Feel คนเจ้าอารมณ์ [จบแล้ว]
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

ผู้เขียน หัวข้อ: Feel คนเจ้าอารมณ์ [จบแล้ว]  (อ่าน 151803 ครั้ง)

ออฟไลน์ doll999

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 2
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ fullfinale

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +18/-0

ออฟไลน์ tae1234

  • เป็ดเด็กช่าง
  • *
  • กระทู้: 350
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +8/-0
หลากหลายเรื่องดีครับ

ออฟไลน์ LOVEJUICE

  • เป็ดHera
  • *
  • กระทู้: 1198
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +199/-17
 :hao3:พี่จะตามทันได้ไงน้องมีความโปรในการวางแผนแบบนี้
แค่นี้ก็ทนจะไม่ไหวอยู่แล้วรอบหน้าคงไม่รอดแน่ๆเลย
สร้างบรรยากาศอ่อยซะขนาดนี้ ทำเป็นเนียนไม่ให้พี่ไก่ตื่นบอกจำอะไรไม่ได้เลย
สงสารพี่ดีไหมนะ ฮ่าๆๆ เอาใจช่วยน้องจอมยั่วแผนสูงสุดพลัง
รอตอนต่อไปนะคะ :กอด1:

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
เรื่อง : Feel คนเจ้าอารมณ์

คู่ที่ 2 : #พี่เชนทร์ชยันต์ [คู่ยั่ว : พระอิฐพระปูน x เด็กยั่ว]

เขียนโดย : +Memew+

+CHAPTER 05 : พระอิฐแตกพ่าย



“ชยันต์”

“ครับ” ผมหันไปหาคนเรียกขณะกินมื้อเช้ากันอยู่

“ต่อไปนี้ นายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด ถ้าจะดื่มให้ดื่มกับพี่เข้าใจไหม”

“ทำไม”

“นายจำอะไรไม่ได้ เกิดถูกหลอกไปจะมีอันตราย”

“ถ้าผมกินกับเพื่อนล่ะ”

“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย” พี่แกถามเสียงเครียด

“ผู้ชายสิ” จริง ๆ แล้วผมมีแต่เพื่อนผู้หญิง

“ไม่ได้!!” พี่เชนทร์ตอบกลับทันที ผมบู้หน้า

“ไหน ๆ ก็อุตส่าห์กินเป็นแล้ว เวลาเพื่อน ๆ ชวนจะได้ไปกินได้”

“ไม่ได้ ไม่ต้องไปด้วย”

“อยากไปอ่ะ” ผมงอแงไม่ยอม พี่เชนทร์มองมาด้วยสีหน้าซีเรียส

“ไม่ต้องไป แต่ถ้าดื้อจะไปจริง ๆ ก็ให้โทรบอกพี่ก่อนทุกครั้งเข้าใจไหม ห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด พี่จะไปอยู่เฝ้า”

ผมแกล้งบู้หน้าทำเหมือนเด็กวัยรุ่นโดนผู้ปกครองคุม แต่ภายในกำลังตีปีกพับ ๆ อย่างดีใจ

วันศุกร์ถัดมาผมก็นัดเพื่อน ๆ ดื่ม วันนี้ผมกะว่าจะเผด็จศึกถึงขั้นสุดท้ายเลย พอเครื่องดื่มหมดไป 2 ขวด ผมก็โทรบอกพี่เชนทร์ รายนั้นพอรู้ว่าเมาผมก็แทบจะเหาะมาหาทันที 

“ไหนบอกว่าจะมาทำรายงาน ดื่มกันได้ยังไง” พี่แกถามด้วยน้ำเสียงตำหนินิด ๆ

“วันเกิดเพื่อน มันเกิดวันนี้ ...มันเกิดอยากจะดื่ม” ผมพูดไปหัวเราะไป

“พี่บอกแล้วว่าอย่ากิน ต่อให้เพื่อนสนิทชวนก็เถอะ”

“ทำไมเล่า” ผมแกล้งบู้หน้า

“ดื่มแล้วเราจำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีสติ เกิดไปทำอะไรแผลง ๆ ขึ้นมาทำไง”

“ไม่มี๊” ผมปฏิเสธเสียงสูง

“เอาล่ะเข้าไป อาบน้ำแล้วก็นอนเลยนะ” พี่เชนทร์ลากผมอย่างทุลักทุเลจนมาถึงบ้าน ดันผมเข้าห้อง ปิดประตูล็อกกลอนให้เรียบร้อย ผมยิ้ม เข้าไปอาบน้ำ แล้วออกมาแต่งตัวด้วยชุดที่ยั่วที่สุดและถอดง่ายที่สุด กะเวลาให้อีกฝ่ายอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยถึงได้เดินออกไปเคาะห้อง

พี่เชนทร์เปิดประตูออก ใส่ชุดนอนเรียบร้อย สวมแว่น คงนั่งทำงานอยู่

“ออกมาทำไม ทำไมไม่รีบนอน”

“ไม่อยากนอนคนเดียว ขอนอนด้วยคน นะ”

“พี่ต้องทำงาน นอนห้องตัวเองไปน่ะดีแล้ว”

ผมแกล้งงอน ง้ำหน้าลงนิด ๆ เดินเลยไปทางห้องพี่ชายคนถัดไป พี่เชนทร์รีบตามมาฉุดแขนไว้

“จะไปไหน”

“ไปนอนกับพี่อนุชา” ผมหมายถึงน้องชายแม่เดียวกับพี่เชนทร์

“ไม่ต้อง มานี่เลย” แล้วพี่แกก็ลากผมเข้าไปในห้องตัวเอง ผมแอบยิ้มอยู่ในใจ

“พี่ขอร้องล่ะ อย่าดื่มอีกได้ไหม”

“ทำไม พรุ่งนี้วันเสาร์นะ”

“จะวันไหนก็ห้ามดื่ม”   

ผมแกล้งบู้หน้า แต่ก็พยักหน้ารับเหมือนเข้าใจ

“พี่ต้องทำงาน เรานอนไปก่อนละกัน”

ผมพยักหน้าอีกรอบ เดินไปทิ้งตัวลงนอน ห่มผ้าห่มอย่างดี พี่เชนทร์ถอนหายใจแรง กลับไปนั่งทำงานต่อ ผมนั่งมองอยู่สักพักก็ย่องเงียบลงจากเตียงเข้าไปหา

“นี่” ผมสะกิดหัวไหล่ พี่เชนทร์สะดุ้งนิดหนึ่งหันมามอง

“ทำไมยังไม่นอน”

“มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง” ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พี่เชนทร์ถอดแว่น หันมาตั้งใจฟังดี ๆ

“วันนี้ตอนดื่ม เพื่อน ๆ เขาเปิดหนังโป๊ดูกัน เป็นครั้งแรกที่ผมได้ดูหนังโป๊ โอ้โห มันสุดยอดไปเลย ไม่น่าเชื่อเนอะว่าคนเราจะทำกันได้”

พี่เชนทร์นิ่งงันไป

“นี่ ผมว่าจะถามมาหลายรอบแล้ว”

“อะไร”

“ผู้หญิงมีอะไรกับผู้ชายพอเข้าใจ แต่พี่ชายกับพี่กวินทร์เขาทำกันยังไงเหรอ เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ด้านหลังมันเข้าไปได้จริง ๆ น่ะเหรอ”

พี่เชนทร์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่

“พี่ไม่รู้”

“วันนั้นเห็นพี่ชายกับพี่กวินทร์จูบกัน ผู้ชายกับผู้ชายจูบกันมันรู้สึกดีด้วยเหรอ” ผมถามต่อด้วยน้ำเสียงอินโนเซ้นท์

“นอนเถอะ ดึกแล้ว” พี่เชนทร์ตัดบท ลุกจากเก้าอี้ จะพาผมเดินไปที่เตียง

“นี่ ผมอยากลองจูบดูบ้าง”

พี่เชนทร์ชะงัก

“ไว้มีแฟนก่อนสิ”

“เมื่อไหร่กันเล่า แม่ไม่ยอมให้มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบนะ นี่สอนผมจูบหน่อย เวลามีแฟนจะได้จูบเป็นไง”

“เรื่องนี้มันสอนกันไม่ได้”

“น้า สอนผมหน่อย นะ ๆ” ผมเขยิบเข้าไปกระแทกลูกอ้อนใส่

“ชยันต์!” พี่เชนทร์ตวาดเบา ๆ ผมอมลมใส่อีกรอบ

“ขี้ตืด ไปให้พี่อนุชาสอนก็ได้” ผมทำท่าจะเดินออกจากห้อง พี่เชนทร์รีบคว้าข้อมือผมไว้

“มันไม่ใช่เรื่องที่จะให้ใครสอนก็ได้นะ มันเป็นสิ่งที่เอาไว้ทำกับคนที่เรารัก”

“ก่อนจะรักก็ต้องหัดเรียนรู้ก่อนสิ ผมยังเป็นนักเรียนอยู่นะ เพราะงั้นสอนผมหน่อย”

“เราเป็นพี่น้องกัน”

“แค่จูบเนี่ยนะ”

“ใช่”

“งั้น ผมไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่พี่น้องมาสอนก็ได้” ผมทำท่าจะเดินออกจากห้องอีกรอบ

“ชยันต์ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันเล่น ๆ นะ”

“ก็สอนผมหน่อยสิ ผมแค่อยากรู้” พี่เชนทร์นิ่งคิด จ้องหน้าผมเขม็ง

“เอาแค่ให้หายอยากรู้อยากเห็นใช่ไหม”

ผมพยักสองหงึก พี่เชนทร์กรอกตาทำหน้าลังเล ผมยืนคอยด้วยหัวใจอันลุ้นระทึก

“ขอให้นายลืมตอนสร่างเมานะ”

ผมพยักหน้ารับ พี่เชนทร์มีสีหน้าลังเลยิ่งกว่าเดิม จ้องหน้าผมเขม็ง ก่อนค่อย ๆ โน้มหน้าลงมาช้า ๆ 

สาบานได้ว่าผมรอคอยช่วงเวลานี้มานานมาก ๆ ผมเคยทำอะไรกับพี่เชนทร์มาบ้างระดับหนึ่งก็จริง แต่เราก็ยังไม่เคยจูบกัน พอริมฝีปากแตะกันได้ พี่เชนทร์ก็รีบยกหน้าขึ้นทันที

“เอาล่ะ นอนได้แล้ว”

ผมบู้หน้า

“ยังไม่รู้สึกอะไรเลย ลองอีกทีนะ”

พี่เชนทร์ส่ายหน้า

“งั้นไปให้พี่อนุชาสอนต่อก็ได้ เมื่อกี้เหมือนเด็กอนุบาลจุ๊บกันเลย” ผมทำท่าจะเดินออกจากห้อง พี่เชนทร์รีบคว้าข้อมือผมไว้อีกที ทำสีหน้าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม

“รอบนี้รอบเดียวเท่านั้นนะ ตื่นมาก็ลืมให้หมดด้วย เข้าใจไหม”

ผมพยักหน้า ยิ้ม ขยับมายืนอยู่ใกล้ ๆ เงยหน้าขึ้นนิด ๆ เผยอริมฝีปากให้ดูเซ็กซี่หน่อย ๆ 

พี่เชนทร์กลืนน้ำลาย ก่อนค่อย ๆ แนบปากลงมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้รีบยกหนี แต่นิ่งค้างไว้ หัวใจผมพากันไหวแรง พี่เชนทร์ไม่ยอมขยับริมฝีปากเลยแม้แต่นิดเดียว จนผมต้องเป็นฝ่ายขยับเอง พอผมเริ่มนำ พี่เชนทร์ก็ขยับตาม แต่ไม่มาก เป็นไปในลักษณะตามน้ำมากกว่า

ผมรู้ว่าพี่เชนทร์คงกลัวว่าตัวเองจะเกิดอารมณ์ หรือไม่ก็จะเผลอรู้สึกอะไรมากไปกว่านี้ ผมค่อย ๆ ยกมือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่ง ขยับริมฝีปากเพิ่มความเร่าร้อนให้รสจูบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด มันก็ร้อนฉ่าจนส่วนนั้นของพี่เชนทร์ตั้งขึ้น พี่แกรีบดันตัวผมออกทันที

“พอแค่นี้แหละ รีบไปนอนได้แล้ว”

พี่เชนทร์บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตามีแววเซ็กซี่นิด ๆ ตามแรงอารมณ์ ผมไม่พูดอะไร วางมือไว้บนบางสิ่งที่กำลังตั้งชันของพี่เชนทร์ บีบเบา ๆ พี่แกครางนิด ๆ รีบจับมือผมออก

“อย่าชยันต์ รีบเข้านอนเถอะ” 

ผมยื้อไม่ยอม ดึงมือออก ล้วงเข้าไปในกางเกง ดึงความชูชันของพี่เชนทร์ออกมา

“ชยันต์”

ผมขยับเบา ๆ มือที่จะปรามหยุดนิ่ง ผมรีบย่อตัวลงไปคุกเข่าที่พื้น อ้าปากรับเอาความแข็งขืนเข้าไปภายใน

“ชยันต์ อย่า”

พี่เชนทร์จับหัวผมไว้ ดันออก แต่ผมไม่ขยับ ตวัดปลายลิ้นปรนเปรออย่างช่ำชอง พี่เชนทร์เปลี่ยนจากดันหัวมาเป็นจับและคลึงเบา ๆ แหงนหน้าขึ้นนิด ๆ ครางออกมาตามแรงอารมณ์ 

“ทำไมทำเก่งแบบนี้นะ”
พี่เชนทร์ชมเสียงพร่า ผมไม่ตอบ แต่ขยับปรนเปรอให้เยอะกว่าเดิมอีก แต่ไม่ทำให้พี่เชนทร์เสร็จหรอก พอปรนเปรอทางปากจนหนำใจ ผมขยับลุก เลือนมือหนึ่งขึ้นไปคล้องลำคอในขณะที่มืออีกข้างยังคงขยับปรนเปรอส่วนล่างเพื่อรักษาอารมณ์ เบียดชิดร่างกายเข้าหาคนตัวสูง ของผมเองก็ตื่นเต็มที่แล้ว ผมมองพี่เชนทร์ตาปรอย ขยับริมฝีปากชิดปากอีกฝ่าย

“อยากจัง เรามาทำกันไหม ทำแบบที่พี่ชายกับพี่กวินทร์ทำ”

“ไม่ ชยันต์ ไม่ควร”
พี่เชนทร์กระซิบกลับด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกัน หลับตาเบา ๆ เมื่อผมกดเข้าที่จุดไวสัมผัสบนลำท่อนแข็งแรงด้านล่าง

“นะ ผมอยากจริง ๆ”

“ไม่ได้ชยันต์ เราเป็นพี่น้องกัน” พี่เชนทร์กระซิบตอบ ผมไม่พูดอะไรต่อ ละมือขึ้นมาคล้องลำคอแกร่งไว้ เคลื่อนริมฝีปากแนบชิด รุกเร้าด้วยตัวเอง พี่เชนทร์โอนอ่อน ขยับปากตอบรับคล้ายกับคนโดนมนต์สะกด จากเชื่องช้า รสจูบของเราก็เริ่มร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมือไม้ที่เคยหยุดนิ่งของพี่เชนทร์เริ่มจับเนื้อจับตัวผมลูบไล้อย่างเผลอไผล

แต่พระอิฐก็คือพระอิฐ ต่อให้อยากขนาดไหนตบะก็ยังแก่กล้าอยู่ พี่เชนทร์รีบดันตัวผมออก จับน้องตัวเองยัดใส่กางเกงเหมือนเดิม ทั้งที่มันตั้งชันจนตุงกางเกง

“ชยันต์จะนอนอยู่ที่นี่ก็ได้ พี่จะไปนอนห้องชยันต์เอง” ผมพยักหน้าเข้าใจ ไม่พูดอะไร ขยับขึ้นไปนอนบนเตียง จ้องคนตัวสูงตาเยิ้ม ให้รู้ว่าผมยังมีอารมณ์อยู่ ผมค่อย ๆ เลิกถอดเสื้อออกจากหัวพอ ๆ กับถอดกางเกงออกจากตัว พี่เชนทร์มองมาตาค้าง

“จะทำอะไร” พี่แกถามเสียงเครียด

“ช่วยตัวเองไง”
ผมบอกเรียบ ๆ ลูบไล้ฝ่ามือไปทั่วทั้งผิวเนื้อตัวเอง เลื่อนไปบีบหัวนมนิด ๆ แล้วครางออกมาเบา ๆ พี่เชนทร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ จ้องมาตาเขม็ง ผมเลื่อนฝ่ามือไปตามหน้าท้องผ่านข้างสะโพก ปลีน่อง พี่เชนทร์ยืนนิ่งราวกับถูกสาป ผมทำเป็นไม่สนใจอาการแบบนั้น ขยับแยกขาออกกว้างให้บางสิ่งโชว์เด่นท้าทายสายตา

“จะไปก็รีบไปสิ ผมจะช่วยตัวเอง”
ผมบอกเสียงเบา ปรือตาลงนิด ๆ เคลื่อนนิ้วไปแตะผะแผ่วตรงผนังนุ่ม ค่อย ๆ ไถลปลายนิ้วแทรกเข้าไป แต่ทำได้แค่ครึ่งข้อพี่เชนทร์ก็ยึดจับมือผมไว้ก่อน 

“อย่า ชยันต์ อย่าไปแตะต้องมัน”

“ทำไม นี่มันร่างกายผม ถ้าพี่ไม่ทำให้ผมก็จะทำเอง”
ผมดึงมือที่ถูกยึดจับไว้ออก ไถลนิ้วใส่เข้าไปใหม่ พี่เชนทร์ยึดจับไว้อีกที ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ 

“อย่า...ชยันต์ อย่าแตะมัน”
พี่เชนทร์ปรามเสียงพร่า ผมค่อย ๆ ดันตัวลุกนั่งในท่าเอนหลังนิด ๆ ค้ำร่างไม่ให้ล้มด้วยมือเดียวด้านหลัง จับมือพี่เชนทร์วางไว้ตรงตำแหน่งนั้น กดปลายนิ้วกลางจมลึกเข้ามาในผนังนุ่ม ผมครางออกมาทันทีเบา ๆ

พี่เชนทร์เบิกตากว้าง ผมตรึงสายตาคนตัวสูงไว้ไม่ให้เคลื่อนหนีไปไหน กดนิ้วนั้นลึกเข้ามาอีก ยิ่งลึกผมยิ่งครางเสียงดัง บีบรัดสิ่งนั้นแน่น คลายออกแล้วดูดกลืนเข้ามาใหม่ พี่เชนทร์กลืนน้ำลายลงคออีกอึก

“ใส่เข้ามาอีกสิพี่เชนทร์”
ผมร้องขอ ค่อย ๆ ดันนิ้วถัดไปให้ขยับกดเข้ามา มือที่อยู่นิ่ง ๆ ในตอนแรกเริ่มขยับอย่างที่ผมต้องการ ผมครางอย่างพอใจตามจังหวะของมือนั้น ไหวกายให้ดูยั่วยวนหนักเข้าไปอีก ลมหายใจพี่เชนทร์หนักขึ้น พี่แกใส่นิ้วเข้ามามากขึ้นอย่างเผลอไผล

“พี่เชนทร์ ผมอยากได้ไอ้นี่”
ผมจับของพี่เชนทร์ พี่แกส่ายหน้า

“ไม่ได้ชยันต์ เราเป็นพี่น้องกัน”

“ได้โปรด”

“ไม่ได้”
คนตัวสูงปฏิเสธอย่างอดทน ตัวผมสั่นริกไปหมดเพราะความต้องการอันเอ่อล้น พี่เชนทร์กลืนน้ำลายลงคอ ผมขยับผลักคนตัวสูงลงไปนอนแทนที่ เคลื่อนตัวขึ้นคร่อม ดึงสิ่งนั้นออกมาจากกางเกงอีกรอบ พี่เชนทร์ยกตัวขึ้นมานั่ง ดันร่างผมไว้ ส่ายหน้าไปมา

“อย่าชยันต์ อย่าทำแบบนี้”

ผมไม่พูดอะไร สื่อทุกความรู้สึกผ่านดวงตา แนบปากเข้าไปจูบผะแผ่ว จับสิ่งที่กำลังตั้งชันไว้ ค่อย ๆ เชื่อมประสาน

“ชยันต์...”
พี่เชนทร์ครางเรียกเสียงทุ้ม “เราไม่ควรทำแบบนี้” พี่แกกระซิบบอกเมื่อผมลงไปได้ครึ่งทาง ผมไม่สนใจอะไร ค่อย ๆ กดร่างลงไปลึกขึ้น กระทั่งสิ่งนั้นแนบสนิทเป็นหนึ่งเดียวกับผม ผมเชิดหน้านิด ๆ ด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้น บีบรัดสิ่งนั้นแน่นจนพี่เชนทร์ครางตาม

ผมเริ่มเคลื่อนไหวท่อนล่าง พี่เชนทร์เบ้หน้า สองมือกำที่นอนแน่น แต่ยังไม่ยอมเคลื่อนไหวอะไรคล้ายกับจะพยายามอดทนให้ถึงที่สุด

พระอิฐของผมพยายามอดทนจนวาระสุดท้ายจริง ๆ

ผมไม่สนใจท่าทีแบบนั้น อยากดูเหมือนกันว่าจะอดทนไปได้นานแค่ไหน ผมขยับไหวเอวรุนแรงขึ้น ครางออกมาตามแรงอารมณ์ที่เกิดขึ้นจริง พี่เชนทร์ยังคงนั่งนิ่งกัดฟันแน่น

เอาล่ะ ได้เวลาทุบตบะพระอิฐให้แตกแล้ว

ผมแกล้งหมดแรงหลังจากขยับไปได้พักใหญ่ ๆ ซบทั้งหน้าทั้งตัวลงบนแผงอกกว้าง หอบแฮกจนหน้าอกไหว ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูง น้ำตาคลอเบ้านิด ๆ พี่เชนทร์อึ้งไป ผมคล้องมือไว้รอบลำคอแกร่ง เหวี่ยงพาร่างตัวเองลงไปนอนแล้วให้คนตัวสูงอยู่ด้านบน อย่าใช้แรงตัวเองรั้งครับ เดี๋ยวเขาจะรู้ว่าเรายังมีแรงเหลือเฟือ แต่ทำเหมือนล้มแบบไม่ตั้งใจ ให้น้ำหนักตัวพี่เชนทร์นั่นแหละพาเราสองคนล้มลงไปนอนในท่าคร่อมกันแบบนี้

“ได้โปรด”
ผมร้องด้วยด้วยสีหน้าและท่าทีของลูกแมวน้อยร้องขออาหารตามเดิม ตาคลอหน่อย ๆ ตัวสั่นนิด ๆ

แค่นั้นแหละ ตบะอันกล้าแกร่งของพี่เชนทร์ก็พังทะลายลงมาทันที สิ่งหนึ่งที่พี่เชนทร์มีเหนือกว่าพี่ชายคนอื่น ๆ ก็คือความเป็นนักปกป้อง เป็นผู้นำ เป็นพี่ชายที่พร้อมจะเป็นพี่ชายสำหรับทุกคนนี่แหละ

เมื่อน้องเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ มีหรือที่พี่เชนทร์จะปฏิเสธ ต่อให้สิ่งนั้นมันผิดก็เถอะ พี่แกจับขาผมข้างหนึ่งยกสูงนิด ๆ เบียดชิดท่อนล่างเข้ามา ผมครางด้วยความพอใจ 

“นายทำให้พี่ต้องเสียคนนะชยันต์”

ผมไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรนอกจากครางรับตามแรงส่งที่หนักหน่วงแต่ก็อบอุ่นในแบบของพี่เชนทร์นั้น

“อืม พี่เชนทร์ แรงอีก”
ผมร้องขอ และพี่เชนทร์ก็ใจดีทำให้ผมได้อย่างถึงใจ

“ชยันต์”
พี่เชนทร์ครางพร่าในลำคอ ผมโอบสองขารอบเอวสอบ เคลื่อนไหวร่างกายตอบรับเป็นจังหวะ

สิบห้านาทีถัดมาเสื้อพี่เชนทร์ก็ปลิวหาย อีกห้านาทีถัดมาก็กางเกง จนตอนนี้เราเหลือไว้แค่ผิวเนื้อแนบผิวเนื้อ พี่เชนทร์จับผมพลิกคว่ำ ขยับเคลื่อนไหวด้วยท่าทีที่เร่าร้อนขึ้น เลือดพ่อในตัวของเราสองคนกำลังเดือดพล่าน ผมรู้ว่าเราเกิดมาเพื่อกันและกัน ลีลาของพี่เชนทร์เป็นไปในรูปแบบที่ผมชื่นชอบ และผมก็รู้ดีว่าทำแบบไหนถึงจะทำให้พี่เชนทร์พอใจ

ผมอยากให้พี่เชนทร์รักและหลงผมมาก ๆ คราวนี้ขอบ้านก็ได้บ้านขอรถก็ได้รถ ขอเดือนขอดาวขออะไรก็คงได้หมด

แต่สิ่งที่ผมต้องการจริง ๆ มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น

หัวใจพี่เชนทร์







ผมตื่นอีกทีตอนเช้า เห็นพี่เชนทร์นั่งทำหน้าซีเรียสอยู่บนเก้าอี้ ตั้งศอกกับเข่าประสานมือค้ำไว้ที่ปากมองมา

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

“จำอะไรได้ไหม”
พี่แกถามมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ผมอ้าปาก ยิ้มแหะ ๆ ขยับลุก รู้สึกหน่วงไปทั่วทั้งด้านหลัง

“เจ็บสะโพก เมื่อคืนผมหกล้มเหรอ”

พี่เชนทร์นิ่ง

“จำอะไรได้บ้าง”

“จำไม่ได้เลย”

พี่แกขมวดคิ้ว

“พี่ขอสั่งห้าม ห้ามไม่ให้ดื่มอีก เข้าใจไหม”

“ครับ”
ผมทำเสียงหงอ ลุกขึ้นยืน เซนิด ๆ เพราะเมื่อคืนโดนล่อไปซะหลายยก พี่เชนทร์รีบเข้ามาประคอง

“เจ็บมากไหม” พี่แกถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ผมพยักหน้านิด ๆ

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
พูดจบก็อุ้มผมไว้ในอ้อมแขนเหมือนผู้ใหญ่อุ้มเด็กสักคน(ไม่ใช่ท่าเจ้าหญิงนะ) อุ้มที่สะโพกเหมือนพ่ออุ้มลูกธรรมดา ผมโอบรอบลำคอแกร่งไว้ ยิ้มให้นิด ๆ มองกลับด้วยสายตาเชื่อมหวาน พี่เชนทร์มองอึ้ง รีบละสายตาหนี ผมหัวเราะหึ ๆ

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
ผมปล่อยเวลาให้ผ่านไปเฉย ๆ หนึ่งอาทิตย์ พี่เชนทร์ที่เคยดูแลผมดีแค่ไหน ตอนนี้ดูแลดีหนักกว่าเดิมอีก อุ้มได้พี่แกคงอุ้มผมไปแล้ว แต่ผมทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่างเพื่อไม่ให้พี่แกติดใจอะไร

“พี่เชนทร์”
ผมนั่งกัดเล็บ แกล้งทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหาทางจิตนิด ๆ ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องของพี่เชนทร์ ในขณะที่รายนั้นนั่งทำงานอยู่ พี่เชนทร์หันมามอง

“มีอะไร”
ผมเงยหน้ามองตาคนตัวสูง นัยน์ตาแสดงความหวั่นไหวออกมา(แน่นอนว่ามันเป็นการแสดง = =)

“ตลอดหนึ่งอาทิตย์มานี่ผมฝันแปลก ๆ”

“ฝันว่า...?”
พี่เชนทร์ถามค้างไว้ ผมทำหน้าชั่งใจ ใจอยากบอก แต่อีกใจก็ไม่อยาก(แน่นอนว่ามันเป็นการแสดง = =)   

“ฝันว่าอะไร”
พี่เชนทร์หันมามองตรง ๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“ถ้าผมเล่า พี่อย่าหัวเราะนะ มันน่าอายมาก”

“ไม่หรอก พูดมาเถอะ เผื่อพี่ช่วยแนะนำอะไรได้”

“เอ่อ...ผมฝันว่าผมมีเซ็กส์”
ผมอ้อมแอ้มบอก พี่เชนทร์เลิกคิ้ว หัวเราะออกมาเบา ๆ

“โธ่ คิดว่าเรื่องอะไร แค่นี้เอง นี่แปลว่าชยันต์โตเป็นหนุ่มแล้ว ฝันเปียกใช่ไหม” 

ผมแสร้งทำหน้ากระอักกระอ่วน พยักหน้ารับนิด ๆ

“ไม่ต้องอายหรอกมันเป็นเรื่องธรรมดา พี่เองก็ฝันออกบ่อย” พี่เชนทร์ยิ้มละมุน ผมแกล้งกัดเล็บหนักกว่าเดิม

“ทำไม” พี่เชนทร์ถามอีกรอบ คงเพราะเห็นผมยังซีเรียสอยู่ 

“ผมไม่ได้ฝันว่ามีเซ็กส์กับผู้หญิง”

พี่เชนทร์งันไป

“ผมฝันว่าผมมีเซ็กส์กับผู้ชาย”

พี่เชนทร์มองมาอย่างตกตะลึง ผมทำหน้าซีเรียสยิ่งขึ้น นัยน์ตาดูสับสนนิด ๆ(และแน่นอนว่ามันคือการแสดงล้วน ๆ = =)

“แล้วผู้ชายที่ผมฝันถึง คือพี่เชนทร์”

พี่เชนทร์ตาค้าง กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ทำท่าเหมือนจะพูด แต่พูดไม่ออก

“มะ มันเป็นแค่ความฝัน” พี่แกพูดอย่างยากลำบาก “สงสัยเพราะพี่อยู่ใกล้ชยันต์มากไป”

“ผมไม่รู้ ฝันเห็นทุกคืนเลย” ผมทำท่าเหมือนจะร้องไห้ “ผมต้องเป็นโรคจิตไปแล้วแน่ ๆ ถึงได้ฝันแบบนั้น” ผมรีดน้ำตาให้มันร่วงเหมาะแหมะ(แน่นอนว่ามันคือการแสดงล้วน ๆ = = อันนี้ไม่ยากเลยครับ)

พี่เชนทร์รีบลุกจากโต๊ะทำงานมานั่งข้าง ๆ โอบกอดผมไว้ทันที โยกตัวโอ๋เบา ๆ เหมือนผู้ใหญ่โอ๋เด็ก   

“ไม่เป็นไรนะชยันต์ มันแค่ความฝัน” ผมแกล้งร้องไห้กระซิก ๆ อยู่ในอ้อมแขนแกร่งนั้น(เป็นการแสดงล้วน ๆ ครับ = =)

“ผมฝันว่าพี่กอดผม สัมผัสผม กลืนกินผม พอตื่นขึ้นมามันก็เปียกแล้ว”

“มันเป็นแค่ความฝันนะ” พี่เชนทร์ย้ำ กอดผมแน่นขึ้นลูบหัวปลอบใจ 

“พี่เชนทร์” ผมแหงนหน้ามองตาปรอย ๆ พี่เชนทร์จ้องมาตาค้าง

“ผมอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง พี่ช่วยผมได้ไหม”

พี่เชนทร์มองหน้า ทำท่าคิด ก่อนพยักหน้าแบบปฏิเสธไม่ได้   

“อะไร”

“จูบผมหน่อย”

“ชยันต์” พี่เชนทร์ตาโต “พูดอะไรออกมา”

“ผมแค่อยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

“พิสูจน์อะไร”

“พิสูจน์ว่ามันเป็นแค่ความฝัน มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอะไร ผมไม่ได้เป็นโรคจิต ผมเป็นคนปกติ ไม่ได้เป็นเกย์ด้วย” พี่เชนทร์มองมาตาค้าง ส่ายหัวไปมา

“ชยันต์ นายไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น มันก็แค่ความฝันนะ มันเกิดขึ้นได้ เป็นเรื่องปกติ ชยันต์เป็นคนปกติ ไม่ได้เป็นโรคจิต แล้วก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วย”

“งั้นช่วยผมพิสูจน์สิ” ผมร้องขอเสียงเบา พี่เชนทร์กลืนน้ำลาย “นะ” ผมร้องขอ พี่เชนทร์ขมวดคิ้ว

“เราเป็นพี่น้องกันนะชยันต์”

“ผมถึงขอพิสูจน์กับพี่ไง ผมไม่อยากไปพิสูจน์กับผู้ชายคนอื่น ผมกลัว แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ผมต้องเป็นบ้าแน่ ๆ”

“โธ่ ชยันต์” พี่เชนทร์กอดผมแน่น พูดด้วยน้ำเสียงเห็นใจสุด ๆ

“นะ” ผมร้องขอด้วยน้ำเสียงน่าสงสารอีกรอบ

“แค่จูบนะ ถ้าชยันต์ไม่รู้สึกอะไรเลยแปลว่ามันแค่ความฝัน อย่าคิดมาก เข้าใจไหม” ผมพยักหน้า เผยอปากรอ พี่เชนทร์ก้มหน้าลงต่ำ ยั้งท่านิดหนึ่งเหมือนจะลังเล ก่อนปิดปากลงมา
 
พี่แกวางปากแหมะไว้เฉย ๆ ครับ ไม่ได้ขยับหรือทำอะไร ผมยกยิ้มอยู่ในใจ ขยับปากเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง พี่เชนทร์ขยับจะผละตัวหนี แต่ผมเลื่อนมือขึ้นไปโอบกอดรอบลำคอแกร่งไว้ ขยับคุกเข่าคร่อมตักคนตัวสูง รุกจูบหนักหน่วง พี่เชนทร์ครางท้วงในลำคอ พยายามจะดันตัวผมออก แต่ผมรุกจูบอย่างรู้ชั้นเชิง สองมือใหญ่จับเอวผมไว้

ผมรู้ว่าควรจะกระตุ้นพี่เชนทร์ตรงไหน ไม่ถึงนาทีพี่แกก็ขยับปากตอบรับดี ๆ รสจูบของเราร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายตื่นตัว

“เดี๋ยว ชยันต์” พี่เชนทร์รีบเบรกความร้อนแรงของผมลง ทั้งที่ของตัวเองก็ตื่นตัวเต็มที่แล้ว   

“กอดผม” ผมร้องขอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า   

“ไม่ได้ชยันต์ เราเป็นพี่น้องกัน” พี่แกพยายามบังคับฝืนผมไว้ออก   

“แต่ผมทนไม่ไหวแล้ว ผมต้องการ นะ กอดผมหน่อย”

“ไม่ได้ชยันต์ พี่บอกแล้วไง ต่อให้ต้องการแค่ไหน เราก็เป็นพี่น้องกัน”

“ผมขอร้อง” พี่เชนทร์ส่ายหน้า ผมกัดปากตัวเองเบา ๆ ขยับลุกทั้งที่ร่างกายตื่นเต็มที่ เดินตรงไปที่หน้าประตู

“จะไปไหนชยันต์” พี่เชนทร์รีบตามมาจับข้อมือไว้

“ก็เราเป็นพี่น้องกันนี่ ผมจะไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่พี่น้องกันนอนด้วย”

พี่เชนทร์ขมวดคิ้วฉับ

“มีสติหน่อยชยันต์ มันไม่ใช่เรื่องนะ ช่วยตัวเองก็พอแล้ว” ผมส่ายหน้าไปมา ดราม่าเข้าไว้ จะเดินออกจากห้อง พี่เชนทร์รีบฉุดไว้ลากกลับไปนั่งข้างเตียง

“ช่วยตัวเองอยู่นี่แหละไม่ต้องไปไหน”

ผมส่ายหน้า

“ทำได้ทำไปนานแล้ว” พี่เชนทร์ขมวดคิ้วมองด้วยสีหน้างุนงง

“หมายความว่าไง”

“มันไม่ยอมเสร็จ”

“ทำไม่ถูกวิธีหรือเปล่า มานี่พี่ทำให้”

พี่เชนทร์รีบเขยิบมานั่งซ้อนหลังผมไว้ จับแล้วขยับให้ แน่นอน ต่อให้พี่เชนทร์ชำนาญเรื่องนี้ขนาดไหนผมก็ควบคุมไว้ได้ ไม่ยอมให้ตัวเองเสร็จง่าย ๆ พี่เชนทร์คิ้วขมวดสงสัย

ผมพลิกตัวหันหน้าเข้าหาพี่เชนทร์อีกที ความต้องการมันล้นจนแทบจะปล่อยอยู่รอมร่อ ขืนไม่รีบหยุดมีหวังผมเสร็จคามือพี่เชนทร์แน่ ๆ เสียงครางผมกระตุ้นพี่เชนทร์จนเห็นได้ชัด ผมบดปากจูบอีกรอบ   

“พี่เชนทร์ วันนี้ช่วยลืมว่าผมเป็นน้องแล้วกอดผมที นะ” ผมละปากมาร้องขอ

“ไม่...” ผมไม่รอให้พี่เชนทร์พูดจบ กดจูบอีกรอบ ละปากออกมาถอดเสื้อออกจากหัว พอมือพี่เชนทร์จับมาอีกที มันก็แตะผิวเนื้อผมเข้าเต็ม ๆ มือร้อนนั้นทำเอาผมครางแผ่วออกมา

ผมละปากออกมาถอดเสื้อคนตัวสูง ในขณะที่พี่เชนทร์ก็พยายามจะยื้อแย่งไว้ จริง ๆ ถ้าเทียบแรงกันแล้ว แค่พี่เชนทร์ผลักผมเบา ๆ ทีเดียว ตัวผมก็ตัวปลิวตกเตียงแล้ว แต่พี่แกทำไม่ได้หรอก เพราะจิตใจภายในมันต้องการผมสุด ๆ 

ผมถอดกางเกงนอนตัวเองออก ถอนจูบ กดหัวพี่เชนทร์ต่ำลงไปหายอดอกตัวเอง ร่างกายที่เคยสัมผัสกันมาก่อน มีหรือที่มันจะจำไม่ได้ ความปรารถนาในส่วนลึกของพี่เชนทร์ต่อตัวผมก็มีมากจนแทบจะล้นปรี่อยู่แล้ว แม้อยากขัดขืนขนาดไหนก็เอาชนะสัญชาตญาณดิบของตัวเองไม่ได้หรอก ปลายลิ้นร้อนตวัดหัวนมผมทันที ผมครางตอบรับ เลื่อนมือลงไปดึงบางสิ่งออกมาขยับเคลื่อนไหว

“ไม่ได้ชยันต์” พี่เชนทร์ละปากออกมาห้ามอีกรอบ ผมไม่รอให้เหยื่อมีโอกาสถอยหนี จับสิ่งนั้นตั้งตรง กลืนกินทันที พี่เชนทร์ตาโต

ผมตัวสั่นเทาด้วยความปรารถนาที่กำลังเปี่ยมล้น บีบรัดของพี่เชนทร์ภายในแน่น ผมยังไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ ทั้งสิ้น มองพี่เชนทร์ตาปรอย โอบลำคอแกร่งไว้

“ผมเป็นของพี่แล้วนะ ได้โปรด...”
ผมกระซิบแผ่ว พี่เชนทร์กัดกรามกรอด ก้มหน้าลงมาบดจูบผมทันที  ผมขยับปากตอบรับอย่างเร่าร้อน พี่แกไม่พยายามควบคุมตัวเองแล้วครับ สองมือใหญ่จับเอวผมขยับเคลื่อนไหวเข้าหาตัวรุนแรง ผมครางในลำคออย่างพอใจ 

“นายกำลังทำให้พี่เสียคน เสียความเป็นพี่ไป”

“ไม่ พี่จะยังเป็นพี่ที่ดีสำหรับผมเสมอ แต่เรื่องนี้ผมขอ นะ”
ผมกระซิบร้องขอ พี่เชนทร์กอดผมแน่นขึ้น กดร่างผมกลืนกินตัวเอง ปากก็ไล่เล็มมาทั่วทั้งซอกคอและแผงอก ผมครางออกมาอย่างเพลิดพลิ้ว พี่เชนทร์จับผมพลิกลงไปนอนหงาย ถอดกางเกงตัวเองออก แล้วเชื่อมประสานใหม่ 

“อย่ามาเสียใจทีหลังนะ”

ผมตอบรับคำนั้นด้วยการบีบรัดภายในแน่นขึ้น พี่เชนทร์คำรามในลำคอ จับสองขาผมพาดแขน สองผิวเนื้อแนบสมานกันเป็นหนึ่งเดียว สองเสียงครางดังคละเคล้าจนแทบเดาไม่ออกว่าเสียงครางของใครดังกว่ากัน

ในที่สุดพายุอารมณ์อันร้อนแรงก็จบลง ผมนอนพักเหนื่อยอิงแอบคนตัวสูงไว้ ในขณะที่พี่เชนทร์นอนหงาย ใช้แขนรองหัวผมแทนหมอน กอดผมไว้หลวม ๆ ดวงตานั้นเพ่งมองเพียงเพดานขาวด้านบน สีหน้ารู้สึกผิดจริง ๆ

“เรื่องนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ พี่น่าจะควบคุมตัวเองให้มากกว่านี้” พี่เชนทร์พูดอย่างสำนึกผิด

ผมอมยิ้ม ขยับขึ้นไปนอนคว่ำบนตัวคนตัวสูง ซึ่งพี่เชนทร์ก็ไม่คิดจะปัดป่ายออก

“มันไม่ใช่ความผิดของพี่หรอก” ผมบอกเสียงเบา เกลี่ยปลายคางพี่เชนทร์ไปมา ไรเครางอกนิด ๆ ดูเซ็กซี่ดีครับ “เพราะคนที่ต้องการจริง ๆ คือผม”

นัยน์ตานั้นหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

“แต่พี่เป็นพี่”

ผมคลี่ยิ้ม

“แต่พี่โชคร้ายไปหน่อยที่เกิดมามีน้องชายเจ้าเล่ห์แบบผม”

พี่เชนทร์ขมวดคิ้วมองงง ๆ ผมยิ้ม นิ้วยังเกลี่ยอยู่แถว ๆ แนวกราม ผมแสดงความปรารถนาออกมาให้เห็นได้เด่นชัด ผ่านดวงตา ส่งยิ้มสดใสให้

“ข้อแรก อาทิตย์ที่ผ่านมาผมไม่ได้ฝันเปียกถึงพี่หรอก”

พี่เชนทร์ขมวดคิ้ว

“แต่ผมจงใจเอาพี่เชนทร์ไปจินตนาการแล้วช่วยตัวเองเลยต่างหาก”

พี่เชนทร์มองมาอึ้ง ๆ

“ข้อสอง ผมคอแข็งมาก”

พี่เชนทร์จ้องมองอย่างตกตะลึง

“แล้วก็ไม่เคยลืมว่าทำอะไรลงไปบ้างตอนเมา”

พี่แกตาโตทะลึ่งลุกพรวดขึ้นนั่ง ผมรีบโอบรอบลำคอแกร่งไว้ ตอนนี้ผมจึงนั่งอยู่บนตักคนตัวสูงแทน 

“เพราะงั้น เรื่องที่เรามีอะไรกัน ผมจำได้หมด แต่แกล้งทำเป็นจำไม่ได้เอง”

พี่เชนทร์ครางอะไรสักอย่างออกมาในลำคอ ทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่

“และข้อสาม ผมไม่ได้ใสอย่างที่พี่เห็นหรอก ผมจงใจยั่วพี่มาตลอดเอง”

ดวงตานั้นเบิกค้างอย่างคนช็อกสุดขีด ผมยิ้มหวาน

“ทะ ทำไม...” น้ำเสียงที่ถามแหบแห้งจนจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความสับสน โกรธเคือง และผิดหวัง
 
“เพราะผมรักพี่ไง”

พี่เชนทร์ตาค้างอีกระลอก

“รักมากจนต้องวางแผนทำให้พี่รักผม”

“ชยันต์!!”

ผมกระชับวงแขนแน่นขึ้น

“รังเกียจผมไหม”

“นายไม่ควรทำแบบนี้” พี่เชนทร์พยายามรั้งมือผมออกจากคอตัวเอง สีหน้ากึ่งไม่พอใจกึ่งสับสน

“รังเกียจผมไหม” ผมยื้อถามอีกรอบ

“เราเป็นพี่น้องกันนะชยันต์”

“รังเกียจผมไหม” ผมถามด้วยคำถามเดิม

“เราเป็นพี่น้องกัน” พี่เชนทร์ยืนยันคำเดิมเหมือนกัน

“รังเกียจผมไหม” ผมถามอีกที

“พี่...”

“ผมเคยโกหก เคยหลอกลวง เคยใช้ทุกเล่ห์เพทุบายเพื่อให้พี่หลงเสน่ห์ แต่ตอนนี้ผมเปิดเผยหมดแล้ว ทั้งความรู้สึกและสิ่งที่เคยทำ แล้วพี่เชนทร์ล่ะ”

“ไม่”

“เหรอฮะ” ผมแกล้งหน้าสลดลงนิด ๆ ปล่อยมือจากลำคอคนตัวสูง ลุกเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวม เดินทื่อ ๆ จะออกจากห้อง พี่เชนทร์รีบตามมาฉุดไว้

“จะไปไหน”

“ไปหาใครสักคนที่รักผม ใครสักคนที่ไม่ใช่พี่น้อง น่าจะหาคนจริงใจและรักผมจริง ๆ ได้สักคน อ้อ แล้วก็ปลอดภัยไม่มีโรคด้วย” ผมบอกเสียงเรียบ ดึงแขนออกจะเดินออกจากห้องต่อ

“ไปหาที่ไหน” พี่แกถามด้วยน้ำเสียงซีเรียส

“ถ้าไม่ตามบาร์เกย์ก็คงเป็นอินเตอร์เน็ตล่ะมั้ง”

“นี่ พวกนั้นไว้ใจได้ที่ไหน”

“ไว้ใจไม่ได้หรอก แต่เมื่อคนที่ผมรักดันเป็นพี่ชาย ก็ต้องไปหาคนอื่นที่ไม่ใช่พี่ชายแทน”

“ชยันต์!”

ผมหันไปเผชิญหน้ากับพี่เชนทร์ตรง ๆ ไม่หวาดกลัวต่อเสียงดุนั้น

“ผมมีสองทางเลือกให้พี่ หนึ่ง ฉุดผมไว้ในอ้อมแขน รักผมในฐานะน้องชายแต่เพิ่มเติมคือเป็นคนรัก จะเปิดเผยก็ได้ ไม่เปิดเผยก็ได้ ผมไม่ซีเรียส ขอเพียงได้รักพี่ผมก็พอใจแล้ว หรือสอง ปล่อยผมไป แล้วผมจะไปหาใหม่เอาข้างหน้า ดีเลวยังไงก็แล้วแต่เวรแต่กรรม”

“ไม่ให้ไป” พี่เชนทร์ตอบกลับทันที “แล้วเราก็รักกันไม่ได้ด้วย”

ผมขยับตัวเข้าไปชิด วางมือไว้บนหัวใจดวงนั้น

“ในนี้ มันมีผมอยู่บ้างไหม” คำตอบของพี่เชนทร์บอกผมผ่านดวงตาหมดแล้ว แต่ปากคนตัวสูงยังปิดสนิท

“ผมรักพี่นะ ผมรู้ว่ามันผิด แต่ผมห้ามตรงนี้ไม่ได้” ผมเอามือใหญ่มาวางไว้ตรงแหน่งหัวใจตัวเอง

“ผมรักพี่”

พี่เชนทร์มามองนิ่ง ๆ นัยน์ตานั้นสับสนอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่บังคับฝืนใจแล้ว ปล่อยให้คนตัวสูงคิดเอาเอง

“ผมจะก้าวออกจากห้องอีกครั้ง ถ้าพี่ฉุดผมไว้ ผมจะถือว่าพี่ยอมรับว่ารักผม แต่ถ้าปล่อยผมไป ผมจะได้ตัดใจ” ผมขยับก้าวถอยไปด้านหลังทีละก้าว หันหลัง เดินตรงไปยังประตู

ตื่นเต้นเหมือนกันครับ ลุ้นว่าแผนการที่วางมาทั้งหมด มันจะได้ผลหรือล่มไม่เป็นท่าเพราะความหนักแน่นดั่งหินผาของพระอิฐพระปูนผม

มือผมแตะอยู่ที่ลูกบิด จับมันไว้หมุนเปิดเบา ๆ   

ว้า... ไม่ได้ผลจริง ๆ เหรอเนี่ย

แต่บานไม้ที่กำลังจะเปิดออกกว้างถูกมือใหญ่ผลักปิด พี่เชนทร์จับผมพลิกหันไปเผชิญหน้า

“คิดดีแล้วใช่ไหมที่ตัดสินใจแบบนี้”

“ใช่” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง แล้วปากผมก็ถูกปิดสนิท นั่นคงเป็นคำตอบแทนคำพูดของพี่เชนทร์

“เด็กเจ้าเล่ห์ ร้ายนักนะเรา” พี่เชนทร์ละปากมากระซิบแผ่ว ๆ แล้วปิดปากผมไว้อีกรอบ อุ้มผมกลับไปที่เตียง

ส่วนว่าจะกลับไปทำอะไรกันต่อ กรุณาจิ้นกันเอาเองนะครับ...

หึ ๆ มิสชั่นเคลียร์!!



THE END

เอาจนได้นะนุ้งชยันต์ของเรา

รอติดตามคู่ที่ 4 นะคะ วิลเลี่ยมกับเชิดวุธ คู่ฮาประจำเรื่องนี้ รับรองหนุกไม่แพ้คู่อื่น ๆ จ้าาาาา >///<


Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5

ออฟไลน์ Gatjang_naka

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 469
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +5/-0
ชอบคู่2 อะ  คู่แรกก็ชอบนะแต่มันอ่านแล้วไม่เขิน555มันได้แต่ฟิลแบบอะนะ :hao7:

ออฟไลน์ kun

  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 3748
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +122/-10

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :


เรื่อง : Feel คนเจ้าอารมณ์

คู่ที่ 3 : #วิลเลี่ยมเชิดวุธ [คู่ฮา]

เขียนโดย : +Memew+

+CHAPTER 01 : แรกพบ..สบจูบ 

 

 

“เฮ้ยวุธ กูขอร้องล่ะ ช่วยกูหน่อย”
เพื่อนผมกรอกเสียงมาตามสายด้วยน้ำเสียงร้อนรน ผมขมวดคิ้ว เพราะร้อยวันพันปีมันเป็นคนอารมณ์ดีจะตาย ไอ้ที่จะมาทำเสียงเหมือนเดือดร้อนหนักหนานี่หายากมาก ๆ

“อะไร” ผมถามกลับ

“รู้ใช่ไหมว่าอีกสามวันดร.วิลเลี่ยมจะมา”

ผมขมวดคิ้วนิดหนึ่ง พยายามนึกว่าไอ้ดร.วิลเลี่ยมที่เพื่อนพูดถึงนี้คือใคร จำไม่ได้หรอกครับ มันเล่าให้ฟังเยอะ

“อื้ม” ผมตอบรับมั่ว ๆ

“เออนั่นแหละ จริง ๆ คือกูต้องทำหน้าที่ดูแลเขา แต่คราวนี้ ไอ้เชี่ยบอสกูเสือกโยนงานมาให้ซ้อนกัน แล้วงานมันก็ดันมาคล้าย ๆ กันอีก กูไม่รู้จะทำยังไง กำหนดการมีไว้แน่นอนแล้วด้วย”

มันพูดเหมือนจะร้องไห้

“ยกเลิกไปดิ ถ้าหาคนไม่ได้” ผมแนะอย่างไม่เดือดร้อน แกะหมากฝรั่งโยนใส่ปากเคี้ยวหยับ ๆ

“ยกเลิกได้ทำไปนานแล้ว มึงก็รู้งานของกูแต่ละชิ้นมันคืองานที่เกี่ยวข้องกับคนใหญ่คนโต แล้วคราวนี้มันก็เป็นคนระดับประเทศด้วย”

ผมเอานิ้วแหย่รูจมูก แคะเอาขี้มูกแห้ง ๆ แผ่นบาง ๆ คล้ายกระดาษออกมาหนึ่งก้อน ดีดหวือไปกลางอากาศ

“แล้วไง” ผมถามกลับไม่ใส่ใจ

“กูไม่รู้จะมองหาใครช่วยกูได้แล้ว นอกจากมึง”

ผมถอนหายใจแรง ไอ้เรื่องช่วยงานมันก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอะไรสำหรับผม ผมทำทุกอย่างเพราะอยากทำอยู่แล้ว จริง ๆ บ้านผมเป็นบ้านที่ถือว่ามีฐานะร่ำรวย(มาก)คนหนึ่ง ผมเป็นลูกคนสุดท้องจากแม่คนที่สาม แต่เป็นลูกคนที่ 6 จากพี่น้อง 10 คน

งงกันไหมครับ พอดีพ่อผมสะโพกพลิ้วไง มีเมียหลายคนลูกหลายคน แต่ไม่ต้องห่วงครับ ผมเป็นลูกที่พ่อตั้งใจทำแน่ ๆ

“ช่วยก็ได้ แต่ค่าแรงสองเท่านะ”

“กูให้ห้าเท่าเลย”
มันสวนกลับมาทันควัน ผมไม่ใช่คนงกนะ แต่หูมันกระดิกยิก ๆ ยังไงพิกล

“ทำไมให้เยอะจัง”

“มึง...” มันทำท่าจะพูดแล้วเงียบเสียงลง

“ว่าไง” ผมกระตุ้น

คะ คือ งานนี้มันไม่เหมือนงานรับรองแขกแบบที่แล้ว ๆ มานะ”

“ไม่เหมือนยังไง ก็แค่พาแขกเที่ยวไม่ใช่รึไง”

“คะ คือ โธ่เว้ย กูไม่เคยบอกมึงนะ แต่แบบว่าเอ่อ…” ผมนิ่งฟังสิ่งที่มันจะพูดต่อ “กูว่าถ้ากูพูดไป มึงอาจจะไม่รับงานว่ะ ต่อให้สิบเท่าก็เถอะ”

“เอ้า” ไอ้นี่ “สรุปให้กูช่วยไม่ช่วย ไม่ให้ช่วย กูจะวางสายแล้ว”

“เฮ้ย ช่วยกูหน่อย กูไม่รู้จะไปขอร้องใครแล้ว แต่มึงก็เพื่อนที่กูรักมากคนหนึ่ง กูไม่อยากให้งานครั้งนี้ทำให้เราผิดใจกัน แต่ถ้าไม่ขอร้องให้มึงทำเลย ปัญหาใหญ่มาก ๆ ตามมาแน่ ๆ” มันพูดเสียงเครือ

“งั้นพูดมาตรง ๆ เสียเวลาแคะขี้มูกกู”

“เอาล่ะ มึงฟังกูนะ ลูกค้าชื่อดร.บิลล์ วิลเลี่ยม เป็นลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทกู ถ้าทำให้เขาโกรธรับรองได้ว่าบริษัทกูมีสิทธิ์ล้มละลายได้แน่ ๆ”

“กูขอเนื้อว่ะ อิ่มน้ำแล้ว”

“เอาเป็นว่า ลูกค้าอีกคนก็รายใหญ่พอกัน แต่ทางนี้เขาเคยเจอกูมาแล้ว และคราวนี้เจาะจงกูมาอีก แต่คุณวิลเลี่ยมไม่เคย เลยไม่ได้เจาะจงมา”

“แค่นำเที่ยว ต้องเจาะจงด้วยรึไง เอาคนขับซาเล้งมาพาเที่ยวยังได้เลย” ผมพูดไม่ใส่ใจเพื่อนผมหัวเราะทั้งที่ยังซีเรียสอยู่

“ข้อดีของมึงก็ตรงนี้แหละ ทำให้หัวเราะได้ตลอด แต่คราวนี้เราอาจหัวเราะไม่ออกก็ได้นะกับลูกค้ารายนี้ เอาเป็นว่ากูให้ห้าเท่าจากค่าตัวที่กูเรียกร้องไป แต่กูขอสัญญาอะไรจากมึงก่อน”

“ว่า…” ผมไถลนิ้วใส่รูจมูกอีกข้าง แงะหาขี้มูกแห้ง ๆ มาแคะเล่น

“ห้ามโกรธกูเด็ดขาด และทำงานให้เสร็จลุล่วง”

“มึงก็รู้ว่าถ้ากูรับปาก ไม่เคยทำให้มึงผิดหวังอยู่แล้ว”

มันนิ่งไป ก่อนถอนหายใจแรง แล้วโวยวายอะไรออกมา

“ใจเย็นมึง” ผมปลอบใจเพื่อน

“เอาล่ะ กูจะไม่บอกรายละเอียดอะไรมึง แต่ให้มึงไปเผชิญหน้าเอาเอง แล้วถ้าบางอย่างมึงไม่อยากทำมึงก็หาทางเลี่ยงเอา แต่ให้ประนีประนอมที่สุด เพราะถ้าแตกหักมา จำไว้ว่าบริษัทกูล่ม มึง มันไม่ใช่แค่กูที่จะตกงาน รวมอีกร้อยกว่าชีวิตในบริษัทกูด้วย”

“ใหญ่ขนาดนั้น แล้วนัดพลาดกันได้ไงวะ”

“บอสกูหัวขาวไปครึ่งหนึ่งแล้ว เราไม่มีทางเลือก กูถึงต้องมาขอร้องมึงนี่แหละ”

“เออ ๆ” ผมรับปาก

“เดี๋ยวกูจะโอนเงินให้ตอนเย็น ระยะงานคือ 2 อาทิตย์” พูดจบมันก็วางสาย ผมไม่ใส่ใจอะไร หมุนเก้าอี้ไปขีดกากบาทบนปฏิทิน

นอกจากพี่ชายพี่คนโตแล้ว ผมว่าผมน่าจะเป็นลูกที่ชอบแหกคอกของพ่อคนหนึ่ง ธุรกิจในครอบครัวมีให้ทำเยอะแยะ แต่ผมไม่ชอบสักอย่าง เลยทำงานอิสระ โดยรับงานต่อจากเพื่อน ๆ อีกที พอดีเพื่อน ๆ กลุ่มผมส่วนมากจะทำงานหลากหลาย ผมจะเป็นมือสำรองครับ อาชีพคือตัวตายตัวแทน ชนิดที่ใครงานล้นมือจะโทรเรียกผมทันที แน่นอนว่ารายได้จะต้องจ่ายให้ผมสองเท่า

ผมว่างานมันหลากหลายดี แถมได้เงินเยอะด้วย ข้อดีของลูกคนสุดท้องคือโดนพ่อแม่ตามใจ และข้อดีของลูกคนกลาง ๆ คือไม่ถูกคาดหวังอะไรมาก ผมจึงเป็นลูกที่ไม่มีใครมากะเกณฑ์อะไรมากเท่าไหร่

ได้ยินเสียงเคาะห้องเบา ๆ  ผมหันไปมอง ยังไม่ทันได้ตอบรับประตูก็เปิดออก ชยันต์ น้องชายคนที่สิบของบ้านก็โผล่หน้าสวย ๆ เข้ามาหา กำเดาผมแทบสาดตอนเจ้าเด็กนั่นโผล่ มันเล่นใส่แค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว เนื้อผ้าบางเฉียบ โชว์รอยเพ้นท์รูปดาวตรงหน้าอกให้ดูนิดหนึ่ง ชายยาวคลุมสะโพกกลม ๆ เนื้อผ้าเรียบลื่นคลุมสะโพกกลมมนได้รูป ดูกี่ทีกี่ที ผมก็ว่าน้องผมคนนี้มันเอ็กซ์ได้ใจจริง ๆ เห็นทีไรเผลอเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงอยู่เรื่อย แล้วเจ้าตัวก็ไม่ค่อยจะรู้ตัวหรอกว่าตัวเองนั้น  เซ็กซี่ยั่วยวนแค่ไหน 

ยังดีที่ไปไหนมาไหน มีพี่เชนทร์คอยตามประกบ ไม่งั้นโดนฉุดไปฟัดนานแล้ว ยิ่งโตยิ่งสวยอีกต่างหาก

“มีอะไร” ผมถามน้องเล็กสุดของบ้าน เจ้ายั่วห่อปากกระจับน่าจูบนั้นนิดหนึ่ง เดินมาคล้องแขนรอบคอผมไว้ แนบหน้ากับแก้ม กลิ่นแป้งหอม ๆ กระตุ้นต่อมหื่นให้ตื่นยังไงพิกล นอกจากรูปร่างภายนอกที่กระตุ้นร่างกายผู้ชายด้วยกันเองแล้ว น้องผมยังมีกลิ่นตัวยั่วยวนอีกต่างหาก มือขาวที่โผล่พ้นข้อมือมาดูเนียนเรียบราวกับไม่ใช่มือผู้ชาย

ขนาดผมเป็นผู้ชายและไม่ได้เป็นเกย์ยังแทบทนไม่ไหว จะไม่ให้พี่เชนทร์เป็นห่วงจนต้องตามประกบแจได้ยังไงกัน

“พี่เชนทร์ไม่ยอมพาไปเที่ยวอ่า พาผมไปหน่อย” มาละลูกอ้อน มหาประลัย

“พี่เชนทร์ติดงานล่ะสิ”
มีอยู่แค่เหตุผลเดียวที่พี่เชนทร์จะปฏิเสธชยันต์ได้ก็เรื่องงานนี่แหละ นอกนั้นต่อให้นอนห้อยน้ำเกลืออยู่ก็ต้องมานั่งดูแลชยันต์แน่ ๆ ชยันต์บู้หน้าแทนคำตอบ

ผมเดาไม่ผิดจริง ๆ

“ครับ ๆ เดี๋ยวพี่พาไป ไปแต่งตัวสิ”

“แต่งแล้ว ชุดนี้ไง”

ผมมองชยันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“พี่ว่ามันหวิวไปนะ” ผมพูดตรง ๆ 

“ตรงไหน”
เจ้าตัวเอียงคอถาม ผมคันปากอยากพูด แต่พูดไปเจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัวอยู่ดี เลยได้แต่พยักหน้า อย่างน้อยมีผมไปด้วย ถึงคนจะมองแต่ก็คงไม่กล้าเข้ามาทำอะไรหรอก ผมบิวท์หน้าให้เข้มขึ้นทันที พาน้องออกไปเที่ยวอย่างที่น้องต้องการ จะว่าไป การได้ควงชยันต์ก็ทำให้ผมรู้สึกดีไม่น้อยชยันต์น่ารัก อ้อนเก่ง ยิ้มน่ารัก คนมองกันใหญ่

“อยากได้ชุดใหม่”
ชยันต์บอก ลากพาผมเข้าร้านเสื้อผ้าสไตล์ที่ตัวเองชอบ ผมได้แต่เดินตาม ระหว่างรอชยันต์เลือกเสื้อผ้า (ซื้อทีเป็นสิบครับเด็กคนนี้ แถมยังมีนิสัยแปลกประหลาดคือชอบซื้อเสื้อผ้าไปฝากคนอื่นด้วย) ผมก็เดินดูนู่นนี่ไปเรื่อย ๆ ผมไม่ค่อยชอบซื้อเสื้อผ้าหรอก ที่ใส่อยู่ทุกวันนี้มีแต่แม่กับคนอื่นซื้อให้ 

ชยันต์ยังเลือกเสื้อผ้าอยู่ ผมเดินดูเสื้อผ้าไปเรื่อย ๆ ฆ่าเวลาจนมาหยุดอยู่หน้าหุ่นผู้ชายที่หุ่นติดจะผอมบางมากกว่าปกติยืนเท่อยู่กลางร้าน ชุดที่หุ่นใส่เป็นชุดเดียวกับที่ชยันต์ใส่มาวันนี้เลย สงสัยจะซื้อจากร้านนี้เหมือนกัน

“ชอบเหรอคะ”
พนักงานเดินเข้ามาถามด้วยท่าทางนอบน้อม ปากสีแดงนั้นวาดกว้างหวานจ๋อย (ดูอ่อยนิด ๆ ด้วย)

“อ๋อไม่หรอกครับ ชุดเหมือนตุ๊ดขนาดนี้ผมไม่มีทางใส่หรอก”

พนักงานยิ้มเจื่อนทันที ชยันต์เดินยิ้มแก้มบานเข้ามาหาหลังจากยื่นบัตรให้พนักงานเรียบร้อย บัตรนั่นพี่เชนทร์เป็นคนทำไว้ให้ บัตรทองด้วย รูดได้ไม่อั้นเลย

“อะไร พี่วุธชอบชุดนี้เหมือนกันเหรอ”

กำลังจะอ้าปากตอบเหมือนที่ตอบพนักงานว่าเหมือนตุ๊ดไม่ได้ชอบหรอก แต่น้องใส่อยู่ ขืนผมพูดไปก็เหมือนผมด่าน้องว่าเป็นตุ๊ดน่ะสิ ชยันต์ยิ่งไม่ชอบให้ใครพูดคำนี้กับตัวเองด้วย เพราะปมด้อยเรื่องหน้าตาที่หวานจัดนั้น

“เปล่าครับ เท่ดีออก ชุดเดียวกับชยันต์ใช่ไหม ชยันต์ใส่แล้วเท่มาก ๆ เลย”

ชยันต์ตาวาวทันทีกับคำชมผม

บื้อหรือเปล่าวะน้องกู แยกไม่ออกระหว่างเท่กับสวยรึไง

“จริงเหรอ ถ้างั้น...” ชยันต์เบรกเสียงไว้ หันไปทางพนักงาน “พี่ฮะ เอาแบบนี้ไซส์เอ็มนะ ห้าสี สีขาว ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน เขียวอ่อน เหลืองไข่ไก่”

“ค่ะ” พนักงานตอบรับ รีบกุลีกุจอไปหยิบให้ นำไปคิดเงินกับเสื้อผ้าที่เลือกมาก่อนหน้า

“นี่ เราใส่ไซส์เอสไม่ใช่เหรอ สั่งไซส์เอ็มมาทำไม”
ผมถามน้องงง ๆ น้องมองหน้าผม ส่งยิ้มหวานหยดมาให้ เวลาชยันต์ยิ้มให้ผมกับยิ้มให้พี่เชนทร์จะต่างกันนิดหน่อย เวลายิ้มให้พี่เชนทร์ มันดูยั่ว ๆ ยังไงพิกล

หรือผมจะคิดไปเอง?

พนักงานเดินกลับมาพร้อมเสื้อผ้าอีกหลายถุง ชยันต์รับบัตรเก็บ ก้มดูของในถุงแล้วยื่นหนึ่งในถุงนั้นมาทางผม

“อ่ะ ชยันต์ซื้อให้ พี่จะได้เท่ ๆ เหมือนชยันต์ไง”

ผมอ้าปากค้าง

คะ คือ พี่ไม่อยากเป็นตุ๊ดนะชยันต์

ชยันต์มองผมตาแป๋ว

“อะไร ชยันต์ซื้อให้ไง หรือว่าจริง ๆ แล้วมันไม่เท่”

“เท่ครับเท่”
ผมรีบรับมาถือไว้ทันที ชยันต์ยิ้มหวาน

“รักพี่วุธที่สุดเลย ผมซื้อให้ห้าสี พี่ใส่ห้าวันเลยนะ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เลยนะ”

“เอ่อ อย่าดีกว่า”

“พี่จะได้เท่ ๆ ไง”

กูไม่น่าไปวิจารณ์ว่าเหมือนตุ๊ดเลย ผมจำต้องพยักหน้ารับ เดินเคียงกันออกจากร้านไป ผมแอบเห็นพนักงานพากันหัวเราะคิกคักด้วย

เอาวะ ทนเหมือนตุ๊ดไปสักสี่ห้าวัน มันไม่หนักหนานักหรอก

“อะไร ติดงานยาวอีกแล้วเหรอ”
ชยันต์ทักหลังจากดูตารางงานผมบนปฏิทิน

“อื้ม”

“คราวนี้ทำงานให้ใครเหรอ”

“คนเดิม”

ชยันต์พยักหน้า

“งานมีพรุ่งนี้แล้วนี่ แพ็คของรึยัง”

“ยัง พี่ชอบแพ็คชั่วโมงสุดท้ายก่อนเดินทาง นายก็รู้”

“ชุ่ยไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ” น้องมันด่าตรง ๆ ซึ่งผมไม่โกรธหรอก เพราะเป็นแบบนั้นจริง ๆ จะเรียกว่าเซอร์ก็ได้นะ “มานี่ชยันต์ทำให้” ชยันต์อาสา ผมพยักหน้าไม่ใส่ใจ

“คราวนี้ไปเที่ยวไหน” ชยันต์หันมาถาม

“เมืองไทยนี่แหละ กรุงเทพไล่ไปทางใต้ เสื้อผ้าขอแบบใส่สบาย ๆ เพราะอากาศร้อนช่วงนี้” ผมบอกกลับไม่ใส่ใจ

ชยันต์มุดตัวอยู่กับตู้เสื้อผ้าผม เรื่องระยะเวลาชยันต์รู้แล้ว เพราะผมขีดฆ่าไว้บนปฏิทินเรียบร้อย ไม่เกินครึ่งชั่วโมง กระเป๋าเดินทางผมก็พร้อม

“เรียบร้อย งั้นชยันต์ไปก่อนนะ”
แล้วเจ้าตัวยุ่งก็ออกไป ผมกลับมานั่งทำงานต่อ เพื่อนผมส่งไฟท์เดินทางและรายละเอียดของลูกค้ามาให้แล้วล่ะครับ

ดูท่าจะเป็นคนสำคัญมากจริง หน้าตาหล่อพระกาฬเลย ผมดำตาสีน้ำตาลเข้ม สูงเกือบสองเมตร พวกมึงจะเปรตกันไปไหน

พอถึงกำหนดนัด เครื่องลงตอนเก้าโมง ผมตื่นแต่เช้า แบกกระเป๋าเดินทางลงไปชั้นล่าง ตัวป่วนของผมมองมา

“ว้าว พี่วุธเหมาะกับเขียวอ่อนจัง”
ชยันต์ชม ก็มันเป็นสีเดียวที่ผมรู้สึกว่ามันแมนที่สุดในบรรดาเสื้อสีลูกกวาดที่น้องผมหามาให้นี่นา

“สองอาทิตย์ใช่ไหม”
แม่ถาม ผมพยักหน้านั่งกินข้าวกับทุกคน หลังจากนั้นก็ขับรถจากบ้านไปที่สนามบิน
 

ผมยกนาฬิกามอง สำรวจเนื้อตัวตัวเองนิดหนึ่ง เบ้หน้าตอนเหลือบมองต่ำลงไปเห็นเสื้อที่ใส่อยู่

“อย่างกับแต๋ว”
หวังว่าลูกค้าจะไม่ใส่ใจนะ จะไม่ใส่ก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนน้องว่าเอาอีก ผมไม่สนใจกับเสื้อผ้าตัวเองเท่าไหร่ ถือกุญแจลงจากรถตรงไปยังประตูผู้โดยสารขาเข้า พร้อมกระดาษเอสี่สีขาวที่ปริ้นท์ชื่อเต็มลูกค้าไว้

ผมเดินผิวปากควงกุญแจไปตามทาง คนมองกันนิดหน่อย สงสัยเพราะผมหล่อ หึ ๆ แน่นอนสิ แม่ก็สวยพ่อก็หล่อ ลูกไม่ออกมาหล่อก็ให้มันรู้ไป

ผมเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ขยับปกเสื้อให้ลุคดูเท่เข้าไปอีก ก่อนหามุมดี ๆ ในการยืนคอย คนกำลังทยอยกันออกมา ผมชูป้ายขึ้นเพื่อให้ลูกค้าผมเห็น แต่ไม่ได้ชูสูงอะไรหรอก แค่เท้าไว้กับรั้วกั้นเท่านั้น คนก็มองกันใหญ่ อันนี้เคยชินแล้วล่ะครับ เพราะคนหน้าตาดี คนจะมองก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ผมยืนหาวหวอดไปเป็นหนที่สิบ ล้วงมือเข้าไปเกาตรงไหปลาร้านิด ๆ ไอ้เสื้อตัวนี้มันออกแบบมาแปลก ๆ แทนที่จะมีกระดุมที่ปิดขึ้นมาถึงบนสุดอย่างเสื้อเชิ้ตทั่วไป กลับออกแบบมาเหมือนกับจะให้เปิดโชว์แผงอกมากกว่า ไม่ให้ผมบอกว่าเป็นเสื้อของพวกตุ๊ดแล้วจะให้ผมว่าไง

มีผู้โดยสารอีกกลุ่มออกมา ผมพยายามมองหาเป้าหมายของผม รูปร่างหน้าตาโดดเด่นขนาดนั้นไม่น่าจะพลาด ผมพยายามมองหา แต่ที่เห็น ๆ มีแต่พวกหัวขาว พุงพลุ้ย หน้าเป็นปลาจวด หูกาง ปากห้อย

ทำไมมีแต่พวกทุเรศ ๆ วะ

ผมพยายามเทียบหน้าคนที่ผ่านมากับเมมโมรี่ที่เปิดดูมา แต่ก็ยังไม่เห็นสักคน จนมีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมา หุ่นเตะตาดี แต่เห็นหน้าไม่ชัด เพราะใส่หมวกแก๊ปแล้วดึงหมวกต่ำบังหน้า แถมยังใส่แว่นดำด้วย ผิวสีเข้ม กล้ามนี่อื้อหือ

นายแบบที่ไหนวะ

เขาเดินลากกระเป๋าสีดำใบเดียวเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงกลาง ๆ แล้วกวาดมองไปรอบ ๆ สงสัยจะมองหาคนมารับแบบที่ผมมารอนี่แหละ

จริง ๆ น่าจะถอดหมวกหรือแว่นหน่อยคนมารับจะได้เห็นหน้าค่าตาชัด ๆ

แต่หน้าคุ้น ๆ แฮะ

ยังไม่ทันที่สมองผมจะทำงานทัน เขาก็มองมาทางผม ชะงักนิดหนึ่ง เพ่งมองมาทางนี้

เฮ้ย กูรู้ว่ากูหล่อ ไม่ต้องมองมาก

เขาขยับกระเป๋า เดินด้วยมาดนิ่ง ๆ ใกล้เข้ามา ผมยังถือกระดาษไว้ท่าเดิม แล้วอีตาวิลเลี่ยมนี่เมื่อไหร่จะโผล่วะ ยืนรอมาเป็นชั่วโมงแล้วนะเว้ย! ผมบ่นอยู่ในใจ

หมอนั่นเดินตรงมายืนอยู่ตรงหน้า กรามกับปากคุ้น ๆ นะ ผมพยายามดึงเมมโมรี่ตัวเองออกมาใช้งาน เขาหยิบกระดาษจากมือผมไปถือ

“เฮ้ย!” ผมท้วงเบา ๆ เขามองหน้าผมผ่านแว่น ผมพยายามเพ่งมองอีกที

โอเค กูรู้ละ

“ดร.วิลเลี่ยมใช่ไหมครับ”
ผมลองถามดู เขาไม่ตอบ มองหน้าผมอย่างเดียว

แต่แม่ง กูรู้ว่าฝรั่งตัวใหญ่ แต่มึงตัวใหญ่ไปไหม รู้ไหมกูเมื่อยคอเวลาต้องคุยกับมึงเนี่ย แล้วนี่กูต้องอยู่กับมึงไปตั้งสองอาทิตย์ กูจะคอเคล็ดม้าย คอเคล็ดมาใครจะจ่ายค่ารักษา พ่อกูรวย แต่กูงก เข้าใจไหม

ผมบ่นไปในขณะแหงนหน้ามอง ไอ้นี่ ถามไม่ตอบ กูว่ากูพูดภาษาอังกฤษนะ ให้พูดภาษาพม่าไหม

“ดร.วิลเลี่ยมใช่ไหมครับ”
ผมถามเขาด้วยภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำอีกรอบ เขาไม่ตอบ จ้องหน้าผมอยู่อย่างนั้น

“ถ้าไม่ใช่ก็แล้วไป เอาคืนมานี่”
ผมดึงกระดาษคืน เพราะเพื่อนผมบอกว่าเขาพูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก ถามแล้วไม่ตอบก็ไม่น่าจะใช่

เขายึดกระดาษผมคืน ผมขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เห็นปากได้รูปนั้นยกขึ้นนิดหนึ่ง

โอเค กดหนึ่ง มึงหัวเราะเยาะกูอยู่ใช่ไหม

กดสอง มึงกำลังหัวเราะเยาะกูอยู่

“ได้โปรด คืนกระดาษผมมา ผมมารอรับคน”
ผมบอกด้วยน้ำเสียงชัดเจน เขาไม่พูดอะไร เขยิบเข้ามาชิดผมอีก แตะปลายนิ้วลงตรงหน้าอก ผมก้มมองมือนั้นงง ๆ แล้วปลายนิ้วนั้นก็ไล่ช้า ๆ สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ ผ่านลำคอสูงขึ้นมาถึงปลายคาง

สาบานได้ว่าเหมือนโดนไฟฟ้าสถิต ร้อนวูบไปตลอดทาง มีเสียงอะไรแปลก ๆ ออกมาจากลำคอผมด้วย มือนั้นมาหยุดไว้ที่ใต้ปลายคาง เขาดันไว้เบา ๆ ให้ผมเงยหน้ามอง ผมอ้าปาก อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่พูดไม่ออก ออร่าบางอย่างในตัวหมอนี่มันมีอิทธิพลให้ผมพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ

ผมรีบยกมือขึ้นมาจับมือนั้นไว้

“ชื่ออะไร”
เขาถามเสียงนุ่ม มือยังไม่ปล่อยไปจากคางผมทั้งที่ผมก็จับข้อมือเขาไว้แท้ ๆ ลำข้อใหญ่มาก

ใหญ่ขนาดนี้ แล้วอะไรในตัวมันจะขนาดไหนวะ

“เชิดวุธ”
ผมตอบเหมือนถูกมนต์สะกด เขายกยิ้มนิดหนึ่ง

“ใช้ได้นี่”

ผมขมวดคิ้ว อะไรใช้ได้ ถ้าเรื่องความหล่อ กูหล่อกว่าฝรั่งอย่างมึงละกัน เรื่องอื่นกูก็เก่ง ผมดันมือเขาเบา ๆ เขาถอดแว่นออกช้า ๆ

โป๊ะเชะครับ อีตาวิลเลี่ยมจริง ๆ แม่งเมื่อกี้ก็ไม่ยอมตอบคำถามกู

ผมรีบเปลี่ยนท่าทีทันที

“คุณวิลเลี่ยม ขออภัยที่ผมเสียมารยาท ผมจำไม่ได้จริง ๆ”

เขาไม่พูดอะไร ผมรีบขยับเข้าไปด้านใน รับกระเป๋ามาลากเอง พ่อเคยด่าประจำว่ามาทำงานอะไรเอาใจคนอื่นแบบนี้ แทนที่จะนั่งเป็นประธานอยู่ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งที่พ่อตั้งขึ้น

มันก็จริง แต่ผมเบื่อไง ไปวิ่งเล่นมาตั้งแต่เด็ก

“เชิญทางนี้ครับ”
ผมผายมือเชิญให้เขาเดินนำ แต่เขาไม่เดินนำ กลับมาเดินเคียงข้างผมแทน

อะไรวะ

แต่ผมไม่ซีเรียส พาเขาตรงไปที่ลิฟท์ กดลิฟท์ ยืนรอ คนรอลิฟท์กันเยอะพอประมาณ

“เหนื่อยไหมครับ” ผมถามเอาใจ เขาไม่ตอบ เพียงแค่หันมามองเท่านั้น

โอเค เจ้านายผมคนใหม่เป็นพวกกลัวดอกพิกุลร่วง ก็ดีเพราะผมก็ขี้เกียจพูดเหมือนกัน พอเขาไม่พูด ผมก็ไม่สน หันไปมองลิฟท์ต่อ ฮัมเพลงเบา ๆ อย่างเคยชินเวลารอลิฟท์ เขาขยับเข้ามาใกล้จับเอวผมไว้ ผมหันไปมอง กำลังจะฉุนที่ถูกแตะเนื้อต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ลิฟท์มาพอดี ผมเลยพอเดาได้ว่าเขาน่าจะสะกิดบอกว่าลิฟท์มาแล้วมากกว่า

คนเฮกันเข้าลิฟท์ไม่ต่างกับผมและเขา เราพากันยืนนิ่ง ได้กลิ่นน้ำหอมลอยมาแปะจมูกบาง ๆ น้ำหอมกลิ่นหอมดี

กลิ่นไรวะ จะได้ใช้บ้าง

ลิฟท์จอดที่ชั้นสอง แต่เราต้องไปกันที่ชั้นหนึ่ง คนพากันเดินเข้ามาเพียบ ยังไม่ทันที่ผมจะได้ขยับ ก็มีมือปริศนาใหญ่ ๆ คล้องเอวผมดึงไปด้านหลังเบา ๆ จนแผ่นหลังผมแปะหน้าอกเขา ผมหันไปแหงนหน้ามองงง ๆ เจ้าของมือไม่ได้มองผมแต่มองตรงไปนอกลิฟท์

อื้ม มีมารยาทเหมือนกันนี่หว่า แต่ไมต้องถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนี้ด้วยวะ คืออยากบอกให้เขาปล่อยมือจากเอว แต่แบบ มันจะหาญน้ำใจเขาไปไหม

อีกชั้นเดียวไม่เป็นไรหรอก ผมยืนนิ่ง ๆ ให้มือใหญ่คล้องไว้ที่เอวแบบนั้น กระทั่งลิฟท์เปิดที่ชั้นหนึ่ง ผมก้าวออกไปก่อน ตามด้วยเขา

คือ มึง คือ คุณมึงเอามือออกไปจากบั้นเอวกูได้แล้วครับ ผมเดินเร็วขึ้นจนมือที่เอวหลุดออก ผมถอนหายใจเบา ๆ

เฮ้อ ฝรั่งแท้ ๆ นี่ถึงเนื้อถึงตัวกันง่ายจัง ผมพาเขาไปที่รถ เอากระเป๋าเก็บ เปิดประตูให้ เขาก้าวขึ้นไปนั่ง

โห รถผมเล็กไปถนัดตาเลย

ผมก้าวขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ ผมว่าที่นั่งจะแคบไปสำหรับเขานะ

“ปรับไปด้านหลังได้นะครับ” ผมบอก เขาหันมามองหน้าผมนิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร

เออ กูลืมไปว่ากูรับจ้างมาเป็นขี้ข้า

โอเค กูปรับให้ก็ได้ ผมขยับไปกดที่นั่งให้ ดันที่นั่งไปด้านหลัง โดยที่เขาก็ช่วยดันด้วย

“พอไหม”
ผมเงยหน้าถามทั้งที่มือยังอยู่ที่เบาะในลักษณะโอบเขาไว้ เขาก้มหน้าลงนิดหนึ่งตอบรับ

ผมขับรถพาเขาไปที่โรงแรมสุดหรูคืนละหลายหมื่นที่เขาจองไว้ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่รวยธรรมดา ต้องรวยมาก ๆ ถึงจะจองห้องขนาดนี้ได้

“เอาละครับ คุณต้องการจะเที่ยวเลยหรือว่าพักผ่อนก่อน”
ผมถาม เขาไม่ตอบ รวบจับเอวผมไว้ด้วยมือสองข้างดึงเข้าไปชิด ผมตาโต เพราะบางสิ่งตรงกลางระหว่างร่างกายเขามันตั้งขึ้นมาอย่างเด่นชัด ผมอ้าปากค้าง แหงนหน้ามองตา ยังไม่ทันที่เสียงจะได้ออกมาสู่โลกภายนอก ปากผมก็ถูกปิดสนิทซะแล้ว

นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!!!

........................................

มันเกิดอะไรขึ้น!!!!! คู่ฮามาแล้วค่าาา วิลเลี่ยมกับเชิดวุธ

 

ฝากติดตามคู่นี้ต้วยยยยย


Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15-05-2018 18:41:01 โดย memew »

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +556/-10

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :

#วิลเลี่ยมเชิดวุธ
:: Chapter 2 เอาเวอร์จิ้นกูคืนมา!! ::


นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!!!

ผมถามตัวเองตาโต

“อื้อ…”
เสียงผมมาแล้วครับ แต่มาได้แค่ในลำคอแล้วก็ต้องหดเก็บไป มันจูบผมยังไม่ว่า ยังฉกลิ้นเข้ามาอีกต่างหาก

หวา!!

ไอ้ลามก ไอ้โรคจิต ไอ้วิปริต ไอ้สารเลว ไอ้ ไอ้!!

“อื้อ...”
ผมครางในลำคออีกรอบเมื่อลิ้นนั้นเริ่มกระดกขยับเกี่ยวลิ้นผมไปมา แล้วมันก็ม้วนเอาลิ้นผมไปคลุกวงในเล่น ปากก็ขยับบดบี้

โอ้แม่เจ้า ผมถูกผู้ชายจูบ!

ผู้ชายต่างชาติด้วย!

ลูกค้าด้วย!!

เรี่ยวแรงผมเหมือนหุ้นที่ลดฮวบลงกะทันหัน ผมจับต้นแขนแกร่งไว้ คือกะจะดันมันออกแต่ตอนนี้มันช็อกจนหลงลืมไปแล้วว่าต้องดันออกยังไง หน้าผมแหงนไปตามแรงบดขยี้ด้วยลิ้นเชี่ยวชาญนั้น ผมว่าผมรุกเก่งแล้วนะ มาเจอหมอนี่ ผมนี่แทบจะกลายเป็นไอ้บื้อไปเลย

อื้อหือ จูบเก่งจัง นี่คือความแตกต่างกันระหว่างชาวไทยกับชาวต่างชาติซินะ

ไม่ใช่สิ!

นี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชมนะ!

“อื้อ…”
ผมครางท้วงในลำคอ แต่ลิ้นที่ฉกอยู่ภายในเริ่มทำให้ผมหลง ๆ ลืม ๆ วิธีพูดภาษามนุษย์แล้ว ของเขาก็ทิ่มอยู่กับหน้าท้องผม มันตั้งอย่างเห็นได้ชัดเลย

มึง สากยักษ์!!

เขาละปากออก น้ำลายบางส่วนของผมไหลยืดผ่านมุมปากเพราะแรงโหมเมื่อกี้ ผมหอบแฮก เขามองผมด้วยสีหน้าพอใจ

“มึง...”
ผมเผลอพูดภาษาไทยออกมา ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อเขาก็เลื่อนมือลงไปที่สะโพกผมบีบเบา ๆ จนผมผวาเฮือก ผมอ้าปากค้างด้วยความช็อกระลอกสอง

เดี๋ยว ๆ ใจเย็นเชิดวุธ มันเป็นฝรั่ง ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นนี่อาจเป็นแค่การทักทายธรรมดาก็ได้ ผมพยายามคิดปลอบใจตัวเอง

แต่ไอ้สากที่ทิ่มพุงกูอยู่นี่ไม่น่าจะใช่นะ!!

เขาก้มลงมาจูบผมอีกรอบ ผมรีบบีบสองต้นแขนแกร่งแน่น อยากผลักออก แต่ให้ตายเถอะ ชั้นเชิงการจูบนั่นทำให้ผมไปไม่เป็นเลย เขาละปากออก เลื่อนต่ำลงไปที่ลำคอ

ชัดเลย มันไม่ใช่การทักทายกันธรรมดาแล้ว ไอ้ด้านล่างก็กระดิกดุ๊กดิ๊ก

“ปล่อย!”
ในที่สุดผมก็ควานหาคำเจอ

แต่ไอ้วุธ! มันจะเข้าใจภาษาไทยที่มึงพูดไหม! 

มันหอมแก้มผมฟอดใหญ่ ลงไปงับติ่งหูไล่มาที่ลำคอ ต่ำลงไปที่ไหปลาร้า

“อ๊า…”
ผมครางออกมาเบา ๆ เพราะแรงซุกจากปากร้อน ๆ นั้น ให้ตายเพิ่งรู้ว่าเวลาโดนผู้ชายด้วยกันกระตุ้นมันจะหวิวได้ขนาดนี้

แต่ไม่ได้ ๆ ผมไม่ได้เป็นเกย์ ผมมาเพื่อพาลูกค้าเที่ยว ไม่ใช่มาทำเรื่องแบบนี้

“Stop!”
ผมตะโกนห้ามเสียงดัง

ครับ ดังมาก...

ดังออกมาจากลำคอนิดเดียวเอง แข่งกับลมหายใจนี่ ลมหายใจเหยียบแท่นอับดับหนึ่งแน่ ๆ

เขาบีบแก้มก้นผมแรงขึ้นสลับกันสองข้าง เริ่มได้ยินเสียงลมหายใจแรง ๆ ของเขาแล้ว

โอ้ว ไม่นะ ผมไม่อยากนอนกับผู้ชาย ToT

มือร้อนข้างหนึ่งล้วงผ่านชายเสื้อเข้ามาภายใน

“อื้อ…”
สาบานได้ว่านี่คือเสียงผม ผมครางออกมาเบา ๆ เมื่อมือนั้นกำลังเช็กแฮนด์ทำความรู้จักกับหัวนมผมอยู่ ไม่รู้ว่าหัวนมผมมันอยากจะเป็นนักสู้อะไรตอนนี้ นี่ถ้ามันใส่นวมได้ ผมคงใส่นวมให้หัวนมผมไปแล้ว มันตั้งเด่สู้มือของเขาใหญ่ ไอ้นี่ก็สะกิดท้าทายใหญ่

“อย่า...”
ผมครางห้าม แต่เสือกห้ามด้วยภาษาไทย มันคงจะรู้เรื่องหรอกนะ! ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นกระดุมเสื้อผมก็แยกทางกับรังดุม มันร่นเสื้อผมลงไปแขวนไว้ที่แขน 

มึงแขนกูไม่ใช่ไม้แขวนเสื้อนะ! 

ผมพยายามจะดันทั้งมือทั้งหน้ามันออก แต่ไม่มีแรงครับ มันเลื่อนปากต่ำลงไปงับหัวนมผมเบา ๆ ผมครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“อะ ไอ้”
ผมด่าได้แค่นั้น ขยุ้มหัวมันไว้แรง ลูกคงลูกค้าผมไม่รับรู้แล้วครับ กระตุ้นเก่งมากจนร่างกายผมตื่น มันเลื่อนมือลงไปกอบกุมความภาคภูมิใจผมไว้

เหมือนโดนน็อคกลางอากาศ ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก เสียวด้วย เพราะลิ้นเขาเล่นละเลงไปรอบหัวนมผมแล้ว

มันยกผมขึ้น ให้ผมนั่งอยู่บนน้องที่ตั้งเด่ คล้องขาผมโอบรอบสะโพกไว้ เดินดุ่ม ๆ ไปที่เตียง

“ไม่นะเฮ้ย กูไม่นอนกับมึง ปล่อยกูเดี๋ยวนี้นะ!”
ผมรัวบอกด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ ตอนนี้ลืมภาษาอังกฤษไปแล้วครับ

มันวางผมลงบนเตียงตามติดด้วยตัวมันเอง ผมอยากดิ้นรนจริง ๆ ให้ตาย แต่ปากที่กำลังงับหัวนม ซุกซอกคอ มือไม้ที่กำลังไล่ไต่ไปทั่วทำให้ผมเสียวจนไม่รู้วิธีปฏิเสธแล้ว

ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นกางเกงผมก็หลุดหายไปจากตัวเหลือไว้แค่เสื้อที่สาบเสื้อแยกทางจากกัน

แม่เจ้า น้องผมตื่นครับพี่น้อง ตื่นอย่างขัดคำสั่งเจ้านายมันที่สุด

“อย่า”
ผมร้องห้าม เขาขยับลุก ถอดเสื้อออก

โห ว้าว กล้ามอย่างใหญ่อ่ะ แปดห่อได้มั้ง

เฮ้ย! ไม่ใช่!!

“อย่านะไอ้โรคจิต!”
ผมผลักเขาออกแรง แต่ร่างนั้นไม่เขยื้อน เขาขยับปลดเข็มขัด ไม่ได้ถอดกางเกงครับ แค่ดึงน้องมันออกมาเฉย ๆ

ผมตาโตจ้องมองสากยักษ์ตรงหน้า

“ไม่ไม่ไม่ไม่ กูไม่ใช่เกย์ กูไม่ใช่ตุ๊ด ปล่อยกูไป”
ผมรีบรัวลิ้นบอก ทำไมมึงถึงได้โง่ขนาดนี้วะ ทำไมฟังภาษากูไม่ออก มันจับมือผมไปกุมสากมันไว้ ผมตาโตรีบชักมือกลับ

“ปล่อย!”
ผมห้ามมันด้วยภาษาไทย มันรีบจับผมพลิกคว่ำ

“เฮ้ยอย่า!”
ผมยังห้ามมันเป็นภาษาไทย มันไม่พูดอะไร มุดหน้าเข้ามาตรงร่อง

อ๊ากกกก!!! พ่อจ๋าแม่จ๋า พี่ ๆ น้อง ๆ ตอนนี้มีผู้ชายกำลังแหย่ลิ้นอยู่ด้านหลังผม!!

ผมจะขยับตัวหนี แต่มันก็รั้งไว้ ห่อลิ้นแหย่ ๆ เข้ามา ผมกระตุกวูบ รู้สึกแปลก ๆ กับสัมผัสนั้น มันแหย่ลิ้นเข้ามาลึกขึ้นขยับเข้า ๆ ออก ๆ ผมได้แต่คราง ไม่ได้อยากรู้สึกดี

แต่ตอนนี้มันรู้สึกดีฉิบหาย!

มันยังแหย่ลิ้นเข้ามาไม่หยุด ให้ผมกระตุกวูบ ๆ ก่อนมันจะถอนลิ้นออกไปแล้วแหย่นิ้วเข้ามาแทนในระดับที่ลึกขึ้น ผมครางออกมาทันที เพราะสกิดถูกจุดกระสันมากขึ้น ผมแหงนหน้ากำที่นอนแน่น ไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าตัวเองจะเป็นพวกอ่อนไหวง่ายดายขนาดนี้   

เขาเลื่อนนิ้วเข้ามาลึกขึ้น อีกมือก็เลื่อนมาสู้กับหัวนมผมที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสู้มือมันไม่หยุด มันก้มตัวลงมานาบแผ่นหลังผมไว้ ไอร้อน ๆ นั้นแทบเผาไหม้ร่างกายผมเลย

“หือ?”
มันครางในลำคอเหมือนกำลังสงสัยอะไรสักอย่าง ทะลวงนิ้วลึกขึ้นอีก

“อ๊า…” ผมครางเสียงดัง

“ยังเวอร์จิ้นอยู่นี่”
กะ ก็ใช่น่ะสิ ผมหอบแฮก ร่างกายสั่นริกไปหมด เขาจับผมพลิกหงาย ผมมองมันตาคลอ มันเสียวมากจริง ๆ มันยังกระตุ้นภายในไม่หยุดจนผมกระตุกวูบ ๆ

“นี่ยังเวอร์จิ้นอยู่จริง ๆ เหรอเนี่ย”
เขาไม่ถามด้วยปากเปล่าแต่ยังส่งนิ้วเข้าไปสำรวจลึกขึ้นอีก ผมอ้าปากครางออกมาเสียงดัง เลื่อนมือสั่น ๆ ไปจับมือเขาไว้หวังให้เขาหยุดการกระทำสำรวจถ้ำน้อยของผมลง

“ยะ อย่า”
ผมห้ามเสียงสั่น มันจับคางผมไว้ ใบหน้าฉาบรอยยิ้มอ่อนโยนเอาไว้บาง ๆ

“เป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่ฉันจะได้นอนกับหนุ่มเวอร์จิ้น ไม่ต้องกลัว ฉันจะอ่อนโยนให้มาก ๆ”

“มะ ไม่”
ผมครางห้าม จับมือที่ยังสำรวจถ้ำผมไว้หวังดึงออก เขาจับหัวเข่าผมไว้แยกกว้างนิด ๆ ให้ทะลวงนิ้วได้ถนัดขึ้น

ให้ตายทำไมมันถึงได้รู้สึกดีขนาดนี้นะ

ชักเข้าใจความรู้สึกของพวกตุ๊ดพวกเกย์ที่ชอบให้ผู้ชายด้วยกันทะลวงด้านหลังซะแล้ว

แต่ไม่ได้ ๆ ถึงจะรู้สึกดีขนาดไหน ผมก็ยังเป็นผู้ชาย

ผู้ชายทั้งแท่งด้วย!

หนำซ้ำคนที่จะมาทะลวงก็ยังเป็นผู้ชายต่างชาติที่มีสากกะเบือขนาดใหญ่อีกต่างหาก ขืนโดนทะลวงจริงมีหวังแหกแน่ ๆ

“ปล่อย”
ผมบอกด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ บีบรัดนิ้วมือนั้นแน่น ตอนนี้เขาเริ่มทะลวงเข้ามาสองนิ้วแล้วครับ

“อื้อ อย่าเกร็ง”
เขาปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือมันดูจะชำนิชำนาญมาก มือหนึ่งกระตุ้นด้านหลัง อีกมือลูบไล้ไปทั่วไปทั้งร่างผมให้รู้สึกเพลิดพลิ้ว จากสองนิ้วมันใส่นิ้วที่สามเข้ามาแหวก ๆ คล้ายจะเบิกทาง

ผมกระตุกร่างกายทุกครั้งเมื่อนิ้วนั้นเคลื่อนผ่านจุดอ่อนไหว เหมือนเขาจะเรียนรู้ว่าจุดไหนในร่างกายผมต้องการการเอาใจมากกว่าตัวผมเองที่เป็นเจ้าของเสียอีก

“อย่า...”

“อีกนิดเดียว ถ้าไม่เตรียม เข้าไม่ได้แน่ ๆ” 

แล้วใครจะให้มึงเข้ามาวะ!

ตัวผมสั่นริก ดวงตาพร่ามัวไปหมด มันมองหน้าผมไม่วางตา

“เธอเซ็กซี่มาก”
เซ็กซี่บ้านเตี่ยมึงดิ! กูกำลังทรมาน

“เอาล่ะ น่าจะได้แล้ว”
มันบอกแค่นั้น ถอนนิ้วออก ผมหายใจอย่างโล่งอก แต่มาตาโตอีกรอบ เมื่อมันเคลื่อนลำตัวแทรกกลางเข้ามาระหว่างขาผม

“ไม่ต้องกลัว ฉันจะทำช้า ๆ”
มันพูดพร้อมค่อย ๆ จับสากยักษ์แข็งทิ่มปลายเข้ามาเบา ๆ

“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่”
ผมรัวลิ้นบอก จับแขนมันไว้หวังดันออก

“อย่าเกร็ง หายใจลึก ๆ”
ผมหายใจหอบถี่แทน ส่วนหัวผลุบหายเข้ามาอย่างรู้สึกได้เพราะอุณหภูมิร้อน ๆ เขาขยับดันเข้ามานิดหนึ่งแล้วขยับออก แล้วใส่ลึกเข้ามาอีก ขยับเข้า ๆ ออก ๆ อยู่อย่างนั้นเพื่อให้ร่างกายผมคุ้นชิน 

ผมกลั้นหายใจเพราะกลัวแหก มึงตั้งแต่เกิดมา กูให้มันออกอย่างเดียวไม่เคยนำเข้ามาก่อนเลยจริง ๆ มันเลื่อนมือมาจับน้องผมไว้ นวดคลึงเพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย มันผ่อนคลายจริง ๆ

ใช้เวลาเกือบสิบนาทีอย่างอดทนที่สุด ในที่สุดสากยักษ์ก็เข้ามาในร่างกายผมได้สำเร็จ ร่างกายผมบีบรัดสิ่งแปลกปลอมแรงจนเขาครางในลำคอ

น้ำตาผมไหลแล้วครับ ไหลเพราะความจุก แน่นและเจ็บ กล้ามเนื้อหูรูดกูขาดหมดแล้วมั้งน่ะ

“ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ฉันพยายามอ่อนโยนอย่างที่สุดแล้วนะ”
เขาเลื่อนมือมาเกลี่ยน้ำตาออกให้

พ่อครับ แม่ครับ ขอโทษที่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวังในตัวลูกชายคนนี้ แต่ตอนนี้ลูกของพ่อกับแม่กลายเป็นเมียชาวบ้านไปแล้วครับ

“อดทนอีกนิดนะ เดี๋ยวก็รู้สึกดีแล้ว ฉันจะอ่อนโยนให้มาก ๆ”
เขาเริ่มขยับเบา ๆ อย่างเชื่องช้าที่สุด ค่อย ๆ ขยับทีละสเต็ปมือไม้ก็จับเนื้อตัวรวมถึงน้องผมเพื่อให้ผมรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

เขาบี้หัวนมผมเบา ๆ ตัวผมสั่นสะท้านจนรู้สึกได้ แรงขยับด้านหลังก็เพิ่มจังหวะที่ลื่นไหลมากขึ้น

“อ๊า ตัวเธอน่ารักมาก แดงจัดไปหมดทั้งตัวแล้ว”
น่ารักพ่อง! หล่อสิเฟ้ย พ่อกับแม่อุตส่าห์ตั้งใจทำ

ผมกัดปากนิด ๆ พยายามอดทนต่อความรู้สึกดี ๆ ที่มีตอนนี้ ผมรู้ว่าร่างผมมีเชื้อพ่ออยู่ครึ่งหนึ่ง เชื้อที่ได้ชื่อว่ามีความต้องการที่สูงเกินกว่าระดับปกติ ไอ้ความต้องการทางเพศระดับสามัญผมพอเข้าใจได้ แต่ในฐานะฝ่ายรุกนะ ไม่ใช่รับแบบนี้

มันละมือจากนมผมไปจับสะโพกผมไว้ ตัวมันใหญ่จริง ๆ ขนาดผมว่าผมตัวใหญ่แล้ว ต่อให้ไม่ใหญ่ขนาดพี่ชายหรือพี่เชนทร์ แต่ก็ไม่ได้ตัวเล็กขนาด  ชยันต์ ผมน่าจะอยู่กึ่งกลางระหว่างพี่ใหญ่และน้องเล็กสมกับเป็นคนกลาง ๆ มากกว่า แต่พอมาเทียบกับร่างกายหมอนี่แล้ว ผมดูเป็นคนแคระไปเลย สองมือใหญ่ตะปบสะโพกผมแน่น สอบสะโพกเข้ามา

ร่างกายผมสร้างสารหล่อลื่นได้ด้วยตัวเอง และตอนนี้มันก็ทำงานได้เป็นอย่างดี เขาครางพอใจในลำคอ ยิ้มนิด ๆ ขณะมองหน้าผม

“ฉันปรารถนาจะได้เจอใครสักคนที่มีร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องแบบนี้ ไม่คิดว่าจะได้มาเจอที่นี่”

ผมซี้ดปากตอนสิ่งนั้นบดขยี้จุดเร้าผมแรง

“ฉันจะทำให้เธอมีความสุขที่สุด ฉันสัญญา” แล้วเขาก็ทำอย่างที่พูดจริง ๆ ผมครางออกมาอย่างไม่อาย

“ฉันชอบเสียงครางของเธอนะ เพราะดี”
ผมกัดฟันพยายามไม่ครางออกมาเอาใจ เขาหัวเราะหึ ๆ กระแทกท่อนล่างเข้ามาแรง ผมครางรับเสียงดัง รู้สึกเสียววาบยิ่งกว่าเดิม ขาสั่นริก หน้าแหงนอย่างเพลิดพลิ้ว

ให้ตายสิ รู้สึกดีชะมัด

ดีสุด ๆ

“ชอบให้ทำแรง ๆ หรอกรึ”
คืออยากปฏิเสธว่าไม่ แต่ไม่ทันได้ทำหมอก็กระแทกลำท่อนเข้ามาแรง ๆ เป็นจังหวะ ผมส่ายหัวครางลั่นเสียงดัง ลีลาสะโพกหมอนี่ไม่ใช่ย่อย ๆ เลย หนังโป๊ฝรั่งยังไงยังงั้น

“เปลี่ยนท่ากันบ้างดีกว่า”

“มะ ไม่ต้อง”
ผมรีบห้ามเสียงดัง

แน่นอน… ด้วยภาษาไทย 

มันคงจะฟังออกหรอกนะ!!

มันจับผมพลิกตะแคงข้าง ยกขาผมข้างหนึ่งสูง อีกข้างจับงอนิด ๆ แล้วเชื่อมประสานอีกรอบ 

โอ๊ย! ไอ้บ้า!! แค่ท่าเบสิกกูก็แทบไม่ไหวแล้ว นี่ยังจะมาท่ายากอีก

แล้วมันก็เริ่มต้นบรรเลง จากช้าไปเร็วสลับกับช้าอยู่อย่างนั้น จากตะแคงข้างมันจับผมหมุนเป็นตุ๊กตายางคุกเข่า

ท่าประจำผมเลยครับ ผมชอบทำกับสาว ๆ เพราะรู้ว่ามันลึกถึงใจ ทำถนัดด้วย และแน่นอนเป็นท่าที่ซัดตูม ๆ ได้ถนัดที่สุด

แต่พระเจ้า... กรรมกำลังตามสนองผม เพราะทันทีที่ผมพลิกคว่ำ เข่ารองรับน้ำหนักตัวได้ สิ่งนั้นก็ซัดตูมซัดตู้มเข้ามา

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะ ผมครางเสียงดัง มือรองรับน้ำหนักตัวท่อนบน ผมแหงนหน้าครางออกมาเสียงดัง ภาพสาว ๆ ที่ผมฟัดฉายชัดขึ้นมาในหัว

สัญญาว่ากูจะไม่ทำท่านี้กับใครอีกแล้ว เสียวก็จริง แต่ทรมานคนรับฉิบหาย 

“ร่างกายเธอน่ารักมาก”
มันออกปากชมไม่หยุด ขยับรุนแรง สองมือใหญ่ ๆ จับสะโพกผมไว้ ร่างกายมันไปเองครับ ผมแอ่นสะโพกเข้าหาเพื่อให้สิ่งนั้นเข้ามาได้ง่ายขึ้น

“ไม่ไหวแล้ว ไปพร้อมกันนะ” มันบอกพร้อมเร่งเครื่องเร็วขึ้น 

โอโห มึง มึงซัดกระทิงแดงก่อนลงจากเครื่องรึไง ร่างผมสั่นไหวไปหมดจากแรงกระแทกระดับกระทิงต่างชาตินั้น

ผมร้องลั่นกระตุกร่างกายไปก่อนมันอีก ส่วนคนด้านหลังเร่งเครื่องต่ออีกไม่ถึงนาทีมันก็ทำกระดูกเชิงกรานผมแทบหักจากแรงซัดครั้งสุดท้ายนั้น

ได้ยินเสียงคำรามของคนด้านหลัง มีอะไรอุ่น ๆ ที่ฉีดปรี๊ด ๆ อยู่ภายใน ร่างที่กระตุกเป็นจังหวะของคนด้านหลัง มันบดส่วนนั้นแนบติดกับผมแน่น ราวกับจะหลอมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับผม บดนวดไปมาเพื่อให้ภายในผมรีดเค้นเอาน้ำมันออก

ผมหอบแฮกอยู่ท่าเดิม มันเองก็เหมือนกัน จนขนาดของเขาหดลง น้ำที่อยู่ภายในก็ค่อย ๆ ไหลล้นออกมาจนรู้สึกได้ มันไหลอาบไปทั่วทั้งเรียวขาผม เขาจับผมพลิกหงาย คุกเข่าจ้องมอง ผมนอนหอบไม่มีแรงจะห้ามปราม มันคุกเข่าก้มมองผลงานตัวเองอยู่นาน ก่อนเลื่อนสายตามามองผม ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“รู้ไหม ฉันไม่เคยไม่ใส่ถุงยางกับใครเลยนะ เธอเป็นคนแรก ฉันรู้สึกภูมิใจจัง”

แต่กูไม่ภูมิใจ! 

ผมยังหอบไม่หยุด ร่างกายยังสั่นริก อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่พูดไม่ออก มันเลื่อนมือมาแตะตรงผนังนุ่มนั้น ผมผวาเฮือกเผลอครางออกมาเบา ๆ คงเพราะส่วนนั้นยังเซนซิทีฟอยู่

“จับตรงไหนก็น่ารักไปหมด น่ารักมาก ฉันขออีกรอบนะ”
ผมตาโต มันไม่พูดเปล่า ขยับสอดใส่สากที่แข็งพร้อมใช้งานของมันเข้ามาอีกรอบ

ไม่น้าาา







มีต่อ >>

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
“อืม...” ผมสะลึมสะลือตื่นจากความฝัน 

“ไม่ทันแล้วล่ะ ฉันนอนกับเด็กนั่นไปแล้ว” ได้ยินเสียงอะไรแว่ว ๆ เป็นเสียงผู้ชาย 

“ถึงว่ายังเวอร์จิ้น แล้วทำไมไม่แจ้งไว้ตั้งแต่แรก” เสียงนั้นยังดังไม่หยุด

“ไม่รู้ เด็กนี่ไม่พูดภาษาอังกฤษกับฉันเลย พูดแต่ภาษาไทยแล้วก็คราง เลยไม่รู้ว่าไม่รู้เรื่อง”

ใครวะ จะว่าเป็นเสียงของพี่เชนทร์ก็ไม่น่าจะใช่

“ไม่เป็นไรฉันจัดการเอง แต่พวกนายมีความผิดที่ไม่แจ้งฉันก่อน” 

ผมพยายามปรือตามอง เมื่อกี้ผมฝันด้วย ฝันว่าโดนผู้ชายเอา พอสายตาปรับภาพได้ สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานที่ตกแต่งไว้แบบโคตรหรู

เพดานนี้มันคุ้น ๆ นะ 

รู้สึกปวดแปลบที่บั้นท้ายจนผมครางโอ๊ยออกมาเบา ๆ

“เขาตื่นแล้ว แค่นี้ก่อนนะ ไม่เป็นไร ฉันจัดการเองได้”

รู้สึกเหมือนมีใครมาทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ ผมหันไปมอง ตาโตทันทีที่เห็น

มันไม่ใช่ความฝัน!

“อะ ไอ้โรคจิต”
ผมด่ามันด้วยภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ

“ฉันฟังภาษาไทยไม่ออกหรอกนะ” มันพูด “แต่ฉันรู้แล้วว่าเธอไม่รู้เรื่องอะไร ขอโทษที่นอนด้วยโดยไม่ถามความเห็นก่อน ปกติพวกเขาจะส่งเด็กที่รู้เรื่องมาให้ ไม่คิดว่าจะไม่รู้เรื่องแบบนี้” ตอนนี้ต่อมแปลภาษาผมพังครับ

“แต่ฉันดีใจนะ ดีใจที่ฉันเป็นคนแรกของเธอ ดีใจที่เธอไม่ใช่เด็กขาย ดีใจที่เธอไม่รู้เรื่องทำให้รู้ว่าเธอบริสุทธิ์จริง”

มะ มึง มึง มึงมาพรากจิ้นกูไปแล้วยังมาดีใจอะไรอีก!!

“ขอให้นิ้วโป้งตีนมึงหัก”
ผมด่าคำที่คิดว่าน่าจะเจ็บแสบที่สุดไป มันทำหน้าฉงนกับภาษาที่ผมใช้ เลื่อนมือมาเกลี่ยแก้มผมเบา ๆ

“ฉันชอบเธอนะ ชอบตั้งแต่เห็นครั้งแรกแล้ว” แล้วมันก็จับมือผมยกขึ้นจุมพิตแบบที่ผมชอบทำกับสาว ๆ

“ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่างตามแต่เธอจะเรียกร้อง”

ผมพยายามประมวลผล โอเค ผมตกลงรับงานกับเพื่อน แล้วถูกไอ้บ้านี่ปล้ำ

“ปล่อยไอ้โรคจิต”
ผมด่าด้วยภาษาไทยเหมือนเดิม ก่อนสะบัดหัวนิดหนึ่งแล้วแปลงภาษาใหม่

“ปล่อยไอ้โรคจิต ผมไม่ใช่เกย์”
ดวงตาเขาฉายแววอะไรสักอย่าง ก่อนยิ้มพรายในดวงตา รอยยิ้มพออกพอใจ

“ถ้าคิดว่าคนที่เป็นเกย์เป็นโรคจิตฉันก็ยอมรับ แต่ฉันก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนนี่”

“ทำสิ ผมนี่ไง อยู่ ๆ ก็มาปล้ำกัน คุณมันเลว โรคจิต”
ผมด่าต่อ เขาส่ายหัวไปมา

“ฉันทำไปเพราะฉันไม่รู้ ปกติเวลาไปเที่ยวที่ไหน เลขาจะจัดส่งเด็กที่รู้เรื่องและเป็นมืออาชีพมาให้ ไม่คิดว่าเธอจะไม่รู้เรื่อง แถมยังไม่ประสาเรื่องนี้อีก”

ผมอ้าปากค้าง

นี่กูกำลังโดนด่าว่าไม่ประสาเรื่องเซ็กส์งั้นเหรอ

มึง มึงกำลังดูถูกน้ำเชื้อพ่อกู!

แต่จะว่าไปแล้ว ถ้าแข่งกันรุกผมอาจสูสี แต่รับนี่ครั้งแรกจริง ๆ

“แต่ฉันดีใจนะที่เธอไม่ประสา เธอดูบริสุทธิ์ เรียบร้อย น่ารัก ฉันไม่เคยได้ยินใครครางได้น่ารักแบบเธอมาก่อนเลยจริง ๆ แม้แต่คนญี่ปุ่นที่เขาว่ากันว่าครางได้เร้าใจ ฉันก็ยังเฉย ๆ แต่เธอ ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงเลย”

ผมอ้าปากพะงาบ ๆ

มะ มึงว่าอะไรนะ มึงมาว่าแมนทั้งแท่งแบบกูครางน่ารัก คะ ความภาคภูมิใจกูอยู่หนใด รีบออกมาปรากฏตัวด่วน

“ท่าทางช็อกแบบนี้ของเธอก็น่ารัก ไม่ว่าจะท่าไหน เธอก็น่ารัก น่ากินไปทั้งตัวเลย ฉันชอบเธอมากจริง ๆ”
พูดจบมันก็ก้มลงมาจูบหน้าผากผมเบา ๆ

“ขอประทานโทษ” ผมพยายามพูดอย่างใจเย็น “ผมไม่ใช่เกย์ และไม่คิดจะเป็นด้วย ผมรับจ้างมาเป็นคนนำเที่ยว แค่นำเที่ยวเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะมาเป็นคู่เที่ยวพร้อมอีหนูแบบนี้”

เขามองหน้าผม

“บางทีเธออาจต้องคุยกับเพื่อนของเธอนะ เมื่อกี้ฉันคุยกับเขาแล้ว เขาโทรมาเล่าว่าเธอคงไม่ทำหน้าที่’เด็ก’ให้ใครนอกจากนำเที่ยวอย่างเดียว แต่ฉันบอกว่าสายไปแล้ว”

ผมอ้าปากค้าง แปลว่าเพื่อนผมมันก็รู้เรื่องหมดทุกอย่างน่ะสิ

“ผมจะโทรหาเพื่อน”
ผมรีบรัวลิ้นบอก เขาหยิบมือถือมายื่นให้ ผมกดเบอร์ ทันที เสียงสัญญาณดังไม่ถึงสามครั้งมันก็รับสาย

“ฮะ ฮาโหลว”

“ไม่ต้องฮาหลงฮาโหลวเลย นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้!!” ผมโวยลั่น

“ขะ ขอโทษจริง ๆ กูก็บอกแล้ว ว่าหน้าที่อื่นก็ให้บอกเขาไปว่าดูแลไม่ได้ ไม่คิดว่ามึงจะยอมเขาง่าย ๆ กูกะเวลามาว่าน่าจะทันการแล้วนะ แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้”

“ก็ใช่อะดิ เข้าห้องได้มันก็ปล้ำกูเลย”

“ปะ ปล้ำเลยเหรอ”

“เออดิ มึงคิดว่าคนอย่างกูจะยอมง่าย ๆ รึไง”

มันนิ่งไป ผมเปิดศักราชนั่งวีนมันต่อจนมือถือแทบแบตหมด ด่ามันจนเหนื่อย ผมเองก็เพิ่งรู้ว่ามันทำแบบนี้ด้วย

“นี่ปกติมึงนอนกับลูกค้าด้วยเหรอ มึงเป็นเกย์”

“โทษ กูกลัวมึงรับไม่ได้ กูเลยไม่กล้าบอก”

“เรื่องมึงเป็นเกย์ยังไม่ทำให้กูฉุนขาดเท่ากับมึงขายตัวเลยนะ!”
ผมตะคอกด่ามันอีกรอบ

“เปล่า กูไม่ได้ขาย ว่ายังไงดี กูเป็นเกย์นะ ชอบเรื่องพวกนี้ ที่กูรับงานเพราะได้นอนกับคนหล่อ ๆ นี่แหละ แถมยังได้เที่ยวด้วยได้เงินด้วย วิน ๆ กันทุกฝ่าย”

“โอ๊ย กูจะเป็นลม” แล้วผมก็บ่นมันไปอีกระลอก

“มึงเอาไง” มันถามต่อ

“กูจะกลับ กูไม่ทำให้มึงแล้ว ยกเลิกไปเลย ให้มันล่มไปบริษัทมึง แม่ง มันไม่ใส่ถุงด้วย ติดโรคขึ้นมาทำไง”

“เฮ้ย!!” มันทำเสียงตกใจ “ปกติเขาป้องกันตลอดนะ”

“ป้องกันทำเตี่ยไร สด แตกใน สามรอบเน้น ๆ กระแทกมาจนกระดูก   เชิงกรานกูแทบหัก”

“อูย มึงพูดซะกูเสียดาย”

“เชี่ย ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้ใส่กู กูไม่คืนเงินให้มึง ไม่เรียกร้องเพิ่มก็บุญแล้วนะมึง”
ของกไว้ก่อนครับ

“เออ ๆ งั้นก็บอกเขาละกัน เมื่อกี้กูก็คุยให้แล้ว เราได้คนดูแลใหม่แล้วด้วย เดี๋ยวจะส่งไปให้เขาแทนมึง”

“เออ รีบส่งมาเลย กูจะกลับบ้าน”
ผมบอกแค่นั้น กดตัดสายไป หันไปมองผู้ร่วมห้องตาขวาง สิ้นสุดการเป็นลูกค้าแล้วนี่ ผมก็ไม่จำเป็นต้องวางตัวดี ๆ แล้ว

“เขาจะส่งคนใหม่มาให้ ผมจะกลับ เรื่องที่เกิดขึ้นก็ถือว่าแล้ว ๆ กันไป ผมไม่เอาความ ลืม ๆ มันซะเถอะ”

เขาส่ายหัวไปมา ยิ้มละไมในสีหน้า จับมือผมแล้วเอาไปวางไว้บนสากยักษ์ที่บัดนี้มันตื่นขึ้นมาอีกระลอก ผมตาโตอ้าปากค้าง

“เธอเป็นคนแรกเลยนะที่ทำให้ฉันตื่นเพียงแค่มองหน้าเท่านั้น”

“ดะ เดี๋ยว!”

เขาจับผมกดลงกับที่นอนอีกรอบ

“ปล่อย ผมไม่ใช่เกย์ แล้วก็ไม่ได้อยากนอนกับคุณ ที่สำคัญ ผมยกเลิกการนำเที่ยวคุณแล้ว ปล่อย อะ อ๊า…”
แม่งเลวเอ๊ย มันไม่ฟังผมเลยครับ จับขาผมพาดไหล่แล้วเสียบเข้ามาเลย ทีเดียว มิดลำ ตัวผมสั่นริกขึ้นมาอีกรอบด้วยความเสียวซ่าน

“หึ ๆ เหมือนร่างกายเราจะเข้ากันได้ดีนะ”

“ดีเชี่ยไร”
ผมด่ามันเป็นภาษาไทย แล้วผวาครางเสียงดังเมื่อเขาเริ่มขยับดึงออกและใส่กลับเข้ามาใหม่

ไอ้ร่างกายทรยศ! ไอ้ร่างกายเลวระยำ! ไอ้ร่างกายไม่รักดี! ไปยอมมันทำไม!

ได้ยินเสียงหัวเราะพออกพอใจของคนด้านบน เขาจับขาผมยกสูง แล้วบรรเลงเพลงสวาทชาติฝรั่งที่ทำให้ผมทำได้แค่คราง คราง แล้วก็ครางเหมือนคนจะสิ้นใจเท่านั้น

“น่ารักมาก ฉันคงหลงรักเธอซะแล้ว”

“ตะ แต่กู อืม…ไม่รักมึง”
ผมตอบกลับด้วยภาษาไทยกระท่อนกระแท่น

“ฉันฟังภาษาไทยไม่ออกนะเชิดวุธ ภาษาอังกฤษสิ”
มันบอกในขณะที่ส่ายเอวพลิ้ว ๆ ของตัวเองไปมา

“อื้ม..รัก..คุณ”
คือจะพูดว่า’แต่ผมไม่ได้รักคุณ’ด้วยภาษาอังกฤษ แต่คำอื่นมันหายไปเหลือไว้แค่สองคำนี้เท่านั้น เขาทำหน้าดีใจ ขณะที่ยังเคลื่อนไหวสะโพกไม่หยุด

“จริงเหรอ เธอเองก็รักฉันเหมือนกันเหรอ”

ไม่ใช่เว้ย!!

อยากปฏิเสธครับ แต่ตอนนี้ทำได้แค่กัดฟัน เอียงหน้า จับมือใหญ่ที่จับสะโพกผมไว้เพราะความเสียวซ่านเกินระดับนั้น

สารภาพตามตรงว่านอนกับผู้หญิงมาเยอะ รุกจนผู้หญิงสลบคาเตียงมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีเซ็กส์ครั้งไหนทรมานเท่ากับมีอะไรกับหมอนี่ มันเสียว เสียวแบบแทบขาดใจตายกันไปข้าง

ยิ่งหมอนั่นกระแทกแรงเท่าไหร่ ผมนี่จะตายเอา ร่างกายสั่นสะท้านไปหมด รู้สึกดีมากจริง ๆ

“ชอบแบบนี้ใช่ไหม”

ผมรู้ว่าผมชอบเซ็กส์ที่รุนแรง แต่เคยเป็นแต่ฝ่ายรุกไง ไม่คิดว่าตอนเป็นรับจะชอบแบบนี้ด้วย

แล้วเขาก็เอาใจผมไปอีกหนึ่งยกเน้น ๆ 



ผมนอนหมดแรงจนได้กลิ่นหอม ๆ ของอาหารหอม ๆ ปลิวมาแปะจมูก

“กินข้าวก่อน ส่วนนี่ยา” 

หิวแทบตาย ผมรีบพยุงตัวลุกนั่งซัดแหลกทันที ไม่ถึงสิบนาทีก็อิ่มกรอกยาเข้าปาก ผมมองคนตรงหน้าตาขวาง

“จะกลับแล้ว ถ้าทำอะไรผมอีก ผมจะแจ้งตำรวจจับคุณข้อหาข่มขืน”
ผมขู่ เขามองหน้าผม

“ฉันชอบเธอนะ”
แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ผมมองกลับอึ้ง ๆ

“ขอโทษ แต่ผมไม่ได้ชอบคุณ และไม่ได้เป็นเกย์ด้วย”

“ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร แต่ฉันชอบเธอ อยู่ด้วยกันกับฉันนะ”

“เขาส่งคนมาให้แล้ว ไปเอาคนที่พร้อมสำหรับคุณดีกว่า”

“ฉันไล่กลับไปแล้ว”

ผมอ้าปากค้าง

“ไล่ไปทำไม! ผมยกเลิกนำเที่ยวคุณแล้วนะ”

“ฉันไม่ต้องการคนอื่น ฉันต้องการแค่เธอคนเดียว”

“แต่ผมไม่ต้องการคุณ ถ้าไม่อยากได้คนนำเที่ยวคนอื่นก็เที่ยวคนเดียวไปละกัน”
ผมขยับตัวจะลุก แต่เขาจับมือผมไปกุมไว้ 

“ฉันชอบเธอจริง ๆ นะ”

“แต่ผมไม่ชอบคุณ อย่าให้ถึงกับต้องเกลียด”

เขานิ่งอึ้ง สีหน้าขรึมขึ้น

“ถ้าเธอไม่ยอม ฉันจะทำให้บริษัทเธอเพื่อนเธอล้มละลาย”

ผมไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำได้

“อย่ามาขู่ให้ยาก”
ผมขยับลุก เขาล้วงหยิบมือถือขึ้นมากด กรอกเสียงพูดกับใครสักคนเหมือนเป็นเลขาแล้วสั่งในทำนองว่าให้ดิสเครดิตบริษัทเพื่อนผมและทำให้บริษัทนั้นไม่สามารถติดต่อการค้ากับใครในโลกได้อีก 

ผมรีบดึงมือถือออกจากปากเขากดปิดทันที

“อย่าทำบ้า ๆ คนอื่นเขาสร้างบริษัทมาด้วยความยากลำบาก จะมาถูกทำลายเพราะความต้องการของคุณคนเดียวได้ไง”

“ยอมฉันสิ อยู่เที่ยวกับฉัน แค่สองอาทิตย์เท่านั้น”

ผมเม้มปากแน่น   

“ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ”

เขาแย่งมือถือจากมือผมไปจะโทรออกอีก แต่ผมเบรกไว้

“ทำไมไม่ยอมนอนกับคนที่พร้อมจะนอนกับคุณ มีเยอะแยะ เพื่อนผมยังอยากเลย เรียกมันมานอนด้วยก็ได้ มันออกจะน่ารัก”

“แต่ฉันชอบเธอ”

ผมนิ่งอึ้ง

“นี่ ไอ้ด้านหลังของผู้ชาย รูไหน ๆ มันก็เหมือน ๆ กัน ไปหารูใหม่ไป”

“แต่ฉันชอบเธอ” เขายืนยันคำเดิม

“โธ่เว้ย! พูดไม่รู้เรื่องรึไง!!”

คนตรงหน้ายิ้ม

“ตกลงใช่ไหม”

“ขู่กันขนาดนี้ ปฏิเสธได้รึไง!” ผมตะคอกกลับ เขายิ้มพอใจ

“ผมจะนำเที่ยวคุณก็ได้ แต่ห้ามมีเซ็กส์”

เขาส่ายหน้าไปมา

“ฉันเป็นพวกความต้องการสูงนะ สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉันพอ ๆ กับอาหารก็คือเซ็กส์นี่แหละ”

ผมอ้าปากค้าง

“ผมไม่ใช่ผู้ชายขายตัว”   

“ก็ไม่ต้องขาย แต่เต็มใจนอนกับฉันด้วยความต้องการของเธอเองจริง ๆ”

“ไม่มีทาง ผมไม่ใช่เกย์ และไม่ได้คิดพิศวาสอะไรคุณด้วย”

“แต่เธอไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่ารู้สึกดีเวลาที่ถูกฉันสัมผัส ถูกจูบ ถูกลูบไล้ รวมถึงเวลาที่ถูกฉันกระแทกแรง ๆ ด้วย ฉันรู้ว่าเธอชอบมันมาก”

ผมอ้าปากค้างกับการพูดโดยไม่อับอายของคนตรงหน้า

ตอนนี้ผมควรทำยังไงดีครับ

กดหนึ่ง กรี๊ดแรง ๆ ให้สาวแตกไปเลย

กดสองนั่งบื้อต่อไป

ผมกดเลือกข้อสอง

เขาจับมือผมไปกุมไว้ทั้งสองข้าง

“สองอาทิตย์เท่านั้น” เขาจูบซับมาที่แก้มผมเบา ๆ “ถ้าไม่อยากเสียเปรียบ ให้ถือซะว่า สองอาทิตย์นี้ฉันคือคนรักของเธอ ฉันสัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดี ตามใจเธอทุกอย่าง ขอแค่อย่างเดียว พาฉันเที่ยวและยอมให้ฉันมีเซ็กส์ด้วย”

“นั่นมันสองอย่างแล้วเฟ้ย!”

“โอเค สองอย่าง” เขาแก้มาง่าย ๆ

“นะ” เขาคร่อมร่างผมไว้ ใช้ดวงตาอันแสนมีเสน่ห์ร้องขอ

อะ เอาไงดีวะ ผมนิ่งคิด

ในระหว่างนิ่งคิดก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ผมก้มมอง ตอนนี้ผมนั่งอยู่ข้างเตียง ในสภาพเสื้อเชิ้ตตัวเดิมปกปิดร่างกายไว้หมิ่นเหม่ เขาคร่อมผมไว้ มือใหญ่ลูบไล้แถว ๆ หน้าขาผม ผมก้มมองมือนั้น เลื่อนสายตาสูงขึ้นอีกนิด

สากยักษ์ตื่นขึ้นมาชี้หน้าผมอีกแล้ว

ผมตาโต เงยหน้าสบตาเจ้าของมัน ดวงตานั้น ฉายชัดถึงความต้องการจนเปี่ยมล้น เขายกมือผมขึ้นจุมพิต

“เธอทำให้ฉันตื่นอีกแล้ว ไม่เคยเลยนะ ที่จะมีใครทำให้ฉันเร่าร้อนได้ขนาดนี้”

“ไม่ ไม่ ไม่” ผมรีบรัวตอบกั้นมือไว้กับอกเขา “วันนี้ผมโดนไปหลายรอบแล้วนะ”

“แต่ฉันอดทนต่อไปไม่ได้แล้ว”
พูดจบเขาก็จับสองขาผมยกสูงเสมอสะโพก จนผมร้องเหวอล้มลงไปนอนหงาย   

“เดี๋ยว ๆ”
ผมพูดได้แค่นั้นแหละ ที่เหลือครางอย่างเดียว

แม่ง หมอโคตรหื่นอ่ะ

 



ขอบคุณทุกคอมเมนต์ค่ะ : )


Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +556/-10
ร่างกายเป็นใจมากเชิดวุธ

ออนไลน์ ♥lvl♀‘O’Deal2♥

  • หานิยายถูกใจยากจัง!
  • เป็ดAres
  • *
  • กระทู้: 2829
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +176/-3

ออฟไลน์ สบันงา

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
 

#วิลเลี่ยมเชิดวุธ
:: Chapter 3 ไม่ๆ ผมไม่ได้หวั่นไหวจริงๆ ::


สามคืนแรก ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนกันเลยครับ ผมถูกวิลเลี่ยมฟัดอย่างเดียว ตื่นขึ้นมาโดนฟัดจนหลับไป ตื่นอีกที กินข้าว โดนฟัดแล้วหลับต่อ ผมนี่แทบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน ครางจนเจ็บคอไปหมด และตอนนี้เขาคนนั้นก็มานอนขนาบอยู่ด้านหลังผม กอดก่ายไว้ด้วยความอ่อนโยน เวลากอดผมก็พร่ำบอกรักไม่ขาดปาก ซึ่งบอกตามตรงว่าผมไม่เชื่อ

หนึ่ง ผมไม่เชื่อความรักระหว่างเพศเดียวกันว่ามันจะมีอยู่จริง สอง ผมไม่เชื่อน้ำคำบอกรักตอนมีอะไรกัน เพราะมันมักเป็นคำที่เอาไว้หลอกล่อให้คู่นอนตายใจ 

“ผมจะนอน” ผมบอกเขาไปอย่างอ่อนเพลีย

“ก็นอนไปสิ ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” ไม่ได้ว่า แต่มึงจะทำให้กูนอนไม่หลับ

“นี่” ผมพลิกตัวหันไปทำหน้าจริงจังใส่ “ปล่อยให้ผมได้นอนพักบ้าง ครางจนเสียงแหบไปหมดแล้ว ปวดเอว ปวดสะโพก อยากให้ตายก่อนครบสองอาทิตย์รึไง”

“แต่คนที่เรียกร้องให้ฉันทำแรง ๆ คือเธอเองนะ”

ผมอ้าปากค้างอย่างเถียงไม่ออก

“มันก็แค่อารมณ์พาไป ไม่ใช่ความต้องการของผมจริง ๆ สักหน่อย”

“อย่าโกหกน่า บอกสิว่าร่างกายเธอมันต้องการฉัน รักฉัน ขาดฉันไม่ได้”
คำพูดนุ่มนวลมาพร้อมร่างกายสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า รู้ตัวอีกที ผมก็ถูกเชื่อมร่างแล้วเรียบร้อย

สาบานได้ว่าผมไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ สุดท้าย ผมก็ต้องขึ้นไปนอนเกยอยู่บนอกกว้างของคนตัวสูง แล้วปล่อยให้เขาขยับสะโพกสร้างความสุขสมให้ผมเอง

ข้อดีของการเป็นฝ่ายรับ ถ้าตัดเรื่องความเจ็บจุกออกไปคือไม่ต้องออกแรงมาก บางครั้งก็นอนอยู่เฉย ๆ ครางอย่างเดียวพอ

จนล่วงเข้าวันที่แปด

ครับ ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหนกับเขาเลยตลอดเจ็ดวัน โดนฟัดอยู่บนเตียงอย่างเดียว

“เห็นไหม มัวแต่มีเซ็กส์ เหลือเวลาเที่ยวอีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น”

เขาหันมามอง ยิ้ม แล้วขยับมาจูบหน้าผากผมเบา ๆ

“เรื่องเที่ยวไม่สำคัญเท่ากับการได้อยู่กับเธอหรอกนะ”

ใจผมชักจะแกว่ง ๆ ไปกับน้ำคำหวาน ๆ ที่เขากรอกหูผมทุกวัน เช้ากลางวันเย็นทุกครั้งหลังอาหาร ทุกครั้งระหว่างมีเซ็กส์

แต่ผมก็มั่นใจว่าใครก็ตามที่พูดคำรักบ่อย ๆ คนคนนั้นไม่ได้พูดออกมาจากใจจริงหรอก

คำรัก นาน ๆ พูดทีจะดีกว่า 

“ฉันรักเธอนะ”
เขาบอกอีกรอบ ผมได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย พยักหน้าหงึก ๆ อย่างไม่ศรัทธา

ผมกลัดกระดุมเสื้อ เขาเดินเข้ามาชิด สวมมือมาที่เอวด้านหลัง รู้สึกถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างได้ชัดเลย

“ฉันเคยได้ยินมาว่า มีชาวต่างชาติหลายคนหลงเสน่ห์คนไทย ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ฉันก็เพิ่งรู้ว่าทำไม” 

ผมหันไปมองงง ๆ เขามองตอบ

“คนไทยน่ารัก มีเสน่ห์ อ่อนหวาน เสียงหวาน ผิวสวย น่าทะนุถนอม เธอเป็นทุกอย่างที่ว่ามาทั้งหมด”

ผมทำหน้าแหยง 

“นี่คุณ ผมเป็นผู้ชาย ผู้ชายทั้งแท่งด้วย”

เขายิ้ม

“ใช่ และเป็นผู้ชายที่คว้าเอาหัวใจฉันไปด้วย”
เขายกมือผมขึ้นจูบ

ผมเบะปากใส่อย่างไม่เชื่อ

“ฉันนอนกับคนมาเยอะนะ นับรวมเธอด้วยก็คงร่วมร้อย แต่สาบานได้ว่าฉันไม่เคยบอกรักใครเลยสักคนนอกจากเธอ” 

ผมมองตา บอกตามตรงว่าไม่เชื่อหรอก

“เดี๋ยวก็เบื่อ”
ผมบอกเขางั้น เขาส่ายหัวไปมา

“ไม่มีทาง”

“นี่คุณ ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกนี้หรอกนะ ความชอบของคนก็เหมือนกัน ตอนนี้คุณอาจถูกใจผม เพราะผมไม่ง่ายในสายตาคุณ ไม่ได้ยอมเหมือนคนอื่น ๆ แต่สักวันคุณก็ต้องเบื่อ”

เขาส่ายหัวช้า ๆ อีกรอบ

“ถ้าแค่ร่างกายอาจใช่ แต่ไม่ใช่ตรงนี้”
เขาจับมือผมไปวางไว้ตรงตำแหน่งหัวใจตัวเอง ผมมองตาคนตรงหน้า

“เอาเถอะ ๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว มีหลายโปรแกรมต้องตัดทิ้งเพราะคุณมัวแต่กกผมนี่แหละ”

เขาขยับมาจูบหน้าผากผมเบา ๆ สัมผัสจากริมฝีปากนั้นวูบทะลวงลึกลงไปถึงหัวใจเลย

สงสัยผมจะชินเกินไปแล้ว 

ชยันต์จัดเสื้อผ้ามาให้มีแต่ชุดที่เจ้าตัวซื้อให้ผมทั้งนั้น วันนี้ผมใส่เชิ้ตแบบเดิม แต่สีชมพู แน่นอนผมไม่ได้เลือกเอง แต่วิลเลี่ยมขอร้องมา ผมไม่ซีเรียสอยู่แล้ว ตัวไหนก็ใส่ได้ เกือบจะไม่ได้ออกจากห้อง เพราะวิลเลี่ยมน้อยทำท่าจะตื่นอีก ดีว่าผมสามารถลากเขาออกมาได้ ก่อนจะต้องมานอนครางใต้ร่างของเขาอีก เราพากันเดินไปที่รถ

โธ่ ลูกพ่อเป็นไงบ้าง เราไม่ได้เจอกันตั้งอาทิตย์ ผมลูบลูกรักเบา ๆ ขึ้นนั่งประจำที่ ส่วนเขาก็นั่งข้าง ๆ

ผมหันไปมองคนที่ควานมือหาที่ปรับเบาะด้านล่าง ผมขยับเข้าไปช่วยกดปรับเลื่อนให้ เขาคงอึดอัดเพราะตัวใหญ่   

“พอไหม”
ผมเงยหน้าถาม เขาไม่พูด เพียงแค่ยิ้ม มองหน้าผมนิ่ง ๆ เท่านั้น

“พอไหมคุ้ณ”
ผมถามเขาเสียงสูงอีกรอบ เขาไม่ตอบแต่ก้มจูบผมเบา ๆ แทน

“เท่าไหร่ก็ไม่พอหรอกสำหรับเธอ”
ตอบไปกันคนละเรื่องเลย ผมอ้าปากค้าง เขายิ้ม หอมแก้มผมเบา ๆ อีกทีฟอดใหญ่ ผมรีบดีดตัวออก

“บ้า ทำไรประเจิดประเจ้อข้างนอก”
ผมรัวพูดด้วยภาษาไทยอย่างเคยชิน เขาทำหน้างง

“ขอภาษาอังกฤษ”

“หน้าด้าน!”
ชัดถ้อยชัดคำดีไหม เขาหัวเราะหึ ๆ

“ด้านของจริงต้องแบบนี้”
พูดจบเขาก็จับคางผมดันให้แหงนขึ้นแล้วบดจูบลงมา จูบไม่พอยังแทรกลิ้นเข้ามาอีกต่างหาก

เทคนิคต่างกันเกิน ไม่ถึงนาทีผมก็หอบแฮก เขาค่อย ๆ ถอนปากออก ยิ้ม ก้มจูบใหม่ เปลี่ยนจากจูบรุกเร้ามาเป็นจูบเบา ๆ อย่างอ่อนโยนแทน

“อย่าพยายามทำให้ฉันตื่นดีกว่า ฉันยังรู้จักประเทศไทยไม่ดีพอนะ แต่คนไทยอย่างเธอ ฉันรู้จักมาทุกซอกทุกมุมแล้ว ยกเว้นหัวใจที่เจ้าตัวไม่ยอมให้เข้าไปสำรวจสักที”
กูก็เพิ่งรู้ว่าฝรั่งก็พูดจาภาษาเสี่ยวได้ด้วย แต่คำพูดเมื่อกี้ทำให้หัวใจของผมไหวแรงพิลึก

“ก็แค่หลงของใหม่” ผมผลักอกเขาออกเบา ๆ “รัดเข็มขัดได้แล้ว” ผมสั่ง เขาหัวเราะหึ ๆ หันไปจับเข็มขัด ดึงพรืดมาวางมือไว้ตรงที่ล็อก

“รัดไม่ได้แฮะ” 

ผมหันไปมอง

“เอ้า ก็แค่กดมันลงไป แบบนี้ไง”
ผมกดของตัวเองให้ดู เขาลองกดบ้าง แต่ไม่ลงรู   

“กดให้ลงรูสิคุ้ณ”

“กดให้หน่อยสิ”

ผมจิ๊ปาก หันไปจับหัวเบลท์กดลงรูให้ กำลังจะชักมือกลับแต่เขาจับมือผมไว้ ผมมองงง ๆ เขายิ้ม ดึงมือผมขึ้นไปกุมไว้ตรงหัวใจตัวเอง กุมไว้นิ่งเฉยอยู่อย่างนั้นแล้วมองตา มองเฉย ๆ

ดวงตาสีเดียวกับคนเอเชียนั้นสะกดผมไว้ให้นิ่งค้าง เขาเกลี่ยแก้มผมเบา ๆ

“ฉันรู้ว่าเธออาจจะเบื่อที่ได้ฟังมันบ่อย ๆ แต่ฉันอยากให้เธอรู้ไว้นะ ฉันรักเธอ” 

ผมนิ่งอึ้งไป รู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มไล่ลงไปสะกิดที่หัวใจยังไงพิกล ผมแกล้งทำเป็นยักไหล่

“มีคนรักย่อมดีกว่ามีคนเกลียด”

เขาหัวเราะหึ ๆ ปล่อยมือผมออกจากตำแหน่งหัวใจตัวเอง ผมขยับกลับมานั่งดี ๆ สตาร์ทเครื่อง ขับเคลื่อนตัวรถพาเขาไปสู่เป้าหมาย

ที่เที่ยวแรกที่ผมจะพาเขาเที่ยวคือวัดพระแก้วมรกตครับ ต่อด้วยวัดอรุณ วัดระฆังตามลำดับ แค่นี้ก็หมดวันแล้ว

“รถติดจังนะ”
เขาพูดเบา ๆ ผมหันไปมอง ยักคิ้วให้นิดหนึ่ง

“ความภาคภูมิใจของคนไทย ไม่มีประเทศไหนจะรถติดได้น่ารำคาญแบบประเทศผมอีกแล้ว”

เขาหัวเราะ กว่าจะถึงที่หมายก็เกือบชั่วโมง วนหาที่จอดอีกเกือบครึ่งชั่วโมง พอได้ผมก็พาเขาลงจากรถ ทำหน้าที่ไกด์ที่ดีแนะนำเขาไปรอบ ๆ เขาเป็นพวกไม่กลัวแดด แต่ใส่แว่นดำ พอ ๆ กับผมนี่แหละ 

ป้องกันนิดหนึ่งครับ

ดูเขาจะชอบศิลปะของวัดพระแก้วมรกตเอามาก ๆ เขาพกกล้องมาด้วยตัวหนึ่ง อย่างมืออาชีพเลย เดินถ่าย ผมได้แต่เดินตาม ปากก็เล่าประวัติเท่าที่พอจะรู้ให้ฟัง เขาก็ฟังไปถ่ายไปดูไป วันนี้เขาแต่งตัวแนวสบาย ๆ ใส่กางเกงผ้าเข้ากับเมืองร้อนเสื้อยืดแขนยาว ตอนแรกกลัวว่าจะร้อนเหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าเนื้อผ้าแบบนี้จะทำให้รู้สึกเย็นมากกว่า
 



ตอนนี้ผมกำลังยืนเหม่อมองพระพุทธรูปที่ตั้งเรียงรายกันไว้ ในขณะที่วิลเลี่ยมขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ผมสะดุ้งเมื่อมีคนมาส่งยิ้มให้ เป็นผู้ชายครับ ฝรั่งด้วย ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม

พวกมึงจะสูงใหญ่กันไปไหน เห็นใจคนไทยไซส์กลาง ๆ แบบกูบ้าง อยู่กับพวกมึง กูรู้สึกด้อย ๆ ยังไงพิกล 

“ไฮ”
เขาทัก ผมยิ้มให้ 

ทำไม หรือจะมาถามทางไปห้องน้ำ 

“มาคนเดียวเหรอ”
เขาถามต่อ 

“เปล่าครับ มากับเอ่อ...”
ผมหยุดคำไว้ กำลังคิดอยู่ว่าวิลเลี่ยมเป็นอะไรสำหรับผม ลูกค้าก็ไม่ใช่แล้ว เพื่อนยิ่งแล้วใหญ่

“สามี”
เสียงตอบดังมาจากทางด้านหลัง ผมหันไปมอง เห็นวิลเลี่ยมยืนหน้าบึ้งอยู่ เขายืนห่างจากตัวผมคืบเดียวเท่านั้น เขามองคนถาม วางมือไว้บนเอวผมให้รู้ความหมายที่ลึกซึ้งขึ้น

“โทษที” คนแปลกหน้ายกสองมือเสมอหน้า พูดยิ้ม ๆ กับวิลเลี่ยมแล้วก้มพูดกับผมต่อ “สามีคุณนี่หล่อดีนะ” แล้วเดินจากไป 

ผมอ้าปากค้าง หันไปเผชิญหน้าคนสมอ้าง

“พูดอะไรของคุณ!”

“ก็พูดความจริง ฉันเป็นคนแรกของเธอไม่ใช่รึไง เพราะงั้นฉันถือว่าเป็นสามีของเธอ”

ผมชกอกหนานั้นไปที

“ไม่ใช่ มันก็แค่ความเข้าใจผิด นี่ในวัดในวาห้ามพูดเรื่องใต้สะดือ”
ผมปราม

“นั่นแหละ เพราะงั้นเธอเป็นเมียฉันแล้ว ห้ามไปอ่อยใครอีกเด็ดขาด”

ผมเหยียบเท้าคนพูดไปที

“ใครอ่อย คนที่บังคับขืนใจผมคือคุณต่างหาก”

“ในวัดในวาห้ามพูดเรื่องใต้สะดือ”
เขาเอานิ้วชี้มาแตะปากผมเบา ๆ ใช้คำพูดผมมาย้อนเข้าให้ ผมมองตาขวาง ถ้าไม่ติดว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จะด่าไปถึงโคตรเหง้าเหล่าศักราชจริง ๆ เขาหัวเราะหึ ๆ

เพราะปากด่าไม่ได้ ผมจึงด่าเขาทางสายตาแทน

“สำหรับคนไทย ถ้านอนด้วยกันส่วนใหญ่จะเป็นแฟนกันใช่ไหม” เขาถาม

“ก็ใช่”
ผมตอบตามจริง

“เพราะงั้น ฉันได้เวอร์จิ้นเธอ เพราะงั้น เธอก็เป็นของฉัน”

ผมกำหมัดแน่น พูดอะไรมากไม่ได้เพราะคนอยู่เยอะ เขาหัวเราะหึ ๆ

“แต่ผมไม่ใช่เกย์ และไม่คิดจะเป็นด้วย” 

“ก็ไม่ต้องเป็น”

ผมมองหน้าเขางง ๆ

“ไม่ต้องเป็นเกย์ แต่เป็นคนรักของฉันคนเดียวก็พอ”

ผมอ้าปากค้าง นะ แน่ใจนะว่าคนคนนี้เป็นฝรั่ง เขาหัวเราะหึ ๆ ลากผมให้เดินตามไปดูวิวกันตรงอื่น

 

ถัดจากวัดพระแก้วมรกตก็ไปต่อกันที่วัดอรุณ วัดระฆังผมก็ไหว้พระขอพรบ้าง ส่วนเขาไม่ทำความเคารพอะไรหรอกเพราะไม่ใช่ศาสนาเขา ผมไม่เรียกร้องให้เขาทำด้วย พอเที่ยงก็แวบพากันไปกินอาหารไทยมีชื่อของเมืองกรุงซะหน่อย แล้วตะลุยเที่ยวกันต่อกระทั่งเย็น ปกติพาฝรั่งเที่ยวรายไหนรายนั้นเป็นต้องโอดว่าเหนื่อยและร้อน แต่รายนี้ผิดคาด เหมือนยิ่งเย็นพลังยิ่งเยอะ ยิ่งเที่ยวยิ่งคึกคัก 

ผมก็ลืมไปว่าหมอนี่เป็นนักเที่ยวตัวยง ในขณะที่ผมร่อแร่เต็มทน

“ไหวหรือเปล่า”
เขาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง จริง ๆ เขาชวนผมกลับหลายรอบแล้ว แต่ผมฝืนไว้เองเพราะต้องพาเขาเที่ยวให้คุ้มกับที่เสียเวลามาแล้ว กระทั่งกินข้าวเย็นกันอิ่มนั่นแหละ ผมถึงได้ยอมแพ้เพราะแบตหมดแล้วจริง ๆ ขับรถพาเขากลับมาถึงที่โรงแรมจนได้

“คุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ”
ผมบอก เขาพยักหน้า ส่วนผมทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา แล้วหลับไปง่าย ๆ
                                                       




รู้สึกตัวอีกทีเพราะรอบตัวรู้สึกอุ่น ๆ เปียก ๆ ผมค่อย ๆ ลืมตามอง จนรู้สึกถึงสิ่งที่ผิดปกติ ผมไม่ได้นอนอยู่บโซฟา แต่ตอนนี้อยู่ในอ่างน้ำที่น้ำสูงขึ้นมาจนถึงระดับอก ผมนอนอยู่บนแผงอกกว้างของคนใครสักคน ผมรีบหันไปมอง 

วิลเลี่ยมยิ้ม

“ตื่นแล้วเหรอ คิดว่าจะหลับยาวกว่านี้ซะอีก”

ผมอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าตัวเองจะเหนื่อยจนหลับไม่รู้เรื่องกระทั่งถูกลากมาแช่ในห้องน้ำขนาดนี้ ดีไม่ดีถูกลากไปฆ่าได้ง่าย ๆ นะเนี่ย

“ดื่มหน่อยไหม”
เขาชูแก้วไวน์ให้ดู ข้างอ่างมีโต๊ะขนาดเล็กวางไว้ มีแชมเปญและแก้วอีกใบว่าง ๆ วางอยู่ แชมเปญถูกวางไว้ในถังน้ำแข็งเรียบหรู ผมรีบดีดตัวจากท่าที่นอนอยู่บนอกนั้น

“ผมคงเหนื่อยจัด”

“ก็น่าจะหรอก โดนขนาดนั้นยังฝืนพาฉันเที่ยวอีก”

“ผมไม่ชอบทำอะไรไม่เต็มที่”

“เพราะงี้แหละ ฉันถึงได้รักเธอ” 

ผมหันไปมอง

“คุณนี่พูดคำรักง่ายไปนะ รู้ไหมคนไทยถือว่ามันไม่ได้ออกมาจากหัวใจ”

“เหรอ สำหรับประเทศฉันหรือตัวฉันเอง รู้สึกไงก็บอกไปงั้น รักก็คือรัก เกลียดก็คือเกลียด รักมากก็บอกรักมาก รักน้อยก็บอกรักน้อย ฉันเป็นพวกตรง ๆ นะ” 

ผมมองอึ้ง 

“เอาล่ะ จะดื่มไหม”

ผมชั่งใจ ถึงสภาพตอนนี้จะไม่น่าอภิรมย์ แต่ก็อยากกิน ผมพยักหน้านิดหนึ่ง เขาหันไปรินมายื่นให้ ผมรับมายกดื่ม   

“อื้อ”
อร่อยจริง ๆ ผมเคยดื่มไวน์มีราคามาบ้าง แต่ไม่มีอันไหนอร่อยได้เท่าอันนี้เลยจริง ๆ ผมเทกรอกปากดื่มอึก ๆ เป็นเบียร์ราคาบ้าน ๆ จนหมด ได้ยินเสียงหัวเราะหึ ๆ จากคนด้านหลัง หันไปยกขวดไวน์มาเติมให้อีก

“ชอบหรือเปล่า”

“อร่อยดี คงแพงน่าดู” 

เขายักไหล่นิดหนึ่ง ไม่ตอบเรื่องราคา เทใส่แก้วที่ผมถือรอไว้ เติมใส่แก้วตัวเองอีกนิด วางขวดลง ขยับแก้วมาชิดแก้วผม ชนกันเบา ๆ จนเกิดเสียง

“เพื่อเราสองคน”

ผมหน้าร้อนผ่าว รู้อยู่หรอกว่าพวกฝรั่งต่างชาติเป็นพวกโรแมนติกมาก แต่มันโรแมนติกไปไหม ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ 

ผมไม่พูดอะไร กำลังจะยกดื่ม แต่เขาใช้แก้วตัวเองดันแก้วไว้ ผมมองงง ๆ

อะไร มารินให้กูแล้วไม่ให้กูกินเนี่ยนะ 

อย่า มึง มึงอย่ามางกอะไรแถวนี้

เขายิ้ม จับผมให้พลิกหันไปเผชิญหน้า ไขว้แขนที่ถือแก้วไวน์ไว้กับแขนผมข้างเดียวกัน ยิ้มหล่อให้นิดหนึ่ง ค่อย ๆ ยกดื่ม มองตาผมไม่เคลื่อนไปไหน หน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ไม่รู้เพราะท่าไขว้มือดื่มไวน์แบบคู่รักนี้ หรือเพราะสายตาบอกรักที่กำลังส่งมาให้นั้นกันแน่

“ดื่มสิ”
เขากระตุ้นเมื่อผมยังถือแก้วนิ่งค้างไว้ท่านั้น

“ดื่มแบบนี้ไม่ถนัด”
ผมเลี่ยง จะดึงแขนออก แต่เขาดันเบา ๆ ให้ผมนิ่ง

“กินท่านี้แหละ อร่อยดี”

จะไม่อร่อยก็เพราะสายตาของมึงนี่แหละ

เขายกดื่มในขณะที่ตาก็ยังไม่ละไปจากดวงตาผม แก้มผมร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม เห็นปากได้รูปนั้นยกยิ้มนิดหนึ่ง

ผมเสมองไปทางอื่นแล้วยกดื่มบ้าง แต่เขาเลื่อนมือมาจับคางผม ดันให้หันกลับมามองที่เดิม หน้าผมแทบไหม้เพราะสายตาหวานเชื่อมนั้น

“รู้ไหมตอนนี้หน้าเธอแดงจัดขนาดไหน”

“เอ้า ก็ดื่มไวน์นี่ หน้าแดงก็เรื่องธรรมดา”
ผมแถ เรื่องอะไรจะยอมรับว่ากำลังเขินสายตาเขาอยู่ ได้ยินเสียงหัวเราะหึ ๆ

“เหรอ คิดว่ากำลังเขินฉันซะอีก”

ถูกเผง

ไม่ใช่สิ!

ผมเชิดหน้าขึ้น

“ไม่มีทาง ข้อแรก ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีทางมาเขินอะไรกับผู้ชายด้วยกันแน่ ๆ ข้อสอง เขินทำไม ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณสักหน่อย”

เขาเลิกคิ้วสูง ไม่พูดอะไร ยกดื่มต่อ ในขณะที่เติมน้ำตาลในดวงตามากขึ้น รู้สึกว่าความร้อนมันไหลไปทั่วทั้งร่างผมแล้วตอนนี้ 

“ตัวเธอแดงตามหน้าไปแล้วนะตอนนี้”

ผมอ้าปากพะงาบ ๆ 

“ผมว่าผมพอแค่นี้ดีกว่า สงสัยจะดื่มมากไป”
ผมดึงแก้วไวน์ออก วางไว้ที่โต๊ะตามเดิม ได้ยินเสียงหัวเราะถูกใจในลำคอ   

“เอาล่ะ คุณจะแช่น้ำก็แช่ไป ผมจะขึ้นแล้ว”
ผมดันตัวจะลุก แต่เขากดตัวผมไว้

“นี่ ปล่อยได้แล้วคุณ ผมจะขึ้น”

เขาส่ายหัวไปมา

“ผ่อนคลายหน่อยเชิดวุธ”
เขาดันผมให้นอนทับแผงอกเขาอีกรอบ โอบกอดผมไว้หลวม ๆ

เจ็ดแปดวันที่อยู่ด้วยกันมา ทำให้ผมรู้ว่าขัดขืนไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสำหรับหมอนี่ ถ้ายืนยันว่าจะให้ทำก็ต้องทำ เขาวางแก้วไว้บนโต๊ะ แล้วโอบกอดผมไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง แนบปากกับแก้มผมเบา ๆ

“ต่อให้เธอเบื่อหน่ายขนาดไหน ฉันก็จะย้ำให้เธอฟัง ฉันรักเธอ”
เขากระซิบบอกผมข้างหู คำนั้นทำเอาความรู้สึกบางอย่างอุ่นวาบลงสู่หัวใจ เขาหอมแก้มผมเบา ๆ กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ผมนั่งนิ่งไม่ตอบโต้อะไร น้ำมันอุ่น แต่ตัวผมตอนนี้มันร้อนไปหมดแล้ว

“เชิดวุธ”
ได้ยินเสียงเรียกเบา ๆ ผมหันไปมองนิดหนึ่ง เขาจับคางผมไว้ ดันให้แหงนหน้านิด ๆ แล้วประกบปากลงมา ส่งน้ำรสหวานนิด ๆ ที่ผมดื่มกินเมื่อกี้เข้ามา

รสชาติมันอร่อยจนผมไม่คิดจะปฏิเสธ ผมกลืนสิ่งนั้นลงคอ เขาค่อย ๆ ถอนปากออก เลียข้างมุมปากผมนิดหนึ่ง เกลี่ยเช็ดน้ำไวน์ที่ไหลเลอะ

เพลงที่เขามักจะเปิดคลอไว้เบา ๆ จบลงแล้วเพลงใหม่ก็บรรเลงขึ้นมาอีก มันทำให้บรรยากาศโดยรอบฟรุ้งฟริ้งยังไงพิกล เหมือนมีดอกกุหลาบสีแดง ๆ ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดรอบห้องน้ำ

ผมพยายามปรับสภาพโบกไล่ความโรแมนติกที่บังเกิดทิ้งไป มือใหญ่เกลี่ยผิวผมใต้น้ำเบา ๆ ก่อนลูบสูงขึ้นมาที่แผงอก บีบหัวนมผมเบา ๆ ผมผวาเฮือก เผลอครางออกมาเบา ๆ

มันชินครับมันชิน

“เธอเป็นคนอ่อนไหวมากผิดกับภายนอกนะ สัมผัสตรงไหนก็รู้สึกไปหมด” ไม่พูดเปล่ายังไล่มือเกลี่ยเพื่อพิสูจน์คำพูดตัวเอง ผมรีบหยุดมือใหญ่ไว้ “ฉันปรารถนาในตัวเธอนะ ต้องการมาก ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่หัวใจด้วย” เขากระซิบข้างหู เกลี่ยบีบหัวนมผมเล่นอยู่อย่างนั้น

“นี่ จะกินก็กินดี ๆ อย่าเล่นนมผม”

เขาหัวเราะหึ ๆ

“เล่นนมคนรักมันผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่ผมไม่ใช่คนรักคุณนี่แหละ”

“ใช่สิ ใช่ตั้งแต่วินาทีแรกที่พบหน้าแล้ว”

“นั่นมันคำพูดของคุณเองคนเดียว พูดเองเออเองคิดเองไปคนเดียว”

เขาหัวเราะ คลึงหัวนมผมเล่นไม่หยุด

“คงงั้น แต่สักวัน เธอต้องรักฉันแน่ ๆ”

“เอาความมั่นใจมาจากไหน”

“จากใจ”
อื้อหือ มึงช่างกล้า ไม่หล่อไม่ฉลาดไม่หลงตัวเองนี่คิดไม่ได้นะเนี่ย

“ต่อให้วันนี้เธอไม่รักฉัน แต่สักวันฉันจะทำให้เธอรักฉันให้ได้”
เขาพูดกระซิบ

อย่า อย่าเชิดวุธ มึงอย่าหวั่นไหวกับน้ำคำพวกเกย์เด็ดขาด มันไม่จริงใจ มันไม่ยั่งยืน และที่สำคัญมันเชื่อถือไม่ได้ ผมสั่งใจตัวเอง สองแขนแกร่งโอบรัดเอวผมไว้ จูบซับมาที่แก้ม 

ยิ่งจูบหัวใจผมยิ่งเต้นแรง

บางสิ่งที่ผมนั่งทับอยู่ไหวชันขึ้นมา

อื้อหือ ถามจริง มึงใช้ระบบอะไรในการสูบลมเข้าไป 

คือของผมเวลามันจะขึ้น มันจะค่อย ๆ ขึ้น แต่ของหมอนี่มันขึ้นในลักษณะ ผ่างงงง ดีดขึ้นมาเลย

“บางทีผมก็กลัวร่างกายคุณนะ ตื่นเร็วเกิน”
ผมพูดตรง ๆ ชักรู้ชะตากรรมในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

ได้ยินเสียงหัวเราะหึ ๆ

“เพราะเธอนั่นแหละ แค่ได้กลิ่นหอม ๆ ได้สัมผัสผิวเนื้อนุ่ม ๆ ร่างกายฉันมันก็มีปฏิกิริยาแล้ว”
เขาจับผมพลิกหันไปเผชิญหน้า มองผมด้วยดวงตาสื่อความรู้สึกบางอย่าง จับตัวผมเชื่อมร่างภายใต้น้ำผสมสบู่ทันที

“ดะเดี๋ยว”
คือไม่เคยมีอะไรกับใครในน้ำจริง ๆ ครับ แม้แต่กับผู้หญิง ผมชอบเร่าร้อนบนเตียง

“กินมันเข้าไป นั่นของเธอนะ”
เขาบอกพร้อมกดร่างผมลงไปกลืนกิน น้ำสบู่ลื่น ๆ ช่วยให้เข้าไปได้ง่ายขึ้น ผสมเข้ากับเทคนิคส่วนตัวของหมอนี่ ไม่นานผมกับเขาก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาครางในลำคอ

ให้ตายผู้ชายอะไร ครางได้โคตรเซ็กซี่

เขาจับสะโพกผมไว้ ขยับโยกเบา ๆ เข้าหาตัวเขา เขาดันตัวผมค่อย ๆ ให้โน้มตัวลงไปหาเขา แล้วปากได้รูปนั้นก็ประกบปากผมไว้ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

มันไม่ใช่เซ็กส์ในแบบที่ผมเคยนอนกับผู้หญิงหลายคนที่แล้ว ๆ มา ทุกสัมผัสจากเขาเต็มไปด้วยความรู้สึก สองมือใหญ่จับสะโพกผมไว้ ขยับให้โยกไหวกลืนกิน เขาไม่ได้รุนแรง แต่มันเชื่องช้า รสจูบก็เป็นรสจูบที่เชื่องช้า เหมือนจะสื่อคำรักผ่านรสจูบนั้นมา   

แรก ๆ ผมไม่ได้ตอบสนอง แต่เมื่อลิ้นร้อนรุกไล้ผมมากขึ้น ผมก็เริ่มที่จะตอบสนองและรุกกลับบ้าง มันเป็นความรู้สึกที่เพลิดพลิ้วยังไงบอกไม่ถูก ผมละปากออกมาครางเมื่อเขาเริ่มขยับในจังหวะที่เร็วขึ้น แรงที่เพิ่มขึ้นทำเอาน้ำกระฉอกออกนอกอ่างเป็นระลอก ผมเริ่มขยับตอบรับเขาเองบ้าง แหงนหน้าครางออกมาอย่างรู้สึกดีในอารมณ์ ผมมองเขาตาปรอย และเขาก็มองมาด้วยแววตาเดียวกันด้วย

“น่ารัก เซ็กซี่มาก”
เขาชม ผมก็ชักจะเหลิง ๆ กับคำชมนั้นซะแล้ว “ขยับสิเชิดวุธ ฉันเป็นของเธอแล้ว ทั้งกายทั้งใจ รักฉัน ทำรักกับฉัน ทำให้ฉันเป็นของเธอ” เขาบอกมาอย่างเร่าร้อน เอวผมเริ่มขยับตามสัญชาตญาณ เขาปล่อยมือที่จับเอวผมไว้ เลื่อนมาบีบบี้หัวนมผมทั้งสองข้าง

ส่วนผมเมื่อไม่มีเขาช่วยก็ต้องบรรเลงเอง ไอ้นั่นมันใหญ่มากถ้าเทียบกับไซส์ของตัวผมเอง แต่ก็แปลกที่ร่างกายผมกลับกลืนกินเขาได้อย่างง่ายดาย เขายกตัวขึ้นมากัดหัวนมผมแรงจนผมร้องด้วยความเจ็บ

แต่สาบานได้ มันเสียววูบไปถึงไส้ติ่งเลย เขาหัวเราะหึ ๆ เหมือนจะรู้ว่าผมเองก็ชอบ 

หมอนี่ชักรู้นิสัยผมมากเกินไปแล้วนะ

“เวลาที่เธอมีความต้องการมาก ๆ ตัวเธอจะแดงจัด เธอรู้บ้างไหม”

โทษที กูไม่เคยสังเกต

เขาโฉบอุ้มผมลุกจากอ่าง ผมกอดคอเขาแน่นเพราะกลัวเขาพาล้มฟาดพื้น เขาพาผมไปยืนค้ำกำแพง แล้วสอดใส่เข้ามาอีกรอบ

“จะท่าเยอะไปไหม”
ผมหันไปบ่น เขาแนบอกกับแผ่นหลังผม

“ฉันอยากกระแทกใส่เธอแรง ๆ ในน้ำทำไม่ได้”
อะ อะไร ไอ้หน้าด้านไอ้หน้าทน มึงกล้าพูดออกมาได้ตรง ๆ

“เพราะฉันรู้ว่าเธอชอบ” เขากระซิบข้างหู บดขยี้เนื้อแนบเนื้อผม จงใจบดคลึงจุดเร้าผมภายใน ผมครางอื้อแอ่นสะโพกเข้าหา

“พร้อมนะ”
เขาถามมาเพื่อให้ผมเตรียมตัว

“ถ้าบอกว่าไม่พร้อมล่ะ”
ผมหันไปถาม เขาหัวเราะ

“แปลว่าเธอโกหก”
แล้วหลังจากนั้น เขาก็ถอนสิ่งนั้นออก ใส่กลับเข้ามาใหม่ในลักษณะรุนแรง

ไม่อยากจะยอมรับ แต่ผมชอบจริง ๆ พับผ่า

ผมครางเสียงดังลั่นห้องน้ำ หมอก็ท่ามาก ท่ายาก ท่าเยอะ จับผมพลิกหันหน้า หันหลัง หันซ้ายหันขวา บางครั้งก็ยกผมควบกลางอากาศ นอนกับสาว ๆ สิบคนยังไม่สะใจในรสรักได้เท่ากับนอนกับหมอนี่คนเดียวเลย

ถ้าพูดถึงสมรภูมิรบบนเตียง ผมผ่านสาว ๆ มาแค่สิบ ๆ เขาเป็นร้อย ลีลามันต่างกันเห็น ๆ ผมกอดคอเขาไว้แน่น เมื่อร่างกายกำลังวิ่งสูง

“จะไปแล้วเหรอ”
เขาถาม ผมไม่ตอบ แต่กรีดนิ้วลงบนผิวเนื้อแผ่นหลังเป็นการบอกด้วยอาการ เขาเร่งจังหวะเร็วขึ้น

เสียงที่ได้ยินท่ามกลางปุยเมฆบนสวรรค์ คือคำบอกรักเบา ๆ ข้างหู

“ฉันรักเธอ”

จบจากห้องน้ำ ก็ไปต่อที่เตียง หลังจากนั้น ผมก็หลับเป็นตายภายในอ้อมแขนของเขา 

มีต่อ
V

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
(ต่อค่ะ)





รุ่งขึ้นผมตื่นขึ้นมาก่อนเขา เมื่อคืนนอนอยู่ท่าไหน ตอนนี้ก็ท่านั้น เขายังกอดผมแน่นเหมือนเดิม ผมขยับ เขาก็ขยับตาม

“จะนอนต่อก็ได้”
ผมบอก เขาพยักหน้า คลายอ้อมแขนออกแล้วนอนต่อ ผมขยับลุกไปอาบน้ำแต่งตัว วันนี้อยากใส่เสื้อยืด ผมรื้อหาเสื้อยืดเท่าที่มีออกมาวาง 

โห แบบเดียวกันทั้งแถบ แต่คนละสี แล้วแต่ละตัวก็บางเชียว แต่ยอมรับว่าเนื้อผ้าใส่สบายจริง ๆ ผมเลือกสีฟ้ามาใส่ เดินไปส่องกระจก

โอ้โห เห็นหัวนมได้รำไรเลย หวังว่าคงไม่มีคนสังเกตนะ

วิลเลี่ยมนอนหลับสนิทบนเตียง ผมจ้องมองใบหน้าของคนที่กำลังหลับใหลนั้น แทบไม่น่าเชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับผม

ปกติตื่นขึ้นมา คนที่นอนบนเตียงจะเป็นสาว ๆ ผมยาวเคลียบ่า ผิวขาว นมใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะกลายเป็นผู้ชายผิวเข้มไอ้นั่นใหญ่แทน

“หลงเสน่ห์ฉันแล้วใช่ไหม”

ผมสะดุ้งโหยงมองคนพูดที่ลืมตาขึ้นมามอง

“ใครว่า ผมกำลังนึกต่างหาก ว่าทำไมถึงเป็นผู้ชายแทนที่จะเป็นสาว ๆ”
เขาขยับลุกนั่ง ผ้าห่มที่คลุมช่วงเอวไว้ร่นต่ำจนทับไอ้นั่นไว้หมิ่นเหม่

“ถ้าตื่นแล้วก็ลุกเถอะ จะได้ไปกินข้าว แล้วเที่ยวกันต่อ” 

เขาพยักหน้า

“เชิดวุธ”
เขาเรียกเบา ๆ ผมหันไปมอง เขากระดิกนิ้วเรียก ผมขมวดคิ้วเดินเข้าไปหา เขาดึงผมลงไปนั่งข้าง ๆ กดจูบลงมา ผมกำลังจะอ้าปากท้วง เขาอาศัยจังหวะนั้นแทรกลิ้นเข้ามา

“อรุณสวัสดิ์ เป็นเช้าที่น่ารักมาก”
หมอนี่พูดคำว่าน่ารักได้กับทุกอย่างจริง ๆ เขามองหน้าตื่น ๆ ของผม แล้วเลื่อนสายตาต่ำลงไปที่หน้าอก

“เข้าใจเลือกเสื้อใส่นี่ จงใจยั่วกันรึไง”
เขาเลื่อนมือมาบีบหัวนมผมเบา ๆ ผ่านเสื้อบาง ๆ ตัวนั้น

“ใครว่าล่ะ ผมไม่ได้ซื้อไม่ได้เลือกเอง น้องชายจัดให้”

“เหรอ แต่ฉันชอบนะ กระตุ้นอารมณ์ได้ดี”

“ไม่ดีเลย ผมไม่ชอบ”

“แต่ฉันชอบ”
เขาเปลี่ยนจากจับนมข้างขวามาเป็นข้างซ้าย ผมก็ชักจะวูบ ๆ ไหว ๆ ไปกับสัมผัสนั้น

โดนจับไปจับมามันก็ชักจะเพลิน ๆ ผมหลับตาลงเบา ๆ ไปกับสัมผัสพลิ้วอารมณ์นั้น ผมเป็นผู้ชาย ผมชอบจับหน้าอกใหญ่ ๆ ของผู้หญิง ผมชอบสัมผัสหัวนมใหญ่ ๆ ของผู้หญิง แต่ผมเดาไม่ถูกว่าเขามีอารมณ์กับหัวนมเล็ก ๆ ของผมได้ยังไงกัน

ผมค่อย ๆ ลืมตามองเจ้าของดวงตาที่มองมาก่อนหน้านั้นแล้ว ใบหน้านั้นฉาบไปด้วยความอ่อนโยน รอยยิ้มนั้นอบอุ่นมาก ๆ ฉาบเข้ากับมือที่บดคลึงหัวนมผมอยู่ มันทำให้ผมรู้สึกดีจริง ๆ

“ฉันรักร่างกายของเธอนะ น่ารักไปทุกส่วน”
เขาบดคลึงแรงขึ้นจนผมร้องโอ๊ย พอผมร้องเขาก็ก้มลงไปงับมันผ่านเสื้อ ผมรีบดันหัวเขาออกทันที

“อย่าทำ เดี๋ยวก็ตื่นหรอก”
ผมรีบปราม เขาเงยหน้าขึ้นมามอง

“สายไปแล้วล่ะ มันตื่นตั้งแต่เห็นเธอมายืนมองแล้ว เธอไม่สังเกตเห็นเองต่างหาก”

ผมรีบมองต่ำลงไปด้านล่าง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาจับผมพลิกลงไปนอนแทนที่

ผ่าง!!

ไอ้นั่นชี้หน้าผมเต็ม ๆ ผมรีบเงยหน้ามองเจ้าของมัน ส่ายหัวพรืด

“อาบน้ำแล้วรีบไปเที่ยวกันเถอะ”

“ได้ แต่หลังจากเธอทำให้มันลงก่อน”

“ไม่ ๆ ห้องน้ำเลย ห้องน้ำ”
ผมรีบหาทางเลี่ยง เขาเลื่อนมือมาจับขอบกางเกงผม ผมรีบยื้อไว้ เขาดึงพรืดเดียว กางเกงผมก็หลุดติดมือเขาไป

“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าความต้องการฉันสูง”

“เพราะงั้นผมถึงไม่เหมาะกับคุณไง เพราะความต้องการผมต่ำ ตอบสนองคุณไม่ได้หรอก”

“ตรงกันข้าม ฉันว่าเธอนี่แหละ คือคนที่เหมาะกับฉันที่สุด”
พูดจบเขาก็เข้าแทรกระหว่างขาผม เชื่อมร่างสร้างสัมพันธ์ยามเช้ารับอรุณทันที

เฮ้อ ครั้งหน้าผมจะได้รู้ไว้ ว่าไม่ควรจะมายืนมองหน้าคนคนนี้เด็ดขาด



To be Con...

หึๆ ไม่รอดหรอเชิดวุธ -,.- ขอบคุณทุกคอมเมนต์ค่ะ : )





Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5 

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +556/-10

ออฟไลน์ chanakan2535

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 9
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0
“ตรงกันข้าม ฉันว่าเธอนี่แหละ คือคนที่เหมาะกับฉันที่สุด”
พูดจบเขาก็เข้าแทรกระหว่างขาผม เชื่อมร่างสร้างสัมพันธ์ยามเช้ารับอรุณทันที
 :katai5: :katai5: :katai5: :katai5: :katai5:

 ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
เรื่อง : Feel คนเจ้าอารมณ์
คู่ที่ 3 : #วิลเลี่ยมเชิดวุธ [คู่ฮา]
เขียนโดย : +Memew+
+CHAPTER 04 : เอ้อ ยอมรับว่ารักก็ได้!!


วันนี้ผมจะพาเขาไปนั่งเรือเที่ยวครับ ชมแม่น้ำเจ้าพระยานี่แหละ หลังจากสามารถพาเอวเคล็ด ๆ ออกจากห้องมาได้ก็สายของวัน ผมพาเขาไปนั่งกินข้าวเที่ยงที่ริมแม่น้ำก่อน บรรยากาศดีใช้ได้ หมอชมไม่หยุดปากทั้งอาหารทั้งบรรยากาศ ผมก็ดูแลไปตามมีตามเกิด บอกตามตรงว่าไม่ได้ดูแลแบบที่ผมเคยดูแลลูกค้าหรอก เพราะเขาก็ไม่ใช่ลูกค้าผม แต่ก็ไม่ได้ละเลยหรือทำอะไรทุเรศ ๆ กับเขา พออิ่ม ผมก็ไปติดต่อขอเช่าเรือเร็วยิงยาวไปถึงเกาะเกร็ดเลย

ผมผมตีแสกหน้าพั่บ ๆ พอ ๆ กับผมของเขา ใบหน้าของเราสองคนถูกซ่อนไว้ภายใต้แว่นตากันแดดขนาดใหญ่ เขานั่งเอนหลังนิด ๆ บนเบาะที่เขาทำไว้ให้อย่างดี โดยมีผมนั่งอยู่ในอ้อมแขน

อย่าคิดว่าผมพิศวาสเข้าไปในอ้อมแขนเขาเองนะครับ หมอดึงผมเข้าไปเองต่างหาก ไม่อายคนขับเรือเล้ย

เรือแล่นตีคลื่นน้ำตรงไปตามทาง ผมเคยพาฝรั่งเที่ยวบ่อย ๆ แต่วันนี้มันแปลกออกไป ผมไม่รู้ว่าผมคิดไปเองไหม ผมว่าบ้านเรือนมันน่าดูขึ้น ผู้คนดูมีความสุขขึ้น แม่น้ำดูใสขึ้น คนขับเรือดูหล่อขึ้น น้ำเปล่าที่พกมากินก็รสชาติหวานขึ้นด้วย ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

ผมนั่งมองวิวไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกที หน้าผมก็ซบลงบนแผงอกกว้างแล้ว เขาก้มมองนิด ๆ แต่ไม่พูดอะไร โอบผมไว้หลวม ๆ มองบ้านเรือนที่เคลื่อนผ่านหน้าไปแต่ละหลังละหลัง ตราบจนเรือแล่นมาถึงเกาะเกร็ด

เราให้เรือรอในขณะที่ผมพาเขาก้าวขึ้นฝั่งเพื่อพาเขาไปเดินเล่น

วิลเลี่ยมเป็นคนที่มีศิลปะในจิตใจ เห็นเขายกกล้องถ่ายรูปเก็บหลากหลายความรู้สึกของผู้คน เขาถ่ายได้ทุกอย่างตั้งแต่สีหน้าของคน สิ่งของ เป็นนักซื้อของฝากตัวยงด้วย ซื้อเยอะมาก เห็นบอกจะเอาไปฝากคนอื่นและแจกให้กับพนักงานที่บริษัท

ของกินบางอย่างผมก็ให้เขากิน บางอย่างก็ไม่เพราะกลัวเขาท้องเสีย ผมก็ชักจะชิน ๆ กับมือไม้ที่เกาะเกี่ยวไว้บนเอวบ้าง สะโพกบ้าง หลังบ้าง โดยเฉพาะเวลาที่มีผู้ชายมองมาที่ผม มือนั้นจะวางไว้บนแก้มก้นผมเลย

ผมรู้อยู่อย่างว่าวิลเลี่ยมก็ขี้หึงพอควร นี่ขนาดผมไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกับเขานะ ยังหวงขนาดนี้ ถ้าได้เป็นแฟนกันจะขนาดไหน

ผมหยุดเท้าตัวเองลงกึก ขมวดคิ้ว

โอ้ว… ไม่นะ!!

นี่ผมกำลังวาดภาพว่าผมกับเขาเป็นแฟนกันแล้วเหรอเนี่ย!!

ไม่ได้ ๆ อีกไม่กี่วัน เราก็จะแยกทางกันแล้ว ทั้งผมและเขาก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป จบกันแค่นี้

“อยากลองกินไอ้นั่นดู”
เขาชี้ไปยังขนมครกที่คุณยายกำลังแคะออกจากเตา กลิ่นมันหอมทะลวงจมูกจริง ๆ ผมพาเขาเดินตรงไปที่ร้านนั้น ซื้อมากล่องหนึ่ง คละไส้ ซื้อน้ำเปล่ามาเพิ่มด้วย มองหาที่นั่ง จนได้ที่ว่างเป็นสะพานที่ยื่นออกไปยังแม่น้ำ วิวมันสวยแถมยังเงียบด้วย ผมพาเขาไปหย่อนขานั่ง กับพื้นนั่นแหละ

ดีว่าหมอเป็นคนติดดินพอควร ไม่งั้นคงรังเกียจสถานที่แบบนี้ ผมวางของฝากทุกอย่างลง เปิดห่อขนมครกออก บอกตามตรงว่าผมก็ไม่ได้มาทำอะไรแบบนี้นานแล้ว ผมเป่าฟู่ ๆ ไล่ความร้อนทิ้งไป ยื่นไปให้เขาทั้งกล่อง

เขาก้มมอง ส่ายหน้าไปมา

“อ้าว ไหนว่าอยากลองกินดู”

“ป้อนหน่อย”

ผมอ้าปากค้าง

“มีมือก็กินเองสิ”

“นะ ฉันอยากให้เธอป้อน”
เขามองผมตาเชื่อม ให้ตาย อะไรจะขี้อ้อนขนาดนี้ ผมจำต้องใช้ไม้แหลม ๆ ยาว ๆ ที่เขาแถมมาให้จิ้มตัดแบ่งครึ่ง รองด้วยมือยื่นไปไว้ใกล้ปาก เขารับเข้าไปเคี้ยว ผมมองลุ้น ๆ

“อื้อ อร่อย หวาน ๆ มัน ๆ”

“ขนมไทยสมัยโบราณเลยล่ะ แม่บ้านผมทำให้กินบ่อย ๆ”

“อยากไปเที่ยวบ้านเธอจัง”

“ไปทำไม อีกไม่กี่วันก็กลับแล้ว”

“ไปฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขย”

ผมส่ายหัวไปมา

“แค่ห้าวันคุณก็กลับแล้ว เลิกแล้วต่อกัน”

เขายกยิ้ม นัยน์ตามีประกาย ไม่พูดอะไร อ้าปากงับเอาขนมครกใส่ปาก ดื่มน้ำนิดเพราะความหวานจัด ผมก็กินบ้าง อร่อยดีครับ

“หวานน้อยไปหน่อย”

“นี่หวานมากแล้วนะ หวานกว่านี้เดี๋ยวก็เป็นเบาหวานหรอก” ผมติง เขาส่ายหัว

“ฉันหมายถึงเธอ หวานน้อยไปหน่อย หวานกับฉันให้มาก ๆ หน่อยสิ”

“เรื่อง” ผมหน้าร้อนผ่าว

ให้ตาย ตั้งแต่เกิดมามีแต่ไปจีบคนอื่น ไม่เคยถูกจีบสักที

พออิ่ม ผมก็พาเขาเดินจนครบแล้วพากันนั่งเรือกลับ ตกกลางคืนคืนนี้ ผมว่าผมจะพาเขาไปเที่ยวบาร์เกย์สักหน่อย บางทีอาจทำให้เขาเลิกหลงผมก็ได้ เขาเพิ่งมาเมืองไทย เห็นผมคนแรกแล้วทำให้คิดว่าชอบผม แต่ถ้าได้เจอผู้ชายน่ารักคนอื่น ๆ อาจทำให้เขาเปลี่ยนใจก็ได้

พอกลับถึงโรงแรม ผมก็ให้เขาอาบน้ำเตรียมตัว สักสามทุ่มผมก็พาเขามาที่ซอย 4 ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบาร์เกย์ เขากวาดมองไปรอบ ๆ แล้วมองหน้าผม

“พามาที่นี่ทำไม”

“เอ้า แนวคุณไม่ใช่เหรอ ผมแค่จะทำให้คุณรู้ว่า คุณไม่ได้รักผมหรอก แค่หลงเพราะแรกเห็น เจอคนเอาใจดี ๆ หน่อย ขี้คร้านจะรีบวิ่งหนีผมไป พามานี่แหละ อยากได้ร้านไหนแวะเลย ชอบเด็กคนไหนบอก ผมออฟให้”

เขามองหน้าผม ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มเลย ผมไม่สนใจ พาเขาเดินเข้าร้านหนึ่งที่ศึกษามาว่าเด็กหน้าตาดี เอาใจเก่งและเน้นเทคแคร์คนต่างชาติได้เป็นอย่างดี

พอเข้าไปได้ เขาก็โดนหนุ่ม ๆ หุ่นไล่ไซส์ตั้งแต่เล็ก ๆ ยันไปถึงบักกล้ามมาให้เลือกเยอะแยะ โดนรุมจนผมชักรู้สึกสงสาร หน้าเขาไม่มีความสุขเลย เรียบเอามาก ๆ ผมพาเขานั่งดูโชว์ต่าง ๆ แล้วหันไปดูปฏิกิริยา

นิ่งสงบมาก นั่งดื่มไปนิ่ง ๆ ผมขยับไปกระซิบ

“อยากได้สักคนไหม เลือกเอา ผมออฟให้”

เขายังนิ่ง

“นี่คุณ”

เขาถอนหายใจแรง ดึงมือผมไปกุมเป้ากางเกงตัวเอง ให้ตายเถอะ มันนอนสงบนิ่งเลย ผมมองหน้าเขาอึ้ง ๆ ทั้งที่ข้างบนคนรูปร่างหน้าตาสเปคเขากำลังเต้นยั่วขนาดนั้น

เรานั่งต่อกันอีกชั่วโมง ดูท่าเขาจะเปลี่ยนจากหน้าเรียบเป็นบึ้งผมจึงพาเขากลับ

“ไม่ชอบสักคนเลยเหรอ แล้วคุณชอบแบบไหนล่ะ”
ผมถามหลังก้าวเข้าห้องได้

“แบบนี้ไง”
เขาจับผมดึงเข้าไปชิด

จึก!!

เดาสิครับ เสียงอะไร

ใช่แล้ว เสียงไอ้นั่นทิ่มพุงผม ผมค่อย ๆ ก้มมอง แม่ง หนุ่ม ๆ เกย์มาเต้นยั่วเต็มร้าน น้องแฟบ พอกลับมาถึงโรงแรมกลับตื่นจนตุงกางเกงแบบนี้

“เอ่อ…”

“คราวนี้พิสูจน์ได้รึยังว่าฉันรักเธอจริง ๆ”

“ผะ ผมว่าคุณแกล้งบังคับไม่ให้มันตื่นมากกว่า”
ผมอ้อมแอ้มบอก เขาส่ายหน้าอย่างระอา จับมือผมไปจับน้องเขาไว้ นวดคลึงเบา ๆ เขาซี้ดปาก

“ถ้าคนบนเวทีเป็นเธอแล้วเต้นยั่วแบบนั้น รับรองได้ว่าฉันออฟกลับบ้านแน่ ๆ”

ผมจำนนต่อเหตุผล

“ผมว่าคุณไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”

“ได้”
เขารับปากอย่างว่าง่ายจนผมงง พอเขาออกมาผมก็เดินเข้าห้องน้ำต่อ เหลือบมองด้านล่าง มันยังไม่ลด ผมถอนหายใจแรง รับรองได้ว่าคืนนี้ ผมคงไม่รอดแน่ ๆ

“เชิดวุธ” เขาเรียกผมไว้ ผมหันไปมอง เขายื่นสิ่งหนึ่งมาให้ เป็นถุงครับ สีฟ้า

“อาบน้ำเสร็จ ใส่ไอ้นี่ออกมาแทนชุดนอนนะ”

“อะไร”

“ทำตาม เป็นการทำโทษที่เธอพาฉันไปในที่ที่ฉันไม่อยากจะไป”
อ้าว ผิดกูอีก ได้ข่าวว่ามึงเป็นเกย์ พาไปบาร์เกย์ก็ถูกแล้วนี่

“แล้วถ้าผมไม่ใส่ล่ะ”

“ฉันก็จะบังคับให้เธอใส่ให้ได้”

ผมหน้าบึ้ง ยังไงผมก็ต้องใส่ให้ได้ใช่ไหมล่ะ ผมเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างตัวเสร็จก็หยิบของในถุงออกมาชูดู

แม่งเอ้ย จะให้กูใส่ไอ้นี่เนี่ยนะ

มันคือกางเกงครับ แบบที่ในร้านเขาใส่กันวันนี้ เป็นกางเกงขาสั้น รัดติ้วเหมือนกางเกงใน แต่ลายเท่กว่าเยอะ มันจะให้ผมใส่จริง ๆ เหรอ

แต่คิดไปคิดมา มันก็เหมือนกางเกงในนั่นแหละ

“นี่คุณจะให้ผมใส่จริง ๆ เหรอ เอาของใครมา สะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ของใหม่ เป็นชุดที่เขาสั่งตัด ยังไม่มีใครใส่”
แล้วนี่ไปตกลงซื้อขายกันมาตอนไหน!! ผมจำต้องใส่ แล้วเดินห่อด้วยผ้าเช็ดตัวออกมา

“ถอดผ้าเช็ดตัวออก”
เขาสั่ง นอนเอกเขนกจิบไวน์อยู่บนเตียง เขาใส่ชุดคลุมไว้ตัวเดียว ชุดพร้อมรบเขาละ

ผมจำต้องถอดผ้าเช็ดตัวออก โยนไว้ที่พื้น จ้องหน้าเขาเขม็ง เขามองมาตาวาว สาบานได้ว่าเมื่อกี้ ตรงกลางของหมอนั่นดีดเด้งขึ้นมาจนเห็นได้ชัดเลย

ชักรู้สึกภูมิใจนิด ๆ ที่เขาตื่นกับผมคนเดียวนะเนี่ย

“หันหลังมา”

ผมขยับหันหลังตามคำสั่ง ให้ตาย อายนะเนี่ย

“อืมน่ารัก มานี่”

ผมจำต้องเดินเข้าไปใกล้

“ทำโทษที่พาฉันไปในที่แบบนั้น เอาไอ้นั่นมาป้อนฉันด้วยตัวเองเลย” เขาพยักหน้าไปยังจานที่มีองุ่นหน้าตาดีวางอยู่ ผมจำต้องทำตาม

“ขึ้นมาบนนี้สิ” เขาตบตรงหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ผมขยับไปนั่งบนนั้น โดยให้ไอ้นั่นอยู่ด้านหลัง

“เอาล่ะ ป้อน”

“เคยคิดถึงศักดิ์ศรีผมบ้างไหม ให้มาทำอะไรทุเรศแบบนี้”

“ทำโทษไง ครั้งหน้าจะได้ไม่คิดผลักไสฉันไปให้คนอื่นอีก”

ผมเม้มปากแน่น หยิบองุ่นมายัดใส่ปากเขา ตามด้วยไวน์ เรียกได้ว่าป้อนกันคำต่อคำเลย

“หวานใช้ได้”

ผมลองหยิบองุ่นใส่ปากกินดู

อืม…หวานจริง ๆ

“ฉันหมายถึงเธอ”

ผมหน้าร้อนผ่าวไปกับคำนั้น

“พอแล้วล่ะ ฉันจะกินเธอแทนองุ่น”

“ผมว่าผมง่วงแล้ว” ผมรีบผละตัวออกจากหน้าท้องเขา ถึงจะรู้ว่าไม่รอด แต่ก็ไม่อยากจะสมยอมอย่างง่ายดายเกินไป เขาจับผมไว้ ดึงกางเกงผมออกจากตัวพรืดเดียวจนผมล่อนจ้อน เขาแนบร่างลงมา ไอ้นั่นทิ่มบั้นท้ายผมอยู่ ถึงมันจะอยู่ภายในชุดคลุมก็เถอะ

“คนที่จะทำให้ฉันตื่นได้ตอนนี้ก็มีแค่เธอนะ”

แล้วผมก็ตกเป็นของเขาอีกรอบ





วันนี้ผมพาเขานั่งเครื่องตรงดิ่งไปเที่ยวภูเก็ต แน่นอนว่าที่พักสุดหรูเช่นเคย โปรแกรมมีสิบอย่างหมอตัดออกเหลือแค่อย่างเดียวเพื่อเอาเวลานั้นมากกผม

บอกตามตรงว่าเวลาที่นับถอยหลังมันทำให้ผมรู้สึกวูบโหวงยังไงพิกล ผมพาลูกค้าเที่ยวมาเยอะ บางคนก็ทำให้ผมรู้สึกผูกพัน แต่มันไม่มากเท่าเขา

อาจเพราะความที่เอาเนื้อแนบเนื้อก็ได้ แต่ไม่เป็นไร ครบสองอาทิตย์ แยกจากกันเมื่อไหร่ เขาก็ลืมผม และผมเองก็จะลืมเขาเช่นกัน

ผมไม่ขัดคำสั่งเขาเลย เขาให้ทำอะไรก็ทำ เขาอยากกอดมากแค่ไหนก็ให้กอด เพราะไม่ใช่แค่เขาที่รู้สึกดี ผมเองก็รู้สึกดีอยู่ไม่น้อย และนับวันก็จะยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

บรรยากาศริมทะเลมันรู้สึกดีมาก ๆ ตอนนี้เขานอนอยู่บนเปล โดยมีผมนอนเกยอยู่บนอกเขาอีกที

“ไม่หนักรึไง” ผมถาม

“ไม่นี่ เธอตัวเล็กนิดเดียวเองนะเชิดวุธ”

“สำหรับคุณน่ะใช่ แต่สำหรับคนไทย ผมนี่ถือว่าตัวใหญ่แล้ว”

เขาหัวเราะ ขยับให้เปลไกวเบา ๆ

“คุณรักผมจริงเหรอ”
อยู่ ๆ ผมก็ถามเขาขึ้น เขามองตาผม

“ใช่”

“แล้วคุณไม่มีคนรักรึไง”

“มีสิ”

ผมเงยหน้ามองตาเขา

เฮอะ! มาบอกรักกูทั้งที่มีคนรักอยู่แล้ว ผมรีบดีดตัวขึ้นทันทีจากท่านอนซบอกนั้น

“งั้นทำไมไม่มากับเขา ทำแบบนี้คุณมันก็ไอ้คนทรยศ ไม่ให้เกียรติแฟน มีคนรักอยู่แล้วยังเที่ยวไปนอนกับคนนู้นคนนี้ รู้ไหมคนไทยเขาถือ”
ถึงพ่อผมจะมีเมียสี่คน แต่ก็รักและดูแลเมียทุกคนดีเท่าเทียมกันหมด ที่สำคัญไม่เคยนอนกับใครที่ไม่ใช่เมียแต่งด้วย ผมเองก็เถอะ ถึงจะชอบเที่ยวผู้หญิง นอนกับใครหลายคน แต่ก็เป็นแบบเพื่อนเซ็กส์ยังไม่ใช่แฟน ถ้าเป็นแฟน ผมก็ไม่คิดจะนอกใจแน่ ๆ

“สิ่งที่ผมเกลียดสุดคือพวกนอกใจ”

“หมายความว่าถ้าเธอได้ตกลงเป็นแฟนกับใครแล้ว ไม่มีทางไปยุ่งกับคนอื่นใช่ไหม”

“ใช่” ผมตอบอย่างหนักแน่น

“ฉันบอกว่าฉันเป็นอะไรกับเธอนะ”

“คนรัก”

เขาคลี่ยิ้มหวานหยด

“งั้นเธอก็ห้ามนอกใจฉัน”

ผมขมวดคิ้วมอง ผลักเขาออกแรง

“นี่ คุณบอกว่าคุณมีคนรักอยู่แล้ว แล้วยังมาแกล้งทำแบบนี้กับผม คุณนี่มันเลวจริง ๆ” ผมบอกอย่างหัวเสีย

“ใช่ ฉันมีคนรักอยู่แล้ว”

ผมยิ่งฉุนเข้าไปใหญ่

“พอเลย ไปหาคนรักคุณได้แล้ว พาเขามาเที่ยว ไม่ใช่มาหาคนอื่นนอนด้วยแบบนี้”

“ไปหาทำไม ก็คนรักฉันอยู่นี่แล้ว”

ผมชะงัก จ้องตาคนพูด

“คุณบอกว่าคุณมีแฟนอยู่แล้ว” ผมถามใหม่อีกรอบ เขาพยักหน้า “แฟนคุณชื่ออะไร” เอาตรง ๆ กันเลยครับขี้เกียจอ้อมค้อม

“ชื่อเชิดวุธ”

ผมอ้าปากค้าง เขายิ้ม ดึงผมลงไปจูบเบา ๆ

“นี่ฉันจะสี่สิบแล้วนะ เชื่อไหมว่ายังไม่เคยบอกรักใคร ไม่เคยยกใครขึ้นมาเป็นแฟน เธอเป็นคนแรก อาจฟังดูเชื่อยาก แต่ฉันชอบเธอตั้งแต่แรกพบ ถูกใจตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้รู้ว่าฉันได้ความบริสุทธิ์เธอยิ่งทำให้ฉันทั้งชอบทั้งหลงใหล ยิ่งรู้ว่าเธอไม่ใช่เกย์ ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน นั่นยิ่งทำให้ฉันหลงรัก เพราะเธอบริสุทธิ์จริง ๆ”

ผมสตั้นไปแล้วครับ กับสิ่งที่อีกคนพูด

“ฉันรักเธอนะ” เขาย้ำให้ผมฟังอีกรอบ

ผมควรจะเชื่อเขาดีไหม ผมไม่เคยเชื่อเรื่องรักแรกพบ ไม่เชื่อเรื่องความรักของเกย์ และไม่อยากจะเชื่อในอีกหลาย ๆ อย่างในตัวเขา



ผมพาเขาเที่ยว เวลายิ่งนับถอยหลัง ผมชักรู้สึกไม่อยากพาเขาเที่ยว แต่อยากใช้เวลาอยู่กับเขาให้นาน ๆ มากขึ้น ๆ

ผมไม่กล้าออกปากถามเขาว่าถ้าพ้น 2 อาทิตย์นี้ไปแล้ว เราจะเป็นอะไรกัน เขายังจะรักผมเหมือนเดิม หรือกลับไปแล้วหลงลืมผมเหมือนที่ผมคิดไว้

ตราบจนวันสุดท้ายมาถึง สองวันสุดท้าย เขาไม่ให้ผมพาเที่ยวเลย แต่กกผมไว้ตลอดทั้งวันทั้งคืน คล้ายกับจะส่งท้าย

“เชิดวุธ” เขากระซิบเรียก ผมขานรับในลำคอ

“รักฉันบ้างรึยัง”

ผมเม้มปากแน่น ถ้าแรก ๆ ผมคงต้องปฏิเสธทันควัน แต่ตอนนี้ผมบอกไม่ถูก อาจรักแล้ว อาจจะยัง หรืออาจจะไม่มีทางรักเลย

“ไม่ตอบแบบนี้แปลว่ารักแล้ว” เขาพูดเองเออเอง ผมตวัดสายตามอง

“แล้วไง ถ้าผมรักคุณแล้วไง สุดท้ายพรุ่งนี้คุณก็ต้องเดินทางกลับ ต่างคนต่างแยกย้าย คุณก็ลืมผมอยู่ดี”

“รักฉันบ้างรึยัง” เขาถามคำเดิม ผมไม่ตอบ เขายกตัวผมขึ้นไปนั่งบนหน้าท้อง แม่งตัวกูออกใหญ่ มานั่งหน้าท้องมันเหมือนเด็กเลย

“รักฉันบ้างรึยัง ตอบตามความรู้สึก ตัดทิฐิ ตัดสิ่งอื่นออกทิ้งไป ถามเฉพาะแค่ใจตัวเอง”

ผมหลุบตาลงต่ำ แต่เขาเสยคางผมขึ้น บังคับให้จ้องตา

“รักฉันบ้างรึยัง”

ผมเม้มปากแน่น

“ผม…” ผมกลืนน้ำลายลงคอ

“รักมั้ง”

เขายกยิ้ม ดึงผมลงไปกอดแน่น แล้วไม่พูดอะไร

“แล้วไง คุณทำสำเร็จแล้วนี่ ทำให้ผมรักได้แล้ว สุดท้ายคุณมันก็ไอ้เกย์คนหนึ่ง ที่รักง่ายหน่ายเร็ว ทำให้คนอื่นรัก แล้วก็ทอดทิ้ง กลับไปก็หลงลืมผม” ผมต่อว่าไป รู้สึกเสียงตัวเองจะเครือ ๆ ด้วย เขากอดผมไว้ จูบซับมาที่แก้ม กระซิบพูดแผ่วเบา

“ฉันรักเธอ”





นั่นคือคำรักสุดท้ายที่ผมได้ยิน ผ่านไปสองอาทิตย์หลังจากเขาบินกลับไป ผมก็กลับมานั่งเหงาหงอยจนเพื่อนผมจับสังเกตได้

“มึงรักเขา” มันถาม

ผมถอนหายใจเบา ๆ

“เออ!” ผมกระแทกเสียงตอบ “แม่ง มันทำทุกวิถีทางให้กูรักมัน เป็นไง พอทำสำเร็จมันก็บินหนีกูไป ไม่ติดต่อ ไม่ส่งข่าว จบกัน จบแล้วจบเลย นี่ไง กูถึงบอกว่าพวกเกย์ไม่มีความจริงใจ รักง่ายหน่ายเร็ว เฮอะ จะรักกูคนเดียว” ผมบ่น เริ่มทำใจได้แล้วล่ะครับ

ถึงงั้นผมก็ไม่คิดจะแปรธาตุไปเป็นเกย์ตามเพื่อน ทั้งที่มันก็ชวน

อ้อ ผมมีความลับจะบอกคุณอยู่อย่าง เป็นเรื่องที่ช็อกครอบครัวเราสุด ๆ นั่นก็คือพี่ชายคนโตของผมกับพี่กวินทร์ลูกพี่ลูกน้องของผมเป็นแฟนกัน คบกันมาได้หกปีแล้ว และที่ช็อกไปกว่านั้นคือ พี่เชนทร์ที่หวงชยันต์สุด ๆ นั้น แท้จริงแล้วพวกเขาแอบคบกันอยู่ บรรดาแม่ ๆ นี่ถึงกับเป็นลมที่รู้ข่าว

จริง ๆ แล้วพี่น้องบางคนผมรู้ว่าพี่ชายกับพี่กวินทร์คบกัน แต่ที่ไม่รู้คือพี่เชนทร์กับชยันต์นี่แหละ ส่วนว่ารู้ได้ไงทั้งที่ปกปิดกันมาได้นานสองนาน

มีวันหนึ่งพี่ชายมาบ้านพร้อมพี่กวินทร์ในงานวันเกิดคุณพ่อ แล้วพี่กวินทร์เขาเข้ามาใกล้ชิดพี่เชนทร์เพราะกะจะเซอร์ไพรส์พ่อ แต่พี่ชายหึงหูดับไม่ฟังฟ้าฟังฝนจะวางมวยกับพี่เชนทร์ ไม่มีใครห้ามได้จนชยันต์เห็นท่าไม่ดีเลยออกก้าวสกัดและบอกความจริงว่าจริง ๆ แล้วพี่เชนทร์เป็นของตนไม่ได้คิดอะไรกับพี่กวินทร์นั่นแหละ วันเกิดพ่อ พ่อได้ของขวัญช็อกคูณสอง นำส่งโรงพยาบาลกันแทบไม่ทัน

พี่ชายนั้นไม่แคร์กับคำตำหนิของใครอยู่แล้ว ส่วนพี่กวินทร์ก็โดนปกป้องจากพี่ชาย ขืนใครพูดจากระทบหูให้พี่กวินทร์เสียความรู้สึก เฮียแกต่อยตาย

ส่วนพี่เชนทร์โดนด่าหนักหน่อย เพราะน่าจะเป็นผู้เป็นคนสุด และที่สำคัญ เป็นพี่น้องกันด้วย แต่นั่นแหละ อำนาจมืดของชยันต์มีเยอะกว่า ด้วยวาจาดั่งสาลิกาลิ้นทอง ไม่นานทุกคนก็ยอมรับ อาจจะเพราะหนึ่งทุกคนทำใจไว้อยู่แล้วว่าชยันต์นั้นน่าจะถูกเสพมากกว่าไปเสพคนอื่น และถ้าจะให้คนอื่นที่ไว้ใจได้ยากมาเสพ สู้ยกให้พี่เชนทร์ที่ดูแลน้องดีมาตลอดเสพดีกว่า

และคนในครอบครัวก็ช่วยกันรักษาความลับนั้นต่อไป เอวังด้วยประการละฉะนี้แล

เพื่อนผมพอรู้ว่าผมรู้ มันก็เปิดเผยมากขึ้น แต่ก่อนผมไม่ได้สังเกต ว่าไอ้อาการมองผู้ชายแบบนี้ของมันคือการอ่อยเหยื่อ

“นี่ แล้วถ้าเขากลับมาหามึง มึงจะเอาไง”

“ไม่เอาไง เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้”

“งั้นมึงก็ไปหาเขาดิ”

“เอาช้างมาลากกูเถอะ”

มันส่ายหน้าไปมา

“เขาเป็นเจ้าของธุรกิจ ร่ำรวยมาก มึงนั่นแหละต้องไปอยู่กับเขา”

ผมส่ายหน้าไปมา

“ถ้าเขารักกูจริง เขาต้องมาหากู”

“มึงนี่นะ มันจะเป็นไปได้ไง”

ผมยักไหล่

“ก็เป็นไปไม่ได้น่ะสิ มันไม่มีทางกลับมาหากูหรอก ป่านนี้นอนกอดหนุ่มน้อยที่ไหนสบายใจไปแล้ว” ผมพูดอย่างไม่ใส่ใจทั้งที่ภายในรู้สึกเศร้าใจยังไงพิกล แต่ผมไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้อารมณ์ดีพดาวน์ได้นานหรอก ผ่านไปได้แค่เดือนเดียวผมก็กลับมาดี๊ด๊าเหมือนเดิมแล้ว

อยากควงสาว ๆ ออกไปฟัดให้หนำใจเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจิตใจผมย่ำแย่หรือร่างกายผมมันเคยชินกับการถูกผู้ชายกอดกันแน่

ผมไม่มีอารมณ์ครับ กับผู้หญิง ไม่ว่าจะสวยหยาดฟ้ามาดินขนาดไหน หรือแม้แต่คู่นอนที่เคยมือเคยตีนกันมาแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถทำให้ผมตื่นได้เลย

ให้เดาน่าจะเป็นเพราะสภาพจิตใจผมมากกว่า กำลังนอยด์มั้ง ปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพักก็น่าจะดีขึ้น




(มีต่อ)

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
วันนี้วันเสาร์ ไม่มีอะไรทำ ผมว่าจะไปแก้เบื่อด้วยการเดินเล่นหรือดูหนังสักหน่อย เดินควงกุญแจรถลงบันไดตรงไปยังห้องรับแขกเพื่อออกจากบ้านไปขึ้นรถ

เห็นพี่เชนทร์นั่งหน้าขรึมอ่านเอกสารงาน โดยมีชยันต์นอนคว่ำหน้าพาดตัวไว้บนตักกว้าง มีหนังสือการ์ตูนวางไว้ตรงหน้า มือหนึ่งเปิดอ่านอีกมือถือลูกอมจูปาจุ๊บดูดไว้ในปาก ปากแดง ๆ นั้นเวลามีลูกอมสีแดง ๆ มาอมไว้ มันดูเซ็กซี่ให้ตาย

ชยันต์ชอบแต่งตัวเซ็กซี่อยู่แล้ว เสื้อที่ใส่วันนี้เป็นเสื้อแขนยาว แขนเสื้อยาวจนคลุมข้อมือ ชายยาวคลุมสะโพก แต่ขอโทษเหอะ คอเสื้อกว้างมากจนหัวไหล่ขาวจั๊วะนั้นโผล่พ้นคอเสื้อออกมา เพราะนอนพาดอยู่บนตักพี่เชนทร์ สะโพกกลมกลึงลอยเด่น เห็นแล้วน่าฟาดสักเพี้ยะ พี่เชนทร์อ่านเอกสารไม่สนใจใคร ในขณะที่ชยันต์ละสายตาจากการ์ตูนมองมาทางผม

“อ่ะไอไอ๋อ่ะอี่”

“กดหนึ่ง ขอภาษาไทย กดสอง ขอภาษาอังกฤษ” ชยันต์หัวเราะร่วน ดึงจูปาจุ๊บออกจากปาก

“ขอเพิ่มกดสาม กดพี่เชนทร์แทนได้ไหม”

ผมนี่เงิบเลย พี่เชนทร์ที่สนใจแผ่นงานอยู่ยังละสายตามมอง ชยันต์ยิ้มยั่ว ผมว่าไอ้รอยยิ้มนั้นมีไว้เพื่อพี่เชนทร์จริง ๆ โดยเฉพาะนั่นแหละ

พี่เชนทร์ฟาดก้นชยันต์ไปเพี้ยะ รายนั้นบู้หน้า เลื่อนมือไปรั้งคอคนตัวสูง กดลงไปประกบปาก ผมทำหน้าหน่ายเบือนหน้าหนี

ตั้งแต่ความจริงเปิดเผย ชยันต์ก็แสดงออกแบบไม่อายฟ้าอายดิน พี่เชนทร์ก็เหมือนกัน แทนที่จะห้ามปรามอะไรบ้างก็ไม่เถียงน้องเล้ย

ผมรีบเดินเลยก่อนจะได้เห็นหนังสดที่ไม่อยากจะเห็น มันพาลทำให้นึกถึงอีตาวิลเลี่ยมขี้โกหกนั่นขึ้นมาด้วย

“ไปไหนอ่ะพี่”

เดินยังไม่ทันจะออกนอกประตู เสียงชยันต์ก็ทักขึ้นมาก่อน ผมเบรกเท้ากึก หันไปมอง ชยันต์เลิกจูบพี่เชนทร์แล้ว

“ไปเดินเล่นดูหนังฟังเพลงดำน้ำปลูกปะการังตามประสาคนโสด เบื่อ”

ชยันต์หัวเราะร่วน ดีดตัวลุกจากตักพี่เชนทร์

“ไปด้วยคนสิ”

“อ้าว ไม่อยู่กับพี่เชนทร์ล่ะ”

“ไม่ละ พี่เชนทร์มีประชุมอีกสิบนาทีก็ต้องไปแล้ว ชยันต์ไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว เบื่อ นะ” ชยันต์รีบเดินเข้ามาอ้อน ผมหันไปมองพี่เชนทร์

“ฝากหน่อย”
แปลว่าชยันต์พูดจริง ผมจำต้องพยักหน้า พาน้องเดินไปขึ้นรถ แน่นอนว่าทุกสายตาพุ่งเป้ามาที่ชยันต์เป็นตาเดียว จะว่าเพราะชุดอันแสนเซ็กซี่ที่ใส่ หรือว่าจะเพราะรูปร่างหน้าตาอันสวยหวานมีเอกลักษณ์เกินชายนั้นด้วย ผมมองหัวไหล่ชยันต์อย่างเพลิดเพลิน

“มองนานแล้วนะ ทำไม ไหล่ชยันต์มีขี้ไคลเหรอ”

“เปล่า คิดว่าชุดนี้ทำให้ชยันต์เซ็กซี่ดี”

ชยันต์ฉีกยิ้มกว้าง จ้องหน้าผม

“เท่ไหม”

ผมอ้ำอึ้ง ถ้าพูดว่าเท่มีหวังชยันต์ต้องลากผมไปซื้อแน่ ๆ แต่ถ้าพูดว่าหวานมีหวังโดนงอน

“เซ็กซี่” ผมตอบคำเดิม คิ้วเรียวเรียงกันสวยราวกับถูกจับวาดโดยพระเจ้าขมวดเข้าหากันนิด ๆ ถ้าจับชยันต์สตาฟได้ ผมว่าชยันต์ต้องเป็นหุ่น สตาฟที่น่ารักที่สุดในโลกแน่ ๆ

“เท่ครับ” ผมตอบอย่างจำใจ เรียวปากกระจับขยับแยกกว้าง มันดูหวานหยดจนผมอยากซัดพี่เชนทร์แล้วจับน้องฟัดแทน

“ถ้างั้น…” ผมว่าผมชักรู้แกวน้องตัวเองแล้วนะ

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องซื้อให้พี่หรอก” ผมรีบดักทางไว้ก่อน ชยันต์เบะหน้า

ผมว่าบางทีชยันต์อาจต้องการแค่แกล้งผมก็ได้นะ

“ครับ ๆ ไปซื้อก็ได้”

ชยันต์ฉีกยิ้มอีกรอบ รีบดึงผมลากเข้าร้านประจำทันที ร้านเดิมครับ พนักงานมองหน้าผมแล้วยิ้ม สงสัยพวกนี้จะจำผมกันได้หมด

ทำไมไม่ลา ๆ ออกกันไปบ้างวะ

“รับชุดไหนดีคะ” พนักงานถาม

“ชุดเซตนี้หมดแล้วหรือยังครับ” ชยันต์โชว์ชุดที่ตัวเองใส่อยู่ให้ดู

“เซตนี้หมดคอลเลคชั่นแล้วล่ะค่ะ”

ชยันต์หน้าเสีย ผมแอบกำมือชักเข้าหาตัวแล้วร้องเยสแรง ๆ ในใจ

สวรรค์ กูไม่ต้องใส่ชุดแต๋วแตกแล้วเว้ยยย!!

“แต่เรามีเซตใหม่ที่เซ็กซี่กว่าเซตนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการจะดูก่อนไหมคะ”

เจ้ย!! นรกตกใส่หัว!!

ผมตาโต แอบเห็นพนักงานมองมาแล้วพากันหัวเราะด้วย ชยันต์ตาวาว รีบบอกให้พนักงานพาไปดู

พนักงานพาเดินไปที่หุ่นกลางร้านทันที

ไอ้นายแบบคนเดิมนั่นแหละครับ มันไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพหรือไปเพิ่มกล้ามให้ดูแมนกว่านี้รึไง อ้อนแอ้นเหลือเกิน

ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มองเสื้อที่มีรูปแบบไม่ต่างกับของชยันต์ คือแขนยาว ชายยาวคลุมสะโพก แต่ตัวนี้จะยาวกว่าเล็กน้อย แขนเสื้อคลุมหลังมือ มีริ้วนิด ๆ ให้ดูหวานขึ้น เนื้อผ้าบางลง และที่สำคัญคือคอเสื้อ…

มึงจะเว้าไปไหน!!

มึงจะโชว์อะไร!!

ไหปลาร้า?

กูมีสองไห มีปลาขี้ไคลว่ายเต็มไปไหมด

เสื้อสีขาวอมเทา

“ทุเรศมาก/ว้าว น่ารักมาก” ผมกับน้องพูดขึ้นพร้อมกัน แต่ผมพูดอยู่ในใจ

“งั้นขอตัวนี้ ไซส์เอ็ม มีกี่สีเอามาให้หมด”

“ชยันต์” ผมรีบปรามน้อง

“ชยันต์ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้านะ อีกสองอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ”

“คะ ครับ”

ชยันต์ยิ้มร่า ผมชักรู้สึกว่าน้องผม มีเขากับหางงอกยังไงพิกล

“เอาละ” ชยันต์หันมามอง นรกสำหรับผมมาก

ชยันต์ซื้อเสื้อให้ผมหลายตัวเนื่องในวันเกิด และน้องขอร้องให้ผมใส่ทุกวัน วันละตัว

อื้อ ๆ ทำไมชยันต์ถึงทำกับพี่ได้

 

วันนี้ผมเดินลงมาจากชั้นบนในสภาพหัวหางฟู เมื่อคืนทำงานหนักไปหน่อย ทุกคนหันพรึบมามอง แม่ผมหัวเราะคิก

“ชยันต์ซื้อให้อีกล่ะสิ” แม่แซว ผมก็แอบงงเหมือนกันว่าทำไมในบรรดาพี่น้องทุกคน ชยันต์จะต้องเลือกซื้อเสื้อผ้าสไตล์ตัวเองให้ผมใส่เพียงคนเดียว นอกนั้นก็ซื้อแบบเท่ ๆ ให้

“ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องซื้อให้แต่แบบนี้”

“ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่สิ” พี่อนุชาแนะ

“ทำได้เหรอ เถียงได้ที่ไหน เด็กนั่นน่ะ ซาตานดี ๆ นี่เอง”

“อ้าว เพิ่งรู้เหรอ” จะหาว่าผมควายมาตลอดใช่ไหม

คนที่ถูกต่อว่าวิ่งตุบ ๆ ลงบันไดมา

“ว้าววว พี่วุธหล่อจัง”

ตรงไหน ผมตอบอยู่ในใจ

แอบเห็นพี่อนุชาหัวเราะด้วย อ้อ จะบอกว่า ตอนนี้พี่เชนทร์กับชยันต์นอนห้องเดียวกันเรียบร้อยแล้วครับ ห้องชยันต์เลยถูกจัดใหม่ให้กลายเป็นห้องรับแขกบ้านแขกเรือนไป

“น่ารักดี” พี่เชนทร์ชม ผมหน้าเบี้ยว

“พี่ ผมไม่ภูมิใจนะ” ผมกระซิบ พี่เชนทร์หัวเราะ

“โอเค งั้นพูดใหม่ นายเท่ดี”

ผมกรอกตาขึ้นฟ้า ยกมือขึ้นในทำนองว่าไม่เชื่อ พี่เชนทร์หัวเราะเดินไปนั่งประจำที่เพื่อทานอาหารเช้า

ได้ยินเสียงกริ่งดังมาจากหน้าบ้าน พวกเราไม่มีใครขยับหรอก เพราะเรามีทั้งแม่บ้านพ่อบ้านในการออกไปดูว่าใครมาอยู่แล้ว

“ดอกไม้ครับ” พ่อบ้านเราเดินหน้าหล่อเข้ามา

เชื่อกันหรือเปล่าว่าบ้านผมมีพ่อบ้าน เหมือนบ้านฝรั่งเลย หล่อมาก บ้านผมมีแต่คนหน้าตาดี คนสวนยังหล่อ

พวกเราทุกคนหันไปมอง

สิ่งที่พ่อบ้านผมอุ้มเข้ามาในอ้อมแขนคือดอกไม้ครับ ดอกกุหลาบสีแดงสด ช่อเบ้อเร่อ บรรดาแม่ ๆ ผมตาวาว สงสัยพ่อจะส่งมาให้แม่สักคนเพื่อเซอร์ไพรส์ละมั้ง

“ของใคร” ชยันต์รีบถาม

“ของคุณเชิดวุธครับ” ทุกคนหันพรึบมามองผมเป็นตาเดียว

เดี๋ยวนะ

อย่าเพิ่งมองกู

อย่ามองเสมือนกูเป็นผู้ร้ายข้ามแดนขนาดนั้น

“ใครเป็นคนส่งมา” แม่ผมถามต่อ

“ไม่ได้ระบุชื่อเต็มผู้ส่งครับ ในนี้เขียนไว้แค่ เอ่อ คุณวุธจะอนุญาตให้ผมอ่านไหมครับ เพราะของคุณวุธโดยตรง” พ่อบ้านผมมีมารยาทดีมากที่ไม่ด่วนอ่านก่อน เพราะไม่รู้ว่าในนั้นเขียนไว้ว่าอะไร ตอนแรกจะบอกว่าไม่ให้อ่าน เพราะของผมคนเดียว แต่รู้สึกว่ามีสายตานับสิบคู่พุ่งตรงมาราวกับมีดจี้คอหอย และคำพูดไม่มีเสียงว่า

ไม่ให้รู้ มึงตาย

ผมน้ำตาตกใน พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

พ่อบ้านผมก้มลงไปมองกระดาษที่แนบติดอยู่บนดอกกุหลาบสีแดงช่อโตในอ้อมแขน คลี่แหวกออกด้วยนิ้ว ขยับปากเป

ล่งเสียงออกมา

“I LOVE YOU”

ผมยืนนิ่งเหมือนถูกสะกด

สาวไหนส่งให้ผมวะ

“ใครเป็นคนส่งมา” ผมถาม “สาวไหนส่งมาให้เนี่ย” ผมถามเพราะอยากรู้จริง ๆ มีไม่กี่คนหรอกที่ชอบเซอร์ไพรส์ผมแบบนี้

“ลงชื่อย่อว่า W. ครับ”

ผมนิ่งคิด

ใครวะ W. น้องหวานเหรอ ไม่นี่ ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วนะ ผมนั่งนึก พ่อบ้านเดินเอาดอกไม้มายื่นให้

แม่ง พ่อบ้านผมนี่ ลาออกไปเป็นพระเอกหนังเหอะ

หล่อเกิ้น!

ผมรับมาประคองไว้ในอ้อมแขน พลิกดูกระดาษ มันถูกเขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบ

“ดีจัง มีสาว ๆ ส่งมาให้แบบนี้” ใครสักคนพูดขึ้น

“คนมันหล่อก็แบบนี้แหละ เชื้อพ่อมันแรง” ทุกคนหัวเราะ ผมหอบเอาดอกไม้เดินขึ้นไปไว้ในห้องนอน หยิบแจกันมารินน้ำ แล้วใส่ดอกไม้ลงไป

นาน ๆ ทีได้ดอกไม้จากสาว เก็บไว้นั่นแหละดีแล้ว





Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5

ออฟไลน์ Thanthan1234

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 1
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +0/-0

ออฟไลน์ mystery Y

  • เป็ดApollo
  • *
  • กระทู้: 6702
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +556/-10

ออฟไลน์ memew

  • ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้าาา
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 427
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +306/-10
    • :: Memew แฟนเพจ :
 
เรื่อง : Feel คนเจ้าอารมณ์

คู่ที่ 3 : #วิลเลี่ยมเชิดวุธ [คู่ฮา]

เขียนโดย : +Memew+

+CHAPTER 05 : ดอกไม้ กับชายปริศนา


เช้าวันที่ 2 ผมได้ดอกไม้เหมือนเดิม แต่รูปแบบเปลี่ยนไป พ่อบ้านออกไปรับ มีการ์ดใบเล็ก ๆ เขียนตัวหนังสือแบบเดิมไว้

I Love You

ทุกคนเริ่มพากันงง

วันที่ 3 ก็ถูกส่งมาอีก คนส่งคนเดิม เวลาเดิม คำพูดเดิม ๆ จนพวกเราในบ้านชักกลัว ๆ ให้คนไปสืบว่าใครเป็นคนส่ง จนในที่สุดเราก็รู้ว่าเป็นร้านไหน แต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครส่ง เพราะลูกค้าโทรสั่งของมาทางโทรศัพท์ ไม่ได้แจ้งชื่อหรือรายละเอียดอะไรไว้ นอกจากสั่งให้ไปส่งดอกไม้ให้ผมทุกวัน วันละช่อ เป็นเวลาสองอาทิตย์ และช่อดอกไม้ห้ามซ้ำแบบกันด้วย จ่ายเงินล่วงหน้าให้ครบหมดแล้ว

ถึงทุกคนในบ้านจะรู้อยู่แล้วว่าผมจะได้ดอกไม้แบบนี้ทุกวันเป็นเวลาสองอาทิตย์ แต่ทุกคนก็อดตื่นเต้นไม่ได้เวลาที่ได้ยินเสียงกริ่งดังหน้าบ้าน โดยเฉพาะผม แรก ๆ พ่อบ้านจะออกไปรับให้ครับ พอครบอาทิตย์ผมก็เป็นคนออกไปรับด้วยตัวเอง จะว่าเพราะพี่คนส่งหน้าตาดีก็ได้

เข้าวันที่ 10 ผมอาบน้ำแต่งตัวหล่อเฟี้ยวลงมารอข้างล่างเหมือนเดิม

“แหม ไม่เตรียมพร้อมเลยนะ อยากรู้จังว่าสาวไหนส่งมาให้”

ผมเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ยักคิ้วให้คนพูด

“คนมันหล่อครับท่านผู้ชม”

ได้ยินเสียงกริ่ง ผมดีดตัวลุก วิ่งจู๊ดออกไปหาพี่พนักงานส่งดอกไม้หน้าตาดีคนนั้น

“คุณเชิดวุธนะครับ”

“ครับ” เขาก็จำหน้าผมได้นะ แต่ไม่รู้จะย้ำชื่อไปทำไมทุกวัน ผมรับมาถือ เขาหันหลังก้าวขึ้นมอเตอร์ไซค์ขับจากไป

ผมอุ้มดอกไม้ช่อนั้นเดินเข้าบ้าน ก้มหอมดอกไม้ช่อนั้นนิดหนึ่ง ไม่รู้ว่าใครส่งมาให้ แต่มันทำให้ผมรู้สึกดีใจจริง ๆ

“หน้าเป็นกระด้งเลยนนเชิดวุธ บางทีอาจเป็นดอกไม้ผสมพิษบนเกสร หรือสาว ๆ โรคจิตก็ได้”

“อิจฉาอะดิ” ผมยักคิ้วกลับ พี่ชาติพี่ชายแม่เดียวกับผมเบ้หน้านิดหนึ่ง ห้องผมล้นไปด้วยดอกกุหลาบที่มันยังคงสดอยู่ ผมเลยเอาดอกไม้ช่อนั้นไว้ในห้องรับแขกนั่นแหละ จัดใส่แจกันไว้

“ดีนะแค่สองอาทิตย์ ถ้าส่งมาทุกวัน เราคงต้องเช่าโกดังเก็บดอกไม้แน่ ๆ” ใครสักคนแซว ผมไม่ใส่ใจ ก้มหอมดอกไม้นั้นเบา ๆ หยิบแค่การ์ดมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ

ไม่รู้ว่าใครล่ะ ที่ส่งมา มันทำให้ผมรู้สึกดีจริง ๆ

แอบเสียดายนิด ๆ ที่เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่วัน

และวันนี้ผมไม่รอให้กริ่งดัง ผมออกไปรอดอกไม้ของผมหน้าบ้านทันที วันนี้วันที่ 13 แล้วครับ พรุ่งนี้ก็วันสุดท้ายแล้ว

“ออกมารอเลยเหรอครับคุณวุธ” แหม มีแซว ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ถามชื่อแล้วเหรอ

“จริง ๆ เอามาให้ทีเดียว 14 ช่อเลยก็ได้” ผมบอก คนส่งดอกไม้ส่ายหน้า

“เขาบอกให้ส่งให้ทุกวันวันละช่อครับ เราต้องทำตามคำสั่ง”

ผมรับมาถือ

“ส่งให้แต่คนอื่น เคยได้รับเองบ้างไหมเนี่ย” ผมแซวเขายิ้ม ๆ

“ไม่ละครับ ผมถนัดส่งมากกว่า”

ผมพยักหน้าไม่ใส่ใจ เขากระชับหมวกแก๊ปบนหัว คล้ายกับจะทำความเคารพนิดหนึ่ง ขึ้นขี่มอเตอร์ไซค์ขับจากไป ผมหันหลัง เดินเข้าบ้าน ก้มดมดอกไม้มาตลอดทาง แอบเสียดายนิด ๆ ครับที่พรุ่งนี้มันจะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้แล้ว

กระทั่งวันรุ่งขึ้น ผมรีบตื่นแต่เช้า แต่งตัวด้วยชุดที่คิดว่าน่ารักที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอะไรบอกไม่ถูกเหมือนกัน แค่มีอะไรมาสะกิดใจว่าผมควรทำ อย่างน้อยก็เพื่อให้คนส่งดอกไม้เห็นแล้วหน้าชื่นบ้าง

วันนี้ผมไม่ได้ออกไปยืนคอย แต่นั่งอยู่ในบ้านนั่นแหละ

“อ้าว วันนี้ไม่ออกไปรอหน้าบ้านเหรอ”

“เดี๋ยวเขาก็มา” ผมตอบ ทุกคนมองขำ ๆ จนเวลาผ่านไป ผมเหลือบมองนาฬิกาบ่อยมาก เริ่มกระสับกระส่ายเพราะยังไม่มีเสียงกริ่งอะไรหน้าบ้านเลย

“นี่ คนส่งดอกไม้ยังไม่มาอีกเหรอ” ผมถามพ่อบ้าน เขาส่ายหน้า

“ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรครับ”

ผมเริ่มร้อนใจ สองอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ เมื่อวานแค่สิบสามวันเอง

ผมรอกระทั่งผ่านไปเกือบชั่วโมง พี่เชนทร์ออกไปทำงานแล้ว ชยันต์ก็ไปโรงเรียนแล้ว ผมคอยทุกคนทยอยกันออกจากบ้าน ผมนั่งไหล่ตกจนบรรดาแม่ ๆ ที่มีอาชีพแค่แม่บ้านเดินมาลูบหัวผมเบา ๆ

“คนส่งดอกไม้คงมาเลท ถ้าชอบขนาดนั้น แม่สั่งให้เขาส่งให้ทุกวันยังได้”

“เหมือนกันที่ไหนเล่าแม่แหม่ม” ผมบอกแม่ของพี่ชายคนโต คนนี้ใจป้ำเสมอ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปล่อยให้พ่อมีเมียได้อีกตั้งสามคน

ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือ บรรดาแม่ ๆ รักใคร่สนิทสนมกลมเกลียวกันดีครับ ไม่มีตีไม่มีทะเลาะกัน อาจมีเง้างอนกันบ้างตามประสาผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่จะอยู่กันอย่างพี่สาวน้องสาวมากกว่า อายุก็ไล่เลียงกันตามลำดับเลย

ผมนั่งหงอยเพราะดอกไม้ช่อสุดท้ายของผมไม่มีมาจริง ๆ ผมตัดใจบอกลาบรรดาแม่ ๆ หวังเดินกลับห้อง แต่เดินขึ้นบันไดไปได้แค่สองสามก้าวเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ผมชะงักกึกหันขวับไปมอง พอ ๆ กับบรรดาแม่ ๆ หัวใจผมไหวแรงด้วยความดีใจ รีบหันหัวเรือจากเดินขึ้นห้องไปเป็นหน้าบ้านทันที

ผมทำเป็นเดินใจเย็นทั้งที่ใจจริงอยากวิ่งไปหาแทบแย่ นอกประตูรั้วเห็นใครคนหนึ่งยืนถือดอกไม้ช่อโตไว้อยู่

“ทำไมมาช้าจังวันนี้” ผมถามไปกึ่งงอน เขาไม่ตอบ ขยับปีกหมวกที่บังหน้าลงต่ำ วันนี้มาแปลกแฮะ ชุดน่ะเหมือนเดิม คือใส่แจ็กเก็ต แต่คนละแบบกับที่ร้าน ไม่มีโลโก้ร้านด้วย แต่เท่กว่า ตัวสูงใหญ่กว่ามาก

อ้าว พนักงานคนใหม่เหรอ ผมเปิดประตูเล็กออก

“พนักงานใหม่เหรอ มิน่ามาส่งช้า” ผมติงไป เขาไม่พูดอะไร ไม่เงยหน้ามอง ใส่แว่นตาดำด้วย

อะไรวะ มาช้าแล้วยังมาทำปิดหน้าปิดตา ไม่พูดไม่จาทำตัวน่าสงสัยนะมึง เดี๋ยวกูโทรไปสั่งเจ้าของร้านให้เลิกจ้างซะนี่

ผมเดินเข้าไปชิด กลิ่นน้ำหอมนี้มันคุ้น ๆ แฮะ

“ผมชื่อเชิดวุธ ของผมใช่ไหม เอามาสิ” ผมยื่นมือออกไปรับ แต่เขาไม่ส่งให้ ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น

อะไรวะ

“นี่คุณ” ผมถาม เขาไม่พูดอะไร กระชากดึงตัวผมเข้าไปชิด ผมเบิกตากว้างเงยหน้ามอง

ผมชะงักค้าง มองดวงตาภายใต้แว่นตาดำขนาดใหญ่และหมวกที่ปิดบังหน้าตานั้น

ผมลืมไปได้ยังไงกัน

กลิ่นตัวแบบนี้ คางแบบนี้ ริมฝีปากแบบนี้ ความใหญ่โตของเรือนร่างสูงใหญ่ขนาดนี้

ผมยืนช็อกค้างอยู่ภายในอ้อมแขนเขา

ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองตาค้าง เหมือน ๆ กับดวงตาผมกำลังคลอด้วยอะไรบาง หัวใจไหวแรง ปากแห้งผากไปหมด

“มีคนส่งข้อความมาบอกคุณว่า I LOVE YOU” เสียงกระซิบนั้นดังชัดเจนข้างหู ข้อความครั้งนี้มันไม่ได้มาเป็นตัวหนังสือ แต่มาเป็นน้ำเสียงแทน

ผมไม่ชอบคำนี้ ผมไม่อยากฟังคำนี้ แต่นี่ตอนนี้ คำคำนี้ เรียกน้ำตาคนร้องไห้ยากแบบผมได้ กลีบปากเซ็กซี่นั้นคลี่ยิ้มกว้าง

“ฉันรักเธอ” เขายิ้มอีกรอบ ถอดแว่นออก เผยดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่แสนคุ้นเคย ปากเขาก็ก้มลงมาประกบปากผมไว้

ความจริงหรือความฝันกันแน่ ผมรีบโอบรอบลำคอแกร่งไว้ ยึดไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามันคือความจริงไม่ใช่ความฝัน

มันคือความจริง ปากร้อนบดเบียดนวดคลึง

มันเป็นปากที่ผมแสนโหยหา

“คิดถึงนะ” เขาละปากออกมาพูด

“คิดถึงบ้าอะไรของคุณ ไหนว่ารักนักรักหนา หายหัวต๋อมเนี่ยนะรัก” ผมต่อว่าทั้งน้ำตา เขาหัวเราะหึ ๆ

“ก็อยากจะดูว่าคนใจแข็งจะรู้สึกอะไรบ้างไหมถ้าฉันไม่อยู่”

“คุณมันบ้า คุณมันไอ้เกย์ขี้โกหก” ผมด่าไปร้องไห้ไป เขาหัวเราะอีกรอบ เกลี่ยน้ำตาออกให้เบา ๆ

“ฉันไม่เคยโกหกอะไรนะ ฉันรักเธอ รักมาก”

“รักมากอะไร แล้วทำไมไม่ติดต่อกลับมาบ้าง”

เขายิ้ม

“แล้วทำไมไม่คิดจะติดต่อฉันกลับบ้าง ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ เมลอะไรก็ให้ไปแล้ว จดหมายสักฉบับก็ไม่มี”

ผมเม้มปากแน่น

“ก็แล้วทำไมคุณไม่ติดต่อมาบ้าง ทำไมผมต้องติดต่อคุณไปก่อน”

“ใครว่าฉันไม่ติดต่อ”

ผมทำหน้างง

“ตรงไหน ไม่เห็นมีอะไรโผล่มาสักอย่าง”

เขายกดอกไม้ให้ดู

“ของฉัน ถึงเธอโดยตรง นี่ฉันก็เขียนเองกับมือเลยนะ” เขายื่นการ์ดให้ดู ผมอึ้งไป

“ฉันจริงใจมากกว่าที่เธอคิดนะ”

ผมร้องไห้โฮออกมาอีกรอบ กอดคอเขาแน่น เขากอดตอบโยกตัวเบา ๆ

“ฉันรักเธอ” ได้ยินคำรักอีกรอบ ผมสะอื้นฮัก ยอมรับว่าชอบฟังคำนี้จากปากคนคนนี้จริง ๆ

“เอ่อ…” ได้ยินเสียงใครสักคนพูดขึ้น ผมค่อย ๆ ละสายตาจากอกแกร่งหันมองเข้าไปภายในรั้วบ้าน เห็นบรรดาแม่ ๆ และพ่อบ้านคนสวนออกมายืนอ้าปากตาค้างมองกันอยู่

ผมตัวชาวูบ

เอาล่ะกู มายืนกอดผู้ชายอยู่หน้าบ้าน

บ้านแตกแน่ ๆ


วิลเลี่ยมดันตัวผมออกเบา ๆ พยักหน้าบอกให้ผมพาเข้าบ้าน ผมอ้ำอึ้ง พาเขาเดินเหนียม ๆ เข้าบ้าน

เอาไงดีวะกู จะแก้ตัวไง พี่ชายไปกับพี่กวินทร์ พี่เชนทร์ไปกับชยันต์ นี่ผมยังพาผัวฝรั่งเข้าบ้านอีกเหรอ

“สวัสดีครับ มิสซิสมารีย์ มิสซิสดวงนภา มิสซิสคาร่า มิสซิสบีน่า ผมบิลล์ วิลเลี่ยม แต่นี้ไปขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนในครอบครัวด้วย ผมรักและต้องการดูแลเชิดวุธจริง ๆ”

บรรดาแม่ ๆ ผมพากันอ้าปากค้าง

แล้วหลังจากนั้น ผมก็ถูกฟอกจนขาวสะอาด ซึ่งแน่นอนว่าคนตรงแบบวิลเลี่ยมก็พูดออกมาตรง ๆ ถึงที่มาที่ไปว่าเหตุไฉนเล่าผมถึงได้ผ่าเหล่ามาถูกเขาเสพได้

ในระหว่างที่แม่ผมฟอกวิลเลี่ยม พ่อบ้านหัวเห็ดของเราก็เอาชื่อเขาไปโจรกรรมข้อมูลมายื่นให้ พอพวกท่านเห็นและอ่านเท่านั้นก็พากันอึ้ง

คือทำไมเหรอ เขาเป็นเจ้าของบริษัทธรรมดาไม่ใช่เหรอ โอเค อาจใหญ่หน่อย แล้วมันน่าตกตะลึงตรงไหน

“คุณแน่ใจนะว่ารักเชิดวุธจริง ๆ”

“ด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย”

“เคยมีแฟนมาแล้วกี่คน”

“ไม่เคยมีใครทำให้หัวใจผมหวั่นไหวได้เท่าเชิดวุธหรอก Love at the first sight ผมรักเขาตั้งแต่แวบแรกที่เห็น ยิ่งได้รู้จัก ยิ่งได้สัมผัสยิ่งได้พูดคุย ผมยิ่งรัก”

“ลูกเราไม่ใช่เกย์”

“ผมรู้ครับ ต่อให้เขาเป็นหรือไม่เป็น ขอให้เป็นเชิดวุธ เขาจะเป็นคนที่ผมรัก” พวกบรรดาแม่ ๆ ผมพากันปลื้มกันใหญ่ แน่นอนวาจาปานอมน้ำตาลไว้สิบกระสอบขนาดนั้น

หลังจากนั้นข่าวการตกเป็นเมียชาวบ้านของผมก็กระพือออกไปให้บรรดาพี่น้องทุกคนรู้รวมถึงพ่อด้วย พ่อผมแทบเป็นลมอีกรอบ แต่พอเห็นประวัติวิลเลี่ยมก็เปลี่ยนท่าทีไปทันที

อะไรนักหนาวะ(ผมยังไม่ได้ดูเลย)

และเย็นนั้น บ้านเราก็จัดงานฉลองต้อนรับลูกเขยคนใหม่ของบ้าน แน่นอนว่าทุกคนถูกเรียกตัวมากันหมด ไม่เว้นแม้แต่พี่ชายกับพี่กวินทร์ บ้านเราพูดภาษาอังกฤษกันได้ทุกคน เพราะงั้นบ้านเราวันนี้จึงมีสองภาษาสลับกัน เวลาจะนินทาก็ภาษาไทยครับ พูดกับเขาก็ภาษาอังกฤษ

“ขอบคุณสำหรับชุดน่ารัก ๆ ที่ซื้อให้เชิดวุธ เธอน่ารักมาก” วิลเลี่ยมหันไปคุยกับชยันต์ ต่อมหึงผมทำงานทันที เพราะชยันต์น่ารักมาก เขาอาจเปลี่ยนใจไปชอบก็ได้ ผมรีบกระชากแขนเขาไว้พอ ๆ กับพี่เชนทร์ที่ดึงชยันต์ขึ้นไปนั่งเกยบนตัก

ทุกคนพากันหัวเราะร่วนกับสิ่งที่ผมกับพี่เชนทร์ทำ ชยันต์คล้องคอพี่เชนทร์ไว้ทันที หอมแก้มฟอดใหญ่

“หึงเหรอ”

พี่เชนทร์หน้าเสีย คงรู้ว่าทำไปแบบไม่รู้ตัว รีบคลายปล่อยชยันต์ออก แต่เมื่ออ้อยเข้าปากช้างแล้ว อย่าหวังว่าอ้อยจะออกจากปากช้างง่าย ๆ ชยันต์กระชับกอดคอพี่เชนทร์แน่นขึ้น ซบหน้ากับอกกว้างไปเนียน ๆ ผมเองก็รีบคลายปล่อยมือจากแขนวิลเลี่ยมเหมือนกัน ปากได้รูปนั้นยิ้มเหมือนพอใจในปฏิกิริยาของผม

“หึงเหรอ”

“เปล่า” ผมตอบปฏิเสธตามสไตล์

“โกหก” เขาก้มหอมแก้มผมฟอดใหญ่ให้อับอายเล่น พ่อกระแอมไอ แล้วทุกคนก็กลับมาคุยกันต่อ พี่ชายไม่สนใจใครนั่งหน้าหงิกบ่นว่าชวนมาทำไมเสียเวลากดพี่กวินทร์ รายนั้นโดนพี่กวินทร์บิดแขนไปที พี่ชายชี้หน้าคาดโทษ

ไม่รู้จริง ๆ ว่าคู่นี้ใครเหนือใครกันแน่

คืนนี้เขากลับไปพักที่โรงแรมก่อน ผมแอบอาลัยอาวรณ์นิด ๆ เพราะอยากตามไปด้วยหรือไม่ก็ให้เขาค้าง แต่ผมถูกสั่งห้ามไว้ก่อนเพราะมีเรื่องให้ทุกคนซักเป็นการส่วนตัว

หลังจากเขากลับโรงแรมไปผมก็ตัวขาววอกจากการซักฟอกของทุกคน สภาพไม่ต่างกับพี่ชายหรือพี่เชนทร์ตอนรู้ความจริงนั่นแหละ

“ที่ฉันมีลูกเยอะนี่ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ไปรักกับเพศเดียวกันนะ” พ่อตำหนิ ผมหน้าเศร้า

“แต่พ่อก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นได้ เอาเถอะ ถ้ามีความสุขก็ทำไป เพราะพี่ชายของแกคนเดียว” เอาล่ะ พ่อกับพี่ชายนี่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รักกัน แต่เจอกันทีไรก็กัดกันตลอด พวกเราพากันส่ายหัว

ชยันต์หาว พี่เชนทร์เลยชวนเด็กน้อยเดินขึ้นห้อง พี่ชายลากพี่กวินทร์เข้าห้องตัวเองเหมือนกัน ในขณะที่บรรดาแม่ ๆ ก็พากันแยกย้ายเข้าห้องตัวเอง ส่วนพ่อผมเขาจะเข้าห้องแบบเรียงวันครับ สลับกันสี่คน วันนี้เวรใครมิอาจรู้ได้ ตอนนี้เหลือแค่พ่อกับผมสองคนเท่านั้น

“ขอโทษนะ ผมทำพ่อผิดหวังเรื่องงานแล้วยังมาผิดหวังเรื่องนี้อีก”

พ่อลูบหัว

“เอาเถอะ พ่อก็ใช่จะดีนักหนา เอาล่ะ ไปนอนเถอะ พ่อง่วงแล้ว”

ผมพยักหน้าเดินขึ้นห้อง อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จัง

ได้ยินเสียงมือถือดังเบา ๆ ใครนะโทรมา นี่มันดึกมากแล้วนะ ผมรับมากดแนบหู

“ครับ” เบอร์ไม่คุ้นเลย

“เชิดวุธ”

วิลเลี่ยม!

ผมรีบเด้งตัวจากที่นอนทันที

“วิลเลี่ยม! ทำไมโทรมาดึกขนาดนี้”

“นอนไม่หลับ คิดถึงเธอ” ผมหน้าร้อนผ่าว ผู้ชายคนนี้ขยันทำให้ผมเขินได้จริง ๆ พับผ่า

“ก็หลับ ๆ ไปเถอะน่า”

“ไม่มีเธอนอนเคียงข้าง มันหลับลำบาก อยากฉุดเธอมานอนเคียงข้าง แต่รู้ว่าไม่ควร พอคิดถึงเธอแล้วนอนไม่หลับ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ”

ผมนิ่งไป ก่อนอ้อมแอ้มตอบ

“ผมก็เหมือนกัน” ผมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงเพราะไม่เห็นหน้า

“ราตรีสวัสดิ์ แค่นี้ฉันว่าฉันน่าจะนอนได้แล้ว” แล้วสายก็ถูกตัดไป ผมลดโทรศัพท์จากหูมามองงง ๆ

อะไรวะ โทรมาทำให้ใจเต้นแล้ววางสายไปแค่เนี่ย

อีตาบ้าเอ๊ย!

ผมตีหมอนแทนหน้าหล่อ ๆ นั้นไปที




รุ่งขึ้นเราก็เห็นแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มากินข้าวด้วยแต่เช้า ผมไม่ได้เตรียมตัวด้วยซ้ำ เดินหัวฟูลงมาในชุดเสื้อแขนยาวสุดเอ็กซ์ของชยันต์นั่นแหละ คือกะจะไปอ่อย

เอ่อ ไม่ใช่ กะจะไปหาวิลเลี่ยมที่โรงแรม แต่ไม่คิดว่าเขาจะโผล่มาแบบนี้

ผมทำตัวแทบไม่ถูก หมอก็กลมกลืนกับคนในครอบครัวผมเหลือเกิน พี่ชายนั่งกินข้าวหน้าเบี้ยว พี่กวินทร์ดูเพลีย ๆ ชยันต์หน้าตาเบิกบาน พี่เชนทร์ก็ดูเหนื่อย ๆ

“ใครเชิญ” ผมกวน

“ไม่มี พอดีเป็นลูกเขยบ้านนี้แล้ว เลยมาเอง” เขากวนกลับบ้าง

หลังมื้อเช้าพอทุกคนแยกย้ายกันไปทำงาน ผมก็ลากเขาขึ้นห้องครั้งแรก แอบตื่นเต้นครับ เขากวาดมองไปรอบ ๆ ห้องผม ใหญ่พอควรตามฐานะ

“รกจัง”

“อ้าว” ผมถลกแขนเสื้อทันทีอย่างนักเลง “มันอาชีพผมนะคู้ณ รับไม่ได้ก็ลาออกจากการเป็นลูกเขยบ้านนี้ไปเลย”

“ไม่ละ อดทนมาตั้งสองเดือน เรื่องไรจะกลับง่าย ๆ” ผมยังไม่ได้คุยกับเขาเลยว่าถ้าตกลงคบกันแบบนี้จะเอายังไงกับคู่ของเรา

ต่างคนต่างอยู่ ผมไปอยู่กับเขา หรือเขาจะมาอยู่กับผม แต่อย่างหลังนี่ท่าจะยาก ต่างคนต่างอยู่ผมก็อดคิดถึงเขาไม่ได้ แค่นี้ก็คิดถึงจะตาย ให้ไปอยู่กับเขา ผมก็ไม่อยากไปไหน ติดครอบครัวด้วย

“เอาไงกับเรื่องของเรา” ผมเปิดอกทันทีอย่างอัดอั้น

“เธอย้ายไปอยู่กับฉันที่นู่น”

ผมอ้าปากค้าง

“ไม่ไป ผมติดครอบครัว”

“โอเค งั้นฉันจะย้ายมาอยู่ที่นี่”

“เดี๋ยวครับคุณบิลล์ วิลเลี่ยม คุณจะพูดง่ายไปไหมครับ งานคุณล่ะ บริษัทคุณล่ะ ครอบครัวคุณล่ะ”

“นี่” เขาดึงผมเข้าไปชิดขณะทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียง ผมยืนอยู่ระหว่างซอกขาเขา เขาโอบสองขาผมไว้หลวม ๆ ผมมองดวงตานั้น

“ฉันใช้ชีวิตอย่างอิสระมาตลอดนะ ครอบครัวฉันไม่มีใครให้ผูกพันมากมายเหมือนครอบครัวเธอ ส่วนงานฉันทำที่ไหนก็ได้ อาจขรุขระหน่อยถ้าจะย้ายสำนักงานมาทำที่ไทย แต่คงไม่เป็นปัญหาเพราะมีเครื่องบินส่วนตัว เงินฉันก็มีมากพอ ใช้ชาตินี้ยันชาติหน้าซื้อประเทศหรือเกาะให้เธอทั้งเกาะก็ยังได้”

ผมอ้าปากค้าง รวยขนาดนั้นเลย?

“แต่ฉันทิ้งทุกอย่าง เพื่อมาอยู่กับเธอ แค่นี้พอจะยืนยันคำพูดฉันได้รึยังว่าฉันรักเธอมาก” ผมเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำถึงขนาดนี้

“ผม”

“ฉันรักเธอนะ บอกฉันสักคำสิ มันคุ้มค่าพอไหม ที่ฉันจะเสียสละทุกอย่างพาหัวใจมาฝากไว้กับเธอ”

“ผม”

“ไม่ถนัดคำพูด ภาษาร่างกายก็ได้นะ” เขาให้ทางเลือก

แม่ง ขอกูซึ้งหน่อยเหอะ

“รีบตอบเร็ว ๆ ฉันจะระเบิดแล้ว”

ผมกะพริบตาปริบ ๆ มองเขางง ๆ

“อะไรระเบิด” ผมพาซื่อถาม เขาเบ้หน้าคล้ายคนกำลังทรมานจริง ๆ จับมือผมลงไปจับบางส่วนของตัวเองด้านล่างไว้

ผ่างงงงง

อืมไม่ได้ยินซาวน์แบบนี้มาสองเดือนได้แล้วมั้ง

“สองเดือนเชิดวุธ สองเดือนที่ฉันไม่ได้ปลดปล่อยเลย”

ผมอ้าปากค้าง

“ทะ ทำไม มือก็ได้ หนุ่ม ๆ ก็มี”

ผมถาม เขาส่ายหัว

“เราเคยพูดกันไว้ว่าไง ฉันจะไม่นอกใจเธอ จนกว่าเราจะเลิกกัน”

ผมน้ำตาแทบไหล ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังกับผมขนาดนี้

“อย่าเพิ่งซึ้งเชิดวุธ ช่วยกันก่อน”

นี่มึง ให้เวลากูซึ้งหน่อย แม่ง ผมต่อว่ามันไปทางสายตา

“จะให้ช่วยอะไร”
ผมอ้ำอึ้งถาม ไม่ได้ไม่ประสา แต่แบบให้เริ่มตรงไหน บอกกูหน่อย กูเริ่มไม่ถูก

ปากมึงก็น่ากิน แผงกล้ามอกมึงก็น่ากอด ไอ้นั่นของมึงก็น่าจับ

หมอไม่พูดพร่ำทำเพลงครับ จับกางเกงผมถอดพรืดเหลือไว้แค่เสื้อของชยันต์ ปลดน้องตัวเองออก จับผมนั่งคร่อมบนตักทันที ผมตาโต

“นี่!!” มาถึงมึงก็จะจับเสียบเลยเหรอ

มันเข้าไม่ได้หรอกครับ เพราะห่างไปร่วมสองเดือน เขาเบ้หน้า

“นี่ไม่ได้นอนกับใครเลยเหรอ ทำไมคับแบบนี้”

“บ้า ผมไม่ใช่เกย์จะได้เที่ยวไปนอนกับชาวบ้านเขาไปทั่ว”

เขาไม่พูดอะไรอีกเลื่อนนิ้วเข้ามาเบิกทางก่อน ผมว่าเขาก็ใจเย็นกับผมเรื่องนี้พอควรนะ ต้องการจนตัวสั่นไปหมด ร่างคงแทบระเบิดจริง ๆ แต่ก็ยังอดทนไม่เสียบพรวดเข้ามาให้ผมบาดเจ็บ

“พอเถอะเข้ามาได้แล้ว”
ผมร้องขอเสียงสั่น เพราะต้องการเขาจะแย่แล้ว

“ยัง”
เขาบอกเสียงสั่น

จริง ๆ มันต้องสลับบทกันพูดไม่ใช่เหรอมึง = =

“ของฉันมันใหญ่นะเชิดวุธ ฉันไม่อยากให้เธอบาดเจ็บ”

อยากร้องไห้ ทำไมผัวกูช่างเป็นคนดีแบบนี้ ผมนอนราบจนมันผ่อนคลายได้ที่ เขาถึงได้ค่อย ๆ จับส่วนนั้นค่อย ๆ แทรกเขามา ช้า ๆ เป็นจังหวะ สภาพเหมือนวันที่เขาพรากจิ้นผมนั่นแหละ

“อืม น่ารักมาก” เขาออกปากชม ผมกำที่นอนแน่น พยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด พอเข้ามาได้จนสุดเขาก็ยิ้ม

“แรก ๆ จะวิ่งช้า ๆ แต่หลัง ๆ จะเร่งเครื่องนะ”
โห มีการบอกไว้ก่อนด้วย ผมพยักหน้า เขาขยับเบา ๆ ผมครางออกมาทันที

ให้ตาย ทำไมมันรู้สึกดีขนาดนี้

“เชิดวุธ ฉันรักเธอ”
เขาครางบอก ผมชักจะชินและชอบสิ่งที่เขาสารภาพตอนมีอะไรกันซะแล้ว

ลีลาเขาเคยเร้าใจยังไง ตอนนี้ก็ยังคงเร้าใจอยู่ไม่เปลี่ยน เขาเหวี่ยงตัวไปนั่งข้างเตียง แล้วจับผมนั่งน้องเขาไว้ กอดผมไว้แนบอก

มาแล้วเจ้าพ่อท่ามาก

“เอ่อ…วันแรกเอาเบสิกก็พอ”

เขามองตาผม

“นี่แหละเบสิกแล้ว”

เบสิกพ่อง!!

เขาดันตัวผมไปด้านหลังนิด ๆ แล้วจับสะโพกให้ขยับกลืนกิน ให้ตาย อะไรจะท่ามาก ท่ายากเยอะแยะขนาดนี้!!
 

 

สามชั่วโมงผ่าน…

พระอินทร์พยายามเรียกตัวผมไปเฝ้าแต่พ่อเจ้าพระคุณทูนหัววิลเลี่ยม ยังไม่คิดจะปล่อยผมไปง่าย ๆ ตอนนี้ร่างกายของเราเปลือยเปล่า บางส่วนยังแทรกอยู่ด้านหลัง แผงอกกว้างแนบติดอยู่กับหลังผม สะโพกแกร่งขยับเคลื่อนไหวเป็นจังหวะ

“ไม่ไหวแล้ว วิลเลี่ยมพอเถอะ”
ผมร้องขอ

“ถ้าง่วงก็หลับไป ฉันขอกอดเธอหน่อย คิดถึง ไม่ได้ทำมาตั้งสองเดือน ขอทดแทนส่วนที่ขาดหายไปก่อน”
แล้วผมก็นอนครางจนเสียงแหบยันเช้า

เอวเดี้ยงครับ…

ผมลุกไม่ขึ้นในขณะที่เตียงข้าง ๆ ว่างไปแล้ว วิลเลี่ยมคงลงไปข้างล่าง จนเที่ยง ผมถึงได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาแปะจมูก หันไปมองถึงได้เห็นว่าวิลเลี่ยมเดินถือถาดอาหารเดินเข้ามา ผมขยับลุกกินข้าวที่เขาเอามาให้

หลังจากป้อนข้าวป้อนน้ำผมเสร็จเขาก็ให้ผมนอนต่อ แต่ก็ยังไม่วายเล็มเล็กเล็มน้อยกัดแทะกิน บางทีมีเสียบเลย




สามวันครับ สามวันที่มันกินผมแบบไม่ให้ลุกออกจากห้อง มันไม่เกรงใจเลยว่านี่คือบ้านผม วันที่สี่ผมลุกได้เพราะวิลเลี่ยมมีงานต้องไปจัดการ ผมไม่รู้ว่าเขาไปทำที่ไหนอะไรยังไง ไม่ได้สนใจด้วย ลุกจากที่นอน อาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อยืดเน่า ๆ ย้วย ๆ ลงไปข้างล่าง เห็นแม่นั่งจัดดอกไม้กันอยู่

“อ้าว ฟื้นแล้วเหรอลูก กำลังลุ้นเลยว่ากี่วันจะลุกได้”

“ไม่ไหว” ผมโบกมือ “อึดเกินคน ผมจะตายเอา” พวกท่านพากันหัวเราะ ไอ้สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกเพราะพ่อผมก็มหาอึดเหมือนกัน

“เขาบอกว่าลูกสาวมักหาสามีที่เหมือนพ่อ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง”

“เดี๋ยวครับแม่ ผมผู้ชาย”

“ก็พาลูกเขยเข้าบ้านก็เหมือนเป็นลูกสาวนั่นแหละ”

ผมไม่อยากจะเถียง หลังจากลงมาหาอะไรกิน เดินเล่นนิดหน่อย ก็กลับไปนอนพัก กว่าหมอจะกลับก็ดึก กลับมาก็ทำเอาผมแทบลุกไม่ขึ้น จนครบหนึ่งอาทิตย์ เขาก็ได้กำหนดเดินทางกลับประเทศ โดยสัญญาว่าจะดำเนินการเพื่อย้ายมาอยู่ไทยกับผม

จริง ๆ ผมก็เห็นแก่ตัวนะ เพราะผมย้ายไปอยู่กับเขาน่าจะดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ ถ้าผมย้ายไปอยู่กับเขา มันก็ง่ายไป วันใดวันหนึ่งเกิดเขาเบื่อผมขึ้นมา เขาคงเฉดหัวผมทิ้ง

ในระหว่างเขาดำเนินการเดินทางไปกลับเพื่อย้ายฐานที่มั่นอีกส่วนมาไว้ที่นี่ ผมก็มีเดินทางไปกับเขาบ้าง แต่ผมไม่ค่อยไปหรอก เพราะไปก็เหมือนไปเป็นอีหนูให้หมอมากกว่า หื่นมากจริง ๆ ทำการทำงานอยู่ก็ไม่เว้น

หมอรวยมากจริง ๆ เวลามาก็บินมาด้วยเครื่องบินส่วนตัวครับไม่ได้นั่งเครื่องรวมมากับคนอื่น ๆ (แต่ตอนที่มาเที่ยวเขาจงใจนั่งเครื่องรวมมาเพราะมาในฐานะนักท่องเที่ยว) วันนี้ผมติดเครื่องไปทำงานกับเขาด้วย

ต้องยอมรับว่าเวลาเขาทำงานกับช่วงเวลาปกติต่างกันนิดหน่อย

เวลางานหน้าจะดุ ลูกน้องกลัวกันหัวหด แต่เวลาส่วนตัว โดยเฉพาะเวลาอยู่กับผมจะกลายเป็นคนโรแมนติก น่ารัก เสียงนุ่ม

“ทำไมคุณถึงเป็นเกย์”
ผมยกไวน์ขึ้นจิบ ถามคนตรงหน้า เขามองหน้าผม

“ไม่รู้สิ รู้ตัวอีกทีก็เกิดอารมณ์กับผู้ชาย แต่เฉย ๆ กับผู้หญิง”

ผมพยักหน้าหงึก ๆ เข้าใจ คงให้อารมณ์เหมือนผมที่ผมเกิดอารมณ์กับผู้หญิงแต่ไม่ได้เกิดกับผู้ชายละมั้ง

“แล้วเคยเกิดอารมณ์กับผู้หญิงไหม”

เขาส่ายหน้า

“เคยคบใครมาก่อนไหม”

เขาส่ายหน้าอีก

“โกหกหรือเปล่า หน้าตาฐานะอย่างคุณนี่ไม่เคยคบใครได้ไง ท่าทางก็ออกโรแมนติกเป็นสุภาพบุรุษ”
ผมพูดตามจริง

“คนที่รักฉันน่ะมีเยอะ แต่คนที่ฉันรักมีแค่เธอคนเดียว”

ผมมองหน้าเขา ใจก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่ผมก็รู้ว่าเขาพูดจริง

“ขอบคุณ”

“เอาล่ะที่รัก” เขาเรียก “ได้เวลาแล้ว”

“เวลาอะไร”

“เวลากิน”

ผมมองหน้าเขา กินอะไรก็กินกันอยู่ เขาดึงขอบกางเกงตัวเองลง

ผ่าง!!!

โอเคครับ ได้เวลากินไส้กรอกแล้ว ผมขอตัวไปกินก่อนนะ


The END...

จบแล้วววววว ครบทุกคู่แล้วนะคะ จริงๆ แผลนไว้ว่าจะแต่งต่ออีก 3 คู่ แต่น่าจะเป็นหมันเพราะคิวยาวเหลือเกิน เพราะงั้นเอาไปแค่นี้ก่อน ซียูนะค่าาา ฝากเรื่อง Love me จับเพื่อนทำเมีย กับ หงส์ซานด้วยยย

 

Book & ebook : https://goo.gl/aJFpH5

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด