเอาเรียวจันทร์ตกใจไปเบอร์ใหญ่ เห็นตั้งแต่ในงานเดินแบบละ มาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ได้ นางกำลังจะอ้าปากด่า แต่พอเห็นรอยฟกช้ำดำเขียวบนใบหน้าขาวผ่องก็ต้องขมวดคิ้ว

           

 

“มีอะไร” แต่ถึงจะแปลกใจยังไง แต่นางไม่มีอารมณ์อยากเผือกเรื่องของอดีตแฟน ยอร์ชทำหน้าลำบากใจแต่ก็เปิดปากพูด

           

 

“เรียว ยอร์ชเดือดร้อนอะ” เรียวจันทร์ยกสองแขนกอดอก เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามโดยไร้เสียงว่าแล้วไง

           

 

“เรียว…”

           

 

“นายเดือดร้อน เกี่ยวอะไรกับฉัน” โยธินมองเรียวจันทร์อย่างอ้อนวอน

           

 

“ยอร์ชไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ เรียวช่วยยอร์ชหน่อยได้มั้ย” ร่างเล็กเบะปากน้อยๆ ปล่อยสองแขนลงข้างตัว

           

 

“ช่วยอะไร” อดีตแฟนคุณนายกลืนน้ำลายลงคอ สีหน้าท่าทางเหมือนไม่กล้าพูด แต่สุดท้ายก็พูดออกมา

           

 

“ยอร์ชจะขอยืมเงินเรียว แล้วเดี๋ยวยอร์ชจะรีบเอามาคืน” เรียวจันทร์อ้าปากหวอน้อยๆ มองยอร์ชด้วยความตื่นตะลึง

           

 

“โห เฮ้ย…” คุณนายอุทานแผ่วเบา ความตะลึงตีเข้าสองขมับจังๆ ทำเอางงไปเหมือนกันที่โดนขอยืมเงินกันง่ายๆ แบบนี้ แม้อีกฝ่ายจะมีท่าทีไม่กล้าเอ่ยและเกรงใจ แต่มันแค่แว้บเดียวมากๆ

           

 

“…ฉันไม่อยากเสียเวลาด่านาย แต่เอาเป็นว่าฉันไม่ให้ยืม ไม่ได้หยิ่ง แต่ฉันจน คิดว่าฉันรวยขนาดไหนเนี่ยถึงจะให้คนอื่นยืมเงินไปทั่ว” ว่าจบนางก็เลี่ยงจะเดินไปที่รถที่ดินเปิดประตูออกมารอด้านนอกและมองมาที่นางกับยอร์ชงงๆ

           

 

“แต่เรียวเป็นลูกเจ้าสัววิโรจน์ จะมาจนได้ยังไง!!” ยอร์ชพูดเสียงดังจนเกือบจะเป็นตะคอก ตอนนั้นเองที่ดินรีบเดินเข้ามาหาเรียวจันทร์ที่มีสีหน้าตกใจกับน้ำเสียงดังก้องนั้น

           

 

“คุณเรียว” ดินเรียก เจ้าของชื่อหันไปมองใบหน้าคล้ำเข้มของดินแปบหนึ่งก่อนหันไปมองหน้ายอร์ชต่อ นางยิ้มเยาะมุมปาก

           

 

“แจ้งใจตรงกันแล้วสินะว่าที่นายตะเกียกตะกายอยากกลับมาหาฉันเหลือเกินเพราะเงินนี่เอง แต่ขอโทษนะ ฉันเป็นลูกเขา แต่เราไม่รัก ไม่ได้สนิทกัน และฉันก็ไม่ได้เทิดทูลบูชาเขาด้วย สำนึกบุญคุณที่ให้เกิดมาแล้วก็จบไป ก็ถ้าคิดจะมาเกาะฉันแบบแต่ก่อนอีก เลิกเพ้อไปได้เลย” เรียวจันทร์จ้องยอร์ชตาแข็ง อดีตแฟนของนางมีท่าทีขุ่นเคือง ก่อนที่จะเดินจากไปด้วยความหงุดหงิด เรียวจันทร์มองตามอย่างไร้อารมณ์แล้วค่อยหันไปหาดิน

           

 

“กลับกันเถอะ”

           

 

“เขาไม่ได้ทำร้ายคุณเรียวใช่มั้ยครับ” เรียวจันทร์ยิ้มนิดหน่อย ยกมือขวาแตะต้นแขนดินเบาๆ

           

 

“จะทำได้ยังไง บอดี้การ์ดฉันล่ำขนาดนี้” ไอ้ดินเขินจนทำหน้าไม่ถูก เรียวจันทร์หัวเราะเบาๆ และควงแขนดินเดินกลับไปที่รถให้ไอ้หมียักษ์หน้าร้อนผ่าว

           

 

ถึงยังไง คนที่ทำให้ไอ้ดินเขินจากหน้าดำเป็นหน้าแดงได้ก็มีแต่คุณเรียวนี่แหละ

           

           

 

กลับมาถึงฟาร์มก็เป็นช่วงค่ำแล้ว ฝนตกโปรยปรายตามปกติของหน้าฝน แต่ยังดีที่ไม่ได้หนักมาก บรรยากาศที่ฟาร์มทั้งเย็นฉ่ำด้วยสายฝนและหนาวเย็นด้วยบรรยากาศภูเขาโอบล้อม เรียวจันทร์กับดินเดินกางร่ม ย่ำพื้นดินเฉอะแฉะกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ พอขึ้นมาถึงบนบ้าน เรียวจันทร์ก็ไม่เจอใคร แต่ในบ้านเปิดไฟไว้

           

 

“สงสัยงานยังไม่เสร็จ คุณเรียวไปอาบน้ำก่อนก็ได้ครับ ดินจะลงไปหาไอ้พวกคนงาน” คุณนายพยักหน้าหงึกๆ จังหวะนั้นโทรศัพท์ของนางก็ดังพอดี เลยล้วงมือเข้าไปหยิบในกระเป๋า

           

 

“อยู่ได้ใช่มั้ยครับ” เรียวจันทร์ขมวดคิ้วกับเบอร์หน้าจอบนโทรศัพท์สักแปบก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปคลี่ยิ้มให้ดิน

           

 

“ได้สิดิน ทำอย่างกับฉันไม่เคยอยู่ ไปหาเพื่อนเถอะ” ไอ้ดินเดินถือร่มออกไปจากบ้าน เรียวจันทร์มองเบอร์แปลกอย่างไม่ไว้ใจ แต่ก็กดรับ

           

 

“ฮัลโหล”

           

 

[เรียว! แม่เอง! อย่าเพิ่งวางนะ!] เรียวจันทร์ตัวแข็งทื่อ เปลือกตาเบิกกว้าง กำลังจะกดวางสาย แต่สติที่เหลืออยู่รีบดึงนางเอาไว้ นางเลยยกโทรศัพท์แนบหูอีกครั้ง และคิดว่านี่ไม่ใช่ผี ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องกลัว

           

 

“เบอร์เก่าโดนบล็อกไป ยังเพียรหาเบอร์ใหม่มาจนได้นะ” คุณนายว่าอย่างประชด หน้าตาอึดอัดที่จะคุยกับผู้หญิงคนนั้น แต่คิดไปคิดมา คุยกันให้รู้เรื่องชัดเจนไปเลยก็ดี

           

 

[เรียว ลูกอยู่ไหน ทำไมทิ้งแม่ไว้คนเดียวแบบนี้] เรียวจันทร์กัดฟันแน่น นางเกลียดเวลาที่แม่เรียกนางเพราะๆ ตอนที่ตัวเองเดือดร้อนและต้องการให้นางช่วยเหลือ แต่นอกเวลาอื่นจิกนางยิ่งกว่าไก่

           

 

“ไม่จำเป็นต้องรู้ แต่ที่รู้ไว้ คือคุณน่ารังเกียจ คุณทำร้ายบ้านพ่ออาทิตย์ได้ยังไง?!” ปลายสายเหมือนจะอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน เรียวจันทร์สะกดอารมณ์อยากเหวี่ยงไว้ในอก และรอฟังคำแก้ตัวและคำแถจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่

           

 

[มีคนสั่งแม่ เจ้าสัววิโรจน์ พ่อของเรียวน่ะ เขาสั่งแม่] โรสิตาตอบเสียงลนลาน เรียวจันทร์นิ่งจนเหมือนจะช็อค ร่างกายคล้ายเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ

           

 

ทั้งพ่อทั้งแม่เลยเหรอ… สองคนนี้แค่ให้กำเนิดนางมาจริงๆ

           

 

“ร่วมมือกันดีเหลือเกินนะ ผีเน่ากับโรงผุจริงๆ…” เรียวจันทร์กัดฟันแน่น น้ำตาเอ่อคลอขอบตาทั้งสองข้าง

 

 

“…ตอนอยู่ในท้องแม่ คงเป็นช่วงชดใช้บาป แต่ขอบคุณบุญในตัวเองที่ยังพอมีแล้วส่งให้เรียวได้มาอยู่กับพ่ออาทิตย์…” แม้จะพูดใบหน้าไร้อารมณ์ แต่น้ำตาก็หยดลงบนแก้มข้างละหยด

 

 

ถึงจะหน้าไร้อารมณ์ยังไง แต่หัวใจของเรียวจันทร์เจ็บปวดกับการกระทำของผู้ให้กำเนิดตัวเองเหลือเกิน

 

 

[เรียว ฮึก แม่ขอโทษ แต่ฟังแม่ก่อน…] เรียวจันทร์ปาดน้ำตาออกจากแก้ม พูดเสียงเรียบแต่เน้นย้ำ

 

 

“…ออกไปจากบ้านของเรียวกับพ่อ ออกไปเองดีๆ ซะ อย่าให้เรียวต้องไปไล่ถึงที่ เพราะเรียวไม่อยากเจอหน้าคุณ”

 

 

[ฮือออ… เรียว แม่ขอโทษ อย่าทิ้งแม่เลย] แว้บหนึ่งเรียวจันทร์จะใจอ่อน แต่พอนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมา มันก็สอนนางว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยสำนึกผิดจริงจัง

 

 

“ขอบคุณที่ทำให้เรียวเกิด แต่นับจากนี้ จงไปใช้ชีวิตตามทางของตัวเอง ให้เวลาอีกแค่หนึ่งอาทิตย์ หลังจากนั้น คุณจะต้องหายไปจากบ้านเรียวเด็ดขาด” เรียวจันทร์ฝืนพูดเสียงแข็งจนจบประโยค และพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีก

 

 

[เรียว… ฮึก แม่ไม่รู้จะไปอยู่ไหน แม่ไม่มีที่ไป แม่เหลือเรียวแค่คนเดียวแล้ว… ฮือ]

 

 

“งั้นแม่ก็ควรรู้ไว้ว่าต้องหัดรักษาน้ำใจกับคนที่แม่เหลือเพียงคนเดียว…” เรียวจันทร์ยืนฟังเสียงร้องไห้ของมารดาตนเองใบหน้าเรียบเฉย แต่น้ำตาคลอเต็มเบ้าตา

 

 

“…ไป ออกไปจากชีวิตเรียว หมดความเกี่ยวข้องกันเท่านี้ ถ้ากรีดเลือดคืนให้กันได้ เรียวก็อยากทำให้ แต่ในเมื่อมันทำไม่ได้ ที่ผ่านมาถือว่าเรียวตอบแทนบุญคุณไปแล้วก็แล้วกัน คุณแม่” เรียวจันทร์จบประโยคเสียงสั่น โรสิตาร้องไห้โฮ เรียวจันทร์ดึงโทรศัพท์ออกจากข้างหู กดวางสายด้วยสายตาที่แน่วแน่กับการตัดสินใจของตัวเองแล้ว

 

 

เมื่อนึกถึงคนเป็นพ่อ เรียวจันทร์ก็โมโหจนตาขวาง เสี่ยจอมทัพที่นางว่าเลว อาจจะสู้พ่อนางไม่ได้เลย นางต้องพูดกับผู้ชายคนนั้นเรื่องความเลวของเขาอย่างแน่นอน




 :katai5:

ตัดไหมที่ผ่าฟันคุดมาแล้วววว กลายเป็นว่าเจ็บกระพุ้งแก้มที่เขาเกี่ยวไหมไว้มากกว่าเจ็บแผลจริงๆ ซะอีก  :mew6:

อะ ดิน ยังไงๆ

อิคคิวเคยปรากฎตัวในเม้าท์พิเศษวันขึ้นปีใหม่ที่ตอมไว้ให้อ่านในโน้จของเพจแล้วนะคะ น้องก็มาลอยๆ แบบมึนๆ นี่คือจะมาปาดพ่อดินแข็งของเจ้ไปงั้นเหรอหนูอิคคิว 

ในส่วนของขุ่นแม่ ในที่สุดแม่เรียวก็ตัดเนื้อร้ายออกจากชีวิตจนได้ มันดูโหดร้ายและใจร้ายกับการกระทำนี้เนอะ แต่สิ่งที่เรียวจันทร์โดนผู้หญิงคนนี้ทำมา ตอมว่ามันก็ควรจะหยุดเลี้ยงดูเขาแล้วจริงๆ

อย่างที่เคยบอกไปค่ะว่า ประเด็นเรื่องเรียวจันทร์กับแม่คือละเอียดอ่อนมากสำหรับตอม คิดเสมอว่ามันมากไปมั้ยถ้าเรียวจันทร์จะพูดแบบนี้กับแม่ หรือเรียวจันทร์จะทำแบบนี้กับแม่ แต่พอเห็นข่าวบางข่าวในสังคมจริงๆ ก็รู้สึกว่า เรียวจันทร์กับคุณนายโรสิตาเบาไปเลย เรียวจันทร์ยังดีว่าไม่เอาเรื่องแม่ ขอแค่ให้ไปจากชีวิตนางเท่านั้นเอง

พรีออเดอร์หนังสือพ่อเขี้ยวแม่เรียวปิดแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เปย์แม่มากค่ะ ส่วนใครไม่ได้เปย์ก็ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามกันอยู่  :mew1:

ไทม์ไลน์การทำหนังสืออ่านได้ที่โพสปักหมุดของเพจขุ่นเจ้เลยนะคะ ^_^

               

ขอขอบคุณคนอ่านที่ติดตามอ่านเรื่องนี้กันอยู่มากๆ นะคะ  ขอบคุณที่รักและสนุกไปกับเรื่องราวในแบบที่เป็น คอมเม้นคือแรงกำลังใจของคนเขียน แม้อาจจะไม่มากแต่ก็ดีใจที่ยังมีคนคอยเม้นเป็นแรงขับเคลื่อนดีๆ ให้อยู่เสมอ  :hao3:

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ดินกับน้องอิคคิวเปล่าเนี่ย

ออฟไลน์ KJ.

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 4
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-1
แอบอยากให้ดินเป็นรับแบบคิวเป็นรุกน่ารักงี้ :z1: :haun4:

ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
ก็เข้าใจว่า เป็นลูกควรกตัญญูกับแม่นะ
แต่กับโรสิตา ที่ให้กำเนิดแต่ไม่เคยเลี้ยงดู แถมทำร้ายลูกขนาดนี้ เราไม่คิดว่า เรียวทำผิดเลย
แต่ถ้าช่วยแล้วนางสำนึกได้จริงก็น่าช่วยนะ แต่ที่ผ่านมาแม่ไม่เคยสำนึกได้เลย เพราะงั้นเราถึงคิดว่า เหมาะสมแล้ว

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ me12inzy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
สะใจค่าาาาา อิโรสิตา หึหึ เป็นไงละหล่อน
เหลือคิลอิพ่อต่อ คุณแม่เรียวสตรองๆนะคะ

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
หูยยยยยย เรียวสู้!

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
ตัดทิ้งไปให้หมดค่ะ  :z2:

ออฟไลน์ คุณเจ้

  • Follow your heart, but take the brain with.
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +263/-8


คาถาที่ ๓๑ :: How dare you?! (แกกล้าดียังไง?!) [35%]




“จะไปไหน?” เรียวจันทร์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดินออกจากห้องนอนคมเขี้ยวในช่วงเช้าของวันใหม่ที่มีฝนตกโปรยปรายลงมาต่อเนื่องจากเมื่อคืน เรียวจันทร์หันไปมองพ่อเครางามนอนเปลือยท่อนบนอยู่บนเตียง คมเขี้ยวมองกลับมาอย่างสงสัยแต่ก็ยังคงความดุที่ช่วงนี้มีให้นางบ่อยเหลือเกินเหมือนเดิม

           

 

“เข้ากรุงเทพฯ” คมเขี้ยวขมวดคิ้ว

           

 

“มีงานเหรอวันเนี้ย เช็กในตารางไม่มีไม่ใช่รึไง” เรียวจันทร์ยิ้มระรื่น บิดตัวเขินๆ นิดหน่อย

           

 

“แหม แอบเช็กตารางกันด้วยอ้า ไม่หวงจริงไม่ทำนะเนี่ย” คุณนายว่าเสียงยาน ยิ้มหวาน แต่คมเขี้ยวยังหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่นาง จนนางกลอกตาหน้าเซ็ง

           

 

“ไปไหน” คมเขี้ยวถามเสียงแข็งอีกที เรียวจันทร์บิดปากน้อยๆ ก่อนตอบเสียงไม่เต็มใจตอบ

           

 

“ไปช่วยงานเป็ด”

           

 

“ช่วยอะไร ถ้าจะช่วย ทำไมไม่ค้างกรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อวาน” เรียวจันทร์ถลึงตาใส่ไอ้โย่ง อยากจะขว้างหลุยส์ต๊องแต๊งบนไหล่ซ้ายใส่หน้าสักที

           

 

“ฉันจะ…”

           

 

“…พูดว่าไร?!” คมเขี้ยวสวนเสียงดุทันควัน เรียวจันทร์ปรือตาหน้าบึ้งมองไอ้เครา

           

 

“หนูจะปล่อยให้ดินกลับคนเดียวได้ไง แล้วเป็ดมันก็เพิ่งบอกเมื่อคืน” คมเขี้ยวมองแม่คุณนายอย่างไม่ไว้ใจ เอี้ยวตัวไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยๆ ตรงข้างหัวเตียงขึ้นมากดเลื่อนหาอะไรสักแปบก่อนจะกดโทรออก เรียวจันทร์ยืนกอดอกมองพ่อคาวบอยรอสายอีกฝ่าย ซึ่งเชื่อเลยว่าเป็น…

           

 

“คุณเป็ดเหรอครับ… วันนี้เรียวต้องเข้าไปหาคุณเป็ดเหรอครับ…” คมเขี้ยวย่นคิ้ว มองเรียวจันทร์ที่ยักคิ้วขึ้นให้หนึ่งที เป็นเชิงบอกว่า ก็กูบอกแล้ว

           

 

“…ผมไปด้วยได้มั้ยครับ”

           

 

“ไม่ต้องไปเลย สภาพร่างกายเพิ่งฟื้น เมื่อวานคุณป๋าก็มาฟ้องว่าพี่ออกไปตากแดดตากลมมา เมื่อคืนนอนกอดหนูตัวระอุไปหมด” คมเขี้ยวขมวดคิ้ว หูยังคงฟังเป็ดร่ายยาวว่าเป็นนัดของเพื่อนสาวทั่วไป แต่สายตามองเรียวจันทร์ที่ทำสีหน้ายืนยันว่าตัวเขาห้ามออกไปไหน

           

 

“ครับๆ คุณเป็ด” คมเขี้ยววางสายจากเป็ด วางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม ชะงักไปนิดเมื่อเห็นถาดอาหารและยาที่เพิ่งจะเห็นว่าวางอยู่บนโต๊ะ

           

 

“กินข้าวกินยาซะ เย็นๆ เดี๋ยวกลับ”

           

 

“เตี๊ยมกับเป็ดรึเปล่า” คมเขี้ยวถามเสียงห้วน เรียวจันทร์ย่นคิ้วน้อยๆ

           

 

ถึงเตี๊ยมจริงคิดว่าจะบอกมั้ยห๊าไอ้เขี้ยวกุด

           

 

“พี่เขี้ยว นอกจากช่วงนี้จะดุยิ่งกว่าหมา ยังทำตัวขี้ระแวงเป็นออพชั่นเสริมด้วยเหรอ” คมเขี้ยวชักสีหน้าเบาๆ เคืองนิดๆ ที่ยัยคุณนายจับจุดได้

           

 

“แล้วทำไมต้องแต่งตัวสวยด้วย” เรียวจันทร์ก้มลงมองสภาพตัวเอง ขมวดคิ้วงงว่ามันสวยอะไร ก็เสื้อเชิ้ตสก็อตสีฟ้าขาวของผัวตัวใหญ่ๆ กับกางเกงยีนสีดำรัดรูปแค่เนี้ย

           

 

“หนูว่าหนูแต่งตัวธรรมดามากนะพี่เขี้ยว ที่มองว่าสวยเพราะหน้าหนูสวยรึเปล่า มีส่วนนะ” คุณนายนางว่าด้วยท่าครุ่นคิดที่จริงจัง ไม่ได้ว่าเล่นๆ เพราะนางคิดว่าประเด็นเรื่องความหน้าสวยของนางมันเป็นเรื่องจริง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มีอยู่จริง

           

 

“วันนี้ไอ้ฝรั่งนั่นมันถึงไทยไม่ใช่รึไง” เรียวจันทร์เลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าสวยเหลอหลา

           

 

“ใคร? แจเร็ดอะเหรอ เขากลับวันนี้เหรอ พี่เขี้ยวรู้แล้วทำไมหนูไม่รู้”

           

 

“มันบอกในวอทสแอพตอนส่งรูปใส่กางเกงในมาให้ไง!” คมเขี้ยวกระแทกเสียงด้วยความหงุดหงิด ภาพที่มันส่งมาพร้อมแคปชั่นสยิวยังติดตา แม่คุณนายบอกว่าแค่เพื่อนกัน เข้าใจตรงกันแล้วว่าสถานะเป็นไง แต่เขาว่าไม่ใช่ แม่จันทร์ไรต้องคิดเองเออเองว่าไอ้ฝรั่งมันเข้าใจไปกับตัวเองแล้วแน่ๆ

           

 

“อ๋อ…” ริมฝีปากสีชมพูบิดน้อยๆ แอบมองหน้าสามีตาขวางเล็กๆ

 

 

“…แหม เก็บรายละเอียดเชียว แต่สบายใจได้ค่ะ ไม่ได้ไปรับแจเร็ด หนูเพิ่งรู้จากพี่ด้วยซ้ำว่าเขามาถึงวันนี้” คมเขี้ยวมองอย่างไม่ไว้ใจ เรียวจันทร์ยกสามนิ้วขึ้นทำท่าสาบาน

           

 

“ด้วยเกียรติแห่งเมียพี่เขี้ยว พยัคฆ์เกรียงไกร หนูไม่โกหกค่ะ จริงๆ เชื่อหนู ไม่แอคติ้ง” คมเขี้ยวมองเรียวจันทร์อย่างพิจารณา กำลังตัดสินใจว่าจะเอายังไงดี แต่คำพูดของแม่ก็ดังขึ้นในหัวว่าช่วงนี้เขาชอบด่าเรียวจันทร์

           

 

“ไปนานมั้ย” เขาถามเสียงห้วน

           

 

“น่าจะกลับถึงฟาร์มสักหกโมงหรือทุ่มนึง รีบไปรีบกลับแหละค่ะ” เรียวจันทร์บอกอย่างประชด คมเขี้ยวถอนหายใจและปัดมือขวาเป็นเชิงไล่ เรียวจันทร์จิกตาใส่หนึ่งทีและหมุนตัวเดินออกไปจากห้องนอนอย่างเร็ว

           

 

คมเขี้ยวรีบคว้ามือถือขึ้นมากดโทรหาไอ้ดิน พอไอ้น้องชายรับสายก็สั่งเสียงเข้ม

           

 

“ไอ้ดิน ตามพี่สะใภ้มึงไป… เขาจะเข้ากรุงเทพฯ… ตามไปดูให้กูหน่อยว่าไปไหน… กูเดี้ยงอยู่ เอาไอ้จีนกับไอ้เทิงไปด้วย จะได้มีคนช่วยมึงจำทาง”

           

 

คมเขี้ยวกดวางสายจากไอ้ดิน หลับตาลงด้วยความเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเพราะพิษไข้ แต่อาจเพราะปกติไม่ใช่คนป่วยง่าย ร่างกายเลยสู้กับอาการไข้ได้ไหวอยู่ แม้บางทีจะหนักหัวจนจะล้มก็มี เมื่อคืนเรียวจันทร์เช็ดตัวเขาไปบ่นเขาไป คุณนายจะขอนอนแยกห้องเพราะกลัวติดไข้ แต่เขาไม่ยอม โดนแม่ตัวดีบ่นจนหลับ เขาก็กลัวเรียวจันทร์ติดไข้เหมือนกัน แต่กลัวคำพูดแม่มากกว่า

           

 

เขาหนีไปแล้วจะรู้สึก

           

 

กลัว แต่ใจแม่งก็มึน บางทีชอบหวนนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ ก็พาลหงุดหงิดและเกิดอาการต่อต้านเรียวจันทร์เล็กๆ เขาเองก็พยายามลืมเรื่องที่เรียวจันทร์ทำไว้ให้หมดอยู่ แต่มันยังทำไม่ได้ เห็นหน้าก็อยากดุแล้ว นี่ยังมามีพฤติกรรมลับล่ออีก ไอ้ฝรั่งกิ๊กเก่าก็จะกลับมา เมื่อวานไอ้ดินก็บอกว่าแฟนเก่ายัยคุณนายก็มาหาหลังเลิกงาน แบบนี้ไม่ให้เขาระแวงได้ไงวะ ดีที่ช่วงนี้ไอ้จอมทัพเงียบไป ไม่งั้นเขาคงต้องกินยาระงับประสาทสักพักเลยแหละ

 

           

           

เรียวจันทร์ขับรถออกมาจากประตูใหญ่ของฟาร์มที่พาออกไปสู่ถนนใหญ่อันเป็นถนนหลัก จังหวะที่กำลังจะเลี้ยวออกถนนใหญ่ นางก็ต้องเหยียบเบรกอย่างแรงจนหน้าผากกระแทกพวงมาไหล่ไปที

           

 

“โอ๊ย! อีห้า! หน้าฉันแหกมั้ยเนี่ย?!” สิ่งแรกที่นางทำก่อนที่จะไปฉะอีเจ้าของรถที่มาเบียดนางคือส่องกระจกดูก่อนว่าหน้าตัวเองเป็นยังไงบ้าง

           

 

“หูยยย เหม่งแดงเลยอะ” นางหน้าเสียไปนิด เพราะมันค่อนจ้างแดงแจ๋ ในขณะที่กำลังจะปรับอารมณ์ให้พร้อมไปด่าเจ้าของรถอีกคัน กระจกประตูก็ถูกเคาะรัวๆ โดยผู้ชายร่างใหญ่หนาคนหนึ่งที่คุ้นตา

           

 

“ไอ้ยอร์ชนี่…” เรียวจันทร์ปลดเข็มขัดออกจากตัว เปิดประตูออกไปหมายจะด่าก่อนถามว่ามาที่นี่ได้ไง

           

 

“ไอ้บ้านี่ นายจะเบียด… ว้ายยยยยย!!!” คุณนายร้องเสียงแหลมเสียงหลงเมื่อเจอกระบอกปืนสีดำจ่อมาทางหน้านางเต็มๆ พอเลื่อนสายตาดูไอยอร์ชก็เห็นว่ามันดูเหมือนคนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้ว

           

 

“ไปขึ้นรถ!!!” เรียวจันทร์สะดุ้งตาปิดเมื่อเจอเสียงตะคอกดังลั่น อดีตแฟนของนางหอบหายใจรุนแรง นางค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมองก็เห็นว่ายอร์ชมีท่าทีโมโห แต่สายตาโหดเหี้ยมนั้นมีความหวาดกลัวปนเปอยู่ด้วย

           

 

“ยะ… ยอร์ช… ทำไมทำแบบ…”

           

 

“…มึงไม่ต้องพูดมากอีเรียว!!!” เรียวจันทร์ตะลึง ก่อนจะถลึงตาใส่ไอ้ห่ายอร์ช

           

 

“เน่!! ปากดี! เรียกฉันว่าอีได้ไง ไอ้ผี!!”

           

 

“มึงอยู่เฉยๆ!!”

           

 

“อ๊า…” มือซ้ายที่ง้างเตรียมตบเข้าที่แก้มช้ำๆ ของไอ้ยอร์ชลดลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับสีหน้าเบะปากจะร้องไห้กับกระบอกปืนที่จ่อเข้าตรงคอหอยของตัวเอง

           

 

“เดินไปขึ้นรถกับกู!!”

           

 

“จะไปไหนอ้ะ?!”

           

 

“มึงอย่าเพิ่งถามมาก กูบอกให้ไป!!” ยอร์ชพูดเสียงตะคอก จ้องตาเรียวจันทร์แทบหลุด คุณนายตั้งสติแล้วรีบประมวลผลอย่างรวดเร็ว จากสีหน้าท่าทางของไอ้ยอร์ชมันดูกล้าๆ กลัวๆ ยังชั่วไม่เต็มที่ งานนี้ต้องขอบคุณเสี่ยที่ทำให้เห็นว่าคนชั่วจริงๆ จะมีลักษณะยังไง

           

 

“ขอหยิบกระเป๋าก่อนได้มั้ย” คุณนายขอเสียงอ่อย ท่าทีนอบน้อมกว่าเดิม ก็จะไม่ให้นางนอบน้อมได้ไง ปืนจ่อพร้อมยิงขนาดนี้

           

 

“ไม่จำเป็นเว้ย กูจะเอามึงไปเป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ ไม่ได้พาไปเดินแบบ!” คุณนายอ้าปากหวอด้วยตกใจ

 

           

“ตัวประกัน?”

           

 

“เออสิวะ!!” คุณนาย่นคิ้วครุ่นคิด มองอดีตแฟนตัวเองอย่างไม่เข้าใจว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่

           

 

“เดี๋ยวนะ ขับรถจากกรุงเทพฯ มาถึงนี่ เพื่อมาจับฉันไปเป็นตัวประกันเนี่ยนะ?!” เรียวจันทร์ถามด้วยความตกตะลึง ความหวาดกลัวกับกระบอกปืนสีดำหายไป มีแต่ความสงสัยไม่เข้าใจ ยอร์ชมองอย่างระแวง แต่ก็พยักหน้าแรงๆ หนึ่งที

           

 

“โอ๊ะตาย มานะเนอะ นี่ถ้าฉันไม่ออกจากฟาร์ม อย่าบอกนะว่าแกจะตามเข้าไปจับฉันถึงข้างในอะ?!” คุณนายถามอย่างข้องใจ และรู้สึกยอมใจในความอดทน ความมุ่งมั่นของมันที่ใช้เวลาราวสองชั่วโมงในการขับรถมานี่ ที่นางสงสัยมากๆ คือมันประคองอารมณ์จะจับนางไปเรียกค่าไถ่มานานขนาดนั้นได้ยังไง

           

 

“ก็ต้องอย่างนั้นสิวะ!” เรียวจันทร์ยังคงทึ่ง

           

 

“โอ้โห ยอร์ช ความมุ่งมั่นของแกเนี่ย ถ้าไปใช้ในทางที่ดีจะมีประโยชน์… ว้ายยย!!! ฉันแค่บอก เอาปืนออกไปจากหัวช้านนน อ๊ายย! อ๊ายย!!” คุณนายร้องกรี๊ดด้วยความตกใจและใจหายวาบเพราะไอ้ยอชร์ชมันกดปากกระบอกปืนตรงจุดแดงๆ บนหน้าผากของนางเต็มๆ

           

 

“มึงเลิกพล่ามและตามกูไปขึ้นรถได้แล้ว!!!” คุณนายน้ำตาไหลด้วยความกลัว แต่ก็ไม่ฟูมฟาย เดี๋ยวอายไลน์เนอร์จะเยิ้มได้ วันนี้นางไม่ได้ใช้แบบกันน้ำด้วย

           

 

“ขะ… ขอหยิบกระเป๋าก่อนนะ นะยอร์ชนะ ถึงจะเป็นตัวประกัน แต่ก็ขอเป็นตัวประกันสวยๆ เถอะ อีกอย่างจะเรียกค่าไถ่ตัวด้วยอะ ต้องสวยสมราคาหน่อย…” คุณนายย่นคิ้วเล็กๆ พยายามยิ้มประจบไอ้ยอร์ชที่ดูท่าจะบ้ามากขึ้นเรื่อยๆ

           

 

“…ว่าแต่ จะเรียกค่าไถ่เท่าไหร่แล้วจะเรียกจากใครเหรอ” นางถามเสียงอ่อน

           

 

“จากผัวใหม่มึงไง! กูจะขอมันสักห้าล้าน!” เรียวจันทร์ตาโต ก่อนจะยกมือทาบอก แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นไม่พอใจเล็กๆ

           

 

“ห้าล้าน?! เน่! ทำไมค่าตัวฉันมันถูกขนาดนั้นอะ เห็นฉันมีค่าแค่นั้นเหรอ ห๊า??!!” คนที่ตั้งใจมาจับตัวนังตัวแสบเรียกค่าไถ่ถึงกับไปไม่ถูก มือที่ถือปืนไว้เริ่มไม่มั่นคง หน้าตางงๆ เรียวจันทร์ถอนหายใจ มองเหยียดเล็กๆ ปัดปืนออกจากหน้าตัวเอง หันไปเปิดประตูรถ ก้มตัวลงหยิบกระเป๋าขึ้นมา ในช่วงเวลาสั้นๆ แค่นั้นนางรีบกดโทรศัพท์หาคมเขี้ยวและหย่อนโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าตามเดิม

           

 

“อะ จะไปก็ไป ไม่ต้องเอาปืนมาจ่อหน้าฉันอีกนะ แล้วก็คิดค่าตัวใหม่ให้มันมากกว่านั้นด้วย ผัวฉันรวยย่ะ!” ยอร์ชมองเรียวจันทร์อย่างสับสนมึนงง เริ่มทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นตึกๆ ด้วยความตื่นเต้น กลัวใครจะมาเห็นเข้า เขาไม่รู้ว่าไอ้การเรียกค่าไถ่จะต้องทำยังไงต่อบ้าง

           

 

“เอ๊า? ยืนทำไมอะ ตามมาจับฉันถึงหน้า-ทาง-เข้า-ฟาร์มขนาดนี้ ก็ไปสิ จะได้เรียกค่าไถ่ได้” เรียวจันทร์ตะโกนเสียงสถานที่ที่ตัวเองยืนอยู่ดังๆ ให้ฟังชัดๆ ไม่รู้ไอ้เขี้ยวกุดกดรับสายรึยัง แต่พูดให้ดังไว้ก่อน

           

 

ครืดดด!!

           

 

เสียงล้อรถบดกับถนนลูกรัง เรียวจันทร์กับยอร์ชหันไปมอง แต่คนละอารมณ์ ยอร์ชมองด้วยความตกใจ ยิ่งตกใจเข้าไปอีกเมื่อเห็นผู้ชายสามคนลงมาจากรถ

           

 

“ดิน!!” เรียวจันทร์ตะโกนด้วยความดีใจ

           

 

“เฮ้ย! มึงทำอะไรคุณเรียววะ!” เทิงตะโกนเสียงดังพร้อมชี้หน้ายอร์ช คนโดนชี้ลนลานสักแปบก่อนจะใช้แขนซ้ายรัดคอเรียวจันทร์แน่น

           

 

“ว้ายยย!!! ไอ้บ้า อย่ารัดแรง เดี๋ยวฉันตาย!”

           

 

“ไอ้เหี้ย! ปล่อยคุณเรียวนะโว้ย!!” จีนตะโกนอย่างโมโห และรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่มีอาวุธติดตัวกันมาเลย

           

 

“นี่! พวกนายอย่าไปกลัว มันจะจับฉันไปเรียกค่าไถ่ มันไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก!” สิ้นคำคุณนาย ยอร์ชก็ปล่อยตัวเรียวจันทร์และใช้มือซ้ายตบแก้มขาวผ่องเต็มแรงจนเรียวจันทร์กระเด็นไปติดรถ

           

 

“ไอ้เหี้ย!!” ดินตะโกนด้วยความโมโห ก้าวเท้าจะเดินเข้าไปช่วยเรียวจันทร์แต่พอไอ้ยอร์ชหันกลับมาพร้อมกับเล็งปืนมาทางตัวเองเลยต้องหยุดชะงัก

           

 

“พวกมึงหยุดเลย! ไม่ต้องมาเสือก!!” ยอร์ชตะโกนลั่น ดิน เทิง จีน ยืนมองกลับมาอย่างเคียดแค้น

           

 

เรียวจันทร์ยืนสะอื้นไห้เบาๆ ยกมือแตะแก้มที่โดนตบเต็มๆ ช่วงนี้นางโดนผู้ชายตบหน้านางสองคนแล้วนะ แถมอีสองคนนี้ยังตบคนละฝั่งด้วย ครบเลยเนี่ย

           

 

“อย่าปากดีอีกนะมึง อย่าคิดว่ากูเอามึงไปเรียกค่าไถ่แล้วกูจะไม่กล้าทำอะไร!” เรียวจันทร์หันไปมองไอ้ห่ายอร์ชทั้งที่น้ำตานองหน้า ดวงตากวางน้อยมองขวางอย่างพยาบาท ยอร์ชผงะไปนิด เพราะเผลอคิดถึงอิทธิฤทธิ์ของเรียวจันทร์ แต่ก็รีบสลัดทิ้งไปอย่างเร็ว

           

 

“เดินไป!” ยอร์ชสั่งเสียงดัง เรียวจันทร์สะอื้นเล็กๆ หมุนตัวเดินไปทางรถยอร์ชที่จอดรออยู่

           

 

ปัง!

           

 

เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงรถยนต์จอด ยอร์ชสะดุ้งตัวโหยง เรียวจันทร์หันไปมองก็เจอกับคมเขี้ยวที่กระโดดลงจากหลังกระบะในสภาพเปลือยท่อนบน ด้านล่างใส่กางเกงนอนตัวเดียวกับเมื่อคืน มือถือปืนลูกซองสีน้ำตาลแก่ คุณนายยิ้มทั้งน้ำตา

           

 

“พี่เขี้ยว!!” ผัวนางรับสายยย

           

 

“ปล่อยเรียวจันทร์ ไม่งั้นมึงตาย” คมเขี้ยวว่าเสียงเหี้ยมหน้าดุ พวกคนงานหลายสิบคนของฟาร์มที่ติดรถกระบะทั้งสองคันกระโดดลงมาพร้อมอาวุธครบมือ วิ่งมายืนล้อมโยธินที่หน้าตื่นหวาดกลัว

           

 

“กู… กูไม่ปล่อย!”

           

 

“ว้ากกก!” เรียวจันทร์ร้องลั่นเมื่อโดนแขนใหญ่ๆ รัดคออีกรอบ

           

 

ปัง! กร่อบแกร่บ!

           

 

คมเขี้ยวยิงปืนไปที่ประตูรถของโยธิน กระจกประตูร้าวเป็นวงกว้าง เจ้าของรถร้องตกใจเสียงดังลั่นและเผลอปล่อยแขนออกจากคอเรียวจันทร์ ยอร์ชรีบหันกลับไปหาคมเขี้ยวที่มองนิ่งท่าทีเอาจริง กระบอกปืนลูกซองเล็งมาที่ตัวเอง

           

 

“อย่ายิง!!! อย่ายิง นี่ปืนปลอม ปืนปลอม!!!” ยอร์ชยกสองมือขึ้นยอมด้วยท่าทีหวาดกลัว ทุกคนในทีนั้นหน้าเหวอไปนิดพร้อมกับส่งเสียงอ้าวเบาๆ ยกเว้น…

           

 

“อะไรนะ??!! แกเอาปืนปลอมมาขู่ฉันงั้นเหรอ?!” ยอร์ชกลืนน้ำลายลงคอ หันไปมองเรียวจันทร์อย่างหวาดกลัว กลัวยิ่งกว่าคมเขี้ยวที่ถือปืนซะอีก ยอร์ชพยักหน้าหงึกๆ หลายที เรียวจันทร์เบิกตากว้าง

           

 

“ไอ้จิ้งจก!!! ผยองจะเป็นตุ๊กแกงั้นเหรอ ว้ากกก!!!!” เรียวจันทร์พุ่งเข้าใส่ยอร์ชจนยอร์ชล้มลงไปนอนกับพื้น คุณนายฟาดสองมือตบตียอร์ชไปทั้งหน้าและตบไปตามตัว

           

 

“โอ๊ยยย! โอ๊ยยย! ปล่อยยย เรียกตำรวจให้กูเถอะ เรียกตำรวจมา แต่เอาอีนี่ออกไปปป!”

           

 

“เฮยยยย! แกเห็นฉันโง่นักเหรออียอร์ช อีบ้า ทำฉันโง่ไปหลายนาทีเลย ฮึยยย!!!” เรียวจันทร์ทึ้งหัวยอร์ชกระแทกกับพื้นดินแรงๆ ยอร์ชร้องโหยหวน เรียวจันทร์ทั้งตบทั้งข่วนหน้ายอร์ชด้วยความโมโห

           

 

“เรียว พอแล้ว พอๆ” หลังจากยืนมองเมียตัวเองเอาคืนไอ้โยธินอยู่สักพัก คมเขี้ยวก็เดินเข้ามาดึงร่างเรียวจันทร์ให้ออกห่างจากอีกฝ่าย เรียวจันทร์ดิ้นขลุกขลักอยู่พักหนึ่งก่อนจะยืนนิ่งหอบหายใจแรง มองไอ้ยอร์ชที่นอนครวญครางอยู่บนพื้นด้วยความอาฆาต

           

 

คมเขี้ยวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ที่ไม่รีบเข้ามาห้ามเพราะอยากยืมมือแม่คุณนายเล่นงานไอ้นั่นสักหน่อย โทษฐานที่แอบมาหาเมียเขาเมื่อวานนี้ ไม่ว่าจะมาด้วยเหตุอะไร แต่เขาก็ไม่ชอบ

           

 

“ไอ้ดิน พามันไปสถานีตำรวจ เดี๋ยวกูตามไป”

           

 

“ครับพี่เขี้ยว” คมเขี้ยวพาเรียวจันทร์เดินไปขึ้นรถกระบะของฟาร์ม สั่งให้ใครสักคนขับรถเรียวจันทร์กลับเข้าไปในฟาร์มด้วย เรียวจันทร์มีสีหน้าพร้อมตะครุบเหยื่อได้ทุกเมื่อ นางจ้องไอ้ยอร์ชที่คนงานสามคนเข้าไปพยุงให้ลุกขึ้นยืน ทั้งที่มันสะบักสะบอมมากพอแล้วแต่นางก็ยังโมโหค้างอยู่ เลยลดกระจกลงและยื่นหน้าไปด่ายอร์ชในจังหะที่คมเขี้ยวถอยรถเพื่อหันหัวรถกลับเข้าฟาร์ม

           

 

“ไอ้ลูกเจี๊ยบ!!!” คุณนายชี้หน้าไอ้ยอร์ชที่หน้าเหยเกด้วยความเจ็บแสบกับรอยข่วนบนหน้าตัวเอง ไหนจะเจ็บใจที่แผนไม่สำเร็จ อันที่จริงอย่าเรียกว่าแผน มันเกิดบ้าขึ้นมาชั่วขณะ คิดแบบง่ายๆ คิดแบบสั้นๆ แบบคนหมดหนทาง แล้วสุดท้ายก็ถึงทางตันจริงๆ

 


 :hao4:

จะพูดอะไรดีล่ะ 55555555 ไม่รู้จะเอ่ยอย่างไรดีเลยค่ะกับพลังของแม่ เพราะแม่ก็คือเมียพ่อจริงๆ 5555555

ยอร์ชกล้าที่แท้จริงค่ะ ชายชาติทหารมาก บังอาจล้วงคอนางพญางูเห่า โดนงูฟัดเกือบตาย -..-

เนาะ คือแบบ แม่อะค่ะ 5555555 ไม่รู้จะว่ายังไงต่อจีๆ เอาเป็นว่า จะไม่ขอเป็นศัตรูกับแม่เด็ดขาด แม่ฟาดหนักมาก ฟาดเอาตาย อีพ่อตามมามีการปล่อยให้แม่ทุบตีก่อนแปบนึงนะ 555555

ใกล้จิจบแว้วววว อีกสองตอนครึ่งงงง



ไปทำงานด่วนแบบแทรกมากะทันหันสามวันค่ะ เลยทำให้ต้นฉบับตอนพิเศษในเล่มยังไม่เสร็จ แต่ตอนนี้เขียนถึงตอนสุดท้ายแล้ว อาทิตย์นี้ได้ส่งต้นฉบับให้คนจัดหน้าแล้วววว มีการคลาดเคลื่อนจากไทม์ไลน์ที่แจ้งไว้ในเพจ ต้องขออภัยจีๆ ค่ะ มีงานร้อนเข้ามาจริงๆ เลยต้องหยุดเขียนแปบนึง ตอนนี้กลับมาปั่นต่อใกล้จะเสร็จแล้ววว

พรีออเดอร์หนังสือพ่อเขี้ยวแม่เรียวปิดแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เปย์แม่มากค่ะ ส่วนใครไม่ได้เปย์ก็ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามกันอยู่

ไทม์ไลน์การทำหนังสืออ่านได้ที่โพสปักหมุดของเพจขุ่นเจ้เลยนะคะ ^_^

               

ขอขอบคุณคนอ่านที่ติดตามอ่านเรื่องนี้กันอยู่มากๆ นะคะ  ขอบคุณที่รักและสนุกไปกับเรื่องราวในแบบที่เป็น คอมเม้นคือแรงกำลังใจของคนเขียน แม้อาจจะไม่มากแต่ก็ดีใจที่ยังมีคนคอยเม้นเป็นแรงขับเคลื่อนดีๆ ให้อยู่เสมอ

สำหรับแท็กในทวิตสำหรับเรื่องนี้ใช้                                                                 
#WorksTheMagic หรือ #คมเขี้ยวเรียวจันทร์ ก็ได้ค่ะ

ออฟไลน์ puiiz

  • เป็ดEros
  • *
  • กระทู้: 3378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +135/-4

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
ขุ่นแม่ นางเด็ด เผ๊ชชชช จริงๆ จะถูกจับตัวเรียกค่าไถ่ ยังขอสวยไว้ก่อน แซ่บสะเด็ด 

ออฟไลน์ Piima

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 660
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-1
โอ้ยยยย

คุณนายงานเข้ารัวๆเลยนะคะ

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11

ออฟไลน์ Snowermyhae

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4014
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +97/-7
แม่ก็คือแม่จริงๆค่ะ  :hao7:
ขอถามหน่อยค่าาา คุณคนเขียนจะทำอีบุ๊คไหมอ่ะคะ เราหาตังไม่ทันพรี เสียใจมาก  :mew2:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
เหอะๆ ขุ่นแม่ก็คือขุ่นแม่ค่ะ พอรู้ว่า ปืนปลอมนางซัดไม่ยั้งจริงๆ 555

ออฟไลน์ Biwty...

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 985
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +22/-1

ออฟไลน์ fay 13

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5635
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +286/-44

ออฟไลน์ ♥►MAGNOLIA◄♥

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7518
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +193/-11
สมเป็นคุณนาย จริงๆ
เรียวจันทร์ตัวจริง คนจริงจนยอร์ชกลัว
ขอไปเจอตำรวจ ดีกว่าเจอนาง
ก่อนไปยังด่าซ้ำอีก "ไอ้ลูกเจี๊ยบ " ด่าเจ็บจริงๆ นะเนี่ย
       :L1: :L1: :L1:
  :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:

ออฟไลน์ คุณเจ้

  • Follow your heart, but take the brain with.
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 527
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +263/-8


คาถาที่ 31 [70%]




คมเขี้ยวพาเรียวจันทร์ที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วออกมาพบกับตำรวจเพื่อให้ปากคำที่สถานีฯ คุณนายทำแผลที่ปากเรียบร้อย คมเขี้ยวกลับถึงห้องก็กินข้าวเช้าและกินยาต่อจากที่ค้างไว้หลังจากเรียวจันทร์ออกไป พอขึ้นมาด้านบนของสถานีตำรวจ เรียวจันทร์ก็หันไปจิกตาใส่ยอร์ชที่นั่งอยู่อีกโต๊ะ อดีตแฟนของนางผงะไปนิดแต่คงจะตั้งสติได้แล้วเลยดูนิ่งมากขึ้น

           

 

“ผู้ต้องหาให้การว่า เป็นแผนที่เขาร่วมมือกับคุณเพื่อเรียกร้องความสนใจจากแฟนคุณครับ” คุณนายเบิกตากว้าง หันควับไปมองไอ้ห่ายอร์ชที่ยักคิ้วกวนตีนกลับมาให้

           

 

“อะไรนะ?!” นางแผดเสียงดั่งลั่นโรงพัก เล่นเอานายตำรวจอายุเยอะคนหนึ่งสะดุ้งจนแฟ้มในมือตกลงพื้น นายตำรวจหนุ่มที่ถามเรียวจันทร์ทำหน้าเหวอ และก่อนจะทันพูดอะไร เรียวจันทร์ก็ลุกขึ้นและเดินเร็วๆ ไปหายอร์ชที่หน้าตื่นกลัว

           

 

“อียอร์ช!! อีเลว อีผี!! แกกล้าดียังไงมาใส่ร้ายฉัน!” เรียวจันทร์พยายามจะก้าวข้ามโต๊ะสีน้ำตาลอ่อนเพื่อไปหาอียอร์ชที่เพิ่งลุกหนีไปยืนชิดติดกับกำแพง

           

 

“เรียวจันทร์ ใจเย็นๆ ก่อน!” คมเขี้ยวรั้งตัวเรียวจันทร์ไว้โดยมีนายตำรวจอีกสองนายมาช่วยด้วย ดิน เทิงและจีนที่ได้ยินเสียงโวยวายก็รีบวิ่งขึ้นมาบนสถานีฯ ภาพที่ทั้งสามเห็นคือ ร่างเล็กๆ ของเรียวจันทร์ดิ้นสุดแรงจนสะบัดคมเขี้ยวและนายตำรวจอีกสองคนหลุดและหงายหลังไปตามๆ กัน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหายอร์ชและใช้แฟ้มสีแดงฟาดตัวยอร์ชแรงๆ

           

 

“โอ๊ย!! โอ๊ยยยย! คุณตำรวจ จับผมเข้าไปในคุกที แต่เอาอีนี่ออกไปจากผม!!!”

           

 

ป้าบ! ป้าบ!

           

 

“เรียกฉันว่าอีเหรอ อียอร์ชชชช!!! ฮึ้ยยยยย!!!” เรียวจันทร์ระดมฟาดแฟ้มใส่ยอร์ชไม่ยั้งจนเจ้าตัวร้องโอดโอย คมเขี้ยวหันมาเห็นพวกดินพอดีเลยพยักหน้าให้เข้ามาช่วยกันจับเรียวจันทร์ไว้ให้แน่น คุณนายตัวลอยหวือออกห่างจากไอ้ยอร์ชแต่หน้าตาอาฆาตยิ่งกว่าผีอีแพง

           

 

“แกแก้คำให้การเดี๋ยวนี้เลยนะว่าฉันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง อีบ้า!! ฉันไม่เคยคิดแผนเรียกร้องแบบนี้โว้ย!!” นางพูดเสียงหอบอยู่ในอ้อมแขนคมเขี้ยว มีพวกดินคอยเตรียมพร้อมเผื่อนางจะกระโดดขย้ำไอ้นั่นอีก

           

 

“คนอย่างแกแผนเยอะจะตาย เรียกง่ายๆ ว่าตอแหลเก่ง แผนแค่นี้ทำไมแกจะคิดไม่ได้?!” ยอร์ชสวนกลับมาอย่างยียวนกวนตีน เรียวจันทร์เบิกเปลือกตากว้างมองอย่างเคืองแค้น

           

 

 

“ฉันยอมรับว่าฉันตอแหลเก่ง แต่เพราะฉันเก่งไม่ใช่เพราะตอแหล แต่อีแผนง่ายๆ โง่ๆ แบบที่แกทำฉันไม่เอาด้วยหรอก!” ยอร์ชยิ้มเยาะ เลื่อนสายตากวนๆ ไปมองคมเขี้ยวแล้วพูดเสียงชวนโดดถีบ

           

 

“แกแน่ใจเหรอวะว่าจะเอามันเป็นเมีย พูดในฐานะที่เคยเอามันมาก่อนนะ ถ้าแค่เอาผ่านๆ สนุกๆ เก็บมันไว้เถอะ แต่ถ้าจะจริงอย่าเลยว่ะ” ไอ้ยอร์ชหัวเราะสะใจ

           

 

“อียอร์ช!! แกพูดอย่างนั้นได้ยังไง?!! ฮะ?! แกพูดอย่างนั้นได้ยังไง?!!!” เรียวจันทร์แผดเสียงลั่นโรงพักอย่างโมโห พยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนคมเขี้ยวเข้าไปตบไอ้กวนตีนยอร์ช

           

 

“คนอย่างนังเรียวจันทร์มันร่านจะตาย คนที่มันเรียกว่าผัวมีตั้งกี่คน…” เรียวจันทร์มองยอร์ชอย่างมาดร้าย แต่มันก็ยังทำหน้ากวนประสาทไม่หยุด

           

 

“…แกแน่ใจได้ยังไงว่ามันมีแกเป็นผัวคนเดียว นังเรียวมันก็เป็นเมียของผู้ชายไปทั่วแหละถ้ามันมีโอกาส” เรียวจันทร์กัดปากล่างแน่นอย่างโมโห สองมือกำแน่นด้วยความแค้นใจ

           

 

“แกระวังไว้เหอะ วันดีคืนดีเดี๋ยวจะจับชู้มันได้”

           

 

“ไอ้ยอร์ช!!!” เรียวจันทร์ตะโกนลั่น สะบัดตัวเองหลุดจากอ้อมแขนคมเขี้ยว หยิบแฟ้มที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะแล้วขว้างใส่ไอ้อดีตแฟนเฮงซวย ไอ้ยอร์ชกระโดดหลบไปซ้ายทีขวาที เรียวจันทร์ขว้างจนแฟ้มหมดโต๊ะก็ยืนหอบแรงๆ ก่อนจะตั้งสติพูดเสียงดังฟังชัด

           

 

“ฉันไม่เคยคิดแผนชั่วแบบนี้กับแก แกเป็นคนคิดจะมาจับฉันไปเรียกค่าไถ่ เพราะบ้านแกเป็นหนี้ และแกติดหนี้พนันบอล ตอนแรกแกกะกลับมาคืนดีฉัน หวังขอเงินฉันเพราะคิดว่าฉันเป็นลูกเจ้าสัววิโรจน์ แต่ขอโทษนะ เขาไม่เคยให้อะไรฉันเลยนอกจากชีวิตนี้ที่เกิดมา!” เรียวจันทร์จ้องยอร์ชตาขวาง ไอ้คนโดนจ้องยิ้มกวนตีนคุณนายมาก

           

 

“อีแผนกะหลั่วๆ ปัญญาอ่อนแบบเนี้ย ฉันไม่เอาด้วยหรอก มันตอแหลไม่พอ แล้วฉันก็ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องความสนใจจากใคร เพราะผัวฉันสนใจฉันอยู่แล้ว ใช่มั้ยไอ้พี่เขี้ยว!?” เรียวจันทร์สะบัดหน้าหันกลับมามองคมเขี้ยวด้วยสีหน้าและสายตาพร้อมวีน คมเขี้ยวกลืนน้ำลายลงคอ มองซ้ายทีขวาทีก็เห็นตำรวจมองเขาเป็นตาเดียว เขาหันกลับไปมองเรียวจันทร์ที่ยืนมองตาขวางเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า

           

 

“อื้อ สนใจ” เรียวจันทร์สะบัดหน้าหันกลับไปมองไอ้ยอร์ชที่เหยียดริมฝีปากเหมือนกำลังดูถูก

           

 

“ฉันเชื่อว่าคุณตำรวจโรงพักนี้ไม่โง่เชื่อแกหรอก” เหล่าคุณตำรวจทั้งหลายมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

           

 

“พวกผมสามคนยืนยันได้ครับว่าคุณเรียวจันทร์ไม่ได้ร่วมมือกับมัน ตอนที่พวกผมไปถึงที่เกิดเหตุ คุณเรียวสีหน้าโล่งใจแล้วก็ดีใจมากด้วย” ดินเล่าเรื่อยๆ ท่าทีไม่ได้ตื่นตูมหรือเดือดเนื้อร้อนใจอะไร แค่เล่าตามที่เห็น

           

 

“ก็มันแหลเก่งไง เรียวจันทร์มันแสดงเก่งจะตาย” เรียวจันทร์เบิกตากว้างใส่ยอร์ช

           

 

“โอ๊ย ถ้าแสดงเก่งขนาดนั้นฉันได้สุพรรณหงส์ไปแล้ว เพิ่งจะมีหนังเรื่องแรกในชีวิตนี่ละโว้ย!” เรียวจันทร์ยกมือชี้หน้าไอ้ยอร์ชและทำหน้าเป็นการบอกอย่างไร้เสียงว่า เดี๋ยวเถอะมึงๆ

 

 

“เมื่อวานผู้ชายคนนี้มาหาคุณเรียวที่ห้างในกรุงเทพฯ ด้วยครับ คุณเรียวไปทำงาน พอเสร็จงานเขาก็มาหาคุณเรียวที่ลานจอดรถ ถ้าผมได้ยินไม่ผิด เขามาขอเงินคุณเรียว”

 

 

“ใช่ ดินได้ยินไม่ผิดหรอก มันมาขอยืมเงินฉัน” คมเขี้ยวหันไปมองดินแล้วขมวดคิ้วใส่

 

 

“ไม่เห็นมึงบอกแบบนี้เลยเมื่อวาน”

 

 

“ดินไม่แน่ใจอะพี่เขี้ยวว่าเขาพูดเรื่องเงินชัวร์รึเปล่า แต่พอเห็นเหตุการณ์วันนี้ดินเลยว่าน่าจะเชื่อมโยงกันได้” คมเขี้ยวพยักหน้า หันกลับไปมองยอร์ชที่หน้าตาเริ่มมีความอึดอัดเหมือนกำลังหาทางไปไม่ถูก

 

 

“ทำเลวด้วยตัวเองแล้วยังจะมีหน้ามาหาแนวร่วม อุบาทว์จริงๆ สิ้นคิดขนาดไหนถึงต้องมาบอกว่าฉันร่วมมือกับแก คิดว่าฉันลงทุนให้แกตบหน้าฉันขนาดนี้เลยเหรอ?!”

 

 

“ก็ทีแกตบหน้าตัวเองตอนทะเลาะกับโบ ให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าโบทำร้ายแก แกยังทำมาแล้วเลย!” คมเขี้ยวตาโตวาบด้วยความตกใจกับเรื่องใหม่ที่เพิ่งได้ยิน

 

 

“เอ๊ะ ไอบ้านี่ มันเหมือนกันที่ไหน อันนั้นมันอารมณ์อิสตรีโว้ย!”

 

 

“เอ่อ จริงๆ ผมไม่คิดว่าคุณเรียวจันทร์จะทำแบบนั้นหรอกครับ ตอนที่บอกคือแค่อยากบอกเฉยๆ ว่าเขาให้การแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าผลจะมาไกลขนาดนี้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมกุมตัวเขาไว้ก่อน จะสอบปากคำอีกครั้งและจะสืบหาหลักฐานเพิ่มเติมด้วยครับ”

 

 

“ดีค่ะคุณตำรวจ! เรียวเชื่อว่าความหวังที่เรียวยังมีให้ตำรวจจะไม่สูญเปล่า!” นางจิกตาใส่ไอ้ยอร์ชและเบะปากอย่างแรง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบริเวณนั้นและก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

 

 

“ตรงปากทางเข้ามันมีกล้องวงจรปิดอยู่” คมเขี้ยวหันไปพูดกับนายตำรวจพร้อมกับยื่น USB สีดำอันเล็กให้อีกฝ่ายที่รับไปด้วยสีหน้างุนงงนิดหน่อย

 

 

“ไฟล์อยู่ในนั้นครับ”

 

 

“โห อันที่จริง ถ้าคุณคมเขี้ยวบอกแบบนี้แต่แรก ผมว่าเราก็จบเรื่องได้เลยนะครับเนี่ย” ตำรวจหนุ่มวัยกลางคนบอกด้วยรอยยิ้มแหย

 

 

“ขอโทษทีครับ ผมไม่รู้จะแทรกตรงไหน ถึงจะแทรก คุณนายแกก็ไม่ให้แทรกง่ายๆ ขนาดเราจับตัวเอาไว้ยังเหวี่ยงซะหลุด” คมเขี้ยวว่าขำๆ ส่ายหัวด้วยความอ่อนใจเล็กๆ

 

 

“ขอโทษแทนเรียวจันทร์ด้วยนะครับ”

 

 

“แกเห็นฤทธิ์มันรึยัง ยังอยากจะเอามันเป็นเมียอยู่อีกเหรอวะ” คมเขี้ยวหันไปมองโยธินด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะอ้าปากพูดคำเดียวสั้นๆ แต่ชัดเจน

 

 

“เสือก” เทิงกับจีนหัวเราะชอบใจ ดินอมยิ้มน้อยๆ คมเขี้ยวหันไปมองทั้งสามคนด้วยสีหน้าเดิม

 

 

“มึงสามคนช่วยพวกตำรวจเก็บกวาดหน่อย กูจะพาเรียวจันทร์กลับฟาร์ม” ทั้งสามรับคำ คมเขี้ยวหันกลับไปมองทางตำรวจอีกที

 

 

“ต้องให้ปากคำเพิ่มเติมมั้ยครับ ผมจะได้ไปตามเรียวจันทร์มาให้” คุณตำรวจครุ่นคิดครู่สั้นๆ ก่อนจะยิ้มนิดหน่อย

 

 

“ไม่เป็นไรครับ มีกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญขนาดนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้ามี ผมจะติดต่อไปอีกครั้ง ยังไงรบกวนคุณคมเขี้ยวช่วยพาคุณเรียวจันทร์มาด้วยนะครับ”

 

 

คมเขี้ยวยิ้มขำเบาๆ “ผมจะจับใส่กรงมาส่งแล้วกัน”

 

 

 



คมเขี้ยวเดินกลับมาที่รถ เรียวจันทร์ขึ้นไปนั่งรอบนรถเรียบร้อยแล้ว หน้าตาคุณนายยังหงุดหงิดพร้อมอาละวาดวีนเหวี่ยงได้ทุกเมื่อ คมเขี้ยวเห็นแบบนั้นก็เลยทำตัวเงียบๆ ไปตลอดทางกลับฟาร์ม

 

 

เรียวจันทร์หันไปมองคมเขี้ยวด้วยสายตาขุ่นเคืองอยู่พักนึงแล้วก็หันหน้าบึ้งๆ ของตัวเองไปมองข้างทางต่อ

 

 

พอกลับมาถึงฟาร์ม เรียวจันทร์ก็เดินลิ่วๆ ขึ้นไปบนบ้านจนคมเขี้ยวงง กำลังจะเดินตามไปก็มีคนงานวิ่งมาตามให้ไปดูแปลงดอกไม้ข้างฟาร์มที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่เพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลคาวบอยปลายปีนี้ คมเขี้ยวเดินตามคนงานไปที่แปลงดอกไม้

 

 

“ริมๆ แนวต้นสนก็วางกองฟางก้อนไส้เป็นที่นั่ง อีกฝั่งก็ไอ้พวกของประดับสำหรับถ่ายรูป…” คมเขี้ยวชี้ไปตามจุดให้พวกคนงานดูว่าเขาต้องการใส่อะไร เหลือส่วนไหนไว้ ตอนนี้ดอกคอสมอสเริ่มลงไปแล้วหนึ่งแถว

 

 

“จะเที่ยงแล้ว ไปพักกินข้าวกันก่อนเถอะไป” คมเขี้ยวบอกหลังจากยืนคุยกันสักพัก แต่ก็ไม่ใช่การคุยจริงจัง เหมือนเป็นการคุยเรื่อยเปื่อยกันมากกว่า

 

 

“พี่เขี้ยวครับ! พี่เขี้ยว!” คมเขี้ยวที่กำลังเดินกลับไปทางบ้านใหญ่มองหน้าแก๊ปที่วิ่งมาทางนี้ด้วยอาการร้อนรนอย่างงงๆ

 

 

“มีอะไรแก๊ป” เด็กในอุปการะของเรียวจันทร์ยืนหอบสักพัก ก่อนจะชี้ไปทางตัวบ้านที่เห็นไกลลิบๆ จากจุดที่ยืนอยู่

 

 

“พี่เรียว พี่เรียวหอบเสื้อผ้าจะไปแล้วครับ” คมเขี้ยวขมวดคิ้ว แต่ใจก็เริ่มเต้นตึกๆ

 

 

“เขาไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน แต่จะไปให้ได้ ตอนนี้ป้าอุ่นกับลุงอ๊อดพยายามขวางอยู่ครับ” คมเขี้ยววิ่งทันทีทั้งที่ยังไม่ได้ใจความของเรื่องชัดเจน แต่แค่ได้ยินว่ามีคนพยายามขวางอยู่ก็รีบวิ่งไปก่อนที่จะมีคนขวางไม่สำเร็จ



 :hao7:


มาแบบสั้นๆ ใกล้จบแล้ว ขอลงแบบกระมิดกระเมี้ยนนิดนึงนะคะ 555555 เล่นตัวๆ

ระหว่างเข้าคุกกับโดนขุ่นแม่ด่าทอและตบตี ยอร์ชเลือกเข้าคุก แต่ยอร์ชเลือกพลาดตั้งแต่จะมาจับแม่ไปเป็นตัวประกันแล้ว ฮ่าาาา

แล้วนี่ขุ่นแม่จะไปไหน หอบเสื้อผ้าหนีผัวทำไม หรือขุ่นแม่ท้องและจะอุ้มลูกหนี 555555

ใกล้จิจบเต็มทนแล้วค่ะ ตอนที่ 33 ก็คือจบเลี้ยวววว

ตอนนี้ตอมส่งต้นฉบับไปให้คนจัดหน้าแล้นนะคะ  เดี๋ยวจะแจ้งไทม์ไลน์เรื่องหนังสืออีกรอบที่เพจค่ะ มีการขยับขยายเวลา

ส่วนหนังสือขุ่นแม่เรียวจันทร์ ใครไม่ทันรอบพรีออเดอร์ เดี๋ยวกำลังจะเปิดให้โอนรอบสต๊อกนะคะ มีห้าสิบชุด ตอนแรกว่าจะเปิดอีกทีหลังจัดส่ง แต่เพื่อนถามว่าทำไมไม่ส่งไปพร้อมกัน 55555

รายละเอียดจะอัพให้ทราบอีกทีค่ะ


ออฟไลน์ Yara

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2104
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-2
สงสัยคุณนายงอนที่พี่เขี้ยวไม่ตามไป เลยเกิดอารมณ์ประชด อยากให้พี่เขี้ยวตามง้อละมั้งคะ อิอิ

ออฟไลน์ aiyuki

  • รักแท้ไม่แบ่งแม้เพศพันธุ์
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2636
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +133/-6
นางงอนไปไหนแช้ววว พี่เขี้ยว ง้อเร้วววว

ออฟไลน์ me12inzy

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 458
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +9/-2
อียอร์ชโคตรตอแหลลลลลลกระทืบแม่ม
อย่าให้แม่เรียวโมโห

ออฟไลน์ uknowvry

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4438
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +284/-6
องค์คุณนายอลิน ของครูกุ๊ก ณ สูตรเสน่ห์หาลงขุ่นแม่เรียวจันทร์สินะ 555555

ออฟไลน์ iceman555

  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8196
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +149/-11
งอนอะไรพี่เขี้ยวละขุ่นแม่เรียวจันทร์

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด