คืนที่ร้าย..นายที่รัก l (Our Half Night) >>UP//13-มึงคิดยังไงกับพี่เค้าวะ
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด

สนใจโฆษณาติดต่อ laopedcenter[at]hotmail.com คลิ๊กรายละเอียดที่ตำแหน่งว่างเลยครับ

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด

ผู้เขียน หัวข้อ: คืนที่ร้าย..นายที่รัก l (Our Half Night) >>UP//13-มึงคิดยังไงกับพี่เค้าวะ  (อ่าน 2081 ครั้ง)

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
ข้อตกลงในการเข้ามาในเล้าเป็ดนะครับ กรุณาอ่านทุกคนนะครับ
เล้าแห่งนี้เป็นที่ที่คนชื่นชอบนิยาย boy's love หรือชายรักชาย หากใครหลงมาแล้วไม่ชอบ
กรุณากดกากบาทสีแดงมุมด้านขวาบนออกไปด้วยนะครับ


ติดตามกฎเพิ่มเติมที่กระทู้นี้บ่อยๆ เมื่อมีการแก้ไขกฎจะแก้ไขที่กระทู้นี้นะครับ
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0

ประกาศทั่วไปติดตามอัพเดทกันที่นี่
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.0

ประกาศ กฎที่อื่นมีไว้แหก แต่ห้ามมาแหกที่นี่

1.ห้ามมิให้ละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนแต่งและบุคคลในเรื่องทั้งหมด
การสนใจและชื่นชอบนิยายและเรื่องเล่าของคนในเรื่องควรมีขอบเขตที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับเป็ดที่ตอนนี้ถูกรังควานตามหาตัวจากคนด้านต่างๆ จนตัดสินใจไม่เล่าเรื่องต่อ.........เนื่องจากบางเรื่องเป็นเรื่องเล่า.....................บางคนไม่ได้เปิดเผยตัวตน  เขาพอใจจะมีความสุขในที่เล็กๆแห่งนี้โดยไม่ได้ตั้งใจให้คนภายนอกได้รับรู้เรื่องราวแล้วนำไปพูดต่อ   เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าสังคมไม่ได้ยอมรับพวกเราสักเท่าไหร่

2.ห้ามมิให้โพสต์ข้อความ รูปภาพ ใช้ลายเซ็นหรือรูปส่วนตัวหรือสื่อใดๆที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ไม่แสดงความเคารพ
หมิ่นประมาท,
หยาบคาย, เป็นที่รังเกียจ, ไม่เหมาะสม,ติดเรท x,ทำให้กระทู้กลายพันธ์,ไม่เกี่ยวพันกับนิยายที่ลง
หรืออื่นๆที่ขัดต่อกฎหมาย,ห้ามโพสต์กระทู้ที่จะสร้างประเด็นความขัดแย้ง  ในเรื่อง การเมือง ศาสนา พระมหากษัตริย์
และสถาบันต่าง ๆ  รวมถึงกระทู้ที่จะสร้างความแตกแยก  ชวนวิวาท ของสมาชิกภายในเวปบอร์ด
การกระทำเช่นนั้นอาจทำให้คุณแบนทันที และถาวร . หมายเลข IP ของทุกโพสต์จะถูกบันทึกเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในความเป็นจริงเป็นไปได้ยากมากที่จะให้แต่ละคนมีความคิดเห็นตรงกันทั้งหมด   คนเรามากมายต่างความคิดต่างความเห็น เติบโตมาภายใต้ภาวะแวดล้อมต่างกันการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง   จึงควรทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน แบ่งปันประสบการณ์และมิตรภาพเพื่ออาจเป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิต  และไม่ว่าจะอย่างไรก็ควรเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคลอื่นช่วยกันสร้างให้บอร์ดนี้มีแต่ความรักนะครับ   

เรื่องบางเรื่องอาจจะเป็นทั้งเรื่องแต่งหรือเรื่องเล่าใดๆก็ขอให้ระลึกเสมอว่า  อ่านเพื่อความบันเทิงและเก็บประสบการณ์ชีวิตที่คุณไม่ต้องไปเจอความเจ็บปวดเล่านั้นเองเพื่อเป็นข้อเตือนใจ สอนใจในการตัดสินใจใช้ชีวิต   จึงไม่ต้องพยายามสืบหาว่าเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งส่วนการพูดคุยนั้น   ก็ประมาณอย่าทำให้กระทู้กลายพันธุ์ห้ามเอาเรื่องส่วนตัวมาปรึกษาพูดคุยกันโดยที่ไม่เกี่ยวพันกับเรื่องในกระทู้นิยาย  ถ้าจะวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็นทุกคนมีสิทธิแต่ขอให้ไปตั้งกระทู้ที่บอร์ดอื่นที่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ

3.การนำเรื่อง ข้อความ รูปภาพมาโพสต์ หรือนำข้อความใดๆไปโพสที่อื่นๆ กรุณาพยายามติดต่อเจ้าของเรื่องเท่าที่จะทำได้หรือแจ้งมายังบอร์ดนี้ก่อนนะครับ  เนื่องจากเจ้าของเรื่องบางครั้งไม่ต้องการให้คนที่ไม่ได้ชื่นชอบนิยายชายรักชายเข้ามารับรู้  ลิขสิทธิ์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของคนที่ทำขึ้นและเว็บแห่งนี้นะครับ

4.ห้ามแจกเบอร์ แลกเมล์ บอกเมล์ แลก msn บนบอร์ด โดยเฉพาะการบอกเบอร์ หรือเมลของคนอื่นโดยที่เจ้าของไม่ยินยอมให้ส่งหรือติดต่อกันทางพีเอ็มจะปลอดภัยกว่าแล้วเมื่อมีการติดต่อสื่อสารกันให้พึงระวังถึงความปลอดภัย ความไม่น่าไว้ใจของผุ้คนทุกคนแม้จะมีชื่อเสียงในบอร์ดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนไป เพื่อลดความขัดแย้งภายในเล้า จึงไม่สนับสนุนให้มีการจีบกันในบอร์ดนะครับ

5.ห้ามจั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” นักเขียนทุกคนอย่าโกหกคนอ่านว่าเป็นเรื่องจริงในกรณีแต่งเติมเพิ่มแม้แต่นิดเดียวให้ชี้แจงว่าเป็นเรื่องแต่งแม้จะแต่งเพิ่มขึ้นแค่ไม่ถึง 10 % ก็ตาม
เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่เขียนจากเรื่องจริง เมื่อนำมาพิมพ์เป็นเรื่องผ่านตัวอักษร ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดสีสันในเนื้อเรื่อง ทางเล้าถือว่านั่นคือการเพิ่มเติมเนื้อเรื่อง จึงไม่อนุญาตให้จั่วหัวกระทู้ว่าเป็น “เรื่องเล่า” แต่สามารถแจ้งว่าเป็น “นิยายที่อ้างอิงมาจากชีวิตจริง” ได้  มีคนมากกมายทะเลาะเสียความรู้สึกเพราะเรื่องนี้มามากแล้ว

6.การพูดคุยโต้ตอบระหว่างคนเขียนและคนอ่านนอกเรื่องนิยาย  ทำได้  แต่อย่าให้มากนัก เช่น คนเขียนโพสต์นิยายหนึ่งตอน ก็ควรตอบเพียงคอมเม้นต์เดียวก็พอแล้ว  โดยสามารถใช้ปุ่ม Insert quote ได้    ถ้าจะพูดคุยกันมากขึ้นแนะนำให้ไปตั้งกระทู้ใหม่ที่ห้องพูดคุยทั่วไป และลงลิงค์จากนิยายไปยังกระทู้พูดคุยกับแฟนคลับนิยายในรีพลายแรกด้วยนะครับ เพราะการที่คนเขียนและแฟนคลับพูดคุยกันมากทำให้หานิยายที่จะอ่านยาก ไม่เจอ ลำบากกับคนที่ไม่ได้เข้ามาตามอ่านทุกวัน

7. การกดบวกให้เป็ดเหลือง
      7.1 นิยาย 1 ตอน  จะให้ขึ้น Top list แค่ 1 Reply เท่านั้น ถ้าขึ้นเกิน จะลบคะแนนออก เหลือเฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด
      7.2 นิยาย 1 เรื่อง จะให้ขึ้น Top list ไม่เกิน 3 Reply ถ้าเกิน จะลบคะแนนออก ให้เหลือ เฉพาะ Reply ที่มีคะแนนสูงสุด ลงมาตามลำดับ
      7.3 Post ในห้องอื่น ๆ ก็จะใช้ หลักการเดียวกันนี้ เช่นกัน ยกเว้น
            - 1 Reply ที่เกินมานั้น โมทั้งหลาย พิจารณาดูแล้วว่า ไม่เป็นการปั่นโหวต และเป็น Reply ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบจริง ๆ

8.Administrator และ moderator ของ forum นี้ มีสิทธิ์อ่าน, ลบ หรือแก้ไขทุกข้อความ. และ administrator, moderator หรือ webmaster ไม่สามารถรับผิดชอบต่อข้อความที่คุณได้แสดงความคิดเห็น (ยกเว้นว่าพวกเขาจะเป็นผู้โพสต์เอง).

9.คุณยินยอมให้ข้อมูลทุกอย่างของคุณถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูล. ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยไม่ได้รับการยินยอมจากคุณ .Webmaster, administrator และ moderator ไม่สามารถรับผิดชอบต่อการถูกเจาะข้อมูล แล้วนำไปสร้างความเดือดร้อนต่างๆ

10.ห้ามลงประกาศลิงค์โปรโมทเวป  โฆษณา หรือโปรโมทในเชิงธุรกิจใดๆ ทุกชนิด ลงได้เฉพาะในห้องซื้อขาย ในเมื่อแนะนำเวปอื่นที่บอร์ดเรา ก็ช่วยแนะนำบอร์ดเราโดยลงลิงค์บอร์ดเรา เว็บ http://www.thaiboyslove.com  ในบอร์ดที่ท่านแนะนำมาให้เราด้วย  เมื่อจำเป็นต้องแนะนำลิงค์ให้ส่งลิงค์กันทาง personal message หรือพีเอ็มแทนนะครับจะสะดวกกว่า ส่วนในกรณีอยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนๆได้อ่านจริงๆนั้นพยายามลงให้ห้องซื้อขายซะ หรือถ้าม้อดเดอเรเตอร์จะพิจารณาเป็นกรณีๆไป ถ้ารู้สึกว่าไม่ได้โปรโมทเว็บ แต่อยากแนะนำสิ่งดีๆให้เพื่อนด้วยใจจริงจะให้กระทู้นั้นคงอยู่ต่อไป

11.บอร์ดนิยายที่โพสต์จนจบแล้วมีไว้สำหรับนิยายที่โพสต์ในบอร์ด boy's love จนจบแล้วเท่านั้น จึงจะถูกย้ายมาเก็บไว้ที่นี่ หาอ่านนิยายที่จบแล้ว หรือคนเขียนไม่ได้เขียนต่อ แต่โดยนัยแล้วถือว่าพล็อตเรื่องโดยรวมสมควรแก่การจบแล้ว หากนักเขียนท่านใดได้พิมพ์เล่มกับสำนักพิมพ์ ต้องการลบเรื่องบางส่วนออก โดยเฉพาะไคลแม๊ก หรือตอนจบที่สำคัญ ให้แจ้ง moderator ย้ายนิยายของท่านสู่ห้องนิยายไม่จบ เพื่อที่หากระยะเวลาเกินหกเดือนแล้ว เราจะได้ทำการลบทิ้ง หรือท่านจะลบนิยายดังกล่าวทิ้งเสียก็ได้ เนื่องจากบอร์ดนี้เก็บเฉพาะนิยายที่จบแล้ว

บอร์ดนิยายที่ยังไม่มาต่อจนจบไว้สำหรับ
นิยายที่คนเขียนไม่ได้มาต่อนาน หายไปโดยไม่มีเหตุผลสมควร ไม่ได้แจ้งไว้หรือแจ้งแล้วก็ไม่มาต่อ 3 เดือน จะย้ายมาเก็บในนี้เมื่อครบหกเดือนจะทำการลบทิ้ง ส่วนเรื่องไหนที่จะต่อก็ต่อในนี้จนกว่าจะจบ แล้วถึงจะทำการย้ายไปสู่บอร์ดนิยายจบแล้วต่อไป

12.ห้ามนำเรื่องพิพาทต่างๆมาเคลียร์กันในบอร์ด

13.ผู้โพสต์นิยาย และเขียนนิยายกรุณาโพสต์ให้จบ ตรวจสอบคำผิดก่อนนำมาลงด้วยครับ

14.ส่วนคนอ่านทุกท่าน เวลาอ่านนิยาย เรื่องที่คนเขียนเขียน  ก็ไม่ต้องไปอินมากนะครับ ให้เก็บเอาสิ่งดีๆ ประสบการณ์ ข้อคิดดีๆไปนะครับ

15. การนำรูปภาพ บทความ ฯลฯ มาลงในเว็บบอร์ด  ควรจะให้เครดิตกับ...
(1) ผู้ที่เป็นต้นตอเจ้าของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ
(2) เว็บไซต์ต้นตอที่อ้างอิงถึง
....ในกรณีที่เป็นบทความที่ถูกอ้างอิงต่อมาจากเวปไซต์อื่นๆ
- ถ้ามีแหล่งต้นตอของเจ้าของบทความ  ให้โพสต์ชื่อเจ้าของต้นตอของบทความหรือรูปภาพนั้นๆ  พร้อมทั้งเว็บไซต์ที่อ้างอิง
  (กรณีนี้จะโพสต์อ้างอิงชื่อผู้โพสต์หรือเว็บไซต์ที่เรานำมาหรือไม่ก็ได้ แต่ควรมั่นใจว่าชื่อต้นตอของที่มาถูกต้อง)
- ถ้าไม่สามารถหาชื่อต้นตอของรูปภาพหรือเว็บไซต์ที่นำมาได้ ควรอ้างอิงชื่อผู้โพสต์และเว็บไซต์จากแหล่งที่เรานำมาเสมอ
- ควรขออนุญาติเจ้าของภาพหรือเจ้าของบทความก่อนนำมาโพสต์ค่ะ(ถ้าเป็นไปได้) ยกเว้นพวกเว็บไซต์สาธารณะ เช่น  หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ฯลฯ ที่เปิดให้คนทั่วไปได้อ่านเป็นสาธารณะ ก็นำมาโพสต์ได้ แต่ให้อ้างอิงเจ้าของชื่อและแหล่งที่มาค่ะ
- ไม่ควรดัดแปลงหรือแก้ไขเครดิตที่ติดมากับรูปหรือบทความก่อนนำมาโพสต์
- ถ้าเป็น FW mail  ก็บอกไปเลยว่าเอามาจาก FW mail

16.นิยายเรื่องไหนที่คิดว่าเมื่อมีการรวมเล่มขายแล้วจะลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออก กรุณาอย่าเอามาลงที่นี่ หรือสำหรับผู้ที่ขอนิยายจากนักเขียนอื่นมาลง ต้องมั่นใจว่าเรื่องนั้นจะไม่มีการลบเนื้อเรื่องไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดออกเมื่อมีการรวมเล่มขาย อนึ่ง เล้าไม่ได้ห้ามให้มีการรวมเล่มแต่อย่างใด สามารถรวมเล่มขายกันได้ แต่อยากให้เคารพกฎของเล้าด้วย เล้าเปิดโอกาสให้ทุกคน จะทำมาหากิน หรืออะไรก็ตามแต่ขอความร่วมมือด้วย เผื่อที่ทุกคนจะได้อยู่อย่างมีความสุข

17.ห้ามแจ้งที่หัวกระทู้เกี่ยวกับการจองหรือจัดพิมพ์หนังสือ แต่อนุโลมให้ขึ้นหัวกระทู้ว่า “แจ้งข่าวหน้า...” และลงลิงค์ที่ได้ตั้งเอาไว้ในแล้วในห้องซื้อขายลงในกระทู้นิยายแทน  ถ้านักเขียนต้องการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจอง หรือจัดพิมพ์หนังสือของตนเองผ่านกระทู้นิยายของตนเอง  นิยายเรื่องดังกล่าวจะต้องลงเนื้อหาจนจบก่อน (ไม่รวมตอนพิเศษ) จึงจะทำการประชาสัมพันธ์ในกระทู้นิยายได้ (ศึกษากฎการซื้อขายของเล้าก่อน ด้วยนะคะ)
ว่าด้วยเรื่องการจะรวมเล่มนิยายขายในเล้า จะต้องมี ID ซื้อขายก่อน ถึงจะสามารถประกาศ ..แจ้งข่าว.. ที่บนหัวกระทู้ของนิยายได้ ในกรณีที่ รวมเล่มกับ สนพ. ที่มี  ID ซื้อขายของเล้าแล้ว นักเขียนก็สามารถใช้ หมายเลข  ID ของ สนพ. ลงแจ้งในหน้าที่มีเนื้อหารายละเอียดการสั่งจองนิยายได้

18.ใครจะโพสต์เรื่องสั้นให้มาโพสต์ที่บอร์ดเรื่องสั้น ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที  ส่วนเรื่องสั้นที่จบแล้วให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้วจะได้ไม่ถูกลบทิ้งและจะเก็บไว้ที่บอร์ดเรื่องสั้นไม่ย้ายไปไหน   เช่นเดียวกับนิยายทุกเรื่องเมื่อจบให้แก้ไขโพสต์แรก และต่อท้ายว่าจบแล้ว จะได้ย้ายเข้าสู่บอร์ดนิยายจบแล้ว ไม่เช่นนั้นม๊อดอาจเข้าใจว่าไม่มาต่อนิยายนานเกินจะโดนลบทิ้งครับ

********************************************
{ คืนที่ร้าย..นายที่รัก}
  Our Half Night


by....KalongKongkaeng

:laugh: :laugh:



********************************


‘เมื่อมือใหม่หักรักสนุกอย่าง ' มีน ' หันหลังให้กับความรัก เข้าสู่วังวนแห่งการเปลี่ยนคู่นอนไม่ซ้ำหน้า ทว่าคนแรกที่เขามีอะไรด้วยกลับเป็น 'ปราบปราม ' พี่ชายข้างบ้านที่โคตรจะไม่ถูกชะตาและที่สำคัญ...



พี่มันไม่ยอมจบแค่ครั้งเดียว



--------------------------------------


 “เลิกวุ่นวายกับชีวิตผมได้แล้ว ผมรำคาญ บอกแล้วไงว่าแค่สนุก จะจริงจังทำเหี้ยอะไร” คืนนี้มันจะต้องจบความรู้สึกบ้าๆ ที่วนเวียนอยู่ในใจผมสักที



“มึงคิดแค่นั้นจริงๆหรอวะ”




“ก็เออนะสิ ทำไมพี่เข้าใจอะไรยากจัง”



“ได้..ในเมื่อมึงเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องสนุก คืนนี้กูจะทำให้มึงสนุกจนลืมไม่ลงเลยแหละ”


.

“แล้วอย่าหวังว่าชีวิตนี้มึงจะหลุดพ้นจากกูได้”

.

“คนอย่างกูไม่ชอบแบ่งของเล่นให้ใคร”


 

ไอ้เหี้ยพี่ปราบ !!! กูเกลียดมึงจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว


--------------------------------



คำเตือน  ::

นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนวชายรักชาย เรื่อง บุคคล อาชีพ และสถานที่ เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งทั้งสิ้น มิได้มีเจตนาในการพาดพิงใดๆ  อาจมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ภาษาที่แสดงอารมณ์ทางเพศ และมีคำพูดที่หยาบคาย รวมถึงมีการใช้ภาษาที่ผิดไวยากรณ์ ภาษาปากเพื่อความอรรถรส เยาวรุ่นทั้งหลายโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน


#คืนที่ร้ายนายที่รัก

#ปราบปราม X มีน

********************

สารบัญอยู่นี่!!
Share This Topic To FaceBook
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20-06-2021 20:26:06 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 00 --- ❝ อินโทรดั๊กชั่น ❞


 
‘Half-Night Stands’

 เป็นนิยามของการมีเพศสัมพันธ์ที่แทบไม่ต้องมีพันธสัมพันธ์ในเวลาและร่างกาย เราไม่จำเป็นต้องดำเนินการความสัมพันธ์กันไปจนกระทั่งตื่นเช้าแล้วลืมตาเพื่อมาพบกัน ทว่าหากเสร็จกิจแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกลับไปในทันที การมีเซ็กส์เป็นเรื่องปกติ ความรักเป็นเรื่องของความใกล้ชิดสนิทสนมและลึกซึ้งระหว่างกัน  มันจะง่ายขึ้นถ้าออกมาจากตรงนั้นในทันที เพราะมันไม่ใช่ความรักหากแต่เป็นเพียงความใคร่ในอารมณ์ปรารถนาเท่านั้น





มีเพียงไม่กี่เหตุผลที่คนเราจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ต่างออกไปจากเดิม

ไม่ผิดหวังจากความรักก็อยากสมหวังกับความรัก !!



บางคนเปลี่ยนจากคนอ่อนแอเปราะบางเป็นคนเข้มแข็ง บางคนเปลี่ยนจากคนหยาบกร้านเป็นสันดานดีในชั่วพริบตา บางคนเปลี่ยนจากคนที่ไม่เคยดูแลตัวเองหันกลับมาให้คุณค่ากับตัวเองเพื่อให้ใครสักคนสนใจ


หากได้ลองรักคุณจะรู้ว่ามันมีอานุภาพรุนแรงและมีอิทธิพลกับคนคนหนึ่งได้มากขนาดไหน


แต่ถ้าถามผมว่าอะไรคือต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนไปจากเดิมได้มากขนาดนี้คำตอบก็คงจะเป็น


‘ความผิดหวังจากคำว่ารัก’



ทุกครั้งที่มีรักผมทุ่มเทและจริงใจกับมันเสมอ ผมมั่นใจมาตลอดว่าหากเราให้สิ่งมีค่าที่สุดทั้งร่างกายตลอดจนหัวใจกับใครสักคนที่ทำให้ยิ้มได้ เราจะได้กลับมาเช่นกัน



ขว้างดอกไม้ออกไปก็หวังจะได้ดอกไม้กลับมา

ไม่ใช่คมธนูแหลมที่เสียบกลางอกให้เจ็บปวด


ทว่าทุกครั้งที่ผมมีรักกลับไม่เป็นแบบที่คาดหวังเอาไว้เลยแม้สักครั้ง


เมื่อยิ่งทุ่มเทยิ่งถูกถอยห่าง

เมื่อยิ่งจริงใจยิ่งถูกนอกใจ

เมื่อยิ่งทะนุถนอมยิ่งพังทลาย

เมื่อยิ่งรักมากผมยิ่งเจ็บมาก




ผลตอบแทนของการเป็นคนดีที่รักเดียว...‘คือความเสียใจ’

.

(--รักแท้..แพ้คนบนเตียง –)

ผู้ชายไม่เจ้าชู้ก็เหมือนงูไม่มีพิษ ประโยคที่ฟังแล้วโคตรเสี่ยวเวลาโพสต์แคปชั่นเรียกยอดไลค์ ทว่าในความเป็นจริง

การคบกับผู้ชายเจ้าชู้..ก็เหมือนงูที่มีพิษ !! หากไม่ระวังต้องตายด้วยพิษงูเข้าให้สักวัน

ถามจริงตอนคิดแคปชั่นไม่เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า ‘ชาวนากับงูเห่า’ หรือยังไง !!

.

 “พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงเลยนะ ใครๆก็ทำกัน พี่แค่นอกกายไม่ได้นอกใจมีนสักหน่อยสุดท้ายพี่ก็ต้องกลับมาหามีนยังรักมีนเหมือนเดิม”

“รักผมแต่เที่ยวไปนอน ไปมั่วกับคนอื่นแบบนั้นหรอที่เรียกว่ารัก เรียกว่าเห็นแก่ตัวมากกว่า”

“พี่ให้มีนทุกอย่าง ตามใจมีนตลอด เรื่องแค่นี้มีนให้พี่ไม่ได้เลยหรอ มีนมากกว่าที่เห็นแก่ตัวไม่ใช่พี่”

คำพูดของพี่ไตรทำเอาผมรู้สึกชาวาบตั้งแต่ผมเส้นแรกจรดเล็บขบ

“เหี้ยเนาะ”

“พี่เป็นของพี่แบบนี้ก่อนจะคบกับมีนคงเปลี่ยนไม่ได้หรอก ถ้ามีนไม่ยอมให้อิสระกับพี่เราก็คงต้องเลิกกัน”

ผมนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

“โอเคผมยอม”

“มีนยอมให้ปล่อยให้พี่ไปนอนกับคนอื่นได้ใช่มั้ย”

“ที่ยอมคือกูยอมเลิก จะคบต่อทำเหี้ยอะไรละ ระยำขนาดนี้”

ผมชกหน้าไอ้เหี้ยไตรไปหนึ่งหมัดสุดแรงแล้วปิดประตูดังสนั่นลั่นคอนโด

เป็นไงเห็นแบบนี้แล้วยังชอบงูมีพิษกันอยู่มั้ยล่ะ !!



.

(--รักแท้..แพ้โลกสองใบ –)

เคยได้ยินคำว่าโลกสองใบจากกระทู้ชื่อดัง..เมื่อก่อนก็ไม่เข้าใจจนกระทั่ง

‘ผมกลายเป็นโลกคู่ขนานของแฟนตัวเอง’

.

“นานแค่ไหนแล้วครับที่พี่กับเค้าคบกัน”

“ก่อนที่พี่กับเราจะคบกันนั่นแหละ”

“แล้วพี่มาหลอกผมทำไมกันครับ พี่รู้มั้ยว่าผมเสียใจมากแค่ไหน”

“ก็ตอนนั้นพี่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร เลยลองคบทั้งสองคน”

 “แล้วพี่ตัดสินใจได้หรือยังครับว่าพี่จะเลือกใคร” ภาวนาให้เป็นผม แม้โอกาสจะน้อยนิดยิ่งกว่าส่งฝาชาเขียวชิงโชคซะอีก

“ขอโทษนะมีน พี่เลือกเค้า” นั่นไงกูว่าแล้ว !!

“พี่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข” ใจผมเต้นตึกๆ

“เหอะ” จุกโคตรๆ จนพูดอะไรไม่ออก

“คนเรามักจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองและพี่ก็รักตัวเองมาก หวังว่ามีนจะเข้าใจ”

เข้าใจเหี้ยอะไร !!! คนที่ทิ้งจะพูดดียังไงก็ได้เพราะมึงไม่เจ็บ ส่วนกูคนถูกทิ้งแค่มึงหายใจใส่กูก็เจ็บสัสๆ แล้ว ห่าเอ๊ย



เป็นไงเห็นแบบนี้แล้วยังชอบงูมีพิษกันอยู่มั้ยล่ะ !!

.

(--รักแท้..แพ้คนหลายใจ–)

สุดท้ายรักแท้ก็แพ้คนหลายใจ !! ร้องเยอะไม่ได้เดี๋ยวเค้ามาเก็บค่าลิขสิทธิ์

.

“สวัสดีครับ นั่นใช่พี่มีนหรือเปล่าครับ”

[ใช่ครับจากที่ไหน]

“จากบนเตียงของผมซึ่งมีพี่ทิวนอนอยู่ข้างๆครับ”

ตึก !!! คลับไฟเดย์สัสๆ

[ต้องการอะไรว่ามา]

“พอดีว่าผมอยากได้แฟนพี่อะครับ ขอได้มั้ย”

[ถ้ากูบอกว่าไม่ให้ มึงก็คงจะเอาอยู่ดีสินะ กูเดาถูกมั้ย]

“ผิดนิดหน่อยครับ เพราะถึงพี่ไม่ให้แฟนพี่ก็เลือกผมอยู่ดีเลยโทรมาบอกก่อนกลัวจะรอเก้อ เพราะนี่ก็อาทิตย์กว่าแล้วที่พี่ทิวไม่กลับไปหา”

[เอาไปเถอะ กูยกให้]

“ครับ”

[ส่วนมึงกูขอชื่นชมที่กล้านอนกับผู้ชายที่เค้ามีแฟนแล้ว อย่าลืมเก็บความภาคภูมิใจนี้เอาไว้กลับไปบอกพ่อแม่ญาติพี่น้องของมึงด้วยนะว่ามึงประสบความสำเร็จกับเรื่องจังไรแบบนี้]

“…..”

[เพราะมีไม่บ่อยหรอกที่จะมีคนหน้าด้านแบบมึงโทรมาขอแฟนเค้าทั้งที่ยังไม่เลิกกัน น่าภูมิใจจริงๆ]

แมร่งเอ๊ย !!! คงคิดว่ากูจะร้องไห้สินะ หึ..จะเหลือหรอเจ็บเหี้ยๆ เลยที่ถูกหยาม

โถ !! นึกว่าจะแน่ .. กูเนี่ย



จบ !!! นั่นแหละความรักเหี้ยๆ ของผมตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา



แต่ก็ช่างเถอะ..

อะไรที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแล้วย่อมดีเสมอ อย่างน้อยความรักพังๆ ในอดีตก็ได้มอบบทเรียนที่มีค่าหาซื้อจากเซเว่นไม่ได้ให้ผมได้รู้ซึ้งแล้วว่ารักแท้ในโลกกว้างที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมใบนี้มันไม่มีอยู่จริงหรอก คงมีแค่ในนิยายที่เจ้าชายกับเจ้าหญิงจะได้มารักกัน จุมพิตกัน ตามหารองเท้าแล้วแต่งงานครองรักกันไปจนชั่วฟ้าดินสลาย แต่สำหรับผมคงมีแต่หมาป่าวายร้ายที่ปลอมตัวเป็นเจ้าชายรูปงามเข้ามาหลอกล่อด้วยสิ่งฉาบฉวยพอได้ตามต้องการสมใจก็ทิ้งขว้างไปง่ายดาย



เห้อ !! ช่างแมร่งเถอะ เจ็บก็ต้องจำ


ผมยืนยิ้มให้กับตัวเองในกระจกอย่างพอใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา คนโง่งมในความรักได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว นับจากนี้จะเหลือแต่คนที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ กับคำนั้นอีกต่อไป



เมื่อเป็นคนรักเดียวแล้วมันไม่ดี .. ก็ไม่ขอมีแล้วหัวใจ

เพราะจากนี้ไปผมจะคบแบบ  “ ไม่ผูกมัดกับใครทั้งนั้น”

.

ไฟในห้องถูกปิดลงเหมือนทุกครั้ง

พร้อมความมืดบอดในศรัทธาความรักของผม



ที่คงยากจะกลับคืน !!!!!





สวัสดีครับที่รักทุกคน  วันนี้แวะเอาลูกชายคนใหม่มาฝากนะครับ ห่างหายกันไปหนึ่งปีเต็มๆ  ยังไงก็ฝากเป็นกำลังใจให้เราเช่นเคยนะครับ ฝากกดติดตามและคอมเมนท์พูดคุยกันด้วยนะครับ ที่สำคัญมีเพจแล้วนะกดติดตามพูดคุยกันได้ครับ

(ใครตามมาจาก -- อาทิตย์ชิงเดือน-- ทักทายกันหน่อยเร็ว)

ขอบคุณครับ

‘KalongKongkaeng’
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2021 21:02:57 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 01 --- ❝ เสือชีตาร์ล่าเหยื่อ ❞


------------


บรรยากาศในร้านวันนี้ดูคึกคักแม้จะเป็นคืนวันพุธก็ตาม เสียงเพลงสากลสลับกับดนตรีสดดังลั่นทั่วทุกบริเวณในร้านตั้งแต่ผมเปิดประตูก้าวเข้ามาชวนให้บรรยากาศสนุกสนานมากยิ่งขึ้น  เหล่านักเที่ยวต่างออกลีลาเต้นกันอย่างสุดเหวี่ยง ผับที่ผมมาเป็นผับเฉพาะหรือคนทั่วไปเรียกว่าบาร์เกย์นั่นแหละ ผมมาที่นี่บ่อยเพราะไอ้ห่าเก้าเพื่อนสนิทผมเป็นเมมเบอร์ระดับวีไอพี ดังนั้นจึงไม่ต้องรีบมาพวกผมก็มีโต๊ะ



ผับนี้เป็นผับชื่อดังของชาวเรา บรรดาตัวท็อปทั้งหลายจะมารวมกันที่นี่ เกือบสามเดือนมานี้ผมเที่ยวแทบทุกอาทิตย์จากคนที่ไม่เคยเที่ยวเลยตั้งแต่เกิดมา แมร่ง !! เสียคนตอนอายุยี่สิบเอ็ด จะว่าไปการมาเที่ยวแบบนี้ก็ทำให้ผมเห็นโลกอีกใบที่ต่างออกไปเหมือนกันนะ โลกที่เราจะทำอะไรก็ได้ตามความสุขของตัวเอง โลกที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ดื่มๆ เต้นๆ ชอบใครก็เข้าไปเต๊าะ



สุดท้ายก็เมาแล้วจบที่เตียง….



เดินฝ่าฝูงชนเข้ามาอย่างยากลำบากเพราะระหว่างทางมีคนคอยลากผมเข้าไปหาอยู่ตลอด ทั้งขอไลน์ ขอถ่ายรูปคู่และดึงผมให้ไปร่วมดื่ม ว่าไม่ได้นะครับเห็นแบบนี้ผมก็ตัวท็อปของที่นี่เหมือนกัน ไม่แปลกที่จะมีคนทักทายผมเต็มไปหมด ด้วยความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร ผิวขาวฉบับลูกเสี้ยวจีน ปากรูปกระจับบางรับกับจมูกโด่ง ขนตาเป็นแพเรียงสวยเข้ากันดีกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจึงทำให้ผมตกเป็นเป้าหมายของใครต่อใครได้ง่าย  ลัดเลาะจนในที่สุดก็มาถึงโต๊ะประจำของแก๊งค์ที่มีไอ้เก้ากับคนแปลกหน้าหนึ่งคนนั่งรออยู่แล้ว



“ฮอตจริงนะมึง กว่าจะเดินมาถึงโต๊ะได้”

“ธรรมด๊า” ผมยักไหล่ใส่ไอ้เก้าอย่างกวนๆ ก่อนจะอ้อมไปนั่งตรงโซฟา พนักงานบริกรชงเครื่องดื่มเสร็จแล้วยื่นมาให้ผมเหมือนทุกครั้ง



ออนเดอะร็อคเท่านั้นที่ผมดื่ม !!



“แล้วนี่ใคร” ผมมองไปยังน้องคนหนึ่งที่นั่งแนบชิดกับไอ้เก้า ถ้าสิงได้มันคงสิงกันไปเรียบร้อย ผมลืมบอกว่าไอ้เนี่ยมันเป็นนักรักตัวพ่อ ยืนหนึ่งเรื่องการเปลี่ยนคู่นอนเจ้าชู้ชนิดที่ว่าหาคนปราบได้ยาก ตั้งแต่คบกันมายังไม่เห็นมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคนจนบางทีผมก็อยากรู้ว่าคนแบบไอ้ห่าเนี่ยใครจะมาสยบมันได้ ถ้ามีผมนี่จะยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวเลยเอาจริง



ผมสนิทกับมันตั้งแต่เรียนมัธยมถึงจะเจ้าชู้ยังไงแต่นิสัยมันดีมาก ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรไอ้นี่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผมหมด สนิทกันขนาดที่ว่าเข้ามหาวิทยาลัยยังตามกันมาแม้จะคนละคณะก็เถอะ



“น้องฟิน” ไอ้เก้าแนะนำเด็กของมันให้ผมรู้จัก น้องเค้าส่งยิ้มมาให้ผมเป็นเชิงทักทาย ผมไม่ได้อยากจะจำชื่อเด็กของมันเท่าไหร่หรอก จำไปก็เท่านั้นมาคราวหน้าก็เปลี่ยนอีก



“มาแล้วหรอวะ”

“เออดิ” ไอ้ปาร์คเพื่อนในกลุ่มอีกคนของผมเดินกลับมาจากห้องน้ำ ไอ้นี่ก็เจ้าชู้เหมือนกันถึงจะไม่ใช่ตัวพ่อ แต่ก็ไม่ได้ธรรมดา เรารู้จักกันตอนประชุมเชียร์ นิสัยดีเข้ากันได้เลยคบกันจนถึงทุกวันนี้ หรือจะเรียกว่าศีลเสมอกันก็ได้

“เสน่ห์แรงนะมึงเนี่ย กูเห็นตัวท็อปมองมึงตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านละ”

ผมหันกลับไปมองคนที่ไอ้เก้ากำลังพูดถึง ชายหนุ่มที่อายุน่าจะพอๆกับผมแต่สูงกว่า หุ่นดีกว่า หล่อโคตรๆ ยืนมองผมมาจากมุมร้าน

“ใครวะ”

“มันชื่ออิน เป็นนายแบบแถมยังเป็นเดือนมอเราด้วยนะเว้ย”

หืม !! อะไรซิ

“ทำไมกูไม่รู้วะ ว่าคนนี้เป็นเดือนมอเรา”

“มึงรู้สิแปลก วันๆทำอะไรบ้างนอกจากอ่านหนังสือ”

ก็จริงของพวกมันแหละ ถึงผมจะเที่ยวเก่งแค่ไหน แต่การเรียนผมก็ไม่แผ่วนะครับ ตั้งใจเรียนยังไงก็ยังอย่างนั้นแถมนี่ก็ปีสุดท้ายแล้วด้วย อีกไม่กี่วันต้องไปฝึกงานเตรียมพร้อมสู่ชีวิตการทำงานจริงแล้ว

“แล้วนี่มึงนัดกูมาเห็นบอกว่ามีธุระสำคัญเรื่องอะไรวะ”

ไอ้ห่าเก้าไลน์ชวนผมออกมาเที่ยวตั้งแต่บ่ายสาม วันนี้ผมมีเรียนแค่ครึ่งเช้า บ่ายไม่มีเรียนเลยกลับคอนโด

“กูจะสอนมึงให้เริ่มออกล่าเหยื่อแล้วไงไอ้น้อง”

“จะยังไง” ผมถามต่อ

“หะหรือหะหรือ” ไอ้ปาร์คเอาบ้าง

“ก่อนที่มึงจะคุยกับกูต่อ ช่วยคายหยาดพิรุฬออกมาก่อน”

หลังจากที่ผมเลิกกับแฟนคนล่าสุด การเปลี่ยนแปลงตัวเองของผมจึงได้เริ่มต้นมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาเกือบสามเดือน โดยมีพวกมันเป็นเมนเทอร์ให้มาโดยตลอด เปลี่ยนลุคให้ดูทันสมัยขึ้น มั่นใจมากขึ้น ออกมาพบเจอโลกที่ไม่เคยเจอเพื่อให้ทันคน จนผมมีมุมมองใหม่ๆเกิดขึ้นเยอะเลยทีเดียว

“วันนี้ได้ฤกษ์ดีแล้วที่กูจะเปิดคอร์สสุดท้ายให้มึง มึงจะได้จบหลักสูตรนี้อย่างสมบูรณ์”

“เยี่ยม”

ว่าแต่มึงจะลุกขึ้นพูดทำท่าโอเวอร์แอคติ้งทำเหี้ยไรเนี่ย นั่งพูดเฉยๆ กูก็รู้เรื่องแล้วมั้ง หาแสงหาซีนจริงๆ เลยไอ้เวร

“เราจะใช้ชื่อหลักสูตรสุดท้ายนี้ว่า”

อะไรซิ !!

“ว่า”

หืมมมม

“พักชมสิ่งที่น่าสนใจซักครู่เดียวครับ”

ไอ้เหี้ย !! ไม่ใช่ไมค์ทองคำ มึงไม่ต้องตัดเข้าโฆษณา

“รีบพูดก่อนที่ตีนกูจะขึ้นไปอยู่ที่ยอดหน้ามึง ลีลาเยอะชิบหาย” เตรียมยกตีนรอเลยกูเนี่ย โบ๊ะบ๊ะขึ้นมาถีบเปรี้ยงแมร่งเลย

“กับหลักสูตรที่มีชื่อว่า”

“ว่า ว่า ว่า” นั่น !! มีแอคโค่จากไอ้ปาร์คขึ้นไปอีก

“ปฏิบัติการเสือชีตาร์ล่าเหยื่อกลางคืนสะอื้นไห้” ยาวชิบหายฟังผ่านๆ นึกว่าวิจัยก่อนจบปีสี่



ที่มาของชื่อปฏิบัติการนี้ก็คือ โดยปกตินิสัยของเสือชีตาร์จะชอบล่าเหยื่อเป็นกลุ่มเล็ก ๆ โดยซ่อนตัวบนที่สูงกว่าเหยื่อ เมื่อพบเหยื่อจะหมอบคลานเข้าไปหาและจะอยู่ใต้ลม พอเข้าใกล้เหยื่อจะใช้เท้าหน้าตะบบให้เหยื่อล้มลงแล้วกัดที่คอ ชอบกินเลือดสด ๆ เครื่องใน มีตับ ไต หัวใจ แจมูก ลิ้น ตา เนื้อที่หัวซี่โครงและขา นอกนั้นไม่ค่อยกิน มันไม่ลากซากไปกินและไม่หวนกลับมากินซากเดิมอีก ที่สำคัญมันจะล่าเหยื่อได้ดีในเวลากลางคืน



สอดคล้องกับพฤติกรรมของพวกผมที่ชอบหากินกันตอนกลางคืนและไม่ชอบหวนกลับมาซากเดิมอีก



“แล้วใครจะเป็นเหยื่อกลางคืนสะอื้นไห้ละไอ้เก้า” ชื่อยาวสัสๆ กว่าจะพูดจบลมหายใจเกือบหมด

“ก็ไอ้นายแบบที่ยืนมองมึงด้วยสายตาจนเกือบเสร็จนั่นไง”

อะไรซิ !!พวกผมหันขวับทั้งกลุ่มมองไปที่อินเป็นจุดโฟกัสเดียว ไม่มีพิรุธเลยมั้ง

“เอาจริงดิ ตัวท็อปเลยนะมึง”

“ไม่มีคำว่ายากสำหรับกู ขอให้มึงจงมั่นใจกูเถอะ”

กูรู้ว่ามึงเก่ง !! แต่ช่วยนั่งลงมาก่อน กูเมื่อยคอ

“ฟัง จำ และนำไปใช้ แล้วมึงจะประสบผลสำเร็จเชื่อจารย์”

“ไอ้เก้า” ผมเรียก

“อือ..ไม่ต้องชม”

“ไอ้เก้า” ผมกระตุกแขนรัวๆ

“เออน่า..รู้แล้วว่ากูเก่ง กูรู้ตัว”

“ไอ้เหี้ยเก้า กูจะบอกว่ามึงลืมรูดซิบ กางเกงในสีขาวมึงโผล่ออกมาหมดแล้วเนี่ย”

“แฮ่ๆ ก็ว่าทำไมเย็นไข่แปลกๆ” หมดกันอาจารย์กู

ไอ้เก้ารีบรูดซิบจนเสร็จเรียบร้อย นั่งลงซักทีก่อนที่คอกูจะเคล็ดหนักไปมากกว่านี้ มันเริ่มทำหน้าจริงจังเพื่อดึงเข้าโหมดทางการ พยักหน้าส่งสายตาผมยกกำปั้นขึ้นสองข้างเพื่อให้กำลังใจ



ถ้าพร้อมแล้วเริ่มปฏิบัติการเสือชีตาร์ล่าเหยื่อกลางคืนสะอื้นไห้ได้ !!

ได้ ได้ ได้ ได้ !!!!!!



กฎของเสือเมื่อออกล่าเหยื่อข้อที่หนึ่ง

‘ส่งยิ้มทักทาย’

.

“มึงลองส่งยิ้มทักทายและใช้สายตามองเค้าให้เค้ารู้ตัวว่าเรามองเค้าอยู่ แต่อย่าจิกจนเกินพอดีนะมึง”

ผมฉีกยิ้มตามที่จารย์เก้าสอน

ผลั๊ว !!

“กูบอกให้มึงฉีกยิ้ม ไม่ใช่ยิงฟันใส่เค้าแล้วทำตาแข็ง”

เออๆๆ !! กูยังไม่ค่อยชิน ปรับแป๊บ ไอ้ห่านี่ตีมาได้ หน้าผากกูยิ่งสูงๆอยู่

“การส่งยิ้มจะเป็นสัญญาณที่ทำให้ผู้ชายรู้ว่าเราสนใจและอยากทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น”

“แล้วกูจะหุบได้ตอนไหน”

“จะรอให้พ่อมึงมาตัดริบบิ้นก่อนหรือไง พอผู้ชายรู้ตัวแล้วมึงก็หยุดสิ”



กฎของเสือเมื่อออกล่าเหยื่อข้อที่สอง

‘เริ่มแสดงออกทางอาการและท่าทาง’

.

“เมื่อผู้ชายเริ่มรู้ตัว มึงควรแสดงอาการท่าทางบางอย่างออกมาเช่น..”

ห๊าววววว !!

“มึงจะหาวหาพ่อมึงหรอ .. เดี๋ยวเค้าก็มาเล่านิทานให้มึงฟังก่อนนอนหรอกไอ้สัส”

“เออๆโทษที ต่อเลย”

“มึงต้องแกล้งกัดริมฝีปากล่าง ลูบไปตามลำคอตัวเอง พร้อมจ้องมองเค้าด้วยสายตาที่อ่อนโยนและเขินอาย”

“แล้วถ้าเค้าไม่ได้สนใจเราขนาดนั้นหละ”

“เป็นคำถามที่ฉลาดมากนับตั้งแต่มึงคลอดจนรอดเป็นทารก ถ้าเค้ายังไม่สนใจมึงมากพอ มึงต้องเริ่มโชว์ความเซ็กซี่ของร่างกายออกมา”

“ยังไงวะ”

“มึงต้องทำเป็นร้อน”

“แต่กูหนาว”

“โว๊ะ มันเป็นการแสดงหรือที่เค้าเรียกว่าแอคเค่ออะมึง”

“แอคติ้งไอ้เก้า แอคเค่อนั่นมันด้านมืดทวิตเตอร์” ไอ้ปาร์คแก้แทน

“แทงเกล” ไอ้สัสภาษาอังกฤษวิบัติชิบหาย

“แกล้งทำเป็นร้อน ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดให้เค้าสนใจ ขยับเสื้อพัดไล่ความร้อนโชว์เรือนร่างอันขาวผ่องของมึง แต่ต้องเป็นธรรมชาตินะ จะมาเงอะๆ งะๆ ไม่ได้”

“กูมั่นใจไอ้มีน” ขอบใจมากไอ้ปาร์คเพื่อนรักที่เชื่อมั่นในตัวกู

“กูมั่นใจว่ามันโป๊ะแน่นอน”

“ไอ้สัสสสส”



กฎของเสือเมื่อออกล่าเหยื่อข้อที่สาม

‘ถ้าเค้าไม่เข้ามามึงก็เข้าไปหาเอง’

.

“เมื่อมึงมั่นใจแล้วว่าผู้ชายมองมึงและสนใจมึงมากพอ แต่แมร่งเล่นท่าไม่ยอมมาหาซักทีอ่อยจนเหงือกแห้งหมดแล้ว มึงต้องทำเป็นเดินไปที่ไหนสักแห่งเช่นห้องน้ำ แม้จะไม่ใช่ทางนั้นแต่มึงก็ต้องเดินอ้อมเพื่อให้ผ่านโต๊ะเค้าให้ได้จะได้เริ่มต้นคุยกัน”

โอ๊ะ !! ว่าจะแกล้งล้มแต่ห่าที่ไหนไม่รู้เต้นแรงมากกระแทกก้นใส่ผมเต็มๆ จนเสียหลัก โชคดีที่เป้าหมายของผมคว้าเอวเอาไว้ได้ทัน

เข้าแผน !!

“เจ็บมั้ยครับ”

“ไม่เจ็บครับ ขอบคุณนะครับคุณ..”

“เราชื่ออิน แล้วนายชื่ออะไรหรอ” คนที่ลากผมไปกอดกระซิบข้างหู

“เราชื่อมีน” ผมหันไปหาเจ้าของเสียงพร้อมเอ่ยชื่อตัวเองที่ข้างหูแบบเดียวกันกับที่เขาทำ

“เห็นมาบ่อยแต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยกันเลย มีนฮอตจังนะครับ” มือของอินไล้ไปตามลำตัวของผมและหยุดอยู่ตรงส่วนเอวก่อนกระชับแน่นให้ผมเข้าไปชิดมากกว่าเดิม

“เปล่าเลยมีนไม่ฮอตหรอก” ผมยกมือขึ้นคล้องคออิน

“น่ารักจังเลยนะครับใครได้ไปเป็นแฟนคงโชคดีมากแน่ๆเลย”

“มีนไม่ชอบผูกมัดกับใคร ยังไม่อยากมีแฟน แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นละก็..” ผมเลื่อนมือมายังริมฝีปากของอิน อยู่ไกลว่าหล่อแล้ว พอมาอยู่ใกล้แบบนี้โคตรหล่อเลย

“หล่อจังครับอิน” ผมสัมผัสไปทั่วทุกส่วนของใบหน้าอิน คิ้ว ตา จมูก ปาก ส่วนเขาเองก็สอดมือเข้ามาในเสื้อผม ความอุ่นของมือสัมผัสกับส่วนเว้าช่วงเอว อินไล้วนอย่างเบามือชวนให้เคลิ้มอย่างง่ายดาย



กฎของเสือเมื่อออกล่าเหยื่อข้อที่สี่

‘ถึงเนื้อถึงตัว’

.

“หลังจากที่ได้พูดคุยกันแล้ว ต่อไปมึงก็สังเกตุท่าทางของเค้า ถ้าตาเยิ้มมองแต่มึง มือเค้าอยู่ไม่สุขเริ่มจับตรงนั้นตรงนี้ขของมึง ก็รุกเค้าได้เลย”

“ไอ้อินเป็นรับหรอ กูยังไม่เคยรุก ทำไงดีวะ”

“เออๆ เอาที่สมองมึงจะไหวละกัน ข้ามไปก่อน พอมึงได้จังหวะ มึงต้องยั่วยวนหลอกล่อเค้าด้วยร่างกายของมึง แล้วฉวยจังหวะหยุดกลางคันเพื่อให้เค้าเสียดายอยากต่อกับมึง”

.

“ปากหวานจังครับ”

“ลองชิมแล้วหรอถึงได้รู้ว่าหวาน”

“ทำยังไงถึงจะมีโอกาสได้ชิมละครับ อินอยากรู้จัง”

ผมยิ้มให้อินด้วยท่าทีเชิญชวน มือลากเลื่อนมายังส่วนของท้ายทอยโน้มเข้ามาหาตัวช้าๆโดยอีกฝ่ายโอนอ่อนตามแรง ปากเผยอยั่วยวนก่อนจะเริ่มงับเข้ากับริมฝีปากนุ่มของคนตัวสูงกว่า ความร้อนของลิ้นฉกไปทั่วปาก มือของอินอยู่ไม่สุขลูบวนทั่วใต้ร่มผ้า ความหวานของรสจูบแผ่ซาบซ่านให้ต่างฝ่ายต่างตักตวงตามความปรารถนาในอารมณ์ เนิ่นนานเร่าร้อนจนหนำใจจึงได้คลายแยกออกจากกัน

“มีนขอตัวกลับโต๊ะก่อนนะครับ”

“จะไปแล้วหรอ”

“ใช่เพื่อนรออยู่” ผมชี้ไปที่โต๊ะโซนวีไอพีที่ไอ้สองตัวนั่งอยู่ พลางส่งยิ้มให้อินเป็นคำตอบว่าผมต้องไปแล้วจริงๆ อินทำหน้าเว้าวอนเหมือนเด็กน้อยที่เหมือนยังเล่นไม่หนำใจ



กฎของเสือเมื่อออกล่าเหยื่อข้อสุดท้าย

‘ให้ช่องทางติดต่อเรากับเขา’

.

“เมื่อรู้ทำความรู้จักกันแล้ว ก่อนจะแยกย้ายกันไป เราควรให้เบอร์ติดต่อเขาจะเป็นไลน์หรือเฟสบุ๊คอะไรก็แล้วแต่”

“แล้วแต่อะไรวะ”

“มันไม่มีอะไรต่อไอ้มีน แล้วแต่ของกูมันคือการจบประโยค”

.

“เลิกแล้วเราไปหาข้าวต้มรอบดึกกินกันหน่อยมั้ยครับมีน” ผมแกล้งนึกอยู่นานจนอินเลิกคิ้วสูงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

“ได้สิไว้เจอกันนะ ว่าแต่มีนจะหาอินเจอได้ยังไงละครับคนตั้งเยอะ” แกล้งโง่แล้วหนึ่ง

“งั้นอินขอไอดีไลน์มีนได้มั้ย จะได้คุยกัน”

“ก็ได้ครับ เอาโทรศัพท์มาสิ” รับโทรศัพท์ของอินมาถือไว้ พิมพ์ตัวอักษรดีไลน์ของตัวเองค้นหาพอเจอแล้วจึงกดสติ๊กเกอร์ทักทาย

ติ๊ง !!!

 “แล้วอินจะรอหลังร้านนะครับ”

“ครับ”



ผมพยักหน้าตอบรับส่งยิ้มแล้วผละตัวเดินออกมาโดยมีสายตาของอินมองตามหลังอย่างละห้อยก่อนที่ผมจะจบตำราล่าเหยื่อของจารย์เก้าแล้วกลับมานั่งโต๊ะ เริ่มต้นดื่มกันอีกครั้งท่ามกลางเสียงเพลงที่ยิ่งดึกที่เพิ่มความมันส์หนักเข้าไปอีกพร้อมความมึนเมาที่ตามมากับเหล้าที่ผมกรอกเข้าปากไม่รู้แก้วที่เท่าไหร่แล้ว



“ไอ้มีน ผับจะเลิกแล้วกลับกันเถอะ” หนักหัวชินหาย พยายามจะลุกขึ้นแต่โลกหมุนติ้วๆ จนเสียการทรงตัว จำได้ว่านั่นเป็นเสียงไอ้ปาร์คที่อยู่ใกล้ๆ ตัว



ติ๊ง !!



เสียงไลน์ผมดังขึ้น ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาเปิดอ่านข้อความล่าสุดที่เด้งเข้ามา

Intouch         : มีนครับ เจอกันที่หน้าร้านนะ อินออกไปส่งเพื่อนที่รถก่อน เสร็จแล้วจะขับรถมารับนะ

Meen-Tara    : OK

Intouch         :  รถอินสีดำนะครับป้ายทะเบียน XX มีนไปยืนรอตรงหน้าร้านนะ

 Meen-Tara   : OK

Intouch         :  อินจะจอดเทียบตรงหน้ามีนเลยนะ มีนจะไม่ต้องเดินให้เหนื่อย

Meen-Tara    : OK



มีแรงตอบกลับอินไปแค่นั้น เพราะแค่นี้ก็จะอ้วกแตกอยู่แล้ว ไอ้เก้าเดินกลับมาจากห้องน้ำพร้อมน้องฟินก่อนจะกอดลาปล่อยให้น้องเดินกลับไปที่โต๊ะ ไอ้ห่านี่ไวไฟชิบหาย



เดี๋ยวคืนนี้มึงเจอกู !! กูจะสอยตัวท็อปลงมาให้ดูเป็นบุญตา



“สภาพไม่ต่างจากหมาเลย ไอ้เสือชีตาร์”

“เหอะ”



ไอ้เก้ากับไอ้ปาร์คพยุงผมขึ้นจากโซฟา ผมบอกกับพวกมันสองคนว่าอินจะมารับตรงหน้าร้าน ให้อยู่รอเป็นเพื่อนก่อนค่อยกลับ วันนี้ผมเมาหนักชิบหายจนแทบประคองสติไม่อยู่ หูตามัวพร่าเบลอไปหมด ด้วยความอยากมั่นใจและกล้าเพิ่มมากขึ้นจะได้ทำภารกิจสำเร็จ



จึงซัดออนเดอะร็อคหนักเกินพิกัดไปหน่อย….



ผมมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้านตามจุดที่นัดหมายอินเอาไว้ ปรือตามองหารถหรูสีดำป้ายทะเบียนที่บอกเอาไว้ตามลำพัง เพราะเพื่อนสองคนของผมที่รับปากว่าจะอยู่รอเป็นเพื่อน



 โน่น !! พากันไปเต๊าะเด็ก ทิ้งกูที่สภาพยับเยินให้ยืนกอดเสาร์อย่างเดียวดาย



“หวัดดีครับน้อง พี่ชื่อปาร์คนะครับ”

“หวัดดีครับผมฟ่างครับพี่”

“นี่เพื่อนพี่ครับชื่อปาร์ค แล้วเพื่อนน้องชื่ออะไรครับ”

“เพื่อนผมชื่อภูมิครับ”



หึ !! มีความสุขกันจริงนะพวกมึง เสียงพูดคุยทำความรู้สึกสลับกับมุขจีบเด็กดังอยู่ไม่ไกล ผับเลิกแล้วคนทยอยเดินออกกลับบ้านกัน บ้างเดินออกมาเป็นกลุ่ม บ้างเดินออกมาเป็นคู่ ยิ่งมองนานก็ยิ่งตาก็เริ่มจะปิด หนักหัวจนแทบประคองไม่อยู่ มองหารถอินอยู่เกือบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่มีวี่แววมาสักที จะไม่ไหวอยู่แล้วนะเว้ย



ผ่านไปเกือบห้านาทีรถหรูสีดำคันหนึ่งก็โฉบเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้าผม ไฟหน้ารถส่งสว่างวาบมาที่ผมสนต้องยกมือบังเอาไว้ รีบพยุงตัวเองให้ยืนตรงเพ่งมองเท่าที่จะทำได้เพื่อให้แน่ใจว่านี่คือรถของอินแม้สายตาจะพร่าไปเกือบหมดแถมยังเบลอสุดๆ อีกตะหาก



คงใช่แหละ รถสีนี้คันนี้ทะเบียนอะไรก็จำไม่ได้ แต่คงไม่ผิดเพราะมาจอดตรงหน้าผมตามที่อินบอกเอาไว้เป๊ะ



Intouch         :  อินจะจอดเทียบตรงหน้ามีนเลยนะ มีนจะไม่ต้องเดินให้เหนื่อย



ก็อินบอกไว้แบบนั้นว่าจะขับรถมาจอดเทียบตรงหน้า นี่ก็หน้ากูสุดๆ แล้วนะ ผมเปิดประตูรถที่อยู่ตรงหน้าพาตัวเองขึ้นไปนั่ง ผมไม่ได้ลืมตามองคนข้างๆ เลยด้วยซ้ำ ร่างกายมันฝืนไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าขยับอีกนิดเดียวอ้วกพุ่งแน่เลย ผมจึงปรับเบาะขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุด



“ถึงแล้วปลุกมีนด้วยนะ ขอนอนแปบ”

“อือ”



รถเคลื่อนตัวออกจุดจอดมาแล้ว ความเมา กลิ่นหอม แอร์เย็น และการขับรถที่โคตรจะนิ่มของอิน ทุกอย่างรวมกันพาให้สติที่มีอยู่ของผมหลุดลอยเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันได้ในเวลาไม่ถึงสองนาที



โดยไม่รู้เลยว่าข้างนอกรถเกิดเรื่องวุ่นวายและมีเสียงตะโกนของเพื่อนผมไล่หลังดังขึ้นมากขนาดไหน



“ไอ้เหี้ยมีน .. นั่นไม่ใช่รถอิน”

“มีนไปกับใครครับ”

.

“ไอ้มีน มึงขึ้นรถผิดคัน”







ชิบหายแล้ว น้องขึ้นรถผิดคัน

ชอบก็ + 1 มานะครับ ถ้าขี้เกียจคอมเมนท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2021 21:03:32 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0

ออฟไลน์ ๛ナーリバス๛

  • ~~~๛NaaribuS๛~~~ ~ [TBL-081-588]
  • เป็ดนักขาย
  • เป็ดHephaestus
  • *
  • กระทู้: 1507
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +898/-26
    • NaaribuSS
แบบนี้เค้าเรียก...

อะไรซิ?

ท่าดีทีเหลวจัดๆ  555+ :laugh:


ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 02 --- ❝ อ้าวเห้ย ❞

------------

ปัง !!!



เสียงแผ่นหลังของผมที่ถูกดันกระแทกกับประตูคอนโดดังสนั่นไปทั่ว สัญชาตญาณดิบของมนุษย์มักจะสั่งให้ทำตามใจปรารถนาเมื่อมีสิ่งใดมากระตุ้น



ความเมา ความต้องการหรือแม้แต่ .. ความใคร่ !!!



อินใช้ผ้าปิดตาผมตั้งแต่อยู่บนรถให้เหตุผลว่าอยากทำให้ผมตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น คู่นอนแรกของผมดูแลผมดีมากทันทีที่รถจอดอินก็ลงมาอุ้มผมไว้แล้วพาขึ้นมาที่ห้องของเขา หลังจากได้งีบไปแปบหนึ่งผมก็พอประคองตัวเองได้บ้างแม้สติ และอาการพร่าเบลอจะยังไม่หายไปก็ตามที



ผมสะดุ้งโหยงเมื่อคนตัวสูงกว่าไม่ปล่อยให้ผมได้มีแม้ประโยคใดหลุดร่วงของจากริมฝีปากบางตัวของเอง ทันทีที่เข้าห้องร่างกายของผมก็ไม่ได้เป็นของตัวเองอีกต่อไป ฝ่ายตรงข้ามบุกเข้าชิงลุกล้ำอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากบดขยี้ร้อนแรงจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บและกลิ่นเลือดคละคลุ้งผสมปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อยู่ทั่ว คราวนี้มันไม่ได้อุ่นนุ่มละมุนเหมือนเมื่อหลายชั่วโมงก่อนแต่กระนั้นความหวานของรสจูบยังชวนให้สติของผมไม่สามารถหยุดเรียกร้องหามันได้



มือหนาจับตรึงแน่นที่ไหล่ทั้งสองข้างก่อนจะเคลื่อนย้ายมายังส่วนกระดุมเสื้อเชิ๊ตที่ติดแน่น พี่ปราบออกแรงกระชากจนกระดุมขาดวิ่นจากรังดุม ฝ่ามือลูบไล้ผิวอันเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดคลุมปิด ความร้อนของมือดึงความเสียวซ่านในอารมณ์ให้มากขึ้นกว่าครั้งไหน



คนตัวสูงกว่าเคลื่อนริมฝีปากกระจับไปตามใบหูไล่งับเลียจนผมเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ความกระสันไล่ลามไปที่ซอกคอจนผมต้องจิกแขนแกร่งแน่นไปด้วยกล้ามใกล้มือนั้นไว้



“อึก” พยายามข่มตัวเองไม่ให้เผลอครางดังออกไปหวั่นเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะได้ใจ แต่กระนั้นผมก็เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไปใช่จะอดกลั้นต่อความอยากของตัวเองได้เสียที่ไหน

“อ่า .. อย่ากัดมีนเจ็บ ” คนตัวสูงเผลอกัดเม้มตรงส่วนยอดปลายอกของผม มันเสียวสลับกับเจ็บจนผมเผลอกระตุกกว่าจะรู้ตัวผมก็ถูกคนที่เพิ่งท้าทายอุ้มขึ้นจากพื้นแล้วเดินตรงมาที่เตียง



อินวางผมลงบนเตียงอย่างเบามือ แม้ตาสองข้างจะถูกความมืดมิดปิดบัง แต่ผมก็สัมผัสได้ว่าร่างกายของผมไม่เหลือสิ่งใดห่อหุ้มอยู่เว้นแต่กางเกงในสีขาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น ผมจึงรีบคว้าดึงผ้าห่มที่อยู่ข้างตัวหวังจะใช้มันบังส่วนไม่น่ามองเพราะถึงยังไงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมนอนกับคนที่ไม่ใช่แฟน แต่คงช้าไปอินกระชากผ้าห่มแล้วโยนลงกับพื้น ผมจึงทำได้เพียงกอดตัวเองเปลือยเปล่าต่อหน้าเค้าเท่านั้น



แมร่งเอ๊ย !!



“ร้องดังได้เต็มที่เลยนะ ห้องกูเก็บเสียง”

“ อะ .. อือ ”

พรึ่บ !!! รู้ตัวอีกทีอะไรหนักๆ ก็ถูกโยนมาใส่หน้าผมเรียบร้อยแล้ว

อ๋อ !! พอจับๆ ดูก็รู้ว่านี่คือเสื้อกับเกงเกงยีน !!



ตึก ตึก ตึก !! ใจผมเริ่มสั่น



เสียงอินหัวเราะออกมา ถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้อินคงเปลือยเปล่าไม่ต่างจากผม เตียงยวบลงพร้อมกับสูงค่อย คลานขึ้นมาบนเตียงค่อมร่างของผมไว้



ยิ่งความห่างระหว่างร่างกายลดน้อยลง หัวใจของผมยิ่งสั่นมากขึ้นเท่านั้น

อยู่ไม่ได้แล้วเว้ยยยยยยยย  เปลี่ยนใจทันมั้ยเนี่ย




ผมคว่ำตัวเตรียมจะคลานหนีจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่มันก็ไม่เป็นผลเลยอินลากขาผมดึงกลับให้มาอยู่ในรัศมีใกล้ตัวมันอย่างง่ายดาย

“นอนคว่ำแบบนี้ก็ดีจะได้ไม่เสียเวลาเปลี่ยนท่า ชอบท่าหมาก็ไม่บอก”

คนตัวสูงรูดกางเกงในสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ผมมีติดตัวออก ความร้อนเห่อแดงเพราะอายวิ่งไปทั่งทั้งร่าง อินจับผมพลิกตัวกลับมาประจันหน้ากับเขาอีกครั้ง ผมหลับตาหยีทั้งอาย ทั้งไม่กล้าสู้ แม้จะมองไม่เห็นก็ตามที

“มึงจะต้องติดใจกูจนอยากให้กูกลับมาซ้ำอีกรอบแน่นอน”



ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว เรียวลิ้นของคนตัวสูงก็แทรกเข้าไปในโพรงปากชื้นของผมในทันที เกี่ยวกระหวัดความนุ่มละมุนของกระพุ้งแก้ม ก่อนลากไล้ไปตามสบฟัน จนผมเริ่มหายใจติดขัดยกมือสั่นเทาขึ้นจับแขนแกร่งของอินเอาไว้ออกแรงจิกและเขย่าเบาๆ รับความเสียวที่อินหยิบยื่นให้ คล้ายคนตัวสูงจะรู้ว่าผมเผลอสำลักในรสจูบอินจึงค่อยผละออก ปล่อยให้ผมได้หายใจแล้วประกบปากเข้ามาจูบอีกครั้ง



“อย่าฝืนเลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามอารมณ์เถอะ กูรับรองว่าจะทะนุถนอมมึงให้มากที่สุด”

ผมไม่ได้ตอบอะไรไปนอกจากเสียงกระเส่าร้องตอบสนองกับความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจากปลายลิ้นลากเกี่ยวกับยอดอกสีชมพูของตัวเอง ก่อนที่อินจะลากเลียลิ้นกลับมายังปากบางของผมและจู่โจมมันอีกครั้ง



ครานี้หนักหน่วงกว่าเดิมตรงที่ลิ้นของเราต่างสอดประสานกัน ผมไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เมื่อร่างกายมันตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่อยู่ตรงหน้า อินเล้าโลมเนิ่นนานมันนุ่มนวลเย็นซาบซ่านราวกับอยู่ในวังวลกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพร้อมจะฉุดดึงผมให้ลงไปยังส่วนลึกของก้นมหาสมุทร ความเสียวกระสันต์จากริมฝีปากนุ่มและสิ้นสากลากตะวัดรวดเร็วจนผมตั้งรับในความสุขแทบไม่ทัน

“อืออออ” ผมเผลอครางออกมา

“ครางออกมาเลย กูอยากฟังเสียงครางของมึง” เสียงนุ่มชวนฝันกระซิบผะแผ่วริมหู ผมเผลอจูบขยับของอีกฝ่ายตอบกลับไป

อินเริ่มโลมเล้าตั้งแต่ซอกหูระเรื่อยลงมาบริเวณซอกคอกลิ่นของน้ำหอมเย้ายวนเพศยังติดตึงดึงให้อีกฝ่ายคอเคลียไม่ห่าง ความเจ็บตรงซอกคอเกิดขึ้นอยู่เป็นระยะเมื่อริมฝีปากเม้มบดฝากรอยเอาไว้ สลับกับจูบที่พรมรดอยู่ไม่ขาดตอน

“อือ .. อิน “ผมกัดฟัน พยายามอย่างมากไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องน่าอายออกไปแม้ลมหายใจจะกระเส่าแทนไปแล้วสิ้น เรียวนิ้วทั้งสิบจิกไปบนแผ่นหลังแกร่งกว้างของคนที่อยู่ด้านบน

“เสียวมั้ยครับ” อินเอ่ยถามตอนที่กำลังดูดเลียกับตุ่มไตบนหน้าอกของผ

ยิ่งตอนที่เขาเล้าโลมมันก็ยิ่งส่งผลให้ผมกระตุกร่างเกร็งถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนสมองผมขาวโพลนไปหมด ยิ่งได้ยินเสียงของอิน มันยิ่งปลุกให้ความดิบเถื่อนในตัวของผมเพิ่มขึ้นเป็นพันเท่าทวี



เสียงที่อ่อนนุมแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของอารมณ์กระสัน

มันน่าฟังยิ่งกว่าเสียงใครคนไหน



ทั้งที่ควรต่อต้านและควรเป็นผมที่ต้องคุมเกมส์ แต่มันก็พังไม่เป็นท่า

ผมกำลังพ่ายแพ้ให้กับความสุขที่เขาปรนเปรอให้อย่างง่ายดาย

หมดกันเสือชีตาร์ลกลายเป็นหมาให้เค้าขย้ำซะแล้ว



อินเริ่มกดจูบลงบนเปลือกตาที่มีผ้าพันปิดเอาไว้ ไล่มาจนถึงสองแก้มนุ่ม เรื่อยลงมายังริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะถูกเบียดบดอย่างหนัก

สองมือของเขาไม่หยุดนิ่ง ลูบไล้ไปบนสะโพกขาวของผม ออกแรงบีบเค้นเนื้อส่วนนั้นเป็นการเล้าโลม ขณะเดียวกันริมฝีปากยังไม่หยุดเคลื่อนไหว ลากลามไปมาจนดึงส่วนสะดือเลียวนจนผมดิ้นเร่าอยู่ไม่สุข



ร่างผมกระตุกตอบรับแรงกดนั้นอยู่เป็นระยะราวถูกไฟซ็อต



อินเคลื่อนออกจากส่วนสะดือเริ่มจูบพรมเคลื่อนย้ายมายังส่วนล่างของผม ใช้คมฟันกัดซอกขาอ่อนเบาๆ เป็นการกระตุ้นอารมณ์ให้ผมปลดปล่อยตัวเองโดยเร็ว



“ซี๊ดดด” เสียงร้องครางหลุดออกมาพร้อมกับร่างที่กระตุกไม่หยุดตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย

“มีนน่าฟัดมากเลยรู้ตัวมั้ย” ผมหันหน้าซ่อนหนีความอายไว้กับหมอน หวังจะหลบสายตาและการกระทำของอีกฝ่าย ไม่เคยมีใครกระตุ้นให้ผมเกิดอารมณ์ทางเพศได้รุนแรงและอยากได้มากขนาดนี้มาก่อน

“กูเริ่มแล้วนะ”

“อือ”

อินเอ่ยบอกกรายๆ เพื่อให้ผมได้เตรียมตัว จากนั้นเขาจึงใช้มือแยกสองขาสั่นเทาของผมออกจากกันเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึง อินใช้ลิ้นตวัดเลียส่วนด้านหลังของผมจนรู้สึกเปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย นับตั้งแต่วินาทีนั้นความเสียวและความใคร่ที่มีอยู่ในตัวก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว



“ฮึก เสียววว” ยิ่งพูดลิ้นที่ฉกตวัดยิ่งรัวเร็วราวเครื่องจักรกลอัตโนมัติ เสียงร้องครางของผมดังไปทั่วห้องทุกครั้งที่ปลายลิ้นสัมผัสกับจุดนั้น

“พร้อมนะ”

“อืม” ผมพยักหน้าทั้งที่ยังหลับตา อินใช้ลิ้นเลียไปยังส่วนปลายของจุดอ่อนไหวก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็ครอบครองทุกส่วนเข้าไปในโพรงปากอุ่นนั้นอีกครั้ง น้ำลายช่วยให้การเคลื่อนไหวไม่ฝืดเคืองนัก ยิ่งตอนเริ่มขยับขึ้นลง จากเบาสลับกับหนักจนส่วนกลางกายตื่นเต็มที่



“เสียวจนจะไม่ไหวอยู่แล้วครับ” น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวกระทั่ง คนตรงหน้าหยุดการกระทำตรงส่วนแข็งกลางลำตัวผม แล้วใช้หลังมือยกขึ้นมาปาดเช็ดคราบเปอะเปื้อนตรงกรอบหน้าให้จนแห้ง

“อยากให้กูแกะผ้าปิดตาออกมั้ย” ผมได้แต่ส่ายหัว

“อายหรอ” ทีแรกผมก็อยากให้แกะออกอยู่หรอก แต่ตอนนี้ผมเผลอทำตัวน่าอายแบบนั้นออกไปแล้ว ถ้าจะให้แกะผ้าแล้วมองหน้าอินกลางคันแบบนี้คงจะเขินแปลกๆ พิกล สู้ปิดตาแบบนี้ไม่ต้องรู้ว่าอินทำหน้าแบบไหน ใช้สัมผัสที่ผมรู้สึกปลดปล่อยตัวเองไปกับความสุขที่อินปรนเปรอให้ดีกว่า

คนตัวสูงใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามกรอบหน้าของผมอย่างช้าๆ ด้วยสัมผัสอ่อนนุ่ม ดันใบหน้าที่เอี้ยวหลบซุกซ่อนอยู่กับหมอนใบสีขาวให้ค่อยๆ หันกลับมาตั้งตรงตามแรงมือ ไออุ่นจากริมฝีปากผะแผ่วละมุนสัมผัสที่หน้าผาก อินอบอุ่นและอ่อนโยนมากจนผมประหลาดใจ



เอาจริงๆ ผมมีแฟนมาแล้วสามคน .. แต่ทุกครั้งที่มีเซ็กส์กันผมแทบไม่ได้รับสัมผัสที่ทำให้รู้สึกดีแบบนี้เลย

“ถ้าเจ็บให้บอกนะ กูจะทำเบาๆ”

“อื้อ”

ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัวอินก็จับผมคว่ำหน้าลงให้ผมแนบหน้าซีกหนึ่งฝังลงกับหมอนใบนิ่มที่ผมหนุนนอนอยู่ จากดนั้นมือแกร่งของอินจึงคว้ารั้งสะโพกผมขึ้นให้อยู่ในท่าคลานเข่าพร้อมกับแยกสองขาอ้ากว้าง

อินฉกเลียส่วนหลังของผมอีกรอบ พลางมือข้างหนึ่งจับแกนกายร้อนของผมเอาไว้รูดขึ้นลงอย่างเบามือ เสียวกระสันเป็นสองเท่า จูบพรมที่สัมผัสตรงหลังขากับแก้มก้นทำเอาขาสองข้างผมสั่นเทาแทบอ่อนแรงชันไว้ไม่อยู่



ไม่นานเจลหล่อลื่นก็ถูกชะโลมที่ส่วนเสียวด้านหลังของผม เมื่อมั่นใจว่าชุ่มมากพอแล้วอินจึงเลื่อนมือข้างหนึ่งไปจับสะโพกกลมของผมเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างกำแกนกายของตัวเองที่ขยายขนาดจนสุดในถุงยางอนามัยจ่อไปยังช่องทางด้านหลังของผม



“กูขอเข้าไปนะ”

“อื้อ” ผมมีสติตอบได้เท่านั้น

อินกดแกนกายร้อนเข้าไปยังส่วนแน่นของผมอย่างช้าๆ ผมรู้สึกเจ็บ จุก มันแน่นจนอึดอัด รีบถอยหนีออกมาตามสัญชาตญาณ ทว่าคนด้านหลังเร็วกว่าจับเอวผมล็อกไว้ไม่ให้ไปไหน มิหนำซ้ำยังดันส่วนแข็งนั้นพรวดกลับเข้ามาสุดลำตามเดิม

จุก !! จนหน่วงไปหมด

“อย่าเอาออก แช่ไว้ให้มันชินจะได้หายเจ็บ”

“แต่ผมเจ็บ”

“แปบเดียว”

ผมกั้นหายใจไล่ความจุกเสียดตรงช่องแคบด้านหลังอยู่หลายนาทีจนความรู้สึกนั้นได้คลายลงไปบ้างแล้ว

“หายเจ็บแล้วบอกกูนะ”

“อื้อ”

“อื้อนี่คือหายแล้วใช่มั้ย”

“อื้อ” ผมพยักหัวหงึกๆ จนได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากคนที่อยู่ด้านหลัง



“กูจะเริ่มขยับแล้วนะอย่าเกร็ง ปลดปล่อยมันออกมา เราจะมีความสุขด้วยกัน “

จากนั้นอินก็เริ่มขยับจังหวะจากเบาๆ ช้าๆ อยู่หลายครั้งจนผมความเจ็บที่มีถูกแทนที่ด้วยความเสียวจนแทบขาดใจ อินกระแทกตัวเข้าไปภายใน ก่อนใช้สองมือรั้งผมเข้าไปในอ้อมกอด แผ่นหลังบางสัมผัสกับหน้าอกแกร่งของเขา รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่โคตรถี่ พร้อมๆ กับการขยับส่วนเอวให้ส่วนแกร่งถี่ตามเป็นจังหวะไปด้วย



“อะ...ฮึก...อา...”



จังหวะการขยับเข้าออกเริ่มไหลลื่น ร่างกายสอดประมานเป็นหนึ่งเดียวจนเกิดเสียงหยาบโลนไปทั้งห้อง วินาทีนี้ไม่สนใจแล้วว่าใครจะได้ยินบ้าง ลำพังแค่ผมยังควบคุมตัวเองแทบไม่ไหวหลุดเสียงร้องจากการกักเก็บเอาไว้ออกมาในที่สุด



ความรู้สึกเหมือนผมกำลังจะขาดอากาศหายใจ มันเสียวจนร่างแทบจะแหลกสลายออกจากกัน



คนตัวสูงเริ่มเปลี่ยนท่าพลิกร่างผมให้กลับมานอนหงาย หยิบหมอนอีกใบที่อยู่ใกล้กันค่อยยกเอวผมขึ้นแล้วสอดหมอนเข้ามาใต้ร่างผมเพื่อให้ถนัดในการทำกิจกรรม



อินเริ่มขยับแกนกายเข้าและออกจนสุดอีกครั้ง ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนผิวเนื้อที่เสียดสีเกิดความเสียวซ่าน สองมือผมถูกเกาะกุมด้วยสองมือแกร่งประกบไว้แน่น เสียงร้องครางสลับกับเสียงลมหายใจกระเส่าของเราสองดังไปทั่วห้องอย่างไม่มีใครต้องอายใคร



ผมเริ่มรุกจูบคนที่อยู่ด้านบน เพื่อปิดเสียงร้องครวญออกมาจนเสียงแหบพร่า ความอยากเอาชนะความอายจนหมดสิ้นแล้ว สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่แล้วเห็นทีจะมีแต่แต่ความสุขสมอภิรมณ์ในรสกามและอารมณ์แปลกใหม่ที่กำลังพุ่งทะยานไปถึงขีดสุดอย่างยากหยุดยั้งมันให้มอดลงได้

“ฮึก จะเสร็จแล้ว”

“กูก็เหมือนกัน”

“อา เสียว”

“แตกพร้อมกันนะ”

“อือ”

จวบจนเราทั้งคู่ต่างมาถึงปลายทาง มือของอินกำรอบแกนกายเล็กของผมแน่น พลางขยับสะโพกของตัวเองเข้าออกทางช่องทางนุ่มหยุ่นระรัว เตรียมกลั่นเอาหยาดหยดสุดท้ายให้พุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง



เสียงร้องประสานของเราสองคนดังลั่นไปทั่วทั้งห้อง เมื่อพากันมาถึงจุดสุดยอดในความใคร่ที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้แก่กัน ความเหนียวเหนอะของผมเลอะทั่วทั้งมือพี่ปราบและบนหน้าของแบนของผม ส่วนสวาทด้านหลังเต้นตุบๆ ตอบรับกับแก่นกายที่เคยแกร่งที่ตอนนี้อ่อนยวบไปตามธรรมชาติ



คนตัวสูงจูบขมับผมอย่างปลอบประโลมก่อนจะค่อยๆ ถอนสมอรักนั้นออกมาจากจุดจอดแล้วลุกขึ้นไปทำความสะอาดไม่นานจึงสอดตัวกลับมากอดรั้งร่างผมไว้บนเตียงจนความอ่อนล้าจากกิจกรรมอันหนักหน่วง

ความเย็นวาบเกิดขึ้นตรงส่วนล่างของผม อินใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดตรงจุดซ่อนเร้นด้านหลังจนสะอาด แล้วย้ายผ้าผืนเดียวกันเช็ดตรงส่วนสงวนลามมายังหน้าท้องที่เปรอะเปื้อนจนเกลี้ยง



ตาผมรู้สึกหนักจนแทบยกไม่ขึ้น ทั้งจากความมึนเมาและจากกิจกรรมเข้าจังหวะที่ทำให้ความเพลียเข้ามาปกคลุมไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย จนไม่อาจฝืนมันได้อีกต่อไปจนผมเผลอหลับไปในที่สุด



เสียงกุกกักข้างนอกกับกลิ่นบุหรี่โชยปลุกให้ผมตื่นจากความฝัน ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ผมหลับไป แต่ก็นานพอที่จะทำให้สติผมคืนกลับมาจากความเมาได้บ้าง



ผมขยับตัวตั้งใจจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวและกลับคอนโด การนอนค้างกับคู่นอนไม่ใช่หลักการของ Half Night Stand แบบที่ผมตั้งใจเอาไว้ หลังจากเสร็จกิจกรรมร่วมรักแล้วผมจะไม่อยู่สานสัมพันธ์ต่อ การแยกย้ายกลับนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง



ขยับตัวเองให้ชันตัวนั่งพิงกับหัว สองมือยกขึ้นไปยังส่วนของท้ายทอยจับปมผ้าที่ผูดมัดไว้แล้วแกะคลายมันออกมาจนความมืดมิดที่ตาถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเสียง



ค่อยๆ ปรับตาให้รับกับแสงหลังจากอยู่ในความมืดมิดมาหลายชั่วโมง มองออกไปตามเสียงประตูที่ปิดลงตรงส่วนของระหว่าง พร้อมกับคนที่พันผ้าขนหนูหลวมๆ ปกปิดส่วนล่าง แต่ทิ้งข้างบนให้เปลือยเปล่าเผยกล้ามหน้าอกขาวเนียนนั่นเอาไว้ 



กรอบหน้าเรียวเห็นสันกรามชัดเจน จมูกโด่งเป็นสัน  ตาเฉี่ยวคมสีดำขลิบ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ เจ้าของร่างสูงร้อยแปดสิบห้าเซ็นติเมตร



คนที่ส่งยิ้มมาให้ผม .. แต่ผมกลับไม่รู้สึกยินดีเลยแม้สักน้อย

ใจผมวูบโหวงราวกับตกจากที่สูง

ตาเบิกกว้างกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า

‘เขาไม่ใช่อิน’

.

“ตื่นแล้วหรอมึง”

.

“พะ.. พะ.. พี่ปราบ”

“ใช่กูเอง”








จะยางงายยยย (เสียงหยาดพิรุฬ) 5555555 // กดติดตามด้วยนะ เดี๋ยวพลาดตอนใหม่จะหาไม่เตือนเน้อ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2021 21:04:09 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE

ประกาศที่สำคัญ


ตั้งบอร์ดเรื่องสั้น ขึ้นมาใครจะโพสเรื่องสั้นให้มาโพสที่บอร์ดนี้ ถ้าเรื่องไหนไม่จบนานเกิน 3 เดือน จะทำการลบทิ้งทันที
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=2160.msg2894432#msg2894432



รวบรวมปรับปรุงกฏของเล้าและการลงนิยาย กรุณาเข้ามาอ่านก่อนลงนิยายนะครับ
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=459.0



สิ่งที่ "นักเขียน" ควรตรวจสอบเมื่อรวมเล่มกับสำนักพิมพ์
https://thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=37631.0






ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 03 --- ❝ เรื่องเมื่อคืน ❞

------------


“เสร็จแล้วก็จะกลับเลยหรอ” ผมสะดุ้งโหยงจากเสียงของพี่มันที่อยู่ไม่ไกลหลุดออกมาจากภวังค์ความคิดสู่โลกของความจริงที่ผมยากจะแก้ไข



ทำไมคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ถึงเป็นพี่ปราบไม่ใช่อิน

งั้นก็แปลว่าคนที่ผมมีอะไรก็คือ .. พี่ปราบสินะ !!

เหี้ยเอ๊ย พีคในพีคไปอีก !!!!!!



“ครับงั้นผมขอตัวกลับก่อนละกัน” ทำตัวปกติให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ใจเต้นสั่นระรัวราวกับจะหลุดออกมา หนีไปตั้งหลักก่อนละกัน

“หรือเพราะว่ากูไม่ใช่คนที่ชื่ออิน มึงถึงไม่อยากอยู่ต่อ”

“เปล่าหรอก ปกติผม .. เอ่อ ..”

จะตอบยังไงดีวะ !! ลิ้นแมร่งพันกันหมดละ

“ปกติเวลามีอะไรกับใครเสร็จผมก็กลับเลยแบบนี้แหละ ขอตัวก่อนนะ”

ผมตอบบส่งๆ ออกไปแบบนั้นเพราะในหัวมันคิดอะไรดีกว่านี้ไม่ออก ปล่อยให้พี่มันคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับผมดีกว่า เรื่องทุกอย่างจะได้จบไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืดอะไรอีก

แอบพ่นลมหายใจไล่ความรู้สึกประหลาดออกไป เดินไปหยิบเสื้อผ้าที่ตกกระจายอยู่เกลื่อนพื้นขึ้นมาแล้วตรงเข้าไปในห้องน้ำ ไฟติดอัตโนมัติพร้อมกับร่างเปลือยเปล่าที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระจก เปิดน้ำแล้วใช้สองมือกวักล้างใบหน้าของตัวเองเพื่อเรียกความสดชื่นให้พร้อมสำหรับการกลับออกไปเผชิญหน้ากับคนข้างนอก



ผมเดินกลับมายังส่วนของห้องนอนหยิบของส่วนตัวขึ้นมาไว้ในมือ โดยมีไอ้พี่ปราบสวมเสื้อคลุมแล้วยืนนิ่งมองผมไม่พูดอะไรสักคำ

ตรงไปยังประตูห้องเตรียมเปิดประตูก้าวเท้าออกไป ฝืนอยู่นานกว่านี้ผมต้องสับสนหนักไปกว่าเดิมแน่นอน แค่นี้ก็ช็อคจะตายห่าอยู่แล้ว คนที่เจอหน้ากันตั้งแต่เด็ก ทะเลาะกันบ่อยๆ สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน



พูดแล้วก็อยากเอาหัวโขกประตูห้อง  แต่ก็กลัวเสียงดังจนคนในตึกออกมาด่า



“แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราจะเอายังไง”

ห๊ะ !! อะไรซิ

“พี่อย่าคิดมากสิ ก็แค่สนุกกัน”

ส่งยิ้มไปให้พี่มันราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นผมไม่ได้คิดอะไรจริงๆ

“มึงคิดแค่นั้นหรอ”

กึก !!! เสียงราบเรียบเย็นชาชวนขนลุกไปทั่วทั้งตัว ..อยู่ไม่ได้แล้วโว้ย

“ใช่ผมคิดแค่นั้นแหละพี่”

“อือ”

“ผมไปละ”



ปัง !!!

ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับหัวใจของผมที่มันเบาโหวงแปลกพิกล !!!!









ค่อยๆ ปรือตาขึ้นใช้เวลาปรับโฟกัสรับแสงอยู่ครู่หนึ่งจนชินก่อนจะสำรวจสิ่งที่อยู่รอบกายอีกครั้งว่าผมได้พาร่างกายที่ผ่านสงครามบนเตียงมาถึงคอนโดของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มองนาฬิกาดิจิตอลสีขาวทรงสี่เหลี่ยมข้างหัวเตียงบอกเวลาบ่ายโมงยี่สิบนาที ผมหลับไปนานเกือบแปดชั่วโมงตั้งแต่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

หย่อนเท้าลงจากเตียงคว้าผ้าเช็ดตัวสีขาวที่วางอยู่ไม่ไกลเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ขณะเดินผ่านกระจกผมไม่แม้แต่จะหันไปมองร่องรอยที่ปะเปื้อนเป็นจุดช้ำตามตัว ไม่อยากหวนกลับไปคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแค่นี้สมองผมก็เต็มไปด้วยคำถามร้อยพันอัดแน่นอยู่จนไม่เหลือพื้นที่ว่างแล้ว



(Rrrr--- Rrrrr)

ไอ้เก้าโทรหาผมเป็นรอบที่สามสิบกว่าแต่ผมปิดเสียงโทรศัพท์ เพิ่งได้ยินก็ตอนอาบน้ำเสร็จเนี่ยแหละ

“ว่าไงมึง”

[ไอ้เหี้ยมีน กว่าจะรับสายกูได้นะมึงเนี่ย นึกว่าโดนฆ่าตายไปแล้ว]

เสียงไอ้เก้าดูร้อนใจมาก ผมรู้ว่าทำให้มันเป็นห่วงแค่ไหน

“โทษที กูปิดเสียงโทรศัพท์เลยไม่ได้ยิน”

[แล้วนี่มึงอยู่ไหน แล้วเมื่อคืนมึงไปกับใครวะ กูตกใจหมดเลย]

“ไว้เดี๋ยวกูเล่าให้มึงฟังละกัน ว่างมั้ยล่ะ”

[กูว่าง อยู่ใต้คอนโดมึงเนี่ยเพิ่งมาถึง]

“เออๆ รอแปบเดี๋ยวกูลงไปขอแต่งตัวก่อน”

[อืม]

วางสายไอ้เพื่อนรักแล้วหันกลับมามองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ถอนหายใจไล่ความอึดอัดให้กับคนในนั้น แล้วนี่ผมจะเริ่มต้นเล่าเรื่องชิบหายนี้ให้ไอ้เก้าฟังยังไงดีวะเนี่ย



แมร่งเอ๊ย !! ดวงชงปะเนี่ยกูปีนี้

ทำไมถึงได้มีแต่เรื่อง







“เหี้ย สรุปเมื่อคืนมึงนอนกับไอ้พี่ปราบ”

ถ้ามึงจะพูดดังขนาดนี้มึงขึ้นไปจุดประชาสัมพันธ์แล้วโฟนออกไมค์เลยไอ้เวร เอามือปิดปากมันแทบไม่ทัน

“เบาๆไอ้เก้า”

“เออๆ กูขอโทษก็กูตกใจนี่หว่า ใครจะคิดว่าสุดท้ายมึงก็ได้กับพี่ชายข้างบ้านตัวเองวะ”

ได้กับพี่ชายข้างบ้านตัวเอง .. แค่นึกถึงเรื่องเมื่อคืนหน้าก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมา

“กูไม่รู้ไง ถ้ารู้มันจะเกิดขึ้นหรอ”

ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเองที่ดื่มหนักจนเมาไม่ได้สติขนาดนั้น แต่ที่โกรธมากกว่าใครก็คือไอ้คนต้นเรื่องนั่นแหละ พี่มันรู้อยู่แล้วว่าเป็นผมแต่ยังเสือกพาขึ้นไปบนห้องแล้วมีอะไรด้วยเนี่ยนะ



อยากรู้จริงๆ ว่าพี่ปราบคิดอะไรของมันอยู่



“แล้วไอ้พี่ปราบของมึงมันกลับมาจากอเมริกาตอนไหนวะ”

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน”

แต่เดี๋ยวนะไอ้เหี้ยเก้า .. พี่มันไม่ใช่ของกูเว้ย



ไอ้พี่ปราบที่พวกผมกำลังพูดถึงอยู่เนี่ย ชื่อเต็มๆ คือปราบปราม ทายาทคนเล็กเจ้าของโรงแรมชื่อดังอันดับต้นๆ ของประเทศ พี่มันเคยเป็นอดีตเดือนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผม ตัวกวนประสาทยืนหนึ่งในระบบสุริยจักรวาล จนได้ฉายาว่า ‘หล่อเสี่ยงตีน’



แล้วบ้านมันก็อยู่ใกล้ๆบ้านผม เราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กและทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กด้วยเช่นกัน

ก่อนที่พี่มันจะไปเรียนต่อโทที่อเมริกาตอนจบปีสี่ หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอพี่มันอีกเลย



“สมมติว่าถ้าไอ้พี่ปราบไม่จบมึงจะทำยังไง”

นั่นแหละ !! คือสิ่งที่ผมกลัว ไอ้พี่ปราบถ้าได้ลองเป็นเจ้าของอะไรแล้ว ไม่มีทางที่จะเสียไปเด็ดขาด

“ไม่หรอกก็แค่เรื่องสนุกมึง พี่มันไปอยู่เมืองนอกมาตั้งสองปี คงเจอกับเรื่องพวกนี้บ่อยกว่าเราอีก แถมกูกับมันก็ไม่ค่อยชอบหน้ากันเรื่องอะไรที่มันจะไม่จบกับกูละ”

ภาวนาขอให้เป็นแบบนั้นเถอะไม่อย่างนั้นชีวิตผมชิบหายเพราะผู้ชายคนที่ชื่อปราบปรามแน่นอน

“แต่กูไม่คิดแบบนั้น มึงตัดอคติออกแล้วมองตามหลักของความจริง พี่มันรู้ว่าเป็นมึงแต่แทนที่จะบอกกลับตั้งใจมีอะไรกับมึงจนเลยเถิด”

ไอ้เวรนี่ก็คิดตรงกับผมจริงๆ ราวกับมานั่งอยู่ในใจ

“กูว่างานนี้ไม่ปกติแล้วหวะ”

“มึงเพ้อเจ้อละไอ้เก้า พอเลย”

ผีโคนันยอดนักสืบเข้าสิงมึงปะเนี่ย !! วิเคราะห์เหี้ยไรขนาดนั้น แล้วเสือกตรงทุกข้อด้วย

ยิ่งฟังไอ้เก้าพูดผมก็ยิ่งเครียด ที่ตั้งสมมติฐานทุกอย่างถูกทุกข้อจนผมหาอะไรมาหักล้างไม่ได้ แม้เราจะทะเลาะกันบ่อยแต่ไม่ได้เกลียดกันแค่ไม่ชอบขี้หน้าเฉยๆ



ก็ไอ้พี่ปราบมันชอบกวนตีนแถมแกล้งผมจนร้องไห้เป็นประจำนี่นา ใครจะไปอยากดีด้วย



“เดี๋ยวผมออกไปครับ พี่รอแปบนึงนะ”

ไอ้เก้าวางสายก่อนจะหันมาส่งยิ้มแห้งให้ผมเพื่อแทนคำบอกว่าเห้ยเพื่อนกูต้องไปก่อนนะมีคนโทรตามอะไรทำนองนั้น

“ไปเถอะ กูอยู่คนเดียวได้”

“เออๆ อย่าคิดมากละกัน ยังไงมึงก็ตกเป็นเมียไอ้พี่ปราบแล้ว”

“ไอ้เหี้ยเก้า มึงรีบไปเลย”

“จ้า”



ไอ้เก้าลุกจากโต๊ะหนีกลับไปก่อน ทิ้งให้ผมอยู่กับสมมติฐานที่มันตั้งทิ้งไว้ให้ไขปริศนาจนเต็มหัวไปหมด แทนที่ได้คุยกับเพื่อนแล้วจะสบายใจกับเซ็งหนักเข้าไปอีก



เห้อ !!! ถอนหายใจจนอ็อกซิเจนจะหมดปอดกูอยู่ละ



“นั่งทานข้าวคนเดียวไม่เหงาหรอครับ” ตะเกียบในมือกำลังคีบราเมนค้างไว้หล่นลงทันทีที่ได้ยินเสียงทักทายของใครสักคนข้างหู ร่างกายสะดุ้งโหยงเรียกสติที่หลุดกลับมาหลังจากเป็นบ้าคิดถึงเรื่องเมื่อคืนอยู่ตั้งนานสองนาน ก่อนเจ้าของเสียงจะถือวิสาสะนั่งลงฝั่งตรงข้ามผมพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 “ตกใจอินหรอครับ ขอโทษนะไม่รู้ว่าขวัญอ่อน โอ๋ๆๆ”

“ไม่เป็นไร มีนแค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย” ยิ้มตอบให้กับคนที่ผมเจอเมื่อคืน คนที่ผมต้องไปต่อกับเค้า คนที่ผมเผลอเรียกชื่อของเค้าอยู่ตลอดเวลา แต่พอเปิดตามากลับไม่ใช่

ยิ่งเห็นหน้าอิน .. เสียงไอ้พี่ปราบเมื่อคืนก็ลอยก้องอยู่ในหัวทันที

“เมื่อคืนอินตกใจมากเลยนะที่อินขึ้นรถคันนั้นไป มีนไม่เป็นไรใช่มั้ย”

ไม่ใช่อินคนเดียวที่ตกใจ ผมเนี่ยก็ตกใจ

“ไม่เป็นไร นั่นรถเพื่อนเราอะ พอดีมีนเมามากบังเอิญเจอเค้าเลยขอติดรถกลับไปก่อน”

แถจนสีข้างกูถลอกหมดแล้วมั้ง สปอนเซอร์ยาทาแผลต้องเข้าแล้วแหละงานนี้

“แน่นะครับ ไม่ใช่ว่าไปกับใครมานะ” นี่นายแบบหรือหมอดู เอาจริง!! ไปอยู่สำนักเดียวกับไอ้เก้าเถอะน่าจะรุ่ง

“เปล่าๆ ไม่ได้ไปกับใคร” ยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนส่งไป

“ดีแล้ว อินหวงนะ”

นั่น !! เจอกันวันเดียวหวงกูซะแล้ว ธรรมดาที่ไหน

“เหอะๆ อือ”



อินเป็นคนที่คุยเก่งมาก ชวนคุยไม่หยุดแต่ก็ไม่ได้น่ารำคาญ รอยยิ้ม ท่าทาง น้ำเสียงโคตรมีเสน่ห์เลยให้ตายสิ ไม่แปลกที่จะเป็นหนุ่มฮอตมีแฟนคลับแวะเวียนเข้ามาขอถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา อินบอกว่าวันนี้มีอีเวนท์ตอนหนึ่งทุ่มเลยออกมาเดินหาอะไรกินบังเอิญเจอผมนั่งอยู่คนเดียวจึงเข้ามาทักทาย



“โลกกลมดีเหมือนกันเนาะมีน” อินบอกแบบนั้น

“อืม กลมแหละ”



เหม่อมองออกไปนอกร้านช่วงย็นวันพฤหัสบดีแบบนี้คนเริ่มหนาตาขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับตอนบ่ายที่ผมมาถึง ก็อย่างว่าแหละห้างสรรพสินค้ามีทุกสิ่งให้เลือกสรร ทั้งของกิน ของใช้ มุมให้เดินเล่นมาที่เดียวได้ครบหมดแถมยังมีแอร์เย็นสบายไม่ต้องเปลืองค่าไฟที่ห้อง ผมนั่งมองนั่นนี่ไปเรื่อยระหว่างมีนนั่งคุยโทรศัพท์พลันสายตาเห็นเด็กผู้ชายสองคนที่กำลังยื้อแย่งของในมือกันอยู่



“เอามานี่นะของพี่พี่ไม่ให้” เด็กผู้ชายเสื้อยืดสีแดงวัยราวๆ ห้าหกขวบเยื้อแย่งตุ๊กตาแมวกับคนตัวเล็กกว่าที่ใส่เสื้อแขนยาวสีเขียวเสียงดังลั่น

“แต่คิวจะเอา คิวขอยืมเล่นหน่อย”

“ไม่ได้ของพี่ ปล่อยมือเดี๋ยวนี้”

“ขอเล่นหน่อย”

“รำคาญ” คนเป็นพี่ผลักน้องล้มลงกับพื้นจนร้องไห้เสียงดังลั่น พอเห็นคนตัวเล็กกว่าร้องหนักขึ้นเรื่อยๆ คนเป็นพี่จึงปาตุ๊กตาที่อยู่ในมือใส่น้องอย่างหัวเสีย

“หยุดร้องได้แล้ว”

“พี่คิวใจดี” เด็กน้อยยิ้มออกแล้วกอดตุ๊กตาเอาไว้แน่น แล้วเดินตามแรงจูงมือของพี่ชายไปหาพ่อกับแม่ที่เลือกซื้อของอยู่ไม่ไกล



เห็นแล้วอดคิดถึงตัวเองในอดีตไม่ได้ ผมกับพี่ปราบทะเลาะกันแบบนี้เป็นประจำแต่พอผมร้องไห้คนเป็นพี่ก็จะขว้างของที่ผมอยากได้หรือสิ่งที่ผมต้องการมาให้ทุกครั้ง แม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ก็ตาม 



ว่าแต่นี่ผมจะคิดถึงพี่มันทำไมวะเนี่ย !!



“มีน”

“มีนครับ”

ห๊ะ !!!

“ว่าไงอิน” ผมหลุดจากภาพในอดีตหันกลับมาหาอินที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“เดี๋ยวอินจะไปแล้วนะ ต้องไปสแตนบายก่อน ผู้จัดการโทรมาตามแล้วครับ”

“อื้อๆ ได้” พยักหน้ารับพลางมองนาฬิกาในมือถือ หกโมงกว่าแล้วนี่หว่า

“ค่าอาหาร เดี๋ยวอินเลี้ยงเองนะ”

“ไม่เป็นไร”

“อินอยากเลี้ยงนี่ครับ ตามใจอินเถอะนะ”

อินส่งสายตาออดอ้อนขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารทั้งที่เขากินชาเขียวแก้วเดียว จะจ่ายเองยังไงก็ไม่ยอมรีบเรียกพนักงานมาคิดเงินแล้วส่งบัตรเครดิตตัดหน้าผมไป จึงจำใจต้องตามนั้นทำอะไรไม่ได้แล้วนี่นา

“ขอบคุณที่เลี้ยงข้าวนะ แต่ที่จริงไม่ต้องเลยเราเกรงใจ”

“ถ้าเกรงใจไว้มีนเลี้ยงอินคืนสิครับ”

“อื้อๆ แบบนั้นก็ได้”

“คืนนี้อินโทรหานะครับ กลับบ้านดีดี”

“ตั้งใจทำงานนะอิน”

“กำลังใจดีขนาดนี้ สู้ตายครับผม” อินยิ้มกว้างแล้วโคตรหล่อทำเอาใจผมบางไปหมด รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเดี๋ยวโดนจับได้ว่าเขิน

เราพากันเดินออกจากร้านหลังจ่ายค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยก่อนจะแยกตัวเพื่อต่างฝ่ายต่างไปทำธุระของตัวเอง อินเดินไปยังลานกิจกรรมของห้างแต่มิวายหันหลังกลับมาโบกมือบ๊ายบายผมจนเกือบชนกับคนที่ยืนอยู่แถวนั้น

ไอ้นายแบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกันเนาะ พออินหายลับตาไปผมจึงมุ่งหน้าตรงขึ้นชั้นสองอยากไปเลือกดูหนังสือทำขนมให้คุณนายศรีซักหน่อยจะได้มีขนมหลายๆอย่างเอาไว้ขายลูกค้า





มุมหนังสือเกี่ยวกับขนมของที่นี่โคตรเยอะ ผมมองหาเล่มที่น่าสนใจเกี่ยวกับขนมชนิดใหม่ๆ และหลักการทางการตลาดพวกโฆษณาทางโซเชี่ยลรวมถึงแพ็กเกจจิ้งสวยๆด้วย ขนมของแม่จะได้ปังๆ  ออเดอร์เข้ามาจนแทบทำส่งไม่ทันนะน้องนะ



(Rrrr--- Rrrrr)

พูดถึงก็โทรมาพอดี มีจิตสัมผัสอะไรรึเปล่าเนี่ยแม่ผม



“สวัสดีครับแม่” ส่งเสียงอ้อนลากยาวให้มากที่สุด

[ได้ข่าวว่าเมื่อคืนแอบหนีเที่ยวอีกแล้ววหรอ]

“บ้าแม่มีนอยู่คอนโดจะหนีเที่ยวได้ยังไงละครับ เมื่อคืนพอสองทุ่มก็หาวหนึ่งทุ่มก็นอนเลย”

เอิ่ม !! รีบพูดไปหน่อยสรวนหมดแล้วกู

[แต่มีสายข่าวโทรมาฟ้องแม่นะว่าเมื่อคืนลูกชายแม่หนีเที่ยว]

“แฮ่ๆ ใครกันนะที่คาบข่าวเร็วขนาดนั้น”

[จะใครก็ช่างอย่าเที่ยวให้มันบ่อยนักนะลูก ที่สำคัญอย่าให้แม่รู้ว่าทำตัวไม่ดีเด็ดขาดไม่อย่างนั้น...เละ]

ขู่เป็นงูเห่าเลยแม่ใครวะเนี่ย !! จ้ากลัวแล้วจ้า

“ครับผมมีนรู้แล้ว”

[เสาร์นี้กลับบ้านใช่มั้ย]

“กลับครับน่าจะบ่ายๆแหละเดี๋ยวมีนกลับไปอ้อนนะครับ”

[ดูแลตัวเองนะลูกโตแล้ว ต้องรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร]

“รับทราบครับผม เนี่ยมีนมาซื้อหนังสือทำขนมให้แม้ด้วยนะเดี๋ยวเสาร์นี้เอาไปให้นะครับ”

รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะโดนบ่นยาวไปมากกว่านี้ คุณยังไม่รู้จักคุณนายศรีดี นี่โดนบ่นยาวสุดสองชั่วโมงเต็มๆ เบลอไปหมดเลยวันนั้นทั้งวัน เข็ด !! ไปจนวันตาย

[ขอบคุณครับลูก]

ครับแม่สวัสดีครับ มีนรักแม่นะ

[แม่ก็รักมีนเหมือนกันครับ]



ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งแม่ก็ซื้อคอนโดใกล้ๆกับมหาวิทยาลัยไว้ให้ผมอยู่จะได้สะดวกในการเดินทาง เพราะระยะทางจากบ้านมาที่มอไปกลับใช้เวลาเกือบๆ สามชั่วโมงเพลียตายพอดี ผมกับแม่เราคุยกันทุกวัน บอกรักกันทุกครั้งที่มีโอกาส ถึงจะอยู่ห่างกันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่มีลดลงไปแม้แต่น้อยกลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมซะอีก ผมจะกลับบ้านทุกๆ วันเสาร์อาทิตย์รวมถึงวันที่ไม่มีเรียนไปช่วยคุณนายเค้าทำขนมส่งลูกค้า



วางสายแม่แล้วเลือกหาหนังสือไปเรื่อยๆ เปิดเล่มนั้นเก็บเล่มนี้จนเจอกับเล่มที่อยากได้ แต่แมร่งอยู่โคตรสูงพี่พนักงานก็ติดลูกค้าหน้าร้านกันหมด หันซ้ายหันขวานั่นไงบันไดใช้ปีนไปสำหรับหยิบหนังสือบนชั้นที่สูงสุด

ไม่รอช้าผมเลื่อนบันไดให้อยู่ในมุมที่สะดวกต่อการปีน เมื่อได้ตามที่ต้องการจึงขึ้นเหยียบขึ้นไปบนบันไดขั้นสุดท้าย แล้วเอื้อมขึ้นไปหยิบหนังสือเล่มที่ผมหามาโคตรนาน ไปทุกร้านก็ไม่มีวันนี้มิชชั่นคอมพลีสแล้วเว้ย



ขณะกำลังจะปีนกลับลงมา ..

“ทำไร”

“เห้ยไอ้พี่ปราบ”

สะดุ้งเสียงของไอ้พี่ปราบที่อยู่ๆก็โพล่งใกล้ๆ ตัวจนเหยียบบันไดพลาด

“มีนระวัง”



โครม !!!!



“โอ๊ยยยยย”



ถ้าเป็นในละครหลังข่าวที่แม่ชอบเปิดทิ้งไว้ตอนทำขนม ผมต้องอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนที่มาช่วยไว้แล้วมองกันตาเชื่อมค้างอยู่แบบนั้นแถมยังมีแสงฟุ้งไปทั่วตัวไม่ใช่หรอ



แล้วทำไมกูถึงตกลงมานอนแผ่หราท่าปลาดาวหมดสภาพแบบนี้ละเนี่ย !!! 



“ไอ้พี่ปราบ ทำไมพี่ไม่รับผมไว้”

เจ็บชิบหาย อายด้วยอีกต่างหาก ดีที่หนังสือไม่หล่นลงมาทั้งตู้ มีแค่เล่มที่ผมคว้าไว้ตกอยู่ข้างเท้าไอ้พี่มัน
“โทษที กูนึกว่าจะรับทัน กะผิดไปหน่อย”

ไม่หน่อยแล้วมั้ง ห่างคนละทิศขนาดนี้ สาบานว่าตาพี่มันยังปกติอยู่

ยัง ยังไม่มาพยุงกูลุกขึ้นไปอีกจะปล่อยให้นอนอายคนอื่นแบบนี้อีกนานแค่ไหนกัน ล้มแรงจนชายเสื้อเชิ๊ตเปิดเห็นพุงกะทิกูหมดแล้วเนี่ย

“มาเดี๋ยวกูช่วย”

“ก็ต้องเป็นแบบนั้นมั้ย พี่ทำผมตกใจจนร่วงลงมานะ”

ไอ้พี่ปราบพยุงผมให้ลุกขึ้นพลางโอบส่วนเอวของผมเอาไว้ เบี่ยงตัวตั้งใจจะออกห่างจากไอ้พี่มันแต่เสือกเซแทบล้ม เจ็บหลังไม่เท่าไหร่แต่ข้อเท้าโคตรเจ็บเลยดีที่พี่ปราบยังไม่ได้ปล่อยมือหนาจากตัวผมแถวดึงให้เข้าไปประชิดตัวใกล้จนได้กลิ่นของน้ำหอมของกันและกัน



ตึก ตึก ตึก !!



“เป็นคนขวัญอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่”

“หรือว่าตั้งแต่มื่อคืน”

“เอ๊ะ”

เจ็บอยู่นะไม่มีอารมณ์จะมาเถียงด้วยหรอกวันนี้ พี่มันมองหน้าผมแล้วยกยิ้มขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้จะตลกอะไรนักหนา

“เดินไหวหรือเปล่า”

ผมไม่ตอบแต่ผลักพี่มันออกจากตัว ทำท่าจะเดินออกไปแต่ยังเจ็บตรงข้อเท้าจนเผลอร้องออกมา ยิ่งเคลื่อนไหวยิ่งกระเทือนฝืนเดินเองต่อคงไม่เกินสามก้าวได้ล้มหน้าคว่ำอีกรอบแน่

“ไม่”

“ไม่ต้องหรอ” พี่ปราบยกคิ้วตั้งคำถาม

“ไม่ไหวแล้วผมเนี่ย..พี่ปราบช่วยพาผมไปส่งที่ห้องหน่อยนะครับ”

.

“ก็แค่เนี๊ยะ ”




--------------------



ปราบมีน หรือ อินมีน พวกเธอว่ายังไง …

+1 รัวๆ หน่อยเร็ว ชอบไม่ชอบกันเอ่ย

 :katai5: :katai5:

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ kong6336

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 454
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +37/-0
เดินไม่ไหวจริงอะ :hao3: :hao7: :hao7:
#ปราบมีนจ้าาาา :hao7:

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 04 --- ❝ แค่ไหนเรียกจริงจัง ❞

------------



“ขึ้นมาดิ”


พี่ปราบนั่งยองกับพื้นหันหลังเข้าหาตัวผมที่รออยู่ตรงเก้าอี้หน้าร้าน หลังจากจัดการจ่ายค่าหนังสือเรียบร้อยแล้ว พี่มันหันหน้ากลับมาหาผมเป็นคำถามว่าทำไมถึงไม่ยอมขึ้นมาสักที ขอเวลาทำใจแปบนึงสิวะผมกับพี่ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะที่จะขี่หลังกันเดินทั่วห้างแบบนี้



ถึงแม้ตอนเด็กผมจะขี่หลังพี่มันบ่อยแค่ไหนก็ตามเถอะ !!



“จะเหม่อลอยอีกนานมั้ย ขึ้นมาได้แล้วนั่งจนตะคริวจะแดกขากูอยู่ละ”

“ไม่ขี่หลังได้มั้ยอะ”

มีทางเลือกอื่นหรือเปล่า ขอตัวเลือกเพิ่มหน่อย

“อุ้ม”

หืม !! อะไรซิ

“พาดบ่า”

หนักเข้าไปอีกไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลย ลังเลอยู่นานว่าจะเอายังไงดี ถ้าตามตัวเลือกที่พี่มันเสนออย่างแรกน่าจะโอเคสุดแล้วแหละ ขืนให้พี่มันอุ้มหรือพาดบ่าได้อายไปทั่วทั้งพระนครแน่เชียว

“เออๆ ขี่หลังก็ได้”

“เรื่องเยอะชิบหายเลยมึงเนี่ย”

สุดท้ายผมจึงต้องขึ้นหลังพี่มันอย่างไม่มีทางเลือก แผ่นหลังที่ผมเคยสัมผัสกาลเวลาพาเปลี่ยนจากเดิมตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นมันกว้างกว่าเก่าแถมยังแข็งแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อผลพวงจากการออกกำลังกาย แม้ตอนนี้จะมีเสื้อโปโลสีดำปกปลุมอยู่ ทว่าในความรู้สึกของผมมันกลับเป็นแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าทรงเสน่ห์

แผ่นหลังที่อยู่บนร่างของผมเมื่อคืนให้สองมือเรียวได้ยึดเกาะมั่นยามแรงกระแทกจากเจ้าตัวสาดซัดเข้ามาราวระลอกคลื่นแรงในวันพายุเข้า



“ไม่เจอกันแค่แปบเดียว แดกควายเข้าไปหรอ หนักชิบหาย”



เพล้ง !!! หมดกันจินตนาการกู



ถ้าไม่มีอะไรให้พูดช่วยอยู่เงียบๆ ผมจะขอบคุณพี่มากเลยครับ ขออนุญาตเอาคำชื่นชมแผ่นหลังเมื่อครู่คืนมาก่อนนะ เพราะปากหมาเหลือเกินจะรับคำชมเชยใดๆ

‘หล่อเสี่ยงตีน’ ฉายานี้ไม่ได้มาเล่นๆจะบอกให้

“อย่าบ่นมากได้ปะ พี่ทำผมเจ็บตัวนะ พี่ต้องรับผิดชอบดิ”

“ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ็บ”

อะไรซิ !! อยู่ดีดีก็เปลี่ยนโหมดขึ้นมากะทันหัน เป็นไบโพล่าปะเนี่ย

“ช่างเถอะ รีบกลับคนมองเยอะแล้วเนี่ย”



ที่บอกว่าเมื่อก่อนผมก็ขี่หลังพี่มันบ่อยๆ ก็เพราะผมเดินช้าจนพี่มันรำคาญ แถมบางทียังซุ่มซ่ามหกล้มหัวเข่าแตก จนต้องเป็นภาระให้พี่ปราบแบกผมกลับบ้านเป็นประจำ คิดแล้วก็ตลกดีเหมือนกันปากด่าว่าโง่อย่างนั้นอย่างนี้แต่สุดท้ายก็ยอมให้ผมขึ้นหลังทุกที



“ไม่ต้องห่วงนะ”

“หืม”

“กูรับผิดชอบมึงทุกเรื่องแหละทั้งเรื่องที่ทำให้มึงเจ็บตัว”

อย่า !! อย่าพูดคำนั้นออกมานะ

“แล้วก็เรื่องเมื่อคืนด้วย”



แมร่งเอ๊ย !!! คำพูดเพียงไม่กี่คำของพี่ปราบเล่นเอาผมร้อนชาวูบไปทั่วทั้งหน้า ใจมันสั่นตอบรับคำที่ไม่ได้หวานละมุนเหมือนอย่างใคร ทว่าสิ่งใดที่ออกมาจากส่วนลึกความรู้สึกที่ซื่อตรงและจริงใจย่อมสัมผัสได้เสมอ



ถึงแม้พี่มันจะกวนตีนไปบ้าง แต่ผมรู้ดีว่าถ้าหากพี่ปราบได้พูดอะไรออกมาแล้ว นั่นเป็นความจริงและยิ่งเป็นสิ่งที่เขาสัญญาเอาไว้ด้วยแล้ว เขาจะทำทุกอย่างเพื่อรักษาคำพูดของตัวเองเอาไว้

.

ผมจำเรื่องวันนั้นได้ดี

“พี่ปราบมีนอยากกินไอติมแตงโม”

“วุ่นวายจังเลย วันนี้ลุงเค้าไม่มาขาย เดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าเจอจะซื้อมา”

“จริงๆ นะ พี่ปราบไม่หลอกมีนนะ”

“เออ อย่าพูดมากรำคาญ วันนี้กินไอติมช็อกโกแลตไปก่อน โคตรเรื่องมากเลยมีนั่นจะกินนี่”

ตกตอนเย็นของอีกวัน พี่ปราบมาหาผมที่บ้านพร้อมด้วยไอติมแตงโมกับเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยรอยตีนและใบหน้าเขียวช้ำทั่วเพียงเพราะ....



‘ต่อยกับรุ่นพี่ที่โรงเรียนเพื่อแย่งไอติมแตงโมแท่งสุดท้ายมาให้ผม’





ในที่สุดผมก็มาถึงห้องแม้พี่มันจะบ่นว่าหนักตลอดทางที่แบกผมไว้บนหลังของตัวเองก็ตาม กระนั้นก็ยังพาผมมาส่งผมที่คอนโดอย่างปลอดภัย แถมยังซื้อพวกขนม ยาแล้วก็มื้อเย็นติดขึ้นมาด้วยอีกต่างหาก พี่ปราบวางผมแหมะไว้ตรงโซฟานุ่มถามว่าครัวอยู่ไหนก่อนจะเดินไปตามทางที่ผมชี้

เสียงถ้วยชามช้อนดังกระทบกันเป็นระยะจนเงียบ ตามด้วยภาพคนตัวสูงโผล่หน้ามาจากครัวก่อนจะยกชามก๋วยเตี๋ยวใบใหญ่พร้อมแก้วน้ำมาวางไว้ตรงโซฟาหน้าทีวี

“รีบกิน เสร็จแล้วจะได้กินยาแก้อักเสบกับประคบเย็น”

“ขอบคุณคร้าบ”

เลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ ที่อยู่ตรงหน้าคีบเส้นเข้าปากเคี้ยวรับความอร่อยสุดฟินพร้อมกับดูทีวีรายการโปรดไปด้วย พี่ปราบเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้งพร้อมชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองก่อนจะเริ่มลงมือกินเช่นกัน

“พี่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

ตั้งแต่จบปีสี่พี่ปราบก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อโทบริหารที่อเมริกา เพราะต้องกลับมาทำธุรกิจให้กับที่บ้าน เห็นแบบนี้พี่ปราบเป็นคนที่เรียนเก่งมากแม้ลุคภายนอกจะไม่ให้ก็ตาม

เด็กบริหารห่าอะไร แต่งตัวอย่างกับวิศวะ !!

“กลับมาได้สักพักแล้ว”

ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยนะ แม่หรือพี่ปกก็ไม่เห็นจะพูดถึงพี่มันเลย

“แล้วเมื่อคืนไปเจอผมได้ไง ไปเที่ยวหรอ”

“กูไม่ได้ไปเที่ยว กูไปดูมึงให้น้าศรีต่างหาก”

เดี๋ยวนะ !! กูว่าแล้วใครเป็นคนโทรไปฟ้องแม่ นี่ไลน์ไปด่าไอ้เก้าจนมันงงไปหมด ที่แท้คนผิดนั่งอยู่ข้างๆ นี่เอง

“แล้วพี่รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นั่น”

พี่ปราบชำเลืองมองผมเล็กน้อย แล้วหันกลับไปคีบเส้นเล็กใส่ปากต่อไม่ตอบกลับอะไรมา ปล่อยให้ผมค้นหาคำตอบเองในใจต่อไป หน้ากูคงเหมือนคนมีญาณทิพย์แหละ

“มีไอติมไข่แข็งด้วยนะ”

“มีหรอ ทำไมผมเห็นมีแต่ไอติมธรรมดา”

ผมเคยไปกินไอติมร้านที่พี่มันแวะซื้อไอติมเมื่อกี้ จำได้ว่าร้านนั้นไม่มีเมนูที่พี่ปราบพูดถึงนี่นาหรือว่าเป็นเมนูใหม่หว่า

“ก็ไอติมอยู่ในตู้เย็น ส่วนไข่แข็งอยู่นี่ไง”



ผลั๊ว !!!

“โอ๊ยมีน”

โบกหน้าผากหนึ่งทีโทษฐานทะลึ่งตึงโบ๊ะกับผม ไข่แข็งห่าไรที่พี่ชี้อยู่นั่นไข่คนตะหากเว้ย





เพล้ง !!!!!!

เสียงชามหล่นลงพื้นแตกกระจายย่อยยับละเอียดยิบอีกนิดคงใช้แทนทรายก่อสร้างได้แล้วแหละกูว่า ความไอ้พี่ปราบ ความลูกคุณหนูไม่เคยล้างจาน บอกแล้วว่าอย่าทำแต่ก็ไม่ฟังสุดท้ายผลที่ออกมาคือชามก๋วยเตี๋ยวสองใบต้องถูกโกยทิ้งลงถังขยะ

เยี่ยมจริงๆ !! มาไม่ถึงชั่วโมงชิบหายไปแล้วหนึ่ง

“ตอนพี่อยู่อเมริกาพี่อยู่ยังไงไม่ได้ล้างจานหรอ”

พี่ปราบส่ายหัวกลับมาแทนคำตอบ ก็คงจะมีแม่บ้านดูแลเหมือนตอนที่อยู่เมืองไทยนั่นแหละ ลูกชายคนเล็กของเศรษฐีก็งี้ จะทำงานบ้านเองได้ไง

“แล้วนี่จะกลับเลยมั้ย”

“เดี๋ยวอยู่ประคบเย็นให้มึงเสร็จค่อยกลับ”

“พี่ทำเป็นหรอ” ชักเริ่มไม่ไว้ใจแล้วนะ

“เป็นสิ” นั่น !! พยักหน้าแววตาดูมั่นใจ

“เคยทำหรอ”

“เปล่า แต่เมื่อกี้อ่านจากในเว็บแล้วคงไม่ยากเท่าไหร่”

สบายใจละไอ้มีนทำครั้งแรกด้วย เตรียมข้อเท้าอักเสบหนักได้เลยพรุ่งนี้กู



ผมปล่อยให้พี่ปราบนั่งดูทีวีรอ ส่วนตัวเองเข้ามาอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเรียกความสดชื่นให้กลับมา ฟองสบู่สีขาวถูวนไปทั่วผิวเนียนใสที่มีรอยช้ำประทับฝากไว้จากคนที่รอประคบเย็นให้ผมข้างนอก ภาพความทรงจำเมื่อคืนเคลื่อนที่เข้ามาตามจังหวะความคิดอีกครั้ง

อุ่นร้อนของริมฝีปากกับแรงขบเน้นจนเกิดเป็นรอยบนตัว เสียงเรียกชื่อผมที่ลอดแผ่วจากปากของพี่มันก้องดังเข้ามาในหัวเป็นที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน 



ภาพจำยังชัดเจน .. เหมือนเดิมทุกอย่าง



หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำจนจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับผ้าขนหนูที่พันส่วนล่างไว้หลวมๆ เปิดตู้เสื้อผ้าหาชุดนอนสวมใส่คืนนี้จะได้รีบออกไปหาพี่ปราบซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ทำหน้าหงิกเพราะรอผมอาบน้ำนานจนตะคริวแดกหน้าไปถึงส่วนไหนแล้ว



(Rrrr—Rrrr--)


ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังอยู่ข้างนอก ไม่นานก็เงียบดับไปไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยโทรกลับ ไม่ไอ้เก้าก็ไอ้ปาร์คนั่นแหละที่โทรมากวนตีนหาเรื่องคุย



“สวัสดีครับ”

เชี่ยแล้ว !! ที่เสียงโทรศัพท์ผมเงียบกะทันหันไม่ใช่เพราะมันดับเอง แต่ไอ้พี่ปราบกดรับแถมยังเปิดลำโพงอีก

[นั่นใช่เบอร์มีนมั้ยครับ ทำไมเหมือนไม่ใช่เสียงมีน]

เสียงอินนี่หว่า ตายห่าแล้ว!!

“มีนอาบน้ำอยู่มีไรปะ”

[ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นใคร]

“กูชื่อปราบปราม”

[แล้วคุณเป็นอะไรกับมีนครับ]

ไม่ใส่เสื้อผ้าแล้วโว้ย ออกไปทั้งผ้าเช็ดตัวพันหลวมข้างล่างแบบนี้แหละ เดี๋ยวไอ้พี่ปราบจะพูดอะไรมากไปกว่านี้

“มึงว่าคนที่จะรับสายแทนกันได้ อยู่คอนโดด้วยกันได้ นอนด้วยกันได้จะเป็นอะไรซะอีกนอกจาก”

‘พี่ปราบอย่า…….’

ผมตะโกนลั่นแทรกสนทนาพร้อมวิ่งออกมาจากหน้าห้อง

“ผัวมีน”



ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด !!

ผมกดตัดสายทันทีที่มาถึง แต่ไม่ทันไอ้พี่ปราบพูดคำนั้นออกไปแล้ว

ไอ้เหี้ยพี่ปราบกูจะบีบคอมึง อย่าเขย่งนะเว้ย





ผมนั่งอยู่ตรงโซฟาหลังจากกลับเข้าไปแต่งตัวจนเสร็จ เหยียดตรงขาซ้ายที่ข้อเท้าเจ็บวางบนตักของไอ้พี่ปราบซึ่งขณะนี้นั่งอยู่ตรงพื้นเตรียมใช้ถุงประคบเย็นที่ซื้อมาจากร้านขายยาปฐมพยาบาลเบื้องต้นตรงข้อเท้าให้ผมหลังจากนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นตั้งแต่กลับมาถึงที่คอนโด

วิธีนี้พี่มันบอกจะช่วยลดอาการปวด บวม และอักเสบ โดยกดประคบบริเวณที่บาดเจ็บ ครั้งละ 15 - 20 นาที และจะต้องทำในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรกหลังได้รับบาดเจ็บ

ผมนั่งมองคนที่เคยเอาแต่กวนประสาทไปมา ทว่าตอนนี้กลับดูแลผมเป็นอย่างดี พี่มันประคบด้วยความระมัดระวัง มือที่จับตรงข้อเท้านั้นอ่อนโยนทนุถนอน สายตาเพ่งมองตั้งใจ ทำตัวน่ารักก็เป็นเหมือนกันนี่หว่าไอ้พี่ปราบ



“คนที่โทรมาเป็นใคร”

พี่ปราบหยุดประคบเมื่อครบ 15 นาทีเป๊ะตามวิธีใช้ข้างกล่องระบุ สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตานิ่งฉายแววไม่ค่อยพอใจในคำพูดที่เอ่ยออกมา ตั้งแต่กดวางสายอินและโดนหมอนฟาดไปหนึ่งทีแทนการทำโทษที่เสียมารยาทกดรับสายโทรศัพท์คนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่ายนั้นก็ยังไม่พูดถึงเรื่องนี้เลยผมนึกว่าจะลืมไปแล้วเสียอีก

“เพื่อน ไม่มีไรหรอก”

“ใช่คนที่ชื่ออินปะ”

“ห๊ะ” อะไรจะเดาได้ถูกขนาดนั้นพ่อ

“เป็นคนเดียวกันกับที่มึงเรียกชื่อเมื่อคืน แล้วก็คนที่มึงไปนั่งกินข้าวด้วยเมื่อเย็นใช่ปะ”

เดี๋ยวนะ อย่างแรกเข้าใจว่าเมื่อคืนผมเรียกชื่ออินออกไปแบบนั้น ก็ผมคิดว่าคนที่มีอะไรด้วยเป็นอินนี่หว่าก็ต้องเรียกชื่ออินสิ แต่อย่างหลังพี่ปราบรู้ได้ยังไงกัน

“พี่รู้ได้ไงว่าผมไปกินข้าวกับอินมา”

“กูโทรหาเก้า มันบอกว่ามึงอยู่ที่ร้านนั้น เลยตั้งใจจะไปหาแต่พอกูไปถึงมึงก็อยู่กับไอ้นั่น”

สีหน้าพี่ปราบดูผิดหวังเล็กน้อยเมื่อต้องเอ่ยถึงสิ่งนั้น ก่อนจะปรับเป็นปกติในชั่วพริบตาเดียว จนผมงงว่าแท้ที่จริงพี่มันอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

“ใช่ครับ คนที่โทรมาชื่ออิน แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นเพื่อนกัน”

พี่ปราบหันกลับมาจ้องมองผมด้วยสายตาที่เล่นเอาผมหวั่นไหว สายตาที่พี่มันไม่เคยมองผมมาก่อน

“กูหวงมึงนะ”

หืม !! อะไรซิ

“พะ .. พะ พี่ว่ายังไงนะ”

“กูหวงมึง กูไม่อยากให้มึงอยู่ใกล้คนอื่น”



ตึก ตึก ตึก

ใจเต้นสั่นระรัวจากคนคนเดิมเป็นรอบที่สามของวัน

บทจะตรงก็ตรงชิบหาย



“มึงเป็นของกูแล้วนะ”



ผมกระพริบตาถี่มองพี่ปราบราวกับไม่เชื่อหูตัวเองมากนัก ทว่าเมื่อได้เห็นแววตาที่มั่นคงในคำพูดที่เอ่ยออกมาประกอบกับสีหน้าที่จริงใจนั้นแล้วจึงมั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ได้พูดกวนประสาทแต่อย่างใด

“พี่ตลกแล้ว อำผมใช่มั้ย เลิกแกล้งเถอะดึกแล้วจะได้กลับบ้าน”

ผมสลัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นออกไป เพราะใจผมก่อกำแพงความสับสนขึ้นมาเต็มไปหมดไม่รู้ว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้เรียกว่าอะไร แม้จะเชื่อคนตรงหน้าแค่ไหน แต่เมื่อมองไปข้างหน้าแล้วผมไม่เห็นทางเป็นไปได้สักนิด

ความสนิทสนมที่มีตั้งแต่เด็ก ผสานกับความกลัวในความรักที่ผิดหวังมาตลอดชีวิตที่เคยได้สัมผัสจนผมไม่กล้าเปิดตัวเองออกไปด้วยกลัวผลลัพธ์ที่ตามมามันจะจบแบบเดิมอีก



เพราะสุดท้ายคนที่เจ็บที่สุด ..ก็คงไม่พ้นผมอยู่ดี



พี่ปราบลุกขึ้นจากพื้นมานั่งข้างๆ ผม นัยน์ตาสีดำนิ่งมั่นคงราวกับต้องการสื่อถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจและคำพูดที่เอ่ยออกมาอีกครั้ง ใบหน้าผมร้อนวูบเมื่อสบเข้าไปแววตาของคนตรงหน้า ความร้อนระเรื่อที่แผ่ซ่านตั้งแต่ใบหูจนถึงลำคอพอรู้ว่าตอนนี้ผมหน้าแดงขนาดไหน พี่ปราบเอื้อมมือมาเกาะกุมมือเรียวนุ่มของผมไว้ไล้ลูบอย่างเบามือ ก่อนหยิบยกขึ้นไปแตะตรงส่วนอกด้านซ้ายของตัวเอง



ตึก ตึก ตึก

แรงเต้นของอวัยวะที่ซื่อตรงที่สุดของร่างกาย แรงระรัวไม่ต่างจากของผมเลยสักนิด ผมก้มหน้าหลบสายตาคมที่ส่งมาอย่างไม่หยุดหย่อน ความสับสน ความหวั่นไหว ในความสัมพันธ์ที่เลยเถิดเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมไม่รู้ทิศทางจะเคลื่อนไหวต่อ

“ไม่รู้มันเกิดขึ้นตอนไหน แต่พอรู้อีกทีหัวใจดวงนี้มันก็เต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้มึงแล้ว”

“พี่ปราบ”

“ยังไม่ต้องเชื่อกูก็ได้ แค่ให้โอกาสให้การกระทำพิสูจน์มันก็พอ”

ยอมรับว่าเคลิ้มไหวไปกับทุ้มเสียงที่เอ่ยเอื้อนออกมาอย่างไม่สามารถหยุดความรู้สึกตัวเองได้ คนตรงหน้าขยับย้ายร่างให้เข้ามาประชิดติดใกล้ ยกมือหนาขึ้นจับแก้วนุ่มของผมเอาไว้ด้วยสัมผัสละมุนคล้ายกลัวจะบอบช้ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเราสองคน ลดลงเรื่อยตามการเคลื่อนไหวเข้าหาของคนตัวสูง

พี่ปราบประกบริมฝีปากอย่างช้าเชื่องอ้อยอิ่ง สอดเรียวลิ้นเข้าไปภายในเกี่ยวกระหวัดแลกเปลี่ยนความรู้สึกและทุกห้วงอารมณ์ระหว่างกัน ลิ้นสากฉกฉวยทั่วโพลง รสจูบนี้ที่ผมยังตราตรึงในห้วงความรู้สึกไม่คลาย

ของเหลวสีใสฉ่ำเยิ้มจากริมฝีปากนุ่มยามเราผละออกจากกันเพื่อเปิดโอกาสให้ต่างฝ่ายได้หายใจเติมเต็มอ็อกซิเจน ก่อนจะกดจูบลงอีกระลอกพร้อมเอียงหน้าปรับองศาเพื่อให้อยู่ในท่าที่สัมผัสกันได้อย่างถนัดมากขึ้น เนิ่นนานเชื่องช้าจนพอใจจึงค่อยคลายริมฝีปากที่ประกบออกจากกัน รอฝีปากของคนตรงหน้าไล่เรื่อยหยุดตรงหน้าผากก่อนจะกดจูบแน่นลงสำทับอีกครั้ง

นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นี้ลืมตามาเผชิญกับนัยน์ตาสีดำขลับตรงข้าม เจ้าของร่างสูงยกยิ้มกว้างอิ่มสุข มือวาดวนตรงกรอบหน้านุ่มไม่คลายลง ก่อนจะเอ่ยเอื้อนคำที่เติมเต็มความรู้สึกนั้นของผมอีกครั้ง

.



“กูไม่ได้ตลกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนถึงมึงจะบอกว่าแค่สนุก”

คนตรงหน้ากำลังทำให้ใจผมสั่นระรัว

.


“แต่กูจริงจังและตั้งใจให้มันเกิดขึ้น”





อยากกินไอติม…ไข่แข็งอะ 555555

 :hao6: :hao6: :hao6:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01-06-2021 21:05:16 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ไปร้านไอติม แปบนะ ..

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 05 --- ❝ คนใดที่ได้เจียว ❞

------------



ติ๊ง !!!!



Prabpram : ตื่นเถิดชาวไทย

Prabpram : กินข้าวแล้วกินยาด้วยนะ

Prabpram : เดี๋ยวเที่ยงจะแวะเข้าไปประคบเย็นให้ รอกินข้าวพร้อมกันนะ



08.30  น.

วางโทรศัพท์ลงบนที่นอน ส่ายหัวให้กับข้อความของไอ้พี่ปราบที่ส่งมาก่อกวนตั้งแต่แปดโมงเช้าแบบนี้โดยไม่ได้ตอบกลับอะไรไป ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วที่พี่มันทำให้ใจผมหวั่นไหวอยู่ไม่สุข ทิ้งรอยจูบกับคำพูดละมุนมั่นคงนั้นฝากเอาไว้ก่อนคนตัวสูงจะกลับไป



“แต่กูจริงจังและตั้งใจให้มันเกิดขึ้น”

คำนั้นยังฝังแน่นอยู่ในทุกห้วงความรู้สึก



ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความสดชื่นแม้จะถูกเสียงข้อความปลุกให้ตื่นก็ตาม หากเป็นปกติผมจะหงุดหงิดมากที่โดนดึงให้ออกจากความฝันดีในวันหยุดแบบนี้ ทว่าทำไมข้อความที่เด้งติดๆ กันสามสี่ข้อความนั้นไม่ได้ทำให้เกิดความรำราญแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามผมกลับเผลอยกยิ้มตามด้วยซ้ำ



สองเท้าค่อยเหยียดยกลงบนพื้น ความระบมยังมีอยู่บ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมื่อวาน อาจเพราะประคบเย็นจากใครคนนั้น เช้านี้จากที่คิดว่าจะปวดหนักจนเดินไม่ไหวกลับกลายเป็นผมสามารถเดินได้แม้จะไม่เต็มที่ก็ตาม



หยิบเสื้อยืดโอเวอร์ไซต์สีดำตัวโปรดกับกางเกงขาสั้นมาสวมใส่หลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย จัดทรงผมทูบ๊อกที่เคยยุ่งเหยิงให้เข้าที่ หมุนตรวจความเรียบร้อยตรงหน้ากระจกเต็มความสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าเซ็นติเมตร ฉีดพ่นน้ำหอมกลิ่นประจำตัวถือเป็นอันเสร็จพิธี



บ้า !! ไม่ได้แต่งตัวรอใครสักหน่อย



10.00 น.

ต้มโจ๊กสำเร็จรูปง่ายๆ สำหรับมื้อเช้าจะได้กินยาแก้อักเสบหลังอาหาร เปิดทีวีเป็นเพื่อนแก้เหงากลับฉายช่องที่คนตัวสูงเมื่อคืนเปิดทิ้งไว้  ‘ช่องการ์ตูนต่างประเทศ’ ติดการ์ตูนยังไงก็ยังเป็นแบบเดิมยิ่งวันพีชเรื่องโปรดพี่มันสามารถนั่งดูได้เป็นวันโดยไม่ขยับไปไหน



ติ๊ง !!

ตายยากจริง บ่นถึงก็ไลน์มาพอดี

Prabpram : เซ็ง !! อ่านไลน์แล้วไม่ตอบ

Prabpram : ประชุมอยู่นี่ แต่ใจอยู่โน่น

Prabpram : อยากกินไข่เจียวจัง จะมีคนใจดีทำให้กินมั้ยนะ

.

Meen-Tara : น่ามคาน

ก้มหน้าก้มตาตักกินโจ๊กต่อ เดี๋ยวจะได้ไปทำใครเจียวสำหรับมื้อเที่ยง

บ้า !!  ไม่ได้ทำรอพี่มันสักหน่อย



11.00 น.

นานแล้วที่ไม่ได้ทำอาหารกินจิงๆจังๆ อย่างมากก็โจ๊กคัพหรือต้มบะหมี่ถ้วยเท่านั้นแหละ ผมอยู่คนเดียวส่วนใหญ่จะหาอะไรกินให้เรียบร้อยตั้งแต่ข้างนอกมาแล้ว ส่วนใหญ่ก็กินกับไอ้เก้าไอ้ปาร์ค ส่วนวันหยุดอาศัยสั่งเดลิเวอร์รี่ไม่ก็อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป แม้จะไม่อร่อยเท่าไหร่แต่ก็ยังดีกว่าต้องมานั่งล้างจาน โคตรขี้เกียจเลย



ค้นในตู้เย็นยังดีที่มีไข่เหลืออยู่สี่ฟองสุดท้าย นอกนั้นไม่มีของสดอะไรเลย แหม !! ตู้เย็นห้องผมมีไว้แช่น้ำเปล่าเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นลงไปหาที่เซเว่นเอา



ลงมือตอกไข่ทีละฟองจนครบสี่ จากนั้นใส่ผงปรุงรส ซีอิ๊วขาว และน้ำปลา ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน ระหว่างรอก็ตีไข่ไปพลางๆ พอทำอาหารเป็นบ้างให้เอาตัวรอดเผื่อมื้อไหนซื้อมาแล้วแดกไม่ได้ วิชาส่วนใหญ่เป็นแม่ใช้แล้วจำ ก็คุณนายศรีทำอาหารทุกมื้อส่วนผมมีหน้าที่เป็นภาระมือ คอยหยิบจับนั่นโน่นนี่ไปตามทักษะที่พอจะทำไหว เก่งสุดก็เด็ดใบกระเพรา..น่าภูมิใจชิบหาย



11.30 น.

ไข่เจียวสีเหลืองน่ากิน ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้อง ยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปอัพลงสตอรี่สักหน่อยชาวโซเชี่ยลจะได้รู้ว่ากูเจียวไข่เป็น



12.25 น.

ไข่เจียวผมเริ่มเย็นชืด แต่ยังไร้วี่แววคนที่สั่งให้ทำจะมาถึง ไลน์เงียบสนิทไม่มีข้อความใดๆ นับตั้งแต่สิบโมง

13.20 น.

ท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ เมื่อผ่านเที่ยงวันมาได้เพียงไม่กี่นาที โจ๊กถุงตอนเช้าไม่อยู่ท้องเลยสักนิด ส่วนคนบอกให้รอทานข้าวพร้อมกันก็เงียบหายไร้การติดต่อใดๆ



‘รูปไข่เจียว’

Meen-Tara  : ไข่เจียวเย็นหมดแล้วครับ



14.10 น.

ติ๊ง !!

Prabpram : โทษทีนะ คงไม่ได้ไปแล้ว ติดธุระด่วน



ไข่เจียวเย็นชืดอยู่บนจานตรงหน้า พร้อมกับความรู้สึกผิดหวังจากข้อความสุดท้ายที่ไม่ได้เปิดอ่าน







“มีนทางนี้ครับ”

อินกวักมือเรียกผมแต่ไกลอยู่ตรงหน้าทางเข้าร้านเสื้อผ้าชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากข้อความนั้นไม่นานอินก็โทรมาชวนขอให้ผมเลือกเสื้อผ้า ผมที่รู้สึกนอยด์เบื่อๆ อยู่แล้วจึงตัดสินใจออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมสู่อิสระในโลกกว้าง ผมค่อยๆ ก้าวเดินเพราะยังมีเจ็บตรงข้อเท้าอยู่ เหมือนอินจะสังเกตุเห็นเลยรีบวิ่งเข้ามาหา

“มีนเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมเดินแบบนี้”

“เมื่อวานมีนล้มเลยเจ็บข้อเท้านิดหน่อย”

“อ้าว ไม่บอกละครับอินจะได้ไม่รบกวน”

“ไม่เป็นไรมีนอยากมาเดินเล่น อยู่ห้องก็เบื่อ”

“ได้ๆ งั้นมีนนั่งรออินอย่างเดียวนะ เดี๋ยวอินจะหยิบเสื้อผ้ามาให้เลือก”

พยักหน้ารับคำพลางก้าวเดินตามคนที่ประคองผมไม่ห่าง อินไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนเลยแม้แต่น้อย ไม่ถาม ไม่สงสัยว่าคนที่เขาคุยด้วยเป็นใคร ทำตัวปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยิ้มหัวเราะง่ายกับทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเหมือนทุกครั้ง จนบางทีผมก็อยากทำให้ตัวเองยิ้มได้ง่ายๆแบบนั้นบ้างจัง

“ตัวนี้สวยมั้ยครับมีน”

“สวยดีนะ”

อินหยิบเสื้อเชิ๊ดสีดำคอจีนทรงผู้ชายไม่มีกระดุมมาให้ผมดู จากนั้นก็ตามมาด้วยเสื้อยืด กางเกง เสื้อคลุมอีกเยอะแยะมากมาย จากที่นั่งนิ่งๆเหมือนหุ่น กลับฉีกยิ้มและเผลอหัวเราะตามท่าทางของคนตรงหน้าที่คอยทำอะไรตลกๆให้ผมดู แถมยังวิ่งเข้าออกห้องลองชุดจนเหนื่อยหอบ

“อันนี้อินซื้อให้ครับ”

ถุงกระดาษในมือถูกยื่นมาให้ผมหลังจากอินจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้างในเป็นเสื้อยืดสีขาวลายสกรีนกราฟฟิคตรงอกที่ผมบอกอินว่าตัวนี้สวยสุด

“ซื้อให้มีนทำไม”

“เอาไว้ใส่ไปเที่ยวคราวหน้าด้วยกันไงครับ”

“หืม”

“ล้อเล่น แทนคำขอบคุณไงที่มีนมาช่วยเลือกเสื้อผ้าให้”

“ขอบคุณนะ”

“มีอะไรไม่สบายใจ ระบายให้อินฟังได้นะ มีนเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าหน้าเศร้าๆแบบนี้นะครับ”

อินถือวสาสะใช้นิ้วชี้จับตรงมุมปากทั้งสองข้างของผมให้ยกขึ้น ส่วนเขาเองก็ยกยิ้มกว้างอย่างที่ชอบทำเป็นประจำอยู่แล้วเป็นเพื่อน

“ไม่มีไรหรอก”

“ไปหาไรกินดีกว่า วันนี้มีนต้องเลี้ยงอินนี่นา”

อินทวงสัญญาที่ผมได้ให้ไว้เมื่อวาน เราพากันเดินมาเรื่อยๆ มองหาร้านที่น่าสนใจสำหรับมื้อเย็นนี้

“มีนร้านอาหารญี่ปุ่นตรงนั้นน่าสนนะ”

ละสายตาจากร้านชาบูตรงหน้าหันกลับไปตามเสียงเรียกของอิน สายตามองทิศทางที่มือของคนข้างตัวชี้อยู่ พลันสายตากับมองอย่างอย่างอื่นที่ไม่ใช่ร้านอาหาร



คนที่บอกว่ามีธุระด่วน !! แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้



พี่ปราบเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปกับผู้หญิงสวย รูปร่างดี ดูสมกัน หล่อนสวมชุดเดรสสั้นสีชมพูดูเด่นตา ออดอ้อนกอดแขนพี่ปราบไม่ห่างตัวแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจน ส่วนฝ่ายชายไม่มีท่าทีปัดป้องขัดขืนแต่ประการใด

“ปราบคะ ” เคธี่อยากได้กระเป๋า ช่วยเลือกหน่อยนะ

“ไปสิ”

“ปราบน่ารักที่สุดเลย เสร็จแล้วเราไปหาไรกินกันต่อนะคะ”

เสียงออดอ้อนน่ารัก ไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องหลงให้กับท่าทางและสายตาของเธอทั้งนั้น ผมที่ยืนมองห่างๆ ยังอดชื่นชมไม่ได้

“แต่ว่า” พี่ปราบเหมือนหยุดคิดชั่วครู่ก่อนจะตอบตกลงกลับไป

“นะคะ”

“ก็ได้ครับ”

“เย้ปราบของเคธี่น่ารักที่สุด”



ตลกตัวเองชิบหาย !! นี่ผมเผลอคิดว่าที่พี่ปราบนอนกับผมเป็นเพราะเขามีใจได้ยังไงกันในเมื่อมันไม่มีสัญญาณอะไรที่บ่งบอกมาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

นอกจากคำพูดลวงหลอกที่พี่มันสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ผมคิดไปเอง

คนที่ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่เด็ก จะมาสนใจกันได้ยังไง

ความรู้สึกมันสั่งให้ผมอ่อนไหวไปกับความอ่อนโยนที่พี่ปราบมอบให้ตลอดระยะเวลาที่เสพสุขร่วมกันบนเตียงหรือด้วยใจผมที่พยายามสั่งบังคับให้มันปิดกั้นทุกความหวั่นไหวที่เข้ามาใกล้ตลอดหนึ่งปีที่ก่อกำแพงเอาไว้เป็นเพียงการหลอกตัวเองให้เข้มแข็งเท่านั้น



ทว่าในความเป็นจริงแล้วนั้นผมยังอยากมีรักกับใครสักคน

และความจริง .. ผมไม่สามารถนอนกับใครต่อใครก็ได้อย่างที่สะกดจิตตัวเองให้ทำแบบนั้นอยู่เสมอ



ผมหวั่นไหวกับคู่นอนของผมอย่างง่ายดายโดยไม่เผื่อใจไว้เลยว่า ..

มันก็แค่เรื่องสนุกบนเตียงที่ห้ามจริงจัง



เลิกคิดถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ซะเถอะ เพราะระหว่างที่เรานั่งเฝ้าเพ้อ สับสน วุ่นวายในใจถึงใครคนนั้น เขากลับตรงกันข้ามกับเราโดยสิ้นเชิง เขามีความสุข เขามีคนเดินข้างกายอยู่แล้ว เขาไม่ได้มีท่าทีวุ่นวายใจเหมือนเราเลยสักน้อย



เรื่องคืนนั้นมันก็คืออดีตที่ผมไม่ควรจดจำ

แค่ผมยังจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ไม่ดีพอแหละถึงทำให้ต้องมานั่งเป็นบ้าอยู่อย่างนี้

หรืออาจเพียงเพราะพี่ปราบเป็นคู่นอนคนแรกของผม จึงยังไม่สามารถจัดการความรู้สึกต่างๆได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น

ผมต้องลองนอนกับคนอื่นดูบ้าง ความรู้สึกแย่ๆ พวกนี้จะได้หมดไปสักที



มันก็แค่ความสับสนในครั้งแรก ... คนต่อๆไปผมจะจัดการกับตัวเองได้ดีขึ้นเอง

.

“อินครับ”

“ครับมีน”

.

“คืนนี้เจอกันที่ผับนะครับ มีนไม่อยากอยู่คนเดียว”









บรรยากาศร้านคืนนี้คึกคักกว่าเมื่อวานมากด้วยเป็นวันศุกร์ ทั้งคนออฟฟิศและนักศึกษาจึงเข้ามาปลดปล่อยความเหนื่อยล้า ความน่าเบื่อ ความทุกข์ เพื่อเติมความสุขให้กับตัวเองรวมถึงผมด้วย เมื่อหัวค่ำหลังจากแยกกับอินผมโทรบอกไอ้เก้ากับไอ้ปาร์คแล้วว่าจะมาเที่ยวสองตัวนั่นหูผึ่งบอกจะรีบตามมาดึกๆ ส่วนผมพอแต่งตัวเสร็จก็ออกมาเลย ไม่อยากปล่อยตัวเองให้จมกับเรื่องในหัว คืนนี้ผมจะเคลียร์ความรู้สึกบ้าๆ นั่นทิ้งด้วยเหล้าและคู่นอนใหม่ของผม



พี่ปราบ ..จะไม่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกผมอีกแล้ว !!



“อย่าดื่มเยอะนะครับมีน อินเป็นห่วง” ยกเบียร์ขวดที่หกขึ้นดื่มอย่างง่ายดายเหมือนมันเป็นแค่น้ำเปล่า ความรู้สึกมึนทำหน้าที่เมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ในเกณฑ์เกินกำหนด

“เป็นห่วงมีนหรือกลัวมีนเมาแล้วจะเอาไม่สนุกกันแน่ครับ”

พูดตรงจนอินหน้าเจื่อน ผมไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้ว่าอินเข้ามาหาผมเพราะสาเหตุใด แม้อินจะแสดงว่าชอบผมเกินความสัมพันธ์ชั่วคราวก็ตาม แต่ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับอีกฝ่าย



คืนนี้มันจะเกิดขึ้นเพียง .. หาความสุขระหว่างกันชั่วคราวเท่านั้น



“อินไม่ได้คิดแค่เรื่องนั้นนะครับ อินชอบมีนจริงๆนะครับ เราคุยกันไปก่อนก็ได้อินไม่รีบ”

“แต่มีนไม่ได้ต้องการแฟนครับ มีนอยากได้แค่คู่นอน”

เบียร์ขวดที่แปดถูกวางลงบนโต๊ะพร้อมสติที่เริ่มเลือนลางไปตามจำนวนขวด ความเมาสั่งให้ผมกล้าที่จะพูดในสิ่งที่ใจคิดออกมา หากเป็นปกติคงไม่ขนาดนี้แม้จะเป็นคนตรงแค่ไหนก็ตามที

“อินว่ามีนเมามากแล้วนะ”

ขยับตัวให้เข้าไปชิดกับอินให้มากขึ้น มือลูบไล้ใบหน้าหล่อราวรูปปั้น เลือนไล้ปากอวบสวยที่เคยประทับจูบเมื่อคืนก่อนแล้วครั้งหนึ่ง อินเผลอลูบขาผมอย่างลืมตัวตอบกลับมา ปากผมเผยอยั่วยวนฝ่ายตรงข้ามให้เคลิ้มตาม

“ชอบมีนจริงหรอ”

“ชอบครับ”

“ทำให้มีนติดใจสิ .. เผื่อมีนจะลืมอินไม่ลง”

หรือทำยังไงก็ได้ให้ผมลืมเค้าสักทีเถอะ ผมจะขอบคุณมากเลย



อินดึงผมเข้าไปจูบ ลิ้นฉกรัวเร็วซาบซ่านจนผมเผลอยกมือขึ้นกอดคอคนที่อยู่ตรงหน้าจูบครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนเพราะมันร้อนแรงกว่าเดิมมาก อินกัดเม้มงัดริมฝีปากบนล่างผมสลับกันไปมาก่อนจะใช้ลิ้นพุ่งฉกโลมเลียไปทั่วทุกส่วนของกระพุ้งแก้ม ผมตอบสนองจูบของอินด้วยลิ้นที่กวัดแกว่งไปมา มันเนิ่นนานจนก่อให้เกิดอารมณ์อยากในที่สุด มือของอินล้วงเข้าไปในใต้ร่มผ้าของผมสัมผัสเย็นวาบผ่านผิวพาให้ขนลุกไปทั้งตัว ตาสองข้างหลับพริ้มรับการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างไม่อายสายตาใครในความมืด ตัวผมเริ่มโอนอ่อนติดโซฟาไปตามจูบดูดดื่มของคนแปลกหน้า





พลันภาพในหัวกลับเต็มไปด้วยหน้าพี่ปราบและความหวานของรสจูบดูดดื่มเมื่อคืน



‘มีนครับ’ เสียงนั้นยังก้องอยู่เต็มหัว



ผมต้องลืม !! ผมต้องลืมให้ได้ .. มันต้องลืมสิวะ แมร่งเอ๊ย



“มึงปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ”

นี่คิดถึงเค้าจนหูแว่วขนาดนี้เลยหรอ



ปึก !!!



รสจูบผมขาดตอนเมื่อเจ้าของริมฝีปากที่ประกบอยู่ถูกกระชากปลิวตามแรงของใครสักคนจนปลิวล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะถูกชกซ้ำโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้อะไรทั้งนั้น

“พี่ปราบ” ตาเบิกกว้างเมื่อเห็นด้านข้างของคนที่กำลังชกอินอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่รู้พี่มันไปโกรธแค้นอินตั้งแต่ชาติปางไหน ส่วนอินสู้ไอ้พี่ปราบไม่ได้เลยเอาแต่ปัดป้อง

“พี่ปราบหยุด” รั้งแขนของคนตัวสูงเอาไว้หวังจะให้เขาหยุดการกระทำแต่สู้ไม่ได้เลยสักนิด พี่ปราบเหวี่ยงผมให้ล้มลงบนพื้นอีกคน ก่อนจะเข้าไปต่อยอินจนอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามอง

“มึงเป็นใครวะ ไอ้เหี้ย กูไปทำอะไรให้มึง”

“กูก็เป็นเจ้าของคนที่มึงจูบเมื่อกี้นี่ไง มึงจำเอาไว้เลยนะอย่ายุ่งกับคนของกู ไม่งั้นมึงเจ็บหนักกว่านี้”



‘ คนของกูงั้นหรอ ’

ใจผมเต้นตึกๆ เมื่อได้ยินคำนั้น



แทนที่ผมจะดีใจ แต่ทำไมมันเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาแบบนี้กันวะ เมื่อกลางวันยังควงคนอื่นอยู่เลยไม่ใช่หรือไงแล้วตอนนี้จะมาแสดงความเป็นเจ้าของทำไมกัน



ตอนเด็กพี่ก็เล่นของเล่นผม ..

โตขึ้นพี่ก็ยังจะมาเล่นกับความรู้สึกผมอีกหรอ

พี่แมร่งใจร้ายชิบหาย



“เหี้ย เกิดไรกันขึ้นวะ” ไอ้เก้ากับปาร์ควิ่งเข้ามาหน้าตื่น พี่ปราบชกอินซ้ำอีกครั้งแล้วเดินสามขุมตรงมาหาผม สีหน้าดุดันชนิดที่ว่าเกิดมาผมยังไม่เคยเห็นพี่มันเป็นมาก่อน แววตานิ่งไร้ประกายใดเกิดขึ้น

“พี่ฝากเคลียร์ไอ้เหี้ยนี่หน่อย ส่วนถ้าทางร้านมีค่าเสียหายให้เก็บที่พี่” พี่ปราบหันไปคุยกับไอ้เก้า ไอ้นั่นก็พยักหน้าหงึกๆ ตามคำสั่ง

“แล้วพี่จะพาเพื่อนผมไปไหน”

“กลับบ้านสิ จะอยู่ให้เพื่อนมึงทำตัวมั่วกอดจูบเอากับผู้ชายไปทั่วหรือไง”

พี่ปราบคว้าข้อแขนแล้วกระชากให้ผมลุกขึ้นตามพยายามขัดขืนแล้วแต่ก็รู้แรงควายนั่นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“ปล่อยผมนะ พี่จะมายุ่งกับผมทำไม” กูจะร้องไห้แล้วเนี่ย

“มึงเงียบไปเลยนะ อย่าทำให้กูโกรธไปมากกว่านี้ กูขอเตือน”

“ผมไม่กลัวพี่หรอก นี่มันชีวิตผม ผมจะเอากับใครก็ได้ แล้วพี่ก็ไม่มีสิทธิไปต่อยอินเค้าแบบนั้น”

“มึงหุบปากเลยนะ มึงจะให้กูพูดมั้ยว่าเมื่อคืนมึงกับกูนอนด้วยกันแล้ว”

“เห้ยยยย” เสียงอินกับไอ้ปาร์คร้องขึ้นอย่างตกใจ

ส่วนผมใจสั่น ตัวสั่นไปหมดไม่รู้ว่าพี่มันจะอะไรกับผมนักหนาแค่นี้ผมก็สับสนมากพอแล้ว การกระทำเหมือนสนใจแต่คำพูดที่ออกมาจากปากโคตรทำให้ผมเสียใจเลย

“นอนด้วยแล้วไง .. ผมนอนกับใครก็ได้ที่ผมพอใจ พี่ก็นอนกับคนอื่นไปทั่วเหมือนกันนั่นแหละ ก่อนจะว่าคนอื่นดูตัวเองก่อนบ้างก็ดีนะ”

มึงเป็นบ้าหรอ !! กลางวันไปควงผู้หญิงคนเดินมีความสุข บอกว่ามีงานด่วน หลอกให้ผมรอเกือบทั้งวัน แล้วกลางคืนจะมาแสดงความเป็นเจ้าของ

เห็นกูเป็นตัวอะไร !!

 “เลิกวุ่นวายกับชีวิตผมได้แล้ว ผมรำคาญ บอกแล้วไงว่าแค่สนุก จะจริงจังทำเหี้ยอะไร” คืนนี้มันจะต้องจบความรู้สึกบ้าๆ ที่วนเวียนอยู่ในใจผมสักที

“มึงคิดแค่นั้นจริงๆหรอวะ”

“ก็เออนะสิ ทำไมพี่เข้าใจอะไรยากจัง”

“ได้..ในเมื่อมึงเห็นว่ามันเป็นแค่เรื่องสนุก คืนนี้กูจะทำให้มึงสนุกจนลืมไม่ลงเลยแหละ”

.

“แล้วอย่าหวังว่าชีวิตนี้มึงจะหลุดพ้นจากกูได้”

.

“คนอย่างกูไม่ชอบแบ่งของเล่นให้ใคร”



ไอ้เหี้ยพี่ปราบ !!! กูเกลียดมึงจนไม่รู้จะเกลียดยังไงแล้ว








ตอนนี้กูจะเป็นไบโพล่าแล้ว .. ใจเย็นลูกต๋าอย่าตีกัน

 :katai1: :katai1: :katai1: o22
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04-06-2021 20:16:05 โดย KonglongKongkaeng »

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

CoMMuNiTY Of ThAiBoYsLoVE






ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19

ออฟไลน์ AkuaPink

  • เป็ดDemeter
  • *
  • กระทู้: 1977
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +54/-1

ออฟไลน์ Dee^daY

  • ไม่เคย ทำให้ใครเดือดร้อน
  • เป็ดAphrodite
  • *
  • กระทู้: 4048
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +330/-6
ของเล่น ที่ลืมกันไม่ลง ..

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 06---❝ รถของเล่น ❞
------------


ปึก!!




แรงมหาศาลเหวี่ยงให้หลังของผมกระแทกกับขอบโซฟาอย่างจังทันทีที่ประตูห้องเดิมถูกปิดลง ก่อนร่างสูงใหญ่จะดันไหล่ผมกดไว้แน่นหนา ในใจผมกลัวไปหมดพยายามขัดขืน แต่เรี่ยวแรงก็ไม่เพียงพอจะสู้อีกฝ่ายได้นอกจากดิ้นเร่าต่อต้านคนที่คร่อมอยู่บนตัวผมเท่านั้น



พี่ปราบอุ้มผมขึ้นพาดบ่าเดินออกจากมาจากผับท่ามกลางสายตาของคนที่มาเที่ยวและเพื่อนของผม ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไอ้เก้าพยายามส่งข้อความมาถามในไลน์กลุ่ม พยายามจะโทรเข้ามาแต่โทรศัพท์ผมถูกไอ้พี่ปราบยึดเอาไปไว้ ระหว่างทางไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นระหว่างเราเลยแม้สักประโยค พี่มันขับรถเร็วเหมือนจะรีบไปตายที่ไหน สายตานิ่งไร้ประกายใดๆ จ้องมองไปยังถนนไม่หลุดโฟกัส



ส่วนผมได้แต่คิดและหาทางว่าจะหนียังไงเมื่อถึงคอนโดของพี่มันแล้ว พี่ปราบน่ากลัวกว่าครั้งไหนที่ผมเคยพบเจอ แม้จะรู้จักกันตั้งแต่เด็กแต่พี่ปราบในเวอร์ชั่นนี้ผมไม่เคยเจอ



ผมไม่เข้าใจว่าที่มันทำอยู่ทำไปเพื่ออะไร

หรือเพียงเพราะ... ผมเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งเหมือนอย่างที่พี่มันพูด

น้อยใจสัส!!!



“ปะ...ปล่อยผม ไอ้เหี้ยพี่ปราบ ฮึก!” สะบัดตัวอย่างแรงแต่ก็ขยับไม่ได้มากนัก เพราะข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือหัว พร้อมกับร่างกายที่ถูกกดให้ติดกับโซฟาจนขัดขืนไม่ได้



“มึงชอบไม่ใช่หรอ นี่ไงกูกำลังจะสนองความต้องการของมึง” เขาไม่รอให้ผมตอบโต้ รีบใช้แรงที่มากกว่าตรึงร่างของผมเอาไว้ให้อยู่กับที่ เลื่อนใบซุกไซร้ซอกคออย่างจาบจ้วงเจ็บจนทรมาน



วันนี้มันเต็มไปด้วยความรุนแรง ไม่มีแม้เพียงเสี้ยวความอ่อนโยนเหมือนเมื่อคืนหลงเหลืออยู่

คนคนเดียวกันแต่ความรู้สึกต่างจากเมื่อคืนสิ้นเชิง



“อึก...อึก” ผมได้แต่กลั้นเสียงตัวเองไว้ในลำคอ ไม่ให้ส่งเสียงออกมา ขณะที่ร่างกายพยายามต่อต้านคนตรงหน้าสุดความสามารถ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการขยับตัวไปมาจนร่างกายเสียดสีกัน



“ยะ...หยุด” บอกด้วยเสียงสั่นพร่า แต่พี่มันกลับไม่รับฟัง หนำซ้ำยังเลื่อนริมฝีปากปิดเสียงทั้งหมดให้กลืนหายไปในลำคอ พยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่พี่มันก็ตามมาประกบจูบไม่ขาด



คนตัวสูงบดเบียดริมฝีปากร้อนอย่างไม่คิดจะถนอม ใช้คมฟันกัดเม้มจนรู้สึกเจ็บและเผลอเผยอริมฝีปากโดยไม่ทันตั้งตัว ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดเข้ามาในโพรงปากฉับพลัน ทำราวกับจะกลืนกินทุกอย่างจนหมดสิ้น แรงบีบแน่นที่ข้อมือหนักแน่นส่งความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นมากทวี



ร่างกายนี้ไม่ใช่ของผมอีกต่อไป เมื่อมันถูกควบคุมโดยคนใจร้ายที่กำลังจงใจรังแกอย่างไม่ปรานี



ผมรู้สึกถึงกลิ่นคาวของเลือดที่ปะปนอยู่บริเวณริมฝีปาก เพราะถูกใครอีกคนขบเม้มอย่างเอาแต่ใจจนได้เลือด รอยแผลเดิมของเมื่อคืนยังไม่ทันจะสมานกลับถูกขยี้ให้ปริหนักกว่าเก่า ได้แต่หลับตาลงและปล่อยให้อีกฝ่ายกระทำอย่างย่ามใจ เพราะถึงยังไงซะก็ไม่มีทางสู้คนตรงหน้าได้อยู่ดี ความน้อยใจที่สั่งสมกลั่นเป็นหยดใสไหลออกจากหางตาผ่านความร้อนผะแผ่วส่วนขอบตา

“มุขเดิมๆ ตอนเด็ก คิดว่าร้องไห้แล้วกูจะตามใจมึง สงสารมึงหรอไม่มีทาง”

“อื้อ .. อึก”

หลังจากที่ผละออกพี่มันกลับใช้ลิ้นเลียริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะสาดซัดคำถามแสนปวดใจมาให้ราวกับคลื่นทะเลสูงที่สาดใส่ต่อเนื่องไม่หยุด ทำราวกับผมไม่มีความรู้สึก



“ไม่เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง ได้กี่คนแล้วละ”

“หยุดดูถูกผมได้แล้ว” จ้องหน้าคนที่เอาแต่รังแกผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จบ ตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ามันมีความสุขมากนักหรือไงที่ทำกระทำผมอยู่ฝ่ายเดียว

“มีกูคนเดียวมึงคงไม่พอสินะ ทำไมการเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยๆ เป็นเป้าหมายในชีวิตมึงหรอ”

กึก!!

“คนดีดีที่ไหนเค้าไม่ทำตัวง่ายแบบมึงหรอ”

เพี๊ยะ!!!

“กูเกลียดมึง”

คนตัวสูงไม่ตอบโต้อะไรกลับมานอกจากยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะตวัดร่างผมให้ลุกขึ้นแล้วผลักลงบนเตียงอย่างแรงราวกับสิ่งของไร้ค่า พี่ปราบปลดเปลื้องส่วนบนให้เปลือยเปล่าส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้วที่จะบดขยี้ร่างกายผมให้แหลกอีกครั้ง เสื้อผ้าของผมถูกดึงกระตุกออกอย่างลวกๆ รีบร้อน รุนแรงอย่างไม่ใส่ใจว่าจะพังเสียหายแค่ไหน จนถึงตอนนี้ร่างกายของผมมันชาไปหมดได้แต่ปล่อยให้พี่มันทำทุกอย่างที่ต้องการอย่างหนำใจไม่คิดจะต่อต้าน



“ฮึก” หยดน้ำตาไหลแผ่วเบาไม่ขาด



ได้แต่ยกมือปิดปากเพื่อกั้นเสียงร้องของตัวเองเอาไว้ไม่ให้หลุดลอดออกมา แม้จะเจ็บแค่ไหนผมจะอดทนไม่ให้คนรังแกได้ใจเป็นอันขาด



ร่างกาย ความรู้สึก และหัวใจของผมตอนนี้มันชินชาไปหมดแล้ว!!



“อะไรก็ตามที่มันเป็นของกู กูจะไม่มีทางเสียให้ใคร”



พี่ปราบประกบริมฝีปากรุนแรงยัดเยียดจูบที่ไม่นุ่มนวลให้ผมอีกครั้ง ความเจ็บเพราะถูกฟันกัดเน้นจนผมทนแทบไม่ไหว ลิ้นสากฉกฉวยวิ่งรวนกวัดแกว่งไปตามไรฟัน สลับกับริมฝีปากที่งับเม้มจนระบมไปทั่ว กลิ่นเลือดผสมกลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งปะปนจนแยกไม่ออก ในหัวผมขาวโพลนว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดเลยที่เป็นความสุขหลงเหลืออยู่ในการกระทำที่เกิดขึ้น จูบนี้มันแย่กว่าครั้งไหนที่เคยสัมผัส



การเสพสมกันต้องชวนให้มีความสุขเหมือนขึ้นสวรรค์ไม่ใช่หรือ

แต่ทำไมผมถึงเหมือนตกนรกขั้นที่แย่ที่สุดแบบนี้กัน



ยอดอกผมถูกกัดกลืนเจ็บจนแทบทนไม่ไหว ลิ้นสากสลับกับคมฟันดูดวนลากเลียอยู่แบบนั้นก่อนจะเคลื่อนย่ายจากฝั่งซ้ายไปขวาแล้วหยิบยื่นความเจ็บไม่ต่างกันมาให้อีกครั้ง แรงเสียดของหนวดเคราตรงคางถูไถไปตามตัวจนแสบก่อนผิวบางขาวที่มีรอยรักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วจะถูกแต่งแต้มอีกครั้งด้วยน้ำมือของคนเดิม เจ็บจนผมทรมาน พี่ปราบดูดเม้มกัดไปทั่วทุกส่วนของร่างกายคล้ายกับไม่ต้องการให้มีที่ว่างหลงเหลือ



“อึก .. ฮึก” ร่างผมกระตุกแรงเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปในส่วนสงวนข้างหลังโดยไร้ซึ่งสารหล่อลื่นใด มันเสียดสีจนผมเกร็งกลั้นแทบไม่อยู่ จากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้วและสามนิ้วในทุกสุด ความระบมจากแรงเสียดสีทั้งวันประกอบกับเรียวนิ้วที่คุกคามเล่นงานจนคล้ายกับร่างผมจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บแปลบราวฟ้าผ่าวิ่งวนไปทั่วทั้งร่างและสมองของผม สิ่งขาวโพลนสลับเทาฟุ้งเพ้อในหัวภาวนาให้ทุกอย่างมันรีบจบลงโดยเร็วเสียที



ผมยังไม่ทันหายหอบ คนตัวสูงกว่าก็จับร่างบางคว่ำหน้าลง ให้ผมแนบหน้าซีกหนึ่งฝังลงกับหมอน จากนั้นจึงรั้งสะโพกขึ้นให้อยู่ในท่าคลานเข่าพร้อมกับแยกสองขาให้อ้ากว้าง สองขาสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดแต่ต้องก้มหน้าฝืนเอาไว้

“กูจะทำให้มึงเอากับใครไม่ได้อีกเลยคอยดู”

“อ๊ะ ...อึกกกก ฮึก”

“มึงมาบอกสิว่าไอ้เหี้ยนั่นมันลีลาดีกว่ากูตรงไหน มึงบอกมาสิว่าเซ็กส์กูห่วยยังไง”

ร่างผมกระตุกตามแรงกัดที่เกิดขึ้นเมื่อเขี้ยวคมกัดลงบนก้นของผมเต็มแรง ก่อนลิ้นลากจะไล่ลามโลมเลียจนถึงส่วนแคบด้านหลัง พี่ปราบฉกฉวยแลบเลียอย่างไม่มีท่าทีรังเกียจ ดูดกลืนราวกับหาน้ำหวานจากโพรงสวรรค์ของผม



นิ้วที่สี่ถูกส่งเข้าไปเลื่อนนิ้วเข้าและออกอย่างช้าๆ พร้อมลิ้นสากที่ฉกเลียไม่หยุด จนผมดิ้นพล่านน้ำตาคลอเพราะความเจ็บ

“เจ็บ ฮือ..” ผมไม่ไหวแล้วกับสิ่งที่เกิดขึ้น มัน...ทรมานโคตรๆ

“หึ”

เสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ จากคนข้างหลังที่หยุดนิ่งกับการกระทำชั่วครู่ สองขาอ่อนแรงจาผมต้องทิ้งตัวนอนราบลงกับเตียง น้ำตาไหลนองจนเปรอะเปื้อนปลอกหมอนสีขาวสะอาด

“ฮึก โอ๊ยยยยยยย”

ผมสะดุ้งโหยงสุดตัวเมื่อถูกของแข็งขนาดใหญ่เสียบพรวดเดียวมายังช่องแคบด้านหลังโดยไร้ซึ่งเจลหล่อลื่นหรือสัญญาณใดๆ ขืนตัวหนีตามสัญญาณเอาตัวรอด ทว่าถูกมือทั้งสองข้างของพี่ปราบจับสะโพกบางล็อกให้อยู่กับที่แล้วเริ่มต้นกระแทกกระทั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับเอาความโกรธไม่พอใจทุกอย่างมาลงที่ผมคนเดียว



“โอ๊ยย ผมเจ็บ ฮือ”

พี่ปราบกดแกนกายร้อนเข้าออกหนักกว่าเดิม ความเจ็บระบมจากรักครั้งเก่ายังไม่ทันได้สมานแผลกลับถูกล่วงล้ำติดๆ กันในเวลาห่างเพียงไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง



เซ็กส์ที่เต็มไปด้วยความใคร่ล้วนๆ และเป็นความใคร่ที่สร้างบาดแผลให้ผมมากที่สุดเท่าที่เคยสัมผัส

ผมไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้นานเกินไปเซ็กส์มันควรมอบความสุขด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่ความร้าวระทมแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ผมจะทำอะไรได้ในเมื่อเรี่ยวแรงที่จะปัดป้องตัวเองแทบจะยังไม่มี



“ฮึก...” พี่ปราบถอนแก่นกายออก ทิ้งไว้แต่ความชาหน่วงที่ติดอยู่ในส่วนหลังกับความเจ็บที่เต้นตุบๆ ก่อนจะพลิกตัวผมให้กลับมานอนหงาย ยกสองขาขึ้นพาดบ่ายแล้วรีบเสียบแก่นกายกลับเข้ามาอีกครั้ง ผมเจ็บจนคว้าจิกผ้าห่มเอาไว้แน่น

“นั่นแหละดี รู้สึกเจ็บใช่มั้ย ความรู้สึกกูก็ไม่ต่างจากมึงนักหรอก”



“เจ็บ”

“อ๊ะ!” พี่ปราบกระแทกตัวเข้าไปภายใน ปากก้มลงมารุกล้ำจูบ กัดกลืนริมฝีปากห้อเลือดที่ยังไม่หายดีให้เจ็บอีกหน ผมรับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจอันหนักหน่วงของตัวเอง ขณะเดียวกันก็เริ่มกระแทกช่วงล่างเข้าออกมิดลำตามไปด้วย



“อะ...ฮึก...อา...”



พี่ปราบไม่ได้สนใจคำพูดของผมเลยสักนิด ร่างกายผมยังคงเป็นเหมือนที่ระบายเดียวที่เหลืออยู่เวลานี้ และตามมาด้วยการกัดลงบนผิวหนังของผมจนจมเขี้ยว แรกๆ มันก็เจ็บอยู่เหมือนกันแต่พอนานเข้าก็ชินชา

จังหวะการขยับเข้าออกเริ่มไหลลื่น ร่างกายสอดประสานร่างผมเอาไว้แน่น ทว่าผมไม่ได้ตอบโต้อ้อมกอดนั้นกลับไป เสียงหยาบโลนครางลั่นของพี่ปราบดังไปทั้งห้อง กลั้นหายใจให้นานตามแรงกระแทกที่หนักขึ้นในทุกช่วงขณะหวังจะให้ความเจ็บลดน้อยลงมากที่สุด



วินาทีต่อมาพายุลูกใหญ่ก็โหมกระหน่ำ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนผิวเนื้อที่เสียดสีเกิดความเสียวซ่านปนเจ็บร้าวไม่ต่างจากถูกกระแสไฟฟ้ารุนแรงช็อตจี้ไปทั่วตามร่างกาย เสียงของเหลวภายในคละเคล้ากับจังหวะการกดกระแทกหยาบโลน



จวบจนพี่ปราบมาถึงปลายทาง ขยับสะโพกของตัวเองเข้าออกทางช่องทางนุ่มหยุ่นระรัวเตรียมกลั่นเอาหยาดหยดสุดท้ายให้พุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง



พี่ปราบรีบดึงแกนกายร้อนของตัวเองออก พร้อมกับปลดถุงยางที่สวมอยู่ทิ้งข้างเตียง พร้อมปล่อยอารมณ์และของเหลวขาวขุ่นออกมาอย่างทะลักทลายปะเปื้อนไปทั่วส่วนบนเปลือยเปล่าของผม เสียงเหนื่อยหอบชัดเจนกับหยดเหยื่อผุดขึ้นเต็มหน้าแม้อุณหภูมิในห้องจะเย็นมากแค่ไหนก็ตาม



คนตัวสูงกว่าหมุนตัวกลับไปนอนหงายหมดแรงหอบหายใจถี่ๆ ส่วนผมกลับตัวให้มานอนตะแคงดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายบอบช้ำเปลือยเปล่าน่าสังเวชของตัวเองเอาไว้



เนิ่นนานหลายสิบนาทีผ่านไป สัมผัสอุ่นเกิดขึ้นจากด้านหลังผมอีกครั้งเมื่อพี่มันโอบรัดผมเอาไว้



“กูว่าสำหรับมึง อีกรอบก็น่าจะยังไหวใช่มั้ย”



พี่ปราบประโลมจูบผมอีกครั้งจากด้านหลัง มือฉวยคว้าผ้าห่มสะบัดทิ้งให้ห่างจากตัว เริ่มต้นรังแกต่อแม้สภาพผมจะยับเยินมากแค่ไหนก็ตามที จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสามจนสาแก่ใจ



ตั้งแต่กิจกรรมที่ป่าเถื่อนราวกับฝันร้ายนั้นจบลง ผมก็ไม่หลงเหลือความรู้สึกใดที่เกิดขึ้นในใจตอนนี้เลยนอกจาก

สมเพชตัวเองชิบหาย !!



“คนอย่างกูไม่ชอบแบ่งของเล่นให้ใคร”



คำนั้นยังฝังแน่นติดในใจผมจนยากจะแกะมันออกไปได้ ผ่านความทนมานจากทางร่างกายอดทนจนมันจบสิ้น แต่ใจผมมันแหลกสลายราวปวดแทบทนไม่ไหว ผมเป็นเพียงของเล่นทางร่างกายของพี่มันเท่านั้นเพราะเหตุนี้มันจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทะนุถนอมผมอย่างที่ควรจะทำ



ผมมันก็แค่ของเล่นที่ไม่มีหัวใจ เจ้าของจะทำยังไงก็ได้ด้วยถูกมองว่าไม่มีความรู้สึก

มีค่าแค่ให้ตักตวงความสุขช่วงประเดี๋ยวประด๋าว

พอหมดสนุกก็เขี่ยทิ้งหรือยกให้คนอื่นไป



ไม่มีใครอยากเล่นของเล่นชิ้นเดิมไปตลอดหรอก !!!



ตัวต้นเรื่องไม่ได้นอนอยู่ข้างๆ ผมเหมือนคืนก่อน ทว่าตอนนี้พี่มันยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงระเบียง ไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าพี่มันสูบบุหรี่ด้วย พี่มันยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่มันได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ควันจากบุหรี่ลอยล่องออกอย่างไม่ขาดสาย แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าที่ผมคุ้นตาตั้งแต่เด็กตอนนี้โตเต็มพื้นที่ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น แต่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม



พี่ปราบก็ยังคงเหมือนเดิม

ใจร้ายกับผมยังไงก็อย่างนั้น



ค่อยฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความร้าวระบมไปทั่วทุกส่วนที่ขยับร่างแม้ระวังเท่าไหร่ก็ตาม ความเจ็บย้ำเตือนให้ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ได้น่าอภิรมย์พอค่าเก็บไว้ในความทรงจำ

สองเท้าเหยียบพรมห้องสั่นเทาด้วยแรงเหลือเพียงน้อยจะก้าวเดิน สองคืนติดที่ผมถูกล่วงล้ำตรงส่วนสงวนและยิ่งครั้งล่าสุดมันรุนแรง สร้างบาดแผลเก่าให้หนักทวีเพิ่มขึ้นเป็นสองสามเท่าตัว



ทั้งร่างกาย ความรู้สึก และหัวใจ



ปาดเช็ดน้ำตาหยาดสุดท้ายให้แห้งเหือด สั่งใจให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งแม้จะยากยิ่งแค่ไหนก็ต้องทำ ความเจ็บเกิดขึ้นทุกท่วงท่าที่ขยับแม้จะมืดมิดแต่สัมผัสได้ถึงร่องรอยที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวชัดเจนจนแทบไม่มีที่ว่าง ก้มหยิบเสื้อผ้าที่เกลื่อนพื้นขึ้นมาใส่อย่างทุรักทุเร เพียงต้องการเดินออกไปจากห้องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนแรงสุดท้ายที่เหลือยอยู่จะหมดลง



“มึงจะไปไหน” เสียงกระจกบานใหญ่ตรงระเบียงถูกเปิดออกตามมาด้วยเจ้าของห้องที่เดินกลับเข้ามาฝ่าความมืด ผมเลี่ยงที่จะไม่ตอบไม่อยากสนทนากับคนคนนี้เลยสักน้อย พาสองเท้าก้าวย่ำด้วยหัวใจที่บอบช้ำในทุกคราวที่เหยียบลงพื้น

“พอเอากันเสร็จแล้วก็จะไปเลย เป็นปกติของมึงใช่มั้ย”

หลับตาสะกดกั้นความรู้สึกเอาไว้อย่างยากลำบาก พี่ปราบก็ยังคงเป็นคนที่ใช้อารมณ์อยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสมอ ไม่มีสักครั้งที่จะพูดกับผมดีดีเลย

“ผมเป็นแค่ของเล่นของพี่และตอนนี้พี่ก็เล่นผมเสร็จแล้ว ผมไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ต่อ”

“มีน”

“และผมยังยืนยันคำเดิม”

.

“ว่าผม..โคตรเกลียดพี่เลย.. ไอ้เหี้ยปราบ”


ปัง !!!!!

ผมปิดประตูกระแทกใส่พี่ปราบจนเสียงดังไปทั่ว พร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำให้มันปิดตายไปกับความรู้สึกใดๆ ที่เกิดขึ้นที่นี่ ... ให้จบลง



ต่อจากนี้ไปขออย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย !!!!!










เตรียมรถทัวร์แห่ไปบ้านพี่ปราบให้ไรท์ด้วยนะ ...
ความรู้สึกตัวละครจะซับซ้อนหน่อยๆ นะ น้องกำลังสับสน
กอดปลอบน้องมีน ทูนหัวของแม่ต๋า
พวกเธออย่าพึ่งด่า นี่มั่นเพิ่งตอนที่หก รอก่อนใจเย็น

 :katai1: :katai1: :katai5: :hao5: :z6: :fire:

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :katai1:


น้องงงงงงงงงงง

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 07 --- ❝ พี่อย่าอินเกิน ❞
------------



ก๊อกๆๆๆๆๆ




เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสองสามทีปลุกให้ผมตื่นจากความฝันถึงใครคนนั้นวนซ้ำอย่างไม่รู้จบ แสงแดดในตอนกลางวันสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาทั่วทุกพื้นที่ของห้องนอนสีขาวสะอาดตา ความเย็นด้วยเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิยี่สิบสององศาช่วยให้คนที่เหนื่อยล้าหลับสนิทตลอดทั้งคืนตั้งแต่กลับมาจากคอนโดของพี่ปราบ จนกระทั่งผมตื่นมาตามเสียงที่อยู่ตรงประตู

“มีนลูก มันจะสี่โมงเย็นแล้วนะ ตื่นได้แล้วครับ”

“ครับผม” ผมส่งเสียงอู้อี้ในลำคอตอบกลับคุณนายศรีไป

“ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

“เปล่าครับแม่”

“ลุกขึ้นมาอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวนะครับ”

“โอเช”

เสียงเดินของคุณนายศรีก้าวออกจากประตูเบาและเงียบหายไปในที่สุด เมื่อคืนผมนั่งแท็กซี่จากคอนโดของพี่มันตรงมาที่บ้าน ด้วยใจไม่อยากกลับไปนอนคอนโดของตัวเองกลัวความฟุ้งซ่านที่มีจะทำให้ผมเตลิด อย่างน้อยการได้กลับมาบ้านก็ยังมีแม่ที่คอยคุยให้คลายความสับสนอยู่บ้าง

ผมถึงบ้านเกือบตีห้าเป็นเวลาเดียวกันกับที่คุณนายศรีตื่นไปจ่ายตลาด รายนั้นตื่นเช้าเป็นเรื่องปกติเพราะต้องออกไปซื้อของมาทำขนมขาย แม่ผมไม่ได้ทำงานประจำผันตัวออกมาเป็นแม่บ้านตั้งแต่วันที่พ่อเสีย แต่เราสองคนก็ไม่ได้ลำบากพ่อทิ้งสมบัติไว้ให้มากพอที่จะอยู่กันอย่างสบาย แต่แม่บ่นว่าเหงาจึงต้องหาอะไรทำระหว่างวัน ตั้งใจจะพลิกตัวไปกอดตุ๊กตาหมีขาวตัวโปรด พลันความรู้สึกเจ็บตรงส่วนหลังเกิดขึ้นในฉับพลันจนเผลอร้องออกมาทันที

“โอ๊ย” หน้าผมเหยเกด้วยความเจ็บที่วิ่งพล่านไปทั่วทั้งตัว ผมนอนนิ่งเพื่อไม่ให้มันระบมหนักไปมากกว่าเดิม นึกย้อนไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับใบหน้าคนที่เป็นต้นเหตุของความร้าวปวดนี้



แม้เมื่อคืนผมจะเมาแค่ไหนก็ตาม ทว่าไม่ได้ทำให้ความทรงจำที่มีมันเลือรางได้เลยแม้เพียงเสี้ยว



ไหนใครบอกกันว่าเวลาเมาแล้วจะจำอะไรไม่ได้ ..

แต่ทำไมผมกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง



จำได้ดีชนิดที่ว่า ... ให้ตายก็ไม่มีทางลืม

กับสิ่งที่เกิดขึ้น !!



อาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาดเพื่อขจัดกลิ่นคาวคละคลุ้งที่พี่ปราบหยิบยื่นให้ ฟองสบู่สีขาวไม่สามารถปกปิดรอยเขียวช้ำที่เกิดขึ้นทั่วทุกส่วนของร่างกายได้ เมื่อคืนมันรุนแรงและทรมานที่สุด ขอบตาร้อนผ่านเมื่อภาพเลวร้ายเมื่อคืนย้อนกลับมาสู่ห้วงความทรงจำ ผมเข้มแข็งไม่พอที่จะสั่งให้ตัวเองไม่ร้องไห้ออกมา ผมเปิดน้ำระดับสุดหวังให้เสียงหยดน้ำที่กระทบกับพื้นกลบเสียงร้องไห้ที่ดังระงมได้บ้าง สองมือกัดรัดตัวเองเอาไว้ราวกับปลอบประโลมให้คลายความเสียใจ



ฮึก ...ฮือ !!!!



เสียงกุกกักดังอยู่ในครัวพร้อมกลิ่นหอมของขนมที่โชยมาตามลมเรียกร้องให้ผมเดินตามกลิ่นนั้นไป กลิ่นช็อกโกแลตที่อบจนได้ที่เป็นสวรรค์ชั้นที่ร้อยห้าสิบของผมเลยก็ได้ว่าได้ ขนมของคุณนายศรีอร่อยทุกอย่างจริงๆ ไม่ได้เวอร์เลยจริงๆ ผมเลือกเสื้อผ้าที่สามารถปกปิดรอยรักเอาไว้ให้มิด เสื้อแขนยาวมีฮูดคือสิ่งที่ผมเลือกแม้วันนี้อากาศจะร้อนอบอ้าวแค่ไหนก็ตาม

“หอมจังครับ” กอดเข้าข้างหลังของคนตัวเล็กกว่าแล้วหอมไปที่แก้มฟอดใหญ่ให้หายคิดถึง

“แล้วนี่ใส่เสื้อกันหนาวทำไมครับลูกอากาศร้อนจะแย่”

“มีนเหมือนจะเป็นไข้ครับแม่ รู้สึกหนาวๆ เลยใส่ไว้” ขอโทษนะครับแม่ที่ต้องโกหก

“งั้นเดี๋ยวรีบกินข้าวกินยาแล้วนอนพักผ่อนนะครับลูก” แม่ลูบแขนผมเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง

“ไม่กินยาก็ได้ครับ แค่ได้กอดแม่ มีนก็หายแล้วครับ”

“แหนะ อย่ามาทำเนียน คิดว่าอ้อนแม่แล้วจะไม่โดนตีใช่มั้ย”

“แม่จะตีมีนเรื่องอะไรครับ” ผมวางคางไว้ตรงไหล่ของแม่ แม่ส่ายหัวรัวๆให้กับความแกล้งไม่รู้ของผม

“หนีเที่ยวจนกลับบ้านเกือบสว่าง มันน่าหักค่าขนมจริงๆ”

“ไม่เอา แค่นี้ก็จะไม่พอใช้อยู่แล้ว แม่อย่าใจร้ายสิครับ”

“แม่ไม่รู้นะว่าอะไรทำให้มีนเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้” ผมชะงักกึกกับคำพูดของแม่ เมื่อก่อนผมไม่เที่ยวกลางคืน มีบ้างที่สังสรรค์ตามประสาวัยรุ่นแต่ก็ไม่ได้แทบทุกอาทิตย์ขนาดนี้

“แต่แม่จะไม่ก้าวก่ายชีวิตของมีน โตแล้วชีวิตเป็นของลูกจะใช้ยังไงมันก็เป็นสิทธิของลูก แม่มีหน้าที่เลี้ยงมีนให้ดีที่สุดเท่าที่แม่จะทำได้เท่านั้น”

“มีนขอโทษครับ”

“ขอโทษทำไมมีนไม่ได้ทำอะไรผิดกับแม่สักหน่อย แม่ก็บ่นไปตามประสาคนแก่”

“มีนรักแม่นะครับ”

“นี่ ..คำว่ารักของเธอหนะ มันไม่ทำให้ค่าขนมเพิ่มได้หรอกนะ”  ผมกับแม่หัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างมีความสุข ตั้งแต่จำความได้แม่ไม่เคยบังคับให้ผมต้องทำในสิ่งที่แม่ต้องการเลยแม้สักครั้ง แม่ปล่อยให้ผมได้ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมาตลอด แม่มีเพียงการทำให้เห็นเป็นตัวอย่างและคำพูดที่สอนให้ผมวิเคราะห์ ตัดสินใจด้วยตัวเอง แม่บอกว่าถ้าผิดก็แค่เริ่มต้นแล้วไม่ทำอีก ถ้าถูกก็ทำมันต่อไปอย่าหยุด

“แม่ฝากเอาขนมไปให้ป้ามอหน่อยสิ” ชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อของคุณป้าข้างบ้าน จะไม่ให้ผมสตั๊นท์ได้ยังไงในเมื่อป้ามอที่แม่พูดถึง เป็นแม่ของไอ้พี่ปราบปรามผู้ชายที่ผมเพิ่ง ... เออนั่นแหละ

“มีนปวดหัว แม่ไปเองนะครับ”

“ใช้หัวเดินหรอ”

“มีนปวดท้อง ปวดขี้มากเลยขอไปก่อนนะแม่”

“หยุดดด ” เสียงแม่สิตางค์ลอยมาแต่ไกล พร้อมกับสายตาพิฆาตที่ส่งมาให้ว่ายังไงผมก็ต้องทำตามคำสั่ง

“รีบไปแล้วรีบกลับมากินข้าว อย่าทำให้ศรีไม่ปลื้มนะ”

“ครับศรี” แม่เดินไปหยิบถุงใส่ขนมที่มีกล่องครัวซองค์อยู่สามกล่องมาให้ ผมจึงต้องจำใจค่อยๆก้าวเดินไปตามทางด้วยความระมัดระวัง ไม่ใช่กลัวขนมแม่จะพังหรอก แต่เพราะยิ่งเดินส่วนแคบของผมมันยิ่งเสียดสีและเจ็บมากขึ้นในทุกท่วงท่าที่ส่วนล่างขยับ

บ้านป้ามออยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่ ที่ว่าไม่ไกลก็คือเดินจากประตูบ้านไม่ถึงยี่สิบก้าวก็ถึงเลยนั่นแหละ ป้ามอเป็นคุณป้าที่ใจดีที่สุดในโลก ผมรักและเคารพรองจากแม่ตัวเองเลยก็ว่าได้ อาจจะเพราะแม่ผมสนิทกับป้ามอแกถึงได้เอ็นดูผมเป็นพิเศษ บ้านป้ามอมีฐานะดีมากถึงมากที่สุดหรือเรียกง่ายๆว่าโคตรรวยถึงจะถูก บ้านป้าแกหลังใหญ่หรูสุดในย่านนี้สมศักดิ์ศรีเจ้าของธุรกิจโรงแรมอันดับต้นๆของประเทศ ตอนเด็กๆผมชอบมาเล่นที่บ้านของป้าแกเพราะมีขนมให้กินอยู่บ่อยๆ ของเล่นก็เยอะ แต่เสียอยู่อย่างเดียวมาทีไรต้องตีกับไอ้หล่อเสี่ยงตีนนั่นทุกทีและผมก็ต้องร้องไห้กลับบ้านอย่างผู้แพ้ทุกครั้ง

เดินก้าวอย่างระวังมาเรื่อยๆจนหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน มองป้ายชื่อตระกูลดังสลักติดไว้หน้าบ้าน “ นันทกิจไพบูลย์วงค์” ถอนหายใจไล่ความประหม่าพร้อมภาวนา ภาวนาไปก่อน ว่าขออย่าให้ไอ้พี่ปราบกลับมาบ้านเลย ให้มันนอนอยู่ที่นอนโดนั่นแหละเพราะผมยังไม่อยากเจอ





กริ๊ง !!

ผมกดกริ่งหน้าบ้าน ไม่นานประตูเล็กจึงถูกเปิดออกโดยสาวใช้คนสวยที่ส่งยิ้มจนเห็นฟันแทบทุกซี่มาให้

 “สวัสดีค่ะ บ้านนันทกิจไพบูลย์วงค์ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่ามาหาใครคะ”

เอิ่ม !! นี่แม่บ้านหรือพนักงานต้อนรับล็อบบี้โรงแรมวะเนี่ย เป๊ะปังสุด

“ผมมาหาคุณป้ามอครับ”

“ให้เรียนคุณมรกตว่าใครมาพบคะ”

“มีนครับ”

“รอสักครู่ค่ะ” พี่แม่บ้านกำลังจะปิดประตูเตรียมกำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่มีเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ใครมาหวาน”

“คุณเค้าบอกว่าชื่อมีนค่ะ มาหาคุณมรกต” สิ้นคำตอบของหล่อน ผู้ชายที่เป็นเจ้าของเสียงก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าหล่อชวนมองเครื่องหน้าครบถ้วนองค์ประกอบ ตา ปาก คิ้ว จมูก หุ่นสูงสมส่วน หล่อทะลุชุดเสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้นในวันหยุด แม้หน้าตาจะคล้ายกับใครอีกคนแต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว

“น้องมีน” เสียงเรียกชื่อผมดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างตาหยีทะลุแว่น

“พี่ปก” ผมเรียกชื่อก่อนจะยิ้มตอบกลับไป

“เข้ามาข้างในก่อนสิ คุณแม่อยู่ที่ห้องนั่งเล่นเดี๋ยวพี่พาไปครับ”

“ขอบคุณครับ”

พี่ปกหรือชื่อเต็มคือ “พี่ปกป้อง” พี่ชายของไอ้พี่ปราบปราม ผู้ชายที่โคตรจะสุภาพ อบอุ่น มีมารยาท พูดจาเพราะเสนาะหู อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ตอนเด็กทุกครั้งที่ถูกไอ้พี่ปราบแกล้งจนร้องไห้ก็มีพี่ปกนี่แหละที่คอยปลอบใจ คอยดุน้องชายนิสัยไม่ดีให้เลิกแกล้งผม ปกป้องเก่งสมชื่อจริงๆ

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานโตขึ้นเยอะเลยนะเรา” พี่ปกชวนผมคุยขณะเดินเคียงไปยังตัวบ้าน

“วัยกำลังโตนี่ครับ ว่าแต่พี่ปกเถอะ”

“พี่ทำไมครับ” พี่ปกเลิกคิ้วสูง

“หล่อเหมือนเดิม”

“เพิ่มเติมคือพี่โสดนะ”

“ง้อววววว ...ขายของเก่ง” ผมกับพี่ปกหัวเราะร่วนออกมาพร้อมกันอย่างคนคุยถูกคอจนกระทั่งถึงในส่วนของห้องรับแขก

บรรยากาศในห้องรับแขกตกแต่งสวยหรูด้วยแชนเดอเลียราคาแพงประดับ โซฟาขนาดใหญ่แบรนด์เนมชื่อดังตั้งตระหง่านพร้อมรับรองผู้มาเยือน กลิ่นหอมเฉพาะด้วยเครื่องหอมอบอวลไปทั่วในตัวบ้าน แม่บ้านสามสี่คนนั่งบนพื้นช่วยคุณผู้หญิงของบ้านทำความสะอาดเครื่องเพชรราคาแพง  คุณมรกตภรรยาท่านประธานสง่าสมวัยแม้เวลาจะนานสักกี่ปีกาลเวลาก็ไม่สามารถทำอะไรท่านได้

“คุณแม่ครับมีแขกมาหา” พี่ปกป้องเอ่ยเรียกผู้เป็นมารดาให้ละสายตาจากเครื่องเพชรราคาแพงในมือมายังแขกที่เยือน เพ่งสายตาอยู่นานก่อนจะส่งยิ้มกว้างกลับมา

“หนูมีน”

“สวัสดีครับ” ผมรีบยกมือขึ้นไหว้ก่อนจะเดินเข้าไปหาพร้อมกับพี่ปกป้อง ป้ามอรีบลุกเดินขึ้นมาหาแล้วสวมกอดผมแน่น ความรู้สึกอบอุ่นในวัยเยาหวนกลับสู่ห้วงความทรงจำของผมอีกครั้ง

“ป้าคิดถึงจังเลยลูก ไม่เจอกันตั้งนาน”

“มีนก็คิดถึงครับ ช่วงนี้เรียนหนักเลยไม่ได้แวะมาครับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรๆ ป้าเข้าใจ ” ป้ามอคลายกอดแล้วพาผมไปนั่งที่ว่างใกล้ๆ ส่วนพี่ปกนั่งโซฟาอีกตัว

“ชื่นใจป้าจริงๆเลย น่ารักขึ้นเยอะ” ป้ามอลูบหัวผมอย่างเอ็นดู พลางสายตาสำรวจไปทั้งตัวก่อนจะหยุดตรงแถวๆคอแล้วมองเลยผ่านไป

ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยผมก็ไม่ค่อยได้มาหาป้ามอบ่อยเหมือนเมื่อก่อน ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างทั้งเวลาที่ไม่ตรงกัน ผมหยุดแต่ป้ามอไปต่างประเทศ ไปงานสมาคม ไปประชุม มีบ้างที่นัดทานข้าวกัน ยิ่งหลังๆมานี้ผมกลับบ้านก็ขลุกตัวอยู่แต่บ้านไม่ออกไปไหนจึงทำให้ไม่ได้พบแกเลย

“อ่อ .. คุณแม่ฝากขนมมาให้ครับ” ผมชูขนมที่ถือมาให้ป้ามอดูก่อนป้ามอจะรีบแล้วเปิดดูว่าเป็นอะไร

“กำลังอยากทานอยู่พอดีเลย ครัวซองค์ของแม่หนูมีนอร่อยที่สุด”

“ขอบคุณครับ” ป้ามอส่งถุงขนมต่อให้สาวใช้แล้วพยักหน้าให้สองคนที่นั่งอยู่ตรงพื้นเป็นอันทราบว่าต้องการเวลาส่วนตัว

“เสียดายเย็นนี้ป้ามีออกงานกับคุณลุง ไม่อย่างนั้นจะชวนน้องมีนกับคุณศรีทานข้าวด้วยกัน”

 “เอาไว้กลับมาคราวหน้า มีนจะมาทานข้าวด้วยนะครับ”

“ได้จ๊ะ น่ารักไม่เปลี่ยน คนเก่งของป้า”

ไม่นานนักป้าอรก็ขอตัวขึ้นไปแต่งตัวเพื่อเตรียมออกงานในเย็นนี้ ส่วนผมจึงขอตัวกลับโดยมีพี่ปกเดินออกมาส่ง

“เสียดายไอ้ปราบไม่อยู่ เมื่อเช้ามันกลับมาแล้วนะแต่ไม่รู้ไปไหนในห้องก็ไม่มีแต่รถก็ยังอยู่” พี่ปกเอ่ยขึ้น

“ก็ดีแล้ววนี่ครับ ผมไม่ได้อยากเจอสักหน่อย” ผมคิดแบบนั้นจริงๆ

“โตแล้วยังทะเลาะกันเป็นเด็กอีกนะเราสองคน”

“ผมกลับก่อนนะครับพี่ปก ไว้เจอกันนะครับ” ผมเปลี่ยนเรื่อง

“เดี๋ยวสิมีน..พี่ขอไลน์หรือเบอร์ไว้ได้มั้ยครับ”

“ได้ๆ” ผมพยักหน้าตอบ ก่อนจะรับโทรศัพท์จากพี่ปกมาพิมพ์ไอดีไลน์ของตัวเองไว้แล้วส่งสติ๊กเกอร์ทักเข้ามาหาแชทตัวเอง

ติ๊ง !!!! สติ๊กเกอร์หมีขาวส่งเข้ามาทักทาย

“ถ้าคิดถึง เดี๋ยวพี่ไลน์หานะครับ”

“แล้วถ้าไม่คิดถึงละครับ”

“ก็ไลน์หาอยู่ดี” พี่ปกหัวเราะพร้อมกับลูกหัวผมเบาๆ อย่างเอ็นดูในความกวนประสาทที่มี ก่อนที่ผมจะเอ่ยลาอีกครั้งแล้วเดินกลับมาที่บ้านของตัวเอง





ว่าแต่ !! เสียงแม่คุยกับใครในบ้านเนี่ย



“อ้าวมีนกลับมาแล้วหรอ”

กึก !!! ผมหยุดชะงัก

คู่สนทนาของผมหันกลับมามองผมตามเสียงเรียกของคุณนายศรี ไอ้พี่มันมองผมด้วยสีหน้านิ่งเฉย แววตาไร้อารมณ์ใดๆ แล้วหันกลับไปเหมือนไม่ได้สนใจในการมาของผมเลยแม้แต่น้อย

 “มีนขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ”

“จะขึ้นไปทำไมลูก กินข้าวให้เสร็จก่อนค่อยขึ้นไป เย็นนี้เรามีแขก” แม่ยิ้มให้พี่ปราบ

“ห๊ะ”อย่าบอกนะว่า..

“แม่ชวนพี่ปราบทานข้าวเย็นด้วย”

“แม่จะชวนเค้าทำไม”

“เอ้ .. เด็กคนนี้ ก็พี่เค้ามีน้ำใจซื้อผลไม้มาฝากแม่ อีกอย่างพี่เค้าบอกว่าเย็นนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลย แม่ก็เลยชวนทานข้าวด้วยกัน”

“พี่ปกอยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน”

“มันมีนัดกับเพื่อน” พี่ปราบที่นั่งอยู่นานเอ่ยตอบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง

“งั้นเดี๋ยวป้าไปทำไข่เจียวปูเพิ่มอีกอย่างหนึ่งนะ ปราบคุยกับน้องไปก่อน”

“เดี๋ยวผมช่วย” เราสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“ไม่ต้องแม่ทำเองเสร็จแล้วจะเรียกครับ” คุณนายศรีลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องครัว ทิ้งไว้แต่ความเงียบ ไร้บทสนทนาใดๆ ของผมกับพี่มัน จนผมไม่อยากอึดอัดเลยต้องเดินหนีออกมายังสวนหน้าบ้าน รอให้แม่เรียกทานข้าวค่อยเดินกลับเข้าไป ไม่อยากอยู่กับพี่มันสองคนตามลำพัง



“ทำไม กูมากินข้าวด้วยแค่นี้ ไม่พอใจขนาดนั้นเลยหรอ” เสียงพี่ปราบดังขึ้นข้างหลังทำเอาผมสะดุ้ง หลับตาพ่นลมหายใจยาวเรียกความมั่นใจและความปกติของตัวเองออกมาไม่ได้อีกฝ่ายจับได้

เรื่องเมื่อคืนมันจบแล้ว !!

“รู้ตัวก็ดี รีบกินแล้วก็รีบกลับ”

“กับกูเนี่ยหน้าบึ้งหน้าตึง เสียงแข็ง ตาแข็ง ทีกับพี่ปกเสียงอ่อนเสียงหวาน” แววตาไม่พอใจฉายแววชัดขึ้น

“มันก็แน่อยู่แล้ว ระหว่างคนที่ชอบกับคนที่เกลียด การปฏิบัติมันก็ต้องต่างกันสิ”

พี่ปราบคว้าข้อแขนของผมเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ

“ตั้งใจจะเอาทั้งพี่ทั้งน้องเลยหรือไง”

“พี่ปราบ”

“เมื่อคืนนอนกับคนน้อง ส่วนคืนนี้จะนอนกับคนพี่”

“ /// ”

“อ้อ ไม่ได้มีแค่กูกับพี่กูสินะ ยังมีไอ้นายแบบนั่นด้วย ง่ายดีเหมือนกันเนาะ”

ไอ้เหี้ยพี่ปราบ !! กูเกลียดมึง

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ พี่จะเสือกอะไรด้วยละ”

“มึงจะเที่ยวนอนกับคนนั้นทีคนนี้ทีแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย” แรงบีบที่ข้อมือแน่นขึ้นตามแรงโกรธ

“ผมจะนอนกับใครก็ได้ ไม่เกี่ยวกับพี่” สะบัดข้อมือให้หลุดพ้นจากคนตัวสูงแล้วเดินเบี่ยงตัวชนกับไหล่พี่มันอย่างแรง เผื่อความเจ็บจะทำให้มันคิดได้ว่าสิ่งที่พูดกับผมแรงเกินไป

 

“แต่กูเป็นผัวมึง”

.

.

“เรื่องเมื่อคืนมันจบไปแล้ว .. และผมก็ไม่ชอบผูกมัดกับใคร”

.

.

“ พี่อย่าอินเกิน”







แง !! ลูกอย่าเกี้ยวกราดใส่กันค่อยๆคุย
ไบโพลาจะกินชั้นอยู่แล้วเนี่ย เมื่อไหร่จะคุยกันดีดี
อย่าพึ่งด่านี่เพิ่งตอนที่ 7 พวกแก ชั้นเพิ่งเริ่มมมมมม

ออฟไลน์ Nattie69

  • เป็ดมหาวิทยาลัย
  • *
  • กระทู้: 453
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +15/-0

ออฟไลน์ cavalli

  • เป็ดArtemis
  • *
  • กระทู้: 5406
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +194/-19
 :angry2:


น้องต้องสู้บ้าง

ออฟไลน์ KonglongKongkaeng

  • เป็ดประถม
  • *
  • กระทู้: 17
  • ให้คะแนนชื่นชมคนนี้: +1/-0
Chapter 08 --- ❝ น้องชื่ออะไร❞
------------


X ปราบปราม





“เรื่องเมื่อคืนมันจบไปแล้ว .. และผมก็ไม่ชอบผูกมัดกับใคร”

.

“พี่อย่าอินเกิน”

“พี่อย่าอินเกิน”

“พี่อย่าอินเกิน”

.

“แมร่งเอ๊ย”

ผมสบถลั่นอยู่คนเดียวภายในสวนหย่อมหน้าบ้านมุมเดิมที่ชอบมานั่งเล่นในตอนกลางคืนเพื่อดูดาวแม้จะมองไม่ค่อยเห็นเพราะแสงไฟในเมืองสว่างจ้าก็ตาม แค่รู้ว่าตรงนั้นมีดาวเราจะมองเห็นมันเอง แต่วันนี้ท้องฟ้ามืดเห็นดาวชัดเจนกว่าคืนไหน แต่ผมกลับไม่มีอารมณ์สุนทรีย์ที่จะนั่งมองเหมือนทุกครั้ง

สาเหตุคงหนีไม่พร้อมเรื่องเมื่อตอนเย็น เสียงของมีนยังคงก้องอยู่ในห้วงความคิดและทุกโสตประสาทของผม ดังอยู่แบบนั้นวนไปมาเป็นรอบที่พันเท่าไหร่ผมเองก็ไม่ได้นับ ยิ่งดังยิ่งตอกย้ำความรู้สึกผิดให้กับผมมากเป็นเท่าตัว

ตั้งแต่กลับมาจากบ้านน้าศรี ผมก็มานั่งกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน เฝ้าคิดหาคำตอบให้ตัวเองด้วยผมไม่รู้ว่าที่น้องมันพูดออกมาแบบนั้นเพราะโกรธที่ผมพูดจาไม่ดีใส่แถมยังรังแกน้องไปตั้งหลายรอบสองคืนติดๆ กันหรือเพราะน้องมันคิดแบบนั้นจริงๆ



แมร่งกลุ้มชิบหาย!!



ระหว่างทานข้าวเย็นน้องไม่ยอมมองหน้าผมเลย แม้น้าศรีจะชวนคุยให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นหรือกระทั่งบอกให้มีนตักกับข้าวให้ผม แต่น้องมันก็ยังคงนิ่งตั้งหน้าตั้งตากินจนเสร็จแล้วเดินหนีขึ้นห้องไป



โคตรโหวงเลยบอกตรงๆ !!!



ถ้าด่าผมแรงๆ แบบที่ชอบทำหรือชกผมซักหมัดผมจะไม่ว่าเลย

แต่เงียบใส่แบบนี้ผมเดาไม่ถูกนี่หว่า



ผมยอมรับผิดแหละว่าผมทำผิดร้ายแรงกับน้อง มันเกิดจากผมที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้จริงๆ ยิ่งเห็นน้องอยู่กับคนอื่น จูบกับคนอื่น พูดเพราะๆ กับคนอื่นหรือใกล้ชิดกับคนอื่นมากกว่าผม ใจมันก็ร้อนรนอยู่ไม่สุขต้องเข้าไปหาเรื่อง



สุดท้ายก็จบลงตรงที่ผมใช้คำแรงๆ กับน้อง ...

และหนักสุดคือผมรังแกน้องไปแล้ว

“พี่นึกว่าแกนอนแล้วซะอีก” เสียงพี่ปกดังขึ้นเรียกผมที่อยู่ในภวังค์ความกลุ้มให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง

“ยัง” ผมตอบห้วนๆ

“เป็นไร”

“เปล่า” เปล่าที่แปลว่าเป็น

“งั้นพี่ไม่กวนนะ จะรีบขึ้นไปคุยไลน์กับมีน” พี่ปกตั้งท่าจะเดินออกไปแต่ถูกผมดึงกางเกงไว้ได้ก่อน

“เดี๋ยว”

“มีไร” พี่ปกยกคิ้วเมื่อเห็นผมหน้าหงิก

“ผม.. เอ่อ ... ผม” จะพูดไม่พูดดีวะ

“ทะเลาะกับมีนใช่มั้ย” พี่ปกพูดแทนออกมา “อืม” ผมตอบกลับไปได้แค่นั้น

ยอมจำนนด้วยเพราะมืดแปดด้านไม่รู้จะยังไงต่อ อย่างน้อยถ้าพี่ปกรู้ผมน่าจะได้รับคำแนะนำที่ดี ถึงพี่ปกจะห่างจากผมแค่สามปี แต่ด้วยความเป็นพี่ประกอบกับลูกชายคนโตพี่ปกจึงมีความสามารถในการแก้ปัญหา คิด วิเคราะห์ แยกแยะได้ดีกว่าแถมยังใจเย็นมีเหตุผลมากกว่า

และที่สำคัญ .. พี่ปกรู้ความลับของผม!!!

“แล้วใครผิดแกหรือน้อง” พี่ปกนั่งลงที่ว่างข้างๆ ผม

“ผมผิด” ถอนหายใจเป็นครั้งที่ล้านเมื่อต้องย้อนกลับไปพูดถึงเรื่องนั้น ยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนตอกย้ำให้ตัวเองละอายใจที่ไปว่าให้น้องแบบนั้น ไม่โกรธสิแปลก!!

“งั้นก็ต้องขอโทษ”

“พี่พูดเหมือนไม่รู้จักผม” ตั้งแต่เด็กผมทะเลาะกับมีนทุกครั้งที่เจอหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นผมที่ชอบแกล้งน้อง เบาหน่อยก็แค่งอน หนักสุดก็ร้องไห้ไม่คุยกับผมเลย แต่ทุกครั้งผมไม่แม้แต่จะเอ่ยคำว่าขอโทษ ไม่รู้เหมือนกันเวลาจะพูดแล้วเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ

ถ้ามันพูดง่ายแบบนั้น ผมก็คงพูดทุกครั้งที่ทำผิดกับน้องไปแล้วแหละ!!

ยากชิบหาย!!

“แล้วถ้าคราวนี้มีนไม่ยอมคุยกับแก ไม่ยอมเจอหน้า หายออกไปจากชีวิตแก แล้วแกจะทำยังไง” นี่สรุปผมคิดถูกแล้วใช่ปะที่ขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย ไม่รู้มาทำให้หายเครียดหรือเครียดหนักกว่าเดิมกันแน่

“ก็แล้วแต่นะ ถ้าคำว่าขอโทษมันพูดยากขนาดนั้นก็ปล่อยไป แต่พี่ว่ามีนน่ารักขึ้นเยอะ ต้องมีคนสนใจเพียบ”

เออดี!! กดดันน้องเข้าไป ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากขอโทษแต่แค่ไม่รู้จะเริ่มยังไงก็เท่านั้นเอง

ผมนั่งคิดอยู่นานว่าจะเอายังไงดี ส่วนที่ปรึกษาผมเล่นอินสตราแกรมเฉย

ไอ้พี่ห่า!!

“ถ้าผมจะขอโทษผมต้องทำยังไง” พี่ปกละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ตัวเองมองหน้าผมนิ่งๆ แล้วหันกลับไปกดอะไรในโทรศัพท์ยุกยิกๆ แล้วยื่นมาให้ผม

หน้าจอไลน์แจ้งว่ากำลังโทรออกกับชื่อคนที่ผมต้องเบิกกว้าง!! ให้ผมตั้งตัวนิดนึงก็ไม่ได้เนาะ ไอ้พี่ปก



‘Meen’



“สวัสดีครับพี่ปก” เสียงปลายสายดังขึ้น ส่วนผมเงียบเพราะอึ้งแดกไม่รู้จะทำยังไงต่อ

“พี่ปกครับได้ยินมีนมั้ยครับ” เชื่อหรือยังว่าพูดกับพี่ปกโคตรเพราะ

“โหลๆๆๆๆ สามโหล สี่โหล” ยัง ยังเล่นมุกอีก

.

[กูเองไม่ใช่พี่ปก] ได้ยินเสียงมีนถอนหายใจแรงและเงียบอยู่นานก่อนจะตอบกลับมา

“แล้วไอ้กูเนี่ยหมาหรือคน” เสียงเปลี่ยนเร็วชิบหาย เสียงสองเมื่อกี้หายไปไหน

[หมา]

......

[หมาที่เคยเลียปากมึงไง แค่นี้ทำลืมหรอ]

“มึงไม่ใช่หมา .. แต่มึงมันเหี้ย”



ตึ๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



มีนตัดสายทิ้งทันที เหลือไว้เพียงความชิบหายที่ผมทำไว้เองกับมือ น่าภูมิใจโคตรๆ เป้าหมายคือโทรขอโทษ ง้อเค้าให้คืนดี แต่พอเอาเข้าจริงกลับกวนตีนเหมือนเดิมและเสือกหนักกว่าเดิม

ใครจะไปทนได้ล่ะ รับสายคนอื่นทำเสียงสอง เสียงสาม เผลอๆ เสียงยี่สิบก็น่าจะมีแหละผมว่า แต่พอรู้ว่าเป็นไอ้ปราบคนนี้ โถ!! สลับเสียงแทบไม่ทัน ควบคุมตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ ให้ตายเถอะ ดังนั้นผลที่ออกมาก็คือ ..

พัง!! พังแบบประกอบใหม่ไม่น่าได้ ย่อยยับติดๆ กันภายในห้าชั่วโมง

“เก่งมาก”

“หืม” ผมหันไปมองพี่ชายที่จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา

“เก่งที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่หนักกว่าเดิม”

ไอ้พี่ปก ไอ้ห่ามึง!! ซ้ำเติมน้องอยู่ได้

“แต่มันยังเหลืออีกวิธีหนึ่ง” หันขวับเหมือนคนที่ติดอยู่ในถ้ำแล้วจู่ๆ ก็มีแสงสว่างวาบมาที่ปลายอุโมงค์ ขอถอนคำพูดที่ด่าพี่ในใจเมื่อกี้แล้วกัน

“แต่ครั้งนี้แกต้องจริงจัง ทำให้สำเร็จและเลิกกวนตีนน้องได้แล้ว ไม่อย่างนั้น ....”

“หืม” อะไรซิ!!

“ชิบหาย”

นี่กูกำลังจะทำภารกิจระดับชาติปะเนี่ย ทำไมคำเตือนมันน่ากลัวสัสๆ เยี่ยงนี้



รถยนต์หรูสีดำคู่ใจผมจอดเทียบประตูหน้าบ้านมีนในตอนบ่ายกว่าๆ เมื่อเช้าผมโทรคุยกับน้าศรีแล้วว่าจะรับมีนกลับคอนโดด้วยเพราะไหนๆ ผมก็ต้องเข้าไปในเมืองจะได้ไม่ต้องเรียกแท็กซี่ให้เสียเวลา ซึ่งน้าศรีก็เห็นด้วยแผนการของผมจึงกำลังดำเนินไปอย่างไม่มีสะดุด



แผนอะไรนะหรอ ก็แผนที่จะขอโทษไอ้เด็กดื้อนี่ยังไงละ หลังจากพี่ปกป้องพี่ชายทูนหัวของผมได้แนะนำวิธีการคร่าวๆ แล้วผมก็พอเข้าใจว่าจะต้องทำอะไรยังไง

“ถ้าแกไม่พร้อมจะเอ่ยขอโทษตรงๆ ก็ให้บรรยากาศเป็นตัวกระตุ้น” พี่ชายที่แสนจะชาญฉลาดแต่ขาดเมียของผมเอ่ยขึ้นมา

“แล้วยังไง อธิบายเลยพี่ไม่ต้องเกริ่นเยอะ ยุงกัด”

“ชวนออกไปทำกิจกรรมที่น้องชอบร่วมกัน”

“แล้วมันจะดีขึ้นยังไง ผมไม่เข้าใจ”

“การได้ใช้เวลาร่วมกัน ต่างสถานที่ ต่างบรรยากาศ ยิ่งเป็นสิ่งที่เค้าชอบ จะทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลายและใจเย็นลง เค้าจะรู้สึกว่าแกใส่ใจ พอได้โอกาสแกก็เอ่ยขอโทษ”

“แล้วมันจะดีขึ้นเลยมั้ยอะ”

“มันอาจไม่ดีขึ้นในทันที แต่เชื่อสิถ้าแกทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ อย่างน้อยน้องจะรู้สึกดีขึ้นเอง”



ไม่มีใครไม่เคยทำผิดพลาดหรือไม่เคยทำร้ายจิตใจคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วทำให้ฝ่ายหนึ่งรู้สึกไม่ดี การขอโทษคือทางออกเพื่อให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินไปได้อยู่ ประเด็นคือจะขอโทษอย่างไรให้ไม่เป็นการเพิ่มโทษและเป็นการขอโทษที่ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องทำและต้องเรียนรู้



“มาแล้วหรอปราบ เข้ามากินน้ำในบ้านก่อนมั้ยลูก” น้าศรีเดินมาจากในตัวบ้านออกมาต้อนรับผม ผมรู้สึกดีอยู่บ้างที่อย่างน้อยน้าศรีก็ไม่ได้โกรธผมอีกคนไม่อย่างนั้นเรื่องคงยากขึ้นไปอีก

“เรียบร้อยมาแล้วครับ” ปากตอบแต่ตาสอดส่องไปทั่วหาใครบางคนที่เป็นเป้าหมายอยู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหายโกรธหรือโกรธหนักจนไม่ยอมไปกับผม ถ้าเป็นอย่างหลังนี่งานงอกเลยนะ

“นั่นไงมาพอดี”

มีนเดินออกมาพร้อมกับถุงขนมในมือ ใบหน้านิ่งเฉยไม่แสดงอาการหรือความรู้สึกใดๆ สายตาที่มองมาว่างเปล่าเหมือนผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ

“ถึงแล้วโทรมาบอกแม่ด้วยนะลูก”

“ครับแม่”

“แล้วก็อย่าลืมเอาขนมให้พี่เค้านะ” ผมมองขนมที่อยู่ในมือมีนมันเป็นของผม “ครับ”

“สวัสดีครับแม่” มีนยกมือขึ้นไหว้น้าศรี “ครับผม” คนเป็นแม่ลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู

“สวัสดีครับน้าศรี” ผมไหว้ตามแต่ตามองตามคนตัวเล็กหน้านิ่งขณะกำลังเดินไปที่รถ

“ขับรถดีดีนะปราบแล้วก็...”

“ครับ”

“ดูแลลูกชายน้าดีดีนะปราบ”

“ครับ”

“น่าหวังว่าปราบจะรักษาสัญญานะ”

“ครับผม ขอบคุณนะครับ” ผมรู้สึกขอบคุณน้าศรีที่ให้โอกาสผมหลายๆ ครั้งทั้งที่ผมทำผิดกับลูกชายของแกไว้มาก แทนที่แกจะโกรธกลับเข้าใจ ให้คำปรึกษา และไว้ใจให้ผมได้ดูแลลูกชายของแก ตั้งแต่เด็กน้าศรีใจดีกับผมยังไงมาจนวันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นไม่มีอะไรจะตอบแทนแกเลยนอกจาก



‘ผมจะทำตามที่รับปากไว้ให้ดีที่สุด ’



ผมส่งยิ้มให้น้าศรีก่อนจะเดินมาตั้งใจจะเปิดประตูรถให้มีน ทว่าคนตัวเล็กกว่ารีบเปิดประตูแล้วขึ้นไปนั่งประจำที่เองซะแล้ว ผมหันมามองหน้าน้าศรีฝ่ายนั้นได้แต่ยิ้มส่งกำลังให้ใจประมาณว่าไม่เป็นไรสู้ๆ ทำนองนั้น ก่อนผมจะถอนหายใจยาวๆ แล้วสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับมาแล้วเดินไปยังที่นั่งฝั่งคนขับ สตาร์ทรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางของบ่ายวันนี้



“นี่มันไม่ใช่คอนโดผมพี่จะแกล้งอะไรผมอีก” เสียงด่าดังขึ้นทันทีที่รถผมถอยเข้าช่องจอด มีนทำหน้าหงิกไม่พอใจหนักเข้าไปใหญ่ ระหว่างทางมีนไม่ยอมคุยกับผมเลยแม้แต่คำเดียว หน้าก็ไม่ยอมมอง เอาแต่มองข้างทางตั้งแต่ออกมาจากบ้านจนถึงที่นี่

“พามากินขนมกับชาเขียว”

“ผมไม่อยากถ้าพี่หิวก็กินคนเดียวผมจะกลับ”

เจ้าเด็กดื้อปลดเข็มขัดออกจากตัว เปิดประตูแล้วก้าวเดินไปอย่างรวดเร็วจนผมตามไม่ทัน เขาเดินออกไปจนผมต้องวิ่งตามออกมา ทว่าจู่ๆ ผมก็ไม่ต้องวิ่งแล้วเมื่อคนตัวเล็กยืนนิ่งจ้องกระจกใสอย่างตั้งใจมองบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ข้างในแล้วเผลอปลดล็อกใบหน้าที่บูดเบี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอย่างง่ายดาย

รู้แล้วว่าชอบ ไอ้เจ้าก้อนที่อยู่ข้างในนั้น!!

“เข้าไปข้างในกันมั้ย” เงียบไร้คำตอบ

“เจ้าตัวนั้นชื่อฮาวี่ ส่วนไอ้ตัวสีเทานั่นชื่อสีหมอก” มีนมองตามนิ้วผมที่ชี้แมวแต่ละตัวพร้อมชื่ออย่างสนใจ

“ส่วนโน่นตัวสีเหลืองชื่อมีน.....มันจะดื้อๆ หน่อย”

คนถูกเรียกชื่อแทนแมวหันขวับมามองผมตาขวางจ้องหน้าอยู่นาน ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางแทนที่จะเดินไปยังทางออก กลับมุ่งหน้าเข้าไปยังประตูของร้านพร้อมกับใจของผมที่มันฟูขึ้นมาจากเดิมเพราะอย่างน้อยไอ้เจ้าก้อนสามสี่ตัวข้างในมันก็ช่วยชีวิตผมไว้ได้เยอะ

“มีนจะกินอะไร เดี๋ยวพี่สั่งให้” ผมเดินตามคนตัวเล็กกว่าที่วิ่งแจ้นเข้ามาเล่นกับสีหมอกเป็นตัวแรก

“พี่” มีนเหมือนจะทำหน้างงๆ เมื่ออยู่ๆ ผมก็เปลี่ยนสรรพนามเรียกแทนตัวเองและตัวน้องอย่างกะทันหัน ไม่ใช่ว่าไม่เคยเรียกแบบนี้ แค่ไม่ได้เรียกบ่อยเท่านั้นเอง แต่ที่ต้องเปลี่ยนเพราะไอ้พี่ปกมันสอนเอาไว้เมื่อคืน



“กับคนบางคนถ้ามึงคิดว่าเค้าพิเศษมากพอ มึงต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง”

“ยังไงวะพี่”

“เริ่มต้นจากการใช้สรรพนามเรียกไง จะมามึงกู ได้ไง ใครๆ ก็อยากให้พูดด้วยเพราะๆ ทั้งนั้น”

“แต่กูไม่ไง”

“นั่นมึง ไม่ใช่มีน”

“แล้วกูต้องเปลี่ยนยังไง”

“เรียกแทนตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกแทนน้องว่ามีน”



แมร่งเอ๊ย!! ทำไมการจะเปลี่ยนแปลงอะไรดีดีสักอย่างเงื่อนไขมันถึงได้เยอะขนาดนี้วะเนี่ย



“สรุปจะกินอะไรเดี๋ยว พี่เดินไปสั่งให้ มีนจะได้เล่นกับน้องแมวไง”

“เอาชาเขียวกับบราวนี่ก็ได้”

“ได้ๆ เดี๋ยวพี่มานะ”

ผมปล่อยให้มีนนั่งคุยกับน้องแมวไปก่อน คุยจริงๆ ครับผมเห็นมีนลูบน้องกับคุยเท่านั้น ไม่ได้จับมาอุ้มมากอดมาฟัดเหมือนที่ผมเห็นคนอื่นๆ ชอบทำ สีหน้าของมีนตอนนี้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก แววตามีประกายความสุขปนอยู่รอยยิ้มกว้างชัดกลับเข้าประจำที่เรียบร้อยเห็นแบบนี้แล้วผมก็สบายใจ

“ชาเขียวกับบราวนี่ได้แล้ว” วางขนมกับน้ำบนโต๊ะ มีนละสายตาจากเจ้าสีหมอก ผมค่อยๆ เลื่อนขนมกับน้ำไปให้ตรงหน้า เจ้าสีหมอกเหมือนจะชอบมีนมากคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง

“ขอบคุณครับ”

“พี่มาที่นี่บ่อยหรอ”

“ก็บ่อยนะ ชอบมาเล่นกับเจ้าพวกนี้แหละ” ผมมาที่นี่อาทิตย์ละครั้ง หากยุ่งมากก็สองอาทิตย์ครั้ง ชอบมาเล่นกับเจ้าสีหมอกตัวที่มันกำลังอ้อนมีนอยู่เนี่ยแหละรวมถึงเจ้าตัวสีเหลืองขนฟูที่นอนหน้าเย่อหยิ่งอยู่ตรงมุมห้องนั้นด้วย ที่นี่เป็นคาเฟ่แมวที่ผมเจอโดยบังเอิญแมวอาจจะมีไม่เยอะมาก ขนมหรือน้ำหวานอาจจะไม่ได้รสชาติดีแบบร้านอื่นๆ แต่ที่ผมชอบก็คือ ร้านนี้จะไม่มีการบังคับแมวเด็ดขาด ปล่อยให้แมวอยู่กันแบบอิสระ กฎระเบียบเยอะจนหลายคนอาจมองว่าน่ารำคาญแต่สำหรับผมมันเป็นการปกป้องน้องมากกว่า

“มีนอุ้มน้องได้นะ น้องไม่กัดหรอก” ผมเห็นละอดขำไม่ได้เหมือนจะอยากเล่นน้องแต่ก็ทำได้แค่แตะๆ เบาๆ

“มีนกลัวน้องเหนื่อย ไม่รู้ทั้งวันจะต้องเล่นกับใครบ้าง”

“ที่นี่เค้าดูแลน้องดีมาก มีเวลาให้น้องได้พัก ดูอย่างสีหมอกสิมันชอบมีนนะอ้อนไม่ห่างเลย”

“งั้นหรอครับ” มีนเกาพุงสีหมอก

“ถ่ายรูปมั้ย เดี๋ยวพี่ถ่ายให้” ผมเสนอไอเดีย มีนจะได้รู้สึกผ่อนคลายเพิ่มมากขึ้นและกล้าเล่นกับน้องได้อย่างเต็มที่

“ก็ได้ครับ”

มีนอุ้มเจ้าสีหมอกที่หัวซุกอยู่กับมือของคนตัวเล็กอยู่ขึ้นมาไว้บนตัก แมวสีเทากับคนอุ้มผิวขาวโคตรจะเข้ากันเลย มีนเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายรูป รอยยิ้มปนความสุขฉายชัดบนใบหน้าเรียวจนผมเผลอยิ้มตาม

“เหมี๊ยวววว เหมี๊ยวววว เหมี๊ยวววว ” เสียงร้องดังต่อๆ กันพร้อมการเดินเตรียมพร้อมสำหรับการอ้อนมาแต่ไกลหมดแล้วมาดเย่อหยิ่งของแมวเหลือง

“อยากเล่นกับพี่แล้วหรอ” มีนหันไปเกาคางเจ้าตัวเหลืองขนฟูอย่างเบามือ ขี้ประจบจริงนะเอ็งหลับตาพริ้มถูไถตัวเองไปกับมือของมีน

เหมี๊ยว!!

“สงสัยมันเห็นมีนใจดีมั้งเลยอยากมาเล่นด้วย”

“ให้น้องถ่ายรูปด้วยนะ” มีนอุ้มเจ้าก้อนสีเหลืองมาไว้บนตักเพิ่มอีกตัว โดยมีเจ้าสีหมอกที่นอนนิ่งไม่ขยับไปไหน



สรุปว่ารูปที่ได้คือ หนึ่งคนกับอีกสองก้อน!! โคตรน่ารัก



“ไหนมีนขอดูหน่อย” เผลอเรียกตัวเองด้วยชื่ออย่างลืมตัว คงจริงอย่างที่พี่ปกพูด บรรยากาศจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ผมรู้ว่ามีนชอบแมวและผมก็ชอบแมวเช่นกัน การพามาที่นี่เป็นเหมือนโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งที่น้องชอบจึงทำให้รู้สึกสบายใจจนเผยความเป็นตัวเองออกมา

“พี่ปราบ”

“หืม”

“สรุปเจ้าตัวสีเหลืองนี่มันชื่ออะไรอะ” ชี้เจ้าก้อนสีเหลืองขนฟูที่ตอนนี้ตีสนิทกับมีนจนวางคางไว้ตรงขามีนได้แล้ว เห็นละโคตรอยากเป็นแมว

“ชื่อน้องอยู่ที่ผ้าพันคออะ” มีนลูบหัวเจ้าก้อนเบามือ พลางจับผ้าพันคอสีชมพูทรงสามเหลี่ยมก่อนจะเลิกคิ้วสูงเมื่อพบข้อความที่ซ่อนอยู่ข้างหลัง

ตึก ตึก ตึก

ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อสายตาคู่นั้นมองมาที่ผม เพื่อรักษาความสัมพันธ์และลดบาดแผลในใจระหว่างเรา แม้จะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำหรือยากสำหรับการพยายามมากแค่ไหนก็ตาม



ผมยินดีจะทำ

ถ้าช่วยให้คนตรงหน้า ... รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง

.

.

“น้องชื่อขอโทษหรอพี่ปราบ”

“น้องไม่ได้ชื่อขอโทษ”

“อ้าว”



“แต่พี่....”

.

“ขอโทษนะครับ”






แล้วสรุปว่าพี่ปราบเป็นหมาหรืออยากเป็นแมวกันแน่นะ ^^
ความพี่ปราบพูดเพราะอะเนาะ น้องจะงงหน่อย ๆ 555

 

สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด สนใจลงโฆษณา คลิกดูรายละเอียด


สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด
สนใจ คลิกดูรายละเอียด สนใจ คลิกดูรายละเอียด