กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด colocation,โคโลเคชั่น,ฝากเซิร์ฟเวอร์

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
41
 :heaven  ไอ้พี่ิดิน แต่ขำวาฬ น่ารักไปไหนนะ หนูวาฬ  :hao6:
รอตอนต่อไป  :katai5:
 :3123: :3123:
42
      "ครู..ครูโอเคไหม" คริสโตเฟอร์ถามผม ผมส่ายหัวว่าไม่ ผมไม่โอเค เพิ่งบอกเลิกแฟนไปจะโอเคได้ยังไง ครูลินดายังไม่ได้พูดอะไรเงียบไปตลอดจนรถมาจอดส่งครูลินดาที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ผมเองก็ไม่รู้ว่ามายังไง ตาผมมองถนนแต่ใจผมวุ่นวายสับสนไปหมด ผมมารู้อีกทีก็มีเจ้าหน้าที่เดินมาที่รถและนายคริสโตเฟอร์ก็เดินลงให้รายละเอียด เจ้าหน้าที่ออกมารับด้วยรถเข็นนั่ง ผมเองก็ลงไปช่วยพยุงครูลินดาลงจากรถและไปนั่งรถเข็น

   "ครู..ผมจะเอารถไปจอดที่ลานจอดรถ  ครูไปกับผมหน่อยซิครู" คริสโตเฟอร์บอกผม ครูลินดาก็พยักหน้าให้ผมไปกับคริส  และเธอไปกับเจ้าหน้าที่ได้

      ผมกับนายคริสเดินกลับเข้าไปในรถเก๋ง  ผมนั่งโดยมีนายคริสโตเฟอร์ที่กุมมือผมเอาไว้ เขานำรถเข้าไปจอดด้านหลังสุดและไม่ค่อยมีรถมาจอดสักเท่าไหร่ มือคริสโตเฟอร์ยังคงบีบมือผมไว้แบบนั้น สายตาเขาที่มองมาที่ผมเป็นระยะระยะโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำจนกระทั้งนำรถเข้าไปจอด

“พี่เขม..” คริสโตเฟอร์เรียกผม ผมหันไปมองหน้านายคริส สีหน้าเขาก็เหมือนจะมีคำถามกับผม

“พี่ยังรักแฟนพี่อยู่หรือเปล่า ....” คริสโตเฟอร์ถามผม สีหน้าเขาบ่งบอกว่าเขารู้สึกเจ็บที่ถามผมแบบนั้น ผมเองก็รู้สึกเจ็บที่ได้เห็นแบบนั้นเช่นกัน

“คือพี่..ก็..พีไม่รู้..อ่ะ คิดว่าพี่..ยังรักเขาไหม ..แต่.” ผมเริ่มสับสน ระหว่างรักสี่ปีกับรักทีกำลังจะเริ่มต้น สี่ปีมันผ่านอุปสรรคมาเยอะแต่รักที่เริ่มต้นนี้อุปสรรคกำลังรออยู่มากมายกว่าด้วยซ้ำ

“พี่ไมได้รักเขาแล้วผมรู้..” นายคริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองว่าหมายความว่ายังไง

“ถ้าพี่ยังรักเขา พี่คงพยายามโทรหาเขาตั้งแต่วันเสาร์แล้ว แต่พี่ไมได้โทรหาเขา..เพราะว่า..พี่อยู่กับผมแล้วพี่รู้สึกมีความสุขมากกว่าเขา ผมรับรู้ได้ เพราะว่าผมเองก็มีความสุขมากที่ได้อยู่กับพี่นะพี่เขม”  คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองหน้าเขา แว๊ปหนึ่งกับคำพูดครูสมพิศมันกลับเข้ามาในหัวผม “มันผิดค่ะครู” 

“คริสพี่ว่า”

“พี่มีอะไรบอกกับผมตรงๆดิ ผมรู้สึกตั้งแต่ที่พี่ให้ผมซื้อของที่ผมชอบ มันเหมือนกับว่าพี่จะ..ทิ้งผม ทำไมอ่ะพี่เขม” คริสโตเฟอร์ถามผม

“ผมรู้ว่าในหัวพี่มีแต่เรื่องผมตลอด เพราะว่าความรักของผมมันมีแต่อุปสรรคใช่ไหมครับพี่เขม พี่ถึงจะเลือกทิ้งผม ทำไมพี่ไม่ฟังหัวใจตัวเองเหมือนที่ผมทำละพี่” คริสโตเฟอร์พูด

“ผมรู้ว่าพี่นะ จะกลับไปหาเขาแค่เพราะว่าพี่อยากจะหยุดผมไว้แค่นี้  ทั้งที่พี่ไมได้รักเขาแล้ว พี่รักผม ผมรู้ดี” คริสโตเฟอร์พูดเขามองหน้าผม

“พี่รู้ไหมว่าไอ้โป้งมันเกลียดเกย์มาก แต่ผมเลือกที่ฟังหัวใจของผม มากกว่าคนอื่น” คริสโตเฟอร์พูด ผมถึงกับอึ้ง

“เพราะว่าผมรักครู..เขมชาติ ...คนเดียว” คริสโตเฟอร์พูด เขาจ้องมองใบหน้าผม มือเขาแตะที่หน้าผมไว้ให้มองจ้องเขา มันทำให้ผมคิด ทำไมผมต้องฟังคนอื่น ทำไมผมไม่ฟังหัวใจตัวผมเอง ที่ผมฟุ้งซ้านมาทั้งวันก็นายนี้ล้วนๆไม่มีณัฐกานต์เลย นั้นมันก็แปลว่าผมรักเขา

“หมับ..อืมม” ผมจับใบหน้าเขาและผมก็จูบเขา เราจูบกันในรถ มุมที่มืด แม้จะมีแสงไฟสลัวๆ รอดเข้ามาแต่ก็น้อยมากๆ และนายคริสก็เลื่อนตัวจากที่นั่งคนขับและผมเองก็เหมือนจะรู้ ผมก็กดปรับที่นั่งให้เลื่อนถอยหลังออกไปและดันให้เบาะเอนนอนราบลง และนายคริสก็เลื่อนมาค่อมผมไว้

“พี่บอกผมซิ ว่าทำไมพี่ถึงจะถอดใจจากผม “ นายคริสถามผม

“คือว่า ..วันนี้พี่โดนไปหลายเรื่องเลยคริส เรื่องแรก เรื่องครูมิ้งกับนายแชมป์ อันนี้มันทำให้พี่คิดเยอะมาก พี่ไม่อยากทำร้ายเรา พี่ไม่อยากให้ใครต่อใครมาพูดว่าเราสองคนจะเป็นแบบนั้น”

“แล้วเราจะเป็นแบบนั้นเหรอพี่เขม ผมว่าเราไม่เป็นแบบนันหรอก “

“และพี่เห็นว่าอุปสรรค์มันเยอะมากนะ เราจะเดินไปพร้อมกับพี่ไหวเหรอ เพราะว่าพี่ก็ผ่านมาเยอะเหมือนกันพี่รู้ว่ามันบางครั้งมันเจ็บปวดจนร้องไห้เลยก็มี “ ผมบอกนายคริสโตเฟอร์

“แล้วไหนจะเพื่อนเราอีกที่บอกว่าโป้งไม่ชอบเกย์ ถ้าวันที่เราคบกันแล้ว..” ผมหันไปพูดและมองหน้าคริส ผมรู้ว่าวัยนี้ค่อนข้างติดเพื่อน ผมก็เป็นมาก่อน

“แล้วเราได้ลองหรือยังละพี่เขม เราต้องลองก่อน และที่พี่บอกว่าอุปสรรคนะ ยังไงวันหนึ่งผมก็ต้องเจอ ชีวิตคนเราไมได้ราบเรียบเสมอไป แต่อุปสรรคนี้ผมจะผ่านไปได้แน่ๆถ้ามีพี่ ที่จะเดินไปกับผม” คริสโตเฟอร์พูด เขาจ้องมองผม ที่นอนราบมองเขาเช่นกัน

“ดูผมซิ ผมยอมรับความเป็นตัวเองแล้ว ตามที่พี่บอก ผมไม่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วนะพี่เขม ผมโยนมันทิ้งไปหมดแล้ว ผมจะไม่ปกปิดมัน และนี่พี่เป็นคนบอกผมเองนะพี่เขม “ นายคริสพูดบอกผม นิ้วเขาก็เกลี่ยที่ริมฝีปากผมไปมา

“พี่เขมพี่จะถอดใจทิ้งผม คนที่รักพี่จริงๆเหรอ” คริสโตเฟอร์ถามผม  ผมก็ยังเงียบนิ่ง
“..............................”
“บอกผมซิครับ ครูเขมชาติ” ไม่ว่าผมจะพยายามหันหน้าหนีไปทางไหน ใบหน้านายคริสก็ตามไป จนผม
“.................................”

“พอแล้วนายคริส ..นายต้อนพี่จนมุมแล้ว “ ผมหันมาพูดกับนายคริส ใช่ผมคงต้องการเผชิญกับมันไม่ใช่หนีมัน

“พี่เป็นแฟนกับผมนะ พี่เขม  และผมรู้ว่ามันเร็วไป แต่ผมว่ามันดีกับผมตอนนี้ ..นะครับ .” นี่ผมกำลังโดนขอความรัก มันเหมือนกับตอนที่ผมขอความรักจากณัฐกานต์เหมือนกันใช่ไหม แต่ผมกับรู้สึกดีกับอันนี้มากกว่านะ

"แต่พี่ต้องตามหาครูมิ้งกับแชมป์ก่อน..คริส " ผมพูด คริสโตเฟอร์หยุดและก้มมองผม

"ทำไมเหรอพี่เขม"คริสโตเฟอร์ถามผม

"ก็ผู้อำนวยเขาคงจะไม่เห็นด้วยแน่ และยิ่งเพิ่งจะเกิดเรื่องครูมิ้งไปไม่นาน ดังนั้นพี่คิดว่าพี่จะช่วยตามหาครูและนักเรียนที่หายไปก่อน ให้เขาทั้งคู่กลับมาก่อน”ผมพูดบอกนายคริสโตเฟอร์ 

"ครูว่าตอนนี้เราเข้าไปหาครูลินดาก่อนจะดีกว่าเธอคงทำแผลเสร็จแล้ว" ผมดันคริสโตเฟอร์ให้เขาลุกไปและผมก็แต่งตัวให้เรียบร้อย  นายนี้ก็ไว้จริงๆเลย กระดุมเสื้อผมหลุดไปเกือบหมดผมหันไปเหล่มองคนข้างๆ ยิ้งมีหน้ามายิ้มกรุ่มกรุิ่มกับผมอีกนะ คริสโตเฟอร์ขับรถออกจากที่จอดผมเห็นเขาปรับกระจกมองหลังเหมือนมองอะไรสักอย่าง

"มีอะไรเหรอคริส" ผมถามคริสโตเฟอร์ สีหน้าเขาดูกังวลเหมือนมีอะไรบางอย่าง

"คริสเห็นใครแอบอยู่เหมือนเขาตามเรามายังไงก็ไม่รู้ครู" คริสโตเฟอร์ตอบผม ผมก็เหลียวหลังกลับไปมองทันทีแต่ก็ไม่เห็นมีอะไรมีแค่รถกลางเก่ากลางใหม่ที่จอดอยู่คันเดียว

"คงไม่มีอะไรหรอกที่รัก...คริสคงจะคิดมากไปเอง " คริสโตเฟอร์หันมาพูดกับผม ผมพยักหน้า

"ผมกลัวว่าจะทำให้ครูมีปัญหาเหมือนที่ครูมิ้งเจอ" คริสโตเฟอร์พูด ผมหันมามองคริสโตเฟอร์ ผมกลับเป็นคนที่จับมือคริสโตเฟอร์ข้างที่เขากลุ่มเกียร์ออโต้ไว้ผมบีบมันให้เขารูว่าผมเองก็พร้อมจะเผชิญกับมัน

"แล้วเราจะไปหาเขาสองคนที่ไหนละครู ...ผมนะเคยได้คุยกับแชมป์แค่ครั้งสองครั้ง" ผมชำเรืองตาหันไปมองคริสโเตเฟอร์

"ก็ไอ้เชี้ยโป้งอะดิครูมันดันแกล้งส่งจดหมายหาน้องแชมป์ว่าผมนะแอบชอบน้องเขาผมไม่ได้อะไรชอบพวกนี้" ผมหันไปเหล่มองจริงหรอ ?

"ตอนนั้นไม่แต่ตอนนี้..หลงเลยดีกว่า" คริสโตเฟอร์หันมาหยักคิ้วให้ผม ผมพยักหน้าพยายามเชื่อนะ

"โธ่! ครูไม่เชื่อผมอีกเหรอ ลืมแล้วเหรอถ้าสงสัยในตัวผมจะ..."

"นี้นายขับรถอยู่นะคริสและเดี๋ยวเกิดไปชนใครเขาเข้า ครูไม่อยากกลับจากโรงพยาบาลไปต่อกันที่โรงพัก"ผมหันไปชี้หน้านายจอมหื่น

"คิดแล้วก็สงสารน้องเขาเหมือนกันพอรู้ว่าโดนแกล้งน้องเขาก็เสียใจตอนนั้นน้องเขายังเรียนอยู่แค่ม.2 เองและแก้มนี้ก็ไปอาระวาดน้องแชมป์" ผมหันมามองก็อยากเกิดมาหล่อทำไมละ สมน้ำหน้า

"นี้ครูสมน้ำหน้าผมเหรอ สีหน้าครูมันบอกอะ"

"ตรงไหน" ผมถามนายคริสแต่ผมรู้ว่าผมคิดแบบนั้นจริงๆ อยากเกิดมาหล่อนิ

"ดูดิ" คริสโตเฟอร์ดึงที่บังแดดมันมีกระจกและเปิดฝาให้ผมดู "อู้ยย"  ผมร้องออกมาทันที

"เออครูพอพูดถึงแก้มคนที่ผมเห็นเหมือนแก้มเลยนะครู"คริสโตเฟอร์พูด ผมสะบัดหน้าไปมองเมื่อเช้าผมก็เจอแต่ผมไม่ได้บอกคริสโตเฟอร์ หรือว่าแก้มกำลังตามติดผมกับคริสโตเฟอร์ ไม่นะเขาจะตามทำไมซึ่งปกติผมกับคริสโตเฟอร์ก็ไปไหนมาไหนกันด้วยอยู่แล้ว

"แชมป์นะเขาเป็นคนเงียบๆ เรียบร้อยนะครู เห็นคนอื่นๆเขาพูดกันนะว่าป้าโคตรดุเจ้าระเบียบ ห้ามไปไหน ห้ามสุงสิงกับใคร ห้ามไปเที่ยวกับเพื่อนหลังเลิกเรียนห้ามเพื่อนมาบ้าน ห้ามใช้โทรศัพท์แต่น้องเขาก็แอบไปซื้อโทรศัพท์นะเพราะว่าเขามีเบอร์ที่โทรหาผมแต่คงต้องไปค้นจากเครื่องเก่าของผมอีกที" คริสโตเฟอร์บอกผม ผมพยักหน้าก็คงพอจะช่วยได้ถ้าซิมนั้นน้องเขายังใช้การได้อยู่   

"ครูลงไปดูครูลินดาก่อนนะนายไปหาที่จอดรถใกล้ๆนี่แหละคริส" ผมบอกคริสโตเฟอร์ขณะที่ผมกำลังจะก้าวขาลงจากรถ

"หมับ"ข้อมือของผมถูกจับไว้โดยคริสโตเฟอร์

"ครู..คืนนี้ผมไปนอนห้องครูนะ" คริสโตเฟอร์ดึงมือผมไว้ สายตาอ้อนวอน ผมพยักหน้าเบาๆ  คนนี้ยิ้มดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นเลยนะ

   ผมเดินตรงเข้าไปด้านในโรงพยาบาลตรงประตูทางเข้าที่ผมส่งครูลินดาเข้าไปทำแผล สายตาผมเหลือบมองไปเห็นครูลินดากำลังนั่งเซนต์เอกสารที่โต๊ะตรวจซักประวัติพอดีเลยแต่ดูแล้วครูลินดาทำแผลเรียบร้อยแล้ว

"ครูเขมค่ะ" ครูลินดาเงยหน้าขึ้นมาเจอผมเข้าพอดี

"สะดวกมาล้างแผลทุกวันไหมคะ จะได้ลงวันนัดให้เลยค่ะ " จังหวะเจ้าหน้าที่พยาบาลหันมาถามครูลินดาเพื่อทำการออกใบนัดให้ ครูลินดาทำท่าคิด

"ครับสะดวกครับมาล้างแผลกี่โมงครับ" ผมถามพยาบาลเองยังไงผมต้องเป็นคนพาเธอมาก็สาเหตุมันก็มาจากผมด้วยเช่นกัน

"แฟนน่ารักนะคะ คุณพาแฟนมาล้างแผลช่วงเย็นๆหลังเลิกงานก็ได้ค่ะ ช่วงนั้นคนไข้ไม่ค่อยเยอะจะได้ไม่ต้องรอนานค่ะ" พยาบาลเขาเลยมองว่าผมเป็นแฟนครูลินดาไปซะเลย ครูลินดาปิดปากขำพยาบาลพอเรียบร้อยผมก็พากันเดินออกไปที่รถที่ผมให้คริสโตเฟอร์จอดรอผมไว้

"ผมไปส่งที่บ้านนะครับครู..เมื่อเช้าครูมายังไงครับ"  ผมหันมาถามครูลินดาพร้อมกับเปิดประตูรถให้ด้วย

"นั่งมอเตอร์ไซค์วินมานะคะครูเขมเพราะว่าลินดาไปประชุมกับลุงที่อำเภอด้วยค่ะเลยไม่ได้เอารถมอเตอร์ไซด์มาเอง กะว่าจะให้ลุงไปส่งให้ด้วยนะคะ "

"พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปรับแล้วกันนะครับ"ผมตอบครูลินดายิ้มให้ผมก่อนจะเข้าไปในนั่งด้านหลัง

"ผมรู้สึกผิดที่ณัฐกานต์เขาทำกับครูลินดาหนักแบบนี้ " ผมก้มลงพูดกับครูลินดาสายตาผมบ่งบอกได้ว่าผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งทีเกิดขึ้น ผมไม่คิดว่าณัฐกานต์จะมาที่นี้ในวันนี้ด้วยซ้ำ

"ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนั้นหรอกค่ะครูเขม นี่ถ้าครูเขมไม่เข้ามารับลินดาไว้ลินดาคงเป็นหนักกว่านี้แล้วแหละค่ะ" ครูลินดาพููด ผมเปิดประตูให้ครูลินดานั่งด้านหลังและผมก็เข้าไปนั่งด้านหน้า

"คริสไปส่งครูลินดาที่บ้านนะ เธอไปถูกใช่มั้ย" ผมหันไปบอกคริสโตเฟอร์ คริสโตเฟอร์พยักหน้าเบาๆ ว่าไปถูก จู่ๆ โทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น แม่รดาโทรหาผมผมรีบกดรับสายทันที

"เขมเกิดอะไรขึ้นนะลูก...นี่กานต์เขาโทรมาหาแม่ร้องห่มร้องไห้เขาบอกว่าเขมมีคนอื่นเขมนอกใจเขาแถมเขาบอกว่าเขมไปรักไปชอบกับผู้หญิงที่เป็นครูจริงเหรอลูก" ณัฐกานต์โทรไปฟ้องแม่ผมทำไมนะ ผมไม่อยากให้แม่เครียดและเขาก็บอกแม่ผมว่าผมนอกใจเขาอีกทั้งที่ความจริงเขานั้นแหละนอกใจผมก่อน

"แม่..มันมีหลายเรื่องเลยที่ผมไม่เคยได้บอกแม่เอาไว้ผมกลับไปบ้านวันหยุดแล้วกันนะครับผมจะได้มีเวลาคุยเรื่องมันยาวด้วยนะครับแม่ "

"เฮ้อ!! แม่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะแม่ก็แค่รับฟังกานต์เขาไป"

"แต่เขมคงจะกลับวันอาทิตย์นะแม่ เพราะว่าวันเสาร์ผมมีขึ้นเวรที่โรงเรียนก่อนถ้ากลับทันเขมก็จะกลับตอนบ่ายวันเสาร์เลย เขมอยากจบทุกอย่าง"

"ไม่ใช่ว่าเขมไม่รักกานต์นะแม่ เขมรักมากแต่เรามีหลายอย่างที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งต่างกัน"

"เอาเป็นว่าแม่อย่าเครียดกับเรื่องเขมเลยนะแม่" ผมพูด คริสโตเฟอร์หันมามองหน้าผมเป็นระยะและผมก็เห็นว่ามันก็อยู่ในสายตาครุลินดาตลอดเช่นกัน

"แม่อยู่บ้านใช่ไหมครับ"

"แม่กำลังเดินทางไปหาพี่ต้นเขาลูก"

"พี่ต้นเป็นอะไรไปแม่" ผมถามด้วยอาการร้อนรน ต้องมีเรื่องแน่ๆ แม่ถึงต้องไปหาทั้งที่พี่ต้นเพิ่งจะกลับไป

"แม่ก็ยังไม่รู้อะไรมากนะเขมรู้แค่ว่าเกศนะเขาโยนเสื้อผ้าพี่ต้นเราอกมาจากบ้านหมดเลย" ผมได้ฟังก็ยกมือขึ้นมากุมศรีษะ ปัญหามาจากผมอีกเช่นกัน

“แต่พี่ต้นเขาบอกว่าเขาได้แอบไปซื้อคอนโดเอาไว้ เพราะเขาคิดว่าคงมีสักวันที่เกศจะทำกับเขาแบบนี้ “ แม่บอกผม ผมก็พยักหน้า

"เอิร์ธละแม่.." ผมถามหาหลานชายด้วยเช่นกัน ผมภาวนาว่าอย่าให้พี่ต้นทิ้งตาเอิร์ธไว้กับพี่เกศเลยนะ

"เอิร์ธอยู่กับพี่ต้นลูก เอิร์ธเขาไม่ยอมเอากับใครทั้งนั้นและไม่มีใครเอาเอิร์ธได้ เขมก็รู้เอิร์ธนะติดพ่อเขาและทางตากับยายเขาก็แทบจะไม่ค่อยได้เลี้ยงตาเอิร์ธด้วย พี่ต้นเราก็ต้องกระเตงเอิร์ธไปด้วยเมื่อเช้าก็เอาไปเลี้ยงในออกฟิตที่ทำงานแม่ต้องไปช่วยดูก่อนนะเขม"

"บ้านเรานี่มีแต่เรื่องนะช่วงนี้เขม" แม่เอ่ยปากพูดขึ้นมา

"โอเคครับแม่ แม่เดินทางปลอดภัยนะแม่ถึงแล้วแม่โทรหาเขมนะเขมเป็นหวง ..เขมรักแม่นะครับ"

"จ้าแม่รักลูกนะ ...แค่นี้ก่อนนะลูกนะ ดูแลตัวเองด้วย ทำอะไรมีสตินะเขมนะ" แม่พูดก่อนจะวางสายไป ช่วงนี้มีแต่เรื่องอย่างที่แม่ว่าจริงๆ พอผมกดวางสายรถก็จอดอยู่หน้าตึกแถวสามชั้นครึ้งพอดี ด้านในเป็นร้านอาหาร ป้ายบอกว่าชื่อร้านครัวใต้ ครูลินดาเดินลงจากรถไปผมก็รีบเปิดประตูออกมาทันที ช่วยถือของให้และพาครูลินดาเข้าไปด้านในร้าน ผมเห็นผู้หญิงไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไปผิวคล้ำกว่าครูลินดาหน้าตาคมดูก็ทราบได้ทันว่าเป็นคนภาคใต้แน่   

"ลินไปโดยอะไรมานะลูก" เขาคงจะเป็นแม่ของครูลินดาแน่ๆ ผมยกมือไหว้ท่าน

"ลินล้มหัวไปกระแทกขอบโต๊ะนะแม่..และลินก็ไม่เป็นอะไรมาก..ครูเขมเขาพาไปทำแผลที่โรงพยาบาลมาแล้วด้วย"

"แม่นี้ครูเขมครูที่มาใหม่" ลินดาแนะนำผมให้ผู้หญิงตรงหน้าได้รู้จัก

"ขอบคุณนะคะครู "

"ไม่เป็นไรเพื่อนครูด้วยกันครับ”

“ถ้าพรุ่งนี้ครูลินดาจะให้ผมมารับก็โทรบอกผมนะครับ เออ..ผมขอเบอร์ครูลินดาด้วยดีกว่า" ผมพูด ผมหยิบมือถือมารอบันทึกเบอร์ครลินดาเอาไว้ ยังไงผมก็ต้องดูแลเขาเพราะคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้คือ ณัฐกานต์ และ   ครูลินดาก็กดบันทึกเบอร์ให้ผมเรียบร้อยภายใต้สายตาของคุณแม่ครูลินดาเขายิ้มให้ผมแบบมีไมตรี

"ถ้าอย่างนั้นครูลินดาพักผ่อนเถอะนะครับ ...ผมขอตัวกลับก่อนด้วยนะครับแม่ "

"ครู..เอาอะไรไปทานสักหน่อยซิ มาแม่ตักให้" แม่ของครูลินดาบอกผมแต่ผมก็เกรงใจท่านอยู่ดี แม่ของครูลินดารีบเดินไปตักให้ผมสองสามอย่าง และส่งมาให้ผม ผมก็รับมาก่อนจะยกมือไหว้ลา
     
          ผมรีบออกมาจากร้านก็คริสโตเฟอร์รอผมนานแล้ว ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงครึ้งแล้วด้วย ผมเดินมาที่รถยนต์และเข้าไปนั่งข้างคนขับ นายคริสหันมามองผมและของที่ผมถือมา

   "เป็นอะไรไปละคริสออกรถซิ" อ้าวนั้นหันค้อนด้วยและออกรถทันที ไม่ยอมพูดยอมจา

   "คริสเป็นอะไรไป" ผมถามอีกครั้ง

   "แม่ครูลินดาเขามองครูเหมือนชอบใจครูเลยอะ" นายคริสหันมามองผมแว็ปหนึ่งและหันไปจ้องมองถนนต่อ

   "นี้อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าแม่ครูลินดาชอบครูจะบ้าเหรอ...นั้นรุ่นเดียวกับแม่ครูแล้วนะ"

   "ผมไม่ได้คิดว่าเขาชอบครูแบบจะเอาไปทำกิ๊กหรืออะไรอย่างนันหรอกครู"

   "แต่ผมคิดว่าเขาต้องมองว่าครูเป็นแฟนกับครูลินดาเหมือนที่ใครต่อใครเขาพูดกันทั้งโรงเรียนว่าครูกับครูลินดานะเหมาะสมกันดี" คริสโตเฟอร์พูด ผมหันไปมองควรจะยิ้มดีไหมนะ

   "หึงเหรอ" ผมถามนายคริสแอบยิ้มเพราะว่าอาการหึงของเขามันต่างจากณัฐกานต์และมันให้ความรู้สึกดีมิใช่น้อย

      "อืม" คนข้างๆผมพยักหน้าเบาๆ ว่าหึง

      "นี้แม่ครูลินดาให้กลับข้าวมาเราไปทานกันนะ" ผมพูด คริสโตเฟอร์พยักหน้าแค่นั้นเบาๆ ไม่มีหยอกเล่นเหมือนเดิมสงสัยจะงอลจริงๆด้วย อะไรกันพอจะให้บทแฟนก็มางอนกันซะแล้ว ผมก็เลยไม่พูดอะไรต่อเราสองคนนั่งไปเงียบๆจนถึงบ้านพักครูคริสถือพวกถุงข้าวและแกงที่แม่ของครูลินดาให้ผมมาไป เดินขึ้นไปก่อนเลย นี้งอนจริงๆเหรอเนี๊๊ยะ พอเข้ามาในบ้านผมเห็นถุงแกงวางอยู่บนโต๊ะเจ้าตัวหายไปไหนก็ไม่รู้หรือว่าเดินไปดูห้องน้ำ ผมเดินตามไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่มี

   "คริส" ผมเรียกชื่อคริสโตเฟอร์ว่าหายไปไหน ห้องนอนแน่ๆ ไปทำอะไรในห้องนอนผมละ พอผมเดินเข้ามาเห็นคริสโตเฟอร์ยืนอยู่ เขาหันมามองผมและ

      "หมับ..ตุ๊บ" ดันร่างผมลงไปบนเตียงโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัวและคริสโตเฟอร์ก็ขึ้นมาค่อมผมทันทีเช่นกัน เห็นแบบนี้คริสโตเฟอร์แรงเยอะเอาการเหมือนกัน
***********************************************************************************
มาอีกตอนค่ะ
ตอนหน้าความจริงจากปากพี่ก้อง......ฝากติดตามด้วยนะคะ รักคนอ่านจุ๊บ จุ๊บ
43
มาแล้ว มาแล้ว มาช้านิดหน่อยดีกว่าหายไปเลย
ตอนนี้มีคนหึงน้อง 1ea …โดยไม่รู้ตัว555
45
นิยายที่โพสจนจบแล้ว / Re: (END) ผมตกถังข้าวสาร บทที่ 25 9.05.63
« กระทู้ล่าสุด โดย BM_CBC เมื่อ 11-08-2020 11:00:11  »
 :pig4:
47
[5] 50%



เหลาอาหารอันดับหนึ่ง

“มีอะไรหรือ เสี่ยวอวิ๋น” เมิ่งลู่เหยาที่ยืนเคียงข้างเอ่ยปากถามขึ้น เมื่อน้องชายจับจ้องไปยังชั้นสองอย่างไม่ยอมละสายตา ครั้งเมื่อได้มองตามขึ้นไปจึงได้เข้าใจว่าทำไมน้องชายของตนถึงได้จับจ้องไม่วางตาเช่นนี้

แต่เมื่อสติกลับคืนมาก็ต้องเอ่ยห้ามปรามเจ้าน้องชายตัวดีเอาไว้เสียก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้นมา

“เสี่ยวอวิ๋น ไหนเจ้าบอกพี่ว่าจะไม่วู่วามอย่างไรเล่า” เมิ่งอวิ๋นถอนสายตากลับมาอย่างช่วยไม่ได้ จากแววตาไม่ยินยอมก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันตา

“พี่ใหญ่ ท่านคิดมากไปแล้ว ข้าเพียงแปลกใจเท่านั้นที่เห็นเขาอยู่ที่นี่ก็เท่านั้น” แม้จะสงสัยเคลือบแคลงในคำพูดของเมิ่งอวิ๋น แต่เมิ่งลู่เหยาก็ไม่อาจคาดคั้นเอาคำตอบหรือความจริงจากน้องชายได้ ด้วยรู้ดีว่าหากอีกฝ่ายไม่ยอมพูด อย่างไรเสียก็ไม่มีประโยชน์ที่จะเปลืองแรงเอ่ยถามออกไป

“เจ้าแน่ใจหรือ?”

“ขอรับ เหตุใดข้าจึงต้องไม่แน่ใจด้วยเล่า” เมิ่งอวิ๋นมองพี่ชายตนเองด้วยแววตาสงสัย นี่ตัวเขาดูคล้ายคนที่พร้อมจะเดินเข้าไปหาเรื่องตายให้ตัวเองหรือไรกัน

อีกอย่าง...ลูกค้ามายังร้านของตนเอง มีหรือเขาจะออกปากไล่ ออกจะยิ้มแย้มให้ พร้อมเชื้อเชิญให้สั่งอาหารหลายๆ อย่างเสียอีก

“หากเป็นเช่นนั้นก็ดีแล้ว ไปเถิด เจ้าบอกเองมิใช่หรือว่าอยากจะชิมอาหารจากเหลาของตระกูลเรา”

“ดียิ่งนัก! พี่ใหญ่รีบไปกันเถิด ข้าหิวเต็มทีแล้ว”

เมิ่งลู่เหยาที่เห็นน้องชายของตนดวงตาวาววับราวกับเด็กๆ มือข้างหนึ่งลูบท้องมองตนด้วยท่าทางออดอ้อนแล้วก็ใจอ่อนยวบ ลืมเลือนไปเสียทุกความคิดที่ติดค้างอยู่แล้วระบายรอยยิ้มออกมา เขาเดินนำร่างของน้องชายตนเองขึ้นไปบนชั้นสองของเหลาอาหาร

เมิ่งอวิ๋นกวาดสายตามองไปจนทั่ว มองภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คนที่มาทานอาหารอย่างพึงพอใจ ผู้คนที่มาที่นี่ต่างก็มีความสุข นั่นคือสิ่งที่ร้านควรมอบให้กับลูกค้า เมิ่งอวิ๋นคิดแล้วคิดอีกว่าควรจะทำอะไรดีให้ร้านยิ่งทวียอดขายยิ่งขึ้นๆ ไปอีก

ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะสุดท้ายทางฝั่งขวามือซึ่งตรงข้ามกับโต๊ะของหลี่เจี้ยนเฉิงทว่าก็ยังสามารถมองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน เมิ่งอวิ๋นให้เสี่ยวหลงไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่งพร้อมกับกำชับให้ผู้เป็นพี่สั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ทำอาหารมาให้เสี่ยวหลงด้วยเช่นกัน เมิ่งลู่เหยาแปลกใจกับการเอาใจใส่ของน้องชาย แต่ก็ยังยินยอมทำตามที่อีกฝ่ายต้องการอย่างไม่ลังเล ก่อนที่เมิ่งลู่เหยาจะหันไปสั่งการเสี่ยวเอ้อร์ให้ดูแลเสี่ยวหลง นำอาหารสองสามอย่างมาให้ พร้อมกับบอกให้เสี่ยวเอ้อร์นำอาหารทุกอย่างที่ร้านมีมาให้ที่โต๊ะของตนด้วยเช่นกัน

เมิ่งอวิ๋นเฝ้ารออาหารด้วยใจที่จดจ่อ ลอบกลืนน้ำลายอยู่หลายต่อหลายครั้งเมื่อคิดถึงอาหารต่างๆ ที่กำลังจะได้ลิ้มลอง ในชีวิตของเซี่ยอี้เจิน เขาไม่เคยได้สนใจเรื่องอาหารการกินมากนัก วันๆ ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน แก้ไขปัญหามากมายที่รุมเร้าเข้ามา อีกทั้งพวกผู้เฒ่าตระกูลเซี่ยเองก็ไม่ยินยอมให้เขาได้ใช้ชีวิตตามที่ต้องการนัก

เพียงแค่หวนคิดถึงชีวิตในฐานะของเซี่ยอี้เจินแล้วเขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ทุกอย่างราวกับเพิ่งจะผ่านพ้นมา ความทุกข์มานับหมื่นพัน เขาจะไม่ยอมใช้ชีวิตที่อยู่ภายใต้เงาที่ถูกใครควบคุมอีกอย่างแน่นอน

จะไม่ยอมให้ตัวเองต้องจบชีวิตลงด้วยความโง่เขลา

เมื่อเมิ่งอวิ๋นให้โอกาสแก่เขาได้เริ่มใหม่อีกครั้ง เช่นนั้น...เขาก็จะใช้มันให้คุ้มค่า จะใช้ทุกวินาทีเติมเต็มความสุขให้ตนเองแทนอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

สองมือกำเข้าหากันจนแน่น แววตาหมายมาดอย่างมุ่งมั่นในสิ่งที่คิด อะไรที่เป็นปัญหาเขาจะไม่เฉียดเข้าไปใกล้

ใครที่เป็นปัญหา เขาก็จะไม่เข้าไปหา

สิ่งที่เขาควรต้องทำมีแค่เพียงการดูแลคนสกุลเมิ่งให้ดี ทุ่มเททุกอย่างเพื่อปกป้องและดูแลบิดามารดาและพี่ใหญ่ให้ดี นี่จึงจะเป็นการตอบแทนเมิ่งอวิ๋นได้ดีที่สุด คือการทำตามที่อีกฝ่ายขอร้องเอาไว้

ในขณะที่กำลังคิดเพลินๆ อาหารก็ถูกจัดวางลงตรงหน้าทีละจานอย่างช้าๆ จนเต็มโต๊ะ กลิ่นหอมกรุ่นลอยฟุ้งในอากาศ ดึงดูดให้สายตาของหลายคนต้องหันมามองด้วยความสนใจ

เมิ่งอวิ๋นมองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาวาววับ รอยยิ้มถูกใจปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างลืมตัว

“พี่ใหญ่ ข้าลงมือได้หรือยังขอรับ?” ฝ่ายถูกถามได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วพยักหน้าให้กับความหิวโหยที่น้องชายเขาแสดงออกมา

เมิ่งอวิ๋นที่ได้รับการอนุญาตก็ลงมือคีบนั่นคีบนี่เข้าปากด้วยท่าทางที่แสนเปี่ยมสุข ทันทีที่เขาส่งอาหารจานแรกเข้าปากก็หลับตาพริ้ม หลงใหลไปกับรสชาติอ่อนละมุนที่ได้ลิ้มลอง

ไม่แปลกสักนิดที่อาหารของสกุลเมิ่งจะเป็นหนึ่งในเมืองหลวง ทั้งรสชาติและความสดใหม่ของวัตถุดิบถูกเลือกมาอย่างดี เพียงนำเข้าปากก็รับรู้ได้ถึงความใส่ใจในทุกขั้นตอนโดยไม่ต้องพูดออกมาให้ฟัง เขาไม่รู้หรอกว่าลูกค้าคนอื่นจะสามารถรับรู้ได้อย่างเขาหรือเปล่า อาจเป็นเพราะเขามาจากอีกยุคหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความเร่งรีบ แม้ในยุคของเขาจะมีอาหารรสชาติจัดจ้านมากมาย ทว่ากลับหาความใส่ใจในรสชาติและวัตถุดิบจริงๆ อย่างเช่นที่นี่ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งเขาเองก็ใช้ชีวิตแทบจะคุ้นชินกับอาหารแช่แข็งที่ยามหิวก็เพียงจับใส่เข้าไปในไมโครเวฟง่ายๆ ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสสัมผัสกับอาหารที่แสนอร่อยตรงหน้า เขาจึงจมอยู่กับมันอย่างรวดเร็ว

“เจ้าชอบหรือ?”

“แน่นอนสิพี่ใหญ่ อาหารพวกนี้ล้วนแต่รสชาติดีทั้งสิ้น มีหรือข้าจะไม่ชอบมัน” ใครไม่ชอบก็โง่เต็มทีแล้ว

“แต่ก่อนพี่ไม่เห็นเจ้าจะยอมแตะอาหารที่นี่ พี่ยังนึกว่าเจ้าไม่ชอบเสียอีก” เมิ่งอวิ๋นแทบจะสำลักอาหารที่เพิ่งคีบเข้าปากไป พร้อมกับร้องตอบในใจว่าเมิ่งอวิ๋นคนก่อนคงเอาแต่เดินตามบุรุษผู้นั้นเสียมากกว่า ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกแต่คงเป็นเพราะไม่มีเวลามาสนใจอย่างอื่น

พูดไปแล้วเมิ่งอวิ๋นก็นับว่ามั่นรักคนหนึ่ง ทำทุกอย่างได้เพื่อให้ได้รักมาครอบครอง หากมองในมุมของเมิ่งอวิ๋นที่หลงรักหลี่เจี้ยนเฉิงผู้นั้นจนหมดใจ แล้วได้รู้ว่าคนที่ตนรักมีใจให้หญิงอื่นที่ไม่ต่างจากนางคณิกา คงทั้งเจ็บปวดใจและแค้นใจเป็นอย่างมาก จนคิดสั้นว่าหากเพียงลงมือทำลายหญิงนางนั้นไปแล้ว บุรุษที่ตนรักจะหันมามองตนเองบ้าง

ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิดสักนิด ใครจะไปคิดเล่าว่าคนที่เมิ่งอวิ๋นรักจนหมดใจจะ...เลือกทำเช่นนั้น

ความเจ็บยอกในอกร้องประท้วงให้เจ้าของมันต้องนิ่วหน้า ความรู้สึกที่อัดแน่นของเมิ่งอวิ๋นก่อนตายคงจะฝังรากเอาไว้ลึก จนน่ากลัวว่าเขาคงจะต้องรู้สึกเช่นนี้ไปตลอดทั้งชีวิตเป็นแน่ ความจริงเซี่ยอี้เจินไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับความรู้สึกตกค้างของเมิ่งอวิ๋นแม้แต่น้อย อาจมีบ้างที่จะรำคาญเวลาที่เริ่มแสดงอาการ แต่เขาก็พอเข้าใจมันได้ เพราะถ้าหากว่าเป็นเขา...ก็คงไม่อาจลบความรู้สึกเจ็บปวดในเสี้ยวลมหายใจสุดท้ายได้เช่นกัน

เหมือนที่เขาเองก็ถูกผู้หญิงที่รักมากฆ่าตนคายลงตรงหน้าเธอ

“เหตุใดจึงนิ่งไปเล่า หรือเจ้าไม่ถูกใจอาหารพวกนี้?” เมิ่งอวิ๋นพลันได้สติกลับมา ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้อย่างประจบประแจง

“ที่ไหนกันๆ อาหารเลิศรสเช่นนี้มีหรือข้าจะมิชอบได้”

ได้ยินคำตอบของน้องชายเมิ่งลู่เหยาก็พลอยเบาใจไปได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้วางใจเสียทีเดียว

“แต่จะว่าไปแล้ว หากจะให้ดี รสชาติอาหารข้าว่าควรจะ...”

“ชู่!” ยังไม่ทันเอ่ยจบประโยคเมิ่งอวิ๋นก็ถูกพี่ชายของตนปิดปากเอาไว้สนิท เหลือมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวังจนเมิ่งอวิ๋นยังพลอยแปลกใจ

“พี่ใหญ่ ท่านปิดปากข้าทำไมกัน” เพราะความไม่เข้าใจเมิ่งอวิ๋นจึงได้เอ่ยถามออกไปตรงๆ เช่นนี้ แต่สำหรับเมิ่งลู่เหยาแล้วเขากลับอยากจะตีหัวเจ้าน้องชายที่แสนโง่งมของตนให้เลิกบ้าเสียที

“เจ้าโง่! มีที่ไหนกันจะเปิดปากบอกเรื่องเช่นนี้กลางผู้คนมากมาย เจ้าอยากให้ร้านเราเจ๊งหรืออย่างไร” เมิ่งอวิ๋นชะงักไป ก่อนจะรู้ว่าตนเองผิดจึงได้ลอบส่งใบหน้าออดอ้อนไปให้พี่ชายเพื่อให้อีกฝ่ายใจอ่อน

“ข้าขอโทษนะพี่ใหญ่ ข้าลืมไป” จากที่ดูแล้วก็ไม่ควรพูดออกไปจริงๆ สายตาผู้คนหลากหลายต่างจ้องมองมาที่เขาและเมิ่งลู่เหยาด้วยความสนอกสนใจยิ่ง แต่ทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่า พวกเขาสนใจใบหน้างดงามของเมิ่งอวิ๋นที่แปรเปลี่ยนไปมาตามอารมณ์มากกว่า

ยามที่ร่างบางเพลิดเพลินไปกับรสชาติของอาหาร ใบหน้างดงามเปี่ยมไปด้วยความสุขจนคนที่ได้มองต้องใจกระตุกไปไม่รู้กี่ครั้ง

ทว่าในยามที่ถูกดุด่า ใบหน้างดงามที่แฝงความออดอ้อนก็ช่างชวนให้ลักพาตัวกลับไปนอนกกกอดเอาไว้ที่บ้านเสียเหลือเกิน ความงามที่ต้องใจผู้คนเช่นนี้ราวกับปีศาจจิ้งจอกที่มาล่อลวงผู้คนด้วยรูปลักษณ์

หากถูกคนผู้นี้ออดอ้อน เห็นทีคงได้สิ้นเนื้อประดาตัวเป็นแน่

เพราะพวกเขาคงจะหามาให้อีกฝ่ายเสียหมดทุกอย่างที่อีกฝ่ายปรารถนา

แม้จะเป็นจันทราบนฟากฟ้าก็ตามที

เสียงพูดคุยเงียบลงทันทีที่เมิ่งอวิ๋นถูกดุ ร่างบางเพียงก้มหน้าก้มตาลิ้มรสอาหารตรงหน้าอย่างตั้งใจด้วยความสุขที่แผ่กระจายมาให้เห็น หลี่เจี้ยนเฉิงไม่อยากยอมรับสักนิดว่าเขาในตอนนี้หลงใหลรอยยิ้มและท่าทางต่างๆ ของอีกฝ่าย แต่การที่เขาไม่สามารถจะถอนสายตาออกมาจากร่างบางได้ ก็เป็นการยอมรับแล้วว่า...ตัวเขานั้นถูกรอยยิ้มของเมิ่งอวิ๋นดึงดูดไปเช่นกัน

หากว่าท่าทางออดอ้อนเช่นเมื่อครู่ อีกฝ่ายใช้มันกับเขาก็คงดี

หากไม่มีผู้ใดได้ยลความงดงามของอีกฝ่ายก็คงจะดีไม่น้อย

เพียงแค่คิดเช่นนี้ในท้องก็พลันปั่นป่วนจนแทบจะอดกลั้นเอาไว้ไม่ไหว ร่างกายแทบจะขยับลุกจากโต๊ะจากนั้นก็เดินตรงเข้าไปหาร่างที่ชวนฝันตรงหน้า แล้วลากคนที่นั่งออดอ้อนผู้อื่นอย่างไม่รู้อะไรสักอย่างกลับไปขังเอาไว้ ไม่ให้ผู้ใดได้พบเห็นอีก

!!!

นี่มัน…เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นมากับตัวข้า!

หลี่เจี้ยนเฉิงมึนงงและสับสนกับตนเองจนแววตาสั่นไหว งุนงงกับความเปลี่ยนแปลงของตนเองด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนหน้าเพียงแค่ให้มองอีกฝ่าย เขายังไม่คิดจะเหลือบมองให้เสียเวลา ทว่าบัดนี้เขากลับมีความคิดที่จะกักขังคนที่เขาเองเคยคิดจะหลีกหนีไปให้ไกลเอาไว้

หวงแหนแม้แต่สายตาที่ถูกมองด้วยความริษยา!

หลี่เจี้ยนเฉิงขบคิดอยู่เงียบๆ ทว่าสองมือยังคงจับจอกสุราขึ้นดื่มครั้งแล้วครั้งเล่า ยิ่งอารมณ์ของเขาไม่มั่นคง ร่างกายก็ยิ่งขยับไปตามใจคิด หลงลืมไปจนสิ้นว่าไม่ควรจะดื่มให้มากนัก เพราะเขาเองก็มิใช่คนธรรมดาสามัญ

“ท่านแม่ทัพ เหตุใดต้องรีบร้อนเช่นนี้เล่า มิสู้ค่อยจิบเพื่อลิ้มรสชาติ เพลิดเพลินไปกับอาหาร เช่นนี้จึงจะดีต่อท่านมากกว่านะขอรับ” ใช่ว่าเรื่องเช่นนี้หลี่เจี้ยนเฉิงจะไม่รู้ ความหงุดหงิด ความลังเลสับสนเป็นตัวบีบบังคับให้เขาไม่อาจเพลิดเพลินไปกับสิ่งใดได้

ความเป็นเจ้าของที่ตะโกนป่าวร้องอยู่ในอกดังระงมจนเขาต้องยกเหล้ารสเลิศขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจจะจดจ่อความหวานที่แตะปลายลิ้น

ดั่งคำที่ว่า…สุรายิ่งนานวัน ยิ่งเลิศรส มิได้ผิดไปเลยสักนิด

แต่สิ่งที่แลกมากับความเลิศรส นั่นคืออาการมึนเมาด้วยเช่นกัน

หลี่เจี้ยนเฉิงยกจอกสุราขึ้นตื่มจอกแล้วจอกเล่า เมื่อหมดก็เติมใหม่ราวกับต้องการใช้มันดับอารมณ์ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เพราะเหตุใดกันนะ เหตุใดเขาจึงได้ไม่สบอารมณ์เช่นนี้







50%





ไม่ต้องเลยนะ อย่ามาหลงรักน้องเด็ดขาดนะคนเฬวววว ฮึ! ขออภัยที่มาช้าค่ะ อย่างที่เคยบอกไป ไม่ใช่โน้ตเรา อแาศัยเขาก็ต้องทำใจ ฮรุกกก ครึ่งหลังถ้ามาทันวันพฤหัสก็ดีนะคะ แต่ถ้าไม่ทันก็จะเป็นเช้าวันศุกร์ แมวไม่ดองแน่นอนจ้า (ยกเว้นปั่นไม่ทัน) คิๆ

เมิ่งอวิ๋น

48
แหม เป็นการพากลับบ้านที่ร้อนแรงดีจัง  :ruready
49
โอ้ย!! ขำวาฬหนักมาก :m20: :m20:
 :pig4: :pig4:
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด