กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
43
Boy's love story / Re: ทานตะวันในมือเสือ ตอนที่ ๒ จับโจร
« กระทู้ล่าสุด โดย HamsteR เมื่อ 14-06-2021 22:56:29  »
รอตอนต่อไปนะครับ  o13
44
ยังเป็นกำลังใจให้นะหมอที่ติดตามมาหลายปีฟังเพลงน่ารักเหมือนเดิมเสียใจด้วยนะสำหรับป่า
45
Boy's love story / Re: ※ The Archwizard : จอมเวทบรรลัยกัลป์ ※ ตอนที่ 3 [13/06/2564]
« กระทู้ล่าสุด โดย HamsteR เมื่อ 14-06-2021 21:55:18  »
 o13 o13
46
ยามที่เรารักใครแล้วได้ความรักตอบกลับมา มันช่างดีราวกับฝันไป เป็นความรู้สึกสมหวังที่มาพร้อมกับพบเจอพื้นที่ปลอดภัยเพิ่ม นอกจากห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นของตัวเอง ข้าวของสุดรักสุดหวงเหล่านั้น คงมีคู่ชีวิตนี่แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเขาคืออีกส่วนที่สำคัญ มันทำให้ความสบายใจของผมสมบูรณ์แบบ

ผมพ่นกลุ่มควัน ปล่อยให้มันลอยตัวแล้วจางหายไปในอากาศ เหม่อมองไปยังภาพตรงหน้า บรรยากาศยามตีสามวนเวียนเรียกให้ผมพาตัวเองจมปลักอยู่กับตะกอนความคิดที่นอนนิ่งสงบอยู่ภายในใจ รอเวลาให้มันเกิดปรากฏการณ์ฟุ้งตัวอีกครั้ง ผมอัดสารนิโคตินเข้าปอดครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่ใช้มัน ผมจะรู้สึกได้ถึงความทรงจำบางอย่าง และรู้สึกว่าตัวเองมีเวลามากขึ้นที่จะย้ำคิดถึงมัน ทั้ง ๆ ที่เวลาปกติผมไม่เคยอยากพาตัวเองกลับไปหามันเลยสักครั้ง



มวนแรกหมดไป...



มวนที่สองกำลังตามมา



ผมเตรียมจุดมัน แต่แล้วแขนที่กำลังยกขึ้นมาป้องลมกลับถูกดึงรั้งไว้

“พอได้แล้วครับ มันมากไป” ผมมองใบหน้าและแววตาดุ ๆ ของปาณัสม์ มือเล็กออกแรงบีบเป็นการตักเตือนให้ผมรู้ ผมพยักหน้าและยอมหยุดทุกอย่างตามความต้องการของเขา

“ขอโทษ มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว”

“คุณสูบบุหรี่จัดมาก ไม่เห็นจะดีเลย”

ผมยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มนั้น และพูดขอโทษย้ำให้คนตรงหน้าอภัยให้ผม เราสองคนยืนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ในแววตาของเขามีภาพผมสะท้อนอยู่ ม่านหมอกความไม่พอใจเริ่มเลือนรางอ่อนลง มันแทนที่ด้วยกลิ่นหอมหวานติดปลายจมูก ผมขยับฝ่ามือกลับมาเกลี่ยแก้มเนียนนุ่มนั้น

“ขอโทษนะ” ผมย้ำอีกครั้ง “ผมจะพยายามไม่สูบมันก็ได้ ถ้าคุณไม่สบายใจ”

ปาณัสม์ยกมือขึ้นมาทาบทับฝ่ามือของผม แก้มนุ่มเอียงซบมันอย่างน่าเอ็นดู “ทำแล้วหลุดออกมาจากวังวนเหล่านั้นได้จริง ๆ เหรอครับ ผมเห็นมีแต่คนเสียน้ำตาให้กับมัน ยามที่พึ่งพาของเหล่านี้”

ผมหวนนึกทบทวนภาพของตัวเองที่เอาแต่พูดย้ำถึงสิ่งที่อยากจะลืมเลือนมันไปตอนที่น้ำเมาเข้าปาก ทั้ง ๆ ที่ทำไปเพียงเพราะอยากหนีจากมัน แต่พอสติลดลงกลับเอาแต่นึกถึงมันไม่มีวันลืม แถมยังชัดเจนจนน่ากลัว

“ผมเข้าใจคนที่ใช้พวกมันซื้อสังคมนะครับ แต่ผมไม่เข้าใจคนที่เลือกใช้มันเพื่อลืมบางสิ่ง... เพราะสุดท้ายแล้วพวกเราต่างก็ร้องไห้ออกมาและเอาแต่พูดถึงมันซ้ำ ๆ” ผมจ้องมองใบหน้าของคู่ชีวิตที่กำลังพูดบางสิ่งออกมาราวกับนั่งอยู่ในใจของผม “เหมือนผู้คนเหล่านั้นกำลังอนุญาตให้ตัวเองระลึกถึงมันมากกว่าพาตัวเองหนีไป”

“คงใช้มันเป็นข้ออ้าง... เป็นข้ออ้างในการกลับไปอยู่กับเรื่องราวเหล่านั้น” ผมพูดขึ้นมา ไม่รู้ว่าแสดงสีหน้าอย่างไรออกไป “และโทษตัวเองซ้ำ ๆ”

ปาณัสม์ขยับเข้ามากอดผมไว้ ซุกหน้าลงตรงอก “อย่าโทษตัวเองนักเลย เรื่องบางเรื่องคิดมากไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน”

ผมกอดร่างนั้นตอบ รู้สึกว่าจิตใจของผมสงบลงมากกว่าวันไหน ๆ อาจจะเป็นเพราะกลิ่นหอม น้ำเสียงปลอบประโลมใจ หรือเป็นปาณัสม์ แต่ที่แน่ใจมันไม่ใช่เพราะบุหรี่มวนไหนสักมวนที่ถูกจุดสูบไป ต่อให้ผมปล่อยความเศร้าโศกเหล่านั้นให้ติดไปพร้อมกับหมอกควัน มันก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาอะไรได้ เพราะในความเป็นจริง มันยังคงอยู่ในหัวใจของผมที่ไม่มีใครเข้าใจมันมาเกือบหกปี



ขอแค่มันมีคนเข้าใจ



และพร้อมที่จะรักความรู้สึกของผม มันก็คงเพียงพอแล้ว



“ทำไมคุณถึงตื่นมาตอนนี้ ไม่สบายตัวเหรอครับ” ผมเลื่อนมือลงไปแตะสัมผัสที่สะโพกกลม สายตานึกซุกซนขึ้นมา มองสำรวจร่างกายนั้น เห็นรอยรักจาง ๆ ที่แผ่นอกบาง

“ผมตื่นเวลานี้เป็นปกติอยู่แล้วครับ” ผมทำหน้าสงสัย “เป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว”

“ไม่ดีเลย แบบนี้เวลานอนพักคุณก็น้อยมากเลยสิ”

“อย่าว่าแต่ผมเลยครับ คุณนั่นแหละ ผมรู้นะว่าบางคืนคุณก็ไม่ได้นอน”

“ตามติดชีวิตผมหรือไงครับ” ผมหัวเราะออกมาให้กับคำพูดเหล่านั้นของคนตรงหน้า “ผมทำงาน...”

ปาณัสม์เงยหน้าขึ้นมามองผม เหมือนรู้ว่าผมจะพูดต่อไปในทำนองไหน

“แต่ต่อไปคงไม่ได้นอนก็เพราะคุณ นอนไม่หลับเลย นึกถึงแต่ความน่ารักของคุณ ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ตอนคุณ... โอ๊ย!”

“คุณนี่มันลามกจริง ๆ”



ผมลูบแขนตัวเองไล่ความเจ็บจากการถูกคนตัวเล็กหยิกเข้าที่ต้นแขน ปาณัสม์เดินหนีหายเข้าไปในห้องแล้ว ผมนึกอยากตามไปรังแกร่างนั้นเป็นการทำโทษ ไหน ๆ ก็พากันนอนต่อไม่ได้แล้ว กิจกรรมที่จะได้ทำร่วมกันคงมีไม่มาก ผมยิ้มให้กับความคิดในหัวของตัวเอง เดินตรงไปที่ประตู สายตาจับจ้องอยู่ที่ร่างนุ่มนิ่มหลังบานกระจก แต่ทว่า...

“ปาณัสม์...”



ผมออกแรงขยับมัน แต่มันเปิดไม่ได้



นี่คือบทลงโทษของคนแบบผมใช่ไหม...



“เปิดประตูให้ผมเถอะนะ ยุงมันกัดแล้ว”

















ผมใช้เวลาอยู่กับปาณัสม์มาจนถึงวันอาทิตย์ พาตัวเองไปจัดการปัญหาต่าง ๆ และยิงยาวในเรื่องของธุรกิจอื่น ๆ ตั้งใจไว้ว่าจะอยู่กับคู่ชีวิตสักพัก ก่อนจะกลับเข้าเมืองไปวางแผนในเรื่องอนาคตของเรา ระหว่างนี้ก็คอยไปรับไปส่ง พาไปไหนมาไหน ดูท่าแล้วคนรักของผมจะขยันทำงานจนผมที่เป็นเจ้าของบริษัทเองยังอาย ในหนึ่งวันเขาจะตื่นตั้งแต่เช้ามืดมาทำข้าวกล่อง จัดทุกอย่างเตรียมไปทำงาน แต่พอมีผมมาอยู่ด้วย ปาณัสม์ต้องทำทุกอย่างเป็นสองเท่า ผมออกปากขอเข้าไปช่วย ทุกครั้งจะได้สายตาเขียว ๆ ส่งกลับมา เจ้าตัวดูมีความสุขกับการทำอาหารดี ผมมีหน้าที่อยู่บ้านล้างจานและทำอย่างอื่นรอไปรับเขากลับบ้าน มีบางวันที่ต้องออกไปประชุม แต่ก็นะ ถ้าไม่มีงานเยอะมากก็จะอยู่บ้านเป็นพ่อบ้านให้

“ทำไมผักเยอะขนาดนั้นครับ” ผมช่วยปาณัสม์จัดเตรียมข้าวของในเช้านี้ ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาสบตากับผมสักพักก่อนที่จะก้มลงไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

“ผมชอบกินผักจนรู้สึกว่าขาดมันไม่ได้แล้วมั้งครับ รู้ตัวอีกทีก็กินบ่อยและเยอะขึ้นเรื่อย ๆ”

“เอาเนื้อหมูในกล่องของผมไปบ้าง” ผมตักเนื้อหมูสองสามชิ้นใส่ลงไปในข้าวกล่องของปาณัสม์ “กินบ้าง เดี๋ยวสารอาหารจะไม่พอ”

“คุณรัชชานนท์ หยิบชมพู่ในตู้เย็นมาให้ผมหน่อย”



ผมพบว่าผลไม้เยอะมาก...



ผมยืนมองผักและผลไม้ที่อยู่เต็มตู้เย็น ก้มลงไปหยิบสิ่งที่เขาต้องการ พร้อมทำหน้าทำตามีคำถาม เหมือนปาณัสม์จะรู้ เจ้าตัวหลุดขำออกมาเมื่อหันมามองหน้ากัน

“คุณดูตกใจนะครับ”

“ชอบขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ผมกินมันจนกลายเป็นของโปรด ขาดไม่ได้แล้ว”



ผมขับรถมาส่งปาณัสม์เข้าทำงาน ก่อนจะลากันเพื่อแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง พร้อมกำชับให้เขาดูแลตัวเองดี ๆ แรก ๆ ก็รู้สึกเป็นห่วงมากหลังจากที่ตามจัดการปัญหาต่าง ๆ ไปเมื่อไม่นาน พักหลัง ๆ ผมไม่เห็นแล้วว่าตามร่างกายขาวผ่องนั้นมีรอยช้ำหรือกลิ่นแปลก ๆ ติดตัวเพิ่มเติม อาจจะเป็นเพราะตามเนื้อตัวปาณัสม์มีกลิ่นอัลฟ่า และผมมั่นใจว่ามันต้องชัดเจนมากพอเพราะพวกเราใช้ชีวิตด้วยกัน อีกอย่างถ้าคนจมูกดี ดมนิดดมหน่อยก็น่าจะรู้ว่ากลิ่นนั้นมันเป็นของใคร

ผมมองส่งร่างนั้นจนหายลับเข้าไปในตัวอาคาร ก่อนจะพาตัวเองมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ต้องการจะไป ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาเป็นระยะ ๆ ดีหน่อยที่ต่างจังหวัดปัญหาบนท้องถนนมีน้อยกว่าในตัวเมือง ต่อให้เวลานัดหมายจะมากน้อยแค่ไหนก็ไปถึงทันเวลา



ครืด...



ฐาน : กูถึงแล้ว



ฐาน : รีบมา สิ่งที่มึงอยากได้กูหามาให้แล้ว



ผมนับถือในตัวเพื่อนสนิทของตัวเองก็ในวันนี้ ไม่ผิดหวังจริง ๆ



รัชชานนท์ : กำลังไป



ผมกดส่งข้อความไปถึงเพื่อนที่นัดกันมาพบเจอเพื่อคุยธุระสำคัญ มันบอกว่าได้มาแล้วในสิ่งที่ผมต้องการ ผมก็คงใจเย็นต่อไปไม่ไหว คิดได้แบบนั้นจึงรีบเหยียบคันเร่ง พุ่งตรงไปตามเส้นทางที่นำผมไปยังที่หมาย



ขว้างงู มันก็ต้องขว้างให้พ้นคอ



ขว้างออกไปให้สุดแรง



แต่สำหรับผม แค่จัดการมันไปให้พ้น ๆ คงไม่พอ



มันต้องตีให้ตายด้วย



“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

ในขณะที่ผมกำลังต่อสายถึง ‘ฐาน’ เพื่อถามว่ามันอยู่ส่วนไหนของตึกสำนักงานกฎหมายก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของผม

“ไปคุยที่ห้องกู” ไอ้ฐานเดินถือซองเอกสารนำหน้าผมไปโดยไม่สนใจว่าผมจะพูดหรือทำสีหน้ายังไง พอเห็นแบบนั้น จึงตัดสินใจรีบเดินตามหลังของมันไป สิ่งที่ได้มา มันมีอะไรบ้างผมก็อยากรู้เหมือนกัน



“นั่งเลย” ผู้ชายที่ดูเป็นงานเป็นการมากขึ้นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ผายมือบอกให้ผมนั่งลงบนโซฟารับรอง “งดน้ำเมาบ้างหรือยัง” มันชูขวดเหล้าให้ผมเป็นเชิงถามอย่างรู้กัน

“กูขอผ่าน”

“แผ่วลงได้ก็ดี ดีที่ไม่ถูกไอ้ภูมิแหกอก”

“มันไม่กล้าหรอก มันกลับมาจากเมืองนอกหรือยังวะ” ผมถามถึงเพื่อนที่อยู่ดี ๆ ก็ถูกเรียกตัวไปต่างประเทศกะทันหัน

“ยัง แล้วมึงล่ะ เป็นไงบ้างวะ... ยังไปพบจิตแพทย์อยู่ไหม”

“กูเลิกไปนานแล้ว”

“แล้วพิษสุราเรื้อรังกับอาการอกหักของมึงนี่มันยังไง”

“ดีขึ้นมั้ง... ไม่ถึงขนาดเมามายเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังมีบ้างเวลานึกถึงลูก” ผมตอบคำถามมันตรง ๆ ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไร “กูพยายามเลิกบุหรี่ แต่กูทำไม่ได้”

“อย่าเอาแต่โทษตัวเองนักเลย” ผมยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง ฐานพูดเหมือนกับปาณัสม์ บอกว่าอย่าคิดโทษตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้น การตัดสินใจของผมส่งผลถึงชีวิตคนมากขนาดไหน

“ลูกตายเพราะกูไอ้ฐาน”

“คิดแบบนี้ก็ไม่ต้องดีขึ้นหรอกความรู้สึกมึง” ผมไม่พูดอะไรต่อ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป “เอาไป สิ่งที่มึงขอ”

ผมรับซองเอกสารสำคัญนั้นมาเปิดดู ข้างในเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมมากมาย มีตั้งแต่ 4 – 5 ปีก่อน ผมกวาดสายตาอ่านมันอย่างละเอียด ไหนจะภาพถ่ายนับร้อยใบ มันเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบ้าง กล้องถ่ายรูปบ้าง ยิ่งรู้มากยิ่งรู้สึกแย่

“ใจเย็น” ฐานปรามผมเมื่อมันเห็นผมชักสีหน้า “มันผ่านไปแล้ว มันจบแล้ว”

“แต่มันยังมีชีวิตอยู่บนความทุกข์ของคนอื่นไอ้ฐาน มันรู้สึกอะไรบ้าง ลูกมันตาย มันยังไม่สำนึกเลย”

“เออ มันเป็นเหตุผลที่กูช่วยมึง ตอนนี้มึงต้องเลิกโทษตัวเอง เลิกคิดว่าตัวเองผิดอยู่คนเดียว ต่อไปให้กระบวนการทางกฎหมายทำหน้าที่ของมัน เดี๋ยวกูจัดการให้”

“พอกูมารู้แบบนี้ มันยิ่งทำให้กูรู้สึกแย่ มันขายลูกเอาเงิน” ผมยกมือขึ้นกุมขมับ นึกถึงเงินก้อนที่ผมทุ่มเทให้ไป เพื่อหวังว่ามันจะถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กให้ดี แต่เปล่าเลย



มันถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด



การพนัน



ยัดเงิน ฟอกเงิน



มารู้เอาตอนนี้ ยิ่งเจ็บใจ เจ็บใจที่ปล่อยให้คนแบบนี้ยังได้ใช้ชีวิตต่อไป



ผมถอนหายใจออกมา ปลดปล่อยความอึดอัดในอก เก็บทุกอย่างกลับเข้าไปในซองเอกสารตามเดิม คงต้องเป็นอย่างที่เพื่อนของผมบอก ว่าต่อจากนี้ให้กฎหมายทำหน้าที่ของมัน ส่วนตัวของผมเองคงถึงเวลาที่จะต้องปล่อยจากความเสียใจพวกนั้น เพื่อเดินหน้าต่อไป สักวันความเสียใจที่สูญเสียลูกชายจะกลายเป็นความทรงจำที่คิดถึงเมื่อไหร่ก็ยังมีค่าเสมอ แทนที่จะจมอยู่กับการโทษตัวเองแบบนี้

“ฐาน” ผมเรียกชื่อเพื่อนสนิทที่นั่งอ่านเอกสารในมืออยู่ มันเหลือบตาขึ้นมาสบกับผม “กูมีอะไรจะบอก”

“ว่า”

“กูกำลังจะแต่งงาน”

มันขมวดคิ้วมองผม “ตลกเหรอไอ้เหี้ย”

“เออ กูตลก”

“กูจริงจัง ขอดี ๆ”

“อือ กูกำลังจะแต่งงานแล้ว”

“ใครวะเนี่ย ไอ้รัชชานนท์ คนแบบมึง”

“คนแบบกูมันทำไม”

“คนนี้จริงจังมากขนาดนี้เลยเหรอวะ”

“อือ” ผมมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงปาณัสม์ “เขาบอกกู ว่าสักวันกูคงจะได้เจอกับใครสักคนที่เขาจะทำให้กูรู้สึกว่า ต่อให้กูจะเป็นยังไง มันก็จะไม่เป็นอะไร”

“…”



“กูว่าการตัดสินใจครั้งนี้ มันจะไม่ทำให้กูหรือใครต้องเจ็บปวดอีกแล้ว”











ปาณัสม์’ s part

“พี่ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ” ผมช่วยพี่อัยย์ถือลังที่เต็มไปด้วยของใช้มากมายที่ถูกเก็บจากโต๊ะทำงาน เดินมาส่งพี่เขาหน้าบริษัท รู้สึกใจหายกับคำสั่งถอนตัวจากเบื้องบนที่จู่ ๆ ก็เรียกตัวพวกเขากลับกันยกทีม

“อื้อ ปาณัสม์ด้วย”

“เดี๋ยวผมช่วยยกนะครับ”

ผมช่วยจัดข้าวของเหล่านั้น จังหวะก้ม ๆ เงย ๆ จัดของหางตาดันเหลือบไปเห็นรถของคุณรัชชานนท์เข้า ผมเฝ้ารอให้ร่างสูงลงมาจากรถเสียก่อน แล้วค่อยบอกเขาว่าผมยืนอยู่ตรงนี้

“คุณรัชชานนท์!” ผมฉีกยิ้มกว้างส่งไปที่เขา โบกมือส่งสัญญาณว่าผมอยู่ตรงรถคันใหญ่ของบริษัทพี่อัยย์ เขามองหาผม มองซ้ายทีขวาที “พี่อัยย์ เดี๋ยวผมมานะครับ”

“อื้อ”

ผมวิ่งตรงไปหาคุณรัชชานนท์ ร่างสูงอ้าแขนเตรียมรอรับร่างของผม เมื่อวิ่งไปถึงผมแทบจะกระโดดกอดเขาอยู่แล้ว

“ออกมาทำอะไรตรงนี้ครับ” เขาถามผม พลางเช็ดเหงื่อให้ “หน้าแดงหมดแล้ว”

“ผมออกมาช่วยเพื่อนยกของน่ะครับ อยู่ตรง...” ผมทำหน้าตกใจเมื่อหันกลับไปดูตรงรถแล้วไม่พบเจอพี่อัยย์ “ไม่อยู่แล้ว”



คงกลับเข้าไปเอาของล่ะมั้ง



“กลับบ้านกัน วันนี้แม่มาหาคุณ”

“วันอาทิตย์แล้วเหรอ” ไวชะมัด...

“ไป ไปเก็บของครับ ผมจะพาคุณไปซื้อของเข้าบ้านด้วย”

“งั้นรอผมแปปเดียวนะครับ”









“อากาศร้อนมากเลย” เมื่อมาถึงบ้าน ผมรีบวางถุงข้าวของกองไว้บนโต๊ะ นั่งไถตัวลงไปแบบนั้น ใช้ท่อนแขนของตัวเองต่างหมอน อยากหลับตาลงแล้วหยุดการทำงานของสมองไปเลย เหนื่อยมาก “คุณแม่จะมาเมื่อไหร่เหรอคุณรัชชานนท์”

“นนทัชบอกว่าอีกสักพัก ถ้าคุณเหนื่อยขึ้นไปพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมทำมื้อเย็นเอง”

“อะไรกัน... นี่คุณทำอาหารเป็นด้วยเหรอ”

“เป็นสิ เรื่องแค่นี้”



ทำเป็นหมดทุกอย่างบนโลกแล้วหรือยังนะ...



ผมเบะปากใส่ร่างสูงที่เดินหิ้วถุงใบเล็กใบใหญ่เดินเข้าครัวไป จริง ๆ ที่ตรงนั้นมันควรเป็นของผม แต่วันนี้ยอม ๆ ให้เขาทำหน้าที่พ่อบ้านที่ดีไปเลยก็แล้วกัน

“ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ผมพาร่างพัง ๆ ของตัวเองเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ได้ยินเสียงทำนู่นนี่นั่นในครัว ผมชอบบรรยากาศแบบนี้จัง แบบที่เหมือนชีวิตเรานั้นมีใครสักคนคอยอยู่ใกล้ ๆ ไม่เหงาดีนะ



ผมอาบน้ำแต่งตัวเพื่อทวงคืนความสดชื่นให้กลับมา กลิ่นหอม ๆ จากห้องครัวมอบความสุขแด่สายหาของอร่อยแบบผมเหลือเกิน ผมเดินลงมายังชั้นล่าง เห็นหลังกว้าง ๆ ของเขาขยับทำนู่นนี่นั่นอย่างตั้งใจ เขาไม่เปลี่ยนไปเลย ไม่เคยเปลี่ยนไปจากวัย 23 ปีนั้น



คงจะจริง ที่เขาบอกว่าคนที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่างนั้นมีเสน่ห์



ตกหลุมรักความตั้งใจนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น



“แอบมองเหรอครับ”

ผมสะดุ้งตกใจเมื่อถูกเขาทักถาม “เปล่านี่ แล้วคุณแม่ถึงไหนแล้ว ผมคิดถึง”

“ใจเย็น ถ้าคิดถึงก็มองหน้าผมไปก่อน”



อะไรนะ...



นี่เขาเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ !?
48
Boy's love story / Re: Continental drifters ขอวิธีหนีแอบรัก - 16th drift // Same old me (12/06/21)
« กระทู้ล่าสุด โดย taku_kimu เมื่อ 14-06-2021 16:34:35  »
น่ารักอะ  :L2:
49
Boy's love story / Re: ❤Cafe to be loved รอคุณ...มารักกัน❤ บทที่ 13 [13-06-21]
« กระทู้ล่าสุด โดย AkuaPink เมื่อ 14-06-2021 16:08:56  »
 :pig4:
 o13
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด