Gather around, let's talkสวัสดีครับผู้อ่านทุกคน ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องราวของมิลค์–จีมาจนถึงวันนี้
และตอนนี้นิยายของเราก็กำลังเข้าสู่ part สุดท้ายแล้วนะครับ
หลังจาก final review ตอนที่ 31–32 ผมในฐานะคนเขียนที่ต้องอ่านงานของตัวเองมาหลายรอบ ยังน้ำตารื้น และกลับมาถามตัวเอง (อีกครั้ง) ว่า “จัดให้น้องหนักไปไหม” และผมก็คิด (เอาเอง) ว่าผู้อ่านหลายท่านคงรู้สึกไม่ต่างกัน
ยอมรับตามตรงว่า โดยส่วนตัวเวลาอ่านนิยาย ก็ไม่ค่อยชอบเรื่องที่มีช่วงดราม่าหนักหน่วงเท่าไหร่ ตอนเริ่มต้นตั้งใจจะเขียนให้มิลค์–จีออกมาเป็นเรื่องรักหวานใส แต่พออยากให้มันเป็นเรื่องของการ coming of age จริง ๆ สุดท้ายเลยต้องหยิบเอาเรื่องหนัก ๆ เข้ามาทดสอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคน
ครึ่งแรกของนิยาย เราให้น้ำหนักกับการสร้าง “ราก” และความผูกพันของเขาทั้งคู่ เพราะผมเชื่อเสมอว่า ต้นไม้ที่มีรากแข็งแรงเท่านั้น ถึงจะต้านทานแรงพายุใหญ่ได้
เหมือนชีวิตของเราทุกคน ช่วงมัธยม–มหาลัยคือความรักในวัยใส ที่ทุกอย่างดูบริสุทธิ์ ไม่ซับซ้อน และเหมือนมีแค่ “เรา 2 คน” อยู่ในโลกใบเดียวกัน แต่ยิ่งเราโตขึ้น โลกก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
ความรักที่เราเคยให้ความสำคัญอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่เพียงเรื่องเดียวในชีวิตอีกต่อไป ความรับผิดชอบ หน้าที่การงาน และสังคมเริ่มเข้ามามีส่วนในชีวิตมากขึ้น เหมือนกับที่มิลค์กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้
มิลค์คือคนที่เกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ฐานะ หรือการศึกษา แต่ภายในของน้องกลับว่างเปล่า ผู้อ่านทุกคนคงสัมผัสได้เหมือนกันว่า สำหรับมิลค์แล้ว จีเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทหรือคนรัก...
จีคือ “บ้าน” และ “ครอบครัว” เพียงคนเดียวของมิลค์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา โลกทั้งใบของมิลค์มีแค่จี เพราะฉะนั้นในวันที่ทางเดินของทั้งคู่แยกออกจากกัน มิลค์เลยเหมือนคนไม่มีบ้านให้กลับ และไม่รู้ว่าจะรับมือกับการต้องอยู่คนเดียวอย่างไร
เราเลยได้เห็นมิลค์ในเวอร์ชันต่าง ๆ ที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เจอ
ตั้งแต่นางร้ายที่จงใจหาเรื่องแฟนคนแรกของจี ตัวสำรองที่ยินดีจะแทรกกลางเมื่อความสัมพันธ์ของจีกับแฟนเริ่มอ่อนไหว เวอร์ชันใจแตกสลายจนต้องกลับไปมีความสัมพันธ์กับแฟนเก่าสุด toxic อย่างบอน และจบด้วย ‘ร่างทอง’ ในวันที่จีแต่งงาน
แม้มิลค์ในวันนี้จะยังลุกขึ้นมายืนได้ไม่มั่นคงเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าเป็น “ก้าวแรก” ของการออกเดินทาง เราทุกคนต่างรู้ดีว่ามันไม่ใช่เพราะน้องตัดใจได้แล้ว แต่เพราะน้องเรียนรู้แล้วว่า แม้จะยังรัก แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป
เหมือนกับชีวิตของเราทุกคน มิลค์ยังต้องเดินผ่านบททดสอบอีกมากมาย ผมตั้งใจให้เรื่องนี้เป็นเหมือน “บันทึกการเดินทาง” ที่ทุกครั้งที่เรากลับมาเปิดอ่าน เราจะยิ้มและบอกกับตัวเองได้ว่า
ไม่ว่ามันจะหนักแค่ไหน สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้เสมอ
สำหรับความสัมพันธ์ของมิลค์–จี ผมคงยังไม่สามารถสปอยเนื้อหาในอนาคตได้ สิ่งเดียวที่ผมสามารถบอกกับทุกคนได้คือ
“บางครั้ง เราอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อเฝ้ารอใครสักคน”
Love, in every lifetime ไม่ใช่แค่เรื่องความรักของคนสองคน แต่คือการเติบโต มิตรภาพ และการล้มลุก ที่เราอาจจะได้เห็นภาพสะท้อนของตัวเองอยู่ในนั้นด้วย
ฝากเป็นกำลังใจให้มิลค์–จี ในช่วงสุดท้ายของการเดินทางด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
