รัก....ที่ขาดหาย พิเศษ ลูกชายคุณพ่อผมขอได้มั้ยครับ 100% จบแล้วย้ายเลยค่ะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: รัก....ที่ขาดหาย พิเศษ ลูกชายคุณพ่อผมขอได้มั้ยครับ 100% จบแล้วย้ายเลยค่ะ  (อ่าน 185111 ครั้ง)

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
ขออภัยนะคะ  วันนี้อาจจะไม่ได้โพสค่ะ
ทำงานดึก  หรือถ้าโพสก็อาจจะดึกเลย ประมาณตีหนึ่ง

อิอิ 

 :o12: :o12: :o12: :o12:

ออฟไลน์ jimmyFG

  • Ich Liebe dich.
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +203/-4
    • @Facebook
เป็นกำลังใจให้ปัตสู้ๆ

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
โฮ่ะๆๆๆ  เนื่องจากว่าที่ทำงานเค้ามีการตรวจสอบระบบสัญญาณดับเพลิง นั่งทำงานไป ทำงานมา เริ่มหายใจไม่ออก
เลยชิ่งกลับบ้านดีกว่า  ฮ่าๆ



บทที่ 5 ครอบครัว


กว่าที่ผมจะทำใจบอกข่าวให้ทุกคนทราบได้ก็ล่วงเลยมาเกือบ สองอาทิตย์  และแล้วในเย็นวันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังทานข้าวเย็นกัน

ทุกอย่างผ่านไปอย่างมีความสุขเช่นเคย   พอทานข้าวเสร็จแม่ก็ลุกขึ้นเตรียมจะเก็บสำรับของวันนี้ แล้วผมก็เอ่ยทักขึ้น

“เดี๋ยวครับแม่  ทุกคนครับ  ...เอ่อ  พอดีปัตมีเรื่องจะบอกครับ”  ผมพูดเสร็จ ทุกคนก็หันมาสนใจผมทันที  แม่ละมือจากจานอาหาร

แล้วนั่นลงที่เก้าอี้หันมามองผมอย่างสนใจทันที   ทุกอย่างรอบตัวเงียบจนผมเผลอกลั้นหายใจ  มองหน้าทุกคน  ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ ทีหนึ่ง

“เอ่อคือ ปัต....   ปัต  เอ่อ   ....ปัตสอบเข้ามหาลัยXXX ได้แล้วครับ” ผมพูดอย่างรวดเร็ว    ผมก้มหน้าลงต่ำ บีบมือตัวเองแน่น

รอฟังปฏิกิริยาคนรอบข้าง  ...  ขณะที่กำลังเป็นกังวล  สาวน้องสองคนข้างๆ ก็กระโดดตัวลอย มากอดผมแล้วหอมแก้มผมใหญ่

“ยะฮู้~  พี่ปัตเก่งที่สุดเลย  ปุ้มว่าแล้วพี่ปัตต้องทำได้ เท่ห์ๆ  เท่ห์ที่ซู๊ดดดดดดดดดด”  ปุ้มว่าแล้วกอดผมใหญ่

“เย้ๆ  ๆ  พี่ปัตๆ  ยอดเยี่ยมกระเทียมดองไปเลย  ฉลองๆ งานนี้ต้องฉลองนะคะคุณพ่อคุณแม่  มาม๊ะแป้งให้รางวัลก่อน  ฟอดดด~”

ว่าแล้วแป้งก็กดจมูก จมหายไปกับแก้มผมอีกข้าง  แค่การนี้ ก็ทำเอาผมเขิน ทำตัวไม่ถูกเลย   แล้วแม่ก็เดินเข้ามาสวมกอดผม

ผมกอดแม่ตอบแน่น ๆ แม่ยิ้มให้ผม มือทั้งสองข้างบีบแก้มผมเบาๆ  สายตาที่ภาคภูมิใจของแม่ทำผมยิ้มแก้มแทบปริ

แม่หอมแก้มผม น้ำตาแห่งความปลื้มปิติค่อยๆไหลอาบแก้มแม่ แล้วหันมาลูบหัวผมแบบให้กำลังใจ

“เก่งมากปัต  ...เก่งมา..ก เลยลูกแม่”  น้ำเสียงแม่ขาดห้วงไป  ผมไล้มือเช็ดน้ำตาให้แม่ ดีใจที่แม่มีความสุข

“อืม.....เก่งมากเจ้าปัต ....เก่งจริง  ๆ  ลูกพ่อ”   พ่อว่า  เดินมาลูบหัวผมเบาๆ ขณะที่ผมยังกอดกับแม่แน่น

ผมจ้องมองที่พ่อนิ่งงัน ....  ยกมือขึ้นปิดปาก พูดไม่ออก  แต่น้ำตามันไหลออกมา.....กลั้นไม่ไหวแล้ว  แม่ผละจากตัวผม

หันหลังกลับไปกอดพ่อแน่น  เสียงแม่ปล่อยโฮเสียงดัง  สะอึกสะอื้นอยู่กับอกพ่อ  เมื่อกี้พ่อเรียกผมว่า “ลูกพ่อ”

“คุณ...ค...คุณคะ  ฮือๆ  ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ  ฮือ~”  พ่อกอดแม่ไว้แน่น  น้องสองคนโผเข้ากอดพ่อกับแม่จากด้านข้าง

จนตอนนี้กลายเป็นก้อนกลมๆ ก้อนหนึ่ง    พ่อยืนยิ้มกว้างกางมือกว้างขึ้นไปอีก  ..........พร้อมกับคำที่ทำให้ผมดีใจที่สุดในชีวิต

“มาสิลูก   .......ปัตมาให้พ่อกอดที” 

“ค...ครับ    ครับพ่อ  ฮึกๆๆๆๆ”  ผมโถมตัวเข้ากอดพ่อ จากด้านหลังของแม่ที่กอดแม่อยู่แล้ว  มือของพ่อโอบกอดมาแล้ว

โอบกอดมาถึงตัวผม   พ่อ.....ในที่สุดก็ยอมรับในตัวผมแล้ว   น้ำตาแห่งความยินดีมันไหลจนเกินจะกลั้น

“พ่อครับ...พ่อ    พ่อ   พ่อ”  ผมเอ่ยเรียกพ่อไม่ขาดสาย ตอนนี้เราห้าคนกอดกันกลม ร้องไห้เป็นเผาเต่า  เวลานี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข 

มีความสุขเหลือเกิน

.

.


.

.

และแล้วก็ถึงเวลา  ...  ผมกำลังตรวจสอบการเก็บข้าวของลงกระเป๋าอีกรอบ  ทั้งที่เก็บเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน

รู้สึกใจหายอย่างช่วยไม่ได้  เห้ออออออ ~ได้แต่ถอนหายใจ  กวาดสายตามองรอบๆ ห้องอีกครั้งก่อนจะสะพายกระเป๋า 

เดินออกมารอบห้อง  เห็นทุกคนนั่งรอจะไปส่งผมอยู่ก่อนแล้ว

“พี่ปัต  ฮึกๆ  ....แป้งไม่อยากให้พี่ปัตไปเลย  พี่ปัตไม่อยู่แล้ว ค..ใคร  ฮึกๆ  จะทำกับข้าว จะไปโรง.. ฮึกๆ  เรียน

จะดูแลตอนแป้งไม่สบายอ่ะ .....ฮึกๆ”   น้องสาวตัวน้อยโถมตัวเข้ากอดผม จนผมต้องปล่อยกระเป๋าที่ถืออยู่ให้ล่วงหล่นไป

แล้วหันมาโอบกอดคนตรงหน้าแทน ริมฝีปากแดงๆ ของแป้งเม้มแน่น  น้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า ซุกหน้าเข้ากับอกผม ส่ายหน้าไปมา

งอแงไม่ยอมให้ผมไป   

“ฮึกๆ ฮึกๆ ฮึกๆ  พี่ปัต   ฮึกๆ พี่ปัต  พี่ปัต  ฮึกๆๆๆ”  ปุ้มวิ่งเข้ามาโถมตัวกอดผมอีกคน  ผมอ้าแขนข้างหนึ่งเพื่อโอบกอดน้องสาวอีกคน

ที่สะอื้นจนตัวโยนไม่แพ้กัน  ไม่มีคำพูดใดๆ   มีแต่เสียงพร่ำเรียกชื่อผมจากปุ้ม  น้องถ่ายทอดความห่วงใยมาที่ผม  แม้จะไม่ต้อง

มีคำพูดใดๆ  แต่ผมก็รู้สึก  น้ำตาคลอหน่วยรอบดวงตา  อดใจหายไม่ได้เหมือนกันที่ต้องห่างน้องสาวสุดที่รักไป ใจหนึ่งก็อดหวั่นไหวไม่ได้

ไม่รู้ว่าจะมีใครดูแลน้องรึเปล่า   แต่อีกใจหนึ่งผมก็อยากให้น้องโตเป็นผู้ใหญ่ดูแลตัวเองได้เช่นกัน  เพราะยังไงสักวันหนึ่งผม

ก็ต้องจากไปอยู่ดี  อยากให้น้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง  ผมกดจูบเบาๆ ที่หัวทุยๆ ของปุ้มและแป้ง  ทั้งคู่ค่อยๆ เงยหน้ามาสบตาผม

“ปุ้ม แป้ง  ฟังพี่ปัตนะ  พี่ต้องไปเรียนนะครับ....พี่เองก็ไม่อยากจะจากเราทั้งคู่ไปหรอกนะคนดี  ”

“แล้ว...  แล้วทำไมต้องไปเรียนไกลๆ ด้วย ฮึกๆ  แป้งไม่อยากให้พี่ปัต ฮึกๆ ไปนะคะ  ”  แป้งว่าน้ำตาไหลพราก  ผมค่อยๆไล้มือ

เช็ดคราบน้ำตาให้แป้ง  ก่อนจะหันไปเช็ดให้ปุ้มอีกคน

“ฟังพี่นะคะ  น้องปุ้ม น้องแป้ง  พี่ปัตต้องไปเรียนไกลๆ ก็เพราะพี่อยากเรียนที่ดีๆ ทำงานดี ๆ  เพื่อแบ่งเบาภาระพ่อกับแม่ไงคะ

ปุ้มกับแป้งรักพ่อกับแม่ของเรามั้ย?”  น้องพยักหน้าตอบช้า  พลางกลั้นสะอื้น แขนทั้งสองข้างโอบกอดผมแน่น

“ปุ้มกับแป้งเข้าใจพี่นะคะ  พี่อยากให้น้องพี่ทั้งสองคนเข้มแข็ง  ต้องดูแลตัวเองดีๆ นะคะ  ช่วยเหลือตัวเองพยายามอย่าเป็น

ภาระให้พ่อกับแม่นะคะ รู้มั้ย?  อย่าบ่น  อย่างอน  อย่าน้อยใจนะคะ  รู้ใช่มั้ยว่าพ่อกับแม่ทำงานหนักก็เพื่อใคร?”

“ค่ะ  ปุ้มรู้ค่ะ ฮือๆ”   “แป้ง  ฮึกๆ ก็เข้าใจค่ะ ” 

“ปุ้ม  ปุ้มจะเป็นเด็กดีค่ะ ไม่ดื้อ  ฮึกๆ  ไม่ซน  ไม่เอาแต่ใจ และปุ้มจะช่วยแม่ทำงานบ้านค่ะ  ปุ้ม ฮึก    สัญญา”

“แป้ง แป้งก็จะช่วยงานแม่ทุกอย่างเลยค่ะ  ฮึกๆ  จะเป็นเด็กดี  จะขยันอ่านหนังสือด้วย  ไม่เอาแต่ใจค่ะ แป้งสัญญา ”

ผมดึงน้องมากอดแน่นๆ   กดจูบที่หัวทุยๆ นั่น แผ่วเบา  ก่อนจะเอ่ยบอกน้องสาวที่น่ารักของตัวเอง

“ดีมากครับเด็กดีของพี่ปัต  พี่ก็สัญญาจะเรียนจบไวๆ นะครับ   แล้วเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”

พ่อกับแม่เดินเข้ามา  ดึงน้องให้ผละจากตัวผม  แป้งซุกหน้ากับอกแม่แน่น พยายามกลั้นสะอื้นอย่างเต็มที่  ส่วนปุ้มที่ไม่ต่างกัน

ยังซุกหน้ากับอกพ่อ  พยายามกลั้นเสียงสะอื้นให้หมดไป  ผมสงสารน้องจับใจ ....แต่ก็ต้องไป   แม่หันมามองผม ลูบที่หัวผมเบาๆ

“ป่ะ  ไปกันได้แล้วปัตจวนจะได้เวลาแล้ว  เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่องซะเปล่าๆ”  ผมพยักหน้ารับก้มลงหยิบกระเป๋าเดินตามพ่อกับแม่

ที่ดันกึ่งลากน้องสาวจอมงอแงของผมทั้งคู่ไปที่รถ   


ตลอดทางผมไม่ได้มองเส้นทางแม้แต่นิดเดียว  แต่สายตายังคงจับจ้องที่น้องสาวทั้งสอง  พ่อและแม่ บรรกาศที่มีทุกคน

ที่ผมเรียกว่า  “ครอบครัว”  อยู่รอบๆ กาย  จากนี้คงอีกนาน กว่าจะได้เจอกันแต่ละครั้ง  น้องสองคนหลับไปแล้ว

กำลังหลับสบายหัวทุยๆ พิงมาที่ผมทั้งตัว  จนในที่สุดเราก็มาถึงสนามบินที่เชียงใหม่  ผมขยี้หัวน้องเบาๆ ปลุกให้ตื่น

ปุ้มกับแป้งเกาะแขนผมแน่น จนพ่อต้องเป็นคนแบกกระเป๋าแทนผม   พอมาถึงบริเวณที่ผมต้องเช็คอิน  น้องถึงได้ยอม

ปล่อยแขนผมมองตามตาละห้อย  แต่ไม่มีน้ำแล้ว  ผมกอดน้องทั้งคู่อีกครั้ง  นี่เป็นครั้งแรกที่เราจะห่างกันไปไกล และนาน

กดหอมที่หัวทุย ๆ แล้วน้องก็พร้อมใจหอมแก้มผมพร้อมกัน   ผมผละตัวออก เดินไปกอดแม่แน่น

“ปัตไปแล้วนะครับแม่”  กราบลงบนอกแม่  แม่กอดตอบก่อนจะลูบหัวผมเบาๆ  น้ำตาคลอหน่วยที่ดวงตา

“ตั้งใจเรียนนะปัต  แล้วกลับมาบ้านบ่อยนะลูก”  แม่ให้พรผม  กดจูบผมที่หน้าผาก

“ครับแม่”    ผมหันไปหาพ่อ  เดินเข้าไปใกล้  พ่อมองแล้วยิ้มให้   พร้อมอ้าแขน  ผมเดินเข้าไปกอดพ่อ ไหว้ลงที่อก

“ตั้งใจเรียนนะปัต  ไม่ต้องห่วงแม่กับน้อง  พ่อจะดูแลเอง”  พ่อบอก  ผมยิ้มรับ

“ครับพ่อ”    ในที่สุดก็ลากกระเป๋าเข้าสู่ส่วนของท่าอากาศยานสำหรับผู้โดยสาร ผมหันมาโบกมือให้ครอบครัวผมอีกครั้ง

“บ๊าย  บ๊าย ครับ”    แล้วผมก็เดินมุ่งสู่ภายใน


ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
ติดตามตอนต่อไป  :m18:

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
เรียนมหาลัยแล้ว
คุณพ่อก็ยอมรับแล้วด้วย

เยเยเย่

ออฟไลน์ monoo

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1960
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +101/-4

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
ตอนที่ 6   คนแปลกหน้า

หลังจากที่เข้ามาภายในท่าอากาศยาน  ผมก็มุ่งไปที่เกทของสายการบินไทย  พอมาถึงก็ทำให้ทราบว่าผู้ใช้บริการมีมากพอควร

จนจำนวนที่นั่งที่เหลือให้ผมนั่งนั้นบางตาเสียเหลือเกิน  ผมสะพายกระเป๋าเป้ใบย่อม เดินตรงไปเก้าอี้ว่างด้านหลังสุด  กำลังจะนั่ง

กระเป๋าของใครบางคนก็ถูกวางอย่างเบามือไว้บนเก้าอี้ตัวที่ว่าเสียแล้ว เจ้าของกระเป๋าหันมามองผมเล็กน้อย

“ไม่ว่าง”  เสียงผู้ชายคนนั้นเอื้อนเอ่ย แล้วหันมาเผชิญหน้ากับผมแบบก่อกวน  ผมได้แต่กัดฟันกรอด  รู้สึกได้ถึงความไม่เป็นมิตรของผู้ชายตรงหน้า

ผมไม่ได้หนีไปไหนแต่ยังยืนมองผู้ชายคนที่ว่านิ่งๆ  ส่งสายตาแสดงความไม่พอใจเต็มที่  เผลอกวาดตาสำรวจตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า

ผู้ชายคนนี้น่าจะสูงกว่าผมสัก 10-15 ซม. (ตอนนี้ผมสูง 180 ซม.) ผิวขาว  แต่ออกจะกร้านแดดนิด ๆ สวมแว่นสีดำ

หน้าตาค่อนไปทางนายแบบเกาหลี  ผมหยักศกสีดำขลับยาวแค่พอให้ละบ่าเสริมเสน่ห์ให้กับใบหน้าเป็นอย่างดี 

รูปร่างผอมสูง แต่กลับมีกล้ามเนื้อน่ามองทุกสัดส่วน คงเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ได้สบาย    เสื้อยืนสีดำดูเบาสบาย

ด้านนอกมีเสื้อคลุมสีครีมตัวยาวบางเบาแค่พอกันแดดกันลม  หรือจริงๆ คงแค่เป็น พร๊อบ เสริมหล่อเท่านั้นแหล่ะผมว่า

กับยีนส์ขาเดปสีดำ   คือผมว่าทุกอย่างกำลังจะลงตัวได้อย่างเหมาะเจาะแล้ว   ถ้าไม่มีไอ้รองเท้าผ้าใบสีเหลืองสด

ที่เด่นเป็นสง่า กระแทกตาชาวบ้านให้เผลอมองจนเหลียวหลังไปหลายคน  ผมถอนหายใจยาวๆ อย่างระอาเมื่อพิจารณาจบสิ้น

คิ้วเข้มๆ ขมวดจนเป็นปม  ไม่พอใจที่เห็นผมยังไม่ยอมขยับไปไหน  และแถมยังจ้องอีกฝ่ายตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้านั่นอีก

เหมือนความอดทนได้สิ้นสุด  ปากหยักได้รูป ....ถึงกับเอื้อนเอ่ยเตือนความทรงจำให้ผมได้เข้าใจอีกครั้ง

“ไม่เข้าใจรึไงว่าไม่ว่าง  ทำไมไม่ไปอีก”  น้ำเสียงที่ติดจะหยิ่ง  ทำผมเม้มปากแน่น  ปกติก็ค่อยอยากมีเรื่องกับใคร  แต่ทำยังงี้มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ

ก็เห็นๆ อยู่ว่ามาคนเดียว  แล้วคนที่เข้ามาใช้สนามบินก็เยอะจนจะล้นออกไปด้านนอกอยู่แล้ว ยังจะมานั่งสองที่อีกนี่...

ไม่คิดว่าตัวเองนั่นแหล่ะ.....ที่เป็นฝ่ายเสียมารยาทบ้างรึไงน่ะ   ผมขมวดคิ้วมุ่น..... ตั้งใจจะสู้ไม่ยอมถอย

“ทำไมไม่ว่างหล่ะครับ”   ผมถามกลับ น้ำเสียงติดจะเครียด ไม่รู้ทำไมวันนี้ชักอยากมีเรื่องขึ้นมาตะหงิดๆ น่ะ

“กระเป๋าวางอยู่ไม่เห็นรึไง”  ผู้ชายคนนั้นว่ากลับ   อย่างรำคาญ

“ก็เห็น  แต่เมื่อกี้ไม่มีนี่” ผมสวนกลับทันที  ครับเคิบอ่ะไม่ต้องใช้แล้ว  ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทกับคนพรรค์นี้

“ก็ตอนนี้มีแล้ว” 

“แล้วไง?”

“ก็.ไม่ว่างแล้วไปหาที่อื่นเองสิ”

“ไม่!!  ผมจะนั่งตรงนี้แหล่ะ ไม่ทราบว่าพี่เป็นเจ้าของสายการบินรึไงมาคนเดียวถึงจะนั่งตั้งสองที่”

“.....  ก็ช่างดิ จะมากี่คนก็ช่างจะนั่งสองที่มีไรเปล่า?”

“มี”

“มีไร?”

“ผมจะนั่ง”

“ไม่ให้นั่ง ไม่เห็นรึไงว่ากระเป๋ามันว่างอยู่”

“ช่างมันดิ ใครแคร์กัน ”  พูดจบผมก็ทำท่าจะกระแทกก้นนั่งทันที

“เห้ย!!!  เดี๋ยวๆ  ใจเย็นดิว่ะ  เออๆ  ให้เก็บกระเป๋าออกก่อน กล้องนะเว่ย เป็นแสนพังมาซวยชิบ”  ผู้ชายคนนั้นสบถหัวเสีย 

รีบเก็บกล้องเป็นการใหญ่  แต่ผมไม่แยแส  พอเค้าเก็บกระเป๋า ผมก็นั่งลงทันที  หยิบเครื่องเล่น MP 3 มาเสียบหู โดยไม่สนใจ

สายตาไม่พอใจของคนข้างๆ  ที่ส่งมาเป็นระยะ  ระหว่างรอที่นอกจากฟังเพลงแล้ว  ผมเลยหยุดสมุดสเก็ตภาพมาร่างภาพ

ท่าอากาศยานคร่าวๆ  ถือเป็นงานอดิเรกของผม  เพราะผมชอบวาดภาพจากสิ่งที่เห็น  นอกจากจะทำให้มีสมาธิแล้ว 

ยังได้ฝึกฝีมือการวาดภาพของผมให้ดีขึ้นอีก  ขณะที่วาดเพลิน ๆ จนเกือบจะเสร็จอยู่แล้วผมก็ต้องชะงักไป  เพราะรู้สึกถึง

หน้าใครบางคนที่ยื่นเข้ามาใกล้หน้าผมซะจนรู้สึกถึงกลิ่นเหงือจางๆ ของคนๆ นั้น  ผมหยุดวาดทันทีหันหน้าเพื่อจะไปมอง

คนที่ไร้มารยามขนาดแอบมองคนอื่นวาดภาพ   อยากจะถามเหลือเกินว่า.....หนังสือมารยาทอ่ะ  เคยซื้ออ่านบ้างรึเปล่า

ผมสะบัดหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความไม่พอใจ   แต่....ฟ้าแกล้งผมแรงไปป่าวครับ 

จมูกดันแตะกับจมูกพี่คนนั้นเบาๆ  ผมชะงักกึก เผลอยื่นมือไปผลักหน้าจนพี่เค้าหงายหลังร่วงไปนอนบนพื้น

โชคดีที่พี่เค้าเอาได้กล้องที่ว่าวางที่พื้นไว้เรียบร้อยแล้ว  .....  ไม่งั้นผมอาจเป็นหนี้โดยไม่รู้ตัว


“เห้ย!!” พี่เค้าร้องเสียงหลงไม่คิดว่าจะโดนผมผลักจนไปกลิ้งเกลือกที่พื้น   มาดหล่อๆ ที่เก๊กไว้เมื่อครู่หายไปหมดเลย ฮ่าๆ ขำดี

ผมเผลออมยิ้มที่มุมปากนิด ๆ ไม่อยากเสียมารยาทมากนัก ได้แต่กลั้นขำเต็มที่

“โหห  เขินแรงนะเราอ่ะ  พี่แค่ดูเราวาดรูปเฉยๆ แค่เนี้ยะถึงขั้นต้องถีบกันจนหงายหลังด้วย  หึหึ” พี่คนนั้นว่าพร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“ผลักพี่  ผลัก  ผมใช้มือไม่ได้ใช้เท้า ”  แอบเคืองในใจที่ถูกใครบางคนหลอกด่า

“อ้าวเหรอ  โทษที ๆ  เห็นหนัก ๆนึกว่าไม่ใช่ “มือ” ฮ่าๆๆๆ”   แล้วพี่เค้าก็หัวเราะเสียงดัง  ผมได้แต่โกรธจนหน้าขึ้สี

คนอะไรไร้มารยาทมากๆ อ่ะ

“แต่หน้าน้องนี่ตลกชะมัด  แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยทำหน้าซีเรียสไปได้  ”  พี่เค้าขำท้องขดท้องแข็ง  ผมได้แต่ถอนหายใจเบื่อๆ

“เลิกขำได้รึยังพี่  ว่าแต่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนั้นทำไมอ่ะ”   

“เออ  ...อ้อ  ใช่ๆ  เห็นนายวาดรูปสวยดี เลยเผลอมองซะเพลินเลย  เรียนอะไรอ่ะเรา”

“สถาปัตครับ”

“อ้าวเหรอ  นึกว่าเด็กศิลป์ซะอีก เห็นเก็บรายละเอียดซะครบเลยนี่หว่า  ว่าแต่มหาลัยอะไรอ่ะ”

“มหาลัย XXX ครับ ปี 1”

“อ้าวจริงดิ  ฮ่าๆ  โลกกลมเว้ย มหาลัยนี่เค้าคัดแต่เด็กหน้าตาดีๆ เลยนะ  พี่ก็จบที่นั่นแหล่ะ  ฮ่าๆ เออว่าแต่เราอ่ะวาดรูปสวยดีนิ สนใจจะรับจ็อบพิเศษป่าวหล่ะ ”

ผมนิ่งเงียบไปเล็กน้อยแอบสงสัยว่าไอ้หมอนี่จะมาไม้ไหน  แต่....ถ้าได้งานจริงๆ ก็ดีสิครับ เพราะผมตั้งใจจะทำงานส่งตัวเองเรียน

เพื่อที่จะได้ลดภาระของพ่อกับแม่อีกทางหนึ่งด้วย  ยิ่งเป็นงานที่ผมพอมีฝีมือ   มันก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเช่นกัน

“ทำอะไรอ่ะครับ”

“ก็ทำพวก สตอรี่บอร์ดโฆษณาอ่ะ  พอดีพี่เป็นตากล้อง บริษัทฯที่พี่ทำงานอยู่อ่ะ เค้ากำลังต้องการคนทำงานด้านนี้ด่วน

พอพี่เห็นน้องวาดรูปน่ะ ลายเส้นน่ะใช้ได้เลยว่ะ ตอนดูเราวาดอ่ะพี่เลยเผลอมองซะเพลิน เรื่ององค์ประกอบกับรายละเอียด

ภาพรวมน่าสนใจดี    สนใจไปทำป่าว  รายได้ดีนะ เป็นฟรีแล้นก็ได้เอางานกลับไปทำที่บ้านอ่ะ แล้วค่อยมาส่งถ้าจะแก้ตรงไหน

ก็ว่ากันตอนส่ง  แล้วถ้างานโอเค  พี่จ่ายเป็นจ็อบๆ เลย สนใจป๊ะ?”  พี่เค้าว่าด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้ม กระตือรือร้นมากๆอ่ะ

เหมือนเป็นคนละคนกับตอนแรกที่เจอ  รอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรนี่อะไรน่ะ  ผู้ใหญ่นี่......เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวจริงๆ

หลังจากฟังพี่เค้าโน้มน้าวจิตใจอยู่นาน.....ผมก็เริ่มหวั่นไหว   (เอิ่ม......ไม่ใช่เรื่องอย่างว่านะครับ   แค่เรื่องงาน)

ทั้งเรื่องที่พยายามจะหางานทำเพื่อใช้ในการเรียนต่อ  เพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของใครต่อใคร  เพื่อให้ผมมีความภาคภูมิใจเหลืออยู่บ้าง

และเพื่อ........  ให้ผมสามารถยืนด้วย “ขาของตัวเอง” 

ให้ผมสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงมากขึ้น....อีกสักนิด

ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
+เป็ด

รอตอนต่อไป


ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1875
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
พระเอก นายเอกสูงมากอะ T T

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป

บทที่ 7  บังเอิญ




“เลิกกัดได้แล้ว”  หืม! ผมได้ยินเสียงใครแว่วเข้ามาในหู หลังจากที่มัวแต่คิดอะไรเพลินๆ

“เอ้า!  จะเลิกกัด  แล้วหันมาตอบพี่ได้รึยัง”   เอ้! ใครกัดอะไรกัน  ผมหันไปมองซ้ายทีขวาที  อ้อ!! พี่คนที่ชวนทำงานด้วยนี่นา

“จะกัดปากตัวเองไปถึงไหนฮึ  รู้มั้ยว่าปากแดงหมดแล้ว... ”  เสียงพี่เค้าว่า เอานิ้วจิ้มมาเบาๆ ที่ปากผม หน้าตาพี่นี่ดูหมั่นเขี้ยวมากๆ

 ผมสะดุ้งนิดๆ อ้าวผมเหรอ พึ่งรู้สึกตัวว่ากัดปากตัวเองอยู่  เผลอทุกครั้งที่คิดอะไรเพลิน

“ฮ่าๆ ตลกน่ะเราเนี่ย  สรุปว่าจะตอบพี่ได้รึยังหล่ะ?”   พี่เค้ายิ้มที่มุมปากนิด ๆ ดูมีเสน่ห์ไม่หยอก  เพียงแต่ผมไม่เห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตานั่นก็เท่านั้น

“อ่า...เอ่อ   ยังไงดีหล่ะฮะผมเคยแต่วาดเล่นๆ แต่ไม่เคยทำจริงๆ จังๆสักทีอ่ะ  แล้วจะไม่มีปัญหาเหรอฮะ” 

“เห้ยไม่เป็นไร  พี่เชื่อ.....สายตาของตัวเองว่ะ  หึหึ  ไม่ต้องกังวลคุยคอนเซ็ปแล้วก็ลองวาดแบบที่เราคิดน่ะแหล่ะ  ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที

เข้าใจคำว่า “ลองดู”รึเปล่า   ยังไงซะก็ยังดีกว่าปล่อยโอกาสไปเปล่านะพี่ว่า   เออ คุยกันตั้งนานว่าแต่เราชื่ออะไรเนี่ย”

“ปัตครับ  ปฐพี แล้วพี่อ่ะ”

“พี่ชื่อพาร์ท  แล้วตกลงเราจะช่วยงานพี่ใช่ป่ะเนี่ย?” ผมพยักหน้าตอบรับ ... จริงอย่างที่พี่เค้าว่ามีโอกาสทั้งทีไม่ลองไม่รู้นี่นา

 “อ่ะนี่นามบัตรพี่  ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ” พี่พาร์ทยื่นนามบัตรมาให้ผม   ผมรับไว้แล้วอ่านชื่อที่ปรากฎบนนามบัตรเบาๆ

“กนต์ธร  ภูมรินทร์ ชื่อแปลกจัง แปลว่าอะไรเหรอฮะ”  ผมหันไปถามพี่พาร์ท   พี่เค้ายื่นมือมายีหัวผมเบา ๆ ราวกับรู้จักกันมานาน

“กนต์ธร แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งอันเป็นที่รักน่ะ   อือ....เอานามบัตรมาสิ พี่เขียนเบอร์มือถือให้  เบอร์ส่วนตัวให้เฉพาะเรานะห้ามเอาไปบอกใครหล่ะ” พี่พาร์ท เขียนยิ๊กๆ แป๊บเดียว

ก็ส่งนามบัตรกลับคืนมาให้ผมก็เก็บเข้ากระเป๋าตังค์  หลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันสัพเพเหระ  พอคุยกันจริงๆ แล้ว

ถึงได้รู้ว่าพี่เค้าเป็นคนอัธยาศัยดีมากๆ คุยเก่ง สนุกสนาน  ร่าเริง  ที่สำคัญมีเสน่ห์มาก ๆ  โดยเฉพาะรอยยิ้มนิดๆ ที่มุมปากนั่น

ดึงสายตาใครต่อใครให้หันมามองค้างได้เลยทีเดียว  ผมแอบเห็นคนรอบข้างแอบหันมามองพี่เค้ายิ้มหลายต่อหลายครั้ง  แล้ว

ก็หันกลับไปยิ้มเขิน ก่อนจะหันกลับมาใหม่   ผมว่าพี่เค้าก็คงรู้ตัว  แต่ว่า.....คงจะชินแล้วสินะ  กับสายตาคนรอบข้าง




เวลาผ่านไปนานมาก  เนื่องจากเครื่องดีเลย์  ผมได้ยินประกาศจากสายการบินเป็นรอบที่สามแล้ว   เนื่องจากสภาพอากาศไม่ดี

แต่ในที่สุดก็ถึงเวลาขึ้นเครื่อง  ผมกับพี่พาร์ทนั่งรอผู้โดยสารคนอื่นตรวจตั๋วจากทางสายการบิน จนคนเริ่มน้อยลง ผมกับพี่พาร์ท

ถึงไปต่อคิว   เราก็คุยกันไปเรื่อย จนมาถึงเจ้าหน้าที่สายการบิน  ผมยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่  ผมได้ที่นั่ง  18A  พอถึงคิวพี่พาร์ท

ผมถึงกลับขำว่า  โอ้.....เรื่องบังเอิญนี่มันเกิดขึ้นได้จริงๆนะ ก็พี่พาร์ทน่ะสิได้ที่นั่ง 18C  อ่าน่ะ พี่พาร์ทยักคิ้วให้ผมสองที

พร้อม ๆ กับยิ้มนิดๆที่มุมปาก ทำเอาผมเผลอยิ้มตอบ  ขำกับท่าทางของพี่แก แล้วเราทั้งคู่ก็เดินต่อไปยังที่นั่งภายในเครื่องบิน 

ปรากฎว่าที่นั่งระหว่างผมกับพี่พาร์ทไม่มีผู้โดยสาร พี่แกเลยมานั่งติดกับผมแทน   หลังเครื่องบินก็ทะยานขึ้นฟ้าได้ไม่นาน

ผมก็รู้สึกง่วงจนแทบทนไม่ไหว อาจจะเพราะเมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับแอบจะกังวลหลายอย่าง  ผมไม่เคยใช้ชีวิตตัวคนเดียว

โดยเฉพาะกรุงเทพ  แน่นอน.....มันเลยส่งผลให้ผมทำได้แค่ลืมตาจ้องมองเพดานห้องในที่มืด แม้จะพยายามข่มตาเท่าไหร่

ก็ดูจะเปล่าประโยชน์เลยทำได้แค่ปล่อยนัยตาจ้องมองต่อไป  ส่วนสมองวิ่งวุ่นกับเรื่องราวมากมาย จนไม่มีภาพเพดานห้องอยู่ในสายตาด้วยซ้ำไป

ผมมองหน้าพี่พาร์ทที่ดูห่างไกล และพร่าเบลอไปเรื่อยๆ  ริมฝีปากหนาที่ขยับไปมาเล่าเรื่องต่างๆ ค่อยขยับช้าลงราวกับภาพสโลโมชั่น

จนกระทั่งทุกอย่างถูกความมืดปกคลุมเป็นสีดำสนิท  รู้สึกว่าตัวเองกำลังตัวเอนศรีษะไถลไปกระแทกไหล่แข็งแรงของใครบางคน แล้วสติพร่าเลือนก็จางหายไป 

.

.

.

ผมกระพริบตาอย่างเชื่องช้า หลังจากรู้สึกถึงสัมผัสบางเบาที่ลูบหัวผม มันสบายจนผมยังไม่อยากจะตื่น   ถ้าไม่ได้ยินเสียงประกาศ

หวานๆ จากเจ้าหน้าที่การบินไทยอ่ะนะ รับรองว่าผมจะซุกหัวทุยของผมกับไหล่แข็งแรงนี่แหล่ะ ......สาบานเลย

ในที่สุดผมก็สามารถชนะเปลือกตาอันหนักอึ้งของตัวเองได้  พึ่งรู้สึกตัวว่าพิงไหล่พี่พาร์ทอยู่  แต่ถ้าลองคิดดีๆ นี่ผมพิงพี่เค้าตั้งแต่ที่เชียงใหม่เลยนะ

ผมค่อยๆ ดันตัวเองให้นั่งตรง ๆ สะบัดหน้าสองสามที  ก็ได้ยินเสียงขำของใครบางคนข้างๆ

“ตื่นแล้วเหรอไอ้ขี้เซา  หลับสนิทขนาดนี้ เมื่อคืนไม่ได้นอนรึไง?” พี่พาร์ท เอามือยีหัวผมเบาๆ   ผมก็มองตอบพี่แกงง

ประมาณว่า นี่ใครว่ะ?หน้าคุ้นๆ  แต่ก็พยักหน้าตอบประมาณว่า “วิญญาณ” ยังไม่กลับเข้าร่างอ่ะ  ผมเห็นพี่แกหัวเราะใหญ่เลย 

“เห้ย!  นี่พี่พาร์ทเอง จำได้ป่ะ  อะไรวะ....นอนแค่แป๊บเดียวลืมกันซะแล้ว ฮ่าๆ ”   พี่เค้าลุกขึ้นหยิบกระเป๋าในช่องเก็บสัมภาระด้านบน

ทั้งของพี่เค้าและของผม  แล้วยื่นส่งมาให้  หลังจากทำหน้ามึนงง ต่อสรรพสิ่งทั้งหลายอยู่นานประมาณ 5 นาทีได้ 

ผมรับกระเป๋าตัวเอง  จากพี่พาร์ท มาก่อนจะยิ้มให้ พี่เค้า  เมื่อวิญญาณได้กลับมาอย่างสมบูรณ์  ...พูนสุข(เกี่ยว?)

“พี่พาร์ท”  ผมเรียกชื่อเค้าเบาๆ  ประมาณว่า  จำได้แล้วนะครับ  พี่แกก็ยิ้ม คราวนี้ยิ้มกว้างเลย ....หล่อชะมัด  ผมก็อยากหล่อแบบนี้มั่ง

“เออ ...  จำได้ซะที   ป่ะลงเครื่องได้แล้ว  คนอื่นเค้าลงกันเกือบจะหมดอยู่แล้ว  ป่ะ”  ว่าแล้วพี่แกก็เดินนำเลยครับ  ผมเลยเดินตาม

กวาดตามองรอบๆ ที่นั่งผู้โดย  เห็นคนอื่นก็ทยอยลงกันเกือบหมดจริงๆ ฮ่าๆ นอนเพลิน  ดีพี่แกไม่ปล่อยผมนอนต่อบนเครื่องนะเนี่ย

แอบคิดขำๆ  ถ้าแอร์เค้าเผลอปล่อยให้ผมหลับ   .....  จนนั่งกลับไปที่เชียงใหม่อีกที แล้วผมจะทำยังไง   เลยหลุดยิ้มออกมา

“ยิ้มอะไรหึ”  พี่พาร์ทหันมาถาม หลังจากที่เราลงมาถึงตัวอาคารผู้โดยสาร

“เปล่าครับ”  ผมหันไปตอบแต่ปากยังยิ้มขำกับความคิดเมื่อครู่

“ปัตกลับหอยังไง  อยู่ที่หอพักมหาลัยใช่มั้ยปีหนึ่งอ่ะ ” 

“ฮะ  เดี๋ยวปัตโทรให้เพื่อนมารับ  ปัตยังไม่เคยไปที่หอเลย พอดีวันมอบตัวพ่อกับแม่ปัตต้องไปธุรต่อเลยยังไม่ได้แวะไปดู

ว่าอยู่หอไหนอ่ะ”   

“อืม   4 ทุ่มแล้วนะ  รีบๆ โทรดิเดี๋ยวพี่รอเป็นเพื่อนก่อน”

“ครับ”  ผมหยิบมือถือโทรหาเพื่อนทันที   

“ตื๊ดดดดดดดดดด~”     

“ตื๊ดดดดดดดด~”     

“ตื๊ดดดดดดดด~”     

“ตื๊ดดดดดดดด~”     

“ตื๊ดดดดดดดด~”   ผมเงียบไปพักนึง  หลังจากที่พยายามต่ออยู่นาน หันไปมองคนข้าง ๆ นั่งหาวเป็นการใหญ่

“ตื๊ดดดดดดดด~”

“ว่าไง”                    ไม่ใช่เสียงในสาย.............เสียงคนข้างๆ ผมนี่แหล่ะ  หลังจากนั่งรออยู่นานจนผมเกรงใจ

“เพื่อนไม่รับเหรอ?”

“ครับ  ไม่รับเลย  เห้อ~”  ผมก้มหน้ามองโทรศัพท์อย่างจนหนทาง  จะบอกว่าเคยมา กรุงเทพฯแค่ครั้งเดียวตอนมามอบตัว

จะให้ผมจำเส้นทางไปมหาลัยนะเหรอ จำไม่ได้หรอก ที่สำคัญพักห้องไหนหอไหนก็ยังไม่รู้เลย เป้ 1 ใบ กับกระเป๋าเดินทางใบเขื่องอีก 1 ใบ 

จะไปแท็กซี่ตอนกลางคืนก็กลัวโดนหลอก โดนปล้น   ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด  อย่างเซ็งในอารมณ์ 

พี่พาร์ทลุกขึ้นทันที  บิดขี้เกียจเล็กน้อย คิดว่าพี่เค้าคงไม่อยู่รอเป็นเพื่อนผมแล้วหล่ะ  ก็นี่มันครึ่งชั่วโมงแล้วนี่นา  ผมเงยหน้ามองพี่เค้านิดนึง

พร้อมคำถามที่ไม่ได้พูดทางปาก  แต่ออกจากสายตาของผม  “พี่จะกลับแล้วเหรอ?”  เหมือนมันเสียงดังพอที่พี่เค้าจะได้ยิน

 แต่เค้าไม่ตอบ  กลับมองมาที่ผมนิ่งๆ เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบเขื่องของผม แล้วลากไปทันที ผมอึ้งวิ่งตามพี่เค้าไป

เห้ย! พี่พาร์ทแม่งจะขโมยกระเป๋าเหรอว่ะ    ที่แท้ก็เป็นพวก.........................  (กำลังจะด่าในใจ)

“ไปนอนคอนโดพี่ก่อน  พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน  เอ๋พี่ไปส่งดีกว่า มหาลัยนั้นพี่รู้จักดี  ไปตอนนี้ก็ไม่มีใครอยู่ให้ถามหรอก” พี่พาร์ทหันมา

ยิ้มให้ผมเล็ก ๆ ผมยิ้มตอบ  กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ  เพราะเกรงใจ  พี่แกก็โพล่งขึ้นมาก่อนอย่างรู้ทัด

“ไม่ต้องเกรงใจ   ยังไงเราก็จะร่วมงานกันแล้ว  แค่ทำงานให้เต็มที่ก็พอ”  ผมหุบปากฉับ  ยิ้มแหยๆ แบบคนโดนจับไต๋ 

“ครับ  ขอบคุณมากครับพี่”  ผมยกมือไหว้พี่เค้า

“เออ ๆ ไป ๆ  พี่ง่วงจะแย่อยู่แล้ว  แล้วก็ไม่ต้องไหว้พี่บ่อยนะ พี่ยังไม่แก่ขนาดนั้นสักหน่อย”

เราเดินมาด้านล่างของตัวอาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  เมื่อได้แท็กซี่ ผมกับพี่ก็ขึ้นไปนั่งทันที

“ไปทองหล่อครับ ซอย XXX” พี่พาร์ทพูดจบ  พี่แท็กซี่(ไม่ใช่ชื่อพี่เค้านะครับ ผมไม่รู้จักพี่แกเลยเรียกชื่อไม่ถูก  XD  )
 ก็ออกรถเลยครับ   

สักพักพี่พาร์ทที่หนังตาปิดเรียบร้อยแล้วก็เซมาพิงไหล่ผม  หลับอย่างสบายสุดๆ อ่ะ  ผมก็ปล่อยให้พี่เค้านอนต่อครับ

ส่วนตัวเองก็มองวิว ทิวทัศน์ กรุงเทพราตรี  ฮ่าๆ   รถแล่นออกไปเรื่อย ๆ ผ่านไปประมาณ ชั่วโมง รถติดบ้าง วิ่งได้บ้าง

ทั้งที่จะเที่ยงคืนแล้วแท้ๆ แต่ผมกลับยังเห็นรถที่ยังสังจรไปมาอย่างขวักไขว่อยู่ในซอยทองหล่อ ผู้คนมากมายยังใช้ชีวิตใน

ตอนกลางคืนอย่างเป็นปกติ  มีแต่ผมที่รู้สึกแปลก เพราะว่าเป็นเวลานี้ครอบครัวผมคงจะนอนหลับกันไปหมดแล้ว

ผมเอื้อมมือไปปลุกพี่พาร์ท  เขย่าตัวอยู่หลายทีกว่าพี่แกจะรู้สึกตัว

“พี่ๆ ทองหล่อแล้ว”  พี่พาร์ทพยักหน้ารับ  มองไปรอบๆ คนขับเลี้ยวเข้าซอยหนึ่ง ตลอดทางมีร้านอาหาร ผลับ มากมาย

จนรถเคลื่อนมาถึงคอนโดที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ไม่ห่างจากปากซอยมากนัก   

“จอดด้านหน้านี่เลยพี่”  แท็กซี่ก็จอด  พี่พาร์ทยื่นค่าโดยสารให้  แล้วพวกเราก็ระเห็ดตัวเองลงมาจากรถ  พี่พาร์ทลากกระเป๋า

เดินทางผม เดินนำหน้าเข้าคอนโด ที่ต้องแตะการ์ดตั้งแต่ประตูทางเข้าตึกยันลิฟท์ด้านในตัวอาคาร  พี่พาร์ทกดชั้น 29

“ติ๊ง!”  ประตูลิฟท์เปิดออก  พี่แกก็เดินลิ่วๆ ไปยังห้อง 2929 ท่าจะง่วงมากจริงๆ เปิดประตูเข้าไปได้  พี่แกก็วางสัมภาระทุกอย่างทันทีเดินเข้าห้องนอนเฉยเลย

นี่พี่เค้าลืมผมป่ะนะ  แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรพี่พาร์ทก็กลับออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวกับชุดนอน ยื่นมาให้ผม

“นี่ปัตอาบน้ำก่อนเลยน่ะ ในห้องนอนอ่ะ  คืนนี้นอนห้องเดียวกับพี่นี่แหล่ะ นอนได้ป่ะ  ถ้าไม่ได้เดี๋ยวพี่นอนโซฟา

ส่วนไอ้ห้องเล็กนั่นน่ะ ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเดือนแล้ว เดี๋ยวจะตายซะก่อน” 

“เห้ยไม่เป็นไรพี่ ปัตนอนโซฟาก็ได้ พี่จะได้นอนสบาย”  รู้สึกเกรงใจพี่เค้าอย่างบอกไม่ถูก มาขอนอนแล้วจะให้พี่เค้านอนโซฟาได้ไง

“โซฟาแข็งจะตายใครจะอยากนอน  ไม่ต้องพูดมาก นอนกับพี่นี่แหล่ะ  โอ้เอ้อยู่ได้ ไปอาบน้ำได้แล้ว  พี่ง่วง”  พี่พาร์ทว่าดันหลังผม

ให้รีบไปอาบน้ำส่วนตัวเองนั่งรอที่ห้องรับแขก  ผมรีบอาบอย่างเร่งด่วนเพราะรู้ว่าพี่เค้าง่วง พอออกมาก็เห็นพี่พาร์ทนั่งดื่มเบียร์อยู่

“เห้ย!  ตกใจหมด  อาบเร็วยังกะวิ่งผ่านแน่ะเราอ่ะ  กินเบียร์ปล่ะ?”

“ไม่เอาอ่ะพี่ ขอบคุณครับ”  พี่พาร์ทพยักหน้ารับรู้ แล้วยกเบียร์รวดเดียวหมดกระป๋องเลย  จากนั้นก็เดินไปอาบน้ำ  ส่วนผมก็เช็ดผมตัวเองรอที่เตียง


CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ nongrak

  • ยังไงก็รักคาเมะจังที่สุด
  • เป็ดแสนดี
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4183
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +912/-14
ตอนแรกก็เริ่มมาแบบดราม่า ตอนหลังก็มาแบบน่ารัก
จะรออ่านนะค่ะ

ออฟไลน์ หมอตัวเปียก

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1875
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +47/-3
จะเสร็จไหม อิอิ

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
เจอส่วนที่ขาดยัง :o8:

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
หึหึ.....  ไม่ได้กันง่ายๆ หรอกค่ะ  ก๊ากกกกกกกกกกกก

คนแต่งโรคจิต  แต่ไม่นานเกินรอ  ฮ่าๆๆๆๆ  คิคิ

ออฟไลน์ jimmyFG

  • Ich Liebe dich.
  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2276
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +203/-4
    • @Facebook
จารอตอนได้กัน อิอิ

ออฟไลน์ yeyong

  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5861
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +917/-26
พี่พาร์ทเป็นพระเอกเหรอ

ออฟไลน์ Nus@nT@R@

  • Life is Investment
  • เป็ดAthena
  • *
  • กระทู้: 5591
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +456/-11
พี่พาร์ทเท่ห์

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
พาร์ทเป็นพระเอกค่ะ  ยังแต่งไม่เสร็จรอก่อนนะคะ
จริงๆ แล้วพี่พาร์ทเท่ห์มากๆ หละ่  (ในอิมเมจของนายแบบ -- จะบอกว่าพาร์ทเคยเป็นนายแบบมาก่อน คิคิ)
ส่วนใครที่บอกว่า  นายเอกเราสูงมาก  อาจจะเป็นเพราะ  แม่ของปัตเป็นนางแบบ  และพ่อตัวจริงซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครนั้น (คนแต่งก็ไม่รู้)
ก็เป็นคนในวงการเช่นกัน  ฉะนั้นนายเอกเราถึงสูงยาว  ขาวดี  ได้ใจมั๊ก ๆ ปากแดง ๆ คึคึคึ  มาพูดยั่วน้ำลาย  ฮ่าๆ

ออฟไลน์ maew189870

  • รักทุกคนนะคับ
  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 736
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +41/-4
พึงเจอกัน
ก็ไปนอนกับเขาแล้ว
นายเอกของเราใจง่ายจังเลยนะคับ  555

จะติดตามตอนต่อไปนะคับ

ออฟไลน์ ♠DekDoy♠

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 4526
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +421/-8
ชีวิตน้องปัตกำลังจะหวานใช่มั้ยคะ

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
+เป็ด

รอตอนต่อไป  :m4:

ออฟไลน์ devotionNightmare

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 94
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
น้องปัตเช็ดผมรอที่เตียงเลยหรอจ๊ะ 5555
 :m25: :m25: :m25: :m25:

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
มาต่อ  แล้วค่ะ   


 :z2: :z2: :z2: :z2: :z2: :z2:


บทที่ 8  คืนแรก

สายน้ำเย็นฉ่ำ ที่ไหลมากระทบตัวชะล้าง  คราบเหงื่อไคลที่หมักหมมมาทั้งวัน  แถมยังช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานให้สดชื่นขึ้น

ผมขัดสีฉวีวรรณร่างกายจนเกิดฟองฟู่กระจายเกลื่อนเต็มห้อง  ช่วงเวลานี้ช่างมีความสุขจริง  .... ชอบ จริงๆ เวลาที่อาบน้ำ

เพราะมันทำให้ผมผ่อนคลาย สบาย  กลิ่นหอมของแชมพู  ครีมอาบน้ำ เป็นเหมือนกลิ่นบำบัดสำหรับผม ดังนั้น ผมจึงใช้

เวลาในการอาบน้ำนานกว่าผู้ชายปกติ  อาบน้ำเสร็จ คว้าผ้าเช็ดตัวมาเช็ดลวกๆ ก่อนจะพันเอวไว้เดินออกมาแต่งตัวในห้องนอน

เห็นแขกที่ผมบังคับเชิญมาหลับปุ๋ยอยู่ปลายเตียง  ดูก็รู้ว่าคงไม่กล้านอนเลยมานั่งรอ  หึหึ......เห็นแล้วก็ขำ  ก็ผมอาบน้ำนานเกินไป

แขกที่ไหนก็รอไม่ไหว เลยหลับอุตุอยู่ปลายเตียงอย่างที่เห็น  ผมรีบแต่งตัวตั้งใจจะปลุกน้องให้ไปนอนดีๆ  แต่ลองมาเห็นหน้าที่หลับสนิท

อย่างมีความสุขของน้องเค้าสิ  ใครกล้าปลุกแล้วไม่รู้สึกผิดผมให้เตะ   สุดท้ายก็สอดมือเข้ากับเอวของคนที่นอนงอตัวเป็นกุ้งอยู่ปลายเตียง

ลากให้มานานในทิศในทางที่คนปกติเค้านอนกัน  น้องตัวเบาเก่าที่คิด  แถมยังตัวบางกว่าที่คิดมาก ออกแรงลากเบาๆ นี่ แทบจะปลิวติดมือมา

จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าน้องตัวเบา  หรือผมมันติดจะมือหนักกันแน่ จริงๆ แล้วก็แยกไม่ค่อยออก  ส่วนคนที่ถูกลากเมื่อกี้เห็นขยับตัวยุ๊กยิ๊กนิดหน่อยก็หลับไปเช่นเดิม

ไม่ได้รู้สึกรู้สากับการถูกลากแต่ประการใด  ผมเดินไปปิดไฟหัวห้องเหลือแต่เพียงไฟหัวเตียง  พอสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มได้ก็เอื้อมมือ

ไปปิดไฟทั้งสองดวงบนหัวเตียง  ทั้งที่ง่วงแทบแย่กลับนอนไม่หลับเหลือบมองคนข้างๆ แล้วอิจฉาคนที่หลับง่ายเหลือเกิน 

น่าแปลกที่ผมรู้สึกถูกชะตาไอ้ตัวเล็กนี่....ที่จริงก็ไม่เล็กแต่ถ้าเตี้ยกว่าผม ผมจะถือว่าเป็นตัวเล็กก็แล้วกัน   ยิ่งได้พูด ยิ่งได้คุย

ยิ่งรู้สึกทึ่ง  3 ชั่วโมงที่คุยกันเป็นเรื่องครอบผมกับไอ้เด็กโข่งนี่ทั้งนั้น   ไม่น่าเชื่อว่าเด็กผู้ชายคนหนึ่งจะดูแลรับผิดชอบอะไร

ได้มากขนาดนั้น  ผมได้แต่อมยิ้มลองนึกภาพไอ้เด็กนี่ใส่ผ้ากันเปื้อนทำกับข้าวก็ดูเข้ากันไม่หยอก  ผิวขาวๆ ตัวบางๆ แถมปากยังแดงจัด 

ยืนถือตะหลิวทำตัววุ่นวายอยู่หน้ากะทะ  แต่ที่นึกไม่ออกคือมันใช้วิธีอะไรเลี้ยงน้องอีกสองคนกัน  แถมยังเป็นผู้หญิงทั้งคู่อีก

ที่มันบอกว่าติดมันทั้งคู่น่ะ  โม้รึเปล่านะ?   บางทีก็มีไปเห็นผู้ปกครองของสองสาวในงานวันสำคัญต่างๆ  พาไปลงทะเบียนเรียน

พาไปมอบตัว  พาไปเรียนพิเศษ ต้องสอนการบ้านให้  พาน้องเข้านอน  พาน้องหาหมอ แถมยังรับส่งน้องไปโรงเรียน 

เด็กตัวแค่เนี๊ยะจะทำอะไรได้มากมายขนาดนั้นเลยเหรอ?  แม้ผมจะแอบตั้งคำถามในใจ แต่เรื่องที่น้องมันเล่า

แต่จากสีหน้า....แววตาที่ทั้งภาคภูมิใจ   และมีความสุขอย่างล้นเอ่อที่ฟ้องจากแววตากลมใสคู่นั้น  มันเลยทำให้ผม

ปราศจากข้อกังขาทั้งปวง  ดวงตานั่น.....ทั้งซื่อสัตย์ และอ่อนโยน  จนผมแอบอิจฉาน้องๆ ของปัตไม่ได้  พอคิดได้อย่างนั้น

แล้วก็พลอยนึกขำตัวเองที่คิดอะไรเป็นตุเป็นตะ  แล้วก็เหลือบมองคนข้างๆ ที่ยังหลับสนิท เผลอเกลี่ยมือที่ผมเบาๆ อย่างเอ็นดู

ถ้ามีน้องชายแบบนี้สักคนก็คงจะดีนะ   อย่างน้อย.....ก็คงไม่เหงาอย่างนี้  คงไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียวตั้งแต่เล็กยันโต  เวลาที่พ่อกับแม่ไปทำงาน

ทั้งที่ผมก็เข้าใจดีว่าทุกอย่างท่านทำเพื่อผม  แต่บางครั้ง....ท่านจะรู้มั้ยเงินมันสำคัญก็จริง   แต่.....มันไม่เคยอบอุ่นเหมือนอ้อมกอดพ่อกับแม่

ผมลูบผมไอ้ตัวเล็กอยู่นาน  จนน้องขยับตัวไปมากลิ้งมาอยู่ในอ้อมกอดผมแบบงง ๆ แถมยังกอดผมแน่น  เขี่ยหน้าลงบนอกเบาๆ

ก่อนจะพึมพรำไม่ค่อยจะเป็นภาษาเท่าใดนัก  ได้ยินก็แต่คำว่า  “แม่”  ที่ดูจะชัดกว่าทุกคำในประโยค  เพราะผมลูบหัวเหรอ?

ผมยิ้มขำ  เด็กหนอเด็ก?  ยังคงลูบผมนุ่มของอีกฝ่ายใบหน้าสวยยิ้มนิด  ๆ  ดูน่ารักไปอีกแบบ  ครับผมไม่ได้พูดอะไรผิด ใบหน้าสวยก็คือสวย

หลังจากคิดเรื่องแขกตัวน้อยผู้ที่ผมบังคับเชิญมาอยู่นาน   สุดท้ายก็กลับมายังเรื่องเดิม..... เรื่องที่ทำให้ผมนอนไม่หลับมาหลายคืน

รวมถึงคืนนี้ แค่นึกถึงสมองก็ตีรวน    ภาพเมื่อสองวันที่แล้วยังเด่นหราในความคิดผม ภาพความจริงยังตอกย้ำจนเจ็บปวด 

ภาพคนรักของผมกับคนรักเก่าของเธอ  แน่นอนที่เชียงใหม่  กำลังเดินจูงมือกันไปที่ร้านอาหารหรูแถวถนนนิมมานเหมินทร์  ก่อนจะกลับไปยังโรงแรม  ในระแวกเดิม

หัวใจกระตุกแรงๆ  เจ็บแปลบอย่างไม่น่าเชื่อ  ความโกรธแล่นริ้วทั่วตัวอยากจะเดินเข้าไปกระชากคนทั้งคู่ให้ห่างจากกัน

แต่ผม......กลับทำได้แค่เพียงยืนกำมือแน่นมองอยู่ห่างๆ  ทำไมผมถึงมาเจอน่ะเหรอ?  อยากบอกว่าแน่นอน...มันไม่ใช่ความบับเอิญหรอก

แต่ผมแอบตามคนรักผมมา  เมื่อสามวันที่แล้วเธอบอกผมว่าจะไปพบเพื่อนเก่าที่เชียงใหม่ และนัดสังสรรค์กันเฉพาะหมู่เพื่อนฝูง

“พาร์ทค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ระตีจะไปเชียงใหม่นะคะ”  ระตีเอ่ยขณะกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ใบหน้างามได้รูปแค่แต่เติมนิดๆ

 ระตีก็สวยจนใครๆ ก็ต้องมองเหลียวหลัง  ดีกรีนางแบบแถวหน้าเป็นประกัน  แต่ให้ล้างเครื่องสำอางจนหมดหน้า เหลือแต่หน้าเปลือย

ผมก็ว่าระตียังหน้ามองกว่าสาวๆ ทั้งหลายที่แต่งองค์ลงเมคอัพซะอีก  ผิวขาว ๆ แก้มที่แดงระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี  รูปร่างที่ได้สัดส่วน

ทั้งส่วนเว้าและส่วนโค้ง  เสน่ห์ที่หาตัวจับอยาก

ผมเดินเข้าไปโอบด้านหลัง  กดจมูกสูดดมความหอมหวานจากแก้มนวล  ก่อนจะไล้มาที่ซอกคอขาวนวลเนียนนั่น  ระตีอมยิ้ม  แต่แขนผมเบาๆ

“ไปทำไมครับ?  ให้พาร์ทไปด้วยได้รึเปล่า ผมไม่อยากห่างจากระตีเลย.....คิดถึง   ฟอดดดดดดดด”  ผมกระซิบอย่างเอาใจ

ผมหลงเธอเหลือเกิน  ไม่ว่าจะกิริยาท่าทาง  ระตีช่างวางตัวได้อย่างเหมาะสมงดงาม  แม้แต่เรื่องบนเตียงระตียังไร้ที่ติ

ระตีหันหน้ามามองผมยิ้มๆ  ในความช่างออดอ้อนเอาใจของผม   ก่อนจะหอมแก้มผมตอบเบาๆ

“ไม่ได้ค่ะ  ไม่ไว้ใจระตีเหรอคะ  ระตีรักคุณคนเดียวนะ  ถ้าพาร์ทไปด้วยระตีก็อายเพื่อนๆ แย่สิคะ เดี๋ยวเค้าก็หาว่ามีคนมาคุม”

“ไม่ได้คุมซะหน่อย   ผมก็แค่....ไม่อยากห่างระตีต่างหาก”   ผมดึงระตีขึ้นมากอด  ระตีจับแก้มผมสองข้างไล้นิ้วบนแก้มเบาๆ

“ก็เหมือนกันนั่นแหล่ะค่ะ  น๊ะ  น๊ะ  พาร์ทไม่เชื่อระตีเหรอคะ   สัญญาเลยจะไม่มองคนอื่นเด็ดขาด  นะคะ  น๊ะ น๊ะ”  ระตีออดอ้อน

เบียดร่างระหงส์เสียดสีกับร่างกายผม ไฟในตัวค่อยๆ คุกรุ่น มือเรียวไล้เบาๆ บนแผงอกผม ก่อนจะทำปูไต่   ที่ไต่จนมาถึงริมฝีปากผม

นิ้วเรียวเขี่ยเล่นอย่างเบามือ 

“ให้ระตีไปนะคะ   ไม่กี่วันก็กลับแล้ว  นะ  นะ นะ   นะคะคนดี”  ระตีว่า  แล้วแตะจูบ รอบๆ ริมฝีปากผมอย่างเย้ายวน  แต่กลับไม่ยอมแตะมันที่ปากผม

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างเผลอไผล มองริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสดมันวาว  เผยอเล็กๆ  เอื้อมมือนวดเฟ้นสะโพกผายของอีกฝ่าย

“นะคะพาร์ท”  ได้ยินแค่นั้น  ผมก็เผลอฉกริมฝีปากบนปากสวยได้รูป  และก็ทำอะไร ๆ  เพื่อดับความรุ่มร้อนที่คุกรุ่นจนเกือบทำผมหมอดไหม้

และสุดท้ายก็ตัดสินใจไปที่เชียงใหม่  กลุ่มเพื่อนที่ว่าน่าจะมีแค่คนเดียว คือ  “นายอาทิตย์”  อดีตคนรักเก่าของระตี   ที่สองวันมานี่

ดูทั้งคู่จะมีความสุขจนน่าใจหาย  ราวกับเป็นคู่รักกัน  ลืม~ผมไปแล้วรึไง    สุดท้ายก็ต้องกลับมากรุงเทพฯ  เพราะทำใจไม่ได้

ไม่อยากคิดให้ร้ายแฟนตัวเอง  แต่นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้  เพราะได้ข่าวว่านายอาทิตย์กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ

เพื่อเปิดตลาดนักร้องต่างประเทศ  ....คนเราทำผิดได้   .......ผมให้อภัยได้  และยอมได้.......แค่ครั้งเดียว 

หลังจบการทบทวนเรื่องราวต่างๆ มากมาย  ผมตัดสินใจจะแกล้งทำเป็นไม่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น  ผมจะให้อภัยระตี  ผมรักเธอ

และอยากใช้ชีวิตกับระตี  อยากให้เราเดินไปด้วยกัน  อยากเห็นระตีสวมผ้ากันเปื้อนทำกับข้าวให้ลูกๆ ผม 

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่  เมื่อตัดสินใจตามนั้น   แต่ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกเหงาได้ขนาดนี้นะ   ความมืด กับ ความเหงา

ทำให้ผมเศร้าขนาดนี้เลยเหรอ   รู้สึกเหมือนตัวผม......ไม่มีใครมารัก   อยากได้ใครสักคน ที่ทำให้ผมอบอุ่นบ้าง




ผมทิ้งตัวนอนในที่สุด   กระชับแขนที่ไอ้ตัวเล็กทับอยู่ให้แน่นขึ้นอีก   เพื่อให้ผมได้สัมผัสอบอุ่นจากน้องบ้าง  ก่อนจะกระซิบเสียงเบา

“.ขอกอดหน่อยนะ .............”   ผมว่า  กดจมูกลงแก้มเนียนนวลนั่น    แล้วก็ตกใจที่เผลอหอม  อาจจะแค่เพราะเอ็นดูเหมือนน้องผมคิดอย่างนั้น

“ถ้าไม่พอใจ......ผลักพี่ได้เลยนะ”  ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าเดิม   แอบหัวเราะในความเจ้าเล่ห์ของตัว

ก่อนจะหันไปดึงไอ้ตัวเล็กมากอดไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง      ..............   จนสุดท้ายผมก็หลับไป


Jesale

  • บุคคลทั่วไป
ปัตกับพาร์ท อืม น่าสนใจ

ขาดความรักทั้งคู่ น่าจะเติมกันได้ดี

ออฟไลน์ BeeRY

  • ❤。◕‿◕。ยิ้มเข้าไว้นะ。◕‿◕。❤
  • เป็ดHades
  • *
  • กระทู้: 9405
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +897/-8
อ่านสองตอนแรกทัน มาวันนี้เห็นไปแปดตอนแล้ว ตกใจเลย :a5:
น้องปัตกับครอบครัวก็แฮปปี้แล้ว ต่อมาคงเป็นเรื่องพี่พาร์ทนี่แหละเนอะ
ต่างคนต่างเหงา ถ้าได้อยู่ด้วยกัน ช่วยกันเติมเต็มก็น่าจะดีไม่น้อย :o8:
กดบวกพร้อมรอตอนต่อไปค่ะ :กอด1:

ออฟไลน์ fuku

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4482
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +462/-20
กินเด็กแน่แท้แล้ว 555555555555


น้องเป็นเด็กน่ารักมากเลย
ส่วนตาแก่จะทำอะไรก็ไปเคลียร์กับคนของตัวก่อนล่ะ

ออฟไลน์ bulldog17

  • ❤GOT7
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3689
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +265/-12
ลุงไปเคลียร์คนของลุงด้วยนะ o18

ออฟไลน์ เฉาก๊วย

  • เป็ดHermes
  • *
  • กระทู้: 2233
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +251/-6

Tassanee

  • บุคคลทั่วไป
ขอบคุณค่าที่ิติดตาม  ขอบคุณทุก ๆ คอมเม้นนะคะ

ปกติ...ไม่ค่อยมีใครเม้นเท่าไหร่

แต่อยากแต่ง  (ฮาาาาาาา)

อยากบอกว่า  คอมเม้นอ่ะ เป็นกำลังใจดี ๆ ของ ป้า(แทนตัวเอง) เลยแหล่ะ คิคิ

ว่าแต่ทำไม.....พระเอกเรากลายเป็นลุงไปแล้วเนี่ย

ออฟไลน์ Ju

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 556
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +40/-2
ระตีเค้าจะยังเหลียวแลพี่พาร์ทมั้ยเนี่ย ?

ติดตามตอนต่อไปครับ

 :bye2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด