กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
1
Boy's love story / Re: Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ)
« กระทู้ล่าสุด โดย Shonennihon เมื่อ 20-09-2020 11:12:19  »
ต้นน้ำ

“ต้นน้ำ!”

นั่นชื่อผมเอง และนั่นก็เสียงแม่ผมเอง แม้จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยมา 2 ปีแล้ว แม่ก็ยังจิกหัวใช้ผมยังกับเด็กๆ ทั้งๆ ที่คนงานในบ้านเยอะแยะ บ้านผมเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง ถือว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลย คนงานในบ้านเยอะแยะไปหมด แต่แม่ก็เลือกที่จะใช้ผมทำงานอย่างติดปาก

โดยเฉพาะหน้าที่นี้ หน้าที่การไปเก็บกวาดสวนหลังบ้าน เพื่อนผมหลายคนอาจจะบอกว่า แค่นี้เอง! ทำๆไปเถอะ!! ทุกครั้งที่ผมบ่นให้ฟัง

แต่ก็นั่นแหละ! พวกมันไม่เคยเห็นสวนหลังบ้านผมนี่นา หลังบ้านผมเป็นที่ดินของบรรพบุรุษครับ พวกท่านปลูกสวนผลไม้ทำมาหากินจนส่งลูกไปเรียนจนจบวิศวะ และกลับเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างและร้านขายวัสดุก่อสร้างใหญ่โต นั่นก็คือพ่อผมเอง แต่ตอนนี้คงเหลือแต่ร้านขายวัสดุก่อสร้างเท่านั้นตั้งแต่พ่อเสียไปได้สองปีด้วยโรคมะเร็ง (แม่คนเดียวทำไม่ไหว เลยขายกิจการให้หุ้นส่วนไปทั้งหมด)

กลับมาที่สวนที่เล่าค้างไว้  บ้านผมมีต้นไม้ใหญ่อยู่ท้ายสวนซึ่งติดกับที่ดินอีกแปลงที่เป็นสวนเหมือนกัน ด้วยมีตำนานที่เล่าต่อๆ กันถึง เทพยดาที่สถิตย์อยู่ที่ต้นไม้ต้นนั้น จะดลบรรดาลให้สำเร็จ เรื่องความรักจึงมักจะมีคนแอบลอบเข้ามาบนบานสานกล่าว ที่ใต้ต้นไม้จึงเต็มไปด้วยธูปและเทียน ของเซ่นไหว้มากมาย นั่นเป็นเหตุให้แม่ต้องใช้ผมไปจัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อยเป็นประจำ วันนี้ก็เช่นเดิม

“ต้นน้ำ!!” เสียงของแม่ที่เข้มขึ้นหลังจากที่ผมทำหูทวนลมไม่สนใจและนั่งกดจอยสติ้กเครื่องเล่น PS4 อย่างเมามันส์

“ครับบบบ” ผมรับตะโกนตอบกลับ เพราะไม่อยากให้แม่อารมณ์เสียก่อนมื้อเย็น เพราะจะส่งผลกับรายการอาหารมื้อเย็นทันที ผมเคยเจอมื้อเย็นที่มีเพียงข้าวต้มกับเกลือมาแล้ว

‘ไม่ทำงานก็ไม่ต้องกิน!!’ เสียงของแม่ในตอนนั้นยังดังอยู่ในโสตประสาท

“ได้ยินแล้วก็ลงมา!!” เสียงของแม่ที่ดังผ่านพื้นชั้นสองทำให้ผมต้องรีบหยุดเครื่องเล่นเกมและเดินออกจากห้องทันที

“ครับแม่ ผมอ่านหนังสืออยู่” ผมที่เดินไปเจอหน้าแม่ที่ตรงบันไดทางขึ้นชั้นสองรีบตอบออกไปเสียงเรียบ

“แม่ไม่ได้โง่นะ! เสียงเกมส์แกดังลั่นมาถึงข้างล่าง คิดอยู่ว่าถ้าไม่ลงมาจะไปสับสวิตช์ปิดไฟฟ้าชั้นสองเสียเลย!!” แม่สวนกลับมา

“แม่จะให้ผมทำอะไร?” ผมรีบถามเปลี่ยนเรื่องหลังจากโดนแม่จับโกหกได้

“ไปจัดการใต้ต้นไม้นั่นที แม่เห็นคนไปป้วนเปี้ยนแถวนั้น เจอธูปเจอเทียนก็จัดการเก็บให้หมดด้วย!!  ชั้นไม่อยากให้ไฟไหม้บ้าน!!” แม่โวยวายพลางชี้ไปทางทิศหลังบ้าน

“แม่ สวนเราออกจะกว้าง ไหม้ยังไงก็ไม่ถึงบ้าน” ผมบ่นอุบอิบ

“ต้นน้ำ!” แม่ผมเอ่ยเสียงขุ่น

“โอเคๆ เดี๋ยวผมจัดการให้ ทำไมแม่ไม่เปิดให้เขาเข้ามาสักการะบูชาไปเลย เก็บเงินคนละร้อยสองร้อยบาท รวยไม่รู้เรื่อง!!” ผมพูดพลางเดินออกห่างจากแม่

”ฉันไม่ตัดทิ้งก็บุญแล้ว หากพ่อแกไม่สั่งเสียไว้ว่า รักต้นไม้ในสวนมาก อย่าตัดเพราะบรรพบุรุษปลูกไว้ ฉันตัดให้มันจบๆไป”  แม้ว่าตอนที่แม่กล่าวจะมีน้ำเสียงหงุดหงิดมากก็ตาม แต่ก็มีสีหน้าที่เศร้าสร้อยลงจนเห็นได้ชัด

ผมเห็นก็เศร้าตามไปด้วยเพราะความคิดถึงพ่อ พ่อรักสวนผลไม้หลังบ้านมาก แม้ไม่ได้ปลูกขายแล้ว ท่านก็ดูแลของท่านอย่างดี ออกดอกออกผลก็แจกญาติพี่น้องกับคนงานหมด

“รีบไปเถอะ หากแกยังอยากให้พวกต้นไม้ที่พ่อแกรักยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่ไหม้เป็นตอตะโกเสียก่อน”  แม่เหมือนมีน้ำตาคลออยู่ก่อนที่จะปลีกตัวไปดูแลหน้าร้านที่ตอนนี้ลูกค้ากำลังเข้ามามากขึ้นในช่วงสุดท้ายของวัน

ผมจึงจัดแจงเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม ถังน้ำ ถุงขยะ ไม้กวาดถุงมือ ที่ผมมีเตรียมไว้เป็นประจำในการไปรบรากับบรรดาข้าวของที่กองอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น

เหมือนเช่นทุกวันที่ผมมักจะเดินชมนกชมไม้ไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐมอฐสีแดงเรียงกันเป็นแนวยาวทอดจากตัวบ้านไปจนถึงท้ายสวน ที่สุดทางเดินนี่ก็คือต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในสวน ผมก็ไม่แน่ใจว่าต้นอะไร ไม่เคยมีผลให้เห็นอะไรนอกจากดอกสีส้มสดในทุกหน้าร้อน

ผมมักจะเดินร้องเพลงเสียงดังไปด้วยเพราะจะได้บอกใบ้ให้คนนอกที่เข้ามาบูชาต้นไม้ต้นนี่หลบหนีไปก่อน ผมไม่อยากมีอาการอึดอัดเวลาต้องเอ่ยปากไล่คนพวกนั้น บางคนถึงขั้นตกใจวิ่งหกล้มหัวแตกมาแล้วก็มี เสียงผมก็ไม่ได้ดีอะไรมาก ร้องได้ก็ไม่กี่เพลง เพียงแค่นึกอยากร้องอะไรก็ร้องออกมาดัง บางครั้งผมก็ยังร้อง ‘เพลงช้าง’ ก็มีมาแล้ว

วันนี้ผมจะรีบไปเล่นเกมต่อเลยเร่งฝีเท้าและใช้ไม้กวาดเคาะถังน้ำไปพลางเดินไปพลาง เผื่อว่าจะมีคนได้ยินแล้วจะได้หนีไปก่อน

แต่วันนี้ทุกอย่างดูเงียบสงบกว่าที่คิด และวันนี้กลับเป็นผมเองที่เป็นฝ่ายตกใจเสียเอง หรือจะเรียกว่าตกตะลึงดี

ที่เนินเตี้ยๆ ใต้ต้นไม้ต้นนั้น มีเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ ผิวขาว ผมสีดำยาวและมัดไว้หลวมๆที่ท้ายทอย ลมแดดร่มรื่นยามเย็นพัดโชยให้ไรผมโปกปลิวเบาๆ  ใบหน้าเรียวยาว ขาวเนียนจนเกือบโปร่งใสนั้น หลับตาพริ้ม ท่วงท่าการยืนที่มั่นคง บวกกับส่วนสูงที่สูงจนเกือบถึงกิ่งที่เตี้ยที่สุดของต้นไม้นั่น มันสวยงามจนแทบละสายตาไม่ได้กับทรวดทรงที่ได้สัดส่วนเหมือนเขามองภาพวาดของศิลปินชิ้นเอง

การแต่งกายที่ธรรมดานั่นไม่ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูธรรมดาลงไปเลย เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวสะอาดตากับการเกงยีนส์ทรงกระบอกเล็กดูเป็นของมีราคาขึ้นมาทันที

สองมือของชายคนนั้นเหมือนถือบางสิ่งอยู่ในมือ บางอย่างมองจากระยะของผมก็ไม่สามารถคาดเดาได้ หรือจะเป็นอาวุธ อย่าบอกนะว่าผู้ชายหน้าสวยคนนี้จะเป็นโจร!

ก่อนที่ผมจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อแจ้งแม่ของผมถึงเหตุด่วนเหตุร้ายที่ผมเจอ ชายหน้าสวยคนนั้นก็ยกอุปกรณ์ในมือข้างหนึ่งลักษณะเหมือนเนื้อไม้สีเข้ม เขาวางสิ่งนั้นไว้บนบ่าและใช้คางหนีบที่ปลายสิ่งของชิ้นนั้น พร้อมอีกมือหนึ่งที่วาดขึ้นมาพร้อมกับไม้เรียวยาวขนาดยาวประมาณข้อศอกขึ้นมาประกบไว้ด้านบนของสิ่งนั้นที่วางบนบ่า

เพียงชั่วพริบตากลังจากนั้น เสียงที่เกิดจากการเสียดสีของสิ่งของทั้งสองสิ่งก็บรรเลงออกมากลายเป็นเสียงที่ไพเราะจับใจ

ผมไม่เคยรู้เลยว่าของสิ่งนั้น (ที่มารู้ทีหลังว่าไวโอลิน) มันจะสามารถสรรสร้างทำนองที่เหมือนเสียงสวรรค์ขนาดนี้ได้

มือที่ถือโทรศัพท์สมาร์ทของผม จากที่ตั้งใจจะกดโทรศัพท์หาแม่ กลับเปลี่ยนโหมดมาเป็นการบันทึกภาพ ภาพของชายคนหนึ่งที่กำลังบรรเลงเสียงสวรรค์ให้เขาและเหล่าธรรมชาติทั้งมวลที่อยู่ ณ ที่นี้

ท่วงท่าในการใช้มือสอดประสานกับจังหวะดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ล้วนสอดประสานกับเสียงที่บรรเลง ดวงตาที่หลับพริ้มไปกับสมาธิของดนตรีที่บรรเลง ทำให้ภาพตรงหน้า มันสวยงามจนผมหยุดเท้าตัวเองที่ก้าวเข้าใกล้ภาพเหล่านั้นไม่ได้ ผมยืนดูการแสดงนั้นไปเรื่อยๆ จนเสียงดนตรีหายไป มือที่เคยถือกล้องเพื่อบันทึกที่น่าประทับใจนี้ก็ถูกลดลงไปตอนไหนก็ไม่ทราบ ผมหลงไปกับภาพตรงหน้า หัวใจกระตุกสั่นไหวเต้นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ภาพตรงหน้าทำให้ผมไม่เป็นตัวของตัวเอง จนกระทั้ง

“นายเป็นใคร?” ชายที่แสดงการเล่นดนตรีที่แสนมหัสจรรย์นั่นเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เขาหลุดออกจากภวังค์บรรเลงดนตรี

ดวงตาคมกริบที่มองมาทางผมทำให้ใจไหววูบจนต้องเกือบลืมหายใจ ผมทำได้แต่กลืนน้ำลาย และยิ้มเฝือนตอบกลับไป

..........



จินไห่ อรรณพ


ผมนั่งมองภาพที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์รุ่นล่าสุดที่เพิ่งซื้อมา แต่ความคมชัดของภาพมันเบลอไปหมดไม่ชัดเจน ไม่ใช่เพราะคุณภาพของภาพและไม่ใช่คุณภาพของโทรศัพท์ แต่เป็นเพราะน้ำที่หล่อเลี้ยงในตามันเอ่ออยู่ และพร้อมที่จะไหลนองหน้าเป็นสาย

ผมปาดน้ำตาที่ไหลลงไปที่แก้มที่ตอนนี้คงเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดฝาดเพราะผมปาดน้ำตาติดต่อกันหลายครั้ง

ในบางช่วงของชีวิต ก็ต้องยอมอ่อนแอบ้าง ผมคิด

ผมใช้นิ้วโป้งมือข้างที่เพิ่งปาดน้ำตาสัมผัสไปที่รูปถ่ายครอบครัวบนหน้าจอ รูปที่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้อยู่ร่วมกัน ใจที่ไหวหวั่นสั่งให้นิ้วมือปัดรูปนั้นไปทางซ้ายเพื่อเปลี่ยนภาพ มาเป็นรูปผู้หญิงผมยาว ยิ้มสวยผิวสองสี  วงหน้าที่แสนสดใสจนทำให้ผมยิ้มตามได้ทุกครั้งที่เห็น...แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว มันทำให้ผมเศร้าไปมากกว่าเดิม

ผมตัดสินใจปิดหน้าจอโทรศัพท์และลดมือลงไปเพื่อเอาเครื่องโทรศัพท์แผ่นบางนั้นโยนลงกระเป๋ากางเกง

“เลิกเศร้าได้แล้ว ชีวิตมันต้องเดินต่อ!” ผมบอกตัวเองแบบนั้น

สายตาของผมทอดยาวไปจนสุดผืนดินที่เป็นมรดกของพ่อที่ให้ไว้ พื้นดินหลายไร่ของบรรพบุรุษที่เหลือไว้ให้ เขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล และผ่านเรื่องราวมากมาย ในที่สุดเขาก็มาถึงที่นี่

เขายังจำภาพสมัยเด็กที่เขามักจะมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ เรือกสวนที่มีไม้ผลต้นใหญ่ยืนตระหง่านเป็นทิวแถวอย่างมีระเบียบ แต่ภาพที่เห็นตอนนี้กลับเหลือเพียงที่รกร้างกับต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นรกสูงเทียมเข่า

ผมมองความเปล่าเปลี่ยวเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปียกชุ่ม จนกระทั่งไปสะดุดที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่สุดปลายที่ดินผืนนี้ ผมรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

ภาพในหัวของผมผุดภาพๆหนึ่งขึ้นมาอย่างตั้งใจ ผมจึงรีบเปิดค้นกระเป๋าสะพายตนเองอย่างร้อนรน จนกระทั้งผมเจอสิ่งที่ค้นหา สิ่งที่ผมพกติดตัวไปไหนมาไหนอย่างตั้งใจ

มันคือสมุดบันทึกของคุณพ่อ พ่อที่ผมเคารพรักสุดหัวใจ พ่อที่จากไปก่อนวัยอันควร พ่อผมทิ้งสมบัติไว้ให้ผมมากมาย แต่กลับมีเพียงชิ้นนี้ที่ผมบังเอิญไปเจอมันในกล่องของส่วนตัวของคุณพ่อ แล้วมันทำให้ผมหลงเสน่ห์มันอย่างประหลาด

มันเป็นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือของพ่อ กระดาษสีเหลืองเก่าซีด เริ่มจะกรอบเปื่อย บวกกับภาพวาดประกอบระดับศิลปินชื่อดังของพ่อ ทำให้หนังสือเล่นนี้เหมือนวรรณกรรมชิ้นเอกที่มีเล่มเดียวในโลก บันทึกเล่มนี้ทำให้ผมนึกถึงพ่อ มันเหมือนพ่อยังคงอยู่กับผม บันทึกเป็นภาษาไทยทั้งหมด ทำให้ผมซึ่งไม่ได้แตกฉานภาษาไทยมีปัญหากับการแปลความพอควร ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องของพ่อ และเป็นเรื่องราวช่วงวัยรุ่นของพ่อที่ประเทศไทย มันเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก เรื่องรักแรกของพ่อ แต่เสียดายพ่อไม่ได้เอ่ยชื่อหรือลักษณะของคนรักเท่าไหร่ แต่แน่นอนว่าต้องสวยระดับแม่ของผมแน่ๆ เป็นคิดเข้าข้างตนเองของผม คนที่ทำให้พ่อหลงรักจนลืมไม่ลงนี้คือใครกัน ผมเองก็อยากจะทราบ

ผมนั่งพลิกเปิดบันทึกของพ่อไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวังจนกระทั้งไปเจอภาพวาดที่ใกล้เคียงกับภาพที่ปรากฏในคลองสายตาของเขาตอนนี้ถึงขนาดที่ว่าผมยกสมุดเล่นนั้นมาเปรียบเทียบกัน แม้ขนาดและรูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ผมมั่นใจว่ามันเป็นต้นเดียวกันแน่ๆ

ร่างกายไวกว่าความคิด ผมรู้ตัวอีกทีก็หยิบไวโอลินประจำกายพร้อมสมุดบันทึกบุกฝ่าพงหญ้า ข้ามรั่วไปยืนใต้ต้นไม้ต้นนั่นเสียแล้ว

รูปวาดในสมุด จะมีรูปวาดของต้นไม้ต้นนี้ทุกบททุกตอน แต่ภาพที่วาดนั้นไม่ซ้ำกันเลย เป็นภาพต้นไม้ต้นนี้ในมุมต่างๆ ภายใต้แสงและเงาที่แตกต่าง

ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบผิวขรุขระของลำต้น ลูบไปบนอักขระที่ถูกสลักไว้กลางลำต้นที่เลือนลางไปตามกาลเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างในบันทึกเล่มนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้ก็เหมือนกับที่บรรยายไว้ในสมุดบันทึกทุกอย่าง มันทำให้ผมนึกถึงข้อความบางช่วงในบันทึกที่เขาประทับใจที่สุด แล้วผมก็เปิดหีบไวโอลินขึ้นมาสีเป็นเสียงที่ผุดขึ้นมาในสมอง ท่วงทำนองมันค่อยๆ ไหลบ่าออกมาจนแทบจดจำได้ไม่หมด ผมหลับตาเพ่งสมาธิไปกับท้วงทำนองในใจ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะเล่นมันออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

ผมเผลอหลงเข้าไปอยู่ในเมโลดี้เหล่านั้น จนกระทั้งรู้สึกถึงใครบางคนบริเวณนั้น ผมหยุดเล่นและลืมตาทันที เด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดลำลอง ทรงผมทันสมัย รูปหน้าหมดจด ยืนหลับตาเหมือนหลงเข้าไปความไพเราะของบทเพลงที่ผมเพิ่งบรรเลง

“นายเป็นใคร?” ผมถามออกไปด้วยความตกใจ แต่ไม่รู้ว่าเพราะความแปลกของสำเนียงภาษาไทยของผมหรือเปล่า ทำให้ชายวัยรุ่นตรงหน้าถึงมีอาการแปลกใจและไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ของผม จนกระทั้งผมกำลังจะเอ่ยปากถามอีกที

“นายนั่นแหละ! เป็นใคร!” เสียงของหนุ่มวัยรุ่นตอบสวนมา
“นี่มันพื้นที่สวนบ้านผม คุณไม่ควรเข้ามา!!” ชายวัยรุ่นพูดออกมาด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก

......................
2
Boy's love story / Re: Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ)
« กระทู้ล่าสุด โดย Shonennihon เมื่อ 20-09-2020 11:11:33  »
Shonennihon

หายไปนานหลายเดือนเลยครับ ช่วงนี้งานยุ่งมากจนไม่มีเวลามาเขียนให้เรียบร้อยเสีย บวกกับการคิดพลอตเรื่องไว้มากมาย กว่าจะมาสรุปเป็นนิยายเรื่องนี้ใช้เวลาเป็นเดือนเหมือนกัน ตอนนี้ผมเริมลงมือเขียนแล้วครับ ไม่รู้ว่าจะถูกใจหรือเปล่า  แต่ก็ขอให้ชอบกันนะครับ เป็นเรื่องในความคิดที่จะเขียนมาเป็นปีแล้ว ขอให้ทุกคนชอบนะครับ
3
Boy's love story / Re: Up! [Mpreg] ☆YOUniverse☆ .. #พี่ภูของผม (2020-09-18 : Universe 40th)
« กระทู้ล่าสุด โดย Jibbubu เมื่อ 20-09-2020 11:07:01  »
 :m4: :m4: :m4:
4
Boy's love story / Underneath the tree มหาสมุทรใต้ต้นไม้ (บทนำ)
« กระทู้ล่าสุด โดย Shonennihon เมื่อ 20-09-2020 10:45:34  »
ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ... 
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง 
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

เอาข้อสำคัญก่อนนะครับเด่วอื่นๆจะทำมาเพิ่มครับเอิ้กๆหุหุ
admin
thaiboyslove.com.......................................                                                           

วันที่ 3 ธ.ค. 2551วันที่ 16 ก.ย. 2554 ได้เพิ่มกฎ ข้อที่ 7
วันที่ 21 ต.ค.2556 ได้ปรับปรุงกฎทั้งหมดเพื่อให้แก้ไข และติดตามได้ง่าย
วันที่ 11 พ.ย. 2557 เพิ่มเติมการลงเรื่องสั้นและการแจ้งว่านิยายจบแล้ว
วันที่ 4 ธ.ค. 2557 เพิ่มบอร์ดเรื่องสั้นจึงปรับปรุงกฎข้อ 18 เกี่ยวกับเรื่องสั้น และ เพิ่มเติมส่วนขยายของกฎข้อ 17



เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ การเข้าถึงข้อมูลใดๆบนเว็บไซต์แห่งนี้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการ ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง

ข้อความใดๆก็ตามบนเว็บไซต์แห่งนี้ เกิดจาการเขียนโดยสมาชิก และตีพิมพ์แบบอัตโนมัติ ผู้ดูแลเว็บไซต์แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ  โปรดใช้วิจารณญาณของท่านที่เข้าชม และ/หรือ ท่านผู้ปกครองในการให้ลูกหลานเข้าชม

*****************************************************************************************

เรียน   ท่านสมาชิกทุกท่านทราบและโปรดดำเนินการอย่างเคร่งครัด

เรื่อง  กฎกติกาและมารยาท

          กรุณาอ่านข้อความข้างล่างที่แนบมาด้วยข้าล่างนี้   ด้วยความระมัดระวังยิ่ง

เพราะเป็นบรรทัดฐานที่พึงยึดและปฏิบัติตามอย่างไม่สามารถพิจารณาเป็นอื่นได้

หากผู้ใดฝ่าฝืน  ทางเราจะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อไป


      จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน

                                                                                 นับถือ

                                                                            อิเจ้  โมดุเรเตอร์
5
Boy's love story / Re: I cannot understand you... [drama 18+] 2nd part 5th step
« กระทู้ล่าสุด โดย Lambosasha เมื่อ 20-09-2020 10:03:47  »

18
คนตัวเล็กนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนเตียงของพี่ชายคนละสายเลือดเหมือนทุกครั้ง แต่ความรู้สึกมันต่างจากทุกครั้ง

หลังจากถูกจูบแบบไม่ทันตั้งตัว แถมยังเป็นจูบแบบดีพคิสที่พลไม่เคยทำมาก่อน วรรษก็ปล่อยเอวเขาแล้วบอกให้ไปอาบน้ำก่อน และพลที่ยังมึนๆ งงๆ ก็ทำตามอย่างว่าง่าย สุดท้ายก็มานั่งรอในห้องเรียบร้อย เพราะวรรษบอกให้มารอเล่นเกมพร้อมกัน ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทั้งที่...

“เปิดเครื่องเลย ไม่ต้องออนดิสนะ”

“...ครับ” พลพยักหน้าหงึก ยังไม่กล้าสบตาหรือมองหน้าวรรษตรงๆ

แต่ก็ดีใจนะที่พี่วรรษชอบเราจริงๆ อย่างที่ได้ยินวันนั้น ไม่สิ พี่วรรษไม่ได้พูดสักคำว่าชอบ อาจจะแค่อารมณ์ค้างก็ได้ พลตบตีกับตัวเองในใจ

“คืนนี้พี่จะเล่นอีกเกม” วรรษแย่งเม้าส์จากมือพลไปคลิกเปิดเกมใหม่ให้ เป็นเกมแนวยิงซอมบี้ที่มีแค่สองคนในทีม ช่วยกันล่าซอมบี้ที่เป็นแค่ AI ไม่ใช่คนอื่นเล่น

“ไม่ต้องซ้อมทีมเหรอครับ” พลสงสัย

“ไลน์ไปบอกพวกมันแล้ว” วรรษว่าพลางเลื่อนเม้าส์คืนให้ แล้วกลับไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะคอมฯ

วรรษนั่งหันหลังเล่นเกมเดียวกันเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้พลกลับรู้สึกถึงความอึดอัดที่ก่อตัวอยู่บางๆ

“ระวังกับดัก” วรรษคอยเตือนและนำทางน้องตามปกติ ทำเหมือนที่เคยทำมาตลอด

“ซ้ายมือมีที่ซ่อนพี่วรรษ” พลเองก็คอยซัพพอร์ทเหมือนที่เคยทำ

เพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนว่ายังเป็นแค่พี่น้องที่สนิทสนมกัน ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น

******

“ช่วงนี้ยอดสาขาสีลมดูตกๆ ไปนะ คงไม่ใช่ว่ามีคนมารีวิวแย่ๆ อีกล่ะ” เสียงทุ้มๆ ของชายวัยกลางคนร่างท้วมนิดๆ ก้องกังวานไปทั้งห้อง ตอนนี้พ่อของเพจได้ขึ้นเป็นประธานบริษัทต่อจากปู่ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงแล้ว ส่วนเพจก็เป็นรองประธานต่อจากพ่อ พลยังคงทำงานกับเพจเหมือนเดิม

“พล แกไปเช็คมาสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” แล้วก็โยนเอกสารไปบนโต๊ะ ตรงหน้าพล

“ครับ” พลตอบหน้าหงอย สาขาสีลมเป็นสาขาที่เขารับผิดชอบประจำ แต่ช่วงนี้มีเรื่องให้คิดเยอะจนไม่ได้ดูแลเท่าไหร่

“แล้วยังเล่นเกมอะไรนั่นกับพวกเจ้าวรรษอยู่อีกรึเปล่า” ท่านประธานยกศอกขึ้นท้าวโต๊ะ และเอาคางวางบนหลังมือ จ้องมองลูกชายคนรองด้วยแววตาดุดัน

พลพยักหน้า

“ฉันถามจริงๆ แกอยากทำงานที่นี่มั้ย หรืออยากออกไปทำเรื่องที่ตัวเองอยากทำ”

พลไม่กล้าตอบตรงๆ เขากลัวพ่อจะโกรธ กลัวปู่ผิดหวัง กลัวแม่ไม่พอใจและที่สำคัญคือ กลัวพี่ชายจะเดือดร้อน

“เอาเถอะ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ แค่แกไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางมากนักก็พอ ถึงพี่แกจะเป็นอย่างนั้น มันก็ยังทำงานเก่ง ไว้ใจได้ แต่แก ยังไงก็ยังต้องดูกันไปอีกนาน อย่าทำให้ฉันกับปู่แกต้องผิดหวัง” 

แล้วพลก็ต้องก้มหน้ายอมรับในหน้าที่ของตัวเองต่อไป

ไหนจะเรื่องงานที่ไม่ได้อยากทำสักเท่าไหร่แล้วในตอนนี้ กับเรื่องของวรรษที่ดูผีเข้าผีออกอีก บางทีพลก็อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ ไม่อยากคิดอะไรต่อไปแล้ว

******

“กูไม่น่าทำแบบนั้นกับน้องมันเลย” วรรษกระดกเบียร์ในกระป๋องเข้าปากพรวดๆ

เพลงมองกระป๋องเบียร์สี่ห้าใบและขวดเบียร์อีก 3-4 ขวดที่หมดเกลี้ยงแล้วบนพื้นห้อง วันนี้จู่ๆ วรรษก็ไลน์มาในกลุ่มเดิมที่เลิกใช้ไปนานแล้วตั้งแต่มีพลมาร่วมทีม บอกว่าจะขอพักเรื่องเกมสักระยะ ทำเอาตกอกตกใจกันหมด เพลงกับเต้เลยอาสามาดูใจเพื่อนที่บ้าน

“มึงทำอะไรล่ะ พวกกูจะรู้มั้ย” เต้นิ่วหน้ามองคนเมาแอ๋ที่นอนกองอยู่กับพื้นเหมือนกระป๋องเบียร์พวกนั้น แถมมันยังนอนกินซะด้วย หกราดตัวมันอย่างกับอาบ กลิ่นหึ่งไปหมดแล้ว

“ไอ้พลไม่มาแล้วสิ สภาพแบบนี้” เพลงว่าพลางช่วยเพื่อนเก็บขยะในห้อง เมื่อกี้ตอนมาถึงก็เจอกองขยะในครัวและทั่วไปในบ้าน เต้เองก็ช่วยเพลงด้วย ปากก็บ่นกับเพื่อนไป

“แม่งต้องไปพาลอะไรใส่น้องมันจนหนีกระเจิงแหง”

ใช่พาลใส่ที่ไหนล่ะว้อยยยย วรรษเถียงในใจ ขนาดนี้แล้วก็ยังมีสติอยู่ ไม่ได้เมาจนไม่รู้เรื่อง แต่ไม่รู้จะทำยังไงให้กลับมาเป็นปกติแล้ว พยายามแล้ว แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งไม่ปกติ จนพลหนีไปแบบนี้

“ไม่มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ก็เห็นมันออนเกมเล่นอยู่ แล้วมึงก็เล่นกับมัน พวกกูเลยไม่รู้เรื่อง จนสองสามวันมานี้แหละที่พลมันหายไป แต่จากสภาพบ้านมึงแล้ว น่าจะไม่มาเป็นเดือน”

เพราะแข่งเกมจบไปแล้ว ไม่มีซ้อมอะไรเป็นพิเศษ พลก็เลยหายหน้าไปเป็นพักๆ แต่นี่หายไปสามวันติด พวกเพื่อนๆ ก็คิดอยู่แหละว่ามีอะไรแน่ๆ พลไม่เคยหายไปเฉยๆ แบบนี้

“ทะเลาะอะไรกันวะ” เพลงเอาเท้าเตะเพื่อนที่นอนกลิ้งไปมา ทำเหมือนว่าเมามากเหลือเกิน

“ฮือออออออออออออ” นั่นคือคำตอบที่พวกเขาได้รับจากวรรษ

วรรษนอนร้องไห้เหมือนเด็กอนุบาลจนเพื่อนเอือมระอา แต่ก็ทิ้งมันไม่ลง เพลงนั่งลงข้างซ้าย เต้ข้างขวา ช่วยกันหิ้วปีกไอ้เพื่อนขี้เมาให้ลุกขึ้นนั่งพิงปลายเตียง

“กูพยายามทำอย่างที่ไอ้ทศมันบอกแล้ว ว่าไม่ให้ยุ่งกับน้อง อย่าไปทำให้พลมันสับสน แต่กูพยายามไม่ไหวแล้ว”

“พวกกูก็แปลกใจแหละ คนอย่างมึงเนี่ย ไม่เคยเชื่อฟังอะไรพี่ทศเลย ทำไมงานนี้เชื่อจั๊ง แล้วเป็นไงล่ะ สบายดี?” เต้เบะปากใส่ พลางกวาดกระป๋องเบียร์ทั้งหมดลงถุงขยะแล้วมัด

“ไหนมึงบอกว่าอยากทำก็ต้องทำเลยไงวะ ไอ้หมา”

“เลิกแดกไอ้พวกนี้แล้วไปกินหมูกะทะกับไอ้ปิ่นไป มันไปรอแล้ว” เพลงกระชากแขนเพื่อนให้ลุกขึ้นยืน

“จะให้กูไปสภาพนี้?” วรรษถามน้ำตานองหน้า กลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่ว จนเพลงต้องเบ้หน้าหนี

“เดี๋ยวกูอาบให้เอง มานี่”

“ไอ้เพลงงงงงงงไม่อาววววว”

แล้ววรรษก็มานั่งอยู่หน้าเตาหมูกะทะที่ปิ่นกำลังย่างเนื้อย่างหมู สลับกับฉีกพวกผักลงน้ำซุป พอเห็นวรรษก็หัวเราะลั่น

“ฮ่าๆๆๆ”

“หัวเราะหาพ่อง” วรรษกระชากเสียงดุๆ ใส่เพื่อนตัวอ้วนแล้วนั่งลงข้างๆ มัน ให้ปิ่นคีบเนื้อกับหมูมาใส่จานให้

“โอ๋ๆ นะลูก ไม่เบะนะไม่เบะ” ปิ่นล้อไม่เลิก

“สัส” วรรษสบถก่อนจะดึงตะเกียบออกแล้วคีบอาหารเข้าปากอย่างหงุดหงิด คนอื่นไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ไอ้อ้วนนี่ตัวดี ชอบล้อเลียนเขาตลอด ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ไม่รู้ทำไมยังทนคบมันได้

ตลอดการกินหมูกะทะ ไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องของพลอีก ไม่มีใครถามว่าวรรษไปทำอะไรมา ถึงมีสภาพแบบนี้ (แม้ว่าเพลงจะจับอาบน้ำแล้ว กลิ่นเบียร์มันก็ยังติดอยู่) พวกเขาคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป เรื่องเกม เรื่องงานแข่งครั้งต่อไป เรื่องอนิเมที่ดูช่วงนี้...

“พระเอกแม่งงี่เง่ากูว่า ทำไมชอบเขาแล้วไม่บอกเขาวะ”

“ก็มันควายไง อยากให้หมาคาบไปแดกก่อนค่อยบอก แบบนี้เป็นกูกูก็ทิ้ง”

ใช่อนิเมที่ดูช่วงนี้เหรอวะ วรรษขมวดคิ้ว

“ทำตัวเป็นเด็กอ่ะ แม่งเชื่อพี่มันเกินไป มันต้องคุยกันตรงๆ แล้วป่ะวะ ไม่ได้เล่นนะไรงี้ ผมจริงจังนะครับพี่งี้”

“ก็ถ้าไม่จริงจัง มันคงไม่แทบดิ้นตายตอนเห็นนางเอกไปกับผู้ชายคนอื่นหรอก”

“เดี๋ยวๆ” วรรษทนไม่ไหว “พวกมึงคุยกันเรื่องอนิเมแน่เหรอ”

“เออสิ” ปิ่นว่า “เรื่องใหม่น่ะ เพิ่งมาในเนตฟลิก”

“มึงยังไม่ได้ดูล่ะสิ ไปหาดูซะนะ” เต้แสยะยิ้ม เพลงก็หัวเราะเบาๆ แต่วรรษทำหน้าเหมือนหมางง

“เรื่อง “ไอ้หมาวรรษ” ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”

“พวกมึงงงงง!!!”

อยู่กับเพื่อนๆ แล้ววรรษก็ค่อยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง คบกันมานาน ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คุยกับพวกมันได้หมด ขนาดกับพี่ชายอย่างทศ ยังไม่เคยคุยทุกเรื่องขนาดนี้เลย

วรรษยอมรับว่าจริงจังกับพล แต่ไม่รู้จะบอกพี่ยังไง ตั้งแต่พ่อแม่ตาย ก็มีแค่ทศที่คอยบ่นคอยด่ามาตลอด เขาจะดื้อด้านแค่ไหน ทศก็อดทนมาตลอด ส่งเขาเรียนจนจบ อยากเล่นเกมอยู่บ้าน พี่ก็ยอม ไม่บังคับอะไรเลย ยกเว้นเรื่องนี้ที่เหมือนทศจะเกรงใจที่บ้านของเพจมากไปหน่อย แต่คิดอีกที เรื่องที่เขาเคยทำพลาดไว้เมื่อก่อนมันก็หลายเรื่องอยู่ และทศต้องคอยจัดการให้ ครั้งนี้ก็คงกลัวว่ามันจะเป็นแบบนั้นอีกล่ะมั้ง

แต่คนนี้จริงจังนะเว้ย

เขาอยากจะไปตะโกนใส่หน้าพี่ชายแบบนี้จริงๆ

แต่ก็กลัวจะโดนตอกหน้ากลับมาแหละ พี่อาจจะไม่เชื่อใจเขาแล้วก็ได้

“หวัดดีครับ...พี่ๆ”

วรรษสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงที่แสนคิดถึง เขารู้ว่าพลยืนอยู่ข้างหลังและคงกำลังยกมือไหว้ไอ้พวกนี้เหมือนเคย แต่ไม่กล้าหันไปมองหน้า

เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกกังวลและกลัวขนาดนี้

กลัวว่าจะทนไม่ไหว

“ดีๆ นั่งเลยน้องพล ข้างไอ้หมาวรรษนั่นแหละ” ปิ่นสละเก้าอี้ ลุกขึ้นเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ “กินเต็มที่ พี่ปิ่นเลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับ” พลผงกหัวเล็กน้อย มองคนที่นั่งนิ่งข้างๆ แล้วก็ถอนหายใจ แต่ยังฝืนยิ้ม

ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนได้แล้วมั้ยนะ ได้ยินแค่เสียงผ่านดิสคอร์ด แล้วหายไปไหนมาตั้ง 3 วัน ไม่เล่นเกม พี่นึกว่าเราจะหายไปจากชีวิตพี่แล้วซะอีก

วรรษอยากจะพูด อยากจะคุยกับพล อยากถามสิ่งที่สงสัย แต่ทำได้แค่เก็บมันไว้ในใจ

เขาไม่ใช่คนแบบนี้เลย แต่พอเป็นเรื่องของพล ใจมันก็ไม่กล้าขึ้นมา

“ช่วงนี้งานยุ่งน่ะครับ กลับบ้านก็ดึกแล้ว เลยเหนื่อยจนหลับไป” พลเฉลยข้อสงสัยของทุกคน

“ไม่เป็นไรๆ อย่างน้องพลไม่ซ้อมก็เอาอยู่” เพลงว่าพลางคีบหมูส่งให้ ส่วนเต้ก็รินโค้กให้ วันนี้งดแอลกอฮอล์ เพราะวรรษดื่มมามากพอแล้ว

“ไม่ได้หรอกครับ พลจะรีบเคลียร์งานนะ อยากเล่นเร็วๆ เหมือนกัน แหะๆ”

แล้วทั้งหมดก็คุยกันไปกินกันไป แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของวรรษกับพลอีก

“ฝากไอ้วรรษด้วยนะ มีอะไรก็ค่อยๆ คุยกันล่ะ” เพลงว่าพลางสตาร์ทรถ ได้คุยกันในไลน์มาบ้างแล้วว่าสภาพวรรษหนักแค่ไหน

“ได้ครับ” พลรับคำแล้วโบกมือให้พี่ๆ ก่อนจะเดินไปที่รถตัวเอง ซึ่งวรรษยืนรออยู่

“กลับบ้านครับพี่วรรษ เดี๋ยวพลไปส่ง”

“ค้างมั้ย” ไม่ทันขึ้นรถ วรรษก็ถามแทรกมาทันที พลทำหน้าลำบากใจ

“ไม่ดีกว่าครับ”

“ไม่อยากอยู่กับพี่ขนาดนั้นเชียว” วรรษบ่นเบาๆ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถ

ระหว่างทางพวกเขาแทบไม่ได้พูดจากันเลย เวลาเหมือนผ่านไปนานมาก ทั้งที่จากร้านมาบ้านของวรรษก็ไม่ได้ไกล พวกเพื่อนๆ เลือกร้านที่ใกล้บ้านให้ กับพวกมัน ถึงจะตีกันบ้าง แหย่กันจนโมโหบ้าง แต่พวกเขาก็เป็นเพื่อนรักที่คอยดูแลเอาใจใส่กันและกันเสมอ

ในที่สุดความเงียบที่ยาวนานก็จบสิ้นลง เมื่อพลจอดรถตรงหน้าบ้านของวรรษ

“พลส่งแค่นี้นะครับ ไว้เจอกันในเกม”

“ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้น” แต่วรรษไม่ยอมลงจากรถ เขาอยากคุยกับพลให้รู้เรื่อง ก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้

เขาไม่อยากเสียพลไป ไม่อยากเลย...

“คนที่ห่างเหินก่อน มันคือพี่ไม่ใช่เหรอ” พลเอ่ยเสียงเบา “เข้าบ้านเถอะครับ ไว้พลจะมาวันเสาร์แล้วกัน”

เพราะพลพูดถูก เขาเองที่ทำตัวห่างเหินก่อน ไอ้ที่ว่าพยายามจะทำเหมือนพี่น้องกันปกตินั่นแหละ ที่มันห่างเหิน จนกลายเป็นแบบนี้ มันเป็นความผิดของเขาเองที่มัวแต่เก็บเอาเรื่องที่ทศพูดมาใส่ใจ

แต่เขากลัว ไม่ใช่แค่คำพูดของทศ แต่กลัวว่าจะโดนพลเกลียด

พลไม่ได้พูดอะไรหลังจากวันนั้น อาจเพราะเขาพยายามทำตัวเหมือนเดิม แม้มันจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่เขาแค่ไม่อยากให้พลอึดอัดใจกับสิ่งที่เขายัดเยียดให้

แต่ยิ่งทำแบบนั้น กลับกลายเป็นว่ายิ่งอึดอัดกันทั้งสองฝ่าย จนพลหนีหน้าเขาแบบนี้

วรรษยอมลงจากรถด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย พลเองก็เห็น แต่ไม่เข้าใจ

ไม่เข้าใจว่าทำไมวรรษถึงต้องเศร้า คนที่เศร้าน่าจะเป็นพลมากกว่า ทั้งที่คิดว่าวรรษอาจจะชอบ ทำถึงขนาดจูบก็แล้ว แต่วรรษกลับเมินเฉยอีก ทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เรื่องมันน่าจะจบสวยกว่านี้ วรรษน่าจะบอกว่าชอบแล้วก็คบกันสิ ไม่ใช่จูบเสร็จก็จบ กลับมาเป็นพี่น้องเหมือนเดิม

ทำไม

หรือพลควรจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน?

แล้วถ้าคิดไปเองล่ะ ถ้าวรรษไม่ได้ชอบ ก็แค่เผลอไผลทำตามอารมณ์ พลคงทนไม่ได้ถ้าโดนปฏิเสธ

พลเอนตัวพิงเบาะรถพลางหลับตาลง วรรษยืนมองรถเต่าสีขาวที่ยังจอดอยู่หน้าบ้านจากชั้นสอง

พวกเขาต้องตัดสินใจแล้ว
6
Boy's love story / Re: พลาดรัก (omegaverse) #อาสะใภ้ #Up(19/09/2563)
« กระทู้ล่าสุด โดย piakunaa เมื่อ 20-09-2020 09:49:11  »
น่ารักกกกกก :ling1:
7
:pig2: :pig2: :pig2: :pig2:

ตอนที่ 3 ไอ้ลูกชายไม่เข้าใจกู๊


           วันนี้พวกปีสองที่ถูกบังคับให้ไปช่วยงานเกษตรแฟร์ที่จัดขึ้นที่เชียงราย กำลังทยอยเดินทำหน้ามุ่ยมารวมตัวที่หอประชุม หน้าตาบ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากไปร่วมงานอย่างแรง! รวมถึงตัวผมเองด้วย
ไอ้โอมมันก็ไม่อยากให้ผมไปเพราะไม่มีคนช่วยงานที่ร้านเหล้า มันบอกว่าไอ้อาร์ทพึ่งไม่ค่อยได้ แล้วไม่ให้กูลาออกจากมหาวิทยาลัยมาทำงานที่ร้านเหล้ามึงอย่างถาวรเลยล่ะ ไอ้ห่า!!
“เอ้าน้องๆปีสอง ทำหน้าตาให้เบิกบานกันหน่อยค่ะ พี่ๆไม่ได้พาไปรบน้า แค่ให้ไปช่วยจัดบูธเอง”
“ช่ายๆ อยู่ฟรีกินฟรี ได้ไปพักรีสอร์ทเลยน้า”
“บรรยากาศดีมากครับ ไม่ร้อนพี่ๆคอนเฟิร์ม”
   แต่ละคนก็ไม่ได้ทำหน้าตาให้เบิกบานสดชื่นขึ้นแต่อย่างใด แต่ก็ยังช่วยกันยกสิ่งของที่เตรียมไปจัดบูธขึ้นรถ อุปกรณ์ที่เตรียมไปจัดงานก็พวกป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับความรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ ใบปลิวแผ่นพับอีกหลายกล่อง
   แต่ละคนก็จับคู่กันนั่งบนรถบัส และแน่นอนผมก็ได้นั่งคนเดียว ดีซะอีกนั่งสบายเพราะขาผมยาวถ้านั่ง 2 คนจะเบียดกัน พวกเราต้องนั่งรถเกือบ 10 ชั่วโมง เราก็นั่งกันไปโงกแล้วโงกอีก หลับแล้วก็ตื่นตื่นแล้วก็หลับกันไปหลายรอบก็ยังไม่ถึงเลย
“เอ้าน้องๆ ลงรถครับถึงแล้ว”
“ของยังไม่ต้องยกลงนะคะ เดี๋ยวพี่ปล่อยให้เอาสัมภาระส่วนตัวเข้าไปเก็บในห้องพักก่อนเนอะ”
“4 คืน 5 วันเราต้องพักที่นี่ แต่ก็ไม่ต้องห่วงน้าเพราะมหาวิทยาลัยเราเหมาที่พักไว้แล้ว จะมีแค่พวกเรานี่แหละค่ะ”
“เดี๋ยวน้องๆมาเข้าแถวจับเบอร์เลือกห้องพักก่อนค่ะ”
“ไม่ต้องจับเบอร์ไม่ได้เหรอครับ จับคู่กันเองก็ได้นะครับพี่”
ไอ้ตุ๊กแกมันเสนอความคิดเห็น ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะผมดวงค่อนข้างซวยอาจจะได้คู่เป็นมันก็ได้ซึ่งผมไม่อยากได้เลยจริงๆ
“ไม่ได้ครับ ต้องจับฉลากเพราะพี่ๆอยากให้น้องๆได้จับคู่กับพวกพี่ๆด้วย ชายหญิงแยกแถวนะครับ”
“โหพี่ ไม่เอาได้เปล่า”
มีเสียงปีสองบ่นง๊องแง๊งๆ แต่รุ่นพี่ใจโฉดมันก็ไม่สนใจ บังคับให้จับฉลากกันทุกคน
“จับได้เลขห้องแล้วก็มารับกุญแจที่พี่นะคะ”
“ครับ/ค่ะ”
เสียงอ่อยมากอ่ะแต่ละคน โดนบังคับให้มาช่วยงาน แล้วยังโดนบังคับให้พี่อยู่ร่วมกับรุ่นพี่อีก เฮ้ออ!
“ไอ้โต๋มึงได้หมายเลขอะไรวะ ของกูได้เลข 17”
ไอ้ไข่ย้อยมันพูดขึ้นเมื่อเราทยอยเดินหาหมายเลขห้องพัก ของผมได้หมายเลข 13 เป็นเลขที่มองเห็นความซวยลางๆมาแต่ไกล เมื่อกี๊แวะไปขอกุญแจมา รุ่นพี่บอกว่าคู่บัดดี้ไปเอามาก่อนแล้ว
“ของกูเลข 14 อยู่กับพี่หมวยปีสาม ยังดีนะสนิทกับพี่เขาอยู่เหมือนกัน กูไม่อยากอยู่กับคนไม่สนิทเลยอ่ะ”
จ๊ะจ๋าผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มสี่ยอดกุแมวพูดขึ้น
“ของไอ้บดินทร์ได้เบอร์ 9 อยู่กับพี่หน้าโหดปีสี่ สงสารฉิบหาย”
“เอ้าไอ้โต๋ ตกลงมึงได้เลขอะไร ยังไม่ตอบเลย”
“กูดูไม่ออกนี่มันเลขอะไรวะเลข 8 หรือเลข 3 วะ”
“ไหนเอามาดูดิ…อ๋อเลข 3 เขียนเหมือนเลข 8 เลย”
“ห้องกูไปทางนี้ กูไปก่อนเดี๋ยวมาเจอกันที่ส่วนกลางนะ”
รีสอร์ทที่นี่ห้องพักแยกกันอยู่ห่างพอสมควร มีห้องพักประมาณ 20 ห้อง ลำพังพวกเรามาพักก็เกือบเต็มแล้วครับ ผมก็เดินไปตามป้ายบอกว่าห้องของผมต้องเลี้ยวซ้ายเดินไปซักพักก็เจอป้ายบอก มีใครคนนึงกำลังไขกุญแจห้องหมายเลข 13 อยู่... คงไม่ต้องให้ผมบอกว่าเป็นใครหรอกมั้ง
“…”
ผมไปยืนข้างๆมันที่กำลังเปิดประตูห้องเข้าไป
“…ไอ้แว่น มึงก็อยู่ห้องนี้เหรอ?”
“…กูคิดว่าจะได้อยู่กับรุ่นพี่สวยๆซะอีก”
มันพูดแล้วก็ยิ้มที่มุมปาก แบบที่หลายๆคนมองว่าหล่อวัวตายควายล้ม หล่อฉิบหายวายวอด
ผมก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ไม่ค่อยอยากเสวนากับกัน
“กูขออาบน้ำก่อนแล้วกัน เหนียวตัวฉิบหาย”
“…”
เรื่องของมึงเถ๊อะ! แต่ว่า…ผมลืมอะไรไปรึเปล่าวะนึกไม่ออก… จัดของก่อน ตอนนี้แค่สิบโมง เที่ยงๆรุ่นพี่บอกให้ไปรวมตัวกินข้าวที่ส่วนกลาง ช่วงบ่ายค่อยไปสถานที่จัดงาน สถานที่จัดงานก็เป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่นี่แหละครับ รุ่นพี่บอกว่าต้องนั่งรถเป็นชั่วโมงเหมือนกันกว่าจะถึง
“มึงไม่อาบบ้างเหรอ นั่งรถมาตั้งหลายชั่วโมง”
“อาบครับ”
นึกออกแล้วครับว่าผมลืมอะไร ฉิบหายล่ะทีนี้ !! ลืมไปเลยว่าเวลาอยู่ห้องพักก็ต้องมีการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไอ้ตุ๊กแกมันต้องจับได้แน่นอนเลย แล้วผมจะทำยังไงดีเนี่ย!!
“เหรอ? งั้นกูออกไปเดินเล่นข้างนอกนะ ไม่ได้เอากุญแจไป มึงเป็นคนเก็บเลยก็แล้วกัน”
“…ครับ”
“เอาเบอร์มึงมาด้วยเผื่อกูเข้าห้องไม่ได้จะได้โทรตาม”
“…”
ไม่อยากให้เบอร์มันเลยให้ตายสิพระเจ้าจ๊อด!! เอาวะ วันหลังค่อยบล็อกมันก็ได้ หลังจากที่ไอ้ตุ๊กแกมันออกไป ผมก็อาบน้ำนอนอ่านการ์ตูนเล่นไปพลางๆ ผมเอาติดมาด้วย 2-3 เล่ม
เวลาเที่ยงผมก็ออกมาจากห้องพัก ไปรวมกันที่ส่วนกลางของรีสอร์ทเพื่อกินข้าวกลางวัน ผมก็นั่งกินปกติของผมไปจนมีไอ้ตุ๊กแกเดินเข้ามาที่โต๊ะที่ผมนั่งอยู่คนเดียว
“ทำไมมึงไม่ไปนั่งกับคนอื่น?”
มันก็เรื่องของกูป่ะวะ มึงจะทำไมกูเนี่ย!
“…”
“เอากุญแจมาหน่อยกูลืมของ”
ผมก็ให้กุญแจมันไป แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไป
หลังจากนั้นงานใช้แรงงานก็มา พวกเราเด็กคณะเกษตร ม.xxx ก็เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยในพื้นที่เพื่อเตรียมจัดบูธงานเกษตรแฟร์
“เอาล่ะครับ งานจะเริ่มพรุ่งนี้แต่วันนี้เราจะเตรียมจัดบูธกันก่อน เราต้องเตรียมให้เสร็จก่อนห้าโมงเย็นนะครับ”
“หลังจากเตรียมเสร็จเรียบร้อย รถจะกลับไปส่งที่รีสอร์ทแล้วจะนัดทุกคนรวมตัวกันเวลา 2 ทุ่มเพื่อคุยรายละเอียดงานนะคะ”
ใช้แรงงานยังไม่พอ ยังต้องไปรอคุยงานอีกนัดคุย 2 ทุ่ม กว่าจะตกลงกันได้ก็คงเที่ยงคืนล่ะมั้ง
หลังจากประชุมเสร็จผมก็รีบชิ่งไปเข้าที่พักก่อนแต่ลืมไปว่ากุญแจอยู่ที่ไอ้ตุ๊กแกมัน
“นี่…”
“ห๊ะ! อะไรของมึง?”
“ผมขอกุญแจห้องหน่อย”
“อ่อ…แล้วก็ไม่พูด ทีเวลาตอบคำถามอาจารย์ล่ะคล่องปรื๋อ”
มันล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจออกมา แต่ไม่ยอมส่งให้
“…”
ก็ไม่อยากคุยกับมึงไงไอ้ตุ๊กแกหน้าหล่อ
“นี่มึงไม่คิดจะตัดผมซักหน่อยเหรอ?”
“…”
“เออ! พูดด้วยก็ไม่พูดด้วย จะไปไหนก็ไปเลยไป”
มันโยนกุญแจมาให้ ผมรับเกือบไม่ทัน ดีนะไม่ตกลงไปในอ่างปลา ไอ้ห่าเดี๋ยวต้องลำบากกูลงไปงมอีก
ผมรีบกลับมาห้องอาบน้ำเตรียมตัวมุดผ้าห่มนอน ใครจะรู้เวลาหลับมันอาจจะแอบดูผม ผมเลยใส่แว่นแม่งนอนเลย!
“หลับแล้วเหรอวะไอ้แว่น”
ผมได้ยินเสียงกุกกักๆ ไอ้ตุ๊กแกมันกลับมาแล้ว ผมได้ยินเสียงมันบ่นงึมงัมๆ
“แม่งนอนคุมโปงเลย ตลกฉิบหาย”
เสียงมันเงียบไปแล้ว คงไปอาบน้ำ ผมไม่อยากให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของผมซักเท่าไร เพราะอดีตที่ผ่านมามันค่อนข้างน่ากลัวไปซักหน่อย
“เอาล่ะน้องๆตื่นกันรึยังคะ หน้าตาแต่ละคนเหมือนยังไม่อยากตื่นกันเลยเนอะ”
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จเราจะเดินทางไปมหาวิทยาลัย xxx กันเลยนะครับ”
แน่นอนแหล่ะครับไม่ค่อยมีใครอยากตื่นกันหรอก ยิ่งรู้ว่าวันนี้จะต้องไปตะโกนเชิญชวนให้คนเข้าบูธ ยืนแจกเอกสารพร้อมทั้งอธิบายข้อมูลต่างๆ ก็ยิ่งไม่อยากไปกันใหญ่
“เดี๋ยวน้องแว่นเป็นคนช่วยอธิบายข้อมูลนะคะ ส่วนน้องโต๋ให้ไปยืนแจกเอกสารค่ะ”
“ทำไมต้องเป็นผมล่ะครับพี่?”
ไอ้ตุ๊กแกมันนถามพี่ปีสี่คนสวยขึ้น มันยิ้มจนปากจะฉีกไปถึงหูแล้ว
“ก็น้องโต๋หน้าหล่อที่สุดไงคะ ก็เลยต้องเอาไปช่วยเรียกแขก”
“เหรอครับ แต่มันก็จริงนะครับ”   
กิจกรรมวันแรกผ่านไปด้วยดี ไอ้ตุ๊กแกทำหน้าที่เรียกแขกได้ดี ทั้งสาวๆหนุ่มๆต่างมหาวิทยาลัย เดินเข้าบูธมหาวิทยาลัยเราไม่ขาดสาย ผมก็ทำหน้าที่ของผมไปเรื่อยๆจนจบงาน
“วันนี้เราเก็บบูธได้เลยค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาต่อกัน หลังจากกลับที่พักก็ตามสบายเลยนะวันนี้ไม่มีประชุมต่อนะคะ”
“พวกน้องๆผู้ชายช่วยกันยกของไปเก็บที่รถครับ”
งานใช้แรงงานก็มาอีกตามเคย เกิดเป็นผู้ชายก็งี้แหละครับ ต้องรับหน้าที่ทำงานแบกหามงานกรรมกรตลอด สาวๆก็ช่วยเก็บอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยขึ้นรถ วันนี้โคตรเนื่อยคงนอนหลับสนิทดี
“ไอ้แว่นกูยังไม่กลับห้องนะ ดึกๆลุกมาเปิดประตูให้กูด้วย”
มันใช่หน้าที่กูมั้ยนั่น ต้องมาเปิดประตูให้มึงตอนดึกๆเนี่ย
“ไอ้แว่นมึงได้ยินกูมั้ย”
“…ครับ”
เป็นภาระกูอีกไอ้ตุ๊กแกจอมแรดเอ้ยยย!มันคงแอบไปเที่ยวข้างนอกแน่นอนเลย ช่างมัน! รุ่นพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่อย่าเสือกเมามาให้เป็นภาระกูอีกล่ะ
หลังจากกินช้าวเย็นผมก็กลับห้องมาอาบน้ำนอนอ่านการ์ตูนเล่น นอนไปนอนมาก็เผลอหลับไป
‘ก๊อกๆ’
   ใครมาเคาะเรียกวะกำลังหลับเพลินๆเลย ไม่สนใจแม่ง!
“ไอ้แว่นๆเปิดประตู”
อืม…น้องลิซ่าอย่าเพิ่งปาย… รอพี่แว่นด้วยยย อยากเจอน้อง ฝันเห็นก็ยังดี อยากถูกหวยจะได้ไปเที่ยวเกาหลี
“ไอ้แว่น เปิดเดี๋ยวนี้ ช…ช่วยกูด้วย”
หืม!เสียงไอ้ตุ๊กแก ทำไมเสียงมันสั่นแปลกๆ
“ป…เปิดประตู”
เออ !! มาขัดขวางกูแม้กระทั่งตอนฝันเห็นน้องลิซ่า ผมก็จำใจลุกไปเปิดประตู
พอผมเปิดประตู ไอ้ตุ๊กแกมันก็ผวาเข้ามากอดผมเลย อ๊ากกก!! อย่ากอดกู กูหลอน กูอยากกอดน้องลิซ่าคนเดียวเท่าน้านนน
“ช…ช่วยกูหน่อย กูร้อน”
แล้วให้กูทำไงอ่ะ เอาน้ำแข็งให้มึงกินเหรอ
“ก…ร้อนมาก…อา…”
ฉิบหาย! มันเป็นอะไรวะ แล้วอะไรมันดันอยู่ที่ต้นขาผมวะ
“แว่น…ช่วยกู”
มันหอบแล้วก็หายใจหนักๆ หน้ามันแดงๆ มันเป็นอะไรเนี่ย
“ป…ปวดท้องเหรอ เดี๋ยวผมไปเรียกเจ้าหน้าที่ที่พักให้นะ”
“ม…ไม่ต้อง”
เฮ้ยๆๆมันลูบตูดผมอ่ะ มึงทำอาไร๊ ปล่อยกู๊!!
“ด…เดี๋ยวก่อนครับ ป…ไปนอนที่เตียงเดี๋ยวผมไปเรียกรุ่นพี่นะ”
“ไม่…มึงช่วยกูหน่อย”
มันลูบไม่เลิก ผมเลยพยุงมันโยนลงไปที่เตียง
‘ผลั่ก’
ไอ้ตุ๊กแกมันเริ่มถอดเสื้อ…มันคงชอบถอดเสื้อนอน แต่ตัวขาวฉิบหาย หัวนมชมพูด้วยอ่ะ แต่ผมว่าตัวมันแดงๆนะ
ม…มันถอดกางเกง เอิ่ม คงไม่มีอะไรมั้ง มันคงชอบถอดกางเกงนอน แต่ขาข๊าวขาว เรียวด้วย น้ำลายหก เอ้ยไม่ใช่!!
“ไอ้แว่นม…มาช่วยกูหน่อย…”
“ช…ช่วยอะไร เดี๋ยวผมไปเรียกรุ่นพี่ดีกว่านะ”
อย่ามาเรียกกู๊ ผมหันหลังเตรียมไปเรียกรุ่นพี่มาดูดีกว่า เผื่อไอ้ตุ๊กแกมันไม่สบาย
‘หมับ’
“เฮ้ยย!”
ไอ้ตุ๊กแกมันกระโดดมาจับตูดผมอีกแล้ว มึงจะอะไรกับตูดกูนักหนา ปล่อยกู๊!!
“มึงก็ช่วยกูหน่อย กูโดนยามา”
“ย…ยาอะไร”
พูดตะกุกตะกักเลยกู ผมหันไปจ้องหน้ามัน หน้ามันแดงๆ เหงื่อชื้นที่หน้าผาก ตามันฉ่ำๆนะ มันกัดปากมองมาที่ผม
ด…เดี๋ยวก่อน อาการนี้มัน…
“ยาปลุกเซ็กส์ไง”
ฉิบหาย!! ลางร้ายบอกว่าผมกำลังจะเสียซิง ไม่อาว…พ่อแก้วแม่แก้วช้วยด้วยผมกำลังจะถูกผู้ชายปล้ำ!!
ไม่พูดเปล่าไอ้ตุ๊กแกมันจับผมโยนไปที่เตียง แล้วตามมาค่อมไว้ ตัวมันเหลือแต่บ๊อกเซอร์ตัวเดียวที่มีอะไรตุงๆอยู่ข้างในด้วย หวังว่ามันคงเป็นแค่มะเขือม่วงที่มันใส่ไว้ในบ๊อกเซ่อร์…ที่ไหนเล่า!!!
“ช่วยกูหน่อย ขอยืมตูดมึงแป๊บเดียว”
ไอ้สัด! ตูดมันขอยืมกันไม่ได้!! ผมหลับตาปี๋ ใช้สมองอันชาญฉลาดของตัวเองคิดว่าจะทำยังไงดี
“เอ่อ…เดี๋ยวผมไปบอกเพื่อนคุณให้นะ ให้เขาหาผู้หญิงให้”
“ไม่ไหว กูรอไม่ได้…นะแว่นนะ”
มันกระซิบที่หูผม จั๊กจี้ว่ะ มันค่อยๆไล้เลียที่ติ่งหูผม ซุกไซ้ที่ซอกคอ อ๊ากก!! มันกำลังทำผมเคลิ้ม
“อา…เดี๋ยว…ผ…ผมไม่”
“อืม…แว่นมึงเกะกะจัง”
มันถอดแว่นผมออก ม่าย!!เอาแว่นกูคืนมา ผมจะแย่งกลับแต่มันโยนฟิ้วไปตกข้างเตียงแล้ว ถึงมันจะไม่ใช่แว่นสายตาแต่มันก็แพงนะเฟ้ย!
“ไอ้แว่น!! ทำไมมึง??”
ไอ้ตุ๊กแกมันตาเหลือกแล้ว อาไรอี๊กกก???
“ม…มึงคือคนที่ร้านเหล้า”
ฉิบหาย!!! ความลับแตก
“…ม…ไม่ใช่”
“หึ!! ใช่มึงจริงๆ”
“อ๊ะ! เดี๋ยวโต๋…ผ…อย่า”
มันกัดที่ซอกคอผม แม่งเป็นหมาเหรอ เจ็บจี๊ดๆไอ้โรคจิตเอ๊ยย!!
“มึงอยู่เฉยๆแว่น กูไม่อยากใช้กำลัง”
“ปล่อยนะ…อา…”
มันล้วงเข้ามาในกางเกงบอลผมแล้ว ลูบไล้น้องชายผมไปมาดูชำนาญจริงนะมึงน่าหมั่นไส้!!
“อืม…อย่า”
เคลิ้มครับ อา…รู้สึกดี…ไม่!! มันกำลังจะปล๊ำผมนี่หว่า
“อา…โต๋อย่า…ปล่อยผม อื้อ…”
มันจูบปิดปากผม เรียวลิ้นมันค่อยๆลุกล้ำเข้ามาในปากผม อา…ไอ้ตุ๊กแกมันจูบเก่งฉิบหาย
“อืม…อา”
เสียงครางของมันดังขึ้น เสียงน่ารักจัง…มือของมันก็ยังไม่หยุด มันดันชายเสื้อผมขึ้นมาถึงคอแล้ว เฮ้ยๆๆผมจะยอมไม่ได้นะ
“อา…อืมมม”
ไอ้ตุ๊กแกใช้ปลายลิ้นไล้เสียหัวนมสีน้ำตาลของผมไปมา เสียวว่ะ! ไอ้นี่มันเก่งเกินไปแล้ว!! ผมจะทำยังไงเนี่ย รู้สึกว่าตูดไม่ปลอดภัย
“ด…เดี๋ยวโต๋ ผ…ผมใช้มือทำให้นะ”
“…”
มันเงียบ แต่เงยหน้ามามองผม หน้ามันบ่งบอกว่าอารมณ์ขึ้นสุดๆ แต่ก็ดูเซ็กซี่ดี…อา…นี่ผมเป็นอะไรวะ!! รู้สึกเคลิ้มจัดเลย! ไอ้น้องชายในกางเกงก็ไม่ให้ความร่วมมือเลย
“…หึ! ของมึงนี่ใหญ่นะ”
อย่ามาชมกู๊ กูเขิน เอ่อ…ไม่ใช่สิ…
“อา…อืมมมม อย่า…”
ไอ้ตุ๊กแกมัน!! ใช้ปากทำให้ โอ!! แม่เจ้า พระเจ้าจ๊อด !! หลวงพ่อ ช่วยด้วย!! ครั้งแรกของผม…เสียวฉิบหายยยย ไม่เอาไม่เคลิ้ม
“ซี๊ดดดด ต…โต๋…ม่ายยยย”
ไม่ไหวแล้ว ผมจะยอมง่ายๆไม่ได้!! จะทำไงดี จะลุกวิ่งหนีก็ไม่ไหว…ไอ้น้องชายก็ไม่เป็นใจเล๊ยยยแข็งสู้ลิ้นมันอี๊กก ลูกชายไม่เข้าใจกู…

จบตอนที่ 3
 
:pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
8
Boy's love story / Re: ○ Mpreg ○ คราม ○ -- บทที่ 7 -- ○ หน้า 12 ○ 30.08.2020 ○
« กระทู้ล่าสุด โดย Mura_saki เมื่อ 20-09-2020 06:21:10  »
ความรู้สึกมันเสียไปเยอะ หวังว่าคุณจะเข้าใจครามด้วย
เอาใจช่วยคุณธาริตเหมือนกันค่ะ
10
แทน น่าโมโหมาก มีอะไรไม่พูด
ถูกเพื่อนๆ ธามรุมทำร้ายก็เงียบ
เกิดเหตุเหยียบถ้วยมาม่า ล้มก็ไม่อธิบาย
ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่ จะว่าโมโหที่ธาม ด่า ดูถูก
น่าที่จะพูดให้รู้เรื่อง ก็ไม่พูดอีก
ธาม ที่พูดอะไรไม่คิด มาง้อก็ทำตัวซื่อบื้อ
ไม่ชอบแทน ที่เป็นแบบนี้
พอรู้ความหมายเกียร์ เข้าใจธาม
แทนที่จะพูดทางโทรศัพท์ ก็ไม่พูด
ธาม ก็รีบมีอะไรกับเฟิร์นประชดทันที
คราวนี้ เลิกกันไปจริงๆ เลย
ไม่รู้จะสงสาร หรือสะใจกับทั้งคู่ดี
       :L1: :L1: :L1:
 :pig4: :pig4: :pig4: :pig4:
เห็นด้วยที่สุด เราก็ว่าแทนงี่เง่ามีอะไรก็เก็บเอาไว้ไม่พูด ที่ไม่ชอบมากๆคือโดนเพื่อนธามรุมซ้อมแล้วยังเก็บเงียบอีก สมควรโดนธามทำแบบนี้แล้ว
หน้า: [1] 2 3 4 5 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด