“น้ำ” ไม่บอกก็รู้ ว่าธารน้ำคงจะรั้น ไม่ยอมไปหลับไปนอนในห้องหับดี ๆ เป็นแน่ การฟุบหน้าลงนอนเฝ้าอยู่ข้างเตียง ๆ แบบไม่ยอมห่างไปไหน คือการปฏิเสธทุกคำปลอบโยน ทุกคำพูดเพื่อให้ธารน้ำนั้นรักษาสุขภาพของตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะสำหรับธารน้ำแล้ว ในตอนนี้ มีเพียงที่เดียวในโลก ที่เจ้าตัวต้องการที่จะอยู่ และเสียงเรียกเบา ๆ แหบพร่านั้น ทำให้ธารน้ำที่เพิ่งจะผล็อยงีบลงไปก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที ต้องรีบลืมตาขึ้นมามอง
“พี่ทิว” เสียงเรียกชื่อตอบกลับนายทหารหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้กลับไป เสียงพูดของน้ำ มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ท่วมท้น ผสมปนไปกันไปหมด ด้วยการที่ได้เห็นว่าทิวไม้ฟื้นตื่นลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง หลังจากการที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉินเป็นครั้งที่สาม และครั้งนี้เอง ที่ทีมแพทย์นำโดยอาจารย์หมอถึงสามท่าน ต้องทำการรักษาชีวิตของทิวไม้เอาไว้ แทนการรักษาขาข้างซ้ายนั้น
“ดื้ออีกแล้วสิเรา” ทิวไม้พูดเย้าธารน้ำออกไป ชายหนุ่มรับรู้ได้ตั้งแต่แรกแล้วว่า มีอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากเดิม ร่างกายของเขามันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป “มีแฟนพิการ แย่หน่อยนะ” น้ำยกมือของทิวไม้ขึ้นมาแนบกับแก้ม พูดออกไปในทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้น “พี่ทิวสู้มั้ย” เสียงของน้ำสั่นเครือ ริมฝีปากสั่นระริก มือสั่นเทิ้ม น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
“พี่สู้ สู้สิครับ” ทิวไม้รับรู้ถึงแรงกดจากแก้มของธารน้ำ แนบลงมาบนมือของเขา “ถ้าพี่ทิวสู้ น้ำก็สู้” ธารน้ำต้องการเพียงเท่านั้น เขาต้องการได้ยินทิวไม้บอกมาแค่ ต่อจากนี้จะสู้ไปด้วยกัน แม้ว่ามันจะยากเย็นสักแค่ไหน แม้ว่ามันจะทรมานจิตใจมากเพียงใด แต่ตราบใดที่ทิวไม้บอกว่าไหว และจะไปต่อ ธารน้ำก็พร้อมจะเดินเคียงข้าง แม้ว่ามันจะหนักหนาสาหัส อย่างไรเสีย ทั้งสองคนก็ไม่ได้เดินเพียงลำพัง
“พี่ได้ยินเสียงน้ำเรียกพี่ตลอดเลยนะ” หนึ่งในคำแนะนำของพี่ ๆ พยาบาล ที่บอกกับน้ำ ตอนที่ทิวยังไม่ฟื้นขึ้นมา นั่นก็คือ การให้น้ำชวนทิวพูดคุย เรียกชื่อทิวบ่อย ๆ ให้เสียงของคนที่คุ้นเคย คนที่ชิดใกล้ เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่กระตุ้นการรับรู้ของทิว “พี่ได้ยินเสียงน้ำเรียก อยากพี่ให้กลับบ้าน” ทิวไม้ยิ่งพูด ธารน้ำยิ่งกลั้นสะอื้นได้ยากลำบากยิ่งขึ้น เมื่อสิ่งที่น้ำทำ ไม่รู้ว่ามันได้ผลจริง ๆ ตามนั้นหรือเปล่า ที่มันทำให้ทิวไม้ ลืมตาฟื้นขึ้นมาเจกันอีกครั้ง
“ในฝันสิ หมู่หวานมันบอกให้พี่เดินกลับย้อนมาทางเดิม มันบอกว่า ทางที่เดินตรงไป มันไปได้เพียงคนเดียว หวานมันเป็นยังไงบ้าง น้ำ จ่าบุญมีด้วย ทุกคนปลอดภัยดีใช่มั้ย” จังหวะนั้น เป็นตอนที่จ่าบุญมีเข้ามาในห้องผู้ป่วยของทิวไม้พอดี “ไอ้หวานมันปลอดภัยดีใช่มั้ยจ่า” แทนคำตอบ น้ำตาของชายชาติทหารอย่างจ่าบุญมี ก็ต้องไหลลงมาอีกครั้ง จ่าบุญมีส่ายหน้าตอบคำถามของผู้กองทิวไม้ไป ก่อนจะก้มหน้าสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้น
ในครัวมีกลิ่นกับข้าวที่ทิวไม้รู้ว่า มีแต่บรรดาของโปรดของเขาทั้งนั้น ชายหนุ่มพยายามใช้ไม้ค้ำสองข้างนั้น เดินไปที่ครัว แต่นั่นก็ยังไม่ทันใจเขาอยู่ดี ตั้งแต่กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ อะไร ๆ ทุกอย่างที่ทิวไม้เคยทำได้ด้วยตัวเอง กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดไปหมด เมื่อตอนนี้มันไม่ทันใจเขาไปเสียทุกอย่าง สิ่งที่ทิวไม้ทำเพื่อระบายความอัดอั้นของตัวเองออกมา คือการตะโกนด่าตัวเองด้วยคำหยาบคาย และตอนนี้ก็เช่นกัน ทิวไม้สะดุดล้มลงไปบนพื้น ต่อหน้าธารน้ำและแม่น้อย ที่นั่งกันอยู่ในครัว
แม่น้อยที่มองไปที่ธารน้ำ ที่ต้องฝืนตัวเอง สะกดอารมณ์ความรู้สึก ไม่ให้ลุกขึ้นไปช่วยพยุงทิวไม้ให้ลุกขึ้นจากพื้น อย่างที่ได้ตกลงกันเอาไว้แล้ว ว่าทิวไม้จะต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะชายหนุ่มไม่ต้องการให้ตัวเองดูน่าสงสารตลอดเวลา เขาต้องการที่จะกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้ได้เร็วที่สุด แม่น้อยนั้น สงสารลูกชายของนางจับใจ แต่ที่ทั้งสงสาร ทั้งเห็นใจ ก็คือธารน้ำ ลูกชายของนางอีกคน ที่ต้องทำตัวเสมือนคนใจร้ายใจดำ ทั้ง ๆ ที่ลึก ๆ เข้าไปภายในใจของธารน้ำ มันเจ็บปวดมากมาย ที่ต้องเห็นทิวไม้อยู่ในสภาพนั้น
“น้ำพริกเสร็จพอดี ไปกินข้าวกันดีกว่า ไปครับแม่น้อย” ธารน้ำฝืนทำเป็นมองไม่เห็น ว่าทิวไม้ยังคงล้มลงอยู่ที่พื้น แม่น้อยเองก็ต้องหักห้ามใจ หักห้ามความสงสารลูกชายเอาไว้ พยักหน้าให้กับธารน้ำ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วเดินผ่านทิวไม้ไปเสียอย่างนั้น “กินข้าวเย็นได้แล้วพี่ทิว ตามมานะ” น้ำพูดพร้อมกับยกสำรับน้ำพริกถ้วยเด็ด ของโปรดของอีกฝ่าย เดินออกไปตั้งที่แคร่ไม้ด้านนอก ที่ใช้เป็นที่กินข้าว นั่งเล่นรับลมเย็น ๆ กันมาเสมอ
“ข้าวจะแม่น้อย” ธารน้ำยื่นจานข้าวให้กับแม่น้อย ก่อนจะมองเห็นทิวไม้ ใช้ไม้ค้ำทั้งสองข้าง พยุงตัวเองให้เดินมาที่แคร่ไม้นี้ ด้วยความคล่องแคล่วมากขึ้น เมื่อเขาใจเย็นลง และยอมรับว่า ตัวเขาเองคงจะต้องช้าลง เพื่อให้ความสมดุลนั้นกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป ให้มันปกติมากที่สุด “น้ำตำน้ำพริกของโปรดของพี่ทิวนะ กินเยอะ ๆ เลย” ทิวรู้สึกผิดที่เห็นน้ำต้องทำกับเขา เหมือนว่าเขาคือคนปกติคนหนึ่ง ทั้ง ๆ ที่อยากจะช่วยใจจะขาด แต่ก็ทำไม่ได้
“ขอบคุณนะน้ำ ขอบคุณมากจริง ๆ” ทิวไม้ขอบคุณธารน้ำจากใจ กับความใจเย็นที่น้ำต้องมี ที่ต้องทนกับอารมณ์และความรู้สึกของทิวไม้ ที่ยังไม่รู้ว่า ชีวิตต่อจากนี้ โดยเฉพาะชีวิตหน้าที่ทางการรับราชการทหาร จะเป็นอย่างไรต่อไป กับทหารที่ทุพพลภาพเสียแล้วอย่างเขา ไหนจะครอบครัวที่ทิวไม้ต้องดูแล ต้องยืนหยัดเป็นหัวหน้าครอบครัวต่อไป ทั้งผู้เป็นแม่ และผู้เป็นคู่ชีวิตของเขา
“ไม่ต้องใช้แล้วนะ ขาเทียมชั่วคราวอันนั้น” เจ้าหน้าที่พูดด้วยความดีใจและยินดีออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ขาเทียมอันนี้ เป็นอันที่ดีที่สุดในโลก ที่เราหามาได้ครับผู้พัน” ทิวไม้รู้สึกได้ในทันทีเลยว่า การเดินของเขานั้น ทำได้ราบรื่นดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้ อย่างเห็นได้ชัด วันนี้เป็นวันนัดเปลี่ยนขาเทียมชุดใหม่ แทนชุดเก่าที่ทิวไม้ใส่แล้วค่อนข้างจะเจ็บช่วงรอยต่อ และเดินได้อย่างขัด ๆ อย่างไรพิกล
“แถมยังเป็นวัสดุที่ดูแลได้ง่ายกว่าด้วยนะครับ ทนทาน ออกแบบมาให้เข้ากับสรีระของผู้พันทิวโดยเฉพาะ” ธารน้ำยิ้มกว้างออกมา เมื่อได้ยินคุณเจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์พูดออกมาแบบนั้น แถมรอยยิ้มของทิวไม้เอง ก็เช่นกัน ที่ทำให้ธารน้ำรู้สึกสบายใจและโล่งใจมากยิ่งขึ้น อีกทั้งทิวไม้นั้น ได้รับการประดับยศเป็นพันโท พร้อมทั้งยังได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับกองพัน โดยมีคำสั่งลงมาว่า ถ้าหากทิวไม้ยังต้องการที่จะทำหน้าที่เดิมต่อไป และยังสามารถทำหน้าที่ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปทำงานเอกสารนั่งโต๊ะแต่อย่างใด นี่เป็นการคลายความกังวลก่อนหน้า ที่ทิวไม้มี ว่าชีวิตทางการทหารของเขาจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน
บ่ายวันนั้น หลังจากที่ผู้พันทิวไม้และธารน้ำจัดการเรื่องขาเทียมชุดใหม่เสร็จ ทั้งสองคนก็เดินออกมาจากที่ทำการอำเภอ พร้อมกับใบทะเบียนสมรส ที่ทิวไม้และธารน้ำตกลงจดทะเบียนสมรส เพื่อร่วมชีวิตคู่ด้วยกันอย่างเป็นทางการ พันโททิวไม้ รักษาและนายธารน้ำ รักษา โดยที่มีนางน้อย รักษา ร่วมเป็นสักขีพยานผ่านวิดีโอคอล ที่แม่น้อยนั้น ร้องไห้ไม่หยุด ด้วยความดีใจและเป็นปลื้มที่ได้เห็นลูกชายนั้นเป็นฝั่งเป็นฝากับคนที่ดีมากอย่างน้ำ หลังจากที่นางน้อย เห็นทิวไม้บวชเรียนเสร็จเรียบร้อยมานาน ก่อนจะมาได้เบียดแบบนี้
“พี่กับพี่ทิวออกมาดูแผงที่จะทำร้านขายข้าวแกงแบบถาวรพอดีเลยสา” ธารน้ำพูดผ่านวิดีโอคอลกับสา ผู้เป็นภรรยาของหมู่หวานผู้ล่วงลับ “ถ้าสาจะกลับมาอยู่ที่นี่อีก ก็มาเปิดขายน้ำผลไม้ปั่นที่สาเคยทำก็ได้ ที่แผงเดียวกันกับพี่นี่แหละ” น้ำบอกกับอีกฝ่ายไป ที่ขอพาลูกกลับไปอยู่กับตายายสักพักก่อน เพื่อลดค่าใช้จ่าย “มีอะไรก็โทรมาได้เลยนะสา ไม่ต้องเกรงใจ” ผู้พันทิวพูดกับอีกฝ่ายที่ยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ ที่ผู้พันทิวมอบเงินให้จำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นทุนรอนเผื่อเหลือเผื่อขาด
“แม่ว่าดีเหมือนกันนะแผงนี่ ตรงนี้คนเยอะดี ถึงเราจะไม่ได้อยู่ในตัวตลาด แต่ก็คนเดินขวักไขว่ เป็นทั้งตลาดเช้าตลาดเย็น แม่ว่าขายดีแน่นอน” แม่น้อยเห็นด้วย ถ้าหากว่าทิวไม้และธารน้ำจะเปิดกิจการร้านข้าวแกงกันที่นี่ เพราะยังไม่ทันจะเปิด แต่เห็นว่าทั้งสามคนมายืนอยู่ตรงหน้าอาคารตรงนี้ ก็มีคนเดินเข้ามาถาม ว่าจะมาทำร้านอะไรกัน พอผู้พันทิวไม้บอกว่าตั้งใจจะทำเป็นร้านข้าวแกง เพราะแฟนทำกับข้าวอร่อย ก่อนจะชี้ไปที่ธารน้ำ หลาย ๆ คนก็บอกว่าดีเลย แถวนี้ยังไม่มีร้านข้าวแกงจริงจังแม้แต่ร้านเดียว
“โอ๊ย มันจะอะไรกันนักหนาวะ กับผู้ชายชอบผู้ชายด้วยกันเนี่ย มันไม่น่าขยะแขยงไปหน่อยหรือวะ ก่อนหน้านี่ก็ไม่รู้เลยนะ ว่าทิวมันจะออกเป็นแนวนี้ไปได้เนี่ย” คำพูดประโยคนั้น ทำให้แม่น้อยหันขวับไปตามเสียงนั้นในทันที “แล้วจะทำไมไม่ทราบ” ไม่ทันให้ทิวไม้หรือธารน้ำได้พูดอะไรออกไป แม่น้อยก็จัดการเปิดให้แทนแล้ว “ก็ไม่อะไรหรอกแม่น้อย แต่ลูกชายเป็นแบบนี้ แถมยังมียศใหญ่ยศโต ไปคว้าเอาผู้ชายด้วยกันมาทำเมีย มันไม่น่าเสียดายหรอกหรือไง มีลูกด้วยกันก็ไม่ได้ แล้วแม่น้อยจะได้อุ้มหลานยังไง” เชื่อไม่เชื่อ ว่าแม่น้อยนั้น เตรียมตอบโต้กับคนพรรค์นี้มานานแล้ว
“จะต้องเสียดายอะไรนังสะอิ้ง มึงรู้ได้ยังไงว่าลูกกูสองคนนี่ มันมีลูกด้วยกันไม่ได้ แล้วมึงมาเป็นห่วงกูเรื่องหลาน มึงมาสาระแนสู่รู้ได้ยังไง ว่ากูอยากอุ้มหลานหรือไม่อยากอุ้ม” นังสะอิ้งถึงกับอึ้งไป “อะไรเนี่ย แม่น้อย ปกติไม่น้อยไม่พูดจาหยาบคาย ขึ้นกูขึ้นมึงอะไรแบบนี้นี่” นังสะอิ้งตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเจอแม่น้อยในภาคนี้เข้าให้ “กับคนอื่น กูไม่หยาบหรอก แต่กับคนปากอย่างมึง นังสะอิ้ง กูจัดให้” แม่น้อยคิดว่า ต่อจากนี้ไป จะไม่ยอมให้คนแบบนี้ มาพูดจาทำนองนี้ด้วยอีกต่อไป
“ฉันก็พูดความจริงไง แม่น้อยจะมาเดือดอะไรใส่ฉัน ก็มันวิปริต ผู้ชายสองคนมันทำลูกออกมากันได้เสียที่ไหนล่ะ ผู้ชายสองคนมันมีลูกด้วยกันไม่ได้ ไม่เหมือนผู้ชายกับผู้หญิงนี่” นังสะอิ้งยังไม่ลดละความพยายามที่จะเป็นฝ่ายถูกให้จงได้ “มึงก็ไม่มีทั้งผัวไม่มีทั้งลูก อย่างมึงนี่ไม่เรียกวิปริตหรอกรึไง” แม่น้อยว่าเข้าให้ นังสะอิ้งถึงกับสะอึก “ฉันเคยมีผัวสิแม่น้อย แต่ฉันเป็นหมัน ผัวฉันถึงได้เลิกไป” นังสะอิ้งถึงกับน้อยใจในโชคชะตาแบบเฉียบพลันเข้าให้ พาลน้ำหูน้ำตา เมื่อโดนสะกิดปมในใจเข้าให้บ้างแบบนั้น
“นี่ไง มึงก็ไม่มีลูก มึงก็วิปริต ถ้าจะเอาตามหลักการคิดบ้า ๆ ของมึงน่ะ นังสะอิ้ง” แม่น้อยยกมือห้ามนังสะอิ้ง บอกว่าตัวเองยังพูดไม่จบ “แล้วไม่ต้องห่วง ว่าลูกกูสองคนมันจะทำลูกกันยังไง มันสองคนห้องนอนอยู่ชั้นบน กูนอนอยู่ชั้นล่าง กูได้ยินมันสองคนใส่กันยับอยู่เกือบทุกคืน” ทิวไม้กับธารน้ำถึงกับอ้าปากค้าง ที่ได้ยินแม่น้อยพูดแบบนั้น ทั้งเขิน ทั้งขำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องนี้ ที่ธารน้ำเคยเตือนทิวไม้แล้ว ว่าให้เบา ๆ เดี๋ยวแม่น้อยได้ยิน
“ที่กูจะทำนะ คือบอกให้มันตีไม้เสริมพื้นห้องมันเพิ่ม ให้เก็บเสียง แค่นั้น แต่เรื่องในมุ้งหลังฝาห้องนอนมัน ก็ไม่เกี่ยว มันเป็นความสุขของลูกกูสองคน มันทำกันบนหัวกู กูยังไม่ว่าอะไรมันเลย นี่มันไปทำบนหัวมึงเสียก็เปล่า ถ้ามึงแสดงความยินดีกับความสุขของคนอื่นเขาไม่เป็น มึงนี่นะนังสะอิ้ง ก็เลิกกระจายความเกลียดไปให้คนอื่นได้แล้ว และถ้าทิวกับน้ำมันคิดจะมีหลานให้กูขึ้นมา เดี๋ยวมันก็ไปหาวิธีที่ถูกที่ควรมาจนได้นั่นแหละ แต่มึงต้องเลิกสาระแนเรื่องของมันก่อน พูดแล้วกูสูน ไปทิว ไปน้ำ กลับบ้านลูก” ทิวไม้และธารน้ำ ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินตามแม่น้อยกลับไปที่รถ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจของชาวบ้านแถวนั้น ยกเว้นนังสะอิ้งคนเดียวเท่านั้น
****************************************************
คำแปลเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ โดย Jay J
บอกรัก - มาช่า วัฒนพานิช
https://www.youtube.com/watch?v=U8R_ekelsHYทุกครั้งที่ฉันสับสน
Every time that I'm confused
ค้นหาว่าชีวิตคืออะไร
Searching for what life is all about
ค้นลึกไปในความหมาย
Looking deep into the meaning
ว่าอะไร
What is it exactly?
ที่ชีวิตฉันนั้นต้องการ
That I need in my life
เธอนั้นเองคือคำตอบ
You are my only answer
ที่ค้นหามาเนิ่นนาน
That I've been longing for
สิ่งเดียวที่ต้องการ
The only thing that I need
ก็คือการได้อยู่คู่กับเธอ
Is to be right next to you
แค่มีคนอย่างฉันและเธอ
Just the two of us, you and me
มาอยู่คู่กัน
To stay together
ฉันรู้ว่าตัวฉัน
I know that I
ไม่ต้องการใครใคร
Don't ever need anyone else
สุดแผ่นดินแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่
The land is vast and the sky is infinite
จะมีคนมากมาย
There are so many people out there
เพียงเธอผู้เดียวเพียงพอ
Only you is right for me
และแม้ว่าเธอสับสน
Maybe there's a time that you're confused too
เหลียวหาใครสักคนที่เข้าใจ
Looking around for someone to understand you
และแม้ว่าเธอหวั่นไหว
There's a time that you feel vulnerable
ไม่เจอใคร
Haven't seen any one
ที่เธอได้ค้นหามานาน
That you've been searching for
ตัวฉันขอเป็นคำตอบ
I'll offer myself as an answer
หากแม้ว่าเธอต้องการ
Only if you do want me
โปรดมองฉันให้นาน
Take a look at me closely
ว่าเธอจะต้องการบ้างไหม
Whether you want me in your life
แค่มีคนอย่างฉันและเธอ
Just the two of us, you and me
มาอยู่คู่กัน
To stay together
ฉันรู้ว่าตัวฉัน
I know that I
ไม่ต้องการใครใคร
Don't ever need anyone else
สุดแผ่นดินแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่
The land is vast and the sky is infinite
จะมีคนมากมาย
There are so many people out there
เพียงเธอผู้เดียวเพียงพอ
Only you is right for me
แค่มีคนอย่างฉันและเธอ
Two people, there're you and me
มาอยู่คู่กัน
To live as one
ฉันรู้ว่าตัวฉัน
I know that I
ไม่ต้องการใครใคร
Stops looking nowhere else
สุดแผ่นดินแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่
The land is massive and the sky is boundless
จะมีคนมากมาย
Bunch of people out there
เพียงเธอผู้เดียวเพียงพอ
For me, there's only you