Royal Of Love ตำนานรักสองราชวงศ์[บทพิเศษP.14 R 410] จบแล้วค่ะ (แจ้งข่าวเล็กๆ)
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: Royal Of Love ตำนานรักสองราชวงศ์[บทพิเศษP.14 R 410] จบแล้วค่ะ (แจ้งข่าวเล็กๆ)  (อ่าน 249922 ครั้ง)

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป


    ทั้งองครักษ์และนางกำนัลของคาเซียนี่ร้ายจริงๆเลยนะ
    ขู่กันซะขุนนางใหญ่โตหงอไปเลย
    แต่ฝ่าบาทให้คาเซียไปทำงานเนี่ยจะไม่หายช้าลงเหรอ เพราะต้องทนคิดถึงคนดูแลอะ อิอิ




ออฟไลน์ pare_140

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-6
หายป่วยเร็วๆน่ะฝ่าบาท :กอด1:

ออฟไลน์ kingkakingka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
โอ้วปัญหาเริ่มจะเยอะ  :really2: :really2:

มาต่อไวๆนะค่ะ :pig4:

ออฟไลน์ midnight

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-8
    • Fanpage
บทที่ 16
ตำนานรักสองราชวงศ์ : ความลับ ความในใจ

ระหว่างที่องค์ชายคาเซียทรงอ่านฎีการ้องเรียนขุนนางพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวงอยู่นั้น เรลที่นั่งอยู่กับพระองค์มานานก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น

“องค์ชายเพคะ”นางกำนัลสาวเอ่ยเรียกผู้เป็นนายเบาๆ

“หืม... มีอะไรหรือ เรล”องค์ชายทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมาตามเสียงเรียกของนางกำนัลส่วนพระองค์

“หม่อมฉันขอถามอะไรพระองค์หน่อยได้ไหมเพคะ”

“ถามมาสิ ถ้าเราตอบได้ก็จะตอบให้”พระองค์ยิ้มบางเบา

“คือ... องค์ชายโซเทเรียทรงตั้งพระครรภ์แล้ว ทั้งๆที่พระองค์ทรงร่วมหลับนอนกับองค์ชายไม่กี่ครั้ง...”สีหน้าของนางกำนัลน้อยแดงระเรื่อเล็กๆ “แล้วเหตุใดพระองค์ ที่ร่วมบรรทมกับฝ่าบาทแทบทุกราตรีถึงไม่ตั้งพระครรภ์บ้างล่ะเพคะ”

“ฮะๆ”เสียงหัวเราะแผ่วๆดังออกมาจากพระโอษฐ์ขององค์ชาย นัยน์ตาของพระองค์พราวระยับอย่างถูกพระทัย “เจ้าอยากรู้จริงเหรอ เรล”

“เพคะ”เรลตอบรับเสียงดังฟังชัด

“เพราะเรายังไม่อยากตั้งครรภ์ไงล่ะ”พระองค์ตรัสตอบพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “เราเลยเอาเมล็ดพันธุ์ของฝ่าบาทออกทุกครั้ง หลังจากที่พระองค์ทรงบรรทมไปแล้ว”

“เอ๋... ทำไมล่ะเพคะ”เรลถามกลับอย่างงุนงง “เมื่อพระองค์ทรงตั้งพระครรภ์ ถ้าได้พระโอรส พระองค์ก็จะได้ขึ้นเป็นพระมารดาของรัชทายาทเลยนะเพคะ ดีไม่ดี ฝ่าบาทก็จะทรงตั้งพระองค์เป็นราชินีด้วยซ้ำนะเพคะ”

“แล้วถ้าเราตั้งครรภ์ตอนนี้ ใครจะดูแลโซเทเรียให้ข้าล่ะ หืม...”พระองค์ตรัสถามขณะที่ยังทรงร่างแผนพัฒนาการการศึกษาของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล “แต่ตอนนี้เราคงจะปล่อยแล้วล่ะ... ถ้าจะมีทายาท เราก็จะปล่อยให้มี ตามที่ฝ่าบาทประสงค์ ถึงยังไงโซลก็กำลังจะพ้นช่วงที่จะแท้งลูกได้ง่ายไปแล้ว เราก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก”

“หม่อมฉันไม่เชื่อหรอกเพคะ ว่าพระองค์จะทรงมีเหตุผลเพียงเท่านั้น”นางกำนัลน้อยหรี่ตามององค์ชายของนางอย่างจับผิด “พระองค์ทรงมีเหตุผลอื่นๆอยู่ด้วยใช่ไหมเพคะ”

“ข้าปิดเจ้าไม่ได้จริงๆสินะ”พระองค์ตรัสยิ้มๆ

“องค์ชายเพคะ”นางค้อนองค์ชายอย่างเคืองๆ “ทรงบอกไม่ได้หรือเพคะ เหตุผลสำคัญที่องค์ชายมิยอมมีทายาทให้แก่ฝ่าบาท...”
“ไม่ใช่ข้าไม่ยอมมีสักหน่อย... แค่ข้ายังไม่มีให้เท่านั้นเอง”องค์คาเซียตรัสแย้งเบาๆ “เพราะข้ายังไม่มั่นใจพอ... ว่าฝ่าบาทต้องการข้าจริงๆไหม”

พระเนตรหวานฉายแววเศร้าหมอง พระพักตร์ก้มลงเล็กๆ

“เราไม่รู้หรอกว่าฝ่าบาทโปรดเรา... หรือพระองค์เพียงแค่ต้องการร่างกายของเรา แต่พระองค์ประสงค์ที่จะมีรัชทายาท อีกทั้งเร่งเร้าเราทุกราตรี แม้กระทั่งยามที่พระองค์ประชวรเช่นนี้ เราคงต้องปล่อยความไม่แน่ใจนั้นทิ้งไป แล้วมีทายาทให้แก่พระองค์”
ความในพระทัยที่เก็บมาตลอดถูกถ่ายทอดออกมาให้นางกำนัลทั้งสองฟังเบาๆ เนลที่นั่งนิ่ง และเงียบมาตลอดหลุบตาลงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...

“ไม่เป็นไรหรอกน่า... ตอนนี้ฝ่าบาทยังสนใจเรา ยังดูแลและทะนุถนอมเรา เท่านี้ก็ดีแล้ว จริงไหม”รอยยิ้มอ่อนโยนคลี่ส่งให้กับนางกำนัลทั้งสอง พระองค์มิโปรดให้เนลและเรลมีสีหน้าที่เศร้าหมองนัก สำหรับพระองค์แล้ว มันไม่เหมาะกับพวกนางอย่างยิ่ง “เมื่อถึงเวลาที่ฝ่าบาทมิทรงโปรดข้าแล้ว อย่างน้อยข้าก็ยังมีลูกของข้าอยู่เคียงข้างข้า จริงไหม”

“เพคะ... องค์ชาย”

“พวกเจ้าอย่าลืมสิ ว่าข้ายังมีโซเทเรียอยู่ด้วย ข้าไม่เศร้าหรอกน่า...”ท่อนท้ายที่ทรงตรัสนั้นแผ่วเบายิ่งนัก
แล้วห้องทั้งห้องก็เงียบลง ต่างคนต่างตกอยู่ในความคิดของตนเอง

ถ้าข้ามีโอรสให้กับฝ่าบาทแล้ว... พระองค์จะทอดทิ้งข้าไปไหม พระองค์จะทรงหลงลืมข้าแล้วไปหาเหล่าสนมที่แสนงามทั้งหลายที่เฝ้ารอฝ่าบาทไหมนะ... ถ้าฝ่าบาทเมินเฉยกับข้า ทอดทิ้งข้า ข้าคงเหงา และเศร้าโศกมากแน่ๆ เฮ้อ... พระองค์สร้างความเคยชินอันไม่สมควรให้ข้าซะแล้ว...

องค์ชายที่น่าสงสารของเนล ข้ารู้อนาคตขององค์ชายดี แต่ก็มิอาจฝืนลิขิตสวรรค์พูดออกมาได้ แม้บางเวลาพระองค์จะต้องทรงเจ็บปวด แต่ฝ่าบาทจะอยู่เคียงข้างพระองค์อย่างแน่นอน...

โถ่... องค์ชาย เรลไม่น่าเอ่ยถามออกมาเลย เพราะข้าแท้ๆ องค์ชายถึงต้องเศร้าพระทัย ข้ามันโง่นัก โง่ๆๆ โง่ไม่พอ ยังเลวอีก ข้าทำให้พระองค์ต้องเสียพระทัยครั้งแล้วครั้งเล่า ข้ามันโง่ ช้ามันเลวจริงๆ


องค์ชายคาเซียทรงสะบัดความคิดเหล่านั้นออกจากสมองของพระองค์ แล้วทรงตั้งหน้าตั้งตาร่างแบบแผนที่จะทรงเสนอกับเหล่าขุนนางในการประชุมครั้งหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ

+++++++++++++++++++++++++++

ในขณะเดียวกัน นางกำนัลขององค์ชายโซเทเรียก็เอ่ยถามความในพระทัยขององค์ชายเช่นกัน

“องค์ชายเพคะ...”เสียงหวานๆเอ่ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“อะไรเหรอ เฟรุย”องค์ชายโซเทเรียทรงหันมาตรัสถามเสียงใส ในพระหัตถ์ของพระองค์ถือผ้าผืนนุ่มที่ทางห้องตัดเย็บส่งมาให้พระองค์เลือกตัดฉลองพระองค์ที่จะร่วมงานฉลองครบรอบ 5000 ปีของเฟรนเซียของพระองค์เอง

“หม่อมฉันขอบังอาจถามคำถามพระองค์หน่อยนะเพคะ”

“ว่ามาสิ”

“พระองค์ทรงมีความสุขหรือเปล่าเพคะ ที่อภิเษกกับองค์ชายคาเซียเช่นนี้”เฟรุยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงเป็นใย นางดูแลองค์ชายมาตั้งแต่เล็ก รู้ดีว่าองค์ชายโปรดหรือไม่โปรดอะไร แต่นางคิดไม่ถึงจริงๆว่าองค์ชายของนางจะหลงรักองค์ชายคาเซียมากมายขนาดนี้

“ข้ามีความสุขที่ได้อภิเษกกับคาเซีย มีความสุขที่ได้อยู่กับเขา”รอยยิ้มบนพระพักตร์อ่อนหวานขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทรงตรัสถึงพระสวามีอันเป็นที่รักของพระองค์ “สำหรับข้า ความใฝ่ฝันที่ข้าอยากทำมากที่สุด หลังจากได้รู้ว่าตนเองต้องมาอยู่ที่เฟรนเซียนี้คือการได้บอกความในใจให้กับคาเซียได้รู้ แต่ในตอนนี้ ข้ากลับได้อยู่กับเขา ได้ยิ้มให้เขา ข้าดีใจและมีความสุขมาก”

“องค์ชาย...”

“ถึงแม้ว่าข้าจะได้ไม่เป็นเจ้าของคาเซียทั้งกายและหัวใจของเขา แต่ข้าก็ได้ความรักของเขามาอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง ได้มอบร่างกายนี้ให้เป็นของเขาเพียงคนเดียว”น้ำเสียงทรงตรัสออกมานั้นเปี่ยมไปด้วยความรักที่พระชายามีให้แก่องค์ชาย จนเฟรุยรับรู้ได้ “และข้าก็ดีใจ ที่คาเซียเป็นพระสวามีเพียงหนึ่งเดียวของข้า”

“ถ้าองค์ชายคาเซียไม่ได้ดีอย่างที่พระองค์คิดล่ะเพคะ”เฟรุยเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ข้าไม่เคยบอกว่าคาเซียเป็นคนดี... เฟรุย ข้ารักเขา เพราะว่าเขาเป็นเขา ไม่มีใครในโลกนี้ดีไปซะหมดหรอก ข้ารักความอบอุ่น ความอ่อนโยนที่เขามีให้อย่างบริสุทธิ์ใจ”องค์ชายโซเทเรียทรงตรัสบอกนางกำนัลของพระองค์ “ต่อให้คาเซียไม่ได้รักข้า อย่างที่ข้ารักเขา ข้าก็มีความสุข เพราะอย่างน้อย ข้าก็อยู่ในสายตาของเขา อยู่ในความทรงจำของเขา ข้ารู้ดี ว่าคาเซียมองข้าเป็นน้องชายที่น่ารัก แม้ตอนนี้เขาก็ยังมองข้าเช่นนั้นอยู่ แต่ข้าก็ไม่เคยเสียใจ ที่ได้มอบร่างกายและหัวใจดวงนี้เอาไว้ในกำมือของเขา... เจ้ารู้ไหมสิ่งที่ข้าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตคืออะไร”

“อะไรหรือเพคะ องค์ชาย”

“คือการที่ข้าได้อุ้มท้องลูกของข้ากับคาเซียคนนี้ไงล่ะ...”พระหัตถ์เรียวลูบไล้พระอุทรของพระองค์เองเบาๆ “ข้าตั้งชื่อให้เขาแล้วนะ... ถ้าเป็นผู้หญิง ข้าจะให้เขาชื่อซาเนเซีย ถ้าเป็นผู้ชายชื่อคาเซเรียล่ะ คาเซียก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรกับชื่อที่ข้าคิดเอาไว้ด้วย”

องค์ชายเพคะ... แม้องค์ชายคาเซียจะมิได้สนพระทัยพระองค์เท่าที่สมควรจะเป็น จะมิได้อยู่เคียงข้างพระองค์ตลอดเวลา หม่อมฉันจะขอทำหน้าที่ในส่วนขององค์ชายคาเซีย จะขอปกป้องและดูแลพระองค์ จนกว่าชีวิตต่ำต้อยของเฟรุยคนนี้จะหาไม่

++++++++++++++++++++++++++

ตกเย็นองค์ชายคาเซียก็ทรงเสด็จมาหาพระชายาของพระองค์ ด้วยสีพระพักตร์สดใส

“โซล”พระองค์ทรงโอบกอดพระชายาร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมพระกรอย่างอ่อนโยน “เป็นอย่างไรบ้าง หืม...”

“โซลไม่เป็นอะไร อาการแพ้ท้องก็ลดลงแล้วด้วยนะ”พระชายาตอบกลับอย่างร่าเริง “เรี่ยวแรงก็กลับมาแล้ว ตอนนี้โซลวิ่งได้แล้วนะ”

“ไม่ต้องวิ่งเลยโซล โซลอยู่นิ่งๆน่ะดีแล้ว”องค์ชายทรงตรัสกับร่างในอ้อมกอดเสียงเข้ม “เดี๋ยวเกิดล้ม หรือเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไงหึ”

“ง่า... คาเซียอ่า...”พระเนตรกลมโตจ้องพระองค์อย่างออดอ้อน หมายจะให้พระองค์ใจอ่อนเช่นนั้นหรือ ฝันไปซะเถอะ

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย โซล”พระองค์ทรงบีบจมูกรั้นๆของพระชายาเบาๆ “เฟรุย ดูเอาไว้เลยนะ ถ้าไปวิ่งเล่นที่ไหนให้มาบอกข้า เดี๋ยวข้าจะจับมับเอาไว้บนเตียง ไม่ให้ลุกไปไหนเลยคอยดู”

“เพคะ หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”เฟรุยตอบรับคำขององค์ชาย ใบหน้าหวานของนางอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นพระชายายู่พระพักตร์ด้วยความไม่พอพระทัย

ทั้งสองพระองค์ทรงเสวยอาหารเย็นร่วมกัน ทรงถกเถียงกันบ้างเพราะองค์ชายโซเทเรียมิยอมเสวยผักบางชินที่มีประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแก่องค์ชายคาเซีย

“นอนได้แล้วนะ โซล”องค์ชายทรงพาพระชายาเข้าบรรทมดังเช่นทุกๆวัน แม้จะทรงงานยุ่งแค่ไหน แต่พระองค์ไม่เคยละเลยพระชายาแม้แต่น้อย

“โซลรักคาเซียนะ”เสียงหวานเอ่ยเบาๆ ในขณะที่พระเนตรทั้งสองปรือลง

“คาเซียก็รักโซลเช่นกัน”จุมพิตอุ่นๆแตะเบาๆที่พระนลาฏขององค์ชายโซเทเรีย “ฝันดีนะ ชายาของข้า ฝันดีนะ ลูกพ่อ”
พระองค์เสด็จออกจากตำหนักฟรีเซียกลับมาตำหนักโพรเทีย ตำหนักที่ประทับของพระองค์

“ฝ่าบาททรงเสวยโอสถหรือยัง”องค์ชายทรงตรัสถามเรลเบาๆ

“เสวยแล้วเพคะ เหล่านางกำนัลห้องสรงก็มาชำระพระวรกายของฝ่าบาทแล้วด้วยเพคะ”

“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว”

องค์ชายทรงชำระวรกายก่อนที่จะเสด็จไปหาองค์ราชาที่ยังบรรทมพักผ่อนในห้องบรรทม เพื่อรักษาอาการประชวร

“คาเซียหรือ...”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”

องค์ชายทรงเสด็จไปยังพระแท่นที่องค์เหนือหัวประทับอยู่อย่างรวดเร็ว

“ทรงเป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ”พระองค์ตรัสถามพระอาการด้วยความเป็นห่วง พระหัตถ์เรียวกอบกุมพระหัตถ์หนาหลวมๆ

“ดีขึ้นแล้วล่ะ ปวดหัวน้อยลงหน่อยแล้ว”องค์ทริสเซย์ตรัสตอบตามความจริง “เจ้าล่ะ เหนื่อยมากไหม ช่วงนี้ราชกิจคงมากมายยิ่งนัก”

“ไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอกพะยะค่ะ”องค์ชายทรงส่งรอยยิ้มอ่อนหวานมาให้พระองค์บางๆ “แม้จะเครียดไปบ้าง แต่ก็สนุกดีเหมือนกันพะยะค่ะ”

“อีกพักใหญ่กว่าข้าจะหายเป็นปกติ... ฝากเจ้าด้วยนะ”

“พะยะค่ะ”พระองค์ตรัสรับด้วยความเต็มพระทัยเป็นอย่างยิ่ง

“คาเซีย...”องค์ราชาทรงตรัสเรียกชื่อพระองค์อีกครั้ง “เมื่อไหร่เจ้าจะมีลูกให้ข้าสักทีล่ะ”

“จนกว่าฝ่าบาทจะทรงประทานความเมตตาให้กับกระหม่อมได้ยังไงล่ะพะยะค่ะ”

“นั่นสินะ... ช่วงนี้ข้าไม่ได้สัมผัสเจ้าเลย... ข้าคิดถึงร่างกายของเจ้าเหลือเกิน ชายาข้า”พระหัตถ์แกร่งลูบไล้พระพักตร์งามแผ่วเบา

“กระหม่อมก็คิดถึงสัมผัสของพระองค์พะยะค่ะฝ่าบาท...”องค์ชายคาเซียทรงเอนพระวรกายลงเคียงข้างพระองค์อย่างเชื่องช้า “รอฝ่าบาทดีขึ้นกว่านี้อีกสักหน่อย.. กระหม่อมจะให้พระองค์สัมผัสให้เต็มอิ่มเลยพะยะค่ะ”

“ข้าหวังอย่างยิ่งว่าวันนั้นจะมาถึงโดยไว”องค์ราชาทรงเปรยขึ้นมาแผ่วเบา “คาเซีย... เมื่อเจ้ามีลูกกับข้า เจ้าอยากตั้งชื่อลูกว่าอะไรเช่นนั้นหรือ”

“กระหม่อมยังมิได้คิดชื่อของลูกคนแรกหรอกพะยะค่ะ ฝ่าบาท... แต่ถ้าคนที่สองเป็นพระโอรส กระหม่อมอยากให้เขาชื่อเฮเซีย”

“ชื่อของรัชทายาทแห่งเซเรียล พระเชษฐาของเจ้าน่ะหรือ”

“พะยะค่ะ กระหม่อมอยากให้เขาเป็นที่รักของทุกคน เป็นคนที่เสียสละและไม่ลืมพี่น้องของตนพะยะค่ะ”

องค์ชายคาเซียยื่นพระพักตร์เข้าใกล้องค์ทริสเซย์ แล้วทั้งสองพระองค์ก็มอบจุมพิตให้แก่กันและกันอย่างเนิ่นนาน

“ฝันดี... ยอดดวงใจของข้า”

+++++++++++++++++++++++++++++

บทที่สิบหกมาแล้วค้า~ โซลน้อยน่าสงสาร :o12:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14-03-2012 02:56:27 โดย midnight »

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
อ๊า รักแบบนี้มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกเลยจริงๆนะเนี่ย
เป็นกำลังใจให้คนเขียนนะคะ รอติดตามอยู่ค่า

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
 พูดถึงพี่ชสยก็นึกถึงคนที่อยู่ในเซเรียลเลย

ดูท่าทางว่าจะรักน้องชายมาก

จะตามมาหาองค์ชายเราป่าวน่ะ


ออฟไลน์ Poseidon

  • Unconditional love
  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5081
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +260/-12
อยากให้คาเซียท้องเร็วๆจัง กลัวคาเซียต้องเจออุปสรรคในอนาคตจัง น่าสงสาร

ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
รอตอนต่อไปนะคะ

zeen11

  • บุคคลทั่วไป
ตามมาอ่านแล้วจ้าาาาา ยังคงนั่งอ่านไปยิ้มไปกับความรักแบบแปลกๆ ของครอบครัวคาเซีย 555+

เวลาอยู่กับโซลบอกตรงๆ จิ้นบุคลิกคาเซียเป็นสามีไม่ออกจริงๆ เวลาคาเซียถูกเรียกว่าพระสวามีเลยขำๆ ทุกทีอะ :laugh: :laugh: :laugh:

piride

  • บุคคลทั่วไป
ที่คาเซียไม่ยอมมีน้องก็เพราะเหตุนี้เอง   
ดูท่าฝ่าบาทก็รักคาเซียเหมือนกันนะ
แต่เราไม่ชอบที่ไปทำอะไรกับสนมเลยอ่ะ  :z10:

 (เราไม่มีความรู้เรื่องคำราชาศัพท์เลย   :pigha2:)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ pare_140

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-6
เฮ้อออ  :sad11:

ออฟไลน์ kingkakingka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
มาต่อไวๆนะค่ะ :pig4: :pig4: :pig4:

wolfram

  • บุคคลทั่วไป
อยากให้คาเซียท้องไวๆอ่ะค่ะ!!  :o8:

สู้นะคะ!!  :L2: :L2:

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
คาเซียท้อง โซลจะทำงัยอะจะไม่คิดมากเหรอเนี้ย

ออฟไลน์ ronlbb

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
แอบไม่ชอบโซลเล็กๆ

แต่ก้เข้าใจว่าเขารักคาเซีย  ออกแนวสงสารนะนี่

คาเซียรีบมีลูกนะ ลุ้นๆๆ

sunshadow

  • บุคคลทั่วไป



   ยังไงองค์ชายคาเซียก็ยังไม่ยอมเชื่อในรักของฝ่าบาทสักทีนะ
   ไม่เหมือนองค์ชายโซลเลย รักหมดใจแถมเชื่ออย่างไม่มีเงื่อนไข





ออฟไลน์ midnight

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-8
    • Fanpage
บทที่ 17
ตำนานรักสองราชวงศ์
ความจริงของทริสเซย์ ความจริงของพระชายาโซล

นางกำนัลเนลที่คอยดูแลฝ่าบาทตามรับสั่งขององค์ชายคาเซีย นั่งมองร่างที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์ยาของหมอหลวงด้วยความสงสัย

เหตุใดกันนะ... ทั้งๆที่องค์ราชาทริสเซย์ทรงประชวรมาตั้งนานแล้ว เสวยโอสถมาหลายต่อหลายถ้วย แต่พระองค์ก็ไม่หายสนิทเสียที ทั้งที่พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นอะไรมากแท้ๆ ท่านหมอหลวงก็บอกเพียงแค่ว่าทรงประชวรเป็นไข้หวัดเพราะโดนละอองฝนธรรมดา...

เนลยู่ปากน้อยๆ นิ้วเรียวเคาะเบาๆที่โต๊ะไม้...

ฮืม... แล้ว... ทำไมพระชายาโซเทเรียถึงทรงตั้งพระครรภ์ได้ล่ะ องค์ชายคาเซียมิได้ให้พระองค์เสวยยาของพระสนมนี่น่า... เอ... ทำไมกันนะ หรือองค์ชายให้เสวยตอนที่ข้าไม่เห็น... แต่ไม่น่าเป็นไปได้ ก็ข้าอยู่กับองค์ชายแทบจะตลอดเวลาเลยนี่น่า...

นางกำนัลสาวเกาหัวตัวเองอย่างหงุดหงิดใจ

ไม่ได้การ มันค้างคาใจจริงๆเลยเชียว ข้าต้องไปถามหมอหลวงกับเฟรุยให้รู้เรื่อง!!

“เรลๆ เจ้ามาดูแลฝ่าบาทแทนข้าหน่อย”เนลเรียกเรลให้มาดูแลองค์ราชาแทนตนเอง “ข้าจะไปทำธุระสักเดี๋ยว”

“นี่... เนล พี่จะไปไหนกันน่ะ”เรลเอ่ยถามอย่างงงๆ ก็ปกติพี่สาวของเธอจะไม่เคยละทิ้งหน้าที่ ที่องค์ชายรับสั่งเอาไว้เป็นอันขาด ไม่ว่าจะมีธุระด่วนมากแค่ไหนก็ตามที

“เอาไว้ข้าไปทำธุระเสร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะ น้องรักของพี่”เนลหันมาตอบผู้เป็นน้อง ขณะที่นางกำนัลสวมเสื้อคลุม

“พี่อย่าลืมมาเล่าล่ะ”

“แน่นนอน”นางพูดกับเรลแลกออกนอกห้องบรรทมไป

“อ้าเนล จะไปไหนน่ะ”เรฟหันมาถามผู้ที่เดินออกมาอย่างสงสัย นานๆครั้งที่จะเห็นเนลออกมาจากห้องบรรทมของฝ่าบาท โดยที่องค์ชายไม่ทรงอยู่ที่ตำหนักเช่นนี้

“ข้าจะออกไปทำธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”เนลตอบเรฟด้วยรอยยิ้ม “เจ้าก็นอนตักเซทให้สบายนะ แล้วอย่าเผลอทำอนาจารนอกห้องนอนของพวกเจ้าอีกล่ะ ข้าไม่อยากให้ใครมาเห็นแล้วเก็บเอาไปฝันเหมือนนางกำนัลที่เผอิญผ่านมาเห็นคราวก่อน ทุกคนไม่เหมือนขึ้นกับเรลหรอก ที่เห็นการร่วมสังวาสระหว่างเพศเดียวกันจนชินตาแล้ว”

“เนล เดี๋ยวนี้เจ้าปากร้ายขึ้นนะ”เซทพูดขึ้นบ้างหลังจากที่ฟังมาสักพักหนึ่ง หน้าของเขาแดงระเรื่อจากคำพูดแต่ละคำของเพื่อนสาว

“ติดมาจากสามีของเจ้านั่นแหละเซท”ยังไม่วาย นางขอแขวะองครักษ์หน้าหวานก่อนที่จะไปตามหาหมอหลวงที่ดูแลอาการประชวรของฝ่าบาทอย่างรวดเร็ว

นางวิ่งไปเรื่อยๆ ถามทางจากผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาทีละคนๆ ว่าสำนักหมอหลวงนั้นไปทางไหน

โอ้ยยย แค่สำนักหมอหลวง ทำไมมันหายากหาเย็นอย่างนี้นะ เวลาข้าไม่ได้มีทั้งวันสักหน่อย วันไหนว่างๆข้าคงต้องสำรวจพระราชวังแห่งนี้ให้ทั่วเสียหน่อยแล้ว

เนลเริ่มปล่อยรังสีแห่งความหงุดหงิดออกมาจากนางกำนัลหลายคนไม่กล้าเข้ามาทัก

นางวิ่งวนอยู่พักใหญ่จนกระทั่งพบสำนักหมอหลวงที่อยู่ลึกเข้าไปข้างในของพระราชวังอันใหญ่โตแห่งนี้

“ท่านหมอเจ้าคะ ท่านหมอ”นางเอ่ยเรียกหมอหลวงที่เดินตรวจสมุนไพรที่ตากเอาไว้อยู่กับลูกศิษย์ “ท่านหมอเข้าคะ”

“อ้าว เจ้าเป็นนางกำนัลของพระชายาคาเซียใช่ไหม...”หมอหลวงหันมามองนางตามเสียงเรียก “เอ... ใช่นางกำนัลเนลหรือเปล่า”

“เจ้าค่ะ ท่านหมอ”เนลพยักหน้าตอบรับ “ท่านหมอพอมีเวลาสักหน่อยไหมเจ้าคะ ข้าน้อยมีเรื่องอยากทราบน่ะเจ้าค่ะ”

“เอ... ได้สิ”หมอหลวงวัยกลางคนตอบรับ “พวกเจ้าดูสมุนไพรพวกนี้ให้ดีล่ะ ถ้าตัวไหนขึ้นรารีบกำจัดด้วย อย่าลืม...”

“ขอรับ อาจารย์”เหล่าลูกศิษย์แยกย้ายกันไปตรวจดูสมุนไพรตามคำสั่งจองผู้เป็นอาจารย์

เนลและหมอหลวงเดินไปนั่งที่สวนสมุนไพรแถวนั้น

“เจ้ามีอะไรที่อยากรู้จากขึ้นหรือ เนล”

“ข้าน้อยอยากทราบว่า ทำไมฝ่าบาททรงประชวรมานานครึ่งเดือนแล้ว แต่ยังไม่หายเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ”เนลถามสิ่งที่อยากจะรู้ไปตามตรง “ทั้งที่เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา พักรักษาไม่น่าเกินสิบวันก็น่าจะหายแล้วนิเจ้าคะ”

“อ่อ... ฝ่าบาททรงมีโรคประจำตัวน่ะ”หมอหลวงตอบยิ้มๆ “ฝ่าบาททรงเป็นโรคหอบมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว อาการของพระองค์ทรงดีขึ้น พระวรกายทรงแข็งแรงขึ้นก็ตอนที่เจริญวัย เดี๋ยวนี้เลยไม่ค่อยทรงประชวร แต่ประชวรที่ก็ทรงเป็นหนักอย่างที่เจ้าเห็น”

“โรคหอบหรือเจ้าคะ พระชายาทรงทราบเรื่องนี้หรือเปล่าเจ้าคะ”

“ทราบสิ พระชายาทรงถามข้า ตั้งแต่วันแรกที่พระองค์ทรงรับหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน คำถามของพระองค์ก็คล้ายๆเข้านั่นแหละ ทำไมฝ่าบาทถึงต้องพักรักษาอาการถึงหนึ่งเดือน แต่สีพระพักตร์ตอนที่พระองค์ทรงถามเหมือนอยากจะเชือดข้ายังไงพิกลๆ ฮ่าๆ”ท่านหมอพูดไปหัวเราะไป

“นั่นแหละเจ้าค่ะ พระชายา ไม่ผิดหรอก”เนลยิ้มอย่างอ่อนโยน “พระองค์จะทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่งที่ทรงไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุในเรื่องที่พระองค์อยากทราบ”

“เช่นนั้นหรือ..”เสียงทุ้มแหบตอบรับเบาๆ “แล้ว... ข้าถามอะไรเจ้าสักหน่อย จะได้ไหม”

“เจ้าค่ะ”เนลพยักหน้ารับอย่างยินดี “ท่านอยากถามอะไรก็มาได้เลยเจ้าค่ะ ท่านหมอหลวง”

“พระชายา... ทรงโปรดการ... ร่วมหลับนอนแบบ... ที่พระองค์ทรงเจ็บวรกายเช่นนั้นหรือ”หมอหลวงถามอ้ำๆอึ้งๆ พูดผิดพูดถูก “คือ... ฝ่าบาททรงเคยถามข้าว่าจะทำอย่างไรมิให้พระโลหิตของพระชายาออกเวลาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างแรงๆ... เพราะเพลาที่พระองค์ทำปกติ เหมือนจะไม่ถึงพระทัยของพระองค์กับพระชายานัก...”

“ก็นิดหน่อยนะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้น สองข้าหลวงที่พูดคุยกันอยู่สะดุ้งเฮือก ก่อนที่จะหันไปมองผู้พูดพร้อมส่งรอยยิ้มจืดจาง

“ถวายบังคมพระชายาพะยะค่ะ/เพคะ”นางกำนัลและหมอหลวงน้อมกายถวายบังคมร่างบอบบางตรงหน้าอย่างให้เกียรติ

“หืม... ข้าแอบชอบเวลาทำแรงๆอยู่เหมือนกันนะ ท่านหมอหลวง”องค์ชายคาเซียตรัสกับหมอหลวง พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆให้ “มันรู้สึกดีไปอีกแบบ แต่ข้าไม่ชอบนักหรอก เวลาฝ่าบาททรงเล่นของเล่นพวกนั้นน่ะ”

“พะยะค่ะ พะชายา”หมอหลวงตรงตอบรับเบาๆ “แล้วที่พระองค์ทรงเสด็จมาที่นี่...”

“ข้าแค่มาดูสวนสมุนไพร เดี๋ยวก็ไปแล้ว”

“เพคะ/พะยะค่ะ”

พระองค์ทรงเสด็จไปตรวจสมุนไพรในสวนทันทีที่ตรัสจบ พระหัตถ์เรียวหยิบจับสมุนไพรเหล่านั้นเบาๆ แล้ววางกลับลงที่เดิมอย่างรวดเร็ว

“ท่านหมอ เหตุใดกัน เหล่าประชาชนถึงมิแปลกใจอันใดเลยที่ฝ่าบาททรงตั้งองค์ชายเป็นพระชายา และสามารถตั้งพระครรภ์ได้”

“ในประวัติศาสตร์ 5000 ปีแห่งเฟรนเซียนั้น มีหลายรัชสมัยที่มีพระสนมเป็นบุรุษและสามารถให้กำเนิดทารกได้”

“อ่า... เช่นนี้ ข้าน้อยขอลาท่านหมอก่อนนะเจ้าคะ”

“แล้วพบกันใหม่นะ”

ทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปตามทางของตน

ต่างคนต่างมีหน้าที่ ที่จะต้องกระทำทั้งนั้น..

เนลมุ่งตรงไปยังตำหนักฟรีเซียอย่างว่องไว นางได้รับคำตอบสิ่งที่ค้างคาใจแล้วหนึ่งเรื่อง เหลืออีกหนึ่งเรื่องที่นางอยากจะรู้ และนางกำลังจะไปพบผู้ที่สามารถจะตอบคำถามของนางได้

“เฟรุย...”เนลส่งเสียงเรียกเพื่อนสาวเบาๆ “เจ้าว่างหรือเปล่า...”

“อ้าว เนล เข้ามาก่อนสิ”เฟรุยหันมาตามเสียงเรียก เมื่อเห็นนางก็ยิ้มกว้างแล้วโบกมือให้น้อยๆ “มาสิ”

“เจ้าว่างหรือเปล่า”

“พระชายาโซเทเรียทรงบรรทมแล้ว ตอนนี้ข้าว่าง”

“เฟรุย... ข้ามีสิ่งที่อยากรู้ ข้าถามเจ้าได้ไหม”เนลเอ่ยถามเบาๆ นางค่อยข้างเกรงใจเพื่อนคนนี้อยู่ไม่น้อย แม้จะเป็นนางกำนัลเหมือนกัน แต่เฟรุยดู... นิ่งเฉยจนนางอ่านใจของเขาไม่ออก

“ถามมาสิ ถ้าข้าตอบได้ ข้าจะตอบให้เจ้า”เฟรุยยิ้มให้นางอย่างเป็นกันเอง

“เช่นนั้นข้าไม่อ้อมค้อมนะ ทำไม... พระชายาโซเทเรียถึงตั้งครรภ์ได้ ทั้งๆที่พระองค์มิได้เสวยโอสถขององค์ชายคาเซียแม้เพียงอึกเดียว”

“เรื่องนี้น่ะเหรอ ที่เจ้าอยากรู้”เฟรุยเลิกคิ้วน้อยๆ

“อื้ม องค์ชายทรงตั้งพระครรภ์ได้เพราะโอสถของพระมารดาของพระองค์”

“เมืองของเจ้ามีโอสถของพระมารดาแห่งองค์ชายคาเซีย เมืองของข้าก็มีโอสถของราชวังที่สามารถทำให้บุรุษเพศตั้งครรภ์ได้เช่นกัน”เฟรุยชี้แจงให้นางฟัง

“เหรอ...”เนลพึมพำเบาๆ “แล้วพระอาการของพระชายาทรงเป็นอย่างไร เมื่อทรงเสวยโอสถนั้นเข้าไป”

“พระองค์ก็ทรงปวดพระอุทรเล็กน้อย แต่เพียงไม่นานก็ทรงหายเป็นปกติดังเดิมน่ะ”

“เช่นนั้นหรือ...”

“แล้วองค์ชายคาเซียล่ะ ทรงมีพระอาการเป็นอย่างไรตอนที่ทรงเสวยโอสถ เพื่อให้มีบุตรได้”

“พระองค์ทรงเจ็บปวดมากยามที่โอสถนั้นออกฤทธิ์ แต่ข้าก็ไม่รู้ถึงพระอาการของพระองค์มากนัก เพราะว่าองค์ชายทรงรับสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน”เนลตอบเสียงอ่อน

“เช่นนั้นหรือ... โอสถของวินเซน่ามีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง”เฟรุยพูดขึ้นเบาๆ

“อะไรหรือ”

“เสวยโอสถครั้งหนึ่ง จะสามารถมีบุตรได้เพียงคนเดียว... ถ้าอยากมีบุตรคนต่อไป จะต้องเสวยยาอีกครั้ง ถึงจะมีได้”เฟรุยถอนหายใจน้อยๆ “ถ้าจะให้พระชายามีบุตร ก็ต้องปรุงโอสถนั้นอีกครั้ง ซึ่งมันปรุงได้ยากเป็นอย่างยิ่ง”

“โอสถของพระสนมเซฟีน่า เมื่อเสวยเข้าไปแล้ว จะปรับสภาพพระวรกายให้สามารถมีบุตรได้ตลอด แต่ก็ต้องทนความเจ็บปวดอย่างมากเป็นการตอบแทน”

“นั่นสินะ...คงไม่มีอะไรที่เราสามารถได้มาโดยไม่มีกายแลกเปลี่ยนใดๆ”

“นั่นเป็นสัจธรรมของชีวิตที่เราทุกคนจะต้องเผชิญ ไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงมันได้หรอก...”เนลยิ้มบางเบา มือเรียวยื่นไปจับมือของเพื่อนนางกำนัลแล้วกุมไว้หลวมๆ

“ข้าหวังอย่างยิ่งว่า... พระชายาของข้าจะมีความสุข ข้าไม่อยากที่จะเห็นพระองค์เศร้าหมองเลย เนล”เฟรุยจ้องเข้าไปในดวงตาของผู้ที่จับมือนางเอาไว้

“พระองค์ต้องมีความสุข”

เฟรุยยิ้มบางเบา นางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เนลช้าๆ

“ขอบใจนะ... เนล”

ริมฝีปากเรียวมอบจุมพิตอ่อนหวานให้กับคนตรงหน้า มือเรียวโอบร่างบอบบางให้เข้ามาใกล้ชิดยิ่งขึ้น

“ขอบใจนะ”

+++++++++++++++++++++++++++

มาต่อแล้วค้า^^

dawnthesky

  • บุคคลทั่วไป
เอ่อ...เรื่องนี้....ความรัก หลายรูปแบบจริง ๆ

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
เรื่องราวมันลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก 555
แต่ก็สนุกดีค่า ตามต่อนะคะ

ออฟไลน์ ronlbb

  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1209
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +27/-0
ก็สงสัยอยู่ดี

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ maru

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3568
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +162/-7
รอตอนต่อไปค่ะ

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
รักแบบทุกเพศเลยจริงๆ

ออฟไลน์ kingkakingka

  • เป็ดมัธยม
  • *
  • กระทู้: 185
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ความรักมีหลายรูปแบบจริงๆ :กอด1: :กอด1:

ออฟไลน์ midnight

  • เป็ดHestia
  • *
  • กระทู้: 767
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +168/-8
    • Fanpage
บทที่ 18
ตำนานรักสองราชวงศ์ : องค์ชายใหญ่แห่งเซเรียล

ณ ท้องพระโรงแห่งอาณาจักรเซเรียล ราชนิกุลและเหล่าขุนนางต่างมารวมตัวกันในที่แห่งนี้ เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 5000 ปี แห่งอาณาจักรเฟรนเซีย

องค์ชายเฮเซียตรัสกับทุกคนในท้องพระโรงว่าพระองค์จะขอเป็นผู้เดินทางไปร่วมในงานครั้งนี้เอง... สร้างความฮือฮาให้แก่ผู้คนในที่แห่งนี้ยิ่งนัก

ในเวลานี้ องค์ชายผู้เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของเซเรียลได้เสด็จไปประทับอยู่ที่เฟรนเซียแล้วหนึ่งพระองค์ แล้วนี่ องค์รัชทายาทจะทรงเสด็จไปยังอาณาจักรแห่งนั้นอีกพระองค์... โอ้ สวรรค์โปรด

“เฮเซีย ลูกจะเป็นตัวแทนไปร่วมงานฉลองครบรอบ 5000 ปี อาณาจักรเฟรนเซียจริงๆเหรอ ลูก”องค์ราชินีตรัสถามพระโอรสของพระนางอย่างเป็นห่วงเป็นใย ด้วยความที่พระนางทรงทราบดีแล้วว่า โอรสของพระนางคิดอย่างไรกับองค์ชายคาเซีย องค์ชายผู้เสียสละแห่งเซเรียล

“พะยะค่ะ เสด็จแม่ ลูกจะไปเองพะยะค่ะ”องค์รัชทายาทเฮเซียตอบพระมารดาเสียหนักแน่น “ลูกอยากไปดูให้เห็นกับตาของลูกเองว่า น้องยังสบายดี ยังมีความสุข”

“เฮเซีย... ลูกยังไม่ตัดใจจากคาเซียใช่ไหม”องค์ราชินีตรัสถามเบาๆ

“คาเซียคือรักแรกของลูก... แม้ลูกจะไม่ได้เขามาอยู่เคียงข้างกายลูก แต่ลูกก็อยากเห็นเขามีความสุข ขอแค่ให้เขามีความสุข ลูกก็พอใจแล้วพะยะค่ะ”องค์ชายเฮเซียตรัสด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “เพราะฉะนั้นให้ลูกไปร่วมงานฉลองของทางเฟรนเซียเถอะพะยะค่ะ เสด็จแม่”

“ตามใจเจ้าแล้วกัน...”สุรเสียงนุ่มทุ้มขององค์ราชาแห่งเซเรียสตรัสดังขึ้น ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบทันทีเมื่อได้รับฟัง “พ่อฝากให้เจ้าดูแลน้องด้วย... แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ช่วยทดแทนให้น้อง ในสิ่งที่พ่อไม่ได้มอบให้แก่เขา สิ่งที่พ่อทำผิดพลาดไปด้วยนะลูก”

“พะยะค่ะ เสด็จพ่อ”

“แล้วเจ้าจะไปเมื่อไร เฮเซีย”องค์ราชินีตรัสถามอีกครั้ง

“สัปดาห์หน้าพะยะค่ะ เสด็จแม่”

“แต่งานมันอีกตั้งเดือนเศษนะ... เจ้าจะรีบไปทำไมกัน”

“ลูกอยากไปดูแลคาเซียให้นานขึ้น ได้เห็นความเป็นอยู่ของเขา เผื่อมีอะไรที่เขาไม่สะดวกหรือถูกรังแก ลูกจะได้ช่วยเขาก่อนที่จะลายเกินไปน่ะพะยะค่ะ”องค์ชายทรงตอบด้วยรอยยิ้ม

ไม่มีใครสามารถที่จะคัดค้านองค์ชายได้ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัว แต่ด้วยความเป็นจริง เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เฟรนเซีย องค์ชายรัชทายาทสมควรที่จะเป็นผู้เสด็จไปจริงๆ

เอ... แล้วทำไมองค์ราชินีถึงมิอยากให้องค์ชายเฮเซียไปล่ะ?

เพราะข้าอยากจะไปเองนี่น่า ถ้าเฮเซียไปเช่นนี้ ข้าก็ไม่ได้เห็นหน้าของลูกชายของคนที่ข้ารักน่ะสิ โถ่....

++++++++++++++++++++++++++++++++

องค์ชายเฮเซียทรงเสด็จไปยังอาณาจักรเฟรนเซียตามกำหนดการที่ได้กำหนดไว้ พระราชสารส่งไปแจ้งกับทางเฟรนเซียล่วงหน้าแล้ว

การเสด็จไปเยือนอาณาจักรเฟรนเซียขององค์ชายรัชทายาทเป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะเป็นเวลาฟ้าสางแต่เหล่าราษฎรพร้อมใจกันมาส่งเสด็จกันตั้งแต่หน้าประตูวังถึงหน้าประตูเมือง สร้างความประทับให้กับองค์ชายและผู้ตามเสด็จเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยความที่องค์ชายเฮเซียเสด็จออกจากเมืองตั้งแต่รุ่งเช้า อีกทั้งเดินทางอย่างไม่หยุดพัก ทำให้พระองค์เสด็จมาถึงอาณาจักเฟรนเซียก่อนเวลาที่คำนวนเอาไว้

“ยินดีต้อนรับองค์ชายทายาทเฮเซียสู่อาณาจักรเฟรนเซียพะยะค่ะ”มหาเสนาบดีทั้งสองออกมาต้อนรับพระองค์ทันที่เมื่อรถม้าพระที่นั่งมาถึงหน้าท้องพระโรง “กระหม่อมคริส ดำรงตำแหน่งมาเสนาบดีฝ่ายซ้าย และผู้นี้คือเพนซ์ ดำรงตำแหน่งมหาเสนาบดีฝ่ายขวา พวกเรายินดีที่ได้พบพระองค์เป็นอย่างยิ่งพะยะค่ะ

“ยินดีที่ได้พบพวกท่านเช่นกัน ท่านมหาเสนาบดีทั้งสอง”องค์ชายทรงตรัสเสียงเรียบ

“เพลานี้พระชายาทรงออกไปนอกวัง กระหม่อมจะให้นางกำนัลนำเสด็จพระองค์ไปยังตำหนักที่ประทับก่อนนะพะยะค่ะ”มหาเสนาบดีฝ่าขวาส่งสัญญาณให้นางกำนัลที่ยืนอยู่ข้างหลังตนมานำเสด็จองค์ชายและคณะไปสู่ตำหนักรับรอง

เมื่อทรงเสด็จมาถึงพระตำหนัก องค์ชายเฮเซียก็ทรงตรัสถามนางกำนัลสาวในเรื่องที่ทรงค้างคาพระทัยอยู่

“เมื่อครู่ ท่านมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายบอกเราว่าพระชายาไปนอกวัง... แล้วองค์ราชาล่ะ”

“ฝ่าบาททรงประชวรอยู่เพคะ พระชายาจึงเสด็จว่าราชการแทนพระองค์ในช่วงนี้”นางกำนัลผู้นำเสด็จทูลตอบพระองค์ตามตรง

“ถ้าเราจะขอเข้าเฝ้าองค์ราชา... จะได้ไหม”องค์ชายทรงตรัสถามอย่างลังเลพระทัยเล็กๆ

“พระชายารับสั่งไว้ว่าให้เข้าเฝ้าได้ แต่ไม่เกินครึ่งชั่วยามนะเพคะ”นางกำนัลน้อยทูลตามที่พระชายาทรงรับสั่งเอาไว้ก่อนจะเสด็จออกไปในเมือง

“เท่านั้นก็พอแล้ว”พระองค์ตรัสรับ “รบกวนเจ้านำทางไปยังตำหนักที่ประทับขององค์ราชาหน่อยได้ไหม”

“เชิญทางนี้เพคะ”

นางกำนัลสาวนำเสด็จพระองค์ไปยังตำหนักใหญ่ อันเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองแผ่นดินเฟรนเซีย

สองข้างทางในราชวังแห่งนี้เป็นไปด้วยบุปผาที่งดงาม หลากสีสัน ปลูกเรียงรายเป็นจำนวนมากตลอดทางที่เสด็จผ่าน

“เซร่า...”เสียงใสของนางกำนัลเมร่าดังขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนของตนเดินมาใกล้ “ท่านนั้นคือ...”

“องค์ชายเฮเซีย องค์รัชทายาทแห่งอาณาจักรเซเรียลน่ะ พระองค์มาขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท”เซร่าตอบเพื่อนนางกำนัลเสียงใส “เจ้าไปทูลฝ่าบาทให้หน่อยสิ”

“ช่วงนี้ฝ่าบาทประชวร พระอารมณ์แปรปรวนนัก ยิ่งตอนนี้พระชายามิได้ประทับอยู่ด้วย ขืนเข้าไปตอนนี้ข้าก็โดนพระองค์ไล่ออกมาน่ะสิ”นางกำนัลคนงามทำหน้างอน้อยๆ “แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าให้คนอื่นเข้าไปแทน เชิญองค์ชายเข้ามาประทับในตำหนักก่อนนะเพคะ”

เมร่าหันกายกลับเข้าไปในตำหนัก แล้วลากสององครักษ์ประกำกายขององค์ชายคาเซียไปผจญกับพระอารมณ์ขององค์เหนือหัวทันที

“ฝากด้วยนะ ถ้าฝ่าบาททรงอนุญาต รีบออกมาบอกข้าล่ะ”

เรฟกับเซทมายืนอยู่หน้าห้องบรรทมอย่างงงๆ ทั้งคู่สบสายตากันก่อนจะเปิดห้องบรรทมเข้าไป

“ฝ่าบาทพะยะค่ะ”เซทเอ่ยเรียกผู้สูงศักดิ์เบาๆ

“มีอะไร”เสียงทุ้มตรัสกลับมาอย่างเย็นชา

“องค์ชายเฮเซียขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”เซททูลต่อพระองค์เสียงเรียบ

“ข้าไม่อยากพบใครทั้งนั้น”

“แต่...”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น”พระองค์ขัดขึ้นทันที

“ฝ่าบาท... องค์ชายเฮเซียเป็นพระเชษฐาของพระชายานะพะยะค่ะ”เรฟทูลต่อองค์ราชารวดเดียวจบ ไม่เว้นจังหวะให้ทรงตรัสแทรกแม้แต่วินาทีเดียว

“จะทรงให้เข้าเฝ้าไหมพะยะค่ะ”เซททูลถามอีกครั้ง

“หืม... องค์ชายเฮเซียแห่งเซเรียลเช่นนั้นหรือ”พระองค์ตรัสทวนอีกครั้ง เมื่อทรงได้ยินชื่อของผู้ที่ขอเข้าเฝ้าอย่างชัดเจน

“พะยะค่ะ”

“ให้เขาเข้ามาได้”สุรเสียงที่ทรงตรัสเปลี่ยนไปทันที จากที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉย

“พะยะค่ะ”เซทหายตัวออกไปบอกกับนางกำนัลเมร่าที่ยืนรออยู่หน้าห้องบรรทม ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง

เรลทูลลาองค์ราชาไปชงน้ำชาและเตรียมเครื่องหวานมาถวายแด่พระองค์และองค์รัชทายาท เนลเช้ามาพยุงพระองค์ให้ประทับนั่ง เรฟหันไปส่งสัญญาณให้คนของพระชายาที่แอบเข้ามาในวังให้รีบไปทูลเชิญพระชายากลับวังหลวง

“ฝ่าบาททรงเชิญให้ไปเข้าเฝ้าที่ห้องบรรทมเพคะ”นางกำนัลสาวออกมาทูลแก่องค์ชายที่ประทับรออยู่ ก่อนจะผายมือออก “ห้องบรรทมอยู่ทางนี้เพคะ”

นางนำเสด็จองค์ชายเฮเซียไปสู่ห้องบรรทมขององค์ทริสเซย์อย่างรวดเร็ว

เมื่อพระองค์ก้าวเข้ามาภายในห้องบรรทม พระองค์ก็ทรงรู้สึกตกพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่เห็นคนสนิททั้งสี่ของอนุชาแห่งตนองค์ในห้องนี้อย่างพร้อมหน้า

“ถวายบังคมองค์ชายเฮเซียเพคะ/พะยะค่ะ”ทั้งสี่ถวายบังคมอย่างนอบน้อม

“เชิญท่านนั่งก่อน”องค์ชายประทับนั่งลงบนโซฟานุ่มตามคำเชิญขององค์ราชา “ท่านอยากพบเรา มีเรื่องอันใดเช่นนั้นหรือ”

“กระหม่อมอยากสนทนากับพระองค์... เรื่องคาเซีย พระอนุชาของกระหม่อม”

+++++++++++++++++++++

“สวนกลางเมืองนี้ ถ้านำดอกไอริสมาปลูกรอบๆคงดีไม่น้อยนะ”องค์ชายคาเซียตรัสกับเจ้ากรมพิธีการ เจ้ากรมโยธา เจ้ากรมกลาโหมและเจ้ากรมเกษตรที่ตามเสด็จมาเบาๆ “ภายในสวนนี้ปลูกดอกไม้ที่แสดงถึงความรักเอาไว้หลายชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมีความรักจริงๆ”

“พะยะค่ะ พระชายา เดี๋ยวกระหม่อมจะให้คนมาจัดการปลูกแล้วกันพะยะค่ะ”

“อืม... ที่ประชุมกันก่อนหน้านี้ ร้านค้าต่างๆที่จะให้มาขายในงาน คือจัดรอบๆนี้ใช่ไหม”

“พะยะค่ะ”

“ถ้าเราเสนอให้เปลี่ยนเป็นว่า ออกร้านกันตามถนนทุกเส้นที่มุ่งเข้าสู่สวนกลางเมืองนี้ แล้วจัดงานประกวดแทนล่ะ เจ้าว่าดีไหม”

“เป็นความคิดที่ดีนะพะยะค่ะ พวกท่านว่าเช่นนั้นไหม”เจ้ากรมกลาโหมหันไปถามเพื่อนขุนนางของตน

“ดี...เดี๋ยวประชุมครั้งหน้าเราลองเสนอความคิดนี่ของพระชายาดู”

เจ้ากรมทั้งสี่ต่างหารือกันเรื่องการประกวด ในขณะที่องค์ชายคาเซียทรงถือแผนที่เอาไว้ แล้วทรงขีดๆเขียนๆลงไปในนั้นอย่างตั้งใจ

ยังไม่ทันที่พระองค์จะได้ตรัสอะไรออกมาหลังจากที่ทรงร่างรูปแบบงานเสร็จ ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งมาหาพระองค์เสียก่อน...

“เครท มีอะไรงั้นหรือ”องค์ชายตรัสถามขึ้นเมื่อร่างนั้นมาหยุดตรงหน้าพระองค์ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าถึงรีบร้อนมาหาเราเช่นนี้”

“องค์ชายเฮเซียทรงประทับอยู่กับพระราชาพะยะค่ะ”เครททูลต่อองค์ชายสั้นๆ แต่สร้างความตกพระทัยให้กับพระองค์ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

“องค์รัชทายาทอยู่กับฝ่าบาท... สวรรค์โปรด”เสียงหวานพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะหันไปหาสี่เจ้ากรม “เราขอตัวก่อนนะท่านเจ้ากรม... ถ้ามีเรื่องอันใดให้คนไปตามเราที่ตำหนักโพรเทียแล้วกัน”

วรกายบอบบางตัวกายขึ้นหลังอาชาแล้วทรงควบกลับพระราชวังอย่างรวดเร็ว

ให้ตายสิ องค์ชายเฮเซียคิดจะทำอะไรกันแน่นะ พระองค์คิดว่าจะสามารถต่อกรกับฝ่าบาทได้หรืออย่างไร ถึงพระองค์จะทรงเฉียบแหลมแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่มีทางที่จะสู้กับพระปรีชาของฝ่าบาทได้แน่

ระหว่างทางที่องค์ชายคาเซียทรงควบม้าผ่าน มีเหล่าขุนนาง ทหาร นางกำนัล ทำความเคารพระองค์ตลอดทาง แต่พระองค์ก็มิได้ใส่พระทัยเลยแม้แต่น้อย

เมื่อทรงเสด็จกลับมาถึงพระตำหนัก องค์ชายคาเซียก็ทรงรีบเสด็จไปยังห้องบรรทมขององค์ราชาทันที แต่ยังไม่ทันที่พระองค์จะได้เปิดบานทวารเข้าไป ก็ทรงได้รับฟังบทสนทนาของผู้สูงศักดิ์ทั้งสองที่ดังลอดออกมาเสียก่อน

“พระองค์มั่นใจได้อย่างไรว่าคาเซียจะมีความสุขเมื่ออยู่กับพระองค์”

“เราทุกอย่างให้แก่คาเซียได้ ไม่ว่าคาเซียจะต้องการอันใดก็ตาม”

“พระองค์ย่อมตรัสเช่นนั้นได้ ถ้าวันใดพระองค์ไม่ใยดีอนุชาของข้าแล้ว เขาจะทำอย่างไร”

“เหตุการณ์แบบนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะคาเซียคือคนสำคัญในชีวิตของข้า”

“ฝ่าบาททรงมีพระสนมมากมาย พระองค์มั่นใจหรือ ว่าคาเซียจะเป็นคนสำคัญของพระองค์จริงๆ มิใช่ชั่วคราว”

“ข้าย่อมมั่นใจในสิ่งที่ข้าบอกท่านออกไป”

“ด้วยเหตุใด”

“ข้ารักคาเซีย”

บทสนทนาเงียบไปหลังจากที่คำบอกรักถูกตรัสออกมาจากองค์ราชาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

องค์ชายผู้เป็นหัวข้อสนทนาทรงประทับนิ่งอยู่หน้าห้องบรรทม พระหัตถ์เรียวประสานกันที่พระอุระ พระหฤทัยของพระองค์เต้นระรัวด้วยความยินดี แต่พระองค์มิสามารถหลั่งน้ำอัสสุชลแห่งความปลื้มปิติออกมาได้ในเพลานี้

“ฝ่าบาทพะยะค่ะ”พระองค์เปิดบานทวารเข้าไปหลังจากที่ทรงตั้งสติได้ องค์ชายทรงทำเป็นไม่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่

“คาเซีย”สุรเสียงอบอุ่นเอ่ยนามของคนตรงหน้า “ไม่มีงานอะไรแล้วหรือ”

“ยังมีอยู่พะยะค่ะ แต่ไม่เร่งด่วนนัก”วรกายบอบบางเข้ามาใกล้เจ้าชีวิตอย่างรวดเร็ว “ทรงได้พักผ่อนบ้างไหมพะยะค่ะ”

“เรานอนทั้งวันนั่นแหละ...”พระองค์ตรัสตอบพระชายาเสียงนุ่ม “จนองค์ชายเฮเซียขอเข้าเฝ้าเราถึงลุกขึ้นมาต้อยรับ”

“จริงหรือพะยะค่ะ”พระชายาทรงถามซ้ำอีกครั้ง

“จริงสิ”

“จริงหรือเนล”องค์ชายเซียทรงหันไปถามนางกำนัลที่พระองค์รับสั่งไว้ว่าให้ดูแลฝ่าบาท

“ไม่จริงเพคะ”เนลทูลตามตรงอย่างมิกลัวสายพระเนตรขององค์ราชาแม้แต่น้อย “ฝ่าบาททรงมิบรรทมเลยตลอดชั่วงเช้าจนถึงบ่ายเพคะ เดี๋ยวทรงลุก เดี๋ยวทรงนั่ง จนเวียรพระเศียร ฝ่าบาทจึงทรงบรรทมไปไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ทรงตื่นขึ้นมาแล้ว”

ทำไมนางถึงทูลกับองค์ชายตามตรงเช่นนั้นหรือ... แน่สิ องค์ราชาถ้าทรงกริ้วแค่ไหนคงไม่สั่งให้เอานางไปประหารหรอก แต่กับองค์ชาย... ถ้าทรงกริ้วนางยอมถูกประหารจะดีกว่า

แต่... ความคิดของเนลจะถูกอย่างนั้นหรือ... ถ้านางรู้ถึงนิสัยขององค์ทริสเซย์ดี... นางอาจจะขอลาจากเองโดยไม่ต้องมีใครมาคาดโทษนางเป็นแน่

“ฝ่าบาท...”องค์ชายทรงหันไปหาองค์เหนือหัวพร้อมตรัสเสียงเย็น

“คาเซีย... น้องเป็นอย่างไรบ้าง”องค์ชายเฮเซียตรัสถามขึ้นหลังจากที่ทรงรู้สึกว่าอนุชาของพระองค์มิสนพระองค์แม้เพียงน้อย

“กระหม่อมสบายดีพะยะค่ะ”เสียงหวานตรัสตอบอย่างนุ่มนวล

ทั้งสองพระองค์สนทนากันพักใหญ่ ทั้งนี้เกี่ยวกับเรื่องความเป็นอยู่ขององค์ชายคาเซียและความเป็นไปของอาณาจักรเซเรียลทั้งสิ้น

“วันนี้พี่คงต้องกลับตำหนักก่อน แล้วเจอกันนะ คาเซีย”องค์รัชทายาทเอ่ยลาอนุชาของพระองค์เบาๆ “ทูลลาฝ่าบาท... คาเซีย ความรู้สึกพี่ที่มีกับน้องยังคงเหมือนเดิม มิเคยแปรเปลี่ยน... พี่อยากให้ร้องรู้เอาไว้”

“พระองค์ควรตัดกระหม่อมออกจากพระหฤทัยตั้งแต่วันที่กระหม่อมตัดสินใจมายังเฟรนเซียแล้วพะยะค่ะ องค์ชายเฮเซีย”องค์ชายคาเซียตรัสแผ่วเบา

องค์เฮเซียยิ้มให้กับพระองค์อย่างอ่อนโยน ก่อนจะทรงเสด็จกลับตำหนักรับรอง

“คาเซีย เจ้าคิดอย่างไรกับองค์ชายเฮเซีย”องค์ราชาตรัสถามเสียงเย็น ภายในพระทัยของพระองค์เริ่มหวั่นวิตกกับสิ่งที่ทรงคิด

“องค์ชายเฮเซียเป็นพระเชษฐาที่แสนดีของกระหม่อมพะยะค่ะ”องค์ชายทูลตอบด้วยความสัตย์จริง “และเขาก็จะเป็นพระเชษฐาของกระหม่อมตลอดไป”

“แล้วข้าล่ะ...”พระองค์ตรัสถามอีกครั้งอย่างแผ่วเบา...

“ฝ่าบาท... ก็จะทรงเป็นพระสวามีของกระหม่อม ตลอดไปพะยะค่ะ”

องค์ทริสเซย์ทรงมอบจุมพิตหวานล้ำให้กับพระชายาของพระองค์... ด้วยความรัก

+++++++++++++++++++++++

บทที่ 18 มาแล้วค่ะ^^

wolfram

  • บุคคลทั่วไป
 :z13:

ตอนท้ายนี่หวานดีจัง!!  :o8:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18-03-2012 19:38:28 โดย wolfram »

ออฟไลน์ takara

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4163
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +379/-13
จะเกิดอะไรขึ้นมั้ยนะ

tonkhaw

  • บุคคลทั่วไป
โอ เฮเซีย อุตส่าห์มาถึงที่

ทำไมคาเซียไม่สนใจเลยอ่ะ

องค์ราชาหายไวๆเถอะ คาเซียนี้วิ่งวุ่นอยู่คนเดียวเลย


ออฟไลน์ pare_140

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1192
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +34/-6
 น่าร๊อคอ่ะ :impress2:

ออฟไลน์ Rafael

  • เพราะคนเราเกิดมาเพื่อแตกต่าง
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4378
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +685/-7
น่าเหนื่อยใจแทนคาเซียจริงๆ
ทำงานหนักขนาดนี้แล้วยังต้องมาดูแลฝ่าบาทอีก

CatLessLonely

  • บุคคลทั่วไป
อยากให้หวานอีกหลายๆตอน อิอิ
ติดตามจ้า เพิ่งเข้ามาอ่าน 
สนุกดีค่ะ  o13

 :L2:

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด