กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedsengped[at]gmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 ... 10
21
พูดคุยทั่วไป / กุญแจสำคัญสู่การเกษียณที่มั่นคง
« กระทู้ล่าสุด โดย airrii เมื่อ 09-12-2025 11:14:35  »
เครื่องมือทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ความกังวลด้านการเงินหลังวางแผนเกษียณ และยังช่วยให้คุณประหยัดภาษีได้ทันทีในปีปัจจุบัน คือ ประกันชีวิต และ ประกันชีวิตแบบบำนาญ

1. ประกันชีวิตทั่วไป (ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท)
-ประโยชน์หลัก ให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพในขณะที่คุณยังมีรายได้ และเมื่อครบกำหนดสัญญา คุณจะได้เงินคืน
-ประโยชน์ด้านภาษีเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป (สัญญา 10 ปีขึ้นไป) สามารถนำไป ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
-เป็นการสร้างวินัยการออมและสร้างหลักประกันให้ครอบครัว หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน



2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท)
-ประโยชน์หลัก: ออกแบบมาเพื่อการเกษียณโดยเฉพาะ โดยคุณจะจ่ายเบี้ยขณะทำงาน และเมื่อถึงวัยเกษียณตามกำหนด (เช่น อายุ 55-60 ปี) บริษัทประกันจะจ่ายเงินบำนาญให้คุณเป็นรายงวดต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 85 หรือ 90 ปี
-ประโยชน์ด้านภาษีสามารถนำเบี้ยไป ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท (เมื่อรวมกับ RMF/SSF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท)
-สร้าง "กระแสเงินสดประจำ" ที่มั่นคงและแน่นอนหลังเกษียณ ซึ่งช่วยต่อสู้กับความเสี่ยงเรื่องอายุยืนยาวได้เป็นอย่างดี

การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีผ่านประกันชีวิตถือเป็นการ "บังคับออม" ทางอ้อมที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านภาษี ทำให้เงินส่วนที่เคยต้องจ่ายให้รัฐถูกนำมาเก็บไว้ให้ตัวคุณเองในอนาคต

3 ขั้นตอนเริ่มต้นวางแผนเกษียณด้วยประกัน
-ประเมินอายุขัยและค่าใช้จ่าย คำนวณว่าหลังเกษียณ (เช่น อายุ 60 ปี) คุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ต่อเดือนไปจนถึงอายุเท่าไหร่ (เช่น 85 ปี)ประกันชีวิตผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป
-ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษี ดูว่าปีนี้คุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีไปแล้วเท่าไหร่ และยังเหลือโควต้าสำหรับ ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี หรือ ประกันบำนาญ อีกเท่าไหร่
-หากเน้นการสร้างรายได้ประจำหลังเกษียณและต้องการใช้สิทธิ์ลดภาษีเต็มที่ ควรพิจารณา ประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่มีกำหนดการจ่ายผลตอบแทนที่ชัดเจน

อย่ารอให้วันพรุ่งนี้สายเกินไปสำหรับการวางแผน วันเกษียณที่มั่นคงการใช้เครื่องมือทางการเงินที่ให้ประโยชน์ทั้งในวันนี้ (ลดภาษี) และในอนาคต (มีเงินใช้หลังเกษียณ) คือทางออกที่ชาญฉลาดที่สุด

-การลดภาระภาษีในปัจจุบัน: ลดหย่อนภาษีประกัน ประกันชีวิตลดหย่อนภาษี (เน้นการประหยัดภาษีในวันนี้)
-เครื่องมือเก็บเงินระยะยาว: ประกันชีวิตแบบบำนาญ วางแผนเกษียณ RMF/SSF (เน้นการสร้างเงินก้อนในอนาคต)
-การเปรียบเทียบข้อดี: ประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี ดีไหม ซื้อประกันบำนาญคุ้มค่าหรือไม่
-ประกันชีวิต และ ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นเครื่องมือหลักในการตอบโจทย์ทั้งการลดหย่อนภาษีและการสร้างความมั่นคงในวัยเกษียณ

22
พูดคุยทั่วไป / Womens In Your Town - Anonymous Casual Dating - No Verify
« กระทู้ล่าสุด โดย Readyaoi เมื่อ 08-12-2025 18:54:54  »
Girls In Your Town - No Selfie - Anonymous Casual Dating
https://SecreLocal.com
 
Womens In Your Town - Anonymous Adult Dating - No Selfie
23
ปัญหาฝักบัวน้ำไม่แรงสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยแต่ละสาเหตุมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกันไป เลือก วาล์วฝักบัว แบบไหนดี เพื่อให้น้ำไหลได้แรงดั่งใจอีกครั้ง การอาบน้ำควรเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย แต่บ่อยครั้งที่วาล์วฝักบัวเจ้าปัญหา อุณหภูมิเอาแน่เอานอนไม่ได้ ขณะที่กำลังอาบน้ำอุ่นสบายจู่ๆ น้ำก็ร้อนจี๋จนเกือบจะลวก หรือเย็นวาบจนต้องสะดุ้งสุดตัว นั่นแหละคือ วาล์วฝักบัวที่ควบคุมอุณหภูมิได้ไม่เสถียร

แรงดันน้ำแสนอ่อนแอ: ถึงแม้จะเปิดสุดแล้ว แต่น้ำที่ไหลออกมาก็ยังแผ่วเบาเหมือนสายฝนปรอย ๆ ทั้งที่บ้านอื่นน้ำแรงดี
การปรับที่น่าหงุดหงิด: หมุนก็แล้ว เลื่อนก็แล้ว แต่กว่าจะได้อุณหภูมิที่พอดีเป๊ะ ก็ใช้เวลาไปหลายนาที
วาล์วรั่วซึม/ขึ้นสนิม: เห็นคราบน้ำหรือร่องรอยสนิมบริเวณวาล์วไหม นั่นเป็นสัญญาณว่าวาล์วเริ่มเสื่อมสภาพ และอาจทำให้ต้องเสียค่าน้ำเพิ่มโดยไม่จำเป็น



วาล์วฝักบัวไม่ได้มีแค่แบบ "เปิด-ปิด" ธรรมดาอีกต่อไป นี่คือ 2 ประเภทหลักที่ควรรู้จัก เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น
1. วาล์วผสม (Mixing Valve / Manual Valve)
หลักการทำงาน: เป็นวาล์วที่เราคุ้นเคย มีมือจับ 1 หรือ 2 ตัว (สำหรับน้ำร้อนและน้ำเย็น) ต้องหมุนเพื่อผสมน้ำให้ได้อุณหภูมิที่ต้องการด้วยตัวเอง
ข้อดี: ราคาไม่แพง, ติดตั้งง่าย
ข้อเสีย: อุณหภูมิไม่คงที่ หากมีการใช้น้ำจุดอื่นในบ้าน (เช่น เปิดก๊อกซิงค์ครัว) อุณหภูมิและแรงดันน้ำในฝักบัวจะเปลี่ยนทันที

2. วาล์วควบคุมอุณหภูมิ (Thermostatic Valve)
หลักการทำงาน: มีกลไกอัจฉริยะที่ช่วย ควบคุมและรักษาอุณหภูมิน้ำให้อยู่ในระดับที่ตั้งไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าแรงดันน้ำร้อนหรือน้ำเย็นจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนก็ตาม
ข้อดี:
-อุณหภูมิคงที่ 100%: ลืมปัญหา "น้ำร้อนลวก" หรือ "น้ำเย็นวาบ" ไปได้เลย
-ความปลอดภัยสูง: เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุ เพราะสามารถตั้งค่าจำกัดอุณหภูมิสูงสุดได้
-สะดวกสบาย: โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับอุณหภูมิใหม่ทุกครั้งที่อาบ
ข้อเสีย: ราคาสูงกว่าวาล์วผสมทั่วไปเล็กน้อย แต่คุ้มค่ากับความสบายและปลอดภัยที่ได้มา

สิ่งที่ต้องพิจารณาเมื่อเลือกซื้อวาล์วฝักบัว
วัสดุ: เลือกวาล์วที่ทำจากทองเหลืองคุณภาพดีเพื่อความทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิม
มาตรฐาน: ตรวจสอบว่ามีกลไกตัดน้ำร้อนอัตโนมัติ หรือไม่ โดยเฉพาะวาล์ว Thermostatic
ประเภทการติดตั้ง: วาล์วเป็นแบบติดผนัง หรือแบบฝังผนัง เลือกให้เหมาะสมกับการออกแบบห้องน้ำ

วาล์วฝักบัว (Shower Valve) คือ อุปกรณ์ควบคุมการไหลและอุณหภูมิของน้ำ ที่ส่งไปยังหัวฝักบัวของคุณ เป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดคุณภาพประสบการณ์การอาบน้ำ อย่าปล่อยให้วาล์วฝักบัวเก่า ๆ มาทำลายช่วงเวลาแห่งความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ การเปลี่ยนมาใช้วาล์วควบคุมอุณหภูมิถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับความสบาย ความปลอดภัย
24
พูดคุยทั่วไป / Girls In Your City - Anonymous Casual Dating - No Selfie
« กระทู้ล่าสุด โดย Tong_Zaa เมื่อ 08-12-2025 02:21:00  »
Girls From Your Town - No Verify - Anonymous Sex Dating
https://SecreLocal.com
 
Girls In Your Town - Anonymous Casual Dating - No Verify
25
Boy's love story / Womens In Your City - Anonymous Sex Dating - No Verify
« กระทู้ล่าสุด โดย ladysea เมื่อ 07-12-2025 19:01:05  »
Girls From Your City - No Verify - Anonymous Casual Dating
https://SecreLocal.com
 
Girls From Your Town - Anonymous Sex Dating - No Verify
26
Boy's love story / Re: Love, In Every Lifetime : Teaser ตอนที่ 33
« กระทู้ล่าสุด โดย Milky_Milky_Way เมื่อ 07-12-2025 10:00:07  »
ตอนที่ 33 : Please ... 'stay' (part2/2)



ผมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ คิ้วทั้ง 2 ข้างกำลังขมวดเข้าหากันในขณะที่สายตากำลังไล่อ่านรายงานที่ถูกส่งมาจากแผนก R and D ... ผ่านมาถึงตอนนี้ ผมที่จบสัตวแพทย์ก็ยังไม่คุ้นชินศัพท์เทคนิคของวิศวะ โดยเฉพาะรายงานจากแผนก R and D ที่ส่งขึ้นมาทีไร หนีไม่พ้นที่ผมต้องโทรลงไปขอตัวช่วยให้ขึ้นมาแปลศัพท์เทคนิคจ๊าๆ ให้เป็นภาษาคนทุกที

ประตูห้องทำงานถูกเปิดออก พร้อมกับคนที่คิดว่ากำลังลาพักร้อนก้าวฉับๆ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตึงๆ พร้อมกับลูกทีมอีกหลายคน

“มึงมาทำอะไรวะ กูให้มึงลาพักร้อนไม่ใช่เหรอ” เพิ่งเกิดอุบัติเหตุไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมอนุญาติให้ไอซ์ลาพักร้อนได้ต่อเท่าที่มันต้องการ

“เรื่องใหญ่ขนาดนี้กูไม่มาก็เหี้ยแล้ว”

“เรื่องไรวะ” ผมเอียงคอถาม พร้อมรับเอา tablet ที่ไอซ์ส่งมาให้ ... บนหน้าจอเปิดข้างไว้ที่หน้า trend ของ Twitter

“Hashtag แรก” ผมเหลือบตามอง ‘#มตส’ ที่ถูกเขียนกำกับว่า ‘ได้รับความนิยมในไทย’ โดยมียอด retweet ไม่น้อยกว่า 3 แสนครั้ง

“อะไรของมึง”

“มตส ... มิลค์ ติณสิงห์”

“กู??? เกี่ยวไรกับกูวะ” พอผมถาม ไอซ์มันก็เพยิกหน้าไปด้านหลัง จากนั้นหนึ่งในทีมก็ก้าวออกมา

“คือแบบนี้ครับคุณมิลค์ เมื่อคืนก่อนมีศิลปินเกาหลีมาเปิดคอนที่เมืองไทย ทีนี้พอให้สัมภาษณ์นักข่าวถามเขาว่ามีเมืองไทยรอบนี้นอกจากมาเปิดคอนแล้วมีอะไรอยากทำอีกไหม ...”

“... เขาตอบว่าอยากเจอกับคนไทยคนนึงที่เขาเคยเจอที่งาน Fund. Rasing ใน Italy เมื่อหลายเดือนก่อน พอเขาพูดแบบนี้ด้อมก็ไปสืบจนเจอรูปนี้ครับ” tablet ในมือถูกหมุนออกมา ... ผมเห็นภาพตัวเองในชุดทักซิโดกำลังจับมือทักทายกับศิลปินเกาหลีหน้าคม ตัวสูง ย้อมผมสีเทา

“แล้วไงวะ กูติด trend Twitter แล้วมันเรื่องใหญ่อะไรวะ” ผมถามไอซ์ที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

“ตอนนี้ทั้งนักข่าวและแฟนคลับของศิลปินมารอสัมภาษณ์คุณมิลค์อยู่เต็ม lobby เลยครับ”

“ไอซ์ มึงก็แถลงข่าวแทนกูไปซิวะ กูไม่ใช่ดารานะเว้ยที่จะต้องมาให้สัมภาษณ์เรื่องแบบนี้”

“มึงฟังเด็กในทีมกูพูดก่อน”

“คือพวกเราคิดว่าคุณมิลค์ควรให้สัมภาษณ์นะครับ”

“ฮะ!!!”

“คืออย่างนี้ครับ ก่อนหน้านี้โจทย์ของคุณมิลค์ที่ให้พี่ไอซ์มาคืออยาก PR ให้บริษัทเราเป็นที่รู้จักเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านมาเราทำได้ดีในระดับนานาชาติ แต่ใน local กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักเราเท่าไหร่ ... โอกาสแบบนี้ไม่ใช่จะหาได้ง่ายๆ นะครับที่เราจะได้กระแสจากศิลปินเกาหลีระดับนี้”

“เพราะฉะนั้นมึงใส่สูทผูกไทด์ให้เรียบร้อย ช่างแต่งหน้าทำผมจะมาถึงในอีกครึ่งชั่วโมง” ไอซ์พูดแทรกโดยไม่เปิดโอกาสให้ผมแย้ง อะไรวะเนี่ย

“ไอ้เหี้ยไอซ์ นี่มึงเอาตัวกูเข้าแลกเลยเหรอ” มันยักไหลมองบนแบบไม่แคร์

“มึงบอกเองว่าอำนาจในการตัดสินใจวิธีโปรโมทเป็นของกู เพราะฉะนั้นถ้ากูบอกให้มึงไปเต้น cover เพลงเกาหลี มึงก็ต้องทำ ... เด็กๆ ไปบอกนักข่าวว่าคุณมิลค์จะให้สัมภาษณ์ตอนบ่าย 3 แล้วไปเตรียม backdrop ที่ lobby ให้เรียบร้อย” ไอ้เหี้ยไอซ์ นี่กูเป็นเจ้านายมึงนะไอ้สาสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส



ผมกระพริบตาถี่ๆ เพราะถูกแสงจากแฟลชกล่องถ่ายรูปสาดมาไม่ยั้งจนตาแทบบอด ยังดีที่ไอ้ไอซ์มาทำหน้าที่เป็น MC คอยคัดกรองคำถาม ทุกอย่างเลยง่ายกว่าที่คิด ไม่น่าเชื่อว่าพลังของ FC จะมากมายมหาศาลขนาดนี้ ตอนแรกผมคิดว่ามากันแค่หลักสิบแต่พอเดินลงมาถึง lobby แล้วถึงกับผงะเพราะว่าน่าจะมากันหลักร้อยทั้งป้ายไฟ ทั้งลูกโป่ง ไหนจะ stand in มากันพร้อม สัมภาษณ์เสร็จไอ้ไอซ์ยังจัด session ให้ผมพูดคุยกับ FC ที่มาให้กำลังใจประดุจผมเป็นศิลปินเสียเอง เลยเลี่ยงไม่ได้ที่ผมจะต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นทำ mini heart ถ่ายรูปคู่ ยกมือทำสัญลักษณ์หัวใจครึ่ง หรือแม้แต่ถ่ายรูปกับ stand in หลากหลายอิริยาบทที่เหล่า FC เตรียมมาพร้อม

“เดียวต้องขออนุญาตพอแค่นี้ก่อนนี้ครับ พอดีคุณมิลค์มีประชุมต่อ ยังไงขอบคุณทุกคนที่มาวันนี้มากนะครับ” หลังจากที่ส่งสายตาขอตัดบทไปหลายครั้งแต่เหมือนเจ้าตัวจะยังไม่สาแก่ใจเลยปล่อยให้ผม service FC ของศิลปินจนหนำใจ ในที่สุดมันก็ตัดบทให้ผมซักที

“ขอบคุณมากๆ นะครับ ขอบคุณครับๆ” ผมก้าวลงจากเวที พร้อมกับค้อมหัวยกมือไว้ทุกคนไปตลอดทาง

“พี่คะ พอดีพี่ Riven เขา call in มาพอดีนะคะ” ทุกคนชะงักอยู่กับที่เมื่ออยู่ๆ FC หญิงคนนึงก็ตะโกนขึ้นมาสุดเสียง อะไรวะเนี่ย ผมกำลังจะเดินถึงลิฟต์อยู่แล้วเชียว ... ผมเหลือบตามองหัวหน้าทีม PR ที่ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ได้ซิครับ” เป็นผมที่ตอบตกลง มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ไปให้สุดที่ทำมาทั้งหมดก็อาจไม่ได้ประโยชน์อะไร ดีไม่ดีหากปฏิเสธผมอาจจะโดนกระแสตีกลับ

Tablet ขนาดใหญ่ชูขึ้นในความสูงระดับสายตา โทรมาจริงๆ ด้วยเว้ย ตัวเป็นๆ

“Hello” เขาเอ่ยทักทายผมพร้อมกับยิ้มกว้างจนตาชั้นเดียวของเจ้าตัวโค้งเป็นสระอิ สมกับเป็นดาราเกาหลี ตัวจริงหล่อยังไง มาใน online ก็ยังหล่อแบบนั้น เครื่องหน้าหล่อเป๊ะเหมือนติดสินบนพระเจ้ามาแต่ชาติบางก่อน

“Hello”

“I just know that they come to see you. I hope they did not make you uncomfortable.”

“Not at all, they are so nice and I feel very grateful for you to have their support.”

“I am very admiring you.”

“Thank you. You are doing great as well.”

“I think both of us are.”

“Hahaha, I afraid, I have to go now.” ผมตัดบท เพราะการพูดคนสนทนาต่อหน้าคนนับร้อยไม่ใช่ทางของผมเท่าไหร่

“I still have few days left. Can we meet?” เสียงอื้ออึงในลำคอของ FC ดังระงม เมื่อศิลปินเกาหลีเริ่มเปิดเกมรุก

“I afraid I cannot. This week, my schedule is very tight.”

“That's too bad. I really hope to see you again.”

“How about this. I am hosting a gala in Hongkong in the next few months. I will send you the invitation.”

“Of course, I will definitely be there.”

“So, see you soon”

“See you” ผมส่งยิ้มให้ก่อนที่ภาพจะถูกตัดไป

“ขอบคุณนะครับ” ผมกล่าวขอบคุณน้องคนนั้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้าวขายาวๆ เดินขึ้นลิฟต์ไป

“น่ากลัวมาก กูเกือบเอาตัวไม่รอด” ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิด ผมรีบปลดทั้ง neck tie ทั้งกระดุมคอ ร้อนจนหายใจไม่ออก

“เออ ใครจะคิดว่าตัวจริงจะ call in มาวะ ...” ไอซ์พูดพลางรับเสื้อสูทและ neck tie จากมือผม

“... แต่มึงทำได้ดีนะ รับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี แต่อิห่าราก I will send you the invitation นี่แรดชิบหาย” แม้จะชื่นชมแต่ไอซ์ก็อดที่จะจิกกัดเพื่นรักไม่ได้ จีบกันออกหน้ากล้อง ไหนจะส่งสายตาหวานเยิ้มให้กันขนาดนี้ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตอนเจอกันที่ HK คงไม่ต่างอะไรกับการเอาน้ำมันไปราดลงกองไฟ ... สงสัยเขาต้องเตรียม press release เอาไว้ให้ล่วงหน้า

“เสือกรู้ทันกูอีกนะ"

"หน้าที่กูไง กูจะให้ทีม PR เตรียมห้องแถลงข่าวไว้เลยละกัน ... ตอนเช้าแถลง ตอนเย็นแต่งงานเลยไหมล่ะ”

"จะทำอะไรก็เรื่องของมึง แต่ขอบใจมึงมากนะเว้ยที่มาช่วย ถ้ามึงไม่มีกูตายห่าตั้งแต่ 5 นาทีแรกแล้ว”





ผมนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น เสียงสัญญานรอสายของ smart phone ในมือยังดังต่อเนื่อง หัวใจของผมสั่นระรัว ไม่รู้ว่าระหว่างอีกฝั่งรับสายหรือไม่รับสาย ตัวเองกลัวอะไรมากกว่ากัน

“Hello” หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นเมื่อเบอร์เดิมที่เคยโทรไปนับครั้งไม่ถ้วนตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับ

“กูเอง ... มึงเป็นไงบ้าง” น้ำเสียงคุ้นเคยทำให้ผมเหมือนเด็กอายุ 10 ขวบที่ไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนากับคนปลายยังไง

“ดีๆ มึงละเป็นไงบ้าง”

“ก็ดี มึงได้คุยกับไอซ์บ้างไหม”

“ฮึ ไม่ได้คุยเลย”

“โทรไปหามันบ้าง มันก็คิดถึงมึงเหมือนกัน”

“อืม”

“วันนั้น ไม่คิดว่าจะได้เจอมึง ได้ยินว่ามึงอยู่สิงคโปร์”

“จริงๆ ก็อยู่ พอดีช่วงนี้กลับไทย”

“มึงต้องไปนานเท่าไหร่”

“contract นี้ 3 ปี”

“3 ปีเลยเหรอ” 3 ปี นานมากเลยนะ

“วันนี้มีแต่ข่าวของมึงกับดาราเกาหลีเต็ม feed ไปหมด”

“เออดิ ไอเดียไอซ์”

“กูนึกไว้แล้วว่าต้องเป็นไอเดียของมัน ...”

“... มึงมาไกลมาก จากคนที่งอแง ไม่อยากมาทำงานที่บริษัท วันนี้มึงเป็นผู้บริหารเต็มตัวแล้ว ...”

“... กูถามได้ไหมว่า ... เขาจีบมึงหรือเปล่า

“555 จีบแหละมั้ง ออกตัวแรงขนาดนี้”

“แล้วมึงชอบเขาไหมอะ” น้ำเสียงเรียบที่เหมือนเรากำลังคุยกันเรื่องลมฟ้าอากาศแต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีอะไรอยู่ข้างหลังคำถามนี้ไหม

“แล้วมึงคิดว่าไง”

“กูรู้ว่าเขาตรงสเปคมึง แต่กูว่ามึงไม่ได้ชอบเขา ไม่งั้นมึงไม่ปฏิเสธเขาหรอก”

“กูไม่ได้ปฏิเสธเขาซักหน่อย ตารางกูไม่ว่างจริงๆ เลยต้องนัดไปเจอที่ Hong Kong ” ผมนึกสนุกเลยอยากลองทดสอบอะไรซักหน่อย

“โคตรไม่เนียน ถ้ามึงสนใจเขาจริง มึงไม่ดึงเวลาไปเป็นเดือนๆ แบบนี้หรอก”

“ฮึๆๆ” เป็นเหมือนที่คิดไว้จริงๆ ต่อให้ผมสามารถตบตาคนได้ทั้งโลกแต่ก็ไม่สามารถหลอกคนตรงหน้าได้เลยซักครั้ง

“รู้ใจกูขนาดนี้ มาเป็นเลขากูไหม”

“555 ค่าตัวกูแพงนะ”

“เรียกมาเลย เท่าไหร่กูก็ยอมจ่าย”

“เดียวนี้ใช้เงินฟาดแล้วเหรอ”

“แล้วยอมให้กูใช้เงินฟาดไหมละ”

“555 แล้วนี่มึงอยู่ไหน”

“อยู่คอนโด นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น”

“มึงยังอยู่ห้องเดิมปะ”

“ห้องเดิมดิ” ผมพูดพลางมองสำรวจไปรอบๆ ... ห้องเดิม ห้องที่มีความทรงจำระหว่างเรา 2 คนมากมาย

“คิดถึงวิวห้องมึง ไม่ได้ไปมานานโคตร” คิดถึงเหมือนกัน ... คิดถึงมึง ... อยากนั่งคุยเรื่องราวสัพเพเหระกับมึงบนโซฟาตัวนี้เหมือนเมื่อก่อน

“จี ช่วงนี้มึงว่าไหม ไปกินข้าวกัน” ตอนแรกว่าจะไม่ชวน แต่ก็อดใจเอาไว้ไม่ได้จริงๆ

“ไหนบอกว่าตารางเต็ม”

“มึงก็รู้ว่ากูพูดไปอย่างนั้น”

“กูยังไม่สะดวกช่วงนี้ วันหลังละกันนะ”

“ได้ วันไหนก็ได้เลยที่มึงสะดวก”

แม้จะผิดหวังแต่ไม่ได้เสียใจที่ถูกปฏิเสธ หลังจากที่พยายามมานาน ในที่สุดผมก็ติดต่อจีได้แล้ว ถ้ามันยังไม่พร้อม ผมรอมันได้เสมอ ยังไงก็ได้ ขอแค่เขาไม่อึดอัดและไม่หายไปไหนก็พอ ... จะใกล้หรือไกล ไม่สำคัญอะไรกับผมเลย ขอแค่ยังมีมันอยู่ในชีวิตเท่านี้ก็มากพอสำหรับผมแล้ว



'นอกจากชื่อฉันมีสิ่งอื่นอีกไหม

ที่เธอยังใส่ใจและพอจำมันได้อยู่

เศษจากความรักยังเหลือไหมก็ไม่รู้

ในความทรงจำเธอยังจะมีฉันอยู่ ... บ้างไหม'

นอกจากชื่อฉัน, Actart, 2018


----------

#Reunite #รอ #Please stay
#LoveInEveryLifetime #รักนะ #ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน
27
Boy's love story / Re: Love, In Every Lifetime : Teaser ตอนที่ 33
« กระทู้ล่าสุด โดย Milky_Milky_Way เมื่อ 07-12-2025 09:54:48  »
ตอนที่ 33 Please ... 'stay' (part1/2)


4 ปีต่อมา

เสียงรองเท้าหนังกระทบกับพื้น epoxy ดังขึ้นตามจังหวะการก้าวเดิน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์ทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสมัยที่เรียนต่อปริญญาโท ... มิลค์ในชุดกางเกงขายาวสีดำสวม เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกลัดปลายแขนเสื้อด้วย cufflink ประดับอัญมณีสีแดงสด ในมือถือลูกโป่งสีสันสดใส 9 ใบ ประดับประดาด้วยริบบิ้นสีหวานและกากเพชรแวววาว เจ้าตัวหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สีเบสก่อนจะเคาะนิ้วลงบนบานประตูพอได้ยินเสียงตอบรับถึงได้เปิดเข้าไป

“Hello” ผมส่งยิ้มหวานให้ไอซ์ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวขนาดย่อม

“มิลค์” แต่กลับเป็นเสียงของใครอีกคนที่ตอบรับการมาถึงของผม

“ยินดีด้วย ... ลูกสาวใช่ไหม” ผมส่งยิ้มให้ออย ภรรยาของไอซ์ที่นอนอยู่บนเตียง

“อืม” ไอซ์เป็นฝ่ายตอบรับ ก่อนที่จะรับเอาลูกโป่งในมือของผมไปวางรวมกับของรับขวัญจากคนอื่นๆ

“มิลค์ไม่เห็นต้องลำบากเลย กลับมาเหนื่อยๆ ... ไอซ์เล่าให้ฟังว่าเพิ่ง landing เลยไม่ใช่เหรอ”

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง อยากมาเจอหน้าหลาน ...” ผมส่งยิ้ม จากที่ตั้งใจว่าจะมาอยู่ให้กำลังใจวันคลอด แต่ก็บังเอิญต้องไปทำงานต่างประเทศ กว่าจะกลับมาถึงวันพรุ่งนี้คุณแม่ป้ายแดงก็ได้กลับไปพักที่บ้านพอดี

“... หน้ามึงดูเหนื่อยๆ นะไอซ์” สีหน้าของมันเหมือนคนไม่ค่อยได้นอน

“ไหนจะลูก ไหนจะเมีย กูมึนหัวไปหมดแล้วเนี่ย”

“แล้วหลานคนโตของกูไปไหน” ผมหันซ้ายหันขวาไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกชายคนโตของไอซ์

“ฝากม๊ากลับบ้านไปแล้ว ไม่ไหววะ โรงบาลจะแตก ...” ผมหลุดขำในลำคอเมื่อเห็นสีหน้าติดรำคาญของไอซ์ แบบนี้แหละครับ ลูกชายคนโตกำลังอยู่ในวัยกำลังกินกำลังเล่น ไหนจะคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอด ไอซ์เลยรับความแสบของลูกชายไปเต็มๆ

“... แล้วไปประชุมมาเป็นไงบ้าง”

“จะให้กูตอบในฐานะอะไร เพื่อน หรือ คนในบริษัท”

“ในฐานะอะไรก็เรื่องของมึง” มันพูดพลางเดินกลับไปนั่ง ผมส่งยิ้มบางๆ ให้ออยแล้วเดินตามมันไป

“เขาดูลังเล เราน่าจะต้องให้ทีมทำการบ้านมาให้ดีมากกว่านี้” ผมบอกพลางสังเกตสีหน้าของมัน ในฐานะสมาชิกทีมการตลาดไอซ์น่าจะรู้ผลการประชุมคร่าวๆ ตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว

“เออ เดียววันจันทร์กูจัดการให้”

“ยังไม่ต้องก็ได้ มึงลาต่ออีกซักหน่อย จะได้ enjoy กับครอบครัว”

“ถึงจะเป็นเพื่อน แต่กูก็เป็นพนักงานในบริษัทมึงไหม เวลาสำคัญแบบนี้ลาได้ไง”

“ลาไปเถอะ กูจะได้แดกหัวหน้ามึงได้สะดวกหน่อย”

“มิน่า งั้นกูลาถึงพุธเลยนะ”

“เออ...” ผมพยักหน้า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความสะเพร่าของหัวหน้าฝ่ายการตลาด ในฐานะเพื่อนของผมไอซ์ทักท้วงเต็มความสามารถที่มันมี แต่ในฐานะลูกทีมเสียงของมันเลยไม่ดังและมีน้ำหนักมากเท่าที่ควร ถ้าพรุ่งนี้มันเข้าบริษัทผมก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตำหนิมันด้วย

“... กูคุยกับพ่อแล้วนะ กูจะปลดหัวหน้ามึงออก” คนตรงหน้าเลิกคิ้วสูง

“เอาจริงเว้ย มึงจะ exercise power เหรอ ...” ผมไม่ได้ตอบคำถามของไอซ์ แต่เรา 2 คนสนิทกันมากพอที่คนตรงหน้าจะเข้าใจว่าความเงียบของผมก็คือคำตอบอย่างหนึ่ง

“... จะเอาใครขึ้นแทน” เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบคำถามแรกมันเลยถามเพิ่มอีกคำถาม

“พ่อกูจะเอาคนของเขา กูเลยต่อรองว่าจะขอมึงไป PR”

“กู!!! กูเนี่ยนะทำ PR” มันทำสีหน้าเหมือนเห็นผี ไอซ์ถนัดการตลาดมากกว่า เพราะตั้งแต่จบมามันก็ทำด้านนี้มาตลอด รู้ว่ามันไม่ถนัด PR แต่ผมมีแผนสำหรับอนาคตของไอซ์ที่ยาวไกลมากกว่านี้

“เป็นผู้จัดการ ถึงเวลาก็เข้า line ผู้บริหารได้”

“จะเอากูไปเป็นแขนขาชนกับพ่อมึงว่างั้น”

“กูไม่มีคนที่ไว้ใจได้” มันพยักหน้าเข้าใจ ไอซ์รู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง แม้จะเป็นบริษัทของครอบครัวแต่ด้วยความใหญ่โตของบริษัททำให้การเมืองภายในดุเดือดไม่ต่างอะไรจาก game of throne พ่อมีคนของตัวเองไว้ใช้งาน ผมก็จำเป็นต้องมีคนของผมเช่นกัน

“คุยกันแต่เรื่องเครียดๆ ... ไอซ์พามิลค์ไปดูหลานไหม” ออยพูดขึ้นเพื่อละลายบรรยากาศระหว่างผมกับไอซ์ที่อยู่ๆ ก็ตึงเครียดขึ้นตามหัวข้อสนทนา

“ไปไหมมึง หลัง 3 ทุ่ม เขาไม่ให้เยี่ยมแล้วนะ”

“ไปดิ” ผมเดินตามไอซ์ออกจากห้องไปยังโซน nursery



“เชี่ยยยยย ได้จมูกมึงมาชัดๆ” ผมยิ้มจนตาหยีให้กับเด็กน้อยที่นอนหลับปุ้ยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระจกบานใหญ่ เร็วเกินไปที่จะบอกว่าหน้าเหมือนใคร แต่ที่แน่ๆ ได้จมูกของไอซ์มาเต็มๆ

“เหนื่อยเหี้ยๆ” ปากพูดว่าเหนื่อยแต่พอเห็นหน้าลูก สีหน้าอ่อนล้าของมันก็หายเป็นปริดทิ้ง

“เพื่อลูกไง ... ลูก 2 แล้วนะมึง คิดไว้ว่าจะมีกี่คนวะ”

“คิดว่า 2 นะ full fill ความฝันของกูแล้ว...” ไอซ์ตอบพลางมองเพื่อนสนิทตรงหน้า ในขณะที่มิลค์กำลังฉีกยิ้มกว้างมองลูกสาวคนเล็กของตัวเองแต่เจ้าตัวกลับมีเรื่องกังวลที่ไม่แน่ใจว่าจะบอกคนตรงหน้าดีไหม

“... มิลค์ กูมีเรื่องต้องบอกมึง ...” เจ้าของใบหน้าสวยละลายตาจากเด็กน้อยกลับมาตามเสียงเรียก

“… ไอ้จีกับเมียทะเลาะกัน”

“แล้วไงวะ ผัวเมียกันก็ทะเลาะกันเป็นปกติปะ” ผมพูดถึงความสัมพันธ์ของจีกับภรรยาเหมือนกับพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ

“ไอ้จีมีคนอื่น ... ความสัมพันธ์ของมันกับเมียไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนนี้สภาพเหมือนต่างคนต่างอยู่”

“บ้า มึงพูดอะไร ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องๆ” แม้พฤติกรรมจะบ่งบอกว่ามิลค์ต่อต้านทุกอารมณ์ที่จะพุ่งเข้าใส่ แต่ไอซ์ก็เห็นชัดว่าดวงตาตรงหน้าสั่นไหวมากแค่ไหน

“กูว่ามัน 2 คนไม่น่าไปกันรอด ... ดูทรงแล้วน่าจะเลิกกันเร็วๆ นี้” ผมรู้สึกเหมือน ... โดนฟ้าผ่าเข้ากลางหัวใจ

“ใครบอกมึง” ทุกคำพูดสัมผัสได้เลยว่าในลำคอนั้นแห้งผากไม่ต่างจากทะเลทราย

“เมียมันบอก ไม่มีใครรู้ มีแค่กู”

“แล้วมึงบอกกูทำไม ... มึงคาดหวังอะไรจากกู” มันเงียบไปพักหนึ่ง ผมสังเกตสีหน้าของมันที่แสดงออกชัดเจนว่ามีเรื่องให้กังวล

“กูไม่รู้ กูคิดว่ามึงควรจะรู้ไว้ แต่มึงต้องสัญญากับกู ... ถ้าเขายังไม่เลิกกัน มึงห้ามเข้าไปแทรกกลางเด็ดขาด”

“ถ้ามึงจะพูดแบบนี้ แล้วบอกกูทำไมวะ”

แน่นอนว่าตอนแรกผมไม่เชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง จีไม่ใช่คนที่จะนอกใจชีวิตคู่ของตัวเอง แต่ไอซ์ยืนยันหนักแน่นถึงสิ่งที่ตัวเองได้รับรู้มา ผมเห็นหลักฐานมากมายจนสุดท้ายผมก็ยอมรับว่าชีวิตคู่ของจีกำลังมีปัญหา ... หลายวันมานี้ผมเหมือนจมดิ่งเข้าไปในห้วงของความคิด ความทรงจำนับร้อยพันที่เก็บไว้ในเหวที่ลึกที่สุดหวนกลับเข้ามาราวกับฉายหนังซ้ำ ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกยังไง ดีใจหรือว่าเสียใจกันแน่ ทุกอย่างผสมปนเปกันไปหมด คำขอร้องของไอซ์ยังคงดังก้องในโสตประสาท แม้จะไม่ได้ให้คำสัญญาแต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ผมยอมรับความจริงได้นานแล้วว่าเรื่องในอดีตทั้งหมดเป็นเพียงความเพ้อฝัน และมีแต่ผมเท่านั้นที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ... หลังจากจากที่อยู่ๆ จีก็เปิดตัวแฟนสาว ผมที่เป็นเพื่อนสนิทถึงกับพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอมาก่อน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของผมกับจีก็เกิดปัญหา ผมตัดสินใจสารภาพความในใจกับจีก่อนที่จะถูกปฏิเสธ แล้วหลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเรา 2 คนก็มีช่องว่างขนาดใหญ่กั้นอยู่ตรงกลาง จากคนที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกลายเป็นคนแปลกหน้า และประตูความฝันของผมถูกปิดตายในวันที่จีแต่งงานเมื่อ 3 ปีก่อน



...



‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’

“เฮ่ออออ” ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ขณะก้มมอง smart phone ในมือ เครื่องหมายโทรออกแต่ไม่มีคนรับสายปรากฏอยู่เต็มหน้าจอใน list ลายชื่อเพื่อน (เคย) สนิท

นับจากวันที่รู้เรื่องราวจนมาถึงวันนี้ เกือบ 2 ปีแล้วที่ผมไม่สามารถติดต่อจีได้ โทรไปไม่รับ ไลน์ไปไม่อ่าน ... เรื่องราวล่าสุดที่รับรู้คือทั้งคู่สิ้นสุดสถานะสามีภรรยากันอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นจีก็ย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆไปเหมือนคนไม่เคยมีตัวตน ... ผมไม่มีชงักติดหลังอีกต่อไป คำขอของไอซ์ ณ วันนั้นไม่มีผลอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังลังเลที่จะเข้าหาจี ... ความคิดที่จะเป็นฝ่ายเข้าหามีเข้ามาในหัวตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าเขา 2 คนหย่าขาดกัน แต่ผมกลับกลัวว่าจะถูกปฏิเสธเป็นครั้งที่ 2 สุดท้ายเลยเลือกที่จะยืนอยู่ที่เดิมแล้วปล่อยให้โอกาสครั้งที่ 2 ลอยหายไปกับสายลม ... ตอนนี้ความทรงจำระหว่างเราไม่ต่างอะไรจากความฝัน ... เลือนรางและค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา

... ‘เลขา’

“ว่าไงครับ” ผมรับสายจากเลขส่วนตัว

“คุณมิลค์ครับ ทาง HR เพิ่งแจ้งผมมาว่ารถยนต์ของคุณไอซ์ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงครับ”

“ฮะ!!! แล้วไอซ์ละ เป็นไงบ้าง” หัวใจของผมแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปลายสาย

“ตอนนี้ไม่มีใครทราบครับว่าคุณไอซ์เป็นยังไง รู้แค่กำลังส่งตัวไปแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาล XXX ครับ”

“ได้ เดียวผมจะเข้าไป”

หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากหน้าอก มือทั้ง 2 ข้างสั่นจนแทบจะหยิบจับอะไรไม่ได้ ผมพยายามตั้งสติแล้วนึกภาพตอนที่ตัวเองเจอกับสถานการณ์ฉุกเฉินสมัยยังเป็นสัตวแพทย์ 1... 2 ... 3 ... 4 ...5 ...6 ...7 ...8 ...9 ...10 ... ผมหลับตาแล้วเริ่มนับ 1 ถึง 10 ในใจวนไปเรื่อยๆ วิธีนี้ได้ผลดีเสมอ

ผมขับรถไปหาไอซ์ แม้ระยะเวลาจาก office ไปถึงโรงพยาบาลไม่ไกลเท่าไหร่แต่เพราะความใจร้อนถึงได้รู้สึกว่าวันนี้ติดไฟแดงบ่อยกว่าทุกๆ วัน ทุกนาทียาวนานราวกับเป็นชั่วโมง ระหว่างทางผมโทรหาอาร์มให้มันช่วยกระจายข่าว ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที ผมก็พาตัวเองมายืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ผมชะงักในจังหวะที่กำลังจะพลักประตูแล้วสูดหายใจลึกๆ เข้าเต็มปอด ผมไม่รู้ว่าหลังประตูบานนี้มีอะไรรออยู่ ขอเวลาซักนาทีเพื่อเตรียมพร้อมกับความเครียดและความเสียใจที่จะถาโถมเข้าใส่ ... นิ้วมือเรียวสวยวางลงบนบานประตู ก่อนที่จะออกแรกผลัก ... แววตาของผมแข็งค้างกับภาพที่เห็น ขาทั้ง 2 ข้างอ่อนแรงจนต้องพาตัวเองไปนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด

“มึงมาทำเหี้ยอะไรวะ?” ไอ้เหี้ยยยยยยยยยย!!! โคตร short feel ไอ้ไอซ์ตัวเป็นๆ ในสภาพที่สะบักสะบอมนอนพิงหลังอยู่บนเตียง มันขมวดคิ้วมองหน้าผมราวกับสงสัยว่าทำไมดึกดื่นป่านี้แล้วผมถึงไม่นอนพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

ผมยกมือขึ้นห้ามไม่ให้มันพูดอะไรในขณะที่ตัวเองพยายามปรับลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

“ไอ้ควายเอ้ยยยยยยยยยยย!!! มึงรู้ไหมว่ากูเป็นห่วงมึงมากแค่ไหน #$$$*@@#$%$$###” แล้วผมเอ่ยคำพรุสวาสใส่คนตรงหน้าแบบไม่ยั้ง โทษฐานที่ทำให้คนอื่นเป็นห่วงโดยใช่เหตุ

สรุปคือไอซ์ไม่ได้เป็นอะไรมาก หลังจากตรวจอย่างละเอียดแล้วพอว่ามีแค่ข้อศอกหลุดเลยต้องใส่เฝือกอ่อนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน อาร์มและโจตามมาถึงโรงพยาบาลประมาณ 30 นาทีให้หลัง และพอทุกอย่างเรียบร้อยพวกเราเลยขับรถพาไอซ์มาส่งที่บ้านและถือโอกาสรวมตัวกินมื้อเย็นกันแบบเฉพาะกิจ

บรรยากาศเก่าๆ กลับมาอีกครั้ง พวกเรา 4 คน บนโต๊ะกินข้างเต็มไปด้วยเสียงแซว คำด่า และเสียงหัวเราะ โคตรคิดถึงบรรยากาศแบบนี้ 6 เดือนได้แล้วมั้งนับจากครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตา ... แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อประตูบ้านไอซ์เปิดออก และคนที่เดินเข้ามาคือ

... จี ...

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กราวกับเห็นผี เพราะเข้าใจว่าจีอยู่ที่สิงคโปร์ จีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นไอซ์ในสภาพที่แขนใส่เฝือกอ่อนกำลังพูดคุยและยิ้มแย้มกับพวกเราอยู่ จีเดินเข้าไปกอดไอซ์ และตบหลังไอซ์หนักๆ 2 ที เป็นเชิงให้กำลังใจ

"มึงต้องรอให้รถชนก่อนเหรอ มึงถึงจะโผล่หน้ามา" เงียบกริบ ใบ้แดกกันทั้งบ้าน จีทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ยิ้มแห้งๆ ปรากฏขึ้นบนให้หน้าที่ห่างหายไปจากความทรงจำของผมพอสมควร แล้วมันสบตาผมเหมือนจะขอความช่วยเหลือ

“ไอซ์ มันมาก็ดีแล้ว” เป็นผมที่พูดออกมาเพื่อผ่อนอารมณ์ของไอซ์ให้เบาลง ... ไม่แปลกที่ไอซ์จะพูดรุนแรงเพราะที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ผมคนเดียวที่พยายามติดต่อจี ไอซก็พยายามไม่ต่างกัน

รู้ตัวอีกทีคือตอนที่จีมายืนอยู่ตรงหน้า พอได้สติถึงได้รู้ตัวว่าเรา 2 คนจับมือกันไว้หลวมๆ เพราะที่นั่งข้างๆ ถูกจับจองหมดแล้ว จีเลยต้องเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม ผมลอบมองคนที่หายหน้าหายตาไปนาน มันอ้วนขึ้นจากครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ไม่ได้โกนหนวด แต่งตัวเหมือนเพิ่งตื่นแล้วออกจากบ้านมาทั้งอย่างนั้น ... เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันในรอบหลายปี ผมรู้ตัวเลยว่าไม่สามารถละสายตาจากมันได้ ความรู้สึกมากมายถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นในมหาสมุทร โกรธที่มันหายไปโดยไม่บอกกล่าว โมโหที่ทำเหมือนผมไม่มีความสำคัญอะไรกับชีวิตของมันแม้แต่น้อย คิดจะหายตัวไปก็หายไปดื้อๆ แต่พอคิดจะมาก็กลับมาง่ายๆ แบบนี้ ... โคตรคิดถึง ... คิดถึงเสียง คิดถึงสัมผัส คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงดวงตาชั้นเดียวคู่นั้นที่ผมหลงไหลมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่ามีเพื่อนคนอื่นๆ อยู่ด้วยผมคงโผเข้าไปกอดมันตั้งแต่แรกเห็น

พวกเรานั่งคุยกันจนถึง 4 ทุ่ม จนม๊าลงมาตามให้ขึ้นไปช่วยพาลูกเข้านอน พวกเราเลยตัดสินใจแยกย้ายให้ไอซ์ได้ใช้เวลากับครอบครัวซักที ผมลุกขึ้นเอาแก้วน้ำ 2-3 ใบบนโต๊ะไปล้าง พอหันกลับมาถึงได้เห็นว่าจียืนอยู่ข้างหลัง ... ผมไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไง เลยได้แต่ส่งยิ้มให้คนตรงหน้า

"มึงเป็นไงบ้าง" จีถาม

"ก็ดี" มันหยิกพุงผมทันทีที่เดินเข้ามาใกล้ แปลกที่ผมยืนอยู่นิ่งๆ ให้มันหยิก โดยที่ไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบหรือโวยวายใส่เหมือนปกติ

"ผอมลง?" มันทำหน้าสงสัย

"อืม ลดลงนิดหน่อย" หลังจากเรียนจบผมก็น้ำหนักขึ้นมาเรื่อยๆ จนเริ่มลดอย่างเป็นจริงเป็นจังเมื่อ 6 เดือนก่อน ตอนนี้แม้จะไม่ได้กลับร่างเดิมสมัยมหาลัยแต่ก็ถือว่าผอมลงมามาก

"ลงมาเยอะวะ ดูกูตอนนี้ดิ" ผมถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อมันพูดพลางหยิกพุงตัวเอง ... เออ ส่วนเกินออกมาเป็นก้อนเลย

เรา 2 คนเดินออกจากบ้านเป็นคนสุดท้ายเพราะแวะสวัสดีม๊า ในจังหวะที่ยังไม่ก้าวพ้นประตูบ้าน ไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรถึงได้เข้าไปกอดแขนคนที่เดินอยู่ข้างๆ

"กลับมาแล้วเนอะ" ฟังดูแล้วออกจะเป็นประโยคครึ่งๆ กลางๆ แต่ผมรู้ว่าจีเข้าใจว่าผมต้องการจะสื่ออะไร

“อืม กลับมาแล้ว” หลังจากได้รับคำตอบรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย

ความหวังว่าจะได้พูดคุยกับจีถูกดับไป เมื่อผมถูกไอซ์ไล่กลับไปก่อนเพราะมันมีเรื่องจะคุยกับจีเหมือนกัน ผมลังเล ตอนแรกคิดว่าจะอยู่รอ แต่เพราะเจอสายตาดุๆ ของไอซ์ ผมเลยต้องยอมขึ้นรถกลับบ้าน
28
พูดคุยทั่วไป / Girls From Your Town - Anonymous Adult Dating - No Selfie
« กระทู้ล่าสุด โดย ProserpinaW เมื่อ 07-12-2025 00:57:47  »
Womens In Your Town - No Selfie - Anonymous Adult Dating
https://SecreLocal.com
 
Girls In Your Town - Anonymous Adult Dating - No Verify
29
Boy's love story / Girls In Your Town - Anonymous Adult Dating - No Selfie
« กระทู้ล่าสุด โดย nuengorca เมื่อ 06-12-2025 17:53:03  »
Womens In Your City - No Verify - Anonymous Sex Dating
https://SecreLocal.com
 
Womens In Your City - Anonymous Casual Dating - No Verify
30
ซื้อขาย / Girls From Your Town - Anonymous Casual Dating - No Verify
« กระทู้ล่าสุด โดย Knsamorin เมื่อ 06-12-2025 16:24:54  »
Girls From Your City - No Verify - Anonymous Sex Dating
https://SecreLocal.com
 
Girls In Your City - Anonymous Casual Dating - No Verify
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 ... 10
สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด