ทะเลในโลกสีฟ้า [ 20 ] แจ้งข่าวหน้า 11 (11/11/13)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 20 ] แจ้งข่าวหน้า 11 (11/11/13)  (อ่าน 145179 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lovecartoon1996

  • ชอบกินมาม่า
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 385
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +16/-2
    • -
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 12 ] 11-04-13
«ตอบ #150 เมื่อ14-04-2013 00:03:21 »

เป็นกำลังใจให้บลู,เลและคนเขียนค่าาา :L2:

ออฟไลน์ wargroup

  • Twitter/IG : @inaSSusani
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-3
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 12 ] 11-04-13
«ตอบ #151 เมื่อ14-04-2013 05:51:58 »

ชอบวิธีสื่อสารอารมณ์ ทำให้รู้สึกอึดอัดในแบบที่ดี เหมือนโดนยัดในกล่อง จับฝังไว้ใต้ดิน แล้วพยายามหายใจ...แต่ไม่ได้อยากออกมา 
//เพลงเป๊ะ เข้ากันเว่อร์หลายตอน อินสุดยกให้ Tear - RHCP (ห้วงเวลาของฉัน, น้ำตาของฉัน...ใช่เลย :m15:) ภาพประกอบก็งามตามท้องเรื่อง 

ออฟไลน์ Windyne

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-1
    • Windyne Page on Facebook
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 12 ] 11-04-13
«ตอบ #152 เมื่อ14-04-2013 10:06:22 »

อ่านแล้วอึนในอกอย่างแรง เฮ้อออออ

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ มาต่อไว ๆ น้า ^^

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #153 เมื่อ18-04-2013 01:20:28 »

-13-
แต่เพียงผู้เดียว

http://www.youtube.com/v/TbmpqEoTfXs?version=3&hl=en_US

ทะเลใส่เสื้อสีฟ้าตัวโปรดนั่งเล่นกีตาร์อยู่ในห้องของผม เป็นภาพชินตาที่ผมสามารถนอนมองได้ไม่มีเบื่อ ทะเลกำลังแต่งเพลงและทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับมัน ไม่มีวอกแวกไขว้เขว อยู่ในโลกส่วนตัวราวกับผมเป็นอากาศ แต่ผมกลับชอบให้เป็นแบบนี้ เหมือนอยู่ในโลกที่มีกันเพียงสองคน ไม่มีใคร ไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ต้องคิดถึง

ผมแค่ถือหนังสือเอาไว้ในมือ แต่สายตาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่มัน ไม่เลย เวลาไหลไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงผมก็ไม่อาจรู้ จนในที่สุดทะเลเลิกสนใจกระดาษโน๊ตและกีตาร์เงยหน้าขึ้นมองผม

และเราก็ยิ้มให้กัน

พรุ่งนี้ทะเลก็เปิดเทอมแล้ว คงไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทั้งวันแบบนี้อีกบ่อยๆ ทะเลมองผมเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไร หรือบางทีทะเลก็คงคิดเหมือนๆกันจึงทำหน้าหงอยๆออกมา ทะเลเอาคางมาเกยกับเตียงที่ผมนอนอยู่ เมื่อผมยกมือขึ้นลูบหัวทะเลก็กลับตาพริ้ม

“ไปขี่เจ็ทกัน" ผมชวนและทะเลก็พยักหน้าตกลงโดยที่ยังไม่ลืมตา

เราลงมาข้างล่าง ช่วยกันลากเจ็ทสกีไปที่หาด ผมขี่พาทะเลซ้อนไปด้วยกัน ไปให้ห่างไกลจากผู้คนจนแทบไม่เห็นอะไรอยู่ในสายตา รอบด้านมีแค่ผืนน้ำ

มีแค่ทะเล...กับผม

นานแล้วที่ผมไม่ได้พาทะเลซ้อนมาด้วยกันเหมือนตอนทะเลเด็กๆ ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้จึงต่างกัน ช่วงที่ได้เจ็ทสกีใหม่ๆผมก็พาทะเลออกมาขี่เล่น ชอบแกล้งขี่เร็วๆส่ายไปมา มันทำให้ผมหัวเราะได้ทุกครั้งที่ทะเลตะโกนบอกว่า 'พี่บลูขี่ช้าๆ ขี่ช้าๆ' ถึงจะเป็นอย่างนั้น ถึงทะเลจะกลัวแต่ก็ไม่วายขอให้พาขี่เล่นตลอด จนเมื่อผมเริ่มขี่มันจริงจัง และทะเลโตมากพอที่จะขี่เองแล้วผมก็ไม่ได้พาออกมาอีก

ผมชะลอเครื่องก่อนจะหยุดจอดนิ่งๆ ทะเลปล่อยสองแขนที่โอบรอบเอวผมออก ผมลุกขึ้นแล้วนั่งหันหน้าเข้าหาทะเล รอบๆด้านที่ไม่มีใคร มีแค่เราสองคน ท้องฟ้าและทะเล ทำให้ผมคิดทำสิ่งที่อยากทำ  ผมดึงทะเลเข้ามาใกล้ๆจนขาเราเกยซ้อนกัน ใบหน้าของทะเลอยู่ใกล้จนผมเห็นละอองน้ำเล็กๆเป็นประกาย

ตาใสๆจ้องมองผมเหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง แต่ผมก็ยังแกล้งอยู่เฉย ผมยิ้มมุมปากเมื่อทะเลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แตะริมฝีปากเข้ากับผมเบาๆ แล้วถูจมูกไปมากับจมูกผมพร้อมรอยยิ้ม ผมรั้งเอวทะเลเข้ามาแล้วเป็นฝ่ายรุกเข้าหาเมื่อเป็นฝ่ายทนไม่ได้เสียเอง

บนเจ็ทสกีที่ไหวคลอนตามแรงคลื่น ริมฝีปากของเราทั้งสองบดเบียดกันครั้งแล้วครั้งเล่า ผมไม่อยากหยุด ทะเลก็ไม่อยากหยุด มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากหยุดคือเวลา...

เป็นครั้งแรกที่ผมอยากหยุดทุกสิ่ง หยุดคิดถึงอดีตที่ขมขื่น หยุดคิดถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน

แต่ระหว่างที่คิดอยู่นั้น เวลาก็กำลังดำเนินไป...ดำเนินไป...ต่อให้ต้องการแค่ไหนก็ไม่มีใครหยุดมันไว้ได้

...

ทันทีที่ทะเลเปิดเทอมจิตใจผมก็ไม่อาจอยู่อย่างเป็นสุข

ผมเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ชอบมองไปถึงสิ่งร้ายๆที่อาจเกิด หรือบางทีมันอาจเรียกอีกอย่างว่าความกลัว...
ผมได้แต่มองทะเลก้าวเท้าเข้าโรงเรียนไปจนลับสายตา แล้วก็ได้แต่คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น  มันเป็นเขตแดนที่ผมไม่สามารถก้าวเข้าไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับทะเลและก้านผมก็ไม่สามารถรับรู้ได้ทั้งนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่นึกหวั่น แม้จะรู้ว่าทะเลมีใจให้กันแต่ก็ใช่ว่ามันจะลบความทรงจำนั้นออกไปได้ทันที ยิ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผมเจ็บและฝังใจมันก็ยิ่งฝังแน่นและแจ่มชัด

หลังจากส่งทะเลที่โรงเรียนผมกลับมาบ้านแล้วทิ้งตัวลงนอน พยายามหักห้ามจิตใจที่ว้าวุ่นให้สงบลง กลิ่นของทะเลที่ยังอยู่รอบๆตัวทำให้ผมนึกถึงเจ้าตัวที่กอดไว้ทุกคืน ตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่องจนเข้าใจกัน เปิดเผยความรู้สึกของกันและกัน  เราก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ด้วยกัน สำหรับผมมันเหมือนความฝัน ฝันที่มีทะเลอยู่ในอ้อมกอด ผมไม่เคยคิดว่ามันจะสามารถเป็นจริง ไม่เคยคิดว่าทะเลจะรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก ทุกครั้งที่ทะเลมองผมอย่างเปิดเผยความรู้สึกต่อทะเลมันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นทุกที

ผมหลับตาลงและจินตนาการ อีกครั้งที่คิดถึงทะเล ปล่อยความคิดให้ล่องลอยไปตามใจอยาก ไม่ว่าทะเลจะเคยหรือไม่เคยกับใครผมก็ยังไม่อยากทำร้ายเขาอยู่ดี ผมมันขี้ขลาดและไม่กล้าพอเพราะยังกลัวผลที่จะตามมา ทั้งที่ในด้านมืดส่วนที่ลึกที่สุดของผมนั้นอยากจะกดทะเลเอาไว้ อยากได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างทรมานและเรียกแต่ชื่อผม...ณ ขณะที่ผมนึกคิดถึงสัมผัสและปลดปล่อยตัวเองอยู่นี้ ผมก็คิดว่าความอดทนของผมมันคงจะสิ้นสุดลงเร็วๆนี้ เพราะยิ่งผมอดทนอดกลั้นมากแค่ไหน...มันก็เหมือนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง...

จนใกล้จะถึงศูนย์



ช่วงบ่ายที่แดดร้อนแผดเผา ผมมาหาป็อปกับร็อคเพราะไม่อยากอยู่คนเดียวให้ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ผมเห็นรถของร็อคจอดอยู่หน้าตึกก็คิดว่ามันคงอยู่ตามคาด ที่นี่นอกจากจะเป็นห้องซ้อมดนตรีแล้วตอนนี้ยังเป็นโรงเรียนสอนดนตรีควบคู่กันไปด้วย มันจึงใช้เวลาอยู่ที่นี่เป็นส่วนใหญ่ ตามหาตัวไม่ยากนัก

ผมขึ้นมาหาที่ห้องซ้อมประจำของเราก่อน เปิดเข้าไปก็เจอร็อคกับตูน ผมไม่แปลกใจที่เห็นทั้งสองอยู่ด้วยกันเท่าไหร่ เพราะผมรับรู้ความเปลี่ยนแปลงเงียบๆระหว่างทั้งสองและดูท่าคงจะพัฒนาไปไกลจากที่เห็นอยู่ในตอนนี้

ริมฝีปากทั้งสองที่ประกบกันเป็นไปอย่างเนิบช้า มีเพียงเบสที่ร็อคถืออยู่เป็นตัวกั้น ไม่มีใครรู้สึกตัวสักนิดว่าผมมายืนอยู่ตรงนี้และผมก็ไม่อยากให้พวกมันรู้จึงถอยออกมาเงียบๆ

ผมนั่งอยู่ที่เดิมๆหน้าตึกและปล่อยควันล่องลอยฆ่าเวลา ไม่รู้ว่าตอนนี้ป็อปอยู่ที่ไหน เดินหาทั่วตึกแล้วก็ไม่เห็นเจอ จะขึ้นไปถามร็อคก็ไม่รู้จะขัดจังหวะอะไรมันอีกหรือเปล่า

“พี่บลูทำไมมานั่งอยู่นี่ ไม่ขึ้นไปข้างบน" แจ๊สที่เพิ่งมาถามแล้วก็นั่งลงข้างๆกัน
“ป็อปไปไหนรู้ไหม"
“ที่บ้านไม่เห็นนะ นึกว่าอยู่นี่ซะอีก"
“ไม่อยู่ พี่หาแล้ว"

สิ้นคำพูดแจ๊สก็นั่งเงียบๆ เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมาได้แต่นั่งถอนหายใจ ผมคิดว่าก็คงไม่พ้นเรื่องของผมกับป็อป เพียงแต่แจ๊สไม่กล้าถามตรงๆออกมาเหมือนร็อคก็เท่านั้น ผมเลยเลือกเป็นฝ่ายที่จะถามแจ๊สออกมาเอง

“ช่วงนี้ป็อปเป็นไงบ้าง"
“พี่บลูอยากได้คำตอบแบบไหน"
“ตรงๆ"
“เป็นห่วงเหรอ" คำถามที่เหมือนประชดทำให้ผมหันไปมองแจ๊สและเห็นความไม่พอใจอยู่ในนั้น “แจ๊สไม่รู้เรื่องอะไรมาก พี่ไปถามพี่ร็อคเถอะ" พูดจบก็ลุกขึ้นเดินเข้าตึกไป แต่ไม่นานหลังจากนั้นร็อคก็ลงมาแล้วเรียกผมให้ขึ้นไปห้องซ้อมด้วยกัน

“หายไปนานเลยนะมึง แขนหายรึยัง"
“ไม่เป็นไรแล้ว"
“มึงจะไม่บอกกูจริงๆเหรอว่าโดนอะไร"
“หายแล้วก็ช่างมันเถอะ"

ร็อคมองผมเหมือนเข้าใจว่าผมไม่อยากเล่า ผมมองตูนกับร็อคสลับกันแต่ไม่ได้ถามอะไรออกมา ดูตูนมันจะร้อนตัวขึ้นมาก็รีบแก้ตัวกับผมไปน้ำขุ่นๆ

“กูนึกว่าวันนี้มีซ้อม...”

ผมอยากจะบอกมันว่าไม่เห็นต้องแก้ตัวแต่ก็พยักหน้าตามที่มันบอก เราคุยกันพักนึงตูนก็บอกกว่าจะกลับหอร็อคมันก็เลยลงไปส่งข้างล่างแล้วกลับขึ้นมาคุยกับผมต่อ

“พี่กูมันเกือบไปไม่รอดนะที่มึงทิ้งมัน" ร็อคเปิดประเด็นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง"
“รอยสักเต็มตัวมันแล้ว"
“.......”
“กูก็คิดแล้วว่าสักวันจะต้องเป็นแบบนี้ กูบอกให้ป็อปตัดใจจากมึงมาตั้งนานแล้ว แต่มันฟังที่ไหน"
“...กูเคยคิดว่าอยู่กับป็อปอาจจะดีก็ได้ "
“แต่กูกลับคิดว่ามันจะดีได้ยังไงในเมื่อมึงไม่ได้รักมัน"
“มึงจะโกรธ...กูก็ไม่ว่า...”
“ถ้าจะโกรธมึง ก็ต้องโกรธป็อปด้วย...โทษแต่มึงได้ยังไง”

ถึงร็อคจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ยังรู้สึกผิด ตลอดเวลาผมก็รู้สึกผิด เมื่อผมตัดสินใจปล่อยป็อปไปก็รู้สึกว่าตัวเองได้ทำสิ่งที่ถูกต้องและควรจะทำมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ป็อปเจ็บก็จริงแต่อีกไม่นานเมื่อป็อปตัดใจได้ผมก็หวังให้เขามีความสุข...ผมหวังให้เขามีความสุขจริงๆ

“แล้วตอนนี้มึงกับเล...เกินพี่น้องธรรมดารึยัง"

ผมนิ่งเงียบก่อนจะตัดสินใจบอกไปว่าความสัมพันธ์เราเป็นแบบไหนและดูร็อคก็ไม่ได้แปลกใจ เหมือนรู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้ การได้คุยกับร็อคมันดูง่ายและสบายใจจนผมบอกความรู้สึกกังวลที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างทะเลกับก้านออกไป ผมเล่าแค่ว่าก้านเคยบอกว่าจะแย่งทะเลไปจากผม ไม่ได้เล่าถึงคืนนั้นของทั้งสองที่ทำให้ผมเจ็บเจียนตาย

ร็อครับฟัง ครุ่นคิด แล้วเอ่ยถาม

“บลู...มึงกับเลไม่เหมือนพี่น้องธรรมดามาตั้งนานแล้ว รู้ตัวรึเปล่า"ผมไม่ตอบแค่ส่ายหน้า

“ความสัมพันธ์แบบนี้ ไม่มีใครมาแทรกได้ง่ายๆหรอก...คนที่เจ็บต่อจากพี่กูก็ไอ้ก้านนั่นแหละ"

...

จากคำพูดของร็อคทำให้ผมคลายความกังวลลงไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด

ทุกๆวันที่ผมไปรับไปส่งทะเลผมจะเห็นก้านมาคอยหรือเดินมาด้วยกันทุกครั้ง ทะเลที่เห็นสีหน้าผมก็พยายามบอกให้ผมมั่นใจบ่อยครั้งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริงๆระหว่างที่อยู่ที่โรงเรียน เมื่อผมเห็นตาใสๆที่จ้องมองเหมือนอยากให้เชื่อว่าไม่ได้โกหกผมก็คิดเชื่อ

ผมเชื่อว่าทะเลไม่ได้คิดอะไร แต่ก้านคงคิดไปอีกอย่าง

ก้านมองผมอย่างท้ายทายเหมือนๆกับที่ผมมอง เราต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
ผมมีความคิดของผมที่ว่า...ทะเลรักผม...ยังไงทะเลก็เป็นของผม
ก้านก็เหมือนจะมีความคิดของก้านที่ว่า...ทะเลเคยเป็นของก้าน...นั่นทำให้ทะเลเป็นของก้าน


ไม่นานหลังจากที่ทะเลเปิดเทอมตัวผมเองก็ได้เวลาไปเรียนบ้างเหมือนกัน มันเป็นช่วงที่ยุ่งวุ่นวาย ผมยังจำได้ดีว่าปีที่แล้วเกลียดกิจกรรมแค่ไหนปีนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น มันทำให้ผมไม่มีเวลาไปไหนหรือทำอะไรได้ตามใจคิด ผมจำต้องปล่อยให้ทะเลกลับบ้านเองบ่อยๆ เมื่อผิดนัดเข้าหลายๆครั้งก็ดูเหมือนทะเลจะชินเสียแล้วที่ต้องกลับเอง ผมพูดเป็นเชิงร้องขอกับทะเลว่าอย่าให้ก้านเป็นคนไปรับไปส่งแทนผม และทะเลก็ทำตามนั้นเพื่อให้ผมสบายใจ ผมจึงค่อยวางใจ

ผมวางใจ...เชื่อใจจนเกินไป...จนบางทีเมื่อเห็นภาพที่ไม่ควรจะเป็นก็รู้สึกเหมือนโดนหักหลัง...

ในช่วงก่อนรับน้องและช่วงที่ต้องไปรับน้องสามวันผมแทบจะไม่ได้เห็นหน้าทะเลหรือคุยกันมากนัก มันเป็นช่วงยุ่งๆที่ผมไม่ได้คิดอะไรมากมาย ถึงจะคิดถึงทะเลแต่มันก็แค่สามวัน สิ้นสุดจากกิจกรรมนี้ผมก็จะได้ช่วงเวลาที่สงบสุขคืนมาดังเดิมทำให้ผมนึกดีใจและกลับบ้านมาด้วยความปลอดโปร่ง

ในตอนที่ผมกลับถึงบ้านทะเลยังไม่กลับมาจากโรงเรียน ผมจึงเก็บของแล้วมานั่งคอยอยู่ในสำนักงานเพราะรู้ว่าอีกเดี๋ยวทะเลก็คงจะมา ไปรับตอนนี้ก็คงไม่ทัน ไม่นานหลังจากนั้นทะเลก็กลับมาตามที่คาดกับคนที่ผมไม่คาดว่าจะเห็น

เพราะผมได้บอกทะเลแล้ว...ขอร้องกับทะเลแล้วว่าอย่าให้เพื่อนคนนี้มาส่งอีก

ทำไมทะเลถึงยังทำ

ผมนั่งมองการกระทำของทั้งสองคนนั้น มองพวกเขายิ้มให้กัน มองพวกเขาคุยกันด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นในอก จะเป็นใครผมก็ไม่ว่าทั้งนั้น...ทำไมต้องเป็นก้าน

การที่เห็นก้านยกมือขึ้นลูบหัวทะเลเบาๆเป็นการบอกลาทำให้ความอดทนของผมสิ้นสุด

ผมลุกขึ้นแล้วออกมาจากสำนักงานขึ้นมาบนห้องตัวเอง ทะเลร้องทักผมแต่ผมไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะหันไปมอง อารมณ์ที่กำลังปะทุขึ้นมามันเดือดเกินกว่าจะห้ามได้ ผมคิดไปต่างๆนานาว่าในสามวันที่รู้ว่าผมไม่อยู่ทะเลจะให้ก้านมาส่งทุกวันรึเปล่า หรืออาจจะมาก่อนหน้านั้นในวันที่ผมกลับดึกๆก็ได้

ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนจะคลุ้มคลั่ง

แผลในใจก็ยังคงเป็นแผลในใจ ผมไม่สามารถห้ามใจไม่ให้คิดได้เลยจริงๆ

“พี่บลู...”ทะเลเรียกผมจากข้างนอกห้อง ผมไม่ได้ตอบอะไร พยายามนอนสงบจิตใจอยู่บนเตียง แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิดเมื่อทะเลเปิดประตูเข้ามา

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ทะเลถามและนั่งลงบนเตียงในขณะที่ผมนอนจ้องเพดาน ผมรู้ว่าทะเลมองผมอยู่และคงจะกำลังคิดแก้ตัว

“โกรธเหรอ...”
“มันไม่มีอะไรจริงๆนะ ก้านแค่มาส่งเฉยๆแค่นั้นเอง"

กี่ครั้งกี่ครั้งก็พูดแบบนี้! ทะเลไม่คิดแต่มันคิด ทำไมถึงไม่เข้าใจ
“หึ ต้องให้นอนกันอีกรอบหรือไงถึงจะบอกว่ามีอะไร"
“.........”
“ว่าไง หรือทำกันไปแล้วแต่พี่ไม่รู้"
“เลไม่เหมือนพี่...กับพี่ป็อปหรอกนะ"
“ใช่...ไม่เหมือน เพราะของพี่มันจบไปแล้ว...แต่เลไม่"
“พี่บลู! ทำไมถึงไม่เชื่อเลว่ามันไม่มีอะไร!”
“ก็เห็นๆกันอยู่"
“ทำไมพี่เป็นแบบนี้...”

ทำไมถึงเป็นแบบนี้? ผมถามตัวเอง...
คำตอบที่ชัดแจ้งในใจก็คือกลัวจะโดนแย่งไป...กลัวว่ามันจะเกิดขึ้นอีก

ถ้าจะให้เป็นแบบนั้น...ผมคงทำใจไม่ได้อีกแล้ว

ผมลุกขึ้นนั่ง จ้องเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความไม่พอใจของทะเล ยิ่งเห็นแบบนั้นอารมณ์ผมยิ่งเดือด ผมกดทะเลลงนอนก่อนจะคร่อมทับไว้ ทะเลมองผมด้วยแววตาตื่นกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น ผมไม่รู้ว่าแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ ตอนนี้ผมทั้งโกรธและกลัว...กลัวตัวเอง...กำลังกลัวความคิดของตัวเอง

ไม่อยากจะทนต่อไปแล้ว จะเป็นยังไงก็ช่าง!

ผมบดจูบรุนแรงเข้ากับริมฝีปากของทะเล จูบด้วยอารมณ์ทุกอย่างที่รู้สึกอยู่ในตอนนี้จนรู้สึกได้ถึงรสคาวของเลือด ทะเลที่อยู่ข้างใต้แม้จะพยายามต่อต้านด้วยความกลัวแต่ก็ไม่เป็นผล

ผมปลดเข็มขัดของทะเลออก เอามามัดมือทั้งสองไว้บนหัวเตียงแล้วก้มลงจูบอีกครั้งพลางปลดกระดุมเสื้อนักเรียนของทะเลไปด้วย เมื่อเห็นแผ่นออกที่อยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะโลมเลียและขบกัดอย่างกระหาย ทะเลร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่เสียงของความเจ็บนั้นเหมือนกระตุ้นอารมณ์ผมให้โหมแรงยิ่งขึ้น

กับคนที่อยู่ตรงหน้า ผมไม่อยากเฝ้าฝัน...ไม่อยากจินตนาการอีกแล้ว

ผมลุกขึ้นไปล็อคห้อง เดินกลับมาที่เตียง ถอดเสื้อตัวเองออกแล้วโถมทับทะเลเอาไว้ ก้มลงซุกหน้ากัดที่ซอกคอและตามตัว ทั้งสัมผัส ทั้งรสชาติของทะเลให้ความรู้สึกหวามไหวจนต้องฝากร่องรอยเอาไว้ในทุกๆที่

“พี่บลู...เลเจ็บ"
“เลขอโทษ...”

ผมไม่สนใจคำที่ทะเลบอก ได้แต่จ้องร่างตรงหน้าและปลดเปลื้องเสื้อผ้าท่อนล่างของทะเลออกจนหมด ทะเลพยายามห่อตัวเพื่อปกปิดสิ่งนั้นเอาไว้ ผมจึงดึงข้อเท้าของทะเลให้แยกออกแล้วแทรกตัวเองเข้าไปตรงกลาง

สองมือของทะเลที่ถูกมัด ร่องรอยขบกัด และร่างเปลือยเปล่าทำให้ผมเกิดความต้องการอย่างรุนแรง อยากจะฝังกายลงไปซะเดี๋ยวนี้

ผมใช้นิ้วกดลงไปในนั้นเพียงไม่นานก่อนจะพยายามแทรกกายเข้าไป ทะเลหอบหายใจหนัก ความเจ็บปวดจากสีหน้าของทะเลนั่นยิ่งเร้าอารมณ์

ผมจ้องมอง ไม่อยากแม้แต่จะกระพริบตาขณะที่กดเข้าไปอย่างช้าๆ

ใช่ ทรมานเข้า

ทะเลกัดปากเอาไว้เหมือนไม่อยากจะร้องออกมา ผมจึงบีบสองข้างแก้มไม่ให้ทะเลกัดมันอีกและปล่อยเสียงร้องให้ผมได้ยิน เสียงแผ่วเบาในลำคอที่เล็ดลอดออกมาทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะก้มลงบดขยี้ริมฝีปากนั้นพร้อมๆกับกดกายเข้าไปจนสุด

“ทะเล...”

ผมเรียกแล้วกระแทกตัวเข้าซ้ำๆ จ้องมองสีหน้าเจ็บปวดและน้ำตา ยิ่งเจ็บปวดผมก็ยิ่งกระทำรุนแรง อารมณ์ตอนนี้บ้าคลั่งยิ่งกว่าพายุ มันเต็มไปด้วยตัณหาที่ไม่รู้จักจบสิ้น

ผมสงสัยว่าความหวงแหนและอยากครอบครองนี้...ความสุขระคนเจ็บปวดนี้...ใช่ส่วนหนึ่งของความรักด้วยหรือเปล่า

ทำไมทรมานเหลือเกิน...

ข้อมือเริ่มแดงช้ำ สองขาที่พาดอยู่บนบ่าโยกไหวตามแรงกระแทก

ยิ่งผมทำก็เหมือนบางสิ่งบางอย่างในตัวผมแตกร้าว ผมรู้สึกได้...รู้สึกได้ว่ากำลังทำลายสิ่งที่เฝ้าถนอมมา

กำลังทำลาย...ทำร้ายคนที่รัก...แต่ก็หยุดไม่ได้...ผมหยุดไม่ได้

“พี่บลู...เลรักพี่บลู...” ทะเลบอกผมพร้อมกับเสียงสะอื้น ผมเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดออก คว้ามือทะเลมาจับเอาไว้แล้วบีบแน่น ทะเลเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาเช็ดหน้าให้ผม นั่นทำให้ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้

“เชื่อเลนะ เลรักแต่พี่บลูจริงๆ" น้ำตาผมที่ไหลลงมาอีก ทะเลก็ไล้นิ้วเช็ดให้เบาๆ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดและกระทบกระเทือนจิตใจที่สุด ผมจับมือข้างนั้นมาจูบอย่างทะนุถนอม

“ขอโทษ...” ผมบอกแล้วผ่อนจังหวะลงเนิบช้า ทะเลโอบสองแขนไว้กับคอผมแล้วดึงเข้าไปจูบ เป็นจูบที่ทั้งเร่าร้อนทั้งอ่อนหวาน

“รัก...เล...รักทะเล”
“พี่...บลู...อะ..”

เราต่างเรียกชื่อกันและกันอย่างไม่รู้จักพอ ผมรู้ได้ว่ามันไม่ใช่แค่เซ็กส์กับคนๆนี้ ผมรู้สึกอิ่มเอมทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อผม แค่เขากระซิบชื่อผมข้างหูผมก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว อยากได้ยินอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จังหวะกายไม่ได้รุนแรงเท่าที่ควรจะเป็น แต่มีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็น

เขาเป็นของผมแล้ว...ทะเลเป็นของผมแล้ว...

แม้ผมจะทำร้ายทะเลกี่ครั้ง ทะเลก็ยังมอบความอ่อนโยนให้ผมเสมอ เขาเป็นคนเปลี่ยนผม เป็นคนเดียวที่สามารถทำได้

ผมมองทะเลที่โอนอ่อนผ่อนตามไปตามจังหวะ ช่างดูไร้เดียงสา...
ดูน่ารักจนอยากถนอมเอาไว้

ช่วงเวลานี้...ผมมีความสุขจนสามารถหลั่งน้ำตา

ลึกๆข้างใน














ผมหวังอยากให้จิตใจที่บิดเบี้ยวของผม...กลับคืนรูปดังเดิม




Song Titles : TO BECOME ONE OF US (OST. แต่เพียงผู้เดียว)
Artist : GREASY CAFE



 :hao5:  :pig4:


ออฟไลน์ aloney

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 743
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +45/-4
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #154 เมื่อ18-04-2013 02:12:47 »

อารมณ์แบบสีเทา จะสุขก็สุข จะทุกข์ก็ทุกข์ เลือกไม่ถูก อ่านตอนนี้เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ เพราะกังวลไปถึงพ่อแม่ เอาใจช่วยทั้ง2คน

ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #155 เมื่อ18-04-2013 02:14:13 »

ตอนนี้ ค่อยๆอ่านทีละบรรทัดอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวดราม่า o7

แต่ก็ไม่มี ฮุฮิ ดีแล้วน้า รักกันๆนะบลูกับทะเล  :m4:

ขอบคุณค่า

ออฟไลน์ ammamooty

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-2
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #156 เมื่อ18-04-2013 07:44:30 »

ไอ้บลูนี่มันฮึ่ยๆๆ เห็นไหมป๊อปมันเหมือนคนบ้่าไปแล้วววว...เฮ้ยต้องพูดถึงทะเลดิห้าๆๆ

เอาใหม่ๆ ไอ้บลูนี่มันฮึ่ยๆๆ เห็นไหมทะเลเขาดีแค่ไหนดีนะเขาไม่โกรธอะ

ออฟไลน์ poppycake

  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2670
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +119/-4
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #157 เมื่อ18-04-2013 13:01:07 »

โห~~~~~~~!!!!
บลูโหดมากอ่ะ แต่ก้อน่าเห็นใจทั้ง 2 ฝ่ายแหล่ะนเาะ ><

ออฟไลน์ nicedog

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 588
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +366/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #158 เมื่อ18-04-2013 13:09:01 »

อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่าน้ำตามันสามารถไหลลงมาเมื่อไหล่ก็ได้เลยอ่ะ

แต่ได้สุกยอดมากค่ะ

สนุกมากๆเลย

ออฟไลน์ AGALIGO

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 310
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-4
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #159 เมื่อ18-04-2013 13:09:11 »


ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็เลือกกันเองทั้งนั้น---ไม่ได้มีใครมาบังคับซักหน่อย
ในเมื่อเลือกที่จะทำแล้ว---ก็ต้องพร้อมที่จะรับผลของการกระทำนั้นด้วย

+ เป็ดจ้า

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
« ตอบ #159 เมื่อ: 18-04-2013 13:09:11 »
ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ iamew

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #160 เมื่อ18-04-2013 15:45:54 »

คือ.. อารมณ์นี้อยากเห็นบลูถูกน้องมันจับกดบ้างไรบ้าง ฮ่าๆๆ

ออฟไลน์ mamimew

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #161 เมื่อ18-04-2013 21:33:42 »

โอ้ยยย มันเป็นอะไรที่หน่วง
นี่ไงล่ะ ที่บอกความคิดบลูน่ากลัว
แต่พอจริงๆแล้ว ไอความรู้สึกที่บิดเบี้ยวของบลูมันแก้ได้ด้วยทะเลนะ กิกิ

ออฟไลน์ oaw_eang

  • Global Moderator
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 8418
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +2122/-586
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #162 เมื่อ18-04-2013 22:22:45 »

อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #163 เมื่อ18-04-2013 22:30:11 »

เพิ่งเข้ามาอ่านค่ิะ บีบหัวใจดีจริงๆเลย เค้านี่ชอบนิยายดราม่าจริงๆด้วย  :mew4:
แต่ตอนนี้มันหวานๆขมๆนะคะ ทั้งพี่บลูกับน้องทะเลก้าวผ่านไปอีกขั้นแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็จะเป็นกำลังใจให้นะ :กอด1:

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1875/-12
    • FACEBOOK PAGE
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #164 เมื่อ18-04-2013 22:56:06 »

เทามาก

เทามากๆ 
แต่ชอบสุดๆเลย

ออฟไลน์ Windyne

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 248
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +195/-1
    • Windyne Page on Facebook
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #165 เมื่อ18-04-2013 23:17:56 »

จะเป็นยังไงต่อนะ

บลูเอ๊ย ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแต่ด้านมืดมนอย่างเดียวหรอกน้าาาา

ออฟไลน์ Starry[Blue]

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #166 เมื่อ19-04-2013 00:09:21 »

สงสารป๊อปมากๆ ขอให้เจอรักที่แท้จริงนะป๊อป รักที่สดใส รักที่ดี รักที่เป็นของป๊อปจริงๆ

บลูก็เหมือนเดิม รู้สึกตัวก่อนที่มันจะสายไปนะ อย่าเอาแต่คิดว่าอยากจะปรับๆ ปรับจริงๆสักที ฮือ

ทะเลยอมแกทั้งหมดแล้วนะบลู เอ้า สู้กันต่อไป!!

ขอบคุณคนเขียนนะคะ อินมากๆจริงๆเข้ามาเช็คทุกวันเลยอ่ะ55 :pig4:

ออฟไลน์ candynosugar+

  • กลัวแล้ว
  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 190
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +84/-2
    • CDNSG+
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #167 เมื่อ19-04-2013 04:34:49 »

ได้กันแล้ว.. แต่ว่า อย่าว่าแต่บลูที่กลัวอนาคตเลยนะ
เราก็กลัว.. กลัวใจคนเขียนด้วย :ling3: แต่ก็นั่นแหละ เสน่ห์ของเรื่องนี้คือการที่เราเดาอะไรต่อไม่ถูกเลย o22
หวังแต่ว่าให้นายได้เจอความสุขไวๆนะบลู

ติดตาม ตามต่อ ตามติดดด

ออฟไลน์ wargroup

  • Twitter/IG : @inaSSusani
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +52/-3
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 13 ] 18-04-18
«ตอบ #168 เมื่อ19-04-2013 05:16:43 »

ได้เสียใช่ไหม ที่เขาเรียกกัน? ...รู้สึกว่าทั้งสองต่าง "ได้" และต่าง "เสีย" บางสิ่ง น่ากังวล  :mew5:

ออฟไลน์ สักวัน

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 27
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +92/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #169 เมื่อ25-04-2013 17:50:35 »

-14-
High Hopes

http://www.youtube.com/v/Q6SiOnTLVfk?hl=en_US&amp;version=3


นิ้วของทะเลลูบไล้อยู่ที่แขนของผม ตรงร่อยรอยของใบมีดที่ฝากเอาไว้ ผมหลับตาเคลิ้มไปกับสัมผัสเบาๆ หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้พูดอะไรกันเหมือนต่างคนต่างอยู่ในห้วงความคิด เพราะเมื่อใช้อารมณ์ลงมือทำสิ่งใดไปแล้วก็มักจะมีความคิดตามมาหลังจากนั้นเสมอๆ ผมรู้ว่าผิดที่ทำแต่ก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันมันต้องเกิด  ผมทำร้ายทะเลก็จริง แต่ผมไม่เสียใจ ยิ่งไปกว่านั้นที่ผมรู้สึกคือดีใจ ผมอาจจะเลวที่คิดแบบนี้ แต่นั่นมันเป็นความจริงที่ผมรู้สึกและไม่อาจปฎิเสธให้เป็นอื่นได้จริงๆ

ทะเลนอนหันหลังโดยมีผมกอดเอาไว้ ผมโอบแขนเข้ากระชับมือของทะเลแล้วกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“เจ็บรึเปล่า" ทะเลเงียบไปสักพักจนผมเริ่มใจเสีย คิดว่าทะเลคงโกรธ ผมจึงกดจูบลงที่หลังคอแล้วคลอเคลียอยู่อย่างนั้นแทนคำขอโทษ

ทะเลหันกลับมามองหน้ายังเงียบไม่ได้ตอบอะไร ผมมองทะเลไล่เรื่อยลงมาจากใบหน้า ตามลำคอและตามตัว บางแห่งเป็นสีม่วงช้ำ บางแห่งเป็นรอยกัดช้ำเลือด มันมากกว่าที่ผมคิดจนทำให้รู้ว่าถามคำถามที่ดูโง่มากๆออกไป

ผมเริ่มรู้สึกเสียใจ...ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อไปดี ยิ่งทะเลไม่พูดผมก็เริ่มกลัว กลัวว่าจะรับไม่ได้กับสิ่งที่ผมเป็น กับสิ่งที่ผมทำ

“พี่บลูโกรธเลมากเลยเหรอ" ทะเลวาดแข่งโอบกอดผมแล้วถามขึ้น ทะเลกำลังตีความการกระทำของผมว่ามันคือความโกรธทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่ แต่ผมก็ไม่รู้จะบอกยังไง มันเกิดขึ้นเพราะความโกรธก็จริงแต่สิ่งที่กระทำมันเป็นส่วนหนึ่งของตัวผม

“พี่โกรธ...แต่...” ผมจะบอกทะเลยังไงดีให้ทะเลเข้าใจ เรื่องอดีตผมก็อยากให้มันเป็นอดีตอยู่อย่างนั้น แต่บางทีมันก็เป็นแบบนั้นไม่ได้ในเมื่ออดีตทำให้ผมเป็นผมอยู่ในขณะนี้ มันฝังรากลึกในการกระทำและความรู้สึกนึกคิด

“ขอโทษ...”ผมพูดได้แค่นี้ แค่นี้จริงๆในตอนนี้
“พี่ไม่ต้องขอโทษเลแล้ว เลแค่อยากรู้ว่าทำไมถึงโกรธขนาดนั้น"
“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าโกรธหรือไงที่เห็นเลไปไหนมาไหนกับก้าน ทั้งๆที่ก็รู้ว่าก้านคิดยังไงกับเล"
“แต่เลไม่ได้คิดเหมือนก้าน ทำไมพี่บลูถึงไม่คิดว่าตรงนี้มันสำคัญกว่า"

ใช่ ตรงนี้มันสำคัญกว่าผมรู้ แต่จะไม่ให้คิดได้ยังไงในเมื่อรู้ว่าก้านกำลังพยายามทำอะไรอยู่ ซ้ำยังเคยทำสำเร็จไปแล้วด้วยครั้งหนึ่ง

เหตุผลแค่นี้ของผมมันก็มีน้ำหนักเหมือนกัน ใช่ว่าผมอยากเป็นคนไร้เหตุผลหึงงี่เง่าถึงขนาดนั้น

ผมถอนใจ ไม่ได้บอกสิ่งที่คิดออกมาให้ทะเลฟังแล้วคว้าเอามือทะเลมาบีบเล่น ไม่มีบทสนทนาใดๆอีก แต่ในหัวความคิดกลับไหลไปเรื่อยๆ

ข้อมือของทะเลเป็นรอยชัดเจน แต่ที่ๆเหมือนจะชัดที่สุดคือตามลำคอ รอยมันเข้มมาก คงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะหาย ถ้าน้าวิทย์กับน้าเพลงเห็นเข้าจะทำยังไง ยังดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ยังพอหลีกเลี่ยงได้บ้าง ผมคงต้องพยายามเก็บทะเลไว้ในห้องก่อน ไม่ให้ใครเห็นเป็นดีที่สุด...

ผมวางแผนแล้วจัดการดูแลทะเลหลังจากนั้น พยายามไม่ให้น้าวิทย์ น้าเพลงสงสัย ให้ทะเลลงมาข้างล่างให้เห็นหน้าบ้างแต่ก็ไม่ให้เดินไปใกล้จนเกินไป พอถึงวันที่ไปเรียนรอยที่ข้อมือก็เริ่มบางแล้วแต่รอยที่คอก็ยังชัดเหมือนเดิม มันใหญ่มากจนพลาสเตอร์ก็ช่วยไม่ได้ ผมจึงคิดตัดสินใจพาทะเลโดดเรียนก่อนวันนึงโดยหวังว่าหลังจากวันนี้แล้วมันคงจะดีขึ้น

...

วันจันทร์เราออกจากบ้านมาตอนเช้าเหมือนปกติที่ไปโรงเรียน ผมเอาเสื้อผ้าของทะเลใส่กระเป๋าตัวเองมาด้วย เมื่อออกมาสักพักผมก็แวะปั๊มให้ทะเลเปลี่ยนชุดแล้วพาไปตลาด เรากินข้าวแล้วเดินอยู่แถวนั้นจนแดดของช่วงสายเริ่มแรงขึ้นผมจึงพาทะเลหลบร้อนมาเดินในห้างที่อยู่ใกล้ๆ

ทะเลมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาที่อยู่กับผม ผมอยู่กับทะเลมานานจนรู้ว่านั่นเป็นรอยยิ้มของความสุข และมันก็เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมยิ้มไปด้วย ความสุขเล็กๆของผมดำเนินไปเพียงไม่นานก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ ทะเลหยิบมันออกมาดูชื่อที่หน้าจอเหมือนชั่งใจก่อนจะกดตัดสาย ไม่ทันที่ทะเลจะเก็บเข้ากระเป๋ามันก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทะเลหันมามองหน้าผมอย่างลำบากใจ

“รับสิ" ผมบอก พาทะเลมานั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่แถวนั้น แล้วเดินปลีกตัวออกมา ไม่อยากจะเห็นท่าทางลำบากใจของทะเลอีก
“ว่าไง" ทะเลรับโทรศัพท์แล้วคว้ามือผมเอาไว้ไม่ให้ไปไหน พอผมหันไปมองทะเลก็บีบมือผมแน่นแล้วพูดกับคนในสาย
“อยู่ข้างนอก"
“เปล่า"
“ไม่มีอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไป"
“เออน่า มึงเข้าเรียกเหอะ ไว้เจอกัน"

ทะเลตัดบทแค่นั้น เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วเอียงคอมองผมอย่างครุ่นคิด

“อะไร" ผมถาม
“โกรธอีกรึเปล่า" ทะเลถามกลับ ผมถอนใจแล้วส่ายหน้า ไม่อยากให้ทะเลคิดมากถึงขนาดนั้น ยอมรับว่าก็ไม่ได้พอใจเพราะดูยังไงๆก้านมันก็ยังตามทะเลอยู่ไม่เลิกลาง่ายๆ แต่ผมก็ไม่อยากเอาอารมณ์มาลงกับทะเลอีก

ผมกอดคอทะเลเดินหาร้านเครื่องดนตรีกัน นึกขึ้นมาได้ว่าอยากได้ไม้กลองใหม่ เดินอยู่ไม่นานจนเจอร้าน เราต่างคนต่างดูของที่ตัวเองสนใจ ใช้เวลาอยู่ในนั้นเรื่อยๆไม่รีบร้อน ผมได้ไม้กลองใหม่มาคู่หนึ่งอย่างที่หวัง หันไปหาทะเลก็ยังคงสนใจแต่กีตาร์และดูท่าว่าคงอีกสักพักผมเลยดูของในร้านต่อเพื่อรอทะเล

ผมดูไปเรื่อยๆจนสะดุดอยู่ที่ปิคกีตาร์ มีอยู่อันหนึ่งที่สะดุดตาผม มันเป็นปิคสีฟ้าเหลือบๆธรรมดาๆแต่ทำให้นึกถึงสีของน้ำทะเล ผมหยิบขึ้นมาดูเพียงแค่ไม่ถึงนาทีก็ตัดสินใจซื้อมาเก็บเอาไว้ให้ทะเล

เราเดินกันในห้างนั้นจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ เมื่อขาเราล้าเกินกว่าที่จะเดินต่อไปผมก็คิดว่าเราควรจะกลับกันได้แล้ว ผมชวนทะเลกลับทะเลก็พยักหน้าเพราะรู้ดีว่าวันนี้ผมมีเล่นที่ร้านตอนเย็น เราสองคนเดินลงมาชั้นล่างของห้างไม่ทันที่จะได้กลับออกไปก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกทักผมขึ้นก่อน

“บลู...บลูใช่ไหม..."

เป็นเสียงผู้หญิง เสียงที่ทำให้ผมไม่นึกอยากหันไปมอง แต่รู้สึกตัวก็หันไปหาแล้วตามสัญชาตญาณ

ผมเห็นคนที่ไม่เจอมากว่าสิบปี แต่ผมก็ยังจำได้ จำผู้หญิงที่ให้กำเนิดผมได้

แม่มองผมด้วยแววตาเหมือนดีใจ ผู้หญิงตรงหน้าดูมีอายุขึ้นแต่ก็ยังเหมือนเดิม ยังเป็นผู้หญิงตัวเล็กที่ชอบแต่งตัว รักสวยรักงามดูแลแต่ตัวเองจนไม่คิดแม้แต่จะสนใจลูก

ผมหันหลังให้ผู้หญิงคนนั้น เหมือนที่อยากหันหลังให้อดีตแล้วคว้ามือทะเลเดินออกมาไม่สนใจเสียงเรียกที่ตามมาอีก ทะเลมองผมคล้ายอยากจะถามแต่ก็ไม่ได้ถามอะไร

รู้สึกตัวอีกทีผมก็พาทะเลมาถึงที่ห้องซ้อมแล้ว ภาพในอดีตซ้อนทับปัจจุบันจนผมแทบไม่รู้ตัว แม้พยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปคิดถึงมันก็ยังห้ามไม่ได้ ในใจผมนึกสงสัยในแววตาของแม่ สงสัยว่าอะไรที่ทำให้แม่ดีใจเมื่อเจอผม ในเมื่อสำหรับผมมันมีแต่ความรู้สึกเลวร้ายในอดีต

ผมตัดผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตตั้งนานแล้วและไม่เคยคิดจะกลับไปหาอีก ในเวลาที่ได้เจอกันอีกครั้งผมไม่มีอารมณ์ใดๆให้กับคนที่เป็นแม่ของผม ไม่ได้รู้สึกถึงสายสัมพันธ์ใดๆที่ลึกซึ้งผูกพันธ์อีกต่อไป จะมีก็แต่การกล่าวโทษ...ผมโทษแม่ที่ทำให้ผมเป็นคนที่แตกหัก ไม่สมบูรณ์ทางจิตใจ...โทษที่เป็นคนทำให้ผมเป็นคนที่ไม่คู่ควรกับสิ่งที่ได้มา...

ผมพยายามปัดความคิดเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นออกไปแล้วมองทะเลที่นั่งอยู่ข้างๆ เราอยู่ในห้องซ้อมกันสองคนเพื่อรอป็อปกับร็อคสอนเสร็จจะได้ไปที่ร้านพร้อมๆกัน ทะเลหยิบกีตาร์ไฟฟ้าที่วางอยู่แถวนั้นมาเล่นเป็นทำนองเพลงที่ทะเลแต่ง ผมเห็นนิ้วเรียวๆของทะเลที่เกากีตาร์อยู่ทำให้นึกถึงปิคอันนั้นขึ้นมาได้ ผมหยิบปิคที่ซื้อมาเมื่อตอนบ่ายมายื่นให้ตรงหน้าทะเล

“สีฟ้า...เหมือนตาพี่บลูเลย" ทะเลจับพลิกดูไปมาแล้วบอกผม

ผมยิ้ม ในใจตอนที่ซื้อกลับคิดว่ามันสีเหมือนน้ำทะเล...

ทะเลยิ้มตอบผมจนเห็นลักยิ้มทั้งสองข้าง เป็นยิ้มเหมือนตอนเด็กๆเวลาดีใจเมื่อได้ของ มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกดจมูกลงตรงลักยิ้มนั่น...

ไม่ทันที่ผมจะผละออกป็อปก็เปิดประตูเข้ามา พอเห็นเราทั้งสองป็อปก็ยิ้มให้ ดูเป็นยิ้มที่ฝืนๆ ป็อปทักทายปกติที่สุดแต่ผมเห็นสายตาจับจ้องอยู่ที่คอของทะเล ก่อนจะหันมาสบตาเข้ากับผมแล้วมองเมินไปที่อื่นไม่ได้หันมามองพวกเราอีก

เราทั้งสามตกอยู่ในความเงียบที่ให้ความรู้สึกอึดอัด บางทีทะเลก็เหลือบมองผม บางทีก็เหลือบมองป็อป ไม่มีใครคิดหาบทสนทนาที่เหมาะกับช่วงเวลานี้ได้เลย

ผมเอื้อมไปเอากีตาร์มาจากมือทะเลและเล่นมันเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัดที่เป็นอยู่ ผมไม่ได้เล่นกีตาร์เก่งเหมือนอีกสองคนที่อยู่ในห้องแต่ก็แค่เล่นมันไปเรื่อยๆ สักพักป็อปก็หยิบกีตาร์ของตัวเองมาเล่นคลอกับผม ทะเลดูจะเหม่อไปเหมือนจมอยู่ในความคิดของตัวเองพลางมองปิคในมือ

จู่ๆผมก็รู้สึกหน่วงๆในอก มันเป็นความรู้สึกเศร้าลึก บอกไม่ได้ว่าอะไรหรือทำไมทำให้รู้สึกแบบนี้

ผมมองป็อปที่นั่งพิงผนังห้องตรงข้ามกับผมที่นั่งอีกฝั่งหนึ่ง

เมื่อเราสบตากัน สายตาของป็อปก็ยังไม่เปลี่ยนไป

นานแล้วที่ไม่ได้มองป็อปเต็มๆตา ครั้งสุดท้ายผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ด้วยซ้ำ ช่วงเวลาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ผมพยายามรักษาระยะห่างเพื่อให้ป็อปตัดใจ นิสัยของป็อปผมรู้ดีว่ามันอ่อนไหวและเปราะบางกว่าที่เห็นภายนอก แม้บางครั้งจะเป็นห่วง อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้าง ผมก็ได้แต่ถามเอาจากร็อคหรือแค่มองอยู่ห่างๆ

แม้ผมจะอยากให้เพื่อนคนนี้ของผมมีความสุขแต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงในเมื่อผมให้เขาไม่ได้

“เลลงไปรอข้างล่างนะ" ทะเลบอกแล้วลุกออกไป ผมไม่ได้รั้งเอาไว้

หลังจากประตูปิดลงป็อปก็ลุกขึ้นมานั่งลงข้างๆผมตำแหน่งเดียวกันที่ทะเลนั่งแล้วพูดกับผม

“กูคิดถึงมึง"
“ป็อป...”
“แค่บอกเฉยๆ"
“มึงไม่ควรจะคิดแบบนี้"
“กูไม่ได้บังคับให้มึงรู้สึกแบบเดียวกันสักหน่อย"
“มึงทำให้กูลำบากใจ ทำให้คิดว่ากูเป็นคนที่ทำให้มึงไม่มีความสุข" ป็อปส่ายหน้าตอบคำพูดของผม
“กูจะพูดให้มึงสบายใจก็ได้ว่ากูกำลังพยายามตัดใจจากมึงอยู่" ป็อปพูดแล้วยกมือขึ้นลูบแขนของตัวเองที่มีรอยสักอยู่ตรงนั้น เป็นรอยสักใหม่ที่ผมเพิ่งเห็น จริงอย่างที่ร็อคว่า ตอนนี้รอยสักมันแทบจะเต็มตัวป็อปแล้ว

ผมอดคิดไม่ได้ว่าป็อปกำลังเสพติดความเจ็บปวด และเหมือนกับว่าผมเป็นคนส่งต่อมัน ผมอยากให้ป็อปคิดทำจริงๆกับสิ่งที่พูด คิดตัดใจ เพราะผมรู้ดีว่าตัวผมไม่ได้มีค่าอะไรมากมายขนาดนั้น

“อยู่กับเลมีความสุขไหม" ผมยิ้มให้ป็อป ให้เขาตีความมันเอาเอง จริงๆแล้วจะความสุขหรือความทุกข์ผมไม่สามารถบอกกับใครได้ ถึงบอกไปใช่ว่าคนๆนั้นจะรู้และเข้าใจ ถ้าผมบอกว่าตัวผมมีความสุขในขณะที่เขาไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะรับรู้...

เราอยู่ในห้องได้สักพักไม่นานหลังจากนั้นร็อคกับตูนก็เข้ามา เมื่อครบแล้วพวกเราจึงเริ่มเก็บของเพื่อไปที่ร้าน ทะเลดูเงียบไปเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีโอกาสได้คุยกัน จากสายตาของทุกคนเหมือนกับว่ารับรู้ความความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงระหว่างผมกับทะเล มันไม่ได้ทำให้ผมอึดอัดแต่สำหรับทะเลผมก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกแบบไหนกับท่าทางที่เงียบไปในตอนนี้

...

ในระหว่างที่รอขึ้นเล่นเรานั่งกันอยู่โต๊ะประจำหน้าร้าน บทสนทนาของพวกเราเป็นไปอย่างเรื่อยๆไม่ได้เจาะจงอะไรเป็นพิเศษ เมื่อมีคนเดินมาหยุดยืนที่โต๊ะของเราทุกคนจึงเงียบและจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสงสัย

คนๆนั้นมองไปที่ป็อปแล้วยิ้มให้ ผมจึงเลื่อสายตาลงมาที่ป็อปที่มีแววตาตกใจเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไปแล้วทักขึ้น

“มาได้ไง"
“ก็ป็อปเคยบอกว่าเล่นที่นี่ เลยมาดู" เขาพูด มองไปรอบๆโต๊ะแล้วหยุดมองที่ผม
“ใช่ปาร์ครึเปล่า" ร็อคถามขึ้น ผู้ชายคนนั้นจึงพยักหน้า
“เฮ้ย ไม่เจอนานเลยว่ะ เป็นไงบ้าง"

ร็อคชวนเพื่อนเก่ามันนั่งด้วยกัน ผมฟังมันแนะนำแล้วบอกว่าเป็นเพื่อนสมัยที่เรียนอยู่โรงเรียนเก่า ผู้ชายที่ชื่อปาร์คคนนี้ตัวค่อนข้างใหญ่พอๆกับผม สีหน้าของเขาไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆนักแต่เป็นคนที่มีแววตาแพรวพราว เหมือนเป็นการบอกให้รู้ว่าเขากำลังรู้ในสิ่งที่เรากำลังคิด...ผมที่ยาวประมาณบ่าถูกรวบเอาไว้ทำให้เห็นรอยสักที่ท้ายทอย

ดูรวมๆแล้วเป็นคนที่ให้ความรู้สึกอันตรายอยู่หน่อยๆ

เมื่อร็อคถามว่าไปเจอกับป็อปที่ไหนมาก็เลยรู้ว่ารอยสักทั้งหมดของป็อปเป็นฝีมือของเพื่อนคนนี้ ป็อปเป็นลูกค้าประจำที่ร้านของพี่ชาย เขาว่าอย่างนั้น มันทำให้ผมนึกถึงรอยสักของป็อปบนแผ่นหลัง ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันสวย และผมก็ชอบรูปดอกกุหลาบสีฟ้าอันนั้นเป็นพิเศษ

เราคุยกันได้ไม่นานก็ต้องเข้ามาเตรียมตัว ผมให้ทะเลเข้ามานั่งข้างในที่เดิมเหมือนปกติ ปาร์คก็กลับไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนที่มาด้วยกัน หลังจากเล่นเสร็จผมก็บอกลาเพื่อนและปลีกตัวพาทะเลกลับบ้านมาก่อนไม่ได้อยู่ต่อ

ผมกังวลใจไม่น้อยจากท่าทีเหม่อลอยตลอดเวลาของทะเล ไม่รู้ว่ากำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ ผมจำรอยยิ้มเมื่อตอนกลางวันที่เราอยู่ด้วยกันได้ แปลกที่ว่าพอจะหมดวันก็เหมือนกับรอยยิ้มมันค่อยๆหายตามไปโดยที่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ ผมดึงทะเลมากอดเมื่อทะเลทิ้งตัวลงนอนบนฟูกข้างๆ ทะเลนอนนิ่งสงบในอ้อมกอดเหมือนว่ากำลังจะกลับ ผมจึงหลับตาลงบ้าง ยังไม่ได้ถามอะไรแม้ในใจจะอยากรู้

“พี่ป็อปยังรักพี่บลูอยู่..." จู่ๆทะเลก็พูดขึ้น ผมจึงคลายกอดออกเพื่อมองหน้าทะเล ดีใจที่ทะเลพูดออกมาก่อนโดยที่ผมไม่ต้องถาม
“...ทำไมถึงคิดแบบนั้น"
“เลไม่ได้คิด แต่เลรู้...พี่ป็อปจะเกลียดเลไหม...ถ้ารู้ว่าเรา...”
“รักกัน" ผมต่อให้ คำที่ทะเลอึกอักไม่กล้าพูดมันออกมา "ป็อปไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเกลียดเล ถ้าจะเกลียดก็ต้องเกลียดพี่เพราะพี่เป็นคนทำร้ายเขา"
“เขาจะเกลียดพี่ได้ยังไงเล่า...”
“อย่าคิดมากเลย อีกไม่นานป็อปก็คงทำใจได้"ผมยกมือขึ้นเขี่ยผมที่ปรกหน้าทะเลไปด้านข้าง แล้วพูดให้คลายกังวล เพราะรู้ว่าป็อปคงไม่คิดกับทะเลแบบนั้น
“พี่บลู...คนอื่นเขารู้ไหมว่าเราเป็นอะไรกัน"
“ถ้าป็อปกับร็อคน่ะรู้เพราะพี่บอกเรื่องของเล แต่คนอื่นพี่ไม่ได้สนใจว่าเขาจะรู้รึเปล่า"
“เลเริ่มกลัวว่าพ่อกับแม่จะรู้...เลไม่รู้ว่าพ่อกับแม่จะว่ายังไงถ้าเกิดรู้เรื่องของเราขึ้นมา"

ผมเงียบ ในใจก็นึกกังวลเหมือนกันกับเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด ผมคิดมาตลอดถึงความผิดถูกจนเป็นหนึ่งเหตุผลที่หักห้ามตัวเองไว้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเหตุผลก็คือเหตุผล เอาชนะอารมณ์ความรู้สึกของผมไม่ได้อยู่ดี

“นอนเถอะ อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย"

ตอนนี้ผมยังไม่อยากให้ทะเลคิดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่ มันยังเร็วเกินไปถ้าจะบอกให้น้าวิทย์กับน้าเพลงรับรู้แต่ผมคิดเอาไว้ว่ายังไงมันก็ต้องมีสักวันที่ผมจะบอกพวกเขา

แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ยังไม่ใช่...เพราะผมเพิ่งจะได้ทะเลมา...และยังไม่พร้อมถ้าหากจะต้องเสียทะเลไป

...

จากวันนั้นเพียงไม่กี่วัน ผมก็เจอคนที่ไม่คิดจะเจออีกครั้งหนึ่ง การมาถึงครั้งนี้เป็นไปอย่างจงใจทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ต้องการที่จะให้ผมมีความสุข เมื่อเห็นแม่อีกครั้งก็เหมือนเห็นเงาดำในอดีต มันไม่มีคำว่ายินดีเพราะไม่รู้สึกดีใจแม้สักนิดที่ได้พบ

เจ๊หนิงพาแม่มาหาผมด้วยสีหน้าลำบากใจ คงกังวลกับความรู้สึกของผมไม่น้อย ผมไม่มีความรู้สึกไม่พอใจเจ๊หนิงแต่รู้สึกไม่พอใจแม่เพราะผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรจากผม

แม่บอกว่าต้องการคุยกับผมเจ๊หนิงจึงเข้าไปหาน้าวิทย์ในบ้าน ทิ้งผมไว้ที่หน้าอู่กับแม่ เมื่อผมนั่งลงที่ม้าหิน แม่ก็นั่งลงตามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผมไม่ได้ยิ้มตอบรอยยิ้มนั่นได้แต่นั่งเฉยๆรอให้แม่เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

“บลูสบายดีไหมลูก" ผมมองแม่ด้วยความฉงนใจในคำพูด แม่ไม่เคยจะพูดกับผมแบบนี้ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ทั้งน้ำเสียงและคำพูด มันไม่ใช่เลย เหมือนไม่ใช่แม่ที่ผมเคยรู้จัก
“ครับ"
“แม่ดีใจที่ได้เจอบลู"
“......”
“...อยู่ที่นี่เป็นยังไงบ้าง...มีความสุขไหม" ผมได้แต่ยิ้มหยันในคำพูด ไม่ตอบแต่เลือกที่จะถามคำถามที่ผมอยากรู้
“แม่มาทำไม"
“แม่คิดถึงบลู...อยากมาหา..."
“......”
“บลูโตขึ้นจนแม่แทบจำไม่ได้...แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอบลูอีกแล้ว" ผมมองผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า 'แม่' ทุกคำแทนที่คำว่า 'ฉัน' ที่พูดกับผมเมื่อก่อน ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยว่าแม่ต้องการอะไรจากผม

เมื่อผมไม่ตอบอะไรเราจึงตกอยู่ในความเงียบ ผมไม่ตอบสนองอะไรจนแม่คงรู้สึกได้เลยไม่รู้จะพูดอะไรออกมา ในระหว่างนั้นทะเลก็กลับมาจากโรงเรียนเมื่อเห็นผมนั่งอยู่หน้าอู่จึงมองทั้งผมและแม่ด้วยความสงสัย ผมยิ้มให้บางๆเหมือนเป็นการบอกว่าไม่มีอะไรทะเลจึงเดินเข้าบ้านไป

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วแม่ก็กลับเถอะ" ผมเอ่ยปากไล่โดยไม่รู้สึกผิดสักนิด ไม่คิดอยากอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว

“แม่ไม่ได้อยู่กับพี่หญิงแล้ว...แม่แต่งงานเมื่อสี่ปีก่อน...แล้วบลูก็มีน้องชายด้วยนะ"

แม่รีบพูดเมื่อผมลุกขึ้น คำพูดของแม่หยุดขาของผมที่คิดจะเดินหนี รู้สึกแปลกใจที่ประโยคนั้นของแม่ทำให้ผมรู้สึกเจ็บร้าวได้ เพราะความสุขในน้ำเสียงของแม่ มันบอกชัดว่ากำลังอยู่ในครอบครัวที่ผมเคยฝันถึง ครอบครัวที่เคยนึกอยากให้แม่มีผู้ชายแค่คนเดียวแล้วรักผมเหมือนลูกเหมือนที่แม่คนอื่นรัก

ผมกำลังรับรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยฝันทั้งหมด...เป็นของอีกหนึ่งเลือดเนื้อของแม่...เป็นของน้องชายผม

“ถ้าบลูอยากกลับไปอยู่กับแม่...”

“ผมไม่อยาก"

ผมพูดตัดบท ไม่อยากจะฟังอะไรต่อไป ผมไม่นึกว่าตัวเองจะรู้สึกอะไรกับคำพูดของแม่แต่ผมก็รู้สึก มันแปลกดีที่ผมจินตนาการครอบครัวใหม่ของแม่ที่อยู่กันอย่างมีความสุขแล้วก็ให้นึกชิงชังจากน้ำเสียงที่ดูรักใคร่ ทั้งที่กับผมทำอะไรไว้บ้างคิดว่าผมจะลืมไปแล้วกลับไปอยู่ด้วยหรือยังไง

“อย่ามาที่นี่อีก ผมอยากให้เราต่างคนต่างอยู่เหมือนเดิม หวังว่าแม่คงเข้าใจ" ผมบอกแล้วเดินเข้าบ้านมา ไม่สนใจอะไรอีก ผมเห็นน้าวิทย์ น้าเพลงและทะเลที่มองอยู่ห่างๆแต่ก็ไม่มีอารมณ์จะพูดคุยกับใครทั้งสิ้น

ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอที่ยังมีความรู้สึกกับอดีต เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าแม่ผมก็ยังมีความรู้สึกเสี้ยวเล็กๆที่ผมโหยหา นานมาแล้วที่ผมอยากได้ความรักความใจดีของแม่อย่างที่แม่ให้ผมในตอนนี้ เมื่อรู้สึกว่ามันสายไปก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้สึกสะเทือนจิตใจ

ผมยิ้มหยันๆให้กับความโชคร้ายของตัวเอง นึกเข้าใจคำว่าโชคชะตากำลังเล่นตลก
ทั้งที่จริงๆมันไม่ใช่เรื่องตลก แต่ผมก็ยิ้ม หัวเราะให้กับโชคชะตา...ไม่นึกอยากร้องไห้...

ช่างเถอะ

ผมพอใจกับปัจจุบันแล้ว

น้าวิทย์ น้าเพลงและทะเลเป็นครอบครัวของผม...ไม่ใช่แม่

และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป...ผมคิดอยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป...

ใช่...ผมคิด ผมหวัง


แต่สุดท้ายคำว่าตลอดไปมันก็มีอยู่แค่ในความฝัน...
ยาก...ที่จะรักษาเอาไว้ได้...ในชีวิตจริง






Song Titles : High Hopes
Artist : Kodaline

 :pig4:

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
« ตอบ #169 เมื่อ: 25-04-2013 17:50:35 »





ออฟไลน์ 403

  • 4 0 3 Forbidden
  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 301
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +309/-2
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #170 เมื่อ25-04-2013 18:06:32 »

ตอนนี้เหมือนว่า เริ่มจะมีตัวปัญหาโผล่เข้ามาอีกหลายคน โดยเฉพาะแม่ ไม่น่าจะมาหาบลูแค่ชวนไปอยู่ด้วยหรอกมั้ง น่าสงสัย
ส่วนเพื่อนเก่าของป๊อปกับร็อคนี่ จะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าทำอะไรทะเลเลยนะ เรื่องนี้ไม่ได้กลัวอะไรนอกจากกลัวทะเลโดนทำร้าย

อร้าก

 :hao5:

ขอบคุณค่ะ

ปล. อ่านมาตั้งหลายตอน เพิ่งมานึกได้ตอนนี้ว่า ป๊อป ร็อค บลู มันเป็นประเภทของเพลง อร้าก ชื่อแปรผันกับนิสัยของตัวละครไหมนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25-04-2013 18:09:35 โดย 403 »

ออฟไลน์ nunnan

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2275
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +124/-6
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #171 เมื่อ25-04-2013 18:28:36 »

กลับมาให้เสียใจอีกทำไมมมม  :ling3: :ling3:

ออฟไลน์ -west-

  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1393
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1875/-12
    • FACEBOOK PAGE
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #172 เมื่อ25-04-2013 19:23:11 »

อ่านแล้วกังวลเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัวยังไงก็ไม่รุ้แฮะ

ออฟไลน์ OrangeryLemon

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 129
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +20/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #173 เมื่อ25-04-2013 19:32:00 »

บาดแผล ความซับซ้อน ความรุนแรงทางอารมณ์ ปมต่างๆในชีวิตบลู

ทำให้นึกไม่ออกว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปสู่ปลายทางที่มีความสุขได้อย่างไร???

ออฟไลน์ iamew

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 115
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #174 เมื่อ25-04-2013 19:59:13 »

ทะเลในโลกสีฟ้า ทำไมมองเห็นแต่สีเทา
พิมพ์ไปมือสั่นไป เรื่องนี้มันค่อยๆ สั่นคลอนหัวใจเราจริงๆ นะ

เศร้าลึก

ออฟไลน์ ammamooty

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1056
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +64/-2
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #175 เมื่อ25-04-2013 20:51:46 »

ปาร์คนี่คู่กับป๊อปใช่ป่ะ(มองหาคู่ให้สุดๆ)

ปล.แน่ะสงสารบลู..อยากรู้จังว่าแม่บลูมาทำไมอะ จะทำให้เรื่องมันยุ่งยากกว่าเดิมป่ะ
ปล1.อันที่จริงเม้นเกี่ยวกับป๊อปต้องมาอยู่ในปล.ข้างบนแทยเม้ยเกี่ยวกับบลูดิเพราะเรื่องหลักเป็นของบลู ..กร๊ากกก

ออฟไลน์ Starry[Blue]

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 178
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +6/-0
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #176 เมื่อ26-04-2013 00:51:36 »

กลัวใจแม่บลูจริงๆ จะมาทำอะไรรึเปล่า ฮึ่ม

ปาร์คคู่ป๊อปรึเปล่าคะ #ก๊าก ถามงี้เลย

ถ้าสองคนนี่คู่กันเราขอดีใจก่อนได่ไหม55 เราว่าคนที่จะรักป๊อปและคู่กับป๊อป

นี่ถ้าเป็นอบอุ่นคงรั้งป๊อปไม่ได้แน่ๆ (เพราะแค่นี่ความเศร้ายังผลักให้ป๊อปจมกับการทำร้ายตัวเองอย่างนี้:-/

ต้องดูอันตรายและดุมากพอที่จะรั้งเอาไว้แหละฉุดขึ้นมานี่แหละค่ะ

ก๊าก ไปไกลเลย นี่แค่เพิ่งโผล่555555

ขอบคุณคนแต่งอีกเช่นเคยค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ malula

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 7216
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +622/-7
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #177 เมื่อ26-04-2013 01:10:22 »

เขียนได้ดีจริง ๆ ค่ะคุณขา บรรยายอารมณ์ความรู้สึกได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านมืดมัว สลัว สว่าง
โอยอิฉันจะตาย สงสารบลู ถึงแม้ตอนนี้ใครจะมองว่านายร้ายแค่ไหนก็ตามที
สิ่งที่หลอมรวมความเป็นบลูมาถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะผ่านมันมาได้ง่าย ๆ
ป็อปรักคนที่ไม่ได้รักตอบก็เจ็บ ก้านก็เช่นกัน
ส่วนบลูและทะเลแม้จะรักกัน ชีวิตพวกเขาก็ใช่ว่าจะราบรื่น
สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า บางทีอาจไม่ใช่ความสุขหรือความสมหวัง
คนอ่านก็ได้แต่หวังว่าชีวิตนายบลูมันจะไม่บลูไปกว่านี้

tumprom

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #178 เมื่อ26-04-2013 01:29:32 »

 o13

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
Re: ทะเลในโลกสีฟ้า [ 14 ] 25-04-13
«ตอบ #179 เมื่อ26-04-2013 06:33:54 »

ยังไงแม่ก็คือแม่ ที่กลับมาส่วนหนึ่งอาจจะเพราะรู้สึกผิดกับบลู แต่ในความรู้สึกผิดจะมีความรักไหม อันนี้ไม่รู้ แต่นั่นคงเป็นสิ่งที่บลูต้องการ
เราโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นนะ เวลาอ่านเรื่องของบลูแล้วนึกเห็นใจตลอดเวลา ชีวิตคนเรามันเป็นได้ถึงขนาดนี้ ทำไมไม่เจอแต่เรื่องดีๆนะ :mew4:
ทะเลคงเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจบลูมาตลอด แต่ตอนนี้ทั้งคู่ได้ก้าวข้ามอะไรมาเยอะแล้ว และมังคงกระทบกับครอบครัวที่บลูรักแน่ๆ :z3:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด