ตอนที่ 29 หมดสต๊อกแว้ว

อาหารมากมาย ถูกนำมาวางเรียงรายตรงหน้า ผู้(ที่คิดว่า) ป่วย
ล้วนแล้วแต่เป็นของที่ผมกับไอ้ฉานชอบทั้งนั้น
ผมแอบเห็นมันกลืนน้ำลาย และมีสีหน้าสดชื่นขึ้นกว่าตอนตื่นใหม่ๆมาก
ดูก็รู้ว่ามันหิวจัด แต่มันวางฟอร์ม
ไอ้คนเย่อหยิ่งมันยกถ้วยอาหารขึ้นดู ทีละอย่าง ด้วยความพอใจ
เมื่อก่อนตอนที่ผมป่วย อย่าหวังว่าผมจะยอมกินอาหารโรงพยาบาล
ต่อให้มีแม่ช้อยนางรำ มายืนยันว่าอร่อยล้ำแค่ไหน นั่นก็ไม่ทำให้ผมใจอ่อนได้
มันเป็นความฝังใจ ของผมที่คิดว่า อาหารโรงพยาบาลไม่อร่อย...และไม่เจริญอาหาร
แม่นิ่มจึงมักจะสรรหาของชอบมาเอาใจลูกชายคนเดียวยามเจ็บป่วย มันจึงเป็นความเคยชินไปแล้ว
แน่นอน ถ้าเมื่อไหร่ที่ผมนอนโรงพยาบาล นั่นหมายถึง คนที่มาเฝ้าผู้ป่วยเอาแต่ใจอย่างผม ก็คือ ไอ้คุณฉานแสง ซึ่งมันก็จะได้รับอานิสงฆ์จากการเอาใจขั้นเทพ ของแม่นิ่มเช่นกัน
ผมเลื่อนถ้วยซุปที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ ไปตรงหน้ามัน
คิ้วมันขมวดฉับทันที ที่เห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ในเมื่อมันเป็นซุปสำหรับผู้ป่วย ที่พยาบาลให้เพิ่มมากับโจ๊ก เผื่อโจ๊กนั้นข้นเกินไป แต่ผมดูแล้ว เป็นโจ๊กที่ไอ้ตัวดีมันไม่ชอบ ผมจึงไม่ยกออกมาให้หนักมือ แต่เอาน้ำซุปมาแกล้งคนป่วยที่ทำผมเสียน้ำตาแทน
ไม่ว่ายังไง มันก็สำคัญที่สุดสำหรับผมอยู่ดี ….ขนาดจะแกล้งมันแก้แค้น ผมยังคิดถึงจิตใจมันเลย คิดดู
“เมฆ นี่อะไรอะ เดี๊ยวนี้เค้าไม่กินน้ำเปล่ากับแก้วแล้วเหรอ” มันพูดเหมือนตอนมันหลับไป มันข้ามไปใช้ชีวิตมาอีกภพนึงงั้นแหละ ไอ้เว่อร์
“ซุปไง”
“แล้วซุปนี่ มันเป็นญาติห่างๆกับน้ำเปล่า เหรอ” มันยกถ้วยน้ำซุป หมุนไปมายังกะควงแก้วไวน์ พิจารณาถึงการจัดเรียงตัวของโมเลกุลในน้ำซุป
“กูเดาว่ามันเป็นญาติสนิทกันวะ เพราะมันใกล้เคียงกันมาก” ผมตอบ แล้วก้มลงจัดการข้าวตรงหน้าต่อ แบบไม่ได้สนใจมัน
“เมฆ กูอยากกินแบบที่มึงกินอ่ะ “ ผมกำลังตักใข่พะโล้เข้าปากพอดี
“มึงป่วยอยู่ เค้าให้กินแค่นั้น เดี๋ียวช็อค” เริ่มรู้สึกดีใจแทนเพื่อนมนุษย์กันมั้ย ที่ผมไม่เลือกเรียนแพทย์
“เมฆ กูเป็นแผลที่เท้านะ ไม่ได้ผ่าตัดใหญ่ ยังไม่กินอะไรเลยรู้ป่ะวันนี้อ่ะ”
“แล้วทำไมไม่กินอ่ะ “
“เฮ้ออ นี่กูพูดอยู่กะนักศึกษามหาลัย หรือพูดอยู่กะ เด็กขี้แย ขี้มูกเกรอะกรังวะ” เชี่ย อดีตมันผ่านไปแล้ว ชอบพูดถึง
“แล้วนี่หายโกรธกูยัง” มันเปลี่ยนเรื่อง
“ใครโกรธมึง” ไม่รู้ไม่ชี้ ฟาดใข่พะโล้ต่อ มีปลาทอดด้วยนะ ปลาหมึกยัดไส้ก็มี มีกระปล่ำปลีทอดน้ำปลาด้วย น้ำพริกกุ้งเสียบอีก อูยยยย ซี๊ดดด
“มึงไง โกรธกู หรือไม่ใช่ เอ๊ะ หรือมึงรู้สึกมากกว่านั้น” มันเอามือมาลูบหัวผม แล้วโยกไปมา กะจะเคลิ้มสักหน่อย
“ ไม่ได้โกรธมึงสักหน่อย มึงคิดมากไปเอง”
“กูยอมรับว่าคิดมาก คิดเยอะ โดยเฉพาะถ้าเป็นเรื่องมึง แต่มึงอ่ะ คิดไปเองคนเดียว”
อุวะ!! ชักจะเริ่มอิ่ม ผมวางช้อน หันไปเห็นมันจ้องผมอยู่ก่อนแล้ว สายตาที่มันมองแน่วแน่มาที่ผม ไม่มีแววตาล้อเล่นแบบนี้ เล่นเอาเขิลไม่เป็นท่าไปเหมือนกัน
“มึงดุกู มึงขู่กูด้วยนะ” ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขุดมาตัดพ้อมันให้หมด นี่ยังไม่ได้เพิ่มออฟชั่นเป็ดปากยื่นเข้าไปด้วยนะ แค่นี้ไอ้หมาบ้ามันก็สลดแล้ว
“ ก็พูด ดี ดี แล้วมึงชอบคิดว่าพูดเล่น “
“แต่มึงตะคอกกูต่อหน้าอันดา “ มันเสียใจเว้ย เสียหน้าด้วย ข้อหลังนี่เพิ่งคิดได้ ตอนนั้นเสียใจมีความเข้มข้นมากกว่า
“ขอโทษครับ” มันเอามือผมไปกุมไว้ พอพูดจบ มันก็เอามือผมไปกดจูบ ย้ำๆ จนผมต้องดึงกลับมานั่นแหละมันถึงหยุด......รู้งี้ เข้าห้องน้ำมาก่อนก็ดีอะ
เห็นมั้ย โบราณว่าไว้ไม่มีผิด เล่นกับหมา หมาดูดปาก
“มึงรู้สึกไม่ดีกะน้องเหรอ “ เหมือนโดนต่อยหน้า แบบไม่ทันได้ตั้งตัว อึ้ง และ จุก
“เปล่า กูเป็นบ้าไปเอง ไม่มีอะไรหรอก “
“หึงกูเหรอ” ฉึก!!! แทงใจดำ เกร็งตัวอัตโนมัติ โดยไม่ได้ตั้งใจ ไอ้ฉานมันเริ่มยิ้มกริ่ม
“จริงอ่ะ มึงหึงจริงอ่ะ หวงกูอะดิ” มันเริ่มเอานิ้วมาเขี่ยๆตัวผม
“ไม่เอาไม้เขี่ย กูเลยหละ แล้วกูไม่ได้หึงเว้ย ไอ้เชี่ย มึงอย่ามาเนียน” ผมหน้างอ พยายามเบี่ยงตัวหลบในทุกทิศทาง มันยังเอานิ้วตามมาเขี่ย กูไม่ใช่หมาเน่านะไอ้บ้า
“มึงคิดยังไงกะอันดาอ่ะ มึงดูเกร็งๆ ไม่ชิน หรือไม่ชอบ”
“ไม่รู้หวะ แต่ไม่ได้ไม่ชอบนะ อาจจะยังไม่ชิน” ผมตอบไปก็จัดการตักข้าวให้มันไป ไม่แกล้งมันแล้ว เดี๊ยวมันหายช้า คนที่เดือดร้อน คือผม
“แต่อันดาเค้าดีใจที่มีมึงเป็นพี่นะ เค้าเหงา พอรู้ว่ามึงมา นี่เค้าตื่นเต้นดีใจ” มือที่กำลังจะตักใข่ที่ตั้งใจผ่าครึ่งอย่างเท่าเทียมที่สุด ชะงักลงทันที
“ดูมึงสนิทกับอันดาดีนะ ตกลงน้องกูหรือน้องมึงกันแน่” ผมแค่มองหน้ามันแว่บนึง แล้วก็หลบหน้ามันต่อ
ครับ ไม่อยากให้มัน มองตาผมตอนนี้ มันต้องรู้แน่ๆว่าผมคิดอะไรอยู่
“นี่มึงน้อยใจน้อง หรือ หึงกู” มันลอยหน้าลอยตาถามผมหน้าระรื่น ยิ่งผมหน้าบูดมากเท่าไหร่ รู้สึกปากมันจะฉีกยิ้มกว้างขึ้นเท่านั้น ......เริ่ม รู้สึกอยากอาละวาด
“กูเปล่า” เปล่าน้อยใจ แต่ไม่ปฎิเสธว่าหึง อันนี้ผมอุบอิบกับตัวเองในใจ
“ หือ ตกลง ว่าไง น้อยใจหรือหึง หืม เมื่อก่อนตอนมึงงอนกู ทำไมกูไม่สังเกตุวะ ว่ามึงน่ารัก 555 “ ไอ้เหี้ย หน้าแดงเลยครับพี่เมฆ กำลังโกรธๆกันอยู่ เหมือนกำลังจะง้อ หรือทำความเข้าใจกัน ยังไม่ทันจะรู้เรื่อง มึงก็เกี้ยวเมียตัวเองซะอย่างงั้น
“ไม่แกล้งมึงแล้วก็ได้ มึงแค่เมนส์มา ไม่ได้งอนกู อ่ะ พอใจยัง กูแค่อยากจะบอกมึงว่า กูสนิทกับอันดานี่กูหวังผลหวะ”
ห๊ะ!! นี่ผมไม่ได้หูฝาดนะ ผมรู้สึกตกใจครับที่ไอ้ฉานพูดแบบนี้ ถึงผมกับน้องไม่ได้สนิทกันมากมาย แต่ผมก็รู้สึกไม่ดี ที่มีคนมาบอกว่า สนิทกับน้องผมเพื่อหวังผลตอบแทน โดยเฉพาะคำพูดนั้น มาจากไอ้ฉาน
“เฮ้ย มึงอย่ามองหน้ากูแบบที่นางเอกมองตัวโกงดิวะ กูยังพูดไม่จบ มึงจะตาเหลือกใส่กูเพื่อ “
“ก็มึงพูดจากำกวม กูจะรู้เหรอ “
“กูอ่ะจะเอาพี่ชายเค้าทำเมีย กูก็ต้องทำตัวเป็นพี่เขยที่ดีสิ น้องเมียจะได้รักกู “ เหี้ย ตบมุขซะกู ตาเหลือกอีกรอบ
“อันดาเค้าอยากสนิทกับมึงให้มากกว่านี้ เพราะไม่ได้โตมาด้วยกัน เค้าอยากชดเชยเวลาที่หายไป แล้วพอดีกับที่กูดูเป็นคนอัธยาศรัยดี เห็นมึงเดินตามตูดกูต้อยๆ เลยมาถามเรื่องของมึงกะกู แล้วก็ขอให้กูช่วยเป็นสื่อกลางให้ แต่มึงไม่ให้ความร่วมมือ กูเลยโมโห แต่พอรู้ว่า เพราะมึงหึง กูก็ยกโทษให้นะ แต่มึงต้องมีอะไรตอบแทนกูบ้างนะ หายากนะจ๊ะเมียจ๋า สามีดีๆ แบบนี้” ปากมันพูด ตามันกรุ้มกริ่ม มือมันโยกหัวผม
คนกำลังซึ้งๆ และกำลังรู้สึกผิด ที่คิดอกุศลกับน้องตัวเอง แต่พอมาเจอประโยคหลังๆ ของมันเข้าไป ไอ้ที่กินไปเมื่อกี้ มันแทบจะสำรอกออกมาพ่นใส่หน้ามันเลยครับ
“เมฆ เป็นอะไร ทำไมมึงเงียบไป กูพูดอะไรไม่ดีเหรอ แต่คนเรานะมึง ชีวิตจะยืนยาวแค่ไหนไม่รู้ โลกก็หมุนเร็วขึ้นทุกวัน บางครั้ง เราก็ต้องปล่อยวางเรื่องในอดีตไปบ้าง ถ้าฝังใจกับมันแล้วมึงเจ็บปวด แต่อะไรที่เป็นความทรงจำดีๆ ก็ให้เก็บไว้ แล้วมึงก็คิดถึงแต่อนาคตข้างหน้า เราเดินไปชนกับอนาคตข้างหน้า ดีกว่าย้อนกลับไปจมอยู่กับเรื่องในอดีตที่แก้ไขไม่ได้นะมึง แต่อนาคตอ่ะ เราวางแผนล่วงหน้าได้” แหม นี่ถ้าผมไม่อยู่กับมันมานาน ผมก็คิดว่า กำลังสนธนาธรรมอยู่กับหลวงพี่ที่สอบเปรียญธรรมขั้นที่ 9 ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยนะเนี่ย
“ความทรงจำที่ดีๆ ที่มึงว่านี่อะไรเหรอ” ผมอยากรู้จริงๆนะครับ ไม่ได้กวนตีนมันแต่อย่างใด ดูจากสายตาบ๊องแบ้วที่ผมส่งไปก็น่าจะรู้
“ก็ตอนที่กูพามึงไปเล่นซ่อนหาในห้องน้ำงัย ไม่มีใครคิดได้แบบกูนะจะบอกให้ หรือจะเป็นเรื่อง ที่เราเล่นน้ำฝนด้วยกัน แล้วปีนไปแช่ให้ถังเก็บน้ำหลังโรงเรียน แต่มึงกะกูปวดฉี่ เลยฉี่ฝากไว้ไง ไม่รู้มีใครได้กินน้ำอัมฤทธ์ของเราบ้างเนอะมึงว่าป่ะ หรือเรื่องที่มึงร้องครางคืนนั้นก็ไม่เลวนะ เซ็กซี่ดี แต่พอได้ยินแบบนี้มันไม่ค่อยดีกะกูมึงรู้ป่ะ เพราะว่ากูจะไม่อึดเท่าที่ตั้งใจ จากที่กะไว้ว่าจะเล่นสักสิบห้าท่า ก็ลดลงมาเหลือสามรัยงี้
หรือไม่ก็”
“พอๆ มึงนี่นะ กูคุยดีๆด้วยไม่ค่อยได้หรอก ชอบวกมาเรื่องนี้ แล้วอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนๆ โดยเฉพาะไอ้หน่าหละ มึงมันปากเสียพอๆกับสันดาน “ ผมปรามมันพร้อมๆกับเอามืออุดปากมันไว้ ยิ่งมันจะพยายามเอามือมาแกะมือผมออกเมื่อไหร่ ผมก็ยิ่งกดแรงลงไปหนักๆ
ผมเริ่มไม่แน่ใจว่ามันใช่คนเดียวกับที่ใครๆในมหาลัยบอกว่า หยิ่ง จองหอง เข้าถึงตัวได้ยาก หรือเปล่า เพราะสำหรับผมแล้ว ไอ้ฉานมันเรียกว่าล้นครับ ล้นในทุกเรื่อง
“แล้วกูต้องทำยังไง” คำถามนี้ผมกลั้นใจถามมันเลยนะครับ จริงๆกำลังคิดอยู่ว่าจะถามมันดีมั้ย แต่ถ้าไม่ถามมัน ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีใคร ที่รู้จักผมได้เท่ามันอีกแล้วครับ
“อะไร เป็นเมียที่ดีของกูอะเหรอ “ เห็นมั้ย ผมบอกแล้ว มันคุยดีด้วยได้ซะที่ไหน
“ไม่ใช่โว้ยยยยยย ไอ้เหี้ยยยยยยยยยยยยย กูหมายถึง กูจะเริ่มต้นยังไง กับอันดาดีอ่ะ จะต้องทำยังไงถึงจะลบล้างความผิดที่กูทำไว้กะน้องดี” ผมเห้นมันชงัก ก่อนที่จะคลี่ยิ้ม โชว์รอยบุ๋มตรงแก้ม ให้ผมได้ใจละลายกับความหล่อของสามีตัวเอง อย่าเพิ่งอ๊วกครับ ผมคิดในใจ ไม่ได้พูดออกมา
“มึงไม่ต้องทำอะไรเลยเมฆ มึงไม่ต้องประดิษฐ์อะไร มึงแค่เป็นตัวของมึงเอง แค่นี้ กูมั่นใจว่า มึงจะเป็นพี่ชายที่น่ารักของน้องได้ไม่ยากหรอก” มันแสดงความมั่นใจด้วยการยกช้อนชูขึ้นครับ ก่อนจะลดลงมาเข้าปากแล้วดูด อุบาทว์ฉิบหาย เสือกรู้สึกเสียดายน้ำพะโล้
“กูรู้สึกไม่มั่นใจเลยหวะ มันเกร็งๆอ่ะ มันคล้ายกับการออกไปพรีเซ็นต์โปรเจคหน้าห้อง แต่มันไม่เหมือนซะทีเดียว โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย กูรู้แล้วว่าอะไรที่ยากกว่าการทำโปรเจคส่ง” ช่วงขณะเวลาที่ผมหัวเสียอยู่นั้น ก็มีวัตถุของแข็งชนิดนึงเคาะลงบนกบาล ไม่หนักมาก แต่ก็รู้สึกมึนๆ พอมองไปที่ต้นเหตุ มันคือช้อนที่ไอ้ฉานกินข้าว
ไอ้โสโครก
ลูบหัวตัวเองป้อยๆ ปากก็ขมุบขมิบด่ามัน
“มั่นใจในตัวเองหน่อยเมฆ แค่มึงเป็นมึง แค่นี้ ใครๆก็พร้อมใจกันถวายความรักให้แล้ว โดยพาะไอ้เหี้ยพี่เต้ของมึงไง กูพูดแล้วกูก็แค้น แมร่งเอ้ยยย ผู้ชายผู้หญิง แมร่งมีล้นโลก ไม่ชอบ มาชอบเมียกูเนี่ย “
เอ่อ ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ มันเปิดประเด็นของมันเอง แล้วมันก็หงุดหงิดเอง อันนี้ผมไม่เกี่ยว
“มึงป้อนข้าวกูหน่อย กูไม่มีอารมณ์กินเองแระแมร่ง หน้าไอ้เหี้ยเต้ลอยมากระแทกหน้า “
“อ้าว แล้วกูเกี่ยวอะไรเนี่ย มึงหงุดหงิดของมึงเองนะ มือก็ไม่ได้ง่อย กูยังไม่อิ่มเลย “
“อะ อะ กูอนุโลมให้ มึงป้อนกูคำนึง แล้วกินเองคำนึง ดีปะ หรือไม่นะ กูมีข้อเสนอพิเศษคือ มึงป้อนกูใช่มั้ย กูเคี้ยวให้ แล้วป้อนกลับใส่ปากมึง เอาป่าว บริการสุดๆ มีออฟชั่นเสริม คือเอาลิ้นควาญส่งตรงถึงหลอดอาหารเลยเป็นไง สนใจป่าว” อุแหวะ มันนำเสนอเหมือนเป็นอะไรที่น่าประทับใจ จนผมต้องอยากได้จนตัวสั่นยังไงยังงั้นเลย นี่ผมยังไม่หายโกรธมันนะเนี่ย
แต่ตอนนี้ ผมสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ต่างกับความรู้สึกก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว
ผมจะอยู่กับวันนี้
ผมจะยิ้มรับกับวันพรุ่งนี้
ผมพร้อมที่จะเรียนรู้ชีวิตที่เติบโตขึ้น
เพราะผม.... มีมันคอยกวนประสาทนี่แหละครับ
“ฉาน พรุ่งนี้ตีนมึงจะหายมั้ย”
“หือ มึงพูดเป็นหนังการ์ตูนไปได้ ตีนกูแยกออกจากกันเป็นถนนสองเลน มีร่องน้ำกั้นขนาดนี้ พรุ่งนี้จะหายได้ไง อย่ามาเพ้อ”
“เหรอ งั้นไม่เป็นไร เดียวรอมึงซ่าไหวก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยไปเที่ยวกันสามคนเนอะ กูอยู่ได้อีกหลายวัน แม่นิ่มก็คงอยู่ได้ ดีแล้วทำงานหนักมาตลอดจะได้พักนานๆ ส่วนพ่อกะแม่มึงหละเอาไง แม่มึงอยู่ได้แต่พ่อมึงสิ คงต้องไปทำงาน แต่จริงๆพ่อมึงก็รวยอยู่แล้วนะ ไม่ต้องทำอะไรก็ไม่อดตายแล้วชาตินี้”
“มึงเพ้ออะไร อยู่ได้หลายวันเนี่ย มึงถามแม่มึงหรือยังว่าเค้าอยากให้มึงอยู่หรือเปล่า อ้าวๆ ทำหน้าสลดทำไม กูพุดเล่น เดี๊ยวนี้อารมณ์อ่อนไหวนะแมร่ง แม่กูอะอยู่ได้ แต่พ่อคงกลับไปทำงานก่อน ลูกน้องเป็นร้อย แต่วันหยุดก็บินมาใหม่ได้ไม่เป็นไร จะได้สนิทๆกันไว้ ยังไงก็ต้องดองกันอยู่แล้ว”
“อะไรๆ ดองกันอะไรของมึง อย่ามาเฉไฉ กูปล่อยช่องไม่ได้เลยนะ “ ผมรีบเอาช้อนที่มีข้าวพูนๆ ยัดปากมันอย่างไว หมั่นไส้มันขั้นแม็กซ์
“แล้วมึงจะบอกน้องมั้ยว่าเราเป็นอะไรกัน”
“มึงจะบ้าเหรอ จะบอกทำไม “ มันบ้าไปแล้วครับ สงสัยเชื้อโรคคงขึ้นถึงสมองมันแล้ว
“อ้าวทำไมอ่ะ เป็นเมียกูไม่ดีตรงไหน กูหน้าตาดี ฐานะก็พอเลี้ยงดูมึงได้สบายๆไปตลอดชีวิต อยู่มหาลัยมีแต่คนแย่งกันอยากได้กูเป็นแฟน มีแต่มึงนี่แหละ ที่มองไม่เห็น จนกูต้องหาทางลัดเอาเอง”
มันต่อว่าเหมือนเรื่องที่ผมจะไม่บอกอันดาว่าเราเป็นอะไรกัน เป็นปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่งั้นประเทศอาจจะไม่ปลอดภัย อะไรประมาณนั้นเลย
“ เอาไว้ มึงตกเป็นเมียกูเมื่อไหร่ แล้วกูจะบอกอันดานะ คงต้องให้เวลาน้องทำใจที่จะต้องมีพี่สะใภ้ อย่างมึง” ผมตบบ่าให้กำลังใจมันแบบเน้นๆ อย่างเต็มอกเต็มใจ
“เดี๊ยววันไหนอากาศดีๆ จะชวนอันดามาฟังเสียงพี่ชายร้องคราง ดูสิ ว่ามันจะน่าฟังกว่าตอนที่มึงพล่ามแค่ไหน กูละติดใจ๊ ติดใจ เสียงนี้จริงๆ”
ผมรวบช้อนเก็บถ้วยเก็บจานแบบไม่ตอบโต้อะไร ปล่อยให้มันหัวเราะไปก่อน เพราะไม่ว่ามันจะบิ้วผมยังไง แต่มันเดี้ยงอยู่อย่างนี้ มันก็ได้แต่พล่ามไปแหละครับ คงทำอะไรผมไม่ได้
เอ๊ะ
หรือว่า
ผมจะจับมัน มัดมือ มัดเท้า แล้วเราก็จัดการกับน้องชายมัน พอมันเคลิ้มถึงจุดสูงสุดของแดนสยาม
เราก็ปล่อยมันให้ค้างเล่นๆ
หรือ ไม่ผม ก็อาจจะลงทุนเปลื้องผ้า เต้นยั่วมันดู ดีนะ จะได้รู้ว่า บนฟ้าไม่ได้มีแต่ดวงตะวันนะเว้ย ที่เสนอหน้าลอยเด่น ไม่เชื่อลองวิ่งออกไปมองท้องฟ้าสิ ว่าดวงตะวันกับก้อนเมฆหนะ ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของท้องฟ้า
==================================
เจอกันเมื่อทวงต้นฉบับได้ก่อนนะ จะพยายามให้สุดความสามารถ
